นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ó à¤ÃèÍ× §Á×Íà¡ÉµÃ
วิเคราะหก์ ารทํางาน การปลกู ผกั สวนครวั ตอ งใชเ ครอ่ื งมอื เกษตร เพอ่ื ความสะดวกใน
การปลกู โดยตองใชใหถูกตอง เพื่อความปลอดภยั ของผูใ ชงาน
1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรยี น
• การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเองมี เคร่ืองมือ
ประโยชนอยางไร เกยี่ วกบั งานดนิ
(แนวตอบ : ประหยัดคาใชจายในการซ้ือ
ผักสวนครัวและไดผักสวนครัวที่ปลอดจาก จอบ เสยี ม
สารพษิ หรอื ยาฆา แมลง)
ใชข ดุ ดินและถากหญา ใชข ุดหลมุ และตกั ปุย
2. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั
แลวอธิบายวา เมล็ดพันธุท่ีทุกกลุมไดน้ันเปน พลว่ั คราด
ส่ิงที่จะนําไปขยายพันธุผักสวนครัวดวยการ
เพาะเมลด็
3. ครูใหนักเรียนดูเมล็ดพันธุท่ีกลุมของตนเอง
เลือก แลวถามแตละกลุมวาไดเมล็ดพันธุ
ผกั สวนครวั อะไร และเปน ผกั สวนครวั ประเภทใด
ใชต ักดินและตกั ปยุ ใชคราดหญา
ชอ นปลกู สอมพรวน ปุง ก๋ี
ใชข ดุ หลมุ ปลกู ใชพ รวนดิน ใชข นยา ยดิน
และยายตน กลา ใหดินรวนซยุ และปยุ
๓๔
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขาใจวา การใชเ คร่ืองมอื เกษตรควรเลอื กให มะลิตอ งการขนยายปยุ มะลคิ วรใชเครอื่ งมือเกษตรชนิดใด
เหมาะสมกับงานชนิดน้นั ๆ เชน ถา ตอ งการขดุ หลมุ เพ่ือปลูกตน ไมค วรใชเสยี ม 1. จอบ 2. คราด
ถา ตอ งการยายตน กลาควรใชชอนปลกู 3. ปุงกี๋ 4. ชอนปลูก
ทั้งนี้ เพื่อใหการทํางานเกษตรประสบผลสําเร็จ พืชมีความสมบูรณ (วิเคราะหคําตอบ : เมื่อตองการขนยายดินหรือปุยควรใชปุงกี๋
เจริญเติบโตไดดี และผูใชงานเครอ่ื งมอื เกษตรไมไดร ับอันตราย เพ่ือใหขนยายไดจํานวนมากและไมหกเลอะเทอะ สวนจอบใช
ขดุ ดนิ คราดใชค ราดหญา ชอ นปลกู ใชข ดุ หลมุ ปลกู และยา ยตน กลา
ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถกู ตอง)
T42
นํา สอน สรุป ประเมนิ
เครอ่ื งมือ กรรไกรตดั กิ่ง ขนั้ สอน
เกย่ี วกบั งานพชื
วิเคราะห์การทํางาน
กรรไกรตดั หญา
4. ครกู าํ หนดภาระงานใหแ ตล ะกลมุ ปลกู เมลด็ พนั ธุ
ใชต ดั หญา1และ ใชต ัดแตงกง่ิ ไมขนาดเล็ก ผกั สวนครวั ดว ยวธิ ที อ่ี นรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม โดยครู
ตดั แตง ตน ไม ยกตัวอยา งประกอบ เชน การใชแ ผงไขในการ
เพาะเมล็ดแทนการซ้ือกระบะเพาะเมล็ดหรือ
มดี ดายหญา กระถางตนไมท ท่ี าํ จากพลาสตกิ
5. ครูใหนักเรียนเสนอวิธีการปลูก แลวครูให
คําแนะนําเพ่ือใหนักเรียนสามารถนําวิธีน้ันๆ
ไปปลกู ผกั สวนครวั ไดอ ยา งถกู ตอ งและประสบ
ความสําเรจ็
สายยาง2 บวั รดนา้ํ
ใชดายหญา และ ใชร ดนาํ้ ตนไม ใชร ดนา้ํ ตน กลา
ฟนกิง่ ไมขนาดใหญ ขนาดใหญ และตนไมขนาดเลก็
การเกบ็ รกั ษา เคร่ืองมอื เกษตร »ÅÍ´ÀÂÑ äÇ¡Œ ‹Í¹
๑ ลา งดวยนํา้ สะอาด แลวเช็ดดวย
ระมดั ระวงั การใชเ ครอ่ื งมอื ทม่ี คี ม เพราะอาจ
ผาแหง หรอื ควํ่านํา้ ใหแ หง บาดสวนตาง ๆ ของรา งกายได
๒ ทานํ้ามนั กนั สนมิ บนเครื่องมือที่
๓๕
ทาํ จากโลหะ
๓ แยกประเภทเครื่องมอื แลว
จดั เกบ็ ใหเ รยี บรอย
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
เคร่อื งมือชนดิ ใดตอ งใชอ ยางระมดั ระวังมากที่สุด 1 หญา สามารถนํามาทําเปนน้ําหมักชีวภาพได โดยนําเศษหญามาผสมกับ
1. บัวรดนาํ้ 2. สายยาง เศษผัก เศษผลไมตางๆ และกากน้ําตาล จากนั้นหมักท้ิงไวในถังที่ปดมิดชิด
3. สอมพรวน 4. กรรไกรตัดหญา 3 เดอื น จะไดน า้ํ หมกั ชวี ภาพไปใสผักสวนครวั
2 สายยาง ถาตองการใชสายยางรดน้ํารดตนไมขนาดเล็ก ใหนําหัวฝกบัว
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : บวั รดนาํ้ สายยาง เปน เครอ่ื งมอื ทมี่ อี นั ตรายนอ ย ใสทป่ี ลายสายยางรดน้าํ เพ่อื ใหน ้าํ เปนฝอยละเอียด
เน่ืองจากไมมีคม และมีนํ้าหนักเบา สอมพรวนเปนเครื่องมือท่ีมี
นํา้ หนักเบา และมีคมเลก็ นอ ย แตไมมากเทา กรรไกรตดั หญา การ
ใชก รรไกรตดั หญา จงึ ตอ งระมดั ระวงั ในการใชม ากกวา เครอื่ งมอื อนื่
เพราะอาจบาดรางกายได ดังนัน้ ขอ 4. จงึ เปน คําตอบทถ่ี ูกตอ ง)
สายยางรดนํา้ ท่ีมหี วั ฝก บัว
T43
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน ô ¡ÒûÅÙ¡¼¡Ñ Êǹ¤ÃÑÇ
วเิ คราะห์การทาํ งาน การปลกู ผกั สวนครวั ควรเลือกปลกู ใหเ หมาะสมกับฤดกู าล เพอื่
ใหผักสวนครวั เจรญิ เตบิ โตไดด ี
6. นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลวิธีการปลูก
เมล็ดพันธุผักสวนครัวท่ีไดจากหนังสือเรียน หลักการปลูกผักสวนครัว
หรือสอื่ ตา งๆ โดยครกู าํ หนดหัวขอ ดงั น้ี
• ลักษณะเมล็ดพนั ธุผกั สวนครวั ๑. สาํ รวจตนเองวา ตองการปลูกผกั สวนครวั ชนิดใด
• ประเภทของผกั สวนครัว ๒. ศกึ ษาวิธกี ารปลูกผกั สวนครัวใหล ะเอียด เชน ขนาดลําตน
• ลกั ษณะของผักสวนครวั
• วสั ดุ อปุ กรณ และเครื่องมอื สภาพอากาศทค่ี วรปลกู โรคพชื ทพี่ บบอย
• ข้นั ตอนการปลกู ๓. เตรยี มพนื้ ท่ี วสั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื ใหพ รอ มสาํ หรบั การ
• การดูแลรักษา
• การเก็บเก่ยี ว ปลกู ผกั สวนครวั
๔. ปลกู ผกั สวนครวั และดแู ลรกั ษาอยา งถกู ตอ ง แลว เกบ็ ผลผลติ
7. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด
• การศึกษาขน้ั ตอนการปลูกผักสวนครวั มาประกอบอาหาร
มีประโยชนอยา งไร
(แนวตอบ : ทําใหเราสามารถลงมือปลูกผัก ขนั้ ตอนการปลกู ผกั สวนครวั
สวนครวั ไดอยา งตอ เนอ่ื ง รวู าข้ันตอนตอไป
ควรทาํ อะไร จะตอ งระวงั ส่ิงใดบาง) ๑ การเตรยี มดิน
๑. กําจัดวัชพืชที่ขึ้นบริเวณที่จะปลูกผักสวนครัว
ออกใหห มด
๒. ขุดดินในแปลงดวยจอบ แลวตากดินทิ้งไว
ประมาณ ๑-๒ สปั ดาห เมอ่ื ดนิ แหง แลว ใหย อ ย
ดนิ ใหละเอยี ด
๓. ใสป ยุ คอกและปยุ หมกั ลงไปในดนิ ใหก ระจายทว่ั
แปลง แลว คลกุ เคลา ดนิ และปยุ ใหเ ขา กนั โดยใช
จอบหรอื พลวั่
๔. ใชบ ัวรดน้าํ รดนํ้าใหท ว่ั แปลง เพอ่ื ใหดินชมุ ชืน้
Í¹ÃØ ¡Ñ ÉÊÔè§áÇ´ÅÍŒ Á
การใชบัวรดนํ้าสามารถควบคุมปริมาณการใชน้ําไดดี ทําให
๓๖ ไมส นิ้ เปลอื งนา้ํ มากจนเกนิ ไป
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด
ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การใสป ยุ คอกและปยุ หมกั ลงไปในดนิ ข้นั ตอนใดควรทําเปนอนั ดับแรก
เปนการเพ่ิมแรธาตุในดินใหสมบูรณมากข้ึน สงผลใหผักสวนครัวเจริญเติบโต 1. สํารวจพ้ืนทีป่ ลกู ผักสวนครวั
ไดด ี เพราะไดร ับสารอาหารครบถวน 2. ศึกษาวธิ กี ารปลูกผักสวนครัว
3. เตรยี มเครอ่ื งมือปลกู ผกั สวนครวั
สื่อ Digital 4. กําหนดผักสวนครัวท่ตี องการปลูก
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การปลกู ผกั สวนครวั จะตอ งกาํ หนดสงิ่ ทตี่ อ งการ
ครูสามารถหาความรเู พมิ่ เติมเกยี่ วกับเรอื่ ง การจัดการดนิ ไดท่ี www.ldd.
go.th ซง่ึ เปน เว็บไซตข องกรมพฒั นาที่ดนิ ปลูกเปนอันดับแรก จากนั้นจึงศึกษาวิธีการปลูก สํารวจพื้นท่ี
เตรยี มพื้นที่ เครอื่ งมือ แลวลงมือปลกู ผกั สวนครัว ดงั น้นั ขอ 4.
จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอง)
T44
๒ การปลูก นาํ สอน สรปุ ประเมิน
๓ การดูแลรกั ษา
๔ การเกบ็ ผลผลติ ๑. เพาะตน กลา ตามวธิ กี ารขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั ขน้ั สอน
แตละชนดิ
การวางแผนการทาํ งาน
๒. ขดุ หลมุ ปลกู ดว ยชอ นปลกู ใหล กึ พอสมควร แลว
ใชบ ัวรดนา้ํ รดนํ้าใหดินชุม ชื้น 1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันวางแผนการ
ปลูกเมล็ดพันธุผักสวนครัวดวยวิธีที่อนุรักษ
๓. นําชอนปลูกยายตนกลาท่ีแข็งแรงแลวมาลงใน ส่ิงแวดลอม โดยใชขอมูลที่ไดศึกษามาใน
หลมุ ปลกู โดยใหด นิ ตดิ รากตน กลา ดว ย จากนนั้ ชว่ั โมงทแี่ ลว
เกลยี่ ดนิ กลบ แลว กดดินรอบโคนตน ใหแนน
2. แตละกลุมออกมานําเสนอแผนการปลูก
๔. รดนาํ้ ใหช ุมทั้งแปลง แลวทําเพงิ บงั แดด เมล็ดพันธุผักสวนครัวกับครู แลวครูให
๑. รดนํ้าทุกวันชวงเชาและเย็น ไมควรรดนํ้าตอน คําแนะนําเพ่ิมเตมิ
กลางวันหรอื ชว งทมี่ แี สงแดดแรง 3. ครถู ามกระตนุ ความคดิ นกั เรยี น
๒. สาํ รวจแปลงผัก ถาพบวชั พชื หรอื แมลงใหถอน • วัสดุหรืออุปกรณใดบางที่สามารถนํามาใช
ปลูกผกั สวนครวั แทนกระถางตน ไมได
วัชพืชออกหรือกาํ จดั แมลงใหห มด (แนวตอบ : แผงไข ขวดนํ้าพลาสติก ถวย
๓. พรวนดนิ ดว ยสอ มพรวนทกุ ๗-๑๐ วัน เพอ่ื ให พลาสตกิ กะลามะพราว)
ดินรวนซุยและใสปุย เพื่อชวยใหผักสวนครัว 4. ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั
แขง็ แรง เครื่องมือเกษตร และการปลูกผักสวนครัว
โดยการเปด PowerPoint ใหนักเรียนดู
5. แตละกลุมปรับปรุงแผนการทํางานของกลุม
ตนเอง
๑. เกบ็ ผลผลติ ในชว งเชา หรอื เยน็ และเกบ็ ตามชนดิ
ของผกั สวนครวั เชน ใชม อื ถอนผกั บงุ ใชม ดี ตดั
คะนา
๒. จดั เกบ็ ผลผลติ ใหเ หมาะสมกบั ผกั สวนครวั แตล ะ
ชนดิ เชน ผกั กาดหอมควรพรมนาํ้ กระเทียม
ควรเก็บไวในที่แหง เพ่ือปองกันผักสวนครัว
เนา เสียหรือขนึ้ รา
๓๗
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ใครปฏบิ ตั ิตนในการทาํ งานเกษตรไดถูกตอง ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงวา การเก็บเก่ียวผลผลิตมีหลายวิธี โดย
1. หมวิ เกบ็ พรกิ ตอนสี่ทมุ ตอ งทําดว ยความระมัดระวงั ปอ งกนั ไมใ หผ กั ช้ําหรอื เนา เชน
2. แกว พรวนดินตนผกั ชที ุก 7-10 วนั
3. เหมียวรดน้ําแปลงผักสวนครัวสัปดาหล ะคร้ัง • ผักสวนครัวที่ตองเก็บผลผลิตโดยการถอนตนออกจากดิน ตองรดนํ้า
4. เกมใชก รรไกรตดั หญา ตดั ผกั กาดหอมเพอ่ื นาํ มารบั ประทาน ใหด นิ นิ่มกอนถอน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การเกบ็ ผลผลติ ควรทาํ ตอนเชา หรอื เยน็ ชว งท่ี • การตัดผลผลิตผักสวนครัวออกมาจากตนควรตัดข้ัวมาดวย เม่ือลางน้ํา
อากาศแหง ไมช้ืนจนเกินไป การพรวนดินควรทําทุก 7-10 วัน สะอาดแลว จงึ ดงึ ขวั้ ออก เพราะเมอื่ นาํ้ เขา ไปผา นขว้ั ทถี่ กู ดงึ ออกจะทาํ ให
การรดนํ้าควรรดทุกเชาและเย็น การเก็บผักดวยการตัดตองใช ผกั สวนครัวเนา เสียเรว็
มดี คมๆ เพอ่ื ไมใ หผกั ชํ้า ดงั น้นั ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอง)
T45
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขน้ั สอน µÇÑ ÍÂÒ‹ § การปลกู ผกั บงุ จนี
การลงมอื ทํางาน ผักบุงจีน เปนผักสวนครัวที่ใชใบและลําตนเปนอาหาร
ปลกู งาย เจรญิ เตบิ โตเร็ว ปลกู ไดต ลอดทัง้ ป เจริญเติบโต
1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันปลูกผักสวนครัว ไดด ีในดินท่มี คี วามชื้นสม่ําเสมอและระบายน้าํ ไดดี
ตามทีไ่ ดว างแผนไว
วสั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื
2. ครูคอยดูขั้นตอนการปลูกผักสวนครัวของ
แตละกลมุ เพอื่ แนะนาํ วิธกี ารปลกู ผกั สวนครวั เมลด็ พนั ธุ 1 ฟางแหง
การใชวสั ดุ อุปกรณ และเครื่องมือทถ่ี ูกตอ ง
3. แตละกลุมวาดหรือถายภาพการเจริญเติบโต
ของผักสวนครัวใหครูดูทุกสัปดาหและบันทึก
การทํางานลงในสมุด
4. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมตามตัวช้ีวัด
หนวยฯ ท่ี 4 หนปู ลูกผักสวนครวั กิจกรรมที่
4.1 และ 4.2 จากแบบวัดฯ การงานอาชพี ป.3
เสร็จแลวนาํ สงครูตรวจ
เสียม จอบ
สอมพรวน
บวั รดน้ํา ชอ นปลูก ปุยคอก
ขน้ั ตอนการปลกู ผกั บงุ จนี
๑ ใชจอบขุดดินทําแปลงปลูก จากนั้น ๒ ใชเสียมขุดหลุมแปลงปลูกใหลึกพอ
ใสปุยคอก ผสมใหเขากับดิน รดนํ้า ประมาณ โดยแตละหลุมหางกัน ๓๐
วนั ละ ๑ ครัง้ เมอ่ื ครบ ๗ วนั ใหก ลบั เซนตเิ มตร แลวรดนํ้าใหชุม
หนา ดนิ ดา นบนลงดา นลา ง ดนิ ดา นลา ง
ข้ึนดา นบน ปลอ ยทง้ิ ไว ๗ วนั เรยี กวา
๓๘ การบม ดนิ
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ
1 เมลด็ พนั ธุ ควรเลอื กเมลด็ พนั ธทุ ส่ี มบรู ณ โดยสงั เกตจากลกั ษณะของเมลด็ ยกตัวอยางพฤตกิ รรม 1 พฤติกรรม ท่ีจะทําใหผักสวนครัว
ตอ งไมม รี อยกดั กนิ ของแมลง และเมอื่ นาํ ไปแชน า้ํ จะตอ งจมนาํ้ สว นเมลด็ ทลี่ อยนา้ํ ไมเจริญเตบิ โต พรอ มบอกเหตุผล
คือ เมล็ดทไี่ มสมบูรณจ ะตองคดั ท้งิ ไมส ามารถนําไปเพาะปลูกได
(แนวตอบ : การดูแลผกั สวนครัวไมส มา่ํ เสมอ เชน รดนาํ้ สัปดาห
ละครง้ั ไมกําจดั ศตั รพู ชื ไมพรวนดิน)
T46
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
๓ ยายตนกลาผักบุงจีนลงในแปลงปลูก ๔ รดนํ้าทุกวันเชาและเย็น คอยกําจัด ขน้ั สรปุ
จากนน้ั กลบโคนตน ดว ยดนิ และฟางแหง วัชพืชที่ขึ้นในแปลง ใสปุยเปนประจํา
แลวรดนาํ้ ใหชุม เพอื่ ใหผักบุงจีนเจรญิ เติบโตไดดี การประเมินการทาํ งาน
1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันสรุปการปลูก
เมลด็ พนั ธผุ กั สวนครัวของกลุมตนเอง
2. สงตัวแทนกลุมนําเสนอการปลูกเมล็ดพันธุ
ผักสวนครัวของกลุมตนเองหนาช้ันเรียน โดย
นาํ เสนอดว ยวธิ กี ารของกลมุ ตนเอง แบง ขอ มลู
การนําเสนอเปน 4 ขั้นตอน ดงั น้ี
• ขน้ั สาํ รวจและศกึ ษาขอมูล
• ขน้ั วางแผนการปลกู
• ขั้นลงมือปลกู
• ขน้ั ประเมินผล
3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งการปลกู ผกั สวนครวั
ของทุกกลุม และอธิบายเพิ่มเติมในสวนท่ี
บกพรอง
๕ เมอื่ ปลกู ผักบุงจีนได ๒๔-๒๘ วัน ก็สามารถเกบ็ เกย่ี วได ไมค วรใหผ ักบงุ จีน
ทอดยอดลงบนพน้ื ดนิ แลว ออกดอก เพราะลาํ ตน จะเหนยี ว วธิ กี ารเกบ็ ตอ งใช
มือถอนท้ังราก แลว นํามาลา งใหสะอาด หรือใชม ดี ตัดยอดไปทําอาหาร
หนทู าํ ได
การปลกู ผกั สวนครัว ทาํ ไดด ี พอทําได ทาํ อีกคร้ัง ๓๙
กจิ กรรม ทา ทาย เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนศึกษาวิธีการปลูกผักสวนครัวแบบไมใชดินวามี ครูแนะนํานักเรียนวา นํ้าสะเดาสามารถชวยปองกันศัตรูพืชได โดยมีวิธี
วธิ กี ารอยา งไร และผลผลติ มลี กั ษณะอยา งไร จากนน้ั เขยี นแผนผงั การทาํ ดงั นี้
สรปุ ขนั้ ตอนการปลูกมานาํ เสนอหนาชั้นเรยี น
1. ใชสะเดาแหงทเ่ี มลด็ มเี ปลือกหมุ เมลด็ มาบดใหละเอยี ดจนเปนผง
2. นําผงสะเดา (อัตราสวน 1 กิโลกรัม : นํา้ 20 ลิตร) ใสลงในผาขาวบาง
จากน้นั นําไปแชในนํ้า 24 ชวั่ โมง แลวใชมอื บบี ค้ันทีผ่ าขาวบางใหสารที่
อยูในผงสะเดาออกมา
3. เมอื่ ไดน าํ้ จากผงสะเดาแลว นาํ ไปฉดี ปอ งกนั แมลง โดยฉดี พน ในชว งเยน็
สัปดาหละคร้ัง จะชวยปอ งกันศตั รพู ืชได
T47
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สรปุ กิจกรรมพัฒนาการทํางาน
4. ครถู ามกระตุนความคิดนกั เรยี น ถามมาหนตู อบได
• การปลกู ผกั สวนครวั ชว ยลดรายจา ยและ
สรา งรายไดใหกับครอบครัวของนกั เรยี น ๑. สภาพอากาศมคี วามสําคญั ตอ การปลกู ผกั สวนครวั อยา งไร
อยา งไร ๒. ถาใชเ ครื่องมอื เกษตรไมเ หมาะสมกับงานท่ีทําจะสง ผลอยางไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น ๓. การปลูกผกั สวนครวั มีผลดตี อ ตนเองและสภาพแวดลอมอยา งไร
โดยใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน)
เรยี นรกู จิ กรรมทักษะการทํางาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
5. ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ความรู เรือ่ ง การ jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
ปลกู ผกั สวนครวั
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
6. ครูเนนยํ้าใหนักเรียนเห็นถึงประโยชนของ Learning Environments
ผกั สวนครวั ที่มีตอรา งกายและสิง่ แวดลอม
๑. แบง กลมุ กลมุ ละ ๔-๕ คน รว มกนั เลอื กปลกู ผกั สวนครวั ๑ ชนดิ
7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรม จากนั้นสบื คนขอมูลเกีย่ วกบั ผักสวนครัวชนิดนั้น
ตามตัวช้วี ัด กจิ กรรมที่ 4.3 หนวยฯ ที่ 4 หนู
ปลูกผักสวนครัว จากแบบวดั ฯ การงานอาชีพ ๒. วางแผนการปลกู ผักสวนครัวตามขอมูลที่ไดศ กึ ษา
ป.3 ๓. ปลกู ผักสวนครัว โดยกาํ หนดหนา ท่ขี องสมาชิกในกลุม จากนนั้
8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน จดบนั ทกึ ผลปฏบิ ตั งิ าน และนาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี นตามหวั ขอ ดงั นี้
หนวยการเรียนรูท่ี 4 ปลูกผักสวนครัว จาก • ชนิดของผักสวนครวั ทีป่ ลูก
แผนการจัดการเรยี นรู • ข้ันตอนการปลูกผักสวนครวั
• ลักษณะผลผลติ ผักสวนครัวท่นี กั เรยี นปลกู ได
• อปุ สรรคระหวางการทํางานและการแกปญหา
หนูรูสึกอยางไร
๑. นักเรยี นรสู ึกอยา งไร เมอ่ื เห็นผลผลติ ผกั สวนครวั ท่ตี นเองปลูก
๒. ถา ปลกู ผักสวนครัวคร้งั ตอ ไป นักเรียนจะปลกู ผักชนดิ ใด เพราะอะไร
๔๐
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูเนนย้ําใหนักเรียนเขาใจวา การปลูกผักสวนครัว นอกจากการวางแผน ขอ ใดไมใ ชผ ลดีของการปลกู ผักสวนครวั ไวรับประทานเอง
ท่ีดีและการปฏิบัติตามข้ันตอนการปลูกแลว นักเรียนตองมีความรับผิดชอบ 1. ประหยัดคาใชจ า ย 2. ไมม ีแมลงรบกวน
อดทน ละเอียดรอบคอบ และมีความสมํ่าเสมอ เพราะผักสวนครัวตองไดรับ 3. ปลอดภยั จากสารพษิ 4. ใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน
การดแู ลเอาใจใสจ ึงจะสามารถเติบโตอยางแขง็ แรงได
(วิเคราะหคําตอบ : การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเองจะชวย
ประหยดั คา ใชจ า ยภายในครอบครวั ปลอดภยั จากสารพษิ และเปน
การใชเ วลาวา งใหเกดิ ประโยชน อาจมแี มลงมากดั กนิ ผกั สวนครวั
บาง ตอ งคอยกาํ จดั อยเู สมอ ดังน้ัน ขอ 2.จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)
T48
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห ขน้ั ประเมนิ
คาํ ช้ีแจง : ใหนกั เรยี นประเมนิ การทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ที่กําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน 1. ครูใหนักเรียนประเมินการทํางานของตนเอง
รายการ ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรุง ผานแบบประเมินการทํางาน
๑. เตรยี มดนิ เพอื่ ปลกู ผกั สวนครวั ไดถ กู ตอ ง 2. ครูประเมินการทาํ งานของนักเรียนผาน
แบบประเมินทกั ษะการทาํ งาน C21
๒. ใชว สั ดแุ ละเครอ่ื งมอื เกษตรไดเ หมาะสมกบั งาน
3. ครูตรวจแบบวัดฯ และแบบทดสอบหลังเรียน
๓. ปลกู ผกั สวนครวั ไดต ามลาํ ดบั ขน้ั ตอนและถกู ตอ ง การงานอาชีพ ป.3 หนว ยการเรียนรูที่ 4 หนู
๔. ดแู ลรกั ษาผกั สวนครวั ไดถ กู ตอ ง ปลกู ผกั สวนครวั
๕. เกบ็ เกย่ี วผลผลติ ไดถ กู ตอ ง
ตัวอยางตารางบันทึกผล
รวมทําไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรุง = ๑
erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ·¡Ñ ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
คาํ ชแ้ี จง : ใหผ ูสอนประเมนิ ทกั ษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ทกี่ ําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองที่ตรงกับระดบั คะแนน
รายการ
ทําไดดี พอทาํ ได ปรับปรงุ
๑. แบง หนาท่ีกันอยางเหมาะสม
๒. รว มมอื กนั ทาํ งานจนสาํ เรจ็ ตัวอยางตารางบันทึกผล
๓. แสดงความคดิ เหน็ อยา งเหมาะสม รวม
๔. รบั ฟง ความคดิ เหน็ ของคนในกลมุ
๕. ปลกู ผกั สวนครวั และนาํ ไปรบั ประทานได
ทําไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑
๔๑
ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล
การใชป ยุ จากเศษผกั และเศษผลไม สง ผลดตี อ สง่ิ แวดลอ มอยา งไร ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพ่ือประเมินชิ้นงานของนักเรียน
จากใบประเมนิ ชิ้นงานทีแ่ นบทายแผนการจัดการเรยี นรู
(แนวตอบ : เพราะเศษผักและเศษผลไม เปนวัสดุที่มาจาก
ธรรมชาติ เม่ือใชแลวจึงไมมีสารตกคาง ไมเปนอันตรายตอ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมนิ กำรนำเสนอผลงำน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบคุ คล
สงิ่ แวดลอมและปลอดภยั ตอ ผใู ชอ กี ดวย)
แบบประเมินการปลกู ผกั สวนครวั คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ คำชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี
ลำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
1 การใช้เครอ่ื งมอื เกษตร 321
ลำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดับคะแนน ระดบั คะแนน
32 1 ลำดับท่ี รำยกำรประเมิน 32 1
2 การปลูกผักสวนครวั 1 เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน 1 การแสดงความคิดเหน็
3 ผลงานการปลกู ผกั สวนครัว 2 ความถูกต้องของเนือ้ หา 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื
3 ภาษาที่ใช้เข้าใจงา่ ย 3 การทางานตามหนา้ ทที่ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
เกณฑ์การให้คะแนน 4 ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ 4 ความมนี า้ ใจ
ดี = 3 คะแนน 5 วิธีการนาเสนอผลงาน 5 การตรงต่อเวลา
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรุง = 1 คะแนน รวม รวม
รวม
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ตัวอยางแบบประเมินลงชอ่ื ...................................................ผู้.........../................./................ ............../.................../................
จากแผนการจดั การเรียนรูประเมนิ
............../.................../................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ำรให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน
8 - 9 ดี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น
5 - 7 พอใช้
ต่ำกว่ำ 5 ปรบั ปรงุ เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ เกณฑ์กำรตัดสินคณุ ภำพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภำพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภำพ
12 - 15 ดี
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้ 8 - 11 พอใช้
ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง
T49
Chapter Overview
แผนการจัด สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 1 1. หนงั สอื เรยี น 1. บอกเครื่องมอื ช่าง วธิ สี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินยั
ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
เคร่ืองมือชา่ ง การงานอาชีพ ป.3 แต่ละประเภท สบื เสาะ ก่อนเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง หาความรู้ - ตรวจใบงานที่ 5.1 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง
1 ที่ 5 หนเู รียนรู้ 2. วางแผนการ (5Es - สงั เกตการน�ำเสนอ รวบรวม 3. มุ่งมั่นในการ
ข้อมูล ทำ� งาน
ชั่วโมง งานชา่ งพนื้ ฐาน ท�ำงานอย่างเปน็ Instructional ผลงาน
2. บัตรภาพ ขน้ั ตอนตาม Model) - สงั เกตพฤติกรรม 3. ทกั ษะการให้
3. สิง่ ของชำ� รดุ กระบวนการ การท�ำงานราย เหตุผล
4. ใบงานที่ 5.1 ท�ำงานด้วยความ บคุ คล 4. ทักษะการ
เครอื่ งมอื ช่าง สะอาด รอบคอบ - สงั เกตพฤตกิ รรม จำ� แนก
5. PowerPoint 3. มีมารยาทท่ดี ีใน การท�ำงานกลุ่ม ประเภท
การท�ำงานร่วมกบั - สังเกตคุณลกั ษณะ 5. ทักษะการน�ำ
ผู้อื่น อนั พงึ ประสงค์ ความรไู้ ปใช้
6. ทกั ษะ
กระบวนการ
คดิ ตดั สนิ ใจ
7. ทกั ษะการใช้
ชีวติ
แผนฯ ที่ 2 1. หนังสอื เรยี น 1. อธิบายวิธกี ารใช้ วธิ ีสอนโดย - ตรวจใบงานที่ 5.2 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
การบำ� รงุ รักษา
และการซ่อมแซม การงานอาชีพ ป.3 และดแู ลรักษา กระบวนการ - สงั เกตพฤติกรรม ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
อปุ กรณง์ านชา่ ง หนว่ ยการเรียนรู้ เคร่ืองมือช่างได้ พอเพียง
ที่ 5 หนูเรยี นรู้ อยา่ งถกู ต้อง กลุม่ สมั พันธ์ การทำ� งาน 2. ทักษะการ
3. ม่งุ มัน่ ในการ
1 งานช่างพน้ื ฐาน 2. ใชแ้ ละดแู ลรกั ษา รายบุคคล รวบรวม
- สังเกตพฤตกิ รรม ขอ้ มูล ทำ� งาน
ช่วั โมง 2. เครือ่ งมอื ช่าง เคร่ืองมอื ชา่ ง การทำ� งานกลมุ่ 3. ทกั ษะการให้
3. ใบงานที่ 5.2 เรอื่ ง ไดอ้ ย่างถูกวิธี - สงั เกตคุณลักษณะ เหตุผล
วธิ ีการใช้และดูแล 3. มมี ารยาทที่ดใี น อันพึงประสงค์ 4. ทักษะการ
รกั ษาเครอ่ื งมอื ชา่ ง การท�ำงานรว่ มกับ จำ� แนก
4. PowerPoint ผอู้ น่ื ประเภท
5. ทกั ษะการนำ�
ความรูไ้ ปใช้
6. ทกั ษะการใช้
ชีวติ
T50
Chapter Overview
แผนการจดั ส่ือที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์
แผนฯ ที่ 3 1. หนงั สือเรยี น 1. บำ� รุงรกั ษาและ วิธีสอน - สงั เกตการน�ำเสนอ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
การบำ� รงุ รักษา การงานอาชีพ ป.3 ซอ่ มแซมของเลน่ โดยใช้ ผลงาน ส่ือสาร 2. อยู่อย่าง
และซอ่ มแซม
ของเล่น หน่วยการเรียนรู้ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง การสาธติ - สังเกตพฤตกิ รรม 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง
1 ท่ี 5 หนูเรยี นรู้ ตามขั้นตอน การท�ำงาน รวบรวม 3. มุ่งมนั่
ชว่ั โมง งานชา่ งพื้นฐาน 2. วางแผนการ รายบคุ คล ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
2. ของเล่น ท�ำงานอย่างเป็น - สังเกตพฤติกรรม 3. ทักษะการให้
3. เครอ่ื งมอื ที่ใชบ้ ำ� รุง ข้ันตอนตาม การทำ� งานกลุ่ม เหตผุ ล
รักษาและซอ่ มแซม กระบวนการ - สงั เกตคณุ ลักษณะ 4. ทักษะการน�ำ
ของเล่น ทำ� งานด้วยความ อันพงึ ประสงค์ ความรไู้ ปใช้
สะอาด รอบคอบ 5. ทักษะ
3. มมี ารยาททด่ี ีใน กระบวนการ
การทำ� งานรว่ มกบั คดิ ตดั สนิ ใจ
ผอู้ น่ื 6. ทกั ษะการใช้
ชีวติ
แผนฯ ที่ 4 1. หนังสือเรียน 1. บำ� รุงรักษาและ วิธสี อน - ตรวจแบบวดั ฯ 1. ทกั ษะการ 1. มวี นิ ัย
การบำ� รงุ รักษา การงานอาชพี ป.3 ซอ่ มแซมของใช้ โดยเนน้ - สงั เกตพฤตกิ รรม สอ่ื สาร 2. อยู่อย่าง
ซ่อมแซมของใช้
สว่ นตัว หนว่ ยการเรียนรู้ สว่ นตัวไดอ้ ยา่ ง กระบวนการ การทำ� งาน 2. ทกั ษะการ พอเพียง
1 ท่ี 5 หนูเรยี นรู้ ถูกตอ้ งตาม ปฏิบตั ิ รายบคุ คล รวบรวม 3. มุ่งมน่ั
ชัว่ โมง งานชา่ งพนื้ ฐาน ข้นั ตอน - สงั เกตคณุ ลักษณะ ขอ้ มูล ในการท�ำงาน
2. แบบวัดฯ การงาน 2. วางแผนการ อนั พึงประสงค์ 3. ทกั ษะการให้
อาชพี ป.3 หนว่ ย ทำ� งานอยา่ งเป็น - ตรวจแบบทดสอบ เหตผุ ล
การเรยี นร้ทู ่ี 5 ขนั้ ตอนตาม หลังเรยี น 4. ทักษะการน�ำ
หนเู รียนร้งู านช่าง กระบวนการ - ตรวจการบำ� รงุ ความรไู้ ปใช้
พื้นฐาน ทำ� งานด้วยความ รักษาและ 5. ทักษะ
3. ของใชส้ ว่ นตวั สะอาด รอบคอบ ซอ่ มแซมของเลน่ กระบวนการ
4. เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้บำ� รุง 3. มีมารยาทท่ีดีใน หรือของใชข้ อง คิดตดั สนิ ใจ
รักษาและ การทำ� งานร่วมกบั ตนเอง 6. ทกั ษะการใช้
ซอ่ มแซมของใช้ ผู้อนื่ ชวี ติ
ส่วนตัว
T51
นํา นํา สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ นาํ õ ˹àÙ ÃÂÕ ¹Ã§ŒÙ Ò¹ªÒ‹ §¾¹é× °Ò?¹Ë¹Ç‹ ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น เพอื่ นๆ มวี ธิ กี ารซอ มแซม
กระตนุ้ ความสนใจ
ของใชใ นบา นอยา งไรบา งครบั
1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
เรียนรูท่ี 5 หนูเรียนรูงานชางพ้ืนฐาน จาก ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ
แผนการจัดการเรยี นรู
งานชางพื้นฐานเปนงานชาง
2. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพการใชเคร่ืองมือชาง ทที่ กุ คนสามารถทาํ ไดด ว ยตนเอง
แลวรวมกนั วเิ คราะห วจิ ารณ และแสดงความ เชน การซอ มแซมของใชท ช่ี ํารดุ
คดิ เหน็ วา การกระทาํ ของเดก็ ในภาพเหมาะสม เล็กนอ ย หรือการสรา งของใชท ่มี ี
หรือไม อยา งไร วธิ ไี มซ บั ซอ นมาก ซง่ึ การมคี วามรู
พ้ืนฐานเกี่ยวกับงานชาง จะชวย
3. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจเกยี่ วกบั การเลอื กใช ประหยัดคา ใชจ ายได
เคร่ืองมอื ชางใหถูกตอ งเหมาะสม
ขนั้ สอน
สํารวจค้นหา
1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน ตามความ
สมคั รใจ แลว ใหแ ตล ะกลมุ ศกึ ษาความรู เรอื่ ง
เครอื่ งมือชา ง จากหนังสอื เรียน
2. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด
• เพราะเหตุใดเครื่องมือชางแตละประเภท
จึงมลี ักษณะการใชงานท่แี ตกตา งกนั
(แนวตอบ : เพราะเครอ่ื งมอื ชา งแตล ะประเภท
ถกู ออกแบบมาใหม รี ปู รา ง ลกั ษณะทแี่ ตกตา ง
กนั เพอื่ ใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะเฉพาะของ
งานแตล ะประเภท)
à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ õ
๑. รูจักและเลือกใชเครื่องมือชางในการทํางานชางพ้ืนฐานไดอยาง
เหมาะสม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)
๒. ซอ มแซมของใชใ นบา นไดอ ยา งเปน ขนั้ ตอนดว ยความขยนั อดทน
และรับผดิ ชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)
เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรา งคุณลักษณะอันพึงประสงค
ครูจัดกระบวนการเรยี นรูโ ดยการใหน กั เรียนปฏิบัติ ดงั นี้ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน จากน้ันครูเปดรูป
• สาํ รวจและวเิ คราะหสภาพของของใช ของใชท่ีชํารุดใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนแตละกลุมเลือกของใช
• ศกึ ษาและวางแผนดแู ลของใช 1 ช้นิ โดยใหน ักเรยี นอธบิ ายวา ถาไมซ อมแซมของใชช น้ิ นีจ้ ะสง ผล
• ดแู ลของใชต ามวธิ กี ารทศี่ ึกษามาดวยความละเอยี ดและปลอดภยั อยา งไร และควรซอ มแซมของใชอ ยา งไร
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การดูแลของใชจะทําใหของใชมีอายุ
การใชงานยาวนานและประหยัดคา ใชจ ายในครอบครวั
T52
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ñ à¤Ãè×ͧÁ×ͪҋ § หนู ๆ เคยใชเคร่ืองมือชาง ขน้ั สอน
อะไรบาง และใชทําอะไร
การทาํ งานชา งพน้ื ฐานแตล ะ อธิบายความรู้
งาน เชน การซอมแซมส่ิงของ
เคร่ืองใช การประกอบของใช 1. สมาชกิ แตล ะคนในกลมุ ผลดั กนั อธบิ ายความรู
ควรเลอื กใชเ คร่ืองมือชา งใหเหมาะสมกบั งาน ดังนี้ ท่ีไดจากการศึกษาใหเพ่ือนในกลุมฟงแบบเลา
เร่ืองรอบวง แลวซักถามความรูหรือขอสงสัย
เครื่องมือชางพนื้ ฐาน เพมิ่ เตมิ จนทกุ คนในกลมุ มคี วามรคู วามเขา ใจ
ทีถ่ ูกตองตรงกัน
๑. เคร่ืองมอื ทใี่ ชในการตดั
ใชส ําหรบั ตัดหรือผาวสั ดุใหแยกจากกนั เชน 2. นักเรียนตอบคําถามกระตนุ ความคิด
กรรไกร1 • เพราะเหตใุ ดจึงตองใชเครอ่ื งมอื ชา งให
คัตเตอร เหมาะสมกบั งาน
(แนวตอบ : เพ่ือใหงานสําเร็จตามเปาหมาย
ที่วางไว ชวยใหประหยัดเวลา และมีความ
ปลอดภยั ในการทาํ งาน)
3. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 5.1
เรอ่ื ง ประเภทของเครอ่ื งมือชา ง จากแผนการ
จดั การเรียนรู เสร็จแลวรวบรวมใบงานสง ครู
ใชตัดวัสดุบาง ๆ เชน กระดาษ ใชต ดั หรอื เฉอื นวสั ดทุ ี่ไมห นามาก
แผน โลหะบาง พลาสตกิ บาง เชอื ก เชน กระดาษ พลาสตกิ โฟม แผน
สายไฟฟา ผา ฟเจอรบ อรด
เลื่อยลนั ดา เลอื่ ยตดั เหล็ก2
ใชตดั หรือเลอื่ ยไม ใชต ดั โลหะ เชน ตะปู นอต เหล็ก
และใชต ดั ทอพลาสติก
๔๓
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
การใชเ ครอ่ื งมอื ตดั ในการทาํ งาน เสย่ี งตอ การเกดิ กบั อวยั วะใน 1 กรรไกร มหี ลายชนดิ เชน กรรไกรตดั ผา กรรไกรตดั เคร่อื งหนัง กรรไกร
ขอ ใดมากท่ีสดุ ตัดพลาสติก ควรเลือกใหเหมาะสมกับวัสดุที่ตองการตัด เพ่ือใหงานเรียบรอย
และกรรไกรไมชาํ รดุ เสียหาย
1. หู 2. ไหล 2 เล่ือยตัดเหล็ก มีลักษณะคลายเลื่อยฉลุและเลื่อยคันธนู แตกตางกันที่วิธี
3. เทา 4. นวิ้ มือ การใช เล่อื ยทง้ั 2 ชนดิ ใชตัดไม แตเ ลือ่ ยตัดเหลก็ ใชต ัดโลหะหรอื ทอพลาสติก
เทานน้ั ไมควรนําไปตัดไม เพราะจะตัดไดไมดีและอาจทําใหใ บเลอื่ ยชํารดุ
(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อตองตัดวัสดุเราตองใชมือขางหนึ่งจับ
เคร่ืองมือ สวนมืออีกขางหน่ึงจับวัสดุไว ทําใหน้ิวมือเส่ียงตอการ
บาดเจ็บเวลาใชเครื่องมอื ตัดสง่ิ ตางๆ มากที่สุด สวนอวัยวะอน่ื ๆ
อยูไกลจากเคร่ืองมือมากกวา จึงเส่ียงตอการบาดเจ็บนอยกวา
ดังนนั้ ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอง)
T53
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สอน ๒. เครือ่ งมือที่ใชในการตอก
ใชส ําหรบั ตอกหรือทุบวัสดตุ าง ๆ เชน
ขยายความเขา้ ใจ
คอนหงอน คอนไม
1. ครแู จกส่งิ ของท่ชี าํ รดุ ใหนักเรยี นกลมุ ละ 1 ช้ิน
เชน ขาตงั้ กรอบรูปชาํ รุด ฝากลองดนิ สอชาํ รุด ใชเ คาะ ตอก หรือทบุ ดานบนโคง ทาํ จากไมเ นอื้ แขง็ ใชส าํ หรบั เคาะ
หจู บั หมอ ชาํ รดุ แลว ใหส มาชกิ แตล ะกลมุ ชว ยกนั งอ โคนหนา ปลายบาง มรี อยแยก ดดั ตีวสั ดหุ รอื โลหะท่มี ีผิวออน
วิเคราะหและอภิปรายวา สิ่งของชิ้นดังกลาว ตรงกลางไวถอนตะปู
ตองใชเครื่องมือชางชนิดใดในการซอมแซม
และเครื่องมือชางน้ันจัดเปนเครื่องมือชาง ๓. เครื่องมือทีใ่ ชขนั เกลียว
ประเภทใด ใชสําหรับขนั เกลยี ว เชน
2. สมาชิกแตละกลุมสงตัวแทนกลุมนําเสนอผล ไขควง
การวิเคราะหและอภิปรายหนาชั้นเรียน โดย
ครแู ละนกั เรยี นกลมุ อนื่ ชว ยกนั ตรวจสอบความ เปน เครอื่ งมอื สําหรับไข และขันนอต
ถกู ตอ ง และครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทบี่ กพรอ ง หรอื ขนั สกรแู บบตาง ๆ
๔. เคร่อื งมือทใ่ี ชในการเจาะ
ใชเจาะชน้ิ งานใหเกิดรูท่มี คี วามเที่ยงตรง เชน
ใชสําหรับเจาะกระดาษใหเปนรูกลม ทเ่ี จาะกระดาษ
ขนาดเทา ๆ กัน มีทั้งแบบเจาะคร้ังละ
๒ รู และเจาะคร้งั ละ ๑ รู
๔๔
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา กอนการใชคอนตอกหรือทุบส่ิงใด ถาเลอื กไขควงปากแฉกขันสกรหู วั ผา จะสงผลอยางไร
ควรกะระยะใหดี หรืออาจใชปากกาทําเคร่ืองหมายไวบริเวณท่ีตองการตอก
หรือทุบ เพ่ือใหตรงกับบริเวณที่ตองการ หรือการตอกตะปูในครั้งแรกอาจลง ไขควงปากแฉก สกรหู ัวผา
น้าํ หนกั มือนอย ใหแนใ จวา กะระยะและตําแหนงถกู ตอง จากน้ันลงนํ้าหนักมอื
มากขึ้นในครั้งตอ ไป เพ่อื ปอ งกันการเกิดอบุ ตั เิ หตุ
1. ขนั สกรูไดส ะดวก 2. ขนั สกรูไดไมแนน
3. หวั สกรูอาจชาํ รุด 4. ไขควงแหลมคมขน้ึ
(วิเคราะหคําตอบ : สกรูหัวผาตองใชไขควงปากแบนขัน ถาใช
ไขควงไมตรงกับลักษณะสกรู อาจทําใหทั้งสกรูและไขควงชํารุด
ใชง านตอ ไมได ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปน คําตอบที่ถูกตอง)
T54
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
สวานขอ เสือ สวานไฟฟา ขน้ั สอน
ใชสําหรับเจาะไม ใชงานดวยวิธี ใชสําหรบั เจาะไม เหลก็ พลาสตกิ ขยายความเข้าใจ
การกดสว นบนของสวา นและหมนุ หรือคอนกรีต ใชไฟฟาใหเครื่อง
สวา นตรงขอ หมุนรูปตัวยู ทาํ งาน 3. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• ถา นกั เรียนพบเพ่ือนใชเครอื่ งมอื ชาง
สวานมอื หมุน เหลก็ แหลม ไมเ หมาะสมกบั งาน นักเรียนจะทาํ อยางไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
ใชสําหรับเจาะรูขนาดเล็ก มักใช ใชส าํ หรบั เจาะหนงั ผา หรอื โดยใหอ ยูในดุลยพนิ ิจของครผู ูสอน)
กับงานไม เรียกอีกช่ือหน่ึงวา กระดาษที่ไมหนามาก
สวา นเฟอง ตรวจสอบผล
»ÅÍ´ÀÂÑ äÇŒ¡Í‹ ¹ ครูตรวจสอบการนําเสนอผลการวิเคราะห
และอภิปราย เรอื่ ง เคร่อื งมือชา ง
การใชงานสวานไฟฟาน้ัน กอนการใชงานควรตรวจสอบใหแนใจวาสวานอยูในสภาพที่
ใชง านได เวลาจะใชง านควรเตรียมอปุ กรณป องกันใหพรอม ไมวา จะเปน แวนตาปองกนั หรือ ขน้ั สรปุ
ชุดปอ งกนั อนั ตราย เมอื่ ใชงานเสร็จเรียบรอย ควรทําความสะอาด และตรวจสอบสวานไฟฟา
ใหอยูในสภาพสมบูรณ แลว เกบ็ รักษาไวใ นกลองเคร่อื งมอื ใหมดิ ชิด ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เร่ือง
ประเภทของเครอื่ งมือชาง
ขนั้ ประเมนิ
ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน
จากการทําใบงานท่ี 5.1 การนําเสนอผลการ
วเิ คราะหและอภิปราย และการสรปุ ความรู เรอื่ ง
เครือ่ งมือชาง
เครอื่ งมือชางพ้นื ฐาน ๔๕
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
หนงิ ตอ งการเจาะกระดาษใหเ ปน รเู ทา ๆ กนั หนงิ ควรใชเ ครอ่ื งมอื ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา หลงั จากใชง านเครอื่ งมอื ชา งทกุ ชนดิ
ชนดิ ใด ตองทําความสะอาดและจัดเก็บใหเรียบรอย โดยเฉพาะเคร่ืองมือท่ีมีคม เชน
1. เหล็กแหลม 2. สวานไฟฟา กรรไกร เลอื่ ย เหล็กแหลม ควรนําปลอกหรือซองสวมบริเวณท่ีมคี มกอนนาํ ไป
3. สวา นมอื หมุน 4. ท่ีเจาะกระดาษ จดั เกบ็ เพือ่ ปอ งกันการเกดิ อุบตั ิเหตุ
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การเจาะรกู ระดาษใหม ขี นาดเทา ๆ กนั ตอ งใช สื่อ Digital
ท่ีเจาะกระดาษ เพราะเปนเคร่ืองมือท่ีเหมาะกับวัสดุและรูปทรง
ท่ีตองการ สวนเคร่ืองมือชนิดอ่ืนอาจเจาะกระดาษได แตไมได ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เร่ือง เครอื่ งมอื ชางพ้ืนฐาน เพ่อื ใหน ักเรียน
รูปทรงตามทต่ี องการและอาจทาํ ใหว สั ดเุ สยี หาย ดังน้นั ขอ 4. จึง เขาใจวิธกี ารใชเ คร่ืองมือชา ง แลวนําไปใชในชวี ิตประจําวนั
เปนคาํ ตอบทถ่ี ูกตอ ง)
T55
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ นาํ ๕. เครื่องมือท่ีใชในการวัด
ใชส าํ หรบั วดั ระยะ วดั ความกวา ง ความยาว และความสงู ของ
นําเขา้ สบู ทเรียน
ช้นิ งาน เชน
1. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนมีวิธีการใช การ
บํารุงรักษา และการซอมแซมเครื่องมือชางท่ี ตลบั เมตร ไมบรรทัด
บานของตนเองอยางไร
2. ครูขออาสาสมคั รนักเรยี น 1-2 คน เลาวิธกี าร
ใช การบํารงุ รกั ษา และการซอมแซมเคร่ืองมือ
ชางท่ีบานของตนเองใหเพื่อนฟงหนาช้ันเรียน
แลว ใหน กั เรยี นคนอน่ื รว มกนั วจิ ารณแ ละแสดง
ความคดิ เหน็ เพมิ่ เติม
ใชวัดระยะ เปนตลับส่ีเหลี่ยม มี ใชส าํ หรบั วดั ระยะสน้ั ๆ และขดี เสน
แถบวัดทําดวยเหล็กบางเคลือบสี ทาํ จากไม พลาสตกิ หรือเหลก็
ปลายแถบวดั มขี อเกยี่ วเลก็ ๆ ตดิ อยู
เหล็กฉาก สายวัด
ใชวัดทางตรงหรือตั้งฉากของ ใชวัดระยะของสิ่งตาง ๆ ท่ีมีรูป
ชน้ิ งาน รวมทงั้ วดั มุม ๙๐ องศา ทรงกลมหรอื วดั ขนาดตัวคนเรา
ทวี่ ัดระดบั น้ํา
ใชสําหรับการวัดระดับความเอียง
ของระนาบตาง ๆ
๔๖
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การใชตลับเมตรวัดส่ิงที่ยาวหรือ พอใหพ ี่ชายหยบิ เหล็กฉากมาให นักเรียนคดิ วา พอ จะนาํ
กวางมาก อาจใหเพื่อนหรือคนที่อยูบริเวณน้ันชวยจับปลายแถบวัดให เพ่ือให เหลก็ ฉากไปทาํ สงิ่ ใด
แถบวดั อยูน่ิง แลววัดระยะสิ่งตา งๆ ไดแ มนยํา
1. วัดรอบวงทอ น้าํ
ควรระมัดระวังการใชตลับเมตร เพราะแถบวัดทําจากเหล็ก เม่ือวัดขนาด 2. วัดความสงู หนังสือ
สง่ิ ตา งๆ เสรจ็ แลว ตอ งเกบ็ แถบวดั ใหเ รยี บรอ ย ควรเกบ็ ชา ๆ ไมค วรปลอ ยปลาย 3. วดั ขนาดมุมชัน้ หนังสือ
แถบวดั ดวยความเรว็ เพราะอาจทาํ ใหเ กดิ อุบัติเหตุได 4. วัดความกวางหองนอน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : รอบวงทอ นา้ํ ใชส ายวดั ขนาดมมุ ชนั้ หนงั สอื ใช
เหล็กฉาก ความกวางหอ งนอนใชตลับเมตร และความสงู หนังสือ
ใชไมบรรทดั ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบทถี่ ูกตอ ง)
T56
นํา สอน สรุป ประเมิน
๖. เครือ่ งมือที่ใชคีบ ขนั้ สอน
จบั ดดั โคง ใชส าํ หรบั คบี จบั วสั ดุ ชน้ิ งาน หรอื ดดั วสั ดใุ หโ คง
จดั การเรยี นรู้
งอ เชน
1. สมาชกิ กลมุ เดมิ รว มกนั ศกึ ษาความรู เรอ่ื ง การ
คีมปากแหลม คีมตัด ดูแลรักษาและการจัดเก็บเคร่ืองมือชาง จาก
หนังสือเรียน
ใชส าํ หรบั จบั ชน้ิ งานชนิ้ เลก็ ๆ หรอื ใชส ําหรับตดั ลวดหรือโลหะ
ตะปูสนั้ เน้อื ออ น 2. นักเรียนตอบคําถามกระตุนความคดิ
• การศกึ ษาวธิ กี ารใชเ ครอื่ งมอื ชา งใหเ ขา ใจกอ น
ใชงานมคี วามสําคัญอยา งไร
(แนวตอบ : ชวยใหใชเครื่องมือชางไดถูกตอง
เหมาะสมตรงกับลักษณะงาน และมีความ
ปลอดภยั ในการทาํ งาน)
3. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง
วิธีการใชและดูแลรักษาเครื่องมือชาง จาก
แผนการจดั การเรยี นรู จากนนั้ ตรวจสอบความ
ถูกตอง ถามีขอบกพรองใหชวยกันปรับปรุง
แกไ ข แลวนาํ ใบงานสงครูตรวจ
คมี ปากนกแกว คีมล็อก
ใชสําหรับถอนตะปู ตัดหัวตะปู ใชจับนอตหรือชิ้นงานเพื่อปองกัน
ตดั ลวด และโลหะเนื้อแขง็ การหมนุ หรอื เลอ่ื น ปากคมี สามารถ
ปรบั ขยายใหก วา งไดแ ละลอ็ กใหแ นน
หนทู าํ ได
เลอื กใชเ ครอ่ื งมอื ชางไดเหมาะสมกบั งาน ทําไดด ี พอทาํ ได ทําอีกครัง้ ๔๗
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
ถาตองการถอนตะปูแตไมมีคอนหงอนสามารถใชเคร่ืองมือใด ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา เม่ือใชคีมในงานชางควรจับคีมให
แทนได แนน และพอดกี บั มอื เพอ่ื ใหส ามารถซอ มแซมของใชไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ และ
1. คีมล็อก 2. คีมตดั ควรสวมเครอื่ งปองกัน เชน ถุงมือผา เพอื่ ปอ งกนั คมของคีมบาด แวนตา เพื่อ
3. คีมปากแหลม 4. คีมปากนกแกว ปอ งกันวสั ดทุ คี่ ีมจบั หรือตดั กระเด็นเขาตา
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : คมี ทส่ี ามารถใชถ อนตะปไู ด คอื คมี ปากนกแกว ทงั้ นี้ ถา วสั ดบุ างอยา งทน่ี กั เรยี นตอ งการใชค มี ตดั มคี วามแขง็ แรงมาก ควรให
สว นคมี ล็อกใชจ บั วัสดไุ มใหเคลื่อนท่ี คีมตัดใชสาํ หรบั ตัดลวดหรือ ผูใ หญท าํ ให
โลหะชนดิ อน่ื ๆ และคมี ปากแหลมใชจ บั ชนิ้ งานเลก็ ๆ ดงั นน้ั ขอ 4.
จึงเปนคําตอบท่ีถูกตอง)
T57
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขน้ั สอน เมอื่ ใชง านเครอ่ื งมอื ชา งเสรจ็ แลว ควรดแู ลรกั ษาและเกบ็ เครอื่ งมอื
โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
สรุปและนําหลักการไปประยกุ ต์ใช้
ÇÔ¸¡Õ ÒôáÙ ÅÃ¡Ñ ÉÒáÅШѴࡺç à¤Ã×èͧÁ×ͪ‹Ò§
1. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
• นกั เรยี นคดิ วา เครอื่ งมอื ชางท่ชี าํ รดุ เพยี ง ๑. เลอื กใชเครือ่ งมอื ชางใหเหมาะสมกับงาน เชน หากตองการทบุ
เล็กนอยสามารถนาํ มาใชง านไดหรอื ไม ตอก ควรเลอื กใชคอน หากตอ งการตัดกระดาษแผนบาง ๆ เปน
จงอธิบาย รปู รางเหลยี่ ม ควรเลอื กใชกรรไกรหรือคตั เตอร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดลุ ยพินิจของครผู ูสอน) ๒. ทําความสะอาดเครื่องมือทุกคร้ังหลังใชงานเสร็จ โดยใชผาแหง
และสะอาดเชด็
2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การดูแล
รกั ษาและการจดั เกบ็ เครอื่ งมอื ชา ง โดยครเู ปน ๓. เครอื่ งมอื บางชนดิ ทมี่ สี ว นประกอบเปน โลหะ เชน เลอื่ ย เหลก็ ฉาก
ผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพ่ิมเติม ปากคีม หัวคอนหงอน ควรทานํ้ามันกอนเก็บเพ่ือปองกันการ
ในสวนทบ่ี กพรอ ง เกดิ สนมิ
3. ครแู จกเครอ่ื งมอื ชา งใหน กั เรยี น แลว ใหส มาชกิ ๔. เกบ็ เครือ่ งมอื ชา งเขา ท่ีใหเ รียบรอ ย เพอื่ ปองกนั การสญู หายและ
แตละกลุมรวมกันวางแผนแสดงวิธีการใชและ สะดวกในการหยิบใช
ดูแลรกั ษาเครอ่ื งมอื ชางชนดิ น้นั ๆ
กอ นและหลงั การใชเครอื่ งมอื ชาง
ควรตรวจสอบทุกครั้ง หาก
เคร่อื งมอื ชํารุด ควรซอ มแซม
ใหเรยี บรอย
๔๘
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา นํ้ามีสวนทําใหเกิดสนิมได จึงควร ถาเคร่อื งมือชา งมีสนิมขนึ้ จะสง ผลอยา งไร
ใชผ าแหงเชด็ ทําความสะอาดเครอื่ งมอื ชางเปนขั้นตอนสดุ ทาย เพอ่ื ปอ งกนั การ (แนวตอบ : บริเวณท่ีสนิมข้ึนจะแตกหักงาย ทําใหประสิทธิภาพ
เกิดสนมิ
การทาํ งานลดลง เชน ถา สนมิ ขึน้ ท่คี มของใบเลือ่ ย จะทาํ ใหค วาม
ส่ือ Digital คมลดลงและไมส ามารถเล่ือยวัสดุไดด )ี
ครูคนหาคําวา วิธีกําจัดสนิมออกจากเคร่ืองมือชาง ใน www.youtube.
com เพ่ือใหนกั เรียนนําวิธีการและขน้ั ตอนการกาํ จดั สนมิ ไปใชกับเคร่อื งมอื ชา ง
ของตนเอง
T58
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ò ¡Ò÷íÒ§Ò¹ª‹Ò§ หนู ๆ เคยทํางานชาง ขน้ั สอน
พ้ืนฐานอะไรบาง และ
¾é×¹°Ò¹ ทําอยางไร สรปุ และนําหลกั การไปประยกุ ต์ใช้
งานชา งมคี วามสาํ คญั เกย่ี วขอ ง
กับการดําเนินชีวิตประจําวันของคนเราเปนสวนใหญ การมีความรู 4. สมาชิกแตละกลุมคัดเลือกตัวแทนกลุม เพ่ือ
ความเขา ใจในการทาํ งานชา งพนื้ ฐาน สามารถทาํ งานชา งพนื้ ฐานได แสดงวิธีการใชและดูแลรักษาเคร่ืองมือชาง
จะเกดิ ประโยชนต อการใชชวี ติ ประจําวนั ชนดิ ทคี่ รแู จกใหห นา ชนั้ เรยี น แลว ใหเ พอ่ื นกลมุ
งานชา ง เปน การนาํ ความรพู น้ื ฐานเกย่ี วกบั วสั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมอื อ่ืนรวมกันตรวจสอบความถูกตอง และแสดง
วธิ กี ารทาํ งาน ตลอดจนกระบวนการทางเทคโนโลยมี าใชใ นการบาํ รงุ ความคิดเหน็ เพม่ิ เตมิ
รักษา ซอ มแซม ติดต้ังเคร่ืองมือเครือ่ งใชอ ยางเปน ระบบ
งานชางพื้นฐาน เปนงานชาง 5. ครตู รวจสอบวธิ กี ารใชแ ละดแู ลรกั ษาเครอ่ื งมอื
เบ้ืองตนที่ทุกคนสามารถทําไดดวย ชางของนักเรียนทีละกลุม แลวเสนอแนะ
ตนเอง มกั เปน งานทเี่ กย่ี วขอ งกบั การ เพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง เพื่อใหนักเรียน
ซอมแซมสง่ิ ของเครอื่ งใชที่ไมย งุ ยาก นําไปปรับปรุง แกไข และประยุกตใชในชีวิต
ประจาํ วนั
6. นักเรียนแตละคนทําแบบฝกกิจกรรม จาก
แบบวดั ฯ เปน การบา น แลว นาํ สง ครใู นวนั ถดั ไป
วัดและประเมินผล
ครูวัดและประเมินความรูความเขาใจของ
นกั เรยี นจากการแสดงวธิ กี ารใชแ ละบาํ รงุ รกั ษา
อุปกรณงานชา ง
สลับซบั ซอน หรือลงทนุ สูง
หลักการทํางานชางพื้นฐาน
๑. วางแผนดําเนินงานการบํารุงรักษา การซอมแซม การติดตั้ง
และการผลิต โดยคํานึงถึงการใชเทคโนโลยี ทรัพยากร
พลังงาน และวธิ กี ารใชว ัสดุ อุปกรณอยา งเหมาะสม
๒. ปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนทว่ี างแผนไว พรอ มทงั้ มกี ารตรวจสอบ และ
แกไ ขระหวา งท่ีปฏบิ ตั ิ จัดเก็บ บํารุงรกั ษาเครอ่ื งใชเ คร่อื งมอื
๓. ตรวจสอบและประเมนิ การทาํ งานทกุ ขน้ั ตอน ตงั้ แตข นั้ เตรยี มการ
ข้ันดาํ เนินการ และหลังดําเนนิ การ
๔๙
ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
หลังจากเมซอ มแซมขาเกาอเี้ รยี บรอ ยแลว เมควรทาํ อยา งไรตอไป ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงวา งานชางในปจจุบันมีหลากหลาย เชน
1. นาํ ไปใหพอ น่ัง 2. ลองขยบั ขาเกา อ้ี ชางไม ชางซอมรถยนต ชางประปา งานชางทุกแขนงตองใชทักษะและความ
3. นาํ ของมาวาง 4. ข้นึ ไปยนื บนเกา อี้ ชํานาญ เพอ่ื ใหสามารถปฏิบตั ิงานไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ
(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อซอมแซมเกาอ้ีเสร็จแลว ควรตรวจสอบ งานบางงานตอ งใชชางจากหลายแขนงมารว มกันทํา งานจงึ จะสําเร็จ เชน
ใหเรียบรอยวา เกาอ้ีสามารถกลับมาใชงานไดแลว ถายังชํารุด งานสรา งบา น ตอ งใชชา งกอ สราง ชางไฟฟา ชางประปา ชา งอ่นื ๆ ในการสรา ง
ควรแกไ ขใหเ รียบรอยกอ นนาํ ไปใช ดังนน้ั ขอ 2. จงึ เปน คําตอบ ใหบานเสร็จสมบรู ณ
ทถ่ี ูกตอ ง)
T59
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
ขนั้ สรปุ การทาํ งานชา งพน้ื ฐาน มปี ระโยชน ดังนี้
ครูและนักเรียนรวมกันสรุปการดูแลรักษาและ ๑. เปนการฝกฝนการเรียนรูเพ่ือเปน ชางฝมือตอไปในอนาคต
ควรจัดเก็บเคร่ืองมือชาง และครูบอกใหนักเรียน ๒. เปนการตรวจสอบและซอมแซมเครื่องมือ เคร่ืองใช วัสดุอุปกรณ
เตรยี มของเลนทช่ี าํ รุดมาในช่ัวโมงถัดไป
ใหมสี ภาพการใชงานไดเปนอยางดี เพือ่ ยดื อายกุ ารใชงาน
ขน้ั ประเมนิ ๓. เปน การเรยี นรกู ารใชเ ครอ่ื งมอื วสั ดอุ ปุ กรณในงานชา งโดยตรง เพอ่ื การ
ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน สรางสรรคช น้ิ งานในชีวิตประจาํ วันหรือเพอ่ื การประกอบอาชพี ตอ ไป
จากการทําใบงานท่ี 5.2 การนําเสนอผลการ ๔. สง เสรมิ การมจี ติ สาํ นกึ เรอื่ งความปลอดภยั ในการทาํ งานไดเ ปน อยา งดี
วิเคราะหและอภปิ ราย และการสรปุ ความรู เรื่อง ๕. สงเสริมการคิดวิเคราะห การแกปญหา โดยการใชงานชางในการ
การดูแลรักษาและจัดเก็บเครื่องมอื ชา ง
ซอ มแซม
๖. สง เสริมการใชเวลาวา งใหเ ปน ประโยชนด วยการซอ มแซม เครือ่ งมือ
เครอ่ื งใชในบาน
๗. สงเสริมการอนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ ม โดยลดการใช
ทรัพยากรดวยการซอมแซมของใชท่ีมีอยูแลวใหมีสภาพดีทดแทน
การซอื้ ใหม
๕๐
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ เปน 4 กลมุ จากนนั้ ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ยกตวั อยา ง การทาํ งานชา งสง เสริมจติ สํานกึ เรอื่ งความปลอดภยั อยา งไร
เหตุการณที่ทําใหเ ห็นประโยชนข องงานชา งตามหัวขอ ดงั นี้ (แนวตอบ : การทํางานชางตองสํารวจส่ิงตางๆ ของบานและ
• อนุรักษส ่ิงแวดลอ ม ของใชใ นบา นเสมอวา มสี ง่ิ ใดชาํ รดุ หรอื ไม ถา มสี ง่ิ ใดชาํ รดุ ตอ งนาํ
• นาํ ไปประกอบอาชีพในอนาคต มาซอมแซม เม่ือซอมแซมเสรจ็ ตองตรวจสอบการใชงานใหดี เพอ่ื
• พฒั นาทกั ษะการคิดแกป ญ หา ปองกนั การเกดิ อนั ตรายตอสมาชกิ ในครอบครัว)
• ใชเ วลาวา งใหเปนประโยชน
T60
นาํ สสออนน สรปุ ประเมิน
ขน้ั ตอน การทาํ งานชา งพนื้ ฐาน ขน้ั นาํ
วิเคราะหง าน วางแผนการทาํ งาน ครูสุมถามนกั เรียนวา
• ของเลน ชนิ้ โปรดของนกั เรยี นคอื อะไร และมี
๑ ศกึ ษางานชา งพน้ื ฐานทจ่ี ะทาํ ๒ วางแผนวาจะทํางานอะไร
วามลี กั ษณะอยา งไร แลว นํา ทาํ เมอ่ื ไร ใครเปน ผรู บั ผดิ ชอบ ลกั ษณะอยา งไร
ขอ มลู น้ีไปกาํ หนดเปา หมาย ทาํ วธิ ใี ด ใชเ ครอ่ื งมอื อะไรบา ง (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
การทาํ งาน แลว เตรยี มอปุ กรณ ใหเ หมาะสมกบั งาน โดยอาจ โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
และเคร่ืองมือในการทาํ งาน เขยี นเปนแผนผังความคิด • นกั เรยี นมวี ธิ กี ารบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของ
เลน อยา งไรบา ง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
ขน้ั สอน
เตรยี มการสาธิต
ครูจัดเตรียมของเลนท่ีชํารุด และเคร่ืองมือท่ี
ใชบ ํารงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน เพือ่ ใชในการ
สาธิตการบํารุงรักษาและซอ มแซม
ปฏบิ ตั ิงาน ประเมินผลการทาํ งาน
๓ ทํางานชางพื้นฐานตามที่ ๔ ตรวจสอบผลการทาํ งานชา ง
วางแผนไวด ว ยความ ประณตี พื้นฐานวาเปนไปตามแผน
ระมดั ระวงั รอบคอบ และทาํ ทว่ี างไวหรือไม หากพบขอ
ดวยความตง้ั ใจ บกพรองควรปรับปรุงแกไข
๕๑
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ใครกําลังทํางานชา งในขนั้ ตอนวเิ คราะหง าน ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา การปฏิบัติตามข้ันตอนของการ
1. สมลงมอื ซอ มแซมของใชทช่ี าํ รดุ ทํางานชางจะสงผลใหนักเรียนทํางานไดอยางเปนระบบ มีข้ันตอนการทํางาน
2. เมบอกหนา ท่ขี องสมาชิกกลมุ แตล ะคนใหร ู ชัดเจน ซึ่งนักเรียนสามารถนําวิธีการทํางานลักษณะน้ีไปประยุกตใชกับการ
3. แยมสาํ รวจลักษณะการชํารุดของของใช ทํางานอ่ืนๆ ได โดยปรับใหเหมาะสมกับเน้ือหางาน เชน ใชข้ันตอนนี้กับการ
4. โตง ตรวจสอบความแขง็ แรงของของใชท ีซ่ อมเสรจ็ แลว ทาํ รายงาน เรม่ิ จากการวิเคราะหห ัวขอทีต่ อ งทํา วางแผนการทํางาน หาขอมูล
ตา งๆ จากนั้นทาํ รายงาน เม่ือทําเสร็จตรวจสอบความถูกตอง และถามีขอผิด
(วิเคราะหคําตอบ : สมอยูในขั้นตอนการปฏิบัติ เมอยูในข้ันตอน พลาดใหแ กไขกอนสง
การวางแผน แยมอยใู นขนั้ ตอนวเิ คราะหง าน และโตง อยใู นขนั้ ตอน
ประเมินผลการทํางาน ดงั น้นั ขอ 3. จงึ เปนคําตอบทถ่ี ูกตอง)
T61
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน »ÅÍ´ÀÑÂäÇ¡Œ ‹Í¹
สาธิต เราควรหมนั่ สาํ รวจบรเิ วณตา ง ๆ ในบา นและสงิ่ ของภายในบา นอยา งสมา่ํ เสมอ
หากพบรอยชํารุดเสยี หายตอ งรบี แกไขทันที
1. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง
การทํางานชางพื้นฐาน จากหนังสือเรียนมา สิง่ ท่เี มอื่ ชํารุดแลว อาจสรา งปญหารายแรงได ไดแก
ลวงหนา • สว นของบานหรอื อุปกรณข องใชภ ายในบานท่ีทาํ จากไมม ีรอยผุ
สว นทีพ่ บไดบ อ ย ไดแ ก เฟอรนเิ จอร ขอบประตู และขอบหนา ตา ง หากปลอ ยทิ้งไว
2. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ นานจะซอมแซมไดยาก เพราะไมผุขยายไปยังสวนอ่ืน ๆ ในการซอมแซมไมผุน้ัน
• นักเรียนมีประสบการณการบํารุงรักษาและ เราตอ งนาํ สว นทผ่ี อุ อกใหห มด แลว เสรมิ ไมใ หมแ ทน ถา เปน รอยผทุ ี่ไมส ามารถทาํ ได
ซอมแซมของเลน บา งหรอื ไม จงอธบิ าย ดวยตวั เอง ควรจา งชา งผูเช่ียวชาญมาซอมแซม
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น • ทอนํา้ หรอื ทางระบายน้าํ อดุ ตัน
โดยใหอยใู นดุลยพนิ จิ ของครผู ูสอน) เราควรหม่ันทําความสะอาดและตรวจสอบทอระบายนา้ํ ในบรเิ วณบา นอยเู สมอ หาก
ภายในทอ หรอื ทางระบายนา้ํ มสี งิ่ อดุ ตนั ตอ งรบี กาํ จดั ออกโดยเรว็ มฉิ ะนน้ั นา้ํ ทร่ี ะบาย
ไมไ ดอาจไหลยอนเขา มาภายในบาน
• กระเบื้องหลงั คาแตก แผน ฝาเพดานมรี อยนํ้าซึมนํา้ หยด
เมื่ออยูท่ีบาน สวนมากมักไมมีใครมองดูแผนฝาเพดานหรือหลังคาบาน ซ่ึงจะให
ความสนใจก็ตอเมื่อเกิดปญหาแลว เชน น้ําไหลลงมาทําใหสิ่งของในบานเสียหาย
หรอื แผน ฝา เพดานหลน ลงมาทพ่ี น้ื การปอ งกนั ทดี่ ที สี่ ดุ คอื การคอยตรวจสอบดเู ปน
ประจํากจ็ ะสามารถปองกันปญหาได
๕๒
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูเนนย้ําใหนักเรียนเขาใจวา การสํารวจสวนตาง ๆ ของบานและของใช ส่งิ ใดถาชํารุดพรอ มๆ กนั ควรซอ มแซมเปน อันดบั แรก
ในบา นอยเู สมอเปน วธิ กี ารปอ งกนั ไมใ หข องใชช าํ รดุ ไปมากกวา เดมิ และปอ งกนั 1. หูแกว นํา้ หัก 2. ทอ นํ้าประปาแตก
การเกิดอุบัตเิ หตจุ ากสว นตาง ๆ ของบานและของใชในบานชาํ รดุ ดวย เชน ถา 3. ขาเกา อห้ี กั 4. ดา มไมถูพนื้ หลดุ
ขาเกา อ้ีหกั แตไมม ีการสํารวจกอ น อาจทําใหคนนง่ั ไดรับบาดเจ็บได
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : ทอ นาํ้ ประปาแตกควรซอ มแซมเปน อนั ดบั แรก
ดังนั้น การสํารวจสวนตาง ๆ ของบานและของใชในบานอยูเสมอจึงเปน เพราะสง ผลเสยี ตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั เชน ใชน าํ้ เพอื่ อาบนา้ํ
สงิ่ สาํ คญั ประกอบอาหาร รดนํา้ ตน ไม สวนของใชท ่ชี ํารุดอื่น ๆ สามารถนํา
ของใชช น้ิ อื่นมาแทนได และไมไดส งผลตอการดําเนินชีวิตเทา กับ
ทอ น้าํ ประปาแตก ดังนน้ั ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง)
T62
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
• กอกนา้ํ หรือหัวฉดี ฝก บวั รว่ั
กอกนํ้าหรือหัวฉีดฝกบัวท่ีมีน้ําหยดออกมา หากปลอยไว จะกอใหเกิดปญหาคาน้ํา ขน้ั สอน
เพมิ่ ผดิ ปกติและเกดิ ปญ หานํา้ ขงั ทาํ ใหมคี ราบสกปรก เปน ท่ีเพาะเชื้อรา การแกไ ข
ปญ หาน้ี เราตองหาสาเหตุใหเ จอไมควรปลอ ยท้ิงไว สาธติ
3. ครบู าํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน ใหน กั เรยี น
ดูเปนตัวอยาง พรอมอธิบายประกอบทีละ
ขั้นตอนอยางละเอยี ด ชดั เจน เพือ่ ใหน กั เรียน
สังเกต จดจํา และสามารถนําไปปฏิบัติได
อยา งถกู ตอง
4. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสอบถามขอสงสัย
ความรู หรอื ขนั้ ตอนที่ตามไมทันเพ่ิมเตมิ
5. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม
ของเลนตามตัวอยางท่ีครูทําใหดู โดยครูเปน
ผูตรวจสอบความถกู ตอ ง และอธบิ ายเพิม่ เตมิ
ในสวนทบ่ี กพรอ ง
• ปลั๊กไฟ1
เมอ่ื เสยี บปลก๊ั อปุ กรณไฟฟาแลวมีปญหาติด ๆ ดบั ๆ ปญหาเกย่ี วกับวงจรไฟฟาน้ัน
อนั ตรายเกนิ กวา จะซอ มแซมดว ยตนเอง ควรเรยี กชา งไฟมาแกไ ขโดยเรว็ เพราะไฟฟา
อาจลัดวงจรเกิดความรอนซงึ่ เปน สาเหตใุ หเ กดิ ไฟไหมได
๕๓
ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู
ยกตวั อยา งการสาํ รวจสว นตา งๆ ของบา นมา 1 ตวั อยา ง พรอ ม 1 ปลก๊ั ไฟ ถา เปน ปลกั๊ พว งควรเลอื กปลกั๊ ทม่ี มี าตรฐาน มตี รา มอก. 2432-2555
บอกวิธีการแกไ ข ถา พบขอ บกพรอ ง กํากับอยู เพ่ือเปนการรับประกันวา ปลั๊กไฟน้ีผานการตรวจสอบวา ปลอดภัย
สําหรับผใู ชแ ลว
(แนวตอบ : ตรวจดูสายไฟฟาของเคร่ืองใชไฟฟาวามีรอยขาด
หรือไม ถามรี อยขาดตอ งนาํ ไปซอมแซมหรือเปลี่ยนใหมเพอื่ ความ
ปลอดภยั )
ปล๊ักพวง มอก. 2432-2555
ตรา มอก.
T63
นํา สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สอน ขน้ั ตอน การซอ มแซมของใชใ นบา น
สรปุ การสาธติ ๑ สาํ รวจสง่ิ ของทช่ี าํ รดุ ในบา น
๒ วเิ คราะหล กั ษณะการชาํ รดุ
นกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขน้ั ตอนการบาํ รงุ รกั ษาและ ๓ เตรยี มเครอื่ งมอื ชา งใหเ หมาะสมกบั สง่ิ ของทช่ี าํ รดุ
ซอมแซมของเลน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ๔ ศกึ ษาวธิ กี ารซอ มแซมสง่ิ ของนนั้
ถูกตอ ง และอธิบายเพิม่ เตมิ ในสว นทบี่ กพรอง ๕ ซอ มแซมสงิ่ ของทชี่ าํ รดุ ดว ยความประณตี ระมดั ระวงั
๖ ตรวจสอบการใชง านของสง่ิ ของหลงั ซอ มแซมเสรจ็ แลว
วดั ผลประเมินผล
ครูวัดและประเมินผลนกั เรยี นจากการบาํ รุง
รกั ษาและซอ มแซมของเลน
ขน้ั สรปุ
ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การบาํ รงุ รกั ษาและ
ซอมแซมของเลน ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษา
ตัวอยางการซอมแซมของใช จากหนังสือเรียน
และเตรียมของใชท่ีชํารุด และอุปกรณที่ใชบํารุง
รกั ษาและซอมแซมของใชม าลว งหนา
ขนั้ ประเมนิ
ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการบํารุง
รักษาและซอมแซมของเลน และการสรปุ ข้ันตอน
การบํารงุ รักษาและซอมแซมของเลน
๕๔
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
วิวลืมหยิบประแจมาซอมแซมกอกนํา รวั สิง นจี ะสงผลตอการ
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การสาํ รวจของทช่ี าํ รดุ ในบา น ควรสาํ รวจ ทํางานอยา งไร
ดวยความระมัดระวัง เพราะถาของช้ินใดชํารุด อาจมีช้ินสวนของของใชหลุด 1. ซอมแซมผิดวิธี 2. ซอ มแซมไดร าบร่ืน
มาแลว ถานกั เรยี นเขาไปจับอาจเส่ยี งตอ การเกิดบาดแผลได ดงั นนั้ จงึ ควรสวม 3. ซอมแซมไดไมต อเน่อื ง 4. ซอ มแซมเสร็จรวดเรว็
เครอ่ื งปอ งกัน เชน ถุงมือผา รองเทา ระหวางการสาํ รวจของท่ชี ํารุด
(วิเคราะหคําตอบ : การไมไดเตรียมเคร่ืองมือซอมแซมใหพรอม
ทําใหตองไปหยิบเคร่ืองมือท่ีตองใชระหวางการซอมแซม ทําให
งานไมต อเนื่อง สง ผลใหงานเสร็จชา ดังนนั้ ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ทถ่ี กู ตอง)
T64
นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
๑µÇÑ ÍÂÒ‹ §·Õè การซอมแซมท่ีจบั ฝาหมอ หงุ ขาว ขนั้ นาํ
วธิ ีการซอ มแซม 1. ครูใหนักเรียนนําของใชสวนตัวที่ชํารุดตามที่
ครสู งั่ ไวอ อกมาวางไวบ นโตะ จากนนั้ ใหน กั เรยี น
หมอหุงขาว เมื่อใชงานไปนาน ๆ สวนท่ีใชจับกันรอนที่ฝาหมอหุงขาวอาจชํารุด สาํ รวจลกั ษณะการชาํ รดุ ของของใชส ว นตวั ของ
ซงึ่ เกดิ จากสกรยู ดึ คลายตวั หรอื พลาสตกิ ทจี่ บั แตก เราสามารถใชไ ขควงขนั สกรูใหแ นน ได เพือ่ นที่น่งั ขางกนั
แตหากเกิดจากการแตกเพราะตกกระแทกกบั ของแข็ง เราสามารถซอ มแซมได
2. ครสู ุมถามนักเรยี นวา
• ของใชสวนตัวของเพื่อนมีลักษณะการชํารุด
อยา งไร และทาํ มาจากวสั ดอุ ะไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
• นักเรียนจะบํารุงรักษาและซอมแซมของใช
ของเพอื่ นอยา งไรบา ง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
3. ครูสอบถามเจาของของใชสวนตัววา เพราะ
อะไรจงึ ตองการซอมแซมของใชชน้ิ น้ี
ÍØ»¡Ã³áÅÐà¤Ã×Íè §ÁÍ× ·ãèÕ ª«Œ ‹ÍÁá«Á ท่ีจบั อันใหม
ผาสะอาด
๑. ทจี่ บั อันใหม (กรณีทีข่ องเกา แตกหกั เสยี หาย)
๒. ไขควง
๓. สกรู (นอตตัวผ)ู และหวั นอต (นอตตวั เมีย)
๔. ผาสะอาด
ไขควง สกรู
๕๕
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถา ทจี่ บั ฝาหมอ หงุ ขา วชาํ รดุ และยงั ไมซ อ มแซมใหเ รยี บรอ ยกอ น ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา ถา ทจี่ บั ฝาหมอ หงุ ขา วอนั เกา ไมส ามารถ
นําไปใชง าน จะสงผลอยางไรตอ ผูหุงขาว ใชงานไดแลว การหาท่ีจับฝาหมอหุงขาวอันใหมมาแทนอันเกาตองมีลักษณะ
คลายคลงึ กบั ทีจ่ ับฝาหมอ หุงขา วอนั เกา เพราะถา มคี วามแตกตา งกนั มาก เชน
(แนวตอบ : เปดหมอหุงขาวไดยากขึ้นและผิวหนังอาจโดนความ รูปแบบ ขนาดแตกตางกัน การรับนํ้าหนักหรือวิธีการใชก็อาจมีขอแตกตางกัน
รอนจากหมอหุงขา ว) ทาํ ใหใ ชง านหมอหงุ ขาวไดยากข้ึน
T65
นาํ สอน สรุป ประเมิน ๒ ใชไ ขควงคลายสกรอู อกจากหวั นอต
เพื่อถอดหูจับฝาหมอที่แตกออก
ขน้ั สอน ขนั้ ตอนการซอ มแซม ควรระวงั แปน แหวนรองทอี่ ยบู รเิ วณ
หัวนอตหลนหาย
สังเกต รับรู้ ๑ สํารวจจุดท่ีชํารุดเพ่ือเตรียม
อุปกรณที่จะตองใชในการ
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณก าร ซอมแซม
บํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัว เลา
ขั้นตอนการบํารุงรักษาและซอมแซมของใช
สวนตัวของตนเองใหเพ่ือนฟงหนาชั้นเรียน
แลวใหนักเรียนคนอ่ืนๆ สอบถามขอสงสัย
เกย่ี วกบั การทาํ งานจากนกั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณ
การบํารงุ รกั ษาและซอ มแซมของใชส ว นตัว
๓ ตรวจสกรแู ละหวั นอต หากพบสนมิ หรอื เกลยี วนอตตดิ ขดั ใหท าํ ความสะอาด หาก
เสยี หายใหเ ปล่ยี นเปนตวั ใหม
๔ เปลยี่ นทจี่ ับฝาหมอ อนั ใหมเ ขา ท่เี ดิม ขนั สกรเู ขากับหัวนอตท่ีรองดว ย
แปน แหวนรองใหแ นน
๕ ทดสอบความแข็งแรงดวยการ
ทดลองหมนุ ทจ่ี บั ดวู า แนน ดแี ลว
หรอื ยงั ถา ยงั ไมแ นน ใหใ ชไ ขควง
หมุนสกรูอีกครั้งใหแ นน
๕๖
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การทําความสะอาดสนิมสามารถ การกระทาํ ของใครท่ีอาจทําใหเกิดอบุ ัตเิ หตุระหวางการ
ทําไดหลายวิธี ในปจจุบันมีน้ํายาทําความสะอาดสนิมที่สามารถกําจัดสนิมได ซอ มแซมของใช
โดยใชเ วลาไมน าน หรอื จะนาํ เครอ่ื งมอื และของใชท เ่ี ปน สนมิ ทแี่ ชใ นนา้ํ สม สายชู
ประมาณ 2-3 ชวั่ โมง แลวนํามาขดั สนมิ ออกกไ็ ดเ ชน กนั 1. นิม่ ใชกรรไกรตดั กระดาษแขง็
2. มกุ ยนื เทา เปลา ถอนตะปบู นฝาผนัง
3. แจนสวมถุงมอื ผากอ นตอกตะปูโตะ
4. โกเ ลื่อยไมโดยมองบริเวณท่เี ลื่อยตลอดเวลา
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การทาํ งานชา งตอ งตง้ั ใจทาํ งาน ใชเ ครอื่ งมอื ให
เหมาะสมกบั งาน และสวมเครอื่ งปอ งกนั เสมอ เพอื่ ปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ
มุกที่ไมใสรองเทาขณะถอนตะปูอาจทําใหตะปูตําเทาได ดังน้ัน
ขอ 2. จงึ เปนคําตอบที่ถูกตอ ง)
T66
นํา สอน สรุป ประเมิน
๒µÇÑ ÍÂÒ‹ §·Õè การซอมแซมที่จบั ลน้ิ ชักโตะ ขน้ั สอน
วธิ ีการซอ มแซม สังเกต รบั รู้
ลิ้นชักโตะเปนเคร่ืองใชอยางหนึ่งที่มีอยูภายในบานและมักพบการชํารุดไดบอย 2. ครูบํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัวให
เนอ่ื งจากตอ งรบั แรงดงึ และแรงดนั กลบั เขา ทท่ี กุ ครง้ั ทมี่ กี ารใชง าน ทจ่ี บั ลน้ิ ชกั จงึ เกดิ ความ นกั เรยี นดเู ปน แบบอยา ง พรอ มอธบิ ายประกอบ
เสยี หายขนึ้ เชน หักหรือสกรูหลุดทาํ ใหท ี่จับลิน้ ชักหลุดจากลนิ้ ชัก ทลี ะขนั้ ตอนอยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นมคี วามรู
ความเขา ใจทถ่ี ูกตอ ง ชัดเจน
3. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• เพราะเหตุใดจึงควรเตรียมเครื่องมือที่ใช
บาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของใชใ หพ รอ มกอ น
ลงมอื บาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของใช
(แนวตอบ : เพื่อใหสะดวกในการใชงานและ
ประหยดั เวลาในการบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซม)
Í»Ø ¡Ã³áÅÐà¤ÃÍè× §Á×Í·Õè㪌«‹ÍÁá«Á ทีจ่ ับอนั ใหม
ผา สะอาด
๑. ทจี่ ับอนั ใหม (กรณที ข่ี องเกาแตกหกั เสียหาย)
๒. ไขควง
๓. สกรู (นอตตวั ผ)ู
๔. ผา สะอาด
ไขควง สกรู
๕๗
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ก. นดิ ลงมือซอ มแซมขาต้ังกรอบรปู ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหนกั เรียนเขา ใจวา เราควรดึงและดันล้นิ ชักเบาๆ เพอ่ื
ข. นดิ วิเคราะหล ักษณะการชาํ รดุ ของขาตั้งกรอบรปู ยืดอายุการใชงานของล้ินชักไดนาน การดึงหรือดันลิ้นชักแรงๆ นอกจากจะ
ค. นิดเตรยี มเคร่ืองมือสําหรับซอ มแซมขาตง้ั กรอบรปู ทาํ ใหท จ่ี บั หลดุ อาจทาํ ใหต วั ลน้ิ ชกั ชาํ รดุ ซง่ึ การซอ มแซมอาจไมส ามารถชว ยให
ง. นิดทดลองขยบั ขาตั้งกรอบรูปเพือ่ ทดสอบความแข็งแรง กลับมาเหมือนเดิมได และมีโอกาสท่ีตัวล้ินชักจะตกจากราง ซ่ึงถาเปนลิ้นชัก
จากขอ ความ ขอ ใดเปน ขน้ั ตอนท่ี 2 ของการซอ มแซมขาตง้ั กรอบรปู ขนาดใหญ เม่ือตกจากรางกอ็ าจหลนทบั ผใู ชได
1. ก. 2. ข. 3. ค. 4. ง.
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากขอ ความ สามารถเรยี งลาํ ดบั ขน้ั ตอนกอ น
หลงั ได ดังนี้ เร่ิมจากวเิ คราะหล ักษณะการชาํ รุด เตรียมเครือ่ งมือ
ลงมือซอมแซม และตรวจสอบการใชงาน ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน
คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)
T67
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สอน ขนั้ ตอนการซอ มแซม
ทําตามแบบ ๑ สํารวจจุดที่ชํารุด หาสาเหตุ
ของการชาํ รดุ เชน เกิดจาก
1. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม ท่ีจับลิ้นชักหกั หรือสกรูหลดุ
ของใชส ว นตัวตามแบบอยางท่ีครทู ําใหด ู โดย
ครูคอยดูแล ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้า ๒ จัดเตรียมเคร่ืองมือชางและ
ใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในการ อุปกรณท่ีตองนํามาเปล่ียน
ทาํ งาน แทนของทีช่ าํ รุด
2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ ๓ ใชไ ขควงหมนุ คลายเกลยี วสกรอู อก สว นมากสกรจู ะเปน แบบเกลยี วปลอ ย คือ มี
• การบํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัว ปลายแหลม ไมต อ งใชห ัวนอต
จะตองใชทักษะการทํางานใดบาง
(แนวตอบ : ทักษะการสังเกต โดยสังเกต ๔ เปล่ยี นท่ีจบั ลน้ิ ชักอนั ใหมเ ขา ท่เี ดิม ขนั สกรูใหแ นน
ของใชท ช่ี าํ รดุ แลว นาํ มาซอ มแซม ทกั ษะการ ๕ ทดสอบความแขง็ แรงดว ยการทดลองจบั ทจี่ บั ดวู า แนน ดแี ลว หรอื ยงั ถา ยงั ไมแ นน
วางแผน โดยวางแผนการซอ มแซมของใชใ ห
เปน ไปตามขน้ั ตอนและประสบความสาํ เรจ็ ) ใหใ ชไ ขควงหมุนสกรูอกี ครงั้ ใหแ นน
หนทู าํ ได
๕๘ ซอ มแซมของใชใ นบานไดอยา งเปนขน้ั ตอน ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ทาํ อกี คร้ัง
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครแู นะนาํ นกั เรยี นวา นกั เรยี นควรนาํ กลอ งขนาดเลก็ มาเพอ่ื ใสส กรเู นอื่ งจาก การสาํ รวจของใชใ นบา นทชี่ าํ รดุ สมา่ํ เสมอ เปน การพฒั นาทกั ษะ
สกรมู ขี นาดเลก็ สามารถกลง้ิ หรอื หลน หายไดง า ย การนาํ สกรใู สใ นกลอ งจะชว ย การทํางานของนักเรยี นอยา งไร
ปองกันสกรูหายได โดยใหนักเรียนแยกระหวางสกรูของเกากับสกรูของใหม
เพอื่ ปอ งกันสกรูปนกัน (แนวตอบ : พฒั นาทกั ษะดา นการสงั เกตมากขน้ึ เพราะตอ งสาํ รวจ
ของใชใ นบา นทชี่ าํ รดุ ซง่ึ ลกั ษณะการชาํ รดุ อาจเหน็ ไดไ มช ดั แตเ มอื่
สงั เกตเปน ประจาํ กท็ าํ ใหเ หน็ การชาํ รดุ ตา งๆ ไดร วดเรว็ และละเอยี ด
มากขึ้น)
T68
นํา สอน สรุป ประเมนิ
กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขนั้ สอน
ถามมาหนตู อบได ทาํ เองโดยไมมีแบบ
๑. เม่ือพบวาเคร่ืองใชไฟฟาภายในบานชํารุด เปดแลวไฟฟาติด ๆ 1. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม
ดบั ๆ เราควรทําอยางไร เพราะเหตใุ ด ของใชสวนตัวดวยตนเอง โดยไมมีแบบอยาง
โดยครเู ปน ผตู รวจสอบขนั้ ตอนและผลงานการ
๒. การอุดตันของทอระบายน้ําบริเวณบานเกิดจากสาเหตุใดไดบาง บํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัวและ
และเราสามารถปอ งกันไดด ว ยวิธีใด อธบิ ายเพิม่ เติมในสวนที่บกพรอง
๓. เม่ือใชเครื่องมือชางเสร็จแลว ควรทาํ อยา งไร 2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• การบาํ รงุ รักษาและซอ มแซมของใชมี
เรยี นรกู ิจกรรมทกั ษะการทํางาน C21 erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform ประโยชนต อ นกั เรียนอยา งไร
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดุลยพินิจของครูผสู อน)
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
ฝกให้ชํานาญ
แบง กลุม แลวปฏิบตั กิ จิ กรรม ดงั นี้
• แตละกลมุ สงตวั แทนจับสลากเลอื กเคร่ืองมอื ชาง แลว รว มกัน ครูใหนักเรียนแตละคนฝกบํารุงรักษาและ
แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ประโยชนข องเครอ่ื งมอื ชา งนนั้ โดย ซอมแซมของใชสวนตัวเพื่อใหเกิดความชํานาญ
บอกวิธีใชแ ละการเกบ็ รกั ษา และสมุ ถามนกั เรยี นเปน ระยะ
• ตัวแทนออกมานําเสนอและสาธิตการใชเครื่องมือท่ีไดรับไป
หนาชั้นเรยี น
• สมาชกิ ในกลุมรว มชวยตอบคาํ ถามจากเพอื่ นกลมุ อ่นื เกย่ี วกับ
เครือ่ งมือทก่ี ลมุ ของตนนาํ เสนอ
หนรู ูสึกอยางไร
๑. การทาํ งานชางพนื้ ฐานไดดมี ปี ระโยชนอยา งไร
๒. การซอ มแซมของใชในบานมผี ลดอี ยา งไร
๕๙
กจิ กรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู
ใหน ักเรยี นแบง กลุมเปน 5 กลุม รว มกนั คิดวธิ ีการซอมแซม ในกจิ กรรมทกั ษะการทาํ งาน C21 เครอื่ งมอื ชา งทนี่ าํ มาใหน กั เรยี นจบั สลาก
ของใชในโรงเรียนที่ชํารุดตามท่ีครูกําหนด โดยใหนักเรียนสรุป ควรเปน เครอื่ งมอื ชา งทกุ ประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรเู กย่ี วกบั เครอ่ื งมอื ชา ง
ข้ันตอนการซอ มแซมเปน ผังมโนทศั น พรอ มนาํ เสนอหนาช้ันเรยี น ท่ีหลากหลายและการสาธิตการใชเคร่ืองมือชาง ครูอาจใหนักเรียนแนะนําวิธี
การใชเ คร่อื งมือชางชนิดน้นั ๆ ใหปลอดภยั ดว ย เชน เมอ่ื ใชส วานไฟฟาเจาะไม
ของใชใ นโรงเรยี นที่ชํารดุ ควรสวมแวนตา หนา กากปดจมูกและปาก เพือ่ ปอ งกนั เศษไมกระเด็นเขา หนา
• กอ กน้ําร่วั
• ช้นั หนงั สอื หกั
• ดามไมกวาดหลดุ
• โตะ เขียนหนังสือโยก
• รางกระดานหลุดออกจากกระดาน
T69
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ขนั้ สรปุ Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห
คาํ ชแี้ จง : ใหนกั เรียนประเมนิ การทํางานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การซอ มแซมของใช ท่กี ําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
สวนตัว และใหนักเรียนแตละคนทําแบบวัดฯ รายการ ทาํ ไดดี พอทาํ ได ปรับปรุง
การงานอาชพี ป.3 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 หนเู รยี นรู
งานชางพนื้ ฐาน ๑. บอกประโยชนข องการทาํ งานชา งพ้ืนฐานได ตัวอยางตารางบันทึกผล
๒. ซอ มแซมของใชใ นบานไดตามข้นั ตอน
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนบํารุงรักษา ๓. ใชเคร่ืองมอื ชางในการซอ มแซมของใชท ช่ี าํ รุด
และซอ มแซมของเลน หรอื ของใชส ว นตวั คนละ
1 ชน้ิ โดยใหค รอบคลุมประเด็นตามท่กี าํ หนด อยางเหมาะสม
ดงั นี้
1) การใชวัสดุ อปุ กรณ และเครือ่ งมือ รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑
2) การบํารุงรักษาและซอมแซมของเลนหรือ
ของใช erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
3) การอนุรักษส งิ่ แวดลอ ม Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·¡Ñ ÉСÒ÷Òí §Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
4) ผลงานการบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน
หรือของใช SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
(ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลาเรียน Learning Environments
แลวสังเกตการปฏิบตั กิ ิจกรรมอยา งใกลช ดิ )
คาํ ชแี้ จง : ใหผ สู อนประเมนิ ทกั ษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
3. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น ที่กําหนด แลวขีด ✓ ลงในชอ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
รายการ
ขนั้ ประเมนิ ทําไดดี พอทาํ ได ปรับปรงุ
ครูตรวจการบํารุงรักษาและซอมแซมของเลน ๑. วิเคราะหก ระบวนการทํางานได
หรอื ของใช ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น และตรวจ
แบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3 หนวยการเรยี นรทู ี่ 5 ๒. ทาํ งานตามขน้ั ตอน ตัวอยางตารางบันทึกผล
หนูเรียนรงู านชางพ้นื ฐาน ๓. การรว มแสดงความคิดเห็น
๔. การแบงหนา ท่ีในการทาํ งานอยางเหมาะสม
๕. การรวมมอื กนั ทํางานจนสําเรจ็
รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรงุ = ๑
๖๐
แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ
ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน ใครทาํ งานชางไมถูกตอง
จากใบประเมินชน้ิ งานทแี่ นบทา ยแผนการจัดการเรยี นรู 1. โตขยบั ดามกระทะหลังซอมแซมเสร็จ
2. ปน ทานา้ํ มันกนั สนิมท่คี มี กอนเกบ็
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เกณฑ์ประเมินการบารงุ รกั ษาและซอ่ มแซมของเลน่ หรอื ของใชข้ องตนเอง แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล 3. บใี ชเล่อื ยเลื่อยทอ น้ําขณะคยุ กับแม
4. แมววเิ คราะหล กั ษณะการชาํ รดุ ของโตะ กอ นนาํ ไปซอ มแซม
แบบประเมนิ การบารุงรักษาและซอ่ มแซมของเล่นหรอื ของใชข้ องตนเอง รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ / ระดบั คะแนน คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การซอ มแซมของใชต อ งทาํ เปน ขนั้ ตอน มคี วาม
1. การใชว้ สั ดุ
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ตรงกบั ระดบั คะแนน ละเอียด รอบคอบ ใจจดจออยกู บั งาน พฤตกิ รรมของบอี าจทาํ ให
321 อปุ กรณ์ และ เล่ือยบาดมือได เพราะไมไดดูตลอดเวลา ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปน
ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ ใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และ ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน คาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)
เคร่ืองมอื ไดถ้ ูกตอ้ ง เคร่อื งมอื คอ่ นขา้ งถูกต้อง เครอื่ งมือไม่ถกู ตอ้ ง 3 21
เคร่อื งมือ เหมาะสมตามประเภทของ เหมาะสมตามประเภทของ เหมาะสมตามประเภทของ
งานและลักษณะงานทีใ่ ช้ งานและลักษณะงานทีใ่ ช้ งานและลักษณะงานท่ใี ช้
1 การใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื 1 การแสดงความคดิ เห็น
2 การบารงุ รกั ษาและซอ่ มแซมของเลน่ หรอื ของใช้ 2. การบารุงรกั ษา บารงุ รักษาและซอ่ มแซม บารุงรกั ษาและซอ่ มแซม บารุงรกั ษาและซ่อมแซม 2 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ นื่
3 การอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม และซ่อมแซม ของเล่นหรือของใชไ้ ด้ ของเลน่ หรอื ของใช้ได้ ของเล่นหรือของใช้ 3 การทางานตามหน้าทท่ี ไี่ ด้รับมอบหมาย
ของเล่นหรือของ ถูกตอ้ งตามข้ันตอนด้วย ถกู ต้องตามข้ันตอน และ คอ่ นขา้ งถกู ต้องตาม 4 ความมีน้าใจ
ตัวอยา งแบบประเมิน4 ผลงานการบารงุรักษาและซ่อมแซมของเลน่ หรือของใช้ใช้ ความสะอาด รอบคอบ คอ่ นขา้ งสะอาด รอบคอบ ขัน้ ตอน แตไ่ ม่สะอาด 5 การตรงต่อเวลา
จากแผนการจัดการเรียนรูรวม
รอบคอบ รวม
ลงชือ่ ..........................ผ้ปู ระเมิน
. . . . . . . /. . . . . . . . . ./. . . . . . . .3. การอนุรกั ษ์บารุงรักษาและซ่อมแซม บารุงรกั ษาและซ่อมแซม บารุงรกั ษาและซอ่ มแซม ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมนิ
สิง่ แวดลอ้ ม ของเลน่ หรอื ของใชอ้ ย่าง ............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ของเลน่ หรอื ของใชอ้ ย่าง ประหยัด คุม้ คา่ และ ของเลน่ หรอื ของใช้
ประหยดั คมุ้ คา่ และ ค่อนขา้ งอนุรกั ษ์ คอ่ นขา้ งประหยัด คุ้มค่า เกณฑ์การให้คะแนน
อนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม สิง่ แวดลอ้ ม แต่ไม่อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ
4. ผลงานการ ผลงานการบารงุ รกั ษาและ ผลงานการบารงุ รกั ษาและ ผลงานการบารงุ รักษาและ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
บารุงรักษาและ ซ่อมแซมของเล่นหรอื ของ ซ่อมแซมของเลน่ หรอื ของ ซอ่ มแซมของเล่นหรือของ ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ซอ่ มแซมของเล่น ใช้ มีความคงทน สวยงาม ใช้ มีความคงทน ใช้ คอ่ นขา้ งคงทน แตไ่ ม่
หรอื ของใช้ และเรียบรอ้ ย
คอ่ นขา้ งสวยงาม สวยงาม และไม่ เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ดี = 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ และเรยี บร้อย เรียบรอ้ ย ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12 - 15 ดี
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 10 - 12 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ 8 - 11 พอใช้
ดี ต่ากว่า 8
6 - 9 พอใช้ ช่วงคะแนน พอใช้ ปรบั ปรุง
10-12
6-9
ต่ำกว่ำ 6 ปรบั ปรงุ ต่ำกว่ำ 6 ปรบั ปรงุ
T70
Chapter Overview
แผนการจดั ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พงึ ประสงค์
1. หนังสือเรยี น 1. อธบิ ายวิธกี ารทำ� ว ธิ สี อน - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ
แผนฯ ท่ี 1 1. ใฝ่เรยี นรู้
การงานอาชีพ ป.3 งานประดษิ ฐ์ได้ โดยการเน้น กอ่ นเรยี น ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
การประดิษฐ์
ของใช้ใน หนว่ ยการเรียนรู้ อยา่ งถกู ต้องตาม กระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 6.1 2. ทักษะการ พอเพยี ง
โอกาสตา่ ง ๆ 3. มุ่งมั่น
ที่ 6 หนสู รา้ งสรรค์ กระบวนการ ทำ� งาน - ตรวจแบบวัดฯ รวบรวม
4 ในการท�ำงาน
งานประดิษฐ์ ทำ� งาน ประดษิ ฐ์ - สังเกตการน�ำเสนอ ขอ้ มลู
ชวั่ โมง
2. แบบวดั ฯ การงาน 2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ ผลงาน 3. ทักษะการ
อาชีพ ป.3 และเครือ่ งมอื - สังเกตพฤติกรรม เชอื่ มโยง
3. ใบงานที่ 6.1 เหมาะสมกับ การท�ำงาน 4. ทกั ษะการ
เรอ่ื ง กระบวนการ ลักษณะงานในการ รายบคุ คล ให้เหตผุ ล
ทำ� งานประดิษฐ์ ท�ำงานประดิษฐ์ - สงั เกตพฤติกรรม
4. PowerPoint การท�ำงานกลุ่ม
T71
Chapter Overview
แผนการจดั สอื่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์
5. วสั ดุหรอื เศษวสั ดุ 3. ประดิษฐ์ของใช้ใน - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ 5. ทักษะการนำ�
ในทอ้ งถิ่น โอกาสต่าง ๆ ได้ อนั พึงประสงค์ ความร้ไู ปใช้
6. อุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นการ 4. ท�ำงานอยา่ งเปน็ - ตรวจแบบทดสอบ 6. ทกั ษะการใช้
ประดษิ ฐข์ องใช้ ขัน้ ตอนตาม หลงั เรยี น ชวี ิต
กระบวนการ - ตรวจสอบการ
ท�ำงานดว้ ย ประดิษฐ์
ความสะอาด
ความรอบคอบ
และอนรุ กั ษ์
สิง่ แวดล้อม
T72
นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ
ö ËนÊÙ ราŒ §Êรร¤§ าน»รдÉÔ ?°กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น
เพอ่ื นๆ มวี ธิ กี ารทาํ 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
งานประดษิ ฐอ ยา งไรบา งครบั เรียนรูท่ี 6 หนูสรางสรรคงานประดิษฐ จาก
แผนการจดั การเรียนรู
2. ครใู หน กั เรยี นบอกวสั ดใุ นทอ งถน่ิ ของตนเองมา
คนละ 1 ชนิด และบอกวา วสั ดนุ ัน้ มลี กั ษณะ
อยา งไร เปนวสั ดุประเภทใด
3. ครูนําภาพงานประดิษฐที่ทําจากวัสดุชนิด
ตางๆ ใหน ักเรียนดู จากนน้ั ใหนักเรียนบอกวา
งานประดษิ ฐแ ตล ะช้นิ ทาํ จากวัสดชุ นดิ ใด
4. ครูเฉลยวัสดุของงานประดิษฐแตละช้ินและ
อธิบายวา วัสดุเหลานั้นมีคุณสมบัติเหมาะกับ
การสรางงานประดษิ ฐแตละช้ินอยา งไร
à»า‡ ËมาÂการàรÂÕ นร»ŒÙ รШาí ËนÇ‹ ÂการàรÂÕ นร·ŒÙ èÕ ö ÊารÐÊาí ¤ÞÑ
๑. รู้จักและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ของใช้ได้อย่าง งานประดิษฐ์เปนงานที่ช่วย
เหมาะสม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒) พฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ โดยมี
การออกแบบและทำางานตาม
๒. ประดษิ ฐข์ องใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ โดยใชว้ สั ดใุ นทอ้ งถน่ิ ไดต้ ามขน้ั ตอน กระบวนการทาำ งาน ซงึ่ สามารถ
ด้วยความเหมาะสม ประหยัด และอนรุ ักษส์ ่งิ แวดล้อม (มฐ. ง ๑.๑ นำาวัสดุ เศษวัสดุในท้องถิ่นมา
ป.๓/๓) สร้างสรรค์ ซ่ึงต้องคำานึงถึง
การประหยัดทรัพยากรและการ
อนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
กิจกรรม เสรมิ สรา งคุณลักษณะอนั พึงประสงค เกร็ดแนะครู
ครูใหนักเรียนดูภาพเศษวัสดุตางๆ เชน ขวดพลาสติก ลัง ครจู ัดกระบวนการการเรยี นรูโดยใหน ักเรียนปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
กระดาษใชแลว ใบไม กงิ่ ไม แลว ใหนักเรยี นชว ยกนั ตอบวา วสั ดุ • สํารวจวสั ดุในทอ งถนิ่ ของตนเอง
เหลา นี้สามารถนําไปประดษิ ฐข องใชใ ดไดบาง • กาํ หนดของใชในโอกาสตา งๆ ที่ตอ งการประดษิ ฐและออกแบบ
เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลว ใหครูสรุปวา การนําวัสดุเหลานี้ งานประดิษฐ
มาใชซ้ําหรือทําใหเกิดประโยชนดานอ่ืน ถือวาเปนการอนุรักษ • วางแผนการประดิษฐ
สง่ิ แวดลอ ม เพราะไมต อ งผลิตทรัพยากรใหม ซ่งึ กระบวนการผลติ • ลงมือประดิษฐ
ก็สงผลกระทบตอส่ิงแวดลอม อีกท้ังยังเปนการประหยัดคาใชจาย • ตรวจสอบความสมบูรณของงานประดษิ ฐแ ละนําไปใช
เพราะไมตอ งซ้อื วัสดมุ าประดษิ ฐข องใช จนเกดิ เปน ความเขา ใจวา การประดษิ ฐข องใชช ว ยพฒั นาทกั ษะการทาํ งาน
ชวยประหยัดคาใชจ า ยภายในครอบครัว และชว ยอนรุ ักษสิง่ แวดลอม
T73
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ñ การ·าí §าน»รдÉÔ ° หนู ๆ เคยทํางานประดิษฐ
อะไรบาง
วางแผนการทํางาน งานประดษิ ฐ์ หมายถึง
การนาำ วัสดุ หรือเศษวสั ดุมา
1. ครใู หน กั เรยี นดภู าพงานประดษิ ฐ 1 ชนิ้ จากนน้ั ประดิษฐ์
ใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ วา งานประดษิ ฐ
ชน้ิ นค้ี วรประดษิ ฐจ ากวสั ดชุ นดิ ใด เพราะเหตใุ ด ขน้ั ตอน การทาํ งานประดษิ ฐช น้ิ งานตามกระบวนการ ดังน้ี
จงึ ตอ งใชว สั ดชุ นดิ นี้ แลว สมุ นกั เรยี น 3-4 คน
ใหอ อกมานาํ เสนอความคดิ เหน็ ของตนเอง ๑ วางแผนการทํางาน ๒ ออกแบบชน้ิ งาน
2. ครสู รปุ ความคดิ เหน็ แลว เนน ยา้ํ กบั นกั เรยี นให วางแผนวา่ จะประดิษฐ์ ออกแบบช้นิ งานทจี่ ะ
เลอื กวสั ดใุ หเ หมาะสมกบั งานประดษิ ฐ เพอื่ ให อะไร โดยใช้วัสดุ หรอื ประดษิ ฐ์ โดยเขยี นลงใน
งานประดษิ ฐม คี ณุ ภาพ สามารถใชง านไดต าม เศษวสั ดุ และอปุ กรณ์ กเปรนะดภาาษพหรร่าอืงค๒อมมพิติวิ1เตอร์
วตั ถปุ ระสงค อะไรบ้าง
๓ ลงมอื ประดษิ ฐ ๔ ประเมนิ ผล
ลงมือทำาตามแผนการ ประเมินผลโดยการ
ทาำ งานทต่ี งั้ ไว้ ทดสอบความแขง็ แรง
ของชน้ิ งาน หากพบ
๕ ใชป ระโยชน ข้อบกพรอ่ งตอ้ งปรบั ปรุง
แกไ้ ข
นำางานประดิษฐ์ไปใช้
ประโยชนต์ ามทต่ี ง้ั ใจไว้
6๒
นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด
1 ภาพราง 2 มติ ิ เปนภาพทมี่ เี พียงความกวางและความยาว ไมม ีความหนา ถาไกมาด รอวากงทแีเ่ ผรานการทํางานประดษิ ฐต องกําหนดสงิ่ ตางๆ ยกเวน
หรือความลกึ ถา มีความหนาหรือความลึกภาพนั้นจะเปน ภาพ 3 มิติ ขอ ใ1ด. ใ
ภาพ 2 มิติ ภาพ 3 มติ ิ (1ว.เิ ควรสั าดะหทุ ค ต่ี ําอตงอใบช: ดังนน้ั ขอ 1. จึงเปน คําตอบทถี่ กู ตอ ง)
2. อุปกรณท ่ตี องใช
3. สีของงานประดษิ ฐ
4. จํานวนครง้ั ในการประดษิ ฐ
(วิเคราะหคําตอบ : การวางแผนทํางานประดิษฐตองกําหนดสิ่งท่ี
ตอ งการประดษิ ฐใ หล ะเอยี ด เชน ของใชท ตี่ อ งการประดษิ ฐ รปู รา ง
ลกั ษณะ วสั ดุ อปุ กรณท ตี่ อ งใช ขนั้ ตอนการทาํ งานเพอ่ื ใหป ระดษิ ฐ
งานไดอยางราบรื่น ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถกู ตอ ง)
T74
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
๑. ประเภทของงานประดิษฐ์ ขนั้ สอน
งานประดิษฐ์ แบง่ ได้ ๓ ประเภท คือ
วางแผนการทํางาน
๑ ของเลน 1
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน จากนนั้
หมายถงึ สงิ่ ทเี่ ราประดษิ ฐข์ น้ึ ตามความคดิ สรา้ งสรรคส์ าำ หรบั เลน่ เชน่ แตละกลุมออกไปสํารวจบริเวณโรงเรียนหรือ
บรเิ วณใกลเ คยี งวา มวี สั ดหุ รอื เศษวสั ดอุ ะไรบา ง
à¤Ã×èÍá§ÅºÐ¹Ô äÁ¨äŒÒÍ¡ÈäÁ¡ŒËÃÕÁ¹ºÕ ¼ÒŒ ทสี่ ามารถนาํ มาประดษิ ฐข องใชใ นโอกาสตา งๆ
ได
ÇÒ‹ Ç
¨Ò¡¡ÃдÒÉ 2. ครเู นน ยาํ้ ใหน กั เรยี นสวมถงุ มอื กอ นสมั ผสั วสั ดุ
และเศษวสั ดุ เพอื่ ความปลอดภยั จากเชอื้ โรคที่
อาจสะสมอยใู นวสั ดุหรอื เศษวสั ดุตา งๆ
3. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
• การนาํ วสั ดทุ อ งถน่ิ มาประดษิ ฐข องใชม ผี ลดี
หรอื ผลเสียอยางไร จงอธิบาย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดุลยพนิ จิ ของครผู ูสอน)
àÃ×ͨҡ¢Ç´¾ÅÒʵ¡Ô ö¨Ò¡¡Å‹Í§¹Á
๒ ของใช
หมายถงึ สิง่ ทเี่ ราประดษิ ฐข์ ้ึนสำาหรบั ใชส้ อยในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น
¡ÃжҧµŒ¹äÁ¨Œ Ò¡¢Ç´¾ÅÒʵԡ ¾Ç§¡ØÞᨨҡ¼ŒÒ
6๓
ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู
ขอ ใดเปนของเลน ทง้ั หมด 1 ของเลน มีหลายชนิด ผูเลนตองเลนใหเหมาะสมและระมัดระวัง การนํา
1. ตุก ตา-หุนยนต ของเลน มาเลน ตอ งตรวจดใู หเ รยี บรอ ยวา ชาํ รดุ หรอื ไม ถา ชาํ รดุ ใหน าํ ไปซอ มแซม
2. วา ว-กลองดินสอ กอนนําไปเลน และขณะเลนไมควรนําของเลนใสปาก เพราะอาจเกิดอันตราย
3. รถบังคบั -กระเปา ตอรา งกายได หลังจากเลนของเลนเสร็จตอ งนาํ ของเลน มาทาํ ความสะอาด เกบ็
4. กระถางตนไม-นาฬก า เขาท่ี และลา งมือใหเ รียบรอย
(วเิ คราะหค ําตอบ : ขอ 2. กลองดนิ สอเปนของใช ขอ 3. กระเปา
เปน ของใช ขอ 4. เปน ของใชทง้ั หมด ดงั นั้น ขอ 1. เปน ของเลน
ทั้งหมด จึงเปน คาํ ตอบทถี่ ูกตอง)
T75
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน ๓ ของประดบั ตกแตง
วางแผนการทํางาน หมายถงึ ส่งิ ท่เี ราประดษิ ฐข์ น้ึ เพอื่ ประดับตกแตง่ รา่ งกาย
4. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด ให้สวยงาม หรอื ใช้ประดับตกแต่งสถานท่ี เชน่
• นักเรียนคิดวา การทํางานประดิษฐควรใช
วสั ดธุ รรมชาตหิ รอื วสั ดสุ งั เคราะหม ากกวา กนั
จงอธบิ าย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ูส อน)
5. ครูแจกใบงานท่ี 6.1 เร่อื ง กระบวนการทาํ งาน
ประดษิ ฐ จากแผนการจดั การเรยี นรู ใหน กั เรยี น
แตละกลมุ เพ่อื บนั ทกึ ขอมลู การทาํ งาน
ÊÌ͢ŒÍÁ×ͨҡš٠»´˜ â¡ÁÃäºÐÅ´¨ÒÉÒ¡ªáÒí áй
á´ÅÍСáä¨Á¡Œ¨¹Ñ Ò¨¡Ò¡¡Ã¢ÐÇ´´ÒáÉ¡ÊÇŒÕ
»ÃÐ⪹¢ ͧ¡Ò÷íÒ§Ò¹»ÃдÉÔ °
การทาำ งานประดษิ ฐ์ มปี ระโยชน์ ดังนี้
๑. เปน การใช้เวลาวา่ งให้เปนประโยชน์
๒. ฝก นิสัยความอดทน และความขยนั ในการทาำ งานต่าง ๆ
๓. นาำ เศษวสั ดมุ าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ เปน การชว่ ยประหยดั ทรพั ยากร
๔. เกิดความคิดสรา้ งสรรค์ในการทาำ งาน
๕. เกดิ ความภาคภูมิใจในตนเอง
๖. สรา้ งสรรคผ์ ลงานแลว้ นาำ ไปจาำ หนา่ ยเพอื่ สรา้ งรายได้ หรอื พฒั นา
เปนอาชีพตอ่ ไป
6๔
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
ครจู ดั กจิ กรรมใหน กั เรยี นแตล ะคนเขยี นชอื่ ของเลน ของใช และของประดบั ใครปฏิบัติไดถกู ตอ ง
ตกแตง ประเภทละ 3 ชื่อ แลวใหออกมาพูดหนา ชั้นเรยี นวามวี ิธีใชข องแตล ะชนิ้ 1. มุกแอบนาํ เสอ้ื ของแมม าทาํ กระเปา
อยางไร 2. ครีมออกแบบและประดิษฐส รอยขายชว งปดเทอม
3. ต๋นี ํางานประดิษฐข องนอ งไปขายโดยไมไ ดบอกนอง
จากน้ันครสู รุปใหน ักเรยี นเขาใจวา ของใช 3 ประเภทนี้ อยรู อบตวั ของเรา 4. นํา้ ลอกแบบงานประดษิ ฐข องเพื่อนมาเปนของตนเอง
มีวตั ถุประสงคการใชท่แี ตกตา งกัน ดงั นั้น ใหใ ชอยา งถกู ตอ งและเหมาะสม (วเิ คราะหค ําตอบ : การกระทําของมกุ ต๋ี และนา้ํ เปน การกระทาํ
ท่ีสง ผลเสียตอ ผูอน่ื ถอื เปน การกระทําท่ไี มค วรทํา ดงั นั้น ขอ 2.
จงึ เปน คําตอบทถ่ี กู ตอง)
T76
นาํ สอน สรปุ ประเมิน
๒. วสั ดทุ ี่ใชใ้ นการทาำ งานประดิษฐ์ ขน้ั สอน
วัสดทุ ่ีใชใ้ นการทาำ งานประดษิ ฐ์ แบ่งได้ ๒ ประเภท คือ
วางแผนการทํางาน
๑ วสั ดุ
6. นักเรียนแตละกลุมวางแผนการทํางานตาม
หมายถงึ ส่งิ ทเ่ี รานาำ มาใช้ประดษิ ฐช์ ิน้ งาน มีท้ังวัสดุธรรมชาติ หวั ขอ ตอไปนี้
1) ของใชทตี่ องการประดษิ ฐ
และวสั ดสุ งั เคราะห์ เช่น 2) วัสดุ อุปกรณที่ตองใช
3) ขน้ั ตอนการประดษิ ฐ
àÁÅç´¾ª× 4) หนา ท่ขี องสมาชกิ แตละคน
โดยบนั ทกึ ขอ มลู เหลา นล้ี งในใบงานท่ี 6.1 เรอื่ ง
กระบวนการทํางานประดิษฐ
7. ครูตรวจความถูกตองของการทํางานและคอย
ใหค ําแนะนาํ นักเรยี นเมื่อพบขอ บกพรอง
¡ÃдÒÉÊÕ Å¡Ù »´˜
๒ เศษวัสดุ
หมายถงึ ส่ิงที่เราใชป้ ระโยชน์แล้วยังสามารถนาำ มาใชต้ ่อได้
มที ัง้ เศษวสั ดธุ รรมชาตแิ ละเศษวสั ดุสงั เคราะห์ เชน่
¢Ç´¾ÅÒʵԡ äÁäŒ ÍÈ¡ÃÕÁ
¡Å‹Í§¹Á ¡ÐÅÒÁоÌÒÇ à»Å×Í¡ËÍÂ
᡹¡ÃдÒɪÒí ÃÐ
6๕
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
กะลามะพราวมลี ักษณะคลายกับวสั ดชุ นดิ ใดมากท่สี ุด ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา กอ นนาํ วสั ดหุ รอื เศษวสั ดมุ าประดษิ ฐ
1. ใบตอง ควรทําความสะอาดใหเรียบรอยกอน เพ่ือสุขอนามัยและปองกันการเลอะเทอะ
2. ผาฝา ย จากคราบสกปรกหรือเศษผงตางๆ
3. กระดาษ
4. ขวดพลาสติก ทั้งนี้ ควรทาํ ความสะอาดใหถ ูกวิธี วัสดหุ รอื เศษวสั ดทุ ่ีตองทําความสะอาด
ดว ยนา้ํ ควรผ่ึงใหแ หงกอนนาํ มาใช
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : กะลามะพราวเปน ของแข็ง กันน้ําไดดี รูปทรง
ของกะลามะพราวสามารถประดิษฐเปนท่ีใสของได ซ่ึงมีลักษณะ
คลายกับขวดพลาสติก สวนใบตองมีลักษณะไมแข็งแรง ฉีกขาด
งา ย ผา ฝา ยและกระดาษมีลกั ษณะไมแขง็ แรงและไมก ันนา้ํ ดงั น้ัน
ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอง)
T77
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
ขนั้ สอน วสั ดใุ นทองถนิ่
วสั ดใุ นทอ้ งถน่ิ หมายถงึ วสั ดหุ รอื เศษวสั ดทุ มี่ ีในทอ้ งถน่ิ สามารถ
ออกแบบชนิ้ งาน นำามาใชป้ ระดิษฐข์ องเล่น ของใช้ หรือของประดบั ตกแต่งได้ ในแตล่ ะ
ท้องถน่ิ อาจมีวสั ดุหรอื เศษวัสดทุ เ่ี หมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั เช่น
1. ครูเนนยํ้ากับนักเรียนวา ใหออกแบบช้ินงาน
ที่มีความเหมาะสมกับงานประดิษฐ และตอง วัสดหุ รือเศษวสั ดธุ รรมชาติ
ออกแบบใหมีขนาดเหมาะกับปริมาณวัสดุที่
ตนเองมี
2. นักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบชิ้นงาน
เปน ภาพราง 2 มติ ิ แลว นํามาเสนอครู
3. ครูตรวจงานภาพรา ง 2 มติ ิ แลว ใหข อแนะนาํ
เพื่อความเหมาะสมของงานประดษิ ฐ
ãºäÁŒ
¡ÍŒ ¹ËÔ¹
¢¹¹¡ àÈÉäÁŒ ¡§Ôè äÁŒ
¡ÅÍ‹ § Åѧ
วัสดุหรอื เศษวัสดสุ งั เคราะห
¼ŒÒ
¢Ç´á¡ŒÇ ¡Ãл‰Í§¹Òéí ÍÑ´ÅÁ
66 การคัดเลือกวัสดุในท้องถิน่
เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย
ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ใหนกั เรียนเขาใจวา การนําเศษวัสดมุ าใชตองนาํ มาจาก ครนู าํ เศษวสั ดทุ อ งถนิ่ มาใหน กั เรยี นดู 4 ชน้ิ โดยมที ง้ั เศษวสั ดุ
สงิ่ ทีเ่ จา ของวัสดุเหลาน้ันไมใช และควรขออนญุ าตเจา ของกอนนํามาใช ธรรมชาติและเศษวสั ดสุ ังเคราะห จากนน้ั ใหนักเรยี นบอกวา เศษ
วัสดุแตละชิ้นจัดอยูในประเภทใด แลวใหนักเรียนเขียนอธิบาย
ส่ือ Digital ลักษณะของเศษวัสดุทั้ง 4 ชิ้น พรอมยกตัวอยางงานประดิษฐท่ี
สามารถสรา งจากเศษวสั ดุเหลา น้ีเปน ผังมโนทัศน
ครใู หน กั เรยี นสแกน QR Code การคดั เลอื กวสั ดใุ นทอ งถน่ิ เพอ่ื ใหน กั เรยี น
นําไปประยกุ ตใ ชในการทาํ งานประดิษฐ
T78
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
หลักในการเลือกวัสดุหรือเศษวัสดุในทองถ่ิน ขน้ั สอน
๑. ใช้วสั ดุหรอื เศษวสั ดุที่หาง่ายในท้องถิ่น โดยอาจไมต่ ้องซ้ือ ออกแบบชิ้นงาน
๒. ใช้วสั ดุหรือเศษวัสดุให้เหมาะสมกบั งานทป่ี ระดิษฐ์
๓. เลอื กใช้วสั ดุหรอื เศษวสั ดุทีม่ คี วามแข็งแรง 4. นักเรียนตรวจสอบภาพราง 2 มิติ ถาภาพ
รา ง 2 มิติ มีขอบกพรอ ง ใหนกั เรยี นแกไขให
๓. อปุ กรณ์ท่ีใช้ในการทำางานประดิษฐ์ เรยี บรอ ยกอนนํามาสง ใหค รตู รวจ
อุปกรณ์ท่ีใชท้ ำางานประดษิ ฐ์ แบง่ ได้ ๔ ประเภท ซ่งึ อปุ กรณ์
5. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด
บางชนิดเปนเคร่ืองมือในการทำางานช่างด้วย ดังนี้ • การออกแบบภาพกอนทํางานประดิษฐ
มีประโยชนใ นการทํางานประดิษฐอยางไร
๑ อปุ กรณสําหรับติด เชน่ (แนวตอบ : ทําใหรูวาตองสรางงานประดิษฐ
อยา งไร สามารถทําไดอ ยา งตอ เนื่อง เพราะ
รูแบบของงานประดิษฐท่ีตองการอยูแลว
ถายังไมไดรางแบบกอนสรางงานประดิษฐ
แลวลงมือทําอาจทําใหทํางานประดิษฐได
ไมตอเนื่อง และอาจประดิษฐงานไมเสร็จ
เพราะไมมีรูปแบบทีต่ อ งการแนน อน)
¡ÒǪ¹´Ô µÒ‹ § æ áÁç¡ Å¡Ù áÁ¡ç
à¢çÁ ´ÒŒ Â
à·»ãÊ à·»¡ÒÇÊͧ˹Ҍ
¡ÃдÒÉ¡ÒÇ
67
ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ใครใชอ ปุ กรณส าํ หรบั ติดไมถูกตอ ง ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา อุปกรณที่ใชในการติดบางอยาง
1. โกใชเทปใสตดิ กระดาษสเี ขาดวยกนั ตอ งใชคกู ันเสมอ เชน เขม็ ตองใชกับดา ย แมก็ ตอ งใชก ับลกู แม็ก ถา ตอ งการให
2. นงิ้ ใชแมก็ เยบ็ ผา ใหตดิ กนั เพอื่ ทํากระเปาผา ติดกนั จะขาดอปุ กรณใดอปุ กรณห นึง่ ไมได
3. เมทากาวนา้ํ บนไมไ อศกรมี เพือ่ ติดกับกระดาษ
4. ตว้ั ใชกระดาษกาวติดหลอดกับไมเสียบลูกชน้ิ เขาดวยกัน ทั้งน้ี การเย็บ สีของดายท่ีใช ควรเลือกใหกลมกลืนกับวัสดุท่ีตองการเย็บ
เพอ่ื ไมใ หเ หน็ รอยเยบ็ แตถ า ออกแบบไวใ หส ดี า ยใชส าํ หรบั การตกแตง ดว ยกอ็ าจ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : โก เม และตวั้ ใชอปุ กรณสาํ หรบั ติดไดถ กู ตอ ง จะเลือกใหมีสีท่ีแตกตางจากวัสดุที่ตองการเย็บก็จะทําใหงานมีความสวยงาม
และเหมาะสม วสั ดุสามารถติดกันได แตการใชแม็กเย็บผา ของนง้ิ เชนกัน
ไมถูกตอ ง เพราะผา จะหลุดออกจากกัน เน่อื งจากแมก็ ไมส ามารถ
เยบ็ ผา ใหต ดิ กันไดนาน ดังน้ัน ขอ 2. จงึ เปนคําตอบทีถ่ ูกตอ ง)
T79
นาํ สอน สรุป ประเมิน ÊàÕ Á¨Ô¡
ขน้ั สอน ๒ อปุ กรณส าํ หรบั เขยี น เช่น
ลงมอื ประดิษฐ์ ´Ô¹ÊÍ »Ò¡¡Ò
1. นักเรียนแตละกลุมนําวัสดุ อุปกรณเตรียมไว ๓ อปุ กรณสําหรบั ตัดหรอื เจาะ เช่น
สําหรับประดิษฐของใชในโอกาสตางๆ โดย
ตรวจสอบรายการใหมีครบตามท่วี างแผนไว
2. นักเรียนสวมเครื่องปองกันอันตรายจากการ
ทาํ งานประดษิ ฐ เชน ถงุ มอื ผา หนา กากปด จมกู
3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันประดิษฐของใชใน
โอกาสตางๆ โดยมีครคู อยแนะนํา
4. ครูสังเกตการทํางานของสมาชิกแตละกลุม
พรอมจดบนั ทกึ เพื่อใชใ นการประเมิน
¡ÃÃä¡Ã ÊNjҹ
¤µÑ àµÍà ·àÕè ¨ÒСÃдÒÉ
๔ อปุ กรณสําหรับตกแตง เช่น
ÊàÕ ·ÂÕ ¹ ÊÕ â»ÊàµÍà äËÁ¾ÃÁ
หนทู าํ ได
6๘ เลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับงาน ทาำ ไดด้ ี พอทำาได้ ทำาอีกครง้ั
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูนาํ สแี บบตางๆ มาใหน ักเรียนดู เชน สไี ม สีโปสเตอร สีนาํ้ โดยระบาย อุปกรณใ นภาพอยใู นประเภท
ลงบนกระดาษ เพื่อใหนักเรียนเห็นความแตกตางของสีแตละชนิด จากน้ันครู เดยี วกับขอ ใด
แนะนํานักเรียนใหเลือกใชสีใหเหมาะสมกับวัสดุของงานประดิษฐ เพราะถาใช
ไมเหมาะสมสีก็จะไมติดกับวัสดุ งานประดิษฐก็จะไมเปนไปตามที่ออกแบบไว 1. เทปใส 2. คตั เตอร
เชน สไี มและสีเทียนไมค วรใชร ะบายใบไม เพราะอาจทาํ ใหใบไมเ สียหายและสี 3. กรรไกร 4. กากเพชร
ไมตดิ อยูบนใบไม ควรใชส ีโปสเตอรแทน
(วิเคราะหคําตอบ : จากภาพ คือสีไมเปนอุปกรณสําหรับตกแตง
เทปใสเปน อปุ กรณส าํ หรบั ตดิ กากเพชรเปน อปุ กรณส าํ หรบั ตกแตง
กรรไกรและคตั เตอรเ ปนอปุ กรณสําหรับตัด ดงั นั้น ขอ 4. จึงเปน
คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)
T80
นาํ สอน สรปุ ประเมนิ
ò การ»รдÉÔ °¢Í§ãªŒ หนู ๆ เคยประดิษฐของใช ขน้ั สอน
ãนâÍกาʵ‹า§æ อะไรบาง และมีข้ันตอน ลงมอื ประดษิ ฐ์
ของใช้ เปน ของสาำ หรบั ใชส้ อย การประดิษฐอยางไร
5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
ในโอกาสต่าง ๆ ตามความตอ้ งการของคนเรา • เพราะเหตุใดจึงตองเรียนรูอปุ กรณท ใี่ ชใ น
ของใช้ที่เราสามารถประดิษฐ์เองได้จากวัสดุในท้องถิ่นมีหลาย งานประดษิ ฐ
ชนดิ เชน่ (แนวตอบ : เพื่อใหใชงานอุปกรณไดอยาง
ถูกตองเหมาะสม ทําใหงานประดิษฐเสร็จ
ท่ีใสปากกา กลองกระดาษ หมวก สมบูรณ และเพื่อใหเกิดความปลอดภัยตอ
จากกระปอ ง ชาํ ระ ใบมะพราว ผทู ํางานประดษิ ฐ)
• นักเรียนคิดวา การใชอ ุปกรณท ใ่ี ชในงาน
ประดษิ ฐใหปลอดภยั มีวิธีการอยางไรบา ง
(แนวตอบ : ใชอุปกรณดวยความระมัดระวัง
มีใจจดจออยูกับงานตลอดเวลา และสวม
เครื่องปองกัน เชน ถุงมือผา ขณะทํางาน
ประดิษฐ)
หลักการประดิษฐของใช
๑. วางแผนการทาำ งานว่าจะประดิษฐอ์ ะไร เพ่อื ใช้ประโยชน์อะไร
๒. ออกแบบส่ิงที่คิดจะประดิษฐ์โดยใช้วัสดุหรือเศษวัสดุท่ีมีใน
ท้องถน่ิ ของตนเอง จากน้นั เขียนเปนภาพร่าง ๒ มติ ิ
๓. ศกึ ษาวิธีการประดษิ ฐ์จากแหลง่ ต่าง ๆ เช่น สบื ค้น
จากอินเทอร์เน็ต
๔. เตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ทจ่ี ะใช้ทำางานประดษิ ฐ์ใหพ้ รอ้ ม
๕. ลงมือประดิษฐช์ ้ินงานตามทวี่ างแผนไว้
๖. ตรวจสอบหาขอ้ บกพรอ่ งของงาน และปรับปรงุ แก้ไขหากพบ
ขอ้ บกพรอ่ ง
๗. จดั เกบ็ อุปกรณท์ ่ีใช้ในการทำางานประดิษฐเ์ ขา้ ท่ี และทำา
ความสะอาดสถานที่ใหเ้ รยี บร้อย
๘. นำาช้นิ งานประดษิ ฐ์ไปใชส้ อยในโอกาสตา่ ง ๆ ตามท่ตี ้งั ใจ 6๙
ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู
คณุ สมบตั ิท่สี ําคัญท่สี ุดของงานประดษิ ฐคอื อะไร ครูแนะนํานักเรียนเพิ่มเติมวา ควรเลือกสถานที่ทํางานประดิษฐที่ไมมี
1. สวยงาม 2. ราคาแพง ลมพัดมากนกั เพราะวสั ดุ อปุ กรณใ นการประดิษฐบางชน้ิ มลี กั ษณะบางและเบา
3. ใชวสั ดหุ ายาก 4. ใชงานไดจริง เชน กระดาษ ใบไม ซึง่ อาจปลวิ หายไป ทําใหก ารทาํ งานประดษิ ฐลาชา และไม
ตอ เน่อื ง
(วิเคราะหคําตอบ : งานประดิษฐควรคํานึงถึงการใชงานไดจริง
เปนอยางแรก เพ่ือใหงานประดิษฐออกมาแลวไมใชทรัพยากรไป
โดยเปลา ประโยชน สว นคุณสมบตั ิอื่นๆ เชน ความสวยงาม ความ
สะอาด ความละเอียดจะมีความสําคัญรองลงมา ดังน้ัน ขอ 4.
จงึ เปนคําตอบที่ถกู ตอ ง)
T81
นํา สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน ๑µÇÑ ÍÂา‹ §·Õè การประดษิ ฐท่ีใสของจากไมไอศกรีม
ประเมนิ ผล ÇÊÑ ´áุ ÅÐÍ»ุ กรณ ๒. แกนกระดาษชาำ ระ
๔. กาวลาเท็กซ์
1. นักเรียนแตละกลุมรวมกันประเมินผลการ ๑. ไม้ไอศกรีม ๖. ของสาำ หรบั ตกแตง่
ประดิษฐของใชในโอกาสตางๆ ท้ังดานความ ๓. กระดาษแขง็
เรียบรอย ความแข็งแรง และการใชงาน ถา ๕. กรรไกร
พบวามขี อ บกพรอ งใหรว มกนั แกไข
ขนั้ ตอนการประดษิ ฐ
2. แตละกลุมนําเสนองานประดิษฐหนาชั้นเรียน
โดยนําเสนอตามหัวขอ ตอไปน้ี ๑ ร่างแบบที่ใส่ของจากไม้ไอศกรีม ๒ นำาไม้ไอศกรีมที่ล้างสะอาดและ
1) ชอ่ื งานประดิษฐ และแกนกระดาษชำาระ โดยเขียน ตากแหง้ แล้วมาแบง่ เปน ๒ สว่ น
2) วัสดุและอปุ กรณท ใ่ี ชในงานประดิษฐ เปน ภาพร่าง ๒ มิติ คอื สว่ นฐานและสว่ นที่ใส่ของ
3) ขัน้ ตอนการประดษิ ฐ
4) วธิ ีใชงานประดิษฐ
5) อปุ สรรคในการทาํ งานประดิษฐ
๓ ทากาวท่ีไมไ้ อศกรมี แลว้ ตดิ ทแี่ กน ๔ ทากาวประกอบส่วนท่ีใส่ของกับ
กระดาษชาำ ระจนทวั่ และตดิ ลงบน ส่วนฐาน ต้ังทิ้งไว้จนกาวแห้ง
กระดาษแขง็ เพื่อทำาเปน ฐาน และตดิ กนั สนิท
๕ ตกแต่งท่ีใส่ของตามต้องการ จากนั้นทดสอบความแข็งแรงด้วยการทดลอง
ใสข่ อง ถา้ ยงั ตดิ กนั ไม่แนน่ ใหท้ ากาวติดอกี ครั้ง
7๐
เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ
ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ใหน ักเรยี นเขาใจวา กาวลาเท็กซม ีความเหนยี ว ถา กาว ถา นกั เรยี นตอ งการประดษิ ฐกระเปา ใสเหรียญ นักเรยี นควรใช
สัมผัสรางกายจะทําความสะอาดยากและอาจทําใหระคายเคืองผิวหนัง ดังนั้น วัสดใุ ด
ในขณะทํางานประดิษฐควรใชไมไอศกรีมหรือวัสดุที่มีลักษณะคลายกันตัก 1. ใบตอง 2. กลองโฟม
หรือปาดกาวลาเท็กซขึ้นมาจากขวด แลวนําไปทาท่ีงานประดิษฐ เพื่อความ 3. กะลามะพรา ว 4. หนังสอื พิมพ
สะอาดและความปลอดภยั
(วิเคราะหค ําตอบ : ใบตอง กลอ งโฟม และหนงั สอื พมิ พ สามารถ
ฉีกขาดและแตกหักงายเมื่อโดนของแหลมหรือรับน้ําหนักมาก
เกนิ ไป กะลามะพรา วมลี กั ษณะแขง็ แรงและทนทานกวา จงึ เหมาะสม
กับการนํามาทํากระเปาใสเหรียญ ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ที่ถูกตอ ง)
T82
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
๒µÇÑ ÍÂา‹ §·Õè การประดษิ ฐห มวกแฟนซจี ากกลองนม ขนั้ สอน
ÇÊÑ ´ุáÅÐÍ»ุ กรณ ๒. ไหมพรม ประเมนิ ผล
๔. กรรไกร
๑. กลอ่ งนม ๖. ปากกา 3. นักเรียนกลุมอ่ืนๆ รวมกันแสดงความคิดเห็น
๓. กิ๊บดาำ เก่ียวกับงานประดิษฐ
๕. ท่เี จาะกระดาษ
4. ครูประเมินผลการทํางานของแตละกลุม แลว
ขนั้ ตอนการประดษิ ฐ ใหขอแนะนําในจดุ ที่บกพรอง
๑ นำากลอ่ งนมมาแกะแล้วลา้ งให้สะอาด ผ่งึ ให้แห้ง 5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• การประเมินผลงานประดิษฐกอนนําไปใชมี
ขอดีอยางไร
(แนวตอบ : ไดตรวจสอบงานประดิษฐอยาง
ละเอยี ดอกี ครงั้ เพอื่ ใหง านประดษิ ฐม คี วาม
สมบรู ณม ากทสี่ ดุ )
๒ วาดแบบลงกระดาษแข็งและ แบบ
ตดั กลอ่ งนมใหเ้ ปน รปู สามเหลยี่ ม ๔ นิ้ว
คลา้ ยหนา้ เตารดี เพอื่ ทาำ ตวั หมวก ๔ นว้ิ
และรูปสี่เหลี่ยมคางหมู เพ่ือทำา
ปกหมวก ซงึ่ มีขนาดดงั นี้
๖.๕ นวิ้
๔ นิ้ว ๘ นิว้
จากนน้ั นำากระดาษแขง็ ทาบลงบนกล่องนม แลว้ วาดตามแบบ และตดั กลอ่ งนม
อยา่ งละ ๕ ช้นิ
7๑
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
ถา นกั เรยี นไมส ามารถหาวัสดทุ ต่ี อ งการมาทํางานประดษิ ฐได ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การเลือกกลองนมมาทําหมวก ควร
นกั เรียนควรทําอยา งไร เลือกกลองนมทม่ี ีขนาดเทา ๆ กัน และมีรูปแบบคลา ยกัน เพ่อื ใหงา ยตอการตัด
และการเยบ็ ประกอบเปน หมวก เพราะถา เลอื กกลอ งนมขนาดเลก็ และขนาดใหญ
(แนวตอบ : หาวัสดุท่ีใกลเคียงกับวัสดุเดิมมาทํางานประดิษฐ มาประกอบกนั ขนาดทส่ี ามารถตัดมาทาํ งานประดิษฐไ ดก ็จะไมเ ทากนั
ถา หาวสั ดลุ กั ษณะใกลเ คยี งไมไ ดก ต็ อ งเปลย่ี นงานประดษิ ฐท ตี่ อ งการ
ทาํ เพราะวสั ดทุ ไ่ี มเ หมาะสมอาจทาํ ใหง านประดษิ ฐไ มส มบรู ณ)
T83
นํา สอน สรปุ ประเมิน
ขน้ั สอน ๓ ใชท้ เ่ี จาะกระดาษเจาะรูตรงริมชิน้ สว่ นกลอ่ งนมทุกชนิ้
ใชป้ ระโยชน์
1. นักเรียนนํางานประดิษฐไปใชประโยชนตาม
วัตถุประสงคที่กําหนดไว จากน้ันบันทึก
ประโยชนของงานประดิษฐและประโยชนของ
การทาํ งานประดษิ ฐ
2. ครนู าํ ตวั อยา งการจดั นทิ รรศการมาใหน กั เรยี น
ดู แลวมอบหมายใหนักเรียนจัดนิทรรศการ
เพ่อื นาํ เสนอประโยชนข องการประดษิ ฐข องใช
ในโอกาสตางๆ
๔ ใช้ไหมพรมร้อยใส่กิ๊บดำา (แทน
เขม็ ) แลว้ รอ้ ยไหมพรมประกอบ
ช้ินส่วนหมวกเข้าด้วยกัน โดย
ร้อยไขว้ไปมาเหมือนร้อยเชือก
ผูกรองเท้าเพื่อให้แน่น จากน้ัน
ร้อยไหมพรมเพ่ือประกอบส่วน
ปกหมวกจนครบทุกชิ้นสว่ น
๕ ตรวจสอบชนิ้ งาน และนำาหมวกไปใสก่ นั แดด
หนทู าํ ได
7๒ ประดิษฐข์ องใช้ไดอ้ ย่างประหยดั ทาำ ได้ดี พอทาำ ได้ ทำาอีกครั้ง
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูแนะนํานักเรียนวา อาจเพ่ิมเชือกสําหรับรัดคางเพื่อปองกันหมวกปลิว ส่ิงใดของหมวกจากกลองนมท่ไี มต องตรวจสอบกอ นใชงาน
เมอื่ เจอลมแรง และเชอื กนสี้ ามารถอาํ นวยความสะดวกใหถ อื หมวกไดห ลายวธิ ขี น้ึ 1. ขนาดของศรี ษะกบั หมวก
เชน ใชเชือกคลองกับแขน ใชมือจับเชือก ใชแขวนกับท่ีแขวนหลังจากใชงาน 2. ความสะอาดของกลองนม
เสรจ็ แลว ไดอกี ดว ย 3. ความแนน หนาของไหมพรม
4. ราคาของกลองนมที่นาํ มาใช
(วิเคราะหคําตอบ : หลังประดิษฐหมวกเสร็จควรตรวจสอบขนาด
หมวกและศีรษะใหพ อดกี นั ตรวจสอบความแขง็ แรง ความสะอาด
และความสวยงามของหมวกใหเรียบรอย แตไมจําเปนตองตรวจ
สอบเรอื่ งราคาของกลอ งนม ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทถี่ กู ตอ ง)
T84
นํา สอน สรปุ ประเมนิ
กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขน้ั สอน
ถามมาหนตู อบได้ ใช้ประโยชน์
๑. งานประดิษฐ์ทน่ี ักเรยี นประดิษฐ์ แบ่งไดก้ ป่ี ระเภท อะไรบา้ ง 3. นักเรียนในชั้นเรียนรวมกันออกแบบและ
๒. สง่ิ ทีน่ กั เรียนตอ้ งทาำ อันดบั แรกและอันดับสุดทา้ ยในกระบวนการ วางแผนงานนทิ รรศการ โดยมคี รใู หค าํ แนะนาํ
ในการจดั นทิ รรศการ
ทำางานคืออะไร
๓. วสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยทู่ ส่ี ามารถนาำ มาทาำ งานประดษิ ฐ์ได้ 4. นักเรียนจัดนิทรรศการนําเสนอประโยชนการ
ประดิษฐของใชใ นโอกาสตางๆ
มีอะไรบ้าง และวัสดนุ นั้ เหมาะจะใช้ประดิษฐ์อะไร
5. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• การทาํ งานประดษิ ฐช ว ยใหน กั เรยี นเกดิ ความ
คิดสรางสรรคไ ดอ ยางไร จงอธบิ าย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยูในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู อน)
เรยี นรกู้ จิ กรรมทกั ษะการทาำ งาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
๑. สำารวจวัสดุในท้องถนิ่ แล้วแยกประเภทวัสดุ จากนั้นนาำ เสนอ
ผลงานตามรปู แบบของตนเอง
๒. แบ่งกลุ่ม แล้วปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
• สรา้ งสรรคช์ น้ิ งานประดษิ ฐจ์ ากวสั ดทุ ม่ี ีในทอ้ งถนิ่ ใหเ้ ปน ของใช้
โดยปฏิบัตติ ามกระบวนการทำางาน
• นำาเสนอช้นิ งานท่ีหน้าช้นั เรยี น
หนรู ู้สึกอย่างไร
๑. หากไมท่ าำ งานประดษิ ฐต์ ามกระบวนการทาำ งาน จะเกดิ ผลอยา่ งไร
๒. นักเรียนรูส้ กึ อยา่ งไรท่ีไดป้ ระดษิ ฐข์ องใชจ้ ากวสั ดใุ นทอ้ งถ่ินด้วย
ตนเอง
7๓
ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู
แกว ประดษิ ฐต ะกรา ใสข องเสรจ็ แลว แตไ มเ กบ็ วสั ดุ อปุ กรณใ ห ครูใหนักเรียนจดบันทึกการทํางานในการเรียนรูกิจกรรมทักษะการทํางาน
เรยี บรอ ย การกระทาํ ของแกว จะสง ผลตอ ตนเองและผอู น่ื อยางไร C21 ไว โดยบนั ทกึ ตามหัวขอ ดงั น้ี
(แนวตอบ : อาจทาํ ใหตนเองและสมาชิกในบา นประสบอบุ ัตเิ หตุ • ชอื่ และจดุ ประสงคงานประดษิ ฐ
จากวัสดุ อุปกรณท่ีไมไดเก็บเขาที่ และอาจหาวัสดุ อุปกรณมา • หนา ทีข่ องสมาชิกกลมุ แตล ะคน
ประดษิ ฐง านครง้ั ตอ ไปยากขน้ึ ) • ขน้ั ตอนการประดษิ ฐ
• สงิ่ ทีภ่ มู ใิ จและสง่ิ ท่ีตองการแกไขในการทํางานประดษิ ฐ
เพอื่ ใหน กั เรยี นไดท บทวนการทาํ งานประดษิ ฐแ ตล ะครง้ั วา เปน อยา งไร และ
นาํ สง่ิ ทตี่ องแกไ ขมาพัฒนาใหด ขี ึ้นกวาเดมิ
T85
นาํ สอน สรุป ประเมิน
ขนั้ สอน áบบ»รÐàมนÔ การ·íา§าน สำาห
คาำ ชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นประเมินการทาำ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ใชป้ ระโยชน์ ท่ีกำาหนด แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
รายการ ทำาได้ดี พอทำาได้ ปรับปรุง
6. นักเรียนตอบคําถามกระตุน ความคดิ
• ถานักเรียนตองการนําทักษะการประดิษฐ ๑. ทำางานตามกระบวนการทำางาน ตัวอยางตารางบันทึกผล
ไปสรางอาชีพในอนาคต นักเรียนควรทํา ๒. เลอื กวัสดุในท้องถิ่นมาประดษิ ฐข์ องใช้
อยา งไร ๓. ใชอ้ ปุ กรณ์ในการทำางานประดิษฐ์ได้ถูกต้อง
(แนวตอบ :ฝก ฝนการประดษิ ฐอ ยา งสมา่ํ เสมอ
เพอ่ื ใหงานมีคุณภาพและสวยงาม) เหมาะสม และปลอดภัย
7. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมในแบบวดั ฯ การงานอาชพี
ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 6
๔. ประดิษฐ์ของใช้จากวสั ดุในทอ้ งถิน่ ได้
รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑
erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
áบบ»รÐàมÔน ·ÑกÉÐการ·าí §าน C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments
คาำ ชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ทักษะการทำางาน C21 ตามรายการ สาำ หรับครู
ทกี่ ำาหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
รายการ
ทาำ ไดด้ ี พอทำาได้ ปรับปรุง
๑. รว่ มมอื ทำางานจนงานสาำ เร็จ ตัวอยางตารางบันทึกผล
๒. ใชอ้ ปุ กรณ์ไดถ้ กู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
๓. การรว่ มแสดงความคิดเหน็
๔. การแบ่งหน้าท่ีในการทำางานอย่างเหมาะสม
๕. มคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์
รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรงุ = ๑
7๔
เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด
ครูวัดและประเมินผลนักเรียน โดยดูจากการทํางานรวมกันของนักเรียน การประเมินผลงานตนเองอยูเสมอมีขอ ดอี ยางไร
พยายามกระตุนใหนักเรียนทุกคนแสดงความคิดเห็น เพ่ือนําไปพัฒนางานของ (แนวตอบ : ชว ยใหเ หน็ ขอ ดแี ละขอ เสยี ของผลงานตนเอง เพอื่ นาํ
กลุมตนเอง และประเมินจากการทํางานประดิษฐในดานความละเอียด ความ
สวยงาม และการใชวสั ดใุ นการสรา งงานประดษิ ฐอยา งคุมคา ดวย ไปพฒั นาใหผลงานดขี ้ึนกวา เดมิ ถา ไมประเมนิ ผลงานของตนเอง
กจ็ ะไมไ ดเ หน็ สงิ่ เหลา น้ี ทาํ ใหไ มเ หน็ แนวทางแกไ ขใหผ ลงานตนเอง
ดีขนึ้ กวาเดิม)
T86
นาํ สอน สรุป ประเมนิ
â¤ร§§าน การงานอาชพี ขน้ั สรปุ
â¤Ã§§Ò¹ : àÈɼŒÒÊÃÒŒ §ÃÒÂä´Œ 1. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอดี
จดุ ประสงค์ : ๑. เพอื่ เปน การศกึ ษาขนั้ ตอน รปู แบบ และการสรา้ ง และขอ เสยี ของการทาํ งานประดษิ ฐโ ดยใชว สั ดุ
เหลอื ใช
ช้นิ งานจากเศษผ้า
๒. เพ่ือสร้างเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการผลิต 2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ งานประดษิ ฐ
โดยสรุปขั้นตอนการทํางานและประโยชนของ
ชิ้นงานท่ีหลากหลาย การทาํ งานประดษิ ฐอยา งชัดเจน
๓. เพอื่ พฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑอ์ อกสทู่ อ้ งตลาด นาำ ไปสู่
3. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนประดิษฐ
การประกอบอาชีพเสรมิ ระหวา่ งเรยี น ของใชในโอกาสตางๆ จากวัสดุหรือเศษวัสดุ
ภาระงาน : ๑. วางแผนสรา้ งชน้ิ งานจากเศษผา้ เพอ่ื ทาำ เปน พวงกญุ แจ ในทอ งถิ่นคนละ 1 ชน้ิ
จากนน้ั สาำ รวจเศษผา้ ทม่ี ใี นชมุ ชน แลว้ ออกแบบชน้ิ งาน 4. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
๒. สรา้ งพวงกญุ แจจากเศษผ้าตามท่อี อกแบบ จัดการเรียนรู และทําแบบวัดฯ หนวยการ
๓. นาำ ผลงานไปเผยแพร่ และวางจาำ หนา่ ยในรา้ นคา้ ชมุ ชน เรียนรูท ี่ 6 เรอ่ื ง หนูสรา งสรรคง านประดิษฐ
อประมา ขนั้ ประเมนิ
ผล มี ก¨Ô กรรม บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง ครูประเมนิ งานประดิษฐของนกั เรยี นแตล ะคน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และตรวจแบบวัดฯ
¡¨Ô ¡ÃÃÁ : à¡ÉµÃàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ การงานอาชีพ ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 6 เร่ือง
จดุ ประสงค์ : ปลูกผักสวนครัวที่มีในท้องถ่ินตามฤดูกาลได้ โดยนำา หนสู รา งสรรคงานประดิษฐ
มีเห ุต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ตามภมู คิ มุ้ กนั
พ แบบอยา่ งทีพ่ บเหน็ ในชีวิตประจาำ วันณ
ภาระงาน : ปลกู ผกั สวนครวั ทม่ี ใี นทอ้ งถน่ิ ตามฤดกู าล โดยดแู ลรกั ษา
ผกั จนผกั โต สามารถนาำ มารบั ประทาน หรอื หากปลกู มาก
กส็ ามารถนำาไปจาำ หน่ายได้
7๕
ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล
มุกจะประดิษฐกระปุกออมสินจากขวดพลาสติก มุกควรนํา ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพ่ือประเมินชิ้นงานของนักเรียน
ขวดพลาสตกิ มาจากที่ใดจงึ จะเหมาะสมท่สี ดุ จากใบประเมินช้ินงานท่แี นบทา ยแผนการจัดการเรยี นรู
1. ซอ้ื ใหมจากรา นคา การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
2. คนจากถงั ขยะหนาบา น
3. นํามาจากที่ตนเองเก็บไว แบบประเมนิ การประดิษฐ์ของเล่นหรอื ของใชจ้ ากวัสดุหรือเศษวสั ดุในโอกาสต่างๆ คาช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี
4. นํามาจากขวดทีพ่ อปลูกตนไม
รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
(วิเคราะหคําตอบ : วัสดุหรือเศษวัสดุที่ใชสรางงานประดิษฐจะ
ตอ งหาไดง า ย ถา สงิ่ เหลา นนั้ มเี จา ของ ตอ งขออนญุ าตจากเจา ของ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
กอน พยายามลดการใชทรัพยากรใหม และไมใชของราคาแพง 32 32
ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถูกตอง) 1. การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ ใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ 1 1
และเคร่ืองมอื ไดถ้ ูกต้อง เหมาะสมตาม ค่อนข้างถกู ต้อง เหมาะสมตาม ไม่ถูกต้อง เหมาะสมตาม
ประเภทของงานและลักษณะ ประเภทของงานและลักษณะ ประเภทของงานและลักษณะ 1 เนอ้ื หาละเอยี ดชัดเจน 1 การแสดงความคดิ เห็น
งานทีใ่ ช้ งานที่ใช้
งานที่ใช้ 2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
ตัวอยา งแบบประเมนิหรือเศษวัสดุ ไดถ้ กู ตอ้ งตามขน้ั ตอนดว้ ยความ ไดถ้ ูกตอ้ งตามขน้ั ตอน คอ่ นข้าง ค่อนข้างถกู ต้องตามขั้นตอน แต่ 2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน
3 ภาษาทใ่ี ช้เขา้ ใจง่าย 3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
2. การประดิษฐ์ของเลน่ ประดษิ ฐข์ องเล่นหรอื ของใชจ้ าก ประดิษฐ์ของเล่นหรือของใชจ้ าก ประดิษฐข์ องเลน่ หรือของใช้จากจากแผนการจัดการเรยี นรูสิง่แวดล้อม 4 ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการนาเสนอ 4 ความมีน้าใจ
หรือของใชจ้ ากวสั ดุ วัสดหุ รอื เศษวัสดใุ นโอกาสต่างๆ วัสดุหรอื เศษวัสดุในโอกาสตา่ งๆ วสั ดุหรอื เศษวสั ดใุ นโอกาสต่างๆ 5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน 5 การตรงตอ่ เวลา
รวม
ในโอกาสตา่ งๆ สะอาด รอบคอบ และอนุรักษ์ สะอาด รอบคอบ และคอ่ นขา้ ง ไมส่ ะอาด รอบคอบ รวม
อนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อม และไม่อนรุ ักษ์สิ่งแวดล้อม
3. การใช้กระบวนการ ใช้กระบวนการทางานในการ ใชก้ ระบวนการทางาน ใช้กระบวนการทางาน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
ประดษิ ฐข์ องเลน่ หรือ ของใช้ ในการประดิษฐ์ของเล่นหรือ ในการประดษิ ฐข์ องเล่นหรอื .........../................./................ ............../.................../................
เทคโนโลยีในการ จากวัสดหุ รือเศษวัสดใุ นโอกาส ของใชจ้ ากวัสดุหรือเศษวัสดใุ น ของใชจ้ ากวสั ดุหรอื เศษวสั ดุใน
ตา่ งๆไดถ้ กู ต้อง ครบถ้วนทั้ง 5 ท้องถิ่นได้ถกู ตอ้ ง 3-4 ข้นั ตอน ทอ้ งถน่ิ ได้ถกู ต้อง 1-2 ข้ันตอน เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประดิษฐข์ องเลน่ ขั้นตอน ดังน้ี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ดั เจน
หรือของใช้จากวสั ดุ ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
หรอื เศษวสั ดุ ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ในโอกาสต่างๆ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
4. ผลงานการประดษิ ฐ์ ผลงานการประดิษฐข์ องเล่น ผลงานการประดิษฐข์ องเล่น ผลงานการประดษิ ฐข์ องเลน่
ของเล่นหรอื ของใช้ หรือของใช้จากวสั ดุหรือเศษ หรือของใช้จากวสั ดหุ รือเศษ หรือของใช้จากวัสดุหรอื เศษ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
จากวสั ดุหรอื วสั ดุในท้องถิ่นสวยงาม มี วสั ดใุ นท้องถ่ินค่อนข้างสวยงาม วสั ดุในท้องถิ่นคอ่ นขา้ งสวยงาม
เศษวสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ ความคดิ สร้างสรรค์ ค่อนข้างมีความคดิ สร้างสรรค์ ค่อนข้างมีความคดิ สรา้ งสรรค์
และสามารถนาไปใชไ้ ดจ้ ริง แต่ไมส่ ามารถนาไปใช้ได้จริง
และสามารถนาไปใช้ไดจ้ ริง
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ 12 - 15 ดี 12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน 8 - 11 พอใช้
10 - 12 6-9 ตา่ กว่า 6 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
พอใช้ ปรบั ปรงุ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
ระดบั คุณภาพ ดี
T87
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร สำ�นักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำ�นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน. 2551. ตัวชีว้ ัด
และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลย.ี กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จิราพัทธ์ แก้วศรที อง และคณะ. 2552. งานประดษิ ฐ์จากเศษวัสดเุ หลอื ใช.้ กรุงเทพมหานคร : วาดศิลป.์
ชัยนนท์ ศรสี ุภินานนท.์ 2559. พ้ืนฐานทางชา่ ง. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอ็ดยเู คชัน่ .
โทะโยะโกะ โอช.ิ 2560. เคล็ดลับงานบา้ น เลม่ เดียวเอาอย.ู่ กรงุ เทพมหานคร : นานมบี ๊คุ ส.์
โทร ุ โยะชติ ะ. 2561. ซอ่ มเองได้ ง่ายนิดเดียว. กรงุ เทพมหานคร : นานมบี ุ๊คส.์
เนตรนารี คร้ามมที รัพย์. 2560. เศษวสั ดแุ ปลงโฉม. กรุงเทพมหานคร : วาดศลิ ป์.
เพชรา สงั ขะวร. 2550. ทำ�งานบ้านใหเ้ ปน็ งานเบา. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคช่ัน.
วชั ระ แก้วสฟุ อง. 2562. ผลติ ภณั ฑจ์ ากวสั ดเุ หลอื ใช้. กรุงเทพมหานคร : วาดศลิ ป์.
สาระ-พรรณ.์ 2560. คมู่ อื ปลกู ผัก Organic ดว้ ยตนเอง. กรงุ เทพมหานคร : บคุ๊ เมคเกอร.์
อภชิ าติ ศรสี อาด. 2559 . คู่มอื การเพาะปลกู ผักสวนครวั & ผักพน้ื บา้ น. กรุงเทพมหานคร : นาคา อินเตอร์มีเดีย.
อังคณา รตั นจนั ทร.์ 2561. ใช้ปุย๋ ดี เลอื กดินถูก ปลูกผกั งดงาม. กรุงเทพมหานคร : นานมีบ๊คุ ส.์
อารนี าถ ปัตนกลุ . 2552. งานประดษิ ฐ์จากเศษวสั ด.ุ กรุงเทพมหานคร : วาดศิลป์.
T88