The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pukmtec, 2022-09-19 05:54:51

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

คู่มือครู

Teacher Script

3การงานอาชีพ ป.

ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 3

ตามมาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวชีว้ ดั
กลุม สาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551

ผูเรียบเรยี งหนงั สอื เรยี น ผตู รวจหนงั สอื เรียน บรรณาธิการหนงั สอื เรยี น
นางอรญั ญา ฤกษง าม นางศศิวรรณ ศรีธนาอุทัยกร ผศ.จรัสศรี พวั จินดาเนตร
นายไพโรจน กระโจมทอง นายเกรยี งศักดิ์ ฤกษง าม
นายมนตรี สมไรขิง นางจุรี สวุ รรณศลิ ป
นางจินตนา แสงธรรมครองอาตม

ผูเ รยี บเรยี งคมู อื ครู/บรรณาธิการคมู ือครู
นางศิรริ ัตน สมไรข งิ
นายสมเกยี รติ ภรู ะหงษ

พมิ พค รง้ั ที่ 3
สงวนลิขสทิ ธิต์ ามพระราชบัญญัติ
รหัสสินคา 1347044

ค�ำแนะน�ำกำรใช้

คู่มือครู การงานอาชีพ ป.3 จัดท�าข้ึนเพ่ือให้ครูผู้สอนใช้เป็น
แนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน (สพฐ.)

เพิ่ม คทาแนะนาท การใช ชวยสรำงควำมเขำใจ เพื่อใชคูมือครูได นํา นาํ สอน สรุป ประเมิน โซน 1
อยำ งถกู ตองและเกิดประสทิ ธิภำพสูงสุด

เพิ่ม คทาอธิบายรายวิชา แสดงขอบขำ ยเนื้อหำสำระของรำยวชิ ำ ขน้ั นาํ
ซง่ึ ครอบคลมุ มำตรฐำนกำรเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั ตำมทหี่ ลกั สตู ร
6. นักเรียนกลุมแรกท่ีทายชื่อผักสวนครัวไดมาก ใชหัวหรอื รากเปนอาหาร ใชด อกเปนอาหาร
ก�ำหนด และทาํ เวลาไดน อ ยทส่ี ดุ จะเปน กลมุ ทช่ี นะ
ขงิ ขจร
เพิ่ม Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ 7. เมื่อเลน เกมเสร็จแลว ครูใหแตล ะกลมุ บอกวา
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี บตั รคาํ /บตั รภาพ ผกั สวนครวั ทกี่ ลมุ ของตนเอง มนั ฝรง่ั ดอกสะเดา
ประสทิ ธิภำพ ได จดั อยใู นผกั ประเภทใดบา ง

8. ครใู หน กั เรยี นหยบิ บตั รคาํ /บตั รภาพ คนละ 1 ใบ
จากนั้นรวมกลุม โดยใหคนท่ีไดผักสวนครัว
ประเภทเดียวกันอยูกลุมเดียวกัน แลวออกมา
หนาชั้นเรียน เพื่อบอกชื่อผักสวนครัวแตละ
ประเภทวา มผี กั สวนครวั ชนดิ ใดบา งอกี ครงั้

เพิ่ม Teacher Guide Overview ชวยใหเหน็ ภำพรวมของกำร หอมหัวใหญ แค
จัดกำรเรียนกำรสอนท้ังหมดของรำยวิชำกอนที่จะลงมือ
สอนจริง เผือก โสน

เพิ่ม Chapter Overview ชว ยสรำ งควำมเขำ ใจและเหน็ ภำพรวม
ในกำรออกแบบแผนกำรจัดกำรเรียนรแู ตล ะหนว ยกำรเรยี นรู

เพม่ิ Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม ๓๒
Concept และเน้ือหำส�ำคญั ของหนวยกำรเรียนรู

เพม่ิ ขอสอบเนนการคิด เพ่ือเตรียมควำมพรอมของผูเรียน เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
สกู ำรสอนในระดับตำ ง ๆ
ครนู าํ ผกั สวนครวั มาใหน กั เรยี นดู โดยใหน กั เรยี นสงั เกตรปู รา ง ลกั ษณะของ จากภาพ จดั เปน ผกั สวนครวั
ผกั สวนครวั ประเภทตา งๆ แลว ใหน กั เรยี นอธบิ ายความแตกตา งของผกั สวนครวั ประเภทเดียวกบั ขอ ใด
แตล ะประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรผู กั สวนครวั ผา นการสมั ผสั และการสงั เกต
เพิ่ม กจิ กรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชว ยพฒั นำ จากผักสวนครัวตนจริง ซ่ึงจะชวยใหนักเรียนเขาใจผักสวนครัวแตละประเภท 1. ชะอม 2. ถวั่ ลันเตา
ผูเรียนใหมีทักษะที่จ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิต มากขน้ึ 3. มันสาํ ปะหลงั 4. กะหล่าํ ดอก

ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 โซน 2 โซน 3(วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากภาพ คอื ฟก ทอง เปน ผกั สวนครวั ประเภท

เพิ่ม STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด T40 ใชผ ลหรือฝกเปนอาหาร ซง่ึ เปน ประเภทเดียวกบั ถว่ั ลนั เตา ชะอม
กำรเรียนรูและสำมำรถบูรณำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์ เปน ผักสวนครวั ประเภทใชใบและลําตน เปน อาหาร มันสําปะหลัง
เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวศิ วกรรม และคณติ ศำสตร์ไปใช เปนผักสวนครัวประเภทใชหัวหรือรากเปนอาหาร และกะหลํ่า
เชือ่ มโยงและแกป ญ หำในชวี ิตจริง ดอกเปนผักสวนครัวประเภทใชดอกเปนอาหาร ดังนั้น ขอ 2.
จึงเปน คําตอบทถี่ ูกตอง)

โซน 1 ช่วยครจู ัด โซน 2 ช่วยครูเตรียมสอน

กำรเรียนกำรสอน โดยประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ทเี่ ปน็ ประโยชน์สา� หรับ
แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน คร ู เพื่อนา� ไปประยกุ ต์ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชน้ั เรียน
โดยแนะนา� ขน้ั ตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด
เพื่อให้นกั เรียนบรรลุผลสมั ฤทธิต์ ามตวั ชี้วดั เกรด็ แนะครู

น�ำ สอน สรุป ประเมนิ ความรู้เสรมิ ส�าหรบั ครู ขอ้ เสนอแนะ ข้อสงั เกต แนวทางการจดั
กจิ กรรมและอ่ืน ๆ เพือ่ ประโยชน์ในการจัดการเรยี นการสอน

นกั เรยี นควรรู

ความรเู้ พมิ่ เติมจากเนอ้ื หา สา� หรบั อธิบายเสรมิ เพมิ่ เตมิ ให้
กับนกั เรียน

โดยใช้หนงั สือเรยี น การงานอาชพี ป.3 และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3 ของบริษทั อกั ษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จ�ากัด
เปน็ สอื่ หลกั (Core Meterial) ประกอบการสอน และการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
การงานอาชพี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยคมู่ อื ครมู อี งคป์ ระกอบทงี่ า่ ยตอ่ การใชง้ าน
ดงั นี้

โซน 1 นํา สอน สรปุ ประเมนิ โซน 3 ชว่ ยครเู ตรียมนักเรยี น

เคร่อื งมือ กรรไกรตัดกิ่ง ขนั้ สอน ประกอบด้วยแนวทางการจัดกิจกรรม และเสนอ
เกย่ี วกบั งานพชื แนะแนวข้อสอบ เพือ่ อ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน
วเิ คราะหการทํางาน
กรรไกรตดั หญา 4. ครกู าํ หนดภาระงานใหแ ตล ะกลมุ ปลกู เมลด็ พนั ธุ กิจกรรม 21st Century Skills

ใชต ัดหญา1และ ใชตัดแตงกงิ่ ไมขนาดเล็ก ผักสวนครัวที่ไดดวยวิธีที่อนุรักษส่ิงแวดลอม กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ท่ีเรียนมาสร้าง
ตัดแตง ตนไม โดยครยู กตวั อยา งประกอบ เชน การใชแ ผงไข ช้นิ งานหรือท�ากจิ กรรมรวบยอด เพอ่ื ให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุ
มีดดายหญา ในการเพาะเมลด็ แทนการซอื้ กระบะเพาะเมลด็ ในทกั ษะศตวรรษที่ 21
หรอื กระถางตนไมท ีท่ ําจากพลาสตกิ
5. ครูใหนักเรียนเสนอวิธีการปลูก แลวใหครู ขอ สอบเนนการคดิ
ใหคําแนะนํา เพ่ือใหนักเรียนสามารถนําวิธี
น้ันๆ ไปปลูกผักสวนครัวไดอยางถูกตองและ ตัวอย่างข้อสอบท่ีมุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม
ประสบความสาํ เร็จ เฉลยอย่างละเอยี ด

สายยาง2 บวั รดนาํ้ ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET

ใชด ายหญา และ ใชรดน้ําตนไม ใชรดนํา้ ตนกลา ตวั อยา่ งขอ้ สอบทม่ี งุ่ เนน้ การคดิ และเปน็ แนวขอ้ สอบ O-NET
ฟน ก่งิ ไมข นาดใหญ ขนาดใหญ และตน ไมข นาดเลก็ มที งั้ ปรนัย-อตั นัย พรอ้ มเฉลยอย่างละเอยี ด

การเกบ็ รกั ษา เครอ่ื งมอื เกษตร »ÅÍ´ÀÑÂäÇ¡Œ ‹Í¹ กิจกรรมเสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑ ลางดวยนา้ํ สะอาด แลวเช็ดดว ย
ระมดั ระวงั การใชเ ครอ่ื งมอื ทม่ี คี ม เพราะอาจ กจิ กรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ
ผา แหง หรือคว่าํ น้ําใหแหง บาดสวนตาง ๆ ของรางกายได อนั พึงประสงคต์ า่ ง ๆ
๒ ทาน้าํ มันกันสนมิ บนเคร่อื งมือที่
๓๕ กจิ กรรมทาทาย
ทาํ จากโลหะ
๓ แยกประเภทเคร่อื งมอื แลว เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ตอ่ ยอดสา� หรบั นกั เรยี น
ทเี่ รยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และตอ้ งการทา้ ทายความสามารถใน
จัดเกบ็ ใหเรียบรอย ระดบั ท่ีสงู ขึน้

ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู กิจกรรมสรา งเสริม

เคร่อื งมอื ชนดิ ใดตอ งใชอยางระมัดระวงั มากท่สี ุด 1 หญา สามารถนํามาทําเปนน้ําหมักชีวภาพได โดยนําเศษหญามาผสมกับ เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมซอ่ มเสรมิ สา� หรบั นกั เรยี นที่
1. บวั รดน้ํา 2. สายยาง เศษผกั เศษผลไมตา งๆ และกากน้ําตาล จากน้ันหมกั ทิ้งไวในถงั ทปี่ ดมิดชิด 3 ควรได้รบั การพัฒนาการเรยี นรู้
3. สอ มพรวน 4. กรรไกรตัดหญา เดือน ก็จะไดนํ้าหมักชวี ภาพไปใสผ กั สวนครวั
2 สายยาง ถาตองการใชสายยางรดนํ้ารดตนไมขนาดเล็กใหนําหัวฝกบัว กจิ กรรม Geo-Literacy
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : บวั รดนา้ํ สายยาง เปน เครอ่ื งมอื ทมี่ อี นั ตรายนอ ย ใสท ป่ี ลายสายยางรดนา้ํ เพื่อใหน ํ้าเปนฝอยละเอียด
เนื่องจากไมมีคม และมีน้ําหนักเบา สอมพรวนเปนเคร่ืองมือที่มี เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะ
น้าํ หนกั เบา และมีคมเล็กนอย แตไมม ากเทา กรรไกรตดั หญา การ ทางกายภาพของโลกปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
และนา� ความรู้ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจา� วันได้
โซน 3ใชก รรไกรตดั หญา จงึ ตอ งระมดั ระวงั ในการใชม ากกวา เครอื่ งมอื อนื่

เพราะอาจบาดรางกายไดดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)

สายยางรดนาํ้ ที่มีหัวฝก บัว T43

โซน 2

บรู ณาการอาเซียน

ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเร่อื งทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั ประชาคมอาเซียน

สื่อ Digital

การแนะนา� แหลง่ การเรียนร้แู ละแหล่งค้นควา้ จากส่อื Digital ต่าง ๆ

บูรณาการเชื่อมสาระ

แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้
หรอื วิชาอืน่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง

ค�ำอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลาเรยี น 20 ชั่วโมง / ปี
การงานอาชพี

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3

ศกึ ษา อธบิ ายวธิ กี ารและประโยชนข์ องการทำ� งานเพอื่ ชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวม เลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์
และเครื่องมือในการท�ำงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับลักษณะงาน โดยการสาธิต ทดลองปฏิบัติ และน�ำผลมาอภิปราย
กำ� หนดเปน็ แนวทางในการทำ� งานอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการทำ� งานดว้ ยความสะอาด รอบคอบ และอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และเห็นคุณค่าของการท�ำงาน และนำ� ความรู้
ทเี่ รยี นไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม และ
มจี ิตส�ำนึกในการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม

ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการและประโยชน์การทำ� งาน เพือ่ ช่วยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และส่วนรวม
ง 1.1 ป.3/2 ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือตรงกับลกั ษณะงาน
ง 1.1 ป.3/3 ทำ� งานอย่างเปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการท�ำงานด้วยความสะอาด ความรอบคอบ และอนรุ กั ษ์สิง่ แวดล้อม
ร วม 3 ตวั ช้วี ัด

Pedagogy

คู่มอื ครู

การ งานอาชีพ ป.3 จดั ทำ� ขน้ึ เพอ่ื ใหผ้ สู้ อนนำ� ไปใชเ้ ปน็ แนวทางวางแผนพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของ
ผูเ้ รียน โดยสามารถวางแผนการจดั การเรียนรู้ประกอบการใชห้ นังสอื เรียน การงานอาชีพ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ท่ที าง
บริษัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำ� กดั จดั พมิ พจ์ ำ� หนา่ ย เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั กล่มุ สาระ
การเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยออกแบบกจิ กรรมการเรียนร้ ู
(Instructional Design) ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ ความสามารถ ทักษะกระบวนการท�ำงานทส่ี ะทอ้ นสมรรถนะสำ� คัญ
และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน ดังน้ี

เป้าหมายการจดั การเรียนการสอนสาระการงานอาชีพ

ทักษะกระบวนการทำ� งาน หมายถงึ การลงมือท�ำงานต่าง ๆ ด้วยตนเองใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมาย โดยมขี ้นั ตอน ดังน้ี

สามารถแจกแจงงานท่ีจะท�ำได้ว่า กา ิวรเ ททคำราะห์ งาน ในกกาารรทวาสามารถวางแผนวา่ จะทำ� งานอยา่ งไร
เป็นงานประเภทใดหรือลักษณะใด อททำงาน แบ่งหน้าที่กันอย่างไร ต้องใช้วัสดุ
ตอ้ งใชเ้ ครอื่ งมอื และอปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง งแผำท นงานทกั ษะอุปกรณ์อะไรในการท�ำงานคร้ังน้ี
มีขน้ั ตอนการปฏิบัตอิ ยา่ งไร กากรปารท ต้องใช้เงินในการลงทุนมากน้อย
กระบวน เทา่ ไร ตลอดจนหาวิธีการท�ำงานให้
สมรรถนะส�ำคัญ การทำ�งาน เปน็ ข้นั ตอนจนงานสำ� เร็จ

สามารถประเมนิ ผล ทงั้ การวางแผน ำท งารนะเมิน การลงมื คุณลักษณะ
ก่อนการท�ำงาน ขณะปฏิบัติงาน อันพึงประสงค์
และเมื่อท�ำงานส�ำเร็จ โดยข้ันตอน
ในการวางแผนก่อนการท�ำงานให้ สามารถท�ำงานตามล�ำดับข้ันตอน
ประเมินว่าได้วางแผนไว้รอบคอบ ที่วางแผนไว้ ฝึกให้มีลักษณะนิสัย
รดั กมุ หรอื ไม่ ขณะปฏบิ ตั ิใหป้ ระเมนิ ท่ดี ีในการทำ� งาน เชน่ พูดจาสภุ าพ
ว่าวิธีการท�ำงานเป็นอย่างไร มีข้อ เหมาะสม มีน�้ำใจ เอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่
บกพร่องที่ควรแก้ไขอย่างไร เมื่อ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ นอกจากน ี้
งานส�ำเร็จให้ประเมินว่างานท่ีออก ยังสามารถตรวจสอบการท�ำงาน
มาเป็นไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ ของตนไดเ้ ปน็ ระยะ
มีขอ้ ดขี อ้ ดอ้ ยอย่างไร และปรับปรุง
ผลงานให้ดขี ึ้น

การจดั การเรยี นการสอนตามแนวทางดังกลา่ ว จะท�ำใหผ้ เู้ รยี นไดพ้ ัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21 อันจะน�ำไปส่กู าร
ปรบั ใชไ้ ดจ้ ริงในการด�ำเนนิ ชวี ติ เพื่อใหผ้ ู้เรียนไดร้ ู้เท่าทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขึน้ ในอนาคตได้

Teacher Guide Overview

การงานอาชีพ ป.3

หน่วย ตัวชว้ี ดั ทักษะทไ่ี ด้ เวลาที่ การประเมิน สอ่ื ท่ีใช้
การเรียนรู้ ใช้

1 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการ 1. ทกั ษะการส่อื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสอื เรียน
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอื่ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนูดแู ลของใช้ ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมข้อมูล - ตรวจผงั มโนทัศน์ - อปุ กรณ์การเรยี น

และสว่ นรวม 3. ทกั ษะการให้ - ตรวจการทำ� ความสะอาด - อปุ กรณ์ในการ
ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง เหตผุ ล กระเปา๋ นักเรียน ท�ำความสะอาด
เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ 4. ทักษะการ - ตรวจการทำ� ความสะอาด กระเปา๋ นักเรียน
ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด เชอ่ื มโยง 4 รองเท้า - อุปกรณ์
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ์ 5. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตการน�ำเสนอผลงาน ทำ� ความสะอาด
ส่งิ แวดล้อม ความรไู้ ปใช้ ช่วั โมง - สงั เกตพฤติกรรม รองเท้า

6. ทกั ษะการใชช้ ีวติ การท�ำงานรายบคุ คล - กระเป๋านักเรยี น
- สังเกตพฤติกรรม - รองเทา้
การท�ำงานกลุ่ม - PowerPoint
- สังเกตคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

2 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวธิ กี าร 1. ทกั ษะการสือ่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สอื เรยี น
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอื่ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวัดฯ - แบบวดั ฯ
หนแู ต่งกาย ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมขอ้ มูล - ตรวจแบบบันทกึ - เส้อื ผ้า
เหมาะสม และส่วนรวม 3. ทกั ษะการให ้ การแต่งกาย - ใบงานท่ี 2.1

ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง เหตผุ ล - ตรวจใบงานที่ 2.1 - PowerPoint
เป็นข้ันตอนตามกระบวนการ 4. ทกั ษะการ 1 - สงั เกตการน�ำเสนอผลงาน
ทำ� งาน ด้วยความสะอาด เช่ือมโยง - สงั เกตพฤติกรรม
ความรอบคอบ และอนุรักษ ์ 5. ทักษะการนำ� ชวั่ โมง
การท�ำงานรายบคุ คล
สิง่ แวดล้อม ความร้ไู ปใช้ - สงั เกตพฤติกรรม
6. ทักษะการใชช้ ีวติ การท�ำงานกลุ่ม
- สังเกตคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

3 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการ 1. ทกั ษะการสอ่ื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สือเรยี น
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอ่ื 2. ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนูทำ�ความ ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว ข้อมูล 3 - ตรวจแบบประเมนิ การ - บตั รภาพ
สะอาด และสว่ นรวม 3. ทกั ษะการให้ ทำ� ความสะอาดสถานทต่ี า่ ง ๆ - อุปกรณ์ในการ
ช่วั โมง
ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ เหตุผล ในโรงเรยี น ท�ำความสะอาด
และเครื่องมือตรงกับลักษณะ 4. ทกั ษะการ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 และ 3.2 - ใบงานที่ 3.1
งาน เชอื่ มโยง - สังเกตการนำ� เสนอผลงาน - ใบงานท่ี 3.2
ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง 5. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตพฤติกรรม - PowerPoint
เป็นข้ันตอนตามกระบวนการ ความร้ไู ปใช้ การท�ำงานรายบคุ คล
ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด 6. ทักษะการใชช้ วี ิต - สงั เกตพฤติกรรม
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ ์ การท�ำงานกลมุ่
สง่ิ แวดลอ้ ม - สงั เกตคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วย ตวั ชี้วดั ทกั ษะทไ่ี ด้ เวลาท่ี การประเมิน ส่ือที่ใช้
การเรียนรู้ ใช้

4 ง 1.1 ป.3/1 อธบิ ายวธิ กี าร 1. ทกั ษะการสือ่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสือเรียน
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอ่ื 2. ทกั ษะการ - ตรวจกจิ กรรมเรยี นรปู้ พู น้ื ฐาน - แบบวัดฯ
หนูปลูกผัก ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมข้อมลู - ตรวจแบบวัดฯ - วสั ดุ อปุ กรณ์ และ
สวนครัว และส่วนรวม 3. ทักษะการให ้ - สังเกตการนำ� เสนอผลงาน เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ น

ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ เหตผุ ล 4 - สังเกตพฤตกิ รรม การปลกู ผกั
และเครื่องมือตรงกับลักษณะ 4. ทักษะการจ�ำแนก การท�ำงานรายบคุ คล สวนครัว
งาน ประเภท ชัว่ โมง - บัตรค�ำ/บัตรภาพ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
ง 1.1 ป.3/3 ทำ� งานอย่าง 5. ทักษะการน�ำ การท�ำงานกล่มุ ผกั สวนครวั
เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ ความร้ไู ปใช้ - สงั เกตคุณลกั ษณะ - PowerPoint
ท�ำงาน ด้วยความสะอาด อันพงึ ประสงค์
ความรอบคอบ และอนุรักษ์ - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
สิง่ แวดลอ้ ม - ตรวจการปลกู ผักสวนครวั

5 ง 1.1 ป.3/2 ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ 1. ทกั ษะการส่อื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สอื เรยี น
และเคร่อื งมือตรงกับลักษณะ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนเู รยี นรู้ งาน รวบรวมขอ้ มูล - ตรวจใบงานที่ 5.1 และ 5.2 - บัตรภาพ
งานชา่ ง ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอยา่ ง 3. ทกั ษะการให ้ - ประเมินการนำ� เสนอผลงาน - สงิ่ ของทชี่ ำ� รดุ
พ้ืนฐาน เปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการ เหตผุ ล - สงั เกตพฤตกิ รรม - เครอ่ื งมอื ชา่ ง

ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด 4. ทักษะการจ�ำแนก 4 การท�ำงานรายบคุ คล - ของเล่น
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ์ ประเภท - สงั เกตพฤตกิ รรม - ของใช้สว่ นตัว
ส่งิ แวดล้อม ชัว่ โมง - อปุ กรณ์ที่ใช ้
5. ทักษะการคิด การท�ำงานกลุ่ม
ตดั สนิ ใจ - สงั เกตคุณลักษณะ บ�ำรงุ รักษาและ
6. ทักษะการนำ� อันพึงประสงค์ ซ่อมแซมของเล่น
ความรไู้ ปใช้ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น และของใช้
7. ทกั ษะการใชช้ ีวติ - ใบงานที่ 5.1
- ใบงานที่ 5.2
- PowerPoint

6 ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1. ทกั ษะการสอื่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสือเรยี น
และเคร่อื งมือตรงกบั ลกั ษณะ 2. ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวดั ฯ
หนสู รา้ งสรรค์ งาน - ตรวจการประดิษฐ์ - ใบงานที่ 6.1
งานประดษิ ฐ์ ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอยา่ ง ขอ้ มลู - ตรวจใบงานท่ี 6.1 - วัสดุหรือเศษวัสดุ
3. ทักษะการ
เปน็ ขัน้ ตอนตามกระบวนการ เชอ่ื มโยง - สังเกตการน�ำเสนอผลงาน ในทอ้ งถ่นิ
ท�ำงาน ด้วยความสะอาด 4. ทักษะการให ้ 4 - สังเกตพฤติกรรม - อปุ กรณ์ท่ีใช้ใน
ความรอบคอบ และอนุรกั ษ์ เหตุผล การทำ� งานรายบคุ คล การประดิษฐ ์
สง่ิ แวดลอ้ ม ช่ัวโมง ของใช้
5. ทักษะการจ�ำแนก - สงั เกตพฤติกรรม
ประเภท การท�ำงานกล่มุ - PowerPoint
6. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
ความรไู้ ปใช้ อันพงึ ประสงค์
7. ทักษะการใชช้ วี ิต - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน

สำรบัญ

Chapter Title Chapter Teacher
Overview Script
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หนูดูแลของใช้ T3-T12
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 หนูแตง่ กำยเหมำะสม T1-T2 T15-T23
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 หนทู ำ� ควำมสะอำด T13-T14 T26-T35
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 หนปู ลูกผักสวนครวั T24-T25 T38-T49
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 หนเู รียนร้งู ำนชำ่ งพืน้ ฐำน T36-T37 T52-T70
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 หนูสรำ้ งสรรคงำนประดิษฐ T50-T51 T73-T87
T71-T72
โครงงำนกำรงำนอำชีพ T87
กจิ กรรมบูรณำกำรเศรษฐกิจพอเพยี ง T87
บรรณำนุกรม T88

Chapter Overview

แผนการจดั สอ่ื ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 1. หนงั สอื เรยี น 1. อธบิ าย วิธสี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะในการ 1. มีวินยั

กระบวนการ การงานอาชีพ ป.3 กระบวนการ กระบวนการ ก่อนเรยี น สอ่ื สาร 2. อยู่อยา่ ง
ท�ำงาน
หน่วยการเรียนรู้ การทำ� งานได้ สรา้ งความ - ตรวจผงั มโนทัศน์ 2. ทักษะการ พอเพยี ง
1
ท่ี 1 หนดู แู ล 2. วางแผนการ ตระหนกั - สังเกตการนำ� เสนอ รวบรวม 3. มุ่งมั่น
ชั่วโมง
ของใช้ ทำ� งานตาม ผลงาน ขอ้ มลู ในการท�ำงาน
แผนฯ ท่ี 2
2. ภาพโตะ๊ เขียน กระบวนการ - สงั เกตพฤตกิ รรม 3. ทกั ษะการให้
การจัดเตรยี ม
อปุ กรณ์ หนังสอื การทำ� งานได้ การท�ำงาน เหตุผล
การเรยี น
3. มีมารยาทที่ดใี น รายบุคคล 4. ทกั ษะการ
1
การทำ� งานร่วมกบั - สงั เกตพฤติกรรม เชอ่ื มโยง
ชั่วโมง
ผู้อ่ืน การท�ำงานกลุม่ 5. ทกั ษะการนำ�

- สังเกตคุณลกั ษณะ ความรไู้ ปใช้

อนั พงึ ประสงค์ 6. ทักษะการใช้

ชีวิต

1. หนงั สอื เรยี น 1. อธบิ ายการจดั วธิ สี อนโดย - ตรวจผงั มโนทัศน์ 1. ทกั ษะในการ 1. มีวินยั

การงานอาชพี ป.3 เตรยี มอุปกรณก์ าร การสืบเสาะ - สงั เกตพฤตกิ รรม สอ่ื สาร 2. อยอู่ ย่าง

หนว่ ยการเรียนรู้ เรยี นอย่างถูกต้อง หาความรู้ การท�ำงาน 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง

ที่ 1 หนูดูแล 2. จัดเตรยี มอปุ กรณ์ (5Es รายบคุ คล รวบรวม 3. มุง่ มนั่

ของใช้ การเรยี นไดอ้ ยา่ ง Instructional - สังเกตพฤตกิ รรม ข้อมูล ในการท�ำงาน

2. กระเปา๋ นักเรยี น ถกู วิธี Model) การท�ำงานกลมุ่ 3. ทกั ษะการให้

3. อปุ กรณ์การเรยี น 3. จดั เตรยี มอุปกรณ์ - สงั เกตคุณลักษณะ เหตผุ ล

4. PowerPoint การเรยี นดว้ ย อันพงึ ประสงค์ 4. ทกั ษะการ

ความรอบคอบ เชอ่ื มโยง

5. ทกั ษะการนำ�

ความรไู้ ปใช้

6. ทักษะการใช้

ชวี ิต

T1

Chapter Overview

แผนการจัด สอื่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 3 1. หนงั สอื เรียน 1. อธบิ ายวธิ ีการ วิธสี อน - ตรวจการทำ� ความ 1. ทกั ษะในการ 1. มวี ินัย

การทำ� ความ การงานอาชพี ป.3 ท�ำความสะอาด โดยเนน้ สะอาดกระเป๋า ส่ือสาร 2. อยู่อย่าง
สะอาดกระเป๋า
นกั เรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ กระเป๋านักเรยี นได้ กระบวนการ นกั เรียน 2. ทักษะการ พอเพียง

1 ท่ี 1 หนูดแู ล อย่างถูกต้อง ปฏิบตั ิ - สงั เกตพฤตกิ รรม รวบรวม 3. ม่งุ ม่ัน

ชั่วโมง ของใช้ 2. ท�ำความสะอาด การทำ� งาน ขอ้ มูล ในการท�ำงาน

แผนฯ ที่ 4 2. กระเปา๋ นักเรียน กระเป๋านกั เรยี นได้ รายบคุ คล 3. ทกั ษะการให้

การท�ำความ 3. อุปกรณ์การ อยา่ งถูกวธิ ี - สงั เกตคณุ ลักษณะ เหตุผล
สะอาดรองเทา้
ท�ำความสะอาด 3. ท�ำความสะอาด อนั พงึ ประสงค์ 4. ทกั ษะการ
1
กระเป๋านักเรยี น กระเป๋านักเรยี น เชือ่ มโยง
ชว่ั โมง
4. PowerPoint ดว้ ยความรอบคอบ 5. ทักษะการน�ำ

ความรไู้ ปใช้

6. ทกั ษะการใช้

ชีวิต

1. หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายการ วิธสี อนโดย - ตรวจการท�ำความ 1. ทักษะในการ 1. มวี ินัย

การงานอาชพี ป.3 ท�ำความสะอาด ใช้การสาธิต สะอาดรองเท้า ส่อื สาร 2. อยู่อยา่ ง

หนว่ ยการเรียนรู้ รองเท้าไดอ้ ยา่ ง - ตรวจแบบวัดฯ 2. ทกั ษะการ พอเพียง

ที่ 1 หนูดแู ล ถูกต้อง - สังเกตพฤตกิ รรม รวบรวม 3. มงุ่ ม่ัน

ของใช้ 2. จดั เตรียมอุปกรณ์ การทำ� งาน ข้อมูล ในการท�ำงาน

2. แบบวดั ฯ การท�ำความ รายบุคคล 3. ทกั ษะการให้

การงานอาชีพ ป.3 สะอาดรองเท้าได้ - สังเกตพฤตกิ รรม เหตุผล

3. รองเท้า อย่างถกู วิธี การท�ำงานกล่มุ 4. ทกั ษะการ

4. อุปกรณ์ทำ� ความ 3. ท�ำความสะอาด - สังเกตคุณลกั ษณะ เชอื่ มโยง

สะอาดรองเทา้ รองเท้าด้วยความ อนั พงึ ประสงค์ 5. ทักษะการนำ�

5. PowerPoint สะอาดและ ความรไู้ ปใช้

ประหยัดทรัพยากร 6. ทักษะการใช้

ชวี ติ

T2

นํา สสออนน สรุป ประเมิน

˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ

ñ ˹´Ù á٠Ţͧ㪌 ?กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
เพอื่ นๆ มวี ธิ กี ารดแู ล เรยี นรูท ่ี 1 หนดู ูแลของใช จากแผนการจดั การ
ของใชอ ยา งไรบา งครบั เรียนรู

2. ครแู บง นกั เรยี นออกเปน 2 กลมุ เทา ๆ กนั กลมุ
แรกจบั มอื กนั เปน วงกลมใหอ ยวู งใน กลมุ ทสี่ อง
จับมือกันเปนวงกลมลอมรอบกลุมแรก วงใน
หนั หนา ออกขา งนอก วงนอกหนั หนา เขา ขา งใน

3. ครเู ปด เพลงใหน กั เรยี นปรบมอื ตามจงั หวะ วงใน
เดินวนไปทางซายมือของตนเอง และวงนอก
เดินวนไปทางซายมือของตนเอง วงในและ
วงนอกจะเดนิ สวนกนั

4. เมอ่ื ครหู ยดุ เพลงใหน กั เรยี นจบั คกู บั คนทอี่ ยตู รง
หนา ของตนเอง และครอู ธบิ ายวา นกั เรยี นตอ ง
ทํางานรว มกับคนทจ่ี บั คกู นั

ขนั้ สอน

สงั เกต

1. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง กระบวนการทาํ งาน วา มแี นวทาง
การปฏิบัติ ดังน้ี
1. คดิ วเิ คราะห
2. วางแผนงาน
3. ปฏิบัติงาน
4. ประเมนิ ผลงาน

à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ñ ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ

๑. บอกวิธีการดูแลอุปกรณการเรียน กระเปานักเรียน และ การดูแลของใชสวนตัว รวมถึง
รองเทา นักเรียน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) เคร่ืองแตงกายของตนเองและ
ของใชสวนรวม เปนการทํางาน
๒. ดแู ลอปุ กรณก ารเรยี น กระเปา นกั เรยี น และรองเทา นกั เรยี นอยา ง เพอื่ ชว ยเหลอื ตนเองและครอบครวั
เปนขั้นตอนดวยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และมีมารยาท ซึ่งควรวางแผนการทํางานโดยใช
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓) กระบวนการทาํ งาน จงึ จะทาํ งาน
ไดสาํ เร็จ

กิจกรรม เสริมสรางคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค เกร็ดแนะครู

ครูใหนักเรียนบอกช่ือของใชของตนเองคนละ 1 ช้ิน โดยให ครูจดั กระบวนการเรียนรู โดยใหน กั เรยี นปฏบิ ตั ิ ดังนี้
นกั เรยี นเขยี นวธิ กี ารดแู ลของใชล งในสมดุ จากนน้ั สมุ นกั เรยี น 5 คน • สํารวจและวเิ คราะหสภาพของของใช
ใหออกมานําเสนอวิธีการดูแลของใชหนาช้ันเรียน แลวใหนักเรียน • ศึกษาและวางแผนดแู ลของใช
ทกุ คนรวมกันบอกประโยชนข องการดแู ลของใช • ดแู ลของใชตามวิธีการทศ่ี ึกษามาดวยความละเอยี ดและปลอดภัย
จนเกิดเปน ความรูความเขาใจวา การดแู ลของใชจ ะทาํ ใหของใชมอี ายุ
การใชงานยาวนาน และประหยัดคาใชจ า ยในครอบครัว

T3

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สอน ñ ¢Í§ãªŒ สิ่งของที่อยูรอบตัวหนู ๆ
มีอะไรบางท่ีเปนของใช
สงั เกต ของใช หมายถงึ สงิ่ ของตา งๆ สวนตัว และอะไรบางท่ี
ทเ่ี ราใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั แบง เปน เปนของใชสวนรวม
2. ครูใหนักเรียนสังเกตภาพการจัดโตะเขียน ๒ ประเภท คือ ของใชสวนตัว
หนงั สอื จากหนังสอื เรียน การงานอาชีพ ป.3 ไดแก สิ่งของเคร่ืองใชท่ีไมใชร ว มกบั บุคคลอนื่ เชน เครื่องแตง กาย
หนา 3 และใหแ ตล ะคชู ว ยกนั คดิ วา การจดั โตะ เสอ้ื ผา กระเปา นกั เรยี น และของใชส วนรวม ไดแ ก สิง่ ของเครื่องใช
เขียนหนังสือโดยใชกระบวนการทํางานจะมี ที่ใชรว มกับบคุ คลอน่ื ได เชน โตะ เกา อี้ จาน ชาม
ข้ันตอนอยางไร ò ¡Òôá٠Ţͧ㪌

วิเคราะหว์ จิ ารณ์ หลักการดูแลของใช

1. นักเรียนแตละคูรวมกันวิเคราะหการจัดโตะ ๑. แยกประเภทของใช
เขียนหนงั สือ โดยใชก ระบวนการทาํ งาน และ ๒. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ ของใชแ ตล ะประเภท เพอ่ื ใหส ะดวก
เขยี นออกมาเปน ผังมโนทศั น
ในการนาํ ไปใชงาน
2. นักเรียนแตละคูออกมานําเสนอผลงานของคู
ตนเอง ๑. การดูแลและจดั เกบ็ อุปกรณการเรียน
อปุ กรณก ารเรยี นจดั เปน ของใชส ว นตวั แตก ส็ ามารถแบง ปน
3. ครูและเพ่ือนคูอ่ืนรวมกันวิจารณผลงานการ
วเิ คราะหของเพือ่ นคูท ี่นาํ เสนอ ใหเพื่อนใชไดหากเพื่อนไมมี ท้ังน้ีเราควรดูแลและจัดเก็บอุปกรณ
การเรยี นใหด ีเพือ่ ใหม อี ปุ กรณไวใชน าน ๆ
ขนั้ สรปุ
Í»Ø ¡Ã³¡ÒÃàÃÕ¹
ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุปการทํางาน โดยใช
กระบวนการทาํ งานและประโยชนข องกระบวนการ
ทํางาน โดยชี้แจงแตละข้ันตอนของกระบวนการ
ทาํ งาน

๒ à¤Ãè×ͧà¢Õ¹ ÊÕ ¡ÃÃä¡Ã ÅÇ´àÊÕº¡ÃдÒÉ ÊÁ´Ø ˹§Ñ ÊÍ×

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครนู าํ ภาพของใชส ว นตวั และของใชส ว นรวมมาใหน กั เรยี นดู แลว ใหน กั เรยี น ข้นั ตอนใดเปนข้นั ตอนสดุ ทายของการดูแลของใช
แยกประเภทใหถกู ตอ ง หลงั จากนนั้ ใหครอู ธบิ ายสง่ิ ที่แตกตา งกันระหวา งของใช 1. จดั เก็บของใชเขา ที่
สวนรวมและของใชสว นตัวใหน กั เรยี นเขาใจ 2. แยกประเภทของใช
3. ทาํ ความสะอาดของใช
ตวั อยางของใชส ว นตวั 4. จดั เตรยี มอปุ กรณดูแลของใช
(วิเคราะหคําตอบ : การดูแลของใชเร่ิมจากแยกประเภทของใช
ตวั อยา งของใชส วนรวม
สวนตวั ของใชส ว นรวมออกจากกัน ตอ มาใหส าํ รวจสภาพของใช
ศึกษาวิธีการดูแล แลวเร่ิมดูแลของใชตามวิธีที่ศึกษา เม่ือดูแล
เสรจ็ แลวใหตรวจสอบสภาพของใช จากนน้ั ใหเกบ็ ของใชเขาท่ีให
เรยี บรอย ดังนัน้ ขอ 1. จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง)

T4

นํา สสออนน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ อปุ กรณก ารเรยี น ขนั้ นาํ

¡ÒôÙáÅáÅШ´Ñ ࡺç Í»Ø ¡Ã³¡ ÒÃàÃÕ¹ กระตุ้นความสนใจ

º¹âµÐ à¢ÂÕ ¹Ë¹Ñ§Ê×Í 1. ครูขออาสาสมัครนักเรียนนํากระเปานักเรียน
ของตนเองมาแสดงใหเพ่ือนดูหนาช้ันเรียน
๑. แยกประเภทอปุ กรณการเรียน และสอบถามการจัดอุปกรณการเรียนท่ีนํามา
๒. จดั อุปกรณการเรยี นแตล ะ โรงเรียนของอาสาสมัคร

ประเภทใหเ ปน ระเบยี บ ดงั น้ี 2. นักเรียนคนอื่นรวมกันวิจารณและแสดงความ
๑) จดั หนงั สอื หรอื สมดุ ทตี่ อ งใช คิดเห็นเกี่ยวกับการจัดอุปกรณการเรียนของ
เพ่อื น
ไวม ุมใดมุมหน่ึงบนโตะ
โดยจัดหนังสือหรือสมุดให ขนั้ สอน
ตงั้ ขนึ้ หนั ดา นสนั ออก เพอ่ื ให
หยบิ ใชงานสะดวก โดยเรยี ง สาํ รวจค้นหา
จากเลม เลก็ ไปเลม ใหญ
๒) ใชท ก่ี น้ั หนงั สอื กนั้ แตล ะดา นไว 1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน ครใู หส มาชกิ
เพ่อื ไมใหลม แตละคนในกลุมจัดเตรียมอุปกรณการเรียน
๓) จดั เก็บเครอ่ื งเขยี นไวใน ของตนเอง จากนน้ั แลกเปลย่ี นผลงานใหเ พอ่ื น
กลองดินสอหรอื ภาชนะ ในกลุมดู แลวรวมกันวิจารณผลงานอยาง
เพอื่ ใหหยบิ ใชงานสะดวก สรา งสรรค

2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• ถา นกั เรยี นจัดเตรียมอปุ กรณการเรียน
สัปดาหละ 1 คร้งั จะเกิดผลอยา งไร
(แนวตอบ : อาจนาํ อปุ กรณก ารเรยี นทตี่ อ งการ
ใชม าไมค รบ ทาํ ใหต อ งถอื กระเปา นกั เรยี นที่
มนี า้ํ หนกั มาก และหยบิ ใชส ง่ิ ของไมส ะดวก)



ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ใครจดั โตะ เขียนหนังสอื ไมเหมาะสม ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั โตะ เขยี นหนงั สอื ควรจดั อปุ กรณ
1. แดงแยกเกบ็ กรรไกรออกจากดนิ สอสี การเรียนทใ่ี ชบอยๆ เชน ดนิ สอ ปากกา ยางลบ ไมบ รรทัด ไวใ กลมือ เพือ่ ให
2. ไหมเรียงหนังสอื จากเลม เล็กไปเลมใหญ สามารถหยิบไดสะดวก และปองกันอุปกรณการเรียนไมเปนระเบียบจากการ
3. เจมวางหนังสือไวร อบๆ โตะเขยี นหนงั สอื หยบิ ใช
4. ตัว้ นาํ แกว นํา้ ทไ่ี มใ ชแ ลวมาใชใสเ คร่อื งเขยี น
อุปกรณท่ีมคี ม เชน กรรไกร มดี เหลาดินสอ ควรเกบ็ ไวใ นกลองหรอื ภาชนะ
(วิเคราะหคําตอบ : การจัดโตะเขียนหนังสือควรแยกประเภทของ เก็บอุปกรณ โดยใหบริเวณที่มีคมทิ่มลงในภาชนะเก็บอุปกรณ เพื่อปองกันคม
เครอ่ื งเขยี นใหด ี แลว จงึ นาํ เครอื่ งเขยี นใสใ นกลอ งดนิ สอหรอื ภาชนะ บาดมือ
ทเ่ี ตรยี มไว นาํ หนงั สอื มาจดั เรยี งมมุ หนงึ่ ของโตะ โดยเรยี งจากเลม
เลก็ ไปเลมใหญ ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปนคําตอบทีถ่ ูกตอ ง)

T5

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน ¡ÒôáÙ ÅáÅШѴà¡çºÍØ»¡Ã³¡ÒÃàÃÕ¹

อธิบายความรู ãÊ¡‹ ÃÐ້ҹѡàÃÕ¹

สมาชกิ แตล ะคนในกลมุ ผลดั กนั อธบิ ายความรู ๑. จัดสมุดและหนังสือท่ีตองใช ¤Òº·èÕ 1 2 3 45 6
ที่ไดจากการปฏิบัติใหเพ่ือนคนอ่ืนในกลุมฟงแบบ ใหตรงกบั ตารางเรียน
เลาเรอื่ งรอบวง แลวซกั ถามขอ สงสยั จนทกุ คนใน ในแตล ะวัน เพ่อื ไมให Ç¹Ñ àÇÅÒ 08.00 08.30-09.30 09.30-10.30 10.30 10.40-11.40 11.40 12.40-13.40 13.40-14.40 14.40 14.50-15.50
กลมุ มีความรคู วามเขาใจท่ถี กู ตอ งตรงกัน กระเปาหนักเกนิ ไป 08.30 10.40 12.40 14.50

ขยายความเขาใจ ๒. จดั สมดุ และหนังสอื แยกกนั ¤³ÔµÈÒʵÏ ÀÒÉÒä·Â Êѧ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ÇÔ·ÂÒÈÒʵÏ ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ¤³ÔµÈÒʵÏ
โดยจดั เรยี งสมดุ ไวห นา หนงั สอื ¤ÃÙ»Ãз¾Ô  ¤ÃÙ¹ÒÃÃÕ Ñµ¹ ¤Ã¨Ù µ¾Ø à ¤Ã¹Ù ÄÁÅ ¤ÃÍÙ ÁÃÃµÑ ¹ ¤ÃÙ»ÃзԾ
1. ครูใหนักเรียนแตละคนจัดเตรียมอุปกรณการ ใหเ ลมเล็กอยูดา นหนา
เรยี นของตนเองเปน การบา น แลว สมุ ตรวจเปน à Œ¢Òá¶Çà¤Òþ¸§ªÒµÔ¤³ÔµÈÒʵÏ ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â ´¹µÃÕ-¹Ò¯ÈÔŻР¤ÍÁ¾ÇÔ àµÍÏ »ÃÐÇѵÈÔ ÒʵÏ
ระยะๆ ๓. จดั เกบ็ เคร่ืองเขียนไวใ น Ѿ¡ 10 ¹Ò Õ·¤Ã»Ù ÃзԾ ¤ÃÍÙ ÁÃÃµÑ ¹¤ÃÙ¹ÒÃÕÃµÑ ¹¤ÃÙÊØÇÀ·Ñ à ¤ÃªÙ ¹ÒÃµÑ ¹ ¤Ã³Ù °Ñ ³ªÔ Ò
กระเปาดินสอ
2. นกั เรียนตอบคําถามกระตุน ความคิด Ѿ¡ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒáÅÒ§ Ñǹ
• นกั เรยี นจะนาํ ความรู เรอื่ ง วธิ กี ารจดั เตรยี ม ๔. นําอุปกรณการเรยี นจดั ใสใน Ѿ¡ 10 ¹Ò·Õ
อุปกรณการเรียนไปใชประโยชนในชีวิต กระเปา นกั เรยี นทท่ี าํ ความสะอาด ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ÇÔ·ÂÒÈÒʵÏ ¾ÅÈ¡Ö ÉÒ ÀÒÉÒä·Â 椄 ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ªÁØ ¹ÁØ
ประจําวันอยา งไร แลวใหเ ปนระเบียบ เพอื่ ให ¤ÃÙÍÁÃÃµÑ ¹ ¤ÃÙ¹ÄÁÅ ¤ÃÙʶҾà ¤ÃÙ¹ÒÃÃÕ Ñµ¹ ¤ÃÙ¨µ¾Ø Ã
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น หยิบใชสะดวก
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพินิจของครูผสู อน) ¾ÄËÑʺ´Õ ÀÒÉÒ꤄ ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â ÇÒ‹ ¹éÓ ¡ÒÃ§Ò¹Ï ¤³ÔµÈÒʵÏ ÅÙ¡àÊ×Í
¤ÃÙ Andy ¤Ã¹Ù ÒÃÕÃµÑ ¹ ¤ÃÙà¾çÞ¹ÀÒ ¤Ã¾Ù ÁÔ ¾ÊØ´Ò ¤ÃÙ»ÃзԾ /๵ùÒÃÕ
ขน้ั สรปุ ÊØ¢ÈÖ¡ÉÒ ÀÒÉÒ꤄ ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â
ÀÒÉÒä·Â ¤³ÔµÈÒʵÏ ¤ÃÊÙ ¶Ò¾Ã ¤ÃÙÍÁÃÃѵ¹ ¤ÃÙ¹ÒÃÕÃѵ¹ ÈÅÔ »Ð
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั บอกขอ ดแี ละขอ เสยี ของ (à¾èÔÁàµÔÁ) ¤Ã»Ù Ãз¾Ô  ¤ÃÙÊºØ Ô¹
การจัดเตรียมอุปกรณการเรียน แลวรวมกันสรุป ¤Ã¹Ù ÒÃÕÃµÑ ¹
หลกั การจัดเตรยี มอุปกรณการเรียน

ขน้ั ประเมนิ

1. สมาชิกแตละกลุมรวมกันเขียนสรุปความรู
เรื่อง การจัดเตรียมอุปกรณการเรียน เปนผัง
มโนทัศนแ ลว นาํ สงครตู รวจ

2. ครูตรวจการจัดเตรียมอุปกรณการเรียนและ
การเขียนสรปุ ความรูเ ปน ผังมโนทศั น

หนทู าํ ได

๔ ดูแลจัดเก็บอุปกรณก ารเรียน ทาํ ไดดี พอทําได ทําอกี ครั้ง

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั กระเปา นกั เรยี นตามตารางเรยี น การจัดกระเปานักเรียน โดยจัดสมุดและหนังสือแยกกันมี
จะทาํ ใหก ระเปา มเี ฉพาะสง่ิ ทจ่ี าํ เปน ตอ งใชใ นการเรยี น และทาํ ใหก ระเปา ไมห นกั ประโยชนอ ยางไร
เกนิ ไป ถา นา้ํ หนกั กระเปา นกั เรยี นหนกั เกนิ ไปจะสง ผลใหป วดเมอ่ื ยบรเิ วณคอ บา
และไหล จงึ ควรใชก ระเปา สะพายหลงั เพอ่ื ใหน า้ํ หนกั กระเปา ถา ยเทไปทบ่ี า และ 1. กระเปา มีนํ้าหนักเบา
ไหลทงั้ 2 ขา ง ถาจําเปน ตองใชก ระเปาแบบหูห้ิวหรือสะพายขาง ควรสลับขาง 2. ของในกระเปาไมหาย
ถอื หรอื สะพายบอ ยๆ เพอื่ ใหน าํ้ หนกั ไมไ ปทไี่ หลแ ละแขนขา งใดขา งหนงึ่ มากเกนิ 3. กระเปา ใชงานไดนาน
ไป 4. หยบิ ใชหนงั สือและสมดุ ไดงา ย
(วิเคราะหคําตอบ : เพราะหนังสือและสมุดมีขนาดและรูปเลมที่
แตกตางกัน การแยกสมุดกับหนังสือออกจากกันจึงทําใหหยิบใช
งานไดง ายขึน้ ดังน้นั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)

T6

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๒. การดแู ลและจัดเกบ็ กระเปานกั เรียน ขนั้ นาํ
เราควรทาํ ความสะอาดกระเปานกั เรียนอยา งนอยสปั ดาหล ะ
1. ครูใหนักเรียนหยิบกระเปาของนักเรียนขึ้นมา
๑ ครง้ั เพอ่ื ใหก ระเปา นกั เรยี นสะอาด ไมเ ปน แหลง สะสมของเชอื้ โรค จากนั้นใหนักเรียนสัมผัส และสังเกตกระเปา
และกระเปา นกั เรยี นมอี ายกุ ารใชง านทยี่ าวนาน ไมต อ งซอื้ ใหมบ อ ย ๆ วามลี ักษณะอยางไร ทํามาจากวสั ดุอะไร

ขนั้ ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ กระเปา นกั เรยี น 2. ครูสุมกระเปาของนักเรียนท่ีมีลักษณะตางกัน
ออกมาใหนักเรียนในหองดู แลวใหนักเรียน
แสดงความคิดเห็นวา กระเปาแตละแบบมีวิธี
การทําความสะอาดเหมือนหรือแตกตางกัน
อยา งไร

¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ à¡çº¡ÃÐ້ҹ¡Ñ àÃÕ¹
ẺËËÙ ÇéÔ (˹ѧ)

๑. นําอุปกรณการเรียนออกจาก ๕
กระเปานักเรยี น แลวเกบ็
เศษขยะและเคาะฝุน ละออง

๒. ใชผาชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ด
ดานนอกกระเปาใหท่ัว แลว
ใชผาแหงเช็ดอีกคร้ัง หากมี
นํ้ายาเคลือบเงา สามารถใช
ฟองน้ําชุบนํ้ายาเช็ดดานนอก
กระเปาใหทั่ว เพื่อใหกระเปา
ดเู งาและชว ยยดื อายกุ ระเปา ให
ใชไ ดน านขึน้

๓. นําอปุ กรณก ารเรียนจัดลง
กระเปา เพอ่ื ใชง านตอไป

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ถา นกั เรยี นตอ งทาํ ความสะอาดกระเปา ทผี่ ลติ จากวสั ดทุ นี่ กั เรยี น ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การทาํ ความสะอาดกระเปา หนงั ควร
ไมเ คยทําความสะอาดมากอ น นกั เรียนควรทาํ อยา งไร ใสถุงมือตอนใชน้ํายาเคลือบเงาเช็ดกระเปา เพื่อปองกันนํ้ายาเคลือบเงาสัมผัส
ผวิ หนงั ซงึ่ อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื งได และหลงั จากใชน าํ้ ยาเคลอื บเงาเสรจ็
(แนวตอบ : สํารวจวาเปนกระเปาที่ทําจากวัสดุชนิดใด ศึกษา แลว ควรปดฝาใหเ รยี บรอ ย เพื่อปอ งกนั น้าํ ยาเคลอื บเงาหกเลอะสิง่ ตา งๆ
วิธีการทําความสะอาดจากแหลงขอมูลตางๆ เมื่อเขาใจแลว จึง
วางแผนการทาํ ความสะอาด เตรียมอุปกรณ และลงมอื ทํา)

T7

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ¡ÒôáÙ ÅáÅáк¨Ñ´ºà¡Êºç С¾ÃÒÐÂà»(Ò‰¼¹ŒÒÑ¡) àÃÕ¹

สังเกต รบั รู้ ๑. นําอุปกรณการเรียนออกจาก
กระเปา นักเรียน
1. นักเรียนแตละคนสํารวจกระเปานักเรียนของ
ตนเอง จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นตอบคาํ ถามเกยี่ วกบั ๒. เก็บเศษขยะออกจากกระเปา
การทาํ ความสะอาดกระเปานักเรียน และเคาะฝนุ ละอองออก

2. ครทู าํ ความสะอาดกระเปา นกั เรยี นทท่ี าํ มาจาก ๓. นาํ กระเปา ไปซกั ทาํ ความสะอาด
หนังใหน กั เรยี นดเู ปน แบบอยาง พรอ มอธบิ าย โดยซักดวยมือหากบริเวณใด
ประกอบทลี ะขัน้ ตอนอยา งละเอียด มีคราบสกปรกมากอาจใช
แปรงซกั ผา แปรงเบา ๆ
ทําตามแบบ จนสะอาด

ครูใหนักเรียนท่ีมีกระเปาที่ทํามาจากหนังแยก ๔. นํากระเปาไปตากจนแหง
ออกมา จากนน้ั ใหเ พอ่ื นทไี่ มม กี ระเปา ทที่ าํ มาจาก ๕. นําอุปกรณก ารเรยี นจัดลง
หนงั เขารวมกลุม กลุมละเทาๆ กนั และทําความ
สะอาดกระเปา นกั เรยี นตามแบบอยา งทค่ี รทู าํ ใหด ู กระเปา เพอื่ ใชง านตอ ไป

หนทู าํ ได

๖ ดแู ลกระเปา นกั เรยี น ทาํ ไดดี พอทาํ ได ทาํ อกี ครัง้

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย

ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน ักเรยี นเขาใจวา วสั ดุทผ่ี ลติ เปน ของใชมคี วามสําคญั ใหน กั เรียนแบง กลุม กลุมละ 4-5 คน จากน้ันใหค นหาวธิ กี าร
ตอ งทาํ ความสะอาดใหถ กู ตอ งตามลกั ษณะของวสั ดุ เพราะถา ทาํ ความสะอาดผดิ ทําความสะอาดกระเปาท่ีทําจากวัสดุประเภทอื่นๆ เชน กระเปา
วธิ ีจะทําใหของใชเสยี หายได เชน ของใชท่ที ํามาจากหนงั ตอ งทําความสะอาด สานดวยไมไผ กระเปาทําจากกะลา กระเปาจากพลาสติก โดย
ดวยการเชด็ ไมควรทําความสะอาดดวยการซกั เพราะจะทําใหหนงั เสยี หาย แตละกลุมเลือกวัสดุไมซ้ํากัน แลวใหนักเรียนนําเสนอส่ิงท่ีศึกษา
มาหนา ชนั้ เรียน
ดงั นนั้ ตอ งศกึ ษาวธิ กี ารทาํ ความสะอาดของใชต า งๆ ใหด ี เพอ่ื รกั ษาคณุ ภาพ
ของของใชใ หอยไู ดนาน

T8

นํา สอน สรุป ประเมนิ

๓. การดูแลและจดั เก็บรองเทา นักเรยี น ขนั้ สอน
รองเทานักเรียนเปนเคร่ืองแตงกายที่ควรดูแลรักษาและ
ทาํ เองโดยไมมีแบบ
ทําความสะอาดทุกครั้งหลังจากใชงาน เพ่ือปองกันไมใหรองเทา
สกปรก เปน แหลง เพาะเชอ้ื โรค และอาจทาํ ใหเ ทา มกี ลน่ิ เหมน็ นักเรียนทําความสะอาดกระเปานกั เรยี น โดย
ไมม แี บบอยา ง
ขน้ั ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี น
ฝกให้ชาํ นาญ
¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ à¡çº
ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนทาํ ความสะอาดกระเปา
Ãͧ෌Ò˹§Ñ นักเรียนของตนเองเปนประจํา แลวครูสุมตรวจ
กระเปานักเรียนเปน ระยะๆ
๑. ปดฝุนหลังการใชงานทุกคร้ัง
และวางผ่ึงลมไวใหเหงื่อใน ขน้ั สรปุ
กรอลงนิ่ เอทับาใแนหรงองเเพทื่อา1ลดการเกิด
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด
๒. ยใชาผขาดั หรรออื งแเทปาร2งขขดั ดั เรบอางๆเทใา หแทตว่ัะ กระเปา นกั เรยี น
รองเทา ปลอยไวสกั ครู
ขน้ั ประเมนิ
๓. ใชผ า แหง ขดั รองเทา จนขนึ้ เงา
๔. จดั วางรองเทา เปน คู นาํ ไปเกบ็ ครูตรวจการทําความสะอาดกระเปานักเรยี น

ที่ชน้ั รองเทาหรอื ตูร องเทา
เพื่อใหส ะดวกตอ การใชง าน



ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

การปดฝนุ กอ นขดั รองเทามีความสําคัญอยางไร 1 กล่ินอับในรองเทา สามารถทําใหหายไดดวยหลายวิธี เชน การขยํา
1. ขัดรองเทาไดสะอาดข้นึ หนงั สอื พมิ พใ สใ นรองเทา การนาํ เบกกงิ โซดาโรยในรองเทา การใสเ ปลอื กสม หรอื
2. ชวยลดกลิ่นอับในรองเทา เปลือกมะนาวในรองเทา ถาทําเปนประจาํ กจ็ ะสามารถลดกลน่ิ อับในรองเทา ได
3. รักษาสีของรองเทา ใหค งทน 2 ยาขดั รองเทา มีหลายสี เชน สีดํา สนี าํ้ ตาล กอนนาํ มาขัดรองเทาจึงควร
4. ปองกันฝนุ เขาไปในรองเทา ตรวจสอบใหด ีเสยี กอ น เพราะถา สรี องเทากบั สยี าขดั รองเทาไมต รงกนั จะทําให
รองเทา มีรอยเลอะได
(วิเคราะหคําตอบ : รองเทาเปอนคราบสกปรกและฝุนละออง
จํานวนมาก การปดฝุนกอนขัดรองเทาจะชวยลดความสกปรกไป
สวนหน่ึง ทําใหขัดรองเทาไดสะดวก ข้ึนเงาไดรวดเร็ว มีความ
สะอาดมากขน้ึ ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคาํ ตอบทถ่ี ูกตอง)

T9

นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ นาํ ¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ ࡺç

1. ครูสุมถามนักเรียนวา รองเทาของนักเรียนมี Ãͧ෌ҼҌ ãº
ลกั ษณะอยางไร ทาํ มาจากวสั ดอุ ะไร
๑. หากรองเทาผาใบเปอนโคลน
2. ครูถามนักเรียนวา รองเทาแตละแบบมีวิธี ใหทิ้งไวใหโคลนแหงกอน แลว
การทําความสะอาดเหมือนหรือแตกตางกัน เคาะดินออก
อยางไร ใหน ักเรยี นแสดงความคิดเห็น
๒. นาํ รองเทา ผา ใบและเชอื กรองเทา
ขนั้ สอน ท่เี คาะดินออกแลวมาแชใน
น้ําเปลาเพ่ือใหคราบหลุดออก
เตรียมการสาธิต งายข้ึน จากนั้นใชแปรงซักผา
แปรงรอยเปอ นออก
1. ครูเตรียมอุปกรณการทําความสะอาดรองเทา
เพอ่ื ใชใ นการสาธติ การทาํ ความสะอาดรองเทา ๓. นาํ รองเทา ผา ใบและเชอื กรองเทา
แชในน้าํ ผสมผงซักฟอก
2. ครแู นะนาํ ใหน กั เรยี นเลอื กอปุ กรณก ารทาํ ความ ประมาณ ๒๐ นาที ใชแ ปรงซกั ผา
สะอาดทีม่ สี ภาพสมบรู ณ ไมช าํ รดุ แปรงจนสะอาด แลวลางดวย
นาํ้ เปลา

๔. ตากรองเทา โดยยกหวั รองเทา ขน้ึ
ใหน าํ้ ไหลมาทสี่ น รองเทา ซงึ่ จะ
ชว ยใหแ หง เรว็ ขนึ้

๕. รอยเชือกรองเทาใหเรียบรอย
แลว นาํ รองเทา ผา ใบไปเกบ็ ที่
ชนั้ รองเทาหรือตรู องเทา
หนทู าํ ได

ดูแลจัดเกบ็ รองเทานักเรยี น ทําไดดี พอทําได ทําอกี ครง้ั
๘ ดูแลรองเทา ใหขาวเหมอื นใหม

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา นกั เรยี นควรสวมใสร องเทา กอ นรอ ย การซกั รองเทา ผาใบท่ีเปอ นโคลนทันที เหมาะสมหรือไม อยา งไร
เชอื กรองเทา เพอื่ ใหร อ ยเชอื กรองเทา ใหพ อดกี บั ขนาดเทา ของตนเอง ซงึ่ จะทาํ ให (แนวตอบ : ไมเหมาะสม เพราะคราบโคลนจะกระจายและ
สวมใสร องเทา ไดส บาย ไมค ับหรอื ไมห ลวมจนเกินไป
ฝงแนนทําใหทําความสะอาดไดยาก ควรนําไปตากแดดเพ่ือให
ส่ือ Digital โคลนแหง จากนั้นเคาะโคลนออก แลวคอยทําความสะอาด)

ครูใหน ักเรยี นสแกน QR Code เร่ือง ดูแลรองเทาใหข าวเหมือนใหม เพื่อ
นําความรไู ปประยกุ ตก บั การทําความสะอาดรองเทา ของตนเอง

T10

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขนั้ สอน

ถามมาหนตู อบได สาธติ

๑. การจัดอุปกรณการเรียนไวที่โตะเขียนหนังสือกับการจัดไวใน 1. ครสู าธติ การทาํ ความสะอาดรองเทา ใหน กั เรยี น
กระเปานักเรียนเหมอื นหรอื แตกตางกนั อยา งไร ดตู ามขน้ั ตอน พรอ มอธบิ ายประกอบอยา งชา ๆ

๒. นักเรียนมีขั้นตอนและวิธีดูแลจัดเก็บของใชสวนตัวของตนเอง 2. สมาชิกกลุมเดิมรวมกันดูวิธีทําความสะอาด
อยา งไรบา ง รองเทา ถา มขี อ สงสยั หรอื ตอ งการความชว ยเหลอื
ใหส อบถามครเู ปน รายกลุม
๓. ถารองเทาผาใบของนักเรียนเปยกน้ําและเปอนโคลนท่ีโรงเรียน
นกั เรยี นจะทาํ อยา งไร 3. ครูคอยดูแล ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้า
ใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
๔. หากนักเรียนไดรับมอบหมายจากผูปกครองใหจัดเก็บของใช ทํางาน
สวนรวม นักเรียนจะวางแผนการทํางานอยางไรเพื่อใหจัดเก็บ
ของใชสวนรวมได สรุปการสาธิต
Learning aSnkdillIsnnovation
เรยี นรูกจิ กรรมทักษะการทํางาน C21 CorLiefeSuSabkinllds Careerjects and 21st Centur TIencform 1. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาความรู เรอ่ื ง การ
atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd ทาํ ความสะอาดรองเทา จากหนงั สอื เรยี น และ
รวมกนั สรุปการสาธติ
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments 2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• เพราะเหตุใดรองเทาแตละชนิดจึงมีวิธีการ
แบง กลมุ ฝก ปฏบิ ตั ทิ าํ ความสะอาดรองเทา นกั เรยี น ทงั้ รองเทา หนงั ทาํ ความสะอาดทแี่ ตกตางกนั
และรองเทา ผา ใบ โดยเลือกวา จะปฏบิ ัตทิ ี่โรงเรยี นใหครดู หู รือปฏิบัติ (แนวตอบ : เพราะรองเทาแตละชนิดผลิต
ทบี่ าน แลวถา ยคลิปวิดโี อมาสง ครู จากวัสดุท่ีมีลักษณะเฉพาะแตกตางกัน
จึงตองทําความสะอาดใหเหมาะสมกับวัสดุ
เพื่อใหรองเทาใชง านไดนาน)

หนรู ูส กึ อยา งไร
๑. การจดั สมดุ และหนงั สอื ตามตารางเรยี นสง ผลแกน กั เรยี นอยา งไร
๒. ถา โตะ เขยี นหนงั สอื ทว่ี างอปุ กรณก ารเรยี นของนกั เรยี นเลอะเทอะ

ไมเ รยี บรอ ย นกั เรยี นจะรสู กึ อยา งไร และควรทาํ อยา งไร
๓. ถา รองเทา นกั เรยี นของนกั เรยี นหาย นกั เรยี นควรทาํ อยา งไร



ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

การดูแลของใชอยางสมํ่าเสมอสงผลดีตอการทํางานของ ครูแนะนํานักเรียนเพิ่มเติมวา การทํางานกลุม นักเรียนตองแบงหนาที่
นกั เรียนอยางไร สมาชิกภายในกลุมแตละคนใหชัดเจนวาใครทําอะไร เพื่อปองกันการทํางาน
ซํ้าซอนกัน โดยตองวางแผนการทํางานใหเรียบรอยกอนลงมือทํา เพื่อใหงาน
(แนวตอบ : ชว ยฝกฝนใหเ ปนคนวางแผนกอ นการทาํ งาน ลงมือ ดาํ เนนิ ไปไดดีและประสบผลสําเร็จ
ทาํ งานอยางเปนขั้นตอน และมีความละเอยี ดรอบคอบอยูเสมอ)

T11

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สรปุ Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ¡Ò÷íÒ§Ò¹ สําห
คาํ ชแี้ จง : ใหน กั เรยี นประเมินการทาํ งานของตนเองตามรายการที่ รับนักเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด กําหนด แลว ขดี ✓ ลงในชองท่ีตรงกบั ระดับคะแนน
รองเทา รายการ ทําไดด ี พอทาํ ได ปรับปรงุ

2. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นทาํ ความสะอาดกระเปา ๑. วางแผนการดแู ลจดั เกบ็ ของใชส ว นตวั ได ตัวอยางตารางบันทึกผล
ดวยตนเอง ทําแบบทดสอบหลังเรียน จาก ๒. ดแู ลและจดั เกบ็ อปุ กรณก ารเรยี นไดเ หมาะสม
แผนการจัดการเรียนรู และทําแบบวดั ฯ หนว ย ๓. ทาํ ความสะอาดกระเปา นกั เรยี นได
การเรียนรทู ี่ 1 เรื่อง หนดู ูแลของใช ๔. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี นไดเ หมาะสม

ขน้ั ประเมนิ รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑

ครูสังเกตการทําความสะอาดรองเทาของ
นักเรียนแตละกลุม ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
และตรวจแบบวดั ฯ การงานอาชพี ป.3 หนวยการ
เรียนรูที่ 1 หนูดูแลของใช เพ่ือวัดและประเมิน
ผลนักเรยี น

erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ·Ñ¡ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts

คําช้แี จง : ใหผ สู อนประเมินทักษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ท่กี าํ หนด แลวขดี ✓ ลงในชอ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
รายการ
ทาํ ไดด ี พอทําได ปรบั ปรุง

๑. แบง หนา ท่กี ันอยางเหมาะสม

๒. รว มมอื กนั ทาํ งานจนสาํ เรจ็ ตัวอยางตารางบันทึกผล

๓. แสดงความคดิ เหน็ อยา งเหมาะสม
๔. รบั ฟง ความคดิ เหน็ ของคนในกลมุ
๕. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี นได
รวมทําไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรับปรงุ = ๑

๑๐

แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด

ครศู ึกษาแนวทางการวดั และประเมินผลเพ่อื ประเมนิ ชิ้นงานของนักเรียน ของใชช ิ้นใดเมอ่ื เปอ นโคลนแลว ทาํ ความสะอาดยากที่สดุ
จากใบประเมินชนิ้ งานที่แนบทายแผนการจดั การเรียนรู 1. 2.

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการนาเสนอผลงาน 3. 4.

คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องที่ แบบประเมินการทาความสะอาดกระเป๋านกั เรยี น (วเิ คราะหค าํ ตอบ : ปากกา กรรไกร และรองเทา หนงั เม่ือเปอน
โคลน สามารถเช็ดดวยผาชุบน้ําบิดหมาดเพ่ือขจัดคราบสกปรก
ตรงกบั ระดบั คะแนน รายการประเมนิ คาอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี ได แตรองเทาผาใบตองนําไปซักเพื่อกําจัดคราบออก รวมถึงตอง
นาํ ไปตากแดดใหแ หง เพ่อื ปองกันกลิ่นอับ ดังนั้น ขอ 4. จงึ เปน
ระดับคะแนน 1. ใชก้ ระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ตรงกบั ระดบั คะแนน คาํ ตอบท่ีถูกตอ ง)
32 ทางานในการทา
ลาดับท่ี รายการประเมิน 1 ความสะอาด ใช้กระบวนการทางานในการ ใช้กระบวนการทางานในการ ไม่ได้ใช้กระบวนการทางานใน ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
ทาความสะอาดกระเป๋า ทาความสะอาดกระเป๋า การทาความสะอาดกระเปา๋ 32
นักเรยี นได้ถูกต้อง ครบถ้วน นักเรยี นได้ถูกตอ้ งบางส่วน นักเรยี น
1 การแสดงความคิดเห็น   1 เนือหาละเอยี ดชดั เจน  

2 การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ น่ื   กระเป๋านกั เรยี น 2 ความถูกต้องของเนอื หา  

3 การทางานตามหน้าทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย จาตกวั แอผยนางกแาบรบจดัปกระาเรมเรินยี นรูลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ 2. เลอื กวธิ ีการทาเลอื กวธิ ีการทาความสะอาด เลือกวิธีการทาความสะอาด เลอื กวธิ กี ารทาความสะอาด3 ภาษาทีใ่ ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย 
4 ความมีนาใจ ............../.................../................ ความสะอาด 4 ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากการนาเสนอ  
5 การตรงตอ่ เวลา   กระเป๋านกั เรียน กระเป๋านักเรยี นไดถ้ ูกตอ้ ง กระเปา๋ นักเรียนได้เหมาะสม กระเปา๋ นักเรียนไมเ่ หมาะสม 5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน  

รวม 3. ใชอ้ ปุ กรณใ์ นการ และเหมาะสมกบั ชนดิ ของ กบั ชนดิ ของวสั ดุท่ีใชท้ า กับชนิดของวสั ดทุ ใ่ี ชท้ า รวม
ทาความสะอาด
กระเปา๋ นกั เรียน วสั ดทุ ใ่ี ช้ทากระเปา๋ กระเป๋า กระเป๋า

4. ความสะอาดของ ใชอ้ ปุ กรณ์ในการทาความ ใชอ้ ุปกรณใ์ นการทาความ ใช้อุปกรณใ์ นการทาความ
กระเป๋านักเรียน
สะอาดกระเป๋านักเรยี นได้ สะอาดกระเป๋านักเรยี นได้ สะอาดกระเป๋านกั เรียนไมไ่ ด้ ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
.........../................./................
ถูกตอ้ ง และปลอดภัย ถกู ต้อง แตอ่ าจไม่ปลอดภัย

กระเป๋านกั เรียนสะอาด ไมม่ ี กระเป๋านักเรียนสะอาด แตย่ งั กระเปา๋ นกั เรยี นไมส่ ะอาด

คราบ มคี ราบ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ดี ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 10-12 ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั 6-9 พอใช้
ต่ำกวำ่ 6 ปรบั ปรงุ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

12 - 15 ดี 12 - 15 ดี

8 - 11 พอใช้ 8 - 11 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง ตา่ กว่า 8 ปรับปรงุ

T12

Chapter Overview

แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 1. หนงั สอื เรียน 1. อธบิ ายวธิ ีการ วิธสี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะในการ 1. มีวินัย

การเลือกใช้ การงานอาชพี ป.3 เลอื กเส้อื ผ้าให้ การสืบเสาะ กอ่ นเรยี น ส่ือสาร รบั ผดิ ชอบ
เสื้อผ้าให้
เหมาะสม หนว่ ยการเรยี นร ู้ เหมาะสมกับ หาความรู้ - ตรวจแบบวดั ฯ 2. ทักษะการ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1 ท่ี 2 หนูแต่งกาย รูปรา่ งลกั ษณะ (5Es - ตรวจใบงานท่ี 2.1 รวบรวม 3. มุ่งมัน่

ชว่ั โมง เหมาะสม โอกาส สถานท่ี Instructional - สังเกตการน�ำเสนอ ขอ้ มูล ในการท�ำงาน

2. แบบวดั ฯ การงาน และฤดูกาลได้ Model) ผลงาน 3. ทกั ษะการ

อาชพี ป.3 อยา่ งถูกตอ้ ง - สงั เกตพฤตกิ รรม เช่อื มโยง

3. ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง 2. เลอื กเสอ้ื ผ้าได้ การทำ� งาน 4. ทกั ษะการให้

การเลอื กเส้อื ผา้ ให้ เหมาะสมกบั รายบุคคล เหตุผล

เหมาะสม รปู รา่ งลักษณะ

4. เสอ้ื ผา้ แบบต่าง ๆ โอกาส สถานท่ี

5. PowerPoint และฤดกู าล

T13

Chapter Overview

แผนการจดั สื่อที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์

3. มีมารยาทดีในการ - สงั เกตพฤติกรรม 5. ทักษะการนำ�
ทำ� งานร่วมกับ การทำ� งานกลุ่ม ความร้ไู ปใช้
ผู้อื่น
- สังเกตคุณลักษณะ 6. ทกั ษะการใช้
อนั พงึ ประสงค์ ชวี ติ

- ตรวจแบบบนั ทึก
การแตง่ กาย

- ตรวจแบบทดสอบ
หลังเรยี น

T14

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมิน

˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ

ò ˹áÙ µ§‹ ¡ÒÂàËÁÒÐÊÁ?กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น กระตนุ้ ความสนใจ
เพ่อื น ๆ มวี ธิ กี าร
แตง กายใหเหมาะสม 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
อยางไรบางครับ เรียนรทู ี่ 2 หนูแตงกายเหมาะสม จากแผนการ
จัดการเรยี นรู

2. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมาเลาใหเพ่ือน
ฟง หนาช้นั เรียนวา ตนเองชอบสวมใสเ ส้ือผา สี
อะไร พรอ มท้ังอธิบายเหตผุ ลประกอบ

3. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• นักเรียนใหความสําคัญกับการแตงกายของ
ตนเองหรือไม จงอธิบาย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส อน)

à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃòÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ò ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ

๑. อธิบายวิธีการเลอื กสวมใสเ สื้อผา ใหเ หมาะสมกบั โอกาส สถานท่ี การเลือกสวมใสเสื้อผา เรา
และสภาพอากาศได (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) ควรพจิ ารณาโอกาสที่ไป สถานท่ี
ที่ไป และสภาพอากาศวาเปน
๒. สวมใสเ สอ้ื ผาตามขั้นตอนไดเ หมาะสมกบั โอกาส สถานที่ อยางไร เพ่ือท่ีจะไดเลือกสวม
และสภาพอากาศ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓) เสอื้ ผา อยา งเหมาะสม และชว ยให
เราเปน คนทมี่ บี ุคลกิ ภาพดี

กิจกรรม เสริมสรางคณุ ลักษณะอันพึงประสงค เกร็ดแนะครู

ครูใหนักเรียนแบงกลุม 5 กลุม จากน้ันครูแจกภาพเสื้อผา ครูจดั กระบวนการเรยี นรู โดยการใหนกั เรยี นปฏบิ ัติ ดงั นี้
3 ภาพ และภาพสถานทต่ี างๆ อกี 3 ภาพ ใหแ ตล ะกลมุ โดยให • วเิ คราะหสถานท่ี โอกาส และสภาพอากาศของสถานท่ีทีต่ นเองจะไป
นกั เรยี นแตล ะกลมุ จบั คภู าพเสอื้ ผา ทเี่ หมาะสมกบั สถานทใ่ี หถ กู ตอ ง • เลอื กเสื้อผา ใหเหมาะสมกบั สถานที่ โอกาส และสภาพอากาศที่จะไป
กลุมใดจบั คูภาพไดครบกอ นเปน ผชู นะ • สวมใสเ สอ้ื ผาตามทีไ่ ดเ ลือกไว
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การเลือกเสื้อผาไดเหมาะสมกับโอกาส
สถานที่ และสภาพอากาศ จะทําใหน ักเรยี นมบี ุคลิกภาพทด่ี ี มีกาลเทศะ

T15

นาํ นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั นาํ ñ àÊ×éͼŒÒáÅÐ เส้ือผาและ
เคร่ืองแตงกายของหนู ๆ
กระตนุ้ ความสนใจ à¤ÃÍè× §áµ§‹ ¡Ò มีอะไรบาง
เสอ้ื ผา และเคร่อื งแตง กาย
4. ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน การงาน ใบชคุ ส ลวกิ มภราา พง1กแากยผ สูเพวอื่มปใสก คตลัวุมอรยาางงกเสาย้อื จผาากแสลภะเาคพรอ่ือางกแาตศงกแาลยะชเชว ยนเสริม
อาชพี ป.3 หนา 11 แลว ใหน กั เรยี นแสดงความ
คดิ เห็นวา เคร่อื งแตง กายทเ่ี ดก็ ในภาพสวมใส เส้ือ เส้ือกันหนาว กางเกง
อยูเ หมาะจะไปสถานทใี่ ด พรอ มแสดงเหตุผล
ประกอบ

5. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับการ
เลือกเส้ือผาใหเหมาะสมกับโอกาส สถานท่ี
และฤดูกาล แลว ชว ยกนั ตรวจสอบวา วิธกี าร
เลือกเสื้อผาของนักเรียนถูกตอง เหมาะสม
หรือไม อยา งไร

กระโปรง กระโปรงชุด เข็มขดั

ชดุ ชน้ั ใน ชดุ วา ยนา้ํ รองเทา

๑๒

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 บคุ ลิกภาพ คือ ลกั ษณะความคดิ นิสัย พฤตกิ รรมเฉพาะของแตละบคุ คล อานขอความ แลวเรียงลําดับการสวมใสเสื้อผาจากลําดับแรก
นอกจากการแตงกาย ยังมีอกี หลายวิธีท่ีจะเสริมใหบคุ ลกิ ภาพดขี ้ึนได เชน การ ไปลาํ ดบั สุดทาย
ฝกนั่งหลังตรง ซ่ึงการนั่งลักษณะนี้สามารถปองกันกระดูกสันหลังงอไดอีกดวย ก. เสือ้ ข. กางเกง
การย้ิมบอยๆ เพื่อใหต นเองรสู กึ สดใสมากย่ิงขนึ้ ค. เข็มขดั ง. ชดุ ชน้ั ใน
1. ก., ข., ค., ง. 2. ก., ง., ข., ค.
3. ง., ค., ข., ก. 4. ง., ก., ข., ค.

(วิเคราะหคําตอบ : การสวมใสเส้ือผาตองเร่ิมจากการสวมใสชุด
ดานในสุดอยางชุดชั้นในกอน ตอมาจึงสวมใสเส้ือผาที่เลือกไว
และเขม็ ขดั ตามลาํ ดบั การสวมใสช ดุ ชน้ั ในไวช น้ั ในสดุ เพอื่ ปอ งกนั
การเสยี ดสรี ะหวา งผวิ และเสอ้ื ผา ซงึ่ อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื ง
ได และปกปด อวยั ะบางสว น ดงั นนั้ ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)

T16

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ò ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÊÇÁãÊ‹ หนู ๆ มีวิธีเลือกสวมใส ขน้ั สอน
เส้ือผาใหเหมาะสม
àÊ×Íé ¼ÒŒ อยางไรคะ สํารวจค้นหา
เราสวมใสเ สอื้ ผา เพอื่ ปกปอ ง
รา งกายจากสภาพอากาศ และเพอื่ ใหม คี วามปลอดภยั ความคลอ งตวั 1. ครแู บงนกั เรียนเปนกลุม กลมุ ละ 3-4 คน คละ
ความสุภาพ ซ่ึงการสวมใสเส้ือผาจะสะทอนถึงวัฒนธรรม รวมถึง กนั ตามความสามารถ คือ เกง ปานกลาง และ
รสนิยมเฉพาะตวั บุคคลดว ย ออน จากนั้นกําหนดหมายเลขประจําตัวให
สมาชกิ แตล ะกลมุ และต้ังชือ่ กลุมของตนเอง
หลักการเลือกสวมใสเสื้อผา
2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาความรู เรื่อง
การเลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ตามหวั ขอ ทคี่ รกู าํ หนดให
โดยแตล ะกลมุ จะไดห วั ขอ ทแี่ ตกตา งกนั ไป เชน
กลมุ ที่ 1 หัวขอ เสอื้ ผา สาํ หรบั วันเกิด กลุมท่ี 2
เสื้อผา สําหรบั ฤดหู นาว

๑. พิจารณาวา เราจะไปสถานที่ใด ไปในโอกาสใด และมีสภาพ
อากาศเปนอยางไร

๒. เลอื กเสอื้ ผา ทเี่ หมาะสมกบั สถานทที่ จ่ี ะไปหรอื กจิ กรรมทจ่ี ะทาํ
โดยไมค วรเลอื กเสอื้ ผา ทคี่ บั แนน เกนิ ไป เพราะจะทาํ ใหส วมใส
ไมส บายตวั

๓. เตรียมความพรอมของเสอื้ ผากอ นสวมใส เชน ซัก รีดเสอื้ ผา
ใหเรยี บรอ ย

๔. ดูแลรกั ษาเสือ้ ผาหลงั ใชงานเสร็จ

การเลือกเสอ้ื ผา ๑๓

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ขอใดคอื ผลจากการสวมใสเ สื้อท่คี ับแนน เกนิ ไป ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา นักเรียนควรตรวจสอบเส้ือผากอน
1. ระบายเหง่อื ไดดี สวมใสทกุ ครัง้ ตรวจดูวาเส้ือผา ไมช าํ รุด เชน ไมมรี อยขาด กระดุมไมห ลุดออก
2. หายใจไมสะดวก มาจากรงั ดมุ เพอื่ ใหน กั เรยี นสวมใสเ สอื้ ผา ไดอ ยา งสะดวกสบาย ไมต อ งกงั วลกบั
3. เกิดรอยเปอ นงาย เส้อื ผา ท่สี วมใสอ ยู
4. เคล่ือนไหวไดค ลอ งแคลว
สื่อ Digital
(วิเคราะหคําตอบ : การสวมใสเสื้อผาที่คับแนนเกินไปจะทําให
ไมสบายตัว เคล่ือนไหวลําบาก ถาแนนมากก็จะทําใหหายใจ ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เร่ือง การเลือกเสื้อผา เพ่ือใหนักเรียน
ไมส ะดวก เพราะเสอ้ื ผารดั ลําตวั ไว ดงั นน้ั ขอ 2. จึงเปน คําตอบ ไดศึกษาตัวอยางการเลือกเสื้อผาใหเหมาะสมกับโอกาส สถานที่ และฤดูกาล
ทถี่ ูกตอ ง) แลวนาํ ไปใชในชวี ิตประจําวนั

T17

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน ๑. การเลือกเส้อื ผา ใหเ หมาะกับโอกาสและสถานที่
การเลือกสวมเส้ือผาใหเหมาะกับโอกาสและสถานท่ี ควร
สาํ รวจค้นหา
คํานงึ ถงึ ความเหมาะสมและกจิ กรรมทจ่ี ะทาํ เชน ถาไปโรงเรยี นควร
3. สมาชิกกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ สวมชุดนักเรียนตามกฎระเบียบของโรงเรียน ถาจะไปเลนกีฬาควร
เลือกสวมใสเส้ือผา จากหนังสือเรียนหรือ สวมใสช ุดกฬี าเพ่ือความคลองตวั
หอ งสมดุ ตามหวั ขอ ทกี่ าํ หนด โดยครชู ว ยตรวจ
สอบขอมูลใหถ กู ตอ ง ๑ เส้อื ผา สําหรบั ใสอ ยูบา น

4. สมาชกิ กลมุ นาํ ความรทู ไ่ี ดศ กึ ษามาสรปุ ขอ มลู ชดุ สาํ หรับทาํ กิจกรรมตา ง ๆ ชุดสําหรับนอนหลับ
ใหชดั เจน เพือ่ เตรยี มนําเสนอ
เปนเส้ือผาทสี่ วมใสส บาย เปน เสอื้ ผาทส่ี วมใสสบาย
5. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ สามารถทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ ไมคับหรอื ไมห ลวมเกนิ ไป
• ถานักเรียนจะไปว่ิงออกกําลังกายกับเพื่อน เชน เดนิ นงั่ ยนื ไดสะดวก เน้อื ผา นิ่ม เหมาะสําหรับ
ควรสวมเสื้อผาลักษณะใด เน้ือผายืดหยุนไดดี สามารถ ใสนอน สามารถทาํ ความ
(แนวตอบ : เส้ือยืดและกางเกงที่ระบายเหง่ือ ทําความสะอาดไดง าย สะอาดไดง า ย
ไดด ี และรองเทา ผา ใบ)

๑๔

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา เนอื่ งจากกจิ กรรมทเี่ ราทาํ เวลาอยบู า น บานของแบมอยูตดิ ทะเล เมื่อถงึ ฤดรู อ นอากาศจะรอนมาก
เชน ทําอาหาร ปลูกตนไม ว่ิงเลน อาจมีคราบสกปรกอยูเสมอ ทําใหเส้ือผา แบมควรสวมเสื้อผาแบบใด
มคี ราบเปอ นไดง า ย ชดุ อยบู า นจงึ ควรเลอื กชดุ ทที่ าํ มาจากเนอื้ ผา ทซี่ กั ไดง า ย เชน 1. เน้อื หนา 2. กนั นา้ํ ได
ผา พอลเิ อสเทอร (Polyester) ผา ซาตนิ 3. ระบายเหงอ่ื ไดดี 4. มีความยืดหยุน สูง

(วิเคราะหคําตอบ : อากาศรอนควรสวมเส้ือผาที่ระบายเหง่ือไดดี
เพ่อื ใหร า งกายไมเ กบ็ สะสมความรอ นไวม ากเกนิ ไป ดังน้นั ขอ 3.
จงึ เปนคาํ ตอบทถี่ ูกตอง)

T18

นํา สอน สรุป ประเมิน

๒ เส้ือผา สําหรับใสไปเทีย่ ว ขน้ั สอน

เปนเสอ้ื ผา ทีส่ วมใสสบาย อธิบายความรู้
รูปแบบเสือ้ ผาเหมาะสมกบั สถานท่ีท่ีไป เชน
1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาหนา
• ไปเทย่ี วทะเล สวมใสเ สอื้ ผา ทช่ี ว ยให ช้ันเรียน แลวนําความรูที่ไดจากการศึกษามา
คลอ งตวั ระบายความรอ นไดด ี เชน อธิบายใหเพื่อนเขาใจผานการนําเสนอตามท่ี
เสอ้ื กลา ม กางเกงขาสน้ั สวมรองเทา ตนเองตองการ เชน การสวมเสือ้ ผา ตามหัวขอ
แตะ และควรสวมแวนตากันแดด แลวอธิบาย เลนละคร สรุปเปนผังมโนทัศน
และหมวกเพื่อปอ งกันแสงแดด โดยนกั เรยี นตอ งอธบิ ายใหส มาชกิ ในหอ งเขา ใจ
ถึงลักษณะเสื้อผาท่ีควรสวมใส และเหตุผล
• ไปเทย่ี วนา้ํ ตก สวมใสเ สอื้ ผา ทช่ี ว ยให ที่ตองสวมใสเส้ือผาลักษณะน้ีสําหรับโอกาส
คลอ งตวั เชน เสอื้ ยดื กางเกงขาสน้ั สถานที่ หรอื ฤดกู าลตางๆ
รองเทา แตะรดั สน หรอื รองเทา ผา ใบ

• ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ ศาสนสถาน
สวมใสเสื้อผาสุภาพ เชน เส้ือมี
แขน กระโปรงยาว กางเกงขายาว
รองเทาหุมสน

• ไปเที่ยวหางสรรพสินคา สวมใส
เสื้อผาท่ีคลองตัว สีสันสดใส เชน
เสื้อยืด กางเกง กระโปรง สวม
รองเทา แตะหรอื รองเทาผา ใบ

๑๕

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

สถานท่ีใดทน่ี ักเรยี นควรสวมรองเทาผา ใบไปมากท่ีสดุ ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ใหนกั เรียนเขาใจวา ทะเลเปน สถานท่ีทมี่ ีความรอ นและ
1. ทะเล 2. สระวายนา้ํ แสงแดดมาก นอกจากจะสวมหมวกและแวนตากันแดดแลว กอนไปทะเล
3. พพิ ธิ ภัณฑ 4. หา งสรรพสินคา จงึ ควรทาครมี กนั แดด เพอ่ื ปอ งกนั แสงแดดทาํ ใหผ วิ ไหมเ กรยี ม ถา ลงเลน นาํ้ ทะเล
ควรเลือกครีมกนั แดดทเ่ี ปน สตู รกันนา้ํ และปลอดภยั กับธรรมชาติ
(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อไปพิพิธภัณฑควรสวมรองเทาผาใบ เพื่อ
ความสุภาพ เรียบรอย เหมาะสมกับสถานท่ี การไปสระวายน้ํา
และทะเลควรสวมรองเทาแตะ เพราะอาจเปยกน้ํา สวนการเดิน
หางสรรพสินคา สามารถใสไดท้ังรองเทาผาใบและรองเทาแตะ
ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)

T19

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน ๓ เส้อื ผา สําหรบั ใสไปงานเลย้ี ง

อธิบายความรู้ เปนเสอื้ ผาทส่ี วมใสสบาย มีรูปแบบสวยงาม มีสสี นั สดใส
รปู แบบเสอื้ ผา เหมาะสมกับวยั
2. นักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยหรือความรู
เพมิ่ เตมิ จนทกุ คนมคี วามรคู วามเขา ใจทถ่ี กู ตอ ง

3. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• เพราะเหตใุ ดจงึ ควรเลอื กสวมใสเสอ้ื ผา ให
เหมาะสมกบั ฤดูกาล
(แนวตอบ : เพื่อทําใหรูสึกสบาย ไมรอนหรือ
หนาวเกินไป และไมเ จ็บปว ยไดงา ย)

4. ครเู นน ยา้ํ วา นอกจากสวมใสเ สอื้ ผา ใหเ หมาะสม
กับโอกาส สถานท่ี และฤดูกาลแลว ยังตอง
เลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ทม่ี คี วามสะอาดและเรยี บรอ ย
ดว ย

๔ เสอ้ื ผาสําหรับใสไ ปงานศพ

เปนเส้ือผาทสี่ วมใสส บาย รปู แบบสุภาพ
เปน เสอ้ื ผา สขี าว สดี ํา หรือสีขาวดาํ เพอื่ แสดงการไวอาลัย

หนทู าํ ได

๑๖ เลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ไดเหมาะกับโอกาส สถานท่ี ทาํ ไดด ี พอทําได ทาํ อกี ครั้ง

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา ในปจจุบันบางงานเลี้ยง เชน งาน 1 2 34
แตงงานบางงานจะมีการกําหนดสีชุดสําหรับผูเขารวมงานไวดวย เราจึงควร จากภาพ เสื้อตัวใดสามารถใสไปงานศพไดบ าง เพราะอะไร
สังเกตในบัตรเชิญใหดีวา มีการกําหนดสีชุดไวหรือไม เพ่ือสวมใสชุดตรงตาม
ที่ทางเจา ของงานกําหนดไว (แนวตอบ : เสื้อตวั ท่ี 2 และ 4 เพราะเปน เส้อื สีขาวและสีดาํ ซง่ึ
เหมาะกับการสวมใสไปเพ่ือแสดงการไวอาลัยในงานศพ สวนชุด
หมายเลข 1 และ 3 เปนชุดที่มีสีสันไมเหมาะแกการสวมใสไป
งานศพ)

T20

นํา สอน สรุป ประเมิน

๒. การเลอื กเสอื้ ผาใหเ หมาะสมกับฤดูกาล ขน้ั สอน
ฤดูกาลในประเทศไทยแบง เปน ๓ ฤดู คือ ฤดรู อน ฤดฝู น
ขยายความเขา้ ใจ
ฤดูหนาว ซึ่งแตละฤดูมีสภาพอากาศแตกตางกัน เราจึงควรเลือก
สวมใสเ สอื้ ผา ใหเหมาะสมกับแตล ะฤดู ดังนี้ 1. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง
การเลือกใชเส้ือผาใหเหมาะสม จากแผนการ
ฤดรู อน จดั การเรยี นรู

มีอากาศรอนอบอาว อุณหภูมิสูง ควรสวม 2. ครสู มุ นักเรยี น 1 กลมุ ออกมานาํ เสนอคาํ ตอบ
เส้อื ผาเนอื้ บางเบา ระบายอากาศไดด ี ดดู ซับ ในใบงานท่ี 2.1 หนา ชนั้ เรยี น โดยครแู ละเพอื่ น
เหงอื่ ไดด ี ไดแ ก ผา ทผ่ี ลติ จากเสน ใยธรรมชาติ เปน ผูตรวจสอบความถกู ตอ ง
เชน ผาฝาย ผา ลินิน
3. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
ฤดูฝน • ถาเราแตงกายไมเหมาะสมกับโอกาสและ
สถานที่ เชน สวมใสช ดุ กระโปรงไปนาํ้ ตก จะ
มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง ควรสวมเส้ือผาที่ เกดิ ผลอยางไร
ระบายความชื้นไดดี หากตองออกนอกบาน (แนวตอบ : ทํากิจกรรมไมสะดวกและเสีย
เวลาฝนตก ควรสวมเสอ้ื คลมุ กนั ฝนหรอื กางรม บุคลกิ ภาพ)

ฤดหู นาว

มอี ากาศหนาวเยน็ อณุ หภมู ติ า่ํ ควรสวมเสอื้ ผา
เน้อื หนา เพอ่ื ใหความอบอุนแกรางกาย หาก
อากาศหนาวมาก อาจสวมเสื้อกันหนาวทับ
สวมหมวกไหมพรม หรือพนั ผาพันคอ

หนทู าํ ได

เลือกสวมใสเสอื้ ผา ไดเ หมาะกับฤดูกาล ทาํ ไดดี พอทาํ ได ทาํ อกี ครง้ั ๑๗

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ตอนนบ้ี า นของแมก็ อากาศหนาว แมก็ ควรสวมใสเ ครอื่ งแตง กาย ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา ในฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการสวมใส
ในขอใด รองเทา ผา ใบ เพราะเม่ือโดนฝนแลว จะแหงยาก ถา จาํ เปน ตองสวมใสในขณะท่ี
1. ผาพันคอ 2. เสื้อกลาม ฝนตก หลงั จากสวมใสเ สรจ็ แลว ควรนาํ มาผง่ึ หรอื เปา ความรอ นใหแ หง เพอ่ื ไมใ ห
3. เสื้อกันฝน 4. กางเกงขาสนั้ เกิดความชื้น ซ่งึ จะสงผลใหเกิดกล่นิ อับในรองเทา ได

(วิเคราะหคําตอบ : เม่ืออากาศหนาวควรสวมเคร่ืองแตงกายท่ีให
ความอบอนุ แกร า งกาย โดยสวมใสเ สอื้ กนั หนาว ผา พนั คอ หรอื หมวก
ไหมพรม สวนเส้ือกันฝนตองใสในฤดูฝน เสื้อกลามและกางเกง
ขาสั้นควรสวมใสในฤดูรอน ดงั นั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถกู ตอง)

T21

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สรปุ กิจกรรมพัฒนาการทํางาน

1. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ ความรู เรือ่ ง การ ถามมาหนตู อบได
เลือกใชเ สื้อผา ใหเหมาะสมกบั โอกาส สถานท่ี
และฤดกู าล ๑. การเลือกสวมเส้ือผาระหวางนักเรียนและผูปกครองเหมือนหรือ
แตกตางกัน อยา งไร
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนจัดทํา
แบบบันทึกกิจกรรมการแตงกาย เปนเวลา ๒. การเลือกเส้ือผาสําหรับสวมใสในฤดูรอน ฤดูฝน และฤดูหนาว
2 สัปดาห โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่ เหมอื นหรอื แตกตา งกนั อยา งไร
กําหนด ดงั นี้
1) แตง กายเหมาะสมกบั โอกาสและสถานที่ ๓. ถา นกั เรยี นจะไปศาสนสถานของศาสนาทน่ี กั เรยี นนบั ถอื ตอนเชา
2) แตงกายเหมาะสมกบั ฤดกู าล และตองไปรวมงานศพตอนเย็น นกั เรยี นจะแตงตวั อยางไร

3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
จัดการเรยี นรู และทําแบบวดั ฯ การงานอาชีพ
หนวยการเรียนรูที่ 2 หนแู ตง กายเหมาะสม

เรียนรกู ิจกรรมทักษะการทาํ งาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments

ออกแบบเสื้อผาเคร่ืองแตงกายใหเหมาะกับตนเองในการไปงาน
เล้ียงปใหมโดยนําเสนอเปนภาพราง ๒ มติ ิ แลวสรางเส้ือผา ตามที่
ออกแบบจากวสั ดตุ า ง ๆ ทหี่ าไดใ นทอ งถนิ่ จากนน้ั สวมชดุ ของตนเอง
แลวนาํ เสนอทีห่ นาชัน้ เรยี น

หนรู ูสกึ อยา งไร

๑. การแตง กายเหมาะสมกับกาลเทศะมีผลดตี อ นักเรียนอยางไร
๒. ถานักเรยี นแตงกายเหมาะสมกบั โอกาส สถานที่ และสภาพอากาศ

นกั เรียนจะรสู ึกอยางไร

๑๘

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูแนะนํานักเรียนวา หลังจากสวมใสเส้ือผาแลว ควรทําความสะอาดให นิดและขิมไปเลนเครื่องเลนที่สวนสนุก นิดสวมใสเสื้อยืดกับ
เรียบรอย ควรซักผาโดยแยกผาสีออกจากผาขาว เพื่อปองกันสีตกใสกัน และ กางเกงยนี ขมิ สวมใสช ุดกระโปรงยาวคลมุ เขา ใครสวมใสเสือ้ ผา
ควรแชเส้ือผากับน้ําผสมผงซักฟอกกอนซัก 10 นาที เพ่ือใหคราบสกปรกหลุด ไมเหมาะสมกบั สถานท่ี เพราะอะไร
ออกงา ยข้นึ และปองกนั คราบสกปรกฝง แนน บนเสอื้ ผา
(แนวตอบ : ขิม เพราะการเลนเครื่องเลนควรสวมใสเสื้อผาที่
คลอ งตวั ทะมดั ทะแมง เพอื่ สะดวกตอ การเลน เครอ่ื งเลน ถา สวมใส
ชดุ กระโปรงยาว อาจทาํ ใหข นึ้ เครอื่ งเลน ไมส ะดวกหรอื เกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ได)

T22

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห ขนั้ ประเมนิ
คําช้แี จง : ใหน ักเรยี นประเมนิ การทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ท่ีกําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชอ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน
รายการ ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ จากการทําใบงานที่ 2.1 การสรุปความรู เรื่อง
การเลือกใชเส้ือผาใหเหมาะสม แบบทดสอบ
๑. แตง กายไดเ หมาะสมกบั โอกาสและกาลเทศะ หลังเรียน และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3
๒. แตง กายไดเ หมาะสมกบั สถานที่ หนวยการเรียนรูท่ี 2 หนูแตงกายเหมาะสม
๓. แตง กายไดเ หมาะสมกบั สภาพอากาศในขณะนนั้ เพอ่ื วดั และประเมินผลความรขู องนกั เรยี น

รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑ ตัวอยางตารางบันทึกผล

erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·Ñ¡ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts

คําชี้แจง : ใหน ักเรียนประเมินการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ทก่ี ําหนด แลว ขดี ✓ ลงในชอ งทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
รายการ
ทําไดดี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ

๑. วเิ คราะหการแตง กายที่เหมาะสม ตัวอยางตารางบันทึกผล
๒. วางแผนการออกแบบเสื้อผา เคร่อื งแตงกาย
๓. สรา งเสอ้ื ผา ตามท่อี อกแบบตามลาํ ดบั ข้ันตอน

จนงานสําเร็จ

๔. นําเสนอผลงาน
รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรบั ปรงุ = ๑

๑๙

ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล

เครือ่ งแตง กายลักษณะใดท่ีไมเหมาะกับการสวมใสอยูบาน ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน
1. เสอื้ กลาม 2. กางเกงยนี ขายาว จากใบประเมนิ ช้ินงานทีแ่ นบทายแผนการจดั การเรยี นรู
3. กางเกงขาสนั้ 4. เสอื้ ยดื
การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
(วิเคราะหคําตอบ : เม่ืออยูบาน เราควรสวมใสเสื้อผาที่ชวยให แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
เคลอื่ นไหวไดส ะดวก ไมค วรสวมใสเ สอ้ื ผา เนอ้ื หนกั อยา งกางเกงยนี
ขายาว เพราะอาจทาํ ใหไ มส บายตัว ดงั น้นั ขอ 2. จึงเปน คําตอบ แบบประเมนิ แบบบนั ทึกกิจกรรมการแต่งกาย คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่
ท่ถี ูกตอ ง)
ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
321
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
1 แต่งกายเหมาะสมกบั โอกาส 32 32
2 แตง่ กายเหมาะสมกบั ฤดกู าล
รวม 1 เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน   1 การแสดงความคดิ เห็น  

เกณฑ์การให้คะแนน ตัวอยา งแบบประเมินลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ2 ความถกู ต้องของเน้อื หา  2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน  
ดี = 3 จากแผนการจดั การเรียนรู............../.................../................3 ภาษาทีใ่ ช้เข้าใจง่าย  3 การทางานตามหน้าทท่ี ่ไี ดร้ ับมอบหมาย  
พอใช้ = 2 4 ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการนาเสนอ   4 ความมนี า้ ใจ  
ปรบั ปรงุ = 1 5 วธิ ีการนาเสนอผลงาน   5 การตรงตอ่ เวลา  

รวม รวม

ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
.........../................./................ ............../.................../................

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบูรณช์ ัดเจน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
5-6 ดี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน

3-4 พอใช้

ต่ำกวำ่ 3 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
12 - 15 ดี ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

8 - 11 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

T23

Chapter Overview

แผนการจัด ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 1. หนังสอื เรยี น 1. อธิบายหลกั การ วธิ สี อน - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
หลักการจดั บา้ น
การท�ำความ การงานอาชีพ ป.3 จดั บ้าน การทำ� โดยกระบวน ก่อนเรียน รวบรวม 2. มจี ิต
สะอาด และ หนว่ ยการเรียนรู้ สาธารณะ
อปุ กรณ์ ท่ี 3 หนทู �ำความ ความสะอาด และ การกลุม่ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 ข้อมลู
สะอาด 3. มุง่ ม่นั
อุปกรณ์ไดอ้ ยา่ ง สัมพนั ธ์ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 2. ทักษะการ ในการท�ำงาน

ถูกตอ้ ง - สังเกตพฤตกิ รรม ใหเ้ หตุผล

1 2. ใบงานท่ี 3.1 2. วางแผนการจดั การท�ำงาน 3. ทกั ษะการ
3. ใบงานท่ี 3.2 บ้าน ท�ำความ
ชั่วโมง 4. PowerPoint สะอาด และใช้ รายบคุ คล เชื่อมโยง

- สงั เกตพฤตกิ รรม 4. ทักษะการนำ�

อุปกรณต์ าม การทำ� งานกลมุ่ ความรไู้ ปใช้

กระบวนการ - สังเกตคุณลกั ษณะ 5. ทักษะการใช้

ท�ำงานได้ อนั พึงประสงค์ ชวี ิต

3. มมี ารยาทท่ดี ใี น

การท�ำงานรว่ มกบั

ผู้อืน่

แผนฯ ท่ี 2 1. หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายการ วธิ สี อนโดย - สังเกตพฤตกิ รรม 1. ทกั ษะการ 1. มีวนิ ัย
การทำ� งานกลมุ่ รวบรวม 2. มีจติ
ข้ันตอนการ การงานอาชีพ ป.3 ท�ำความสะอาด ใชก้ ารสาธติ - สังเกตคุณลกั ษณะ ข้อมูล
ท�ำความสะอาด อันพึงประสงค์ 2. ทกั ษะการ สาธารณะ
บ้าน หน่วยการเรียนรู้ บ้านได้อย่าง 3. ม่งุ ม่ัน
ให้เหตุผล
1 ที่ 3 หนทู �ำความ ถกู ตอ้ งตาม 3. ทกั ษะการ ในการท�ำงาน

ช่วั โมง สะอาด ขนั้ ตอน เช่ือมโยง
4. ทกั ษะการน�ำ
2. อปุ กรณใ์ นการ 2. วางแผนการ
ความรไู้ ปใช้
ทำ� ความสะอาด ทำ� ความสะอาด 5. ทกั ษะการใช้

3. PowerPoint บ้านตาม ชีวิต

กระบวนการ

ท�ำงานได้

3. มมี ารยาทท่ีดีใน

การท�ำงานรว่ มกับ

ผ้อู ืน่

T24

Chapter Overview

แผนการจดั สอ่ื ท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์

แผนฯ ท่ี 3 1. หนังสอื เรยี น 1. อธบิ ายวิธีการ วิธสี อน - ตรวจแบบวัดฯ 1. ทกั ษะการ 1. มีวินัย

ขั้นตอนการ การงานอาชีพ ป.3 ท�ำความสะอาด โดยเน้น - สังเกตพฤตกิ รรม รวบรวม 2. มจี ติ
ท�ำความสะอาด
หอ้ งเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ หอ้ งเรยี นได้อยา่ ง กระบวนการ การทำ� งานราย ข้อมลู สาธารณะ

1 ท่ี 3 หนทู �ำความ ถูกต้อง ปฏิบัติ บคุ คล 2. ทกั ษะการ 3. มงุ่ มนั่

ชั่วโมง สะอาด 2. วางแผนการ - สังเกตพฤตกิ รรม ให้เหตผุ ล ในการท�ำงาน

2. แบบวดั ฯ ท�ำความสะอาด การทำ� งานกลุ่ม 3. ทักษะการ

การงานอาชพี ป.3 ห้องเรยี นตาม - สังเกตคณุ ลักษณะ เชอ่ื มโยง

3. อุปกรณ์ในการ กระบวนการ อันพงึ ประสงค์ 4. ทักษะการน�ำ

ทำ� ความสะอาด ท�ำงานได้ - ตรวจแบบทดสอบ ความรู้ไปใช้

4. PowerPoint 3. มมี ารยาททด่ี ีใน หลังเรียน 5. ทักษะการ

การทำ� งานรว่ มกับ - ประเมนิ การ ใชช้ วี ติ

ผู้อ่ืน ทำ� ความสะอาด

สถานท่ีต่าง ๆ ใน

โรงเรียน

T25

นํา นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ นาํ ó ˹·Ù Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´?˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น เพื่อน ๆ มีวิธีการทําความ
นําเข้าสบู ทเรยี น
สะอาดบานและหองเรียน
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 1 คน เลา กระบวนการ อยา งไรบา งครบั
หรอื ขนั้ ตอนการทาํ ความสะอาดบา นของตนเอง
ท่ีตนเองหรือผูปกครองทําใหเพื่อนฟงหนาชั้น
เรยี น

2. นักเรียนคนอ่ืนรวมกันวิจารณและแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการหรือข้ันตอนการ
ทําความสะอาดบานของเพ่ือน โดยครูคอย
กระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในการปฏิบัติ
กจิ กรรม

ขนั้ สอน

จัดการเรียนรู้

1. นักเรยี นแบง กลุม กลุมละ 3-4 คน ตามความ
สมัครใจ จากน้ันนักเรียนแตละกลุมศึกษา
ความรู เรื่อง อุปกรณท่ีใชในการทําความ
สะอาดบา นและหอ งเรยี น การทาํ ความสะอาด
บา นและหอ งเรียน จากหนงั สือเรียน

2. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง
การทําความสะอาดบาน โดยใหแตละคนคิด
หาคําตอบดวยตนเองกอน จากนั้นผลัดกัน
อภปิ รายคาํ ตอบของตนเองใหเ พอ่ื นในกลมุ ฟง
แลวหาคาํ ตอบที่เปนมตขิ องกลุม

à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ó ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ

๑. อธิบายวิธีการทําความสะอาดบานและหองเรียนได (มฐ. ง ๑.๑ การทําความสะอาดบานและ
ป.๓/๑) หอ งเรียนใหสะอาด ควรทาํ อยา ง
เปนขั้นตอนตามกระบวนการ
๒. บอกประโยชนของการทําความสะอาดบานและหองเรียนได ทํางาน เพ่ือใหงานสําเร็จตาม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) เปาหมาย บานและหองเรียนจึง
จะสะอาดเรยี บรอ ยตามทตี่ อ งการ
๓. ใชอุปกรณและเคร่ืองมือการทําความสะอาดบานและหองเรียน
ไดอยา งเหมาะสมกบั ลกั ษณะงาน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)

๔. ทําความสะอาดบานและหองเรียนอยางเปนขั้นตอนตาม
กระบวนการทํางานดวยความสะอาด รอบคอบ และอนุรักษ
ส่งิ แวดลอ ม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)

เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลกั ษณะอันพึงประสงค

ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยใหนกั เรยี นปฏบิ ัติ ดงั น้ี ครแู บง กลมุ นกั เรยี นออกเปน 5 กลมุ จากนนั้ ครนู าํ สง่ิ ของตา งๆ
• วางแผนการทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรียน เชน ไมก วาดดอกหญา ไมก วาดทางมะพรา ว ไมถ พู น้ื ถงั นาํ้ แปรงลบ
• เตรียมอปุ กรณท ําความสะอาดบา นและหอ งเรียน กระดาน มาวางใหนักเรียนดูหนาช้ันเรียน แลวกําหนดส่ิงของให
• ทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรียน นักเรียนแตละกลุม โดยใหนักเรียนอธิบายประโยชนของสิ่งของ
• ตรวจสอบความสะอาดและนําอปุ กรณท าํ ความสะอาดเก็บเขา ที่ แตล ะชนิ้ พรอ มแสดงวธิ กี ารใชห นา ช้นั เรยี น
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การทําความสะอาดบานและหองเรียน
ควรทําอยางละเอียดและเปนข้ันตอน เพ่ือใหบานและหองเรียนมีความสะอาด
และเปน ระเบยี บเรียบรอย

T26

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ñ ÍØ»¡Ã³· ãÕè ªãŒ ¹¡Òà หนู ๆ เคยใชอุปกรณใด ขนั้ สอน

·Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´ºŒÒ¹ ในการทําความสะอาดบาง จัดการเรียนรู้
áÅÐˌͧàÃÂÕ ¹
การทาํ ความสะอาดบา นและหองเรียน เราตอ งเลอื กใชอุปกรณ 3. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบในใบงาน
ใหเ หมาะสมกบั งาน เพอ่ื การทาํ งานทสี่ ะดวก รวดเรว็ และงานสาํ เรจ็ ท่ี 3.1
ตามท่ตี ้ังเปา หมาย
4. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ
อุปกรณทใ่ี ชในการทําความสะอาด • ถา ใชอปุ กรณทําความสะอาดบา น
ไมเหมาะสมกบั งานจะเกดิ ผลอยา งไร
ไมกวาดหยากไย (แนวตอบ : เชน ทาํ งานบา นไมส าํ เรจ็ ตาม
เปา หมาย ใชเ วลาในการทาํ งานบา นนาน
ทาํ จากเสน ใยตาลหรือไนลอน มีดา มจับทํา บา นไมส ะอาดและเรยี บรอ ยเทา ทค่ี วร)
จากไมหรือสเตนเลส ยาวประมาณ ๓ เมตร
ปลายไมก วาดแบน เหมาะสาํ หรับใชปด ฝนุ สรปุ และนําหลักการไปประยกุ ต์ใช้
หรือปดหยากไยบนที่สูง เชน เพดาน ฝา
ผนังหอง มุมหอ ง 1. นกั เรยี นรวมกันสรุปความรู เร่อื ง การทําความ
สะอาดบาน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
ไมปด ฝนุ ถกู ตองและอธิบายเพมิ่ เติมในสวนท่ีบกพรอง

ทําจากขนไกหรือไนลอน ลักษณะเปนพู 2. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนวางแผนและฝก ทาํ ความ
เบา และนมิ่ ยาวประมาณ ๒๕-๕๐ เซนตเิ มตร สะอาดบา นของตนเอง จากน้นั เขียนบันทึกผล
มดี า มจบั ทําจากพลาสติก เหมาะสําหรบั ใช การปฏบิ ตั ลิ งในใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง การทาํ ความ
ปดฝุนเครื่องเรือนหรือของตกแตง เชน สะอาดบา นของฉนั เปน การบา น แลว นดั หมาย
แจกนั กระจก ระยะเวลาสงใบงาน

๒๑

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ถา นาํ ไมก วาดหยากไยม ากวาดพน้ื นักเรยี นคดิ วาเหมาะสม ครูอธิบายใหเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา กอนใชอุปกรณทําความสะอาด
หรอื ไม เพราะเหตุใด ทุกชนดิ ควรตรวจสอบสภาพใหดวี า อยูใ นสภาพสมบูรณหรือไม หากชํารดุ ควร
ซอมแซมกอนนําไปใชงาน เพื่อความปลอดภัยตอตนเองและประสิทธิภาพการ
(แนวตอบ : ไมเหมาะสม เพราะดามจับของไมกวาดหยากไย ทาํ งานทีด่ ี
มคี วามยาวมาก ถา นาํ มากวาดพน้ื จะกวาดไมส ะดวกและทาํ ความ
สะอาดไดไ มด ี)

T27

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ทไมาํ จก าวกาดดอกหญา 1หรอื พลาสตกิ มขี นบานออก
มีดามจับทําจากไมไผหรือพลาสติก ยาว
สรุปและนาํ หลักการไปประยุกต์ใช้ ประมาณ ๑ เมตร เหมาะสาํ หรบั กวาดเศษผง
หรือเศษขยะบนพื้นทเ่ี รียบและแหง เขาถึง
3. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด ไดทกุ ซอกทกุ มมุ เชน ใตตู ใตโ ตะ
• การวางแผนการทาํ ความสะอาดบา นชว ยให
การทํางานบานของนักเรียนมีประสิทธิภาพ ทีต่ กั ผง
อยา งไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น ทําจากพลาสติกหรือสังกะสี ใชสําหรับตัก
โดยใหอยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน) เศษฝนุ เศษผง หรือเศษขยะทเ่ี รากวาดมา
แลวนาํ ไปท้ิง
ขนั้ สรปุ
เคร่อื งดดู ฝนุ
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการจัดบาน
ขั้นตอนการทําความสะอาด และอุปกรณที่ใชใน ใชท าํ ความสะอาดโดยการดดู ฝนุ มาเกบ็ ไวใ น
การทําความสะอาด ชอ งเกบ็ ฝนุ ทต่ี วั เครอ่ื ง ชว ยใหก าํ จดั ฝนุ และ
เศษขยะในจุดทเ่ี ขา ถงึ ยาก

๒๒ ฝนุ หายภายในพรบิ ตา

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 ดอกหญา ทนี่ าํ มาทําไมกวาด คอื ดอกหญา ไมก วาดหรอื ดอกหญาตองกง บรเิ วณใดควรใชเคร่ืองดดู ฝนุ ทาํ ความสะอาดมากทสี่ ุด
โดยการนําดอกหญามาทําความสะอาดและตากแหง จากนนั้ นาํ ดอกออก แลว 1. บันไดบาน
นาํ ไปทําไมก วาด 2. มมุ หอ งนอน
3. พรมที่หอ งรับแขก
ส่ือ Digital 4. ใตโ ตะเขียนหนงั สือ
(วิเคราะหคําตอบ : เครื่องดูดฝุนสามารถกําจัดฝุนในจุดที่เขาถึง
ครใู หน กั เรยี นสแกน QR Code เรอ่ื ง ฝนุ หายภายในพรบิ ตา เพอ่ื ใหน กั เรยี น
นาํ ความรไู ปประยุกตใชกับการทาํ ความสะอาด ยากได พรมที่หองรับแขกเปนบริเวณท่ีไมกวาดทําความสะอาด
ไดยาก เพราะฝุนติดแนนอยูกับพรม บริเวณน้ีจึงควรใชเคร่ือง
ดูดฝุนทําความสะอาดมากท่ีสุด สวนบริเวณอ่ืนๆ ใชไมกวาด
ทาํ ความสะอาดได ดงั นัน้ ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)

T28

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ผา ถพู นื้ และไมถ ู ถงั นาํ้ ขนั้ ประเมนิ

ผาถูพื้นทําจากผาที่สามารถดูดซับนํ้าไดดี ครูวัดและประเมินความรูความเขาใจของ
เชน ผาฝาย เวลาใชงานตองนําผาไปซัก นกั เรยี นจากการทาํ ใบงานที่ 3.1-3.2 และการสรปุ
นา้ํ เปลา หรอื นา้ํ ผสมนาํ้ ยาถพู น้ื บดิ ใหห มาด ความรู เรื่อง การทาํ ความสะอาดบาน
แลวนํามาประกอบกับไมถู ใชถูพื้นเรียบ
เชน พ้นื กระเบือ้ ง พนื้ ปนู ซีเมนต

ผาดนั ฝุนและไมถู

ผา ดนั ฝนุ ทาํ จากผา ฝา ยหรอื ผา ไมโครไฟเบอร1
ซงึ่ มคี ณุ สมบตั ซิ บั ฝนุ และนาํ้ ไดด ี เวลาใชง าน
ตองนําผาดันฝุนประกอบกับไมถู และใช
น้ํายาดันฝุนฉีดที่ผา ใชถูฝุนบนพื้นที่เรียบ
แหง เชน พื้นไม

à¡Ãç´¡Ò÷Òí §Ò¹

๑. เลือกผลิตภัณฑและอุปกรณทําความสะอาดที่เหมาะสมกับพ้ืนที่ท่ีตองการ
ทาํ ความสะอาด

๒. เมื่อใชอุปกรณทําความสะอาดตาง ๆ เสรจ็ แลว เชน ไมก วาด ไมถูพ้นื ควรเก็บ
ในท่ีมิดชิด แตสามารถหยิบใชงานไดอยางสะดวก หากเปนอุปกรณทําความ
สะอาดประเภทผาควรซักและตากใหแหงทุกคร้ัง สําหรับผลิตภัณฑทําความ
สะอาด เชน น้ํายาถพู ืน้ นํา้ ยาดันฝนุ ควรปดฝาใหสนทิ และเก็บในอุณหภูมิที่
เหมาะสม

๒๓

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

เมื่อถพู ืน้ เสรจ็ แลวควรทาํ อยางไร ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน ักเรียนฟงวา ขณะฉีดน้าํ ยาดนั ฝุนทผ่ี า ควรฉีดเหนือ
1. ตากไมถูพื้นใหแ หง ลมหรือบรเิ วณท่ไี มมีลม เพอื่ ปอ งกนั นา้ํ ยากระเด็นโดนสวนตา งๆ ของรา งกาย
2. ซกั ผาถูพ้ืนใหส ะอาด
3. นําไมถพู น้ื ไปเกบ็ ทนั ที นักเรียนควรรู
4. เชด็ น้าํ ออกจากผา ถูพื้น
1 ไมโครไฟเบอร เปน สง่ิ ทผี่ สมกนั ระหวา งเสน ใยพอลเิ อสเทอรแ ละพอลเิ อไมด
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : เมอื่ ถพู น้ื เสรจ็ แลว ตอ งนาํ ไมถ พู น้ื และผา ถพู น้ื เนอ่ื งจากเสน ใยไมโครไฟเบอรม ขี นาดเลก็ จงึ ทาํ ใหส ามารถเกบ็ ฝนุ ไดด ี มนี าํ้ หนกั เบา
ไปทําความสะอาด นาํ คราบสกปรกออก เมื่อซักผา ถูพน้ื ใหสะอาด และแหง งา ย
แลว จงึ นาํ ผา ถพู น้ื ไปตากใหแ หง และนาํ ไมถ พู น้ื ไปเกบ็ เขา ที่ ดงั นนั้
ขอ 2. จึงเปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)

T29

นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั นาํ ò ¡Ò÷Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´ หนู ๆ มีวิธีทําความสะอาด
ºÒŒ ¹áÅÐËÍŒ §àÃÂÕ ¹ บานและหองเรียน
1. ครูนําภาพหองท่ีไมสะอาดมาใหนักเรียนดู การทาํ ความสะอาดบา นและ อยางไรคะ
แลวถามนักเรยี นตามประเด็น ดังน้ี
• ขนั้ ตอนการทําความสะอาด หองเรยี น จะทาํ ใหบา นและหองเรยี นสะอาด ไมเ ปน แหลง สะสมของ
• อุปกรณใ นการทาํ ความสะอาด เชือ้ โรคหรือฝนุ ละอองทกี่ อ ใหเ กดิ โรคภูมแิ พ

2. นักเรียนแสดงความคิดเห็น หลักการทําความสะอาดบานและหองเรียน

ขน้ั สอน ๑. เกบ็ ของเลน ของใชต าง ๆ เขา ท่ีใหเรยี บรอ ย
๒. เลอื กอุปกรณในการทาํ ความสะอาดพื้นทีต่ าง ๆ ในบานอยาง
เตรยี มการสาธิต
เหมาะสม
ครูจัดเตรียมอุปกรณท่ีใชในการทําความ ๓. ทําความสะอาดจากท่ีสงู ลงสูที่ต่าํ ตามลําดับ ดังนี้
สะอาดบาน เพื่อใชในการสาธิต (ครูอาจเลือก
ทําความสะอาดหอ งอืน่ ๆ ไดตามความเหมาะสม • ปดหยากไย
เชน หองสมุด หองพักครู) • ปดฝนุ ละอองที่ส่งิ ของตา ง ๆ เชน โตะ ตู ชน้ั หนา ตา ง
• กวาดพืน้ นําเศษขยะ เศษผงไปท้งิ ทีถ่ งั ขยะ
สาธติ • ถูพืน้
๔. จดั เกบ็ อปุ กรณในการทําความสะอาด
1. ครูใหนักเรียนดูอุปกรณที่ใชในการทําความ
สะอาด แลวชวยกันบอกหนาที่ของอุปกรณ ๒๔
โดยครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในสว นท่ีบกพรอ ง

2. ครูทําความสะอาดใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง
พรอมอธิบายประกอบทีละข้ันตอนอยางชาๆ
เพ่ือใหนักเรียนสังเกต จดจํา และสามารถ
นาํ ไปปฏบิ ตั ไิ ดถกู ตอ ง

3. สมาชิกกลุมเดิมรวมกันทําความสะอาดไป
พรอมๆ กบั ครู โดยครูคอยดูแล ใหค วามชวย
เหลือ และเนน ยํ้าใหน กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความ
ปลอดภัยในการทาํ งาน

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครแู นะนาํ นกั เรยี นวา การจดั เกบ็ อปุ กรณก ารทาํ ความสะอาดควรจดั เกบ็ ให การเรยี งลําดับขัน้ ตอนในการทําความสะอาดสงผลดีอยางไร
เหมาะสม เพือ่ ใหอ ุปกรณก ารทําความสะอาดมสี ภาพดีและใชงานไดนาน เชน (แนวตอบ:การลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทาํ ความสะอาดจากทส่ี งู ลงสทู ตี่ าํ่
ควรจดั เก็บไมกวาดโดยนาํ ดา มไมกวาดวางลงบนพืน้ หรือหอยไวเ หนือพื้น ไมใ ห
ปลายไมก วาดวางกบั พน้ื ปอ งกนั ปลายไมก วาดบานจนใชท าํ ความสะอาดไดย าก ทาํ ใหท าํ ความสะอาดเพยี งรอบเดยี ว เพราะสงิ่ สกปรกแตล ะพน้ื ทมี่ า
รวมกนั แลว )

T30

นํา สอน สรปุ ประเมิน

๑. การทาํ ความสะอาดบา น ขน้ั สอน
กอ นการทาํ ความสะอาดบา น ควรวางแผนการทาํ งาน พรอ ม
สรปุ การสาธิต
ท้ังเตรียมอุปกรณใหพรอม จากน้ันจึงลงมือทําความสะอาดตามท่ี
วางแผน 1. นักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนการทําความ
สะอาดบาน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
๑ การปดหยากไย ถกู ตอ งและอธิบายเพ่มิ เติมในสว นท่ีบกพรอง

• ใชผ า ผนื ใหญคลุมสิง่ ของ เชน โตะ 2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
ช้นั วางของ เกาอ้ี เพือ่ กนั หยากไย • ถานักเรียนจะทําความสะอาดเพดาน แต
ตกใส จากนั้นใชไมกวาดหยากไย ไมม ไี มก วาดหยากไย นกั เรยี นจะใชอ ปุ กรณ
กวาดหรือปดหยากไยท่ีเพดานหรือ ใดทาํ ความสะอาดแทน
ฝาผนงั จนสะอาด (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูสอน)
• คอย ๆ ยกผาคลุมออก นําผาไป
สะบัดใหหยากไยหลุด แลวพับผา ขนั้ สรปุ
เกบ็ ใหเ รยี บรอ ย
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนการ
๒ การปดฝุนละออง ทําความสะอาดบา น

• ใชไมปดฝุนปดฝุนละอองบริเวณตู ขนั้ ประเมนิ
โตะ ชั้นวางของ กระจกหนาตาง
แจกัน ใหส ะอาด ไมมีฝุนหรือเศษ ครูวัดและประเมินทักษะการทํางานของ
หยากไย ซ่ึงอาจใชผาชุบน้ําเช็ด นกั เรยี นจากการทาํ ความสะอาดบา น ตามประเดน็
ทําความสะอาดในสวนที่ตองการ ดงั นี้
ก็ได
• การวเิ คราะหงาน
• นําไมปดฝุนมาเคาะฝุนออก แลว • การวางแผนการทาํ งาน
เก็บเขา ท่ีใหเ รียบรอย • การปฏิบัติงาน
• การตรวจสอบงาน

๒๕

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

การเตรียมอปุ กรณการทาํ ความสะอาดใหพ รอมกอ นการ ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การปดหยากไยเปนการทําความ
ทําความสะอาด มปี ระโยชนอ ยา งไร สะอาดในพื้นทส่ี ูง เชน เพดานหอ ง และไมก วาดหยากไยมีดามยาว จงึ ควรให
ผใู หญช ว ยทาํ ความสะอาดในขน้ั ตอนนี้ หรอื นกั เรยี นควรทาํ โดยอยใู นสายตาของ
(แนวตอบ : ทาํ ใหส ามารถทาํ ความสะอาดไดอ ยา งราบรน่ื เพราะ ผูใหญ เพอื่ จะไดชวยเหลอื ไดท ันหากเกิดอุบตั ิเหตุ
ถาเตรียมอุปกรณการทําความสะอาดไมพรอม อาจตองใชเวลา
หาอปุ กรณท าํ ความสะอาดสงิ่ ตา งๆ ทาํ ใหใ ชเ วลาทาํ ความสะอาด
มากกวา เดมิ )

T31

นํา นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ นาํ ๓ การกวาดพนื้

1. นักเรียนรวมกนั ตอบคําถามกระตนุ ความคดิ • ใชไ มก วาดกวาดเศษผงหรอื เศษขยะ
• นกั เรยี นคดิ วา ในหอ งเรยี นมสี ว นใดบา งทคี่ วร จากซอกมมุ ใตเ ครอ่ื งเรอื น ออกมา
ไดรับการทําความสะอาด ดานนอกในทิศทางเดียวกัน แลว
(แนวตอบ : กระดานดาํ พน้ื หอ ง โตะ เกา อ)้ี กวาดใสที่ตักผงจนพ้ืนสะอาด จาก
นั้นนําไปทง้ิ ท่ีถงั ขยะ
2. นักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็
• ใชเคร่ืองดูดฝุนดูดฝุนละอองและ
ขนั้ สอน เศษผงแทนการกวาด เม่ือดูดฝุน
เสร็จแลวใหถอดถุงผาหรือกลอง
สงั เกต รับรู้ เก็บฝุนออก แลวนําฝุนละอองหรือ
เศษผงไปท้งิ ทถี่ ังขยะ
1. ครูใหนักเรียนชวยกันบอกอุปกรณที่ใชในการ
ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น แลว รว มกนั วางแผน ๔ การถูพืน้
กระบวนการทําความสะอาดหองเรียน โดย
ครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย • การถูพ้ืนไม ใชผาดันฝุนใสท่ีไมถู
เพ่ิมเตมิ ในสวนท่ีบกพรอง ฉีดน้ํายาดันฝุนที่ผา แลวถูพ้ืนจาก
ดานในมาดานนอก
2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• นักเรียนคิดวา การจัดเวรทําความสะอาด • การถูพื้นกระเบ้ือง พ้ืนปูนซีเมนต
หอ งเรยี นทกุ วนั มคี วามสาํ คญั หรอื ไม อยา งไร ใชผาถูพ้ืนท่ีซักนํ้าและบิดหมาด
(แนวตอบ: พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น มาประกอบไมถ ู ถพู น้ื จากดา นในมา
โดยใหอยใู นดลุ ยพินิจของครผู ูสอน) ดานนอก ควรซักผาถูพ้ืนบอย ๆ
เพ่ือความสะอาดของพ้ืน
3. ครูทําความสะอาดหองเรียนใหนักเรียนดูเปน
แบบอยา ง พรอ มอธบิ ายประกอบทีละขนั้ ตอน ๒๖
อยางละเอียด เพ่ือใหนักเรียนสามารถนําไป
ปฏิบัตไิ ดอยา งถูกตอง

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครแู นะนํานักเรยี นวา การกวาดเศษผงใสที่ตกั ผงสามารถทําไดง ายข้นึ ดว ย ขอใดจับคูอุปกรณทาํ ความสะอาดทใ่ี ชรวมกนั ไมถกู ตอ ง
การวางทต่ี ักผงตา่ํ กวาเศษผง แลวคอยๆ ใชไมกวาดกวาดเศษผงลงไป วธิ ีนจ้ี ะ 1. ผา ถูพ้นื -ถงั นํ้า
ชวยใหกวาดเศษผงลงที่ตักผงไดงาย และใชเวลานอยกวาการวางที่ตักผงและ 2. ท่ตี ักผง-ไมกวาด
เศษผงไวในระดบั เดียวกนั 3. เครือ่ งดูดฝุน -ทตี่ ักผง
4. ผาดนั ฝนุ -นํ้ายาดนั ฝนุ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : เครื่องดดู ฝนุ สามารถกกั เกบ็ ฝนุ ไวใ นเครอ่ื งได

เมอื่ ดดู ฝนุ เสรจ็ ควรนาํ ทเี่ กบ็ ฝนุ ออกมาเคาะฝนุ ออก จงึ ไมต อ งใชท ่ี
ตกั ผง ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี ูกตอ ง)

T32

นํา สอน สรปุ ประเมิน

๒. การทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น ขน้ั สอน
การทําความสะอาดหองเรียน ใชหลักการเดียวกับการ
ทาํ ตามแบบ
ทาํ ความสะอาดบา น ซง่ึ นกั เรยี นควรแบง หนา ท่ีในการทาํ ความสะอาด
โดยทาํ ความสะอาดเปนขั้นตอน ดังน้ี สมาชิกกลุมเดิมรวมกันทําความสะอาด
หองเรียนตามลําดับข้ันตอนท่ีครูทําใหดู โดยครู
ขนั้ ตอน การทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น คอยสังเกตการณและเนนย้ําใหนักเรียนตระหนัก
๑ ใชแ ปรงลบกระดานลบสง่ิ ทข่ี ดี เขยี นบนกระดานใหส ะอาด นาํ แปรงไปเคาะฝนุ ถึงความปลอดภยั ในการทาํ งาน

ชอลก หรือฝนุ จากปากกาเคมีออก ทาํ เองโดยไมม แี บบ
๒ จัดชั้นวางของใหเรียบรอย ใชไมปดฝุนปดฝุนละอองที่ชั้น โตะ หรือขอบ
สมาชิกแตละกลุมทําความสะอาดหองเรียน
หนา ตาง โดยอาจใชผาชบุ น้ําบิดหมาดเชด็ อกี คร้ังเพื่อความสะอาดยงิ่ ขึ้น ตามลําดับขัน้ ตอนโดยไมม ีแบบอยาง โดยครเู ปน
๓ กวาดพ้นื โดยยกเกา อี้ไวบ นโตะ เรยี นเพอื่ ใหสะดวกในการกวาด กวาดเศษผง ผูตรวจสอบความถูกตองและอธิบายเพ่ิมเติมใน
สวนท่บี กพรอ ง
จากซอกมุม ใตโ ตะ และพน้ื ที่อนื่ ๆ มากองรวมกัน แลว กวาดใสท ต่ี ักผง
๔ ถูพื้นจากดานในมาดานนอก เพื่อไมใหเหยียบพื้นตรงท่ีถูแลว โดยเลือกใช

อปุ กรณใหเ หมาะสมกบั พื้นหอง
๕ ยกเกาอล้ี ง จัดใหเปน ระเบียบ นาํ ขยะในถังไปท้งิ ทถี่ ังขยะใหญของโรงเรยี น

หนทู าํ ได

ทาํ ความสะอาดบา นและหอ งเรยี นได ทําไดดี พอทาํ ได ทาํ อีกครง้ั ๒๗

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

นักเรยี นควรถูพ้ืนหองเรียนอยางไรจงึ จะเหมาะสม ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ ใหนกั เรยี นเขา ใจวา ถังขยะในหอ งเรียนควรทิ้งขยะแหง
1. ถูเปน วงกลม เชน กระดาษ เศษฝนุ ขวดเปลา เพราะถาทง้ิ ขยะเปยก เชน เศษอาหาร น้าํ อาจ
2. ถสู ลบั ดานหนา และดานหลงั ทาํ ใหเ กดิ กลนิ่ เหมน็ ภายในหอ งเรยี น ซง่ึ รบกวนสมาธกิ ารเรยี นของทกุ คนในหอ งได
3. ถจู ากดา นนอกเขาไปดานใน
4. ถูจากดา นในออกมาดา นนอก ในแตละวันนอกจากนําขยะในถังขยะไปทิ้งแลว ควรลางทําความสะอาด
ถังขยะอยางนอ ย 1 ครงั้ ตอสปั ดาห เพือ่ ความสะอาดและปลอดภัยจากเช้ือโรค
(วิเคราะหคําตอบ : การถูพื้นตองถูจากดานในออกมาดานนอก
เพ่ือปองกันการเหยียบบริเวณท่ีเราถูไปแลวซ่ึงจะทําใหพ้ืน
สกปรกอกี ดังนน้ั ขอ 4. จึงเปน คําตอบท่ถี กู ตอง)

T33

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั สอน กิจกรรมพัฒนาการทํางาน

ฝก ใหช้ าํ นาญ ถามมาหนูตอบได

1. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ ๑. นกั เรียนมหี ลักในการจดั บานและหอ งเรียนอยา งไร
• การทําความสะอาดหอ งเรยี นมีประโยชน ๒. เพราะเหตใุ ดจงึ ตองทําความสะอาดจากทสี่ งู ลงสทู ่ีตํา่
อยา งไร ๓. เม่อื ใชอปุ กรณทาํ ความสะอาดเสรจ็ แลว ควรทําอยางไร
(แนวตอบ : ชวยใหหองเรียนสะอาด เปน ๔. การทําความสะอาดบานและหอ งเรยี นเปนหนา ท่ขี องใคร
ระเบยี บเรยี บรอ ย ปลอดภยั ตอ ผเู รยี น ผสู อน
และสง เสรมิ บรรยากาศการเรยี นร)ู เรียนรูกจิ กรรมทักษะการทํางาน C21 erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
2. ครูใหสมาชิกทุกกลุมรวมกันจัดเวรทําความ
สะอาดหอ งเรียนกลุมละ 1 วนั SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts

3. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทําความสะอาด ๑. นาํ เสนอหนา ทขี่ องตนเองภายในบา นวา มอี ะไรบา ง และการปฏบิ ตั ิ
หองเรียนตามวันที่กลุมของตนเองเปนเวร หนาท่ีน้ีมีผลดีอยางไร
ทาํ ความสะอาด เพ่อื ใหเกิดความชาํ นาญ โดย
ครูคอยสังเกตการณและตรวจสอบผลการ ๒. แบง กลมุ แลว แบง หนา ทก่ี นั ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น วนั ละ ๑ กลมุ
ปฏิบัติกจิ กรรมของนกั เรยี นอยางใกลช ิด จากนัน้ บันทกึ ผลการทาํ งานตามหัวขอตอ ไปนี้
• การวางแผนการทํางาน
ขนั้ สรปุ • ขน้ั ตอนการทาํ ความสะอาดหองเรียน
• การเก็บอุปกรณท ่ีใชทาํ ความสะอาด
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด • การประเมนิ ผลการทํางาน แลว นําเสนอท่ีหนา ช้นั เรยี น
หอ งเรียน
หนูรสู ึกอยางไร
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมเลือก ๑. การทํางานตามกระบวนการทาํ งานมผี ลดอี ยางไร
ทําความสะอาดสถานท่ตี างๆ ภายในโรงเรยี น ๒. การทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรยี นมผี ลดีอยางไร
จากน้ันวางแผนการทําความสะอาด แลว
ปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว โดยใหครอบคลุม ๒๘
ประเด็นตามทก่ี าํ หนด ดงั นี้
1) การวางแผนการทําความสะอาด
2) การเลือกอปุ กรณทําความสะอาด
3) การใชอ ุปกรณท าํ ความสะอาด
4) ผลการทาํ ความสะอาด
(ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลาเรียน
แลว สังเกตการปฏบิ ัติกิจกรรมอยา งใกลชดิ )

3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
จัดการเรียนรู และทําแบบวัดฯ หนวยการ
เรียนรูท ี่ 3 เร่อื ง หนทู ําความสะอาด

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครอู าจใหน กั เรยี นตกแตง หอ งเรยี นเพม่ิ เตมิ จากการทาํ ความสะอาด เพอ่ื ให ถานักเรียนตอ งทําความสะอาดหอ งนอน ควรวางแผนการ
นกั เรยี นมสี วนรวมในการดแู ลหอ งเรยี นมากขึน้ และฝกทกั ษะการคดิ สรางสรรค ทําความสะอาดอยา งไร
โดยครูอาจกําหนดพืน้ ท่ีในหอ งเรยี นใหน ักเรียนตกแตง เชน มุมหนงั สอื ประตู
บอรดความรใู นหอ งเรยี น (แนวตอบ: เรยี งลาํ ดบั พน้ื ทท่ี ต่ี อ งทาํ ความสะอาดจากทสี่ งู ลงทตี่ า่ํ
คอื เพดาน ผนงั เครอ่ื งเรอื น พน้ื จากนนั้ เตรยี มอปุ กรณท เ่ี หมาะสม
กับการทําความสะอาด สวมเคร่ืองปองกันฝุน เชน ผาโพกหัว
ผา ปด ปาก ถงุ มอื แลว ลงมือทําความสะอาด เมือ่ ทําความสะอาด
เสรจ็ ควรตรวจดคู วามเรยี บรอย ถาไมม ขี อ บกพรอ งใหนาํ อปุ กรณ
การทาํ ความสะอาดไปทําความสะอาดและจัดเกบ็ เขา ท่)ี

T34

นาํ สอน สรุป ประเมิน

Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷íÒ§Ò¹ สําห ขนั้ ประเมนิ
คําช้ีแจง : ใหน ักเรียนประเมินการทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ที่กาํ หนด แลวขดี ✓ ลงในชอ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน ครูตรวจแบบประเมินการทําความสะอาด
สถานทตี่ างๆ ภายในโรงเรยี น ตรวจแบบทดสอบ
หลังเรียน และตรวจแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เร่อื ง หนูทําความสะอาด

รายการ ทาํ ไดดี พอทําได ปรับปรุง

๑. บอกประโยชนของการทาํ งานตามกระบวนการ ตัวอยางตารางบันทึกผล
ทํางานได

๒. ทําความสะอาดบานและหอ งเรียนไดต ามข้นั ตอน
๓. ใชอุปกรณในการทาํ ความสะอาดอยางเหมาะสม
รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรับปรุง = ๑

erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·¡Ñ ÉСÒ÷Òí §Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments

คําชี้แจง : ใหผูสอนประเมินทักษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ท่ีกําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชอ งท่ตี รงกับระดบั คะแนน
รายการ
ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ

๑. วเิ คราะหก ระบวนการทํางานได

๒. ทาํ งานตามขน้ั ตอน ตัวอยางตารางบันทึกผล
๓. การรวมแสดงความคดิ เห็น

๔. การแบง หนา ท่ีในการทาํ งานอยางเหมาะสม

๕. การรว มมอื กันทํางานจนสาํ เรจ็

รวมทําไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรงุ = ๑

๒๙

กจิ กรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล

ใหน กั เรยี นแบง กลมุ 4 กลมุ จากนน้ั คดิ อปุ กรณท าํ ความสะอาด ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน
ในอนาคต โดยวาดภาพอปุ กรณท าํ ความสะอาด วธิ กี ารใชง าน และ จากใบประเมินชน้ิ งานท่แี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู
ประโยชนของอุปกรณทําความสะอาดลงในกระดาษ แลวออกมา
นําเสนอหนา ช้ันเรียน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

แบบประเมนิ การทาความสะอาดสถานทีต่ า่ งๆ ภายในโรงเรียน คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งที คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งที

รายการประเมิน คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ / ระดับคะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน คุณลักษณะ ตรงกบั ระดบั คะแนน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321
1. การวางแผนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ชื่อ – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม 1. รกั ชาติ ศาสน์ รายการประเมิน
ทาความสะอาด ของนักเรียน ความ ฟงั คนอืน่ ตามทีไ่ ด้รับ สว่ นร่วมใน 15 กษัตรยิ ์
วางแผนการทาความ วางแผนการทาความ วางแผนการทาความ ลาดบั ท่ี การปรบั ปรุง 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้
2. การเลอื กอปุ กรณ์ คดิ เหน็ มอบหมาย คะแนน 2. ซอื สตั ย์ สจุ ริต 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทสี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ทาความสะอาด ผลงานกลมุ่ 3. มวี ินัย รบั ผดิ ชอบ
สะอาดอย่างมขี นั้ ตอน และ สะอาดคอ่ นขา้ งมีข้นั ตอน สะอาด ไมค่ อ่ ยมขี นั้ ตอน 4. ใฝเ่ รียนรู้ ต่อโรงเรียน
3. การใชอ้ ุปกรณ์ เลอื กอุปกรณท์ าความ 32132132132132 1 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีตนนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา
ทาความสะอาด สะอาด ไดถ้ กู ต้องปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งและปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกต้อง และปฏบิ ตั ิ ไมค่ ่อยถกู ต้อง 5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเี กียวกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี รงเรียนจดั ข้ึน
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
4. ผลการทาความ ตัวอยา งแบบประเมินเหมาะสม 6. ม่งุ มนั ในการทางาน 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิงทีถูกต้อง
สะอาด จากแผนการจดั การเรยี นรูใชอ้ ุปกรณท์ าความสะอาด ใชอ้ ปุ กรณท์ าความสะอาด ใชอ้ ปุ กรณ์ทาความสะอาดเลอื กอุปกรณท์ าความเลือกอุปกรณ์ทาความ 7. รกั ความเป็นไทย 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
สะอาดคอ่ นข้างถูกตอ้ ง สะอาด ไมค่ อ่ ยถูกต้อง 8. มีจติ สาธารณะ
ได้ถกู วธิ ี และมคี วาม ค่อนข้างถกู วธิ ี และมีความ ไม่คอ่ ยถกู วิธี และมคี วามเหมาะสมเหมาะสม มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวัน
ปลอดภยั ปลอดภยั ปลอดภัยน้อย 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
ผลการทาความสะอาด ผลการทาความสะอาด ผลการทาความสะอาดไม่ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
มคี วามสะอาด และเป็น ค่อนข้างสะอาด และ คอ่ ยสะอาด และไม่ค่อย ............../.................../............... 4.3 เชอื ฟงั คาสงั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
ระเบยี บ เรยี บรอ้ ย ค่อนข้างเป็นระเบยี บ เปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย 4.4 ตัง้ ใจเรียน
เรยี บรอ้ ย 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และสิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด
เกณฑก์ ารให้คะแนน 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และร้คู ุณคา่
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมาเสมอ ให้ 3 คะแนน 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
ให้ 2 คะแนน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทางานทีได้รับมอบหมาย
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรคเพือใหง้ านสาเรจ็
7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณคา่ และปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 ร้จู ักการดแู ลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสิงแวดล้อมของห้องเรียนและ
โรงเรยี น

ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ............../.................../................

10 - 12 6 - 9 เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
ดี พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ตากว่า 6 12 - 15 ดี พฤตกิ รรมทปี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมาเสมอ ให้ 3 คะแนน
ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ
8 - 11 พอใช้ พฤตกิ รรมทีปฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน

พฤตกิ รรมทีปฏบิ ัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน

ตากว่า 8 ปรับปรงุ

T35

Chapter Overview

แผนการจัด ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์

แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น 1. อธิบายลักษณะ วธิ ีสอนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะการ 1. มวี นิ ัย
ส่อื สาร รับผดิ ชอบ
ปลกู ผกั การงานอาชพี ป.3 ของเมลด็ พนั ธุ์ กระบวนการ ก่อนเรยี น
สวนครัว หนว่ ยการเรียนรู้ ผกั สวนครัว ทำ� งาน - ตรวจแบบวดั ฯ 2. ทกั ษะการ 2. ใฝเ่ รียนรู้
- สงั เกตการนำ� เสนอ รวบรวม 3. มุ่งมน่ั
4 ที่ 4 หนูปลูกผกั วิธกี ารปลูก วัสดุ
ผลงาน ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
ช่ัวโมง สวนครวั และอปุ กรณ์ทใ่ี ช้

- แบบวดั ฯ การงาน ในการปลูก - ส ังเกตพฤติกรรม 3. ทกั ษะการ

อาชพี ป.3 ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง การทำ� งาน ให้เหตุผล

- วัสดุ อปุ กรณ์ และ 2. ปลกู ผกั สวนครวั รายบุคคล 4. ทกั ษะการ

เครือ่ งมือที่ใช้ในการ โดยใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ - ส งั เกตพฤตกิ รรม จำ� แนก

ปลกู ผกั สวนครวั และเครอื่ งมือ การท�ำงานกลุม่ ประเภท

- บตั รคำ� /บัตรภาพ ไดต้ รงกับลักษณะ - สงั เกตพฤติกรรม 5. ทกั ษะการนำ�

ผกั สวนครวั งาน อนั พงึ ประสงค์ ความรู้ไปใช้

- PowerPoint 6. ทกั ษะการใช้

ชวี ติ

T36

Chapter Overview

แผนการจัด สื่อที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์

3. ท�ำงานอย่าง - ตรวจแบบทดสอบ
เปน็ ขัน้ ตอน หลงั เรยี น
ตามกระบวนการ - ตรวจการปลูก
ทำ� งานดว้ ย ผักสวนครวั
ความสะอาด
ความรอบคอบ
และอนุรกั ษ์
สงิ่ แวดล้อม

T37

นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ นาํ ô ˹»Ù š٠¼¡Ñ Êǹ¤ÃÇÑ ?˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น
1. ครกู ลา วทกั ทายนกั เรยี น ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบ เราจะปลกู ผกั สวนครวั
ทดสอบกอ นเรยี น จากแผนการจัดการเรยี นรู ใหไ ดผ ลผลติ ทส่ี มบรู ณ
ไดอ ยา งไร
2. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
• นักเรียนรูจักผักสวนครัวชนิดใดบาง และ
นักเรียนรับประทานสวนใดของผักสวนครัว
ชนดิ น้ันๆ บาง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดลุ ยพินจิ ของครูผูส อน)

3. นกั เรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน
4. ครแู จกบัตรคาํ /บัตรภาพผักสวนครัวให

กลมุ ละ 10 ใบ

à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ô ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ

๑. อธิบายวิธีการปลูก การดูแลผักสวนครัว และบอกประโยชน การปลูกผักสวนครัวใหได
ของการปลูกผักสวนครวั ผลผลิตที่สมบูรณ ควรศึกษา
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) วิธีการปลูกใหละเอียด ใชวัสดุ
อปุ กรณ และเครอื่ งมอื ในการปลกู
๒. ใชว สั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื เหมาะสมกบั การปลกู ผกั สวนครวั ใหเหมาะสม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)

๓. ปลกู ผักสวนครวั อยา งเปนข้นั ตอนตามกระบวนการทาํ งาน
ดวยความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษสงิ่ แวดลอ ม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)

เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

ครจู ัดกระบวนการเรียนรโู ดยใหน กั เรยี นปฏิบตั ิ ดังน้ี ครใู หน กั เรยี นดภู าพการดแู ลรกั ษาผกั สวนครวั เชน รดนา้ํ ใสป ยุ
• ศกึ ษาลกั ษณะทวั่ ไปของผกั สวนครวั และการใชเ ครอ่ื งมอื เกษตรแตล ะชนดิ พรวนดิน จากนัน้ ถามคาํ ถามใหนกั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ดงั น้ี
• ทาํ ความเขา ใจกระบวนการปลูกผกั สวนครวั
• ลงมอื ปลกู ผกั สวนครวั • การดูแลผักสวนครัวแตละวิธีมีประโยชนตอผักสวนครัว
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา ในการปลกู ผกั สวนครวั ควรวางแผนการปลกู อยา งไร
อยางเปนขัน้ ตอน ใชเ คร่ืองมอื อยางเหมาะสม ลงมือปลูกผกั สวนครวั ตามแผนที่
วางไวอยางถูกตอ ง เหมาะสม และอนุรักษส ่ิงแวดลอ ม • ถานักเรียนดูแลรักษาผักสวนครัวไมสม่ําเสมอจะสงผลตอ
ผักสวนครวั อยา งไร

T38

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ñ ¼¡Ñ Êǹ¤ÃÇÑ ขน้ั นาํ

ผักสวนครัว เปนพืชท่ีปลูกเพื่อนํามาประกอบอาหาร ใชพื้นที่ 5. ครูใหเลนเกมทายชื่อผักสวนครัวทีละกลุม
ในการเพาะปลูกนอย สามารถแบงตามลักษณะการนํามาประกอบ โดยใบตามผักสวนครัวในบัตรคํา/บัตรภาพ
อาหารได ๔ ประเภท ดังน้ี ท่ีครูแจก ครูกําหนดเวลาในการเลน กลุมละ
45 วินาที กลุมใดทายไดมากที่สุดจะมีสิทธ์ิ
ใชใบและลาํ ตนเปน อาหาร ใชผลหรอื ฝก เปนอาหาร เลอื กเมล็ดพนั ธุผักสวนครัวเปนกลมุ แรก
บัตรคํา/บัตรภาพ ที่ครูแจกแตละกลุมควร
ผกั ชี 1 มะเขอื เทศ 2 กําหนดขอบเขต ดังนี้
• บัตรคําสีเขียว ประเภทผักสวนครัวท่ีใชใบ
ผกั บงุ ถว่ั ฝก ยาว และลาํ ตน เปนอาหาร
• บัตรคําสีแดง ประเภทผกั สวนครวั ท่ใี ชด อก
เปนอาหาร
• บตั รคาํ สสี ม ประเภทผกั สวนครวั ทใ่ี ชผ ลหรอื
ฝกเปนอาหาร
• บตั รคาํ สฟี า ประเภทผกั สวนครวั ทใี่ ชห วั หรอื
รากเปนอาหาร
ครแู จกบตั รคาํ /บตั รภาพใหแ ตล ะกลมุ โดยการ
คละสี

คะนา แตงกวา

กวางตงุ พรกิ

๓๑

ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ขอใดจัดเปน ผกั ประเภทที่ใชใบและลาํ ตน เปนอาหารทัง้ หมด 1 ผักชี นิยมใชเปนผักโรยหนา บนอาหารหลายชนดิ มกี ลิ่นหอม มสี วนชวย
1. หอมหวั ใหญ-แครร อต 2. พรกิ ขห้ี นู-คะนา ลดระดบั นา้ํ ตาลในเลือด ลดความดันเลอื ด และลดไขมันในเลือด
3. ผักกระเฉด-ผักบุง 4. ดอกแค-ผักชี 2 มะเขอื เทศ มสี ารไลโคปน ชว ยลดความเสย่ี งในการเกดิ โรคมะเรง็ นยิ มนาํ มา
ประกอบอาหารท้ังแบบสดโดยค้นั เปน น้ําดื่มรบั ประทานแกลม กบั อาหาร หรอื นาํ
(วิเคราะหคําตอบ : หอมหัวใหญและแครรอตเปนผักที่ใชหัวหรือ มาทําใหสุก เชน ผัดเปรีย้ วหวาน ซุปมะเขือเทศ
รากเปนอาหาร พริกขี้หนูเปนผักท่ีใชผลเปนอาหาร ผักกระเฉด
ผกั บงุ และผกั ชเี ปน ผกั ทใ่ี ชใ บและลาํ ตน เปน อาหาร ดอกแคเปน ผกั
ที่ใชด อกเปนอาหาร ดงั นัน้ ขอ 3. จงึ เปนคําตอบท่ถี ูกตอ ง)

T39

นาํ นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขน้ั นาํ ใชห ัวหรอื รากเปน อาหาร ใชดอกเปนอาหาร

6. นักเรียนกลุมแรกที่ทายชื่อผักสวนครัวไดมาก ขิง ดอกขจร
และทาํ เวลาไดน อ ยทส่ี ดุ จะเปน กลมุ ทชี่ นะ
มนั ฝรั่ง ดอกสะเดา
7. เมื่อเลนเกมเสร็จแลว ครูใหแตละกลมุ บอกวา
บตั รคาํ /บตั รภาพผกั สวนครวั ทก่ี ลมุ ของตนเอง
ได จดั อยใู นผกั ประเภทใดบา ง

8. ครใู หน กั เรยี นหยบิ บตั รคาํ /บตั รภาพ คนละ 1 ใบ
จากนั้นรวมกลุม โดยใหคนที่ไดผักสวนครัว
ประเภทเดียวกันอยูกลุมเดียวกัน แลวออกมา
หนาช้ันเรียน เพื่อบอกช่ือผักสวนครัวแตละ
ประเภทวา มผี กั สวนครวั ชนดิ ใดบา งอกี ครงั้

หอมหวั ใหญ ดอกแค

เผือก ดอกโสน

๓๒

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครนู าํ ผกั สวนครวั มาใหน กั เรยี นดู โดยใหน กั เรยี นสงั เกตรปู รา ง ลกั ษณะของ จากภาพ จดั เปนผกั สวนครวั
ผกั สวนครวั ประเภทตา งๆ แลว ใหน กั เรยี นอธบิ ายความแตกตา งของผกั สวนครวั ประเภทเดยี วกับขอ ใด
แตล ะประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรผู กั สวนครวั ผา นการสมั ผสั และการสงั เกต
จากผักสวนครัวตนจริง ซึ่งจะชวยใหนักเรียนเขาใจผักสวนครัวแตละประเภท 1. ชะอม 2. ถ่วั ลันเตา
มากขนึ้ 3. มันสําปะหลัง 4. กะหลํ่าดอก

T40 (วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากภาพ คอื ฟก ทอง เปน ผกั สวนครวั ประเภท
ใชผลหรือฝก เปน อาหาร ซงึ่ เปนประเภทเดยี วกบั ถัว่ ลันเตา ชะอม
เปนผักสวนครวั ประเภทใชใ บและลําตน เปน อาหาร มนั สาํ ปะหลงั
เปนผักสวนครัวประเภทใชหัวหรือรากเปนอาหาร และกะหลํ่า
ดอกเปนผักสวนครัวประเภทใชดอกเปนอาหาร ดังนั้น ขอ 2.
จึงเปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอง)

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ò ¡ÒâÂÒ¾ѹ¸¼Ø Ñ¡Êǹ¤ÃÇÑ ขนั้ นาํ

ผักสวนครัวแตละชนดิ มวี ธิ ีการขยายพันธแุ ตกตา งกนั ไป เชน 9. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติม เร่ือง ประเภทผักสวนครัว
๑. การเพาะเมล็ด โดยการเปด PowerPoint ใหน กั เรยี นดู

การใชเ มลด็ หวา นหรอื โรยในพน้ื ทป่ี ลกู และใหต น งอกจากเมลด็ 10. นกั เรยี นกลบั มารวมกลมุ ตามเดมิ จากนน้ั กลมุ
ผกั สวนครวั ทนี่ ยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ้ี เชน คะนา ผกั กาดหอม ถวั่ งอก ทช่ี นะในการเลน เกมเลอื กเมลด็ พนั ธผุ กั สวนครวั
เปน กลมุ แรกและกลมุ ถดั ไปไดเ ลอื กตามลาํ ดบั
ขอดี ไดผักสวนครัวครั้งละจํานวนมาก และมี
ขน้ั ตอนการปลกู ที่งา ย 11. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมเรยี นรปู พู น้ื ฐาน หนว ยฯ ท่ี 4
หนปู ลกู ผกั สวนครวั จากแบบวดั ฯ การงานอาชพี
ขอเสีย ใชเมล็ดพันธุจํานวนมาก และอาจทําให ป.3
ผลผลติ กลายพันธุได

๒. การแยกหวั หรือหนอ
การนาํ หวั หรอื หนอ จากตน เดมิ มาปลกู เปน ตน ใหม ผกั สวนครวั

ที่นยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ้ี เชน ขิง ขา หัวหอม

ขอ ดี ผกั สวนครวั ไมก ลายพนั ธุ
ขอ เสีย ขยายพันธุไดครั้งละจํานวนนอย และมี
หลายข้นั ตอน

๓. การตอน
การทาํ ใหก ง่ิ ของตน เดมิ งอกรากใหม เมอ่ื รากแขง็ แรงจงึ นาํ กง่ิ นนั้

ไปปลกู เปน ตน ใหม ผกั สวนครวั ทน่ี ยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ี้ เชน มะนาว มะกรดู

ขอ ดี ใชพื้นท่ีและอุปกรณในการปลูกนอย และ
ผกั สวนครัวไมก ลายพันธุ

ขอ เสีย ตนใหมไมม รี ากแกว ทาํ ใหยดึ เกาะดนิ ได
ไมด แี ละลม ไดง าย

การคัดเลือกพนั ธุผกั สวนครัว ๓๓

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ขอใดเปน ขอดีของการขยายพันธดุ ว ยการเพาะเมลด็ ครูอธิบายเพิ่มเติมใหน กั เรียนเขา ใจวา การขยายพนั ธุปลกู ผักสวนครัวควร
1. ใชว สั ดแุ ละเครอ่ื งมอื นอ ย 2. ใชพ น้ื ทใ่ี นการปลกู นอ ย ระมัดระวังการใชเครื่องมือในการขยายพันธุ เชน การตอน การแยกหนอ ที่
3. ไดผ ลผลติ จาํ นวนมาก 4. ผกั สวนครวั ไมก ลายพนั ธุ จาํ เปนตองใชม ีดในข้นั ตอนการขยายพันธุ ควรระวังอยา ใหมดี บาดมือ

(วิเคราะหค าํ ตอบ : การเพาะเมล็ดมีขอ ดี คอื เมื่อเกบ็ เก่ียวจะได ส่ือ Digital
ผลผลติ จาํ นวนมาก แตม ีขอ เสีย คอื ตอ งใชพ นื้ ที่ในการปลกู ใช
เมล็ดพันธุจํานวนมาก และผักสวนครัวอาจกลายพันธุ ดังนั้น ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เรื่อง การคัดเลอื กพันธุผักสวนครวั เพอ่ื ให
ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี ูกตอง) นกั เรียนนําวิธีการมาใชใ นการปลกู ผักสวนครัวของตนเอง

T41


Click to View FlipBook Version