The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunisalovemusic, 2022-03-03 06:24:20

รายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

นางสาวจันทิมา ศรีโสดา

95

เพราะในการเรยี นบนเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตนน้ั ผเู้ รยี นสามารถเรียนได้ทุกทท่ี ุกเวลา ผู้เรียนไมจ่ าเปน็ ต้องเรียน
ในหอ้ งเรยี นเท่าน้ัน ขอเพียงผเู้ รียนสามารถเช่ือมโยงกบั อินเทอร์เนต็ ได้ ผเู้ รียนกส็ ามารถเรยี นได้ โดยในการ
เรยี นบนเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตผ้เู รยี นและผู้สอนสามารถมีปฏิสัมพนั ธก์ ันโดยผ่านระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ที่
เชอื่ มโยงถงึ กนั

3.18 องคป์ ระกอบของบทเรยี นบนเครอื ขา่ ยอินเทอร์เนต็
ในการจัดทาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น มีองค์ประกอบในการจัดทาบทเรยี นได้แก่
1. องคป์ ระกอบของหน้าเวบ็ ประกอบด้วยข้อความ พ้นื หลัง และภาพ ข้อความที่ใช้ในบทเรยี น

ตอ้ งเลือกขนาดใหเ้ หมาะสมโดยข้อความสว่ นทีเ่ ป็นหัวข้อหลักตอ้ งมีขนาดใหญ่กวา่ ข้อความที่เป็นหัวข้อยอ่ ย สี
ข้อความท่ีใชต้ ้องไม่กลมกลืนกับสพี ื้นหลัง พื้นหลงั ทใี่ ช้ไม่ควรมีลวดลายเพราะจะทาให้เป็นที่สนใจมากกว่า
ตัวหนงั สือซึง่ เป็นเนื้อหา สพี ื้นหลงั ทใี่ ชไ้ ม่ควรใช้สเี ข้มเกินไป ควรใช้สอี ่อนๆ ทีด่ ูแลว้ สบายตา ภาพท่ีใช้มี
หลายชนดิ ทัง้ ภาพทีเ่ ปน็ ภาพนิง่ และภาพเคล่อื นไหว การใช้ภาพในบทเรียนจะช่วยดึงดูดใหผ้ ้เุ รียนเกิดความ
อยากเรียนมากข้นึ แต่ไมค่ วรใช้ภาพเคลอ่ื นไหวในหน้าของเน้ือหาเพราะจะทาให้ผเู้ รยี นสนใจแต่ภาพไมส่ นใจ
เนอื้ หาในบทเรียน

2. องคป์ ระกอบเว็บเพจ ประกอบด้วย
โฮมเพจ คือ หน้าแรกของเวบ็ ไซต์เป็นหนา้ ท่ีบอกใหท้ ราบถงึ หวั ข้อเร่ืองของบทเรยี น
เวบ็ เพจแนะนา คือ เวบ็ เพจทแี่ นะนาวธิ ีการใชบ้ ทเรยี น และรายละเอียดของเนื้อหาทเี่ รียน
เว็บเพจแสดงเน้อื หา คือ เวบ็ เพจที่แสดงเนื้อหาของแต่ละบทเรยี นโดยจะมีคาอธิบาย เกีย่ วกบั

หน่วยการเรยี น วิธีการเรยี น วตั ถปุ ระสงค์ และเน้ือหาของบทเรียนแต่ละบทเรยี น
เว็บเพจแสดงแบบฝึกหดั คือ เว็บเพจแสดงแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี นรวมถึงเว็บเพจ

เฉลยคาตอบของบทเรยี น

96

3.19 ประเภทของบทเรยี นบนเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ต
บทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เนต็ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. บทเรยี นบนเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ แบบรายวิชาเดยี ว คอื บทเรยี นบนเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็

ท่ีมีการบรรจเุ นื้อหาหรือเอกสารในรายวิชาเพ่อื การสอนเพียงอยา่ งเดยี ว มีลักษณะการสื่อสารแบบทางเดยี ว
2. บทเรยี นบนเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ แบบสนบั สนนุ รายวิชา คอื บทเรียนบนเครือขา่ ย

อินเทอร์เน็ตทมี่ ีการสื่อสารผา่ นระบบคอมพวิ เตอร์เป็นการสอื่ สารสองทางทมี่ ปี ฏสิ มั พนั ธก์ นั ระหวา่ งผูส้ อนและ
ผเู้ รียน

3. บทเรียนบนเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็ แบบศนู ยก์ ารศกึ ษา คือ บทเรยี นบนเครอื ขา่ ย
อินเทอร์เนต็ ทม่ี ีรายละเอียดเนือ้ หาทางการศึกษารวมถึงมีการเช่ือมโยงไปยังเวบ็ ไซต์อื่นๆ และยังรวมข้อมูล
เกย่ี วกับสถาบนั การศึกษาต่างๆ เพ่อื ใหบ้ รกิ ารกับผูเ้ รยี นรวมถงึ เปน็ แหลง่ สนบั สนุนกจิ กรรมตา่ งๆ ทาง
การศึกษาอีกด้วย

97

การออกแบบระบบการเรียนการสอนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ในการจัดทาบทเรียนบนเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ตต้องมกี ารอกแบบระบบการเรยี นการสอนของ

บทเรียนตามขน้ั ตอน ดังน้ี
1. ศกึ ษาผเู้ รียนและเนื้อหาของบทเรยี นเพอ่ื กาหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละหาแนวทางในการจดั การ

เรยี นการสอน
2. ศกึ ษาเน้ือหาของบทเรียนเพอื่ ออกแบบการเรยี นการสอนใหเ้ หมาะสมกบั เนื้อหา
3. กาหนดโครงสรา้ งของบทเรยี น
4. ออกแบบการเรียนการสอน
5. พัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็
6. นาบทเรียนบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตไปใช้
7. ประเมินผลการใชง้ านบทเรยี นบนเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต

ประโยชน์ของการเรยี นการสอนบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต
การเรียนการสอนบนเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ มีประโยชน์ ดงั นี้
1. ผู้เรียนสามารถเรียนรไู้ ดท้ ุกท่ที ุกเวลา อาจเรียกได้วา่ เป็นการเรียนทีส่ ามารเรยี นรู้ได้

ตลอด 24 ชวั่ โมง
2. ในการเรียนนนั้ ไมจ่ าเปน็ ต้องเรียนในห้องเรยี นเทา่ น้นั และไม่จาเป็นต้องเรียนเฉพาะใน

เวลาเรียนเทา่ น้ัน
3. การเรยี นการสอนบนเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตเปน็ การเปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนที่อยหู่ า่ งไกลได้

เรียน
4. การเรยี นการสอนบนเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตเปน็ การสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ความเทา่ เทียมกนั ทาง

การศึกษา
5. การเรียนการสอนบนเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเป็นการสง่ เสรมิ การศึกษาตลอดชีวติ
6. ผ้เู รยี นสามารถแลกเปล่ยี นความคิดเห็นกันได้
7. ผู้เรียนสามารถทบทวนเน้ือหาไดเ้ มื่อผู้เรียนไม่เข้าใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนเวลาเรยี น

ของเพื่อนร่วมห้อง
8. สร้างแรงจูงใจใหผ้ ู้เรียนอยากเรยี นรเู้ พราะมีการนาเทคโนโลยเี ขา้ มาใช้ในการเรียนการ

สอนทาให้นักเรยี นไมร่ ้สู ึกเบ่ือกับการเรียน
9. การสอนบนเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเปิดโอกาสให้ทกุ คนสามารถเข้าเรียนได้
10. ผเู้ รยี นสามารถแสดงความคิดเหน็ ผ่านเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ ได้

98

ข้อจากดั ของบทเรยี นบนเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต
1. งบประมาณท่ีใช้ในการสร้างบทเรียนบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ค่อนข้างสูง
2. ผเู้ รยี นไมท่ ราบเทคนิควธิ กี ารในการปฏสิ ัมพันธก์ ับผูอ้ น่ื
3. บุคลากรท่ีมคี วามสามารถในการพฒั นาส่ือมีไมเ่ พียงพอ
4. ความเรว็ ของอินเทอรเ์ นต็ บางสถานท่ีไมเ่ พียงพอต่อการใชง้ านบทเรียนบนเครือขา่ ย

อนิ เทอร์เนต็
5. เนอ้ื หาของการเรยี นการสอนไม่มขี อบเขต
6. ขาดการวางแผนในการเรียนการสอน
7. บทเรยี นทม่ี ีการใช้มัลติมเี ดียมากเกนิ ไปจะทาใหเ้ ขา้ เรียนในบทเรียนได้ชา้

3.20 ระบบการสืบค้นผา่ นเครอื ขา่ ยเพื่อการเรยี นรู้
ระบบเครือข่ายเบื้องต้น
ประเภทของระบบเครือขา่ ย แบง่ ออกเป็น 3 ประเภทคือ
- MAN (แมน) เครือข่ายระดับเมือง (Metropolitan Area Network หรอื MAN) เป็น

เครือข่ายขนาดกลาง ใชภ้ ายในเมอื ง หรือ จังหวัดที่ใกล้เคยี งกัน เชน่ ระบบเคเบ้ิลทวี ที ่ีมสี มาชิกตามบา้ นทัว่ ไป
ท่เี ราดูกนั อยทู่ ุกวัน ก็จัดเป็นระบบเครือขายแบบ MAN

- WAN (แวน) เครือขา่ ยระดับประเทศ (Wide Area Network หรือ WAN) เปน็ ระบบ
เครือข่ายขนาดใหญ่ ใชต้ ิดตั้งบรเิ วณกว้าง มีสถานี หรือจดุ เช่อื มต่อมากมาย มากกวา่ 1 แสนจดุ ใช้สอ่ื กลาง
หลายชนิด เชน่ ระบบคล่นื วิทยุ ไมโครเวฟ หรือดาวเทยี ม

- LAN (แลน) เครอื ข่ายท้องถ่ิน (Local Area Network หรอื LAN) เปน็ เครือขา่ ยระยะใกล้
ใช้กนั อยใู่ นบริเวณไม่กวา้ งนัก อาจอยใู่ นองค์กรเดียวกนั หรืออาคารทใ่ี กลก้ ัน เชน่ ภายในสานกั งาน ภายใน
โรงเรียนหรือมหาวิทยาลยั ระบบเครือขา่ ยท้องถ่นิ จะชว่ ยใหต้ ิดตอ่ กนั ไดส้ ะดวก ช่วยลดตน้ ทุนสและเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการใชง้ านอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ

ความหมายและความสาคัญของเครือข่ายคอมพวิ เตอร์
1. โฮสต์ (Host) คือ ในกรณีท่เี ป็นการเชอ่ื มตอ่ ระหว่างเครื่องคอมพวิ เตอร์หลาย ๆ เคร่ือง

เขา้ กบั เคร่ืองคอมพวิ เตอรข์ นาดใหญ่ที่เปน็ ศนู ยก์ ลาง เราเรียกคอมพวิ เตอร์ท่เี ปน็ ศูนยก์ ลางนว้ี า่ โฮสต์ (Host)
2. เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ (Network) หมายถงึ การเชอ่ื มตอ่

คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครือ่ งข้ึนไปเข้าด้วยกนั ดว้ ยสายเคเบิล หรือส่อื อน่ื ๆ ทาให้คอมพวิ เตอร์สามารถรบั ส่ง
ขอ้ มูลแก่กนั และกนั ได้

3. ความสาคญั ระบบเครือขา่ ย (Network) จะเชือ่ มโยงคอมพวิ เตอร์เขา้ ดว้ ยกนั เพ่ือการ
ตดิ ต่อสอ่ื สารเราสามารถสง่ ข้อมูลภายในอาคาร หรอื ขา้ มระหวา่ งเมืองไปจนถงึ อกี ซีกหนึ่งของโลก ซงึ่ ขอ้ มูลตา่ ง

99

ๆ อาจเป็นทง้ั ข้อความรูปภาพ เสยี ง ก่อใหเ้ กิดความสะดวก รวดเรว็ แก่ผู้ใช้ ซ่ึงความสามารถเหลา่ นี้ทาให้
เครอื ข่ายคอมพิวเตอรม์ ีความสาคญั และจาเปน็ ตอ่ การใช้งานในแวดวงต่าง ๆ

ลักษณะการเช่ือมต่อของระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์
1. เครือข่ายแบบบสั (Bus Network) เครือขา่ ยแบบนี้จะมีการเชอ่ื มต่อคอมพิวเตอรบ์ นสาย

เคเบลิ ซึ่งเรียกว่าบสั คอมพวิ เตอร์เคร่ืองหนง่ึ ๆ สามารถสง่ ถ่ายข้อมูลได้เป็นอิสระ โดยข้อมลู จะวง่ิ ผา่ นอุปกรณ์
ต่าง ๆ บนสายเคเบลิ จนกวา่ จะถึงจุดทรี่ ะบุไว้ (Address)

2. เครอื ข่ายแบบดาว (Star Network) เครือข่ายแบบนี้ จะมีคอมพิวเตอรห์ ลักทเี่ รียกว่า
โฮลต์ (Host) ต่อสายกับคอมพิวเตอร์ย่อยทเี่ ปน็ ไคลเอนต์ (Client) คอมพิวเตอร์ที่เป็นไคลเอนต์แต่ละเคร่ืองไม่
สามารถติดต่อกันได้โดยตรง การตดิ ต่อจะต้องผา่ นคอมพิวเตอร์ทเ่ี ป็นศุนยก์ ลาง

3. เครอื ข่ายแบบวงแหวน (Ring Network) เครอื ขา่ ยแบบนีจ้ ะมกี ารติดต่อสื่อสารเปน็ แบบวง
แหวน โดยทไี่ ม่มคี อมพวิ เตอร์หลกั คอมพิวเตอร์แตล่ ะเครือ่ งในเครอื ข่ายสามารถตดิ ต่อกันไดโ้ ดยตรง

4. ลักษณะ จุดปลายทงของการรบั -สง่ ขอ้ มูล เราเรยี กว่าโหนด (Node) ซง่ึ โหนดนี้อาจะเปน็
คอมพิวเตอร์ เคร่อื งพิมพ์ ATM หรอื เครือ่ งรบั โทรศพั ท์ ซึง่ แล้วแต่วัตถุประสงค์ของการใชง้ าน ซ่ึงการทจ่ี ะทาให้
แต่ละโหนด ตดิ ต่อรบั -ส่งขอ้ มูลถึงกันได้นนั้ ต้องมกี ารเช่ือมต่อที่เปน็ ระบบ ในระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอรน์ ้ี
เราสามารถแบง่ ลักษณะของการเชื่อมโยงออกเปน็ 3 ลกั ษณะ คอื เครอื ขา่ ยแบบดาว เครือข่ายแบบวงแหวน
เครอื ข่ายแบบบสั

100

3..21 การคน้ คว้าและการสืบค้นข้อมูล
การค้นหาข้อมูล

101

การค้นหารปู ภาพ

102

103

การเกบ็ บนั ทกึ ภาพไว้

104

105

3.22 การสืบค้น และรับส่งข้อมลู แฟ้มข้อมูล
ความหมายของการรับ-ส่งข้อมลู บนเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต
การรบั -ส่งขอ้ มูลบนเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ โดยใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail) หรอื ที่

นยิ มเรยี กกันวา่ อีเมล (E-Mail) หมายถงึ การส่ือสารหรอื การสง่ ขอ้ ความจากคอมพิวเตอร์เครอ่ื งหนึง่ ผ่านไปเข้า
เคร่ืองคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึง่ โดยสง่ ผ่านทางระบบเครือขา่ ย (Network) ผสู้ ง่ จะต้องมีเลขท่อี ยู่ (E-mail
Address) ของผรู้ ับ และผ้รู บั สามารถเปดิ คอมพิวเตอร์เรียกข่าวสารน้ันออกมาดเู ม่ือใดก็ได้ โดยทั่วไปจดั วา่ เป็น
งานสว่ นหนึ่งของสานักงานอัตโนมตั ิ (Office Automatic) ซ่งึ ปัจจุบันได้รบั ความนิยมเป็นอย่างมาก

ประโยชนข์ องการรบั -สง่ ข้อมูลทางจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์
การรับ-สง่ ขอ้ มูลทางจดหมายอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ถือวา่ เป็นส่วนสาคญั ในการส่ือสารบนเครือข่าย
อนิ เทอร์เน็ตทีน่ ิยมใชม้ ากทส่ี ดุ เพราะมีประโยชนม์ ากมาย ดงั นี้

1. ทาใหก้ ารติดต่อสอ่ื สารท่วั โลกเป็นไปอยา่ งรวดเรว็ ระยะทางไม่เปน็ อุปสรรคสาหรับอเี มลในทุก
แห่งท่วั โลกทีม่ ีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เช่อื มตอ่ ถึงกันได้ สามารถเข้าไปสถานที่เหล่านนั้ ได้ทกุ ท่ี ทาให้ผคู้ นท่วั โลก
ติดตอ่ ถึงกันไดท้ นั ที ผรู้ ับสามารถจะรับข่าวสารจากอเี มลได้ทันทที ่ีผูส้ ่งจดหมายสง่ ขอ้ มูลผา่ นทางคอมพวิ เตอร์
เสร็จส้นิ

106

2. สามารถส่งจดหมายถึงผ้รู บั ทต่ี อ้ งการได้ทุกเวลา แมผ้ รู้ ับจะไม่ได้อยู่ทห่ี นา้ จอคอมพวิ เตอร์ก็
ตามจดหมายจะถูกเก็บไว้ในตู้จดหมายของคอมพวิ เตอรแ์ ละเป็นสว่ นตวั จนกวา่ เจ้าของจดหมายที่มีรหัสผา่ น
จะเปิดตูจ้ ดหมายของตนเองอ่าน

3. สามารถสง่ จดหมายถึงผู้รบั หลายๆคนไดใ้ นเวลาเดยี วกนั โดยไมต่ ้องเสยี เวลาส่งใหท้ ลี ะคน
กรณนี ีจ้ ะใชก้ บั จดหมายที่เป็นขอ้ ความเดยี วกัน เช่น หนงั สือเวียนแจ้งขา่ วใหส้ มาชกิ ในกลุ่มทราบหรือเป็นการ
นดั หมายระหว่างสมาชกิ ในกลุ่ม เปน็ ต้น

4. ชว่ ยประหยัดเวลาในการเดินทางไปสง่ จดหมายที่ตู้ไปรษณีย์หรือที่ทาการไปรษณีย์ ทาให้
ประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่ง เนอื่ งจากไม่ต้องคานึงถึงปริมาณนา้ หนักและระยะทางของจดหมายเหมือนกบั การ
ส่งทางไปรษณียธ์ รรมดา

5. ผรู้ บั จดหมายสามารถเรียกอ่านจดหมายได้ทุกเวลาตามสะดวก ซ่งึ จะทาให้ทราบวา่ ใน
ตจู้ ดหมายของผรู้ ับมีจดหมายกีฉ่ บับ มีจดหมายที่อ่านแล้วหรอื ยงั ไมไ่ ดเ้ รยี กอ่านกฉ่ี บับ เมื่ออ่านจดหมายฉบบั
ใดแล้ว หากตอ้ งการลบทิง้ กส็ ามารถเก็บข้อความไว้ในรปู ของแฟ้มข้อมูลได้ หรือจะพิมพ์ออกมาลงกระดาษก็ได้
เช่นกัน

6. สามารถถ่ายโอนแฟ้มขอ้ มูล (Transferring Flies) แนบไปกับจดหมายถึงผูร้ ับได้ ทาให้การ
แลกเปลยี่ นข่าวสารเปน็ ไปไดโ้ ดยสะดวก รวดเร็ว ทนั เวลาและทันเหตกุ ารณ์ จากความสาคญั ของอีเมลท่ี
สามารถอานวยประโยชน์ใหก้ ับผ้ใู ช้อย่างคุ้มคา่ นี้ ทาใหใ้ นปัจจุบันอเี มลกลายเป็นสว่ นหน่ึงของสานักงานทกุ
แห่งทัว่ โลก ทีท่ าใหส้ มาชิกในชุมชนโลกสามารถติดต่อกนั ผ่านทางคอมพิวเตอร์ไดใ้ นทุกที่ทุกเวลา
3.23 สารสนเทศเพอื่ ใชใ้ นการจัดการเรียนรู้

ความหมายและความสาคญั ในการนา ICT มาใชใ้ นการเรียนรู้
ICT หมายถึง การนาเทคโนโลยดี ิจติ อล เคร่อื งมือสอ่ื สาร หรือเครือค่ายคอมพวิ เตอร์ มาใช้ในการ
เขา้ ถงึ จัดการ บูรณาการ ประเมินผล และสรา้ งขอ้ มลู
เปา้ หมายของการใช้ ICT เพ่ือการเรยี นรู้

– เปน็ เครอ่ื งมือช่วยเพม่ิ ผลงาน และการติดต่อสือ่ สาร
– ความรว่ มมือของนักเรยี น โดยการวิเคราะห์ข้อมูลรว่ มกนั
– บรหิ ารจัดการข้อมลู โดยการค้นควา้ ข้อมูล
– ความรว่ มมือของครู โดยครูทางานรว่ มกนั เอง ทางานรว่ มกับนกั เรียน และเพ่ือนภายนอก
โรงเรยี น
– ความร่วมมือระหวา่ งโรงเรียน โดยนักเรยี นทางานรว่ มกบั ผูอ้ ื่นที่อยู่นอกโรงเรียน
– การสร้างงาน โดยการจัดทาชิ้นงาน การเผยแพรผ่ ลงาน
– ชว่ ยบททวนบทเรียน โดยซอรฟ์ แวร์เสรมิ การเรียน

107

ICT จะมคี วามสาคญั กต็ ่อเมื่อ
– ถกู ใช้เปน็ เคร่ืองมือแกป้ ญั หา และพัฒนาความคดิ วเิ คราะห์

– ใชใ้ นการสรา้ งกลยทุ ธ์ เพื่อไขปัญหาท่ีซบั ซ้อน และพฒั นาความเข้าใจอยา่ งลึกซึง้ สาหรับเรื่องที่
สนใจ

3.24 เทคโนโลยีกับการเรียนการสอน

เทคโนโลยจี ะเกย่ี วข้องกับการเรยี นการสอน 3 ลกั ษณะ คือ
1. การเรยี นร้เู กีย่ วกับเทคโนโลยี (Learning about Technology) ได้แกเ่ รียนรรู้ ะบบการทางาน

ของคอมพวิ เตอร์ เรียนรูจ้ นสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทาระบบข้อมูลสารสนเทศเป็น สือ่ สารข้อมลู
ทางไกลผา่ น Email และ Internet ได้ เปน็ ต้น

2. การเรียนรโู้ ดยใชเ้ ทคโนโลยี (Learning by Technology) ไดแ้ ก่การเรียนรคู้ วามรู้ใหม่ ๆ และ
ฝึกความสามารถ ทักษะ บางประการโดยใชส้ อ่ื เทคโนโลยี เชน่ ใชค้ อมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน (CAI) เรยี นรทู้ กั ษะ
ใหม่ ๆ ทางโทรทัศนท์ สี่ ง่ ผา่ นดาวเทยี ม การค้นควา้ เร่อื งท่ีสนใจผา่ น Internet เป็นต้น

3. การเรียนรกู้ บั เทคโนโลยี (Learning with Technology) ไดแ้ ก่การเรยี นรู้ดว้ ยระบบการ
สื่อสาร 2 ทาง กับเทคโนโลยี เชน่ การฝกึ ทกั ษะภาษากับโปรแกรมที่ให้ข้อมลู ยอ้ นกลบั ถงึ ความถูกตอ้ ง
(Feedback) การฝึกการแก้ปัญหากบั สถานการณ์จาลอง เป็นต้น

แนวคดิ ในการเพิ่มคุณคา่ ของเทคโนโลยชี ่วยการเรียนรู้
1. การใชเ้ ทคโนโลยพี ฒั นากระบวนการทางปัญญา ระบบคอมพิวเตอร์ทีจ่ ะช่วยพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ี

ความฉลาดในกระบวนการทางปญั ญา โดยครูอาจจดั ขอ้ มูลในเร่อื งตา่ ง ๆ ในวิชาท่ีสอน ให้ผ้เู รียนฝึกรบั รู้
แสวงหาขอ้ มูล นามาวิเคราะห์กาหนดเป็นความคดิ รวบยอดและใชค้ อมพวิ เตอรช์ ่วยแสดงแผนผงั ความคิดรวบ
ยอด (Concept Map) โยงเปน็ กฎเกณฑ์ หลักการ ซง่ึ ผู้สอนสามารถจดั สถานการณใ์ หผ้ ้เู รยี นฝึกการนา

108

กฎเกณฑ์ หลกั การไปประยุกต์ จนสรุปเปน็ องคค์ วามรูอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล บันทึกสะสมไวเ้ ปน็ คลงั ความรขู้ องผ้เู รยี น
ต่อไป

2. การใชเ้ ทคโนโลยพี ัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา การเรยี นรทู้ เี่ นน้ ผเู้ รียนเป็นศูนยก์ ลาง
สามารถออกแบบแผนการเรยี นการสอนให้ผู้เรยี นมโี อกาสทาโครงงานแสวงหาความรู้ตามหลกั สตู รเพื่อ
แก้ปญั หาการเรียนรู้ลกั ษณะน้ีจะเร่ิมต้นดว้ ยการกาหนดประเด็นเรอ่ื ง ตามมาด้วยการวางแผนกาหนดข้อมูล
หรอื สาระที่ต้องการ ผู้สอนอาจจดั บญั ชแี สดงแหลง่ ข้อมูล ท้ังจากเอกสารส่ิงพิมพ์และจาก Electronic
Sources เชน่ ชื่อของ Web ตา่ ง ๆ ให้ผเู้ รียนแสวงหาข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ เป็นคาตอบ สรา้ งเป็นองค์
ความร้ตู า่ ง ๆ โดยใชเ้ ทคโนโลยีเปน็ เครื่องมอื ชว่ ย และครูชว่ ยกากับผลการเรยี นรู้ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน
คณุ ภาพทีต่ ้องการ
3.25 การวิเคราะห์ปญั หาทเี่ กิดจากการใชน้ วัตกรรม

ปัญหาและอุปสรรคในการใช้นวัตกรรม
ปจั จุบันมนี วัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในด้านการศกึ ษาอยา่ งแพร่หลาย ทั้งการบรหิ ารจัดการศึกษา

และการจัดการเรียนการสอน ด้วยเหตุผลในหลายประการ ไม่ว่าจะเปน็ ความรวดเร็วในการทางาน ความ
แมน่ ยาและถูกต้องของข้อมูล ความหลากหลายในรูปแบบการนาเสนอ เป็นต้น ถงึ แม้วา่ ประโยชนข์ อง
นวัตกรรม แตก่ ็มีผลกระทบในทางลบท่ีตามมา ซง่ึ ผู้ใช้จาเปน็ จะต้องศึกษาเพื่อหาทางป้องกันและลดปัญหาที่
อาจจะเกดิ ขน้ึ โดยมีประเด็นปัญหาท่ีเกดิ จากการใชน้ วัตกรรมทางการศึกษา ดังนี้

การปฏิเสธนวัตกรรม
เมอื่ มผี ู้คนคดิ หานวัตกรรมมาใชไ้ มว่ ่าในวงการใดกต็ ามมก็จะไดร้ ับการต่อตา้ นหรือการปฏิเสธ

ตวั อย่างเช่น การปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมในยุโรป ลทั ธกิ ารปกครอง หรอื วิธกี ารสอนใหม่ ๆ เนอื่ งมาจากสาเหตุ
หลายประการด้วยกัน ดังนี้

1. ความเคยชินกบั วิธีการเดมิ ๆ เน่ืองจากบุคคลมีความเคยชนิ กับวธิ ีการเดิม ๆ ท่ีตนเอง
เคยใชแ้ ละพึงพอใจในประสิทธิภาพของวิธีการนั้น ๆ บคุ คลผู้นั้นกม็ ีทจ่ี ะยืนยนั ในการใช้วิธีการนน้ั ๆ ต่อไปโดย
ยากทจ่ี ะเปลยี่ นแปลง

2. ความไมแ่ น่ใจในประสิทธิภาพของนวัตกรรม แมบ้ ุคคลผู้น้ัน จะทราบข่าวสารของ
นวตั กรรมนั้น ๆ ในแง่ของประสิทธิภาพว่าสามารถนาไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดเ้ ป็นอย่างดตี าม
การทต่ี นเองมิได้เปน็ ผู้ทดลองใช้นวัตกรรมนั้น ๆ กย็ ่อมทาให้ไมแ่ น่ใจว่านวัตกรรมนน้ัน ๆ มีประสิทธิภาพจรงิ
หรอื ไม่

3. ความรู้ของบุคคลต่อนวัตกรรม เนือ่ งจากนวัตกรรมเป็นสิ่งทบี่ ุคคลส่วนมากมคี วามรูไ้ ม่
เพียงพอแก่การท่ีจะเขา้ ใจในนวัตกรรมน้ัน ๆ ทาใหม่ความรูส้ ึกท้อถอยทีจ่ ะเขา้ ใจในนวัตกรรมนั้น ๆ ทาให้มี
ความรู้สึกท้อถอยที่จะแสวงหานวัตกรรมมาใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นตัวอย่างหน่ึงของนวัตกรรมทน่ี าเอา

109

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาประยุกตใ์ ช้ในการเรยี นการสอน ผู้ทีม่ คี วามรู้พนื้ ฐานทางคอมพิวเตอร์ไม่พอเพียงกจ็ ะ
รู้สึกท้อถอยและปฏิเสธในการท่ีจะนานวัตกรรมนี้มาใชใ้ นการเรียนการสอนในชั้นของตน

ปัญหาเกว่ี กบั การใช้นวัตกรรมในการจัดการเรยี นรู้ มีดงั นี้
1. ปญั หาด้านบุคลากร บคุ ลากรขาดความรูค้ วามเข้าใจในการผลิตส่ือประกอบการจัด

กิจกรรมบุคลากรขาดประสบการณ์ในการใช้สื่อนวัตกรรมทางการศึกษา ไม่เข้าใจและรจู้ ักวธิ ีการใช้นวัตกรรมที่
ทางโรงเรียนจดั ทาขนึ้ ขาดความชานาญในการใช้นวัตกรรม ขาดสื่อ ประกอบการเรียน บุคลากรส่วนใหญ่ให้
ความร่วมมอื ในการใช้นวัตกรรม แตข่ าดความต่อเน่ืองแนวทางแก้ไข คอื สร้างความตระหนักความรับผดิ ชอบ
ในส่วนท่ียังบกพร่องทางนวัตกรรมของบุคลากร สง่ เสรมิ ให้เข้ารว่ มการอบรมสัมมนา สง่ เสริมใหเ้ กิดการศกึ ษา
ดว้ ยตนเอง เพื่อให้ความร้แู ละประสบการณ์ในการใช้ส่ือนวัตกรรมทางการศึกษาที่มากข้ึน

2. ปญั หาด้านวัสดุ อุปกรณ์ และงบประมาณ เก่ียวกบั นวัตกรรม คือ ขาดงบประมาณในการ
พัฒนานวัตกรรม ขาดวัสดุ – อปุ กรณ์และงบประมาณท่ีจะพัฒนาส่ือนวัตกรรม การจัดหา การใช้ การดแู ล
รกั ษาและขาดงบจัดหาส่ือทนั สมยั แนวทางการแกไ้ ข เพ่ิมงบประมาณใหเ้ พยี งพอ ให้หน่วยงานท่ีมีส่วน
เกยี่ วขอ้ งจัดหางบประมาณสนบั สนุน สานักงานเขตพื้นทต่ี ้องช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลอื จัดสรร
งบประมาณได้เพ่ือใช้ในการพัฒนานวัตกรรมใหม้ ีคุณภาพดียิ่งขนึ้ และระดมทรัพยากรท่ีมใี นท้องถิ่นมาช่วย
สนบั สนนุ

3. ปญั หาดา้ นสภาพแวดล้อม และสถานที่การใชน้ วัตกรรม สภาพแวดล้อมโดยท่ัวไปยังไม่
เหมาะสมกบั การใช้ส่ือ เน่อื งจากความยุ่งยากและไมค่ ลอ่ งตัวมสี ถานท่ีไมเ่ ป็นสัดสว่ น ไม่มีห้องที่ใชเ้ พ่อื เกบ็
รกั ษาสื่อนวัตกรรมเป็นการเฉพาะ ทาให้การดแลทาไดย้ ากและขาดการพัฒนาทต่ี ่อเนื่อง แนวทางการแก้ไข คือ
ใช้ส่ือ นวัตกรรมตามความเหมาะสมของเนื้อหาวิชาตามความยากง่ายของเน้ือหา จดั ทาหอ้ งส่ือเคลื่อนที่ แบ่ง
ส่ือไปตามห้องใหค้ รรู ับผดิ ชอบ ควรจดั หาหอ้ งเพื่อการนเี้ ป็นการเฉพาะ

110

4. ปัญหาด้านสภาพการเรียนการสอน เด็กมความแตกต่างกันด้านสติปัญญา และด้าน
รา่ งกาย ปญั หาครอบครัวแตกแยก เดก็ อาศัยอยู่กับญาติ มเี นื้อหาวิชาท่ีมากและสาระการเรียนการสอนแต่ละ
ครงั้ ไม่ต่อเน่ือง นักเรยี นบางคนไม่สบายใจในกจิ กรรม และทาไมจ่ ริงจังจึงมผี ลต่อการจัดกิจกรรม นกั เรียนตอ้ ง
เขา้ ควิ รอนานกับนวัตกรรมบางชนิด และสภาพการเรียนการสอน ครูยงั ยดึ วิธกี ารสอนแบบเดิม คือ บรรยาย
หนา้ ช้ันเรียน แตส่ ว่ นใหญม่ ีแนวโน้มในการพฒั นาท่ีดขี น้ึ ครยู ังไมม่ ีการนาส่ือนวตั กรรมมาใชใ้ นการจดั การเรียน
การสอนอยา่ งต่อเนื่อง แนวทางการแกไ้ ข คือ จดั กลุ่มให้เพ่ือนช่วยเพื่อน แนะนาช่วยเหลอื จดั ครูเขา้ สอนตาม
ประสบการณ์ความถนัด ควรจัดอบรมเพ่อื ให้ความรู้จดั ทานวตั กรรมทม่ี โี อกาสเปน็ ไปได้ และสร้างการมสี ่วน
ร่วมจากชุมชน นอกเวลา และจดั การสอนแบบรวมช้นั โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนตามช่วงช้ัน

5. ปญั หาด้านการวัดผลและประเมินผล คอื บุคลากรขาดความร้ใู นการท่ีจะนาส่ือนวัตกรรม
มาใช้ในการวัดผลและประเมินผล นักเรยี นท่ีไม่คอ่ ยสนใจหรอื ไม่ชอบกิจกรรมกจ็ ะมีผลต่อการจดั ผลประเมินผล
ขาดนวตั กรรมสื่อคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต การวัดประเมินผล ครูส่วนใหญ่ยังใช้วธิ กี ารทาแบบทดสอบ
แบบปรนัย แนวทางการแก้ไข จัดทาแบบสอบถามสุ่ม เปน็ รายบคุ คล เพศชาย หญิง เนน้ นักเรยี นได้ฝกึ
ปฏบิ ัตจิ รงิ และสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง จัดแบบทดสอบท่ีหลากหลาย ทัง้ แบบปรนัยและอัตนัยและ
ประเมนิ ผลตามสภาพจริง ประเมินผลงานจากแฟ้มสะสมงาน

111

ขอ้ สอบท้ายบท

1. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของนวตั กรรมทางการศึกษา 4. ข้อใดคือความหมายของ e-Learning

ก. ชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ก. การใชน้ วัตกรรมแตล่ ะด้านอาจมีการผสมผสานที่

ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ซอ้ นทบั กนั ในบางเรื่อง

ข. ทฤษฎกี ารเผยแพร่ เกิดจากการผสมผสาน ข. รปู แบบการเรียนการสอน ซงึ่ ใช้การถา่ ยทอดเน้ือหา

ทฤษฎหี ลักการ และความรู้ ความจริงจากหลาน ผ่านทางอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ไม่วา่ จะเป็นคอมพิวเตอร์

สาขาวชิ า มาเป็นนวตั กรรมของศาสตร์นน้ั ๆ มา ค. ควรต้องมีการออกแบบกิจกรรมซงึ่ ผเู้ รยี นสามารถ

เผยแพร่ขึ้น โต้ตอบกบั เน้ือหา

ค. การใชเ้ วลาเพ่อื การศึกษาแต่เดิมมาการจัดเวลา ง. ควรตอ้ งมีการจดั หาเครื่องมือในการให้ช่องทางแก่

เพื่อการสอน หรือตารางสอนมักจะจดั โดยอาศัย ผู้เรยี นในการติดต่อส่อื สารเพ่ือการปรึกษา

ความสะดวกเป็นเกณฑ์

ง. มุ่งจัดการศกึ ษาตามความถนดั ความสนใจ

2. ลกั ษณะของนวตั กรรมทางการศึกษา มีลกั ษณะ 5. องคป์ ระกอบของ e-Learning (Component of e-
สาคญั กี่ประเภท Learning) มีก่ีองค์ประกอบ

ก. 3 ประเภท ก. 4 องคป์ ระกอบ
ข. 4 ประเภท ข. 5 องค์ประกอบ
ค. 5 ประเภท ค. 6 องค์ประกอบ
ง. 6 ประเภท ง. 7 องคป์ ระกอบ

3. ขอ้ ใดคือนวัตกรรมทางการศกึ ษาทีส่ าคัญของไทย 6. ฮารด์ แวร์ ประกอบด้วยก่สี ่วน มอี ะไรบา้ ง
ในปจั จุบนั ก. 2 ส่วน ได้แก่ Input Output
ข. 3 สว่ น ไดแ้ ก่ อปุ กรณร์ ับข้อมลู อุปกรณ์สง่ ข้อมลู
ก. เปน็ หลกั สตู รท่ีมงุ่ เนน้ กระบวนการในการจัด
กจิ กรรม หน่วยประมวลผลกลาง
ค. 4 ส่วน ได้แก่ เคร่ืองตรวจกวาดภาพ ปากกาแสง
ข. เป็นการใชว้ ธิ กี ารใหมๆ่ ในการพัฒนาหลักสตู ร
ให้สอดคล้องกบั สภาพแวดล้อม อปุ กรณร์ บั ข้อมลู อปุ กรณ์ส่งขอ้ มูล
ง. 5 สว่ น ไดแ้ ก่ อปุ กรณร์ ับข้อมูล อปุ กรณ์สง่ ข้อมลู
ค. เปน็ การพัฒนาหลกั สตู รที่ตอ้ งการกระจายการ
บริหารจัดการออกสู่ท้องถิ่น หนว่ ยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจาหลัก
หนว่ ยความจาสารอง
ง. นวตั กรรมจึงเปน็ ส่ิงท่เี กิดขน้ึ ใหม่ไดเ้ รอ่ื ย ๆ สิ่ง
ใดทค่ี ดิ และทามานานแล้วก็ถือวา่ หมดความเป็น
นวัตกรรมไป

112

7. ขอ้ ใดคือความสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ 10. ข้อใดคอื ปจั จัยทท่ี าให้เกดิ ความลม้ เหลวในการนา

ก. มผี ลตอ่ การเปลีย่ นแปลงโลกด้านความเปน็ อยู่ เทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นองค์การสาเหตหุ ลกั ยกเว้น

สงั คม เศรษฐกจิ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม ข้อใด

อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการ ก. การขาดการวางแผนท่ีดีพอ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการ

พฒั นาตา่ ง ๆ วางแผนจัดการความเส่ียงไม่ดีพอ

ข. เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลขอ้ มลู ไดแ้ ก่ ข. การนาเทคโนโลยที ่ไี มเ่ หมาะสมมาใชง้ าน การนา

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทง้ั ฮาร์ดแวร์ และซอฟตแ์ วร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ

ค. เทคโนโลยที ใี่ ช้ในการบนั ทึกข้อมลู จะเปน็ สื่อ ค. เทคโนโลยสี ารสนเทศทาให้เกิดสภาพทางการทางาน

บันทกึ ข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ เทปแมเ่ หลก็ , จานแม่เหล็ก, แบบทุกสถานท่แี ละทุกเวลา

จานแสงหรอื จานเลเซอร์, บัตรเอทีเอม็ ฯลฯ ง. การขาดการจดั การหรือสนบั สนนุ จากผูบ้ รหิ าร

ง. เทคโนโลยีสาหรบั ถา่ ยทอดหรอื สื่อสารข้อมูล ระดับสูง การทจ่ี ะนาเทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มาใช้งานใน

ไดแ้ ก่ ระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์, องค์กร

วิทยกุ ระจายเสียง, โทรเลข, เทเลก็ ซ์ และระบบ

เครือข่ายคอมพิวเตอรท์ ัง้ ระยะใกลแ้ ละไกล 11. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศท่ีใช้คอมพิวเตอร์ มี

อะไรบา้ ง

8. ปจั จยั ทท่ี าใหเ้ กดิ ความล้มเหลวในการนา ก. Super computer Mini computer

เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในองค์การ สาเหตุหลกั ก่ี ข. Microcomputer procedure

ประการ ค. Hardware Software Network Procedure

ก. 2 ประการ Microcomputer

ข. 3 ประการ ง. Hardware Software Network Procedure

ค. 4 ประการ People

ง. 5 ประการ

12. ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ

9. ขอ้ ใดคือโทษของอนิ เตอร์เน็ต (internet) ก. ข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ต่างๆ ท่ีได้รบั การสรปุ

ก. อินเตอรเ์ น็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มเี จ้าของ ทาให้ คานวณ จัดเรียง

การควบคมุ กระทาไดย้ าก ข. เก่ียวขอ้ งอย่างเปน็ ระบบตามหลักวชิ าการ จนได้

ข. เครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตรองรบั การนาเสนอส่ือ เป็นขอ้ ความรู้ เพ่ือนามาเผยแพรแ่ ละใชป้ ระโยชนใ์ นงาน

มลั ติมเี ดียหลากหลายรปู แบบ ด้านตา่ ง ๆ

ค. อินเทอร์เน็ตสามารถประยุกต์ใช้ทางด้านการ ค. การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวทิ ยาศาสตร์มาใช้ให้

คมนาคมได้หลากหลาย เกิดประโยชน์ การศึกษาพฒั นาองค์ความรู้ต่างๆ

ง. อนิ เทอร์เนต็ ทาใหผ้ ้ใู ชง้ านทว่ั โลกสามารถ ง. เทคโนโลยที ุกดา้ นท่เี ข้ามารว่ มกนั ในกระบวนการ

เชือ่ มต่อกันไดอ้ ย่างอิสระ จัดเก็บ สร้าง และส่อื สารสารสนเทศ ดังน้นั จึงครอบคลุม

เทคโนโลยีตา่ ง ๆ

113

13. Hardware ประกอบดว้ ยดว้ ยกี่สว่ น มอี ะไรบ้าง 16. การออกแบบระบบการเรียนการสอนบนเครอื ข่าย

ก. 4 ส่วน คอื อปุ กรณร์ ับขอ้ มูล อุปกรณ์สง่ อนิ เทอร์เน็ต มีกี่ขัน้ ตอน

ขอ้ มูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก ก. 5 ขน้ั ตอน

ข. 5 สว่ น คอื อุปกรณ์รับข้อมูล อปุ กรณส์ ่ง ข. 6 ข้นั ตอน

ขอ้ มลู หน่วยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจาหลกั ค. 7 ขน้ั ตอน

หน่วยความจาสารอง ง. 8 ขน้ั ตอน

ค. 5 สว่ น คือ ซอฟต์แวร์ โปรแกรม

ระบบปฏบิ ัตกิ าร โปรแกรมอรรถประโยชน์ 17. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชนก์ ารเรยี นการสอนบนเครือข่าย

โปรแกรมแปลภาษา หน่วยคาจาหลัก อนิ เทอร์เน็ต

ง. 3 สว่ น คอื ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ซอฟต์แวร์ ก. เนอ้ื หาของการเรยี นการสอนที่ไมม่ ีขอบเขต

ระบบ อุปกรณร์ ับข้อมลู ข. ผู้เรียนสามารถเรียนรไู้ ด้ทุกที่ทุกเวลา

ค. การเรียนการสอนบนเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเป็นการ

14. ขอ้ ใดคือคุณลกั ษณะพิเศษของเครือข่ายการ เปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รียนท่ีอยหู่ ่างไกลได้เรียน

เรยี นรู้ ง. ผ้เู รยี นสามารถแลกเปล่ียนความคดิ เห็นกันได้

ก. แบ่งตามจดุ ประสงค์

ข. แบง่ ตามโครงสร้างเครือขา่ ยการเรยี นรู้ 18. เทคโนโลยีจะเกยี่ วข้องกับการเรียนการสอน มีก่ี

ค. สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ ลกั ษณะ

ง. โครงสร้างเครือข่ายการเรยี นรู้อาศัยความ ก. 2 ลกั ษณะ

รว่ มมือระหว่างบุคคล ข. 3 ลกั ษณะ

ค. 4 ลักษณะ

15. ขอ้ ใดไม่ใช่การจดั การเรยี นรูบ้ นเครอื ข่าย ง. 5 ลกั ษณะ

อินเทอรเ์ น็ต

ก. การเรยี นการสอนผ่านเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต 19. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจาแนกตามลักษณะการ

โดยมีการจดั สภาพการเรยี นการสอนท่ีมีการ ใชง้ านได้เปน็ ไดก้ ่รี ปู แบบ

ออกแบบอย่างเป็นระบบ ก. 6 รปู แบบ

ข. การเรยี นการสอนบนเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตเป็น ข. 7 รูปแบบ

การจัดการเรยี นการสอนผา่ นระบบเครือขา่ ย ค. 8 รูปแบบ

อินเทอร์เน็ต ง. 9 รปู แบบ

ค. มกี ารนาสอ่ื ตา่ งๆ มาเป็นตวั กลางในการ

ถ่ายทอดเน้อื หาความรู้

ง. การเรียนด้วยบทเรียนบนเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็

น้นั ผเู้ รยี นสามารถเรยี นเวลาใดกไ็ ด้

114

20. ข้อใดจัดเป็นแนวคิดในการเพิม่ คุณคา่ ของ
เทคโนโลยชี ่วยการเรยี นรู้

ก. การเรยี นรกู้ ับเทคโนโลยี การฝกึ ทักษะภาษา
กบั โปรแกรมที่ให้ข้อมลู ย้อนกลับถึงความถูกต้อง

ข. การเรยี นรู้ความรูใ้ หม่ ๆ และฝกึ ความสามารถ
ทกั ษะ บางประการโดยใชส้ ่ือเทคโนโลยี

ค. การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทาง
ปัญญา ระบบคอมพวิ เตอรท์ จ่ี ะช่วยพฒั นาผเู้ รยี นให้
มคี วามฉลาดในกระบวนการทางปญั ญา โดยครอู าจ
จดั ขอ้ มูลในเร่ืองต่าง ๆ

ง. เรียนรูร้ ะบบการทางานของคอมพวิ เตอร์
เรยี นรูจ้ นสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทาระบบ
ข้อมูลสารสนเทศเปน็ สอื่ สารขอ้ มูลทางไกลผ่าน
Email และ Internet ได้ เป็นตน้

115

เฉลยข้อสอบท้ายบท

1. ข้อใดคือประโยชนข์ องนวัตกรรมทางการศึกษา 4. ขอ้ ใดคือความหมายของ e-Learning

ก. ช่วยใหผ้ ู้เรยี นใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์สูงสดุ ก. การใชน้ วตั กรรมแตล่ ะด้านอาจมีการผสมผสานที่

ในการศึกษาหาความรเู้ พิ่มเติม ซ้อนทับกันในบางเร่ือง

ข. ทฤษฎกี ารเผยแพร่ เกิดจากการผสมผสาน ข. รูปแบบการเรียนการสอน ซงึ่ ใช้การถา่ ยทอดเน้ือหา

ทฤษฎีหลักการ และความรู้ ความจรงิ จากหลาน ผ่านทางอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ไม่วา่ จะเป็นคอมพิวเตอร์

สาขาวิชา มาเป็นนวตั กรรมของศาสตรน์ ัน้ ๆ มา ค. ควรต้องมีการออกแบบกิจกรรมซงึ่ ผเู้ รยี นสามารถ

เผยแพร่ขน้ึ โตต้ อบกับเนื้อหา

ค. การใช้เวลาเพอ่ื การศึกษาแต่เดมิ มาการจดั เวลา ง. ควรตอ้ งมกี ารจดั หาเครื่องมือในการให้ช่องทางแก่

เพ่ือการสอน หรือตารางสอนมักจะจัดโดยอาศัย ผู้เรียนในการตดิ ต่อส่อื สารเพ่ือการปรึกษา

ความสะดวกเป็นเกณฑ์

ง. มงุ่ จดั การศกึ ษาตามความถนัดความสนใจ 5. องค์ประกอบของ e-Learning (Component of e-

Learning) มกี ่ีองค์ประกอบ

2. ลักษณะของนวตั กรรมทางการศกึ ษา มีลกั ษณะ ก. 4 องค์ประกอบ

สาคัญกป่ี ระเภท ข. 5 องค์ประกอบ

ก. 3 ประเภท ค. 6 องค์ประกอบ

ข. 4 ประเภท ง. 7 องคป์ ระกอบ

ค. 5 ประเภท

ง. 6 ประเภท 6. ฮาร์ดแวร์ ประกอบด้วยก่สี ่วน มอี ะไรบา้ ง

ก. 2 ส่วน ไดแ้ ก่ Input Output

3. ข้อใดคือนวตั กรรมทางการศกึ ษาทส่ี าคญั ของไทย ข. 3 สว่ น ได้แก่ อปุ กรณร์ ับข้อมลู อุปกรณ์สง่ ข้อมลู

ในปัจจุบัน หนว่ ยประมวลผลกลาง

ก. เปน็ หลกั สตู รทีม่ ุ่งเนน้ กระบวนการในการจัด ค. 4 สว่ น ไดแ้ ก่ เคร่ืองตรวจกวาดภาพ ปากกาแสง

กิจกรรม อปุ กรณ์รบั ข้อมูล อปุ กรณ์ส่งขอ้ มูล

ข. เปน็ การใชว้ ธิ ีการใหม่ๆ ในการพฒั นาหลักสูตร ง. 5 ส่วน ไดแ้ ก่ อปุ กรณร์ ับข้อมูล อปุ กรณ์สง่ ข้อมลู

ใหส้ อดคล้องกบั สภาพแวดลอ้ ม หน่วยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจาหลัก

ค. เปน็ การพฒั นาหลักสตู รท่ีต้องการกระจายการ หน่วยความจาสารอง

บริหารจัดการออกสู่ท้องถิ่น

ง. นวตั กรรมจงึ เป็นสิ่งทเ่ี กิดขึน้ ใหม่ไดเ้ รือ่ ย ๆ สง่ิ

ใดทีค่ ิดและทามานานแล้วก็ถือว่าหมดความเป็น

นวตั กรรมไป

116

7. ขอ้ ใดคือความสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ 10. ข้อใดคอื ปจั จัยทท่ี าให้เกดิ ความลม้ เหลวในการนา

ก. มผี ลตอ่ การเปลีย่ นแปลงโลกด้านความเปน็ อยู่ เทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นองค์การสาเหตหุ ลกั ยกเว้น

สงั คม เศรษฐกจิ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม ข้อใด

อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการ ก. การขาดการวางแผนท่ีดีพอ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการ

พฒั นาตา่ ง ๆ วางแผนจัดการความเส่ียงไม่ดีพอ

ข. เทคโนโลยที ี่ใช้ในการประมวลผลข้อมลู ไดแ้ ก่ ข. การนาเทคโนโลยที ่ไี มเ่ หมาะสมมาใชง้ าน การนา

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทง้ั ฮาร์ดแวร์ และซอฟตแ์ วร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ

ค. เทคโนโลยที ใี่ ช้ในการบนั ทึกข้อมลู จะเปน็ สื่อ ค. เทคโนโลยสี ารสนเทศทาให้เกิดสภาพทางการทางาน

บันทกึ ข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ เทปแมเ่ หลก็ , จานแม่เหล็ก, แบบทุกสถานท่แี ละทุกเวลา

จานแสงหรอื จานเลเซอร์, บัตรเอทีเอม็ ฯลฯ ง. การขาดการจดั การหรือสนบั สนนุ จากผูบ้ รหิ าร

ง. เทคโนโลยีสาหรบั ถา่ ยทอดหรอื สื่อสารข้อมูล ระดับสูง การทจ่ี ะนาเทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มาใช้งานใน

ไดแ้ ก่ ระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์, องค์กร

วิทยกุ ระจายเสียง, โทรเลข, เทเลก็ ซ์ และระบบ

เครือข่ายคอมพิวเตอรท์ ัง้ ระยะใกลแ้ ละไกล 11. องค์ประกอบของระบบสารสนเทศท่ีใช้คอมพิวเตอร์ มี

อะไรบา้ ง

8. ปจั จยั ทท่ี าใหเ้ กดิ ความล้มเหลวในการนา ก. Super computer Mini computer

เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในองค์การ สาเหตหุ ลกั ก่ี ข. Microcomputer procedure

ประการ ค. Hardware Software Network Procedure

ก. 2 ประการ Microcomputer

ข. 3 ประการ ง. Hardware Software Network Procedure

ค. 4 ประการ People

ง. 5 ประการ

12. ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ

9. ขอ้ ใดคือโทษของอนิ เตอร์เน็ต (internet) ก. ข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ต่างๆ ท่ีได้รบั การสรปุ

ก. อินเตอรเ์ น็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มเี จ้าของ ทาให้ คานวณ จัดเรียง

การควบคมุ กระทาไดย้ าก ข. เก่ียวขอ้ งอย่างเปน็ ระบบตามหลักวชิ าการ จนได้

ข. เครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตรองรบั การนาเสนอส่ือ เป็นขอ้ ความรู้ เพ่ือนามาเผยแพรแ่ ละใชป้ ระโยชนใ์ นงาน

มลั ติมเี ดียหลากหลายรปู แบบ ด้านตา่ ง ๆ

ค. อินเทอร์เน็ตสามารถประยุกต์ใช้ทางด้านการ ค. การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวทิ ยาศาสตร์มาใช้ให้

คมนาคมได้หลากหลาย เกิดประโยชน์ การศึกษาพฒั นาองค์ความรู้ต่างๆ

ง. อนิ เทอร์เนต็ ทาใหผ้ ้ใู ชง้ านทว่ั โลกสามารถ ง. เทคโนโลยที ุกดา้ นท่เี ข้ามารว่ มกนั ในกระบวนการ

เชือ่ มต่อกันไดอ้ ย่างอิสระ จัดเก็บ สร้าง และส่อื สารสารสนเทศ ดังน้นั จึงครอบคลุม

เทคโนโลยีตา่ ง ๆ

117

13. Hardware ประกอบดว้ ยดว้ ยกี่สว่ น มอี ะไรบา้ ง 16. การออกแบบระบบการเรียนการสอนบนเครอื ข่าย

ก. 4 ส่วน คอื อปุ กรณร์ ับขอ้ มูล อุปกรณ์ส่ง อนิ เทอร์เน็ต มีกี่ขัน้ ตอน

ขอ้ มูล หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก ก. 5 ขน้ั ตอน

ข. 5 ส่วน คอื อุปกรณ์รับข้อมูล อปุ กรณส์ ง่ ข. 6 ข้นั ตอน

ขอ้ มลู หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก ค. 7 ขน้ั ตอน

หน่วยความจาสารอง ง. 8 ขน้ั ตอน

ค. 5 สว่ น คือ ซอฟต์แวร์ โปรแกรม

ระบบปฏบิ ัตกิ าร โปรแกรมอรรถประโยชน์ 17. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชนก์ ารเรยี นการสอนบนเครือข่าย

โปรแกรมแปลภาษา หน่วยคาจาหลกั อนิ เทอร์เน็ต

ง. 3 สว่ น คอื ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ซอฟต์แวร์ ก. เนอ้ื หาของการเรยี นการสอนที่ไมม่ ีขอบเขต

ระบบ อุปกรณร์ ับข้อมลู ข. ผู้เรียนสามารถเรียนรไู้ ด้ทุกที่ทุกเวลา

ค. การเรียนการสอนบนเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเป็นการ

14. ขอ้ ใดคือคุณลกั ษณะพิเศษของเครือข่ายการ เปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รียนท่ีอยหู่ ่างไกลได้เรียน

เรยี นรู้ ง. ผ้เู รยี นสามารถแลกเปล่ียนความคดิ เห็นกันได้

ก. แบ่งตามจดุ ประสงค์

ข. แบง่ ตามโครงสร้างเครือขา่ ยการเรียนรู้ 18. เทคโนโลยีจะเกยี่ วข้องกับการเรียนการสอน มีก่ี

ค. สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ ลกั ษณะ

ง. โครงสร้างเครือข่ายการเรยี นร้อู าศัยความ ก. 2 ลกั ษณะ

รว่ มมือระหว่างบุคคล ข. 3 ลกั ษณะ

ค. 4 ลักษณะ

15. ขอ้ ใดไม่ใช่การจดั การเรยี นรูบ้ นเครือข่าย ง. 5 ลกั ษณะ

อินเทอรเ์ น็ต

ก. การเรยี นการสอนผ่านเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต 19. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจาแนกตามลักษณะการ

โดยมีการจดั สภาพการเรยี นการสอนท่มี ีการ ใชง้ านได้เปน็ ไดก้ ่รี ปู แบบ

ออกแบบอย่างเป็นระบบ ก. 6 รปู แบบ

ข. การเรยี นการสอนบนเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเป็น ข. 7 รูปแบบ

การจัดการเรยี นการสอนผา่ นระบบเครือข่าย ค. 8 รูปแบบ

อินเทอร์เน็ต ง. 9 รปู แบบ

ค. มกี ารนาสอ่ื ตา่ งๆ มาเป็นตวั กลางในการ

ถ่ายทอดเน้อื หาความรู้

ง. การเรียนด้วยบทเรียนบนเครอื ข่ายอินเทอร์เนต็

น้นั ผเู้ รยี นสามารถเรยี นเวลาใดก็ได้

118

20. ข้อใดจัดเป็นแนวคิดในการเพิม่ คุณคา่ ของ
เทคโนโลยชี ่วยการเรยี นรู้

ก. การเรยี นรกู้ ับเทคโนโลยี การฝกึ ทักษะภาษา
กบั โปรแกรมที่ให้ข้อมลู ย้อนกลับถึงความถูกต้อง

ข. การเรยี นรู้ความรูใ้ หม่ ๆ และฝกึ ความสามารถ
ทกั ษะ บางประการโดยใชส้ ่ือเทคโนโลยี

ค. การใช้เทคโนโลยีพัฒนากระบวนการทาง
ปัญญา ระบบคอมพวิ เตอรท์ จ่ี ะช่วยพฒั นาผเู้ รยี นให้
มคี วามฉลาดในกระบวนการทางปญั ญา โดยครอู าจ
จดั ขอ้ มูลในเร่ืองต่าง ๆ

ง. เรียนรูร้ ะบบการทางานของคอมพวิ เตอร์
เรยี นรูจ้ นสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ได้ ทาระบบ
ข้อมูลสารสนเทศเปน็ สอื่ สารขอ้ มูลทางไกลผ่าน
Email และ Internet ได้ เป็นตน้

119

บรรณานกุ รรม

กลั ยา อุดมวทิ ติ . (2537). บรกิ ารเสรมิ จากโครงขา่ ยเคเบิ้ลใยแกว้ . Information research ปีท่ี 1, ฉบับท่ี 6
(Jun.-Jul.), 1-12.

กดิ านนั ท์ มลทิ อง. (2540). เทคโนโลยีการศกึ ษาและนวัตกรรม. กรุงเทพ : โรงพมิ พ์ชวนชม.
ครรชติ มาลยั วงศ์. (2538). ก้าวไกลไปกับคอมพวิ เตอร์ สาระคอมพิวเตอร์ที่ข้าราชการตอ้ งรู้.

กรุงเทพมหานคร: ศนู ยเ์ ทคโนโลยอี เิ ล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอรแ์ ห่งชาต.ิ
จรูญ วงศส์ ายัณห์.(2520). การศึกษากบั ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี. วฒั นาพานิช.
จติ ติมา เทียมบุญประเสรฐิ . 2544. ระบบสารสนเทศเพอื่ การจัดการ. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2. กรุงเทพฯ : โปรแกรมวชิ า

วทิ ยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีสถาบันราชภฏั สวนดสุ ิต.
ชม ภมู ภิ าค. (2526). พฤติกรรมศาสตร์. กรงุ เทพฯ : สารมวลชน
ชยั ยงค์ พรหมวงศ์. (2529). นวตั กรรมและเทคโนโลยกี ารศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2521). ระเบียบการออกแบบนวัตกรรม. กรงุ เทพฯ:
ณัฎฐพนั ธ์ เขจรนันทน์ และไพบูลย์ เกียรติโกมล. (2545). ระบบสารสนเทศเพอื่ การตัดสนิ ใจ.กรุงเทพฯ : ส.

เอเชียเพรส
ทักษิณา สวนานนทแ์ ละ ฐานิศรา เกยี รตบิ ารม.ี (2546). พจนานกุ รมศพั ท์คอมพิวเตอร์และอนิ เทอร์เน็ต.

กรุงเทพฯ:ว.ที ี.ซ.ี คอมมิวนิเคชน
ทิพวรรณ หล่อสวุ รรณรัตน์. (2545). ระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การ. กรงุ เทพฯ : เอส แอนด์ จี กราฟฟิค
ทิศนา แขมมณี. (2548). รปู แบบการเรยี นการสอน: ทางเลอื กท่ีหลากหลาย. กรุงเทพฯ จุฬาลงกรณ์

มหาวทิ ยาลยั .
ธารงค์ บวั ศร.ี (2527). เทคโนโลยกี ารศกึ ษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ:จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
นิชรัตน์ ราชบุร.ี (2545). คอมพิวเตอรเ์ บื้องต้นและอนิ เทอรเ์ นต็ . กรงุ ทพฯ : คุรุสภา.
นภิ าภรณ์ คาเจริญ.(2545).ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ Management Information Systems : MIS.

พิมพค์ ร้ังที่1.การจัดการ เอส.พี.ซ.ี บุ๊คส์.
บญุ เกอื้ ควรหาเวช. (2521). นวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ : เจรญิ วิทย์การพิมพ์.
ปทปี เมธาคณุ วุฒิ. (2544). เทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การบริหารสถาบนั อดุ มศึกษา.กรุงเทพฯ: สานักพมิ พ

แห่งจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั .
ประภาวดี สบื สนธ์ิ. (2543). สารสนเทศในบรบิ ทสงั คม. (พมิ พคร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ: สมาคมหองสมดุ แหง

ประเทศไทย.
เปร่ือง กมุ ุท. 2519. การวิจยั และนวตั กรรมการสอน.กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัย ศรีนครินทรวโิ รฒ ประสาน

มิตร.

120

พชิ ติ ฤทธจิ์ รญู . (2550). การวจิ ัยและพัฒนานวตั กรรม. กรงุ เทพฯ. เอกสารอดั สาเนา.
พมิ พพ์ รรณ เทพสุเมธานนท์. (2531). เทคโนโลยีทางการศึกษา. พิมพ์ครง้ั ท่ี2. กรุงเทพฯ : บริษทั รงุ่ ศิลป์กา

รพมิ พ.์
ไพรัช ธัชยพงษ์. (2539). การวจิ ัยและพัฒนาของเทคโนโลยีสารสนเทศ.ในเอกสารการสมั มนา IT ทางรอด

ของธุรกจิ ไทย, (หน้า 55-60).กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. (2546). สารสนเทศและการวจิ ัยการบรหิ ารการศึกษา. นนทบุรี :

มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.
รอม หิรัญพฤกษ์. (2544). แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในตน้ คริสตศ์ ตวรรษที่ 21. ใน สารานุกรมไทย

สาหรับเยาวชน: โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั (245-267). กรงุ เทพฯ :
โครงการสารานกุ รมไทยฯ.
ราชบณั ฑิตยสถาน. (2539). พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2539. กรุงเทพฯ: อักษรเจรญิ ทัศน.
ลดั ดา ศขุ ปรีดี. 2523. เทคโนโลยกี ารเรยี นการสอน. กรุงเทพ ฯ : สานกั พิมพโอเดียนสโตร.
วรวิทย์ นเิ ทศศลิ ป์. (2551). สือ่ และนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้. ปทุมธาน:ี สกายบุก๊ ส.์
วารสารออนไลน์ บรรณปัญญา. htm (http://www.banprak-nfe.com/webboard/index.php?topic=
40.0)
วาสนา ชาวหา. (2522). เทคโนโลยีทางการศึกษา Educational Technology. กรุงเทพฯ : อกั ษรสยาม
การพิมพ์.
วิโรจน์ ชยั มลู และสุพรรษา ยวงทอง. (2552). ความรู้เบ้ืองต้นเก่ยี วกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศ.กรุงเทพฯ : โปรวิชัน่ .
วทุ ธศิ กั ดิ์ โภชนุกลู . (2550). กระบวนการจดั การองค์ความรู้ในองคก์ ร. รปู แบบการจัดการองคค์ วามรู้ใน
องค์กร,3,6.
สมบรู ณ์ สงวนญาต.ิ (2534). เทคโนโลยีทางการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: หน่วย ศึกษานิเทศก์ กรมการ
ฝกึ หัดคร.ู
สาลี ทองธิว. (2526). นวตั กรรมการศึกษา. (พมิ พ์ครั้งท่ี 5). นนทบรุ ี: SR Printing.
สคุ นธ์ สินธพานนท.์ (2553). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน. กรงุ เทพฯ: ห้าง
หุ้นส่วนจากัด 9119 เทคนคิ พรนิ้ ต้ิง.
สุชาดา กรี ะนันท์ . 2542. ทฤษฎีและวธิ กี ารสารวจตวั อยา่ ง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

121

Alter. (1996). Information Ststems: A Management Perspective, 2nd ed. Menlo Park: The
Benjamin/Cummings Publishing.

Bentley. (1998). In Managing information-avoiding overload. London: The Chartered
Institute of Management Accountants.

Brown, J.M. and others. (1977). Outcome-based education: a success story. Education
Leadership.

Geddes. (2006). Mobile learning in the 21st century: benefit for learners. Cited 19 May 2019,
from http://knowledgetree.flexiblelearning.net.au/edition06/download/geddes.pdf

Hass, and Packer. (1964). Preparation and Use of A-V Aids Indin : New Deihi, (Private) Ltd.
Heinich, Robert., Molenda, Michael. , & Russell, James D. (1985). Instructional Media and

the New Technologies of Instruction. 3 rd ed. New York : John Wiley & Sons.
Kroenke, B & Hatch, J. (1994). Management Information System. (3rd ed.). New York: Mc

Graw – Hill.
Laudon, & Laudon. (1999). Essentials of Management Information Systems,Person Prentice

Hall.
Nickerson. (1998). Business and information systems. Englewood Cliff NJ :Prentice Hall.
Ryu. (2007). The relationships among overall quick-causal restaurant image, perceived

value, customer satisfaction, and behavioral intensions. International Journal of
Hospitality Management, 12(3), 23-25.

Saracevic, & Wood. (1981). Consolidation of Information: A Handbook on Evaluation,
Restructuring, and Repackaging of Scientific and Technical Information. Paris:
General Information Program and UNISIST of the United Nations Educational,
Scientific and Cultural Organization.

Shores, L. (1960). Instructional Materials and Introduction of Teachers. New York: The
Ronald Press Company.

Stair & Reynolds. (2001). Principles of Information systems. (5 th ed.) Boston :Course
Technology.

Turban, Mcean & Wetherbe. (2001). Information Technology for Management : Making
Connections for Strategic Advantage. (2nd ed.). New York: John Wikley & son, Inc,.

"เราต้องการความหลากหลาย
ของความคิดในโลกเพื่อเผชิญ

ความท้าทายใหม่ "



(Sir Tim Berners-Lee)


Click to View FlipBook Version