The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านตาวร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by agela2535, 2022-09-07 01:39:51

หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านตาวร

หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านตาวร

๔๗

คำสรรพนาม คำกริยา คำบุพบท คำสันธาน เขียนสะกดคำใหถ้ ูกต้องชัดเจน หลีกเลี่ยงการใช้คำศพั ท์แสลง
หรือคำที่มาจากภาษาตา่ งประเทศ และสมกับระดับภาษา รู้จักใช้โวหาร และสำนวนในการเขียนให้ถูกตอ้ ง
ใช้ถ้อยคำที่สละสลวยสามารถถ่ายทอดความรู้สึก ความรู้ หรือจิตนาการเพื่อให้งานเขียนมีความสมบูรณ์
และถูกต้องยิง่ ข้ึนยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเป็นหลักคิดหลักปฏบิ ตั ิในการเรียนรู้
ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั

๑. มีนิสัยรักการเขยี นเขยี นเชิงสร้างสรรค์และมีมารยาทในการเขียน
๒. อธบิ ายความหมายของเรือ่ งส้ันและบอกองคป์ ระกอบของเร่ืองส้นั ได้
๓. เลือกภาษาในการเขยี นได้เหมาะสมและถกู ตอ้ ง
๔. รจู้ ักจติ นาการสร้างสรรค์คำพูดเปน็ เรื่องสัน้ ได้
๕. รู้จักแสดงความรู้ ความคดิ ความรสู้ กึ อย่างขวา้ งขวางมาผูกเปน็ เรื่องส้ันได้
๖. เหน็ คณุ ค่าประเมนิ คา่ เป็นเร่ืองสน้ั ได้
๗. มที กั ษะในการเขียนสามารถนำมาใชป้ ระโยชนใ์ นการดำเนินชวี ติ ได้
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

รายวชิ าภาษาไทยเพ่ิมเติม รหัสวชิ า ท๒๒๒๐๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ

ศึกษาหลักการอา่ น และลักษณะคำประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ โคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี ๑๑
ฝึกและเรยี นรวู้ ิธกี ารอา่ นอหลักการอ่านให้ถูกต้อง ตามหลักฉันทลักษณ์ทบ่ี ังคับการใชถ้ ้อยคำการใช้นำเสียง

ในการทอดเสียงให้เกิดความไพเราะ การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก การอ่านคำควบกล้ำให้ถูกต้องชัดเจน

เว้นวรรคในการอ่านให้ถูกต้องตามหลักคำประพันธ์รู้จักทอดเสียงหนักเบา ค่อย ให้พอเหมาะกับเนื้อหา มี
การทอดเสยี งผา่ นจังหวะใหช้ า้ ลง เมื่อบทร้อยกรองใกลจ้ ะจบเพื่อเพม่ิ อรรถรสและความไพเราะยิง่ ข้ึน

เพอ่ื ให้มีทักษะในการอา่ น มนี ิสัยรักการอ่าน มคี วามสามารถอ่านไดค้ ล่องอ่านได้ถูกต้องตามหลัก

ฉนั ทลกั ษณบ์ ังคับสื่ออารมความร้สู ึกเห็นคณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์ รจู้ ักคิด วเิ คราะห์เน้ือหาส่ือความหมายของ
คำประพันธไ์ ดถ้ ูกต้อง

๔๘

เป็นการอนุรักษ์และสืบทอดภาษาไทยในด้านคำประพันธ์เพื่อเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติไทย
เห็นคุณค่าด้านคุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันยึดหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ หลกั คิดหลักปฏิบตั ิในการเรยี นรู้
ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวัง

๑. มีนสิ ยั รักการอ่านคำประพนั ธ์และมมี ารยาทในการอ่าน
๒. อธิบายลกั ษณะคำประพันธ์และหลกั การอ่าน กาพย์ กลอน โคลงได้
๓. สามารถอา่ นได้คลอ่ งและถูกต้องตามหลักฉนั ทลักษณ์บงั คบั
๔. อา่ นได้ถกู ต้องตามอกั ขรวิธี ( ร ล ว ควบกล้ำเสยี งวรรณยกุ ต์)
๕. สามารถใช้นำ้ เสียงไดไ้ พเราะและส่อื อารมณไ์ ด้เหมาะสม
๖. เห็นคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมทอ้ งถ่นิ
๗. สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้
รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรียนรู้

คาํ อธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท๒๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ

อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว บทความทัว่ ไป บทความปกิณกะ บทร้อยกรอง เช่น กลอนบทละคร

กลอนเสภา กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบัง ๑๖ และโคลงสี่สุภาพ อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ เช่น

วรรณคดีในบทเรยี น ข่าวและเหตุการณส์ ำคญั บทความ บันเทงิ คดี สารคดี สารคดีเชิงประวัติ ตำนาน

งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่องราวจากบทเรียน การอ่านตามความสนใจ เช่น หนังสืออ่านนอกเวลา

หนงั สืออา่ นตามความสนใจ หนังสืออา่ นที่ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั กำหนดมารยาทในการอา่ น

คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย การเขียนข้อความตาม

สถานการณ์และโอกาสต่าง ๆ เช่น คำอวยพร คำขวัญ คำคม โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ การเขียน

อัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ เขียนย่อความจากสื่อต่าง ๆ เช่น นิทาน ประวัติ ตำนาน สารคดี ทาง

วิชาการ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท จดหมายราชการ การเขียนจดหมายกิจธุระ เพื่อเชิญ

วิทยากร ขอความอนุเคราะห์และแสดงความขอบคุณ การเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็นและ

โต้แยง้ ในเรอื่ งต่าง ๆ การเขยี นวเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความรู้ความคดิ เห็นจากสื่อต่าง ๆ เช่นบทโฆษณา

๔๙

บทความทางวิชาการ การกรอกแบบสมัครงาน การเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าและรายงาน
โครงงาน มารยาทในการเขยี น

พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ พูดรายงานการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น พูดโอกาสต่าง ๆ เช่นการพูดโต้วาที อภิปราย ยอวาที โน้มน้าว มารยาทในการฟัง การดู
และการพดู

คำที่มาจากภาษาต่างประเทศ ประโยคซับซ้อน ระดับภาษา คำทับศัพท์ คำศัพท์บัญญัติ
คำศัพทท์ างวิชาการ และวชิ าชีพ โคลงสส่ี ุภาพ

วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถ่ินเกี่ยวกับ ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สภุ าษิตคำ
สอน เหตกุ ารณ์ในประวัติศาสตร์ บนั เทงิ คดี การวเิ คราะหว์ ถิ ีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรม
บทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคณุ คา่ ทง้ั บทอาขยานตามทก่ี ำหนดและตามความสนใจ

โดยการศึกษา ค้นคว้า ใช้ทักษะกระบวนการอ่าน การะบวนการเขียน ทักษะกระบวนการคิด
เพอื่ พัฒนาสง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นมที ักษะทางภาษาอยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ สามารถใช้ทักษะการสื่อสารได้เป็น
อยา่ งดี เห็นคณุ ค่าของวรรณคดไี ทย มคี วามซาบซ้ึงและมีสุนทรียภาพ อนุรักษ์ภาษาไทยไวเ้ ปน็ เอกลักษณ์
ของชาติ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีทักษะชีวิตและจิตสาธารณะยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งเปน็ หลกั คดิ หลกั ปฏิบัตใิ นการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั

ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐

ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๖ ตวั ชี้วัด

คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รายวชิ าภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๓๑๐๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่วั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

ฝึกการอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองประเภทตา่ งๆ ได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรือ่ ง

ทอ่ี ่าน อา่ นเร่ืองจากวรรณคดใี นบทเรียน ข่าวและเหตุการณ์สำคญั บทความ สารคดี สารคดเี ชิงประวัติ

ตำนาน งานเขยี นเชงิ สร้างสรรค์ เรอ่ื งราวจากบทเรียนในกลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทยและกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อื่น และระบุความแตกต่างของคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ประเมินความ

ถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความเป็นไปได้ของ
เรื่อง และวิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง ฝึกการเขียนข้อความตามสถานการณ์และโอกาสต่าง ๆ
โดยใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องตามระดับภาษา การเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโต้แย้งอย่างมี

เหตุผล การเขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง การกรอกแบบสมัคร
งานพรอ้ มเขยี นบรรยายเกย่ี วกับความรู้และทกั ษะท่ีเหมาะสมกบั งาน ฝกึ การฟัง การดู การพูด ในโอกาส
ต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ การพูดโน้มน้าวโดยนำเสนอหลักฐานตามลำดับเนื้อหาอย่างมีเหตุผล

๕๐

น่าเชื่อถือ ศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ระดับภาษา การใช้คำทับศัพท์ ศัพท์บัญญัติ และคำศัพท์ทาง
วิชาการและวิชาชีพ การแต่งบทร้อยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพเกี่ยวกับท้องถิ่นสมุทรปราการ อ่าน
วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม สุภาษิตคำสอน
เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ บันเทิงคดี แล้ววิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าของวรรณคดี วรรณกรรม สรุป
เนื้อหา ความรู้ ข้อคิด จากเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตลอดจนท่องจำและบอกคุณค่า
ของบทอาขยานตามทีก่ ำหนดและบทรอ้ ยกรองที่มคี ุณค่าตามความสนใจและนำไปใชอ้ ้างอิง

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการปฏิบัติกระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนภาษา กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
เพ่ือให้เกดิ ความรู้ มีมารยาทในการอ่าน การเขยี น การฟัง การดู การพูด มีความสามารถในการสื่อสาร
การคิด การใช้ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี เป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักคิดหลัก
ปฏบิ ตั ิในการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั

ท ๑.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๒, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๑๐
ท ๒.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๖, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๑๐
ท ๓.๑ ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๔.๑ ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖
ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชวี้ ัด

คาํ อธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

รายวิชาภาษาไทยเพิ่มเตมิ รหัสวชิ า ท๒๓๒๐๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต

การอ่านออกเสียงร้อยแก้วบทความ ปกิณกะ การอ่านบทร้อยกรอง กลอนบทละคร กลอนสุภาพ กลอน
เสภา กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบัง ๑๖ และโคลงสี่สุภาพการอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ วรรณคดี ข่าวและ
เหตุการณ์สำคัญ บทความบันเทิงคดี สารคดี สารคดีเชิงประวัติ ตำนาน งานเขียนเชิงสร้างสรรค์ การอ่านในใจ

การอ่านเพื่อวิเคราะห์ การอ่านเพื่อประเมินค่า การอ่านเพื่อวิจารณ์ การอ่านเพื่อตีความ การอ่านตามความสนใจ
การอ่านหนังสือนอกเวลา เพื่อสร้างความรู้ และแนวคิดที่หลากหลาย เพื่อนำไปใช้ในการตัดตัดสินใจแก้ปัญหาใน
การดำเนินชีวิต มีนิสัยรักการอ่าน ผูอ้ า่ นควรมีวจิ ารณญาณในการอ่านและมมี ารยาทในการอ่านยดึ หลักปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ หลักคิดหลักปฏิบตั ิในการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้

๑. รู้หลกั การอ่านและอ่านไดอ้ ย่างถกู ต้อง

๒. สามารถอ่านคำประพันธ์ไดถ้ ูกต้อง
๓. สามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องทก่ี ำหนดใหอ้ า่ นได้
๔. เลอื กอ่านหนังสือท่ีดแี ละมปี ระโยชนไ์ ด้

๕. มคี วามรู้ความเข้าใจในการวเิ คราะหข์ ่าวและบทความได้

๕๑

๖. ตคี วามและประเมนิ คณุ คา่ จากเรือ่ งที่อ่านได้
๗. ตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของการอ่านและมีมารยาทในการอา่ น
๘. สามารถนำความรใู้ นการอ่านไปใชใ้ นการสอื่ สารในชีวติ ประจำวนั ได้
รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

รายวิชาภาษาไทยเพ่ิมเติม รหัสวชิ า ท๒๓๒๐๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

ฝึกการเขียนในรูปแบบต่าง ๆ แต่งคำประพันธ์ประเภทกาพย์และกลอน เขียนข้อความตาม

สถานการณ์ในโอกาสต่าง ๆ เขียนคำอวยพร คำขวัญคำคมโฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ ย่อ

ความ นิทาน ตำนาน สารคดี พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท การเขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคดิ เห็น

โต้แย้ง เขียนบทความต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องมีมารยาทในการเขียนมี

นสิ ัยรกั การเขยี น และนำความรูท้ ี่ได้ใชใ้ นการตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชวี ติ ประจำวนั ยึดหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ หลักคิดหลกั ปฏิบตั ิในการเรยี นรู้

ผลการเรียนรู้

๑. บอกรปู แบบของงานเขยี นประเภทต่าง ๆ ได้

๒. สามารถเขียนขอ้ ความตามสถานการณใ์ นโอกาสต่าง ๆ ได้

๓. สามารถแตง่ คำประพนั ธ์ประเภทกาพย์และกลอนไดถ้ ูกต้อง

๔. สามารถอธบิ ายความและแสดงความคิดเห็นและโตแ้ ยง้ ได้

๕. สามารถยอ่ และสรปุ ความจากเรอื่ งท่ีอ่านได้

๖. มที กั ษะในการเขียนอยา่ งสร้างสรรค์

๗. สามารถนำความร้ทู ไี่ ดไ้ ปใชใ้ นการส่อื สารและในชวี ติ ประจำวนั

๘. ตระหนกั ในคุณคา่ ของการเขียนและมมี ารยาทในการเขียน

รวมทั้งหมด ๘ ผลการเรียนรู้

๕๒

โครงสร้างรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

๕๓

ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย โครงสร้างรายวชิ าพืน้ ฐาน
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
ตวั อักษรเปน็ เครอื่ งหมายท่ีใช้แทนเสยี ง
หลกั ภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๑/๑ ตวั อกั ษรไทยมีพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ ๕ ๒
และเลขไทย ซง่ึ พยัญชนะ สระ และ
๑ เตรยี มพร้อม วรรณยกุ ต์ใชป้ ระสมคำให้มีความหมาย ๕ ๒
สระ −า ออกเสยี ง อา เป็นสระเสยี งยาว
๒ สระ −า ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขียนไวข้ า้ งหลงั พยัญชนะต้น คำท่ใี ช้ ๕ ๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สื่อสารในชวี ิตประจำวัน มีคำท่ีประสมดว้ ย ๔ ๒
๓ สระ −ี ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ −า ๕ ๒
๔ สระ −ู คำสระ −ี ออกเสยี ง อี เปน็ สระเสียงยาว ๕ ๒
๕ สระ เ− ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขียนไวข้ ้างบนพยัญชนะตน้ คำท่ใี ชส้ อ่ื สาร ๕ ๒
๖ สระ แ− ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ในชวี ติ ประจำวันมีคำทป่ี ระสมด้วยสระ −ี
๗ สระ โ− ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ −ู ออกเสยี ง อู เปน็ สระเสยี งยาว
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขยี นไวข้ า้ งลา่ งพยัญชนะตน้ คำทใ่ี ช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชีวิตประจำวัน มคี ำทป่ี ระสมดว้ ย สระ −ู
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ เ− ออกเสียง เอ เปน็ สระเสยี งยาว
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขยี นไวข้ ้างหน้าพยัญชนะต้น คำท่ใี ชใ้ น
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ิตประจำวัน มคี ำทป่ี ระสมดว้ ยสระ เ−
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ แ− ออกเสียง แอ เป็นสระเสียงยาว
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขียนไวข้ า้ งหนา้ พยญั ชนะต้น คำทใี่ ช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ิตประจำวันมีคำที่ประสมด้วยสระ แ−
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ โ− ออกเสียง โอ เปน็ สระเสยี งยาว
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขยี นไวข้ า้ งหนา้ พยัญชนะต้น คำทีใ่ ช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ิตประจำวนั มคี ำที่ประสมด้วยสระ โ−
ท ๔.๑ ป. ๑/๒

๕๔

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตัวช้ีวัด (ช่วั โมง) คะแนน

๘ สระ −อ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ −อ ออกเสียง ออ เปน็ สระเสียงยาว ๕ ๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เขียนไวข้ า้ งหลังพยัญชนะต้น คำทใ่ี ช้ใน
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ิตประจำวันมคี ำที่ประสมด้วยสระ −อ
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
๙ สระ −ุ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ −ุ ออกเสยี ง อุ เป็นสระเสยี งส้นั เขียน ๕ ๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ไว้ขา้ งล่างพยญั ชนะตน้ คำท่ีใชใ้ น
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ติ ประจำวนั มคี ำที่ประสมด้วย สระ −ุ
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
๑๐ สระ −ิ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ −ิ ออกเสียง อิ เปน็ สระเสียงส้นั ๕๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เขียนไวข้ า้ งบนพยญั ชนะต้น คำทใี่ ชใ้ น

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชีวติ ประจำวนั มีคำทป่ี ระสมด้วยสระ −ิ
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
๑๑ สระ −ึ ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ −ึ ออกเสยี ง อึ เปน็ สระเสยี งส้ัน เขยี น ๔ ๒

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ไวข้ า้ งบนพยญั ชนะต้น คำทีใ่ ช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ชวี ติ ประจำวันมคี ำทีป่ ระสมด้วยสระ −ึ

๑๒ สระ ไ− ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ ไ− ออกเสียง ไอ ซ่ึงมเี สียงเหมอื น ๔๒
ไมม้ ลาย ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เสียง อะ ท่ีมี ย สะกด เปน็ สระเสียงสนั้

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขยี นไวข้ ้างหนา้ พยญั ชนะต้น คำทใี่ ช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ชีวิตประจำวันมีคำทป่ี ระสมด้วยสระ ไ−

๑๓ สระ ใ− สระ ใ− ออกเสียงเหมือน สระ ไ− ๔๒
ไม้มว้ น
เป็นสระเสียงสัน้ เขยี นไว้ข้างหน้า

พยัญชนะตน้ คำทีป่ ระสมดว้ ยสระ ใ−ท่ีใช้

ในชวี ิตประจำวันมี ๒๐ คำ

๑๔ สระ −ื สระ −ื ออกเสยี ง อือ เปน็ สระเสียงยาว ๔ ๒

เขียนไวข้ า้ งบนพยญั ชนะต้น คำท่ีประสม

ด้วยเสยี ง อือ แต่ไมม่ ีตัวสะกดจะใชร้ ูป −ือ

คำทใ่ี ช้ในชวี ิตประจำวัน มีคำที่ประสมด้วย

สระ −ื และ −ือ

๑๕ สระ −ำ สระ −ำ ออกเสยี ง อำ ซ่ึงมีเสียง เหมือน ๔ ๒
๑๖ สระ เ−า
เสียง อะ ที่มี ม สะกด เป็นสระเสยี งส้ัน

คำที่ใช้ในชีวติ ประจำวัน มคี ำทป่ี ระสมดว้ ย

สระ −ำ

สระ เ−า ออกเสยี ง เอา ซง่ึ มีเสยี งเหมือน ๔ ๒

เสยี ง อะ ท่มี ี ว สะกด เปน็ สระเสียงสน้ั

เขียน เ− ไว้ขา้ งหนา้ พยัญชนะตน้ และ

เขยี น −า ไวข้ า้ งหลงั พยญั ชนะต้น คำที่ใช้

ในชีวติ ประจำวนั มีคำท่ปี ระสมดว้ ยสระ เ

−า

๕๕

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ช้ีวดั (ชวั่ โมง) คะแนน

๑๗ สระ เ−ีย ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ เ−ยี ออกเสียง เอยี เปน็ สระเสียงยาว ๔ ๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เขยี น เ− ไว้ข้างหนา้ พยัญชนะตน้ เขยี น −ี

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ไว้ขา้ งบนพยญั ชนะตน้ และเขียน −ย ไว้
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ขา้ งหลงั พยัญชนะตน้ คำที่ใช้ใน

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ชวี ติ ประจำวนั มคี ำทีป่ ระสมดว้ ยสระ เ−ยี
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
๑๘ สระ เ−ือ ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ เ−อื ออกเสยี ง เออื เป็นสระเสยี งยาว ๔ ๒

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขียน เ− ไวข้ ้างหน้าพยัญชนะต้น เขียน −ื
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ไวข้ า้ งบนพยัญชนะตน้ และเขียน −อ ไว้

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ขา้ งหลังพยัญชนะตน้ คำทใ่ี ชใ้ น
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ชีวติ ประจำวนั มีคำทป่ี ระสมด้วยสระ เ−อื

๑๙ สระ −ัว ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ −วั ออกเสยี ง อัว เปน็ สระเสยี งยาว ๔ ๒
๒๐ สระ −ะ ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เขียน −ั ไวข้ า้ งบนพยัญชนะตน้ และเขยี น

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ −ว ไว้ข้างหลังพยัญชนะตน้ คำทใ่ี ชใ้ น
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ชวี ิตประจำวนั มคี ำทปี่ ระสมด้วยสระ −วั

สระ −ะ ออกเสยี ง อะ เปน็ สระเสียงสั้น ๕ ๒

เขยี นไวข้ า้ งหลงั พยัญชนะต้นคำท่ปี ระสม

ดว้ ยเสยี ง อะ ถ้ามีตัวสะกดจะใชร้ ปู −ั

เขียนไวข้ า้ งบนพยญั ชนะตน้ คำท่ใี ชใ้ น

ชีวิตประจำวัน มีคำท่ีประสมดว้ ยสระ −ะ

และ −ั

๒๑ สระ เ−ะ สระ เ−ะ ออกเสียง เอะ เปน็ สระเสียงสัน้ ๔ ๒

เขียน เ− ไว้ขา้ งหนา้ พยญั ชนะต้นและ

เขยี น −ะ ไว้ขา้ งหลังพยญั ชนะตน้ คำที่

ประสมด้วยเสยี ง เอะ ถา้ มตี ัวสะกดจะใช้

รูป เ−็ คำทใ่ี ช้ในชวี ิตประจำวัน มีคำที่

ประสมด้วยสระ เ−ะ และ เ−็

๒๒ สระ แ−ะ สระ แ−ะ ออกเสยี ง แอะ เป็นสระเสยี งสั้น ๔ ๒

เขยี น แ− ไวข้ ้างหน้าพยัญชนะตน้ และ

เขยี น −ะ ไวข้ ้างหลงั พยัญชนะตน้ คำที่

ประสมด้วยเสียง แอะ ถ้ามีตัวสะกดจะใช้

รูป แ−็ คำท่ใี ชใ้ นชีวติ ประจำวัน มีคำที่

ประสมดว้ ยสระ แ−ะ และ แ−็

๒๓ สระ เ−าะ สระ เ−าะ ออกเสยี งเอาะ เป็นสระเสียงส้นั ๔ ๒

เขียน เ− ไว้ขา้ งหน้าพยัญชนะตน้ และ

เขียน −าะ ไวข้ ้างหลังพยัญชนะต้น คำที่ใช้

๕๖

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ในชวี ติ ประจำวนั มคี ำท่ปี ระสมด้วยสระ เ
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ −าะ

๒๔ สระ โ−ะ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ โ−ะ ออกเสียง โอะ เป็นสระเสยี งสั้น ๔ ๑
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เขียน โ− ไวข้ า้ งหนา้ พยญั ชนะต้น และ

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เขยี น −ะ ไวข้ ้างหลังพยัญชนะตน้ คำที่
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ประสมด้วยเสยี ง โอะ ถ้ามีตัวสะกด จะไม่

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ปรากฏรปู สระ คำท่ีใชใ้ นชีวิตประจำวัน มี
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ คำทปี่ ระสมด้วยสระ โ−ะ
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
๒๕ สระ เ−อะ ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ สระ เ−อะ ออกเสียง เออะ ๔๑
๒๖ สระ เ−อ ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ เปน็ สระเสียงส้ัน เขยี น เ− ไว้ขา้ งหน้า
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ พยญั ชนะต้น และเขยี น −อะ ไว้ขา้ งหลงั
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ พยญั ชนะตน้ คำทีใ่ ชใ้ นชีวิตประจำวัน มคี ำ
ท ๔.๑ ป. ๑/๒
ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ทีป่ ระสมดว้ ยสระ เ−อะ
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระ เ−อ ออกเสียง เออ เปน็ สระเสียงยาว ๕ ๒

คำทป่ี ระสมด้วยเสยี ง เออ ถ้าไม่มีตัวสะกด

จะใช้รปู เ−อ ถ้ามี ย สะกด

จะใช้รูป เ−ย ถ้ามีตวั สะกดอื่น ๆ

จะใช้รูป เ−ิ คำทใี่ ชใ้ นชีวิตประจำวัน

มีคำที่ประสมดว้ ยสระ เ−อ เ−ย และ เ−ิ

๒๗ มาตรา ก กา คำทไี่ มม่ ตี ัวสะกดทุกคำ จดั เป็นคำใน ๕๒
๒๘ มาตรา กง
๒๙ มาตรา กม มาตรา ก กา
๓๐ มาตรา เกย
๓๑ มาตรา เกอว คำทม่ี ี ง เปน็ ตวั สะกดทุกคำ จัดเปน็ คำใน ๕ ๒
มาตรา กง

คำที่มี ม เปน็ ตวั สะกดทุกคำ จดั เปน็ คำใน ๕ ๒
มาตรา กม

คำที่มี ย เปน็ ตวั สะกดทุกคำ จดั เปน็ คำใน ๔ ๑
มาตรา เกย

คำที่มี ว เป็นตัวสะกดทกุ คำ จดั เปน็ คำใน ๔ ๑
มาตรา เกอว

๕๗

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ที่ ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน

๓๒ มาตรา กน ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ คำที่มีเสยี งตวั สะกดเหมือนเสียง น ๕๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ทกุ คำ ไมว่ ่าจะใช้ น ณ ญ ร ล ฬ เป็น

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ตัวสะกด จัดเปน็ คำในมาตรา กน
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
๓๓ มาตรา กก ท ๔.๑ ป. ๑/๒ คำท่มี ีเสยี งตวั สะกดเหมือนเสียง ก ๕๒

ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ทกุ คำ ไม่วา่ จะใช้ ก ข ค ฆ เป็นตวั สะกด
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ จดั เป็นคำในมาตรา กก

๓๔ มาตรา กบ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ คำทม่ี ีเสียงตัวสะกดเหมือนเสียง บ ทกุ คำ ๕ ๒
ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ไมว่ า่ จะใช้ บ ป พ ฟ ภ เป็นตัวสะกด

จดั เป็นคำในมาตรา กบ

๓๕ มาตรา กด คำท่มี เี สียงตัวสะกดเหมือนเสียง ด ทกุ คำ ๔ ๑

ไมว่ ่าจะใช้ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ

ศ ษ ส เปน็ ตัวสะกดจดั เป็นคำในมาตรา

กด

๓๖ อกั ษรควบและ ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ๑. คำอกั ษรควบมพี ยัญชนะต้น ๒ ตัว ๔๑

อักษรนำ ท ๒.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒ ทอ่ี อกเสียงพรอ้ มกัน

ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ๒. คำอกั ษรนำมีพยัญชนะต้น ๒ ตวั

ออกเสียงเหมือนมี ห นำ บางคำออกเสยี ง

ครัง้ เดียว บางคำออกเสียงสองครั้ง

๓๗ การผนั คำ ท ๑.๑ ป. ๑/๑ การผันคำใชเ้ สียงและรปู วรรณยกุ ต์ ทำให้ ๔ ๒
๓๘ คำคล้องจอง ท ๔.๑ ป. ๑/๒ เสยี งและความหมายของคำเปล่ียนไป ๔ ๒

ท ๑.๑ ป. ๑/๑ คำคล้องจองทีไ่ ม่มีตัวสะกด จะตอ้ งมเี สยี ง ๔ ๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ สระเหมอื นกนั ส่วนคำคลอ้ งจองทีม่ ี ๕ ๒
ตัวสะกดต้องมเี สยี งสระและเสียงตวั สะกด ๒๐ ๖
๓๙ การแต่งประโยค ท ๑.๑ ป. ๑/๑ เหมือนกัน

ท ๒.๑ ป. ๑/๒, ป. ๑/๓ ประโยคจะมีคำตั้งแต่ ๒ คำ ข้ึนไป และ
บอกให้ทราบวา่ ใคร ทำอะไร หรือเป็น
ท ๔.๑ ป. ๑/๓ อยา่ งไร

๔๐ การฟงั การดู ท ๓.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, ทกั ษะการฟงั การดู และการพดู เปน็
พ้นื ฐานการใช้ภาษาทสี่ ำคญั นำไปสู่
และการพูด ป. ๑/๓, ป. ๑/๔, การพัฒนาการอ่าน และการเขยี น

ป. ๑/๕ การอา่ นและการฟังวรรณคดี
วรรณกรรมร้อยแก้ว และร้อยกรองสำหรบั
วรรณคดี ท ๑.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒, เด็กทำให้ไดข้ ้อคิดท่ีนำมาประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวติ ประจำวัน
และวรรณกรรม ป. ๑/๓, ป. ๑/๔,

๔๑ เจ้าเนือ้ อ่อนเอย ป. ๑/๕, ป. ๑/๖,

มาเล่นกนั ไหม ป. ๑/๗, ป. ๑/๘

หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั ๕๘
ท่ี ตัวชว้ี ดั เวลา นำ้ หนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน
ของเธอของฉนั ท ๕.๑ ป. ๑/๑, ป. ๑/๒
๑๙๘ ๘๐
ฝนตกแดดออก รวมระหว่างปี ๒ ๒๐
ปลายปี ๒๐๐ ๑๐๐
เรารกั เมืองไทย
รวมตลอดปี
ตัง้ ไขล่ ้มตม้ ไข่

กนิ

แมวเหมียว

กระตา่ ยกับเต่า

ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ที่ ตวั ชี้วดั (ชัว่ โมง) คะแนน

หลกั ภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๒/๑ ตวั อักษรไทยประกอบด้วย พยัญชนะ สระ ๗ ๓

๑ ตัวอกั ษรไทย ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ วรรณยุกต์ และเลขไทย ซึ่งสามารถนำมา
ท ๒.๑ ป. ๒/๑
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ประกอบเป็นคำ เพื่อใชใ้ น การสือ่ สาร

๒ มาตรา ก กา ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ มาตรา ก กา เปน็ คำท่ีไม่มตี วั สะกด การ ๖ ๒
ท ๒.๑ ป. ๒/๑
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ อา่ น การเขยี น และรคู้ วามหมายของคำท่ี

ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ ถกู ต้อง ทำใหส้ ามารถนำคำ ไปใช้ใน
ท ๒.๑ ป. ๒/๑
ชวี ิตประจำวนั ได้

๓ มาตรา กง มาตรา กง เปน็ คำทมี่ ี ง เปน็ ตัวสะกด การ ๖ ๒

อา่ น การเขยี น และร้คู วามหมายของคำท่ี

ถูกต้อง ทำให้สามารถนำคำไปใชใ้ น

ชีวติ ประจำวนั ได้

๔ มาตรา กม มาตรา กม เป็นคำทีม่ ี ม เป็นตัวสะกด การ ๖ ๒

อ่าน การเขียน และรคู้ วามหมาย ของคำที่

๕๙

หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชวี้ ดั (ช่วั โมง) คะแนน
ถกู ต้อง ทำใหส้ ามารถนำคำไปใช้ใน
๕ มาตรา เกย ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ชวี ิตประจำวนั ได้ ๖ ๒
มาตรา เกย เปน็ คำที่มี ย เปน็ ตวั สะกด ๖ ๒
๖ มาตรา เกอว ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ การอ่าน การเขยี น และรู้ความหมายของ ๖ ๒
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ คำที่ถูกต้อง ทำใหส้ ามารถนำคำไปใชใ้ น
๗ มาตรา กก ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ชวี ิตประจำวนั ได้ ๖ ๒
มาตรา เกอว เปน็ คำท่ีมี ว เป็นตวั สะกด
๘ มาตรา กด ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ การอ่าน การเขียน และรูค้ วามหมายของ ๖ ๒
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ คำทีถ่ ูกตอ้ ง ทำให้สามารถนำคำไปใช้ใน
๙ มาตรา กน ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ชวี ติ ประจำวันได้ ๖ ๒
มาตรา กก เปน็ คำท่ีมี ก ข ค ฆ เป็น
๑๐ มาตรา กบ ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ ตวั สะกด ออกเสยี งเหมอื น ก สะกด การ ๖ ๒
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ อ่าน การเขยี น และรคู้ วามหมายของคำท่ี
๑๑ การผันอกั ษร ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ถกู ต้องทำให้สามารถนำคำไปใช้
ในชีวติ ประจำวนั ได้
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ มาตรา กด เป็นคำท่ีมีพยญั ชนะท่เี ป็น
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ ตัวสะกดได้หลายตัว ซง่ึ ออกเสียงเหมอื น ด
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ สะกด การอา่ น การเขียน และรู้
ความหมายของคำที่ถูกต้อง ทำให้สามารถ
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ นำคำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ มาตรา กน เปน็ คำท่มี ี น ญ ณ ร ล ฬ เป็น
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ตัวสะกด ออกเสียงเหมอื น น สะกด การ
อ่าน การเขยี น และรคู้ วามหมายของคำท่ี
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ ถูกต้องทำใหส้ ามารถนำคำไปใช้
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ ในชวี ิตประจำวันได้
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ มาตรา กบ เป็นคำทม่ี ี บ ป พ ฟ ภ เปน็
ตัวสะกด ออกเสียงเหมอื น บ สะกด การ
ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ อา่ น การเขยี น และรู้ความหมายของคำท่ี
ท ๒.๑ ป. ๒/๑ ถกู ต้องทำใหส้ ามารถนำคำไปใช้
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ในชีวิตประจำวันได้
การผันอักษร เป็นการเปลยี่ นเสียงคำตา่ ง
ๆ ตามเสยี งวรรณยุกต์ใหไ้ ด้คำใหม่ท่ีมี
ความหมายแตกตา่ งจากคำเดิม การเข้าใจ
อกั ษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่ำ จะทำ
ใหผ้ นั อักษรไดถ้ ูกต้องและสามารถ

๖๐

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี ตัวช้ีวดั (ชัว่ โมง) คะแนน

นำคำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้

๑๒ คำที่มีพยญั ชนะ ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ คำทีม่ ีพยญั ชนะควบกลำ้ เป็นคำท่ีมี ๗๓

ควบกลำ้ ท ๒.๑ ป. ๒/๑ พยัญชนะตน้ ๒ ตัว ประสมสระตวั เดยี วกัน

ท ๔.๑ ป. ๒/๒ พยญั ชนะท่ีมาควบคือ ร ล ว บางคำออก

เสียงพยญั ชนะต้น ๒ ตวั กลำ้ กัน บางคำ

ออกเสียงเฉพาะพยญั ชนะตวั แรก และบาง

คำ

ออกเสียง ทร เป็นเสยี ง ซ การอ่าน การ

เขียน และรูค้ วามหมายของคำท่ีถกู ต้อง

ทำให้สามารถนำคำ ไปใช้ใน

ชีวิตประจำวนั ได้

๑๓ คำทีม่ ีอกั ษรนำ ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ คำทมี่ ีอกั ษรนำ เปน็ คำทมี่ ีพยัญชนะต้น ๗ ๓
ท ๒.๑ ป. ๒/๑
ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ๒ ตัว ประสมสระเดยี วกัน พยญั ชนะตน้

ตัวแรก จะเปน็ อกั ษรสูงหรืออักษรกลาง

สว่ นพยญั ชนะตัวทสี่ องจะเปน็ อักษรตำ่

บางคำออกเสยี งพยางคเ์ ดียว บางคำออก

เสียง ๒ พยางค์ โดยพยางคแ์ รกออกเสยี ง

อะ ก่ึงเสยี ง สว่ นพยางค์หลงั ออกเสยี ง

เหมอื นมี ห นำ การอ่าน การเขียน และรู้

ความหมายของคำท่ีถูกต้องทำใหส้ ามารถ

นำคำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

๑๔ คำที่มีตวั การนั ต์ ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ คำทมี่ ตี ัวการนั ต์ เปน็ คำท่ีมไี ม้ทณั ฑฆาต ( ๗ ๓

ท ๒.๑ ป. ๒/๑ –์ ) กำกบั อย่บู นพยัญชนะที่ไม่ต้องการ ๗

ท ๔.๑ ป. ๒/๒ ออกเสยี ง ตัวการนั ตม์ ีทง้ั พยญั ชนะตวั เดียว

พยัญชนะ ๒ ตัว พยญั ชนะและสระ การ

อา่ นจะไม่อา่ นออกเสียงพยัญชนะและสระ

นัน้ การเขยี น และรู้ความหมายของคำที่

ถูกต้องทำให้สามารถนำคำไปใชใ้ น

ชีวิตประจำวันได้

๑๕ คำที่มี รร ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ คำที่มี รร อ่านออกเสียงเหมือนพยัญชนะ

ท ๒.๑ ป. ๒/๑ ตน้ ประสมสระ อะ ถ้าคำนั้น ไมม่ ีตวั สะกด

ท ๔.๑ ป. ๒/๒ จะออกเสียงเหมอื นมี น เป็นตวั สะกด แต่

ถา้ คำนน้ั มีตัวสะกดจะออกเสียงตามเสยี ง

๖๑

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชีว้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน

ตวั สะกดของคำ การเขียน และรู้

ความหมายของคำทถี่ ูกต้อง ทำใหส้ ามารถ

นำคำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันได้

๑๖ คำทีม่ ีพยญั ชนะ ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒ คำบางคำมีพยัญชนะและสระท่ไี ม่ออก ๗๓
และสระท่ีไม่ ท ๒.๑ ป. ๒/๑
ออกเสียง เสียง บางคำไม่ออกเสียง ร ซึ่งเปน็

ตัวสะกดตัวทสี่ อง บางคำไม่ออกเสียง ห

บางคำไมอ่ อกเสยี งสระ −ิ หรือสระ −ุ

ซ่ึงประสมอยู่กบั ตวั สะกด

๑๗ คำทม่ี ี ท ๔.๑ ป. ๒/๒ คำในภาษาไทยมีคำที่มคี วามหมายตรงขา้ ม ๗ ๓
ความหมาย
ตรงข้ามกนั กนั ใช้เปรียบเทยี บเพอ่ื สื่อความหมายให้

ชดั เจน การเขา้ ใจความหมายของคำ ทำให้

สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ไดถ้ กู ต้อง

๑๘ คำคลอ้ งจอง ท ๑.๑ ป. ๒/๑ คำคลอ้ งจองเป็นคำที่มเี สียงสระ และเสียง ๗ ๓
ท ๒.๑ ป. ๒/๑
๑๙ ภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๒/๔ ตัวสะกดเหมือนกนั ทำให้ภาษาไทยมคี วาม
มาตรฐาน
และภาษาถิ่น ท ๔.๑ ป. ๒/๕ ไพเราะและจดจำได้ง่าย

ภาษาไทยมาตรฐานเปน็ ภาษาทใ่ี ช้ ๗๓

ติดตอ่ ส่อื สารกนั ทั่วไป ส่วนภาษาถิน่ เป็น

ภาษาท่ีใช้ตดิ ต่อส่อื สารกนั ภายในทอ้ งถิน่

ใดท้องถ่ินหน่งึ การเรียนร้ภู าษาถนิ่ ทำให้

เขา้ ใจการสื่อสารของคนกลุ่มตา่ ง ๆ และ

เลอื กใชภ้ าษา

๒๐ การเขยี น ท ๒.๑ ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ๑. การแต่งประโยคได้ตรงตามจุดประสงค์ ๑๓ ๖
ป. ๒/๔ จะทำให้การสอ่ื สารชัดเจน
๒. การเขยี นเร่ืองสั้น ๆ เกยี่ วกับ
ท ๔.๑ ป. ๒/๓ ประสบการณ์เปน็ การเขยี นเรื่องราวท่เี กิด
จากการกระทำ หรอื ได้พบเห็นมาดว้ ย
ตนเอง ถ่ายทอดให้ผู้อ่นื รบั รู้ เพื่อ
แลกเปลย่ี นประสบการณซ์ ่งึ กันและกนั
๓. การเขียนเร่อื งส้นั ๆ ตามจินตนาการ
ทำใหม้ ีความคิดสร้างสรรค์
๔. การมมี ารยาทในการเขยี น จะทำให้งาน
เขียนมีคุณภาพเป็นทช่ี ื่นชมของผทู้ ีไ่ ด้อ่าน
งานเขยี นน้ัน

๖๒

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตัวชวี้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน
๑. การฟังคำแนะนำหรือคำส่ังอยา่ งตงั้ ใจ
๒๑ การฟัง การดู ท ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, และคิดตามจะทำใหเ้ ขา้ ใจและสามารถ ๓๐ ๑๒
ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ปฏบิ ตั ิตามได้ถกู ต้อง
และการพดู ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ๒. การฟังและดเู ร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างตั้งใจ
ป. ๒/๗ จะทำให้สามารถจบั ใจความของเรื่องได้
สามารถนำไปถา่ ยทอดแสดงความคดิ เหน็
และความรสู้ ึกได้อยา่ งถูกต้อง
๓. การพดู สื่อสารในชวี ิตประจำวนั ต้อง
เลอื กใช้ถ้อยคำและแสดงกิริยาทา่ ทางให้
เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
๔. การมีมารยาทในการฟัง การดู และการ
พูด เกดิ ข้นึ จากความตัง้ ใจ ทำใหผ้ ู้อน่ื ชนื่
ชม และการส่อื สารประสบความสำเรจ็

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
การอ่านและการฟงั วรรณคดีและ
วรรณคดี ท ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสำหรบั ๓๒ ๑๔
ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, เด็กทำให้ไดข้ ้อคิดท่ีนำมาประยกุ ตใ์ ช้ใน
และวรรณกรรม ป. ๒/๕, ป. ๒/๖, ชีวติ ประจำวัน ๑๙๘ ๘๐
ป. ๒/๗, ป. ๒/๘ ๒ ๒๐
๒๒ ดอกสร้อย
ท ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
แสนงาม

นิทานอ่านใหม่

รนื่ รสสกั วา

ไก่แจ้แซ่เสยี ง

ภาพวาด

ของสเี ทียน

ยาย กะ ตา

รวมระหวา่ งปี
ปลายปี

หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคญั ๖๓
ที่ ตัวชีว้ ัด
เวลา นำ้ หนกั
รวมตลอดปี (ช่ัวโมง) คะแนน
๒๐๐ ๑๐๐

ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย โครงสร้างรายวิชาพ้นื ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตัวช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน

หลักภาษาไทย ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ สระใช้ประสมกับพยญั ชนะ และวรรณยุกต์ ๘ ๓
ท ๒.๑ ป. ๓/๑
๑ สระไทย ท ๔.๑ ป. ๓/๑ ให้เป็นคำที่มคี วามหมาย เพ่ือใช้สื่อสารใน

ใชป้ ระสมคำ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ ชวี ติ ประจำวัน
ท ๒.๑ ป. ๓/๑
๒ มาตรา ก กา ท ๔.๑ ป. ๓/๑ คำทีไ่ มม่ ตี ัวสะกดทุกคำ จดั เป็นคำ ๗๒

ไม่มตี วั สะกด ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ ในมาตรา ก กา
ท ๒.๑ ป. ๓/๑
๓ มาตรา กง กม ท ๔.๑ ป. ๓/๑ คำในมาตรา กง กม เกย และเกอว ๘๓
เกย เกอว มตี ัวสะกดตรงตามเสียงเพียงตวั เดียว
ตวั สะกด
กำหนดเสียง

๖๔

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ที่ ตัวชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน
คำในมาตรา กก กด กน และกบ
๔ มาตรา กก กด ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ เป็นคำที่มตี ัวสะกดหลายตวั ๘ ๓
ซงึ่ ออกเสยี งเหมือนกนั
กน กบตวั สะกด ท ๒.๑ ป. ๓/๑ วรรณยกุ ตเ์ ป็นระดับสงู ต่ำของเสยี งที่ ๘ ๓
ปรากฏในพยางค์หรอื คำ วรรณยกุ ต์มี ๔
หลายตวั ท ๔.๑ ป. ๓/๑ รปู ๕ เสยี ง เม่อื นำวรรณยุกตเ์ ขียนบน ๗ ๒
พยัญชนะตน้ ของคำ จะทำใหเ้ สียงและ
๕ วรรณยุกต์ สนกุ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ ความหมายของคำเปลี่ยนไป
พยญั ชนะควบกลำ้ จะควบกบั ร ล หรือ ว
กบั การ ท ๒.๑ ป. ๓/๑ บางคำออกสียงพยญั ชนะต้นทัง้ ๒ ตัว
พร้อมกนั บางคำออกเสียงเฉพาะ
ผนั อกั ษร ท ๔.๑ ป. ๓/๑ พยัญชนะตน้ ตัวแรก และบางคำออกเสยี ง
ทร เปน็ เสยี ง ซ
๖ ควบกล้ำ ท ๑.๑ ป. ๓/๒,ป. ๓/๒
คำทมี่ ี ร ล ว ท ๒.๑ ป. ๓/๑
ท ๔.๑ ป. ๓/๑

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตัวชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน

๗ อกั ษรนำ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ คำทม่ี ีอกั ษรนำจะมีพยญั ชนะตน้ ๒ ตัว ๘๓
ท ๒.๑ ป. ๓/๑
ทำเสียงต่างไป ท ๔.๑ ป. ๓/๑ ประสมสระเดยี วกัน พยัญชนะต้น ท้งั ๒

ตวั พรอ้ มกนั บางคำออกเสยี งเฉพาะ

พยัญชนะตน้ ตวั แรก จะเป็นอักษรสูง หรอื

อกั ษรกลาง ส่วนพยญั ชนะตน้ ตวั ที่ ๒ ตอ้ ง

เป็นอกั ษรตำ่ เดีย่ วเทา่ นัน้ บางคำออกเสยี ง

พยางคเ์ ดียว บางคำออกเสยี งสองพยางค์

๘ คำที่ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ คำที่ออกเสียง อะ บางคำมีรปู –ะ และ ๘ ๓

ประวสิ รรชนีย์ ท ๒.๑ ป. ๓/๑ ออกเสียง อะ เตม็ เสียง บางคำไมม่ ีรปู –ะ

และคำที่ ท ๔.๑ ป. ๓/๑ และออกเสียง อะ กึ่งเสยี ง

ไมป่ ระสรรชนีย์

๙ คำที่ใช้ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ คำทใ่ี ช้ รร ไมม่ ีตัวสะกด จะออกเสียงสระ ๗ ๒
เปน็ เสียง อะ และเสียงตวั สะกด เป็นเสยี ง
บัน บรร รร ท ๒.๑ ป. ๓/๑ ในมาตรา กน ส่วนคำทีใ่ ช้ รร มตี ัวสะกด
จะออกเสยี งสระเปน็ เสยี ง อะ และเสยี ง
ท ๔.๑ ป. ๓/๑ ตวั สะกดตามมาตราตวั สะกดของคำนัน้
ส่วนคำท่ีใช้ บนั บรร เป็นการเขียนเฉพาะ
ของแตล่ ะคำ

๖๕

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน

๑๐ คำทม่ี ี ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ ตวั อกั ษรท่ีมีไม้ทัณฑฆาต ( -์ ) เขยี นอยู่ ๘ ๓
ท ๒.๑ ป. ๓/๑
ตวั การนั ต์ ท ๔.๑ ป. ๓/๑ ข้างบนตัวอักษรให้ตวั อักษรน้นั ไม่ออกเสยี ง

เรียกวา่ ตัวการนั ต์ ตวั การันต์อาจอยกู่ ลาง

คำ หรอื ทา้ ยคำ

๑๑ คำท่พี ยัญชนะ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ การอ่านและเขยี นคำที่มีพยญั ชนะและสระ ๗ ๒

และสระ ท ๒.๑ ป. ๓/๑ ไมอ่ อกเสียง ตอ้ งสงั เกตและจดจำตัวอักษร

ไม่ออกเสียง ท ๔.๑ ป. ๓/๑ เหลา่ น้นั เพื่อให้อ่านและเขียนคำได้ถกู ต้อง

๑๒ คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ ตวั อักษรบางตวั ในภาษาไทยสามารถออก ๗ ๒

ท ๒.๑ ป. ๓/๑ เสียงได้หลายแบบ ต้องสังเกตจากการ

ท ๔.๑ ป. ๓/๑ ประสมคำ

๑๓ คำพ้อง ท ๑.๑ ป. ๓/๒, ป. ๓/๒ คำพ้องรปู จะเขยี นเหมือนกัน แต่อา่ นออก ๗ ๒
ท ๒.๑ ป. ๓/๑ เสยี ง และมีความหมายต่างกัน ส่วนคำ ๗ ๒
ท ๔.๑ ป. ๓/๑ พอ้ งเสยี งเปน็ คำทอี่ า่ นออกเสียงเหมือนกัน ๗ ๒
แตก่ ารเขียนและความหมายต่างกนั ๗ ๒
๑๔ ชนิดของคำ...ทำ ท ๔.๑ ป. ๓/๒ ๗ ๒
ประโยคประกอบดว้ ยคำหลายชนดิ
หลายหน้าที่ ซง่ึ ทำหน้าที่ในประโยคแตกตา่ งกัน ๗ ๒

๑๕ การใช้ ท ๔.๑ ป. ๓/๓ พจนานกุ รมเปน็ หนังสอื ท่ีใชส้ ำหรับคน้ หา
คำในภาษาไทย เพ่ือตรวจสอบ การเขยี น
พจนานกุ รม สะกดคำ การอ่านคำ ความหมาย และ
ชนดิ ของคำ
๑๖ การแตง่ ประโยค ท ๔.๑ ป. ๓/๔
เพ่อื การสือ่ สาร ประโยคเกิดจากการนำคำมาเรียงกนั เพ่ือ
บอกเล่า ปฏิเสธ ถาม สง่ ขอรอ้ ง ซ่งึ เปน็
๑๗ คำคล้องจอง ท ๔.๑ ป. ๓/๕ การสื่อสารในชีวติ ประจำวนั
และคำขวัญ
คำคล้องจองทำให้ถ้อยคำไพเราะ มีเสยี ง
๑๘ ภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๓/๔ ของคำเช่อื มโยงกัน ซ่งึ เป็นเอกลกั ษณ์ของ
มาตรฐานและ ภาษาไทย คำขวญั เปน็ ขอ้ ความสนั้ ๆ
ภาษาถนิ่ ท่มี ีเสยี งคล้องจองกัน ใหค้ ติสอนใจหรือให้
ทำสง่ิ ดงี าม

ภาษาไทยมาตรฐานเปน็ ภาษาท่ใี ชส้ ่ือสาร
กันทั่วประเทศ สว่ นภาษาถิน่ เป็นภาษาที่
กลมุ่ คนในแต่ละท้องถ่ินใช้สนทนากนั
ควรเลอื กใช้ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

๖๖

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ที่ ตัวชี้วดั (ช่ัวโมง) คะแนน

๑๙ การอา่ น ท ๑.๑ ป. ๓/๗, ป. ๓/๘, การอ่านเปน็ เคร่อื งมือในการค้นควา้ และ ๘ ๓
ป. ๓/๙
แสวงหาความรเู้ รอ่ื งต่าง ๆ ทำใหไ้ ด้แนวคิด

ที่เปน็ ประโยชน์ในการดำเนนิ ชีวติ

การฝึกฝนทกั ษะการอ่านอย่างสมำ่ เสมอ

ทำให้มีความรเู้ พื่อพัฒนาตนมากย่งิ ข้ึน

๒๐ การเขียน ท ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหน่ึงเพื่อให้ ๑๕ ๗
ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ผู้อนื่ รบั รูเ้ รือ่ งราวตามทผ่ี ู้เขยี นต้องการใน ๑๘ ๑๒
ป.๓/๕, ป. ๓/๖ การเขยี นจะต้องเขยี นดว้ ยลายมือบรรจง ๒๒ ๑๕
และสะอาดเรียบร้อย
๒๑ การฟงั การดู ท ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ๑๙๘ ๘๐
และการพูด ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, การฟัง การดู และการพูด เป็นทกั ษะ ๒ ๒๐
ป.๓/๕, ป. ๓/๖ พน้ื ฐานที่สำคญั อันจะนำไปสู่การอา่ นและ
การเขียนนกั เรยี นควรมีมารยาทในการฟงั
วรรณคดี ท ๑.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, และการดูเพ่ือให้สามารถจับใจความ
นำไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจำวัน และ
และวรรณกรรม ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, สามารถพดู สื่อสารกับผู้อ่นื ได้อย่างถูกต้อง
และมีมารยาทตามความเป็นไทย
๒๒ กระต่ายไม่ตื่น ป. ๓/๕, ป. ๓/๖,
การอ่านและการฟงั วรรณคดีและ
ตมู ป. ๓/๗, ป. ๓/๘ วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรบั
เด็กทำให้ไดข้ ้อคิดท่ีนำมาประยุกตใ์ ชใ้ น
ชีวิตประจำวนั

แมไ่ ก่ ท ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒

อยูใ่ นตะกรา้

เดก็ เอย๋ เด็กน้อย

ลกู แกะ

ของซาฟียะห์

กาเหวา่

ทก่ี ลางกรุง

ธนดู อกไม้

กบั เจา้ ชายนอ้ ย

รวมระหว่างปี
ปลายปี

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั ๖๗
ที่ ตัวชว้ี ดั
เวลา นำ้ หนกั
รวมตลอดปี (ชั่วโมง) คะแนน
๒๐๐ ๑๐๐

ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวชิ าพ้นื ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน
คำทีไ่ ม่มตี ัวสะกดทุกคำ จัดเป็นคำ
หลักภาษาไทย ท ๔.๑ ป.๔/๑ ในมาตรา ก กา ๔๒

๑ มาตรา ก กา

ไม่มีตวั สะกด

๒ มาตราตัวสะกด ท ๔.๑ ป.๔/๑ ตัวสะกดเป็นส่วนประกอบหนึ่งของคำ ๔ ๒
เสียงตวั สะกดมี ๘ มาตรา บางมาตรามี ๔ ๒
๘ มาตรา พยญั ชนะที่เป็นตัวสะกดตวั เดยี ว บาง ๔ ๒
มาตรามีพยญั ชนะท่ีเปน็ ตวั สะกด หลายตัว
๓ ไตรยางศ์ ท ๔.๑ ป.๔/๑ ๔ ๒
สรา้ งคำ พยญั ชนะไทย ๔๔ ตัว แบ่งตาม ระดบั
เสยี งของพยญั ชนะเปน็ อักษรสงู อกั ษร
๔ คำเปน็ คำตาย ท ๔.๑ ป.๔/๑ กลาง และอกั ษรต่ำ ซงึ่ เป็นหลักเกณฑห์ น่งึ
ดูงา่ ยไมย่ าก ทีใ่ ชใ้ นการผันอักษร

๕ วรรณยกุ ต์ ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำทไ่ี มม่ ีตวั สะกดและประสมสระเสยี งสั้น
สิ่งสำคัญ กบั คำที่มีตัวสะกดอยใู่ นมาตรา กก กด กบ
ผันอักษร ทกุ คำเรียกวา่ คำเปน็ สว่ นคำทไ่ี ม่มี
ตวั สะกดและประสมสระเสียงยาว รวมท้ัง
คำท่ปี ระสมสระ -ำ ใ- ไ- เ-า กับคำทมี่ ี
ตวั สะกดอยู่ในมาตรา กง กม เกย เกอว
กน ทุกคำเรยี กวา่ คำตาย จะทำให้คำเดิม
มเี สียงและความหมายกเ็ ปลย่ี นไป

วรรณยุกตม์ ีทั้งเสยี งและรปู คำทกุ คำมี
เสียงวรรณยกุ ต์แมจ้ ะไม่มีรปู วรรณยกุ ต์
ปรากฏ การผันคำตามเสียงวรรณยกุ ต์ จะ
ทำใหค้ ำเดิมมเี สยี งเปลีย่ นไป และ
ความหมายก็เปล่ียนไปด้วย

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั ๖๘
ที่ ตัวชว้ี ดั
เวลา น้ำหนกั
(ชว่ั โมง) คะแนน

๖ คำพ้อง ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำพ้องมีทงั้ คำท่ีเขียนเหมือนกัน และอา่ น ๔ ๒
ออกเสียงเหมือนกนั การฝึกอ่านและเขยี น ๔ ๒
ต้องพจิ ารณา เป็นประจำ จะทำให้อ่าน เขยี น และใช้คำ ๔ ๒
ตา่ ง ๆ สื่อสารได้ถูกต้อง
๗ คำนาม ท ๔.๑ ป.๔/๒ ๔ ๒
คำทีใ่ ชเ้ รยี กช่ือคน พืช สัตว์ ส่งิ ของ
ใช้เรียกตามช่อื สถานท่ีและส่งิ ตา่ ง ๆ จัดเป็นคำนาม ๔ ๒

๘ คำแทนชื่อ ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำทใ่ี ช้เรียกแทนคำนามในการสนทนา ๔ ๒
จัดเป็นคำสรรพนาม ซงึ่ มที ้ังคำสรรพนาม ๔ ๒
นีค้ ือสรรพนาม สำหรบั ใชแ้ ทนผ้พู ูด ผู้ฟัง และผทู้ ่กี ลา่ วถงึ
คำสรรพนามชว่ ยให้การสื่อสารกระชับ
๙ คำกริยา ท ๔.๑ ป.๔/๒ เพราะไม่ต้องกล่าวคำนามนั้นซำ้
สื่ออาการ
คำที่แสดงอาการหรือการกระทำของนาม
๑๐ คำวเิ ศษณ์ ท ๔.๑ ป.๔/๒ และสรรพนาม ซ่ึงเป็นประธานของ
ขยายคำ ประโยค เรียกวา่ คำกรยิ า คำกรยิ าบางคำ
จำให้แม่น มีใจความสมบูรณ์ในตวั ไม่ต้องมกี รรมมา
ต่อท้าย แต่คำกริยาบางคำต้องมีกรรมมา
๑๑ พจนานกุ รม ท ๔.๑ ป.๔/๓ ต่อท้ายจึงจะไดใ้ จความสมบรู ณ์

๑๒ ฝกึ เขยี น ท ๔.๑ ป.๔/๔ คำทท่ี ำหน้าท่ขี ยายคำกริยาให้มคี วามหมาย
ชัดเจนข้ึน เรยี กว่า คำวิเศษณ์ คำวเิ ศษณ์
ดว้ ยประโยค มกั จะอยู่หลังคำกรยิ าท่ีขยาย ถา้ เปน็
คำกรยิ าสกรรม คำวิเศษณ์ จะอยู่หลัง
คำนามที่ทำหน้าท่ีเป็นกรรมของคำกรยิ านน้ั

พจนานุกรมใชอ้ า้ งอิงการเขียนสะกดคำ
การอ่านคำ ความหมายของคำ รวมทงั้
ชนดิ และทม่ี าของคำ

ประโยคเกดิ จากการนำคำหรือกล่มุ คำ มา
เรยี บเรียงใหไ้ ดใ้ จความเพ่ือใช้สอื่ สาร

๑๓ กลอนสี่ ท ๔.๑ ป.๔/๕ กลอนส่เี ปน็ บทร้อยกรองที่มี ๔ วรรค ๔๒

วรรคละสคี่ ำ วรรคละ ๔ คำ บทรอ้ ยกรองจะมีสมั ผัส

๖๙

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร้/ู สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตัวชีว้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
ระหวา่ งวรรคและระหว่างบท ทำใหเ้ กดิ
๑๔ คำขวัญเตือนใจ ท ๔.๑ ป.๔/๕ ความไพเราะ ๔ ๒
คำขวญั เป็นถ้อยคำท่มี เี สียงคล้องจอง ๔ ๒
๑๕ คำพังเพย ท ๔.๑ ป.๔/๖ ทำใหไ้ พเราะ และมีความหมายกนิ ใจ ๔ ๒
และสุภาษิต สามารถจดจำได้งา่ ย
ให้ขอ้ คิดสอนใจ ท ๔.๑ ป.๔/๗ คำพังเพยและสภุ าษิต เปน็ สำนวน ๙ ๕
ที่ให้ข้อคิด คตสิ อนใจ ในการดำเนินชวี ิต
๑๖ ภาษาถ่ิน ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป. ถ้อยคำมีลักษณะกระชบั กนิ ใจ ไพเราะ
บอกความ ๔/๔, ป.๔/๘ ภาษาถิน่ เปน็ ภาษาทีใ่ ช้ส่อื สารเฉพาะ
เปน็ ไทย ท้องถ่ินคำท่ีมคี วามหมายอย่างเดียวกนั
ท ๓.๑ ป.๔/๑ อาจใชค้ ำแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะถิน่ การ
๑๗ อา่ นได้คล่อง เข้าใจความหมายของภาษาถิ่น ทำให้การ
ตอ้ งรู้วธิ ี สื่อสารกบั คนในท้องถนิ่ ดีข้ึน
การอ่านบทรอ้ ยแกว้ ได้ถกู ต้องชดั เจน
จะทำให้การอา่ นมปี ระสิทธิภาพ ผูอ้ ่าน
สามารถจบั ใจความได้ถกู ต้อง การอา่ น
ออกเสียงบทร้อยกรองต้องแบ่งจังหวะให้
ถกู ต้อง การอ่านต้องมีเสยี งสูงตำ่ หนักเบา
เอ้ือนเสียงเพ่ือความไพเราะ การแยก
ขอ้ เทจ็ จริง และข้อคดิ เห็นได้อยา่ งถูกต้อง
จะชว่ ยใหเ้ ป็นคนมเี หตุผล ไม่หลงเชือ่
ส่งิ ตา่ ง ๆ ได้งา่ ย การมมี ารยาทในการอ่าน
ชว่ ยให้เปน็ ผ้อู ่านที่ดี ทำให้การอา่ นมี
ประสิทธิภาพ

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตัวชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน

๑๘ เขียนชำนาญ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, การคัดลายมือได้ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน ๒๕ ๑๓
ป.๔/๓, ป.๔/๔,
งานสร้างสรรค์ ตัวอักษรไทยและสวยงาม ชว่ ยใหอ้ ่านงา่ ย

๗๐

หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ชีว้ ดั (ชั่วโมง) คะแนน

ป.๔/๕, ป.๔/๖, การเขยี นสือ่ สารต้องใชค้ ำให้ถูกต้อง
ป.๔/๗, ป.๔/๘
เหมาะสม ส่ือความหมายได้ชัดเจน

การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพ

ความคดิ เปน็ การจัดข้อมูลอย่างมรี ะบบ

ทำให้เขา้ ใจเรือ่ งราวไดด้ ยี ่งิ ขนึ้ การเขียน

ย่อความเป็นการสรุปใจความสำคญั จาก

เรื่องท่ีอา่ น จะทำใหเ้ ข้าใจเนื้อเรอ่ื งชดั เจน

การเขยี นจดหมายถงึ เพือ่ น บิดา มารดา

ควรใชภ้ าษาใหถ้ กู ต้องเหมาะสม การเขยี น

บันทึกจากการศึกษาค้นคว้า ชว่ ยใหม้ ี

ความรู้และประสบการณใ์ นการเขยี น

การเขยี นรายงานเปน็ การนำเสนอขอ้ มลู

จากการศึกษาค้นคว้า การเขียนไดถ้ ูกต้อง

ครบถ้วน จะทำให้รายงานมีความ

น่าเชือ่ ถอื ผู้อา่ นเข้าใจได้ง่าย การเขยี น

เรอื่ งตามจินตนาการเป็นการฝึกความคดิ

ริเร่มิ สร้างสรรค์ และจินตนาการ การมี

มารยาทในการเขียน จะช่วยให้การ

ถา่ ยทอดความรู้ และความคดิ ของผู้เขียน

ไปสู่ผอู้ ่านอย่างมีประสทิ ธิภาพ

๑๙ ฟัง ดู ร้สู นทนา ท ๓.๑ ป.๔/๒, ป.๔/๓, การพดู สรปุ ความจากการฟังและดู เปน็ ๑๖ ๘

ภาษาส่ือสาร ป.๔/๔, ป.๔/๕, การพดู ใจความสำคัญของเรือ่ ง ซึ่งผู้พดู

ป.๔/๖ ตอ้ งฟงั และดูเรือ่ งนนั้ อย่างต้ังใจ และมี

วิจารณญาณจงึ จะทำให้พูดสรุปความได้ดี

การพูดแสดงความรู้ ความคดิ เห็น และ

ความรู้สึกเกยี่ วกับเรือ่ งท่ีฟังและดู ต้องพูด

อยา่ งมีเหตุผล สุภาพและมมี ารยาท จงึ จะ

เกิดประโยชนต์ ่อผู้พูดและผู้ฟัง การตั้ง

คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเร่ือง

ทฟ่ี งั และดู ทำให้วเิ คราะห์ความนา่ เช่ือถือ

และสรปุ ใจความสำคัญของเรื่องได้ การพูด

รายงานเป็นการนำเสนอข้อมูล ทไ่ี ดจ้ าก

การศกึ ษาคน้ คว้าอย่างถูกต้องใหผ้ ฟู้ ังเข้าใจ

ผูพ้ ดู รายงานต้องมีทักษะในการพูด การ

พูดรายงานน้นั จงึ จะสมั ฤทธผิ์ ล และได้รับ

๗๑

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตัวช้วี ดั (ช่วั โมง) คะแนน
ประโยชนอ์ ยา่ งเตม็ ท่ี การมีมารยาทในการ
วรรณคดี ท ๑.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ฟัง การดู และการพูด ทำใหไ้ ด้รบั ความร้ทู ี่ ๔๔ ๒๒
และวรรณกรรม ป. ๔/๓, ป. ๔/๔, ดี มปี ระโยชนใ์ นการดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน
๒๐ การผจญภัยของ ป. ๔/๕, ป. ๔/๖, การอ่านและการฟงั วรรณคดีและ ๑๕๘ ๘๐
สดุ สาคร ป. ๔/๗, ป. ๔/๘ วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสำหรบั ๒ ๒๐
นำ้ ผึ้งหยดเดยี ว เด็กทำให้ไดข้ ้อคิดท่นี ำมาประยุกต์ใช้ใน ๑๖๐ ๑๐๐
ท ๕.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒ ชวี ิตประจำวัน
ระบำนายฟ้า

เรื่องเลา่
จากพัทลงุ

ดวงจันทร์
ของลำเจยี ก

ห้องสมุดป่า

เทย่ี วเมอื ง
พระรว่ ง

รวมระหว่างปี
ปลายปี

รวมตลอดปี

โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน

ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ที่ ตัวชวี้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

หลกั ภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๕/๑ คำบพุ บทอย่หู นา้ คำนามหรือคำสรรพนาม

๑ บุพบท ในประโยคเพื่อบอกเวลา บอกตำแหนง่ ๔ ๒

นำหนา้ คำ ทตี่ ง้ั สถานท่ี บอกความเป็นเจ้าของบอก

สอ่ื สมั พันธ์ ความเก่ียวข้อง บอกผู้รับผล บอกความมุ่ง

หมาย บอกสาเหตุ ทำใหป้ ระโยคสื่อสารนน้ั

มีใจความสมบรู ณย์ ิ่งขึ้น

๗๒

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

๒ คำเช่อื ม ท ๔.๑ ป. ๕/๑ คำสันธานใชเ้ ช่ือมคำ กลมุ่ คำ หรือประโยค ๔ ๒

ประสาน เข้าด้วยกัน เพ่ือให้แสดงความหมายคล้อย

ความหมาย ตามกนั แตกตา่ งกนั ใหเ้ ลอื กอยา่ งใดอย่าง

หน่งึ หรอื เปน็ เหตเุ ป็นผลกันตาม

จุดประสงคข์ องผู้สง่ สาร

๓ คำอุทานสอ่ื สาร ท ๔.๑ ป. ๕/๑ คำอุทานเป็นเสียงทเี่ ปลง่ ออกมาแตกต่าง ๔ ๒

อารมณ์ จากเสยี งของคำทว่ั ๆ ไป ทำใหท้ ราบ

อารมณ์ความรู้สึกของผู้พดู ไดช้ ดั เจน

ย่งิ ขนึ้ โดยไมเ่ น้นความหมายของคำ

๔ ฝึกเรียน ท ๔.๑ ป. ๕/๒ การสอ่ื สารในชวี ติ ประจำวนั ต้องใช้ ๔๒

เขียนประโยค ประโยคเพื่อสือ่ ความหมาย ดังนน้ั การร้จู ัก

จำแนกและเรยี บเรยี งประโยคให้ถูกต้อง มี

ส่วนประกอบของประโยคครบถว้ นสมบูรณ์

จะทำให้การสือ่ สารมีประสทิ ธิภาพ

๕ ภาษาถนิ่ ท ๔.๑ ป. ๕/๓ ภาษาไทยในแต่ละท้องถิน่ มีการใช้ถอ้ ยคำ ๕ ๓

บอกความ สำนวน ท่ีแตกตา่ งกัน การรู้และเขา้ ใจ

เป็นไทย ความหมายของคำ จะทำให้การสอื่ สาร

ดยี งิ่ ข้ึน

๖ คำราชาศพั ท์ ท ๔.๑ ป. ๕/๔ คำราชาศพั ทเ์ ป็นคำในภาษาไทยท่ีตอ้ ง ๕ ๓

ใชใ้ หถ้ กู เลือกใชใ้ ห้เหมาะสมกับบคุ คล ระดับตา่ ง ๆ

๗ คำในภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๕/๕ ภาษาไทยมีการนำคำจาก ๕๓

ท่ีนำมาใชจ้ าก ภาษาต่างประเทศมาใช้เป็นจำนวนมาก เรา

ภาษาตา่ งประเทศ ควรทราบท่มี าของคำเรยี นร้กู ารอ่าน การ

เขียน และการใช้คำเหลา่ นนั้ ใหถ้ ูกต้อง

๘ กาพยย์ านลี ำนำ สบิ ท ๔.๑ ป. ๕/๖ กาพยย์ านี ๑๑ นิยมใช้ในการแตง่ พรรณนา ๕ ๓

เอ็ดคำจำง่าย เรื่องต่าง ๆ ลกั ษณะของคำประพันธ์ทำให้

บทร้อยกรองมีความไพเราะ งดงาม

สละสลวย ผู้อ่านจดจำไดง้ ่าย และเกดิ

จินตนาการตามเน้ือเร่ืองเปน็ อยา่ งดี

๙ สำนวน คำพงั เพย ท ๔.๑ ป. ๕/๗ การใชส้ ำนวนได้ถูกตอ้ ง ทำให้สื่อ ๕๓

สภุ าษติ ให้ข้อคดิ ความหมายชดั เจน ไดเ้ รยี นรู้ความงดงาม

สอนใจ ของภาษาไทยและเปน็ การอนุรกั ษ์

ภาษาไทย

๑๐ อ่านได้คลอ่ ง ท ๑.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ๑. การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแกว้ ได้ถูกต้อง ๒๕ ๑๒

ตอ้ งรู้วธิ ี ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ตามอักขรวธิ ี โวหาร และประเภทของงาน

๗๓

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตัวชว้ี ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

ป. ๕/๕, ป. ๕/๖, เขียน จะทำใหเ้ กดิ ความไพเราะ การอา่ นมี
ป. ๕/๗, ป. ๕/๘
ประสิทธภิ าพ ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ชัดเจน

๒. การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง

เป็นทำนองเสนาะได้ถูกตอ้ งตาม

อกั ขรวิธแี ละฉนั ทลกั ษณ์ของบทรอ้ ยกรอง

นัน้ ๆ รู้จกั ทอดจังหวะ เอื้อนเสยี งแสดง

อารมณ์ตามเน้ือหา จะทำให้ผู้ฟัง เขา้ ใจ

เรือ่ งได้ชดั เจน และบทร้อยกรองนน้ั มี

ความไพเราะย่ิงขึ้น

๓. การอ่านจบั ใจความโดยสามารถแยก

ขอ้ เท็จจริง ขอ้ คิดเหน็ และสรุปความ

จากการอ่าน ทำใหเ้ รามเี หตุผล

ไม่หลงเช่ือสิง่ ต่าง ๆ ได้ง่าย ซ่ึงก่อให้เกิด

ประโยชน์ รู้จกั เลือกพิจารณานำความรู้ท่ี

ไดจ้ ากการอา่ นไปใชใ้ นการดำเนินชีวิต

๔. การอ่านงานเขียนเชิงอธบิ ายคำสัง่

ข้อแนะนำ ใหเ้ ข้าใจชดั เจนเสียก่อน

จะทำให้ปฏบิ ตั ติ ามได้ถูกต้อง ทำงาน

อย่างมีประสทิ ธิภาพและปลอดภัย

ในการใช้งาน

๕. การเลอื กอ่านหนังสอื ใหเ้ หมาะสมกับ

ความตอ้ งการและวยั ทำให้ได้รับคุณค่า

สามารถนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างแท้จรงิ

๖. การมมี ารยาทในการอ่าน ทำให้

เปน็ ทีน่ ่าชนื่ ชมต่อผพู้ บเหน็

๑๑ เขียนชำนาญ ท ๒.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ๑. การคดั ลายมือเป็นการฝกึ เขยี นตวั ๓๕ ๑๗
งานสร้างสรรค์
ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, อกั ษรไทยให้สวยงามและถกู ต้อง

ป. ๕/๕, ป. ๕/๖, ๒. การเขียนสือ่ สารควรเลอื กใช้ถ้อยคำ

ป. ๕/๗, ป. ๕/๘, สำนวนให้ถูกต้องเหมาะสมกับงานเขียน

ป. ๕/๙ ประเภทน้ัน ๆ จึงจะสื่อความหมาย

ได้ชัดเจนตรงตามวตั ถุประสงค์

๓. แผนภาพโครงเร่อื งใช้ในการวางโครง

เรื่องที่มีการดำเนินเรื่องเปน็ ไปตามลำดับ

เหตุการณ์ ส่วนแผนภาพความคิดใชใ้ นการ

๗๔

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน

วางโครงเรือ่ งที่มีความคดิ รวบยอดเปน็

สำคัญ การนำแผนภาพโครงเรอื่ งและ

แผนภาพความคิดมาใชใ้ นงานเขยี นทำให้

งานเขยี นมีคณุ ภาพ และได้ความครบถว้ น

สมบรู ณ์

๔. ย่อความเปน็ การนำใจความสำคญั

ของแต่ละตอนจากเรื่องที่อ่านมาเรยี บเรียง

ใหม่เพ่ือใหเ้ ข้าใจเร่อื งที่ต้องการส่ือสารได้

ง่ายยงิ่ ขึ้น

๕. การเขียนจดหมายถึงผ้ปู กครอง

และญาติ ต้องใช้ภาษาที่สุภาพ แสดงถึง

ความเคารพใหเ้ หมาะสมกบั บุคคล

๖. การเขียนแสดงความรูส้ ึกและความ

คดิ เหน็ เปน็ การนำเสนอ ข้อเทจ็ จรงิ ทไ่ี ด้

จากการตรวจสอบ โดยใชเ้ หตุผลประกอบ

ซง่ึ ทำให้ผูอ้ ่านไดร้ ับทราบข้อมูลและ

ข้อคิดเห็นทเี่ ปน็ ประโยชน์

๗. การกรอกแบบรายการต่าง ๆ ได้

ถกู ต้อง ใชภ้ าษาท่ีกระชับ ชดั เจน ทำให้

ส่ือสารไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์ และ

สะดวกในการตดิ ต่อทำธรุ ะ

๘. การเขียนเรอื่ งตามจินตนาการไดด้ ี

ตอ้ งหมน่ั ฝกึ การคิด การสงั เกต และมี

ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์

๙. การมีมารยาทในการเขียน จะทำให้

ผอู้ ่านสามารถเข้าใจสารทผ่ี เู้ ขียนถ่ายทอด

ได้งา่ ยและมปี ระสทิ ธิภาพ

๑๒ ฟงั ดู รู้สนทนา... ท ๓.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ๑. การพูดแสดงความรู้ ความคดิ เห็น ๑๕ ๗

ภาษาส่อื สาร ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, และความร้สู ึกจากเร่ืองท่ีฟงั และดูควร

ป. ๕/๕ พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนพูด เพ่ือไมใ่ ห้

เกิดความขดั แย้งกบั ผู้อ่นื เพราะในเรื่อง

เดียวกันแตล่ ะคนอาจมมี มุ มองและความ

คิดเห็นแตกตา่ งกนั ได้

๗๕

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตัวชวี้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน
๒. การต้งั คำถามและตอบคำถามเชิง
เหตุผลจากเร่อื งที่ฟงั และดู ทำใหส้ ามารถ
วเิ คราะหค์ วามน่าเช่ือถือของเรือ่ ง และนำ
ความรู้หรือข้อคิดท่ไี ด้รบั ไปใช้เปน็
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวนั

๓. การวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องที่

ฟงั และดใู นชวี ิตประจำวนั ต้องใช้เหตผุ ล มี

ขอ้ เทจ็ จรงิ และหลกั ฐานมาประกอบ

๔. การพูดรายงานตามหลักการ

ท่ถี ูกต้อง จะทำให้การนำเสนอข้อมลู

มคี วามนา่ สนใจและผฟู้ งั ได้รบั ประโยชน์

๕. การมีมารยาทในการฟัง การดแู ละการ

พูด ทำให้การติดต่อส่ือสารมปี ระสทิ ธิภาพ

๑๓ วรรณคดี ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, บทละครนอก เร่ือง สงั ข์ทอง ตอนกำเนิด

และวรรณกรรม ป.๕/๘, พระสงั ข์ แสดงให้เหน็ ถึงความรักของแม่ทมี่ ี

บทละครนอก ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ต่อลกู ไม่ว่าลกู จะเกิดมาเปน็ เชน่ ไร กย็ ่อม ๘ ๔

เรอ่ื ง สงั ข์ทอง ตอน ป.๕/๓, ป. ๕/๔ เป็นทรี่ กั ดั่งดวงใจของแมเ่ สมอ นอกจากน้ัน

กำเนดิ พระสงั ข์ ยงั แสดงถึงความกตัญญูกตเวทขี องพระสงั ข์

ทีร่ จู้ กั ชว่ ยเหลอื แบง่ เบาภาระของแม่เทา่ ท่ี

เดก็ จะทำได้ ซึ่งเป็นส่งิ ท่ลี ูกทุกคนควร

ประพฤติปฏบิ ตั ติ าม

๑๔ ราชาธิราช ตอน ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, เรอื่ ง ราชาธริ าช ตอน กำเนดิ มะกะโท ๖

กำเนดิ มะกะโท ป.๕/๗, ป.๕/๘ แสดงให้เหน็ ถึงคุณธรรมและคุณลกั ษณะ

ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, พิเศษของมะกะโท ซึ่งจะเป็นผนู้ ำในภาย

ป.๕/๓ หนา้ เช่น ความกตญั ญคู วามจงรกั ภกั ดี

ความเมตตา ความมานะอุตสาหะ

สตปิ ญั ญา ไหวพริบ อันชาญฉลาด

มองเหน็ การณ์ไกล และรจู้ ักแกป้ ัญหา

เมอ่ื เกดิ เหตยุ ุ่งยากต่าง ๆ นอกจากจะ

ได้รับความเพลิดเพลนิ จากเน้ือเรื่องแล้ว

ยังได้รับความร้เู ก่ียวกับเร่ืองราว ใน

ประวัติศาสตร์ วถิ ชี วี ิตความเป็นอยขู่ อง

คนไทยในอดีต รวมท้งั ข้อคิดต่าง ๆ ที่

นำไปใชใ้ นชีวติ จริงไดเ้ ป็นอย่างดี ส่งิ

๗๖

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ ตัวชี้วดั (ชั่วโมง) คะแนน
เหลา่ น้คี อื ประโยชน์หลายประการท่ไี ดร้ บั
๑๕ กระเชา้ สดี า ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, จากวรรณคดี ๖ ๓
ป.๕/๗ นิทานเรอ่ื ง กระเช้าสีดา มีเน้ือเรือ่ ง
๑๖ บทประพันธ์ สนกุ สนาน ใชภ้ าษาบรรยายไดส้ ละสลวย ๔ ๒
รอ้ ยกรองสุภาษิต ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ชัดเจน อ่านเขา้ ใจง่าย เหมาะสำหรับเด็ก ๖ ๓
ป.๕/๓ แฝงแนวคิดในเรื่องผลของการทำความดี
๑๗ โคลงโลกนิติ คอื การเชื่อฟังผู้ใหญ่ ความมีนำ้ ใจ และ ๔ ๒
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, ความสภุ าพอ่อนโยน ซ่งึ นักเรียนควร
๑๘ นทิ านคตธิ รรม ป.๕/๗ นำไปประพฤติปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวันให้
เร่อื ง พญาช้าง สม่ำเสมอจนเปน็ นิสยั
ผเู้ สยี สละ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, บทประพนั ธร์ ้อยกรองสภุ าษิตมคี ุณคา่
ป.๕/๓, ป.๕/๔ ดา้ นวรรณศิลป์และให้คตสิ อนใจเพ่ือ
ประพฤติในสิง่ ท่ีถกู ต้องดีงาม ผู้นำไป
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, ปฏบิ ัตยิ อ่ มประสบความสุขความเจริญใน
ป.๕/๗ การดำเนินชวี ติ
คำสอนจากโคลงโลกนิติ พระนพิ นธข์ อง
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร
ป.๕/๓, ป.๕/๔ ท่กี รมวชิ าการกระทรวงศกึ ษาธิการ ได้
รวบรวมไวน้ น้ั ล้วนเปน็ คำสอนที่
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๕, เหมาะสมจะนำไปใช้เปน็ หลักปฏิบตั ิใน
ป.๕/๗ การดำเนนิ ชวี ติ ปจั จุบนั ได้อยา่ งดี ท้ังให้
ขอ้ คิดเตอื นใจสำหรับตนเอง หรือใช้
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, แนะนำส่ังสอนผู้อื่น คำสอนในโคลงโลก
ป.๕/๓ นติ ิจึงทรงคุณคา่ เสมอสำหรับผทู้ ่ีประพฤติ
ปฏบิ ัติตาม
นิทานคติธรรม เร่ือง พญาชา้ งผูเ้ สียสละ
ให้คตวิ ่า “ทำดีได้ดี ทำช่วั ได้ชั่ว” ในสังคม
ย่อมมีท้ังคนดีและคนชั่ว เราจึงควรนำ
คุณธรรมของคนดีมาเป็นแบบอยา่ ง
พรอ้ มทัง้ ใชส้ ติปญั ญาพิจารณาใหร้ ู้ทันเล่ห์
เหล่ียมของคนชว่ั เพ่ือหลกี เล่ียงการคบหา
อนั อาจจะนำภยั มาสูต่ นเอง

๑๙ เพลงพระราช ท ๑.๑ ป.๕/๒, ป.๕/๓, เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเดจ็ ๔ ๒
นิพนธ์ในดวงใจ ป.๕/๕ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู ิพลอดลุ ย

๗๗

หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ที่ ตวั ช้ีวดั (ชวั่ โมง) คะแนน

พร้อมความหมาย ท ๓.๑ ป.๕/๓, ป.๕/๕ เดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีถงึ 48

อนั ทรงคุณค่า ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, เพลง มที ้งั เพลงสะท้อนถงึ ความงามของ

ป.๕/๓, ป.๕/๔ ธรรมชาติ ความรกั และชีวิต เพลงมารช์

เพลงปลุกใจ เพลงประจำสถาบนั ฯลฯ

เพลงพระราชนพิ นธ์ สว่ นใหญ่พระองค์

ทา่ นทรงแต่งทำนอง เนอ่ื งดว้ ยพระองค์

เป็นนักดนตรี ทรงเป่าแซ็กโซโฟน

ทรมั เปต็ อีกทัง้ ยงั ทรงเล่นเปยี โน ในส่วน

ของเน้ือเพลงเป็นภาษาไทย หรือ

ภาษาองั กฤษนั้นกบ็ ุคคลอ่ืนแต่ง หรือรว่ ม

แต่งกบั พระองค์ทา่ น

๒๐ บทอาขยาน ท ๑.๑ ป.๕/๒, ป.๕/๓, การทอ่ งจำบทอาขยานสามารถนำไปใช้ ๔ ๒

ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, อ้างอิงและนำข้อคิดไปเป็นแนวทางในการ

ดำเนนิ ชวี ติ

รวมระหวา่ งปี ๑๕๘ ๘๐

ปลายปี ๒ ๒๐

รวมตลอดปี ๑๖๐ ๑๐๐

ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย โครงสร้างรายวิชาพน้ื ฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

๗๘

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นร้/ู สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
ท่ี ตัวช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

หลักภาษาไทย ท ๔.๑ ป. ๖/๑ คำนามเป็นคำชนิดหนึ่งทใี่ ช้เรียก คน พชื ๔ ๒

๑ คำนาม ท ๔.๑ ป. ๖/๑ สัตว์ สิง่ ของ และสถานที่ คำนาม

ใชเ้ รยี กตามช่อื ท ๔.๑ ป. ๖/๑ ทำหน้าทีเ่ ปน็ ได้ท้ังประธานและกรรม

ท ๔.๑ ป. ๖/๑ ในประโยคใช้สอ่ื สารในชวี ติ ประจำวัน

๒ คำแทนชอื่ ท ๔.๑ ป. ๖/๑ คำสรรพนามเปน็ คำที่ใชแ้ ทนคำนามเพ่อื ๔ ๒
นี้คอื สรรพนาม
ไมต่ ้องกลา่ วคำนามน้นั ซำ้ อีก คำสรรพ

นามเปน็ คำท่ีต้องใช้สนทนาใน

ชีวิตประจำวัน จึงต้องเลอื กใช้กบั บุคคล

ตา่ ง ๆ ให้ถกู ต้องและเหมาะสม

๓ คำกริยา คำกริยาเปน็ คำทแี่ สดงอาการหรือสภาพ ๔ ๒
สื่ออาการ
หรอื การกระทำของประธานในประโยค
๔ ขยายคำ...ควรจำ
คำวเิ ศษณ์ ซึง่ เปน็ คำนามหรอื คำสรรพนามประโยค

๕ บพุ บท ทกุ ประโยคจะต้องมีคำกรยิ า
จดจำ นำหน้าคำ
หรอื ข้อความ คำวิเศษณ์เป็นคำทใ่ี ชข้ ยายหรือประกอบ ๔ ๒

คำอน่ื คือคำนาม คำสรรพนาม คำกรยิ า

หรือ คำวิเศษณ์ดว้ ยกันเองเพื่อให้ได้

ใจความชดั เจนย่ิงขนึ้

คำบุพบททำหนา้ ท่แี สดงความสัมพนั ธ์ ๔ ๒

ระหว่างคำหรือกลุ่มคำ เพื่อบอกเวลา

ตำแหน่ง ที่ต้งั สถานที่ ความเป็นเจ้าของ

ความเกยี่ วข้อง หรอื ความประสงค์ จึงควร

เลือกใช้คำบุพบทแตล่ ะชนิด ให้ถูกต้อง

และเหมาะสม

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน
คำสนั ธานใช้เชอื่ มคำ ประโยค หรือ
๖ คำสนั ธาน สะพาน ท ๔.๑ ป. ๖/๑ ข้อความให้มีใจความต่อเนือ่ งกนั ประโยค ๔๓
ที่มคี ำสันธานจะสามารถแยกเป็นประโยค
เช่อื มคำและ ย่อยได้ คำสันธานทำใหป้ ระโยคหรือ
ข้อความสละสลวยขึ้น
ประโยค

๗๙

หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตัวชีว้ ดั (ชัว่ โมง) คะแนน
คำอทุ านใช้แทนอารมณ์ ความรูส้ กึ
๗ คำอุทาน ท ๔.๑ ป. ๖/๑ ต่าง ๆ ของผู้พูด ทำใหผ้ ู้ฟังเข้าใจสง่ิ ทพ่ี ูด ๔ ๓
ชดั เจนย่งิ ขน้ึ ๖ ๓
สอ่ื สารอารมณ์ การเลอื กใชภ้ าษาในการสื่อสารกบั บุคคล
ต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม เปน็ การอนุรักษ์ ๔ ๒
๘ ระดับภาษา ราชา ท ๔.๑ ป. ๖/๒ วัฒนธรรมทางภาษา ซึง่ เปน็ เอกลักษณ์
ศพั ท์ ภาษา อยา่ งหนึ่งของชาติ ๔ ๒
ถน่ิ การรลู้ ักษณะของคำและความหมายของ ๔ ๒
ใช้ให้เหมาะสม คำภาษาต่างประเทศทใี่ ชใ้ นภาษาทำให้
อา่ น เขียน และเข้าใจ ข้อความต่าง ๆ ได้ ๔ ๒
๙ คำในภาษาไทย... ท ๔.๑ ป. ๖/๓ ถกู ต้องชดั เจนยิง่ ขึ้น
ที่นำมาใชจ้ าก ประโยคใชส้ อื่ สารในชีวติ ประจำวนั
ภาษาต่างประเทศ การใช้ประโยคได้ถูกตอ้ ง จะทำให้
การสื่อสารมีประสทิ ธภิ าพ
๑๐ ประโยค ท ๔.๑ ป. ๖/๔ การแต่งบทร้อยกรอง ต้องคำนงึ ถงึ
หรอื กล่มุ คำ ท ๔.๑ ป. ๖/๕ ลกั ษณะและข้อกำหนดของบทรอ้ ยกรอง
ตอ้ งสังเกต แต่ละประเภท รจู้ ักเลอื กสรรถอ้ ยคำที่มี
ความหมายและเสยี งคล้องจองเหมาะสม
๑๑ กลอนสภุ าพ มาใช้ จึงจะทำให้บทร้อยกรองน้นั ไพเราะ
ซาบซงึ้ ใจ สละสลวย
คำพงั เพยและสภุ าษิตเป็นสำนวนไทย
๑๒ สำนวนไทยสอนใจ ท ๔.๑ ป. ๖/๖ ที่มคี วามหมายในเชิงเปรียบเทียบ
ให้คิด และใหค้ ตสิ อนใจ

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน

๑๓ อ่านคล่อง ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ๑. การอ่านออกเสียงบทรอ้ ยแก้วต้องออก ๒๕ ๑๒
ป.๖/๓, ป.๖/๔,
ตอ้ งร้วู ิธี ป.๖/๕, ป.๖/๖, เสยี งให้ถกู ต้องชดั เจนตามอักขรวิธี เวน้
ป.๖/๗, ป.๖/๘,
ป.๖/๙ วรรคตอนเหมาะสมใช้นำ้ เสยี งน่าฟงั มี

เสยี งหนักเสียงเบา การอา่ นน้ันจงึ จะมี

ประสทิ ธิภาพเกิดความน่าสนใจ ผู้ฟงั

สามารถจบั ใจความไดง้ ่ายและถกู ต้อง

๒. การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรองได้

ถูกต้องตามลักษณะคำประพันธ์ และ

๘๐

หนว่ ย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตวั ชวี้ ดั (ชว่ั โมง) คะแนน

อกั ขรวธิ ี รจู้ ักเออื้ นเสยี ง แสดงอารมณ์

ตามเนื้อหาความ จะทำใหบ้ ทรอ้ ยกรอง

นน้ั เกดิ ความไพเราะน่าฟงั ยิง่ ขนึ้

๓. การฝึกฝนการอ่านจับใจความ

ตามหลักเกณฑ์อย่างสมำ่ เสมอจะทำให้

เขา้ ใจสาระสำคัญของเรื่องได้ถูกต้องและ

อา่ นเรื่องได้รวดเรว็ ย่ิงข้ึน

๔. การอ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำส่งั

ข้อแนะนำ และปฏิบัตติ ามอย่างถกู ต้อง

จะทำให้ไดร้ บั ประโยชนใ์ นการนำไปใช้

อยา่ งเตม็ ที่

๕. การอา่ นข้อมลู จากแผนผัง แผนที่

แผนภมู ิ และกราฟทำให้เขา้ ใจความหมาย

รวดเร็วชดั เจนยิง่ ขนึ้ และนำไปใช้

ประโยชน์ได้ง่าย

๖. การอา่ นหนังสือไม่ว่าประเภทใด

ล้วนแตม่ คี วามสำคัญในการสรา้ ง

พฤติกรรมแหง่ การเรียนรูไ้ ด้ตลอดชีวติ

๗. การมีมารยาทในการอ่าน แสดงถึง

อุปนิสยั ที่ดซี ่ึงน่าชนื่ ชม

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี ตัวชว้ี ดั (ช่วั โมง) คะแนน

๑๔ เขยี นชำนาญ... ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ๑. การคัดลายมอื เปน็ ทกั ษะท่ีต้องฝกึ ฝน ๓๑ ๑๕
ป.๖/๓, ป.๖/๔,
งานสร้างสรรค์ ป.๖/๕, ป.๖/๖, อย่เู สมอ เพอื่ พัฒนาลายมือ และเขยี น
ป.๖/๗, ป.๖/๘,
ป.๖/๙ หนงั สอื ให้ถูกตอ้ ง ลายมอื ทอ่ี ่านง่าย เปน็

ระเบยี บเรยี บร้อย สะอาด นอกจากทำให้

ผอู้ า่ นสบายตา เกดิ ความรู้สึกอยากอ่าน

ข้อความนั้น แลว้ ยังแสดงใหเ้ ห็นวา่

ผูเ้ ขียนมีความตั้งใจ และมีมารยาทที่ดีใน

การเขยี น

๒. การเขียนสือ่ สารต้องใช้ถ้อยคำ สำนวน

ภาษา รวมท้ังรูปแบบให้ถูกต้องเหมาะสม

๘๑

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
ที่ ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน
เพอื่ สื่อความหมายไดช้ ดั เจนตรงตาม
วัตถปุ ระสงค์
๓. การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง และ
แผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขยี น
จะช่วยใหก้ ารนำเสนอขอ้ มูลมีระบบงาน
เขียนมีประเด็นชดั เจน และได้ความ
ครบถว้ นสมบรู ณ์
๔. การเขยี นเรียงความมีรปู แบบเฉพาะ
คือมีคำนำ เนือ้ เรื่อง และสรปุ เป็นการ
เขยี นเพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด
ความร้สู ึก และประสบการณ์ไปยงั ผูอ้ ่าน
๕. การเขียนยอ่ ความเป็นการนำใจความ
สำคญั ของเน้อื เรื่องแตล่ ะย่อหนา้ มาเรยี บ
เรยี งใหมใ่ หต้ ่อเนือ่ งกัน ซง่ึ จะช่วยให้
การสอ่ื สารเกิดความเขา้ ใจไดง้ ่ายยิ่งขน้ึ
๖. การเขยี นจดหมายสว่ นตวั เพือ่ ใช้
ตดิ ตอ่ ส่อื สารกับบดิ า มารดาญาติพ่นี ้อง
หรอื เพื่อน ควรเลือกใชถ้ ้อยคำ สำนวน
ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์
จะทำให้การสือ่ สารน้นั ประสบผลสำเรจ็
ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์
๗. การกรอกแบบรายการไดค้ รบถว้ น
ถูกต้องด้วยลายมือทอี่ ่านงา่ ย สะอาด
เรยี บรอ้ ย จะทำให้การตดิ ตอ่ สื่อสารกับ
หน่วยงานหรอื องคก์ รต่าง ๆ ประสบ
ความสำเร็จ
๘. การเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการตอ้ งมี
ความร้เู ก่ยี วกบั เรื่องน้นั อยา่ งดี จากนัน้ จึง
วางโครงเรื่องทสี่ นุกและน่าสนใจ แลว้
เรียบเรียงเร่ืองโดยใช้สำนวนภาษาท่ี
เหมาะสม เพือ่ ใหผ้ ู้อ่านเหน็ ภาพและเกิด
ความร้สู ึกคล้อยตามเน้ือเรื่องท่อี ่าน
๙. การมีมารยาทในการเขยี นจะช่วยให้
การถ่ายทอดความรแู้ ละความคดิ ของ

๘๒

หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ท่ี ตวั ช้วี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน
ผเู้ ขียนไปสู่ผูอ้ ่านมีประสิทธภิ าพและ
๑๕ ฟัง ดู รูส้ นทนา... ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ประสบผลสำเรจ็ ๑๖ ๘
ภาษาสื่อสาร ป.๖/๓, ป.๖/๔,
ป.๖/๕, ป.๖/๖ ๑. การพดู แสดงความรู้ ความเข้าใจ ๘๔
วรรณคดี จุดประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟงั และดู ตอ้ งฟัง
และวรรณกรรม ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, และดเู รอ่ื งนัน้ ให้ตลอด จงึ จะสามารถพดู
๑๖ บทละคร เร่ือง ป.๖/๕, ป.๖/๘ ไดถ้ ูกต้อง และนำความรู้หรือข้อคิดไปใช้
รามเกียรต์ิ ให้เปน็ ประโยชน์ได้
ตอน ศึกไมยราพ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๓, ๒. การตั้งคำถามและตอบคำถาม
ป.๖/๔ เชิงเหตผุ ล จากเร่อื งท่ีฟงั และดู ทำให้
สามารถวิเคราะหค์ วามนา่ เชื่อถือ
เพอื่ นำความรู้และข้อคดิ ที่ได้จากเรอื่ งนนั้
ไปปฏิบัตใิ ห้เกดิ ประโยชน์
๓. การวเิ คราะห์ความนา่ เช่ือถอื จาก
สอื่ โฆษณา ต้องใชข้ ้อมลู และเหตุผล
ประกอบ เพ่ือจะได้เลือกซื้อสินคา้ ทมี่ ี
คณุ ภาพหรือใช้บริการตามท่ตี ้องการ
อย่างคุ้มค่า
๔. การพดู รายงานทดี่ ีทำให้การนำเสนอ
ขอ้ มูลมีความน่าสนใจ ผ้ฟู ังได้รบั ความรู้
และประโยชนจ์ ากการฟัง
๕. การพูดโน้มนา้ วเป็นการพูดจงู ใจหรอื
เชญิ ชวนใหผ้ ฟู้ ังเกดิ ความรสู้ ึกคล้อยตาม
หรือเกดิ กำลังใจในการทำสงิ่ ใดส่งิ หนึง่
ท่เี กดิ ประโยชน์แกส่ ่วนรวม
๖. การมมี ารยาทในการฟัง การดู และ
การพูดจะทำให้รับสารและส่งสารได้
เหมาะสมกับกาลเทศะ เปน็ ที่ชน่ื ชมของผู้
ท่พี บเห็น
รามเกียรต์ิ เปน็ วรรณคดีไทยท่มี ีเคา้ โครง
เรอ่ื งมาจากรามายณะของอินเดยี
เน้อื เร่อื งเป็นการทำสงครามอันยืดเยือ้
ระหวา่ งมนษุ ย์ ลงิ และยักษ์ มคี วาม
สนุกสนานต่ืนเตน้ เรา้ ใจ โดยมีแก่นสำคัญ
ของเร่ือง คือธรรมะย่อมชนะอธรรม

๘๓

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี ตัวช้วี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน

๑๗ นิทานทองอิน ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, นทิ านทองอิน ตอนนากพระโขนงที่สอง ๖ ๓
ป.๖/๓, ป.๖/๕,
ตอน ป.๖/๘ สะท้อนใหเ้ หน็ การเกิดขา่ วลือขนึ้ ในสงั คม

นากพระโขนง ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, แม้กระทง่ั ไดเ้ ห็นสิ่งนน้ั ด้วยตากอ็ าจไมใ่ ช่
ป.๖/๓
ทสี่ อง ความจริง ย่งิ ผรู้ บั ข่าวสารตอ้ งมี
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒,
ป.๖/๕, ป.๖/๘ วจิ ารณญาณไตร่ตรอง เพือ่ ไม่ใหห้ ลงผิด

ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, หรือตกเปน็ เหยื่อของผู้ไม่หวงั ดี
ป.๖/๓, ป.๖/๔
๑๘ บทเสภาเรอ่ื ง บทเสภาเร่อื ง ขนุ ช้างขุนแผน เปน็ ๖๓
ขนุ ช้างขนุ แผน
ตอน วรรณคดีทสี่ ะทอ้ นความเปน็ ไทยอยา่ ง
กำเนิดพลายงาม
เด่นชดั ทงั้ สภาพสังคม วถิ ชี ีวิต วัฒนธรรม

ความเชอ่ื และยังสะท้อนความจริงของ

ชีวิตท่ีต้องพบกบั ความทุกข์ ความเสียใจ

ความพลดั พราก สิ่งเหลา่ น้ีล้วนเปน็ คุณค่า

ของวรรณคดีทีผ่ ูอ้ ่านจะไดร้ ับ

๑๙ สภุ าษิตสอนหญงิ ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, สุภาษิตสอนหญงิ เป็นวรรณคดีคำสอนแก่ ๔ ๒

ป.๖/๕, ป.๖/๘ หญงิ ไทย ให้คตเิ ตือนใจ แนวทางในการ ๔ ๒
๔ ๒
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๓, ประพฤตปิ ฏิบตั ิตนทง้ั ทางกาย วาจา ใจท่ี ๔ ๒

ป.๖/๔ ดงี าม สอดคลอ้ งกบั คา่ นยิ ม และ

ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย ซง่ึ ยงั คง

ทันสมยั และใช้ได้ตลอดกาล

๒๐ คำกลอนสอน ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, การนำข้อคดิ จากคำกลอน สุภาษติ ไป

สภุ าษติ ... ป.๖/๕, ป.๖/๘ ปฏิบตั ิทำใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ การดำเนิน

ให้ข้อคิดสอนใจ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๓, ชวี ติ ประจำวนั และการอยรู่ ว่ มกันใน

ป. ๖/๔ สังคม

๒๑ นิทานพน้ื บ้าน ท ๕.๑ ป. ๖/๒ การศึกษาคน้ คว้านทิ านพน้ื บา้ นและเพลง

และเพลงพืน้ บา้ น พืน้ บา้ นเป็นการอนุรักษ์และสืบทอด

ภมู ปิ ญั ญาและมรดกทางวฒั นธรรมไทย

แขนงหนงึ่

๒๒ บทอาขยาน ท ๕.๑ ป. ๖/๔ การท่องจำบทอาขยานเพ่ือนำไปใช้อา้ งองิ

และนำข้อคิดไปเปน็ แนวทางในการ

ดำเนินชีวติ

รวมระหว่างปี ๑๕๘ ๘๐
ปลายปี ๒ ๒๐
๑๖๐ ๑๐๐
รวมตลอดปี

๘๔

ท๒๑๑๐๑ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวชิ าพื้นฐาน
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๖๐ ชัว่ โมง

ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ดั สาระสำคัญ เวลา คะแนน
๑.นิราศภเู ขาทอง (ช.ม.) ๗
ท ๑.๑ - ท๕.๑ -สมบตั ิวรรณคดี
๒. โคลงโลกนิติ ๙ ๗
-การอ่านและจบั ใจความสำคัญ
๓. สุภาษติ พระร่วง ๙ ๗
-การวเิ คราะหว์ รรณคดี ๒๐
๔. กาพยพ์ ระไชย ๘ ๗
สรุ ยิ า -ประวัติสนุ ทรภู่

-เรยี นรู้คำประพนั ธ์ประเภทกลอน

-การแต่งกลอน

-การอ่านจบั ใจความสำคญั

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การศกึ ษาคำศพั ท์

-การวเิ คราะหเ์ รือ่ ง

-การถอดความโคลง

-สำนวนสุภาษติ

-เรียนร้คู ำประพนั ธป์ ระเภทโคลง

-การแต่งโคลง

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ความสำคญั และท่ีมาของเร่ือง

-การอา่ นจับใจความสำคัญ

-การศึกษาคำศัพท์

-คำสอนในเร่ือง

-สำนวนสุภาษติ

-เรยี นรคู้ ำประพันธ์ประเภทร่าย

สอบกลางภาคเรยี น

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ความสำคญั และท่ีมาของเร่ือง

-การอ่านออกเสยี ง

-การแปลความ

-การทอ่ งอาขยาน

-การอ่านทำนองเสนาะ

๘๕

-การศกึ ษาคำศัพท์

๕. ราชาธริ าช ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ท่ีมาและความสำคญั ของเรอ่ื ง ๘ ๗
-เลา่ เร่อื งราชาธิราช ๘
๖. กาพยเ์ ห่ชมเคร่ือง -การอ่านในใจและการจบั ใจความ ๘ ๗
คาวหวาน -การเขยี นย่อความ ๖๐
-การวเิ คราะห์คณุ ค่าของเรื่อง ๗
๗.นิทานพ้นื บา้ น -การวเิ คราะหต์ ัวละคร ๗๐
๓๐
ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ทมี่ าและความสำคญั ของเร่อื ง ๑๐๐
-ประวัตผิ ู้แตง่
-การอา่ นออกเสียง
-การแปลความความ
-วิเคราะหเ์ นอื้ หา
-วถิ ชี ีวิตในเร่ือง

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ความสำคญั ของนิทาน
- นทิ านในท้องถน่ิ ต่างๆ
-การอ่านและการจับใจความนทิ าน
บทเรียน
-การเลา่ เร่อื งนทิ าน

รวมคะแนนระหว่างปี/ภาคเรียน

สอบปลายภาคเรยี น

รวมท้งั ส้นิ

๘๖

ท๒๑๑๐๒ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวชิ าพื้นฐาน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง

ชื่อหน่วยการ ตวั ชี้วดั สาระสำคญั เวลา คะแนน
เรยี นรู้ ท ๑.๑ - ท๕.๑ (ช.ม.) ๓
-การอา่ นและการจับใจความ ๔
๑.ภาษามีพลงั -การวเิ คราะห์เร่ืองทีเ่ รียน ๔
-งานเขียนประเภทเรียงความ ๓
๒.วถิ ีงามความ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -พยญั ชนะท่ีไม่กำกบั รปู สระ ๕ ๓
พอเพยี ง -การอา่ นและการจบั ใจความ ๓
-การวิเคราะห์เร่อื งที่เรียน ๔ ๔
๓.เพอื่ นกัน ท ๑.๑ - ท๕.๑ -งานเขยี นประเภทต่าง ๆ ๔
-คำเชื่อม
๔.แตง่ ให้งาม ท ๑.๑ - ท๕.๑ -อกั ษรท่ไี มอ่ อกเสียง ๔
ตามท่เี หมาะ -การอา่ นคำ ร เรผะ
-คำพยางค์หนกั -เบา ๕
๕.รอให้นำ้ ลายไหล ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจบั ใจความ
เสียกอ่ น -การวเิ คราะหเ์ ร่ืองที่เรียน
-ภาษาพูด-ภาษาเขียน
๖.เก็บมาเล่า เอา ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ชนิดเของคำนาม
มาคยุ -ชนดิ ของคำสรรพนาม
-การอ่านและการจับใจความ
-การวิเคราะหเ์ รื่องท่ีเรียน
-การสรุปใจความสำคญั
-คำประสม
-การอา่ นและการจับใจความ
-การวิเคราะหเ์ รื่องที่เรยี น
-การใชภ้ าษาวรรณศิลป์
-คำซ้อน
-คำซำ้
-สำนวน
-การอ่านและการจับใจความ
-การวิเคราะห์เรื่องทีเ่ รยี น
-คำพ้องรูป
-คำพ้องเสยี ง
-คำพ้องความหมาย

๗.เขา้ เมอื งตาหล่ิว ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจบั ใจความ ๘๗
ตอ้ งหลิ่วตาตาม -การวิเคราะห์เร่ืองทีเ่ รียน ๔๓
-สำนวนไทย
๘.เสียยงเพลงกับ -คุณคา่ ของสำนวน ๒๐
เสียงกรี๊ด ๔๓
สอบกลางภาคเรียน
๙.เทยี่ วทา่ เรือ ๔๓
ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจับใจความ
๑๐.คิดต่างกนั แต่ -การวเิ คราะห์เรื่องทีเ่ รียน ๕๔
อยรู่ ่วมกนั ได้ -คำอุทาน
-มารยาทในการชมการแสดง ๕๔
-การเขียนบรรยาย ๕๔
-การใช้คำเปรยี บเทยี บ ๕๔

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจบั ใจความ
-การวิเคราะหเ์ ร่ืองที่เรยี น
-การเขยี นพรรณนา
-โวหารในงานเขยี น
-คำวิเศษณ์
-การเรยี งร้อยประโยค

ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจับใจความ
-การวเิ คราะหเ์ ร่ืองที่เรียน
-การพูดแสดงความคิดเห็น
-มารยาทในการแสดงความ
คดิ เหน็
-การใช้ภาษาในการสื่อสาร
-เจตนาในการส่ือสาร
-การโตว้ าที

๑๑.บ.ก. ท่รี ัก ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจบั ใจความ
-การวเิ คราะห์เร่ืองทเ่ี รียน
๑๒.ท่องเวบ็ เก็บ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การเขียนจดหมาย
ความรู้ -การเลือกใช้คำในโอกาสตา่ งๆ
๑๓.โครงงานเด่น ท ๑.๑ - ท๕.๑ -คำนำหนา้ นาม
เน้นกระบวนการ
-การอา่ นและการจับใจความ
-การใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็
-ภาษาทางอินเทอร์เน็ต

-การอ่านและการจับใจความ
-การวเิ คราะหเ์ ร่ืองทเ่ี รยี น

๑๔.คำเพราะ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การทำโครงงาน ๘๘
เสนาะทำนอง -คำที่มคี วามหมายใกลก้ นั

-การอ่านและการจบั ใจความ ๕ ๗๐
-คำประพันธป์ ระเภทต่าง ๆ ๖๐ ๓๐
-การอ่านคำประพนั ธ์ประเภท ๑๐๐
ตา่ งๆ
-การแตง่ คำประพันธป์ ระเภท
กาพย์ยานี ๑๑

รวมคะแนนระหว่างป/ี ภาคเรยี น
สอบปลายภาคเรียน
รวมทั้งสิน้

ท๒๒๑๐๑ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๖๐ ช่วั โมง

ช่ือหน่วย ตัวชี้วดั สาระสำคญั เวลา คะแนน
ช.ม. ๒๐
สมบตั ิทาง ท ๑.๑ - ท๕.๑ วรรณคดีและวรรณกรรมเปน็ สมบตั ิ
วรรณกรรมไทย ท่มี ีคณุ คา่ ย่ิงของไทยที่เกิดจากภูมิ ๑๒
ปญั ญาไทย ซ่ึงได้ถ่ายทอดความรู้สกึ
นกึ คิด คา่ นยิ ม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี เร่อื งราวของสังคมในอดีต
และความงามของภาษา การเรียนรู้
โดยผ่านทกั ษะการอ่านฟังดพู ูดและ

๘๙

ช่อื หน่วย ตวั ชีว้ ดั สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท ๑.๑ - ท๕.๑ ช.ม. ๒๐
โคลงภาพพระราช เขยี น การวิเคราะห์วิจารณ์และ
พงศาวดาร กระบวนการทำงานร่วมกัน ๑๘ ๒๐
๑๕
การเขียนบรรยายเปน็ การ
เขียนบอกเล่าข้อมูล ทำให้ผู้อ่าน ๑๕
เข้าใจเร่ืองราว ส่วนการเขียน ๗๐
พรรณนาเป็นการเขยี นท่แี สดง ๓๐
รายละเอยี ด ความคิด ความรู้สึกของ ๑๐๐
ผเู้ ขยี นและยังเป็นศิลปะ

คำราชาศัพท์เป็นการ
กำหนดคำและภาษาที่สะท้อนใหเ้ ห็น
วฒั นธรรมอนั ดงี ามของไทย

การอ่านจบั ใจความสำคัญ
เปน็ ทักษะพ้นื ฐานทค่ี วรฝึกฝนใหเ้ กดิ
ความชำนาญ ผู้เรียนท่ีมี
ความสามารถในการอ่านจบั ใจความ
สำคัญ

บทเสภาสามัคคี สอบกลางภาคเรียน ๑๘
เสวก ตอนวิศวกรรม ๑๒
มาและสามัคคีเสวก ท ๑.๑ - ท๕.๑ การเขยี นเรียงความเปน็ รูปแบบหนึง่ ๖๐
ของการเขยี นทผ่ี ้เู ขียนสามารถใช้
ศิลาจารกึ หลกั ท่ี ๑ กระบวนการอา่ น การเขยี น การฟงั
ดูและพูด การวเิ คราะหว์ รรณกรรม
ตลอดจนการแตง่ การท่องจำคำ
ประพนั ธม์ าพัฒนากระบวน การ
เขียนอย่างเปน็ ระบบ

ท ๑.๑ - ท๕.๑ การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า
เปน็ การเขียนท่ีเรียบเรียงข้อมูลจาก
การอ่านคน้ ควา้ อยา่ งเปน็ ระบบ
สมเหตสุ มผล เป็นการใช้ภาษาอย่าง
มหี ลกั การ มีการคน้ ควา้ อ้างอิง

รวมคะแนนระหว่างปี/ภาคเรยี น

สอบปลายภาคเรยี น

รวม

๙๐

ท๒๒๑๐๒ ภาษาไทย โครงสร้างรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง

ชื่อหนว่ ย ตัวชี้วดั สาระสำคัญ เวลา คะแนน
ท ๑.๑ - ท๕.๑ (ช.ม.) ๗
๑.โครงภาพพระ -ศลิ ปะการประพันธ์วรรณคดี
ราชพงศาวดาร -การอ่านและจบั ใจความสำคญั ๙ ๗
-การวเิ คราะห์วรรณคดี ๗
๒.บทเสภาสามัคคี ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การจบั ใจความสำคญั คำประพนั ธป์ ระเภทโคลง ๙
เสวก ตอน -ประวัติผ้แู ตง่
วิศวกรรมาและ -เรยี นรคู้ ำประพันธป์ ระเภทโคลง ๘
สามัคคีเสวก -การแต่งโคลง

๓.ศิลาจารกึ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นจับใจความสำคญั
-ประวัตผิ ้แู ตง่
-การศกึ ษาคำศัพท์
-การวิเคราะห์คณุ ค่าเรอื่ ง
-การถอดความบทเรียน
-สำนวนสุภาษติ
-คณุ คา่ ที่ไดจ้ ากเร่อื ง
-ความสำคญั และท่มี าของเรอื่ ง
-ประวัตผิ ู้แตง่
-การอา่ นและการวเิ คราะหเ์ รือ่ ง

๙๑

-การใชภ้ าษาในเรื่อง
-วถิ ีชีวติ ของคนในเรื่อง

สอบกลางภาคเรียน ๒๐

๔.บทละครเร่ือง ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ความสำคญั และทมี่ าของเรอ่ื ง

รามเกียรติ์ -ประวตั ิผ้แู ต่ง
-การอา่ นออกเสียง
-การแปลความ ๘ ๗
--การอ่านและการวิเคราะห์เรื่องและตัวละคร

-การอ่านทำนองเสนาะ
-การศกึ ษาคำศัพท์
-การจับใจความสำคญั ของเรือ่ ง
-กลอนบทละคร

๕.กาพยห์ อ่ โคลง -ความสำคญั และท่ีมาของเร่ือง
ประพาสธาร -ประวตั ิผูแ้ ตง่

ทองแดง -การอา่ นออกเสียง
-การทอ่ งบทอาขยาน

-การแปลความ ๘๗
--การอา่ นและการวิเคราะห์เรอ่ื ง
-การอา่ นทำนองเสนาะ
-การศึกษาคำศพั ท์

-การวเิ คราะหบ์ ทเรยี น

๖.โคลงสุภาษติ -ความสำคญั และที่มาของเรอ่ื ง

-การอา่ นออกเสยี ง
-การแปลความ

--การอา่ นและการวเิ คราะห์บทเรยี น ๘๗
-การอา่ นทำนองเสนาะ
๗.กลอนดอกสรอ้ ย -การศึกษาคำศัพท์
รำพึงในปา่ ชา้ -การจับใจความสำคญั ของเร่ือง

-ความสำคญั และท่ีมาของเรือ่ ง
-วรรณศลิ ปใ์ นการแตง่ คำประพนั ธ์

-การอ่านออกเสียง ๘ ๗
-คำประพันธ์ประเภทกลอนดอกสรอ้ ย
-การแต่งคำประพนั ธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย
-การแปลความ

รวมคะแนนระหว่างป/ี ภาคเรยี น ๗๐

สอบปลายภาคเรียน ๓๐

รวม ๖๐ ๑๐๐

๙๒

ท๒๓๑๐๑ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๖๐ ช่วั โมง

ชื่อหน่วย ตวั ชีว้ ดั สาระสำคญั เวลา คะแนน
(ช.ม.)
-สมบัตวิ รรณคดี
๑.บทละครพูดเรอ่ื ง ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ศิลปะการใช้เสียง
เห็นแก่ลกู -การอ่านและจับใจความสำคัญ
-การวเิ คราะหว์ รรณคดี
-ประวตั ิผู้แต่ง ๕๕
-การพิจารณาคำประพนั ธ์
๒. นทิ านคำกลอน ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การยอ่ ความ
เร่ืองพระอภยั -การอา่ นจับใจความสำคัญ
มณี -ประวตั ิผู้แต่ง
-การศกึ ษาคำศพั ท์
-การวเิ คราะห์เร่ือง ๑๓ ๙
-การถอดความบทเรียน
๓. พระบรม ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การสรุปความบทเรยี น
ราโชวาท -เรียนร้คู ำประพันธ์ประเภทกลอนบทละคร
-การพิจารณาคำประพนั ธ์ประเภทกลอนบท
๘๗
ละคร
-การอา่ นทำนองเสนาะ
-การแตง่ กลอนสกั วา
-การแสดงบทบาทสมมุติ
-การอา่ นจบั ใจความสำคญั
-ประวตั ิผแู้ ต่ง
-การวเิ คราะหเ์ รื่อง
-การสรุปความบทเรียน
-การสรปุ คุณค่าของเรอ่ื ง
-การพจิ ารณาคำและประโยค
-การนำมาปรบั ใช้ในชวี ติ

๔. อิศรญาณภาษติ สอบกลางภาคเรียน ๙๓
ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นออกเสยี ง
๕. บทพากย์ ๒๐
เอราวัณ --การอา่ นจบั ใจความสำคญั ๘๗
-ประวตั ิผแู้ ตง่
-การวิเคราะห์เรื่อง ๘๗
-สำนวนโวหาร ๗๐
-สำนวนไทย ๓๐
-การสรุปความบทเรียน
-การสรปุ คณุ ค่าของเรอ่ื ง ๖๐ ๑๐๐
-การนำมาปรบั ใชใ้ นชีวติ
-ทมี่ าและความสำคญั ของเรอ่ื ง
-บทพากย์
-เรือ่ งย่อรามเกยี รต์ิ
-การอา่ นออกเสียง
-การอา่ นในใจและการจบั ใจความ
-การศึกษากาพยส์ รุ างคนางค์ 21
-การวเิ คราะห์คณุ ค่าของเรอ่ื ง
-การวเิ คราะหต์ วั ละคร
-การสรุปเร่ือง

รวมคะแนนระหวา่ งปี/ภาคเรยี น

สอบปลายภาคเรียน

รวม

๙๔

ท๒๓๑๐๒ ภาษาไทย โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
เวลา ๖๐ ชวั่ โมง

ช่ือหน่วย ตวั ชวี้ ัด สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท ๑.๑ - ท๕.๑ (ช.ม.)
๑.อะไร ๆ ก็ ไม่ -การอ่านและการจบั ใจความ
เปน็ ไร -การวเิ คราะห์เร่อื งท่เี รยี น ๔๓
-การเรยี นรู้เรอ่ื งสำนวนไทย
๒.มองโฆษณา ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ความรเู้ กี่ยวกบั การพูด
อยา่ งวรรณกรรม -การอ่านและการจับใจความ
-การวิเคราะห์เรือ่ งทีเ่ รยี น
-การโฆษณา ๔๓
-ประโยชน์และโทษของการโฆษณา
๓.ออมไว้ใสถ่ ุงแดง ท ๑.๑ - ท๕.๑ -อิทธิพลของการโฆษณา
-การวเิ คราะหภ์ าษาโฆษณา
-การอ่านและการจบั ใจความ ๔๓
-การวิเคราะหเ์ รื่องที่เรียน
๔.เชา้ ฮา เยน็ เฮ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การเรยี นรู้เรอ่ื งสาส์นสมเด็จ ๔๓
-ประวตั ิพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกล้าเจา้ อยหู่ ัว
๕.เขยี นงามตาม ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การยอ่ ความ
รปู แบบ -การอ่านจบั ใจความสำคัญ
-การอภปิ รายหนา้ ชัน้ เรยี น
-การอ่านและการจบั ใจความ
-การวเิ คราะห์เรอ่ื งทเี่ รียน
-การจับประเด็นสำคญั
-การศึกษาด้วยตน้ เอง
-ศพั ท์ทางวชิ าการ
-ระดับของภาษา
-การอ่านและการจับใจความ
-ประเภทของจดหมาย
-รูปแบบของจดหมาย

๔๓

๖.เพลงนมี้ ีประวัติ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอ่านและการจบั ใจความ
-การวเิ คราะหภ์ าษาในเพลง
-งานเขยี นประเภทสารคดี ๔๓
-การเขยี นเชงิ ประวตั ศิ าสตร์
-ศกึ ษาคำในบทเรยี น

๗.มหัศจรรย์แห่ง ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจับใจความ ๙๕
มะละกอ -การวเิ คราะห์เร่ืองทเ่ี รยี น
-บทความทางวิชาการ ๕๔
๘.รู้ตำนานสืบสาน ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ภาษามาตรฐาน-ภาษาราชการ ๒๐
วัฒนธรรม -ภาษาถิ่น
สอบกลางภาคเรียน ๕๔
๙.ท่เี รียกว่า ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจับใจความ ๔๓
กา้ วหนา้ -การวเิ คราะหเ์ รื่องทีเ่ รียน ๕๔
-ตำนานวนั สงกรานต์ ๕๔
๑๐.กรุงเทพฯ เม่ือ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -วิถชี วี ติ คนในอดตี
ร้อยกวา่ ปี -คำสันธาน ๔๓
-ระดบั ของภาษา
๑๑.ใชภ้ าษาอย่าง ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ศพั ท์ทางวชิ าการ ๕๔
ประหยัด -คำยืมภาษาต่างประเทศ ๕๔
-การอ่านและการจบั ใจความ
๑๒.คิดดกี ไ็ ดบ้ ญุ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -งานเขยี นประเภทบทความ
-การนำเสนองานด้วยบทความ
๑๓.พรท่สี มั ฤทธิ์ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -การอา่ นและการจับใจความ
-การวเิ คราะหเ์ รื่องท่ีเรยี น
๑๔.กาพย์เพราะ ท ๑.๑ - ท๕.๑ -ศัพทบ์ ญั ญตั ิ
เสนาะทำนอง -การเปลยี่ นแปลของภาษา
-การแสดงความคิดเห็น
-การอ่านและการจับใจความ
-การวิเคราะหเ์ รื่องที่เรยี น
-ข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เหน็
-ลักษณะนาม
-คำซอ้ น
-การอ่านและการจับใจความ
-ความเชอื่
-นำไปใช้
-การเขยี นสร้างสรรค์
-การใชป้ ระโยคกรรม
-การใชค้ ำเชื่อมตา่ ง ๆ
-การใชค้ ำอุทาน
-การอ่านและการจบั ใจความ
-จารตี ประเพณี
-คำอวยพร
-คำสมาส-สนธิ

-การอา่ นและการจับใจความ
-คำประพนั ธ์ประเภทตา่ ง ๆ
-การอา่ นคำประพันธ์ประเภทต่างๆ

-การแต่งคำประพันธป์ ระเภทกาพย์ ๙๖
รวมคะแนนระหว่างปี/ภาคเรียน
๗๐
สอบปลายภาคเรียน ๓๐
รวม ๖๐ ๑๐๐

รหัสวิชา ท๒๑๒๐๑ กำหนดการสอน ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
ภาษาไทยเพ่มิ เติม ๒๐ ชั่วโมง

สปั ดาห์ที่ เนื้อหาสาระทส่ี อน จำนวนคาบ คะแนน
๑ -ปฐมนเิ ทศ ๒ ๕
-สมบตั ิวรรณคดี
๒-๔ -นิราศภูเขาทอง ๓ ๑๐
๕-๖ -เสยี งในภาษาไทย ๒ ๑๕
๗-๘ - โคลงโลกนิติ ๒ ๑๐
๙ สอบกลางภาค ๑ ๑๐
๑๐ หนังสืออ่านนอกเวลา ๒ ๕
๑๑ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ๑ ๕
๑๒ คำพ้องรปู /พอ้ งเสียง ๒ ๕


Click to View FlipBook Version