โครงสราง และแผนการจัดการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 แผนกประถมศึกษา โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566-2568
โครงสรางการสอนวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา ........... เวลา 80 ชั่วโมง หนวยที่ ชื่อหนวยการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 การเรียนรูตางๆ รอบๆตัว มาตรฐานที่ ว 1.1 เขาใจความหลากหลายของระบบ นิเวศ ความสัมพันธระหวาง สิ่งไมมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธระหวางสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิตตางๆ ในระบบนิเวศ การ ถายทอดพลังงาน การ เปลี่ยนแปลง แทนที่ในระบบนิเวศ ความหมาย ของประชากร ปญหาและผลกระทบ ที่มีตอ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม แนวทางในการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติและการแกไข ปญหาสิ่งแวดลอมรวมทั้งนาความรู ไปใชประโยชน ตัวชี้วัดที่ ป .3/1 สืบคนและอธิบายเกี่ยวกับการใช วิธีการทางวิทยาศาสตร และทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร ในการแสวงหาความรูได ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรคือ วิธีการ หรือทักษะที่สำคัญในการ เรียนรูวิทยาศาสตร เพราะ ชวยใหสามารถ หา คำตอบในเรื่องที่สนใจไดอยาง ถูกตอง ซึ่งทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรที่เรียนในชั้น เรียนนี้เปนทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรขั้นพื้นฐาน และขั้นสูง ไดแก ทักษะการ จัดกระทำและสื่อความหมาย ขอมูล ทักษะการหา ความสัมพันธของสเปซกับ เวลา ทักษะการกำหนดนิยาม เชิงปฏิบัติการ ทักษะการ กำหนดและควบคุมตัวแปร และทักษะการสราง แบบจำลอง 3 ส.1
โครงสรางการสอนวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา .......... เวลา 80 ชั่วโมง หนวยที่ ชื่อหนวยการ เรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 2. ชีวิตของมนุษย และสัตว มาตรฐานที่ ว 1.2 เขาใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หนวย พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียง สารเขาและออกจากเซลล ความสัมพันธ ของโครงสรางและ หนาที่ของระบบตาง ๆ ของสัตว และมนุษยที่ทำงานสัมพันธกัน ความสัมพันธของโครงสรางและ หนาที่ของอวัยวะตาง ๆ ของพืชที่ ทำงานสัมพันธกัน รวมทั้งนำความรู ไปใชประโยชน ตัวชี้วัดที่ ป .3/1 บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการ ดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของ มนุษยและสัตว โดยใชขอมูลที่ รวบรวมได ตัวชี้วัดที่ ป .3/2 ตระหนักถึงประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเอง และสัตวใหไดรับสิ่งเหลานี้อยาง เหมาะสม ตัวชี้วัดที่ ป .3/3 สรางแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักร ของสัตว และเปรียบเทียบวัฏจักร ชีวิตของสัตวบางชนิดได ตัวชี้วัดที่ ป .3/4 ตระหนักถึงคุณคาของชีวิตสัตว โดยไมทำใหวัฏจักรของสัตว เปลี่ยนแปลง มนุษยจะดำรงชีวิตอยูไดนั้นตอง อาศัยปจจัยในการดำรงชีวิต เพื่อใหสามารถดำรงชีวิตอยูได สิ่งที่จำเปนในการดำรงชีวิตของ มนุษยมี 3 ประการ ไดแก อาหาร น้ำ และอากาศ ถามนุษย ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอาจทำให ดำรงชีวิตอยูไดอยางยากลำบาก และอาจตายไดในที่สุด รางกายของมนุษยตองการ อาหาร น้ำ และอากาศใน ปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอาหาร ชวยใหรางกายแข็งแรงและ เจริญเติบโต น้ำชวยใหรางกาย ทำงานไดอยางปกติ และอากาศ ใชในการหายใจ ดังนั้น มนุษยจึง ตองปฏิบัติตนใหถูกตอง สัตวเปนสิ่งมีชีวิตที่สามารถ เจริญเติบโต สืบพันธุ และออกลูก ออกหลานได เพื่อดำรงเผาพันธุ ใหอยูตอไป เมื่อลูกสัตวออกมา หรือฟกออกจากไข จะ เปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตจน เปนตัวเต็มวัย แลวสามารถ สืบพันธุออกลูกหลานได ซึ่งจะ เกิดการหมุนเวียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เรียกวา วัฏจักรชีวิตของสัตว 16 ส.2-5
โครงสรางการสอนวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา ........... เวลา 80 ชั่วโมง หนวยที่ ชื่อหนวยการ เรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 3. การประกอบวัตถุ และการปลี่ยน แปลงของวัสดุ มาตรฐานที่ ว 1.2 เขาใจสมบัติของสสารองคประกอบ ของสสาร ความสัมพันธระหวาง สมบัติของสสารกับโครงสรางและ แรงยึดเหนี่ยวระหวางอนุภาค หลัก และธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยา เคมี ตัวชี้วัดที่ ป .3/1 อธิบายวาวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้น สวนยอย ซึ่งสามารถแยกออกจาก กันไดและประกอบกันเปนวัตถุชิ้น ใหมได โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ ตัวชี้วัดที่ ป .3/2 อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ เมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลง โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ วัตถุรอบตัวเราบางอยางอาจทำ มาจากวัสดุชิ้นเดียว แตบางอยาง อาจทำมาจากวัสดุหลายชนิด ประกอบกัน หากนำวัตถุมาแยก ชิ้นสวนยอยที่เปนวัสดุชนิดตาง ๆ ออกจากกัน จะสามารถนำวัสดุ เหลานั้นมาประกอบเขาดวยกัน เพื่อสรางเปนวัตถุชิ้นใหมได เมื่อใหความรอนกับวัตถุ บางอยาง วัตถุจะเกิดการ เปลี่ยนแปลง เชน ถาทำใหเนย รอนขึ้น เนยจะเปลี่ยนรูปราง กลายเปนของเหลว หรือถาทำให น้ำเย็นลงมาก ๆ น้ำจะเปลี่ยน รูปรางกลายเปนของแข็ง 20 ส.6-10
โครงสรางการสอนวิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา .......... เวลา 80 ชั่วโมง หนวยที่ ชื่อหนวยการ เรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 4. แรงและการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ มาตรฐานที่ ว 2.2 เขาใจธรรมชาติของแรงใน ชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำ ตอวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ตาง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู ไปใชประโยชน ตัวชี้วัดที่ ป .3/1 ระบุผลของแรงที่มีตอการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ จากหลักฐานเชิงประจักษ ตัวชี้วัดที่ ป .3/2 เปรียบเทียบและยกตัวอยางแรง สัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอ การเคลื่อนที่ของวัตถุโดยใช หลักฐานเชิงประจักษ ตัวชี้วัดที่ ป .3/3 จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับ แมเหล็กเปนเกณฑจากหลักฐานเชิง ประจักษ ตัวชี้วัดที่ ป .3/4 ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่ เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อ นำเขาใกลกันจากหลักฐาน เชิง ประจักษ แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลัก ระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทง แมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำให ดึงดูดวัตถุที่เปน สาร แมเหล็กได จึงมีการนำแมเหล็ก มาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน ทำของเลน ของใช นำไปใชแยก สารแมเหล็กออกจากวัตถุอื่น เมื่อมีแรงกระทำตอวัตถุ จะทำให วัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ เชน ทำใหวัตถุที่หยุดนิ่ง มีการเคลื่อนที่ หรือทำใหวัตถุที่ กำลังเคลื่อนที่มีการเคลื่อนที่เร็ว ขึ้น ชาลง หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศ ทางการเคลื่อนที่ วัตถุที่หยุดนิ่งจะเคลื่อนที่ และ วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนที่ เร็วขึ้น ชาลง หรือเปลี่ยนทิศ ทางการเคลื่อนที่ ลวนเปนผลมา จากแรงกระทำตอวัตถุ ซึ่งแรง ที่มากระทำตอวัตถุอาจเปนแรงที่ สัมผัสกับวัตถุหรือแรงที่ไมสัมผัส กับวัตถุ 40 ส.11-20 รวมภาคเรียนที่ 1 80 100
สัปดาหที่ 1 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 1.1 ป.3/1 สืบคนและอธิบายเกี่ยวกับการใชวิธีการทางวิทยาศาสตร และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรในการ แสวงหาความรูได 2. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการทางวิทยาศาสตรไดครบทุกขั้นตอน (K) 2. อธิบายและใชทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขอมูล การหาความสัมพันธของสเปซกับเวลา การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การกำหนดและควบคุมตัวแปร และการสรางแบบจำลองในการแสวงหาความรูได (P) 3. อธิบายลักษณะของคนที่มีจิตวิทยาศาสตรได (K) 4. ฝกใชทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขอมูลไดอยางถูกตอง (P) 5. ฝกใชทักษะการหาความสัมพันธของสเปซกับเวลาไดอยางถูกตอง (P) 6. ฝกใชทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการไดอยางถูกตอง (P) 7. ฝกใชทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปรไดอยางถูกตอง (P) 8. ฝกใชทักษะการสรางแบบจำลองไดอยางถูกตอง (P) 9. ฝกฝนการมีจิตวิทยาศาสตร (P) 10. รับผิดชอบตองานที่ไดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรขั้นพื้นฐาน และวิธีการทางวิทยาศาสตร 4. สาระสำคัญ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 1 เรียนรูวิทยาศาสตร เรื่อง การสืบเสาะหาความรู
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร คือ วิธีการหรือทักษะที่สำคัญในการเรียนรูวิทยาศาสตรเพราะชวยใหสามารถหา คำตอบในเรื่องที่สนใจไดอยางถูกตอง ซึ่งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่เรียนในชั้นเรียนนี้เปนทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรขั้นพื้นฐานและขั้นสูง ไดแก ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขอมูล ทักษะการหาความสัมพันธของสเปซ กับเวลา ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร และทักษะการสรางแบบจำลอง 5. กระบวนการเรียนรู คาบ 1 กระตุนความสนใจ 1. ครูแจกใบงานที่ 1.1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เพื่อทบทวนความรูนักเรียนเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร โดยใหนักเรียนคนหาคำที่เปนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรโดยวงลอมรอบคำที่ซอนอยูในตาราง 2. ครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยใหนักเรียนดูวิดีโอจาก https://www.youtube.com/watch?v=FtfqEqZBCY8 และใช คำถาม ดังนี้ • จากการที่ไดดูขาวการทำหลอดดูดน้ำจากตนขาว นักเรียนคิดวา ทำไมเขาถึงใชตนขาวมาผลิตแทนการใชพลาสติก (แนวคำตอบ เพื่อเปนการลดการใชพลาสติกที่เปนสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกรอน) • คนที่ผลิตหลอดดูดน้ำจากตนขาว มีความเปนนักวิทยาศาสตรหรือไม (แนวคำตอบ มี เพราะวาเปนคนชางเกต ใฝเรียนรูมีการคนหาหรือทดลองเพื่อนำมาซึ่งขอมูลที่มีประโยชน) • การหาความรูทางวิทยาศาสตร นักเรียนคิดวา ตองเกิดจากสิ่งใดเปนอันดับแรก (แนวคำตอบ เกิดจากการมีขอสงสัยจากสิ่งตาง ๆ) 3. ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 4 4. ครูใหนักเรียนรวมกันตอบคำถาม ดังนี้ • การหาความรูทางวิทยาศาสตร ตองเกิดจากสิ่งใดเปนอันดับแรก (แนวคำตอบ ระบุปญหา) • วิธีการทางวิทยาศาสตรประกอบไปดวยกี่ขั้นตอน อะไรบาง (แนวคำตอบ ประกอบดวย 5 ขั้นตอน ดังนี้ ระบุปญหา สมมติฐาน รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล และสรุปผล) 5. ครูอธิบายความรูจากที่นักเรียนไดตอบคำถามวิธีการทางวิทยาศาสตรเพิ่มเติมใหกับนักเรียน ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูใหนักเรียนเรียนรูและอานคำศัพทวิทยาศาสตรโดยครูติดบัตรคำศัพทไวบนกระดาน โดยครูอานนำและใหนักเรียนอาน ตาม ดังนี้ relationship (ริ เลชึนชิพ) ความสัมพันธ define (ดิ ไฟน) นิยาม controlling (คัน โทรลลิง) ควบคุม modeling (ม็อดดึลลิง) สรางแบบจำลอง คาบ 1 คาบ 2
2. ใหนักเรียนฝกอานคำศัพทและคำแปล จากนั้นครูอธิบาย เพื่อนำไปสูกิจกรรมที่ครูจะใหทำในตอนถัดไป วาเปนการใช ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร คือ ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร ทักษะการสรางแบบจำลอง และทักษะการหา ความสัมพันธของสเปซกับเวลา 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน เพื่อทำกิจกรรมทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร เรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโตของขาวโพด โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ครูแจกกระดาษกลุมละ 1 แผน 2) ครูอธิบายการปลูกขาวโพด โดยวิธีการปลูกใสกระดาษทิชชู พรอมทั้งสาธิตวิธีการปลูก โดยมีอุปกรณ ดังนี้ เมล็ดขาวโพด น้ำ กระดาษทิช ชูและจานพลาสติก 3) จากนั้นใหนักเรียนดูวิดีโอการเจริญเติบโตของขาวโพด จากhttps://www.youtube.com/watch?v=cWpvdOQfba0 4) ครูใหนักเรียนตอบคำถาม ดังนี้ ปญหาของการทดลองคืออะไร (แนวคำตอบ น้ำมีผลตอการเจริญเติบโตของขาวโพดหรือไม) 5) ครูใหนักเรียนแตละกลุมกำหนดตัวแปรตน ตัวแปรตาม ตัวแปรควบคุม และกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของการทดลองนี้ โดยสามารถ สืบคนจากแหลงการเรียนรูตาง ๆ เชน อินเทอรเน็ต พรอมออกมานำเสนอหนาชั้นเรียน (แนวคำตอบ ตัวแปรตน คือ น้ำที่ใชในการรดขาวโพด ตัวแปรตาม คือ การเจริญเติบโตของขาวโพด ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดของน้ำ ชนิดของขาวโพด ปริมาณการรดน้ำในแตละครั้ง สถานที่เพาะปลูก นิยามเชิงปฏิบัติการ คือ การเจริญเติบโตของขาวโพด สามารถวัดไดจากการวัดความยาวของตนขาวโพด) 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “จากกิจกรรมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโตของถั่วงอก นักเรียนสามารถ เรียนรูทักษะทางวิทยาศาสตรได คือ ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร ทักษะการกำหนดนิยาม เชิงปฏิบัติการ และทักษะการหา ความสัมพันธของสเปซกับเวลา เชน การเจริญเติบโตของถั่วงอกเมื่อเวลาผานไป” 5. ครูนำภาพการเจริญเติบโตของขาวโพดมาใหนักเรียนดู จากนั้นนักเรียนแตละกลุมชวยกันออกแบบตารางผลการทดลองลงในกระดาษที่ครูแจก ให 6. สามารถนำภาพขาวโพดมาจัดทำเปนตารางผลการทดลองไดดังนี้ วันที่ รูปภาพของตน ขาวโพด ขนาดของตนขาวโพด (เซนติเมตร) 1 2 3 7. ครูขออาสาสมัครนักเรียน ใหนำผลการบันทึกขอมูลออกมา อธิบายสื่อความหมายขอมูล จากการบันทึกทีละกลุม เพื่อใหเห็นความหลากหลาย (ครูเขียนขอมูลที่นักเรียนออกมาพูดไวบนกระดาน) (ครูประเมินนักเรียนโดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม) 8. ครูแจกดินน้ำมัน 2 สี (สีขาวและสีเขียว) กลุมละ 2 กอน กระดาษแข็ง และปากกาเมจิกสีตาง ๆ 9. จากนั้นใหนักเรียนสรางแบบจำลองของการเจริญเติบโตของขาวโพดจากการบันทึกผลของแตละกลุม ขั้นอธิบายความรู คาบ 3-4
1. ครูนำผลไมปลอมมา 2 ชนิด แบบจำลองการเจริญเติบโตของขาวโพดของนักเรียน ตารางบันทึกผลการทดลอง แผนภูมิวงกลม และแผนผัง โรงเรียน 2. ครูถามนักเรียนโดยใชคำถาม ดังนี้ • สื่อหรือรูปภาพที่นักเรียนเห็นเปนการใชทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรอะไรบาง (แนวคำตอบ เชน ผลไมและแบบจำลองการเจริญเติบโตของถั่วงอก เปนการใชทักษะการสรางแบบจำลอง แบบจำลองการเจริญเติบโตของ ถั่วงอก เปนการใชทักษะการหาความสัมพันธของสเปซกับเวลา และตารางบันทึกผลการทดลอง แผนภูมิวงกลม แผนผังโรงเรียน เปนการใช ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขอมูล) ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูนำบัตรขอความเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใสกลองวางไวหนาชั้นเรียน ไดแก 2. ครูเขียนขอความไวบนกระดานเปนขอ ๆ ดังนี้ • ดาวสรางแบบจำลองอวัยวะภายในของมนุษย • มะลิเขียนแผนผังของโรงเรียน • ตะวันเขียนความหมายของขอความในการทดลองใหอานเขาใจตรงกัน • ดวงกำหนดตัวแปรตน ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม • พราวเอากอนน้ำแข็งวางไวบนโตะ ผานไป 10 นาที น้ำแข็งละลายจนหมด 3. จากนั้นครูสุมเลขที่นักเรียนออกมาทีละคนใหออกมาหยิบ บัตรขอความจากในกลองที่วางไวหนาชั้นเรียน แลวนำไปติดทายขอความบน กระดานที่สัมพันธกัน จนครบบัตรคำที่ครูเตรียมไว 4. จากนั้นใหนักเรียนชวยกันตรวจสอบความถูกตอง ถามีขอผิดพลาดใหนักเรียนอาสาสมัครออกมาแกไขใหถูกตอง 5. ใหนักเรียนแตละคนทำกิจกรมสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 17 6. ครูใหนักเรียนในกลุมตั้งคำถามคนละ 1 คำถาม ที่เกี่ยวกับ กระบวนการทางวิทยาศาสตรที่เรียนมาทั้งหมดในหนวยการเรียนรูที่1 แลวนำมา ถามเพื่อนในกลุมใหชวยกันอภิปรายและตอบคำถาม 7. นักเรียนและครูชวยกันอภิปรายจากการตอบคำถามและครู อธิบายเชื่อมโยงวา “การใชวิธีการทางวิทยาศาสตรและทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรขั้นพื้นฐานเพื่อหาความรูทางวิทยาศาสตรจะทำใหนักเรียนเกิดจิตวิทยาศาสตรไดซึ่งทั้งหมดเปนกระบวนการทางวิทยาศาสตร” 8. จากนั้นครูใชคำถามกระตุนความคิดใหนักเรียนชวยกันตอบคำถาม • จากการทำกิจกรรมตาง ๆ ที่เราเรียนรู วิธีการ ทางวิทยาศาสตรมีอะไรบาง (แนวคำตอบ ระบุปญหา สมมติฐาน รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูลและสรุปผล) • ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรจากการทำกิจกรรมตาง ๆ มีอะไรบาง (แนวคำตอบ การกำหนดและควบคุมตัวแปร การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การหาความสัมพันธของสเปซกับเวลา การสรางแบบจำลอง และการจัดกระทำและสื่อความหมาย ขอมูล) • จิตวิทยาศาสตรหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ ลักษณะนิสัยที่เกิดขึ้นจากการหาความรู โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร) • ลักษณะนิสัยอยางไรบางที่เรียกวามีจิตวิทยาศาสตร (แนวคำตอบ ความสนใจใฝรู ความซื่อสัตย ความมีวินัย ความอดทน ความมีเหตุผล เปนตน) การกำหนดและควบคุมตัวแปร การสรางแบบจำลอง การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การหาความสัมพันธของสเปซกับเวลา การจัดกระทำและสื่อความหมายขอมล
(ครูประเมินนักเรียนโดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การตอบคำถามเกม ปริศนาอักษรไขว เรื่อง ทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร - ตรวจเกมปริศนาอักษรไขว เรื่อง ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร - เกมปริศนาอักษรไขว เรื่อง ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร - ประเมินตามสภาพ จริง 2) กระบวนการ ทางวิทยาศาสตร - ประเมินการทำกิจกรรม ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร - สรุปสาระสำคัญประจำ เรื่องที่ 1 - ตรวจสมุดบันทึก - แบบประเมินชิ้นงาน - สมุดบันทึก -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) ใบงานที่ 1.1 - ตรวจสอบใบงานที่ 1.1 - แบบประเมินใบงานที่ 1.1 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การนำเสนอผล การทำกิจกรรม - ประเมินการนำเสนอ ผลทำกิจกรรม - แบบประเมินการนำเสนอ ผลทำกิจกรรม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) พฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ ดี ผานเกณฑ 6) พฤติกรรม การทำงานกลุม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - ระดับคุณภาพ ดี ผานเกณฑ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค - ระดับคุณภาพ ดี ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 1 เรียนรูวิทยาศาสตร 2) ผลไมปลอมจำนวน 2 ชนิด เชน แตงโม ชมพู 3) แบบจำลองการเจริญเติบโตของขาวโพดของนักเรียน 4) ตารางบันทึกผลการทดลอง 5) แผนภูมิวงกลม 6) แผนผังโรงเรียน
7) บัตรขอความเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร 8) ภาพถั่วงอกขนาดตาง ๆ 9) เกมปริศนาอักษรไขว เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร 10) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร 11) วิดีโอ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 2 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยและสัตว โดยใชขอมูลที่รวบรวมได ว 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตวใหไดรับสิ่งเหลานี้อยาง เหมาะสม 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยได (K) 2) ทำตามขั้นตอนในการทำกิจกรรมได (P) 3) ตระหนักถึงประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตัวเองใหไดรับสิ่งเหลานี้ได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น มนุษยและสัตวตองการอาหาร น้ำ และอากาศ เพื่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต อาหาร ชวยใหรางกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำชวยให รางกายทำงานไดอยางปกติ อากาศใชในการ หายใจ 4. สาระสำคัญ มนุษยจะดำรงชีวิตอยูไดนั้นตองอาศัยปจจัยในการดำรงชีวิต เพื่อใหสามารถดำรงชีวิตอยูได สิ่งที่จำเปน ในการ ดำรงชีวิตของมนุษยมี 3 ประการ ไดแก อาหาร น้ำ และอากาศ ถามนุษยขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอาจทำใหดำรงชีวิตอยูไดอยาง ยากลำบาก และอาจตายไดในที่สุด 5. กระบวนการเรียนรู คาบ 1 ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 2 ชีวิตของมนุษยและสัตว เรื่อง ปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตของมนุษย คาบ 1
ขั้นกระตุนความสนใจ 2. ครูกลาวทักทายและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมง 3. ครูใหนักเรียนดูภาพจากในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 หนา 18 จากนั้นครูถามคำถาม แลวใหนักเรียน ชวยกันตอบ ดังนี้ • ในภาพ มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดบาง (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับดุลย-พินิจของครูผูสอน) • อะไรบาง ที่ทำใหสิ่งมีชีวิตเหลานี้ดำรงชีวิตและเจริญเติบโตได (แนวคำตอบ อาหาร น้ำ และอากาศ) 4. ครูใหนักเรียนเปดหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 หนา 19 จากนั้นศึกษาชวนอานชวนคิด ชวยกันตอบ คำถามวา สิ่งใดจำเปนในการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยและสัตว แลวใหนักเรียนในหองชวยกันระดมความคิด (แนวคำตอบ อาหาร น้ำ และอากาศ) 5. นักเรียนศึกษาศัพทหนารูจากหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 หนา 19 จากนั้นครูสุมตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ใหออกมาอานคำศัพท 6. ครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยใชคำถาม ดังนี้ • นักเรียนรับประทานอาหารเชามาหรือไม (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน) • นอกจากอาหารที่มีความสำคัญตอการเจริญเติบโตของนักเรียนแลว นักเรียนคิดวา ยังมีปจจัยใดอีกบางที่มีผล ตอการ เจริญเติบโต (แนวคำตอบ น้ำ อากาศ แรธาตุ และอื่น ๆ) 7. นักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตรป.3 หนา 20 จากนั้นครูถามคำถาม ดังนี้ • นอกจากอาหารแลว ยังมีสิ่งใดบางที่รางกายมนุษยตองการ เพื่อดำรงชีวิต (แนวคำตอบ น้ำ อากาศ) • อาหาร น้ำ อากาศ ชวยใหมนุษยดำรงชีวิตและเจริญเติบโตไดอยางไร (แนวคำตอบ อาหาร น้ำ เปนแหลงของพลังงานและสารอาหาร อากาศใชในการหายใจ) ขั้นสำรวจคนหา 1. นักเรียนศึกษากิจกรรมลองทำดู โดยดูภาพแลวทำเครื่องหมาย ลงในภาพที่มีปจจัยสำคัญตอการดำรงชีวิตและการ เจริญเติบโตของมนุษย ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตรป.3 หนา 20 2. ใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตรป.3 หนา 20 3. ครูถามคำถาม ดังนี้ • ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยมีอะไรบาง (แนวคำตอบ ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตมนุษย ไดแก อาหาร น้ำ และอากาศ) ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการ คาบ 2
ทางวิทยาศาสตรที่ 1 โดยใชรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4 คน จากนั้นกำหนดใหสมาชิกแตละคนภายในกลุมมีบทบาทหนาที่ของตนเอง ดังนี้ สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนาที่เตรียมอุปกรณ สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนาที่อานขั้นตอนการทำ สมาชิกคนที่ 3 : ทำหนาที่บันทึกผลการทดลอง สมาชิกคนที่ 4 : ทำหนาที่นำเสนอผลการทดลอง 2. ใหสมาชิกคนที่ 1 เตรียมอุปกรณที่ตองใช คือ แหลงขอมูล เชน หนังสือเรียน 3. ใหสมาชิกคนที่ 2 อธิบายวิธีการทำกิจกรรมใหเพื่อนภายใน กลุมฟง เพื่อใหปฏิบัติตามไดถูกตอง ดังนี้ 1) ชวยกันสืบคนจากแหลงขอมูลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปจจัยสำคัญที่ทำใหมนุษยสามารถดำรงชีวิตและ เจริญเติบโตได 2) สังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันภายในเวลา 1 วัน ของตนเองแลวบันทึกผลลงในตาราง ในหนังสือเรียน ชุด แมบทมาตรฐานวิทยาศาสตรป.3 หนา 21 3) ชวยกันสรุปและอภิปรายผลเกี่ยวกับปจจัยสำคัญ ในการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย 4. ใหนักเรียนออกมานำเสนอกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 1 ทีละกลุม และชวยกันสรุปและอภิปราย ผล 5. ครูและนักเรียนสรุปผลการทำกิจกรรมวา ในชวงเวลา 1 วัน ที่เราทำกิจกรรมรางกายตองการอาหาร น้ำ และอากาศ เพื่อให มีพลังงานในการทำกิจกรรมและชวยทำใหรางกายดำรงชีวิตอยูไดปกติ ขั้นอธิบายความรู 3. จากนั้นครูตั้งคำถามเพื่อทดสอบความรูของนักเรียนหลังจากไดทำกิจกรรมไปแลว โดยมีแนวคำถาม ดังนี้ • หากเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน จะสงผลตอรางกายอยางไร (แนวคำตอบ รางกายเจริญเติบโตแข็งแรง โดยรางกายจะซอมแซมสวนที่สึกหรอ) • ถาเรารับประทานอาหารที่ไมมีประโยชนจะสงผลอยางไรตอรางกาย (แนวคำตอบ หากรับประทานอาหารที่ไมมีประโยชนมากเกินไป จะทำใหเกิดโรคขาดสารอาหาร โรคอวน และโรคอื่น ๆ ) • ในแตละวันมนุษยควรดื่มน้ำจำนวนกี่แกวจึงจะเพียงพอตอรางกาย (แนวคำตอบ รางกายของมนุษยควรดื่มน้ำวันละ 8- 6 แกว) 4. ครูใหนักเรียนดูภาพโรงงานอุตสาหกรรมปลอยควันออก สูอากาศ ดังตัวอยาง จากนั้นถามวา “หากใกลบานนักเรียน มีโรงงานที่ปลอยควันมลพิษดังรูป จะสงผลตอรางกายของเราอยางไร” (แนวคำตอบ หากใกลบานมีโรงงานปลอยมลพิษ เมื่อเราสูดดมอากาศที่ไมสะอาดเขาไป อาจทำใหรางกายของเราเปนอันตราย ได) ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุนความคิดของนักเรียน คาบ 3-4
• หากแอนเลือกรับประทานอาหารเฉพาะสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยรับประทานอาหารไมครบ 5 หมู เปนเวลานาน ๆ จะสงผล ตอรางกายของแอนอยางไร ครูใหนักเรียนยกมือตอบ ตามความสมัครใจ ครูเลือกตัวแทนนักเรียนที่ยกมือ ออกมา ตอบคำถาม (แนวคำตอบ หากแอนรับประทานอาหารไมครบ 5 หมู จะสงผลเสียตอรางกายคือ รางกายออนเพลีย ไมแข็งแรง และปวย งาย) 2. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม โดยใหสังเกตและอธิบายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยโดยมี รายละเอียด ดังนี้ 1) นักเรียนแตละคนชั่งน้ำหนักและวัดสวนสูงของตนเอง แลวบันทึกผลลงในสมุด 2) จดบันทึกขอมูลน้ำหนักและสวนสูงของปที่ผานมา จากครูประจำชั้น 3) เปรียบเทียบคาน้ำหนักและสวนสูงที่เปลี่ยนแปลงไป จากปที่แลว แลวบันทึกขอมูล 4) สำรวจเพื่อนคนอื่น ๆ วาน้ำหนักและสวนสูง มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม อยางไร แลวบันทึกผล 5) รวมกันอภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับการเจริญเติบโต ของมนุษยภายในชั้นเรียน 3. วิเคราะหวาปจจัยใดบางที่ทำใหรางกายของเราเจริญเติบโต แลวนำขอมูลมาจัดกระทำในรูปแบบตาง ๆ เชน แผนผัง แผนภาพ ลงในกระดาษแข็ง พรอมตกแตงใหสวยงาม นำเสนอผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อนกลุมอื่นภายในชั้นเรียน 4. ครูตั้งคำถามวา “แดงกับดำ เดินหลงทางในปาซึ่งทั้ง 2 แยกทางกัน แดงมีน้ำแตขาดอาหาร สวนดำมีอาหารแตขาดน้ำ นักเรียนคิดวาทั้ง 2 คน ใครจะสามารถดำรงชีพอยูในปาไดนานกวากัน เพราะเหตุใด” (แนวคำตอบ แดงสามารถดำรงชีพอยูในปาไดนานกวาดำ เพราะคนเราสามารถอดอาหารไดหลายวัน แตหากขาดน้ำ นาน 2-3 วัน อาจทำใหเราเสียชีวิตได) 5. ครูใหนักเรียนทำแผนผังหรือแผนภาพ เรื่อง การปองกันตัวเองจาก PM 2.5 โดยใหทำลงในกระดาษ A4 และนำมาสงใน ชั่วโมงตอไป ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง อาหารที่มีประโยชนและไมมีประโยชน 2. ใหนักเรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตรป.3 หนา 23-26 แลวสรุปเนื้อหาลงในสมุดประจำตัว นักเรียน 3. ครูใหนักเรียนวิเคราะหภาพอาหาร แลวเขียนสวนประกอบของอาหารและประโยชนของสวนประกอบนั้น โดยครูโชวบัตร ภาพอาหารหนาชั้นเรียน และใหนักเรียนเขียนลงในสมุด 4. ใหนักเรียนทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง สำรวจตัวเอง 5. เมื่อนักเรียนสำรวจตนเองแลวใหนำมาอภิปรายกับเพื่อน ในชั้นเรียนวามีพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม หากไมเหมาะสม ควรปรับปรุงพฤติกรรมอยางไร จากนั้นครูสุมตัวแทนออกมานำเสนอหนาชั้นเรียน 2-3 คน เพื่อนำเสนอผลการทำกิจกรรม 6. ครูใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนแลวใหศึกษาขอมูล จากสื่อดิจิทัลจากในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 23 โดยใชโทรศัพทมือถือสแกน QR Code เรื่อง การดูแลตนเองอยางเหมาะสม 7. ใหนักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 1 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 27 คาบ 4
ขั้นสรุป 1. นักเรียนชวยกันสรุปสาระสำคัญวา ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย ไดแก อาหารซึ่งใหพลังงาน และสารอาหารที่จำเปน น้ำเปนสิ่งสำคัญในการควบคุมการทำงานของอวัยวะตาง ๆ และอากาศใชในการหายใจเพื่อนำ แกสออกซิเจนที่มีอยูในอากาศไปใชในระบบการทำงานของอวัยวะตาง ๆ ในรางกาย 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม -สังเกตจากการตอบ คำถามและแสดง ความ คิดเห็น -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 1) กิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบกิจกรรม ลอง ทำดู - หนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) ผลการบันทึก การ ทำกิจกรรมที่ 1 -ตรวจสอบผลการ ทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการ ทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - หนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การสำรวจ การ เจริญเติบโต ของ ตนเอง -ตรวจสอบผลการสำรวจ การเจริญเติบโตของ ตนเอง -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำแผนผังหรือ แผนภาพ การปองกัน ตัวเองจาก PM 2.5 -ตรวจสอบผลการทำ แผนผังหรือแผนภาพ การ ปองกันตัวเอง จาก PM 2.5 -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) ใบงานที่ 2.1 เรื่องอาหารที่ มีประโยชนและไมมี ประโยชน -ตรวจสอบผลการทำ ใบ งานที่ 2.1 เรื่องอาหารที่มี ประโยชน และไม มีประโยชน - ใบงานที่ 2.1 เรื่องอาหาร ที่มีประโยชนและไมมี ประโยชน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) สรุปเนื้อหาลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน -ตรวจสอบผลการสรุป เนื้อหาลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) ใบงานที่ 2.2 เรื่องสำรวจ ตัวเอง -ตรวจสอบผลการทำ ใบ งานที่ 2.2 เรื่องสำรวจ ตัวเอง - ใบงานที่ 2.2 เรื่องสำรวจ ตัวเอง -รอยละ 60 ผานเกณฑ
รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) แบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 ปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตของมนุษย 3) บัตรภาพอาหารตาง ๆ 4) บัตรภาพโรงงานอุตสาหกรรม 5) ภาพการแยกสวนประกอบของอาหาร 6) ใบงานที่ 2.1 เรื่อง อาหารที่มีประโยชนและไมมีประโยชน 7) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การสำรวจตนเอง 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 3 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 1.2 ป.3/1 บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษยและสัตว โดยใชขอมูลที่รวบรวมได ว 1.2 ป.3/2 ตระหนักถึงประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตวใหไดรับสิ่งเหลานี้อยาง เหมาะสม 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) บรรยายสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวได (K) 2) ระบุสิ่งที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวได (P) 3) ตระหนักถึงประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยใหสัตวไดรับสิ่งเหลานี้ได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น มนุษยและสัตวตองการอาหาร น้ำ และ อากาศ เพื่อการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโต อาหารชวยใหรางกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำชวยใหรางกายทำงานไดอยางปกติอากาศใช ในการหายใจ 4. สาระสำคัญ รางกายของมนุษยตองการอาหาร น้ำ และอากาศในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งอาหารชวยใหรางกายแข็งแรงและ เจริญเติบโต น้ำชวยใหรางกายทำงานไดอยางปกติ และอากาศใชในการหายใจ ดังนั้น มนุษยจึงตองปฏิบัติตนใหถูกตอง 5. กระบวนการเรียนรู ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 2 ชีวิตของมนุษยและสัตว เรื่อง ปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตของสัตว คาบ 1
ขั้นกระตุนความสนใจ 1. ครูกลาวทักทายนักเรียน และทบทวนความรูเดิมจากเรื่องที่เรียนไปแลว 2. ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 28 จากนั้นครูถามคำถาม แลวใหนักเรียนชวยกันตอบ ดังนี้ • ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของสัตว มีอะไรบาง (แนวคำตอบ ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวคือ อาหาร น้ำ และอากาศ) ขั้นกระตุนความสนใจ 1. ครูตั้งคำถามกระตุนความสนใจของนักเรียน • สัตวตาง ๆ ตองการปจจัยในการดำรงชีวิตเหมือนกับมนุษยหรือไม อยางไร (แนวคำตอบ ตองการ เพราะสัตวตองการอาหาร น้ำ และอากาศในการดำรงชีวิต) • สัตวที่อาศัยอยูในน้ำตองการอาหารและน้ำในการดำรงชีวิต นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะอะไร (แนวคำตอบ ตองการ เพราะสัตวน้ำตองการอาหารและน้ำ ในการเจริญเติบโตและดำรงชีวิต) 2. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 28 โดยใหโยงเสนจับคูภาพ ที่อยูอาศัยของสัตว ใหถูกตอง พรอมเขียนชนิดอาหารที่สัตวเหลานี้กิน ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร ที่ 2 โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้ 1) แบงกลุมแลวแสดงความคิดเห็นรวมกันเกี่ยวกับปจจัยสำคัญที่ทำใหสัตวสามารถดำรงชีวิตและเจริญเติบโตได 2) ใหแตละกลุมออกสำรวจสัตวตาง ๆ ที่อยูในพื้นที่รอบโรงเรียน 3) บันทึกขอมูลการสำรวจ ศึกษาแหลงที่อยูอาศัย อาหาร และลักษณะการหายใจของสัตวชนิดตาง ๆ ที่พบโดยสืบคนขอมูลเพิ่มเติมจาก หนังสือหรืออินเทอรเน็ต 4) รวมกันอภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตว 2. ใหตัวแทนแตละกลุมออกมานำเสนอ สรุปอภิปรายผลการทำกิจกรรม 3.ครูสรุปผลการทำกิจกรรมวา ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวไดแกอาหาร น้ำ และอากาศ ซึ่งเปน ปจจัยเดียวกับการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของมนุษย 4. นักเรียนและครูสรุปไดดังนี้อาหารชวยใหรางกายมีพลังงานทำกิจกรรมตาง ๆ ไดและทำใหรางกายเจริญเติบโต น้ำเปนแหลง ที่อยูอาศัยเปนแหลงอาหารและเปนสวนหนึ่งของรางกายสัตวสวนอากาศ สัตวใชในการหายใจเชนเดียวกับมนุษย ขั้นอธิบายความรู 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง อาหารและประโยชนของอาหารที่มีตอสัตววา อาหารจะชวยเสริมสรางกลามเนื้อและ กระดูก ซอมแซมสวนที่สึกหรอ เปนแหลงพลังงานและใหความอบอุน แกรางกาย 2. ครูตั้งคำถามตอวา หากจับปลามาไวบนดิน นักเรียนคิดวา ปลาจะสามารถอาศัยอยูบนดินไดหรือไมอยางไร (แนวคำตอบ หากจับปลามาไวบนดิน ปลาไมสามารถอาศัยอยูบนดินไดเพราะมีสัตวบางชนิดที่ตองดำรงชีวิตอยูในน้ำ ดังนั้นน้ำ จึงเปนปจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของสัตว) คาบ 2
3. ใหนักเรียนตอบคำถามลงในสมุดประจำตัวนักเรียน โดยมีคำถามวา แอนทดลองเลี้ยงแมลงสาบ 3 ตัว ไวในกลองใส โดย ใสอาหารและน้ำไวจากนั้นแอนปดฝากกลองจนแนน เพราะกลัวแมลงสาบออกจากกลองใส จากการทดลองนี้แมลงสาบขาด ปจจัยใดในการดำรงชีวิต เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ อากาศ เพราะสัตวตองใชอากาศในการหายใจ หากสัตวไมมีอากาศหายใจ สัตวก็จะตาย) 4. ใหนักเรียนทำกิจกรรม เรื่อง ปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิต ของสัตวโดยทำลงในสมุดประจำตัวนักเรียน มีขั้นตอน ดังนี้ 1) ใหนักเรียนแบงกลุม แลวชวยกันจัดโหลแกวใหเหมาะสมกับแหลงที่อยูอาศัยของลูกปลา 2) สืบคนขอมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกปลาหางนกยูงที่ถูกตองและเลือกใชเครื่องมือในการวัดการเจริญเติบโต ของ ลูกปลาหางนกยูงใหเหมาะสม 3) รวมกันพยากรณและบันทึกขอมูลลงในสมุด อีก 4 สัปดาหลูกปลาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม 4) ทำการทดลองเพื่อตรวจสอบผลการพยากรณ โดยวางแผนการสังเกตและวัดการเจริญเติบโตของลูกปลาทุก ๆ สัปดาหเปนเวลา 4 สัปดาหแลวบันทึกผล 5) รวมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลองภายในกลุม เพื่อนำเสนอผลการทดลองหนาชั้นเรียน 5. ใหนักเรียนสืบคนเกี่ยวกับประโยชนของอาหาร น้ำ และอากาศที่มีตอสัตวแลวทำเปนแผนภาพ หรือแผนผัง โดยทำลง ในกระดาษแข็งแผนใหญ พรอมตกแตงใหสวยงาม ครูสุมตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนองาน 2-3 คน ขั้นขยายความเขาใจ 1.ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูที่2 โดยการดูภาพ แลวบอกชื่อสัตวและปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตและการ เจริญเติบโตของสัตวชนิดนั้น ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 34 2.ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) เลือกสัตวที่สนใจมา 1 ชนิด วาดหรือติดรูปลงบนกระดาษแข็ง 2) คนควาวาสัตวชนิดนั้นกินอะไรเปนอาหาร อาศัยอยูที่ใด นำเสนอใหมากชนิดที่สุด 3) นำเสนอหนาชั้นถึงอาหารที่สัตวกิน อธิบายวา หากสัตวไดกินเฉพาะน้ำไมมีอาหารหรือกินเฉพาะอาหารไมมีน้ำ จะสงผลอยางไรตอสัตว 3.ครูใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ลงในสมุด • แกสที่สัตวใชในการหายใจเปนแกสชนิดใด (แนวคำตอบ แกสออกซิเจน) • สัตวแตละชนิดกินอาหารเหมือนกันหรือไมอยางไร (แนวคำตอบ สัตวแตละชนิดกินอาหารไมเหมือนกัน แตตองกินอาหารเพื่อใหพลังงานแกรางกายเหมือนกัน) • สิ่งใดที่จำเปนในการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตว (แนวคำตอบ อาหาร น้ำ และอากาศ) • เคนสังเกตเห็นวา นกกระจิบกินหนอนและผลไมดังนั้น หนอนและผลไมมีความสำคัญตอนกกระจิบอยางไร (แนวคำตอบ หนอนและผลไมมีความสำคัญตอนกกระจิบ คือ เปนอาหารใหแกนกกระจิบ) คาบ 3
• หากมนุษยมีการตัดไมทำลายปาจะสงผลกระทบ ตอการดำรงชีวิตของสัตวอยางไร (แนวคำตอบ หากมนุษยมีการตัดไมทำลายปาเปนการทำลายแหลงอาหารที่อยูอาศัยของสัตว) 4. ครูแบงกลุมนักเรียนออกเปน 4-5 คน แลวใหนักเรียนสำรวจสัตวที่พบเจอในทองถิ่นของนักเรียน พรอมบอกอาหารที่สัตวกิน และแหลงที่อยูอาศัยของสัตวนั้น โดยทำลงในกระดาษแข็งแผนใหญจากนั้นนำเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน 5. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่1 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 36 ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูถามคำถามเพื่อทบทวนนักเรียนวาปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวมีอะไรบาง (แนวคำตอบ อาหาร น้ำ และอากาศ) 2. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่21 โดยใชรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ เทคนิค LT มาจัด กระบวนการเรียนรูโดยใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4 คน จากนั้นกำหนดใหสมาชิกแตละคนภายในกลุมมีบทบาทหนาที่ ของตนเอง ดังนี้ สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนาที่เตรียมอุปกรณ สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนาที่อานขั้นตอนการทำ สมาชิกคนที่ 3 : ทำหนาที่คนควาหาขอมูล สมาชิกคนที่4 : ทำหนาที่นำเสนองาน 3. ใหสมาชิกคนที่ 1 เตรียมอุปกรณที่ตองใชดังนี้ 1) แหลงขอมูล เชน หนังสือ อินเทอรเน็ต 2) กระดาษแข็ง 4. ใหสมาชิกคนที่ 2 อธิบายวิธีการทำกิจกรรมใหเพื่อนภายในกลุมฟง เพื่อใหปฏิบัติตามไดถูกตอง ดังนี้ 1) เลือกสัตวที่สนใจมา 1 ชนิด วาดหรือติดรูปลงบนกระดาษแข็ง 2) คนควาวา สัตวชนิดนั้นกินอะไรเปนอาหาร นำเสนอใหมากชนิดที่สุด 3) นำเสนอหนาชั้นเรียนถึงอาหารที่สัตวกิน อธิบายวา หากสัตวไดกินเฉพาะน้ำไมมีอาหาร หรือกินเฉพาะอาหารไมมีน้ำ จะสงผลอยางไรตอสัตว 5. ใหนักเรียนออกมานำเสนอกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่21 ทีละกลุม แลวชวยกันสรุปและอภิปรายผล 6. นักเรียนและครูสรุปผลการทำกิจกรรมวา หากสัตวไดกินเฉพาะน้ำโดยไมมีอาหาร หรือกินเฉพาะอาหารไมมีน้ำ จะทำให สัตวไมสามารถดำรงชีวิตอยูได ขั้นสรุป 1. นักเรียนชวยกันสรุปวา ปจจัยที่มีผลตอการดำรงชีวิตและการเจริญเติบโตของสัตวไดแกอาหาร น้ำ และอากาศ ซึ่งเปน ปจจัยเดียวกับปจจัยที่จำเปนตอการดำรงชีวิตของมนุษย 2. ใหนักเรียนสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่1 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 35 คาบ 4
6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 9) กิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบกิจกรรมลองทำ ดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 10) ผลการบันทึกการทำ กิจกรรม ที่ 2 - ตรวจสอบกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร ที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 11) การตอบคำถามลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน - ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุดประจำตัว นักเรียน - สมุดประจำตัวนักเรียน - รอยละ 60 ผานเกณฑ 12) การทำกิจกรรม เรื่อง ปจจัยที่จำเปนตอการ ดำรงชีวิตของสัตว - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรม เรื่อง ปจจัย ที่ จำเปนตอการดำรงชีวิต ของสัตว - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 13) การสืบคนขอมูล เกี่ยวกับประโยชนของ อาหาร น้ำ และอากาศที่มี ตอสัตว - ตรวจสอบผลการสืบคน ขอมูลเกี่ยวกับประโยชน ของอาหาร น้ำ และ อากาศที่มีตอสัตว - สมุดประจำตัวนักเรียน - รอยละ 60 ผานเกณฑ 14) การทำแบบฝกหัด พัฒนาการเรียนรูที่ 2 - ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกหัดพัฒนา การเรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 15) การตอบคำถามลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน - ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุดประจำตัว นักเรียน - สมุดประจำตัวนักเรียน - รอยละ 60 ผานเกณฑ 16) การทำสำรวจสัตวที่พบ เจอในทองถิ่นของนักเรียน - ตรวจสอบผลการทำสำรวจ สัตวที่พบเจอในทองถิ่น ของนักเรียน - สมุดประจำตัวนักเรียน - รอยละ 60 ผานเกณฑ 17) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะการคิด - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนา ทักษะ การคิด - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 10) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 11) การสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 - ตรวจสอบผลการสรุป สาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2 แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 4 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 1.2 ป.3/3 สรางแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรของสัตวและเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตวบางชนิดได ว 1.2 ป.3/4 ตระหนักถึงคุณคาของชีวิตสัตวโดยไมทำใหวัฏจักรของสัตวเปลี่ยนแปลง 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายวัฏจักรชีวิตของสัตวได(K) 2) เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตวบางชนิดได(P) 3) ใฝเรียนรูและรับผิดชอบงานที่ไดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น สัตวเมื่อเปนตัวเต็มวัยจะสืบพันธุมีลูก เมื่อ ลูกเจริญเติบโตเปนตัวเต็มวัยก็สืบพันธุมีลูก ตอไปไดอีก หมุนเวียนตอเนื่องเปนวัฏจักรชีวิต ของสัตวซึ่งสัตวแตละชนิด เชน ผีเสื้อ กบ ไก มนุษยจะมีวัฏจักรชีวิตที่เฉพาะและแตกตางกัน 4. สาระสำคัญ สัตวเปนสิ่งมีชีวิตที่สามารถเจริญเติบโต สืบพันธุ และออกลูกออกหลานได เพื่อดำรงเผาพันธุใหอยูตอไป เมื่อลูกสัตว ออกมาหรือฟกออกจากไข จะเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตจนเปนตัวเต็มวัย แลวสามารถสืบพันธุออกลูกหลานได ซึ่งจะเกิด การหมุนเวียนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เรียกวา วัฏจักรชีวิตของสัตว 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นกระตุนความสนใจ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 2 ชีวิตของมนุษยและสัตว เรื่อง วัฏจักรชีวิตของสัตว คาบ 1
1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ 2. ครูใหนักเรียนดูวัฏจักรชีวิตของผีเสื้อจากวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=ocWgSgMGxOc 3. ครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยใชคำถาม ดังนี้ •จากวิดีโอที่นักเรียนไดดูนักเรียนไดรูอะไรบาง (แนวคำตอบ การเปลี่ยนแปลงของหนอนที่กลายเปนผีเสื้อ) •นักเรียนคิดวา สัตวทุกชนิดมีการเปลี่ยนแปลงเชนเดียวกับผีเสื้อหรือไม (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน) 4. ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 38 จากนั้นครูถามคำถาม แลวใหนักเรียน ชวยกันตอบ ดังนี้ •นักเรียนรูหรือไมวา สัตวในภาพคือสัตวชนิดใด (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน) •เมื่อโตเต็มที่แลว จะมีรูปรางเหมือนหรือแตกตางจากตอนเปนตัวออนอยางไร (แนวคำตอบ เมื่อโตเต็มวัย รูปรางจะคลายเดิม แตจะตัวโตกวาเดิม) •สัตวในภาพมีวัฏจักรชีวิตหรือไมอยางไร (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับดุลย-พินิจของครูผูสอน) 1. ครูใหนักเรียนศึกษาคำศัพทในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 38 จากนั้นสุมนักเรียนออกมา นำเสนอคำศัพทหนาชั้นเรียน 2. ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 38 จากนั้นครูตั้งคำถามวา • สัตวแตละชนิดมีการเจริญเติบโตจนเปนตัวเต็มวัยไดอยางไร (แนวคำตอบ สัตวมีการเจริญเติบโตตั้งแตแรกเกิดจนมีการเจริญเติบโตและพัฒนาไปเปนระยะตัวเต็มวัย แลวสามารถสืบพันธุ และใหกำเนิดไขหรือตัวออนใหมได) ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุมชวยกันทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 39 2. นักเรียนและครูชวยกันอภิปรายผลจากการทำกิจกรรมวา “วัฏจักรของสัตวเปนการเปลี่ยนแปลงรูปราง ขนาด และมีการ เจริญเติบโตที่จะเกิดหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ สามารถแบงวัฏจักรของสัตวตามลักษณะการออกลูกไดเปน 2 แบบ คือ สัตวที่ออกลูก เปนไขและสัตวที่ออกลูกเปนตัว” 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกลูกของสัตวมี2 แบบ คือ สัตวออกลูกเปนไขและสัตวที่ออกลูกเปนตัว ตัวอยาง 1) สัตวออกลูกเปนไข - นกกระจอกเทศ - เพนกวิน - จระเข 2) สัตวออกลูกเปนตัว - จิงโจ - โลมา
- กอริลลา 4. ครูใหนักเรียนจับคูสัตวที่ออกลูกเปนตัวและสัตวที่ออกลูกเปนไข ใหถูกตองลงในใบงานที่2.3 เรื่อง การออกลูกของสัตว ขั้นอธิบายความรู 1. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายเกี่ยวกับเรื่อง วัฏจักรของสัตวที่ออกลูกเปนไขและวัฏจักรชีวิตของสัตวที่ออกลูก เปน ตัว ดังนี้ 1.1 วัฏจักรของสัตวที่ออกลูกเปนไข เมื่อสัตวตัวเมียออกไขตัวออนจะฟกออกจากไขแลวเจริญเติบโตเปนตัวเต็มวัย สัตวกลุมนี้สามารถแบงวัฏจักรชีวิตออกเปน 2 แบบ ดังนี้ 1) สัตวที่ออกลูกเปนไขที่มีวัฏจักรชีวิต 3 ระยะ กลุมที่1 เมื่อลูกสัตวฟกออกจากไขแลวจะมีลักษณะคลายกับพอแม เชน ไกจิ้งจก งูแมลงสาบ กลุมที่2 เมื่อลูกสัตวฟกออกจากไขแลว ตัวออน จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปรางจนถึงตัวเต็มวัยจึงจะมีลักษณะ เหมือนพอแม เชน กบ 2) สัตวที่ออกลูกเปนไขที่มีวัฏจักรชีวิต 4 ระยะ เชน ผีเสื้อ แมลงเตาทอง ยุง หิ่งหอย สัตวกลุมนี้เมื่อฟกออกจากไขแลวตัวออนจะมีการเปลี่ยนแปลงจนเมื่อถึงตัวเต็มวัยจะมี ลักษณะเหมือนพอแม 1.2 วัฏจักรของสัตวที่ออกลูกเปนตัว หลังจากการปฏิสนธิแลวสัตวตัวเมียจะตั้งทอง และเมื่อถึงเวลาก็จะออกลูกเปนตัวออนที่มีลักษณะคลายพอแมแตมีขนาดเล็ก กวา อวัยวะตาง ๆ ยังไมเจริญเติบโตเต็มที่ ระหวางที่ตัวออนพัฒนาไปเปนตัวเต็มวัยจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแปลงรูปรางไมมาก นัก สัตวชนิดนี้มีวัฏจักรเปน 2 ระยะ สัตวที่ออกลูกเปนตัว ไดแกสุนัข แมว มา ชาง โลมา ปลาหางนกยูง ปลาสอด แมวน้ำ คน 2. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 1 ศึกษาวัฏจักรชีวิตสัตว 1) แบงกลุม แลวรับบัตรภาพวัฏจักรชีวิตของสัตวแตละชนิด จากครูกลุมละ 1 ชนิด 2) สังเกตลักษณะของสัตวแตละชนิดในแตละระยะ และบันทึกผลลงในตาราง 3) รวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสังเกต จากนั้นชวยกันจัดเรียงลำดับขั้นวัฏจักรชีวิตของสัตวแตละชนิด 4) จัดทำแผนผังหรือแผนภาพ วัฏจักรชีวิตของสัตวในระยะตาง ๆ ลงกระดาษแข็ง เพื่อนำเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน และ รวมกันอภิปราย 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายผลวา จากการทำกิจกรรม พบวา วัฏจักรชีวิตของสัตวแตละชนิดแตกตางกัน คือ 1) สัตวที่ออกลูกเปนไข มีวัฏจักรชีวิต 3 ระยะ คือ แมลงสาบ และกบ 2) สัตวที่ออกลูกเปนไข มีวัฏจักรชีวิต 4 ระยะ คือ ผีเสื้อ 3) สัตวที่ออกลูกเปนตัว วัฏจักรชีวิต 2 ระยะ คือ สุนัข 4. ครูใหนักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่2 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 46 5. ครูใหนักเรียนตอบคำถามลงในสมุดประจำตัวนักเรียน • วัฏจักรชีวิตคือ อะไร คาบ 2
(แนวคำตอบ การเปลี่ยนแปลงรูปราง ขนาด และมี การเจริญเติบโต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้จะหมุนเวียนอยาง ตอเนื่องไปเรื่อย ๆ เราเรียกวา วัฏจักรชีวิต) • ถามนุษยจับปลาในฤดูวางไขเปนจำนวนมาก จะมีผลตอ วัฏจักรชีวิตของปลาอยางไร (แนวคำตอบ หากจับปลาในฤดูวางไขจะทำใหปลาไมสามารถเจริญเติบโตไดและจำนวนของปลาลดลงและอาจสูญพันธุได) • ยกตัวอยางสัตวที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปรางของวัฏจักรชีวิตเหมือนตั๊กแตนมา 2 ชนิด พรอมเขียนวัฏจักรชีวิตของสัตว ชนิดนั้นประกอบ ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนดูภาพตัวอยาง ดังนี้ จากนั้นครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยใชคำถาม ดังนี้ • นักเรียนรูจักภาพอะไรบาง (แนวคำตอบ ลูกออด ลูกน้ำยุงลาย ไขกบ ไขไก) • เมื่อมันโตขึ้นจะมีลักษณะเหมือนเดิมหรือไม (แนวคำตอบ ไมเหมือน) 2. ครูแจกจิกซอววัฏจักรชีวิตของสัตวแตละชนิดใหนักเรียนกลุมละ 1 ชนิด โดยใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันตอจิกซอวให สมบูรณ ครูจับเวลาในการทำกิจกรรม 10 นาทีเมื่อหมดเวลา ใหนักเรียนแตละกลุมบอกชื่อของสัตววามีวัฏจักรชีวิตแบบใด 3. ใหนักเรียนแบงกลุม เพื่อทำกิจกรรมสรางแบบจำลองวัฏจักรชีวิตของสัตวนักเรียนแตละกลุมเลือกชนิดของสัตวที่สนใจมา 1 ชนิดโดยไมซ้ำกัน สืบคนขอมูลและรวบรวมขอในการสรางแบบจำลอง ครูแจกอุปกรณในการสรางแบบจำลอง ดังนี้ • ฟเจอรบอรด 1 แผน • ดินน้ำมัน (พิจารณาตามความเหมาะสม) • กระดาษสี 2 แผน • ปากกาเมจิก 2 ดาม • เทปกาว 1 มวน ครูคอยดูแลและใหคำแนะนำแกนักเรียนในการปฏิบัติกิจกรรม 4. นักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงานแบบจำลองวัฏจักรชีวิตของสัตวหนาชั้นเรียน 5. นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายจากการทำกิจกรรม โดยใชคำถาม ดังนี้ • สัตวชนิดใดบางที่มีลักษณะตัวออนแตกตางจากตัวเต็มวัย (แนวคำตอบ ผีเสื้อ ยุง เตาทอง) คาบ 3
• วัฏจักรของสัตวชนิดใดที่ออกลูกเปนตัว (แนวคำตอบ สุนัข แมว ชาง) • นักเรียนบอกประโยชนของวัฏจักรชีวิตของสัตว (แนวคำตอบ แมลงบางชนิดสามารถใชประโยชนระหวางการเจริญเติบโต เชน ผีเสื้อไหม) ขั้นขยายความเขาใจ 1.ครูตั้งคำถามเพื่อทบทวนความรูเดิมวา • วัฏจักรของสัตวสามารถแบงไดตามการออกลูกไดเปนกี่แบบ อะไรบาง (แนวคำตอบ 2 แบบ คือ สัตวที่ออกลูกเปนไขและสัตวที่ออกลูกเปนตัว) 2.ใหนักเรียนทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่2 ในหนังสือเรียนเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 47 3.นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่2 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 48 4.ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมโดยทำลงในสมุด โดยทำเครื่องหมาย ลงในชองที่ถูกตอง สัตว ลักษณะการออกลูก เปนตัว เปนไข 1. ปลากัด 2. เตา 3. สุนัข 4. ผีเสื้อ 5. ปลาทอง 6. นกพิราบ 7. กบ 8. นกแกว 9. วัว 10. แกะ คาบ 4
6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบกิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียน ชุด แมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) ใบงานที่ 2.3 เรื่อง การ ออกลูกของสัตว - ตรวจสอบใบงานที่ 2.3 เรื่อง การออกลูกของสัตว - ใบงานที่ 2.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร - ตรวจสอบกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร - หนังสือเรียนเรียน ชุด แมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 2 - ตรวจสอบผลการทำ แบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การตอบคำถามลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน - ตรวจสอบผลการ ตอบ คำถามลงในสมุดประจำตัว นักเรียน - สมุดประจำตัวนักเรียน - รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การทำกิจกรรมการ ตอ จิกซอววัฏจักรชีวิตของสัตว - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมการตอจิกซอววัฏ จักรชีวิตของสัตว - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การทำกิจกรรมสราง แบบจำลองวัฏจักรชีวิตของ สัตว - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรม สรางแบบจำลองวัฏจักร ชีวิตของสัตว - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผานเกณฑ 8) การทำกิจกรรมสรุป สาระสำคัญประจำเรื่อง ที่ 2 - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 9) การทำกิจกรรมพัฒนาการ คิดประจำเรื่องที่ 2 - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาการคิด ประจำเรื่องที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 10) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3
7.2 แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 5 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 1.2 ป.3/4 ตระหนักถึงคุณคาของชีวิตสัตว โดยไมทำใหวัฏจักรของสัตวเปลี่ยนแปลง 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายวัฏจักรชีวิตของสัตวได(K) 2) เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตวบางชนิดได(P) 3) ตระหนักถึงคุณคาของชีวิตสัตว โดยไมทำใหวัฏจักรชีวิตของสัตวเปลี่ยนแปลงได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น สัตวเมื่อเปนตัวเต็มวัยจะสืบพันธุมีลูก เมื่อ ลูกเจริญเติบโตเปนตัวเต็มวัยก็สืบพันธุมีลูก ตอไปไดอีก หมุนเวียนตอเนื่องเปนวัฏจักรชีวิต ของสัตว ซึ่งสัตวแตละชนิด เชน ผีเสื้อ กบ ไก มนุษย จะมีวัฏจักรชีวิตที่เฉพาะและแตกตางกัน 4. สาระสำคัญ แนวทางในการดูแลวัฏจักรของสัตว คือ การตองชวยกันอนุรักษสัตวตาง ๆ ไมใหลดจำนวนลงหรือสูญพันธุไป โดยการ ไมลาสัตวหรือจับสัตวน้ำในฤดูผสมพันธุและวางไข ไมตัดไมทำลายปา 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นกระตุนความสนใจ 1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 2 ชีวิตของมนุษยและสัตว เรื่อง การดูแลรักษาวัฏจักรของสัตว คาบ 1-2
2. ครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยใชคำถาม ดังนี้ นักเรียนคิดวา เมื่อเราเรียนเรื่องวัฏจักรของสัตวแลวสามารถนำความรูมาใชประโยชนในดานใดไดบาง (แนวคำตอบ ดานเกษตรกรรม และการดูแลรักษาสิ่งแวดลอม) 3. ครูตั้งคำถามวา นักเรียนคิดอยางไรกับคำวา “หามจับปลาในฤดูวางไข” (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับดุลยพินิจของครูผูสอน) ขั้นสำรวจคนหา 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน และมีความสามารถคละกัน คือ เกง ปานกลาง (คอนขางเกง) ปานกลาง (คอนขางออน) และออน 2. โดยใหสมาชิกทุกคนในกลุมชวยกันทำกิจกรรมหาประโยชนที่มนุษยจะไดรับจากการทำใหวัฏจักรของสัตวหมุนเวียน ตอไป แลวจัดทำเปนแผนภาพ แผนผังความคิด ตกแตงใหสวยงาม จากนั้นนำเสนอหนาชั้นเรียน 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายวา มนุษยสามารถนำความรูเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของสัตวมาใชประโยชนได มากมายทั้งดานการเกษตร ดานอุตสาหกรรม และดานการรักษาสิ่งแวดลอม ขั้นอธิบายความรู 1. ใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการดูแลวัฏจักรชีวิตของสัตวเมื่อนักเรียนไดขอมูลมาแลว ใหแตละกลุมแสดง บทบาทสมมติในการดูแลวัฏจักรชีวิตของสัตวครูจับเวลาใน การทำกิจกรรม กลุมละ 5 นาทีครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามใน เรื่องที่สงสัย 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการดูแลใหวัฏจักรชีวิตของสัตวดำเนินตอไปวา แนวทางในการปฏิบัติมีดังนี้ 1)ไมลาสัตวหรือจับสัตวน้ำในฤดูผสมพันธุและวางไข 2)ไมตัดไมทำลายปา ทำใหสัตวตาง ๆ ไมมีที่อยูอาศัยเนื่องจากแหลงที่อยูอาศัยถูกทำลาย 3)หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำใหดิน ซึ่งเปนที่อยูอาศัยของสัตวเสื่อมสภาพ เชน การทิ้งขยะหรือฝงขยะอันตรายลงดิน การเผาทำลายหนาดินหรือการใชยา ฆาแมลงฉีดพนตนพืช 4)อนุรักษทรัพยากรน้ำใหมีคุณภาพที่ดีตอการดำรงชีวิตของสัตวน้ำ 5)หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่สงผลสภาพอากาศ เชน การปลอยควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือรถยนตการเผา ขยะ ขั้นขยายความเขาใจ 1. นักเรียนอานเรื่องที่กำหนด ใหแลวตอบคำถามในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 49 2. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่21 โดยใหนักเรียนแบงกลุมแลวปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1)วางแผนการเลี้ยงกบ ควรเลือกวัฏจักรชีวิตกบระยะใดมาเริ่มเลี้ยง เพราะอะไร 2)หากเกิดปญหากบตายในระยะใดระยะหนึ่ง จะแกปญหาอยางไร 3)นำเสนอแนวทางการแกปญหาหนาชั้นเรียน คาบ 3-4
3. ใหนักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวย การเรียนรูที่2 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 50 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) แบบทดสอบหลังเรียนหนวย การเรียนรูที่ 2 เรียนรูชีวิต ของมนุษยและสัตว -ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 เรียนรูชีวิตของมนุษย และสัตว -แบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 - ประเมินตามสภาพ จริง 2) การทำกิจกรรมประโยชนที่ มนุษยจะไดรับจากการทำ ใหวัฏจักรของสัตวหมุนเวียน ตอไป -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมประโยชนที่มนุษย จะไดรับจากการทำใหวัฏ จักรของสัตวหมุนเวียน ตอไป -แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การสืบคนขอมูลเกี่ยวกับการ ดูแลวัฏจักรชีวิต ของสัตว -ตรวจสอบผลการสืบคน ขอมูลเกี่ยวกับการดูแลวัฏ จักรชีวิตของสัตว - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การตอบคำถามในหนังสือชุด แมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 49 -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 49 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะ แหงศตวรรษที่ 21 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ แหงศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ตาม ตัวชี้วัด ประจำหนวย การ เรียนรูที่ 2 -ตรวจสอบผลแบบวัด ผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวยการเรียนรู ที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู - หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3
7.2 แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 6 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 ป.3/1 อธิบายวาวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นสวนยอย ซึ่งสามารถแยกออกจากกันไดและประกอบกันเปนวัตถุชิ้นใหม ได โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายวัตถุที่ประกอบขึ้นจากชิ้นสวนยอย ๆ ได (K) 2) สามารถแยกสวนประกอบของวัตถุออกจากกันและประกอบเปนชิ้นใหมได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู อยากรูอยากเห็น (A) 4) สามารถนำความรูการประกอบชิ้นสวนของวัตถุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น วัตถุอาจทำจากชิ้นสวนยอย ๆ ซึ่งแตละ ชิ้นมีลักษณะเหมือนกันมาประกอบเขาดวยกัน เมื่อแยกชิ้น สวนยอย ๆ แตละชิ้นของวัตถุ ออกจากกัน สามารถนำชิ้นสวนเหลานั้นมา ประกอบเปนวัตถุชิ้นใหมไดเชน กำแพงบานมี กอนอิฐหลาย ๆ กอนประกอบเขาดวยกัน และ สามารถนำกอนอิฐจากกำแพงบานมาประกอบ เปนพื้นทางเดินได 4. สาระสำคัญ วัตถุรอบตัวเราบางอยางอาจทำมาจากวัสดุชิ้นเดียว แตบางอยางอาจทำมาจากวัสดุหลายชนิดประกอบกัน หากนำวัตถุ มาแยกชิ้นสวนยอยที่เปนวัสดุชนิดตาง ๆ ออกจากกัน จะสามารถนำวัสดุเหลานั้นมาประกอบเขาดวยกัน เพื่อสรางเปนวัตถุ ชิ้นใหมได ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุในชีวิตประจำวัน เรื่อง การประกอบวัตถุชิ้นใหมจากชิ้นสวนยอย
5. กระบวนการเรียนรู ขั้นกระตุนความสนใจ 1. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่3 วัสดุนารูแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ขอ 2. ครูกระตุนความสนใจนักเรียน โดยครูนำภาพตัวอยางสิ่งประดิษฐมาใหนักเรียนดูจากนั้นครูตั้งคำถาม ดังนี้ •จากภาพทั้ง 2 คือภาพอะไร (แนวคำตอบ นกและกลองใสของ) •นักเรียนคิดวา นกและกลองประดิษฐมาจากอะไร (แนวคำตอบ กระดาษ) •นอกจากกระดาษแลว นกและกลอง สามารถประดิษฐไดจากอะไรไดบาง (แนวคำตอบ ไมพลาสติก ดิน) 3. ครูนำภาพรมแบบตาง ๆ มาใหนักเรียนดูจากนั้นใหนักเรียนรวมกันตอบคำถามจากแนวคำถาม ดังนี้ •นักเรียนเคยเห็นรมตามหมายเลขใดบาง (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน) •รมแตละหมายเลขทำมาจากอะไร (แนวคำตอบ หมายเลข 1 ผา พลาสติก หมายเลข 2 ผา ไม หมายเลข 3 ผา ไม หมายเลข 4 ผา พลาสติก) •รมแตละหมายเลขมีประโยชนอยางไร (แนวคำตอบ มีประโยชนในการกันแดด กันฝน) 4. ใหนักเรียนในหองรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นกัน อยางอิสระโดยไมมีการเฉลยวาถูกหรือผิด 5. ใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 54 จากนั้นครูถามคำถาม แลวให นักเรียนชวยกันตอบดังนี้ •นักเรียนคิดวา หากเรายังไมเปาเทียนใหดับ เทียนไขจะเปลี่ยนแปลงอยางไร (แนวคำตอบ เทียนจะละลาย) •นักเรียนพบเห็นการเปลี่ยนแปลงของวัสดุที่เกิดจากความรอนอยางไรบาง (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบ ของนักเรียน) คาบ 1-2
6. ครูนำบล็อกไมใหนักเรียนตอเปนรูปรางตาง ๆ จากนั้น ถามคำถามวา •นักเรียนตอบล็อกไมเปนรูปอะไรกันบาง (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน) •เราสามารถเปลี่ยนบล็อกไมเปนรูปรางใดไดบาง (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน) 7. ครูใหนักเรียนดูภาพจากบัตรคำ แลวลองทายสวนประกอบของชิ้นสวนยอยที่ประกอบเปนวัตถุขึ้น 8. ครูใหนักเรียนศึกษาคำศัพทในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 55 จากนั้นสุมนักเรียน ออกมานำเสนอคำศัพทหนาชั้นเรียน 9. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 56 ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม จากนั้น 1) รวมกันวางแผน ออกแบบ และสรางวัตถุชิ้นใหมมา 1 ชิ้น โดยเลือกใชชิ้นสวนยอยจากสิ่งของ 3 ชิ้น นั้น มาประกอบกัน แลวบันทึกผล 2) นำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดในการสรางผลงานกับเพื่อนกลุมอื่น 2. ครูตั้งคำถามวา •เมื่อแยกชิ้นสวนยอยของตุกตาผาออกจากกัน นักเรียนสามารถนำชิ้นสวนยอยตาง ๆ มาประกอบเปนวัตถุชิ้นใหมได หรือไมอะไรบาง (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน) •นักเรียนจะเลือกวัตถุที่ทำมาจากวัสดุชิ้นเดียวหรือทำมาจากวัสดุหลายชิ้น เพื่อมาประกอบเปนวัตถุชิ้นใหม เพราะ อะไร (แนวคำตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน) 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายวา วัตถุแตละอยางอาจทำมาจากชิ้นสวนยอย ๆ หลายชิ้น ซึ่งชิ้นสวนยอยแตละ ชิ้นอาจมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกตางกัน จากนั้นจึงนำมาประกอบเขาดวยกันเปนวัตถุหากเราแยกชิ้นสวนยอยแตละชิ้น ของวัตถุออกจากกัน จะสามารถนำชิ้นสวนยอยตาง ๆ เหลานั้นกลับมาประกอบเปนวัตถุชิ้นใหมแลวนำไปใชประโยชนได ขั้นอธิบายความรู 1. ครูใหนักเรียนดูภาพตัวอยาง การประกอบวัตถุชิ้นใหมจาก ชิ้นสวนยอย คาบ 3-4 แยกชิ้นสวนยอย นำอิฐมาประกอบเปน ตัวบาน
ซุมประตู 2. ยกตัวอยาง การประกอบวัตถุชิ้นใหมจากชิ้นสวนยอย ที่นักเรียนพบเจอในชีวิตประจำวัน ทำลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูภาพ แลวตอบคำถามลงในสมุดประจำตัวนักเรียน ชิ้นสวนยอยที่ถูกแยกออกมาจากเสื้อและกางเกง มีดังนี้ 1) เราสามารถนำชิ้นสวนยอยดังกลาวมาประกอบเปนวัตถุชิ้นใหม อะไรไดบาง 2) หากตองการสรางวัตถุชิ้นใหม เราจะเลือกใชชิ้นสวนใดบางในการ ทำวัตถุนั้น เพราะเหตุใด 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม -สังเกตจากการตอบคำถาม และแสดง ความคิดเห็น -แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 1) การทำกิจกรรมการ ตอบ คำถามจากบัตรคำ -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมการตอบคำถาม จากบัตรคำ - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ แยกชิ้นสวนยอย นำแผนไมมาประกอบเปนวัตถุชิ้นใหม กำแพง ฝาบาน
รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 4) การทำกิจกรรมการ ประดิษฐชิ้นงานจาก ชิ้น สวนยอย -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมการประดิษฐ ชิ้นงานจากชิ้นสวนยอย - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) กิจกรรมสรางสรรคผลงาน - ตรวจสอบการทำกิจกรรม สรางสรรคผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การทำแบบฝกหัด พัฒนาการเรียนรูที่ 1 - ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกหัดพัฒนา การ เรียนรูที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) แบบทดสอบกอนเรียนหนวยการเรียนรูที่ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุนารู 3) บัตรภาพ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 7 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 ป.3/1 อธิบายวาวัตถุประกอบขึ้นจากชิ้นสวนยอย ซึ่งสามารถแยกออกจากกันไดและประกอบกันเปนวัตถุชิ้นใหม ได โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายวัตถุที่ประกอบขึ้นจากชิ้นสวนยอย ๆ ได (K) 2) สามารถแยกสวนประกอบของวัตถุออกจากกันและประกอบเปนชิ้นใหมได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู อยากรูอยากเห็น (A) 4) สามารถนำความรูการประกอบชิ้นสวนของวัตถุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น วัตถุอาจทำจากชิ้นสวนยอย ๆ ซึ่งแตละ ชิ้นมีลักษณะเหมือนกันมาประกอบเขาดวยกัน เมื่อแยกชิ้น สวนยอย ๆ แตละชิ้นของวัตถุ ออกจากกัน สามารถนำชิ้นสวนเหลานั้นมา ประกอบเปนวัตถุชิ้นใหมไดเชน กำแพงบานมี กอนอิฐหลาย ๆ กอนประกอบเขาดวยกัน และ สามารถนำกอนอิฐจากกำแพงบานมาประกอบ เปนพื้นทางเดินได 4. สาระสำคัญ วัตถุรอบตัวเราบางอยางอาจทำมาจากวัสดุชิ้นเดียว แตบางอยางอาจทำมาจากวัสดุหลายชนิดประกอบกัน หากนำวัตถุ มาแยกชิ้นสวนยอยที่เปนวัสดุชนิดตาง ๆ ออกจากกัน จะสามารถนำวัสดุเหลานั้นมาประกอบเขาดวยกัน เพื่อสรางเปนวัตถุ ชิ้นใหมได ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุในชีวิตประจำวัน เรื่อง การประกอบวัตถุชิ้นใหมจากชิ้นสวนยอย
กำแพงอิฐ ทำจากอิฐหลาย ๆ กอนประกอบ เขาดวยกัน เมื่อแยกอิฐจาก กำแพงบานแลว ยังสามารถนำมา ประกอบเปนพื้นทางเดินได 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นขยายความเขาใจ 1.ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 57 เรื่อง การประกอบวัตถุจากชิ้นสวนยอย 1)ตัดกระดาษสีใหมีขนาดและรูปทรงตามที่กำหนด 2)ออกแบบและวางกระดาษที่ถูกตัดตามขอ 1 มาประกอบใหเปนรูปแบบตาง ๆ จำนวน 2 รูปแบบ แลววาดลง ในกรอบ 2.นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายวา เมื่อตัดกระดาษรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสออกมาเปนรูปรางตาง ๆ เราสามารถ นำมาสรางและประกอบเปนรูปรางใหมไดหลายแบบ 3.ใหนักเรียนทำกิจกรรมสรางสรรคผลงาน โดยจับคูกับเพื่อน จากนั้นสำรวจสิ่งของในชีวิตประจำวันที่ประกอบขึ้นจาก ชิ้นสวนยอยแลวเลือกสิ่งของ 1 ชิ้น มาแยกชิ้นสวน จากนั้นนำชิ้นสวนยอย ไปประกอบเปนวัตถุใหมแลวนำเสนอผลงานหนาชั้น เรียนตามหัวขอ ดังนี้ 1)ระบุชิ้นสวนยอยจากสิ่งของที่เลือกมา 2)บรรยายวิธีการนำชิ้นสวนเหลานั้นมาประกอบกันเปนวัตถุชิ้นใหม 3)บอกการนำวัตถุชิ้นใหมไปใชประโยชน 4.ครูยกตัวอยางเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุบางชนิดที่ทำจากชิ้นสวน ยอย ๆ ประกอบเขาดวยกัน โดยใชบัตรภาพ ดังนี้ ขั้นสำรวจคนหา 1.ครูตั้งคำถาม ถามนักเรียนวา คาบ 1-2 คาบ 3-4 4.1 โซจักรยาน ทำจากชิ้นสวนยอย ๆ ที่มี ลักษณะเหมือนกันมาประกอบ เขาดวยกัน สรอยขอมือ ทำจากลูกปดลูกเล็กหลาย ๆ ลูก มาประกอบเขาดวยกัน 4.2 4.3
•วัสดุหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ ของที่มีอายุการใชในระยะเวลาสั้น ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได) •วัตถุหมายถึงอะไร (แนวคำตอบ สิ่งของที่ทำมาจากวัสดุชนิดตาง ๆ มาประกอบเขาดวยกันทำใหสามารถ นำมาใชประโยชนได) 2.ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดพัฒนาการเรียนรูที่1 โดยติดภาพวัตถุหรือสิ่งของใกลตัว และเขียนชื่อสิ่งของพรอมทั้ง บอกสวนประกอบยอย ๆ ของวัตถุหรือสิ่งของนั้น ขั้นสรุป นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับเรื่อง การประกอบวัตถุชิ้นใหมจากชิ้นสวนยอยวา วัตถุบางชนิดอาจทำมาจากชิ้นสวนยอย ๆ หลายสวนประกอบกัน ซึ่งอาจมีลักษณะเหมือนกันหรือแตกตางกัน หากเรานำวัตถุมาแยกชิ้นสวนยอยแตละชิ้นออกจากกันแลว อาจนำไป ประกอบเปนวัตถุชิ้นใหมที่ตางจากเดิมได และถาทำการแยกชิ้นสวนของวัตถุออกจากกันอีกครั้ง ก็อาจนำไปประกอบเปนวัตถุอื่น ๆ ไดอีก 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม -สังเกตจากการตอบคำถาม และแสดง ความคิดเห็น -แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำกิจกรรมการ ตอบ คำถามจากบัตรคำ -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมการตอบคำถาม จากบัตรคำ - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำกิจกรรมการ ประดิษฐชิ้นงานจาก ชิ้น สวนยอย -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมการประดิษฐ ชิ้นงานจากชิ้นสวนยอย - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการ ทาง วิทยาศาสตร - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) กิจกรรมสรางสรรคผลงาน - ตรวจสอบการทำกิจกรรม สรางสรรคผลงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การทำแบบฝกหัด พัฒนาการเรียนรูที่ 1 - ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกหัดพัฒนา การ เรียนรูที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 8) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) แบบทดสอบกอนเรียนหนวยการเรียนรูที่ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุนารู 3) บัตรภาพ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 8 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 ป.3/2 อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลง โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (K) 2) เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของวัสดุประเภทตาง ๆ เมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (P) 3) สามารถนำความรูการเปลี่ยนแปลงของวัสดุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น เมื่อใหความรอนหรือทำใหวัสดุรอนขึ้น และเมื่อลดความรอนหรือทำใหวัสดุเย็นลง วัสดุ จะเกิด การเปลี่ยนแปลงได เชน สี เปลี่ยน รูปรางเปลี่ยน 4. สาระสำคัญ เมื่อใหความรอนกับวัตถุบางอยาง วัตถุจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เชน ถาทำใหเนยรอนขึ้น เนยจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปน ของเหลว หรือถาทำใหน้ำเย็นลงมาก ๆ น้ำจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปนของแข็ง 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นขยายความเขาใจ 1.ครูกลาวทักทายนักเรียน และแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุในชีวิตประจำวัน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ(1) คาบ 1-2
2.ครูตั้งคำถามวา เมื่อทำใหวัตถุรอนขึ้นหรือเย็นลง วัตถุจะเกิด การเปลี่ยนแปลงอยางไร(แนวคำตอบ เมื่อทำใหวัตถุ รอนขึ้นหรือเย็นลง วัตถุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปราง) 3.ครูเปดบัตรภาพใหนักเรียนสังเกตภาพวาวัตถุนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยางไร (แนวคำตอบ กระปองน้ำอดลมมีการเปลี่ยนแปลง คือ รูปรางกระปองน้ำอัดลมยุบ) (แนวคำตอบ ไกมีการเปลี่ยนแปลง คือ ไกสุกและมีสีที่เขมขึ้น) 4.นักเรียนและครูรวมกันสรุปผลจากกิจกรรมที่ไดทำ ดังนี้เมื่อเราออกแรงกระทำตอวัสดุวัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลง รูปรางได ถาเราใหความรอนหรือทำใหเย็นลง วัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปราง สีหรือลักษณะภายนอกอื่น ๆ ไดเหมือนกัน 5.ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 61 ขั้นสำรวจคนหา 1. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่2 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 62 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ 2. นักเรียนและครูรวมกันสรุปผลการทำกิจกรรมวา วัสดุที่เปลี่ยนแปลงรูปราง เมื่อทำใหรอนขึ้นดวยน้ำรอน ไดแก ช็อกโกแลตและดินน้ำมัน มีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ช็อกโกแลตละลายเปนของเหลวสีน้ำตาล ดินน้ำมันนิ่มลง เมื่อใหความเย็นจะ กลับมาแข็งเหมือนเดิม วัสดุที่ไมเปลี่ยนแปลงรูปราง เมื่อทำใหรอนขึ้นดวยน้ำรอน ไดแก เหรียญบาท 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำกิจกรรมวา นอกจากวัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไดเมื่อมีแรงมากระทำแลว วัสดุ ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปรางเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง ขั้นอธิบายความรู 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ วาวัสดุตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเรา เมื่อถูกกระทำ เชน บีบ ทุบ ดึง ดัด เปา จะทำใหวัสดุมีการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือเปลี่ยนแปลงรูปรางดังนี้ 1.1 การบีบ การทำใหวัสดุหดหรือลดขนาด เชน บิดผา บีบฟองน้ำ 1.2 การบิด คือ การทำใหวัสดุ บิดเบี้ยว เชน บิดผา บิดลวด 1.3 การทุบ คือ การทำใหวัสดุแตกหรือยุบดวยแรงกระแทก เชน ทุบกระปอง ทุบกะลามะพราว 1.4 การดัด คือ การทำใหวัสดุโคงงอไดตามตองการ เชน ดัดเหล็กประตูหนาตาง คาบ 3-4
1.5 การดึง คือ การทำใหวัสดุยืดขยายขึ้น เชน การดึงยาง รัดของ 1.6 การทำใหรอนขึ้น หรือทำใหเย็นลงจะทำใหลักษณะและรูปรางของวัสดุเปลี่ยนแปลงไป เชน การทอดไขการทำ น้ำแข็ง 2. ครูใหนักเรียนดูบัตรคำตอไปนี้ และใหจับคูกับบัตรภาพที่นักเรียนคิดวาเปนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุนั้น บัตรภาพ บัตรคำ การทำใหรอนขึ้น การบีบ การบิด การดัด การทุบ 3. นักเรียนสำรวจวัสดุแถวบานของตนเองที่มีการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อถูกทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง 4. นักเรียนออกมานำเสนอผลการสำรวจวัสดุแถวบานของตนเองที่มีการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อถูกทำใหรอนขึ้นหรือ เย็นลง ขั้นขยายความเขาใจ 1. นักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 66 โดย ใหนักเรียนวาดภาพและตอบ
2. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยครูใชบัตรภาพไอศกรีม และเนื้อทอด ในการอธิบายเพิ่มเติม จากนั้นครูตั้งคำถามเพื่อใหนักเรียนไดเกิดกระบวนการคิด โดยมีแนวคำถาม ดังนี้ • จากภาพเปนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุแบบใด (แนวคำตอบ ไอศกรีม เปนการใหความเย็น สวนเนื้อทอด เปนการใหความรอน) 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำแบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ
7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 3) บัตรคำ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)
สัปดาหที่ 9 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 ป.3/2 อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลง โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (K) 2) เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของวัสดุประเภทตาง ๆ เมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (P) 3) สามารถนำความรูการเปลี่ยนแปลงของวัสดุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น เมื่อใหความรอนหรือทำใหวัสดุรอนขึ้น และเมื่อลดความรอนหรือทำใหวัสดุเย็นลง วัสดุ จะเกิด การเปลี่ยนแปลงได เชน สี เปลี่ยน รูปรางเปลี่ยน 4. สาระสำคัญ เมื่อใหความรอนกับวัตถุบางอยาง วัตถุจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เชน ถาทำใหเนยรอนขึ้น เนยจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปน ของเหลว หรือถาทำใหน้ำเย็นลงมาก ๆ น้ำจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปนของแข็ง 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นขยายความเขาใจ 1.ครูกลาวทักทายนักเรียน และแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุในชีวิตประจำวัน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ(2) คาบ 1-2
2.ครูตั้งคำถามวา เมื่อทำใหวัตถุรอนขึ้นหรือเย็นลง วัตถุจะเกิด การเปลี่ยนแปลงอยางไร(แนวคำตอบ เมื่อทำใหวัตถุ รอนขึ้นหรือเย็นลง วัตถุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปราง) 3.ครูเปดบัตรภาพใหนักเรียนสังเกตภาพวาวัตถุนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยางไร 4.นักเรียนและครูรวมกันสรุปผลจากกิจกรรมที่ไดทำ ดังนี้เมื่อเราออกแรงกระทำตอวัสดุวัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลง รูปรางได ถาเราใหความรอนหรือทำใหเย็นลง วัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปราง สีหรือลักษณะภายนอกอื่น ๆ ไดเหมือนกัน 5.ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 61 ขั้นสำรวจคนหา 1. นักเรียนและครูรวมกันสรุปผลการทำกิจกรรมวา วัสดุที่เปลี่ยนแปลงรูปราง เมื่อทำใหรอนขึ้นดวยน้ำรอน ไดแก ช็อกโกแลตและดินน้ำมัน มีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ช็อกโกแลตละลายเปนของเหลวสีน้ำตาล ดินน้ำมันนิ่มลง เมื่อใหความเย็นจะ กลับมาแข็งเหมือนเดิม วัสดุที่ไมเปลี่ยนแปลงรูปราง เมื่อทำใหรอนขึ้นดวยน้ำรอน ไดแก เหรียญบาท 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำกิจกรรมวา นอกจากวัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไดเมื่อมีแรงมากระทำแลว วัสดุ ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปรางเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง ขั้นอธิบายความรู 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ วาวัสดุตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเรา เมื่อถูกกระทำ เชน บีบ ทุบ ดึง ดัด เปา จะทำใหวัสดุมีการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือเปลี่ยนแปลงรูปรางดังนี้ 1.1 การบีบ การทำใหวัสดุหดหรือลดขนาด เชน บิดผา บีบฟองน้ำ 1.2 การบิด คือ การทำใหวัสดุ บิดเบี้ยว เชน บิดผา บิดลวด 1.3 การทุบ คือ การทำใหวัสดุแตกหรือยุบดวยแรงกระแทก เชน ทุบกระปอง ทุบกะลามะพราว 1.4 การดัด คือ การทำใหวัสดุโคงงอไดตามตองการ เชน ดัดเหล็กประตูหนาตาง 1.5 การดึง คือ การทำใหวัสดุยืดขยายขึ้น เชน การดึงยาง รัดของ คาบ 3-4