The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารวิจัยโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์
Journal of Damrong Educational Review

วัตถุประสงค์
1. เผยแพร่ความรู้แนวคิดทางการศึกษา ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่และบริการวิชาการแก่สังคม
3. เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวทางการศึกษา

กำหนดเผยแพร่
ปีการศึกษาละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ฉบับที่ 2 เดือนพฤศจิกายน– เมษายน

หมายเหตุ: เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้มีการปรับระยะเวลาในการทำวารสารวิจัยโดยเริ่มต้นที่เดือนกรกฎาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by งานวิจัยและพัฒนา, 2021-05-08 12:05:38

วารสารวิจัย DS Journal ปีที่ 1 ฉบับที่ 1/2563

วารสารวิจัยโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์
Journal of Damrong Educational Review

วัตถุประสงค์
1. เผยแพร่ความรู้แนวคิดทางการศึกษา ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่และบริการวิชาการแก่สังคม
3. เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวทางการศึกษา

กำหนดเผยแพร่
ปีการศึกษาละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ฉบับที่ 2 เดือนพฤศจิกายน– เมษายน

หมายเหตุ: เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้มีการปรับระยะเวลาในการทำวารสารวิจัยโดยเริ่มต้นที่เดือนกรกฎาคม

32 98

สูตร SD = NX 2 - (X )2
N(N-1)

เมือ่ SD แทน คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน
X 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั ยกกำลังสอง

(X )2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง
N แทน จำนวนในกลุ่มตัวอยา่ ง

3. การหาค่าเฉล่ียร้อยละ (Percentage) ใชส้ ูตรดังน้ี (นศิ ารตั น์ ศิลปเดช2542: 144)
f  100

สตู ร P = n

เม่อื P แทน คา่ รอ้ ยละ
f แทน จำนวนหรือความถ่ที ีต่ ้องการหาค่ารอ้ ยละ

n แทน จำนวนข้อมูลท้ังหมด
4. การทดสอบความแตกต่างของคา่ เฉล่ยี โดยใช้T-test Dependent ใช้สูตรดังน้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด.
2545 : 109)
สตู ร D

t = ND2 −(D)2

(N −1)

เมอื่ t แทน คา่ สถิติทใ่ี ชเ้ ปรียบเทียบกับคา่ วกิ ฤติ
D แทน ค่าผลตา่ งระหวา่ งคคู่ ะแนน
N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่คะแนน

33 99

บทที่4
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
การวิจยั เรอื่ งพฒั นาทักษะการเขยี น โดยใช้ชุดกิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขยี นสำหรับนักเรียนชนั้
มัธยมศึกษาปีท่ี 6.11 วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย(1)เพ่ือสร้างชดุ กจิ กรรมการฝึกทักษะการเขยี นทมี่ ี
ประสิทธภิ าพตามเกณฑม์ าตรฐาน(2)เพอื่ เปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนภาษาญี่ปนุ่ ของนักเรยี นชั้น
มธั ยมศึกษาปที ี่ 6.11 ก่อนเรยี นและหลงั เรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการฝึกทักษะการเขียน (3)เพือ่ ศกึ ษา
ความพึงพอใจของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6.11 ทีม่ ีตอ่ การเรียนรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรมการฝกึ ทกั ษะการเขยี น
โดยใชช้ ุดกิจกรรมการฝกึ ทกั ษะการเขยี นผ้วู ิจยั ขอเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดงั น้ี

ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

ตอนที่1 ผลการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขียน ตารางที1่
ผลการหาประสทิ ธิภาพของชุดกจิ กรรมการฝกึ ทักษะการเขยี นดา้ นกระบวนการ

ระหวา่ งเรยี น หลังเรียน

แผนท่ี ช่อื แผน ไดค้ ะแนนร้อยละ ได้คะแนนร้อยละ

1 การเขยี นกฏระเบียบในโรงเรยี น 75.12 80.62

2 การเขียนอธิบายสง่ิ ทไ่ี ม่ชอบเมอ่ื อยู่ในโรงภาพยนต์ 80.15 89.17

3 การเขียนเกยี่ วกับงานที่อยากทำในอนาคต 72.73 76.67

4 การเขยี นอธิบายวิธกี ารใชเ้ ครือ่ งใช้ไฟฟ้า 72.18 88.57

สรปุ 75.04 83.76

จากตารางท่1ี พบว่าประสิทธภิ าพของชุดกิจกรรมการฝกึ ทกั ษะการเขยี นดา้ นกระบวนการ
คะแนนเฉลย่ี หลงั เรยี นรอ้ ยละ83.76 เมอื่ พิจารณาเป็นรายแผน พบวา่ คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ
เรยี งลำดบั จากมากไปหานอ้ ย เทา่ กับ แผนท2่ี , แผนที4่ , แผนท1ี่ , แผนที่3 = 89.17, 88.57, 80.62,
76.67

ตอนท2ี่ ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนภาษาญี่ป่นุ ของนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6.11
กอ่ นและหลงั เรียนโดยใชช้ ุดกจิ กรรมการฝึกทักษะการเขยี น

34 100

ตารางท2่ี การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนภาษาญีป่ ่นุ ของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6.11
ก่อนและหลงั เรียนโดยใชช้ ุดกจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะการเขียน

คะแนน คา่ เฉลี่ย SD tP
หลงั เรียน 28.7 4.55 4.365 *0.001

กอ่ นเรียน 21.5 2.7
* ระดับนัยสำคญั .05

จากตารางท่2ี พบว่าค่าเฉลย่ี ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหลังเรยี นซง่ึ เทา่ กบั 28.7 สูงกว่าคา่ เฉลยี่ ผลมฤทธิ์
ทางการเรยี นก่อนเรียน ซง่ึ เท่ากบั 21.5 แสดงวา่ ผลมฤทธิ์ทางการเรยี นภาษาญปี่ ่นุ ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษา
ปที ่ี 6.11 หลังเรยี นสูงกวากอ่ นเรียน อยางมนี ยั สา่ คญั ทางสถติ ิท.่ี 05

ตอนที3่ ผลการศกึ ษาระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่6.11ทเี่ รียนโดยใช้
ชดุ กิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขียน

ตารางท่ี3 คะแนนเฉลย่ี ระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี6.11ทีเ่ รียนโดยใช้
ชุดกจิ กรรมการ ฝึกทกั ษะการเขียน

ท่ี ขอ้ ความ ระดับ สว่ นเบีย่ งเบน
คา่ เฉล่ยี มาตรฐาน ความหมาย
1 ครผู สู้ อนเรมิ่ สอนตรงเวลา 4.83 0.38 มากท่ีสดุ

2 ครูผสู้ อนมคี วามเตรียมพร้อมในการสอน 3.98 0.66 มาก

3 นักเรียนพงึ พอใจครผู ูส้ อน 4.75 0.44 มากทส่ี ดุ

4 นักเรยี นพงึ พอใจการสอนของครูผู้สอน 3.85 0.70 มาก

5 ครผู สู้ อนกระตุน้ ให้ผ้เู รียนทากิจกรรมระหวา่ งเรียน 4.15 0.70 มาก

6 ครผู ้สู อนใหน้ ักเรียนมสี ่วนร่วมในการทำกิจกรรมระหวา่ งเรียน 4.38 0.59 มาก
7 นักเรียนพงึ พอใจกบั การสอนของครูผู้สอน 4.05 0.81 มาก

8 นักเรียนพงึ พอใจกับงานท่ไี ด้รับมอบหมาย 4.08 0.57 มาก

9 ครูผ้เู ลิกสอนตรงเวลา 4.30 0.76 มาก

10 นักเรียนพงึ พอใจสอ่ื การเรยี นการสอน 4.25 0.67 มาก

11 ส่อื การเรียนมคี วามถูกตอ้ งชัดเจน 4.63 0.49 มากที่สดุ

12 สือ่ การเรียนมีความน่าสนใจ 4.08 0.69 มาก

13 นกั เรยี นพงึ พอใจเกมส์ 3.43 0.59 ปานกลาง

14 เกมส์มคี วามหลากหลาย 3.40 0.81 ปานกลาง

15 นกั เรยี นพงึ พอใจแบบฝกึ หัด 3.83 0.38 มาก

35 101

16 แบบฝึกหัดมีความเหมาะสม 4.05 0.45 มาก
17 นกั เรยี นพงึ พอใจใบงาน 4.35 0.66 มาก
18 ใบงานชว่ ยฝกึ ทกั ษะของผเู้ รียน 4.13 0.72 มาก
19 นกั เรยี นพงึ พอใจใบความรู้ 3.78 0.7 มาก
20 ใบความร้ใู ห้ประโยชนก์ บั ผูเ้ รยี น 4.50 0.72 มาก
4.15 0.73 มาก
รวม

จากตารางที3่ ระดบั ความพงึ พอใจของของนักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6.11ทีเ่ รียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการฝึ
กทักษะการเขียนภาษาญปี่ ่นุ โดยภาพรวมเท่ากับ 4.15 จัดอยูใ่ นระดับมาก เมอื่ พจิ ารณารายข้อพบว่า
ระดบั ความพึงพอใจ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6.11ทเี่ รียนโดยใชช้ ดุ กิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขียน
ภาษาญปี่ ่นุ ในขอ้ 1 ครูผู้สอนเรม่ิ สอนตรงเวลา, ข้อ3 นักเรยี นพึงพอใจครูผูส้ อน, ข้อ11
ส่ือการเรยี นมคี วามถกู ตอ้ งชัดเจนทบ 4.83, 4.75, 4.63 จดั อยูใ่ นระดบั พึงพอใจมาก และในข้อ14
เกมส์มคี วามหลากหลาย, ขอ้ 13 นกั เรยี นพึงพอใจเกมส์, ข้อ 19 นักเรียนพงึ พอใจใบความรทู้ ่กบั 3.40, 3.43,
3.78 จัดอยูใ่ นระดบั พึงพอใจปานกลาง

36 102

บทท5่ี
สรปุ อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ
การวจิ ัยเรื่องการพัฒนาทักษะการเขยี นโดยใชช้ ุดกิจกรรมการฝึกทกั ษะการเขียนของนกั เรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปีที่ 6.11 รายวิชา ภาษาญ่ีปุน่ 5 มีวตั ถุประสงค์การวจิ ยั (1)เพ่อื สรา้ งชุดกจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะ
การเขยี นที่มีประสทิ ธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน (2) เพ่ือเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นภาษาญปี่ ุ่น ของ
นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6.11 กอ่ นเรยี น และหลังเรยี น โดยใช้ชุดกจิ กรรมการฝกึ ทักษะการเขยี น และ (3)
เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6.11ท่ีมีตอ่ การเรียนรโู้ ดยใชช้ ุดกจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะ
การเขียน มีสมมตฐิ านการวจิ ัย คือ1) (ชุดกิจกรรม การฝึกทกั ษะการเขียนท่ีมีประสิทธภิ าพตามเกณฑม์ าตรฐาน
75/75(2) ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนภาษาญป่ี นุ่ ของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6.11 หลงั เรียนโดยใช้ชดุ กจิ กรรม
การฝึกทักษะการเขยี นสงู กวาก่อนเรียน และ(3) ความพึงพอใจของนกั เรยี นทีม่ ตี อ่ การเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรม
การฝึกทักษะการเขยี นอยู่ในระดับดีข้ึนไป กลมุ่ เป้าหมาย ประกอบดว้ ย นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6.11
เครือ่ งมอื ที่ใช้ในการวิจัยไดแ้ ก(่ 1) แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ ละชดุ กจิ กรรมการฝึกทักษะ
การเขียนภาษาญป่ี นุ่ (2) แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนและหลงั การใช้แผนการจัดการ
เรียนรู้และชุดกจิ กรรมการฝึกทักษะการเขียนภาษาญป่ี นุ่ และ(3) แบบสอบถามความพงึ พอใจ การวิจัยครง้ั
น้เี ปน็ การวจิ ัยกึง่ ทดลอง สถิตทิ ี่ได้ใชใ้ นการวิจัยได้แก่(1) การหาค่าเฉลี่ย (2) การหาสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
(3) การหาคา่ เฉลีย่ รอ้ ยละ และ(4) การทดสอบความแตกต่างของคา่ เฉลย่ี โดยใช้T-test Dependent

สรปุ ผลการวจิ ัย
1. ประสทิ ธภิ าพของชุดกิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขียนภาษาญ่ีปุน่ เทา่ กับ 75.04 /83.76
2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนภาษาญ่ปี ุ่นของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6.11 หลังเรียน โดยใช้ชดุ กจิ กรรม

การฝกึ ทักษะการเขยี นภาษาญีป่ นุ่ สูงกวา่ กอ่ นเรียนอยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ิท่ีระดบั .05
3. ความพึงพอใจของนกั ศึกษาท่ีมตี อ่ การเรยี นโดยใช้ชุดกจิ กรรมการฝึกทกั ษะการเขียนภาษาญปี่ นุ่

อย่ใู นระดบั ดมี าก
การอภิปรายผลการวจิ ัย

ผลการวิจัยเรอื่ งการพฒั นาทักษะการเขยี น โดยใช้ชดุ กิจกรรมการฝึกทกั ษะการเขยี นสำหรับ นกั เรียนช้นั
มัธยมศึกษาปที ่ี 6.11 มีประเด็นท่ีจะนำมาอภปิ รายผลการวิจัยดังน้ี

1. ผลการวจิ ัย พบวา่ ประสทิ ธิภาพของชดุ กิจกรรมการฝกึ ทกั ษะการเขยี นภาษาญป่ี ุ่นเท่ากับ
71.75/75 ท้งั นี้อาจเนอื่ งมาจากกระบวนการจดั ทาชุดกจิ กรรมการฝกึ ทกั ษะการเขยี นมปี ระสทิ ธิภาพ เพราะได้
จดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้อย่างเปน็ ระบบ ประกอบดว้ ยข้ันตอน 5 ข้นั ตอน ได้แก่(1) ข้ันนำเขา้ สู่บทเรียน
(2) ขน้ั นำเสนอ (3) ขั้นฝกึ (4) ขน้ั นำไปใช้และ(5) ขั้นสรุป จงึ ส่งผลให้ชุดกิจกรรมการฝึกทกั ษะการเขียนท่ี
สรา้ งขนึ้ มีประสิทธิภาพ

37 103

2. ผลการวจิ ัยพบวา่ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนภาษาญป่ี ุน่ นักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6.11 หลงั เรยี น
โดยใช้ชุดกิจกรรมการฝกึ ทกั ษะการเขียนภาษาญ่ีปุ่นหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ ระดบั .05
ทง้ั นอ้ี าจเนื่องมาจากเหตผุ ลดงั ตอ่ ไปน้ี

2.1 ชุดกจิ กรรมการฝกึ ทักษะการเขยี นภาษาญ่ีปุ่นได้สรา้ งขึน้ โดยอาศยั หลกั สตู ร
รายวชิ าภาษาต่างประเทศ ทฤษฎแี ละหลักการสอนเขียนภาษาต่างประเทศ จิตวิทยาสำหรบั การสอนเขยี น
ภาษาต่างประเทศ สอื่ การ ชุดกจิ กรรม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาตา่ งประเทศ และงานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้องสง่ ผล
ให้ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนภาษาญ่ปี ุ่นหลงั เรียนสงู กว่าก่อนเรียน

ผลการวจิ ยั ครง้ั นีส้ อดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของสุภาวดี ปุญจบัน (2554)ไดท้ ำการเปรียบผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรยี นรู้ทักษะการเขียนภาษาองั กฤษของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปี ท่ี6สอนโดยใช้แบบฝึกการเขยี น
สรา้ งสรรคก์ บั การสอนแบบปกตผิ ลการวจิ ัยพบวา่ ผลสมั ฤทธใ์ิ นการเรียนรทู้ ักษะการเขยี นของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปที ี่6 ท่ีได้รบั การสอนโดยใช้แบบฝกึ การเขียนเชิงสรา้ งสรรคส์ งู กว่านักเรียนที่
ได้รับการสอนแบบปกติอยางมีนยั สำคัญทางสถิติท่รี ะดบั .01

2.2 แผนการจัดการเรียนรไู้ ดส้ รา้ งขน้ึ อยา่ งสอดคล้องกบั หลกั สตู รภาษาญี่ปนุ่ วิชาภาษาญ่ีปนุ่ 5
โดยมีสาระการเรียนรู้1. ปฏบิ ตั ิตามคำแนะนำในคู่มือการใชง้ านตา่ งๆ คำชี้แจง คำอธบิ าย และคำบรรยาย ทฟี่ ัง
และอา่ น3. อธิบายและเขียนประโยค ข้อความใหส้ มั พันธ์กบั สอ่ื ท่ีไมใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบต่างๆ ท่อี ่าน รวมทง้ั ระบุ
และเขยี นสื่อทไี่ ม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ใหส้ มั พนั ธก์ ับประโยคและข้อความท่ฟี ังหรอื อ่าน 6. พดู และเขียน
นำเสนอขอ้ มลู เกยี่ วกับตนเอง ประสบการณ์ ขา่ ว เหตกุ ารณ์ เรือ่ ง และประเดน็ ต่าง ๆ ที่อยใู่ นความสนใจของสังคม
บันทึกการเรยี นร้กู ารประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองผวู้ จิ ัยได้จดั กจิ กรรมการเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งสอดคล้องกับสาระ
การเรียนรู้ดังกล่าว ส่งผลให้ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรยี นสงู กวา่ กอ่ นเรยี น

3. ผลการวจิ ัย พบวา่ ระดับความพึงพอใจนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6.11ที่ เรยี นโดยใช้ชดุ กจิ กรรมการฝึ
กทักษะการเขยี นภาษาญ่ีป่นุ อยู่ในระดับมาก ทั้งนเ้ี น่อื งมาจากผวู้ จิ ัยไดจ้ ัด กิจกรรมอย่างหลากหลายประกอบด้วย
กจิ กรรมการสอนโดยใชดุ้ กจิ กรรมการฝึกทกั ษะการเขียน ภาษาญ่ปี ่นุ ส่ือการเรยี นรู้เชน่ บัตรคำ บตั รภาพ
บัตรกจิ กรรม เกมส์การเสริมแรงทางบวกซ่ึงสอดคล้องกับ พรรณี ช. เจนจติ (2558) กล่าววา่
การเสรมิ แรงทางบวกคลา้ ยกบั คว้ารางวัลแต่มีความหมายแตกตา่ งกนั ท่ีแรง
เสรมิ บวกต้องมผี ลให้มีการแสดงพฤติกรรมเพิ่งข้นึ ส่วนรางวัลไม่จำเปน็ ตอ้ งทำให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง
พฤติกรรมก็ได้ส่วนการเสริมแรงทางลบมีเป้าหมายเชน่ เดยี งกนั กับแรงเสริมทางบวก คือสามารถเพิ่มความคงทน
ของพฤติกรรมทพี่ งึ ประสงคซ์ ง่ึ ผู้วจิ ัยได้คอยชว่ ยเหลือนักเรยี นที่มีผลการเรยี นในภาษาญ่ปี ุน่ ออ่ น
ใหร้ วมกลมุ่ ทำงานกับนักเรียนทีเ่ รียนเกง่ และนักเรียนทเ่ี รยี นปานกลางเพอื่ ให้เกดิ การเรยี นร้รู ว่ มกนั ทำใหน้ ักเรยี น
เรียนด้วยความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ไมเ่ ครยี ดกับการทำแบบฝกึ

38 104

ขอ้ เสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทัว่ ไป
1. ครคู วรศกึ ษาชุดกิจกรรมการฝกึ ทักษะการเขียนให้เขา้ ใจกอ่ นลงมือสอนเพ่อื ใหก้ ารเรียนการสอน

ไม่ติดขดั ผู้เรยี นเรียนไปได้อย่างราบร่ืน และสนุกกับการเรียน
2. ครูควรมีการปรับปรุงแผนการจัดการเรยี นรแู้ ละแบบฝึกทักษะการเขยี นอยเู สมอเพอื่ ให้สอดคล้อง

กับผ้เู รียน
3. เวลาในการทำกจิ กรรมของนักเรยี นแต่ละคน ครูควรยึดความแตกต่างระหว่างบคุ คลเนื่องจาก

ผูเ้ รียนแตล่ ะคนมคี วามสามารถแตกตา่ งกัน จงึ สามารถยดื หยนุ เวลาไดต้ ามความเหมาะสมเพอ่ื ไมเ่ ป็นการปิด
ก้ันความคิดของนกั ศกึ ษามากเกินไป

ขอ้ เสนอแนะเพ่อื การวจิ ัยตอ่ ไป
1. ควรพฒั นาชดุ กิจกรรมฝกึ ทกั ษะการเขยี นเพือ่ ใหเ้ นือ้ หาเหมาะสมสามารถใชส้ อนนกั เรยี นใน
ระดับช้ันอื่นๆ ได้
2. ควรมีการศึกษาชุดกจิ กรรมการฝกึ ทักษะการเขียนภาษาต่างประเทศในเรื่องอื่นๆ ตอ่ ไป
3. ควรพฒั นาชุดกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะการเขียนภาษาญป่ี ุน่ โดยใช้นวัตกรรมอ่ืนๆ อีก
4. ควรใหน้ ักเรียนมสี ่วนรว่ มในการเลือกเรอื่ งทจ่ี ะฝกึ เขยี นตามความสนใจ ซึง่ เป็นการเน้นให้ผูเ้ รียนเป็น
สำคัญ

39 105

บรรณานกุ รม

กรมวิชาการ. (2542). พระราชบญั ญตั ิการศึกษา.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ครุ ุสภา.
_______. (2544). หลกั สูตรการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน..2544. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค์ ุรุสภา.
กลุ ธดิ า ทรัพย์พิพฒั นา(2556).การสร้างชุดกิจกรรมฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสำหรบั นักเรียนช้ัน

มธั ยมศึกษาปี2ที่.วทิ ยานิพนธก์ ารศึกษามหาบัณฑิต,สาขาวิชาหลกั สตู รและการสอน, บัณฑิต วทิ ยาลยั ,
มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
ทิศนา แขมมณี.2534(). ชุดกิจกรรมการสอนและการฝกึ ทักษะกระบวนการกลมุ่ ชน้ั ประถมศึกษาป6ี . ท่ี กรงุ เทพฯ:
ภาควิชาประถมศึกษา คณะคุรศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
ปัญจาภรณ์ อนิ จรญั (2559). ผลการใชช้ ดุ กิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้ รูปแบบซิปปาCIPPA( MODEL)
สำหรบั นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาป3ี อาเภอเมอื งที่ จังหวดั ชลบุรวี ทิ ยานพิ นธก์ ารศึกษา. มหาบัณฑติ ,
สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน, บัณฑติ วิทยาลัย, มหาวทิ ยาลยั บรู พา.
พัชรี ไชยสิทธ์ิ. (2546). การสร้างชุดกิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษท่ีเนน้ การพัฒนาทักษะการส่ือสาร
สำหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปี2.งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต,ที่ สาขาวิชาหลักสูตรและ การสอน,
บณั ฑติ วิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.
พมิ พนั ธ์ุ เวสสะโกศล2544.(). “การวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ” รายงานการวิจัยกรุงเทพฯ.:
คณะวารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์
สมใจ ถิรนนั ท์(2554). การสร้างชดุ การสอนภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสารของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปี ท6่ี .
วทิ ยานพิ นธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑิต, สาขาวชิ าหลักสตู รและการสอน, บัณฑติ วิทยาลัย, มหาวิทยาลยั บูรพา.
สนุ ทรี สมใจ.(2554). การออกแบบการเรยี นการสอนเพ่ือฝึกทักษะการอา่ นและการเขียนภาษาองั กฤษ
สำหรับนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาป3ี .วิทยานพิ นธก์ ารศกึ ษามหาบัณฑิต,ท่ี สาขาวิชาเทคโนโลยีทาง
การศกึ ษา, บัณฑิตวทิ ยาลัย, มหาวิทยาลยั บูรพา.

40 106

ภาคผนวก

41 107

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนกอ่ นเรยี น-หลังเรียน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศท่ี 2 ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6.11
ช่อื ................................................................................................................................เลขที่.........................
คำชี้แจง
1. แบบทดสอบมีท้ังหมด 4 ข้อ ใชเ้ วลา 50 นาที (20 คะแนน)
2. แบบทดสอบการเขยี นระดบั ประโยค
มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

1 คะแนน หมายถึง เขียนได้ถูกตอ้ งตามหลักไวยากรณแ์ ละสอื่ ความหมายได้
ถูกต้องตามภาพ

0 คะแนน หมายถงึ เขียนไม่ถกู ตอ้ งตามหลักไวยากรณ์สะกดคำผิดและสื่อ
ความหมายไม่ถกู ตามภาพ

3. นกั เรยี นเขียนคำตอบลงในแบบทดสอบตามคำช้ีแจงของแตล่ ะข้อ

42 108

1. ให้นักเรยี นเขียน กฎระเบียบข้อหา้ ม และ กฎระเบียบที่ต้องปฏิบตั ิตติ าม ในโรงเรยี นจากภาพโดยเลอื ก
คำศัพท์จากด้านล่างดังตอ่ ไปน้ี

アクセサリ・おけしょうをする・そめる・黒い靴・制服・ろうか

れい:アクセサリーをつけてはいけません。
1. ……………………………………………………………………………….。
2. ……………………………………………………………………………….。
3. ……………………………………………………………………………….。
4. ……………………………………………………………………………….。
5. ……………………………………………………………………………….。

2. ใหน้ กั เรียนเขียนอธบิ ายในส่ิงทีไ่ มช่ อบเมอื่ อยใู่ นโรงภาพยนตร์ และ บนรถบัส โดยใชค้ ำที่
กำหนดใหด้ งั ตอ่ ไปน้ีในการแต่งประโยคโดยสามารถใชค้ ำซำ้ ได้แต่ใน 1 เร่อื งจะต้องมี 4 ประโยคข้นึ ไป

いや・うるさい・隣の人・こえ・ごみ・こうつうじゅうたい・エアコン
อยู่ในโรงภาพยนตร์ ……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
อยู่บนรถบสั …………………………………………………………………………………………….………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….

43 109

3. ให้นกั เรียนเขยี นอาชพี ท่อี ยากทำในอนาคต เหตุผลท่ีอยากทำ และสิ่งที่ตงั้ ใจจะทำเพอ่ื เตรยี มตวั
สำหรับงานนน้ั
งานทอ่ี ยากทำในอนาคต……………………………………………………………………………………………..………………….
เหตุผลทอี่ ยากทำ…………………………………………………………………………………………………………………….…….
ส่งิ ท่ตี ง้ั ใจจะทำเพอ่ื เตรียมตวั สำหรับงานน้นั ………………………………………………………………………………………

4. ให้นกั เรยี นเขยี นลำดบั วธิ กี ารใช้เครอื่ งใชด้ ังต่อไปนจ้ี ากรปู ภาพ

วธิ ีการใช…้ …

1.……………………………………………………………………………………………………………………………
2………………………………………………………………………………………………………………………………
3………………………………………………………………………………………………………………………………
4………………………………………………………………………………………………………………………………
5……………………………………………………………………………………………………………………..……...
………………………………………………………………………………………………………………………………..

44 110

ชดุ กจิ กรรมท่ี 1 การเขยี นกฎระเบียบขอ้ หา้ ม และ กฎระเบียบท่ีต้องปฏิบัติติตาม ในโรงเรียน

45 111

ชุดกิจกรรมที่ 2 อธิบายในสิ่งท่ีไมช่ อบเมื่ออยูใ่ นโรงภาพยนตร์ รถไฟ และ บนรถบสั

れい:食堂でいちばんいやなことは隣の人が話す声です。うるさいから、
ご飯を食べた後で話したほうがいいと思います。

อยู่ในโรงภาพยนตร์ ……………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
อยู่บนรถบัส …………………………………………………………………………………………….………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….
อยู่บนรถไฟ …………………………………………………………………………………………….………….
…………………………………………………………………………………………………………………………….

ชุดกิจกรรมที่ 3 เขียนอาชพี ทีอ่ ยากทำในอนาคต เหตผุ ลท่ีอยากทำ และสิ่งที่ตัง้ ใจจะทำเพื่อเตรียมตัว
สำหรับงานน้นั
งานทอี่ ยากทำในอนาคต…しょうらい……………………………………になりたいです。
เหตุผลที่อยากทำ…………………………………………………………………………………からです。
สิ่งทีต่ งั้ ใจจะทำเพ่อื เตรยี มตัวสำหรับงานนนั้
…………………………………………………ために…………………………………………ようとおもっています。

46 112

ชุดกิจกรรมท่ี 4 เขียนลำดบั วิธกี ารใชเ้ ครื่องใช้ดังตอ่ ไปน้จี ากรูปภาพ
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………

113


Click to View FlipBook Version