คู่มือครู
Teacher Script
3การงานอาชีพ ป.
ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 3
ตามมาตรฐานการเรยี นรแู ละตัวชีว้ ดั
กลุม สาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
ผูเรียบเรยี งหนงั สอื เรยี น ผตู รวจหนงั สอื เรียน บรรณาธิการหนงั สอื เรยี น
นางอรญั ญา ฤกษง าม นางศศิวรรณ ศรีธนาอุทัยกร ผศ.จรัสศรี พวั จินดาเนตร
นายไพโรจน กระโจมทอง นายเกรยี งศักดิ์ ฤกษง าม
นายมนตรี สมไรขิง นางจุรี สวุ รรณศลิ ป
นางจินตนา แสงธรรมครองอาตม
ผูเ รยี บเรยี งคมู อื ครู/บรรณาธิการคมู ือครู
นางศิรริ ัตน สมไรข งิ
นายสมเกยี รติ ภรู ะหงษ
พมิ พค รง้ั ที่ 3
สงวนลิขสทิ ธิต์ ามพระราชบัญญัติ
รหัสสินคา 1347044
ค�ำแนะน�ำกำรใช้
คู่มือครู การงานอาชีพ ป.3 จัดท�าข้ึนเพ่ือให้ครูผู้สอนใช้เป็น
แนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน (สพฐ.)
เพิ่ม คทาแนะนาท การใช ชวยสรำงควำมเขำใจ เพื่อใชคูมือครูได นํา นาํ สอน สรุป ประเมิน โซน 1
อยำ งถกู ตองและเกิดประสทิ ธิภำพสูงสุด
เพิ่ม คทาอธิบายรายวิชา แสดงขอบขำ ยเนื้อหำสำระของรำยวชิ ำ ขน้ั นาํ
ซง่ึ ครอบคลมุ มำตรฐำนกำรเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั ตำมทหี่ ลกั สตู ร
6. นักเรียนกลุมแรกท่ีทายชื่อผักสวนครัวไดมาก ใชหัวหรอื รากเปนอาหาร ใชด อกเปนอาหาร
ก�ำหนด และทาํ เวลาไดน อ ยทส่ี ดุ จะเปน กลมุ ทช่ี นะ
ขงิ ขจร
เพิ่ม Pedagogy ชวยสรำงควำมเขำใจในกระบวนกำรออกแบบ 7. เมื่อเลน เกมเสร็จแลว ครูใหแตล ะกลมุ บอกวา
กำรจัดกำรเรียนกำรสอนแบบ Active Learning ไดอยำงมี บตั รคาํ /บตั รภาพ ผกั สวนครวั ทกี่ ลมุ ของตนเอง มนั ฝรง่ั ดอกสะเดา
ประสทิ ธิภำพ ได จดั อยใู นผกั ประเภทใดบา ง
8. ครใู หน กั เรยี นหยบิ บตั รคาํ /บตั รภาพ คนละ 1 ใบ
จากนั้นรวมกลุม โดยใหคนท่ีไดผักสวนครัว
ประเภทเดียวกันอยูกลุมเดียวกัน แลวออกมา
หนาชั้นเรียน เพื่อบอกชื่อผักสวนครัวแตละ
ประเภทวา มผี กั สวนครวั ชนดิ ใดบา งอกี ครงั้
เพิ่ม Teacher Guide Overview ชวยใหเหน็ ภำพรวมของกำร หอมหัวใหญ แค
จัดกำรเรียนกำรสอนท้ังหมดของรำยวิชำกอนที่จะลงมือ
สอนจริง เผือก โสน
เพิ่ม Chapter Overview ชว ยสรำ งควำมเขำ ใจและเหน็ ภำพรวม
ในกำรออกแบบแผนกำรจัดกำรเรียนรแู ตล ะหนว ยกำรเรยี นรู
เพม่ิ Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภำพรวม ๓๒
Concept และเน้ือหำส�ำคญั ของหนวยกำรเรียนรู
เพม่ิ ขอสอบเนนการคิด เพ่ือเตรียมควำมพรอมของผูเรียน เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
สกู ำรสอนในระดับตำ ง ๆ
ครนู าํ ผกั สวนครวั มาใหน กั เรยี นดู โดยใหน กั เรยี นสงั เกตรปู รา ง ลกั ษณะของ จากภาพ จดั เปน ผกั สวนครวั
ผกั สวนครวั ประเภทตา งๆ แลว ใหน กั เรยี นอธบิ ายความแตกตา งของผกั สวนครวั ประเภทเดียวกบั ขอ ใด
แตล ะประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรผู กั สวนครวั ผา นการสมั ผสั และการสงั เกต
เพิ่ม กจิ กรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชว ยพฒั นำ จากผักสวนครัวตนจริง ซ่ึงจะชวยใหนักเรียนเขาใจผักสวนครัวแตละประเภท 1. ชะอม 2. ถวั่ ลันเตา
ผูเรียนใหมีทักษะที่จ�ำเปนส�ำหรับกำรเรียนรูและกำรด�ำรงชีวิต มากขน้ึ 3. มันสาํ ปะหลงั 4. กะหล่าํ ดอก
ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 โซน 2 โซน 3(วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากภาพ คอื ฟก ทอง เปน ผกั สวนครวั ประเภท
เพิ่ม STEM Project แนวทำงกำรจัดกำรศึกษำใหผูเรียนเกิด T40 ใชผ ลหรือฝกเปนอาหาร ซง่ึ เปน ประเภทเดียวกบั ถว่ั ลนั เตา ชะอม
กำรเรียนรูและสำมำรถบูรณำกำรควำมรูทำงวิทยำศำสตร์ เปน ผักสวนครวั ประเภทใชใบและลําตน เปน อาหาร มันสําปะหลัง
เทคโนโลยี กระบวนกำรทำงวศิ วกรรม และคณติ ศำสตร์ไปใช เปนผักสวนครัวประเภทใชหัวหรือรากเปนอาหาร และกะหลํ่า
เชือ่ มโยงและแกป ญ หำในชวี ิตจริง ดอกเปนผักสวนครัวประเภทใชดอกเปนอาหาร ดังนั้น ขอ 2.
จึงเปน คําตอบทถี่ ูกตอง)
โซน 1 ช่วยครจู ัด โซน 2 ช่วยครูเตรียมสอน
กำรเรียนกำรสอน โดยประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ทเี่ ปน็ ประโยชน์สา� หรับ
แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน คร ู เพื่อนา� ไปประยกุ ต์ใชจ้ ัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชน้ั เรียน
โดยแนะนา� ขน้ั ตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด
เพื่อให้นกั เรียนบรรลุผลสมั ฤทธิต์ ามตวั ชี้วดั เกรด็ แนะครู
น�ำ สอน สรุป ประเมนิ ความรู้เสรมิ ส�าหรบั ครู ขอ้ เสนอแนะ ข้อสงั เกต แนวทางการจดั
กจิ กรรมและอ่ืน ๆ เพือ่ ประโยชน์ในการจัดการเรยี นการสอน
นกั เรยี นควรรู
ความรเู้ พมิ่ เติมจากเนอ้ื หา สา� หรบั อธิบายเสรมิ เพมิ่ เตมิ ให้
กับนกั เรียน
โดยใช้หนงั สือเรยี น การงานอาชพี ป.3 และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3 ของบริษทั อกั ษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จ�ากัด
เปน็ สอื่ หลกั (Core Meterial) ประกอบการสอน และการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หส้ อดคลอ้ งตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
การงานอาชพี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 โดยคมู่ อื ครมู อี งคป์ ระกอบทงี่ า่ ยตอ่ การใชง้ าน
ดงั นี้
โซน 1 นํา สอน สรปุ ประเมนิ โซน 3 ชว่ ยครเู ตรียมนักเรยี น
เคร่อื งมือ กรรไกรตัดกิ่ง ขนั้ สอน ประกอบด้วยแนวทางการจัดกิจกรรม และเสนอ
เกย่ี วกบั งานพชื แนะแนวข้อสอบ เพือ่ อ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน
วเิ คราะหการทํางาน
กรรไกรตดั หญา 4. ครกู าํ หนดภาระงานใหแ ตล ะกลมุ ปลกู เมลด็ พนั ธุ กิจกรรม 21st Century Skills
ใชต ัดหญา1และ ใชตัดแตงกงิ่ ไมขนาดเล็ก ผักสวนครัวที่ไดดวยวิธีที่อนุรักษส่ิงแวดลอม กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ท่ีเรียนมาสร้าง
ตัดแตง ตนไม โดยครยู กตวั อยา งประกอบ เชน การใชแ ผงไข ช้นิ งานหรือท�ากจิ กรรมรวบยอด เพอ่ื ให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุ
มีดดายหญา ในการเพาะเมลด็ แทนการซอื้ กระบะเพาะเมลด็ ในทกั ษะศตวรรษที่ 21
หรอื กระถางตนไมท ีท่ ําจากพลาสตกิ
5. ครูใหนักเรียนเสนอวิธีการปลูก แลวใหครู ขอ สอบเนนการคดิ
ใหคําแนะนํา เพ่ือใหนักเรียนสามารถนําวิธี
น้ันๆ ไปปลูกผักสวนครัวไดอยางถูกตองและ ตัวอย่างข้อสอบท่ีมุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม
ประสบความสาํ เร็จ เฉลยอย่างละเอยี ด
สายยาง2 บวั รดนาํ้ ขอ สอบเนน การคิดแนว O-NET
ใชด ายหญา และ ใชรดน้ําตนไม ใชรดนํา้ ตนกลา ตวั อยา่ งขอ้ สอบทม่ี งุ่ เนน้ การคดิ และเปน็ แนวขอ้ สอบ O-NET
ฟน ก่งิ ไมข นาดใหญ ขนาดใหญ และตน ไมข นาดเลก็ มที งั้ ปรนัย-อตั นัย พรอ้ มเฉลยอย่างละเอยี ด
การเกบ็ รกั ษา เครอ่ื งมอื เกษตร »ÅÍ´ÀÑÂäÇ¡Œ ‹Í¹ กิจกรรมเสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑ ลางดวยนา้ํ สะอาด แลวเช็ดดว ย
ระมดั ระวงั การใชเ ครอ่ื งมอื ทม่ี คี ม เพราะอาจ กจิ กรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ
ผา แหง หรือคว่าํ น้ําใหแหง บาดสวนตาง ๆ ของรางกายได อนั พึงประสงคต์ า่ ง ๆ
๒ ทาน้าํ มันกันสนมิ บนเคร่อื งมือที่
๓๕ กจิ กรรมทาทาย
ทาํ จากโลหะ
๓ แยกประเภทเคร่อื งมอื แลว เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ตอ่ ยอดสา� หรบั นกั เรยี น
ทเี่ รยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และตอ้ งการทา้ ทายความสามารถใน
จัดเกบ็ ใหเรียบรอย ระดบั ท่ีสงู ขึน้
ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู กิจกรรมสรา งเสริม
เคร่อื งมอื ชนดิ ใดตอ งใชอยางระมัดระวงั มากท่สี ุด 1 หญา สามารถนํามาทําเปนน้ําหมักชีวภาพได โดยนําเศษหญามาผสมกับ เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมซอ่ มเสรมิ สา� หรบั นกั เรยี นที่
1. บวั รดน้ํา 2. สายยาง เศษผกั เศษผลไมตา งๆ และกากน้ําตาล จากน้ันหมกั ทิ้งไวในถงั ทปี่ ดมิดชิด 3 ควรได้รบั การพัฒนาการเรยี นรู้
3. สอ มพรวน 4. กรรไกรตัดหญา เดือน ก็จะไดนํ้าหมักชวี ภาพไปใสผ กั สวนครวั
2 สายยาง ถาตองการใชสายยางรดนํ้ารดตนไมขนาดเล็กใหนําหัวฝกบัว กจิ กรรม Geo-Literacy
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : บวั รดนา้ํ สายยาง เปน เครอ่ื งมอื ทมี่ อี นั ตรายนอ ย ใสท ป่ี ลายสายยางรดนา้ํ เพื่อใหน ํ้าเปนฝอยละเอียด
เนื่องจากไมมีคม และมีน้ําหนักเบา สอมพรวนเปนเคร่ืองมือที่มี เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรมเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะ
น้าํ หนกั เบา และมีคมเล็กนอย แตไมม ากเทา กรรไกรตดั หญา การ ทางกายภาพของโลกปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม
และนา� ความรู้ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจา� วันได้
โซน 3ใชก รรไกรตดั หญา จงึ ตอ งระมดั ระวงั ในการใชม ากกวา เครอื่ งมอื อนื่
เพราะอาจบาดรางกายไดดังน้ัน ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)
สายยางรดนาํ้ ที่มีหัวฝก บัว T43
โซน 2
บรู ณาการอาเซียน
ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเร่อื งทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั ประชาคมอาเซียน
สื่อ Digital
การแนะนา� แหลง่ การเรียนร้แู ละแหล่งค้นควา้ จากส่อื Digital ต่าง ๆ
บูรณาการเชื่อมสาระ
แนะน�าแนวทางการจัดกิจกรรมเชื่อมกับสาระหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้
หรอื วิชาอืน่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ค�ำอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ
เวลาเรยี น 20 ชั่วโมง / ปี
การงานอาชพี
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
ศกึ ษา อธบิ ายวธิ กี ารและประโยชนข์ องการทำ� งานเพอื่ ชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และสว่ นรวม เลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์
และเครื่องมือในการท�ำงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับลักษณะงาน โดยการสาธิต ทดลองปฏิบัติ และน�ำผลมาอภิปราย
กำ� หนดเปน็ แนวทางในการทำ� งานอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการทำ� งานดว้ ยความสะอาด รอบคอบ และอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้และเห็นคุณค่าของการท�ำงาน และนำ� ความรู้
ทเี่ รยี นไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม และ
มจี ิตส�ำนึกในการอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม
ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการและประโยชน์การทำ� งาน เพือ่ ช่วยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และส่วนรวม
ง 1.1 ป.3/2 ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือตรงกับลกั ษณะงาน
ง 1.1 ป.3/3 ทำ� งานอย่างเปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการท�ำงานด้วยความสะอาด ความรอบคอบ และอนรุ กั ษ์สิง่ แวดล้อม
ร วม 3 ตวั ช้วี ัด
Pedagogy
คู่มอื ครู
การ งานอาชีพ ป.3 จดั ทำ� ขน้ึ เพอ่ื ใหผ้ สู้ อนนำ� ไปใชเ้ ปน็ แนวทางวางแผนพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของ
ผูเ้ รียน โดยสามารถวางแผนการจดั การเรียนรู้ประกอบการใชห้ นังสอื เรียน การงานอาชีพ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ท่ที าง
บริษัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำ� กดั จดั พมิ พจ์ ำ� หนา่ ย เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั กล่มุ สาระ
การเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยออกแบบกจิ กรรมการเรียนร้ ู
(Instructional Design) ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ ความสามารถ ทักษะกระบวนการท�ำงานทส่ี ะทอ้ นสมรรถนะสำ� คัญ
และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียน ดังน้ี
เป้าหมายการจดั การเรียนการสอนสาระการงานอาชีพ
ทักษะกระบวนการทำ� งาน หมายถงึ การลงมือท�ำงานต่าง ๆ ด้วยตนเองใหบ้ รรลตุ ามเป้าหมาย โดยมขี ้นั ตอน ดังน้ี
สามารถแจกแจงงานท่ีจะท�ำได้ว่า กา ิวรเ ททคำราะห์ งาน ในกกาารรทวาสามารถวางแผนวา่ จะทำ� งานอยา่ งไร
เป็นงานประเภทใดหรือลักษณะใด อททำงาน แบ่งหน้าที่กันอย่างไร ต้องใช้วัสดุ
ตอ้ งใชเ้ ครอื่ งมอื และอปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง งแผำท นงานทกั ษะอุปกรณ์อะไรในการท�ำงานคร้ังน้ี
มีขน้ั ตอนการปฏิบัตอิ ยา่ งไร กากรปารท ต้องใช้เงินในการลงทุนมากน้อย
กระบวน เทา่ ไร ตลอดจนหาวิธีการท�ำงานให้
สมรรถนะส�ำคัญ การทำ�งาน เปน็ ข้นั ตอนจนงานสำ� เร็จ
สามารถประเมนิ ผล ทงั้ การวางแผน ำท งารนะเมิน การลงมื คุณลักษณะ
ก่อนการท�ำงาน ขณะปฏิบัติงาน อันพึงประสงค์
และเมื่อท�ำงานส�ำเร็จ โดยข้ันตอน
ในการวางแผนก่อนการท�ำงานให้ สามารถท�ำงานตามล�ำดับข้ันตอน
ประเมินว่าได้วางแผนไว้รอบคอบ ที่วางแผนไว้ ฝึกให้มีลักษณะนิสัย
รดั กมุ หรอื ไม่ ขณะปฏบิ ตั ิใหป้ ระเมนิ ท่ดี ีในการทำ� งาน เชน่ พูดจาสภุ าพ
ว่าวิธีการท�ำงานเป็นอย่างไร มีข้อ เหมาะสม มีน�้ำใจ เอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่
บกพร่องที่ควรแก้ไขอย่างไร เมื่อ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ นอกจากน ี้
งานส�ำเร็จให้ประเมินว่างานท่ีออก ยังสามารถตรวจสอบการท�ำงาน
มาเป็นไปตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ ของตนไดเ้ ปน็ ระยะ
มีขอ้ ดขี อ้ ดอ้ ยอย่างไร และปรับปรุง
ผลงานให้ดขี ึ้น
การจดั การเรยี นการสอนตามแนวทางดังกลา่ ว จะท�ำใหผ้ เู้ รยี นไดพ้ ัฒนาทักษะในศตวรรษท่ี 21 อันจะน�ำไปส่กู าร
ปรบั ใชไ้ ดจ้ ริงในการด�ำเนนิ ชวี ติ เพื่อใหผ้ ู้เรียนไดร้ ู้เท่าทนั ต่อการเปลี่ยนแปลงตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกดิ ขึน้ ในอนาคตได้
Teacher Guide Overview
การงานอาชีพ ป.3
หน่วย ตัวชว้ี ดั ทักษะทไ่ี ด้ เวลาที่ การประเมิน สอ่ื ท่ีใช้
การเรียนรู้ ใช้
1 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการ 1. ทกั ษะการส่อื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสอื เรียน
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอื่ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนูดแู ลของใช้ ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมข้อมูล - ตรวจผงั มโนทัศน์ - อปุ กรณ์การเรยี น
และสว่ นรวม 3. ทกั ษะการให้ - ตรวจการทำ� ความสะอาด - อปุ กรณ์ในการ
ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง เหตผุ ล กระเปา๋ นักเรียน ท�ำความสะอาด
เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ 4. ทักษะการ - ตรวจการทำ� ความสะอาด กระเปา๋ นักเรียน
ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด เชอ่ื มโยง 4 รองเท้า - อุปกรณ์
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ์ 5. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตการน�ำเสนอผลงาน ทำ� ความสะอาด
ส่งิ แวดล้อม ความรไู้ ปใช้ ช่วั โมง - สงั เกตพฤติกรรม รองเท้า
6. ทกั ษะการใชช้ ีวติ การท�ำงานรายบคุ คล - กระเป๋านักเรยี น
- สังเกตพฤติกรรม - รองเทา้
การท�ำงานกลุ่ม - PowerPoint
- สังเกตคุณลักษณะ
อนั พงึ ประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
2 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวธิ กี าร 1. ทกั ษะการสือ่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สอื เรยี น
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอื่ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวัดฯ - แบบวดั ฯ
หนแู ต่งกาย ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมขอ้ มูล - ตรวจแบบบันทกึ - เส้อื ผ้า
เหมาะสม และส่วนรวม 3. ทกั ษะการให ้ การแต่งกาย - ใบงานท่ี 2.1
ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง เหตผุ ล - ตรวจใบงานที่ 2.1 - PowerPoint
เป็นข้ันตอนตามกระบวนการ 4. ทกั ษะการ 1 - สงั เกตการน�ำเสนอผลงาน
ทำ� งาน ด้วยความสะอาด เช่ือมโยง - สงั เกตพฤติกรรม
ความรอบคอบ และอนุรักษ ์ 5. ทักษะการนำ� ชวั่ โมง
การท�ำงานรายบคุ คล
สิง่ แวดล้อม ความร้ไู ปใช้ - สงั เกตพฤติกรรม
6. ทักษะการใชช้ ีวติ การท�ำงานกลุ่ม
- สังเกตคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
3 ง 1.1 ป.3/1 อธิบายวิธีการ 1. ทกั ษะการสอ่ื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สือเรยี น
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอ่ื 2. ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนูทำ�ความ ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว ข้อมูล 3 - ตรวจแบบประเมนิ การ - บตั รภาพ
สะอาด และสว่ นรวม 3. ทกั ษะการให้ ทำ� ความสะอาดสถานทต่ี า่ ง ๆ - อุปกรณ์ในการ
ช่วั โมง
ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ เหตุผล ในโรงเรยี น ท�ำความสะอาด
และเครื่องมือตรงกับลักษณะ 4. ทกั ษะการ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 และ 3.2 - ใบงานที่ 3.1
งาน เชอื่ มโยง - สังเกตการนำ� เสนอผลงาน - ใบงานท่ี 3.2
ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอย่าง 5. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตพฤติกรรม - PowerPoint
เป็นข้ันตอนตามกระบวนการ ความร้ไู ปใช้ การท�ำงานรายบคุ คล
ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด 6. ทักษะการใชช้ วี ิต - สงั เกตพฤติกรรม
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ ์ การท�ำงานกลมุ่
สง่ิ แวดลอ้ ม - สงั เกตคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์
- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วย ตวั ชี้วดั ทกั ษะทไ่ี ด้ เวลาท่ี การประเมิน ส่ือที่ใช้
การเรียนรู้ ใช้
4 ง 1.1 ป.3/1 อธบิ ายวธิ กี าร 1. ทกั ษะการสือ่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสือเรียน
และประโยชนก์ ารทำ� งาน เพอ่ื 2. ทกั ษะการ - ตรวจกจิ กรรมเรยี นรปู้ พู น้ื ฐาน - แบบวัดฯ
หนูปลูกผัก ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว รวบรวมข้อมลู - ตรวจแบบวัดฯ - วสั ดุ อปุ กรณ์ และ
สวนครัว และส่วนรวม 3. ทักษะการให ้ - สังเกตการนำ� เสนอผลงาน เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ น
ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ เหตผุ ล 4 - สังเกตพฤตกิ รรม การปลกู ผกั
และเครื่องมือตรงกับลักษณะ 4. ทักษะการจ�ำแนก การท�ำงานรายบคุ คล สวนครัว
งาน ประเภท ชัว่ โมง - บัตรค�ำ/บัตรภาพ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
ง 1.1 ป.3/3 ทำ� งานอย่าง 5. ทักษะการน�ำ การท�ำงานกล่มุ ผกั สวนครวั
เป็นขั้นตอนตามกระบวนการ ความร้ไู ปใช้ - สงั เกตคุณลกั ษณะ - PowerPoint
ท�ำงาน ด้วยความสะอาด อันพงึ ประสงค์
ความรอบคอบ และอนุรักษ์ - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
สิง่ แวดลอ้ ม - ตรวจการปลกู ผักสวนครวั
5 ง 1.1 ป.3/2 ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ 1. ทกั ษะการส่อื สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนงั สอื เรยี น
และเคร่อื งมือตรงกับลักษณะ 2. ทกั ษะการ - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวัดฯ
หนเู รยี นรู้ งาน รวบรวมขอ้ มูล - ตรวจใบงานที่ 5.1 และ 5.2 - บัตรภาพ
งานชา่ ง ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอยา่ ง 3. ทกั ษะการให ้ - ประเมินการนำ� เสนอผลงาน - สงิ่ ของทชี่ ำ� รดุ
พ้ืนฐาน เปน็ ขน้ั ตอนตามกระบวนการ เหตผุ ล - สงั เกตพฤตกิ รรม - เครอ่ื งมอื ชา่ ง
ทำ� งาน ดว้ ยความสะอาด 4. ทักษะการจ�ำแนก 4 การท�ำงานรายบคุ คล - ของเล่น
ความรอบคอบ และอนรุ ักษ์ ประเภท - สงั เกตพฤตกิ รรม - ของใช้สว่ นตัว
ส่งิ แวดล้อม ชัว่ โมง - อปุ กรณ์ที่ใช ้
5. ทักษะการคิด การท�ำงานกลุ่ม
ตดั สนิ ใจ - สงั เกตคุณลักษณะ บ�ำรงุ รักษาและ
6. ทักษะการนำ� อันพึงประสงค์ ซ่อมแซมของเล่น
ความรไู้ ปใช้ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น และของใช้
7. ทกั ษะการใชช้ ีวติ - ใบงานที่ 5.1
- ใบงานที่ 5.2
- PowerPoint
6 ง 1.1 ป.3/2 ใช้วัสดุ อุปกรณ์ 1. ทกั ษะการสอื่ สาร - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสือเรยี น
และเคร่อื งมือตรงกบั ลกั ษณะ 2. ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบวดั ฯ
หนสู รา้ งสรรค์ งาน - ตรวจการประดิษฐ์ - ใบงานที่ 6.1
งานประดษิ ฐ์ ง 1.1 ป.3/3 ท�ำงานอยา่ ง ขอ้ มลู - ตรวจใบงานท่ี 6.1 - วัสดุหรือเศษวัสดุ
3. ทักษะการ
เปน็ ขัน้ ตอนตามกระบวนการ เชอ่ื มโยง - สังเกตการน�ำเสนอผลงาน ในทอ้ งถ่นิ
ท�ำงาน ด้วยความสะอาด 4. ทักษะการให ้ 4 - สังเกตพฤติกรรม - อปุ กรณ์ท่ีใช้ใน
ความรอบคอบ และอนุรกั ษ์ เหตุผล การทำ� งานรายบคุ คล การประดิษฐ ์
สง่ิ แวดลอ้ ม ช่ัวโมง ของใช้
5. ทักษะการจ�ำแนก - สงั เกตพฤติกรรม
ประเภท การท�ำงานกล่มุ - PowerPoint
6. ทกั ษะการนำ� - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ
ความรไู้ ปใช้ อันพงึ ประสงค์
7. ทักษะการใชช้ วี ิต - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
สำรบัญ
Chapter Title Chapter Teacher
Overview Script
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หนูดูแลของใช้ T3-T12
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 หนูแตง่ กำยเหมำะสม T1-T2 T15-T23
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 หนทู ำ� ควำมสะอำด T13-T14 T26-T35
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 หนปู ลูกผักสวนครวั T24-T25 T38-T49
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 หนเู รียนร้งู ำนชำ่ งพืน้ ฐำน T36-T37 T52-T70
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 6 หนูสรำ้ งสรรคงำนประดิษฐ T50-T51 T73-T87
T71-T72
โครงงำนกำรงำนอำชีพ T87
กจิ กรรมบูรณำกำรเศรษฐกิจพอเพยี ง T87
บรรณำนุกรม T88
Chapter Overview
แผนการจดั สอ่ื ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 1. หนงั สอื เรยี น 1. อธบิ าย วิธสี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะในการ 1. มีวินยั
กระบวนการ การงานอาชีพ ป.3 กระบวนการ กระบวนการ ก่อนเรยี น สอ่ื สาร 2. อยู่อยา่ ง
ท�ำงาน
หน่วยการเรียนรู้ การทำ� งานได้ สรา้ งความ - ตรวจผงั มโนทัศน์ 2. ทักษะการ พอเพยี ง
1
ท่ี 1 หนดู แู ล 2. วางแผนการ ตระหนกั - สังเกตการนำ� เสนอ รวบรวม 3. มุ่งมั่น
ชั่วโมง
ของใช้ ทำ� งานตาม ผลงาน ขอ้ มลู ในการท�ำงาน
แผนฯ ท่ี 2
2. ภาพโตะ๊ เขียน กระบวนการ - สงั เกตพฤตกิ รรม 3. ทกั ษะการให้
การจัดเตรยี ม
อปุ กรณ์ หนังสอื การทำ� งานได้ การท�ำงาน เหตุผล
การเรยี น
3. มีมารยาทที่ดใี น รายบุคคล 4. ทกั ษะการ
1
การทำ� งานร่วมกบั - สงั เกตพฤติกรรม เชอ่ื มโยง
ชั่วโมง
ผู้อ่ืน การท�ำงานกลุม่ 5. ทกั ษะการนำ�
- สังเกตคุณลกั ษณะ ความรไู้ ปใช้
อนั พงึ ประสงค์ 6. ทักษะการใช้
ชีวิต
1. หนงั สอื เรยี น 1. อธบิ ายการจดั วธิ สี อนโดย - ตรวจผงั มโนทัศน์ 1. ทกั ษะในการ 1. มีวินยั
การงานอาชพี ป.3 เตรยี มอุปกรณก์ าร การสืบเสาะ - สงั เกตพฤตกิ รรม สอ่ื สาร 2. อยอู่ ย่าง
หนว่ ยการเรียนรู้ เรยี นอย่างถูกต้อง หาความรู้ การท�ำงาน 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง
ที่ 1 หนูดูแล 2. จัดเตรยี มอปุ กรณ์ (5Es รายบคุ คล รวบรวม 3. มุง่ มนั่
ของใช้ การเรยี นไดอ้ ยา่ ง Instructional - สังเกตพฤตกิ รรม ข้อมูล ในการท�ำงาน
2. กระเปา๋ นักเรยี น ถกู วิธี Model) การท�ำงานกลมุ่ 3. ทกั ษะการให้
3. อปุ กรณ์การเรยี น 3. จดั เตรยี มอุปกรณ์ - สงั เกตคุณลักษณะ เหตผุ ล
4. PowerPoint การเรยี นดว้ ย อันพงึ ประสงค์ 4. ทกั ษะการ
ความรอบคอบ เชอ่ื มโยง
5. ทกั ษะการนำ�
ความรไู้ ปใช้
6. ทักษะการใช้
ชวี ิต
T1
Chapter Overview
แผนการจัด สอื่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 3 1. หนงั สอื เรียน 1. อธบิ ายวธิ ีการ วิธสี อน - ตรวจการทำ� ความ 1. ทกั ษะในการ 1. มวี ินัย
การทำ� ความ การงานอาชพี ป.3 ท�ำความสะอาด โดยเนน้ สะอาดกระเป๋า ส่ือสาร 2. อยู่อย่าง
สะอาดกระเป๋า
นกั เรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ กระเป๋านักเรยี นได้ กระบวนการ นกั เรียน 2. ทักษะการ พอเพียง
1 ท่ี 1 หนูดแู ล อย่างถูกต้อง ปฏิบตั ิ - สงั เกตพฤตกิ รรม รวบรวม 3. ม่งุ ม่ัน
ชั่วโมง ของใช้ 2. ท�ำความสะอาด การทำ� งาน ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
แผนฯ ที่ 4 2. กระเปา๋ นักเรียน กระเป๋านกั เรยี นได้ รายบคุ คล 3. ทกั ษะการให้
การท�ำความ 3. อุปกรณ์การ อยา่ งถูกวธิ ี - สงั เกตคณุ ลักษณะ เหตุผล
สะอาดรองเทา้
ท�ำความสะอาด 3. ท�ำความสะอาด อนั พงึ ประสงค์ 4. ทกั ษะการ
1
กระเป๋านักเรยี น กระเป๋านักเรยี น เชือ่ มโยง
ชว่ั โมง
4. PowerPoint ดว้ ยความรอบคอบ 5. ทักษะการน�ำ
ความรไู้ ปใช้
6. ทกั ษะการใช้
ชีวิต
1. หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายการ วิธสี อนโดย - ตรวจการท�ำความ 1. ทักษะในการ 1. มวี ินัย
การงานอาชพี ป.3 ท�ำความสะอาด ใช้การสาธิต สะอาดรองเท้า ส่อื สาร 2. อยู่อยา่ ง
หนว่ ยการเรียนรู้ รองเท้าไดอ้ ยา่ ง - ตรวจแบบวัดฯ 2. ทกั ษะการ พอเพียง
ที่ 1 หนูดแู ล ถูกต้อง - สังเกตพฤตกิ รรม รวบรวม 3. มงุ่ ม่ัน
ของใช้ 2. จดั เตรียมอุปกรณ์ การทำ� งาน ข้อมูล ในการท�ำงาน
2. แบบวดั ฯ การท�ำความ รายบุคคล 3. ทกั ษะการให้
การงานอาชีพ ป.3 สะอาดรองเท้าได้ - สังเกตพฤตกิ รรม เหตุผล
3. รองเท้า อย่างถกู วิธี การท�ำงานกล่มุ 4. ทกั ษะการ
4. อุปกรณ์ทำ� ความ 3. ท�ำความสะอาด - สังเกตคุณลกั ษณะ เชอื่ มโยง
สะอาดรองเทา้ รองเท้าด้วยความ อนั พงึ ประสงค์ 5. ทักษะการนำ�
5. PowerPoint สะอาดและ ความรไู้ ปใช้
ประหยัดทรัพยากร 6. ทักษะการใช้
ชวี ติ
T2
นํา สสออนน สรุป ประเมิน
˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ
ñ ˹´Ù á٠Ţͧ㪌 ?กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
เพอื่ นๆ มวี ธิ กี ารดแู ล เรยี นรูท ่ี 1 หนดู ูแลของใช จากแผนการจดั การ
ของใชอ ยา งไรบา งครบั เรียนรู
2. ครแู บง นกั เรยี นออกเปน 2 กลมุ เทา ๆ กนั กลมุ
แรกจบั มอื กนั เปน วงกลมใหอ ยวู งใน กลมุ ทสี่ อง
จับมือกันเปนวงกลมลอมรอบกลุมแรก วงใน
หนั หนา ออกขา งนอก วงนอกหนั หนา เขา ขา งใน
3. ครเู ปด เพลงใหน กั เรยี นปรบมอื ตามจงั หวะ วงใน
เดินวนไปทางซายมือของตนเอง และวงนอก
เดินวนไปทางซายมือของตนเอง วงในและ
วงนอกจะเดนิ สวนกนั
4. เมอ่ื ครหู ยดุ เพลงใหน กั เรยี นจบั คกู บั คนทอี่ ยตู รง
หนา ของตนเอง และครอู ธบิ ายวา นกั เรยี นตอ ง
ทํางานรว มกับคนทจ่ี บั คกู นั
ขนั้ สอน
สงั เกต
1. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง กระบวนการทาํ งาน วา มแี นวทาง
การปฏิบัติ ดังน้ี
1. คดิ วเิ คราะห
2. วางแผนงาน
3. ปฏิบัติงาน
4. ประเมนิ ผลงาน
à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ñ ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ
๑. บอกวิธีการดูแลอุปกรณการเรียน กระเปานักเรียน และ การดูแลของใชสวนตัว รวมถึง
รองเทา นักเรียน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) เคร่ืองแตงกายของตนเองและ
ของใชสวนรวม เปนการทํางาน
๒. ดแู ลอปุ กรณก ารเรยี น กระเปา นกั เรยี น และรองเทา นกั เรยี นอยา ง เพอื่ ชว ยเหลอื ตนเองและครอบครวั
เปนขั้นตอนดวยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และมีมารยาท ซึ่งควรวางแผนการทํางานโดยใช
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓) กระบวนการทาํ งาน จงึ จะทาํ งาน
ไดสาํ เร็จ
กิจกรรม เสริมสรางคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนบอกช่ือของใชของตนเองคนละ 1 ช้ิน โดยให ครูจดั กระบวนการเรียนรู โดยใหน กั เรยี นปฏบิ ตั ิ ดังนี้
นกั เรยี นเขยี นวธิ กี ารดแู ลของใชล งในสมดุ จากนน้ั สมุ นกั เรยี น 5 คน • สํารวจและวเิ คราะหสภาพของของใช
ใหออกมานําเสนอวิธีการดูแลของใชหนาช้ันเรียน แลวใหนักเรียน • ศึกษาและวางแผนดแู ลของใช
ทกุ คนรวมกันบอกประโยชนข องการดแู ลของใช • ดแู ลของใชตามวิธีการทศ่ี ึกษามาดวยความละเอยี ดและปลอดภัย
จนเกิดเปน ความรูความเขาใจวา การดแู ลของใชจ ะทาํ ใหของใชมอี ายุ
การใชงานยาวนาน และประหยัดคาใชจ า ยในครอบครัว
T3
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สอน ñ ¢Í§ãªŒ สิ่งของที่อยูรอบตัวหนู ๆ
มีอะไรบางท่ีเปนของใช
สงั เกต ของใช หมายถงึ สงิ่ ของตา งๆ สวนตัว และอะไรบางท่ี
ทเ่ี ราใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั แบง เปน เปนของใชสวนรวม
2. ครูใหนักเรียนสังเกตภาพการจัดโตะเขียน ๒ ประเภท คือ ของใชสวนตัว
หนงั สอื จากหนังสอื เรียน การงานอาชีพ ป.3 ไดแก สิ่งของเคร่ืองใชท่ีไมใชร ว มกบั บุคคลอนื่ เชน เครื่องแตง กาย
หนา 3 และใหแ ตล ะคชู ว ยกนั คดิ วา การจดั โตะ เสอ้ื ผา กระเปา นกั เรยี น และของใชส วนรวม ไดแ ก สิง่ ของเครื่องใช
เขียนหนังสือโดยใชกระบวนการทํางานจะมี ที่ใชรว มกับบคุ คลอน่ื ได เชน โตะ เกา อี้ จาน ชาม
ข้ันตอนอยางไร ò ¡Òôá٠Ţͧ㪌
วิเคราะหว์ จิ ารณ์ หลักการดูแลของใช
1. นักเรียนแตละคูรวมกันวิเคราะหการจัดโตะ ๑. แยกประเภทของใช
เขียนหนงั สือ โดยใชก ระบวนการทาํ งาน และ ๒. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ ของใชแ ตล ะประเภท เพอ่ื ใหส ะดวก
เขยี นออกมาเปน ผังมโนทศั น
ในการนาํ ไปใชงาน
2. นักเรียนแตละคูออกมานําเสนอผลงานของคู
ตนเอง ๑. การดูแลและจดั เกบ็ อุปกรณการเรียน
อปุ กรณก ารเรยี นจดั เปน ของใชส ว นตวั แตก ส็ ามารถแบง ปน
3. ครูและเพ่ือนคูอ่ืนรวมกันวิจารณผลงานการ
วเิ คราะหของเพือ่ นคูท ี่นาํ เสนอ ใหเพื่อนใชไดหากเพื่อนไมมี ท้ังน้ีเราควรดูแลและจัดเก็บอุปกรณ
การเรยี นใหด ีเพือ่ ใหม อี ปุ กรณไวใชน าน ๆ
ขนั้ สรปุ
Í»Ø ¡Ã³¡ÒÃàÃÕ¹
ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุปการทํางาน โดยใช
กระบวนการทาํ งานและประโยชนข องกระบวนการ
ทํางาน โดยชี้แจงแตละข้ันตอนของกระบวนการ
ทาํ งาน
๒ à¤Ãè×ͧà¢Õ¹ ÊÕ ¡ÃÃä¡Ã ÅÇ´àÊÕº¡ÃдÒÉ ÊÁ´Ø ˹§Ñ ÊÍ×
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครนู าํ ภาพของใชส ว นตวั และของใชส ว นรวมมาใหน กั เรยี นดู แลว ใหน กั เรยี น ข้นั ตอนใดเปนข้นั ตอนสดุ ทายของการดูแลของใช
แยกประเภทใหถกู ตอ ง หลงั จากนนั้ ใหครอู ธบิ ายสง่ิ ที่แตกตา งกันระหวา งของใช 1. จดั เก็บของใชเขา ที่
สวนรวมและของใชสว นตัวใหน กั เรยี นเขาใจ 2. แยกประเภทของใช
3. ทาํ ความสะอาดของใช
ตวั อยางของใชส ว นตวั 4. จดั เตรยี มอปุ กรณดูแลของใช
(วิเคราะหคําตอบ : การดูแลของใชเร่ิมจากแยกประเภทของใช
ตวั อยา งของใชส วนรวม
สวนตวั ของใชส ว นรวมออกจากกัน ตอ มาใหส าํ รวจสภาพของใช
ศึกษาวิธีการดูแล แลวเร่ิมดูแลของใชตามวิธีที่ศึกษา เม่ือดูแล
เสรจ็ แลวใหตรวจสอบสภาพของใช จากนน้ั ใหเกบ็ ของใชเขาท่ีให
เรยี บรอย ดังนัน้ ขอ 1. จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง)
T4
นํา สสออนน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ อปุ กรณก ารเรยี น ขนั้ นาํ
¡ÒôÙáÅáÅШ´Ñ ࡺç Í»Ø ¡Ã³¡ ÒÃàÃÕ¹ กระตุ้นความสนใจ
º¹âµÐ à¢ÂÕ ¹Ë¹Ñ§Ê×Í 1. ครูขออาสาสมัครนักเรียนนํากระเปานักเรียน
ของตนเองมาแสดงใหเพ่ือนดูหนาช้ันเรียน
๑. แยกประเภทอปุ กรณการเรียน และสอบถามการจัดอุปกรณการเรียนท่ีนํามา
๒. จดั อุปกรณการเรยี นแตล ะ โรงเรียนของอาสาสมัคร
ประเภทใหเ ปน ระเบยี บ ดงั น้ี 2. นักเรียนคนอื่นรวมกันวิจารณและแสดงความ
๑) จดั หนงั สอื หรอื สมดุ ทตี่ อ งใช คิดเห็นเกี่ยวกับการจัดอุปกรณการเรียนของ
เพ่อื น
ไวม ุมใดมุมหน่ึงบนโตะ
โดยจัดหนังสือหรือสมุดให ขนั้ สอน
ตงั้ ขนึ้ หนั ดา นสนั ออก เพอ่ื ให
หยบิ ใชงานสะดวก โดยเรยี ง สาํ รวจค้นหา
จากเลม เลก็ ไปเลม ใหญ
๒) ใชท ก่ี น้ั หนงั สอื กนั้ แตล ะดา นไว 1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน ครใู หส มาชกิ
เพ่อื ไมใหลม แตละคนในกลุมจัดเตรียมอุปกรณการเรียน
๓) จดั เก็บเครอ่ื งเขยี นไวใน ของตนเอง จากนน้ั แลกเปลย่ี นผลงานใหเ พอ่ื น
กลองดินสอหรอื ภาชนะ ในกลุมดู แลวรวมกันวิจารณผลงานอยาง
เพอื่ ใหหยบิ ใชงานสะดวก สรา งสรรค
2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• ถา นกั เรยี นจัดเตรียมอปุ กรณการเรียน
สัปดาหละ 1 คร้งั จะเกิดผลอยา งไร
(แนวตอบ : อาจนาํ อปุ กรณก ารเรยี นทตี่ อ งการ
ใชม าไมค รบ ทาํ ใหต อ งถอื กระเปา นกั เรยี นที่
มนี า้ํ หนกั มาก และหยบิ ใชส ง่ิ ของไมส ะดวก)
๓
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ใครจดั โตะ เขียนหนังสอื ไมเหมาะสม ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั โตะ เขยี นหนงั สอื ควรจดั อปุ กรณ
1. แดงแยกเกบ็ กรรไกรออกจากดนิ สอสี การเรียนทใ่ี ชบอยๆ เชน ดนิ สอ ปากกา ยางลบ ไมบ รรทัด ไวใ กลมือ เพือ่ ให
2. ไหมเรียงหนังสอื จากเลม เล็กไปเลมใหญ สามารถหยิบไดสะดวก และปองกันอุปกรณการเรียนไมเปนระเบียบจากการ
3. เจมวางหนังสือไวร อบๆ โตะเขยี นหนงั สอื หยบิ ใช
4. ตัว้ นาํ แกว นํา้ ทไ่ี มใ ชแ ลวมาใชใสเ คร่อื งเขยี น
อุปกรณท่ีมคี ม เชน กรรไกร มดี เหลาดินสอ ควรเกบ็ ไวใ นกลองหรอื ภาชนะ
(วิเคราะหคําตอบ : การจัดโตะเขียนหนังสือควรแยกประเภทของ เก็บอุปกรณ โดยใหบริเวณที่มีคมทิ่มลงในภาชนะเก็บอุปกรณ เพื่อปองกันคม
เครอ่ื งเขยี นใหด ี แลว จงึ นาํ เครอื่ งเขยี นใสใ นกลอ งดนิ สอหรอื ภาชนะ บาดมือ
ทเ่ี ตรยี มไว นาํ หนงั สอื มาจดั เรยี งมมุ หนงึ่ ของโตะ โดยเรยี งจากเลม
เลก็ ไปเลมใหญ ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปนคําตอบทีถ่ ูกตอ ง)
T5
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน ¡ÒôáÙ ÅáÅШѴà¡çºÍØ»¡Ã³¡ÒÃàÃÕ¹
อธิบายความรู ãÊ¡‹ ÃÐ້ҹѡàÃÕ¹
สมาชกิ แตล ะคนในกลมุ ผลดั กนั อธบิ ายความรู ๑. จัดสมุดและหนังสือท่ีตองใช ¤Òº·èÕ 1 2 3 45 6
ที่ไดจากการปฏิบัติใหเพ่ือนคนอ่ืนในกลุมฟงแบบ ใหตรงกบั ตารางเรียน
เลาเรอื่ งรอบวง แลวซกั ถามขอ สงสยั จนทกุ คนใน ในแตล ะวัน เพ่อื ไมให Ç¹Ñ àÇÅÒ 08.00 08.30-09.30 09.30-10.30 10.30 10.40-11.40 11.40 12.40-13.40 13.40-14.40 14.40 14.50-15.50
กลมุ มีความรคู วามเขาใจท่ถี กู ตอ งตรงกัน กระเปาหนักเกนิ ไป 08.30 10.40 12.40 14.50
ขยายความเขาใจ ๒. จดั สมดุ และหนังสอื แยกกนั ¤³ÔµÈÒʵà ÀÒÉÒä·Â Êѧ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ÇÔ·ÂÒÈÒʵà ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ¤³ÔµÈÒʵÃ
โดยจดั เรยี งสมดุ ไวห นา หนงั สอื ¤ÃÙ»Ãз¾Ô  ¤ÃÙ¹ÒÃÃÕ Ñµ¹ ¤Ã¨Ù µ¾Ø à ¤Ã¹Ù ÄÁÅ ¤ÃÍÙ ÁÃÃµÑ ¹ ¤ÃÙ»ÃзԾÂ
1. ครูใหนักเรียนแตละคนจัดเตรียมอุปกรณการ ใหเ ลมเล็กอยูดา นหนา
เรยี นของตนเองเปน การบา น แลว สมุ ตรวจเปน à Œ¢Òá¶Çà¤Òþ¸§ªÒµÔ¤³ÔµÈÒʵà ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â ´¹µÃÕ-¹Ò¯ÈÔŻР¤ÍÁ¾ÇÔ àµÍà »ÃÐÇѵÈÔ ÒʵÃ
ระยะๆ ๓. จดั เกบ็ เคร่ืองเขียนไวใ น Ѿ¡ 10 ¹Ò Õ·¤Ã»Ù ÃзԾ ¤ÃÍÙ ÁÃÃµÑ ¹¤ÃÙ¹ÒÃÕÃµÑ ¹¤ÃÙÊØÇÀ·Ñ à ¤ÃªÙ ¹ÒÃµÑ ¹ ¤Ã³Ù °Ñ ³ªÔ Ò
กระเปาดินสอ
2. นกั เรียนตอบคําถามกระตุน ความคิด Ѿ¡ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒáÅÒ§ Ñǹ
• นกั เรยี นจะนาํ ความรู เรอื่ ง วธิ กี ารจดั เตรยี ม ๔. นําอุปกรณการเรยี นจดั ใสใน Ѿ¡ 10 ¹Ò·Õ
อุปกรณการเรียนไปใชประโยชนในชีวิต กระเปา นกั เรยี นทท่ี าํ ความสะอาด ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ÇÔ·ÂÒÈÒʵà ¾ÅÈ¡Ö ÉÒ ÀÒÉÒä·Â 椄 ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ªÁØ ¹ÁØ
ประจําวันอยา งไร แลวใหเ ปนระเบียบ เพอื่ ให ¤ÃÙÍÁÃÃµÑ ¹ ¤ÃÙ¹ÄÁÅ ¤ÃÙʶҾà ¤ÃÙ¹ÒÃÃÕ Ñµ¹ ¤ÃÙ¨µ¾Ø Ã
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น หยิบใชสะดวก
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพินิจของครูผสู อน) ¾ÄËÑʺ´Õ ÀÒÉÒ꤄ ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â ÇÒ‹ ¹éÓ ¡ÒÃ§Ò¹Ï ¤³ÔµÈÒʵà ÅÙ¡àÊ×Í
¤ÃÙ Andy ¤Ã¹Ù ÒÃÕÃµÑ ¹ ¤ÃÙà¾çÞ¹ÀÒ ¤Ã¾Ù ÁÔ ¾ÊØ´Ò ¤ÃÙ»ÃзԾ /๵ùÒÃÕ
ขน้ั สรปุ ÊØ¢ÈÖ¡ÉÒ ÀÒÉÒ꤄ ¡ÄÉ ÀÒÉÒä·Â
ÀÒÉÒä·Â ¤³ÔµÈÒʵà ¤ÃÊÙ ¶Ò¾Ã ¤ÃÙÍÁÃÃѵ¹ ¤ÃÙ¹ÒÃÕÃѵ¹ ÈÅÔ »Ð
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั บอกขอ ดแี ละขอ เสยี ของ (à¾èÔÁàµÔÁ) ¤Ã»Ù Ãз¾Ô  ¤ÃÙÊºØ Ô¹
การจัดเตรียมอุปกรณการเรียน แลวรวมกันสรุป ¤Ã¹Ù ÒÃÕÃµÑ ¹
หลกั การจัดเตรยี มอุปกรณการเรียน
ขน้ั ประเมนิ
1. สมาชิกแตละกลุมรวมกันเขียนสรุปความรู
เรื่อง การจัดเตรียมอุปกรณการเรียน เปนผัง
มโนทัศนแ ลว นาํ สงครตู รวจ
2. ครูตรวจการจัดเตรียมอุปกรณการเรียนและ
การเขียนสรปุ ความรูเ ปน ผังมโนทศั น
หนทู าํ ได
๔ ดูแลจัดเก็บอุปกรณก ารเรียน ทาํ ไดดี พอทําได ทําอกี ครั้ง
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การจดั กระเปา นกั เรยี นตามตารางเรยี น การจัดกระเปานักเรียน โดยจัดสมุดและหนังสือแยกกันมี
จะทาํ ใหก ระเปา มเี ฉพาะสง่ิ ทจ่ี าํ เปน ตอ งใชใ นการเรยี น และทาํ ใหก ระเปา ไมห นกั ประโยชนอ ยางไร
เกนิ ไป ถา นา้ํ หนกั กระเปา นกั เรยี นหนกั เกนิ ไปจะสง ผลใหป วดเมอ่ื ยบรเิ วณคอ บา
และไหล จงึ ควรใชก ระเปา สะพายหลงั เพอ่ื ใหน า้ํ หนกั กระเปา ถา ยเทไปทบ่ี า และ 1. กระเปา มีนํ้าหนักเบา
ไหลทงั้ 2 ขา ง ถาจําเปน ตองใชก ระเปาแบบหูห้ิวหรือสะพายขาง ควรสลับขาง 2. ของในกระเปาไมหาย
ถอื หรอื สะพายบอ ยๆ เพอื่ ใหน าํ้ หนกั ไมไ ปทไี่ หลแ ละแขนขา งใดขา งหนงึ่ มากเกนิ 3. กระเปา ใชงานไดนาน
ไป 4. หยบิ ใชหนงั สือและสมดุ ไดงา ย
(วิเคราะหคําตอบ : เพราะหนังสือและสมุดมีขนาดและรูปเลมที่
แตกตางกัน การแยกสมุดกับหนังสือออกจากกันจึงทําใหหยิบใช
งานไดง ายขึน้ ดังน้นั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)
T6
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๒. การดแู ลและจัดเกบ็ กระเปานกั เรียน ขนั้ นาํ
เราควรทาํ ความสะอาดกระเปานกั เรียนอยา งนอยสปั ดาหล ะ
1. ครูใหนักเรียนหยิบกระเปาของนักเรียนขึ้นมา
๑ ครง้ั เพอ่ื ใหก ระเปา นกั เรยี นสะอาด ไมเ ปน แหลง สะสมของเชอื้ โรค จากนั้นใหนักเรียนสัมผัส และสังเกตกระเปา
และกระเปา นกั เรยี นมอี ายกุ ารใชง านทยี่ าวนาน ไมต อ งซอื้ ใหมบ อ ย ๆ วามลี ักษณะอยางไร ทํามาจากวสั ดุอะไร
ขนั้ ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ กระเปา นกั เรยี น 2. ครูสุมกระเปาของนักเรียนท่ีมีลักษณะตางกัน
ออกมาใหนักเรียนในหองดู แลวใหนักเรียน
แสดงความคิดเห็นวา กระเปาแตละแบบมีวิธี
การทําความสะอาดเหมือนหรือแตกตางกัน
อยา งไร
¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ à¡çº¡ÃÐ້ҹ¡Ñ àÃÕ¹
ẺËËÙ ÇéÔ (˹ѧ)
๑. นําอุปกรณการเรียนออกจาก ๕
กระเปานักเรยี น แลวเกบ็
เศษขยะและเคาะฝุน ละออง
๒. ใชผาชุบนํ้าบิดหมาด ๆ เช็ด
ดานนอกกระเปาใหท่ัว แลว
ใชผาแหงเช็ดอีกคร้ัง หากมี
นํ้ายาเคลือบเงา สามารถใช
ฟองน้ําชุบนํ้ายาเช็ดดานนอก
กระเปาใหทั่ว เพื่อใหกระเปา
ดเู งาและชว ยยดื อายกุ ระเปา ให
ใชไ ดน านขึน้
๓. นําอปุ กรณก ารเรียนจัดลง
กระเปา เพอ่ื ใชง านตอไป
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถา นกั เรยี นตอ งทาํ ความสะอาดกระเปา ทผี่ ลติ จากวสั ดทุ นี่ กั เรยี น ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การทาํ ความสะอาดกระเปา หนงั ควร
ไมเ คยทําความสะอาดมากอ น นกั เรียนควรทาํ อยา งไร ใสถุงมือตอนใชน้ํายาเคลือบเงาเช็ดกระเปา เพื่อปองกันนํ้ายาเคลือบเงาสัมผัส
ผวิ หนงั ซงึ่ อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื งได และหลงั จากใชน าํ้ ยาเคลอื บเงาเสรจ็
(แนวตอบ : สํารวจวาเปนกระเปาที่ทําจากวัสดุชนิดใด ศึกษา แลว ควรปดฝาใหเ รยี บรอ ย เพื่อปอ งกนั น้าํ ยาเคลอื บเงาหกเลอะสิง่ ตา งๆ
วิธีการทําความสะอาดจากแหลงขอมูลตางๆ เมื่อเขาใจแลว จึง
วางแผนการทาํ ความสะอาด เตรียมอุปกรณ และลงมอื ทํา)
T7
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ¡ÒôáÙ ÅáÅáк¨Ñ´ºà¡Êºç С¾ÃÒÐÂà»(Ò‰¼¹ŒÒÑ¡) àÃÕ¹
สังเกต รบั รู้ ๑. นําอุปกรณการเรียนออกจาก
กระเปา นักเรียน
1. นักเรียนแตละคนสํารวจกระเปานักเรียนของ
ตนเอง จากนน้ั ครสู มุ นกั เรยี นตอบคาํ ถามเกยี่ วกบั ๒. เก็บเศษขยะออกจากกระเปา
การทาํ ความสะอาดกระเปานักเรียน และเคาะฝนุ ละอองออก
2. ครทู าํ ความสะอาดกระเปา นกั เรยี นทท่ี าํ มาจาก ๓. นาํ กระเปา ไปซกั ทาํ ความสะอาด
หนังใหน กั เรยี นดเู ปน แบบอยาง พรอ มอธบิ าย โดยซักดวยมือหากบริเวณใด
ประกอบทลี ะขัน้ ตอนอยา งละเอียด มีคราบสกปรกมากอาจใช
แปรงซกั ผา แปรงเบา ๆ
ทําตามแบบ จนสะอาด
ครูใหนักเรียนท่ีมีกระเปาที่ทํามาจากหนังแยก ๔. นํากระเปาไปตากจนแหง
ออกมา จากนน้ั ใหเ พอ่ื นทไี่ มม กี ระเปา ทที่ าํ มาจาก ๕. นําอุปกรณก ารเรยี นจัดลง
หนงั เขารวมกลุม กลุมละเทาๆ กนั และทําความ
สะอาดกระเปา นกั เรยี นตามแบบอยา งทค่ี รทู าํ ใหด ู กระเปา เพอื่ ใชง านตอ ไป
หนทู าํ ได
๖ ดแู ลกระเปา นกั เรยี น ทาํ ไดดี พอทาํ ได ทาํ อกี ครัง้
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย
ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน ักเรยี นเขาใจวา วสั ดุทผ่ี ลติ เปน ของใชมคี วามสําคญั ใหน กั เรียนแบง กลุม กลุมละ 4-5 คน จากน้ันใหค นหาวธิ กี าร
ตอ งทาํ ความสะอาดใหถ กู ตอ งตามลกั ษณะของวสั ดุ เพราะถา ทาํ ความสะอาดผดิ ทําความสะอาดกระเปาท่ีทําจากวัสดุประเภทอื่นๆ เชน กระเปา
วธิ ีจะทําใหของใชเสยี หายได เชน ของใชท่ที ํามาจากหนงั ตอ งทําความสะอาด สานดวยไมไผ กระเปาทําจากกะลา กระเปาจากพลาสติก โดย
ดวยการเชด็ ไมควรทําความสะอาดดวยการซกั เพราะจะทําใหหนงั เสยี หาย แตละกลุมเลือกวัสดุไมซ้ํากัน แลวใหนักเรียนนําเสนอส่ิงท่ีศึกษา
มาหนา ชนั้ เรียน
ดงั นนั้ ตอ งศกึ ษาวธิ กี ารทาํ ความสะอาดของใชต า งๆ ใหด ี เพอ่ื รกั ษาคณุ ภาพ
ของของใชใ หอยไู ดนาน
T8
นํา สอน สรุป ประเมนิ
๓. การดูแลและจดั เก็บรองเทา นักเรยี น ขนั้ สอน
รองเทานักเรียนเปนเคร่ืองแตงกายที่ควรดูแลรักษาและ
ทาํ เองโดยไมมีแบบ
ทําความสะอาดทุกครั้งหลังจากใชงาน เพ่ือปองกันไมใหรองเทา
สกปรก เปน แหลง เพาะเชอ้ื โรค และอาจทาํ ใหเ ทา มกี ลน่ิ เหมน็ นักเรียนทําความสะอาดกระเปานกั เรยี น โดย
ไมม แี บบอยา ง
ขน้ั ตอน การดแู ลและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี น
ฝกให้ชาํ นาญ
¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ à¡çº
ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนทาํ ความสะอาดกระเปา
Ãͧ෌Ò˹§Ñ นักเรียนของตนเองเปนประจํา แลวครูสุมตรวจ
กระเปานักเรียนเปน ระยะๆ
๑. ปดฝุนหลังการใชงานทุกคร้ัง
และวางผ่ึงลมไวใหเหงื่อใน ขน้ั สรปุ
กรอลงนิ่ เอทับาใแนหรงองเเพทื่อา1ลดการเกิด
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด
๒. ยใชาผขาดั หรรออื งแเทปาร2งขขดั ดั เรบอางๆเทใา หแทตว่ัะ กระเปา นกั เรยี น
รองเทา ปลอยไวสกั ครู
ขน้ั ประเมนิ
๓. ใชผ า แหง ขดั รองเทา จนขนึ้ เงา
๔. จดั วางรองเทา เปน คู นาํ ไปเกบ็ ครูตรวจการทําความสะอาดกระเปานักเรยี น
ที่ชน้ั รองเทาหรอื ตูร องเทา
เพื่อใหส ะดวกตอ การใชง าน
๗
ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
การปดฝนุ กอ นขดั รองเทามีความสําคัญอยางไร 1 กล่ินอับในรองเทา สามารถทําใหหายไดดวยหลายวิธี เชน การขยํา
1. ขัดรองเทาไดสะอาดข้นึ หนงั สอื พมิ พใ สใ นรองเทา การนาํ เบกกงิ โซดาโรยในรองเทา การใสเ ปลอื กสม หรอื
2. ชวยลดกลิ่นอับในรองเทา เปลือกมะนาวในรองเทา ถาทําเปนประจาํ กจ็ ะสามารถลดกลน่ิ อับในรองเทา ได
3. รักษาสีของรองเทา ใหค งทน 2 ยาขดั รองเทา มีหลายสี เชน สีดํา สนี าํ้ ตาล กอนนาํ มาขัดรองเทาจึงควร
4. ปองกันฝนุ เขาไปในรองเทา ตรวจสอบใหด ีเสยี กอ น เพราะถา สรี องเทากบั สยี าขดั รองเทาไมต รงกนั จะทําให
รองเทา มีรอยเลอะได
(วิเคราะหคําตอบ : รองเทาเปอนคราบสกปรกและฝุนละออง
จํานวนมาก การปดฝุนกอนขัดรองเทาจะชวยลดความสกปรกไป
สวนหน่ึง ทําใหขัดรองเทาไดสะดวก ข้ึนเงาไดรวดเร็ว มีความ
สะอาดมากขน้ึ ดังนั้น ขอ 1. จึงเปนคาํ ตอบทถ่ี ูกตอง)
T9
นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ นาํ ¡ÒôáÙ ÅáÅШ´Ñ ࡺç
1. ครูสุมถามนักเรียนวา รองเทาของนักเรียนมี Ãͧ෌ҼҌ ãº
ลกั ษณะอยางไร ทาํ มาจากวสั ดอุ ะไร
๑. หากรองเทาผาใบเปอนโคลน
2. ครูถามนักเรียนวา รองเทาแตละแบบมีวิธี ใหทิ้งไวใหโคลนแหงกอน แลว
การทําความสะอาดเหมือนหรือแตกตางกัน เคาะดินออก
อยางไร ใหน ักเรยี นแสดงความคิดเห็น
๒. นาํ รองเทา ผา ใบและเชอื กรองเทา
ขนั้ สอน ท่เี คาะดินออกแลวมาแชใน
น้ําเปลาเพ่ือใหคราบหลุดออก
เตรียมการสาธิต งายข้ึน จากนั้นใชแปรงซักผา
แปรงรอยเปอ นออก
1. ครูเตรียมอุปกรณการทําความสะอาดรองเทา
เพอ่ื ใชใ นการสาธติ การทาํ ความสะอาดรองเทา ๓. นาํ รองเทา ผา ใบและเชอื กรองเทา
แชในน้าํ ผสมผงซักฟอก
2. ครแู นะนาํ ใหน กั เรยี นเลอื กอปุ กรณก ารทาํ ความ ประมาณ ๒๐ นาที ใชแ ปรงซกั ผา
สะอาดทีม่ สี ภาพสมบรู ณ ไมช าํ รดุ แปรงจนสะอาด แลวลางดวย
นาํ้ เปลา
๔. ตากรองเทา โดยยกหวั รองเทา ขน้ึ
ใหน าํ้ ไหลมาทสี่ น รองเทา ซงึ่ จะ
ชว ยใหแ หง เรว็ ขนึ้
๕. รอยเชือกรองเทาใหเรียบรอย
แลว นาํ รองเทา ผา ใบไปเกบ็ ที่
ชนั้ รองเทาหรือตรู องเทา
หนทู าํ ได
ดูแลจัดเกบ็ รองเทานักเรยี น ทําไดดี พอทําได ทําอกี ครง้ั
๘ ดูแลรองเทา ใหขาวเหมอื นใหม
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา นกั เรยี นควรสวมใสร องเทา กอ นรอ ย การซกั รองเทา ผาใบท่ีเปอ นโคลนทันที เหมาะสมหรือไม อยา งไร
เชอื กรองเทา เพอื่ ใหร อ ยเชอื กรองเทา ใหพ อดกี บั ขนาดเทา ของตนเอง ซงึ่ จะทาํ ให (แนวตอบ : ไมเหมาะสม เพราะคราบโคลนจะกระจายและ
สวมใสร องเทา ไดส บาย ไมค ับหรอื ไมห ลวมจนเกินไป
ฝงแนนทําใหทําความสะอาดไดยาก ควรนําไปตากแดดเพ่ือให
ส่ือ Digital โคลนแหง จากนั้นเคาะโคลนออก แลวคอยทําความสะอาด)
ครูใหน ักเรยี นสแกน QR Code เร่ือง ดูแลรองเทาใหข าวเหมือนใหม เพื่อ
นําความรไู ปประยกุ ตก บั การทําความสะอาดรองเทา ของตนเอง
T10
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขนั้ สอน
ถามมาหนตู อบได สาธติ
๑. การจัดอุปกรณการเรียนไวที่โตะเขียนหนังสือกับการจัดไวใน 1. ครสู าธติ การทาํ ความสะอาดรองเทา ใหน กั เรยี น
กระเปานักเรียนเหมอื นหรอื แตกตางกนั อยา งไร ดตู ามขน้ั ตอน พรอ มอธบิ ายประกอบอยา งชา ๆ
๒. นักเรียนมีขั้นตอนและวิธีดูแลจัดเก็บของใชสวนตัวของตนเอง 2. สมาชิกกลุมเดิมรวมกันดูวิธีทําความสะอาด
อยา งไรบา ง รองเทา ถา มขี อ สงสยั หรอื ตอ งการความชว ยเหลอื
ใหส อบถามครเู ปน รายกลุม
๓. ถารองเทาผาใบของนักเรียนเปยกน้ําและเปอนโคลนท่ีโรงเรียน
นกั เรยี นจะทาํ อยา งไร 3. ครูคอยดูแล ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้า
ใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
๔. หากนักเรียนไดรับมอบหมายจากผูปกครองใหจัดเก็บของใช ทํางาน
สวนรวม นักเรียนจะวางแผนการทํางานอยางไรเพื่อใหจัดเก็บ
ของใชสวนรวมได สรุปการสาธิต
Learning aSnkdillIsnnovation
เรยี นรูกจิ กรรมทักษะการทํางาน C21 CorLiefeSuSabkinllds Careerjects and 21st Centur TIencform 1. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาความรู เรอ่ื ง การ
atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd ทาํ ความสะอาดรองเทา จากหนงั สอื เรยี น และ
รวมกนั สรุปการสาธติ
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments 2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• เพราะเหตุใดรองเทาแตละชนิดจึงมีวิธีการ
แบง กลมุ ฝก ปฏบิ ตั ทิ าํ ความสะอาดรองเทา นกั เรยี น ทงั้ รองเทา หนงั ทาํ ความสะอาดทแี่ ตกตางกนั
และรองเทา ผา ใบ โดยเลือกวา จะปฏบิ ัตทิ ี่โรงเรยี นใหครดู หู รือปฏิบัติ (แนวตอบ : เพราะรองเทาแตละชนิดผลิต
ทบี่ าน แลวถา ยคลิปวิดโี อมาสง ครู จากวัสดุท่ีมีลักษณะเฉพาะแตกตางกัน
จึงตองทําความสะอาดใหเหมาะสมกับวัสดุ
เพื่อใหรองเทาใชง านไดนาน)
หนรู ูส กึ อยา งไร
๑. การจดั สมดุ และหนงั สอื ตามตารางเรยี นสง ผลแกน กั เรยี นอยา งไร
๒. ถา โตะ เขยี นหนงั สอื ทว่ี างอปุ กรณก ารเรยี นของนกั เรยี นเลอะเทอะ
ไมเ รยี บรอ ย นกั เรยี นจะรสู กึ อยา งไร และควรทาํ อยา งไร
๓. ถา รองเทา นกั เรยี นของนกั เรยี นหาย นกั เรยี นควรทาํ อยา งไร
๙
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
การดูแลของใชอยางสมํ่าเสมอสงผลดีตอการทํางานของ ครูแนะนํานักเรียนเพิ่มเติมวา การทํางานกลุม นักเรียนตองแบงหนาที่
นกั เรียนอยางไร สมาชิกภายในกลุมแตละคนใหชัดเจนวาใครทําอะไร เพื่อปองกันการทํางาน
ซํ้าซอนกัน โดยตองวางแผนการทํางานใหเรียบรอยกอนลงมือทํา เพื่อใหงาน
(แนวตอบ : ชว ยฝกฝนใหเ ปนคนวางแผนกอ นการทาํ งาน ลงมือ ดาํ เนนิ ไปไดดีและประสบผลสําเร็จ
ทาํ งานอยางเปนขั้นตอน และมีความละเอยี ดรอบคอบอยูเสมอ)
T11
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สรปุ Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ¡Ò÷íÒ§Ò¹ สําห
คาํ ชแี้ จง : ใหน กั เรยี นประเมินการทาํ งานของตนเองตามรายการที่ รับนักเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด กําหนด แลว ขดี ✓ ลงในชองท่ีตรงกบั ระดับคะแนน
รองเทา รายการ ทําไดด ี พอทาํ ได ปรับปรงุ
2. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นทาํ ความสะอาดกระเปา ๑. วางแผนการดแู ลจดั เกบ็ ของใชส ว นตวั ได ตัวอยางตารางบันทึกผล
ดวยตนเอง ทําแบบทดสอบหลังเรียน จาก ๒. ดแู ลและจดั เกบ็ อปุ กรณก ารเรยี นไดเ หมาะสม
แผนการจัดการเรียนรู และทําแบบวดั ฯ หนว ย ๓. ทาํ ความสะอาดกระเปา นกั เรยี นได
การเรียนรทู ี่ 1 เรื่อง หนดู ูแลของใช ๔. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี นไดเ หมาะสม
ขน้ั ประเมนิ รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑
ครูสังเกตการทําความสะอาดรองเทาของ
นักเรียนแตละกลุม ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
และตรวจแบบวดั ฯ การงานอาชพี ป.3 หนวยการ
เรียนรูที่ 1 หนูดูแลของใช เพ่ือวัดและประเมิน
ผลนักเรยี น
erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ·Ñ¡ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
คําช้แี จง : ใหผ สู อนประเมินทักษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ท่กี าํ หนด แลวขดี ✓ ลงในชอ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
รายการ
ทาํ ไดด ี พอทําได ปรบั ปรุง
๑. แบง หนา ท่กี ันอยางเหมาะสม
๒. รว มมอื กนั ทาํ งานจนสาํ เรจ็ ตัวอยางตารางบันทึกผล
๓. แสดงความคดิ เหน็ อยา งเหมาะสม
๔. รบั ฟง ความคดิ เหน็ ของคนในกลมุ
๕. ทาํ ความสะอาดและจดั เกบ็ รองเทา นกั เรยี นได
รวมทําไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรับปรงุ = ๑
๑๐
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอ สอบเนน การคิด
ครศู ึกษาแนวทางการวดั และประเมินผลเพ่อื ประเมนิ ชิ้นงานของนักเรียน ของใชช ิ้นใดเมอ่ื เปอ นโคลนแลว ทาํ ความสะอาดยากที่สดุ
จากใบประเมินชนิ้ งานที่แนบทายแผนการจดั การเรียนรู 1. 2.
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการนาเสนอผลงาน 3. 4.
คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องที่ แบบประเมินการทาความสะอาดกระเป๋านกั เรยี น (วเิ คราะหค าํ ตอบ : ปากกา กรรไกร และรองเทา หนงั เม่ือเปอน
โคลน สามารถเช็ดดวยผาชุบน้ําบิดหมาดเพ่ือขจัดคราบสกปรก
ตรงกบั ระดบั คะแนน รายการประเมนิ คาอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี ได แตรองเทาผาใบตองนําไปซักเพื่อกําจัดคราบออก รวมถึงตอง
นาํ ไปตากแดดใหแ หง เพ่อื ปองกันกลิ่นอับ ดังนั้น ขอ 4. จงึ เปน
ระดับคะแนน 1. ใชก้ ระบวนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ตรงกบั ระดบั คะแนน คาํ ตอบท่ีถูกตอ ง)
32 ทางานในการทา
ลาดับท่ี รายการประเมิน 1 ความสะอาด ใช้กระบวนการทางานในการ ใช้กระบวนการทางานในการ ไม่ได้ใช้กระบวนการทางานใน ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
ทาความสะอาดกระเป๋า ทาความสะอาดกระเป๋า การทาความสะอาดกระเปา๋ 32
นักเรยี นได้ถูกต้อง ครบถ้วน นักเรยี นได้ถูกตอ้ งบางส่วน นักเรยี น
1 การแสดงความคิดเห็น 1 เนือหาละเอยี ดชดั เจน
2 การยอมรบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ น่ื กระเป๋านกั เรยี น 2 ความถูกต้องของเนอื หา
3 การทางานตามหน้าทท่ี ี่ไดร้ ับมอบหมาย จาตกวั แอผยนางกแาบรบจดัปกระาเรมเรินยี นรูลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมนิ 2. เลอื กวธิ ีการทาเลอื กวธิ ีการทาความสะอาด เลือกวิธีการทาความสะอาด เลอื กวธิ กี ารทาความสะอาด3 ภาษาทีใ่ ชเ้ ขา้ ใจงา่ ย
4 ความมีนาใจ ............../.................../................ ความสะอาด 4 ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากการนาเสนอ
5 การตรงตอ่ เวลา กระเป๋านกั เรียน กระเป๋านักเรยี นไดถ้ ูกตอ้ ง กระเปา๋ นักเรียนได้เหมาะสม กระเปา๋ นักเรียนไมเ่ หมาะสม 5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน
รวม 3. ใชอ้ ปุ กรณใ์ นการ และเหมาะสมกบั ชนดิ ของ กบั ชนดิ ของวสั ดุท่ีใชท้ า กับชนิดของวสั ดทุ ใ่ี ชท้ า รวม
ทาความสะอาด
กระเปา๋ นกั เรียน วสั ดทุ ใ่ี ช้ทากระเปา๋ กระเป๋า กระเป๋า
4. ความสะอาดของ ใชอ้ ปุ กรณ์ในการทาความ ใชอ้ ุปกรณใ์ นการทาความ ใช้อุปกรณใ์ นการทาความ
กระเป๋านักเรียน
สะอาดกระเป๋านักเรยี นได้ สะอาดกระเป๋านักเรยี นได้ สะอาดกระเป๋านกั เรียนไมไ่ ด้ ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
.........../................./................
ถูกตอ้ ง และปลอดภัย ถกู ต้อง แตอ่ าจไม่ปลอดภัย
กระเป๋านกั เรียนสะอาด ไมม่ ี กระเป๋านักเรียนสะอาด แตย่ งั กระเปา๋ นกั เรยี นไมส่ ะอาด
คราบ มคี ราบ เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ดี ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 10-12 ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั 6-9 พอใช้
ต่ำกวำ่ 6 ปรบั ปรงุ
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี 12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้ 8 - 11 พอใช้
ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง ตา่ กว่า 8 ปรับปรงุ
T12
Chapter Overview
แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 1. หนงั สอื เรียน 1. อธบิ ายวธิ ีการ วิธสี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะในการ 1. มีวินัย
การเลือกใช้ การงานอาชพี ป.3 เลอื กเส้อื ผ้าให้ การสืบเสาะ กอ่ นเรยี น ส่ือสาร รบั ผดิ ชอบ
เสื้อผ้าให้
เหมาะสม หนว่ ยการเรยี นร ู้ เหมาะสมกับ หาความรู้ - ตรวจแบบวดั ฯ 2. ทักษะการ 2. ใฝ่เรยี นรู้
1 ท่ี 2 หนูแต่งกาย รูปรา่ งลกั ษณะ (5Es - ตรวจใบงานท่ี 2.1 รวบรวม 3. มุ่งมัน่
ชว่ั โมง เหมาะสม โอกาส สถานท่ี Instructional - สังเกตการน�ำเสนอ ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
2. แบบวดั ฯ การงาน และฤดูกาลได้ Model) ผลงาน 3. ทกั ษะการ
อาชพี ป.3 อยา่ งถูกตอ้ ง - สงั เกตพฤตกิ รรม เช่อื มโยง
3. ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง 2. เลอื กเสอ้ื ผ้าได้ การทำ� งาน 4. ทกั ษะการให้
การเลอื กเส้อื ผา้ ให้ เหมาะสมกบั รายบุคคล เหตุผล
เหมาะสม รปู รา่ งลักษณะ
4. เสอ้ื ผา้ แบบต่าง ๆ โอกาส สถานท่ี
5. PowerPoint และฤดกู าล
T13
Chapter Overview
แผนการจดั สื่อที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์
3. มีมารยาทดีในการ - สงั เกตพฤติกรรม 5. ทักษะการนำ�
ทำ� งานร่วมกับ การทำ� งานกลุ่ม ความร้ไู ปใช้
ผู้อื่น
- สังเกตคุณลักษณะ 6. ทกั ษะการใช้
อนั พงึ ประสงค์ ชวี ติ
- ตรวจแบบบนั ทึก
การแตง่ กาย
- ตรวจแบบทดสอบ
หลังเรยี น
T14
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมิน
˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ
ò ˹áÙ µ§‹ ¡ÒÂàËÁÒÐÊÁ?กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น กระตนุ้ ความสนใจ
เพ่อื น ๆ มวี ธิ กี าร
แตง กายใหเหมาะสม 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
อยางไรบางครับ เรียนรทู ี่ 2 หนูแตงกายเหมาะสม จากแผนการ
จัดการเรยี นรู
2. ครูสุมนักเรียน 2-3 คน ออกมาเลาใหเพ่ือน
ฟง หนาช้นั เรียนวา ตนเองชอบสวมใสเ ส้ือผา สี
อะไร พรอ มท้ังอธิบายเหตผุ ลประกอบ
3. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• นักเรียนใหความสําคัญกับการแตงกายของ
ตนเองหรือไม จงอธิบาย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส อน)
à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃòÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ò ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ
๑. อธิบายวิธีการเลอื กสวมใสเ สื้อผา ใหเ หมาะสมกบั โอกาส สถานท่ี การเลือกสวมใสเสื้อผา เรา
และสภาพอากาศได (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) ควรพจิ ารณาโอกาสที่ไป สถานท่ี
ที่ไป และสภาพอากาศวาเปน
๒. สวมใสเ สอ้ื ผาตามขั้นตอนไดเ หมาะสมกบั โอกาส สถานที่ อยางไร เพ่ือท่ีจะไดเลือกสวม
และสภาพอากาศ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓) เสอื้ ผา อยา งเหมาะสม และชว ยให
เราเปน คนทมี่ บี ุคลกิ ภาพดี
กิจกรรม เสริมสรางคณุ ลักษณะอันพึงประสงค เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนแบงกลุม 5 กลุม จากน้ันครูแจกภาพเสื้อผา ครูจดั กระบวนการเรยี นรู โดยการใหนกั เรยี นปฏบิ ัติ ดงั นี้
3 ภาพ และภาพสถานทต่ี างๆ อกี 3 ภาพ ใหแ ตล ะกลมุ โดยให • วเิ คราะหสถานท่ี โอกาส และสภาพอากาศของสถานท่ีทีต่ นเองจะไป
นกั เรยี นแตล ะกลมุ จบั คภู าพเสอื้ ผา ทเี่ หมาะสมกบั สถานทใ่ี หถ กู ตอ ง • เลอื กเสื้อผา ใหเหมาะสมกบั สถานที่ โอกาส และสภาพอากาศที่จะไป
กลุมใดจบั คูภาพไดครบกอ นเปน ผชู นะ • สวมใสเ สอ้ื ผาตามทีไ่ ดเ ลือกไว
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การเลือกเสื้อผาไดเหมาะสมกับโอกาส
สถานที่ และสภาพอากาศ จะทําใหน ักเรยี นมบี ุคลิกภาพทด่ี ี มีกาลเทศะ
T15
นาํ นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั นาํ ñ àÊ×éͼŒÒáÅÐ เส้ือผาและ
เคร่ืองแตงกายของหนู ๆ
กระตนุ้ ความสนใจ à¤ÃÍè× §áµ§‹ ¡Ò มีอะไรบาง
เสอ้ื ผา และเคร่อื งแตง กาย
4. ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียน การงาน ใบชคุ ส ลวกิ มภราา พง1กแากยผ สูเพวอื่มปใสก คตลัวุมอรยาางงกเสาย้อื จผาากแสลภะเาคพรอ่ือางกแาตศงกแาลยะชเชว ยนเสริม
อาชพี ป.3 หนา 11 แลว ใหน กั เรยี นแสดงความ
คดิ เห็นวา เคร่อื งแตง กายทเ่ี ดก็ ในภาพสวมใส เส้ือ เส้ือกันหนาว กางเกง
อยูเ หมาะจะไปสถานทใี่ ด พรอ มแสดงเหตุผล
ประกอบ
5. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับการ
เลือกเส้ือผาใหเหมาะสมกับโอกาส สถานท่ี
และฤดูกาล แลว ชว ยกนั ตรวจสอบวา วิธกี าร
เลือกเสื้อผาของนักเรียนถูกตอง เหมาะสม
หรือไม อยา งไร
กระโปรง กระโปรงชุด เข็มขดั
ชดุ ชน้ั ใน ชดุ วา ยนา้ํ รองเทา
๑๒
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 บคุ ลิกภาพ คือ ลกั ษณะความคดิ นิสัย พฤตกิ รรมเฉพาะของแตละบคุ คล อานขอความ แลวเรียงลําดับการสวมใสเสื้อผาจากลําดับแรก
นอกจากการแตงกาย ยังมีอกี หลายวิธีท่ีจะเสริมใหบคุ ลกิ ภาพดขี ้ึนได เชน การ ไปลาํ ดบั สุดทาย
ฝกนั่งหลังตรง ซ่ึงการนั่งลักษณะนี้สามารถปองกันกระดูกสันหลังงอไดอีกดวย ก. เสือ้ ข. กางเกง
การย้ิมบอยๆ เพื่อใหต นเองรสู กึ สดใสมากย่ิงขนึ้ ค. เข็มขดั ง. ชดุ ชน้ั ใน
1. ก., ข., ค., ง. 2. ก., ง., ข., ค.
3. ง., ค., ข., ก. 4. ง., ก., ข., ค.
(วิเคราะหคําตอบ : การสวมใสเส้ือผาตองเร่ิมจากการสวมใสชุด
ดานในสุดอยางชุดชั้นในกอน ตอมาจึงสวมใสเส้ือผาที่เลือกไว
และเขม็ ขดั ตามลาํ ดบั การสวมใสช ดุ ชน้ั ในไวช น้ั ในสดุ เพอื่ ปอ งกนั
การเสยี ดสรี ะหวา งผวิ และเสอ้ื ผา ซงึ่ อาจทาํ ใหเ กดิ การระคายเคอื ง
ได และปกปด อวยั ะบางสว น ดงั นนั้ ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)
T16
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ò ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÊÇÁãÊ‹ หนู ๆ มีวิธีเลือกสวมใส ขน้ั สอน
เส้ือผาใหเหมาะสม
àÊ×Íé ¼ÒŒ อยางไรคะ สํารวจค้นหา
เราสวมใสเ สอื้ ผา เพอื่ ปกปอ ง
รา งกายจากสภาพอากาศ และเพอื่ ใหม คี วามปลอดภยั ความคลอ งตวั 1. ครแู บงนกั เรียนเปนกลุม กลมุ ละ 3-4 คน คละ
ความสุภาพ ซ่ึงการสวมใสเส้ือผาจะสะทอนถึงวัฒนธรรม รวมถึง กนั ตามความสามารถ คือ เกง ปานกลาง และ
รสนิยมเฉพาะตวั บุคคลดว ย ออน จากนั้นกําหนดหมายเลขประจําตัวให
สมาชกิ แตล ะกลมุ และต้ังชือ่ กลุมของตนเอง
หลักการเลือกสวมใสเสื้อผา
2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมศึกษาความรู เรื่อง
การเลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ตามหวั ขอ ทคี่ รกู าํ หนดให
โดยแตล ะกลมุ จะไดห วั ขอ ทแี่ ตกตา งกนั ไป เชน
กลมุ ที่ 1 หัวขอ เสอื้ ผา สาํ หรบั วันเกิด กลุมท่ี 2
เสื้อผา สําหรบั ฤดหู นาว
๑. พิจารณาวา เราจะไปสถานที่ใด ไปในโอกาสใด และมีสภาพ
อากาศเปนอยางไร
๒. เลอื กเสอื้ ผา ทเี่ หมาะสมกบั สถานทที่ จ่ี ะไปหรอื กจิ กรรมทจ่ี ะทาํ
โดยไมค วรเลอื กเสอื้ ผา ทคี่ บั แนน เกนิ ไป เพราะจะทาํ ใหส วมใส
ไมส บายตวั
๓. เตรียมความพรอมของเสอื้ ผากอ นสวมใส เชน ซัก รีดเสอื้ ผา
ใหเรยี บรอ ย
๔. ดูแลรกั ษาเสือ้ ผาหลงั ใชงานเสร็จ
การเลือกเสอ้ื ผา ๑๓
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ขอใดคอื ผลจากการสวมใสเ สื้อท่คี ับแนน เกนิ ไป ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา นักเรียนควรตรวจสอบเส้ือผากอน
1. ระบายเหง่อื ไดดี สวมใสทกุ ครัง้ ตรวจดูวาเส้ือผา ไมช าํ รุด เชน ไมมรี อยขาด กระดุมไมห ลุดออก
2. หายใจไมสะดวก มาจากรงั ดมุ เพอื่ ใหน กั เรยี นสวมใสเ สอื้ ผา ไดอ ยา งสะดวกสบาย ไมต อ งกงั วลกบั
3. เกิดรอยเปอ นงาย เส้อื ผา ท่สี วมใสอ ยู
4. เคล่ือนไหวไดค ลอ งแคลว
สื่อ Digital
(วิเคราะหคําตอบ : การสวมใสเสื้อผาที่คับแนนเกินไปจะทําให
ไมสบายตัว เคล่ือนไหวลําบาก ถาแนนมากก็จะทําใหหายใจ ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เร่ือง การเลือกเสื้อผา เพ่ือใหนักเรียน
ไมส ะดวก เพราะเสอ้ื ผารดั ลําตวั ไว ดงั นน้ั ขอ 2. จึงเปน คําตอบ ไดศึกษาตัวอยางการเลือกเสื้อผาใหเหมาะสมกับโอกาส สถานที่ และฤดูกาล
ทถี่ ูกตอ ง) แลวนาํ ไปใชในชวี ิตประจําวนั
T17
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน ๑. การเลือกเส้อื ผา ใหเ หมาะกับโอกาสและสถานที่
การเลือกสวมเส้ือผาใหเหมาะกับโอกาสและสถานท่ี ควร
สาํ รวจค้นหา
คํานงึ ถงึ ความเหมาะสมและกจิ กรรมทจ่ี ะทาํ เชน ถาไปโรงเรยี นควร
3. สมาชิกกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การ สวมชุดนักเรียนตามกฎระเบียบของโรงเรียน ถาจะไปเลนกีฬาควร
เลือกสวมใสเส้ือผา จากหนังสือเรียนหรือ สวมใสช ุดกฬี าเพ่ือความคลองตวั
หอ งสมดุ ตามหวั ขอ ทกี่ าํ หนด โดยครชู ว ยตรวจ
สอบขอมูลใหถ กู ตอ ง ๑ เส้อื ผา สําหรบั ใสอ ยูบา น
4. สมาชกิ กลมุ นาํ ความรทู ไ่ี ดศ กึ ษามาสรปุ ขอ มลู ชดุ สาํ หรับทาํ กิจกรรมตา ง ๆ ชุดสําหรับนอนหลับ
ใหชดั เจน เพือ่ เตรยี มนําเสนอ
เปนเส้ือผาทสี่ วมใสส บาย เปน เสอื้ ผาทส่ี วมใสสบาย
5. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ สามารถทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ ไมคับหรอื ไมห ลวมเกนิ ไป
• ถานักเรียนจะไปว่ิงออกกําลังกายกับเพื่อน เชน เดนิ นงั่ ยนื ไดสะดวก เน้อื ผา นิ่ม เหมาะสําหรับ
ควรสวมเสื้อผาลักษณะใด เน้ือผายืดหยุนไดดี สามารถ ใสนอน สามารถทาํ ความ
(แนวตอบ : เส้ือยืดและกางเกงที่ระบายเหง่ือ ทําความสะอาดไดง าย สะอาดไดง า ย
ไดด ี และรองเทา ผา ใบ)
๑๔
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา เนอื่ งจากกจิ กรรมทเี่ ราทาํ เวลาอยบู า น บานของแบมอยูตดิ ทะเล เมื่อถงึ ฤดรู อ นอากาศจะรอนมาก
เชน ทําอาหาร ปลูกตนไม ว่ิงเลน อาจมีคราบสกปรกอยูเสมอ ทําใหเส้ือผา แบมควรสวมเสื้อผาแบบใด
มคี ราบเปอ นไดง า ย ชดุ อยบู า นจงึ ควรเลอื กชดุ ทที่ าํ มาจากเนอื้ ผา ทซี่ กั ไดง า ย เชน 1. เน้อื หนา 2. กนั นา้ํ ได
ผา พอลเิ อสเทอร (Polyester) ผา ซาตนิ 3. ระบายเหงอ่ื ไดดี 4. มีความยืดหยุน สูง
(วิเคราะหคําตอบ : อากาศรอนควรสวมเส้ือผาที่ระบายเหง่ือไดดี
เพ่อื ใหร า งกายไมเ กบ็ สะสมความรอ นไวม ากเกนิ ไป ดังน้นั ขอ 3.
จงึ เปนคาํ ตอบทถี่ ูกตอง)
T18
นํา สอน สรุป ประเมิน
๒ เส้ือผา สําหรับใสไปเทีย่ ว ขน้ั สอน
เปนเสอ้ื ผา ทีส่ วมใสสบาย อธิบายความรู้
รูปแบบเสือ้ ผาเหมาะสมกบั สถานท่ีท่ีไป เชน
1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาหนา
• ไปเทย่ี วทะเล สวมใสเ สอื้ ผา ทช่ี ว ยให ช้ันเรียน แลวนําความรูที่ไดจากการศึกษามา
คลอ งตวั ระบายความรอ นไดด ี เชน อธิบายใหเพื่อนเขาใจผานการนําเสนอตามท่ี
เสอ้ื กลา ม กางเกงขาสน้ั สวมรองเทา ตนเองตองการ เชน การสวมเสือ้ ผา ตามหัวขอ
แตะ และควรสวมแวนตากันแดด แลวอธิบาย เลนละคร สรุปเปนผังมโนทัศน
และหมวกเพื่อปอ งกันแสงแดด โดยนกั เรยี นตอ งอธบิ ายใหส มาชกิ ในหอ งเขา ใจ
ถึงลักษณะเสื้อผาท่ีควรสวมใส และเหตุผล
• ไปเทย่ี วนา้ํ ตก สวมใสเ สอื้ ผา ทช่ี ว ยให ที่ตองสวมใสเส้ือผาลักษณะน้ีสําหรับโอกาส
คลอ งตวั เชน เสอื้ ยดื กางเกงขาสน้ั สถานที่ หรอื ฤดกู าลตางๆ
รองเทา แตะรดั สน หรอื รองเทา ผา ใบ
• ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ ศาสนสถาน
สวมใสเสื้อผาสุภาพ เชน เส้ือมี
แขน กระโปรงยาว กางเกงขายาว
รองเทาหุมสน
• ไปเที่ยวหางสรรพสินคา สวมใส
เสื้อผาท่ีคลองตัว สีสันสดใส เชน
เสื้อยืด กางเกง กระโปรง สวม
รองเทา แตะหรอื รองเทาผา ใบ
๑๕
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
สถานท่ีใดทน่ี ักเรยี นควรสวมรองเทาผา ใบไปมากท่ีสดุ ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ ใหนกั เรียนเขาใจวา ทะเลเปน สถานท่ีทมี่ ีความรอ นและ
1. ทะเล 2. สระวายนา้ํ แสงแดดมาก นอกจากจะสวมหมวกและแวนตากันแดดแลว กอนไปทะเล
3. พพิ ธิ ภัณฑ 4. หา งสรรพสินคา จงึ ควรทาครมี กนั แดด เพอ่ื ปอ งกนั แสงแดดทาํ ใหผ วิ ไหมเ กรยี ม ถา ลงเลน นาํ้ ทะเล
ควรเลือกครีมกนั แดดทเ่ี ปน สตู รกันนา้ํ และปลอดภยั กับธรรมชาติ
(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อไปพิพิธภัณฑควรสวมรองเทาผาใบ เพื่อ
ความสุภาพ เรียบรอย เหมาะสมกับสถานท่ี การไปสระวายน้ํา
และทะเลควรสวมรองเทาแตะ เพราะอาจเปยกน้ํา สวนการเดิน
หางสรรพสินคา สามารถใสไดท้ังรองเทาผาใบและรองเทาแตะ
ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)
T19
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน ๓ เส้อื ผา สําหรบั ใสไปงานเลย้ี ง
อธิบายความรู้ เปนเสอื้ ผาทส่ี วมใสสบาย มีรูปแบบสวยงาม มีสสี นั สดใส
รปู แบบเสอื้ ผา เหมาะสมกับวยั
2. นักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยหรือความรู
เพมิ่ เตมิ จนทกุ คนมคี วามรคู วามเขา ใจทถ่ี กู ตอ ง
3. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• เพราะเหตใุ ดจงึ ควรเลอื กสวมใสเสอ้ื ผา ให
เหมาะสมกบั ฤดูกาล
(แนวตอบ : เพื่อทําใหรูสึกสบาย ไมรอนหรือ
หนาวเกินไป และไมเ จ็บปว ยไดงา ย)
4. ครเู นน ยา้ํ วา นอกจากสวมใสเ สอื้ ผา ใหเ หมาะสม
กับโอกาส สถานท่ี และฤดูกาลแลว ยังตอง
เลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ทม่ี คี วามสะอาดและเรยี บรอ ย
ดว ย
๔ เสอ้ื ผาสําหรับใสไ ปงานศพ
เปนเส้ือผาทสี่ วมใสส บาย รปู แบบสุภาพ
เปน เสอ้ื ผา สขี าว สดี ํา หรือสีขาวดาํ เพอื่ แสดงการไวอาลัย
หนทู าํ ได
๑๖ เลอื กสวมใสเ สอื้ ผา ไดเหมาะกับโอกาส สถานท่ี ทาํ ไดด ี พอทําได ทาํ อกี ครั้ง
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา ในปจจุบันบางงานเลี้ยง เชน งาน 1 2 34
แตงงานบางงานจะมีการกําหนดสีชุดสําหรับผูเขารวมงานไวดวย เราจึงควร จากภาพ เสื้อตัวใดสามารถใสไปงานศพไดบ าง เพราะอะไร
สังเกตในบัตรเชิญใหดีวา มีการกําหนดสีชุดไวหรือไม เพ่ือสวมใสชุดตรงตาม
ที่ทางเจา ของงานกําหนดไว (แนวตอบ : เสื้อตวั ท่ี 2 และ 4 เพราะเปน เส้อื สีขาวและสีดาํ ซง่ึ
เหมาะกับการสวมใสไปเพ่ือแสดงการไวอาลัยในงานศพ สวนชุด
หมายเลข 1 และ 3 เปนชุดที่มีสีสันไมเหมาะแกการสวมใสไป
งานศพ)
T20
นํา สอน สรุป ประเมิน
๒. การเลอื กเสอื้ ผาใหเ หมาะสมกับฤดูกาล ขน้ั สอน
ฤดูกาลในประเทศไทยแบง เปน ๓ ฤดู คือ ฤดรู อน ฤดฝู น
ขยายความเขา้ ใจ
ฤดูหนาว ซึ่งแตละฤดูมีสภาพอากาศแตกตางกัน เราจึงควรเลือก
สวมใสเ สอื้ ผา ใหเหมาะสมกับแตล ะฤดู ดังนี้ 1. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง
การเลือกใชเส้ือผาใหเหมาะสม จากแผนการ
ฤดรู อน จดั การเรยี นรู
มีอากาศรอนอบอาว อุณหภูมิสูง ควรสวม 2. ครสู มุ นักเรยี น 1 กลมุ ออกมานาํ เสนอคาํ ตอบ
เส้อื ผาเนอื้ บางเบา ระบายอากาศไดด ี ดดู ซับ ในใบงานท่ี 2.1 หนา ชนั้ เรยี น โดยครแู ละเพอื่ น
เหงอื่ ไดด ี ไดแ ก ผา ทผ่ี ลติ จากเสน ใยธรรมชาติ เปน ผูตรวจสอบความถกู ตอ ง
เชน ผาฝาย ผา ลินิน
3. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
ฤดูฝน • ถาเราแตงกายไมเหมาะสมกับโอกาสและ
สถานที่ เชน สวมใสช ดุ กระโปรงไปนาํ้ ตก จะ
มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง ควรสวมเส้ือผาที่ เกดิ ผลอยางไร
ระบายความชื้นไดดี หากตองออกนอกบาน (แนวตอบ : ทํากิจกรรมไมสะดวกและเสีย
เวลาฝนตก ควรสวมเสอ้ื คลมุ กนั ฝนหรอื กางรม บุคลกิ ภาพ)
ฤดหู นาว
มอี ากาศหนาวเยน็ อณุ หภมู ติ า่ํ ควรสวมเสอื้ ผา
เน้อื หนา เพอ่ื ใหความอบอุนแกรางกาย หาก
อากาศหนาวมาก อาจสวมเสื้อกันหนาวทับ
สวมหมวกไหมพรม หรือพนั ผาพันคอ
หนทู าํ ได
เลือกสวมใสเสอื้ ผา ไดเ หมาะกับฤดูกาล ทาํ ไดดี พอทาํ ได ทาํ อกี ครง้ั ๑๗
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ตอนนบ้ี า นของแมก็ อากาศหนาว แมก็ ควรสวมใสเ ครอื่ งแตง กาย ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา ในฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงการสวมใส
ในขอใด รองเทา ผา ใบ เพราะเม่ือโดนฝนแลว จะแหงยาก ถา จาํ เปน ตองสวมใสในขณะท่ี
1. ผาพันคอ 2. เสื้อกลาม ฝนตก หลงั จากสวมใสเ สรจ็ แลว ควรนาํ มาผง่ึ หรอื เปา ความรอ นใหแ หง เพอ่ื ไมใ ห
3. เสื้อกันฝน 4. กางเกงขาสนั้ เกิดความชื้น ซ่งึ จะสงผลใหเกิดกล่นิ อับในรองเทา ได
(วิเคราะหคําตอบ : เม่ืออากาศหนาวควรสวมเคร่ืองแตงกายท่ีให
ความอบอนุ แกร า งกาย โดยสวมใสเ สอื้ กนั หนาว ผา พนั คอ หรอื หมวก
ไหมพรม สวนเส้ือกันฝนตองใสในฤดูฝน เสื้อกลามและกางเกง
ขาสั้นควรสวมใสในฤดูรอน ดงั นั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบที่ถกู ตอง)
T21
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สรปุ กิจกรรมพัฒนาการทํางาน
1. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ ความรู เรือ่ ง การ ถามมาหนตู อบได
เลือกใชเ สื้อผา ใหเหมาะสมกบั โอกาส สถานท่ี
และฤดกู าล ๑. การเลือกสวมเส้ือผาระหวางนักเรียนและผูปกครองเหมือนหรือ
แตกตางกัน อยา งไร
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนจัดทํา
แบบบันทึกกิจกรรมการแตงกาย เปนเวลา ๒. การเลือกเส้ือผาสําหรับสวมใสในฤดูรอน ฤดูฝน และฤดูหนาว
2 สัปดาห โดยใหครอบคลุมประเด็นตามที่ เหมอื นหรอื แตกตา งกนั อยา งไร
กําหนด ดงั นี้
1) แตง กายเหมาะสมกบั โอกาสและสถานที่ ๓. ถา นกั เรยี นจะไปศาสนสถานของศาสนาทน่ี กั เรยี นนบั ถอื ตอนเชา
2) แตงกายเหมาะสมกบั ฤดกู าล และตองไปรวมงานศพตอนเย็น นกั เรยี นจะแตงตวั อยางไร
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
จัดการเรยี นรู และทําแบบวดั ฯ การงานอาชีพ
หนวยการเรียนรูที่ 2 หนแู ตง กายเหมาะสม
เรียนรกู ิจกรรมทักษะการทาํ งาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments
ออกแบบเสื้อผาเคร่ืองแตงกายใหเหมาะกับตนเองในการไปงาน
เล้ียงปใหมโดยนําเสนอเปนภาพราง ๒ มติ ิ แลวสรางเส้ือผา ตามที่
ออกแบบจากวสั ดตุ า ง ๆ ทหี่ าไดใ นทอ งถนิ่ จากนน้ั สวมชดุ ของตนเอง
แลวนาํ เสนอทีห่ นาชัน้ เรยี น
หนรู ูสกึ อยา งไร
๑. การแตง กายเหมาะสมกับกาลเทศะมีผลดตี อ นักเรียนอยางไร
๒. ถานักเรยี นแตงกายเหมาะสมกบั โอกาส สถานที่ และสภาพอากาศ
นกั เรียนจะรสู ึกอยางไร
๑๘
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูแนะนํานักเรียนวา หลังจากสวมใสเส้ือผาแลว ควรทําความสะอาดให นิดและขิมไปเลนเครื่องเลนที่สวนสนุก นิดสวมใสเสื้อยืดกับ
เรียบรอย ควรซักผาโดยแยกผาสีออกจากผาขาว เพื่อปองกันสีตกใสกัน และ กางเกงยนี ขมิ สวมใสช ุดกระโปรงยาวคลมุ เขา ใครสวมใสเสือ้ ผา
ควรแชเส้ือผากับน้ําผสมผงซักฟอกกอนซัก 10 นาที เพ่ือใหคราบสกปรกหลุด ไมเหมาะสมกบั สถานท่ี เพราะอะไร
ออกงา ยข้นึ และปองกนั คราบสกปรกฝง แนน บนเสอื้ ผา
(แนวตอบ : ขิม เพราะการเลนเครื่องเลนควรสวมใสเสื้อผาที่
คลอ งตวั ทะมดั ทะแมง เพอื่ สะดวกตอ การเลน เครอ่ื งเลน ถา สวมใส
ชดุ กระโปรงยาว อาจทาํ ใหข นึ้ เครอื่ งเลน ไมส ะดวกหรอื เกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ได)
T22
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห ขนั้ ประเมนิ
คําช้แี จง : ใหน ักเรยี นประเมนิ การทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ท่ีกําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชอ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน
รายการ ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ จากการทําใบงานที่ 2.1 การสรุปความรู เรื่อง
การเลือกใชเส้ือผาใหเหมาะสม แบบทดสอบ
๑. แตง กายไดเ หมาะสมกบั โอกาสและกาลเทศะ หลังเรียน และแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3
๒. แตง กายไดเ หมาะสมกบั สถานที่ หนวยการเรียนรูท่ี 2 หนูแตงกายเหมาะสม
๓. แตง กายไดเ หมาะสมกบั สภาพอากาศในขณะนนั้ เพอ่ื วดั และประเมินผลความรขู องนกั เรยี น
รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑ ตัวอยางตารางบันทึกผล
erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·Ñ¡ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
คําชี้แจง : ใหน ักเรียนประเมินการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ทก่ี ําหนด แลว ขดี ✓ ลงในชอ งทีต่ รงกบั ระดบั คะแนน
รายการ
ทําไดดี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ
๑. วเิ คราะหการแตง กายที่เหมาะสม ตัวอยางตารางบันทึกผล
๒. วางแผนการออกแบบเสื้อผา เคร่อื งแตงกาย
๓. สรา งเสอ้ื ผา ตามท่อี อกแบบตามลาํ ดบั ข้ันตอน
จนงานสําเร็จ
๔. นําเสนอผลงาน
รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรบั ปรงุ = ๑
๑๙
ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
เครือ่ งแตง กายลักษณะใดท่ีไมเหมาะกับการสวมใสอยูบาน ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน
1. เสอื้ กลาม 2. กางเกงยนี ขายาว จากใบประเมนิ ช้ินงานทีแ่ นบทายแผนการจดั การเรยี นรู
3. กางเกงขาสนั้ 4. เสอื้ ยดื
การประเมนิ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
(วิเคราะหคําตอบ : เม่ืออยูบาน เราควรสวมใสเสื้อผาที่ชวยให แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
เคลอื่ นไหวไดส ะดวก ไมค วรสวมใสเ สอ้ื ผา เนอ้ื หนกั อยา งกางเกงยนี
ขายาว เพราะอาจทาํ ใหไ มส บายตัว ดงั น้นั ขอ 2. จึงเปน คําตอบ แบบประเมนิ แบบบนั ทึกกิจกรรมการแต่งกาย คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในชอ่ งที่
ท่ถี ูกตอ ง)
ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
321
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
1 แต่งกายเหมาะสมกบั โอกาส 32 32
2 แตง่ กายเหมาะสมกบั ฤดกู าล
รวม 1 เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน 1 การแสดงความคดิ เห็น
เกณฑ์การให้คะแนน ตัวอยา งแบบประเมินลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ2 ความถกู ต้องของเน้อื หา 2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน
ดี = 3 จากแผนการจดั การเรียนรู............../.................../................3 ภาษาทีใ่ ช้เข้าใจง่าย 3 การทางานตามหน้าทท่ี ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
พอใช้ = 2 4 ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการนาเสนอ 4 ความมนี า้ ใจ
ปรบั ปรงุ = 1 5 วธิ ีการนาเสนอผลงาน 5 การตรงตอ่ เวลา
รวม รวม
ลงช่อื ...................................................ผูป้ ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
.........../................./................ ............../.................../................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินสมบูรณช์ ัดเจน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน ให้ 2 คะแนน
5-6 ดี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
3-4 พอใช้
ต่ำกวำ่ 3 ปรบั ปรุง
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
12 - 15 ดี ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
8 - 11 พอใช้
ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
T23
Chapter Overview
แผนการจัด ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 1. หนังสอื เรยี น 1. อธิบายหลกั การ วธิ สี อน - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
หลักการจดั บา้ น
การท�ำความ การงานอาชีพ ป.3 จดั บ้าน การทำ� โดยกระบวน ก่อนเรียน รวบรวม 2. มจี ิต
สะอาด และ หนว่ ยการเรียนรู้ สาธารณะ
อปุ กรณ์ ท่ี 3 หนทู �ำความ ความสะอาด และ การกลุม่ - ตรวจใบงานท่ี 3.1 ข้อมลู
สะอาด 3. มุง่ ม่นั
อุปกรณ์ไดอ้ ยา่ ง สัมพนั ธ์ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 2. ทักษะการ ในการท�ำงาน
ถูกตอ้ ง - สังเกตพฤตกิ รรม ใหเ้ หตุผล
1 2. ใบงานท่ี 3.1 2. วางแผนการจดั การท�ำงาน 3. ทกั ษะการ
3. ใบงานท่ี 3.2 บ้าน ท�ำความ
ชั่วโมง 4. PowerPoint สะอาด และใช้ รายบคุ คล เชื่อมโยง
- สงั เกตพฤตกิ รรม 4. ทักษะการนำ�
อุปกรณต์ าม การทำ� งานกลมุ่ ความรไู้ ปใช้
กระบวนการ - สังเกตคุณลกั ษณะ 5. ทักษะการใช้
ท�ำงานได้ อนั พึงประสงค์ ชวี ิต
3. มมี ารยาทท่ดี ใี น
การท�ำงานรว่ มกบั
ผู้อืน่
แผนฯ ท่ี 2 1. หนงั สือเรียน 1. อธบิ ายการ วธิ สี อนโดย - สังเกตพฤตกิ รรม 1. ทกั ษะการ 1. มีวนิ ัย
การทำ� งานกลมุ่ รวบรวม 2. มีจติ
ข้ันตอนการ การงานอาชีพ ป.3 ท�ำความสะอาด ใชก้ ารสาธติ - สังเกตคุณลกั ษณะ ข้อมูล
ท�ำความสะอาด อันพึงประสงค์ 2. ทกั ษะการ สาธารณะ
บ้าน หน่วยการเรียนรู้ บ้านได้อย่าง 3. ม่งุ ม่ัน
ให้เหตุผล
1 ที่ 3 หนทู �ำความ ถกู ตอ้ งตาม 3. ทกั ษะการ ในการท�ำงาน
ช่วั โมง สะอาด ขนั้ ตอน เช่ือมโยง
4. ทกั ษะการน�ำ
2. อปุ กรณใ์ นการ 2. วางแผนการ
ความรไู้ ปใช้
ทำ� ความสะอาด ทำ� ความสะอาด 5. ทกั ษะการใช้
3. PowerPoint บ้านตาม ชีวิต
กระบวนการ
ท�ำงานได้
3. มมี ารยาทท่ีดีใน
การท�ำงานรว่ มกับ
ผ้อู ืน่
T24
Chapter Overview
แผนการจดั สอ่ื ท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 3 1. หนังสอื เรยี น 1. อธบิ ายวิธีการ วิธสี อน - ตรวจแบบวัดฯ 1. ทกั ษะการ 1. มีวินัย
ขั้นตอนการ การงานอาชีพ ป.3 ท�ำความสะอาด โดยเน้น - สังเกตพฤตกิ รรม รวบรวม 2. มจี ติ
ท�ำความสะอาด
หอ้ งเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ หอ้ งเรยี นได้อยา่ ง กระบวนการ การทำ� งานราย ข้อมลู สาธารณะ
1 ท่ี 3 หนทู �ำความ ถูกต้อง ปฏิบัติ บคุ คล 2. ทกั ษะการ 3. มงุ่ มนั่
ชั่วโมง สะอาด 2. วางแผนการ - สังเกตพฤตกิ รรม ให้เหตผุ ล ในการท�ำงาน
2. แบบวดั ฯ ท�ำความสะอาด การทำ� งานกลุ่ม 3. ทักษะการ
การงานอาชพี ป.3 ห้องเรยี นตาม - สังเกตคณุ ลักษณะ เชอ่ื มโยง
3. อุปกรณ์ในการ กระบวนการ อันพงึ ประสงค์ 4. ทักษะการน�ำ
ทำ� ความสะอาด ท�ำงานได้ - ตรวจแบบทดสอบ ความรู้ไปใช้
4. PowerPoint 3. มมี ารยาททด่ี ีใน หลังเรียน 5. ทักษะการ
การทำ� งานรว่ มกับ - ประเมนิ การ ใชช้ วี ติ
ผู้อ่ืน ทำ� ความสะอาด
สถานท่ีต่าง ๆ ใน
โรงเรียน
T25
นํา นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ นาํ ó ˹·Ù Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´?˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น เพื่อน ๆ มีวิธีการทําความ
นําเข้าสบู ทเรยี น
สะอาดบานและหองเรียน
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 1 คน เลา กระบวนการ อยา งไรบา งครบั
หรอื ขนั้ ตอนการทาํ ความสะอาดบา นของตนเอง
ท่ีตนเองหรือผูปกครองทําใหเพื่อนฟงหนาชั้น
เรยี น
2. นักเรียนคนอ่ืนรวมกันวิจารณและแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการหรือข้ันตอนการ
ทําความสะอาดบานของเพ่ือน โดยครูคอย
กระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในการปฏิบัติ
กจิ กรรม
ขนั้ สอน
จัดการเรียนรู้
1. นักเรยี นแบง กลุม กลุมละ 3-4 คน ตามความ
สมัครใจ จากน้ันนักเรียนแตละกลุมศึกษา
ความรู เรื่อง อุปกรณท่ีใชในการทําความ
สะอาดบา นและหอ งเรยี น การทาํ ความสะอาด
บา นและหอ งเรียน จากหนงั สือเรียน
2. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 3.1 เรอ่ื ง
การทําความสะอาดบาน โดยใหแตละคนคิด
หาคําตอบดวยตนเองกอน จากนั้นผลัดกัน
อภปิ รายคาํ ตอบของตนเองใหเ พอ่ื นในกลมุ ฟง
แลวหาคาํ ตอบที่เปนมตขิ องกลุม
à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ó ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ
๑. อธิบายวิธีการทําความสะอาดบานและหองเรียนได (มฐ. ง ๑.๑ การทําความสะอาดบานและ
ป.๓/๑) หอ งเรียนใหสะอาด ควรทาํ อยา ง
เปนขั้นตอนตามกระบวนการ
๒. บอกประโยชนของการทําความสะอาดบานและหองเรียนได ทํางาน เพ่ือใหงานสําเร็จตาม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) เปาหมาย บานและหองเรียนจึง
จะสะอาดเรยี บรอ ยตามทตี่ อ งการ
๓. ใชอุปกรณและเคร่ืองมือการทําความสะอาดบานและหองเรียน
ไดอยา งเหมาะสมกบั ลกั ษณะงาน (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)
๔. ทําความสะอาดบานและหองเรียนอยางเปนขั้นตอนตาม
กระบวนการทํางานดวยความสะอาด รอบคอบ และอนุรักษ
ส่งิ แวดลอ ม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
ครจู ดั กระบวนการเรยี นรูโดยใหนกั เรยี นปฏบิ ัติ ดงั น้ี ครแู บง กลมุ นกั เรยี นออกเปน 5 กลมุ จากนนั้ ครนู าํ สง่ิ ของตา งๆ
• วางแผนการทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรียน เชน ไมก วาดดอกหญา ไมก วาดทางมะพรา ว ไมถ พู น้ื ถงั นาํ้ แปรงลบ
• เตรียมอปุ กรณท ําความสะอาดบา นและหอ งเรียน กระดาน มาวางใหนักเรียนดูหนาช้ันเรียน แลวกําหนดส่ิงของให
• ทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรียน นักเรียนแตละกลุม โดยใหนักเรียนอธิบายประโยชนของสิ่งของ
• ตรวจสอบความสะอาดและนําอปุ กรณท าํ ความสะอาดเก็บเขา ที่ แตล ะชนิ้ พรอ มแสดงวธิ กี ารใชห นา ช้นั เรยี น
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การทําความสะอาดบานและหองเรียน
ควรทําอยางละเอียดและเปนข้ันตอน เพ่ือใหบานและหองเรียนมีความสะอาด
และเปน ระเบยี บเรียบรอย
T26
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ñ ÍØ»¡Ã³· ãÕè ªãŒ ¹¡Òà หนู ๆ เคยใชอุปกรณใด ขนั้ สอน
·Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´ºŒÒ¹ ในการทําความสะอาดบาง จัดการเรียนรู้
áÅÐˌͧàÃÂÕ ¹
การทาํ ความสะอาดบา นและหองเรียน เราตอ งเลอื กใชอุปกรณ 3. ครูและนักเรียนรวมกันเฉลยคําตอบในใบงาน
ใหเ หมาะสมกบั งาน เพอ่ื การทาํ งานทสี่ ะดวก รวดเรว็ และงานสาํ เรจ็ ท่ี 3.1
ตามท่ตี ้ังเปา หมาย
4. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ
อุปกรณทใ่ี ชในการทําความสะอาด • ถา ใชอปุ กรณทําความสะอาดบา น
ไมเหมาะสมกบั งานจะเกดิ ผลอยา งไร
ไมกวาดหยากไย (แนวตอบ : เชน ทาํ งานบา นไมส าํ เรจ็ ตาม
เปา หมาย ใชเ วลาในการทาํ งานบา นนาน
ทาํ จากเสน ใยตาลหรือไนลอน มีดา มจับทํา บา นไมส ะอาดและเรยี บรอ ยเทา ทค่ี วร)
จากไมหรือสเตนเลส ยาวประมาณ ๓ เมตร
ปลายไมก วาดแบน เหมาะสาํ หรับใชปด ฝนุ สรปุ และนําหลักการไปประยกุ ต์ใช้
หรือปดหยากไยบนที่สูง เชน เพดาน ฝา
ผนังหอง มุมหอ ง 1. นกั เรยี นรวมกันสรุปความรู เร่อื ง การทําความ
สะอาดบาน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
ไมปด ฝนุ ถกู ตองและอธิบายเพมิ่ เติมในสวนท่ีบกพรอง
ทําจากขนไกหรือไนลอน ลักษณะเปนพู 2. ครใู หน กั เรยี นแตล ะคนวางแผนและฝก ทาํ ความ
เบา และนมิ่ ยาวประมาณ ๒๕-๕๐ เซนตเิ มตร สะอาดบา นของตนเอง จากน้นั เขียนบันทึกผล
มดี า มจบั ทําจากพลาสติก เหมาะสําหรบั ใช การปฏบิ ตั ลิ งในใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง การทาํ ความ
ปดฝุนเครื่องเรือนหรือของตกแตง เชน สะอาดบา นของฉนั เปน การบา น แลว นดั หมาย
แจกนั กระจก ระยะเวลาสงใบงาน
๒๑
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถา นาํ ไมก วาดหยากไยม ากวาดพน้ื นักเรยี นคดิ วาเหมาะสม ครูอธิบายใหเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา กอนใชอุปกรณทําความสะอาด
หรอื ไม เพราะเหตุใด ทุกชนดิ ควรตรวจสอบสภาพใหดวี า อยูใ นสภาพสมบูรณหรือไม หากชํารดุ ควร
ซอมแซมกอนนําไปใชงาน เพื่อความปลอดภัยตอตนเองและประสิทธิภาพการ
(แนวตอบ : ไมเหมาะสม เพราะดามจับของไมกวาดหยากไย ทาํ งานทีด่ ี
มคี วามยาวมาก ถา นาํ มากวาดพน้ื จะกวาดไมส ะดวกและทาํ ความ
สะอาดไดไ มด ี)
T27
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ทไมาํ จก าวกาดดอกหญา 1หรอื พลาสตกิ มขี นบานออก
มีดามจับทําจากไมไผหรือพลาสติก ยาว
สรุปและนาํ หลักการไปประยุกต์ใช้ ประมาณ ๑ เมตร เหมาะสาํ หรบั กวาดเศษผง
หรือเศษขยะบนพื้นทเ่ี รียบและแหง เขาถึง
3. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด ไดทกุ ซอกทกุ มมุ เชน ใตตู ใตโ ตะ
• การวางแผนการทาํ ความสะอาดบา นชว ยให
การทํางานบานของนักเรียนมีประสิทธิภาพ ทีต่ กั ผง
อยา งไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น ทําจากพลาสติกหรือสังกะสี ใชสําหรับตัก
โดยใหอยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน) เศษฝนุ เศษผง หรือเศษขยะทเ่ี รากวาดมา
แลวนาํ ไปท้ิง
ขนั้ สรปุ
เคร่อื งดดู ฝนุ
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการจัดบาน
ขั้นตอนการทําความสะอาด และอุปกรณที่ใชใน ใชท าํ ความสะอาดโดยการดดู ฝนุ มาเกบ็ ไวใ น
การทําความสะอาด ชอ งเกบ็ ฝนุ ทต่ี วั เครอ่ื ง ชว ยใหก าํ จดั ฝนุ และ
เศษขยะในจุดทเ่ี ขา ถงึ ยาก
๒๒ ฝนุ หายภายในพรบิ ตา
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 ดอกหญา ทนี่ าํ มาทําไมกวาด คอื ดอกหญา ไมก วาดหรอื ดอกหญาตองกง บรเิ วณใดควรใชเคร่ืองดดู ฝนุ ทาํ ความสะอาดมากทสี่ ุด
โดยการนําดอกหญามาทําความสะอาดและตากแหง จากนนั้ นาํ ดอกออก แลว 1. บันไดบาน
นาํ ไปทําไมก วาด 2. มมุ หอ งนอน
3. พรมที่หอ งรับแขก
ส่ือ Digital 4. ใตโ ตะเขียนหนงั สือ
(วิเคราะหคําตอบ : เครื่องดูดฝุนสามารถกําจัดฝุนในจุดที่เขาถึง
ครใู หน กั เรยี นสแกน QR Code เรอ่ื ง ฝนุ หายภายในพรบิ ตา เพอ่ื ใหน กั เรยี น
นาํ ความรไู ปประยุกตใชกับการทาํ ความสะอาด ยากได พรมที่หองรับแขกเปนบริเวณท่ีไมกวาดทําความสะอาด
ไดยาก เพราะฝุนติดแนนอยูกับพรม บริเวณน้ีจึงควรใชเคร่ือง
ดูดฝุนทําความสะอาดมากท่ีสุด สวนบริเวณอ่ืนๆ ใชไมกวาด
ทาํ ความสะอาดได ดงั นัน้ ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)
T28
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ผา ถพู นื้ และไมถ ู ถงั นาํ้ ขนั้ ประเมนิ
ผาถูพื้นทําจากผาที่สามารถดูดซับนํ้าไดดี ครูวัดและประเมินความรูความเขาใจของ
เชน ผาฝาย เวลาใชงานตองนําผาไปซัก นกั เรยี นจากการทาํ ใบงานที่ 3.1-3.2 และการสรปุ
นา้ํ เปลา หรอื นา้ํ ผสมนาํ้ ยาถพู น้ื บดิ ใหห มาด ความรู เรื่อง การทาํ ความสะอาดบาน
แลวนํามาประกอบกับไมถู ใชถูพื้นเรียบ
เชน พ้นื กระเบือ้ ง พนื้ ปนู ซีเมนต
ผาดนั ฝุนและไมถู
ผา ดนั ฝนุ ทาํ จากผา ฝา ยหรอื ผา ไมโครไฟเบอร1
ซงึ่ มคี ณุ สมบตั ซิ บั ฝนุ และนาํ้ ไดด ี เวลาใชง าน
ตองนําผาดันฝุนประกอบกับไมถู และใช
น้ํายาดันฝุนฉีดที่ผา ใชถูฝุนบนพื้นที่เรียบ
แหง เชน พื้นไม
à¡Ãç´¡Ò÷Òí §Ò¹
๑. เลือกผลิตภัณฑและอุปกรณทําความสะอาดที่เหมาะสมกับพ้ืนที่ท่ีตองการ
ทาํ ความสะอาด
๒. เมื่อใชอุปกรณทําความสะอาดตาง ๆ เสรจ็ แลว เชน ไมก วาด ไมถูพ้นื ควรเก็บ
ในท่ีมิดชิด แตสามารถหยิบใชงานไดอยางสะดวก หากเปนอุปกรณทําความ
สะอาดประเภทผาควรซักและตากใหแหงทุกคร้ัง สําหรับผลิตภัณฑทําความ
สะอาด เชน น้ํายาถพู ืน้ นํา้ ยาดันฝนุ ควรปดฝาใหสนทิ และเก็บในอุณหภูมิที่
เหมาะสม
๒๓
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
เมื่อถพู ืน้ เสรจ็ แลวควรทาํ อยางไร ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน ักเรียนฟงวา ขณะฉีดน้าํ ยาดนั ฝุนทผ่ี า ควรฉีดเหนือ
1. ตากไมถูพื้นใหแ หง ลมหรือบรเิ วณท่ไี มมีลม เพอื่ ปอ งกนั นา้ํ ยากระเด็นโดนสวนตา งๆ ของรา งกาย
2. ซกั ผาถูพ้ืนใหส ะอาด
3. นําไมถพู น้ื ไปเกบ็ ทนั ที นักเรียนควรรู
4. เชด็ น้าํ ออกจากผา ถูพื้น
1 ไมโครไฟเบอร เปน สง่ิ ทผี่ สมกนั ระหวา งเสน ใยพอลเิ อสเทอรแ ละพอลเิ อไมด
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : เมอื่ ถพู น้ื เสรจ็ แลว ตอ งนาํ ไมถ พู น้ื และผา ถพู น้ื เนอ่ื งจากเสน ใยไมโครไฟเบอรม ขี นาดเลก็ จงึ ทาํ ใหส ามารถเกบ็ ฝนุ ไดด ี มนี าํ้ หนกั เบา
ไปทําความสะอาด นาํ คราบสกปรกออก เมื่อซักผา ถูพน้ื ใหสะอาด และแหง งา ย
แลว จงึ นาํ ผา ถพู น้ื ไปตากใหแ หง และนาํ ไมถ พู น้ื ไปเกบ็ เขา ที่ ดงั นนั้
ขอ 2. จึงเปนคาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)
T29
นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั นาํ ò ¡Ò÷Òí ¤ÇÒÁÊÐÍÒ´ หนู ๆ มีวิธีทําความสะอาด
ºÒŒ ¹áÅÐËÍŒ §àÃÂÕ ¹ บานและหองเรียน
1. ครูนําภาพหองท่ีไมสะอาดมาใหนักเรียนดู การทาํ ความสะอาดบา นและ อยางไรคะ
แลวถามนักเรยี นตามประเด็น ดังน้ี
• ขนั้ ตอนการทําความสะอาด หองเรยี น จะทาํ ใหบา นและหองเรยี นสะอาด ไมเ ปน แหลง สะสมของ
• อุปกรณใ นการทาํ ความสะอาด เชือ้ โรคหรือฝนุ ละอองทกี่ อ ใหเ กดิ โรคภูมแิ พ
2. นักเรียนแสดงความคิดเห็น หลักการทําความสะอาดบานและหองเรียน
ขน้ั สอน ๑. เกบ็ ของเลน ของใชต าง ๆ เขา ท่ีใหเรยี บรอ ย
๒. เลอื กอุปกรณในการทาํ ความสะอาดพื้นทีต่ าง ๆ ในบานอยาง
เตรยี มการสาธิต
เหมาะสม
ครูจัดเตรียมอุปกรณท่ีใชในการทําความ ๓. ทําความสะอาดจากท่ีสงู ลงสูที่ต่าํ ตามลําดับ ดังนี้
สะอาดบาน เพื่อใชในการสาธิต (ครูอาจเลือก
ทําความสะอาดหอ งอืน่ ๆ ไดตามความเหมาะสม • ปดหยากไย
เชน หองสมุด หองพักครู) • ปดฝนุ ละอองที่ส่งิ ของตา ง ๆ เชน โตะ ตู ชน้ั หนา ตา ง
• กวาดพืน้ นําเศษขยะ เศษผงไปท้งิ ทีถ่ งั ขยะ
สาธติ • ถูพืน้
๔. จดั เกบ็ อปุ กรณในการทําความสะอาด
1. ครูใหนักเรียนดูอุปกรณที่ใชในการทําความ
สะอาด แลวชวยกันบอกหนาที่ของอุปกรณ ๒๔
โดยครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในสว นท่ีบกพรอ ง
2. ครูทําความสะอาดใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง
พรอมอธิบายประกอบทีละข้ันตอนอยางชาๆ
เพ่ือใหนักเรียนสังเกต จดจํา และสามารถ
นาํ ไปปฏบิ ตั ไิ ดถกู ตอ ง
3. สมาชิกกลุมเดิมรวมกันทําความสะอาดไป
พรอมๆ กบั ครู โดยครูคอยดูแล ใหค วามชวย
เหลือ และเนน ยํ้าใหน กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความ
ปลอดภัยในการทาํ งาน
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครแู นะนาํ นกั เรยี นวา การจดั เกบ็ อปุ กรณก ารทาํ ความสะอาดควรจดั เกบ็ ให การเรยี งลําดับขัน้ ตอนในการทําความสะอาดสงผลดีอยางไร
เหมาะสม เพือ่ ใหอ ุปกรณก ารทําความสะอาดมสี ภาพดีและใชงานไดนาน เชน (แนวตอบ:การลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทาํ ความสะอาดจากทส่ี งู ลงสทู ตี่ าํ่
ควรจดั เก็บไมกวาดโดยนาํ ดา มไมกวาดวางลงบนพืน้ หรือหอยไวเ หนือพื้น ไมใ ห
ปลายไมก วาดวางกบั พน้ื ปอ งกนั ปลายไมก วาดบานจนใชท าํ ความสะอาดไดย าก ทาํ ใหท าํ ความสะอาดเพยี งรอบเดยี ว เพราะสงิ่ สกปรกแตล ะพน้ื ทมี่ า
รวมกนั แลว )
T30
นํา สอน สรปุ ประเมิน
๑. การทาํ ความสะอาดบา น ขน้ั สอน
กอ นการทาํ ความสะอาดบา น ควรวางแผนการทาํ งาน พรอ ม
สรปุ การสาธิต
ท้ังเตรียมอุปกรณใหพรอม จากน้ันจึงลงมือทําความสะอาดตามท่ี
วางแผน 1. นักเรียนรวมกันสรุปข้ันตอนการทําความ
สะอาดบาน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ
๑ การปดหยากไย ถกู ตอ งและอธิบายเพ่มิ เติมในสว นท่ีบกพรอง
• ใชผ า ผนื ใหญคลุมสิง่ ของ เชน โตะ 2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
ช้นั วางของ เกาอ้ี เพือ่ กนั หยากไย • ถานักเรียนจะทําความสะอาดเพดาน แต
ตกใส จากนั้นใชไมกวาดหยากไย ไมม ไี มก วาดหยากไย นกั เรยี นจะใชอ ปุ กรณ
กวาดหรือปดหยากไยท่ีเพดานหรือ ใดทาํ ความสะอาดแทน
ฝาผนงั จนสะอาด (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูสอน)
• คอย ๆ ยกผาคลุมออก นําผาไป
สะบัดใหหยากไยหลุด แลวพับผา ขนั้ สรปุ
เกบ็ ใหเ รยี บรอ ย
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนการ
๒ การปดฝุนละออง ทําความสะอาดบา น
• ใชไมปดฝุนปดฝุนละอองบริเวณตู ขนั้ ประเมนิ
โตะ ชั้นวางของ กระจกหนาตาง
แจกัน ใหส ะอาด ไมมีฝุนหรือเศษ ครูวัดและประเมินทักษะการทํางานของ
หยากไย ซ่ึงอาจใชผาชุบน้ําเช็ด นกั เรยี นจากการทาํ ความสะอาดบา น ตามประเดน็
ทําความสะอาดในสวนที่ตองการ ดงั นี้
ก็ได
• การวเิ คราะหงาน
• นําไมปดฝุนมาเคาะฝุนออก แลว • การวางแผนการทาํ งาน
เก็บเขา ท่ีใหเ รียบรอย • การปฏิบัติงาน
• การตรวจสอบงาน
๒๕
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
การเตรียมอปุ กรณการทาํ ความสะอาดใหพ รอมกอ นการ ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การปดหยากไยเปนการทําความ
ทําความสะอาด มปี ระโยชนอ ยา งไร สะอาดในพื้นทส่ี ูง เชน เพดานหอ ง และไมก วาดหยากไยมีดามยาว จงึ ควรให
ผใู หญช ว ยทาํ ความสะอาดในขน้ั ตอนนี้ หรอื นกั เรยี นควรทาํ โดยอยใู นสายตาของ
(แนวตอบ : ทาํ ใหส ามารถทาํ ความสะอาดไดอ ยา งราบรน่ื เพราะ ผูใหญ เพอื่ จะไดชวยเหลอื ไดท ันหากเกิดอุบตั ิเหตุ
ถาเตรียมอุปกรณการทําความสะอาดไมพรอม อาจตองใชเวลา
หาอปุ กรณท าํ ความสะอาดสงิ่ ตา งๆ ทาํ ใหใ ชเ วลาทาํ ความสะอาด
มากกวา เดมิ )
T31
นํา นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ นาํ ๓ การกวาดพนื้
1. นักเรียนรวมกนั ตอบคําถามกระตนุ ความคดิ • ใชไ มก วาดกวาดเศษผงหรอื เศษขยะ
• นกั เรยี นคดิ วา ในหอ งเรยี นมสี ว นใดบา งทคี่ วร จากซอกมมุ ใตเ ครอ่ื งเรอื น ออกมา
ไดรับการทําความสะอาด ดานนอกในทิศทางเดียวกัน แลว
(แนวตอบ : กระดานดาํ พน้ื หอ ง โตะ เกา อ)้ี กวาดใสที่ตักผงจนพ้ืนสะอาด จาก
นั้นนําไปทง้ิ ท่ีถงั ขยะ
2. นักเรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็
• ใชเคร่ืองดูดฝุนดูดฝุนละอองและ
ขนั้ สอน เศษผงแทนการกวาด เม่ือดูดฝุน
เสร็จแลวใหถอดถุงผาหรือกลอง
สงั เกต รับรู้ เก็บฝุนออก แลวนําฝุนละอองหรือ
เศษผงไปท้งิ ทถี่ ังขยะ
1. ครูใหนักเรียนชวยกันบอกอุปกรณที่ใชในการ
ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น แลว รว มกนั วางแผน ๔ การถูพืน้
กระบวนการทําความสะอาดหองเรียน โดย
ครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบาย • การถูพ้ืนไม ใชผาดันฝุนใสท่ีไมถู
เพ่ิมเตมิ ในสวนท่ีบกพรอง ฉีดน้ํายาดันฝุนที่ผา แลวถูพ้ืนจาก
ดานในมาดานนอก
2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• นักเรียนคิดวา การจัดเวรทําความสะอาด • การถูพื้นกระเบ้ือง พ้ืนปูนซีเมนต
หอ งเรยี นทกุ วนั มคี วามสาํ คญั หรอื ไม อยา งไร ใชผาถูพ้ืนท่ีซักนํ้าและบิดหมาด
(แนวตอบ: พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น มาประกอบไมถ ู ถพู น้ื จากดา นในมา
โดยใหอยใู นดลุ ยพินิจของครผู ูสอน) ดานนอก ควรซักผาถูพ้ืนบอย ๆ
เพ่ือความสะอาดของพ้ืน
3. ครูทําความสะอาดหองเรียนใหนักเรียนดูเปน
แบบอยา ง พรอ มอธบิ ายประกอบทีละขนั้ ตอน ๒๖
อยางละเอียด เพ่ือใหนักเรียนสามารถนําไป
ปฏิบัตไิ ดอยา งถูกตอง
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครแู นะนํานักเรยี นวา การกวาดเศษผงใสที่ตกั ผงสามารถทําไดง ายข้นึ ดว ย ขอใดจับคูอุปกรณทาํ ความสะอาดทใ่ี ชรวมกนั ไมถกู ตอ ง
การวางทต่ี ักผงตา่ํ กวาเศษผง แลวคอยๆ ใชไมกวาดกวาดเศษผงลงไป วธิ ีนจ้ี ะ 1. ผา ถูพ้นื -ถงั นํ้า
ชวยใหกวาดเศษผงลงที่ตักผงไดงาย และใชเวลานอยกวาการวางที่ตักผงและ 2. ท่ตี ักผง-ไมกวาด
เศษผงไวในระดบั เดียวกนั 3. เครือ่ งดูดฝุน -ทตี่ ักผง
4. ผาดนั ฝนุ -นํ้ายาดนั ฝนุ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : เครื่องดดู ฝนุ สามารถกกั เกบ็ ฝนุ ไวใ นเครอ่ื งได
เมอื่ ดดู ฝนุ เสรจ็ ควรนาํ ทเี่ กบ็ ฝนุ ออกมาเคาะฝนุ ออก จงึ ไมต อ งใชท ่ี
ตกั ผง ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี ูกตอ ง)
T32
นํา สอน สรปุ ประเมิน
๒. การทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น ขน้ั สอน
การทําความสะอาดหองเรียน ใชหลักการเดียวกับการ
ทาํ ตามแบบ
ทาํ ความสะอาดบา น ซง่ึ นกั เรยี นควรแบง หนา ท่ีในการทาํ ความสะอาด
โดยทาํ ความสะอาดเปนขั้นตอน ดังน้ี สมาชิกกลุมเดิมรวมกันทําความสะอาด
หองเรียนตามลําดับข้ันตอนท่ีครูทําใหดู โดยครู
ขนั้ ตอน การทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น คอยสังเกตการณและเนนย้ําใหนักเรียนตระหนัก
๑ ใชแ ปรงลบกระดานลบสง่ิ ทข่ี ดี เขยี นบนกระดานใหส ะอาด นาํ แปรงไปเคาะฝนุ ถึงความปลอดภยั ในการทาํ งาน
ชอลก หรือฝนุ จากปากกาเคมีออก ทาํ เองโดยไมม แี บบ
๒ จัดชั้นวางของใหเรียบรอย ใชไมปดฝุนปดฝุนละอองที่ชั้น โตะ หรือขอบ
สมาชิกแตละกลุมทําความสะอาดหองเรียน
หนา ตาง โดยอาจใชผาชบุ น้ําบิดหมาดเชด็ อกี คร้ังเพื่อความสะอาดยงิ่ ขึ้น ตามลําดับขัน้ ตอนโดยไมม ีแบบอยาง โดยครเู ปน
๓ กวาดพ้นื โดยยกเกา อี้ไวบ นโตะ เรยี นเพอื่ ใหสะดวกในการกวาด กวาดเศษผง ผูตรวจสอบความถูกตองและอธิบายเพ่ิมเติมใน
สวนท่บี กพรอ ง
จากซอกมุม ใตโ ตะ และพน้ื ที่อนื่ ๆ มากองรวมกัน แลว กวาดใสท ต่ี ักผง
๔ ถูพื้นจากดานในมาดานนอก เพื่อไมใหเหยียบพื้นตรงท่ีถูแลว โดยเลือกใช
อปุ กรณใหเ หมาะสมกบั พื้นหอง
๕ ยกเกาอล้ี ง จัดใหเปน ระเบียบ นาํ ขยะในถังไปท้งิ ทถี่ ังขยะใหญของโรงเรยี น
หนทู าํ ได
ทาํ ความสะอาดบา นและหอ งเรยี นได ทําไดดี พอทาํ ได ทาํ อีกครง้ั ๒๗
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
นักเรยี นควรถูพ้ืนหองเรียนอยางไรจงึ จะเหมาะสม ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ ใหนกั เรยี นเขา ใจวา ถังขยะในหอ งเรียนควรทิ้งขยะแหง
1. ถูเปน วงกลม เชน กระดาษ เศษฝนุ ขวดเปลา เพราะถาทง้ิ ขยะเปยก เชน เศษอาหาร น้าํ อาจ
2. ถสู ลบั ดานหนา และดานหลงั ทาํ ใหเ กดิ กลนิ่ เหมน็ ภายในหอ งเรยี น ซง่ึ รบกวนสมาธกิ ารเรยี นของทกุ คนในหอ งได
3. ถจู ากดา นนอกเขาไปดานใน
4. ถูจากดา นในออกมาดา นนอก ในแตละวันนอกจากนําขยะในถังขยะไปทิ้งแลว ควรลางทําความสะอาด
ถังขยะอยางนอ ย 1 ครงั้ ตอสปั ดาห เพือ่ ความสะอาดและปลอดภัยจากเช้ือโรค
(วิเคราะหคําตอบ : การถูพื้นตองถูจากดานในออกมาดานนอก
เพ่ือปองกันการเหยียบบริเวณท่ีเราถูไปแลวซ่ึงจะทําใหพ้ืน
สกปรกอกี ดังนน้ั ขอ 4. จึงเปน คําตอบท่ถี กู ตอง)
T33
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั สอน กิจกรรมพัฒนาการทํางาน
ฝก ใหช้ าํ นาญ ถามมาหนูตอบได
1. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ ๑. นกั เรียนมหี ลักในการจดั บานและหอ งเรียนอยา งไร
• การทําความสะอาดหอ งเรยี นมีประโยชน ๒. เพราะเหตใุ ดจงึ ตองทําความสะอาดจากทสี่ งู ลงสทู ่ีตํา่
อยา งไร ๓. เม่อื ใชอปุ กรณทาํ ความสะอาดเสรจ็ แลว ควรทําอยางไร
(แนวตอบ : ชวยใหหองเรียนสะอาด เปน ๔. การทําความสะอาดบานและหอ งเรยี นเปนหนา ท่ขี องใคร
ระเบยี บเรยี บรอ ย ปลอดภยั ตอ ผเู รยี น ผสู อน
และสง เสรมิ บรรยากาศการเรยี นร)ู เรียนรูกจิ กรรมทักษะการทํางาน C21 erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
2. ครูใหสมาชิกทุกกลุมรวมกันจัดเวรทําความ
สะอาดหอ งเรียนกลุมละ 1 วนั SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
3. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทําความสะอาด ๑. นาํ เสนอหนา ทขี่ องตนเองภายในบา นวา มอี ะไรบา ง และการปฏบิ ตั ิ
หองเรียนตามวันที่กลุมของตนเองเปนเวร หนาท่ีน้ีมีผลดีอยางไร
ทาํ ความสะอาด เพ่อื ใหเกิดความชาํ นาญ โดย
ครูคอยสังเกตการณและตรวจสอบผลการ ๒. แบง กลมุ แลว แบง หนา ทก่ี นั ทาํ ความสะอาดหอ งเรยี น วนั ละ ๑ กลมุ
ปฏิบัติกจิ กรรมของนกั เรยี นอยางใกลช ิด จากนัน้ บันทกึ ผลการทาํ งานตามหัวขอตอ ไปนี้
• การวางแผนการทํางาน
ขนั้ สรปุ • ขน้ั ตอนการทาํ ความสะอาดหองเรียน
• การเก็บอุปกรณท ่ีใชทาํ ความสะอาด
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ ความสะอาด • การประเมนิ ผลการทํางาน แลว นําเสนอท่ีหนา ช้นั เรยี น
หอ งเรียน
หนูรสู ึกอยางไร
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมเลือก ๑. การทํางานตามกระบวนการทาํ งานมผี ลดอี ยางไร
ทําความสะอาดสถานท่ตี างๆ ภายในโรงเรยี น ๒. การทาํ ความสะอาดบานและหอ งเรยี นมผี ลดีอยางไร
จากน้ันวางแผนการทําความสะอาด แลว
ปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว โดยใหครอบคลุม ๒๘
ประเด็นตามทก่ี าํ หนด ดงั นี้
1) การวางแผนการทําความสะอาด
2) การเลือกอปุ กรณทําความสะอาด
3) การใชอ ุปกรณท าํ ความสะอาด
4) ผลการทาํ ความสะอาด
(ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลาเรียน
แลว สังเกตการปฏบิ ัติกิจกรรมอยา งใกลชดิ )
3. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
จัดการเรียนรู และทําแบบวัดฯ หนวยการ
เรียนรูท ี่ 3 เร่อื ง หนทู ําความสะอาด
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครอู าจใหน กั เรยี นตกแตง หอ งเรยี นเพม่ิ เตมิ จากการทาํ ความสะอาด เพอ่ื ให ถานักเรียนตอ งทําความสะอาดหอ งนอน ควรวางแผนการ
นกั เรยี นมสี วนรวมในการดแู ลหอ งเรยี นมากขึน้ และฝกทกั ษะการคดิ สรางสรรค ทําความสะอาดอยา งไร
โดยครูอาจกําหนดพืน้ ท่ีในหอ งเรยี นใหน ักเรียนตกแตง เชน มุมหนงั สอื ประตู
บอรดความรใู นหอ งเรยี น (แนวตอบ: เรยี งลาํ ดบั พน้ื ทท่ี ต่ี อ งทาํ ความสะอาดจากทสี่ งู ลงทตี่ า่ํ
คอื เพดาน ผนงั เครอ่ื งเรอื น พน้ื จากนนั้ เตรยี มอปุ กรณท เ่ี หมาะสม
กับการทําความสะอาด สวมเคร่ืองปองกันฝุน เชน ผาโพกหัว
ผา ปด ปาก ถงุ มอื แลว ลงมือทําความสะอาด เมือ่ ทําความสะอาด
เสรจ็ ควรตรวจดคู วามเรยี บรอย ถาไมม ขี อ บกพรอ งใหนาํ อปุ กรณ
การทาํ ความสะอาดไปทําความสะอาดและจัดเกบ็ เขา ท่)ี
T34
นาํ สอน สรุป ประเมิน
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷íÒ§Ò¹ สําห ขนั้ ประเมนิ
คําช้ีแจง : ใหน ักเรียนประเมินการทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ที่กาํ หนด แลวขดี ✓ ลงในชอ งท่ตี รงกบั ระดับคะแนน ครูตรวจแบบประเมินการทําความสะอาด
สถานทตี่ างๆ ภายในโรงเรยี น ตรวจแบบทดสอบ
หลังเรียน และตรวจแบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3
หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 เร่อื ง หนูทําความสะอาด
รายการ ทาํ ไดดี พอทําได ปรับปรุง
๑. บอกประโยชนของการทาํ งานตามกระบวนการ ตัวอยางตารางบันทึกผล
ทํางานได
๒. ทําความสะอาดบานและหอ งเรียนไดต ามข้นั ตอน
๓. ใชอุปกรณในการทาํ ความสะอาดอยางเหมาะสม
รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรับปรุง = ๑
erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·¡Ñ ÉСÒ÷Òí §Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments
คําชี้แจง : ใหผูสอนประเมินทักษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ท่ีกําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชอ งท่ตี รงกับระดบั คะแนน
รายการ
ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรงุ
๑. วเิ คราะหก ระบวนการทํางานได
๒. ทาํ งานตามขน้ั ตอน ตัวอยางตารางบันทึกผล
๓. การรวมแสดงความคดิ เห็น
๔. การแบง หนา ท่ีในการทาํ งานอยางเหมาะสม
๕. การรว มมอื กันทํางานจนสาํ เรจ็
รวมทําไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรงุ = ๑
๒๙
กจิ กรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล
ใหน กั เรยี นแบง กลมุ 4 กลมุ จากนน้ั คดิ อปุ กรณท าํ ความสะอาด ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน
ในอนาคต โดยวาดภาพอปุ กรณท าํ ความสะอาด วธิ กี ารใชง าน และ จากใบประเมินชน้ิ งานท่แี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู
ประโยชนของอุปกรณทําความสะอาดลงในกระดาษ แลวออกมา
นําเสนอหนา ช้ันเรียน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
แบบประเมนิ การทาความสะอาดสถานทีต่ า่ งๆ ภายในโรงเรียน คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ลงในชอ่ งที คาชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งที
รายการประเมิน คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ / ระดับคะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน คุณลักษณะ ตรงกบั ระดบั คะแนน ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 321
1. การวางแผนการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ชื่อ – สกุล การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี ้าใจ การมี รวม 1. รกั ชาติ ศาสน์ รายการประเมิน
ทาความสะอาด ของนักเรียน ความ ฟงั คนอืน่ ตามทีไ่ ด้รับ สว่ นร่วมใน 15 กษัตรยิ ์
วางแผนการทาความ วางแผนการทาความ วางแผนการทาความ ลาดบั ท่ี การปรบั ปรุง 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรอ้ งเพลงชาติได้
2. การเลอื กอปุ กรณ์ คดิ เหน็ มอบหมาย คะแนน 2. ซอื สตั ย์ สจุ ริต 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทสี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
ทาความสะอาด ผลงานกลมุ่ 3. มวี ินัย รบั ผดิ ชอบ
สะอาดอย่างมขี นั้ ตอน และ สะอาดคอ่ นขา้ งมีข้นั ตอน สะอาด ไมค่ อ่ ยมขี นั้ ตอน 4. ใฝเ่ รียนรู้ ต่อโรงเรียน
3. การใชอ้ ุปกรณ์ เลอื กอุปกรณท์ าความ 32132132132132 1 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีตนนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนา
ทาความสะอาด สะอาด ไดถ้ กู ต้องปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ งและปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกต้อง และปฏบิ ตั ิ ไมค่ ่อยถกู ต้อง 5. อยูอ่ ย่างพอเพียง 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทเี กียวกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี รงเรียนจดั ข้ึน
2.1 ใหข้ อ้ มูลทถี ูกตอ้ ง และเป็นจรงิ
4. ผลการทาความ ตัวอยา งแบบประเมินเหมาะสม 6. ม่งุ มนั ในการทางาน 2.2 ปฏิบตั ใิ นสิงทีถูกต้อง
สะอาด จากแผนการจดั การเรยี นรูใชอ้ ุปกรณท์ าความสะอาด ใชอ้ ปุ กรณท์ าความสะอาด ใชอ้ ปุ กรณ์ทาความสะอาดเลอื กอุปกรณท์ าความเลือกอุปกรณ์ทาความ 7. รกั ความเป็นไทย 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั
สะอาดคอ่ นข้างถูกตอ้ ง สะอาด ไมค่ อ่ ยถูกต้อง 8. มีจติ สาธารณะ
ได้ถกู วธิ ี และมคี วาม ค่อนข้างถกู วธิ ี และมีความ ไม่คอ่ ยถกู วิธี และมคี วามเหมาะสมเหมาะสม มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวัน
ปลอดภยั ปลอดภยั ปลอดภัยน้อย 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ และนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้
ผลการทาความสะอาด ผลการทาความสะอาด ผลการทาความสะอาดไม่ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
มคี วามสะอาด และเป็น ค่อนข้างสะอาด และ คอ่ ยสะอาด และไม่ค่อย ............../.................../............... 4.3 เชอื ฟงั คาสงั สอนของบดิ า - มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้
ระเบยี บ เรยี บรอ้ ย ค่อนข้างเป็นระเบยี บ เปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย 4.4 ตัง้ ใจเรียน
เรยี บรอ้ ย 5.1 ใชท้ รัพย์สนิ และสิงของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด
เกณฑก์ ารให้คะแนน 5.2 ใช้อุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และร้คู ุณคา่
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมาเสมอ ให้ 3 คะแนน 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ
ให้ 2 คะแนน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทางานทีได้รับมอบหมาย
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรคเพือใหง้ านสาเรจ็
7.1 มีจิตสานึกในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณคา่ และปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน
8.2 ร้จู ักการดแู ลรักษาทรัพย์สมบตั ิและสิงแวดล้อมของห้องเรียนและ
โรงเรยี น
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมนิ
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ............../.................../................
10 - 12 6 - 9 เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ เกณฑ์การให้คะแนน
ดี พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ตากว่า 6 12 - 15 ดี พฤตกิ รรมทปี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมาเสมอ ให้ 3 คะแนน
ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ
8 - 11 พอใช้ พฤตกิ รรมทีปฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอ่ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมทีปฏบิ ัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
ตากว่า 8 ปรับปรงุ
T35
Chapter Overview
แผนการจัด ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทกั ษะท่ีได้ คุณลักษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์
แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น 1. อธิบายลักษณะ วธิ ีสอนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะการ 1. มวี นิ ัย
ส่อื สาร รับผดิ ชอบ
ปลกู ผกั การงานอาชพี ป.3 ของเมลด็ พนั ธุ์ กระบวนการ ก่อนเรยี น
สวนครัว หนว่ ยการเรียนรู้ ผกั สวนครัว ทำ� งาน - ตรวจแบบวดั ฯ 2. ทกั ษะการ 2. ใฝเ่ รียนรู้
- สงั เกตการนำ� เสนอ รวบรวม 3. มุ่งมน่ั
4 ที่ 4 หนูปลูกผกั วิธกี ารปลูก วัสดุ
ผลงาน ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
ช่ัวโมง สวนครวั และอปุ กรณ์ทใ่ี ช้
- แบบวดั ฯ การงาน ในการปลูก - ส ังเกตพฤติกรรม 3. ทกั ษะการ
อาชพี ป.3 ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง การทำ� งาน ให้เหตุผล
- วัสดุ อปุ กรณ์ และ 2. ปลกู ผกั สวนครวั รายบุคคล 4. ทกั ษะการ
เครือ่ งมือที่ใช้ในการ โดยใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ - ส งั เกตพฤตกิ รรม จำ� แนก
ปลกู ผกั สวนครวั และเครอื่ งมือ การท�ำงานกลุม่ ประเภท
- บตั รคำ� /บัตรภาพ ไดต้ รงกับลักษณะ - สงั เกตพฤติกรรม 5. ทกั ษะการนำ�
ผกั สวนครวั งาน อนั พงึ ประสงค์ ความรู้ไปใช้
- PowerPoint 6. ทกั ษะการใช้
ชวี ติ
T36
Chapter Overview
แผนการจัด สื่อที่ใช้ จดุ ประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ
การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์
3. ท�ำงานอย่าง - ตรวจแบบทดสอบ
เปน็ ขัน้ ตอน หลงั เรยี น
ตามกระบวนการ - ตรวจการปลูก
ทำ� งานดว้ ย ผักสวนครวั
ความสะอาด
ความรอบคอบ
และอนุรกั ษ์
สงิ่ แวดล้อม
T37
นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ นาํ ô ˹»Ù š٠¼¡Ñ Êǹ¤ÃÇÑ ?˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น
1. ครกู ลา วทกั ทายนกั เรยี น ครใู หน กั เรยี นทาํ แบบ เราจะปลกู ผกั สวนครวั
ทดสอบกอ นเรยี น จากแผนการจัดการเรยี นรู ใหไ ดผ ลผลติ ทส่ี มบรู ณ
ไดอ ยา งไร
2. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
• นักเรียนรูจักผักสวนครัวชนิดใดบาง และ
นักเรียนรับประทานสวนใดของผักสวนครัว
ชนดิ น้ันๆ บาง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดลุ ยพินจิ ของครูผูส อน)
3. นกั เรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน
4. ครแู จกบัตรคาํ /บัตรภาพผักสวนครัวให
กลมุ ละ 10 ใบ
à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ô ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ
๑. อธิบายวิธีการปลูก การดูแลผักสวนครัว และบอกประโยชน การปลูกผักสวนครัวใหได
ของการปลูกผักสวนครวั ผลผลิตที่สมบูรณ ควรศึกษา
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๑) วิธีการปลูกใหละเอียด ใชวัสดุ
อปุ กรณ และเครอื่ งมอื ในการปลกู
๒. ใชว สั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื เหมาะสมกบั การปลกู ผกั สวนครวั ใหเหมาะสม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)
๓. ปลกู ผักสวนครวั อยา งเปนข้นั ตอนตามกระบวนการทาํ งาน
ดวยความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษสงิ่ แวดลอ ม
(มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
ครจู ัดกระบวนการเรียนรโู ดยใหน กั เรยี นปฏิบตั ิ ดังน้ี ครใู หน กั เรยี นดภู าพการดแู ลรกั ษาผกั สวนครวั เชน รดนา้ํ ใสป ยุ
• ศกึ ษาลกั ษณะทวั่ ไปของผกั สวนครวั และการใชเ ครอ่ื งมอื เกษตรแตล ะชนดิ พรวนดิน จากนัน้ ถามคาํ ถามใหนกั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ ดงั น้ี
• ทาํ ความเขา ใจกระบวนการปลูกผกั สวนครวั
• ลงมอื ปลกู ผกั สวนครวั • การดูแลผักสวนครัวแตละวิธีมีประโยชนตอผักสวนครัว
จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา ในการปลกู ผกั สวนครวั ควรวางแผนการปลกู อยา งไร
อยางเปนขัน้ ตอน ใชเ คร่ืองมอื อยางเหมาะสม ลงมือปลูกผกั สวนครวั ตามแผนที่
วางไวอยางถูกตอ ง เหมาะสม และอนุรักษส ่ิงแวดลอ ม • ถานักเรียนดูแลรักษาผักสวนครัวไมสม่ําเสมอจะสงผลตอ
ผักสวนครวั อยา งไร
T38
นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ñ ¼¡Ñ Êǹ¤ÃÇÑ ขน้ั นาํ
ผักสวนครัว เปนพืชท่ีปลูกเพื่อนํามาประกอบอาหาร ใชพื้นที่ 5. ครูใหเลนเกมทายชื่อผักสวนครัวทีละกลุม
ในการเพาะปลูกนอย สามารถแบงตามลักษณะการนํามาประกอบ โดยใบตามผักสวนครัวในบัตรคํา/บัตรภาพ
อาหารได ๔ ประเภท ดังน้ี ท่ีครูแจก ครูกําหนดเวลาในการเลน กลุมละ
45 วินาที กลุมใดทายไดมากที่สุดจะมีสิทธ์ิ
ใชใบและลาํ ตนเปน อาหาร ใชผลหรอื ฝก เปนอาหาร เลอื กเมล็ดพนั ธุผักสวนครัวเปนกลมุ แรก
บัตรคํา/บัตรภาพ ที่ครูแจกแตละกลุมควร
ผกั ชี 1 มะเขอื เทศ 2 กําหนดขอบเขต ดังนี้
• บัตรคําสีเขียว ประเภทผักสวนครัวท่ีใชใบ
ผกั บงุ ถว่ั ฝก ยาว และลาํ ตน เปนอาหาร
• บัตรคําสีแดง ประเภทผกั สวนครวั ท่ใี ชด อก
เปนอาหาร
• บตั รคาํ สสี ม ประเภทผกั สวนครวั ทใ่ี ชผ ลหรอื
ฝกเปนอาหาร
• บตั รคาํ สฟี า ประเภทผกั สวนครวั ทใี่ ชห วั หรอื
รากเปนอาหาร
ครแู จกบตั รคาํ /บตั รภาพใหแ ตล ะกลมุ โดยการ
คละสี
คะนา แตงกวา
กวางตงุ พรกิ
๓๑
ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ขอใดจัดเปน ผกั ประเภทที่ใชใบและลาํ ตน เปนอาหารทัง้ หมด 1 ผักชี นิยมใชเปนผักโรยหนา บนอาหารหลายชนดิ มกี ลิ่นหอม มสี วนชวย
1. หอมหวั ใหญ-แครร อต 2. พรกิ ขห้ี นู-คะนา ลดระดบั นา้ํ ตาลในเลือด ลดความดันเลอื ด และลดไขมันในเลือด
3. ผักกระเฉด-ผักบุง 4. ดอกแค-ผักชี 2 มะเขอื เทศ มสี ารไลโคปน ชว ยลดความเสย่ี งในการเกดิ โรคมะเรง็ นยิ มนาํ มา
ประกอบอาหารท้ังแบบสดโดยค้นั เปน น้ําดื่มรบั ประทานแกลม กบั อาหาร หรอื นาํ
(วิเคราะหคําตอบ : หอมหัวใหญและแครรอตเปนผักที่ใชหัวหรือ มาทําใหสุก เชน ผัดเปรีย้ วหวาน ซุปมะเขือเทศ
รากเปนอาหาร พริกขี้หนูเปนผักท่ีใชผลเปนอาหาร ผักกระเฉด
ผกั บงุ และผกั ชเี ปน ผกั ทใ่ี ชใ บและลาํ ตน เปน อาหาร ดอกแคเปน ผกั
ที่ใชด อกเปนอาหาร ดงั นัน้ ขอ 3. จงึ เปนคําตอบท่ถี ูกตอ ง)
T39
นาํ นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขน้ั นาํ ใชห ัวหรอื รากเปน อาหาร ใชดอกเปนอาหาร
6. นักเรียนกลุมแรกที่ทายชื่อผักสวนครัวไดมาก ขิง ดอกขจร
และทาํ เวลาไดน อ ยทส่ี ดุ จะเปน กลมุ ทชี่ นะ
มนั ฝรั่ง ดอกสะเดา
7. เมื่อเลนเกมเสร็จแลว ครูใหแตละกลมุ บอกวา
บตั รคาํ /บตั รภาพผกั สวนครวั ทก่ี ลมุ ของตนเอง
ได จดั อยใู นผกั ประเภทใดบา ง
8. ครใู หน กั เรยี นหยบิ บตั รคาํ /บตั รภาพ คนละ 1 ใบ
จากนั้นรวมกลุม โดยใหคนที่ไดผักสวนครัว
ประเภทเดียวกันอยูกลุมเดียวกัน แลวออกมา
หนาช้ันเรียน เพื่อบอกช่ือผักสวนครัวแตละ
ประเภทวา มผี กั สวนครวั ชนดิ ใดบา งอกี ครงั้
หอมหวั ใหญ ดอกแค
เผือก ดอกโสน
๓๒
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครนู าํ ผกั สวนครวั มาใหน กั เรยี นดู โดยใหน กั เรยี นสงั เกตรปู รา ง ลกั ษณะของ จากภาพ จดั เปนผกั สวนครวั
ผกั สวนครวั ประเภทตา งๆ แลว ใหน กั เรยี นอธบิ ายความแตกตา งของผกั สวนครวั ประเภทเดยี วกับขอ ใด
แตล ะประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรผู กั สวนครวั ผา นการสมั ผสั และการสงั เกต
จากผักสวนครัวตนจริง ซึ่งจะชวยใหนักเรียนเขาใจผักสวนครัวแตละประเภท 1. ชะอม 2. ถ่วั ลันเตา
มากขนึ้ 3. มันสําปะหลัง 4. กะหลํ่าดอก
T40 (วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากภาพ คอื ฟก ทอง เปน ผกั สวนครวั ประเภท
ใชผลหรือฝก เปน อาหาร ซงึ่ เปนประเภทเดยี วกบั ถัว่ ลันเตา ชะอม
เปนผักสวนครวั ประเภทใชใ บและลําตน เปน อาหาร มนั สาํ ปะหลงั
เปนผักสวนครัวประเภทใชหัวหรือรากเปนอาหาร และกะหลํ่า
ดอกเปนผักสวนครัวประเภทใชดอกเปนอาหาร ดังนั้น ขอ 2.
จึงเปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอง)
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ò ¡ÒâÂÒ¾ѹ¸¼Ø Ñ¡Êǹ¤ÃÇÑ ขนั้ นาํ
ผักสวนครัวแตละชนดิ มวี ธิ ีการขยายพันธแุ ตกตา งกนั ไป เชน 9. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติม เร่ือง ประเภทผักสวนครัว
๑. การเพาะเมล็ด โดยการเปด PowerPoint ใหน กั เรยี นดู
การใชเ มลด็ หวา นหรอื โรยในพน้ื ทป่ี ลกู และใหต น งอกจากเมลด็ 10. นกั เรยี นกลบั มารวมกลมุ ตามเดมิ จากนน้ั กลมุ
ผกั สวนครวั ทนี่ ยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ้ี เชน คะนา ผกั กาดหอม ถวั่ งอก ทช่ี นะในการเลน เกมเลอื กเมลด็ พนั ธผุ กั สวนครวั
เปน กลมุ แรกและกลมุ ถดั ไปไดเ ลอื กตามลาํ ดบั
ขอดี ไดผักสวนครัวครั้งละจํานวนมาก และมี
ขน้ั ตอนการปลกู ที่งา ย 11. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมเรยี นรปู พู น้ื ฐาน หนว ยฯ ท่ี 4
หนปู ลกู ผกั สวนครวั จากแบบวดั ฯ การงานอาชพี
ขอเสีย ใชเมล็ดพันธุจํานวนมาก และอาจทําให ป.3
ผลผลติ กลายพันธุได
๒. การแยกหวั หรือหนอ
การนาํ หวั หรอื หนอ จากตน เดมิ มาปลกู เปน ตน ใหม ผกั สวนครวั
ที่นยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ้ี เชน ขิง ขา หัวหอม
ขอ ดี ผกั สวนครวั ไมก ลายพนั ธุ
ขอ เสีย ขยายพันธุไดครั้งละจํานวนนอย และมี
หลายข้นั ตอน
๓. การตอน
การทาํ ใหก ง่ิ ของตน เดมิ งอกรากใหม เมอ่ื รากแขง็ แรงจงึ นาํ กง่ิ นนั้
ไปปลกู เปน ตน ใหม ผกั สวนครวั ทน่ี ยิ มปลกู ดว ยวธิ นี ี้ เชน มะนาว มะกรดู
ขอ ดี ใชพื้นท่ีและอุปกรณในการปลูกนอย และ
ผกั สวนครัวไมก ลายพันธุ
ขอ เสีย ตนใหมไมม รี ากแกว ทาํ ใหยดึ เกาะดนิ ได
ไมด แี ละลม ไดง าย
การคัดเลือกพนั ธุผกั สวนครัว ๓๓
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ขอใดเปน ขอดีของการขยายพันธดุ ว ยการเพาะเมลด็ ครูอธิบายเพิ่มเติมใหน กั เรียนเขา ใจวา การขยายพนั ธุปลกู ผักสวนครัวควร
1. ใชว สั ดแุ ละเครอ่ื งมอื นอ ย 2. ใชพ น้ื ทใ่ี นการปลกู นอ ย ระมัดระวังการใชเครื่องมือในการขยายพันธุ เชน การตอน การแยกหนอ ที่
3. ไดผ ลผลติ จาํ นวนมาก 4. ผกั สวนครวั ไมก ลายพนั ธุ จาํ เปนตองใชม ีดในข้นั ตอนการขยายพันธุ ควรระวังอยา ใหมดี บาดมือ
(วิเคราะหค าํ ตอบ : การเพาะเมล็ดมีขอ ดี คอื เมื่อเกบ็ เก่ียวจะได ส่ือ Digital
ผลผลติ จาํ นวนมาก แตม ีขอ เสีย คอื ตอ งใชพ นื้ ที่ในการปลกู ใช
เมล็ดพันธุจํานวนมาก และผักสวนครัวอาจกลายพันธุ ดังนั้น ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เรื่อง การคัดเลอื กพันธุผักสวนครวั เพอ่ื ให
ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี ูกตอง) นกั เรียนนําวิธีการมาใชใ นการปลกู ผักสวนครัวของตนเอง
T41