แผนการจดั การเรยี นรู วิชาทัศนศลิ ป ป.2
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
จัดทาํ โดย นางสาวรวภิ า ภาควธิ ี
แผนการจัดการเรียนรู
วชิ าทศั นศิลป
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 2
เสนอ
ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. พัชรภี รณ บางเขยี ว
จดั ทําโดย
นางสาวรวภิ า ภาควิธี
รหสั 6181125007 เลขท่ี 7 หมูเรยี น D6
คณะครศุ าสตร สาขาศลิ ปศึกษา นักศกึ ษาชั้นปท 3่ี
เอกสารเลมนเ้ี ปน สว นหนง่ึ ของวชิ า การจดั การเรียนรูและการจดั การช้นั เรยี น
รหสั วชิ า 1100301 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2563
มหาวิทยาลัยราชภฏั บา นสมเด็จเจา พระยา
ก
คํานํา
แผนการจัดการเรยี นรูเลมนี้ จัดทําขนึ้ เพ่ือใชเ ปนแนวทางในการจัดการเรียนการสอน
รายวิชาทศั นศิลป ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 2 รหัสวชิ า ศ 12101 ปการศึกษา 2563 ทเ่ี นนนักเรยี น
เปน สาํ คัญ มีการจดั กิจกรรมและการวดั ประเมนิ ผลทหี่ ลากหลาย สอดคลองกับสาระการเรยี นรู
และตัวชว้ี ดั ตามหลัดสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลมุ สาระการ
เรียนรศู ิลปะ ประกอบดว ยแผนการจดั การเรียนรรู ายหนว ย จาํ นวน 5 หนวย ไดแ ก
หนวยการเรียนรูท ี่ 1 เรื่อง ศิลปะในธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
หนวยการเรียนรทู ่ี 2 เรอ่ื ง สรางสรรคง านศลิ ป
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 3 เรอื่ ง สรางสรรคใ หเคลื่อนไหว
หนวยการเรยี นรูที่ 4 เรื่อง ทศั นศิลปในชีวิตประจาํ วัน
หนวยการเรยี นรูท ี่ 5 เร่ือง ศิลปะไทย ไกลสูส ากล
ผูจดั ทําแผนการจัดการเรยี นรู หวังเปนอยางย่ิงวาแผนการจดั การเรียนรูเลมน้ีจะเปน
ประโยชนสาํ หรบั ผทู จ่ี ะนําไปใช หรือผทู ่ีสนใจท่ัวไปอนั จะสามารถพัฒนาการเรียนรูของผเู รยี น
ไดตอ ไป
รวภิ า ภาควิธี
สารบญั
เรอื่ ง หนา
คาํ นํา ก
สารบญั ข
แผนการจัดการเรียนรูร ายป 1
คาํ อธบิ ายรายวิชา 3
โครงสรา งรายวิชา 4
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 เรอื่ ง ศลิ ปะในธรรมชาติและสิง่ แวดลอม 5
หนวยการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง สรา งสรรคง านศลิ ป 13
หนวยการเรยี นรูที่ 3 เรื่อง สรางสรรคใ หเ คล่ือนไหว 21
หนวยการเรียนรูท่ี 4 เรอ่ื ง ทศั นศิลปในชวี ติ ประจาํ วนั 29
หนว ยการเรียนรทู ี่ 5 เรอ่ื ง ศลิ ปะไทย ไกลสูสากล 37
แผนการจดั การเรียนรูรายป 1
กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ รายวิชาทศั นศลิ ป ศ 12101 หนวยกิต 1 หนวย
เวลา40ชั่วโมง
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี2 ปก ารศกึ ษา 2563
ครผู สู อน นางสาว รวิภา ภาควธิ ี
มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชวี้ ดั
สาระที่ 1 ทัศนศลิ ป
มาตรฐาน ศ 1.1 สรา งสรรคงานทัศนศลิ ปต ามจินตนาการ และความคิดสรา งสรรค วเิ คราะห วิพากษ
วิจารณคุณคา งานทัศนศลิ ป ถายทอดความรูสกึ ความคิดตองานศิลปะอยา งอสิ ระ ชื่นชม และประยุกตใ ชใ น
ชวี ิตประจาํ วัน
ตวั ชีว้ ดั
ศ1.1ป.2/1 บรรยายรูปรา งรูปทรงที่พบในธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอม
ศ1.1ป.2/2 ระบุทัศนธาตุท่อี ยูในสิ่งแวดลอม และงานทศั นศลิ ป โดยเนน เรื่องเสน
สี รูปรา ง และรปู ทรง
ศ1.1ป.2/3 สรางงานทศั นศิลปต าง ๆ โดยใชท ศั นธาตทุ เ่ี นน เสน รปู ราง
ศ1.1ป.2/4 มที ักษะพน้ื ฐานในการใชว ัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศลิ ป 3 มิติ
ศ1.1ป.2/5 สรา งภาพปะติดโดยการตัดหรือ ฉีกกระดาษ
ศ1.1ป.2/6 วาดภาพเพื่อถายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครวั ของตนเองและเพือ่ นบา น
ศ1.1ป.2/7 บรรยายถงึ สิ่งทม่ี องเห็น รวมถึงเน้ือหาเรื่องราว
ศ1.1ป.2/8 สรา งสรรคงานทัศนศิลปเ ปนรูปแบบงานโครงสรางเคล่อื นไหว
มาตรฐาน ศ 1.2 เขา ใจความสัมพนั ธร ะหวางทัศนศลิ ป ประวัตศิ าสตร และวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา งาน
ทัศนศิลปท ี่ เปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น ภูมปิ ญญาไทย และสากล
ตัวชี้วัด
ศ1.2ป.2/1 ระบงุ านทัศนศลิ ป ในชวี ิตประจาํ วนั
ศ1.2ป.2/2 อภิปรายเกีย่ วกับงานทัศนศลิ ปประเภทตา ง ๆ ในทอ งถน่ิ โดยเนนถงึ วธิ กี ารสรา งงาน
และวัสดอุ ุปกรณ ทีใ่ ช
รวม 10 ตวั ช้ีวัด
2
จุดประสงคก ารเรียนรู
1. บรรยายรูปราง รปู ทรง ในธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม (P)
2. อธิบายรูปราง รูปทรง ในธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม (K)
3. ระบุทัศนธาตรุ ะหวางธรรมชาติและงานทัศนศลิ ปได (K)
4. ใชเสน สี ในงานทัศนศิลปท ่มี ีรปู รา ง รปู ทรง มากจากธรรมชาตไิ ด (P)
5. วาดรูปราง สิง่ ตา งๆในธรรมชาติ (P)
6. อธบิ ายทศั นศิลป 3 มิติ (K)
7. นําวสั ดตุ างๆมาสรา งเปนผลงานทัศนศิลป (P)
8. สรา งงานปะตดิ จากการตัดหรือฉีกกระดาษ (P)
9. เขาใจลาํ ดับความสาํ คญั ของครอบครวั (A)
10. บรรยายเรื่องราวของครอบครัว (K)
11. บรรยายเรอ่ื งราวในงานทศั นศลิ ป (K)
12. สรา งสรรคผลงานทัศนศิลปรูปแบบโครงสรางเคลอื่ นไหว (P)
13. เหน็ คุณคา ของงานทัศนศิลป (A)
14. อธิบายความสําคัญของงานทศั นศลิ ป (K)
15. เหน็ คุณคา ของวัฒนธรรมทองถิน่ (A)
16. อธิบายความแตกตางของวสั ดุในงานทศั นศลิ ป (K)
สาระสําคญั
เสน สี รูปรา ง รูปทรง ในธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม เปน เรือ่ งที่มีความสําคัญกบั ผูเ รียนในชัน้
ประถมศึกษาปท 2่ี เน่ืองจากจะทําใหผ เู รียนมีความคิดสรา งสรรค สามารถวิเคราะห และเห็นคุณคา ของงาน
ทัศนศลิ ป ผูเรยี นมีทักษะในการสรา งงานทัศนศลิ ป สามารถสรางงานทัศนศิลปต าง ๆ ตลอดจนเขา ใจและ
เห็นคณุ คาความสําคัญระหวางงานทัศนศิลปกับวฒั นธรรมที่เปนมรดกทองถิ่น จนสามารถนํามาประยุกต
และปรับใชในชวี ติ ประจาํ วัน
สาระการเรียนรู
1.รูปราง รปู ทรงในธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม
2.เสน สีรูปราง รปู ทรง ในส่ิงแวดลอ ม และงานทศั นศิลปป ระเภทตา งๆ
3.เนื้อหาทัศนธาตุและงานทศั นศลิ ป
4.เสน รปู ราง ในงานทศั นศลิ ปประเภทตางๆ เชน งานวาด งานปน และงานพิมพ
5.อุปกรณในการสรางผลงานทัศนศลิ ป
6.การใชว ัสดุ ในการสรา งสรรคผลงานทศั นศิลป 3มิติ
7.ยกตัวอยา งงาน 3 มิติ
3
8.ภาพปะติดจากกระดาษ
9.เน้อื หาของงานปะตดิ
10.การตัดหรือฉกี กระดาษเพื่อสรา งงานปะตดิ
11.ภาพวาดถา ยทอดเรื่องราว
12.ลาํ ดบั ความสาํ คัญของครอบครวั
13.เน้อื หาเรือ่ งราวในงานทัศนศิลป
14.การยกตัวอยางเปรยี บเทียบส่งิ ที่มองเหน็
15.งานโครงสรา งเคล่ือนไหวท่ีสามารถมองเหน็ ได
16.เนื้อหาความสําคญั ของงานทัศนศิลปในชีวติ ประจําวนั
17.การยกตัวอยา งงานทัศนศลิ ปใ นชีวติ ประจาํ วัน
18.งานทัศนศลิ ปใ นทองถนิ่
19.การใชวัสดุ ตัวอยางวสั ดุ ในทองถิ่น
คําอธบิ ายรายวชิ า ศิลปะ
ศึกษารูปรา ง รปู ทรงในธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม รูปทรงในสง่ิ แวดลอมและงานทัศนศลิ ปป ระเภท
ตาง ๆ บอกความสาํ คัญของงานทัศนศิลปท่ีพบเหน็ ในชีวิตประจําวัน อภปิ รายเกย่ี วกับงานทัศนศิลปประเภท
ตางๆ ในทอ งถิ่นโดยเนน ถึงวิธกี ารสรา งงานและวสั ดุอปุ กรณ ท่ีใช เลอื กงานทัศนศลิ ป และบรรยายถึงสง่ิ ที่
มองเหน็ รวมถึงเนือ้ หาเรือ่ งราวสรางสรรคงานทศั นศลิ ปเ ปน รูปแบบงานโครงสรางเคล่ือนไหว ทกั ษะพ้นื ฐาน
ในการใชว ัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศลิ ป ๓ มติ ิ งานทัศนศลิ ปในทอ งถ่ิน
ฝก ทกั ษะสรา งงานทศั นศิลปตาง ๆ โดยใชท ัศนธาตทุ เ่ี นน เสน รูปรา ง การใชวัสดุ อุปกรณ
ทศั นศิลป ๓ มิติ ภาพปะตดิ โดยการตัดหรอื ฉกี กระดาษ การวาดภาพถา ยทอดเร่ืองราว
เห็นคุณคางานความสําคัญของงานทศั นศลิ ปท ่ีพบเหน็ ในชวี ติ ประจําวนั ทศั นศิลปท เี่ ปนมรดกทาง
วฒั นธรรม ภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น มคี วามคิดสรางสรรค มีวินยั ใฝเรยี นรู มุงมัน่ ในการทํางาน รักในความ
เปน ไทย มจี ิตสาธารณะ
รหัสตัวชวี้ ดั
ศ. 1.1 ป. 2/1, ป.2/2, ป.2/3, ป.2/4, ป.2/5, ป.2.6, ป.2/7, ป.2/8
ศ. 1.2 ป.2/1 , ป.2/2
รวมทง้ั หมด 10 ตัวช้ีวัด
4
ตารางโครงสรา งรายวชิ า
สาระการเรยี นรู ศิลปะ รายวชิ า ทศั นศิลป ศ12101 1.0 หนว ยกิต
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563 เวลา 40 ชั่วโมง
หนวยท่ี ชอื่ หนวยการเรยี นร/ู สาระการเรียนรู เวลา/ชัว่ โมง
1 ศลิ ปะในธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม 2ช่วั โมง
- ทศั นธาตุ เสน 3ชวั่ โมง
- พืน้ ฐานในการสรางงานทัศนศิลป ดวยสี 4ช่ัวโมง
- รูปราง และรปู ทรง 4ช่วั โมง
4ชั่วโมง
สรางสรรคงานศลิ ป 4ช่ัวโมง
- การวาดภาพเพื่อถา ยทอดเรื่องราว 4ชัว่ โมง
2 - ภาพปะตดิ จากกระดาษ 3ชว่ั โมง
- งานศิลปะ 3 มติ ิ
สรา งสรรคใ หเ คลอ่ื นไหว
3 - โครงสรา งงานเคลอื่ นไหว
- การบรรยายผลงานศลิ ปะเบ้ืองตน
ทศั นศลิ ปในชีวิตประจําวนั 2ชั่วโมง
4 - ความสําคญั ของงานทศั นศิลปใ นชีวิตประจาํ วัน 4ชว่ั โมง
4ช่วั โมง
- งานทัศนศลิ ปในชวี ิตประจําวัน 2ชว่ั โมง
ศิลปะไทย ไกลสูสากล
5 - งานศลิ ปะในทองถิ่นไทย ควรเอาไวใ หโลกเหน็
- การสรางผลงานจากวสั ดุทองถิ่นของฉนั
รวมท้ังหมด 40 ช่ัวโมง
แผนการเรยี นรูรายหนวย
(จํานวน 3 หนว ย)
5
แผนการจัดการเรียนรูที่ 1
กลุม สาระการเรยี นรูศิลปะ รายวิชาทศั นศิลป ศ 12101
ชนั้ ประถมศึกษาปท 2ี่ ปก ารศึกษา 2563
หนวยการเรียนรูท1ี่ เรอ่ื งศิลปะในธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม เวลา 9 ชว่ั โมง
หนว ยยอ ยที1่ ทศั นธาตุเสน เวลา 2 ช่วั โมง
หนว ยยอ ยที่2 พ้ืนฐานในการสรางงานทัศนศิลป ดว ยสี เวลา 3 ชว่ั โมง
หนว ยยอยท3่ี รูปราง และรปู ทรง เวลา 4 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศลิ ปต ามจินตนาการ และความคิดสรา งสรรค
วเิ คราะห วิพากษว ิจารณคุณคา งานทัศนศลิ ป ถายทอดความรูสึก ความคิดตอ งานศิลปะอยา งอิสระ
ชน่ื ชม และ ประยุกตใ ชในชวี ิตประจาํ วัน
ตัวช้วี ัด
ศ1.1ป.2/1 บรรยายรปู รา งรูปทรงท่ีพบในธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ ม
ศ1.1ป.2/2 ระบุทัศนธาตทุ ่ีอยูในสิ่งแวดลอ ม และงานทัศนศลิ ป โดยเนนเร่ืองเสน
สี รปู รา ง และรูปทรง
ศ1.1ป.2/3 สรา งงานทศั นศลิ ปต าง ๆ โดยใชท ัศนธาตุท่เี นน เสน รูปราง
2. จุดประสงคการเรียนรู
1.1. นกั เรยี นสามารถบรรยายรูปรา ง รูปทรงในธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มได (P)
1.2 นกั เรียนสามารถอธบิ ายรปู รางรูปทรง ในธรรมชาติ และส่งิ แวดลอมได
1.3. ระบุทศั นธาตรุ ะหวา งธรรมชาติและงานทัศนศิลปได (K)
1.4. ใชเสน สี ในงานทัศนศิลปท่ีมรี ูปรา ง รปู ทรง มากจากธรรมชาตไิ ด (P)
1.5. วาดรูปรา ง สิง่ ตา งๆในธรรมชาติ (P)
3. สาระสาํ คัญ
เสน สี รปู ราง รปู ทรง ในธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม เปนเรือ่ งที่มีความสําคญั กบั ผเู รียน
เนอื่ งจากจะทําใหผเู รยี นมีความคิดสรา งสรรค สามารถวเิ คราะห แยกแยะระหวางธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ ม และทําใหเ กิดการนาํ มาสรางสรรคผลงานทศั นศิลป
6
4. สาระการเรียนรู
4.1. รปู รา ง รปู ทรงในธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ ม
4.2. เสน สี รปู ราง รปู ทรง ในสง่ิ แวดลอ ม และงานทัศนศิลปป ระเภทตางๆ
4.3. เนอ้ื หาทศั นธาตแุ ละงานทัศนศิลป
4.4. งานทศั นศลิ ปประเภทตา งๆ
5. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น (เฉพาะทเ่ี กิดในหนวยการเรยี นรูน ี)้
ความสามารถในการสือ่ สาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกป ญหา
ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนนสูการพัฒนาคุณภาพผเู รียน)
ทกั ษะการอาน (Reading)
ทกั ษะการ เขียน (Writing)
ทกั ษะการ คดิ คํานวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดา นการคดิ อยางมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and
problem solving)
ทักษะดานการสรางสรรคและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะดานความรว มมือ การทํางานเปน ทีม และภาวะผูน ํา (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรม ตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะดา น การสื่อสาร สารสนเทศ และรูเทาทันสอื่ (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรียนรู (Learning Skills)
ภาวะผูน ํา (Leadership)
7. ช้นิ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / รอ งรอยแสดงความรู )
ใบงานท่ี 1 เรือ่ งทัศนธาตเุ สน
ใบงานที่ 2 เร่ืองการสรา งสรรคผลงาน ดวยสี
ใบงานท่ี 3 เร่ือง รูปราง และรปู ทรง
7
8. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
ช่ัวโมงท่ี 1 - 2 เร่ือง ทัศนธาตุเสน (ใชรูปแบบการเรยี นรู 4 MAT)
1. การบูรณาการประสบการณด ว ยตนเอง (Why)
ขน้ั ที่ 1 สรา งประสบการณ (สมองซกี ขวา) ช่วั โมงที่1 ครใู หน กั เรยี นลองบอกลักษณะเสน ตา งๆใน
ส่อื การสอนPower pointเร่ืองเสน เพ่อื กระตนุ ความรเู ดิมของนักเรยี น
ข้นั ท่ี 2 วิเคราะหประสบการณ (สมองซีกซาย) ครเู ฉลยคําตอบเพ่ือใหนักเรยี นตรวจสอบคําตอบ
ตวั เองและทําความเขา ใจ
2. การพัฒนาความคดิ รวบยอด (What)
ขั้นที่ 3 บรณู าการการสังเกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ครเู ปด ส่ือการสอนPower
Point เพ่ืออธิบายเกีย่ วกบั เสน ตางๆ และลกั ษณะของเสน
ข้นั ท่ี 4 พัฒนาความคิดรวบยอด (สมองซีกซาย) ครูใหน ักเรยี นลองบอกเสนทนี่ กั เรยี นพบใน
ชวี ิตประจําวันเพือ่ ทดสอบความเขา ใจของนักเรยี น
3. การปฏิบตั ิและปรบั แตงเปน แนวคดิ ของตนเอง (How)
ขั้นท่ี 5 ปฏบิ ตั แิ ละปรับแตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกซา ย) ช่ัวโมงที่2 ครูใหน ักเรยี นวาด
ภาพดวยเสนตา งๆเปนเร่ืองราวของตนเอง
ขั้นที่ 6 ปรับแตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซีกขวา) นักเรยี นปรับปรงุ ความรูที่ไดจ ากครูมา
ปฎิบัติดว ยวธิ ีการของตนเอง และบูรณาการเปนองคความรูของตนเอง
4. การบรณู าการและการประยุกตป ระสบการณ
ขนั้ ท่ี 7 วเิ คราะตหเ พ่ือนําไปประยุกตใช (สมองซีกซาย) นักเรยี นวเิ คราะหแ ลว วางแผน
เพ่ือประยุกตหรือดดั แปลงสิง่ ที่เรียนรูมาใชในการสรา งสรรคผลงาน
ขน้ั ท่ี 8 แลกเปล่ยี นความรขู องตนกบั ผูอ่นื (สมองซีกขวา) นักเรียนแลกเปล่ียนส่งิ ที่
ไดเ รียนรูมากบั เพื่อนในหองโดยการปรกึ ษาแลกเปลีย่ นความรูกนั
ชั่วโมงที่ 3 - 5 เรอื่ ง การสรางงานทศั นศิลป ดว ยสี (ใชร ปู แบบการเรียนรู 4 MAT
1. การบูรณาการประสบการณด วยตนเอง (Why)
ขนั้ ที่ 1 สรางประสบการณ (สมองซกี ขวา) ช่ัวโมงท่ี 3 ครเู ปด สอื่ การสอนPower Point เกีย่ วกบั
เรือ่ งสี และใหน ักเรียนบอกช่ือสตี า งๆ เพื่อกระตนุ ความรูเดิมของนกั เรยี น
8
ขัน้ ที่ 2 วเิ คราะหประสบการณ (สมองซีกซา ย) ครบู อกช่ือสีใหนักเรยี นรูเพื่อใหน ักเรยี นทบทวน
ความถูกตองท่ตี นเองเขา ใจ
2. การพัฒนาความคิดรวบยอด (What)
ขน้ั ที่ 3 บรณู าการการสังเกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซกี ขวา) ครเู ปด ส่ือการสอนPower
point เพอ่ื อธิบายเร่ืองสี ในธรรมชาติ สใี นส่ิงแวดลอม และสีในงานศิลปะ
ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความคิดรวบยอด (สมองซกี ซา ย) ช่ัวโมงท่ี4 ครใู หนักเรยี นบอกสีตา งๆท่นี กั เรียน
เห็นในชีวติ ประจาํ วนั เพ่อื ทดสอบความเขาใจของนักเรยี น
3. การปฏบิ ตั แิ ละปรบั แตงเปน แนวคิดของตนเอง (How)
ข้ันที่ 5 ปฏบิ ัติและปรับแตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซีกซา ย) ครูใหนกั เรยี นจบั กลุม 5 คน
เพอ่ื ใหน กั เรียนทาํ งานกลมุ โดย ใหน กั เรียนใชม ือจุมสตี า งๆแลวพมิ พล งบนกระดาษเปน งานทัศนศลิ ป และนาํ มา
พดู อธบิ ายหนา ช้นั เรียน
ขน้ั ที่ 6 ปรบั แตง เปนแนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกขวา) นักเรยี นปรับปรงุ ความรูที่ไดจ ากครู
นํามาปฎิบัติดวยวิธีการของตนเอง และบรู ณาการเปน องคความรูของตนเอง
4. การบรูณาการและการประยกุ ตประสบการณ
ขน้ั ท่ี 7 วิเคราะหเพ่ือนําไปประยุกตใ ช (สมองซีกซาย) นกั เรียนวเิ คราะหแลววางแผนเพอ่ื
ประยกุ ตห รือดดั แปลงส่ิงทเี่ รียนรมู าใชใ นการสรางสรรคผ ลงาน
ขนั้ ท่ี 8 แลกเปล่ียนความรูของตนกับผูอ่ืน (สมองซีกขวา) ชั่วโมงท่5ี นักเรียนแลกเปล่ยี นสิ่งที่
ไดเ รียนรมู ากบั เพ่ือนในหองโดยการแลกเปล่ยี นความรขู องกันและกนั ภายในกลมุ และภายในหอ งเรียน
ชั่วโมงที่ 6 - 9 เรือ่ ง เน้อื หาของรปู ราง รูปทรง (ใชร ปู แบบการเรยี นรู 4 MAT)
1. การบูรณาการประสบการณดวยตนเอง (Why)
ขั้นท่ี 1 สรา งประสบการณ (สมองซีกขวา) ชัว่ โมงท่ี 6 ครสู อบถามนักเรยี น เกย่ี วกับความเขาใจ
ในรูปรา ง และรูปทรงทน่ี กั เรยี นพบในชวี ติ ประจาํ วัน เพ่ือกระตนุ ความรเู ดิมของนกั เรียน
ข้นั ที่ 2 วิเคราะหประสบการณ (สมองซกี ซาย) ครนู าํ ภาพรูปราง และภาพรปู ทรงใหนักเรียนดู
และบอกวา ภาพไหนคอื รปู รา งและรปู ทรงเพื่อใหนักเรยี นไดทบทวนคาํ ตอบทตี่ นองเขาใจ
2. การพฒั นาความคิดรวบยอด (What)
ขน้ั ท่ี 3 บูรณาการการสังเกตไปสคู วามคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ครใู หนักเรยี นดสู ื่อการสอน
Power Point เพื่ออธบิ ายความหมายและความแตกตางของเรอื่ งรูปรา ง และรปู ทรง
9
ข้ันท่ี 4 พัฒนาความคดิ รวบยอด (สมองซีกซา ย) ช่ัวโมงที่ 7 ครูสอบถามนักเรยี นดว ยการให
นักเรียนยกตัวอยางรปู รา งและรปู ทรงจากของท่ีครนู ํามาใหดู เพอ่ื สังเกตความเขาใจของนักเรยี น และอธิบาย
เพม่ิ เติมหากพบวานกั เรยี นไมเ ขาใจ
3. การปฏบิ ัตแิ ละปรบั แตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (How)
ขัน้ ที่ 5 ปฏบิ ัติและปรับแตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซีกซาย) ช่วั โมงท่ี 7-8 ครใู หนกั เรียนฝก
วาดภาพรูปรา งของสิง่ ตา งๆตามความสนใจ และนาํ เสนอหนาช้ันเรียน
ขัน้ ที่ 6 ปรบั แตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซีกขวา) นกั เรียนปรบั ปรงุ ความรูทไี่ ด
จากครูนํามาปฎบิ ตั ิดวยวธิ กี ารของตนเอง และบรู ณาการเปนองคความรขู องตนเอง
4. การบรู ณาการและการประยุกตป ระสบการณ
ขัน้ ท่ี 7 วิเคราะหเพ่ือนําไปประยุกตใ ช (สมองซีกซา ย) นักเรียนวเิ คราะหแลววางแผน
เพ่อื ประยุกตห รือดัดแปลงสิง่ ทีเ่ รียนรูม าใชใ นการสรา งสรรคผลงาน
ขั้นที่ 8 แลกเปลยี่ นความรขู องตนเองกับผูอนื่ (สมองซกี ขวา) ช่วั โมงที่ 9 นกั เรยี นแลกเปล่ยี นสงิ่
ที่ไดเรียนรู มาแลกเปลีย่ นความรูก ับผูอ่ืนดว ยการนาํ เสนอหนาชัน้ เรยี น
9. สื่อการสอน
1 .Power Point
2. ผลงานตน แบบ
3. ใบงาน
10. แหลง เรยี นรูใ นหรือนอกสถานท่ี
1.สง่ิ แวดลอ มในโรงเรียนและบา น
2.ธรรมชาติ
11. การวัดและประเมินผล วธิ ีวดั เครื่องมือวดั เกณฑการ 10
ช้นิ งาน/ภาระงาน ประเมนิ
ใบประเมนิ ผานเกณฑร ะดับ เกณฑการใหคะแนน
1. ใบงานท่ี1 เรอื่ งทัศนธาตุ ตรวจใบงานที่1 ใบงานที่1 เร่ือง ดีขึ้นไป
เสน เรอื่ งทัศนธาตุ ทัศนธาตุ เสน คะแนน 7-10 = ดมี าก
ผานเกณฑระดบั คะแนน 5 - 6 = ดี
เสน ใบประเมนิ ดีขึ้นไป คะแนน 2 - 4 = พอใช
ใบงานท่2ี เรื่อง ต่ํากวา 2=ปรบั ปรุง
2. ใบงานท2่ี เร่อื งการสรา ง ตรวจใบงานท2่ี การสรางผลงาน ผานเกณฑร ะดับ คะแนน 7-10 = ดีมาก
ผลงานทัศนศิลป ดวยสี เร่ืองการสราง ทัศนศิลปดวย ดีข้นึ ไป คะแนน 5 - 6 = ดี
ผลงานทัศนศลิ ป คะแนน 2 - 4 = พอใช
เสน และสี ต่ํากวา 2=ปรบั ปรงุ
ตรวจใบงานที่3 ใบประเมิน
3. ใบงานที3่ เรื่องรปู ราง และ เร่อื งรปู รา ง และ ใบงานท3ี่ เร่ือง คะแนน 7-10 = ดีมาก
รูปรา ง และ คะแนน 5 - 6 = ดี
รูปทรง รูปทรง คะแนน 2 - 4 = พอใช
รูปทรง ตาํ่ กวา 2=ปรับปรงุ
สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน วธิ ีวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑการประเมนิ
1.ความสามารถในการคิด สังเกต แบบสังเกต 5 หมายถงึ ดีมาก ผานเกณฑระดับดี
พฤติกรรม 4 หมายถึง ดี ขน้ึ ไป
2.ความสามารถในการ สังเกต รายบุคคล 3 หมายถงึ พอใช
แกปญหา สงั เกต 2 หมายถึง ปรบั ปรงุ ผานเกณฑร ะดบั ดี
แบบสังเกต ขึน้ ไป
3.ความสามารถในการใช พฤติกรรม 5 หมายถึง ดมี าก
ทกั ษะชีวติ รายบคุ คล 4 หมายถงึ ดี ผานเกณฑร ะดบั ดี
3 หมายถึง พอใช ขน้ึ ไป
แบบสงั เกต 2 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
พฤติกรรม
รายบคุ คล 5 หมายถึง ดีมาก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถงึ พอใช
2 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
แบบใบประเมนิ ผลการเรียนรู
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่2ี ปก ารศึกษา2563
ชัน้ ที.่ .........
ใบงานที่........................................................................................................
ผปู ระเมนิ ......................................................................................................
เกณฑก ารใหคะแนน
ขอท่ี หวั ขอการประเมิน ดีกวา ท่ี ตามท่ี ตา่ํ กวา ที่ คะแนน
กาํ หนด กําหนด กําหนด รวม
(2คะแนน) (1.5คะแนน) (1คะแนน)
1 เนอ้ื หาของช้นิ งาน รวมท้ังหมด
2 การสรา งสรรค
3 การตรงตอเวลา
4 ความสะอาด
5 การสือ่ สาร
ขอเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
คะแนน 7-10 = ดีมาก
คะแนน 5 - 6 = ดี
คะแนน 2 - 4 = พอใช
ตํา่ กวา 2 =ปรับปรุง
11
ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษ วิธีวดั เคร่ืองมอื วัด เกณฑการให เกณฑก ารประเมิน
ที่ 21 สงั เกต คะแนน ผานเกณฑระดับดีขึน้
แบบสังเกต 5 หมายถงึ ดมี าก
1.ทกั ษะดาน การส่ือสาร พฤติกรรม 4 หมายถึง ดี ไป
สารสนเทศ และรูเทาทันส่อื รายบุคคล 3 หมายถงึ พอใช
2 หมายถงึ ผา นเกณฑร ะดบั ดีขน้ึ
2.ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการ สงั เกต แบบสงั เกต ปรบั ปรุง ไป
เรยี นรู พฤติกรรม
รายบคุ คล 5 หมายถงึ ดมี าก ผา นเกณฑระดบั ดีขึ้น
3.ทักษะการเรยี นรู 4 หมายถึง ดี ไป
12. กิจกรรมเสนอแนะ แบบสงั เกต 3 หมายถงึ พอใช
สงั เกต พฤติกรรม 2 หมายถงึ
รายบคุ คล ปรบั ปรุง
5 หมายถงึ ดมี าก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถึง พอใช
2 หมายถึง
ปรับปรุง
..........................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรยี นท้งั หมดจํานวน.....................คน
จดุ ประสงคการเรียนรู จํานวนนักเรยี นทผ่ี าน จาํ นวนนกั เรยี นทีไ่ มผา น
ขอที่ จํานวนคน รอ ยละ จํานวนคน รอยละ
1
2
3
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรรู ายบุคคล
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศึกษาปท ่2ี ปการศกึ ษา2563
ชนั้ ท.่ี .........
คาํ ช้แี จง ครผู ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นโดยการทําเครอื่ งหมาย √ ลงในชอ งท่ตี รงกับความเปนจริง
เลข พฤติกรรม ความสามารถใน ความสามารถใน ความสามารถใน คะแนน
ท่ี การคดิ การแกป ญ หา การใชท ักษะชีวิต รวม
ชอ่ื – สกลุ 5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมทกั ษะของผเู รียนในศตวรรษท่ี 21
วิชาศิลปะ ชั้นประถมศกึ ษาปท2่ี ปการศึกษา2563
ชน้ั ท่.ี .........
คําชีแ้ จง ครูผสู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นโดยการทําเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ งทต่ี รงกับความเปนจรงิ
เลข พฤตกิ รรม ทักษะดาน การ คะแนน
ท่ี สอื่ สาร ทักษะอาชพี และ ทกั ษะการเรียนรู รวม
สารสนเทศ และ ทักษะการเรียนรู
ชื่อ – สกลุ รเู ทาทันสือ่
5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
12
15. ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
16. ขอเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ........................................................................
()
ตาํ แหนง ครู วทิ ยฐานะ .......................................
ลงช่อื ................................................................ หัวหนากลุมสาระการเรยี นรู
()
ลงช่ือ.......................................................... รองผูอํานวยการกลมุ บรหิ ารวชิ าการ
(………………………………………..)
ความเห็นของหัวหนาสถานศกึ ษา
ไดทาํ การตรวจแผนการเรยี นรูของ....................................................แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
1. เปน แผนการจดั การเรยี นรูท่ี
ดีมาก ดี พอใช ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจกรรมไดนําเอากระบวนการเรยี นรู
เนนผเู รียนเปนสําคัญมาใชในการสอนไดอ ยางเหมาะสม
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสําคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป
3.ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผอู ํานวยการโรงเรียน…………………………………………………………..
ใบงานที่ 1 เรอ่ื งทัศนธาตุ เสน
คาํ ช้แี จง ใหน กั เรียนวาดภาพดว ยเสน ตา งๆเปน เร่ืองราวของตนเอง
ช่ือ..............................................................................เลขท.่ี ..........ชนั้ ..........
ใบงานท2ี่
เร่อื งการสรางผใลบงางนาทนศั ทนศี่ ิล2ปดเวรยื่อเสงน กแาลระสสีรา งผลงานทศั นศิลปดวยเสน และสี
คําชี้แจง ใหน กั เรียนจบั กลมุ 5คน สรางสรรคผ ลงานทัศนศลิ ปด วยการใชมอื จุมสี และพิมพลงบนกระดาษตาม
จินตนาการ
สมาชิกในกลุม
ช่อื ..............................................................................เลขท่.ี ..........ชั้น............
ชื่อ..............................................................................เลขท่.ี ..........ชั้น............
ชื่อ..............................................................................เลขที่...........ชั้น............
ชือ่ ..............................................................................เลขที่...........ช้ัน............
ชอ่ื ..............................................................................เลขท่.ี ..........ชัน้ ............
เรื่องเนื้อหาของรูปราง แลใะบรูปงทารนง ท่ี 3 ใเบรง่อื านงทเน่ี3 อ้ื หาของรปู ราง และรปู ทรง
คาํ ชี้แจง ใหนักเรียนฝกวาดภาพรปู รา งของสิ่งตางๆตามความสนใจ และนาํ เสนอหนาชน้ั เรยี น
ช่ือ..............................................................................เลขท.่ี ..........ชนั้ ..........
13
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 2
กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ รายวิชาทศั นศลิ ป ศ 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที่2 ปก ารศกึ ษา 2563
หนว ยการเรยี นรูท ี่2 เรื่องสรา งสรรคผลงานศลิ ป เวลา 12 ชวั่ โมง
หนว ยยอ ยท่1ี การวาดภาพเพื่อถา ยทอดเรื่องราว เวลา 4 ชั่วโมง
หนว ยยอยท่ี2 ภาพปะติดจากกระดาษ เวลา 4 ชัว่ โมง
หนว ยยอ ยท3่ี งานศิลปะ 3 มิติ เวลา 4 ชั่วโมง
1.มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศิลปต ามจินตนาการ และความคิดสรางสรรค
วเิ คราะห วพิ ากษว จิ ารณคุณคางานทศั นศลิ ป ถายทอดความรสู ึก ความคิดตอ งานศิลปะอยา งอิสระ
ช่นื ชม และ ประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ประจาํ วนั
ตวั ชี้วัด
ศ1.1ป.2/4 มที ักษะพ้ืนฐานในการใชวัสดุ อปุ กรณ สรา งงานทศั นศลิ ป 3 มิติ
ศ1.1ป.2/5 สรา งภาพปะติดโดยการตดั หรือ ฉีกกระดาษ
ศ1.1ป.2/6 วาดภาพเพ่ือถายทอดเร่ืองราวเก่ียวกับครอบครัวของตนเองและเพื่อนบาน
ศ1.1ป.2/7 บรรยายถึงส่งิ ท่ีมองเห็น รวมถงึ เนื้อหาเรื่องราว
2. จุดประสงคการเรียนรู
1.1. อธบิ ายทัศนศิลป 3 มิติ (K)
1.2. นําวสั ดตุ า งๆมาสรา งเปนผลงานทัศนศิลป (P)
1.3. สรา งงานปะติดจากการตดั หรือฉกี กระดาษ (P)
1.4. เขา ใจลําดับความสาํ คัญของครอบครัว (A)
1.5. บรรยายเรอ่ื งราวของครอบครวั (K)
3. สาระสาํ คัญ
ทัศนศลิ ป 3 มิติ และการปะตดิ จะทําผเู รียนมีทักษะในกระบวนการคิด และการสรางสรรคงาน
ทัศนศลิ ป สามารถถายทอดเร่ืองราวตางๆผา นผลงานทัศนศิลป ผูเรียนสามารถบรรยายและเรียงลาํ ดับ
ความสําคญั ได
14
4. สาระการเรียนรู
4.1. อุปกรณใ นการสรางผลงานทศั นศิลป
4.2. การใชวัสดุ ในการสรา งสรรคผลงานทัศนศิลป 3มิติ
4.3. ยกตัวอยางงาน 3 มิติ
4.4. ภาพปะติดจากกระดาษ
4.5. เน้อื หาของงานปะติด
4.6. การตดั หรือฉีกกระดาษเพ่ือสรา งงานปะตดิ
4.7. ภาพวาดถายทอดเรื่องราว
4.8. ลาํ ดับความสาํ คญั ของครอบครวั
4.9. เนอ้ื หาเรื่องราวในงานทัศนศลิ ป
5. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน (เฉพาะทเี่ กดิ ในหนว ยการเรียนรูน)้ี
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกปญหา
ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนนสกู ารพฒั นาคุณภาพผูเรียน)
ทักษะการอาน (Reading)
ทักษะการ เขียน (Writing)
ทักษะการ คดิ คํานวณ (Arithmetic)
ทกั ษะดานการคิดอยา งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกปญ หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะดานการสรา งสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทกั ษะดานความรวมมือ การทาํ งานเปน ทีม และภาวะผูน าํ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทักษะดา นความเขา ใจตา งวฒั นธรรม ตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะดาน การส่ือสาร สารสนเทศ และรเู ทาทันสอ่ื (Communication information and
media literacy)
ทักษะดา นคอมพิวเตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
ทักษะการเรยี นรู (Learning Skills)
ภาวะผนู ํา (Leadership)
15
7. ชน้ิ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / รองรอยแสดงความรู )
ใบงานที่ 4 เร่ือง เร่ืองราวของฉนั
ใบงานที่ 5 เรอื่ งภาพปะตดิ พาคดิ เพลนิ
ใบงานที่ 6 เรื่องงาน 3 มิติ สุดเจง
8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
ช่ัวโมงที่ 1 - 4 เรื่อง เรือ่ งราวของฉัน (ใชร ปู แบบการเรียนรู 4 MAT)
1. การบรู ณาการประสบการณดวยตนเอง (Why)
ขั้นท่ี 1 สรางประสบการณ (สมองซกี ขวา) ชว่ั โมงที่ 1 ครูใหนักเรยี นลองบอกลาํ ดบั ความสาํ คัญ
ของครอบครวั ของนักเรยี นตามความเขา ใจ โดยใหนักเรียนชวยกนั ตอบเพ่ือกระตนุ ความรเู ดมิ ของนกั เรยี น
ข้ันท่ี 2 วเิ คราะหป ระสบการณ (สมองซีกซาย) ครเู รยี งลําดับความสาํ คัญของครอบครัวอยาง
ถกู ตองเพ่ือใหน ักเรียนตรวจสอบคาํ ตอบตัวเองและทําความเขา ใจ
2. การพัฒนาความคิดรวบยอด (What)
ข้นั ท่ี 3 บรูณาการการสงั เกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ครูเปด สอ่ื การสอนเปนการต นู
สอนเรอื่ งครอบครวั เพ่อื ใหนักเรียนเขา ใจมากขน้ึ
ข้นั ท่ี 4 พฒั นาความคิดรวบยอด (สมองซกี ซาย) ชวั่ โมงที่ 2ครใู หน ักเรียนเขยี นเร่ืองราวของ
ครอบครัวของนักเรยี นในใบงาน กอ นท่ีจะวาดละลงสี เพอ่ื สงั เกตความเขาใจของนักเรียน
3. การปฏิบัตแิ ละปรบั แตง เปนแนวคิดของตนเอง (How)
ข้ันที่ 5 ปฏบิ ตั แิ ละปรับแตง เปนแนวคิดของตนเอง (สมองซีกซาย) ช่วั โมงที่ 3-4 ครใู หน กั เรยี น
วาดภาพดวยเสน ตางๆเปน เรื่องราวของครอบครัวของนกั เรียนจากเร่ืองท่เี ขยี นไว
ข้นั ท่ี 6 ปรับแตง เปน แนวคดิ ของตนเอง (สมองซกี ขวา) นักเรยี นปรบั ปรงุ ความรูที่ไดจากครูมา
ปฎิบตั ิดวยวธิ กี ารของตนเอง และบรู ณาการเปน องคความรูของตนเอง
4. การบรณู าการและการประยุกตป ระสบการณ
ข้นั ที่ 7 วเิ คราะตหเ พ่ือนาํ ไปประยุกตใ ช (สมองซีกซาย) นักเรียนวิเคราะหแ ลววางแผน
เพือ่ ประยุกตห รือดดั แปลงส่ิงทีเ่ รยี นรูม าใชใ นการสรา งสรรคผ ลงาน
ข้ันท่ี 8 แลกเปล่ยี นความรขู องตนกับผูอนื่ (สมองซีกขวา) นักเรียนแลกเปล่ียนส่งิ ที่
ไดเ รียนรูมากับเพ่ือนในหองโดยการปรกึ ษาแลกเปลี่ยนความรกู นั
16
ชวั่ โมงท่ี 5 - 8 เรือ่ ง ภาพปะตดิ พาคดิ เพลิน (ใชรูปแบบการเรยี นรู 4 MAT)
1. การบรู ณาการประสบการณด วยตนเอง (Why)
ข้นั ที่ 1 สรางประสบการณ (สมองซีกขวา) ชัว่ โมงที่ 5 ครู นํากระดาษตา งๆมาใหนักเรียนดู แลว
สอบถามนกั เรยี นวารจู ักประเภทของกระดาษแบบไหนบางเพื่อกระตุนความรเู ดิมของนกั เรียน
ขนั้ ที่ 2 วเิ คราะหป ระสบการณ (สมองซีกซาย) ครูบอกชนิดของกระดาษใหนกั เรยี นรูเพื่อให
นักเรยี นทบทวนความถูกตองท่ีตนเองเขาใจ
2. การพฒั นาความคดิ รวบยอด (What)
ขัน้ ที่ 3 บรณู าการการสงั เกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซกี ขวา) ครูเปด สอื่ การสอนPower
point เพอ่ื ใหดูเทคนคิ วิธกี าร และตัวอยา งงานภาพปะติด
ขน้ั ท่ี 4 พัฒนาความคดิ รวบยอด (สมองซกี ซาย) ชว่ั โมงที่ 6 ครทู ําภาพทใ่ี ชการปะตดิ ท่ีแตกตาง
กันมาใหน ักเรียนดูแลว ถาม นักเรียนวา เปน การปะตดิ จากอะไรบาง เพ่ือทบทวนความเขาใจของนักเรียน
3. การปฏบิ ตั ิและปรบั แตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (How)
ขน้ั ที่ 5 ปฏบิ ัตแิ ละปรบั แตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซีกซา ย) ครูใหนักเรียนจับกลมุ 5 คน
เพอ่ื ใหนักเรยี นทํางานกลมุ โดย ใหน กั เรียนหาอุปกรณเพ่อื นํามาทาํ ภาพปะตดิ ในช่ัวโมงที่ 7
ข้ันท่ี 6 ปรับแตงเปน แนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกขวา) ช่วั โมงที่ 7 นกั เรียนปรบั ปรุงความรูท่ีได
จากครูและสอ่ื การสอน นาํ มาปฎบิ ัติดว ยวธิ กี ารของตนเอง และบูรณาการเปนองคความรูของตนเอง
4. การบรณู าการและการประยุกตป ระสบการณ
ข้นั ท่ี 7 วิเคราะหเพื่อนําไปประยุกตใ ช (สมองซกี ซาย) นักเรียนวเิ คราะหแลว วางแผนเพื่อ
ประยุกตห รือดดั แปลงสง่ิ ทีเ่ รียนรูม าใชในการสรางสรรคผลงาน
ขั้นท่ี 8 แลกเปลย่ี นความรูของตนกบั ผูอ่นื (สมองซีกขวา) ชั่วโมงท่ี 8 นกั เรียนแลกเปล่ยี นสิ่งท่ี
ไดเ รียนรูม ากับเพื่อนโดยการแลกเปลีย่ นความรูของกนั และกนั ภายในกลมุ และภายในหองเรียน และสรปุ สง่ิ ทีไ่ ด
จากการเรยี น
ชั่วโมงท่ี 9 - 12 เรือ่ ง งานศิลปะ 3 มิติ สดุ เจง (ใชรูปแบบการเรยี นรู 4 MAT)
1. การบูรณาการประสบการณดวยตนเอง (Why)
ขัน้ ท่ี 1 สรา งประสบการณ (สมองซีกขวา) ช่วั โมงที่ 9 ครูสอบถามนักเรยี น เกี่ยวกบั ความเขา ใจ
รปู 2 มิติ และ 3 มิติ เพือ่ กระตนุ ความรเู ดมิ ของนักเรยี น
ข้ันที่ 2 วเิ คราะหประสบการณ (สมองซกี ซา ย) ครูนาํ ภาพรปู 2 มิติ และ ของที่เปน 3 มติ ิ มาให
นกั เรยี นดู เพ่ือทบทวนคําตอบทน่ี กั เรยี นเขาใจ
17
2.การพัฒนาความคิดรวบยอด (What)
ขัน้ ที่ 3 บูรณาการการสังเกตไปสคู วามคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ชว่ั โมงท่ี 10 ครใู หน ักเรียนดู
สือ่ การสอนPower Point เพอื่ อธบิ ายความหมาย และลักษณะของงาน 3 มิติ
ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความคดิ รวบยอด (สมองซกี ซาย) ครสู อบถามนักเรียนดว ยการใหนักเรยี น
ออกมาชี้ รปู ที่ เปน 3 มิติ เพ่ือทบทวนความเขาใจขอนักเรียน
3.การปฏิบตั แิ ละปรบั แตงเปน แนวคิดของตนเอง (How)
ขัน้ ที่ 5 ปฏิบัตแิ ละปรบั แตงเปน แนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกซา ย) ชั่วโมงืท่ี 11 ครใู หนกั เรยี นฝก
วาดภาพรปู รางของสิ่งตางๆที่เปน 3 มิติ ตามความสนใจ และนําเสนอหนาชน้ั เรียน ในชั่วโมงที่ 12
ขน้ั ท่ี 6 ปรับแตงเปน แนวคิดของตนเอง (สมองซกี ขวา) นกั เรยี นปรับปรุงความรทู ่ไี ดจากครูนํามา
ปฎบิ ตั ิดวยวธิ ีการของตนเอง และบรู ณาการเปน องคความรูของตนเอง
4.การบรู ณาการและการประยกุ ตประสบการณ
ขนั้ ที่ 7 วิเคราะหเ พ่ือนาํ ไปประยุกตใช (สมองซกี ซาย) นกั เรียนวเิ คราะหแลววางแผน
เพ่อื ประยกุ ตหรือดัดแปลงสิ่งท่เี รียนรมู าใชใ นการสรา งสรรคผ ลงาน
ข้ันท่ี 8 แลกเปลยี่ นความรูของตนเองกบั ผูอื่น (สมองซกี ขวา) ชั่วโมงท่ี 12 นักเรียนแลกเปลีย่ น
สิง่ ทีไ่ ดเ รียนรูมาแลกเปล่ียนความรูกบั ผอู ื่นดวยการนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน
9. สอ่ื การสอน
1 .Power Point
2. หนุ 3 มติ ิ
3. ใบงาน
4. ผลงานตัวอยาง
10. แหลงเรียนรูในหรอื นอกสถานท่ี
1.ส่ิงแวดลอมในโรงเรยี นและบา น
2.ธรรมชาติ
11. การวดั และประเมินผล วิธวี ดั เครอื่ งมือวดั เกณฑการ 18
ช้นิ งาน/ภาระงาน ประเมิน
ตรวจใบงานที4่ ใบประเมิน ผา นเกณฑระดบั เกณฑก ารใหค ะแนน
1. ใบงานท4่ี เรือ่ ง เรื่องราว เรอื่ ง เร่อื งราว ใบงานท4่ี เรื่อง ดีขน้ึ ไป
ของฉัน เรือ่ งราวของฉนั คะแนน 7-10 = ดมี าก
ของฉนั ผานเกณฑร ะดับ คะแนน 5 - 6 = ดี
2. ใบงานท5่ี เร่อื งภาพปะติด ใบประเมนิ ดขี ึ้นไป คะแนน 2 - 4 = พอใช
พาคดิ เพลิน ตรวจใบงานท5่ี ใบงานท่ี5 เรื่อง ตาํ่ กวา 2=ปรับปรงุ
เร่ืองภาพปะตดิ ภาพปะตดิ พา ผานเกณฑระดับ คะแนน 7-10 = ดีมาก
3. ใบงานที่6 เรื่องานศลิ ปะ 3 พาคดิ เพลิน ดีขึ้นไป คะแนน 5 - 6 = ดี
มติ ิ สุดเจง ตรวจใบงานที6่ คิดเพลนิ คะแนน 2 - 4 = พอใช
เรอ่ื งงานศิลปะ ใบประเมิน ตาํ่ กวา 2=ปรบั ปรุง
3 มิติ สดุ เจง ใบงานท6่ี เร่ือง คะแนน 7-10 = ดีมาก
งาน 3 มติ ิ สดุ คะแนน 5 - 6 = ดี
คะแนน 2 - 4 = พอใช
เจง ตาํ่ กวา 2=ปรบั ปรงุ
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น วธิ ีวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑการใหคะแนน เกณฑการประเมนิ
1.ความสามารถในการคิด สังเกต แบบสังเกต 5 หมายถึง ดีมาก ผา นเกณฑระดับดี
พฤติกรรม 4 หมายถงึ ดี ขึ้นไป
2.ความสามารถในการ สังเกต รายบคุ คล 3 หมายถึง พอใช
แกป ญ หา สังเกต 2 หมายถงึ ปรบั ปรุง ผานเกณฑร ะดบั ดี
แบบสังเกต ขึน้ ไป
3.ความสามารถในการใช พฤติกรรม 5 หมายถึง ดีมาก
ทักษะชวี ติ รายบุคคล 4 หมายถงึ ดี ผา นเกณฑร ะดบั ดี
3 หมายถึง พอใช ขนึ้ ไป
แบบสงั เกต 2 หมายถึง ปรบั ปรงุ
พฤติกรรม
รายบคุ คล 5 หมายถงึ ดีมาก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถงึ พอใช
2 หมายถึง ปรบั ปรุง
แบบใบประเมนิ ผลการเรียนรู
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่2ี ปการศึกษา2563
ชัน้ ที.่ .........
ใบงานที่........................................................................................................
ผปู ระเมนิ ......................................................................................................
เกณฑก ารใหคะแนน
ขอท่ี หวั ขอการประเมิน ดีกวา ท่ี ตามท่ี ตา่ํ กวา ที่ คะแนน
กาํ หนด กําหนด กําหนด รวม
(2คะแนน) (1.5คะแนน) (1คะแนน)
1 เนอ้ื หาของช้นิ งาน รวมทั้งหมด
2 การสรา งสรรค
3 การตรงตอเวลา
4 ความสะอาด
5 การสือ่ สาร
ขอเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
คะแนน 7-10 = ดีมาก
คะแนน 5 - 6 = ดี
คะแนน 2 - 4 = พอใช
ตํา่ กวา 2 =ปรับปรุง
ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษ วิธีวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก ารให 19
ท่ี 21 สังเกต คะแนน เกณฑการประเมิน
แบบสังเกต 5 หมายถงึ ดีมาก ผา นเกณฑระดับดีขนึ้
1.ทกั ษะดา นความรว มมอื พฤติกรรม 4 หมายถึง ดี
การทาํ งานเปนทมี และภาวะ รายบคุ คล 3 หมายถงึ พอใช ไป
ผนู ํา 2 หมายถึง
แบบสงั เกต ปรบั ปรุง ผา นเกณฑร ะดบั ดีข้นึ
2.ทักษะอาชีพและทกั ษะการ สงั เกต พฤติกรรม ไป
เรียนรู รายบุคคล 5 หมายถงึ ดมี าก
4 หมายถึง ดี ผานเกณฑระดบั ดีขึ้น
3.ทกั ษะการเรียนรู แบบสงั เกต 3 หมายถึง พอใช ไป
พฤติกรรม 2 หมายถึง
สังเกต รายบคุ คล ปรบั ปรงุ
5 หมายถึง ดมี าก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถึง พอใช
2 หมายถงึ
ปรับปรงุ
12. กิจกรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
13. บันทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนทงั้ หมดจํานวน.....................คน
จดุ ประสงคการเรยี นรู จาํ นวนนกั เรยี นทีผ่ า น จาํ นวนนักเรียนท่ีไมผา น
ขอที่ จาํ นวนคน รอ ยละ จํานวนคน รอยละ
1
2
3
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรูรายบุคคล
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศึกษาปท ่2ี ปก ารศกึ ษา2563
ชนั้ ท.่ี .........
คาํ ช้แี จง ครผู ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นโดยการทําเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ งท่ตี รงกับความเปนจริง
เลข พฤติกรรม ความสามารถใน ความสามารถใน ความสามารถใน คะแนน
ท่ี การคดิ การแกป ญ หา การใชท ักษะชีวิต รวม
ชอ่ื – สกลุ 5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
แบบประเมินพฤติกรรมทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21
วชิ าศิลปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี2่ ปก ารศึกษา2563
ชั้นที่..........
คําชแี้ จง ครูผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนโดยการทําเคร่อื งหมาย √ ลงในชอ งท่ีตรงกบั ความเปนจริง
เลข พฤตกิ รรม ทกั ษะดานความ คะแนน
ที่ รวมมือ การ ทกั ษะอาชีพและ ทกั ษะการเรียนรู รวม
ทํางานเปน ทมี ทักษะการเรยี นรู
ชอ่ื – สกลุ และภาวะผูน าํ
5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
20
15. ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
16. ขอ เสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................................
()
ตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ .......................................
ลงช่ือ................................................................ หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรู
()
ลงชือ่ .......................................................... รองผอู ํานวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)
ความเหน็ ของหัวหนา สถานศึกษา
ไดทําการตรวจแผนการเรียนรูของ....................................................แลว มคี วามคดิ เหน็ ดังนี้
5. เปน แผนการจัดการเรยี นรูที่
ดีมาก ดี พอใช ควรปรบั ปรุง
6. การจดั กิจกรรมไดนําเอากระบวนการเรียนรู
เนน ผูเรยี นเปน สาํ คญั มาใชในการสอนไดอ ยา งเหมาะสม
ยังไมเนนผูเรียนเปนสําคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
3.ขอเสนอแนะอนื่ ๆ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................................................................
( ………………………………………………… )
ผอู ํานวยการโรงเรียน………………………………………………………….
ใบงานท่ี 4 เรอื่ งราวของฉัน
คาํ ชี้แจง ใหน กั เรียนเขียนเร่ืองราวของตนเองและครอบครัว พรอ มวาดภาพระบายสีใหส วยงาม
ชอ่ื เรอ่ื ง ........................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือ..............................................................................เลขที.่ ..........ชนั้ ..........
ใบงานที่2
เรื่องการสรางผลงานทศั นใศบลิ ปงดาว นยเทสนี่ 5แลเะรส่ือี งภาพปะติด พาคดิ เพลิน
คําชี้แจง ใหน กั เรียนจับกลมุ 5คน สรา งสรรคผ ลงานทัศนศิลปดว ยการใชการปะติด จากวัสดทุ น่ี ักเรียนเตรยี มมา
สมาชกิ ในกลุม
ชอ่ื ..............................................................................เลขท่.ี ..........ช้ัน............
ชอื่ ..............................................................................เลขท.ี่ ..........ชัน้ ............
ช่ือ..............................................................................เลขที.่ ..........ชน้ั ............
ชื่อ..............................................................................เลขที่...........ชนั้ ............
ชอ่ื ..............................................................................เลขท่.ี ..........ชน้ั ............
เรื่องเน้อื หาของรูปราง และใรปูบทงรางนท่ี 6ใบเงรานือ่ ทง่ี3งาน 3 มติ ิ สุดเจง
คําชแ้ี จง ใหน ักเรียนฝก วาดภาพรปู รา ง 3 มิติ ของสงิ่ ตางๆตามความสนใจ และนาํ เสนอหนา ชนั้ เรยี น
ช่อื ..............................................................................เลขที่...........ชนั้ ............
21
แผนการจดั การเรียนรูที่ 3
กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ รายวิชาทศั นศลิ ป ศ 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่2 ปก ารศึกษา 2563
หนวยการเรยี นรูท 3่ี เรือ่ งสรา งสรรคใหเ คลอื่ นไหว เวลา 7 ช่ัวโมง
หนว ยยอยที1่ โครงสรา งงานเคลื่อนไหว เวลา 4 ชว่ั โมง
หนว ยยอยท่ี2 การบรรยายผลงานศิลปะเบ้ืองตน เวลา 3 ชัว่ โมง
1.มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ศ 1.1 สรางสรรคง านทัศนศิลปต ามจนิ ตนาการ และความคิดสรางสรรค
วเิ คราะห วิพากษว จิ ารณคณุ คา งานทศั นศิลป ถายทอดความรสู กึ ความคิดตองานศลิ ปะอยา งอสิ ระ
ช่ืนชม และ ประยกุ ตใชใ นชีวติ ประจาํ วนั
ตวั ชวี้ ัด
ศ1.1ป.2/7 บรรยายถงึ สง่ิ ที่มองเหน็ รวมถึงเนื้อหาเร่ืองราว
ศ1.1ป.2/8 สรางสรรคงานทัศนศิลปเปน รปู แบบงานโครงสรา งเคลอื่ นไหว
2. จุดประสงคการเรียนรู
1.1. สรางสรรคผ ลงานทศั นศลิ ปรปู แบบโครงสรา งเคล่ือนไหว (P)
1.2. เหน็ คุณคา ของงานทัศนศิลป (A)
1.3. อธบิ ายความสําคญั ของงานทัศนศิลป (K)
3. สาระสําคัญ
การบรรยายผลงานทศั นศิลป จะทําผเู รยี นมีทกั ษะในกระบวนการคิด เขา ใจ และเหน็ คุณคาของ
งานทศั นศลิ ป สามารถถายทอดเรือ่ งราวตางๆผา นผลงานทศั นศิลป ผเู รียนสามารถบรรยาย และจําแนก
ผลงานศิลปะได
4. สาระการเรียนรู
4.1. เน้ือหาเร่ืองราวในงานทัศนศิลป
4.2. การยกตวั อยา งเปรียบเทียบสิ่งท่มี องเหน็
4.3. งานโครงสรางเคลือ่ นไหวที่สามารถมองเห็นได
4.4. เน้อื หาความสาํ คัญของงานทัศนศิลปใ นชวี ติ ประจาํ วนั
4.5. การยกตัวอยางงานทัศนศลิ ปในชีวิตประจาํ วัน
22
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น (เฉพาะท่เี กดิ ในหนว ยการเรียนรูน ี)้
ความสามารถในการสื่อสาร
ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการแกปญหา
ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผูเ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน สูก ารพฒั นาคณุ ภาพผูเรียน)
ทกั ษะการอา น (Reading)
ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
ทกั ษะการ คิดคํานวณ (Arithmetic)
ทักษะดานการคิดอยา งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป ญ หา (Critical thinking and
problem solving)
ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)
ทักษะดา นความรว มมือ การทํางานเปน ทีม และภาวะผูน าํ (Collaboration , teamwork
and leadership)
ทกั ษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรม ตา งกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
ทักษะดา น การส่ือสาร สารสนเทศ และรเู ทาทันส่อื (Communication information and
media literacy)
ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอร และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change)
ทักษะการเรยี นรู (Learning Skills)
ภาวะผูนํา (Leadership)
7. ชิน้ งานหรือภาระงาน ( หลักฐาน / รอ งรอยแสดงความรู )
ชิ้นงานที่ 7 เร่อื ง เคลื่อนไหวผา นสายลม
ใบงานที่ 8 เรอื่ ง ผลงานศิลปะของฉัน
8. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู
ชั่วโมงท่ี 1 - 4 เรื่อง โครงสรา งงานเคลอ่ื นไหว (ใชร ูปแบบการเรยี นรู 4 MAT)
1. การบูรณาการประสบการณด วยตนเอง (Why)
ขัน้ ท่ี 1 สรา งประสบการณ (สมองซีกขวา) ช่ัวโมงท่ี 1 ครใู หนักเรยี นบอกโมบายทนี่ กั เรยี นเคยเหน็
ตามความเขาใจ เพ่ือกระตุน ความรูเดิมของนักเรียน
23
ขั้นที่ 2 วิเคราะหประสบการณ (สมองซีกซาย) ครบู อกชนดิ ของโมบาย พรอ มภาพประกอบเพอื่
ใหน ักตรวจสอบความเขา ใจของตนเอง
2. การพัฒนาความคิดรวบยอด (What)
ขั้นที่ 3 บรูณาการการสังเกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ช่ัวโมงที่ 2 ครเู ปด สอื่ การสอน
คลปิ วดี โี อโมบาย และการทาํ โมบายแบบตา งๆ เพ่ือใหนกั เรียนสังเกตลกั ษณะชนิดโมบาย และอุปกรณ
ข้ันที่ 4 พฒั นาความคิดรวบยอด (สมองซกี ซาย) ครูใหน ักเรียนวาดโมบายเปน ของตนเอง เพอ่ื เปน
แบบ นาํ ไปใชในข้ันตอนการทําโมบาย และใหน ักเรียนนําอุปกรณท ี่จะทาํ โมบายมาทาํ ใน ชั่วโมงท่ี 3 - 4
3. การปฏิบัตแิ ละปรบั แตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (How)
ขน้ั ท่ี 5 ปฏิบตั แิ ละปรบั แตงเปน แนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกซาย) ชวั่ โมงท่ี 3 - 4 ครูใหน ักเรียน
ทาํ โมบายตามที่ออกแบบไว โดยครเู ปนผคู อยชวยเหลือ และใหคาํ ปรึกษา
ขนั้ ที่ 6 ปรับแตง เปนแนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกขวา) นักเรยี นปรับปรงุ ความรูทไี่ ดจากครูมา
ปฎบิ ตั ิดว ยวธิ ีการของตนเอง และบูรณาการเปนองคความรูของตนเอง
4. การบรูณาการและการประยกุ ตประสบการณ
ขั้นท่ี 7 วเิ คราะตหเพ่ือนําไปประยุกตใช (สมองซีกซาย) นักเรยี นวิเคราะหแลว วางแผน
เพ่อื ประยุกตหรือดัดแปลงส่งิ ทเี่ รยี นรมู าใชในการสรางสรรคผลงาน
ขน้ั ที่ 8 แลกเปล่ียนความรขู องตนกับผูอ่นื (สมองซีกขวา) นักเรยี นแลกเปล่ียนสิ่งท่ี
ไดเรยี นรูมากับเพื่อนในหองโดยการปรกึ ษาแลกเปล่ยี นความรูกัน
ชวั่ โมงท่ี 5 - 7 เรอ่ื ง การบรรยายผลงานศิลปะเบอ้ื งตน (ใชร ปู แบบการเรียนรู 4 MAT)
1. การบูรณาการประสบการณดว ยตนเอง (Why)
ขนั้ ที่ 1 สรา งประสบการณ (สมองซกี ขวา) ชว่ั โมงที่ 5 ครูถามนกั เรยี นวา รจู ักผลงานศิลปะแบบ
ไหนบาง เพ่ือกระตนุ ความรูเดมิ ของนกั เรียน
ขนั้ ท่ี 2 วเิ คราะหประสบการณ (สมองซีกซาย) ครูบอกชนิดของผลงานศิลปะ พรอ มตัวอยา ง
ผลงาน เพื่อใหน ักเรยี นไดทําความเขาใจและทบทวนคําตอบของตนเอง
2. การพัฒนาความคิดรวบยอด (What)
ขน้ั ที่ 3 บรูณาการการสังเกตไปสูความคดิ รวบยอด (สมองซีกขวา) ครูเปด สอ่ื การสอนPower
point และบรรยายเก่ยี วกับผลงานศิลปะ พรอมยกตัวอยาง
ขน้ั ที่ 4 พัฒนาความคิดรวบยอด (สมองซกี ซา ย) ชวั่ โมงท่ี 6 ครทู าํ ภาพท่ีเปนผลงานศลิ ปะท่ี
แตกตางกนั มาใหนักเรียนบอกชนิดของผลงานเพอ่ื ทดสอบความเขา ใจของนกั เรียน
24
3. การปฏิบัตแิ ละปรับแตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (How)
ขน้ั ท่ี 5 ปฏบิ ตั แิ ละปรับแตงเปนแนวคิดของตนเอง (สมองซีกซา ย) ครูใหน ักเรียนนําภาพ
ผลงานศลิ ปะของตนเองที่ชื่นชอบ ถายรปู แลว ติดใบงานพรอม บรรยายถงึ ผลงานของตนเอง และนํามาบรรยาย
หนา ชั้นเรยี น
ข้นั ที่ 6 ปรับแตงเปนแนวคดิ ของตนเอง (สมองซีกขวา) นักเรียนปรับปรงุ ความรูทไี่ ดจากครูและ
สอ่ื การสอน นํามาปฎิบัตดิ วยวิธกี ารของตนเอง และบูรณาการเปน องคความรูของตนเอง
4. การบรณู าการและการประยุกตป ระสบการณ
ขนั้ ท่ี 7 วเิ คราะหเพื่อนาํ ไปประยุกตใ ช (สมองซกี ซาย) นักเรียนวิเคราะหแลววางแผนเพ่อื
ประยกุ ตหรือดดั แปลงส่ิงที่เรียนรูมาใชใ นการสรา งสรรคผ ลงาน
ข้ันที่ 8 แลกเปลี่ยนความรขู องตนกับผูอืน่ (สมองซีกขวา) ชั่วโมงท่ี 7 นกั เรยี นแลกเปลยี่ นสิ่งท่ี
ไดเ รียนรูมากบั เพื่อนโดยการบรรยายหนา หองเรยี น
9. สอื่ การสอน
1 .Power Point
2. โมบายตวั อยา ง
3. ใบงาน
4. ผลงานตัวอยาง
10. แหลงเรียนรูในหรอื นอกสถานที่
1.ส่งิ แวดลอมในโรงเรียนและบา น
2.ธรรมชาติ
11. การวดั และประเมนิ ผล วิธวี ดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑก าร 25
ช้นิ งาน/ภาระงาน ประเมิน
ตรวจชนิ้ งานท่ี 7 ใบประเมนิ ผานเกณฑระดับ เกณฑการใหคะแนน
1. ช้นิ งานท่ี 7 เร่อื ง เรอื่ ง เคลอ่ื นไหว ช้ินงานท่ี 7 เรื่อง ดขี น้ึ ไป
เคลอื่ นไหวผา นสายลม เคลือ่ นไหว ดว ย คะแนน 7-10 = ดมี าก
ดวยสายลม ผา นเกณฑร ะดบั คะแนน 5 - 6 = ดี
2. ใบงานท่ี8 เรื่องผลงานของ สายลม ดขี ึ้นไป คะแนน 2 - 4 = พอใช
ฉนั ตรวจใบงานท่ี8 ใบประเมนิ ต่ํากวา 2=ปรับปรงุ
เร่ืองผลงานของ ใบงานท8ี่ เรื่อง
ผลงานของฉนั คะแนน 7-10 = ดีมาก
ฉนั คะแนน 5 - 6 = ดี
คะแนน 2 - 4 = พอใช
ตํา่ กวา 2=ปรับปรงุ
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑก ารประเมนิ
1.ความสามารถในการคิด สังเกต แบบสังเกต 5 หมายถงึ ดีมาก ผานเกณฑระดบั ดี
พฤติกรรม 4 หมายถึง ดี ขึ้นไป
2.ความสามารถในการ สงั เกต รายบคุ คล 3 หมายถงึ พอใช
แกป ญหา สงั เกต 2 หมายถึง ปรบั ปรุง ผา นเกณฑร ะดับดี
แบบสงั เกต ขนึ้ ไป
3.ความสามารถในการใช พฤติกรรม 5 หมายถึง ดีมาก
ทกั ษะชีวติ รายบุคคล 4 หมายถึง ดี ผา นเกณฑระดับดี
3 หมายถึง พอใช ขนึ้ ไป
แบบสังเกต 2 หมายถึง ปรบั ปรงุ
พฤติกรรม
รายบุคคล 5 หมายถึง ดีมาก
4 หมายถงึ ดี
3 หมายถงึ พอใช
2 หมายถึง ปรบั ปรงุ
แบบใบประเมนิ ผลการเรียนรู
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่2ี ปการศึกษา2563
ชัน้ ที.่ .........
ใบงานที่........................................................................................................
ผปู ระเมนิ ......................................................................................................
เกณฑก ารใหคะแนน
ขอท่ี หวั ขอการประเมิน ดีกวา ท่ี ตามท่ี ตา่ํ กวา ที่ คะแนน
กาํ หนด กําหนด กําหนด รวม
(2คะแนน) (1.5คะแนน) (1คะแนน)
1 เนอ้ื หาของช้นิ งาน รวมทั้งหมด
2 การสรา งสรรค
3 การตรงตอเวลา
4 ความสะอาด
5 การสือ่ สาร
ขอเสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
เกณฑก ารใหค ะแนน
คะแนน 7-10 = ดีมาก
คะแนน 5 - 6 = ดี
คะแนน 2 - 4 = พอใช
ตํา่ กวา 2 =ปรับปรุง
ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษ วิธีวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก ารให 26
ท่ี 21 สังเกต คะแนน เกณฑการประเมิน
แบบสังเกต 5 หมายถงึ ดีมาก ผา นเกณฑระดับดีขนึ้
1.ทกั ษะดา นความรว มมอื พฤติกรรม 4 หมายถึง ดี
การทาํ งานเปนทมี และภาวะ รายบคุ คล 3 หมายถงึ พอใช ไป
ผนู ํา 2 หมายถึง
แบบสงั เกต ปรบั ปรุง ผา นเกณฑร ะดบั ดีข้นึ
2.ทักษะอาชีพและทกั ษะการ สงั เกต พฤติกรรม ไป
เรียนรู รายบุคคล 5 หมายถงึ ดมี าก
4 หมายถึง ดี ผานเกณฑระดบั ดีขึ้น
3.ทกั ษะการเรียนรู แบบสงั เกต 3 หมายถึง พอใช ไป
พฤติกรรม 2 หมายถึง
สังเกต รายบคุ คล ปรบั ปรงุ
5 หมายถึง ดมี าก
4 หมายถึง ดี
3 หมายถึง พอใช
2 หมายถงึ
ปรับปรงุ
12. กิจกรรมเสนอแนะ
..........................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
13. บันทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนทงั้ หมดจํานวน.....................คน
จดุ ประสงคการเรยี นรู จาํ นวนนกั เรยี นทีผ่ า น จาํ นวนนักเรียนท่ีไมผา น
ขอที่ จาํ นวนคน รอ ยละ จํานวนคน รอยละ
1
2
3
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรูรายบุคคล
วิชาศลิ ปะ ช้นั ประถมศึกษาปท ่2ี ปก ารศกึ ษา2563
ชนั้ ท.่ี .........
คาํ ช้แี จง ครผู ูสอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นโดยการทําเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ งท่ตี รงกับความเปนจริง
เลข พฤติกรรม ความสามารถใน ความสามารถใน ความสามารถใน คะแนน
ท่ี การคดิ การแกป ญ หา การใชท ักษะชีวิต รวม
ชอ่ื – สกลุ 5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
แบบประเมินพฤติกรรมทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21
วชิ าศิลปะ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี2่ ปก ารศึกษา2563
ชั้นที่..........
คําชแี้ จง ครูผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนโดยการทําเคร่อื งหมาย √ ลงในชอ งท่ีตรงกบั ความเปนจริง
เลข พฤตกิ รรม ทกั ษะดานความ คะแนน
ที่ รวมมือ การ ทกั ษะอาชีพและ ทกั ษะการเรียนรู รวม
ทํางานเปน ทมี ทักษะการเรยี นรู
ชอ่ื – สกลุ และภาวะผูน าํ
5 4 3 2 5 4 3 2 5 4 3 2 15
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
ขอ เสนอแนะ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................
27
15. ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
16. ขอ เสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................................
()
ตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ .......................................
ลงช่ือ................................................................ หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรู
()
ลงชือ่ .......................................................... รองผอู ํานวยการกลมุ บริหารวิชาการ
(………………………………………..)
ความเหน็ ของหัวหนา สถานศึกษา
ไดทําการตรวจแผนการเรียนรูของ....................................................แลว มคี วามคดิ เหน็ ดังนี้
7. เปน แผนการจัดการเรยี นรูที่
ดีมาก ดี พอใช ควรปรบั ปรุง
8. การจดั กิจกรรมไดนําเอากระบวนการเรียนรู
เนน ผูเรยี นเปน สาํ คญั มาใชในการสอนไดอ ยา งเหมาะสม
ยังไมเนนผูเรียนเปนสําคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
3.ขอเสนอแนะอนื่ ๆ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................................................... 28
( ………………………………………………… )
ผอู ํานวยการโรงเรียน…………………………………………………………..