เข ี ยนแบบเทคน ิ ค เบื้องต้น
บทน ำ หน ่ วยท ี ่ 1
วิวัฒนาการเขียนแบบ มน ุ ษย ์ ท ี ่ อย ่ ู บนโลกเรำน ี ้ ม ี ภำษำพ ู ดท ี ่ แตกต ่ ำงก ั นแต ่ ภำษำที่มนุษย์ สำมำรถสื่อสำรกันได้ทั ่วโลกนั้นก็คือ กำรขีดเขียนเป็ นภำพในสมย ั ย ุ คห ิ น มน ุ ษยถ ์ ำ ้ มก ั จะเข ี ยนภำพสต ั วช์ น ิ ดต ่ ำง ๆ ไว ้ บนผน ั งถำ ้ เพ ื ่อใช้เป็ นภำษำ ใช ้ สื ่ อสำรกน ั และในย ุ คต ่ อมำม ี ผ ้ ค ู ้ นพบภำพวำดของสต ั ว ์ชน ิ ดต ่ ำง ๆ ซึ ่ ง ชำวอ ี ย ิปตโ์ บรำณได ้ วำดไว ้ เช ่ นกน ั ดง ั แสดงในรป ู ท ี ่
วิวัฒนาการเขียนแบบ จำกกำรสำ รวจพบว ่ ำ กำรเข ี ยนแบบได ้ ม ี กำร พฒ ั นำอย ่ ู ตลอดเวลำ ทง ั ้ น ี ้ เพรำะมน ุ ษยมีกำร ์ บน ั ท ึ กควำมค ิ ดและกำรสื ่ อสำรกน ั ก ็ ย ่ อมจะ ต ้ องกำรใช ้ รป ู ภำพกรำฟิ กและสญ ั ลก ั ษณ ์ ต ่ ำงๆ เข ้ ำมำเก ี ่ ยวข ้ องด ั งเช ่ น ภำพแปลนป้ อม ปรำกำรบนแผ ่ นห ิ น ซึ ่ งว ิ ศวกรชื ่ อ ชำลเดน (Chaldean) ได้วำดไว้ประมำณ 1,000 ปี ก ่ อนท ี ่ จะมีกำรน ำกระดำษมำใช้ในกำรเขียนแบบ
วิวัฒนาการเขียนแบบ ต ่ อมำย ุ คโรมน ั ร ่ ง ุ เร ื องน ั บได ้ ว ่ ำเป็นยุคที่มี กำรพฒ ั นำกำรเข ี ยนแบบในช ่ วงระยะเวลำ หน ึ ่ ง ซึ ่ งจ ะเห ็ นได ้ จ ำกม ี กำรประด ิ ษฐ ์ เคร ื ่ องม ื อท ี ่ใช ้ในกำรเข ี ยนแบบ เช ่ น วงเวียน ปำกกำ เป็ นต้นดังแสดงในรูปที่
ว ิ วฒ ั นำกำรเข ี ยนแบบ นอกจำกน ี ้ ล ีโอนำโด ดำว ิ นซี(Leonadoda Vinci) ยง ัได ้ วำดภำพแสดงว ิ ธ ี กำรเคล ื ่ อนย ้ ำย วต ั ถ ุ ขนำดใหญ ่ ท ี ่ ม ี น ้ ำหน ั กมำกในควำมค ิ ด ของเขำออกมำเป็ นภำพโดยใช้หลักกำรของ คำนงัด ดังแสดงในรูป
วิวัฒนาการเขียนแบบ มีกำรเขียนแบบโครงสร้ำงและ น ำไปสร ้ ำงจ ิ นตนำกำรจร ิ งท ี ่ น ่ ำ พ ิ ศวงอ ี กช ิ ้ นหน ึ ่ งค ื อ สนำมก ีฬำใน กร ุ งโรม ประเทศอ ิ ตำล ีปั จจ ุ บ ั น กลำยเป็ นซำกปรก ั หก ั พง ั แต ่ กยังมี ็ เ ค้ ำ โ ค ร ง ใ ห้ ผู้ ส น ใ จ ไ ด้ ศึ ก ษ ำ ประวต ัิ ศำสตร ์ ดง ั แสดงในรป ู
ควำมส ำคัญในกำรเขียนแบบ เม ื่อกล ่ ำวมำถ ึ งจ ุ ดน ี ้ อำจจะม ี ผ ้ ู สงส ั ยว ่ ำ เหต ุ กำรณ ์ ต ่ ำง ๆ เหล ่ ำน ั น ้ เก ี่ยวข ้องกับงำนเขียน แบบอย ่ ำงไร ซึ่งย ่ อมม ี ควำมสม ั พน ั ธ ์ กน ั โดยตรงระหว ่ ำงเหต ุ กำรณ ์ เหล ่ ำน ั น ้ กบ ั งำนเข ี ยนแบบอย ่ ำง แน ่ นอน เพรำะกำรเข ี ยนแบบเป็ นภำษำกรำฟิ กท ี่ใช ้ กน ั อย ่ ู ทว ั่ โลก เพ ื่อแสดงออกทำงควำมค ิ ดหรือ โครงสร ้ ำง หำกปรำศจำกกำรสื่อสำรด ้ วยกรำฟิ กน ี ้ แล ้ ว ส ิ่งท ี่ยง ัปรำกฏเป็ นหลก ั ฐำนอย ่ ู จะสำมำรถสร้ำง ข ึ น ้ มำได ้ อย ่ ำงไร ปั จจบ ุ น ั กำรเข ี ยนแบบได ้ รบ ั กำรยอมรบ ัให ้ เป็ นสื่อในกำรต ิ ดต ่ อกบ ั หม ่ ู น ั กว ิ ทยำศำสตร ์ ว ิ ศวกร น ั กออกแบบ ช ่ ำงเทคน ิ ค และคนงำนท ี่เก ี่ยวข ้ องกบ ั กำรผล ิ ต ไม ่ ว ่ ำพวกเขำเหล ่ ำน ั น ้ จะม ี ภำระหน้ำที่ใน ตำ แหน ่ งใดกต ็ ำม พวกเขำต ้ องสำมำรถสเกตช์หร ื อเข ี ยนแบบ หร ื อต ้ องสำมำรถอ ่ ำนแบบออกได ้โดย ปกต ิ ควำมค ิ ดจะเร ิ่มต ้ นจำกกำรสเกตช์อย ่ ำงหยำบๆ ก ่ อน จำกน ั น ้ จ ึ งค ่ อยเพ ิ่มเต ิ มจำกภำพสเกตช์ ดง ั กล ่ ำวจนกระทง ั่เป็ นแบบท ี่สมบร ู ณ ์ และถก ู ส ่ งต ่ อไปให ้ ช ่ ำงเทคน ิ คได ้ ศึ กษำอ ่ ำนแบบและตีควำมหมำย ของแบบเพ ื่อแนะน ำและอธ ิ บำยให ้ ช ่ ำงฝี ม ื อได ้ เข ้ ำใจ น ำไปปฏ ิ บต ัิ งำนตำมแบบงำนน ั น ้ ต ่ อไปอีกทอด หนึ่ง
ควำมส ำคัญในกำรเขียนแบบ เนื่องจำกกำรเขียนแบบเป็ นองค์ประกอบที่ส ำคัญในกระบวนกำรอุตสำหกรรมทั ่วไป แบบที่ เข ี ยนข ึ น ้ จ ึ งน ั บเป็ นสื่อในกำรให ้ กำรศึ กษำไม ่ใช ่ งำนทำงด ้ ำนศ ิ ลปะเน ื่องจำกเวลำเป็ นองค์ประกอบที่ สำ คญ ั ในกำรผล ิ ตของสถำนประกอบกำรอต ุ สำหกรรม แบบงำนจ ึ งต ้ องม ี ลก ั ษณะง ่ ำยๆ กระชบ ั และ เท ี่ยงตรง ปรำศจำกส ิ่งตกแต ่ งท ี่สวยงำม องค ์ประกอบท ี่สำ คญ ั เป็ นหว ัใจของแบบกค ็ื อ ควำมเข้ำใจ กล ่ ำวค ื อ แบบงำนจะต ้ องสำมำรถถ ่ ำยทอดควำมม ่ ุ งหมำยท ี่ต ้ องกำรอย ่ ำงชด ั เจน แบบท ี่เลอะเทอะ เป็ นส ิ่งท ี่ไม ่ อำจยอมรบ ัได ้โดยเฉพำะแบบท ี่เข ี ยนอย ่ ำงลวกๆ ไม ่ สมบ ู รณ ์ และมก ั ง ่ ำย ม ี แต ่ จะย ิ่งเพ ิ่ม เวลำก ่ อให ้ เก ิ ดควำมสบ ั สนควำมคลำดเคล ื่อนและสญู เปล ่ ำทำงกำ ลง ั งำน ในวงกำรอต ุ สำหกรรมม ีโรงงำนตง ั ้ แต ่ ขนำดเลก ็ ซึ่งม ี คนงำนเพ ี ยงไม ่ ก ี่คน จนถ ึ งโรงงำนขนำด ใหญ ่ ซึ่งม ี คนงำนหลำยร ้ อยคน ต ่ ำงกต ็้ องพยำยำมดำ เน ิ นงำนให ้ ม ีประส ิ ทธ ิ ภำพ ดง ั น ั น ้ จึงจ ำเป็ นต้อง ผล ิ ตงำนเข ี ยนแบบท ี่ม ี คณ ุ ภำพ เพ ื่อไม ่ให ้ เก ิ ดควำมผ ิ ดพลำดในกำรผล ิ ตของผล ิ ตภณ ั ฑ ์
การจ าแนกลักษณะการเขียนแบบ 1. การเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม 2. การเขียนแบบโครงสร้าง 3. การเขียนแบบทางไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์ 4. การเขยีนแบบเครือ่งมอืกล 8. การเขยีนแบบทีแ่ผนที ่ 6. การเขียนแบบงานท่อ 7. การเขียนแบบทางก าลังของไหล 5. การเขียนแบบส าหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ 9. การเขียนแบบงานโลหะแผ่น 10. การเขียนแบบสิทธิบัตร
THANK YOU
เข ี ยนแบบเทคน ิ ค เบื้องต้น
หน ่ วยท ี ่ 2 หลักการอ่านและมาตรฐาน ในงานเขียนแบบ
เส้น เส ้ นทใี ่ ช ้ในงานเขย ี นแบบจะเป็ นต ั วกา หนดขนาดและร ู ปร ่ างของว ั ตถ ุ ซ ึ ่ ง การเข ี ยนร ู ปร ่ างของว ั ตถ ุ ต ้ องใช ้ เส ้ นชน ิ ดต ่ างๆ หลายชน ิ ดด ้ วยก ัน เช่น เส้ น ขอบร ู ป เส ้ นก าหนดขนาด เส ้ นบอกขนาด และเส ้ นประ เป็ นต ้ น ช ่ างเข ี ยน แบบฝึ กหัดใหม่ต้องศึกษาชนิดของเส้นและการใช้งานเพื่อน าไปใช้ให ้ ถ ู กต ้ อง ในงานเขียนแบบ
เส้น
การเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ การเข ี ยนแบบว ิ ศวกรรมจะแสดงร ู ปร ่ างท ี ่ แน ่ นอนของวต ั ถ ุ ไม ่ ว ่ าจะเป็ นขนาด เคร ื ่ องหมายและรายละเอ ี ยดต ่ างๆ จะตอ ้ งเข ี ยนลงไปในแบบเพ ื ่ อส ื ่ อความหมายใน การผล ิ ตผล ิ ตภณ ั ฑ ์ ตว ั อก ั ษรก ็ เช ่ นเด ี ยวกน ั จะตอ ้ งม ี แบบท ี ่ แน ่ นอนถูกต้อง มีความ คมชด ั และง ่ ายต ่ อการอ ่ าน
รป ู แบบในการเข ี ยนตว ั อก ั ษรภาษาอง ั กฤษพ ิ มพใ์ หญ ่ รป ู แบบของการเข ี ยนตว ั อก ั ษรพ ิ มพใ์ หญ ่ น ั น ้ บางกล ่ ม ุ ม ี อต ั ราส ่ วนระหว ่ างความ กว ้ างต ่ อความสง ู ใกล ้ เค ี ยงกน ั แต ่ ส ่ วนใหญ ่ แล ้ วจะม ี อต ั ราส ่ วนระหว ่ างความกว้าง ต ่ อความสง ู ค ื อ 5/6 แต ่ ม ี อย ่ ู 1 ตว ั ท ี ่ ม ี ความกว ้ างมากกว ่ าความสง ู น ันก็คือ ตัว ่ “W”
รป ู แบบในการเข ี ยนตว ั อก ั ษรภาษาอง ั กฤษพ ิ มพเ ์ ลก ็ ตว ั อก ั ษรพ ิ มพเ ์ ลก ็ น ั น ้ ประกอบด ้ วย 3 ส ่ วน ค ื อ ส ่ วนหลก ั ซึ ่ งอย ่ ตรงกลาง ู ส ่ วนบน และส ่ วนล ่ างโดยส ่ วนหลก ั จะม ี ความสง ู เป็ น 2/3 ของความสูงของตัว อก ั ษรน า ส ่ วนบนและส ่ วนล ่ างเป็ น 1/6 ของอักษรน า ดังแสดงในรูป
อักษรลอกภาษาอังกฤษ ปัจจุบันนอกจากจะเขียนตัวอักษรด้วยมือแล้วยังสามารถสร้างตัวอักษรที่สวยงามและ รวดเรว ็ โดยการใช ้ แผน ่ อก ั ษรลอก ซึ ่ งน าแผน ่ ตว ั อก ั ษรวางลงบนตา แหน ่ งท ี ่ ต ้ องการ จากน ั น ้ ใช ้ ด ิ นสอหรอ ื ปากกาข ี ดลงบนตว ั อก ั ษรน ั น ้ จะทา ให ้ ตว ั อก ั ษรต ิ ดแน ่ นบนแบบตาม ต้องการ
แบบงานถ ้ าเข ี ยนเท ่ าขนาดจร ิ งได ้ จะด ี มาก ทา ให ้ อ ่ านแบบได ้ ง ่ ายข ึ ้ น แต ่ บางครง ั ้ ช ิ ้ นงาน ม ี ขนาดใหญ ่ มากหร ื อม ี ขนาดเลก ็ เก ิ นไป จ ึ ง จ าเป็ นต ้ องย ่ อหร ื อขยายขนาดเพ ื ่ อให ้ ส า ม า ร ถ เ ขี ย น ล ง ใ น แ บ บ ไ ด้ ใ น ง า น อ ุ ตสาหกรรมส ่ วนมากจะใช ้ มาตราส ่ วนย ่ อ 1/2, 1/4, หรือ 1/8 แต ่ ถ ้ าม ี การขยายขนาดก ็ จะเพ ิ ่ มเป็ น 2 เท ่ า หรอ ื 4 เท ่ าเป็ นต ้ น ขนาดของ แบบใหญ่กว่า ของจริง (Enlarged) ขนาดของ แบบเท่ากับ ของจริง (Same Size) ขนาดของ แบบเล็กกว่า ของจริง (Reduced) 2000 : 1 1000 : 1 500 : 1 200 : 1 100 : 1 50 : 1 5 : 1 2 : 1 1 : 1 1 : 2 1 : 5 1 : 10 1 : 20 1 : 50 1 : 100 1 : 200 1 : 500 1 : 1000 1 : 2000 แสดงสเกลยอ่ขยายที่ใชใ้ นงานเขียนแบบ
การอ ่ านบรรทด ั สเกล ในรูปที่ 2.15 เป็ นบรรทดัสเกลมาตราส่วน 1 : 1 นัน่ค ื อ ต ้ องเข ี ยนแบบให ้ ม ี ขนาดเท่ากับของจร ิ ง ดงันัน ้ แต่ละช่องของบรรทดัสเกลม ี ค่า 1 มม. ต้อง อ่านค่าได ้ 1 มม. ในรูปที่ 2.16 เป็ นบรรทดัสเกลมาตราส่วนย่อ เช่น มาตราส่วนย่อ 1 : 2 นั ่นคือ ต้องเขียนวัตถุ ลงในแบบให ้ ม ี ขนาดเลก ็ ลงจากของจร ิ ง 1 เท่า ดงันัน ้ แต่ละช่องของบรรทดัสเกลม ี ค่า 1 มม. แต่ต ้ องอ่าน เป็ น 2 มม. ในรูปที่ 2.17 เป็นบรรทัดสเกลมาตราส่วนขยาย เช่น มาตราส่วนขยาย 5 : 1 นั่นคือ ต้องเขียนวัตถุลงในแบบให้มีขนาดใหญ่กว่าของจริง 5 เท่า ดังนั้น แต่ละช่องของบรรทัดสเกลมีค่า 1 มม. แต่ต้องอ่านเป็น 0.2 มม.
เข ี ยนแบบเทคน ิ ค เบื้องต้น
หน ่ วยท ี ่ 3 วส ั ด ุ อ ุ ปกรณ ์ ท ี ่ ใช ้ในงานเข ี ยนแบบ
งานเข ี ยนแบบเป็ นงานท ี ่ ม ี ความส าค ั ญและม ี ค ุ ณค ่ า ผ ้ ู ท ี ่ เข ี ยนแบบต ้องมีความตั้งใจ ส ู งจง ึ จะได ้ แบบทด ี ่ ม ี ค ี วามช ั ดเจน ดง ั น ้ ั นในการเข ี ยนแบบเพ ื ่ อให ้ได ้ มาตรฐานและรวดเร็ว น ้ ั น ผ ้ ู ท ี ่ ปฏ ิ บ ั ต ิ งานเข ี ยนแบบจ าเป็ นต ้ องเล ื อกใช ้ ว ั สด ุ และอ ุ ปกรณ ์ อย ่ างเหมาะสม ผ ้ ู ท ี ่ เร ิ ่ ม ปฏ ิ บ ั ตง ิ านเข ี ยนแบบจง ึ ควรทา ความเข ้ าใจเกย ี ่ วกบ ั วส ั ด ุ และอ ุ ปกรณ ์ เข ี ยนแบบทม ี ่ ค ี ุ ณภาพ ให ้ เหมาะสมกบ ั งานมากทส ี ่ ุ ด
1. ด ิ นสอเข ี ยนแบบและปากกาเข ี ยนแบบ 5. อป ุ กรณ ์ช ่ วยในการเข ี ยนเส ้ นตรง 2. วงเวียน 6. อป ุ กรณ ์ช ่ วยในการเข ี ยนเส ้ นโค ้ ง 3. กระดาษเขียนแบบ 7. อุปกรณ์ท าความสะอาด 4. โต๊ะเขียนแบบและกระดานเขียนแบบ 8. อป ุ กรณ ์ช ่ วยในงานเข ี ยนแบบ
1. แสดงการใช ้ ด ิ นสอ ปากกา และวงเว ี ยน เข ี ยนแบบบนกระดาษเข ี ยนแบบ 2. แสดงการใช ้ อป ุ กรณ ์ในการช ่ วยเข ี ยนแบบ เข ี ยนเส ้ นตรง เส ้ นโค ้ ง และทา ความ สะอาดอุปกรณ 1. อธ ิ บายการใช ้ วส ั ดแ ุ ละอป ุ กรณ ์ เข ี ยนแบบแต ่ ละชน ิ ดได ้ 2. เลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์เขียนแบบได้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งาน 3. สามารถใช้เครื่องมือเขียนแบบได้ถูกต้อง
ดน ิ สอเข ี ยนแบบและปากกาเข ี ยนแบบ เป็ นอุปกรณ ์ พ ื น้ฐานท ี่ส าคญัช ิ้นหน ึ่งในงานเข ี ยนแบบ ช ่ างเข ี ยนแบบจะต ้ องศ ึกษาชนิดของดินสอ และปากกาเข ี ยนแบบ และลกัษณะการใช ้ งานท ี่ถูกต ้ องของ ดน ิ สอและปากกาเข ี ยนแบบแต ่ ละชน ิ ด เพราะถ ้ าหากใช ้ไม ่ ถูกต ้ องแล้ว จะเป็ น ผลเสียต่องานเขียนแบบ หรือท าให้งานไม่ได้มาตรฐาน ดินสอเขียนแบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมีอยู่ 3 ชนิด ดังนี้ 1. ดินสอเปล ื อกไม ้ (Wood Pencil) ดินสอเปล ื อกไม ้เป็นดินสอชนิดแรกที่มีการน ามาใช้ในงานเขียนแบบ ปัจจุบันก็ยังนิยมใช้กันอยู่ เนื่องจากเป็นดินสอที่แข็งแรง แต่ไส้ ดินสอจะสึกหรอและทู่เมื่อเขียนไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น การใช้ดินสอชนิดนี้ ช่างเขียนแบบต้องหมั่นเหลาหรือลับไส้ดินสอให้แหลมบ่อยๆ ดังแสดงในรูป ที่ 3.1 รูปที่ 3.1 แสดงลักษณะของดินสอเปลือกไม้
วงเวียนเป็ นอุปกรณ์การเขียนแบบที่ใช้ส าหรับเขียนวงกลม (Circle) หร ื อส่วนโค ้ ง (Arcs) ขาด้านหนึ่งประกอบด้วย เหลก ็ แหลมกลม ไว ้ สา หรบัปักลงบนกระดาษท ี่ใช ้ เป็ นจด ุ หมน ุ ส่วนขาอ ี กด ้ านหน ึ่งจะประกอบด ้ วยไส ้ ด ิ นสอ ใช้เขียนวงกลม หร ื อส่วนโค ้ ง ไส ้ ด ิ นสอของวงเว ี ยนจะต ้ องอ่อนกว่าไส ้ ด ิ นสอสา หรบัเข ี ยนด ้ วยม ื อ เน ื่องจากการข ี ดวงกลมหร ื อส่วนโค ้ งด ้ วย วงเว ี ยนนัน ้ ไม่สามารถออกแรงกดขาวงเว ี ยนได ้ มากเพราะแรงกดจะทา ให ้ รศัม ี ของวงเว ี ยนคลาดเคล ื่อนได ้ปัจจบ ุ นได้มีการ ั ออกแบบและผล ิ ตวงเว ี ยนออกมาใช ้ หลายร ู ปแบบด ้ วยกนัทงั้ น ี ้ ผ ้ เ ู ร ี ยบเร ี ยงขอน าเสนอวงเว ี ยนท ี่ม ี จ ุ ดประสงค์การใช้งาน แตกต่างกนั
กระดาษเขียนแบบมีหลายขนาด ผู้เขียนสามารถเลือกใช้ขนาดของกระดาษเขียนแบบให้เหมาะสมกับ ขนาดของแบบที่ต้องการ ขนาดของกระดาษเขียนแบบในระบบ SI unit หร ื อระบบเมตร ิ ก ขนาดของ กระดาษ A0 จะม ี รป ู ร ่ างเป็ นสี่เหล ี่ยมผ ื นผ ้ าโดยม ี พ ื น ้ ท ี่1 ตารางเมตร มีความกว้าง : ความยาว
อต ุ สาหกรรมการผล ิ ตตงั้ แต่ขนาดเลก ็ จนถ ึ งขนาดใหญ่ม ี ความจา เป็ นต ้ องสงั่งานกนัด ้ วยแบบงาน ซึ่งการ เข ี ยนแบบนัน ้ จะต ้ องเข ี ยนบนกระดานหร ื อโตะ ๊ ดงันัน ้ ช่างเข ี ยนแบบจ ึ งจา เป็ นต ้ องศึ กษาเก ี่ยวกบั ลักษณะของโต๊ะ และกระดานเขียนแบบ 1. โต๊ะเขียนแบบ โตะ ๊ เข ี ยนแบบม ีโครงสร ้ างแตกต่างกนัไป ข ึ น ้ อย่ก ู บับร ิ ษทัแต่ละบร ิ ษทัท ี่ออกแบบและผล ิต โดยทั ่วไปแล้ว จะม ี ความสง ู เป็ นมาตรฐานเด ี ยวกนับางบร ิ ษทัได ้ ออกแบบให ้ สามารถปรบัความสง ู ได ้ เพ ื่อให ้ เหมาะสมกบความสูงั ของผใ้ ู ช ้ งาน พ ื น ้ โตะ ๊ จะม ี ลกัษณะเป็ นสี่เหล ี่ยมผน ื ผา ้ บร ิ เวณขอบด ้ านข ้ างทางซ ้ ายม ื อของผเ ้ ู ข ียนแบบจะต้องตรง และได ้ ฉากกบัขอบด ้ านล่างและด ้ านบน โตะ ๊ เข ี ยนแบบม ี หลายขนาดให ้ เล ื อกใช ้ ตามขนาดของแบบท ี่ต ้ องการ เช่น ขนาด 40 x 60 ซม. และ 60 x 100 ซม. และ 80 x 120 ซม. เป็ นต้น
อป ุ กรณ ์ในการเข ี ยนแบบท ี่ช่วยในการเข ี ยนเส ้ นตรงนัน ้ ม ี อยู่ หลาย ชน ิ ด เช่น ไม ้ ท ี(T-Square) บรรทัดขนาน บรรทัดสามเหลี่ยม 45 องศา (45 Triangle) บรรทัดสามเหลี่ยม 30 องศา และ 60 องศา (30 x 60 Triangle) เป็ นต้น 1. ไม้ที (T-Square) เป็ นอ ุ ปกรณ ์ ท ี่สา คญัช ิ ้ นหน ึ่งในงานเข ี ยนแบบ ช่วยในการเขียน เส ้ นตรง และใช ้ ร่วมกบับรรทดัสามเหล ี่ยมในการลากเส ้ นเอ ี ยง ปัจจ ุ บนัถ ึ งแม ้ จะม ี การน าบรรทดัขนานมาใช ้ กนัมาก แต่ไม้ทีก็ยัง น ิ ยมใช ้ กนัอย่โ ู ดยเฉพาะงานเข ี ยนแบบนอกสถานท ี่ดงัแสดงในรูป
ในงานเข ี ยนแบบถ ้ าต ้ องการวงกลมผ ้ป ู ฏ ิ บต ัิ งานสามารถ ใช ้ วงเว ี ยนสร ้ างได ้ แต ่ ถ ้ าเป็ นส ่ วนโค ้ งขนาดต ่ างๆ ผ ้ป ู ฏ ิ บต ัิ งานเข ี ยนแบบสามารถเล ื อกใช ้ อ ุ ปกรณ ์ช ่ วยในการ เข ี ยนส ่ วนโค ้ งได ้ ดง ั น ี ้ 1. บรรทัดโค้ง (Irregular Curve) เป็ นเคร ื่องม ื อท ี่ใช ้ในการเข ี ยนส ่ วนโค ้ งท ี่ไม ่ใช ่ วงกลมท ี่ม ี ขนาดไม ่ใหญ ่ มากน ั ก ซึ่งวงเว ี ยนไม ่ สามารถท าได ้ บรรทัด โค ้ งน ี ้ ม ี หลายขนาดและม ี รป ู ร ่ างแตกต ่ างกน ั
หัวใจของงานเขียนแบบนั้นนอกจากความถูกต้องของแบบแล้ว รองลงมาเป็ นเรื่องของความ สะอาด แบบท ี่ด ี ต ้ องไม ่ สกปรก ไม ่ ม ี ร ่ องรอยชา ้ จากการลบ ซึ่งช ่ างเข ี ยนแบบสามารถดแ ู ลรักษาความ สะอาดขณะเขียนแบบได้ ดังนี้ 1. ควรทา ความสะอาดอป ุ กรณ ์ เข ี ยนแบบทก ุ ครง ั ้ ก ่ อนใช ้โดยการเชด ็ ด ้ วยผ ้ าน ่ ุ มๆ หร ือล้างด้วย น ้ าอ ่ น ุ กบ ั สบ ู ่ 2. ควรรก ั ษาม ื อให ้ สะอาดอย ่ เ ู สมอ ถ ้ าม ี เหง ื่อออกมาระหว ่ างเข ี ยนแบบ จา เป็ นต ้ องหยดและล้าง ุ ม ื อเสี ยก ่ อน หร ื อเชด ็ ม ื อให ้ แห ้ งและโรยแป้ งฝ่ น ุ ท ี่ม ื อ ซึ่งจะช ่ วยลดความชื ้ นลงได ้ บาง ้ 3. ไม ่ ควรเล ื่อนบรรทด ั หร ื ออป ุ กรณ ์ เข ี ยนแบบอ ื่นๆ ผ ่ านเส ้ นด ิ นสอ เพราะจะทา ให ้ เก ิ ดการ กระจายของละอองแกรไฟต์ 4. ไม ่ ควรใช ้ ม ื อปั ดเศษยางลบหร ื อใช ้ปากเป่ า ควรใช ้ แปรงปั ดหร ื อใช ้ ผ ้ าสะอาดปั ดออก 5. ไม ่ ควรใช ้ ยางลบท ี่แขง ็ เก ิ นไป เพราะจะทา ให ้ ผ ิ วของกระดาษชา ้ และเก ิ ดขย ุ ได ้ ง ่ าย
ในการเขียนแบบเพียงหนึ่งชิ้น มีงานที่ต้อง ท าบ่อยๆ ซึ่งท าให้ต้องเสียเวลามากในงาน เขียนแบบแต่ละครั้ง เช่น ตัวอักษร ตัวเลข วงรีขนาดเล็ก และวงกลมขนาดเล็ก เป็ นต้น อ ุ ปกรณ ์ ช ่ วยในงานเข ี ยนแบบน ี ้ จะช ่ วยให้ ช่างเขียนแบบปฏิบัติงานส าเร็จได้รวดเร็ว กว่ าการเขียนด้ วยมือ ซึ่งจ าเป็ นต้องพึ่ง อ ุ ปกรณ ์ ต ่ างๆ ด ั งต ่ อไปน ี ้
เข ี ยนแบบเทคน ิ ค เบื้องต้น
หน ่ วยท ี ่ 4 พ ื ้ นฐานร ู ปทรงเรขาคณต ิ
เรขาคณ ิ ต มาจากค าในภาษากร ี ก หมายถ ึ ง ความร ้ ู ทางด ้ านว ิ ทยาศาสตร ์ ของการว ั ด แบบ งานท ุ กช ิ ้ นสร ้ างมาจากเส ้ นตรงและเส ้ นโค ้ งจะเห ็ นได ้ ว ่ าม ี การน าร ู ปทรงเรขาคณ ิ ตมาใช้ เช่น ส่วน โค ้ ง วงกลม วงร ี และร ู ปทรงเหล ี ่ ยมต ่ างๆ เป็ นต ้ น ด ั งน ้ ั น ช ่ างเข ี ยนแบบฝึ กห ั ดใหม ่จะต้องศึกษา ว ิ ธ ี การสร ้ างร ู ปทรงเรขาคณ ิ ตให ้ ช านาญเส ี ยก ่ อนการสร ้ างร ู ปทรงเรขาคณ ิ ตจะใช ้ เพ ี ยงแต่บรรทัด และวงเว ี ยนได ้ แต ่ในงานเข ี ยนแบบเพ ื ่ อความรวดเร ็ วและความถ ู กต ้ อง ช ่ างเข ี ยนแบบจ าเป็ นต้อง ใช ้ไม ้ ท ี และบรรท ั ดสามเหล ี ่ ยมช ่ วยในการเข ี ยนร ู ปทรงเรขาคณ ิ ต ซ ึ ่ งสามารถกระท าได้ง่ายและ รวดเร็วยิ่งขึ้น
การสรา ้ งรป ู ทรงเขาคณ ิ ต สร ้ างรป ู ทรงเรขาคณ ิ ตรป ู ต ่ าง ๆ จากการใช ้ บรรทด ั บรรทด ั สามเหล ี่ยม และวงเว ี ยน ในงานเข ี ยนแบบ 1. อธ ิ บายขน ั ้ ตอนการสร ้ างรป ู ทรงเรขาคณ ิ ตได ้ 2. สามารถสร ้ างรป ู ทรงเรขาคณ ิ ตตามแบบท ี่กา หนดให ้ได ้
ช ่ างเข ี ยนแบบทก ุ คนต ้ องม ี ความรเ ้ ู ก ี ่ ยวกบ ั การสรา ้ งรป ู ทรงเรขาคณ ิ ต เพ ื ่ อน ามาใช้เป็ น พ ื น ้ ฐานในงานเข ี ยนแบบทว ั ่ ไป โดยม ี การสรา ้ งดง ั ต ่ อไปน ี ้ 1. การแบง่คร ึ่งเส ้ นตรงและส่วนโค ้ ง
ว ิ ธ ี ท ี ่ 1 ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดเส้นตรง AB มำให้ 1.ลำกเส้นตรง AC ตั้งฉำกกับเส้นตรง AB ที่จุด A 2.ใช้บรรทัดทำบเส้นประกอบมุมฉำก โดยเลื่อนระยะควำมยำวให้ส่วนแบ่งลงตัว 3.ใช้บรรทัดสำมเหลี่ยมลำกเส้นขนำนกับเส้นตั้งฉำก AC จะได้ส่วนแบ่งตำมต้องกำร
ว ิ ธ ี ท ี่2 ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดเส้นตรง AB มำให้ 1. ลำกเส้นตรง BC โดยท ำมุมกับ AB ไม่เกิน 60 2. แบ่งเส้นตรง BC ออกเป็นส่วนๆ ตำมต้องกำรโดยที่ก ำหนดกำรแบ่งที่ลงตัวได้ง่ำย 3. ลำกเส้นตรง AC จำกนั้นลำกส่วนแบ่งต่ำงๆ ให้ขนำนกับเส้นตรง AC ท ำให้เส้นตรง AB ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตำมต้องกำร
การสร ้ างส ่ วนโค ้ งให ้ ขนานกบ ั ส ่ วนโค ้ งเด ิ มเม ื่อทราบรศ ั ม ี ของส ่ วนโค ้ งเด ิ ม ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดระยะห่ำงระหว่ำงส่วนโค้งเท่ำกับ AB 1. ใช้รัศมีของส่วนโค้งเดิมบวกกับระยะห่ำงระหว่ำงส่วนโค้ง 2. ได้รัศมีใหม่คือ OB ใช้จุด O เป็นจุดศูนย์กลำงเขียนส่วนโค้ง จะได้ส่วนโค้งใหม่ที่ขนำนกับส่วนโค้งเดิม ตำมต้องกำร
การสร ้ างส ่ วนโค ้ งสัมผสัเส ้ นตรงสองเส ้ นซ ึ่งท ามุมกนั ขั้นตอนการสร้าง 1. สร ้ างเส้ นขนานใหข ้ นานกบัแขนของมุมท ้ งัสองขา ้ งโดยท ี่เส้ นขนานน ้ นัม ี ระยะห่างเท่ากบัรัศม ี ของส่วนโคง ้ ท ี่ตอ ้ งการ 2. ลากเส้ นขนานท ้ งัสองใหม ้ าตดักนัท ี่จุด C 3. ใช้จุด C เป็ นจุดศูนยก ์ ลางกางวงเวย ี นรัศม ี เท่าเดิมเข ี ยนส่วนโคง ้ ส่วนโคง ้ ท ี่ไดจ ้ ะสมัผสัเส้ นตรงท ้ งัสอง
การสร้างวงกลมล้อมรอบสามเหลี่ยมใดๆ ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดสำมเหลี่ยม ABC มำให้ 1.แบ่งครึ่งด้ำน AC และ CB 2.ลำกเส้นแบ่งครึ่งของด้ำนทั้งสองมำตัดกันที่จุด M 3.ใช้ M เป็นจุดศูนย์กลำงเขียนวงกลมรอบสำมเหลี่ยม ABC ตำมต้องกำร
การสรา ้ งรป ู แปดเหล ี ่ ยมด ้ านเท ่ าภายในวงกลม โดยวิธีแบ่งมุมที่จุดศูนย์กลำงของวงกลม 45 x 8 ส่วน ขั้นตอนการสร้าง 1.แบ่งมุมที่จุดศูนย์กลำงของวงกลมออกเป็น 8 ส่วน ส่วนละ 45 ด้วยบรรทัดสำมเหลี่ยม 2.ลำกเส้นต่อกันระหว่ำงจุดตัดทั้ง 8 ส่วนของวงกลม จะได้แปดเหลี่ยมด้ำนเท่ำภำยในวงกลม
การสรา ้ งรป ู แปดเหล ี ่ ยมด ้ านเท ่ า จากรป ู สี ่ เหล ี ่ ยมจต ั ร ุ ส ั ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดสี่เหลี่ยม ABCD มำให้ 1. ลำกเส้นทแยงมุม AC และ BD ตัดกันที่จุด O 2. ใช้จุด A, B, C และ D เป็นจุดศูนย์กลำง กำงวงเวียนให้มีรัศมีเท่ำกับ AO เขียนส่วนโค้งตัดด้ำนของสี่เหลี่ยมทั้งหมดแปดจุด 3. ลำกเส้นต่อถึงกันที่จุดตัดทั้งแปดจุดนั้นจะได้รูปแปดเหลี่ยมภำยในสี่เหลี่ยมจัตุรัสตำมต้องกำร
การสร้างวงรีด้วยวงเวียนโดยก าหนดแกนสั้นและแกนยาว ขั้นตอนการสร้าง ก ำหนดแกนสั้น CD และแกนยำว AB มำให้ 1. ลำกเส้นที่จุดปลำยของแกนสั้น และแกนยำวทั้งสอง ได้เส้นตรง AC 2. ใช้จุด O เป็นจุดศูนย์กลำง รัศมี OA เขียนส่วนโค้ง AE 3. ใช้จุด C เป็นจุดศูนย์กลำง รัศมี CE เขียนส่วนโค้งตัด AC ที่จุด F 4. แบ่งครึ่ง AF ซึ่งเส้นแบ่งครึ่ง AF มำตัด AB ที่จุด K แล้วลำกต่อมำตัดแกนสั้น CD ที่จุด J 5. ใช้จุด K และ J เป็นจุดศูนย์กลำง กำงรัศมี r และ R เขียนส่วนโค้ง และถ่ำย จุดศูนย์กลำงไปทำงขวำและด้ำนบน เขียนส่วนโค้งจะได้วงรีตำมต้องกำร
การสร้างวงรีด้วยบรรทัด ขั้นตอนการสร้าง 1. OC มีค่ำ ½ ของ CD และ OA มีค่ำ ½ ของ AB 2. บนบรรทัดน ำ OC ลบออกด้วย OA จะเหลือระยะ AC 3. น ำบรรทัดทำบบนแกนสั้นและแกนยำวโดยให้จุด A และจุด C เคลื่อนอยู่ระหว่ำงแกนสั้นและแกนยำว 4. ท ำเช่นนี้ทั้ง 4 มุม จะท ำให้จุด O เคลื่อนที่เป็นวงรี