The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อาภาภรณ์ โกลิบุตร, 2023-05-31 04:13:48

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม1

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ป.3 เทอม1

1.6 การทำใหรอนขึ้น หรือทำใหเย็นลงจะทำใหลักษณะและรูปรางของวัสดุเปลี่ยนแปลงไป เชน การทอดไขการทำ น้ำแข็ง 2. ครูใหนักเรียนดูบัตรคำตอไปนี้ และใหจับคูกับบัตรภาพที่นักเรียนคิดวาเปนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุนั้น บัตรภาพ บัตรคำ การทำใหรอนขึ้น การบีบ การบิด การดัด การทุบ 3. นักเรียนสำรวจวัสดุแถวบานของตนเองที่มีการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อถูกทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง 4. นักเรียนออกมานำเสนอผลการสำรวจวัสดุแถวบานของตนเองที่มีการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อถูกทำใหรอนขึ้นหรือ เย็นลง ขั้นขยายความเขาใจ ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุโดยครูใชบัตรภาพไอศกรีมและเนื้อทอด ในการอธิบายเพิ่มเติม จากนั้นครูตั้งคำถามเพื่อใหนักเรียนไดเกิดกระบวนการคิด โดยมีแนวคำถาม ดังนี้


6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำแบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 3) บัตรคำ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 10 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.1 ป.3/2 อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลง โดยใชหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (K) 2) เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของวัสดุประเภทตาง ๆ เมื่อทำใหรอนขึ้นหรือทำใหเย็นลงได (P) 3) สามารถนำความรูการเปลี่ยนแปลงของวัสดุไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น เมื่อใหความรอนหรือทำใหวัสดุรอนขึ้น และเมื่อลดความรอนหรือทำใหวัสดุเย็นลง วัสดุ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไดเชน สีเปลี่ยน รูปราง เปลี่ยน 4. สาระสำคัญ เมื่อใหความรอนกับวัตถุบางอยาง วัตถุจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เชน ถาทำใหเนยรอนขึ้น เนยจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปน ของเหลว หรือถาทำใหน้ำเย็นลงมาก ๆ น้ำจะเปลี่ยนรูปรางกลายเปนของแข็ง ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุในชีวิตประจำวัน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงของวัสดุ(3)


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนดูวิดีโอ The Toppick แผนน้ำแข็งในกรีนแลนด 11 ลานตัน ละลายใน 1 วัน จาก https://www.youtube.com/watch?v=DTAweNeBI7I จากนั้นครูตั้งคำถามดังนี้ • นักเรียนคิดวา การละลายของน้ำแข็งเปนการเปลี่ยนแปลงแบบใหความรอนหรือใหความเย็น เพราะอะไร (แนวคำตอบ ใหความรอน เพราะไดรับความรอนจากดวงอาทิตยทำใหน้ำแข็งละลาย) 2. ครูทบทวนความรูเดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ของวัสดุ โดยใชภาพตัวอยางการคั่วพริกและถานไม • วัตถุทั้ง 2 ชนิด เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไมอยางไร (แนวคำตอบ เปลี่ยนแปลง เนื่องจากการใหความรอนทำใหพริกและถานไมเปลี่ยนสีและรูปราง) ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูนำภาพการเปลี่ยนแปลงความรอนของวัตถุมาติดไวบนกระดานใหนักเรียนดูจากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสนทนาเกี่ยวกับภาพวา ภาพ ใดเปนภาพการใหความรอนหรือการทำใหเย็นลง ตัวอยางเชน คาบ 1-2


2. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่ 21 โดยใชรูปแบบการเรียนรูแบบรวมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยใหนักเรียน แบงกลุม กลุมละ 4 คน จากนั้นกำหนดใหสมาชิกแตละคนภายในกลุมมีบทบาทหนาที่ของตนเอง ดังนี้ สมาชิกคนที่ 1 : ทำหนาที่เตรียมอุปกรณ สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนาที่อานวิธีทำการทดลอง สมาชิกคนที่ 3 : ทำหนาที่บันทึกผลการทดลอง สมาชิกคนที่ 4 : ทำหนาที่นำเสนอผลการทดลอง 3. ใหสมาชิกคนที่ 1 เตรียมอุปกรณที่ใชในการทดลอง 4. สมาชิกคนที่ 2 อธิบายวิธีการทำกิจกรรมใหเพื่อนภายในกลุมฟง เพื่อใหปฏิบัติตามไดถูกตอง ดังนี้ 1) เลือกวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อใหความรอนและใหความเย็นมา 1 ชนิด 2) สืบคนขอมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของวัสดุนั้น พรอมอภิปรายภายในกลุม 3) เขียนแผนภาพขอมูลของวัสดุตามที่ไดระดมความคิด ขั้นอธิบายความรู 1. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การประกอบวัตถุและการเปลี่ยนแปลงของวัสดุ โดยมีแนวคำถาม ดังนี้ • จากภาพนักเรียนสามารถแยกชิ้นสวนยอยไดอะไรบาง (แนวคำตอบ เหล็ก พลาสติก ไม) • จากภาพเปนการเปลี่ยนแปลงของวัสดุอยางไร (แนวคำตอบ การใหความรอน ทำใหขยะกลายเปนขี้เถา) 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “วัสดุจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อทำใหรอนขึ้นหรือเย็นลง ซึ่งอาจทำใหสมบัติของวัสดุเปลี่ยนแปลงไป เชน สี รูปราง สถานะ” ขั้นขยายความเขาใจ 1. นักเรียนสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 1 โดยใหเติมขอความลงในแผนผัง เพื่อสรุปเกี่ยวกับเรื่อง วัสดุนารู ในหนังสือเรียน ชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 67 คาบ 3-4


2. ใหนักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวย การเรียนรูที่ 3 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 70 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หนวยที่ 3 วัสดุนารู -ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียนหนวยที่ 3 วัสดุนารู -แบบทดสอบหลังเรียน หนวยที่ 3 วัสดุนารู - ประเมินตามสภาพจริง 2) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม -สังเกตจากการตอบ คำถาม และแสดง ความคิดเห็น -แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การพัฒนาทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 -ตรวจสอบผลการพัฒนา ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 -ตรวจสอบผลการสรุป สาระสำคัญประจำเรื่อง ที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ ตามตัวชี้วัด -ตรวจสอบผลการทำ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ ตามตัวชี้วัด - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 3) บัตรคำ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................


ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 11 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑจากหลักฐานเชิงประจักษ ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขาใกลกันจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายลักษณะและสมบัติของแมเหล็กได (K) 2) ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น แรงแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นระหวาง แมเหล็กกับสารแมเหล็ก หรือแมเหล็กกับ แมเหล็กแมเหล็ก มี2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและขั้ว ใตขั้วแมเหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ตางชนิด กันจะดึงดูดกัน 4. สาระสำคัญ แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทงแมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่เปนสาร แมเหล็กได จึงมีการนำแมเหล็กมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน ทำของเลน ของใช นำไปใชแยกสารแมเหล็กออกจากวัตถุ อื่น ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง แมเหล็ก


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นกระตุนความสนใจ 8. ครูกลาวทักทายและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ 9. ครูใหนักเรียนดูภาพจากในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 หนา 74 จากนั้นครูถามคำถาม แลวใหนักเรียนชวยกันตอบ ดังนี้ • จากภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 กำลังทำอะไรอยู (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับ ดุลยพินิจของครูผูสอน) • การออกแรงทำใหวัตถุเกิดการเคลื่อนที่ไดหรือไม (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับ ดุลยพินิจของครูผูสอน) 10.ครูใหนักเรียนเปดหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 75 จากนั้นศึกษาชวนอานชวนคิด แลวตอบคำถามวา รูหรือไมวา วัตถุตาง ๆ รอบตัวเรา เมื่อนำเขามาใกลแมเหล็กจะเกิดผลอยางไรขึ้นบาง 11. นักเรียนศึกษาศัพทหนารูจากหนังสือเรียนแมบทมาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 หนา 75 จากนั้นครูสุมตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ใหออกมาอาน คำศัพท 12.ครูกระตุนความสนใจนักเรียนโดยใหนักเรียนดูภาพ และตั้งคำถาม ดังนี้ • นักเรียนรูจักแมเหล็กหรือไม (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน) • เหตุการณในภาพเกิดขึ้นไดอยางไร (แนวคำตอบ เกิดจากแรงดึงดูดของแมเหล็ก) 6. นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายวา แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทงแมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่ เปนสารแมเหล็กได ขั้นสำรวจคนหา 1. นักเรียนแบงกลุม ครูนำแมเหล็กแจกใหแตละกลุม กลุมละ 1 แทง โดยใหนักเรียนลองหาสิ่งของในหองเรียน แลวทำ การทดลองโดย การใชแมเหล็กดูดกับสิ่งของ จากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลงและรวมกันสรุปและอภิปรายผลการทดลอง 2. นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายวา แมเหล็ก คือ วัตถุที่มีคุณสมบัติดึงดูดโลหะบางชนิดได มนุษยนำสมบัติของแมเหล็กมาใชประโยชนโดยการ ผลิตเปนสิ่งของเครื่องใชในชีวิตประจำวัน เชน แมเหล็กติดตูเย็น กระดุมแมเหล็กติดกระเปา 3. นักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 76 ขั้นอธิบายความรู คาบ 1-2 คาบ 3-4


5. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมลองทำดูวา วัตถุรอบตัวเราทำจากวัสดุตาง ๆ เชน พลาสติก ไม เหล็ก โดยวัสดุตางชนิดกันจะมีสมบัติ ตางกัน หากนำแมเหล็กเขาใกลกับวัตถุที่เปนสารแมเหล็ก เชน เหล็ก จะเกิดการดึงดูด 6. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรที่ 1 โดย 1) แบงกลุม 4-5 คน นำแมเหล็ก 2 แทง วางบนโตะ สังเกตลักษณะของแมเหล็ก แลวบันทึกผลลงในตาราง 2) นำแมเหล็กทั้ง 2 แทง วางใกลกันตามแบบที่กำหนด สังเกตผลที่เกิดขึ้น แลวบันทึกผลลงในตาราง 3) สรุปผลการทำกิจกรรม แลวนำเสนอหนาชั้นเรียน เพื่อเปรียบเทียบขอมูลกับกลุมอื่น ๆ 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายผลการทดลองวา เมื่อวางแมเหล็ก 2 แทง โดยหันขั้วเหมือนกันเขาหากัน แมเหล็กจะเกิดแรงผลักกัน และเมื่อวางแมเหล็ก 2 แทง ที่ขั้วตางกันเขาหากันจะเกิดแรงดึงดูด 4. ครูตั้งคำถามวา • เมื่อนำแมเหล็กไปวางที่จอโทรทัศน แมเหล็กไมดูดจอโทรทัศน แสดงวา โทรทัศนไมใชสารแมเหล็ก นักเรียนเห็นดวยหรือไม เพราะอะไร (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับ ดุลยพินิจของครูผูสอน) • นักเรียนคิดวา ถานำแมเหล็กไปดูดวัตถุที่ไมใชสารแมเหล็ก แมเหล็กจะดูดวัตถุไดหรือไม เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ ไมได เพราะแมเหล็กมีคุณสมบัติในการดึงดูดสารแมเหล็ก) 5. ใหนักเรียนแบงกลุมโดยใชกลุมเดิม จากนั้นคนหาแมเหล็กรูปรางตาง ๆ โดยทำลงในกระดาษแข็งแผนใหญ จากนั้นใหนักเรียนรวมกันอภิปราย ผลและใหตัวแทนนำเสนอขอมูลที่ไดหนาชั้นเรียน 6. นักเรียนดูภาพแทงแมเหล็กและใหนักเรียนสังเกตการเคลื่อนที่ของสารแมเหล็กเมื่อมีแรงแมเหล็กมากระทำ ครูสรุปผลจากคำตอบของนักเรียนวา แมเหล็ก 1 แทง มี 2 ขั้วเสมอ คือ ขั้วเหนือและขั้วใต แมเหล็กจะมีสนามแมเหล็กเกิดขึ้นโดยมี ทิศทางจากขั้วเหนือไปสูขั้วใต ซึ่งบริเวณใกลขั้วแมเหล็กจะมีแรงดึงดูดมากที่สุด และจะลดนอยลงเมื่อถัด เขามา และไมมีแรงดึงดูดตรง กึ่งกลางแทงแมเหล็ก 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การตอบคำถามลงใน สมุดประจำตัวนักเรียน -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำงานกลุม เรื่อง แมเหล็ก -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุมเรื่อง แมเหล็ก -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 4) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำชิ้นงาน เรื่อง แมเหล็กรูปแบบตาง ๆ -ตรวจสอบผลการทำ ชิ้นงาน เรื่อง แมเหล็ก รูปแบบตาง ๆ -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การทำงานกลุม เรื่อง การจำแนกสารที่เปน แมเหล็ก -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุม เรื่อง การจำแนก สารที่เปนแมเหล็ก -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การวาดภาพแทง แมเหล็ก พรอมระบุขั้ว ของแทงแมเหล็ก -ตรวจสอบผลการวาด ภาพแทงแมเหล็ก พรอม ระบุขั้วของแทงแมเหล็ก -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 8) การทำแบบฝกหัด พัฒนาการเรียนรูที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกหัดพัฒนา การเรียนรูที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 9) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) แบบทดสอบกอนเรียนหนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 12 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑจากหลักฐานเชิงประจักษ ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขาใกลกันจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายลักษณะและสมบัติของแมเหล็กได (K) 2) ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น แรงแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นระหวาง แมเหล็กกับสารแมเหล็ก หรือแมเหล็กกับ แมเหล็กแมเหล็ก มี2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและขั้ว ใตขั้วแมเหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ตางชนิด กันจะดึงดูดกัน 4. สาระสำคัญ แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทงแมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่เปนสาร แมเหล็กได จึงมีการนำแมเหล็กมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน ทำของเลน ของใช นำไปใชแยกสารแมเหล็กออกจากวัตถุ อื่น ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง แมเหล็ก (2)


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 4. ครูใหนักเรียนสำรวจและจำแนกวัตถุที่ครูเตรียมมา โดยใช การดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑดังนี้ 1) แบงกลุม แลวรวมกันคาดคะเนและบันทึกผลลงในสมุดประจำตัวนักเรียนวา เมื่อนำแทงแมเหล็กไปวางใกลวัตถุชนิดตาง ๆ จะเกิดการ เปลี่ยนแปลงอยางไร 2) ทำการทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยนำแทงแมเหล็กไปวางใกลกับวัตถุ แลวสังเกตวา แทงแมเหล็กดึงดูดวัตถุชนิด ใดบาง แลวบันทึกผล 3) จำแนกกลุมวัตถุที่เปนสารแมเหล็กและกลุมวัตถุที่ไมใชสารแมเหล็ก โดยใชการดึงดูดของแมเหล็กเปนเกณฑ แลวบันทึกผลนำเสนอผล การทดลองหนาชั้นเรียน 2. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายผลวา แทงแมเหล็ก มีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่เปนสารแมเหล็กได เชน ตะปูลวด 3. นักเรียนวาดภาพแทงแมเหล็ก พรอมระบุขั้วของแทงแมเหล็กลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 4. นักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 1 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 81 ขั้นอธิบายความรู 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมลองทำดูวา วัตถุรอบตัวเราทำจากวัสดุตาง ๆ เชน พลาสติก ไม เหล็ก โดยวัสดุตางชนิดกันจะมีสมบัติ ตางกัน หากนำแมเหล็กเขาใกลกับวัตถุที่เปนสารแมเหล็ก เชน เหล็ก จะเกิดการดึงดูด 8. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 1 โดย 3) แบงกลุม 4-5 คน นำแมเหล็ก 2 แทง วางบนโตะ สังเกตลักษณะของแมเหล็ก แลวบันทึกผลลงในตาราง 4) นำแมเหล็กทั้ง 2 แทง วางใกลกันตามแบบที่กำหนด สังเกตผลที่เกิดขึ้น แลวบันทึกผลลงในตาราง 3) สรุปผลการทำกิจกรรม แลวนำเสนอหนาชั้นเรียน เพื่อเปรียบเทียบขอมูลกับกลุมอื่น ๆ 3. นักเรียนและครูรวมกันสรุปและอภิปรายผลการทดลองวา เมื่อวางแมเหล็ก 2 แทง โดยหันขั้วเหมือนกันเขาหากัน แมเหล็กจะเกิดแรงผลักกัน และเมื่อวางแมเหล็ก 2 แทง ที่ขั้วตางกันเขาหากันจะเกิดแรงดึงดูด 4. ครูตรวจสอบผลการทำชิ้นงาน เรื่อง แมเหล็กรูปแบบตาง ๆ โดยการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม การแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การรวมกันทำงานกลุม และการออกมานำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 10) การตอบคำถามลง ในสมุดประจำตัว นักเรียน -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 11) การทำงานกลุม เรื่อง แมเหล็ก -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุมเรื่อง แมเหล็ก -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ คาบ 1-2 คาบ 3-4


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 12) การทำกิจกรรม ลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 13) การทำกิจกรรม พัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 14) การทำชิ้นงาน เรื่อง แมเหล็กรูปแบบ ตาง ๆ -ตรวจสอบผลการทำ ชิ้นงาน เรื่อง แมเหล็ก รูปแบบตาง ๆ -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 15) การทำงานกลุม เรื่อง การจำแนกสารที่ เปนแมเหล็ก -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุม เรื่อง การจำแนก สารที่เปนแมเหล็ก -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 16) การวาดภาพแทง แมเหล็ก พรอมระบุขั้ว ของแทงแมเหล็ก -ตรวจสอบผลการวาด ภาพแทงแมเหล็ก พรอม ระบุขั้วของแทงแมเหล็ก -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 17) การทำแบบฝกหัด พัฒนาการเรียนรูที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกหัดพัฒนา การเรียนรูที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 18) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) แบบทดสอบกอนเรียนหนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................


ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 13 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑจากหลักฐานเชิงประจักษ ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขาใกลกันจากหลักฐาน เชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการดึงดูดของแมเหล็กกับวัตถุตาง ๆ ได(K) 2) จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑได (P) 3) นำความรูการใชประโยชนของแมเหล็กไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น แรงแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นระหวาง แมเหล็กกับสารแมเหล็ก หรือแมเหล็กกับ แมเหล็กแมเหล็ก มี2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและ ขั้วใตขั้วแมเหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ตาง ชนิดกันจะดึงดูดกัน 4. สาระสำคัญ แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทงแมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่เปนสาร แมเหล็กได จึงมีการนำแมเหล็กมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน ทำของเลน ของใช นำไปใชแยกสารแมเหล็กออกจากวัตถุ อื่น ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง ประโยชนของแมเหล็ก


ตูเย็น นำมาติดประตูตูเย็น โดยนำแมเหล็ก ใสไวที่ประตูตูเย็นแลวหุมดวยแผนยาง ทำใหประตูตูเย็นปดสนิทและปองกัน ไมใหความเย็นออกจากตูเย็น 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูกลาวทักทายนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรูเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐที่นักเรียนทำเมื่อชั่วโมงที่แลว โดยครูอภิปรายผลการทำกิจกรรมวา แมเหล็กสามารถนำมาใชประโยชนในการประดิษฐสิ่งของเครื่องมือเครื่องใชตาง ๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อใหใชงานไดสะดวกขึ้น 2. ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 82 3. ครูยกตัวอยาง การนำสมบัติของแมเหล็กมาใชประโยชนโดยมีบัตรภาพ 4. ครูใหนักเรียนยกตัวอยาง การนำสมบัติของแมเหล็กมาใชประโยชน โดยทำลงในกระดาษ A4 ขั้นอธิบายความรู 1. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 2 ในหนังสือเรียนเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 83 จำแนกประเภทของวัตถุโดยใชการดึงดูดของแมเหล็กเปนเกณฑ 2. นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายวา จากการทำกิจกรรม ทำใหทราบวา สามารถจำแนกวัตถุออกเปน 2 กลุม คือ วัตถุที่แมเหล็กดึงดูดได เชน ลวดเย็บกระดาษ เข็มหมุด กิ๊บติดผม สวนวัตถุที่แมเหล็กไมดึงดูด เชน หลอดกาแฟ ปากกา ยางลบ ฝาขวดพลาสติก ไมบรรทัดยาง แรงที่แมเหล็ก กระทำตอวัตถุสามารถนำมาใชประโยชนในชีวิตประจำวันตาง ๆ คาบ 1-2 คาบ 3-4 อุปกรณคัดแยกเหล็ก ใชคัดแยกวัตถุที่เปนสาร แมเหล็กออกจากวัตถุอื่น ๆ โดยนำ แมเหล็กมาประดิษฐเปนอุปกรณใน การคัดแยกสิ่งของที่ทำจากวัสดุที่ เปนสารแมเหล็ก ปาเปา ของเลนหลายชนิดจะมีแมเหล็ก เปนสวนประกอบ เพื่อทำใหของ เลนนั้นเลนได


6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำใบงาน เรื่อง การนำสมบัติของแมเหล็ก มาใชประโยชน -ตรวจสอบผลการทำใบ งาน เรื่อง การนำสมบัติ ของแมเหล็กมาใช ประโยชน -แบบประเมินใบงาน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำแบบฝกพัฒนาการที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ แบบ ฝกพัฒนาการที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การตอบคำถามจาก ขอความ -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามจากขอความ -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การตอบคำถามลงในสมุด ประจำตัวนักเรียน -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุดประจำตัว นักเรียน -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 8) การสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 -ตรวจสอบผลการสรุป สาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 9) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 14 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/3 จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑจากหลักฐานเชิงประจักษ ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแมเหล็กและพยากรณผลที่เกิดขึ้นระหวางขั้วแมเหล็กเมื่อนำเขาใกลกันจากหลักฐาน เชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการดึงดูดของแมเหล็กกับวัตถุตาง ๆ ได (K) 2) จำแนกวัตถุโดยใชการดึงดูดกับแมเหล็กเปนเกณฑได (P) 3) นำความรูการใชประโยชนของแมเหล็กไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น แรงแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นระหวาง แมเหล็กกับสารแมเหล็ก หรือแมเหล็กกับ แมเหล็กแมเหล็ก มี2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและ ขั้วใตขั้วแมเหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ตาง ชนิดกันจะดึงดูดกัน 4. สาระสำคัญ แมเหล็กมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแทงแมเหล็กดวยกัน แทงแมเหล็กมีสนามแมเหล็กทำใหดึงดูดวัตถุที่เปนสาร แมเหล็กได จึงมีการนำแมเหล็กมาใชประโยชนในดานตาง ๆ เชน ทำของเลน ของใช นำไปใชแยกสารแมเหล็กออกจากวัตถุ อื่น ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง ประโยชนของแมเหล็ก


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ใหนักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 ศึกษาขอมูลที่กำหนด แลวตอบคำถาม ในหนังสือเรียนเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 86 2. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่ 21 ใหนักเรียนแบงกลุม แลวปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) เลือกวัสดุที่เปนสารแมเหล็ก เพื่อนำวัสดุมาใชในการออกแบบของเลนชนิดใหมที่สามารถดูดติดกับวัสดุที่เลือกมา 2) วาดรูปวัตถุชิ้นนั้นลงกระดาษแข็ง พรอมนำเสนอหนาชั้นเรียน 3. ครูสรุปผลการทำกิจกรรมเพิ่มเติมวา แรงที่แมเหล็กกระทำตอวัตถุสามารถนำมาประดิษฐเปนของเลนหรือของใชแลวยัง สามารถใชประโยชนในชีวิตประจำวันตาง ๆ ได ขั้นขยายความเขาใจ 5. ครูใหนักเรียนอานขอความที่ครูให แลวตอบคำถามลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 5) จากขอความ สิ่งใดคือแมเหล็ก (แนวคำตอบ รางของรถไฟและตัวรถไฟ) 6) เพราะเหตุใด รถไฟจึงลอยอยูเหนือรางไฟฟา (แนวคำตอบ เกิดสนามแมเหล็กที่รางรถไฟและตัวรถไฟ จึงทำใหรถไฟลอยอยูเหนือราง) 7) รถไฟพลังแมเหล็กแตกตางจากรถไฟที่วิ่งบนรางปกติอยางไร (แนวคำตอบ เปนรถไฟที่ใชพลังงานไฟฟาเหนี่ยวนำใหเกิดสนามแมเหล็ก และชวยลดแรงเสียดทานระหวางรางและตัว รถไฟทำใหรถไฟเคลื่อนที่ไปไดเร็วขึ้น) 8) จากขอความมีการใชประโยชนจากแมเหล็กอยางไร (แนวคำตอบ ใชพลังงานไฟฟาเหนี่ยวนำใหเกิดสนามแมเหล็กขึ้น) 2. ครูใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน คาบ 1-2 คาบ 3-4 ปจจุบันไดมีการนำความรู เรื่อง แมเหล็กไฟฟามาใชประโยชนในดานคมนาคม เชน รถไฟพลังแมเหล็กที่ชวยอำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางมากขึ้น โดยใช พลังงานไฟฟาเหนี่ยวนำใหเกิดสนามแมเหล็กเกิดขึ้น ซึ่งที่รางของรถไฟและตัวรถไฟจะมี ขั้วแมเหล็ก ขั้วที่เหมือนกันติดอยู จึงทำใหรถไฟลอยอยูเหนือรางและชวยลดแรงเสียดทาน ระหวางรางและตัวรถไฟ ทำใหรถไฟเคลื่อนที่ไปไดเร็วขึ้น


1) แมเหล็กดูดวัตถุที่มีลักษณะเปนอยางไร 2) ตองวางแทงแมเหล็ก 2 แทงอยางไร จึงจะเกิดแรงดึงดูด 3) ถาวางแทงแมเหล็ก 2 แทงตางขั้วไวใกลกัน จะเกิดแรงลักษณะใด 4) ยกตัวอยางการนำแมเหล็กไปใชประโยชนมา 3 ขอ 5) เราสามารถใชประโยชนของแมเหล็กไฟฟาในการแยกขยะประเภทใด เพราะเหตุใด 3. ครูใหนักเรียนสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 87 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 10) การทำกิจกรรมลอง ทำดู -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 11) การทำใบงาน เรื่อง การนำสมบัติของแมเหล็ก มาใชประโยชน -ตรวจสอบผลการทำใบ งาน เรื่อง การนำสมบัติ ของแมเหล็กมาใช ประโยชน -แบบประเมินใบงาน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 12) การทำกิจกรรม พัฒนาทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตรที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 13) การทำแบบฝก พัฒนาการที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ แบบ ฝกพัฒนาการที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 14) การทำกิจกรรม พัฒนาทักษะแหงศตวรรษ ที่ 21 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 15) การตอบคำถามจาก ขอความ -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามจากขอความ -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 16) การตอบคำถามลง ในสมุดประจำตัวนักเรียน -ตรวจสอบผลการตอบ คำถามลงในสมุดประจำตัว นักเรียน -สมุดประจำตัวนักเรียน -รอยละ 60 ผานเกณฑ 17) การสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 -ตรวจสอบผลการสรุป สาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 18) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 15 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (K) 2) สามารถระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความใฝเรียนรูและรับผิดชอบงานที่ไดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การดึงหรือการผลักเปนการออกแรง กระทำตอวัตถุแรงมีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรง อาจทำใหวัตถุ เกิดการเคลื่อนที่โดย เปลี่ยนตำแหนงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง 4. สาระสำคัญ เมื่อมีแรงกระทำตอวัตถุ จะทำใหวัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ เชน ทำใหวัตถุที่หยุดนิ่งมีการเคลื่อนที่ หรือทำให วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่มีการเคลื่อนที่เร็วขึ้น ชาลง หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ วัตถุ คาบ 1-2


2. ใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 89 จากนั้นครูถามคำถาม แลวให นักเรียนชวยกันตอบ ดังนี้ • จากภาพ นักเรียนคิดวาทำไมรถเข็นจึงเคลื่อนที่ได (แนวคำตอบ เพราะรถมีแรงมากระทำ จึงทำใหวัตถุเคลื่อนที่ได) • ถาไมมีแรงมากระทำตอวัตถุ วัตถุจะเคลื่อนที่ไดหรือไม (แนวคำตอบ วัตถุจะเคลื่อนที่ไมได) 3. ใหนักเรียนศึกษาคำศัพทในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 89 จากนั้นสุมนักเรียนออกมา นำเสนอคำศัพทหนาชั้นเรียน 4. ครูใหนักเรียนดูภาพจากบัตรคำ แลวลองทายวาภาพใดเปนการเคลื่อนที่ของวัตถุ 5. นักเรียนและครูรวมกันสรุปวา วัตถุสามารถเคลื่อนที่ได เมื่อมีแรงมากระทำตอวัตถุเหลานั้น เชน การวิ่ง การออก แรงจูงสุนัข หรือการออกแรงโยนลูกบาสเกตบอล 6. ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 90 ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 1 เรื่องการดึงและการผลักวัตถุ ในหนังสือ เรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 91 2. นักเรียนและครูรวมกันสรุปผลการทำกิจกรรม ดังนี้ แรงที่กระทำตอวัตถุ มีผลใหวัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ใน ลักษณะตาง ๆ ดังนี้ วัตถุที่หยุดนิ่งเปลี่ยนเปนเคลื่อนที่ วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือเคลื่อนที่ชาลง หยุดนิ่ง เปลี่ยน ทิศทาง 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมวา การกระทำตอวัตถุแลว มีผลตอการเคลื่อนที่เกิดจากแรงดึงและแรงผลัก ซึ่ง ทำใหวัตถุที่หยุดนิ่งเปลี่ยนเปนเคลื่อนที่ และทำใหวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เร็วขึ้น เคลื่อนที่ชาลง หยุดนิ่ง และเปลี่ยนทิศทาง 4. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม เรื่องชวยกันดึง ชวยกันผลักโดย 1. ใหแบงกลุม จากนั้นใหแตละกลุมปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ดันโตะเรียน 2) ดึงโตะเรียน คาบ 3-4


3) ดันกลองใสของ 4) ดึงกลองใสของ 5) ปดหนาตางหองเรียน 6) เปดหนาตางหองเรียน 2. สังเกตลักษณะการออกแรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุ แลวบันทึกผลลงในสมุด 3. จำแนกวากิจกรรมใดเปนการออกแรงดึงและแรงผลัก โดยใชทิศทางการออกแรงกระทำตอวัตถุเปนเกณฑ 4. นำเสนอขอมูลหนาชั้นเรียน เพื่อรวมกันสรุปเกี่ยวกับแรงที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม - สังเกตจากการตอบ คำถาม และแสดงความ คิดเห็น - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำกิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำงานกลุม เรื่อง กิจกรรมชวยกันดึง ชวยกัน ผลัก -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุม เรื่อง กิจกรรม ชวยกันดึง ชวยกันผลัก - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำแบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 1 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การทำกิจกรรม เรื่อง ขนาด ของแรงวัดไดอยางไร -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรม เรื่อง ขนาดของ แรงวัดไดอยางไร - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค - สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค - รอยละ 60 ผานเกณฑ


7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 2) บัตรภาพ 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 16 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (K) 2) สามารถระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความใฝเรียนรูและรับผิดชอบงานที่ไดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การดึงหรือการผลักเปนการออกแรง กระทำตอวัตถุแรงมีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรง อาจทำใหวัตถุ เกิดการเคลื่อนที่โดย เปลี่ยนตำแหนงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง 4. สาระสำคัญ เมื่อมีแรงกระทำตอวัตถุ จะทำใหวัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ เชน ทำใหวัตถุที่หยุดนิ่งมีการเคลื่อนที่ หรือทำให วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่มีการเคลื่อนที่เร็วขึ้น ชาลง หยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ คาบ 1-2


2. ใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 89 จากนั้นครูถามคำถาม แลวให นักเรียนชวยกันตอบ ดังนี้ • จากภาพ นักเรียนคิดวาทำไมรถเข็นจึงเคลื่อนที่ได (แนวคำตอบ เพราะรถมีแรงมากระทำ จึงทำใหวัตถุเคลื่อนที่ได) • ถาไมมีแรงมากระทำตอวัตถุ วัตถุจะเคลื่อนที่ไดหรือไม (แนวคำตอบ วัตถุจะเคลื่อนที่ไมได) 3. ใหนักเรียนศึกษาคำศัพทในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 89 จากนั้นสุมนักเรียนออกมา นำเสนอคำศัพทหนาชั้นเรียน 4. ครูใหนักเรียนดูภาพจากบัตรคำ แลวลองทายวาภาพใดเปนการเคลื่อนที่ของวัตถุ 5. นักเรียนและครูรวมกันสรุปวา วัตถุสามารถเคลื่อนที่ได เมื่อมีแรงมากระทำตอวัตถุเหลานั้น เชน การวิ่ง การออก แรงจูงสุนัข หรือการออกแรงโยนลูกบาสเกตบอล 6. ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 90 ขั้นขยายความเขาใจ 1. ใหนักเรียนดูภาพจากบัตรคำ แลวลองทายวาภาพใดเปนการออกแรงผลักและแรงดึง คาบ 3-4 การตีลูกขนไก (กีฬาแบดมินตัน) การดึงชักเยอ การลากรถเข็น การเข็นรถ


2. ครูอธิบายเพิ่มเติม เกี่ยวกับแรงดึงและแรงผลัก • แรงดึง คือ การออกแรงกระทำตอวัตถุ แลวทำใหวัตถุเคลื่อนที่เขาหาตัว • แรงผลัก คือ การออกแรงกระทำตอวัตถุ แลวทำใหวัตถุเคลื่อนที่ออกจากตัว 3. ครูตั้งคำถามวา จากภาพนักเรียนคิดวาวัตถุเคลื่อนที่ไดอยางไร (แนวคำตอบ จากภาพวัตถุเคลื่อนที่โดยมีแรงดึงวัตถุเขาหาตัว และ ผลักวัตถุไปขางหนา) 4. ครูใหนักเรียนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 1 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 95 5. ใหนักเรียนแบงกลุมโดยใชกลุมเดิม ทำกิจกรรม เรื่อง ขนาดของแรง วัดไดอยางไร ใหทำลงในสมุดประจำตัวนักเรียน โดย 1) ถือตาชั่งสปริงใหอยูนิ่งในแนวดิ่ง 2) จับที่ขอเกี่ยวของตาชั่งสปริงและออกแรงดึงตาชั่งสปริงใหยืด โดยออกแรงมากนอยตางกัน อานคาของแรงจากตาชั่ง สปริง สังเกตและบันทึกผล หมายเหตุ : ครูจะตองสอนการใชเครื่องชั่งสปริงกอนเริ่มการทำกิจกรรม 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน -การตอบคำถาม - สังเกตจากการตอบ คำถาม และแสดง ความคิดเห็น - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 8) การทำกิจกรรมลองทำดู - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมลองทำดู -หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 9) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 - ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 1 -หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผาน เกณฑ


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 10) การทำงานกลุม เรื่อง กิจกรรมชวยกันดึง ชวยกันผลัก -ตรวจสอบผลการ ทำงานกลุม เรื่อง กิจกรรมชวยกันดึง ชวยกันผลัก -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 11) การทำแบบฝก พัฒนาการเรียนรูที่ 1 -ตรวจสอบผลการทำ แบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 1 -หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐานวิทยาศาสตร ป.3 - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 12) การทำกิจกรรม เรื่อง ขนาดของแรงวัด ไดอยางไร -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรม เรื่อง ขนาด ของแรงวัดไดอยางไร -แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุม - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 13) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค - รอยละ 60 ผาน เกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 17 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได(K) 2) เปรียบเทียบผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ไดแกวัตถุที่อยูนิ่งเปลี่ยนเปนเคลื่อนที่ วัตถุที่ กำลังเคลื่อนที่เปลี่ยนเปนเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือชา ลง หรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 4. สาระสำคัญ เมื่อออกแรงกระทำตอวัตถุ แรงนั้นอาจสงผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะตาง ๆ ดังนี้ วัตถุ เคลื่อนที่ชาลงหรือหยุดนิ่ง วัตถุเคลื่อนที่อยูแลวเคลื่อนที่เร็วขึ้น วัตถุที่หยุดนิ่งเกิดการเคลื่อนที่ 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง ผลของแรงที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ คาบ 1-2


2. ใหนักเรียนดูภาพในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 96 จากนั้นครูถามคำถาม แลวใหนักเรียน ชวยกันตอบ ดังนี้ • จากภาพ เกิดอะไรขึ้นบาง (แนวคำตอบ ขึ้นอยูกับคำตอบของนักเรียน ใหอยูกับ ดุลยพินิจของครูผูสอน) • ลูกบอลที่กำลังเคลื่อนที่อยู หากเราตองการใหลูกบอลหยุดนิ่ง ควรทำอยางไร (แนวคำตอบ นำมือหรือเทาไปตานการเคลื่อนที่ของลูกบอล) 3. ใหนักเรียนทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 96 ขั้นขยายความเขาใจ 4. ครูใหนักเรียนดูภาพจากบัตรคำ แลวลองทายวา ภาพมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากแรงกระทำแบบใด คาบ 3-4 (แนวคำตอบ ออกแรงกระทำทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ ทำใหวัตถุเคลื่อนที่เร็ว ขึ้น) (แนวคำตอบ ออกแรงกระทำตอวัตถุในทิศทางตรงขามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ ทำให วัตถุหยุดนิ่ง) (แนวคำตอบ ออกแรงกระทำตอวัตถุที่หยุดนิ่ง ทำใหวัตถุเกิดการเคลื่อนที่) (แนวคำตอบ ออกแรงกระทำตอวัตถุในทิศทางตางไปจากการเคลื่อนที่เดิมของวัตถุ ทำให วัตถุเปลี่ยนทิศทาง)


5. ครูใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน ใหเขียนอธิบายผลของแรงที่ทำใหวัตถุเกิดการ เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่จากกิจกรรมที่กำหนดใหลงในสมุด 1) เจตีลูกวอลเลยบอลไปใหฝายตรงขาม จะเกิดผลอยางไร (แนวคำตอบ ลูกวอลเลยบอลจะเคลื่อนที่ไปยังฝายตรงขาม เพราะถูกแรงผลักกระทำในทิศตรงขาม) 2) แมนออกแรงตีลูกกอลฟที่วางอยูบนพื้นหญา จะเกิดผลอยางไร (แนวคำตอบ ลูกกอลฟจะเคลื่อนที่ไปขางหนา) 3) ตนออกแรงดึงเชือกจูงสุนัขที่กำลังวิ่ง จะเกิดผลอยางไร (แนวคำตอบ เชือกจูงสุนัขจะเคลื่อนที่ไปขางหนา) 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการ ทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การแสดงตัวอยาง เหตุการณการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ -ตรวจสอบผลการแสดง ตัวอยางเหตุการณการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ -แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) ตรวจสอบผลการทำแบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 -การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................


ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 18 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/1 ระบุผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได(K) 2) เปรียบเทียบผลของแรงที่มีตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ไดแกวัตถุที่อยูนิ่งเปลี่ยนเปนเคลื่อนที่ วัตถุที่ กำลังเคลื่อนที่เปลี่ยนเปนเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือชา ลง หรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ 4. สาระสำคัญ เมื่อออกแรงกระทำตอวัตถุ แรงนั้นอาจสงผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะตาง ๆ ดังนี้ วัตถุ เคลื่อนที่ชาลงหรือหยุดนิ่ง วัตถุเคลื่อนที่อยูแลวเคลื่อนที่เร็วขึ้น วัตถุที่หยุดนิ่งเกิดการเคลื่อนที่ 5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ 1) ใชมือรับลูกบอลที่เพื่อนโยนมา จะเกิดผลอยางไร เพราะเหตุใด ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง ผลของแรงที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ คาบ 1-2


เคลื่อนที่เร็ว เคลื่อนที่ชา (แนวคำตอบ ลูกบอลหยุดนิ่ง เพราะออกแรงกระทำตอวัตถุในทิศทางตรงขามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ) 2) ตีลูกวอลเลยบอลที่ฝายตรงขามตีมา กลับไปฝงตรงขาม จะเกิดผลอยางไร เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ ลูกวอลเลยบอลเคลื่อนที่ไปยังฝายตรงขาม เพราะถูกแรงผลักกระทำในทิศตรงขามกับการเคลื่อนที่และเคลื่อนที่ชา ลง เมื่อกระทบมือแลวเคลื่อนที่เร็วขึ้นเมื่อถูกแรงผลัก) 2. ครูใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ลงในสมุดประจำตัวนักเรียน 1) เตะลูกฟุตบอลที่อยูนิ่ง แรงทำใหลูกฟุตบอลเปลี่ยนแปลงอยางไร 2) เตะลูกฟุตบอลไปทางเดียวกับที่ลูกฟุตบอลกำลังเคลื่อนที่แรงทำใหลูกฟุตบอลที่กำลังเคลื่อนที่ เปลี่ยนแปลงอยางไร 3) ทำใหลูกฟุตบอลที่กำลังเคลื่อนที่อยูแลวหยุดนิ่งไดอยางไร ผลักรถใหแลนไปขางหนา แลวดึงเชือก การดึงเชือก ทำใหรถเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่อยางไร 3. ครูจัดเตรียมกลองปริศนา โดยภายในกลองจะมีบัตรคำลักษณะการเคลื่อนที่ตาง ๆ ดังนี้ 4. ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาจับหัวขอแรงที่กระทำตอวัตถุสงผลใหวัตถุมีการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ในลักษณะ ตาง ๆ เคลื่อน หยุด หยดนิ่ง วัตถุเคลื่อนที่ชาลงหรือหยุดนิ่ง วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่อยูเปลี่ยนทิศทาง วัตถุกำลังเคลื่อนที่อยูแลวเคลื่อนที่เร็วขึ้น วัตถุที่หยุดนิ่งเกิดการเคลื่อนที่


5. จากนั้นแตละกลุมรวมกันคิดและแสดงตัวอยางเหตุการณ การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุที่จับสลากไดอยางนอย 2 ตัวอยาง (แนวคำตอบ การเลนเตะบอล การวิ่งเลนวาว ) ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูนำบัตรภาพลักษณะผลของแรงที่เกิดขึ้นมาติดบนกระดาน แลวใหนักเรียนชวยกันพิจารณาผลของแรงที่มีตอการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ดังภาพ (แนวคำตอบ เด็กชายยกเกาอี้ไวบนโตะ คือการเปลี่ยนแปลงวัตถุที่หยุดนิ่งเกิดการเคลื่อนที่) 2. นักเรียนแตละคนทำแบบฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 จากหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 101 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 4) การทำกิจกรรมลองทำดู -ตรวจสอบผลการ ทำ กิจกรรมลองทำดู - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การแสดงตัวอยาง เหตุการณการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ -ตรวจสอบผลการแสดง ตัวอยางเหตุการณการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ -แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) ตรวจสอบผลการทำแบบ ฝกพัฒนาการเรียนรูที่ 2 -การทำแบบฝกพัฒนาการ เรียนรูที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต คาบ 3-4


8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 19 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/2 เปรียบเทียบและยกตัวอยางแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใชหลักฐานเชิง ประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสได(K) 2) เปรียบเทียบแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การดึงหรือการผลักเปนการออกแรงที่เกิด จากวัตถุหนึ่งกระทำกับอีกวัตถุหนึ่ง โดยวัตถุทั้ง สองอาจสัมผัสหรือไมตองสัมผัสกัน เชน การ ออกแรงโดยใชมือดึงหรือผลักโตะใหเคลื่อนที่ เปนการออกแรงที่วัตถุตองสัมผัสกัน แรงนี้จึง เปนแรงสัมผัส สวนการที่แมเหล็กดึงดูดหรือ ผลักระหวางแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นโดย แมเหล็ก ไมจำเปนตองสัมผัสกัน แรง แมเหล็กนี้จึงเปนแรงไมสัมผัส 4. สาระสำคัญ วัตถุที่หยุดนิ่งจะเคลื่อนที่ และวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือชาลงหรือเปลี่ยนทิศทาง การเคลื่อนที่ ลวนเปนผลมาจากแรงกระทำตอวัตถุ ซึ่งแรงที่มากระทำตอวัตถุอาจเปนแรงที่สัมผัสกับวัตถุหรือแรงที่ไมสัมผัสกับวัตถุ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นสำรวจคนหา 1. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียน โดยขออาสาสมัครนักเรียนชาย 2 คน มาเคลื่อนยายโตะครูจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่ง 2. ครูตั้งคำถามกระตุนความสนใจของนักเรียน • แรงสัมผัสกับวัตถุตางจากแรงไมสัมผัสกับวัตถุอยางไร (แนวคำตอบ แรงสัมผัสกับวัตถุ คือการออกแรงที่ตองสัมผัสกัน แตแรงไมสัมผัสกับวัตถุคือการออกแรงที่ไมตองสัมผัส) 3. นักเรียนและครูชวยกันสรุปกิจกรรมวา แรงที่กระทำตอวัตถุมีผลตอการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุซึ่งแรงที่มากระทำ ตอวัตถุนั้น มีทั้งแรงที่สัมผัสกับวัตถุ เชน แรงผลัก แรงดึง และแรงที่ไมสัมผัสกับวัตถุ เชน แรงแมเหล็กดึงดูดสารแมเหล็ก 4. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรที่ 2 แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของ วัตถุ โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้ 1) แบงกลุม 4-5 คน ใหแตละกลุมทำการทดลอง ดังนี้ 1.1)ใชมือจับที่ตะปู จากนั้นออกแรงผลักและดึงตะปู 1.2)นำแมเหล็ก 2 แทง วางใกลกัน โดยหันขั้วเดียวกันเขาหากัน 1.3)นำแมเหล็ก 2 แทง วางใกลกัน โดยหันขั้วตางกันเขาหากัน 1.4)นำแมเหล็กวางเขาใกลตะปู 1.5)ขณะทำการทดลองในแตละขั้นตอน ใหสังเกตและบันทึกผล รวมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลองเกี่ยวกับการดึงและการผลักวัตถุ แลวนำเสนอผลการทดลองหนาชั้นเรียน 5. ใหตัวแทนแตละกลุมออกมานำเสนอ สรุปอภิปรายผลการทำกิจกรรมที่ได 6. ครูสรุปผลการทำกิจกรรมวา การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุเกิดจากแรงที่กระทำตอวัตถุ มี 2 กรณี ดังนี้ 1) แรงสัมผัส คือ การออกแรงดึงและผลักตะปู ทำใหตะปูเคลื่อนที่ตามแรงที่มากระทำ แรงไมสัมผัส คือ แรงดึงดูดหรือแรงผลักระหวางแมเหล็ก 2 แทง และแรงที่แมเหล็กดึงดูดตะปู ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะแหงศตวรรษที่ 21 โดยใหนักเรียนแบงกลุม แลวปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) เลือกหัวขอ การใชแรงสัมผัสหรือแรงไมสัมผัสที่ทำใหสิ่งของเคลื่อนที่มา 1 หัวขอ 2) สาธิตตัวอยางแรงสัมผัสหรือแรงไมสัมผัสเพื่อทำใหสิ่งของเคลื่อนที่ ออกแบบสิ่งประดิษฐชิ้นใหมที่ใชแรงสัมผัสหรือแรงไมสัมผัส 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปและอภิปรายผลวา ในชีวิตประจำวันมีแรงเกิดขึ้นหลายชนิด เชน แรงผลัก แรงดึง แรงแมเหล็ก แรงไฟฟา ซึ่งสามารถนำมาใชประโยชนในการออกแบบสิ่งประดิษฐชิ้นใหมได คาบ 1-2 คาบ 3-4


3. ใหนักเรียนแบงกลุมโดยแบงตามกลุมเดิม แตละกลุมสืบคน เรื่อง แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัส จากหนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ หรือแหลงเรียนรูอื่น ๆ เชน อินเทอรเน็ต จากนั้นทำเปนแผนผังความคิด ตามหัวขอ ดังนี้ • ความหมายของแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัส ยกตัวอยางที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน พรอมวาดภาพประกอบ 4. นักเรียนแตละกลุมออกมานำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม การทดลองหนาชั้นเรียน ในระหวางที่นักเรียนนำเสนอครูคอยให ขอเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อใหนักเรียนมีความเขาใจที่ถูกตอง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 5. ครูใหนักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวย การเรียนรูที่ 4 ขอที่ 4 ในหนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 106 โดยดูภาพแลวตอบคำถาม 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 1) กิจกรรมนำสูการเรียน - การตอบคำถาม -สังเกตจากการตอบคำถาม และแสดงความคิดเห็น -แบบสังเกตพฤติกรรม การ ทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 2) การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 -ตรวจสอบผล การ ทำกิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทาง วิทยาศาสตรที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 3) การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะ แหงศตวรรษที่ 21 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การทำงานกลุม เรื่อง แรง สัมผัสและแรงไมสัมผัส -ตรวจสอบผลการทำงาน กลุม เรื่อง แรงสัมผัสและ แรงไมสัมผัส -แบบสังเกตพฤติกรรม การ ทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 5) การทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ ตามตัวชี้วัดประจำหนวย การเรียนรูที่ 4 -ตรวจสอบผลการทำแบบ วัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวยการเรียนรู ที่ 4 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตรป. 3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อัน พึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู


1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


สัปดาหที่ 20 โรงเรียนขจรเกียรติโคกกลอย แผนการจัดการเรียนรู 1. มาตรฐานการเรียนรู ว 2.2 ป.3/2 เปรียบเทียบและยกตัวอยางแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใชหลักฐานเชิง ประจักษ 2. จุดประสงคการเรียนรู 1) อธิบายการเกิดแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสได(K) 2) สามารถระบุแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุได (P) 3) มีความสนใจใฝเรียนรู และสามารถทำงานรวมกับผูอื่นได (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทองถิ่น การดึงหรือการผลักเปนการออกแรงที่เกิด จากวัตถุหนึ่งกระทำกับอีกวัตถุหนึ่ง โดยวัตถุทั้ง สองอาจสัมผัสหรือไมตองสัมผัสกัน เชน การ ออกแรงโดยใชมือดึงหรือการผลักโตะให เคลื่อนที่เปนการออกแรงที่วัตถุตองสัมผัสกัน แรงนี้จึงเปนแรงสัมผัส สวนการที่แมเหล็กดึงดูด หรือผลักระหวางแมเหล็กเปนแรงที่เกิดขึ้นโดย แมเหล็ก ไมจำเปนตองสัมผัสกัน แรง แมเหล็กนี้จึงเปนแรงไมสัมผัส 4. สาระสำคัญ วัตถุที่หยุดนิ่งจะเคลื่อนที่ และวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือชาลงหรือเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ลวนเปน ผลมาจากแรงกระทำตอวัตถุ ซึ่งแรงที่มากระทำตอวัตถุอาจเปนแรงที่สัมผัสกับวัตถุหรือแรงที่ ไมสัมผัสกับวัตถุ ภาคเรียนที่ 1/.......... ชื่อผูสอน นางอาภาภรณ แกวบำรุง 1 กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตร ชั้น ประถมศึกษาปที่ 3 จำนวน 4 คาบ หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ เรื่อง แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัส


5. กระบวนการเรียนรู ขั้นกระตุนความสนใจ 1. ครูกลาวทักทายนักเรียนและแจงจุดประสงคการเรียนรูที่จะเรียนในชั่วโมงนี้ 2. ครูกระตุนความสนใจของนักเรียน โดยนำตัวอยางภาพที่ออกแรงกระทำตอวัตถุ ทำใหวัตถุเคลื่อนที่ และนักเรียนรวมกันตอบ คำถาม ดังนี้ • นักเรียนคิดวา ทั้ง 2 ภาพวัตถุมีการเคลื่อนที่หรือไม (แนวคำตอบ ทั้ง 2 ภาพวัตถุมีการเคลื่อนที่ เนื่องจากมีแรงกระทำตอวัตถุ โดยภาพที่ 1 เปนการออกแรงตีลูกปงปอง ภาพที่ 2 เปนแรงโนมถวงของโลกดึงดูดทำใหดาวเทียมโคจรรอบโลก) 3. ครูแบงกลุมนักเรียนกลุมละ 4-5 คน จากนั้นแจกแมเหล็กกลุมละ 2 แทง และกระดาษ 1 แผน โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1) วางแมเหล็กไวบนโตะ ใชกระดาษขั้นกลางระหวางแทงแมเหล็ก แลวหันขั้วที่เหมือนกันเขาใกลกัน 2) วางแมเหล็กไวบนโตะ ใชกระดาษขั้นกลางระหวางแทงแมเหล็ก แลวหันขั้วตางกันเขาใกลกัน สังเกตการเคลื่อนที่ของ แมเหล็ก 4. ครูลากเกาอี้จากหนาหองไปยังหลังหอง แลวถามนักเรียนโดยใชคำถาม ดังนี้ • การที่ครูออกแรงกระทำกับเกาอี้ แรงดึงดูดของแมเหล็ก และการที่ปากกา ดินสอตกลงสูพื้น ทำใหวัตถุเกิดการ เปลี่ยนแปลง ลักษณะของแรงที่กระทำตอวัตถุแตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวคำตอบ แตกตางกัน เนื่องจากการที่ครูออกแรงลากเกาอี้ เปนการออกแรงที่วัตถุทั้ง 2 ชนิด สัมผัสกัน แตแรงดึงดูด แมเหล็กและปากกา ดินสอตกลงสูพื้น แรงวัตถุทั้ง 2 ชนิด ไมสัมผัสกัน) 5. ครูใหนักเรียนสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 2 ในหนังสือเรียน ชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตรป.3 หนา 102 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับตัวอยางของ แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัส โดยทำลงในกระดาษ A4 และครู สุมตัวแทน 3-4 คน ออกมานำเสนอหนาชั้นเรียน คาบ 1-2


ขั้นขยายความเขาใจ 1. ครูใหนักเรียนดูบัตรภาพ และตั้งคำถามวา กิจกรรมในภาพเปน แรงสัมผัสหรือแรงไมสัมผัส และทำใหวัตถุเคลื่อนที่ได อยางไร ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 2. ครูใหนักเรียนสำรวจกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่มีการออกแรง แลวทำใหวัตถุเคลื่อนที่ไดมา 10 กิจกรรม จากนั้นบันทึกผล ตามตัวอยางตารางลงในสมุดบันทึกประจำตัวนักเรียน 3. ครูใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ลงในสมุดบันทึกประจำตัวนักเรียน 1) แรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสมีลักษณะเหมือนกันหรือไม อยางไร 2) ยกตัวอยางกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ใชแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัส มาอยางละ 2 กิจกรรม ยกตัวอยางแรงสัมผัสและแรงไมสัมผัสที่มีผลตอการเคลื่อนที่ของวัตถุ มาอยางละ 1 ตัวอยาง พรอมบอกวา วัตถุเกิดการ เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่อยางไร 4. ใหนักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่ 2 ในหนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 หนา 103 5. นักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 105 6. การวัดผลและการประเมินผล: รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 2) แบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 แรง และการเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ -ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียนหนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ - แบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 แรงและการ เปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุ - ประเมินตามสภาพจริง 3) การทำงานกลุม -ตรวจสอบผล การทำงานกลุม -แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานกลุม -รอยละ 60 ผานเกณฑ 4) การสืบคน เรื่อง ตัวอยาง แรงสัมผัสและแรงไม สัมผัส -ตรวจสอบการสืบคน เรื่อง ตัวอยางแรงสัมผัส และแรงไมสัมผัส -แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ คาบ 3-4


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน 5) กิจกรรมในชีวิตประจำวัน ที่เกี่ยวกับการออกแรงใน ชีวิตประจำวัน -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมใน ชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับ การออกแรงใน ชีวิตประจำวัน -แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -รอยละ 60 ผานเกณฑ 6) การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะการคิดประจำเรื่อง ที่ 2 -ตรวจสอบผลการทำ กิจกรรมพัฒนาทักษะ การคิดประจำเรื่องที่ 2 - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) การทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ ตามตัวชี้วัด -ตรวจสอบผลการทำ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ตาม ตัวชี้วัด - หนังสือเรียนชุดแมบท มาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7) คุณลักษณะ อันพึงประสงค -สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่น ในการทำงาน -แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค -รอยละ 60 ผานเกณฑ 7. สื่อ/อุปกรณ/แหลงการเรียนรู : 7.1 สื่อการเรียนรู 1) หนังสือเรียนชุดแมบทมาตรฐาน วิทยาศาสตร ป.3 7.2แหลงการเรียนรู - อินเทอรเน็ต 8. กิจกรรมเสนอแนะ ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชื่อ...........................................ฝายวิชาการ ( นางอาภาภรณ แกวบำรุง .) (...............................................) ลงชื่อ...........................................ผูอำนวยการ (....................................................)


Click to View FlipBook Version