The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Irawadee Ramjan, 2022-10-05 04:04:40

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

SAR Part II

ประกอบการขอประเมินซ้า
Re-accreditation คร้งั ที่ 2

โรงพยาบาลวชิระภเู ก็ต
ปี 2563

สารบญั หนา้

SAR Part II 1
II-1 การบรหิ ารความเสย่ี ง ความปลอดภยั และคุณภาพ 9
II-2.1 การกากบั ดแู ลวชิ าชพี ดา้ นการพยาบาล 26
II-2.2 การกากบั ดแู ลวชิ าชพี แพทย์ 31
II-3 สง่ิ แวดลอ้ มในการดแู ลผปู้ ว่ ย 43
II-4 การป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื 54
II-5 ระบบเวชระเบยี น 58
II-6 ระบบการจดั การดา้ นยา 70
II-7.1 บรกิ ารรงั สวี ทิ ยา/ภาพการแพทย์ 73
II-7.2 บรกิ ารหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางการแพทย/์ พยาธวิ ทิ ยาคลนิ ิก 79
II-7.4 ธนาคารเลอื ดและงานบรกิ ารโลหติ 83
II-8 การเฝ้าระวงั โรคและภยั สุขภาพ 89
II-9 การทางานกบั ชุมชน

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภยั และคณุ ภาพ

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ สาคญั ท่ีควรรายงาน: บรรยากาศทส่ี ง่ เสรมิ การพฒั นาคณุ ภาพ ระดบั ความกา้ วหน้าของการพฒั นาคณุ ภาพ

วฒั นธรรมความปลอดภยั ประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารความเสย่ี งและกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง (risk register)

ขอ้ มลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

1.ผลงานวชิ าการทเ่ี ขา้ รว่ ม

มหกรรมคณุ ภาพของ รพ.

- จานวนผลงานทงั้ หมด 49 44 40
32/18 28/7 23/16
- CQI : จานวน/ระดบั ดถี งึ ดมี าก 1
1 8 1
- วจิ ยั 6 6 6
9 10
- นวตั กรรม 10 5
9
- เรอ่ื งเลา่ เรา้ พลงั Re-acc ครงั้ ท่ี 3

2. ผลงานทไ่ี ดร้ บั รางวลั จาก 5 เรอ่ื ง/ปี
มหกรรมคณุ ภาพเขต 11

3. ผลการประเมนิ คณุ ภาพ รพ. ผ่าน Acc. ขนั้ 3
Re-acc 1

4. ผลการประเมนิ มาตรฐานวชิ าชพี และหน่วยงานตามเกณฑท์ ่ี สรพ.กาหนด

- LA ผา่ นการรบั รอง Re-acc ครงั้ ท่ี 2

- เภสชั ผ่าน Acc. ขนั้ 3
Re-acc 1

- ไตเทยี ม ผา่ นการรบั รอง Re-acc ครงั้ ท่ี 2 ดมี าก ผา่ นการรบั รอง Plus Plus
- ธนาคารเลอื ด ครงั้ ที่ 3
ของสมาคมโรคไต ดมี าก
- Green and Clean hospital Re-acc ครงั้ ท่ี 3
ผา่ นการรบั รอง
LA ดเี ยย่ี ม

ระดบั ดมี าก
(Plus)

4. จานวนอบุ ตั กิ ารณ์ความเสย่ี งทงั้ หมด เพม่ิ ขน้ึ 15,916 16,983 17,365 19,804 19,350

4.1 Non clinical เพม่ิ ขน้ึ 6,755 5,531 4,609 5,237 6,253

4.2 Clinical เพมิ่ ขน้ึ 9,113 11,340 12,545 14,449 12,399

4.3 specific clinical risk เพม่ิ ขน้ึ 48 112 211 118 698

5. สดั สว่ นอุบตั กิ ารณ์ near miss เพม่ิ ขน้ึ 2.46 : 1 1.79 : 1 1.32 : 1 3.06 : 1 1.76 : 1
: miss เพม่ิ ขน้ึ NA NA 9894/74714 14929/4875 12334/7016
6. สดั ส่วนอุบตั กิ ารณ์ระดบั near ลดลง 0.74 1.85 0.57 : 1
miss/อุบตั กิ ารณ์ทงั้ หมด 9894/17365 0.75 : 1 0.64 : 1
7. จานวนอุบัติการณ์ท่ีมีระดับ 14929/19804 12334/19350
ความรนุ แรง E-I : 1,000 วนั นอน 4.16
4.46 3.52
955/229346
953/213509 707/200678

8.รอ้ ยละอบุ ตั กิ ารณ์ทม่ี รี ะดบั 100% 47.79 45.42 44.44
ความรนุ แรง E-I ไดร้ บั การแกไ้ ข (65/136) (109/240) (130/297)
เชงิ ระบบ 37.8 57.8

1

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

9. รอ้ ยละของตวั ชว้ี ดั ของ >60% NA NA 20 (3/15) 11.11(3/27) 25.93(7/27)
SIMPLE ผา่ นค่าเป้าหมาย >80% NA NA 18.18(2/11) 54.54(6/11)
NA
9.1 Patient Safety Goals ≥80% 30.80 27.02 51.14 55.38 67.42
9.2 Personnel Safety Goals (341/1107) (284/105 (585/1144) (767/1385) (1039/1541)
10. ร้อยละความคิดเห็นของ
บุคลากรต่อความปลอดภัยของ 1)
ผปู้ ว่ ยระดบั ดมี ากขน้ึ ไป

ii. บริบท

โครงสรา้ งการบรหิ ารงานคณุ ภาพและความปลอดภยั :

รพ.แบ่งโครงสรา้ งการบรหิ ารงานคุณภาพและความปลอดภยั ออกเป็น 3 ระดบั ประกอบดว้ ยระดบั สงู ไดแ้ ก่ คณะกรรมการ
อานวยการ และคณะกรรมการบรหิ าร 2) ระดบั กลาง (ทมี คร่อม) ประกอบดว้ ยทมี นาทางคลนิ ิก 8 ทมี และทมี ระบบงานสาคญั ทมี
องคก์ รวชิ าชพี 2 ทมี คอื องคก์ รแพทยแ์ ละองคก์ รพยาบาล 3) ระดบั หน่วยงาน โดยมผี ปู้ ระสานคณุ ภาพ 1 ทมี ประกอบดว้ ย ผชู้ ่วย

ผอู้ านวยการดา้ นพฒั นาคุณภาพ Facilitator และบคุ ลากรศนู ยค์ ณุ ภาพ ขน้ึ ตรงกบั ผอู้ านวยการ รวมทงั้ กาหนดใหท้ มี นาทางคลนิ ิก
เป็น governance body มผี อู้ านวยการเป็นประธานเชน่ กนั
วตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คุณภาพและความปลอดภยั :

รพ.ไดก้ าหนดวตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั คณุ ภาพและความปลอดภยั ไดแ้ ก่
จุดเน้นหรอื เขม็ มุ่งขององคก์ รดา้ นคุณภาพและความปลอดภยั : 2PSafety และ Smart hospital: Smart ER and AOC,
Smart Lab and Pharmacy, Smart Medical Technology and Equipment
เป้าหมายความปลอดภยั : VCR Patient Safety goals ผ่านเกณฑ์ ≥60%, Personnel Safety goals ผ่านเกณฑ์ ≥80%
โรคทม่ี คี วามเสย่ี งสงู : Ischemic stroke, Sepsis, STEMI,Traumatic brain injury, Multiple Trauma, Preterm, Maternal death
หตั ถการทม่ี คี วามเสย่ี งสงู : Open heart surgery, Low anterior resection ในผปู้ ่วย CA colon, ERCP, Cath Lab, Bronchoscope,

Kidney biopsy, Surgical Staging in genecologic cancer, Cesarean section in placenta previa/accreta, Ceracean hysterectomy,
Nitric oxide inhalation, Therapeutic hypothermia, Electroconvulsive Therapy (ECT)
iii. กระบวนการ

II-1.1 ก. ระบบบรหิ ารงานคุณภาพ
(1) การนาระบบบรหิ ารงานคณุ ภาพตามแนวคดิ 3C-PDSA มาใช:้

 ผูน้ าสูงสุดและทมี นากาหนดวสิ ยั ทศั น์ พนั ธกจิ วตั ถุประสงค์เชงิ กลยุทธ์ จากปจั จยั ภายนอกและภายในองคก์ รถงึ แม้

รพ.วชริ ะภูเกต็ จะเป็นโรงพยาบาลรฐั บาล บุคลากรมศี กั ยภาพสงู แต่มบี รบิ ทหลายอย่างทแ่ี ตกต่างจากทอ่ี ่นื เช่น เกาะภูเกต็ เป็นเมอื ง
ทอ่ งเทย่ี วระดบั โลก มโี รคอุบตั ใิ หม่อบุ ตั ซิ า้ และโรคทม่ี าจากการทอ่ งเทย่ี ว รวมทงั้ ภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาตติ ่างๆ รวมทงั้ อุบตั กิ ารณ์ในปี
ทผ่ี ่านมา มากาหนดจุดเน้นของการพฒั นา ใหแ้ ต่ละระบบงาน/หน่วยงาน พฒั นาตามบรบิ ท มกี ารกาหนดเป้าหมาย มกี ระบวนการ

แลกเปลย่ี นเรยี นรตู้ ดิ ตาม ใหก้ ารสนับสนุน ทบทวนผลการดาเนินงาน ใหข้ อ้ เสนอแนะผ่านเวทปี ระชุมต่างๆ เช่น คกก.อานวยการ
คกก.บรหิ าร คกก.ทมี นาทางคลนิ ิกซง่ึ กาหนดใหเ้ ป็น governance body ของการตดิ ตามกากบั ทางคลนิ ิก

 ในช่วงสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 ผู้นาสงู สุดและทมี นา กาหนดเป้าหมายโดยใชแ้ นวคดิ ของ 2Psafety goals
คอื อตั ราการตายของผปู้ ว่ ยต่ากวา่ ค่าเฉลย่ี ของประเทศ และบุคลากรตดิ เชอ้ื = 0 วางแผนและดาเนินการตามแนวทางของ
กระทรวงสาธารณสุข ปรบั ใหเ้ ขา้ กบั บรบิ ท ออกแบบ/ตดิ ตาม/วเิ คราะหข์ อ้ มูลสารสนเทศท่จี าเป็นต่อการบรหิ ารทรพั ยากร
ตงั้ ศูนยป์ ระสานงาน COVID-19 เพ่อื บรหิ าร PPE ใหแ้ ก่บุคลากร สอ่ื สารนโยบายผ่าน EOC และ line ทมี คร่อม ต่างๆ เกดิ การ
ออกแบบระบบงาน อาทเิ ช่น ระบบควบคุมการตดิ เชอ้ื ระบบ ENV ระบบยา ระบบเฝ้าระวงั โรค ระบบการตรวจวนิ ิจฉัยโรค
รวมทงั้ องคก์ รวชิ าชพี ไดแ้ ก่ MSO NSO วเิ คราะหข์ อ้ มลู ผปู้ ว่ ย COVID/PUI ความเพยี งพอของเตยี ง ทรพั ยากรต่างๆ เพ่อื
ปรบั แนวทางและบรหิ ารจดั การใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ ทาใหอ้ ตั ราการตายของผูป้ ่วยต่า เท่ากบั 1.32% ซง่ึ ต่ากว่าค่าเฉลย่ี ของ

ประเทศและมบี คุ ลากรตดิ เชอ้ื เพยี ง 1 ราย
(2) บทบาทของผนู้ าในการสนบั สนุนการพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั :

 ผนู้ าสงู สดุ และทมี นาใหก้ ารสนับสนุนการพฒั นาคุณภาพและความปลอดภยั โดยกาหนดให้ 2Psafety goals เป็นเขม็ มุ่ง

องคก์ รอย่างต่อเน่ือง สนับสนุนให้ รพ.เขา้ ร่วมโครงการ 2Psafety hospital กบั สรพ. กาหนดให้มกี ารตดิ ตามตวั ชว้ี ดั
2Psafety goals เป็นวาระหลกั ในการประชมุ ทมี นาทางคลนิ กิ เป็นผลใหส้ ว่ นใหญ่ผลลพั ธด์ ขี น้ึ

2

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ผนู้ ากาหนดพน้ื ท่ี ลาดบั ความสาคญั ของการพฒั นาและใหก้ ารสนบั สนุน อาทเิ ชน่
SMART ER and EOC มุ่งเน้นความปลอดภยั ทงั้ ผูป้ ว่ ยและบุคลากร รวมทงั้ ตอบสนองวตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธข์ ององคก์ ร
ใหก้ ารสนับสนุนดงั น้ี 1) ปรบั ปรุงโครงสรา้ ง ER ใหม่ มหี อ้ ง negative pressure เพ่อื รองรบั โรคอุบตั ใิ หม่ อุบตั ซิ ้า 2) จดั ตงั้ ศนู ย์ AOC
เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการดูแลผูป้ ่วยฉุกเฉิน 3) กาหนดนโยบาย zero tolerance policy และสนบั สนุน environment control
(ประตู access control + รปภ.24 ชม.)
SMART Lab ตดิ ตงั้ auto labeller ลดการระบุตวั ผดิ ปรบั ปรุงกระบวนการวเิ คราะหโ์ ดยใชร้ ะบบ total automation
นาระบบ LIS มาใช้ เช่อื มกบั ระบบ HIS ของ รพ. สนบั สนุนใหท้ า application lab online มาใช้ เช่อื มการใหบ้ รกิ ารกบั รพ.สต
SMART Pharmacy สนับสนุนการใช้ CPOE ในแผนกผูป้ ่วยนอก เป็นผลให้ prescribing error ลดลงและผ่านค่าเป้าหมาย
และสนบั สนุนระบบสายพานหอ้ งยาผปู้ ว่ ยนอกในปี 2563 ทาให้ processing error มแี นวโน้มลดลง รวมทงั้ ระยะเวลารอรบั
ยาลดลงจาก 59.3 เหลอื 46.7 นาที
SMART Medical Technology and Equipment ต.ค.60 สนบั สนุนหอ้ งผ่าตดั hybrid ทาใหผ้ ูป้ ่วยผ่าตดั หวั ใจแบบเปิด
เขา้ ถงึ การผ่าตดั ไดม้ ากขน้ึ และในปี 2564 มแี ผนพฒั นาหอ้ ง cath lab ใชส้ าหรบั รงั สรี ว่ มรกั ษา
 เพ่อื ส่งเสรมิ วฒั นธรรมความปลอดภยั ในองคก์ ร ผนู้ าสงู สุดและผนู้ าระดบั ต่างๆนาผลการสารวจ safety culture survey
มาวเิ คราะหแ์ ละปรบั ปรุงอย่างต่อเน่ือง กาหนดนโยบายและใหก้ ารสนบั สนุนประเดน็ ท่ยี งั ต้องพฒั นาเร่งด่วน ไดแ้ ก่ 1) กาหนด
และสอ่ื สารนโยบาย no blame policy 2) ใหร้ างวลั แก่หน่วยงานทร่ี ายงานความเสย่ี งมากทส่ี ุด 3 อนั ดบั 3) ทมี บรหิ ารกลุ่มการ
พยาบาลนาผลการสารวจไปปรบั การจดั อตั รากาลงั 4) สง่ เสรมิ การทา risk round/ENV round/MSS round/IC round สง่ ผลให้
ความเหน็ ของบุคลากรต่อความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ยระดบั ดมี ากขน้ึ ไปเพม่ิ ขน้ึ อย่างต่อเน่อื ง
 เพ่อื ส่งเสริมกระบวนเรียนรู้ การพฒั นาคน ทีมนาให้การสนับสนุนและส่งเสรมิ กิจกรรมต่างๆอย่างต่อเน่ือง เช่น
มหกรรมคณุ ภาพทุกปี เวทปี ระจาเดอื น (แกนคุณภาพ, สส.พลงั งาน, แกน RM, FA, แกน QA/วชิ าการของกลุ่มภารกจิ ทางการพยาบาล)
เป็นผลใหม้ หี น่วยงานสง่ ผลงานคุณภาพเขา้ ร่วมมหกรรมคุณภาพเพม่ิ ขน้ึ ไดร้ บั รางวลั จากเวทมี หกรรมคุณภาพเขต เท่ากบั 10, 5
และ 9 ผลงานตามลาดบั และไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ CQI เวที HACC ภาคใตใ้ นปี 2562
เพ่อื สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การพฒั นานวตั กรรมในองคก์ ร ทมี นาสง่ เสรมิ และสนบั สนุน 1) ความร่วมมอื ในการพฒั นานวตั กรรม
กบั สถาบนั ทางการแพทยช์ นั้ นาในประเทศและนานาชาติ 2) จดั ตงั้ คณะกรรมการนวตั กรรมทป่ี ระกอบดว้ ยสหสาขาวชิ าชพี
3) สนับสนุนประชุม design thinking จากวทิ ยากรภายนอกผู้เชย่ี วชาญ 4) สนับสนุนใหเ้ กดิ คลนิ ิกนวตั กรรม (เรมิ่
ดาเนนิ การปี 2563) 5) สนบั สนุนเงนิ ทุนสาหรบั สรา้ งชน้ิ งาน ทาใหเ้ กดิ นวตั กรรมทต่ี อบสนองต่อเขม็ มุ่งองคก์ ร ตวั อย่างเช่น
นวตั กรรม Patient Safety: Tele-Slider Dispensing, Fix lock ป้องกนั IV เล่อื นหลุด
นวตั กรรม Personnel Safety: แผนรองยกขาผปู้ ว่ ยผ่าตดั กระดกู
(3) การประสานงานและบรู ณาการ QM/PS/RM และการทาใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนกลยทุ ธ:์

 ทมี นากาหนด 2Psafety goals เป็นจุดเน้นองคก์ ร กาหนดใหม้ ผี รู้ บั ผดิ ชอบ (risk owner) ซง่ึ โดยส่วนใหญ่เป็นระบบงาน
สาคญั /องคก์ รวชิ าชพี สว่ นระดบั หน่วยงาน ทมี RM กระตุน้ การทบทวน ออกมาตรฐานการแกไ้ ขเชงิ ระบบ ประเดน็ 2Psafety goals
ของตนเอง/เช่อื มกบั ระบบงานสาคญั ภายใต้กรอบมาตรฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กระตุน้ และมี workshop การใชเ้ คร่อื งมอื risk register จาก
วทิ ยากรภายนอกในปี 2562 และทมี RM เอง เพม่ิ ความครอบคลุมของการใช้ risk register ทงั้ ระดบั รพ.โดยเน้นมาตรฐานสาคญั
จาเป็นต่อความปลอดภยั 9 ขอ้ ซง่ึ ระบุขอ้ กาหนดในมาตรฐาน และในเดอื น ต.ค. 2563 เรมิ่ ฝึกใหห้ น่วยงานทาความเขา้ ใจเกย่ี วกบั
risk register และวางแผนเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพของระบบโดยกาหนดใหเ้ ป็นตวั ชว้ี ดั ระดบั ระบบงานสาคญั และหน่วยงาน รวมทงั้ มกี าร
ตดิ ตามสม่าเสมอในเวทที มี นาและประชุมแกนความเสย่ี งของหน่วยงาน

 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการเรยี นรแู้ ละทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจการบรู ณาการงานคุณภาพ ความปลอดภยั และความเสย่ี ง
ศนู ยค์ ุณภาพร่วมกบั ทมี ประสานงานคุณภาพ (FA) ไดพ้ ฒั นาเคร่อื งมอื คุณภาพ “VCR QI model” โดยใช้ 3C-PDSA
concept บรู ณาการเคร่อื งมอื คุณภาพและแนวคดิ การบรหิ ารความเสย่ี งและความปลอดภยั ทดลองใชใ้ น 2Psafety goals
สาคญั ของทเ่ี กย่ี วขอ้ งการตดิ เชอ้ื ในผูป้ ว่ ยและบุคลากร 5 เร่อื ง ไดแ้ ก่ VAP, CAUTI, CLASI, SSI, วณั โรคปอดในบุคลากร
เน้นการมสี ่วนร่วมของหน่วยงาน โดยมี ICN ของ รพ.เป็นโค้ช ตงั้ แต่เดอื น ม.ค.ปี 2563 พบว่าแนวโน้มการตดิ เชอ้ื ในปี 2563
ลดลง 4 ตวั ชว้ี ดั ไดแ้ ก่ VAP, CAUTI, CLASI, วณั โรคปอดในบคุ ลากร คดิ เป็นรอ้ ยละ 80 (4/5)

 จากการทบทวนผลการพฒั นาคุณภาพปี 2561-2563 พบวา่ ทมี FAและผปู้ ฏบิ ตั งิ านยงั มองเร่อื งคุณภาพ และความเสย่ี ง
แยกสว่ นกนั ทาใหข้ าดการนาอบุ ตั กิ ารณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไปวางระบบและพฒั นาต่อเน่อื ง
(4) การทางานเป็นทมี

 ระดบั จงั หวดั และระดบั อาเภอ มคี ณะกรรมการ กวป.และคณะกรรม คปสอ.กาหนดทศิ ทางและนโยบายการพฒั นา
มคี ณะกรรมการและคณะทางานต่างๆ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นการพฒั นาร่วมกนั เช่น คณะกรรมการและคณะทางานพฒั นาระบบรบั สง่ ต่อ

3

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ผปู้ ่วยจงั หวดั ภูเกต็ พฒั นาแนวทางการรกั ษาส่งต่อ รวบรวมประเดน็ ความเสย่ี งสาคญั จากการรบั ส่งต่อเพ่อื วางมาตรฐานแกไ้ ข
ร่วมกนั ทมี QLN เครอื ข่ายจงั หวดั ภูเกต็ ซง่ึ ประกอบดว้ ยสมาชกิ จาก รพ.รฐั และเอกชน มกี ารจดั อบรม/ประชุมอย่างต่อเน่ือง
กาหนดเป้าหมายการพฒั นาร่วมกนั โดยในปี 2563 ลงเยย่ี มใหค้ าแนะนาในการพฒั นาคุณภาพแก่ รพ.ในเครอื ข่าย 3 ครงั้ ไดแ้ ก่
รพ.ปา่ ตอง รพ.ถลาง และรพ.อบจ

 ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 มกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการ EOC ระดบั เขต 11 โดยมที ่านผตู้ รวจ
ราชการเป็นผบู้ ญั ชาการเหตุการณ์ มอบหมายใหน้ ายแพทย์ สสจ.และผอ.รพ.ต่างๆเป็นหวั หน้ากลุม่ ภารกจิ ประชุม ตดิ ตาม
การปฏบิ ตั งิ านผ่าน video conference ในสว่ นจงั หวดั ภูเกต็ ซง่ึ การตงั้ คณะกรรมการโรคตดิ ต่อจงั หวดั ภูเกต็ ภาคเอกชนเขา้
มามบี ทบาท ใหข้ อ้ เสนอแนะ ใหก้ ารสนบั สนุน รว่ มจดั ตงั้ รพ.สนาม ปรบั ปรุงโครงสรา้ ง/อาคารทจ่ี าเป็นเร่งด่วน จดั หาทพ่ี กั
ใหบ้ ุคลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ าน เป็นผลใหส้ ามารถควบคมุ การระบาดของเชอ้ื และการใหก้ ารรกั ษามปี ระสทิ ธผิ ล

 ประสานงานคณุ ภาพผ่านทมี FA ซง่ึ มตี วั แทนระบบงานสาคญและ PCT เขา้ ร่วม
(5) การประเมนิ ตนเอง:

 มกี ารประเมนิ โดยใช้ rapid assessment ของหน่วยงานจากการตามรอยหน้างานเกย่ี วกบั การนานโยบายสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
ท่สี อดคล้องกบั มาตรฐานสาคญั โดยเน้นกระบวนการแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั ทีมระบบงานสาคญั เช่น MSS round/IC
round/ENV round มกี ารสะทอ้ นกลบั ขอ้ มลู ไปยงั หน่วยงาน โดยมผี ลการดาเนนิ การดงั น้ี

MMS round ปี 2562-2564: 2, 8, 4 ครงั้ พบประเดน็ เสย่ี งสาคญั เช่น การไม่ปฏบิ ตั ติ ามแนวทางใชย้ า high alert drug
การบรหิ ารยาไม่บนั ทกึ เวลา และกรณีเกดิ ME/ADE ไม่รายงานแพทย์ การเกบ็ ยาแช่เยน็ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มกี าร
แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ทาใหแ้ นวโน้มความเสย่ี งระดบั near miss จากการทา MMS ลดลงอย่างต่อเน่ืองจากรอ้ ยละ 24.3, 13.3
และ 12.6 ตามลาดบั

IC round ปี 2561 พบประเดน็ ความเสย่ี งสาคญั 3 อนั ดบั ไดแ้ ก่ 1) การจดั การเคร่อื งมอื /อปุ กรณ์ทใ่ี ชก้ บั ผปู้ ว่ ยแลว้
อย่างถูกตอ้ ง 2) การเกบ็ เวชภณั ฑ์และอุปกรณ์ปราศจากเชอ้ื ตามหลกั FIFO 3) การป้องกนั อุบตั เิ หตุจากเขม็ ตา/ของมคี ม
บาด/การทง้ิ เขม็ และของมคี มอยา่ งถูกตอ้ ง ทมี ICN สรา้ งการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ สะทอ้ นขอ้ มลู ถงึ หวั หน้างาน ทาใหแ้ นวโน้ม
อตั ราสว่ นของหน่วยงานทผ่ี ่านเกณฑท์ ต่ี งั้ ไวเ้ พมิ่ ขน้ึ ทุกตวั

ENV round ในปี 2559-2561 พบความไม่พรอ้ มใชข้ องถงั ดบั เพลงิ มแี นวโน้มเพมิ่ ขน้ึ และไมส่ อดคลอ้ งกบั ผลการ
ประเมนิ ตนเองของหน่วยงาน ปี 2562 เน้นการตดิ ตามกากบั โดยทมี สส.พลงั งานทุกเดอื น สะทอ้ นผลการตรวจสอบใหก้ บั
หน่วยงานทนั ที เป็นผลใหแ้ นวโน้มของความไมพ่ รอ้ มใชข้ องถงั ดบั เพลงิ ลดลง แต่ในปี 2563 พบจานวนไฟสารองฉุกเฉนิ
ชารดุ เพม่ิ ขน้ึ ในปี 2564 วางแผนจดั ทา checklist การตรวจสอบทเ่ี ขา้ ใจง่ายและแผนบารุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั
(8) การทาแผนพฒั นาคณุ ภาพ:

 จากการทบทวน พบว่า แผนกลยุทธค์ รอบคลุมแผนพฒั นาคุณภาพและจุดเน้นการพฒั นา รวมทงั้ ระบบงาน
สาคญั จากการทบทวน unit profile ในปี 2562 ทห่ี น่วยงานสง่ มา พบว่า แผนการพฒั นาไม่สอดคลอ้ งต่อวสิ ยั ทศั น์และ
พนั ธกจิ องคก์ รและสอ่ื สารไม่ถงึ สมาชกิ ทกุ คนในหน่วยงาน ศนู ยค์ ณุ ภาพจงึ จดั ทา unit profile เป็น one page summary ซง่ึ
ทบทวนผลการใช้ พบว่า ส่วนใหญ่พงึ พอใจ แต่ยงั ขาดความชดั เจนของแผนพฒั นาและการสอ่ื สารถึงทมี นา ในประเดน็ ท่ี
ต้องการสนับสนุน รวมทัง้ การติดตามกากับตามแผน ในปี 2564 ศูนย์คุณภาพวางแผนปรบั ปรุงโดยกาหนดให้ส่ง
unit profile อย่างน้อยปีละ 2 ครงั้ เพอ่ื รวบรวมประเดน็ สาคญั สอ่ื สารถงึ ผบู้ รหิ าร
(9) การดาเนนิ การตามแผน และการตดิ ตามประเมนิ ผล:

 การดาเนินการตามแผนงานยงั ไม่บรรลุเป้าหมายทต่ี งั้ ไว้ ขาดการตดิ ตามตวั ชว้ี ดั สาคญั สม่าเสมอในแผนกลยุทธ์
ของ รพ. ผลลพั ธก์ ารดแู ลผปู้ ว่ ยและ 2Psafety ซง่ึ เป็นเขม็ มุ่งองคก์ ร ตดิ ตามผ่านเวทที มี นาทางคลนิ ิก ซง่ึ ผอ.และรอง ผอ.
กลุ่มภารกจิ ต่างๆเขา้ ร่วม ประเมินประสทิ ธิผล พบว่า เป็นกลไกท่ีมีประสทิ ธิภาพ เน่ืองจากผลการพฒั นาดีข้นึ ดงั น้ี
ประเดน็ 2Psafety goal (risk level 9-10): นำเสนอ 86.7% (13/15), ผลลพั ธด์ ขี น้ึ เม่อื สน้ิ ปีงบ 76.9% (10/13) กลุ่มโรค
สาคญั ของ PCT: ผลลพั ธก์ ำรดแู ลผปู้ ว่ ยดขี น้ึ 50% (6/12)
II-1.1 ข. คณุ ภาพการดแู ลผปู้ ว่ ย
(1) การทบทวนการใหบ้ รกิ ารและการดแู ลผปู้ ว่ ย:

 เพอ่ื ทบทวนการใหบ้ รกิ ารและการดแู ลผูป้ ่วย โดยมเี ป้าหมายผลลพั ธก์ ารดูแลผูป้ ว่ ยดขี น้ึ ทมี นานาขอ้ มูลมาวเิ คราะหเ์ กดิ
การสนบั สนุน อาทเิ ช่น การสง่ ต่อผูป้ ่วยออกนอกเขตสขุ ภาพ สนบั สนุนใหม้ แี พทยส์ าขาทข่ี าดแคลน/ไม่เพยี งพอต่อการใหบ้ รกิ าร
เช่น เพมิ่ ศลั ยแพทยผ์ า่ ตดั หวั ใจและทรวงอกจาก 1 เป็น 3 คน สตู นิ รแี พทยส์ าขามะเรง็ นรเี วชวทิ ยา กุมารศลั ยแพทย์ รงั สแี พทย์
เชย่ี วชาญรงั สรี ่วมรกั ษา ทาใหอ้ ตั ราการสง่ ต่อนอกเขตสุขภาพลดลง โดยการผ่าตดั หวั ใจแบบเปิด (Open heart surgery) พบว่า
จานวนผปู้ ว่ ย refer out ตงั้ แต่ปี 2561-2563 เทา่ กบั 0

4

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ทมี ระบบงานสาคญั ไดแ้ ก่ IC, PTC, ENV, คลนิ ิกวณั โรค ร่วมกบั ทมี นาทางคลนิ ิกทบทวน flow การดูแลผูป้ ่วยวณั โรค
รายใหมท่ ห่ี อผปู้ ว่ ย เพ่อื ปอั งกนั ความเสย่ี งจากการกระจายเชอ้ื วณั โรคจากผปู้ ว่ ยรายใหม่

 สง่ เสรมิ การทบทวนระหว่างแผนกและสหสาขาวชิ าชพี เช่น ระหว่าง PCT ortho กบั อายุรกรรม เกดิ แนวทางการเฝ้าระวงั
ภาวะ rhabdomyolysis ในผปู้ ว่ ย multiple trauma เป็นผลให้ detect ไดเ้ รว็ ขน้ึ รกั ษาเรว็ ขน้ึ ไมม่ ผี ปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ

 สง่ เสรมิ การพฒั นากลมุ่ โรคสาคญั ตาม clinical quality summary ตดิ ตามและใหก้ ารสนับสนุนทรพั ยากรทจ่ี าเป็นผ่านเวทที มี นา
ทางคลนิ ิกทาใหผ้ ลลพั ธก์ ารรกั ษาดขี น้ึ ชดั เจน เช่น

1) Preterm: อตั ราการเกดิ BPD และ ROP ใน preterm ลดลงจากสนบั สนุนเคร่อื ง high flow และพฒั นา compentency
ในการดแู ลและเฝ้าระวงั ภาวะแทรกซอ้ น

2) Birth asphyxia: จากการตามรอยพบว่าการเกดิ moderate to severe birth asphyxia จากการคลอดตดิ ไหล่ PCT
สตู นิ รเี วชกรรม ทาการทบทวนและ workshop เป็นผลใหไ้ มเ่ กดิ อุบตั กิ ารณ์ birth asphyxia จากการคลอดตดิ ไหลซ่ ้า

3) Ischemic stroke: จากการตามรอยพบอตั ราการเขา้ ถงึ throbolytic agent ภายใน 60 นาทยี งั ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
เกดิ ระบบ activate stroke fast track จดั ใหม้ เี คร่อื ง INR ท่ี stroke unit เป็นผลใหอ้ ตั ราการเขา้ ยาในปี 2563 เพมิ่ ขน้ึ จาก
59.61% เป็น 88.88%

4) Thyroidectomy : มกี ารต่อยอดจาก tracer เดมิ โดยใชน้ วตั กรรมผ่าตดั ไทรอยดด์ ว้ ยกลอ้ งวดี ทิ ศั น์ผ่านแผลทางช่องปาก
พฒั นาเป็นงานวจิ ยั ซง่ึ พบว่า ความพงึ พอใจสงู กวา่ ปรมิ าณเลอื ดทอ่ี อก ระดบั ความปวดและการใชย้ าระงบั ปวดแบบฉดี ลดลง
(2)(3) การกาหนดเป้าหมายและการตดิ ตามตวั ชว้ี ดั การดแู ลผปู้ ว่ ย:

 รพ.วเิ คราะหเ์ ป้าหมายและตดิ ตามตวั ชว้ี ดั การดแู ลผปู้ ว่ ยตามแผนยทุ ธศาสตร์ 10 ปี
(4) การพฒั นาคณุ ภาพการดแู ลผปู้ ว่ ย:

 เพอ่ื สง่ เสรมิ การพฒั นาคุณภาพตามมาตรฐานตอนท่ี III กระบวนการดแู ลผปู้ ว่ ย เน้นการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ เชอ่ื มโยง
มาตรฐานกบั บรบิ ทองคก์ ร เกดิ การปรบั ปรุงกระบวนการในช่วง 1-2 ปี ตามมาตรฐานใหม่ เช่น III-1: Vachira ESI triage,
III-2: แนวทางการเฝ้าระวงั ผปู้ ่วย muitple trauma เพ่อื ลด delayed/missed diagnosis ภาวะ rhabdomyolysis, III-4.3 การดแู ลเฉพาะ
(ก): แนวทางการใหย้ าระงบั ความรสู้ กึ สาหรบั ผปู้ ว่ ยผา่ ตดั หวั ใจแบบเปิด

 เพ่อื สง่ เสรมิ ใหน้ าเครอ่ื งมอื คุณภาพตามมาตรฐานใหม่ใชอ้ ย่างเขา้ ใจ ศนู ยค์ ุณภาพไดจ้ ดั ทาค่มู อื การทา Clinical Quality Summary
และ PCT profile ตามมาตรฐานใหม่ จดั workshop และแลกเปลย่ี นการใชเ้ ครอ่ื งมอื ในเวทที มี นาทางคลนิ กิ และประชุม FA
II-1.2 ก. ระบบบรหิ ารความเสย่ี ง
(1) องคป์ ระกอบสาคญั และโครงหลกั ของการบรหิ ารความเสย่ี ง (PDSA ของระบบบรหิ ารความเสย่ี ง):
 ระบบบรหิ ารความเสย่ี งอยใู่ นแผนยทุ ธศ์ าสตรข์ อง รพ.ดา้ นการพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การทรพั ยากร องคค์ วามรดู้ า้ นการแพทย์
และสาธารณสขุ อย่างมธี รรมาภบิ าล roadmap ท่ี 10: ระบบงานสาคญั
 คณะกรรมการบรหิ ารความเสย่ี งโรงพยาบาล ประกอบดว้ ยประธาน PCT ตวั แทนระบบงานสาคญั โดยมผี อู้ านวยการ
เป็นประธานและผู้จดั การศูนย์คุณภาพเป็นเลขานุการ กาหนดนโยบายและวตั ถุประสงค์ปี 2561-2563 ได้แก่ นโยบาย
การขบั เคล่อื น 2Psafety ซง่ึ เป็นเขม็ มุ่งของ รพ. ส่อื สารผ่านช่องทางต่างๆ ไดแ้ ก่ เวทปี ระชุมบรหิ ารและทมี นาทางคลนิ ิก
เวทแี กนพฒั นาคณุ ภาพ/FA เวทปี ระชุมหวั หน้าตกึ และในปี 2562-2563 เพม่ิ ชอ่ งทางการสอ่ื สารผา่ นคมู่ อื บรหิ ารความเสย่ี ง
ของ รพ. และ risk round หน่วยงาน
 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง ครอบคลุมกระบวนการรายงาน ประเมนิ จดั การ รวมทงั้ การติดตามและทบทวน
ความเส่ียง โดยมีเป้ าหมายเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเส่ียง ทีมได้ทบทวนกระบวนการร่วมกับนา
ขอ้ เสนอแนะของ สรพ. จงึ เกดิ การปรบั ปรงุ ไดแ้ ก่

การรายงานความเสี่ยง จากการทบทวนพบว่า หน่วยงานทม่ี กี ารรายงานอุบตั กิ ารณ์น้อย ไดแ้ ก่ หน่วยงานสนับสนุน
สอดคลอ้ งกบั ผลสารวจ safety culture survey เกดิ การปรบั ปรุงดงั น้ี โดยปี 2562 สรา้ งแกนคุณภาพหน่วยงานสนบั สนุน
จดั workshop และสอ่ื สารชอ่ งทางการรายงาน ทาใหก้ ารรายงานความเสย่ี งในปี 2562 เพม่ิ ขน้ึ จากปี 2563 แต่เม่อื วเิ คราะห์
safety culture survey พบว่าหน่วยงาน back office ยงั มกี ารรายงานอุบตั กิ ารณ์น้อย ผลการทา RCA ร่วมกบั หน่วยงาน
พบว่าเกดิ จากไม่ทราบช่องทางการรายงาน ไม่สามารถระบุความเสย่ี งทพ่ี บได้ รายงานแลว้ ไม่ไดร้ บั การแกไ้ ข จงึ เกดิ การ
ปรบั ปรุงในปี 2563 คอื การทา risk round พน้ื ทส่ี แี ดงกอ่ น และมแี ผนเพม่ิ ความครอบคลุมใหค้ รบทุกหน่วยงานในปี 2564

การประเมินความเส่ียง จากการทบทวน พบว่า หน่วยงานทางคลนิ ิกประเมนิ ความเสย่ี งโดยเฉพาะความเสย่ี งทาง
คลนิ กิ เฉพาะโรคไม่ครอบคลมุ เกดิ การปรบั ปรุงเน้นการใหค้ วามร/ู้ workshop คน้ หาความเสย่ี งจากเวชระเบยี น/trigger tool/
เยย่ี มหน้างาน เน้นการมสี ่วนร่วมในการระบุความเสย่ี งโดยแพทยส์ าขานัน้ ๆ เป็นผลใหใ้ นปี 2563 แนวโน้มการรายงาน
ความเสย่ี งทางคลนิ กิ เฉพาะโรคสงู ขน้ึ ชดั เจน

5

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การจดั การความเส่ียง จากการทบทวนพบว่า การจดั การอุบัติการณ์โดยเฉพาะระดับ E ขน้ึ ไปยงั มีประสทิ ธิภาพต่า
โดยพจิ ารณาจากรอ้ ยละของอุบตั ิการณ์และการแกไ้ ขเชงิ ระบบระดบั E ขน้ึ ไปยงั ไม่ถงึ รอ้ ยละ 50 อย่างไรกต็ ามพบว่าจานวน
AE:1000 วนั นอนมแี นวโน้มลดลงในปี 2563 เน่อื งจากเน้นการทา RCA และวางระบบรว่ มกนั ของทมี สหสาขาวชิ าชพี มกี ารตดิ ตาม
ในเวทปี ระชมุ ทมี นาทางคลนิ ิก ในส่วนของมาตรฐานสาคญั จาเป็นต่อความปลอดภยั ยงั พบอุบตั กิ ารณ์ทส่ี าคญั อาทเิ ช่น การให้
เลอื ดผิดคน ผล RCA เกดิ การปรบั แนวทาง และอยรู่ ะหว่างการนาแนวคดิ design thinking มาใชแ้ ละพฒั นานวตั กรรม การผา่ ตดั
ผิดตาแหน่ง ผล RCA เกดิ การปรบั แนวทางการระบุตาแหน่ง ในสว่ นการจดั การขอ้ รอ้ งเรยี น อย่างไรกต็ ามพบว่าผลการทบทวน
และวางมาตรการส่วนใหญ่จะเป็นการปรบั ปรุงแนวทาง/เพมิ่ ระบบ double check ในปี 2563 จงึ มกี ารนาแนวคดิ เร่อื ง
design thinking และพฒั นานวตั กรรมมาใช้ เพ่อื วางระบบทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลตามแนวคดิ human factor engineering ทมี ไกล่เกลย่ี
สามารถจดั การทาใหไ้ ม่มขี อ้ รอ้ งเรยี นทเ่ี กดิ การฟ้องรอ้ ง/คดคี วามตงั้ แต่ปี 2559-2563
(2)(3) แผนการบรหิ ารความเสย่ี ง ระเบยี บปฏบิ ตั ิ กระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง การประเมนิ ความเสย่ี ง และ risk register:
 มกี ารจดั ทาค่มู อื บรหิ ารความเสย่ี ง (update ล่าสดุ พ.ย.63)
 เพ่อื ปรบั ปรุงการจดั การความเสย่ี งท่สี าคญั โดยมเี ป้าหมายให้ความถ่ี และ/หรอื ความรุนแรงของอุบตั ิการณ์ลดลง ทมี ได้
ดาเนินการ 1) ปี 2562 กาหนดใหม้ ี risk register ระดบั รพ.เรมิ่ จากโปรแกรมในหมวด 2PSafety goals ท่ี risk level สแี ดงก่อน
ระบุผรู้ บั ผดิ ชอบ (Risk owner) ซง่ึ มกั เป็นระบบงานสาคญั มหี น้าทต่ี ดิ ตามตามความถท่ี ก่ี าหนด 2) ประเดน็ ความเสย่ี งระดบั สแี ดง
ตดิ ตามกากบั ในเวทที มี นาทางคลนิ ิก 3) ไตรมาส 4/2563 เรมิ่ ขยายการใช้ risk register ในมาตรฐานสาคญั จาเป็นต่อความความ
ปลอดภยั และความเสย่ี งระดบั หน่วยงาน จากการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของการใช้ risk register พบว่ารอ้ ยละของการทบทวนตาม
รอบทก่ี าหนดตามระดบั ความเสย่ี ง เท่ากบั 36.3% (8/22) ตามลาดบั เกดิ การวางแผนปรบั ปรุงในปี 2564 ดงั น้ี 1) กาหนด
ผรู้ บั ผดิ ชอบในทมี เลขานุการ RMC เฉพาะสาหรบั การตดิ ตามผลการทบทวน risk register ตามความถ่ที ก่ี าหนด 2) เพม่ิ ความ
ครอบคลุมใหค้ รบทุกโปรแกรมความเสย่ี งทงั้ ความเสย่ี งทางคลนิ ิกและความเสย่ี งทวั่ ไป 3) ตดิ ตามประสทิ ธภิ าพในเวที RMC และ
ทมี นาทางคลนิ ิกทกุ 3 เดอื น
(4) การรายงาน การเรยี นรปู้ รบั ปรุง จากอบุ ตั กิ ารณ์ (incident) และเหตุเกอื บพลาด (near miss):
 เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการรายงานความเสย่ี ง โดยมเี ป้าหมายสง่ เสรมิ ใหบ้ คุ ลากรใน รพ.มกี ารรายงานความเสย่ี งเพม่ิ ขน้ึ
ทมี ไดด้ าเนินการตามทร่ี ะบไุ วใ้ น II-1.2 ก.(1)
 เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพของการทา RCA โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ทาใหว้ างมาตรการแกไ้ ขเชงิ ระบบทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ทมี RMC
ไดด้ าเนินการ 1) แลกเปลย่ี นการทบทวนอุบตั กิ ารณ์ระดบั หน่วยงานในเวทแี กนความเสย่ี งหน่วยงานทุก 2 เดอื น 2) มขี อ้ กาหนด
ใหอ้ บุ ตั กิ ารณ์ระดบั E ขน้ึ ไป/ระดบั 3 ขน้ึ ไป ทมี เลขานุการออกใบ CAR และผเู้ กย่ี วขอ้ งทท่ี บทวนและตอบกลบั ภายในเวลา
ทก่ี าหนด 3) สง่ เสรมิ การทา RCA รว่ มกนั ของสหสาขาวชิ าชพี ระหวา่ งแผนก อย่างไรกต็ ามยงั พบว่า อตั ราการทบทวนและ
แกไ้ ขเชงิ ระบบในความเสย่ี งระดบั E ขน้ึ ไป/ระดบั 3 ขน้ึ ไป ยงั อยู่ในระดบั ต่า และไม่บรรลุเป้าหมาย และพบว่าความเสย่ี ง
ระดบั near miss ยงั ไมม่ กี ารนามาทบทวนอย่างครอบคลุม ในปี 2564 ไดว้ างแผนปรบั ปรงุ 1) ตดิ ตามใบ CAR ในทป่ี ระชุม
ทมี นาทางคลนิ ิกประจาเดอื น 2) สง่ เสรมิ ให้ risk owner และผเู้ กย่ี วขอ้ งทบทวนความเสย่ี งระดบั near miss และวางมาตรการ
แกไ้ ขเชงิ ระบบ
(5) การจดั การเพ่อื บรรลเุ ป้าหมายความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ย (PSG):
 เพ่อื ปรบั ปรุงการจดั การความเสย่ี งตามเขม็ มุ่ง 2Psafety โดยมบี รรลุเป้าหมายความปลอดภยั VCR Patient Safety goals
ผ่านเกณฑ์ ≥ 60%, Personnel Safety goals ผ่านเกณฑ์ ≥ 80% มกี ารปรบั ปรุงทเ่ี กดิ ขน้ึ ดงั น้ี 1) ทมี นากาหนด 2Psafety
เป็นเขม็ มุ่งของ รพ. และสนับสนุนเขา้ ร่วมโครงการ 2Psafety hospital กบั สรพ. 2) กาหนด VCR 2Psafety goals ตาม
บรบิ ท จากความเสย่ี ง/อุบตั กิ ารณ์ทม่ี โี อกาสเกดิ หรอื อุบตั กิ ารณ์ทผ่ี ่านมา 3) ในปี 2562 นาใช้ risk register ความเสย่ี ง
ระดบั สแี ดง 4) จดั workshop เรยี นรมู้ าตรฐาน 2Psafety ระดบั ระบบงานสาคญั และหน่วยงานเพอ่ื ใหส้ ง่ เสรมิ ความปลอดภยั
ตามบรบิ ทของตน 5) สง่ เสรมิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั เครอื ขา่ ย เช่น conference กบั สรพ. 6) กจิ กรรมรณรงคว์ นั Global
Patient Safety Day ทบทวนผลการดาเนินการพบว่า ยงั ไม่บรรลุเป้าหมาย แต่แนวโน้มจานวนและ/หรอื ความรุนแรง
อุบตั กิ ารณ์ในประเดน็ ความเสย่ี งต่างๆลดลง
(6) การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของการบรหิ ารความเสย่ี งและการตอบสนองทเ่ี กดิ ขน้ึ :
 จากผลการสารวจ safety culture survey ตงั้ แต่ปี 2561-2563 ทมี นาและ RMC ไดม้ วี เิ คราะหท์ งั้ ภาพรวม แยกรายวชิ าชพี
และหน่วยงาน พบว่าประเดน็ ทต่ี อ้ งพฒั นาเร่งด่วนต่อเน่ืองมาตงั้ แต่ปี 2560 ไดแ้ ก่ การจดั คนทางาน จงึ ประสานกบั ผบู้ รหิ ารกลุ่ม
การพยาบาลดาเนินการวเิ คราะห์ ปรบั การจดั อตั รากาลงั ท่เี หมาะสมกบั ภาระงาน เป็นผลให้รอ้ ยละของความเหน็ ในเร่อื งน้ีดขี น้ึ
จากรอ้ ยละ 48, 48.6, 48, 63.1 ในปี 2560-2563 ตามลาดบั ในประเดน็ ความเหน็ ต่อความถข่ี องการรายงาน ซง่ึ ตอ้ งพฒั นาเร่งด่วน

6

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

พบว่าในปี 2561-2563 มบี ุคลากรทต่ี อบแบบสอบถามท่เี คยไม่เคยรายงานอุบตั กิ ารณ์เลยสูงถงึ ร้อยละ 40.9, 46.2 และ 46.0
ตามลาดบั เกดิ การปรบั ปรุงแกไ้ ขไดแ้ ก่ 1) ปี 2561 สรา้ ง QR code รายงานความเสย่ี ง 2) ปี 2562 สรา้ งแกนคุณภาพหน่วยงาน
สนับสนุน 3) ปี 2563 ปรบั ปรุงค่มู อื บรหิ ารความเสย่ี งซง่ึ ระบุช่องทางและขนั้ ตอนการรายงานความเสย่ี ง ร่วมกบั เน้นการทา risk
round หน่วยงานทร่ี ายงานอุบตั กิ ารณ์น้อย และสะทอ้ นขอ้ มลู แกห่ วั หน้างาน
iv. ผลการพฒั นาที่โดดเด่นและภาคภมู ิใจ
 ปี 2561 ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ จากเวทมี หกรรมคุณภาพเขต 11 ประเภทวจิ ยั จากผลงาน และรางวลั อ่นื ๆ รวม 10 รางวลั
 ปี 2562 ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ จากเวทมี หกรรมคุณภาพเขต 11 ประเภท R2R จากผลงาน และรางวลั อน่ื ๆ รวม 5 รางวลั
 ปี 2562 ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ จากเวที HACC ภาคใต้ ประเภท CQI จากผลงาน non invasive ทางเลอื กใหม่ ไมส่ อดใส่
 ปี 2563 ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ จากเวทมี หกรรมคุณภาพเขต 11 ประเภทนวตั กรรม จากผลงาน และรางวลั อ่นื ๆ รวม 9 รางวลั
 สรา้ งนวตั กรรมเคร่อื งมอื พฒั นาคณุ ภาพ “ VCR QI Model” มแี ผนขยายผลสปู่ ระเดน็ ความเสย่ี งอ่นื
 Stroke team ไดร้ บั รางวลั WHO Angels Awards ระดบั diamond และ gold
 ในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 นาแนวคดิ 3C-PDSA มาใชเ้ ป็นผลใหอ้ ตั ราการเสยี ชวี ติ ของผปู้ ว่ ยต่ากว่าค่าเฉลย่ี

ของประเทศ ควบคมุ การระบาดไดด้ ี บคุ ลากรปลอดภยั
v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

31.ระบบบรหิ ารงาน 3 L - ส่งเสรมิ การใช้ 3C-PDSA ในการบรหิ ารงานคุณภาพอย่างต่อเน่ือง
คณุ ภาพ การ ครอบคลุมระดับหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานสนับสนุน และ
ประสานงานและ ระบบงานสาคญั
บรู ณาการ การ
ทางานเป็นทมี - ทีมนาประสานและบูรณาการแผนงานเก่ียวกับคุณภาพ ความ
ปลอดภัยและความเส่ยี ง มีการกาหนดผู้รับผิดชอบ และเพ่ิมความ
32.การประเมนิ ตนเอง 3 สม่าเสมอของการตดิ ตาม
และจดั ทา L - ส่งเสรมิ การใช้เคร่อื งมอื ประเมนิ ตนเองท่เี หมาะสมในแต่ละระดบั มี
แผนพฒั นาคณุ ภาพ การตดิ ตามอย่างสม่าเสมอ เช่น ทมี นาทบทวน hospital profile อย่าง
น้อยปีละ 2 ครงั้ ระบบงานสาคญั และ PCT ทบทวน SAR ปีละ 2 ครงั้
33. การทบทวนการ 2.5
ใหบ้ รกิ ารและการ 3 หน่วยงานทบทวน service profile ปีละ 2 ครงั้
ดแู ลผปู้ ว่ ย - จดั ทาแผนพฒั นาคณุ ภาพทค่ี รอบคลุมและมที ศิ ทางเดยี วกนั ทงั้ องคก์ ร
มีการติดตามการปฏิบตั ิตามแผน ครอบคลุมหน่วยงาน/ระบบงาน
34.การพฒั นาคุณภาพ
การดแู ลผปู้ ว่ ย สาคญั /PCT ระดบั รพ.
L - เน้นการทบทวนอุบตั กิ ารณ์ตงั้ แต่ระดบั near miss เพ่อื หามาตรการป้องกนั
35.ระบบบรหิ ารความ 2.5
เสย่ี งและความ ทเ่ี หมาะสม โดยเฉพาะมาตรฐานสาคญั จาเป็นต่อความปลอดภยั
ปลอดภยั -การดูแลผปู้ ว่ ยรายโรค กาหนดให้ PCT มกี ารทบทวน clinical tracer
อยา่ งสม่าเสมอ และนาเสนอในเวทนี าทางคลนิ ิกอย่างน้อยทุก 6 เดอื น
L - เพ่ิมความครอบคลุมการพัฒนาในกลุ่มโรคสาคัญ เช่น excellent
center กลุ่มโรคเสย่ี งสงู ทเ่ี กดิ อบุ ตั กิ ารณ์รนุ แรง
- ติดตาม KPI อย่างสม่าเสมอ ส่งเสรมิ การใช้ control chart และ

กระบวนการ benchmarking กบั สถาบนั การแพทยช์ นั้ นา/THIP
- ส่งเสรมิ การใชแ้ นวคดิ design thinking และเคร่อื งมอื คุณภาพท่ี
หลากหลายมาใชพ้ ฒั นาคุณภาพ
L - นาตัวช้ีวัดท่ีประเมินประสิทธิผลการกระบวนบริหารความเส่ียง
ทบทวนอย่างสม่าเสมอ โดยเฉพาะท่ยี งั เป็นปญั หา เช่น ร้อยละของ

ความเส่ยี งระดบั E ข้นึ ไปได้รบั การทบทวนและแก้ไขเชิงระบบ
- ตดิ ตามผลการพฒั นาตาม action plan ในประเดน็ ความเหน็ ต่อ
ความถ่ีของการรายงานทไ่ี ด้ดาเนินการไปแลว้ และปฏบิ ตั ติ าม action

plan ทว่ี างไวอ้ ย่างต่อเน่อื ง

7

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

36.กระบวนการบรหิ าร 3 L - พฒั นาตามผลการวเิ คราะหก์ ระบวนการตงั้ แต่การระบุ การประเมนิ
ความเสย่ี ง การจดั การ (ประเมนิ ไวใ้ น II-1.2 (ก))
- ขยายการใช้ risk register ใหค้ รอบคลุมทุกโปรแกรม และทุกพน้ื ท่ี
37.การเรยี นรจู้ าก 3 การพฒั นา 4 วง
อบุ ตั กิ ารณ์
L - เน้นการทบทวนความเสย่ี งระดบั near miss
- จดั เวทแี ลกเปลย่ี นการทา RCA อย่างสม่าเสมอ ฝึกใชเ้ คร่อื งมอื risk
register ในการทบทวนมาตรการทว่ี างไว้ กบั ผล RCA ทไ่ี ด้

8

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-2.1 การกากบั ดแู ลวิชาชีพดา้ นการพยาบาล

i. ผลลพั ธ์

เป้ าหมาย/ประเดน็ คณุ ภาพที่สาคญั : คณุ ภาพชวี ติ ปลอดภยั ประสทิ ธภิ าพ มาตรฐานและจรยิ ธรรม

ข้อมลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

ประสิทธิภาพของการบริหารการพยาบาล 67
83.3
Nursing Productivity (90-110%) หน่วยงานสามญั /หอ้ งพเิ ศษ ≥70% 36 41.4 96
100
Nursing Productivity (90-110%) หน่วยงานวกิ ฤต 100% 83.3 83.3
99.5
รอ้ ยละของหน่วยงานทม่ี พี ยาบาลวชิ าชพี ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของ FTE 100 % 46 75 98.2
100
รอ้ ยละของหน่วยงานหน่วยงานวกิ ฤต มพี ยาบาลวชิ าชพี รอ้ ยละ 100 100 % 33 66 95.52
ของ FTE (MICU,SICU,NICU, PICU ,CCU,RCU) 70.43
62.2
อตั ราพยาบาลผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑ์ Core competency 100 % 98.8 100 60.09

อตั ราพยาบาลผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑ์ Specific competency >80% 95 97.3 97.25
4
รอ้ ยละของสาขาการพยาบาลเฉพาะทางทบ่ี คุ ลากรไดร้ บั การพฒั นาตามแผน 100 % 100 100 0
3
รอ้ ยละการคงอยขู่ องบคุ ลากรพยาบาล > 95% 95.26 94.68 100
95.5
ความพงึ พอใจของบุคลากรพยาบาล (ปี 60=58.59%) > 90% NA 71 94.3
97.2
ผล Hapinometer (ปี 60 = 59.32%) > 50% NA 64.3 98
97.5
รอ้ ยละบคุ ลากรพยาบาลทม่ี คี วามยดึ มนั่ ผกู พนั ต่อองคก์ รพยาบาล > 70% NA 47.79
(Emometer) 2.02
4.48
อตั ราการตรวจสขุ ภาพประจาปี > 90% 91.35 93.93 3.80
0.43
จานวนผลงานวจิ ยั ทท่ี าสาเรจ็ ตามแผน 2 54 6.1
1.5
จานวนผลงานวจิ ยั ทไ่ี ดร้ บั การเผยแพร่/ตพี มิ พว์ ารสาร 2 54
0.11
จานวน CoP 3 08
6
รอ้ ยละของหน่วยงานทม่ี ผี ลนิเทศทางการพยาบาลทางคลนิ ิก/หตั ถการ 100% 100 100

การใชก้ ระบวนการพยาบาล APIE IPD >80% 94.3 94.7
ER >80% 92.6 99.4
LR >80% 97.9 97.5
Anest >80% 94.9 97.7
OPD >80% 97.2 99.2

ความปลอดภยั

CAUTI /1000 catheter days <1.5 1.7 2.45

VAP/1000 Ventilator days <5 5.98 5.58

CLABSI/1,000 catheter days <3 4.01 4.57

SSI clean wound (%) <0.2 0.15 0.38

แผลกดทบั ≥ 2 (กลุ่มเสย่ี ง) <2:1000 4.8 7.5

Phlebitis > ระดบั 2 0 1.9 1.6

อตั ราการพลดั ตกหกลม้ ระดบั C <0.1/ 0.15 0.13
1000
วนั นอน

อุบตั กิ ารณ์ความผดิ พลาดจาก Patients Identification ระดบั D ขน้ึ ไป 0 ครงั้ 26 20

9

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็ เป้ าหมาย 2561 2562 2563

ข้อมลู /ตวั ชี้วดั A-B >4 0.4 1.79 0.82
ความคลาดเคลื่อนทางยา C <0.1 1.54 1.11 0.77
อตั ราความคลาดเคล่อื นทางยา (Admin Error):1000 วนั นอน D = 0 0.39 0.45 0.9

รอ้ ยละผลลพั ธก์ ารบรหิ ารจดั การอุบตั กิ ารณ์ทางคลนิ ิก ทส่ี ามารถ <5 % 1.97 .02 2.76
ป้องกนั ได้ เป็นไปตามเป้าหมาย
LR : PPH 0% 0 0 0
- PPH & Shock `( Normal labour )
- PPH & Shock `( C/S ) 0% 1.98 2.1 2.48
- Eclampsia
Ortho : Fracture around hip (กระดกู หกั จากกระดกู พรุน) 0% 2.43 0.7 0
** - อตั ราการเกดิ แผลกดทบั ในผปู้ ว่ ย Fracture around hip
** - อตั ราการเกดิ DVT ในผปู้ ว่ ย Fracture around hip 0% 5.79 2.80
- อบุ ตั กิ ารณ์พลดั ตกหกลม้ ในผปู้ ว่ ย Fracture around hip 0% 0 0
- รอ้ ยละผปู้ ว่ ยไดร้ บั การสง่ ต่อ COC ( เรม่ิ ก.ค.62 ) 0 10
Med : Stroke 100% 4.89 73.9
- การเกดิ Aspirate Pneumonia
- อตั ราการไดร้ บั ยาละลายลมิ่ เลอื ดในผปู้ ว่ ยโรคหลอดเลอื ดสมองตบี 0 14.6 9.3 7.6
หรอื อดุ ตนั ภายใน 60 นาที เม่อื มาถงึ โรงพยาบาล
STEMI > 95% 54.2 59.61 88.88
- รอ้ ยละผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ยาละลายลม่ิ เลอื ดภายใน 30 นาที
- อตั ราการเกดิ Hematoma จากการถอดสายสวนหลอดเลอื ดหวั ใจ >50% 22.34 16.67 25.92
- อตั ราการเกดิ ภาวะ bleeding จากการไดร้ บั ยา streptokinase 0 5.62 3.55 4.97

- Minor bleeding 0 NA NA 18.5

- Major bleeding (10/54)

SEPSIS 1.06 2.38 0
- อตั ราการเจาะ H/C กอ่ นให้ ATB
- อตั ราการไดร้ บั ATB ภายใน 1ชวั่ โมง (1/94) (2/84)
Surg : ผา่ ตดั รกั ษาโรคอ้วน
- อตั ราการเกดิ ภาวะ septic shock จาก leakage > 90% 95 89.3 97.7
- Nerve injury ทแ่ี ขนจากการจดั ทา่ ในการผา่ ตดั > 90 % 75 73.03 85.39
- แผลกดทบั จากจดั ทา่ ในการผา่ ตดั
บาดเจบ็ ศีรษะ (Traumatic brain injury: TBI) 0% 0 0 0
- อตั ราการเกดิ อุบตั กิ ารณ์ผปู้ ว่ ยอาการทางระบบประสาททรุดลงโดย 0% 0 0 0
ไมไ่ ดว้ างแผน (mild to moderate TBI) 0% 0 0 0
- อตั ราผปู้ ว่ ยบาดเจบ็ ศรี ษะทม่ี ขี อ้ บ่งชใ้ี นการผ่าตดั เรง่ ดว่ นไดร้ บั การ
ผา่ ตดั ภายใน 1 ชม. <5% 0.19 0 0.12

(3/554) (3/558)

100% 96.25 96.34 100

(เฉลย่ี 33.57นาท)ี

10

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ข้อมูล/ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย 2561 2562 2563

เดก็ : ทารกแรกเกดิ กอ่ นกาหนด

การใช้ Non invasive เทยี บกบั invasive เพมิ่ ขน้ึ 1:22.6 1:3 1:1.15

การเกดิ ภาวะปอดเรอ้ื รงั BPD < 26% 39.7 43.2 5.88

VAP <5/1000 16.49 14 10.5
Vent days

ROP <5% 8.4 9.3 2.6

HBOT >50% 58.88 33.33 33.33
อตั ราผปู้ ว่ ย DCS Type 2 เขา้ ถงึ HBOT ภายใน 90 นาที

Middle ear barotrauma level E 0 0.52 0.18 0.12

รอ้ ยละผลลพั ธก์ ารปฏบิ ตั ติ ามแนวทางปฏบิ ตั ิ (WP)QA 100 % 100 100 72

รอ้ ยละผลลพั ธก์ ารปฏบิ ตั ติ ามแนวทางปฏบิ ตั ิ (WP)IC ผา่ นเกณฑ9์ 0% 100% 92.6 92.59 89

รอ้ ยละการกลบั มารกั ษาซา้ ICU ภายใน 3 วนั <2% 0.4 0.4 0.1

(11/2910) (11/2877) (2/2714)

รอ้ ยละการกลบั มารกั ษาซา้ OPD ภายใน 7 วนั <2% 0.02 0.03 0.02

(60/64,397) (104/340741) (53/278745)

รอ้ ยละการกลบั มารกั ษาซา้ IPD ภายใน 28 วนั <2% 0.8 0.6 0.8

(366/ (293/ (285/

45,036) 42,467) 35,282)

รอ้ ยละการกลบั มารกั ษาซ้า ER ภายใน 3 วนั <2% 0.18 0.17 0.14

ความพงึ พอใจของผปู้ ว่ ยต่อบรกิ ารพยาบาล (116/64397) (135/81038) (93/64,161)

-IPD > 80% 86.2 77.7 84.45

-OPD > 80% 83 72.18 84.72

ผลประเมนิ จรยิ ธรรม จรยิ ธรรมทวั่ ไป ระดบั 5 4.24 ไม่ประเมนิ 4.16

จรยิ ธรรมวชิ าชพี ระดบั 5 4.19 ไมป่ ระเมนิ 4.17

พฤตกิ รรมบรกิ าร ระดบั 5 4.23 ไม่ประเมนิ 4.2

จานวนขอ้ รอ้ งเรยี นดา้ นพฤตกิ รรมบรกิ าร 0 ครงั้ 12 18 6

ii. บริบท:

วสิ ยั ทศั น์ : เป็นองคก์ รพยาบาล มงุ่ สคู่ วามเป็นเลศิ ทางการพยาบาล

พนั ธกจิ

1. จดั ระบบบรหิ ารจดั การ และใหก้ ารพยาบาลทม่ี คี ณุ ภาพ ตามมาตรฐานวชิ าชพี

2. พฒั นาศกั ยภาพและบรหิ ารอตั รากาลงั ทางการพยาบาลรองรบั ระบบบรกิ าร สขุ ภาพ

3. สรา้ งเสรมิ องคก์ รพยาบาลใหเ้ ป็นองคก์ รแห่งการเรยี นรู้ มคี วามสขุ ในการทางาน ยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล

4. สนบั สนุนการผลติ บุคลากรพยาบาลใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรโ์ รงพยาบาล

5. สง่ เสรมิ สนบั สนุน การพฒั นาคณุ ภาพการพยาบาลแก่โรงพยาบาลเครอื ขา่ ย อย่างมสี ว่ นร่วม

จดุ เน้น 2 P Safety พงึ พอใจ ใชก้ ระบวนการพยาบาล การนเิ ทศตดิ ตาม Smart hospital

ค่านิยมหลกั : ITVCR

Integrity(ทำงำนใจสตั ยซ์ อื่ ) Teamwork(เลอื่ งลอื ดว้ ยทมี เวริ ค์ ) VisionaryLeadership(เกรกิ ไกรดำ้ นทมี นำ) Customerfocus(เน้นย้ำ

ผรู้ บั บรกิ ำร) Research&innovation(เร่งสรำ้ งงำนวจิ ยั และนวตั กรรม)

Integrity (ทางานใจสตั ยซ์ ่อื ) ตวั ชว้ี ดั ไม่มขี อ้ รอ้ งเรยี นดา้ นจรยิ ธรรม

11

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

Teamwork (เลอ่ื งลอื ดว้ ยทมี เวริ ค์ ) ตวั ชว้ี ดั ทางานเป็นทมี กบั สหสาขาใน PCT/ความรว่ มมอื
Visionary Leadership (เกรกิ ไกรดา้ นทมี นา)ตวั ชว้ี ดั ตวั ชว้ี ดั ต่างๆทผ่ี ่านเกณฑ์
Customerfocus (เน้นยา้ ผรู้ บั บรกิ าร) ตวั ชว้ี ดั ความพงึ พอใจผรู้ บั บรกิ าร
Research & innovation (เรง่ สรา้ งงานวจิ ยั และนวตั กรรม)ตวั ชว้ี ดั จานวนผลงาน
บทบาทขององคก์ รพยาบาล
บริหาร
1. จดั ระบบบรกิ ารพยาบาลตามมาตรฐานวชิ าชพี
2. บรหิ ารอตั รากาลงั ใหเ้ พยี งพอ มปี ระสทิ ธภิ าพ
3. พฒั นาศกั ยภาพบุคลากรทางการพยาบาล
4. การธารงรกั ษาบคุ ลากร สรา้ งแรงจงู ใจใหบ้ คุ ลากรมคี วามสขุ ในการทางาน ยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล
5. พฒั นาระบบนเิ ทศและควบคุมกากบั ดแู ลมาตรฐานจรยิ ธรรม
6. พฒั นาระบบบรหิ ารความเสย่ี ง/ความปลอดภยั
7. พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การองคค์ วามรทู้ างการพยาบาล
8. ประสานความรว่ มมอื ระดบั องคก์ ร
9. พฒั นาคุณภาพเครอื ขา่ ยบรกิ ารพยาบาลอยา่ งมสี ว่ นร่วม
10.รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม สรา้ งภาพลกั ษณ์ องคก์ ร
ปฏิบตั ิการพยาบาล
1. เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการใชก้ ระบวนการพยาบาลและพฒั นาคุณภาพบรกิ ารพยาบาล
2. สง่ เสรมิ การดแู ลทส่ี อดคลอ้ งกบั ภาวะสขุ ภาพและพฒั นาศกั ยภาพผรู้ บั บรกิ ารใหส้ ามารถดแู ลตนเองได้
3. พฒั นาปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลเพอ่ื ความเป็นเลศิ เฉพาะทาง
ลกั ษณะผปู้ ่ วยสาคญั
1. แบง่ ตามลกั ษณะการใหบ้ รกิ าร ไดแ้ ก่ ผปู้ ว่ ยนอก ผปู้ ว่ ยใน ผปู้ ว่ ยวกิ ฤต ผปู้ ว่ ยฉุกเฉนิ ผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั
2. ผปู้ ่วยกลุ่มเสย่ี งสงู ทต่ี อ้ งการการดูแลเฉพาะ เช่น เดก็ ผสู้ งู อายุ พระ ผปู้ ่วยระยะสุดทา้ ย ผปู้ ว่ ยต่างชาติ ผูป้ ว่ ยต่างดา้ ว

ผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื HIV
3. กลุ่มโรคสาคญั ตามนโยบาย/service plan/excelence ไดแ้ ก่ กลุ่มผูป้ ่วย STEMI STROKE SEPSIS Traumatic brain injury

มะเรง็ การรกั ษาโรคอว้ นโดยการผา่ ตดั การใชอ้ อกซเิ จนแรงดนั บรรยากาศสงู ทารกแรกเกดิ เป็นตน้
จานวนกาลงั คนดา้ นการพยาบาลเทียบกบั ภาระงาน

กาลงั คนดา้ นการพยาบาลในปี 63(ขอ้ มลู วนั ท่ี 1ต.ค.63)ทงั้ หมด1,190คนประกอบดว้ ย พยาบาลวชิ าชพี 701 คน (อายุเฉลย่ี 34.76 ปี)
พยาบาลเทคนิค 7 คน ผู้ช่วยพยาบาล 12 คน เวชกจิ ฉุกเฉิน 14 คน พนักงานช่วยเหลอื คนไข้ 214 คน พนักงานประจาตึกและพนักงาน
หอ้ งผา่ ตดั 183 คน นกั วชิ าการสาธารณสขุ ธุรการ นกั จดั การ อ่นื ๆ 59 คน

ผลิตภาพทางการพยาบาล(nursingproductivity:NP)อย่ใู นเกณฑ์ 90-110% ในหน่วยงานสามญั และหอ้ งพเิ ศษ เพม่ิ ขน้ึ จากปี 61,
62, 63 ดงั น้ี รอ้ ยละ 36, 41.4 และ 67 ตามลาดบั หน่วยงานทเ่ี กนิ เกณฑ์ ไดแ้ ก่ หลงั คลอด ห้องคลอด อายุรกรรมหญงิ อายุรกรรมชาย1
ศลั ยกรรมชาย ศลั ยกรรมหญงิ หอผู้ปว่ ยร่มไทร sick newborn อุบตั ิเหตุฉุกเฉิน และไตเทยี ม รวม 10 หน่วยงาน อย่างไรกต็ าม ทงั้ 10
หน่วยงาน มแี นวโน้ม NP ลดลงอย่างชดั เจน และในจานวนน้ีมี NP สงู กว่ารอ้ ยละ 130 จานวน 5 หน่วยงาน ไดแ้ ก่ หลงั คลอด อายุกรรมชาย1
ศลั ยกรรมชาย หอผปู้ ว่ ยร่มไทร และ sick newborn จานวนลดลงจาก ปี 62 ทม่ี ี 9 หน่วยงาน สว่ นหน่วยงานวกิ ฤต เป้าหมาย NP อย่ใู นเกณฑ์
รอ้ ยละ 100 พบวา่ ในรอบ 3 ปี มี NP 61-63 เทา่ กบั 83.3 ทงั้ 3 ปี เน่ืองจาก หน่วยงานวกิ ฤต ทารกแรกเกดิ NP ยงั คงมเี กนิ เกณฑ์ ทงั้ 3 ปี
เท่ากบั รอ้ ยละ 131.9, 131.3 และ 122.7 ตามลาดบั

การบรหิ ารจดั การเพ่อื ให้ภาระงานกบั อตั รากาลงั เหมาะสม เกดิ จากการวางแผนอตั รากาลงั ขององค์กรพยาบาล ท่มี องแนวโน้ม
การขยายตวั ของโรงพยาบาล ไป 5 ปีขา้ งหน้า รวมกบั ขอ้ มลู การเกษียณอายุ แนวโน้มการลาออกโอนยา้ ย นามาซง่ึ การวางแผน 5 ปี ตงั้ แต่
ปี 61-65 ดงั น้ี 169, 113, 205, 153 และ 149 คน ตามลาดบั แต่จานวนพยาบาลทร่ี บั เขา้ มา ไม่ไดเ้ ป็นไปตามเป้าหมาย ดงั น้ี ปี 61-63 เท่ากบั
45 ,61,45 คน ตามลาดบั แต่ไม่มผี ลกระทบเน่ืองจาก การขยายงานบางสว่ นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากน้ีในปี 65,66 มพี ยาบาลจบใหม่
เขา้ ส่รู ะบบอกี 61, 55 คน จะทาใหภ้ าระงานทเ่ี ป็นอยู่ มแี นวโน้มดขี น้ึ ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั การเพมิ่ อตั รากาลงั ทางการพยาบาล ทเ่ี พม่ิ กาลงั คน

12

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ใหอ้ ย่างน้อยรอ้ ยละ 80 ของ FTE ในรอบ 3 ปีทผ่ี ่านมา จานวนหน่วยงานทม่ี ี FTE ตามเป้าเพมิ่ ขน้ึ ดงั น้ี รอ้ ยละ 46, 75 และ 93 ตามลาดบั
มี 2 หน่วยงาน ทย่ี งั ไม่ได้ตามเป้า คอื อายุรกรรมชาย 1 (รอ้ ยละ 69) และหน่วยงานหอ้ งคลอด (ร้อยละ 72) และในหน่วยงานวกิ ฤต FTE

รอ้ ยละ 100 ปี 63 ทกุ หน่วยงาน ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ 100

สาขาที่มีพยาบาลเช่ียวชาญ

ระดบั การศกึ ษา / ความรคู้ วามเชย่ี วชาญทางวชิ าชพี จานวน (คน) รอ้ ยละ

พยาบาลวชิ าชพี รวม 701 คน

พยาบาลปรญิ ญาโท 33 4.71

- สาขาการพยาบาล 18

- สาขาอน่ื ๆ 15

พยาบาลปฏบิ ตั กิ ารขนั้ สงู สอบวฒุ บิ ตั ร (APN) 3 0.43

-สาขาอายุรศาสตรแ์ ละศลั ยศาสตร์ 1
-สาขาป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื
1

-สาขาการพยาบาลผใู้ หญ่และผสู้ งู อายุ 1

พยาบาลผา่ นการอบรมเฉพาะทาง 4 หรอื 6 เดอื น 164 23.40

-ทางคลนิ กิ 30 หลกั สตู ร 135

-บรหิ ารการพยาบาล 29

พยาบาลวชิ าชพี ชานาญการพเิ ศษ 11 1.57

รอ้ ยละสาขา excelence centerมพี ยาบาลเฉพาะทางครอบคลมุ อย่างน้อย รอ้ ยละ 80 ผ่านเกณฑ์ 100 %

ผบู้ รหิ ารผ่านการอบรมหลกั สตู รเฉพาะทางการบรหิ ารทางการพยาบาล คดิ เป็นรอ้ ยละ 83.3 นอกจากน้ีกลุ่มภารกจิ ดา้ นการพยาบาล
ไดจ้ ดั อบรมเตรยี มผู้บรหิ ารทางการพยาบาล เตรยี มผู้บรหิ ารระดบั ต้นเพ่อื เตรยี มเป็นพยาบาลตรวจการ รองหวั หน้า และหวั หน้าหอผปู้ ่วย
โดยจดั 2 รนุ่ รวมจานวน 82 คน ผทู้ ผ่ี ่านการอบรมพฒั นาขน้ึ เป็นหวั หน้าหอผปู้ ว่ ย 15 คน พยาบาลผา่ นอบรมเฉพาะทางบรหิ ารการพยาบาล 4

เดอื น 29 คน นอกจากน้ีไดร้ ่วมกบั HRC วางแผนพฒั นาบุคลากรศกึ ษาต่อเน่ืองใหส้ อดคลอ้ งกบั Excelence 7 ดา้ น เช่น ศนู ยผ์ ่าตดั ลดโรค

อว้ น ศนู ยเ์ วชศาสตรท์ างทะเล ศูนยโ์ รคหวั ใจ ศูนยท์ ารกแรกเกดิ ครบวงจร ศนู ย์ Paliative ศนู ยศ์ ลั ยกรรมประสาท ศูนย์ wound care เป็นต้น

ตามนโยบาย service plan และตามความจาเป็นของหน่วยงาน ความตอ้ งการของหน่วยงาน เช่น การผ่าตดั /หตั ถการทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยขี นั้ สงู การ
ผ่าตดั ผ่านกลอ้ ง (laparoscopic) CRRT Cardio intervention การพยาบาลผูป้ ว่ ยให้เคมบี าบดั การดูแลผูป้ ่วยโรคอุบตั ใิ หม่ โครงการพฒั นา
สมรรถนะ on the job training พฒั นา specific competencyอบรม short course เช่นการจดั การเคร่อื งมอื วกิ ฤต พฒั นาการดูแลผปู้ ่วยเฉพาะโรค

จดั การเรยี นการสอน เชงิ ปฏบิ ตั กิ ารใหก้ บั พยาบาลใหม่ทอ่ี ยู่หน่วยงานสามญั และจดั การเรยี นการสอนในงานเฉพาะของหอ้ งผ่าตดั สง่ เสรมิ

การพฒั นา งานCQI R2R Innovation

ขอ้ เสนอแนะสรพ.
1. ควรสง่ เสรมิ การคน้ หาโอกาสพฒั นาสมรรถนะของบคุ ลากรจากการทบทวนปญั หาในกระบวนการดแู ลผปู้ ่วย การตดิ ตามประเมนิ ผล
ลพั ธใ์ นการดแู ลผปู้ ว่ ยกลุ่มโรคสาคญั เพอ่ื นาสกู่ ารเรยี นรรู้ ่วมกบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี ในการดแู ลผปู้ ว่ ยรว่ มกนั

2. ควรส่งเสรมิ การนิเทศทางคลนิ ิกทม่ี กี ารเรยี นรูจ้ ากการใชเ้ วชระเบยี นผปู้ ่วย การตามรอยกระบวนการดูแลผูป้ ่วยกลุ่มโรคสาคญั

รวมทงั้ ตดิ ตามกากบั การนาหลกั ฐานทางวชิ าการลงสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นงานประจาเพอ่ื หาโอกาสพฒั นาทกั ษะเชงิ วชิ าชพี
3. พบโอกาสพฒั นาจากการระบปุ ญั หา/ความตอ้ งการของผปู้ ว่ ยทงั้ ในกลมุ่ เสย่ี งสงู กล่มุ โรคเรอ้ื รงั ทม่ี ปี ญั หาในการดแู ลตนเอง รวมทงั้
การประเมนิ ซ้า ควรสง่ เสรมิ การเรยี นรใู้ หบ้ ุคลากรสามารถประเมนิ คน้ หา ระบุปญั หา/ความต้องการของผูป้ ว่ ยกลุ่มดงั กล่าวไดอ้ ย่างชดั เจน

ตรงประเดน็ เพ่อื นาไปสกู่ ารประสานแผนการดแู ลร่วมกบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม

iii.กระบวนการ

ก.การบริหารการพยาบาล

1. การจดั ทีมผ้บู ริหาร ผู้นาการพยาบาลทุกระดบั เป็นพยาบาลวชิ าชีพท่มี ีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพยี งพอ

ทงั้ ในดา้ นปฏบิ ตั ิการพยาบาล และดา้ นบรหิ ารการพยาบาล โครงสรา้ งการบรหิ ารองคก์ ร มหี วั หน้ากลุ่มภารกจิ เป็นพยาบาลวชิ าชพี ขน้ึ ตรง

ต่อผอู้ านวยการโรงพยาบาล เป็นกรรมการบรหิ ารโรงพยาบาล เป็นผบู้ รหิ ารระดบั สงู มผี ชู้ ่วยหวั หน้าพยาบาล 8ดา้ นหวั หน้ากลุ่มงาน16กลุ่มงาน

เป็นผบู้ รหิ ารระดบั กลาง และมหี วั หน้าหอ/งานเป็นผบู้ รหิ ารระดบั ต้นมกี ารกาหนดบทบาทของผบู้ รหิ ารทุกระดบั ชดั เจน โครงสรา้ งการบรหิ ารงาน

13

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ช่วยใหก้ ารลาดบั การนิเทศเป็นไปตามบทบาทหน้าท่ี ไดแ้ ก่ การนเิ ทศของหวั หน้าพยาบาลเน้นเร่อื งนโยบายและแผน ผชู้ ่วยหวั หน้าพยาบาล
หวั หน้ากลมุ่ นเิ ทศตดิ ตามตวั ชว้ี ดั ในรอบปีทผ่ี า่ นมา โครงสรา้ งการบรหิ ารเน้นการมสี ว่ นร่วมของบุคลากรทุกระดบั มกี ารกระจายอานาจผ่าน
ผูช้ ่วยหวั หน้าพยาบาล หวั หน้ากลุ่มงานการพยาบาล หวั หน้าหอ /หวั หน้างาน และคณะกรรมการพฒั นาองคก์ รพยาบาล ทาให้สายงาน
การนิเทศ การควบคมุ กากบั มคี วามชดั เจนขน้ึ มแี นวทางการในการจดั การภาวะฉุกเฉนิ ในเวลาราชการ รายงานตรงต่อหวั หน้าหอ หวั หน้างาน
หวั หน้าพยาบาล นอกเวลาราชการมพี ยาบาลเวรตรวจการทาหน้าทจ่ี ดั การปญั หาเฉพาะหน้า ทาใหส้ ามารถแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าไดท้ นั เวลา
เช่น การบรหิ ารอตั รากาลงั มแี นวทางการกระจายผูป้ ว่ ยในกลุ่มงาน การช่วยเหลอื กนั ระหว่างทมี ทงั้ ดา้ นบุคลากร การจดั การเคร่อื งมอื ต่าง ๆ
และการบรหิ ารวสั ดุ ครุภณั ฑ์ การแกป้ ญั หาขอ้ ขดั แยง้ ต่าง ๆ

2.การจดั อตั รากาลงั
2.1 ในภาวะปกติ หน่วยงานท่ีมีความเสี่ยงสงู หรอื ขาดแคลนบุคลากร
2.2.1หน่วยงานที่มีความเสี่ยงสงู ไดแ้ ก่ หน่วยงานวิกฤต จดั อตั รากาลงั ตาม FTE รอ้ ยละ 100 ไดต้ ามเป้าหมาย ปี 63

ผลติ ภาพทางการพยาบาลNP ตามเกณฑ์ รอ้ ยละ 90-110 เท่ากบั รอ้ ยละ 83.3 สดั สว่ นพยาบาล : ผปู้ ว่ ยวกิ ฤต เท่ากบั 1:2 ในผใู้ หญ่ และ 1:1.5
ในเดก็ ไดต้ ามเกณฑท์ ส่ี ภาการพยาบาลกาหนด ยกเวน้ หน่วยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ ถงึ แมไ้ ดร้ บั การจดั สรร FTE รอ้ ยละ100 แต่ NP ยงั คงสงู
กว่าเกณฑ์ แต่มแี นวโน้มลดลง ปี 61-63 เท่ากบั ร้อยละ 131.9, 131.3 และ 122.7 ตามลาดบั เน่ืองจากจานวนผู้ป่วย เพม่ิ ขน้ึ ดงั น้ี 4,840,
5,049, 5,811 ราย ตามลาดบั แต่สามารถบรหิ ารอตั รากาลงั จากเดมิ สดั ส่วนพยาบาล: ผูป้ ว่ ยวกิ ฤต เท่ากบั 1: 3-4 เป็น 1:2 อตั ราการเกดิ
ภาวะแทรกซ้อนลดลง ปี 61-63 เช่น การเกิด ROP stage 3 ข้นึ ไป เท่ากบั ร้อยละ 8.4, 9.3 และ 2.69 ตามลาดบั อตั ราการเกิด
Bronchopulmonary dysplasia (BPD) เท่ากบั รอ้ ยละ 39.72, 4 3.2 และ 5.88 ตามลาดบั เป็นตน้ นอกจากน้ี การขน้ึ ปฏบิ ตั งิ านนอกเวลาราชการ
(OT)ลดลงจากเดมิ 15 เวร เป็น 10-12 เวร การจดั อตั รากาลงั จดั ใหม้ พี ยาบาลทผ่ี ่านการจบเฉพาะทาง 4 เดอื นในสาขาวกิ ฤตอย่างน้อย 1 คน
ต่อเวร มกี ารพฒั นาสมรรถนะท่เี ฉพาะทางการดูแลผู้ป่วยวกิ ฤตทารกแรกเกดิ เช่น การดูแลทารกแรกเกิดท่ี on therapeutic hypothermia
และการดแู ลทารกแรกเกดิ ภาวะ PPHN (Persistent pulmonary Hypotension in Newborn)โดยใชก้ ๊าซไนตรกิ ผสมในการช่วยหายใจ

หน่วยงานอุบตั ิเหตุและฉุกเฉิ น มแี นวทางกาหนดเกณฑ์การเรยี กบุคลากรเสริมในกรณีท่ตี ้องเผชิญสถานการณ์
สาธารณภยั เช่น ภยั ธรรมชาติ อุบตั ภิ ยั หมู่ โดยมแี ผนฝนั สที องรองรบั และมแี ผนสายฟ้า กรณีสถานการณ์ทม่ี จี านวนผปู้ ว่ ย intermediate
ไม่เกนิ 3 คนและ delayed/minor 10-20 คน โดยทห่ี น่วยงานทุกหน่วยจะเขา้ ปฏบิ ตั ิการตามการมอบหมายงานทก่ี าหนดไวช้ ดั เจน ปี 63
หอ้ งอุบตั ิเหตุและฉุกเฉิน เปิดหน่วยมิง่ มงคล รบั ผู้ป่วยสงั เกตอาการ 10 เตียง ทาให้ลดความแออดั ในหอผู้ป่วยลงได้ จดั ทมี ฉุกเฉิน
สาหรบั ออกเหตุขนั้ สงู ทต่ี อ้ งมพี ยาบาลวชิ าชพี ในรถฉุกเฉนิ มเี วชกจิ ฉุกฉนิ จานวน 14 คน ทาใหส้ ามารถออกเหตุฉุกเฉินเบอ้ื งตน้ ได้ จดั ใหม้ ี
พยาบาลวชิ าชพี ในการคดั แยกผปู้ ่วยทาใหอ้ ตั ราการคดั แยก ทงั้ under triage และ over triage ลดลง อุบตั กิ ารณ์จากการคดั แยกผดิ พลาด
ตงั้ แต่ระดบั E ขน้ึ ไปเท่ากบั 0 นอกจากน้ีในการพฒั นาสมรรถนะของพยาบาล มพี ยาบาลจบเฉพาะทาง 4 เดอื น สมรรถนะทพ่ี ยาบาล
ตอ้ งมตี ามกลมุ่ โรคสาคญั เช่นเดยี วกบั พยาบาลผปู้ ว่ ยใน

แผนกผ่าตดั และวิสญั ญี มอี ตั รากาลงั ตามเกณฑข์ นั้ ต่า กระทรวงสาธารณสขุ สามารถเปิดให้บรกิ ารเพมิ่ ขน้ึ จากปี 60
มี 12 ห้อง ผ่าตดั ใหญ่ เป็น 14 หอ้ งผ่าตดั ใหญ่ และ 1 ห้องผ่าตดั หวั ใจ Hybrid มพี ยาบาลปฏบิ ตั ิ 24 ชวั่ โมง พยาบาลไดร้ บั การฝึกอบรม
ในดา้ นต่าง ๆ ตามหตั ถการทม่ี ี เชน่ การผา่ ตดั หวั ใจมพี ยาบาลผ่านการอบรม 3 คน และอย่ใู นระหว่าง In house training 1 คน สาหรบั วสิ ญั ญี
พยาบาลมจี านวน 29 คนสามารถให้บรกิ ารตลอด 24 ชวั่ โมงผูป้ ่วยมภี าวะเส่ยี งสงู เช่นผ่าตดั หวั ใจมวี ิสญั ญีพยาบาลประจาห้องสองคน
ส่วนผู้ป่วยอ่นื ๆ สามารถจดั อตั รากาลงั 1:1.3 (2 หอ้ ง : พยาบาล 3 คน ) มพี ยาบาลทด่ี ูแลผู้ปว่ ยผ่าตดั หวั ใจและหลอดเลอื ดจานวน 10 คน
ไดร้ บั การฝึกอบรมจากโรงพยาบาลศริ ริ าชและทางานภายใตก้ ารควบคมุ กากบั ของวสิ ญั ญแี พทย์ นอกจากน้มี กี ารใชเ้ ทคโนโลยที ท่ี นั สมยั ราคาแพง
พยาบาลจะไดร้ บั การเรยี นรู้ จากเจา้ หน้าทบ่ี รษิ ทั และสง่ ฝึกอบรมตามสถาบนั ต่าง ๆ เช่นการใชห้ ุ่นยนต์ในการผ่าตดั พาราไทรอยด์ เป็นต้น
สาหรบั หอ้ งผา่ ตดั จดั อตั รากาลงั พยาบาลสาหรบั ผ่าตดั ทย่ี ุง่ ยาก และมคี วามเสย่ี งสงู โดยจดั scrub 3 คน/1 หอ้ ง และมี non nursing ชว่ ย

ห้องคลอด ตามกรอบ FTE ทร่ี อ้ ยละ 80 ไดร้ บั การจดั สรรรอ้ ยละ 72 NP ลดลงในเกณฑท์ ใ่ี กลเ้ คยี งกบั มาตรฐาน คอื
รอ้ ยละ 113.91 ไดบ้ รหิ ารโดยการใชก้ าลงั คนจากภายนอกมาอยเู่ วร part time ในบางเวลา ซง่ึ เป็นคนทผ่ี ่านการเป็นพยาบาลหอ้ งคลอด
มคี วามชานาญดา้ นผู้คลอดเป็นอย่างดี การจดั สรรพยาบาลเขา้ หอ้ งคลออด ต้องเป็นพยาบาลทม่ี ใี บอนุญาตประกอบวชิ าชพี การผดุงครรภ์
การพฒั นาสมรรถนะท่นี อกเหนือจากการดูแลผูค้ ลอดในภาวะปกติ พยาบาลห้องคลอดมสี มรรถนะในการดูแลผู้คลอดท่กี ารคลอดตดิ ไหล่
ไดม้ กี ารทบทวน และออกแนวทางการดูแลร่วมกบั สหสาขาวชิ าชพี นอกจากน้ีไดพ้ ฒั นาการเฝ้าระวงั ภาวะชอ็ คจากการตกเลอื ดหลงั คลอด
จนอุบตั กิ ารณ์ไม่เกดิ ในรอบ 4 ปีทผ่ี า่ นมา

หน่วยงานมีบริการท่ีเส่ียงสูง เช่น หน่ วยไตเทียม ให้บริการบาบัดทดแทนไตโดยการฟอกเลือดด้วยเคร่ืองไตเทียม
(hemodialysis) และ ลา้ งไตทางช่องทอ้ ง (peritoneal dialysis) การเปลย่ี นถ่ายน้าเหลอื ง (plasmapheresis) การบาบดั ทดแทนการทางานของไต
อย่างต่อเน่ือง (continuous renal replacement therapy, CRRT) และ Hemoperfusion ผู้ป่วยทม่ี ภี าวะวกิ ฤตแิ ละฉุกเฉินจะให้บรกิ ารในหอ
ผู้ป่วยหนัก บริการล้างไตทางช่องท้อง (peritoneal dialysis) และบรกิ าร CAPD clinic พยาบาลไตเทยี มทุกคนต้องผ่านการอบรมเฉพาะ

14

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ทางการดแู ลผูป้ ่วยบาบดั ทดแทนไต ไดเ้ พมิ่ กาลงั งาน ในปี 62 จานวน 2 คน ปี63 จานวน 1 คน ทาให้ NP ลดลงจากรอ้ ยละ 130 เป็น 110
สง่ ผลใหก้ ารดแู ลผปู้ ว่ ยเป็นระบบมากขน้ึ มกี ารจดั ระบบใหม้ ี nurse manager การรบั เขา้ สง่ ออกผปู้ ว่ ย ระบบนดั ผูป้ ว่ ยทาหตั ถการ ไม่เกดิ จาก
การทาหตั ถการ มกี ารตดิ ตามคุณภาพการรกั ษา ส่งผลใหป้ ี 63 ผลลพั ทด์ า้ นความปลอดภยั ผูป้ ว่ ยลดลง เช่น ไม่เกดิ อุบตั กิ ารณ์การระบุตวั
ผดิ พลาดและcardiacarrestประสทิ ธภิ าพการฟอกเลอื ดผ่านเกณฑ์ ไดม้ กี ารนาการประเมนิ การพฒั นาคุณภาพชวี ติ ผป.มาใช้ มกี ารให้ health promotion

2.2.2หน่วยงานที่มี NPสงู มากกวา่ รอ้ ยละ110จากการวเิ คราะหท์ งั้ 10หน่วยงานมแี นวโน้มNPลดลงยกเวน้ ร่มไทรและหลงั คลอด
จากการเพมิ่ อตั รากาลงั ใหก้ บั ทกุ หน่วยงานมี FTE ตามเป้าหมาย (รอ้ ยละ 80) ในปี 63 มหี น่วยงานท่ี FTE ทไ่ี ม่ไดต้ ามเป้าคอื อายุรกรรมชาย1
(FTEรอ้ ยละ71) ในจานวน9หน่วยงานพบวา่ มี 5หน่วยงานท่ี NPมากกว่ารอ้ ยละ130ไดแ้ ก่ หลงั คลอดอายกุ รรมชาย1ศลั ยกรรมชาย หอผปู้ ว่ ยรม่ ไทร
และsick newborn เช่นอายรุ กรรมชาย1มี NP3ปี ยอ้ นหลงั เท่ากบั 164.3,144.76และ 130.13ตามลาดบั จากขอ้ มลู พบว่า NPมแี นวโน้มลดลง
จากการมแี นวทางการบรหิ ารเตยี งเม่อื ยอดผปู้ ว่ ยถงึ 55 และการเพมิ่ จานวนบุคลากรตามสว่ นขาด แต่ยงั พบว่า FTE เท่ากบั 69 หน่วยงาน จงึ มี
แนวทางในการบรหิ ารตามกาลงั งานทม่ี อี ย่เู พ่อื ลดภาระงานเช่นการแบ่งทมี ในการปฏบิ ตั งิ านจาก3ทมี เป็น4ทมี การนิเทศในการสง่ เวรโดยการนาใช้
SBAR สง่ ผลใหพ้ ยาบาลมเี วลาในการปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลมากขน้ึ อุบตั กิ ารณ์การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นจากการใหก้ ารพยาบาลลดลง เช่น อตั รา
การเกดิ แผลกดทบั อตั ราการตดิ เชอ้ื และอตั ราการreintubation เป็นตน้ สว่ นในหอผปู้ ว่ ยsicknewbornสามารถจดั สดั สว่ นพยาบาล:ผปู้ ว่ ยไดด้ ขี น้ึ
จาก 1:8 เป็น 1:4-5 ลดจานวนเวร OT จาก 15 เวรขน้ึ ไปเป็น 10-12 เวร

นอกจากน้ี ในหน่วยงานท่ี NP เคยท่ีสูงกว่า130เช่น อายุรกรรมหญงิ ทม่ี ี NP 3 ปียอ้ นหลงั เท่ากบั 126.5 130.23 121.27 ไดเ้ พมิ่
พยาบาลจาก2024และ28คนตามลาดบั โดยปรบั เพมิ่ อตั รากาลงั เวรเชา้ /บ่าย/ดกึ จาก 9:8:8เป็น 10:8:8 และ 10:9:8ตามลาดบั ร่วมกบั เพม่ิ ทมี
การพยาบาลจาก3เป็น4ทมี และจดั ใหม้ อี ตั รากาลงั พยาบาลทม่ี อี ายงุ าน5ปีขน้ึ ไปในแต่ละเวร2-3คนซง่ึ พบวา่ อบุ ตั กิ ารณ์สาคญั เชน่ การเกดิ
VAPลดลงจาก 3.371.35และ1.13พบมอี บุ ตั กิ ารณ์ใหเ้ ลอื ดผดิ 1รายในปี 62ไดน้ ิเทศกากบั ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามแนวทางมากขน้ึ ไม่พบอบุ ตั กิ ารณ์ซ้า

2.2.3การแก้ไขปัญหาภาระงานมากในภาพรวมไดแ้ ก่ 1.ขยายหน่วยงานเพ่อื ลดความแออดั ไดแ้ ก่ หอผปู้ ว่ ยอายุรกรรมชาย2
17 เตยี ง หอผปู้ ว่ ยพเิ ศษอายุรกรรมชนั้ 5 15 เตยี ง หน่วยมงิ่ มงคล ในหน่วยอุบตั เิ หตุและฉุกเฉิน 10 เตยี ง 2. มแี นวทางการกระจายผปู้ ่วยใน
แผนกอายุกรรม 3. ร่วมพฒั นาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนเพ่ือรบั ผู้ป่วยกลบั ไปดูแล 4. เพม่ิ อัตรากาลงั โดยทาสญั ญาจ้างพยาบาล
เกษยี ณอายรุ าชการ 5.ให้ care giver มสี ว่ นร่วมในการดูแลและสงั เกตอาการเปลย่ี นแปลงของผปู้ ่วย 6.การถ่ายโอนภารกจิ บางอย่างทไ่ี ม่จาเป็น
ตอ้ งทาโดยวชิ าชพี พยาบาลไปยงั กลมุ่ บคุ ลากรอน่ื ๆ เช่น เภสชั กรชว่ ยในการเตรยี มยาเคมบี าบดั พรอ้ มใชจ้ ากหอ้ งยา 7. สนบั สนุนเทคโนโลยี
ในการเฝ้าระวงั อาการผูป้ ่วย เช่นเคร่อื ง monitor ต่าง ๆ เพ่อื ช่วยใหพ้ ยาบาลสามารถเฝ้าระวงั ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 8. การพฒั นานวตั กรรม
เพ่อื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการทางาน เช่น IV fix lock, VC triangle, VC smart stretcher 9. เพม่ิ อตั ราการคงอย่ขู องบุคลากรทาใหล้ ดภาระงานลงได้
ในรอบ 3 ปี ตงั้ แต่ ปี 61-63 พบวา่ อตั ราการคงอยขู่ องพยาบาลเพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 95.26, 94.68 และ 95.52 ตามลาดบั อายุงานทล่ี าออกมากทส่ี ดุ
≤1 ปี สาเหตุทล่ี าออก คอื กลบั ภมู ลิ าเนา 3 จงั หวดั ชายแดนใตแ้ ละดแู ลบุพการี

จากการสารวจความสุขของบุคลากรกลุ่มการพยาบาลปี 62-63พบว่าค่าคะแนนเฉล่ยี ระดบั ความสุขภาพรวมอยู่ท่ี ร้อยละ64.3
และ62.2แปลผลวา่ “มคี วามสขุ ”เป็นระดบั ความสขุ ตามเป้าหมายเม่อื พจิ ารณารายมติ ิ พบว่าทงั้ 9มติ คิ วามสขุ อย่ใู นระดบั “มคี วามสขุ ”มติ ิ HappySoul
มคี ะแนนเฉลย่ี สงู สดุ ปี 62และปี 63เทา่ กบั รอ้ ยละ77.1และ71.8สว่ นHappy Relaxมคี ะแนนเฉลย่ี ต่าสุดปี 62เท่ากบั รอ้ ยละ52.29และส่วนปี 63
HappyFamilyมคี ะแนนเฉลย่ี ต่าสดุ รอ้ ยละ53.9แต่ยงั อยใู่ นระดบั “มคี วามสขุ ”ระดบั ความพงึ พอใจลดลงเลก็ น้อยจากปี 62เทา่ กบั รอ้ ยละ71และปี 63
เท่ากบั รอ้ ยละ70.43แต่ความยดึ มนั่ ผกู พนั เพม่ิ ขน้ึ ปี 62เทา่ กบั รอ้ ยละ47.79และปี 63เทา่ กบั รอ้ ยละ60.09

การวเิ คราะหป์ จั จยั เสรมิ ใหบ้ ุคลากรมคี วามผกู พนั ความสขุ ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ จากปจั จยั ดงั น้ี1.การบรหิ ารงาน
ทเ่ี ป็นธรรม ยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล ในเร่อื งการประเมนิ ผลปฏบิ ตั ริ าชการ มเี กณฑก์ ารเล่อื นตาแหน่งในระดบั สงู ขน้ึ เช่น ระดบั ชานาญการพเิ ศษ
เกณฑก์ ารคดั เลอื กหวั หน้าหอ/หวั หน้างานหวั หน้ากลุ่มงาน หรอื เกณฑก์ ารขอยา้ ยหน่วยงาน/ยา้ ยโรงพยาบาลการบรรจุเป็นขา้ ราชการ เป็นต้น
2.การสรา้ งขวญั กาลงั ใจการเชดิ ชเู กยี รติ พยาบาลดเี ดน่ ในสาขาต่างๆของชมรมพยาบาลจงั หวดั ภูเกต็ ซง่ึ มหี วั หน้าพยาบาลเป็นประธานชมรม
ช่นื ชมผูก้ ระทาความดี หรอื ได้รบั รางวลั ในการคดิ ผลงานทางวชิ าการ ในเวทีต่าง ๆ เช่น การประชุมคณะกรรมการโรงพยาบาล การประชุม
คณะกรรมการฝา่ ยการพยาบาลสวสั ดกิ ารบา้ นพกั /ค่าเช่าบา้ นในกรณีบา้ นพกั ไม่เพยี งพอจดั ตงั้ กองทุนเพ่อื นช่วยเพ่อื นร่วมพธิ สี าคญั ในครอบครวั
ช่วยเหลอื เม่อื มภี ยั พบิ ตั ิ สนั ทนาการงานปีใหม่ วนั เกดิ งานรดน้าดาหวั วนั สงกรานต์ มุทติ าจติ ผเู้ กษยี ณการศกึ ษาดูงาน 3. การเขา้ ถงึ ปญั หา
ของผปู้ ฏบิ ตั งิ านอย่างแทจ้ รงิ สนบั สนุนใหม้ กี ารทาสนุ ทรยี สนทนาทงั้ ในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน 4.Talent management เปิดโอกาสให้
บุคลากรไดแ้ สดงศกั ยภาพและความสามารถพเิ ศษเป็นคณะกรรมการ นาเสนอผลงานในเวทตี ่าง ๆ 5. ปรบั ปรุงพน้ื ทใ่ี หม้ สี ภาพแวดลอ้ มทด่ี ขี น้ึ
สรา้ งบรรยากาศในการทางาน 6. ใชก้ ารนิเทศอย่างเป็นกลั ยาณมติ ร เพ่อื ใหไ้ ด้ปญั หาอย่างแทจ้ รงิ 7. การดูแลในภาวะไม่ปกติ เช่น เหตุการณ์
โรคโควดิ ระบาดผบู้ รหิ ารทางการพยาบาลดแู ลคา่ ตอบแทนค่าเสย่ี งภยั คา่ ตอบแทนเพม่ิ 2เทา่ ของภาวะปกติ ปรบั คา่ ตอบแทนพตส.ใหต้ รงกบั งาน
ทท่ี าหรอื การจดั หาสถานทใ่ี หพ้ กั (โรงแรมทใ่ี กลโ้ รงพยาบาลใหพ้ กั ฟร)ี หาสถานทก่ี กั ตวั ในกรณีเป็นผเู้ สย่ี งสงู การจดั เวลาใหพ้ กั หลงั การดแู ล

15

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ผปู้ ว่ ยมาระยะหน่ึงการลงเยย่ี มใหก้ าลงั ใจขณะปฏบิ ตั งิ าน 8.การดูแลสขุ ภาพของบุคลากร กระตุ้นใหม้ กี ารตรวจสุขภาพประจาปี ตงั้ แต่ปี 60-63
บุคลากรพยาบาลมกี ารตรวจสขุ ภาพเพมิ่ ขน้ึ จากรอ้ ยละ91.35เป็น97.25ผลตรวจสขุ ภาพปี 63 กลุ่มเสย่ี ง BMIมากกว่า 25 รอ้ ยละ 31 กลุ่มเสย่ี ง
BMIเกนิ น้าตาลในเลอื ดสงู ไขมนั สงู รอ้ ยละ46.17 พบผปู้ ่วยรายใหม่เป็นเบาหวาน ความดนั โลหติ สงู มะเรง็ ไขมนั ในเลอื ดสงู ตอ้ งรบั การรกั ษา
รอ้ ยละ1.36ไมพ่ บผปู้ ว่ ยเบาหวานทม่ี ภี าวะแทรกซอ้ นทางไตตาและเทา้ จากการวเิ คราะหผ์ ลตรวจสขุ ภาพของบคุ ลากรกลมุ่ การพยาบาลสง่ ผลให้
มแี นวทางในการปรบั เปลย่ี นงานเพอ่ื ความเหมาะสมการยกเวน้ การปฏบิ ตั งิ านของบุคลากรทป่ี ว่ ยเรอ้ื รงั หรอื ปรบั ลดการอยู่เวรบ่าย-ดกึ มกี ารฉีด
วคั ซนี ไวรสั ตบั อกั เสบบี MMR DTไขห้ วดั ใหญ่ตามฤดกู าลวคั ซนี ป้องกนั ไขอ้ สี กุ อใี สแก่บุคลากรกลุ่มเสย่ี ง มี WPการดูแลบุคลากรบาดเจบ็
จากการปฏบิ ตั งิ านโดนเขม็ ตาสมั ผสั เลอื ดและสารคดั หลงั่ เสย่ี งบุคลากรเสย่ี งต่อการตดิ เชอ้ื สงู ไดร้ บั ยา ARVปี 61-63 คดิ เป็น 4,16และ10 ราย
(ม1ี รายหลงั รบั ยาตา้ นผน่ื ขน้ึ ทงั้ ตวั ตอ้ งนอนโรงพยาบาล)ปี 61รบั ประทานยาครบทุกคนปี 62ไดร้ บั ยาครบเทา่ กบั รอ้ ยละ75ปี 63รบั ยาต้าน
ครบรอ้ ยละ 37.5 หลงั จากตดิ ตามผล 6 เดอื น ผลเลอื ดปกติ

2.2การจดั อตั รากาลงั ในภาวะฉุกเฉิน
การจดั อตั รากาลงั ในภาวะฉุกเฉินเชน่ มกี ารมอบหมายการช่วยเหลอื เป็นทมี ทช่ี ดั เจน ทงั้ ในกรณีอุบตั ภิ ยั หมู่ หรอื ในกรณีการเกดิ
โรคระบาด ซง่ึ ไมส่ ามารถคาดการณ์ได้ องคก์ รพยาบาลมกี ารเตรยี มการและปรบั เปลย่ี นตามสถานการณ์ อย่างเชน่ ในกรณขี องการระบาดโรคโควดิ 19
ทผ่ี ่านมา สงิ่ สาคญั คอื ป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื ทงั้ จากตวั ผูป้ ่วย สผู่ ปู้ ฏบิ ตั งิ าน หรอื จากผปู้ ฏบิ ตั งิ านสคู่ รอบครวั ชุมชน หรอื การระบาด
ในบุคลากรซง่ึ จะทาใหส้ ถานการณ์เลวรา้ ยลงไปได้ ดงั นนั้ องคก์ รพยาบาลมกี ารเตรยี มดา้ นบุคลากรทางการพยาบาลโดย 1)มอบหมายพยาบาล
ควบคมุ และป้องกนั การตดิ เชอ้ื ใหค้ วามรู้ ทงั้ เรอ่ื งโรค การป้องกนั การตดิ เชอ้ื การแพร่กระจายเชอ้ื การฝึกใสแ่ ละถอด เคร่อื งป้องกนั PPEใหก้ บั
บุคลากรทางการพยาบาลทุกระดบั และทุกหอผูป้ ่วย ใหส้ ามารถทาไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 2) ประชุมวางแผนอตั รากาลงั ในระยะแรกของการระบาด
มหี อผูป้ ่วยทด่ี ูแลผูป้ ่วยโรคอุบตั ิใหม่อุบตั ซิ ้า (หอผปู้ ่วย รส.200 ปี ล่าง) โดยใชอ้ ตั รากาลงั งานพยาบาลท่มี อี ยู่ในหน่วยงาน เม่อื เขา้ สู่ระยะ
ของการระบาดมากขน้ึ มกี ารปรบั หอผปู้ ว่ ยทเ่ี ป็นหอ้ งพเิ ศษรบั ผปู้ ว่ ยทส่ี งสยั และตดิ เชอ้ื โดยใชอ้ ตั รากาลงั ของหน่วยงานเดมิ เช่นกนั แต่เม่อื มี
ผปู้ ว่ ยเพมิ่ ขน้ึ มอี าการวกิ ฤตตอ้ งใชห้ อ้ งNegative pressure (ในหอผปู้ ว่ ยรส.200ปี ล่าง)ไดป้ รบั ใชอ้ ตั รากาลงั โดยรวมคนจากหอผูป้ ่วยวกิ ฤตต่างๆ
เป็นสว่ นกลางจดั หมุนเวยี นเขา้ ดแู ลผปู้ ว่ ย อกี ทงั้ จดั อตั รากาลงั เตรยี มสาหรบั เปิดCohortCovidวกิ ฤต(ใชก้ าลงั งานจากหน่วยงานสามญั ต่างๆ)
จดั ซอ้ มการเปิดรบั ผปู้ ว่ ยมกี ารจดั กาลงั งานจากหน่วยงานต่างๆทดแทนและเขา้ ปฏบิ ตั งิ านในหน่วยงานทร่ี บั คนไขแ้ ละทราบผลว่าผูป้ ว่ ยตดิ เชอ้ื โควดิ
ซง่ึ ตอ้ งกกั ตวั ผูป้ ฏบิ ตั งิ านในหน่วยงานดงั กล่าวเกอื บทงั้ หน่วยงาน และปิดหน่วยงานแบบไม่มกี ารเคล่อื นย้ายผูป้ ่วยตามระยะเวลาทก่ี าหนด
3)การจดั การทรพั ยากรทงั้ PPE วสั ดุสน้ิ เปลอื งต่างๆทเ่ี รม่ิ ขาดแคลนตอ้ งขอรบั บรจิ าคจากหน่วยงานภายนอกแต่ดว้ ยเป็นการขาดแคลนทวั่ โลก
ไม่สามารถหาซอ้ื ได้ ดงั นนั้ การจดั การในระยะน้ี คอื ควบคุมการใชท้ รพั ยากรอย่างคุม้ ค่าทส่ี ุดมพี ยาบาล ICN เป็นเลขาฯ ระดบั เขต จดั สรรดูแล
ทรพั ยากรและรายงานทกุ สปั ดาห์ 4)การประสานความร่วมมอื ระดบั จงั หวดั ในการจดั กาลงั คน เปิดโรงพยาบาลสนาม และ บรหิ ารจดั การโรงแรม
ทเ่ี ป็นท่พี กั สาหรบั ผู้ท่ีสงสยั ติดเช้อื แต่อาการไม่รุนแรง นอกจากน้ีในโรงพยาบาลเพ่มิ หน่วยการตรวจคดั กรองผู้ป่วย โดยใช้กาลงั คนทงั้
โรงพยาบาลจดั สรรไปในหน่วยต่างๆจดั สรรพยาบาลงานผปู้ ว่ ยนอกเปิดหน่วยตรวจโรคหวดั และระบบทางเดนิ หายใจ ทอ่ี าคารชวั่ คราว (ตรงขา้ ม
โรงพยาบาล) 5)การสรา้ งขวญั และกาลงั ใจใหบ้ คุ ลากรเสรมิ พลงั ในการดแู ลผปู้ ว่ ย สนบั สนุน แกไ้ ขปญั หาตามการรอ้ งขอ สนับสนุนการฝึกอบรม
และการคงคณุ ภาพปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลทา่ มกลางความวติ กกงั วลสนบั สนุนสง่ิ อานวยความสะดวกการจดั หาทพ่ี กั สาหรบั เจา้ หน้าทท่ี ป่ี ฏบิ ตั งิ านโดยตรง
ใหม้ ที พ่ี กั โดยไม่ตอ้ งกลบั บา้ นจดั หาสถานทส่ี าหรบั กกั ตวั ผทู้ ม่ี คี วามเสย่ี ง
3.โครงสรา้ งและกลไกกากบั ดแู ลมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ
องคก์ รพยาบาลมโี ครงสรา้ งการบรหิ ารในแนวดงิ่ และสายการนิเทศในแนวราบ ทาใหก้ ารกากบั ดแู ลมาตรฐานและจรยิ ธรรมวชิ าชพี
มคี วามชดั เจน ดงั น้ี 1. กาหนดขอบเขต Job Description, Job Specification สมรรถนะของบุคลากรพยาบาลใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน
และเพยี งพอในการดแู ลผปู้ ว่ ยแต่ละประเภท 2. การนิเทศตามลาดบั ชนั้ โดยผชู้ ่วยหวั หน้าพยาบาล 1 คน นิเทศ หวั หน้ากลุ่มงานการพยาบาล
(ม1ี 6 กลุ่มงาน) 2 กลุ่มงาน หวั หน้ากลุ่มงาน นิเทศหน่วยงานในกลุ่มงานนนั้ ๆ 3. ควบคุมกากบั การปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลใหไ้ ดแ้ ละเป็นไปตาม
มาตรฐานทก่ี าหนด โดยใชแ้ นวทางปฏบิ ตั (ิ WI /WP ของงาน RM QA IC) ตดิ ตามการ พบว่า 3 อนั ดบั แรกทไ่ี ม่ปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง ไดแ้ ก่
การระบุตวั ผู้ป่วย การได้รบั สารน้าทางหลอดเลอื ดดาถูกต้อง การได้รบั ยาทางปากถูกต้อง ส่งผลต่อการเกดิ อุบตั ิการณ์ท่เี พมิ่ ขน้ึ ได้แก่
การใหเ้ ลอื ดผดิ คน และความคลาดเคล่อื นในการบรหิ ารยา นาส่กู ารทบทวน พบว่าเกดิ จากการไม่ Recheck และถามช่อื ผปู้ ว่ ย 4. จดั ระบบ
บรกิ ารทค่ี านงึ ถงึ คุณภาพและความปลอดภยั ของผรู้ บั บรกิ าร โดยใชท้ มี ทกั ษะผสม (skil mixed team) และมพี ยาบาลวชิ าชพี เป็นหวั หน้าทมี
ควบคมุ กากบั การมใี บอนุญาตประกอบวชิ าชพี (ปจั จุบนั รอ้ ยละ98.5 ไม่ผ่าน 2 คน จาก 701 คน) โดยใหป้ ฏบิ ตั งิ านภายใตก้ ารกากบั ของผมู้ ี
ใบประกอบวชิ าชพี 5. มรี ะบบการควบคุมกากบั /สอนงาน พยาบาลวชิ าชพี ทม่ี คี วามเช่ยี วชาญกว่า เช่นในผูป้ ฏบิ ตั งิ านใหม่ บุคลากรทอ่ี ยู่
ระหวา่ งการฝึกอบรมหรอื มคี ุณวุฒติ ่ากว่าเกณฑ์ พยาบาลจบใหม่ใหผ้ ่านการปฐมนิเทศ และใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ระบบงานต่างๆ ของโรงพยาบาล
ใชร้ ะบบพยาบาลพเ่ี ลย้ี ง(ผ่านการอบรมหลกั สตู ร5วนั จานวน70 คน)ครอบคลุมในทุกหน่วยงาน หวั หน้าหอผปู้ ่วยตดิ ตามประเมนิ ทุก 3 เดอื น

16

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

6 เดอื น สาหรบั ผูช้ ่วยพยาบาลและพนักงาน ผชู้ ่วยเหลอื คนไข้ ไดร้ บั การปฐมนิเทศส่อื สารบทบาทหน้าท่ี และปฏบิ ตั ิงานภายใต้การดูแล
ของพยาบาลวชิ าชพี และหวั หน้าหอผปู้ ว่ ย อจี ดั ให้ไดเ้ พมิ่ พูนความรู้ ทกั ษะในงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง อย่างน้อย 5 วนั ต่อคนต่อปี หรอื เม่อื มกี าร
เปลย่ี นแปลงวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ าน 6. มนี โยบายใหใ้ ชก้ ระบวนการพยาบาลในการดแู ลผปู้ ว่ ยครอบคลุมครบทุกมติ ิ 7. กากบั ตดิ ตามดา้ นจรยิ ธรรม
ทางการพยาบาลมคี มู่ อื ประกาศใหท้ ุกหน่วยงานยดึ ถอื ปฏบิ ตั ใิ นทศิ ทางเดยี วกนั ตดิ ตามประเมนิ พฤตกิ รรม จรยิ ธรรมและพฤตกิ รรมบรกิ าร
ของพยาบาลวชิ าชพี ทุกระดบั ทุก 2 ปี โดยใชแ้ บบประเมนิ ของคณะกรรมการจรยิ ธรรม สภาการพยาบาล ผลการประเมนิ จรยิ ธรรมวชิ าชพี
จรยิ ธรรมทวั่ ไป และดา้ นพฤตกิ รรม ซง่ึ ทงั้ 3 ดา้ นอย่ใู นช่วง 4.16 – 4.24 แต่ยงั พบขอ้ รอ้ งเรยี นดา้ นพฤตกิ รรมบรกิ าร ต่อเน่ืองทุกปี ทบทวน
Focus area (: OPD อายุรกรรม/ OPD ENT/ ER / IPD) และประเดน็ ขอ้ รอ้ งเรยี น (พฤตกิ รรมท่าทกี ารใหบ้ รกิ าร การใหข้ อ้ มลู การพูดจาส่อื สาร)
ซง่ึ ไมไ่ ดร้ ุนแรงถงึ ขนั้ ตอ้ งยา้ ยหรอื เปลย่ี นงาน ไดพ้ ฒั นาโดยอบรมพฤตกิ รรมบรกิ ารด่านหน้า ต่อเน่ือง ปี 62 -63 นิเทศกากบั โดยหวั หน้างาน
มกี ารปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม นอกจากน้ตี ดิ ตามขอ้ รอ้ งเรยี นทางคลนิ ิกระดบั E ลดลงจาก 10 ราย เป็น 7 ราย ในปี 63 กาหนดใหท้ ุกหน่วยงาน
มปี ระกาศสทิ ธผิ ปู้ ว่ ยตดิ ในหน่วยงานเพ่อื สอ่ื สารใหผ้ ูป้ ่วย/ญาตริ บั รู้ 8. มรี ะบบการดูแลผปู้ ่วยเสย่ี งสงู และกลุ่มทม่ี คี วามเปราะบาง ไดร้ บั การ
พทิ กั ษ์สทิ ธติ ามคาประกาศสทิ ธผิ ูป้ ว่ ย มกี ารดแู ลท่เี คารพความเป็นส่วนตวั ศกั ดศิ์ รขี องความเป็นมนุษย์ ค่านิยม และความเช่อื ส่วนบุคคล
เช่น ผู้ป่วยเดก็ (ตกึ คุณพุ่ม) จดั ใหม้ บี รกิ ารแยกจากผูป้ ่วยทวั่ ไป ผู้ป่วยติดเช้อื รวมทงั้ เดก็ ทถ่ี ูกล่วงละเมดิ ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ และครอบครวั
สามารถดแู ลตนเอง (self care) ได้ จดั ใหม้ คี ลนิ ิกเฉพาะโรค คลนิ ิกเดก็ ดี ตรวจพฒั นาการ ความผดิ ปกตติ ่างๆ เดก็ คลอดก่อนกาหนดทุกราย
ไดร้ บั การตรวจการไดย้ นิ การทางานของหวั ใจ ค่าความเขม็ ขน้ ของออกซเิ จน 4 ระยางค์ และ ROP จดั ใหม้ กี ารเฝ้าระวงั เดก็ ตกเตยี ง ตก clip
ตกตกึ สาหรบั กล่มุ ทเ่ี สย่ี งต่อการฟ้องรอ้ งรอ้ งเรยี นมกี ารจดั การทเ่ี ป็นระบบมที มี เจรจาไกล่เกลย่ี มกี ารจดั สถานทใ่ี หก้ ารดแู ลเฉพาะ ในผสู้ งู อายุ
ผพู้ กิ ารทช่ี ว่ ยเหลอื ตวั เองได้ หรอื ผสู้ งู อายุตดิ เตยี งใหป้ ลอดภยั เช่นการจดั พน้ื ทใ่ี ชส้ อยมหี อ้ งน้าสาหรบั ผสู้ งู อายุ ผพู้ กิ ารทางลาดสาหรบั รถเขน็
ในส่วนของพระภกิ ษุสงฆ์ จดั ทน่ี ัง่ รอตรวจ มคี วิ พเิ ศษ และมตี ึกสงฆอ์ าพาธและสวสั ดกิ ารค่าหอ้ งฟรี เม่อื พระภกิ ษุป่วย จดั ถวายภตั ตาหาร
และจดั ผา้ สาหรบั พระภกิ ษุ แยกซกั ผา้ ตลอดระยะเวลาทร่ี บั การรกั ษาสาหรบั ผปู้ ่วยทม่ี ภี ูมติ ้านทานต่ามหี อผปู้ ว่ ยเฉพาะเช่นเดยี วกนั และมี
คลนิ ิกแยกเฉพาะผูป้ ่วยตดิ เชอ้ื เอชไอวี ไม่ระบุช่อื คลนิ ิก ปกปิดความลบั ผลการตรวจ แจง้ แก่ผูร้ บั การตรวจเท่านัน้ โดยผ่านกระบวนการ
ใหบ้ รกิ ารปรกึ ษา ไม่แจง้ ผลทางโทรศพั ท์ และจากดั เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ของพยาบาลในผปู้ ว่ ยในแต่ละหน่วยงาน
การส่งเสริมการตดั สินใจทางคลินิกและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม:

กาหนดนโยบายการใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ในการปฏิบตั ิงาน สนับสนุนให้เข้าถึงความรู้ท่เี ป็นหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ได้ง่าย
ในรูปแบบระเบยี บปฏบิ ตั ิ เอกสารสงิ่ พมิ พท์ ร่ี วบรวมของกลุ่มภารกจิ ดา้ นการพยาบาลจากงาน CQI R2R งานวจิ ยั ความรดู้ งั กล่าวยงั จดั อยู่
ในระบบ IT มผี เู้ ชย่ี วชาญเป็นทป่ี รกึ ษาในการพฒั นางาน R2R KM นาหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ไปแลกเปลย่ี นการใชแ้ ละสรา้ งใหม่อย่างต่อเน่ือง
ตวั อย่างเช่น การใชเ้ คร่อื งมอื ประเมนิ ความเสย่ี ง การล่นื ตก หกลม้ การประเมนิ ความปวด Early warning sign ผปู้ ว่ ยกลุ่ม sepsis, premature
labour, shock ,Alvarado score appendicitis, Fal การรกั ษาดว้ ย HBOTมาใชร้ กั ษาร่วมในกลุ่มโรคต่างๆ เช่น สง่ เสรมิ การหายของแผลเบาหวาน
ลดการถกู amputate อวยั วะ การหายของเน้ือเย่อื ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ชอ่ งปากหลงั จากไดร้ งั สรี กั ษา สง่ เสรมิ พฒั นาการในเดก็ Autistic การบรหิ ารยา
Enoxaparin ในหอผปู้ ว่ ยอายรุ กรรมหญงิ และCCUR2Rประสทิ ธผิ ลการดูแลช่องปากในผูป้ ว่ ยวกิ ฤตทิ ใ่ี ส่ท่อช่วยหายใจและไม่ใหค้ วามร่วมมอื
ต่อสขุ ภาพชอ่ งปากและการเกดิ ปอดอกั เสบจากการใชเ้ คร่อื งชว่ ยหายใจ R2R ประสทิ ธผิ ลของการเตอื นการถอดสายสวนปสั สาวะต่อการตดิ เชอ้ื
ในทางเดนิ ปสั สาวะจากการคาสายสวนปสั สาวะ R2R เร่อื งผลการพฒั นารูปแบบการรบั ส่งอุปกรณ์เคร่อื งมอื แบบ Jet In Time งานจ่ายกลาง
เครอ่ื งมอื KYT ลดอุบตั เิ หตุเขม็ ตา สมั ผสั สารคดั หลงั่ ผปู้ ว่ ย การพฒั นารปู แบบการดแู ลแบบบรู ณาการแก่ผูป้ ว่ ยบาดเจบ็ ศรี ษะโดยการนาของ
พยาบาล เป็นตน้

ควบคุมกากบั การใชเ้ ทคโนโลยที เ่ี หมาะสม เช่น การรายงานอาการผปู้ ่วยทาง Line ใหร้ ายงานเฉพาะบุคคลเท่านนั้ ไม่ใสใ่ นไลน์กลุ่ม
ถ้าไม่ไดร้ บั การตอบสนองในเวลาทเ่ี หมาะสม ตอ้ งมกี ารตดิ ตาม ในกรณีฉุกเฉินจะรายงานตรงโดยใชโ้ ทรศพั ท์ กรณีการเกดิ โรคระบาด Covid
ทผ่ี ่านมา ไดใ้ ชก้ ารสอ่ื สารกบั ผปู้ ว่ ยโดยใชโ้ ทรศพั ทม์ อื ถอื การใชห้ ุ่นยนตใ์ นการสง่ อาหาร การใชก้ ลอ้ งวงจรปิด สงั เกตอาการผูป้ ่วยทไ่ี ม่เป็น
การละเมดิ สทิ ธิ์เป็นตน้

นอกจากน้ี การใช้เทคโนโลยชี ่วยการในรกั ษาพยาบาลตอบสนองต่อจุดเน้นของโรงพยาบาล Smart Hospital ไดแ้ ก่การใช้ QR code
สาหรบั แนะนาการปฏบิ ตั ติ วั แรกรบั การปฏบิ ตั ติ วั เมอ่ื จาหน่ายกลบั บา้ น ประเมนิ ความพงึ พอใจ ผปู้ ่วยในและผปู้ ว่ ยนอก Application Line group
เพ่อื สอ่ื สารการทางาน รบั ทราบปญั หาทไ่ี ม่เร่งดว่ นของบุคลากรทางการพยาบาล การแบ่งปนั เคร่อื งมอื อุปกรณ์ การใชไ้ ลน์กลุ่มในผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั
ทต่ี อ้ งดแู ลต่อเน่ืองทบ่ี า้ นเชน่ ผปู้ ว่ ยCAPDผปู้ ว่ ยใหย้ าเคมบี าบดั การใช้ Lineและใชน้ ้องกระจกการสอ่ื สาร2ทางในการสอ่ื สารกบั ผปู้ ว่ ยโควดิ 19
ทร่ี พ.สนามเพ่อื ลดความเสย่ี งของการแพร่กระจายเช้อื การใชห้ ุ่นยนต์ดนิ สอ ในการวดั ไข้ การใช้ Teleconference กบั กองการพยาบาลในการ
บรหิ ารจดั การเกย่ี วกบั โควดิ 19
การจดั การความรแู้ ละการส่งเสริมการวิจยั :

การส่งเสรมิ การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ (knowledge management) ได้จดั ให้มกี จิ กรรมการจดั การความรู้โดยสร้างชุมชนนักปฏบิ ตั ิ
(community of practise: CoP) อย่างต่อเน่ือง ปี 61 จานวน 2 เร่อื ง คอื Blood Stream Infection (BSI) และ Bed sore ปี 62 จานวน 8 เร่อื ง

17

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การป้องกนั ภาวะ IICP ในผูป้ ่วยบาดเจบ็ ทส่ี มอง การดูแลผปู้ ่วยก่อน – หลงั ผ่าตดั ตอ้ กระจก Team Steps การจดั การผปู้ ่วยระยะสุดทา้ ย
การดูแลแผลกดทบั (Bed sore) การป้องกนั ทารกอุณหภูมกิ ายต่า (Hypothermia) การพฒั นา VAP อย่างมสี ่วนร่วม และปี 63 จานวน 3 เร่อื ง
Bed sore Paliative และเคมบี าบดั สนับสนุนการใช้ IT ในการแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ะหว่างสมาชกิ ใน CoP และยงั ใชเ้ กบ็ เป็นคลงั ความรู้ KM
กลมุ่ การพยาบาลใน เวบ็ ไซดโ์ รงพยาบาลทาใหก้ ารเขา้ ถงึ ความรไู้ ดง้ า่ ย รวดเรว็ ทนั เวลาในการนาไปใช้ ขยายความรไู้ ปยงั เครอื ขา่ ยพยาบาล
จดั Journal club การนาปญั หาจากการปฏบิ ตั งิ านมาเป็นหวั ขอ้ ในการจดั ทาอย่างน้อยปีละ 2 เร่อื ง เช่น การจดั การความปวดเฉียบพลนั และ
การดดู เสมหะอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ไดป้ รบั WP การสง่ เสรมิ การวจิ ยั โดยพฒั นาศกั ยภาพการวจิ ยั และเป็นทป่ี รกึ ษางานวจิ ยั มี CoP วจิ ยั ช่วย
ใหค้ วามรกู้ ารวจิ ยั ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ขบั เคล่อื นการพฒั นางานวจิ ยั R2R กลุ่มการพยาบาลทุกหน่วยงานในกลุ่มโรคทส่ี าคญั และสนับสนุนใหม้ ี
การนางานวจิ ยั ทไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ เช่น การตพี มิ พว์ ารสารทงั้ ในระดบั เขตและระดบั ชาติ การนาเสนอผลงานในเวทรี ะดบั เขต ระดบั ชาติ และ
นานาชาตอิ ยา่ งต่อเน่อื ง

ผลงานเด่นดา้ นงานวจิ ยั ของกลมุ่ การพยาบาลทต่ี พี มิ พว์ ารสาร ปี 61 ตพี มิ พ์ 5 เร่อื ง เป็นงานวจิ ยั 3 เร่อื ง (Randomized Controled Trail
(RCT) 1 เร่อื ง และ Quasi-experimental 2 เร่อื ง) และกรณีศกึ ษา (case study) 2 เร่อื ง ตพี มิ พร์ ะดบั ชาติ (Thai Journal Citation Index Center
(TCI) ฐาน 1) 4 เร่อื ง ระดบั เขต 1 เร่อื ง มงี าน CQI 17 เร่อื ง นวตั กรรม 6 เร่อื ง ในปี 62 ตพี มิ พ์ 4 เร่อื ง เป็นงานวจิ ยั 2 เร่อื ง (Quasi-
experimental)และกรณีศกึ ษา(casestudy)2เรอ่ื งตพี มิ พร์ ะดบั ชาติ (TCIฐาน1)3เรอ่ื งระดบั เขต1เรอ่ื งและมงี านCQI4เรอ่ื งนวตั กรรม6เร่อื ง
และปี 63 ไม่มงี านวจิ ยั ตพี มิ พ์ แต่มงี านวจิ ยั 4 เร่อื ง (R &D 1 เรอ่ื ง Quasi-experimental 3 เรอ่ื ง)CQI 13 เรอ่ื ง และนวตั กรรม 6 เร่อื ง
การเชื่อมโยงการจดั การความเสี่ยงความปลอดภยั และคณุ ภาพกบั ภาพรวมขององคก์ ร

การประสานความร่วมมอื กบั คณะกรรมการต่างๆ ทงั้ ในระดบั หน่วยงาน สหวชิ าชพี เช่น การเป็นคณะกรรมการในระดบั ต่างๆ ไดแ้ ก่
คณะกรรมการยาทมี รกั ษาพยาบาล(PCTต่างๆ)คณะกรรมการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลคณะกรรมตอบสนองสภาวะฉุกเฉนิ เช่นอคั คภี ยั ภยั พบิ ตั ิ
โรคระบาดคณะกรรมการสง่ิ แวดลอ้ ม อาชวี อนามยั การอนุรกั ษพ์ ลงั งาน การดแู ลต่อเน่อื งร่วมกบั กล่มุ งานการพยาบาลชมุ ชน COC

การพฒั นาความปลอดภยั ในการบรหิ ารยา รว่ มกบั PTC เช่น เร่อื งการป้องกนั MDR โดยร่วมมอื ในการปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง RDU DUE
การป้องกนั ภาวะแทรกซอ้ นจากกลุ่มยาความเสย่ี งสงู ร่วมกบั เภสชั กร การพฒั นาใบ MAR การดาเนินงาน Medication reconcile ในผปู้ ว่ ยนอก
และหอผูป้ ่วยอายุรกรรมหญงิ อายุรกรรมชาย และหอผู้ปว่ ยหนักโรคหวั ใจ การเฝ้าระวงั การแพ้ยาซ้า การพฒั นาระบบการเบกิ ยาของห้อง
ฉุกเฉินเพอ่ื ป้องกนั การแพย้ าซา้ การประสานงานใหค้ าปรกึ ษาและตดิ ตามการใชย้ ารายบุคคลในคลนิ ิก 360 องศา คลนิ ิก CAPDCKDCOPDHT
การพฒั นาความปลอดภยั ดา้ นอาชวี อนามยั ความปลอดภยั และสง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน ร่วมกบั คณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มของโรงพยาบาล
ในเรอ่ื งการตรวจสขุ ภาพประจาปีและตามความเสย่ี ง ร่วมโครงการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ การสอบสวนการตดิ เชอ้ื หรอื บาดเจบ็ จากการ
ปฏบิ ตั งิ านเชน่ วณั โรคเขม็ ตาสมั ผสั สารคดั หลงั่ ผปู้ ว่ ยการจดั พน้ื ทป่ี ฏบิ ตั งิ านตามหลกั 5สการตรวจสอบคณุ ภาพน้าดม่ื และการลา้ งเคร่อื งทาน้าเยน็
ตามแนวทางเพอ่ื การลดการปนเป้ือนน้าดม่ื ในโรงพยาบาล การอนุรกั ษ์พลงั งาน รว่ มจดั ระบบแผนอคั คภี ยั การจดั การขยะและขยะรไี ซเคลิ

กล่มุ การพยาบาลกาหนดนโยบายขบั เคล่อื นความปลอดภยั ของผูป้ ว่ ยและบุคลากรตาม 2PsafetyGoals ทุกหน่วยงานมแี กนนาความเสย่ี ง
ร่วมเฝ้าระวงั ความเสย่ี งดกั จบั ความเสย่ี งหน้างานรว่ มกบั หวั หน้าหน่วยงานทมี ทาrisk Roundและจดั ทาRisk Profile รายงานความเสย่ี งเขา้ ระบบ
คณะทางานบรหิ ารความเสย่ี งกลุม่ การพยาบาลนาขอ้ มลู วเิ คราะหแ์ ละจดั ลาดบั ความสาคญั วางมาตรการป้องกนั เชงิ ระบบ ร่วมกบั ผูเ้ กย่ี วขอ้ ง
เพอ่ื ป้องกนั การเกดิ ความเสย่ี งซ้า ไดก้ าหนด RiskOwnerของกลุ่มการพยาบาลจากคณะการการชุดต่างๆ ระบุ focusarea ในประเดน็ ความเสย่ี ง
ดา้ น patient safety goal 6 เร่อื ง ไดแ้ ก่ Patients identification, Preventing pressure ulcers, Preventing patient fals, Refer and transfer safety,
Endotracheal tube displacement & Self extubation และ Admin errors ดา้ น Personnel safety goal 2 เร่อื ง ไดแ้ ก่ การป้องกนั อุบตั เิ หตุเขม็ ตา
ของมคี มบาด สมั ผสั สารคดั หลงั่ ผปู้ ว่ ย และการป้องกนั การตดิ เชอ้ื จากการทางานของบคุ ลากร

จากการทบทวน (1) อุบตั ิการณ์ที่เก่ียวข้องกบั การระบุตวั ผ้ปู ่ วย ทร่ี ะดบั ความรุนแรงถงึ ระดบั E คอื การใหเ้ ลอื ดผดิ คน พบว่า
เกดิ ในหน่วยงานเดมิ ถงึ 3 ครงั้ จากสาเหตุการไม่ถามชอ่ื ผปู้ ว่ ย การทางานทเ่ี ร่งรบี นาเลอื ดไปพรอ้ มกนั 2 ถุง ผปู้ ว่ ยนอนเตยี งใกลก้ นั การวาง
ถุงเลอื ดรวมกนั ในตูเ้ ยน็ หยบิ ไปผดิ ถุง ผลทไ่ี ดจ้ ากการทบทวนไดป้ รบั WP โดยคณะกรรมการการใชโ้ ลหติ เน้นการนาเลอื ดไปใหค้ รงั้ ละคน
เพม่ิ การเซน็ ช่อื ในใบคลอ้ งเลอื ด Double check โดยพยาบาล 2 คน ทข่ี า้ งเตยี งผูป้ ว่ ย ยนื ยนั กบั ผปู้ ่วย/ญาตใิ หม้ สี ว่ นร่วมในการตรวจสอบซ้า
สว่ นความคลาดเคล่อื นทางยาทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การระบตุ วั ผปู้ ว่ ย แมน้ ว่าในระดบั nearmissed ดกั จบั ไดส้ งู แต่ยงั พบอุบตั กิ ารณ์ในระดบั D – F
ของการใหย้ าผดิ คน Focus area ตงั้ แต่ ER ถงึ หอผูป้ ว่ ย แมจ้ านวนครงั้ ทเ่ี กดิ เพยี ง 1-3ครงั้ /หน่วยงาน แต่สง่ ผลกระทบต่อผปู้ ว่ ย ต้องไดร้ บั
การเฝ้าระวงั และนอนโรงพยาบาลนานขน้ึ เพอ่ื กระตุน้ ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามแนวทางคณะกรรมการQAปรบั วธิ ปี ระเมนิ การปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการปฏบิ ตั ิ
โดยใหป้ ระเมนิ ไขวห้ น่วยงานทุกเดอื น (2) อุบตั ิการณ์การเกิดแผลกดทบั (pressure ulcers) เป้าหมาย ระดบั 2-4 < 2 ต่อ 1,000 วนั นอน
โดยกาหนด focus area ในหน่วยงานทย่ี งั ไม่บรรลุเป้าหมายใน ICU 6 หน่วยงาน IPD 12 หน่วยงาน ตดิ ตามการปฏบิ ตั ิ และผลลพั ธโ์ ดยใช้
Control chart มี CQI R2R การพฒั นาแนวปฏบิ ตั ิการป้องกนั การเกดิ แผลกดทบั ผลการใชแ้ ป้งทานาคาในการป้องกนั แผลกดทบั ระดบั 1
ในผูส้ งู อายุ และเร่อื งร่วมแรงร่วมใจห่างไกลแผลกดทบั การ Empowerment ผูด้ ูแลมสี ่วนร่วมป้องกนั แผลกดทบั สอนการพลกิ ตะแคงตวั
การป้องกนั ความเปียกชน้ื พฒั นา KM การป้องกนั แผลกดทบั ร่วมกบั จงั หวดั ภูเก็ตและเครอื ข่ายเขต 11 อุบตั ิการณ์การเกดิ เรม่ิ ลดลง

18

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ซง่ึ ภาพรวมของกลุ่มการพยาบาลยงั สงู กว่าค่าเป้าหมาย (ปี 61- 63 เท่ากบั 4.8, 7.5 และ 6.1 ตามลาดบั ) และตดิ ตามในกลุ่ม Focus ICU
มแี นวโน้มสงู ขน้ึ เกอื บทงั้ หมด มเี พยี ง ICUM ทล่ี ดลงจากเดมิ (จาก 5.7 เป็น 4.6) สว่ นในกลุ่ม Focus IPD มี 6 หน่วยงานทอ่ี ตั ราการเกดิ ลดลง
6 ใน 12 หน่วยงาน (อายุรกรรมหญงิ ศลั ยกรรมประสาท, ศลั ยกรรมกระดกู , ศลั ยกรรมชาย อายุรกรรมชาย 2 และน้อมเกลา้ 2) แต่ยงั สงู กว่า
คา่ เป้าหมายเชน่ กนั และเพอ่ื สรา้ งความทา้ ทายกลุ่มการพยาบาลไดก้ าหนดเป้าหมายเพม่ิ คอื แผลระดบั 1ตอ้ งไมเ่ ปลย่ี นเป็นระดบั ทส่ี งู ขน้ึ ในปี 64
(3)อบุ ตั ิการณ์การพลดั ตกหกล้ม เป้าหมาย คอื อตั ราการพลดั ตกหกลม้ ระดบั C ขน้ึ ไป < 0.1 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน และอตั ราการเกดิ
อบุ ตั กิ ารณ์ ระดบั E-I เป้าหมาย = 0 โดยใช้ WP การดแู ลผปู้ ว่ ยป้องกนั การพลดั ตกหกลม้ Fal Risk Assessment tool ทบทวนปรบั นิยามแยก
ผปู้ ว่ ยกระโดดตกึ ปรบั WPการประเมนิ ความเสย่ี งต่อการล่นื ตก หกลม้ workshopphysicalและ medicalrestraintส่งเสรมิ การพฒั นาการป้องกนั
จากการทบทวนอุบตั ิการณ์ CQI ปลอดภยั แน่แค่นอน Crib นิเทศโดยหวั หน้างาน และ risk owner ติดตามผลลพั ธอ์ ตั ราการพลดั ตกหกลม้
ระดบั C ขน้ึ ไป ปี 61-63 เท่ากบั 0.15, 0.13 และ 0.11 ตามลาดบั และเกดิ อุบตั กิ ารณ์ระดบั E 1 ครงั้ หกลม้ ขณะนงั่ ลงขา้ งเตยี ง อุบตั กิ ารณ์
ระดบั F1 ครงั้ เป็นผปู้ ว่ ยสงู อายุ นงั่ พกั ขา้ งเตยี งวูบจากภาวะของโรค ศรี ษะกระแทกขอบเตยี งมแี ผลแตก การเพมิ่ การเฝ้าระวงั ตงั้ แต่แรกรบั
ประเมนิ กล่มุ เสย่ี งแขวนป้ายเตอื นและญาตมิ สี ว่ นร่วม(4)อบุ ตั ิการณ์ ETTdisplacement&Selfextubation เป้าหมายอุบตั กิ ารณ์ท่อช่วยหายใจ
เล่อื นหลุดลดลงรอ้ ยละ 50 และอตั ราการถอดท่อช่วยหายใจโดยไม่ไดว้ างแผนระดบั D-I ลดลง/1,000วนั คาท่อช่วยหายใจ กลุ่มเสย่ี งสงู : ผใู้ หญ่
Delirium, confused, มปี ญั หาในการสอ่ื สาร น้าลายมาก ในเดก็ ไม่มี cuff กาหนดพน้ื ทท่ี ่ศี ลั ยกรรมประสาท อายุรกรรมหญงิ CCU RCU
newborn ไดพ้ ฒั นาแนวทางปฏบิ ตั ปิ ้องกนั การถอดท่อช่วยหายใจโดยไม่ได้วางแผน หวั หน้างาน นิเทศ กากบั การเฝ้าระวงั ตามกลุ่มเสย่ี ง
สง่ เสรมิ การใช้ High flow ในผปู้ ว่ ยทม่ี ขี อ้ บ่งชเ้ี พอ่ื ลดการใส่ tube และลดการ re- intubation พฒั นานวตั กรรมป้องกนั เช่น ถุงมอื / อุปกรณ์พยุง
tube เล่อื นหลุดผลลพั ธ์ อตั ราการถอดท่อช่วยหายใจโดยไม่ไดว้ างแผนปี 61-63เกดิ ระดบั D(รอ้ ยละ9.68,38.92และ27.99) และระดบั E ขน้ึ ไป
(รอ้ ยละ 4.19, 19.46 และ 17.68) (5) อตั ราความคลาดเคลื่อนทางยา Administration errors ความคลาดเคล่อื นทางยา ทงั้ ในระดบั A-B
(จาก 1.79 เป็น 0.82 ต่อ 1,000 วนั นอน) และระดบั C (จาก 1.54 เป็น 1.11 และ0.77 ต่อ 1,000 วนั นอน) ลดลงอย่างต่อเน่ืองทุกปี แต่ยงั พบ
ความคลาดเคล่อื นทางยา ระดบั D-I มแี นวโน้มสงู ขน้ึ (0.39 , 0.45 และ 0.9 ต่อ 1,000 วนั นอน) ทงั้ wrong patient, wrong technique, wrong time
รวมทงั้ การบรหิ ารยาใน E- mar ฉลากยา เกดิ อุบตั กิ ารณ์จากการคดั ลอกยาลง card ยาผดิ มแี ผนพฒั นา จะยกเลกิ card ยาทงั้ หมดโดยนาใช้
สตก๊ิ เกอรย์ าแทน card ยา นอกจากน้ใี นการบรหิ ารยาเสย่ี งสงู การใชเ้ ทคนิคการใหย้ าไม่เหมาะสม บรหิ ารยาเรว็ สง่ ผลเกดิ phlebitis ในยากลุ่ม
ATB, B –fluid, ยาเคมบี าบดั ทบทวนแนวทางการบรหิ ารและใช้ infusion pump ช่วยควบคุมอตั ราการไหล และร่วมทบทวนกาหนดยาเสย่ี งสงู
เป็นยา HAD จดั workshopยาเสย่ี งสงู ร่วมกบั เภสชั กร(ทงั้ กลมุ่ ยาเคมบี าบดั ทเ่ี สย่ี งสงู ,ยาfentanyl จากการบรหิ ารยาเรว็ )หวั หน้าหน่วยงานนเิ ทศ
ควบคุม เน้นย้าการติดตามการประเมนิ การใหย้ า จากกรณีใหย้ า INR โดยไม่ไดต้ ดิ ตามผล INR (wrong assess) และทบทวนการบรหิ ารยา
ตามใบ E- mar ต่อเน่ือง (6)อุบตั ิการณ์ผ้ปู ่ วยอาการทรดุ ลงระหว่างนาส่ง (transfer) ปี 62 พบผปู้ ว่ ยอาการทรุดลงขณะนาส่ง 12 ราย
จากการทบทวน พบว่าไม่ไดม้ กี ารประเมนิ ซ้าก่อนนาสง่ (re-assessment) ไม่มพี ยาบาลนาส่ง และไม่มคี วามพร้อมดา้ นขอ้ มูลและเคร่อื งมอื
อปุ กรณ์ในการตดิ ตามและนาสง่ ทมี ไดม้ กี ารพฒั นาแนวทางดา้ นการจดั ซอ้ื อุปกรณ์ใหเ้ พยี งพอ และมกี ารทบทวนอุบตั กิ ารณ์ระดบั หน่วยงาน
และพบวา่ ปี 63อบุ ตั กิ ารณ์ผปู้ ว่ ยอาการทรุดลงระหว่างนาสง่ ลดลงเป็น6รายจากการทบทวนพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกดิ จากการไม่ไดป้ ระเมนิ ซ้า
ก่อนนาสง่ ผปู้ ว่ ยและไม่มพี ยาบาลนาสง่ เชน่ เดมิ ทมี จงึ ไดท้ บทวนsafety transferอยา่ งเป็นระบบมากขน้ึ โดย(1)จดั ทาแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู อาการ/
การใหก้ ารดแู ลกอ่ นและขณะสง่ ต่อระหว่างแผนกสาหรบั ผปู้ ว่ ยกลุ่มเสย่ี งทงั้ แผนก OPD และ IPD (2)กาหนดกลุ่มโรคผูป้ ว่ ยกลุ่มเสย่ี งทต่ี อ้ งมี
พยาบาลนาสง่ และ(3) พฒั นาแนวทางการช่วยเหลอื เม่อื เกดิ เหตุการณ์ฉุกเฉินในหน่วยงานสนับสนุนเช่น MRI CT และอบรม basic CPR
แกเ่ จา้ หน้าทห่ี น่วยงานดงั กลา่ ว

ในดา้ น Personnel safety Goal (1)อบุ ตั ิการณ์ เขม็ ตาของมีคมบาดสมั ผสั สารคดั หลงั่ ผปู้ ่ วย มเี ป้าหมายคอื ลดลงรอ้ ยละ 10
จากอบุ ตั กิ ารณ์ ทเ่ี กดิ กบั บุคลากร พบวา่ สาเหตุจากขาดความระมดั ระวงั ไม่สวมอุปกรณ์ป้องกนั กล่มุ ทพ่ี บอุบตั กิ ารณ์มากทส่ี ุด คอื บุคลากร
พยาบาลกลมุ่ (novice) ซง่ึ เกดิ เขม็ ตามากทส่ี ดุ รองลงมาเป็นของมคี มบาดและสารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา/ปาก ส่วนใหญ่เกดิ ในเวรเชา้ รองลงมา
คอื เวรบ่ายและเวรดกึ กลุม่ งานทพ่ี บอบุ ตั กิ ารณ์บ่อย ไดแ้ ก่ อายุรกรรม ศลั ยกรรม หอ้ งผา่ ตดั หอ้ งอุบตเิ หตุฉุกเฉิน ทมี ฯ ไดด้ าเนินการแกไ้ ข
โดยการจดั อบรมใหค้ วามรู้ สาธติ รณรงคโ์ ดยใชก้ ลยทุ ธ์ KYTกระตุน้ เตอื นโดยใชโ้ ปสเตอร์ และใชร้ ะบบพเ่ี ลย้ี งตดิ ตามผลการดาเนินงาน ปี 61-63
เกดิ 35,41และ49ครงั้ มแี นวทางการประเมนิ ความเสย่ี งบุคลากรไดร้ บั การเจาะเลอื ดตามแนวทางฯ ในกรณีเสย่ี งต่อการตดิ เชอ้ื สงู ไดร้ บั ยา ARV
(ปี 61-63มี 4,16และ8ราย)ตดิ ตามผลเลอื ดทุก1,3และ6เดอื นผลnegative ทุกราย(2)อุบตั ิการณ์การติดเชื้อจากการทางานของบุคลากร
เทา่ กบั 0พบมบี ุคลากรปว่ ยเป็นวณั โรคจากการตรวจสขุ ภาพประจาปี หรอื จากอาการหรอื อาการแสดงของระบบทางเดนิ หายใจแลว้ ไปพบแพทย์
ปจั จยั เสย่ี งของบคุ ลากรทป่ี ว่ ยเป็นวณั โรคปฏบิ ตั งิ านในพน้ื ทม่ี ี CO2 ปรมิ าณสงู เช่น OPD อายุรกรรม OPD จติ เวช การปฏบิ ตั งิ านทส่ี มั ผสั
กบั ผูป้ ่วยท่เี ป็นวณั โรค การมโี รคร่วม และการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั ทมี ฯ ดาเนินการแกไ้ ขในการจดั อบรมใหค้ วามรู้ สอนใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั
มกี ารทา fit test และจดั โซนรบั ผูป้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ในหอผูป้ ่วยสามญั กลุ่มการพยาบาลสนบั สนุนใหพ้ ยาบาลใหม่จานวน 41 คน เขา้ ร่วมโครงการ
IGRA กบั สานักวณั โรคเพ่อื หาผูต้ ดิ เชอ้ื วณั โรคระยะแฝง (การตดิ เชอ้ื จากชุมชน 2 ราย) ทมี ICN และผูเ้ กย่ี วขอ้ งร่วมปรบั แนวปฏบิ ตั กิ าร
ป้องกนั และควบคุมการแพร่กระจายเชอ้ื วณั โรคในโรงพยาบาลเกดิ การปรบั ปรุงแนวทาง/แนวทางใหม่ ไดแ้ ก่ 1)แนวทางการเอกซเรยป์ อดบคุ ลากร

19

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ปีละ 2 ครงั้ ในหน่วยงานทม่ี บี ุคลากรป่วยดว้ ยวณั โรค 2) ปรบั แนวทางการรบั บุคลากรใหม่ต้องไดร้ บั การเอกซเรยป์ อดก่อนเขา้ ทางาน และ
ในเชงิ บรหิ ารคอื การมสี ว่ นรว่ มในการดแู ปลนกอ่ สรา้ งตามหลกั ICปรบั การระบายอากาศในพน้ื ทม่ี ี CO2ปรมิ าณสงู เพ่อื ใหไ้ ดม้ าตรฐานมคี วามเป็นไปได้
ในทางปฏบิ ตั ิ และมคี วามคมุ้ คา่ คมุ้ ทนุ [[ผลลพั ธ์ ปี 2561 TB lung 2 TB peritonitis 1 (RN= 2 Non RN=1) ปี 2562 TB lung 4 TB peritonitis 1
(RN=2 Non RN=3)ปี 2563 TB lung 3 TB LN 1 (RN=3 Non RN=1)]] ในบคุ ลากรทป่ี ว่ ยเป็นไขส้ กุ ใสเกดิ จาก2สาเหตุ คอื 1)ตดิ จากเพ่อื นร่วมงาน
แลว้ แพร่กระจายเชอ้ื ส่เู พ่อื นร่วมงานทป่ี ฏบิ ตั งิ านในหน่วยงานเดยี วกนั และ 2) ตดิ เชอ้ื จากชุมชนแลว้ ป่วยในหน่วยงาน จงึ เกดิ แนวทางใหม่
คอื การสารวจภูมคิ มุ้ กนั โรคสกุ ใสในบคุ ลากรครอบคลมุ ทกุ หน่วยงานทม่ี คี วามเสย่ี ง และรบั การฉดี วคั ซนี ในผไู้ ม่มภี ูมคิ ุม้ ประสานงานร่วมกบั
กลุ่มงานอาชวี เวชกรรม ในการเฝ้าระวงั การติดเชอ้ื จากการปฏบิ ตั ิงานของบุคลากรทางการพยาบาลอย่างเป็นระบบ จากการติดตามผลจาก
ไขอ้ สี กุ อใี สลดลง(ปี 59-63คดิ เป็น9,5,5,2และ0ราย)นาสกู่ ารสรา้ งผลงานR2Rเร่อื ง“การคดั กรองประวตั แิ ละผลตรวจภูมคิ มุ้ กนั ต่อไวรสั สกุ ใส
ในแผนกกมุ ารเวชกรรม” พบว่าการคดั กรองดว้ ยการสอบถามประวตั ปิ ว่ ย การไดร้ บั วคั ซนี ก่อนการใหว้ คั ซนี มคี วามคุม้ คา่ คุม้ ทนุ มากทส่ี ดุ

ข.ปฏิบตั ิการพยาบาล
สทิ ธผิ ู้ป่วยและจรยิ ธรรมวชิ าชีพ การพทิ กั ษ์สทิ ธผิ ู้ป่วยนอกจากกลุ่มเสย่ี งสงู เช่น เดก็ ผู้สูงอายุ พระ (ดงั ท่ไี ด้กล่าวในหวั ขอ้

โครงสรา้ งและกลไกกากบั ดแู ลมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพ)กรณีทผ่ี ูป้ ่วยอย่ใู นภาวะเสย่ี งอนั ตรายถงึ ชวี ติ ผปู้ ว่ ยมสี ทิ ธไิ ดร้ บั การช่วยเหลอื
เร่งดว่ น ทผ่ี ่านมาทางกลุ่มการพยาบาลไดร้ ่วมปรกึ ษากบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี เพ่อื จดั ทาแนวทางการดูแลและประกนั เวลาในผูป้ ว่ ยกลุ่มเสย่ี ง
เช่น STEMI Fast track, Stroke Fast track, Sepsis Fast track และประกนั เวลาผล Lab กลุ่มวกิ ฤต เช่น DHF ประกนั เวลาการแจง้ ผล CBC,
ผปู้ ว่ ยShockเป็นตน้ สทิ ธขิ นั้ พน้ื ฐานทจ่ี ะไดร้ บั การรกั ษาและดแู ลอยา่ งสมศกั ดศิ์ รกี อ่ นเสยี ชวี ติ กล่มุ การพยาบาลไดร้ ่วมกบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี
ในการจดั บรกิ ารการดแู ลวถิ พี ทุ ธ ใหม้ กี ารดแู ลแบบประคบั ประคองเน้นการจดั การอาการทงั้ ทางดา้ นรา่ งกายสงั คม จติ วญิ ญาณและมกี ารประสาน
การสง่ ต่อถงึ ชุมชนโดยไดจ้ ดั ทาแนวทางการดแู ลคอื แนวทางการดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคอง(WI/EOL/001)แนวทางการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย
(WI/EOL/002)แนวทางการดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ยทบ่ี า้ น (WI/EOL/003)

สทิ ธขิ นั้ พน้ื ฐานในการไดร้ บั การดูแลดา้ นสขุ ภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี โดยไม่มกี ารเลอื กปฏบิ ตั ิ เช่น การป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื
จากผปู้ ว่ ยโรคตดิ ต่อสสู่ งิ่ แวดลอ้ ม การรบั ผปู้ ว่ ยหอผปู้ ่วยแยกโรค แยก ARI clinic การรณรงคใ์ หบ้ ุคลากรและญาตผิ ูป้ ่วยลา้ งมอื ก่อนและหลงั
สมั ผสั ผู้ป่วยโดยการใช้ Alcohol Hand Rub จดั ไวใ้ หท้ ุกจุดบรกิ ารและทุกปลายเตยี งของผูป้ ่วยกลุ่มเสย่ี งเพ่อื ความสะดวกในการลา้ งมอื
ไดร้ ณรงคก์ ารลา้ งมอื ถูกวธิ ี ทวั่ ทงั้ โรงพยาบาลทุกปีต่อเน่ืองจดั ทาโครงการCleanHandIIProjectรณรงคก์ ารลา้ งมอื ในหน่วยงานทใ่ี หบ้ รกิ ารผูป้ ว่ ย
และหน่วยงานสนบั สนุน โดยการประกวดการลา้ งมอื ประกอบเพลงสอ่ื ใหเ้ หน็ การลา้ งมอื 7 ขนั้ ตอน หรอื 5 moments หรอื ตามความเหมาะสม
ตามบรบิ ทของหน่วยงานหรอื หอผูป้ ่วย นอกจากน้ีมกี ารสอน และประเมนิ การลา้ งมอื ผูป้ ่วยและญาตผิ ูป้ ่วย CAPD ร่วมกบั หน่วย CAPD
ใหค้ วามรผู้ ปู้ ว่ ยและญาตเิ กย่ี วกบั การทาความสะอาดมอื และการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั

การดูแลผูป้ ่วยตดิ เช้อื อุบตั ใิ หม่ อุบตั ิซ้า กลุ่มภารกจิ ด้านการพยาบาล สนบั สนุน และร่วมพฒั นาบุคลากรพยาบาลและทมี ICN
ร่วมวางแผนระดบั โรงพยาบาลสามารถให้การเฝ้าระวงั ทบทวนมาตรการดา้ นการดแู ลรกั ษาพยาบาลผู้ป่วย โดยไม่พบการแพร่กระจายเช้อื
ในโรงพยาบาล ไดม้ กี ารร่วมปรบั ปรุงและซอ้ มแผนทุกปี เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ ไดม้ กี ารประชุมทา/ซอ้ มแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน
ทางสาธารณสขุ กรณีโรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเกต็ (เน้น MERS-CoV Ebola Covid 19) ใหค้ วามรแู้ ก่เจา้ หน้าทโ่ี รงพยาบาล
แต่ละระดบั ทมี ดแู ลและการรกั ษาโรคอุบตั ใิ หม่-อุบตั ซิ ้ารวมถงึ การฝึกปฏบิ ตั กิ ารสวมPPEและการซอ้ มแผนเตรยี มรบั โรคอุบตั ใิ หม่ อุบตั ซิ ้าทงั้
walk in และรบั ส่งต่อ ซอ้ มจรงิ และซอ้ มบนโต๊ะ ฝึกปฏบิ ตั กิ ารสวม PPE แก่บุคลากร ER EMT ทต่ี ้องไปรบั ผูป้ ่วยสงสยั โรคตดิ ต่ออุบตั ใิ หม่
ทเ่ี ดนิ ทางมาทางด่านท่าเรอื และสนามบนิ การใหค้ าแนะนาแก่ญาติ และผูป้ ่วยในการดูแลตนเองเม่อื กลบั ไปอย่บู า้ นใหป้ ลอดภยั จากการตดิ เชอ้ื
และไม่ใหแ้ พรเ่ ชอ้ื ไปสผู่ อู้ น่ื ตามแนวทางท่ี IC กาหนด

การนิ เทศกากบั การปฏิบตั ิการพยาบาล ผู้นาทางการพยาบาล นิเทศกากบั การปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานวิชาชพี ทงั้ การสอน
ขณะปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลการตามรอยกระบวนการดแู ลผปู้ ว่ ยการตรวจสอบเวชระเบยี น รวมถงึ การการเรยี นรรู้ ว่ มกบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี เพ่อื พฒั นา
สมรรถนะ ทกั ษะเชงิ วชิ าชพี พฒั นาความเป็นเลศิ การพยาบาลเฉพาะทาง ตามกลมุ่ โรคสาคญั /กลุ่มโรคเรอ้ื รงั ตามทโ่ี รงพยาบาลกาหนดดงั น้ี

กลมุ่ ผปู้ ่ วยโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด จากการนิเทศ พบประเดน็ ในกระบวนการดแู ลผปู้ ว่ ย ดงั น้ี (1) การประเมนิ ผปู้ ่วยหลงั ไดร้ บั ยา
Streptokinase ทไ่ี ม่ครอบคลุม ส่งผลต่อการเกดิ ภาวะเลอื ดออกในระดบั รุนแรง(Major)ในปี 61 จานวน 1ราย (จาก รพช.)และปี 62 จานวน 2 ราย
(จาก รพช.และจากจากหอผูป้ ่วยในวชริ ะภูเกต็ ) ทบทวนพบว่าขาดการประเมนิ ขอ้ บ่งชข้ี องการใหย้ า สง่ิ ทไ่ี ดจ้ ากการทบทวน คอื การเน้นย้า
การประเมนิ ขอ้ บง่ ชต้ี ามแนวทางปฏบิ ตั ทิ ก่ี าหนดไว้ รวมถงึ การเฝ้าระวงั การดแู ลหลงั การใหย้ าทงั้ เครอื ขา่ ยใชร้ ะบบการRemindเม่อื เปิดหยบิ ยาใช้
พฒั นาสมรรถนะพยาบาลจากการทบทวนในเร่อื งการประเมนิ ทางระบบประสาท (Neuro signs)การใช้ early warning signsในผูป้ ่วยใหย้ าทุกราย
ตดิ ตามต่อเน่ืองในปี 63 มผี ู้ป่วยส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนเดมิ ไม่พบอุบตั ิการณ์ท่ีรุนแรงซ้า มเี พยี งภาวะเลอื ดออกเลก็ น้อย (Minor)
เม่อื ไดร้ บั การดแู ลอาการทเุ ลากลบั บา้ นได้ (2)ประเดน็ การดแู ลต่อเน่อื งทค่ี รอบคลมุ และเหมาะสมในผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั การใสส่ ายสวนหลอดเลอื ดหวั ใจ
เกดิ Hematoma หลงั offsheathซง่ึ ในปี 62พบอตั ราการเกดิ (รอ้ ยละ3.55)ลดลงจากปี 61(รอ้ ยละ5.62)จากการพฒั นาสรา้ งWPการดแู ลผปู้ ว่ ย

20

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

Acute Coronary Syndrome ทไ่ี ดร้ บั การตรวจสวนหวั ใจและตอ้ ง off sheath ในหน่วยงาน และการทา R2R เร่อื งผลของการนาใชแ้ นวทางปฏบิ ตั ิ
การพยาบาลในการดูแลผูป้ ว่ ยหลงั สวนหลอดเลอื ดหวั ใจ แต่ปี 63 มแี นวโน้มเพมิ่ ขน้ึ (ร้อยละ 4.97) ถงึ ระดบั H 1 ราย จากการวเิ คราะห์
เกดิ จากการสอ่ื สารทไ่ี มไ่ ดป้ ระเมนิ ความเขา้ ใจเป็นผสู้ งู อายุ ทาใหผ้ ปู้ ว่ ยเบ่งถ่ายขณะอยบู่ นเตยี งและอย่รู ะหวา่ งการเฝ้าระวงั หลงั ใสส่ ายสวนหวั ใจ
ทาให้เกดิ ภาวะเลอื ดออกมากบรเิ วณทถ่ี อดสายสวน จนเกดิ ภาวะ cardiac arrest แต่ผู้ป่วยไดร้ บั การช่วยเหลอื และดูแลจนพน้ ภาวะวกิ ฤต
สามารถกลบั บา้ นได้ นาสกู่ ารทบทวนการใหข้ อ้ มลู คาแนะนาและตดิ ตามทวนสอบว่าผปู้ ว่ ยเขา้ ใจหรอื ไม่ และ(3)พฒั นาสมรรถนะพยาบาลในเครอื ขา่ ย
กาหนดเป็นสมรรถนะเฉพาะโรคของพยาบาลหอผู้ป่วยวกิ ฤตหวั ใจ (CCU) พยาบาลห้องอุบตั ิเหตุและฉุกเฉินทุกคน ทต่ี ้องสามารถใหย้ า
Streptokinase และการดแู ลหลงั ใหย้ าไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตามมาตรฐาน ทาใหร้ อ้ ยละผูป้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ยาละลายลม่ิ เลอื ดภายใน 30 นาที มแี นวโน้มดี
ขน้ึ แต่ยงั ไม่ถงึ เป้าหมาย (≥รอ้ ยละ50)ปี 61-63 เท่ากบั 22.34, 16.67 และ 25.92 ตามลาดบั

กลุ่มผ้ปู ่ วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) จากการทบทวนกระบวนการดูแลผูป้ ่วย ให้ได้รบั ยาละลายลมิ่ เลือดในผูป้ ่วย
โรคหลอดเลอื ดสมองตบี /อุดตนั ภายใน 60นาทเี ม่อื มาถงึ โรงพยาบาลเป้าหมายเท่ากบั 95% ปี60-62 เท่ากบั 47.94, 52.24, 64.05% ตามลาดบั
หน่วยงานไดว้ เิ คราะห์ร่วมกบั เครอื ข่าย สหสาขาวชิ าชพี เพมิ่ สมรรถนะพยาบาล ในการใหย้ า rTPA ทงั้ พยาบาลหอ้ งอุบตั เิ หตุและฉุกเฉิน
พยาบาลในหน่วยStroke รวมถงึ การจดั ใหม้ พี ยาบาลผดู้ แู ล(case manager)มพี ยาบาลเฉพาะทางทกุ เวรเพ่อื ใหส้ ามารถลงประเมนิ ผปู้ ว่ ยไดท้ นั ที
ทห่ี อ้ งอุบตั เิ หตุและฉุกเฉิน พรอ้ มกบั การปรบั ปรุงระบบการสง่ โดยใหโ้ รงพยาบาลทส่ี ามารถทา CT Brain และตรวจ Labไดส้ ามารถเขา้ ส่รู ะบบ
Stroke fast trackไดท้ นั ที โดยไม่ตอ้ งผ่าน ER นอกจากน้ีไดจ้ ดั ระบบการประสานงานภายในโรงพยาบาล มอบหมายหน้าทใ่ี ห้ ประชาสมั พนั ธ์
มสี ว่ นรว่ มในStrokealertandStrokeawarenessจากการพฒั นาทงั้ ระบบทาใหอ้ ตั ราการไดร้ บั ยาละลายลมิ่ เลอื ดในผปู้ ว่ ยโรคหลอดเลอื ดสมองตบี /
อุดตนั ภายใน60นาทเี ม่อื มาถงึ โรงพยาบาลมอี ตั ราเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งชดั เจนเทา่ กบั รอ้ ยละ88.88โรงพยาบาลไดพ้ ฒั นาต่อเน่อื งให้ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การสง่ ต่อ
เพ่อื การดแู ลต่อเน่อื งทกุ ราย ทาใหไ้ มพ่ บการกลบั มารกั ษาซ้าทงั้ 3 ปี

การนิเทศท่สี าคญั อกี ประเดน็ ในการดูแลผูป้ ่วยกลุ่มน้ี ไดแ้ ก่ การป้องกนั การเกดิ aspirate pneumonia ตงั้ เป้าอตั ราการเกดิ
aspiratepneumoniaเท่ากบั 0จากการทบทวนปี 61,62มแี นวโน้มลดลงเทา่ กบั 14.6,9.3ตามลาดบั จาการพฒั นาแนวปฏบิ ตั กิ ารประเมนิ การกลนื
โดยนาแบบการคดั กรองอาการกลนื ลาบากใชร้ ่วมกบั การประเมนิ การกลนื ลาบาก เพมิ่ การคดั เลอื กอาหารใหเ้ หมาะสมกบั สภาพผปู้ ว่ ย สอนญาติ
และผดู้ แู ลในการสงั เกตอาการกลนื ลาบากทบ่ี า้ นในปี 63หน่วยงานไดพ้ ฒั นาจดั ทาCQI เร่อื ง“ประเมนิ ใสใ่ จ กลนื ปลอดภยั ห่างไกลปอดอกั เสบ”
เพม่ิ มาในการดแู ลทาใหส้ ามารถลดอตั ราการเกดิ aspirate pneumonia เทา่ กบั รอ้ ยละ 7.6

กลมุ่ ผปู้ ่ วยSepsis ผลการดาเนินงานทผ่ี า่ นมา 3 ปี พบวา่ กระบวนการดแู ลมแี นวโน้มดขี น้ึ คอื การเจาะ Hemo culture ก่อน ให้
Antibiotic (เป้าหมาย ≥รอ้ ยละ 90) พบว่าในปี 61 –63 ไดผ้ ลร้อยละ 95, 89.3 และ 95.8 ตามลาดบั ส่วนการให้ Antibioticภายใน1ชม.หลงั แพทย์
วนิ ิจฉัย(เป้าหมาย ≥รอ้ ยละ 90) ผลปี 61 –63 ไดร้ อ้ ยละ 75, 73 และ 84.9 ตามลาดบั ซง่ึ มแี นวโน้มดขี น้ึ เน่ืองจากการดแู ลรกั ษาทผ่ี ่านมา
ทงั้ ในโรงพยาบาลและระดบั เครอื ขา่ ยทส่ี ง่ ต่อมาไดม้ กี ารทบทวนแนวทางการดแู ลรว่ มกนั ทาใหม้ กี ารสง่ ต่อทค่ี วามรวดเรว็ ถูกตอ้ งและชดั เจนมากขน้ึ
เช่น พยาบาลทุกโรงพยาบาลสามารถตรวจวนิ ิจฉยั Blood lactate เบอ้ื งตน้ ได้ อนั ประกอบดว้ ย ทงั้ ในโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ (ER , ICUM ,
RCU,`PICU`และอายุรกรรมหญงิ )และโรงพยาบาลในเครอื ขา่ ย(รพ.ปา่ ตอง,รพ.ถลาง,รพ.อบจ).สง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การตรวจวนิ ิจฉยั ไดร้ วดเรว็
ถูกตอ้ งมากขน้ึ ในส่วนของความล่าชา้ ในการใหย้ า ATBทมี พยาบาลผปู้ ระสานงาน/ Case manager และสหสาขาวชิ าชพี (แพทยแ์ ละเภสชั กร)
ทงั้ เครอื ขา่ ยไดร้ ่วมพฒั นาระบบการเบกิ ยาด่วน (ATB) และการ stock ยา ATB ของเครอื ข่าย นอกจากน้ียงั มกี ารปรกึ ษาและปรบั ปรุงแบบ
บนั ทกึ ขอ้ มูลก่อนส่งต่อ (refer) ให้มคี วามครบถ้วนมากขน้ึ ส่วนในระยะเฝ้าระวงั ทุกหอผู้ป่วยในโรงพยาบาล พยาบาลจะใช้ SOS Score`
เป็นแบบประเมนิ อาการเพ่อื เฝ้าระวงั ก่อนเขา้ ส่ภู าวะวกิ ฤตและในส่วนของ ICU fast track ทมี พยาบาลหน่วยวกิ ฤตไดป้ ระกนั เวลาการบรหิ าร
จดั การเตยี งภายใน 30 นาที

กล่มุ ผปู้ ่ วยผา่ ตดั โรคอ้วนผปู้ ว่ ยกลมุ่ น้มี คี วามเสย่ี งจากภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผา่ ตดั ไดแ้ ก่ รอยแผลผา่ ตดั รวั่ ภายในช่องทอ้ ง
ดงั นนั้ การปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ การเฝ้าระวงั ป้องกนั ภาวะSepsis จนถงึ ภาวะชอ็ คในผูป้ ว่ ยจากนิเทศตดิ ตามไม่พบอุบตั กิ ารณ์
นอกจากน้ี ดว้ ยเป็นการผา่ ตดั ทม่ี กี ารจดั ท่าผปู้ ว่ ยทไ่ี ม่เหมอื นการผ่าตดั ทวั่ ไป การผา่ ตดั ใชเ้ วลานาน ประกอบกบั ผูป้ ่วยอว้ น ภาวะแทรกซอ้ น
ทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ คอื ภาวะ Nerve injury ทแ่ี ขนและแผลกดทบั จากการจดั ท่าในการผ่าตดั หน่วยงานวสิ ญั ญไี ดร้ ่วมกนั จดั ทาแนวทาง การจดั ท่า
ในการผ่าตดั โรคอว้ น ผลติ นวตั กรรมชุดรองแขนขณะผ่าตดั ใชผ้ า้ รองแขนผปู้ ว่ ยและผกู มดั ตรงึ แขนในท่ากางแขน 90 องศา พบว่าผปู้ ่วยไม่เกดิ
nerve injury ทแ่ี ขนและแผลกดทบั จากการจดั ท่าในการผ่าตดั

กล่มุ ผปู้ ่ วยFracturearoundhip (กระดกู หกั จากกระดูกพรุน) พบว่าอตั ราการเกดิ แผลกดทบั ในปี 62 สงู กว่าค่าเป้าหมาย (< 2
ต่อ1000วนั นอน) มาก เท่ากบั 5.79 ต่อ1,000 วนั นอน จากการนิเทศกระบวนการดูแล ยงั มปี ระเดน็ การดูแลความสะอาดร่างกายของผปู้ ่วย
ขาดการตระหนกั การพลกิ ตะแคงตวั การเสรมิ พลงั ใหก้ บั ญาตใิ นการดแู ลไมต่ ่อเน่ืองประกอบกบั ผปู้ ว่ ยสว่ นใหญ่เป็นผสู้ งู อายุ สงิ่ เหล่าน้นี าสกู่ ารพฒั นา
กระบวนการดแู ลโดยกาหนดใหม้ กี ารประเมนิ ตาม Braden scale เน้นยา้ การปฏบิ ตั ติ ามแนวทางป้องกนั การเกดิ แผลกดทบั นาใชโ้ ปรแกรมการ
สรา้ งเสรมิ พลงั อานาจต่อพฤตกิ รรมการป้องกนั ของการเกดิ แผลกดทบั ของผูด้ ูแลผูป้ ่วยกระดกู สะโพกหกั ทาใหอ้ ตั ราการเกดิ แผลกดทบั ในปี 63
ลดลงอย่างชัดเจนเท่ากับ 2 ต่อ 1,000 วนั นอน นอกจากน้ี ในผู้ป่วยกลุ่มน้ี มีภาวะแทรกซ้อนท่ีเฝ้าระวัง ได้แก่ หลอดเลือดดาอุดตัน

21

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(ประเมนิ โดยใชแ้ บบประเมนิ Autar DVT Risk Assessment Scale) ในรอบ 3 ปี ไม่พบอุบตั กิ ารณ์ การพลดั ตกหกลม้ Faling prevention
โดยประเมนิ ความเสย่ี งต่อการพลดั ตกหกลม้ ขณะอยโู่ รงพยาบาลใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั การป้องกนั การพลดั ตกหกลม้ แก่ผูป้ ว่ ยและครอบครวั ทุกราย
จดั สงิ่ แวดลอ้ มใหเ้ หมาะสม อบุ ตั กิ ารณ์พลดั ตกหกลม้ ในผปู้ ว่ ยFracture around hip ปี 62-63 เท่ากบั 1และ0ตามลาดบั เพ่อื ใหผ้ ปู้ ่วยกลุ่มน้ี
ไดร้ บั การดแู ลต่อเน่อื ง ไดจ้ ดั ทาแนวทางการประสานงานกบั COC , IMC ทาใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การสง่ ต่อเพม่ิ ขน้ึ จากรอ้ ยละ 14.89 เป็น 73.9

กลุ่มผ้ปู ่ วยบาดเจบ็ ศีรษะ (traumatic brain Injury) จากการทบทวนอุบตั กิ ารณ์พบว่า อตั ราการเกดิ อุบตั กิ ารณ์ผูป้ ว่ ยอาการ
ทางระบบประสาททรุดลงโดยไม่ไดว้ างแผน 0.19, 0, 0.12 (2 ราย 0 ราย และ 3 ราย) การทบทวนอุบตั กิ ารณ์โดยทมี สหวชิ าชพี พบว่า ทงั้ หมด
เกดิ ในผปู้ ว่ ยบาดเจบ็ ศรี ษะเลก็ น้อยไม่มอี าการขณะแรกรบั แต่ต่อมามอี าการทางระบบประสาททรุดลงอย่างรวดเรว็ หรอื กลุ่มTalk and deteriorate
ทาให้พยาบาลขาดการเฝ้าระวงั คนไขก้ ลุ่มน้ี การประเมนิ ล่าชา้ และเกดิ การกั ษาล่าช้าตามมา หน่วยงานไดร้ ่วมกนั พฒั นาแนวทางต่างๆ
เพอ่ื ใชใ้ นการดแู ลผปู้ ว่ ยกลุ่มน้ี ไดแ้ ก่ แนวทางการดูแลผปู้ ่วยกลุ่ม gray zone (Talk and deteriorate) แนวทางการประเมนิ Early warning signs
ภาวะ Increase Intracranial Pressure(IICP) แนวทางประเมนิ Shock Index (SI) ผปู้ ว่ ยทุกรายทไ่ี ดร้ บั อุบตั เิ หตุระบบประสาทการมอบหมายงาน
แบบ V LEAN (total patient care & Team) พฒั นาการนาใช้ EBP โดยใชโ้ มเดล NL-ICM (Nurse-led Integrated Care Model) สว่ นทท่ี าไดด้ ี
มแี นวโน้มดขี น้ึ ไดแ้ ก่ อตั ราผูป้ ่วยบาดเจบ็ ศรี ษะทม่ี ขี อ้ บ่งชใ้ี นการผ่าตดั เร่งด่วนไดร้ บั การผ่าตดั ภายใน 1 ชม. เท่ากบั 96.25, 96.34, 100
(มเี วลาเฉลย่ี การเตรยี มผา่ ตดั 33.57นาท)ี เน่อื งจากหน่วยงานมกี ระบวนการเตรยี มผ่าตดั กรณีผปู้ ว่ ยฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ตงั้ แต่ พยาบาลมี
สมรรถนะในการดฟู ิลม์ CT brain เบอ้ื งตน้ สามารถตดั สนิ ใจรายงานแพทยไ์ ดอ้ ย่างทนั ทเี ม่อื ผูป้ ่วยมขี อ้ บ่งชต้ี ้องผ่าตดั พรอ้ มทงั้ มรี ะบบ line
ในการสง่ ภาพ CT brain เพอ่ื ใหแ้ พทยส์ งั่ การรกั ษาโดยนดั ผา่ ตดั ทางโทรศพั ทท์ นั ที การเตรยี มผ่าตดั เป็นทมี

กลุม่ ทารกแรกเกิดก่อนกาหนดจากการทบทวนภาวะแทรกซอ้ นทพ่ี บในทารกแรกเกดิ ก่อนกาหนดพบว่าอตั ราการเกดิ ROPลดลง
จากปี 62เท่ากบั 9.3เหลอื 1.7เน่อื งจากมกี ารจดั ทาweaning protocolร่วมกนั ระหวา่ งทมี รกั ษาพยาบาลพรอ้ มกบั พฒั นาสมรรถนะของพยาบาล
ในการดแู ลผปู้ ว่ ยใหส้ ามารถประเมนิ อาการไดถ้ ูกตอ้ งจนลด FiO2 ตามแผนการรกั ษาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ส่วนภาวะแทรกซอ้ นจากการใส่
เคร่อื งช่วยหายใจนาน เช่น VAP (ventilator associated pneumonia) ยงั พบอตั ราการตดิ เชอ้ื ยงั สงู มาก ถงึ แมจ้ ะมาใช้ non invasive ventilator
มากขน้ึ 1:22.6 ในปี 61 เป็น 1:1.5 ซง่ึ ทาใหช้ ่วยลดอตั ราการเกดิ BPD (Bronchopulmonary dysplasia)จากรอ้ ยละ 43.2 เป็นรอ้ ยละ 1.7 ในปี 63
อยา่ งไรกต็ ามการใส่ noninvasiveventilatorมากขน้ึ สงิ่ ทพ่ี ยาบาลตอ้ งเพมิ่ การเฝ้าระวงั มากขน้ึ ไดแ้ ก่ แผลกดทบั บรเิ วณจมกู หน้าผากและใบหน้า
จากการตดิ ตามการนเิ ทศ พบว่าอตั ราการเกดิ แผลกดทบั ในบรเิ วณดงั กล่าว ลดลงเท่ากบั 0 ตงั้ แต่ ปี 62 และ 63 เน่ืองจากมกี ารเฝ้าระวงั โดย
ใชแ้ นวปฏบิ ตั กิ ารดแู ลทารกทใ่ี ส่ noninvasiveventilatorอย่างต่อเน่ืองอกี ทงั้ หน่วยงานไดค้ ดิ นวตั กรรมจมกู เทยี มมาใชใ้ นการป้องกนั แผลกดทบั
อยา่ งไดผ้ ล

กลุ่มผ้ปู ่ วยที่รกั ษาด้วยออกซิเจนแรงดนั สูงโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ เป็นแห่งเดยี วในสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ ทใ่ี หบ้ รกิ าร
รกั ษาดว้ ยออกซเิ จนแรงดนั สงู Hyperbaric Oxygen therapy: HBOT โดยใชเ้ คร่อื งปรบั แรงดนั บรรยากาศสงู ชนิดหลายท่นี งั่ (Multiplace
Hyperbaric chamber)และชนิดรกั ษาคนเดยี ว (Monoplace) รบั สง่ ต่อผปู้ ว่ ยโรคน้าหนบี และโรคอน่ื ๆครอบคลุมพน้ื ทภ่ี าคใตท้ งั้ ฝงั่อนั ดามนั
และอ่าวไทย คุณลกั ษณะของพยาบาลทเ่ี ขา้ ปฏบิ ตั งิ าน มปี ระสบการณ์การทางานอย่างน้อย 2 ปี ต้องมรี ่างกายแขง็ แรง ไม่มโี รคประจาตวั
ไมก่ ลวั ทแ่ี คบพรอ้ มปฏบิ ตั งิ านไดต้ ลอดเวลา พฒั นาศกั ยภาพสง่ อบรมเฉพาะดา้ นเวชศาสตรใ์ ตน้ ้าและความกดอากาศสงู อย่างน้อย 5 วนั และ
เน้นการฝึกในหน่วยงาน จากการทบทวนกระบวนการดแู ลผปู้ ว่ ยพบว่า ผปู้ ว่ ยเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น Middle earbarotrauma ระดบั E(รอ้ ยละ0.52
ในปี 61) จากการเปล่ยี นแปลงแรงดนั บรรยากาศสงู หน่วยงานมกี ารพฒั นาแนวทางการดูแลผู้ป่วยมาตลอดตงั้ แต่ปี 58 จนปี 62 ไดเ้ พม่ิ
ระยะเวลาในการเพมิ่ แรงดนั บรรยากาศสงู เป็น 2 เท่า พรอ้ มทงั้ เน้นย้า ปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง โดยพยาบาลประเมนิ ผปู้ ่วยก่อนการรกั ษาทุกราย
ทาใหล้ ด Middle ear barotrauma ระดบั E เหลอื รอ้ ยละ 0.09 ในปี 63 นอกจากน้ีไดพ้ ฒั นาศกั ยภาพพยาบาล เพ่อื รองรบั ในกรณีทจ่ี ดั บรกิ าร
ร่วมให้การรกั ษาด้วย HBOT ใน 13 โรค นอกเหนือจากโรคน้าหนีบ คอื ฟองอากาศอุดตนั หลอดเลอื ดดา พษิ จากก๊าซคารบ์ อนมอนอกไซด์
ภาวะเน้อื เยอ่ื ตายจากการตดิ เชอ้ื (Gas gangrene)Crush injury and Compartment syndrome แผลทห่ี ายยาก ภาวะโลหติ จางรุนแรงและปฏเิ สธ
การรบั เลอื ด ฝีในสมอง การเน่าตายจากภาวะตดิ เชอ้ื ของเน้ือเย่อื (Necrotizing soft tissue infection) การตดิ เชอ้ื ของกระดูก เน้ือเย่อื บาดเจบ็ จาก
รงั สรี กั ษา การปลกู ถ่ายผวิ หนงั และเน้ือเย่อื แผลไหมจ้ ากความรอ้ น และภาวะการสญู เสยี การไดย้ นิ เฉยี บพลนั

กลมุ่ ผปู้ ่ วยบาดแผลเรอื้ รงั มศี นู ยด์ แู ลบาดแผลดาเนินการโดยพยาบาลทโ่ี รงพยาบาลยกระดบั ใหเ้ ป็นเลศิ ในดา้ นการดแู ลบาดแผล
(wound care unit) มกี ารจดั ทาแผนการดูแลผูป้ ว่ ยอย่างต่อเน่ืองตงั้ แต่ไดร้ บั การขอคาปรกึ ษาจากแพทยเ์ จา้ ของไขจ้ นถงึ จาหน่ายกลบั บา้ น
ทงั้ ผูป้ ว่ ยในและผูป้ ่วยนอก ใหบ้ รกิ ารแบบ One stop service พฒั นาแผนการดูแลใหม้ คี วามครอบคลุมมากขน้ึ คอื ผปู้ ่วยเบาหวาน (ประเภท
ประสาทเสอ่ื ม ขาดเลอื ด และตดิ เชอ้ื )ผปู้ ว่ ยหลอดเลอื ดดาขอด (venous leg ulcer) แนวทางการป้องกนั แผลกดทบั (IPD/OPD) แนวทางการดแู ล
แผลกดทบั แนวทางการดูแลแผล ostomy คลนิ ิกสขุ ภาพเทา้ และเลบ็ คลนิ ิกทวารเทยี ม ผลการดแู ลทบ่ี อกถงึ สมรรถนะทเ่ี ป็นเลศิ เฉพาะทาง
ของพยาบาลไดแ้ ก่ การดแู ลแผลกดทบั บรเิ วณกน้ กบระดบั 4ใหก้ ลบั มาหายไดภ้ ายในระยะเวลา5เดอื น/ผปู้ ว่ ยแผลทเ่ี ทา้ ชาวต่างชาตเิ ป็นมา4ปี
รกั ษาให้หายในเวลา 3 เดอื น/ ผู้ป่วยแผลเบาหวานท่ขี า แพทย์วางแผนตดั ขา แต่ผู้ปว่ ยขอใหส้ ่งศนู ยด์ ูแลบาดแผล ทาการดแู ลแผลจนหาย
สามารถปิดSTSGไดใ้ นเวลา1ปี ปจั จุบนั ผปู้ ว่ ยสามารถเดนิ มคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี น้ึ นอกจากน้กี ารดแู ลแผลหายชา้ และมอี ตั ราการกลบั มาเป็นซ้าสงู

22

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ใชร้ ะยะเวลาในการหายของแผลเรว็ ขน้ึ ปีงบ 62 มกี ารพฒั นาเร่อื งการลดระยะเวลาการหายของแผลกลุ่มแผลกดทบั จากเสน้ ประสาทเส่อื ม
ดว้ ยวธิ กี ารลดแรงกดทแ่ี ผลทเ่ี ทา้ มนี วตกรรมอุปกรณ์เสรมิ พน้ื รองเทา้ รว่ มกบั การใชผ้ ลติ ภณั ฑต์ ่างๆมาใชอ้ ย่างสมเหตุสมผลอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
จากสถติ ริ ะยะเวลาเฉลย่ี การหายของแผลจากเดมิ 1-2 ปี เฉลย่ี 1.5 ปี เหลอื 3-6 เดอื น เฉลย่ี 4.5 เดอื น สง่ิ เหล่าน้ีเกดิ จากการพฒั นาองคค์ วามรู้
อย่างต่อเน่อื ง สง่ ผลต่อความพงึ พอใจในภาพรวมเพม่ิ ขน้ึ ตงั้ แต่ ปี 61-63 เทา่ กบั รอ้ ยละ 89.2, 91.6 และ95.13 ตามลาดบั

กลมุ่ ผปู้ ่ วยมะเรง็
กลุ่มผปู้ ่ วยมะเรง็ ท่ีรกั ษาด้วยเคมีบาบดั ผ้ปู ่ วยนอก มหี น่วยเคมบี าบดั แยกเฉพาะ มพี ยาบาล 4 คน จบเฉพาะทาง 4 เดอื น 2คน
หลกั สตู ร10วนั คน (กาลงั จะไปอบรม 4 เดอื น 1คน)พบอุบตั กิ ารณ์อตั ราการเกดิ อนั ตรายจากการแพย้ าเคมบี าบดั (hypersensitivity reaction)
เป้าหมาย <1% ปี 61-63 เท่ากบั 0.05%(1), 20(4), 27(6) ตามลาดบั เน่ืองจากเป็นตวั ยาทม่ี คี วามเสย่ี งสงู มโี อกาสเกดิ ไดส้ งู ประกอบกบั จานวน
ผปู้ ว่ ยเพม่ิ มากขน้ึ จานวน 1,920, 2,013, 2,204 ตามลาดบั แต่พยาบาลมสี มรรถนะในการเฝ้าระวงั ประเมนิ อาการไดค้ รบถว้ นทาใหไ้ ม่เกดิ อาการ
แพย้ ารุนแรง (anaphylactic shock) อุบตั กิ ารณ์การเกดิ extravasation มแี นวโน้มเพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 0.05 0.09 และ 0.18 ในปี 61-63 เน่ืองจาก
เป็นผปู้ ว่ ยสงู อายุ ไมใ่ หค้ วามร่วมมอื อย่บู นเตยี งขณะใหย้ าเคมบี าบดั รวมถงึ ปจั จยั อน่ื ไดแ้ ก่ การใหย้ าระยะเวลานาน (4-6ชวั่ โมง) และการไดร้ บั
ยาคลายเครยี ด แนวทางแกป้ ญั หาคอื ให้ผูป้ ่วยปสั สาวะบนเตยี ง เฝ้าระวงั การเกดิ extravasation อย่างใกลช้ ดิ ทบทวนเหตุการณ์กรณีเกดิ
extravasation ในแต่ละรายจานวนครงั้ ของการเกดิ ยาเคมบี าบดั หก(SPILL)2,5,10ครงั้ ในปี 61-63ตามลาดบั แกป้ ญั หาโดยการเฝ้าระวงั การปสั สาวะ
ของผปู้ ว่ ยใหถ้ ข่ี น้ึ รอ้ ยละของผูป้ ่วยทก่ี ลบั มารกั ษาซ้าดว้ ยโรค FNPหลงั ไดร้ บั ยาเคมบี าบดั 0.94%(19)0.64%(14)ในปี 62-63 มแี นวโน้มลดลง
แต่ในปี 63มผี ปู้ ว่ ยอาการทรุดลงเป็นตดิ เชอ้ื ในกระแสเลอื ด1รายแต่ไดร้ บั การดแู ลจนอาการทเุ ลาลงสบื เน่ืองจากการประเมนิ ผูป้ ่วยในหอ้ งฉุกเฉิน
และผปู้ ว่ ยนอกไม่ไดค้ ดิ ถงึ ภาวะFNPเกดิ การดแู ลล่าชา้ ไดม้ กี ารนิเทศตดิ ตามแนวทางรว่ มกนั ระหว่างหอ้ งฉุกเฉนิ และหน่วยเคมบี าบดั
ผปู้ ่ วยมะเรง็ ท่ีรกั ษาดว้ ยเคมีบาบดั กลุม่ ผปู้ ่ วยใน กระจายตามหอผปู้ ว่ ย ไดแ้ ก่ กล่มุ นรเี วช กลุม่ เดก็ กลมุ่ ศลั ยกรรม กลุ่มอายุรกรรม
มพี ยาบาลจบเฉพาะทางสาขามะเรง็ 4 เดอื น 7 คน หลกั สูตร 10 วนั 17 คน ในรอบ 3 ปีท่ผี ่านมาตงั้ แต่ปี 61-63 พบอุบตั กิ ารณ์การแพย้ า
(hypersensitivity)รอ้ ยละ 1.06 (1/94)ในปี 62 มกี ารเฝ้าระวงั การใหย้ าตามแนวทางไม่เกดิ ภาวะ anaphylactic shock ในปี 63 เกดิ อุบตั กิ ารณ์การ
extravasation รอ้ ยละ 1.89 (3/158)จากสาเหตุ (1)ระยะหา่ งเตยี ง(ญาตดิ งึ ม่านทาใหด้ งึ รงั้ สายIVหลุด)แนวทางพฒั นาเวน้ ระยะเตยี งรบั ผปู้ ่วยเตยี ง
เวน้ เตยี ง (2) การปิดพลาสเตอรต์ าแหน่งเขม็ ไม่มปี ระสทิ ธภิ าพ (ผปู้ ่วยหลบั เผลอเหวย่ี งมอื ดา้ นทใ่ี หย้ าเคมบี าบดั ทบทวนการปิดพลาสเตอร์
ตาแหน่งเขม็ ในผสู้ งู อาย ปรบั แนวทางการผกู มดั ผูป้ ่วย (3) พยาบาลระดบั novice ขาดความรใู้ นประเมนิ ภาวะ extravasations แนวทางพฒั นา
on the job training, สอนการใชเ้ คร่อื งมอื ประเมนิ ภาวะ extravasations (Extravasation Assessment Tool), ประเมนิ specific competency
การใหย้ าเคมบี าบดั และจดั ทาแผนส่งอบรมเฉพาะทาง ผูป้ ่วยกลบั มารกั ษาซ้าดว้ ยโรคFNP ในปี 62 รอ้ ยละ 1.06%(1/94) และปี 63 รอ้ ยละ 1.89%
(3/158) เกดิ ภาวะ septic shock และเสยี ชวี ติ 1 คน จากการทบทวนพบว่าผปู้ ว่ ยเป็น CA cervix stage III c หลงั ใหย้ าเคมบี าบดั อย่ใู นช่วง
NADIR stage มไี ขส้ งู จากตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ อาหาร ไม่ไดม้ กี าร ปฏบิ ตั ติ าม CPG sepsis ตงั้ แต่ ER และการเขา้ ถงึ ICU จงึ ไดม้ กี าร
ทบทวนการเขา้ ถงึ ICU เพมิ่ มาตรการการให้ ATB ในผปู้ ว่ ย low immune ตงั้ แต่ท่ี ER
กลุ่มเดก็ ทใ่ี หเ้ คมบี าบดั ทงั้ หมดในปี 63จานวน 54 ราย สว่ นใหญ่เป็น ALL (acute leukemia) ไมม่ ภี าวะแทรกซอ้ น เน่ืองจากยาทใ่ี หใ้ นเดก็
มคี วามเขม้ ขน้ น้อยกว่าผใู้ หญ่ และระยะเวลาทใ่ี หเ้ ป็นช่วงสนั้ drip ภายใน 15นาท-ี 1ชม. มยี าบางตวั ต้อง drip 24 ชม. (มนี ้อยมาก) ปฏบิ ตั ติ าม
แนวทางการเฝ้าระวงั การใหย้ าและสารน้า
กล่มุ ผปู้ ว่ ยอายุรกรรม มหี อ้ งแยกในการใหย้ าเคมบี าบดั ในปี 61-63 มผี ปู้ ว่ ยเขา้ รบั การใหย้ าเคมบี าบดั 697,470 และ 235 ราย ตามลาดบั
อตั ราการเกดิ hypersensitivity reaction จากการแพย้ าเคมบี าบดั ในปี 61-63 เท่ากบั 0.14, 0.21 และ 0. 42 ตามลาดบั ไม่เกดิ อาการแพย้ ารุนแรง
(anaphylactic shock) เน่ืองจากมกี ารตดิ ตามอาการอย่างใกลช้ ดิ นอกจากน้ีมกี ารจดั ทาแนวทางการป้องกนั และจดั การภาวะ hypersensitivity
reaction รว่ มกบั กล่มุ งานเภสชั กร
กลุ่มผูป้ ่วยศลั ยกรรม มผี ูป้ ่วยกระจายทงั้ ในหอผปู้ ่วยสามญั และห้องพเิ ศษ มกี ารจดั โซนในหอผปู้ ว่ ยสามญั เพ่อื ป้องกนั การฟุ้งกระจาย
ของยาเคมบี าบดั ในปี 61-63มจี านวนผปู้ ว่ ยเขา้ รบั การใหย้ าเคมบี าบดั เพม่ิ ขน้ึ อย่างต่อเน่อื ง คอื 199, 236และ 305 ราย ตามลาดบั อตั ราการเกดิ
hypersensitivity reaction จากการแพ้ยาเคมีบาบดั ในปี 61-63 เท่ากบั 0.50 0.42 และ 0. 65 ตามลาดบั ไม่เกดิ อาการแพ้ยารุนแรง
(anaphylactic shock)และภาวะแทรกซอ้ นอน่ื ๆ
การดแู ลกลุ่มโรคเรอื้ รงั
การดูแลผูป้ ว่ ย COPD มี Clinic COPD พยาบาลมกี ารประเมนิ CAT score, mMrc, Spirometry ในผปู้ ่วยทุกราย อย่างน้อยปีละ 1 ครงั้
มกี ารเช่อื มโยงระหว่างสหสาขาวชิ าชพี แพทย์ พยาบาล เภสชั กร และนกั กายภาพบาบดั ร่วมกนั ดูแลใหผ้ ปู้ ่วยไดม้ า F/U ครบตามแนวทาง
ทผ่ี ปู้ ว่ ยตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ เช่นการตดิ ตามเทคนิคการพ่นยาทุกครงั้ ทน่ี ดั มา F/Uหรอื การทา 6 MWTอย่างน้อยปีละ 1 ครงั้ กรณีผูป้ ว่ ยใน
มกี ารเช่อื มโยงกบั เภสชั กร ในการร่วมกนั ประเมนิ เทคนิคการพ่นยาของผูป้ ่วย และมกี ารสอนให้คาแนะนาโดยเภสชั กร มกี ารส่อื สารขอ้ มูล
ผูป้ ่วยท่ี Re-admit/ Re-visit บ่อย ใหเ้ ภสชั ประเมนิ ซ้าเร่อื ง เทคนิคการพ่นยา ทาใหก้ าร Re-admit เป้าหมาย ≤ รอ้ ยละ 10 ปี 61-63 เท่ากบั
รอ้ ยละ 7.67, 7.24 และ 5.26 Re-visit < รอ้ ยละ 2 ปี 61-63 เท่ากบั รอ้ ยละ 6.54, 7.24 และ 5.46

23

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การดแู ลผปู้ ว่ ยเบาหวาน ไดร้ ่วมจดั บรกิ ารแบบครบวงจร กาหนดใหม้ ี case manager พยาบาลผ่านการพฒั นาศกั ยภาพ เพ่อื ใหผ้ ปู้ ว่ ย
ไดร้ บั การดแู ลต่อเน่อื งถงึ ชุมชนและเชอ่ื มโยงเครอื ขา่ ย จดั บรกิ ารทม่ี ที มี สหสาขาใหค้ าปรกึ ษาในคลนิ ิกเบาหวาน เกย่ี วกบั ทกั ษะการดแู ลตนเอง
เป็นรายบคุ คลแกผ่ ปู้ ว่ ยและครอบครวั สอนการเจาะน้าตาลปลายน้ิวทบ่ี า้ น และใหย้ มื เคร่อื งตรวจน้าตาลปลายน้ิว เพมิ่ การใหค้ วามรใู้ นชุมชน
โดยจดั ทาแผ่นพบั และประชาสมั พนั ธผ์ ่าน อสม.และ รพ.สต. จดั โครงการปรบั พฤตกิ รรมในกลุ่มเสย่ี งเบาหวานรายใหม่ในชุมชนนอกเวลาราชการ
ผูป้ ว่ ย DM รายใหม่ควบคุมระดบั น้าตาลไดด้ ี เป้าหมาย ≥ รอ้ ยละ 40 ซง่ึ ผลลพั ธม์ แี นวโน้มดขี น้ึ ( ปี 61-63 เท่ากบั 37.4, 46.33 และ 44.51)
ซง่ึ สาเหตุทป่ี ี 63การควบคุมระดบั น้าตาลในเลอื ดไดล้ ดลงเลก็ น้อยเน่ืองจาก ช่วงโรคระบาด covid-19 การทากจิ กรรมลดลงเช่นไม่ไดอ้ อกกาลงั กาย
ไม่ไดท้ างานรบั ประทานอาหารแลว้ พกั ผ่อน และผูป้ ่วยไม่กลา้ มาโรงพยาบาลเพ่อื พบแพทยเ์ น่ืองจากโรคระบาด covid-19นอกจากน้ี ผปู้ ่วย DM
ไดร้ บั การตรวจเทา้ (เป้าหมาย ≥ รอ้ ยละ60 ผลลพั ธ์ ปี 61-63เท่ากบั 97.18,68.4และ60.29)ลดลงจากทไ่ี ม่ไดม้ าโรงพยาบาลขอรบั ยาเพม่ิ ทางไปรษณีย์และ
ตรวจตา (เป้าหมาย ≥ รอ้ ยละ60 ผลลพั ธ์ ปี 61-63 เทา่ กบั 4.68, 8.15 และ 41.25)มกี ารคดั กรองตรวจตาเพมิ่ ขน้ึ จากการปรบั ระบบการลงขอ้ มลู
การใช้กระบวนการพยาบาล/บนั ทึกทางการพยาบาลการดแู ลที่เป็นองคร์ วมสอดคลอ้ งกบั ภาวะสขุ ภาพวิถีชีวิตและบริบททางสงั คม

กลุ่มการพยาบาลมนี โยบายใหท้ ุกหน่วยงานใช้กระบวนการพยาบาลในการปฏบิ ตั ิการพยาบาล เพ่อื ให้ผู้ใช้บรกิ ารได้รบั การดูแล
ครอบคลุมองคร์ วม สนบั สนุนการใชก้ ระบวนการพยาบาลเน้นการนิเทศทางคลนิ ิกในงานประจา โดยเฉพาะอย่างยงิ่ การดแู ลผปู้ ่วยกลุ่มเสย่ี งสงู /
การเจบ็ ป่วยซบั ซอ้ น โดยปรบั แบบบนั ทกึ จากเดมิ ทเ่ี ป็นแบบบรรยาย เป็นแบบบนั ทกึ ทางการพยาบาลทค่ี รอบคลุม APIE สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ
กระบวนการพยาบาลในการดแู ลผูป้ ว่ ยตงั้ แต่แรกรบั จนถงึ จาหน่าย มเี ป้าหมายใหแ้ บบบนั ทกึ เป็นตวั นาทางการใชก้ ระบวนการพยาบาล เช่น
แบบประเมนิ สขุ ภาพแรกรบั ใหป้ ระเมนิ ผูป้ ว่ ยใหค้ รบทงั้ กาย อารมณ์ สงั คมและจติ วญิ ญาณ ใชแ้ บบบนั ทกึ ในการกาหนดประเดน็ การพฒั นา
สมรรถนะการใช้กระบวนการพยาบาล ติดตามผลลัพธ์จากการนิเทศการใช้กระบวนการพยาบาล พบว่ามีการใช้กระบวนการพยาบาล
ไม่ครอบคลุมในทุกขนั้ ตอน (APIE) และขาดความต่อเน่ือง ไม่ตอบความต้องการของผู้ป่วย และไม่สอดคล้องกบั แผนการรกั ษาของแพทย์
ไดพ้ ฒั นาโดยจดั อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารการใชก้ ระบวนการพยาบาลอย่างมอื อาชพี ใหก้ บั พยาบาลระดบั ผบู้ รหิ ารและระดบั ปฏบิ ตั กิ ารทุกหน่วยงาน
ใหห้ น่วยงานกาหนดโรคทเ่ี ป็นHigh riskหรอื Highvolumeของหน่วยงานปรบั การประเมนิ ผลการใชก้ ระบวนการพยาบาลจากบนั ทกึ การพยาบาล
โดยหวั หน้าหน่วยงานสมุ่ ประเมนิ อย่างน้อย 3 – 5 ราย/ สปั ดาห์ หน่วยงานตรวจสอบบนั ทกึ ทางการพยาบาล 5 -10 ราย/ เดอื น และใหแ้ กนนา
หน่วยงานตรวจสอบบนั ทกึ ทางการพยาบาล 3 ราย/หน่วยงาน ในประเดน็ ทป่ี ระเมนิ ไม่ผ่าน นาแลกเปล่ยี นเรยี นรใู้ นเวทคี ุณภาพการพยาบาล
และรายงานผลการตรวจสอบบนั ทกึ ทางการพยาบาลทุกเดอื น รวบรวมการพยาบาลรายโรคจดั ทาเป็นคู่มอื ใหก้ บั ทุกหน่วยงาน ผลประเมนิ
การใชก้ ระบวนการพยาบาล จากการสมุ่ ตรวจสอบเวชระเบยี นในแต่ละงาน โดยมภี าพรวม เป้าหมาย > รอ้ ยละ 80 ตดิ ตามพบว่าในทุกงาน
ผลประเมนิ บนั ทกึ ทางการพยาบาลผ่านเกณฑ์ [ปี 61-63IPDเทา่ กบั รอ้ ยละ94.3,94.7และ95.5, ERรอ้ ยละ92.6, 99.4และ94.3,LRรอ้ ยละ97.9,
97.5 และ 97.2 Anest รอ้ ยละ 94.9 97.7 และ 98, OPD รอ้ ยละ 97.2 99.2 และ 97.5 ] ซง่ึ ส่วนทม่ี คี วามสมบูรณ์มากทส่ี ุด คอื การบนั ทกึ แรกรบั
และทข่ี าดความสมบรู ณ์สว่ นใหญ่ คอื บนั ทกึ การดูแลต่อเน่ืองทข่ี าดการตดิ ตามประเมนิ ผลลพั ธก์ ารพยาบาล การบนั ทกึ ไม่เป็นปจั เจกบุคคล
บนั ทกึ ไม่สอดคลอ้ งกบั การรกั ษา และการดแู ลไม่เป็นไปแนวทางเดยี วกนั นาส่กู ารวเิ คราะห์ร่วมกบั หน่วยงานต่าง ๆ บุคลากรยงั ขาดความรู้
ความเขา้ ใจและมภี าระงานมากกระทบต่อการบนั ทกึ ไดก้ าหนดประเดน็ การพฒั นาสมรรถนะการใชก้ ระบวนการพยาบาลเน้นการบนั ทกึ รายโรค
ทไ่ี ดก้ ระชบั รดั กมุ สะทอ้ นการดแู ลต่อเน่อื งได้ นเิ ทศตดิ ตามอยา่ งต่อเน่อื ง(โดยแกนQAหวั หน้าตกึ หวั หน้างานและกรรมการQA)การประเมนิ ไขว้
นาแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกนั ในเวที QA ต่อเน่อื ง
การดแู ลที่เป็นองคร์ วมสอดคล้องกบั ภาวะสุขภาพวิถีชีวิตและบริบททางสงั คม

ดว้ ยบรบิ ทของจงั หวดั ภเู กต็ ทม่ี กี ารดาน้าแบบชาวไทยใหม่ ฝึกสอนการดาน้าเองโดยไมม่ คี วามรดู้ า้ นฟิสกิ ซ์ อนั ตรายจากความกดดนั และ
โรคจากการดาน้า ทาให้ชาวไทยใหม่ป่วยด้วยโรคน้าหนีบ เฉล่ยี 13 รายต่อปี ขาดความรู้และความตระหนักในการปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น
ใชภ้ ูมปิ ญั ญาชาวบา้ นในการรกั ษาเช่นการดาซา้ การฝงั ทรายเพ่อื ใหร้ า่ งกายอบอนุ่ รวมทงั้ ขาดการประสานงานเพ่อื ขอความช่วยเหลอื เพ่อื เขา้ รบั
การรกั ษาดว้ ยหอ้ งปรบั บรรยากาศสงู ซ่งึ มผี ลต่อระยะเวลาทม่ี ารบั การรกั ษาด้วยหอ้ งปรบั บรรยากาศความกดดนั สงู นานกว่าเกณฑม์ าตรฐาน
กลมุ่ การพยาบาลโดยงานเวชศาสตรใ์ ตน้ ้า ไดส้ ง่ เสรมิ ความรู้ จดั โครงการพฒั นาเครอื ข่ายการส่งต่อผปู้ ่วยโรคน้าหนีบ ในกลุ่มนกั ดาน้าพน้ื บา้ น
ชาวไทยใหมช่ มุ ชนเกาะสเิ หร่ และชุมชนราไวย์ ใหค้ วามรูก้ ารป้องกนั โรคน้าหนีบ หลกั การดาน้าอย่างปลอดภยั ฝึกทกั ษะการช่วยชวี ติ เบอ้ื งต้น
(Basic CPR)การตดิ ต่อ1669ขอความช่วยเหลอื และการสง่ ต่อผูป้ ่วยมายงั Hyperbaric chamber ร่วมพฒั นาศกั ยภาพเครอื ขา่ ยแกนนาชุมชน
สง่ เสรมิ กระตุน้ เตอื นใหช้ าวบา้ นใชห้ ลกั การดาน้าอย่างปลอดภยั หลงั จากดาเนินโครงการ ผูป้ ว่ ยโรคน้าหนีบชาวไทยใหม่ ชุมชนแหลมตุ๊กแก
ชมุ ชนราไวยล์ ดลง

การดแู ลแบบประคบั ประคอง (Paliative care) เป็นการดแู ลสุขภาพแบบองคร์ วมทงั้ ดา้ นร่างกาย จติ ใจ สงั คมและจติ วญิ ญาณในผูป้ ่วย
ทม่ี โี รคคุกคามต่อชวี ติ ซง่ึ ไม่สามารถรกั ษาใหห้ ายขาดได้ มเี ป้าหมายรอ้ ยละของผปู้ ่วยระยะสุดทา้ ยทไ่ี ดท้ า advance care plan ≥รอ้ ยละ 80
เพ่อื ใหผ้ ูป้ ่วยระยะสุดทา้ ยและครอบครวั ไดร้ บั การวางแผนดูแลล่วงหน้าทค่ี รอบคลุมทุกมติ ิและต่อเน่ืองถงึ ชุมชน ไดพ้ ฒั นาใชแ้ นวคดิ lean
ในการลดขนั้ ตอนการขอรบั คาปรกึ ษา ทงั้ ในและนอกเวลาราชการ เช่น พยาบาล OPD และ IPD คดั กรองเบอ้ื งตน้ ตามแบบประเมนิ ในรายท่ี
เขา้ เกณฑ์สามารถโทรปรกึ ษาทมี ไดท้ นั ที พฒั นาศกั ยภาพและเพมิ่ ความครอบคลุมของ PCWN ในหน่วยงานทางคลนิ ิกของโรงพยาบาล

24

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

เพ่อื คน้ หาผปู้ ่วยตงั้ แต่ระยะเรม่ิ ต้น เพ่อื จดั การดูแลครอบคลุมในทุกมติ แิ ละวางแผนจาหน่ายร่วมกบั แพทย์เจา้ ของไข้ ต่อเน่ืองถงึ ทบ่ี ้าน
โดยพฒั นาศกั ยภาพของเครอื ขา่ ย เช่น ปรกึ ษาผา่ นกลุ่มไลน์ paliative ภูเกต็ ร่วมในการดแู ลต่อเน่ือง ทางานเป็นทมี เครอื ขา่ ย ช่วยการจดั ทา
พนิ ยั กรรมชวี ติ ตงั้ แต่เรมิ่ รบั การปรกึ ษาโดยครอบครวั มสี ่วนร่วม เพ่อื ใหผ้ ู้ปว่ ยไดท้ าตามความประสงค์ก่อนเสยี ชวี ติ การตดิ ตามญาตหิ ลงั
ผู้ป่วยเสยี ชวี ติ 2 สปั ดาห์ (Bereavement) เพ่อื ตดิ ตามสภาวะหลงั การสูญเสยี บุคคลอนั เป็นท่รี กั และส่งต่อให้จติ แพทย์เม่อื ประเมนิ ว่า
จาเป็นตอ้ งใหก้ ารรกั ษา ผลลพั ธก์ ารดูแล Bereavement care ไดค้ รอบคลุม ปี 62-63 รอ้ ยละ 60.6 และ 79.35 ในปี 63 พฒั นาใหไ้ ดร้ บั การดูแล
แบบ Good death เป้าหมาย ≥รอ้ ยละ 90 ประกอบดว้ ย 3 องค์ประกอบ ไดแ้ ก่ (1) การเสยี ชวี ติ โดยไม่ทุกขท์ รมาน สามารถจดั การอาการปวด
อาการเหน่อื ยไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพผลลพั ธร์ อ้ ยละของผปู้ ว่ ยประคบั ประคองทไ่ี ดร้ บั การจดั การอาหารปวดทมี ากกว่า4/10คะแนนภายใน2ชวั่ โมง
เทา่ กบั รอ้ ยละ86.96(2)ผูป้ ่วยไดท้ าตามความประสงคท์ ต่ี งั้ ใจไวก้ ่อนเสยี ชวี ติ :ผปู้ ว่ ยประสงคเ์ ดนิ ทางกลบั ภูมลิ าเนาทอ่ี ย่ไู กลทมี ไดด้ าเนินการ
จดั หาทุนและรถสนับสนุนเพ่อื ส่งผู้ป่วยกลบั ไปใชว้ าระสุดทา้ ยของชวี ติ ท่ภี ูมลิ าเนาตามความประสงค์ และ (3) เสยี ชวี ติ ในสภาพแวดล้อม
ทส่ี งบ: ทมี จดั พน้ื ทม่ี ุมสงบในโรงพยาบาลทต่ี กึ อนั ดามนั ชนั้ 5 สาหรบั ผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ยโดยเฉพาะ 4 เตยี ง ผลลพั ธ์ Good death ปี 63 ทาได้
ครอบคลุม รอ้ ยละ 95.31

iv.ผลการพฒั นาท่ีโดดเดน่ และภาคภมู ิใจ
มผี ลงาน “การพฒั นารูปแบบการดูแลแบบบูรณาการแก่ผู้ป่วยบาดเจบ็ ศีรษะโดยการนาของพยาบาล” ซ่งึ เกดิ จากการมองเห็น

ความสาคญั ในการนาใชง้ านวจิ ยั ในหน่วยงานทา ต่อเน่อื งเป็นรปู ธรรม และเป็นงานทบ่ี อกถงึ เอกสทิ ธท์ างการพยาบาล

องคพ์ ยาบาลมกี ารบรหิ ารจดั การทด่ี ี ในสถานการณ์โรคระบาดโควดิ 19 ทเ่ี กดิ ขน้ึ ทวั่ โลก รวมถงึ ประเทศไทย และจงั หวดั ภูเกต็ ซง่ึ มี
จานวนผปู้ ่วยโควดิ มากท่สี ุดในส่วนภูมภิ าค จากการใช้องคค์ วามรูม้ าประยุกต์ใชใ้ นการปฏบิ ตั ิ มคี วามสามคั คใี นองคก์ ร ทาใหบ้ ุคลากรมี
ความมนั่ ใจ ขวญั กาลงั ใจ ตระหนกั แต่ไมต่ ระหนก ทาใหผ้ า่ นพน้ วกิ ฤตไปได้ โดยไมม่ บี ุคลากรตดิ เชอ้ื โควดิ -19

v.แผนการพฒั นา Score DALI Gap ประเดน็ ในแผนการพฒั นา 1-2 ปี ขา้ งหน้า
มาตรฐาน
3 L  ระบบการนเิ ทศทางการพยาบาล
35. ระบบบรหิ ารการพยาบาล
36. ปฏบิ ตั กิ ารทางการพยาบาล 3 L  Case manager ครอบคลุมกลุ่มโรคทส่ี าคญั ตาม
service plan และ Excellence center

 CNPG กลุม่ โรคสาคญั

 Best practice

25

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-2.2 การกากบั ดแู ลวิชาชีพแพทย์

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ สาคญั ท่ีควรรายงาน : ประสทิ ธภิ าพประสทิ ธผิ ลของการกากบั ดแู ลวชิ าชพี การศกึ ษาต่อเน่อื ง มาตรฐานและจรยิ ธรรม

ขอ้ มลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

1. ประชมุ วชิ าการโดยแพทยเ์ พม่ิ พนู ทกั ษะ/ 1 ครงั้ /เดอื น 12 12 12 12 12

แพทยป์ ระจาบา้ น

2. จดั ปฐมนิเทศแพทยเ์ พม่ิ พนู ทกั ษะ ปีท่ี 1,2,3 1 ครงั้ /ปี 1 1 1 1 1

3. อตั ราความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี น

OPD ≥ 80% 52.0 53.64 54.35 54.95 74.0

IPD ≥ 80% 74.0 71.44 78.20 81.91 82.45
4. ความพงึ พอใจของผปู้ ว่ ยต่อพฤตกิ รรมบรกิ าร ≥85% 90.0 88.2 87.0 85.5 87.1
ของแพทย์ OPD

5. ค่าคะแนนเฉลย่ี ความสขุ ของแพทย์ ≥80% NA NA 59.00 63.20 67.52

(Happinometer)

ii. บรบิ ท

องคก์ รแพทย์ รพ.วชริ ะภูเกต็ ก่อตงั้ มาเป็นปีท่ี 19 ประกอบด้วย อาจารยแ์ พทย์ ทนั ตแพทย์ แพทย์พ่เี ล้ยี งและแพทย์ intern
ประธานองคก์ รแพทยม์ าจากการคดั เลอื กจากกลมุ่ งานต่างๆ มวี าระ 1 ปี มมี นตรอี งคก์ รแพทยซ์ ง่ึ เป็นหวั หน้ากลมุ่ งานร่วมใหค้ าปรกึ ษา
และบรหิ ารงาน เพ่อื ทาหน้าทส่ี ง่ เสรมิ กากบั ใหส้ มาชกิ รกั ษามาตรฐานและจรยิ ธรรมตามมาตรฐานวชิ าชพี สนบั สนุนสวสั ดกิ าร ส่งเสรมิ

ใหส้ มาชกิ เป็นผนู้ าและมสี ว่ นร่วมในงานพฒั นาคุณภาพของ รพ. เช่น ประธานทมี ระบบงานสาคญั ประธาน PCT ส่งเสรมิ การศกึ ษาต่อเน่ือง
ตอบสนองต่อวสิ ยั ทศั น์และพนั ธกจิ ขององคก์ ร สนบั สนุนการทาวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม ดแู ลตดิ ตามกากบั และบริหารการเรยี นการสอน
นกั ศกึ ษาแพทยช์ นั้ คลนิ กิ รว่ มกบั คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์

ประกอบดว้ ยสมาชกิ จานวน 155 คน จาแนกตามความเชย่ี วชาญไดด้ งั น้ี (ขอ้ มลู ณ 30 ก.ย.2563)

สาขาทเ่ี ชย่ี วชาญ จานวน (คน)
9
ศลั ยศาสตร์ 3
3
ศลั ยศาสตรท์ รวงอก 2
2
ศลั ยศาสตรร์ ะบบประสาท 1
4
ศลั ยศาสตรต์ กแต่ง 2
2
ศลั ยศาสตรร์ ะบบทางเดนิ ปสั สาวะ 2
1
ศลั ยศาสตรเ์ ดก็ 1
6
ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ ส์ 1
2
ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ สโ์ รคทางมอื และจลุ ศลั ยศาสตร์ 1

ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ ส์ กระดกู สนั หลงั

ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ สเ์ วชศาสตรก์ ารกฬี า และการสอ่ งกลอ้ งตรวจในขอ้

ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ สโ์ รคกระดกู ในเดก็

ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดกิ ส์ การบาดเจบ็ ทางออรโ์ ธปิดกิ ส์

อายรุ ศาสตร์

อายุรศาสตรโ์ รคหวั ใจ

อายรุ ศาสตร์ โรคหวั ใจหตั ถการปฏบิ ตั กิ ารรกั ษาโรคหวั ใจและหลอดเลอื ด

อายรุ ศาสตร์ โรคระบบหายใจและเวชบาบดั วกิ ฤติ

26

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็ 1
1
อายุรศาสตร์ โรคระบบหายใจและเวชบาบดั วกิ ฤตหิ ตั ถการปฏบิ ตั กิ ารรกั ษาโรคระบบหายใจ 1
อายุรศาสตร์ โรคขอ้ และรมู าตซิ มั่ 1
อายรุ ศาสตร์ โรคต่อมไรท้ อ่ และเมตะบอลสิ ม 1
อายรุ ศาสตร์ โรคระบบทางเดนิ อาหาร 1
อายรุ ศาสตร์ โรคเลอื ด 4
อายรุ ศาสตร์ โรคตดิ เชอ้ื 1
อายุรศาสตร์ โรคไต 3
อายุรศาสตร์ ตจวทิ ยา 8
อายุรศาสตร์ ระบบประสาท 1
สตู ศิ าสตร-์ นรเี วชวทิ ยา 1
สตู ศิ าสตร-์ นรเี วชวทิ ยาการผา่ ตดั ผ่านกลอ้ งทางนรเี วช 1
สตู ศิ าสตร-์ นรเี วชวทิ ยา มะเรง็ วทิ ยานรเี วช 4
สตู ศิ าสตร-์ นรเี วชวทิ ยา เวชศาสตรม์ ารดาและทารกในครรภ์ 1
กมุ ารเวชศาสตร์ 1
กมุ ารเวชศาสตร์ โรคตดิ เชอ้ื 1
กุมารเวชศาสตร์ ทารกแรกเกดิ 1
กุมารเวชศาสตร์ โรคต่อมไรท้ ่อ และเมตาบอลสิ ม 1
กุมารเวชศาสตร์ โรคภูมแิ พแ้ ละภมู คิ มุ้ กนั 1
กมุ ารเวชศาสตร์ โรคระบบทางเดนิ หายใจ 2
กุมารเวชศาสตร์ โลหติ วทิ ยาและมะเรง็ ในเดก็ 1
กมุ ารเวชศาสตร์ โรคหวั ใจ 6
กมุ ารเวชศาสตรป์ ระสาทวทิ ยา 2
วสิ ญั ญวี ทิ ยา 4
วสิ ญั ญวี ทิ ยา สาหรบั การผา่ ตดั หวั ใจ หลอดเลอื ดใหญ่ และทรวงอก 1
รงั สวี นิ ิจฉยั 1
รงั สวี นิ จิ ฉยั ภาพวนิ จิ ฉยั เตา้ นม 3
รงั สวี ทิ ยา รงั สรี ่วมรกั ษาของลาตวั 3
เวชกรรมฟ้ืนฟู 1
จติ เวชศาสตร์ 1
จติ เวชศาสตร์ จติ เวชเดก็ และวยั รุ่น 2
อาชวี เวชกรรม 2
จกั ษุวทิ ยา 1
จกั ษุวทิ ยา จอประสาทตา 2
จกั ษุวทิ ยา ตกแต่งและศลั ยกรรมกระดกู เบา้ ตา 6
จกั ษุวทิ ยา ตอ้ หนิ 1
โสตสอนาสกิ วทิ ยา
โสตสอนาสกิ วทิ ยา นาสกิ วทิ ยาและภมู แิ พ้ 27

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็ 7
7
เวชศาสตรค์ รอบครวั 2
เวชศาสตรฉ์ ุกเฉนิ 1
นติ เิ วชวทิ ยา 1
พยาธวิ ทิ ยา 1
เวชศาสตรใ์ ตน้ ้า 20
แพทยศาสตรบ์ ณั ฑติ
ทนั ตแพทย์

ลกั ษณะผปู้ ่ วยสาคญั :ผปู้ ว่ ยซบั ซอ้ นทต่ี อ้ งใชเ้ คร่อื งมอื และเทคโนโลยที างการแพทยข์ นั้ สงู ในการรกั ษา ผปู้ ว่ ยนกั ท่องเทย่ี วต่างชาต/ิ
ต่างดา้ ว ผปู้ ว่ ยโรคอุบตั ใิ หม่อุบตั ซิ า้ /จากการท่องเทย่ี ว เช่น ดาน้า COVID-19
กลมุ่ ผปู้ ่ วยท่ีมีความเสี่ยงสูง : Sepsis, Stroke, STEMI, CKD, multiple trauma, traumatic brain injury, spine injury, preterm,
congenital heart disease, ผ่าตดั parathyroidectomy, glaucoma, major depressive disorder

iii. กระบวนการ
(1)(2)บทบาทหน้าทแ่ี ละวธิ กี ารทางานขององคก์ รแพทย:์
1. กาหนดนโยบายและแนวทางปฏบิ ตั เิ พ่อื การดแู ลรกั ษาตามมาตรฐานและจรยิ ธรรมแห่งวชิ าชพี สอดคลอ้ งกบั service plan วสิ ยั ทศั น์
และพนั ธกจิ องคก์ ร
2. ร่วมทาหน้าท่ี ใหค้ าปรกึ ษา ขอ้ เสนอแนะการจดั บรกิ ารทางการแพทยแ์ ก่คณะกรรมการอานวยการ คณะกรรมการบรหิ าร ร่วมเป็น
ทมี นาคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพ/ระบบงานสาคญั เช่น ประธาน PCT 8 สาขา ประธาน IC ประธาน IM เลขา RM ผจู้ ดั การศูนยค์ ุณภาพ
และร่วมเป็นสมาชกิ ทมี นาทางคลนิ กิ โดยมผี อู้ านวยการเป็นประธาน ซง่ึ ถกู กาหนดใหเ้ ป็น governancebody เพ่อื ตดิ ตามกากบั ทางคลนิ กิ
3. โครงสรา้ งและกลไกการสอ่ื สารและแกป้ ญั หา

- แพทยแ์ ต่ละแผนก ผา่ นหวั หน้ากลุ่มงาน
- แพทยก์ บั วชิ าชพี อน่ื และผบู้ รหิ าร ผา่ นประธานองคก์ รแพทย์
- เกดิ ปญั หาและขอ้ ขดั แยง้ ผ่านรองผอู้ านวยการฝา่ ยการแพทยเ์ ป็นผปู้ ระสาน
- การตดิ ต่อส่อื สารกบั ผู้รบั บรกิ าร กรณีมขี อ้ ร้องเรยี น ผ่านคณะกรรมการเจรจาไกล่เกลย่ี ซง่ึ มรี องผูอ้ านวยการฝ่ายการแพทย์

เป็นประธาน ใหเ้ ป็นผปู้ ระสาน
4. ส่งเสรมิ ความสามคั คแี ละการทางานเป็นทมี ดูแลสวสั ดภิ าพและอานวยความสะดวกในการปฏบิ ตั ิงานของแพทย์ เพ่อื ใหแ้ พทย์
สามารถปฏบิ ตั หิ น้าทไ่ี ดอ้ ย่างมคี วามสขุ มคี วามรกั และความผกู พนั องคก์ ร เช่น มกี ารจดั งานเลย้ี งปีใหม่ขององคก์ รแพทย์ การจดั งานเลย้ี ง
ตอ้ นรบั แพทยจ์ บใหม่ทุกปี มหี อ้ งพกั แพทยร์ วม เพ่อื ใหส้ มาชกิ องคก์ รแพทยไ์ ดพ้ บปะพดู คุย และเพม่ิ สมั พนั ธภาพทด่ี ี ทาใหก้ ารประสาน
การร่วมงานในระดบั การรกั ษาผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างสอดคล้องราบร่นื นอกจากน้ียงั จดั ให้มหี ้องพกั พร้อมสง่ิ อานวยความสะดวก
ทจ่ี อดรถแพทย์ งานดแู ลระบบสอ่ งสว่างในบรเิ วณหอพกั แพทย์ เพ่อื ความปลอดภยั และสวสั ดภิ าพของแพทย์ เป็นผลใหผ้ ลการสารวจ
happinometer ของสมาชกิ เพม่ิ ขน้ึ อย่างต่อเน่อื งจากปี 2561-2563
5. ส่งเสริมการดูแลพิทกั ษ์สทิ ธ์ผูป้ ่วย มีส่วนร่วมในการทบทวนข้อร้องเรยี นและวางมาตรฐานป้องกนั /ปรบั ปรุงระบบ เป็นผลให้
แนวโน้มขอ้ รอ้ งเรยี นเกย่ี วกบั แพทยล์ ดลง
6. ทบทวน แกไ้ ขแนวทางปฏบิ ตั ิ และธรรมนูญองคก์ รแพทยเ์ พ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทขององคก์ ร
7. บรหิ ารศนู ยแ์ พทยศ์ าสตรศ์ กึ ษาชนั้ คลนิ ิก กากบั ดูแลการเรยี นการสอน การปฏบิ ตั งิ านบนหอผูป้ ่วย มุ่งเน้นความปลอดภยั ของผูป้ ว่ ย
กาหนดและกากบั การบนั ทกึ ขอ้ มลู ทางการรกั ษาในเวชระเบยี นผปู้ ว่ ย

(5) การทาหน้าทข่ี ององคก์ รแพทย์ :
 การกาหนดสิทธิการดแู ลรกั ษาผปู้ ่ วยของแพทยแ์ ต่ละคน:
- กาหนดให้การดูแลผู้ป่วยของแพทย์พ่เี ล้ยี ง แพทย์ใช้ทุนและนักศกึ ษาแพทย์ในแผนกอยู่ภายใต้การควบคุมดูแล
ของอาจารยแ์ พทยแ์ ผนกนนั้ ๆ
- กาหนดการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู และการสงั่ การรกั ษาของแพทยใ์ นโปรแกรม doctor module เพอ่ื การรกั ษาความลบั ผปู้ ว่ ย

28

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ และการแลกเปล่ียนเรยี นร:ู้
- เพ่อื ตอบสนองการพฒั นาตามยุทธศาสตร์ท่ี 1 องค์กรแพทยส์ ่งเสรมิ ให้แพทย์เขา้ รบั การอบรมต่อยอดสาขาท่เี ป็น
excellent center ขององค์กร เช่น แพทย์ผู้เชย่ี วชาญด้านการผ่าตดั ลดอ้วน, แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล, แพทย์
ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นโรคหวั ใจทงั้ ทางดา้ นอายุรศาสตร,์ ศลั ยศาสตร์ และวสิ ญั ญ,ี แพทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นศลั ยศาสตรร์ ะบบประสาท
รงั สแี พทยเ์ ชย่ี วชาญดา้ นภาพวนิ ิจฉยั เตา้ นมและรงั สรี ่วมรกั ษาลาตวั
- เปิดโอกาสใหแ้ พทยแ์ ละทนั ตแพทยเ์ ขา้ ร่วมประชมุ วชิ าการโดยไม่ถอื เป็นวนั ลา
- สนับสนุนให้ทุกกลุ่มงานทบทวนอุบตั กิ ารณ์ในการดูแลผูป้ ่วย และร่วมเป็นวทิ ยากรในเวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรู้ระหว่าง
สหสาขาวชิ าชพี เช่น ประชุมวชิ าการวนั มหดิ ล การประชมุ ทบทวนการใชย้ า highalertdrug
- สง่ เสรมิ การจดั ประชมุ แลกเปลย่ี น/workshop เพ่อื ใหส้ มาชกิ แลกเปลย่ี นร่วมกบั สถาบนั การแพทยช์ นั้ นาอ่นื ๆ อาทเิ ช่น
ในปีงบประมาณ 2562-2563 มีการจดั การประชุมระดบั นานาชาติ ในหวั ข้อ Bariatric and Metabolic Surgery
Conference and Live Surgery ซง่ึ เป็นการแสดงถงึ ความเป็น Excellent ทางดา้ นการผ่าตดั ลดอว้ นไดอ้ ย่างชดั เจน
นอกจากนนั้ ยงั มกี ารจดั ประชุม Regional Anesthesia Workshop on Tour เป็นการทา work shop ร่วมกนั ของ
วสิ ญั ญแี พทย์ ใน 14 จงั หวดั ภาคใต้โดยมโี รงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ เป็นเจา้ ภาพจดั การฝึกอบรมร่วมกบั คณาจารยจ์ าก
ราชวทิ ยาลยั วสิ ญั ญแี พทย์
- สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี นและพฒั นาระบบสง่ ต่อผปู้ ว่ ยภายในจงั หวดั และเครอื ขา่ ยเขตสขุ ภาพท่ี 11

 การควบคมุ ดแู ลการปฏิบตั ิงานของแพทยท์ ี่อยรู่ ะหวา่ งการอบรมแพทยเ์ วรท่ีไม่ใช่แพทยป์ ระจา
- จดั ปฐมนเิ ทศแพทยเ์ พม่ิ พนู ทกั ษะกอ่ นเรมิ่ ปฏบิ ตั งิ าน ระยะเวลา 1 สปั ดาห์
- แพทยเ์ พม่ิ พนู ทกั ษะ/แพทยพ์ เ่ี ลย้ี งทอ่ี ย่เู วรฉุกเฉินปฏบิ ตั งิ านภายใต้การควบคุมของอาจารยแ์ พทยเ์ วชศาสตรฉ์ ุกเฉิน
24 ชวั่ โมง
- องคก์ รแพทยจ์ ดั กจิ กรรม interesting case เดอื นละ 1 โดยมกี ลุ่มเป้าหมาย ไดแ้ ก่ แพทยพ์ เ่ี ลย้ี ง แพทยเ์ พมิ่ พูนทกั ษะ
และนกั ศกึ ษาแพทยแ์ ละสง่ เสรมิ การจดั interesting conference ของกล่มุ งาน
- เพ่อื ควบคุมดูแลการปฏบิ ตั งิ านของแพทย์ parttime องคก์ รแพทยก์ าหนดให้กลุ่มงานนัน้ ๆมีหน้าทก่ี าหนดหน้าท่ี
ขอบเขตการปฏิบัติงาน และกากับการทางานของแพทย์ท่านนัน้ เช่น แพทย์เฉพาะทางมะเร็งทางนรีเวช
จากโรงพยาบาลเอกชนมาชว่ ยออกตรวจ OPD 1ครงั้ /สปั ดาห์ และผา่ ตดั ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ทางนรเี วช เป็นตน้

 การส่งเสริมการปฏิบตั ิตามมาตรฐานและจริยธรรมของผปู้ ระกอบวิชาชีพ
- กาหนดใหก้ ลุ่มงานควบคุมการปฏบิ ตั งิ านของแพทยร์ ะหวา่ งฝึกอบรม ขอบเขตของการใหก้ ารรกั ษาผูป้ ว่ ย และแนวทาง
การขอคาปรกึ ษาจากอาจารยแ์ พทย์
- ปฐมนิเทศแพทย์เพมิ่ พูนทกั ษะก่อนเร่มิ ปฏิบตั ิงานเก่ยี วกบั แนวทางการปฏิบตั ิงานของแต่ละกลุ่มงาน ครอบคลุม
ขอบเขตการรกั ษา การเรยี นการสอนนกั ศกึ ษาแพทย์

 การกากบั ดแู ลการทบทวนและพฒั นาคณุ ภาพการดแู ลผปู้ ่ วย
- ทบทวนและส่อื สาร CPG ในการประชุมองคก์ รแพทย์ เช่น เร่อื งการเตรยี มผปู้ ว่ ยก่อนผ่าตดั ในทป่ี ระชุมองคก์ รแพทย์
ทาใหแ้ พทยเ์ ตรยี มผปู้ ว่ ยไดอ้ ย่างเหมาะสม เป็นผลใหผ้ ปู้ ว่ ยทเ่ี ขา้ รบั การผา่ ตดั ตามนดั หมาย และมคี วามปลอดภยั
- ประธานองค์กรแพทย์และสมาชกิ ร่วมเป็นคณะกรรมการทีมนาคลนิ ิก มบี ทบาทให้การนาเสนอผลการดูแลผู้ป่วย/
ทบทวนความเสย่ี งสาคญั ใหข้ อ้ เสนอแนะเพอ่ื การพฒั นา

 การส่งเสริมการพฒั นาคณุ ภาพเวชระเบียน
- แพทยเ์ ป็นประธานและกรรมการเวชระเบยี นของโรงพยาบาล
- เพอ่ื ปรบั ปรุงกระบวนการบนั ทกึ เวชระเบยี นโดยมเี ป้าหมายใหค้ วามสมบรู ณ์ของเวชระเบยี นผปู้ ว่ ยในมากกวา่ รอ้ ยละ 80
องคก์ รแพทยแ์ ละกลุ่มงานนาผลจากการaudit มาปรบั ปรุงการบนั ทกึ เป็นผลใหใ้ นปี 2562-2563 ความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี น
ผปู้ ว่ ยในเพม่ิ ขน้ึ อย่างต่อเน่ืองและผ่านค่าเป้าหมาย

 การส่งเสริมการตดั สินใจทางคลินิกและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
- ศลั ยแพทยพ์ ฒั นา doctor module ซ่งึ สามารถบนั ทกึ ขอ้ มลู จาเป็นต่อการรกั ษา เช่น รูปภาพจากการตรวจร่างกาย
Operation note ยาทใ่ี ชอ้ ยเู่ ดมิ ทาใหแ้ พทยใ์ หก้ ารดแู ลผปู้ ว่ ยไดเ้ หมาะสมและการบนั ทกึ เวชระเบยี นสมบรู ณ์ขน้ึ
- สง่ เสรมิ ใหแ้ พทยส์ รุปเวชระเบยี นผา่ นระบบ HIS ทาใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การดแู ลต่อเน่อื งไดผ้ ลดี

29

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 การกาหนดหรอื รบั รองนโยบายที่เกี่ยวกบั การดแู ลผปู้ ่ วย
- ในช่วงการระบาดของ COVID-19 แพทยม์ สี ว่ นร่วมในการกาหนดนโยบายในการดูแลผปู้ ว่ ยทาใหเ้ กดิ การปรบั ปรุง/พฒั นา
เช่นโรงพยาบาลสนามสาหรบั ผตู้ ดิ เชอ้ื การสรา้ ง ARI clinic ทใ่ี หม่ CohortwardICU negative การจดั กาลงั ทางานทเ่ี หมาะสม
- สง่ เสรมิ การพฒั นาศกั ยภาพของแพทย์ ตอบสนองต่อวสิ ยั ทศั น์และวตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธข์ ององคก์ ร
- สนับสนุน/ส่งเสริม/ขยายการนานโยบายความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยท่ีเก่ียวข้องกับแพทย์ในปฏิบัติ เช่น
medication reconcillation (plan 1 ธ.ค.63)

(6) การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงและแนวปฏบิ ตั :ิ
เพ่อื สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงในแนวปฏบิ ตั ิ จงึ มกี ารดาเนนิ การดงั น้ี
- ในโรงพยาบาลมกี ารปฐมนิเทศแพทย์เพม่ิ พูนทกั ษะ จะนิเทศโดยแพทยเ์ ฉพาะทาง และมกี ารทบทวนการตรวจโดยแพทย์
ทช่ี านาญกว่า
- แนวทางการรกั ษาผูป้ ่วยทใ่ี ชร้ ่วมกนั หลายๆแผนก จะมกี ารชแ้ี จงในทป่ี ระชุมองคก์ รแพทยก์ ่อน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั
ทาใหน้ าไปใชไ้ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง และส่งผลดตี ่อการดแู ลรกั ษาผูป้ ่วย เช่น แนวทางการดูแลผูป้ ว่ ยทม่ี ภี าวะน้าตาลในเลอื ดสงู
แนวทางการปรกึ ษาแพทยเ์ ฉพาะทางสาหรบั ผปู้ ว่ ยฉุกเฉิน เป็นตน้

(7) การประสานความร่วมมอื กบั คณะกรรมการต่างๆ:
- เพอ่ื การประสานความรว่ มมอื กบั คณะกรรมพฒั นาคณุ ภาพชุดต่างๆใน รพ. องคก์ รแพทยส์ ง่ เสรมิ ให้ สมาชกิ ร่วมเป็นทมี นาใน
การพฒั นาคุณภาพ เช่น ประธาน PCT 8 สาขา ประธาน IC ประธาน IM เลขา RM ผจู้ ดั การศนู ยค์ ณุ ภาพ และร่วมเป็นสมาชกิ
ทมี นาทางคลนิ ิก โดยมผี อู้ านวยการเป็นประธาน ซง่ึ ถูกกาหนดใหเ้ ป็น governancebody เพอ่ื ตดิ ตาม กากบั ทางคลนิ ิก

iv.ผลการพฒั นาที่โดดเดน่ และภาคภมู ิ
- แพทยม์ บี ทบาทใหข้ อ้ เสนอแนะแก่ผู้บรหิ ารในการปรบั ปรุงและจดั สรรทรพั ยากรใหเ้ พยี งพอให้การดูแลผูป้ ่วย COVID-19
เกดิ การพฒั นา ไดแ้ ก่ โรงพยาบาลสนามสาหรบั ผตู้ ดิ เชอ้ื การสรา้ ง ARIclinic ทใ่ี หม่ CohortwardICU negative การจดั กาลงั
ทางานทเ่ี หมาะสม
- ผลงานด้านวจิ ยั และนวตั กรรม: ศลั ยแพทยพ์ ฒั นาระบบ doctormodule ทต่ี อบสนองต่อการใช้งานของแพทย์ ศลั ยแพทย์
พฒั นาระบบการประเมนิ ภาวะโภชนาการผปู้ ว่ ยผ่าน application, แพทยห์ คู อจมกู ผ่าตดั ไทรอยดผ์ า่ นการสอ่ งกลอ้ งทางช่องปาก

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี
38.องคก์ รแพทย์
3 L - ทบทวนและส่อื สาร CPG ในเวทปี ระชุมองคก์ รแพทย์

สม่าเสมอ
- พฒั นาคุณภาพการดแู ลผปู้ ว่ ยใหเ้ ป็นแหล่งเรยี นรู้ และส่งเสรมิ

การเป็น Excellent center และพฒั นาสาขา Excellent อ่นื ๆ

เพม่ิ ขน้ึ

30

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-3 สิ่งแวดล้อมในการดแู ลผปู้ ่ วย

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ สาคญั ที่ควรรายงาน: ความพรอ้ มใช้ ประสทิ ธภิ าพ ความปลอดภยั การพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม ความเออ้ื ต่อสขุ ภาพและการเรยี นรู้

ขอ้ มลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

ความพรอ้ มใช้

1. อบุ ตั กิ ารณ์ระบบสอ่ื สารไมพ่ รอ้ มใช้

- ระบบสารสนเทศ 0 ครงั้ 1 1 3 2 6

- โทรศพั ท์ ลดลง 101 145 130 155 98
2. อุบตั กิ ารณ์ทไ่ี ฟฟ้าดบั /เคร่อื งกาเนิดไฟฟ้าสารอง
ไมท่ างาน ภายใน 16 วนิ าที 0/0 ครงั้ 43/1 31/1 15/1 15/1 28/0

3. อบุ ตั กิ ารณ์ความไมพ่ รอ้ มใช/้ ไม่เพยี งพอของแก๊สทาง 0/0 ครงั้ 24/0 10/0 13/0 16/0 20/0
การแพทยแ์ ละสญุ ญากาศ

4. อุบตั กิ ารณ์ของระบบขนสง่ ลฟิ ตข์ ดั ขอ้ ง ลดลง 85 80 103 67 74

ผโู้ ดยสารตดิ ลฟิ ต/์ ชว่ ยไดภ้ ายใน10นาที 0/0 ครงั้ 3/1 4/1 2/0 2/0 1/0

5. จานวนความไม่พร้อมใช้ของ (ถังดับเพลิง/ไฟสารอง 0/0 ครงั้ 10/29 13/10 15/12 10/8 9/25
ฉุกเฉิน)จากการตรวจสอบเชงิ รุก (101/66) (109/68) (112/68) (120/68) (126/72)

6. อุบตั กิ ารณ์เครอ่ื งชว่ ยหายใจไมพ่ รอ้ มใชง้ าน 0 ครงั้ 158 155 147 116 63

ประสิทธิภาพ

7. อบุ ตั กิ ารณ์ความเสย่ี งการจดั การของเสยี และวสั ดอุ นั ตราย ลดลง 29 49 89 25 34
8. รอ้ ยละของบคุ ลากรไดร้ บั การอบรมระบบป้องกนั
และระงบั อคั คภี ยั เบอ้ื งตน้ (เขา้ อบรม/ทงั้ หมด) 40 19.28 22.47 14.91 61.5 ระหว่าง
(300/1,556) (365/1,625) (266/1,784) (1,250/2,033) ดาเนินการ

9. จานวนครงั้ ของการซอ้ มแผนอคั คภี ยั ประจาปี 1 ครงั้ /ปี 1 1 0 1 1

10. รอ้ ยละของเคร่อื งมอื แพทยค์ วามเสย่ี งสงู ไดร้ บั การสอบเทยี บ 100 87.6 90.8 91.4 93.8 95.0

ความปลอดภยั

11. อบุ ตั กิ ารณ์การเกดิ อคั คภี ยั ในโรงพยาบาล 0 ครงั้ 0 0 1 1 0

12. อุบตั กิ ารณ์การเกดิ เหตุทารา้ ยร่างกายผรู้ บั บรกิ าร/ 0 ครงั้ 6 4 6 11 13
บคุ ลากรในโรงพยาบาล

13. จานวนครงั้ ของการซ้อมแผนภาวะฉุกเฉินเพ่อื รองรบั

อุบตั ิเหตุหมู่/โรคอุบตั ใิ หม่-อุบตั ิซ้า/ภยั พบิ ตั ิทาง 1ครงั้ /ปี 1 1 2 2 2

ธรรมชาติ

14. จานวนครงั้ ทส่ี ารวจโครงสรา้ งความเสย่ี งเชงิ รุก 2 ครงั้ /ปี 4 6 2 6 6

การพิทกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม

15. รอ้ ยละการไม่พบเชอ้ื ลเิ จยี นแนร์ ใน cooling tower 100 75.0 100 100 80.0 100
และระบบน้าใช้ (ไมพ่ บเชอ้ื /สมุ่ ตรวจ) (15/20) (20/20) (20/20) (16/20) (10/10)

16. รอ้ ยละระบบน้าใชผ้ า่ นเกณฑม์ าตรฐานกรมอนามยั 100 92.7 100 82.1 96.4 96.4
(ผา่ น/สมุ่ ตรวจ) (38/41) (45/45) (46/56) (54/56) (27/28)

17. รอ้ ยละน้าท้งิ ผ่านเกณฑม์ าตรฐานกรมอนามยั 100 90.1 90.1 86.4 90.3 90.1
(ผ่าน/สมุ่ ตรวจ) (41/44) (28/33) (19/22) (30/33) (28/33)

18. ปรมิ าณขยะตดิ เชอ้ื (กก./เตยี ง/วนั ) 0.8-1.0 0.95 1.02 0.75 0.69 0.55

19. สดั สว่ นขยะรไี ซเคลิ เพม่ิ ขน้ึ 1.11 1.13 0.94 1.02 1.03

31

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ความเอือ้ ต่อสขุ ภาพและการเรยี นรู้

20. ร้อยละของความพึงพอใจของผู้รบั บริการใน ≥80 83.4/87.2 85.6/86.8 84.20/84.4 86.2/83.8 86.4/80.0
ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มในโรงพยาบาล (IPD/OPD) (750/1,760) (810/1,370) (810/850) (810/732) (890/940)

21. ร้อยละความพึงพอใจของบุคลากรด้าน 100 NA 68.2 66.2 77.2 73.2
สง่ิ แวดลอ้ ม (875) (990 ) (758 ) (552 )

ii. บริบท

ลกั ษณะสง่ิ ก่อสรา้ ง : โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ ตงั้ อย่บู รเิ วณเนินเขารงั มเี น้ือท่ี 47 ไร่ 2 งาน 10 ตารางวา เรมิ่ เปิดดาเนินการปี พ.ศ. 2449
จานวนอาคารทงั้ หมด 26 อาคาร ประกอบดว้ ยอาคารบรกิ าร 12 อาคาร อาคารสนับสนุน 7 อาคาร แฟลตแพทยแ์ ละพยาบาล 6 อาคาร และ
ศนู ยแ์ พทยศาสตร์ศกึ ษา 1 อาคาร อายุอาคารมากกว่า 25 ปี 12 อาคาร เช่น อาคารผูป้ ่วยสามญั 3 ชนั้ อาคารรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปี อาคารน้อมเกล้า
อาคารสงฆอ์ าพาธพเิ ศษ และอาคารอานวยการ 2 ชนั้ อาคารใหม่อยู่ระหว่างการก่อสรา้ งคอื อาคารผปู้ ว่ ยใน 298 เตยี ง และอาคารอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน
และศนู ยห์ วั ใจ มพี น้ื ทจ่ี อดรถทอ่ี าคารสนบั สนุนบรกิ ารจอดรถ 10 ชนั้ จอดรถยนตไ์ ด้ 400 คนั มอเตอรไ์ ซดจ์ านวน 150 คนั อาคารหลวงพ่อแช่ม
จอดรถยนตไ์ ด้ 60 คนั ทุกอาคารไดร้ บั การออกแบบใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ขอ้ บงั คบั ขอ้ กาหนด และมาตรฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง บรเิ วณดา้ นหน้า
โรงพยาบาลตดิ กบั ถนนเยาวราช ดา้ นขา้ งตดิ กบั ถนนขน้ึ เขารงั การสญั จรบรเิ วณดา้ นหน้าโรงพยาบาลคบั คงั่ ระหว่างเวลา 07.30-10.00 น.
และ 15.00-18.00 น. เครอ่ื งมอื และเทคโนโลยสี าคญั ต่อการวนิ จิ ฉยั และรกั ษาของโรงพยาบาล ไดแ้ ก่ Hyperbolic chamber, cath lab, ECMO, CT Scan,
EMG, EEG, Endoscopy, HosXPและ doctor module เป็นตน้
iii. กระบวนการ

II-3.1 ก. ความปลอดภยั และสวสั ดภิ าพ
(1) ผลการตรวจสอบและการปรบั ปรงุ โครงสรา้ งอาคารสถานทใ่ี หเ้ ป็นไปตามกฎหมาย เออ้ื ต่อความปลอดภยั /ประสทิ ธภิ าพ

เพ่อื ให้โครงสรา้ งอาคารสถานท่ขี องโรงพยาบาลเป็นไปตามกฎหมาย เออ้ื ต่อความปลอดภยั ความสะดวกสบาย และความเป็นส่วนตวั
ของผปู้ ว่ ยและการทางานทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ โรงพยาบาลไดม้ กี ารดาเนินการโดยมอบหมายใหก้ ลุ่มงานบรหิ ารทวั่ ไป วศิ วกร ช่างซ่อมบารุงเป็น
ผรู้ บั ผดิ ชอบอาคารและสถานท่ี ร่วมกบั โยธาจงั หวดั ศูนยส์ นบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพท่ี 11 กองแบบแผน กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ รวบรวม
และศกึ ษาแบบแปลนอาคาร ตรวจสอบและปรบั ปรุงอาคารใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ขอ้ กาหนด และมาตรฐานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง จงึ ไดม้ กี ารแกไ้ ขและ
ปรบั ปรุงใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย ดงั น้ี 1.จดั สว่ นบรกิ ารแยกผูป้ ว่ ย มอี าการระบบทางเดนิ หายใจ (ARI clinic) ออกจากผปู้ ว่ ยทวั่ ไปเพ่อื ป้องกนั
การแพร่กระจายเชอ้ื 2.จดั พน้ื ทใ่ี หบ้ รกิ ารแยก เพ่อื ความเป็นส่วนตวั ของผูป้ ่วย ไดแ้ ก่ หอผปู้ ว่ ยพเิ ศษชนั้ 5 สาหรบั ผูป้ ่วยระยะสุดทา้ ยและ
ศูนย์พ่งึ ได้สาหรบั ให้บรกิ ารผู้ป่วยกลุ่มเด็กและสตรีถูกทาร้ายร่างกาย 3.ปรบั ปรุงระบบระบายอากาศแบบแรงดนั ลบในพ้นื ท่บี ริการหอ
ผปู้ ว่ ยหนกั รวม (cohort ward) อาคารสงฆอ์ าพาธชนั้ 4 ไตเทยี ม หอผูป้ ่วยหนักศลั ยกรรม (SICU) หอผูป้ ่วยวกิ ฤตกุมารเวชกรรม (PICU) และ
หอ้ งผ่าตดั เพ่อื รองรบั การแพร่ระบาดของไวรสั COVID-19 4.ติดตงั้ ตู้แรงดนั ลบห้องอุบตั เิ หตุฉุกเฉินและหอ้ งตรวจอายุรกรรมชนั้ 2 และ
แรงดนั บวกสาหรบั ตรวจคดั กรองไวรสั COVID-19 อาคารหลวงพ่อแช่มชนั้ 1 5.สรา้ งห้องปฏบิ ตั ิการตรวจหาเช้อื ไวรสั COVID-19 6.จดั ตงั้
โรงพยาบาลสนามชวั่ คราวรองรบั การแพร่ระบาดโรค covid-19 ร่วมกบั จงั หวดั ตามมาตรการการป้องกนั การแพร่กระจายเช้อื โรค COVID-19
7.ปรบั ปรงุ ทางเขา้ -ออกเป็นระบบประตู 2 ชนั้ หอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน และตดิ ตงั้ เหลก็ ดดั รอบอาคารหอผู้ป่วยรตพิ ฒั น์ (จติ เวช) ระบบคยี ก์ ารด์
ในปีงบประมาณ 2564 วางแผนทจ่ี ะปรบั ปรุง ดงั น้ี ก่อสรา้ งทางเชอ่ื มสตู กิ รรม-อาคารจอดรถ ปรบั ปรุงระบบปรบั อากาศหอ้ งผ่าตดั ชนั้ 6 ตดิ ตงั้
ระบบสบู น้าดบั เพลงิ ปรบั ปรุงหอ้ งน้าผปู้ ว่ ย ชนั้ 2-5 อาคารอุบตั เิ หตุฉุกเฉนิ กอ่ สรา้ งกาแพงดนิ อาคารน้อมเกลา้ -ไตเทยี ม ระบบกนั ซมึ ดาดฟ้า
อาคารสูติกรรม บ้านคุณพุ่ม อุบตั ิเหตุฉุกเฉิน อาคารสนับสนุนบริการจอดรถ 10 ชนั้ ปรบั ปรุงห้องพเิ ศษอาคารน้อมเกล้าและสูติกรรม
ปรบั ปรุงบ่อบาบดั น้าเสยี ก่อสร้างแผนกผู้ป่วยนอกจติ เวช อาคารบุญพฒั น์ ก่อสรา้ งอาคารศูนยเ์ ปลและเคล่อื นยา้ ยผูป้ ่วย และก่อสรา้ งหอ
ผปู้ ว่ ยศลั ยกรรม (ชวั่ คราว) อาคารจอดรถชนั้ 6 และ 10 อาคารสนบั สนุนบรกิ ารจอดรถ

(2) การกากบั ดแู ล ตดิ ตามและปรบั ปรุงระบบอาคารสถานทแ่ี ละการรกั ษาความปลอดภยั
เพ่อื ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ิตามมาตรการด้านความปลอดภยั เกย่ี วกบั สงิ่ แวดลอ้ ม โรงพยาบาลมอบหมายใหก้ ลุ่มงานบรหิ ารงานทวั่ ไป

งานรกั ษาความปลอดภยั จดั ทาแผนการตรวจสอบ แผนบารุงรกั ษา แผนการก่อสรา้ ง และแผนการรกั ษาความปลอดภยั ดงั น้ี 1. จดั ทา Master Plan
ของโรงพยาบาล 10 ปี เพ่อื เตรียมความพร้อมการรองรบั ปรมิ าณผู้ป่วยในอนาคต 2.ตดิ ตงั้ กล้องวงจรปิด (CCTV) เพม่ิ จานวน 600 ตวั
ครอบคลุมทุกอาคารของโรงพยาบาล และแผนรวมศนู ยค์ วบคุมดา้ นความปลอดภยั บรเิ วณศูนยน์ เรนทร ชนั้ 2 ภายในปี 2564 3.จดั วางระบบ
รกั ษาความปลอดภยั โดยงานรกั ษาความปลอดภยั ตลอด 24 ชวั่ โมงจานวน 32 คน เป็นพนักงานกระทรวง 15 คน และลกู จา้ งชวั่ คราว 17 คน
จดั อตั รากาลงั เวรเชา้ 15 คน เวรบ่าย 14 คน และเวรดกึ 14 คน ประจาจุดตรวจ 12 แห่ง มกี ารเฝ้าระวงั พเิ ศษหน้าหอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน และ
หอผปู้ ว่ ยรตพิ ฒั น์ (จติ เวช) 4.การกาหนดเวลาเปิด-ปิด ประตูเขา้ -ออกทางขน้ึ เขารงั เปิดเวลา 06.00น. และปิดเวลา 20.00น. 5.การกาหนดเวลาปิด

32

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การเขา้ เยย่ี มหอผปู้ ว่ ยเวลา 21.00 น. หอผปู้ ว่ ยสามญั เขา้ เยย่ี มระหวา่ งเวลา 12.00น.-21.00 น. และหอผปู้ ว่ ยวกิ ฤตเิ ขา้ เยย่ี มเวลา 18.00-19.00 น.
โดยเขา้ เยย่ี มไดค้ รงั้ ละ 1 คน และนอนเฝ้าไขค้ รงั้ ละ 1 คน 6.การจดั เวรตรวจการดา้ นอานวยการนอกเวลาราชการและวนั หยุดนักขตั ฤกษ์ ดแู ล
ความปลอดภยั ดา้ นอาคารสถานทร่ี วมถงึ เหตุฉุกเฉินทงั้ ในและนอกโรงพยาบาล 7.กาหนดใหห้ อผปู้ ว่ ยแจง้ ญาตแิ ละผปู้ ว่ ยเกบ็ ทรพั ยส์ นิ มคี า่ แรก
รบั ผูป้ ่วยไวใ้ นความดแู ล ประชาสมั พนั ธเ์ สยี งตามสายเกบ็ ทรพั ยส์ นิ มคี ่ากบั ตวั หรอื ญาตทิ ุกวนั 8.การตดิ ตงั้ เสาไฟฟ้าและหลอดไฟใหม้ แี สง
สว่างในจดุ เสย่ี ง ไดแ้ ก่ หน้าหอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน แฟลตพยาบาล unit 51, 52 และอาคารหลวงพ่อแช่ม 9.ปรบั ปรุงเสน้ ทางจราจร หน้าอาคาร
หลวงพ่อแช่ม ตเี สน้ จราจรถนนดา้ นหน้าโรงพยาบาล และทางขน้ึ เขารงั จดั ทาเสน้ ทางเดนิ รถไฟฟ้าภายในโรงพยาบาล 10.จดั ทาเสน้ ทางการ
เคล่อื นยา้ ยผูป้ ่วยโรค COVID-19 ป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื และจดั พน้ื ทค่ี วบคุมหอผปู้ ว่ ยรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปี ผลการดาเนินการทผ่ี ่านมา
ปี 2561พบอบุ ตั กิ ารณ์ 5ครงั้ คอื โทรศพั ทญ์ าตผิ ปู้ ่วยหายหน้าหอผูป้ ว่ ยหนักศลั ยกรรม กระเป๋ าเงนิ ผูป้ ว่ ยหายทห่ี อผปู้ ่วยรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปีล่าง
ปมั๊ น้าอาคารหลวงพ่อแช่มหาย 3 ตวั รถจกั รยานยนต์หายบรเิ วณหน้าหอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน ชน้ิ สว่ นหน้ารถจกั รยานยนต์หายหน้าไตเทยี ม ปี 2562
พบอุบตั กิ ารณ์ 7 ครงั้ คอื ไอแพดญาติผปู้ ว่ ยหายทห่ี อผปู้ ่วยอายุรกรรมชาย 2 ตูเ้ งนิ บรจิ าคหาย 3 ครงั้ ทห่ี อผูป้ ่วยรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปีล่าง
ศุภนิมติ หอผูป้ ่วยศลั ยกรรมหญงิ โทรศพั ท์ญาติผูป้ ่วยหายทห่ี อผูป้ ่วยน้อมเกลา้ 3 รถจกั รยานยนต์หายบรเิ วณหน้าหอ้ งอุบตั ิเหตุฉุกเฉิน
แบตเตอรร่ี ถจกั รยานยนตห์ ายหน้าอาคารสงฆอ์ าพาธ จงึ ไดท้ บทวนและวางมาตรการการตรวจตราทุก 2 ชวั่ โมงโดยงานรกั ษาความปลอดภยั และ
เพม่ิ ตูแ้ ดงตรวจบนั ทกึ ทุกวนั เพม่ิ อตั รากาลงั และจุดตรวจเสย่ี งทพ่ี บทรพั ยส์ นิ สญู หาย ตดิ ตงั้ กลอ้ งวงจรปิดในปี 2563 ไมพ่ บอุบตั กิ ารณ์เกดิ ซา้

(3) การตรวจสอบความเสย่ี ง/การปฏบิ ตั ทิ ไ่ี ม่ปลอดภยั (ความถ่ี สงิ่ ทพ่ี บ การปรบั ปรงุ )
การตรวจสอบความเสย่ี งโดยคณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มและความปลอดภยั เดอื นละ 1 ครงั้ และศูนยส์ นับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพท่ี 11 ปีละ 1 ครงั้

ช่างซ่อมบารุงเดอื นละ 4 ครงั้ ผลการตรวจสอบมกี ารปรบั ปรุงแกไ้ ข ดงั น้ี 1. ความเสย่ี งต่อการติดเชอ้ื COVID-19 ปรบั ปรุงแยกส่วนบรกิ าร
ผปู้ ว่ ยมอี าการระบบทางเดนิ หายใจ (ARI clinic) ออกจากผปู้ ว่ ยทวั่ ไป ปรบั ปรุงหอ้ งความดนั ลบ ตงั้ จดุ คดั กรองผูป้ ว่ ยและผูร้ บั บรกิ าร การรกั ษา
ระยะห่างการใหบ้ รกิ าร การจดั ทาฉากกนั้ และป้ายสญั ลกั ษณ์ การกาหนดลฟิ ต์รบั สง่ ผูป้ ่วย กาหนดเวลา-จานวนคนการเขา้ เย่ยี ม 2. ผูป้ ่วย/
ญาตทิ ารา้ ยร่างกายเจา้ หน้าทแ่ี ละก่อความรุนแรงทห่ี อ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน การทบทวนจดั ซอ้ มแผนป้องกนั ความรุนแรงโดยจาลองสถานการณ์
จดั เวรรกั ษาความปลอดภยั ตลอด 24 ชวั่ โมง ตดิ ตงั้ กลอ้ งวงจรปิด ประตูป้องกนั 2 ชนั้ ปรบั ปรุงพน้ื ทบ่ี รเิ วณหอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉิน และตดิ ตงั้
ระบบแสงสว่าง 3.ไฟฟ้าดบั ทบทวนสาเหตุพบสตั วเ์ ลอ้ื ยคลานและแมวเขา้ ไปในบรเิ วณหมอ้ แปลงทาใหส้ ายไฟชารุด จงึ วางระบบการตรวจสอบ
โดยช่างซ่อมบารุงบารงุ รกั ษารายวนั สรา้ งรวั้ รอบพรอ้ มตดิ ตงั้ ป้ายเขตอนั ตรายและกาจดั วชั พชื และตรวจสอบโดยบรษิ ทั นาแสงปีละครงั้ 4. น้าท่วมขงั
ชนั้ ใตด้ นิ อาคารหลวงพอ่ แชม่ และหอ้ งเกบ็ เวชระเบยี น การทบทวนพบพน้ื ทด่ี งั กล่าว เป็นพน้ื ทต่ี ่า ทอ่ ระบายน้ามขี นาดเลก็ เศษขยะใบไมอ้ ุดตนั
และสง่ิ ปลกู สรา้ งปิดกนั้ ทางระบายน้า จงึ ขยายท่อระบายน้า ทาความสะอาดแนวท่อระบายน้าและหลงั คา ทากนั ซมึ ชนั้ ดาดฟ้า จดั หาเคร่อื งสบู น้า
ไวร้ ะบายน้าในพน้ื ท่ี 5.ลฟิ ต์ขดั ขอ้ ง น้ารวั่ ซมึ หอ้ งควบคุมลฟิ ต์จากผนังรา้ ว ตรวจสอบแกไ้ ขโดยการทากนั ซมึ ภายในและนอกอาคาร 6.เชอ้ื รา
บรเิ วณฝ้าเพดาน และผนงั อาคารบา้ นคณุ พมุ่ อาคารอุบตั เิ หตุฉุกเฉนิ และอาคารอนั ดามนั สาเหตุจากฉนวนกนั ความชน้ื เสอ่ื มสภาพมนี ้ารวั่ ไหล
ความเปิด-ปิดประตูทาใหเ้ กดิ ความแตกต่างของอุณหภมู ิ จงึ ไดป้ รบั ปรงุ ระบบปรบั อากาศและหุม้ ฉนวนกนั ความชน้ื เปลย่ี นฝ้าเพดานพรอ้ มทาสกี นั เชอ้ื รา
7.ปรมิ าณ CO2 เกนิ เกณฑ์มาตรฐาน สาเหตุจากการต่อเตมิ ทางโครงสรา้ งท่ปี ิดกนั้ การไหลของอากาศและปรมิ าณผู้มารบั บรกิ ารทแ่ี ออดั
ดาเนินการแกไ้ ขโดยการออกแบบการระบายอากาศเฉพาะพ้นื ท่ใี นหอ้ งตรวจทนั ตกรรม ในปีงบประมาณ 2564 ปรบั ปรุงระบบระบายอากาศ
อาคารบา้ นคุณพุ่มและอบุ ตั เิ หตุฉุกเฉนิ

(4) ความเสย่ี งดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี าคญั และการป้องกนั
เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการคน้ หาความเสย่ี งดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ทมี จงึ กาหนดใหห้ น่วยงานรายงานความเสย่ี งเขา้ โปรแกรมรายงานความเสย่ี ง

ของโรงพยาบาล และประเมนิ ความเสย่ี งจากการทางานโดยหน่วยงานตนเอง ผลการประเมนิ ความเส่ยี ง ดงั น้ี 1. ความเสย่ี งด้านกายภาพ
1.1. ปรมิ าณคาร์บอนไดออกไซด์ เกนิ มาตรฐาน 1.2. ระดบั เสยี งดงั หน่วยงานซกั ฟอกและตดั เยบ็ จ่ายกลาง ซ่อมบารุง (งานเช่อื ม) และ
โภชนาศาสตร์ คา่ ระดบั เสยี งดงั เฉลย่ี 63.3-85.4 เดซเิ บลเอ (ระยะเวลาการทางานสมั ผสั เสยี งดงั ไมเ่ กนิ 8 ชวั่ โมง) จงึ ใชห้ ลกั การ ควบคุม ป้องกนั
ทางดา้ นวศิ วกรรม บารุงรกั ษาเคร่อื งจกั รตามระยะ การบรหิ ารจดั การชวั่ โมงการทางาน จดั หาอุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายสว่ นบุคคลและการเฝ้าระวงั
ตรวจการไดย้ นิ ในกลุ่มทส่ี มั ผสั เสยี งดงั 2.ความเสย่ี งดา้ นชวี ภาพ พบเช้อื รา และหมดั จากสุนัขและแมวกดั เจา้ หน้าท่ี ไตเทยี มและหอผูป้ ่วย
ศลั ยกรรมกระดกู ไดม้ กี ารสอบสวนโรค พบสาเหตุคอื เกดิ จากสุนขั แมวเพม่ิ ขน้ึ และอาศยั อยู่บนฝ้าเพดาน จงึ แกไ้ ขโดยการปิดช่องทางการเขา้ ออก
บริเวณฝ้าเพดาน หาท่ีอยู่ให้สุนัข แมว การฉีดพ่นป้องกนั ปีละ 2 ครงั้ และจดั ทาแนวทางแนวปฏบิ ตั ิการป้องกนั หมดั กดั 4.การวาง/ท้งิ เข็ม
และของมคี มผดิ ท่ี ในปี 2561-2563พบ5920และ22ตามลาดบั การทบทวนพบในหอผปู้ ่วยอายุรกรรมชายและหญงิ จงึ จดั อบรม เร่อื ง การจดั การขยะ

33

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

และไดท้ บทวนแนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การมูลฝอย 5.ความเสย่ี งดา้ นสาธารณูปโภค ไดแ้ ก่ ไฟฟ้าดบั และลฟิ ทข์ ดั ขอ้ ง/ชารุด/ไม่พรอ้ มใช้ จดั ทา
แผนบารุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั และจดั หาลฟิ ตโ์ ดยสารทดแทนอาคารสงฆอ์ าพาธ
(5) การใหค้ วามรแู้ ละฝึกอบรมดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มปี 2562-2563

วนั ท่ี เน้อื หา จานวนผเู้ ขา้ รว่ ม (คน)

7-9 มกราคม 2563 พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการอนุรกั ษพ์ ลงั งาน 200

16-17 มกราคม 2563 จดั ซอ้ มแผนรองรบั โรค COVID-19 80
การใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั ส่วนบุคคลการจดั การสารเคมอี นั ตราย และการทาความสะอาด

12-13 มนี าคม 2563 ช่วงทม่ี กี ารแพร่ระบาดโรค COVID-19 พนกั งานทาความสะอาดและบรษิ ทั 100
รบั ช่วงทาความสะอาด โรงแรมสพุ ชิ ยฌ์ ากกั ตวั ผปู้ ว่ ย PUI และโรงพยาบาลสนาม

16 มนี าคม 2563 เตรยี มความพรอ้ มรบั มอื การแพร่กระจายเชอ้ื โรค COVID-19 ในเจา้ หน้าทท่ี ุกระดบั 365

18 มนี าคม 2563 มาตรฐานดา้ นสขุ าภบิ าลอาหารกบั รา้ นอาหารในโรงพยาบาล 22
25-27 มนี าคม 2563 การเคล่อื นยา้ ยศพ (ผปู้ ว่ ย COVID-19) กบั พนกั เปลและอาสาสมคั รกชู้ พี 65

2 เมษายน 2563 จดั กจิ กรรม 5ส. (Big cleaning Day) 200

13 พฤศจกิ ายน 2563 จดั ซอ้ มแผนอคั คภี ยั 200

II-3.1 ข. วสั ดุและของเสยี อนั ตราย
(1) วสั ดแุ ละของเสยี อนั ตรายทส่ี าคญั มาตรการป้องกนั การจดั การเมอ่ื เกดิ อบุ ตั กิ ารณ์

เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ต่อการจดั การวสั ดุและของเสยี อนั ตราย ตามรอยตงั้ แต่จุดเรมิ่ ต้น โดยอ้างองิ จากมาตรฐานระบบสากล การจาแนก

ความเป็นอนั ตรายและการตดิ ฉลากสารเคมี (GHS)ดงั น้ี 1.กาหนดรายการวสั ดุอนั ตราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คอื กลุ่ม 1 สารเคมแี ละเคมภี ณั ฑ์ 54 รายการ
(ไดแ้ ก่ ฟอรม์ าลนี เอทลิ นี ออกไซด์ ปรอทไซลนี และน้ายาทาความสะอาดเป็นตน้ )กลุ่มท่ี 2ประเภทของเสยี อนั ตราย(ชน้ิ สว่ นอวยั วะเลอื ดและสารคดั หลงั่
วสั ดุทใ่ี ชป้ นเป้ือนสารคดั หลงั่ จากผปู้ ว่ ยยาหมดอายุ เคมบี าบดั หลอดไฟแบตเตอร่ี ของมคี มตดิ เชอ้ื )2. จดั ทาแนวปฏบิ ตั กิ ารจดั การสารปรอทตกแตก

การจดั การฟอรม์ าลนี และการจดั การขยะมูลฝอย 3. จดั เตรยี มอุปกรณ์ชุด spil kit เคมบี าบดั และปรอทตกแตก 4. ใหค้ วามรกู้ บั หน่วยงานทใ่ี ชแ้ ละ
ผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งรบั ทราบแนวทางปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การใช้ สมั ผสั จดั เกบ็ เคล่อื นยา้ ย และการกาจดั 5. ควบคุม กากบั ตดิ ตาม การปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง

ทก่ี าหนดและรวบรวมอุบตั กิ ารณ์ดา้ นสารเคมี 6.การตรวจหาสารปรอทในเลอื ดหน่วยงานทนั ตกรรม ช่างทาสี และช่างเคร่อื งมอื แพทย์ ตรวจหาการ
ทางานของตบั (liverfunction test)ในหน่วยงานเคมบี าบดั ปีละ 2 ครงั้ 7. การจดั เตรยี มอปุ กรณ์ป้องกนั อนั ตรายสว่ นบุคคลสาหรบั ผเู้ ตรยี มและผูใ้ หย้ า
เคมบี าบดั 8. หน่วยงานทเ่ี ป็นคลงั จดั เกบ็ สารเคมี คอื คลงั พสั ดงุ านบา้ น คลงั วสั ดุงานช่าง หอ้ งน้าเกลอื เวชภณั ฑท์ ไ่ี ม่ใช่ยา พยาธวิ ทิ ยา พยาธกิ าย

วภิ าค ซกั ฟอกและตดั เยบ็ และทนั ตกรรม ผลการดาเนนิ การปี 2561-2563 พบอุบตั กิ ารณ์จานวน 89, 25 และ 34 ครงั้ ตามลาดบั สาเหตุเกดิ จากการ
วางของมคี มผดิ ท่ี การคดั แยกขยะไม่ถกู วธิ ี พบในหน่วยงานหอผปู้ ว่ ยอายรุ กรรมชาย/หญงิ จงึ ทบทวนแนวทางการคดั แยกขยะ ผลการทบทวนยงั พบ
อุบตั กิ ารณ์การวางของมคี มและการคดั แยกขยะไมถ่ กู วธิ จี านวน 22 และ 7 ครงั้ ตามลาดบั

II-3.1 ค. การจดั การกบั ภาวะฉุกเฉนิ

(1) ภาวะฉุกเฉินหรอื ภยั พบิ ตั ทิ ม่ี โี อกาสประสบ ผลกระทบและความตอ้ งการบรกิ ารทเ่ี พม่ิ ขน้ึ การนาแผนไปปฏบิ ตั ิ
ภาวะฉุกเฉินหรอื ภยั พบิ ตั ทิ ม่ี โี อกาสเกดิ ขน้ึ จดั ลาดบั ความสาคญั และการวางแผนป้องกนั 4 เหตุการณ์ คอื 1.อุบตั เิ หตุหมู่ (อุบตั เิ หตุจราจร

เรอื ลม่ เคร่อื งบนิ ตก) 2. โรคอบุ ตั ใิ หม่อบุ ตั ซิ ้า 3. สนึ ามแิ ละแผ่นดนิ ไหว 4. อทุ กภยั และวาตภยั

(2) การจดั ทาแผนรองรบั ภาวะฉุกเฉินหรอื ภยั พบิ ตั ิ และการนาแผนไปปฏบิ ตั ิ
2.1. อุบตั ิเหตุหมู่ (อุบตั ิเหตุจราจร เรอื ล่ม เคร่อื งบนิ ตก) การฝึกซ้อมภายใต้ช่อื แผนฝนั สที อง ปฏบิ ตั ิตามมาตรการดงั น้ี 1. แต่งตงั้

คณะกรรมการเตรยี มความพรอ้ มรบั ภาวะฉุกเฉิน 2. การคน้ หาและประเมนิ ความเสย่ี ง Hospital safety index 3. แผนเตรยี มความพรอ้ มระดบั
โรงพยาบาลแบบ Table-top exercise 4. ฝึกซอ้ มแผนแบบบรู ณาการ Table-top exercise, Field exercise และ Functional exercise กบั หน่วยงาน
ภาครฐั และเอกชนทุกภาคสว่ น ฝึกการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภยั (HA/DR) รว่ มกบั กองทพั เรอื การฝึกกชู้ พี
ทางทะเลรว่ มกบั ปภ.จงั หวดั เขา้ ร่วมการฝึกการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แบบบรู ณาการ (Integrated Disaster Management Exercise :
IDMEx 2019) 2.2.โรคอุบตั ใิ หม่อบุ ตั ซิ า้ มกี ารจดั ตงั้ ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารภาวะฉุกเฉิน EOC โดยการกาหนดบทบาท ของบุคลากรทงั้ ระดบั บรหิ าร
และปฏบิ ตั กิ าร (Incident command system: ICS) ในการปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ต่ละพน้ื ทบ่ี รกิ าร และมกี ารสอ่ื สารแผนใหก้ บั บุคลากรทราบ ชว่ งทม่ี กี าร
แพรร่ ะบาดโรคCOVID-19ระหวา่ งเดอื นมกราคมถงึ พฤษภาคม2563นอกจากน้มี กี ารจดั ตงั้ กลุ่มไลน์ EOCประกอบดว้ ยทมี สอบสวนโรคทมี ควบคมุ โรค

34

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

จดั ตงั้ ศนู ยป์ ระสานงาน COVID-19 ศนู ยอ์ อกรหสั code ผปู้ ว่ ย ทมี อนามยั สง่ิ แวดลอ้ ม ทมี ควบคุมการตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล จดั ตงั้ คลนิ ิกโรค
ระบบทางเดนิ หายใจ (ARI clinic) ปรบั ปรุงหอ้ งแยกโรค และจดั ตงั้ โรงพยาบาลสนามรองรบั ผูป้ ่วย COVID-19 ร่วมกบั คณะกรรมการโรคตดิ ต่อ
จงั หวดั ภูเกต็ 2.3.สนึ ามแิ ละแผ่นดนิ ไหว เกดิ เหตุการณ์สนึ ามคิ รงั้ สดุ ทา้ ยวนั ท่ี 26 ธนั วาคม 2547 มกี ารประกาศใชแ้ ผน ฝนั สที อง ใชร้ ะบบ
(Incident command system: ICS) การถอดบทเรยี นยงั พบว่ามกี ารส่อื สารไม่ทวั่ ถงึ จงึ ทบทวนและพฒั นาระบบการประชาสมั พนั ธเ์ สยี งตามสาย
ปรบั โครงสรา้ งบญั ชาการกาหนดบทบาทหน้าทข่ี องทมี ใหช้ ดั เจนเพมิ่ ชอ่ งทางการสอ่ื สารทางไลน์ วทิ ยุสอ่ื สารจดั เตรยี มความพรอ้ มของยาและเวชภณั ฑ์
2.4.อุทกภยั และวาตภยั เป็นเหตุเกดิ ทไ่ี มเ่ คยเกดิ ในโรงพยาบาลแต่มกั เกดิ ในพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี งบรเิ วณบา้ นสามกองบรเิ วณถนนถลาง และถนนโกมารภทั ร
การทบทวนการซอ้ มแผนของโรงพยาบาลใชแ้ ผนเดยี วกบั การเกดิ อบุ ตั เิ หตุหมู่ ประกาศแผนฝนั สที อง เพ่อื ระดมคนเขา้ ช่วยเหลอื มกี ารจดั เตรยี มยา
เวชภณั ฑส์ ารอง และโภชนศาสตร์ ทผ่ี า่ นมาโรงพยาบาลไมเ่ คยจดั ซอ้ ม อยา่ งไรกต็ ามไดจ้ ดั ทาแผนการฝึกซอ้ มในปีงบประมาณ 2564

(3) การฝึกซอ้ มแผน
มกี ารทบทวนแผน อุบตั เิ หตุหมู่ สนึ ามแิ ละแผ่นดนิ ไหว ร่วมกบั หน่วยงานภายนอก ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นทอ้ งถนิ่ องคก์ ารปกครอง

ภาคเอกชน กองทพั เรอื มูลนิธิ ป้องกนั จงั หวดั การท่าอากาศยาน และหน่วยงานความมนั่ คงจงั หวดั ผลการทบทวนพบการจดั แบ่งบทบาทหน้าท่ี
ของทมี ทบั ซอ้ น การส่อื สาร การแจง้ เหตุล่าชา้ การจดั เตรยี มอุปกรณ์และเวชภณั ฑไ์ ม่เพยี งพอจงึ ปรบั บทบาทของทมี ใหม้ หี วั หน้าทมี สงั่ การเฉพาะ
การส่อื สารให้ใชร้ ะบบ ICS และจดั หาเวชภณั ฑ์จาเป็นสารองในรถกชู้ พี การฝึกซ้อมแผนรองรบั โรคระบาด COVID-19 ร่วมกบั กรมควบคุมโรค
สานักงานสาธารณสุขจงั หวดั โรงพยาบาลรฐั และเอกชน ผลการทบทวนพบ มกี ารปรบั แนวทางการสอบสวนโรคและการรกั ษาพยาบาลจาก
กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ ระบบการสง่ ต่อผู้ป่วยมกี ารส่อื สารไม่ชดั ความวติ กกงั วลของผูป้ ฏบิ ตั ิงาน จงึ มกี ารประชุมทมี ทุกๆ สปั ดาห์
ทาความเขา้ ใจและตดิ ตามสถานการณ์ปจั จุบนั การสอ่ื สารกบั บคุ ลากรทกุ ระดบั

II-3.1 ง. ความปลอดภยั จากอคั คภี ยั
(1) แผนป้องกนั และควบคมุ อคั คภี ยั

เพ่อื ความปลอดภยั จากอคั คภี ยั ทมี วางแผนป้องกนั และควบคุมอคั คภี ยั ดงั น้ี 1. การคน้ หาจุดเสย่ี ง พบจุดทม่ี โี อกาสเกดิ เพลงิ ไหม้ คอื
โรงเกบ็ แก๊สอาคาร 10 ชนั้ กลมุ่ งานโภชนศาสตร์ หน่วยซกั ฟอกและตดั เยบ็ หอ้ งเกบ็ เวชระเบยี น และหน่วยจ่ายกลาง 2. จดั เตรยี มความพรอ้ ม
กาลงั สนบั สนุนทงั้ จากภายในและภายนอกโรงพยาบาล ไดแ้ ก่ กรมบรรเทาสาธารณภยั สถานีตารวจ 3. ทบทวนแผนป้องกนั และระงบั อคั คภี ยั
ระดบั หน่วยงาน4.ตรวจสอบถงั ดบั เพลงิ อุปกรณ์แจง้ เหตุเพลงิ ไหม้ 5.จดั ทาแผนระบบดบั เพลงิ เครอ่ื งยนตด์ บั เพลงิ อาคารสงู ไดแ้ ก่ อาคารบา้ นคณุ พุ่ม
อาคารศนู ยแ์ พทย์ศาสตร์ และอาคารหลวงพ่อแช่ม การตรวจสอบท่อน้า ระบบน้าสารองให้พร้อมใช้ 6. การสารองชุดผจญเพลงิ และรอกหนีไฟ
ประจาศนู ยน์ เรนทร จานวน 2 ชดุ อุปกรณ์เคล่อื นยา้ ย Soft stecher จานวน 45 ผนื Spinal board จานวน 12 อนั และรอกหนีไฟ 3 ชุด 7. กาหนด
จดุ รวมผล 2 จดุ ไดแ้ ก่ บรเิ วณหน้าอาคารศนู ยแ์ พทย์ และหน้าอาคารหลวงพอ่ แช่ม และกาหนดจุดปลอดภยั เป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ จดุ ปลอดภยั
ผปู้ ว่ ยวกิ ฤต (ค่ตู กึ วกิ ฤต)จุดผปู้ ว่ ย COVID-19 และกลุม่ ผปู้ ว่ ยทวั่ ไป 8. ทบทวนแผนผงั และเสน้ ทางหนีไฟ ป้ายและสญั ลกั ษณ์ บอกเสน้ ทางหนไี ฟ
(2) การสรา้ งความตระหนกั การซอ้ มแผนและปรบั ปรุง การประเมนิ ผลระบบ

เพ่อื สรา้ งความตระหนกั ของบคุ ลากรต่อการป้องกนั และควบคุมอคั คภี ยั ทมี กาหนดการฝึกซอ้ มโดยหน่วยงานส่งบุคลากรเขา้ อบรม และร่วม
ซอ้ มแผนอคั คภี ยั เบอ้ื งต้นทุกๆปี ในปี 2562 ซอ้ มแผนครงั้ สุดทา้ ยวนั ท่ี 9-10 สงิ หาคม 2562 อบรมทงั้ หมด 10 รุ่น มผี เู้ ขา้ ร่วมทงั้ หมด 1,200 คน
ครอบคลมุ ระบบบญั ชาการเหตุฉุกเฉนิ แผนICS/ERTการใชว้ ทิ ยุสอ่ื สารการเคลอ่ื นยา้ ยผูป้ ว่ ยเฉพาะกลุ่ม ไดแ้ ก่ ผูป้ ่วยวกิ ฤตตอ้ งใชเ้ คร่อื งช่วยหายใจ
ผปู้ ว่ ยบาดเจบ็ /ผา่ ตดั กระดกู สนั หลงั และผปู้ ว่ ยชว่ ยเหลอื ตวั เองไม่ได้ พรอ้ มจดั ใหบ้ ุคลากรไดร้ ว่ มซอ้ มแผนอคั คภี ยั ยามค่าคนื ตามบทบาทแผนICSผล
การฝึกซอ้ มพบระบบสอ่ื สารภายในโรงพยาบาล คอื เสยี งตามสายไม่ทวั่ ถงึ การเขา้ ถงึ พน้ื ทเ่ี กดิ เหตุ อุปกรณ์เคล่อื นยา้ ยไม่เพยี งพอจงึ ทบทวน
จดั หาอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ย ในปีงบประมาณ 2563 กาหนดการซอ้ มแผนอคั คภี ยั

การตรวจสอบทดสอบบารงุ รกั ษาระบบและเครอ่ื งมอื ในการป้ องกนั และควบคมุ อคั คีภยั
เพ่ือให้เคร่อื งมือการควบคุมอคั คีภยั พร้อมใช้งาน ทมี กาหนดให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบถังดบั เพลงิ ทุกๆเดือน กากบั ติดตามโดย

คณะทางาน สส.พลงั งาน และคณะทางานอคั คภี ยั ผลการสารวจไฟส่องสว่างฉุกเฉินครงั้ ล่าสุด 28 ตุลาคม 2563 พบเคร่อื งชารุด 10 เคร่อื ง
ขาดเชอื กกระตุก 13 เคร่อื ง ถงั ดบั เพลงิ ไม่พรอ้ มใชง้ าน 8 ถงั ในปี 2564 มแี ผนจดั ทาแนวปฏบิ ตั กิ ารตรวจสอบถงั ดบั เพลงิ ไฟสารองฉุกเฉิน
แผนบารุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั โดยหน่วยงานซอ่ มบารงุ ปรบั ปรงุ ระบบแจง้ เตอื นอคั ภี ยั และปรบั ปรงุ ระบบปมั้ น้าอาคารสงู
II-3.2 ก. เครอ่ื งมอื
(1) ผลการประเมนิ ความเพยี งพอและแผนการจดั หา

เพ่อื ใหม้ นั่ ใจว่าเคร่อื งมอื แพทยไ์ ด้มาตรฐานพรอ้ มใช้งานมปี ระสทิ ธภิ าพ และความปลอดภยั ทมี ไดน้ ามาตรฐาน Emergency Care
Research Institute: ECRI และกองวศิ วกรรมการแพทยม์ าใช้ดา้ นการวางแผนจดั ซอ้ื ทดแทน การตรวจรบั ทดสอบเคร่อื งและการตดิ ตงั้ จดั ทาบญั ชี

35

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การตรวจเชค็ ก่อนใช้ การบารุงรกั ษา และการสอบเทยี บ ดงั น้ี 1.การวางแผนจดั ซอ้ื เคร่อื งมอื แพทย์ หน่วยงานจดั ทาแผนความตอ้ งการเสนอ
คณะกรรมการบรหิ ารโรงพยาบาล ผ่านคณะกรรมการเคร่อื งมอื แพทยป์ ีละ 1 ครงั้ กรณีเร่งด่วนเสนอผูอ้ านวยการผ่าน คณะกรรมการบรหิ าร
หน่วยงานและช่างเคร่อื งมอื แพทย์ศกึ ษารายละเอยี ดเคร่อื งมอื ทางการแพทย์ (Equipment Inventory) ไดแ้ ก่ คุณลกั ษณะ ราคา ความคุม้ ค่า
ประวตั ิและค่าใชจ้ ่ายการซ่อม อายุการใช้งานของเคร่อื ง 2.การตรวจรบั ทดสอบเคร่อื งและการติดตงั้ งานพสั ดุ นัดกรรมการตรวจรบั และช่าง
เครอ่ื งมอื แพทย์ ตามหนงั สอื แจง้ สง่ มอบเครอ่ื งมอื จากบรษิ ทั ตวั แทนจาหน่ายตรวจสอบความปลอดภยั และขน้ึ ทะเบยี นในโปรแกรม MEM 2020
มกี ารกาหนดระดบั ความเสย่ี งเคร่อื งมอื แพทย์ 3 ระดบั ดงั น้ี 1. เคร่อื งมอื แพทยค์ วามเสย่ี งสงู (High Risk) ไดแ้ ก่ เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการช่วยชวี ติ
ใช้ในการติดตามสญั ญาณชพี หรอื อ่นื ๆ เม่อื เสยี หรือใชง้ านผดิ พลาดอาจก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อผูใ้ ช้ มี 56 รายการ จานวน 1,311 เคร่อื ง
บารุงรกั ษาทกุ ๆ 6 เดอื น 2. เคร่อื งมอื แพทยค์ วามเสย่ี งปานกลาง (Medium Risk) เป็นเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการรกั ษา/วนิ จิ ฉยั เม่อื เกดิ ความผดิ พลาด
จากการใชง้ านหรอื เสยี หรอื ไม่สามารถใชง้ านได้ ทาใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อผปู้ ่วยแต่ยงั ไม่เกดิ ผลกระทบรา้ ยแรง มี 134 รายการ จานวน 1,200 เคร่อื ง
บารงุ รกั ษาทุกๆ 12 เดอื น 3. เครอ่ื งมอื ความเสย่ี งต่า (Low Risk) เป็นเคร่อื งมอื เม่อื เสยี จะสงั เกตอาการไดช้ ดั เจน หรอื เม่อื เกดิ ความผดิ พลาดจากการ
ใชง้ านจะไม่ก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายต่อผปู้ ว่ ยโดยตรง/ไม่รา้ ยแรงแต่สง่ ผลต่อการใหบ้ รกิ ารมี 139รายการจานวน1,765เครอ่ื งบารุงรกั ษาทกุ ๆ12เดอื น
4. จดั เตรยี มและรายงานการใชเ้ คร่อื งช่วยหายใจช่วงทม่ี กี ารแพร่ระบาดโรค COVID-19 ผลการดาเนินงานในปี 2562 เคร่อื งใหส้ ารละลายทางหลอด
เลอื ดดา (Infusion pump)มจี านวนไมเ่ พยี งพอจานวน 250 ครงั้ สาเหตุจาก เคร่อื งมอื ขาดการบารุงรกั ษาชารุด เคร่อื งตกคา้ งในหน่วยงาน การใชย้ า
High Alert Drug จงึ ไดจ้ ดั หาเครอ่ื งเชา่ จานวน 115 เครอ่ื งสาหรบั หอผปู้ ว่ ยวกิ ฤตและนาเครอ่ื งเดมิ ในหอผปู้ ว่ ยวกิ ฤตมาเป็นเคร่อื งหมุนเวยี น ปจั จุบนั
มเี คร่ืองประจาศูนย์ 187 เคร่ือง กระจายใช้งานในหอผู้ป่วยสามัญหมุนเวียนได้เพียงพอและมีสารองพร้อมใช้ท่ีศูนย์ฯ 8-10 เคร่ืองต่อเวร
ในปีงบประมาณ 2563 จดั ทาแผนจดั ซอ้ื สารองประจาศูนยฯ์ จานวน 30 เคร่อื ง เคร่อื งช่วยใจพบอุบตั กิ ารณ์ ไม่พร้อมใชจ้ านวน 116 ครงั้ สาเหตุ
เคร่อื งตกคา้ งในหน่วยงาน ผู้ใชข้ าดความรู้การเตรยี มความพร้อมใช้ เคร่อื งใชง้ านหนัก เคร่อื งชารุด จงึ ไดจ้ ดั ตงั้ ศูนยเ์ คร่อื งช่วยหายใจ ทาให้
อุบตั กิ ารณ์ลดลงเหลอื 63ครงั้ และในช่วงเดอื นมกราคมถงึ พฤษภาคม2563ทม่ี กี ารแพร่ระบาดโรค COVID-19ศูนยเ์ คร่อื งมอื ไดส้ ารองเคร่อื งมอื ต่างๆ
โดยเฉพาะเครอ่ื งชว่ ยหายใจมกี ารสารองเพยี งพอกบั ความตอ้ งการ จงึ ไม่พบอบุ ตั กิ ารณ์ดงั กล่าว

หอผปู้ ว่ ย รายการเครอ่ื งมอื (เครอ่ื ง)

ER Ventilators Defibrillators Infusion Patient EKG 12 Lead Pulse
LR Oximeter
OR มใี ช/้ ขนั้ ต่า มใี ช/้ ขนั้ ต่า Pump Monitor มใี ช/้ ขนั้ ต่า มใี ช/้ ขนั้ ต่า
MICU (10 เตยี ง) 7/4 6/4 2/3
SICU (8 เตยี ง) -/0 1/0 มใี ช/้ ขนั้ ต่า มใี ช/้ ขนั้ ต่า -/0 4/2
CCU (8 เตยี ง) - - - 4/1
RCU (14 เตยี ง) 13/11 2/2 5/0 15/4 1/1 -/-
PICU (6 เตยี ง) 15/9 1/1 0/1 3/-
NICU (8 เตยี ง) 9/9 2/2 1/0 7/0 1/1-2 1/-
ไตเทยี ม (14 เตยี ง) 14/15 1/1 1/1-2 1/-
ประจาศนู ยฯ์ 9/5 1/1 -- 1/- -/-
28/10 -/0 1/0 2/-
-/0 1/1 33/12 11/11 -/1 25/10
67 1 3 1/-
24/12 11/11 7

27/12 13/10

28/16 17/15

10/6 8/6

27/24 33/8

7/6 16/14

187 31

(2) การบรหิ ารจดั การเพอ่ื ใหม้ เี คร่อื งมอื ทจ่ี าเป็นพรอ้ มใช้

เพ่อื ใหม้ นั่ ใจวา่ เครอ่ื งมอื ทจ่ี าเป็นพรอ้ มใช้ จงึ มกี ารวางระบบการตรวจสอบและบารุงรกั ษาเคร่อื งมอื ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมคี วามปลอดภยั พร้อมใชง้ าน
ดงั น้ี 1.การตรวจสอบเบอ้ื งตน้ ก่อนและหลงั ใชง้ านโดยผใู้ ชเ้ คร่อื งตามค่มู อื ของเคร่อื งมอื แต่ละชนิดและจากผแู้ ทนของบรษิ ทั ทจ่ี าหน่ายเคร่อื งมอื นนั้ ๆ
หากพบเคร่อื งมอื ไมส่ ามารถใชง้ านได้ ตดิ ป้ายบ่งชว้ี ่าชารุด หา้ มใชง้ านและแจง้ ช่างเคร่อื งมอื แพทยต์ รวจสอบ 2.การบารุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั จดั ทา
แผนบารุงรกั ษา สอบเทยี บ เปลย่ี นอะไหล่ตามระยะเวลา ความถ่จี าแนกตามระดบั ความเสย่ี งและคู่มอื การบารุงรกั ษาของแต่ละเคร่อื ง โดยแจ้ง
แนวทางและตารางเวลาการลงปฏบิ ตั ิงานกบั หน่วยงานผู้ใช้เม่อื ต้องหยุดการใช้งานชวั่ คราว 3.การสอบเทียบช่างเคร่อื งมอื แพทย์ดาเนินการ

36

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ตรวจสอบการทางานของเคร่อื ง ความปลอดภยั ทางไฟฟ้า (Electrical Safety) ระบบ Clinical Alarms System และอ่นื ๆตามคาแนะนาของค่มู อื เคร่อื ง
และรายงานผลใหห้ น่วยงานทราบ เกบ็ บนั ทกึ ผลการดาเนินการลงในประวตั ขิ องเคร่อื งมอื นัน้ ๆ ปจั จุบนั ศูนยเ์ คร่อื งมอื แพทยส์ ามารถทาการสอบ
เทยี บเครอ่ื งมอื ได้ 9รายการคอื เคร่อื งช่วยหายใจเครอ่ื งกระตุกหวั ใจ เครอ่ื งตดิ ตามสญั ญาณชพี ผปู้ ่วยเคร่อื งวดั ความอม่ิ ตวั ของออกซเิ จนในเมด็ เลอื ดแดง
เคร่อื งวดั ความดนั โลหติ เคร่อื งชงั่ น้าหนกั เคร่อื งให้สารละลายทางหลอดเลอื ดดา เคร่อื งความปลอดภยั ทางไฟฟ้า และเคร่อื งวดั คล่นื ไฟฟ้าหวั ใจ
สาหรบั เคร่อื งมอื อ่นื ๆ สอบเทยี บโดยกองวศิ วกรรมการแพทย์ และจดั จา้ งบรษิ ทั ภายนอกทใ่ี ชม้ าตรฐานสากล ECRI หรอื ISO 4.การซ่อมแกไ้ ข
เคร่อื งมอื ทช่ี ารดุ ไม่สามารถใชง้ านได้ หน่วยงานคดั แยกทช่ี ารดุ ออกจากพน้ื ท่ี ตดิ ป้ายชารดุ หา้ มใชง้ านและแจง้ ซ่อมทนั ทีเคร่อื งมอื จะไดร้ บั การตรวจสอบ
และแกไ้ ขใหก้ ลบั มาใชง้ านไดต้ ามปกติ หากแกไ้ ขไม่ได้ แจง้ ผใู้ ชท้ ราบจดั หาเครอ่ื งสารองมาใหใ้ ชง้ านระหว่างซอ่ มและดาเนนิ การซอ่ มตามแนวปฏบิ ตั งิ าน
และเกบ็ บนั ทกึ ลงในประวตั กิ ารซ่อมผลการตรวจสอบในปีงบประมาณ2562พบเคร่อื งชว่ ยหายใจเสยี ขณะใชง้ านจานวน68ครงั้ เสยี ก่อนใชง้ าน48ครงั้
สาเหตุจากแบตเตอร่ีเส่อื ม ฟิวเตอร์ชารุด จึงได้จดั ตงั้ ศูนย์เคร่อื งช่วยหายใจ เพ่อื การดูแลและบารุงรกั ษาเคร่อื ง ทาให้ปีงบประมาณ 2563
อบุ ตั กิ ารณ์เครอ่ื งชว่ ยหายใจไม่พรอ้ มใชล้ ดลงเหลอื 63ครงั้ และพบเครอ่ื งใหส้ ารละลายทางหลอดเลอื ดดาไม่พรอ้ มใช้ 35ครงั้ สาเหตุจากแบตเตอรเ่ี สอ่ื ม
10 ครงั้ ดรอ็ ปเซนเซอรเ์ ส่อื ม 15 ครงั้ ผใู้ ชข้ าดความรู้ 10 ครงั้ เคร่อื งตดิ ตามสญั ญาณชพี ไม่พรอ้ มใช้ 30 ครงั้ สาเหตุอุปกรณ์เซนเซอร์ ชารุดตาม
อายุการใช้งาน จงึ วางแผนการเปล่ยี นอะไหล่ตามระยะเวลา และสารองอะไหล่ท่จี าเป็นในการซ่อม อบรมให้ความรู้ และทบทวนการใช้งานกบั
เจา้ หน้าทใ่ี นหน่วยงานต่างๆ

(3)ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู เกย่ี วกบั ระบบบรหิ ารเครอ่ื งมอื
การดาเนินงานพบว่า เคร่อื งมอื สาคญั มแี นวโน้มเพยี งพอโดยเฉพาะเคร่อื งช่วยหายใจและเคร่ืองใหส้ ารละลายทางหลอดเลอื ดดา ช่วงท่มี ี

การแพร่ระบาดโรค COVID-19 มสี ารองเคร่อื งช่วยหายใจ 80-90 เคร่อื งต่อวนั เพยี งพอกบั ความต้องการ สาหรบั ความพร้อมใชก้ ารหมุนเวยี น
เคร่อื งมอื กลบั มาทศ่ี นู ยท์ าใหเ้ ครอ่ื งมอื ไดร้ บั การบารุงรกั ษาทงั้ กอ่ นและหลงั การใชง้ านอย่างสม่าเสมอ เคร่อื งมอื ชารุดขณะใชง้ านลดลง แต่อย่างไร
กต็ ามการสอบเทยี บเครอ่ื งมอื ยงั ไม่ครบถว้ นจงึ ไดว้ างแผนการสอบเทยี บเคร่อื งช่วยหายใจและเคร่อื งกระตุกหวั ใจใหค้ รบถ้วนภายในเดอื นธนั วาคม 2563
ในปีงบประมาณ2564แผนการจดั หาเคร่อื งมาสเตอรส์ าหรบั สอบเทยี บเครอ่ื งใหส้ ารละลายทางหลอดเลอื ดดาและเครอ่ื งสอบเทยี บตูอ้ บเดก็ (Infant Incubator)
จดั ทาแผนอบรมการใชเ้ ครอ่ื งมอื พน้ื ฐานเป็นกลมุ่ ย่อยและทบทวนการใชเ้ ครอ่ื งมอื ในกรณีเกดิ อุบตั กิ ารณ์และการพฒั นาศกั ยภาพชา่ งเครอ่ื งมอื แพทย์

II-3.2 ข. ระบบสาธารณูปโภค
(1) แผนบรหิ ารระบบสาธารณูปโภค

เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจว่าโรงพยาบาลมรี ะบบสาธารณูปโภคทจ่ี าเป็นพรอ้ มใชง้ านไดต้ ลอดเวลา และมคี วามปลอดภยั จากการใช้ จงึ ไดจ้ ดั ทาแผนบรหิ าร
ระบบสาธารณูปโภค ดงั น้ี 1. มผี งั Masterplan ระบบสาธารณูปโภคทงั้ 7 ระบบ ไดแ้ ก่ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบระบายอากาศและปรบั อากาศ
ระบบกา๊ ซทางการแพทยแ์ ละสญุ ญากาศ เคร่อื งกาเนดิ ไอน้า ระบบสอ่ื สาร และระบบขนสง่ อุปกรณ์ 2.ปรมิ าณน้าประปารวม 1,546 ลบ.ม. สารองใชไ้ ด้
2 วนั มแี ผนประสานหน่วยงานภายนอกคอื เทศบาลนครภูเกต็ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั ภูเกต็ และกองเรอื ภาคท่ี 3 3.ระบบระบายอากาศและปรบั
อากาศ ตรวจสอบและบารุงรกั ษาเดอื นละ 1 ครงั้ โดยช่างซ่อมบารุง และบรษิ ทั ภายนอกปีละครงั้ 4.ก๊าซทางการแพทย์ ไดแ้ ก่ ออกซเิ จนเหลว มกี าร
สารอง3ระบบคอื ระบบออกซเิ จนเหลวถงั บรรจุ 20,000ลบ.ม.เฉลย่ี การใชต้ ่อวนั 1,500 ลบ.ม. การสารองมกี ารเตมิ เดอื นละ 6 ครงั้ ระบบท่อออกซเิ จน
จานวน40ทอ่ ตดิ ตงั้ อย่บู รเิ วณอาคารสงฆอ์ าพาธพเิ ศษ สารองใชไ้ ด้ 6 ชวั่ โมง และระบบท่อออกซเิ จนประจาอาคาร ตดิ ตงั้ อย่บู รเิ วณอาคารสงฆพ์ เิ ศษ
อาคารหลวงพอ่ แชม่ อาคารอบุ ตั เิ หตุและฉุกเฉิน อาคารอนั ดามนั อาคารน้อมเกลา้ หอผูป้ ่วยหลอดเลอื ดสมอง อาคารสตู กิ รรม และอาคารบา้ นคุณพุ่ม
สามารถสารองใชไ้ ดแ้ ต่ละอาคาร10ชวั่ โมงและมแี ผนสารองหากกรณี ใชห้ มดทงั้ โรงพยาบาลจาก3ระบบดงั กล่าวสามารถประสานงานกบั บรษิ ทั พนู ทวี
ให้ส่งท่อออกซเิ จนภายใน 1 ชวั่ โมง ประสานบรษิ ทั ลนิ เด้ (ประเทศไทย) จากดั ใหส้ ่งออกซเิ จนเหลว ภายใน 24 ชวั่ โมง 5.ระบบขนส่งอุปกรณ์
ตรวจสอบระบบการทางานประจาวนั โดยช่างซ่อมบารุง ตรวจสอบและบารุงรกั ษาโดยบรษิ ทั ภายนอกทุก 2 เดอื น กรณีฉุกเฉินสามารถเขา้ ถึงได้
ภายใน 5 นาที 6.เคร่อื งกาเนิดไอน้า มที งั้ หมด 3 เคร่อื ง (ใชง้ านจรงิ 2 เคร่อื ง สารอง 1 เคร่อื ง) ตรวจสอบการทางานประจาวนั โดยหน่วยงาน และ
กากบั ตดิ ตามโดยช่างซอ่ มบารงุ สปั ดาห์ 1ครงั้ ตรวจสอบโดยบรษิ ทั ภายนอกทุก 3 เดอื น 7.ระบบสอ่ื สาร (โทรศพั ท)์ มเี คร่อื งสารองไฟจานวน 2เคร่อื ง
24 Volt ตรวจสอบสายและระบบทุกสปั ดาห์ และมแี ผนบารุงรกั ษาโดยบรษิ ทั ภายนอก

(2) ระบบไฟฟ้าสารองและระบบสารองสาหรบั แกส๊ ทใ่ี ชท้ างการแพทย์
เพ่อื ใหร้ ะบบไฟฟ้าสารองและระบบสารองแก๊สทางการแพทยพ์ รอ้ มใชง้ านจงึ วางระบบการบารุงรกั ษาระบบไฟฟ้าสารองทุกๆสปั ดาห์ มกี ารทดสอบ

(Test off Load 10–20 นาท)ี หากทดสอบไม่ผ่าน มกี ารตรวจเชค็ ระบบทงั้ หมดเพ่อื หาสาเหตุ และตดิ ต่อบรษิ ทั ภายนอกดาเนนิ การแกไ้ ข

37

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ลาดบั อาคาร ยห่ี อ้ ขนาด น้ามนั

1,000 KVA 200 Kw ปรมิ าณ (L) ชงั่ โมงการใชง้ าน

1 วเิ คราะหบ์ าบดั และอุบตั เิ หตุฉุกเฉนิ MTU 375 KVA 300 Kw 3,500 L 1 วนั

2 สนบั สนุนบรกิ ารและทจ่ี อดรถ 10 MTU 670 KVA 500 Kw 600 L 8 ชม./วนั
ชนั้ 670 KVA 500 Kw
500 KVA 400 Kw
3 บา้ นคุณพมุ่ Commin 670 KVA 500 Kw 1,200 L 10 ชม./วนั
670 KVA 500 Kw 1,200 L 10 ชม./วนั
4 ศนู ยแ์ พทยศ์ าสตรฯ์ Commin 5,000 L 16 ชม./วนั
5 โรงไฟฟ้าใหม่ Commin 5,000 L 16 ชม./วนั
6 โรงไฟฟ้าใหม่ Commin 1,100 L 8 ชม./วนั

7 หลวงพอ่ แชม่ 100 ปี Commin

ในปีงบประมาณ 2563 พบอุบตั กิ ารณ์ไฟฟ้าดบั 28 ครงั้ ไม่พบอุบตั กิ ารณ์ไฟฟ้าสารองไม่ทางานภายใน 16 วนิ าที มกี ารสารองเม่อื เกดิ เหตุ
ไฟฟ้าขดั ขอ้ งใหแ้ ก่หน่วยงานสาคญั และระบบไฟฟ้าสารองของลฟิ ต์โดยสารใหก้ บั อาคารทม่ี หี อผู้ปว่ ยวกิ ฤต ครอบคลุมหน่วยงานสาคญั ดงั น้ี

CCU MICU SICU NICU PICU OR LR และหอ้ งผ่าตดั หวั ใจแบบไฮบรดิ จ์ ในปีงบประมาณ 2564 จดั ทาแผนจดั หาเคร่อื งสารองไฟทดแทน จากขนาด

500 KVA เป็น 825 KVA แก๊สทางการแพทยบ์ ารงุ รกั ษาทุกๆ วนั ทดสอบแบบ Auto manual ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมชารุด หากพบผดิ ปกติ

ซ่อมและเปล่ยี นอะไหล่โดยช่างบารุงรกั ษา มรี ะบบบารุงรกั ษาตามระยะเวลากาหนด ในรอบปีทผ่ี ่านมา พบอุบตั กิ ารณ์ก๊าซทางการแพทย์
ไม่พรอ้ มใช้ 20 ครงั้ สาเหตุจากอุปกรณ์ O-ring และ Scavenging เส่อื มสภาพ จงึ วางระบบการบารุงรกั ษาเชงิ ป้องกนั ตามรอบและตรวจสอบ

ระบบ Scavenging ก่อนปฏบิ ตั งิ าน และไมพ่ บอุบตั กิ ารณ์แกส๊ ทใ่ี ชท้ างการแพทยไ์ ม่เพยี งพอกบั ความตอ้ งการ และพรอ้ มใช้

ระบบสารองแกส๊ ทางการแพทยข์ องโรงพยาบาล มี 3 ระบบ การแกไ้ ขและแผนสารอง

1 : ออกซเิ จนเหลวถงั บรรจุ 20,000 ลบ.ม.โดยมอี ตั ราเฉลย่ี การใชต้ ่อเดอื น 45,000-50,000 ลบ.ม. แผนท่ี 1 : บรษิ ทั พนู ทวี สามารถ

2 : ชุดสารองของท่อออกซเิ จนจานวน 40 ท่อ ตดิ ตงั้ อย่บู รเิ วณอาคารสงฆอ์ าพาธพเิ ศษ สง่ ท่อออกซเิ จนไดภ้ ายใน 1 ชวั่ โมง

สามารถสารองใชไ้ ดใ้ นรพ.เป็นเวลา 6 ชวั่ โมง แผนท่ี 2 : บรษิ ทั ลนิ เด้ (ประเทศไทย)

3 : ชุดสารองของทอ่ ออกซเิ จนประจาตกึ ตดิ ตงั้ อย่บู รเิ วณอาคารสงฆพ์ เิ ศษ อาคารหลวงพ่อแชม่ จากดั ภายใน 24 ชวั่ โมง
อาคารอบุ ตั เิ หตุและฉุกเฉิน หอผปู้ ว่ ยหนักอายุรกรรม อาคารน้อมเกลา้ หอผูป้ ว่ ยหลอดเลอื ดสมอง

อาคารสตู กิ รรมและอาคารบา้ นคณุ พุ่ม สามารถสารองใชไ้ ดใ้ นแต่ละตกึ เป็นเวลา 10 ชวั่ โมง

(3) การตดิ ตามขอ้ มลู ระบบสาธารณูปโภค เพอ่ื วางแผนปรบั ปรงุ หรอื สรา้ งทดแทน
การวางแผนปรบั ปรุงหรอื สรา้ งทดแทน ดงั น้ี 1. ระบบประปา เพมิ่ ถงั สารองน้าแชมเปญ ขนาด 160 ลบ.ม. 1 ถงั จากเดมิ มอี ยู่ 2 ถงั รวมเป็น 3 ถงั

2. ระบบระบายอากาศและปรบั อากาศ ปรบั ปรุงระบบระบายอากาศ ทห่ี อ้ งตรวจผูป้ ่วยนอก อาคารอุบตั เิ หตุและฉุกเฉิน 3.ระบบขนส่งอุปกรณ์
เพม่ิ ลฟิ ตข์ นส่ง 1 ตวั อาคารสงฆอ์ าพาธพเิ ศษ 4. เคร่อื งกาเนิดไอน้า จดั ทาระบบน้า RO เพ่อื เขา้ ระบบเคร่อื งกาเนิดไอน้า 5. ระบบส่อื สาร (โทรศพั ท)์
ปรบั ปรุงระบบและเปลย่ี นสายเป็นไฟเบอรอ์ อฟตกิ
II-3.3 ก. สงิ่ แวดลอ้ มเพอ่ื การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ
(1) สภาพแวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ต่อการมสี ขุ ภาพดี

เพ่อื ใหโ้ รงพยาบาลเป็นสถานทเ่ี ออ้ื ต่อการมสี ุขภาพและการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ จงึ ดาเนินการดงั น้ี 1. โรงพยาบาลประกาศเป็นพน้ื ทป่ี ลอดบุหร่ี
ตามพระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองสขุ ภาพของผทู้ ไ่ี ม่สบู บหุ ร่ี พ.ศ.25352.จดั มุมผอ่ นคลายมนี ้าตกหน้าหอ้ งรงั สวี ทิ ยาสวนหย่อมบรเิ วณอาคารบา้ นคุณพุ่ม
อาคารเวชศาสตรใ์ ตน้ ้า อาคารน้อมเกลา้ อาคารศลั ยกรรมประสาท 3. มพี น้ื ทป่ี ฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ไดแ้ ก่ หอ้ งละหมาดสาหรบั ศาสนาอสิ ลามอาคาร
บา้ นคณุ พมุ่ ชนั้ 3และตกึ อนั ดามนั ศลั ยกรรมประสาทศาสนาพุทธมพี ระพุทธรูปปางหา้ มญาติ ศาลพ่อตาโต๊ะแซะอาคารน้อมเกลา้ องคช์ วี กโกมารภจั จ์
ตกึ สปาอาคารแพทยแ์ ผนไทย หลวงปสู่ ขุ -หลวงปสู่ ภุ าอาคารสงฆอ์ าพาธ รปู หล่อหลวงพ่อแช่มอาคารหลวงพอ่ แชม่ เจา้ แม่กวนอมิ อาคารปุดจอ้
4. จดั บรกิ ารรถไฟฟ้ารบั -สง่ เสน้ ทางภายในโรงพยาบาล เวลา 07.00-17.00 น. 5. ดนตรจี ติ อาสาอาคารบา้ นคุณพุ่ม ลานอบอุ่นรกั บรกิ ารตดั ผม
จติ อาสา และโรงทาน เดอื นละ 1 ครงั้ 6. การตรวจสอบสุขาภิบาลอาหาร กลุ่มงานโภชนศาสตร์ สหกรณ์รา้ นคา้ และรา้ นค้าจาหน่ายอาหารใน
โรงพยาบาลทกุ ๆเดอื น7.การสมุ่ ตรวจสอบคณุ ภาพน้าดม่ื ทุกๆเดอื น8.หอผปู้ ว่ ยและหน้าหอ้ งตรวจมโี ทรทศั น์ หนังสอื พมิ พ์ และวารสารใหบ้ รกิ าร

38

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

9. จดั ทมี ตอ้ นรบั แนะนาใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผมู้ ารบั บรกิ ารทอ่ี าคารอบุ ตั เิ หตุฉุกเฉิน อาคารบา้ นคุณพุ่ม และอาคารหลวงพ่อแช่ม 10. บรกิ ารท่ี
จอดรถอาคารสนบั สนุนบรกิ าร 10 ชนั้ 11.จุดคดั กรองตรวจวดั ไข้ แอลกอฮอรล์ า้ งมอื สอนการลา้ งมอื กลุ่มผูป้ ่วย ญาติ และบุคลากร ผลการ
ประเมนิ ความพงึ พอใจดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ผปู้ ว่ ยนอกมแี นวโน้มเพม่ิ ขน้ึ ปี 2561- 2563 รอ้ ยละ 84.20, 86.20 และ 86.40 ตามลาดบั

(2) สง่ิ แวดลอ้ มเพ่อื การเรยี นรู้
เพอ่ื ใหโ้ รงพยาบาลเป็นสถานทแ่ี ละสง่ิ แวดลอ้ มเพ่อื การเรยี นรู้ จงึ ดาเนินการดงั น้ี 1. จดั มุมเรยี นรู้ บอรด์ ใหค้ วามรู้ แผ่นพบั และโปสเตอร์

ทห่ี อผูป้ ่วยเฉพาะโรค หอ้ งอุบตั ิเหตุฉุกเฉิน จุดใหบ้ รกิ ารผูป้ ่วยนอก และลฟิ ต์โดยสาร 2. จดั ทาสอ่ื ออนไลน์ผ่านช่องทาง เวบ็ ไซด์ ไลน์ เฟสบุ๊ค
ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งโรคเฉพาะกลุม่ 3.สอ่ื สารผา่ นสถานีวทิ ยุตามสถานการณ์โรคเชน่ โรคCovid-19โรคชกิ ลุ คุนยาการผา่ ตดั ลดอว้ น และโรคตดิ ต่อไม่เรอ้ื รงั
(NCD) จดั ทาส่อื ประชาสมั พนั ธต์ ามเหตุการณ์ และสถานการณ์โรค ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจดา้ นสอ่ื การใหค้ วามรู้ ป้ายสญั ลกั ษณ์และ
การประชาสมั พนั ธผ์ ปู้ ว่ ยใน/ผปู้ ว่ ยนอก มแี นวโน้มเพม่ิ ขน้ึ โดยเฉพาะผปู้ ว่ ยใน ปี 2562-2563 รอ้ ยละ 87.6/85.2, 88.6/80.8 ตามลาดบั

(3)(4) การเขา้ ถงึ อาหาร/ผลติ ภณั ฑเ์ พอ่ื การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การใชว้ สั ดุครภุ ณั ฑท์ ไ่ี ม่มอี นั ตรายต่อสขุ ภาพ
เพ่อื ลดการใชว้ สั ดุครภุ ณั ฑ์ ทเ่ี ป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพ ทมี จงึ ดาเนินการดงั น้ี 1. โรงพยาบาลประกาศนโยบายปลอดกล่องโฟม 100 % 2. ลดการ

ใช้ถุงพลาสตกิ การใชถ้ ุงผา้ แทนถุงพลาสติก ไดแ้ ก่ แผนกจ่ายยาผูป้ ่วยใน แผนกจ่ายยาผู้ป่วยนอก สหกรณ์รา้ นค้า และร้านคา้ ในโรงพยาบาล
3. งดการจาหน่ายสรุ า แอลกอฮอล์ และเคร่อื งด่มื ชูกาลงั ในสหกรณ์ร้านคา้ และรา้ นคา้ ภายในโรงพยาบาล 4. งานโภชนศาสตร์ ใชบ้ รรจุภณั ฑจ์ าก
ธรรมชาติ ไดแ้ ก่ กล่องชานออ้ ย ใบตอง รณรงคก์ ารจดั เลย้ี ง อาหารประชุม นาแกว้ ส่วนตวั มาใช้ ลดภาชนะพลาสตกิ 5. วสั ดุทนั ตกรรมเรซน่ิ แทน
การใชอ้ ะมลั กมั 6. ใชร้ ะบบ PACS แทนฟิลม์ แผนกเอก็ ซเรย์ 7. ลดการใชน้ ้ายาทาความสะอาดโดยใชน้ ้ายาชวี ภาพแทนในหอผูป้ ่วยศลั ยกรรมกระดกู
น้อมเกลา้ 23และ4และหอผปู้ ว่ ยนรเี วชเป็นตน้ ผลการดาเนนิ งานไมม่ กี ารใชถ้ ุงพลาสตกิ หน่วยงานเภสชั กรรมผปู้ ว่ ยนอกตงั้ แต่ปี 2561จนถงึ ปจั จบุ นั
ใชถ้ ุงกระดาษแทนถุงพลาสตกิ ปีละ 10,000 ใบ

II-3.3 ข. การพทิ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม

(1) ระบบบาบดั น้าเสยี
เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการบาบดั น้าเสยี โดยมเี ป้าหมายใหน้ ้าทง้ิ ทผ่ี ่านการบาบดั ผ่านเกณฑม์ าตรฐานก่อนปล่อยสชู่ ุมชน ทมี ได้ดาเนินการ

ตรวจสอบระบบบาบดั น้าเสยี ดงั น้ี 1.ระบบบาบดั น้าเสยี ของโรงพยาบาลเป็นแบบSequencing Batch Reactor : SBR รองรบั น้าเสยี ขนาด 800 ลบม./วนั
ปรมิ าณน้าเขา้ ระบบสงู สดุ 700 ลบม./วนั การดแู ลบารุงรกั ษารายวนั การตรวจสอบตูค้ วบคุมไฟฟ้าระบบบาบดั น้าเสยี ตรวจสอบคุณภาพน้ารายวนั

ไดแ้ ก่ คา่ pH ปรมิ าณคลอลนี ตกคา้ ง และการตกตะกอนของสลดั จ์ (SV30) 2. กาหนดผรู้ บั ผดิ ชอบดแู ลระบบจานวน 2 คน ดแู ลระบบตลอด 24 ชวั่ โมง

(เวรเช้า 2 บ่าย 1 และดกึ 1 คน วนั หยุดราชการและนักขตั ฤกษ์ เวรเช้า-บ่าย-ดกึ เวรละ 1 คน) 3.ผูด้ ูแลระบบผ่านการอบรมหลกั สูตรการดูแล

บารงุ รกั ษาระบบบาบดั น้าเสยี ทงั้ ในและนอกโรงพยาบาล 4. กาหนดแผนการดูแล บารุงรกั ษา ตรวจสอบคุณภาพน้าทผ่ี ่านการบาบดั โดยเจา้ หน้าท่ี

ผดู้ ูแลระบบ ควบคุมกากบั โดยนกั วชิ าการสาธารณสุข เกบ็ ตวั อย่างน้าส่งตรวจโดยบรษิ ทั เอกชน ทผ่ี ่านการรบั รองระบบมาตรฐานหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

ตรวจวเิ คราะห์ ISO/IEC 17025 ทข่ี น้ึ ทะเบยี นกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทกุ 3 เดอื น 4. บนั ทกึ ผลการตรวจสอบ ค่า pH ปรมิ าณคลอลนี ตกคา้ ง และการ

ตกตะกอนของสลดั จ์ (SV30)ทกุ วนั ผลการตรวจสอบพบ ขยะเขา้ ระบบปรมิ าณเฉลย่ี 2-3 กก./วนั มสี งิ่ แปลกปลอม ไดแ้ ก่ ทชิ ชู ผา้ อนามยั ฝาขวดน้า
พลาสตกิ ยาดม เป็นตน้ จงึ แกไ้ ขโดยการสอ่ื สารผ่านหวั หน้างาน และตรวจสอบแนวท่อน้าทง้ิ Manhole บ่อปรบั สภาพมกี ลน่ิ จงึ แกป้ ญั หาดว้ ยการ
เตมิ ออกซเิ จนลดกลน่ิ เหมน็ ปรมิ าณของสลดั จ์ (SV30)60-70มล.ซง่ึ ต่ากวา่ เกณฑ์ แกป้ ญั หาดว้ ยการเตมิ เชอ้ื จุลนิ ทรยี ใ์ หร้ กั ษาความเขม้ ขน้ ของสลดั จ์

ผลการตรวจคณุ ภาพน้าทผ่ี า่ นการบาบดั น้าเสยี ในปี 2563 ดงั น้ี
พารามเิ ตอรท์ ท่ี ดสอบ มาตรฐาน 20 มกราคม 2563 2 มถิ ุนายน 2563 25 กนั ยายน 2563

ความเป็นกรด-ดา่ ง (pH) 5-9 6.46 6.73 6.80

สารทล่ี ะลายทงั้ หมด(TDS) ไมเ่ กนิ 500 *** 436 472 381

ของแขง็ สารแขวนลอย (SS) ไมเ่ กนิ 30 35** 15 15

ตะกอนหนกั (SS) ไมเ่ กนิ 0.5 ND ND ND

บโี อด(ี BOD) ไมเ่ กนิ 20 11 13 4

น้ามนั และไขมนั (Oil) ไม่เกนิ 20 ND ND ND

ปรมิ าณไนโตรเจน(TKN) ไมเ่ กนิ 35 ND 6 <5

39

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ซลั ไฟล์ (Sulfide) ไมเ่ กนิ 1.0 <0.53 ND ND

ซโี อด(ี COD) ไม่เกนิ 120*** 96 63 50

โคลฟิ อรม์ ไม่เกนิ 5,000 *** 160,000** 540 17,000**

ฟีคลั โคลฟิ อรม์ ไม่เกนิ 1,000 *** 28,000** 33 16,000**

หมายเหตุ :ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เร่อื ง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทง้ิ จากอาคารบางประเภท และบางขนาด
ลงวนั ท่ี 7 พฤศจกิ ายน 2548 (** หมายถงึ คุณภาพน้าเสยี ไมผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐาน)
การตรวจสอบคุณภาพน้าทง้ิ ทผ่ี ่านการบาบดั พบ ปรมิ าณของแขง็ สารแขวนลอย (SS) แบคทเี รยี กลุ่มโคลฟิ อรม์ ทงั้ หมดและฟิคลั โคลฟิ อรม์
ไม่ผ่านตามมาตรฐานน้าทง้ิ การวเิ คราะหส์ าเหตุการระบายน้าออกเป็นการสบู น้าดว้ ยปมั้ กาลงั สงู ตะกอนปะปนมาพรอ้ มกบั น้าทง้ิ บ่อเตมิ คลอรนี
ไม่สามารถหน่วงน้าเกนิ 30 นาที ทาใหป้ ระสทิ ธภิ าพการทาลายเชอ้ื ลดลง จงึ ไดจ้ ดั ทาแผนการปรบั ปรุงบ่อบาบดั น้าเสยี ในปีงบประมาณ 2564
ดว้ ยการจดั ทาบอ่ พกั น้าและในปีงบประมาณ 2566 มแี ผนกอ่ สรา้ งระบบบาบดั น้าเสยี ใหม่
(2) การลดปรมิ าณของเสยี

เพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการลดปรมิ าณของเสยี และการพทิ กั ษ์สงิ่ แวดลอ้ มของโรงพยาบาล ทมี จงึ ดาเนินการดงั น้ี 1. ปรมิ าณของเสยี ทเ่ี กดิ
จากการใหบ้ รกิ ารโดยรวม เฉลย่ี 2,471 กก./วนั จาแนกเป็นขยะทวั่ ไป 1,680 กก. ขยะตดิ เชอ้ื 337 กก. เคมบี าบดั 3.5 กก. และขยะอนั ตราย 1 กก.
สามารถลดปรมิ าณของเสยี โดยการคดั แยกมาจาหน่ายได้ 450 กก. คดิ เป็นร้อยละ 18.2 หากไม่รวมขยะตดิ เชอ้ื สามารถคดั แยกไดร้ ้อยละ 21.1
อยา่ งไรกต็ าม ทมี กาหนดเป้าหมายใหป้ รมิ าณขยะรไี ซเคลิ เพมิ่ ขน้ึ เม่อื เทยี บกบั ปีทผ่ี ่านมา จงึ ไดก้ าหนดมาตรการดงั น้ี 1.ลดปรมิ าณของเสยี ใช้
หลกั 5R ไดแ้ ก่ 1.1.Reduce ใช้ผา้ ห่อเซตจากหน่วยทนั ตกรรมทไ่ี ม่ปนเป้ือนผลติ เป็นถุงผ้าสาหรบั รบั ยากลบั บา้ น 1.2.Reuse นาแกลลอน
พลาสตกิ จากงานไตเทยี มมาใสข่ องมคี มตดิ เชอ้ื และไม่ตดิ เชอ้ื การใชก้ ระดาษหน้าเดยี ว การใชถ้ ุงดาใส่ขยะรไี ซเคลิ กลบั มาใชซ้ ้าในงานสนาม
การจาหน่ายสนิ คา้ มอื สอง และการRe sterile Filter หน่วยจ่ายกลาง 1.3.Repair การซ่อมโต๊ะ เกา้ อ้ี เตยี งผปู้ ่วย เบาะนงั่ ชนั้ วาง ลดการซ้อื
ของใหม่ 1.4.Reject การลดการใชถ้ ุงพลาสตกิ โรงพยาบาลปลอดกล่องโฟม และการใชน้ ้าหมกั ชวี ภาพทดแทนน้ายาเคมที าความสะอาดหอ้ งน้า
1.5.Recycle ธนาคารขยะรไี ซเคลิ สมารถคดั แยกขยะมาจาหน่ายไดเ้ ฉลย่ี วนั ละ 450 กก. เพมิ่ รายไดเ้ ฉลย่ี 816 บาท/วนั ผลการดาเนนิ งานทผ่ี ่าน
มาสามารถคดั แยกขยะรไี ซเคลิ ไดเ้ พม่ิ ขน้ึ 1.03 แผนการดาเนินงานทมี วางเป้าหมายลดปรมิ าณของเสยี โดยการคดั แยกขยะรไี ซเคลิ รอ้ ยละ 30
การประกวดหน่วยงานต้นแบบการนาขยะรไี ซเคลิ กลบั มาใชป้ ระโยชน์ การใชน้ ้า RO จากหน่วยงานไตเทยี มกลบั มาใชท้ าความสะอาดพ้นื
ลา้ งทอ่ ระบายน้าทง้ิ นาน้าทง้ิ ผา่ นการบาบดั ผ่านเกณฑม์ าตรฐานมาใชร้ ดน้าตน้ ไม้

(3) การกาจดั ขยะ

เพอ่ื ใหก้ ารกาจดั ขยะถูกหลกั วชิ าการ และพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม ทมี จงึ วางระบบดงั น้ี 1.จดั เตรยี มภาชนะรองรบั ขยะ ถงั ขยะตดิ เชอ้ื บรรจุถุงสแี ดง
สาหรบั หอผปู้ ว่ ย หอ้ งทาหตั ถการ หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร และพน้ื ทใ่ี หบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ย ถงั ขยะทวั่ ไปบรรจุถุงสดี า ถงั ขยะเคมบี าบดั บรรจุถุงสเี หลอื ง ถงั ขยะ
อนั ตรายบรรจุถุงสเี ทา และถงั ขยะรไี ซเคลิ แบบตะแกรงเหลก็ เพยี งพอกบั ความตอ้ งการและสามารถรองรบั ปรมิ าณขยะแต่ละประเภท โดยมกี าร
จดั เกบ็ วนั ละ 2-3 รอบ รอบการจดั เกบ็ เวลา 07.00-08.30 น 16.30-20.00 น. และ 13.00-14.00 น.สาหรบั จุดบรกิ ารผปู้ ่วยนอก เสน้ ทางการขนยา้ ย
แบ่งตามอาคารเป็น 6 เสน้ ทาง รถขนขยะรวม 6 คนั จาแนกเป็นขนขยะทวั่ ไป 4 คนั (รถไฟฟ้า 2 คนั ธรรมดา 2 คนั ) รถขนขยะตดิ เชอ้ื 2 คนั
(รถไฟฟ้า 1 คนั ธรรมดา 1 คนั ) การจดั เกบ็ และเคล่อื นยา้ ยขยะโดยเจา้ หน้าทง่ี านสนามจานวน 6 คน ผ่านการฝึกอบรมการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกนั

อนั ตรายสว่ นบุคคลโดยงาน ICท่าทางการทางานและการยกของหนัก ความปลอดภยั ในการทางาน และการตรวจสขุ ภาพตามความเสย่ี งโดยกลุ่มงาน
อาชวี เวชกรรม สาหรบั ทพ่ี กั ขยะเป็นอาคารแยก จดั แบ่งพน้ื ทส่ี าหรบั ขยะตดิ เชอ้ื ขยะทวั่ ไป และขยะอนั ตราย มมี ุง้ ลวดป้องกนั แมลง พน้ื เรยี บ
ลดการสะสมเชอ้ื โรค ทาความสะอาดง่าย มรี ะบบระบายน้าลา้ งลงส่รู ะบบบาบดั น้าเสยี กาจดั โดยเทศบาลนครภูเกต็ มรี ถขนสง่ 2 ประเภท คอื

สาหรบั ขยะทวั่ ไป และขยะตดิ เชอ้ื เป็นรถปรบั อากาศ โรงเตาเผาขยะเทศบาลนครภูเกต็ และตรวจสอบประสทิ ธภิ าพเตาเผาดว้ ยการตามรอย
เสน้ ทางขนสง่ ตดิ ตามรายงานการเผาทาลาย และการปลดปล่อยมลพษิ ทางอากาศ ผลการดาเนนิ การ ในรอบปีทผ่ี า่ นมา ช่วงทม่ี กี ารแพร่ระบาด
ของโรค COVID-19 หอผูป้ ว่ ยรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปีและหอ้ งผ่าตดั พบอุบตั กิ ารณ์ขยะตดิ เชอ้ื ลน้ ภาชนะรองรบั ไม่เพยี งพอ 3 ครงั้ รถเขน็ ขยะ
สภาพเก่า ฝาและลอ้ รถเขน็ แตกชารุด อาคารทพ่ี กั มสี ภาพเก่า พน้ื ขรุขระ ฝ้ามเี ชอ้ื รา จานวนถงั ขยะไม่เพยี งพอ เน่ืองจากวนั อาทติ ย์ รถขนขยะ
ของเทศบาลหยุดทางาน การพฒั นาเพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตามแนวทางและมาตรฐานกาหนด โดยการจดั หาภาชนะรองรบั ปรมิ าณขยะเพมิ่ จานวน 3 ถงั
จดั หารถขนขยะ ไฟฟ้าเพมิ่ 3 คนั ปรบั ปรุงสภาพโครงสรา้ ง พน้ื ผวิ และทาความสะอาด และจดั หาถงั ขยะสารองจานวน 10 ถงั การตรวจสอบ

ประสทิ ธภิ าพเตาเผาขยะของเทศบาลนครภูเกต็ สามารถรองรบั ปรมิ าณขยะทวั่ ไป 700 ตนั /วนั และขยะตดิ เชอ้ื 1.2 ตนั /วนั ผลการตรวจสอบ
คณุ ภาพอากาศจากปลอ่ ง โดยบรษิ ทั ชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ มจากดั (ขน้ึ ทะเบยี นหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารวเิ คราะหเ์ อกชน กรมโรงงานอุตสาหกรรม) วนั ท่ี
14 สงิ หาคม 2563 ทกุ พารามเิ ตอรก์ ารตรวจสอบอย่ใู นเกณฑม์ าตรฐาน โดยเฉพาะ Dioxin 0.053 (มาตรฐาน 0.5)

40

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(4) การร่วมมอื กบั ชุมชนในการปรบั ปรุงและปกป้องสงิ่ แวดลอ้ ม :
เพ่อื สรา้ งการมสี ่วนร่วมกบั หน่วยงาน/องค์การบรหิ ารส่วนทอ้ งถน่ิ และชุมชนรอบโรงพยาบาล ทมี กาหนดไดเ้ ขา้ ร่วมเป็นคณะทางาน

ขบั เคลอ่ื นดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มของจงั หวดั เขา้ ร่วมประชุมคณะกรรมการการจดั การขยะตดิ เชอ้ื ระดบั จงั หวดั ร่วมกบั ประชาคมพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
กาหนดเป้าหมายลดปรมิ าณขยะและการใชป้ ระโยชน์จากขยะอนิ ทรยี ์ เขา้ ร่วมกจิ กรรมพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ มร่วมกบั ชุมชน ปลกู ปา่ ชายเลนชุมชน
สะพานหนิ จดั กจิ กรรม ใหค้ วามรู้ 5 ส ทว่ี ดั พุทธมงคลนิมติ (วดั กลาง) สรา้ งเครอื ขา่ ยกบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ วทิ ยากรการศกึ ษาดงู าน
จากโรงเรยี นและสถาบนั การศกึ ษา และโรงพยาบาลท่เี ขา้ มาศกึ ษาดงู านดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม การจดั การขยะและน้าเสยี กจิ กรรมจติ อาสาร่วมกบั
ผูว้ ่าราชการจงั หวดั และหวั หน้าส่วนราชการจงั หวดั ในจงั หวดั ภูเกต็ ร่วมทาความสะอาดโรงพยาบาลเพ่อื ป้องกนั โรค COVID-19 ผลการ
ดาเนินงานไม่พบขอ้ รอ้ งเรยี นดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม โดยเฉพาะเร่อื งขยะและน้าเสยี
iv.ผลการพฒั นาท่ีโดดเด่นและภาคภมู ิใจ

1. กรมอนามยั มอบประกาศนียบตั รปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐาน GREEN & CLEAN Hospital ระดบั ดี Plus ระยะเวลารบั รอง วนั ท่ี 25 มนี าคม 2562
ถงึ 25 มนี าคม 2564

2. สานกั งานคณะกรรมการอสิ ลามประจาจงั หวดั ภูเกต็ มอบหนงั สอื สาคญั ผลติ ภณั ฑ์/เครอ่ื งหมาย ครวั ฮาลาล 8 สงิ หาคม 2562
3. องคก์ รสนบั สนุนกจิ กรรมลดกา๊ ซเรอื นกระจก กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ปี 2561
4. กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ ผา่ นการประเมนิ เกณฑม์ าตรฐานระบบบรกิ ารสขุ ภาพระดบั คุณภาพ ปี 2561
5. สานกั โรคจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม มอบประกาศนียบตั รการรบั รองคุณภาพตามมาตรฐานการจดั บรกิ ารอาชวี อนามยั และเวช

กรรมสง่ิ แวดลอ้ ม ระดบั ดี ณ วนั ท่ี 16 ธนั วาคม 2561
6. กรมอนามยั มอบประกาศเกยี รตคิ ุณ โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ เป็นองคก์ รปลอดภาชนะโฟมบรรจุอาหาร 100 % ปี 2561
7. กระทรวงสาธารณสขุ มอบประกาศเกยี รตคิ ณุ อาหารปลอดภยั FOOD SAFETY ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2560
8. กรมอนามยั มอบโล่ประกาศเกยี รตคิ ุณเป็นโรงพยาบาลตน้ แบบดา้ นโภชนบาบดั โรคเบาหวานโรคความดนั โลหติ สงู ระดบั ประเทศ1สงิ หาคม2559
9. โรงพยาบาลตน้ แบบการอนุรกั ษ์พลงั งาน (Thailand Energy Award) ปี 2554 ถงึ ปจั จบุ นั
v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

41.ความปลอดภยั และสวสั ดภิ าพของ 3.5 L - จดั ทาแผนการตรวจสอบอาคารสถานท่ี และสง่ิ แวดล้อม โดย
โครงสรา้ งและสงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพ ผู้มีค ว า ม ช า น า ญ จ า ก ห น่ ว ย ง า น ภ า ย น อ ก ( ก ร ม โ ย ธ า และ
การจดั การกบั วสั ดุและของเสยี อนั ตราย ผงั เมอื งและกรมสนบั สนุนบรกิ าร) (ปีงบประมาณ 2565)
- พัฒนาฐานข้อมูลระบบการจัดการสารเคมี เคมีภัณฑ์
ทางการแพทย์ เคมบี าบดั และของเสยี อนั ตราย
- สร้างอาคารห้องปฏิบัติงาน (CCTV) หน่วยรักษาความปลอดภัย
(ปีงบประมาณ 2564)

42.การจดั การกบั ภาวะฉุกเฉนิ และ 3 L - ปรบั ปรุงอุปกรณ์ตรวจจบั เพลงิ ไหม้ ระบบสญั ญาณแจ้งเหตุ
การป้องกนั อคั คภี ยั เพลงิ ไหม้ ระบบน้าดบั เพลงิ (ปีงบประมาณ 2565)
- จัดทาแผนให้ครอบคลุมทุกสถานการณ์ท่ีมีโอกาสเกิด

(อุบัติภัยหมู่ โรคอุบัติใหม่อุบัติซ้า สึนามิ ระบบสารสนเทศ

ถูกจ่โู จม/ล่ม)

43.ระบบการบรหิ ารเครอ่ื งมอื และ 3 L - จดั หาถงั สารองน้าขนาด 160 ลบ.ม.
- ปรับปรุงท่อน้าประปาส่ง-จ่าย อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน
สาธารณูปโภค อาคารบา้ นคณุ พมุ่

- ปรบั ปรงุ ระบบระบายอากาศ อาคารอบุ ตั เิ หตุฉุกเฉิน

- ปรับปรุงระบบปรับอากาศ อาคารบ้านคุณพุ่ม อาคาร

อบุ ตั เิ หตุฉุกเฉนิ
- ปรับปรุงระบบสายเมนไฟฟ้ า ให้กบั หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม
งานพยาธวิ ทิ ยาคลนิ ิก และหอ้ งจา่ ยยาผปู้ ว่ ยนอก
- ปรบั ปรงุ เคร่อื งกาเนิดไฟฟ้า ขนาด 825 KVA

- จดั หาเครอ่ื ง Master สาหรบั การสอบเทยี บเคร่อื งมอื

41

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

43. ระบบการบรหิ ารเคร่อื งมอื และ - พฒั นาระบบการรวมศนู ยเ์ คร่อื งมอื ทางการแพทยท์ ม่ี คี วาม
สาธารณูปโภค (ต่อ) เสย่ี งสงู ครอบคลุมทุกรายการ
- ปรบั ปรงุ ระบบสอ่ื สารจากเดมิ เป็นไฟเบอรอ์ อฟตคิ

- ปรับปรุงลฟิ ต์ อาคารน้อมเกล้า อาคารจอดรถสนับสนุน

บรกิ ารจอดรถ 10 ชนั้
3.5 L - ทาขอ้ ตกลงในการจดั หาเกษตรอนิ ทรยี ์ กบั เกษตรกรจงั หวดั
44.สง่ิ แวดลอ้ มเพ่อื การสรา้ งเสรมิ - พฒั นาสิง่ แวดล้อมเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพตามกลุ่มผู้ป่วย
สขุ ภาพ เฉพาะโรค

- ปรบั ปรงุ สถานทท่ี างานและสภาพแวดลอ้ มอยา่ งต่อเน่อื ง ไดแ้ ก่

ทจ่ี อดรถ รา้ นคา้ สวสั ดกิ ารสาหรบั บุคลากร มุมพกั ผอ่ น

45.การพทิ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม 3 L - ปรบั ปรุงบ่อบาบดั น้าเสยี (ต่อเตมิ บ่อตกตะกอน)
- ปรบั ปรุงท่อน้าเสยี อาคารบา้ นคุณพุ่ม อาคารสนับสนุนบรกิ าร 10

ชนั้ อาคารหลวงพ่อแชม่ และอาคารศูนยแ์ พทยศาสตรศ์ กึ ษา ใหเ้ ขา้ สู่

บอ่ บาบดั น้าเสยี

- กาหนดมาตรการให้ทุกหน่วยงานและรา้ นค้าภายในโรงพยาบาลลด

ปรมิ าณของเสยี และการใชว้ สั ดุทท่ี าลายสง่ิ แวดลอ้ ม

42

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-4 การป้ องกนั และควบคมุ การติดเชื้อ

i. ผลลพั ธ์

เป้ าหมาย/ประเดน็ คณุ ภาพท่ีสาคญั : เหมาะสม ปลอดภยั ประสทิ ธผิ ล ประสทิ ธภิ าพ

ขอ้ มูล/ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

อตั ราการตดิ เชอ้ื VAP/1,000 vent days <5 6.15 4.46 5.98 5.58 4.48

อตั ราการตดิ เชอ้ื CAUTI/1,000 cath days <1.5 1.62 2.15 1.70 2.45 2.02

อตั ราการตดิ เชอ้ื SSI clean wound (%) <0.2 0.38 0.15 0.16 0.38 0.43

อตั ราการตดิ เชอ้ื CLABSI/1,000 cath days <3 3.73 3.54 4.01 4.57 3.80

อตั ราการตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาในโรงพยาบาล < 1 6.29 5.32 4.03 2.64 1.60
(ครงั้ /1000 วนั นอน)

อตั ราการลา้ งมอื ถูกตอ้ งตามขนั้ ตอน / >90 92.06 92.09 90.77 84.20 88.38

5 moments (%)

ปรมิ าณการใช้ waterless (ml) - NA NA 4,150,305 4,317,100 7,532,500

อตั ราการใช้ PPE เหมาะสม (%) >90 93.3 93.95 93.17 90.13 92.74
อตั ราบคุ ลากรไดร้ บั อบุ ตั เิ หตุเขม็ ตา ของ 0 1.31 2.14 3.31 2.94 3.07
มคี มบาด สารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา (%)
อตั ราบุคลากรปว่ ยดว้ ยวณั โรค (%) (24/1,824) (45/2,102) (73/2,205) (70/2,373) (74/2,410)
<0.3 0.49 0.09 0.27 0.5 0.33
จานวนบุคลากรตดิ เชอ้ื COVID-19 (ราย)
จานวนผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื จากโรคอบุ ตั ใิ หม่ (9/1,824) (2/2,102) (6/2,205) (12/2,373) (8/2,410)
(ราย) 0 ----1
-
- COVID-19
- Ebola 0 0 0 0 72
- R/O MERS 00000
88413

ii. บริบท
จานวนเตยี ง จานวนผรู้ บั บรกิ าร: โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ มจี านวนเตยี ง 551 เตยี ง มหี อผูป้ ว่ ยทงั้ หมด 33 แห่ง แบ่งเป็นหอผูป้ ่วยพเิ ศษ
11 แห่ง หอผปู้ ่วยทวั่ ไป 15 แห่ง หอผูป้ ่วยวกิ ฤติ 6 แห่ง (54 เตยี ง) หอผปู้ ่วยกง่ึ วกิ ฤต sick newborn 1 แห่ง มผี มู้ ารบั บรกิ ารทงั้ หมด
2,089 ราย/วนั ดูแลผูป้ ว่ ยในเฉล่ยี 550 ราย/วนั ผู้ปว่ ยนอกเฉล่ยี 1,543 ราย/วนั อตั ราครองเตยี งคดิ เป็นรอ้ ยละ 99.78 ใหบ้ รกิ าร
ครอบคลุมทงั้ ผูป้ ว่ ย ญาติ บุคลากรและสง่ิ แวดลอ้ ม ช่วงการระบาดของ COVID-19 จงั หวดั ภูเกต็ มผี ปู้ ่วย COVID-19 จานวน 227 ราย
รพ.รบั ดแู ลผปู้ ว่ ย COVID-19 สะสมจานวน 72 ราย และผปู้ ว่ ยระบบทางเดนิ หายใจทค่ี ลนิ กิ ARI (15 ก.พ.-4 พ.ย. 2563) รวม 25,127 ราย
PUIจานวน1,683รายรพ.รบั ดแู ลผปู้ ่วย COVID-19จากรพ.รฐั และเอกชนในจงั หวดั โดยผูป้ ว่ ย COVID-19สะสมทร่ี พ.สนาม 1 จานวน 122 ราย
โรงแรมทร่ี บั ผปู้ ว่ ย PUI อาการน้อย จานวน 414 ราย

บรกิ ารทม่ี คี วามเสย่ี งต่อการตดิ เชอ้ื และลกั ษณะของการตดิ เชอ้ื : :เชน่ การผ่าตดั ซบั ซอ้ น เชน่ CABG, AVBG และ Laminectomy เป็นตน้
การสอดใสอ่ ปุ กรณ์เขา้ ไปในร่างกาย ไดแ้ ก่ VAP, CAUTI, SSI (clean wound) ผปู้ ว่ ยทต่ี อ้ งใหย้ าเคมบี าบดั ผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา

การตดิ เชอ้ื สาคญั : VAP, CAUTI และ SSI (clean wound)
โอกาสรบั ผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื จากสถานพยาบาลอ่นื : เป็นโรงพยาบาลระดบั ตตยิ ภูมทิ ร่ี บั ส่งผูป้ ว่ ยทม่ี คี วามยุ่งยากซบั ซอ้ นและโรค
อบุ ตั ใิ หม่ (COVID-19, MERS และ Ebola) จาก รพช./รพท ในเขตอนั ดามนั และโรงพยาบาลเอกชนในจงั หวดั
การตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา: เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาสาคญั 4 ชนิด ไดแ้ ก่ CRE, VRE, Acinetobacter baumannii (XDR) และ Pseudomonas
aeruginosa (XDR)

43

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

จานวน ICN และการศกึ ษาอบรม: มี ICN 4 คน
1) ปฏบิ ตั งิ านเตม็ เวลา 2 คน ปฏบิ ตั หิ น้าทห่ี วั หน้ากลุ่มควบคุมและป้องกนั การตดิ เชอ้ื 1 คน (สาเรจ็ การศกึ ษาพยาบาลศาสตร์

มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการพยาบาลดา้ นการควบคุมการตดิ เช้อื ) รบั ผดิ ชอบด้านบรหิ าร และตวั ชว้ี ดั หลกั ได้แก่ VAP, CLABSI
CAUTI, Hand Hygiene และ COVID-19 และปฏบิ ตั งิ านเป็น ICN 1 คน (สาเรจ็ การศกึ ษาวทิ ยาศาสตรม์ หาบณั ฑติ ดา้ นโรคตดิ
เชอ้ื และวทิ ยาการระบาด) รบั ผดิ ชอบตวั ชว้ี ดั หลกั ไดแ้ ก่ SSI เชอ้ื ดอ้ื ยา Sepsis (NI) PPE และรวบรวมรายงานประจาเดอื น

2) ปฏบิ ตั งิ าน part time 1 คน ผ่านการอบรม IC 4 เดอื น ชว่ ยปฏบิ ตั งิ าน IC เดอื นละ 4-6 วนั รบั ผดิ ชอบตวั ชว้ี ดั TB และ PEP
3) เป็นหวั หน้าหอผปู้ ว่ ย 1 คน ผ่านการอบรม IC 4 เดอื น (ปฏบิ ตั งิ านเฉพาะกจิ เป็นรายกรณ)ี ขาดอตั รากาลงั งาน full time 2 คน
วางแผนในขณะรออตั รากาลงั โดยจดั ใหม้ ี ICLN แยกแต่ละแผนก เพ่อื การสอ่ื สารนโยบายแก่ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน
II-4.1 ก. ระบบการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอ้ื

iii. กระบวนการ
II-4.1 ก. ระบบการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอ้ื
(1) คณะกรรมการกากบั ดแู ล การตดั สนิ ใจทส่ี าคญั
 มคี ณะกรรมการ ICC คณะกรรมการครอบคลุมทุก PCT และงานสาคญั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ในส่วนของการพฒั นางานดา้ นสนบั สนุน

จะทาร่วมกบั คณะกรรมการทมี อ่นื เช่น กรรมการ ENV คณะกรรมการระบบยา คณะกรรมการ SUDs และคณะกรรมการ EOC
โรงพยาบาล เป็นตน้
(2) การวเิ คราะหค์ วามเสย่ี งเพ่อื กาหนดการตดิ เชอ้ื ทเ่ี ป็นจุดเน้นของการป้องกนั และควบคมุ
 วเิ คราะหข์ อ้ มลู เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื รายเดอื นดว้ ย Control chart และการสงั เกตการปฏบิ ตั ติ ามแนวทางทก่ี าหนดขน้ึ และมรี ายงาน
อบุ ตั กิ ารณ์ผา่ นระบบความเสย่ี งของโรงพยาบาลในระดบั E ขน้ึ ไป เช่น การเกดิ อุบตั เิ หตุเขม็ และของมคี มทมิ่ ตา การตดิ เช้อื ในหตั ถการ
ทส่ี าคญั ใหห้ น่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งรว่ มวเิ คราะหแ์ ละรว่ มทบทวนแนวปฏบิ ตั ิ
 แผนกผปู้ ว่ ยนอกมโี อกาสเกดิ การแพร่กระจายของเชอ้ื ทแ่ี พร่ผา่ นทางอากาศ (airborne transmission) ไดร้ ่วมกบั ทมี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
ในการจดั ใหม้ รี ะบบการคดั กรองและ flow ของบรกิ ารด่านหน้า สนับสนุนหน้ากากอนามยั สาหรบั ผทู้ ม่ี อี าการแสดงของ
ระบบทางเดนิ หายใจและทส่ี งสยั โรคตดิ ต่อ เชน่ วณั โรคปอด หดั และโรคไขอ้ สี กุ อใี ส รว่ มกบั การจดั ระบบบรกิ าร One Stop service
สาหรบั ผปู้ ว่ ยวณั โรค และการจดั ทาแนวทางคดั กรอง COVID-19 สาหรบั หน่วยบรกิ ารด่านหน้า รวมถงึ ARI Clinic
(3)(4) การนาความรทู้ างวชิ าการมาใชใ้ นการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอ้ื การกาหนดนโยบายและเกณฑป์ ฏบิ ตั ิ
 นาขอ้ มลู ทางวชิ าการและหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษจ์ ากองคก์ ารอนามยั โลก ศนู ยค์ วบคมุ โรคสหรฐั อเมรกิ า สานกั ระบาด กรมควบคุมโรค
สถาบนั บาราศนราดูร และขอ้ มูลทางวชิ าการจากบทความวจิ ยั และจากการประชุมอบรมมาประยุกตใ์ ชเ้ ป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ิ
มกี ารทบทวนใหค้ รอบคลมุ และทนั ต่อเหตุการณ์
(5)(6) การประสานงานระบบการป้องกนั และควบคมุ การตดิ เชอ้ื (IPC) ทวั่ ทงั้ องคก์ ร ความครอบคลุมพน้ื ท่ี การเชอ่ื ม
ประสานระบบงาน IPC กบั ระบบงานพฒั นาคณุ ภาพและความปลอดภยั
 เพ่อื การประสานงาน IPC จะประสานทุกทมี นาและ PCT ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เช่น องคก์ รแพทย์ องคก์ รพยาบาล PCT ศูนยแ์ พทยศ์ าสตรศ์ กึ ษา
งานระบาด ทมี คร่อมสายงาน เช่น ENV และระบบยา เป็นตน้ นอกจากน้ียงั ประสานงานในการดูแลผปู้ ่วยต่อเน่ืองกบั
งานการพยาบาลชุมชน เช่อื มโยงในเครอื ขา่ ยอาเภอเมอื ง ระดบั จงั หวดั และรพ. ทร่ี บั refer out-refer-in รวมทงั้ มสี ว่ นรว่ ม
ในกลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการรกั ษาของโรคโคโรน่าไวรสั 2019 เขตสขุ ภาพท่ี 11
(7) การสนบั สนุนทรพั ยากร บคุ ลากร ระบบสารสนเทศ
 มกี ารสนบั สนุนทรพั ยากรและอปุ กรณ์จากทมี บรหิ าร จากการทาแผนเวชภณั ฑไ์ มใ่ ช่ยาทุกปี
 บุคลากร มรี ะบบการจดั สรรบุคลากรผเู้ กย่ี วขอ้ งจากทุก PCT เป็นคณะกรรมการ เพ่อื มสี ่วนรวมในการตดิ ตาม เฝ้าระวงั
และใหข้ อ้ มลู ประเดน็ ทางดา้ นการเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื ทส่ี าคญั กลบั ไปยงั แต่ละ PCT
 ระบบสารสนเทศยงั มขี อ้ จากดั เน่อื งจากรพ.ยงั ไมม่ โี ปรแกรมการเฝ้าระวงั ทส่ี ามารถลงขอ้ มลู การตดิ เชอ้ื ได้ ปจั จบุ นั ใชก้ ารดงึ ขอ้ มลู
บางสว่ นจากฐานขอ้ มลู ของ รพ.เพอ่ื วเิ คราะหเ์ ชงิ ลกึ และลงขอ้ มลู การเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื จดั ทาโดยสถาบนั บาราศนราดรู และตอ้ ง
ใชก้ ารสอ่ื สารขอ้ มลู การตดิ เชอ้ื ประจาเดอื น/ปี ดว้ ย QR code และกเู กล้ิ ฟอรม์
(8) การใหค้ วามรแู้ ละฝึกอบรมแกบ่ คุ ลากรและผปู้ ว่ ย

 ดาเนินการการทบทวนการตดิ เชอ้ื ทส่ี าคญั ร่วมกบั PCT และแพทยผ์ เู้ กย่ี วขอ้ ง

44

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 บุคลากรทางการพยาบาลและบุคลากรใหม่ของโรงพยาบาล จะไดร้ บั การปฐมนิเทศแรกเขา้ ปฏบิ ตั งิ าน ร่วมกบั มกี ารฟ้ืนฟูความรเู้ ป็น
ประจาทุกปี ทงั้ รปู แบบการจดั กจิ กรรมกลุ่ม การสอนหน้างาน การจดั ทาฐานใหค้ วามรู้ การสอน/สาธติ การเขา้ เรยี นรจู้ ากหน่วยงานท่ี
ดาเนินการไดด้ แี ละการจดั การประชุมวชิ าการ

 นกั ศกึ ษาแพทยแ์ ละนกั ศกึ ษาพยาบาล ใหค้ วามรู้ สอน/สาธติ เกย่ี วกบั หลกั ควบคมุ และป้องกนั การตดิ เชอ้ื แก่นกั ศกึ ษาแพทยท์ ุกปี และ
นกั ศกึ ษาพยาบาลก่อนลงฝึกงานทห่ี อ้ งคลอดทกุ ครงั้

 ผปู้ ว่ ยและญาติ ไดจ้ ดั ทาแนวทางการใหค้ วามรผู้ ่านบุคลากรทางการพยาบาลแต่ละหอผปู้ ว่ ย รว่ มกบั ทาส่อื ป้าย หรอื แผ่นพบั ในกรณี
ทม่ี คี วามย่งุ ยากซบั ซอ้ น จะมอี ายรุ แพทยแ์ ละกมุ ารแพทยท์ โ่ี รคตดิ เชอ้ื เป็นทป่ี รกึ ษา

 ทมี ฯ ไดใ้ หค้ วามรแู้ กค่ นเฝ้าไขเ้ ป็นประจาทุกปี ปีละ 1 ครงั้
(9)(10) พยาบาลควบคุมการตดิ เชอ้ื (ICN) กลไกการดาเนินงานและประสานงาน

 ICN ผา่ นการศกึ ษาและอบรมตามเกณฑ์ สามารถดาเนนิ การตามมาตรการคบคุมการตดิ เชอ้ื ได้ และหากมคี วามซบั ซอ้ นหรอื เกย่ี วขอ้ ง
กบั การรกั ษาหรอื การตดั สนิ ใจทส่ี งู ขน้ึ จะมอี ายุรแพทยแ์ ละกมุ ารแพทยท์ โ่ี รคตดิ เชอ้ื เป็นทป่ี รกึ ษาใหก้ ารสนบั สนุนในการบรหิ ารจดั การ
และดาเนินการแต่ในการทางานทม่ี ภี าระงานมากจานวนICNทม่ี อี ยไู่ ม่เพยี งพอต่อภาระงานในรพ.ระดบั ตตยิ ภมู ทิ ม่ี คี วามย่งุ ยากซบั ซอ้ น

II-4.1 ข. การเฝ้าระวงั และควบคุมการตดิ เชอ้ื
(1) การเฝ้าระวงั แบบ active prospective surveilance หรอื targeted surveilance
 เฝ้าระวงั 2 วธิ ี ไดแ้ ก่ วธิ ี active prospective surveilance และวธิ ี targeted surveilance โดยพยาบาลทุกหอผปู้ ่วย ICWN เป็นผรู้ ายงาน

ให้ ICN confirmed และสมุ่ ตดิ ตามการเฝ้าระวงั ทห่ี อผปู้ ว่ ย
 การรายงานการตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาในกลมุ่ เฝ้าระวงั ICN ไดร้ บั รายงานการตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาเป็น real time จากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารผ่านกลุ่มไลน์ และ

หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารโทรศพั ทแ์ จง้ พยาบาลหอผปู้ ว่ ยทพ่ี บเชอ้ื ดอ้ื ยา เพอ่ื การเฝ้าระวงั ป้องกนั แยกผปู้ ว่ ยและแยกอุปกรณ์อย่างทนั ท่วงที
 ICN เฝ้าระวงั การระบาดจากการรายงานการตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาในหอผปู้ ว่ ยตามหลกั ระบาดวทิ ยา รายงานขอ้ มูลใหง้ านระบาด เวชกรรมสงั คม

รวบรวมสง่ งานควบคุมโรคสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ภูเกต็
(2) การวนิ ิจฉยั และยนื ยนั การตดิ เชอ้ื ทไ่ี มไ่ ดท้ า active prospective surveilance
 ทาการเฝ้าระวงั ดว้ ยวธิ ที ่ี 1 โดย ICN, ICWN และวางแผนพฒั นาให้ ICWN มคี วามรใู้ นเกณฑก์ ารวนิ ิจฉัยการตดิ เชอ้ื ฉบบั ปรบั ปรุง

ใหมจ่ ากสถาบนั บาราศนราดรู ปี 2561 จงึ ไดจ้ ดั โครงการการวนิ ิจฉยั การตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล (Hospital Acquire Infection Diagnosis
Camp) คะแนนความรกู้ อ่ นการอบรมคดิ เป็นรอ้ ยละ 58.26 หลงั เขา้ รบั การอบรมเพมิ่ มากขน้ึ คดิ เป็นรอ้ ยละ 87.82 ประสทิ ธภิ าพการเฝ้า
ระวงั การตดิ เชอ้ื 3 เดอื นหลงั ประชุมคดิ เป็นรอ้ ยละ 89.86, 87.50 และ89.69 และสรุปประสทิ ธภิ าพการเฝ้าระวงั ในปี 2561-2563
คดิ เป็นร้อยละ 86.69, 79.83 แนวโน้มประสทิ ธภิ าพการเฝ้าระวงั ยงั ไม่สูงเกนิ รอ้ ยละ 90 เน่ืองจาก ICWN ยงั มภี าระงานในการ
ปฏบิ ตั งิ านในหอผูป้ ่วย และเกณฑ์การวนิ ิจฉัยการตดิ เชอ้ื มคี วามเฉพาะเจาะจงและตอ้ งใชค้ วามเขา้ ใจ จงึ ไดป้ รบั ระบบการทบทวน
เกณฑก์ ารวนิ จิ ฉยั ในการประชุม ICWN พบว่าในปี 2563 เพม่ิ ขน้ึ คดิ เป็นรอ้ ยละ 86.45
(3) การใชผ้ ลของการเฝ้าระวงั เพอ่ื ใหข้ อ้ มลู แกผ่ เู้ กย่ี วขอ้ ง และเพ่อื ปรบั ปรุงระบบงาน
 นาผลการวเิ คราะหก์ ารเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื เช่อื มโยงกบั PCT และการกาหนด Focus area ในหอผูป้ ่วยทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื สงู วเิ คราะห์
กระบวนการปจั จุบนั เพ่อื หาสาเหตุนาสู่การแกป้ ญั หาโดยการประยุกตใ์ ชก้ ฎของพาเรโต เน้นการมสี ่วนร่วมของหน่วยงาน เกดิ การ
ปรบั ปรุงแนวปฏบิ ตั ิ เช่น อุบตั กิ ารณ์ VAP ท่ี SICU, RCU, MICU และ NICU วเิ คราะหส์ าเหตุตาม VAP bundle นาส่กู ารแกป้ ญั หา
โดยการประยกุ ตใ์ ชก้ ฎของพาเรโต เน้นการมสี ่วนร่วมของหน่วยงาน เกดิ การปรบั ปรุง ไดแ้ ก่ การทาความสะอาดมอื การดูดเสมหะ ทมี ฯ
ได้จดั หาอุปกรณ์ cuff pressure ให้หน่วยงานท่ตี ้องการเพ่มิ และทดแทนท่ชี ารุด มีการนาใช้หม้อทาความช้นื ท่ไี ม่ต้องใช้น้า
กบั เคร่อื งช่วยหายใจ ลดการคงั่ ของน้าในสายเคร่อื งช่วยหายใจ ทบทวนการปฏบิ ตั ติ ามแนวทางฯ การตรวจเยย่ี มหน้างาน ตดิ ตามและ
ส่งเสรมิ ผลการดาเนินงานในเวทแี กน IC และทมี นาทางคลนิ ิก ทุก 1-2 เดอื น ทาใหม้ แี นวโน้มการเกดิ VAP ลดลง คดิ เป็น 5.98, 5.58
และ 4.56 ครงั้ /1000 วนั ใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจ ในปี 2561-2563
(4)(5) การบ่งชก้ี ารระบาดและการควบคุมการระบาด (บทเรยี นในรอบ 3 ปีทผ่ี า่ นมา)

 ปี 2561
1. พบการระบาดของเชอ้ื ดอ้ื ยา 3 หอผปู้ ว่ ย ดงั น้ี

45

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

1) NICU พบการระบาดของเชอ้ื 2 ครงั้ ห่างกนั 1 เดอื น เชอ้ื ทเ่ี ป็นสาเหตุการระบาด คอื Acinetobacter baumannii (XDR) และ
เชอ้ื ทเ่ี ป็นสาเหตุการระบาดครงั้ ท่ี 2 คอื ทบทวนรว่ มกบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านและแพทยผ์ ดู้ แู ลพบว่าปจั จยั เสย่ี งของการระบาดมสี าเหตุมาจาก
การใชอ้ ุปกรณ์ร่วมกนั การทาความสะอาดมอื การทาความสะอาดสงิ่ แวดล้อม และพน้ื ทแ่ี ออดั ดาเนินการเพาะเช้อื ในสงิ่ แวดลอ้ ม
พบเชอ้ื กอ่ โรคท่ี อ่างลา้ งขวดนม กะละมงั เชด็ ตวั และมอื บุคลากร จงึ ไดด้ าเนินการแกไ้ ขตามสาเหตุ สามารถหยุดการระบาดได้และ
ไม่พบการระบาดซ้าในปีเดยี วกนั

2) อายุรกรรมชาย 1 พบการระบาดของเชอ้ื ดอ้ื ยา CRE ในคนไข้ 5 คน ซง่ึ นอนพกั รกั ษาใน 2 ลอ็ ค ทบทวนร่วมกบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน
และแพทยผ์ ดู้ แู ลพบวา่ ปจั จยั เสย่ี งของการระบาดมสี าเหตุมาจากการไม่ไดแ้ ยกโซนทช่ี ดั เจนใชบ้ คุ ลากรคนเดยี วกนั ในการวดั ความดนั โลหติ
วดั ไข้ และพน้ื ทแ่ี ออดั ดาเนนิ การเพาะเชอ้ื ในสงิ่ แวดลอ้ มพบเชอ้ื ก่อโรคทก่ี ะละมงั เชด็ ตวั ผปู้ ทู น่ี อนและมอื บุคลากร จงึ ไดด้ าเนินการแกไ้ ข
ใหแ้ ยกกะละมงั เชด็ ตวั โดยญาตซิ อ้ื ใชเ้ ฉพาะและนากลบั ไปใชต้ ่อทบ่ี า้ นหลงั จาหน่าย การทาความสะอาดสง่ิ แวดลอ้ ม การทาความสะอาดมอื
เน้นจดั ใหม้ ี waterless ทกุ ปลายเตยี ง สามารถหยดุ การระบาดไดแ้ ละไม่พบการระบาดซ้าในปีเดยี วกนั

3) อายรุ กรรมหญงิ พบการระบาดของเชอ้ื VRE3ราย ทบทวนร่วมกบั ผูป้ ฏบิ ตั งิ านและแพทยผ์ ูด้ แู ลพบว่าปจั จยั เสย่ี งของการระบาด
มสี าเหตุมาจากผปู้ ว่ ยการมโี รคร่วม นอนนาน ไดร้ บั ยาปฏชิ วี นะหลายขนาน การทาความสะอาดมอื ไดด้ าเนินการแกไ้ ข
เร่อื ง การทาความสะอาดมอื แยกอุปกรณ์ สามารถหยุดการระบาดไดแ้ ละไมพ่ บการระบาดซ้าในปีเดยี วกนั
 ปี 2562
1. พบการระบาดของหดั ในผปู้ ว่ ยเดก็ ทห่ี อผูป้ ว่ ยกุมารเวชกรรม 12 คน สอบสวนร่วมกบั PCT กุมารเวชกรรม และงานระบาด
เวชกรรมสงั คมพบผปู้ ว่ ยเดก็ ยนื ยนั 12 คน มผี สู้ มั ผสั รวม 51 คน ดาเนินการดงั น้ี

1) จดั กล่มุ ผปู้ ว่ ยเดก็ ทส่ี งสยั เป็นโรคหดั เขา้ หอ้ งแยก (หอ้ งพเิ ศษ)
2) กุมารแพทยท์ ต่ี รวจในหอผูป้ ่วยเดก็ 1 และ 2 ประเมนิ สภาพผปู้ ว่ ยเพ่อื จาหน่ายออกจากโรงพยาบาล ยา้ ยไปโรงพยาบาล
ตามสทิ ธิ์ หรอื ยงั คงตอ้ งพกั รกั ษาตวั ในโรงพยาบาล
3) แยกหอผปู้ ว่ ยกมุ ารเวชกรรม 1 หอ้ งรวมเป็นสถานทร่ี บั ผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ระวตั สิ มั ผสั (contact case) หอ้ งแยกและหอ้ งพเิ ศษเดมิ
เป็นสถานทร่ี บั ผปู้ ว่ ยทส่ี งสยั (suspected case) ไมร่ บั ผปู้ ว่ ยใหม่ ยกเวน้ contact หรอื suspected case
4) หอผปู้ ว่ ยกมุ ารเวชกรรม 2 เป็นสถานทส่ี าหรบั ผปู้ ว่ ยทไ่ี มม่ ปี ระวตั สิ มั ผสั มภี ูมคิ ุม้ กนั ของโรคหดั หรอื ผปู้ ว่ ยทร่ี บั ใหม่
5) ผปู้ ว่ ย suspected case หรอื contact case ทม่ี อี าการวกิ ฤติ พจิ ารณา admit ทห่ี อ้ งแยก negative pressure ท่ี PICU
6) คณะกรรมการICCรว่ มกบั PCTกมุ ารเวชกรรม และกลุ่มงานเวชกรรมสงั คมมมี ตใิ นการบรหิ ารจดั การเพ่อื ป้องกนั การแพร่ระบาด
ของโรคหดั ภายในโรงพยาบาลและใหบ้ นั ทกึ ขอ้ ความแจง้ หน่วยงานและผเู้ กย่ี วขอ้ งภายในโรงพยาบาล
2. พบผปู้ ว่ ยหดั ในหญงิ ตงั้ ครรภ์ ทห่ี อ้ งคลอดและประกนั สงั คมสอบสวนรว่ มกบั PCT กุมารเวชกรรม PCT สตู กิ รรม หอ้ งผ่าตดั และ
งานระบาดเวชกรรมสงั คมพบผปู้ ว่ ยเดก็ ยนื ยนั 1 คน มผี สู้ มั ผสั รวม 25 คน ดาเนินการดงั น้ี
1) เจาะเลอื ดตรวจหาภูมคิ ุม้ กนั โรคหดั (Measles IgG) เพ่อื ใชใ้ นการพจิ ารณาให้ IVIG แก่ทารกทค่ี ลอดจากมารดาท่ไี ม่มี
ภมู คิ มุ้ กนั โรคหดั
2) แยกผปู้ ว่ ย แยกหอ้ งผ่าตดั
การควบคมุ การระบาดดงั น้ี
1) ดาเนินการเจาะเลอื ดหาภมู คิ มุ้ กนั เพอ่ื ใหว้ คั ซนี และ IVIG
2) จดั ทาแนวทางการดแู ลบุคลากรทางการแพทยท์ ส่ี มั ผสั โรคหดั
3) จดั ทาแนวทางการดแู ลทารก ทค่ี ลอดจากมารดาทส่ี มั ผสั หรอื มอี าการของโรคหดั
4) จดั ทาแนวทางการตรวจแยกโรคเดก็ อายุ <15 ปี ทส่ี งสยั หรอื มปี ระวตั ิ contact Measles
5) ดาเนนิ การสารวจบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านสมั ผสั ผปู้ ว่ ยเพอ่ื ขออนุมตั ใิ หว้ คั ซนี รวม 1,263 คน
การระบาดของโรคหดั สามารถควบคมุ การระบาดไดภ้ ายในระยะเวลาการแพร่กระจายของเชอ้ื โรค ไม่แพร่ไปยงั หอผปู้ ว่ ยอ่นื
ไดท้ บทวนแนวทางการคดั กรอง การป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื และมไี วนิลเตอื นใหผ้ รู้ บั บรกิ ารและบคุ ลากรทราบ
3. พบการระบาดของเชอ้ื CRE จานวน 6 รายในช่วงเวลาเดยี วกนั ทอ่ี ายุรกรรมชาย 1 ทบทวนร่วมกบั หอผูป้ ว่ ยพบว่า
ปจั จยั เสย่ี งมาจาก พน้ื ทแ่ี ออดั บคุ ลากรละเลยการทาความสะอาดมอื ไม่ไดเ้ ชด็ ทาลายเชอ้ื Stethoscope และใชร้ ่วมกบั เตยี งอ่นื
ไมไ่ ดท้ าความสะอาดสงิ่ แวดลอ้ มตามแนวทาง ทมี ไดใ้ หค้ วามรหู้ น้างาน และสามารถควบคุมการระบาดไดไ้ ม่พบการระบาดระลอก 2

46

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ปี 2563
พบการระบาดของเชอ้ื ดอ้ื ยาทอ่ี ายรุ กรรมหญงิ อายรุ กรรมชาย 2 NICU และ RCU

การควบคมุ การระบาดดงั น้ี
1) แยกผปู้ ว่ ย
2) เพาะเชอ้ื จากสง่ิ แวดลอ้ มดงั น้ี
 อายรุ กรรมหญงิ พบเชอ้ื ก่อโรคทห่ี วั เตยี ง และ ambu
 อายรุ กรรมชาย 2 พบเชอ้ื K.pneumonia, morganella morganii และ A.baumanii complex ทม่ี อื ของพนกั งาน
ทาความสะอาดต่างดา้ ว (out source)
 NICU พบเชอ้ื Burkholderia cepacia ทก่ี ๊อกน้าและอ่างลา้ งขวดนม
 RCU พบเชอ้ื E.coli ทโ่ี ต๊ะขา้ งเตยี ง
3) แจง้ ผลการเพาะเชอ้ื ใหห้ วั หน้าหอผปู้ ว่ ยทราบเพ่อื เครง่ ครดั การทาความสะอาดอปุ กรณ์ มอื และสง่ิ แวดลอ้ มรอบเตยี งผปู้ ว่ ย

การระบาดท่พี บเป็นเช้อื ดอ้ื ยาท่สี ามารถควบคุมการระบาดได้ ไม่แพร่กระจายไปยงั ผูป้ ่วยรายอ่นื ได้ปรบั ปรุงแนวทาง
การป้องกนั และควบคุมการแพร่กระจายเช้อื ด้อื ยา จดั ทาระบบเตือนในระบบ HOSxP. เม่อื ผู้ป่วยกลบั มารกั ษาซ้า เพ่อื ให้แพทย์
และบคุ ลากรเฝ้าระวงั และป้องกนั การตดิ เชอ้ื สนบั สนุนแอลกอฮอลท์ าความสะอาดมอื ปลายเตยี ง โปสเตอรข์ นั้ ตอนการทาความสะอาดมอื
II-4.2 ก. การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ทวั่ ไป
(1) มาตรการป้องกนั การตดิ เชอ้ื และทาใหป้ ราศจากเชอ้ื
 Hand hygiene:

- การสง่ เสรมิ ใหบ้ คุ ลากรมกี ารทาความสะอาดมอื โดยทาการสมุ่ สงั เกตการณ์ปฏบิ ตั แิ ละใหข้ อ้ มลู ยอ้ นกลบั เป็นระยะ การจดั ทาป้าย
สง่ เสรมิ การทาความสะอาดมอื ทล่ี ฟิ ตแ์ ละหอ้ งน้าทงั้ ผปู้ ่วยและเจา้ หน้าท่ี ร่วมกบั การสนบั สนุนสบู่ลา้ งมอื / น้ายาลา้ งมอื อย่างเพยี งพอ
เคร่อื งจา่ ยแอลกอฮอลอ์ ตั โนมตั ิ กระดาษเชด็ มอื การสนบั สนุน ทกุ เตยี ง ทางเขา้ หอผปู้ ว่ ย จดั หาขาตงั้ ขวดแอลกอฮอลช์ นดิ ใชเ้ ทา้ เหยยี บ
การผลติ waterless ไดร้ บั การสนับสนุนจากกลุ่มงานเภสชั กรรมในการผลติ solution และการนาขวดไปทาความสะอาดแลว้ บรรจุให้
หน่วยงาน ทาใหส้ ามารถควบคุมคณุ ภาพได้ จดั กจิ กรรม 15 ตุลาคม วนั ลา้ งมอื โลกทุกมอื รณรงคก์ ารทาความสะอาดมอื ในกล่มุ ผรู้ บั และ
ผใู้ หบ้ รกิ าร ปรบั กจิ กรรมรณรงคท์ ุกปี โดยคดั เลอื ก miss hand hygiene จาก ICWN ทเ่ี ขา้ ร่วมกจิ กรรม

- จดั โครงการ การพฒั นาคุณภาพการทาความสะอาดมอื ของบุคลากรหอผปู้ ่วยหนกั อายุรกรรมโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ มใี ชก้ รอบ
แนวคดิ การพฒั นาคุณภาพอยา่ งต่อเน่อื ง focus PDCA ทมี วเิ คราะหห์ าสาเหตุของการไม่ทาความสะอาดมอื มาจากความเร่งรบี อ่างลา้ ง
มอื ไมเ่ พยี งพอ จาขนั้ ตอนไมไ่ ด้ ทมี ไดเ้ ลอื กกระบวนการทส่ี ามารถแกไ้ ขได้ คอื จาขนั้ ตอนไมไ่ ด้ จงึ ไดจ้ ดั หาอปุ กรณ์ reminder ช่วยบอก
ขนั้ ตอนในการทาความสะอาดมอื แก่บุคลากรและสนับสนุนอุปกรณ์ในการทาความสะอาดมอื หลงั ดาเนินโครงการพบว่า บุคลากร
พยาบาล ผู้ช่วยเหลอื คนไข้และพนักงานประจาตึกทาความสะอาดมอื ตามหลกั 5 moments เพมิ่ มากขน้ึ ทุกกจิ กรรม แต่ยงั มีบาง
กจิ กรรมทอ่ี ตั ราการทาความสะอาดมอื น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 เชน่ หลงั สมั ผสั อุปกรณ์ หลงั สมั ผสั สง่ิ แวดลอ้ มรอบเตยี งผปู้ ว่ ย สาหรบั แพทย์
พบว่าหลงั ดาเนินโครงการมจี านวนครงั้ การทาความสะอาดมอื เพม่ิ ขน้ึ แต่ยงั ไม่ครบ 7 ขนั้ ตอน

 Isolation precautions:
- โรงพยาบาลไดม้ นี โยบายและมาตรการการปฏบิ ตั คิ รอบคลุมทงั้ standard precautions และ transmission based precautions

- กาหนดใหม้ กี ารจดั โซนแยกผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา และผปู้ ว่ ยวณั โรคในกรณีทห่ี อ้ งแยกโรคเตม็ ผูป้ ว่ ย low immune จดั ใหอ้ ย่ใู นหอ้ งแยก
ซง่ึ การจดั โซนแยกผปู้ ว่ ยอาจมคี วามแตกต่างกนั ในแต่ละหอผูป้ ว่ ยตามบรบิ ททท่ี าได้ และมปี ญั หาความแออดั ในหอผปู้ ว่ ยทไ่ี ม่สามารถ
จดั ระยะห่างของเตยี งไดต้ ามมาตรฐาน จงึ เน้นการทาความสะอาดมอื การแยกอปุ กรณ์ และการใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั
- กาหนดตกึ แยกโรคในการรบั ผปู้ ว่ ย PUI และผปู้ ว่ ยโควดิ ทม่ี อี าการหนักต้องนอนไอซยี ู และมี ARI clinic แยกเป็นสดั ส่วนแยกออก
จากผรู้ บั บรกิ ารทวั่ ไป
- การป้องกนั เขม็ ตา ของมคี มบาด และสารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา วเิ คราะหใ์ นเชงิ ลกึ จากการสอบถามผปู้ ระสบเหตุมาจากการไม่ปฏบิ ตั ิ
ตามแนวทางฯ จงึ ไดจ้ ดั ให้มอี ุปกรณ์ช่วยป้องกนั เช่น กล่องปลดท้งิ เขม็ การสอนและจดั ทาแนวปฏบิ ตั ใิ นการป้องกนั ฯ การนิเทศตดิ ตาม
การจดั กจิ กรรมรณรงค์ การหาหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ การหากลยทุ ธใ์ หม่ๆ เพ่อื กระตุน้ เตอื น และการคดิ คน้ นวตั กรรมจากผปู้ ฏบิ ตั ิ
 Standard precaution อน่ื ๆ:

- มีการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกนั อย่างเพียงพอ โดยจดั ทาแผนเวชภัณฑ์ไม่ใช่ยาผ่านคณะกรรมการของฝ่ายการพยาบาลและ
หน่วยงานจดั ทาแผนการใช้ แลว้ ทาการเบกิ จา่ ยผ่านระบบเวชภณั ฑไ์ มใ่ ช่ยา และศนู ยป์ ระสานงานโควดิ -19

47

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 การทาความสะอาด ทาลายเชอ้ื ทาใหป้ ราศจากเชอ้ื :
งานจ่ายกลางมนี โยบายการจดั การอปุ กรณ์เคร่อื งมอื ทางการแพทยท์ ม่ี กี าร Reusedจากทุกหน่วยในโรงพยาบาลไดแ้ ก่หน่วยงาน/หอผูป้ ว่ ย

หอ้ งผา่ ตดั งานทนั ตกรรม มาผ่านกระบวนการ Re processing ดว้ ยวธิ กี ารทาลายเชอ้ื และการทาใหป้ ราศจากเชอ้ื ทง่ี านจ่ายกลาง รวมถงึ
กระบวนการรบั -สง่ อุปกรณ์ โดยใสใ่ นกลอ่ งและรถทป่ี ิดมดิ ชดิ และแยกระหว่างอุปกรณ์ปนเป้ือนกบั อุปกรณ์ปลอดเชอ้ื มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี

1) อุปกรณ์เคร่อื งมอื ทางการแพทยท์ เ่ี ป็นอุปกรณ์ใชซ้ ้าไดม้ ากกว่า 1 ครงั้ ทงั้ Critical และ Semi Critical จะนามาผ่านกระบวนการ
Re processing ดว้ ยวธิ กี ารทาลายเชอ้ื และการทาใหป้ ราศจากเชอ้ื ทง่ี านจ่ายกลาง ตามประเภทของอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ การน่ึงดว้ ยไอน้า
(Autoclave) การอบดว้ ยแก๊สเอทธลิ นี ออกไซดแ์ ละแก๊สพลาสม่า การทาลายเช้อื ด้วยน้ายาทาลายเชอ้ื และการลา้ งด้วยเคร่อื งลา้ ง
อตั โนมตั ทิ อ่ี ุณหภมู ิ 90 องศาเซลเซยี ส
2) อปุ กรณ์ทเ่ี ป็น Non Critical ทใ่ี ชใ้ นหน่วยงานจะลา้ งและทาลายเชอ้ื ทห่ี น่วยงานตามประเภทของอุปกรณ์และการใชง้ าน
3) ตวั ชว้ี ดั ปีพ.ศ. 2561-2563

ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย (%) ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

ผลการตรวจสอบทางกลไก 99 99.85 99.86 99.68
ผลการตรวจสอบทางเคมี 99 100 100 100
ผลการตรวจสอบทางชวี ภาพ 100 100 100 100
จา่ ยอปุ กรณ์ทม่ี ผี ล Biological Indicator (BI) เป็นลบ 100 100 100 100

 การ reprocess กลอ้ งสอ่ งอวยั วะ:
1) เคร่อื งมอื การผ่าตดั ผ่านกลอ้ ง อุปกรณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เลนส์ หอ้ งผ่าตดั ลา้ งทาความสะอาดภายในหน่วยงาน เปา่ แหง้ บรรจุใสซ่ อง
และทาใหป้ ราศจากเชอ้ื ภายในหน่วยงานโดยวธิ พี ลาสม่า ยกเวน้ อุปกรณ์บางอย่างทไ่ี ม่สามารถใชว้ ธิ พี ลาสม่าได้ จะสง่ อบแก๊ส
งานจ่ายกลางโรงพยาบาล (กาลงั อยใู่ นชว่ งดาเนนิ การนามา re processing ทง่ี านจา่ ยกลาง)
2) กลอ้ งสอ่ งตรวจระบบทางเดนิ อาหาร และระบบทางเดนิ หายใจ ยงั คงมกี ระบวนการทาใหป้ ราศจากเชอ้ื ทห่ี อ้ งผ่าตดั โดยการแช่น้ายา
กลุ่ม high level disinfection ท่มี ใี บ certificate และมโี รงพยาบาลระดบั มหาวทิ ยาลยั นาใช้ ผู้ทาหน้าท่ใี นกระบวนการ
ทาใหป้ ราศจากเชอ้ื เป็นพยาบาลทไ่ี ดร้ บั ความรตู้ วั แทนจาหน่ายมาสอนวธิ กี ารลา้ งอปุ กรณ์สง่ กลอ้ งตามมาตรฐาน ทบทวนความรู้
และวธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ุกปี ปีละ 2 ครงั้ (กาลงั อย่ใู นช่วงดาเนินการนามา re processing ทง่ี านจ่ายกลาง)

 การจดั การกบั วสั ดุหมดอายแุ ละ single-use device reprocessing:
อุปกรณ์ทผ่ี ลติ ขน้ึ สาหรบั ใชค้ รงั้ เดยี วแต่มคี วามจาเป็นตอ้ ง re process เน่ืองจากมรี าคาแพง หาซอ้ื ยาก จงึ มคี วามจาเป็น

ตอ้ งกาหนดมาตรฐานในการทาใหป้ ราศจากเชอ้ื เพอ่ื นากลบั มาใชซ้ า้ อยา่ งปลอดภยั ดงั น้ี
1) อุปกรณ์ท่ผี ลติ ขน้ึ เพ่อื ใช้กบั ผู้ป่วยคนเดยี ว ครงั้ เดยี ว SUDs (Single Use Device) อุปกรณ์ทไ่ี ม่ไดม้ เี จตนาใหน้ ามา
Reprocessing เพอ่ื ใชก้ บั ผปู้ ว่ ยคนอ่นื หรอื ใหใ้ ชห้ ลายครงั้ หรอื ใชก้ บั ผปู้ ว่ ยคนเดยี วกนั ทม่ี ากกวา่ 1 ครงั้ ทต่ี อ้ งนากลบั มาใชซ้ ้า
จะผ่านการพจิ ารณาจากคณะกรรมการโรงพยาบาล แล้วนามาผ่านกระบวนการทาใหป้ ราศจากเช้อื ท่งี านจ่ายกลางด้วยวิธี
ทเ่ี หมาะสมตามประเภทของอุปกรณ์ ตามแนวทางการนาอุปกรณ์ SUDs มาใชซ้ า้
2) ทมี มนี โยบายการจดั การอปุ กรณ์เคร่อื งมอื ทางการแพทยท์ เ่ี ป็นอปุ กรณ์ใชซ้ ้าไดม้ ากกว่า 1 ครงั้ และอุปกรณ์ทผ่ี ลติ ขน้ึ เพ่อื ใช้
กบั ผปู้ ่วยคนเดยี ว ครงั้ เดยี ว SUDs และต้องการ Reused จากทุกหน่วยในโรงพยาบาล ไดแ้ ก่หน่วยงาน/หอผปู้ ่วย หอ้ งผ่าตดั
งานทนั ตกรรม มาผา่ นกระบวนการ Re processing ดว้ ยวธิ กี ารทาลายเชอ้ื และการทาใหป้ ราศจากเชอ้ื ทง่ี านจ่ายกลาง
(2) การปรบั ปรุงและควบคุมสงิ่ แวดลอ้ มเพอ่ื ลดความเสย่ี งในการแพรก่ ระจายเชอ้ื โรคและการปนเป้ือนในสงิ่ แวดลอ้ ม
 เพ่อื ป้องกนั ควบคุมการแพร่กระจายเชอ้ื ในหอ้ งผ่าตดั ซง่ึ เป็นมี ระบบ Positive pressure ทงั้ หมด 12 หอ้ งผ่าตดั ระบบ
negative pressure 1 หอ้ งผ่าตดั (หอ้ งผ่าตดั โควดิ อย่ใู นระหว่างปรบั ปรุงดา้ นโครงสรา้ งและทดสอบระบบ) และหอ้ งส่องกลอ้ ง
ระบบทางเดนิ หายใจ อยใู่ นแผนปรบั ปรุงใหเ้ ป็นระบบ Negative pressure ทมี ไดใ้ หค้ าแนะนาการใชห้ อ้ ง negative และการสวม
อปุ กรณ์ป้องกนั ทถ่ี กู ตอ้ งขณะผ่าตดั

 คณะกรรมการ ICC มสี ว่ นร่วมในการดูแปลนก่อสรา้ ง ต่อเตมิ ภายในโรงพยาบาล ในกรณีทไ่ี ดร้ บั การประสานจากฝ่ายบรหิ าร
งานอาชวี เวชกรรมและหน่วยงานทต่ี ่อเตมิ เพ่อื ใหม้ กี ารแบ่งพน้ื ทภ่ี ายในตามมาตรฐาน และควบคมุ การก่อสรา้ งดา้ นป้องกนั ฝ่นุ
และเสยี ง เพอ่ื ไม่ใหเ้ กดิ ผลกระทบกบั ผรู้ บั บรกิ ารและบคุ ลากรของโรงพยาบาล

48


Click to View FlipBook Version