The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pukmtec, 2022-09-19 05:54:51

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

คู่มือครู-การงานอาชีพ-ป3

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ó à¤ÃèÍ× §Á×Íà¡ÉµÃ

วิเคราะหก์ ารทํางาน การปลกู ผกั สวนครวั ตอ งใชเ ครอ่ื งมอื เกษตร เพอ่ื ความสะดวกใน
การปลกู โดยตองใชใหถูกตอง เพื่อความปลอดภยั ของผูใ ชงาน
1. ครูถามกระตุนความคิดนักเรยี น
• การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเองมี เคร่ืองมือ
ประโยชนอยางไร เกยี่ วกบั งานดนิ
(แนวตอบ : ประหยัดคาใชจายในการซ้ือ
ผักสวนครัวและไดผักสวนครัวที่ปลอดจาก จอบ เสยี ม
สารพษิ หรอื ยาฆา แมลง)
ใชข ดุ ดินและถากหญา ใชข ุดหลมุ และตกั ปุย
2. ครอู ธบิ าย เรอื่ ง การขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั
แลวอธิบายวา เมล็ดพันธุท่ีทุกกลุมไดน้ันเปน พลว่ั คราด
ส่ิงที่จะนําไปขยายพันธุผักสวนครัวดวยการ
เพาะเมลด็

3. ครูใหนักเรียนดูเมล็ดพันธุท่ีกลุมของตนเอง
เลือก แลวถามแตละกลุมวาไดเมล็ดพันธุ
ผกั สวนครวั อะไร และเปน ผกั สวนครวั ประเภทใด

ใชต ักดินและตกั ปยุ ใชคราดหญา

ชอ นปลกู สอมพรวน ปุง ก๋ี

ใชข ดุ หลมุ ปลกู ใชพ รวนดิน ใชข นยา ยดิน
และยายตน กลา ใหดินรวนซยุ และปยุ
๓๔

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครูอธิบายเพ่มิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขาใจวา การใชเ คร่ืองมอื เกษตรควรเลอื กให มะลิตอ งการขนยายปยุ มะลคิ วรใชเครอื่ งมือเกษตรชนิดใด
เหมาะสมกับงานชนิดน้นั ๆ เชน ถา ตอ งการขดุ หลมุ เพ่ือปลูกตน ไมค วรใชเสยี ม 1. จอบ 2. คราด
ถา ตอ งการยายตน กลาควรใชชอนปลกู 3. ปุงกี๋ 4. ชอนปลูก

ทั้งนี้ เพื่อใหการทํางานเกษตรประสบผลสําเร็จ พืชมีความสมบูรณ (วิเคราะหคําตอบ : เมื่อตองการขนยายดินหรือปุยควรใชปุงกี๋
เจริญเติบโตไดดี และผูใชงานเครอ่ื งมอื เกษตรไมไดร ับอันตราย เพ่ือใหขนยายไดจํานวนมากและไมหกเลอะเทอะ สวนจอบใช
ขดุ ดนิ คราดใชค ราดหญา ชอ นปลกู ใชข ดุ หลมุ ปลกู และยา ยตน กลา
ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถกู ตอง)

T42

นํา สอน สรุป ประเมนิ

เครอ่ื งมือ กรรไกรตดั กิ่ง ขนั้ สอน
เกย่ี วกบั งานพชื
วิเคราะห์การทํางาน
กรรไกรตดั หญา
4. ครกู าํ หนดภาระงานใหแ ตล ะกลมุ ปลกู เมลด็ พนั ธุ
ใชต ดั หญา1และ ใชต ัดแตงกง่ิ ไมขนาดเล็ก ผกั สวนครวั ดว ยวธิ ที อ่ี นรุ กั ษส งิ่ แวดลอ ม โดยครู
ตดั แตง ตน ไม ยกตัวอยา งประกอบ เชน การใชแ ผงไขในการ
เพาะเมล็ดแทนการซ้ือกระบะเพาะเมล็ดหรือ
มดี ดายหญา กระถางตนไมท ท่ี าํ จากพลาสตกิ

5. ครูใหนักเรียนเสนอวิธีการปลูก แลวครูให
คําแนะนําเพ่ือใหนักเรียนสามารถนําวิธีน้ันๆ
ไปปลกู ผกั สวนครวั ไดอ ยา งถกู ตอ งและประสบ
ความสําเรจ็

สายยาง2 บวั รดนา้ํ

ใชดายหญา และ ใชร ดนาํ้ ตนไม ใชร ดนา้ํ ตน กลา
ฟนกิง่ ไมขนาดใหญ ขนาดใหญ และตนไมขนาดเลก็

การเกบ็ รกั ษา เคร่ืองมอื เกษตร »ÅÍ´ÀÂÑ äÇ¡Œ ‹Í¹
๑ ลา งดวยนํา้ สะอาด แลวเช็ดดวย
ระมดั ระวงั การใชเ ครอ่ื งมอื ทม่ี คี ม เพราะอาจ
ผาแหง หรอื ควํ่านํา้ ใหแ หง บาดสวนตาง ๆ ของรา งกายได
๒ ทานํ้ามนั กนั สนมิ บนเครื่องมือที่
๓๕
ทาํ จากโลหะ
๓ แยกประเภทเครื่องมอื แลว

จดั เกบ็ ใหเ รยี บรอย

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

เคร่อื งมือชนดิ ใดตอ งใชอ ยางระมดั ระวังมากที่สุด 1 หญา สามารถนํามาทําเปนน้ําหมักชีวภาพได โดยนําเศษหญามาผสมกับ
1. บัวรดนาํ้ 2. สายยาง เศษผัก เศษผลไมตางๆ และกากน้ําตาล จากนั้นหมักท้ิงไวในถังที่ปดมิดชิด
3. สอมพรวน 4. กรรไกรตัดหญา 3 เดอื น จะไดน า้ํ หมกั ชวี ภาพไปใสผักสวนครวั
2 สายยาง ถาตองการใชสายยางรดน้ํารดตนไมขนาดเล็ก ใหนําหัวฝกบัว
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : บวั รดนาํ้ สายยาง เปน เครอ่ื งมอื ทมี่ อี นั ตรายนอ ย ใสทป่ี ลายสายยางรดน้าํ เพ่อื ใหน ้าํ เปนฝอยละเอียด
เน่ืองจากไมมีคม และมีนํ้าหนักเบา สอมพรวนเปนเครื่องมือท่ีมี
นํา้ หนักเบา และมีคมเลก็ นอ ย แตไมมากเทา กรรไกรตดั หญา การ
ใชก รรไกรตดั หญา จงึ ตอ งระมดั ระวงั ในการใชม ากกวา เครอื่ งมอื อนื่
เพราะอาจบาดรางกายได ดังนัน้ ขอ 4. จงึ เปน คําตอบทถ่ี ูกตอ ง)

สายยางรดนํา้ ท่ีมหี วั ฝก บัว

T43

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน ô ¡ÒûÅÙ¡¼¡Ñ Êǹ¤ÃÑÇ

วเิ คราะห์การทาํ งาน การปลกู ผกั สวนครวั ควรเลือกปลกู ใหเ หมาะสมกับฤดกู าล เพอื่
ใหผักสวนครวั เจรญิ เตบิ โตไดด ี
6. นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลวิธีการปลูก
เมล็ดพันธุผักสวนครัวท่ีไดจากหนังสือเรียน หลักการปลูกผักสวนครัว
หรือสอื่ ตา งๆ โดยครกู าํ หนดหัวขอ ดงั น้ี
• ลักษณะเมล็ดพนั ธุผกั สวนครวั ๑. สาํ รวจตนเองวา ตองการปลูกผกั สวนครวั ชนิดใด
• ประเภทของผกั สวนครัว ๒. ศกึ ษาวิธกี ารปลูกผกั สวนครัวใหล ะเอียด เชน ขนาดลําตน
• ลกั ษณะของผักสวนครวั
• วสั ดุ อปุ กรณ และเครื่องมอื สภาพอากาศทค่ี วรปลกู โรคพชื ทพี่ บบอย
• ข้นั ตอนการปลกู ๓. เตรยี มพนื้ ท่ี วสั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื ใหพ รอ มสาํ หรบั การ
• การดูแลรักษา
• การเก็บเก่ยี ว ปลกู ผกั สวนครวั
๔. ปลกู ผกั สวนครวั และดแู ลรกั ษาอยา งถกู ตอ ง แลว เกบ็ ผลผลติ
7. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด
• การศึกษาขน้ั ตอนการปลูกผักสวนครวั มาประกอบอาหาร
มีประโยชนอยา งไร
(แนวตอบ : ทําใหเราสามารถลงมือปลูกผัก ขนั้ ตอนการปลกู ผกั สวนครวั
สวนครวั ไดอยา งตอ เนอ่ื ง รวู าข้ันตอนตอไป
ควรทาํ อะไร จะตอ งระวงั ส่ิงใดบาง) ๑ การเตรยี มดิน
๑. กําจัดวัชพืชที่ขึ้นบริเวณที่จะปลูกผักสวนครัว
ออกใหห มด
๒. ขุดดินในแปลงดวยจอบ แลวตากดินทิ้งไว
ประมาณ ๑-๒ สปั ดาห เมอ่ื ดนิ แหง แลว ใหย อ ย
ดนิ ใหละเอยี ด
๓. ใสป ยุ คอกและปยุ หมกั ลงไปในดนิ ใหก ระจายทว่ั
แปลง แลว คลกุ เคลา ดนิ และปยุ ใหเ ขา กนั โดยใช
จอบหรอื พลวั่
๔. ใชบ ัวรดน้าํ รดนํ้าใหท ว่ั แปลง เพอ่ื ใหดินชมุ ชืน้

Í¹ÃØ ¡Ñ ɏÊÔè§áÇ´ÅÍŒ Á

การใชบัวรดนํ้าสามารถควบคุมปริมาณการใชน้ําไดดี ทําให

๓๖ ไมส นิ้ เปลอื งนา้ํ มากจนเกนิ ไป

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด

ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การใสป ยุ คอกและปยุ หมกั ลงไปในดนิ ข้นั ตอนใดควรทําเปนอนั ดับแรก
เปนการเพ่ิมแรธาตุในดินใหสมบูรณมากข้ึน สงผลใหผักสวนครัวเจริญเติบโต 1. สํารวจพ้ืนทีป่ ลกู ผักสวนครวั
ไดด ี เพราะไดร ับสารอาหารครบถวน 2. ศึกษาวธิ กี ารปลูกผักสวนครัว
3. เตรยี มเครอ่ื งมือปลกู ผกั สวนครวั
สื่อ Digital 4. กําหนดผักสวนครัวท่ตี องการปลูก
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การปลกู ผกั สวนครวั จะตอ งกาํ หนดสงิ่ ทตี่ อ งการ
ครูสามารถหาความรเู พมิ่ เติมเกยี่ วกับเรอื่ ง การจัดการดนิ ไดท่ี www.ldd.
go.th ซง่ึ เปน เว็บไซตข องกรมพฒั นาที่ดนิ ปลูกเปนอันดับแรก จากนั้นจึงศึกษาวิธีการปลูก สํารวจพื้นท่ี
เตรยี มพื้นที่ เครอื่ งมือ แลวลงมือปลกู ผกั สวนครัว ดงั น้นั ขอ 4.
จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอง)

T44

๒ การปลูก นาํ สอน สรปุ ประเมิน
๓ การดูแลรกั ษา
๔ การเกบ็ ผลผลติ ๑. เพาะตน กลา ตามวธิ กี ารขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั ขน้ั สอน
แตละชนดิ
การวางแผนการทาํ งาน
๒. ขดุ หลมุ ปลกู ดว ยชอ นปลกู ใหล กึ พอสมควร แลว
ใชบ ัวรดนา้ํ รดนํ้าใหดินชุม ชื้น 1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันวางแผนการ
ปลูกเมล็ดพันธุผักสวนครัวดวยวิธีที่อนุรักษ
๓. นําชอนปลูกยายตนกลาท่ีแข็งแรงแลวมาลงใน ส่ิงแวดลอม โดยใชขอมูลที่ไดศึกษามาใน
หลมุ ปลกู โดยใหด นิ ตดิ รากตน กลา ดว ย จากนนั้ ชว่ั โมงทแี่ ลว
เกลยี่ ดนิ กลบ แลว กดดินรอบโคนตน ใหแนน
2. แตละกลุมออกมานําเสนอแผนการปลูก
๔. รดนาํ้ ใหช ุมทั้งแปลง แลวทําเพงิ บงั แดด เมล็ดพันธุผักสวนครัวกับครู แลวครูให
๑. รดนํ้าทุกวันชวงเชาและเย็น ไมควรรดนํ้าตอน คําแนะนําเพ่ิมเตมิ

กลางวันหรอื ชว งทมี่ แี สงแดดแรง 3. ครถู ามกระตนุ ความคดิ นกั เรยี น
๒. สาํ รวจแปลงผัก ถาพบวชั พชื หรอื แมลงใหถอน • วัสดุหรืออุปกรณใดบางที่สามารถนํามาใช
ปลูกผกั สวนครวั แทนกระถางตน ไมได
วัชพืชออกหรือกาํ จดั แมลงใหห มด (แนวตอบ : แผงไข ขวดนํ้าพลาสติก ถวย
๓. พรวนดนิ ดว ยสอ มพรวนทกุ ๗-๑๐ วัน เพอ่ื ให พลาสตกิ กะลามะพราว)

ดินรวนซุยและใสปุย เพื่อชวยใหผักสวนครัว 4. ครอู ธบิ าย เรอ่ื ง การขยายพนั ธขุ องผกั สวนครวั
แขง็ แรง เครื่องมือเกษตร และการปลูกผักสวนครัว
โดยการเปด PowerPoint ใหนักเรียนดู

5. แตละกลุมปรับปรุงแผนการทํางานของกลุม
ตนเอง

๑. เกบ็ ผลผลติ ในชว งเชา หรอื เยน็ และเกบ็ ตามชนดิ
ของผกั สวนครวั เชน ใชม อื ถอนผกั บงุ ใชม ดี ตดั
คะนา

๒. จดั เกบ็ ผลผลติ ใหเ หมาะสมกบั ผกั สวนครวั แตล ะ
ชนดิ เชน ผกั กาดหอมควรพรมนาํ้ กระเทียม
ควรเก็บไวในที่แหง เพ่ือปองกันผักสวนครัว
เนา เสียหรือขนึ้ รา
๓๗

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ใครปฏบิ ตั ิตนในการทาํ งานเกษตรไดถูกตอง ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงวา การเก็บเก่ียวผลผลิตมีหลายวิธี โดย
1. หมวิ เกบ็ พรกิ ตอนสี่ทมุ ตอ งทําดว ยความระมัดระวงั ปอ งกนั ไมใ หผ กั ช้ําหรอื เนา เชน
2. แกว พรวนดินตนผกั ชที ุก 7-10 วนั
3. เหมียวรดน้ําแปลงผักสวนครัวสัปดาหล ะคร้ัง • ผักสวนครัวที่ตองเก็บผลผลิตโดยการถอนตนออกจากดิน ตองรดนํ้า
4. เกมใชก รรไกรตดั หญา ตดั ผกั กาดหอมเพอ่ื นาํ มารบั ประทาน ใหด นิ นิ่มกอนถอน

(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การเกบ็ ผลผลติ ควรทาํ ตอนเชา หรอื เยน็ ชว งท่ี • การตัดผลผลิตผักสวนครัวออกมาจากตนควรตัดข้ัวมาดวย เม่ือลางน้ํา
อากาศแหง ไมช้ืนจนเกินไป การพรวนดินควรทําทุก 7-10 วัน สะอาดแลว จงึ ดงึ ขวั้ ออก เพราะเมอื่ นาํ้ เขา ไปผา นขว้ั ทถี่ กู ดงึ ออกจะทาํ ให
การรดนํ้าควรรดทุกเชาและเย็น การเก็บผักดวยการตัดตองใช ผกั สวนครัวเนา เสียเรว็
มดี คมๆ เพอ่ื ไมใ หผกั ชํ้า ดงั น้นั ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอง)

T45

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขน้ั สอน µÇÑ ÍÂÒ‹ § การปลกู ผกั บงุ จนี

การลงมอื ทํางาน ผักบุงจีน เปนผักสวนครัวที่ใชใบและลําตนเปนอาหาร
ปลกู งาย เจรญิ เตบิ โตเร็ว ปลกู ไดต ลอดทัง้ ป เจริญเติบโต
1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันปลูกผักสวนครัว ไดด ีในดินท่มี คี วามชื้นสม่ําเสมอและระบายน้าํ ไดดี
ตามทีไ่ ดว างแผนไว
วสั ดุ อปุ กรณ และเครอ่ื งมอื
2. ครูคอยดูขั้นตอนการปลูกผักสวนครัวของ
แตละกลมุ เพอื่ แนะนาํ วิธกี ารปลกู ผกั สวนครวั เมลด็ พนั ธุ 1 ฟางแหง
การใชวสั ดุ อุปกรณ และเครื่องมือทถ่ี ูกตอ ง

3. แตละกลุมวาดหรือถายภาพการเจริญเติบโต
ของผักสวนครัวใหครูดูทุกสัปดาหและบันทึก
การทํางานลงในสมุด

4. นักเรียนแตละคนทํากิจกรรมตามตัวช้ีวัด
หนวยฯ ท่ี 4 หนปู ลูกผักสวนครวั กิจกรรมที่
4.1 และ 4.2 จากแบบวัดฯ การงานอาชพี ป.3
เสร็จแลวนาํ สงครูตรวจ

เสียม จอบ
สอมพรวน
บวั รดน้ํา ชอ นปลูก ปุยคอก

ขน้ั ตอนการปลกู ผกั บงุ จนี

๑ ใชจอบขุดดินทําแปลงปลูก จากนั้น ๒ ใชเสียมขุดหลุมแปลงปลูกใหลึกพอ
ใสปุยคอก ผสมใหเขากับดิน รดนํ้า ประมาณ โดยแตละหลุมหางกัน ๓๐
วนั ละ ๑ ครัง้ เมอ่ื ครบ ๗ วนั ใหก ลบั เซนตเิ มตร แลวรดนํ้าใหชุม
หนา ดนิ ดา นบนลงดา นลา ง ดนิ ดา นลา ง
ข้ึนดา นบน ปลอ ยทง้ิ ไว ๗ วนั เรยี กวา

๓๘ การบม ดนิ

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ

1 เมลด็ พนั ธุ ควรเลอื กเมลด็ พนั ธทุ ส่ี มบรู ณ โดยสงั เกตจากลกั ษณะของเมลด็ ยกตัวอยางพฤตกิ รรม 1 พฤติกรรม ท่ีจะทําใหผักสวนครัว
ตอ งไมม รี อยกดั กนิ ของแมลง และเมอื่ นาํ ไปแชน า้ํ จะตอ งจมนาํ้ สว นเมลด็ ทลี่ อยนา้ํ ไมเจริญเตบิ โต พรอ มบอกเหตุผล
คือ เมล็ดทไี่ มสมบูรณจ ะตองคดั ท้งิ ไมส ามารถนําไปเพาะปลูกได
(แนวตอบ : การดูแลผกั สวนครัวไมส มา่ํ เสมอ เชน รดนาํ้ สัปดาห
ละครง้ั ไมกําจดั ศตั รพู ชื ไมพรวนดิน)

T46

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

๓ ยายตนกลาผักบุงจีนลงในแปลงปลูก ๔ รดนํ้าทุกวันเชาและเย็น คอยกําจัด ขน้ั สรปุ
จากนน้ั กลบโคนตน ดว ยดนิ และฟางแหง วัชพืชที่ขึ้นในแปลง ใสปุยเปนประจํา
แลวรดนาํ้ ใหชุม เพอื่ ใหผักบุงจีนเจรญิ เติบโตไดดี การประเมินการทาํ งาน

1. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันสรุปการปลูก
เมลด็ พนั ธผุ กั สวนครัวของกลุมตนเอง

2. สงตัวแทนกลุมนําเสนอการปลูกเมล็ดพันธุ
ผักสวนครัวของกลุมตนเองหนาช้ันเรียน โดย
นาํ เสนอดว ยวธิ กี ารของกลมุ ตนเอง แบง ขอ มลู
การนําเสนอเปน 4 ขั้นตอน ดงั น้ี
• ขน้ั สาํ รวจและศกึ ษาขอมูล
• ขน้ั วางแผนการปลกู
• ขั้นลงมือปลกู
• ขน้ั ประเมินผล

3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งการปลกู ผกั สวนครวั
ของทุกกลุม และอธิบายเพิ่มเติมในสวนท่ี
บกพรอง

๕ เมอื่ ปลกู ผักบุงจีนได ๒๔-๒๘ วัน ก็สามารถเกบ็ เกย่ี วได ไมค วรใหผ ักบงุ จีน
ทอดยอดลงบนพน้ื ดนิ แลว ออกดอก เพราะลาํ ตน จะเหนยี ว วธิ กี ารเกบ็ ตอ งใช
มือถอนท้ังราก แลว นํามาลา งใหสะอาด หรือใชม ดี ตัดยอดไปทําอาหาร

หนทู าํ ได

การปลกู ผกั สวนครัว ทาํ ไดด ี พอทําได ทาํ อีกคร้ัง ๓๙

กจิ กรรม ทา ทาย เกร็ดแนะครู

ครูใหนักเรียนศึกษาวิธีการปลูกผักสวนครัวแบบไมใชดินวามี ครูแนะนํานักเรียนวา นํ้าสะเดาสามารถชวยปองกันศัตรูพืชได โดยมีวิธี
วธิ กี ารอยา งไร และผลผลติ มลี กั ษณะอยา งไร จากนน้ั เขยี นแผนผงั การทาํ ดงั นี้
สรปุ ขนั้ ตอนการปลูกมานาํ เสนอหนาชั้นเรยี น
1. ใชสะเดาแหงทเ่ี มลด็ มเี ปลือกหมุ เมลด็ มาบดใหละเอยี ดจนเปนผง
2. นําผงสะเดา (อัตราสวน 1 กิโลกรัม : นํา้ 20 ลิตร) ใสลงในผาขาวบาง

จากน้นั นําไปแชในนํ้า 24 ชวั่ โมง แลวใชมอื บบี ค้ันทีผ่ าขาวบางใหสารที่
อยูในผงสะเดาออกมา
3. เมอื่ ไดน าํ้ จากผงสะเดาแลว นาํ ไปฉดี ปอ งกนั แมลง โดยฉดี พน ในชว งเยน็
สัปดาหละคร้ัง จะชวยปอ งกันศตั รพู ืชได

T47

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สรปุ กิจกรรมพัฒนาการทํางาน

4. ครถู ามกระตุนความคิดนกั เรยี น ถามมาหนตู อบได
• การปลกู ผกั สวนครวั ชว ยลดรายจา ยและ
สรา งรายไดใหกับครอบครัวของนกั เรยี น ๑. สภาพอากาศมคี วามสําคญั ตอ การปลกู ผกั สวนครวั อยา งไร
อยา งไร ๒. ถาใชเ ครื่องมอื เกษตรไมเ หมาะสมกับงานท่ีทําจะสง ผลอยางไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น ๓. การปลูกผกั สวนครวั มีผลดตี อ ตนเองและสภาพแวดลอมอยา งไร
โดยใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน)
เรยี นรกู จิ กรรมทักษะการทํางาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
5. ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ความรู เรือ่ ง การ jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
ปลกู ผกั สวนครวั
SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
6. ครูเนนยํ้าใหนักเรียนเห็นถึงประโยชนของ Learning Environments
ผกั สวนครวั ที่มีตอรา งกายและสิง่ แวดลอม
๑. แบง กลมุ กลมุ ละ ๔-๕ คน รว มกนั เลอื กปลกู ผกั สวนครวั ๑ ชนดิ
7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันทํากิจกรรม จากนั้นสบื คนขอมูลเกีย่ วกบั ผักสวนครัวชนิดนั้น
ตามตัวช้วี ัด กจิ กรรมที่ 4.3 หนวยฯ ที่ 4 หนู
ปลูกผักสวนครัว จากแบบวดั ฯ การงานอาชีพ ๒. วางแผนการปลกู ผักสวนครัวตามขอมูลที่ไดศ กึ ษา
ป.3 ๓. ปลกู ผักสวนครัว โดยกาํ หนดหนา ท่ขี องสมาชิกในกลุม จากนนั้

8. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน จดบนั ทกึ ผลปฏบิ ตั งิ าน และนาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี นตามหวั ขอ ดงั นี้
หนวยการเรียนรูท่ี 4 ปลูกผักสวนครัว จาก • ชนิดของผักสวนครวั ทีป่ ลูก
แผนการจัดการเรยี นรู • ข้ันตอนการปลูกผักสวนครวั
• ลักษณะผลผลติ ผักสวนครัวท่นี กั เรยี นปลกู ได
• อปุ สรรคระหวางการทํางานและการแกปญหา

หนูรูสึกอยางไร

๑. นักเรยี นรสู ึกอยา งไร เมอ่ื เห็นผลผลติ ผกั สวนครวั ท่ตี นเองปลูก
๒. ถา ปลกู ผักสวนครัวคร้งั ตอ ไป นักเรียนจะปลกู ผักชนดิ ใด เพราะอะไร

๔๐

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูเนนย้ําใหนักเรียนเขาใจวา การปลูกผักสวนครัว นอกจากการวางแผน ขอ ใดไมใ ชผ ลดีของการปลกู ผักสวนครวั ไวรับประทานเอง
ท่ีดีและการปฏิบัติตามข้ันตอนการปลูกแลว นักเรียนตองมีความรับผิดชอบ 1. ประหยัดคาใชจ า ย 2. ไมม ีแมลงรบกวน
อดทน ละเอียดรอบคอบ และมีความสมํ่าเสมอ เพราะผักสวนครัวตองไดรับ 3. ปลอดภยั จากสารพษิ 4. ใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน
การดแู ลเอาใจใสจ ึงจะสามารถเติบโตอยางแขง็ แรงได
(วิเคราะหคําตอบ : การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเองจะชวย
ประหยดั คา ใชจ า ยภายในครอบครวั ปลอดภยั จากสารพษิ และเปน
การใชเ วลาวา งใหเกดิ ประโยชน อาจมแี มลงมากดั กนิ ผกั สวนครวั
บาง ตอ งคอยกาํ จดั อยเู สมอ ดังน้ัน ขอ 2.จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูกตอง)

T48

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห ขน้ั ประเมนิ
คาํ ช้ีแจง : ใหนกั เรยี นประเมนิ การทาํ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ที่กําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน 1. ครูใหนักเรียนประเมินการทํางานของตนเอง
รายการ ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ปรบั ปรุง ผานแบบประเมินการทํางาน

๑. เตรยี มดนิ เพอื่ ปลกู ผกั สวนครวั ไดถ กู ตอ ง 2. ครูประเมินการทาํ งานของนักเรียนผาน
แบบประเมินทกั ษะการทาํ งาน C21
๒. ใชว สั ดแุ ละเครอ่ื งมอื เกษตรไดเ หมาะสมกบั งาน
3. ครูตรวจแบบวัดฯ และแบบทดสอบหลังเรียน
๓. ปลกู ผกั สวนครวั ไดต ามลาํ ดบั ขน้ั ตอนและถกู ตอ ง การงานอาชีพ ป.3 หนว ยการเรียนรูที่ 4 หนู
๔. ดแู ลรกั ษาผกั สวนครวั ไดถ กู ตอ ง ปลกู ผกั สวนครวั
๕. เกบ็ เกย่ี วผลผลติ ไดถ กู ตอ ง
ตัวอยางตารางบันทึกผล

รวมทําไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรุง = ๑

erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
Ẻ»ÃÐàÁ¹Ô ·¡Ñ ÉСÒ÷íÒ§Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts

คาํ ชแ้ี จง : ใหผ ูสอนประเมนิ ทกั ษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
ทกี่ ําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองที่ตรงกับระดบั คะแนน
รายการ
ทําไดดี พอทาํ ได ปรับปรงุ

๑. แบง หนาท่ีกันอยางเหมาะสม

๒. รว มมอื กนั ทาํ งานจนสาํ เรจ็ ตัวอยางตารางบันทึกผล

๓. แสดงความคดิ เหน็ อยา งเหมาะสม รวม
๔. รบั ฟง ความคดิ เหน็ ของคนในกลมุ
๕. ปลกู ผกั สวนครวั และนาํ ไปรบั ประทานได

ทําไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑

๔๑

ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล

การใชป ยุ จากเศษผกั และเศษผลไม สง ผลดตี อ สง่ิ แวดลอ มอยา งไร ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพ่ือประเมินชิ้นงานของนักเรียน
จากใบประเมนิ ชิ้นงานทีแ่ นบทายแผนการจัดการเรยี นรู
(แนวตอบ : เพราะเศษผักและเศษผลไม เปนวัสดุที่มาจาก
ธรรมชาติ เม่ือใชแลวจึงไมมีสารตกคาง ไมเปนอันตรายตอ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมนิ กำรนำเสนอผลงำน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบคุ คล
สงิ่ แวดลอมและปลอดภยั ตอ ผใู ชอ กี ดวย)
แบบประเมินการปลกู ผกั สวนครวั คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ คำชีแ้ จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี

ลำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
1 การใช้เครอ่ื งมอื เกษตร 321
ลำดับที่ รำยกำรประเมิน ระดับคะแนน ระดบั คะแนน
32 1 ลำดับท่ี รำยกำรประเมิน 32 1

2 การปลูกผักสวนครวั 1 เนอ้ื หาละเอียดชัดเจน   1 การแสดงความคิดเหน็  
3 ผลงานการปลกู ผกั สวนครัว 2 ความถูกต้องของเนือ้ หา   2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื  
3 ภาษาที่ใช้เข้าใจงา่ ย   3 การทางานตามหนา้ ทที่ ่ไี ด้รบั มอบหมาย  
เกณฑ์การให้คะแนน 4 ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ   4 ความมนี า้ ใจ  
ดี = 3 คะแนน 5 วิธีการนาเสนอผลงาน   5 การตรงต่อเวลา  
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรบั ปรุง = 1 คะแนน รวม รวม
รวม
ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ตัวอยางแบบประเมินลงชอ่ื ...................................................ผู้.........../................./................ ............../.................../................
จากแผนการจดั การเรียนรูประเมนิ

............../.................../................
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ำรให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน
8 - 9 ดี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น

5 - 7 พอใช้

ต่ำกว่ำ 5 ปรบั ปรงุ เกณฑก์ ำรตัดสินคุณภำพ เกณฑ์กำรตัดสินคณุ ภำพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภำพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภำพ
12 - 15 ดี
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้ 8 - 11 พอใช้

ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

T49

Chapter Overview

แผนการจัด สอ่ื ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คณุ ลักษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ที่ 1 1. หนงั สอื เรยี น 1. บอกเครื่องมอื ช่าง วธิ สี อนโดย - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินยั
ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
เคร่ืองมือชา่ ง การงานอาชีพ ป.3 แต่ละประเภท สบื เสาะ ก่อนเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง หาความรู้ - ตรวจใบงานที่ 5.1 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง
1 ที่ 5 หนเู รียนรู้ 2. วางแผนการ (5Es - สงั เกตการน�ำเสนอ รวบรวม 3. มุ่งมั่นในการ
ข้อมูล ทำ� งาน
ชั่วโมง งานชา่ งพนื้ ฐาน ท�ำงานอย่างเปน็ Instructional ผลงาน

2. บัตรภาพ ขน้ั ตอนตาม Model) - สงั เกตพฤติกรรม 3. ทกั ษะการให้

3. สิง่ ของชำ� รดุ กระบวนการ การท�ำงานราย เหตุผล

4. ใบงานที่ 5.1 ท�ำงานด้วยความ บคุ คล 4. ทักษะการ

เครอื่ งมอื ช่าง สะอาด รอบคอบ - สงั เกตพฤตกิ รรม จำ� แนก

5. PowerPoint 3. มีมารยาทท่ดี ีใน การท�ำงานกลุ่ม ประเภท

การท�ำงานร่วมกบั - สังเกตคุณลกั ษณะ 5. ทักษะการน�ำ

ผู้อื่น อนั พงึ ประสงค์ ความรไู้ ปใช้

6. ทกั ษะ

กระบวนการ

คดิ ตดั สนิ ใจ

7. ทกั ษะการใช้

ชีวติ

แผนฯ ที่ 2 1. หนังสอื เรยี น 1. อธิบายวิธกี ารใช้ วธิ ีสอนโดย - ตรวจใบงานที่ 5.2 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย
การบำ� รงุ รักษา
และการซ่อมแซม การงานอาชีพ ป.3 และดแู ลรักษา กระบวนการ - สงั เกตพฤติกรรม ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
อปุ กรณง์ านชา่ ง หนว่ ยการเรียนรู้ เคร่ืองมือช่างได้ พอเพียง
ที่ 5 หนูเรยี นรู้ อยา่ งถกู ต้อง กลุม่ สมั พันธ์ การทำ� งาน 2. ทักษะการ
3. ม่งุ มัน่ ในการ
1 งานช่างพน้ื ฐาน 2. ใชแ้ ละดแู ลรกั ษา รายบุคคล รวบรวม

- สังเกตพฤตกิ รรม ขอ้ มูล ทำ� งาน

ช่วั โมง 2. เครือ่ งมอื ช่าง เคร่ืองมอื ชา่ ง การทำ� งานกลมุ่ 3. ทกั ษะการให้

3. ใบงานที่ 5.2 เรอื่ ง ไดอ้ ย่างถูกวิธี - สงั เกตคุณลักษณะ เหตุผล

วธิ ีการใช้และดูแล 3. มมี ารยาทที่ดใี น อันพึงประสงค์ 4. ทักษะการ

รกั ษาเครอ่ื งมอื ชา่ ง การท�ำงานรว่ มกับ จำ� แนก

4. PowerPoint ผอู้ น่ื ประเภท

5. ทกั ษะการนำ�

ความรูไ้ ปใช้

6. ทกั ษะการใช้

ชีวติ

T50

Chapter Overview

แผนการจดั ส่ือที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรียนรู้ อนั พงึ ประสงค์

แผนฯ ที่ 3 1. หนงั สือเรยี น 1. บำ� รุงรกั ษาและ วิธีสอน - สงั เกตการน�ำเสนอ 1. ทกั ษะการ 1. มวี ินัย

การบำ� รงุ รักษา การงานอาชีพ ป.3 ซอ่ มแซมของเลน่ โดยใช้ ผลงาน ส่ือสาร 2. อยู่อย่าง
และซอ่ มแซม
ของเล่น หน่วยการเรียนรู้ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง การสาธติ - สังเกตพฤตกิ รรม 2. ทกั ษะการ พอเพยี ง

1 ท่ี 5 หนูเรยี นรู้ ตามขั้นตอน การท�ำงาน รวบรวม 3. มุ่งมนั่

ชว่ั โมง งานชา่ งพื้นฐาน 2. วางแผนการ รายบคุ คล ขอ้ มูล ในการท�ำงาน

2. ของเล่น ท�ำงานอย่างเป็น - สังเกตพฤติกรรม 3. ทักษะการให้

3. เครอ่ื งมอื ที่ใชบ้ ำ� รุง ข้ันตอนตาม การทำ� งานกลุ่ม เหตผุ ล

รักษาและซอ่ มแซม กระบวนการ - สงั เกตคณุ ลักษณะ 4. ทักษะการน�ำ

ของเล่น ทำ� งานด้วยความ อันพงึ ประสงค์ ความรไู้ ปใช้

สะอาด รอบคอบ 5. ทักษะ

3. มมี ารยาททด่ี ีใน กระบวนการ

การทำ� งานรว่ มกบั คดิ ตดั สนิ ใจ

ผอู้ น่ื 6. ทกั ษะการใช้

ชีวติ

แผนฯ ที่ 4 1. หนังสือเรียน 1. บำ� รุงรักษาและ วิธสี อน - ตรวจแบบวดั ฯ 1. ทกั ษะการ 1. มวี นิ ัย

การบำ� รงุ รักษา การงานอาชพี ป.3 ซอ่ มแซมของใช้ โดยเนน้ - สงั เกตพฤตกิ รรม สอ่ื สาร 2. อยู่อย่าง
ซ่อมแซมของใช้
สว่ นตัว หนว่ ยการเรียนรู้ สว่ นตัวไดอ้ ยา่ ง กระบวนการ การทำ� งาน 2. ทกั ษะการ พอเพียง

1 ท่ี 5 หนูเรยี นรู้ ถูกตอ้ งตาม ปฏิบตั ิ รายบคุ คล รวบรวม 3. มุ่งมน่ั

ชัว่ โมง งานชา่ งพนื้ ฐาน ข้นั ตอน - สงั เกตคณุ ลักษณะ ขอ้ มูล ในการท�ำงาน

2. แบบวัดฯ การงาน 2. วางแผนการ อนั พึงประสงค์ 3. ทกั ษะการให้

อาชพี ป.3 หนว่ ย ทำ� งานอยา่ งเป็น - ตรวจแบบทดสอบ เหตผุ ล

การเรยี นร้ทู ่ี 5 ขนั้ ตอนตาม หลังเรยี น 4. ทักษะการน�ำ

หนเู รียนร้งู านช่าง กระบวนการ - ตรวจการบำ� รงุ ความรไู้ ปใช้

พื้นฐาน ทำ� งานด้วยความ รักษาและ 5. ทักษะ

3. ของใชส้ ว่ นตวั สะอาด รอบคอบ ซอ่ มแซมของเลน่ กระบวนการ

4. เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้บำ� รุง 3. มีมารยาทท่ีดีใน หรือของใชข้ อง คิดตดั สนิ ใจ

รักษาและ การทำ� งานร่วมกบั ตนเอง 6. ทกั ษะการใช้

ซอ่ มแซมของใช้ ผู้อนื่ ชวี ติ

ส่วนตัว

T51

นํา นํา สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ นาํ õ ˹àÙ ÃÂÕ ¹Ã§ŒÙ Ò¹ªÒ‹ §¾¹é× °Ò?¹Ë¹Ç‹ ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ
กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น เพอื่ นๆ มวี ธิ กี ารซอ มแซม
กระตนุ้ ความสนใจ
ของใชใ นบา นอยา งไรบา งครบั
1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
เรียนรูท่ี 5 หนูเรียนรูงานชางพ้ืนฐาน จาก ÊÒÃÐÊÒí ¤ÑÞ
แผนการจัดการเรยี นรู
งานชางพื้นฐานเปนงานชาง
2. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพการใชเคร่ืองมือชาง ทที่ กุ คนสามารถทาํ ไดด ว ยตนเอง
แลวรวมกนั วเิ คราะห วจิ ารณ และแสดงความ เชน การซอ มแซมของใชท ช่ี ํารดุ
คดิ เหน็ วา การกระทาํ ของเดก็ ในภาพเหมาะสม เล็กนอ ย หรือการสรา งของใชท ่มี ี
หรือไม อยา งไร วธิ ไี มซ บั ซอ นมาก ซง่ึ การมคี วามรู
พ้ืนฐานเกี่ยวกับงานชาง จะชวย
3. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจเกยี่ วกบั การเลอื กใช ประหยัดคา ใชจ ายได
เคร่ืองมอื ชางใหถูกตอ งเหมาะสม

ขนั้ สอน

สํารวจค้นหา

1. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน ตามความ
สมคั รใจ แลว ใหแ ตล ะกลมุ ศกึ ษาความรู เรอื่ ง
เครอื่ งมือชา ง จากหนังสอื เรียน

2. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุนความคิด
• เพราะเหตุใดเครื่องมือชางแตละประเภท
จึงมลี ักษณะการใชงานท่แี ตกตา งกนั
(แนวตอบ : เพราะเครอ่ื งมอื ชา งแตล ะประเภท
ถกู ออกแบบมาใหม รี ปู รา ง ลกั ษณะทแี่ ตกตา ง
กนั เพอื่ ใหเ หมาะสมกบั ลกั ษณะเฉพาะของ
งานแตล ะประเภท)

à»Ò‡ ËÁÒ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШÒí ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ õ

๑. รูจักและเลือกใชเครื่องมือชางในการทํางานชางพ้ืนฐานไดอยาง
เหมาะสม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒)

๒. ซอ มแซมของใชใ นบา นไดอ ยา งเปน ขนั้ ตอนดว ยความขยนั อดทน
และรับผดิ ชอบ (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๓)

เกร็ดแนะครู กิจกรรม เสรมิ สรา งคุณลักษณะอันพึงประสงค

ครูจัดกระบวนการเรยี นรูโ ดยการใหน กั เรียนปฏิบัติ ดงั นี้ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน จากน้ันครูเปดรูป
• สาํ รวจและวเิ คราะหสภาพของของใช ของใชท่ีชํารุดใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนแตละกลุมเลือกของใช
• ศกึ ษาและวางแผนดแู ลของใช 1 ช้นิ โดยใหน ักเรยี นอธบิ ายวา ถาไมซ อมแซมของใชช น้ิ นีจ้ ะสง ผล
• ดแู ลของใชต ามวธิ กี ารทศี่ ึกษามาดวยความละเอยี ดและปลอดภยั อยา งไร และควรซอ มแซมของใชอ ยา งไร
จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การดูแลของใชจะทําใหของใชมีอายุ
การใชงานยาวนานและประหยัดคา ใชจ ายในครอบครวั

T52

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ñ à¤Ãè×ͧÁ×ͪҋ § หนู ๆ เคยใชเคร่ืองมือชาง ขน้ั สอน
อะไรบาง และใชทําอะไร
การทาํ งานชา งพน้ื ฐานแตล ะ อธิบายความรู้
งาน เชน การซอมแซมส่ิงของ
เคร่ืองใช การประกอบของใช 1. สมาชกิ แตล ะคนในกลมุ ผลดั กนั อธบิ ายความรู
ควรเลอื กใชเ คร่ืองมือชา งใหเหมาะสมกบั งาน ดังนี้ ท่ีไดจากการศึกษาใหเพ่ือนในกลุมฟงแบบเลา
เร่ืองรอบวง แลวซักถามความรูหรือขอสงสัย
เครื่องมือชางพนื้ ฐาน เพมิ่ เตมิ จนทกุ คนในกลมุ มคี วามรคู วามเขา ใจ
ทีถ่ ูกตองตรงกัน
๑. เคร่ืองมอื ทใี่ ชในการตดั
ใชส ําหรบั ตัดหรือผาวสั ดุใหแยกจากกนั เชน 2. นักเรียนตอบคําถามกระตนุ ความคิด
กรรไกร1 • เพราะเหตใุ ดจึงตองใชเครอ่ื งมอื ชา งให
คัตเตอร เหมาะสมกบั งาน
(แนวตอบ : เพ่ือใหงานสําเร็จตามเปาหมาย
ที่วางไว ชวยใหประหยัดเวลา และมีความ
ปลอดภยั ในการทาํ งาน)

3. สมาชิกแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 5.1
เรอ่ื ง ประเภทของเครอ่ื งมือชา ง จากแผนการ
จดั การเรียนรู เสร็จแลวรวบรวมใบงานสง ครู

ใชตัดวัสดุบาง ๆ เชน กระดาษ ใชต ดั หรอื เฉอื นวสั ดทุ ี่ไมห นามาก
แผน โลหะบาง พลาสตกิ บาง เชอื ก เชน กระดาษ พลาสตกิ โฟม แผน
สายไฟฟา ผา ฟเจอรบ อรด

เลื่อยลนั ดา เลอื่ ยตดั เหล็ก2

ใชตดั หรือเลอื่ ยไม ใชต ดั โลหะ เชน ตะปู นอต เหล็ก
และใชต ดั ทอพลาสติก

๔๓

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

การใชเ ครอ่ื งมอื ตดั ในการทาํ งาน เสย่ี งตอ การเกดิ กบั อวยั วะใน 1 กรรไกร มหี ลายชนดิ เชน กรรไกรตดั ผา กรรไกรตดั เคร่อื งหนัง กรรไกร
ขอ ใดมากท่ีสดุ ตัดพลาสติก ควรเลือกใหเหมาะสมกับวัสดุที่ตองการตัด เพ่ือใหงานเรียบรอย
และกรรไกรไมชาํ รดุ เสียหาย
1. หู 2. ไหล 2 เล่ือยตัดเหล็ก มีลักษณะคลายเลื่อยฉลุและเลื่อยคันธนู แตกตางกันที่วิธี
3. เทา 4. นวิ้ มือ การใช เล่อื ยทง้ั 2 ชนดิ ใชตัดไม แตเ ลือ่ ยตัดเหลก็ ใชต ัดโลหะหรอื ทอพลาสติก
เทานน้ั ไมควรนําไปตัดไม เพราะจะตัดไดไมดีและอาจทําใหใ บเลอื่ ยชํารดุ
(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อตองตัดวัสดุเราตองใชมือขางหนึ่งจับ
เคร่ืองมือ สวนมืออีกขางหน่ึงจับวัสดุไว ทําใหน้ิวมือเส่ียงตอการ
บาดเจ็บเวลาใชเครื่องมอื ตัดสง่ิ ตางๆ มากที่สุด สวนอวัยวะอน่ื ๆ
อยูไกลจากเคร่ืองมือมากกวา จึงเส่ียงตอการบาดเจ็บนอยกวา
ดังนนั้ ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอง)

T53

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สอน ๒. เครือ่ งมือที่ใชในการตอก
ใชส ําหรบั ตอกหรือทุบวัสดตุ าง ๆ เชน
ขยายความเขา้ ใจ
คอนหงอน คอนไม
1. ครแู จกส่งิ ของท่ชี าํ รดุ ใหนักเรยี นกลมุ ละ 1 ช้ิน
เชน ขาตงั้ กรอบรูปชาํ รุด ฝากลองดนิ สอชาํ รุด ใชเ คาะ ตอก หรือทบุ ดานบนโคง ทาํ จากไมเ นอื้ แขง็ ใชส าํ หรบั เคาะ
หจู บั หมอ ชาํ รดุ แลว ใหส มาชกิ แตล ะกลมุ ชว ยกนั งอ โคนหนา ปลายบาง มรี อยแยก ดดั ตีวสั ดหุ รอื โลหะท่มี ีผิวออน
วิเคราะหและอภิปรายวา สิ่งของชิ้นดังกลาว ตรงกลางไวถอนตะปู
ตองใชเครื่องมือชางชนิดใดในการซอมแซม
และเครื่องมือชางน้ันจัดเปนเครื่องมือชาง ๓. เครื่องมือทีใ่ ชขนั เกลียว
ประเภทใด ใชสําหรับขนั เกลยี ว เชน

2. สมาชิกแตละกลุมสงตัวแทนกลุมนําเสนอผล ไขควง
การวิเคราะหและอภิปรายหนาชั้นเรียน โดย
ครแู ละนกั เรยี นกลมุ อนื่ ชว ยกนั ตรวจสอบความ เปน เครอื่ งมอื สําหรับไข และขันนอต
ถกู ตอ ง และครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในสว นทบี่ กพรอ ง หรอื ขนั สกรแู บบตาง ๆ

๔. เคร่อื งมือทใ่ี ชในการเจาะ
ใชเจาะชน้ิ งานใหเกิดรูท่มี คี วามเที่ยงตรง เชน

ใชสําหรับเจาะกระดาษใหเปนรูกลม ทเ่ี จาะกระดาษ
ขนาดเทา ๆ กัน มีทั้งแบบเจาะคร้ังละ
๒ รู และเจาะคร้งั ละ ๑ รู

๔๔

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา กอนการใชคอนตอกหรือทุบส่ิงใด ถาเลอื กไขควงปากแฉกขันสกรหู วั ผา จะสงผลอยางไร
ควรกะระยะใหดี หรืออาจใชปากกาทําเคร่ืองหมายไวบริเวณท่ีตองการตอก
หรือทุบ เพ่ือใหตรงกับบริเวณที่ตองการ หรือการตอกตะปูในครั้งแรกอาจลง ไขควงปากแฉก สกรหู ัวผา
น้าํ หนกั มือนอย ใหแนใ จวา กะระยะและตําแหนงถกู ตอง จากน้ันลงนํ้าหนักมอื
มากขึ้นในครั้งตอ ไป เพ่อื ปอ งกันการเกิดอบุ ตั เิ หตุ

1. ขนั สกรูไดส ะดวก 2. ขนั สกรูไดไมแนน
3. หวั สกรูอาจชาํ รุด 4. ไขควงแหลมคมขน้ึ

(วิเคราะหคําตอบ : สกรูหัวผาตองใชไขควงปากแบนขัน ถาใช
ไขควงไมตรงกับลักษณะสกรู อาจทําใหทั้งสกรูและไขควงชํารุด
ใชง านตอ ไมได ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปน คําตอบที่ถูกตอง)

T54

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

สวานขอ เสือ สวานไฟฟา ขน้ั สอน

ใชสําหรับเจาะไม ใชงานดวยวิธี ใชสําหรบั เจาะไม เหลก็ พลาสตกิ ขยายความเข้าใจ
การกดสว นบนของสวา นและหมนุ หรือคอนกรีต ใชไฟฟาใหเครื่อง
สวา นตรงขอ หมุนรูปตัวยู ทาํ งาน 3. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• ถา นกั เรียนพบเพ่ือนใชเครอื่ งมอื ชาง
สวานมอื หมุน เหลก็ แหลม ไมเ หมาะสมกบั งาน นักเรียนจะทาํ อยางไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
ใชสําหรับเจาะรูขนาดเล็ก มักใช ใชส าํ หรบั เจาะหนงั ผา หรอื โดยใหอ ยูในดุลยพนิ ิจของครผู ูสอน)
กับงานไม เรียกอีกช่ือหน่ึงวา กระดาษที่ไมหนามาก
สวา นเฟอง ตรวจสอบผล

»ÅÍ´ÀÂÑ äÇŒ¡Í‹ ¹ ครูตรวจสอบการนําเสนอผลการวิเคราะห
และอภิปราย เรอื่ ง เคร่อื งมือชา ง
การใชงานสวานไฟฟาน้ัน กอนการใชงานควรตรวจสอบใหแนใจวาสวานอยูในสภาพที่
ใชง านได เวลาจะใชง านควรเตรียมอปุ กรณป องกันใหพรอม ไมวา จะเปน แวนตาปองกนั หรือ ขน้ั สรปุ
ชุดปอ งกนั อนั ตราย เมอื่ ใชงานเสร็จเรียบรอย ควรทําความสะอาด และตรวจสอบสวานไฟฟา
ใหอยูในสภาพสมบูรณ แลว เกบ็ รักษาไวใ นกลองเคร่อื งมอื ใหมดิ ชิด ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เร่ือง
ประเภทของเครอื่ งมือชาง

ขนั้ ประเมนิ

ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน
จากการทําใบงานท่ี 5.1 การนําเสนอผลการ
วเิ คราะหและอภิปราย และการสรปุ ความรู เรอื่ ง
เครือ่ งมือชาง

เครอื่ งมือชางพ้นื ฐาน ๔๕

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

หนงิ ตอ งการเจาะกระดาษใหเ ปน รเู ทา ๆ กนั หนงิ ควรใชเ ครอ่ื งมอื ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา หลงั จากใชง านเครอื่ งมอื ชา งทกุ ชนดิ
ชนดิ ใด ตองทําความสะอาดและจัดเก็บใหเรียบรอย โดยเฉพาะเคร่ืองมือท่ีมีคม เชน
1. เหล็กแหลม 2. สวานไฟฟา กรรไกร เลอื่ ย เหล็กแหลม ควรนําปลอกหรือซองสวมบริเวณท่ีมคี มกอนนาํ ไป
3. สวา นมอื หมุน 4. ท่ีเจาะกระดาษ จดั เกบ็ เพือ่ ปอ งกันการเกดิ อุบตั ิเหตุ

(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การเจาะรกู ระดาษใหม ขี นาดเทา ๆ กนั ตอ งใช สื่อ Digital
ท่ีเจาะกระดาษ เพราะเปนเคร่ืองมือท่ีเหมาะกับวัสดุและรูปทรง
ท่ีตองการ สวนเคร่ืองมือชนิดอ่ืนอาจเจาะกระดาษได แตไมได ครูใหนักเรียนสแกน QR Code เร่ือง เครอื่ งมอื ชางพ้ืนฐาน เพ่อื ใหน ักเรียน
รูปทรงตามทต่ี องการและอาจทาํ ใหว สั ดเุ สยี หาย ดังน้นั ขอ 4. จึง เขาใจวิธกี ารใชเ คร่ืองมือชา ง แลวนําไปใชในชวี ิตประจําวนั
เปนคาํ ตอบทถ่ี ูกตอ ง)

T55

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ นาํ ๕. เครื่องมือท่ีใชในการวัด
ใชส าํ หรบั วดั ระยะ วดั ความกวา ง ความยาว และความสงู ของ
นําเขา้ สบู ทเรียน
ช้นิ งาน เชน
1. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนมีวิธีการใช การ
บํารุงรักษา และการซอมแซมเครื่องมือชางท่ี ตลบั เมตร ไมบรรทัด
บานของตนเองอยางไร

2. ครูขออาสาสมคั รนักเรยี น 1-2 คน เลาวิธกี าร
ใช การบํารงุ รกั ษา และการซอมแซมเคร่ืองมือ
ชางท่ีบานของตนเองใหเพื่อนฟงหนาช้ันเรียน
แลว ใหน กั เรยี นคนอน่ื รว มกนั วจิ ารณแ ละแสดง
ความคดิ เหน็ เพมิ่ เติม

ใชวัดระยะ เปนตลับส่ีเหลี่ยม มี ใชส าํ หรบั วดั ระยะสน้ั ๆ และขดี เสน
แถบวัดทําดวยเหล็กบางเคลือบสี ทาํ จากไม พลาสตกิ หรือเหลก็
ปลายแถบวดั มขี อเกยี่ วเลก็ ๆ ตดิ อยู

เหล็กฉาก สายวัด

ใชวัดทางตรงหรือตั้งฉากของ ใชวัดระยะของสิ่งตาง ๆ ท่ีมีรูป
ชน้ิ งาน รวมทงั้ วดั มุม ๙๐ องศา ทรงกลมหรอื วดั ขนาดตัวคนเรา

ทวี่ ัดระดบั น้ํา

ใชสําหรับการวัดระดับความเอียง
ของระนาบตาง ๆ

๔๖

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การใชตลับเมตรวัดส่ิงที่ยาวหรือ พอใหพ ี่ชายหยบิ เหล็กฉากมาให นักเรียนคดิ วา พอ จะนาํ
กวางมาก อาจใหเพื่อนหรือคนที่อยูบริเวณน้ันชวยจับปลายแถบวัดให เพ่ือให เหลก็ ฉากไปทาํ สงิ่ ใด
แถบวดั อยูน่ิง แลววัดระยะสิ่งตา งๆ ไดแ มนยํา
1. วัดรอบวงทอ น้าํ
ควรระมัดระวังการใชตลับเมตร เพราะแถบวัดทําจากเหล็ก เม่ือวัดขนาด 2. วัดความสงู หนังสือ
สง่ิ ตา งๆ เสรจ็ แลว ตอ งเกบ็ แถบวดั ใหเ รยี บรอ ย ควรเกบ็ ชา ๆ ไมค วรปลอ ยปลาย 3. วดั ขนาดมุมชัน้ หนังสือ
แถบวดั ดวยความเรว็ เพราะอาจทาํ ใหเ กดิ อุบัติเหตุได 4. วัดความกวางหองนอน
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : รอบวงทอ นา้ํ ใชส ายวดั ขนาดมมุ ชนั้ หนงั สอื ใช
เหล็กฉาก ความกวางหอ งนอนใชตลับเมตร และความสงู หนังสือ
ใชไมบรรทดั ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบทถี่ ูกตอ ง)

T56

นํา สอน สรุป ประเมิน

๖. เครือ่ งมือที่ใชคีบ ขนั้ สอน
จบั ดดั โคง ใชส าํ หรบั คบี จบั วสั ดุ ชน้ิ งาน หรอื ดดั วสั ดใุ หโ คง
จดั การเรยี นรู้
งอ เชน
1. สมาชกิ กลมุ เดมิ รว มกนั ศกึ ษาความรู เรอ่ื ง การ
คีมปากแหลม คีมตัด ดูแลรักษาและการจัดเก็บเคร่ืองมือชาง จาก
หนังสือเรียน
ใชส าํ หรบั จบั ชน้ิ งานชนิ้ เลก็ ๆ หรอื ใชส ําหรับตดั ลวดหรือโลหะ
ตะปูสนั้ เน้อื ออ น 2. นักเรียนตอบคําถามกระตุนความคดิ
• การศกึ ษาวธิ กี ารใชเ ครอื่ งมอื ชา งใหเ ขา ใจกอ น
ใชงานมคี วามสําคัญอยา งไร
(แนวตอบ : ชวยใหใชเครื่องมือชางไดถูกตอง
เหมาะสมตรงกับลักษณะงาน และมีความ
ปลอดภยั ในการทาํ งาน)

3. สมาชกิ แตล ะกลมุ รว มกนั ทาํ ใบงานท่ี 5.2 เรอ่ื ง
วิธีการใชและดูแลรักษาเครื่องมือชาง จาก
แผนการจดั การเรยี นรู จากนนั้ ตรวจสอบความ
ถูกตอง ถามีขอบกพรองใหชวยกันปรับปรุง
แกไ ข แลวนาํ ใบงานสงครูตรวจ

คมี ปากนกแกว คีมล็อก

ใชสําหรับถอนตะปู ตัดหัวตะปู ใชจับนอตหรือชิ้นงานเพื่อปองกัน
ตดั ลวด และโลหะเนื้อแขง็ การหมนุ หรอื เลอ่ื น ปากคมี สามารถ
ปรบั ขยายใหก วา งไดแ ละลอ็ กใหแ นน

หนทู าํ ได

เลอื กใชเ ครอ่ื งมอื ชางไดเหมาะสมกบั งาน ทําไดด ี พอทาํ ได ทําอีกครัง้ ๔๗

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

ถาตองการถอนตะปูแตไมมีคอนหงอนสามารถใชเคร่ืองมือใด ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา เม่ือใชคีมในงานชางควรจับคีมให
แทนได แนน และพอดกี บั มอื เพอ่ื ใหส ามารถซอ มแซมของใชไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ และ
1. คีมล็อก 2. คีมตดั ควรสวมเครอื่ งปองกัน เชน ถุงมือผา เพอื่ ปอ งกนั คมของคีมบาด แวนตา เพื่อ
3. คีมปากแหลม 4. คีมปากนกแกว ปอ งกันวสั ดทุ คี่ ีมจบั หรือตดั กระเด็นเขาตา

(วเิ คราะหค าํ ตอบ : คมี ทส่ี ามารถใชถ อนตะปไู ด คอื คมี ปากนกแกว ทงั้ นี้ ถา วสั ดบุ างอยา งทน่ี กั เรยี นตอ งการใชค มี ตดั มคี วามแขง็ แรงมาก ควรให
สว นคมี ล็อกใชจ บั วัสดไุ มใหเคลื่อนท่ี คีมตัดใชสาํ หรบั ตัดลวดหรือ ผูใ หญท าํ ให
โลหะชนดิ อน่ื ๆ และคมี ปากแหลมใชจ บั ชนิ้ งานเลก็ ๆ ดงั นน้ั ขอ 4.
จึงเปนคําตอบท่ีถูกตอง)

T57

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขน้ั สอน เมอื่ ใชง านเครอ่ื งมอื ชา งเสรจ็ แลว ควรดแู ลรกั ษาและเกบ็ เครอื่ งมอื
โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
สรุปและนําหลักการไปประยกุ ต์ใช้
ÇÔ¸¡Õ ÒôáÙ ÅÃ¡Ñ ÉÒáÅШѴࡺç à¤Ã×èͧÁ×ͪ‹Ò§
1. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
• นกั เรยี นคดิ วา เครอื่ งมอื ชางท่ชี าํ รดุ เพยี ง ๑. เลอื กใชเครือ่ งมอื ชางใหเหมาะสมกับงาน เชน หากตองการทบุ
เล็กนอยสามารถนาํ มาใชง านไดหรอื ไม ตอก ควรเลอื กใชคอน หากตอ งการตัดกระดาษแผนบาง ๆ เปน
จงอธิบาย รปู รางเหลยี่ ม ควรเลอื กใชกรรไกรหรือคตั เตอร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดลุ ยพินิจของครผู ูสอน) ๒. ทําความสะอาดเครื่องมือทุกคร้ังหลังใชงานเสร็จ โดยใชผาแหง
และสะอาดเชด็
2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การดูแล
รกั ษาและการจดั เกบ็ เครอื่ งมอื ชา ง โดยครเู ปน ๓. เครอื่ งมอื บางชนดิ ทมี่ สี ว นประกอบเปน โลหะ เชน เลอื่ ย เหลก็ ฉาก
ผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพ่ิมเติม ปากคีม หัวคอนหงอน ควรทานํ้ามันกอนเก็บเพ่ือปองกันการ
ในสวนทบ่ี กพรอ ง เกดิ สนมิ

3. ครแู จกเครอ่ื งมอื ชา งใหน กั เรยี น แลว ใหส มาชกิ ๔. เกบ็ เครือ่ งมอื ชา งเขา ท่ีใหเ รียบรอ ย เพอื่ ปองกนั การสญู หายและ
แตละกลุมรวมกันวางแผนแสดงวิธีการใชและ สะดวกในการหยิบใช
ดูแลรกั ษาเครอ่ื งมอื ชางชนดิ น้นั ๆ
กอ นและหลงั การใชเครอื่ งมอื ชาง
ควรตรวจสอบทุกครั้ง หาก
เคร่อื งมอื ชํารุด ควรซอ มแซม
ใหเรยี บรอย

๔๘

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา นํ้ามีสวนทําใหเกิดสนิมได จึงควร ถาเคร่อื งมือชา งมีสนิมขนึ้ จะสง ผลอยา งไร
ใชผ าแหงเชด็ ทําความสะอาดเครอื่ งมอื ชางเปนขั้นตอนสดุ ทาย เพอ่ื ปอ งกนั การ (แนวตอบ : บริเวณท่ีสนิมข้ึนจะแตกหักงาย ทําใหประสิทธิภาพ
เกิดสนมิ
การทาํ งานลดลง เชน ถา สนมิ ขึน้ ท่คี มของใบเลือ่ ย จะทาํ ใหค วาม
ส่ือ Digital คมลดลงและไมส ามารถเล่ือยวัสดุไดด )ี

ครูคนหาคําวา วิธีกําจัดสนิมออกจากเคร่ืองมือชาง ใน www.youtube.
com เพ่ือใหนกั เรียนนําวิธีการและขน้ั ตอนการกาํ จดั สนมิ ไปใชกับเคร่อื งมอื ชา ง
ของตนเอง

T58

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ò ¡Ò÷íÒ§Ò¹ª‹Ò§ หนู ๆ เคยทํางานชาง ขน้ั สอน
พ้ืนฐานอะไรบาง และ
¾é×¹°Ò¹ ทําอยางไร สรปุ และนําหลกั การไปประยกุ ต์ใช้
งานชา งมคี วามสาํ คญั เกย่ี วขอ ง
กับการดําเนินชีวิตประจําวันของคนเราเปนสวนใหญ การมีความรู 4. สมาชิกแตละกลุมคัดเลือกตัวแทนกลุม เพ่ือ
ความเขา ใจในการทาํ งานชา งพนื้ ฐาน สามารถทาํ งานชา งพนื้ ฐานได แสดงวิธีการใชและดูแลรักษาเคร่ืองมือชาง
จะเกดิ ประโยชนต อการใชชวี ติ ประจําวนั ชนดิ ทคี่ รแู จกใหห นา ชนั้ เรยี น แลว ใหเ พอ่ื นกลมุ
งานชา ง เปน การนาํ ความรพู น้ื ฐานเกย่ี วกบั วสั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมอื อ่ืนรวมกันตรวจสอบความถูกตอง และแสดง
วธิ กี ารทาํ งาน ตลอดจนกระบวนการทางเทคโนโลยมี าใชใ นการบาํ รงุ ความคิดเหน็ เพม่ิ เตมิ
รักษา ซอ มแซม ติดต้ังเคร่ืองมือเครือ่ งใชอ ยางเปน ระบบ
งานชางพื้นฐาน เปนงานชาง 5. ครตู รวจสอบวธิ กี ารใชแ ละดแู ลรกั ษาเครอ่ื งมอื
เบ้ืองตนที่ทุกคนสามารถทําไดดวย ชางของนักเรียนทีละกลุม แลวเสนอแนะ
ตนเอง มกั เปน งานทเี่ กย่ี วขอ งกบั การ เพิ่มเติมในสวนที่บกพรอง เพื่อใหนักเรียน
ซอมแซมสง่ิ ของเครอื่ งใชที่ไมย งุ ยาก นําไปปรับปรุง แกไข และประยุกตใชในชีวิต
ประจาํ วนั

6. นักเรียนแตละคนทําแบบฝกกิจกรรม จาก
แบบวดั ฯ เปน การบา น แลว นาํ สง ครใู นวนั ถดั ไป

วัดและประเมินผล

ครูวัดและประเมินความรูความเขาใจของ
นกั เรยี นจากการแสดงวธิ กี ารใชแ ละบาํ รงุ รกั ษา
อุปกรณงานชา ง

สลับซบั ซอน หรือลงทนุ สูง

หลักการทํางานชางพื้นฐาน

๑. วางแผนดําเนินงานการบํารุงรักษา การซอมแซม การติดตั้ง
และการผลิต โดยคํานึงถึงการใชเทคโนโลยี ทรัพยากร
พลังงาน และวธิ กี ารใชว ัสดุ อุปกรณอยา งเหมาะสม

๒. ปฏบิ ตั ติ ามขน้ั ตอนทว่ี างแผนไว พรอ มทงั้ มกี ารตรวจสอบ และ
แกไ ขระหวา งท่ีปฏบิ ตั ิ จัดเก็บ บํารุงรกั ษาเครอ่ื งใชเ คร่อื งมอื

๓. ตรวจสอบและประเมนิ การทาํ งานทกุ ขน้ั ตอน ตงั้ แตข นั้ เตรยี มการ
ข้ันดาํ เนินการ และหลังดําเนนิ การ

๔๙

ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

หลังจากเมซอ มแซมขาเกาอเี้ รยี บรอ ยแลว เมควรทาํ อยา งไรตอไป ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงวา งานชางในปจจุบันมีหลากหลาย เชน
1. นาํ ไปใหพอ น่ัง 2. ลองขยบั ขาเกา อ้ี ชางไม ชางซอมรถยนต ชางประปา งานชางทุกแขนงตองใชทักษะและความ
3. นาํ ของมาวาง 4. ข้นึ ไปยนื บนเกา อี้ ชํานาญ เพอ่ื ใหสามารถปฏิบตั ิงานไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ

(วิเคราะหคําตอบ : เมื่อซอมแซมเกาอ้ีเสร็จแลว ควรตรวจสอบ งานบางงานตอ งใชชางจากหลายแขนงมารว มกันทํา งานจงึ จะสําเร็จ เชน
ใหเรียบรอยวา เกาอ้ีสามารถกลับมาใชงานไดแลว ถายังชํารุด งานสรา งบา น ตอ งใชชา งกอ สราง ชางไฟฟา ชางประปา ชา งอ่นื ๆ ในการสรา ง
ควรแกไ ขใหเ รียบรอยกอ นนาํ ไปใช ดังนน้ั ขอ 2. จงึ เปน คําตอบ ใหบานเสร็จสมบรู ณ
ทถ่ี ูกตอ ง)

T59

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

ขนั้ สรปุ การทาํ งานชา งพน้ื ฐาน มปี ระโยชน ดังนี้

ครูและนักเรียนรวมกันสรุปการดูแลรักษาและ ๑. เปนการฝกฝนการเรียนรูเพ่ือเปน ชางฝมือตอไปในอนาคต
ควรจัดเก็บเคร่ืองมือชาง และครูบอกใหนักเรียน ๒. เปนการตรวจสอบและซอมแซมเครื่องมือ เคร่ืองใช วัสดุอุปกรณ
เตรยี มของเลนทช่ี าํ รุดมาในช่ัวโมงถัดไป
ใหมสี ภาพการใชงานไดเปนอยางดี เพือ่ ยดื อายกุ ารใชงาน
ขน้ั ประเมนิ ๓. เปน การเรยี นรกู ารใชเ ครอ่ื งมอื วสั ดอุ ปุ กรณในงานชา งโดยตรง เพอ่ื การ

ครูตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน สรางสรรคช น้ิ งานในชีวิตประจาํ วันหรือเพอ่ื การประกอบอาชพี ตอ ไป
จากการทําใบงานท่ี 5.2 การนําเสนอผลการ ๔. สง เสรมิ การมจี ติ สาํ นกึ เรอื่ งความปลอดภยั ในการทาํ งานไดเ ปน อยา งดี
วิเคราะหและอภปิ ราย และการสรปุ ความรู เรื่อง ๕. สงเสริมการคิดวิเคราะห การแกปญหา โดยการใชงานชางในการ
การดูแลรักษาและจัดเก็บเครื่องมอื ชา ง
ซอ มแซม
๖. สง เสริมการใชเวลาวา งใหเ ปน ประโยชนด วยการซอ มแซม เครือ่ งมือ

เครอ่ื งใชในบาน
๗. สงเสริมการอนรุ กั ษทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ ม โดยลดการใช

ทรัพยากรดวยการซอมแซมของใชท่ีมีอยูแลวใหมีสภาพดีทดแทน
การซอื้ ใหม

๕๐

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ เปน 4 กลมุ จากนนั้ ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ยกตวั อยา ง การทาํ งานชา งสง เสริมจติ สํานกึ เรอื่ งความปลอดภยั อยา งไร
เหตุการณที่ทําใหเ ห็นประโยชนข องงานชา งตามหัวขอ ดงั นี้ (แนวตอบ : การทํางานชางตองสํารวจส่ิงตางๆ ของบานและ

• อนุรักษส ่ิงแวดลอ ม ของใชใ นบา นเสมอวา มสี ง่ิ ใดชาํ รดุ หรอื ไม ถา มสี ง่ิ ใดชาํ รดุ ตอ งนาํ
• นาํ ไปประกอบอาชีพในอนาคต มาซอมแซม เม่ือซอมแซมเสรจ็ ตองตรวจสอบการใชงานใหดี เพอ่ื
• พฒั นาทกั ษะการคิดแกป ญ หา ปองกนั การเกดิ อนั ตรายตอสมาชกิ ในครอบครัว)
• ใชเ วลาวา งใหเปนประโยชน

T60

นาํ สสออนน สรปุ ประเมิน

ขน้ั ตอน การทาํ งานชา งพนื้ ฐาน ขน้ั นาํ

วิเคราะหง าน วางแผนการทาํ งาน ครูสุมถามนกั เรียนวา
• ของเลน ชนิ้ โปรดของนกั เรยี นคอื อะไร และมี
๑ ศกึ ษางานชา งพน้ื ฐานทจ่ี ะทาํ ๒ วางแผนวาจะทํางานอะไร
วามลี กั ษณะอยา งไร แลว นํา ทาํ เมอ่ื ไร ใครเปน ผรู บั ผดิ ชอบ ลกั ษณะอยา งไร
ขอ มลู น้ีไปกาํ หนดเปา หมาย ทาํ วธิ ใี ด ใชเ ครอ่ื งมอื อะไรบา ง (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
การทาํ งาน แลว เตรยี มอปุ กรณ ใหเ หมาะสมกบั งาน โดยอาจ โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
และเคร่ืองมือในการทาํ งาน เขยี นเปนแผนผังความคิด • นกั เรยี นมวี ธิ กี ารบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของ
เลน อยา งไรบา ง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)

ขน้ั สอน

เตรยี มการสาธิต

ครูจัดเตรียมของเลนท่ีชํารุด และเคร่ืองมือท่ี
ใชบ ํารงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน เพือ่ ใชในการ
สาธิตการบํารุงรักษาและซอ มแซม

ปฏบิ ตั ิงาน ประเมินผลการทาํ งาน

๓ ทํางานชางพื้นฐานตามที่ ๔ ตรวจสอบผลการทาํ งานชา ง
วางแผนไวด ว ยความ ประณตี พื้นฐานวาเปนไปตามแผน
ระมดั ระวงั รอบคอบ และทาํ ทว่ี างไวหรือไม หากพบขอ
ดวยความตง้ั ใจ บกพรองควรปรับปรุงแกไข

๕๑

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ใครกําลังทํางานชา งในขนั้ ตอนวเิ คราะหง าน ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา การปฏิบัติตามข้ันตอนของการ
1. สมลงมอื ซอ มแซมของใชทช่ี าํ รดุ ทํางานชางจะสงผลใหนักเรียนทํางานไดอยางเปนระบบ มีข้ันตอนการทํางาน
2. เมบอกหนา ท่ขี องสมาชิกกลมุ แตล ะคนใหร ู ชัดเจน ซึ่งนักเรียนสามารถนําวิธีการทํางานลักษณะน้ีไปประยุกตใชกับการ
3. แยมสาํ รวจลักษณะการชํารุดของของใช ทํางานอ่ืนๆ ได โดยปรับใหเหมาะสมกับเน้ือหางาน เชน ใชข้ันตอนนี้กับการ
4. โตง ตรวจสอบความแขง็ แรงของของใชท ีซ่ อมเสรจ็ แลว ทาํ รายงาน เรม่ิ จากการวิเคราะหห ัวขอทีต่ อ งทํา วางแผนการทํางาน หาขอมูล
ตา งๆ จากนั้นทาํ รายงาน เม่ือทําเสร็จตรวจสอบความถูกตอง และถามีขอผิด
(วิเคราะหคําตอบ : สมอยูในขั้นตอนการปฏิบัติ เมอยูในข้ันตอน พลาดใหแ กไขกอนสง
การวางแผน แยมอยใู นขนั้ ตอนวเิ คราะหง าน และโตง อยใู นขนั้ ตอน
ประเมินผลการทํางาน ดงั น้นั ขอ 3. จงึ เปนคําตอบทถ่ี ูกตอง)

T61

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน »ÅÍ´ÀÑÂäÇ¡Œ ‹Í¹

สาธิต เราควรหมนั่ สาํ รวจบรเิ วณตา ง ๆ ในบา นและสงิ่ ของภายในบา นอยา งสมา่ํ เสมอ
หากพบรอยชํารุดเสยี หายตอ งรบี แกไขทันที
1. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง
การทํางานชางพื้นฐาน จากหนังสือเรียนมา สิง่ ท่เี มอื่ ชํารุดแลว อาจสรา งปญหารายแรงได ไดแก
ลวงหนา • สว นของบานหรอื อุปกรณข องใชภ ายในบานท่ีทาํ จากไมม ีรอยผุ
สว นทีพ่ บไดบ อ ย ไดแ ก เฟอรนเิ จอร ขอบประตู และขอบหนา ตา ง หากปลอ ยทิ้งไว
2. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ นานจะซอมแซมไดยาก เพราะไมผุขยายไปยังสวนอ่ืน ๆ ในการซอมแซมไมผุน้ัน
• นักเรียนมีประสบการณการบํารุงรักษาและ เราตอ งนาํ สว นทผ่ี อุ อกใหห มด แลว เสรมิ ไมใ หมแ ทน ถา เปน รอยผทุ ี่ไมส ามารถทาํ ได
ซอมแซมของเลน บา งหรอื ไม จงอธบิ าย ดวยตวั เอง ควรจา งชา งผูเช่ียวชาญมาซอมแซม
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น • ทอนํา้ หรอื ทางระบายน้าํ อดุ ตัน
โดยใหอยใู นดุลยพนิ จิ ของครผู ูสอน) เราควรหม่ันทําความสะอาดและตรวจสอบทอระบายนา้ํ ในบรเิ วณบา นอยเู สมอ หาก
ภายในทอ หรอื ทางระบายนา้ํ มสี งิ่ อดุ ตนั ตอ งรบี กาํ จดั ออกโดยเรว็ มฉิ ะนน้ั นา้ํ ทร่ี ะบาย
ไมไ ดอาจไหลยอนเขา มาภายในบาน
• กระเบื้องหลงั คาแตก แผน ฝาเพดานมรี อยนํ้าซึมนํา้ หยด
เมื่ออยูท่ีบาน สวนมากมักไมมีใครมองดูแผนฝาเพดานหรือหลังคาบาน ซ่ึงจะให
ความสนใจก็ตอเมื่อเกิดปญหาแลว เชน น้ําไหลลงมาทําใหสิ่งของในบานเสียหาย
หรอื แผน ฝา เพดานหลน ลงมาทพ่ี น้ื การปอ งกนั ทดี่ ที สี่ ดุ คอื การคอยตรวจสอบดเู ปน
ประจํากจ็ ะสามารถปองกันปญหาได

๕๒

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูเนนย้ําใหนักเรียนเขาใจวา การสํารวจสวนตาง ๆ ของบานและของใช ส่งิ ใดถาชํารุดพรอ มๆ กนั ควรซอ มแซมเปน อันดบั แรก
ในบา นอยเู สมอเปน วธิ กี ารปอ งกนั ไมใ หข องใชช าํ รดุ ไปมากกวา เดมิ และปอ งกนั 1. หูแกว นํา้ หัก 2. ทอ นํ้าประปาแตก
การเกิดอุบัตเิ หตจุ ากสว นตาง ๆ ของบานและของใชในบานชาํ รดุ ดวย เชน ถา 3. ขาเกา อห้ี กั 4. ดา มไมถูพนื้ หลดุ
ขาเกา อ้ีหกั แตไมม ีการสํารวจกอ น อาจทําใหคนนง่ั ไดรับบาดเจ็บได
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : ทอ นาํ้ ประปาแตกควรซอ มแซมเปน อนั ดบั แรก
ดังนั้น การสํารวจสวนตาง ๆ ของบานและของใชในบานอยูเสมอจึงเปน เพราะสง ผลเสยี ตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั เชน ใชน าํ้ เพอื่ อาบนา้ํ
สงิ่ สาํ คญั ประกอบอาหาร รดนํา้ ตน ไม สวนของใชท ่ชี ํารุดอื่น ๆ สามารถนํา
ของใชช น้ิ อื่นมาแทนได และไมไดส งผลตอการดําเนินชีวิตเทา กับ
ทอ น้าํ ประปาแตก ดังนน้ั ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง)

T62

นํา สอน สรปุ ประเมนิ
• กอกนา้ํ หรือหัวฉดี ฝก บวั รว่ั
กอกนํ้าหรือหัวฉีดฝกบัวท่ีมีน้ําหยดออกมา หากปลอยไว จะกอใหเกิดปญหาคาน้ํา ขน้ั สอน
เพมิ่ ผดิ ปกติและเกดิ ปญ หานํา้ ขงั ทาํ ใหมคี ราบสกปรก เปน ท่ีเพาะเชื้อรา การแกไ ข
ปญ หาน้ี เราตองหาสาเหตุใหเ จอไมควรปลอ ยท้ิงไว สาธติ

3. ครบู าํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน ใหน กั เรยี น
ดูเปนตัวอยาง พรอมอธิบายประกอบทีละ
ขั้นตอนอยางละเอยี ด ชดั เจน เพือ่ ใหน กั เรียน
สังเกต จดจํา และสามารถนําไปปฏิบัติได
อยา งถกู ตอง

4. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนสอบถามขอสงสัย
ความรู หรอื ขนั้ ตอนที่ตามไมทันเพ่ิมเตมิ

5. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม
ของเลนตามตัวอยางท่ีครูทําใหดู โดยครูเปน
ผูตรวจสอบความถกู ตอ ง และอธบิ ายเพิม่ เตมิ
ในสวนทบ่ี กพรอ ง

• ปลั๊กไฟ1
เมอ่ื เสยี บปลก๊ั อปุ กรณไฟฟาแลวมีปญหาติด ๆ ดบั ๆ ปญหาเกย่ี วกับวงจรไฟฟาน้ัน
อนั ตรายเกนิ กวา จะซอ มแซมดว ยตนเอง ควรเรยี กชา งไฟมาแกไ ขโดยเรว็ เพราะไฟฟา
อาจลัดวงจรเกิดความรอนซงึ่ เปน สาเหตใุ หเ กดิ ไฟไหมได

๕๓

ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู

ยกตวั อยา งการสาํ รวจสว นตา งๆ ของบา นมา 1 ตวั อยา ง พรอ ม 1 ปลก๊ั ไฟ ถา เปน ปลกั๊ พว งควรเลอื กปลกั๊ ทม่ี มี าตรฐาน มตี รา มอก. 2432-2555
บอกวิธีการแกไ ข ถา พบขอ บกพรอ ง กํากับอยู เพ่ือเปนการรับประกันวา ปลั๊กไฟน้ีผานการตรวจสอบวา ปลอดภัย
สําหรับผใู ชแ ลว
(แนวตอบ : ตรวจดูสายไฟฟาของเคร่ืองใชไฟฟาวามีรอยขาด
หรือไม ถามรี อยขาดตอ งนาํ ไปซอมแซมหรือเปลี่ยนใหมเพอื่ ความ
ปลอดภยั )

ปล๊ักพวง มอก. 2432-2555
ตรา มอก.

T63

นํา สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สอน ขน้ั ตอน การซอ มแซมของใชใ นบา น

สรปุ การสาธติ ๑ สาํ รวจสง่ิ ของทช่ี าํ รดุ ในบา น
๒ วเิ คราะหล กั ษณะการชาํ รดุ
นกั เรยี นรว มกนั สรปุ ขน้ั ตอนการบาํ รงุ รกั ษาและ ๓ เตรยี มเครอื่ งมอื ชา งใหเ หมาะสมกบั สง่ิ ของทช่ี าํ รดุ
ซอมแซมของเลน โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ๔ ศกึ ษาวธิ กี ารซอ มแซมสง่ิ ของนนั้
ถูกตอ ง และอธิบายเพิม่ เตมิ ในสว นทบี่ กพรอง ๕ ซอ มแซมสงิ่ ของทชี่ าํ รดุ ดว ยความประณตี ระมดั ระวงั
๖ ตรวจสอบการใชง านของสง่ิ ของหลงั ซอ มแซมเสรจ็ แลว
วดั ผลประเมินผล

ครูวัดและประเมินผลนกั เรยี นจากการบาํ รุง
รกั ษาและซอ มแซมของเลน

ขน้ั สรปุ

ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การบาํ รงุ รกั ษาและ
ซอมแซมของเลน ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษา
ตัวอยางการซอมแซมของใช จากหนังสือเรียน
และเตรียมของใชท่ีชํารุด และอุปกรณที่ใชบํารุง
รกั ษาและซอมแซมของใชม าลว งหนา

ขนั้ ประเมนิ

ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการบํารุง
รักษาและซอมแซมของเลน และการสรปุ ข้ันตอน
การบํารงุ รักษาและซอมแซมของเลน

๕๔

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ
วิวลืมหยิบประแจมาซอมแซมกอกนํา รวั  สิง นจี  ะสงผลตอการ
ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา การสาํ รวจของทช่ี าํ รดุ ในบา น ควรสาํ รวจ ทํางานอยา งไร
ดวยความระมัดระวัง เพราะถาของช้ินใดชํารุด อาจมีช้ินสวนของของใชหลุด 1. ซอมแซมผิดวิธี 2. ซอ มแซมไดร าบร่ืน
มาแลว ถานกั เรยี นเขาไปจับอาจเส่ยี งตอ การเกิดบาดแผลได ดงั นนั้ จงึ ควรสวม 3. ซอมแซมไดไมต อเน่อื ง 4. ซอ มแซมเสร็จรวดเรว็
เครอ่ื งปอ งกัน เชน ถุงมือผา รองเทา ระหวางการสาํ รวจของท่ชี ํารุด

(วิเคราะหคําตอบ : การไมไดเตรียมเคร่ืองมือซอมแซมใหพรอม
ทําใหตองไปหยิบเคร่ืองมือท่ีตองใชระหวางการซอมแซม ทําให
งานไมต อเนื่อง สง ผลใหงานเสร็จชา ดังนนั้ ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ทถ่ี กู ตอง)

T64

นาํ นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

๑µÇÑ ÍÂÒ‹ §·Õè การซอมแซมท่ีจบั ฝาหมอ หงุ ขาว ขนั้ นาํ

วธิ ีการซอ มแซม 1. ครูใหนักเรียนนําของใชสวนตัวที่ชํารุดตามที่
ครสู งั่ ไวอ อกมาวางไวบ นโตะ จากนนั้ ใหน กั เรยี น
หมอหุงขาว เมื่อใชงานไปนาน ๆ สวนท่ีใชจับกันรอนที่ฝาหมอหุงขาวอาจชํารุด สาํ รวจลกั ษณะการชาํ รดุ ของของใชส ว นตวั ของ
ซงึ่ เกดิ จากสกรยู ดึ คลายตวั หรอื พลาสตกิ ทจี่ บั แตก เราสามารถใชไ ขควงขนั สกรูใหแ นน ได เพือ่ นที่น่งั ขางกนั
แตหากเกิดจากการแตกเพราะตกกระแทกกบั ของแข็ง เราสามารถซอ มแซมได
2. ครสู ุมถามนักเรยี นวา
• ของใชสวนตัวของเพื่อนมีลักษณะการชํารุด
อยา งไร และทาํ มาจากวสั ดอุ ะไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)
• นักเรียนจะบํารุงรักษาและซอมแซมของใช
ของเพอื่ นอยา งไรบา ง
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใ นดลุ ยพนิ จิ ของครผู สู อน)

3. ครูสอบถามเจาของของใชสวนตัววา เพราะ
อะไรจงึ ตองการซอมแซมของใชชน้ิ น้ี

ÍØ»¡Ã³áÅÐà¤Ã×Íè §ÁÍ× ·ãèÕ ª«Œ ‹ÍÁá«Á ท่ีจบั อันใหม
ผาสะอาด
๑. ทจี่ บั อันใหม (กรณีทีข่ องเกา แตกหกั เสยี หาย)
๒. ไขควง
๓. สกรู (นอตตัวผ)ู และหวั นอต (นอตตวั เมีย)
๔. ผาสะอาด

ไขควง สกรู

๕๕

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ถา ทจี่ บั ฝาหมอ หงุ ขา วชาํ รดุ และยงั ไมซ อ มแซมใหเ รยี บรอ ยกอ น ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา ถา ทจี่ บั ฝาหมอ หงุ ขา วอนั เกา ไมส ามารถ
นําไปใชง าน จะสงผลอยางไรตอ ผูหุงขาว ใชงานไดแลว การหาท่ีจับฝาหมอหุงขาวอันใหมมาแทนอันเกาตองมีลักษณะ
คลายคลงึ กบั ทีจ่ ับฝาหมอ หุงขา วอนั เกา เพราะถา มคี วามแตกตา งกนั มาก เชน
(แนวตอบ : เปดหมอหุงขาวไดยากขึ้นและผิวหนังอาจโดนความ รูปแบบ ขนาดแตกตางกัน การรับนํ้าหนักหรือวิธีการใชก็อาจมีขอแตกตางกัน
รอนจากหมอหุงขา ว) ทาํ ใหใ ชง านหมอหงุ ขาวไดยากข้ึน

T65

นาํ สอน สรุป ประเมิน ๒ ใชไ ขควงคลายสกรอู อกจากหวั นอต
เพื่อถอดหูจับฝาหมอที่แตกออก
ขน้ั สอน ขนั้ ตอนการซอ มแซม ควรระวงั แปน แหวนรองทอี่ ยบู รเิ วณ
หัวนอตหลนหาย
สังเกต รับรู้ ๑ สํารวจจุดท่ีชํารุดเพ่ือเตรียม
อุปกรณที่จะตองใชในการ
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณก าร ซอมแซม
บํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัว เลา
ขั้นตอนการบํารุงรักษาและซอมแซมของใช
สวนตัวของตนเองใหเพ่ือนฟงหนาชั้นเรียน
แลวใหนักเรียนคนอ่ืนๆ สอบถามขอสงสัย
เกย่ี วกบั การทาํ งานจากนกั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณ
การบํารงุ รกั ษาและซอ มแซมของใชส ว นตัว

๓ ตรวจสกรแู ละหวั นอต หากพบสนมิ หรอื เกลยี วนอตตดิ ขดั ใหท าํ ความสะอาด หาก
เสยี หายใหเ ปล่ยี นเปนตวั ใหม

๔ เปลยี่ นทจี่ ับฝาหมอ อนั ใหมเ ขา ท่เี ดิม ขนั สกรเู ขากับหัวนอตท่ีรองดว ย
แปน แหวนรองใหแ นน
๕ ทดสอบความแข็งแรงดวยการ
ทดลองหมนุ ทจ่ี บั ดวู า แนน ดแี ลว
หรอื ยงั ถา ยงั ไมแ นน ใหใ ชไ ขควง
หมุนสกรูอีกครั้งใหแ นน

๕๖

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนเขาใจวา การทําความสะอาดสนิมสามารถ การกระทาํ ของใครท่ีอาจทําใหเกิดอบุ ัตเิ หตุระหวางการ
ทําไดหลายวิธี ในปจจุบันมีน้ํายาทําความสะอาดสนิมที่สามารถกําจัดสนิมได ซอ มแซมของใช
โดยใชเ วลาไมน าน หรอื จะนาํ เครอ่ื งมอื และของใชท เ่ี ปน สนมิ ทแี่ ชใ นนา้ํ สม สายชู
ประมาณ 2-3 ชวั่ โมง แลวนํามาขดั สนมิ ออกกไ็ ดเ ชน กนั 1. นิม่ ใชกรรไกรตดั กระดาษแขง็
2. มกุ ยนื เทา เปลา ถอนตะปบู นฝาผนัง
3. แจนสวมถุงมอื ผากอ นตอกตะปูโตะ
4. โกเ ลื่อยไมโดยมองบริเวณท่เี ลื่อยตลอดเวลา
(วเิ คราะหค าํ ตอบ : การทาํ งานชา งตอ งตง้ั ใจทาํ งาน ใชเ ครอื่ งมอื ให
เหมาะสมกบั งาน และสวมเครอื่ งปอ งกนั เสมอ เพอื่ ปอ งกนั อบุ ตั เิ หตุ
มุกที่ไมใสรองเทาขณะถอนตะปูอาจทําใหตะปูตําเทาได ดังน้ัน
ขอ 2. จงึ เปนคําตอบที่ถูกตอ ง)

T66

นํา สอน สรุป ประเมิน

๒µÇÑ ÍÂÒ‹ §·Õè การซอมแซมที่จบั ลน้ิ ชักโตะ ขน้ั สอน

วธิ ีการซอ มแซม สังเกต รบั รู้

ลิ้นชักโตะเปนเคร่ืองใชอยางหนึ่งที่มีอยูภายในบานและมักพบการชํารุดไดบอย 2. ครูบํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัวให
เนอ่ื งจากตอ งรบั แรงดงึ และแรงดนั กลบั เขา ทท่ี กุ ครง้ั ทมี่ กี ารใชง าน ทจ่ี บั ลน้ิ ชกั จงึ เกดิ ความ นกั เรยี นดเู ปน แบบอยา ง พรอ มอธบิ ายประกอบ
เสยี หายขนึ้ เชน หักหรือสกรูหลุดทาํ ใหท ี่จับลิน้ ชักหลุดจากลนิ้ ชัก ทลี ะขนั้ ตอนอยา งชา ๆ เพอื่ ใหน กั เรยี นมคี วามรู
ความเขา ใจทถ่ี ูกตอ ง ชัดเจน

3. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• เพราะเหตุใดจึงควรเตรียมเครื่องมือที่ใช
บาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของใชใ หพ รอ มกอ น
ลงมอื บาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของใช
(แนวตอบ : เพื่อใหสะดวกในการใชงานและ
ประหยดั เวลาในการบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซม)

Í»Ø ¡Ã³áÅÐà¤ÃÍè× §Á×Í·Õè㪌«‹ÍÁá«Á ทีจ่ ับอนั ใหม
ผา สะอาด
๑. ทจี่ ับอนั ใหม (กรณที ข่ี องเกาแตกหกั เสียหาย)
๒. ไขควง
๓. สกรู (นอตตวั ผ)ู
๔. ผา สะอาด

ไขควง สกรู

๕๗

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ก. นดิ ลงมือซอ มแซมขาต้ังกรอบรปู ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหนกั เรียนเขา ใจวา เราควรดึงและดันล้นิ ชักเบาๆ เพอ่ื
ข. นดิ วิเคราะหล ักษณะการชาํ รดุ ของขาตั้งกรอบรปู ยืดอายุการใชงานของล้ินชักไดนาน การดึงหรือดันลิ้นชักแรงๆ นอกจากจะ
ค. นิดเตรยี มเคร่ืองมือสําหรับซอ มแซมขาตง้ั กรอบรปู ทาํ ใหท จ่ี บั หลดุ อาจทาํ ใหต วั ลน้ิ ชกั ชาํ รดุ ซง่ึ การซอ มแซมอาจไมส ามารถชว ยให
ง. นิดทดลองขยบั ขาตั้งกรอบรูปเพือ่ ทดสอบความแข็งแรง กลับมาเหมือนเดิมได และมีโอกาสท่ีตัวล้ินชักจะตกจากราง ซ่ึงถาเปนลิ้นชัก
จากขอ ความ ขอ ใดเปน ขน้ั ตอนท่ี 2 ของการซอ มแซมขาตง้ั กรอบรปู ขนาดใหญ เม่ือตกจากรางกอ็ าจหลนทบั ผใู ชได

1. ก. 2. ข. 3. ค. 4. ง.

(วเิ คราะหค าํ ตอบ : จากขอ ความ สามารถเรยี งลาํ ดบั ขน้ั ตอนกอ น
หลงั ได ดังนี้ เร่ิมจากวเิ คราะหล ักษณะการชาํ รุด เตรียมเครือ่ งมือ
ลงมือซอมแซม และตรวจสอบการใชงาน ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน
คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)

T67

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สอน ขนั้ ตอนการซอ มแซม

ทําตามแบบ ๑ สํารวจจุดที่ชํารุด หาสาเหตุ
ของการชาํ รดุ เชน เกิดจาก
1. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม ท่ีจับลิ้นชักหกั หรือสกรูหลดุ
ของใชส ว นตัวตามแบบอยางท่ีครทู ําใหด ู โดย
ครูคอยดูแล ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้า ๒ จัดเตรียมเคร่ืองมือชางและ
ใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในการ อุปกรณท่ีตองนํามาเปล่ียน
ทาํ งาน แทนของทีช่ าํ รุด

2. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ ๓ ใชไ ขควงหมนุ คลายเกลยี วสกรอู อก สว นมากสกรจู ะเปน แบบเกลยี วปลอ ย คือ มี
• การบํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัว ปลายแหลม ไมต อ งใชห ัวนอต
จะตองใชทักษะการทํางานใดบาง
(แนวตอบ : ทักษะการสังเกต โดยสังเกต ๔ เปล่ยี นท่ีจบั ลน้ิ ชักอนั ใหมเ ขา ท่เี ดิม ขนั สกรูใหแ นน
ของใชท ช่ี าํ รดุ แลว นาํ มาซอ มแซม ทกั ษะการ ๕ ทดสอบความแขง็ แรงดว ยการทดลองจบั ทจี่ บั ดวู า แนน ดแี ลว หรอื ยงั ถา ยงั ไมแ นน
วางแผน โดยวางแผนการซอ มแซมของใชใ ห
เปน ไปตามขน้ั ตอนและประสบความสาํ เรจ็ ) ใหใ ชไ ขควงหมุนสกรูอกี ครงั้ ใหแ นน

หนทู าํ ได

๕๘ ซอ มแซมของใชใ นบานไดอยา งเปนขน้ั ตอน ทาํ ไดด ี พอทาํ ได ทาํ อกี คร้ัง

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครแู นะนาํ นกั เรยี นวา นกั เรยี นควรนาํ กลอ งขนาดเลก็ มาเพอ่ื ใสส กรเู นอื่ งจาก การสาํ รวจของใชใ นบา นทชี่ าํ รดุ สมา่ํ เสมอ เปน การพฒั นาทกั ษะ
สกรมู ขี นาดเลก็ สามารถกลง้ิ หรอื หลน หายไดง า ย การนาํ สกรใู สใ นกลอ งจะชว ย การทํางานของนักเรยี นอยา งไร
ปองกันสกรูหายได โดยใหนักเรียนแยกระหวางสกรูของเกากับสกรูของใหม
เพอื่ ปอ งกันสกรูปนกัน (แนวตอบ : พฒั นาทกั ษะดา นการสงั เกตมากขน้ึ เพราะตอ งสาํ รวจ
ของใชใ นบา นทชี่ าํ รดุ ซง่ึ ลกั ษณะการชาํ รดุ อาจเหน็ ไดไ มช ดั แตเ มอื่
สงั เกตเปน ประจาํ กท็ าํ ใหเ หน็ การชาํ รดุ ตา งๆ ไดร วดเรว็ และละเอยี ด
มากขึ้น)

T68

นํา สอน สรุป ประเมนิ

กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขนั้ สอน

ถามมาหนตู อบได ทาํ เองโดยไมมีแบบ

๑. เม่ือพบวาเคร่ืองใชไฟฟาภายในบานชํารุด เปดแลวไฟฟาติด ๆ 1. นักเรียนแตละคนบํารุงรักษาและซอมแซม
ดบั ๆ เราควรทําอยางไร เพราะเหตใุ ด ของใชสวนตัวดวยตนเอง โดยไมมีแบบอยาง
โดยครเู ปน ผตู รวจสอบขนั้ ตอนและผลงานการ
๒. การอุดตันของทอระบายน้ําบริเวณบานเกิดจากสาเหตุใดไดบาง บํารุงรักษาและซอมแซมของใชสวนตัวและ
และเราสามารถปอ งกันไดด ว ยวิธีใด อธบิ ายเพิม่ เติมในสวนที่บกพรอง

๓. เม่ือใชเครื่องมือชางเสร็จแลว ควรทาํ อยา งไร 2. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคดิ
• การบาํ รงุ รักษาและซอ มแซมของใชมี
เรยี นรกู ิจกรรมทกั ษะการทํางาน C21 erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform ประโยชนต อ นกั เรียนอยา งไร
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยใู นดุลยพินิจของครูผสู อน)
SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts
ฝกให้ชํานาญ
แบง กลุม แลวปฏิบตั กิ จิ กรรม ดงั นี้
• แตละกลมุ สงตวั แทนจับสลากเลอื กเคร่ืองมอื ชาง แลว รว มกัน ครูใหนักเรียนแตละคนฝกบํารุงรักษาและ
แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ประโยชนข องเครอ่ื งมอื ชา งนนั้ โดย ซอมแซมของใชสวนตัวเพื่อใหเกิดความชํานาญ
บอกวิธีใชแ ละการเกบ็ รกั ษา และสมุ ถามนกั เรยี นเปน ระยะ
• ตัวแทนออกมานําเสนอและสาธิตการใชเครื่องมือท่ีไดรับไป
หนาชั้นเรยี น
• สมาชกิ ในกลุมรว มชวยตอบคาํ ถามจากเพอื่ นกลมุ อ่นื เกย่ี วกับ
เครือ่ งมือทก่ี ลมุ ของตนนาํ เสนอ

หนรู ูสึกอยางไร
๑. การทาํ งานชางพนื้ ฐานไดดมี ปี ระโยชนอยา งไร
๒. การซอ มแซมของใชในบานมผี ลดอี ยา งไร

๕๙

กจิ กรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู

ใหน ักเรยี นแบง กลุมเปน 5 กลุม รว มกนั คิดวธิ ีการซอมแซม ในกจิ กรรมทกั ษะการทาํ งาน C21 เครอื่ งมอื ชา งทนี่ าํ มาใหน กั เรยี นจบั สลาก
ของใชในโรงเรียนที่ชํารุดตามท่ีครูกําหนด โดยใหนักเรียนสรุป ควรเปน เครอื่ งมอื ชา งทกุ ประเภท เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดเ รยี นรเู กย่ี วกบั เครอ่ื งมอื ชา ง
ข้ันตอนการซอ มแซมเปน ผังมโนทศั น พรอ มนาํ เสนอหนาช้ันเรยี น ท่ีหลากหลายและการสาธิตการใชเคร่ืองมือชาง ครูอาจใหนักเรียนแนะนําวิธี
การใชเ คร่อื งมือชางชนิดน้นั ๆ ใหปลอดภยั ดว ย เชน เมอ่ื ใชส วานไฟฟาเจาะไม
ของใชใ นโรงเรยี นที่ชํารดุ ควรสวมแวนตา หนา กากปดจมูกและปาก เพือ่ ปอ งกนั เศษไมกระเด็นเขา หนา
• กอ กน้ําร่วั
• ช้นั หนงั สอื หกั
• ดามไมกวาดหลดุ
• โตะ เขียนหนังสือโยก
• รางกระดานหลุดออกจากกระดาน

T69

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ขนั้ สรปุ Ẻ»ÃÐàÁÔ¹¡Ò÷Òí §Ò¹ สําห
คาํ ชแี้ จง : ใหนกั เรียนประเมนิ การทํางานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การซอ มแซมของใช ท่กี ําหนด แลว ขีด ✓ ลงในชองทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
สวนตัว และใหนักเรียนแตละคนทําแบบวัดฯ รายการ ทาํ ไดดี พอทาํ ได ปรับปรุง
การงานอาชพี ป.3 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 หนเู รยี นรู
งานชางพนื้ ฐาน ๑. บอกประโยชนข องการทาํ งานชา งพ้ืนฐานได ตัวอยางตารางบันทึกผล
๒. ซอ มแซมของใชใ นบานไดตามข้นั ตอน
2. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนบํารุงรักษา ๓. ใชเคร่ืองมอื ชางในการซอ มแซมของใชท ช่ี าํ รุด
และซอ มแซมของเลน หรอื ของใชส ว นตวั คนละ
1 ชน้ิ โดยใหค รอบคลุมประเด็นตามท่กี าํ หนด อยางเหมาะสม
ดงั นี้
1) การใชวัสดุ อปุ กรณ และเครือ่ งมือ รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑
2) การบํารุงรักษาและซอมแซมของเลนหรือ
ของใช erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
3) การอนุรักษส งิ่ แวดลอ ม Ẻ»ÃÐàÁÔ¹ ·¡Ñ ÉСÒ÷Òí §Ò¹ C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd
4) ผลงานการบาํ รงุ รกั ษาและซอ มแซมของเลน
หรือของใช SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
(ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมนอกเวลาเรียน Learning Environments
แลวสังเกตการปฏิบตั กิ ิจกรรมอยา งใกลช ดิ )
คาํ ชแี้ จง : ใหผ สู อนประเมนิ ทกั ษะการทาํ งาน C21 ตามรายการ สาํ หรับครู
3. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น ที่กําหนด แลวขีด ✓ ลงในชอ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
รายการ
ขนั้ ประเมนิ ทําไดดี พอทาํ ได ปรับปรงุ

ครูตรวจการบํารุงรักษาและซอมแซมของเลน ๑. วิเคราะหก ระบวนการทํางานได
หรอื ของใช ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น และตรวจ
แบบวัดฯ การงานอาชีพ ป.3 หนวยการเรยี นรทู ี่ 5 ๒. ทาํ งานตามขน้ั ตอน ตัวอยางตารางบันทึกผล
หนูเรียนรงู านชางพ้นื ฐาน ๓. การรว มแสดงความคิดเห็น

๔. การแบงหนา ท่ีในการทาํ งานอยางเหมาะสม

๕. การรวมมอื กนั ทํางานจนสําเรจ็

รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทําได = ๒ ปรบั ปรงุ = ๑

๖๐

แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ

ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อประเมินช้ินงานของนักเรียน ใครทาํ งานชางไมถูกตอง
จากใบประเมินชน้ิ งานทแี่ นบทา ยแผนการจัดการเรยี นรู 1. โตขยบั ดามกระทะหลังซอมแซมเสร็จ
2. ปน ทานา้ํ มันกนั สนิมท่คี มี กอนเกบ็
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เกณฑ์ประเมินการบารงุ รกั ษาและซอ่ มแซมของเลน่ หรอื ของใชข้ องตนเอง แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล 3. บใี ชเล่อื ยเลื่อยทอ น้ําขณะคยุ กับแม
4. แมววเิ คราะหล กั ษณะการชาํ รดุ ของโตะ กอ นนาํ ไปซอ มแซม
แบบประเมนิ การบารุงรักษาและซอ่ มแซมของเล่นหรอื ของใชข้ องตนเอง รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดบั คุณภาพ / ระดบั คะแนน คาชแี้ จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การซอ มแซมของใชต อ งทาํ เปน ขนั้ ตอน มคี วาม
1. การใชว้ สั ดุ
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1) ตรงกบั ระดบั คะแนน ละเอียด รอบคอบ ใจจดจออยกู บั งาน พฤตกิ รรมของบอี าจทาํ ให
321 อปุ กรณ์ และ เล่ือยบาดมือได เพราะไมไดดูตลอดเวลา ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปน
ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ ใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และ ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน คาํ ตอบทีถ่ กู ตอง)
เคร่ืองมอื ไดถ้ ูกตอ้ ง เคร่อื งมอื คอ่ นขา้ งถูกต้อง เครอื่ งมือไม่ถกู ตอ้ ง 3 21

เคร่อื งมือ เหมาะสมตามประเภทของ เหมาะสมตามประเภทของ เหมาะสมตามประเภทของ
งานและลักษณะงานทีใ่ ช้ งานและลักษณะงานทีใ่ ช้ งานและลักษณะงานท่ใี ช้
1 การใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื 1 การแสดงความคดิ เห็น  
2 การบารงุ รกั ษาและซอ่ มแซมของเลน่ หรอื ของใช้ 2. การบารุงรกั ษา บารงุ รักษาและซอ่ มแซม บารุงรกั ษาและซอ่ มแซม บารุงรกั ษาและซ่อมแซม 2 การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ นื่  
3 การอนุรกั ษ์สงิ่ แวดล้อม และซ่อมแซม ของเล่นหรือของใชไ้ ด้ ของเลน่ หรอื ของใช้ได้ ของเล่นหรือของใช้ 3 การทางานตามหน้าทท่ี ไี่ ด้รับมอบหมาย  
ของเล่นหรือของ ถูกตอ้ งตามข้ันตอนด้วย ถกู ต้องตามข้ันตอน และ คอ่ นขา้ งถกู ต้องตาม 4 ความมีน้าใจ  
ตัวอยา งแบบประเมิน4 ผลงานการบารงุรักษาและซ่อมแซมของเลน่ หรือของใช้ใช้ ความสะอาด รอบคอบ คอ่ นขา้ งสะอาด รอบคอบ ขัน้ ตอน แตไ่ ม่สะอาด 5 การตรงต่อเวลา  
จากแผนการจัดการเรียนรูรวม
รอบคอบ รวม
ลงชือ่ ..........................ผ้ปู ระเมิน
. . . . . . . /. . . . . . . . . ./. . . . . . . .3. การอนุรกั ษ์บารุงรักษาและซ่อมแซม บารุงรกั ษาและซ่อมแซม บารุงรกั ษาและซอ่ มแซม ลงชอื่ ...................................................ผู้ประเมนิ
สิง่ แวดลอ้ ม ของเลน่ หรอื ของใชอ้ ย่าง ............../.................../................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ของเลน่ หรอื ของใชอ้ ย่าง ประหยัด คุม้ คา่ และ ของเลน่ หรอื ของใช้
ประหยดั คมุ้ คา่ และ ค่อนขา้ งอนุรกั ษ์ คอ่ นขา้ งประหยัด คุ้มค่า เกณฑ์การให้คะแนน
อนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม สิง่ แวดลอ้ ม แต่ไม่อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ

4. ผลงานการ ผลงานการบารงุ รกั ษาและ ผลงานการบารงุ รกั ษาและ ผลงานการบารงุ รักษาและ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
บารุงรักษาและ ซ่อมแซมของเล่นหรอื ของ ซ่อมแซมของเลน่ หรอื ของ ซอ่ มแซมของเล่นหรือของ ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ซอ่ มแซมของเล่น ใช้ มีความคงทน สวยงาม ใช้ มีความคงทน ใช้ คอ่ นขา้ งคงทน แตไ่ ม่
หรอื ของใช้ และเรียบรอ้ ย
คอ่ นขา้ งสวยงาม สวยงาม และไม่ เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ดี = 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ และเรยี บร้อย เรียบรอ้ ย ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
พอใช้ = 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12 - 15 ดี
ปรบั ปรงุ = 1 คะแนน 10 - 12 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ 8 - 11 พอใช้
ดี ต่ากว่า 8
6 - 9 พอใช้ ช่วงคะแนน พอใช้ ปรบั ปรุง
10-12
6-9

ต่ำกว่ำ 6 ปรบั ปรงุ ต่ำกว่ำ 6 ปรบั ปรงุ

T70

Chapter Overview

แผนการจดั ส่อื ที่ใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อนั พงึ ประสงค์
1. หนังสือเรยี น 1. อธบิ ายวิธกี ารทำ� ว ธิ สี อน - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ
แผนฯ ท่ี 1 1. ใฝ่เรยี นรู้
การงานอาชีพ ป.3 งานประดษิ ฐ์ได้ โดยการเน้น กอ่ นเรยี น ส่อื สาร 2. อยอู่ ย่าง
การประดิษฐ์
ของใช้ใน หนว่ ยการเรียนรู้ อยา่ งถกู ต้องตาม กระบวนการ - ตรวจใบงานที่ 6.1 2. ทักษะการ พอเพยี ง
โอกาสตา่ ง ๆ 3. มุ่งมั่น
ที่ 6 หนสู รา้ งสรรค์ กระบวนการ ทำ� งาน - ตรวจแบบวัดฯ รวบรวม
4 ในการท�ำงาน
งานประดิษฐ์ ทำ� งาน ประดษิ ฐ์ - สังเกตการน�ำเสนอ ขอ้ มลู
ชวั่ โมง
2. แบบวดั ฯ การงาน 2. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ ผลงาน 3. ทักษะการ

อาชีพ ป.3 และเครือ่ งมอื - สังเกตพฤติกรรม เชอื่ มโยง

3. ใบงานที่ 6.1 เหมาะสมกับ การท�ำงาน 4. ทกั ษะการ

เรอ่ื ง กระบวนการ ลักษณะงานในการ รายบคุ คล ให้เหตผุ ล

ทำ� งานประดิษฐ์ ท�ำงานประดิษฐ์ - สงั เกตพฤติกรรม

4. PowerPoint การท�ำงานกลุ่ม

T71

Chapter Overview

แผนการจดั สอื่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ
การเรยี นรู้ อันพึงประสงค์

5. วสั ดุหรอื เศษวสั ดุ 3. ประดิษฐ์ของใช้ใน - สงั เกตคณุ ลกั ษณะ 5. ทักษะการนำ�

ในทอ้ งถิ่น โอกาสต่าง ๆ ได้ อนั พึงประสงค์ ความร้ไู ปใช้

6. อุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นการ 4. ท�ำงานอยา่ งเปน็ - ตรวจแบบทดสอบ 6. ทกั ษะการใช้

ประดษิ ฐข์ องใช้ ขัน้ ตอนตาม หลงั เรยี น ชวี ิต

กระบวนการ - ตรวจสอบการ

ท�ำงานดว้ ย ประดิษฐ์

ความสะอาด

ความรอบคอบ

และอนรุ กั ษ์

สิง่ แวดล้อม

T72

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ขน้ั นาํ
ö ËนÊÙ ราŒ §Êรร¤§ าน»รдÉÔ ?°กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี น
เพอ่ื นๆ มวี ธิ กี ารทาํ 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ
งานประดษิ ฐอ ยา งไรบา งครบั เรียนรูท่ี 6 หนูสรางสรรคงานประดิษฐ จาก
แผนการจดั การเรียนรู

2. ครใู หน กั เรยี นบอกวสั ดใุ นทอ งถน่ิ ของตนเองมา
คนละ 1 ชนิด และบอกวา วสั ดนุ ัน้ มลี กั ษณะ
อยา งไร เปนวสั ดุประเภทใด

3. ครูนําภาพงานประดิษฐที่ทําจากวัสดุชนิด
ตางๆ ใหน ักเรียนดู จากนน้ั ใหนักเรียนบอกวา
งานประดษิ ฐแ ตล ะช้นิ ทาํ จากวัสดชุ นดิ ใด

4. ครูเฉลยวัสดุของงานประดิษฐแตละช้ินและ
อธิบายวา วัสดุเหลานั้นมีคุณสมบัติเหมาะกับ
การสรางงานประดษิ ฐแตละช้ินอยา งไร

à»า‡ ËมาÂการàรÂÕ นร»ŒÙ รШาí ËนÇ‹ ÂการàรÂÕ นร·ŒÙ èÕ ö ÊารÐÊาí ¤ÞÑ

๑. รู้จักและเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ของใช้ได้อย่าง งานประดิษฐ์เปนงานที่ช่วย
เหมาะสม (มฐ. ง ๑.๑ ป.๓/๒) พฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ โดยมี
การออกแบบและทำางานตาม
๒. ประดษิ ฐข์ องใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ โดยใชว้ สั ดใุ นทอ้ งถน่ิ ไดต้ ามขน้ั ตอน กระบวนการทาำ งาน ซงึ่ สามารถ
ด้วยความเหมาะสม ประหยัด และอนรุ ักษส์ ่งิ แวดล้อม (มฐ. ง ๑.๑ นำาวัสดุ เศษวัสดุในท้องถิ่นมา
ป.๓/๓) สร้างสรรค์ ซ่ึงต้องคำานึงถึง
การประหยัดทรัพยากรและการ
อนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม

กิจกรรม เสรมิ สรา งคุณลักษณะอนั พึงประสงค เกร็ดแนะครู

ครูใหนักเรียนดูภาพเศษวัสดุตางๆ เชน ขวดพลาสติก ลัง ครจู ัดกระบวนการการเรยี นรูโดยใหน ักเรียนปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
กระดาษใชแลว ใบไม กงิ่ ไม แลว ใหนักเรยี นชว ยกนั ตอบวา วสั ดุ • สํารวจวสั ดุในทอ งถนิ่ ของตนเอง
เหลา นี้สามารถนําไปประดษิ ฐข องใชใ ดไดบาง • กาํ หนดของใชในโอกาสตา งๆ ที่ตอ งการประดษิ ฐและออกแบบ

เมื่อนักเรียนตอบเสร็จแลว ใหครูสรุปวา การนําวัสดุเหลานี้ งานประดิษฐ
มาใชซ้ําหรือทําใหเกิดประโยชนดานอ่ืน ถือวาเปนการอนุรักษ • วางแผนการประดิษฐ
สง่ิ แวดลอ ม เพราะไมต อ งผลิตทรัพยากรใหม ซ่งึ กระบวนการผลติ • ลงมือประดิษฐ
ก็สงผลกระทบตอส่ิงแวดลอม อีกท้ังยังเปนการประหยัดคาใชจาย • ตรวจสอบความสมบูรณของงานประดษิ ฐแ ละนําไปใช
เพราะไมตอ งซ้อื วัสดมุ าประดษิ ฐข องใช จนเกดิ เปน ความเขา ใจวา การประดษิ ฐข องใชช ว ยพฒั นาทกั ษะการทาํ งาน
ชวยประหยัดคาใชจ า ยภายในครอบครัว และชว ยอนรุ ักษสิง่ แวดลอม

T73

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ñ การ·าí §าน»รдÉÔ ° หนู ๆ เคยทํางานประดิษฐ
อะไรบาง
วางแผนการทํางาน งานประดษิ ฐ์ หมายถึง
การนาำ วัสดุ หรือเศษวสั ดุมา
1. ครใู หน กั เรยี นดภู าพงานประดษิ ฐ 1 ชนิ้ จากนน้ั ประดิษฐ์
ใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ วา งานประดษิ ฐ
ชน้ิ นค้ี วรประดษิ ฐจ ากวสั ดชุ นดิ ใด เพราะเหตใุ ด ขน้ั ตอน การทาํ งานประดษิ ฐช น้ิ งานตามกระบวนการ ดังน้ี
จงึ ตอ งใชว สั ดชุ นดิ นี้ แลว สมุ นกั เรยี น 3-4 คน
ใหอ อกมานาํ เสนอความคดิ เหน็ ของตนเอง ๑ วางแผนการทํางาน ๒ ออกแบบชน้ิ งาน

2. ครสู รปุ ความคดิ เหน็ แลว เนน ยา้ํ กบั นกั เรยี นให วางแผนวา่ จะประดิษฐ์ ออกแบบช้นิ งานทจี่ ะ
เลอื กวสั ดใุ หเ หมาะสมกบั งานประดษิ ฐ เพอื่ ให อะไร โดยใช้วัสดุ หรอื ประดษิ ฐ์ โดยเขยี นลงใน
งานประดษิ ฐม คี ณุ ภาพ สามารถใชง านไดต าม เศษวสั ดุ และอปุ กรณ์ กเปรนะดภาาษพหรร่าอืงค๒อมมพิติวิ1เตอร์
วตั ถปุ ระสงค อะไรบ้าง

๓ ลงมอื ประดษิ ฐ ๔ ประเมนิ ผล

ลงมือทำาตามแผนการ ประเมินผลโดยการ
ทาำ งานทต่ี งั้ ไว้ ทดสอบความแขง็ แรง
ของชน้ิ งาน หากพบ
๕ ใชป ระโยชน ข้อบกพรอ่ งตอ้ งปรบั ปรุง
แกไ้ ข

นำางานประดิษฐ์ไปใช้
ประโยชนต์ ามทต่ี ง้ั ใจไว้

6๒

นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด

1 ภาพราง 2 มติ ิ เปนภาพทมี่ เี พียงความกวางและความยาว ไมม ีความหนา ถาไกมาด รอวากงทแีเ่ ผรานการทํางานประดษิ ฐต องกําหนดสงิ่ ตางๆ ยกเวน
หรือความลกึ ถา มีความหนาหรือความลึกภาพนั้นจะเปน ภาพ 3 มิติ ขอ ใ1ด. ใ

ภาพ 2 มิติ ภาพ 3 มติ ิ (1ว.เิ ควรสั าดะหทุ ค ต่ี ําอตงอใบช: ดังนน้ั ขอ 1. จึงเปน คําตอบทถี่ กู ตอ ง)
2. อุปกรณท ่ตี องใช
3. สีของงานประดษิ ฐ
4. จํานวนครง้ั ในการประดษิ ฐ
(วิเคราะหคําตอบ : การวางแผนทํางานประดิษฐตองกําหนดสิ่งท่ี
ตอ งการประดษิ ฐใ หล ะเอยี ด เชน ของใชท ตี่ อ งการประดษิ ฐ รปู รา ง
ลกั ษณะ วสั ดุ อปุ กรณท ตี่ อ งใช ขนั้ ตอนการทาํ งานเพอ่ื ใหป ระดษิ ฐ
งานไดอยางราบรื่น ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคําตอบที่ถกู ตอ ง)

T74

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

๑. ประเภทของงานประดิษฐ์ ขนั้ สอน
งานประดิษฐ์ แบง่ ได้ ๓ ประเภท คือ
วางแผนการทํางาน
๑ ของเลน 1
1. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 3-4 คน จากนนั้
หมายถงึ สงิ่ ทเี่ ราประดษิ ฐข์ น้ึ ตามความคดิ สรา้ งสรรคส์ าำ หรบั เลน่ เชน่ แตละกลุมออกไปสํารวจบริเวณโรงเรียนหรือ
บรเิ วณใกลเ คยี งวา มวี สั ดหุ รอื เศษวสั ดอุ ะไรบา ง
à¤Ã×èÍá§ÅºÐ¹Ô äÁ¨äŒÒÍ¡ÈäÁ¡ŒËÃÕÁ¹ºÕ ¼ÒŒ ทสี่ ามารถนาํ มาประดษิ ฐข องใชใ นโอกาสตา งๆ
ได
ÇÒ‹ Ç
¨Ò¡¡ÃдÒÉ 2. ครเู นน ยาํ้ ใหน กั เรยี นสวมถงุ มอื กอ นสมั ผสั วสั ดุ
และเศษวสั ดุ เพอื่ ความปลอดภยั จากเชอื้ โรคที่
อาจสะสมอยใู นวสั ดุหรอื เศษวสั ดุตา งๆ

3. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
• การนาํ วสั ดทุ อ งถน่ิ มาประดษิ ฐข องใชม ผี ลดี
หรอื ผลเสียอยางไร จงอธิบาย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยูในดุลยพนิ จิ ของครผู ูสอน)

àÃ×ͨҡ¢Ç´¾ÅÒʵ¡Ô ö¨Ò¡¡Å‹Í§¹Á

๒ ของใช

หมายถงึ สิง่ ทเี่ ราประดษิ ฐข์ ้ึนสำาหรบั ใชส้ อยในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น

¡ÃжҧµŒ¹äÁ¨Œ Ò¡¢Ç´¾ÅÒʵԡ ¾Ç§¡ØÞᨨҡ¼ŒÒ

6๓

ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู

ขอ ใดเปนของเลน ทง้ั หมด 1 ของเลน มีหลายชนิด ผูเลนตองเลนใหเหมาะสมและระมัดระวัง การนํา
1. ตุก ตา-หุนยนต ของเลน มาเลน ตอ งตรวจดใู หเ รยี บรอ ยวา ชาํ รดุ หรอื ไม ถา ชาํ รดุ ใหน าํ ไปซอ มแซม
2. วา ว-กลองดินสอ กอนนําไปเลน และขณะเลนไมควรนําของเลนใสปาก เพราะอาจเกิดอันตราย
3. รถบังคบั -กระเปา ตอรา งกายได หลังจากเลนของเลนเสร็จตอ งนาํ ของเลน มาทาํ ความสะอาด เกบ็
4. กระถางตนไม-นาฬก า เขาท่ี และลา งมือใหเ รียบรอย

(วเิ คราะหค ําตอบ : ขอ 2. กลองดนิ สอเปนของใช ขอ 3. กระเปา
เปน ของใช ขอ 4. เปน ของใชทง้ั หมด ดงั นั้น ขอ 1. เปน ของเลน
ทั้งหมด จึงเปน คาํ ตอบทถี่ ูกตอง)

T75

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน ๓ ของประดบั ตกแตง

วางแผนการทํางาน หมายถงึ ส่งิ ท่เี ราประดษิ ฐข์ น้ึ เพอื่ ประดับตกแตง่ รา่ งกาย

4. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด ให้สวยงาม หรอื ใช้ประดับตกแต่งสถานท่ี เชน่
• นักเรียนคิดวา การทํางานประดิษฐควรใช
วสั ดธุ รรมชาตหิ รอื วสั ดสุ งั เคราะหม ากกวา กนั
จงอธบิ าย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของครผู ูส อน)

5. ครูแจกใบงานท่ี 6.1 เร่อื ง กระบวนการทาํ งาน
ประดษิ ฐ จากแผนการจดั การเรยี นรู ใหน กั เรยี น
แตละกลมุ เพ่อื บนั ทกึ ขอมลู การทาํ งาน

ÊÌ͢ŒÍÁ×ͨҡš٠»´˜ â¡ÁÃäºÐÅ´¨ÒÉÒ¡ªáÒí áй
á´ÅÍСáä¨Á¡Œ¨¹Ñ Ò¨¡Ò¡¡Ã¢ÐÇ´´ÒáÉ¡ÊÇŒÕ

»ÃÐ⪹¢ ͧ¡Ò÷íÒ§Ò¹»ÃдÉÔ °

การทาำ งานประดษิ ฐ์ มปี ระโยชน์ ดังนี้
๑. เปน การใช้เวลาวา่ งให้เปนประโยชน์
๒. ฝก นิสัยความอดทน และความขยนั ในการทาำ งานต่าง ๆ
๓. นาำ เศษวสั ดมุ าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ เปน การชว่ ยประหยดั ทรพั ยากร
๔. เกิดความคิดสรา้ งสรรค์ในการทาำ งาน
๕. เกดิ ความภาคภูมิใจในตนเอง
๖. สรา้ งสรรคผ์ ลงานแลว้ นาำ ไปจาำ หนา่ ยเพอื่ สรา้ งรายได้ หรอื พฒั นา

เปนอาชีพตอ่ ไป

6๔

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ

ครจู ดั กจิ กรรมใหน กั เรยี นแตล ะคนเขยี นชอื่ ของเลน ของใช และของประดบั ใครปฏิบัติไดถกู ตอ ง
ตกแตง ประเภทละ 3 ชื่อ แลวใหออกมาพูดหนา ชั้นเรยี นวามวี ิธีใชข องแตล ะชนิ้ 1. มุกแอบนาํ เสอ้ื ของแมม าทาํ กระเปา
อยางไร 2. ครีมออกแบบและประดิษฐส รอยขายชว งปดเทอม
3. ต๋นี ํางานประดิษฐข องนอ งไปขายโดยไมไ ดบอกนอง
จากน้ันครสู รุปใหน ักเรยี นเขาใจวา ของใช 3 ประเภทนี้ อยรู อบตวั ของเรา 4. นํา้ ลอกแบบงานประดษิ ฐข องเพื่อนมาเปนของตนเอง
มีวตั ถุประสงคการใชท่แี ตกตา งกัน ดงั นั้น ใหใ ชอยา งถกู ตอ งและเหมาะสม (วเิ คราะหค ําตอบ : การกระทําของมกุ ต๋ี และนา้ํ เปน การกระทาํ

ท่ีสง ผลเสียตอ ผูอน่ื ถอื เปน การกระทําท่ไี มค วรทํา ดงั นั้น ขอ 2.
จงึ เปน คําตอบทถ่ี กู ตอง)

T76

นาํ สอน สรปุ ประเมิน

๒. วสั ดทุ ี่ใชใ้ นการทาำ งานประดิษฐ์ ขน้ั สอน
วัสดทุ ่ีใชใ้ นการทาำ งานประดษิ ฐ์ แบ่งได้ ๒ ประเภท คือ
วางแผนการทํางาน
๑ วสั ดุ
6. นักเรียนแตละกลุมวางแผนการทํางานตาม
หมายถงึ ส่งิ ทเ่ี รานาำ มาใช้ประดษิ ฐช์ ิน้ งาน มีท้ังวัสดุธรรมชาติ หวั ขอ ตอไปนี้
1) ของใชทตี่ องการประดษิ ฐ
และวสั ดสุ งั เคราะห์ เช่น 2) วัสดุ อุปกรณที่ตองใช
3) ขน้ั ตอนการประดษิ ฐ
àÁÅç´¾ª× 4) หนา ท่ขี องสมาชกิ แตละคน
โดยบนั ทกึ ขอ มลู เหลา นล้ี งในใบงานท่ี 6.1 เรอื่ ง
กระบวนการทํางานประดิษฐ

7. ครูตรวจความถูกตองของการทํางานและคอย
ใหค ําแนะนาํ นักเรยี นเมื่อพบขอ บกพรอง

¡ÃдÒÉÊÕ Å¡Ù »´˜

๒ เศษวัสดุ

หมายถงึ ส่ิงที่เราใชป้ ระโยชน์แล้วยังสามารถนาำ มาใชต้ ่อได้

มที ัง้ เศษวสั ดธุ รรมชาตแิ ละเศษวสั ดุสงั เคราะห์ เชน่

¢Ç´¾ÅÒʵԡ äÁäŒ ÍÈ¡ÃÕÁ

¡Å‹Í§¹Á ¡ÐÅÒÁоÌÒÇ à»Å×Í¡ËÍÂ
᡹¡ÃдÒɪÒí ÃÐ
6๕

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

กะลามะพราวมลี ักษณะคลายกับวสั ดชุ นดิ ใดมากท่สี ุด ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา กอ นนาํ วสั ดหุ รอื เศษวสั ดมุ าประดษิ ฐ
1. ใบตอง ควรทําความสะอาดใหเรียบรอยกอน เพ่ือสุขอนามัยและปองกันการเลอะเทอะ
2. ผาฝา ย จากคราบสกปรกหรือเศษผงตางๆ
3. กระดาษ
4. ขวดพลาสติก ทั้งนี้ ควรทาํ ความสะอาดใหถ ูกวิธี วัสดหุ รอื เศษวสั ดทุ ่ีตองทําความสะอาด
ดว ยนา้ํ ควรผ่ึงใหแ หงกอนนาํ มาใช
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : กะลามะพราวเปน ของแข็ง กันน้ําไดดี รูปทรง
ของกะลามะพราวสามารถประดิษฐเปนท่ีใสของได ซ่ึงมีลักษณะ
คลายกับขวดพลาสติก สวนใบตองมีลักษณะไมแข็งแรง ฉีกขาด
งา ย ผา ฝา ยและกระดาษมีลกั ษณะไมแขง็ แรงและไมก ันนา้ํ ดงั น้ัน
ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอง)

T77

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

ขนั้ สอน วสั ดใุ นทองถนิ่
วสั ดใุ นทอ้ งถน่ิ หมายถงึ วสั ดหุ รอื เศษวสั ดทุ มี่ ีในทอ้ งถน่ิ สามารถ
ออกแบบชนิ้ งาน นำามาใชป้ ระดิษฐข์ องเล่น ของใช้ หรือของประดบั ตกแต่งได้ ในแตล่ ะ
ท้องถน่ิ อาจมีวสั ดุหรอื เศษวัสดทุ เ่ี หมือนกนั หรือแตกตา่ งกนั เช่น
1. ครูเนนยํ้ากับนักเรียนวา ใหออกแบบช้ินงาน
ที่มีความเหมาะสมกับงานประดิษฐ และตอง วัสดหุ รือเศษวสั ดธุ รรมชาติ
ออกแบบใหมีขนาดเหมาะกับปริมาณวัสดุที่
ตนเองมี

2. นักเรียนแตละกลุมรวมกันออกแบบชิ้นงาน
เปน ภาพราง 2 มติ ิ แลว นํามาเสนอครู

3. ครูตรวจงานภาพรา ง 2 มติ ิ แลว ใหข อแนะนาํ
เพื่อความเหมาะสมของงานประดษิ ฐ

ãºäÁŒ

¡ÍŒ ¹ËÔ¹

¢¹¹¡ àÈÉäÁŒ ¡§Ôè äÁŒ
¡ÅÍ‹ § Åѧ
วัสดุหรอื เศษวัสดสุ งั เคราะห
¼ŒÒ

¢Ç´á¡ŒÇ ¡Ãл‰Í§¹Òéí ÍÑ´ÅÁ

66 การคัดเลือกวัสดุในท้องถิน่

เกร็ดแนะครู กจิ กรรม ทาทาย

ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ ใหนกั เรียนเขาใจวา การนําเศษวัสดมุ าใชตองนาํ มาจาก ครนู าํ เศษวสั ดทุ อ งถนิ่ มาใหน กั เรยี นดู 4 ชน้ิ โดยมที ง้ั เศษวสั ดุ
สงิ่ ทีเ่ จา ของวัสดุเหลาน้ันไมใช และควรขออนญุ าตเจา ของกอนนํามาใช ธรรมชาติและเศษวสั ดสุ ังเคราะห จากนน้ั ใหนักเรยี นบอกวา เศษ
วัสดุแตละชิ้นจัดอยูในประเภทใด แลวใหนักเรียนเขียนอธิบาย
ส่ือ Digital ลักษณะของเศษวัสดุทั้ง 4 ชิ้น พรอมยกตัวอยางงานประดิษฐท่ี
สามารถสรา งจากเศษวสั ดุเหลา น้ีเปน ผังมโนทัศน
ครใู หน กั เรยี นสแกน QR Code การคดั เลอื กวสั ดใุ นทอ งถน่ิ เพอ่ื ใหน กั เรยี น
นําไปประยกุ ตใ ชในการทาํ งานประดิษฐ

T78

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

หลักในการเลือกวัสดุหรือเศษวัสดุในทองถ่ิน ขน้ั สอน

๑. ใช้วสั ดุหรอื เศษวสั ดุที่หาง่ายในท้องถิ่น โดยอาจไมต่ ้องซ้ือ ออกแบบชิ้นงาน
๒. ใช้วสั ดุหรือเศษวัสดุให้เหมาะสมกบั งานทป่ี ระดิษฐ์
๓. เลอื กใช้วสั ดุหรอื เศษวสั ดุทีม่ คี วามแข็งแรง 4. นักเรียนตรวจสอบภาพราง 2 มิติ ถาภาพ
รา ง 2 มิติ มีขอบกพรอ ง ใหนกั เรยี นแกไขให
๓. อปุ กรณ์ท่ีใช้ในการทำางานประดิษฐ์ เรยี บรอ ยกอนนํามาสง ใหค รตู รวจ
อุปกรณ์ท่ีใชท้ ำางานประดษิ ฐ์ แบง่ ได้ ๔ ประเภท ซ่งึ อปุ กรณ์
5. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด
บางชนิดเปนเคร่ืองมือในการทำางานช่างด้วย ดังนี้ • การออกแบบภาพกอนทํางานประดิษฐ
มีประโยชนใ นการทํางานประดิษฐอยางไร
๑ อปุ กรณสําหรับติด เชน่ (แนวตอบ : ทําใหรูวาตองสรางงานประดิษฐ
อยา งไร สามารถทําไดอ ยา งตอ เนื่อง เพราะ
รูแบบของงานประดิษฐท่ีตองการอยูแลว
ถายังไมไดรางแบบกอนสรางงานประดิษฐ
แลวลงมือทําอาจทําใหทํางานประดิษฐได
ไมตอเนื่อง และอาจประดิษฐงานไมเสร็จ
เพราะไมมีรูปแบบทีต่ อ งการแนน อน)

¡ÒǪ¹´Ô µÒ‹ § æ áÁç¡ Å¡Ù áÁ¡ç

à¢çÁ ´ÒŒ Â

à·»ãÊ à·»¡ÒÇÊͧ˹Ҍ
¡ÃдÒÉ¡ÒÇ

67

ขอ สอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ใครใชอ ปุ กรณส าํ หรบั ติดไมถูกตอ ง ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา อุปกรณที่ใชในการติดบางอยาง
1. โกใชเทปใสตดิ กระดาษสเี ขาดวยกนั ตอ งใชคกู ันเสมอ เชน เขม็ ตองใชกับดา ย แมก็ ตอ งใชก ับลกู แม็ก ถา ตอ งการให
2. นงิ้ ใชแมก็ เยบ็ ผา ใหตดิ กนั เพอื่ ทํากระเปาผา ติดกนั จะขาดอปุ กรณใดอปุ กรณห นึง่ ไมได
3. เมทากาวนา้ํ บนไมไ อศกรมี เพือ่ ติดกับกระดาษ
4. ตว้ั ใชกระดาษกาวติดหลอดกับไมเสียบลูกชน้ิ เขาดวยกัน ทั้งน้ี การเย็บ สีของดายท่ีใช ควรเลือกใหกลมกลืนกับวัสดุท่ีตองการเย็บ
เพอ่ื ไมใ หเ หน็ รอยเยบ็ แตถ า ออกแบบไวใ หส ดี า ยใชส าํ หรบั การตกแตง ดว ยกอ็ าจ
(วเิ คราะหคาํ ตอบ : โก เม และตวั้ ใชอปุ กรณสาํ หรบั ติดไดถ กู ตอ ง จะเลือกใหมีสีท่ีแตกตางจากวัสดุที่ตองการเย็บก็จะทําใหงานมีความสวยงาม
และเหมาะสม วสั ดุสามารถติดกันได แตการใชแม็กเย็บผา ของนง้ิ เชนกัน
ไมถูกตอ ง เพราะผา จะหลุดออกจากกัน เน่อื งจากแมก็ ไมส ามารถ
เยบ็ ผา ใหต ดิ กันไดนาน ดังน้ัน ขอ 2. จงึ เปนคําตอบทีถ่ ูกตอ ง)

T79

นาํ สอน สรุป ประเมิน ÊàÕ Á¨Ô¡

ขน้ั สอน ๒ อปุ กรณส าํ หรบั เขยี น เช่น

ลงมอื ประดิษฐ์ ´Ô¹ÊÍ »Ò¡¡Ò

1. นักเรียนแตละกลุมนําวัสดุ อุปกรณเตรียมไว ๓ อปุ กรณสําหรบั ตัดหรอื เจาะ เช่น
สําหรับประดิษฐของใชในโอกาสตางๆ โดย
ตรวจสอบรายการใหมีครบตามท่วี างแผนไว

2. นักเรียนสวมเครื่องปองกันอันตรายจากการ
ทาํ งานประดษิ ฐ เชน ถงุ มอื ผา หนา กากปด จมกู

3. นักเรียนแตละกลุมรวมกันประดิษฐของใชใน
โอกาสตางๆ โดยมีครคู อยแนะนํา

4. ครูสังเกตการทํางานของสมาชิกแตละกลุม
พรอมจดบนั ทกึ เพื่อใชใ นการประเมิน

¡ÃÃä¡Ã ÊNjҹ

¤µÑ àµÍÏ ·àÕè ¨ÒСÃдÒÉ

๔ อปุ กรณสําหรับตกแตง เช่น

ÊàÕ ·ÂÕ ¹ ÊÕ â»ÊàµÍÏ äËÁ¾ÃÁ

หนทู าํ ได

6๘ เลอื กใช้วสั ดุ อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับงาน ทาำ ไดด้ ี พอทำาได้ ทำาอีกครง้ั

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูนาํ สแี บบตางๆ มาใหน ักเรียนดู เชน สไี ม สีโปสเตอร สีนาํ้ โดยระบาย อุปกรณใ นภาพอยใู นประเภท
ลงบนกระดาษ เพื่อใหนักเรียนเห็นความแตกตางของสีแตละชนิด จากน้ันครู เดยี วกับขอ ใด
แนะนํานักเรียนใหเลือกใชสีใหเหมาะสมกับวัสดุของงานประดิษฐ เพราะถาใช
ไมเหมาะสมสีก็จะไมติดกับวัสดุ งานประดิษฐก็จะไมเปนไปตามที่ออกแบบไว 1. เทปใส 2. คตั เตอร
เชน สไี มและสีเทียนไมค วรใชร ะบายใบไม เพราะอาจทาํ ใหใบไมเ สียหายและสี 3. กรรไกร 4. กากเพชร
ไมตดิ อยูบนใบไม ควรใชส ีโปสเตอรแทน

(วิเคราะหคําตอบ : จากภาพ คือสีไมเปนอุปกรณสําหรับตกแตง
เทปใสเปน อปุ กรณส าํ หรบั ตดิ กากเพชรเปน อปุ กรณส าํ หรบั ตกแตง
กรรไกรและคตั เตอรเ ปนอปุ กรณสําหรับตัด ดงั นั้น ขอ 4. จึงเปน
คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง)

T80

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ

ò การ»รдÉÔ °¢Í§ãªŒ หนู ๆ เคยประดิษฐของใช ขน้ั สอน

ãนâÍกาʵ‹า§æ อะไรบาง และมีข้ันตอน ลงมอื ประดษิ ฐ์
ของใช้ เปน ของสาำ หรบั ใชส้ อย การประดิษฐอยางไร
5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
ในโอกาสต่าง ๆ ตามความตอ้ งการของคนเรา • เพราะเหตุใดจึงตองเรียนรูอปุ กรณท ใี่ ชใ น
ของใช้ที่เราสามารถประดิษฐ์เองได้จากวัสดุในท้องถิ่นมีหลาย งานประดษิ ฐ
ชนดิ เชน่ (แนวตอบ : เพื่อใหใชงานอุปกรณไดอยาง
ถูกตองเหมาะสม ทําใหงานประดิษฐเสร็จ
ท่ีใสปากกา กลองกระดาษ หมวก สมบูรณ และเพื่อใหเกิดความปลอดภัยตอ
จากกระปอ ง ชาํ ระ ใบมะพราว ผทู ํางานประดษิ ฐ)
• นักเรียนคิดวา การใชอ ุปกรณท ใ่ี ชในงาน
ประดษิ ฐใหปลอดภยั มีวิธีการอยางไรบา ง
(แนวตอบ : ใชอุปกรณดวยความระมัดระวัง
มีใจจดจออยูกับงานตลอดเวลา และสวม
เครื่องปองกัน เชน ถุงมือผา ขณะทํางาน
ประดิษฐ)

หลักการประดิษฐของใช

๑. วางแผนการทาำ งานว่าจะประดิษฐอ์ ะไร เพ่อื ใช้ประโยชน์อะไร
๒. ออกแบบส่ิงที่คิดจะประดิษฐ์โดยใช้วัสดุหรือเศษวัสดุท่ีมีใน

ท้องถน่ิ ของตนเอง จากน้นั เขียนเปนภาพร่าง ๒ มติ ิ
๓. ศกึ ษาวิธีการประดษิ ฐ์จากแหลง่ ต่าง ๆ เช่น สบื ค้น

จากอินเทอร์เน็ต
๔. เตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ทจ่ี ะใช้ทำางานประดษิ ฐ์ใหพ้ รอ้ ม
๕. ลงมือประดิษฐช์ ้ินงานตามทวี่ างแผนไว้
๖. ตรวจสอบหาขอ้ บกพรอ่ งของงาน และปรับปรงุ แก้ไขหากพบ

ขอ้ บกพรอ่ ง
๗. จดั เกบ็ อุปกรณท์ ่ีใช้ในการทำางานประดิษฐเ์ ขา้ ท่ี และทำา

ความสะอาดสถานที่ใหเ้ รยี บร้อย
๘. นำาช้นิ งานประดษิ ฐ์ไปใชส้ อยในโอกาสตา่ ง ๆ ตามท่ตี ้งั ใจ 6๙

ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู

คณุ สมบตั ิท่สี ําคัญท่สี ุดของงานประดษิ ฐคอื อะไร ครูแนะนํานักเรียนเพิ่มเติมวา ควรเลือกสถานที่ทํางานประดิษฐที่ไมมี
1. สวยงาม 2. ราคาแพง ลมพัดมากนกั เพราะวสั ดุ อปุ กรณใ นการประดิษฐบางชน้ิ มลี กั ษณะบางและเบา
3. ใชวสั ดหุ ายาก 4. ใชงานไดจริง เชน กระดาษ ใบไม ซึง่ อาจปลวิ หายไป ทําใหก ารทาํ งานประดษิ ฐลาชา และไม
ตอ เน่อื ง
(วิเคราะหคําตอบ : งานประดิษฐควรคํานึงถึงการใชงานไดจริง
เปนอยางแรก เพ่ือใหงานประดิษฐออกมาแลวไมใชทรัพยากรไป
โดยเปลา ประโยชน สว นคุณสมบตั ิอื่นๆ เชน ความสวยงาม ความ
สะอาด ความละเอียดจะมีความสําคัญรองลงมา ดังน้ัน ขอ 4.
จงึ เปนคําตอบที่ถกู ตอ ง)

T81

นํา สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน ๑µÇÑ ÍÂา‹ §·Õè การประดษิ ฐท่ีใสของจากไมไอศกรีม

ประเมนิ ผล ÇÊÑ ´áุ ÅÐÍ»ุ กรณ ๒. แกนกระดาษชาำ ระ
๔. กาวลาเท็กซ์
1. นักเรียนแตละกลุมรวมกันประเมินผลการ ๑. ไม้ไอศกรีม ๖. ของสาำ หรบั ตกแตง่
ประดิษฐของใชในโอกาสตางๆ ท้ังดานความ ๓. กระดาษแขง็
เรียบรอย ความแข็งแรง และการใชงาน ถา ๕. กรรไกร
พบวามขี อ บกพรอ งใหรว มกนั แกไข
ขนั้ ตอนการประดษิ ฐ
2. แตละกลุมนําเสนองานประดิษฐหนาชั้นเรียน
โดยนําเสนอตามหัวขอ ตอไปน้ี ๑ ร่างแบบที่ใส่ของจากไม้ไอศกรีม ๒ นำาไม้ไอศกรีมที่ล้างสะอาดและ
1) ชอ่ื งานประดิษฐ และแกนกระดาษชำาระ โดยเขียน ตากแหง้ แล้วมาแบง่ เปน ๒ สว่ น
2) วัสดุและอปุ กรณท ใ่ี ชในงานประดิษฐ เปน ภาพร่าง ๒ มิติ คอื สว่ นฐานและสว่ นที่ใส่ของ
3) ขัน้ ตอนการประดษิ ฐ
4) วธิ ีใชงานประดิษฐ
5) อปุ สรรคในการทาํ งานประดิษฐ

๓ ทากาวท่ีไมไ้ อศกรมี แลว้ ตดิ ทแี่ กน ๔ ทากาวประกอบส่วนท่ีใส่ของกับ
กระดาษชาำ ระจนทวั่ และตดิ ลงบน ส่วนฐาน ต้ังทิ้งไว้จนกาวแห้ง
กระดาษแขง็ เพื่อทำาเปน ฐาน และตดิ กนั สนิท

๕ ตกแต่งท่ีใส่ของตามต้องการ จากนั้นทดสอบความแข็งแรงด้วยการทดลอง
ใสข่ อง ถา้ ยงั ตดิ กนั ไม่แนน่ ใหท้ ากาวติดอกี ครั้ง

7๐

เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ

ครูอธิบายเพิ่มเตมิ ใหน ักเรยี นเขาใจวา กาวลาเท็กซม ีความเหนยี ว ถา กาว ถา นกั เรยี นตอ งการประดษิ ฐกระเปา ใสเหรียญ นักเรยี นควรใช
สัมผัสรางกายจะทําความสะอาดยากและอาจทําใหระคายเคืองผิวหนัง ดังนั้น วัสดใุ ด
ในขณะทํางานประดิษฐควรใชไมไอศกรีมหรือวัสดุที่มีลักษณะคลายกันตัก 1. ใบตอง 2. กลองโฟม
หรือปาดกาวลาเท็กซขึ้นมาจากขวด แลวนําไปทาท่ีงานประดิษฐ เพื่อความ 3. กะลามะพรา ว 4. หนังสอื พิมพ
สะอาดและความปลอดภยั
(วิเคราะหค ําตอบ : ใบตอง กลอ งโฟม และหนงั สอื พมิ พ สามารถ
ฉีกขาดและแตกหักงายเมื่อโดนของแหลมหรือรับน้ําหนักมาก
เกนิ ไป กะลามะพรา วมลี กั ษณะแขง็ แรงและทนทานกวา จงึ เหมาะสม
กับการนํามาทํากระเปาใสเหรียญ ดังนั้น ขอ 3. จึงเปนคําตอบ
ที่ถูกตอ ง)

T82

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

๒µÇÑ ÍÂา‹ §·Õè การประดษิ ฐห มวกแฟนซจี ากกลองนม ขนั้ สอน

ÇÊÑ ´ุáÅÐÍ»ุ กรณ ๒. ไหมพรม ประเมนิ ผล
๔. กรรไกร
๑. กลอ่ งนม ๖. ปากกา 3. นักเรียนกลุมอ่ืนๆ รวมกันแสดงความคิดเห็น
๓. กิ๊บดาำ เก่ียวกับงานประดิษฐ
๕. ท่เี จาะกระดาษ
4. ครูประเมินผลการทํางานของแตละกลุม แลว
ขนั้ ตอนการประดษิ ฐ ใหขอแนะนําในจดุ ที่บกพรอง

๑ นำากลอ่ งนมมาแกะแล้วลา้ งให้สะอาด ผ่งึ ให้แห้ง 5. นกั เรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
• การประเมินผลงานประดิษฐกอนนําไปใชมี
ขอดีอยางไร
(แนวตอบ : ไดตรวจสอบงานประดิษฐอยาง
ละเอยี ดอกี ครงั้ เพอื่ ใหง านประดษิ ฐม คี วาม
สมบรู ณม ากทสี่ ดุ )

๒ วาดแบบลงกระดาษแข็งและ แบบ
ตดั กลอ่ งนมใหเ้ ปน รปู สามเหลยี่ ม ๔ นิ้ว
คลา้ ยหนา้ เตารดี เพอื่ ทาำ ตวั หมวก ๔ นว้ิ
และรูปสี่เหลี่ยมคางหมู เพ่ือทำา
ปกหมวก ซงึ่ มีขนาดดงั นี้
๖.๕ นวิ้

๔ นิ้ว ๘ นิว้

จากนน้ั นำากระดาษแขง็ ทาบลงบนกล่องนม แลว้ วาดตามแบบ และตดั กลอ่ งนม
อยา่ งละ ๕ ช้นิ
7๑

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

ถา นกั เรยี นไมส ามารถหาวัสดทุ ต่ี อ งการมาทํางานประดษิ ฐได ครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การเลือกกลองนมมาทําหมวก ควร
นกั เรียนควรทําอยา งไร เลือกกลองนมทม่ี ีขนาดเทา ๆ กัน และมีรูปแบบคลา ยกัน เพ่อื ใหงา ยตอการตัด
และการเยบ็ ประกอบเปน หมวก เพราะถา เลอื กกลอ งนมขนาดเลก็ และขนาดใหญ
(แนวตอบ : หาวัสดุท่ีใกลเคียงกับวัสดุเดิมมาทํางานประดิษฐ มาประกอบกนั ขนาดทส่ี ามารถตัดมาทาํ งานประดิษฐไ ดก ็จะไมเ ทากนั
ถา หาวสั ดลุ กั ษณะใกลเ คยี งไมไ ดก ต็ อ งเปลย่ี นงานประดษิ ฐท ตี่ อ งการ
ทาํ เพราะวสั ดทุ ไ่ี มเ หมาะสมอาจทาํ ใหง านประดษิ ฐไ มส มบรู ณ)

T83

นํา สอน สรปุ ประเมิน

ขน้ั สอน ๓ ใชท้ เ่ี จาะกระดาษเจาะรูตรงริมชิน้ สว่ นกลอ่ งนมทุกชนิ้

ใชป้ ระโยชน์

1. นักเรียนนํางานประดิษฐไปใชประโยชนตาม
วัตถุประสงคที่กําหนดไว จากน้ันบันทึก
ประโยชนของงานประดิษฐและประโยชนของ
การทาํ งานประดษิ ฐ

2. ครนู าํ ตวั อยา งการจดั นทิ รรศการมาใหน กั เรยี น
ดู แลวมอบหมายใหนักเรียนจัดนิทรรศการ
เพ่อื นาํ เสนอประโยชนข องการประดษิ ฐข องใช
ในโอกาสตางๆ

๔ ใช้ไหมพรมร้อยใส่กิ๊บดำา (แทน
เขม็ ) แลว้ รอ้ ยไหมพรมประกอบ
ช้ินส่วนหมวกเข้าด้วยกัน โดย
ร้อยไขว้ไปมาเหมือนร้อยเชือก
ผูกรองเท้าเพื่อให้แน่น จากน้ัน
ร้อยไหมพรมเพ่ือประกอบส่วน
ปกหมวกจนครบทุกชิ้นสว่ น

๕ ตรวจสอบชนิ้ งาน และนำาหมวกไปใสก่ นั แดด

หนทู าํ ได

7๒ ประดิษฐข์ องใช้ไดอ้ ย่างประหยดั ทาำ ได้ดี พอทาำ ได้ ทำาอีกครั้ง

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูแนะนํานักเรียนวา อาจเพ่ิมเชือกสําหรับรัดคางเพื่อปองกันหมวกปลิว ส่ิงใดของหมวกจากกลองนมท่ไี มต องตรวจสอบกอ นใชงาน
เมอื่ เจอลมแรง และเชอื กนสี้ ามารถอาํ นวยความสะดวกใหถ อื หมวกไดห ลายวธิ ขี น้ึ 1. ขนาดของศรี ษะกบั หมวก
เชน ใชเชือกคลองกับแขน ใชมือจับเชือก ใชแขวนกับท่ีแขวนหลังจากใชงาน 2. ความสะอาดของกลองนม
เสรจ็ แลว ไดอกี ดว ย 3. ความแนน หนาของไหมพรม
4. ราคาของกลองนมที่นาํ มาใช
(วิเคราะหคําตอบ : หลังประดิษฐหมวกเสร็จควรตรวจสอบขนาด

หมวกและศีรษะใหพ อดกี นั ตรวจสอบความแขง็ แรง ความสะอาด
และความสวยงามของหมวกใหเรียบรอย แตไมจําเปนตองตรวจ
สอบเรอื่ งราคาของกลอ งนม ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทถี่ กู ตอ ง)

T84

นํา สอน สรปุ ประเมนิ

กิจกรรมพัฒนาการทํางาน ขน้ั สอน

ถามมาหนตู อบได้ ใช้ประโยชน์

๑. งานประดิษฐ์ทน่ี ักเรยี นประดิษฐ์ แบ่งไดก้ ป่ี ระเภท อะไรบา้ ง 3. นักเรียนในชั้นเรียนรวมกันออกแบบและ
๒. สง่ิ ทีน่ กั เรียนตอ้ งทาำ อันดบั แรกและอันดับสุดทา้ ยในกระบวนการ วางแผนงานนทิ รรศการ โดยมคี รใู หค าํ แนะนาํ
ในการจดั นทิ รรศการ
ทำางานคืออะไร
๓. วสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ ทน่ี กั เรยี นอาศยั อยทู่ ส่ี ามารถนาำ มาทาำ งานประดษิ ฐ์ได้ 4. นักเรียนจัดนิทรรศการนําเสนอประโยชนการ
ประดิษฐของใชใ นโอกาสตางๆ
มีอะไรบ้าง และวัสดนุ นั้ เหมาะจะใช้ประดิษฐ์อะไร
5. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด
• การทาํ งานประดษิ ฐช ว ยใหน กั เรยี นเกดิ ความ
คิดสรางสรรคไ ดอ ยางไร จงอธบิ าย
(แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น
โดยใหอ ยูในดลุ ยพนิ ิจของครผู สู อน)

เรยี นรกู้ จิ กรรมทกั ษะการทาำ งาน C21 CorLiefeSuSabkinllds CareerLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruoLnrefrdeiacasrusnridlouinsnmgaalEnanDdnvediArvoIesnnslesomtsprsuemmcnteetisonnntts

๑. สำารวจวัสดุในท้องถนิ่ แล้วแยกประเภทวัสดุ จากนั้นนาำ เสนอ
ผลงานตามรปู แบบของตนเอง

๒. แบ่งกลุ่ม แล้วปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี
• สรา้ งสรรคช์ น้ิ งานประดษิ ฐจ์ ากวสั ดทุ ม่ี ีในทอ้ งถนิ่ ใหเ้ ปน ของใช้
โดยปฏิบัตติ ามกระบวนการทำางาน
• นำาเสนอช้นิ งานท่ีหน้าช้นั เรยี น

หนรู ู้สึกอย่างไร
๑. หากไมท่ าำ งานประดษิ ฐต์ ามกระบวนการทาำ งาน จะเกดิ ผลอยา่ งไร
๒. นักเรียนรูส้ กึ อยา่ งไรท่ีไดป้ ระดษิ ฐข์ องใชจ้ ากวสั ดใุ นทอ้ งถ่ินด้วย

ตนเอง

7๓

ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู

แกว ประดษิ ฐต ะกรา ใสข องเสรจ็ แลว แตไ มเ กบ็ วสั ดุ อปุ กรณใ ห ครูใหนักเรียนจดบันทึกการทํางานในการเรียนรูกิจกรรมทักษะการทํางาน
เรยี บรอ ย การกระทาํ ของแกว จะสง ผลตอ ตนเองและผอู น่ื อยางไร C21 ไว โดยบนั ทกึ ตามหัวขอ ดงั น้ี

(แนวตอบ : อาจทาํ ใหตนเองและสมาชิกในบา นประสบอบุ ัตเิ หตุ • ชอื่ และจดุ ประสงคงานประดษิ ฐ
จากวัสดุ อุปกรณท่ีไมไดเก็บเขาที่ และอาจหาวัสดุ อุปกรณมา • หนา ทีข่ องสมาชิกกลมุ แตล ะคน
ประดษิ ฐง านครง้ั ตอ ไปยากขน้ึ ) • ขน้ั ตอนการประดษิ ฐ
• สงิ่ ทีภ่ มู ใิ จและสง่ิ ท่ีตองการแกไขในการทํางานประดษิ ฐ
เพอื่ ใหน กั เรยี นไดท บทวนการทาํ งานประดษิ ฐแ ตล ะครง้ั วา เปน อยา งไร และ
นาํ สง่ิ ทตี่ องแกไ ขมาพัฒนาใหด ขี ึ้นกวาเดมิ

T85

นาํ สอน สรุป ประเมิน

ขนั้ สอน áบบ»รÐàมนÔ การ·íา§าน สำาห
คาำ ชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นประเมินการทาำ งานของตนเองตามรายการ รับนักเรียน
ใชป้ ระโยชน์ ท่ีกำาหนด แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
รายการ ทำาได้ดี พอทำาได้ ปรับปรุง
6. นักเรียนตอบคําถามกระตุน ความคดิ
• ถานักเรียนตองการนําทักษะการประดิษฐ ๑. ทำางานตามกระบวนการทำางาน ตัวอยางตารางบันทึกผล
ไปสรางอาชีพในอนาคต นักเรียนควรทํา ๒. เลอื กวัสดุในท้องถิ่นมาประดษิ ฐข์ องใช้
อยา งไร ๓. ใชอ้ ปุ กรณ์ในการทำางานประดิษฐ์ได้ถูกต้อง
(แนวตอบ :ฝก ฝนการประดษิ ฐอ ยา งสมา่ํ เสมอ
เพอ่ื ใหงานมีคุณภาพและสวยงาม) เหมาะสม และปลอดภัย

7. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมในแบบวดั ฯ การงานอาชพี
ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 6

๔. ประดิษฐ์ของใช้จากวสั ดุในทอ้ งถิน่ ได้
รวมทาํ ไดดี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรบั ปรุง = ๑

erCorLiefeSuSabkinllds CareLearning aSnkdillIsnnovation TIencform
áบบ»รÐàมÔน ·ÑกÉÐการ·าí §าน C21 jects and 21st Centur atihonno,MloyegdyThiaeSk,mailelnssd

SCPtaruonrfrdeicasusridlousnmaalnaDdnedAvIesnslesotsprsummcteeionnntts
Learning Environments

คาำ ชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ ทักษะการทำางาน C21 ตามรายการ สาำ หรับครู
ทกี่ ำาหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
รายการ
ทาำ ไดด้ ี พอทำาได้ ปรับปรุง

๑. รว่ มมอื ทำางานจนงานสาำ เร็จ ตัวอยางตารางบันทึกผล

๒. ใชอ้ ปุ กรณ์ไดถ้ กู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
๓. การรว่ มแสดงความคิดเหน็
๔. การแบ่งหน้าท่ีในการทำางานอย่างเหมาะสม

๕. มคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์

รวมทาํ ไดด ี = ๓ พอทาํ ได = ๒ ปรับปรงุ = ๑

7๔

เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด

ครูวัดและประเมินผลนักเรียน โดยดูจากการทํางานรวมกันของนักเรียน การประเมินผลงานตนเองอยูเสมอมีขอ ดอี ยางไร
พยายามกระตุนใหนักเรียนทุกคนแสดงความคิดเห็น เพ่ือนําไปพัฒนางานของ (แนวตอบ : ชว ยใหเ หน็ ขอ ดแี ละขอ เสยี ของผลงานตนเอง เพอื่ นาํ
กลุมตนเอง และประเมินจากการทํางานประดิษฐในดานความละเอียด ความ
สวยงาม และการใชวสั ดใุ นการสรา งงานประดษิ ฐอยา งคุมคา ดวย ไปพฒั นาใหผลงานดขี ้ึนกวา เดมิ ถา ไมประเมนิ ผลงานของตนเอง
กจ็ ะไมไ ดเ หน็ สงิ่ เหลา น้ี ทาํ ใหไ มเ หน็ แนวทางแกไ ขใหผ ลงานตนเอง
ดีขนึ้ กวาเดิม)

T86

นาํ สอน สรุป ประเมนิ

â¤ร§§าน การงานอาชพี ขน้ั สรปุ

â¤Ã§§Ò¹ : àÈɼŒÒÊÃÒŒ §ÃÒÂä´Œ 1. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับขอดี
จดุ ประสงค์ : ๑. เพอื่ เปน การศกึ ษาขนั้ ตอน รปู แบบ และการสรา้ ง และขอ เสยี ของการทาํ งานประดษิ ฐโ ดยใชว สั ดุ
เหลอื ใช
ช้นิ งานจากเศษผ้า
๒. เพ่ือสร้างเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการผลิต 2. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ การทาํ งานประดษิ ฐ
โดยสรุปขั้นตอนการทํางานและประโยชนของ
ชิ้นงานท่ีหลากหลาย การทาํ งานประดษิ ฐอยา งชัดเจน
๓. เพอื่ พฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑอ์ อกสทู่ อ้ งตลาด นาำ ไปสู่
3. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละคนประดิษฐ
การประกอบอาชีพเสรมิ ระหวา่ งเรยี น ของใชในโอกาสตางๆ จากวัสดุหรือเศษวัสดุ
ภาระงาน : ๑. วางแผนสรา้ งชน้ิ งานจากเศษผา้ เพอ่ื ทาำ เปน พวงกญุ แจ ในทอ งถิ่นคนละ 1 ชน้ิ

จากนน้ั สาำ รวจเศษผา้ ทม่ี ใี นชมุ ชน แลว้ ออกแบบชน้ิ งาน 4. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น จากแผนการ
๒. สรา้ งพวงกญุ แจจากเศษผ้าตามท่อี อกแบบ จัดการเรียนรู และทําแบบวัดฯ หนวยการ
๓. นาำ ผลงานไปเผยแพร่ และวางจาำ หนา่ ยในรา้ นคา้ ชมุ ชน เรียนรูท ี่ 6 เรอ่ื ง หนูสรา งสรรคง านประดิษฐ

อประมา ขนั้ ประเมนิ

ผล มี ก¨Ô กรรม บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง ครูประเมนิ งานประดิษฐของนกั เรยี นแตล ะคน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน และตรวจแบบวัดฯ
¡¨Ô ¡ÃÃÁ : à¡ÉµÃàÈÃɰ¡Ô¨¾Íà¾Õ§ การงานอาชีพ ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 6 เร่ือง
จดุ ประสงค์ : ปลูกผักสวนครัวที่มีในท้องถ่ินตามฤดูกาลได้ โดยนำา หนสู รา งสรรคงานประดิษฐ

มีเห ุต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ตามภมู คิ มุ้ กนั
พ แบบอยา่ งทีพ่ บเหน็ ในชีวิตประจาำ วันณ
ภาระงาน : ปลกู ผกั สวนครวั ทม่ี ใี นทอ้ งถน่ิ ตามฤดกู าล โดยดแู ลรกั ษา
ผกั จนผกั โต สามารถนาำ มารบั ประทาน หรอื หากปลกู มาก
กส็ ามารถนำาไปจาำ หน่ายได้

7๕

ขอ สอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล

มุกจะประดิษฐกระปุกออมสินจากขวดพลาสติก มุกควรนํา ครูศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลเพ่ือประเมินชิ้นงานของนักเรียน
ขวดพลาสตกิ มาจากที่ใดจงึ จะเหมาะสมท่สี ดุ จากใบประเมินช้ินงานท่แี นบทา ยแผนการจัดการเรยี นรู

1. ซอ้ื ใหมจากรา นคา การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
2. คนจากถงั ขยะหนาบา น
3. นํามาจากที่ตนเองเก็บไว แบบประเมนิ การประดิษฐ์ของเล่นหรอื ของใชจ้ ากวัสดุหรือเศษวสั ดุในโอกาสต่างๆ คาช้ีแจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องท่ี
4. นํามาจากขวดทีพ่ อปลูกตนไม
รายการประเมนิ คาอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน ตรงกบั ระดบั คะแนน
(วิเคราะหคําตอบ : วัสดุหรือเศษวัสดุที่ใชสรางงานประดิษฐจะ
ตอ งหาไดง า ย ถา สงิ่ เหลา นนั้ มเี จา ของ ตอ งขออนญุ าตจากเจา ของ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
กอน พยายามลดการใชทรัพยากรใหม และไมใชของราคาแพง 32 32
ดงั นั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบที่ถูกตอง) 1. การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ ใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ ใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือ 1 1
และเคร่ืองมอื ไดถ้ ูกต้อง เหมาะสมตาม ค่อนข้างถกู ต้อง เหมาะสมตาม ไม่ถูกต้อง เหมาะสมตาม
ประเภทของงานและลักษณะ ประเภทของงานและลักษณะ ประเภทของงานและลักษณะ 1 เนอ้ื หาละเอยี ดชัดเจน   1 การแสดงความคดิ เห็น  
งานทีใ่ ช้ งานที่ใช้
งานที่ใช้ 2 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา
ตัวอยา งแบบประเมนิหรือเศษวัสดุ ไดถ้ กู ตอ้ งตามขน้ั ตอนดว้ ยความ ไดถ้ ูกตอ้ งตามขน้ั ตอน คอ่ นข้าง ค่อนข้างถกู ต้องตามขั้นตอน แต่   2 การยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่ืน  

3 ภาษาทใ่ี ช้เขา้ ใจง่าย   3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ไี่ ดร้ บั มอบหมาย  

2. การประดิษฐ์ของเลน่ ประดษิ ฐข์ องเล่นหรอื ของใชจ้ าก ประดิษฐ์ของเล่นหรือของใชจ้ าก ประดิษฐข์ องเลน่ หรือของใช้จากจากแผนการจัดการเรยี นรูสิง่แวดล้อม 4 ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการนาเสนอ   4 ความมีน้าใจ  

หรือของใชจ้ ากวสั ดุ วัสดหุ รอื เศษวัสดใุ นโอกาสต่างๆ วัสดุหรอื เศษวัสดุในโอกาสตา่ งๆ วสั ดุหรอื เศษวสั ดใุ นโอกาสต่างๆ 5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   5 การตรงตอ่ เวลา

รวม  

ในโอกาสตา่ งๆ สะอาด รอบคอบ และอนุรักษ์ สะอาด รอบคอบ และคอ่ นขา้ ง ไมส่ ะอาด รอบคอบ รวม

อนรุ ักษส์ ง่ิ แวดล้อม และไม่อนรุ ักษ์สิ่งแวดล้อม

3. การใช้กระบวนการ ใช้กระบวนการทางานในการ ใชก้ ระบวนการทางาน ใช้กระบวนการทางาน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมิน ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
ประดษิ ฐข์ องเลน่ หรือ ของใช้ ในการประดิษฐ์ของเล่นหรือ ในการประดษิ ฐข์ องเล่นหรอื .........../................./................ ............../.................../................
เทคโนโลยีในการ จากวัสดหุ รือเศษวัสดใุ นโอกาส ของใชจ้ ากวัสดุหรือเศษวัสดใุ น ของใชจ้ ากวสั ดุหรอื เศษวสั ดุใน
ตา่ งๆไดถ้ กู ต้อง ครบถ้วนทั้ง 5 ท้องถิ่นได้ถกู ตอ้ ง 3-4 ข้นั ตอน ทอ้ งถน่ิ ได้ถกู ต้อง 1-2 ข้ันตอน เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประดิษฐข์ องเลน่ ขั้นตอน ดังน้ี ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ สมบูรณช์ ดั เจน
หรือของใช้จากวสั ดุ ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน
หรอื เศษวสั ดุ ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ในโอกาสต่างๆ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
4. ผลงานการประดษิ ฐ์ ผลงานการประดิษฐข์ องเล่น ผลงานการประดิษฐข์ องเล่น ผลงานการประดษิ ฐข์ องเลน่
ของเล่นหรอื ของใช้ หรือของใช้จากวสั ดุหรือเศษ หรือของใช้จากวสั ดหุ รือเศษ หรือของใช้จากวัสดุหรอื เศษ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
จากวสั ดุหรอื วสั ดุในท้องถิ่นสวยงาม มี วสั ดใุ นท้องถ่ินค่อนข้างสวยงาม วสั ดุในท้องถิ่นคอ่ นขา้ งสวยงาม
เศษวสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ ความคดิ สร้างสรรค์ ค่อนข้างมีความคดิ สร้างสรรค์ ค่อนข้างมีความคดิ สรา้ งสรรค์
และสามารถนาไปใชไ้ ดจ้ ริง แต่ไมส่ ามารถนาไปใช้ได้จริง
และสามารถนาไปใช้ไดจ้ ริง

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ 12 - 15 ดี 12 - 15 ดี
ชว่ งคะแนน 8 - 11 พอใช้
10 - 12 6-9 ตา่ กว่า 6 8 - 11 พอใช้ ต่ากว่า 8 ปรับปรุง
พอใช้ ปรบั ปรงุ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง
ระดบั คุณภาพ ดี

T87

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร สำ�นักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา สำ�นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน. 2551. ตัวชีว้ ัด
และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลย.ี กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

จิราพัทธ์  แก้วศรที อง และคณะ. 2552. งานประดษิ ฐ์จากเศษวัสดเุ หลอื ใช.้ กรุงเทพมหานคร : วาดศิลป.์
ชัยนนท์  ศรสี ุภินานนท.์ 2559. พ้ืนฐานทางชา่ ง. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอ็ดยเู คชัน่ .
โทะโยะโกะ  โอช.ิ 2560. เคล็ดลับงานบา้ น เลม่ เดียวเอาอย.ู่ กรงุ เทพมหานคร : นานมบี ๊คุ ส.์
โทร ุ  โยะชติ ะ. 2561. ซอ่ มเองได้ ง่ายนิดเดียว. กรงุ เทพมหานคร : นานมบี ุ๊คส.์
เนตรนารี  คร้ามมที รัพย์. 2560. เศษวสั ดแุ ปลงโฉม. กรุงเทพมหานคร : วาดศลิ ป์.
เพชรา  สงั ขะวร. 2550. ทำ�งานบ้านใหเ้ ปน็ งานเบา. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคช่ัน.
วชั ระ  แก้วสฟุ อง. 2562. ผลติ ภณั ฑจ์ ากวสั ดเุ หลอื ใช้. กรุงเทพมหานคร : วาดศลิ ป์.
สาระ-พรรณ.์ 2560. คมู่ อื ปลกู ผัก Organic ดว้ ยตนเอง. กรงุ เทพมหานคร : บคุ๊ เมคเกอร.์
อภชิ าติ  ศรสี อาด. 2559 . คู่มอื การเพาะปลกู ผักสวนครวั & ผักพน้ื บา้ น. กรุงเทพมหานคร : นาคา อินเตอร์มีเดีย.
อังคณา  รตั นจนั ทร.์ 2561. ใช้ปุย๋ ดี เลอื กดินถูก ปลูกผกั งดงาม. กรุงเทพมหานคร : นานมีบ๊คุ ส.์
อารนี าถ  ปัตนกลุ . 2552. งานประดษิ ฐ์จากเศษวสั ด.ุ กรุงเทพมหานคร : วาดศิลป์.

T88


Click to View FlipBook Version