47
(3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1
คำถาม ซึ่งครใู ห้นักเรยี นเตรยี มมาลว่ งหน้า และใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตอบและแสดงความคดิ เห็น
(4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อเพิ่มตัว
ละลายลงในสารละลาย จนตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายได้แล้ว สารละลายที่เกิดขึ้นเรียกว่า
สารละลายอิ่มตัว โดยการเกดิ สารละลายอ่ิมตัวขึ้นอยู่กับสภาพละลายได้ของสาร และปัจจัยที่มผี ลต่อสภาพละลาย
ไดข้ องสาร ได้แก่ ชนดิ ของตวั ละลายและตัวทำละลาย อณุ หภูมิ และความดนั
2) ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นกั เรียนศึกษาเร่อื งปจั จยั ที่มผี ลต่อสภาพละลายได้ของสาร จากหนังสอื เรยี น โดยครูชว่ ยอธบิ าย
ใหน้ กั เรยี นเข้าใจว่า ชนดิ ของตวั ละลายและตวั ทำละลายมผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร
(2) ครแู บง่ นักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ทดลองการละลายของสารในตวั ทำละลายต่างกัน
ตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นท่ี 1 กำหนดปญั หา
- โซเดียมคลอไรด์ สีผสมอาหาร และเชลแล็กละลายในตัวทำละลายที่แตกต่างกันได้เท่ากันหรือไม่
เพราะอะไร
ข้นั ที่ 2 กำหนดสมมตุ ฐิ าน
- โซเดยี มคลอไรด์ สผี สมอาหาร และเชลแล็กละลายได้ไม่เท่ากันในตัวทำละลายท่แี ตกต่างกัน
ขัน้ ท่ี 3 ทดสอบสมมุติฐาน
- เทน้ำกลั่นและแอลกอฮอลล์ งในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ชนิดละ 3 ใบ บีกเกอร์ละ
100 กรมั
- นำบีกเกอร์ที่ใส่น้ำกลัน่ และแอลกอฮอล์มาอย่างละ 1 ใบ จากนั้นใช้ช้อนตักสารเบอร์ 1 ตักโซเดียม
คลอไรด์ลงในบีกเกอร์แตล่ ะใบ บีกเกอร์ละ 1 ชอ้ น แล้วทำเคร่ืองหมายระบุชนดิ ของสารบนบีกเกอร์ จากน้ันคนจน
โซเดียมคลอไรด์ละลายหมด
- ตักโซเดยี มคลอไรด์เติมลงไปในบีกเกอร์ท้ัง 2 ใบทลี ะช้อนและคนใหเ้ ขา้ กันจนกวา่ จะไม่ละลาย
- ดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 2 – 3 แต่เปลี่ยนจากโซเดียมคลอไรด์เป็นสีผสมอาหารและ
เชลแล็ก ตามลำดบั
ขั้นท่ี 4 วเิ คราะหผ์ ลการทดลอง
- แปลความหมายขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากตารางบนั ทึกผลการทดลอง
- นำขอ้ มลู ทไี่ ด้มาพจิ ารณาเพอื่ อธิบายว่าเปน็ ไปตามทนี่ ักเรียนกำหนดสมมตุ ฐิ านไว้หรือไม่
ขั้นที่ 5 สรปุ ผลการทดลอง
- นักเรยี นรว่ มกันสรุปผลการทดลองแล้วเขยี นรายงานสรปุ ผลการทดลองสง่ ครู
48
2.3) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั กิ ิจกรรม
2.4) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครูเดนิ ดรู อบๆ หอ้ งเรยี นและเปิดโอกาสให้
นกั เรยี นทกุ คนซักถามเมือ่ มีปญั หา
3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
- ตัวละลายและตัวทำละลายของกิจกรรมนี้คืออะไร (แนวคำตอบ ตัวละลาย คือ โซเดียมคลอไรด์ สี
ผสมอาหาร และเชลแลก็ ตวั ทำละลาย คอื น้ำกล่นั และแอลกอฮอล์)
- ชนิดของตัวละลายมีผลต่อสภาพละลายได้ของสารหรอื ไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ มีผล โดย
สังเกตจากเมื่อใช้ตัวทำละลายชนิดเดียวกันและปริมาณเท่ากัน คือ น้ำกลั่น ผลคือ โซเดียมคลอไรด์และสีผสม
อาหารละลายในน้ำกลั่น แต่เชลแล็กไม่ละลายในน้ำกลั่น และเมื่อใช้ตัวทำละลายชนิดเดียวกันและปริมาณเท่ากัน
คือ แอลกอฮอล์ ผลคือ โซเดียมคลอไรด์และสีผสมอาหารไม่ละลายในแอลกอฮอล์ แต่เชลแล็กละลายใน
แอลกอฮอล์)
- ชนิดของตัวทำละลายมีผลต่อสภาพละลายได้ของสารหรือไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ มีผล
โดยสงั เกตจากเมือ่ ใช้ตัวละลายชนดิ เดียวกนั และปริมาณเท่ากนั คอื โซเดียมคลอไรด์ ผลคือ นำ้ กลน่ั สามารถละลาย
โซเดียมคลอไรด์ได้ แต่แอลกอฮอล์ไม่สามารถละลายโซเดียมคลอไรดไ์ ด้ เมื่อใช้ตัวละลายชนิดเดียวกันและปรมิ าณ
เท่ากัน คือ สีผสมอาหาร ผลคือ น้ำกลั่นสามารถละลายสีผสมอาหารได้ แต่แอลกอฮอล์ไม่สามารถละลายสีผสม
อาหารได้ และเมื่อใช้ตัวละลายชนิดเดียวกันและปริมาณเท่ากัน คือ เชลแล็ก ผลคือ น้ำกลั่นไม่สามารถละลาย
เชลแล็กได้ แต่แอลกอฮอล์สามารถละลายเชลแล็กได้)
(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า ตัวละลายชนิด
เดียวกันละลายในตัวทำละลายต่างชนิดได้ต่างกัน ตัวละลายต่างชนิดกันละลายในตัวทำละลายชนิดเดียวกันได้
ตา่ งกนั ดงั นน้ั สภาพละลายไดข้ องสารจึงข้นึ อยูก่ บั ชนดิ ของตัวละลายและตวั ทำละลาย
4) ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (ช่วั โมงท่ี 2)
ครแู บ่งนักเรียนกลุ่มละ 3 – 4 คน เพอ่ื ทดสอบสภาพละลายได้ของสารชนดิ ตา่ งๆ ในน้ำ เช่น น้ำมนั พืช ผง
ชรู ส แป้งมัน ดา่ งทบั ทมิ หรือเนยเหลว นกั เรยี นสังเกตและบันทึกผล
5) ขั้นประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เขา้ ใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครชู ่วยอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ ักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมนิ การปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร
บ้าง
49
(3) ครแู ละนกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ไดร้ บั จากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม และการนำ
ความรู้ท่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
- น้ำมนั สนล้างสนี ำ้ มันทตี่ ดิ เสอ้ื ไดเ้ พราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะสีนำ้ มนั ละลายในนำ้ มนั สน)
- น้ำเปล่าไม่สามารถกำจัดคราบไขมันบนจานได้เพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะไขมันไม่ละลายใน
น้ำ)
สือ่ การเรียนรู้
1. ใบงาน ทดลองการละลายของสารในตัวทำละลายตา่ งกัน
2. นำ้
3. นำ้ มันพืช
4. ผงชรู ส
5. แป้งมัน
6. ด่างทบั ทมิ
7. เนยเหลว
8. บกี เกอร์
9. แทง่ แกว้ คนสาร
10. คูม่ อื การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
11. หนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 1
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์ เครื่องมอื ทใ่ี ช้วัด วิธีการวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. อธบิ ายสารละลายอิม่ ตวั และ - ใบงาน - การตรวจใบงาน ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
สภาพละลายได้ของสารได้ (K) ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 75
2. ทดลองสภาพละลายได้ของสาร - ใบงาน - การตรวจใบงาน
ในตัวทำละลายชนดิ ตา่ งๆ ได้ (K) - สง่ งาน - สังเกตความรับผดิ ชอบ
3. ใชเ้ ครอื่ งมือและอุปกรณท์ าง
วทิ ยาศาสตร์ได้ถกู ต้อง (P)
4. มีความสนใจใฝ่รู้ กระตือรือร้น
(A)
50
ใบงาน
ทดลองการละลายของสารในตัวทำละลายตา่ งกัน
ทดสอบสมมุติฐาน
1. เทน้ำกลั่นและแอลกอฮอล์ลงในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ชนิดละ 3 ใบ บีกเกอรล์ ะ 100
กรมั
2. นำบีกเกอรท์ ีใ่ สน่ ้ำกลนั่ และแอลกอฮอลม์ าอยา่ งละ 1 ใบ จากนั้นใชช้ อ้ นตักสารเบอร์ 1 ตักโซเดียมคลอ
ไรด์ลงในบีกเกอร์แต่ละใบ บีกเกอร์ละ 1 ช้อน แล้วทำเครื่องหมายระบุชนิดของสารบนบีกเกอร์ จากนั้นคนจน
โซเดยี มคลอไรด์ละลายหมด
3. ตกั โซเดียมคลอไรดเ์ ตมิ ลงไปในบีกเกอรท์ ง้ั 2 ใบทลี ะชอ้ นและคนใหเ้ ขา้ กนั จนกวา่ จะไม่ละลาย
4. ดำเนินการเช่นเดียวกบั ข้อ 2–3 แต่เปลย่ี นจากโซเดยี มคลอไรด์เป็นสผี สมอาหารและเชลแล็ก ตามลำดับ
บันทึกผลการทดลอง สภาพละลายได้ (กรัม)
สาร นำ้ กลนั่ (100 กรัม) แอลกอฮอล์ (100 กรัม)
โซเดียมคลอไรด์
สีผสมอาหาร
เชลแล็ก
สรุปผล
51
คำถามท้ายกจิ กรรม
ก่อนการทดลอง
1. ตวั ละลายและตวั ทำละลายของกจิ กรรมน้ีคืออะไร
ระหว่างการทดลอง
2. ในระหว่างการทดลองมปี ัญหาใดบา้ ง และนักเรียนแก้ไขอยา่ งไร
หลงั การทดลอง
3. สารที่ละลายนำ้ กลั่นได้คือสารใด
4. สารทล่ี ะลายในแอลกอฮอลค์ อื สารใด
6. ชนดิ ของตวั ทำละลายมีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสารหรือไม่ สังเกตจากอะไร
55
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 32
กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 สารละลาย เวลา 4 ชัว่ โมง
เรือ่ งปจั จัยที่มผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร (2) เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ครูผ้สู อน ศุภสุตา ทวิสุวรรณ
______________________________________________________________________________
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี
ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัวละลาย ชนิดตัวทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ
สภาพละลายได้ของสาร รวมท้ังอธิบายผลของความดันท่ีมตี ่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้สารสนเทศ (ว 2.1 ม.
2/4)
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สงั เกตปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ของสารได้ (K)
2. อธิบายผลของอณุ หภมู ิและความดนั ต่อสภาพละลายได้ของสารได้ (K)
3.นำความรู้เร่ืองปัจจยั ที่มผี ลตอ่ สภาพละลายได้ของสารไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
4. มีความสนใจใฝร่ ู้ กระตอื รือร้น (A)
สาระสำคญั
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สารส่วนมากจะมีสภาพละลายได้ของสารเพิม่ ขึ้น ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิสูงข้ึนสภาพ
ละลายไดข้ องสารจะลดลง สว่ นความดนั มีผลตอ่ แกส๊ โดยเม่อื ความดนั เพม่ิ ข้นึ สภาพละลายได้ของสารจะสงู ขึ้น
สาระการเรยี นรู้
ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ สภาพละลายได้ของสาร
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
56
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชีวติ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะความรู้ (5E)
ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน (ชั่วโมงท่ี 1)
(1) ครูถามคำถามนกั เรยี นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
- น้ำตาลทรายละลายในน้ำร้อนหรือน้ำเย็นได้เร็วกว่ากัน เพราะอะไร (แนวคำตอบ น้ำร้อน เพราะ
อุณหภูมทิ ี่สงู กวา่ ทำให้น้ำมพี ลังงานสูงกวา่ จึงละลายน้ำตาลไดด้ ีกวา่ )
- ถา้ เปดิ ฝาขวดน้ำอดั ลมทิง้ ไว้ 1 คนื น้ำอัดลมยงั คงมคี วามซ่าอยู่หรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ไม่
เพราะแกส๊ ทีถ่ กู อัดอยูใ่ นนำ้ แพร่ออกสู่อากาศจนหมด)
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง
ปัจจยั ทีม่ ีผลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร
1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูนำแก้วใบที่ 1 ที่ใส่น้ำร้อน และแก้วใบที่ 2 ที่ใส่น้ำเย็นมาวางคู่กัน แล้วให้ตัวแทนนักเรียนออกมา
หน้าห้องเรียน จากนั้นให้ตัวแทนตักน้ำตาลทรายละเอียด 1 ช้อนลงในน้ำแต่ละแก้ว โดยไม่ต้องคน จากนั้น
เปรียบเทยี บการละลายของน้ำตาลทราย แลว้ ถามคำถามนกั เรยี นดงั น้ี
- นำ้ ตาลทรายละลายในนำ้ ท้งั 2 แก้วหรอื ไม่ (แนวคำตอบ ละลาย)
- นำ้ ตาลทรายละลายในน้ำในแกว้ ใบใดได้ดกี ว่ากนั (แนวคำตอบ แกว้ ใบที่ 1)
- อณุ ภมู ิมีผลตอ่ การละลายของน้ำตาลทรายหรือไม่ (แนวคำตอบ มีผล)
(2) นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายหาคำตอบเก่ียวกับคำถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน
2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาเรื่องปจั จยั ทมี่ ีผลต่อสภาพละลายไดข้ องสารจากหนังสอื เรียน โดยครูช่วยอธบิ ายให้
นักเรียนเข้าใจว่า อุณหภูมิมีผลต่อการละลายของสาร โดยส่วนมากสภาพละลายได้ของสารจะแปรผันกับอุณหภูมิ
ส่วนความดนั มีผลตอ่ สภาพละลายไดข้ องแก๊ส โดยสภาพละลายได้ของสารจะแปรผันกับอุณหภมู ิ
(2) ครูแบง่ นกั เรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม สังเกตปจั จัยที่มผี ลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร ตาม
ขั้นตอน ดังน้ี
- ชงั่ โซเดยี มคลอไรดจ์ ำนวน 2 สว่ น สว่ นละ 50 กรมั ด้วยเคร่ืองชัง่ สาร
- ใส่น้ำกลั่นลงในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จำนวน 2 ใบ บีกเกอร์ละ 100 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร
57
- ใช้ช้อนตักสารเบอร์ 2 ตักโซเดียมคลอไรด์ในส่วนที่ 1 ใส่ลงไปในบีกเกอร์ใบที่ 1 ทีละช้อน แล้วใช้
แท่งแก้วคนสารคนจนกว่าโซเดียมคลอไรด์จะไม่ละลายอีก วัดอุณหภูมิของสารละลายที่ได้ด้วยเทอร์มอมิเตอร์
บันทกึ อณุ หภมู ทิ ่วี ัดได้
- นำโซเดยี มคลอไรด์ที่เหลือในส่วนที่ 1 ชงั่ ด้วยเคร่อื งชั่งสาร เพือ่ หาจำนวนโซเดียมคลอไรด์ที่ละลาย
ในน้ำ บันทึกผล
- นำบีกเกอร์ใบที่ 2 ไปใหค้ วามรอ้ นจนมอี ุณหภมู คิ งท่ที ่ี 100 องศาเซลเซยี ส
- ดำเนนิ การเช่นเดียวกบั ขั้นตอนท่ี 3–4 แตต่ กั โซเดียมคลอไรด์ในส่วนท่ี 2 ใสล่ งไปในบกี เกอร์ใบที่ 2
แทน
(3) ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการปฏบิ ัติกิจกรรม
(4) ครคู อยแนะนำช่วยเหลือนักเรยี นขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเดินดรู อบ ๆ ห้องเรยี นและเปิดโอกาสให้
นักเรยี นทุกคนซักถามเมือ่ มีปัญหา
3) ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
(1) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายผลจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
- การเพิ่มอุณหภูมิมีผลต่อสภาพละลายได้ของโซเดียมคลอไรดห์ รือไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ
มีผล โดยสังเกตจากการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำกลั่นจาก 26 องศาเซลเซียส เป็น 100 องศาเซลเซียส ทำให้โซเดียม
คลอไรด์ละลายในน้ำกลัน่ ไดเ้ พ่มิ ขน้ึ จาก 35.7 กรัม เป็น 39.8 กรมั )
- สารละลายอม่ิ ตัวของโซเดียมคลอไรด์ในบีกเกอรท์ ัง้ สองแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ ลักษณะใด (แนวคำตอบ
แตกต่างกัน โดยสารละลายอิ่มตัวของโซเดียมคลอไรด์ในบีกเกอร์ใบที่ 1 มีโซเดียมคลอไรด์ 35.7 กรัม ท่ี
อุณหภูมิห้อง ส่วนสารละลายอิ่มตัวของโซเดียมคลอไรด์ในบีกเกอร์ใบที่ 2 มีโซเดียมคลอไรด์ 39.8 กรัม และเป็น
สารละลายอิม่ ตวั ท่ีมอี ุณหภูมิสูงกวา่ )
- ผลสรุปของกิจกรรมนี้คืออะไร (แนวคำตอบ อุณหภูมิที่สูงขึ้นมีผลทำให้โซเดียมคลอไรด์มีสภาพ
ละลายไดเ้ พม่ิ ข้ึน)
(2) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า อุณหภูมิเป็น
ปัจจัยหนง่ึ ทมี่ ีผลต่อสภาพละลายไดข้ องสาร
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration (ช่ัวโมงที่ 2)
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกับผลของอุณหภูมิต่อสภาพละลายไดข้ องสารใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจวา่ ในกรณีของแก๊ส
สภาพละลายได้ของสารจะแปรผกผันกับอุณหภูมิ คือ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สภาพละลายได้ของสารจะลดลง เพราะ
เม่อื อุณหภูมิสงู ข้นึ แกส๊ จะมีพลังงานเพ่มิ ขึ้น แกส๊ จงึ เกดิ การส่ันและเคลือ่ นตวั ออกจากสารละลาย
58
5) ขัน้ ประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่
เข้าใจหรอื ยังมีขอ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ กั เรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏบิ ัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไร
บา้ ง
(3) ครูและนักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยชน์ท่ีไดร้ ับจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม และการนำ
ความรู้ท่ีได้ไปใชป้ ระโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
- การเพิ่มอุณหภูมิทำให้สารละลายในตัวทำละลายได้มากขึ้นเสมอหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ
ไมเ่ สมอไป เพราะสารบางชนิดละลายในตัวทำละลายได้น้อยลงเมอ่ื อุณหภูมสิ งู ขึน้ )
- อุณหภูมิและความดันมีผลต่อสภาพละลายได้ของแก๊สเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ ไม่
เหมอื นกัน โดยอณุ หภูมิมผี ลในลกั ษณะแปรผกผัน สว่ นความดันมผี ลในลกั ษณะแปรผันตาม)
(5) ครูเช่อื มโยงเน้อื หาจากบทเรียนนก้ี ับบทเรยี นชัว่ โมงหนา้ เพือ่ ให้นกั เรยี นเตรียมความพร้อมในการเรียน
ชั่วโมงต่อไป โดยการใชค้ ำถามกระตนุ้ ดังน้ี
- เมื่อเรารับประทานอาหาร สารอาหารจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เลือดมีความเข้มข้นของ
สารอาหารสูงขึ้น สารอาหารเหล่านี้หมุนเวียนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างไร (แนวคำตอบ โดยการสูบฉีด
เลือดของหัวใจ ทำใหเ้ ลอื ดหมนุ เวยี นไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได)้
(6) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป
โดยใหน้ กั เรยี นศึกษาคน้ คว้าลว่ งหน้าในหวั ข้อระบบหมนุ เวียนเลอื ด
59
สอ่ื การเรียนรู้
1. แกว้ ใส่นำ้ รอ้ น
2. แก้วใส่น้ำเยน็
3. น้ำตาลทรายละเอยี ด
4. ช้อน
5. ใบงาน สงั เกตปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร
6. หนงั สอื เรียนภาษาตา่ งประเทศหรอื อนิ เทอร์เนต็
7. แบบทดสอบหลงั เรยี น
8. คมู่ อื การสอน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 เลม่ 1
9. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 1
11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์ เคร่อื งมือท่ีใช้วัด วิธกี ารวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. สงั เกตปจั จัยท่มี ีผลตอ่ สภาพ - ใบงาน - การตรวจใบงาน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
ละลายไดข้ องสารได้ (K) ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 75
2. อธบิ ายผลของอุณหภมู แิ ละ
ความดนั ต่อสภาพละลายไดข้ อง - ใบงาน - การตรวจใบงาน
สารได้ (K) - ส่งงาน - สงั เกตความรบั ผิดชอบ
3.นำความรเู้ รื่องปจั จัยที่มีผลตอ่
สภาพละลายได้ของสารไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวันได้ (P)
4. มีความสนใจใฝร่ ู้ กระตอื รือรน้
(A)
60
ใบงาน
สงั เกต ปจั จัยท่มี ผี ลตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร
ขน้ั ตอน
1. ชง่ั โซเดยี มคลอไรด์จำนวน 2 ส่วน สว่ นละ 50 กรัม ด้วยเครื่องชัง่ สาร
2. ใส่น้ำกลั่นลงในบีกเกอร์ขนาด 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จำนวน 2 ใบ บีกเกอร์ละ 100 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร
3. ใช้ช้อนตักสารเบอร์ 2 ตักโซเดียมคลอไรด์ในส่วนท่ี 1 ใส่ลงไปในบีกเกอร์ใบที่ 1 ทีละช้อน แล้วใช้แท่ง
แก้วคนสารคนจนกว่าโซเดียมคลอไรด์จะไม่ละลายอีก วัดอุณหภูมิของสารละลายที่ได้ด้วยเทอร์มอมิเตอร์ บันทึก
อุณหภมู ทิ ่ีวดั ได้
4. นำโซเดียมคลอไรด์ที่เหลือในส่วนที่ 1 ชั่งด้วยเครื่องชั่งสาร เพื่อหาจำนวนโซเดียมคลอไรด์ท่ีละลายใน
นำ้ บนั ทกึ ผล
5. นำบกี เกอร์ใบที่ 2 ไปใหค้ วามร้อนจนมีอณุ หภมู คิ งทีท่ ่ี 100 องศาเซลเซยี ส
6. ดำเนินการเช่นเดียวกบั ข้อ 3-4 แตต่ กั โซเดยี มคลอไรด์ในสว่ นท่ี 2 ใส่ลงไปในบีกเกอร์ใบที่ 2 แทน
บนั ทกึ ผลการสังเกต ปรมิ าตรของนำ้ อณุ หภูมิ (C) จำนวนโซเดยี มคลอไรด์
สาร (ลกู บาศก์เซนตเิ มตร) ทลี่ ะลายได้ (กรัม)
โซเดยี มคลอไรด์ 100
โซเดยี มคลอไรด์ 100
สรปุ ผล
61
คำถามทา้ ยกิจกรรม
ก่อนการทดลอง
1. เราตอ้ งชง่ั โซเดียมคลอไรด์ก่อนปฏิบัตกิ ิจกรรมเพราะเหตุใด
2. กจิ กรรมน้ีเปน็ การศึกษาปัจจัยใด
3. การเพิ่มอุณหภูมมิ ผี ลตอ่ สภาพละลายได้ของโซเดยี มคลอไรดห์ รือไม่ สงั เกตจากอะไร
4. สารละลายอ่ิมตวั ของโซเดยี มคลอไรด์ในบีกเกอรท์ งั้ สองแตกตา่ งกันหรือไม่ ลักษณะใด
5. ผลสรปุ ของกจิ กรรมนี้คืออะไร