The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2-3ปี ศพด.บ้านถ่อนพัฒนา-ครูเตี้ย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2-3ปี ศพด.บ้านถ่อนพัฒนา-ครูเตี้ย

หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 2-3ปี ศพด.บ้านถ่อนพัฒนา-ครูเตี้ย

หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั
พทุ ธศักราช 2564
(สาหรับเดก็ อายุ 2-3 ป)ี

ศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ บ้านถอ่ นพฒั นา

สังกัดองค์การบริหารสว่ นตาบลเชิงชุม
กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถน่ิ กระทรวงมหาดไทย

ประกาศศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบ้านถ่อนพฒั นา

เรอ่ื ง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖4 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

ศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา

ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐

---------------------

การจัดการศึกษาตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้

กำหนดให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำหลักสูตรระดับสถานศึกษา โดยมีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง

และ สภาพตามบริบททางวัฒนธรรม วิถีชีวิตของสังคม ชุมชน และท้องถ่ินของผู้เรียน ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไป

ทั้งน้ี เพื่อให้สถานศึกษาได้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ และมี

มาตรฐานทัดเทียมกัน ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งที่ สพฐ. ๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๓ สิงหาคม

๒๕๖๐ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แทนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช

๒๕๔๖ ตงั้ แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๖๑ เป็นตน้ ไป นนั้

ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กเล็กบ้านถอ่ นพฒั นา สังกัดองคก์ ารบริหารส่วนตำบลเชิงชุม อำเภอพรรณานิคม

จังหวัดสกลนคร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา

ปฐมวัย พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี) โดยกำหนดถึงความสอดคล้อง กับหลักสูตรการศึกษา

ปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อใหผ้ ู้บรหิ ารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครู ผู้ปกครอง ชุมชนและผมู้ ีส่วนเกีย่ วข้องกบั การ

พัฒนาเด็กปฐมวัย มีความรู้ ความเข้าใจท่ีชัดเจน และสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมประสบการณ์อย่างมี

ประสิทธิภาพ สมตามเจตนารมณข์ องหลักสูตรสถานศึกษาทก่ี ำหนดไว้ ในฉบับนี้

ทั้งน้ี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี) ศูนย์พัฒนาเด็ก

เล็กบ้านถ่อนพัฒนา ฉบับน้ี ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา

ในการประชุม ครั้งที่ ๑/๒๕๖4 เม่ือวันท่ี เดือน พ.ศ. ๒๕๖4 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร

สถานศึกษาฉบับปรับปรุงน้ี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงชุม ต้ังแต่

ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖4 เปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วนั ที่ เดอื น พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖4

(นายชยั พชิ ติ นาโควงศ์)
นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลเชิงชุม



คำนำ

สภาพวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม ได้เปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สภาพการดำเนินชีวิตใน
สังคมและครอบครัวเปลีย่ นตามไปด้วย จึงทำให้การจัดการศึกษาของไทยจะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการ
ดำเนินชีวิตในวถิ ีสังคมท่ีเปล่ียนแปลง โดยมงุ่ หวงั ให้ผู้เรียนมีคุณภาพอย่างสมบรู ณ์ในทกุ ๆด้านสามารถดำรงชีวิตอยู่
ในครอบครัว ชุมชนและสังคมได้อย่างมีความสุข เต็มศักยภาพของแต่ละคนและมีความเหมาะสมกับวัยตลอดจน
ดำรงไว้ซงึ่ เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมในสังคมของตนเอง การพัฒนาเด็กท่ีสอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและวิถี
ชวี ติ ทางสงั คมของเด็กซ่งึ มลี ักษณะเฉพาะแตกตา่ งกนั ไปจึงมีความสำคัญ

จากกระแสความเปลี่ยนแปลงในสังคมที่ผ่านมา พ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชนได้เหน็ คุณค่าของการศึกษา
และตระหนักถึงสิทธิของมนษุ ย์ที่จะไดร้ ับการศกึ ษาท่มี ีคุณภาพ ทำให้พ่อแม่ ผปู้ กครอง และผู้ท่อี ยใู่ นชุมชนจำนวน
มากเริ่มมีความกระตือรือร้นเข้ามารับรู้และสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่บุตรหลานของตน รวมทั้งตรวจสอบ
คุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ความเปล่ียนแปลงทางด้านความคิดดังกล่าว ก่อให้เกิดความคาดหวัง
และผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 นอกจากน้ีกระทรวงศึกษาธิการได้
กำหนดให้ดำเนินการพัฒนาการจัดการศึกษาแก่กลุ่มเด็กปฐมวัย โดยมีคำส่ังให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 เพ่ือให้สถานศึกษาและศูนย์เด็กปฐมวัยนำไปใช้โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพ
ทอ้ งถ่นิ

ภายใต้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา จึงได้มีการ
จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี) และนำหลักสูตรลงสู่การปฏิบัติ
เพอื่ ใหเ้ ดก็ ปฐมวัยได้อย่ใู นสิ่งแวดล้อมของการเรยี นรู้ทเ่ี หมาะสมให้สถานศึกษาใชเ้ ป็นแนวทางในการจดั ทำหลักสูตร
สถานศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย โดยให้ผู้เก่ียวข้องสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนได้ถูกต้อง
เหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช
2560 ต่อไป

คณะกรรมการจดั ทำหลกั สูตร
ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา

สารบัญ ข

ประกาศใชห้ ลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั หน้า
คำนำ
สารบัญ ก
ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั ข
วิสยั ทศั นก์ ารศึกษาปฐมวยั 1
หลักการจดั การศกึ ษาปฐมวัย 1
จุดหมายการศึกษาปฐมวัย 1
ภารกิจการจัดการศกึ ษาปฐมวัย 2
เป้าหมายการจัดการศึกษาปฐมวัย 2
แนวคิดการจดั การศึกษาปฐมวัย 2
พัฒนาการเด็กปฐมวยั 3
มาตรฐานและคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ สำหรับเด็กอายุ 2–3 ปี 5
ขนั้ ตอนการจัดทำหลักสตู รการศึกษาปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ สำหรับเด็กอายุ 2–3 ปี 6
หลักสตู รการศึกษาปฐมวยั ศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี 6
7
จดุ หมาย 7
คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ 7
สาระการเรยี นรู้ 12
การอบรมเล้ยี งดูและการจดั ประสบการณ์ 23
แนวทางการอบรมเลี้ยงดูและการจัดประสบการณ์ สำหรบั เดก็ อายุ 2 – 3 ปี 23
ตัวอยา่ งกจิ กรรมการอบรมเลี้ยงดูและสง่ เสรมิ พัฒนาการการเรียนรู้ฯ 24
กำหนดเวลาเรยี น 27
ตารางกจิ กรรมประจำวนั 27
หลักการจัดกจิ กรรมประจำวนั 28
การจัดประสบการณ์การเรยี นรูต้ ามแนวสะเต็มศึกษา สำหรบั เดก็ ปฐมวัย 38
การสรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ 40
แหล่งเรียนรู้ 42
การบรหิ ารจดั การหลกั สตู ร 44
การเช่ือมต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย 44
การประเมนิ พัฒนาการ 45
การนำหลกั สูตรปฐมวยั ไปใช้ 47
การกำกับ ติดตาม ประเมิน และการรายงาน 48
ภาคผนวก



ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั
ศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ บ้านถ่อนพัฒนา สงั กัดองคก์ ารบริหารส่วนตำบลเชิงชุม
การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวมบนพ้ืนฐานการ
อบรมเล้ยี งดูและการส่งเสรมิ กระบวนการเรียนรู้ท่ีสนองตอ่ ธรรมชาติและพฒั นาการตามวัยของเด็กแต่ละคน ให้
เต็มศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรับ ความเอ้ืออาทร และความเข้าใจ
ของทุกคนเพ่ือสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ

วิสยั ทัศน์การศึกษาปฐมวัย
ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา สงั กดั องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงชมุ
มุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาความพร้อมทั้ง 4 ด้าน (ร่ายกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และ
สติปัญญา) อย่างมีคุณภาพและต่อเน่ือง ได้รบั การจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัย
มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดย
ความรว่ มมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและทุกฝา่ ยที่เกย่ี วข้องกบั การพัฒนาเด็ก

หลกั การจดั การศึกษาปฐมวัย
ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพฒั นา สังกดั องค์การบรหิ ารส่วนตำบลเชิงชุม
เด็กทุกคนมีสิทธิท่ีจะได้รบั การอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการ ตามอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิเด็ก
ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับ
ผู้สอน เดก็ กับผู้เล้ียงดู หรือผู้ท่ีเกี่ยวข้องกบั การอบรมเล้ยี งดูการพัฒนา และใหก้ ารศึกษาแกเ่ ด็ก ปฐมวยั เพอ่ื ให้
เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับข้ันของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตาม
ศกั ยภาพ โดยกำหนดหลกั การ ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพฒั นาการที่ครอบคลมุ เดก็ ปฐมวัยทุกคน
๒. ยึดหลักการอบรมเล้ียงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง
บุคคล และวิถีชิ วี ิตของเดก็ ตามบริบทของชุมชน สงั คม และวัฒนธรรมไทย
๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย ได้ลงมือกระทำใน
สภาพแวดล้อมท่เี ออ้ื ตอ่ การเรียนรู้เหมาะสมกับวยั และมีการพักผ่อนเพยี งพอ
๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถดำรงชีวติ และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรชั ญา เศรษฐกิจ
พอเพียง เปน็ คนดีมีวินัย และมคี วามสขุ
๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่
ครอบครวั ชมุ ชน และทกุ ฝา่ ยท่ีเกี่ยวขอ้ งการการพฒั เดก็ ปฐมวัย

หลกั สตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)



จดุ หมายการศกึ ษาปฐมวัย
ศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา สงั กัดองคก์ ารบริหารส่วนตำบลเชิงชมุ
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 2 – 3 ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรม
เล้ียงดูและให้การศึกษา เด็กจะไดรับการพัฒนา ท้ังด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัย
และความสามารถของแต่ละบุคคล จุดหมาย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งใหเ้ด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตาม
ศักยภาพ และเมื่อมีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษา
ระดับปฐมวัยตาม หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา พุทธศักราช 2564
ดงั ต่อไปนี้
๑. มีร่างกายเจรญิ เติบโตตามวัย แขง็ แรงและมสี ุขนสิ ยั ทด่ี ี
๒. มีสขุ ภาพจติ ดี มสี ุนทรยี ภาพ มคี ุณธรรม จริยธรรมและจติ ใจทดี่ ีงาม
๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้
อย่างมคี วามสขุ
๔. มีทกั ษะการคดิ การใช้ภาษาสอ่ื สารและการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

ภารกิจการจดั การศกึ ษาปฐมวัย
ศูนย์พฒั นาเด็กเล็กบ้านถอ่ นพฒั นา สังกดั องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลเชิงชมุ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการศึกษาระดับปฐมวัยเพื่อพัฒนาเด็ก ที่มีอายุ
ต้งั แต่ 2 - 5 ปี โดยการจัดประสบการณ์สง่ เสรมิ การเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกับพฒั นาการของเด็กในลักษณะบูรณา
การผ่านการเล่น ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีวินัย
มีคุณธรรม จริยธรรม มีความสุขในการเรียนรู้ตามสภาพแวดล้อม วัฒนธรรมของท้องถ่ินและธรรมชาติของ
ผเู้ รียนแต่ละคนใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพ มคี า่ นยิ มในการดำรงชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ดังน้ี
1. พฒั นาผูเ้ รยี นให้มพี ฒั นาการแบบองคร์ วม ทัง้ ร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม สตปิ ญั ญา
2. ปลูกฝงั วนิ ยั คุณธรรม จริยธรรม
3. ส่งเสริมพัฒนาการและจัดการเรยี นรู้ ดว้ ยความรกั ความเอ้อื อาทร
4. สง่ เสรมิ ให้เป็นคนดี มสี ติปญั ญา มีความสขุ ตามวยั
5. ส่งเสรมิ การเรียนรตู้ ามสภาพแวดลอ้ ม วฒั นธรรมของท้องถน่ิ และธรรมชาตขิ องผ้เู รียนแตล่ ะคนให้
เต็มศักยภาพ
6. ส่งเสริมการเรยี นรูแ้ ละจดั ประสบการณแ์ บบสากล ปลกู ฝังความรักในความเปน็ ไทย

เป้าหมายการจัดการศึกษาปฐมวยั
ศูนย์พฒั นาเดก็ เล็กบา้ นถอ่ นพัฒนา สงั กัดองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงชุม
1. ผเู้ รยี นมีพฒั นาการแบบองคร์ วมอย่างสมดุล ท้ังร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม สตปิ ัญญา
2. ผเู้ รยี นมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม อยา่ งเหมาะสมตามวัย
3. ผู้เรยี นมีคุณลักษณะตามสภาพอันพึงประสงค์ ได้แกเ่ ป็นคนดี มีสตปิ ัญญา มคี วามสขุ ตามวัย
กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางท่ดี งี าม
4. ผเู้ รียนมีความรักในธรรมชาติและวฒั นธรรมของท้องถน่ิ สามารถปรบั ตนใหเ้ ขา้ กบั สภาพแวดลอ้ ม
และวฒั นธรรมของท้องถนิ่
5. ผู้เรยี นมคี วามรักในการเรยี นรู้วถิ ีชีวติ ไทย และดำรงชวี ิตอยู่บนพน้ื ฐานปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

หลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)



แนวคิดการจดั การศึกษาปฐมวัย
ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา สงั กดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลเชิงชุม
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พัฒนาข้ึนบนแนวคิดและหลักการสำคัญเก่ียวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจ
สำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้การจัดสภาพแวดลอ้ มที่เอ้ือต่อการทำงานของสมอง ผ่านส่ือ
ท่ีต้องเออ้ื ให้เด็กได้เรียนรู้แบบบูรณาการ โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวฒั นธรรมแวดล้อม
ตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพ และพัฒนาการของเดก็ แตล่ ะคน ท้ังน้ี หลักสูตรฉบบั น้ีมี
แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย ดังนี้

1. แนวคิดเกย่ี วกับพัฒนาการเด็ก
พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนต่อเนื่องในตัวมนุษย์เร่ิมต้ังแต่ปฏิสนธิ

ไปจนตลอดชวี ิต พฒั นาการของเด็กแตล่ ะคนจะมีลำดบั ข้ันตอนลักษณะเดยี วกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการ
ผ่านขั้นตอนตา่ งๆ อาจแตกต่างกันได้ ข้ันตอนแรกๆ จะเป็นพื้นฐานสำหรับพัฒนาการขั้นต่อไป พัฒนาการด้าน
รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาแต่ละสว่ นส่งผลกระทบซ่ึงกันและกัน เมื่อด้านหน่ึงก้าวหน้าอีกด้าน
หนึ่งจะก้าวหน้าตามด้วย ในทำนองเดียวกันถ้าด้านหน่ึงด้านใดผิดปกติจะทำให้ด้านอื่นๆผิดปกติตามด้วย
แนวคิดเก่ียวกับทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกายอธิบายว่าการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะ
ต่อเนื่องเป็นลำดับข้ัน เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านน้ันก่อน สำหรับทฤษฎี
ด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเล้ียงดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโตเป็น
ผ้ใู หญ่ ความรักและความอบอุ่นเปน็ พ้ืนฐานของความเช่ือม่ันในตนเอง เด็กทีไ่ ด้รบั ความรักและความอบอุ่นจะมี
ความไว้วางใจในผู้อื่น เห็นคุณค่าของตนเอง จะมีความเช่ือม่ันในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้ดี
ซึ่งเป็นพ้ืนฐานสำคัญของความเป็นประชาธิปไตยและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และทฤษฎีพัฒนาการด้าน
สติปัญญาอธบิ ายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะซึ่งจะพัฒนาข้ึนตามอายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคม
และส่ิงแวดล้อมทีเ่ ดก็ ได้รับ

2. แนวคิดเก่ียวกบั การเล่นของเดก็
การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็น

เคร่อื งมอื การเรยี นร้ขู ้ันพื้นฐานทถ่ี ือเป็นองคป์ ระกอบสำคัญในกระบวนการเรียนรูข้ องเด็ก ขณะทเี่ ด็กเล่นจะเกิด
การเรียนรูไ้ ปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคล่ือนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัส
และการรบั รู้ ผอ่ นคลายอารมณ์ และการแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ความรูส้ ึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนกุ สนาน
เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คดิ สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้
เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังน้ัน
ควรให้เดก็ มโี อกาสเลน่ ปฏสิ ัมพนั ธก์ บั บุคคล สง่ิ แวดลอ้ มรอบตวั และเลอื กกจิ กรรมการเล่นด้วยตนเอง

3. แนวคิดเกยี่ วกับการทำงานของสมอง
สมองเป็นอวัยวะท่ีมีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา เพราะการท่ีมนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่ง

ต่างๆได้นั้นต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการรับรู้ รับความรู้สึกจากประสาทสัมผัสท้ังห้า
การเช่ือมโยงต่อกันของเซลลส์ มองส่วนมากเกดิ ข้ึนก่อนอายุ ๕ ปี และปฏิสัมพันธ์แรกเร่ิมระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่
มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อ โดยในช่วง ๓ ปีแรกของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่าง
รวดเร็วมาก มีการสร้างเซลล์สมองและจุดเช่ือมต่อขึ้นมามากมาย มีการสร้างไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบ
เส้นใยสมองด้วย พอเดก็ อายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมองผใู้ หญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้าน

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)



เซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ย่ิงได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การเช่ือมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมี
มากขนึ้ และความสามารถทางการคดิ ยิ่งมีมากขนึ้ เท่านนั้ ถ้าหากเดก็ ขาดการกระตุน้ หรือส่งเสรมิ จากส่ิงแวดล้อม
ที่เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไป เดก็ ที่ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้
ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้ อยา่ งไรก็ตาม ส่วนต่างๆ ของสมองเจรญิ เตบิ โตและเร่ิมมคี วามสามารถในการทำ
หน้าที่ในช่วงเวลาต่างกัน จึงอธิบายได้ว่าการเรียนรู้ทักษะบางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีท่ีสุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งท่ี
เรียกว่า “หน้าต่างของโอกาสการเรียนรู้” ซ่ึงเป็นช่วงที่พ่อแม่ ผู้เล้ียงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และ
พัฒนาสิ่งนั้นๆได้ดีท่ีสุด เม่ือพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเช่ือมโยง
วงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานต้ังแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิต
จึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรียนภาษาคือ อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวติ เด็กจะพูดได้ชัด คล่อง
และถูกต้อง โดยการพัฒนาจากการพดู เปน็ คำๆมาเป็นประโยคและเลา่ เรื่องได้ เป็นต้น

4. แนวคดิ เก่ียวกับส่อื การเรยี นรู้
ส่ือการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ท่ีวางไว้ ทำให้ส่ิงที่เป็นนามธรรมเข้าใจยาก

กลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การ
ใชส้ ่ือการเรียนรตู้ ้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒภิ าวะ ความแตกต่างระหว่างบคุ คล ความสนใจ
และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีสื่อทั้งท่ีเป็น
ประเภท ๒ มิตแิ ละ/หรอื ๓ มติ ิ ทีเ่ ปน็ สื่อของจริง ส่ือธรรมชาติ สื่อท่ีอยใู่ กล้ตวั เดก็ ส่ือสะทอ้ นวัฒนธรรม สื่อภมู ิ
ปัญญาท้องถิ่น ส่ือเพ่ือพัฒนาเด็กในด้านต่างๆให้ครบทุกด้าน ท้ังนี้ สื่อต้องเอื้อให้เด็กเรียนรูผ้ ่านประสาทสัมผัส
ท้งั ห้าโดยการจัดการใช้สอื่ สำหรับเด็กปฐมวยั ต้องเร่มิ ตน้ จากสอ่ื ของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่างและ
สัญลกั ษณ์ตามลำดับ

5. แนวคดิ เกยี่ วกบั สงั คมและวฒั นธรรม
เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการ

ปฏบิ ัตแิ บบดัง้ เดมิ ตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรษุ แต่ยงั ได้รบั อิทธพิ ลจากประสบการณ์ ค่านยิ ม
และความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละท่ีด้วย บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัย
อยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและ
วัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครู
ควรต้องเรียนรูบ้ ริบททางสังคมและวฒั นธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อช่วยใหเ้ ด็กได้รบั การพัฒนา เกดิ การ
เรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพ้ืนฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรื่น มีความสุข เป็นการเตรียมเด็ก
ไปสู้สังคมในอนาคตกับการอยู่ร่วมกบั ผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อ่นื ท่ีมีความหลากหลายทางความคิด ความเช่ือ
และวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพ่ือนบ้านเร่ืองศาสนา
ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความ
เคารพพระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเน่ืองในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับ
ประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม
ประเทศฟลิ ิปปนิ ส์ได้รับอทิ ธิพลจากคริสต์ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนับถือหลายศาสนา โดยนับถือ
ลัทธธิ รรมเนียมแบบจนี เปน็ หลกั เป็นตน้

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็กบา้ นถ่อนพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)



พัฒนาการเด็กปฐมวัย
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนตามวุฒิภาวะและสภาพแวดลอ้ มท่ีเด็กได้รบั พัฒนาการเดก็ ในแต่ละช่วงวัยอาจเร็วหรอื ช้า
แตกต่างกันไปในเดก็ แต่ละคน ดังน้ี
๑. พัฒนาการด้านร่างกาย เปน็ พัฒนาการท่ีเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขน้ึ ของร่างกาย
ในดา้ นโครงสร้างของร่างกาย ดา้ นความสามารถในการเคล่อื นไหว และดา้ นการมสี ุขภาพอนามัยทด่ี ี รวมถึงการ
ใช้สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่างๆ เด็กอายุ 2-๕ ปี มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความก้าวหน้ามากกว่ากล้ามเน้ือเล็ก สามารถบังคับ
การเคล่ือนไหวของร่างกายได้ดีมคี วามคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเดิน สามารถว่ิง กระโดด ควบคมุ และบงั คับการ
ทรงตัวได้ดีจึงชอบเคล่ือนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมท่ีจะออกกำลังและเคล่ือนไหวในลักษณะต่างๆ ส่วนกล้ามเน้ือ
เล็กและความสัมพันธ์ระหว่างตาและมือยังไม่สมบูรณ์ การสมั ผัสหรือการใช้มอื มีความละเอยี ดขึ้น ใชม้ อื หยบิ จับ
สง่ิ ของต่าง ๆ ได้มากข้นึ ถ้าเด็กไมเ่ ครียดหรือกังวลจะสามารถทำกจิ กรรมทพ่ี ัฒนากลา้ มเน้ือเลก็ ไดด้ ีและนานขึน้

๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่น
พอใจ ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกลียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและ
สถานการณ์ เผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการสร้างความรู้สึกท่ีดี และการนับถือตนเอง เด็กอายุ 2-๕ ปี
จะแสดงความรู้สึกอย่างเต็มท่ีไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ แต่จะเกิดเพียงช่ัวครู่แล้วหายไปการท่ี
เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์งา่ ยเพราะมีช่วงความสนใจระยะส้ัน เม่ือมีส่ิงใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยนความสนใจไปตาม
ส่ิงน้ัน เด็กวันน้ีมักหวาดกลัวสิ่งต่างๆ เช่น ความมืด หรือสัตว์ต่างๆ ความกลัวของเด็กเกิดจากจินตนาการ ซ่ึง
เดก็ ว่าเปน็ เรื่องจริงสำหรับตน เพราะยังสบั สนระหว่างเรื่องปรงุ แต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้
สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย รวมถึงช่ืนชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น
เพราะยึดตวั เองเป็นศูนยก์ ลางนอ้ ยลงและตอ้ งการความสนใจจากผอู้ นื่ มากขึน้

๓. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสมั พันธ์ทางสังคมครั้งแรกในครอบครัว
โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและการมีสัมพันธ์
กับบุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวให้เข้าสังคมกับเด็กอ่ืน
พร้อมๆ กับรู้จักร่วมมือในการเล่นกับกลุ่มเพื่อน เจตคติและพฤติกรรมทางสังคมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยน้ีและ
จะแฝงแน่นยากที่จะเปล่ียนแปลงในวัยต่อมา ดังน้ัน จึงอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กวัยน้ี มี ๒
ลักษณะ คือลักษณะแรกนั้น เป็นความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะท่ีสองเป็นความสัมพันธ์กับเด็กในวัย
ใกลเ้ คียงกัน

๔. ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจ
ความรู้สึกของคนอื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองส่ิงต่างๆรอบตัว และรู้สึกต่อส่ิงต่างๆ เหมือนตนเอง
ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ที่สุด เมื่ออายุ ๔ - ๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุส่ิงของที่อยู่
รอบตัวได้ สามารถจำส่ิงต่างๆ ที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อยๆ ได้ดี เรียนรู้ส่ิงต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ยังอาศัยการรับรู้เป็น
ส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่
อยู่รอบตัวพัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุท่ีเพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของ
การพัฒนาภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่างๆ ในรปู ของการพูดคุย การ
ตอบคำถาม การเลา่ เร่อื ง การเล่านิทานและการทำกจิ กรรมต่างๆ ทเี่ กยี่ วข้องกบั การใชภ้ าษาในสถานศึกษา

หลกั สตู รสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บ้านถ่อนพัฒนา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)



เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษาแทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็ก
วัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้วแต่ที่จริงเด็กยังไม่เข้าใจความหมายของคำและเรื่องราว
ลึกซ้งึ นัก

มาตรฐานและคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ สำหรบั เดก็ อายุ 2–3 ปี
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางในการอบรมเล้ียงดู ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย และ
ความสามารถของเด็กแต่ละคนให้มีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป โดยกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์
สำหรบั เดก็ อายุ 2–3 ปี ดงั น้ี
คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ สำหรับเดก็ ท่ีมีอายุ 2–3 ปี จำนวน 4 ดา้ น รวม 7 ขอ้ ดังน้ี

1. พฒั นาการด้านร่างกาย
1.1 ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวัยและมีสุขภาพดี
1.2 ใชอ้ วยั วะของร่างกายได้ประสานสมั พันธ์กนั

2. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ
2.1 มคี วามสุขและแสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสมกับวัย

3. พฒั นาการด้านสงั คม
3.1 รบั รแู้ ละสร้างปฏสิ มั พันธก์ ับบคุ คลและสิง่ แวดล้อมรอบตัว
3.2 ชว่ ยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย

4. พัฒนาการด้านสตปิ ัญญา
4.1 สื่อความหมายและใช้ภาษาได้เหมาะสมกับวยั
4.2 สนใจเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว

ข้นั ตอนการจัดทำหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็ก สำหรับเดก็ อายุ 2–3 ปี

1. ศึกษาและทำความเขา้ ใจเกยี่ วกับหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พ.ศ. 2560
2. ประชมุ ผ้ทู ่มี สี ว่ นเกี่ยวขอ้ งในการจัดทำหลักสูตร ตวั แทนผู้ปกครอง คณะกรรมการศนู ย์พฒั นา

เดก็ เล็ก ครู นกั วชิ าการศึกษา เพ่ือแสดงความคดิ เหน็ และร่วมกันจัดทำหลักสูตร
3. จดั ทำหลกั สูตร โดยกำหนด ปรชั ญา วสิ ยั ทัศน์ เป้าหมาย คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงคส์ ำหรบั เดก็

อายุ 2 - 3 ปี กำหนดสาระการเรียนรู้ โดยใหเ้ หมาะสมกบั ช่วงอายุ
4. ประกาศใช้หลักสูตรศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็
5. ประเมินหลกั สตู ร โดยแตง่ ตง้ั คณะกรรมการ เพ่ือประเมินหลกั สตู ร หากมีข้อแก้ไข ให้ปรับปรุง

กอ่ นนำไปใช้

หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวยั : ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)



หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบา้ นถ่อนพฒั นา

สำหรบั เด็กอายุ 2–3 ปี

จุดหมาย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา สำหรับเด็กอายุ 2–3 ปี มุ่งส่งเสริมให้

เดก็ มีพฒั นาการด้านรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปัญญา ท่ีเหมาะสมกบั วัย ความสามารถ ความสนใจ

และความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล ดงั นี้

1. รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตตามวัย แข็งแรง และมีสุขภาพดี

2. สขุ ภาพจติ ดแี ละมีความสุข

3. มีทกั ษะชวี ิตและสร้างปฏิสมั พันธ์กับบคุ คลรอบตัว และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นได้อย่างมีความสุข

4. มีทกั ษะการใช้ภาษาสอ่ื สาร และสนใจเรยี นรู้สิ่งตา่ งๆ

คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก สำหรับเด็กอายุ 2–3 ปี กำหนดคุณลกั ษณะท่ีพึง

ประสงค์จำนวน 4 ด้าน รวม 7 ข้อ ดงั น้ี

1. พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย

1.1 รา่ งกายเจรญิ เติบโตตามวัยและมสี ขุ ภาพดี

1.2 ใชอ้ วยั วะของรา่ งกายไดป้ ระสานสัมพันธ์กัน

2. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ

2.1 มคี วามสขุ และแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวัย

3 พฒั นาการดา้ นสังคม

3.1 รบั ร้แู ละสรา้ งปฏิสมั พนั ธก์ ับบคุ คลและสิง่ แวดลอ้ มรอบตัว

3.2 ช่วยเหลอื ตนเองได้เหมาะสมกบั วัย

4. พัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา

4.1 สื่อความหมายและใช้ภาษาไดเ้ หมาะสมกบั วัย

4.2 สนใจเรียนรู้สง่ิ ตา่ งๆ รอบตัว

1. พัฒนาการดา้ นร่างกาย

คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ที่ 1 รา่ งกายเจรญิ เติบโตตามวัยและมีสุขภาพดี

คณุ ลกั ษณะ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ (ศูนย์พัฒนาเด็กเลก็ )
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

1.1 มีน้ำหนกั ส่วนสูง - น้ำหนักสว่ นสูง - นำ้ หนัก ส่วนสูง - น้ำหนัก สว่ นสงู

และเสน้ รอบศรี ษะตาม ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์

เกณฑ์อายุ - เสน้ รอบศรี ษะ - เสน้ รอบศรี ษะ - เสน้ รอบศีรษะ

ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์

1.2 มีร่างกายแข็งแรง - มีภมู ติ ้านทานโรค ไม่ - มีภูมิตา้ นทานโรค ไม่ - มีภมู ิต้านทานโรค ไม่
ปว่ ยบอ่ ย ขบั ถ่าย เปน็
ป่วยบอ่ ย ขับถา่ ยเปน็ ปว่ ยบอ่ ย ขับถ่ายเปน็ เวลา รบั ประทาน
อาหาร นอน พักผอ่ น
เวลา รับประทาน เวลา รับประทาน เหมาะสมกับวัย

อาหาร นอนพักผ่อน อาหาร นอนพักผ่อน

เหมาะสมกบั วยั เหมาะสมกบั วัย

หลกั สตู รสถานศึกษาระดับปฐมวยั : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)



คณุ ลกั ษณะ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ (ศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ )
(แกนกลาง)
1.3 รักษาความ อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี
ปลอดภัยของตนเอง - เล่นและทำกจิ กรรม
และผอู้ น่ื อยา่ งปลอดภัยเม่อื มี - เล่นและทำกิจกรรม - เล่นและทำกิจกรรม
ผูช้ ีแ้ นะ
อย่างปลอดภยั ด้วย และปฏิบัติตนต่อผ้อู น่ื

ตนเอง อยา่ งปลอดภัย

1. พัฒนาการด้านร่างกาย (ตอ่ )

คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ท่ี 2 ใชอ้ วยั วะของรา่ งกายได้ประสานสมั พนั ธก์ นั

คุณลกั ษณะ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สภาพท่ีพึงประสงค์ (ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ )
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

2.1 ใชก้ ล้ามเน้ือใหญ่ - นงั่ ยองๆ เลน่ โดยไม่ - สามารถนงั่ ยองๆ เล่น - สามารถน่งั ยองๆ เล่น

ไดเ้ หมาะสมกบั วยั เสียการทรงตัว โดยไม่เสียการทรงตัว โดยไมเ่ สยี การทรงตัว

- เดนิ ถอยหลงั ได้ - เดนิ ถอยหลังได้ - เดนิ ถอยหลงั ได้

- เดินขึ้นลงบันไดโดย - เดินขึน้ ลงบนั ไดโดยมือ - เดนิ ขึน้ ลงบนั ไดโดยมือ

มือข้างหนึง่ จับราว ขา้ งหน่ึงจับราวและ ข้างหนง่ึ จับราวและ

และก้าวเทา้ โดยมี กา้ วเทา้ โดยมีสองเทา้ กา้ วเทา้ โดยมีสองเทา้

สองเทา้ ในขนั้ ในขัน้ เดยี วกัน ในขน้ั เดยี วกนั

เดียวกัน - กระโดดอยู่กับที่โดย - กระโดดอยู่กบั ทีโ่ ดย

- กระโดดอยู่กบั ท่โี ดย เทา้ พ้นพนื้ ทง้ั 2 ขา้ ง เทา้ พ้นพ้นื ทงั้ 2 ขา้ ง

เท้าพ้นพื้นท้ัง 2 ขา้ ง

2.2 ใช้กล้ามเนื้อเล็ก - จบั สีเทียนแท่งใหญ่ - จบั สเี ทียนแท่งใหญ่ - จบั สเี ทียนแท่งใหญ่

และประสานสมั พนั ธ์ เพื่อขีดเขียนได้ เพอื่ ขดี เขียนได้ เพอ่ื ขดี เขยี นได้

มอื -ตา ได้เหมาะสมกบั - เลยี นแบบลากเส้น - เลียนแบบลากเส้นเปน็ - เลยี นแบบลากเส้นเปน็

วยั เปน็ วง ต่อเนอื่ งหรือ วง ตอ่ เน่อื งหรือ วง ต่อเน่อื งหรือ

เสน้ ตรงแนวดง่ิ เสน้ ตรงแนวดงิ่ เสน้ ตรงแนวด่ิง

2. พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ที่ 3 มคี วามสุขและแสดงออกทางอารมณไ์ ด้เหมาะสมกับวยั

คุณลักษณะ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ (ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ )
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

3.1 รา่ เริง แจ่มใส - อารมณด์ ี ยิม้ แย้ม - แสดงความร้สู ึกออก - แสดงความรู้สึก โกรธ

หัวเราะงา่ ยแววตามี ทางสีหนา้ ท่าทาง ดีใจ เสยี ใจ

ความสุข - แสดงความกงั วลเมื่อ - แสดงอารมณ์

แยกออกจากคน ความรู้สึกได้เหมาะสม

ใกล้ชิด ตามสถานการณ์

หลักสตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บ้านถอ่ นพัฒนา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)



คณุ ลักษณะ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ (ศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ )
3.2 แสดงออกทาง
อารมณ์ได้ อย่าง (แกนกลาง) อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี
เหมาะสมกบั วัย
- แสดงความภาคภมู ใิ จ - แสดงความภาคภูมใิ จ - แสดงความภาคภมู ิใจ
3.3 สนใจและมี
ความสุขกบั ธรรมชาติ เมอ่ื ทำสิ่งต่างๆ เม่ือทำสิง่ ต่างๆ สำเรจ็ เมื่อทำสงิ่ ต่างๆ สำเรจ็
ส่ิงสวยงาม ดนตรแี ละ
จังหวะการเคลื่อนไหว สำเรจ็ - ชอบพูดคำว่า “ไม”่ - ชอบพูดคำว่า “ไม”่

- ชอบพูดคำวา่ “ไม่” แมจ้ ะเปน็ สิ่งที่ต้องการ แมจ้ ะเปน็ สิ่งท่ตี อ้ งการ

แม้จะเปน็ สิ่งที่

ตอ้ งการ

- ตอบสนองต่อ - แสดงท่าทางประกอบ - มีส่วนรว่ มดูแลรักษา

ธรรมชาติ เสยี งเพลง เพลงพร้อมอปุ กรณ์ ธรรมชาตแิ ละ

จังหวะดนตรี และส่ิง - การละเล่นพื้นบา้ นของ สิ่งแวดล้อม เม่ือมีผู้

สวยงามต่างๆ อย่าง ชมุ ชน โดยใช้สอื่ วสั ดุ ช้แี นะ

เพลดิ เพลิน จากธรรมชาตขิ องแต่ - รูจ้ กั ทิ้งขยะถูกที่

ละท้องถ่นิ นนั้ ตาม - การละเลน่ พื้นบ้านของ

คำแนะนำ ชุมชน โดยใชส้ ่ือวสั ดุ

จากธรรมชาติของแต่

ละทอ้ งถิ่นน้ันๆ

3. พฒั นาการดา้ นสังคม

คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ท่ี 4 รบั ร้แู ละสร้างปฏสิ ัมพันธก์ ับบคุ คลและส่งิ แวดล้อมรอบตวั

สภาพที่พึงประสงค์ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
(แกนกลาง)
คณุ ลักษณะ (ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก)

อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

4.1 ปรับตวั เขา้ กบั - ชอบเก็บของของ - เลยี นแบบพฤติกรรมท่ี - เลยี นแบบพฤติกรรมที่

สง่ิ แวดล้อมใกล้ตวั ตนเองไว้ใกลต้ วั และ พบเห็น ตนชื่นชอบ

ไมช่ อบแบ่งปันผอู้ น่ื - สนใจสิ่งแปลกใหม่ - เรยี นรู้สง่ิ ตา่ งๆ จาก

- ฝึกเรียนร้สู ่ิงต่างๆ จาก กิจวัตรประจำวนั

กิจวัตรประจำวัน - รู้จักแบ่งปนั ชว่ ยเหลือ

- แสดงออกความเป็น - เกบ็ ของเล่นเข้าที่

เจ้าของ

4.2 เลน่ และร่วมทำ - รอคอยชว่ งสนั้ ๆ - เล่นของเลน่ คนเดียว - รว่ มทำกิจกรรมกลุ่มได้

กิจกรรมกับผอู้ น่ื ได้ตาม - เล่นร่วมกับคนอื่น แต่ - ฝกึ ใหร้ ูจ้ กั การรอคอย เช่น เก็บใบไม้ รด

วัย ต่างคนต่างเล่น - ฝกึ การแบง่ ปันและอยู่ ต้นไม้

ร่วมกบั ผูอ้ ื่น - ชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื แบง่ ปัน

- มสี มาธใิ นการฟังระยะ

สน้ั ๆ

- สามารถเลน่ กับผ้อู ่นื ได้

- รจู้ ักรอคอย

- ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงได้

หลักสตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ บ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๑๐

3. พฒั นาการดา้ นสงั คม (ต่อ)

คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ท่ี 5 ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย

คณุ ลักษณะ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ (ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก)
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

ทำกิจวัตรประจำวนั - สวมเส้อื ผา้ โดยมี - สวมเส้อื ผา้ โดยมีคน - สวมเสอ้ื ผา้ เองได้

ดว้ ยตนเองได้ตามวัย คนช่วย ช่วย - รบั ประทานอาหารเอง

- บอกได้ว่าตนเอง - บอกไดว้ า่ ตนเอง ได้

ต้องการขับถา่ ย ตอ้ งการขบั ถา่ ย - บอกความต้องการ

- รบั ประทานอาหารเอง ขับถ่ายของตนเองได้

ได้บ้าง - ด่ืมนำ้ เองได้

- ด่ืมน้ำเองได้ - แปรงฟนั เองได้

- แปรงฟนั โดยมคี น - เกบ็ ของเขา้ ที่ของ

แนะนำ ตนเองได้

- เก็บของเขา้ ท่ีได้ โดยมี - สวมรองเท้าได้เอง

คนแนะนำ - รู้จักการรอคอย

- สวมใส่รองเทา้ ได้ - เขา้ แถวได้ตามลำดบั

- รจู้ กั การรอคอย หนา้ หลัง

- เข้าแถวไดต้ าม

คำแนะนำ

4. พฒั นาการด้านสติปญั ญา

คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ท่ี 6 ส่ือความหมายและใช้ภาษาได้เหมาะสมกับวัย

คุณลกั ษณะ สภาพที่พึงประสงค์ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ (ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ )
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

6.1 รบั รู้และเข้าใจ - ร้องเพลงได้บางคำ - รอ้ งเพลงได้บางคำ - รอ้ งเพลงได้

ความหมายของ และรอ้ งเพลงคลอ - ท่องคำคล้องจองง่ายๆ - เล่าเร่ืองจาก

ภาษาได้ตามวยั ตามทำนอง ได้ ประสบการณ์ท่ีพบ

- สนใจดหู นงั สือ นทิ าน - เลา่ เรอ่ื งจากภาพได้ มาได้

ภาพ บ้าง - ฟงั นทิ านแล้วสามารถ

เลา่ ตามได้

6.2 แสดงออกและ - พดู เป็นวลสี ้ันๆ - บอกความต้องการของ - มกั จะถามคำถาม

หรือพดู เพ่อื สื่อ - มักจะถามคำถาม ตนเองและผู้อืน่ ได้ “อะไร” และ“ทำไม”

ความหมายได้ “อะไร” และ - พดู เปน็ วลสี ั้นๆ ได้ - แสดงทา่ ทางบอกความ

“ทำไม” - พูดสนทนาโต้ตอบเป็น ตอ้ งการของตนได้

ประโยคสนั้ ๆ ได้ - บอกสีได้

- บอกสไี ด้บ้าง

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๑๑

4. พฒั นาการดา้ นสตปิ ญั ญา (ต่อ)

คุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ 7 สนใจเรียนรู้ส่งิ ตา่ งๆ รอบตัว

คณุ ลักษณะ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)
(แกนกลาง)
อายุ 2 ปี อายุ 3 ปี

7.1 สนใจและเรียนรู้ - อยากเรยี นรสู้ งิ่ ต่างๆ - สนใจสิง่ แปลกใหม่ท่ี - สนใจสงิ่ แปลกใหม่ที่

ส่งิ ตา่ งๆรอบตัว - ถามบ่อย ถามซ้ำ ตนพบเห็นได้บ้าง ตนพบเหน็ ได้

- จดจอ่ ตอ่ ส่ิงใดสิง่ หนึ่งได้ - สนใจสิง่ แวดล้อม - สนใจสิง่ แวดล้อม

ยาวนานขึ้น รอบตัวไดบ้ ้าง รอบตัวได้

- จดจำส่งิ ของเคร่ืองใช้ - จดจำส่งิ ของเคร่ืองใช้

ของตนเองไดบ้ ้าง ของตนเองได้

- จดจำสญั ลักษณ์ของ

ตนเองได้

7.2 เรยี นรผู้ า่ นการ - เลยี นแบบการกระทำผู้ - เลียนแบบท่าทางได้ - เลียนแบบท่าทางได้

เลียนแบบ ใกล้ชดิ หรอื เด็กอืน่ บ้าง - เลียนแบบจาก

- พยายามเลยี นเสียง - เลยี นแบบจากบทบาท บทบาทสมมุติได้

ตา่ งๆ สมมตุ ิได้บ้าง - เลยี นแบบจากสอ่ื

- เลยี นแบบจากสื่อตา่ งๆ ต่างๆ เชน่ นิทาน ทวี ี

เช่น นทิ าน การ์ตนู ทีวี การ์ตูน ได้

ได้บ้าง

7.3 สำรวจโดยใช้ - ค้นหาของท่ถี ูกซ่อนโดย - สามารถบอกกล่ิน - สามารถบอกกลน่ิ

ประสาทสมั ผัส มสี ิ่งปกปิด 2-3 ชั้น เหม็น-หอมจากการดม ตา่ งๆ ได้

- ชอบละเลงสดี ว้ ยมือ ได้ - สามารถบอก

- สามารถบอกความรสู้ กึ ความร้สู ึกจากการ

จากการสมั ผัสของ สัมผัสสิ่งของต่างๆ ได้

อย่างงา่ ย เชน่ รอ้ น- - สามารถบอกเสยี ง คน

เย็น , แขง็ -นม่ิ สตั ว์ สิง่ ของไดบ้ า้ ง

- สามารถบอกเสยี งจาก - สามารถบอกความ

การฟังเสียง คน สัตว์ เหมือน-แตกต่าง ได้

สิง่ ของ ท่ีคนุ้ เคย - สามารถบอกรสชาติ

- สามารถบอกความ จากการดมได้

เหมอื น-แตกต่างได้

บ้าง

- สามารถบอกรสชาติ

จากการดมได้

บางอย่าง

หลกั สูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็กบ้านถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๑๒

สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สำหรับเด็กอายุ ๒-๓ ปี เป็น
ส่ือกลางในการจัดประสบการณ์ เพ่ือส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจสังคมและ
สติปัญญา ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเด็ก โดยจัดในรูปแบบหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการหรือเลือกรูปแบบท่ี
เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย สาระการเรียนรู้ประกอบไปด้วย ๒ ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญและสาระท่ีควร
เรียนรู้ดังน้ี
1. ประสบการณส์ ำคัญ
ประสบการณ์สำคัญ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องให้เด็กอายุ 2-3 ปี ได้ลงมือทำด้วยตนเอง เพ่ือ
พัฒนาท้ังทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เนื่องจากเป็นรากฐานของการพัฒนาการก้าว
ตอ่ ไป ตลอดจนเป็นปัจจยั สำคัญทก่ี ำหนดความสามารถ แรงจงู ใจใฝเ่ รียนรู้ และความกระตือรือรน้ ในการพฒั นา
ตนเองของเด็ก ท่ีจะส่งผลต่อเนื่องไปสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ประสบการณ์ สำคัญจะเกี่ยวข้องกับการจัด
สภาพแวดล้อมทุกด้านที่กระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับส่ิงต่างๆ
รอบตัว ในวิถีชีวิตของเด็กและในสังคมภายนอก อันจะส่ังสมเป็นทักษะพ้ืนฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และ
สามารถพัฒนาต่อเนื่องไปสูร่ ะดบั ท่สี ูงขึ้น
ประสบการณส์ ำคัญที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาของ
เด็กน้ัน ครูจำเป็นต้องสนับสนุนให้เด็กได้มีประสบการณ์ตรงด้วยการใช้ประสาทสัมผัสท้ังห้าในการเคลื่อนไหว
ร่างกายส่วนต่างๆ การสร้างความรัก ความผูกพันกับคนใกล้ชิด การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนส่ิงต่างๆ รอบตัว และ
การรู้จักการใช้ภาษาสื่อความหมาย ดังนั้น การฝึกทักษะต่างๆ ต้องให้เด็กลองผิดลองถูก สำรวจ ทดลอง และ
ลงมอื กระทำจริง การปฏิสัมพันธ์กับวัตถุส่ิงของ บุคคล และธรรมชาตริ อบตัวเด็กตามบริบทของสภาพแวดล้อม
จำเปน็ ต้องมีการจดั ประสบการณส์ ำคัญแบบองค์รวมที่ยึดเด็กเป็นสำคญั ดังตอ่ ไปน้ี
1.1 ประสบการณ์สำคัญท่ีส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส
พัฒนาการใช้กล้ามเน้ือใหญ่ กล้ามเน้ือเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาทในการทำ
กิจวตั รประจำวันหรือการทำกิจกรรมต่างๆ การนอนหลับพกั ผ่อน การดแู ลสุขภาพอนามยั และความปลอดภัย

ประสบการสำคญั ที่ควรส่งเสริม ประกอบด้วย การเคล่ือนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายตามจังหวะ
ดนตรี การเล่นออกกำลังกาลางแจ้งอย่างอิสระ การเคล่ือนไหวและการทรงตัว การกระโดด การว่ิง การ
ประสานสัมพันธข์ องกล้ามเน้อื และระบบประสาท การเล่นเครือ่ งเล่นสมั ผัส การวาด การเขยี น ขดี เขี่ย การปั้น
การฉีก การตัดปะ การระบายสี การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ของใช้ส่วนตัว และการรักษาความ
ปลอดภยั เปน็ ตน้

1.2 ประสบการณ์สำคญั ทสี่ ่งเสริมพัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ เป็นการสนับสนุนใหเ้ ด็กไดแ้ สดงออก
ทางอารมณ์และความรู้สึกท่ีเหมาะสมตามวัย มีความสุข ร่าเริง แจ่มใส ได้พัฒนาความรู้สึกท่ีดีต่อตนเองและ
ผู้อื่น มีความเช่ือม่ันในตนเองจากการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ครูเป็นบุคคลมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งใน
การทำให้เดก็ รสู้ ึกเปน็ ที่รัก อบอุ่น ม่ันคง เกิดความรู้สึกปลอดภยั ไว้วางใจซึ่งจะส่งผลให้เด็กเกิดความรสู้ ึกทีด่ ีต่อ
เองและเรยี นรูท้ จ่ี ะสร้างความสัมพนั ธ์ท่ดี ีกบั ผอู้ ่ืน

ประสบการณ์สำคัญท่ีควรส่งเสริม ประกอบด้วย การรับรู้อารมณ์หรือความรสู้ ึกของตนเอง การ
แสดงอารมณ์ที่เป็นสุข การควบคุมอารมณ์และการแสดงออก การเล่นอิสระ การเล่นบทบาทสมมุติ การชื่นชม
ธรรมชาติ การเพาะปลูกอย่างง่าย การเลี้ยงสัตว์ การฟังนิทาน การร้องเพลง การท่องคำคล้องจอง การทำ
กิจกรรมศิลปะตา่ งๆ ตามความสนใจของเดก็ เป็นตน้

1.3 ประสบการณ์สำคัญท่ีส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส
ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวในชีวิตประจำวัน ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ และปรับตัวอยู่ใน

หลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๑๓

สังคม เด็กควรมีโอกาสได้เลน่ และทำกจิ กรรมรว่ มกับผูอ้ ่ืน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ เด็กวยั เดยี วกันหรอื ต่างเพศตา่ งวัย
อย่างสม่ำเสมอ

ประสบการณส์ ำคัญท่ีควรสง่ เสริม ประกอบด้วย การช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน
ตามวัย การเล่นอิสระ การเล่นร่วมกับผู้อื่น การแบ่งปันหรือการให้ การอดทนรอคอยตามวัย การใช้ภาษาบอก
ความต้องการ การออกไปเล่นนอกบ้าน การไปสวนสาธารณะ การร่วมกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ กับทางศูนย์
พัฒนาเด็กเล็ก การร่วมกิจกรรมกับทางศาสนา และการร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อบต. กิจกรรม
รณรงค์ต่างๆ ของหนว่ ยงานสาธารณสุข เปน็ ตน้

1.4 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และ
เรยี นรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวในชีวติ ประจำวันผ่านประสาทสัมผัสทงั้ ห้า และการเคล่ือนไหว ได้พฒั นาการใช้ภาษาสื่อ
ความหมายและความคิด รู้จักสังเกตคุณลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสี ขนาด รูปร่าง รปู ทรง ผิวสัมผัส จดจำชื่อ
เรียกส่ิงต่างๆ รอบตัว

ประสบการณ์สำคัญท่ีควรส่งเสริม ประกอบด้วย การตอบคำถามจากการคิด การเช่ือมโยงจาก
ประสบการณ์เดิม การเรียงลำดับเหตุการณ์ การยืดหยุ่นความคิดตามวัย การจดจ่อใส่ใจ การสังเกตวัตถุหรือ
สง่ิ ของท่ีมสี ีสันและรูปทรงที่แตกต่างกัน การฟังเสียงต่างๆ รอบตัว การฟังนิทานหรอื เรื่องราวส้ันๆ การพูดบอก
ความต้องการ การเล่าเรื่องราว การสำรวจ การทดลองค้นคว้าหาคำตอบอย่างง่ายๆ การคิดวางแผนท่ีไม่
ซับซ้อน การทำโครงงานตามความสนใจเด็ก การคิดตัดสินใจหรือคิดแก้ปัญหาในเร่ืองที่ง่ายๆ ด้วยตนเอง การ
แสดงความคิดสรา้ งสรรค์ และจนิ ตนาการ เป็นต้น
2. สาระที่ควรเรียนรู้

สาระทีจ่ ะให้เดก็ อายุ 2-3 ปี เรยี นรู้ ควรเป็นเรื่องที่เกยี่ วกับตวั เด็กเป็นลำดับแรกแลว้ จงึ ขยายไปสู่เร่ือง
ทีอ่ ยู่ไกลตวั เด็กเพ่ือนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เด็กควรได้รับการอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการและ
การเรยี นรู้ใหเ้ หมาะสมตามวัย ดังน้ี

2.1 เร่ืองราวเก่ียวกบั ตวั เด็ก เดก็ ควรเรียนรูเ้ ก่ียวกับชอ่ื และเพศของตนเอง การเรียกช่อื อวัยวะส่วน
ต่างๆ ของร่างกาย การดูแลตนเองเบ้ืองต้น โดยมีผู้ใหญ่ให้การช่วยเหลือ การล้างมือ การขับถ่าย การ
รบั ประทานอาหาร การแปรงฟัน การอาบน้ำ การถอดและสวมเส้ือผา้ การรักษาความปลอดภัย การเก็บของใช้
ประจำตัว เช่น รองเท้า กระเป๋า แกว้ น้ำ เก็บผลงานของตนเองในสัญลักษณ์ประจำตัว ฯลฯ และการนอนหลับ
พักผอ่ น

2.2 เร่ืองราวเก่ียวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมรอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เก่ียวกับบุคคลภายใน
ครอบครวั และบุคคลภายนอกครอบครัว การรู้จักชื่อเรียกหรือสรรพนามแทนตัวของญาตหิ รือผเู้ ล้ียงดู วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
กับผู้อื่นอย่างเหมาะสม การทักทาย การไหว้ การเล่นกับผู้อ่ืน การไปเท่ียวในสถานท่ีต่างๆ เช่น ตลาด ร้านค้า
วัด สถานท่ีสำคัญทางโบราณสถาน โบราณวัตถุ และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เช่น กิจกรรมทางศาสนา
วัฒนธรรม และประเพณีในท้องถิ่น

2.3 เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เก่ียวกับการสำรวจส่ิงต่างๆ ในธรรมชาติ
รอบตัว เช่น สัตว์ พืช ดอกไม้ ใบไม้ ผ่านการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การเล่นน้ำ เล่นทราย การเลี้ยงสัตว์ การ
เดินเล่นในสวนสาธารณะ การเพาะปลูกตน้ ไม้อย่างงา่ ย

2.4 เรือ่ งราวเก่ียวกับส่ิงต่างๆ รอบตวั เด็ก เด็กควรเรยี นรู้เก่ยี วกับช่ือของเล่นของใช้รอบตวั เด็ก การ
เชื่อมโยงลักษณะหรือคุณสมบัติอย่างง่ายๆ ของส่ิงต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก เช่น แสง สี เสียง รูปร่าง รูปทรง
ขนาด ผิวสัมผัส ความแข็ง นมุ่ การเปรยี บเทยี บสิ่งทเ่ี หมอื น ความแตกตา่ ง การชงั่ น้ำหนกั การนับจำนวน

หลกั สูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็กบ้านถ่อนพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๑๔

3. หนว่ ยการเรียนรู้สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี

สาระการเรยี นรตู้ าม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรยู้ อ่ ย
หลักสตู ร พ.ศ.2560 ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก (รวม 50 หน่วย)
1. ชอ่ื เล่นของเด็ก
1. เรื่องราวเกี่ยวกับ เรอ่ื งราว แรกรับประทบั ใจ 2. ชื่อเล่นของเพ่ือน
ตวั เด็ก เก่ยี วกับตวั เด็ก (สัปดาหท์ ่ี 1) 3. ชือ่ เลน่ คณุ ครูประจำชั้น
4. ช่ือศพด
แรกรับประทบั ใจ 5. สถานทตี่ ้งั ของศพด.
(สัปดาห์ท่ี 2) 1. การทกั ทายกนั
2. เพศชายและเพศหญงิ
เด็กดมี ีวินยั 3. รปู ร่างลักษณะหน้าตา
(สัปดาหท์ ่ี 3) 4. หน้าท่ขี องตนเอง
5. แนะนำตนเอง
อวยั วะของหนู 1. ของใชส้ ่วนตัวเด็ก
(สัปดาห์ที่ 4) 2. สญั ลักษณ์ประจำตวั
3. การเก็บของเข้าที่
การดูแลรักษา 4. การปฏบิ ตั ิตนในการใช้ห้องน้ำ
อวัยวะของหนู 5. การปฏบิ ัติตนตามข้อตกลงของ
(สัปดาห์ท่ี 5) ห้องเรยี น
1. หน้าทขี่ องตา
หนูนอ้ ยนักสัมผัส 2. หนา้ ท่ีของหู
(สัปดาหท์ ี่ 6) 3. หนา้ ทข่ี องจมูก
4. หนา้ ทขี่ องปาก
5. หน้าที่ของมือ และเทา้
1. การดแู ลรกั ษาตา
2. การดแู ลรกั ษาหู
3. การดแู ลรกั ษาจมูก
4. การดูแลรกั ษาปาก
5. การดแู ลรักษามือ และเทา้
1. การมองเห็น
2. การดมกลนิ่
3. การไดย้ ิน
4. การชิมรส
5. การสัมผัส

หลกั สูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๑๕

สาระการเรยี นรู้ตาม สาระการเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูย้ ่อย
หลกั สตู ร พ.ศ.2560 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (รวม 50 หน่วย)
1. อาหารดีมปี ระโยชน์
กนิ ดี อย่ดู ี มีสขุ 2. ความสำคัญของการรับประทาน
(สัปดาหท์ ่ี 7) อาหาร
3. การลา้ งมือ
ขยับกายสบายชีวี 4. การแปรงฟัน
(สปั ดาหท์ ่ี 8) 5. สขุ นสิ ัยในการขบั ถ่าย
1. ประโยชนข์ องการพกั ผ่อน
ปลอดภัยไว้ก่อน 2. ประโยชน์ของการออกกำลังกาย
(สปั ดาหท์ ่ี 9) 3. การปฏบิ ตั ิตนในการออกกำลัง
กายและการพักผอ่ น
หนนู อ้ ยนา่ รกั 4. ประเภทของการออกกำลงั กาย
(สปั ดาห์ท่ี 10) 5. การเลน่ เคร่ืองเล่นสนาม
1. ความปลอดภัยในการเลน่
หนูทำได้ 2. ความปลอดภยั ในการใช้
(สัปดาห์ท่ี 11) เครือ่ งใช้ไฟฟ้าและของมีคม
3. ความปลอดภัยในการใช้ยา
เด็กดีโตไปไมโ่ กง 4. ความปลอดภัยบนท้องถนน
(สปั ดาหท์ ี่ 12) 5. ความปลอดภยั ของตนเองจาก
ผอู้ ื่น
1. มารยาทในการรับประทาน
อาหาร
2. มารยาทในการฟงั พดู
3. มารยาทในการเดินผา่ นใหญ่
4. การน่ังอยา่ งถูกวิธี
5. การนอนอย่างถกู วิธี
1. มารยาทในการไหว้ผใู้ หญ่
2. มารยาทในการกราบผ้ใู หญ่
3. มารยาทในการกราบพระ
4. มารยาทในการรบั ของ ส่งของ
5. มารยาทในการเดนิ
1. ซอ่ื สตั ย์
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบ
3. รกั ความเป็นธรรม
4. มจี ติ สาธารณะ
5. มีความพอเพียง

หลักสตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๑๖

สาระการเรยี นรู้ตาม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรยี นรยู้ ่อย

หลักสตู ร พ.ศ.2560 ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก (รวม 50 หน่วย) 1. ความหมายของบ้าน
2. พืน้ ท่รี อบบ้าน
2. เรื่องราวเกีย่ วกบั เรอื่ งราวเกีย่ วกบั บ้านแสนสุข 3. ประเภทของบา้ น
บคุ คลและ บุคคลและ (สัปดาหท์ ี่ 13) 4. หอ้ งภายในบา้ น
ส่งิ แวดล้อมรอบ สงิ่ แวดลอ้ มรอบ 5. การรกั ษาความสะอาดบา้ น
ตัวเด็ก ตัวเดก็ 1. ความสมั พันธ์ของบุคคลใน
ครอบครัว
ครอบครวั สุขสนั ต์ 2. หนา้ ท่ขี องบคุ คลในครอบครวั
(สปั ดาห์ที่ 14) 3. การปฏิบัตติ นท่ดี ตี อ่ บุคคลใน
ครอบครวั
บ้านใกล้เรือนเคยี ง 4. การมีส่วนรว่ มของบคุ คลใน
(สัปดาห์ที่ 15) ครอบครัว
5. ส่งิ ที่จำเปน็ ต่อบุคคลใน
โรงเรยี นของฉัน ครอบครวั
(สัปดาหท์ ี่ 16) 1. ชอื่ เพือ่ นบ้าน
2. การปฏบิ ตั ติ นตอ่ เพ่ือนบ้าน
ชมุ ชนน่าอยู่ 3. การปฏิบัติตนในการชว่ ยเหลือซ่งึ
(สัปดาหท์ ี่ 17) กนั และกนั
4. การร่วมกิจกรรมกับเพ่ือนบา้ น
5. การอย่รู ่วมกันอย่างมีความสขุ

1. ชื่อโรงเรยี น ตราสัญลักษณ์ของ
โรงเรยี น
2. อาคาร สถานท่ใี นโรงเรยี น
3. บุคคลในโรงเรยี น
4. การปฏบิ ตั ติ นภายในโรงเรียน
5. การดูแลรกั ษาสถานทตี่ ่างๆ
ภายในโรงเรียน
1. ช่อื ชุมชน
2. ความสำคัญของสถานท่ีใน
ชุมชน
3. การรว่ มกจิ กรรมในชมุ ชน
4. การมีสว่ นร่วมในชุมชน
5. การดูแลสาธารณสมบตั ิท่ีใช้
รว่ มกนั ในชุมชน

หลกั สูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กบ้านถอ่ นพัฒนา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๑๗

สาระการเรยี นรตู้ าม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรยี นรยู้ ่อย
หลักสตู ร พ.ศ.2560 ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ (รวม 50 หน่วย)
1. ช่ือและสถานทตี่ ้งั
2. เร่อื งราวเกี่ยวกับ เรื่องราวเกีย่ วกับ จังหวดั ของเรา 2. ลกั ษณะภมู ิประเทศของจังหวัด
บุคคลและ บคุ คลและ (สัปดาห์ที่ 18) 3. อาหารพืน้ เมอื งของจงั หวัด
สิ่งแวดล้อมรอบ สิ่งแวดล้อมรอบ 4. ศาสนาและประเพณที ้องถิน่
ตวั เดก็ (ตอ่ ) ตวั เดก็ 5. สถานที่สำคญั ของจังหวดั
1. อาชีพของพ่อแมเ่ รา
อาชพี ใกล้ตัว 2. คณุ ครูท่รี ัก
(สปั ดาห์ท่ี 19) 3. คุณหมอ นางพยาบาล
4. พอ่ คา้ แม่ค้า
อาชีพในฝัน 5. ชาวนา
(สปั ดาหท์ ี่ 20) 1. ชื่ออาชีพ
2. การแต่งกายของแต่ละอาชีพ
สมาชิกประเทศ 3. สถานที่ที่ใช้ปฏบิ ตั งิ าน
อาเซียน 4. เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการประกอบ
(สัปดาหท์ ี่ 21) อาชีพ
5. ความรู้สึกท่ีดตี อ่ อาชีพ
บ้านและเพ่ือนบ้าน 1. ช่ือประเทศและธงชาติประเทศของ
อาเซยี น สมาชกิ อาเซียน
(สปั ดาห์ท่ี 22) 2. ดอกไมป้ ระจำชาติสมาชิก
อาเซียน
3. ตน้ ไมป้ ระจำชาตสิ มาชิกอาเซียน
4. สตั วป์ ระจำชาตสิ มาชิกอาเซยี น
5. เพลงประจำชาตอิ าเซียนตนเอง
จากผู้อ่นื
1. สถานทส่ี ำคัญและแหล่งท่องเทีย่ ว
2. อาชีพและสนิ คา้ เศรษฐกจิ
3. ฤดูกาล
4. ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
5. พิบตั ภิ ยั และภัยธรรมชาติ

หลกั สตู รสถานศึกษาระดับปฐมวยั : ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๑๘

สาระการเรยี นรตู้ าม สาระการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ย่อย
หลักสูตร พ.ศ.2560 ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก (รวม 50 หน่วย)
1. วนั เด็กแห่งชาติ
2. เรอ่ื งราวเกยี่ วกับ เรอ่ื งราวเกีย่ วกบั วันสำคญั ของบุคคล 2. วนั ครู
บุคคลและ บุคคลและ สำคัญของชาติ 3. วันพ่อแหง่ ชาติ
ส่ิงแวดล้อมรอบ สิ่งแวดล้อมรอบ (สปั ดาหท์ ี่ 23) 4. วันแม่แหง่ ชาติ
ตัวเด็ก (ต่อ) ตัวเดก็ 5. วันเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลท่ี 10
1. วันมาฆบูชา
วันสำคัญทางศาสนา 2. วนั วสิ าขบูชา
(สัปดาหท์ ี่ 24) 3. วันอาสาฬหบูชา
4. วนั เข้าพรรษา
วนั สำคญั ประเพณี 5. วันออกพรรษา
ไทยและวนั สากล 1. วันสงกรานต์
(สัปดาห์ที่ 25) 2. วันลอยกระทง
3. การสืบสานประเพณีไทย
4. วนั ขน้ึ ปีใหม่
5. วนั คริสต์มาส

สาระการเรียนรู้ตาม สาระการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ยู อ่ ย
หลักสูตร พ.ศ.2560 ศูนย์พฒั นาเด็กเล็ก (รวม 50 หน่วย)
3. ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาตริ อบตวั รู้จกั ส่ิงมชี วี ิต 1. ชอื่ สิ่งมชี วี ติ
2. ลกั ษณะของส่ิงมชี วี ิต
(สปั ดาห์ท่ี 26) 3. ประโยชนจ์ ากสงิ่ มชี วี ิต
4. โทษจากสิ่งมีชีวิต
รู้จกั สิ่งไม่มีชีวติ 5. การดูแลรกั ษาสิ่งมชี วี ติ
(สปั ดาหท์ ่ี 27) 1. ชื่อสงิ่ ไมม่ ีชวี ติ
2. ลกั ษณะของสง่ิ ไมม่ ีชีวติ
สัตว์โลกนา่ รกั 3. ประโยชน์จากสงิ่ ไม่มชี ีวิต
(สัปดาหท์ ี่ 28) 4. โทษจากสง่ิ ไม่มชี ีวติ
5. การดูแลรกั ษาสิ่งไมม่ ีชีวิต
1. ความหมายของสัตว์เล้ยี ง
2. รูปรา่ งลักษณะของสัตวเ์ ลี้ยง
3. ทอี่ ย่อู าศยั ของสตั วเ์ ล้ยี ง
4. อาหารของสัตว์เลีย้ ง
5. การดูแลสัตว์เลี้ยง

หลกั สตู รสถานศึกษาระดับปฐมวยั : ศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ บ้านถ่อนพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๑๙

สาระการเรียนร้ตู าม สาระการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ สาระการเรียนรยู้ อ่ ย
หลักสูตร พ.ศ.2560 ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก (รวม 50 หน่วย)
3. ธรรมชาตริ อบตัว ธรรมชาตริ อบตัว โลกของแมลง 1. ชอ่ื ของแมลง
2. ประเภทของแมลง
(ตอ่ ) (สัปดาห์ท่ี 29) 3. ส่วนประกอบของแมลง
4. ท่ีอยูอ่ าศัยของแมลง
ตน้ ไม้แสนรกั 5. การป้องกันตนเองจากแมลงมพี ิษ
(สปั ดาหท์ ่ี 30) 1. รูปรา่ ง ลกั ษณะของตน้ ไม้
2. สว่ นประกอบของต้นไม้
รจู้ กั ผัก 3. การปลูกต้นไม้
(สปั ดาหท์ ี่ 31) 4. การดแู ลรักษาต้นไม้
5. ประโยชน์และโทษของต้นไม้
รู้จกั ผลไม้ 1. ช่ือของผัก
(สัปดาห์ที่ 32) 2. ลักษณะและสีของผัก
3. วธิ กี ารรับประทานผัก
ดอกไม้งามตา 4. ประโยชนข์ องผกั
(สปั ดาห์ท่ี 33) 5. การปลูกผกั และดแู ลผกั
1. ชอื่ ของผลไม้
ข้าวมหัศจรรย์ 2. ลกั ษณะและสขี องผลไม้
(สัปดาหท์ ี่ 34) 3. วธิ ีการรบั ประทานผลไม้
4. ประโยชน์ของผลไม้
5. การปลกู และดูแลผลไม้
1. ชื่อของดอกไม้
2. ลักษณะและสีของดอกไม้
3. ประโยชนข์ องดอกไม้
4. โทษของดอกไม้
5. การดูแลรักษาดอกไม้
1. ชนิดของขา้ ว
2. ลกั ษณะของเมล็ดข้าวเปลือก
3. ลกั ษณะของเมล็ดข้าวสาร
4. ประโยชนข์ องขา้ ว
5. การดแู ลและเกบ็ รักษาข้าว

หลกั สตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๒๐

สาระการเรียนรู้ตาม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ยอ่ ย
หลักสตู ร พ.ศ.2560 ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก (รวม 50 หน่วย)
3. ธรรมชาติรอบตัว ธรรมชาติรอบตัว รู้จักกลางวนั 1. ความหมายของกลางวนั
2. ดวงอาทิตย์ส่องแสงสวา่ ง
(ตอ่ ) (สปั ดาห์ท่ี 35) 3. กิจวตั รชว่ งเวลากลางวัน
4. การปฏบิ ตั ิตนในเวลากลางวัน
รู้จักกลางคนื 5. ประโยชนข์ องกลางวนั กับ
(สัปดาหท์ ่ี 36) สิ่งมชี ีวิต
1. ความหมายของกลางคนื
ฤดหู รรษา 2. ดวงจนั ทร์ ดวงดาว
(สัปดาหท์ ่ี 37) 3. กิจวัตรชว่ งเวลากลางคนื
4. การปฏบิ ัติตนในเวลากลางคืน
โลกสวยดว้ ยมือเรา 5. ชวี ิตสัตว์ในเวลากลางคืน
(สัปดาหท์ ี่ 38) 1. ชอื่ ฤดูกาล
2. ฤดรู ้อน
3. ฤดฝู น
4. ฤดูหนาว
5. การปฏิบตั ติ นให้เหมาะสมกับฤดูกาล
1. ความหมายประเภทของส่งิ แวดล้อม
ตามธรรมชาติ
2. ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อมตาม
ธรรมชาติ
3. ส่ิงแวดลอ้ มทม่ี นษุ ย์สร้างข้ึน
4. ประโยชน์ของสง่ิ แวดลอ้ มท่ี
มนษุ ย์สรา้ งข้นึ
5. การดแู ลรักษาสิ่งแวดลอ้ ม

หลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็กบา้ นถ่อนพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๑

สาระการเรยี นรู้ตาม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ย่อย
หลกั สูตร พ.ศ.2560 ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ (รวม 50 หนว่ ย)
4. ส่งิ ต่างๆ รอบตัว ส่ิงต่างๆ รอบตวั สง่ิ ของเครือ่ งใช้ 1. ของเลน่ ในหอ้ งเรยี น
2. สิ่งของเคร่ืองใชใ้ นห้องเรยี น
เดก็ เดก็ (สัปดาหท์ ่ี 39) 3. สงิ่ ของเครื่องใชใ้ นบ้าน
4. ประโยชนข์ องสงิ่ ของเคร่ืองใช้
ปลอดภัยใน 5. การดแู ลรักษาส่งิ ของเคร่ืองใช้
ยานพาหนะ 1. ยานพาหนะทางบก
(สัปดาหท์ ี่ 40) 2. ยานพาหนะทางน้ำ
3. ยานพาหนะทางอากาศ
การส่ือสารไร้ 4. วิธีเลอื กใช้ยานพาหนะท่ปี ลอดภยั
พรมแดน 5. การดแู ลรกั ษาสง่ิ ของเคร่อื งใช้
(สัปดาห์ท่ี 41) 1. ความหมายของการส่ือสาร
2. รบั ร้ขู ่าวสารจากโทรทศั น์
สาระแหง่ สสี ัน 3. โทรศัพทฉ์ ับไว
(สัปดาห์ท่ี 42) 4. ส่อื สารทางคอมพิวเตอร์
5. รูใ้ ชเ้ ทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
สรา้ งฝนั นักคิด 1. ชอ่ื สี
(สัปดาห์ที่ 43) 2. ประเภทของสี
3. สีทไี่ ด้จากธรรมชาติ
วิทยาศาสตร์ 4. แม่สี
สร้างสรรค์ 5. การเลือกใชส้ ีอยา่ งปลอดภัย
(สปั ดาหท์ ่ี 44) 1. เรียนรเู้ รอ่ื งตัวเลข 1-5
2. การวัดเปรยี บเทียบสง่ิ ของ 2 สิง่
3. เรขาคณติ
4. เวลา
5. ตวั เลขในชวี ิตประจำวัน เชน่ เงนิ
1. ของเล่นท่อี ยู่รอบตวั
2. การเปลี่ยนแปลงของสิง่ ต่างๆ
ในชีวติ ประจำวัน
3. เครือ่ งมอื ทางวิทยาศาสตร์
4. พลังงานในชีวติ ประจำวัน
5. การสังเกตดวงอาทติ ย์
ดวงจนั ทร์ ดวงดาว

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๒

สาระการเรยี นรูต้ าม สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ยอ่ ย

หลกั สูตร พ.ศ.2560 ศูนย์พัฒนาเดก็ เล็ก (รวม 50 หนว่ ย) 1. การจม การลอย
2. แรงดึงดดู ของแมเ่ หล็ก
4. ส่ิงตา่ งๆ รอบตัว สิ่งต่างๆ รอบตวั ทดลองสรา้ งสรรค์ 3. การเกิดเสียงดัง เสียงเบา
4. แรงดึง แรงผลัก
เดก็ (ต่อ) เดก็ (สัปดาหท์ ่ี 45) 5. น้ำเปลีย่ นรูป
1. ประเภทของขยะ
หนูน้อยตาวเิ ศษ 2. การคัดแยกขยะ
(สัปดาห์ท่ี 46) 3. การกำจัดขยะที่ถูกวธิ ี
4. ประโยชนแ์ ละโทษของขยะ
เรารักประเทศไทย 5. การปอ้ งกนั และลดการทงิ้ ขยะ
(สัปดาหท์ ่ี 47) 1. ธงชาตไิ ทย
2. การแตง่ กาย (ชุดประจำชาต)ิ
ทอ่ งแดนอาเซียน 3. การร้องเพลงชาติไทย
(สัปดาห์ท่ี 48) 4. คำทกั ทาย
5. ชนิดของอาหารไทย
เรียนรู้วฒั นธรรม 1. ธงอาเซยี น
(สัปดาหท์ ่ี 49) 2. ตราสัญลักษณ์
3. คำขวัญ
ผู้นำพอเพียง 4. เพลงอาเซียน
(สัปดาหท์ ี่ 50) 5. ภาษาอาเซยี น
1. ศาสนาและวันสำคญั
2. ชดุ แต่งกายประจำชาติ
3. อาหารประจำชาติ
4. ภาษา/ประเพณีและวัฒนธรรม
ประจำชาติ
5. การละเลน่ /การแสดงและนิทาน
ประจำชาติ
1. ความพอประมาณ
2. ความมีเหตุผล
3. ความรอบรู้
4. มีภมู คิ ้มุ กนั ท่ีดี
5. คุณธรรมความดี

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๒๓

การอบรมเลยี้ งดูและการจดั ประสบการณ์
การอบรมเล้ียงดูและการจัดประสบการณ์ สำหรับเด็กอายุ 2 – 3 ปี เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จาก

ประสบการณ์ตรงได้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา สามารถจัดในรูปของกิจกรรม
บรู ณาการผา่ นการเล่น โดยคำนึงถงึ สิง่ สำคญั ต่อไปน้ี

1. อบรมเลี้ยงดเู ดก็ และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นเดก็ เป็นสำคญั
2. ตระหนกั และสนับสนุนสิทธิขัน้ พ้ืนฐานทเี่ ด็กพึงได้รับ
3. ปฏบิ ตั ติ อ่ เด็กดว้ ยความรัก ความเขา้ ใจ และใช้เหตผุ ล
4. ส่งเสริมพฒั นาการของเดก็ อยา่ งสมดุลครบทกุ ด้าน
5. ปลกู ฝงั ระเบียบวินัย คณุ ธรรม และวัฒนธรรมไทย
6. ใช้ภาษาที่เหมาะสมกบั ความสามารถและการเรียนรู้ของเด็ก
7. สนบั สนนุ การเลน่ ตามธรรมชาติของเด็ก
8. จดั สภาพแวดลอ้ มท่ีปลอดภยั และเอือ้ ต่อการเรียนรู้ของเด็ก
9. ประเมินการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการเดก็ อยา่ งตอ่ เน่ือง สม่ำเสมอ
10. ประสานความร่วมมือระหวา่ งพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และชมุ ชน

แนวทางการอบรมเล้ยี งดแู ละการจดั ประสบการณ์ สำหรับเดก็ อายุ 2 – 3 ปี มแี นวทางดงั นี้
1. ดแู ลสขุ ภาพอนามยั และตอบสนองความต้องการของเด็กเปน็ รายบุคคล
2. สร้างบรรยากาศของความรกั ความอบอนุ่ ความไว้วางใจ และความมนั่ คงทางอารมณ์ใหก้ บั เดก็ ใน

วถิ ีชวี ิตประจำวัน
3. จัดประสบการณต์ รงให้เด็กได้เลือก ลงมือกระทำ และเรยี นร้จู ากประสาทสมั ผัสทั้งห้า และการ

เคล่ือนไหวผา่ นการเลน่
4. จดั ประสบการณใ์ หเ้ ด็กมีปฏิสัมพนั ธ์กับบุคคลท่ีแวดลอ้ มและสงิ่ ตา่ งๆ รอบตัวเด็กอย่างหลากหลาย
5. จดั สภาพแวดล้อมทง้ั ภายในและภายนอก วสั ดอุ ปุ กรณ์ เคร่อื งใช้ และของเล่นท่สี ะอาด หลากหลาย

ปลอดภยั และเหมาะสมกับเด็ก เพื่อส่งเสรมิ พฒั นาการเด็กรอบด้าน รวมถึงมีพนื้ ทใี่ นการเลน่ น้ำ เลน่ ทราย
6. จัดหาสอื่ การเรียนรู้ทเ่ี ปน็ สื่อธรรมชาติ เหมาะสมกบั วยั และพัฒนาการของเด็ก สอื่ ทเ่ี อื้อใหเ้ กดิ การ

ปฏสิ มั พนั ธ์ หลกี เลีย่ งการใหเ้ ด็กเรยี นรู้จากสื่อเทคโนโลยตี ามลำพงั
7. จัดรวบรวมขอ้ มูลและติดตามการเจรญิ เติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล

อยา่ งต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
8. จัดกระบวนการเรยี นรโู้ ดยให้พอ่ แม่ ครอบครัว และชุมชน มสี ว่ นรว่ มทัง้ การวางแผน การสนบั สนุน

สือ่ การเขา้ ร่วมกจิ กรรม และการประเมินพัฒนาการเดก็

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๔

ตัวอยา่ งกิจกรรมการอบรมเล้ยี งดแู ละส่งเสริมพัฒนาการการเรยี นรู้ตามวิถีชีวิตประจำวัน

สำหรับเด็กอายุ 2 - 3 ปี โดยบูรณาการกับหน่วยการเรียนท่กี ำหนดดงั นี้

เด็กอายุ 2 ปี

การสง่ เสริมพัฒนาการ ตวั อยา่ งกิจกรรม
การเรยี นรู้ตามวถิ ชี วี ิตประจำวนั

1. การฝกึ สขุ นสิ ัยและลกั ษณะนิสยั ทด่ี ี - สรา้ งเสริมสุขนสิ ยั ท่ีดใี นการรับประทานอาหาร , การฝกึ

การนอน , การชแี้ นะให้ทำความสะอาดรา่ งกาย ฝกึ การ

ขบั ถา่ ย

- ปลกู ฝังลักษณะนสิ ัยที่ดีในการดูแลสขุ ภาพอนามยั ,ความ

ปลอดภยั

- ปลกู ฝังกิรยิ ามารยาท ความสภุ าพ ความนุ่มนวลแบบไทย,

2. การเคลอ่ื นไหวและการทรงตัว การมวี ินยั ในตนเอง

- ส่งเสริมการใช้กลา้ มเน้ือแขนกบั ขา , มอื กับนว้ิ มือ และ

ส่วนตา่ งๆ ในร่างกายในการเคล่ือนไหว และออกกำลัง

กายทกุ ส่วน

3. การฝึกประสานสมั พันธร์ ะหวา่ ง - เคลือ่ นไหวสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายตามเสียงดนตรี
มอื กบั ตา - การเล่นเครื่องเลน่ สนาม
- ฝึกความแขง็ แรงของกลา้ มเน้ือมือ น้ิวมือ

- ฝึกการทำงานอย่างสัมพันธ์กนั ระหวา่ งมือ-ตา

- ฝึกให้เด็กรู้จกั การคาดคะเนหรอื กะระยะทางของสง่ิ ตา่ งๆ

4. การส่งเสริมดา้ นอารมณ์ จติ ใจ รอบตวั เดก็
- การเล่นรอ้ ยลกู ปดั ขนาดใหญ่ เลน่ หยอดบลอ็ ก ตอกหมดุ

โยนรับลกู บอล ใชส้ ีเทยี นแทง่ ใหญ่วาดเขยี นขีดเขี่ย

5. การสง่ เสริมทักษะทางสงั คม - การเป็นแบบอย่างทดี่ ี ในดา้ นการแสดงออกทางอารมณ์
- ตอบสนองต่อความรู้สึกทเี่ ด็กแสดงออกอยา่ งน่มุ นวล

อ่อนโยน

- ปลกู ฝงั การช่ืนชมธรรมชาตริ อบตวั

- สร้างความสัมพันธก์ ับพ่อแม่ ผเู้ ลย้ี งดูและบุคคลใกลช้ ิด

- พาเดก็ ออกนอกพ้ืนท่ี พบปะเดก็ อ่ืนหรือผูใ้ หญ่ภายใตก้ าร

ดแู ลอย่างใกลช้ ิด

- ส่งเสริมการเล้ียงดเู ด็กในการตอบสนองความต้องของเด็ก

ด้านจิตใจ

- จัดสภาพแวดลอ้ มท่สี ่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ เกิดความรสู้ ึกอบอุ่น

และมคี วามสขุ

หลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๕

การสง่ เสริมพัฒนาการ ตัวอยา่ งกิจกรรม
การเรียนร้ตู ามวิถชี วี ิตประจำวนั
6. การใช้ประสาทสัมผัสทง้ั 5 - กระตุ้นการรบั รู้ผา่ นประสาทสมั ผัสท้งั 5
- ฝึกใหเ้ ด็กเรยี นรู้สิ่งๆ รอบตวั ผ่านเหตุการณ์และส่อื ที่
7. การส่งเสรมิ การสำรวจสงิ่ ตา่ งๆ หลากหลาย
รอบตวั - รูจ้ กั สำรวจและทดลองส่ิงตา่ งๆ ทไ่ี ม่ค้นุ เคย กิจกรรม
ทดลองง่ายๆ
8. การสง่ เสริมทกั ษะทางภาษา - กระตุ้นการรับรู้ผา่ นประสาทสมั ผัสท้ัง 5
- ฝกึ ใหเ้ ด็กเรียนร้สู งิ่ ๆ รอบตวั ผ่านเหตกุ ารณแ์ ละส่ือที่
9. การสง่ เสรมิ จินตนาการและ หลากหลาย
ความคิดสร้างสรรค์ - รจู้ ักสำรวจและทดลองสงิ่ ตา่ งๆ ทไ่ี ม่ค้นุ เคย กจิ กรรม
ทดลองงา่ ยๆ
- การฝกึ เปล่งเสยี ง เลยี นเสยี งของผคู้ น เสียงสัตวต์ ่างๆ รูจ้ กั
เรยี กชื่อตนเอง
- การฝึกเปลง่ เสียง เลียนเสยี งของผู้คน เสียงสัตว์ตา่ งๆ รจู้ ัก
เรียกชอ่ื ตนเอง
- ฝึกให้เดก็ รู้จกั สอื่ ความหมายด้วยคำพูดและทา่ ทาง
- อ่านหนงั สอื นทิ านภาพ และร้องเพลงง่ายๆ
- ฝึกให้เด็กได้แสดงออกทางความคิด ตามจนิ ตนาการของ
ตนเอง
- เลน่ ของเล่นอย่างสร้างสรรค์
- พูดเล่าเร่ืองตามจนิ ตนาการ เล่นสมมุติ

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็กบา้ นถ่อนพฒั นา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๒๖

ตวั อย่างกจิ กรรมการอบรมเล้ยี งดแู ละส่งเสรมิ พฒั นาการการเรยี นรู้ตามวิถชี วี ิตประจำวัน

สำหรับเด็กอายุ 2 - 3 ปี โดยบรู ณาการกบั หน่วยการเรียนที่กำหนดดังน้ี

เด็กอายุ 3 ปี

การสง่ เสริมพัฒนาการ ตวั อยา่ งกจิ กรรม
การเรียนร้ตู ามวิถีชวี ิตประจำวัน

1. ส่งเสริมการพฒั นาการและการเรียนรู้ - เตรยี มสอ่ื แหล่งเรยี นรู้ วัฒนธรรมในทอ้ งถน่ิ (ภาษา

ท้องถนิ่ ,การแต่งกาย)

2. ส่งเสรมิ การจดั ประสบการณผ์ ่านการ - มุมวิทยาศาสตร์ กจิ กรรมเสรี การทดลอง การ

เลน่ ตามธรรมชาติทเ่ี หมาะสมตามวยั เคลื่อนไหวและการทรงตัว การเลน่ เครอ่ื งเลน่ สัมผัส การ

เขยี นขดี เขยี่ ฉีกปะ การรักษาความปลอดภัย

3. ส่งเสริมการจดั กิจกรรมให้สอดคลอ้ ง - การเลน่ อิสระ การเลน่ บทบาทสมมตุ ิ การท่องคำ

กับความต้องการและความสนใจตาม คลอ้ งจอง การทำกิจกรรมศิลปะ

ความสามารถตามวัย

4. สง่ เสริมการพัฒนาให้เด็กพึ่งตนเอง - การดแู ลรักษาของใชต้ นเอง การถอดรองเทา้ และใส่

รองเท้า การตดิ กระดุม การเข้าหอ้ งนำ้

การรับประทานอาหารเอง การมวี ินยั

5. แสดงความสามารถตามวัย - การเตน้ และร้องเพลง การเล่านทิ าน การออกไป

ร่วมกจิ กรรมนอกสถานที่ (การแสดงเดก็ ) การอ่าน

และพดู เล่าเร่ืองตามจนิ ตนาการ

6. จดั ประสบการณก์ ารเรียนรูใ้ หส้ ง่ เสริม - ปลกู ฝงั การออม การมวี นิ ัย การรอคอย การ

คุณธรรม-จริยธรรม เอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ รจู้ ักช่วยเหลอื คนอนื่ การทักทาย

ดว้ ยการไหว้

7. สง่ เสริมให้เด็กเขา้ ใจและใช้ภาษาเพ่อื - การสนทนาโต้ตอบกับเดก็ การฟงั เลา่ เรอื่ งเกยี่ วกบั ตัวเอง

การส่อื สาร การเล่นนว้ิ มอื และเล่นจงั หวะ เรียนรู้คำต่างๆ เล่าเรื่องราว

ง่ายๆ ได้

8. ส่งเสริมการคดิ และแกป้ ัญหาให้ - การสำรวจ การทดลอง การลงมอื กระทำ การสังเกต

เหมาะสมกบั วยั การแกป้ ัญหาใหเ้ หมาะสมตามวัย

9. การสง่ เสริมจินตนาการและความคิด - ฝึกให้เดก็ ได้แสดงออกทางความคดิ ตามจนิ ตนาการของ

สร้างสรรค์ ตนเอง เล่นของเลน่ อย่างสรา้ งสรรค์ พดู เลา่ เรื่องตาม

จินตนาการ เล่นสมมตุ ิ

หลกั สูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บ้านถ่อนพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๗

กำหนดเวลาเรยี น
เวลาเรียนตลอดหลักสูตร ๑ ปี ปลี ะ ๔๐ สัปดาห์ (๒๐๐ วัน โดยประมาณ) สัปดาหล์ ะ ๕ วัน

และการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมพฒั นาการผ้เู รยี นปีละ 9 สัปดาห์ (45 วนั โดยประมาณ) รวมเวลาเรียนทง้ั
ปี ๒๔๕ วัน โดยประมาณ

หมายเหตุ : 1. หน่วยการเรียนรู้ สามารถปรับเปลยี่ นและเพมิ่ เตมิ ได้ตามความเหมาะสมกบั บริบทของ
ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็กแตล่ ะแห่ง

2. สาระการเรียนรู้ยอ่ ยสามารถเพม่ิ เตมิ ไดต้ ามความเหมาะสม เชน่ โตไปไม่โกง เศรษฐกิจ-
พอเพยี ง วนั สำคัญต่าง ๆ ใหส้ อดคล้องกับสาระการเรยี นรแู้ ละหน่วยการเรยี นรู้

ตารางกิจกรรมประจำวัน

ลำดับที่ เวลา กิจกรรม

๑ ๐๘.๐๐ – ๐๘.๓๐ น. รับเด็ก /ตรวจสขุ ภาพ
๒ ๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๕ น. เคารพธงชาติ
๓ ๐๘.๔๕ - ๐๙.๐๐ น. กจิ กรรมเคลือ่ นไหว
๔ ๐๙.๐๐ - ๐๙.3๐ น. กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
๕ ๐๙.3๐ – ๑๐.0๐ น. พัก (รบั ประทานอาหารวา่ งตอนเช้า)
๖ ๑๐.๓๐ - ๑1.00 น. กจิ กรรมกลางแจ้ง
๗ ๑1.00 - ๑2.00 น. รบั ประทานอาหารกลางวนั /เข้าหอ้ งนำ้ /แปรงฟนั
๘ ๑2.00 – ๑4.-00 น. นอนพักผ่อน
๙ ๑4.00 – 14.3๐ น. เก็บที่นอน, ลา้ งหนา้ ,ทาแป้ง , ดืม่ นม
๑๐ 14.3๐ - ๑5.0๐ น. เกมการศึกษา /เตรียมรอผปู้ กครอง

หมายเหตุ : ตารางกจิ กรรมประจำวนั นี้สามารถยดื หยนุ่ ไดต้ ามความเหมาะสม

กิจกรรมสำหรบั เด็ก สามารถนำมาจัดเป็นกจิ กรรมประจำวนั ไดห้ ลายรปู แบบเปน็ การช่วยให้ครหู รือผู้
จดั ประสบการณ์ทราบว่าแตล่ ะวนั จะทำกจิ กรรมอะไรเม่ือใด และอย่างไร ท้ังนี้ การจดั กิจกรรมประจำวัน
สามารถจดั ไดห้ ลายรปู แบบ ขึ้นอยกู่ บั ความเหมาะสมในการนำไปใชข้ องแตล่ ะหน่วยงานและสภาพชุมชน ท่ี
สำคัญครตู ้องคำนึงการจัดกจิ กรรมใหค้ รอบคลุมพฒั นาการทุกดา้ น การจดั กิจกรรมประจำวันมหี ลักการจดั และ
ขอบข่ายของกจิ กรรมประจำวนั ดังน้ี

หลกั สูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๒๘

หลักการจัดกจิ กรรมประจำวัน
๑. กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวนั แต่

ยืดหยนุ่ ได้ตามความต้องการและความสนใจของเด็ก เช่น
วยั 2 – 3ปี มคี วามสนใจช่วงสัน้ ประมาณ ๘– ๑๒ นาที
วยั ๔– 5 ปี มคี วามสนใจชว่ งสัน้ ประมาณ ๑๒– 15 นาที
วัย 5– 6 ปี มคี วามสนใจชว่ งสั้นประมาณ ๑๕– ๒๐ นาที

๒. กิจกรรมทตี่ ้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่า ๒๐นาที
๓.กจิ กรรมทม่ี ีการวางแผนโดยครู เพอื่ ชว่ ยให้เด็กเกิดทกั ษะหรอื ความคิดรวบยอดในเรื่องใดเรอื่ งหนงึ่
ตามทกี่ ำหนดไว้ในหลกั สูตร ซึ่งครูต้องวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าใน๑ กจิ กรรม เวลาทใ่ี ชใ้ นแตล่ ะวนั สำหรบั เด็ก
อายุ ๓ ปี ประมาณ ๔๕ นาที และเดก็ อายุ ๔–6 ปี ประมาณ ๖๐ นาที ครูตอ้ งพจิ ารณาว่าเด็กมีช่วงความ
สนใจสนั้ จะตอ้ งจดั แบ่งเวลาหลายชว่ งให้เหมาะกบั เด็ก
๔.กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เพื่อช่วยให้เด็กรู้จักเลือกตัดสินใจ คิดแก้ปัญหาคิดสร้างสรรค์
เช่น การเลน่ ตามมมุ การเล่นกลางแจ้ง ฯลฯ ใชเ้ วลาประมาณ ๔๐-๖๐ นาที
๕.กจิ กรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องและนอกหอ้ งกิจกรรมทีใ่ ช้กลา้ มเนื้อใหญ่
และกล้ามเน้ือเลก็ กจิ กรรมท่ีเปน็ รายบคุ คล กิจกรรมย่อยและกลุม่ ใหญ่ กจิ กรรมท่ีเด็กเปน็ ผ้รู ิเรม่ิ และครหู รือผู้
จัดประสบการณ์เป็นผ้รู ิเริม่ และกิจกรรมที่ใชก้ ำลังและไมใ่ ชก้ ำลังจัดให้ครบทุกประเภท ทงั้ น้กี ิจกรรมท่ตี ้อง
ออกกำลงั กายควรจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้กำลงั มากนัก เพ่ือเด็กจะได้ไม่เหน่ือยเกินไป
สถานศึกษาจดั การเรียนการสอนให้เด็กอายุ 3 – 6 ปี โดยจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการผา่ นการเล่น
เปน็ การบูรณาการทงั้ ทางดา้ นเนือ้ หาสาระและทักษะกระบวนการผา่ นการจัดกจิ กรรม 6 กิจกรรม ดำเนินการดังนี้
๑. กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ
๒. กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
๓. กิจกรรมสรา้ งสรรค์
๔. กิจกรรมเสรี
๕. กิจกรรมกลางแจง้
๖. เกมการศกึ ษา

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
กจิ กรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามจังหวะ

อย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง เคร่ืองเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อ่ืน ๆ ประกอบการเคลื่อนไหว เพื่อ
ส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ รู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ กิจกรรม
เคลอื่ นไหวและจังหวะประกอบไปด้วย

๑. การเคลอ่ื นไหวข้นั พ้นื ฐาน
๒. การเคลอ่ื นไหวอสิ ระ
๓. การเคลือ่ นไหวตามคำบรรยาย
๔. การเคล่อื นไหวตามจนิ ตนาการ
๕. การเคลอ่ื นไหวตามข้อตกลง
๖. การเคล่อื นไหวเชิงสรา้ งสรรค์
๗. การเคลื่อนไหวอยู่กบั ท่ีการเคลอ่ื นไหวเคลอ่ื นที่
๘. การเคลือ่ นไหวเปน็ คู่

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านถอ่ นพัฒนา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๒๙

๙. การทำทา่ ทางประกอบเพลง
๑๐. การทำท่าทางตามความหมายของเพลง
๑๑. การเลียนแบบท่าทางสัตว์
๑๒. การเปน็ ผู้นำและผู้ตาม
1๓. การรอ้ งเพลง

ฯลฯ
การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะครูสามารถจัดให้สัมพันธ์กับเน้ือหาหรือประสบการณ์ที่ครู
ต้องการให้เด็กเรียนรู้ และควรจัดกิจกรรมนี้อย่างน้อยวันละประมาณ 15 – 20 นาที ก่อนสิ้นสุดกิจกรรมทุก
ครงั้ ควรใหเ้ ดก็ พกั เช่น นอน น่ังฟงั เพลงเบา ๆ ฯลฯ
จดุ ประสงค์

1. ได้เคลือ่ นไหวส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย
2. กล้าแสดงออกและมีวิธคี ดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์
3. เกิดความซาบซ้งึ และมีสุนทรียภาพในการเคล่ือนไหวตามจงั หวะ
4. รู้จกั ปรับตวั เมื่อทำกจิ กรรมร่วมกับเพื่อน
5. เกดิ ความสนุกสานเพลิดเพลนิ
วสั ดอุ ุปกรณ์
1. เครือ่ งประกอบจงั หวะ เช่น รำมะนา กลอง กรบั ฉงิ่ ฯลฯ
2. แถบบนั ทกึ เสยี งเพลง เคร่ืองเล่นเทป
3. อุปกรณป์ ระกอบการเคลอ่ื นไหว เช่น ห่วงยาง แถบผา้ ถงุ ทราย ฯลฯ
กจิ กรรม
1. รอ้ งเพลง ท่องคำกลอน คำคลอ้ งจอง และเคลอ่ื นไหวตามบทเพลง คำกลอน คำคล้องจอง
2. เคล่ือนไหวพืน้ ฐาน เช่น เดนิ วง่ิ กระโดด ฯลฯ ตามสัญญาณนัดหมายหรือตามจังหวะเพลง
3. เคลอ่ื นไหวอิสระตามจนิ ตนาการและความสรา้ งสรรค์ โดยใช้สว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกาย ให้
มากที่สุด ขณะเดยี วกนั ใหค้ ำนงึ ถึงการใชพ้ นื้ ท่ี ระดับและจังหวะในขณะเคลือ่ นไหวของร่างกาย
4. เลน่ เครื่องเลน่ ดนตรีง่าย ๆ ประเภทเคาะ เชน่ กรับ รำมะนา กลอง ฯลฯ และเคล่ือนไหว
ประกอบ
5. ใหเ้ ดก็ เคล่อื นไหวตามความคดิ สรา้ งสรรค์ โดยใชอ้ ปุ กรณ์ประกอบในการเคล่ือนไหว เชน่
หว่ งยาง แถบผา้ ถงุ ทราย ฯลฯ
ขอ้ เสนอแนะ
1. สรา้ งบรรยากาศใหเ้ ด็กเกดิ ความรู้สกึ เพลิดเพลนิ สนุกสนาน และมคี วามเปน็ กนั เอง
2. ไม่บงั คับถ้าเดก็ ไมย่ อมเข้าร่วมกิจกรรม ควรให้เวลา และใหโ้ อกาสจนกว่าเด็กสนใจเข้ารว่ ม
กิจกรรม
3. ควรใหเ้ ดก็ แสดงออกอย่างทั่วถึง

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๐

กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์
จุดมุง่ หมายของการจัดกิจกรรม
1. เพือ่ ใหเ้ ดก็ เข้าใจเน้ือหาและเรอื่ งราวในแผนการจัดประสบการณ์
2. เพือ่ ให้เด็กมีความสมั พนั ธ์ใกล้ชดิ กบั ครู และครจู ะไดด้ แู ลพฤติกรรมของเด็กอย่างใกลช้ ิด
3. เพอ่ื ให้เดก็ ไดฝ้ กึ ความมีระเบยี บวนิ ัย มารยาทในการฟัง พดู และลักษณะนิสยั ที่ดี
ลักษณะการจัดเนอ้ื หา
เปน็ การเตรยี มสรา้ งเสรมิ ประสบการณช์ ีวิตแบบบูรณาการโดยจดั เป็นหน่วยการสอนประจำ

สัปดาหแ์ บบบูรณาการตลอดปีการศึกษา โดยใหค้ รอบคลุมกลุ่มสาระการเรยี นรู้ หากแยกสาระการเรยี นรจู้ ะได้
4กล่มุ สาระที่ควรเรียนรู้ ดังน้ี

1. สาระที่ควรเรียนรู้ เรื่องราวเกย่ี วกับตวั เด็ก
2. สาระท่คี วรเรียนรู้ เรอื่ งราวเก่ยี วกับบุคคลและสถานที่แวดลอ้ มเด็ก
3.สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ธรรมชาตริ อบตัว
4. สาระทค่ี วรเรียนรู้ สิง่ ตา่ งๆรอบตัวเด็ก
บทบาทหนา้ ที่ของครู
ก่อนทำการสอน ครูจะต้องศึกษาแนวทางในการจัดประสบการณ์นี้อย่างละเอียด เพื่อใช้เป็น
แนวทางในการจัดเตรียมประสบการณ์ให้กับเด็ก และจัดเตรียมสื่อการสอนท่ีได้เสนอแนะไว้อย่างครบถ้วน
เพ่ือที่จะทำให้การสอนบรรลุจดุ มุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ครูอาจปรบั ปรุง เปล่ียนแปลงได้
ตามความเหมาะสมของทอ้ งถน่ิ
การสอนเน้ือหาใหเ้ ด็กต้องจดั กิจกรรมให้เด็กสนใจ เช่น
1. ทัศนศกึ ษาตามแหล่งการเรยี นรู้
2. การเล่าเรอ่ื งใหผ้ ูอ้ ืน่ เข้าใจ
3. การเล่าประสบการณ์ตามเนอ้ื หาตา่ ง ๆ
4. การอภิปราย ซักถาม
5. การสนทนา ตอบคำถาม
6. ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
7. การทดลอง
8. การอธิบายส่งิ ตา่ ง ๆ
9. ทักษะการฟงั พดู อ่าน เขียน
10. การแก้ปญั หาสถานการณ์จำลอง
11. การแสดงบทบาทสมมติ
12. การลงมือปฏบิ ัตจิ ริง
13. การรบั รูด้ ว้ ยประสาทสัมผสั ทัง้ 5
14. การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
15. การนับจำนวนเพิม่ ลด
16. การเปรยี บเทียบเวลา
17. การจำแนกเปรยี บเทียบ
18. การเลา่ นทิ าน
19. การร้องเพลง

ฯลฯ

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็กบา้ นถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๓๑

ซึ่งในกรอบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเล่มน้ี คณะผู้จัดทำได้พยายามเสนอกิจกรรมต่าง ๆ ไว้
อย่างครบถ้วนแต่อย่างไรก็ตามอาจมีบางเน้ือหาท่ีกิจกรรมเสนอแนะไว้น้ี อาจไม่เหมาะสมกับเด็กในบางคน
ครผู สู้ อนก็อาจปรบั ปรุงเปลยี่ นแปลงได้ โดยยดึ แนวทางไวเ้ ป็นหลกั และกำหนดกิจกรรมขน้ึ ใหมใ่ หเ้ หมาะสม

กิจกรรมสร้างสรรค์
กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมท่ีช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่ม

สร้างสรรค์และจิตนาการโดยใช้การปฏิบัติงานศิลปะการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ หรือการจัดกิจกรรมศิลปะ
สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นกิจกรรมเก่ียวกับงานศิลปศึกษาต่าง ๆ ได้แก่ การวาดภาพระบายสี การปั้น การ
พิมพ์ภาพ การพับ การตัด การฉีก ปะ ตลอดจนการประดิษฐ์เศษวัสดุ ฯลฯ ท่ีมุ่งพัฒนากระบวนการคิด
สร้างสรรค์ การรับรู้เก่ียวกับความงามและส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กแต่ละคนได้แสดงออกตามความรู้สึกและ
ความสามารถของตนเอง ปลูกฝังลักษณะนิสัยให้เป็นคนมีความประณีต มีความละเอียดอ่อน เป็นคนมี
ระเบียบ รักความสะอาดในการทำงาน ข้อควรตระหนักและให้ความสำคัญคือ การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์
ระดับปฐมวัย มิได้มุ่งเน้นผลงานท่ีสวยงาม แต่เป็นการส่งเสริมความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ของเด็ก การใช้คำว่า
กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อทำให้ครูระลึกอยู่เสมอว่า ศิลปะสำหรับเด็กมิได้เน้นให้เด็กทำได้สวยหรือเหมือนของ
จรงิ แตท่ ำใหเ้ ด็กไดพ้ ัฒนาครบทกุ ด้าน จากการทำกจิ กรรมน้ี โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้

1. พฒั นากลา้ มเนื้อเล็ก – ใหญ่
2. พฒั นาประสาทสัมพนั ธ์ระหว่างตากับมือ
3. สง่ เสริมและพัฒนาความริเริ่มสร้างสรรค์
4. ถา่ ยทอดอารมณผ์ ่านผลงานของตน
5. ฝึกจติ ใจใหม้ ีคุณภาพ เช่น ความอดทน ความเอื้อเฟ้ือเผือ่ แผ่ ความรบั ผดิ ชอบ
6. สง่ เสรมิ ใหม้ ีอารมณ์แจ่มใส รา่ เริง
7. ทำให้มีความเพลิดเพลนิ ช่นื ชมในความสวยงาม สำนกึ ในคุณค่าของศิลปะ
8. สร้างความเช่ือมนั่ ในการแสดงออกให้กบั เดก็
9. สง่ เสริมการปรบั ตวั ให้รู้จักการทำกิจกรรมร่วมกนั
๑๐. ฝึกใหร้ จู้ กั ใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์
๑๑. สง่ เสรมิ การดำเนินชวี ิตทีต่ ้องแก้ปญั หาการทำงาน รจู้ ักการปรับปรงุ และการเปลีย่ นแปลง
๑๒. พฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ และจินตนาการ
๑๓. ฝกึ การสังเกต
๑๔. พัฒนาภาษา สามารถอธิบายเกย่ี วกบั ผลงานของตนได้
บทบาทครู
เอาใจใส่จัดสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ทั้งสภาพห้องเรียนการจัดหาสื่อ อุปกรณ์ให้พร้อม มี
แผนการจัดกิจกรรมไว้ล่วงหน้าและดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนส่งเสริมให้เด็กได้เลือกปฏิบัติกิจกรรม
สร้างสรรค์อยา่ งหลากหลาย อย่างน้อยวนั ละ 2 กจิ กรรม ครูควรให้โอกาสเดก็ อธบิ ายผลงานของตนเองและ ชื่น
ชมผลงานของตนเอง ครูควรมีคำถามให้เด็กได้คิด และเชื่อมโยงไปสู่การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การ
เรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโดยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นการเปิดโอกาสให้ เด็กได้แสดงความคิดจินตนาการได้
เต็มที่ตาม ท่ีได้เห็น เด็กสามารถสร้างจินตนาการได้กว้างกว่าท่ีเราจะคาดเดาได้ บางทีก็อาจจะสะท้อนจิตใจ
ความรู้สึกของเด็กที่บางที่ไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำ พูดได้แต่สามารถถ่ายทอดมาทางงานศิลปะสร้างสรรค์ได้
วิชาศิลปะสร้างสรรค์เป็นฐานทางการศึกษาพัฒนาการเด็กซ่ึงควรเริ่มต้ังแต่เด็ก ยังเล็กอยู่การเรียนรู้ศิลปะ
สร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยน้ันจะมุ่งเน้นถึง พัฒนาการด้านต่างๆของเด็กมากกว่าผลงาน ดังนั้นจะเห็นว่า

หลกั สตู รสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๒

กิจกรรมต่างๆ ทางศิลปะสรา้ งสรรค์จะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมอื ให้แข็งแรง และสมั พันธ์กับการใช้ตา เชน่ การป้ัน
แปง้ ดินน้ำมนั วาดรูป และระบายสี เด็กได้ใชส้ ่วนต่างๆของน้ิวมือ แขนไหล่ และสว่ นอืน่ ๆของรา่ งกาย เป็นการ
เตรียมความพร้อมในด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่-เล็กเป็นอย่างดี ทำให้เด็กสามารถหยิบจับสิ่งต่างๆได้ อันจะ
นำไปสู่การเรียนรู้ของเด็กต่อไปการสร้างสรรค์ คือการเจริญงอกงามท้ังด้านความคิด ร่างกาย และ พฤติกรรม
และศิลปะสร้างสรรค์ คือ เครื่องมือที่ดีและเหมาะสมท่ีสุดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะ
กระบวนการทางศิลปะสร้างสรรค์ไม่มีขอบเขตแหง่ การส้นิ สุด สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็กได้ตลอด
เวลานอกจากน้ียังช่วยให้เด็กเกดิ ความคิดท่ีต่อเนื่องอย่างไม่จบสิ้น และก้าวไปยังโลกแห่ง จินตนาการอย่างไม่มี
ขอบเขต

กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ทคี่ รูจัดให้เด็กท่ีโรงเรียนเป็นการจัดกจิ กรรมที่มุ่งส่งเสริมให้เด็กไดแ้ สดงออกอย่าง
อิสระผ่านการสร้างสรรค์งานจากกิจกรรมที่หลากหลายแบบที่ครูจัดให้วันละ 3-5 กิจกรรมและเด็กมีโอกาส
เลอื กทำอย่างนอ้ ยวันละ 1-2 กจิ กรรม ตามความสนใจ คือ

- กจิ กรรมงานปั้น ได้แก่ ปนั้ ดินเหนยี วหรือแป้งโด ดนิ นำ้ มัน เป็นต้น
- กิจกรรมวาดภาพระบายสี ทั้งสนี ้ำ สีเทียน สดี นิ สอ ไดแ้ ก่ หยดสี เทสี ระบายสี เป่าสี
ละเลงสีดว้ ยนิ้วมอื หรือสว่ นต่างๆ ของมอื หรือ พิมพ์ภาพ เป็นต้น
- กจิ กรรมงานกระดาษ ได้แก่ ฉกี พับ ตัด ปะ กระดาษ เปน็ ต้น
- กจิ กรรมประดิษฐจ์ ากวสั ดุตา่ งๆ และของเหลือใช้ ได้แก่ ประดิษฐก์ ระทงใบตอง ประดษิ ฐ์หนา้ กาก
จากจานกระดาษ เปน็ ตน้

กจิ กรรมเสรี
จดุ มุ่งหมายของการจัดศนู ยก์ ารเรียนกจิ กรรมเสรี
ศูนย์การเรยี นกจิ กรรมเสรมี คี วามมงุ่ หมายท่สี ำคญั โดยเฉพาะ ดังน้ี
1.ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงดว้ ยการประกอบกจิ กรรมท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติและสนอง

ความต้องการของเดก็ ทางการเล่นท่ีแฝงไวซ้ ่ึงการศึกษา
2.เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง คิดค้นคว้า และสร้างสรรค์ด้วยความสนุกและเพลิดเพลิน

แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองโดยไมต่ ้องวติ กกังวล
3.ฝึกทักษะการเตรียมความพร้อมด้านประสาทสัมพันธ์ทางตาและมือเกิดพัฒนาการทางการ

ตดั สินใจ การมเี หตผุ ล รขู้ นาด จำนวนสี และรูปลักษณะ ท้ังช่วยฝึกเชาวน์ปญั ญา อนั เปน็ ทางนำหรือเตรียมเด็ก
ไปสู่การอา่ น และการเขยี นในโอกาสตอ่ ไป

4. ฝึกเด็กให้ทำงานเป็นกลุ่ม เรียนรสู้ ิทธิและหน้าที่ ความรับผิดชอบของตนและเพ่ือนภายใน
สังคมเลก็ ๆ และรบั ฟงั ความคิดเห็นของผูอ้ น่ื

5.ฝึกให้รู้จักประหยัดวัสดุการศึกษา ฝึกเด็กให้รู้จักการเล่นเครื่องเล่น การเก็บรักษาอุปกรณ์
เครื่องเลน่ ให้อยูใ่ นสภาพที่เรียบร้อยและครบถว้ น

6.ให้เป็นวิธีการท่ีเด็ก ๆ ได้รับความรัก ความอบอุ่น การปกปักรักษา การอบรมเล้ียงดู และ
การปกป้องใหป้ ลอดภยั ท่ีจะอยรู่ ว่ มกนั ในสถานศกึ ษาไดอ้ ย่างเป็นสุข

7.ให้เป็นวิธีการช่วยส่งเสริมเด็ก ๆ ได้รับพัฒนาการทาง ร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และ
สตปิ ญั ญาครบถ้วนพรอ้ มในโอกาสเดียวกัน

8.ให้เป็นวิธีการช่วยให้ครูทราบปัญหา ความคับข้องใจเด็ก ทำให้ครูสามารถหาวิธีช่วย
คลีค่ ลายปัญหาให้แก่เด็กได้

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กบ้านถ่อนพัฒนา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๓๓

9.เป็นวิธีการปูพื้นฐานประสบการณ์ และความรู้ ให้เด็กมีความพร้อมสามารถช่วยตนเองได้
ถกู ต้อง เหมาะสมกับวัยของเด็ก พร้อมทจี่ ะไปศกึ ษาตอ่ ไปในช้ันประถมศกึ ษาปีท่หี นงึ่ ได้อย่างเป็นสขุ

10.ให้เป็นวิธีการที่ช่วยให้ครูทราบความสนใจเป็นพิเศษของเด็กและสามารถประเมินผล
พัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนได้พร้อมที่จะรายงานลงในสมุดรายงานประจำตัวของเด็กแต่ละคน
ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

11.ให้เป็นวิธีการช่วยให้ครูต่ืนตัวอยู่เสมอ ในการที่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมสำรวจแหล่ง
วสั ดุ อุปกรณ์และคิดค้น สร้างสรรค์ อุปกรณ์ใหม่ ๆ ขึน้ เพอ่ื สง่ เสริมความพร้อมใหแ้ กเ่ ด็กไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ยิง่ ขนึ้

12.ให้เป็นวิธีการช่วยลดการสูญเปลา่ ทางการศึกษาให้ปญั หาเด็กเรียนซ้ำช้ันประถมศึกษาปีท่ี
หน่ึงลดลง ซึ่งในแผนการจัดประสบการณ์ได้เสนอแนะกิจกรรมไว้ทุกวัน ๆ ละ 13 ศูนย์ โรงเรียนควรจัดอย่าง
นอ้ ย 6 ศนู ย์ และใหเ้ ดก็ ไดเ้ รยี นรู้ในแตล่ ะวนั อยา่ งน้อยคนละ 2 ศูนย์ศนู ย์การเรยี น 13 ศูนย์ มดี งั นี้

1) ศูนย์หนังสือศูนย์หนังสือ เล่นได้ 6 คน อาจจะมีชั้นวางหนังสือ หรือกระเป๋า หรือฉากพับ
ได้ เป็นท่ีวางหนังสือ ควรจัดอยู่ในมุมเงียบ อาจจะปูเส่ือ หรือโต๊ะ + เก้าอ้ีเลก็ ๆ จัดตกแต่งให้กะทัดรดั ชวนให้
อยากเข้าไปสั่ง ไม่ควรเอาหนังสือออกมาจัดทีละมาก ๆ ควรจะทำหนังสือที่เหมาะกับหน่วยประสบการณ์ไว้ทุก
ๆ ครง้ั

2) ศูนย์บ้านเล่นได้ 6 คน อุปกรณ์ควรจะมีดังน้ี เตียงนอน โต๊ะเคร่ืองแป้ง เส้ือผ้าตุ๊กตา เปล
นอน ชุดเคร่ืองเล่นหม้อข้าวหม้อแกง ชุดน้ำชา โต๊ะทำครัว เคร่ืองเล่น โทรศัพท์ เตารีด เส่ือ ไม้กวาด ถังขยะ
ศนู ย์บ้านมักจะไมป่ ระสบผลสำเร็จ เพราะมีของเล่นไม่เพียงพอมิได้จดั สือ่ ใหม่ ๆ ผลัดเปลี่ยนมีของวางท้ิงไม่เป็น
ระเบยี บเรยี บร้อย

3) ศูนย์วาดภาพสเี ทยี นเลน่ ได้ 6 คน ทศ่ี นู ย์ควรมอี ปุ กรณด์ งั นี้ ดินสอสีเทียนต้องมขี นาดใหญ่
1 ซม. ยาว 11 ซม. กระดาษอดั สำเนาเหลือใชช้ นดิ ทม่ี ตี วั หนงั สือหน้าเดียว ทใี่ สด่ ินสอสเี ทียน

4) ศูนย์งานกระดาษเล่นได้ 4 คน กิจกรรมมีดังนี้ การฉีกกระดาษ การตัดกระดาษ การม้วน
พบั กระดาษเสน้

5) ศูนย์ป้ันเล่นได้ 4 คน อาจจะใช้ดินเหนียว ดินน้ำมัน หรือแป้งทำขนมก็ได้ ศูนย์นี้เป็น
เคร่ืองเล่นที่ให้ความพอใจแก่เด็ก ชวนใจให้เด็กเล่น ช่วยคลี่คลายอารมณ์เด็กท่ีจะเล่นทำลายส่ิงต่าง ๆ และ
กา้ วร้าวระรานผู้อืน่ เดก็ ได้ทำและสร้างสง่ิ ตา่ ง ๆ ข้ึนจากวัตถุดบิ และฝึกทักษะการใช้มือกับตารว่ มกัน และการ
ทำงานรว่ มกันกับเพ่อื น

6) ศนู ย์สีน้ำเลน่ ได้ 2 คน อปุ กรณ์มดี งั น้ี
1.สีฝนุ่
2.ขาหยั่งตั้ง มีกระดานไม้อัดขนาด 4 มม. ท้ังสองด้าน ขนาดความสูง 110 ซม.

พอเหมาะกับความสูงของเด็ก ที่ขอบบนของกระดานไม้อัดใชส้ ำหรับหนีบกระดาษท่ีจะใชว้ าดรูป เตรยี มไม้หนีบ
ไว้ที่กระดานแผ่นละ 2 ตัว ขาหย่ังกระดาน 2 ท่ี มีกระดานสี่ด้าน เตรียมไม้หนีบท้ังหมด 8 ตัว จัดต้ังขาหยั่ง
กระดาน 2 ที่ ไว้บนพลาสตกิ ผืนใหม่ใหเ้ ปน็ บริเวณสำหรบั เล่นวาดรูประบายสี ตั้งโตะ๊ ขนาดเล็ก กว้าง 30 ซม.
× ยาว 30 ซม. × สูง 45 ซม. ตีขอบไม้เสริมเป็นกระบะสูง 5 ซม. ตั้งไว้ระหว่างขาหยั่ง กระดานท้ังสองเพ่ือ
วางกระจาดบรรจุขวดสี 6 ขวด พร้อมทั้งพู่กันประจำขวดสี เพ่ือให้สะดวกแก่เด็กจะหยิบใช้ เด็กจะเลือกขวด
สีมาคราวละ 1 ขวด วางขวดสีลงในกล่องไม้ส่ีเหลี่ยมขนาดกว้าง 10 ม. × 10 ซม. × สูง 5 ซม. ซึ่งอยู่ที่ขอบ
ลา่ งของแผน่ กระดานขาหย่ังด้านขวามือวางผา้ เชด็ มอื พาดไวท้ ี่คานไม้ใตแ้ ผน่ กระดานขาหยั่งคนละหน่ึงผนื

3. กระดาษหนงั สือพิมพ์ หรอื กระดาษอยา่ งอ่ืนก็ได้
4. เสื้อกนั เปอ้ื น

หลักสตู รสถานศึกษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๔

5. ไมก้ วาด ที่โกยผง ถังนำ้ ผ้าเชด็ ทำความสะอาด
7) ศนู ย์กจิ กรรมพเิ ศษเสนอแนะไวด้ งั น้ี

1. การหยดสบี นกระดาษเปยี ก
2. การเทสี
3. การพับสี
4. การเปา่ สี
5. การเขยี นภาพด้วยฟองนำ้
6. การเขียนภาพบนกระดาษเปยี ก
7. การเขียนภาพดว้ ยเชอื ก หรอื ด้วยหลอด
8. การเขยี นภาพดว้ ยด่างทับทิม
9. การลูบสี
10. การพมิ พ์ดว้ ยกระดาษ
11. การพิมพ์ภาพดว้ ยพชื
12. การพมิ พ์ภาพดว้ ยเศษวัสดุ
13. การโรยสีบนกระดาษเปยี ก
14. การเขียนภาพดว้ ยกาวน้ำ โรยทรายสี
15. การเล่นละเลงแปง้ สีด้วยนว้ิ มือ
16. การละเลงโคลนดว้ ยน้วิ มือ
17. การเลน่ ประดษิ ฐเ์ ศษวัสดุ
8) ศูนย์ทักษะเล่นได้ 4 คน ศูนย์น้ีมิได้ให้เด็กน่ังโต๊ะอ่าน เขียน คณิตศาสตร์ และภาษาไทย
แตเ่ นน้ ไปทางการฟงั พดู อา่ น
๙) ศูนย์ดนตรีเล่นได้ 4 คน ควรอนุญาตให้เด็กได้ทดลองเล่นกับอุปกรณ์ท่ีทำให้เกิดเป็น
เสียงดนตรีได้อย่างเสรี อุปกรณ์ศูนย์ดนตรี เช่น กระป๋อง ท่อโลหะ ฝาน้ำอัดลม และฝากระป๋องต่าง ๆ กระดิ่ง
ลูกซดั เหล็กสามเหล่ยี ม ฯลฯ
10) ศูนยบ์ ล็อกเลน่ ได้ 4 คน ส่ือทใ่ี ชม้ ีดงั น้ี
- ไมบ้ ล็อก
- ทอ่ นไม้ที่เกย่ี วคล้องกนั ไดท้ ำนองรถไฟพ่วง
- รถและเรือที่พว่ งกันได้ 2 ชดุ
- หุ่นจำลองคนและสัตว์
- รถบรรทุก รถยนต์ รถโดยสาร รถสนิ คา้ (ของเลน่ )
- ตเู้ ก็บไมบ้ ล็อก
- พร้อมน้ำมนั ขนาด 180 × 200 ซม.
อทิ ธพิ ลทเี่ ด็กได้รับจากการที่เขาไดเ้ ล่นกบั ไม้บล็อก
- ช่วยให้เดก็ แสดงความรูส้ ึกออกมา
- ช่วยให้เดก็ ได้ระบายความรสู้ กึ ก้าวร้าวระราน
- ช่วยใหเ้ ด็กไดร้ ะบายความกงั วลใจและความกลัวที่จะผิดหวงั
- ชว่ ยให้เดก็ บรรลุความสำเร็จ
- ชว่ ยใหเ้ ด็กมีความเปน็ ระเบียบ มกี ารตดั สินใจ และการมเี หตุผล
- ช่วยใหเ้ ด็กได้พฒั นาการทางสังคม

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็กบา้ นถ่อนพัฒนา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๓๕

- ชว่ ยใหเ้ ล่นสมมตุ แิ สดงบทบาทและการเลน่ แบบคดิ ฝัน
11) ศนู ย์เครอ่ื งเล่นสัมผสั เลน่ ได้ 4 คน
ข้ันแห่งพฒั นาการในการเล่นเคร่ืองเล่นสมั ผสั

- จบั ตอ้ งลูบคลำเครือ่ งเลน่ อยา่ งเงอะงะ งุ่มง่าม
- ค่อย ๆ ทวีความชำนชิ ำนาญข้ึนทลี ะน้อย
- เริม่ ตน้ ท่ีจะมองเห็นความสัมพนั ธ์กันของเครื่องเลน่ นั้น ๆ
- ใสห่ มุดหรือจุกไม้ลงไดถ้ กู ตอ้ งตามโครงหรือหนุ่ ทรี่ องรบั
- ทำไปตามโครงการที่คดิ ไว้ ด้วยความรอบคอบและเปน็ ระเบียบ
- มีความสนใจในรูปร่างลักษณะของสิ่งของท่ีเว้า ๆ แหว่ง ๆ และสามารถประกอบ
รปู ภาพ
ทต่ี ัดออกเป็นชน้ิ ๆ สำหรับต่อเล่นได้
- แสดงความสามารถในการทำการงานและรสู้ กึ ภมู ใิ จในทักษะของตน
12) ศูนยน์ ้ำเลน่ ได้ 2 คน
ศนู ยน์ ีม้ ีประโยชน์ คือ

1. ช่วยระบบความก้าวร้าวระรานของเดก็
2. ช่วยผอ่ นคลายอารมณข์ องเดก็
3. ช่วยให้เดก็ ได้เล่นเข้าหมู่เขา้ พวก
4. ชว่ ยจดั สิง่ ทเ่ี ดก็ ชอบใจให้เดก็ ได้เลน่ แทน
การเล่นกบั นำ้ เช่น ใช้สายยาง เปา่ น้ำเลน่ ให้เป็นฟอง เล่นซักเสื้อผ้าตุก๊ ตา เล่นอาบน้ำให้ตุ๊กตา
เล่นล้างมือ เล่นรดน้ำต้นไม้ เล่นทาสีด้วยน้ำ เล่นฉีดน้ำด้วยสายยาง เล่นเลี้ยงน้ำชา เล่นล้างถ้วยล้างชาม
หลังจากการเลี้ยง เล่นให้นมน้อง เล่นท่องน้ำในลำธารต้ืน ๆ เล่นตวงน้ำและรินน้ำ เล่นลอยส่ิงของวัตถุต่าง ๆ
เลน่ ดูดน้ำ หรือนำ้ นมดว้ ยหลอดพลาสติก และหวิ้ นำ้ ไปเล่นในบ่อทราย
13) ศูนยเ์ ลน่ กับทรายเล่นไดท้ ้ังในบอ่ ทรายขนาดใหญ่ และในศนู ยก์ ารเรียน
ขัน้ แหง่ พัฒนาการในการเลน่ กับทรายของเด็ก
1. ทดลองเลน่ ดว้ ยการใหเ้ มด็ ทรายรว่ งลอดออกทางระหวา่ งชอ่ งของนิ้วมือ
2. ทดลองเล่นด้วยการใส่ทรายลงในภาชนะแล้วก็เทออก ทำซ้ำ ๆ กันเชน่ นบ้ี อ่ ย ๆ
3. ทดลองใชม้ อื ตบทรายเลน่ ชอบเลน่ ฝังตวั อยู่ในทราย หรอื เอาทรายกลบขาทั้งสอง
4. ทดลองเล่นด้วยการขุดทรายเลน่ ใหเ้ ปน็ โพรง แลว้ สอดมือเข้าไปในโพรงน้ัน
5. ทดลองเล่นดว้ ยการโกยทรายขึน้ เปน็ กอง ทำเปน็ ปราสาททราย เจดียท์ ราย
หรือเล่นทำอุโมงค์
6. ทดลองเล่นดว้ ยการใชพ้ ลว่ั เสยี มด้ามส้นั ๆ ขดุ ทราย ทำเปน็ อุโมงค์ แมน่ ำ้ หรือภเู ขา
7. ทดลองดว้ ยการตกแต่ง ประดับประดาเจดีย์ทราย ปราสาททราย

กิจกรรมกลางแจ้ง
จดุ ม่งุ หมายของการจัดกจิ กรรมการเลน่ กลางแจ้ง
1. เพอ่ื ให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจง้ ซ่ึงจะช่วยให้เดก็ มีสุขภาพดี
2. เพอ่ื พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กลา้ มเนือ้ เล็ก และฝึกประสาทสัมพันธร์ ะหว่างมือกับตา มือกับเท้า
3. เพอ่ื เปน็ การพัฒนาทาง อารมณ์ สังคม และสติปัญญา และจินตนาการของเด็ก

หลักสตู รสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๖

ลักษณะการจดั กจิ กรรมกลางแจง้
1. การละเล่นพื้นเมอื ง
2. เกมต่าง ๆ
3. การเลน่ บ้านจำลอง
4. การเล่นทราย
5. การเลน่ นำ้
6. การเล่นเคร่ืองเลน่ สนาม
7. การเดินทรงตัวบนกระดาน
8. การเดนิ ตามแนว
9. การเดินถอยหลัง
10. การรบั สง่ บอล
11. การขว้างบอลไกล
12. การเตะบอลเขา้ ประตู
13. การกลิง้ บอลกระทบเป้า
14. การปาเปา้
15. การโหนตัว
ฯลฯ

บทบาทหน้าท่ขี องครูในการจดั กิจกรรม การเล่นกลางแจ้ง
การเล่นออกกำลังกายของเด็ก ๆ น้ัน ได้แก่ การวิ่ง การกระโดด การม้วนหน้า ม้วนหลัง การ

กล้ิง การปนี ป่าย การวิ่งแข่ง การลากการเขน็ เปน็ ต้น ในการเลน่ นั้น บางอย่างจำเป็นตอ้ งมสี อื่ ประกอบด้วย
แต่บางอย่างไม่จำเป็นต้องมีส่ือก็ได้ แต่ครูจะต้องเตรียมตัว เพื่อจัดกิจกรรมให้เด็ก บทบาทและหน้าที่ของครูที่
ควรปฏิบตั ิในการจดั กิจกรรมกลางแจง้ คอื

๑. หากจะใหเ้ ด็กเลน่ เครอ่ื งเลน่ สนามครูจะตอ้ งทำการตรวจสอบเคร่ืองเล่นน้ันว่าอยู่ในสภาพ
เรยี บรอ้ ยหรือไม่ หรือจะเป็นอนั ตรายต่อเด็กหรือไม่

๒. ครูจะตอ้ งแนะนำการเลน่ ท่ถี ูกวธิ ี ปลอดภัยใหก้ บั เดก็ ทุกคร้ังจงึ ใหเ้ ลน่
๓. ครูจะต้องฝึกระเบยี บวินยั ใหเ้ ด็กทุกครงั้ ที่มีการเล่นกลางแจ้ง
๔. ปลอ่ ยให้เด็กเลน่ อยา่ งอิสระ โดยครูคอยดแู ลอย่างใกลช้ ดิ
๕. เมอ่ื เลกิ เลน่ แลว้ เกบ็ ส่ิงของให้เขา้ ที่ และทำความสะอาดบริเวณท่ีเล่นใหเ้ รยี บรอ้ ยทุกคร้ัง
๖. ใหเ้ ดก็ ทำความสะอาดร่างกายพร้อมทง้ั แต่งกายให้เรียบร้อยทุกครัง้ หลงั จากเลกิ เลน่
กลางแจง้ แลว้

เกมการศึกษา
เกมการศึกษาเป็นเกมการเล่นท่ีฝึกการสังเกต พัฒนากระบวนการคิด และเกิดความคิดรวบยอดเกม

การศึกษามีกฎ กติกาง่าย ๆ เดก็ สามารถเล่นคนเดียวหรือเลน่ เป็นกลุ่มได้ เกมการศึกษาทเี่ หมาะสมสำหรบั เด็ก
ระดับก่อนประถมศึกษา เช่น เกมการจับคู่ส่ิงท่ีเหมอื นกัน เกมการแยกประเภท จัดหมวดหมู่เกมการเรียงลำดับ
เกมการสังเกตรายละเอยี ดของภาพ เกมการหาความสัมพันธ์ ฯลฯ

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวยั : ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็กบา้ นถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรบั เดก็ อายุ 2-3 ปี)

๓๗

เกมการศึกษาท่ีจัดให้เด็กเล่นควรเร่ิมจากงา่ ยไปหายาก จากภาพไปสู่รูปทรงและสัญลักษณ์ท่ีซบั ซ้อน
ขน้ึ เมื่อครูให้เด็กเล่นเกมใหม่ควรแนะนำวธิ ีเล่นและเม่ือเล่นเสร็จครูควรตรวจสอบความถูกต้องบางเกมเด็กอาจ
ตรวจสอบคำตอบได้ด้วยตนเอง

เกมการศึกษาน้ีครูสามารถผลิตได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ ให้สอดคล้องกับเน้ือหา หรือประสบการณ์ท่ี
ต้องการใหเ้ ด็กเรยี นรู้ ควรเปิดโอกาสใหเ้ ด็กเลน่ เกมการศกึ ษาเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มยอ่ ยทกุ วัน โดยอาจจัดวาง
ไวใ้ หเ้ ดก็ เลอื กเล่นทบทวนตามความตอ้ งการนอกเหนือจากเวลาทกี่ ำหนด

จดุ ประสงค์
1. รู้จกั สงั เกต เปรยี บเทียบ และจำแนก
2. ส่งเสรมิ การคิด หาเหตผุ ล และตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
3. ส่งเสริมพฒั นากลา้ มเนื้อเล็กและการประสานสัมพนั ธร์ ะหว่างมือกับตา
4. สง่ เสริมการเลน่ ร่วมกัน

ตัวอยา่ งเกมการศึกษา
เกมจับคู่
เกมจบั คู่ภาพหรอื ส่งิ ของ สามารถแบ่งไดห้ ลายแบบ เชน่
- จับคู่ภาพที่เหมอื นกันทกุ ประการ
- จบั คภู่ าพกบั เงาของสิง่ เดยี วกัน
-จบั คภู่ าพกับโครงรา่ งของสิง่ เดยี วกัน
- จบั คภู่ าพท่ีซอ่ นอยูใ่ นภาพหลัก
- จบั คภู่ าพเตม็ กบั ภาพทีแ่ ยกเปน็ ส่วน ๆ
ฯลฯ
เกมการแยกประเภท จัดหมวดหมู่ (แผน่ ภาพเกมการแยกประเภท จดั หมวดหมู่)
เกมการเรยี งลำดบั (แผ่นภาพเกมการเรียงลำดับ)
เกมการสังเกตรายละเอียดของภาพ เช่น เกมภาพตัดต่อ (ภาพตัดต่อ จำนวนช้ินตามความ

เหมาะสมของวยั ผเู้ ลน่
เกมลอตโต (แผ่นภาพลอตโต)
เกมหาความสัมพันธ์ เช่น เกมตารางสัมพันธ์ (เมตริกเกม) เกมอุปมาอุปมัยเกมหา

ความสัมพันธ์ ระหวา่ งสง่ิ ของเคร่ืองใช้ฯลฯ

ขอบขา่ ยของกิจกรรมประจำวัน
การเลือกกิจกรรมประจำวันท่ีจะนำมาจัดในแต่ละวันสามารถจัดได้หลายรูปแบบทั้งนี้ข้ึนอยู่กับความ

เหมาะสมในการนำไปใช้ของแต่ละหน่วยงานและสภาพชุมชนท่ีสำคัญครูต้องคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้
ครอบคลมุ พัฒนาการทกุ ดา้ น แต่ต้องให้ครอบคลุมสิง่ ตอ่ ไปนี้

1. การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่เป็นการพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว ความ
คล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่างๆ และจังหวะการเคล่ือนไหวในการใช้กล้ามเน้ือใหญ่ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้
เล่นอสิ ระกลางแจง้ เล่นเครือ่ งเลน่ สนาม ปีนเลน่ อสิ ระ เคล่อื นไหวรา่ งกายตามจงั หวะดนตรี

2. การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเน้ือเล็กกล้ามเนื้อมือนิ้วมือการ
ประสานสัมพันธ์ระหวา่ งกล้ามเน้อื มือและระบบประสาทตาไดอ้ ย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน โดยจัด
กิจกรรมให้เด็กได้เลน่ เครือ่ งเล่นสัมผัส เล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบจบั ช้อนส้อม
และใชอ้ ปุ กรณศ์ ิลปะ เช่น สเี ทยี น กรรไกร พู่กัน ดนิ นำ้ มัน ฯลฯ

หลกั สูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบา้ นถ่อนพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๘

3. การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เป็นการปลกู ฝงั ให้เด็กมีความรู้สึกทีด่ ี
ต่อตนเองและผู้อ่ืน มีความเช่ือมั่น กล้าแสดงออก มีวินัยในตนเอง รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประหยัด เมตตากรุณา
เอ้ือเฟ้ือ แบ่งปัน มีมารยาทและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาท่ีนับถือ โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ ผ่าน
การเล่นให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองตามความต้องการ ได้ฝึกปฏิบัติโดยสอดแทรก
คุณธรรม จรยิ ธรรม อยา่ งตอ่ เนือ่ ง

4. การพัฒนาสังคมนิสัย เป็นการพัฒนาให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดีแสดงออกอย่างเหมาะสมและอยู่
ร่วมกับผู้อ่ืนได้ อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวัน มีนิสัยรักการทำงาน รู้จัก
ระมดั ระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นให้เด็กได้ปฏิบัติกจิ วัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เช่นรับประทาน
อาหาร พักผ่อนนอนหลับ ขับถ่าย ทำความสะอาดร่างกาย เล่นและทำงานร่วมกับผู้อ่ืน ปฏิบัติตามกฎกติกา
ข้อตกลงของส่วนรวม เก็บของเข้าท่เี ม่อื เล่นหรือทำงานเสรจ็ ฯลฯ

5. การพัฒนาการคิด เป็นการพัฒนาให้เด็กได้มคี วามสามารถในการคิดแก้ปญั หา ความคิดรวบยอด
ทางคณิตศาสตร์ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนา อภิปราย
แลกเปล่ียนความคดิ เห็นเชิญวทิ ยากรมาพูดคุยกับเดก็ ศกึ ษานอกสถานท่ี เลน่ เกมการศึกษา ฝึกการแก้ปญั หาใน
ชวี ิตประจำวนั และในการทำกจิ กรรมทั้งเป็นกลุ่มยอ่ ย กลุม่ ใหญ่หรอื รายบุคคล

6. การพัฒนาภาษา เป็นการพัฒนาให้เด็กใช้ภาษาส่ือสารถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความรู้ความ
เขา้ ใจในส่ิงตา่ งๆ ท่ีเดก็ มีประสบการณ์ โดยสามารถต้ังคำถามในส่งิ ที่สงสัยใครร่ ู้ จัดกจิ กรรมทางภาษาใหม้ ีความ
หลากหลายในสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เดก็ ไดแ้ สดงออกในการฟงั พูด อ่าน เขยี น มีนสิ ัย
รักการอ่าน และบุคคลแวดล้อมต้องเปน็ แบบอย่างท่ดี ีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ตอ้ งคำนึงถึงหลักการจัดกิจกรรมทาง
ภาษาท่ีเหมาะสมกบั เดก็ เปน็ สำคัญ

7. การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เป็นการพัฒนาให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและเห็นความสวยงามของส่ิงต่าง ๆโดยจัดกิจกรรมศิลปะ ดนตรีการ
เคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ อย่างอิสระตามความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ของเด็ก เล่น
บทบาทสมมติในมุมต่าง ๆ เล่นนำ้ เลน่ ทราย เลน่ ก่อสร้างส่ิงตา่ ง ๆ เช่น แท่งไม้รูปทรงตา่ ง ฯลฯ

การจัดประสบการณก์ ารเรยี นรตู้ ามแนวสะเต็มศึกษาสำหรบั เด็กปฐมวัย
สะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นแนวการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีบูรณาการศาสตร์ 4

ศาสตร์เข้าด้วยกันโดยนำเอาตัวอักษรตัวแรกของศาสตร์ท้ัง 4 มารวมกันได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science)
เทคโนโลยี (Technology) วศิ วกรรมศาสตร์ (Engineer) และ คณติ ศาสตร์ (Mathematics) โดยมีหลักแนวคิด
ในการนำเอาความรู้มาใช้แกป้ ัญหาในชีวติ จริง รายละเอยี ดของศาสตร์ท้ัง 4 มดี งั ต่อไปน้ี

วิทยาศาสตร์ (S) เป็นศาสตร์ท่ีทำให้ผู้เรียนเข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
วิทยาศาสตร์จะมีองค์ประกอบ 8 สาระการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่ ส่ิงมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ชีวิตกับ
สิ่งแวดล้อม สารและสมบัติของสาร แรงและการเคล่ือนที่ พลังงาน กระบวนการเปล่ียนแปลงของโลก ดารา
ศาสตร์และอวกาศ ธรรมชาติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซ่ึงประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ได้แก่ การสังเกต การ
สำรวจ การจำแนก การลงความเห็น การวัด การพยากรณ์ การหาความสัมพันธ์ระหวา่ งสเปสกับสเปส
และสเปสกบั เวลา เปน็ ต้น

เทคโนโลยี (T) เป็นศาสตร์ที่เก่ียวข้องกับการนำเอาเคร่ืองอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มาใช้ ตัวอย่าง
เทคโนโลยใี นระดับปฐมวัย เช่น แว่นขยาย อปุ กรณเ์ คร่อื งชงั่ ตวง วัด ไม้บรรทัด รอก เปน็ ตน้

วิศวกรรมศาสตร์ (E) เปน็ ศาสตรท์ ่เี กี่ยวกับการออกแบบ การวางแผน การสร้าง

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๓๙

คณิตศาสตร์ (M) เป็นศาสตรท์ พี่ ัฒนาทกั ษะการคิดอย่างมีเหตผุ ล การแก้ปญั หาให้กบั ผู้เรียน โดยสาระ
คณิตศาสตร์จะประกอบด้วย จำนวนและการดำเนินการ (เน้ือหาท่ีเกี่ยวกับตัวเลข จำนวน ลำดับท่ี การรวม
จำนวน การแยกจำนวน) การวัด เรขาคณิต พีชคณิต การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น และทักษะ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์

ก า ร จั ด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ก า ร เรี ย น รู้ ต า ม แ น ว ส ะ เต็ ม ศึ ก ษ า จ ะ ด ำ เนิ น ต า ม ข้ั น ต อ น ที่ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ
กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ในระดบั ปฐมวัยซึ่งทางสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยี (2551) ได้ใหห้ ลักของการดำเนนิ การดังนี้

1. การตง้ั ประเด็นคำถามหรือปัญหา ซ่ึงลักษณะของคำถามจะเปน็ คำถามปลายเปดิ ทีน่ ำไปสู่การ
สำรวจตรวจสอบ เช่น คำถามอย่างไร ทำไม

2. การสำรวจตรวจสอบ เป็นขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์เช่น การสังเกต การสำรวจ การวัด การทดลอง การสอบถามข้อมูลจากผู้ร้หู รือผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง
นน้ั ๆ

3. การอธิบายเพ่ือตอบคำถามในส่ิงท่ีสงสัยโดยมีข้อมูลหลักฐานท่ีสนับสนุน ซึ่งในระดับปฐมวัย
เด็กอาจจะไมส่ ามารถอธิบายข้อมูลและหลักฐานท่ีสนบั สนุนได้ แต่จะเปน็ ขั้นท่ีเด็กได้ข้อมูลที่พบจากการสำรวจ
ตรวจสอบ ทำความเขา้ ใจกับขอ้ มลู นั้น

4. การนำเสนอการสำรวจตรวจสอบอย่างง่าย ซ่ึงในระดับปฐมวัยจะสามารถทำได้โดยการบอกเล่า
การวาดภาพสื่อสาร การแสดงท่าทาง การประดิษฐ์ช้ินงานเพื่อสะท้อนข้อค้นพบ เป็นต้น สิ่งที่ครูปฐมวัยต้อง
คำนึงในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา คือ ครูควรต้องกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ทักษะ
กระบวนการคิดโดยการใช้คำถามปลายเปิดเพ่ือให้เดก็ ได้นำความรู้และประสบการณ์มาออกแบบเพื่อแก้ปัญหา
หรือสถานการณท์ ่เี กดิ ขึ้น เปิดโอกาสใหเ้ ด็กได้ลงมอื ทำกิจกรรม

การจัดประสบการณ์การเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย
วทิ ยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชวี ิตประจำวนั ของมนษุ ยก์ ารเรียนรู้ทางวทิ ยาศาสตร์

จึงมีความสำคัญท่ีจะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผลคิดสร้างสรรค์คิดวิเคราะห์วิจารณ์มี
ทักษะท่ีสำคัญในการค้นคว้าหาความรู้มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบสามารถตัดสินใจโดยใช้
ข้อมูลท่ีหลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจ
เก่ยี วกับธรรมชาตแิ ละเทคโนโลยีที่มนุษย์สรา้ งข้ึนรวมถงึ การนำความรู้ไปใช้อย่างสร้างสรรค์มีเหตุผลมีคุณธรรม
นอกจากน้ันยังช่วยให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับการใช้ประโยชน์การดูแลรักษาตลอดจนการพัฒนา
ส่ิงแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติอยา่ งสมดุลและย่งั ยืน

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยเป็นการตอบสนองและส่งเสริมพัฒนาการ
ของเดก็ ในการเรยี นรโู้ ลกธรรมชาตริ อบตัวและพฒั นาทักษะทางสติปัญญาต่าง ๆ เนื่องจากเดก็ ในระดลั ปฐมวัยมี
พฤติกรรมธรรมชาติของการสืบเสาะหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์อยู่ในตนเอง การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
และค้นพบตนเองมากที่สุด ให้ได้ทั้งกระบวนการเรียนรู้และองค์ความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย จะช่วยส่งเสริม
ศกั ยภาพของเด็กในดา้ นต่าง ๆ

เป้าหมายของการจดั ประสบการณ์การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ระดบั ปฐมวัย
เป้าหมายสำคัญในการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้วิทยาศาสตร์คือเพ่ือใหเ้ ดก็ ปฐมวยั มีความสามารถ

ดังนี้
1. แสดงความตระหนกั รู้เก่ียวกบั ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทม่ี นษุ ยส์ รา้ งขึ้นผ่านการลงมือปฏิบตั ิการ

สำรวจการสังเกตการต้ังคำถามและการแลกเปล่ยี นส่ิงที่คน้ พบ

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเดก็ เล็กบ้านถ่อนพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๔๐

2. ดำเนนิ การสืบเสาะหาความรู้อย่างง่ายๆด้วยตนเองอย่างเสรี หรอื ตามแบบที่กำหนดให้รวมทงั้ ทำ
กจิ กรรมตามคำแนะนำในการสงั เกตการตั้งคำถามการวางแผนการสำรวจการตรวจสอบและการสอื่ สารส่ิงท่ี
คน้ พบ

3. แสดงความเขา้ ใจและรู้จักดแู ลรักษาธรรมชาติ
4. สืบค้นและสนทนาเกี่ยวกบั ลกั ษณะและองค์ประกอบของสง่ิ ต่างๆและใชส้ ิ่งเหล่าน้ันได้อย่าง
ปลอดภัย
5. ร้แู ละสามารถใช้สงิ่ ของท่เี ป็นเทคโนโลยอี ย่างงา่ ยๆได้อย่างเหมาะสมปลอดภัย
6. เพ่ือให้มีจติ วทิ ยาศาสตรม์ ีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นิยมในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อย่างสร้างสรรค์

การจดั ประสบการณ์การเรยี นร้คู ณติ ศาสตรร์ ะดบั ปฐมวัย
ความสำคัญของคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์มีความสำคัญย่ิงต่อการพัฒนาความคิด ทำให้มนุษย์มี

ความคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระเบียบ มีแบบแผน ตลอดจนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และสามารถวิเคราะห์
ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบช่วยให้คาดการณ์วางแผนแก้ปัญหาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
อย่างเหมาะสมและคณิตศาสตร์ยงั เป็นเครอ่ื งมือในการศกึ ษาทางด้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อนื่ ๆ

เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ชอบเล่นและสำรวจ
สง่ิ ต่างๆรอบตวั คณิตศาสตร์สามารถพัฒนาเสริมสร้างให้เดก็ มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติรอบตัวและสิ่งตา่ งๆ
รอบตัว การท่ีเด็กมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ไม่
เพียงส่งผลให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนรทู้ างคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่จะส่งผลต่อการเรียนรู้ในศาสตร์
อ่ืน ๆ คณติ ศาสตรจ์ ึงมีบทบาทสำคญั ท้ังในการเรยี นรแู้ ละมปี ระโยชน์ตอ่ การดำเนนิ ชวี ิต

การเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับปฐมวัยมุ่งหวังให้เด็กทุกคนได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ทาง
คณิตศาสตร์อันเป็นพื้นฐานการเรียนรคู้ ณิตศาสตรใ์ นช้ันประถมศึกษาโดยกำหนดสาระหลักท่ีจำเป็นสำหรับเด็ก
ปฐมวยั ดงั นี้

- จำนวนและการดำเนินการ จำนวน การดำเนินการของจำนวน การรวมและการแยกกลุ่ม
- การวัด ความยาว นำ้ หนัก ปริมาตรเงนิ และเวลา
- เรขาคณติ ตำแหนง่ ทศิ ทางระยะทาง รปู เรขาคณิตสามมติ ิและรูปเรขาคณติ สองมติ ิ
- พีชคณิต แบบรปู และความสัมพนั ธ์
- การวิเคราะหข์ ้อมลู และความน่าจะเปน็ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และการนำเสนอ
- ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ การแกป้ ัญหา การใหเ้ หตุผลการสอ่ื สาร
การส่ือสารความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทาง
คณิตศาสตรแ์ ละเชือ่ มโยงคณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ืน่ ๆ และมีความคดิ รเิ ริม่ สร้างสรรค์

การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้
สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอ้ือ

ต่อการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย
เรียนรู้ผา่ นการเล่นทนี่ า่ สนใจ สนกุ สนาน โดยได้ดำเนนิ การพฒั นาและปรับปรงุ ดงั น้ี

ภายในห้องเรียนห้องเรียนแต่ละห้องจะเน้นความสะอาด สวยงาม ปลอดภัย ตกแต่งบอร์ด ด้วย
เนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหน่วยท่ีเด็กกำลังเรียนอยู่ในแต่ละสัปดาห์ ภายในห้องเรียน จะมีมุมประสบการณ์
พร้อมกับสื่ออุปกรณ์ที่แขง็ แรง สวยงาม ปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนของเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรูจ้ ากการ

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถอ่ นพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๔๑

สัมผัสทั้ง 5 เพราะมีความเชื่อว่า สภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดี มุมประสบการณ์ เช่น มุม
บ้าน มุมร้านค้า มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมของเล่นพลาสติก มุมดนตรี มุมแต่งตัว มุมนิทาน นอกจากน้ี ทาง
สถานศึกษาได้จดั ทำห้องนำ้ ห้องสว้ ม ไว้ภายในหอ้ งเรยี น เพ่ือความสะดวกและความปลอดภยั ของเด็ก

ภายนอกห้องเรียนสถานศึกษาได้จัดตกแต่งสภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียนด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ
ได้แก่ ไม้ดอกไม้ประดับ ผักสวนครัว ไม้ยืนต้น หน้าอาคารเรียนได้จัดให้มีสระน้ำ เพื่อเล้ียงสัตว์น้ำ เช่น ปลา
และมีสวนหย่อมด้านหน้า เพื่อความสวยงาม ความเพลดิ เพลนิ เพ่ือเอ้ือต่อการพัฒนาการของเด็กได้ศึกษานอก
สถานท่ไี ด้ทำใหเ้ ดก็ ได้สัมผัสธรรมชาติของจริง สง่ เสริมให้เด็กมสี ขุ ภาพจติ ดี สนกุ สนานกบั การเรียนรูม้ ีคุณครจู ัด
กิจกรรมข้นึ ให้กบั เด็กยดึ หลักการสะอาด ปลอดโปรง่ ร่มรน่ื ท้ังภายในและภายนอกห้องเรยี น

สอ่ื ประกอบการจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้
ส่ือเป็นเคร่ืองมือของการเรียนรู้ ทำหน้าท่ีเป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก เพ่ิมพูน

ทักษะและประสบการณ์ สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนสร้างเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมใหแ้ กเ่ ดก็

สถานศึกษามีระบบในการควบคุมส่ืออย่างเปน็ ระบบ มีผู้ดแู ลรับผิดชอบมีกระบวนการดงั นี้
1. การจัดหามกี ารสอบถามความตอ้ งการในการใช้สอื่ ของครผู ู้สอน โดยใชแ้ ตล่ ะหอ้ งนำเสนอ

ทุกตน้ ปีการศึกษา
2. การจดั เก็บสอ่ื ทกุ ประเภทมีทะเบยี นคุม มีเอกสารชัดเจน
3. การจดั การเมือ่ ลงทะเบียนแลว้ จะแยกให้แกค่ รปู ระจำช้ันรับได้ เกบ็ ได้โดยให้แตล่ ะห้อง

ทำทะเบียนเขยี นสื่อของหอ้ งตนเองไว้
4. การซ่อมจะมกี ารสำรวจสอ่ื ทกุ ส้ินเทอม เพ่ือดูว่ามีสอื่ ใดชำรดุ จะซ่อมหรือจำหนา่ ย

สถานศกึ ษาได้กำหนดส่ือตามลักษณะของสอื่ โดยแบ่งออกเปน็ 5 ประเภท
1. สือ่ ธรรมชาติหมายถงึ สงิ่ ทเี่ กดิ ขึ้นเองตามธรรมชาติ เชน่ พืช ผัก ผลไม้ ดิน หนิ เป็นตน้
2. ส่ือสิ่งพิมพ์หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น เอกสาร หนังสือ ตำรา

นติ ยสาร หนงั สือพมิ พ์ วารสาร จุลสาร แผนท่ี แผนภมู ิ ตาราง สถติ ิกราฟ เป็นต้น
3. สื่อวัสดุและอุปกรณ์หมายถึง วัสดุท่ีประดิษฐ์ขึ้นเพ่ือประกอบการเรียน เช่น บัตรคำ หุ่น

ทดลอง เกมการศึกษา เครื่องมอื อุปกรณ์การทดลอง เป็นต้น
4. สื่อท่ไี มใ่ ชค่ วามเรียงหมายถึง สื่อท่ไี ม่มตี วั หนงั สอื กำกบั เช่น สญั ลกั ษณ์ เคร่ืองหมายตา่ ง ๆ
5. สื่อเทคโนโลยีหมายถึง ส่ือการเรียนรู้ท่ีได้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กับเคร่ืองมือโทรทัศน์วัสดุ

หรือเครอ่ื งมอื ท่เี ปน็ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น วีดที ศั น์ สไลด์ คอมพวิ เตอร์ เป็นตน้

บรรยากาศการเรยี นรู้

การจัดสภาพแวดล้อมในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีความสำคัญต่อเด็กเนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัยนี้
สนใจท่ีจะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลอง และต้องการสัมผัสกับส่ิงแวดล้อมรอบๆตัว การจัดเตรียมส่ิงแวดล้อมอย่าง
เหมาะสมตามความต้องการของเด็ก จึงมีความสำคัญท่ีเก่ียวข้องกับพฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก เด็ก
สามารถเรียนรู้จากการเล่นท่ีเป็นประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสท้ังห้า ศูนย์พัฒนาเด็ก
เล็ก จำเป็นต้องจัดส่ิงแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของหลักสูตร เพื่อส่งผลให้บรรลุ
จุดหมายในการพฒั นาเดก็ ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ ได้คำนงึ ถึงสิ่งตอ่ ไปน้ี

๑. ความสะอาด ความปลอดภยั

หลกั สูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวัย : ศนู ย์พัฒนาเด็กเล็กบา้ นถ่อนพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๔๒

๒. ความมีอสิ ระอย่างมขี อบเขตในการเล่น
๓. ความสะดวกในการทำกิจกรรม
๔. ความพรอ้ มของอาคารสถานที่ เช่น ห้องเรยี น หอ้ งน้าห้องสว้ ม สนามเด็กเลน่ ฯลฯ
๕. ความเพียงพอเหมาะสมในเรอ่ื งขนาด น้ำหนกั จำนวน สีของส่ือและเคร่ืองเลน่
๖. บรรยากาศในการเรยี นรู้ การจัดที่เลน่ และมมุ ประสบการณต์ ่างๆ

สภาพแวดลอ้ มภายในห้องเรยี น

หลักสำคัญในการจัด ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความเป็นตัวของ
เด็กเอง ความรู้สึกอบอุ่นมั่นใจ และมีความสุขของเด็ก เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ไดจ้ ัดแบ่งพ้นื ทใี่ ห้เหมาะสม ดังน้ี

๑. พื้นที่อำนวยความสะดวกเพื่อเดก็ และครู
๑.๑ ท่ีแสดงผลงานของเด็ก จัดทำเป็นแผ่นปา้ ยหรอื ที่แขวนผลงาน
๑.๒ ท่ีเกบ็ แฟม้ ผลงานเดก็ จดั ใสแ่ ฟม้ รายบคุ คล
๑.๓ ทเ่ี ก็บเครือ่ งใช้ส่วนตวั ของเดก็
๑.๔ ทีเ่ กบ็ เครื่องใชข้ องครู
๑.๕ ป้ายนเิ ทศ

๒. พ้ืนที่ปฏิบัติกิจกรรมและการเคลื่อนไหว ควรมีพื้นท่ีที่เด็กสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และทำ
กิจกรรมด้วยกันในกลมุ่ เลก็ หรือกลุ่มใหญ่ เด็กสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระจากกิจกรรมหนง่ึ ไปยังกิจกรรม
หนึง่ โดยไมร่ บกวนผูอ้ น่ื

3. พื้นที่จัดมุมเล่นหรือมุมประสบการณ์ สามารถจัดตามความเหมาะสมข้ึนอยู่กับสภาพห้องเรียน
จัดแยกส่วนที่ใช้เสียงดังและเงียบออกจากกัน เช่นมุมบล็อกอยู่ห่างจากมุมหนังสือ มุมบทบาทสมมติอยู่ติดกับ
มมุ บลอ็ ก มมุ วิทยาศาสตร์อยู่ใกล้มุมศิลปะเปน็ ต้น

สภาพแวดล้อมนอกห้องเรยี น
การจัดสภาพแวดล้อมภายในอาณาบรเิ วณรอบๆ ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก รวมท้ังจัดสนามเด็กเล่น พร้อม

เคร่ืองเล่นการระวังรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และบริเวณรอบนอกศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ให้ความร่มร่ืน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งท่ีส่งผลต่อการเรียนรู้ และ
พฒั นาการของเดก็

แหลง่ เรียนรู้
สถานศึกษาได้จัดบรรยากาศท้ังภายในและภายนอกห้องเรียนท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ซ่ึงเป็น

แหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยบูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นท่ีสนุกสนาน
สถานศึกษาควรดำเนนิ การจดั แหล่งเรยี นรู้ ดังนี้

1. ภายในห้องเรียน เน้นความปลอดภัย สะอาด สวยงาม ภายในหอ้ งมีมมุ ประสบการณ์ และ
ส่ืออุปกรณ์ท่ีแข็งแรง สวยงาม ปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนเด็ก เพ่ือให้เด็กเรียนรู้จากการสัมผัสท้ัง 5 มี
ห้องสื่อ มีมุมประสบการณ์ ได้แก่ มุมบ้าน มุมหมอ มุมร้านค้า มุมวิทยาศาสตร์ มุมหนังสือมุมบล็อก มุมดนตรี
เป็นตน้

หลักสูตรสถานศกึ ษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านถอ่ นพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๔๓

2. ภายในสถานศึกษา จัดให้บรรยากาศท่ีสะอาด ร่มร่ืน สวยงาม ปลอดภัย มีต้นไม้มากมาย
หลายชนิด พนั ธ์ุไมต้ ่าง ๆ และห้องสำคัญต่าง ๆ ในโรงเรียน เช่น ห้องสมดุ หอ้ งพยาบาล ห้องวิทยาศาสตร์ ห้อง
นาฎศลิ ป์ และอืน่ ๆ

3. ภายนอกสถานศึกษา คือ สถานที่ต่าง ๆ เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด โรงพยาบาล สถานีตำรวจ
ที่วา่ การอำเภอ ศาลาวา่ การ สถานีดับเพลงิ ตลาด และอนื่ ๆ

การจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัย จำเป็นต้องอาศัยสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ
จงึ จะชว่ ยให้เด็กมีประสบการณแ์ ละเกดิ การเรยี นรู้อยา่ งมคี ุณภาพ ได้ดำเนนิ การดงั นี้

1. จัดให้มีสื่อหลากหลาย เพยี งพอในการนำมาใช้ประกอบการพฒั นาเด็ก ส่อื มที งั้ ทเ่ี ป็นวสั ดุ
ธรรมชาติ สอ่ื ทีค่ รผู ลติ /จัดทำ และสอ่ื ที่ซอ้ื

2. จัดระบบการบริการและจดั เก็บสอื่ ให้เปน็ ระเบียบ สะดวกตอ่ การนำมาใช้
3. ใหเ้ ดก็ มีโอกาสเปน็ ผู้ลงมอื การทำต่อวตั ถหุ รือใช้สื่อตา่ งๆดว้ ยตนเอง เพื่อให้เกดิ การเรยี นรู้

อยา่ งแท้จริง และยง่ั ยืน
4. สง่ เสริมการใชแ้ หลง่ เรียนรู้ต่างๆ ในศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก แหลง่ เรียนรูน้ อกศูนย์พัฒนาเด็กเลก็

และภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ให้มสี ่วนรว่ มในการพัฒนาเด็ก
5. จดั ใหม้ ีระบบการนิเทศ ติดตาม กำกบั การใชส้ ื่อ และแหล่งการเรียนรู้ควบคไู่ ปกับการ
ดำเนินการดา้ นอ่ืนในการพัฒนาเด็กปฐมวยั

แหล่งเรียนรู้ในศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็ก
1. โรงอาหาร
2. ป้ายทำเนียบครู
3. ปา้ ยนิเทศหนา้ ห้องเรียน
4. สวนหยอ่ มหน้าอาคารเรียน
5. สนามเด็กเล่น
6. ตน้ ไมบ้ ริเวณรอบๆ อาคารเรียน
7. เสาธง
8. แปลงปลกู ผักสวนครัว
9. สวนสมนุ ไพร
10. อ่ืนๆ ที่เหมาะสมกับวยั เดก็

แหลง่ เรียนรใู้ นชมุ ชน (นอกศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ )
แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน แหล่งเรียนรู้เก่ียวกับการส่งเสริมอาชีพ แหล่งเรียนรู้

ศาสนา ศลิ ปะ วฒั นธรรม (วัด) แหลง่ ธรรมชาตทิ ีป่ ลอดภยั สำหรับเด็กปฐมวยั

หลกั สตู รสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บา้ นถ่อนพัฒนา
พทุ ธศกั ราช 2564 (สำหรับเดก็ อายุ 2-3 ปี)

๔๔

การบรหิ ารจัดการหลักสูตร
ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็กดำเนินการบรหิ ารจัดการหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ดงั นี้
1. เตรียมความพร้อม โดยประชมุ ครู บคุ ลากร และผู้มสี ่วนเกีย่ วข้อง
2. แต่งตงั้ คณะกรรมการ
3. การจดั ทำ รวบรวมเอกสารที่เกย่ี วข้องกบั การพัฒนาหลักสูตรปฐมวัยของศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ โดยมี
การกำหนดปรัชญาวสิ ยั ทศั น์ ภารกจิ เป้าหมาย คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรรู้ ายปี
การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ บรรยากาศการเรยี นรู้ ประเมนิ ผล ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
4. นำหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัยของศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ สู่การปฏบิ ตั ิ
5. นิเทศ กำกบั ตดิ ตาม และประเมนิ ผล
6. สรปุ ผลการดำเนินงาน
7. นำผลการประเมินสูก่ ารพัฒนา/ปรับปรุง การดำเนนิ งาน

การเช่ือมต่อการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
การเช่ือมต่อดา้ นการพฒั นา แกไ้ ขและสนับสนุนเดก็ ปฐมวยั ในทุกๆ ดา้ น เป็นการพัฒนาการอย่าง

ตอ่ เน่อื งและสอดคล้อง ตรงจุด และมีประสทิ ธิภาพโดยผู้ทเี่ กีย่ วข้องดังนี้
1. บทบาทพอ่ แม่และผเู้ ลี้ยงดู
2. บทบาทบุคลากรในศูนย์พัฒนาเด็กเลก็
3. บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. บทบาทของหน่วยงานสาธารณสุขทเ่ี กยี่ วข้องกับทางด้านเด็ก (รพ.สต)

1. บทบาทพ่อแมแ่ ละผู้เลย้ี งดู
1.1 มคี วามพร้อมดา้ นข้อมูลเกย่ี วกบั ตัวเดก็ ด้วยการคอยจดบันทึกพัฒนาการของลูกอย่าง
ละเอียดสมำ่ เสมอ และตรงตามความเป็นจรงิ
1.2 เปน็ ตวั เป็นแบบอย่างทด่ี ีใหก้ ับลกู และหลีกเล่ียงการกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
1.3 พจิ ารณาเลอื กสถานศึกษาใหเ้ ดก็ ตามความเหมาะสม และมีคุณภาพ
1.4 ใหค้ วามรว่ มมอื ปฏบิ ตั ติ ามคำแนะนำของสถานพฒั นาเด็กปฐมวัย
1.5 พอ่ แม่กับสถานพัฒนาเด็กใหค้ วามรว่ มมือพัฒนาเดก็ ในทศิ ทางเดยี วกัน
1.6 สร้างความคุ้นเคย เชือ่ มโยง และยอมรบั นับถือซึ่งกันและกันระหว่างบ้านกบั ศูนย์
พฒั นาเด็กเล็ก

2. บทบาทครแู ละบคุ ลากรในศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็
2.1 รวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ เกย่ี วกับตวั เดก็ ใหล้ ะเอียดครบถ้วน
2.2 ต้องสรา้ งความไว้วางใจให้เกดิ ข้ึนกับเดก็ และผปู้ กครอง
2.3 ปฏบิ ัติตนกบั เด็กและผูป้ กครองดว้ ยความอ่อนน้อม เหมาะสมให้เกยี รติกัน
2.4 จดั กิจกรรมให้เด็ก ครู และผปู้ กครอง เพื่อสร้างความคนุ้ เคย ไวว้ างใจ และสามารถอยู่รว่ มกับ
ผ้อู ่นื ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
2.5 ผลติ และพัฒนาสอ่ื การเรียนการสอน เพื่อใชใ้ นการส่งเสริมและแก้ปญั หาท่เี กิดขน้ึ กับเด็ก
2.6 เปน็ สะพานเช่ือมโยงผูป้ กครองกับหนว่ ยงานต่างๆ ท่ีเกยี่ วข้องให้เขา้ มามสี ่วนร่วมกันในการ
สง่ เสรมิ ปรับปรงุ และพฒั นาศักยภาพเด็ก

หลักสูตรสถานศึกษาระดบั ปฐมวยั : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นถ่อนพฒั นา
พทุ ธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)

๔๕

3. บทบาทขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
3.1 กำหนดนโยบายการพฒั นาการศึกษาอย่างเปน็ ระบบ
3.2 สนบั สนุนทรัพยากรและงบประมาณในการพฒั นาการจัดการศกึ ษาของศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก
อย่างต่อเนือ่ ง
3.3 สง่ เสรมิ พัฒนาศกั ยภาพครูและบคุ ลากรดา้ นการศึกษาใหม้ ีประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัตงิ าน
3.4 ประเมนิ คณุ ภาพภายในตามมาตรฐานการศกึ ษาศูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก
3.5 ส่งเสริมใหท้ กุ ภาคส่วนมีสว่ นรว่ มในการการพัฒนางานด้านการศึกษา

4. บทบาทของหน่วยงานสาธารณสุขที่เกีย่ วข้องกับทางด้านเด็ก (รพ.สต)
4.1 สง่ เสริมมาตรฐานด้านการจัดสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกอาคาร
สถานที่
4.2 ส่งเสริมสนบั สนนุ การเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ โดยการชัง่ น้ำหนัก สว่ นสงู ทกุ 3 เดอื น
4.3 ส่งเสริมกิจกรรมดา้ นทันตอนามยั ในช่องปากเดก็ ปฐมวัย
4.4 ส่งเสริมใหค้ วามรู้แก่ครู และผปู้ กครองเกี่ยวกับโรคระบาดตามฤดูกาลในเด็กปฐมวัย

การประเมินพฒั นาการ
การประเมินพัฒนาการเด็กช่วยให้ครูทราบและเข้าใจพัฒนาการ การเรียนรู้ของเด็กในความ

รบั ผิดชอบ ข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการ ครูจะนำไปใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการจัดประสบการณ์
ให้กับเด็กและเป็นข้อมูลในการสื่อสารกับผู้ปกครองเพื่อร่วมมือในการพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพอย่างต่อเน่ือง
ต่อไป ในระดับปฐมวัยเป็นการประเมินพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็น
กระบวนการทีต่ ้องดำเนนิ การต่อเนื่อง และควบคไู่ ปกับการจัดประสบการณ์ให้กับเดก็ ตามปกติในแต่ละวัน โดย
มหี ลักการประเมนิ พัฒนาการดงั น้ี

1. ประเมนิ พัฒนาการครบทุกดา้ น นำผลมาพฒั นาเด็ก และปรับปรุงวิธสี อนของครู
2. ประเมนิ เป็นรายบคุ คลอย่างสมำ่ เสมอ และตอ่ เน่ืองตลอดปี
3. สภาพการประเมนิ เป็นสถานการณ์เดียวกบั การปฏิบัตกิ จิ กรรมประจำวัน
4. ประเมินอยา่ งเป็นระบบ มกี ารวางแผน เลอื กใช้เครื่องมือและจดบนั ทึกไวเ้ ป็นหลกั ฐาน
5. ประเมินตามสภาพจริงดว้ ยวิธีการหลากหลาย เหมาะกับเด็ก รวมท้ังใช้แหลง่ ข้อมลู หลาย ๆ ดา้ น
ใช้การทดสอบนอ้ ยที่สดุ ตามความจำเปน็
วิธีการประเมิน
วธิ ีการประเมนิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ที่เหมาะสมได้แก่
1. การสงั เกตพฤติกรรมเด็ก
2. การเขียนบันทึกพฤติกรรม
3. การสนทนา การสมั ภาษณ์
4. และการวิเคราะห์ข้อมลู จากผลงานของเด็กทเี่ ก็บในแฟม้ สะสมงานอยา่ งเป็นระบบ

การประเมินพัฒนาการเป็นขบวนการต่อเนื่องให้ครอบคลุมพัฒนาการเด็กทุกด้านได้แก่ ด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เพ่ือนำผลมาใช้วางแผนจัดกิจกรรมให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาอย่าง
เต็มศกั ยภาพ

สถานศึกษาจัดให้มีการประเมินอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้านเป็นการประเมินใน
สถานการณ์ปกติขณะท่ีเด็กทำกิจกรรมประจำวันและช่วงเวลาต่าง ๆ ได้แก่ การสังเกต การสัมภาษณ์ การ

หลักสตู รสถานศกึ ษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านถ่อนพฒั นา
พุทธศกั ราช 2564 (สำหรบั เด็กอายุ 2-3 ปี)

๔๖

สนทนา การบันทึกพฤติกรรมเด็กและวิเคราะห์ข้อมูล ผลงานเด็กท่ีเก็บอย่างมีระบบ แล้วนำข้อมูลจากการ
ประเมินพัฒนาการมาสรุป เพื่อเขียนรายงานผลพัฒนาการลงในสมุดรายงานประจำตัวเด็กทุกภาคเรียน และ
รายงานให้ผู้ปกครองทราบอย่างชดั เจน และต่อเน่อื งโดยดำเนินการต่อไปน้ี

กอ่ นเรียนสถานศึกษาจัดทำข้อมูลของเด็กเป็นรายบคุ คล โดยให้ผู้ปกครองกรอกข้อมูลและสมั ภาษณ์
ผู้ปกครอง เชน่ ข้อมลู ทั่วไป ประวตั ิสุขภาพ ลักษณะนิสยั

ระหว่างเรียนสถานศึกษาได้จัดทำเคร่ืองมือประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการ
หลากหลายเหมาะสมกับเด็ก รวมท้ังใช้แหล่งข้อมูลหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ การสังเกต การบันทึก พฤติกรรม การ
สนทนา การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล จากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ บันทึกการมาเรียน บันทึก
สุขภาพ และบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลท่ีได้มาจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับ
ความสามารถหรอื พัฒนาการแตล่ ะดา้ นของเด็ก

หลังเรียนสถานศึกษาได้นำข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการมารวบรวมสรุปและเขียนรายงานผล
พฒั นาการลงในสมดุ รายงานประจำตัวทุกภาคเรียน

เกณฑก์ ารประเมินคือ การนำผลการประเมนิ มาสรปุ และจัดระดับพัฒนาการ ดงั นี้
ระดบั 3 = ดี หมายถึง ปฏิบตั ไิ ดอ้ ย่างถกู ต้อง คล่องแคล่ว ชดั เจน
ระดบั 2 = พอใช้ หมายถงึ ปฏิบตั ไิ ดอ้ ย่างถกู ต้อง แต่ยังไมค่ ลอ่ งแคลว่
ระดับ 1 = ปรับปรงุ หมายถงึ ปฏิบตั ิได้บ้าง แตค่ รูต้องให้ความชว่ ยเหลือ

การประเมินผล
การประเมนิ ผลระดบั อนุบาล แบง่ ออกเป็น 3 ระยะ ดังน้ีคือ
1. ประเมนิ ผลประจำ แต่ละกิจกรรม
2. ประเมนิ ผลประจำวนั
3. ประเมินผลประจำภาค/ปี

วิธีประเมินผล
1. การสงั เกต
1.1 ครูสังเกตเด็กตลอดเวลา เชน่ ขณะเรียน เลน่ และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ใน

ศนู ย์การเรยี นกิจกรรมเสรที ้ังเป็นกลุ่ม และรายบุคคลสมำ่ เสมอ
1.2 บันทกึ การสังเกตพฤติกรรม และพฒั นาการของเด็กในสมุดรายงานประจำตวั ของเด็ก
2. การสมั ภาษณ์ คือ การสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล และเปน็ กลุ่ม อาจจะมกี ารบนั ทึกการ

สนทนาด้วยเพือ่ หาวิธีการแก้ไข หรือทำให้ทราบว่า ประสบผลสำเร็จหรอื ไม่
3. ตรวจผลงาน และวิเคราะหข์ ้อมลู

การจัดระดบั คณุ ภาพของการประเมนิ ผลพัฒนาการ มีดังนี้
ระดับคุณภาพ 3 มีค่าเฉล่ยี ระหว่าง 2.50 – 3.00
หมายความว่า ปฏิบัติไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง คล่องแคลว่ ชัดเจน
ระดับคุณภาพ 2 มีค่าเฉลีย่ ระหว่าง 1.50 – 2.49
หมายความวา่ ปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งถูกต้อง แต่ยังไมค่ ลอ่ งแคลว่
ระดบั คุณภาพ 1 มคี ่าเฉลย่ี ระหวา่ ง 1.00 – 1.49
หมายความว่า ปฏิบัตไิ ด้บ้าง แต่ครูตอ้ งให้ความช่วยเหลอื

หลักสตู รสถานศึกษาระดับปฐมวัย : ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านถอ่ นพฒั นา
พุทธศักราช 2564 (สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี)


Click to View FlipBook Version