The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Irawadee Ramjan, 2022-10-05 04:04:40

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

เล่ม SAR Part II (KPI Back Office)

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ฝา่ ยบรหิ ารไดก้ าหนดใหม้ แี ผนการซ่อมบารุงหอ้ งแยกโรค AIIR และ modify AIIR จากบรษิ ทั เอกชนเป็นประจาทุกปีตามมาตรฐาน
การซอ่ มบารงุ และมกี ารจดั ทาcriteria ในการใชห้ อ้ ง negative ท่ี ER, MICU, PICU และ รส.200 ปี มกี ารmonitor ความพรอ้ มใชท้ ุกวนั
(3) การลดความเสย่ี งต่อการตดิ เชอ้ื ในพน้ื ทต่ี ่างๆ

 หอ้ งผ่าตดั เพ่อื ทบทวนผปู้ ่วยแผลผ่าตดั สะอาดตดิ เชอ้ื ตามหตั ถการท่ี PCT กาหนดทมี ไดท้ บทวนร่วมกบั หอผูป้ ่วย หอ้ งผ่าตดั
วสิ ญั ญี และแพทยเ์ จา้ ของเคส สาเหตุของการตดิ เชอ้ื เกดิ จากปจั จยั ดา้ นผปู้ ่วยโดยเฉพาะการควบคุมระดบั น้าตาลในเลอื ดของ
ผปู้ ว่ ยเบาหวานและการขาดการดแู ผลต่อเน่ืองหลงั จากกลบั บา้ นรว่ มกบั ปจั จยั ดา้ นเชอ้ื ก่อโรคทม่ี าจากสง่ิ แวดลอ้ มและเชอ้ื ทอ่ี ยู่
บรเิ วณผวิ หนงั ของผปู้ ว่ ย การปรบั ปรงุ ที่เกิดขนึ้ ไดแ้ ก่ จดั ทาค่มู อื การปฏบิ ตั ติ วั หลงั ผ่าตดั ประสานการตดิ ตามเยย่ี มบา้ นกบั
ศนู ยก์ ารดแู ลต่อเน่อื งในกรณีทผ่ี ปู้ ว่ ยไมส่ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเองไดห้ รอื ไมม่ ผี ดู้ แู ลทแ่ี ทจ้ รงิ และการตดิ ตามเยย่ี มทางโทรศพั ท์

 หอ้ งคลอด เพอ่ื เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื ทแ่ี ผลฝีเยบ็ หลงั คลอด แผล C/S ผา่ ตดั มรี ะบบการรายงานมาทง่ี าน IC จากหอผปู้ ่วย
และทห่ี อ้ งทาแผลแผนกผปู้ ว่ ยนอก นาสกู่ ารทบทวนแกป้ ญั หาใน PCT สตู นิ รเี วช อตั ราการตดิ เชอ้ื แผลฝีเยบ็ (เกณฑ์ <0.05%)
ปี 2561 คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.12, และ 0.08 สาหรบั อตั ราการตดิ เชอ้ื แผล C/S หลงั ผ่าตดั ปี 2561-2563 คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.09, 020
และ 0.20 ทมี ฯ ไดใ้ หค้ าแนะนาเร่อื งการ monitor เร่อื งการคงสภาพอุปกรณ์ปราศจากเชอ้ื ในหน่วยงานโดยการส่งเพาะเชอ้ื ชุดทาคลอด
และมาเปรยี บเทยี บกบั การหมุนเวยี นใช้ ผลไม่พบเชอ้ื และสามารถหมนุ เวยี นใชห้ มดภายใน 5 วนั
 ผูป้ ว่ ยหนกั เพ่อื เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื จาก VAP, CLABSI และ CAUTI ทมี ไดด้ าเนินการทบทวนตาม focus area โดยให้
หน่วยงานวเิ คราะหห์ าสาเหตุ นาสกู่ ารแกป้ ญั หาโดยการประยุกตใ์ ชก้ ฎของพาเรโต แลว้ พฒั นาปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั ติ ามแนวทาง

 หอผปู้ ว่ ยทม่ี คี วามแออดั ทมี ไดป้ ระสานงานรว่ มกบั หวั หน้าหอผปู้ ว่ ยในการจดั โซนนิ่งสาหรบั ผูป้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา หากไม่สามารถ
จดั โซนนงิ่ ไดจ้ ะปรบั ใหเ้ ตยี งผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาอย่ชู ดิ ตดิ มมุ แยกจากผปู้ ว่ ยไม่ตดิ เชอ้ื สาหรบั ผปู้ ว่ ยวณั โรค กรณตี กึ แยกโรคเตม็
แพทย์จะพจิ ารณาการใช้ห้องแยก หากไม่สามารถยา้ ยผู้ป่วยไปตึกแยกโรคได้ จะจดั โซนแยกในหอผู้ป่วย แนะนาการสวม
หน้ากากอนามยั การทาความสะอาดมอื แก่ผปู้ ว่ ยและญาติ

 หอ้ งฉุกเฉิน เพ่อื ความปลอดภยั ของผูป้ ่วยในช่วงเวลาปกตกิ ่อนและระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19 ไดพ้ ฒั นา
ระบบเพอ่ื รองรบั ผปู้ ว่ ยทส่ี งสยั โรคตดิ ต่อทางอากาศ โดยมหี อ้ ง modify negative pressure 1 หอ้ ง มตี ูพ้ ่นยาระบบ hepa filter
3 ตู้ มเี ตน้ ท์ negative pressure ในหอ้ ง CPR มี auto CPR เพ่อื ลดจานวนบคุ ลากรทส่ี มั ผสั ผปู้ ว่ ย มเี ครอ่ื ง PAPR 1 เคร่อื ง และ
มกี ารระบบ triage

 หอ้ งตรวจผปู้ ว่ ยนอกสาหรบั ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี ูมติ า้ นทานต่า เพ่อื ป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในผปู้ ว่ ย จงึ ไดป้ รบั ใหม้ หี อ้ งตรวจผปู้ ว่ ยนอก
สาหรบั ผปู้ ว่ ยเบาหวาน ผปู้ ว่ ยลา้ งไตทางช่องทอ้ ง และจดั สถานทใ่ี หย้ าเคมบี าบดั สาหรบั ผูป้ ว่ ยมะเรง็ ผใู้ หญ่แยกจากผูป้ ่วยนอกอ่นื ๆ
สาหรบั ผูป้ ว่ ยวณั โรคและโรคระบบทางเดนิ หายใจทมี ฯ ไดจ้ ดั ใหม้ รี ะบบการคดั กรองและตรวจเบอ้ื งต้นท่ี ARI clinic เอกซเรย์
เกบ็ เสมหะ 3 วนั และนดั ฟงั ผล ถา้ อาการเขา้ ไดก้ บั วณั โรค จะนัดใหม้ าตรวจกบั อายุรแพทยโ์ รคปอดทค่ี ลนิ ิกวณั โรคทม่ี รี ะบบรกิ าร
แบบ one stop service

 หน่วยซกั ฟอก เพอ่ื ควบคมุ การแพรก่ ระจายเชอ้ื จากผา้ ทผ่ี า่ นการใชง้ านแลว้ ไปยงั บุคลากรหน่วยซกั ฟอกและผปู้ ว่ ย ทมี ได้
มกี ารเยย่ี มนิเทศหน้างานเกย่ี วกบั การใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั แนวปฏบิ ตั ขิ องการป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื การซกั ผา้ เคมบี าบดั
มกี ารกาหนดเวลาในการรบั และขนสง่ ผา้ ไปยงั หน่วยซกั ฟอก กาหนดลฟิ ตท์ ใ่ี ชข้ นสง่ แบ่งเป็นลฟิ ตส์ ะอาด และลฟิ ตต์ ดิ เชอ้ื แตย่ งั
มปี ญั หาลฟิ ตเ์ สยี จงึ ยงั มกี ารใชล้ ฟิ ต์ 1 ตวั ในการขนสง่

 โรงครวั มกี ารจดั ระบบ flow และการแบ่งพน้ื ทข่ี องโภชนาการตามหลกั สขุ าภบิ าลอาหาร เกบ็ วตั ถุดบิ ทใ่ี ชใ้ นการปรงุ อาหาร
เรยี งลาดบั วนั ซอ้ื กอ่ นหลงั โดยเกบ็ ในตู้เยน็ แยกวตั ถุดบิ ประเภทผกั และเน้ือสตั ว์ ทส่ี ามารถควบคุมอุณหภูมไิ ด้ การใชอ้ ุปกรณ์
ป้องกนั ขณะปรุงอาหาร และนาสง่ หอผปู้ ว่ ย และมกี ารสมุ่ เกบ็ อาหารสง่ ตรวจทศ่ี นู ยว์ ทิ ยฯ์ ทกุ 3 เดอื น

 หน่วยกายภาพบาบดั ทมี มกี ารคดั กรองผปู้ ว่ ยทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื รวมถงึ การตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา ซง่ึ เจา้ หน้าทจ่ี ะไปทากายภาพใหท้ ่ี
หอผปู้ ว่ ย มกี ารทาความสะอาดมอื การใชถ้ ุงมอื หน้ากากอนามยั ตามความเหมาะสมกบั กจิ กรรม สาหรบั ธาราบาบดั มกี ารคดั กรอง
ผรู้ บั บรกิ ารดา้ นการตดิ เชอ้ื ก่อนรบั บรกิ าร ผูป้ ่วยมกี ารชาระทาความสะอาดร่างกายก่อนลงสระ ซง่ึ ระบบสระเป็นระบบน้าวน
มรี ะบบบาบดั น้า ระบบการฆ่าเชอ้ื และมกี ารตรวจเชค็ สภาพน้า ระบบการทางานของสระและทาความสะอาดสระธาราบาบดั
โดยทมี ชา่ งผชู้ านาญดา้ นการดแู ลสระธาราบาบดั ของโรงพยาบาลทกุ สปั ดาห์

 หอ้ งเกบ็ ศพ ทมี มแี นวทางในการจดั การศพรวมถงึ การจดั การศพตดิ เชอ้ื /เชอ้ื อนั ตราย โดยใชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั และทาความสะอาดมอื
ทเ่ี หมาะสม มกี ารจดั อบรมใหค้ วามรแู้ กบ่ คุ ลากรในการจดั การศพผตู้ ดิ เชอ้ื โควดิ -19 โดยแพทยน์ ิตเิ วช ทมี อาชวี เวชกรรมและทมี IC

49

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

 ทนั ตกรรมทมี มกี ารคดั กรองผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ก่อนทาฟนั โดยทาการรกั ษาเป็นรายสุดทา้ ยของช่วงวนั (ภาคเชา้ /เยน็ )และเปิดหน้าต่าง
ระบายอากาศใหถ้ ่ายเทในกรณีตดิ เชอ้ื ทางเดนิ หายใจ มแี ผนปรบั ปรุงระบบระบายอากาศเพ่อื ป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื ไปสู่
บุคลากร สง่ อุปกรณ์ไปผ่านกระบวนการ Re processing ดว้ ยวธิ กี ารทาลายเชอ้ื และการทาให้ปราศจากเชอ้ื ทง่ี านจ่ายกลาง
คดั แยกขยะตดิ เชอ้ื ขยะทวั่ ไป และขยะอนั ตราย

 ไตเทยี ม มรี ะบบควบคมุ และป้องกนั การตดิ เชอ้ื ตามแนวทางของสมาคมโรคไต มกี ารตดิ ตามเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื ในผูป้ ่วย
hemodialysis ทางดา้ นระบบน้าและเคร่อื งไตเทยี ม สง่ ตรวจแบคทเี รยี ทกุ เดอื น (เกณฑ์ <100 cfu/ml) และตดิ ตามผล endotoxin
ทกุ 1 ปี (เกณฑ์ < 0.25 Eu/ml) ผลผา่ นเกณฑ์ ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การตดิ ตามผล Hepatitis ทกุ 6 เดอื น และ HIV ทุก 1 ปี จดั ใหม้ กี าร
แยกโซนผูป้ ่วยตดิ เชอ้ื และจากสถานการณ์ COVID-19 จงึ มกี ารสรา้ งหอ้ งแยกโรคสาหรบั ลา้ งไตผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ระบบทางเดนิ หายใจ
อตั ราการตดิ เชอ้ื ในผปู้ ว่ ย hemodialysis ปี 2561-2563 (เกณฑ์ <0.15%) มแี นวโน้มลดลงคดิ เป็นรอ้ ยละ 0.23, 0.15 และ 0.12
สาหรบั การลา้ งไตทางช่อง CAPD ทอ้ งมคี ลนิ ิกแยกเฉพาะ ทมี ฯ มรี ะบบเฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื วเิ คราะหป์ จั จยั เสย่ี ง ใหค้ วามรผู้ ูป้ ่วย
และรว่ มเยย่ี มบา้ นผปู้ ว่ ยกบั ทมี รกั ษา อตั ราการตดิ เชอ้ื ในผปู้ ว่ ย CAPD ปี 2561-2563 (เกณฑ์ ≥ 18 pt-mo/episode) คดิ เป็น 40, 35
และ 43 pt-mo/episode วเิ คราะหส์ าเหตุการตดิ เชอ้ื มาจากเทคนิคการลา้ งไตทางช่องทอ้ งของผปู้ ว่ ยและญาตทิ ม่ี กี ารปนเป้ือน
และ malnutrition
II-4.2 ข. การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในกลุ่มเฉพาะ
(1) การดาเนนิ การเพ่อื ลดความเสย่ี งของการตดิ เชอ้ื ทส่ี าคญั ขององคก์ ร*

ทมี มกี ารจดั ทา focus area และ risk register ในตาแหน่งทก่ี ารตดิ เชอ้ื ทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ VAP, CLABSI, CAUTI และ SSI
นาสกู่ ารแกป้ ญั หาแบบมสี ว่ นร่วมของผปู้ ฏบิ ตั ใิ นหน่วยงาน

 การตดิ เชอ้ื แผลผา่ ตดั การตดิ เชอ้ื ทแ่ี ผลผ่าตดั สะอาด มกี ารทบทวนกรณีมกี ารตดิ เชอ้ื หลงั ผ่าตดั และหาแนวทางแกไ้ ขใน
แต่ละ PCT ผเู้ กย่ี วขอ้ งและมนี โยบายการเลอื กใชย้ าปฏชิ วี นะทเ่ี หมาะสมก่อนผา่ ตดั มแี นวทางการป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื
ในโรงพยาบาลทต่ี าแหน่งผ่าตดั ประสานงานกบั หอ้ งผา่ ตดั หอผปู้ ว่ ย และแพทยเ์ จา้ ของเคส

 การตดิ เช้อื ระบบทางเดินหายใจ มแี นวทางและมีการทบทวนการป้องกนั การติดเช้ือในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง
สนบั สนุนอปุ กรณ์ทช่ี ่วยลดการตดิ เชอ้ื มกี ารปฏบิ ตั ติ าม VAP bundle และจดั อบรมใหค้ วามรแู้ ก่บคุ ลากร

 การตดิ เชอ้ื ระบบทางเดนิ ปสั สาวะ มแี นวทางการป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดนิ ปสั สาวะ ทบทวนการปฏบิ ตั ิ การนเิ ทศ
ตดิ ตามเน้นผดู้ แู ลใหป้ ฏบิ ตั ติ ามแนวทาง มนี โยบายถอดสายสวนเมอ่ื หมดความจาเป็น

 การตดิ เชอ้ื ในกระแสเลอื ด โรงพยาบาลใช้ SOS score ในการประเมนิ สภาพผปู้ ่วยตดิ เชอ้ื ในกระแสเลอื ดรุนแรง (sepsis)
ท่ี ER และหอผปู้ ว่ ย มแี นวทางในการดแู ลผปู้ ว่ ย sepsis ทมี เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื เชอ้ื ทเ่ี ป็นสาเหตุในโรงพยาบาลโดยเฉพาะเชอ้ื ดอ้ื ยา
วางแผนรว่ มกบั PTC ในการประเมนิ การใชย้ าในแต่ละ PCT

 การตดิ เชอ้ื จากการใหส้ ารน้า มแี นวทางการป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาลทต่ี าแหน่งผวิ หนังและเน้ือเย่อื
ใตผ้ วิ หนงั ทบทวนการตดิ เชอ้ื ทผ่ี วิ หนงั จากการใหส้ ารน้าร่วมกบั ทมี QA และทมี เภสชั กร นาสกู่ ารแกป้ ญั หาอย่างเป็นระบบ และ
ใหค้ วามรู้ สอน สาธติ บุคลากรเพ่อื ป้องกนั เขม็ ตา ของมคี มบาด ทงั้ ในองคก์ รแพทย์ องคก์ รพยาบาลและหน่วยงานสนบั สนุน

 การป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื วณั โรค โรงพยาบาลไดม้ กี ารปรบั โครงสรา้ งจงึ ทาให้ flow ทก่ี าหนดไวม้ กี ารเปลย่ี นแปลง ทมี ฯ
ไดป้ ระสานงานกบั ผเู้ กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ คลนิ กิ วณั โรค ARI clinic, ER เภสชั กร เอกซเรย์ ศูนยส์ ทิ ธิ์และการเงนิ ในการจดั ทา flow
คนไขว้ ณั โรคระบบนดั และไม่ใช่ระบบนัดรวมถงึ ผูป้ ว่ ยสงสยั วณั โรคทม่ี านอกเวลา ไดร้ ่วมกนั กาหนดสญั ลกั ษณ์ “ด่วนทางเดินหายใจ”
ส่อื สารใหผ้ ู้เก่ยี วขอ้ งรบั ทราบ เพ่อื ป้องกนั การแพร่กระจายเช้อื วณั โรคในโรงพยาบาล รวมถึงจดั ให้มแี นวทางการป้องกนั
การแพร่กระจายเชอ้ื วณั โรคในโรงพยาบาลใหห้ น่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งรบั ทราบ นอกจากน้ี ICN ร่วมกบั TB clinic และสานกั งาน
สาธารณสขุ จงั หวดั ไดเ้ ยย่ี มบา้ นผปู้ ว่ ยวณั โรคดอ้ื ยาทุกรายเป็นประจาทุกปี ในปี 2562 ไดจ้ ดั ทาโครงการ “หยุด วณั โรค” โดยมี
กลมุ่ เป้าหมาย คอื บคุ ลากรในโรงพยาบาลและบุคลากรจาก รพ.สต. เน้นเร่อื ง การป้องกนั เชอ้ื วณั โรคทงั้ ในกล่มุ บุคลากรและผมู้ าใชบ้ รกิ าร

นอกจากน้ีในปี พ.ศ. 2561 ทมี ฯ ยงั เขา้ ร่วมโครงการ IGRA กบั สานกั วณั โรค มวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื หาเชอ้ื วณั โรคแฝงใน
บุคลากร ทมี ฯ ไดเ้ ลอื กกลุม่ เป้าหมายเป็นพยาบาลทม่ี าปฏบิ ตั งิ านใหม่ปี 61 จานวน 48 คน มาเจาะ 45 คน ผล positve 4 คน
เป็นการตดิ เชอ้ื จากชุมชน 2 คน (คนในบา้ นป่วย 1 คน และ เคยเป็นวณั โรคตอนเรยี น ม.6 1 คน) รายใหม่ 2 คน ไม่ไดร้ บั ยา
เน่อื งจากยามี สานกั วณั โรคยงั ไม่มรี ายงานผลความปลอดภยั ของยา ปี 2562 จานวน 36 คน (ลาออก 5 คน) มาเจาะเลอื ด 28 คน
ผล negative ทุกคน สาหรบั ปี 2563 รอยนื ยนั โครงการจากสานกั วณั โรค

50

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(2) การดแู ลผปู้ ว่ ยทต่ี ดิ เชอ้ื ซง่ึ ตดิ ต่อไดท้ างโลหติ ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี มู ติ า้ นทานต่า การตดิ เชอ้ื ทด่ี อ้ื ยาและเชอ้ื อบุ ตั ใิ หม่
ผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ทต่ี ดิ ต่อไดท้ างโลหติ ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี ูมติ า้ นทานต่า
 ทมี มเี ป้าหมายในการป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ทต่ี ดิ ต่อไดท้ างโลหติ ผปู้ ว่ ยทม่ี ภี ูมติ า้ นทานต่า โดยจดั หาอปุ กรณ์
ป้องกนั ทเ่ี หมาะสมในการใหย้ าเคมบี าบดั จดั หา สอน สาธติ การใส่ PPE ในการดแู ลผปู้ ว่ ย
 ผปู้ ว่ ยผใู้ หญ่ทม่ี ภี ูมติ า้ นทานต่า มคี ลนิ ิกใหย้ าเคมบี าบดั จดั ใหม้ หี อ้ งพเิ ศษสาหรบั admit การป้องกนั febril neutropenia
ของหอ้ งเคมบี าบดั โดยการใหค้ าแนะนาผปู้ ว่ ยและใหบ้ ตั ร fever card หากมไี ขใ้ หม้ าหอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉินเพ่อื รบั การรกั ษาเป็น
ผปู้ ว่ ยใน แต่พบวา่ ยงั ตอ้ งมกี ารประสานงานทาความเขา้ ใจกบั หอ้ งอบุ ตั เิ หตุฉุกเฉิน ในการรบั เป็นผปู้ ว่ ยใน
 ผปู้ ่วยเดก็ ทม่ี ภี ูมติ ้านทานต่า กรณีมาตรวจท่ี OPD จะไดร้ บั การประเมนิ อาการเบอ้ื งต้นและมเี กณฑก์ าร admit จากผล
WBC หากน้อยกวา่ 500 cells/cu.mm จะไดร้ บั การ admit ในหอผปู้ ว่ ยกมุ าร 2 ในหอ้ งแยกหรอื การแยกโซน กรณีมอี าการระบบ
ทางเดนิ หายใจร่วมดว้ ยจะไดร้ บั การ admit ในหอ้ งแยก หาก WBC หากมากกว่า 500 cells/cu.mm จะไดร้ บั การรกั ษาเบอ้ื งตน้
นดั ตดิ ตามอาการภายใน 1-2 วนั กรณีมานอกเวลายงั ตอ้ งมกี ารประสานงานทาความเขา้ ใจกบั หอ้ งอุบตั เิ หตุฉุกเฉนิ ในการรบั เป็น
ผปู้ ่วยใน แพทยจ์ ะส่งต่อการรกั ษาในกรณีต้องฉายแสง หรอื ผู้ป่วยมอี าการซบั ซ้อนรุนแรง ทมี ฯ ประสานกบั เภสชั กรในการ
สนบั สนุน N95 ทเ่ี หมาะสม
 มกี ารจดั โซนแยกในหอผปู้ ว่ ยสาหรบั ผปู้ ว่ ย HIV และมคี ลนิ ิก ARV ท่ี OPD
การจดั การกบั การตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยา
 มกี ารจดั ทาโซนเพอ่ื ป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื ในหอผูป้ ่วยสามญั แต่ยงั มคี วามแตกต่างในแต่ละหอผูป้ ว่ ย หากไม่สามารถ
จดั โซนได้ จะจดั เตยี งผปู้ ว่ ยใหอ้ ย่รู มิ หน้าต่าง หรอื อย่มู ุม แยกอุปกรณ์ เคร่อื งใช้ จดั ใหม้ แี อลกอฮอลท์ าความสะอาดมอื ปลายเตยี ง
สนบั สนุนใหม้ ี PPE โดยเฉพาะกาวน์สาหรบั เชอ้ื ดอ้ื ยา จดั ใหม้ แี ผน่ เชด็ ทาความสะอาดสาหรบั เชอ้ื ดอ้ื ยาเพอ่ื ลดการปนเป้ือนจาก
การใชผ้ า้ ร่วมกบั ผปู้ ว่ ยเตยี งอน่ื ใหค้ วามรผู้ ดู้ แู ลโดยเฉพาะคนเฝ้าไข้ มแี นวทางในการป้องกนั และควบคมุ การแพร่กระจายเชอ้ื ดอ้ื ยา
และประสานกบั PTC ในการจดั ทา DUE และหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารในการจดั ทา antibiogram
การตดิ เชอ้ื อุบตั ใิ หม่
 โรงพยาบาลเป็นแมข่ า่ ยในจงั หวดั ทต่ี อ้ งดแู ลผปู้ ว่ ยPUIและผปู้ ว่ ยโควดิ ทมี ไดจ้ ดั ทาแนวทางแนวทางการดูแลผูป้ ่วยโรคอุบตั ใิ หม่/
โรคติดต่อทางเดินหายใจอนั ตรายทงั้ ในเดก็ และผู้ใหญ่รวมถึงแนวทางการรกั ษาโดยอายุรแพทย์/กุมารแพทย์โรคติดเช้ือ
แนวทางการใช้อุปกรณ์ป้องกนั แนวทางในการ swab แนวทางการคดั กรองโควดิ -19 อพั เดทตามแนวทางของศูนย์บรหิ าร
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรน่า (ศบค). มผี ปู้ ว่ ย COVID-19 ในจงั หวดั ภูเกต็ จานวน 227 ราย ผปู้ ว่ ยสะสม
ในโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ 72 ราย เสยี ชวี ติ 4 ราย (severe 3 ราย และอุบตั เิ หตุ 1 ราย) วเิ คราะหส์ าเหตุมาจากมอี ายุมากกว่า 60 ปี ขน้ึ ไป
มโี รคร่วม (COPD เบาหวาน และโรคโลหติ จาง) ไปรบั การรกั ษาทค่ี ลนิ ิกก่อน ไดร้ บั การรกั ษาใน MICU พบว่ามรี ะดบั คะแนน
APACHE เพม่ิ ขน้ึ เป็น 85% หลงั รบั การรกั ษาผปู้ ว่ ยมโี รคแทรกซอ้ นตอ้ งลา้ งไต ต่อมาความดนั โลหติ ต่าลงจนเสยี ชวี ติ บคุ ลากร
ตดิ เชอ้ื 1 ราย สอบสวนสาเหตุอาจมาจากปจั จยั สว่ นบคุ คลปว่ ยเป็นภูมแิ พ้ และจากการปนเป้ือนของมอื และสง่ิ แวดลอ้ ม ในสว่ น
ของทมี พยาบาลทใ่ี หก้ ารดแู ลในหอผปู้ ว่ ยไม่พบการตดิ เชอ้ื
 ทมี ฯ ร่วมกบั งานระบาดเวชกรรมสงั คม และสานักงานสาธารณสุขจงั หวดั ภูเกต็ ไดจ้ ดั ให้มกี ารตรวจหาเช้อื COVID-19
แก่บุคลากรในโรงพยาบาลทม่ี สี ว่ นร่วมในการดแู ลผปู้ ว่ ย COVID-19 และ PUI ดว้ ยวธิ ี RT-PCR ผล negative ทุกราย
 ผบู้ รหิ ารประสานงานรว่ มกบั จงั หวดั ในการจดั ตงั้ โรงพยาบาลสนามสาหรบั ผปู้ ว่ ยโควดิ - และโรงแรมสาหรบั รบั ผปู้ ว่ ย PUI
อาการน้อย และการบรหิ ารจดั การตกึ สาหรบั รบั ผปู้ ว่ ย PUI และ โควดิ -19
 ทมี ไดจ้ ดั ใหม้ กี ารถอดบทเรยี นการดูแลผปู้ ว่ ยโควดิ -19 ร่วมกบั เขตบรกิ ารสุขภาพท่ี 11 จงั หวดั ภูเกต็ และกบั หน่วยงาน
ภายในโรงพยาบาล นาสกู่ ารเตรยี มพรอ้ มรบั การระบาดระลอก 2 และการเปิดรบั นักท่องเทย่ี ว พบว่าตอ้ งมกี ารจดั ทารายการ
ความจาเป็นใชข้ อง PPE การฝึกซอ้ มแผน การมผี นู้ เิ ทศเพ่อื ใหค้ าปรกึ ษาแต่ละจุดบรกิ าร
 ทมี ไดใ้ หค้ วามรเู้ กย่ี วกบั โรคโควดิ -19 ทงั้ ภายในและภายนอกโรงพยาบาล และร่วมเป็นทมี ประเมนิ สถานกกั กนั โรคซง่ึ ทางราชการ
กาหนดในจงั หวดั ภูเกต็
 รว่ มกบั ศนู ยป์ ระสานงานโควดิ ของโรงพยาบาลในการจดั หา จดั ซอ้ื ตรวจสอบอปุ กรณ์ป้องกนั เพอ่ื ใชใ้ นการดแู ลผปู้ ว่ ยโควดิ -19
 ICN เป็นเลขาของกลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการรกั ษาของเขตสขุ ภาพท่ี 11 โดยมผี อู้ านวยการเป็นประธาน

51

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(3) การดแู ลเจา้ หน้าทท่ี ส่ี มั ผสั เลอื ด/สารคดั หลงั่ หรอื เจบ็ ปว่ ยจากการทางาน*
 ทมี ฯ ไดว้ เิ คราะหอ์ ุบตั กิ ารณ์เขม็ ตา ของมคี มบาด สารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา ทเ่ี กดิ กบั บคุ ลากรทุกรายพบวา่ สาเหตุมาจาก
การขาดความระมดั ระวงั การไมส่ วมอปุ กรณ์ป้องกนั และอุบตั เิ หตุ กลุม่ ทพ่ี บอบุ ตั กิ ารณ์มากทส่ี ดุ คอื กลุม่ บคุ ลากรพยาบาลและ
แพทยใ์ หม่ (novice) สาเหตุจากการเกดิ เขม็ ตามากทส่ี ดุ รองลงมาเป็นของมคี มบาดและสารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา/ปาก พบในเวรเชา้
มากทส่ี ดุ รองลงมา คอื เวรบ่ายและเวรดกึ ตามลาดบั กลุ่มงานทพ่ี บอุบตั กิ ารณ์บ่อย ไดแ้ ก่ อายุรกรรม ศลั ยกรรม ห้องผ่าตดั
หอ้ งอุบตเิ หตุฉุกเฉนิ ทมี ฯ ไดด้ าเนินการแกไ้ ขโดยการวางระบบดแู ลทงั้ ในและนอกเวลา บุคลากรไดร้ บั Stat dose อยา่ งรวดเรว็
เน่ืองจากมกี ารจดั บรกิ ารทห่ี อ้ งยา ER มกี ารจดั อบรมใหค้ วามรู้ สาธติ รณรงคโ์ ดยใชก้ ลยุทธ์ KYT การกระตุนเตอื นโดยใชโ้ ปสเตอร์
และการใช้ระบบพ่เี ล้ยี ง สรุปผลการดาเนินงานปี 2561-2563 คดิ เป็น 73, 70 และ 74 ครงั้ บุคลากรไดร้ บั การเจาะเลอื ด
ตามแนวทางฯ บุคลากรเสย่ี งต่อการตดิ เชอ้ื สงู ไดร้ บั ยา ARV จานวน 12, 29 และ 14 ราย มี 2 รายทไ่ี ดร้ บั ยาไมค่ รบเน่อื งจากมผี ่นื แพ้
และอกี 1 ราย ไม่รบั ยา ARV หลงั ทราบผลเลอื ดผปู้ ว่ ยไมม่ ปี จั จยั เสย่ี ง ตดิ ตามผลเลอื ดทุก 1, 3 และ 6 เดอื น ผล negative ทุกราย
 ในปี พ.ศ. 2562 ทมี ฯ ไดส้ ารวจภูมคิ มุ้ กนั ไขอ้ สี กุ อใี สและโรคหดั ในบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านสมั ผสั กบั ผปู้ ว่ ยจานวน 1400 คน
โดยโรคไขอ้ สี กุ อใี สไดเ้ จาะเลอื ดเพอ่ื หาภมู คิ มุ้ กนั ในคนทใ่ี หป้ ระวตั ไิ มเ่ คยปว่ ย และไม่แน่ใจจานวน 454 คน พบว่าไมม่ ภี ูมคิ มุ้ กนั 76 คน
โรคหดั มจี านวนคนท่ตี ้องได้รบั วคั ซีนจานวน 1263 คน ICN ไดด้ าเนินการให้วคั ซีนแก่บุคลากรทุกคน ในปี 2563 ทีมฯ
ประสานงานกบั อาชวี เวชกรรมในการจดั ทาแนวปฏบิ ตั กิ ารตรวจสุขภาพก่อนเขา้ ทางานของบุคลากรโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็
และกาหนดหน่วยงานทต่ี ้องตรวจหาภูมคิ ุม้ กนั โรคไขอ้ สี ุกอใี ส ICN ดาเนินการฉีดวคั ซนี ป้องกนั โรคไขอ้ สี ุกอใี ส และหดั (MR)
ใหบ้ คุ ลากร ทมี ฯ วางแผนรว่ มกบั HRD ในการกาหนดใหผ้ มู้ าฝึกปฏบิ ตั งิ านตอ้ งไดร้ บั วคั ซนี ป้องกนั โรคไขอ้ สี กุ อใี สและหดั กอ่ น
เขา้ รบั การฝึกปฏบิ ตั งิ านในโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็
 ทมี ฯ ประสานกบั งานระบาด เวชกรรมสงั คมในการสารวจบุคลากรทต่ี ้องไดร้ บั วคั ซนี ไข้หวัดใหญ่ประจาฤดูกาลทุกปี
จดั ลาดบั ความสาคญั ใหห้ น่วยงานทม่ี คี วามเสย่ี งสงู ไดร้ บั วคั ซนี ก่อน จานวนบุคลากรทไ่ี ดร้ บั วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ปี 2561-2563
คดิ เป็น 516, 953 และ 1,399 คน ทงั้ น้รี พ.ไดร้ บั จดั สรรวคั ซนี จากสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั พบวา่ ยงั มจี านวนไม่เพยี งพอกบั
ความตอ้ งการฉดี ของบคุ ลากร
 มนี โยบายใหเ้ จา้ หน้าทต่ี รวจเอกซเรยป์ อด 100% เพ่อื ตรวจหาวณั โรคปอดในบุคลากร โดยอาชวี เวชกรรม อตั ราการ
เอกซเรยป์ อดของบคุ ลากรจากการตรวจสขุ ภาพประจาปี 2561-2563 คดิ เป็นรอ้ ยละ 73.79, 92.17 และ 94.60
 มนี โยบายใหฉ้ ีดวคั ซนี dipteria/tetanus ในเจา้ หน้าทท่ี ม่ี อี ายุครบ 30, 40, 50, 60 ปี ในช่วงตรวจสขุ ภาพประจาปี เพ่อื ป้องกนั
การตดิ เชอ้ื และกระตุน้ ภมู คิ มุ้ กนั เจา้ หน้าท่ี โดยเวชกรรมสงั คม
 มนี โยบายการใหว้ คั ซนี ป้องกนั ตบั อกั เสบบใี นบคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านเสย่ี งต่อการสมั ผสั เลอื ดและสง่ิ คดั หลงั่ ของผปู้ ว่ ย ทมี ฯ
ไดป้ ระสานงานและโอนการใหว้ คั ซนี ไปอาชวี เวชกรรมตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2561

iv. ผลการพฒั นาที่โดดเด่นและภาคภมู ิใจ
 เป็นทมี รบั ผดิ ชอบหลกั ในการบรหิ ารจดั การ COVID-19 ของจงั หวดั ภูเกต็ และเป็นทมี ทางานในกลมุ่ ภารกจิ ดา้ นการรกั ษา
COVID-19 ของเขตสขุ ภาพท่ี 11
 ดาเนินการลดความเสย่ี งของการตดิ เชอ้ื ทส่ี าคญั ขององคก์ รโดยการกาหนด focus area ในหน่วยงานทม่ี อี ุบตั กิ ารณ์สงู
 การดาเนนิ การลดอตั ราการตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยารว่ มกบั กลุม่ ภารกจิ ดา้ นการพยาบาล และ PTC
 การดาเนนิ การลดอุบตั กิ ารณ์เขม็ ตาของมคี มบาดและสารคดั หลงั่ กระเดน็ เขา้ ตา โดยเรมิ่ จากการรณรงคใ์ หม้ กี ารรายงาน
อุบตั กิ ารณ์ภายใน 24 ชวั่ โมง จนเรมิ่ มจี านวนครงั้ การรายงานเพม่ิ ขน้ึ ไม่ตาหนิ วเิ คราะหห์ าสาเหตุรายบุคคล รณรงค์
หากลยทุ ธ์ สอนบคุ ลากรใหม่ นกั ศกึ ษาแพทย์ และนกั ศกึ ษาพยาบาล ดาเนินการอย่างต่อเน่ือง จากการทา control chart
พบว่าจานวนวนั ทเ่ี กดิ เหตุในแต่ละครงั้ มบี างชว่ งทอ่ี ุบตั กิ ารณ์เกดิ ห่างกนั มากขน้ึ แมก้ ลุ่มทพ่ี บบอ่ ยจะยงั เป็นกลุ่ม novice
 การนาเสนอผลงานวจิ ยั ในระดบั นานาชาติจดั โดยสมาคมควบคุมการตดิ เชอ้ื แห่งเอเชยี แปซฟิ ิก (APSIC) ท่เี มอื งดานัง
ประเทศเวยี ดนามในปี พ.ศ. 2562 จานวน 2 เรอ่ื ง คอื ผลของการนาใชแ้ นวปฏบิ ตั กิ ารป้องกนั และควบคุมการแพร่กระจาย
เชอ้ื แบคทเี รยี ดอ้ื ยาในหอผปู้ ว่ ยหนกั อายุรกรรม โรงพยาบาลระดบั ตตยิ ภมู ิ และ การคดั กรองประวตั แิ ละผลตรวจภมู คิ มุ้ กนั
ต่อไวรสั สกุ ใส แผนกกมุ ารเวชกรรม โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็

52

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

46. ระบบป้องกนั และควบคุมการตดิ เชอ้ื 3 L I - ดาเนนิ การใหม้ ี ICLN เพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพในการควบคมุ

การตดิ เชอ้ื การเขา้ ถงึ การสอ่ื สาร การรบั รขู้ อ้ มลู ถงึ

ผปู้ ฏบิ ตั ทิ ุกระดบั

- risk register และ focus area

47. การเฝ้าระวงั และควบคุมการตดิ เชอ้ื 3 - CQI, R2R และพฒั นางานวจิ ยั
L I - เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการเฝ้าระวงั > 90 %

- ICN หรอื ICLN ใหค้ วามรู้ นิเทศหน้างาน รว่ มกบั หวั หน้างาน

และผปู้ ฏบิ ตั ิ
48.การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ทวั่ ไป 3 L I - จดั ระบบนิเทศ ติดตามงาน และ นาเสนอขอ้ มูลอย่าง

49. การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในกลมุ่ เฉพาะ 3 เป็นระบบทกุ 1-3 เดอื นผ่านทป่ี ระชุม ICC /PCT
L I - หดั โรคไขอ้ สี กุ อใี ส และ วณั โรคในบคุ ลากร

53

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-5 ระบบเวชระเบียน

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ สำคญั ที่ควรรำยงำน:ความถกู ต้อง สมบรู ณ์ ทนั เวลา มเี น้ือหาทจ่ี าเป็น(สาหรบั การส่อื สาร การดแู ลต่อเน่ือง การประเมนิ คุณภาพ)

ความปลอดภยั การรกั ษาความลบั

ตวั ชี้วดั เป้ ำหมำย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

อตั ราความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี นผปู้ ว่ ยนอก >80% 52.0 53.64 54.35 54.95 74

อตั ราความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี นผปู้ ว่ ยใน >80% 74.0 71.44 78.20 81.91 82.45

อตั ราความสมบรู ณ์ของการบนั ทกึ รหสั ICD >95% 98.5 99 97.98 98.09 98.40

อตั ราการไมล่ งการวนิ ิจฉยั โรค ในคอมพวิ เตอร์ <1% 1.0 1.9 2.2 1.4 0.60

รอ้ ยละความพงึ พอใจของแพทยต์ ่อโปรแกรม Doctor >80% - - - NA 100

Module ระดบั ดขี น้ึ ไป

อตั ราความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี นผปู้ ว่ ยนอก >80% 52.0 53.64 54.35 54.95 74

ii. บริบท

ปรมิ าณผปู้ ว่ ยนอกและผปู้ ว่ ยใน:

ขอ้ มลู บรกิ าร ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

OP visit (ราย) 561,959 585,157 551,861 561,417 440,615

IP visit (ราย) 33,495 37,605 46,461 46,225 38,233

จานวนวนั นอน (วนั ) 175,202 184,515 194,405 257,389 211,492

อตั ราครองเตยี ง 89.89 91.75 89.82 119.32 98.04

ขอบเขตกำรใช้ digitaltechnologyในระบบเวชระเบียน: ระบบ HIS โดยโปรแกรม HosxP และ Doctor Module ซง่ึ ศลั ยแพทยเ์ ป็นผู้

พฒั นาขน้ึ ตามความตอ้ งการใชข้ องแพทย์ ครอบคลุม บรกิ ารตงั้ แต่การลงทะเบยี นการส่งตรวจรกั ษา การสบื คน้ ขอ้ มูล การจดั เกบ็ รกั ษา
ขอ้ มลู การตดิ ตามแฟ้มเวชระเบยี น และการสแกนเอกสารสอู่ เิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ฟล์

iii. กระบวนกำร

II-5.1 ก. การวางแผนและออกแบบระบบ
(1) (2) การกาหนดเป้าหมาย การออกแบบระบบเวชระเบยี น การประเมนิ สว่ นขาด/ความซ้าซอ้ น/การไมไ่ ดใ้ ชป้ ระโยชน์:
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการบนั ทกึ เวชระเบยี นผูป้ ่วยในและผปู้ ่วยนอก โดยมเี ป้าหมายใหค้ วามสมบูรณ์ของเวชระเบยี น

มากกวา่ 80% และ adjust RW เปลย่ี นแปลงไมเ่ กนิ 10% ทมี เวชระเบยี นของ รพ.ไดด้ าเนินการ 1) Audit คุณภาพ เวชระเบยี น

ทงั้ ภายในและจากภายนอก นาขอ้ มลู สะทอ้ นไปแต่ละแผนก เพ่อื พฒั นาส่วนขาด 2) จดั ประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร กระตุน้ กระบวนการ

แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารสรุปเวชระเบยี นใหส้ มบรู ณ์ ทงั้ วทิ ยากรภายนอกและแพทยท์ เ่ี ป็น auditor ของ รพ. 3) แพทย์ coder
และทมี จดั เกบ็ รายไดร้ ่วมประชุม จดั ตงั้ line เพ่อื ส่อื สาร และนาปญั หามาแกไ้ ขร่วมกนั (เรมิ่ แผนกศลั ยกรรม) 4) ประสานงานทมี IT/

อ.นิกรในการออกแบบโปรแกรม doctor module ใหบ้ นั ทกึ ง่ายและเป็นไปตามเกณฑค์ ุณภาพ เป็นผลใหแ้ นวโน้มความสมบรู ณ์
ของเวชระเบยี นเพม่ิ ขน้ึ ทงั้ ผปู้ ว่ ยในและผปู้ ว่ ยนอก
● เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการบนั ทกึ เวชระเบยี น โดยมเี ป้าหมาย เพ่อื ใหเ้ วชระเบยี นมคี วามสมบรู ณ์ สามารถเรยี กเกบ็ ไดค้ รบถ้วน

ทมี ไดว้ เิ คราะหส์ ว่ นขาดและมขี อ้ เสนอแนะดงั น้ี 1) ควรมกี ารบนั ทกึ การดแู ลทส่ี าคญั อย่างเป็นระบบ อนั จะช่วยใหม้ หี ลกั ฐาน
การใหค้ าวนิ ิจฉยั ไดค้ รบถว้ น และแสดงถงึ คุณภาพการดูแลผปู้ ว่ ย เช่น การมี Ventilator record form, weaning daily
checklist form ในผปู้ ว่ ยทใ่ี ชเ้ คร่อื งชว่ ยหายใจ (เรม่ิ ทา MICU, RCU) หรอื การมรี ะบบการจองเลอื ดทแ่ี พทยต์ อ้ งระบุขอ้ บ่งช้ี

ในการใชเ้ ลอื ด การใชใ้ บ DUE เพ่อื ควบคุมการใชย้ าปฏชิ วี นะ ใหส้ มเหตุผล เป็นต้น 2) ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารใช้ Problem list

อาจนามาทาเป็น electronic form และยกเลกิ การใช้ form กระดาษ เพราะ 90% ไม่มกี ารบนั ทกึ ใน form น้เี ลย

54

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(3) การประเมนิ การปฏบิ ตั ติ ามนโยบายและวธิ ปี ฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การบนั ทกึ เวชระเบยี น:
● การบนั ทกึ เวชระเบยี นอย่ใู นชว่ งเปลย่ี นผา่ นจากระบบกระดาษมาใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ซง่ึ อาจยงั มแี พทยบ์ างส่วน ทย่ี งั ไม่ถนัด
ในการใช้ จงึ มกี ารใชบ้ นั ทกึ กระดาษทต่ี อ้ งมา scan เขา้ ระบบคอมพวิ เตอร์ เสย่ี งต่อการสญู หายและ scan เอกสารลงผดิ คน ทมี เวชระเบยี น
วางแผนตรวจเยย่ี มหน่วยงาน scan เอกสาร ณ.จุดบรกิ าร นาความตอ้ งการของแพทยน์ ามาพฒั นาปรบั ปรุงโปรแกรมเพ่อื ความสมบูรณ์
ของเวชระเบยี น
● แพทยไ์ ม่ค่อยบนั ทกึ admission note แรกรบั มกั จะอา้ งองิ ขอ้ มูลจากบนั ทกึ ทห่ี อ้ งฉุกเฉินซง่ึ มกั จะไม่สมบูรณ์ และเป็นประวตั ใิ นอดตี
ไมใ่ ช่ภาวะการเจบ็ ปว่ ยในปจั จุบนั ตรวจพบมกี ารสรปุ โรคทเ่ี กนิ จรงิ โดยไมไ่ ดม้ กี ารดแู ลหรอื ผปู้ ว่ ยไมไ่ ดม้ ปี ญั หาในครงั้ นนั้ เช่นการระบุวา่
ผปู้ ว่ ยมภี าวะCHFโดยทไ่ี ม่ไดม้ อี าการทางคลนิ กิ ในปจั จบุ นั ทมี เวชระเบยี นวางแผนปรบั ปรุงนาแบบบนั ทกึ แรกรบั เขา้ สรู่ ะบบคอมพวิ เตอร์
เพ่อื ใหแ้ พทยบ์ นั ทกึ ไดส้ ะดวกขน้ึ
● Progress note บนั ทกึ โดย extern เป็นสว่ นใหญ่ หรอื ไม่มบี นั ทกึ เลยมแี ต่ order ทมี เวชระเบยี นวางแผนปรบั ปรุงโดยทาระบบ
feedback ใหก้ บั กลมุ่ งาน และพฒั นาการใชโ้ ปรแกรม Dr.module สาหรบั ผปู้ ว่ ยใน

(4) การประมวลผลจากเวชระเบยี นและการนาขอ้ มลู ทป่ี ระมวลไดไ้ ปใช:้
● มี Dashboard module สาหรบั PCTต่างๆเขา้ ใชง้ านได้ ปจั จบุ นั มผี ใู้ ชง้ าน3PCTไดแ้ ก่ PCTศลั ยกรรม PCTตาหคู อจมกู PCTสตู นิ รเี วช
● เพอ่ื สง่ เสรมิ การนาขอ้ มลู จากเวชระเบยี นมาใช้ โดยมเี ป้าหมายใหม้ กี ารประเมนิ วางแผน และใหโ้ ภชนบาบดั ทเ่ี หมาะสมกบั ผปู้ ่วย
โดยทมี แพทย์ พยาบาลและโภชนากรทมี ไดพ้ ฒั นาmoduleNutritionเป็นผลใหผ้ ปู้ ว่ ยไดเ้ ขา้ ถงึ การดแู ลโภชนบาบดั คดิ เป็น45.71%ของผปู้ ว่ ย
ในทงั้ หมดและเพม่ิ ความสมบรู ณ์ของเวชระเบยี นในการสรุปภาวะทพุ โภชนาการเป็นผลใหส้ ามารถเรยี กเกบ็ จากกองทนุ ต่างๆ ไดเ้ พมิ่ มากขน้ึ
● มรี ายงานและโปรแกรมต่าง ๆ ทจ่ี ดั ทาใหต้ ามคารอ้ งขอของหน่วยต่าง ๆ
(5) การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของระบบบรหิ ารเวชระเบยี น:
● เวชระเบยี นยงั มคี วามล่าชา้ ในการสรุป แมว้ ่าจะขยายเวลาเป็น1สปั ดาหแ์ ลว้ ปญั หาหน่ึงอาจเกดิ จากแพทยเ์ จา้ ของไข้ มกี ารเปลย่ี นแปลง
ผรู้ บั ผดิ ชอบ ไม่มกี ารบนั ทกึ สรุปเป็น problem list ไว้ ทาใหแ้ พทยท์ ม่ี าดตู ่อสรุปได้ ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ครบถ้วน และต้องใชเ้ วลาในการ
ทบทวนนาน รวมถงึ กรณีทผ่ี ูป้ ว่ ยมแี พทยร์ ่วมดูแลหลายแผนก หรอื มกี ารยา้ ยแผนก กม็ กั จะไม่มกี ารสรุปปญั หาก่อนยา้ ย หรอื ไม่ได้
ตามมาดตู ่อเน่อื ง สอดคลอ้ งกบั การตรวจพบว่าเวชระเบยี นไม่มกี ารบนั ทกึ problem list มากกว่า 90%
● เวชระเบยี นมคี วามเสย่ี งต่อการสญู หาย เน่ืองจากตอ้ งมกี ารกระจายนาไปใหแ้ พทยห์ ลายกลุ่มงานหลายท่าน และไม่ทราบกาหนด
เสรจ็ แน่นอน ยากแกก่ ารตดิ ตาม

II-5.1 ข. การรกั ษาความปลอดภยั และความลบั
(1) การจดั เกบ็ เวชระเบยี น ความปลอดภยั :
● มรี ะบบการสารองขอ้ มลู ทเ่ี พยี งพอ และทาการสารองขอ้ มลู ทกุ วนั อยา่ งสม่าเสมอ
● ประกาศนโยบายมาตรการเพ่อื ความปลอดภยั ของระบบคอมพวิ เตอรข์ องโรงพยาบาล
● การ scan เอกสารควรทาทนั ทที ห่ี น้างาน เพ่อื ลดโอกาสการสญู หายและผดิ คน
● เพม่ิ ชอ่ งทางการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ทาง electronic เพอ่ื ลดการเคลอ่ื นยา้ ยเวชระเบยี นออกไปภายนอก
● จดั สถานทท่ี แ่ี พทย์ หรอื เจา้ หน้าทท่ี ต่ี อ้ งการใชเ้ วชระเบยี นมาใชบ้ รกิ ารได้ โดยไม่ตอ้ งเคล่อื นยา้ ยเวชระเบยี นออกไปโดยไม่จาเป็น
(2) (3) การรกั ษาความลบั ของขอ้ มลู ในเวชระเบยี น:
● เวชระเบยี นถูกกระจายไปตามทต่ี ่างๆ มาก มโี อกาสสญู หาย ควรจดั ทาสถานทส่ี าหรบั ใหแ้ พทยเ์ ขา้ มาสรปุ และ Audit เวชระเบยี น
● พฒั นาใหม้ รี ะบบลายน้าและมนี โยบายเครง่ ครดั ต่อการloginดว้ ยusernameและpasswordหลกี เลย่ี งการใช้ username,passwordรว่ มกนั
(4) การใหผ้ ปู้ ว่ ยเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ของตนในเวชระเบยี น:
● อาจเพม่ิ ชอ่ งทางการรอ้ งขอผา่ นทางระบบ electronic
II-5.2 เวชระเบยี นผปู้ ว่ ย
(1) การออกแบบและมาตรการเพ่อื ใหบ้ นั ทกึ เวชระเบยี นมขี อ้ มลู เพยี งพอตามขอ้ กาหนด
● แต่ละ PCT สามารถออกแบบเวชระเบยี นโดยเฉพาะ admission note ของตนได้ และนาลงระบบคอมพวิ เตอร์ จะช่วยใหก้ ารบนั ทกึ
ง่ายและสมบรู ณ์มากขน้ึ มปี รากฏตวั อย่างการบนั ทกึ ผูป้ ่วยมะเรง็ ของอายุรแพทยโ์ รคปอด เป็นตน้ กลุ่มงานเวชระเบยี นมแี นวคดิ ทจ่ี ะ
ออกแบบการบนั ทกึ และนาเขา้ ระบบคอมพวิ เตอร์ เพ่อื ใหแ้ พทยไ์ ดใ้ ชก้ ารบนั ทกึ ทส่ี ะดวก ครบถว้ น

55

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(2)การทบทวนและปรบั ปรุงคณุ ภาพของการบนั ทกึ เวชระเบยี น(ความสมบรู ณ์ ความถกู ตอ้ งการบนั ทกึ ในเวลาทก่ี าหนด):
1. มกี ระบวนการตรวจประเมนิ คณุ ภาพเวชระเบยี นและแจง้ ผลการตรวจสอบใหแ้ ต่ละกลุ่มงานนาไปปรบั ปรุง ตวั อย่างประเดน็ คุณภาพ
การบนั ทกึ ทพ่ี บบ่อยไดแ้ ก่การบนั ทกึ Admission note ว่างเปล่า หรอื มเี ฉพาะลายมอื ของ extern โดยไม่มี staffเซน็ กากบั เอกสาร
Problemlist สว่ นใหญ่ไมม่ ผี บู้ นั ทกึ ไม่พบการบนั ทกึ V/Sไมพ่ บการบนั ทกึ อาการสาคญั มกั จะบนั ทกึ รวบไปกบั Present illness ช่วงผูป้ ว่ ย
มอี าการเปลย่ี นแปลงหรอื อย่ใู นภาวะวกิ ฤต ไม่บนั ทกึ progress note บางฉบบั ซง่ึ ทาใหข้ าดหลกั ฐานสนบั สนุนการวนิ ิจฉยั และหรอื ไม่
พบการวนิ จิ ฉยั ในเวชระเบยี น ดงั นนั้ ไม่สามารถ นาโรคหรอื ภาวะนนั้ มาสรุปได้
2. จดั ใหม้ กี ารประชุมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารเพ่อื ใหแ้ พทยแ์ ต่ละกลุม่ งานไดม้ าทบทวนการสรุปและบนั ทกึ เวชระเบยี น โดยมี Auditor ใหค้ าแนะนา
มี staff เขา้ ร่วมมากทส่ี ดุ คอื กลุม่ งานอายุรกรรม
3. จดั ประชมุ ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งความสาคญั ของการบนั ทกึ เวชระเบยี นกบั Reimbursement โดยเรมิ่ ตน้ ทก่ี ลมุ่ งานศลั ยกรรม
4. รว่ มกบั กลุม่ งานศลั ยกรรมพฒั นาระบบการสรุปเวชระเบยี นผ่านโปรแกรม doctor module มกี ารสรา้ งเคร่อื งมอื ในการช่วยสรุป เช่น
คาแนะนาต่างๆ ในการสรุปภาวะต่างๆ ทม่ี กั สรุปผดิ , มกี ารจดั ทาบนั ทกึ แบบฟอรม์ บนั ทกึ การผ่าตดั ต่างๆ ในระบบคอมพวิ เตอร์
สามารถลงภาพสงิ่ ตรวจพบไดช้ ดั เจนขน้ึ ,โปรแกรมสามารถเตอื นใหแ้ พทยท์ ราบวา่ มเี วชระเบยี นทย่ี งั คา้ งไม่ไดส้ รุป ช่วยใหก้ ารสรุปเวชระเบยี น
ทนั ต่อเวลาและแพทยส์ ามารถทาผ่านระบบคอมพวิ เตอรไ์ ดส้ ะดวก โปรแกรมจะขน้ึ เตอื นเพ่อื ใหแ้ พทย์สรุปเวชระเบยี นไดถ้ ูกตอ้ ง
ตามเงอ่ื นไขต่างๆ
5. จดั ตงั้ กลุ่มพดู คุยประสานงานกนั ระหว่างแพทยก์ ลุม่ งานศลั ยกรรม ศนู ยส์ ทิ ธติ์ ่างๆ coder เพ่อื ใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกนั
ช่วยใหก้ ารสรุป การบนั ทกึ ของแพทยม์ คี วามต่นื ตวั และสนใจช่วยกนั บนั ทกึ ใหถ้ ูกตอ้ งมากขน้ึ coder และศนู ยส์ ทิ ธไิ์ ดม้ โี อกาส
แลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกนั มากขน้ึ สามารถส่อื สารประเดน็ สาคญั ไดม้ ากขน้ึ และไดม้ กี ารชกั ชวนขยายออกไปยงั แพทยก์ ลุ่มงานต่างๆ
เพอ่ื มารว่ มช่วยกนั มากขน้ึ
6. จดั ใหม้ กี ารตรวจสอบเวชระเบยี นโดย Auditor ภายใน สามารถเพมิ่ ค่า AdjustRW ไดป้ ระมาณ 11.09% ผลการตรวจสอบทงั้ coder
และแพทยเ์ จา้ ของไขจ้ ะรบั ทราบเพอ่ื ทาการแกไ้ ขตามท่ี Auditor ใหค้ าแนะนา

iv.ผลกำรพฒั นำท่ีโดดเดน่ และภำคภมู ิใจ

 การพฒั นารว่ มกบั กลมุ่ งานศลั ยกรรมเพ่อื ใหเ้ กดิ ความสมบรู ณ์ในการบนั ทกึ เวชระเบยี น จนแพทยส์ ามารถเขา้ ใจเร่อื งการสรุป การใหร้ หสั
การเบกิ จ่าย และรว่ มมอื ในการพฒั นาบนั ทกึ เวชระเบยี นอย่างดี
 พฒั นาโปรแกรม doctor module ใหส้ ะดวกในการใชง้ านสามารถตอบสนองการบนั ทกึ เวชระเบยี นใหม้ คี ุณภาพทด่ี ขี น้ึ ได้ ผลการสารวจ
ความพงึ พอใจของแพทยท์ ม่ี รี ะดบั ดขี น้ึ ไป 100%
● พฒั นา module Dashboard สาหรบั กล่มุ งานศลั ยกรรม ซง่ึ ตอบสนองขอ้ มลู ตวั ชว้ี ดั ต่างๆ ใหก้ บั PCT โดยอบรมใหค้ วามรกู้ บั PCT
ใหเ้ ขา้ ใจเร่อื งรหสั โรค รหสั หตั ถการ และสามารถทจ่ี ะตงั้ ค่าตามความต้องการได้ โดยไม่ต้องรอ้ งขอต่อโปรแกรมเมอรห์ รอื ศูนย์
คอมพวิ เตอรซ์ ง่ึ อาจใหบ้ รกิ ารไมท่ นั ต่อความตอ้ งการ ต่อมาไดม้ ี PCT ตาหคู อจมกู และ PCT สตู -ิ นรเี วชมาใชง้ านร่วมดว้ ย
● พฒั นา module Nutrition ซง่ึ สามารถแสดงขอ้ มลู เป็นปจั จุบนั ว่าผปู้ ว่ ยในแต่ละหอผปู้ ่วยไดร้ บั การคดั กรอง ทางโภชนาการหรอื ไม่
มากน้อยเพยี งใด และเมอ่ื พบว่ามคี วามเสย่ี งแลว้ ไดม้ กี ารประเมนิ NAF รวมถงึ วางแผนทางโภชนบาบดั อย่างไร และยงั มโี ปรแกรมสาหรบั
ชว่ ยคานวณและวางแผนทางโภชนบาบดั ใหก้ บั แพทยห์ รอื โภชนากรอกี ดว้ ย

v. แผนกำรพฒั นำ Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นำใน 1-2 ปี
มำตรฐำน

50.ระบบบรหิ ารเวชระเบยี น 3 L I - พฒั นาการบนั ทกึ เวชระเบยี นผ่านระบบคอมพวิ เตอร์
ใหส้ ะดวกขน้ึ
- พฒั นา module เฉพาะโรค เชน่ กลุ่มผปู้ ว่ ยมะเรง็ การดแู ล
ทางโภชนบาบดั
- พฒั นาระบบ Datacenter
- สรา้ งเคร่อื งมอื ช่วยในการ coding และ Audit เวชระเบยี น
- เช่อื มโยงขอ้ มลู ระหวา่ งโรงพยาบาลภายในจงั หวดั
-ประกาศนโยบายความปลอดภยั ในการใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์

56

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

มำตรฐำน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นำใน 1-2 ปี

50. ระบบบรหิ ารเวชระเบยี น (ต่อ) - นาขอ้ มูลจาก REP มาวเิ คราะห์การเรียกเกบ็ ว่ามี

ค่าใช้จ่ายเท่าใดและเรยี กเกบ็ ได้เท่าใด มีการส่งข้อมูล
ถูกต้องครบถ้วนหรอื ไม่อย่างไร โดยจะทาในกลุ่มผูป้ ่วย

มะเร็งก่อน เพ่อื นาข้อมูลมาประกอบการบรหิ ารการใช้

ทรพั ยากรต่อไป

- มรี ะบบลายน้า ท่สี ามารถตรวจสอบได้ว่าการคดั ลอก
หน้าจอ ขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยมาจากผใู้ ชท้ ่านใด

- ระบบการยมื -คนื เวชระเบยี น Electronic เพ่อื ลดการ

สญู หายของเวชระเบยี น

51.การทบทวนและความสมบรู ณ์ 3 L I ปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานสนย. และสปสช.บนั ทกึ และนาเสนอ

ของการบนั ทกึ ผลการตรวจสอบผ่านระบบคอมพวิ เตอร์ แสดงผลใน

WebBlog พฒั นาระบบประเมนิ และ feedback รายบุคคล

เพอ่ื ช่วยใหแ้ พทยไ์ ดพ้ ฒั นาการบนั ทกึ มากขน้ี

57

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-6 ระบบการจดั การด้านยา

i. ผลลพั ธ์
ประเดน็ สาคญั ที่ควรรายงาน : ผปู้ ่วยมคี วามปลอดภยั จากการใชย้ า:ไม่เกดิ การแพ้ยาซ้า ไม่เกดิ medication ทร่ี ุนแรง,

สง่ เสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล, จดั ซอ้ื จดั หาจดั เกบ็ และสารองเวชภณั ฑย์ าไดอ้ ยา่ งเพยี งพอมคี ุณภาพ
เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
ตวั ชี้วดั

1. Medication error with 0 95 219 68 130 110
harms (level E up)* (ครงั้ ) 0 1 7
<3 3.49 3.46 4 3 2
2. Medication error with (1,322/ (1,446/
harms (level G-I)* (ครงั้ ) 378,843) 417,980) 3.31 2.17 2.83
(1659/ (923/ (983/
3. อตั รา Prescribing error : 501,098) 425,006) 348,011)
OPD (ต่อ1000ใบสงั่ ยา)

4. อตั รา Prescribing error : < 3 4.4 4.34 2.87 3.11 5.27
IPD (ต่อ 1000 /วนั นอน)* (827/ (877/ (617/ (884/ (1,236/
187,990) 202,216) 214,931) 284,837) 234,486)

5. อตั รา Transcribing error : < 3 2.02 1.39 1.22 1.57 1.74
IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)* (381/ (281/ (262/ (448/ (407/
187,990) 202,216) 214,931) 284,837) 234,486)

6. อตั รา Pre-dispensing error <10 7.09 9.26 6.90 4.81 4.60
: OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา) (2,686/ (4,684/ (3456/ (2,045/ (1,600/
378,843 417,980) 501,098) 425,006) 348,011)

7. อตั รา Pre-dispensing error < 15 4.54 5.05 2.79 10.67 11.52
: IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)* (854/ (1,021/ (600/ (3,038/ (2,701/
187,990) 202,216) 214,931) 284,837) 234,486)
8. อตั รา Dispensing : < 0.2 0.14 0.11 0.13 0.09
OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา) (53/ (47/ (67/ (38/ 0.10
378,843) 417,980) 501,098) 425,006) (34/
348,011)

9. อตั รา Dispensing : <1 1.52 2.18 1.26 3.50 3.80
IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)* (286/ (441/ (271/ (997/ (891/

187,990) 202,216) 214,931) 284,837) 234,486)

10. อตั รา Administration: < 5.2 0.10 0.04 0.06 0.26 0.09
OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา) (41/378,843) (19/417,980) (27/501,098) (112/425,006) (31/348,011)

11. อตั รา Administration: < 5.2 1.44 2.36 2.36 3.85 3.99
IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)* (271/ (478/ (505/ (1,096/ (935/

187,990) 202,216) 214,931) 284,837) 234,486)

12. อตั รา Medication error 0 0.03 0.05 0.01 0 0

จากการใช้ยาคู่ Fatal DI (11/378,843) (21/417,980) (7/501,098) (0/425,006) (0/348,011)

OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา)

13. อตั รา Medication error 0 0.05 0.01 0.02 0 0

จากการใชย้ าคู่ Fatal DI (9/187,990) (3/202,216) (4/214,931) (0/284,837) (0/234,486)

IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)*

58

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

14. อตั ราการแพ้ยาซ้าจาก 0 0.002 0.004 0.008 0.002 0
(3/ (1/ (0/
ระบบโรงพยาบาล (1/ (2/ 395,122) 425,006) 348,011)
0.014 0.004 0
OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา) 419,406) 505,800) (3/ (1/ (0/
214,931) 284,837) 234,486)
15. อัตราการแพ้ยาซ้าจาก 0 0.021 0.005 0 0.007 0
(0/ (3/ (0/
ระบบโรงพยาบาล (4/ (1/ 395,122) 425,006) 348,011)
0.005 0.004 0
IPD (ต่อ1000 /วนั นอน)* 187,990) 202,216) (1/ (1/ (0/
214,931) 284,837) 234,486)
16. อัตราการแพ้ยากลุ่ม 0 0 0.004
24.87 30.94 33.62
เดยี วกนั จากระบบโรงพยาบาล (0/ (2/ (481/1934) (327/1057) (393/1169)

OPD (ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา) 419,406) 505,800) 5.84 6.44 3.92
(113/1934) (141/2189) (264/6737)
17. อัตราการแพ้ยากลุ่ม 0 0.005 0.010

เดยี วกนั จากระบบโรงพยาบาล (1/ (2/

IPD (ต่อ1000 /วนั นอน) 187,990) 202,216)

18. งาน Safety warfarin

- %INR in target > 50 28.69 38.71

(1599/5573) (2749/7101)

- %ADE 0 4.76 3.96

(265/5573) (281/7101)

ii. บริบท

คณะกรรมการเภสชั กรรมและการบาบดั คณะกรรมส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล และคณะกรรมการพฒั นาระบบยา
ไดก้ าหนดนโยบายดา้ นยา บญั ชยี า พฒั นาระบบความปลอดภยั ดา้ นยารวมถงึ การตดิ ตามกากบั อยา่ งต่อเน่อื ง

ปี 2561 ใชร้ ะบบ Computerised Physician Ordering Entry system (CPOE) ในผูป้ ว่ ยนอก ซง่ึ ช่วยลด prescribing errors,
ส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล (RDU) ผ่านขนั้ 1, ส่งเสรมิ การใชย้ าสมุนไพร, นโยบายการป้องกนั การแพย้ าซ้า : การป้องกนั
การสงั่ จา่ ยยาทแ่ี พซ้ ้าผา่ นระบบคอมพวิ เตอร์, นโยบายการทา Medication reconciliation โดยทา Discharge reconciliation ทุกราย
และนาร่องการทา Admit reconciliation ในบางหอผปู้ ่วย , ปรบั ปรุงคลงั ยาใหไ้ ดม้ าตรฐาน ตดิ ตงั้ Hygrometer และ ระบบแจง้ เตอื น
กรณีตูเ้ ยน็ ยามปี ญั หาผา่ นมอื ถอื และแจง้ เตอื นทห่ี อ้ งเวรเพอ่ื ใหเ้ กบ็ สารองยาอยา่ งมคี ุณภาพ

ปี 2562 พฒั นา module แพทย์ เพ่อื ใหร้ ะบบ CPOE ง่ายต่อการใชง้ านมากขน้ึ , ส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล (RDU)
ผ่านขนั้ 3, นโยบายการป้องกนั การแพย้ าซา้ :ปรบั ปรุงฐานขอ้ มลู การแพย้ าแบบกลุ่ม, กาหนดใหพ้ ยาบาลลงขอ้ มลู แพย้ าในหน้า
ซกั ประวตั ,ิ การทาตรายาง “แพย้ า” สาหรบั หอ้ งตรวจฉุกเฉิน, นโยบายการทา Medication reconciliation โดยขยายหอผปู้ ่วยใน
การทา Admit reconciliation, สรา้ งหอ้ งเยน็ ในการเกบ็ ยาแช่เยน็ ทค่ี ลงั ยาเพ่อื ความคงทใ่ี นการควบคมุ อุณหภมู ิ

ปี 2563 กาหนดเพม่ิ รายการยาทต่ี อ้ งระมดั ระวงั สงู (High Alert Drug) : ยาเคมบี าบดั , Narcotic drug : Ketamine inj
และ Fentanyl Inj ในผูป้ ว่ ยเดก็ , นโยบายการป้องกนั การแพย้ าซ้า:เพม่ิ ช่องทางการสง่ ต่อการซกั ประวตั แิ พย้ าจากพยาบาล
ไปยงั เภสชั กร, การทาสตก๊ิ เกอรแ์ พย้ าใหม้ ขี นาดใหญ่ขน้ึ เพ่อื ง่ายต่อการสงั เกต, นโยบายการทา Medication reconciliation
ใหค้ รอบคลุมทุกกระบวนการ ไดแ้ ก่ Admit reconciliation, Post-op/Transfer reconciliation และ Discharge reconciliation
ในหอผูป้ ่วยศลั ยกรรมกระดกู ,นโยบายกญั ชาทางการแพทย,์ ส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล (RDU) ผ่านขนั้ 2, พฒั นาระบบการ
ป้องกนั การสงั่ ใชย้ าทม่ี อี นั ตรกริ ยิ า, Safety Warfarin

ในช่วงสถานการณ์โควดิ -19 ในช่วงเดอื นกุมภาพนั ธ-์ มถิ ุนายน 2563 โรงพยาบาลมนี โยบายลดความแออดั ดงั น้ี ผูป้ ่วยนอก :
1. VC-delivery ส่งยาทางไปรษณียใ์ นผปู้ ว่ ยกลุ่มโรคเรอ้ื รงั ทม่ี อี าการคงท่ี 2.Vachira Drive-Thru จุดรบั ยาโดย ไม่ต้องลงจากรถ
เพ่อื ลดขนั้ ตอนและระยะเวลารอรบั ยาในโรงพยาบาล 3.โครงการรบั ยาใกล้บา้ น รา้ นยาใกลใ้ จ 4.บรกิ ารจ่ายยาแก่โรงพยาบาลสนาม
และนโยบายเวน้ ระยะหา่ งทางสงั คม (Social distancing) ผูป้ ่วยนอก : ใช้ Tele--slider dispensing ท่ี ARI Clinic ผปู้ ่วยใน :
จดั ยาแบบ unit dose สาหรบั หอผปู้ ว่ ย PUI และ จ่ายยาแบบ Fast tract แกโ่ รงพยาบาลสพุ ชิ ฌายซ์ ง่ึ รองรบั ผปู้ ว่ ยสงสยั PUI

59

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

iii. กระบวนการ
II-6.1 ก. การกากบั ดแู ลการจดั การดา้ นยา
(1) การทาหน้าทข่ี อง PTC การบรรลุเป้าประสงคข์ องระบบยา ประสทิ ธภิ าพของการจดั การระบบยา :

เพ่อื ใหร้ ะบบการจดั การดา้ นยามปี ระสทิ ธภิ าพ PTC จงึ มกี ารจดั ตงั้ คณะอนุกรรมการ คอื คณะอนุกรรมการพฒั นาระบบยา
เพ่อื ความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ย (MMS) ซง่ึ ประกอบดว้ ยทมี สหวชิ าชพี โดยกาหนดการประชมุ 4 ครงั้ ต่อปี มหี น้าทด่ี าเนินการ
ประกนั คุณภาพในกจิ กรรมเกย่ี วกบั การกระจายยา การบรหิ ารยา การใช้ยา และสงั่ ใชย้ า รวมถงึ การวเิ คราะห์ Medication errors
และวางระบบการป้องกนั ตดิ ตามและประเมนิ การเกดิ อาการไม่พงึ ประสงคจ์ ากยา วางหลกั เกณฑต์ ่าง ๆ ในเร่อื งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ยา
รายงานผลต่อคณะกรรมการ PTC เพ่อื ออกนโยบายต่อไป ผลลพั ธป์ ีงบประมาณ 2561 - 2563 ประชุมจานวน 14 ครงั้ มกี าร
รายงานผลต่อ PTC 5 เร่อื ง และไดน้ โยบาย 5 เรอ่ื ง และเพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการกากบั ตดิ ตามผลการดาเนินงานและตวั ชว้ี ดั
ของ PTC โดยมเี ป้าหมายประชุมทุก 3 เดอื น ผลลพั ธป์ ีงบประมาณ 2561 - 2563 PTC ประชุมจานวน 12 ครงั้ วาระการ
ประชุมประกอบด้วยการติดตามรายงานบรหิ ารเวชภณั ฑ์ พจิ ารณายาเขา้ -ออกบญั ชี ติดตามความคลาดเคล่อื นทางยา
เหตุการณ์ไม่พงึ ประสงคจ์ ากการใชย้ า ตดิ ตามตวั ชว้ี ดั ตามแผนการใชย้ าสมเหตุผล รวมทงั้ ตวั ชว้ี ดั นโยบายกระทรวงสาธารณสุข
เชน่ นโยบายลดความแออดั นโยบายรบั ยารา้ นยา และนโยบายกญั ชา เป็นตน้

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั ความคลาดเคล่อื นทางยา โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ลด Prescription errors และลด
ความคลาดเคลอ่ื นทางยาจากการอ่านลายมอื แพทย์ จงี ไดม้ นี โยบายการใช้ CPOE ในงานผปู้ ่วยนอกตงั้ แต่ปี 2561
และมแี ผนทจ่ี ะขยายใชใ้ นงานผปู้ ว่ ยในต่อไป

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั เหตุการณ์ไม่พงึ ประสงคจ์ ากยาเสย่ี งสงู (HAD) โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ลด ADE จาก
ยากลุ่มเสย่ี ง จงึ มนี โยบายเพม่ิ ยาเคมบี าบดั , Narcotic drug : Ketamine inj และ Fentanyl Inj ในผปู้ ่วยเดก็
เป็นรายการยาเสย่ี งสงู ของโรงพยาบาล

● เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการ medication reconciliation โดยมเี ป้าหมายผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ไดย้ าต่อเน่ือง ไม่มยี าซ้าซอ้ น
แพทยใ์ หค้ วามร่วมมอื PTC จงึ กาหนดนโยบาย 1.เพมิ่ ตกึ ทา medication reconciliation 2.ใชใ้ บ Admit reconcile
เป็นคาสงั่ แพทยใ์ นตกึ นารอ่ ง ผลลพั ธพ์ บว่า ความครอบคลมุ การทาบญั ชยี าของผปู้ ว่ ยมแี นวโน้มเพมิ่ ขน้ึ แพทยใ์ ห้
ความรว่ มมอื เพมิ่ ขน้ึ

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั การแพย้ าซ้า โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ป้องกนั การแพย้ าและสารทบึ รงั สี จงึ กาหนดนโยบาย
ใหก้ าหนด WP แนวทางปฏบิ ตั กิ รณผี ปู้ ว่ ยจาเป็นตอ้ งฉีดสารทบึ รงั สี และทบทวนแนวทางการตดิ ตามและเฝ้าระวงั อาการ
ไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากการใชย้ า

● เพ่ือปรบั ปรุงกระบวนการส่งเสรมิ การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้ตวั ช้ีวดั ผ่านเกณฑ์ RDU
จงึ กาหนดนโยบายใหม้ กี ารทบทวนการสงั่ ใชย้ าและการบนั ทกึ ขอ้ มลู ต่างๆ ใน PCT ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

(2) การปรบั ปรุงบญั ชยี าครงั้ สดุ ทา้ ย นโยบายสาคญั จานวนยาในบญั ชี
● เป้าหมายเพ่อื ใหม้ ยี าทม่ี คี ุณภาพเพยี งพอ พรอ้ มใชส้ าหรบั ผปู้ ว่ ย และเหมาะสมกบั ความเป็น excellent ทโ่ี รงพยาบาลกาหนด
มกี ารทบทวนบญั ชยี าครงั้ สดุ ทา้ ยเมอ่ื เมษายน 2563 โดยมแี นวทางการดาเนินการ ดงั น้ี
1) การจากดั ใหม้ รี ายการยาทจ่ี าเป็นตามเกณฑม์ าตรฐานของกระทรวงสาธารณสขุ คอื มรี ายการยาในโรงพยาบาล

ไดไ้ มเ่ กนิ 991 รายการ สดั สว่ นยา ED : NED คอื 79 : 21 เน้นการใชใ้ นบญั ชหี ลกั แห่งชาติ และการใชย้ าอย่างสมเหตุผล
2) กรณีจาเป็นตอ้ งใชย้ าทอ่ี ยนู่ อกบญั ชี ตอ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาอนุมตั โิ ดยผอู้ านวยการโรงพยาบาล
3) นโยบายสง่ เสรมิ การใชย้ าสมุนไพร บญั ชยี าโรงพยาบาลมรี ายการยาสมุนไพร ทงั้ หมด 31 รายการ
4) นโยบายการใชย้ าตวั อย่าง : กาหนดใหน้ ารายการยาเสนอคณะกรรมการ PTC เขา้ เป็นกระบวนการพจิ ารณา

ยาตวั อยา่ ง หากคณะกรรมการ PTC เหน็ ชอบและใหด้ าเนินการตดิ ตามผลการรกั ษาและอาการไมพ่ งึ ประสงคต์ ่อไป
5) นโยบายการใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล ไดแ้ ก่ RDU 18 ตวั ชว้ี ดั , การประเมนิ การใชย้ า (Drug use evaluation, DUE)

7 รายการยา
6) นโยบายสง่ เสรมิ การใชย้ าบญั ชนี วตั กรรมไทยของสานกั งบประมาณ

(3) ผลการตดิ ตามการปฏบิ ตั ติ ามมาตรการป้องกนั ME/ADE การตอบสนองเมอ่ื เกดิ ME/ADE*
● เพ่ือปรับปรุงกระบวนการป้ องกันความคลาดเคล่ือนทางยาจากคาสัง่ ใช้ยาของแพทย์ โดยมีเป้ าหมายลด
Prescription errors จากการใช้ CPOE ในงานผปู้ ว่ ยนอก พบว่าแพทยค์ ยี ย์ าผ่าน CPOE มากกว่า 90% ทาใหป้ ี 2563
Prescription errors ลดลง

60

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

● เพอ่ื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั ความคลาดเคล่อื นทางยาจากการสงั่ ใชย้ าทเ่ี ป็นคู่ DI โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ลด ADE
จากการสงั่ DI พบว่า ไม่มกี ารสงั่ ใชย้ าคู่ fatal DI แต่ยงั มกี ารสงั่ ใชย้ าคู่ monitoring DI จงึ ไดเ้ พม่ิ การเตอื นคู่
monitoring DI ใน module แพทย์

● เพอ่ื ปรบั ปรุงระบบการคน้ หาและเฝ้าระวงั ADE จากยาเสย่ี งสงู โดยมเี ป้าหมายเพอ่ื ลด %ADE จากยาเสย่ี งสงู จงึ ได้
มกี ารสมุ่ เวชระเบยี นทม่ี กี ารใชย้ าเสย่ี งสงู พบรอ้ ยละปฏบิ ตั ติ ามระบบยาเสย่ี งสงู = 62.70

● เพอ่ื ปรบั ปรงุ กระบวนการ Medication Reconciliation โดยมเี ป้าหมายใหเ้ กดิ ความสอดคลอ้ งต่อเน่อื งทางยา จงึ ไดม้ ี
การสมุ่ เวชระเบยี น พบรอ้ ยละปฏบิ ตั ติ ามระบบ Medication Reconciliation เพมิ่ ขน้ึ จาก 47.74 ในปี 2562 เป็น 55.81
ในปี 2563

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั การแพย้ าซ้า โดยมเี ป้าหมายใหก้ ารแพย้ าซ้า = 0 จงึ ไดต้ ดิ ตามกระบวนการซกั ประวตั ิ
แพย้ าและสง่ ต่อขอ้ มลู แพย้ าทห่ี อ้ งฉุกเฉนิ ซง่ึ เป็น focus area พบว่าทาตามระบบป้องกนั กนั แพย้ าซา้ ทก่ี าหนดไวท้ กุ ราย

(4) ผลการตดิ ตามการใชย้ าทม่ี คี วามเสย่ี งสงู หรอื ตอ้ งมคี วามระมดั ระวงั ในการใชส้ งู (HAD)
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั ความคลาดเคล่อื นทางยาในยาเสย่ี งสงู โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ลด ME ใน HAD ทม่ี ี
ความรุนแรงมากกว่าระดบั C จงึ ไดก้ าหนดแนวทางการใชย้ าเสย่ี งสงู (WP - PTC - 001 - 010 – 00) และสุ่มเวชระเบยี น
ตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ านตามระบบทว่ี างไว,้ กาหนดแนวทางการจดั การยาความเสย่ี งสงู Warfarin (WP-PTC-001-004-01),
กาหนดแนวทางการจดั การยา Heparin (WP-PTC-001-006–00) และตดิ ตามผูป้ ว่ ยทุกรายท่มี กี ารสงั่ ใช้ heparin drip
ขณะนอนโรงพยาบาล, กาหนด standard order ในการสงั่ ใชย้ า rt-PA ในกลุ่มผูป้ ่วย stroke fast track ผลลพั ธ์
พบว่า ME ใน HAD ทม่ี คี วามรุนแรงมากกวา่ ระดบั C = 0.45 ต่อพนั ใบยา/วนั นอน ในปี 2563
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการป้องกนั ADE โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ลด ADE จากยาเสย่ี งสงู จงึ ไดด้ าเนินการคอื เฝ้าระวงั
การเกดิ ภาวะ Hyperkalemia จากยา KCl inj และ Dipotasium phosphate โดยใหแ้ พทยส์ งั่ ตรวจ Baseline Serum
Potassium ก่อนสงั่ ยา เภสชั กรตรวจสอบความเหมาะสมและจ่ายยาไม่เกนิ 120 mEq/ครงั้ และตดิ ตาม trigger
ในผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั Kalimate หลงั จากไดร้ บั potassium supplement , กาหนดมาตรฐานการเคล่อื นยา้ ยผปู้ ่วยทม่ี กี าร
บรหิ ารยาเสย่ี งสงู และตดิ ตามการเกดิ อาการไม่พงึ ประสงคใ์ นผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ยา Streptokinase ทุกราย พรอ้ มใหบ้ ตั ร
ผปู้ ว่ ยใชย้ า Streptokinase และบนั ทกึ pop up แจง้ เตอื นในระบบ HOSxP ผลลพั ธป์ ี 2563 พบ % ADE จาก HAD = 1.52

(5) ผลการดาเนินงานตามแผนงานใชย้ าสมเหตุผล (rational drug use) และแผนงานดแู ลการใชย้ าตา้ นจลุ ชพี (antimicrobial stewardship)
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล โดยมเี ป้าหมายใหต้ วั ชว้ี ดั RDU ผ่านเกณฑ์ (ผ่าน 13 จาก 18)
จงึ ไดโ้ ครงการสง่ เสรมิ การใชส้ มนุ ไพรทดแทนยาแผนปจั จบุ นั (คลนิ ิกค่ขู นาน) ,โครงการส่งเสรมิ การใชย้ าอย่างสมเหตุผล
ในโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ : รณรงคส์ อ่ื สารใหค้ วามรกู้ ารใชย้ าอย่างสมเหตุผลในกลมุ่ บุคลากรทางการแพทยแ์ ละผมู้ ารบั บรกิ าร
ในโรงพยาบาล,เผยแพร่เร่อื ง RDU ผ่านทางสถานีวทิ ยุ 103 มะฮอกกานีเรดโิ อ ช่วง Healthyguru,จดั ทาฉลากยาเสรมิ
เพอ่ื ใหข้ อ้ มลู กบั ประชาชน, QR code ฉลากยาเสรมิ ความรู้ , ใหค้ วามรเู้ ร่อื ง RDU ใน 3 โรค ในงานสปั ดาหเ์ ภสชั กรรมประจาปี,
ใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์ ช่วยเตอื นการสงั่ ใชย้ าซ้าซอ้ น
● AMR (antimicrobial Resistance) ดาเนินการโครงการป้องกนั และควบคุมการดอ้ื ยาต้านจุลชพี และการใชย้ าอย่างสม
เหตุผลโดยใช้ ตาม 5 มาตรการสาคญั ทก่ี ระทรวงกาหนด มเี ป้าหมายใหโ้ รงพยาบาลมรี ะบบการจดั การดอ้ื ยาต้านจุลชพี
อย่างบรู ณาการ เพอ่ื ใหก้ ารตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาในกระแสเลอื ดลดลงรอ้ ยละ 15 ภายในปี 2564 เทยี บกบั ปีปฏทิ นิ 2561 ปี 2561
เรม่ิ มรี ะบบการจดั การดอ้ื ยาตา้ นจุลชพี อย่างบูรณาการ ระดบั basic มกี ารจดั ทา antibiogram ทุกปี และประเมนิ การใช้
ยาตา้ นจลุ ชพี ชนิดควบคุมทโ่ี รงพยาบาลกาหนด ปี 2562 ระบบการจดั การดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี อย่างบรู ณาการ ระดบั intermediate
หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร มี Lab Alert ใหผ้ เู้ กย่ี วขอ้ งทราบ (หอผู้ป่วย IC) เพ่อื เฝ้าระวงั การตดิ เชอ้ื มกี ารจดั ทา Antibiogram
แยกตามสงิ่ สง่ ตรวจ (Specimen) ปี 2562 จดั ทาแนวทางการใชย้ าปฏชิ วี นะหลงั ทราบผลเชอ้ื และผลทดสอบความไวของ
แบคทเี รยี โรงพยาบาลวชริ ะภเู กต็ และประเมนิ การใชย้ ารว่ มกบั ปรกึ ษาปญั หาการใชย้ ากบั Staff ID ปี 2563 มรี ะบบการจดั การ
ดอ้ื ยาตา้ นจลุ ชพี อยา่ งบรู ณาการ ระดบั intermediate แลว้ แต่การตดิ เชอ้ื ดอ้ื ยาในกระแสเลอื ดยงั ไม่ลดลง พบว่าพบการ
ตดิ เชอ้ื E. Coli ทต่ี ดิ เชอ้ื จากชุมชนมากขน้ึ มแี ผน ใหค้ วามรแู้ กบ่ ุคคลทวั่ ไปเกย่ี วกบั การดอ้ื ยา

(6) การตดิ ตามตวั ชว้ี ดั การทบทวนวรรณกรรม การประเมนิ และปรบั ปรุงระบบจดั การดา้ นยา:
เพอ่ื ปรบั ปรงุ กระบวนการป้องกนั การเกดิ medication error มมี าตรการ ดงั น้ี

● Prescribing error และ Dispensing error

61

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

งานผปู้ ว่ ยนอก
- Prescribing error เป้าหมาย < 3 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา มแี นวโน้มลดลงจนต่ากว่าเป้าหมาย จากปี 2560 พบอุบตั กิ ารณ์
3.46 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา จงึ ไดด้ าเนนิ การ คอื นาระบบ CPOE มาใชท้ ่ี OPD ทาใหป้ ี 2563 พบอุบตั กิ ารณ์ลดลงเป็น
2.83 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา แต่ยงั พบ ADE จาก Prescribing error ระดบั E 3 ราย และ F 2 ราย (สงั่ ยาไม่ครบตามนัด และ
Untreated indication) จงึ มแี นวทางแกไ้ ขโดยกาหนดใหม้ กี ารคดั กรองจานวนยาจากวนั นดั พบแพทย์ และกาหนด WI Screen
- Dispensing error เป้าหมาย < 0.2 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา พบอุบตั กิ ารณ์ในปี 2561 - 2563 พบอุบตั กิ ารณ์ 0.13 , 0.09
และ 0.10 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยาตามลาดบั ซง่ึ ต่ากว่าเป้าหมาย เน่ืองจากการใช้ CPOE ช่วยลดความคลาดเคล่อื นจากการ
อ่านลายมอื แพทย์ , การ ใชร้ ะบบ Location ระบุตาแน่งจดั ยา, ปรบั ช่อื ยาบนฉลากยาและภาชนะบรรจุยาใหต้ รงกนั ,
กาหนดหวั หน้า Station และแบ่งโซนผรู้ บั ผดิ ชอบลอ็ กยา การแยกกล่องบรรจุยา 1 กล่องต่อ 1 รายการ และอย่รู ะหว่างการพฒั นา
ระบบจา่ ยยากง่ึ อตั โนมตั ิ แต่ในปี 2563 ยงั พบ ADE ระดบั E 4 ราย สาเหตุเกดิ จากจ่ายยาผดิ ชนิด จากยาคู่ LASA 3 ราย
มแี นวทางแกไ้ ขโดยการ update บญั ชี LASA , ตดิ ป้ายระวงั ในยาดงั กล่าว และเปลย่ี นช่อื ยาบนฉลากยาใหม้ คี วามแตกต่างกนั
และผปู้ ว่ ยไดย้ าผดิ ช่อื -สกุล 1 รายมแี นวทางแกไ้ ขโดยกาหนดแนวทางปฏบิ ตั ขิ องจุดจดั ยาใหว้ างตะกรา้ ยามรี ะยะห่างกนั ป้องกนั
การหยบิ ยาใส่ผดิ ตะกรา้ จากเจา้ หน้าทจ่ี ดั ยาหลายคน และกาหนดใหจ้ ุดตรวจสอบยาเทยาออกจากตะกรา้ ทงั้ หมดก่อน
การตรวจสอบยา และพบระดบั F 1 ราย สาเหตุจากจา่ ยยาไมค่ รบรายการ แกไ้ ขโดย มแี ผนการพฒั นาระบบจ่ายยากง่ึ อตั โนมตั ิ
งานผปู้ ว่ ยใน
- Prescribing error เป้าหมาย < 3 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอนพบว่าค่าเฉลย่ี ยงั เกนิ เป้าหมายและแนวโน้มยงั ไม่ลดลง ในปี 2563
พบอุบตั กิ ารณ์ 5.27 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน และยงั พบ ADE ระดบั E 26 ราย F 4 ราย และ I 1 ราย สาเหตุจาก 1) ขนาดยา
ไม่เหมาะสม 2) ไม่ไดร้ บั ยาทค่ี วรไดร้ บั และ3) คาสงั่ ใชย้ าไม่ชดั เจน จงึ มแี ผนใช้ CPOE และ พฒั นา Excel เช่อื มในคานวณ
ขนาดยา warfarin พรอ้ มแปลงวธิ ใี ชต้ ามวนั , ขยายตกึ ทา admit reconcile, transfer rconcile และทา Discharge
reconcile ในตกึ นารอ่ ง
- Dispensing error เป้าหมาย < 1 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน ในปี 2562 พบอบุ ตั กิ ารณ์ 3.50 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน และ
เดอื น พ.ย. 2562 พบอุบตั กิ ารณ์เพม่ิ ขน้ึ 5.50 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน สาเหตุจากเจา้ หน้าทข่ี าดความตระหนักเร่อื งความ
เสย่ี ง จงึ ดาเนินการ 1)จดั กจิ กรรม KM เร่อื งความเสย่ี ง 2)แบ่งโซนผู้รบั ผดิ ชอบในดแู ลยาแต่ละโซน 3)ปรบั ช่อื ยาบน
ฉลากและภาชนะบรรจุใหต้ รงกนั ปี 2563 อุบตั กิ ารณ์จงึ มแี นวโน้มลดลงต่ากว่าเป้าหมาย และไม่พบ ADE ระดบั E-I
แต่ยงั คงพบ ME ระดบั C-D 98 ครงั้ สาเหตุจากพมิ พผ์ ดิ วธิ ใี ช้ , จ่ายยาผดิ ชนิดและความแรง จงึ มแี ผนใช้ CPOE ในการสงั่ ยา
และ ใชร้ ะบบ Location ในการจดั ยา
- Transcribing error เป้าหมาย < 3 ครงั้ ต่อ 1000 วนั นอน พบอุบตั กิ ารณ์ต่ากว่าเป้าหมาย แต่ยงั คงทาใหเ้ กดิ ME
ระดบั C-D สาเหตุจากคดั ลอกใบ MAR และ card ยาคลาดเคล่อื น จงึ ไดพ้ ฒั นาใหม้ กี ารใช้ e-MAR และยกเลกิ card ยาเมด็
ปี 2563 ผลดาเนินงานมแี นวโน้มดขี น้ึ แต่พบว่ายงั ไมส่ ามารถใช้ e-MAR ได้ 100% เน่อื งจากไมท่ นั เวลา และไม่สะดวก
ในการใชง้ าน จงึ พฒั นา Sticker ยาตดิ ใน e-MAR แทนการคดั ลอก รวมทงั้ ใชใ้ นยา one day ดว้ ย และมแี ผนยกเลกิ
card ยาฉดี และใชฉ้ ลากยาจากหอ้ งยาทใ่ี หม้ าพรอ้ มยาฉีดเท่าจานวนมอ้ื แทน และมแี ผนใช้ CPOE
- Administrative error เป้าหมาย < 5.2 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา /วนั นอน ทมี ไดด้ าเนินการใสข่ อ้ มูลการบรหิ ารยาฉีดใน
e-MAR และฉลากยา เพอ่ื ป้องกนั Pseudoallergy และ Phlebitis , ฝา่ ยผลติ ตรวจสอบความเขม้ ขน้ และเตรยี มยาเคมี
บาบดั เพ่อื ป้องกนั phlebitis , ทบทวนมาตรฐานการเคล่อื นยา้ ยผปู้ ว่ ยทม่ี กี ารบรหิ ารยาเสย่ี งสงู , จดั workshop ยาเสย่ี งสงู
หลงั ดาเนนิ การปี 2563 ของ IPD พบ 3.99 ครงั้ ต่อ 1000 /วนั นอน รายงานทพ่ี บมากทส่ี ดุ ยงั คงเกดิ Phlebitis ในกลุ่มทม่ี ี
ความเสย่ี งสงู เช่น ผปู้ ว่ ยใหย้ าเคมบี าบดั ผูป้ ่วยทห่ี าเสน้ เลอื ดยาก จงึ มแี ผนทา WP ป้องกนั การเกดิ Phlebitis ระหว่าง
ระบบยา NSO และ IC และยกระดบั ยาเคมบี าบดั เป็น HAD สว่ นการบรหิ ารขนาดยาคลาดเคล่อื น ยงั พบปญั หาจาก
การคดั ลอก มแี ผนใช้ CPOE และพบความคลาดเคล่อื นในการเคล่อื นย้ายผู้ป่วยท่ีมกี ารบรหิ ารยา จงึ มแี ผนนาใบ
Transfer checklist ใหพ้ ยาบาลใชต้ รวจสอบ tube, ยาเสย่ี งสงู , อุปกรณ์ และอาการผปู้ ่วย ระหว่างเคล่อื นยา้ ย และพบ
ความรนุ แรงระดบั H จากการบรหิ ารยา Fentanyl inj คลาดเคล่อื นจงึ ยกระดบั เป็น HAD
● Medication error with harms (level E-I)* (ครงั้ )
เพอ่ื ให้ ME ระดบั E-I = 0 ทมี ไดท้ บทวนและปรบั ระบบ ดงั น้ี กาหนดนโยบายใหน้ ายาตวั อย่างผ่าน PTC เพ่อื ใหม้ กี าร
ควบคุมและตดิ ตาม, ปรบั WP Warfarin และ Heparin, จดั workshop ยาเสย่ี งสงู , จดั ทาขอ้ มลู การผสมและอตั ราการให้
ยาลงบนฉลากยาและ e-MAR ในยาฉีดปฏชิ วี นะทพ่ี บ Phlebitis ผลการดาเนินงานปี 2563 ยงั พบระดบั I 1 รายจาก
Heparin จงึ มแี ผนทา checklist เพอ่ื ใหแ้ พทยป์ ระเมนิ ความเสย่ี ง ขอ้ หา้ มใชแ้ ละวางแผนเจาะ lab ก่อนสงั่ ยา และระดบั

62

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

H 1 ราย จากการบรหิ ารยา Fentanyl inj. คลาดเคล่อื น จงึ ยกระดบั เป็น HAD ระดบั E-F พบมากจากการสงั่ ใชย้ า
Warfarin คลาดเคล่อื น การบรหิ ารยาเทคนิคไม่เหมาะสมทาใหเ้ กดิ Phlebitis จงึ มแี ผนเพม่ิ สตก๊ิ เกอรเ์ ฝ้าระวงั การใชย้ า
Warfarin ตดิ หน้า chart ใหร้ ะบุ INR > 4, วนั ทเ่ี จาะ INR ครงั้ ถดั ไป และ ADEs รวมทงั้ มแี ผนจดั ทา WP เพ่อื ป้องกนั
Phlebitis ร่วมกบั IC, NSO และระบบยา
● อตั ราการแพย้ าซา้ และแพย้ ากลมุ่ เดยี วกนั ของ OPD และ IPD (ครงั้ )
เพ่อื ใหอ้ ตั ราการแพย้ าซ้า = 0 และลด ME จากการสงั่ ยาในผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ระวตั แิ พย้ า ทมี ไดด้ าเนินการ ดงั น้ี ใช้ CPOE
สงั่ ยาท่ี OPD, หอ้ งฉุกเฉนิ ใชต้ รายางปมั๊ แพย้ าขนาดใหญ่ในใบนาทาง, ปรบั ขนาดสต๊กิ เกอรแ์ พย้ าตดิ หน้า chart ใหใ้ หญ่ขน้ึ ,
ปรบั ปรุงฐานขอ้ มลู แพย้ าและกลมุ่ ยาทม่ี โี อกาสแพข้ า้ มกนั ทาใหป้ ี 2563 ไมพ่ บการแพย้ าซ้า แต่ยงั คงพบ ME ในการสงั่
ยาทแ่ี พซ้ ้า รุนแรงระดบั D 2 ราย(opd) เน่ืองจากแพทยย์ นื ยนั ใหผ้ ปู้ ่วยลองทาน NSAIDs ซ้า จงึ มแี ผนปรบั WP ADR เพม่ิ
แนวทางการ Rechallenge ยาทแ่ี พเ้ พอ่ื เพมิ่ ความปลอดภยั ใหผ้ ูป้ ว่ ย สว่ น IPD พบ ME ในการสงั่ ยาทแ่ี พซ้ ้า รุนแรงระดบั D 4
รายเน่อื งจากไม่มปี ระวตั แิ พย้ าในโรงพยาบาลและไม่สง่ ทาประวตั แิ พย้ า จงึ มแี ผนปรบั ขอ้ ความเตอื นในระบบซกั ประวตั แิ พย้ า
ของพยาบาลใหส้ ่งต่อผูป้ ว่ ยทาประวตั แิ พย้ ากบั เภสชั กร นอกจากน้ียงั พบ ME ในการสงั่ ยาทแ่ี พซ้ ้า รุนแรงระดบั B ใน IPD
สงู มากกว่า OPD จงึ มแี ผนขยายการใช้ CPOE ใน IPD
● ADE ในผปู้ ว่ ยใชย้ า Warfarin
เพ่อื ให้ ADE > ระดบั F จาก Warfarin = 0 ทมี ไดร้ ณรงคใ์ หเ้ กดิ Safety warfarin โดยมกี ารปรบั WP : เพม่ิ การเฝ้าระวงั
ในกล่มุ ผปู้ ว่ ย high risk , ใหผ้ ปู้ ว่ ยมาเจาะ INR วนั นดั และพบแพทย์ , ตดิ ตามและสง่ ต่อผปู้ ่วยระหว่าง IPD และ OPD,
จดั workshop ยาเสย่ี งสงู ส่งผลใหป้ ี 2563 พบ ADE จาก ME ระดบั F = 6 แต่ไม่พบ ADE ระดบั G-I สว่ นระดบั E-F
ยงั คงเกดิ ขน้ึ ทมี จงึ มแี ผนเพม่ิ Warfarin Clinic ครอบคลุมผู้ปว่ ยอายุรกรรม, ระบบแจง้ เตอื นสหวชิ าชพี ให้ตดิ ตามค่า INR-
ภาวะเลอื ดออก-การเตรยี มผ่าตดั -งดยา Warfarin, จดั ทาตารางปรบั ขนาดยาตดิ ทโี ต๊ะแพทย์ OPD และพฒั นา Excel
เชอ่ื มกบั Module แพทยใ์ นคานวณขนาดยา warfarin พรอ้ มแปลงวธิ ใี ชต้ ามวนั และร่วมกบั ทมี COC ของโรงพยาบาล
สรา้ งเครอื ขา่ ยดแู ลผปู้ ว่ ย เพอ่ื ตดิ ตามการใชย้ าและคา่ INR

II-6.1 ข. สง่ิ แวดลอ้ มสนบั สนุน
(1) การฝึกอบรมเพอ่ื เพม่ิ ความรคู้ วามสามารถ

● เพ่อื ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ดา้ นยาลด medication error และ adverse drug event คณะอนุกรรมการพฒั นาระบบยา
เพ่อื ความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ย(MMS) มมี าตรการดงั น้ี
1. จดั workshop เพม่ิ ความรแู้ ละทบทวนแนวทางปฏบิ ตั ใิ หพ้ ยาบาล ปีละ1 ครงั้
2. ปฐมนิเทศแพทยใ์ ชท้ นุ จบใหม่ ในประเดน็ medication error และ adverse drug event และแนวทางปฏบิ ตั ติ ่างๆ
3.ลงเยย่ี มหอผปู้ ว่ ยเพอ่ื ตดิ ตามและแกป้ ญั หา
4. สรปุ การทบทวนเหตุการณ์ทม่ี รี ะดบั ความรนุ แรงสงู และนาเสนอต่อPTC เพอ่ื ออกนโยบายต่อไป

● เพ่ือพฒั นาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานอ่ืนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
(Service Plan) และศูนยค์ วามเป็นเลศิ ทางการแพทย์ (excellent center) ทโ่ี รงพยาบาลกาหนด จงึ พฒั นาบุคลากร
สง่ อบรมทงั้ ภายนอกและภายในโรงพยาบาล

(2) การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู เฉพาะของผปู้ ว่ ยแต่ละราย
● โปรแกรม HOSxP เภสชั กรสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มูลทวั่ ไปของผูป้ ว่ ยไดจ้ ากหน้าจอการจ่ายยา เช่น น้าหนัก ส่วนสงู การวนิ ิจฉัยโรค
สาหรบั ขอ้ มลู อ่นื ของผปู้ ว่ ย เช่น ประวตั กิ ารรกั ษา, ประวตั กิ ารใชย้ า, ค่าผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เป็นตน้ สามารถ
เขา้ ถงึ ไดจ้ าก Patient EMR ซง่ึ ช่วยใหก้ ระบวนการคดั กรองใบสงั่ ยาและการจา่ ยยามปี ระสทิ ธภิ าพเพม่ิ ขน้ึ
● เพอ่ื ป้องกนั การแพย้ าซ้า และเฝ้าระวงั การเกดิ adverse drug event จากยา warfarin ในหน้าจอการสงั่ -จ่ายยา จะแสดง
ช่อื ยาทผ่ี ปู้ ว่ ยแพ้ และ “warfarinUSER” ดว้ ยตวั หนงั สอื สแี ดงเหน็ ชดั เจน ผลลพั ธพ์ บว่าทาใหเ้ ภสชั กรสามารถเฝ้าระวงั
และแกป้ ญั หาการสงั่ จ่ายทไ่ี ม่เหมาะสมกบั ผปู้ ว่ ยได้

(3) การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ยาทจ่ี าเป็น:
1 .เพ่อื ใหท้ มี สหวชิ าชพี เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ยาได้ จงึ ดาเนินการดงั น้ี
1.1มกี ารปรบั ปรุงรายการบญั ชยี าโรงพยาบาลประจาปี เป็นไฟลอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ สามารถเขา้ ถงึ ไดท้ งั้ ระบบ intranet
และ internet

63

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

1.2จดั ทาขอ้ มลู ยาแนบไวใ้ นโปรแกรม HOSxP และ แสดงบนฉลากยา ไดแ้ ก่ ยากลุ่ม pregnancy category D
(ไตรมาสทห่ี า้ มใช)้ , X เช่น NSAIDs, HMG-CoA reductase inhibitor, ขอ้ มลู ความคงตวั , การละลาย, การจดั เกบ็
และขอ้ มลู ยาหา้ มแบ่ง บด เคย้ี ว, การประคบรอ้ นเยน็ กรณีเกดิ extravasation จากยา

1.3จดั ทาเอกสารขอ้ มลู ยาใหก้ บั หอผูป้ ่วย เช่น ขอ้ มูลแพย้ าขา้ มกลุ่ม, ขอ้ มลู การป้องกนั การเกดิ Pseudoallergy,
ขอ้ มลู ระยะหา่ งของการบรหิ ารยาหลงั dose stat ,ขอ้ มลู ความเขา้ กนั ของยา

2. จดั ใหม้ ศี นู ยเ์ ภสชั สนเทศ เพ่อื เป็นแหลง่ ขอ้ มลู ทางวชิ าการดา้ นเภสชั กรรมใหก้ บั บคุ ลากรทางการแพทยแ์ ละประชาชน
โดย 3 ปีทผ่ี า่ นมาใหบ้ รกิ ารตอบคาถามเฉลย่ี 48 ครงั้ /ปี

(4) ระบบคอมพวิ เตอรส์ นบั สนุนการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั การใชย้ า การสง่ สญั ญาณเตอื น:
เพ่อื ปรบั ปรุงระบบสารสนเทศในกระบวนการใชย้ า โดยมเี ป้าหมายการแพย้ าซ้า = 0 และ ลด medication errors /

adverse drug event (ADE) ทมี งานไดด้ าเนินงาน ดงั น้ี ผูป้ ว่ ยนอก:โรงพยาบาลไดพ้ ฒั นา Doctor Module เพ่อื ใหแ้ พทย์
สงั่ ยาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีการออกแบบให้มีการส่งสญั ญาณแจ้งเตือนเม่ือพบว่าผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยา /drug
interaction และหน้าจอการสงั่ ใชย้ าของแพทยส์ ามารถแสดงขอ้ มูลในหน้าจอเดยี ว ทงั้ ประวตั กิ ารใชย้ าเดมิ ทาใหก้ ารประสาน
รายการยาง่ายขน้ึ และผลห้องปฏบิ ตั กิ าร ท่สี ามารถเหน็ ค่าผดิ ปกติได้ทนั ที ผู้ป่วยใน:แพทยส์ งั่ ใชย้ าโดยใช้copy order
เภสชั กรบนั ทกึ คาสงั่ ใชย้ าผา่ น โปรแกรม HOSxP โดยมกี ารออกแบบใหม้ กี ารสงั่ หา้ มใชย้ าในผปู้ ว่ ยมปี ระวตั แิ พย้ า และแสดงคู่
drug interaction ในใบนาจดั ผลลพั ธป์ ี 2563 ไมพ่ บการแพย้ าซ้า และไมพ่ บการสงั่ ใชย้ าคู่ Fatal DI แต่ยงั เกดิ ADE จากยาคู่
monitoring drug interaction 9 ครงั้ ทมี งานจงึ มแี นวทางปรบั ปรุงโดยกาหนดใหร้ ะบเุ หตุผลกอ่ นบนั ทกึ สงั่ ใชย้ าใน Doctor Module
และเพม่ิ การสง่ สญั ญาณเตอื น, ระบเุ หตุผลก่อนบนั ทกึ สงั่ ใชย้ าและหา้ มสงั่ ใชใ้ น โปรแกรม HOSxP

(5) สงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพเกย่ี วกบั การใชย้ า:
● เป้าหมายเพ่อื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านมสี ง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมในการทางาน ไดแ้ ก่ แสงสว่าง, ฝนุ่ ละออง, เสยี ง เป็นต้น จงึ มกี ระบวนการ
ตรวจสอบสภาพสงิ่ แวดลอ้ มโดยงานอาชวี อนามยั ประจาทุกปี ไดแ้ ก่การวดั แสงสว่าง และตดิ หลอดไฟเพ่ิมเตมิ ในจุดท่ี
แสงสวา่ งไมเ่ พยี งพอ, การวดั คา่ CO2 นามาสปู่ รบั ปรุงระบบการไหลเวยี นอากาศ
● เพ่อื โอกาสพฒั นาการจดั จ่ายยาในงานบรกิ ารจ่ายยาผปู้ ว่ ยนอก จงึ มนี โยบายใชร้ ะบบจ่ายยากง่ึ อตั โนมตั ใิ นงานผปู้ ว่ ยนอก
● เพอ่ื ปรบั ปรงุ สงิ่ แวดลอ้ มในการทางาน และลดความคลาดเคลอ่ื นทางยาจากปญั หาสถานทค่ี บั แคบ จงึ ไดย้ า้ ยหอ้ งจ่ายยา
ผปู้ ว่ ยในไปตกึ ปดุ จอ้ และขยายหอ้ งจา่ ยยาผปู้ ว่ ยนอกชนั้ 1
● เพ่อื ปรบั ปรุงสงิ่ แวดลอ้ มในคลงั ยาใหไ้ ดต้ ามมาตรฐาน จงึ ไดย้ า้ ยคลังยา พรอ้ มมี ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ, ความชน้ื ,
smoke detector, หอ้ งเยน็ สาหรบั ยาควบคมุ อณุ หภมู ,ิ กลอ้ งวงจรปิด และอย่รู ะหวา่ งการปรบั ปรุงระบบหมนุ เวยี นอากาศ
และมแี ผนทจ่ี ะขยายพน้ื ทเ่ี พ่อื ใหจ้ ดั เกบ็ ยาไดอ้ ย่างเพยี งพอ

II-6.1 ค. การจดั หาและเกบ็ รกั ษายา
(1) การจดั หายา

● เพ่อื บรรลุเป้าหมายการจดั หายาให้ถูกต้องตามระเบียบปฏบิ ตั แิ ละเหมาะสมกบั กลุ่มผูป้ ่วยของโรงพยาบาล โดยได้
ดาเนินการดงั น้ี 1. จดั ซอ้ื ตามพระราชบญั ญตั กิ ารจดั ซอ้ื จดั จา้ งและบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560 2. ทบทวนรายการยา
โดยคณะกรรมการ PTC ปีละ 4 ครงั้

● เพ่อื บรรลุเป้าหมายไม่มยี าจาเป็นเร่งด่วน (ยาฉุกเฉิน, ยาตา้ นพษิ , วคั ซนี ) ขาดแคลน ณ จุดบรกิ ารจ่ายยา โดยมมี าตรการ
ดงั น้ี 1. กาหนดจานวนรายการยาขนั้ ต่า (minimum stock) สงู กว่ารายการยาทวั่ ไป 2. ใชโ้ ปรแกรมคลงั ตดิ ตามรายงาน
ยาทต่ี อ้ งจดั ซอ้ื สปั ดาหล์ ะ 2 ครงั้ 3. กาหนดใหม้ กี ารรายงานจากทุกจุดจ่ายยาทนั ทเี ม่อื มกี ารสงั่ ใชย้ าตา้ นพษิ (antidote)
ผา่ นทางไลน์กล่มุ หรอื ตดิ ต่อแจง้ คลงั ยาใหญ่โดยตรง ผลลพั ธใ์ นปี 2561-2563ไม่พบยาขาดคลงั จากระบบการปฏบิ ตั งิ าน

(2) การเกบ็ สารองยาอยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั
● เพ่อื ปรบั ปรุงระบบการเกบ็ รกั ษายาในสภาวะท่เี หมาะสมถูกหลกั วชิ าการ ไดแ้ ก่ อุณหภูมิ,ความชน้ื ,ความเป็นสดั ส่วน
และความปลอดภยั ทมี งานไดด้ าเนนิ การ ดงั น้ี หอ้ งยาทกุ หอ้ งและคลงั ยามเี คร่อื งตรวจวดั อุณหภูม/ิ ความชน้ื โดยมกี ารบนั ทกึ
ในแบบบนั ทกึ วนั ละ 2 ครงั้ , ตูเ้ ยน็ เกบ็ ยาทกุ ตู/้ หอ้ งเยน็ ทค่ี ลงั ยาใหญ่มรี ะบบ Hexsense ตดิ ตามขอ้ มูลและแจง้ เตอื นอย่างต่อเน่ือง
24 ชวั่ โมง พรอ้ มทงั้ มเี สยี งเตอื นเม่อื อุณหภูมเิ กนิ ช่วงทก่ี าหนดทห่ี อ้ งเวรนอกเวลาราชการ ,มกี ลอ้ งวงจรปิดในคลงั ยาใหญ่,
หอ้ งยาผปู้ ว่ ยนอก สาหรบั หอ้ งยาผปู้ ว่ ยในและฝา่ ยผลติ ยาอย่รู ะหว่างดาเนินการ,มจี ดั กจิ กรรม 5 ส สว่ นหอผปู้ ว่ ยมกี ารบนั ทกึ
ในแบบบนั ทกึ วนั ละ 2 ครงั้ เชน่ กนั

64

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

● เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการเกบ็ สารองยาโดยมเี ป้าหมายลดมลู ค่าการสญู เสยี จากยาหมดอายุ ทมี งานไดด้ าเนินการดงั น้ี
1. กาหนดปรมิ าณยาสารอง 1.5 เดอื น 2. จดั เกบ็ ยาดว้ ยระบบ First Expire date First Out 3. ใชร้ ะบบสตก๊ิ เกอรส์ ตี ามปี
ทย่ี าหมดอายุ และตดิ สตก๊ิ เกอรส์ เี หลอื งเตอื นกอ่ นยาหมดอายุ 6 เดอื น 4. จดั ทาโครงการ “ตลาดนดั แลกเปลย่ี นยา” ทุก 2 เดอื น
5.จดั ทา google sheet เพ่อื รวบรวมรายการยาทจ่ี ะหมดอายุภายใน 8 เดอื น 6.แจง้ รายการยา Stock ward ทใ่ี กล้
หมดอายุก่อน 7 เดอื น ในกลุ่ม LINE ระบบยา เพ่อื ใหห้ อผปู้ ่วยไดม้ าแลกเปลย่ี นยาทนั และหมุนยาใชท้ นั ผลลพั ธจ์ าก
การเปิดตลาด พบมกี ารแลกเปลย่ี นยา 344 รายการ แต่ยงั คงพบว่าหอ้ งยามยี าหมดอายุ 1 รายการ และ หอผปู้ ่วย
พบยาหมดอายุ 11 รายการ เพราะเป็นช่วงแรกทท่ี าโครงการ ทาใหพ้ บขอ้ มลู เพมิ่ ขน้ึ สว่ นยาหมดอายุทท่ี าตามแนวทาง
แต่ไม่สามารถแลกเปลย่ี นได้ พบ 16 รายการ มลู ค่า 285,929.29 บาท เป็นยา Antidote และยาช่วยชวี ติ ซง่ึ เป็นยาทจ่ี าเป็น
ตอ้ งมใี นโรงพยาบาล

(3) การจดั ใหม้ ยี า/เวชภณั ฑฉ์ ุกเฉนิ ในหน่วยดแู ลผปู้ ว่ ย:
เป้าหมายเพ่อื มยี า/เวชภณั ฑฉ์ ุกเฉินเพยี งพอพรอ้ มใช้ จงึ มกี ระบวนการ 1. จดั ทา CPR box ของผใู้ หญ่และ CPR box

ของเดก็ (พรอ้ มระบุ dose , max dose , rate และการผสมยา) 2.จดั ระบบ refill CPR สาหรบั หอผปู้ ว่ ย 3. ทบทวนทงั้ รายการ
และปรมิ าณยาในรถฉุกเฉนิ โดยผ่านคณะกรรมการ ERT ปีละ 1 ครงั้ เภสชั กรไปตรวจทุก 2 เดอื น ผลลพั ธพ์ บว่า ไม่มี CPR box ขาด
ณ หอผปู้ ว่ ย และเม่อื พบรายการยาทใ่ี กลห้ มดอายใุ นรถฉุกเฉินจะนามาแลกเปลย่ี นก่อน

(4) การจา่ ยยาเมอ่ื หอ้ งยาปิด:
● หอ้ งยาเปิดตลอด 24 ชวั่ โมง โดยมเี ภสชั กรตรวจสอบและจา่ ยยา
● เพ่อื บรรลุเป้าหมายใหม้ ยี าพรอ้ มใชแ้ ละปลอดภยั กรณียาทห่ี น่วยจา่ ยยาหมดและตอ้ งเปิดคลงั ยาใหญ่ จงึ มมี าตรการดงั น้ี
กรณีนอกเวลาราชการให้เภสชั กรทอ่ี ยู่เวรนากุญแจสารองมาเปิดคลงั เพ่อื มาเบกิ ยาฉุกเฉิน โดยต้องลงบนั ทกึ วนั ท่ี
รายการ/จานวนยาทเ่ี บกิ และลงชอ่ื เภสชั กร ในแบบฟอรม์ ทก่ี าหนดหน้าคลงั ยา จากนนั้ นาขอ้ มลู จากแบบฟอรม์ ทบทวน
การสารองยาของคลงั ยายอ่ ยใหเ้ พยี งพอต่อไป

(5) การจดั การกบั ยาทส่ี ง่ คนื มาหอ้ งยา:
● เพ่ือปรบั ปรุงกระบวนการรบั ยาคนื จากผู้ป่วย/หอผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายลดมูลค่ายาในการจดั ซ้อื ของโรงพยาบาล
และลดโอกาสการบรหิ ารยาผดิ พลาดของผูป้ ว่ ย ทมี งานไดท้ า “โครงการบรหิ ารจดั การยาคนื จากผูป้ ว่ ย” โดยมแี นวทางการ
จดั การยาทส่ี ง่ คนื มาทห่ี อ้ งยาตามเกณฑก์ ารคดั เลอื ก ตรวจสอบคุณภาพของยา, ตรวจสอบวนั หมดอายุ, ตรวจนบั จานวน
และลงบนั ทกึ ในโปรแกรม inventory ผลลพั ธ์สามารถลดมูลค่ายาในการจดั ซ้ือได้ ดงั น้ี ปี2561 : 1,762,117. -บาท,
ปี2562 : 2,150,025.6-บาท, ปี2563 : 3,422,917.02-บาท

II-6.2 ก. การสงั่ ใชแ้ ละถ่ายทอดคาสงั่
(1) การเขยี นคาสงั่ ใชย้ าและถ่ายทอดคาสงั่ เพอ่ื การใชย้ าทถ่ี ูกตอ้ ง เหมาะสม ปลอดภยั :

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการสงั่ ใชย้ า โดยมเี ป้าหมายลด medication error / adverse drug event (ADE) ทมี งานได้
ดาเนินการ ดงั น้ี 1.พฒั นา Doctor Module เพอ่ื ใหแ้ พทยส์ งั่ ยาผา่ นระบบคอมพวิ เตอรใ์ นงานบรกิ ารผปู้ ว่ ยนอก 2. จดั ทา
ชุดคาสงั่ การรกั ษามาตรฐานในกลุ่มยาเคมบี าบดั ผลลพั ธพ์ บว่า ปี 2563 Prescribing error งานบรกิ ารผปู้ ว่ ยนอกพบอบุ ตั กิ ารณ์
ลดลงเป็น 2.83 ครงั้ ต่อ 1000 ใบสงั่ ยา สาหรบั งานบรกิ ารผูป้ ว่ ยในการสงั่ ใชย้ ายงั ใช้ copy order Prescribing error
ยงั มคี า่ เกนิ เป้าหมาย จงึ มแี ผนสง่ เสรมิ การสงั่ ใชย้ าผา่ นระบบคอมพวิ เตอร์

(2) medication reconciliation (MR):
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการประสานรายการยาในผปู้ ่วยโรคเรอ้ื รงั เป้าหมายเพ่อื ให้ผปู้ ว่ ยไดร้ บั ยาในการรกั ษาต่อเน่ือง
และลดความคลาดเคล่อื นจากการสงั่ ใช้ ในปี 2561 งานบรกิ ารผปู้ ่วยนอก : แพทยส์ งั่ ใชย้ าผ่านระบบ CPOE : Doctor Module
ซ่ึงแพทย์สามารถเปรียบเทยี บรายการยาเดิมได้ในจอเดยี วกบั การสงั่ ใช้ และเภสชั กรมกี ารคดั กรองใบสงั่ ยาทุกราย
ผลลพั ธ์ Prescription Error จากกระบวนการ medication reconciliation ลดลง ในปี 2561-2563 เท่ากบั 0.88, 0.75
และ 014 /1000 ใบสงั่ ยา งานบรกิ ารผปู้ ว่ ยใน : แพทยแ์ ละเภสชั กรเปรยี บเทยี บประวตั กิ ารใชย้ าในหน้า EMR ในระบบ HOSxP
นารอ่ งในตกึ ศลั ยกรรมกระดกู และศลั ยกรรมชาย ผลลพั ธ์ Prescription Error จากกระบวนการ medication reconciliation ลดลง

65

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ในปี 2561-2563 เท่ากบั 5.29,1.13 และ 2.26 /1000วนั นอน ทมี มแี ผนขยายการทา MR ครบทงั้ Admit-Transfer/
Post op-Discharge ในตกึ ศลั ยกรรมกระดูกและศลั ยกรรมชายในเดอื น พ.ย 2563 และมแี ผนขยายงาน MR ทงั้ รพ.
เดอื น ธ.ค. 2563 และมแี ผนระยะยาวใชก้ ารสงั่ ยาผ่าน CPOE

(3) ถา้ มกี ารสงั่ จ่ายยาผา่ นระบบคอมพวิ เตอรใ์ ช้ (Computerized Physician Order Entry; CPOE) ระบบมฐี านขอ้ มลู ทเ่ี ป็นปจั จุบนั
ทช่ี ่วยสนบั สนุนการตดั สนิ ใจ:

● ระบบการสงั่ ใชย้ าผูป้ ่วยนอกผ่าน CPOE : Doctor Module เป้าหมายเพ่อื ใหก้ ารสงั่ ใชย้ าถูกตอ้ ง ปลอดภยั จงึ ได้
ดาเนินการปรบั ปรุง 1. ฐานขอ้ มูลแพย้ าทเ่ี ป็นปจั จุบนั 2. ใหร้ ะบุเหตุผลก่อนบนั ทกึ สงั่ ใชย้ าทผ่ี ปู้ ่วยแพ้ และกรณีมี
drug interaction 3.การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ทจ่ี าเป็นของผปู้ ว่ ยในหน้าเดยี ว เช่น ประวตั กิ ารใชย้ า, ประวตั กิ ารรกั ษา เป็นตน้

II-6.2 ข. การเตรยี ม เขยี นฉลาก จดั จ่าย และสง่ มอบยา
(1) การทบทวนคาสงั่ ใชย้ า:

1. เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการทบทวนคาสงั่ ใชย้ า เป้าหมายเพ่อื ใหผ้ ปู้ ่วยไดร้ บั ยาทถ่ี ูกตอ้ งและปลอดภยั กาหนดใหเ้ ภสชั กร
คดั กรองความเหมาะสมของคาสงั่ ใชย้ ากอ่ นจดั /จ่ายยา โดยไดจ้ ดั ทา WI แนวทางการคดั กรองคาสงั่ ใชย้ า และ trigger ผลลพั ธ์
พบวา่ ผปู้ ว่ ยนอก:อุบตั กิ ารณ์การเกดิ ADE ทเ่ี กดิ จากคาสงั่ ใชย้ าไมเ่ หมาะสมลดลง จากปี 2561-2563 เทา่ กบั 0.020, 0.005
และ 0.009 /1000ใบสงั่ ยา ตามลาดบั ผปู้ ว่ ยใน 0.30 , 0.22 และ 0.13: /1000 วนั นอน ตามลาดบั

2. เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการทบทวนคาสงั่ ใชย้ า เป้าหมายเพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั ยา warfarin อย่างปลอดภยั ทมี ไดด้ าเนินการ
คดั กรองคาสงั่ ใชย้ าโดยการประสานรายการยาผูป้ ่วยทุกราย และในปี 2563 เพมิ่ การคดั กรองค่า INR มากกว่าหรอื เท่ากบั 4 ผลลพั ธ์
พบว่าอตั ราการเกดิ ADE จากยา warfarin ลดลง จากปี 2561-2563 เทา่ กบั รอ้ ยละ 5.84, 6.44 และ 4.43 ตามลาดบั

(2) การจดั เตรยี มยา:
● เพอ่ื บรรลเุ ป้าหมายการเตรยี มยาเคมบี าบดั ชนดิ ฉดี ตามมาตรฐานและผปู้ ว่ ยไดร้ บั ยาถกู ตอ้ งมคี ุณภาพ จงึ มมี าตรการให้
1.คดั กรองคาสงั่ ใชย้ าเคมบี าบดั ตาม SOP 2.เภสชั กรจดั เตรยี มยาเคมบี าบดั ใหผ้ ูป้ ่วยทุกราย ภายใต้ Isolator ผลลพั ธ์
ปี 2561-2563 เภสชั กรจดั เตรยี มยาเคมบี าบดั จานวน 9,166, 8,866 และ 9,751 ขนาน
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการจดั เตรยี มยา เป้าหมายเพ่อื ลดการเกดิ Pseudoallergy จากการผสมยาความเขม้ ขน้ ไม่เหมาะสม
ในกลมุ่ ยา antibiotic ซง่ึ เป็นยากล่มุ ทม่ี รี ายงานอนั ดบั แรก มถิ ุนายน ปี 2562 ทมี จงึ ไดด้ าเนินการดงั น้ี 1. เอกสารขอ้ มูล
การผสมยา/ความคงตวั หลงั ผสม 2.ระบบฉลากยา : ขอ้ มลู การผสมยา/ความคงตวั หลงั ผสม และอตั ราทเ่ี หมาะสมในการบรหิ ารยา
3.พมิ พฉ์ ลากยาตามจานวนมอ้ื การบรหิ ารยาใหห้ อผูป้ ว่ ย เพ่อื ตดิ ขวดยา ผลลพั ธพ์ บว่า อตั ราการเกดิ Pseudoallergy ลดลง
เทยี บกบั preventable ADE ทงั้ หมด จากปี 2561-2563 เท่ากบั รอ้ ยละ 1.94(18/927), 1.40(19/1357)และ 1.03(13/1257)ตามลาดบั

(3) การตดิ ฉลากยา:
● เพ่อื ปรบั ปรุงฉลากยาเพมิ่ เติมจากมาตรฐานทวั่ ไปท่รี ะบุช่อื ผู้ป่วย, ช่อื ยา, ความแรง, วธิ กี ารใชย้ า และจานวนยา
เป้าหมายเพอ่ื ลดความคลาดเคล่อื นและเพม่ิ ความปลอดภยั จากการใชย้ า ทมี จงึ ไดด้ าเนินการ ดงั น้ี 1.เพมิ่ ขอ้ มลู ทจ่ี าเป็น
สาหรบั ทมี สหสาขาวชิ าชพี และผปู้ ว่ ย เชน่ ขอ้ มูลการผสมยา/ความคงตวั หลงั ผสม , อตั ราทเ่ี หมาะสมในการบรหิ ารยา,
สรรพคุณยา, อาการขา้ งเคยี งทส่ี าคญั , การเกบ็ รกั ษา เป็นต้น 2. งานบรกิ ารผปู้ ว่ ยนอกบนฉลากยาระบุ location
เพอ่ื รองรบั ระบบสายพาน 3.ฉลากชว่ ยเพ่อื ใหค้ วามรูผ้ ูป้ ว่ ยในการเฝ้าระวงั อาการไม่พงึ ประสงค์ เช่น อาการเตอื นเม่อื
เกดิ ADR จากยา warfarin, การเกดิ อาการแพย้ าในรายการยากลุ่มเสย่ี ง เป็นต้น 4.ปรบั ช่อื ยาโดยใช้ tall man letter
ผลลพั ธท์ มี สหสาขาวชิ าชพี มแี หล่งขอ้ มลู จาเป็นทง่ี า่ ยสะดวกต่อการปฏบิ ตั งิ าน และผปู้ ว่ ยมขี อ้ มลู สาหรบั การเฝ้าระวงั ADR

(4) การสง่ มอบยาใหห้ น่วยดแู ลผปู้ ว่ ย:
● เพอ่ื ปรบั ปรุงกระบวนการจ่ายยางานบรกิ ารผปู้ ว่ ยใน โดยมเี ป้าหมายใหพ้ ยาบาลไดร้ บั ยาด่วนภายในเวลาทก่ี าหนด ไม่เกนิ 20 นาที
ทมี งานจงึ ไดด้ าเนินการ 1.แยกใบสงั่ ยากลุ่มผูป้ ่วยกลบั บา้ นออกจากยาด่วน 2.หอผูป้ ่วยมปี ้ายยาด่วน ใส่มาพรอ้ มใบ copy order
3. หอ้ งยาจดั แยกเจ้าหน้าท่แี ละเภสชั กรในการจดั /เชค็ /จ่ายสาหรบั ยาด่วน ผลลพั ธ์พบว่าในปี2561-2563 พยาบาลได้รบั ยาด่วน
ในเวลาเฉลย่ี 21, 22 และ 21 นาที แต่ยงั พบวา่ อตั ราตะกรา้ ยาด่วนทพ่ี ยาบาลไดร้ บั ยาไมเ่ กนิ 20 นาที มสี งู ถงึ รอ้ ยละ 57.14 ในปี 2562
และรอ้ ยละ 68.13 ในปี 2563 งานบรกิ ารผปู้ ว่ ยในจงึ มแี ผน lean ระบบงานตงั้ แต่กระบวนการรบั ใบสงั่ ยาถงึ กระบวนการจ่ายยา

66

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

● เพอ่ื บรรลเุ ป้าหมายการสง่ มอบยาเคมบี าบดั ใหห้ อผปู้ ว่ ยอยา่ งถูกตอ้ งปลอดภยั โดยมแี นวทางการปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี 1. บรรจุ
ยาเคมบี าบดั ทเ่ี ตรยี มแลว้ ในถุง/กลอ่ งปิดสนิท 2. นาสง่ ยาโดยเจา้ หน้าทป่ี ระจาหอ้ งเตรยี มยาเคมบี าบดั 3. นาสง่ ยาพรอ้ ม
spiill kit 4. พยาบาลหอผปู้ ว่ ยเซน็ รบั ยาในสมดุ เซน็ รบั ผลลพั ธพ์ ยาบาลไดร้ บั ยาเคมบี าบดั ถูกตอ้ งตรงตามเวลาทก่ี าหนด

(5) การสง่ มอบยาใหแ้ กผ่ ปู้ ว่ ย:
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการส่งมอบยาใหแ้ ก่ผู้ป่วย โดยมเี ป้าหมายลดความคลาดเคล่อื นในการรบั ประทานยาซ้าซอ้ น
กรณีมกี ารเปลย่ี นแปลงบรษิ ทั ในการจดั ซอ้ื ยา ทมี งานจงึ ไดต้ ดิ สต๊กิ เกอร์ “ยาเปลย่ี นบรษิ ทั ” ทห่ี น้าซองยา พรอ้ มอธบิ าย
โดยเภสชั กร ผลลพั ธผ์ ปู้ ว่ ยรบั ทราบขอ้ มลู
● เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการสง่ มอบยา warfarin มเี ป้าหมายลดการเกดิ เหตุการณ์ไม่พงึ ประสงคจ์ ากยา warfarin โดยปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
1. เภสชั กรผสู้ ่งมอบสอบถามเก่ยี วกบั ความร่วมมอื ในการใชย้ า 2. อธบิ ายการใชย้ าเม่อื มกี ารเปลย่ี นแปลงการใช้ยา
3.อธบิ ายอาการขา้ งเคยี งทจ่ี าเป็นตอ้ งรบี กลบั มาพบแพทย์ 4. กรณผี ปู้ ว่ ยทป่ี ระเมนิ แลว้ ตอ้ งตดิ ตามต่อจะส่งต่อขอมลู ใน Note
ของระบบ HOSxP ผลลพั ธอ์ ตั ราการเกดิ ADE จากยา warfarin ลดลง จากปี 2561-2563 เท่ากบั รอ้ ยละ 5.84, 6.44
และ 3.92 ตามลาดบั

II-6.2 ค. การบรหิ ารยา
(1) การบรหิ ารยา การใชแ้ บบบนั ทกึ การใหย้ า (Medication Administration Record; MAR) การตรวจสอบซา้ :

● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการใช้ใบ MAR มเี ป้าหมายลดความคลาดเคล่อื นจากการคดั ลอก และเพมิ่ การ cross check
ระหวา่ งวชิ าชพี ทมี ไดด้ าเนนิ งาน 1.เภสชั กรรบั คาสงั่ ใชย้ าและบนั ทกึ ลงในระบบ HOSxP โดยเภสชั กรเหน็ คาสงั่ แพทย์
โดยตรงผ่าน copy order ไม่ผ่านการคดั ลอก 2. พยาบาลพมิ พใ์ บ MAR ไดจ้ ากระบบ HOSxP และตรวจสอบคาสงั่ ใชย้ าซ้า
แต่ยงั พบปญั หาไม่สะดวกในการใชง้ าน และยงั มกี ารคดั ลอกของพยาบาลในใบ MAR กรณีเป็นคาสงั่ ใหม่ จงึ มกี ารจดั ทา
ฉลากยาขนาดเลก็ เพ่อื ใหพ้ ยาบาลพมิ พต์ ดิ ในใบ MAR และ มแี ผนยกเลกิ card ยาฉีด โดยใชฉ้ ลากยาจากหอ้ งยาทใ่ี ห้
พรอ้ มยาฉีดเท่าจานวนมอ้ื แทน card ยาเพ่อื ลดการคดั ลอก และมแี ผนสงั่ ใชย้ าผา่ นระบบ CPOE

(2) การใหค้ วามรู้ การมสี ว่ นร่วมของผปู้ ว่ ย/ครอบครวั :
● เพอ่ื สง่ เสรมิ การใหค้ วามรู้ และเพม่ิ การมสี ว่ นรว่ มของผปู้ ว่ ย/ญาติ ในการใชย้ า เป้าหมายเพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถใชย้ าไดถ้ ูกต้อง,
ปลอดภยั และต่อเน่อื ง ทมี งานจงึ ไดม้ คี ลนิ ิกใหค้ าปรกึ ษา และตดิ ตามการใชย้ า งานบรกิ ารผูป้ ่วยใน มเี ภสชั กรประจาหอผูป้ ่วย
5 หอผปู้ ่วย ไดแ้ ก่ หอผูป้ ว่ ยอายุรกรรมชาย 1-2, หอผูป้ ว่ ยอายุรกรรมหญงิ , หอผูป้ ่วย stroke unit และหอผูป้ ว่ ย CCU
และเภสชั กรประจางานผูป้ ่วยใน 2 คน ขน้ึ ปฏบิ ตั งิ านในหอผปู้ ่วยทเ่ี หลอื โดยเน้นในกลุ่มผูป้ ่วยทใ่ี ชย้ า warfarin, ผูป้ ่วย MI
ทไ่ี ดร้ บั ยา streptokinase, ผปู้ ว่ ย stroke ทไ่ี ดร้ บั ยา alteplase, ผปู้ ว่ ยใชย้ าเทคนิคพเิ ศษ ในผปู้ ว่ ย COPD, Asthma, DM
และในปี 2563 เพม่ิ กลุ่มผูป้ ว่ ยก่อนออกจากโรงพยาบาล (Discharge Counselling) และมกี ารส่งต่อไปยงั งานบรกิ าร
ผปู้ ว่ ยนอกดว้ ย google drive งานบรกิ ารผปู้ ว่ ยนอกใหบ้ รกิ าร 10 คลนิ กิ ไดแ้ ก่ คลนิ ิก warfarin, คลนิ ิก CVT, คลนิ กิ เบาหวาน,
คลนิ ิกมะเรง็ , คลนิ ิกกญั ชาทางการแพทย,์ คลนิ ิกหอบหดื , คลนิ ิกวณั โรค, คลนิ ิกARV ,คลนิ ิก CAPD และ คลนิ ิก heart failure
ผลลพั ธ์ ปี2561-2563 รอ้ ยละความร่วมมอื ในการใชย้ าเฉลย่ี เทา่ กบั ตรงตามเป้าหมาย มากกว่ารอ้ ยละ 80 และมากกว่า
รอ้ ยละ 95 งานปฐมภูมเิ ป็นทมี ดแู ลเยย่ี มผปู้ ว่ ยทบ่ี า้ นซง่ึ ประกอบดว้ ยทมี สหสาขาวชิ าชพี ผลลพั ธป์ ี 2561-2563 รอ้ ยละ
ความร่วมมอื ในการใชย้ าเฉลย่ี ตรงตามเป้าหมาย มากกว่ารอ้ ยละ 80

(3) การตดิ ตามผลการใชย้ า:
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการตดิ ตามการใชย้ าผูป้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั ยา warfarin เป้าหมายเพ่อื ป้องกนั การเกดิ ADE ทมี ไดด้ าเนินการ
ใหบ้ รบิ าลทางเภสชั กรรมในคลนิ ิก warfarin ผูป้ ่วยนอก 1 วนั /สปั ดาห์ และการบรบิ าลเภสชั กรรมผปู้ ว่ ยในทุกราย ผลลพั ธ์
ยงั พบ ADE>ระดบั E จากการใชย้ า warfarin ในปี 2562= 6.44% ซง่ึ เพม่ิ จาก 5.84% ในปี 2561 จากการนาเสนอขอ้ มลู
สู่ PTC จงึ นาสนู่ โยบาย safety warfarin ทมี งานจงึ ไดเ้ รม่ิ ดาเนินการดงั น้ี 1.ขยายวนั ในการใหบ้ รบิ าลทางเภสชั กรรม
ในคลนิ ิก warfarin ผปู้ ่วยนอก 2 วนั /สปั ดาห์ 2. จดั ตงั้ ศนู ยใ์ หค้ าปรกึ ษาการใชย้ า warfarin ทห่ี อ้ งจ่ายยาผปู้ ว่ ยนอก
สาหรบั ผูป้ ว่ ยทเ่ี ขา้ ตามเกณฑท์ ก่ี าหนดและไม่ไดเ้ ขา้ คลนิ ิก และมแี ผนประสานศนู ยด์ ูแลต่อเน่ืองทบ่ี า้ น (Continuity of care:COC)
ในผปู้ ว่ ยรายทเ่ี ขา้ เกณฑ์
● เพ่ือปรบั ปรุงกระบวนการติดตามการใช้ยาผู้ป่วยมะเรง็ ชนิดกอ้ นทร่ี บั ยาชนิดฉีดเขา้ หลอดเลอื ดดา โดยมีเป้าหมาย
เพอ่ื ป้องกนั /ลดความรุนแรงของการเกดิ อาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากยา ทมี ไดด้ าเนินการใหบ้ รบิ าลทางเภสชั กรรมหลงั จาก

67

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ผปู้ ว่ ยพบแพทย์ (post-counselling) ในปี 2560 จากการดาเนินงานพบปญั หากรณีผปู้ ่วยนอกผูป้ ว่ ยไม่สะดวกในการให้
ขอ้ มลู ระหว่างการใหย้ าเคมบี าบดั และ รบกวนเวลาแพทยใ์ นการตรวจผปู้ ว่ ยรายอ่นื กรณีทม่ี กี ารปรกึ ษาหลงั จากผปู้ ว่ ย
ออกจากหอ้ งตรวจแลว้ จงึ ไดป้ รบั เปลย่ี นเป็นการบรบิ าลทางเภสชั กรรมก่อนพบแพทย์( pre-counselling) ในปี 2562
เพอ่ี ลดปญั หาดงั กลา่ ว ผลลพั ธเ์ ภสชั กรสามารถจดั การอาการไมพ่ งึ ประสงคท์ เ่ี กดิ ขน้ึ กบั ผปู้ ว่ ยไดเ้ พม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 70.83 ,
62.84, 84.72 และ 73.50 ในปี 2560 - 2563 ตามลาดบั
● เพ่อื ตดิ ตามการใชน้ ้ามนั กญั ชา เป้าหมายเพ่อื ความปลอดภยั ในการใชย้ า โดยคลนิ ิกกญั ชาทางการแพทยเ์ รมิ่ ในปี 2563
ผลการดาเนินงาน แพทยจ์ ่ายน้ามนั กญั ชา 39 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 52 จากการตดิ ตามผูป้ ว่ ยทุกรายมคี ุณภาพชวี ติ เพม่ิ ขน้ึ
และมผี ปู้ ว่ ยเกดิ อาการไมพ่ งึ ประสงคท์ ไ่ี ม่รนุ แรงจากยาและสามารถใชย้ าต่อได้ 5 ราย อาการทพ่ี บ ไดแ้ ก่ อาการปากแหง้ คอแหง้
และคล่นื ไสอ้ าเจยี น แต่ผปู้ ว่ ยเกดิ อาการไม่พงึ ประสงคท์ ร่ี ุนแรงจากยาและไม่สามารถใชย้ าต่อได้ 3 ราย อาการทพ่ี บ
ไดแ้ ก่ การรบั รสเปลย่ี น มนึ เวยี นศรี ษะมาก และมภี าวะเมด็ เลอื ดขาวต่า และอกี 1 รายเกดิ อนั ตรกริ ยิ ากบั ยา fentanyl patch
ทาใหเ้ กดิ อาการอ่อนแรง เวยี นศรี ษะมากแพทยพ์ จิ ารณาใหห้ ยดุ ใชย้ า fentanyl patch และใชน้ ้ามนั กญั ชาต่อ
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการตดิ ตามการใช้ยาผูป้ ่วยเบาหวาน เป้าหมายเพ่อื การใชย้ าอย่างถูกต้องและป้องกนั การเกดิ ADE
ทมี ได้ดาเนินการให้บรบิ าลทางเภสชั กรรมในคลนิ ิกเบาหวาน คร่งึ วนั /สปั ดาห์ ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานท่ไี ม่สามารถ
ควบคุมได้ ผลลพั ธ์ปี 2561-2563 1.อตั ราผูป้ ว่ ยท่มี ผี ลการรกั ษาตามเป้าหมายทก่ี าหนด เท่ากบั รอ้ ยละ 50.30,33.65
และ 39.90 ตามลาดบั 2. สามารถป้องกนั การเกดิ ADE ชนิดป้องกนั ได้ (preventable ADE) รอ้ ยละ 46.42, 72.02 และ
51.26 ตามลาดบั แต่เน่อื งจากพบผปู้ ว่ ยตอ้ งเขา้ รบั การรกั ษาเป็นผปู้ ว่ ยในจาก ADE คอื ภาวะ Diabetic Ketoacidosis
(DKA)ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดท่ี 1 ท่ไี ม่ไดเ้ ขา้ คลนิ ิกเบาหวาน และ hypoglycemia ในผู้ป่วยกลุ่มท่เี ขา้ คลนิ ิก
ทมี สหสาขาวชิ าชพี จงึ มแี ผนขยายคลนิ กิ เบาหวาน ดงั น้ี ผปู้ ว่ ยเบาหวานทไ่ี ม่สามารถควบคมุ 1 วนั และผปู้ ว่ ยกลุม่ อน่ื ๆ
ทม่ี ปี ญั หา 1 วนั
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการตดิ ตามการใชย้ าในผูป้ ่วย Cerebral Venous Thrombosis (CVT) เป้าหมายเพ่อื การใชย้ า
อย่างถูกตอ้ งและป้องกนั การเกดิ ADE ทมี ไดด้ าเนินการใหบ้ รบิ าลทางเภสชั กรรมก่อนพบแพทย์( pre-counselling)
ใน CVT clinic และหลงั พบแพทย์ (post-counselling) ผลลพั ธป์ ี2561-2563 1.อตั ราผูป้ ว่ ยทม่ี ผี ลการรกั ษาตามเป้าหมาย
ท่กี าหนด เท่ากบั ร้อยละ 56.55,56.90และ 59.58 ตามลาดบั 2. สามารถป้องกนั การเกดิ ADE ชนิดป้องกนั ได้
(preventable ADE) ร้อยละ 18.99, 10.19 และ 4.03 ตามลาดบั แต่เน่ืองจากมแี พทยเ์ ฉพาะทางและจานวนผปู้ ว่ ยเพมิ่ ขน้ึ
ทมี สหสาขาวชิ าชพี จงึ มแี ผนขยายวนั ใหบ้ รกิ าร
● เพอ่ื ปรบั ปรงุ กระบวนการประเมนิ ความเหมาะสมในการใชย้ า Antibiotic ฉีด เป้าหมายใหม้ กี ารสงั่ ใชย้ าตามถูกต้องตามเกณฑ์
และใหเ้ กดิ ความคมุ้ คา่ ทางเศรษฐศาสตร์ จงึ ไดด้ าเนินการใหม้ กี ารประเมนิ Antibiotic ฉีดทม่ี มี ลู ค่าสงู 10 รายการ และทบทวน
ความเหมาะสมในการใชย้ าทกุ 7 วนั และ 14 วนั ประสานแพทยเ์ ม่อื สงั่ ใชย้ าเกนิ 7 วนั และแพทยเ์ ชย่ี วชาญโรคตดิ เชอ้ื
เม่อื ใชย้ าเกนิ 14 วนั หรอื เมอ่ื มกี ารใชย้ าไม่ตรงกบั ผลเพาะเชอ้ื ผลลพั ธ์ 1.รอ้ ยละการสงั่ ยาไม่ตามเกณฑล์ ดลงจาก 4.31, 3.57
และ 2.53 ในปี 2561-2563 ตามลาดบั 2. รอ้ ยละมลู คา่ ไมก่ อ่ ประโยชน์ลดลงจาก 3.43 , 2.13 และ 1.08 ในปี 2561-2563 ตามลาดบั
(4) การจดั การกบั ยาทผ่ี ปู้ ว่ ยนาตดิ ตวั มา:
● เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการจดั การยาทผ่ี ูป้ ่วยนาตดิ ตวั มา มเี ป้าหมายเพ่อื ลดโอกาสการบรหิ ารยาผดิ พลาดของผูป้ ว่ ย จงึ ได้
ดาเนินการ ดงั น้ี ผปู้ ว่ ยนอนโรงพยาบาลกรณีทแ่ี พทยส์ งั่ ใชย้ าทผ่ี ปู้ ่วยนามา พยาบาลจะส่งยาทงั้ หมดพรอ้ มคาสงั่ ใชย้ า
ของแพทยม์ ายงั หอ้ งยา ถ้าเป็นรายการยาท่ีมอี ย่ใู นบญั ชยี าโรงพยาบาลจะใชย้ าของโรงพยาบาลก่อน และใชย้ าเดมิ
ผปู้ ว่ ยเฉพาะรายการยาทไ่ี ม่มใี นโรงพาบาล ยาเดมิ ผปู้ ว่ ยหอ้ งยาจะตดิ สตก๊ิ เกอรส์ สี ม้ ระบุ “ยาเดมิ ผปู้ ว่ ย หา้ มใช้ ขณะนอน รพ.
สง่ กลบั หอ้ งยาวนั กลบั บา้ น พรอ้ มใบสงั่ ยา” และสง่ คนื กลบั หอผปู้ ว่ ย เมอ่ื ผปู้ ว่ ยกลบั บา้ นพยาบาลจะสง่ ยานนั้ กลบั มาพรอ้ มคาสงั่
ใชย้ ากลบั บา้ นเพอ่ื ใหห้ อ้ งยาจดั การต่อ ผปู้ ว่ ยนอกกรณีผปู้ ว่ ยนานากลบั มา เภสชั กรตรวจสอบสภาพยา และหกั ลบจานวนยา
ทแ่ี พทยส์ งั่ กบั ยาเดมิ ผปู้ ว่ ยทเ่ี หลอื
iv. ผลการพฒั นาที่โดดเดน่ และภาคภมู ิใจ
● มกราคม 2560 ไดร้ บั รางวลั ระดบั ดเี ยย่ี ม จากการนาเสนอผลงานเร่อื ง “การบรบิ าลผูป้ ่วยมะเรง็ ชนิด solid tumor

ทไ่ี ดร้ บั ยาเคมบี าบดั แบบองคร์ วม” ในโครงการมหกรรมคณุ ภาพ รพ.วชริ ะภเู กต็ ครงั้ ท่ี 1 ประจาปี 2560
● กนั ยายน 2560 ไดร้ บั รางวลั รองอนั ดบั 3 การนาเสนอผลงานประเภท CQI เร่อื ง “พฒั นาแนวทางการจ่ายยา

ลดมลู คา่ ยากระตุน้ การสรา้ งเมด็ เลอื ด” ในโครงการมหกรรมคณุ ภาพ วชิ าการและงานวจิ ยั เขตสขุ ภาพท่ี 11 ปี 2560
● กนั ยายน 2560 ไดร้ บั รางวลั ชมเชย V-CQI Award เร่อื ง “พฒั นาแนวทางการจา่ ยยา ลดมลู ค่ายากระตุ้นการสรา้ งเมด็ เลอื ด”

ในโครงการมหกรรมคณุ ภาพ รพ.วชริ ะภูเกต็ ครงั้ ท่ี 2/2560

68

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

● มกราคม 2561 ตพี มิ พผ์ ลงานวชิ าการเร่อื ง “Comparisons of Methods and Outcomes of Warfarin Guideline-
based Management in Patient on Warfarin Therapy whose International Normalized Ratio (INR) is Higher
than Target INR at Vachiraphuket Hospital” วารสาร Journal of Health Science and Medical Research ฉบบั
เดอื นมนี าคม – เมษายน 2561

● ตุลาคม 2561 นาเสนอ oral presentation ในโครงการมหกรรมคณุ ภาพวชิ าการ วจิ ยั ระดบั เขตบรกิ ารสุขภาพท่ี 11
ประจาปี 2561 เร่อื ง “ #แพย้ าซ้า 2018”, “ Preprinted order Chemotherapy”, “ยาปฏฯิ ช(้ี หายนะ)”, “ warfarin ตวั
รา้ ยทฉ่ี นั รกั ”

● พฤษภาคม 2562 นาเสนอ Poster Presentation ในโครงการมหกรรมคุณภาพ การจดั การความรแู้ ละงานวจิ ยั ครงั้ ท่ี 6
ประจาปี 2562 เขตสขุ ภาพท่ี 11 เร่อื ง “Levophed ยาช่วยชวี ติ เฝ้าระวงั สกั นิด ลด risk gangrene” Chemo Care Episode III,
หอบไม่ตอ้ งหว่ ง, เชค็ ก่อนแชร์ แลปลอดภยั , การพฒั นาการจดั การยาใกลห้ มดอายุ

● กุมภาพนั ธ์ 2563 นาเสนอ oral presentation ในโครงการมหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ ปีงบประมาณ 2563
ครงั้ ท่ี 1 เร่อื ง “Waiting time No Wasting time”(IPD), “The key to safety expired medicine”(IPD), “Alert @ First sight
ใสใ่ จดแู ล แครค์ วามปลอดภยั ”(Clinic), Chemo Care by Pharmacy : ADR recovery เม่อื มี Pre counselling
และนาเสนอ poster presentation เร่อื ง “Pharmacy Pharmasafe ปลอดภยั ไม่แพย้ าซ้า”(IPD), “Warfarin eternity care
ปลอดภยั เม่อื เรมิ่ ใชห้ ่วงใยเม่อื ไดร้ บั ” (IPD), “Med reconcile”(Clinic) Preventing antiretroviral medication errors,
THE BEST MANAGEMENT SUBSTOCKS, ห่วงใย ใสใ่ จ เม่อื ใช้ Warfarin, สงั่ ซอ้ื ใหต้ รงใจ

● สงิ หาคม 2563 ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ การนาเสนอผลงานประเภท นวตั กรรมดา้ นกระบวนการใหบ้ รกิ าร เร่อื ง Tele-
Slider Dispensing, รางวลั รองอนั ดบั 3 การนาเสนอผลงานประเภท CQI เร่อื ง Chemo Care by Pharmacy :
ADR recovery เม่อื มี Pre counselling, รางวลั ชมเชย การนาเสนอผลงานประเภท CQI เร่อื ง Vachira Drive Thru
รบั ยาปลอดภยั ห่างไกลโควดิ , รางวลั ชมเชย การนาเสนอผลงานประเภทการจดั การความรู้ เร่อื ง Aletr@First Sight
ใสใ่ จดแู ลแครค์ วามปลอดภยั ในโครงการมหกรรมคณุ ภาพ การจดั การความรู้ R2R งานวจิ ยั และนวตั กรรม ครงั้ ท่ี 7
ประจาปี 2563 เขตสขุ ภาพท่ี 11

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

52.การกากับดูแ ล 3 L I - กาหนด PTC round ทุก 3 เดอื นเพอ่ื ตดิ ตามนโยบายดา้ นยา

การจดั การดา้ นยา - ตดิ ตามฐานขอ้ มลู การใชย้ าและวเิ คราะหเ์ พอ่ื ประกอบเป็นแนวทางการใชย้ า
อย่างสมเหตุสมผล, ป้องกนั การแพย้ าซ้า, Medication Reconciliation และ

Drug interaction

- เพม่ิ การคน้ หา ADE โดยใช้ trigger และตวั ชว้ี ดั ทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์

- สง่ เสรมิ การวจิ ยั ดา้ นเภสชั กรรมโรงพยาบาล (R2R)

53. สง่ิ แวดลอ้ มสนบั สนุน 4 L I - พฒั นาโปรแกรมคลงั ใหเ้ ช่อื มโยงกบั งานจดั ซอ้ื และหน่วยบรกิ ารจา่ ยยาใหส้ มบรู ณ์

การจดั หาและ - ขยายพน้ื ทค่ี ลงั ยา

เกบ็ รกั ษายา - ตดิ ตงั้ กลอ้ งวงจรปิดเพอ่ื เป็นการทวนสอบกระบวนการเตรยี มยา
54.การสัง่ ใช้ยาและ 3.5 L I - ขยาย CPOE ในงานจ่ายยาผปู้ ว่ ยใน

การถ่ายทอดคาสงั ่ - ขยาย Medication reconciliation ใหค้ รอบคลมุ มากขน้ึ
55.การทบทวนคาสงั่ 3 L I - พฒั นาใบสรุปรายการยาเพอ่ื สง่ ต่อใหผ้ ปู้ ว่ ยและเกดิ ความสอดคลอ้ งต่อเน่อื ง

เตรยี ม เขยี นฉลาก ในการรกั ษา
จดั จา่ ยและสง่ มอบยา - เตรยี ม Small dose ในยาปฏชิ วี นะสาหรบั ผปู้ ว่ ย NICU

56.การบรหิ ารยา 3 L I - เพมิ่ การสมุ่ การบรหิ ารยาทต่ี กึ เพอ่ื หาโอกาสพฒั นา

และตติ ตามผล - พฒั นาการตดิ ตามและประเมนิ การใชย้ ากล่มุ มลู คา่ สงู และยาบญั ชี ง

- ยกเลกิ card ยาฉีดฉีด โดยใช้ฉลากยาจากห้องยาท่ใี หพ้ รอ้ มยาฉีดเท่า

จานวนมอ้ื แทน card ยา

69

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-7.1 บริการรงั สีวิทยา/ภาพการแพทย์
i. ผลลพั ธ์
ประเดน็ คณุ ภาพ/ความเสี่ยงท่ีสาคญั : คณุ ภาพฟิลม์ ปลอดภยั ถูกตอ้ ง รวดเรว็
ขอ้ มูล/ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

1. รอ้ ยละของการอ่านผลลกั ษณะรงั สเี ตา้ นม 4/62 : 2%(1/44) 1-4/63
ไม่ตรงกบั ผลชน้ิ เน้อื (เริ่มไตรมาส 4/2562) 1/63 : 0%(0/20)
2/63 : 0%(0/33)
<10%

3/63 : 10%(2/19)

4/63 : 0%(0/38)

2. ระยะเวลาการรอรบั บรกิ ารผปู้ ว่ ยนอก <20 นาที 16 16 13 11 10

3. ระยะเวลาการนดั ตรวจพเิ ศษ (IPD) <3 วนั 2 2 2 2 2
10 8
4. ระยะเวลาเฉล่ียของผู้ป่วยกลุ่มโรค 15 นาที NA NA NA
fastrack ไดร้ บั บรกิ ารรงั สวี ทิ ยา
<4 % 1.41 1.87 2.3 2.54 1.48
5. อตั ราการถ่ายภาพรงั สซี า้

6. อตั ราการแพส้ ารทบึ รงั สซี ้า 0% 0 0 0 0 0

7. จานวนการรอ้ งเรยี นการบรกิ าร <10 ครงั้ /ปี 0 4 5 5 2

8. อตั ราความพงึ พอใจ >80 % 82 86 84 83 85
9. อตั ราบุคลากรไดร้ บั รงั สเี กนิ กาหนด 0% 0 0 0 0 0

10.จานวนบุคลากรติดเช้อื จากการทางาน 0 คน 1 0 0 0 0
(TB, COVID-19)
ii. บริบท
ขอบเขตบริการ : กลุ่มงานรงั สวี ิทยามหี น้าท่ใี ห้บรกิ ารดา้ นรงั สวี นิ ิจฉัยแก่ผู้รบั บริการ ตลอด 24 ชวั่ โมง ทงั้ การตรวจวินิจฉัย เพ่อื วเิ คราะห์โรค
(Diagnosis) และการตรวจคดั กรองเพ่อื คน้ หาโรค (Check UP) โดยใชก้ ารตรวจดว้ ยเคร่อื งเอกซเรยท์ วั่ ไป และการตรวจดว้ ยเครอ่ื งมอื พเิ ศษทางรงั สี
โดยมเี ป้าหมายใหผ้ ูร้ บั บรกิ ารไดร้ บั บรกิ ารทางด้านรงั สวี นิ ิจฉัยอย่างครบถ้วน ถูกต้องตามมาตรฐานวชิ าชพี นอกจากน้ียงั มหี น้าท่รี บั เป็นท่ี
ปรกึ ษา (Consultant) และอา่ นผลใหแ้ กแ่ พทยส์ าขาต่างๆ ในกรณีทภ่ี าพรงั สแี ปรผลยาก อกี ทงั้ ยงั ใชเ้ ป็นสถานท่ี ดูงานสาหรบั นกั ศกึ ษาแพทย์
นกั ศกึ ษารงั สเี ทคนคิ เป็นสถานทด่ี งู านสาหรบั นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย และใหค้ วามรู้ แกป่ ระชาชนทวั่ ไปในงานวชิ าการดา้ นรงั สวี ทิ ยา
ขอบเขตบรกิ าร (ในเวลา นอกเวลา การสง่ ตรวจภายนอก):

ลกั ษณะงานดา้ นบริการ ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

General X-ray (expose) 107187 119581 139019 139943 135794

Special X-ray (ราย) 7546 9348
- Ultrasound 6425 7167 7614 1463 1555
- Mammogram 920 512 1223 400 304
- Fluoroscopy 615 646 552 14568 24561
- CT scan 18512 19020 17254 3058 3187
- MRI 2,082 2,271 3203 166978 174749

รวมทงั้ หมด 135741 149197 168865

จานวนเจา้ หน้าทร่ี งั สเี ทคนิค/เจา้ หน้าถ่ายภาพรงั สี (ปรญิ ญา/ต่ากวา่ ปรญิ ญา) :
อตั ราบคุ ลากรมีดงั นี้

1. รงั สแี พทย์ 7 คน

2. นกั รงั สกี ารแพทย์ 3 คน

3. เจา้ หน้าทร่ี งั สกี ารแพทย์ 2 คน

4. นกั วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 6 คน

70

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

5. พนกั งานการแพทยแ์ ละรงั สเี ทคนคิ 15 คน

6. พนกั งานเปล 3 คน
เทคโนโลยสี าคญั : ลกั ษณะเครอื่ งมอื ที่ให้บริการมีดงั นี้
5 เครอ่ื ง
1. เครอ่ื งเอกซเรยท์ วั่ ไป 1 เครอ่ื ง

2. เคร่อื งเอกซเรยฟ์ นั ทงั้ ปาก

3. เคร่อื งเอกซเรยฟ์ ลอู อโรสโคป 1 เคร่อื ง

4. เคร่อื งอลั ตราซาวดน์ 2 เครอ่ื ง

5. เครอ่ื งเอกซเรยเ์ คลอ่ื นท่ี 5 เครอ่ื ง

6. เครอ่ื งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ 1 เคร่อื ง

7. เคร่อื งตรวจดว้ ยคลน่ื สนามแม่เหลก็ ไฟฟ้า 1 เคร่อื ง

8. เครอ่ื งเอกซเรยเ์ ตา้ นม 1 เครอ่ื ง

9. ระบบ pacs
การตรวจพเิ ศษทางรงั สี : มกี ารตรวจพเิ ศษทางรงั สที ุกระบบการทา Floroscopy, MRI , CT SCAN, Mammogram, Intervention radiology
เทคโนโลยสี าคญั : CT SCAN, MRI, MAMMOGRAM, INTERVENTION, PACS SYSTEM
iii. กระบวนการ
II-7.1 ก. การวางแผน ทรพั ยากร และการจดั การ
(1) การวางแผนและจดั บรกิ าร:
 เพอ่ื พฒั นาการจดั บรกิ ารรงั สวี ทิ ยา มเี ป้าหมายเป็นศนู ยบ์ รกิ ารการแพทยข์ นั้ สงู แผนกรงั สวี ทิ ยาสง่ รงั สแี พทยเ์ รยี นต่อเฉพาะ
ทางรงั สรี ว่ มรกั ษา กลบั มาปฏบิ ตั งิ านปี 2562 จานวน 1 ท่าน และปี 2564 จานวน ท่าน ปจั จุบนั สามารถใหบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ย 3 อนั ดบั แรก
ไดแ้ ก่ 1) Guide biopsy 153 ราย 2). PCD 50 ราย 3 ) Transaterial Embolization 12 รายนอกจากน้ีมรี งั สแี พทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นภาพ
วนิ จิ ฉยั เตา้ นมจานวน1ท่านตงั้ แต่ปี 2561-2563ใหบ้ รกิ ารจานวน4212รายลดระยะเวลารอคอยผปู้ ว่ ยไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั และรกั ษารวดเรว็ ขน้ึ
 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการจดั บรกิ ารทางรงั สวี ทิ ยา โดยมเี ป้าหมายลดระยะเวลารอคอยการรบั บรกิ าร ทมี ดาเนินการ 1) ตดิ ตงั้
ระบบสง่ ภาพทางการแพทย์ 2) ประกนั ระยะเวลารบั บรกิ าร 3) รงั สแี พทยพ์ จิ ารณาใบส่งตรวจพเิ ศษจดั ลาดบั ความเร่งด่วน
เป็นผลใหร้ ะยะเวลารอรบั บรกิ ารผปู้ ว่ ยนอกและนดั ตรวจพเิ ศษมแี นวโน้มดขี น้ึ ผ่านคา่ เป้าหมาย
(2) ทรพั ยากรบุคคล:
 เพอ่ื พฒั นาและเพมิ่ พนู ความรอู้ ยา่ งต่อเน่อื ง โดยมเี ป้าหมายใหผ้ ลการอ่านผลการตรวจทางรงั สวี ทิ ยาเต้านมถูกตอ้ ง เม่อื เทยี บกบั
ผลการตรวจชน้ิ เน้อื ทมี ไดด้ าเนนิ การ 1) จดั ใหม้ รี งั สแี พทยเ์ ฉพาะทางดา้ นรงั สวี ทิ ยาเตา้ นม 2) จดั หาเคร่อื งมอื ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพช่วย
ในการตรวจวนิ ิจฉยั 3) ตดิ ตามผลการสง่ ตรวจชน้ิ เน้ือทุกรายวเิ คราะหห์ าสาเหตุความคลาดเคล่อื นของชน้ิ เน้ือเป็นผลใหร้ อ้ ยละ
ของการอ่านผลลกั ษณะรงั สเี ตา้ นมไมต่ รงกบั ผลชน้ิ เน้อื ต่าและบรรลุเป้าหมาย
 เพอ่ื ใหม้ บี ุคลากรเพยี งพอและมคี วามรคู้ วามสามารถ แผนกรงั สวี ทิ ยาจดั ใหม้ รี งั สแี พทย์ นกั รงั สแี พทย์ และเจา้ พนักงานรงั สี
แพทยป์ ฏบิ ตั งิ าน 24 ชวั่ โมง และจดั อบรมทกั ษะใหค้ วามรแู้ กเ่ จา้ หน้าท่ี
 ในปี 2561 บคุ ลากรบรษิ ทั ภายนอกจากการจา้ งเหมา MRI และ CT scan ไดร้ บั การแนะนาแนวปฏบิ ตั ขิ องระบบงานสาคญั
เช่น การรายงานอบุ ตั กิ ารณ์ความเสย่ี ง การกาจดั ขยะ การตรวจสอบถงั ดบั เพลงิ แนวทางขอความชว่ ยเหลอื กรณเี หตุฉุกเฉนิ
(3)(4) พน้ื ทใ่ี ชส้ อย เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ การตรวจสอบจากหน่วยงานตามกฎหมาย:
 จดั ใหม้ หี อ้ งเอกซเรยแ์ ละเคร่อื งเอกซเรยท์ ม่ี คี วามปลอดภยั ตามมาตรฐานกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
 มเี คร่อื งมอื ใหบ้ รกิ ารครบตามมาตรฐานกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทยร์ ะดบั โรงพยาบาลทวั่ ไป มกี ารตรวจสอบความน่าเชอ่ื ถอื
ตามรอบทก่ี าหนด
(5) ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทางรงั สวี ทิ ยา:
 มรี ะบบสง่ ภาพทางการแพทย์ PACS เกบ็ ขอ้ มลู ภาพไวใ้ นระบบ server มี server สารองเพอ่ื ป้องกนั ความเสย่ี งจากการขดั ขอ้ งของระบบ
(6) คุณภาพของบรกิ ารทส่ี ง่ ตรวจภายนอก:
 การสง่ ตรวจภายนอกจะสง่ ตรวจในหตั ถการทท่ี างโรงพยาบาลไมม่ ใี หบ้ รกิ ารเช่นการทา Angiography หรอื ในกรณีเครอ่ื งมอื ชารุด
(7) การสอ่ื สารกบั แพทยผ์ สู้ ง่ ตรวจ:
 มรี งั สแี พทยใ์ หค้ าปรกึ ษาการแปลผลการตรวจตลอด 24 ชม.
II-7.1 ข. การใหบ้ รกิ ารรงั สวี ทิ ยา
(1) คาขอสง่ ตรวจ:
 คยี ข์ อ้ มลู ผา่ นในระบบ HOSxP ซง่ึ มกี ารระบุขอ้ บ่งชเ้ี บอ้ื งตน้ และกรณีเป็นผหู้ ญงิ จะมกี าร pop up และยนื ยนั ว่าผูป้ ่วยตงั้ ครรภ์หรอื ไม่

71

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ยกเวน้ การสง่ ตรวจพเิ ศษใชแ้ บบฟอรม์ เอกสาร
(2) การใหข้ อ้ มลู และเตรยี มผปู้ ว่ ย:
 ผปู้ ว่ ยทกุ รายทม่ี ารบั การบรกิ ารจะมกี ารแนะนาขนั้ ตอนใหบ้ รกิ าร การเปลย่ี นเสอ้ื ผา้
 สาหรบั ในการตรวจพเิ ศษทางรงั สี มกี ารอธบิ ายขนั้ ตอนการตรวจ การเตรยี มตวั กอ่ นตรวจ ราคาค่าตรวจ
 ซกั ประวตั กิ ารแพต้ ่างๆ โรคประจาตวั และลงนามยนิ ยอม
(3) การใหบ้ รกิ ารในเวลาทเ่ี หมาะสม:
 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการจดั บรกิ ารทางรงั สวี ทิ ยาใหร้ วดเรว็ ทนั ตามความเร่งด่วนของผูป้ ่วย ทมี ไดด้ าเนินการ 1) ประสานงาน
หอ้ งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอรใ์ นกรณีการสง่ ผปู้ ว่ ยกลมุ่ fast track 2)จดั ทาแนวทางการสง่ ผปู้ ว่ ย 3) ตดิ ตงั้ เคร่อื งเอกซเรยค์ อมพวิ เตอรไ์ ว้
ทห่ี อ้ งฉุกเฉนิ เป็นผลใหร้ ะยะเวลาเฉลย่ี การใหบ้ รกิ ารรงั สวี ทิ ยาในกลุ่มผปู้ ว่ ย fast track มแี นวโน้มดขี น้ึ และผ่านคา่ เป้าหมาย
(4) การดแู ลระหว่างไดร้ บั บรกิ าร:
 ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การดูแลตลอดเวลาระหว่างรอเขา้ รบั บรกิ าร ป้องกนั การตกเตยี ง ในรายทม่ี กี ารฉีดสารทบึ รงั สจี ะมกี ารวดั ความดนั
และสงั เกตอาการตลอดเวลา จดั เตรยี มอปุ กรณ์และยาอยใู่ น CPR box
(6) การแสดงขอ้ มลู สาคญั บนภาพรงั ส:ี
 ชอ่ื อายุ เพศ HN ช่อื รพ. วนั ทท่ี าการตรวจ ท่าทถ่ี ่าย ตวั อกั ษรภาษาองั กฤษบอกตาแหน่งซา้ ย/ขวา คา่ exposure index
(7) การแปลผลภาพรงั ส:ี
 รงั สแี พทยจ์ ะเป็นผทู้ ท่ี าการแปลผลการตรวจพเิ ศษทงั้ หมด รวมทงั้ ภาพเอกซเรยท์ วั่ ไปจากการตรวจสขุ ภาพทงั้ หมด รวมทงั้
ในรายผปู้ ว่ ยทแ่ี พทยอ์ น่ื ขอปรกึ ษา ในช่วงการระบาดของ COVID-19 มกี ารมอบหมายรงั สแี พทยแ์ ปลผลภาพรงั สโี ดยเฉพาะ
II-7.1 ค. การบรหิ ารคณุ ภาพและความปลอดภยั
(1) ความปลอดภยั ของผปู้ ว่ ย:
 เพอ่ื ป้องกนั การป้องกนั อนั ตรายจากการฉดี สารทบึ รงั สีโดยมเี ป้าหมายอตั ราแพส้ ารทบึ รงั สซี า้ เท่ากบั 0ทมี เน้นย้าซกั ประวตั ผิ ปู้ ว่ ยอย่างละเอยี ด
หากผูป้ ่วยรายใดมคี วามเสย่ี งกจ็ ะทาการ Premedication รวมทงั้ เลอื กใชย้ าทม่ี คี วามปลอดภยั สงู และวางแผนปรบั ปรุงโดยมกี าร
บนั ทกึ ประวตั กิ ารแพไ้ วใ้ นระบบ hosxp แจง้ เป็นแถบสแี ดงเตอื น
 ในปี 2563 เกดิ อบุ ตั กิ ารณ์ไม่พงึ ประสงคร์ ะดบั I จาก unplanned CPR จานวน 1 ราย ขณะรบั บรกิ าร MRI ซง่ึ เป็นบรกิ าร
จา้ งเหมาบรษิ ทั นอก เพอ่ื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ อบุ ตั กิ ารณ์ซา้ ทมี ไดท้ าการทบทวนอุบตั กิ ารณ์ การเกดิ ปรบั ปรุง ไดแ้ ก่ 1) สอ่ื สารแนวทาง
ขอความเหลอื เมอ่ื เกดิ เหตุฉุกเฉินแก่ จนท.outsource 2) ฝึกซอ้ ม CPR แก่ จนท.outsource
(2) การจดั การเพ่อื ป้องกนั อนั ตรายจากรงั ส:ี
 เพ่อื ป้องกนั อนั ตรายจากรงั สจี ากการใหบ้ รกิ ารรงั สวี ทิ ยาของบุคลากร ทมี ไดด้ าเนินการ 1) อบรมเจา้ หน้าทบ่ี ุคลากรในกลุ่มงาน
รงั สวี ทิ ยา 2 ) เจา้ หน้าทต่ี ดิ อุปกรณ์วดั รงั สที ุกครงั้ 3).ใชอ้ ุปกรณ์ป้องกนั รงั สที ุกครงั้ เม่อื จาเป็นตอ้ งอยู่กบั ผูป้ ่วยขณะทาการเอกซเรย์
เป็นผลใหไ้ ม่มบี ุคลากรไดร้ บั รงั สเี กนิ กาหนดตงั้ แต่ปี 2559-2563
 มกี ารป้องกนั รงั สแี ก่ผปู้ ว่ ยทม่ี ารบั บรกิ ารโดยเฉพาะในรายทเ่ี ป็นเดก็ เลก็ ผปู้ ว่ ยมคี รรภ์
(3) ระบบบรหิ ารคุณภาพ:
 เน้นการทบทวนอบุ ตั กิ ารณ์ ลาดบั ในการทบทวนกจิ กรรม 12 กจิ กรรม เกดิ การแกไ้ ขเชงิ ระบบ เช่น การอบรมการเคล่อื นยา้ ย
ผปู้ ว่ ยบาดเจบ็ กระดกู สนั หลงั สว่ นคอ แนวทางการป้องกนั อนั ตรายจากการแพส้ ารทบึ รงั สี
 เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนการใหบ้ รกิ ารรงั สวี ทิ ยา โดยมเี ป้าหมายใหผ้ ปู้ ว่ ยพงึ พอใจ ทมี ไดน้ าผลการสารวจความพงึ พอใจมาทบทวน
เกดิ การปรบั ปรุง ไดแ้ ก่ เป็นผลใหอ้ ตั ราความพงึ พอใจสงู ขน้ึ ทกุ ปีและผ่านค่าเป้าหมาย
 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการวนิ ิจฉัยภาพรงั สเี ตา้ นม โดยมเี ป้าหมายเพ่อื ใหก้ ารวนิ ิจฉัยมะเรง็ เต้านมมคี วามถูกต้อง แม่นยา
ทมี ไดท้ บทวนพบว่า เป็นผปู้ ่วย BIRADS 4 และ 5 ทมี จงึ เสนอแผนจดั ซอ้ื เคร่อื งมอื Tomosynthesis mammogram และ
Tomosynthesis guided biopsy
 เพ่อื เป้าหมายลดการแพร่กระจายเชอ้ื วณั โรคจากผปู้ ว่ ยวณั โรครายใหม่ ทมี ไดท้ บทวนแนวทางร่วมกบั IC และคลนิ ิก TB
วางแผนปรบั ปรุงแนวทาง fast track ผปู้ ว่ ยกลุม่ น้ี
iv. ผลการพฒั นาท่ีโดดเดน่ และภาคภมู ิใจ
 การเปิดใหบ้ รกิ ารทางรงั สขี นั้ สูง เช่นการทา INTERVENTION, BREAST BIOPSY ลดการส่งต่อผูป้ ่วยไปรกั ษาท่อี ่นื เพมิ่
ประสทิ ธภิ าพในการรกั ษา ลดคา่ ใชจ้ ่ายของผปู้ ว่ ยและโรงพยาบาล
 ในช่วงการระบาดของ COVID-19 บุคลากรแผนกรงั สวี ทิ ยา ซง่ึ ถอื เป็นกลุ่มเสย่ี งสงู ไม่มกี ารตดิ เชอ้ื จากการทางาน
v. แผนการพฒั นา
มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี
57.บรกิ ารรงั สวี ทิ ยา/ภาพการแพทย์ 3 L 1. เปิดให้บริการรังสรี ่วมรักษาในหตั ถการท่ีใหม่ๆ ท่ีเป็น
เทคนคิ ขนั้ สงู เชน่ การทา CARDIAC MRI
2. การเจาะชน้ิ เน้อื เตา้ นม ลดการผา่ ตดั เปิดแผล ลดการเจบ็ ปวด

72

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-7.2 บริการห้องปฏิบตั ิการทางการแพทย/์ พยาธิวิทยาคลินิก

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ คณุ ภาพ/ความเสี่ยงที่สาคญั : ถูกตอ้ ง แม่นยำ รวดเรว็ ปลอดภยั

ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

อตั รำกำรปฏเิ สธสง่ ตรวจ < 0.1% 0.19% 0.19% 0.10% 0.60% 0.51%

จำนวนกำรรำยงำนผลผดิ พลำด (รำย) 0 NA NA 339 272 133

อตั รำกำรรำยงำนผลทนั ตำมระยะเวลำ 100% NA 64% 68% 85% 89.9%
ทก่ี ำหนด Routine lab (ไมเ่ กนิ 90 นำท)ี

จำนวนอุบตั กิ ำรณ์ (ระดบั E ขน้ึ ไป) 0 NA NA 1 0 4
ทไ่ี ดร้ บั กำรจดั กำรแกไ้ ข (ครงั้ )

อัต ร ำ ก ำ ร ร ำ ย ง ำ น ค่ ำ วิก ฤ ติ ทัน ต ำ ม 100% NA NA NA 46% 53%
ระยะเวลำทก่ี ำหนด (45 นำท)ี

อตั รำควำมพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ ำร >90% 54% 58% 64.70% 82.60% 86%
ii. บริบท

บรกิ ำรตรวจวเิ ครำะหท์ ำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทำงกำรแพทย์ ดว้ ยบคุ ลำกรทม่ี คี ณุ วฒุ สิ อดคลอ้ งตำมวชิ ำชพี มคี ุณภำพ ไดร้ บั กำร

พฒั นำศกั ยภำพอยำ่ งต่อเน่อื ง และ ใหบ้ รกิ ำรดว้ ยเครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ทท่ี นั สมยั ไดม้ ำตรฐำน ผลกำรตรวจวเิ ครำะหม์ คี วำมถูกตอ้ ง

เชอ่ื ถอื ได้ และทนั ต่อควำมตอ้ งกำรของผรู้ บั บรกิ ำร

“มุ่งมนั่ พฒั นำคณุ ภำพของกำรบรกิ ำรอย่ำงต่อเน่อื ง เพอ่ื ใหก้ ำรตรวจวเิ ครำะหถ์ ูกตอ้ ง แม่นยำ สะดวก รวดเรว็ และมี

ประสทิ ธภิ ำพสงู สุด สนองตอบต่อควำมตอ้ งกำรของผรู้ บั บรกิ ำรตำมมำตรฐำนงำนเทคนิคกำรแพทย์ 2560 (LA) และมำตรฐำน

หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทำงกำรแพทย์ กระทรวงสำธำรณสุข (MOPH Standard)” บรกิ ำรทงั้ กำรตรวจวเิ ครำะหพ์ น้ื ฐำนและกำรตรวจวเิ ครำะห์

ชนดิ พเิ ศษ (Special test) ทค่ี รอบคลมุ กำรรกั ษำ โดยบรกิ ำรตรวจวเิ ครำะหพ์ น้ื ฐำนทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรเปิดบรกิ ำรตลอด 24 ชวั่ โมง

ทำกำรควบคุมคุณภำพจำกองค์กรภำยนอก (EQA) โดยสถำบนั ต่ำงๆ ทงั้ ในและต่ำงประเทศ ท่ไี ด้มำตรฐำนสำกล เช่น

กรมวทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย,์ คณะเทคนิคกำรแพทย์ มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล, คณะแพทยศำสตร์ ศริ ริ ำช, ศูนยว์ ทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย,์
โครงกำรเฝ้ำระวงั เชอ้ื ดอ้ื ยำทำงจุลชพี , An institution of EUROIMMUN Medizinische Labordiagnostika AG และ RIQAS Monthly

Clinical Chemistry Program: RANDOX Laboratories Limited เป็นตน้ ในสถำนกำรณ์กำรระบำดของเชอ้ื ไขห้ วดั โคโรนำสำยพนั ธใุ์ หม่

หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรไดเ้ ปิดตรวจหำสำรพนั ธุกรรมต่อเชอ้ื SAR-CoV-2 (COVID19) ดว้ ยหลกั กำร RT-PCR ทห่ี อ้ งปฏบิ ตั กิ ำรแยกโรค

(DRA) โดยไดท้ ำกำรตรวจวเิ ครำะหไ์ ปแลว้ ทงั้ สน้ิ 4,514 รำย

ผ่ำนกำรประเมนิ ขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรโดยสภำเทคนิคกำรแพทย์ (LA: Laboratory accreditation) ครงั้ แรก

เมอ่ื 14 กรกฎำคม 2554 ผ่ำนกำรประเมนิ ขอรบั รองคณุ ภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 2 (Re accreditation) โดยสภำเทคนิคกำรแพทย์

ไดร้ บั ประกำศผำ่ นกำรรองรบั มำตรฐำนเมอ่ื วนั ท่ี 1 ธนั วำคม 2557 และผ่ำนกำรประเมนิ ขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 3

(Re accreditation) โดยสภำเทคนิคกำรแพทย์ ไดร้ บั ประกำศผ่ำนกำรรองรบั มำตรฐำน เม่อื วนั ท่ี 19 ตุลำคม 2561 โดยจะหมดอำยุ

ในวนั ท่ี 19 ตุลำคม 2564

ขอบข่ายการใหบ้ ริการ

กำรใหบ้ รกิ ำรตรวจวเิ ครำะหใ์ นและนอกเวลำรำชกำรโดยหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ประกอบไปดว้ ยงำนต่ำงๆ 10 งำน ดงั น้ี
งำนจลุ ทรรศนศ์ ำสตรค์ ลนิ กิ

งำนโลหติ วทิ ยำคลนิ กิ
งำนเคมคี ลนิ ิก
งำนจลุ ชวี วทิ ยำคลนิ กิ

งำนภมู คิ มุ้ กนั วทิ ยำคลนิ ิก
งำนอณูชวี วทิ ยำ
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรสำขำหยเ่ี ตง้

หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร DRA
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรสง่ ต่อภำยนอก
งำนบรกิ ำรดำ่ นหน้ำและรบั สง่ิ สง่ ตรวจ

73

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

บคุ คลากรทางห้องปฏิบตั ิการ

นกั เทคนิคกำรแพทย์ 21 คน
นกั วทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ 7 คน
เจำ้ พนกั งำนวทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ 8 คน
พนกั งำนวทิ ยำศำสตร์ 13 คน
พนกั งำนประจำตกึ 2 คน
ผชู้ ว่ ยเหลอื คนไข้ 2 คน
รวมทงั้ หมด 53 คน
iii. กระบวนการ

II-7.2 ก. กำรวำงแผน ทรพั ยำกร และกำรจดั กำร
1) กำรวำงแผนและจดั บรกิ ำร:
กล่มุ งำนเทคนิคกำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ ิก จดั ระบบงำน และหน้ำทค่ี วำมรบั ผดิ ชอบ เป็นดำ้ นบรหิ ำร งำนคุณภำพ
และควำมปลอดภยั ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ตำมคมู่ อื คณุ ภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร (QM-LAB-01) มนี กั เทคนคิ กำรแพทยเ์ ป็นหวั หน้ำกลุ่มงำน
ผปู้ ระกอบวชิ ำชพี นักเทคนิคกำรแพทยต์ ้องไดร้ บั ใบอนุญำตเป็นผู้ประกอบวชิ ำชพี เทคนิคกำรแพทย์ มีผู้จดั กำรคุณภำพ ผูจ้ ดั กำร
วชิ ำกำร ผูค้ วบคุมเอกสำร คณะกรรมกำรคุณภำพ คณะกรรมกำรวชิ ำกำร ผู้จดั กำรควำมปลอดภัยทำงห้องปฏบิ ตั กิ ำร (LSO)
คณะกรรมกำรควำมปลอดภยั ทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ทมี นำกจิ กรรมคณุ ภำพกลุม่ งำนเทคนิคกำรแพทยฯ์ มแี ผนงำนระบบคุณภำพ และมี
กำรทบทวนแผนงำนคุณภำพทกุ ปี มกี ำรพฒั นำงำนคุณภำพอย่ำงต่อเน่อื ง
2) (4) พน้ื ทใ่ี ชส้ อย เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์:
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรแบ่งพ้นื ท่ีมกี ำรแบ่งแยกพ้นื ทต่ี ิดเช้อื และปลอดเช้อื อย่ำงชดั เจน มพี ้นื ท่สี ำหรบั ผู้มำรบั บรกิ ำรมกี ำรควบคุมสภำวะ
แวดลอ้ มและควำมปลอดภยั มเี คร่อื งมอื หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทจ่ี ำเป็นและเหมำะสมกบั กำรปฏบิ ตั งิ ำนอย่ำงพอเพยี ง เคร่อื งมอื มคี ุณลกั ษณะ
ถกู ตอ้ ง พรอ้ มทำงำนไดต้ ำมทก่ี ำหนด มที ะเบยี นเคร่อื งมอื แผนกำรสอบเทยี บ แผนกำรบำรงุ รกั ษำเชงิ ป้องกนั (PM) และมกี ำรทบทวน
กำรสอบเทยี บเคร่อื งมอื ทบทวนผลกำรสอบเทยี บเคร่อื งมอื และกำรปรบั แก้ พรอ้ มกบั วธิ กี ำรบำรงุ รกั ษำเชงิ ป้องกนั
3) ทรพั ยำกรบคุ คล:
มกี ำรวเิ ครำะหภ์ ำระงำนทุกปี เพ่อื ดอู ตั รำกำลงั งำนและควำมเพยี งพอ มกี ำรกำหนดหน้ำทค่ี วำมรบั ผดิ ชอบใน Job Description
(F-LAB-DOC-14) และแบบบนั ทกึ กำรมอบหมำยงำนดำ้ นวชิ ำชพี หรอื ทกั ษะสำหรบั กลุ่มงำนเฉพำะทำงทส่ี ำคญั และจำเป็นในกำรทำงำน
job assignment (F-LAB-DOC-95) มกี ำรประเมนิ สมรรถนะของเจำ้ หน้ำทท่ี กุ คนปีละ1ครงั้ มกี ำรจดั ทำแผนพฒั นำบุคลำกรของบคุ ลำกรทกุ ระดบั
5) (6) กำรคดั เลอื กและตรวจสอบมำตรฐำนงำนบรกิ ำรจำกภำยนอก เครอ่ื งมอื วสั ดุ น้ำยำ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทร่ี บั ตรวจต่อ
ผใู้ หค้ ำปรกึ ษำ
มกี ำรดำเนนิ กำรจดั ซอ้ื วสั ดวุ ทิ ยำศำสตร์ ตำมระเบยี บปฏบิ ตั ิ QP-LAB-04 กำรจดั ซอ้ื วสั ดวุ ทิ ยำศำสตร์ ของกลุ่มงำน ทจ่ี ดั ทำ
ขน้ึ ตำมพรบ.จดั ซ้อื จดั จำ้ งและกำรบรหิ ำรพสั ดุภำครฐั 2560 ทำกำรประเมนิ คดั เลอื กผขู้ ำยโดยใช้ แบบบนั ทกึ กำรคดั เลอื ก-ประเมนิ
ผขู้ ำย (F-LAB-DOC-32) มกี ำรจดั เกบ็ น้ำยำและวสั ดุวทิ ยำศำสตรแ์ บบ first in – first out มกี ำรชบ้ี ่งวสั ดุวทิ ยำศำสตร์ มี stock card
บนั ทกึ น้ำยำ วสั ดุ ระบุขอ้ มูลกำรใช้งำน รำยกำรทใ่ี ช้ ผผู้ ลติ ผู้จำหน่ำยวนั ทร่ี บั วนั ทเ่ี รม่ิ ใช้ วนั ทห่ี มดอำยุ รุ่นท่ผี ลติ และมเี อกสำร
ประกอบชดุ ตรวจประกำศเป็น Card file ของแต่ละงำน
มกี ำรคดั เลอื กห้องปฏบิ ตั ิกำรรบั ตรวจต่อ จดั ทำทะเบยี นรำยช่อื หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรภำยนอกทร่ี บั ตรวจต่อทผ่ี ่ำนกำรประเมนิ
และคดั เลอื ก ลงแบบบนั ทกึ บญั ชหี อ้ งปฏบิ ตั กิ ำรสง่ ต่อ (F-LAB-DOC-47) ตำมเกณฑก์ ำรคดั เลอื กหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรสง่ ตรวจต่อ
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรกล่มุ งำนเทคนิคกำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ ิก มกี ำรแต่งตงั้ ทป่ี รกึ ษำทงั้ ภำยใน และภำยนอกองคก์ ร ตำม
ผงั โครงสรำ้ งขององคก์ รและกำรบรหิ ำร
7) กำรสอ่ื สำรกบั ผสู้ ง่ ตรวจ:
- มคี ่มู อื กำรสง่ ตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร SD-LAB-CENTER-01 แจกใหเ้ จำ้ หน้ำทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งและผใู้ ชบ้ รกิ ำร
- มแี นวทำงปฏบิ ตั กิ ำรทำงำนหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรเทคนคิ กำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ กิ กรณี HIS ลม่
- มเี จำ้ หน้ำทห่ี อ้ งปฏบิ ตั กิ ำรใหค้ ำแนะนำกำรใชบ้ รกิ ำรและกำรแปลผลตำมควำมเหมำะสม
- มกี ำรทบทวนคำ่ วกิ ฤตริ ว่ มกบั องคก์ รแพทยท์ กุ ปี
- ประเมนิ ควำมพงึ พอใจผใู้ ชบ้ รกิ ำรภำยในโรงพยำบำลประจำปี
- สรปุ ขอ้ บกพร่อง ควำมเสย่ี ง อบุ ตั กิ ำรณ์ ทุกเดอื น
- สรปุ ขอ้ รอ้ งเรยี น ขอ้ เสนอแนะ ทกุ เดอื น
- ทบทวน คมู่ อื กำรสง่ ตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ทุก 2 ปี

74

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-7.2 ข. กำรใหบ้ รกิ ำร
1) กำรจดั กำรกบั สงิ่ สง่ ตรวจ

กำรจดั กำรสง่ิ สง่ ตรวจในปี 2559 – 2561 พบอตั รำกำรปฏเิ สธสงิ่ สง่ ตรวจน้อย สำเหตุมำจำกกลุ่มงำนฯ ไม่มี

ระบบสำรสนเทศมำช่วยในกำรบนั ทกึ ขอ้ มูล อกี ทงั้ เจำ้ หน้ำท่บี นั ทกึ แบบ manual ทำให้ขอ้ มูลไม่ครบถ้วน
สมบรู ณ์ เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนกำรกำรเกบ็ สงิ่ ส่งตรวจ โดยมเี ป้ำหมำย อตั รำกำรปฏเิ สธสง่ิ สง่ ตรวจ <0.1%

โดยเรมิ่ ปรบั กระบวนกำรแกไ้ ขในปี 2562 พบว่ำมอี ตั รำกำรปฏเิ สธสง่ิ สง่ ตรวจเพมิ่ ขน้ึ เป็น 0.60%
เน่อื งจำกมกี ำรใชร้ ะบบสำรสนเทศมำช่วยในกำรบนั ทกึ ขอ้ มูล ปรบั ปรุงค่มู อื กำรสง่ ตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร

SD-LABCENTER-01 มกี ำรอบรมกำรเกบ็ สงิ่ สง่ ตรวจใหก้ บั บคุ ลำกรทเ่ี กย่ี วขอ้ งปีละ 1 ครงั้ และมกี ำรบนั ทกึ

ขอ้ มลู ครบถว้ น ทำใหใ้ นปี 2563 อตั รำกำรปฏเิ สธสง่ิ สง่ ตรวจลดลงเป็น 0.51%

2) กระบวนกำรตรวจวเิ ครำะห์
1. มกี ำรปรบั ปรุงกระบวนกำรตรวจวเิ ครำะหโ์ ดยสำมำรถลดจำนวนกำรรำยงำนผลผดิ พลำดทม่ี เี ป้ำหมำย 0

รำยพบว่ำในปี 2561 มจี ำนวนกำรรำยงำนผลผดิ พลำด 339 รำย ในปี2562 มจี ำนวนกำรรำยงำนผล

ผดิ พลำด 272 รำยและในปี 2563 มจี ำนวน 133 รำย ซง่ึ พบวำ่ มแี นวโน้มทล่ี ดลง

2. รำยทดสอบทเ่ี ปิดบรกิ ำร มกี ำร validation โดยบนั ทกึ ลง F-LAB-DOC-56 แบบบนั ทกึ กำรทำ verification รำยกำร
ทดสอบนนั้ ก่อนนำมำปฏบิ ตั งิ ำนตรวจวเิ ครำะหต์ วั อยำ่ งสง่ ตรวจจำกผปู้ ว่ ย

3. ตรวจสอบควำมพร้อมใชข้ องเคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นกำรตรวจก่อนปฏบิ ตั งิ ำนทุกครงั้ ปฏบิ ตั ติ ำมระเบยี บปฎบิ ตั ิ
QP-LAB-DOC-26 กำรประเมนิ ประสทิ ธภิ ำพเคร่อื งตรวจวเิ ครำะห์ กอ่ นนำเครอ่ื งตรวจวเิ ครำะหน์ นั้ ๆ มำใชง้ ำน

4. ปฏบิ ตั งิ ำนตำม วธิ ปี ฏบิ ตั กิ ำรตรวจวเิ ครำะห์ รำยกำรทดสอบนนั้ ๆ ก่อนปฏบิ ตั งิ ำนกำรตรวจวเิ ครำะห์ มกี ำรเตรยี ม
ควำมพร้อมของเคร่อื งมอื และน้ำยำในกำรตรวจวเิ ครำะห์ ซง่ึ จะรวมถงึ กำรทำ Quality Control ในทุกกำรทดสอบ
ตำมคณุ ภำพมำตรฐำนทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร

5. แสดงหลกั กำร/วธิ ตี รวจวเิ ครำะห์ ในใบรำยงำนผลกำรตรวจ ค่มู อื กำรส่งตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร (SD-LAB-
CENTER-01)

6. หวั หน้ำงำน นกั เทคนิคกำรแพทย์ ทบทวนวธิ วี เิ ครำะห์ ใหเ้ หมำะสมต่อควำมตอ้ งกำรของแพทย์ อย่ำงน้อยปีละ 1 ครงั้
7. มวี ธิ กี ำรปฏบิ ตั งิ ำน (WI) สำเนำเป็นเอกสำรควบคุม มแี ผน่ ป้ำยยอ่ วธิ ที ำงำน (Card File) อำ้ งองิ และสอดคลอ้ งกบั

WI และ คมู่ อื ทม่ี ำกบั ชดุ ตรวจ ณ จดุ ปฏบิ ตั งิ ำน
3) กำรสง่ มอบผลกำรตรวจวเิ ครำะห์ กำรรำยงำนคำ่ วกิ ฤติ กำรรกั ษำควำมลบั *

1. นกั เทคนิคกำรแพทย์ นกั วทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ และเจำ้ พนักงำนวทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทยต์ รวจสอบควำมถูกต้อง
ควำมครบถว้ น ควำมสอดคลอ้ ง หรอื ดผู ลยอ้ นหลงั ก่อนทจ่ี ะทำกำรรำยงำนผลกำรตรวจวเิ ครำะหท์ ำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร
แลว้ นกั เทคนิคกำรแพทย์ ตรวจสอบควำมถูกต้อง ควำมครบถ้วน ควำมสอดคล้อง หรอื ดูผลยอ้ นหลงั ซ้ำอกี ครงั้
โดยเป็นนักเทคนิคกำรแพทย์ เป็นคนละคนกบั ท่ี report ผลก่อนท่จี ะทำกำรรบั รองผลกำรตรวจวิเครำะห์ทำง
หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร

2. หวั หน้ำงำน สุ่มตรวจกำรรำยงำนผล ลง F-LAB-DOC-74 แบบบนั ทกึ กำรสมุ่ ตรวจกำรรำยงำนผลจำก Data Sheet-
LIS –HIS จำนวน 10 ขอ้ มลู อยำ่ งน้อยปีละ 2 ครงั้

3. หวั หน้ำงำน สุ่มตรวจกำรรำยงำนผล รำยกำรทดสอบจำกเคร่อื งตรวจวเิ ครำะหอ์ ตั โนมตั ิ ลง F-LAB-DOC-86 แบบ
บนั ทกึ กำรสมุ่ ตรวจกำรรำยงำนผลจำกเคร่อื งตรวจวเิ ครำะหอ์ ตั โนมตั ิ จำนวน 10 ขอ้ มลู อยำ่ งน้อยปีละ 2 ครงั้

4. มแี นวทำงในกำรรำยงำนผลกำรตรวจวเิ ครำะหท์ งั้ กำรรำยงำนผลดว่ น กำรรำยงำนค่ำวกิ ฤติ ซง่ึ กำรรำยงำนค่ำวกิ ฤติ
ในปี 2559 – 2561 ทำงกลุ่มงำนฯไดม้ กี ำรรำยงำนครบถ้วน 100% และในปี 2562 จงึ มกี ำรปรบั ตวั ชว้ี ดั เป็น อตั รำ
กำรรำยงำนคำ่ วกิ ฤตทิ นั เวลำทก่ี ำหนด (45 นำท)ี โดยมเี ป้ำหมำย 100% ในปี 2562 พบอตั รำกำรรำยงำนค่ำวกิ ฤติ
ทนั เวลำทก่ี ำหนดทก่ี ำหนด 46% และในปี 2563 พบอตั รำกำรรำยงำนค่ำวกิ ฤตทิ นั เวลำทก่ี ำหนด 53% มแี นวโน้ม
เพม่ิ ขน้ึ เพ่อื ปรบั ปรงุ กระบวนกำรในกำรรำยงำนค่ำวกิ ฤตทิ นั เวลำ ทำงกลุ่มงำนฯไดท้ ำแนวทำงโดย ปรกึ ษำองคก์ ร
แพทยแ์ ละทมี สหวชิ ำชพี ในกำรรำยงำนค่ำวกิ ฤติใหท้ นั เวลำทก่ี ำหนด ส่วนกำรรำยงำนผลจำกหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรรบั
ตรวจต่อ เพอ่ื ใหผ้ รู้ บั บรกิ ำรไดร้ บั ผลกำรวเิ ครำะหท์ ถ่ี ูกต้องมขี อ้ มลู ครบถ้วน สง่ ถงึ ผใู้ ชบ้ รกิ ำรตำมเวลำทก่ี ำหนด
และสำมำรถปกปิดควำมลบั ของผใู้ ชบ้ รกิ ำรไดอ้ ย่ำงเหมำะสม ใหป้ ฏบิ ตั ติ ำมระเบยี บปฏบิ ตั กิ ำรรำยงำนผลกำร
ตรวจวเิ ครำะห์ (QP-LAB-10)

75

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

5. มแี นวทำงในกำรรำยงำนผล routine lab ใหท้ นั ในระยะเวลำทก่ี ำหนด ไม่เกนิ 90 นำที เป้ำหมำย 100% โดยเรมิ่
ดำเนนิ กำรตงั้ แต่ปี 2561ซง่ึ มแี นวโน้มดขี น้ึ แต่ยงั ไม่ถงึ เป้ำหมำย เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนกำรกำรรำยงำนผล routine lab
ใหท้ นั ในเวลำทก่ี ำหนด มกี ำรใชร้ ะบบสำรสนเทศของ LIS เช่อื มกบั HIS ทำใหม้ กี ำรรำยงำนผลถกู ตอ้ งรวดเรว็

6. ไม่มนี โยบำยใหเ้ จำ้ หน้ำทก่ี ลุ่มงำนเทคนิคกำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ ิก ทร่ี บั ผดิ ชอบกำรตรวจ และส่งสงิ่ ส่งตรวจต่อ
รำยงำนผลทำงโทรศพั ท์ ยกเว้นกำรร้องขอจำกแพทย์ผู้ส่งตรวจ และบนั ทึกกำรส่อื สำร ลง (F-LAB-DOC-22)
แบบบนั ทกึ กำรประสำนงำนทำงโทรศพั ท์

7. กำรขอสำเนำผลกำรตรวจ กรณีทม่ี กี ำรพมิ พร์ ำยงำนผลกำรตรวจวเิ ครำะหเ์ พ่อื นำไปใชป้ ระโยชน์อ่นื ๆ โดยใชใ้ บคำ
ขอสำเนำผลตรวจทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร (F-LAB-DOC-77) จะมอบใหก้ บั ผูป้ ่วยโดยตรง หรอื เจำ้ หน้ำท่ที ่เี ก่ยี วขอ้ ง
เท่ำนนั้ หำกบุคคลอ่นื มำรบั ผลกำรตรวจแทนจะต้องไดร้ บั ควำมยนิ ยอมจำกผปู้ ว่ ยก่อนยกเวน้ เดก็ หรอื ผเู้ สมอื นไร้
ควำมสำมำรถใหผ้ ปู้ กครองรบั แทน

8. กลมุ่ งำนเทคนคิ กำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ ิก มแี นวทำงในกำรรกั ษำควำมลบั ของกำรรำยงำนผลโดยปฏบิ ตั ติ ำม
ระเบยี บปฏบิ ตั เิ รอ่ื ง กำรรกั ษำควำมลบั ของผปู้ ว่ ย (QP-LAB -14) และจำกดั กำรเขำ้ ถงึ ผลกำรตรวจ ซง่ึ มกี ำรกำหนด
ชนั้ สทิ ธใิ นกำรเขำ้ ถงึ ตำมกำรใชง้ ำน และลำดบั ควำมสำคญั ของขอ้ มลู

4) กำรจดั กำรกบั สง่ิ สง่ ตรวจหลงั กำรตรวจวเิ ครำะห:์
มกี ำรเกบ็ ตวั อย่ำงหลงั กำรตรวจวเิ ครำะหแ์ ยกตำมงำนต่ำงๆ เพ่อื ทวนสอบตำมค่มู อื คุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร

(QM-LAB-01) รวมถงึ วธิ กี ำรทำลำยตวั อย่ำงสงิ่ สง่ ตรวจ
II-7.2 ค. กำรบรหิ ำรคุณภำพและควำมปลอดภยั

1) ระบบบรหิ ำรคุณภำพ:
1. มกี ำรบรหิ ำรจดั กำรควำมเสย่ี งทุกกระบวนกำรหลกั ของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรรวบรวมขอ้ มูลขอ้ มูลควำมเสย่ี ง
แยกประเภทควำมเสย่ี งทำงคลนิ ิก ขนั้ ตอนก่อนกำรตรวจวเิ ครำะห์ (Pre-analytical) ขนั้ ตอนกำรตรวจ
วเิ ครำะห์ (Analytical ขนั้ ตอนหลงั กำรตรวจวเิ ครำะห)์ และควำมเสย่ี งทวั่ ไป ทำสรุปขอ้ มลู ขอ้ มูลควำมเสย่ี ง
จดั อนั ดบั สรปุ รำยงำนควำมเสย่ี ง เพ่อื หำแนวทำงแกไ้ ข และป้องกนั กำรเกดิ อุบตั กิ ำรณ์ซ้ำ Root cause analysis
(RCA) และตดิ ตำมผลโดยทำงกลุ่มงำนฯมตี วั ช้วี ดั เป็น จำนวนอุบตั กิ ำรณ์ (ระดบั E ขน้ึ ไป) ทไ่ี ดร้ บั กำร
จดั กำรแกไ้ ข เป้ำหมำย 0 ครงั้ ซง่ึ ในปี 2563 พบอุบตั กิ ำรณ์ (ระดบั E ขน้ึ ไป) ทไ่ี ดร้ บั กำรจดั กำรแกไ้ ข
จำนวน 4 ครงั้ ทมี ควำมเสย่ี งของกลุ่มงำนไดท้ ำ RCA พบว่ำ สำเหตุเกดิ จำกกระบวนกำรตรวจวเิ ครำะห์
โดยทำงกลุ่มงำนฯได้มีกำรแกไ้ ข ทบทวนกระบวนกำรตรวจวิเครำะห์ตำมระเบียบปฏบิ ตั ทิ ุกขนั้ ตอน
มกี ำรตรวจวเิ ครำะหค์ ุณสมบตั ขิ องน้ำยำทุกขนั้ ตอน ตรวจสอบโครงสรำ้ งและสง่ิ แวดลอ้ ม ทบทวน flow
กำรทำงำน มีกำรปรับเปล่ียนน้ำยำในกำรตรวจวิเครำะห์ หลังจำกติดตำมกำรแก้ไขพบว่ำยังไม่มี
อุบตั กิ ำรณ์เกดิ ซ้ำ
2. กลุ่มงำนมีกำรแต่งตัง้ คณะกรรมกำรด้ำนควำมปลอดภัยในห้องปฏิบัติกำร (Laboratory Safety
Committee) มกี ำรจดั ทำ ทบทวน ค่มู อื ควำมปลอดภยั ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร SD-LAB-02 ฉบบั ปรบั ปรุง 2563
3. จดั ทำแผนปฏบิ ตั งิ ำนดำ้ นควำมปลอดภยั ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร(Laboratory Safety Plans) และมกี ำรทบทวน
แผนปฏบิ ตั งิ ำนอยำ่ งน้อยปีละ 1 ครงั้
4. มกี ำรควบคุมกำรเขำ้ -ออก และควบคมุ กำรใชพ้ น้ื ทซ่ี ง่ึ มผี ลกระทบต่อคุณภำพกำรปฏบิ ตั งิ ำน
5. มแี นวทำงควำมปลอดภยั ดำ้ นกำรใชเ้ ครอ่ื งมอื ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร
6. มกี ำรทบทวนควำมเสย่ี ง มกี ำรจดั กำรขอ้ รอ้ งเรยี นแบบต่ำงๆ

2) กำรเขำ้ รว่ มโปรแกรมทดสอบควำมชำนำญระหว่ำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร:
1. จดั หำหน่วยงำนเพ่อื ควบคุมคุณภำพจำกองคก์ รภำยนอก (EQA/PT) หรอื Inter laboratory comparisons
จำกกรมวทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ RIQAS, CMDL, QCMD (Quality Control for Molecular Diagnostics),
UK, BIORAD EQA, คณะแทคนิคกำรแพทย์ ม.ขอนแก่น คณะแทคนิคกำรแพทย์ มหดิ ล งำนกลุ่มวจิ ยั
และเครอื ขำ่ ยวจิ ยั คณะแพทยศำสตร์ ศริ ริ ำชพยำบำล มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล, ศนู ยว์ ทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ สงขลำ
ศนู ยว์ ทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ สรุ ำษฎรธ์ ำนี

76

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

2. สรุปผลกำรควบคุมคุณภำพจำกองค์กรภำยนอก (EQA) เม่อื ได้รบั ผลกำรประเมิน ทำกำรสรุปลง
แบบบนั ทกึ กำรทบทวนผลกำรประเมนิ คุณภำพโดยองค์กรภำยนอก กรณีผลกำรควบคุมคุณภำพจำก
องค์กรภำยนอก (EQA) ไม่อยู่ในเกณฑ์ นักเทคนิคกำรแพทย์ เจ้ำพนักงำนวทิ ยำศำสตร์กำรแพทย์
นกั วทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ ทำบนั ทกึ กำรตรวจสอบ/แกไ้ ข ลงในแบบสรุปผล/แกไ้ ข EQA (F-LAB-DOC-29)

3) ระบบควบคมุ คุณภำพ:
1. ผ่ำนกำรประเมนิ ขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั ิกำรโดยสภำเทคนิคกำรแพทย์ (LA : Laboratory
accreditation) ครงั้ แรก เมอ่ื 14 กรกฎำคม 2554
2. ผ่ำนกำรประเมนิ ขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 2 (Re accreditation LA) โดยสภำเทคนิค
กำรแพทย์ และไดร้ บั ประกำศผ่ำนกำรรองรบั มำตรฐำนเม่อื วนั ท่ี 1 ธนั วำคม 2557
3. ผำ่ นกำรประเมนิ ขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 3 (Re accreditation LA) โดยสภำเทคนิค
กำรแพทย์ และไดร้ บั ประกำศผำ่ นกำรรองรบั มำตรฐำนเมอ่ื วนั ท่ี 19 ตุลำคม 2561 โดยจะหมดอำยุในวนั ท่ี
19 ตุลำคม 2564

4) กำรเขำ้ สกู่ ระบวนกำรรบั รองมำตรฐำนซง่ึ เป็นทย่ี อมรบั /กำรปฏบิ ตั ติ ำมขอ้ แนะนำจำกองคก์ รทม่ี ำประเมนิ :
1. กำลงั ดำเนินกำรเตรยี มควำมพรอ้ มขอรบั รองคุณภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 4 (Re accreditation LA )
โดยสภำเทคนิคกำรแพทยแ์ ห่งประเทศไทยในพระบรมรำชปู ถมั ภ์
2. กำลงั ดำเนินกำรเตรียมควำมพร้อมขอรบั รองคุณภำพทำง มำตรฐำนห้องปฏบิ ตั ิกำรทำงกำรแพทย์
กระทรวงสำธำรณสขุ (MOPH Standard)

iv. ผลการพฒั นาที่โดดเด่นและภาคภมู ิใจ
1. กำรเปิดบรกิ ำรกำรตรวจวเิ ครำะห์ RT-PCR ต่อเช้อื SAR-CoV-2 ทห่ี ้องปฏบิ ตั กิ ำรแยกโรค (DRA) เพ่อื ตรวจวเิ ครำะห์
เชอ้ื อบุ ตั ใิ หม่
2. จดั เตรยี ม IQC ให้ รพ.สต.ลูกข่ำยทุกเดอื น และเตรยี ม Inter laboratory comparison ปีละ 2 ครงั้ ในกำรพฒั นำคุณภำพ
ระบบเครอื ขำ่ ยของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรชนั สตู รสำธำรณสขุ ในจงั หวดั ภเู กต็ ใหแ้ ก่ รพ.สต. ทงั้ จงั หวดั
3. นำระบบสำรสนเทศมำใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์สงู สุด โดยกำรนำโปรแกรม LABONLINE มำใหบ้ รกิ ำรแก่ รพ.สต.ลกู ขำ่ ย
หน่วยสขุ ภำพ หรอื หน่วยงำนอน่ื ทส่ี ง่ ตรวจมำยงั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร กลุ่มงำนเทคนิคกำรแพทยแ์ ละพยำธวิ ทิ ยำคลนิ ิก
โรงพยำบำลวชริ ะภเู กต็ โดยเฉพำะ รพ.สต. ทส่ี ำมำรถ request แลบผ่ำนระบบ JHCIS และรบั ผลผ่ำนโปรแกรม
LABONLINE ไดโ้ ดยตรง ซง่ึ รพ.สต. ลูกขำ่ ยสำมำรถนำผลแลบเขำ้ ระบบ JHCIS ไดเ้ ลย โดยไม่ต้อง key in ใช้
ระบบ LEAN ปรบั กำรทำงำน ลดสง่ิ ทไ่ี มเ่ กดิ คุณคำ่ (waste) ลดควำมผดิ พลำดของผลกำรตรวจ ลดระยะรอคอยผล
ลดควำมแออดั และ paper less เป็น SMART LAB 4.0 ของโรงพยำบำลวชริ ะภูเกต็ (SMART HOSPITAL)
ในสว่ น รพช. ลกู ขำ่ ยสำมำรถรบั ผลผำ่ นโปรแกรม LABONLINE ไดโ้ ดยตรง
4. โครงกำรปรบั ปรงุ หอ้ งเจำะเลอื ด/จุดรบั สงิ่ สง่ ตรวจ/ระบบท่อลม และหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรกลำง
5. มรี ะบบเรยี กควิ อตั โนมตั ิ มชี ่องเจำะเลอื ด และช่องเจำะเลอื ดพเิ ศษ (Fast Tract) ระบบตดิ บำรโ์ คด้ หลอดเลอื ดอตั โนมตั ิ
(Automatic Labeler Machine) ทุกจุด 6 ช่อง มรี ะบบรำง/สำยพำน ลำเลยี งสงิ่ สง่ ตรวจจำกจุดจดั เกบ็ สงิ่ ส่งตรวจ
เขำ้ สหู่ อ้ งปฏบิ ตั กิ ำรกลำง มรี ะบบทอ่ ลมสง่ สงิ่ สง่ ตรวจ เคร่อื งตรวจวเิ ครำะหอ์ ตั โนมตั ทิ ำงเคมคี ลนิ ิกและภูมคิ ุม้ กนั วทิ ยำ
เป็น Fully Automation
6. ใชร้ ปู แบบกำรจดั ซอ้ื จดั จำ้ งแบบ E-Bidding (Price/Performance) ในกำรจดั หำวสั ดุวทิ ยำศำสตร์ เพ่อื ใหไ้ ดค้ ุณภำพและ
รำคำทเ่ี หมำะสม สำมำรถทำมลู คำ่ ประหยดั จำกปีงบประมำณ 2562 ได้ 4.3% ของกำร E-Bidding ในปีงบ 2563
7. ห้องปฏิบตั ิกำร มีกำรพัฒนำระบบคุณภำพอย่ำงต่อเน่ือง ซ่งึ กำลงั ดำเนินกำรเตรียมควำมพร้อมสำหรบั กำร
Re-accreditation LA เป็นครงั้ ท่ี 4 และยงั ชว่ ยเป็นพเ่ี ลย้ี งทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรใหก้ บั รพ.สต. ในเขตอำเภอเมอื ง
8. มกี ำรทบทวนระบบบรหิ ำรคุณภำพ ตำมค่มู อื คุณภำพ (QM-LAB-01) ทบทวนทรพั ยำกรนำเขำ้ ทบทวนกจิ กรรม
ทบทวนผลลัพธ์ ทบทวนผลกระทบต่อผู้ใช้บริกำร ผลกำรดำเนินกำรเร่อื งกำรแก้ไข ปฏิบัติกำรแก้ไข
และปฏบิ ตั กิ ำรป้องกนั ผลกำรตรวจตดิ ตำมภำยใน และผลกำรตรวจประเมนิ คุณภำพจำกภำยนอก ผลประเมนิ งำน
บริกำรและระบบงำนท่สี ำคญั มีกำรส่อื สำรผลจำกกำรทบทวนระบบบริหำรคุณภำพไปยังบุคลำกรทุกระดับ
นำสรุปผลกำรทบทวนเสนอต่อทป่ี ระชมุ ผบู้ รหิ ำร

77

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

กำรวำงแผน ทรพั ยำกร และแผนกำร 3.5 L I -โครงกำรจดั ซอ้ื จดั จำ้ งแบบE-Bidding (Price/ Performance)

บรหิ ำรจดั กำรหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทำงกำรแพทย์ ในกำรจดั หำวสั ดุวทิ ยำศำสตร์ เพ่อื ให้ไดค้ ุณภำพและ

รำคำทเ่ี หมำะสม ครบ100%

- โครงกำรปรบั ปรุงห้องเจำะเลอื ด ปรบั ปรุงควิ อตั โนมตั ิ
มชี ่องเจำะเลอื ด และชอ่ งเจำะเลอื ดพเิ ศษสำหรบั ผูป้ ่วย

ฉุกเฉิน, รถเขน็ เปลนอน และเดก็ เล็กพรอ้ มระบบติด

บำร์โค้ดหลอดเลือดอตั โนมตั ิ (Automatic Labeler

Machine) ทุกจุด 6 ช่อง ให้สมบูรณ์ (ช่วยลดกำร

รำยงำนผลผดิ )

- นำระบบสำรสนเทศมำพฒั นำระบบบรกิ ำรเพ่อื มุ่งสู่ Lab

4.0 และ Phuket Smart City ดว้ ยบรกิ ำร จองควิ เจำะเลอื ด

ออนไลน์

กำรพฒั นำระบบ logistic ภำยใน 3.5 L I เพมิ่ จุดระบบนำส่งสง่ิ ส่งตรวจอตั โนมตั ิ นอกจำกจำก
หอผู้ป่วย ตึกอนั ดำมนั ตึกคุณพุ่ม ตึกหลวงพ่อแช่ม
โรงพยำบำล และห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ท่ีมีอยู่เดิมไปยงั หอผู้ป่วย

ศลั ยกรรม ธนำคำรเลอื ด OPD กุมำรเวชตกึ คุณพมุ่

ระบบคุณภำพหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทำง 3.5 L I - ดำเนินกำรขอรบั รองคณุ ภำพทำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ครงั้ ท่ี 4

กำรแพทย์ (Re accreditation) โดยสภำเทคนิคกำรแพทยแ์ ห่งประเทศไทย

(LA : Laboratory accreditation)ทจ่ี ะหมดอำยุในวนั ท่ี

19 ตุลำคม 2564

- ดำเนินกำรขอรับรองคุณภำพทำงห้องปฏิบัติกำร

มำตรฐำนห้องปฏิบตั ิกำรทำงกำรแพทย์ กระทรวง

สำธำรณสขุ (MOPH Standard)

78

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-7.4 ธนาคารเลือดและงานบริการโลหิต

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ คณุ ภาพ/ความเส่ียงท่ีสาคญั : ถกู ตอ้ ง ปลอดภยั เหมาะสม ทนั ความตอ้ งการ

ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
0.34% 0.60%
1. อตั ราความผิดพลาดในการส่งตัวอย่างจาก 0% 0.13% 0.15% 0.30%
หอผปู้ ว่ ย 100% 100%

2. ผลการทดสอบคุณภาพ External Quality 100% 100% 100% 100% 0.015% 0.014%
0.31% 0.41%
Control 1.81 :1 1.78 : 1
0% 0%
3. อตั ราการใหเ้ ลอื ดผดิ คน ผดิ หมู่ ผดิ ชนดิ 0% 0% 0.005% 0.005%
0% 0%
4. อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าจากการรบั เลอื ด 0.5% 0.16% 0.37% 0.31%

5. อตั ราการใชเ้ ลอื ด < 2 : 1 1.86 : 1 1.87 : 1 1.91 : 1

6. อตั ราผู้ป่วยไม่ได้รบั เลอื ดและส่วนประกอบ 0% 0% 0% 0%

ของเลอื ด 0% 0% 0% 0%
7. อตั ราผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื จากการรบั เลอื ด

II. บริบท :

 จดั หาเลอื ดและส่วนประกอบของเลอื ดทม่ี คี ุณภาพตามมาตรฐานแก่ผปู้ ่วยทงั้ คนไทยและชาวต่างชาติ ทพ่ี กั อาศยั
หรอื มาทอ่ งเทย่ี วในจงั หวดั ภเู กต็ โดยชาวต่างชาตปิ ระมาณ 30% จะมหี มเู่ ลอื ด Rh negative จงึ ไดม้ กี ารสารองเลอื ดหมู่
Rh negative ไวด้ ว้ ย นอกจากน้ีไดม้ กี ารนาเอาเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาช่วยในการปฏบิ ตั งิ าน ทาใหร้ ะบบงานมคี วามถูกต้อง
รวดเรว็ และทนั ทว่ งทมี ากขน้ึ สง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยเกดิ ความปลอดภยั สงู สดุ
ขอบเขตบริการ

 จดั หาเลอื ดและรบั บรจิ าคเลอื ดทงั้ ในสถานทแ่ี ละนอกสถานท่ี
 จดั เตรยี มเลอื ดและสว่ นประกอบของเลอื ดทม่ี คี ุณภาพตามมาตรฐานกาหนด
 ตรวจโรคตดิ เชอ้ื ทางเลอื ดในเลอื ดบรจิ าคตามมาตรฐานกาหนด
 ทดสอบความเขา้ กนั ไดข้ องเลอื ดและจา่ ยเลอื ดใหแ้ ก่ผปู้ ว่ ยอย่างปลอดภยั และทนั ทว่ งที ตลอด 24 ชวั่ โมง
 ใหบ้ ริการเลอื ดและส่วนประกอบของเลือดแก่โรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลเอกชนในจงั หวดั รวมถึง

โรงพยาบาลต่างจงั หวดั ทร่ี อ้ งขอมา
การเตรยี มส่วนประกอบของเลอื ดที่ทาได้

Leukocyte poor red cell (LPRC), Leukocyte depleted poor red cell (LDPRC), Fresh frozen plasma (FFP),
Leukocyte depleted fresh frozen plasma (LDFFP), Single donor platelet (SDP), Leukocyte poor platelet cell
(LPPC), Cryoprecipitate

III. กระบวนการ
ระบบตรวจสอบและทบทวนการใช้เลอื ด/ผกู้ ากบั ดแู ล :

 มคี ณะกรรมการใชเ้ ลอื ดของโรงพยาบาล ทาหน้าทป่ี ระเมนิ การใช้เลอื ด ควบคุมกากบั การใช้เลอื ด อย่างถูกตอ้ ง

และเหมาะสม
 เพอ่ื ปรบั ปรุงกระบวนการสง่ ตวั อยา่ งจากหอผปู้ ว่ ย โดยมเี ป้าหมายใหค้ วามผดิ พลาดเป็น 0% ทมี ไดม้ กี ารแกไ้ ข

79

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

1. จดั ประชุมชแ้ี จงแนวทางการเจาะตวั อยา่ งเลอื ดทถ่ี กู ตอ้ ง 2. พฒั นาระบบช่วยจดั เกบ็ ขอ้ มลู อุบตั กิ ารณ์ความผดิ พลาด
ในการส่งตวั อย่างเลอื ด 3. รายงานขอ้ มูลให้คณะกรรมการความเสย่ี ง เพ่อื หาแนวทางแกไ้ ข แต่ยงั พบว่า ในปี 2563
ความผดิ พลาดในการสง่ ตวั อยา่ งผปู้ ว่ ยเพมิ่ สงู ขน้ึ ทมี ไดว้ างแผนทจ่ี ะนาระบบ Human Factor Engineering มาช่วยใน
การลดความผดิ พลาดในการปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หน้าท่ี

 เพ่อื ปรบั ปรุงกระบวนการใหเ้ ลือดผปู้ ่วย โดยมเี ป้าหมายใหค้ วามผดิ พลาดเป็น 0 % ทมี ไดม้ กี ารแกไ้ ขปรบั
แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการใหเ้ ลอื ด โดยเพมิ่ ขนั้ ตอนการ Recheck ขา้ งเตยี งโดยพยาบาลอกี คนหน่ึง และใหญ้ าตมิ สี ว่ นร่วม
ในการตรวจสอบแต่ยงั พบว่าในปี 2563 ยงั คงพบการให้เลอื ดผิด ทมี ได้วางแผนท่จี ะนาระบบ Human Factor
Engineering มาช่วยในการลดความผดิ พลาดในการปฏบิ ตั ขิ องเจา้ หน้าท่ี

 เลอื กใชเ้ ลอื ดชนิด Leukocyte Poor red cell (LPRC) แก่ผูป้ ว่ ยเกอื บทุกราย เพ่อื ลดอุบตั กิ ารณ์การเกดิ
Transfusion Reaction จากการรบั เลอื ดของผปู้ ว่ ย

 ใชร้ ะบบสารสนเทศในการบรกิ ารโลหติ (Laboratory Information System : LIS) เป็นฐานขอ้ มูลในการ
เช่อื มต่อขอ้ มูลของผูบ้ รจิ าคเลอื ด การปนั่ แยกส่วนประกอบของเลอื ด การคดั แยกเลอื ดปลอดภยั การเตรยี มเลอื ดและ
การจ่ายเลอื ดให้แก่ผูป้ ่วยเพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การ และการให้บรกิ ารโลหติ ทม่ี คี ุณภาพและปลอดภยั
แกผ่ ปู้ ว่ ย รวมถงึ ลดอุบตั กิ ารณ์ความผดิ พลาดทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดใ้ นกระบวนการเตรยี มเลอื ดใหผ้ ปู้ ว่ ย

 ใชร้ ะบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาชว่ ยในการปฏบิ ตั งิ าน ทาใหม้ กี ารปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง และรวดเรว็ มากขน้ึ เช่น
- ใชเ้ คร่อื งตรวจความเขา้ กนั ไดข้ องเลอื ดแบบอตั โนมตั ิ ทาใหล้ ดความผดิ พลาดของเจา้ หน้าท่ี (Human error)
- ใช้เคร่อื งปนั่ แยกส่วนประกอบของเลือดท่สี ามารถเกบ็ รวบรวมข้อมูลและนาขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ เพ่อื การพฒั นา
ผลติ ภณั ฑเ์ ลอื ดทม่ี คี ุณภาพ
- รถบรจิ าคเลอื ดเคล่อื นท่ี มรี ะบบ Telemedicine เม่อื ผูบ้ รจิ าคเป็นลมทาให้สามารถตดิ ต่อประสานงานกบั
ศนู ยส์ งั่ การใหค้ าแนะนาและใหก้ ารช่วยเหลอื ไดอ้ ย่างรวดเรว็

ระดบั ขนั้ ตา่ ของการสารองเลือดและส่วนประกอบของเลอื ด และผลการปฏิบตั ิ :

Type of blood Gr O (unit) Gr A (unit) Gr B (unit) Gr AB (unit)
LPRC + PRC 80 60 70 20
LPPC + SDP + SDP (PAS) 6 6 8 1
Fresh frozen plasma 50 30 40 10

Rh negative 223 0

Cryoprecipitate 50

 มกี ารกาหนดปรมิ าณการสารองเลอื ด และสว่ นประกอบของเลอื ดขนั้ ต่า รวมทงั้ เลอื ดหมู่ Rh negative สาหรบั
ผปู้ ว่ ยต่างชาตดิ ว้ ย พบว่า อตั ราผปู้ ว่ ยไมไ่ ดร้ บั เลอื ดและสว่ นประกอบของเลอื ดเป็น 0% ซง่ึ หากมปี รมิ าณเลอื ดต่ากว่า
เกณฑข์ นั้ ต่า ธนาคารเลอื ดจะทาการขอเบกิ จากภาคบรกิ ารโลหติ แห่งชาติ จ.ภูเกต็ และเครอื ข่ายธนาคารเลอื ด หรอื
จดั หาเลอื ดเร่งด่วนโดยการประชาสมั พนั ธผ์ ่านช่องทางต่างๆเพ่อื ขอรบั บรจิ าคเลือดเร่งด่วน ในสถานการณ์โควดิ -19
ทเ่ี กดิ ภาวะขาดเลอื ดทวั่ ประเทศ ธนาคารเลอื ดไดป้ รบั วธิ กี ารจดั หาเลอื ดโดยเน้นขอรบั บรจิ าคทดแทนในญาตมิ ากขน้ึ
โดยพบว่า อตั ราผบู้ รจิ าคเลอื ดทดแทนเพม่ิ ขน้ึ จาก 0.07% เป็น 3.52% ทาใหม้ เี ลอื ดเพยี งพอสาหรบั ผูป้ ว่ ยมากขน้ึ
ส่วนเกลด็ เลอื ดซง่ึ มอี ายุเพยี ง 5 วนั ทางธนาคารเลอื ดไดเ้ ตรยี มสารองเพม่ิ เตมิ จาก Single donor platelet หมู่ O with PAS
ซง่ึ สามารถให้กบั ผู้ปว่ ยไดท้ ุกหมู่เลอื ด ทาใหไ้ ม่พบอุบตั กิ ารณ์การไม่มเี ลอื ดและส่วนประกอบของเลอื ดให้ผปู้ ่วย และ
เน่อื งจากทาการตรวจเลอื ดบรจิ าคเอง เจา้ หน้าทส่ี ามารถตรวจเลอื ดไดต้ ลอด 24 ชวั่ โมง หากผปู้ ว่ ยตอ้ งการใชเ้ รง่ ด่วน
ระบบการแจ้งผลการติดเชื้อแก่ผบู้ ริจาคโลหิต / จานวนผตู้ ิดเชื้อในระบบปี ท่ีผา่ นมา :

 มรี ะบบแจง้ ผลการตดิ เชอ้ื ทางจดหมาย ได้แก่ เชอ้ื ซฟิ ิลสิ เช้อื ไวรสั ตบั อกั เสบบี และเช้อื ไวรสั ตบั อกั เสบซี
เพ่อื ใหม้ าตรวจยนื ยนั ผลตรวจซา้ และรบั คาแนะนาจากเจา้ หน้าท่ี สว่ นเชอ้ื เอชไอวี จะโทรศพั ทต์ ดิ ต่อโดยตรงใหม้ าฟงั ผล
และใหค้ าปรกึ ษาเพอ่ื เขา้ สรู่ ะบบของโรงพยาบาลและรบั ยาต้านอย่างเรว็ ทส่ี ดุ โดยจานวนผตู้ ดิ เชอ้ื ในปีทผ่ี ่านมาคดิ เป็น
0.56 % ของผบู้ รจิ าคเลอื ดทงั้ หมด

80

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

มาตรฐานการตรวจรอ่ งรอยการติดเชื้อ (Disease marker) :
 เลอื ดทกุ ยูนิตไดร้ บั การตรวจคดั กรองการตดิ เชอ้ื ทถ่ี ่ายทอดทางเลอื ด ระบบน้าเหลอื งวทิ ยา (Serology) และ

วธิ ชี วี วทิ ยาระดบั โมเลกลุ (Nucleic acid amplification technology : NAT) ตามมาตรฐานธนาคารเลอื ดและงานบรกิ าร
โลหติ ของศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ สภากาชาดไทย

ระบบคดั แยก กกั กนั ชี้บง่ เลือดที่ไม่ผา่ นการตรวจและเลือดท่ีติดเชื้อ :
 มรี ะบบการแยกเลอื ดและส่วนประกอบของเลอื ดด้วยคอมพวิ เตอรท์ ุกยนู ิต โดยเช่อื มโยงผลการตรวจเลอื ด

ผา่ นระบบ LIS ถา้ หากยนู ิตทม่ี ผี ลเลอื ดปกติ ระบบ LIS จะปรน้ิ สตก๊ิ เกอรส์ าหรบั ตดิ ถุงเลอื ดซง่ึ แสดงรายละเอยี ดของเลอื ดถุงนนั้
แต่หากมผี ลตดิ เชอ้ื ระบบจะลอ็ คใหไ้ ม่สามารถปรน้ิ สตก๊ิ เกอรต์ ดิ หน้าถุงเลอื ดได้ จากนนั้ จะมเี จา้ หน้าทม่ี าแยกเลอื ดและ
สว่ นประกอบของเลอื ดตดิ เชอ้ื ทุกยนู ิตและตดิ สตก๊ิ เกอร์ Unit no found แยกออกไปใสใ่ นตเู้ กบ็ เลอื ดตดิ เชอ้ื จนกว่าจะได้
ตรวจยนื ยนั ผลเลอื ดจากสายถุงเลอื ดแลว้ และจะเปลย่ี นเป็นสตก๊ิ เกอร์ Biohardzard โดยมกี าร Recheck จากเจา้ หน้าท่ี
มากกว่า 2 คน จากนนั้ จาหน่ายทง้ิ เป็นขยะตดิ เชอ้ื ตามระบบของโรงพยาบาลต่อไป

ระบบห่วงโซ่ความเยน็ :
 ใชร้ ะบบคบคุมอุณหภมู ขิ องตูเ้ ยน็ เกบ็ เลอื ดทุกตู้ โดยสามารถสง่ ขอ้ มลู ของอุณหภูมเิ ขา้ โปรแกรมจดั เกบ็ ตลอด

24 ชวั่ โมง เม่อื มอี ุณหภมู เิ กนิ กวา่ กาหนด จะรอ้ งเตอื นเพอ่ื แจง้ ใหเ้ จา้ หน้าทท่ี ราบทนั ที
 การขนสง่ เลอื ดจากธนาคารเลอื ดไปยงั หอผปู้ ว่ ย ใชก้ ระตกิ ทม่ี กี อ้ นน้าแขง็ (Ice pack) ควบคมุ อณุ หภมู ภิ ายใน

และมตี วั วดั อุณหภูมแิ สดงใหเ้ หน็ ชดั เจน

ประเดน็ ท่ียงั ไม่สามารถดาเนินการตามมาตรฐาน / แนวทางของศนู ยบ์ ริการโลหิตแห่งชาติได้ :
-

การเขา้ รว่ มระบบประกนั คณุ ภาพจากภายนอก :
 เขา้ ร่วมการทดสอบความชานาญระหว่างหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ไดแ้ ก่
- สานกั มาตรฐานหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ มผี ลการทดสอบ EQA ดา้ นการตรวจทดสอบ

ABO grouping, Rh grouping, Antibody screening และ Antibody identification ดา้ นการตรวจการตดิ เชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบซี
(Anti-HCV) และเอชไอวี (Anti-HIV) ไดร้ บั ผลคะแนนระดบั ดเี ยย่ี มทกุ การทดสอบ

- คณะเทคนคิ การแพทย์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล มผี ลการทดสอบ EQA ดา้ นการตรวจการตดิ เชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบบี
(HBsAg) และซฟิ ิลสิ (SypAb) ไดร้ บั ผลคะแนนระดบั ดเี ยย่ี มทุกการทดสอบ

การรบั รองคณุ ภาพที่ได้รบั :
 ผา่ นการรบั รองคณุ ภาพมาตรฐานหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางการแพทย์ รอบท่ี 3 จากสภาเทคนิคการแพทยแ์ หง่ ประเทศไทย

(Laboratory Accreditation : LA) เมอ่ื เดอื น ตุลาคม 2561

IV. ผลการพฒั นาที่โดดเด่นและภาคภมู ิใจ
 การสารองเลอื ดและส่วนประกอบของเลอื ดใหผ้ ูป้ ว่ ยไดอ้ ย่างเพยี งพอและทนั ท่วงที รวมถงึ หมู่เลอื ดพเิ ศษ Rh

negative ซง่ึ ไม่พบอบุ ตั กิ ารณ์ผปู้ ว่ ยไมไ่ ดร้ บั เลอื ดหรอื สว่ นประกอบของเลอื ดหรอื แมใ้ นสถานการณ์ โควดิ -19 ทไ่ี ม่มผี ู้
บรจิ าคเลอื ดมาบรจิ าคทโ่ี รงพยาบาล แต่ธนาคารเลอื ดสามารถหาวธิ จี ดั หาเลอื ด โดยปรบั เปลย่ี นกระบวนการออกไป
ตงั้ หน่วยย่อยนอกโรงพยาบาลเป็นการชวั่ คราว และจดั ทาระบบการขอรบั บรจิ าคทดแทนจากญาติ ทาใหส้ ามารถ
จดั หาเลอื ดและสว่ นประกอบของเลอื ดมาใหผ้ ปู้ ว่ ยในโรงพยาบาลไดอ้ ย่างเพยี งพอ

 การใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาช่วยในการปฏบิ ตั งิ าน ทาใหส้ ามารถลดความผดิ พลาดในการเตรยี มและ จา่ ยเลอื ดเป็น 0%

81

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

58. ธนาคารเลอื ดและงานบรกิ ารโลหติ 3.5 L  พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้สามารถใช้
ปฏบิ ตั ิงานไดท้ ุกขนั้ ตอน เพ่อื ลดความผดิ พลาดและ

เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน เช่น ขนั้ ตอนการ

ใหเ้ ลอื ด เพ่อื ป้องกนั การใหผ้ ดิ คน ผดิ หมู่ และขนั้ ตอน

การปฏบิ ตั งิ านของธนาคารเลอื ดทงั้ หมดทุกขนั้ ตอน

เพอ่ื นาขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าวเิ คราะหป์ รบั ปรุงกระบวนการทางาน

ใหเ้ ลอื ดทไ่ี ดม้ คี ุณภาพสงู สดุ

 พัฒนาแอพพลิเคชัน่ ให้ผู้บริจาคโลหิต

สามารถลงทะเบยี นล่วงหน้าจากท่บี า้ น เพ่อื ลดขนั้ ตอน

การรอคอยและเพมิ่ ความพงึ พอใจ

82

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-8 การเฝ้ าระวงั โรคและภยั สขุ ภาพ

i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ คณุ ภาพ/ความเส่ียงที่สาคญั :ถกู ตอ้ ง ครบถว้ น ทนั เวลา ครอบคลมุ ประสทิ ธภิ าพ

ข้อมลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

การประเมนิ ผลงานดา้ นระบาดวทิ ยา 100 100
97.84 98.49
ความครบถว้ นของการรายงาน รง.506 80 100 100 100 98 90
98 90
ความทนั เวลาของการรายงาน รง.506 80 87.20 87.68 95.02 75 60

ความครบถว้ นของการสอบสวนเฉพาะราย 80 95 97 98

ความทนั เวลาของการสอบสวนเฉพาะราย 80 95 97 95

คุณภาพของการสอบสวนโรค 60 70 75 80

ii. บริบท
จานวนและอตั ราปว่ ยดว้ ยโรคทต่ี อ้ งเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา 5 อนั ดบั แรก อาเภอเมอื งภูเกต็ ปี พ.ศ.2561-2563 (ก.ย.)

ชื่อโรค พ.ศ.2561 พ.ศ.2562 พ.ศ.2563

จานวน อตั ราป่ วย จานวน อตั ราป่ วย จานวน อตั ราป่ วย

อุจาระรว่ ง 7,054 2,893.97 6,045 2,424.01 2174 866.18

ปอดบวม 1,221 500.93 1,362 546.15 336 133.87

ไขห้ วดั ใหญ่ 1,163 477.13 1,888 757.08 299 119.13

ตาแดง 313 128.41 391 156.79 145 57.77

ไขเ้ ลอื ดออก 537 220.31 359 143.96 91 36.26

โรคและภยั สขุ ภาพสาคญั ในพน้ื ท:่ี
- โรคทต่ี อ้ งเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยาประจาปี พ.ศ.2562 เรยี งอนั ดบั 5 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ โรคอจุ จาระรว่ ง โรคปอดบวม ไขห้ วดั ใหญ่
ตาแดงและไขเ้ ลอื ดออก

- ภยั สขุ ภาพทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ การบาดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตุทางถนน อาหารปลอดภยั และดตี ่อสขุ ภาพ การเสยี ชวี ติ จากการจมน้า
โรคและภยั สขุ ภาพสาคญั ทอ่ี ยใู่ นแผนเฝ้าระวงั :

โรคและภยั สขุ ภาพสาคญั ทอ่ี ย่ใู นแผนเฝ้าระวงั ของอาเภอเมอื งภูเกต็ ปี 2563 โดยคณะกรรมการดาเนินงานอาเภอควบคมุ โรค
เขม้ แขง็ ไดว้ เิ คราะหส์ ถานการณ์โรค ขนาดของปญั หาและผลสาเรจ็ ของการดาเนินงานทผ่ี ่านมา และไดก้ าหนดโรค/ภยั สุขภาพ
ท่สี าคญั อบั ดบั แรก ได้แก่ การบาดเจบ็ จากอุบตั เิ หตุทางถนน และปญั หารองมา คอื อาหารปลอดภยั และดตี ่อสุขภาพ ตงั้ แต่

ปลายเดอื นธนั วาคม พ.ศ.2562 ไดม้ กี ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื โคโรน่าไวรสั ภายในประเทศจนี ทเ่ี มอื งอ่ฮู นั่ ต่อมาไดแ้ พร่ระบาด
ไปยงั ต่างประเทศทวั่ โลกอย่างรวดเรว็ รวมถึงประเทศไทย สาหรบั จงั หวดั ภูเกต็ พบผูป้ ่วยรายแรกในวนั ท่ี 25 มกราคม 2563
และรายสดุ ทา้ ย ในเดอื นพฤษภาคม 2563 รวมผปู้ ว่ ยทงั้ หมด 227 ราย เสยี ชวี ติ 3 ราย และจาหน่าย 1 ราย และยงั คงตอ้ งตดิ ตาม
และเฝ้าระวงั อยา่ งต่อเน่ืองจนถงึ ปจั จุบนั
iii. กระบวนการ

II-8 ก. การบรหิ ารจดั การและทรพั ยากร:

(1) (2) นโยบาย แผนกลยทุ ธ์ แผนปฏบิ ตั กิ าร:
การบรหิ ารจดั การและทรพั ยากร
1. มนี โยบายการดาเนนิ งานเครอื ขา่ ยสขุ ภาพระดบั อาเภอ หรอื District Health System: DHS ซง่ึ จะมองปญั หาครอบคลุม

ทงั้ อาเภอเมอื ง และรว่ มกนั กาหนดนโยบายในการแกไ้ ขปญั หา
2. มคี ณะกรรมการป้องกนั ควบคุมโรคและภยั สุขภาพ ซง่ึ มกี ารบูรณาการงานร่วมกนั จาก 3 ภาคสว่ น คอื ภาครฐั ภาคทอ้ งถ่ิน

และภาคประชาชน โดยมนี ายอาเภอเมอื งเป็นประธานคณะกรรมการรว่ มกนั วางแผนกลยุทธแ์ ละกาหนดแผนปฏบิ ตั กิ าร
ทช่ี ดั เจน จดั ทาคาสงั่ แต่งตงั้ คณะทางานใหส้ อดคลอ้ งกบั แต่ละปญั หา ตดิ ตามประเมนิ ผล และร่วมกนั ปรบั ปรุงแกไ้ ขปญั หา

83

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

3. จดั ทาแผนการเฝ้าระวงั โรคและภยั สขุ ภาพของโรงพยาบาล จดั ทาแนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน พรอ้ มทงั้ ใหม้ กี ารจดั ซอ้ ม
แผนรบั สถานการณ์โรคและภยั สุขภาพ อย่างน้อยปีละครงั้ กาหนดจุดเฝ้าระวงั และคดั กรองผปู้ ่วยท่เี ขา้ มารบั บรกิ ารใน
โรงพยาบาล จดั อบรมใหค้ วามรแู้ ก่เจา้ หน้าท่ี เม่อื มกี ารแจง้ เตอื นโรคและภยั สขุ ภาพทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ และใหม้ กี ารฝึกซอ้ ม
การสวมและถอดชุด PPE ใหก้ บั บุคลากรทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื ป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในบคุ ลากร

4. จดั เตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ ยาและเวชภณั ฑใ์ หเ้ พยี งพอ
แนบแนวทางโควิด

(3) (4) บคุ ลากร งบประมาณ เทคโนโลยี ทรพั ยากรอ่นื ๆ:
1. มรี ะบบระบาดวทิ ยาทด่ี ใี นระดบั อาเภอ ดงั น้ี
- แพทย์ 1 คน เป็นหวั หน้ากลุ่มงานเวชกรรมสงั คม ผ่านการอบรมหลกั สตู ร FEMT
- นกั วชิ าการสาธารณสขุ ผา่ นการอบรมหลกั สตู ร FEMTจานวน 2 คน
- หน่วยปฏบิ ตั กิ ารควบคุมโรคตดิ ต่อ (Communicable disease control unit; CDCU) ระดบั อาเภอ และเครอื ข่ายทม่ี ี
ความรู้และทกั ษะจากการอบรมหลกั สูตรCDCU ก่อนปฏิบัติการ ทาให้มีความพร้อมและปฏิบตั ิงานได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ เพ่อื ทาหน้าทใ่ี นการเฝ้าระวงั สอบสวนโรค ป้องกนั และควบคุมโรคตดิ ต่ออนั ตรายหรอื โรคระบาด
- สรา้ งเครอื ข่ายระดบั ตาบล ได้แก่ อาสาสมคั รสาธารณสุข ครูศูนยเ์ ดก็ เลก็ ครูอนามยั โรงเรยี น อาสาสมคั รใน
โรงแรมพฒั นาโดยการจดั อบรม “การเฝ้าระวงั เหตุการณ์”เพ่อื ใหเ้ ครอื ข่ายมกี ารเฝ้าระวงั ในพน้ื ทม่ี กี ารตรวจสอบข่าว
การแจง้ ขา่ วเรว็ และการควบคมุ โรคเบอ้ื งตน้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. งบประมาณทใ่ี ชใ้ นการดาเนนิ งาน
- กรมควบคมุ โรค
- งบเงนิ บารุงของโรงพยาบาล
- งบกองทุนสง่ เสรมิ สขุ ภาพเทศบาลนครภเู กต็
- งบบรจิ าคจากภาคประชาชน
- สนบั สนุนงบประมาณสง่ เสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรค และวสั ดอุ ปุ กรณ์ใหก้ บั สถานบรกิ ารเครอื ขา่ ยในการดาเนนิ งานในพน้ื ท่ี
เทคโนโลยีและทรพั ยากรอ่ืนๆ
- โปรแกรม Veb_Alertonline ซง่ึ เป็นโปรแกรมรายงานโรคทต่ี อ้ งเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยาทส่ี านกั งานสาธารณสุข
จงั หวดั ภเู กต็ ไดจ้ ดั ทาขน้ึ เพ่อื ความสะดวกและรวดเรว็ ในการแจง้ ขา่ ว ซง่ึ จะมสี ญั ญาณเสยี งเตอื นไปยงั พน้ื ทท่ี นั ที
หลงั จากท่ีสถานบริการได้ขอ้ มูลลงในโปรแกรมเสรจ็ เรียบร้อยทาให้เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการแจ้งข่าวให้กบั
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลในเครอื ขา่ ย เทศบาล องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั
ไดท้ ราบทนั ที
- มรี ะบบขอ้ มูลและการเฝ้าระวงั โรคและภยั สขุ ภาพ โดยสถานบรกิ ารใชก้ ารรายงานทางระบาดวทิ ยาโรคตดิ ต่อ (รายงาน 506)
ตามทส่ี านกั ระบาดวทิ ยากาหนด ลงในโปรแกรมเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา (Vepiprow) และ โปรแกรม Veb_Alertonline ทกุ วนั
- โปรแกรม HOS-xpใชใ้ นการดงึ ขอ้ มูลส่งต่อเขา้ โปรแกรมเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา(Vepiprow)ทาให้การทางาน
สะดวกและรวดเรว็ ขน้ึ
- ช่องทางทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร เผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ ไดแ้ ก่ Page Facebook , Line @ และ Line group ของกลุ่มงาน
ทม่ี ไี วใ้ หก้ ลุ่มประชาชนเป้าหมายเขา้ มารบั บรกิ ารสอบถามขอ้ มลู ขา่ วสารต่างๆ

(5) การสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ:
1. เจา้ หน้าทใ่ี นหน่วยงานมกี ารอบรมและเพม่ิ เตมิ ความรเู้ ฉพาะดา้ นปีละครงั้
2. ทาหนังสือแจ้งให้หน่ วยงานในโรงพยาบาลท่ีเก่ียวข้องทราบถึงโรคท่ีต้องเฝ้ าระวังทางระบาดวิทยาทุกปี
เพ่อื ขอความรว่ มมอื ในการรายงานโรค
3. มกี ารจดั อบรมใหค้ วามรแู้ ก่นกั เรยี น อาสาสมคั รสาธารณสขุ กลมุ่ ประชากรเป้าหมายอน่ื ๆ ปีละครงั้
4. ติดตามและสนับสนุนการดาเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขในพ้ืนท่ี พร้อมทัง้ รับปญั หาและร่วมกัน
แกไ้ ขปญั หา
5. มกี ารใหค้ วามรสู้ าหรบั ประชาชน แจง้ เตอื นตงั้ แต่กอ่ นการระบาด ชว่ งทม่ี รี ะบาด และหลงั การระบาด
ในช่องทางต่างๆ ไดแ้ ก่ มะฮอกกานเี รดโิ อ ป้ายประชาสมั พนั ธ์ แผ่นพบั โปสเตอร์ เสยี งตามสายในโรงพยาบาล

84

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-8 ข. การเกบ็ และวเิ คราะหข์ อ้ มลู เฝ้าระวงั :
(1)(2) การเฝ้าระวงั บนั ทกึ และจดั เกบ็ ขอ้ มลู :
 มกี ารตดิ ตามขอ้ มลู ขา่ วสารในสถานการณ์ต่างๆทวั่ โลกและขา่ วสารจากภายในประเทศเชน่ องคก์ ารอนามยั โลก สานกั ระบาดวทิ ยา

สานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ภเู กต็ และจากแหลง่ ขา่ วต่างๆ
 เฝ้าระวงั โรคตดิ ต่อทต่ี อ้ งเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยาจากผปู้ ว่ ยทม่ี ารบั บรกิ ารทงั้ ผปู้ ว่ ยนอกและผปู้ ว่ ยในบนั ทกึ ในโปรแกรม

เฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยา (Vepiprow) และ โปรแกรม Veb_Alertonline ทุกวนั
 เมอ่ื พบเหตุการณ์ผดิ ปกติ รบี แจง้ เตอื นหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหม้ กี ารเฝ้าระวงั และคดั กรองผปู้ ว่ ย
 รวบรวมขอ้ มลู นามาวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บและจดั ทารายงานสถานการณ์ทุกเดอื น และสรุปรายปี
 สรา้ งเครอื ข่ายการเฝ้าระวงั และรายงานโรคภายในโรงพยาบาลจากแพทยแ์ ละพยาบาลประจาตกึ ผูป้ ่วยต่างๆ จากเจ้าหน้าท่ี

หอ้ งชนั สตู รเม่อื พบผดิ ปกตใิ หแ้ จง้ กลมุ่ งานเวชกรรมสงั คมทนั ที
 สรา้ งเครอื ขา่ ยการเฝ้าระวงั และรายงานโรคจากโรงพยาบาลเอกชน คลนี ิคแพทยร์ า้ นขายยา
 สรา้ งเครอื ขา่ ยระดบั ตาบล ไดแ้ ก่ อาสาสมคั รสาธารณสขุ ครูศูนยเ์ ดก็ เลก็ ครอู นามยั โรงเรยี น อาสาสมคั ร ในโรงแรม

เพอ่ื ใหเ้ ครอื ขา่ ยมกี ารเฝ้าระวงั ในพน้ื ท่ี มกี ารตรวจสอบขา่ ว การแจง้ ขา่ วเรว็ และการควบคมุ โรคเบอ้ื งตน้ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
(3)(4) การวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ แปลความหมาย คน้ หาการเพม่ิ ผดิ ปกตหิ รอื การระบาด:

- โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ เป็นศนู ยร์ ะบาดวทิ ยาอาเภอเมอื งภเู กต็ มหี น้าทร่ี วบรวมขอ้ มลู โรคระบาดจากทกุ สถานบรกิ ารในอาเภอ
เมอื งทงั้ ภาครฐั และเอกชน นาขอ้ มูลมาจดั ทารายงานเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยาและสรุปผลการดาเนินงานทุกเดอื น
เพ่อื นามาวเิ คราะหส์ ถานการณ์โรคในพน้ื ท่ี เปรยี บเทยี บ 5 ปียอ้ นหลงั หากพบผดิ ปกตกิ จ็ ะมกี ารแจง้ เตอื นเครอื ข่ายในการ
เฝ้าระวงั โรคและภยั สขุ ภาพ เชน่ การแจง้ เตอื นการระบาดของโรคไขเ้ ลอื ดออก โรคมอื เทา้ ปากในนกั เรยี น โรคอุจจาระ
รว่ งอาหารเป็นพษิ ในกลมุ่ นกั เรยี นและนกั ทอ่ งเทย่ี ว

- จงั หวดั ภูเกต็ เป็นเมอื งท่องเท่ยี วและเมอื งเศรษฐกจิ ทส่ี าคัญของประเทศไทย ทาใหม้ ผี ู้คนเขา้ มาอย่เู ป็นจานวนมาก
มีทงั้ มาท่องเท่ียว มาใช้แรงงาน ทาให้เส่ยี งต่อการนาเช้ือโรคเข้ามาแพร่ระบาดในจังหวัดภูเก็ตได้ เช่น COVID-19,
MERS-COV,ไข้หวัดนก , อีโบลา ดังนัน้ ต้องมีการเตรียมความพร้อมในการป้ องกันและควบคุมการระบาด
โดยกาหนดมาตรการและแนวทางปฏบิ ตั ใิ หช้ ดั เจน เฝ้าระวงั ตดิ ตามสถานการณ์ตลอดเวลา
จากรายงานเฝ้าระวงั รง.506 และรง.507จากศนู ยร์ ะบาดวทิ ยาอาเภอเมอื งภูเกต็ พบว่าผปู้ ่วยโรคอุจจาระร่วง ในปี 2563

มจี านวนลดลงอย่างมากโดยเฉพาะในปลายเดอื นมนี าคม ถงึ ตน้ เดอื นพฤษภาคมคาดว่าน่าจะสบื เน่ืองมาจากมกี ารระบาด
ของโรคโควดิ -19 มกี ารลอ็ คดาวน์ในพน้ื ท่ี ประชาชนตอ้ งปรุงอาหารรบั ประทานเองทบ่ี า้ น สาหรบั อาหารทท่ี าสาหรบั แจกจ่ายกจ็ ะมี
มาตรการในการปรงุ ทส่ี ะอาดและปลอดภยั และผูป้ ่วยทอ่ี าการไม่รุนแรงกจ็ ะหายารบั ประทานเอง ไม่มารบั การรกั ษาทโ่ี รงพยาบาล
จงึ ทาใหจ้ านวนผปู้ ว่ ยทไ่ี ดร้ บั รายงานลดลงได้

จานวนผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงอาเภอเมอื ง จงั หวดั ภูเกต็ ปี 2563 เปรยี บเทยี บกบั ค่ามธั ยฐานย้อนหลงั 5 ปี
(พ.ศ.2558-2560) และปี 2562

85

ัอตรา ่ปวย ่ตอแสนประชากรรายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

นอกจากโรคอุจจาระร่วงแลว้ การระบาดของโรคโควดิ -19 ยงั มผี ลกระทบต่อโรคไขเ้ ลอื ดออกในอาเภอเมอื งภูเกต็
ดว้ ย พบว่าลกั ษณะการกระจายของโรคตามฤดูกาลในแต่ละเดอื นใกลเ้ คยี งกบั ค่ามธั ยฐานยอ้ นหลงั 5 ปี แต่มจี านวน
ผปู้ ว่ ยลดลงมาก คาดว่าจากการถูกจากดั การเดนิ ทาง ใหอ้ ย่บู า้ นทาใหม้ เี วลาในการดูแลตนเองและสง่ิ แวดลอ้ มมากขน้ึ
ประชาชนกจ็ ะมสี ขุ ภาพทด่ี ขี น้ึ

อตั ราป่วยโรคไข้เลอื ดออกเดงกี่ อาเภอเมอื งภเู ก็ต ปพี .ศ.2563
เปรยี บเทยี บปีพ.ศ.2562 และมัธยฐาน (5ปียอ้ นหลัง)

25.0
20.0
15.0 ค่ามัธยฐาน
10.0 ปี 2562
5.0 ปี 2563

-
ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย.พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.

(5)(6) การตดิ ตามเฝ้าดสู ถานการณ์ การคาดการณ์แนวโน้มเพอ่ื วางแผนป้องกนั :
เน่อื งจากจงั หวดั ภูเกต็ เป็นเมอื งท่องเทย่ี วทส่ี าคญั ซง่ึ มที งั้ นักท่องเทย่ี วทม่ี าจากต่างประเทศและต่างจงั หวดั เป็นจานวนมากทาให้

เสย่ี งต่อการแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่อจงึ ไดม้ กี ารวางแผนในการป้องกนั และใหม้ กี ารซ้อมแผนเป็นประจาทุกปี และจากการติดตาม
สถานการณ์พบว่าตงั้ แต่ปลายเดอื นธนั วาคม พ.ศ.2562 ไดม้ กี ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื โคโรน่าไวรสั 2019 ภายในประเทศจนี ทเ่ี มอื งอ่ฮู นั่
และไดแ้ พรร่ ะบาดไปยงั หลายประเทศทวั่ โลกอยา่ งรวดเรว็ รวมถงึ ประเทศไทย ซง่ึ พบผปู้ ว่ ยรายแรกในเดอื นมกราคม 2563 จงั หวดั ภเู กต็
กไ็ ดต้ ดิ ตามสถานการณ์ และเตรยี มความพรอ้ มรบั สถานการณ์ดงั กล่าว โดยมกี ารจดั ประชุมแจง้ เตอื นใหท้ ราบ วางมาตรการและซอ้ ม
แผนเตรยี มรบั สถานการณ์ พบผปู้ ่วยตดิ เชอ้ื รายแรกในวนั ท่ี 25 มกราคม 2563 ซง่ึ เป็นนักท่องเทย่ี วชาวจนี ทม่ี าจากเมอื งอ่ฮู นั่ ต่อมา
มจี านวนผตู้ ดิ เชอ้ื เพมิ่ มากขน้ึ เรอ่ื ยๆ ทาใหเ้ กดิ ปญั หาอุปสรรคต่างๆ ขน้ึ มากมาย ไดแ้ ก่ อตั รากาลงั ของบุคลากร สถานทร่ี องรบั ผปู้ ่วย
การเปิดโรงพยาบาลสนาม ระบบบรกิ ารสาหรบั ผูป้ ่วยอ่นื ๆการจดั หาวสั ดุอุปกรณ์สาหรบั การป้องกนั โรค แต่ด้วยความร่วมมอื ของ
ทุกภาคส่วนท่มี ีความสามารถความสามคั คแี ละความเสยี สละของบุคลากรทุกฝ่ายทงั้ ภายในโรงพยาบาลและเครอื ข่ายท่ีเก่ยี วขอ้ ง
การสนบั สนุนจากภาครฐั และเอกชน ทาใหส้ ถานการณ์ผา่ นไปไดด้ ว้ ยดี สามารถควบคมุ โรคใหส้ งบลงได้ ภายในเดอื นพฤษภาคม 2563
จากการตดิ ตามเฝ้าดสู ถานการณ์โรคโควดิ -19 จากทวั่ โลกถงึ ปจั จุบนั พบว่า สถติ ผิ ตู้ ดิ เชอ้ื เพมิ่ สงู มากขน้ึ ส่งผลใหห้ ลายประเทศระงบั
แผนผ่อนคลายมาตรการในการจากดั การใชช้ วี ติ ของประชาชน มกี ารชะลอภาคเศรษฐกจิ มกี ารลอ็ คดาวน์ใหม่อกี ครงั้ เป็นสญั ญาณเตอื น
เหมอื นกบั ว่ามกี ารกลบั มาระบาดใหมท่ ร่ี า้ ยแรงยง่ิ ขน้ึ สาหรบั ประเทศไทย กย็ งั พบผปู้ ่วยรายใหม่เพมิ่ ขน้ึ จากกลุ่มทม่ี าจากต่างประเทศ
อกี ทงั้ ยงั มกี ารระบาดของประเทศเพ่อื นบา้ น ไดแ้ กพ่ มา่

จงั หวดั ภูเกต็ กม็ คี วามเสย่ี งในหลายๆดา้ นเช่นกนั มสี ถานทก่ี กั ของคนไทยทเ่ี ดนิ ทางมาจากต่างประเทศทางเรอื ( Local Quarantine)
เป็นพ้นื ท่เี ศรษฐกจิ ทม่ี าจากการท่องเท่ยี ว มีแรงงานต่างดา้ วจานวนมาก อีกทงั้ รฐั บาลวางแผนทจ่ี ะมีการเปิดประเทศ ซ่งึ ภูเก็ตมี
นกั ท่องเทย่ี วมากเป็นอนั ดบั ท่ี 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร ดงั นนั้ จงึ ต้องมกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเฝ้าระวงั และมี
มาตรการในการป้องกนั การแพร่กระจายเชอ้ื ทม่ี มี าตรฐาน และมปี ระสทิ ธภิ าพ
II-8 ค. การตอบสนองต่อการระบาดของโรคและภยั สขุ ภาพ:
(1) แผนตอบสนอง การเตรยี มความพรอ้ ม:
 เปิดศนู ย์ EOC ของโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็
 รว่ มกนั วางแผนและกาหนดมาตรการในการดาเนินงาน
 ถอดบทเรยี น รว่ มแกไ้ ขปญั หากาหนดแนวทางเพ่อื เตรยี มพรอ้ มรบั สถานการณ์
 วางแผนเตรยี มอตั รากาลงั และสถานทท่ี จ่ี ะรองรบั ผปู้ ว่ ย
 หาแหล่งเงนิ ทุนทงั้ จากภาครฐั และภาคเอกชน เงนิ บรจิ าคต่างๆ
 การจดั เตรียมวสั ดุอุปกรณ์ท่ตี ้องใช้ทงั้ หมด ซ่งึ ช่วงแรกๆจะขาดแคลนมาก ไม่สามารถหาซ้อื ได้ ต้องขอรบั บริจาค

และคดิ หาสงิ่ ทดแทน เชน่ เสอ้ื ฝน ผลติ Face shield ,Mask ผา้

86

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

(2) ทมี CDCU
 ชว่ งกอ่ นการระบาด

- ตดิ ตามสถานการณ์เพ่อื วเิ คราะหด์ แู นวโน้มการระบาด
- ใหค้ วามรกู้ บั เครอื ขา่ ย ประชาชน
- เตรยี มบคุ ลลากร ทมี CDCUของอาเภอเมอื งและเครอื ขา่ ย ทม่ี คี วามพรอ้ ม
- แจง้ เตอื นเครอื ขา่ ย และผทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งใหม้ กี ารเฝ้าระวงั คดั กรองผปู้ ว่ ย
- จดั ใหม้ จี ุดคดั กรองผปู้ ว่ ย(คลนี ิคARI) ในโรงพยาบาลเพ่อื คดั กรองผปู้ ว่ ยทเ่ี ขา้ ขา่ ยตามเกณฑท์ ก่ี ระทรวงสาธารณสขุ กาหนด
 ช่วงทม่ี กี ารระบาด
- สอบสวนผปู้ ว่ ยทเ่ี ขา้ เกณฑ์ PUI ทุกรายเพ่อื คน้ หาแหล่งโรคและผสู้ มั ผสั และดาเนนิ การควบคุมและป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื
- สง่ ต่อขอ้ มลู ใหส้ านกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ภูเกต็
(3) มาตรการป้องกนั ทจ่ี าเป็น:
1. Prevention : มาตรการป้องกนั การนาเชอ้ื เขาประเทศและการตดิ เชอ้ื ในประเทศ
2. Quarantine : มาตรการกกั กนั โรค
3. Test : เฝ้าระวงั คน้ หาและตรวจหาผตู้ ดิ เชอ้ื
4. Trace : การตดิ ตามสอบสวนและควบคุมโรค
5. Treat : การดแู ลรกั ษาและป้องกนั การตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล
6. Law : การใชม้ าตรการทางสงั คมและกฎหมาย
7. Participation : การมสี ว่ นร่วมของทุกภาคสว่ น
(4) ช่องทางรบั รายงาน:
 รบั รายงานจากเครอื ขา่ ยเฝ้าระวงั โรคไดแ้ ก่ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพระดบั ตาบล ศนู ยเ์ ทศบาลนครภเู กต็

คลนิ คิ เอกชน รา้ นยา อาสาสมคั รสาธารณสขุ ผนู้ าชมุ ชนทางโทรศพั ท,์ e-mail, Line ต่างๆ
 ทะเบยี นผปู้ ว่ ยนอกและผปู้ ว่ ยในของโรงพยาบาล
(5) การสอบสวนผปู้ ว่ ยเฉพาะราย:
 สอบสวนผูป้ ่วยเฉพาะรายตามแบบฟอรม์ รายงานใหไ้ ดร้ ายละเอยี ดมากท่สี ดุ เพ่อื นามาเป็นขอ้ มลู ในการวางแผน

ควบคุมและป้องกนั โรคในรายทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื
(6) การสบื คน้ และควบคมุ การระบาด

 ใหม้ กี ารเฝ้าระวงั ในชุมชน โดยเครอื ขา่ ย หากพบสงิ่ ผดิ ปกตใิ หร้ บี แจง้
 เมอ่ื ไดร้ บั รายงานว่าผปู้ ว่ ยมกี ารตดิ เชอ้ื ใหท้ าการสอบสวนโรคเพมิ่ เตมิ คน้ หาผสู้ มั ผสั เสย่ี งสงู เสย่ี งต่า เพ่อื กกั ตวั ไว้

เฝ้าระวงั ตดิ ตามอาการ และเกบ็ สง่ิ สง่ ตรวจ เพอ่ื คน้ หาแหล่งโรคและป้องกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื โดยกลุ่มทม่ี คี วามเสย่ี งต่า
จะตดิ ตามเฝ้าระวงั โดย อสม.ในพน้ื ท่ี
 สง่ ต่อขอ้ มลู ใหส้ านกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั และพน้ื ท่ี
II-8 ง. การเผยแพร่ขอ้ มลู ขา่ วสารและเตอื นภยั :
(1) การจดั ทารายงานและเผยแพรส่ ถานการณ์โรคต่อสาธารณะ:
 จดั ทารายงานสถานการณ์โรคท่ตี ้องเฝ้าระวงั ทางระบาดวทิ ยารายเดอื น และสรุปรายปี ใหส้ านักงานสาธารณสุขจงั หวดั
สานกั งานสาธารณสขุ อาเภอ และหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เช่น โรงเรยี น องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เทศบาลนคร
 เผยแพรข่ อ้ มลู ทเ่ี ป็นปจั จุบนั ไปยงั หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งและสอ่ื สาธารณะ, สรปุ ขอ้ มลู สถานการณโรคและภยั สขุ ภาพ
ทเ่ี ป็นปจั จุบนั และนาเสนอในท่ปี ระชุมคณะกรรมการชุมชน ทป่ี ระชุมหวั หน้าส่วนราชการ กานันผู้ใหญ่บา้ น และ
อาสาสมคั รสาธารณสขุ เผยแพรความรกู ารปฏบิ ตั ติ น และขอ้ มลู ขา่ วสารต่างๆ เพอ่ื ตอบสนองต่อการระบาดของโรค
และภัยสุขภาพ และเผยแพรขอมูลสูสาธารณะ ผ่านทางเสยี งตามสาย หอกระจายข่าว วิทยุชุมชนของท้องถิ่น
website ของโรงพยาบาลและของกล่มุ งาน
 สรปุ รายงานสอบสวนโรค ขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยเสนอผบู้ รหิ ารของโรงพยาบาล และสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั เพ่อื ใชเ้ ป็น
ขอ้ มลู ในการเผยแพรส่ สู่ าธารณะต่อไป

(2) การรายงานโรคตามกฎหมาย:
 ตาม พรบ.โรคตดิ ต่อไดป้ ระกาศใหโ้ รคโควดิ -19 เป็นโรคตดิ ต่ออนั ตราย ตอ้ งรายงานสานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ภายใน 3 ชวั่ โมง

87

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

iv. ผลการพฒั นาที่โดดเด่นและภาคภมู ิใจ

 Covid-19
ตงั้ แต่ปลายเดอื นธนั วาคม พ.ศ.2562 ไดม้ กี ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื โคโรน่าไวรสั 2019 ภายในประเทศจนี ทเ่ี มอื งอ่ฮู นั่

และไดแ้ พร่ระบาดไปยงั หลายประเทศอย่างรวดเรว็ รวมถงึ ประเทศไทยด้วย ซ่งึ พบผู้ป่วยรายแรกในเดอื นมกราคม 2563
จงั หวดั ภูเกต็ กไ็ ดต้ ดิ ตามสถานการณ์ และเตรยี มความพรอ้ มรบั กบั โรคดงั กล่าว โดยมกี ารจดั ประชุมแจง้ เตอื นใหท้ ราบวางมาตรการ
และซอ้ มแผนเตรยี มรบั สถานการณ์ และพบผูป้ ว่ ยตดิ เชอ้ื รายแรกในวนั ท่ี 25 มกราคม 2563ซง่ึ เป็นนกั ท่องเทย่ี วชาวจนี ทม่ี า
จากเมืองอู่ฮนั่ ต่อมามจี านวน ผู้ติดเช้อื เพิ่มมากข้นึ เร่อื ยๆทาให้เกดิ ปญั หาอุปสรรคต่างๆ ขน้ึ มากมาย อาทิเช่น จานวนบุคลากร
ทไ่ี ม่เพยี งพอ อปุ กรณ์ป้องกนั ตวั สาหรบั เจา้ หน้าท่ี เป็นตน้ แต่ดว้ ยความสามารถและความสามคั คี ความเสยี สละของบุคลากรทุกฝา่ ย
ทงั้ ภายในโรงพยาบาลและภาคเี ครอื ขา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง การสนับสนุนจากภาครฐั และเอกชน ทาใหส้ ถานการณ์ผ่านไปไดด้ ว้ ยดี

และสามารถหยดุ การแพรร่ ะบาดลงไดภ้ ายในเดอื นพฤษภาคม 2563
 ทมี ผกู้ ่อการดี

สบื เน่ืองจากจังหวัดภูเก็ต ได้ประสบปญั หาเด็กเล็กและนักท่องเท่ียวเสียชีวิตจากการจมน้าบ่อยครัง้ ดังนัน้ ในปี 2561
คณะกรรมการ DHS จงึ ได้กาหนดปญั หาน้ีเป็นปญั หาระดบั อาเภอท่เี ร่งด่วนในการแก้ไขปญั หา โดยมอี งค์การบรหิ ารส่วนตาบล
สนบั สนุนงบประมาณในการดาเนินการโดยการสรา้ งทมี ผกู้ ่อการดี ในทุกพน้ื ทเ่ี สย่ี งการใหค้ วามรเู้ รอ่ื งมาตรการป้องกนั การจมน้าในเดก็
สอนใหร้ จู้ กั แหล่งน้าเสย่ี ง และการช่วยเหลอื เดก็ ทเ่ี กดิ อุบตั เิ หตุจากการเล่นน้า และนาสง่ โรงพยาบาลไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม ทนั ท่วงที

จะทาใหล้ ดอตั ราการตายจากการจมน้าได้ รวมถงึ การปรบั ปรงุ สถานทเ่ี สย่ี ง การจดั ใหม้ อี ปุ กรณ์ในการช่วยเหลอื ตามจุดเสย่ี งต่างๆ
ในปี 2561 เทศบาลนครภูเกต็ ได้ส่งเขา้ ประกวดรบั รองทมี ผู้ก่อการดี(CMERIT MAKER) ป้องกนั การจมน้า

ระดบั ประเทศ ซ่งึ ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ระดบั เงนิ (ดเี ด่น)จงึ มกี ารดาเนินการต่อเน่ืองและเพมิ่ จานวนผูท้ จ่ี ะเขา้ รบั การอบรม

และในปี 2562 กส็ ามารถผ่านการประเมนิ และ ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ ระดบั ทอง (ดเี ดน่ )
 อาเภอเมอื งภูเกต็ ได้รบั การประเมนิ มาตรฐานการดาเนินงานป้องกนั การบาดเจบ็ จากอุบตั เิ หตุทางถนน (DHS-RIT)
จากคณะกรรมการสานกั โรคไมต่ ดิ ต่อ ผ่านเกณฑด์ เี ยย่ี ม ระดบั ทอง ปี 2560
 ทมี สอบสวนอุบตั เิ หตุอาเภอเมอื งภูเกต็ ไดร้ บั รางวลั ทมี สอบสวนอุบตั เิ หตุทางถนนแกป้ ญั หาจุดเสย่ี งลดจานวน
ผเู้ สยี ชวี ติ และการบาดเจบ็ ระดบั ดเี ด่น เขต 11 ปี 2563
 ทมี SRRT อาเภอเมอื ง ไดร้ บั การประเมนิ จากสานกั งานป้องกนั ควบคมุ โรคใหผ้ า่ นมาตรฐานระดบั ดี ในปี 2559

v. แผนการพฒั นา

มาตรฐาน Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี

61. การเฝ้าระวงั โรคและภยั สขุ ภาพ 3 L I 1. Health literacy คอื การมคี วามรู้ความเขา้ ใจการ
ปฏบิ ตั แิ ละจดั การตนเอง รวมทงั้ สามารถชแ้ี นะเร่อื งสุขภาพ
สว่ นบุคคล ครอบครวั และ ชุมชนเพ่อื สขุ ภาพทด่ี ี
2. ระบบการดแู ลผปู้ ว่ ย telehealthtelemedicine
3. การจดั การระบบQuarantine ไดม้ าตรฐาน
4. การจดั เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์ ชดุ PPE ใหเ้ พยี งพอ
5. วางแผนการจดั สรรวคั ซนี สาหรบั กลุ่มเสย่ี ง
6. พฒั นานวตั กรรม

88

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

II-9 การทางานกบั ชมุ ชน
i. ผลลพั ธ์

ประเดน็ สาคญั ที่ควรรายงาน: ความครอบคลมุ ผลกระทบ

ขอ้ มลู /ตวั ชี้วดั เป้ าหมาย ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
การเย่ียมบา้ นมารดาและทารกหลงั คลอด 80% 79.0 76.0 76.9 92.16 91.84
- จานวนหญิงและทารกหลังคลอดได้รับการ > 90% N/A
66% N/A 90.2 80.0 92.93 98.97
เยย่ี มครบ 3 ครงั้ ตามเกณฑ์ a 65.07 56.34 60.64 68.3
การตรวจพฒั นาการเดก็ ในชมุ ชน
- รอ้ ยละของเดก็ 0 - 5 ปี ไดร้ บั การตรวจ

พฒั นาการและมพี ฒั นาสมวยั
งานอนามยั โรงเรียน
- รอ้ ยละของเดก็ 6 – 14 ปี สงู ดสี มสว่ น

งานคดั กรองสขุ ภาพและโรคไม่ติดต่อเรอื้ รงั 100% 100 100 100 100 100.0
- รอ้ ยละของกลุ่มเสย่ี งโรคไมต่ ดิ ตอ่ เรอ้ื รงั (HT, (749/749) (1,278/1,278) (584/584) (2,149/2,149) (2020//2020)

DM) ไดร้ บั การใหส้ ขุ ศกึ ษาเฉพาะรายในการ 100% 100 100 100 100 86.36
ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ (194/194) (946/946) (620/620) (2,521/2,521) (2458/2458)

- Pre-HT 52% N/A N/A 16.27 96.45 76.23
(61/375) (462/479) (77/101)
- Pre-DM
30% 15.05 55.94 61.84 83.75 86.36
- รอ้ ยละของกลุ่มสงสยั ปว่ ยโรคไมต่ ดิ ต่อเรอ้ื รงั (48/319) (179/320) (47/76) (67/80) (57/66)
(HT, DM) ไดร้ บั การตดิ ตามและเขา้ รบั การ
รกั ษา
- สงสยั ปว่ ย HT

- สงสยั ปว่ ย DM

งานผสู้ งู อายุ

- รอ้ ยละของผสู้ งู อายุไดร้ บั การคดั กรองสุขภาพทงั้ ดา้ น 60% 46.41 71.41 70.15 66.65 61.40
50 100 100 100 100
ร่างกายและจติ ใจ

- รอ้ ยละของตาบลทม่ี รี ะบบสง่ เสรมิ สขุ ภาพดแู ลผสู้ งู อายุ 80%

(Long term Care) ดูแลระยะยาวในชุมชนผ่านเกณฑ์
(เป้าหมาย 80% เรมิ่ ปี 2561)

งานค้มุ ครองผบู้ ริโภคและสขุ าภิบาลอาหาร

- รอ้ ยละของผสู้ มั ผสั อาหาร 90% 78.10 94.13 87.25 86.75 77.29

ไดร้ บั การตรวจคดั กรองสขุ ภาพ (753/800) (698/800) (694/800) (541/700)

งานพฒั นาระบบบริการปฐมภมู ิและสนบั สนุนเครอื ข่าย

- หน่วยบรกิ ารปฐมภูมใิ นเขตอาเภอเมอื งภูเก็ต 75% N/A 11.11 33.33% 77.78% 77.78%
(1/9) (3/9) (7/9) (7/9)
ผ่านเกณฑม์ าตรฐาน รพ.สต.ตดิ ดาวระดบั 5 ดาว

89

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

- รอ้ ยละของอาเภอทม่ี ี พชอ. คณุ ภาพ 50% N/A 100 100 100 100

- ร้อยละของครอบครัว ได้รับการพัฒนาเป็น 80% N/A N/A 65.07 79.37 83.33

อาสาสมคั รประจาครอบครวั (328/504) (400/504) (420/504)

ii.บริบท
งานบรกิ ารในชุมชนมี 2 สว่ นคอื งานสรา้ งเสรมิ สุขภาพและป้องกนั โรคและงานดแู ลต่อเน่ืองทบ่ี า้ นและชุมชน รบั ผดิ ชอบ

พน้ื ทเ่ี ทศบาลนครภเู กต็ 2 ตาบล ตาบลตลาดใหญ่ โดยโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ รบั ผดิ ชอบ ชุมชนสามคั คสี ามกองและพน้ื ทน่ี อก

เขตชุมชน เทศบาลนครภเู กต็ รบั ผดิ ชอบ 16 ชุมชน หน่วยบรกิ ารปฐมภูมโิ รงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ต้งรบั ผดิ ชอบตาบล

ตลาดเหนือ ส่วนของพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบของโรงพยาบาล กลุ่มงานเวชกรรมสงั คมไดจ้ ดั ทมี สหวชิ าชพี ใหบ้ รกิ ารรกั ษาพยาบาลใน
ชุมชน สง่ เสรมิ สขุ ภาพ ป้องกนั ควบคุมโรค ฟ้ืนฟูสภาพและคุม้ ครองผบู้ รโิ ภคในชุมชน เกบ็ รวมรวมขอ้ มูลของชุมชน บนั ทกึ และ
จดั เกบ็ ขอ้ มลู ในรปู แบบของแฟ้มชมุ ชน (community folder) และในระบบปฏบิ ตั กิ าร Hosxp 4.0 กล่มุ งานการพยาบาลชุมชน ให้
การพยาบาลผปู้ ่วยทบ่ี า้ น ทา Discharge plan ส่งต่อผปู้ ่วยใหส้ ถานบรกิ ารสขุ ภาพปฐมภูมทิ งั้ ในเครอื ขา่ ยอาเภอเมอื งและต่าง

เครอื ขา่ ย ผ่านศนู ยส์ ง่ ต่อเพ่อื การดแู ลต่อเน่อื งทบ่ี า้ น(ศนู ย์ COC)
งานสร้างเสรมิ สุขภาพและป้องกนั โรคในเครอื ข่ายอาเภอเมอื งภูเกต็ จานวน 9 ตาบล 45 หมู่บา้ น รพ.สต. 9 แห่ง

ศนู ยบ์ รกิ ารเทศบาล 2 แห่ง PCU 1 แห่งบรหิ ารจดั การโดย CUP Board อาเภอเมอื งภเู กต็ (คปสอ.เมอื งภเู กต็ )

เครอื ขา่ ยจงั หวดั ภเู กต็ มี 3 อาเภอ รพ.สต.จานวน 21 แหง่ PCU 3 แหง่ ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ เทศบาล 2 แหง่
iii.กระบวนการ:
การจดั บรกิ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพสาหรบั ชมุ ชน : จดั บรกิ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและป้องกนั โรคในทกุ กลุม่ อายุ ดงั น้ี

กลมุ่ อาย/ุ เครอื ขา่ ย การจดั บริการสุขภาพแกช่ ุมชน
วยั เดก็ เลก็
0 - 5 ปี 1. ให้บรกิ ารติดตามเยย่ี มทารกหลงั คลอดพร้อมมารดาภายใน 14 วนั หลงั คลอด เพ่อื ประเมนิ
ภาวะผดิ ปกตแิ ละสนบั สนุนการเลย้ี งลกู ดว้ ยนมแม่ และการทบทวนความรใู้ นการเลย้ี งดูบุตรแก่
วยั เรยี น - วยั รนุ่ มารดาและผปู้ กครอง ทบทวนและกาชบั การรบั วคั ซนี ตามแผน EPI การมาตรวจหลงั คลอด เม่อื
ครบ 6 สปั ดาห์ รวมทงั้ การวางแผนครอบครวั งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพมตี ารางออกเยย่ี มมารดาและทารก
หลงั คลอด ในเขตเทศบาลนครภเู กต็ ในทุกวนั พธุ และวนั ศุกร์ และสง่ ต่อผคู้ ลอดใหส้ ถานบรกิ ารท่ี
รบั ผดิ ชอบในกรณีเป็น case นอกเขต

2. ตรวจพฒั นาการเดก็ 0 - 5 ปี ในชมุ ชน

มโี รงเรยี นในเขตความรบั ผดิ ชอบทงั้ หมด 23 แหง่ จดั บรกิ าร ดงั น้ี
1. ตรวจสขุ ภาพนกั เรยี นทุกชนั้ ปี ตามมาตรฐานงานอนามยั โรงเรยี น ตรวจความสมบูรณ์ของร่างกายและ

โรคต่างๆ เบอ้ื งตน้ โรคตดิ ต่อ และประเมนิ ผล
2. ใหว้ คั ซนี เดก็ นกั เรยี นในชนั้ ป. 1 , ป.5 และ ป.6 ตาม EPI Program
3. จ่ายยาเมด็ เสรมิ ธาตุเหลก็ ใหน้ กั เรยี นชนั้ ป.1 - ป.6 ทุกคน สปั ดาหล์ ะ 1 เมด็ เพ่อื ป้องกนั ภาวะ

โลหติ จางในวยั เรยี น
4. จดั โครงการแกไ้ ขปญั หาและสง่ เสรมิ สขุ ภาพแกเ่ ดก็ นกั เรยี น ตามผลการตรวจสขุ ภาพ นกั เรยี นเป็นรายปี

การศกึ ษาและรายโรงเรยี น เชน่ การกาจดั เหา โครงการลดอว้ น ฯลฯ
5. บรกิ ารควบคมุ โรคตดิ ต่อในโรงเรยี น เช่น โรคมอื เทา้ ปาก โรคอุจจาระร่วง โรคไขเ้ ลอื ดออก

โรคหดั ไขห้ วดั ใหญ่ รวมทงั้ การสอบสวนโรคทางระบาดวทิ ยา
6. บริการตรวจสุขาภิบาลอาหารแก่โรงอาหารในโรงเรียน ทงั้ ในส่วนของสถานท่แี ละอุปกรณ์

รวมทงั้ การตรวจสุขภาพผูส้ มั ผสั อาหาร ผูป้ รุง ปจั จุบนั ครอบคลุมทงั้ รา้ นอาหารท่ขี ายรอบๆ
โรงเรยี น/รถเขน็
7. การดาเนินการตามมาตรฐานโรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพ มีการจดั ประชุมผเู้ ก่ยี วขอ้ ง ทงั้ ครูและแกน
นานกั เรยี นในการดาเนนิ งาน
8. ดแู ลสว้ มในโรงเรยี นตามมาตรฐาน HAS

9. คดั กรองสุขภาพนักเรียน ป. 1 โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรม 4 โรค ได้แก่ สมาธิสนั้ LD

ออทสิ ตกิ เรยี นรชู้ า้

90

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

กลุม่ อาย/ุ เครอื ขา่ ย การจดั บริการสุขภาพแก่ชมุ ชน
วยั รนุ่ 10. จดั กจิ กรรมรณรงคต์ า้ นยาเสพตดิ ในโรงเรยี น
11. ดาเนินการเตรยี มความพรอ้ มของนักเรยี นและโรงเรยี นก่อนเปิดภาคเรยี น เพ่อื เฝ้าระวงั และ
วยั ทางาน
(15 – 59 ปี) ป้องกนั การแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19

วยั ผสู้ งู อายุ 1. ใหบ้ รกิ ารคลนิ ิกเพ่อื นใจวยั รนุ่
(60 ปีขน้ึ ไป) 2. มรี ะบบให้คาปรกึ ษาในวยั รุ่น 4 ช่องทาง ไดแ้ ก่ คลนิ ิกเพ่อื นใจวยั รุ่น ทางโทรศพั ท์ ทางไลน์

กลุ่มทส่ี งสยั ว่าเป็น แอด และเพจคลนิ ิกเพ่อื นใจวยั ุรน่ โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็
เบาหวาน และ 3. จดั ทาโครงการพฒั นาแกนนาในดา้ นการป้องกนั การตงั้ ครรภไ์ มพ่ รอ้ มในวยั รนุ่
ความดนั โลหติ สงู 4. จดั ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งการป้องกนั การตงั้ ครรภไ์ ม่พรอ้ ม โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์

ในโรงเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษา
5. สารวจพฤติกรรมเส่ียง ทัศนคติเก่ียวกับการป้ องกันตนเองโดยใช้ถุงยางอนามัยเม่ือมี

เพศสมั พนั ธแ์ ละการป้องกนั โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์

1. บรกิ ารตรวจคดั กรองสขุ ภาพเบอ้ื งตน้ คดั กรองโรคเรอ้ื รงั เชงิ รุกทงั้ ในสถานประกอบการและในชุมชน การ
ตรวจคัดกรองโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และ
ประเมนิ ผลการตรวจสขุ ภาพ แบง่ เป็น

- กลุ่มปกติ ใหค้ วามรดู้ า้ นการดแู ลสขุ ภาพ และแนะนาการตรวจซา้ ปีละ 1 ครงั้
- กลุ่มเสย่ี ง ใหบ้ รกิ ารปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพรายบคุ คลและรายกลุ่ม ในเร่อื งหลกั 3อ 2ส

และประเมนิ ผลโดยการตรวจร่างกายซ้าทกุ 6 เดอื น
- ตดิ ตามกลมุ่ สงสยั ปว่ ยและกลุ่มปว่ ย และสง่ ต่อพบแพทยเ์ พอ่ื การตรวจวนิ ิจฉยั และรบั การรกั ษา
2. บรกิ ารตรวจมะเรง็ ปากมดลกู และเตา้ นมในกลุ่มสตรี 30 – 60 ปี
3. บรกิ ารตรวจคดั กรองมะเรง็ ลาไส้ ในกลมุ่ อายุ 50 – 70 ปี

1. จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและชมรมผู้สูงอายุ
โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ตง้

2. คดั กรองสขุ ภาพผสู้ งู อายุในชมุ ชน
2.1 การประเมนิ ความสามารถในการดาเนินชวี ติ ประจาวนั ดชั นีบารเ์ ธลเอดแี อล (Barthel
ADL index)
2.2 การประเมนิ การคดั กรองโรคซมึ เศรา้ ดว้ ย 2 คาถาม (2Q) และ 9 คาถาม (9Q)
2.3 การประเมนิ ภาวะหลงลมื
2.4 การประเมนิ โรคขอ้ เขา่ เสอ่ื ม
2.5 การประเมนิ โรคขอ้ เขา่ เสอ่ื มทางคลนิ กิ
2.6 การประเมนิ ภาวะกลนั้ ปสั สาวะ
2.7 การประเมนิ ภาวะโภชนาการ
2.8 การประเมนิ ปญั หาการนอนหลบั
2.9 สขุ ภาวะทางตา
2.10 การประเมนิ ภาวะหกลม้ ดว้ ย TUGT

3. สรา้ งเสรมิ ภูมคิ มุ้ กนั โรคโดยการฉดี วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ใหก้ บั ผสู้ งู อายุทอ่ี ายุ 65 ปีขน้ึ ไป
เยย่ี มบา้ นผสู้ งู อายทุ ต่ี ดิ บา้ น ตดิ เตยี ง

สามารถเขา้ มารบั รกิ ารในโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ ได้ 4 ช่องทาง คอื คลนิ กิ อายรุ กรรมทวั่ ไป คลนิ กิ
เบาหวาน 360 องศา คลนิ ิกประกนั สงั คม และหอ้ งอบุ ตั เิ หตุฉุกเฉินในกรณีเกดิ ภาวะวกิ ฤตทาง
เบาหวาน หรอื ความดนั โลหติ สงู และสามารถเขา้ รบั บรกิ ารทโ่ี รงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ตง้

91

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

กลุ่มอาย/ุ เครอื ขา่ ย การจดั บริการสขุ ภาพแกช่ มุ ชน
ผปู้ ว่ ยเบาหวาน - เปิดบรกิ ารภาคเชา้ ทุกวนั ราชการ รบั ผปู้ ว่ ยส่งต่อจากคลนิ ิกอายุรกรรม คลนิ ิกประกนั สงั คม

ผปู้ ว่ ยความดนั โลหติ สงู และเครือข่ายเขตเมือง การบริการในคลนิ ิก ผู้ป่วยนัด หยิบบตั รคิว ชงั่ น้าหนัก และวดั
ความดนั โลหติ ดว้ ยตวั เอง พยาบาลประจาคลนิ ิกคดั กรองและ ซกั ประวตั ิ ถ้า FBS >180
ผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั ในชมุ ชน mg/dl หรอื HbA1C > 8% สง่ พบ case manager DM และเภสชั กร ให้คาปรกึ ษาเพ่อื
และผพู้ กิ าร ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม มกี ารส่งตรวจสุขภาพประจาปีตามมาตรฐานโรคเบาหวาน ไดแ้ ก่ การ
ตรวจจอประสาทตา การดูแลเท้าและตรวจเทา้ การประเมนิ ระยะไต การประเมนิ หวั ใจและ
หลอดเลอื ด การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ส่งตรวจ ABI เพ่อื ประเมนิ ภาวะหลอดเลอื ด ในกรณี
ทผ่ี ปู้ ว่ ยมปี ญั หาเร่อื งเลบ็ เทา้ สง่ พบพยาบาลเทา้ และเลบ็ เบาหวาน ทกุ วนั จนั ทรแ์ ละองั คาร มี
ปญั หาแผลเบาหวาน พยาบาลบาดแผลทุกวนั ท่ีศูนย์ดูแลบาดแผล มีปญั หาเร่ืองระบบ
ประสาทชาอวยั วะส่วนปลาย ส่งปรกึ ษาแพทย์เวชศาสตร์ฟ้ืนฟู ทค่ี ลนิ ิกเวชศาสตร์ฟ้ืนฟู
และผปู้ ว่ ยทม่ี ภี าวะแทรกซอ้ น สง่ พบแพทยท์ ค่ี ลนิ กิ เฉพาะทาง ไดแ้ ก่ คลนิ ิกไต คลนิ ิกหวั ใจ
และหลอดเลอื ด คลนิ ิกโรคหลอดเลอื ดสมอง นอกจากน้ีมกี จิ กรรม ค่ายเบาหวานแบบไม่พกั แรม
ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน โดยจาแนกเป็น กลุ่มยาฉีด กลุ่มยาเมด็ กลุ่มรายใหม่และกลุ่มควบคุม
อาหาร กล่มุ เจา้ หน้าทโ่ี รงพยาบาล
- สรา้ งเสรมิ ภมู คิ ุม้ กนั โรคโดยฉีดวคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ใหผ้ ปู้ ว่ ยเบาหวน
- เปิดบริการภาคบ่ายทุกวนั อังคาร และวนั พฤหสั บดี รับผู้ป่วยส่งต่อจากคลินิกอายุรกรรม คลินิก
ประกนั สงั คม และเครอื ขา่ ยเขตเมอื ง การบรกิ ารในคลนิ ิก ผปู้ ว่ ยนัด หยบิ บตั รควิ ชงั่ น้าหนกั
และวดั ความดนั โลหติ ดว้ ยตวั เอง และพยาบาลวดั ความดนั ซา้
- ในผทู้ ม่ี คี วามดนั โลหติ มากกว่า 160/90 มลิ ลเิ มตรปรอท พยาบาลประจาคลนิ ิกคดั กรองและซกั
ประวตั ิ ถา้ ความดนั โลหติ มากกวา่ 160/90 มลิ ลเิ มตรปรอท สง่ พบ case manager และเภสชั กร
ใหค้ าปรกึ ษาเพอ่ื ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม มกี ารสง่ ตรวจสขุ ภาพประจาปีตามมาตรฐาน ไดแ้ ก่ การ
ตรวจประเมนิ ระยะไต การประเมนิ หวั ใจและหลอดเลอื ด การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร และผปู้ ว่ ย
ทม่ี ภี าวะแทรกซ้อน ส่งพบแพทย์ทค่ี ลนิ ิกเฉพาะทาง ไดแ้ ก่ คลนิ ิกไต คลินิกหวั ใจและหลอด
เลอื ด คลนิ ิกโรคหลอดเลอื ดสมอง ผเู้ ขา้ รบั การพกั รกั ษา ในโรงพยาบาล หลงั จาหน่ายมเี ย่ยี ม
บา้ นจากงานเวชกรรมสงั คม (หน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ รพ.วชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ตง้ และศนู ยส์ ขุ ภาพ
ชมุ ชนนรศิ ร) และโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบลใกลบ้ า้ นเพอ่ื การดแู ลทต่ี ่อเน่อื ง
ผูป้ ่วยเบาหวาน และกลุ่มผู้ปว่ ยโรคความดนั โลหติ สูงท่คี วบคุมไดต้ ่อเน่ือง ส่งต่อไปให้สถาน
บรกิ ารสาธารณสขุ ใกลบ้ า้ น และนัดตดิ ตามซ้าทุก ๖ เดอื น หรอื ใชบ้ รกิ ารจุดเตมิ ยาโรคเรอ้ื รงั
ของโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ หรอื รา้ นยาทอ่ี ย่ใู นโครงการ และนดั ตดิ ตามซ้า ทกุ ๓ เดอื น
1. ใหบ้ รกิ าร Home ward ,Home Health Care ในผปู้ ว่ ย Bed rid dens มกี ารเยย่ี มและ
ใหบ้ รกิ ารหตั ถการทบ่ี า้ น โดยเขตตาบลตลาดใหญ่ มที มี พยาบาลชุมชนดแู ลเยย่ี มบา้ นและมี
ทมี หมอครอบครวั ของหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ รพ.วชริ ะภเู กต็ สาขา หยเ่ี ตง้ ดแู ลเยย่ี มบา้ นในตาบล
ตลาดเหนืออย่างต่อเน่อื ง
2. ใหบ้ รกิ าร Home Visit ในรายผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ในคลนิ ิกของโรงพยาบาลทม่ี ภี าวะแทรกซอ้ น
หรอื ตดิ ตามการรกั ษา และในกรณีผปู้ ว่ ยส่งต่อจาก PCT แต่ละคณะ เพ่อื การประเมนิ และให้
การรกั ษาต่อเน่ือง รวมทงั้ ผู้ป่วยท่ไี ด้มาจากการค้นหาเชงิ รุกในชุมชน โดยอสม.หรอื ผู้นา
ชมุ ชน
3. มี Care manager พฒั นาศกั ยภาพ Care Giver เพอ่ื สง่ เสรมิ การดแู ลตนเอง
4. สรา้ งเครอื ขา่ ยในการดแู ลร่วมกบั อสม.รพ.สต. สสจ. อบจ. และหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

92

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

กลุม่ อาย/ุ เครอื ข่าย การจดั บริการสขุ ภาพแกช่ ุมชน

ผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั ในชมุ ชน 5. มศี นู ยป์ ระสานงานการดแู ลสขุ ภาพทบ่ี า้ น โดยขยายบรกิ ารและเครอื ขา่ ย ครอบคลุมทงั้ จงั หวดั
และผพู้ กิ าร (ต่อ) ภเู กต็ และทวั่ ประเทศ

6. มีชมรมโรคเร้อื รงั ในชุมชน เพ่อื จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ สุขภาพและควบคุมโรค เพ่อื ชะลอการเกิด
ภาวะแทรกซอ้ นของโรค

7. ขน้ึ ทะเบยี นผพู้ กิ าร ตาบลตลาดเหนอื โดยหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิ รพ.วชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ตง้

เดก็ บกพรอ่ งพฒั นาการ 1. ในโรงพยาบาล และหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิ รพ.วชริ ะภูเกต็ สาขาหยเ่ี ตง้ และศนู ยส์ ขุ ภาพชมุ ชนนรศิ ร
1.1 ระบบคดั กรอง หอผปู้ ่วยหลงั คลอดรวมถงึ หอผูป้ ว่ ยพเิ ศษทม่ี ผี ูป้ ว่ ยหลงั คลอด (เดก็ แรกเกิด
และการเรยี นรู้ ทกุ ราย) NICU ผปู้ ว่ ยนอกกุมารเวชกรรม และ Well child clinic

1.2 ระบบประเมนิ และรกั ษา

1) ประเมนิ พฒั นาปกติ นดั ตดิ ตามและประเมนิ ซา้ ตามช่วงอายุ
2) บกพร่องทางพฒั นาการ พจิ ารณาสง่ ต่อตามสภาพปญั หา

- งานกระตุน้ พฒั นาการระบบ Developmental Skill Inventory (DSI) คลนิ ิกสมวยั

(จติ เวชเดก็ )

- งานกจิ กรรมบาบดั และกายภาพบาบดั กลุ่มงานเวชศาสตรฟ์ ้ืนฟู

- งานฝึกพดู กลุ่มงานโสต ศอ นาสกิ

2. ในชมุ ชน

2.1 ระบบคดั กรอง เวชกรรมสงั คม และหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิ รพ.วชริ ะภูเกต็ สาขาหย่เี ต้ง

คดั กรองนกั เรยี นในสงั กดั ทุกราย กรณพี บว่า มคี วามเสย่ี ง ส่งต่อเขา้ ระบบประเมนิ และรกั ษา

ในคลนิ ิกเดก็ สมวยั (จิตเวชเด็ก) ประเมนิ และรกั ษาโรคความบกพร่องทางพฒั นาการและ

การเรยี นรู้

2.2 ระบบการดแู ลต่อเน่อื ง

- Well child clinic สง่ เดก็ high risk ทจ่ี บระบบ EPI เขา้ คลนิ กิ เดก็ สมวยั ทุกราย

- ตดิ ตามเยย่ี ม ทงั้ ในระบบนดั มา Follow up การตดิ ตามทางโทรศพั ทแ์ ละการเยย่ี มบา้ น

พระสงฆ์ มวี ดั ในเขตรบั ผดิ ชอบอาเภอเมอื ง จานวน 5 แห่ง

1. จดั หน่วยตรวจคดั กรองสขุ ภาพพระสงฆ์

2. จดั ตยู้ าสามญั ประจาวดั เพ่อื ใหท้ ุกวดั มตี ูย้ าสามญั พรอ้ มใชง้ านและยาไม่หมดอายุ

3. จดั กจิ กรรมวดั สง่ เสรมิ สขุ ภาพทกุ แหง่
เดก็ ปากแหวง่ -เพดานโหว่ 1. ขน้ึ ทะเบยี นผปู้ ว่ ยในโครงการยม้ิ สวยเสยี งใส ในโปรแกรม DMIS
2. ประสานการรบั – สง่ ต่อผปู้ ว่ ยจากจงั หวดั พงั งา
ส่งหลักฐานการเบิกค่าเดินทางให้ผู้ป่วยจากสานักงานเหล่ากาชาดจังหวัด โดยการบันทึก

ผลการรกั ษาดา้ นผ่าตดั แกไ้ ขความพกิ าร ดแู ลสขุ ภาพช่องปาก และการฝึกพดู ลงในแบบฟอรม์ ยสส2.

ยสส. 4 และยสส.5 สง่ ใหส้ านกั งานเหลา่ กาชาดจงั หวดั พงั งาและภูเกต็

ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจาจงั หวดั 1. ใหบ้ รกิ ารหน่วยแพทย์เคล่อื นทบ่ี รกิ ารตรวจรกั ษาผตู้ ้องขงั โรคเรอ้ื รงั และโรคทวั่ ไปในเรอื นจา
ภเู กต็ แบบ one stop service ตามสภาพปญั หา เดอื นละ 2 ครงั้
2. ใหบ้ รกิ ารสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและภมู คิ ุมกนั โรค ไดแ้ ก่ วคั ซนี ไขห้ วดั ใหญ่ วคั ซนี หดั
3. บรกิ ารตรวจมะเรง็ ปากมดลกู และเตา้ นมในกลุ่มสตรี 30 – 60 ปี
4. บรกิ ารตรวจคดั กรองมะเรง็ ลาไส้ ในกลุม่ อายุ 50 – 70 ปี
5. บรกิ ารตรวจคดั กรองวณั โรคปอดและ HIV
6. ประสานงานในการรบั บรกิ ารกบั กล่มุ งานต่างประเทศ กงสลุ ในกรณผี รู้ บั บรกิ าร เป็นชาวต่างชาติ

93

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

กลุ่มอาย/ุ เครอื ขา่ ย การจดั บริการสุขภาพแกช่ มุ ชน

สถานบรกิ ารเครอื ขา่ ย ดาเนินงานบริหารเครือข่ายบริการปฐมภูมิผ่านคณะกรรมการบริหารเครือข่ายหน่วยบริการ

อาเภอเมอื ง สาธารณสขุ ระดบั อาเภอ โดยงานพฒั นาระบบบรกิ ารปฐมภูมแิ ละสนบั สนุนเครอื ข่าย ทาหน้าทเ่ี ป็น

หน่วยงานเลขานุการ

1. พฒั นาศกั ยภาพสนบั สนุนเครอื ขา่ ยตามมาตรฐานบรกิ ารปฐมภูมิ และ Service Plan สาขาปฐมภูมิ

โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็

2. สนับสนุนเจ้าหน้าท่แี ละทมี สหวชิ าชพี ปฏบิ ตั ิงานใน รพ.สต.เครือข่ายทุกแห่ง โดยมแี พทย์

เภสชั กร ทนั ตแพทย์ ออกใหบ้ รกิ ารใน รพ.สต. ละ 1 – 2 วนั จดั ใหท้ นั ตาภบิ าลอย่ปู ระจาใน รพ.

สต.ทกุ แห่ง แพทยแ์ ผนไทยออกใหบ้ รกิ าร รพ.สต. ละ 4 วนั /สปั ดาห์

3. สนับสนุนเจา้ หน้าท่ปี ฏบิ ตั งิ านในคลนิ ิกโรคเรอ้ื รงั รพ.สต. หมุนเวยี นไปตามตารางเวรแพทย์

ออกตรวจ และเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบในเร่อื งมาตรฐานเครอ่ื งมอื และครภุ ณั ฑก์ ารแพทยใ์ น รพ.สต.

4. มรี ะบบรายงาน LAB Online ระหว่างโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ และ รพ.สต.ต่างๆ เพ่อื ความสะดวกแก่

เจา้ หน้าท่ี รพ.สต.
เครอื ขา่ ยคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค 1. พฒั นาศกั ยภาพเครอื ขา่ ยคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค มกี ลุม่ เป้าหมายหลกั คอื ผปู้ ระกอบการรา้ นคา้ รา้ นชา

นกั เรยี น อย.น้อย อาสาสมคั รคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคและเจา้ หน้าทท่ี ป่ี ฏบิ ตั งิ านคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภคในรพ.

สต.เครอื ขา่ ยทุกแห่ง
2. ออกตรวจเฝ้าระวงั ในชุมชนเพอ่ื ใหช้ ุมชนมคี วามปลอดภยั ดา้ นยาและผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ
ออกตรวจมาตรฐานรา้ นจาหน่ายอาหารและแผงลอยตามเกณฑม์ าตรฐาน Clean Food Good Taste

การคดั กรองสขุ ภาพผสู้ มั ผสั อาหาร ร่วมกบั เทศบาลนครภูเกต็

การรว่ มมอื กบั ภาคีท่ีเก่ียวข้อง จดั บริการสุขภาพสาหรบั ชุมชน

ผใู้ ห้บริการ/องคก์ รอื่นๆ การจดั บริการ

ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสขุ 1. ใหบ้ รกิ ารรกั ษาพยาบาล สง่ เสรมิ สุขภาพ ป้องกนั โรค และฟ้ืนฟูสขุ ภาพ ในชุมชน 16

กองการแพทย์ เทศบาลนครภเู กต็ ชมุ ชน เขตเทศบาลนครภูเกต็ ประชากรประมาณ 17,000 คน

2. งานอนามยั โรงเรยี นในโรงเรยี นสงั กดั ของเทศบาล 6 แห่ง

3. ดแู ลศนู ยเ์ ดก็ เลก็ ทกุ แหง่ ในเขตเทศบาลนครภูเกต็
4. สนบั สนุนอปุ กรณ์การแพทยแ์ ละเคร่อื งมอื แพทยใ์ หก้ บั ผปู้ ว่ ยทบ่ี า้ น

กองสาธารณสุขและสง่ิ แวดล้อม เทศบาล ร่วมดาเนินงานอนามยั สง่ิ แวดลอ้ มและสขุ าภบิ าลอาหาร มแี ผนการปฏบิ ตั งิ าน

นครภเู กต็ ร่วมกนั กบั งานคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค กล่มุ งานเวชกรรมสงั คม เป็นรายเดอื นและมตี าราง

การปฏบิ ตั งิ านชดั เจน

โรงพยาบาลอบจ.ภูเก็ต,โรงพยาบาล 1. ใหบ้ รกิ ารรกั ษาพยาบาล

กรุงเทพภูเก็ต, โรงพยาบาลกรุงเทพสริ ิ 2. ร่วมดาเนินงานควบคุมโรค และยงั เป็นคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ติ และ

โรจน์ และโรงพยาบาลมชิ ชนั่ ระบบสขุ ภาพอาเภอ เครอื ขา่ ยอาเภอเมอื งดว้ ย
ใหบ้ รกิ ารวคั ซนี ในกลุ่มเป้าหมาย EPI Program และสง่ รายงานใหง้ านควบคุมโรค
คลนิ ิกแพทยห์ ญงิ จนั จริ า นนั ทศรี

กลมุ่ งานเวชกรรมสงั คม โดยโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ สนบั สนุนวคั ซนี
ร่วมดาเนินงานควบคุมโรค ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกนั โรค และฟ้ืนฟูสุขภาพ ดูแล
กองสาธารณสขุ และสง่ิ แวดลอ้ ม

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ภูเกต็ ประชากรประมาณ 3,000 คน

- โรงเรยี นในเขตรบั ผดิ ชอบ 1. ให้ความร่วมมือและร่วมดาเนินงานภายในโรงเรียนตามมาตรฐานโรงเรียน
ส่งเสรมิ สุขภาพโดย ณ ปจั จุบนั มโี รงเรยี นผ่านการประเมนิ โรงเรยี นส่งเสริม
- สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา

ขนั้ พน้ื ฐาน สขุ ภาพระดบั เพชร 1 แหง่ คอื โรงเรยี นภูเกต็ ไทยหวั และอย่รู ะหว่างการขอ

2. ประเมนิ ส่รู ะดบั เพชร 1 แห่ง คอื โรงเรยี นสตรภี ูเกต็ โรงเรยี นส่งเสรมิ สุขภาพ

ระดบั ทอง 5 แหง่ และระดบั เงนิ 1 แห่ง

94

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

ผใู้ ห้บริการ/องคก์ รอื่นๆ การจดั บริการ

3. รว่ มดาเนนิ งานอนามยั โรงเรยี น
4. ร่วมดาเนินงานควบคุมและป้องกนั โรคในโรงเรยี น

รว่ มจดั กจิ กรรมรณรงคต์ ่างๆ

ทว่ี ่าการอาเภอเมอื งภเู กต็ นายอาเภอเป็นประธานคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ะระดบั อาเภอเมอื ง โดยร่วม
แกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพในพน้ื ทอ่ี าเภอเมอื ง
1. สนับสนุนงบประมาณในการดาเนินงานสร้างเสรมิ สุขภาพและป้องกนั โรคใน
กองทุนหลกั ประกนั สขุ ภาพ

เทศบาลนครภเู กต็ ชุมชน เขตเทศบาลนครภเู กต็

2. บุคลากรของโรงพยาบาลวชริ ะภเู กต็ รว่ มเป็นคณะกรรมการกองทุนฯ

ชมรมสรา้ งสขุ ภาพ 1. ชมรมออกกาลังกายมีมากกว่า 10 ชมรม ทงั้ ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต และใน

ชมรมออกกาลงั กาย โรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ เช่น ชมรมแอโรบกิ สวนหลวงมสี มาชกิ มากกว่า 100

ชมรม อสม. และชมรมผสู้ งู อายุ คน มคี ณะกรรมการ มกี องทุน และมกี จิ กรรมอย่างต่อเน่ือง มกี ารดาเนินงาน

เพ่อื สาธารณะประโยชน์ เช่นให้ทุนการศกึ ษานักเรยี นในทุกปี ชมรมจกั รยาน

ชมรมไทเกก็ ชมรมไมพ้ ลองชุมชนสามคั คสี ามกอง ฯลฯ

2. ชมรมผู้สูงอายุในเขตเทศบาลมี 4 ชมรม คือ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลนครภูเก็ต

ชมรมผสู้ งู อายุโรงพยาบาลวชริ ะภเู กต็ ชมรมผสู้ งู อายุโรงพยาบาลวชริ ะภูเกต็ สาขา

หยเ่ี ต้ง และชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลกรุงเทพภูเกต็ ทงั้ 4 แห่ง มกี จิ กรรมอย่าง

ต่อเน่อื งมคี ณะกรรมการชมรม

3. ชมรม อสม. มชี มรม อสม. รพ.วชิระภูเกต็ และชมรม อสม. เทศบาลนครภูเก็ต

สมาชิกมีการดาเนินงานด้านสาธารณสุขมูลฐานร่วมกับหน่วยบริการอย่าง

ต่อเน่อื ง

สโมสรโรตาร่ี สนับสนุนทรพั ยากร ทัง้ บุคลากร เคร่ืองมือแพทย์ และงบประมาณในการ

ดาเนินงานสาธารณสขุ โดยเฉพาะกจิ กรรมทางทนั ตสาธารณสุขและการจดั การขยะตดิ

เชอ้ื ในชมุ ชนโดยสนบั สนุนใหม้ ที พ่ี กั ขยะตดิ เชอ้ื โดยเฉพาะ
ร่วมดาเนินงานกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน จดั ทา
ผนู้ าชุมชน/แกนนาชุมชน โครงการเพ่ือแก้ปญั หาสาธารณสุขในพ้ืนท่ีภายใต้การสนับสนุนของกองทุน

หลกั ประกนั สขุ ภาพทอ้ งถนิ่

การประเมินและปรบั ปรงุ
-
II-9.2 ภาพรวมของการทางานรว่ มกบั ชุมชน การส่งเสริมการมีส่วนรว่ ม การสรา้ งเครอื ขา่ ย

การสง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ ม การสรา้ งเครอื ขา่ ย การแต่งตงั้ คณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ระดบั อาเภอเมอื งภูเกต็ โดยมี

คณะกรรมการจากทุกภาคสว่ น รวมถงึ ภาคประชาชน และโรงพยาบาลเอกชนและมกี ารประชุมรว่ มกนั 3 เดอื น/ครงั้
- มกี ารกาหนดปญั หาร่วมกนั กบั ชุมชน โดยมที ุกภาคส่วน ภาครฐั ภาคทอ้ งถนิ่ และภาคประชาชน เขา้ ร่วม ไดป้ ระเดน็ ปญั หา

สขุ ภาพของอาเภอเมอื ง 6 เร่อื ง ดงั น้ี โรคไขเ้ ลอื ดออก อบุ ตั เิ หตุจราจร โรคเรอ้ื รงั Long Term Care ความปลอดภยั ทางน้า และประชากรแฝง
เม่อื กาหนดปญั หาแลว้ ไดต้ งั้ คณะทางานในแต่ละโรคโดยทุกปญั หามภี าคเี ครอื ข่ายเขา้ มามสี ่วนร่วมในการแกป้ ญั หาร่วมกนั มี
การจดั ทาแผน ตงั้ เป้าหมาย ตดิ ตาม กากบั และประเมนิ ผลเป็นทมี

- การเขา้ รว่ มกจิ กรรมต่างๆ ของชมุ ชน เชน่ การทาเวทปี ระชาคม กจิ กรรมอน่ื ๆ ตามปฏทิ นิ ชุมชน

- การเขา้ ร่วมกจิ กรรมสมชั ชาสขุ ภาพทงั้ ในระดบั พน้ื ท่ี ระดบั จงั หวดั และระดบั ประเทศ
- การสง่ คนื ขอ้ มลู สขุ ภาพแก่ชุมชนเพ่อื ใหช้ มุ ชนไดเ้ หน็ ความสาคญั ของปญั หาสขุ ภาพของแต่ละพน้ื ทแ่ี ละร่วมดาเนินการ

เช่น ขอ้ มลู การคดั กรองสขุ ภาพของสถานทร่ี าชการและสถานประกอบการต่างๆ

มชี มรมอาสาสมคั รประจาหม่บู า้ น โดยมกี ารจดั ประชมุ อบรม แลกเปลย่ี นความรเู้ รอ่ื งต่างๆ เกย่ี วกบั การสขุ ภาพโดยเจา้ หน้าท่ี

ทางสาธารณสขุ เดอื นละ 1 ครงั้

95

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

การส่งเสริมความสามารถของกล่มุ ต่างๆ เพอื่ แก้ปัญหาที่สาคญั ของชมุ ชน
1. การเขา้ ร่วมเป็นทป่ี รกึ ษากองทุนหลกั ประกนั สขุ ภาพทอ้ งถน่ิ และเขา้ ร่วมประชุมกบั คณะกรรมการกองทุนฯใหค้ วามชดั เจน
และความมนั่ ใจในการดาเนินงาน กจิ กรรมต่างๆและการใชจ้ ่ายงบประมาณเพ่อื เพมิ่ ความชดั เจนและเพม่ิ ความมนั่ ใจใหแ้ ก่
กรรมการและชมุ ชนใหส้ ามารถดาเนนิ งานไดด้ ว้ ยตนเอง
2. ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานกองทุนปีละ 1ครงั้
3. การพฒั นาศกั ยภาพ อสม. อยา่ งต่อเน่อื ง Update ความรใู้ หม่ๆ ทท่ี นั สมยั
4. การอบรมพฒั นาศกั ยภาพเจา้ หน้าทใ่ี นเครอื ขา่ ยตามแผน Service plan ของโรงพยาบาลศนู ยว์ ชริ ะภูเกต็
5. การพฒั นาศกั ยภาพ Care giver ในการดแู ลผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั ทบ่ี า้ น

การส่งเสริมพฤติกรรมและทกั ษะสุขภาพส่วนบุคคล
1. ใหค้ วามรู้ท่จี าเป็นในการดูแลสุขภาพและการฝึกทกั ษะในการดูแลตนเองตามกลุ่มวยั เช่น ใหค้ วามรูก้ บั ประชาชน
เกย่ี วกบั เรอ่ื งไวรสั โควดิ -19 ในเรอ่ื งการสวมหน้ากากอนามยั และการเวน้ ระยะห่าง ใหค้ วามรกู้ บั มารดาหลงั คลอดเร่อื ง
การการเลย้ี งลกู ดว้ ยนมแม่ การใหค้ วามรแู้ ก่ผดู้ แู ล ครอบครวั ผูป้ ่วยเรอ้ื รงั ในเร่อื งการดูแลผปู้ ่วยภาวะต่างๆการสาธติ การ
ตรวจเตา้ นมดว้ ยตนเองในกลมุ่ หญงิ วยั เจรญิ พนั ธ์
2. ตดิ ตามการประเมนิ การใชเ้ อกสาร คมู่ อื การปฏบิ ตั ติ วั ดแู ลตนเองของผปู้ ว่ ยตามกลุม่ โรคท่ี PCT กาหนด
3. สง่ เสรมิ และสนบั สนุนให้ อสม./แกนนา/ผนู้ าในชุมชน จดั กจิ กรรมสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพใหก้ บั ประชาชนในชุมชนของตนเอง เช่น
การตงั้ ด่านตรวจวดั อณุ หภูมกิ ายและป้องกนั การแพร่เชอ้ื ไวรสั โควดิ -19 การออกกาลงั กายการตรวจสารปนเป้ือนในอาหาร
การจดั โครงการปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเส่ยี งโรคเร้อื รงั โครงการรณรงค์ไข้เลอื ดออกในศาสนสถาน
โรงเรยี นและชมุ ชน เป็นตน้
4. ส่งเสรมิ และสนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไตวายระยะ 3-4 และผู้ป่วยโรคเร้ือรงั เป็นอาสาสมคั รประจาครอบครวั (อสค.)
ทส่ี ามารถดแู ลตนเองและครอบครวั ตนเองได้

แนวโน้มการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมและทกั ษะสขุ ภาพ
1. ประชาชนมคี วามรแู้ ละทกั ษะในการดแู ลสขุ ภาพตนเองเพมิ่ สงู ขน้ึ เช่น การป้องกนั การตดิ เชอ้ื ไวรสั โควดิ -19 ประชาชน
มกี ารสวมหน้ากากอนามยั เวลาอย่นู อกบา้ น พกเจลแอลกอฮอลส์ าหรบั ลา้ งมอื และเวน้ ระยะหา่ งกนั เป็นตน้
2. ประชาชนในชมุ ชนสามารถจดั การปญั หาสขุ ภาพดว้ ยตนเองไดด้ ขี น้ึ มกี ารจดั ทาโครงการต่างๆ เพ่อื แกไ้ ขปญั หาสุขภาพของ
ประชาชนในชุมชน เช่น โครงการป้องกนั และลดการแพร่เช้อื โควิด-19 ในชุมชน โครงการรณรงคไ์ ขเ้ ลอื ดออก โครงการ
ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพของกลุ่มเสย่ี งโรคเรอ้ื รงั
3. สตรกี ล่มุ เป้าหมายสามารถตรวจเตา้ นมไดด้ ว้ ยตนเองหลงั จากไดร้ บั ความรแู้ ละสาธติ วธิ กี ารตรวจเต้านมทถ่ี ูกต้องโดยประเมนิ
จากการใหส้ ตรกี ลมุ่ เป้าหมายสาธติ ยอ้ นกลบั วธิ กี ารตรวจเตา้ นมทถ่ี ูกตอ้ งดว้ ยตนเอง
4. ประชาชนกลุ่มเสย่ี งและสงสยั ปว่ ยโรคเรอ้ื รงั มกี ารปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมดา้ นการบรโิ ภคอาหารและออกกาลงั กายเพม่ิ ขน้ึ เพ่อื
ควบคมุ ระดบั ความดนั โลหติ และระดบั น้าตาลในเลอื ดใหอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติ

การส่งเสริมสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและทางสงั คมท่ีเอื้อต่อการมีสุขภาพดี การชี้แนะและสนับสนุนนโยบายสาธารณะ
- ในโรงพยาบาลมกี ารจดั สถานทท่ี างานตามหลกั 5 ส ในหน่วยงานต่างๆ การจดั บรเิ วณโรงพยาบาลใหส้ วยงาม Green
hospital และมกี ารจดั สงิ่ แวดลอ้ มเพ่อื การเยยี วยา มกี ารจดั สถานทอ่ี อกกาลงั กาย ใหเ้ จา้ หน้าท่ี มจี ุดวดั อุณหภูมกิ ายก่อน
เขา้ อาคาร
- ในชุมชน การสนบั สนุนและชว่ ยเหลอื ใหช้ ุมชนสามคั คสี ามกองมลี านออกกาลงั กาย
- การตรวจประเมนิ และแนะนามาตรฐานสว้ ม HAS ในสถานทป่ี ระกอบการ วดั โรงเรยี น และทส่ี าธารณะต่างๆ
- การตรวจประเมนิ ใหม้ กี ารบงั คบั ใชก้ ฎหมายตาม พรบ.บหุ รแ่ี ละสรุ า
- ในวดั และในโรงเรยี น การสนบั สนุนใหป้ ฎบิ ตั ติ ามมาตรฐานสง่ เสรมิ สขุ ภาพและโรงเรยี นสง่ เสรมิ สขุ ภาพ
- การประชาสมั พนั ธแ์ ละการรณรงคก์ ารควบคมุ แหล่งกาเนดิ ลกู น้ายุงลายเพอ่ื ป้องกนั ไขเ้ ลอื ดออก
- การตรวจประเมนิ มาตรฐานร้านอาหารและสุขาภบิ าลอาหาร การตรวจสารปนเป้ือนในอาหารเครอื ข่าย อสม . เพ่อื
คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค

96

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

- ห้างสรรพสนิ ค้า ร้านค้า ร้านอาหาร สถานท่รี าชการ และท่สี าธารณะต่างๆ มีจุดคดั กรองอุณหภูมริ ่างกาย มเี จล
แอลกอฮอล์ล้างมอื มกี ารเชค็ อินเข้า - ออก สถานท่ี ใหส้ วมหน้ากากอนามยั ก่อนเขา้ เพ่อื ป้องกนั การติดเช้ือ การ
แพรก่ ระจายของเชอ้ื โควดิ -19 เวน้ ระยะหา่ ง และลดความแออดั ของสถานทน่ี นั้

- สวนสาธารณะ และแหล่งน้าต่างๆ มปี ้ายเตอื นการจมน้า และมอี ปุ กรณ์สาหรบั ช่วยเหลอื คนจมน้า พรอ้ มใชง้ าน
- จดั ตงั้ กลมุ่ อาสาสมคั รอนามยั แม่และเดก็ เพ่อื ตดิ ตามดแู ลสง่ เสรมิ สขุ ภาพกลุ่มแมแ่ ละเดก็ ในชมุ ชน
- สง่ เสรมิ การจดั สง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ต่อการฟ้ืนฟูสภาพ เช่น การจดั ทาราวเกาะเดนิ ราวจบั ในหอ้ งน้า
การส่งเสริมบริการช่วยเหลือทางสงั คมและการสรา้ งสิ่งแวดล้อมสงั คมท่ีเอือ้ ต่อการมีสขุ ภาพที่ดี
1. ดา้ นเศรษฐกจิ ตดิ ต่อประสานงานเพ่อื ขอรบั สนับสนุนเงนิ ช่วยเหลอื ผสู้ งู อายุ ผพู้ กิ าร เพ่อื สนบั สนุนอุปกรณ์ ครุภณั ฑท์ ่ี

จาเป็นในการดแู ล จากสานกั งานเหลา่ กาชาดจงั หวดั ภูเกต็ และพฒั นาสงั คมจงั หวดั
2. รบั บรจิ าควสั ดุ ครุภณั ฑท์ างการแพทย์ ทจ่ี าเป็นต้องใชก้ บั ผูป้ ่วยจากประชาชนทวั่ ไป เพ่อื ให้กบั ผู้ป่วย ท่ขี าดแคลน มี

ความจาเป็นตอ้ งใช้
การขบั เคลือ่ นนโยบายสาธารณะ

เน่อื งจากจงั หวดั ภเู กต็ มคี วามหลากหลายทางประชากรสุขภาพทุกดา้ นนโยบายสาธารณะดา้ นสุขภาพเกดิ ขน้ึ ไดค้ ่อนขา้ งมาก แต่
ในพน้ื ทท่ี ม่ี คี นในพน้ื ทอ่ี าศยั อย่ถู าวรสามารถทาไดใ้ นระดบั หน่งึ เชน่

1.) ขอ้ บญั ญตั ทิ อ้ งถนิ่ ของเทศบาลนครภเู กต็ กาหนดใหผ้ ปู้ ระกอบการธรุ กจิ รา้ นอาหารต้องตรวจสขุ ภาพ ผปู้ ระกอบอาหารและ
ผสู้ มั ผสั อาหาร เพ่อื คดั กรองพาหะนาโรคตดิ ต่อทางเดนิ อาหารและน้า และตอ้ งไม่มโี รค จงึ สามารถขน้ึ ทะเบยี นและต่ออายุใบอนุญาตได้
ใบอนุญาตมอี ายุ 1 ปี สาหรบั ปี 2563 ใหค้ รอบคลุมแผงลอยและตลาดดว้ ย
ผบู้ รหิ ารสว่ นราชการมกี ารพบปะระหว่างหน่วยงานอย่างใกลช้ ิดโดยเย่ยี มระหว่างหน่วยงานเพ่อื สรา้ งสมั พนั ธภาพและปรกึ ษาหารอื
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื ในการดาเนินงาน และขบั เคล่อื นนโยบายสาธารณะต่างๆ มกี ารวเิ คราะหข์ อ้ มลู นาเสนอขอ้ มูล/ปญั หาใหส้ ว่ น
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งทราบสถานการณ์ ไดแ้ ก่ รายงานประชุมผบู้ รหิ ารประชุมคณะกรรมการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ระดบั อาเภอเมอื งภูเกต็ และการ
รายงานขอ้ มลู ใหห้ น่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งไดท้ ราบ เชน่ รายงานสถานการณ์การระบาดของไขเ้ ลอื ดออก โดยชมุ ชนกง่ิ แกว้ ทม่ี กี ารระบาดเป็น
ประจาทกุ ปี มี

2.) ขอ้ ตกลงในการสารวจลูกน้ายุงลายและการควบคุมโรคไขเ้ ลอื ดออกในชุมชน โดยการดูบา้ นตนเองและบ้านใกลเ้ คยี งอกี 2
หลงั และไดด้ าเนินการต่อเน่ืองในหมู่บา้ นทย่ี งั ไม่ผ่านเกณฑ์ คน้ หาปญั หาร่วมกนั ในหมู่บา้ นโดยการประชุมร่วมกนั ระหว่างเจา้ หน้าท่ี
สาธารณสขุ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล กรรมการหม่บู ้านร่วมกบั ประชาชนในพน้ื ทเ่ี พ่อื ดาเนินการใหเ้ ป็นหมู่บา้ นปลอดลูกน้าต่อไป
และผู้ว่าราชการจงั หวดั มนี โยบายภูเกต็ สวยด้วยมอื ดว้ ยใจเรา ทร่ี ณรงคใ์ หท้ ุกาภาคส่วนช่วยกนั รกั ษาความสะอาดเพ่อื ลดปญั หาขยะ และ
ทาลายแหล่งนาโรคต่างๆ

มกี ารดาเนินงานเพ่อื ขบั เคล่อื นนโยบายสาธารณะดา้ นสุขภาพในระดบั จงั หวดั เน่ืองจากภูเกต็ เป็นพน้ื ทท่ี ่องเท่ยี ว การเคล่อื นไหว
ประชากรมสี งู มาก การกาหนดนโยบายสาธารณะเป็นรายพน้ื ทท่ี าไดย้ าก และมปี ญั หาในประเดน็ ของความร่วมมอื และการบงั คบั ใช้ การหา
ขอ้ สรปุ แนวทางทอ่ี าศยั การยอมรบั และความร่วมมอื จากทุกภาคส่วน มคี วามจาเป็นและมกี ารบงั คบั ใชใ้ นภาพรวมของจงั หวดั ภูเกต็ และ
จงั หวดั ภูเกต็ ประสบความสาเรจ็ ในการสมชั ชาสุขภาพระดบั จงั หวดั จานวน 2 เร่อื ง คอื Food safety Healthy Phuket และการใช้
น้ามนั ทอดซ้าประกาศใชเ้ ป็นนโยบายดา้ นสขุ ภาพ และมขี อ้ ตกลงร่วมกนั ในการขบั เคล่อื นนโยบายส่กู ารปฏบิ ตั ทิ เ่ี ป็นรปู ธรรมระหว่าง
ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ภูเกต็ ผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ และผแู้ ทนสานกั งานสมชั ชาแห่งชาติ
iv. ผลการพฒั นาท่ีโดดเดน่ และภาคภมู ิใจ
 ปี พ.ศ. 2560 รางวลั ดเี ดน่ ระดบั เขตสขุ ภาพท่ี 11 ดา้ นการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ผสู้ งู อายุ (Long Term Care) เครอื ขา่ ยระบบ

สขุ ภาพอาเภอเมอื งภเู กต็ จงั หวดั ภูเกต็ ในงานประชุม HA forum 2017
 ปี พ.ศ. 2561 รางวลั ดเี ดน่ ระดบั เขตสขุ ภาพท่ี 11 ดา้ นการป้องกนั อุบตั เิ หตุจราจร (DHD-RTI) เครอื ขา่ ยระบบสขุ ภาพอาเภอ

เมอื งภูเกต็ จงั หวดั ภูเกต็ ในงานประชุม HA forum 2018
 ปี พ.ศ. 2561 -2562 พฒั นาศกั ภาพทมี สุขภาพเครอื ข่ายบรกิ ารปฐมภูมริ ะดบั จงั หวดั ภูเกต็ ใหม้ คี วามรู้ด้านเวชศาสตร์

ครอบครวั จานวน 2 รุ่น (44 คน)
 ปี พ.ศ.2562 ตน้ แบบนวตกรรมมหศั จรรย์ 1,000 วนั ตงั้ แต่ในครรภ์ สานฝนั แม่สพู่ ฒั นาการทด่ี ขี องลกู ดว้ ย QR Code เขตสขุ ภาพท่ี 11
 ปี พ.ศ.2563 จดั กจิ กรรมวดั สง่ เสรมิ สขุ ภาพ ทาใหว้ ดั วชิ ติ สงั ฆารามไดร้ บั รางวลั วดั สง่ เสรมิ สขุ ภาพดเี ด่น ระดบั จงั หวดั
 ปี พ.ศ. 2563 ทมี ผู้ก่อการดเี ทศบาลนครภูเกต็ อาเภอเมอื ง จงั หวดั ภูเกต็ ได้รบั รางวลั ทมี ผู้ก่อการดี ป้องกนั การจมน้า

ระดบั ประเทศ ประเภทรางวลั ชนะเลศิ (ดเี ด่น)

97

รายงานการประเมินตนเอง (SAR 2020) รพ.วชิระภเู กต็

v. แผนการพฒั นา Score DALI Gap ประเดน็ พฒั นาใน 1-2 ปี
มาตรฐาน
3.5 L I 1. จดั บรกิ ารตรวจสขุ ภาพมะเรง็ ปากมดลกู และมะเรง็ เตา้ นมเชงิ
62.การทางานกบั ชมุ ชน รุกในชมุ ชน โดยจดั รถบสั ออกตรวจตามชุมชนให้ ประชาชน
เขา้ ถึงบรกิ ารไดส้ ะดวกยง่ิ ข้นึ รวมถึงให้ความรู้ และสร้าง
63. การสรา้ งพลงั ชมุ ชน ความตระหนกั กบั ประชาชนเร่อื งโรค และการป้องกนั

2. การจดั บรกิ ารเช่อื มปฐมภูมใิ นทุกๆ service plan แต่ละสาขา
ต่างๆ ของโรงพยาบาลศนู ยว์ ชริ ะภูเกต็

3. community survey และจดั ทาขอ้ มลู สถานะสขุ ภาพประชากร
ตาบลตลาดใหญ่ และตลาดเหนือ เพ่ือเป็นฐานข้อมูลของ
โรงพยาบาล เพ่อื วางแผนงานด้านการส่งเสรมิ สุขภาพและ
ป้องกนั โรค เป็นประจาทุกปีเน่ืองจากสภาพสงั คมเป็นแบบ
เมอื ง มอี ตั ราประชากรไหลเวยี นเขา้ ออกสงู

4. จดั บรกิ ารสร้างเสรมิ สขุ ภาพเชงิ รุกดว้ ยการเยย่ี มบา้ นและ
ให้ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยดาเนินการร่วมกบั
ครอบครวั และชุมชน

5. เพมิ่ ศกั ยภาพของอาสาสมคั รทุกกลุ่มวยั ไดแ้ ก่ อาสาสมคั ร
แม่และเด็ก ผู้นานักเรียนส่งเสริมสุขภาพ อสม. อสค.
อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ อาสาสมัครดูแลผู้ป่วยเร้ือรัง
อาสาสมคั รดูแลผู้พกิ าร ให้เข้มแขง็ มากข้นึ โดยมีทกั ษะ
การใชเ้ ทคโนโลยสี อ่ื สาร และApplication ต่างๆ

6. การเปิดหน่วยบรกิ ารปฐมภูมิของโรงพยาบาลศูนยว์ ชิระ
ภูเกต็ ใหค้ รอบคลุมพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบทงั้ 4 โซน ใหป้ ระชาชน
เขา้ ถงึ บรกิ ารปฐมภมู ไิ ดง้ า่ ยและสะดวกมากยงิ่ ขน้ึ

3.5 L I 1. การสนบั สนุนบทบาทของ อสม. และอสค. โดยใชห้ ลกั การ
ของ social support เพ่อื ให้ อสม.และอสค. สามารถ
ปฏบิ ตั งิ านดา้ นสาธารณสุขในชุมชนของตนเองไดอ้ ย่างมี
ประสทิ ธผิ ล

2. การเสรมิ พลงั ด้านการดูแลตนเอง (Self care) ด้าน
สุขภาพแก่ชุมชน อสค. แกนนา อสม. และบุคลากร
สาธารณสขุ โดยการเป็นทป่ี รกึ ษา วทิ ยากร และ role model

3. มกี ารเยย่ี มเสรมิ พลงั สรา้ งทมี จดั การสขุ ภาพในชุมชน เพมิ่
ชุมชนต้นแบบ เป็นแบบอย่างของการพง่ึ ตนเองในการ
จดั การกบั ปญั หาสุขภาพในพ้ืนท่ี โดยจดั กจิ กรรมให้
ชุมชนสามารถวิเคราะห์ปญั หาของชุมชนเองได้ โดย
สามารถทาแผนสุขภาพชุมชนได้ โดยมเี จา้ หน้าทเ่ี ป็นผู้
ควบคุมดแู ล

98


Click to View FlipBook Version