The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by มิ ยู, 2022-10-19 13:14:29

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สารละลาย

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

แผนการจัดการเรียนรู้

ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รีย น รู้วิท ย า ศ า ส ต ร์เ เ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี
วิช า วิท ย า ศ า ส ต ร์พื้ น ฐ า น ร หัส วิช า ว 2 2 1 0 1

ชั้น มัธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 2 ห น่ ว ย ก า ร เ รีย น รู้ที่ 3 ส า ร ล ะ ล า ย
น า ง ส า ว ศุ ภ สุต า ท วิสุว ร ร ณ

ตำ แ ห น่ ง นั ก ศึ ก ษ า ฝึ ก ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ วิช า ชีพ ค รู
โ ร ง เ รีย น เ ท ศ บ า ล
7 ร ถ ไ ฟ ส ง เ ค ร า ะ ห์

แผนการจัดการเรยี นรู้
รหัสวชิ า ว22101 รายวชิ า วิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน 3
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง สารละลาย

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565

นางสาว ศภุ สตุ า ทวสิ ุวรรณ
ตำแหน่ง นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู

โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ อำเภอเมือง จงั หวัดอดุ รธานี
สงั กดั สำนกั การศกึ ษาเทศบาลเมอื งอุดรธานี

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ กระทรวงมหาดไทย

คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 จัดทำขึ้นเพื่อ ใช้
เป็นแนวทางในการจดั การเรยี นการสอนให้มีประสทิ ธิภาพ และใหน้ กั เรียนบรรลตุ ามผลการเรียนรู้ ที่กำหนดไว้
ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาสาร ะ
การเรียนรเู้ พม่ิ เตมิ เทคนิค วธิ ีการสอน การวดั และประเมินผล มาจดั ทำ แผนการจดั การเรยี นรูใ้ นครั้งนี้

แผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง สารละลาย
เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการ
เรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการ เรียนการสอนรายวิชาเคมี นำไปสู่การพัฒนาที่ถูกต้อ ง
และเกดิ ผลแกผ่ ้เู รยี นเปน็ อย่างดี

ศุภสุตา ทวสิ ุวรรณ
10 ตลุ าคม 2565

สารบัญ หนา้

เรื่อง 1
คำนำ 10
สารบญั 19
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 สารละลาย 28
38
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 26 45
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 27 55
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 29
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 30
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 31
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 32

1

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 26

กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 สารละลาย เวลา 2 ช่ัวโมง

เร่อื ง สารละลาย เวลา 2 ชั่วโมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู ้สู อน ศุภสตุ า ทวิสวุ รรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ช้ีวัดชั้นปี
ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ

สภาพละลายได้ของสาร รวมท้ังอธบิ ายผลของความดันที่มตี ่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้สารสนเทศ (ว 2.1 ม.
2/4)

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายองคป์ ระกอบของสารละลายได้ (K)
2. แยกองค์ประกอบของสารละลายได้ (P)
3. มีความสนใจใฝร่ ู้ กระตือรือรน้ (A)

สาระสำคัญ
สารละลายอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สารละลายประกอบด้วยตัวละลายและตัวทำ

ละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมากที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย และกรณี
สารละลายเกิดจากสารท่มี ีสถานะแตกตา่ งกนั สารที่มสี ถานะเดียวกนั กบั สารละลายจดั เป็นตวั ทำละลาย

สาระการเรยี นรู้
องคป์ ระกอบของสารละลาย

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด

2

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ิต

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน (ช่ัวโมงท่ี 1)

(1) ครใู หน้ ักเรียนทบทวนความร้เู ดิมทไ่ี ด้เรยี นรู้มาแล้ว โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- สารละลายคืออะไร (แนวคำตอบ สารเนื้อเดียวที่ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบในอัตราส่วนที่ไม่

คงที)่
- ยกตวั อยา่ งสารละลายทพ่ี บเห็นในชวี ิตประจำวันมา 3 ตวั อยา่ ง (แนวคำตอบ น้ำปลา อากาศ และส

เตนเลส)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง

สารละลาย
1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)

(1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบของสารละลาย ที่ครู
มอบหมายให้ไปเรยี นรูล้ ่วงหน้าใหเ้ พ่อื น ๆ ในกลุม่ ฟงั

(2) ครูตรวจสอบวา่ นักเรียนทำภาระงานทีไ่ ด้รับมอบหมายไปหรอื ไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบนั ทึกของ
นักเรียน และถามคำถามเก่ยี วกับภาระงาน ดังนี้

- องค์ประกอบของสารละลายมีกี่องค์ประกอบ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ 2 องค์ประกอบ คือ ตัว
ละลายและตัวทำละลาย)

- สารละลายมีสถานะเป็นของเหลวเท่านั้นหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ไม่ สารละลายมีสถานะ
เป็นไดท้ ง้ั ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส)

- น้ำเกลือจัดเป็นสารละลายหรอื ไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ น้ำเกลือจัดเป็นสารละลาย เพราะ
เปน็ สารเน้ือเดยี วทป่ี ระกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ ตัวละลาย ไดแ้ ก่ เกลอื และตัวทำละลาย ได้แก่ น้ำ)

(3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1
คำถาม ซง่ึ ครใู หน้ ักเรียนเตรยี มมาล่วงหนา้ และใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบและแสดงความคิดเหน็

(4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าสารละลาย
ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบในอัตราส่วนที่ไม่คงที่ คือ ตัวละลายและตัวทำละลาย โดยสารละลายอาจมีสถานะ
เป็นของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)

3

(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่ององค์ประกอบของสารละลาย จากหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้
นักเรียนเข้าใจว่า สารละลายประกอบด้วย 2 องค์ประกอบในอัตราส่วนที่ไม่คงที่ คือ ตัวละลายและตัวทำละลาย
โดยเกณฑท์ ี่ใช้ในการระบวุ ่าสารใดเปน็ ตวั ละลาย และสารใดเป็นตัวทำละลาย คอื สถานะของสารและปริมาณของ
สาร

(2) ครูแบง่ นกั เรียนกลมุ่ ละ 5 – 6 คน ปฏบิ ตั ิกิจกรรม สำรวจสารละลาย ตามข้ันตอน ดังน้ี
- สำรวจสารละลายบริเวณโรงเรยี นวา่ สารละลายมีสถานะใดบ้าง บนั ทึกผล
- ระบุตัวละลายและตวั ทำละลายของสารละลายท่ีสำรวจ พรอ้ มท้งั ระบุวา่ ใชเ้ กณฑ์ใดในการพิจารณา

บนั ทกึ ผล
(3) ครูและนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งของข้อมลู ทไ่ี ด้จากการปฏบิ ัติกิจกรรม
(4) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ บริเวณที่นักเรียนสำรวจ

และเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนทุกคนซกั ถามเม่ือมีปัญหา

3) ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เชน่
- สารละลายมีสถานะใดบา้ ง (แนวคำตอบ ของแขง็ ของเหลว และแก๊ส)
- นักเรียนใช้เกณฑ์ใดในการระบุตวั ละลายและตวั ทำละลายของสารละลาย (แนวคำตอบ สถานะของ

สารและปริมาณของสาร)
- ยกตัวอย่างสารละลายที่ใชเ้ กณฑ์ในการระบุตัวละลายและตวั ทำละลายของสารละลายแตกต่างกนั

(แนวคำตอบ นำ้ เช่ือมใชส้ ถานะของสารเป็นเกณฑ์ โดยนำ้ เชือ่ มมนี ้ำตาลทีม่ สี ถานะเปน็ ของแขง็ เปน็ ตวั ละลายและมี
น้ำที่มีสถานะเป็นของเหลวเป็นตัวทำละลาย และแก๊สหุงต้มใช้ปริมาณของสารเป็นเกณฑ์ โดยแก๊สหุงต้มมีแก๊ส
มเี ทนและแกส๊ บิวเทนเปน็ ตวั ละลาย และมแี ก๊สโพรเพนเป็นตัวทำละลาย)

(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า สารละลายแต่
ละชนิดมีอัตราส่วนของตัวละลายและตัวทำละลายแตกต่างกัน และในบางครั้งตัวละลายและตัวทำละลายก็มี
สถานะแตกต่างกนั ดังน้ันการทจ่ี ะระบวุ ่าในสารละลายชนดิ หน่ึงมีสารใดเป็นตัวละลายหรือสารใดเปน็ ตัวทำละลาย
สามารถพจิ ารณาไดโ้ ดยใชส้ ถานะของสารและปรมิ าณของสารเปน็ เกณฑ์

4) ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (ชว่ั โมงที่ 2)
นักเรียนค้นคว้าเกี่ยวกับสารละลายจากหนังสอื เรียนหรืออินเทอร์เน็ต แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนในห้อง

และสรปุ ลงในสมดุ

4

5) ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจหรือยังมีขอ้ สงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธบิ ายเพิม่ เตมิ ให้นกั เรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมนิ การปฏิบัติกิจกรรมกลุม่ วา่ มีปญั หาหรอื อุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร

บ้าง
(3) ครูและนักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการปฏิบัติกิจกรรม และการนำ

ความรู้ทไี่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
- น้ำโซดาจัดเป็นสารละลายหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ น้ำโซดาจดั เป็นสารละลาย เพราะเป็น

สารเนื้อเดียวที่ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ คือ ตัวละลาย ได้แก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และตัวทำละลาย
ได้แก่ น้ำ)

- น้ำเกลือและนากใช้เกณฑ์ในการระบุตัวละลายและตัวทำละลายแตกต่างกันเพราะอะไร (แนว
คำตอบ เพราะองค์ประกอบของน้ำเกลือมีสถานะแตกต่างกัน จึงต้องใช้สถานะของสารเป็นเกณฑ์ ส่วน
องคป์ ระกอบของนากมสี ถานะเหมือนกัน จงึ ตอ้ งใชป้ ริมาณของสารเปน็ เกณฑ์)

สือ่ การเรยี นรู้
1. แบบทดสอบ
2. สบื ค้นอนิ เทอรเ์ นต็
3. คู่มอื การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 1
4. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 เล่ม 1

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ เคร่อื งมือท่ีใช้วัด วิธีการวัด เกณฑ์การประเมิน

1. อธิบายองคป์ ระกอบของ - สมุด - การตรวจสมดุ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
สารละลายได้ (K) ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 75
2. แยกองคป์ ระกอบของ - แบบทดสอบ - การตรวจแบบทดสอบ
สารละลายได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่รู้ กระตือรือร้น - สง่ งาน - สังเกตความรบั ผดิ ชอบ
(A)

5

แบบทดสอบ
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 สารละลาย
คำชแ้ี จง เลอื กคำตอบท่ีถูกต้องทส่ี ุดเพียงคำตอบเดียว
1. สง่ิ ใดไม่ใช่สมบัติของสารละลาย
ก. เปน็ สารเนอ้ื เดยี ว
ข. มีอตั ราสว่ นขององค์ประกอบคงท่ี
ค. อาจมีตวั ละลายมากกว่าหนงึ่ ชนดิ ได้
ง. อาจมีสถานะเป็นของแขง็ ของเหลว หรอื แกส๊
2. ตวั ทำละลายคืออะไร
ก. สารทม่ี ีสีเดียวกบั สารละลาย
ข. สารที่มีสถานะเป็นของเหลว
ค. สารที่มีสถานะเดียวกบั สารละลาย
ง. สารทม่ี ปี ริมาณมากกวา่ ร้อยละ 40 ในสารละลาย
3. สารละลายกลุ่มใดใช้เกณฑเ์ ดียวกนั ในการระบตุ วั ทำละลาย
ก. นำ้ เชอ่ื ม นาก อากาศ
ข. นำ้ โซดา ไอน้ำ ฟิวส์ไฟฟา้
ค. นำ้ ทะเล เหรียญกษาปณ์ แกส๊ หุงตม้
ง. แอลกอฮอลล์ า้ งแผล แก๊สหงุ ต้ม ทองเหลือง
4. ปจั จัยที่ไม่เกยี่ วขอ้ งกบั สภาพละลายได้ของสารคอื อะไร
ก. อุณหภมู ิ
ข. ความดนั
ค. ชนิดของสาร
ง. ความเข้มขน้ ของสาร
5. วธิ ใี ดชว่ ยอัดแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์เพ่ิมลงในนำ้ โซดาไดม้ ากขึน้
ก. ลดความดัน
ข. เพ่ิมอุณหภูมิ
ค. เพ่ิมความดนั
ง. ลดปรมิ าตรนำ้

6

6. การเตรียมสารละลายนำ้ ตาลกลโู คส โดยใช้น้ำตาลกลูโคส 60 กรัม ใสล่ งในน้ำ แล้วทำใหเ้ ป็นสารละลาย
300 ลกู บาศก์เซนติเมตร สารละลายนำ้ ตาลกลูโคสมีความเข้มข้นร้อยละเทา่ ใด
ก. 1
ข. 5
ค. 10
ง. 20

7. สาร A ประกอบดว้ ยทองคำ 20 กรัม ทองแดง 480 กรมั สารละลาย A มคี วามเข้มขน้ ร้อยละเท่าใด
ก. 3.80
ข. 4.00
ค. 4.17
ง. 4.35

8. การเตรยี มสารละลาย X โดยนำสาร X มา 50 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ผสมกบั น้ำ 450 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
สารละลาย X มีความเข้มข้นรอ้ ยละเทา่ ใด
ก. 8
ข. 10
ค. 11
ง. 12.5

9. การใช้นำ้ ยาทำความสะอาดหอ้ งน้ำวิธใี ดไมเ่ หมาะสม
ก. ใสร่ องเท้าขณะขัดพน้ื หอ้ งนำ้
ข. เปดิ ประตูหอ้ งนำ้ ขณะขัดพน้ื ห้องน้ำ
ค. สวมถงุ มือขณะเทนำ้ ยาทำความสะอาดห้องน้ำ
ง. ใส่เสือ้ แขนสน้ั เพ่ือป้องกนั น้ำยาทำความสะอาดห้องนำ้ กระเดน็ ถูกเสอื้

10. น้ำเกลือล้างแผลมีความเข้มขน้ รอ้ ยละ 0.9 กรัม/ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ถ้าต้องการเตรียมนำ้ เกลือลา้ งแผล
50 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ต้องใช้เกลือเท่าใด
ก. 0.18
ข. 0.45
ค. 1.80
ง. 4.50







10

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 27

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 สารละลาย เวลา 2 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง ความเขม้ ข้นของสารละลาย เวลา 2 ช่วั โมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู ้สู อน ศุภสตุ า ทวิสุวรรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

ตัวชี้วดั ชน้ั ปี
ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล

และมวลตอ่ ปริมาตร (ว 2.1 ม. 2/5)

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายความเข้มขน้ ของสารละลายได้ (K)
2. ระบคุ วามเข้มข้นของสารละลายในหน่วยความเข้มขน้ เป็นรอ้ ยละได้ (K)
3. เตรียมสารละลายในหนว่ ยร้อยละโดยปรมิ าตรและรอ้ ยละโดยมวลต่อปรมิ าตรได้ (P)
4. มีความสนใจใฝ่รู้ กระตอื รือร้น (A)

สาระสำคัญ
ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นการระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย หน่วยความเข้มข้นของ

สารละลายทน่ี ยิ มระบุ คอื หนว่ ยความเขม้ ขน้ เป็นร้อยละ ได้แก่ ร้อยละโดยมวลตอ่ มวล รอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร
และร้อยละโดยปริมาตรตอ่ ปริมาตร

สาระการเรียนรู้
ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย

11

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น (ช่วั โมงที่ 1)

(1) ครูให้นักเรยี นดูข้อมูลส่วนประกอบโดยประมาณข้างกล่องนมยเู อชที รสหวาน แลว้ ถามคำถามนกั เรียน
ดังน้ี

- ส่วนประกอบโดยประมาณมอี ะไรบา้ ง (แนวคำตอบ นำ้ นมโครอ้ ยละ 97 และนำ้ ตาลร้อยละ 3)
- การระบสุ ่วนประกอบโดยประมาณมีข้อดีหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ มี เพราะทำให้เราทราบ
ว่าผลิตภณั ฑ์นน้ั มีส่วนประกอบอะไรบา้ ง และมใี นปรมิ าณเทา่ ใด)
- จากส่วนประกอบโดยประมาณ ตัวละลายคือสารใด และตัวทำละลายคือสารใด (แนวคำตอบ ตัว
ละลาย คือ น้ำตาล และตัวทำละลาย คือ น้ำนมโค)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง
ความเขม้ ข้นของสารละลาย

1) ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความเข้มข้นของสารละลาย ที่ครู

มอบหมายให้ไปเรยี นรู้ล่วงหนา้ ใหเ้ พ่ือน ๆในห้องฟงั
(2) ครูตรวจสอบวา่ นักเรียนทำภาระงานทีไ่ ด้รับมอบหมายไปหรอื ไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึกของ

นกั เรยี น และถามคำถามเกย่ี วกับภาระงาน ดังนี้
- ความเข้มข้นของสารละลายคืออะไร (แนวคำตอบ การระบปุ ริมาณตวั ละลายในสารละลาย)
- การระบุความเข้มข้นของสารละลายมีความสำคัญอย่างไร (แนวคำตอบ ทำให้ผู้ที่นำสารละลายไป

ใช้ทราบว่าในสารละลายมีปริมาณตัวละลายและตัวทำละลายเท่าใด เพื่อที่จะนำสารละลายไปใช้ได้ตรงตาม
จุดประสงค)์

- หน่วยความเข้มขน้ ของสารละลายทนี่ ิยมคืออะไร (แนวคำตอบ หนว่ ยความเขม้ ขน้ เป็นรอ้ ยละ)
(3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1
คำถาม ซง่ึ ครูใหน้ กั เรยี นเตรยี มมาลว่ งหนา้ และใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบและแสดงความคดิ เห็น
(4) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเกยี่ วกับภาระงาน โดยครูช่วยอธบิ ายใหน้ ักเรียนเข้าใจวา่ ความเข้มข้นของ
สารละลายเป็นการระบุปรมิ าณตัวละลายในสารละลาย

12

2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูแบง่ นักเรยี นกลมุ่ ละ 5–6 คน สบื คน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย ตามข้ันตอนดังนี้
- แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นขอ้ มูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยให้เพื่อนสมาชกิ ช่วยกันสืบค้นตามที่สมาชิก

กลุ่มช่วยกันกำหนดหวั ข้อยอ่ ย เช่น หน่วยความเข้มข้นของสารละลายเป็นร้อยละ การระบุหน่วยความเข้มข้นของ
สารละลายท่ีเหมาะสม และหน่วยความเข้มข้นของสารละลายหน่วยอน่ื ๆ

- สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดยการ
สืบค้นจากหนังสือหรอื อินเทอร์เนต็

- สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซักถามจนคาดวา่ สมาชกิ ทกุ คนมคี วามรคู้ วามเข้าใจทตี่ รงกนั

- สมาชกิ กล่มุ ชว่ ยกนั สรุปความรู้ทไี่ ด้ทง้ั หมดเกยี่ วกับความเข้มข้นของสารละลาย
(2) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมลู ทีไ่ ด้จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ บริเวณห้องเรียนและเปิด
โอกาสใหน้ กั เรยี นทุกคนซกั ถามเมือ่ มีปัญหา

3) ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
(1) ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เชน่
- หน่วยความเข้มข้นของสารละลายเป็นร้อยละมีหน่วยอะไรบ้าง (แนวคำตอบ ร้อยละโดยมวลต่อ

มวล รอ้ ยละโดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละโดยปริมาตรตอ่ ปรมิ าตร)
- ถ้าตัวละลายและตัวทำละลายมีสถานะเดียวกันควรใช้หน่วยความเข้มข้นของสารละลายหน่วยใด

(แนวคำตอบ ร้อยละโดยมวลต่อมวลเมื่อมีสถานะเป็นของแข็ง และร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเมื่อมีสถานะเป็น
ของเหลว)

- การเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นตามต้องการต้องคำนึงถึงสิ่งใด (แนวคำตอบ ปริมาณและ
สถานะของตวั ละลายและตัวทำละลาย)

- นอกจากหนว่ ยความเข้มข้นของสารละลายเป็นร้อยละ เราสามารถระบคุ วามเข้มข้นของสารละลาย
เป็นหน่วยใดไดอ้ กี (แนวคำตอบ สว่ นในลา้ นส่วน และสว่ นในพนั ลา้ นสว่ น)

(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า หน่วยความ
เข้มข้นของสารละลายเป็นร้อยละ ได้แก่ ร้อยละโดยมวลต่อมวล ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละโดย
ปริมาตรต่อปริมาตร ซึ่งแต่ละหน่วยเหมาะกับสารละลายที่มอี งค์ประกอบของตัวละลายและตัวทำละลายแตกต่าง
กัน

13

4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (ชวั่ โมงท่ี 2)
(1) ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกับความเข้มขน้ ของสารละลายเป็นร้อยละใหน้ ักเรยี นเข้าใจวา่
- หน่วยร้อยละโดยมวลต่อมวล เป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกัน

นิยมใช้กับสารละลายทมี่ ีสถานะเปน็ ของแขง็
- หน่วยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยปริมาตร

นิยมใชก้ บั สารละลายทม่ี ตี ัวละลายเปน็ ของแขง็ ในตวั ทำละลายทีเ่ ป็นของเหลว
- หน่วยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นการระบุปริมาตรตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วย

ปรมิ าตรเดยี วกัน นิยมใช้กับสารละลายทีเ่ ป็นของเหลวหรือแก๊ส
- หน่วยอ่ืนๆ ท่ีใช้บอกความเขม้ ข้นของสารละลาย เช่น ส่วนในล้านสว่ น และสว่ นในพนั ลา้ นสว่ น

(2) ครูยกตัวอย่างโจทย์การคำนวณความเข้มข้นของสารละลายเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือทำและฝึกทักษะ
การคิดคำนวณ โดยครูเนน้ ให้นักเรียนเขา้ ใจหลักการของการคำนวณความเข้มข้นของสารละลายว่า เป็นอัตราส่วน
ของตวั ละลายในสารละลาย ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี

ตัวอย่างที่ 1 สารละลายนากประกอบด้วยทองคำ 10 กรัม ละลายอยู่ในทองแดง 300 กรัม สารละลาย

นากมีความเขม้ ข้นรอ้ ยละเท่าใดโดยมวลตอ่ มวล

วธิ ีทำ

มวลของตวั ละลาย = 10 กรมั

มวลของตัวทำละลาย = 300 กรัม

มวลของสารละลาย = มวลของตวั ละลาย + มวลของตวั ทำละลาย

= 10 + 300 = 310 กรมั

ความเข้มข้นของสารละลาย = 10 ×100 = 3.23
310
ดังนัน้ สารละลายนากมีความเข้มขน้ ร้อยละ 3.23 กรมั /กรัม

ตัวอยา่ งที่ 2 การเตรียมน้ำเช่ือมต้องใช้น้ำตาลทราย 10 กรัม ใส่ลงในนำ้ แลว้ ทำให้เปน็ สารละลาย 100

ลูกบาศก์เซนติเมตร นำ้ เชื่อมน้มี ีความเข้มขน้ ร้อยละเท่าใดโดยมวลตอ่ ปรมิ าตร

วิธที ำ

มวลของตัวละลาย = 5 กรัม

ปริมาตรของสารละลาย = 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร

ความเข้มข้นของสารละลาย = 5 ×100 = 5
100
ดังนั้น นำ้ เชอ่ื มมีความเข้มข้นรอ้ ยละ 5 กรัม/ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

14

ตวั อยา่ งที่ 3 แอลกอฮฮล์ล้างแผลมีสว่ นผสมของเอทานอล 25 ลกู บาศก์เซนตเิ มตรกับน้ำ 600 ลกู บาศก์

เซนติเมตร แอลกอฮอล์ล้างแผลมคี วามเข้มขน้ ร้อยละเทา่ ใดโดยปรมิ าตรต่อปริมาตร

วิธที ำ

ปรมิ าตรของตวั ละลาย = 25 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

ปริมาตรของตัวทำละลาย = 600 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร

ปรมิ าตรของสารละลาย = ปรมิ าตรของตัวละลาย + ปรมิ าตรของตัวทำละลาย

= 25 + 600 = 625 กรมั

ความเข้มข้นของสารละลาย = 25 × 100 = 4
625
ดงั น้นั แอลกอฮอลล์ ้างแผลมีความเข้มข้นร้อยละ 4 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร/ลกู บาศก์เซนติเมตร

(3) ครูเชื่อมโยงความรูเ้ ข้ากับบูรณาการอาเซียน โดยครูอธิบายเพ่ิมเติมให้นกั เรียนเข้าใจว่า ภูมิภาคเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้ประสบปัญหาฝุ่นละอองจากการเผาไหม้ในทโ่ี ล่ง ทำใหใ้ นชว่ งเปลีย่ นฤดหู รือช่วงที่เกิดลมแรง ฝุ่น

ละอองจากประเทศที่เป็นต้นกำเนิดฟุ้งกระจายข้ามแดนเข้าไปในเขตพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความ

เข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นจนกระทบต่อสุขภาพของคนในประเทศ และเกิดเป็นกรณีพิพาทระหว่าง

ประเทศได้ ประเทศสมาชิกอาเซียนจึงมีการเจรจาและลงนาม ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้าม

แดน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นหมอกควัน โดยมีการร่วมมือป้องกันไม่ให้เกิดการเผาป่าเพื่อเปิดพื้นที่ทำ

การเกษตรใหม่

5) ขั้นประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจหรือยงั มขี ้อสงสัย ถ้ามี ครูชว่ ยอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ให้นกั เรยี นเขา้ ใจ และให้นกั เรยี นฝึกทำโจทย์ลงในสมดุ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร

บา้ ง
(3) ครูและนกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และการนำ

ความรู้ทไ่ี ดไ้ ปใช้ประโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
- ถ้าผสมทองแดงกับเหล็ก นักเรียนจะใช้หน่วยความเข้มข้นของสารละลายหน่วยใด เพราะอะไร

(แนวคำตอบ หน่วยร้อยละโดยมวลต่อมวล เพราะทองแดงกับเหล็กมีสถานะเป็นของแข็ง จึงเหมาะกับการชั่งมวล
เพ่ือนำมาใช้เตรียมสารละลาย)

- ถ้าต้องเตรียมสารละลายสีผสมอาหารในเอทานอล 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ให้มีความเข้มข้นร้อย
ละ 20 กรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร นกั เรียนตอ้ งใช้สีผสมอาหารกกี่ รมั (แนวคำตอบ 50 กรัม)

15

ส่ือการเรยี นรู้
1. สบื คน้ อินเทอรเ์ น็ต
2. ค่มู ือการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 1
3. หนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 1

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้วดั วธิ กี ารวดั เกณฑก์ ารประเมนิ

1. สืบคน้ ขอ้ มลู และอธิบายความ - สมุด - การตรวจสมดุ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
เข้มข้นของสารละลายได้ (K) ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 75
2. ระบุความเข้มข้นของ
สารละลายในหนว่ ยความเขม้ ข้น - สมุด - การตรวจสมดุ
เป็นรอ้ ยละได้ (K) - สง่ งาน - สงั เกตความรบั ผิดชอบ
3. เตรียมสารละลายในหน่วยร้อย
ละโดยปรมิ าตรและร้อยละโดย
มวลต่อปริมาตรได้ (P)
4. มีความสนใจใฝ่รู้ กระตือรือร้น
(A)







19

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 28

กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 สารละลาย เวลา 4 ชัว่ โมง

เรื่อง การเตรียมสารละลาย (1) เวลา 2 ช่วั โมง

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครูผสู้ อน ศุภสตุ า ทวสิ วุ รรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี

ตวั ช้วี ดั ชัน้ ปี
ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล

และมวลตอ่ ปริมาตร (ว 2.1 ม. 2/5)

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เตรยี มสารละลายในหน่วยรอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตรได้ (K)
2. นำความร้เู รือ่ งการเตรยี มสารละลายไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ (P)
3. สนใจใฝ่รใู้ นการศกึ ษา (A)

สาระสำคญั
ความเข้มขน้ ของสารละลายที่มีหนว่ ยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเป็นการระบุมวลตวั ละลายในสารละลาย

100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับสารละลายที่มีตัวละลายเป็นของแข็งในตัวทำละลายที่เป็นของเหลว โดยความ
เขม้ ข้นของสารละลายแปรผันตามปรมิ าณของตัวละลาย

สาระการเรยี นรู้
ความเขม้ ข้นของสารละลาย

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

20

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น (ชัว่ โมงที่ 1)

(1) ครถู ามนักเรยี นถึงสง่ิ ต่างๆ ทีพ่ บในชีวิตประจำวนั เช่น
- สารละลายชนิดใดในชีวิตประจำวันของนักเรียนที่มีตัวละลายเป็นของแข็งและตัวทำละลายเป็น

ของเหลว (แนวคำตอบ นำ้ ปลาและน้ำหวาน)
- หน่วยความเข้มข้นที่เหมาะกับสารละลายชนิดนี้คือหน่วยใด (แนวคำตอบ ร้อยละโดยมวลต่อ

ปรมิ าตร)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง

การเตรยี มสารละลาย

1) ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครใู ห้นักเรยี นดูโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตและน้ำกลนั่ ทค่ี รเู ตรียมมา แลว้ ถามคำถามนักเรียนดังน้ี
- ถา้ นำโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตผสมกับนำ้ กลนั่ สารละลายทีไ่ ด้จะมีสอี ะไร (แนวคำตอบ สีมว่ ง)
- ถ้าผสมโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตในนำ้ กล่ันดว้ ยปริมาณทแ่ี ตกต่างกนั สารละลายที่ได้จะแตกต่าง

กันในเร่อื งใด (แนวคำตอบ ความเข้มขน้ ของสารละลายและความเข้มสขี องสารละลาย)
- ถ้าต้องเตรียมสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตความเข้มข้นร้อยละ 1 กรัมต่อลูกบาศก์

เซนติเมตร นักเรียนจะเตรียมอย่างไร (แนวคำตอบ ชั่งโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 1 กรัม และตวงน้ำกลั่น 100
ลูกบาศก์เซนติเมตร จากนน้ั นำมาผสมกนั )

(2 ) นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเก่ยี วกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน

2) ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูแบ่งนักเรยี นกล่มุ ละ 5 – 6 คน ปฏบิ ัติกิจกรรม ฝึกการเตรียมสารละลาย (1) ตามขั้นตอน ดงั น้ี
- ชง่ั โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต 1 กรมั โดยใชบ้ ีกเกอรข์ นาด 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
- เติมน้ำกลั่น 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใช้แท่งแก้วคนสารคนให้โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตละลาย

จนหมด แลว้ เทลงในกระบอกตวงขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
- ใช้ขวดฉีดน้ำกลั่น ฉดี น้ำกลน่ั จำนวนเล็กน้อยรอบๆ บกี เกอร์เพื่อลา้ งโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตท่ี

ติดอยู่ภายใน จากนน้ั นำไปเทในกระบอกตวง ฉดี น้ำกลน่ั ลา้ งบกี เกอรซ์ ้ำ 2 – 3 คร้งั
- เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนถึงขีด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

จากนั้นสังเกตสขี องสารละลาย บันทึกผล
- ดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 1 – 4 แต่ชั่งโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 2 กรัม แล้ว

เปรียบเทียบกับสขี องสารละลายในคร้ังแรก

21

(2) ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของข้อมลู ทีไ่ ดจ้ ากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
(3) ครคู อยแนะนำชว่ ยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบ ๆ หอ้ งเรียนและเปิดโอกาสให้
นักเรียนทกุ คนซักถามเมอ่ื มีปัญหา

3) ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
- ตัวละลายและตัวทำละลายของกิจกรรมนี้คืออะไร (แนวคำตอบ ตัวละลาย คือ โพแทสเซียมเปอร์

แมงกาเนต และตัวทำละลาย คอื น้ำกล่ัน)
- ความเข้มข้นของสารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตมีค่าแตกตา่ งกนั หรือไม่ เพราะอะไร (แนว

คำตอบ แตกต่างกนั เพราะสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตทเ่ี ตรียมแตล่ ะครั้งมีมวลของโพแทสเซียมเปอร์
แมงกาเนตแตกตา่ งกนั ในสารละลาย 100 ลกู บาศก์เซนติเมตรเทา่ กัน)

- สีใช้เปรียบเทียบความเข้มข้นของสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้หรือไม่ สังเกตจาก
อะไร (แนวคำตอบ ใช้ได้ โดยสงั เกตจากสารละลายโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนตที่มีความเขม้ ข้นมากกว่าจะมีสีเข้ม
กวา่ )

(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า สารละลายที่มี
ตัวละลายมากกว่าจะมีความเข้มขน้ ของสารละลายมากกว่า และถา้ ตัวละลายมีสี เราอาจเปรยี บเทียบความเข้มข้น
ของสารละลายโดยสงั เกตจากสไี ด้ โดยสารละลายทีม่ คี วามเขม้ ขน้ มากกว่าจะมีสขี องสารละลายเข้มกว่า

4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (ชว่ั โมงที่ 2)
ครแู บง่ นักเรียนกลมุ่ ละ 5 – 6 คน เพ่อื ฝกึ เตรียมสารละลายจุนสที ่มี ีความเข้มขน้ แตกต่างกัน 3 คา่ จากน้ัน

นำผลการเตรียมสารละลายมาอภปิ รายร่วมกันในหวั ข้อความเข้มข้นและสีของสารละลายที่มีความเข้มข้นแตกตา่ ง
กนั

5) ข้ันประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เขา้ ใจหรอื ยังมขี อ้ สงสัย ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมใหน้ กั เรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร

บา้ ง
(3) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการปฏิบตั กิ ิจกรรม และการนำ

ความรทู้ ไี่ ด้ไปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เช่น

22

- หน่วยร้อยละโดยมวลต่อปริมาตรเหมาะกับการเตรียมสารละลายลักษณะใด (แนวคำตอบ
สารละลายที่มตี ัวละลายเป็นของแขง็ และตวั ทำละลายเป็นของเหลว)

- ถ้าต้องการเตรียมน้ำเชื่อม 50 ลูกบาศก์เซนติเมตรที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลทรายร้อยละ 8 กรัม
ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องเตรียมน้ำตาลทรายและน้ำเท่าใด (แนวคำตอบ น้ำตาลทราย 4 กรัม และน้ำ 50
ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร)

สื่อการเรยี นรู้
1. โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
2. จนุ สี
3. น้ำกล่นั
4. บีกเกอรข์ นาด 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
5. กระบอกตวงขนาด 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
6. ขวดฉีดน้ำกล่นั
7. เคร่อื งชง่ั สาร
8. ชอ้ นตักสาร
9. แท่งแกว้ คนสาร
10. ใบกิจกรรม ฝึกการเตรียมสารละลาย (1)
11. คู่มอื การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 1
12. หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เลม่ 1

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

จุดประสงค์ เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้วัด วิธกี ารวัด เกณฑ์การประเมิน

1. เตรียมสารละลายในหนว่ ยร้อย - ใบงาน - การตรวจใบงาน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
ละโดยมวลต่อปริมาตรได้ (K) ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 75
2. นำความรเู้ รอ่ื งการเตรยี ม - ใบงาน - การตรวจใบงาน
สารละลายไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน
ได้ (P) - ส่งงาน - สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ

3. สนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษา (A)

23

ใบงาน
การเตรียมสารละลาย (1)

ขั้นตอน
1. ช่งั โพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต 1 กรมั โดยใชบ้ ีกเกอร์ขนาด 100 ลกู บาศก์เซนติเมตร
2. เติมน้ำกลั่น 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใช้แท่งแก้วคนสารคนให้โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตละลายจน

หมด แลว้ เทลงในกระบอกตวงขนาด 100 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
3. ใช้ขวดฉีดน้ำกล่ัน ฉดี น้ำกลั่นจำนวนเล็กน้อยรอบ ๆ บกี เกอรเ์ พื่อลา้ งโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตท่ีติด

อยูภ่ ายใน จากนัน้ นำไปเทในกระบอกตวง ฉีดนำ้ กลัน่ ล้างบีกเกอร์ซำ้ 2–3 ครง้ั
4. เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนถึงขีด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากน้ัน

สังเกตสีของสารละลาย บนั ทกึ ผล
5. ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 1–4 แต่ชั่งโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 2 กรัม แล้วเปรียบเทียบกับสีของ

สารละลายในครัง้ แรก

บนั ทกึ ผล ลกั ษณะของสารละลาย

สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
รอ้ ยละ 1 กรัม/ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
ร้อยละ 2 กรัม/ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

สรุปผล

24

คำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. ตัวละลายและตวั ทำละลายของกจิ กรรมนี้คอื อะไร

2. ความเขม้ ขน้ ของสารละลายโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนตมคี า่ แตกต่างกนั หรือไม่ เพราะอะไร

3. สารละลายโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนตร้อยละ 1 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร และร้อยละ 2 กรมั /ลกู บาศก์
เซนติเมตร มีความหมายวา่ อะไร

4. สใี ชเ้ ปรยี บเทยี บความเขม้ ข้นของสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตได้หรือไม่ สงั เกตจากอะไร







28

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 29

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย เวลา 4 ชว่ั โมง

เรอ่ื ง การเตรียมสารละลาย (2) เวลา 2 ชวั่ โมง

ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู สู้ อน ศภุ สตุ า ทวสิ ุวรรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

ตวั ชวี้ ดั ชัน้ ปี
ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลาย ในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล

และมวลตอ่ ปรมิ าตร (ว 2.1 ม. 2/4)

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. เตรยี มสารละลายในหนว่ ยร้อยละโดยปริมาตรต่อปรมิ าตรได้ (K)
2. ใชเ้ ครือ่ งมือและอุปกรณท์ างวิทยาศาสตรไ์ ด้ถูกต้อง (P)
3. มีความสนใจใฝ่ในการศึกษา (A)

สาระสำคัญ
ความเข้มข้นของสารละลายที่มีหน่วยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นการระบุปริมาตรตัวละลายใน

สารละลาย 100 หน่วยปริมาตรเดียวกัน นิยมใช้กับสารละลายที่เป็นของเหลวหรือแก๊ส โดยความเข้มข้นของ
สารละลายแปรผนั ตามปรมิ าตรของตวั ละลาย

สาระการเรยี นรู้
ความเข้มข้นของสารละลาย

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. กระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชวี ิต

29

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น (ชั่วโมงที่ 1)

(1) ครถู ามนักเรยี นถึงสงิ่ ตา่ งๆ ทพ่ี บในชวี ติ ประจำวนั เช่น
- สารละลายชนิดใดในชีวิตประจำวันของนักเรียนที่มีตัวละลายและตัวทำละลายเป็นของเหลว

เหมือนกัน (แนวคำตอบ แอลกอฮอล์ล้างแผลและน้ำสม้ สายชู)
- หน่วยความเข้มข้นที่เหมาะกับสารละลายชนิดนี้คือหน่วยใด (แนวคำตอบ ร้อยละโดยปริมาตรต่อ

ปริมาตร)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง

การเตรยี มสารละลาย

1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูนำแก้วใบที่ 1 ทใี่ ส่นำ้ ส้มสายชูกล่ันร้อยละ 5 และแกว้ ใบท่ี 2 ท่ีใส่น้ำส้มสายชูกลั่นที่เจือจางแล้วมา

วางคกู่ ัน แล้วให้ตัวแทนนกั เรยี นออกมาหนา้ ห้องเรียน จากนั้นให้ตัวแทนนักเรยี นลองดมของเหลวท่อี ยใู่ นแก้วทั้ง 2
ใบเปรียบเทียบกัน แลว้ ถามคำถามนักเรียนดังนี้

- น้ำสม้ สายชูกลน่ั มกี ลน่ิ และรสลักษณะใด (แนวคำตอบ มกี ล่ินฉุนและมรี สเปรยี้ ว)
- น้ำส้มสายชูกลั่นในแก้วใบใดมีความเข้มข้นของสารละลายมากกว่า เพราะอะไร (แนวคำตอบ แก้ว
ใบท่ี 1 เพราะมีกล่นิ ของน้ำส้มสายชกู ล่ันแรงกว่า)
- น้ำส้มสายชกู ล่ันในแก้วใบใดนา่ จะมรี สเปร้ียวมากกว่า เพราะอะไร (แนวคำตอบ แกว้ ใบที่ 1 เพราะ
มคี วามเข้มขน้ ของนำ้ ส้มสายชูกลน่ั มากกว่า)
(2) นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน

2) ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูแบง่ นักเรียนกล่มุ ละ 5 – 6 คน ปฏิบตั ิกิจกรรม ฝกึ การเตรยี มสารละลาย (2) ตามขนั้ ตอน ดงั นี้
- ตวงกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นจำนวน 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใส่ลงในบีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์

เซนตเิ มตร
- เตมิ นำ้ กลน่ั 20 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ใช้แทง่ แก้วคนกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นให้ละลายจนหมด แล้ว

เทลงในกระบอกตวงขนาด 100 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
- ใช้ขวดฉีดน้ำกล่ัน ฉีดน้ำกลั่นจำนวนเล็กน้อยรอบๆ บีกเกอร์เพื่อล้างกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นที่ติด

อยู่ภายใน จากนน้ั นำไปเทในกระบอกตวง ฉดี น้ำกลนั่ ล้างบกี เกอร์ซ้ำ 2 – 3 คร้ัง
- เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนถึงขีด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

จากน้นั สังเกตโดยการดมกล่ิน บันทึกผล

30

- ดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 1 – 4 แต่ใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร
จากนัน้ สังเกตโดยการดมกล่ินเปรยี บเทยี บกับสารละลายในครั้งแรก บันทึกผล

(2) ครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มูลท่ีได้จากการปฏิบัติกจิ กรรม
(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส
ให้นกั เรียนทกุ คนซกั ถามเม่อื มปี ญั หา

3) ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
(1) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
- ตัวละลายและตัวทำละลายของกิจกรรมนี้คืออะไร (แนวคำตอบ ตัวละลาย คือ กรดไฮโดรคลอริก

และตัวทำละลาย คอื น้ำกล่นั )
- สารละลายกรดไฮโดรคลอริกร้อยละ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศก์เซนติเมตรและร้อยละ 2

ลกู บาศก์เซนตเิ มตร/ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มีความหมายว่าอะไร (แนวคำตอบ สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ รอ้ ยละ 1
ลูกบาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศก์เซนติเมตร หมายถึง ในสารละลาย 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีกรดไฮโดรคลอริก 1
ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ผสมเป็นเนอื้ เดียวกบั นำ้ กลนั่ 99 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ส่วนสารละลายกรดไฮโดรคลอริกร้อยละ
2 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร/ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร หมายถึง ในสารละลาย 100 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มีกรดไฮโดรคลอรกิ 2
ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ผสมเปน็ เนอ้ื เดยี วกบั นำ้ กลน่ั 98 ลกู บาศก์เซนติเมตร)

- สารละลายกรดไฮโดรคลอริกร้อยละ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศก์เซนติเมตร และร้อยละ 2
ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร/ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร มคี วามเขม้ ข้นแตกต่างกนั กี่เท่า (แนวคำตอบ 2 เทา่ )

(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเขา้ ใจว่า สารละลายท่มี ี
ตัวละลายมากกว่าจะมีความเข้มข้นของสารละลายมากกว่า และถ้าตัวละลายมีกลิ่นและรส เราอาจเปรียบเทียบ
ความเขม้ ขน้ ของสารละลายโดยสงั เกตจากกลน่ิ และรสได้ โดยสารละลายท่มี คี วามเข้มข้นมากกวา่ จะมีกลิ่นแรงกว่า
และมีรสเข้มกว่า

4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (ช่ัวโมงท่ี 2)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน เพื่อฝึกเตรียมน้ำส้มสายชูกลั่นที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน 3 ค่า

จากนั้นนำผลการเตรียมสารละลายมาอภิปรายร่วมกันในหัวข้อความเข้มข้น กลิ่น และรสของสารละลายที่มีความ
เข้มข้นแตกตา่ งกัน

(2) ครูอธิบายเรื่องนา่ รู้ เรอื่ งแกส๊ โซฮอล์ (gasohol) ให้นกั เรยี นเข้าใจว่า แกส๊ โซฮอล์เป็นนำ้ มนั เบนซินท่ีมี
สว่ นผสมของเอทานอลท่ีไดจ้ ากการสกัดพชื ทางการเกษตร เชน่ อ้อย มันสำปะหลงั และขา้ วโพด โดยแก๊สโซฮอล์มี
หลายประเภท ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของเอทานอลที่ผสมในน้ำมันเบนซิน เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 หมายถึง แก๊สโซฮอล์

31

95 ปริมาตร 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีเอทานอล 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร แสดงวา่ แกส๊ โซฮอลม์ ีความเขม้ ขน้ ของเอทานอลร้อยละ 5 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร/ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

5) ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจหรอื ยงั มขี ้อสงสัย ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพ่มิ เติมใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรอื อุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร

บ้าง
(3) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับประโยชนท์ ่ีได้รับจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และการนำ

ความรทู้ ่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
- หน่วยร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตรเหมาะกับการเตรียมสารละลายลักษณะใด (แนวคำตอบ

สารละลายที่มีตวั ละลายและตัวทำละลายเปน็ ของเหลวหรือแก๊ส)
- ถ้าต้องการเตรียมสารละลายกรดแอซตี ิกที่มีความเข้มขน้ ร้อยละ 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศก์

เซนติเมตร ต้องเตรียมสารอย่างไร (แนวคำตอบ เตรียมกรดแอซีติก 10 ลูกบาศก์เซนติเมตรและน้ำกลั่น 90
ลูกบาศก์เซนตเิ มตร)

32

สื่อการเรยี นรู้
1. กรดไฮโดรคลอรกิ เข้มข้น
2. นำ้ กลั่น
3. แก้ว
4. บีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร
5. กระบอกตวงขนาด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร
6. กระบอกตวงขนาด 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร
7. ขวดฉดี น้ำกลน่ั
8. แทง่ แกว้ คนสาร
9. คู่มือการสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 1
10. หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 1

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

จุดประสงค์ เครื่องมือท่ใี ช้วดั วิธีการวดั เกณฑ์การประเมนิ

1. เตรียมสารละลายในหนว่ ยร้อย - ใบงาน - การตรวจใบงาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ละโดยปรมิ าตรตอ่ ปรมิ าตรได้ (K) - การตรวจใบงาน ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 75
2. ใชเ้ ครอ่ื งมือและอุปกรณท์ าง - ใบงาน - สังเกตความรับผดิ ชอบ
วิทยาศาสตรไ์ ด้ถูกต้อง (P)
3. มีความสนใจใฝ่ในการศึกษา (A) - สง่ งาน

33

ใบงาน
ฝึกการเตรยี มสารละลาย (2)

ข้นั ตอน
1. ตวงกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นจำนวน 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใส่ลงในบีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์

เซนตเิ มตร
2. เติมน้ำกลั่น 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใช้แท่งแก้วคนกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นให้ละลายจนหมด แล้วเทลง

ในกระบอกตวงขนาด 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
3. ใช้ขวดฉีดน้ำกลั่น ฉีดน้ำกล่ันจำนวนเล็กน้อยรอบๆ บีกเกอร์เพื่อล้างกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นที่ติดอยู่

ภายใน จากนนั้ นำไปเทในกระบอกตวง ฉดี น้ำกลั่นล้างบกี เกอร์ซำ้ 2–3 คร้งั
4. เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนถึงขีด 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้น

สังเกตโดยการดมกลน่ิ บนั ทึกผล
5. ดำเนินการเช่นเดยี วกับข้อ 1–4 แต่ใช้กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 2 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร จากนั้นสังเกตโดย

การดมกลิ่นเปรยี บเทียบกบั สารละลายในครัง้ แรก บนั ทึกผล
บันทกึ ผล

สารละลายกรดไฮโดรคลอริก กลิน่ ของสารละลาย

ร้อยละ 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร/ลกู บาศก์เซนติเมตร
ร้อยละ 2 ลกู บาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร

สรปุ ผล

34

คำถามท้ายกิจกรรม
1. ตวั ละลายและตัวทำละลายของกิจกรรมน้ีคืออะไร

2. สารละลายกรดไฮโดรคลอริกรอ้ ยละ 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร/ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร และร้อยละ 2 ลูกบาศก์
เซนติเมตร/ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มคี วามหมายวา่ อะไร

3. สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ รอ้ ยละ 1 ลกู บาศก์เซนติเมตร/ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร และร้อยละ 2 ลูกบาศก์
เซนติเมตร/ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มีความเข้มขน้ แตกตา่ งกนั กี่เท่า

4. กล่ินใช้เปรยี บเทยี บความเข้มขน้ ของสารละลายกรดไฮโดรคลอริกไดห้ รอื ไม่ สงั เกตจากอะไร







38

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 30

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 สารละลาย เวลา 1 ชว่ั โมง

เรื่อง การใชป้ ระโยชน์จากสารละลาย เวลา 1 ช่วั โมง

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครผู สู้ อน ศุภสุตา ทวิสวุ รรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี
ตระหนกั ถึงความสำคัญของการนำความรู้เรื่องความเข้มขน้ ของสารไปใช้ โดยยกตัวอยา่ งการใชส้ ารละลาย

ในชวี ิตประจำวนั อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภัย (ว 2.1 ม. 2/6)

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สืบค้นขอ้ มูลและเสนอแนะการใช้สารละลายอย่างถูกต้องและปลอดภยั ได้ (K)
2. ประยุกตใ์ ช้ความรู้เรื่องสารละลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
3. มีความสนใจใฝ่ในการศึกษา (A)

สาระสำคญั
การใชส้ ารละลายในชวี ิตประจำวนั ควรใชค้ วามเข้มข้นของสารละลายทเี่ หมาะสมตามจุดประสงค์ของการ

ใช้งาน และควรคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ สง่ิ ชวี ิตและส่ิงแวดล้อมด้วย

สาระการเรยี นรู้
ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

39

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น

(1) ครูถามคำถามเกยี่ วกับประสบการณ์เดมิ ของนักเรียน เชน่
- นักเรียนใช้สารละลายใดในชีวิตประจำวันบ้าง และใช้ประโยชน์อะไร (แนวคำตอบ น้ำยาซักผ้าใช้

ซกั ผ้า และนำ้ เชือ่ มใช้ทำขนม)
- การใช้สารละลายแต่ละคร้ัง นักเรยี นต้องปรับความเข้มขน้ ของสารละลายหรือไม่ เพราะอะไร (แนว

คำตอบ ต้องปรับความเขม้ ข้นของสารละลาย เพราะการใชแ้ ตล่ ะครัง้ มีจดุ ประสงค์ในการใชง้ านแตกตา่ งกนั )
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง

การใช้ประโยชน์จากสารละลาย

1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูให้นักเรียนดูรูปพื้นห้องน้ำที่สกปรกมากและสกปรกน้อยอย่างละ 1 ห้อง แล้วให้นักเรียนร่วมกัน

อภิปราย ดังน้ี
- นักเรียนจะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีความเข้มข้นเท่ากันในการทำความสะอาดห้องน้ำทั้ง 2 ห้องนี้

หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ไม่ โดยจะใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีความเข้มข้นมากกว่ากับพื้นห้องน้ำที่สกปรก
มากกวา่ )

- นักเรียนพิจารณาความเข้มข้นของน้ำยาล้างห้องน้ำที่ต้องใช้จากอะไร (แนวคำตอบ จากความ
สกปรกของพืน้ หอ้ งน้ำ)

(2) นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบเกีย่ วกับคำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน
2) ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)

(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์จากสารละลาย จากหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้
นักเรียนเข้าใจว่า การเรียนรู้เรื่องความเข้มข้นของสารละลายมีจุดประสงค์หลัก คือ การนำสารละลายไปใช้
ประโยชนโ์ ดยทราบความเขม้ ข้นทแ่ี น่นอนในระดบั ทไี่ มเ่ ป็นอันตรายต่อมนุษย์ สตั ว์ และสงิ่ แวดล้อม

(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสารละลาย ตามขั้นตอน
ดังนี้

- แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยใหเ้ พื่อนสมาชกิ ชว่ ยกันสบื ค้นตามที่สมาชิก
กลุ่มช่วยกันกำหนดหัวข้อย่อย เช่น การใช้ประโยชน์จากสารละลายในด้านต่างๆ และการใช้สารละลายอย่าง
ถกู ตอ้ งและปลอดภยั

- สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดยการ
สบื คน้ จากหนงั สอื หรอื อินเทอร์เน็ต

40

- สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้งร่วมกันอภิปราย
ซกั ถามจนคาดวา่ สมาชิกทกุ คนมีความร้คู วามเขา้ ใจที่ตรงกัน

- สมาชกิ กลุ่มชว่ ยกันสรปุ ความรทู้ ไ่ี ดท้ ง้ั หมดเปน็ ผลงานของกลุ่ม และชว่ ยกนั จัดทำรายงานการศึกษา
ค้นคว้าเกย่ี วกบั การใชป้ ระโยชน์จากสารละลาย

(3) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
(4) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาสให้
นกั เรยี นทุกคนซักถามเมือ่ มปี ญั หา

3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
- นกั เรยี นใชป้ ระโยชน์จากสารละลายในด้านใดบ้าง (แนวคำตอบ ด้านอาหารและด้านยารักษาโรค)
- การใช้สารละลายที่มีความเข้มข้นที่เหมาะสมมีความสำคัญหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ มี

ความสำคัญ เพราะทำให้สารละลายทำหน้าที่ได้ตามจดุ ประสงค์ที่ตอ้ งการ เนื่องจากการใช้ความเข้มข้นที่มากหรอื
นอ้ ยเกินไปอาจทำใหผ้ ลทเี่ กดิ ข้ึนเปลย่ี นแปลงไป)

- การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเข้มข้นมากเพื่อให้กำจัดศัตรูพืชได้ปริมาณมากๆ เป็นเรื่องท่ี
ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ไม่ถกู ตอ้ ง เพราะสารเคมีกำจัดศตั รูพชื อาจตกค้างในพืชหรือในดิน เมื่อฝน
ตกกจ็ ะไหลไปสะสมรวมกันในแหลง่ น้ำ ทำใหเ้ กิดอันตรายตอ่ สง่ิ มีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม)

(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การใช้
สารละลาย ในชีวิตประจำวัน ควรใช้ความเข้มข้นของสารละลายที่เหมาะสมตามจุดประสงค์ของการใช้งาน แล ะ
ควรคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อสง่ิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ มด้วย

4) ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
ครแู บง่ นกั เรียนกลุม่ ละ 5 – 6 คน โดยใหแ้ ต่ละกลุม่ ออกแบบเครือ่ งด่ืมบรรจกุ ล่องขนาด 180 มลิ ลลิ ติ รท่ีมี

น้ำผลไมเ้ ป็นสว่ นประกอบ พร้อมเขยี นความเขม้ ข้นของสว่ นประกอบต่างๆ จากนน้ั วาดภาพร่างบนกระดาษชาร์ต

5) ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่

เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสัย ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพม่ิ เตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามปี ัญหาหรอื อุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร

บา้ ง
(3) ครูและนักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกจิ กรรม และการนำ

ความร้ทู ่ไี ด้ไปใชป้ ระโยชน์

41

(4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เชน่
- การถนอมอาหารบางชนิดต้องใช้สารละลายน้ำตาลทรายที่มีความเข้มข้นที่เหมาะสมเพราะอะไร

(แนวคำตอบ เพราะสามารถยบั ยั้งจุลนิ ทรีย์ในอาหารไมใ่ หเ้ จริญเติบโตได้)
- ถ้าเกษตรกรไม่เจือจางสารเคมีกำจัดศัตรูพืชกอ่ นนำไปฉีดพ่น จะส่งผลต่อสิง่ แวดล้อมอย่างไร (แนว

คำตอบ เกิดการตกค้างของสารเคมีกำจดั ศัตรูพชื ในดนิ และแหลง่ น้ำ)

ส่อื การเรยี นรู้
1. รปู พ้ืนห้องนำ้ ท่ีสกปรกมากและสกปรกน้อย
2. กระดาษชารต์
3. คูม่ อื การสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 1
4. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เลม่ 1

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ เครอื่ งมอื ท่ใี ช้วดั วธิ ีการวดั เกณฑ์การประเมิน

1. สบื ค้นข้อมูลและเสนอแนะการ - ช้นิ งาน - การตรวจชน้ิ งาน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ
- การตรวจชนิ้ งาน ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 75
ใชส้ ารละลายอย่างถูกต้องและ - สงั เกตความรับผดิ ชอบ

ปลอดภัยได้ (K)

2. ประยุกต์ใช้ความรู้เรื่อง - ชิ้นงาน

สารละลายไปใช้ในชีวิตประจำวนั

ได้ (P)

3. มคี วามสนใจใฝ่ในการศกึ ษา (A) - สง่ งาน







45

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 31

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สารละลาย เวลา 4 ช่ัวโมง

เรอื่ งปจั จยั ทมี่ ีผลต่อสภาพละลายได้ของสาร (1) เวลา 2 ชั่วโมง

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ครผู สู้ อน ศภุ สุตา ทวิสวุ รรณ

______________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัตขิ องสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด

สารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี

ตวั ช้วี ดั ชน้ั ปี
ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ

สภาพละลายได้ของสาร รวมทัง้ อธบิ ายผลของความดันท่ีมตี ่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้สารสนเทศ (ว 2.1 ม.
2/4)

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายสารละลายอิม่ ตัวและสภาพละลายได้ของสารได้ (K)
2. ทดลองสภาพละลายได้ของสารในตวั ทำละลายชนดิ ต่างๆ ได้ (K)
3. ใช้เครือ่ งมือและอุปกรณท์ างวทิ ยาศาสตร์ได้ถกู ต้อง (P)
4. มคี วามสนใจใฝ่รู้ กระตือรือร้น (A)

สาระสำคญั
สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลาย เป็นค่าที่บอกปริมาณของสารที่ละลายได้ในตัวทำละลาย 100

กรัม จนได้สารละลายอิม่ ตัว ณ อุณหภูมิและความดันหนึ่ง ๆ สภาพละลายไดข้ องสารบ่งบอกความสามารถในการ
ละลายได้ของตวั ละลายในตวั ทำละลาย ซ่งึ ความสามารถในการละลายของสารขนึ้ อยู่กบั ชนิดของตวั ทำละลายและ
ตวั ละลาย อณุ หภมู ิ และความดัน

สภาพละลายได้ของสารขึ้นอยู่กับชนดิ ของตัวละลายและตัวทำละลาย ตัวละลายบางชนิดอาจละลายได้ดี
ในตวั ทำละลายหน่ึง แตอ่ าจละลายไดน้ อ้ ยมากหรือละลายไม่ไดเ้ ลยในอีกตัวทำละลายหนึ่ง
สาระการเรยี นรู้

ความเขม้ ข้นของสารละลาย ปัจจยั ที่มีผลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร

46

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น (ช่ัวโมงท่ี 1)

(1) ครูถามคำถามนักเรยี นเพ่ือกระต้นุ ความสนใจ เชน่
- น้ำเชื่อมมีสารใดเป็นตัวละลาย และมีสารใดเป็นตัวทำละลาย (แนวคำตอบ น้ำตาลทรายเป็นตัว

ละลาย และนำ้ เปน็ ตัวทำละลาย)
- ความเข้มข้นของนำ้ เชอ่ื มจะมากหรือน้อยข้นึ อยกู่ บั สิ่งใด (แนวคำตอบ ปริมาณนำ้ ตาลทรายในน้ำ)
- ถ้าเติมน้ำตาลทรายลงในน้ำเรื่อยๆ น้ำตาลทรายยังคงละลายในน้ำได้หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ

ไม่ได้ เน่อื งจากเมื่อปริมาณนำ้ ตาลทรายมากจนถึงจดุ หน่งึ น้ำตาลทรายจะไมล่ ะลายในน้ำได้อีก)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง

ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร

1) ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูแบง่ กลุ่มนักเรยี นแล้วเปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนศึกษาข้อมลู เก่ียวกบั ปัจจยั ท่ีมีผลต่อสภาพละลายได้ของ

สาร ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมูล
หน้าหอ้ งเรยี น

(2) ครูตรวจสอบวา่ นักเรียนทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึกของ
นักเรยี น และถามคำถามเก่ยี วกบั ภาระงาน ดังน้ี

- สารละลายอิ่มตัวหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ สารละลายที่มีตัวละลายอยูส่ ูงสุด ไม่สามารถเติม
ตัวละลายลงในสารละลายอม่ิ ตัวได้อีก)

- สภาพละลายได้ของสารหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ ปริมาณของสารที่ละลายได้ในตัวทำ
ละลาย 100 กรัม จนไดส้ ารละลายอิ่มตัวท่อี ุณหภูมิและความดันหนึง่ ๆ)

- ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ของสารคืออะไร (แนวคำตอบ ชนิดของตัวละลายและตัวทำ
ละลาย อุณหภมู ิ และความดัน)


Click to View FlipBook Version