The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

13/2565 รายงานวิชาการ เรื่อง เงินค่าปรับจราจรกับการเพิ่มศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thaipbo.parliament, 2022-06-24 04:05:39

เงินค่าปรับจราจรกับการเพิ่มศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

13/2565 รายงานวิชาการ เรื่อง เงินค่าปรับจราจรกับการเพิ่มศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพ่มิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

สำนกั งบประมำณของรฐั สภำ
(สงร.)

ก สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพมิ่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น

เงนิ ค่ำปรบั จรำจรกับกำรเพิ่มศักยภำพกำรจดั กำรจรำจร
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่

ก สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรบั จราจรกบั การเพ่มิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ

เรือ่ ง เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพมิ่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่

ฉบับท่ี 13/2565

จดั พมิ พ์ครัง้ ที่ 1/2565

จำนวนหน้ำ 54 หนา้

จำนวนพมิ พ์ 50 เล่ม

จัดทำโดย สานักงบประมาณของรฐั สภา สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร
ทป่ี รกึ ษำ
ผู้จดั ทำ 1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร 10300

โทร. 0 2442 5900 ต่อ 7420

นางพรพิศ เพชรเจรญิ เลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร

นายศโิ รจน์ แพทย์พันธ์ุ รองเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร

นายนพรัตน์ ทวี ผอู้ านวยการสานักงบประมาณของรฐั สภา

นางสาวปิยรัตน์ เต็มญารศลิ ป์ นกั วิเคราะห์งบประมาณเชย่ี วชาญ

สบิ ตารวจตรี ธาม มาฉิม นกั วเิ คราะหง์ บประมาณชานาญการพิเศษ

กลนั่ กรองโดย คณะกรรมการอ่านและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารวิชาการ

พมิ พ์ที่ สานักการพมิ พ์ สานักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร
1111 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสติ กรงุ เทพมหานคร 10300
โทรศัพท์ 02-242-5900 ต่อ 5411

ก สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพิ่มศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

คำนำ

แม้ว่าโดยรัฐโยบายบรรดาเงินค่าปรับในความผิดทางอาญาต่าง ๆ จะมิใช่เป้าหมายของการจัดเก็บ
รายไดเ้ ข้ารัฐ ทว่าในทางปฏบิ ัติเงนิ ค่าปรบั ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และทีแ่ กไ้ ขเพม่ิ เติมนั้น
มีจานวนมากพอสมควร ท้ังนี้ ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกาหนดให้มีการจัดสรรปันส่วน
เงินค่าปรับจราจรระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในสัดส่วนร้อยละ 50:50 โดยในสัดส่วนของ
รัฐบาลน้ันกระทรวงการคลังได้อนุญาตให้สานักงานตารวจแห่งชาติหักเงินดังกล่าวก่อนนาส่งคลังเป็นรายได้
แผ่นดินไว้เพ่ือนาไปใช้จ่ายเปน็ เงนิ รางวัลแก่เจ้าหน้าทตี่ ารวจทปี่ ฏบิ ตั ิงานดา้ นการจราจรร้อยละ 95 สว่ นที่เหลือ
จากน้ันแบ่งเป็นสองส่วน โดยร้อยละ 99 นาส่งเข้ากองทุนสืบสวนสอบสวนคดีอาญา และอีกร้อยละ 1
นาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนน้อยมากและอาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการจัดให้ได้มาซึ่งเงิน
ดังกล่าว ในขณะท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็ประสบปัญหาด้านงบประมาณในการจัดการจราจรตาม
ภารกจิ ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย

ทั้งน้ี ในการดาเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมนั้นได้มีการเสนอ
ร่างพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... กาหนดให้โอนภารกิจเกี่ยวกับการอานวยการและการจัดการ
จราจรไปเป็นหน้าท่ีและอานาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ในขณะเดียวกันก็ได้มีการเสนอร่าง
พระราชบัญญัติต่อรัฐสภาเพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยให้เพ่ิมอัตราโทษปรับใน
ฐานความผิดต่าง ๆจากเดิมขึ้นอีก 4 เท่า ย่อมส่งผลให้เงินรายได้จากค่าปรับจราจรเพิ่มข้ึนอีกมาก ดังน้ี หาก
กาหนดให้เงินค่าปรับจราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้ังจานวน นอกจากจะเพิ่มรายได้
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยรวมแล้ว ยังจะช่วยเพ่ิมศักยภาพในการบริหารจัดการจราจรขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นตามภารกิจท่ีได้รับมอบหมายให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนในท้องถ่ินได้รับความสะดวก
และปลอดภัยย่ิงข้นึ ด้วย

ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา สานักงบประมาณของรัฐสภา จึงได้ทาการศึกษา วิเคราะห์ ค้นคว้า รวบรวม
ขอ้ มูล และระเบียบ กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้ข้อเสนอแนะนาไปสู่การทบทวน ปรับปรุง การกาหนดสัดส่วน
รายไดจ้ ากเงินคา่ ปรับจราจรให้มีความเหมาะสมกบั สภาพการณ์ปจั จุบัน

อนึ่ง ความคิดเห็นในเอกสารนี้เป็นเสรีภาพทางวิชาการของผู้เขียน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 34 สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎรไม่จาต้องเหน็ พ้อง
ดว้ ยกบั ความเหน็ ดังกลา่ ว

สานักงบประมาณของรฐั สภา
พฤษภาคม 2565

ก สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

บทสรปุ ผู้บรหิ ำร

โดยหลักการแห่งรัฐธรรมนูญฯ การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) เป็นไปตาม
หลักการกระจายอานาจให้ประชาชนในท้องถ่ินมีส่วนร่วมในการปกครองและบริการจัดการท้องถ่ินของตนเอง
ดังนี้ รัฐบาลจึงมีหน้าท่ีต้องดาเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ มีรายได้เป็นของตนเอง โดยจัดระบบภำษี
หรือกำรจัดสรรภำษีท่ีเหมำะสมรวมถึงส่งเสริมและพัฒนำศักยภำพกำรจัดหำรำยได้ให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิน่ เพ่ือให้มีงบประมำณเพียงพอในกำรจัดทำบริกำรสำธำรณะและปฏบิ ัตภิ ำรกิจตำมอำนำจหน้ำท่ี
ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ โดยมีศักยภำพทำงกำรคลังท่ีเป็นอิสระสำมำรถดูแลตนเองได้ ทว่าในปัจจุบัน
องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นสว่ นใหญ่ยงั คงต้องพง่ึ พาเงนิ อดุ หนุนจากรัฐบาลเป็นสาคญั แม้วา่ รัฐบาลจะพยายาม
ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการจัดหารายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยมาตรการต่าง ๆ
อยา่ งเต็มทแ่ี ล้วก็ตาม

ในเอกสารวิชาการนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะ “เงินค่าปรับจราจร”ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ว่าจะสามารถเติมเต็มหรือเพ่ิมศักยภาพทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นได้แค่ไหนเพียงใดในการจัดการจราจร ซ่ึงแม้ว่าโดยรัฐโยบาย “เงินรายได้จากค่าปรับจะมิใช่เป้าหมาย
ของการจัดเก็บรายได้ของรัฐ” แต่ในทางปฏิบัติองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินทุกรูปแบบล้วนมีหน้าที่และภารกิจ
ในการจัดทา ซ่อมแซม บารุงรักษาทางบก และจัดทาอาณัติสัญญาณเครื่องหมายจราจรต่าง ๆ เพื่ออานวย
ความสะดวกแก่ประชาชนในท้องถ่ินในการใช้รถใช้ถนน รวมทั้งเพ่ือการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้
และกวดขันวินัยจราจรของพนักงานเจ้าหน้าท่ีจราจรตามกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างย่ิงภายหลังปี
พ.ศ.2562 ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการกาหนดอานาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใหม่
ทาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบมีหน้าที่และอานาจใน “การจัดการหรือดูแลการจราจร”ทางบก
ด้วย จึงสร้างภาระทางการคลังและงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละแห่งที่จะต้องดาเนิน
ภารกิจดังกล่าวเพิ่มข้ึน มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพบริบททางสังคมเศรษฐกิจและปริมาณการจราจรใน
ท้องถิ่นนัน้ ๆ

ทั้งน้ี ท่ีผ่านมาเงินงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องใช้ในภารกิจดังกล่าวส่วนหนึ่งได้มาจาก
เงินคา่ ปรับจราจร ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ท่ีกาหนดให้มีการจัดสรรเงิน
ค่าปรับจราจรระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสาหรับเงินค่าปรับท่ีได้รับในเขตกรุงเทพมหานคร
และในเขตเทศบาลในสัดส่วนร้อยละ 50:50 สาหรับเงินค่าปรับจราจรท่ีได้รับในเขตองค์การบรหิ ารส่วนตาบล
ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ตกเป็นรายได้ของท้องถิ่นทั้งจานวนเงนิ ค่าปรบั จราจร จึงเป็นรายได้
สาคญั ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ที่ใช้ในการดาเนินภารกิจดังกลา่ ว

ในการน้ี กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกากับ ดูแล และส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินจึงได้
กาหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการต้ังงบประมาณรายจ่ายและการใช้จ่ายเงินค่าปรับจราจร ตำมหนังสือ

ข สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่

กระทรวงมหำดไทย ท่ี มท 0808.2/ว3892 ลงวันท่ี 28 มิถุนำยน 2562 โดยกาหนดว่าเงินรายได้
จากค่าปรับจราจรท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้รับการจัดสรรตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจร
ทางบก พ.ศ.2522 จะนำไปใช้จ่ำยเพื่อกำรอื่นมิได้ โดยให้ต้ังงบประมาณรายจ่ายไว้ใน “งบกลาง” ประเภท
รายจ่ายตามข้อผูกพัน และเขียนช้ีแจงว่า “ค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดกำรจรำจร” เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไข
ปญั หาเก่ยี วกับการจราจรท่ีประชาชนได้รบั ประโยชนโ์ ดยตรง เช่น การทาสี ตีเส้น การตดิ ตั้งสัญญาณไฟจราจร
สามเหล่ียมหยุดตรวจ ป้ายจราจร กระจกโค้งจราจร กระบองไฟจราจร กรวยจราจร แผงก้ันจราจร
แผงพลาสติกใสน่ า้ เสาล้มลุกจราจร เสอื้ จราจร หรอื ยางชะลอความเร็วรถ เป็นต้น แตใ่ นทางกลบั กันหากรายได้
จากเงินค่าปรับจราจรทไี่ ดร้ ับจดั สรรไมเ่ พยี งพอต่อภารกจิ ดังกล่าว องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ อาจนาเงินรายได้
อ่นื มาสมทบในการจดั หาพัสดุทใี่ ช้ในการอานวยความสะดวก หรือแกไ้ ขปญั หาด้านจราจรได้ตามสมควร รวมถึง
อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้อ่ืนเป็นเงินอุดหนุนให้แก่หน่วยงำนอ่ืน เช่น หน่วยงานตารวจ
เพอ่ื ดาเนินการเกี่ยวกบั การจราจรที่อยใู่ นอานาจหน้าทข่ี ององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นนัน้ ไดด้ ว้ ย

ในขณะที่เงินค่ำปรับจรำจรในสัดส่วนร้อยละ 50 ของรัฐบำลที่จะต้องนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.2491นั้น กระทรวงการคลังได้มีข้อบังคับและทาความตกลงกับสานักงาน
ตารวจแห่งชาติอนุญำตให้หักเงินค่ำปรับดังกล่ำวไว้ใช้จ่ำยเป็นเงินรำงวัลแก่เจ้ำหน้ำท่ีตำรวจท่ีปฏิบัติงำน
ดำ้ นกำรจรำจร เจำ้ หน้ำที่ฝ่ำยสนับสนุน และอำสำจรำจร รวมท้ังนาส่งเขา้ กองทุนสืบสวนสอบสวนคดีอาญา
เป็นเงินนอกงบประมาณไว้ใช้จ่ายเพ่ือประโยชน์ของสานักงานตารวจแห่งชาติร้อยละ 99 ทาให้คงเหลือ
ส่วนที่ต้องนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินไม่ถึงร้อยละ 1 นอกจากน้ีแล้ว สานักงานตารวจแห่งชาติยังได้ขอรับ
การสนับสนุนเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจาปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มาเป็นเงินรางวัล
แกเ่ จ้าหน้าที่ตารวจผู้ปฏบิ ัติงานด้านการจราจรอีกดว้ ย

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ส่ิงที่จะสร้างภาระทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในภารกิจดังกลา่ วเพ่ิมขึ้น เป็นผลมาจากการเสนอร่างพระราชบัญญัติตารวจแหง่ ชาติ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมาย
ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาแล้วด้วย
โดยร่างพระราชบัญญัติดังกลา่ วได้กำหนดให้มกี ำรถ่ำยโอนภำรกิจงำนด้ำนจรำจรตำมพระรำชบัญญัติจรำจร
ทำงบก พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ท่ีเก่ียวกับกำรอำนวยควำมสะดวกในกำรจรำจร กำรกวดขัน
วินัยจรำจร และกำรบังคับใช้กฎหมำยว่ำด้วยกำรจรำจรทำงบกในควำมผิดฐำนจอดรถโดยฝ่ำฝืน หรือไม่
ปฏิบัติตำมกฎหมำยให้แก่กรุงเทพมหำนคร เมืองพัทยำ และเทศบำลนคร ซ่ึงจะต้องเริ่มดาเนินการทันที
ภายหลังท่ีพระราชบัญญัติน้ีมีผลใช้บังคับ เพ่ือถ่ายโอนภารกิจให้แล้วเสร็จภายระยะเวลา 5 ปีนับจากวัน
ดงั กล่าว ซ่ึงขณะน้ีร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพจิ ารณา
ร่างพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... รัฐสภา โดยล่ำสุดในกำรประชุมคณะกรรมำธิกำรฯ คร้ังท่ี 48
ในวันองั คำรที่ 26 เมษำยน 2565 ไดม้ ีกำรประชมุ พิจำรณำ ถึงมำตรำ 169/1

ค สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพมิ่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

ในขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเพ่ือปรับปรุงพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมต่อรัฐสภาด้วยเช่นกัน โดยในร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวน้ีได้เสนอให้เพ่ิม
อัตรำโทษปรับในฐำนควำมผิดต่ำง ๆ เพ่ิมข้ึนอีก 4 เท่ำตัวโดยประมำณ ซ่ึงคาดว่าจะทาให้รายได้จากเงิน
คา่ ปรบั จราจรเพิ่มขน้ึ อีกหลายเท่าตวั ซง่ึ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร
และวฒุ ิสภาตามข้ันตอนแล้ว แต่เนื่องจากมกี ารแก้ในช้ันวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรไม่เหน็ ด้วยกับการแก้ไข
ของวุฒิสภาจนรัฐสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพ่ือพิจารณาต่อไป อย่ำงไรก็ดี รัฐสภำมิได้แก้ในส่วน
ของกำรเพิ่มอตั รำโทษปรบั ในฐำนควำมผิดต่ำง ๆ ตำมรำ่ งท่คี ณะรัฐมนตรเี สนอแตอ่ ยำ่ งใด 1

ท้ังนี้ จากการสืบค้น รวบรวม และประมวลข้อมูลเกี่ยวกับรายได้จากเงินค่าปรับจราจรขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินขนาดใหญ่ ได้แก่ กรงุ เทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลนครรวม 32 แห่งท่วั ประเทศ
พบว่าเงินรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่เป็นยอดรายได้จริงในปี พ.ศ. 2562 รวมกันมีจานวนทั้งสิ้น
191.1582 ลา้ นบาท และปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มจี านวนทั้งส้ิน 155.3880 ลา้ นบาท ถ้ารวมสัดสว่ นร้อยละ
50 ของรัฐบาลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด้วย รายได้จากเงินค่าปรับจราจรขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ เหลา่ นจ้ี ะเพ่มิ ข้นึ อีกเทา่ ตัวทนั ที

ดังนั้น เมื่อมีการขยายเพดานอัตราโทษปรับในความผิดจราจรตามกฎหมายใหม่จานวน 4 เท่าตัว
และหากกาหนดให้เงินค่าปรับจราจรเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้ังจานวนด้วยแล้ว เงินรายได้
ดังกล่าวคงจะช่วยเพ่ิมศักยภาพในการจัดการจราจรหรือการดูแลการจราจรของ อปท.ได้มากข้ึน อีกทั้งยังจะ
ช่วยยกระดับฐานะทางการคลังในภาพรวมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พอสมควรด้วย เนื่องจากอัตรา
การจดทะเบียนยานยนต์และปริมาณการจราจรทางถนนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึน้ อย่างต่อเน่ือง

ทั้งน้ี ท่ีผ่านมาสานักงานตารวจแห่งชาติเองได้ตระหนักถึงปัญหาการนาเงินค่าปรับจราจรไปเป็น
เงินรางวัลแก่จ้าหน้าท่ีตารวจผู้ปฏิบัติงานด้านการจราจร ที่ได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตารวจ และ
ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่ไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของ
กฎหมายอย่างท่ีควรจะเป็น เน่ืองจากเม่ือเจ้าหน้าท่ีผู้บังคับใช้กฎหมายมีความยินดีกับเงินรางวัลจากส่วนแบ่ง
ของเงนิ ค่าปรับน้ันแล้วย่อมทาให้การบังคับใช้กฎหมายขาดความเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง อีกท้ังการกระทา
ดังกล่าวย่อมเข้าลักษณะการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นสิ่งต้องห้ามสาหรับเจ้าหน้าท่ี ของรัฐทุกประเภท
จงึ มแี นวคดิ ทจี่ ะยกเลกิ เงนิ รางวลั จากค่าปรับจราจรตลอดมา

1ลำ่ สดุ รำชกจิ จำนุเบกษำ เลม่ 139 ตอนที่ 28 ก หนำ้ 5 ได้ประกำศใช้กฎหมำยดงั กลำ่ วแล้ว ( พระรำชบญั ญตั จิ รำจรทำงบก (ฉบบั ท่ี 13)
พ.ศ. 2565 เมอื่ วนั ที่ 7 พฤษภำคม 2565 ซง่ึ จะมีผลใช้บงั คบั เม่อื พ้นกำหนด 120 วัน นบั แตว่ นั ประกำศใช้

ง สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ

แต่อย่างไรก็ตาม การยกเลิกเงินรางวัลจากค่าปรับจราจร โดยแก้ไขความในมาตรา 146 แห่ง
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กาหนดให้เงินค่าปรับจราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินท้ังจานวน ก็อาจจะส่งผลกระทบท้ังด้านบวกและลบต่อรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเองด้วย
กลา่ วคอื

1.สร้ำงภำระทำงกำรคลังแก่รัฐบำลในกำรเพ่ิมค่ำตอบแทนแก่เจ้ำหน้ำที่ตำรวจ ต้องยอมรับว่า
เหตุผลประการหนึ่งของการออกข้อบังคับฯ กระทรวงการคลังท่ีอนุญาตให้นาเงนิ ค่าปรับจราจรบางส่วนไปเป็น
เงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ตารวจจราจรรวมถึงเจ้าหน้าท่ีตารวจผู้ปฏิบัติงานในสายงานสนับสนุนภารกิจดังกล่าว
เกิดจากความพยายามที่จะเพ่ิมค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าตารวจเป็นรายได้เสริมให้เพียงพอกับค่าครองชีพตาม
สภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม ดังน้ัน เมื่อยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับจราจรย่อมส่งผลระทบต่อเจ้าหน้าท่ีตารวจ
จานวนมากที่เคยได้รับเงินรางวัลดังกล่าว และในท่ีสุดก็จะสร้างแรงกดดันกลับมายังรัฐบาลให้ต้องจัดสรร
เงินงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินหรือรายได้จากส่วนอื่น ๆ มาชดเชยการสูญเสียรายได้แก่เจ้าหน้าที่ตารวจ
เหล่าน้ัน แต่อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลจะรับภาระงบประมาณเพื่อชดเชยรายได้แก่ข้าราชการตารวจดังกล่าว
ดว้ ยการออกระเบียบตารวจท่ีมีกฎหมายรองรับทที่ าให้ข้าราชการตารวจในทกุ ท้องทไ่ี ด้รับเงนิ อย่างเท่าเทยี มกัน
จะชว่ ยลดความเหล่ือมล้าดา้ นรายไดใ้ นบรรดาข้าราชการตารวจด้วยกัน และที่สาคญั ท่สี ดุ ยอ่ มส่งผลดีทีจ่ ะทาให้
รัฐบาลการได้รับรู้ถึงภาระการคลังจาก “ค่ำใช้จ่ำยด้ำนบุคลำกรภำครัฐ” อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นส่ิงจาเป็นมาก
ต่อการวางแผนทางการคลังของรัฐให้มีเสถียรภาพและความย่ังยืนในระยะยาว รวมถึงอำจนำไปสู่กำรปรับ
โครงสร้ำงและอัตรำกำลังของเจ้ำหน้ำที่ตำรวจให้สอดคล้องกับสภำพกำรณ์ปัจจุบันท่ีการรักษาความสงบ
เรียบร้อยอาจใชเ้ ทคโนโลยี หรือเครอื ขา่ ยการรักษาความปลอดภัยของภาคเอกชนมาชว่ ยเสรมิ ได้

2.รำยได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจำกเงินค่ำปรับจรำจรอำจลดลง แน่นอนว่าหากมีการ
ยกเลิกเงินรางวัลจราจรย่อมทาให้ความต้ังใจ ทุ่มเท และความเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร รวมถึงการจับกุม
ผกู้ ระทาการฝา่ ฝนื กฎหมายจราจรของเจ้าหนา้ ทตี่ ารวจยอ่ มลดลง และอาจส่งผลใหเ้ งินรายได้จากค่าปรบั จราจร
ท้ังระบบลดลงบางส่วน อย่างไรก็ดี กรณีนี้ก็มีผลดีท่ีจะสะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ
เจ้าพนักงานผู้บังคับใช้กฎหมายว่าที่ผ่านมาการทุ่มเททางานเข้มงวด กวดขันวินัยจราจร เพ่ือผดุงรักษาไว้ซึ่ง
ความถูกต้องของกฎหมายซึ่งเป็นกฎของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือเห็นแก่ประโยชน์อื่นใดมากไป
กว่านน้ั

3.กำรบังคับใช้กฎหมำยจรำจรอำจหย่อนยำนจำกกำรแทรกแซงของกำรเมืองท้องถ่ิน ความจริง
แล้วการปรับปรุงแก้ไขความในมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ให้เงนิ ค่าปรบั จราจร
ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินทั้งจานวน มิได้มีผลโดยตรงต่อการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
รกั ษากฎหมายของเจ้าหน้าทีห่ รือเจา้ พนักงานจราจรตามกฎหมายดังกล่าวจากอานาจการเมอื งทอ้ งถ่นิ แต่อย่างใด
เน่ืองจากหน้าที่และอานาจในการบังคับใช้กฎหมาย การกวดขัน จุบกุม ผู้กระทาการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว
ยังคงเป็นหน้าที่และอานาจของตารวจจราจร แต่ส่ิงที่ควรคานึงถึงคือให้อนาคตภายหลังท่ีพระราชบัญญัติ

จ สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

ตารวจแห่งชาติฉบับใหมม่ ผี ลใช้บงั คบั แลว้ ภายในระยะเวลา 5 ปหี ลังจากนั้น จะมีการถา่ ยโอนหนา้ ท่ีและอานาจ
ในการกวดขันวินัยจราจร รวมถึงการจับกุมผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรในบางฐานความผิด ให้กับกรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยา และเทศบาลนคร ซ่ึงอาจจะต้องมีการมอบหมายให้ข้าราชการท้องถิ่นบางตาแหน่งเป็น
“พนักงานเจ้าหน้าที่” ตามกฎหมายจราจรทางบกมีหน้าที่และอานาจในการกวดขัน จับกุม และเปรียบเทียบ
ปรับในฐานความผดิ เหล่านี้ดว้ ย และด้วยความสมั พันธใ์ กล้ชิดระหวา่ งนักการเมืองท้องถิ่นกับประชาชนในพ้ืนที่
ถึงตอนน้ันอานาจทางเมืองท้องถ่ินก็อาจเข้ามาแทรกแซงการรักษากฎวินัยจราจร ได้ สุดท้ายอาจทาให้
เงนิ ค่าปรับจราจร ซ่ึงจะเป็นแหล่งรายได้ประเภทหนึ่งที่ช่วยเพ่ิมศกั ยภาพทางการคลงั ให้กบั องคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถิ่นไม่เป็นไปดังที่คาดหวังไว้ จึงเป็นส่ิงที่ควรตระหนักไว้แต่ต้นเพื่อให้หน่วยงานที่ทาหน้าท่ีกากับดูแล
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเตรยี มการรับมือในกรณดี ังกลา่ วไว้ดว้ ย

อย่ำงไรก็ตำม เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับกำรถ่ำยโอนภำรกิจเก่ียวกับกำรจัดกำรจรำจร
หรือกำรดูแลกำรจรำจร ประกอบกับกำรปรับปรุงพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไข
เพมิ่ เติมใหเ้ งินค่ำปรับจรำจรเปน็ รำยได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ทั้งจำนวนแลว้ องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นทั้งหลำยก็มิควรมุ่งแสวงหำรำยได้จำกเงินค่ำปรับจรำจรแต่เพียงอย่ำงเดียว แต่ควรให้ควำมสำคัญ
กับกำรปรับปรุงพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนจำพวก ถนน หนทำง เคร่ืองหมำยจรำจร รวมถึงอำณัติสัญญำณ
ต่ำง ๆ ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภำพควบคู่ไปกับกำรเสริมสร้ำงวินัยจรำจร เพ่ือให้ประชำชนในท้องถิ่น
ได้รับควำมสะดวกสบำยในกำรใช้รถใช้ถนนและควำมปลอดภัยในกำรจรำจรเป็นอย่ำงดี ภำยหลังจำกนั้น
จึงค่อยๆ ปรับเปล่ียนไปสู่กำรแสวงหำรำยได้จำกค่ำธรรมเนียมในกำรจอดรถ ตำมหน้ำที่และอำนำจท่ีให้ไว้
ในพระรำชบัญญัติจัดระเบียบกำรจอดรถในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2562 ซ่ึงจะสร้ำงควำม
พึงพอใจสูงสุดแก่ประชำชนในท้องถิ่นพร้อม ๆ ไปกับกำรสร้ำงรำยได้จำกภำรกิจด้ำนกำรจรำจรให้กับ
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินอยำ่ งยง่ั ยืนตลอดไป

ฉ สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศกั ยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

สำรบัญ

หน้า

คำนำ ก

บทสรุปผู้บรหิ ำร ข

สำรบัญ ช

1.บทนำ 1

2.บทบำทขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในกำรจดั กำรจรำจร 4

2.1 อานาจหน้าท่ีขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นตาม พ.ร.บ. กาหนดแผนฯ 4

2.2 อานาจหนา้ ที่ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ แต่ละรูปแบบ 5

2.3 โครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ 10

2.4 รายไดจ้ ากเงนิ คา่ ปรบั จราจร 12

2.5 การตัง้ งบประมาณและการใช้จา่ ยเงนิ ในการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13

2.6 การสนับสนุนหน่วยงานอ่นื เพื่อดาเนินการด้านจราจร 14

2.7 การถา่ ยโอนภารกิจด้านการจราจรใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน 15

3.กฎหมำยท่เี กย่ี วข้องกับกำรจดั สรรเงินค่ำปรับจรำจรและเงนิ สินบนรำงวัล 17

3.1 พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 17

3.2 พระราชบญั ญัติเงินคงคลัง พ.ศ.2491 18

3.3 ข้อบงั คบั กระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงนิ ค่าปรบั ไวเ้ ปน็ เงนิ สินบนรางวัลและคา่ ใช้จ่าย 18
ในการดาเนินงาน พ.ศ.2546 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2547

3.4 ประกาศกระทรวงการคลัง เร่ือง กาหนดประเภทและอตั ราการหกั เงนิ ค่าปรับก่อนนาส่งคลงั 19

3.5 ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วยการใชจ้ า่ ยเงินสนิ บนรางวัลและค่าใชจ้ ่ายในการ 20
ดาเนินงาน พ.ศ.2546

3.6 ระเบยี บสานักงานตารวจแห่งชาติ ประมวลระเบียบตารวจไมเ่ กย่ี วกับคดี ลกั ษณะท่ี 38 21

ช สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน 24

(เดิม) เงนิ สนิ บนและเงนิ รางวัล (ฉบบั ท่ี 4) พ.ศ.2557 25
3.7 ขอ้ บงั คบั กระทรวงการคลงั ว่าด้วยการหักเงินค่าปรบั กรณีจบั กุมผ้กู ระทาความผดิ ดว้ ย 26
26
เคร่ืองอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 27
3.8 พระราชบญั ญตั ิตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 28
4.กำรจัดสรรเงินคำ่ ปรับจรำจรและกำรจำ่ ยเงินรำงวัล
4.1 การจดั สรรเงินค่าปรบั ตามพระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พ.ศ.2522 34
4.2 การจา่ ยเงนิ รางวัลให้แก่เจา้ หนา้ ทผ่ี ้ปู ฏบิ ตั งิ านด้านการจราจร 34
4.3 การปรับปรุงอัตราโทษปรบั ในความผิดตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 37
38
และท่แี กไ้ ขเพิ่มเติม 42
5.ขอ้ มูลสถิตเิ ก่ียวกับควำมผิดและรำยไดจ้ ำกเงินคำ่ ปรบั จรำจร 43
43
5.1 จานวนรถท่ีจดทะเบียนสะสมท่วั ประเทศ 49
5.2 สถติ ิคดีอาญาความผิดจราจรทางบก 50
5.3 รายไดจ้ ากเงนิ ค่าปรับจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น 51
5.4 แนวโนม้ รายได้จากเงนิ ค่าปรับจราจร
6.บทวิเครำะห์และข้อเสนอแนะ
6.1 บทวิเคราะห์
6.2 ข้อเสนอแนะ
6.3 การแสวงหารายไดจ้ ากคา่ ธรรมเนียมในการจอดรถ
บรรณำนุกรม

ซ สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรับจราจรกบั การเพมิ่ ศกั ยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

1.บทนำ

1.1 ที่มำและควำมสำคญั

ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 250 วรรคส่ี2
กาหนดให้รัฐมีหน้าท่ีต้องดาเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เป็นของตนเอง โดยจัดระบบภำษี
หรือกำรจัดสรรภำษีท่ีเหมำะสม รวมถึงส่งเสริมและพัฒนำศักยภำพในกำรจัดหำรำยได้ให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้มีงบประมำณในกำรจัดทำบริกำรสำธำรณะ กิจกรรมสำธำรณะ และปฏิบัติ
ภำรกิจตำมอำนำจหน้ำท่ีได้อย่ำงมีประสิทธิภำพและเพียงพอ ทว่าในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ส่วนใหญย่ ังต้องพ่งึ พาเงินอุดหนนุ จากรัฐบาลเป็นสาคัญ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามปรบั ปรุงกฎหมายเกี่ยวกบั ภาษี
ท้องถ่ินเพ่ือใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ สามารถจดั เก็บภาษีประเภทต่าง ๆ ได้อย่างกวา้ งขวางมากข้ึน แตก่ าร
จัดเก็บรายไดข้ ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ กย็ งั ทาได้ไม่มากนัก

ในส่วนของเงินค่าปรับความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไข
เพ่ิมเติม แม้ว่าโดยรัฐโยบายจะมิใช่เป้าหมายของการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติเงินค่าปรับ
ดังกล่าวมีจานวนมากมายพอสมควร ทว่าเนื่องจากมีการจัดสรรปันส่วนไปใช้ประโยชน์ในภารกิจต่าง ๆ หลาย
สว่ น จึงทาให้เงินรายได้ดงั กล่าวมิได้นามาใช้ประโยชน์ในการบรหิ ารจัดการจราจรอย่างเต็มท่ี ซ่ึงหากกาหนดให้
นาส่งเงินค่าปรับดังกล่าวเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้ังจานวน นอกจากจะช่วยส่งเสริมให้
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละแห่งมีขีดความสามารถในการจัดการจราจรได้ดียิ่งข้ึนแล้วยังจะช่วยเพ่ิม
ศกั ยภาพทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ โดยรวมดว้ ย

ท้ังน้ี ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กาหนดให้มีการจัดสรรปันส่วน
เงินค่าปรับจราจรระหว่างรัฐบาลกับท้องถิ่นในสัดส่วนร้อยละ 50:50 โดยในสัดส่วนของรัฐบาลนั้น
กระทรวงการคลังได้มีข้อบังคับและทาความตกลงกับสานักงานตารวจแห่งชาติให้หักเงินค่าปรับดังกล่าวไว้
ใช้จ่ายเป็นเงินสินบนรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ตารวจผู้ปฏิบัติงานด้านการจราจร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน และอาสา
จราจร รวมทั้งนาส่งเข้ากองทุนสืบสวนสอบสวนคดีอาญาเป็นเงินนอกงบประมาณไว้ใช้จ่ายเพื่อประโยชน์
ของสานักงานตารวจแห่งชาติ จึงทำให้เหลือส่วนท่ีนำส่งคลังเป็นรำยได้แผ่นดินน้อยมำก (เพียงประมาณ
ร้อยละ 0.02 หรือจานวน 50 สตางค์ต่อเงินค่าปรับ 2,000 บาท) ซ่ึงเป็นสัดส่วนที่น้อยมากและอาจไม่คุ้มกับ
คา่ ใชจ้ ่ายทีร่ ฐั ต้องเสยี ไปในการจดั ใหไ้ ด้มาซึง่ เงนิ ดงั กลา่ วเสยี ด้วยซ้า

2 รัฐธรรมนญู แห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช 2560 มำตรำ 250 วรรคส่ี

“รัฐต้องดำเนินกำรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรำยได้ของตนเองโดยจัดระบบภำษีหรือกำรจัดสรรภำ ษีที่เหมำะสม รวมท้ัง
สง่ เสรมิ และพัฒนำกำรหำรำยได้ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ท้ังน้ี เพอ่ื ให้สำมำรถดำเนินกำรตำมวรรคหน่งึ ได้อย่ำงเพยี งพอ ในระหว่ำงท่ี
ยงั ไมอ่ ำจดำเนินกำรได้ ใหร้ ฐั จดั สรรงบประมำณเพอ่ื สนับสนุนองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ไปพลำงกอ่ น”

1 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่

ประกอบกับ ในการดาเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ปัจจุบันได้มีการ
เสนอร่างพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... กำหนดให้โอนภำรกิจเกี่ยวกับกำรอำนวยกำรและกำร
จัดกำรจรำจรไปเป็นหน้ำท่ีและอำนำจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้ หากมีการกาหนดให้เงินค่าปรับ
จราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินท้งั จานวน นอกจากจะเพิ่มรายได้ให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ น
ทอ้ งถ่ินโดยรวมแล้วยงั จะทำใหก้ ำรบรหิ ำรจัดกำรจรำจรและกำรกวดขันวนิ ัยจรำจรขององค์กรปกครองสว่ น
ท้องถิ่นมีศักยภำพยิ่งข้ึน อันจะส่งผลให้การจราจรทางบก การใช้รถใช้ถนนของประชาชนมีความปลอดภัย
ยิ่งข้ึน สอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปประเทศที่ให้มีกำรถ่ำยโอนงำนจรำจรตำมพระรำชบัญญัติจรำจร
ทำงบก พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ท่ีเก่ียวกับกำรอำนวยควำมสะดวกในกำรจรำจร กำรกวดขันวินัย
จรำจร และกำรบงั คับใช้กฎหมำยวำ่ ด้วยกำรจรำจรทำงบก ในควำมผิดฐำนจอดรถโดยฝ่ำฝืน หรอื ไม่ปฏบิ ัติ
ตำมกฎหมำย ใหแ้ ก่กรุงเทพมหำนคร เมืองพทั ยำ และเทศบำลนคร3

ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเพ่ือแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ต่อรัฐสภา โดยในร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวได้เสนอให้เพ่ิมอัตรำโทษปรับ
ในฐำนควำมผิดตำ่ ง ๆ เพ่มิ ข้ึนอกี 4 เท่ำตวั โดยประมำณ เชน่ จากเดมิ ปรับไม่เกิน 500 บาท เป็นปรับไม่เกิน
2,000 บาท ยอ่ มจะทาให้เงินคา่ ปรบั จราจรเพม่ิ จานวนขน้ึ จากเดมิ อีกมาก

ดังน้ัน การศึกษา วิเคราะห์ เพื่อนาไปสู่ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบท่ีเก่ียวข้อง
รวมถึงความเป็นไปได้ท่ีจะให้เงินค่าปรับจราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้ังจานวน จึงเป็น
สิ่งสาคัญ และน่าจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะใน
ดา้ นการบรหิ ารจดั การจราจรทางบกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มปี ระสทิ ธิภาพย่ิงขน้ึ

1.2 วตั ถปุ ระสงค์

รายงานวิเคราะห์ฉบับน้ีมุ่ง ค้นคว้า รวบรวม นาเสนอ กฎหมาย ระเบียบ และข้อมูลสถิติท่ีสาคัญ
เก่ียวกับคดีความผดิ จราจร จานวนยานพาหนะ ขอ้ มูลดา้ นรายได้จากเงนิ ค่าปรบั จราจรขององคก์ รปกครองส่วน
ท้องถ่ินในเมืองสาคัญ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นสภาพข้อเท็จจริงท่ีเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน

3 รำ่ งพระรำชบัญญตั ิตำรวจแห่งชำติ พ.ศ. .... ซ่ึงท่ปี ระชุมรว่ มกันของรฐั สภำมีมติรบั หลกั กำรแลว้ เมอ่ื วันท่ี 24 กุมภำพันธ์ 2564
“มำตรำ 158 ภำยในห้ำปีนับแต่วันที่พระรำชบัญญัตินี้ใชบ้ ังคับ ใหโ้ อนงำนจรำจร ตำมพระรำชบัญญัตจิ รำจรทำงบก พ.ศ. 2522

และที่แก้ไขเพิ่มเติม เฉพำะในสว่ นท่ีเก่ียวกับกำรอำนวยควำมสะดวกในกำรจรำจร กำรกวดขันวินัยจรำจร และกำรบงั คับใช้กฎหมำยวำ่ ด้วย
กำรจรำจรทำงบกในควำมผิดฐำนจอดรถโดยฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติตำมกฎหมำยให้เป็นไปด้วย ควำมเรียบร้อย ให้แก่กรุงเทพมหำนคร เมือง
พทั ยำ และเทศบำลนคร

นอกจำกหน้ำทีแ่ ละอำนำจตำมพระรำชบัญญตั ิกำรจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม ท่ีมิได้โอนไปตำมวรรคหนึ่งแล้ว
กำรโอนอำนำจตำมวรรคหน่ึงไมก่ ระทบตอ่ หนำ้ ทแี่ ละอำนำจของสำนักงำนตำรวจแหง่ ชำติตำมมำตรำ 6 (1) ในกรณีเช่นนั้นหน่วยงำนที่รบั โอน
ตำมวรรคหนึ่งตอ้ งปฏิบัตติ ำมคำส่งั ของสำนกั งำนตำรวจแหง่ ชำติ

ใหส้ ำนักงำนตำรวจแห่งชำตินำอตั รำกำลังในสว่ นท่เี กีย่ วกับกำรปฏบิ ตั งิ ำนจรำจร ตำมวรรคหนึง่ ไปดำเนินกำรจัดสรรเพื่อใหเ้ ปน็ ไป
ตำมมำตรำ 12”

2 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพิ่มศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ

และวิเคราะห์ถึงความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการกาหนดให้เงินค่าปรับจราจรเป็นรายได้ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถนิ่ ทง้ั จานวน โดยมวี ตั ถุประสงค์ ดังน้ี

1.เพ่ือศึกษา กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการการจัดสรรเงินค่าปรับ
จราจรตามพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และทแี่ ก้ไขเพม่ิ เพมิ่

2.เพอ่ื ศึกษา วิเคราะห์ถึง ทิศทาง แนวโนม้ บทบาทขององคก์ รปกครองท้องถ่ินเก่ียวกับการอานวยการ
และการจดั การจราจร การกวดขันวนิ ัยจราจร และการบังคับใชก้ ฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

3.ศึกษา ค้นคว้า รวบรวมข้อมลู สถติ ิท่ีเกยี่ วข้อง เพ่ือวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสยี และความเป็นไปได้ของการ
กาหนดใหเ้ งินค่าปรบั จราจรเปน็ รายไดข้ ององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินทงั้ จานวน
1.3 ขอบเขตกำรศึกษำวเิ ครำะห์

รวบรวม ศึกษา กฎหมาย ระเบียบ และข้อมูลสถิติท่ีสาคัญเกี่ยวกับคดีความผิดจราจร จานวน
ยานพาหนะท่ีจดทะเบียน และข้อมูลรายได้เงินค่าปรับจราจรของกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นระดบั เทศบาลนครจานวน 32 แห่งทวั่ ประเทศ โดยใช้ข้อมลู ระหวา่ งปี พ.ศ. 2562-2565
1.4 ประโยชนท์ ี่คำดว่ำจะได้รบั

1.ได้ทราบถึงข้อกาหนด กฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการการจัดสรรเงิน
ค่าปรับจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเพ่ิม และบทบาทขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการอานวยการและบริหารจัดการจราจรทางบก

2.ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง กฎหมาย ให้เงินค่าปรับจราจรตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีรายได้เพียงพอกับการอานวยการจราจร
การกวดขันวินัยจราจร และการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ท่ีจะได้รับการถ่ายโอนจาก
สานักงานตารวจแห่งชาติตามแผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นกระบวนการยตุ ธิ รรม

3 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพ่มิ ศักยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่

2.บทบำทขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในกำรจัดกำรจรำจร

2.1 อำนำจหนำ้ ท่ขี ององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ตำม พ.ร.บ.กำหนดแผน ฯ

ตำมควำมในหมวด 2 แห่งพระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน พ.ศ.2542 การกาหนดอานาจและหน้าทใ่ี นการจดั ระบบการบรกิ ารสาธารณะ ไวด้ ังนี้

มาตรา 16 ให้เทศบำล เมืองพัทยำ และองค์กำรบริหำรส่วนตำบลมีอานาจและหน้าที่ในการ
จัดระบบการบรกิ ารสาธารณะเพอ่ื ประโยชน์ของประชาชนในท้องถ่นิ ของตนเอง ดงั นี้

(1) การจดั ทาแผนพัฒนาทอ้ งถนิ่ ของตนเอง
(2) กำรจัดใหม้ แี ละบำรงุ รกั ษำทำงบก ทำงน้ำ และทำงระบำยนำ้
(3) การจดั ใหม้ ีและควบคุมตลาด ท่าเทยี บเรือ ทา่ ข้าม และที่จอดรถ
(4) การสาธารณูปโภคและการกอ่ สรา้ งอ่นื ๆ
(5) การสาธารณปู การ
(6) การส่งเสริม การฝกึ และประกอบอาชพี
(7) การพาณชิ ย์ และการสง่ เสรมิ การลงทุน
(8) การสง่ เสริมการทอ่ งเท่ียว
(9) การจัดการศกึ ษา
(10) การสงั คมสงเคราะห์ และการพฒั นาคุณภาพชวี ติ เดก็ สตรี คนชรา และผู้ดอ้ ยโอกาส
(11) การบารุงรกั ษาศิลปะ จารตี ประเพณี ภูมิปญั ญาท้องถิน่ และวฒั นธรรมอนั ดีของท้องถน่ิ
(12) การปรับปรงุ แหลง่ ชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกบั ที่อยอู่ าศัย
(13) การจัดใหม้ แี ละบารงุ รักษาสถานท่พี ักผอ่ นหย่อนใจ
(14) การสง่ เสรมิ กีฬา
(15) การสง่ เสรมิ ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธเิ สรีภาพของประชาชน
(16) ส่งเสริมการมีส่วนรว่ มของราษฎรในการพัฒนาทอ้ งถ่นิ
(17) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
(18) การกาจัดมูลฝอย สง่ิ ปฏิกลู และนา้ เสยี
(19) การสาธารณสุข การอนามยั ครอบครวั และการรักษาพยาบาล
(20) การจัดให้มีและควบคุมสสุ านและฌาปนสถาน
(21) การควบคุมการเลีย้ งสัตว์
(22) การจดั ใหม้ ีและควบคุมการฆา่ สัตว์
(23) การรักษาความปลอดภัย ความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย และการอนามยั โรงมหรสพ และ
สาธารณสถานอื่น ๆ

4 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรับจราจรกบั การเพ่มิ ศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

(24) การจัดการ การบารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม

(25) การผังเมอื ง
(26) กำรขนส่งและกำรวศิ วกรรมจรำจร
(27) การดูแลรกั ษาท่สี าธารณะ
(28) การควบคุมอาคาร
(29) การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(30) การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ย การส่งเสรมิ และสนบั สนุนการป้องกันและรักษาความปลอดภยั
ในชวี ติ และทรพั ย์สิน
(31) กจิ การอน่ื ใดที่เปน็ ผลประโยชนข์ องประชาชนในท้องถนิ่ ตามท่ีคณะกรรมการประกาศกาหนด

สำหรบั องค์กำรบรหิ ำรสว่ นจังหวัด และกรุงเทพมหำนคร ซ่งึ เป็นองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินขนำด
ใหญ่มีเขตปกครองเต็มพื้นท่ีจังหวัด นอกจำกจะมีอำนำจหน้ำที่ดังท่ีบัญญัติไว้ในมำตรำ 16 แล้ว ยังมี
อำนำจหน้ำทอ่ี ่นื ๆ เพมิ่ เตมิ ดงั ที่กำหนดไวใ้ นมำตรำ 17 และมำตรำ 17 ประกอบมำตรำ 18 ตำมลำดับ

นอกจากนี้ หากในอนาคตมีการจัดต้ังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษข้ึนใหม่และมีเขต
ปกครองไม่เต็มพ้ืนที่จังหวัด ก็จะมีอานาจหน้าที่ตามมาตรา 16 เช่นเดียวกับเทศบาล เมืองพัทยา และองค์การ
บริหารส่วนตาบล หรือถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ต้ังข้ึนใหม่นั้นมีเขตปกครองเต็มพ้ืนท่ี
จงั หวัด ก็จะมีอานาจหน้าท่ีตามมาตรา 16 และมาตรา 17 เช่นเดียวกับองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ดังที่บญั ญัติ
ไวใ้ นมาตรา 19 แหง่ พระราชบญั ญัติดงั กลา่ ว4 ดว้ ย

2.2 อำนำจหน้ำทขี่ ององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ แตล่ ะรปู แบบ

อานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่กาหนดไว้ใน หมวด 2 แห่งพระราชบญั ญัติกาหนดแผน
และขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ.2542 น้ัน เป็นเพียงบทบัญญัติท่ีเป็น
หลักกำรแบ่งภำรกิจระหว่ำงรัฐบำลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยรวม ทั้งน้ี ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติ
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอานาจและหน้าท่ีเกย่ี วกับการให้บริการสาธารณะอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึง
กันให้คณะกรรมการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอานาจกาหนดว่าองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินใดมีอานาจและหน้าท่ีรับผิดชอบในส่วนใด ดังน้ี เพื่อให้เข้าใจภารกิจและอานาจหน้าท่ีขององค์กร

4 มำตรำ 19 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรูปแบบพิเศษไม่เต็มพ้ืนที่จังหวัด มี
อำนำจและหน้ำทใ่ี นกำรจัดระบบบรกิ ำรสำธำรณะเพอื่ ประโยชน์ของประชำชนในทอ้ งถิน่ ของตนเองตำมมำตรำ 16

ให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ อ่ืนท่ีมีกฎหมำยกำหนดใหเ้ ป็นองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นรปู แบบพิเศษเต็มพ้นื ท่ีจังหวัด มีอำนำจและหน้ำท่ีใน
กำรจดั ระบบบริกำรสำธำรณะเพื่อประโยชนข์ องประชำชนในท้องถิ่นของตนเองตำมมำตรำ 16 และมำตรำ 17

5 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพิ่มศกั ยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่

ปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละรูปแบบ จึงต้องพิจารณากฎหมำยเกี่ยวกับกำรจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
รูปแบบนัน้ ๆ ประกอบดว้ ย ดงั นี้

(1) กรณขี องกรงุ เทพมหำนคร พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528
และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเตมิ ได้กาหนดอานาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ไวด้ งั นี้

มำตรำ 89 ภำยใต้บังคับแห่งกฎหมำยอ่ืนให้กรุงเทพมหานครมีอานาจหน้าที่ดาเนินกิจการในเขต
กรุงเทพมหานครในเร่ือง ดังตอ่ ไปนี้

(1) การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ท้ังนี้ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครและตาม
กฎหมายอืน่ ท่ีกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ทขี่ องกรงุ เทพมหานคร

(2) การทะเบยี นตามท่ีกฎหมายกาหนด
(3) การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
(4) การรักษาความสะอาดและความเปน็ ระเบยี บเรียบร้อยของบา้ นเมอื ง
(5) การผังเมอื ง
(6) กำรจดั ใหม้ ีและบำรงุ รักษำทำงบก ทางน้าและทางระบายนา้
(7) กำรจดั กำรจรำจรและกำรวศิ วกรรมจรำจร
(7/1) กำรส่งเสริมและสนบั สนนุ สถำนีตำรวจและหนว่ ยงำนอน่ื ในการปฏิบตั ิหน้าท่ีตาม (1) และ (7)
(8) การขนส่ง
(9) การจัดให้มีและควบคมุ ตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้ามและที่จอดรถ
(10) การดูแลรกั ษาท่ีสาธารณะ
(11) การควบคุมอาคาร
(12) การปรับปรุงแหลง่ ชุมชนแออัดและจดั การเก่ียวกบั ท่ีอยอู่ าศัย
(13) การจัดให้มีและบารงุ รักษาสถานท่ีพกั ผ่อนหย่อนใจ
(14) การพฒั นาและอนรุ กั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
(14ทว)ิ บารงุ รักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และวฒั นธรรมอนั ดขี องท้องถนิ่
(15) การสาธารณปู โภค
(16) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรกั ษาพยาบาล
(17) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน

ท้ังน้ี มาตรา 89 (7) และ (7/1) แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กรุงเทพมหานคร (ฉบับท่ี 6) พ.ศ. 2562 สาหรับมาตรา 89 (14 ทวิ) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542

(2) กรณีของเทศบำล พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กาหนดอานาจ
หน้าท่ีของเทศบาลไว้ตำมระดับชนั้ ดงั นี้

6 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพ่มิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

มำตรำ 50 ภายใตบ้ งั คบั แหง่ กฎหมาย เทศบำลตำบลมีหนท่ีตอ้ งทาในเขตเทศบาล ดงั ตอ่ ไปนี้

(1) รกั ษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(2) ให้มแี ละบารุงทางบกและทางน้า
(2/1) รักษำควำมเป็นระเบียบเรียบร้อย กำรดแู ลกำรจรำจร และส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงำนอ่ืนใน
กำรปฏบิ ัติหนำ้ ทีด่ งั กลำ่ ว5
(3) รกั ษาความสะอาดของถนน หรอื ทางเดนิ และท่ีสาธารณะ รวมทัง้ การกาจัดมูลฝอยและส่ิงปฏิกูล
(4) ปอ้ งกันและระงับโรคติดตอ่
(5) ให้มเี คร่อื งใช้ในการดับเพลงิ
(6) ให้ราษฎรไดร้ ับการศกึ ษาอบรม
(7) สง่ เสรมิ การพฒั นาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สงู อายุ และผู้พกิ าร
(8) บารงุ ศิลปะ จารีตประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ และวฒั นธรรมอันดขี องท้องถิ่น

บญั ญัตใิ นมำตรำ 50 น้ีเป็นภำรกิจพ้ืนฐำนของเทศบำลทุกระดับช้ันทั้ง เทศบาลตาบล เทศบาลเมือง
และเทศบาลนคร ตามความในมาตรา 50 ประกอบด้วยมาตรา 53 และมาตรา 56 ดังน้ัน ในปัจจุบันเทศบำล
ทุกระดับชั้น นอกจำกจะมีอำนำจหน้ำที่ในกำรจัดให้มีและบำรุงทำงบกและทำงน้ำตำมอำนำจหน้ำท่ีเดิม
แลว้ ยังมีหนำ้ ทส่ี ำคัญในกำรดูแลกำรจรำจร และสนบั สนนุ หน่วยงำนอืน่ ในกำรปฏบิ ตั ิหนำ้ ท่ดี งั กลำ่ วดว้ ย

(3)กรณีของเมืองพัทยำ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 และที่แก้ไข
เพิ่มเตมิ ได้กาหนดอานาจหน้าท่ีเมอื งพัทยา ไว้ดังน้ี

มำตรำ 62 ภายใตบ้ ังคับแห่งบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย เมืองพทั ยามีอานาจหน้าทด่ี าเนนิ การในเขตเมือง
พทั ยาในเร่ืองดงั ต่อไปน้ี

(1) การรักษาความสงบเรยี บร้อย
(2) การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
(3) การคมุ้ ครองและดูแลรักษาทรพั ยส์ นิ อนั เป็นสาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ
(4) การวางผงั เมอื งและการควบคมุ การก่อสรา้ ง
(5) การจัดการเกย่ี วกับที่อยู่อาศยั และการปรับปรุงแหลง่ เส่ือมโทรม
(6) กำรจัดกำรจรำจร
(7) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมอื ง

5 แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562มาตรา 19 ให้เพ่มิ ความต่อไปนีเ้ ปน็ (2/1) ของวรรคหนง่ึ ในมาตรา 50 แห่ง
พระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2496

“(2/1) รักษาความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย การดแู ลการจราจร และสง่ เสริม สนับสนุนหน่วยงานอ่ืนในการปฏิบตั ิหนา้ ทด่ี ังกล่าว”

7 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

(8) การกาจัดมลู ฝอย และสงิ่ ปฏิกูล และการบาบัดน้าเสยี
(9) การจัดให้มนี า้ สะอาดหรือการประปา
(10) การจัดให้มีการควบคุมตลาด ท่าเทียบเรอื และท่ีจอดรถ
(11) การควบคมุ อนามยั และความปลอดภยั ในรา้ นจาหนา่ ยอาหาร โรงมหรสพ และสถานบรกิ ารอื่น
(12) การควบคุมและส่งเสริมกิจการท่องเท่ียว
(13) การบารุงรกั ษาศิลปะ จารีตประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น และวฒั นธรรมอันดีของท้องถิน่
(14) อานาจหน้าท่ีอ่ืนตามทก่ี ฎหมายกาหนดให้เป็นของเทศบาลนคร หรือของเมอื งพทั ยา

(4) กรณีขององค์กำรบริหำรส่วนตำบล พระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล
พ.ศ.2537 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม ไดก้ าหนดอานาจหนา้ ท่ขี ององคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล ไวด้ งั น้ี

มำตรำ 66 องค์การบริหารส่วนตาบลมีอำนำจหน้ำท่ีในการพัฒนาตาบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม
และวฒั นธรรม

มำตรำ 67 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์กำรบริหำรส่วนตำบลมีหน้ำท่ีต้องทำในเขตองค์การ
บรหิ ารส่วนตาบล ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) จัดให้มีและบำรุงรักษำทำงนำ้ และทำงบก
(1/1) รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย กำรดูแลกำรจรำจร และส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอ่ืนใน
การปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ังกล่าว
(2) รักษาความสะอาดของถนน ทางนา้ ทางเดิน และท่ีสาธารณะ รวมทัง้ กาจดั มลู ฝอยและสิ่งปฏิกูล
(3) ปอ้ งกันโรคและระงับโรคติดต่อ
(4) ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(5) จัดการ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการฝึกอบรมให้แก่
ประชาชน รวมทั้งการจัดการหรือสนับสนุนการดูแล และพัฒนาเด็กเล็กตามแนวทางที่เสนอแนะจากกองทุน
เพ่ือความเสมอภาคทางการศกึ ษา
(6) สง่ เสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผ้สู งู อายุ และผูพ้ กิ าร
(7) ค้มุ ครอง ดแู ล และบารงุ รักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม
(8) บารุงรักษาศลิ ปะ จารีตประเพณี ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ และวฒั นธรรมอันดีของทอ้ งถน่ิ
(9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามท่ีทางราชการมอบหมาย โดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความ
จาเป็นและสมควร

ทั้งน้ี มาตรา 67 (1/1) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล (ฉบับที่ 7)
พ.ศ. 2562 ดังน้ี ภำยหลังกฎหมำยดังกล่ำวมผี ลบงั คับใชแ้ ล้ว องค์กำรบรหิ ำรส่วนตำบลทุกระดับชัน้ ทุกแห่ง
จึงมีหนำ้ ที่ในกำรดูแลกำรจรำจร และส่งเสริมสนับสนนุ หน่วยงานอืน่ ในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีดงั กลา่ วดว้ ย

8 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

(5) กรณีองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และท่ี
แก้ไขเพ่มิ เติม ได้กาหนดอานาจหน้าทีข่ ององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั ไวด้ ังนี้

มำตรำ 45 องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอานาจหน้าท่ีดาเนินกิจการภายในเขตองค์การบริหารส่วน
จงั หวัด ดังต่อไปน้ี

(1) ตราขอ้ บญั ญตั โิ ดยไมข่ ดั หรอื แย้งต่อกฎหมาย
(2) จัดทำแผนพัฒนำองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด และประสำนกำรจัดทำแผนพัฒนำจังหวัดตำม
ระเบียบทค่ี ณะรฐั มนตรีกำหนด
(3) สนับสนุนสภาตาบลและราชการสว่ นท้องถ่ินอน่ื ในการพัฒนาทอ้ งถิ่น
(4) ประสานและให้ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ัตหิ น้าทขี่ องสภาตาบลและราชการสว่ นท้องถ่ินอ่นื
(5) แบง่ สรรเงนิ ซงึ่ ตามกฎหมายจะตอ้ งแบง่ ใหแ้ ก่สภาตาบลและราชการส่วนท้องถิน่ อน่ื
(6) อานาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการส่วนจังหวัดพ.ศ. 2489 เฉพาะ
ภายในเขตสภาตาบล
(6/1) ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนในกำรดูแลกำรจรำจร และการรักษาความสงบ
เรยี บร้อย
(7) คุ้มครอง ดูแล และบารงุ รักษำทรพั ยำกรธรรมชำติและส่งิ แวดล้อม
(7 ทวิ) บารงุ รกั ษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ และวฒั นธรรมอันดขี องทอ้ งถนิ่
(7 ตรี) จัดการ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา รวมท้ังการจัดการหรือสนับสนุนการดูแล
และพฒั นาเด็กเล็ก
(8) จัดทากิจการใด ๆ อันเป็นอานาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถ่ินอื่นที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วน
จังหวัด และกิจการน้ันเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอ่ืนร่วมกันดาเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วน
จังหวดั จดั ทา ทง้ั นี้ ตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง
(9) จัดทากิจการอื่นใดตามท่ีกาหนดไว้ในพระราชบัญญัติน้ีหรือกฎหมายอื่น กาหนดให้เป็นอานาจ
หนา้ ท่ีขององคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด
บรรดาอานาจหน้าที่ใดซ่ึงเป็นของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาค อาจมอบให้องค์การ
บริหารส่วนจังหวดั ปฏิบตั ไิ ด้ ทั้งน้ี ตามทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

ทั้งนี้ มำตรำ 45 (6/1) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับท่ี 5) พ.ศ. 2562
ดังนั้น นับแต่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับองค์การบริหารส่วนจังหวัดท่ัวประเทศจึงมีอานาจหน้าท่ี
เกี่ยวขอ้ งกบั การดูแลการจราจรดว้ ยเช่นกัน แม้ว่ำจะไม่ใช่หนำ้ ทโ่ี ดยตรงกต็ ำม

9 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศกั ยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

สรปุ อำนำจหนำ้ ที่เกย่ี วกับจัดกำรจรำจรขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ แต่ละรปู แบบ

ลำดับ รปู แบบองค์กรปกครอง อำนำจหน้ำท่ีในด้ำนกำรจรำจร
สว่ นทอ้ งถิ่น

1 กรงุ เทพมหำนคร กำรจัดกำรจรำจรและการวิศวกรรมจราจร และการส่งเสริมและ
สนบั สนนุ สถานีตารวจและหนว่ ยงานอ่นื ในการปฏบิ ัติหน้าที่ดังกลา่ ว

2 เมืองพทั ยำ กำรจดั กำรจรำจร

3 เทศบำล รกั ษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย กำรดูแลกำรจรำจร และส่งเสริม
สนบั สนุนหนว่ ยงานอ่นื ในการปฏิบตั หิ นา้ ทดี่ ังกลา่ ว

4 องคก์ ำรบรหิ ำรส่วนตำบล รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย กำรดูแลกำรจรำจร และส่งเสริม
สนับสนนุ หน่วยงานอนื่ ในการปฏิบตั หิ น้าทีด่ ังกล่าว

5 องคก์ ำรบริหำรสว่ นจังหวัด ให้ควำมชว่ ยเหลือ สง่ เสริม และสนบั สนุนในการดแู ลการจราจร

กล่าวโดยสรุป แต่เดิมน้ันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ ล้วนมีอานาจหน้าท่ีในการจัดให้มี
และบารุงรกั ษาทางบกและทางน้า แตต่ ่อมาได้มีการปรบั ปรงุ กฎหมายว่าดว้ ยการกาหนดอานาจหน้าทใ่ี ห้องคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ินดูแลด้านการจราจรด้วย โดยเฉพำะภำยหลังกำรปรับปรุงกฎหมำยว่ำด้วยกำรจัดต้ัง
องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในปี 2562 ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ทุกรูปแบบมีหน้ำท่ีโดยตรงกับกำร
จัดกำรจรำจร ซึ่งมีภารกิจมากน้อยข้ึนอยู่กับบริบทและศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แต่ละรปู แบบ โดยสรุปดังตารางขา้ งบนนี้

2.3 โครงสร้ำงรำยไดข้ ององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ

โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีภารกิจและอานาจหน้าท่ีในเขตปกครองของตนอย่างหลากหลาย
ตามหลักการปกครองตนเองภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฯ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงต้องมีรำยได้เป็นของตนเองและมีควำมอิสระทำงกำรคลังในระดับหน่ึง
ซง่ึ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 250 วรรคสี่ กาหนดให้รัฐ
มีหน้าที่ต้องดาเนินการให้องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินมีรายได้เป็นของตนเอง โดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรร
ภาษีอากรท่ีเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการจัดหารายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เพ่ือให้มีงบประมาณเพียงพอในการจัดทาบริการสาธารณะ และปฏิบัติภารกิจตามอานาจหน้าท่ีได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยในระหว่างท่ีรัฐบาลยังไม่อาจดาเนินการได้ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเพ่ือ
สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ไปพลางก่อน

10 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพ่มิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

ท้ังนี้ ที่ผ่านมาพระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ได้กาหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดสรรภาษีอากรและสัดส่วน
รายไดร้ ะหวา่ งรัฐบาลกับท้องถิ่น รวมถึงกาหนดเง่อื นไขการจัดสรรเงนิ อดุ หนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถปฏิบัติภารกิจและจัดทาบริการ
สาธารณะตามอานาจหน้าท่ี โดยมใิ ห้มผี ลกระทบต่อประชาชนในเขตรับผิดชอบ

ในขณะที่รัฐบาลเองก็พยายามที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ เพ่ือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ
จัดเก็บรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และค่าบริการต่าง ๆ ได้หลากหลายเพิ่มขึ้น แต่ทว่ามาตรการหรือ
แนวทางเหล่านั้นยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจนัก ทาให้รัฐบาลยังต้องจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่าย
ประจาปีให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ตลอดมา และมีแนวโนม้ เพิ่มสูงข้ึนอยา่ งตอ่ เนื่อง ท้งั ท่ีโดยเจตนารมณ์
ของรัฐธรรมนูญฯ แล้ว เงินอุดหนุนจากรัฐบาลจะต้องลดบทบาทลงเรื่อย ๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทง้ั หลายตอ้ งพึ่งพาตนเองไดใ้ นที่สดุ

ประมำณกำรรำยไดอ้ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ปงี บประมำณ พ.ศ. 2561-2565

(หนว่ ย : ลำ้ นบำท)

ประเภท ปีงบประมำณ
รำยได้ 2561 % 2562 % 2563 % 2564* % 2565** %

1.ทอ้ งถน่ิ 112,000.00 15.54 112,000.00 14.90 115,990.00 14.43 92,100.00 11.58 75,095.00 10.61
จดั เกบ็ เอง

2รัฐบำล 229,900.00 31.89 240,350.00 31.98 249,886.00 31.09 246,313.32 30.96 224,185.00 31.66
จดั เก็บให้

3.รฐั บำลแบ่ง 115,000.00 15.95 123,000.00 16.37 131,000.00 16.30 129,139.61 16.23 111,000.00 15.68
ให้

4.เงินอดุ หนุน 263,922.04 36.61 276,135.16 36.75 306,988.20 38.19 328,051.42 41.23 297,780.12 42.06

รวมรำยได้ 720,822.04 100 751,485.16 100 803,864.20 100 795,604.35 100 708,060.12 100
อปท.

ทีม่ ำ : สานกั งานคณะกรรมการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
*ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 ไดร้ วมเงนิ ตอบแทน อสม.ในเงนิ อดุ หนุน อปท.ด้วย
**ปงี บประมาณ พ.ศ.2565 ไดถ้ อดเงนิ ตอบแทน อสม.ออกจากเงินอุดหนนุ อปท.

11 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพิม่ ศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่

จากตารางข้างบนนี้จะเห็นโครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ประกอบด้วย 4 ส่วน
ได้แก่ 1.รายได้จากภาษีอากรที่ท้องถิน่ จัดเก็บเอง 2.รายได้จากภาษีอากรท่ีรัฐบาลจัดเก็บให้ 3.รายได้จากภาษี
อากรที่รัฐบาลแบ่งให้ และ 4.รายได้ท่ีเป็นเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจาปีของรัฐบาล
ซ่ึงโดยหลักการปกครองส่วนท้องถ่ินตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องมีอิสระ
ทางการคลังจึงต้องมีรายได้เป็นของตนเอง ดังน้ี รายได้จากภาษีอากรท่ีท้องถ่ินจัดเก็บเอง รายได้จากภาษีอากร
ทรี่ ัฐบาลจัดเก็บให้ และรายได้จากภาษีอากรทร่ี ัฐบาลแบ่งให้จะต้องมีบทบาท ทิศทาง และแนวโนม้ เพ่ิมมากข้ึน
ในการบรหิ ารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ทว่าในทางปฏิบตั ิรายไดท้ ่ีเป็นเงินอุดหนุนจากรฐั บาลกลับ
มสี ัดสว่ นและบทบาทสาคญั ที่สุด และยังมีแนวโนม้ เพ่ิมข้นึ อยา่ งตอ่ เน่ือง

ดังนั้น หากรัฐบาลยังไม่สามารถส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการจัดหารายได้ เพื่อให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถน่ิ มีรายได้เปน็ ของตนเองอยา่ งเพียงพอตอ่ ภารกจิ ตามอานาจหน้าที่ ยอ่ มสง่ ผลกระทบต่อประชาชนใน
ท้องถิ่นที่จะได้รับบริการสาธารณะท่ีมีคุณภาพ และจะตกเป็นภาระทางการคลังของรัฐบาลในการจัดสรร
เงินอดุ หนนุ ให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ต่อไปอีกยาวนาน

2.4 รำยได้จำกเงนิ คำ่ ปรับจรำจร

พระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม มำตรำ 23 (17) บัญญัติให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วน
ตาบลอำจมีรายไดจ้ ากภาษอี ากร ค่าธรรมเนียม และเงนิ รายได้ ดังต่อไปน้ี

“(17) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่ำปรับในกิจกำรที่กฎหมำยมอบหมำยหน้ำที่ให้เทศบาล
เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตาบล เป็นเจ้าหน้าท่ีดาเนินการภายในเขตท้องถ่ินน้ัน ๆ และให้ตกเป็น
รำยได้ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินดังกล่ำว ในกรณกี ฎหมายกาหนดให้เทศบาลเป็นผจู้ ัดเก็บค่าธรรมเนียม
ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ให้นารายได้มาแบ่งให้แก่องค์การบริหารส่วนตาบลที่อยู่ภายในเขตจังหวัดตามท่ี
คณะกรรมการกาหนด”

ดังนน้ั เม่ือการจัดการจราจร หรือการดูแลการจราจรเป็นกิจการทกี่ ฎหมายมอบหมายหน้าท่ีให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนนิ การภายในเขตรบั ผิดชอบของตน เงินค่าปรับจราจรจงึ ต้องตกเป็นรายได้ของท้องถ่ิน
น้ัน โดยมำตรำ 146 แห่งพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 บัญญัติว่ำ “เงินค่ำปรับตำม
พระรำชบัญญตั ินี้ทีไ่ ด้รบั ในกรุงเทพมหำนครหรือในจังหวดั ใด หรือในท้องถ่ินทก่ี ระทรวงมหำดไทยประกำศ
กำหนด ให้แบ่งให้แก่กรุงเทพมหำนครหรือเทศบำลในจังหวัดนั้น เพื่อใช้ในการดาเนินการเก่ียวกับ
การจราจรในอัตรำร้อยละห้ำสิบของจำนวนเงินค่ำปรับ หรือให้ตกเป็นของท้องถิ่นท่ีกระทรวงมหำดไทย
ประกำศกำหนดทง้ั หมด”

12 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพ่มิ ศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

สาหรับเงินค่าปรับจราจรท่ีได้รับนอกเขตพื้นที่กรุงเทพ มหานคร หรือนอกเขตเทศบาล
กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศ เรื่อง กาหนดท้องถิน่ ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.
2522 โดยกาหนดให้ “องค์กำรบริหำรส่วนตำบล” เป็นท้องถิ่นตามกฎหมายดังกล่าว จึงทาให้เงินค่าปรับ
จราจรท่ีเกิดขึ้นในเขตองค์การบริหารส่วนตาบลใดต้องตกเป็นเงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนตาบลนั้นท้ัง
จานวน6

2.5 กำรต้ังงบประมำณและกำรใช้จำ่ ยเงนิ ในกำรจดั กำรจรำจรขององค์ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

ภายหลังมีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรูปแบบต่าง ๆ ในปี
2562 กาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบมีอานาจหน้าท่ีโดยตรงกับการจัดการจราจรหรือ
การดูแลการจราจรแล้ว เพื่อให้การดาเนินภารกิจเฉพาะดงั กล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
กระทรวงมหาดไทย จึงได้มีหนังสือสั่งกำร ที่ มท 0808.2/ว3892 ลงวันที่ 28 มิถุนำยน 2562 เร่ือง กำรตั้ง
งบประมำณรำยจ่ำยและกำรเบิกจ่ำยเงินค่ำใช้จ่ำยเกี่ยวกับกำรจรำจร กาหนดแนวทางปฏิบัติขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินเก่ียวกับการต้ังงบประมาณ และการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการจราจรไว้
โดยสรปุ ดงั ตารางต่อไปนี้

กำรใชจ้ ำ่ ยเงินในกำรจดั กำรจรำจรขององค์ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

1.กำรตัง้ ประมำณกำร ให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตาบลนาเงินค่าปรับจราจรท่ีได้รับตามกฎหมายเข้าเป็น
รำยรบั จำกเงนิ ค่ำปรับ รายไดข้ องเทศบาลและองคก์ รบริหารส่วนตาบล ในหมวดค่าธรรมเนียมค่าปรับและใบอนุญาต
จรำจร ประเภท “คำ่ ปรบั ผกู้ ระทำควำมผิดตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยจรำจรทำงบก”
2.กำรตั้งงบประมำณ การนาเงินค่าปรับจราจรเพอื่ ใช้ในการดาเนินการเก่ียวกับการจัดการจราจร ให้ต้งั งบประมาณ
รำยจ่ำยจำกเงนิ คำ่ ปรบั รายจ่ายใน “งบกลำง” ประเภทรายจ่ายตามข้อผูกพันโดยเขียนชี้แจงว่า “ค่ำใช้จ่ำยในกำร
จรำจร จัดกำรจรำจร” เพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเก่ียวกับการจราจรที่ประชาชนได้รับ
ประโยชน์โดยตรง เช่น การทาสี ตีเส้น สัญญาณไฟจราจร สามเหล่ียมหยุดตรวจ ป้ายจราจร
3.กำรนำเงนิ รำยได้อ่นื มำ เปน็ ต้น
ใช้ในกำรอำนวยควำม กรณีเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบล จะนาเงินรำยได้อื่นนอกจำกเงินค่ำปรับจรำจร
สะดวกดำ้ นกำรจรำจร ไปดาเนินการจัดหาพัสดุในการอานวยความสะดวกหรอื แกไ้ ขปัญหาเก่ยี วกับการจดั การจราจร
4.กำรใหเ้ งนิ อดุ หนนุ ใหแ้ กป่ ระชาชน ใหต้ ้งั งบประมาณรายจา่ ยตามหมวดรายจ่ายท่เี ก่ียวขอ้ ง
หนว่ ยงำนอ่นื กรณีองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตาบลใด จาเป็นต้อง
สนับสนุนงบประมำณให้หน่วยงำนอื่นเพ่ือดำเนินกำรเก่ียวกับกำรจรำจรที่อยู่ในอานาจ
หนา้ ที่ใหต้ งั้ งบประมาณในหมวดเงนิ อดุ หนุน

โดยสรุปจะเหน็ ว่า ตามหนังสอื ส่งั การดังกล่าวของกระทรวงมหาดไทย “เงินรายได”้ จากคา่ ปรับจราจร
ท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการจัดสรร ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522

6 หำกจำแนกประเภทรำยได้ “เงนิ คำ่ ปรับจรำจร” จดั อยูใ่ นประเภทเงนิ รำยไดท้ รี่ ัฐบำลจดั เกบ็ และแบง่ ให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่
13 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

จะนำไปใช้จ่ำยเพื่อกำรอื่นมิได้ต้องต้ังงบประมาณรายจ่ายไว้ใน “งบกลาง” ประเภทรำยจ่ำยตำมข้อผูกพัน
โดยเขียนชี้แจงว่า “ค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดกำรจรำจร” เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาเก่ียวกับการจราจร
ท่ีประปาชนได้รับประโยชน์โดยตรง เช่น กำรทำสี ตีเส้น สัญญำณไฟจรำจร สำมเหลี่ยมหยุดตรวจ
ปำ้ ยจรำจร กระจกโค้งจรำจร กระบองไฟจรำจร กรวยจรำจร แผงก้ันจรำจร แผงพลำสตกิ ใส่นำ้ เสำล้มลุก
จรำจร เสื้อจรำจร หรือ ยำงชะลอควำมเรว็ รถ เป็นต้น ในทางกลับกันหากรายได้จากเงนิ ค่าปรับจราจรได้รับ
จัดสรรไม่เพียงพอองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอาจนาเงินรายได้อ่ืนๆ มาสมทบในการจัดหาพัสดุท่ีใช้ในการ
อานวยความสะดวก หรือแก้ไขปัญหาด้านจราจรได้ตามสมควร รวมถึงอาจต้ังงบประมาณรายจ่ายจากเงินราย
อ่ืน ๆ เปน็ เงนิ อุดหนนุ ให้แกห่ นว่ ยงานอนื่ เพือ่ ดาเนินการเก่ียวกบั การจราจรท่ีอยใู่ นอานาจหนา้ ท่ีของตนได้
2.6 กำรสนบั สนนุ หน่วยงำนอื่นดำเนินกำรดำ้ นกำรจรำจร

ดังที่ได้กล่าวมาว่าต้ังแต่ปี พ.ศ. 2562 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบมีหน้าท่ีในการ
จัดการจราจร การดูแลการจราจร หรืออานวยความสะดวกด้านการจราจร ดังน้ี กรณีองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นใดมีข้อจากัดหรือเกินศักยภาพในการดาเนินการดังกล่าวด้วยตนเอง หากมีความจาเป็นจะให้หน่วยงาน
อืน่ ดาเนินการเกี่ยวกับการจราจร เช่น หน่วยงานของตารวจ ก็สามารถต้ังงบประมาณจากเงินรายได้ส่วนอ่ืน ๆ
เปน็ เงนิ อุดหนนุ ให้แก่สานกั งานตารวจแหง่ ชาติเพ่ือดาเนินการตามอานาจหน้าทดี่ ังกลา่ วในเขตท้องถน่ิ นน้ั ก็ได้

ท้ังน้ี ในระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติ ประมวลระเบียบตารวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 38 (เดิม)
เงินสินบนและเงินรางวัล (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2557 ข้อ 4 ก็ได้กำหนดวิธีปฏิบัติเก่ียวกับกำรขอรับกำรสนับสนุน
เงินอุดหนุนจำกองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้พ้ืนที่รับผิดชอบเพื่อจัดสรรเป็น “เงินรำงวัล” ให้แก่
เจ้ำหน้ำที่ตำรวจผู้ซึ่งปฏิบัติหน้ำที่ควบคุมกำรจรำจร ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และในเขตเทศบาลต่าง ๆ
ทั่วประเทศไว้ (โปรดศึกษารายละเอยี ดวิธีปฏิบัติในการขอรับเงินอุดหนนุ ในหัวขอ้ 3.6)

ดังน้ี จะเห็นว่าหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการจัดการจราจรนั้นเป็นภารกิจ
ท่ีหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดมีเงินรายได้จากเงินค่าปรับจราจรไม่มากพอ
ก็ต้องอาศัยรายได้จากแหล่งอื่น ๆ เป็นเงินอุดหนุนให้แก่สานักงานตารวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่น ๆ
ท่ีเกี่ยวข้องดาเนินการแทนเพ่ือให้ภารกิจด้านการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ
ดาเนนิ การไปได้
2.7 กำรถำ่ ยโอนภำรกจิ ด้ำนกำรจรำจรให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุตธิ รรม หนึ่งในเป้าหมายสาคัญของการปฏิรูปดงั กลา่ วนั้น
คือ การปรับโครงสรา้ งองค์กรตารวจและปรบั ปรุงภารกิจหนา้ ท่ีและอานาจของตารวจใหส้ อดคลอ้ งกับการรักษา

14 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

ความสงบเรียบร้อย และการอานวยความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น7 ดังนั้น จึงมีการถ่ายโอน
ภารกิจท่ีมิได้เก่ียวข้องโดยตรงกับอานาจหน้าที่ของตารวจให้กับหน่วยงานอื่น ๆ รับผิดชอบดาเนินการ
และหน่ึงในภารกิจนั้น คือ การจัดการจราจร การกวดขันวินัยจราจร และการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วย
การจราจรทางบก โดยตามร่ำงพระรำชบัญญตั ิตำรวจแหง่ ชำติ พ.ศ. .... ซึ่งเปน็ รำ่ งกฎหมำยเพ่ือกำรปฏิรูป
ประเทศตำมบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ โดยในขณะนี้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภำได้มีมติรับหลักกำรแล้ว
เม่อื วนั ท่ี 24 กุมภำพนั ธ์ 2564 ในมำตรำ 158 ได้บัญญตั ไิ ว้วา่

“มำตรำ 158 ภายในห้ำปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนงานจราจร ตามระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม เฉพำะในส่วนท่ีเกี่ยวกับ กำรอำนวยควำมสะดวกใน
กำรจรำจร กำรกวดขันวนิ ยั จรำจร และกำรบังคับใช้กฎหมำยว่ำด้วยกำรจรำจรทำงบกในควำมผิดฐำนจอด
รถโดยฝ่ำฝืนหรือไม่ปฏิบัติตำมกฎหมำยให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย ให้แก่กรุงเทพมหำนคร เมืองพัทยำ
และเทศบำลนคร

นอกจาก หน้าที่และอานาจตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมที่
มิได้โอนไปตามวรรคหน่ึงแล้ว การโอนอานาจตามวรรคหนึ่งไม่กระทบต่อหน้าที่และอานาจของสานักงาน
ตารวจแห่งชาติตามมาตรา 6 (1) ในกรณีเช่นนั้นหน่วยงานที่รับโอน ตามวรรคหนึ่งต้องปฏิบัติตามคาสั่งของ
สานักงานตารวจแหง่ ชาติ

ให้สานักงานตารวจแห่งชาตินาอัตรากาลังในส่วนท่ีเก่ียวกับการปฏิบัติงานจราจรตามวรรคหนึ่ง ไป
ดาเนินการจดั สรรเพอ่ื ให้เป็นไป ตามมาตรา 12”

ดังน้ัน ในอนาคตหากร่างพระราชบัญญัติฉบับน้ีได้ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
โดยไม่มีการปรับปรงุ แก้ไขเพ่ิมเติมข้อความใน มาตรา 158 และเม่ือร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใชเ้ ป็น
กฎหมายแล้ว ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากนั้น กรุงเทพมหำนคร เมืองพัทยำ และเทศบำลนครทุกแห่ง
จะมีหน้าท่โี ดยตรงในการอานวยความสะดวกด้านการจราจร การกวดขันวินัยจราจร และการบงั คับใช้กฎหมาย
ว่าด้วยการจราจรทางบกในความผิดฐานจอดรถโดยฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้เป็นไปด้วย

7 รฐั ธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พทุ ธศกั รำช 2560 หมวด 11 กำรปฏริ ูปประเทศ มำตรำ 258 ง.ด้ำนกระบวนกำรยตุ ธิ รรม (4) ไดบ้ ัญญัติ
กรอบกำรปฏิรูปกจิ กำรตำรวจไว้ดังน้ี
“(4) ดำเนินกำรบังคับใช้กฎหมำยอย่ำงมีประสิทธิภำพ โดยแกไ้ ขปรบั ปรงุ กฎหมำยเก่ียวกับหนำ้ ที่อำนำจ และภำรกิจของตำรวจให้เหมำะสม
และแก้ไขปรบั ปรงุ กฎหมำยเก่ยี วกับกำรบริหำรงำนบคุ คลของขำ้ รำชกำรตำรวจให้เกดิ ประสทิ ธภิ ำพ มหี ลกั ประกันวำ่ ข้ำรำชกำรตำรวจจะได้รบั
ค่ำตอบแทนทเี่ หมำะสมได้รับควำมเป็นธรรมในกำรแต่งต้งั และโยกย้ำย และกำรพจิ ำรณำบำเหน็จควำมชอบตำมระบบคุณธรรมทชี่ ัดเจน ซ่ึง
ในกำรพิจำรณำแต่งตั้งและโยกย้ำยตอ้ งคำนงึ ถึงอำวุโสและควำมรู้ควำมสำมำรถประกอบกันเพ่ือใหข้ ้ำรำชกำรตำรวจสำมำรถปฏิบัติหน้ำที่ได้
อย่ำงมอี ิสระ ไมต่ กอยใู่ ตอ้ ำณตั ขิ องบคุ คลใด มปี ระสิทธภิ ำพและภำคภูมใิ จในกำรปฏบิ ัตหิ น้ำทขี่ องตน”

15 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ

ความเรียบร้อยด้วย 8 ขณะนี้กฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. .... รัฐสภา ล่าสุดมีการประชุมพิจารณาคร้ังท่ี 48 วันอังคารท่ี 26
เมษายน 2565 พจิ ารณาถงึ มาตรา 169/1

จึงทาให้เห็นแนวโน้มวา่ ในอนาคตอันใกล้องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินทั้งหลายจะตอ้ งมีภารกิจเกีย่ วกับ
การจราจรทางบกเพม่ิ ขึ้นจากเดมิ อย่างมาก กล่าวคอื ไม่เพียงแต่การจัดทา ซ่อมแซม ปรับปรุง บารุงรักษา ถนน
หนทาง และการจัดทาอาณัติสัญญาณเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงเพ่ือการอานวยความสะดวก
ในการจราจร เชน่ การทาสี ตีเสน้ ตดิ ต้ังสญั ญาณไฟจราจร สามเหลย่ี มหยุดตรวจ ป้ายจราจร กระจกโค้งจราจร
กระบองไฟจราจร กรวยจราจร แผงก้ันจราจร แผงพลาสติกใส่น้า เสาล้มลุกจราจร เสื้อจราจร หรือ ยางชะลอ
ความเร็วรถ เป็นต้น แต่ยังจะต้องทำหน้ำที่ในกำรกวดขันวินัยจรำจร และกำรบังคับใช้กฎหมำยจรำจรทำง
บกในบำงฐำนควำมผิดเสียเองด้วย ซึ่งจะสร้ำงภำระทำงกำรคลังให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
อีกมำก จึงเป็นหน้ำที่ของรัฐบำลท่ีจะต้องจัดหำรำยได้ให้เพียงพอต่อภำรกิจดังกล่ำว ดังน้ัน กำรปรับปรุง
พระรำชบัญญัติจรำจรทำงทกบก พ.ศ. 2522 โดยกำหนดให้เงินค่ำปรับจรำจรทง้ั จำนวนตกเป็นรำยได้ของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ย่อมจะช่วยเพิ่มศักยภำพทำงกำรคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีขีด
ควำมสำมำรถในกำรปฏิบัตหิ น้ำท่ีด้ำนกำรจรำจรทำงบกได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ และอำจช่วยลดกำรพ่ึงพำ
เงนิ อดุ หนุนจำกรฐั บำลลงได้ในระดบั หนงึ่ ดว้ ย

8 ปจั จบุ ันองคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ทัง้ หลำยมีอำนำจหนำ้ ทตี่ ำมพระรำชบัญญตั จิ ดั ระเบยี บกำรจอดรถในเขตองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
พ.ศ. 2562 ซ่ึงมีผลบังคบั ใชเ้ มอ่ื พ้นกำหนด 180 วันหลังวนั ประกำศใช้ในรำชกิจนเุ บกษำ (เม่อื วนั ที่ 22 พฤษภำคม 2562) เปน็ เคร่ืองมอื ใน
กำรจดั ระเบียบกำรจอดรถและกำรจดั เกบ็ ค่ำธรรมเนียมรวมถึงค่ำปรบั กรณีจอดรถในทหี่ ำ้ มจอดอยู่ก่อนแล้วดว้ ย

16 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรบั จราจรกบั การเพมิ่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

3. กฎหมำยเกย่ี วกบั กำรจัดสรรเงินค่ำปรับจรำจรและเงนิ สนิ บนรำงวัล

3.1 พระรำชบัญญตั ิจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522

มาตรา 146 บัญญัติว่า “เงินค่ำปรับตำมพระรำชบัญญัตินี้ที่ได้รับในกรุงเทพมหำนคร หรือใน

จงั หวัดใด หรือในท้องถิ่นทก่ี ระทรวงมหำดไทยประกำศกำหนด ให้แบ่งใหแ้ ก่กรงุ เทพมหำนครหรอื เทศบำล

ในจังหวัดนั้น เพื่อใช้ในกำรดำเนินกำรเก่ียวกับกำรจรำจรในอัตรำร้อยละห้ำสิบของจำนวนเงินคำ่ ปรับ หรือ

ใหต้ กเปน็ ของทอ้ งถิน่ ท่ีกระทรวงมหำดไทยประกำศกำหนดทัง้ หมด”

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีประกาศ เร่ือง กาหนดท้องถ่ินตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติ

จราจรทางบก พ.ศ.2522 กาหนดให้ “องค์การบริหารส่วนตาบล” เป็นท้องถ่ินตามกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น

จึงทาให้เงินค่าปรับจราจรท่ีได้รับในเขตองค์การบริหารส่วนตาบลใดต้องตกเป็นรายได้ขององค์การบริหาร

ส่วนตาบลน้ันท้ังจานวน

กล่าวโดยสรุป ปัจจุบันเงินค่าปรับคดีอาญาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไข

เพ่ิมเติม ถา้ ความผดิ เกิดข้ึนในเขตองค์การบริหารส่วนตาบลเงนิ ค่าปรับนั้นจะตกรายได้ขององค์การบริหารส่วน

ตาบลทั้งจานวน แต่ถ้าความผิดเกิดขึ้นในเขตเทศบาล หรือในเขตกรุงเทพมหานคร เงินค่าปรับน้ันจะตกเป็น

รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในสัดส่วนรอ้ ยละ 50 และนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในสัดส่วนร้อยละ

50 ดังตารางตอ่ ไปน้ี

ตำรำงแสดสดั ส่วนกำรจดั สรรเงินค่ำปรับตำมพระรำชบัญญตั จิ รำจรทำงบก พ.ศ.2522

เงนิ คำ่ ปรับท่ีไดร้ บั ในเขต รำยไดท้ อ้ งถ่ิน รำยไดแ้ ผ่นดิน

1.องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล 100% -

2.เทศบาลหรือเมอื งพทั ยา 50% 50%

3.กรุงเทพมหานคร 50% 50%

ทั้งน้ี ในส่วนของเงินค่าปรับร้อยละ 50 ท่ีตกเป็นรำยได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินน้ัน
รฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้อาศัยอานาจตามความในมาตรา 32 และมาตรา 35 แหง่ พระราชบัญญัติ
สุขาภิบาล พ.ศ. 2495 มาตรา 43 และมาตรา 49 แห่งพระราชบญั ญตั ริ ะเบียบบรหิ ารราชการส่วนจงั หวดั พ.ศ.
2489 มาตรา 6 และมาตรา 95 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ออก
“ระเบียบกระทรวงมหำดไทยว่ำดว้ ยกำรจ่ำยเงินรำงวัลในคดีจับกมุ ผู้กระทำผิดตำมกฎหมำยจรำจรทำงบก
พ.ศ. 2534” กาหนดหลกั เกณฑก์ ารจำ่ ยเงนิ รำงวัลแกผ่ ูแ้ จ้งควำมนำจบั และเจ้ำหนำ้ ที่ผ้ทู าการจบั กุม ไวด้ งั นี้

“ข้อ 12 อตั รำเงินรำงวัลตำมระเบียบนี้มี ดังน้ี
(1) กรณที ม่ี ผี แู้ จ้งความนาจับ ให้จา่ ยเงนิ รางวลั ให้แกเ่ จา้ หนา้ ทผี่ ู้จับร้อยละ 17.5 และผูแ้ จ้งความ
นาจับรอ้ ยละ 17.5 ของเงินค่าปรบั
(2) กรณีท่ไี ม่มผี ู้แจง้ ความนาจับ ให้จ่ายเงินรางวลั แก่เจา้ หน้าที่ผ้จู ับ รอ้ ยละ 25 ของเงินค่าปรบั ”

17 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรับจราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการปฏิบัติและการบังคับใชร้ ะเบยี บดังกลา่ วไมป่ รากฏว่าองค์กรปกครองส่วน
ท้องถนิ่ ต่าง ๆ ยงั คงถือปฏบิ ตั ิกันหรอื ไม่เพยี งใด

สาหรับเงินค่าปรับในส่วนของรัฐบาลท่ีต้องนาส่งคลังเป็น “รำยได้แผ่นดิน” อีกร้อยละ 50 ซึ่งอยู่ใน
อานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.2491 นั้น ในปีพ.ศ. 2546
ได้มีการออก “ข้อบังคับกระทรวงกำรคลัง ว่ำด้วยกำรหักเงินค่ำปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ.2546” ให้ส่วน
ราชการต่าง ๆ สามารถหักเงินค่าปรับที่จะต้องนาส่งคลังไว้เป็นค่ำสินบนรำงวัลและค่ำใช้จ่ำยในกำร
ดำเนินงำนได้ จึงเป็นจุดเร่ิมต้นที่ทาให้เงินค่าปรับจราจรในส่วนท่ีต้องนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อเข้าสู่
ระบบงบประมาณรายจา่ ยประจาปี สว่ นใหญ่ได้กลายเป็นเงนิ นอกงบประมาณดังเชน่ ที่เปน็ อยู่
3.2 พระรำชบัญญตั ิเงินคงคลัง พ.ศ.2491

“มาตรา 4 ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 13 บรรดำเงนิ ทั้งปวงท่ีพึงชาระให้แก่รัฐบาล ไมว่ ่าเป็นภาษีอากร
ค่าธรรมเนียม ค่ำปรับ เงินกู้หรอื เงินอ่ืนใด หัวหน้าส่วนราชการที่ได้เก็บหรอื รับเงินนั้น มีหน้าทค่ี วบคมุ ให้สง่ เข้า
บัญชีเงินคงคลังบัญชีท่ี 1 หรือส่งคลังจังหวัดหรือคลังอาเภอ ตามกาหนดเวลาและข้อบังคับท่ีรัฐมนตรีกาหนด
โดยไม่หักเงนิ ไว้เพอ่ื กำรใด ๆ เลย

รัฐมนตรีมีอำนำจกำหนดข้อบังคับอนุญาตให้หัวหน้าส่วนราชการใด ๆ หักรำยจ่ำยจากเงินท่ีจะต้อง
ส่งเขา้ บัญชคี งคลงั บัญชที ่ี 1 หรอื สง่ คลงั จังหวัด หรือคลงั อาเภอได้ ในกรณดี งั นี้

(1) รายจ่ายทีห่ ักนนั้ เป็นรายจา่ ยที่มกี ฎหมายอนุญาตให้จา่ ยได้
(2) รำยจำ่ ยที่จำเปน็ ตอ้ งจ่ำยตำมระเบยี บท่ีได้รบั ควำมตกลงจำกระทรวงกำรคลังเพ่ือ เปน็ คำ่ สินบน
รำงวัล หรือค่ำใช้จำ่ ยในกำรจดั ให้ไดม้ ำซ่งึ เงินอนั พึงต้องชำระใหแ้ ก่รฐั บำล
(3) รายจา่ ยท่ตี ้องจ่ายคนื ให้แกบ่ คุ คลใด ๆ เพราะเปน็ เงนิ อันไม่ต้องชาระใหแ้ ก่รัฐบาล”

3.3 ข้อบังคับกระทรวงกำรคลัง ว่ำด้วยกำรหักเงินค่ำปรับไว้เป็นเงินสินบนรำงวัลและค่ำใช้จ่ำยในกำร
ดำเนินงำน พ.ศ.2546 และทแ่ี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547

“ข้อ 7 ให้หัวหนา้ ส่วนราชการหรอื ผ้ทู ี่ไดร้ บั มอบหมายหกั เงินค่ำปรบั ก่อนนำส่งคลังเปน็ รายได้แผน่ ดิน
ไว้จ่ายเป็นเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ตำมอัตรำท่ีกระทรวงกำรคลังประกำศตำมควำม
เหมำะสมกับสภำพของควำมตรำกตรำและควำมยำกลำบำกในกำรปฏิบัติงำน แต่ต้องไม่เกินอัตรา
ดังตอ่ ไปนี้

(1) กรณีทีม่ ีการจับกมุ ผ้กู ระทาผดิ ใหห้ ักไดใ้ นอตั ราไม่เกนิ รอ้ ยละ 90 ของเงินคา่ ปรับที่ไดร้ บั
(2) กรณีทไ่ี มม่ กี ารจบั กมุ ผู้กระทาผดิ ใหห้ ักไดใ้ นอตั ราไม่เกนิ รอ้ ยละ 75 ของเงนิ ค่าปรับทีไ่ ดร้ บั
ในกรณีที่มีกฎหมายใดบัญญัติให้จ่ายเงินสินบนจากเงินค่าปรับ แต่มิได้บัญญัติให้จ่ายเงินรำงวัลให้
หักเงินค่าปรับหลังจ่ายเงินสินบนตามกฎหมายนั้น ไว้จ่ายเป็นเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานได้
ตามวรรคหนง่ึ

18 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่

สาหรับเงินค่าปรับที่ได้รับชาระตามคาพิพากษาของศาล ให้เลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรม หรือ
ผ้ทู ่ีได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอานาจสัง่ หักเงนิ ตามอัตราที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง และนาส่งเงินที่หกั นั้นให้แก่
ส่วนราชการเจ้าของรายได้เงนิ ค่าปรับ

ขอ้ 8 เงินคา่ ปรบั ท่เี หลอื จากการหักตามขอ้ 7 ใหน้ าสง่ คลงั เป็นรายไดแ้ ผ่นดิน”
3.4 ประกำศกระทรวงกำรคลัง เร่ือง กำหนดประเภทและอัตรำกำรหักเงนิ คำ่ ปรับกอ่ นนำสง่ คลัง

(1) ประกำศกระทรวงกำรคลัง เร่ือง กำหนดประเภทและอัตรำกำรหักเงินค่ำปรับก่อนนำส่งคลัง
ลงวนั ท่ี 11 กุมภำพนั ธ์ 2547

“ข้อ 1 ส่วนราชการสามารถหักเงินค่ำปรับท่ีได้รับจากการกระทาผิดตำมกฎหมำยท่ีกำหนดไว้ใน
บญั ชีแนบท้ำย

ข้อ 2 ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหักเงินค่าปรับท่ีได้รับตามข้อ 1 ก่อนนาส่งคลัง
เปน็ รายไดแ้ ผ่นดิน ตามหลกั เกณฑ์ และอตั รา ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) กรณีที่มีกำรจับกมุ ผู้กระทาความผดิ ให้หกั ไดใ้ นอตั ราร้อยละ 80 ของเงนิ คา่ ปรับทไี่ ด้รับ
(2) กรณที ่ีไม่มีกำรจบั กุมผู้กระทาความผดิ ให้หักไดใ้ นอัตราร้อยละ 60 ของเงินค่าปรบั ที่ได้รบั
ข้อ 3 กรณีท่ีมีการแก้ไขอัตราค่าปรับในกฎหมายที่กาหนดในบัญชีแนบท้ายฉบับใด ให้งดหักเงิน
ค่าปรับตามกฎหมายฉบับนั้นไว้ชัว่ คราว และใหส้ ่วนราชการซึ่งเปน็ ผรู้ ักษาการกฎหมายนั้นขอทาความตกลงกับ
กระทรวงการคลังเพือ่ กาหนดหลกั เกณฑ์และอตั ราใหมต่ อ่ ไป”
ท้ังนี้ ตามประกาศฉบับนี้ ได้มีการกาหนดบัญชีรายช่ือกฎหมายท่ีอนุญาตให้หักเงินค่าปรับจากการ
กระทาความผิดไว้เป็นเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน จานวนท้ังสิ้น 117 ฉบับ แต่ไม่รวม
พระรำชบญั ญัตกิ ำรขนส่งทำงบก พ.ศ.2522 ดว้ ย
(2) ประกำศกระทรวงกำรคลัง เร่ือง กำหนดประเภทและอัตรำกำรหักเงินค่ำปรับก่อนนำส่งคลัง
(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 6 กันยำยน 2547
ต่อมาภายหลังจากนั้น กระทรวงการคลังได้มีการประกาศกาหนดรำยชื่อกฎหมำยท่ีอนุญาตให้หัก
ค่าปรับจากการกระทาความผิดไว้เป็นเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานเพ่ิมเติมอีกจำนวน 8
ฉบับ ซึ่งในประกาศฉบับที่ 2 ก็ไม่ปรำกฏรำยช่ือพระรำชบัญญัติกำรขนส่งทำงบก พ.ศ.2522 ไว้ในประกาศ
ดังกลา่ วด้วยเชน่ กนั
(3) ประกำศกระทรวงกำรคลัง เรื่อง กำหนดประเภทและอัตรำกำรหักเงินค่ำปรับก่อนนำส่งคลัง
(ฉบบั ที่ 3) ลงวนั ที่ 10 มนี ำคม 2548
ต่อมาในปี พ.ศ.2548 กระทรวงการคลังได้มีการออกประกาศ ฉบับท่ี 3 กาหนดรายช่ือกฎหมายท่ี
อนุญาตให้หักค่าปรับจากการกระทาความผดิ ไว้เปน็ เงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานเพิม่ เตมิ อีก
จานวน 8 ฉบับ และในประกำศดังกล่ำวน้ีเองได้รวมถึงพระรำชบัญญัติกำรขนส่งทำงบก พ.ศ.2522 และที่

19 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพิม่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

แก้ไขเพ่ิมเติมไว้ด้วย โดยได้กาหนดลักษณะความผิดที่อนุญาตให้หักค่าปรับจากการกระทาความผิดไว้เป็นเงิน
สนิ บนรางวลั และคา่ ใชจ้ า่ ยในการดาเนนิ งาน ไว้ 10 ลักษณะ ไดแ้ ก่

(1) ควำมผิดเก่ียวกับกำรประกอบกำรขนส่ง ตามมาตรา 23 วรรคหนึ่ง มาตรา 26 วรรคหนึ่ง
มาตรา 27 วรรคสาม มาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา
40 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 42 มาตรา 52 มาตรา 52 มาตรา 79 มาตรา 113 วรรคสอง และมาตรา
159

(2) ควำมผิดเก่ียวกับกำรประกอบกำรขนส่งระหว่ำงประเทศ ตามมาตรา 25 วรรคหน่ึง มาตรา
31(1) และมาตรา 36

(3) ควำมผิดเก่ยี วกับกำรประกอบกำรรับจัดกำรขนส่ง ตามมาตรา 65 วรรคหนึ่ง มาตรา 66 วรรค
สอง มาตรา 68 มาตรา 159 และควำมผิดตามมาตรา 38 มาตรา 42 และมาตรา 47 ซึ่งอนุโลมนามาใช้กับ
ผรู้ บั จัดการขนส่งตามมาตรา 70

(4) ควำมผิดเก่ียวกับผู้เป็นเจ้ำของรถ ตามมาตรา 77 มาตรา 78 มาตรา 81 มาตรา 82 มาตรา 83
และมาตรา 90

(5) ควำมผดิ เกี่ยวกับกำรจดั ตัง้ และดำเนินกำรสถำนตรวจสภำพรถ ตามมาตร 74 วรรคหนึง่ มาตรา
47 ซ่ึงอนุโลมนามาใช้กบั ผจู้ ัดต้ังและดาเนนิ การสถานตรวจสภาพตามมาตรา 76 และมาตรา 158

(6) ควำมผิดเก่ียวกับผู้ประจำรถ ตามมาตรา 81 มาตรา 93 มาตรา 102 มาตรา 103 มาตรา 104
มาตรา 105 มาตรา 106 มาตรา 107 มาตรา 152 มาตรา 156 มาตรา 159 มาตรา 161

(7) ควำมผดิ เกยี่ วกบั ผ้ปู ระจำรถต่ำงประเทศ ตามมาตรา 26 วรรคสอง
(8) ควำมผิดเก่ียวกับกำรจัดตั้งและดำเนินกำรสถำนขี นส่ง ตามมาตรา 115 วรรคสาม มาตรา 121
มาตรา 123 มาตรา 123 มาตรา 124 มาตรา 125 และมาตรา 159
(9) ควำมผิดเกีย่ วกบั ผู้โดยสำร ตามมาตรา 153
(10) ควำมผิดทัว่ ไป ตามมาตรา 160 และมาตรา 162
3.5 ระเบียบกระทรวงกำรคลัง วำ่ ด้วยกำรจ่ำยเงนิ สินบนรำงวัลและคำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรดำเนนิ งำน พ.ศ.2546
“ขอ้ 5 เงินสนิ บนรางวลั และเงินคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน ให้นาไปใช้จา่ ยตามหลกั เกณฑด์ งั นี้

5.1 เงนิ สินบนรางวัล ให้จา่ ยตำมหลักเกณฑ์ วิธีกำร และอัตรำท่ีสว่ นรำชกำรกำหนดภายใต้
เงื่อนไขดงั ตอ่ ไปนี้

(1) เงินสินบนให้จ่ายแก่ผู้แจ้งความนาจับภายใน 5 วันทาการ นับแต่วันที่ได้รับเงินค่าปรับ
กรณีทม่ี ีผูม้ สี ทิ ธไิ ดร้ บั เงนิ ค่าปรับหลายคน ให้เฉล่ียจา่ ยเทา่ กนั ทกุ คน

(2) เงินรำงวัล ให้จ่ายในวันทาการสุดท้ายของเดือนแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามสัดส่วนของการมี
ส่วนรว่ มในการปฏิบัตงิ าน

20 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

5.2 ค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน ให้นาไปจ่ายหรือก่อหน้ีผูกพันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกำร
ปฏิบัติงำนตำมอำนำจหน้ำที่อันได้มำซึ่งเงินค่ำปรับของส่วนรำชกำรน้ันได้ตามความจาเป็นโดยประหยัด
ตามงบรายจา่ ยดังตอ่ ไปนี้

(1) งบบุคลากร ยกเว้นรายจ่ายประเภทเงนิ เดอื นและค่าจา้ งประจา
(2) งบดาเนินงาน
(3) งบลงทนุ
ข้อ 6 ให้ส่วนราชการรายงานผลการใช้จ่ายเงินสินบนรางวัลและเงินค่าใช้จ่ายในการดา เนินงาน
ใหก้ ระทรวงการคลังทราบทุกวนั ทาการสุดท้ายของเดือนมนี าคม และเดือนกนั ยายน
ข้อ7 การบัญชีให้ถือปฏิบัติตามระบบบัญชีของส่วนราชการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก
กระทรวงการคลังให้ปฏิบัติเป็นอย่างอ่ืน และเมื่อปิดบัญชีประจาปีแล้ว ให้ส่งงบกำรเงินไปให้สานักงานการ
ตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ตรวจสอบรบั รองภายในเก้าสบิ วนั นบั แตว่ นั สิ้นปงี บประมาณ
เมื่อสานักงานการตรวจเงินแผน่ ดิน ได้ตรวจสอบรับรองงบการเงินแลว้ ให้ส่งงบการเงินทีร่ ับรองแล้วให้
กรมบญั ชีกลางภายในกาหนดสามสบิ วนั นับแต่วันทีส่ านกั งานการตรวจเงินแผ่นดนิ ได้รับรองงบการเงิน
ข้อ 8 วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนาเงินฝากคลัง
การพัสดุ หรือวิธีปฏิบัติอ่ืนใด ที่ไม่ได้กาหนดไว้ในระเบียบน้ี ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีเงินงบประมาณ
รายจ่าย
ข้อ 9 ในกรณีที่มีความจาเป็นและจะต้องปฏิบัตินอกเหนือไปจากท่ีกาหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ขออนุมัติ
กระทรวงการคลัง”
3.6 ระเบียบสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ ประมวลระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 38 (เดิม)
เงนิ สินบนและเงินรำงวัล (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2557
ทั้งน้ี เพ่ือให้การปฏิบัติเป็นไปตามความในข้อ 5 แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงิน
สินบนรางวัลและคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งาน พ.ศ.2546 ที่กาหนดวา่ “กำรใช้จำ่ ยเงินสินบนรำงวัลให้จ่ำยตำม
หลกั เกณฑ์ วิธีกำร และอตั รำที่สว่ นรำชกำรกำหนด” ผู้บัญชาการตารวจแหง่ ชาตไิ ด้อาศัยอานาจตามความใน
มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ออกระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติ ประมวล
ระเบียบตารวจไม่เก่ียวกับคดี ลักษณะท่ี 38 (เดิม) เงินสินบนและเงินรางวัล (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2557 โดยให้
ยกเลิกความในบทที่ 26 หลักเกณฑ์ แบบ หรือวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงินรางวัลเจา้ หน้าทต่ี ารวจผู้ซงึ่ ปฏบิ ัติหน้าที่
ควบคุมจราจร พ.ศ.2544 และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม ของลักษณะท่ี 38 (เดิม) เงินสนิ บนและเงินรางวัล แห่งประมวล
ระเบียบตารวจไม่เก่ียวคดี และให้ใช้ความแนบท้ายแทน โดยมีสำระสำคัญท่ีเกี่ยวกับเงินค่ำปรับจรำจรตำม
พระรำชบญั ญัตจิ รำจรทำงบก พ.ศ.2522 และทแ่ี กไ้ ขเพิ่มเตมิ ดังน้ี

21 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพมิ่ ศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่

“ข้อ 3 วธิ ีปฏิบัตเิ กีย่ วกบั เงนิ ค่ำปรบั
(1) เงนิ ค่าปรับที่พนกั งานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหนา้ ท่ีทาการเปรยี บเทียบปรับใหแ้ บง่ ดงั นี้

ก. เงนิ ค่าปรบั ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพ่ิมเติมให้แบ่งตามท่ี
บญั ญัติในมำตรำ 146 แหง่ พระรำชบัญญัติดังกล่าว โดยแบ่งใหก้ รุงเทพมหานครหรือเทศบาลร้อยละ 50 ของ
จานวนเงินค่าปรบั หรือนาสง่ เป็นรายได้ของทอ้ งถิน่ ท้ังจานวนตามท่ีกระทรวงมหาดไทยประกาศกาหนดแล้วแต่
กรณี

ข.เงินค่าปรับตำมพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม ที่เหลือ
ภายหลังการแบ่งตาม ก. เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม เงินค่าปรับ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม และเงินค่าปรับตามประกาศ
ของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 16 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ในส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์หรือรถจักรยายนต์ท่ีมีควัน ดา
หรือมีระดับเสียงอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอานามัย หรือก่อความเดือดร้อนราคาญแก่ประชาชนมาใช้ในทาง
อนั เปน็ การฝ่าฝืนกฎหมายในเขตกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล ให้หักไว้จำ่ ยเป็นเงินรำงวัลเจ้ำหน้ำที่ตำรวจผู้
ซ่ึงปฏิบัติหน้ำที่ควบคุมกำรจรำจรในอัตรำร้อยละ 95 ก่อนนำส่งเป็นรำยได้ของกองทนุ เพื่อกำรสบื สวนและ
สอบสวนคดอี ำญำ และนำสง่ คลงั เปน็ รำยได้แผน่ ดินตามอตั ราทกี่ ระทรวงคลงั การคลงั กาหนด

ค. เงินค่าปรับตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เงินค่าปรับตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม และเงินค่าปรับตามประกาศของ
คณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 16 ลงวันท่ี 9 ธันวาคม 2514 ในส่วนท่ีเก่ียวกับรถยนต์หรือรถจักรยายนต์ท่ีมีควันดาหรือมี
ระดับเสียงอันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอานามัย หรือก่อความเดือดร้อนราคาญแก่ประชาชนมาใช้ในทางอันเป็น
กำรฝ่ำฝืนกฎหมำยในเขตอ่ืนนอกจำก ก. (นอกเขตกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล) ให้นาส่งเป็นรายได้
ของกองทุนเพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา และนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ตามอัตราที่
กระทรวงการคลังกาหนด

(2) ให้เจ้าหน้าท่ีผู้ออกใบเสร็จรับเงินหรือผู้รับเงินค่าเปรียบเทียบปรับหมายเหตุไว้หลังคู่ฉบับ
ใบเสร็จรับเงินว่าเป็นส่วนแบ่งของกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล เงินรางวัล เงินกองทุนสืบสวนและสอบสวน
คดีอาญา และเงินรายได้แผน่ ดนิ หรือตกเปน็ รายได้ของทอ้ งถนิ่ ท้งั จานวนแล้วแต่กรณี

(3) เงินส่วนแบ่งของกรุงเทพมหำนครหรือเทศบำล หรือรำยได้ของท้องถิ่น เงินรำงวัล เงินกองทุน
สืบสวนและสอบสวนคดีอำญำ หรือเงินรำยได้แผ่นดิน ให้นำส่งโดยรวดเร็วและเคร่งครัดตำมระเบียบของ
ทำงรำชกำร เงินรางวัลในเขตกรุงเทพมหานครให้หน่วยงานที่รับเงินนาฝากสานักงานตารวจแห่งชาติ
(กองการเงิน) หรือกองบัญชาการตารวจนครบาล หรือกองบัญชาการตารวจนครบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เบิก
เงินจากกรมบัญชีกลาง หรือกองบัญชาการตารวจนครบาลแล้วแต่กรณีภายในวันทาการถัดไป ในจังหวัดอ่ืน
นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้หน่วยงานท่ีรับเงินนาฝากส่วนราชการต้นสังกัด ซ่ึงเป็นหน่วยงานที่เบิกเงินจาก
สานักงานคลังจังหวัดภายใน 3 วันทาการ

22 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

(4) เงินค่ำปรับตำมคำพิพำกษำของศำลเฉพาะคดีท่ีเกิดข้ึนในเขตกรุงเทพมหานครหรือเทศบาลให้
หวั หน้าหน่วยงานต้นสังกดั ของพนักงานสอบสวนในคดีนน้ั ๆ ระดับต้ังแตส่ ถานีตารวจ แผนก หรือเทียบเท่าข้ึน
ไป รวบรวมย่ืนขอรับเงินรางวัลตามอัตราเช่นเดียวกับ (1) ข. ต่อศาลช้ันต้นท่ีพิพากษาคดีความผิดซึ่งตนเป็น
ผู้รับผิดชอบภายในหกสิบวันนับแตค่ ดีถึงที่สดุ ทั้งน้ี ใหป้ ฏิบัตติ ามระเบียบของกระทรวงยุติธรรม เมอ่ื ไดร้ ับเงิน
ดงั กล่าวแล้วให้นาส่งหน่วยงานต้นสงั กดั เพื่อนาฝากหน่วยงานตาม (3)

(5) เงินรางวัลที่สานักงานตารวจแห่งชาติ (กองการเงิน) หรือหน่วยงานผู้เบิกได้รับ ตาม (3) และ (4)
ให้นาฝากใน “บัญชีเงินรำงวัลเจ้ำหน้ำที่ตำรวจผู้ซ่ึงปฏิบัติหน้ำที่ควบคุมกำรจรำจร” ที่กระทรวงการคลัง
(กรมบญั ชกี ลาง) หรือสานักงานคลังจงั หวัดแล้วแตก่ รณี

เมื่อส้ินปีงบประมาณหากมีเงินรางวัลท่ีได้รับตามข้อ 3 (1) และได้จ่ายไปตามหลักเกณฑ์นี้คงเหลือ
เท่าใด ใหน้ าส่งคลังเป็นรายได้แผน่ ดนิ ท้งั ส้นิ ภายใน 3 เดือน นบั แต่วันสิน้ ปงี บประมาณน้นั

ขอ้ 4 วธิ ปี ฏิบัตเิ กี่ยวกับเงินอุดหนนุ
(1) เงินอุดหนุนจำกกรุงเทพมหำนคร ให้กองบัญชาการตารวจนครบาลขอตั้งงบประมาณหรือขอ
งบประมาณเพ่ิมเติมจากกรุงเทพมหานครเป็นเงินอุดหนุนเพ่ือจ่ายเป็นเงินรางวลั แก่เจ้าหน้าที่ตารวจผูซ้ ่ึงปฏิบัติ
หน้าที่ควบคุมการจราจรให้เพียงพอกับการใช้จ่าย และเมื่อได้รับการอนุมัติเงินงบประมาณจาก
กรุงเทพมหานครแล้ว ให้แจ้งสานักงานตารวจแห่งชาติทราบเพื่อมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการ
ตารวจนครบาลไปรบั เงนิ จากกรุงเทพมหานครเพ่ือนาเงินฝากกระทรวงการคลงั (กรมบัญชีกลาง) ใน “บัญชีเงิน
รางวัลเจ้าหน้าทีต่ ารวจผซู้ ่ึงปฏบิ ตั ิหนา้ ทีค่ วบคุมการจราจร”
(2) เงินอุดหนุนจำกเทศบำล ให้ตารวจภูธรจังหวัดขอต้ังงบประมาณหรือของบประมาณเพ่ิมเติมจาก
เทศบาลเป็นเงินอุดหนุนเพ่ือจ่ายเป็นเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ตารวจผู้ซ่ึงปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจรให้
เพียงพอกับการใช้จ่าย และเมื่อได้รับการอนุมัติเงินงบประมาณจากเทศบาลแล้ว ให้นาเงินฝากสานักงานคลัง
จงั หวัดใน “บัญชีเงินรางวัลเจ้าหน้าที่ตารวจผูซ้ ง่ึ ปฏบิ ัติหน้าที่ควบคุมการจราจร”
กำรจ่ำยเงนิ รำงวลั จำกเงินที่หกั จำกค่ำปรับ
ขอ้ 5 การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าท่ี ให้สถานีตารวจหรือหน่วยงานที่ได้รับเงนิ ค่าปรับแล้วแต่กรณีนาเงิน
รางวัลที่หักจำกคำ่ ปรับซึ่งไดร้ ับในแต่ละเดือน และไดน้ าฝากส่วนราชการผูเ้ บิกไว้หรือนาฝากคลังไว้แล้วแตก่ รณี
คานวณจา่ ยให้แก่เจ้าหน้าท่ี ตามลาดบั ดังนี้
(1) จ่ายให้เจ้ำหน้ำที่ผู้จับกุมในอัตราร้อยละ 60 ของเงินรางวัลที่เกิดจากผลงานการจับกุมของ
เจา้ หน้าทผ่ี นู้ น้ั โดยไมห่ กั คา่ ใชจ้ ่ายเพอ่ื การใด ๆ แต่ท้ังนี้ ให้ได้รบั ไมเ่ กินคนละ 10,000 บาทต่อเดอื น
(2) เงินรางวัลที่เหลือจาก (1) ใหน้ าไปจา่ ยให้แก่อำสำจรำจร (ถ้าม)ี คนละ 2,000 บาทต่อเดือน
(3) เงินรางวัลท่ีเหลือจาก (2) หรือ (1) กรณีสถานีตารวจหรือหน่วยงานนั้นไม่มีอาสาจราจร ให้จ่าย
ให้แก่เจ้ำหน้ำท่ีผู้ปฏิบัติหน้ำท่ีสนับสนุนกำรจรำจร ตามสัดส่วนของการปฏิบัติงาน แต่ทั้งนี้ให้ได้รับคนละไม่
เกนิ 10,000 บาทตอ่ เดือน

23 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่

ทั้งน้ี เจ้าหน้าที่อาจได้รับเงินรางวัลทั้งส่วนท่ี (1) และส่วนท่ี (3) แต่เม่ือรวมกันแล้วต้องไม่เกินคนละ
10,000 บาทตอ่ เดอื น

กำรจ่ำยเงนิ รำงวลั จำกเงนิ ท่ไี ดร้ ับอดุ หนุนจำกองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ข้อ7 กรณีสถานีตารวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าท่ีควบคุมจราจรขอรับการจัดสรร
เงนิ จากบัญชีเงินอุดหนุนเพอื่ จา่ ยเป็นเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าท่ีตารวจจราจร ให้ผู้บัญชาการตารวจนครบาลหรอื ผู้
บังคับการตารวจภูธรจังหวัดแล้วแต่กรณีจัดสรรเงินให้แก่สถำนีตำรวจหรือหน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องกับกำร
ปฏิบัติหน้ำที่ควบคุมกำรจรำจรตำมสัดส่วนของกำรปฏิบัติงำน โดยพิจารณาจากจานวนเงนิ ค่าปรับท้ังหมดที่
นาส่งเป็นรายไดข้ องกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล
เม่ือสถานีตารวจหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องได้รับการจัดสรรเงินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นามาจ่ายให้แก่
เจา้ หน้าที่ผ้ทู าการจับกมุ และหรอื เจ้าหนา้ ที่ผปู้ ฏิบตั ิหน้าที่สนบั สนุนการจราจร ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการ
จ่ายเงินรางวัลจากเงินค่าปรับที่หักไว้ แต่เมื่อรวมกับเงินรางวัลท่ีได้รับตามข้อ 5 (1) และหรือ ข้อ 5 (3) แล้ว
ตอ้ งได้รับไม่เกินคนละ 10,000 บาทต่อเดือน กลา่ วโดยสรุป เจ้าหน้าท่ีคนหน่ึงมีสิทธิได้รับเงินรางวัลท้ังจากเงิน
คา่ ปรบั ที่ได้หักไว้ และทไี่ ดร้ ับการอดุ หนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมกนั แล้วต้องไม่เกินคนละ 10,000
บาทตอ่ เดือน
3.7 ข้อบงั คับกระทรวงกำรคลงั ว่ำด้วยกำรหกั เงนิ คำ่ ปรับกรณีจบั กุมผ้กู ระทำควำมผดิ ด้วยเคร่อื งอุปกรณ์
ทำงอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ.2564
ต่อมาภายหลังกระทรวงการคลังได้ออกข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับกรณี
จับกุมผู้กระทาความผิดด้วยเคร่ืองอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันท่ี 27
พฤษภำคม 2564 ให้ยกเลิกเงินรำงวัลค่ำปรับจรำจรสำหรับกรณีกำรจับกุมผู้กระทำผิดด้วยเคร่ืองอุปกรณ์
ทำงอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้นำเงินดังกล่ำวไปใช้จ่ำยเพ่ือกำรดำเนินงำนด้ำนกำรจัดกำรจรำจรและเป็นกำร
เสริมงบประมำณของสำนักงำนตำรวจแห่งชำติให้มีเพียงพอต่อกำรปฏิบัติภำรกิจด้ำนกำรจรำจร ให้สาเร็จ
ลลุ ว่ งได้ในระยะเวลาทไี่ ม่ไดร้ ับจดั สรรเงินงบประมาณ หรอื ได้รับจัดสรรแต่ไม่เพยี งพอ
โดยอนุญาตให้สานักงานตารวจแห่งชาติหักเงินค่ำปรับที่ได้รับจากการกระทาผิดตามพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับกรณีกำรจับกุมผู้กระทำผิดด้วยเคร่ืองอุปกรณ์ทำง
อิเล็กทรอนิกส์ ภำยหลังจากที่ได้แบ่งให้แก่ราชการส่วนท้องถ่ิน ตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติจราจร
ทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม และได้นำส่งเข้ากองทุนเพ่ือการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญาตาม
มาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว เพื่อไว้ใช้จ่ำยในกำร
ดำเนินงำนด้ำนกำรจรำจรของสำนักงำนตำรวจแห่งชำติไดใ้ นอัตรำร้อยละ 95 โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ
ทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด และเม่ือส้ินปีงบประมาณหากมเี งินในบัญชเี หลือจ่ายหรือเหลือจากการก่อหน้ีผกู พัน
เท่าใด ให้นาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินภายใน 3 เดือนแรกของปีงบประมาณถัดไป และกรณีมีเงินเหลือเกิน
ความจาเป็น กระทรวงการคลงั จะกาหนดให้นาส่งคลงั เป็นรายไดแ้ ผน่ ดินตามจานวนทเ่ี หน็ สมควรได้

24 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

ดงั นี้ โดยผลของข้อบังคับดังกล่ำว จึงทำให้ต้ังแต่วันท่ี 28 พฤษภำคม 2564 เป็นต้นมำ กรณีกำร
จับกุมผู้กระทำผิดตำมพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ด้วยเคร่ืองอุปกรณ์
ทำงอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงำนตำรวจแห่งชำติจะไม่สำมำรถหักเงินค่ำปรับไว้เป็นเงินรำงวัลของเจ้ำหน้ำที่
ตำรวจจรำจรไดอ้ กี ตอ่ ไป
3.8 พระรำชบัญญตั ติ ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. 2547

“มาตรา 112 ให้จัดต้ังกองทุนข้ึนกองทุนหนึ่งในสานักงานตารวจแห่งชาติเรียกว่า “กองทุนเพื่อกำร
สบื สวนและสอบสวนคดีอำญำ” โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพอ่ื สนับสนนุ งานสบื สวนและสอบสวนคดอี าญา

มาตรา 113 กองทุนประกอบด้วย
(1) เงนิ อดุ หนนุ จากรัฐบาล
(2) เงินและทรพั ย์สนิ ที่ไดร้ บั จากหน่วยงานของรัฐ รฐั วิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถนิ่ หรอื มูลนธิ ิ
(3) ดอกผลทเี่ กิดจากกองทุน
คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติให้นำเงนิ ค่ำเปรยี บเทียบปรับคดีอำญำที่เป็นอานาจของข้าราชการตารวจและ
เงินคำ่ ปรับตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยจรำจรทำงบก เฉพาะสว่ นท่ีจะตอ้ งนาส่งเปน็ รายไดแ้ ผน่ ดิน ให้เปน็ ของกองทุน
โดยไมต่ อ้ งนาส่งเป็นรายได้แผ่นดินกไ็ ด้
เงิน ดอกผลและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนาส่งเป็นรายได้
แผน่ ดนิ ”

25 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรับจราจรกบั การเพิ่มศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่

4.กำรจัดสรรเงินคำ่ ปรบั จรำจรและกำรจำ่ ยเงนิ รำงวัล

4.1 กำรจดั สรรเงนิ คำ่ ปรบั ตำมพระรำชบญั ญัติจรำจรทำงบก พ.ศ.2522 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม

จากหลักกฎหมายท่ีได้กล่าวมาทั้งหมดในส่วนที่ 3 ทาให้ ณ.ปัจจุบันเงินค่าปรับตามพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไขเพิม่ เติม ได้มกี ารจัดสรรออกเปน็ 4 ส่วน โดยมีอัตราส่วนแบง่ และขั้นตอน
การคดิ คานวณ ดังตัวอยา่ งของการคานวณส่วนแบ่งเงนิ ค่าปรับจราจร ตามตารางต่อไปน้ี

ตำรำงแสดงตัวอย่ำงกำรคำนวณสว่ นแบง่ ของเงนิ ค่ำปรับควำมผดิ อำญำ
ตำมพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ. 2522 และทแ่ี ก้ไขเพ่มิ เตมิ

ตัวอย่ำงคำนวณจำกคำ่ ปรับจรำจร (จำกค่ำปรบั จำนวน 2,000 บำท)

ส่วนแบ่งเงนิ คำ่ ปรบั อัตรำท่กี ฎหมำยกำหนด สัดสว่ น จำนวนสทุ ธิ

ของคำ่ ปรบั ท้ังหมด

ส่วนท่ี 1 รายไดเ้ ทศบาล /กทม.* รอ้ ยละ 50 ของค่าปรบั 50.00 % 1,000 .00

ส่วนที่ 2 เงนิ รำงวัล ร้อยละ 95 ของค่ำปรับ 47.50 % 950.00
ภำยหลงั หักสว่ นที่ 1 แล้ว 2.48 % 49.50
สว่ นที่ 3 ส่งกองทนุ เพือ่ การ (ร้อยละ 95 ของ 1,000 บำท) 0.02 % 0.50
สืบสวนสอบสวนคดีอาญา รอ้ ยละ 99 ของเงินที่เหลอื จากการหัก 100.00 2,000.00
สว่ นที่ 4 รายไดแ้ ผ่นดนิ เงินรางวลั ส่วนท่ี 2 แล้ว
(รอ้ ยละ 99 ของ 50 บาท)
ร้อยละ 1 ของเงนิ ทเ่ี หลอื จากการหัก
เงนิ รางวัลสว่ นที่ 2 แลว้
(ร้อยละ 99 ของ 50 บาท)
รวม

ทีม่ ำ : ประมวลจากพระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ.2522 ระเบยี บสานักงานตารวจแหง่ ชาตวิ ่าด้วยประมวลระเบียบการตารวจไมเ่ กยี่ วคดี ลักษณะที่ 38 (เดมิ ) เงิน

สนิ บนและเงนิ รางวลั (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2557 และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2557
*กรณีความผดิ เกดิ ขน้ึ นอกเขตกรงุ เทพฯ หรือนอกเขตเทศบาลในจงั หวัดอ่ืน เงินค่าปรบั นาสง่ เป็นรายได้ของทอ้ งถิน่ ทง้ั จานวน

จากตัวอย่างในตารางข้างบน จะเห็นว่าจากเงินค่าปรับในคดีหน่ึงๆ จานวน 2,000 บาท ในลาดับแรก
จะแบง่ ออกเปน็ สองสว่ นตามมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัตจิ ราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยร้อยละ 50 ให้เป็น
รายได้ของเทศบาล หรือกรุงเทพมหานคร จานวน 1,000 บาท ลาดับต่อมาส่วนท่ีเหลืออีกร้อยละ 50 หรือ
จานวน 1,000 บาทจะถูกจดั สรรตอ่ ไปตามระเบียบสานักงานตารวจแหง่ ชาตวิ า่ ด้วยประมวลระเบียบการตารวจ
ไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะท่ี 38 (เดิม) เงินสินบนและเงินรางวัล (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2557 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2557 โดยจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ในสัดส่วนร้อยละ 95 : 5 ส่วนแรกร้อยละ 95 หรือ
จานวน 950 บาทกันไว้เป็นเงินรางวัลสาหรับเจ้าหน้าท่ีตารวจจราจร ส่วนท่ีเหลือจานวน 50 บาทจะถูกแบ่ง

26 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรับจราจรกบั การเพมิ่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ

ต่อไปออกเป็นสองส่วน ในสัดส่วนร้อยละ 99 : 1 กล่าวคือร้อยละ 99 หรือจานวน 49.50 บาทส่งเข้ากองทุน
สืบสวนสอบสวนคดีอาญา และอีกร้อยละ 1 หรือจานวน 0.50 บาท ส่งเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ตามพระราชบญั ญัติเงินคงคลงั พ.ศ.2491

กล่าวโดยสรุป จะเห็นว่าจากเงินค่าปรับ จำนวน 2,000 บำท ภายหลังหักส่วนแบ่งให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินตามมาตรา 146 แห่งพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 แลว้ จะเหลือสว่ นที่จะตอ้ ง
ส่งเข้ำคลังเป็นรำยได้แผ่นดินตำมกฎหมำยจำนวน 1,000 บำท แต่ภำยหลังท่ีมีกำรหักเป็นเงินรำงวัลและ
ค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินงำนแล้ว ปรำกฏว่ำมีกำรนำส่งเข้ำคลังเป็นรำยได้แผ่นดินเพียง 50 สตำงค์เท่ำนั้น
ในขณะท่ีเงินค่าปรับส่วนท่ีหักไว้เป็นเงินรางวัล และส่งเข้ากองทุนสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ซึ่งใช้ในกิจการ
ตารวจรวมกันแล้วมจี านวนถึง 999.50 บาท โดยในส่วนเงินรางวลั น้ีก็จะแบ่งให้กับเจ้าหน้าท่ีตารวจจราจรท่ีทา
การจับกุม ให้อาสาจราจร และให้เจ้าหน้าท่ีตารวจอ่ืนท่ีปฏิบัติงานสนับสนุนงานด้านการจราจร ตาม
หลักเกณฑก์ ารจดั สรรเงนิ รางวลั ตำมผลงำนในแตล่ ะเดือน ซ่ึงมีสิทธไิ ดร้ ับสูงสุดคนละ 10,000 บาทตอ่ เดือน

อย่างไรก็ตาม กรณีกำรจับกุมผู้กระทำควำมผิดด้วยเคร่ืองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์น้ัน ปัจจุบัน
กระทรวงการคลงั ได้ออกขอ้ บงั คับกระทรวงการคลัง วา่ ด้วยการหักเงินคา่ ปรับกรณีจับกุมผูก้ ระทาความผดิ ด้วย
เครื่องอุปกรณท์ างอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ซ่ึงมีผลใช้บังคบั ตง้ั แต่วนั ท่ี 28 พ.ค. 2564 เป็นต้นมำ ได้ยกเลิก
เงนิ รำงวลั ค่ำปรับจรำจรในกรณีดงั กล่าวแลว้

โดยภำยหลังท่ีได้แบ่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และได้นำส่งเข้ำกองทุนเพ่ือกำรสืบสวน
และสอบสวนคดีอำญำแล้ว ให้ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอานาจหักเงิน
ค่ำปรับส่วนที่เหลือในอัตรำร้อยละ 95 ไว้ใช้จ่ำยในกำรดำเนินงำนจรำจรตามระยะเวลาที่กระทรวงการคลัง
กาหนด และให้นาฝากกระทรวงการคลังหรือสานักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนนิ งานจราจร โดยใหถ้ อื ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บที่กระทรวงการคลงั กาหนด
4.2 กำรจำ่ ยเงนิ รำงวัลให้แก่เจำ้ หน้ำท่ีผู้ปฏบิ ัติงำนดำ้ นกำรจรำจร

สาหรับเงินค่าปรับจราจรในส่วนที่หักไว้เป็นเงินรางวัลของเจ้าหน้าท่ีจะแบ่งให้กับเจ้าหน้าท่ีตารวจ
จราจรที่ทาการจับกุม อาสาจราจร และเจ้าหน้าที่ตารวจอ่ืนท่ีปฏิบัติงานสนับสนุ นด้านการจราจร
ตามหลักเกณฑก์ ารจดั สรรเงนิ รางวลั ตามผลงานในแตล่ ะเดอื น ซ่งึ มสี ทิ ธิได้รับสูงสุดคนละ 10,000 บาทต่อเดือน
ดังตารางในหนา้ ตอ่ ไปน้ี

27 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ

ตำรำงแสดงกำรจัดสรร “เงนิ รำงวลั เจำ้ หนำ้ ท่ตี ำรวจผูซ้ ึ่งปฏิบัติหน้ำท่คี วบคุมกำรจรำจร”

ส่วนที่ 1 เงินรำงวลั ของเจ้ำหนำ้ ทผ่ี ทู้ ำกำรจับกุม โดยจดั สรรตำมผลงำนกำรจับกมุ ของเจ้ำหน้ำทแ่ี ต่ละคน

(รอ้ ยละ 60 ของเงนิ คำ่ ปรับจำกผลกำร แตใ่ ห้ได้รับได้ไม่เกินคนละ 10,000 บำทตอ่ เดือน
กำรจับกุมของเจ้ำหนำ้ ทน่ี น้ั )

สว่ นที่ 2 เงนิ รางวลั แก่อาสาจราจร (ถ้าม)ี คนละ 2,000 บาทต่อเดือน

สว่ นท่ี 3 เงนิ รางวลั ของเจา้ หนา้ ที่สนบั สนนุ เงินรางวัลที่เหลือจากส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ให้แบ่งออกเป็น 4
การจราจรหรือวิทยจุ ราจร ส่วน

3 ส่วนแรก ให้จ่ายให้แก่เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุน
การจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่หลกั ของตาแหน่งหรอื ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีในสาย
งานจราจรตามท่ีได้รับมอบหมาย และเจ้าหน้าที่ตารวจในสายงาน
ป้องกันและปราบปรามที่ได้รับคาส่ังให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานวิทยุ
ในการควบคุมการจราจรโดยทาหน้าท่ีสนับสนุนการจราจร โดย
ไม่ได้ทำหน้ำท่ีผู้ดำเนินกำรจับกุมให้ได้รับเท่ากันทุกคน แต่ละไม่
เกินคนละ 10,000 บาทต่อเดอื น

1 ส่วนที่เหลือ สาหรับผู้ทาหน้าที่สนับสนุนการจราจร และทา
หน้าท่ีช่วยเหลือเจ้าหน้าท่ีดาเนนิ การจับกุมด้วย ให้ไดร้ ับเท่ำกันทุก
คน แตไ่ ม่เกนิ คนละ 10,000 บำทตอ่ เดอื น

ที่มำ : ประมวลจากระเบียบสานักงานตารวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบการตารวจไมเ่ ก่ียวคดี ลกั ษณะท่ี 38 (เดิม) เงินสินบนและเงินรางวัล (ฉบับท่ี 4) พ.ศ.2557

และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2557

ทั้งน้ี เป็นที่น่ำสังเกตว่ำ กำรกำหนดหลักเกณฑ์ให้เจ้ำหน้ำท่ีตำรวจจรำจรมีส่วนแบ่งในเงินค่ำปรับ
จรำจรน้ัน ย่อมเป็นที่ครหำจำกประชำชนอย่ำงไม่มีทำงหลีกเล่ียง กำรท่ีเงินค่ำปรับส่วนหน่ึงตกเป็นรำยได้
เจ้ำหน้ำท่ีผู้ทำกำรจับกมุ ย่อมทำให้ถูกมองว่ำเป็นกำรปฏิบัติหน้ำท่ีโดยเห็นแก่เงินรำงวัลอย่ำงไม่อำจปฏิเสธ
ได้ ทั้งกำรกระทำดังกล่ำวยังเข้ำลักษณะต้องห้ำมตำมหลักกำรขัดกันแห่งผลประโยชน์ท่ีเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ
ทกุ ประเภทพงึ ละเว้น

4.3 กำรปรับปรุงอตั รำโทษปรับในควำมผิดตำมพระรำชบญั ญตั ิจรำจรทำงบก พ.ศ.2522

เมื่อวันพุธท่ี 10 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาและมีมติรับหลักการแห่ง
รา่ งพระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก (ฉบบั ท.ี่ .) พ.ศ. .... ท่ีคณะรฐั มนตรเี ป็นผู้เสนอ ภายหลังมมี ติรบั หลกั การแห่ง
ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว รัฐสภาได้ดาเนินกระบวนการพิจารณาตามบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ
การประชมุ สภาไปตามลาดบั ขน้ั ตอน จนกระทัง่ ในครำวประชุมวฒุ ิสภำ ครง้ั ที่ 10 (สมัยสำมัญประจำปีครัง้ ท่ี
หน่ึง) วันจันทร์ที่ 16 สิงหำคม 2564 ทปี่ ระชุมวฒุ ิสภำได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมรำ่ งพระรำชบัญญัติดังกล่ำว
ในมาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 25 มาตรา

28 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรับจราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

26 มาตรา 30 มาตรา 34 และมาตรา 40 จึงส่งคืนร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวมำยังสภำผแู้ ทนรำษฎร ตาม
บทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯมาตรา 137 (3) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ล่าสุดร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ใน
ขนั้ ตอนการพจิ ารณาของคณะกรรมาธกิ ารร่วมกนั ของรฐั สภา9

โดยเหตุผลประการสาคัญของการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติ
จราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพมิ่ เตมิ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพการณ์ปัจจุบันเพอ่ื เปน็ การ
ป้องกันและลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุทางถนน ซ่ึงถือว่าเป็นภัยพิบัติร้ายแรงท่ีพรากชีวิตคนไทยจานวนมาก
ในแต่ละปี การเสนอปรบั ปรุงพระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในคร้ังนี้ ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิหน้าท่ี
ของประชาชนในการใช้รถใช้ถนนหลายประการ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรเสนอให้เพิ่มอัตรำโทษปรับในฐำน
ควำมผิดต่ำง ๆ ตำมพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ.2522 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม จำกเดิมเพ่ิมข้ึน 4
เท่ำตัวโดยประมาณ ย่อมทาให้รายได้จากเงินค่าปรับจราจรเพ่ิมข้ึนจานวนมาก หากยังคงอนุญาตให้นาเงิน
ดังกล่าวไปจัดสรรเป็นเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าท่ีตารวจที่ปฏิบัติงานด้านจราจรดังเช่นท่ีถือปฏิบัติมาน้ัน กฎหมาย
ดังกลา่ วอาจกลายเปน็ เคร่อื งมือในการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าหน้าท่ี เมอื่ เจ้าหนา้ ที่ผู้บังคับใชก้ ฎหมายมีความ
ยินดีกับเงินรางวัลจากส่วนแบ่งของเงินค่าปรับนั้นแล้ว ย่อมส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายขาดความเคร่งครัด
เฉียบขาด จริงจงั และตอ่ เนื่อง อาจไมส่ ามารถบรรลวุ ัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ในที่สุด

ในขณะเดียวกัน หากมีทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินรายได้ดังกล่าวระหว่างรัฐบาลกับ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเสียใหม่ให้เกิดความเหมาะสม เงินรายได้ท่ีเพ่ิมข้ึนดังกล่าวอาจจะเกิดประโยชน์
สูงสุดต่อการปฏิบัติภารกิจด้านการจัดการจราจรขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงย่อมส่งผลให้ประชาชนใน
ท้องถ่ินมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนยิ่งขึ้นด้วย ทั้งน้ี ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีการเสนอให้
ปรบั ปรุงแกไ้ ขอตั รำโทษปรบั ในฐานความผดิ ตา่ ง ๆ โดยสรปุ ได้ ดังตารางตอ่ ไปน้ี

ตารางแสดงการปรับปรุงอตั ราโทษปรับตามรา่ งพระราชบัญญตั ิจราจรทางบก (ฉบบั ท่.ี .) พ.ศ. ....

มำตรำ /ฐำนควำมผดิ อัตรำโทษปรบั เดมิ อัตรำโทษปรบั ใหม่
ไม่เกิน 200 บาท ไม่เกนิ 500 บาท
มำตรำ 147ฝา่ ฝนื หรือไมป่ ฏบิ ตั ิตามมาตรา 12 มาตรา 79 มาตรา 80
มาตรา 81 มาตรา 82 ไม่เกนิ 500 บาท ไม่เกิน 2,000 บาท

มาตรา 103 มาตรา 104 มาตรา 105 มาตรา 106 มาตรา 115
มาตรา 116 มาตรา 117

มาตรา 131 หรอื มาตรา 132

มำตรำ 149 ฝา่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 98 วรรคสองหรอื วรรค

9 ในกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร ชุดท่ี 25 ปีท่ี 3 ครั้งที่ 27 (สมัยสำมัญประจำปีคร้ังที่ 2) วันพุธท่ี 2 กุมภำพันธ์ 2565 ที่ประชุมได้มีมติ
เห็นชอบด้วยกับร่ำงพระรำชบญั ญัติฉบบั ดังกล่ำว ตำมที่คณะกรรมำธิกำรร่วมกนั พิจำรณำแล้ว โดยไม่มีกำรแก้ไขเปลี่ยนแปลงอัตรำโทษปรับ
แต่อย่ำงใด ล่ำสุดพระรำชบัญญัติดังกล่ำวได้มีกำรประกำศใช้ในรำชกิจจำนุเบกษำ เล่มท่ี 139 ตอนที่ 28 ก หน้ำ 5 แล้วเมื่อวันที่ 7
พฤษภำคม 2565 ซงึ่ จะมผี ลบังคบั ใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วันนับแตว่ นั ประกำศใช้

29 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรบั จราจรกบั การเพม่ิ ศักยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

มำตรำ /ฐำนควำมผดิ อตั รำโทษปรบั เดมิ อตั รำโทษปรบั ใหม่
ต้ังแต่ 200 - 500 บาท
สาม ไม่เกิน 1,000 บาท ไมเ่ กนิ 2,000 บาท
ไมเ่ กิน 1,000 บาท ไมเ่ กิน 4,000 บาท
มำตรำ 151 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา ไม่เกนิ 2,000 บาท ไม่เกนิ 4,000 บาท
39 มาตรา 52 มาตรา 61 หรือมาตรา 66
ไมเ่ กิน 500 บาท ไมเ่ กนิ 5,000 บาท
ฝา่ ฝืนหรือไมป่ ฏบิ ัติ มำตรำ 153 (ผูป้ ระกอบการรถแทกซ)ี่ ไม่เกนิ 2,000 บาท
ไม่เกนิ 500 บาท
มำตรำ 155 ฝ่าฝนื หรือไม่ปฏบิ ัตติ าม ไม่เกนิ 1,000 บาท ไมเ่ กนิ 2,000 บาท
ไม่เกิน 4,000 บาท
มาตรา 141 โดยไมม่ ีเหตุอนั สมควร (ไม่ปฏบิ ตั ิตามใบส่ังเจา้ พนกั งาน) -
วรรคหนึง่ ไม่เกนิ 20,000 บาท
มำตรำ 158 ฝ่าฝนื หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 วรรคหนงึ่ มาตรา 28
หรือมาตรา 100 วรรคหน่ึงหรือวรรคสอง หรือ ไม่ปฏิบัติตาม วรรคสอง ไม่เกนิ 40,000 บาท
กฎกระทรวงท่อี อกตามมาตรา 17 วรรคสอง
สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร
มำตรำ 148 ฝา่ ฝนื หรอื ไม่ปฏบิ ตั ิตาม

มาตรา 6 วรรคหนงึ่ หรอื วรรคสอง

มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มาตรา 9,10,11

มาตรา 14 วรรคหนึง่ มาตรา 20 มาตรา 36 ,37,38

มาตรา 41,42,44 มาตรา 51,54, มาตรา 55 วรรคหน่ึง มาตรา
57,58 มาตรา 60 ,62,63,68,69

มาตรา 70,71,73,74,76 มาตรา 83,84,87,88

มาตรา 96 วรรคหน่ึง มาตรา 97

มาตรา 101,107,108,109,110,111,

112,114,วรรคหนง่ึ มาตรา 118,119,120,121,122 วรรคหน่ึงหรือ
วรรคสาม มาตรา 123วรรคหนง่ึ มาตรา 123/2 มาตรา
124 ,126 ,129 หรือ มาตรา 133

ฝ่าฝนื หรอื ไม่ปฏบิ ตั ิ มำตรำ 150 (ไม่ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บหรือประกาศ
ฯ)

มำตรำ 152 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบตั ติ าม มาตรา 7 มาตรา 10 ทวิมาตรา
13 วรรคหนงึ่ มาตรา 15 วรรคหนึ่ง มาตรา 16 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง
มาตรา 22 มาตรา 23 (1) มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา
29 มาตรา 31/1 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 56 มาตรา 64
มาตรา 67 วรรคหนึ่ง มาตรา 73 วรรคหนึง่ หรือวรรคสาม มาตรา 77
วรรคหนึ่ง มาตรา 89 มาตรา 86 มาตรา 89 วรรคหน่ึง มาตรา 90

มาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 มาตรา 94 วรรคหน่ึง มาตรา 95

มาตรา 99 มาตรา 127 มาตรา 127 หรือมาตรา 130 หรือไม่ปฏิบัติ
ตามประกาศท่ีอธิบดีกาหนดตามมาตรา 15 วรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติ
ตามกฎกระทรวงทีออกตามมาตรา 77 วรรคสอง หรือมาตรา 96
วรรคสอง หรอื ไมเ่ คลื่อนย้ายรถตามมาตรา 143 (1)

มำตรำ 153/1 ผู้ขบั ขี่รถสำธำรณะปฏิบตั ิฝำ่ ฝืน

(เพิม่ ขึ้นใหม่)

30

เงนิ ค่าปรบั จราจรกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

มำตรำ /ฐำนควำมผดิ อตั รำโทษปรบั เดมิ อตั รำโทษปรบั ใหม่
ฝ่าฝนื หรอื ไมป่ ฏบิ ัตติ าม มำตรำ 154 ไมเ่ กิน 1,000 บาท
ไมเ่ กิน 4,000 บาท
ฝ่าฝนื หรือไม่ปฏิบตั ติ าม มำตรำ 156 - ไมเ่ กนิ 10,000 บาท
(ขับรถระหว่างถกู พกั ใบอนญุ าต/เพ่ิมขึ้นใหม)่ -
มำตรำ 156 ปดิ บงั ทาลาย เคร่อื งหมายหา้ มการใชร้ ถ (เพมิ่ ขน้ึ ใหม่) ตงั้ แต่ 400 -1,000 บาท ไมเ่ กนิ 4,000 บาท
ไมเ่ กนิ 4,000 บาท
มำตรำ 157 ฝา่ ฝนื หรือไมป่ ฏิบัติตาม มาตรา 35 มำตรำ 43 (3) (4) ไม่เกิน 1,000 บาท
(6) (7) หรอื (9) - ไมเ่ กนิ 4,000 บาท
มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 53 มาตรา 65
วรรคหน่ึง หรือมาตรา 125 ต้ังแต่ 2,000-10,000 บาท วรรคหนึ่ง 2,000-10,000 บำท
(ควำมผิดเกีย่ วกบั กำรขับข)่ี ตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท
มำตรำ 157/1 (ฝ่ำฝืนคำสง่ั เจำ้ พนักงำนฯ) วรรคสอง 5,000-20,000 บำท
ตงั้ แต่ 2,000-10,000 บาท
มำตรำ 158/1 ขับรถฝ่าฝืนมาตรา 43 (1) (5) หรือ (8) (เพิ่มเติมขึ้น
ใหม่ให้มีโทษหนักขึ้น สาหรับการขับขี่รถขณะเมาสุรา หย่อน วรรคหน่งึ 5,000-10,000 บาท
ความสามารถ หรอื โดยไม่คานงึ ถึงความปลอดภยั )
มำตรำ 160 ฝ่ำฝนื มำตรำ 78 วรรคหนึ่ง วรรคสอง 10,000-20,000 บาท
(เกิดอุบัตเิ หตุไม่หยุดให้ความช่วยเหลอื )
มำตรำ 160 ทวิ ฝ่ำฝนื มำตรำ 134 วรรคหนงึ่
ฝำ่ ฝืนมำตรำ 134/1
(ควำมผดิ เกี่ยวกบั กำรแขง่ รถในทำง)

จากตารางข้างต้น จะเห็นได้ว่าอัตราโทษปรับความผิดจราจรในฐานความผิดต่าง ๆส่วนใหญ่ถูก
ปรับเพิ่มขึ้นกว่ำ 4 เท่ำตัว โดยเฉพาะความผิดที่เก่ียวข้องกับการขับข่ีรถ ในมาตรา 148 มาตรา 152 และ
มาตรา 157 โดยเฉพาะมาตรา 158/1 ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้มีโทษหนักข้ึนสาหรับขับข่ีขับรถฝ่าฝืนมาตรา 43
(1) (5) หรือ (8) กล่าวคอื ขับรถในขณะเมาสุรา ในขณะหยอ่ นความสามารถ หรือโดยไม่คานงึ ถงึ ความปลอดภัย
หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และความผิดท่ีเก่ียวข้องกับการแข่งรถในทาง ตามมาตรา มาตรา 160 ทวิ
กรณีฝ่าฝืนมาตรา 134 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนมาตรา 134/1 มีอัตราโทษปรับขึ้นต่า 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน
20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม อัตราโทษดังกล่าวเป็นเพียงเพดานขั้นสูงท่ีกฎหมายกาหนดไว้เท่านั้น ในทางปฏิบัติ
จานวนค่าปรับในแต่ละฐานความผิดจะเป็นจานวนเท่าใดนั้น สานักงานตารวจแห่งชาติจะประกาศกาหนด
ในราชกิจจานุเบกษาอีกช้ันหนึ่ง เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน
ผู้ทาการเปรียบเทียบปรับ ดังเช่น ท่ีบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ ประกำศสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ เรื่อง
กำรกำหนดจำนวนค่ำปรับตำมท่ีเปรียบเทียบสำหรับควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติจรำจรทำงบก พ.ศ.
2522 ลงวันที่ 25 สงิ หำคม 2563 โดยกาหนดจานวนคา่ ปรบั ไว้ทัง้ หมด 155 ขอ้ มอี ตั ราโทษปรับ

31 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผ้แู ทนรำษฎร

เงินคา่ ปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน

ตง้ั แต่ 200 - 1,000 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้มาต้ังแต่เดือนสงิ หาคม 2563 ท่ีผ่านมา โดยมีตัวอย่างจานวนค่าปรับ
ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ท่ีมักเกิดขึ้นบอ่ ย ๆ เชน่

ตำรำงแสดงตวั อยำ่ งจำนวนคำ่ ปรับในฐำนควำมผิดตำม พ.ร.บ.จรำจรทำงบก พ.ศ. 2522

ฐำนควำมผิด จำนวนคำ่ ปรับ*

นารถทมี่ ีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงหรืออาจเกดิ อนั ตรายมาใชใ้ นทางเดินรถ ปรบั 400 บาท

ไม่จัดใหร้ ถมเี คร่อื งยนต์ เคร่ืองอุปกรณ์ หรือสว่ นควบครบถ้วนตามกฎหมาย ปรบั 400 บาท

นารถท่ีไมต่ ดิ แผน่ ปา้ ยทะเบียนมาใช้ในทางเดนิ รถ ปรบั 500 บาท

นารถที่เครอ่ื งยนต์กอ่ ใหเ้ กิดก๊าซ ฝ่นุ ควัน หรือเสยี งเกนิ เกณฑท์ ี่กาหนด ปรับ 1,000 บาท

ไมป่ ฏิบัติตามสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร ปรับ 500 บาท

ไม่มใี บอนุญาตขบั ข่อี ย่กู บั ตวั และไม่อาจแสดงตอ่ เจ้าพนกั งานจราจร ปรับ 200 บาท
ขับรถในลักษณะกดี ขวางจราจร ปรบั 400 บาท
ขบั รถโดยประมาทหรอื นา่ หวาดเสยี ว ปรับ 400 บาท
ขบั รถบนทางเทา้ โดยไม่มีเหตอุ ันสมควร ปรบั 500 บาท
ใชโ้ ทรศพั ท์ขณะขับรถโดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริมเพือ่ การสนทนา ปรับ 400 บาท
ขับรถแซงขน้ึ หน้ารถอื่นดา้ นซา้ ย ปรับ 500 บาท
หยุดรถในเขตท่ีมีเครือ่ งหมายหา้ มหยุด ปรับ 300 บาท
หยุดรถในเขตปลอดภัย ปรับ 200 บาท
จอดรถในทีห่ ้ามจอด ปรับ 400 บาท

ทม่ี ำ : ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 137 ตอนพิเศษ 195 ง 25 สงิ หาคม 2563 หนา้ 9-23
*จานวนคา่ ปรับทก่ี าหนดสว่ นใหญ่ประมาณก่งึ หนง่ึ ของอัตราโทษทีก่ ฎหมายกาหนดไว้

ดังน้ัน ในอนาคตเม่ือร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่น้ีมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว
สานักงานตารวจแห่งชาติก็ต้องออกประกาศกาหนดจานวนค่าปรับในแต่ละฐานความผิดใหม่ ให้สอดคล้องกับ
การเพิ่มข้ึนของอัตราโทษปรับท่ีกฎหมายกาหนดไว้ ในที่สุดแล้วก็อาจจะส่งผลให้เงินรายได้จากค่าปรับจราจร
เพ่ิมขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับปัจจัยอ่ืน ๆ ด้วย เช่น ความตระหนักและการเคารพกฎหมายของ
ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน การเอาจริงเอาจัง และความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการกวดขันบังคับใช้กฎหมาย
รวมถึงอตั ราการเพม่ิ ขนึ้ ของยานพาหนะและปริมาณจราจรด้วย

อย่างไรก็ตาม การท่ีสานักงานตารวจแห่งชาติจะหักเงินค่ำปรับตำมอัตรำใหม่นี้ไว้เป็นเงินสินบน
รำงวัลและค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินงำนได้นั้น ต้องขอทาความตกลงกับกระทรวงการคลังใหม่เสียก่อน ดังท่ี
กาหนดไวใ้ นข้อ 3 ของประกาศกระทรวงการคลงั เรอ่ื ง กาหนดประเภทและอัตราการหักเงินค่าปรบั ก่อนนาส่ง
คลัง ลงวนั ท่ี 11 กุมภาพันธ์ 2547 ทีก่ าหนดไว้ วา่

32 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผแู้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพมิ่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

“ขอ้ 3 กรณีทมี่ ีการแกไขอัตรำค่ำปรับในกฎหมำยท่ีกาหนดในบัญชีแนบท้ายฉบับใด ให้งดการหักเงิน
ค่าปรับตามกฎหมายฉบับนั้นไวชั่วคราว และให้สวนราชการซ่ึงเป็นผู้รักษาการกฎหมายขอทาความตกลงกับ
กระทรวงการคลังเพอ่ื กาหนดหลกั เกณฑ์และอัตราใหม่ต่อไป”

33 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงนิ ค่าปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ

5.ข้อมลู สถติ ิเกย่ี วกบั กำรกระทำผดิ และรำยได้จำกเงินคำ่ ปรับจรำจร

จานวนตัวเลขที่แน่นอนเก่ียวกับเงินค่าปรับจราจรท้ังระบบเป็นเรื่องท่ีค่อนข้างจะประมาณการได้ยาก
เนอ่ื งจากข้อมูลที่หนว่ ยงานต่าง ๆ จดั ทาไว้มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย และการเข้าถงึ ขอ้ มลู เหล่าน้ันโดยตรงล้วน
มขี ้อจากัด ดังน้ัน จึงต้องอาศัยข้อมูลข้างเคียงท่ีพอจะอนุมานเพื่ออธิบายให้เห็นภาพรวมของเงินรายได้จากเงิน
ค่าปรับจราจรในประเทศได้ตามสมควร ได้แก่ จานวนรถท่ีจดทะเบียนสะสม สถิติคดีอาญาความผิดจราจร
รายได้ขององค์กรปกครองท้องถ่ินบางแห่งท่ีได้รับการจัดสรรเงินรายได้จากค่าปรับจราจร โดยเฉพาะ
กรงุ เทพมหานคร เมอื งพทั ยา และเทศบาลนครต่าง ๆ เป็นต้น

5.1 จำนวนรถท่จี ดทะเบียนสะสมทว่ั ประเทศ

ข้อมูลจานวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 มีจานวนท้ังส้ิน
41,471,345 คัน10 ประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ จานวน 21,396,980 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
จานวน 10,446,505 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือกระบะ จานวน 6,878,050 คัน รถยนต์น่ังส่วนบุคคล
เกิน 7 คน จานวน 434,254 คัน รถจักรยานยนต์สาธารณะ จานวน 170,506 คัน รถแท็กซ่ี จานวน 80,172
คัน รถโดยสาร จานวน 151,547 คัน และรถบรรทุก จานวน 1,173,801 คัน

ต่อมา แค่เพียงปีเศษทาให้มีรถท่ีจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเกือบหน่ึงล้านคัน โดยข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มงาน
สถิติ กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก ณ.วันที่ 31 มกรำคม 2565 มีรถที่จดทะเบียนสะสมท่ัวประเทศ
จานวนท้ังส้ิน 42,414,027 คัน ประกอบด้วยรถท่ีจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งเป็น
รถจักรยานยนต์ รถยนต์น่ังส่วนบุคล รถบรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยายนต์สาธารณ หรือรถแท็กซ่ีรวม
จานวน 41,072,996 คัน และรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นรถยนต์เพื่อการ
โดยสารคนและรถยนต์ท่ีใช้ในกิจการขนส่ง รวมจานวน 1,341,031 คัน จาแนกเป็นรถที่จดทะเบียนใน
ส่วนกลำงหรือกรุงเทพมหำนคร จำนวน 11,272,279 คัน และรถท่ีจดทะเบียนในภูมิภำค จำนวน
31,140,748 คัน (รายละเอียดปรากฏตามตารางข้อมูลจานวนรถที่จดทะเบียนสะสม ณ วันท่ี 31 มกราคม
2565 ในหนา้ ถัดไป)

ท้ังนี้ ข้อมูลจานวนรถท่ีจดทะเบียนสะสมที่เพิ่มข้ึนอย่างต่อเน่ืองในแต่ละปี ย่อมทาให้ปริมาณ
การจราจรบนท้องถนน และอัตราการกระทาฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ต้ังใจก็ตาม และในท่ีสุดก็จะทาให้เงินค่าปรับจราจรในความผิดอาญาตาม
พระราชบญั ญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แกไ้ ขเพม่ิ เติมย่อมสงู เปน็ เงาตามตัว

10กรมกำรขนส่งทำงบก, “สถิตกิ ำรจดทะเบียนรถใหมป่ ำ้ ยแดงทั่วประเทศตลอดปี 2563,” จำกเวบ็ ไซด์http://www.dlt.go.th (สบื ค้นเมือ่
วนั ที่ 3 มีนำคม 2565 )

34 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรับจราจรกบั การเพ่ิมศักยภาพการจัดการจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น

จานวนรถทจ่ี ดทะเบยี นสะสม ณ วันที่ 31 มกราคม 2565

Number of Vehicle Registered in Thailand as of 31 January 2022

(คนั : Unit)

ประเภทรถ ทั่วประเทศ ส่ วนกลาง (กรุงเทพฯ) ส่ วนภมู ภิ าค

Type of Vehicle Whole Kingdom Bangkok Regional

รวมท้ังสิ้ น 42,414,027 11,273,279 31,140,748

Grand Total

ก. รวมรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 41,072,996 11080355 29,992,641

Total Vehicle under Motor Vehicle Act

รย. 1 รถยนตน์ ัง่ ส่วนบคุ คลไม่เกนิ 7 คน Sedan (Not more than 7 Pass.) 10,896,561 5,113,071 5,783,490
รย. 2 รถยนตน์ งั่ ส่วนบคุ คลเกนิ 7 คน Microbus & Passenger Van 439,725 223,369 216,356
รย. 3 รถยนตบ์ รรทกุ ส่วนบคุ คล Van & Pick Up
6,995,468 1,462,518 5,532,950

รย. 4 รถยนตส์ ามลอ้ ส่วนบคุ คล Motortricycle 1,370 766 604

รย. 5 รถยนตร์ บั จา้ งระหวา่ งจงั หวดั Interprovincial Taxi - --

รย. 6 รถยนตร์ บั จา้ งบรรทกุ คนโดยสารไม่เกนิ 7 คน Urban Taxi 84,480 81,223 3,257

- บคุ คลธรรมดา 25,733 24,887 846

- นิตบิ คุ คล 58,192 55,785 2,407

- ไม่ระบุ 555 551 4

รย. 7 รถยนตส์ ี่ลอ้ เลก็ รบั จา้ ง Fixed Route Taxi 2,356 1,839 517

รย. 8 รถยนตร์ บั จา้ งสามลอ้ Motortricycle Taxi (Tuk Tuk) 19,087 9,187 9,900

รย. 9 รถยนตบ์ ริการธุรกจิ Hotel Taxi 3,809 468 3,341

รย.10 รถยนตบ์ ริการทศั นาจร Tour Taxi 4,210 1,505 2,705

รย.11 รถยนตบ์ ริการใหเ้ ชา่ Car For Hire 68 40 28

รย.12 รถจกั รยานยนตส์ ่วนบคุ คล Motorcycle 21,732,332 3,985,418 17,746,914

รย.13 รถแทรกเตอร์ Tractor 603,577 110,243 493,334

รย.14 รถบดถนน Road Roller 16,138 4,241 11,897

รย.15 รถใชง้ านเกษตรกรรม Farm Vehicle 109,687 7 109,680

รย.16 รถพ่วง Automobile Trailer 7,443 5,275 2,168

รย.17 รถจกั รยานยนตส์ าธารณะ Public Motorcycle 156,685 81,185 75,500

ข. รวมรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่ งทางบก 1,341,031 192,924 1,148,107

Total Vehicle under Land Transport Act

รวมรถโดยสาร Bus : Total 138,997 36,902 102,095

แยกเป็น - ประจาทาง Fixed Route Bus 63,893 17,163 46,730

หมวด 1 15,949 9,121 6,828

หมวด 2 7,035 3,751 3,284

หมวด 3 10,242 181 10,061

หมวด 4 29,219 3,711 25,508
ระหวา่ งประเทศ 39 10 29
ไม่ระบุ 389
- ไม่ประจาทาง Non Fixed Route Bus 1,409 1,020
ไม่ประจาทาง 61,260 16,475 44,785
ระหวา่ งประเทศ 61,260 16,475 44,785
- ส่วนบคุ คล Private Bus
ส่วนบคุ คล - - -
ระหวา่ งประเทศ 13,844 3,264 10,580
13,844 3,264 10,580
รวมรถบรรทุก Truck : Total
แยกเป็น - ไม่ประจาทาง Non Fixed Route Truck - - -
156,022 1,045,390
ไม่ประจาทาง 1,201,412 91,152
ระหวา่ งประเทศ 382,952 91,152 291,800
- ส่วนบคุ คล Private Truck 382,952 291,800
ส่วนบคุ คล - -
ระหวา่ งประเทศ 64,870 -
818,460 64,870 753,590
โดยรถขนาดเล็ก Small Rural Bus 818,460 753,590
กล่มุ สถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก -
(Transport Statistics Sub-Division, Planning Division, Department of Land Transport) - - -
622
622

35 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงินค่าปรับจราจรกบั การเพ่ิมศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น

ในขณะเดียวกันเม่ือดูอตั รำกำรเพ่ิมข้นึ ของรถที่จดทะเบียนใหม่ในแต่ละปีก็ยังมีทิศทางเพิม่ ขึน้ อยา่ ง
ตอ่ เน่อื ง แม้ว่าบางช่วงอาจมกี ารชะลอตวั ตามสภาวะเศรษฐกจิ ของประเทศและปัจจยั เกี่ยวขอ้ งอนื่ ๆ

สถติ ิจานวนรถจดทะเบียนใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่ งทางบก ปี พ .ศ. 2565 รวมทว่ั ประเทศ

ประเภทรถ รวม ม.ค. ก.พ มี.ค. (คนั : Unit)
Type of Vehicle Total Jan Feb Mar ธ.ค.
รวมท้งั หมด Grand Total 506,307 251,792 254,515 Dec
ก. รวมรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ - -
Total Vehicle under Motor Vehicle Act. 493,307 244,990 248,317
รย.1 รถยนตน์ งั่ สว่ นบคุ คลไมเ่ กิน 7 คน Sedan (Not more than 7 Pass.) - -
110,565 54,737 55,828
รย.2 รถยนตน์ งั่ สว่ นบคุ คลเกิน 7 คน Microbus & Passenger Van 3,470 1,883 1,587 - -
43,971 23,189 20,782 - -
รย.3 รถยนตบ์ รรทุกสว่ นบุคคล Van & Pick Up 7 - -
- 2 5 - -
รย.4 รถยนตส์ ามลอ้ สว่ นบคุ คล Motortricycle 109 - - - -
81 53 56 - -
รย.5 รถยนตร์ ับจา้ งระหวา่ งจงั หวดั Interprovincial Taxi 28 41 40 - -
- 12 16 - -
รย.6 รถยนตร์ ับจา้ งบรรทกุ คนโดยสารไมเ่ กิน 7 คน Urban Taxi 44 - - - -
19 24 20 - -
- บคุ คลธรรมดา Private 15 17 - -
- 11 2 - -
- นิติบคุ คล Juristic Person - 4 - -
321,972 158,920 - - -
รย.7 รถยนตส์ ลี่ อ้ เล็กรับจา้ ง Fixed Route Taxi 12,548 5,885 163,052 - -
57 6,663 - -
รย.8 รถยนตร์ ับจา้ งสามลอ้ (Tuk Tuk) 117 62 60 - -
105 66 43 - -
รย.9 รถยนตบ์ ริการธรุ กิจ Hotel Taxi 157 84 91 - -
208 124
รย.10 รถยนตบ์ ริการทศั นาจร Tour Taxi - -
13,000 6,802 6,198
รย.11 รถยนตบ์ ริการใหเ้ ช่า Car For Hire - -
534 306 228 - -
รย.12 รถจกั รยานยนต์ Motorcycle 89 52 37 - -
10 6 4 - -
รย.13 รถแทรกเตอร์ Tractor 862 - -
15 5 10 - -
รย.14 รถบดถนน Road Roller 56 35 21 - -
--- - -
รย.15 รถใชง้ านเกษตรกรรม Farm Vehicle 385 223 162 - -
385 223 162 - -
รย.16 รถพว่ ง Automobile Trailer --- - -
60 31 29 - -
รย.17 รถจกั รยานยนตส์ าธารณะ Public Motorcycle 60 31 29 - -
ข. รวมรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่ งทางบก --- - -
12,466 6,496 5,970 - -
Total Vehicle under Land Transport Act 6,005 3,169 2,836 - -
รวมรถโดยสาร Bus : Total 6,005 3,169 2,836 - -
แยกเป็ น - ประจาทาง Fixed Route Bus --- - -
6,461 3,327 3,134 - -
หมวด 1 category 1 6,461 3,327 3,134 - -
หมวด 2 category 2 --- - -
หมวด 3 category 3 ---
หมวด 4 category 4
ระหวา่ งประเทศ Internation Bus
- ไมป่ ระจาทาง Non Fixed Route Bus
ไมป่ ระจาทาง Non Fixed Route Bus
ระหวา่ งประเทศ Internation Bus
- สว่ นบคุ คล Private Bus
สว่ นบคุ คล Private Bus
ระหวา่ งประเทศ Internation Bus
รวมรถบรรทุก Truck : Total
แยกเป็ น - ไมป่ ระจาทาง Non Fixed Route Truck
ไมป่ ระจาทาง Non Fixed Route Bus
ระหวา่ งประเทศ Internation Truck
- สว่ นบุคคล Private Truck
สว่ นบุคคล Private Truck
ระหวา่ งประเทศ Internation Truck
รถขนาดเล็ก Small Rural Bus
กลุ่มสถิติการขนสง่ กองแผนงาน กรมการขนสง่ ทางบก
(Transport Statistics Sub-Division, Planning Division , Department of Land Transport)

36 สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรับจราจรกบั การเพม่ิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ

จากตารางข้างบนนี้ จะเห็นว่าช่วงระยะเวลาแค่ 2 เดือนแรกของปี 2565 มีรถท่ีจดทะเบียนใหม่แล้ว
กว่า 506,307 คัน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไม่สู้จะดีนักสะท้อนนิสัยและค่านิยมของสังคมไทย
ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้รถส่วนตัว และการมีรถยนต์ใช้เป็นสิ่งบ่งช้ีสถานะทางสังคมด้วย อย่างไรก็ตาม การท่ีมี
จานวนรถบทท้องถนนจานวนมากมายเพียงอย่างเดียว มิไดห้ มายความว่าจะทาให้เงินรายได้จากค่าปรับจราจร
จะเพ่ิมขึน้ ตามไปด้วย หากคนไทยให้เคารพกฎหมาย และตระหนักถงึ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ดงั น้ัน
จึงต้องดขู อ้ มูลสถิตเิ ก่ียวกับการกระทาความผิดกฎหมายจราจรทางบกควบคูก่ ันไปด้วย

5.2 สถติ ิคดีอำญำควำมผดิ จรำจรทำงบก

จากข้อมูลการให้สัมภาษณ์ส่ือมวลชน เม่ือวันท่ี 29 พ.ค.2562 ของผู้ช่วยผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ
ทา่ นหน่ึงซึง่ ได้รับมอบหมายใหด้ ูแลงานด้านการจราจร11 ได้เปดิ เผยว่าสาเหตุสาคญั ของปญั หาอุบตั ิเหตุทางท้อง
ถนนในประเทศไทยที่ทาให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรจานวนมาก คือ การที่ผู้ขับขี่ไม่
ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยข้อมูลสถิติตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2562 จนถงึ วันที่ 28 พ.ค.2562 มีผู้เสียชวี ิตจากอุบัติเหตุ
จราจรแล้วท้ังหมด 6,954 ราย และผู้บาดเจ็บทั้งหมด 412,000 ราย หรือมีค่าเฉลี่ย 1,400 ราย/เดือนและ
80,000 ราย/เดือนตามลาดับ ซึ่งสอดคล้องกับสถิติกำรกระทำควำมผิดกฎหมำยจรำจรทำงบกที่มีปริมำณ
เพ่ิมข้ึนถึงร้อยละ 100 ในช่วงเวลำเพียงไม่กี่ปีท่ีผ่ำนมำ และมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนอย่ำงต่อเนื่องด้วย และยิ่งไป
กว่านั้นพบสถิติการกระทาผิดซ้ามากถึงร้อยละ 20 นั่นหมายความว่าผู้ที่เคยกระทาความผิดมาแล้วก็อาจโดน
กล่าวหาวา่ ได้กระทาความผิดได้อีกจะด้วยความตั้งใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตาม เน่ืองจากกฎหมายจราจรทาง
บกเป็นกฎหมายที่ใกล้ชิดกบั ชวี ิตประจาวันของประชาชนมากทส่ี ุดนัน่ เอง

สถิติกำรออกใบส่ังจรำจรย้อนหลัง 3 ปี ระหว่ำงปี พ.ศ. 2560-2562 (หน่วย : ลำ้ นใบ)

ปี จำนวนใบสัง่ ท่ีออก จำนวนใบสง่ั ที่ชำระ จำนวนใบส่งั ท่คี ำ้ งชำระ

2560 5.2 * *

2561 11.0 1.3 9.7

2562** 7.0 1.1 5.9

ท่มี ำ : ประมวลจากบทสัมภาษณข์ องอดีตผูช้ ่วยผบู้ ัญชาการตารวจแหง่ ชาติ สถติ ิคดีอาญาจราจรทางบกและการออกใบสัง่
จราจรระหวา่ งปี 2560-2562 หนังสอื พมิ พ์ไทยโพสต์ สืบคน้ เม่ือวันที่ 6 มนี าคม 2565. จาก
https://www.thaipost.net/main/detail/37138

*ไม่ปรากฏข้อมลู
**ข้อมูลแคใ่ นช่วง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2562

11 พล.ต.ท. ดารงศักดิ์ กติ ติประภัสร์ ซึง่ ดารงตาแหน่งผชู้ ว่ ยผู้บญั ชาการตารวจแหง่ ชาติในขณะนั้น สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร

37

เงินค่าปรับจราจรกบั การเพ่มิ ศกั ยภาพการจดั การจราจรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่

จากข้อมูลสถิติการออกใบส่ังจราจรย้อนหลังช่วง 3 ปี พบว่าในปี 2560 มีการออกใบสั่งทั้งหมด 5.2
ล้านใบ (และยงั พบวา่ ในจานวนน้ีมผี ู้กระทาผิดซ้า 1.2 ลา้ นรายหรือคิดเป็น 20%) ตอ่ มาในปี 2561 มกี ารออก
ใบส่ังทั้งหมด 11 ล้านใบ มีการขยายตัวเพิ่มข้ึนจากปีก่อนมากกว่า 1 เท่าตัว ในขณะเดียวกันยังพบว่าในปี
ดังกล่าวมีผู้มาชาระค่าปรับเพียง 1.3 ล้านใบ จึงทาให้มีใบสั่งตกค้างในระบบจานวน 9.7 ล้านใบ หรือคิดเป็น
มากกว่า 85% ของใบส่ังที่ออกทั้งหมด สาหรับในปี 2562 เพียงแค่ช่วง 6 เดือนแรกของปีได้มีการออกใบสั่ง
ไปแล้วจานวน 7.0 ล้านใบ และมีใบสั่งที่ค้างชาระค่าปรับอยู่ในระบบมากถงึ 5.9 ล้านใบหรือคิดเป็น 84% ของ
ทัง้ หมด

สำหรับเงินค่ำเงินค่ำปรับจำกใบส่ังท่ีอยู่ในระบบน้ันเฉล่ีย 500 บำทต่อใบ ดังนั้นในปี 2561 ซึ่งมี
กำรออกใบสั่งท้ังหมด 11 ล้ำนใบ ถ้ำมกี ำรชำระค่ำปรบั ถกู ตอ้ งครบถว้ นตำมจำนวนใบสั่ง ในปีดังกล่ำวจะมี
เงินรำยได้จำกค่ำปรับจรำจรท้ังระบบจำนวนทั้งส้ิน 5,500 ล้ำนบำท ซึ่งมีกำรแบ่งให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ และเป็นเงนิ รำงวลั แกเ่ จ้ำหนำ้ ท่ตี ำรวจจรำจร ตำมหลักเกณฑท์ ่กี ฎหมำยกำหนด

อย่ำงไรก็ตำม สำนักงำนตำรวจแห่งชำติมีนโยบำยต้องกำรที่จะให้ยกเลิกรำงวัลนำจับดังกล่ำว
เพรำะทำให้ตำรวจเสียภำพลักษณ์และถูกวิพำกษ์วิจำรณ์ในสังคมอย่ำงมำก โดยสำนักงำนตำรวจแห่งชำติ
จะใหต้ อบแทนอ่นื ๆ ทดแทน อำทิ คิดเปน็ ค่ำล่วงเวลำ เป็นตน้
5.3 รำยไดจ้ ำกเงินค่ำปรบั จรำจรขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น

ตัวเลขเกี่ยวกับเงินค่าปรับจราจรจากสานักงานตารวจแห่งชาติเป็นข้อมูลต้นทางที่พอจะทาเห็น
ภาพรวมท้งั ระบบของสถิติการกระทาผิด จานวนการออกใบสั่ง และเงินคา่ ปรับบางสว่ นท่ีไดร้ บั จากผู้ได้รับใบสั่ง
จานวนหน่ึง แต่อีกด้านหนึ่งข้อมูลปลายทางเกี่ยวกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แต่ละแห่งได้รับ
จัดสรรก็อาจสะท้อนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากเงินดังกล่าวได้เช่นกัน โดยผู้ศึกษาได้พยายาม
รวบรวมข้อมูลรายได้จริงและตัวเลขประมาณการรายได้เฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินขนาดใหญ่
ซ่ึงเป็นพื้นที่เมืองท่ีปริมาณการจราจรสูง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลนคร รวมจานวน 32
แห่งท่ัวประเทศ ระหว่างปีงบประมาณปี พ.ศ.2562-2565 จากข้อมูลแถลงการณ์ประมาณรายได้ประกอบการ
จดั ทาข้อบัญญัติหรอื เทศบัญญตั ิงบประมาณรายจา่ ยประจาปี โดยปรากฏขอ้ มลู ดังตารางต่อไปนี้

38 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผูแ้ ทนรำษฎร

เงนิ คา่ ปรบั จราจรกบั การเพิม่ ศักยภาพการจัดการจราจรขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ

รำยได้จริงและประมำณกำรรำยได้จำกเงินค่ำปรบั จรำจรของกรุงเทพมหำนคร เมืองพทั ยำ

และเทศบำลนครท่วั ประเทศ

(หนว่ ย : ลำ้ นบำท)

เทศบำล รำยไดจ้ ริง ประมำณกำร

2562 2563 2564 2565

1. กรุงเทพมหานคร 125.0200 103.9200 145.0000* 145.0000

2. เทศบาลนครนนทบรุ ี 8.43990 6.4720 8.0000 8.0000

3. เทศบาลนครปากเกรด็ 2.3159 3.7135 2.0000 2.0000

4. เทศบาลนครหาดใหญ่ 2.3148 2.3726 1.5000 0.0500

5. เทศบาลนครนครราชสีมา 9.1298 3.1455 3.0000 3.0000

6. เทศบาลนครเชียงใหม่ 8.1582 2.6684 8.0000 3.0000

7. เทศบาลนครอดุ รธานี 2.4214 1.3870 2.0000 2.0000

8. เทศบาลนครสรุ าษฎร์ธานี 1.3070 4.4278 3.5000 1.0000

9.เทศบาลนครเจา้ พระยาสรุ ศักดิ์ 0.9444 0.3089 0.3000 0.3000

10. เทศบาลนครขอนแก่น 5.3121 1.9910 2.9054 3.5664

11. เมืองพัทยา 4.1497 6.7418 1.2000 1.2000

12. เทศบาลนครนครศรีธรรมราช 0.7217 0.1827 2.5000 2.5000

13. เทศบาลนครนครสวรรค์ 4.1779 3.0000 3.0000 3.0000

14. เทศบาลนครแหลมฉบงั 2.3784 0.2582 0.2000 0.1500

15. เทศบาลนครรงั สติ N/A N/A N/A N/A

16. เทศบาลนครนครปฐม 0.4975 1.1724 1.0000 1.0000

17. เทศบาลนครภเู กต็ 1.5093 1.1997 1.3000 1.4000

18. เทศบาลนครอุบลราชธานี 0.3805 2.4069 3.0313 1.0000

19. เทศบาลนครเชียงราย 0.4320 1.4327 1.8000 1.8000

20. เทศบาลนครพิษณโุ ลก 1.5321 0.7779 2.2000 0.8000

21. เทศบาลนครสงขลา 0.7355 0.3972 0.8000 0.8000

22. เทศบาลนครเกาะสมุย 0.3552 0.4029 0.0640 0.1400

39 สำนักงำนเลขำธกิ ำรสภำผู้แทนรำษฎร


Click to View FlipBook Version