The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนา สศท.2 (พ.ศ.2566-2570)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนพัฒนา สศท.2 (พ.ศ.2566-2570)

แผนพัฒนา สศท.2 (พ.ศ.2566-2570)

แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ปี 2566 จัดทำโดย จัดโดย คณะทำงานโครงการส่งเสริมการพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก


ก บทสรุปผู้บริหาร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวนปี 2566 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาองค์กร และบุคลากรให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านนโยบายและเทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้ง สามารถขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม สาระสำคัญมีดังนี้ แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570) 1. วิสัยทัศน์ “องค์กรนำในการพัฒนา และจัดทำแผนพัฒนาด้านการเกษตรของภาคเหนือในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ไปสู่การบริหารจัดการเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายในปี2570” 2. พันธกิจ 2.1 เสนอแนะนโยบายและจัดทำยุทธศาสตร์แผนพัฒนา และมาตรการทางการเกษตรระดับพื้นที่ 2.2 ศึกษา วิเคราะห์วิจัยด้านเศรษฐกิจการเกษตร รวมทั้งจัดทำรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ การเกษตรระดับพื้นที่ 2.3 ติดตามและประเมินผลแผนงาน/โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และบูรณาการ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ 2.4 จัดทำและบริการข้อมูลสารสนเทศการเกษตร 3. เป้าประสงค์ 3.1 เป็นองค์กรหลักในการนำการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตร และจัดทำแผนพัฒนา ด้านการเกษตรของภาคเหนือในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด 3.2 ยกระดับศักยภาพของบุคลากร เพื่อรองรับภารกิจของ สศท.2 และ สศก. 4. เป้าหมาย 4.1 มีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญระดับจังหวัด ผลงานวิจัย/ ประเมินผล และแผนพัฒนาการเกษตร ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ 4.2 บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการทำงานเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง คิดเชิงระบบ มีทัศนคติเชิงบวกในการปฏิบัติงานราชการ และมีภาวะผู้นำ 5. ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 5.1 มีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตร และมีการปรับปรุงอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 5.2 จัดทำข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญระดับจังหวัด 1-2 ชนิด/จังหวัด อย่างน้อย 2 จังหวัด/ปี 5.3 นำเสนอผลงานวิจัยในเวทีวิชาการไม่น้อยกว่า 2 เรื่อง/ปี 5.4 บูรณาการจัดทำ/ทบทวนแผนพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่ทุกจังหวัด


ข 5.5 บุคลากร สศท.2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการทำงานเชิงรุก พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลง คิดเชิงระบบ มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานราชการ และมีภาวะผู้นำ 6. ประเด็นการพัฒนา เป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการดำเนินงาน 6.1 ประเด็นการพัฒนาที่1 ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มพูนทักษะแก่บุคลากรทำงานเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เน้นสร้างบุคลากรให้มีทัศนคติเชิงบวก พัฒนาการคิดเชิงระบบ เพิ่มองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในสายงาน ทักษะด้านภาษา และภาวะผู้นำ กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านศักยภาพ และทักษะองค์ความรู้ในสายงานของ สศก. และองค์ความรู้ภาพรวมของ กษ.ด้านการพัฒนาการเกษตร เพื่อให้สามารถทำงานตามภารกิจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ 2 ปรับรูปแบบการทำงานของบุคลากรให้มุ่งเน้นยึดประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานราชการ คิดเชิงระบบ ทำงานเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และใช้การติดต่อสื่อสารทำงานบนสื่อออนไลน์มากขึ้น กลยุทธ์ที่ 3 กำหนดแนวทางและแผนการพัฒนาบุคลากร ของแต่ละส่วน/ฝ่าย ในสังกัด สศท. 2 รายปี 6.2 ประเด็นการพัฒนาที่2 ยกระดับคุณภาพงานด้วยระบบตรวจสอบข้อมูล (QC) พัฒนา/ปรับปรุง การจัดทำข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้ตอบสนองความต้องการในระดับพื้นที่ สร้างระบบการจัดการและ พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนงานตามภารกิจ สศท.2 และ สศก. เพิ่มบทบาทการให้ข้อเสนอแนะเชิง นโยบายกับหน่วยงานในระดับพื้นที่ และพัฒนาช่องทางการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลของ สศก. แบบ Real Time กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนางานด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มการจัดทำข้อมูลรายสินค้าระดับ พื้นที่ เพื่อยกระดับ สศท.2 ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรระดับภาค/กลุ่มจังหวัด กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเอกภาพของ สศท. กับหน่วยงานภาคีระดับพื้นที่ ทั้งภายในและภายนอก กษ. มุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนงานตามนโยบาย ระดับพื้นที่ให้มากขึ้น กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับการทำงานโดยบูรณาการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ กษ. ระดับพื้นที่ เน้นการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร แผนพัฒนารายสินค้า ในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาสินค้าสำคัญระดับภาค/จังหวัด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หรือภาคเกษตรในระดับพื้นที่ให้ เติบโตเห็นผลเป็นรูปธรรม 6.3 ประเด็นการพัฒนาที่3 เพิ่มผลงานของ สศท.2 โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ด้านการเกษตรให้ ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรเชิงประจักษ์ โดยอาศัยศักยภาพบุคลากร และคุณภาพของผลงาน กลยุทธ์ที่ 1 ยกระดับงานด้านการประชาสัมพันธ์ของ สศท.2 พิษณุโลก กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้หลากหลาย ครอบคลุมทุกช่องทางด้านการเกษตร ในพื้นที่รับผิดขอบของ สศท.2 เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์


ค 6.4 ประเด็นการพัฒนาที่4 พัฒนาองค์กรด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของ สศท.2 ให้สอดคล้อง กับวัฒนธรรมของ กษ. ปรับเปลี่ยนอัตรากำลังภายในองค์กรให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เตรียมความพร้อมในการสนับสนุนบุคลากรร่วมบูรณาการทำงานตามภารกิจ เพื่อขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ในระดับพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภายนอกอย่างเต็มกำลังความสามารถ ส่งเสริม สนับสนุน ความก้าวหน้าใน สายงานของบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ คัดเลือก/พัฒนาศักยภาพ ศกอ.ที่มีความพร้อมด้านอายุองค์ความรู้ เทคโนโลยีร่วมสนับสนุนการทำงานกับ สศท.2 โดยนำเครื่องมือ/เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้พร้อมทั้ง บริหารจัดการงาน งบประมาณ ทรัพยากรอื่นๆ ในองค์กรให้คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด กลยุทธ์ที่ 1 จัดทำแผนพัฒนาองค์การ จัดกิจกรรมสัมพันธ์สศท.2 เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความผูกพันในองค์กร กลยุทธ์ที่ 2 สร้างวัฒนธรรมองค์กรของ สศท.2 ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของ กษ. โดยการ ปรับเปลี่ยนอัตรากำลังภายในให้เหมาะสม และยึดประโยชน์ต่อองค์กรเป็นสำคัญ กลยุทธ์ที่ 3 ส่งเสริม สนับสนุน ความก้าวหน้าในสายงานของบุคลากรเพื่อสร้างแรงจูงใจ กลยุทธ์ที่ 4 ยกระดับศักยภาพ ศกอ. ให้มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อร่วมสนับสนุนการ ทำงานให้องค์กร เน้นประยุกต์ใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้มากขึ้น กลยุทธ์ที่ 5 บริหารจัดการงาน งบประมาณ ทรัพยากรอื่นๆ ในองค์กรให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด สร้างความคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาพรวมขององค์กร (สศท.2)


ง คำนำ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 วันที่ 30 เมษายน 2562 โดยให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรบรรลุผลตามเป้าหมาย และการบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการติดตามประเมินผล และรายงานผลการปฏิบัติราชการตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก จึงจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) สำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และเป็น เครื่องมือสำหรับผู้บริหารในการกำกับดูแล และติดตามผลการดําเนินงานของโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 กรกฎาคม 2566


จ สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร ก คำนำ ง สารบัญ จ สารบัญตาราง ฉ สารบัญภาพ ช ส่วนที่ 1 บทนำ 1 ส่วนที่ 2 ความสอดคล้องกับกฎระเบียบ นโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้อง 3 2.1 แผนระดับ 1 3 2.2 แผนระดับ 2 4 2.3 แผนระดับ 3 4 ส่วนที่ 3 กรอบแนวคิดทฤษฎี 17 3.1 ความหมายของการวางแผนยุทธศาสตร์ 17 3.2 ความสำคัญของการวางแผนยุทธศาสตร์ 17 3.3 แนวคิดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) 18 ส่วนที่4 การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) 21 ส่วนที่5 แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) 43 5.1 วิสัยทัศน์ 43 5.2 พันธกิจ 43 5.3 ค่านิยมร่วม 43 5.4 วัฒนธรรมองค์การ 43 5.5 เป้าประสงค์ 44 5.6 เป้าหมาย 44 5.7 ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 44 5.8 ประเด็นการพัฒนา 44 ส่วนที่ 6 สรุปแผนงาน/โครงการ 57 บรรณานุกรม 64


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 3.1 ตารางวิเคราะห์ TOWS Matrix 20 4.1 ลักษณะสำคัญ และการประเมินภาพรวมองค์การ 24 4.2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน จุดแข็ง (Strengths) 26 4.3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน จุดอ่อน (Weakness) 28 4.4 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส (Opportunities) 29 4.5 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก อุปสรรค (Threat) 30 4.6 ผลการวิเคราะห์TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก SO (จุดแข็ง – โอกาส) 32 4.7 ผลการวิเคราะห์TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงพัฒนา WO (จุดอ่อน – โอกาส) 34 4.8 ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงปรับเปลี่ยน/เชิงป้องกัน ST (จุดแข็ง –อุปสรรค) 36 4.9 ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรับ WT (จุดอ่อน - อุปสรรค) 39 6.1 สรุปแผนงาน/โครงการ 57


ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 2.1 โครงสร้างการบริหารงานสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 13 3.1 รูปแบบ 7 – S Model ของ Mckinsey 19 4.1 โครงสร้างผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 21 4.2 โครงสร้างการบริหาร ส่วนสารสนเทศการเกษตร 22 4.3 โครงสร้างการบริหาร ส่วนวิจัยและประเมินผล 22 4.4 โครงสร้างการบริหาร ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร 23 4.5 โครงสร้างการบริหาร ฝ่ายบริหารทั่วไป 23


ส่วนที่ 1 บทนำ 1.1 หลักการและเหตุผล ในปี พ.ศ.2545 มีการปฏิรูประบบราชการของไทยเพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการ ดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ โดยอาศัยกรอบแนวคิดเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี(Good Governance) เป็นหลักในการพัฒนาระบบราชการไทยเพื่อสนองตอบต่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. 2545 โดยมุ่งพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศ โดย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ (ก.พ.ร.) ได้นำแนวคิดของการบริหารยุทธศาสตร์ (Strategic Management) มาพิจารณากำหนดกรอบ ทิศทางแนวทางปฏิบัติขององค์กร และมีการติดตามประเมินผลที่ชัดเจน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2522 มีฐานะเทียบเท่ากรม มีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย มาตรการและวางแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งจัดทำและให้บริการข้อมูลข่าวสารการเกษตร โดยการศึกษาวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจการเกษตร การติดตามและประเมินผล เพื่อให้การเกษตรของประเทศมีความ พร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก และเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งในปี พ.ศ.2545 ภายใต้การปฏิรูประบบ บริหารราชการแผ่นดินดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 ทำให้มีการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ ของเขตเกษตรเศรษฐกิจ จากเดิม 24 เขต มาจัดตั้งเป็นสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 1-9 โดยมีการแบ่งส่วน ราชการเพื่อไปปฏิบัติงานในภูมิภาค เรียกว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต มีภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง อย่างชัดเจน เพื่อดำเนินภารกิจของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในพื้นที่ที่รับผิดชอบ แบ่งโครงสร้างการ บริหารงานภายในออกเป็น 3 กลุ่มงาน และ 1 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มสารสนเทศการเกษตร กลุ่มวิจัยและ ประเมินผล กลุ่มแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร และฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก เป็นองค์กรส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในระดับภูมิภาค ดูแล รับผิดชอบ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน มีพันธกิจสำคัญ คือ 1) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลการเกษตร รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ 2) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานผลการ ติดตาม ผลการประเมินความสำเร็จ และผลกระทบของการดำเนินงานตามมาตรการแผนงาน และโครงการต่างๆ ของ กษ. 3) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญ 4) ศึกษา วิเคราะห์ความเชื่อมโยงและความ สอดคล้องของแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนา การเกษตรและสหกรณ์ และแผนระดับต่างๆ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย และ การจัดทำแผนงานและโครงการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ 5) ปฏิบัติงานร่วม หรือสนับสนุนการ ปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นั่นคือ “องค์กรชี้นำในการพัฒนาและจัดทำยุทธศาสตร์เกษตรของประเทศไปสู่การบริหารจัดการ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ปัจจุบันมีบุคลากร ประกอบด้วย ข้าราชการ 21 คน ลูกจ้างประจำ 1 คน พนักงานราชการ 7 คน จ้างเหมาบริการ 15 คน รวมทั้งสิ้น 44 คน


2 ดังนั้น การจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก จึงมีความสำคัญต่อการนำไป ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานขององค์กรให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมายหลัก คือ ตามสายงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และภารกิจรองรับมอบหมาย จากหน่วยงานองค์กรในพื้นที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานในทุกระดับเป็นไปใน ทิศทางเดียวกันและชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งมีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร 20 ปี และระยะ 5 ปีเพื่อนำองค์กรให้สามารถมุ่งสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดประเด็นการพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 ให้เป็นกรอบในการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกับแผน ระดับต่างๆ ได้แก่ แผนปฏิบัติราชการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 20 ปีแผนปฏิบัติราชการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) แผนบูรณาพัฒนาระดับพื้นที่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมและแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนแม่บท และยุทธศาสตร์ชาติ 1.3 วิธีดำเนินการ ในการจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ได้มอบหมายให้ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ยกร่างแผนฯ เพื่อนำเสนอคณะทำงานโครงการส่งเสริมการพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิจารณาให้แนวทาง และ ทิศทางส่งเสริมพัฒนาองค์การ ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงประเด็นการพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาดังกล่าว ซึ่งใน แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 ได้ดำเนินการตามกระบวนการจัดทำแผนงานโครงการ และ ยุทธศาสตร์ โดยนำเครื่องมือต่าง ๆ ในการจัดทำ และวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ เช่น การวิเคราะห์สมรรถนะหลัก ทบทวนกระบวนการทำงาน และการวิเคราะห์ลูกค้าองค์กร การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร โดยอาศัยตัวแบบ 7s Mckinsey PEST Analysis การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT) การ วิเคราะห์กำหนดตำแหน่งขององค์กร กำหนดกลยุทธ์/แนวทางการดำเนินงาน/ตัวชี้วัด และรับฟังความคิดเห็นของ ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาองค์กรที่มีประสิทธิภาพ 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก มีแผนพัฒนาองค์การภายใต้ชื่อ “แผนพัฒนาสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)” ที่กำหนดทิศทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ ภารกิจหน้าที่และตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อย่างชัดเจน


3 ส่วนที่ 2 ความสอดคล้องกับกฎระเบียบ นโยบาย และแผนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) โดยมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท นโยบายรัฐบาล และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 1) มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน 2) มาตรา 16 ให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้นโดยจัดทำเป็นแผน 5 ปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง 3) มาตรา 9 ในวาระเริ่มแรก การจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการเป็นแผน 5 ปีตามมาตรา 16 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกานี้ ให้จัดทำเป็นแผน 3 ปีโดยมีห้วงระยะเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 นโยบาย และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 2.2 แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) มีวิสัยทัศน์ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ป ระเท ศชาติมั่น คง ป ระช าช นมีความสุข เศรษ ฐกิจพั ฒ น าอย่างต่อเนื่ อง สังคมเป็ น ธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุก ช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่งและมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม การพัฒนาประเทศ ในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ได้แก่ ประเด็นที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ประเด็นที่ 2 ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประเด็นที่ 3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ประเด็นที่ 4 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ประเด็นที่ 5 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประเด็นที่ 6 ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยมีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (01) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง (02) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการ แข่งขัน (หลัก) (04) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (05) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ (06) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ


4 2.3 แผนระดับที่ 2 2.3.1 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ ของยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนระดับต่าง ๆ ในลักษณะที่มีการบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ชาติด้าน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำไปใช้เป็นกรอบในการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บรรลุ เป้าหมายการพัฒนาประเทศตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติภายในปี 2580 โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ ชาติ มีทั้งหมด 23 ฉบับ มีเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 16 ฉบับ ได้แก่ (01) ความมั่นคง (02) การต่างประเทศ (03) การเกษตร (หลัก) (05) การท่องเที่ยว (06) พื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ (07) โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล (08) ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ (09) เขตเศรษฐกิจพิเศษ (15) พลังทางสังคม (16) เศรษฐกิจฐานราก (18) การเติบโตอย่างยั่งยืน (19) การบริหารจัดการน้ำ ทั้งระบบ (20) การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ (21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (22) กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ (23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 2.3.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) การกำหนดกรอบแผนพัฒนาฯฉบับที่ 13 มุ่งเน้นการคัดเลือกประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญ สูงในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน (Hi-Value and Sustainable Thailand) ในองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High ValueAdded Economy) (2) สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค (High Opportunity Society) (3) วิถีชีวิตที่ยั่งยืน (High Sustainability) และ (4) ปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนา (High-Leverage Enablers) โดยภายใต้องค์ประกอบ ในแต่ละด้าน ได้มีการกำหนด “หมุดหมาย” (Milestones) ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนา จะ“เป็น” มุ่งหวังจะ“มี” หรือต้องการจะ“ขจัด” ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ของแผนฯ ซึ่งประกอบด้วย 13 หมุดหมาย โดยมีหมุดหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเกษตร จำนวน 9 หมุดหมาย ได้แก่ (1) ไทยเป็นประเทศชั้นนำ ด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง (2) ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน (5) ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค (7) ไทยมี SMEs ที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้ (8) ไทยมีพื้นที่และเมืองหลักของภูมิภาคที่มีความเจริญทาง เศรษฐกิจ ทันสมัย และน่าอยู่ (09) ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคม ที่เพียงพอ เหมาะสม (10) ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ (11) ไทยสามารถลดความเสี่ยงและ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ (13) ไทยมีภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง 2.4 แผนระดับที่ 3 2.4.1 แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564 –2570 มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรที่มีความหลากหลายด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ร่วมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และความคิดสร้างสรรค์ในการเพิ่มการเติบโต ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ใน 4 สาขายุทธศาสตร์ คือ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์


5 พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ และการทองเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์รวมถึงการรักษาฐานทรัพยากรและความ หลากหลายทางชีวภาพให้สมดุลระหว่างการมีอยู่และใช้ไปเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน มีวิสัยทัศน์ คือ เศรษฐกิจ เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความ หลากหลายทางชีวภาพให้มีคุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการจัดสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุน ทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ และยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับการพัฒนา อุตสาหกรรมภายใต้ BCG ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างความสามารถในการ ตอบสนองต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกยุทธศาสตร์ 2.4.2 นโยบายรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 โดยคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้ทราบถึงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินที่รัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง สังคมไทยมีความสงบสุข สามัคคี และเอื้ออาทร คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีความพร้อมที่จะดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง และมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนโยบายประกอบด้วย นโยบายหลัก 12 ด้าน นโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง โดยมีนโยบายหลัก ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ 1) นโยบายหลัก 8 ด้าน ประกอบด้วย นโยบายหลักที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบัน พระมหากษัตริย์ นโยบายหลักที่ 4 การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก นโยบายหลักที่ 5 การพัฒนาเศรษฐกิจและ ความสามารถในการแข่งขันของไทย นโยบายหลักที่ 6 การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญ สู่ภูมิภาค นโยบายหลักที่ 7 การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก นโยบายหลักที่ 10 การฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน นโยบายหลักที่ 11 การปฏิรูปการ บริหารจัดการภาครัฐ และนโยบายหลักที่ 12 การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและ กระบวนการยุติธรรม 2) นโยบายเร่งด่วน 7 เรื่อง ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วนที่ 1 การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิต ของประชาชน โยบายเร่งด่วนที่ 4 การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม นโยบายเร่งด่วนที่ 6 การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต นโยบายเร่งด่วนที่ 8 การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ นโยบายเร่งด่วนที่ 9 การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความ สงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นโยบายเร่งด่วนที่ 10 การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนและนโยบาย เร่งด่วนที่ 11 การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย


6 2.4.3 นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนด้านการเกษตรให้มีความยั่งยืนด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือ กับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย Lazada Shopee Alibaba สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลาย ทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจเกษตร ทั้งผลผลิตและสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรชุนชนที่เชื่อมโยงกับตลาดชุมชนหรือตลาดเกษตรกร อีกทั้งส่งเสริมระบบเกษตรพันธสัญญา เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ โดยมีความร่วมมือ ด้านการตลาดที่สำคัญ ได้แก่ สร้างกลไกความร่วมมือให้เกิดการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ 2) ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 เพื่อการพัฒนาภาคเกษตรกรรมโดยการใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรมตลอดโซ่อุปทานและโซ่คุณค่า (Supply-Value Chain) ตั้งแต่การผลิต การแปรรูปจนถึงการตลาด โดยพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์ นวัตกรรมรวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยเชื่อมโยงการทํางานกับศูนย์เรียนรู้การ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อยกระดับสู่การทําเกษตรสมัยใหม่ เกษตรแบบแม่นยํา (Precision Agriculture) เกษตรอัจฉริยะ พัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และส่งเสริมสถาบัน เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ให้เป็นผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Providers : ASP) เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเกษตร และเป็นช่องทางการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม เกษตรสมัยใหม่ได้อย่างครบวงจร 3) ยุทธศาสตร์ 3’S คือ "Safety" ความปลอดภัยของอาหาร เน้นสินค้าเกษตรและอาหารของไทย มีความปลอดภัย เชื่อมั่นในระบบที่มีมาตรฐาน สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาตรฐานสินค้าเกษตรของ ไทยเป็นไป 13 ตามมาตรฐานสากล "Security" ความมั่นคงมั่งคั่ง ของภาคการเกษตรและอาหาร เน้น 4 ด้าน ได้แก่ (1) Food Security ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก (2) Health Security ไทยมีมาตรการ ควบคุม ป้องกันการระบาดโรคที่เข้มงวด (3) Biosecurity ไทยมีระบบควบคุม/ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ และพืช รวมทั้งศัตรูพืช การนำแอพพลิเคชั่น e-Smart Plus มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงฟาร์มสุกรแบบ Realtime สำหรับ โรค African Swine Fever (ASF) และ (4) Farmer Securityเน้นการเสริมสร้างเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรให้มี ความเข้มแข็ง ส่งเสริมเกษตรพอเพียง และ Smart Farmer, Young Smart Farmer เพื่อให้ภาคเกษตรมีความมั่นคง และ "Sustainability" ความยั่งยืนของภาคการเกษตร ระบบการทำเกษตรของไทยเน้นความยั่งยืน เช่น เกษตร ผสมผสาน เกษตรอินทรีย์ เกษตรธรรมชาติ และวนเกษตร การลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร รับรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง มีการนำเทคโนโลยีฝนหลวงมาใช้ประโยชน์ มีการจัดสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของดิน การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) และมีการ


7 บริหารจัดการน้ำทั้งระบบรวมถึงการขับเคลื่อนโดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจ สีเขียว (Bio Circular - Green Economy : BCG Economy) และ SDGs ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร 4) ยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน การบูรณาการเพื่อพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ในการใช้ประโยชน์และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อการบริหารและสนับสนุนข้อมูลที่ดี แก่เกษตรกรสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงตรวจสอบศักยภาพพื้นที่ โดยบูรณาการจัดทำระบบ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) สำหรับเป็นเครื่องมือในการวางแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตร ที่สำคัญ ที่คำนึงถึงความเหมาะสมด้านกายภาพ ด้านเศรษฐกิจสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรให้ ครอบคลุมทุกด้านทั้งสินค้า การตลาด และทรัพยากร เพื่อบริหารจัดการสินค้าเกษตรและทรัพยากรทางการเกษตร นำไปใช้วางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ รวมถึงการรับรู้ความต้องการคุณภาพและปริมาณของตลาดทั้งในและ ต่างประเทศการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในด้านการพัฒนาการเกษตร การนำจุดแข็งหรือศักยภาพของแต่ละ ภาคส่วนมาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาภาคเกษตรตลอดโซ่อุปทาน เช่น ความร่วมมือด้านการตลาดร่วมกับกระทรวง พาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อ เชื่อมโยงด้านการตลาดให้มีความหลากหลาย ใช้ในการซื้อขายได้จริง 5) ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวศาสตร์พระราชา โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน และสร้างความมั่นคงแก่เกษตรกร ได้แก่ โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริฯ เกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการหลวง ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกลุ่มเกษตรกร เครือข่าย เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและพึ่งพาตนเองได้ 2.4.4 แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) วิสัยทัศน์“เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี” พันธกิจ 1) ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคง 2) พัฒนาเศรษฐกิจภาคการเกษตรและสหกรณ์ให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ 3) วางแผนการผลิตด้วยหลักการตลาดนำการผลิต 4) บริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ 5) ส่งเสริมงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง 6) ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน 7) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เป้าประสงค์ 1) เกษตรกรกินดีอยู่ดี มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญ และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ เกษตรกรรม 2) สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร) มีความเข้มแข็ง และเป็น ผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร


8 3) การพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทยให้ดีขึ้น และปรับตัวได้ทันตามสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ 4) การเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 5) การบริหารจัดการภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป้าหมาย 1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตรเพิ่มขึ้น 2) ผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 3) รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้น 4) สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร) มีศักยภาพเพิ่มขึ้น 5) การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตทางการเกษตรมีความสมดุล ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสาขาเกษตร เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ต่อปี 2) อัตราผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตร เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ต่อปี 3) รายได้เงินสดสุทธิครัวเรือนเกษตร เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี 4) สถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร) ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์มีความเข้มแข็งในระดับมาตรฐาน (1) สหกรณ์มีความเข้มแข็งในระดับ 1 และ 2 อย่างน้อย ร้อยละ 95 (2) วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง อย่างน้อยร้อยละ 30 5) ครัวเรือนเกษตรได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำรวม 2,576,015 ครัวเรือน ประเด็นการพัฒนา ประกอบด้วย 5 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 เสริมสร้างความมั่นคงทางการเกษตร แนวทางการพัฒนา คือ การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเกษตร การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมง ที่ผิดกฎหมาย (IUU Fishing) การป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ รวมถึงการป้องกันและ แก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ ประเด็นการพัฒนาที่ 2 ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร แนวทางการ พัฒนา คือ การส่งเสริมเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ การ พัฒนาระบบนิเวศการเกษตร ท่องเที่ยวเกษตรเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐานและระบบ โลจิสติกส์การเกษตร การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร และการพัฒนาการเกษตรในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประเด็นการพัฒนาที่ 3 สร้างความเสมอภาคและกระจายความเท่าเทียมทางสังคมเกษตร แนวทางการพัฒนา คือ การเสริมสร้างทุนทางสังคม การรองรับสังคมเกษตรสูงวัยเชิงรุก การยกระดับศักยภาพของ เกษตรกรรายย่อยให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ และการสร้างสภาพแวดล้อมและกลไกที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานราก


9 ประเด็นการพัฒนาที่ 4 บริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและ ยั่งยืน แนวทางการพัฒนา คือ การพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมเชิงนิเวศ การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคม เศรษฐกิจสีเขียว การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล การจัดการมลพิษที่มีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม และสารเคมีในภาคเกษตรทั้งระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การพัฒนาการจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำ ทั้งระบบเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ และการเพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบ ในการใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้น้ำให้ทัดเทียมกับระดับสากล ประเด็นการพัฒนาที่ 5 พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐและงานวิจัยด้านการเกษตร แนวทางการพัฒนา คือ การพัฒนาบริการประชาชน การพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐ การสร้างและพัฒนา บุคลากรภาครัฐ การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ การพัฒนากฎหมาย และการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมการเกษตร 2.4.5 แผนปฏิบัติราชการของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570) วิสัยทัศน์ ““องค์กรนำในการพัฒนาภาคเกษตรและศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรแห่งชาติที่มี ประสิทธิภาพสูง ภายในปี 2570” พันธกิจ 1) จัดทำและบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศการเกษตร 2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยด้านเศรษฐกิจการเกษตร จัดท ารายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ การเกษตรทั้งภายในและต่างประเทศ 3) เสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตร รวมทั้งจัดทำท่าทีและ ร่วมเจรจาการค้าสินค้าเกษตรและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ 4) ติดตามและประเมินผลแผนงาน/โครงการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป้าประสงค์ "สารสนเทศการเกษตรและแผนพัฒนาการเกษตรที่เป็นเลิศ สนับสนุนการขับเคลื่อนภาคเกษตร ไปสู่การพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน" เป้าหมาย 1) สารสนเทศการเกษตร (ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร การวิจัยด้านการเกษตร ผลการประเมิน แผนงาน/โครงการด้านการเกษตร) มีความถูกต้อง ทันสมัย และเข้าถึงได้ 2) แผนและมาตรการทางการเกษตรนำไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรของประเทศ 3) พัฒนาศักยภาพองค์กรและการบริหารจัดการ ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย 1) สารสนเทศการเกษตรนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 100 2) แผนพัฒนาการเกษตรและมาตรการทางการเกษตรได้รับความเห็นชอบให้นำไปใช้ประโยชน์ ร้อยละ 90


10 3) ระดับ Digital Government Maturity Model (Gartner) ระดับ 2 ประเด็นการพัฒนา ประกอบด้วย 3 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำข้อมูลสารสนเทศการเกษตรและนโยบาย มาตรการและแผนพัฒนาการเกษตร แนวทางพัฒนา คือ 1) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเฝ้าระวังและ เตือนภัยสินค้าเกษตร ส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่มีมาตรฐานและครบวงจร 2) พัฒนากระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการ มาตรการ แผนงานและโครงการบูรณาการทางการเกษตรอย่างเป็น ระบบ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 3) พัฒนาการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้นวัตกรรม ในภาคการเกษตร ทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยเชิงประยุกต์4) พัฒนากระบวนการติดตามและประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ในการประมวลผลให้ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับติดตามและประเมินผลอย่าง รอบด้าน และ 5) พัฒนาการวิเคราะห์และจัดทำงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ตอบสนองต่อ เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาที่ 2 สนับสนุนการสร้างโอกาสและความเสมอภาคของเกษตรกร แนวทางพัฒนา คือ 1) เสนอแนะแนวทางการเปิดโอกาสให้เกิดกระบวนการรวมตัวของประชากรภาคการเกษตร รวมถึงภาคีเครือข่ายในการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการจัดการกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจและสังคม 2) เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สามารถ พึ่งตนเองช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน มีคุณธรรม เพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในพื้นที่ และ 3) สนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้ทางการเกษตรผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า เกษตร (ศพก.) ประเด็นการพัฒนาที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร แนวทางพัฒนา คือ 1) การ พัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐให้เป็นภาครัฐทันสมัย เปิดกว้าง เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง กำหนดนโยบายและ การบริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 2) ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัด โครงสร้างองค์การและออกแบบระบบการบริหารงานให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว กระชับ ทันสมัย สามารถ ตอบสนองต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกมิติ3) การสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ เพื่อให้บุคลากรภาครัฐเป็น คนดีคนเก่ง มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีจิตสำนึก มีความสามารถสูง มีภาวะผู้นำ มีความรู้ความสามารถและทักษะใน การปฏิบัติงาน ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และ 4) การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งเสริมการ ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปราศจากพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยการปฏิบัติหน้าที่ ราชการอย่างเปิดเผย โปร่งใส ถูกต้อง เป็นธรรม 2.4.6 แผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 1-12 ปี2545 ภายใต้การปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออก กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่9ตุลาคม 2545 ทำให้มีการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของเขตเกษตรเศรษฐกิจ จากเดิม 24เขต มาจัดตั้งเป็นสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตรเขต1-9โดยแต่ละเขตมีฐานะเป็นกอง มีอำนาจหน้าที่ดังนี้


11 1) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลการเกษตร รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรในพื้นที่ ที่รับผิดชอบ 2) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานผลการติดตาม และผลการประเมินความสำเร็จ และผลกระทบของ การดำเนินงานตามมาตรการ แผนงาน โครงการต่างๆในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 3) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เศรษฐกิจการเกษตรที่สำคัญในระดับท้องถิ่น 4) ศึกษา วิเคราะห์ ความเชื่อมโยง และความสอดคล้องของแผนพัฒนาการเกษตรในระดับ กระทรวงที่นำไปสู่แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตรในระดับภูมิภาค รวมทั้งให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการจัดแผนงานและโครงการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ 5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ มอบหมาย สำหรับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขตได้แบ่งส่วนราชการ ภายใน และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต ดังนี้ 1)กลุ่มสารสนเทศการเกษตร - งานวางแผนการสำรวจจัดเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตร ในภาคสนามของพื้นที่ที่รับผิดชอบ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น - งานบันทึกและประมวลผลข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตรระดับ จังหวัด/อำเภอของพื้นที่ที่รับผิดชอบ รวมทั้งรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นให้กับส่วนกลาง -จัดทำรายงานผลข้อมูลขั้นสุดท้ายและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ให้แก่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และเกษตรกรในระดับพื้นที่ที่รับผิดชอบ 2)กลุ่มวิจัยและประเมินผล -ศึกษา วิเคราะห์ ติดตามและรายงานสถานการณ์การผลิต การตลาด และราคาสินค้าเกษตร ที่เกษตรกรได้รับในพื้นที่ รวมทั้งรายงานข้อมูลให้กับส่วนกลาง -ศึกษา วิเคราะห์วิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ภาวะเศรษฐกิจสังคมของครัวเรือนเกษตรในระดับ พื้นที่ที่รับผิดชอบ -ติดตามและประเมินผลความสำเร็จ และผลกระทบของการดำเนินงานตามมาตรการ แผนงาน โครงการต่าง ๆ รวมทั้งรายงานผลการติดตาม ผลการประเมิน และข้อเสนอแนะแก่ส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ที่รับผิดชอบ 3)กลุ่มแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร -ศึกษา วิเคราะห์ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร ในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ในระดับกระทรวงและระดับชาติ


12 -ศึกษา วิเคราะห์และรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรและคาดคะเนแนวโน้มในระดับจังหวัด พื้นที่ที่รับผิดชอบ -ศึกษา วิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ จัดทำแผนงาน โครงการแก่ส่วนราชกรต่างๆในระดับพื้นที่ 4) ฝ่ายบริหารทั่วไป - งานสารบรรณ งานการเงินและบัญชีงานการเจ้าหน้าที่และงานพัสดุครุภัณฑ์ของเขต - งานประสานในการจัดทำแผนงานและงบประมาณของเขตกับส่วนกลาง - งานประสานติดตาม และรายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินของเขตกับส่วนกลาง ต่อมา มีการปรับปรุงการแบ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขตเป็นการภายในใหม่ เพื่อให้การ ปฏิบัติงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต มีความคล่องตัวสอดรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น จึงมีคำสั่ง 3ฉบับ จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 10-12ดังนี้ คำสั่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ 71/2547 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์2547 จัดตั้งสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรเขต 10 คำสั่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ 237/2554 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2554 จัดตั้งสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรเขต 11 คำสั่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ 712/2555 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2555 จัดตั้งสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรเขต 12 สำหรับที่ตั้งและจังหวัดที่รับผิดขอบของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ทั้ง12แห่ง มีดังนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 1 ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายลำพูน ลำปางแม่ฮ่องสอน และจังหวัดพะเยา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบจังหวัดพิษณุโลก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์สุโขทัยและจังหวัดตาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 3 ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีรับผิดชอบจังหวัดอุดรธานีเลย หนองบัวลำภูหนองคาย บึงกาฬ สกลนครและจังหวัดนครพนม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต4 ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น รับผิดชอบจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์และจังหวัดมหาสารคาม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต5 ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์สุรินทร์และจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต6 ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรีรับผิดชอบจังหวัดชลบุรีสมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรีสระแก้วฉะเชิงเทราตราดระยอง และจังหวัดจันทบุรี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 7 ตั้งอยู่ที่จังหวัดชัยนาท รับผิดชอบจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี สระบุรีสุพรรณบุรีอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรีลพบุรีปทุมธานีและจังหวัดกรุงเทพมหานคร


13 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต8 ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีรับผิดชอบจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราชกระบี่ ภูเก็ต พังงา ระนองและจังหวัดชุมพร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 9 ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา รับผิดชอบจังหวัดสงขลา พัทลุงตรัง สตูล ปัตตานียะลาและจังหวัดนราธิวาส สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต10 ตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรีรับผิดชอบจังหวัดราชบุรีกาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาครสมุทรสงคราม เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต11 ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีรับผิดชอบจังหวัดอุบลราชธานี มุกดาหารอำนาจเจริญ ยโสธรและจังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 12 ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์รับผิดชอบจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์และจังหวัดอุทัยธานี ภาพที่ 2.1 โครงสร้างการบริหารงานสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หมายเหตุ สำนักเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 10-12 และศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจ การเกษตร เป็นหน่วยงานจัดตั้งภายใน สศก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กลุ่มตรวจสอบภายใน กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักวิจัย เศรษฐกิจ การเกษตร ศูนย์สารสนเทศ การเกษตร สำนักเศรษฐกิจการเกษตร ระหว่างประเทศ สำนักนโยบาย และแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 1-12 ศูนย์ปฏิบัติการ เศรษฐกิจการเกษตร ศูนย์ประเมินผล สำนักงาน เลขานุการกรม


14 วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรชี้นำการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตรในระดับพื้นที่” พันธกิจ 1) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำข้อมูลสารสนเทศการเกษตร วิจัย ติดตามประเมินผล เสนอแนะ มาตรการและนโยบายภาคการเกษตร ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลการเกษตร รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูล สารสนเทศการเกษตรในพื้นที่ที่รับผิดชอบ 2) ยกระดับศักยภาพของบุคลากรเพื่อรองรับภารกิจขององค์กร ค่านิยมร่วม รู้รอบด้าน ทันเหตุการณ์ ทำงานเชิงรุก เป้าประสงค์ 1) เป็นองค์กรหลักในการชี้นำการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการเกษตร 2) ยกระดับศักยภาพของบุคลากรเพื่อรองรับภารกิจขององค์กร ประเด็นการพัฒนา ประกอบด้วย 4 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 พัฒนาการเป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศการเกษตรในระดับพื้นที่ (Center of Regional Agricultural Information : CRAI) เป้าประสงค์ เป็นหนึ่งด้านข้อมูลสารสนเทศการเกษตรในระดับพื้นที่ ตัวชี้วัด ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของผู้รับบริการที่นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตรในระดับพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตร การบริหาร จัดการข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ส่งเสริมการจัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศการเกษตร เพื่อการตัดสินใจและ แก้ปัญหาสินค้าเกษตรในพื้นที่ กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนากระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลสารสนเทศการเกษตร แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ การพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลการเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และพัฒนา ศกอ. เพื่อการจัดเก็บข้อมูลอย่าง มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ 3 เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเกษตรในระดับพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ พัฒนาระบบการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม และ Application และพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลทางการเกษตรในระดับพื้นที่และภูมิภาค กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูล/ผลงานให้สาธารณะรับทราบ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ จัดตั้งศูนย์ข้อมูล นวัตกรรม และบริการข้อมูลสารสนเทศเศรษฐกิจ การเกษตร เพิ่มช่องทางการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และจัดประชุมเชิงวิชาการสารสนเทศเศรษฐกิจ การเกษตร


15 ประเด็นการพัฒนาที่ 2 สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางการจัดทำงานวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ระดับภูมิภาคและเผยแพร่ทั้งในประเทศ/นานาชาติ และพัฒนากระบวนการทำงานด้านติดตามประเมินผล ระดับพื้นที่ เป้าประสงค์ ตอบสนองนโยบายและโจทย์งานวิจัยในระดับภูมิภาค และยกระดับการทำงานด้าน ติดตามประเมินผลในระดับพื้นที่ และพัฒนาเป็นที่ปรึกษา ตัวชี้วัด ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ผู้รับบริการที่นำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนากระบวนการจัดทำงานวิจัย ให้ตอบสนองต่อความต้องการของ Stakeholders อย่างเป็นระบบ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ เสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานความร่วมมือทางวิชาการเพื่อ สนับสนุนการงานวิจัย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดประชุม/เวทีนำเสนอผลงานวิจัย และจัดทำข้อตกลงความ ร่วมมือทางวิชาการและพันธมิตรเครือข่ายงานวิจัย กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงานวิจัยเศรษฐกิจการเกษตรในระดับภูมิภาค แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ เพิ่มศักยภาพการคิดวิเคราะห์ และพัฒนางานวิจัยเชิงรุก และเพิ่ม ประสิทธิภาพการจัดทำงานวิจัยเศรษฐกิจการเกษตรด้วยนวัตกรรม กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาการติดตามและประเมินผลในระดับพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ พัฒนาการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงานและโครงการ พัฒนาเทคนิคการนำเสนอการประเมินผล และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามประเมินผลด้วยเทคโนโลยีและเครือข่าย ประเด็นการพัฒนาที่ 3 ชี้นำและเสนอแนะมาตรการ นโยบายพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่ เป้าประสงค์ ตอบสนองนโยบายพัฒนาการเกษตรในระดับพื้นที่และนำไปสู่การปฏิบัติ ตัวชี้วัด ร้อยละของยุทธศาสตร์ มาตรการ ข้อเสนอแนะ/นโยบายทางการเกษตรที่นำไปสู่การ ปฏิบัติ กลยุทธ์ที่1 พัฒนากระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ มาตรการ ข้อเสนอแนะ/นโยบายทาง การเกษตรในระดับพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ เพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์ มาตรการ แผนงาน/โครงการทางการเกษตรระหว่างส่วนกลางกับ สศท. เสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานความร่วมมือทาง วิชาการเพื่อสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์และมาตรการทางการเกษตร เสริมสร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการจัดทำ ยุทธศาสตร์ มาตรการ แผนงาน/โครงการด้านเกษตรในระดับพื้นที่ สร้างกระบวนการวิเคราะห์และจัดทำข้อมูลสินค้า สำคัญเพื่อใช้ประโยชน์พัฒนาการเกษตร และทบทวนและปรับปรุงยุทธศาสตร์ มาตรการ ข้อเสนอแนะทาง การเกษตร


16 กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในระดับพื้นที่ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่สร้างการรับรู้ความเข้าใจด้านยุทธศาสตร์ มาตรการ นโยบายและ แผนงาน/โครงการบูรณาการทางการเกษตร ในระดับพื้นที่ เสริมสร้างบทบาทการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มาตรการ/ ข้อเสนอแนะทางการเกษตรในระดับพื้นที่ พัฒนาศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ และการทำงานเชิงรุก และเชื่อมโยง ยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรและการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ประเด็นการพัฒนาที่ 4 พัฒนาสมรรถนะองค์กรและศักยภาพของบุคลากร เป้าประสงค์ เป็นองค์กรแห่งความสุขและใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในกระบวนการทำงาน ตัวชี้วัด ร้อยละของบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น Smart Officer กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเศรษฐกิจการเกษตรสู่ความเป็นเลิศ แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ ยกระดับบุคลากรสู่การเป็น Smart Officer กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานด้วนเทคโนโลยีและนวัตกรรม แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ พัฒนาองค์กรเชื่อมโยงเครือข่ายแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการองค์ความรู้ข้อมูลเชิงลึก กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาและปรับปรุงระบบการบริหารจัดการองค์กร แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ ปรับปรุงโครงสร้าง สศท. วางแผนอัตรากำลังบุคลากร และพัฒนา ระบบการบริหารจัดการองค์กรแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรแห่งความสุข แนวทางการดำเนินงาน ได้แก่ พัฒนาองค์กรสู่การทำงานอย่างผาสุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ องค์กรด้านการเศรษฐกิจการเกษตร


17 ส่วนที่ 3 กรอบแนวคิดทฤษฎี 3.1 ความหมายของการวางแผนยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ หมายถึง การวางแผนงานสู่การปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย ภายใต้การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม กล่าวคือ การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม(อุปสรรค) หรือการ วิเคราะห์ SWOT ในกรอบระยะเวลาที่ต้องการ ทั้งนี้เพื่อประกอบการวางแผนการใช้ทรัพยากรที่ประหยัดและบรรลุ เป้าหมายสูงสุด (วิกิพีเดีย สารานุกรมออนไลน์, 2554) การวางแผนยุทธศาสตร์ หรือการวางแผนกลยุทธ์(Strategic Planning) หมายถึงการวางแผนในระยะยาว โดยพิจารณาถึงภาพรวมขององค์กรทั้งหมดว่าในขณะวางแผนนั้นองค์กรอยู่ในสถานะใดมีปัจจัยแวดล้อมทั้งภายใน และภายนอกองค์กรเป็นอย่างไรทั้งในปัจจุบันและในอนาคตและเมื่อได้มีการประเมินศักยภาพขององค์กรแล้วจึง กำหนดแผนกลยุทธ์ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จขององค์กรในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนยุทธศาสตร์นั้น เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกิจการทางทหาร ในด้าน การศึกการ สงคราม ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหาร และในวงการธุรกิจเอกชนนั้นประสบ ความสำเร็จสูงมาก ก้าวหน้าและเป็นที่กล่าวถึงกันมาก ปัจจุบันนี้การวางแผนกลยุทธ์ได้แพร่หลายเข้ามาในวงงาน ต่างๆ และวงงานของราชการมากขึ้น โดยคำที่นิยมใช้และได้รับการยอมรับกันในวงงานราชการ ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า แผนยุทธศาสตร์ 3.2 ความสำคัญของการวางแผนยุทธศาสตร์ สามารถจำแนกได้ ดังนี้ 3.2.1 การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานพัฒนาตนเองได้ทันกับ สภาพการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม เพราะการวางแผนยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิเคราะห์บริบท และสภาพแวดล้อมภายนอกหน่วยงานเป็นประเด็นสำคัญ 3.2.2 การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นรูปแบบการวางแผนที่ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ มีความ เป็นตัวเองมากขึ้น รับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของตนเองมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะการวางแผน ยุทธศาสตร์ เป็นการวางแผนขององค์กร โดยองค์กร และเพื่อองค์กรไม่ใช่เป็นการวางแผนที่ต้องกระทำตามที่หน่วย เหนือสั่งการ 3.2.3 การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นรูปแบบการวางแผนที่สอดรับกับการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นกระแส หลักในการบริหารภาครัฐในปัจจุบัน และใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานของหน่วยงานภาครัฐ 3.2.4 การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการจัดทำระบบงบประมาณแบบเน้น มุ่งผลงาน (Performance Based Budgeting) ซึ่งสำนักงบประมาณกำหนดให้ส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัดจัดทำ ก่อนที่จะกระจายอำนาจด้านงบประมาณ โดยการจัดสรรงบประมาณเป็นเงินก้อนลงไปให้หน่วยงาน 3.2.5 การวางแผนยุทธศาสตร์เป็นการวางแผนที่ให้ความสำคัญต่อการกำหนด “ยุทธศาสตร์” ที่ได้มา


18 จากการวิเคราะห์แบบใหม่ๆ ที่ไม่ผูกติดกับปัญหาเก่าในอดีตไม่เอาข้อจำกัดทางด้านทรัพยากร และงบประมาณ มาเป็นข้ออ้าง ดังนั้น การวางแผนยุทธศาสตร์จึงเป็นการวางแผนแบบท้าทายความสามารถเป็นรูปแบบการวางแผน ที่ช่วยให้เกิดการริเริ่มสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ได้ด้วยตนเอง จึงเป็นการวางแผนพัฒนาที่ยั่งยืน 3.3 แนวคิดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนดำเนินการอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมซึ่งแบ่งออกได้เป็นสภาพแวดล้อม ภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งจำแนกการอธิบายได้ดังนี้ 1) การวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมือง และการต่างประเทศ รวมทั้งการที่คู่แข่งขันและกลุ่ม ที่มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดสภาพความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของ อนาคต หากวิเคราะห์ธรรมชาติของความเสี่ยงแล้วจะพบว่า ความเสี่ยงมีอยู่สองส่วน คือ ความเสี่ยงส่วนที่คาดการณ์ และจัดการได้และส่วนที่ไม่อาจจัดการได้ องค์กรจึงมีความจำเป็นในการคาดการณ์อนาคตและวางแผนเพื่อลดความ เสี่ยง ตลอดจนการเตรียมความพร้อม และการปรับตนเองให้เท่าทันและก้าวล้ำไปในตำแหน่งที่สามารถดำรงอยู่ใน สภาวะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ผู้บริหารต้องรู้จักใช้ความชาญฉลาดในการวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์อย่างมืออาชีพ กรอบการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ใช้วิธีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกแบบสภาวะ แวดล้อมทั่วไป โดยให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เป็นโอกาส (Opportunities) และภัยอุปสรรค (Threats) ซึ่งครอบคลุม ปัจจัยต่างๆ ตามตัวแบบ PEST Analysis ซึ่งพออธิบายโดยสังเขปได้ ดังนี้ P – Political เป็นการวิเคราะห์สภาพการเมือง รวมทั้งกฎหมายและนโยบายทางการเมือง ที่มีผลกระทบต่อองค์กร E – Economic เป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์และแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อองค์กร S - Society เป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์และกระแสสังคมที่มีต่อองค์กร T - Technology เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กับองค์กร 2) การวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในองค์กร การวิเคราะห์ปัจจัยภายในขององค์กรเป็นการวินิจฉัยสภาวะองค์กรที่สามารถชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ ที่เป็นจุดแข็ง(Strengths) และจุดอ่อน(Weaknesses) ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร โดยใช้การ วิเคราะห์โดยอาศัยกรอบการวิเคราะห์ตามตัวแบบ 7- S Model ของ Mckinsey เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ ซึ่งปัจจัยต่างๆ ตามตัวแบบดังกล่าวมีดังนี้ Staff : บุคลากรขององค์กรมีจำนวนเพียงพอและการจัดลงตำแหน่งต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ Style : รูปแบบการบริหารมีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล หรือไม่อย่างไร Skill : บุคลากรมีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญมากน้อยเพียงใดมีทักษะในการปฏิบัติงานหรือไม่ อย่างไร Structure :องค์กรมีโครงสร้างการทำงาน หรือโครงสร้างองค์กรในระดับต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร


19 Strategy:องค์กรมีการกำหนดยุทธศาสตร์หรือมียุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดทิศทางการปฏิบัติงานไว้ หรือไม่ อย่างไร System : ระบบการทำงานเป็นอย่างไร มีระเบียบแบบแผนชัดเจนหรือไม่ เพียงใด Shared Value: บุคลากรและองค์กรมีค่านิยม ความเชื่อ ความคาดหวัง หรือแนวคิดร่วมกันขององค์กรหรือไม่ Strategy กลยุทธ์ Structure โครงสร้าง System ระบบ Staff บุคลากร Style สไตล์ Skill ทักษะ Shared Values ค่านิยมร่วม ภาพที่ 3.1 รูปแบบ 7 – S Model ของ Mckinsey 3.4 แนวคิดการวิเคราะห์และจัดทำ TOWS Matrix เพื่อการกำหนดกลยุทธ์ เมื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกแล้วจะนำผลการวิเคราะห์มากำหนดกลยุทธ์ทางเลือก ขององค์กร โดยใช้ TOWS Matrix ซึ่งดำเนินการโดยจับคู่สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในองค์กร สามารถ จำแนกได้ ๔ กลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 : กลยุทธ์ SO จุดแข็ง (Strengths) – โอกาส (Opportunities) เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากการเอาจุด แข็งขององค์กรไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ไปรวมกับโอกาสที่ดีจากภายนอกที่เหมาะสมกัน เป็นกลยุทธ์ที่ทุกองค์กร แสวงหาและต้องการสร้างให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องจุดแข็งของตนเอง และนำโอกาสที่ดีจากภายนอก มาใช้ประโยชน์ กลยุทธ์ที่ 2 : กลยุทธ์ WO จุดอ่อน (Weaknesses) - โอกาส(Opportunities)เป็นกลยุทธ์ในการ พยายามที่จะลดจุดอ่อนของตนและเพื่อที่จะนำเอาโอกาสที่ดีข้างนอกมารวมกับจุดอ่อนขององค์กรที่ตรงกันเพื่อ พัฒนาให้เกิดประโยชน์ กลยุทธ์ในส่วนนี้จะช่วยในการกำหนดวิธีการในการปรับปรุงจุดอ่อน แล้วเปลี่ยนเป็นจุดแข็ง กลยุทธ์ที่ 3 : กลยุทธ์ ST จุดแข็ง (Strengths) –อุปสรรค/ข้อจำกัด (Threats) เป็นกลยุทธ์ที่เอาจุดแข็งของ องค์กรมาจับคู่กับภัยคุกคามจากภายนอกเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามนั้น จุดหมายก็คือ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและลดปัญหา ที่เกิดขึ้นจากภัยคุกคาม


20 กลยุทธ์ที่ 4 : กลยุทธ์ WT จุดอ่อน (Weaknesses) –อุปสรรค/ข้อจำกัด (Threats) เป็นกลยุทธ์ที่จับคู่ ระหว่างจุดอ่อนขององค์กรกับอุปสรรค/ข้อจำกัดจากภายนอกที่ตรงกันเพื่อพยายามที่จะลดทอนปัญหาทั้งสอง ที่เกิดขึ้นคือลดทั้งจุดอ่อนและอุปสรรค/ข้อจำกัดที่มีมาจากภายนอก ซึ่งองค์กรจะมีทางเลือกสองทาง คือ 1) ต่อสู้เพื่อ ความอยู่รอด หรือ 2) หลบหนีออกจากปัญหา ตารางที่ 3.1 การวิเคราะห์TOWS Matrix ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก S จุดแข็งภายในองค์กร W จุดอ่อนภายในองค์กร O โอกาส ภายนอก SO ใช้ประโยชน์จากโอกาสโดยอาศัย จุดแข็งภายในองค์กร WO การแก้ไขจุดอ่อนภายใน โดยพิจารณาจากโอกาสภายนอก ที่เป็นผลดีต่อองค์กร T อุปสรรค/ข้อจำกัด ภายนอก ST การแก้ไขหรือลดอุปสรรค/ข้อจำกัด ภายนอก โดยนำจุดแข็งภายในมาใช้ WT การแก้ไขหรือหลีกเลี่ยง อันเกิดจาก จุดอ่อนภายในองค์กร และอุปสรรค ภายนอก


21 ส่วนที่ 4 การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT Analysis) 4.1 โครงสร้างการบริหารองค์กร ปัจจุบันสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน โดยสำนักงานหลักตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก สำหรับโครงสร้างการบริหารสำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 โดยแบ่งการบริหารออกเป็น 3 ส่วน 1 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนสารสนเทศการเกษตร ส่วนวิจัย และประเมินผล ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร และฝ่ายบริหารทั่วไป อัตรากำลังรวมทั้งสิ้น 44 คน ภาพที่ 4.1 โครงสร้างผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2


22 ภาพที่ 4.2 โครงสร้างการบริหาร ส่วนสารสนเทศการเกษตร ภาพที่ 4.3 โครงสร้างการบริหาร ส่วนวิจัยและประเมินผล น.ส.ศิริเพ็ญ วงศ์วาส นายลัทธพล กัลยาณมิตร น.ส.ณัฐกมล เจริญผล นางสุวิชา กิจวรรณ


23 ภาพที่ 4.4 โครงสร้างการบริหาร ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร ภาพที่ 4.5 โครงสร้างการบริหาร ฝ่ายบริหารทั่วไป น.ส.รุ่งทิวา ทับแป้น เศรษฐกร ปฏิบัติการ นายนำชัย พัฒนา ประพันธ์ นายธงชัย บัวทอง นายชนพล โตกำแพง นายสุวัฒชัย ทองเนื้ออินทร์


24 ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และผู้ให้ความร่วมมือ : ผู้ส่งมอบ ความต้องการ หน่วยงานในสังกัด กษ. - การจัดทำและรายงานสารสนเทศการเกษตร ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทันสมัย - ผลงานวิจัย ผลงานด้านการติดตามประเมินผล งาน วิชาการด้านเศรษฐกิจการเกษตรอื่นๆ เพื่อนำไปพัฒนา ต่อยอด ประยุกต์ใช้ได้จริง และเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงการดำเนินงานในระดับพื้นที่ - นโยบาย แผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตร ที่ชัดเจน นำไปขับเคลื่อนได้ทันเวลา และมีความยืดหยุ่น ตามสถานการณ์ พันธมิตร พณ.,กค., มท., อว., ดศ., ทส, อก., มบ., มทร.,สภาพัฒน์ฯ, ธปท., ส. ก.ค., สงป., ก.พ.ร., กพ.,สื่อมวลชน, หน่วยงานกลาง และองค์กรเอกชน ผู้ให้ความร่วมมือ สถาบันการศึกษา /เอกชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย : เกษตรกร สถาบันเกษตรกร องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ความต้องการ : 1) ข้อมูล/สารสนเทศที่ถูกต้อง ทันสมัยและเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตร 2) การได้รับการดูแลจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของหน่วยงาน สมรรถนะหลักขององค์การ : 1) การนำเสนอและจัดทำนโยบาย/แผนงานโครงการ/มาตรการด้านการเกษตร 2) การคิดวิเคราะห์และมุมมองเชิงระบบ 3) การจัดท ำข้อมูล แล ะส ารส น เท ศ เศ รษฐกิจการเกษตร (งาน วิจัย/รายงาน สถาน การณ์ ฯ/ รายงานการประเมินผล/Big Data) แหล่งข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ : 1) ข้อมูลจากเว็บไซต์ ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร 2) ข้อมูลจากหน่วยงานกลาง (อาทิ กรมบัญชีกลาง, สกพร., สสช., ปปช. และ กระทรวงพลังงาน) 3) ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขัน : ภายนอก 1) ยุทธศาสตร์ชาติ 2) นโยบายรัฐบาล 3) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ 4) ความต้องการของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย 5) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ในสินค้าเกษตร และโรคระบาดในคน เช่น โรคติด เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) 6) เทคโนโลยีและนวัตกรรม 7) กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลง ความร่วมมือ และกติกา ภายใน 1) วิสัยทัศน์ ภารกิจเปลี่ยน 2) โครงสร้างองค์การเปลี่ยน 3) การแบ่งกลุ่มประชากรตามหลัก ประชากรศาสตร์เปลี่ยน (Generation : Gen Babyboom, X , Y) วิสัยทัศน์ : องค์กรนำการพัฒนาภ พันธกิจ : 1) เสนอแนะนโยบาย บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศก วิเคราะห์ วิจัยด้านเศรษฐกิจการเก ร่วมหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานขอ วิสัยทัศน์ : องค์กรนำการพัฒนาภ ค่านิยม : SMART ROAE2 ประก S (Specialized) คือ ความเชี่ยวช R (Rational) คือ มีเหตุผล T (Ta คือ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร วัฒนธรรมองค์การของ สศท.2 (Activities and actions with f happiness with your work an (Necessary spending saving a social responsibility คือ รักตน งบประมาณ : 5,176,091 บา บุคลากร : รวม 44 คน (ข้าราชก กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ: 1) ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินงาน 2) ใช้วงจร ADLI เป็นเครื่องมือปร (HR Scorecard) 4) ขับเคลื่อนแ ของสศท.2) 5) ระบบการติดตาม ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ : ด้านพันธกิจ : 1) เป็นศูนย์กลาง โครงการที่สำคัญของ กษ. ในเขตพ พัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานในบ ให้บรรลุเป้าหมาย และจัดทำข้อเส ด้านปฏิบัติการ: 1) มีข้อมูล/สารส 2) มีเทคโนโลยีทันสมัย ระบบงาน ด้านบุคลากร : บุคลากรมีความเป็ ด้านสังคม : หน่วยงานภาครัฐ ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ : ด้ ให้มีการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติที สารสนเทศการเกษตรที่ได้รับกา นำไปสู่การปฏิบัติและบรรลุเป้าหม สถานการณ์ด้านการเกษตร ได้รับ ครอบคลุม 4) ให้บริการข้อมูลสาร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการก ให้มีสมรรถนะสูงและมีความเป็น ในพื้นที่ ด้านสังคม : เป็นองค์กา ตารางที่ 4.1 ลักษณะสำคัญ และการประเมินภาพรวมองค์การ องค์การ


ภาคเกษตรและศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ภายในปี 2570 จัดทำแผนพัฒนา และมาตรการทางการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ 2) จัดทำและ การเกษตร รวมถึงจัดทำรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตรในเขตพื้นที่ 3) ศึกษา กษตรระดับพื้นที่ ติดตามและประเมินผลแผนงาน/โครงการที่สำคัญของ กษ. 4) ปฏิบัติงาน องหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย ภาคเกษตรและศูนย์กลางสารสนเทศการเกษตรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ภายในปี 2570 กอบด้วย ชาญ M (Moral) คือ มีคุณธรรม A (Accountable) คือ มีความรับผิดชอบ argetable) คือ มีเป้าหมาย ROAE2 (Regional Office of Agricultural Economics 2) รที่ 2 2 : B (Body healthy and buddy teamwork) คือ สุขภาพแข็งแรง ทำงานเป็นทีม A friends and societies) คือ ร่วมกิจกรรมเพื่อมนุษยสัมพันธ์และสังคม L (Love and nd leave legacy) คือ รักในงานทื่ทำ A (Award achievement) คือ ให้รางวัล N and starting investment) คือ ประหยัด อดออม C (Care of family yourself and นเอง E (Education endless) คือ เรียนรู้ตลอดชีวิต ท (พ.ร.บ.งบประมาณปี พ.ศ.2566 ) การ 21 คน ลูกจ้างประจำ 1 คน พนักงานราชการ 7 คน จ้างเหมา 15 คน) พ.ร.บ.สศก พ.ศ.2522 2) พ.ร.บ สถิติ พ.ศ.2550 3) กฎกระทรวง สศก. พ.ศ.2557 น :1) ใช้วงจร PDCA เป็นเครื่องมือในทบทวนกระบวนการ และปรับปรุงผลปฏิบัติงาน ระเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นทิศทางเดียวกัน 3) แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล แผนงานกิจกรรมภายใต้แผนพัฒนาสศท.2 และแผนงานภายใต้โครงการองค์กรคุณธรรม มงบประมาณการเบิกจ่ายสำหรับผู้บริหาร สศท.2 (ด้านพันธกิจ ปฏิบัติการ บุคลากร สังคม) งข้อมูล/สารสนเทศการเกษตรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 2) มีหน้าที่ติดตามและประเมินผล พื้นที่รับผิดชอบ และนำเสนอผลการติดตามประเมินผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไป บรรลุผลสัมฤทธิ์ 3) มีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะด้านการขับเคลื่อนนโยบาย กษ. สู่การปฏิบัติ สนอ/นโยบาย/แผนพัฒนา มาตรการทางการเกษตร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาด้านการเกษตร สนเทศการเกษตรที่เป็นเอกภาพ เพื่อการจัดทำข้อเสนอนโยบาย/มาตรการทางการเกษตร นสารสนเทศคุณภาพ พยากรณ์ราคา/ปฏิทินผลผลิตรายเดือนจังหวัด ป็นมืออาชีพ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเฉพาะด้าน ฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ให้ความร่วมมือ และยอมรับข้อมูล/ผลงานวิชาการ ้านพันธกิจ : 1) การนำในการพัฒนา/จัดทำนโยบาย/แผนพัฒนา มาตรการทางการเกษตร ที่บรรลุผลสัมฤทธิ์ และนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน 2) เป็นศูนย์กลางข้อมูล/ ารยอมรับ ด้านปฏิบัติการ : 1) เสนอแนะนโยบาย/แผนพัฒนา/มาตรการทางการเกษตรเพื่อ มายที่กำหนด 2) แผน/มาตรการทางการเกษตร/ ข้อเสนอเชิงนโยบาย/รายงานวิเคราะห์ บความเห็นชอบให้นำไปใช้ประโยชน์3) สร้างครือข่ายด้านข้อมูลสารสนเทศการเกษตรได้ รสนเทศการเกษตรที่ถูกต้อง ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และเป็นเอกภาพ 5) ผลงานวิจัย กำหนด ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในพื้นที่ ด้านบุคลากร : 1) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร นมืออาชีพ 2) การพัฒนา สศท.2 เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษตร ารที่มีธรรมาภิบาล ภารกิจ/บริการหลัก ภารกิจหลัก คุณลักษณะโดดเด่น ข้อมูล/สารสนเทศ เศรษฐกิจการเกษตร (งานวิจัย/รายงาน สถานการณ์ฯ/ รายงานการ ประเมินผล) - พยากรณ์สถานการณ์การ การผลิตสินค้าเกษตร - บริการข้อมูลผ่านช่องทาง ต่างๆ -นำเสนอผลการประเมิน โครงการต่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อ นำไปเป็นแนวทางพัฒนา งานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ข้อเสนอแนะเชิง นโยบาย แผนพัฒนา และมาตรการทาง การเกษตร นำข้อเสนอแนะ แผนพัฒนา และมาตรการทาง การเกษตรไปขับเคลื่อนการ พัฒนาให้บรรลุเป้าหมาย ผู้รับบริการ : ผู้รับบริการ ความต้องการ ผู้บริหาร กษ. ได้รับบริการข้อมูล/ สารสนเทศเศรษฐกิจ การเกษตรที่ถูกต้องทันสมัย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และเป็นเอกภาพ องค์กรภาครัฐ และ องค์กรภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง -ได้รับบริการข้อมูล/ สารสนเทศเศรษฐกิจ การเกษตรที่ถูกต้องทันสมัย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ เป็นเอกภาพ - นโยบาย แผนพัฒนาและ มาตรการทางการเกษตร นำไปสู่การปฏิบัติ และ บรรลุเป้าหมายที่กำหนด เกษตรกร สถาบัน เกษตรกร สถาบันการศึกษา สภาพแวดล้อมการแข่งขัน 1) มาตรฐานการให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร 2) กระบวนการจัดทำแผน 3) การพัฒนาระบบการเผยแพร่ ข้อมูล 4) การพัฒนาระบบราชการภาพรวม 5) การ พัฒนาเครื่องมือ สำหรับการวิเคราะห์ เช่น การพยากรณ์ การสำรวจข้อมูล งานวิจัย งานประเมินผล และงาน นโยบายและแผน


25 ความสำคัญเชิงเปรียบเทียบของพันธกิจหรือหน้าที่ต่อความสำเร็จของส่วนราชการ และ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด 1) ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ ทันสมัย รวดเร็ว แม่นยำและเป็น เอกภาพ นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอ แนวทาง มาตรการทางการเกษตร ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบ 2) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการเกษตรของภาคเหนือที่ทันต่อเหตุการณ์ มีผลกระทบสูงต่อภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ทำให้การดำเนินนโยบายด้าน การเกษตร ได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม และส่งผลต่อขีดความสามารถ ในการแข่งขันด้านการเกษตร 3) ติดตามและประเมินผล แผนงาน/โครงการที่สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการวิเคราะห์และเสนอแนะผู้บริหาร เพื่อปรับปรุงการดำเนินโครงการ เป็นไปโดย ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านการเกษตรของภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ 4) เสนอแนะนโยบาย และ จัดทำยุทธศาสตร์ แผนพัฒนา และมาตรการทางการเกษตร ที่ชัดเจน นำไปขับเคลื่อนได้ทันเวลา และมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ส่งผลต่อขีด ความสามารถการแข่งขันด้านการเกษตรของภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ การทำงาน บุคลากรมีความจำเป็นที่ต้องดูแลเกี่ยวกับความเสี่ยงภัย : ความเสี่ยงภัยจาก การทำงานในพื้นที่ เช่น โรคระบาดไวรัส covid-19 โรคระบาดในสินค้าเกษตร ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุจากการลงพื้นที่ ฯลฯ เทคโนโลยีการสื่อสารและการให้บริการ 1. IP phone 2. ระบบเครือข่ายเสมือน (Virtual Priva 3. Data Catalog ของศูนย์ข้อมูลเกษตรแ 4. แอปพลิเคชั่น กระดานเศรษฐี (OAE R 5. แอปพลิเคชั่น ฟาร์ม D 6. แอปพลิเคชั่น ราคาฟาร์ม 7. ฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer O 8. เว็บไซต์ สศก. / สศท. 2 9. ระบบฐานความรู้ด้านเศรษฐกิจการเกษ 10. สื่อสังคมออนไลน์ ของ สศก. เช่น Fa Line Official : ข่าวเศรษฐกิจการเกษตร YouTube สศท.2 ฯลฯ 11. สื่อสังคมออนไลน์ ของ สศท.2 เช่น P กลุ่มไลน์ส่วน ฝ่าย , กลุ่มไลน์คทง.ต่างๆใ ระดับจังหวัด 12. ตารางเวลาผู้บริหาร สศท.2 (ผอ.สศท 13 ระบบ Intranet สศก. / Drive R , T 14. ระบบประเมินผลและติดตามโครงกา 15. ระบบปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรราย ความมั่นคงอาหารและโภชนาการ, ระบบ 16. ระบบรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษ จังหวัด/ภาค และระบบพยากรณ์ปริมาณ 17.ระบบห้องสมุดดิจิตัล (ห้องสมุดออนไ สสส. สศท.2 18. ระบบ MOAC MIS (ระบบสารสนเท 19. ระบบบริหารสำนักงานอัจฉริยะ ของ 19. ระบบรายงานราคาสินค้าเกษตรสำคั 20. ระบบติดตามสถานการณ์สินค้าเกษต สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันทั้งภายในและภายนอกประเทศของส่วนราชการเป็นเช่นใด ประเด็นการแข่งขันคืออะไร และมีผล ต่อการดำเนินการของส่วนราชการ : 1) มาตรฐานการให้บริการข้อมูล ทำให้ สศท.2 ต้องพัฒนาการให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรที่ถูกต้อง ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว แม่นยำและเป็นเอกภาพ โดยใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรมที่ทันสมัย 2) การพัฒนาเครื่องมือ สำหรับการวิเคราะห์ เช่น การพยากรณ์ วิจัย ประเมินผล การประมาณการภาวะเศรษฐกิจแนวโน้ม รายไตรมาส รายครึ่งปี รายปี ระดับจังหวัด และระดับภาค เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ของ สศท.2 มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ 3) การรายงานสถานการณ์การผลิต การตลาดสินค้าเกษตรสำคัญในระดับพื้นที่รับผิดชอบของ สศท.2 เพื่อแจ้งเตือนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กฎหมายและกฎระเบียบอะไรที่มีอยู่และเอื้อให้ส่วนราชการทำงานอย่างมีความคล่องตัว และตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ : 1. กฏกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2557 2. พระราชบัญญัติเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2522


ความสำคัญของสมรรถนะหลักของส่วนราชการที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด คืออะไร ทั้งทางตรงและทางอ้อม : การจัดทำข้อมูล และสารสนเทศเศรษฐกิจการเกษตร ที่ถูกต้อง ทันสมัย รวดเร็ว และเป็น เอกภาพ เพื่อนำไปจัดทำนโยบาย/แผนงาน/มาตรการด้านการเกษตร ทำให้การพัฒนา ด้านการเกษตรของภาคเหนือในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด เป็นไปในทิศทางเดียวกัน บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด ประเด็นการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรที่สำคัญคืออะไร พื้นฐานของบุคลากรที่มีผลต่อ การวางแผนการพัฒนาและการสร้างขีดความสามารถในการเป็นองค์การสมรรถนะสูง ประเด็นการเปลี่ยนแปลงฯ 1. บุคลากรเกษียณอายุราชการจำนวนมากในอนาคต 2. บุคลากรรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทระดับอำนวยการมากขึ้น พื้นฐานของบุคลากรฯ 1. วุฒิการศึกษาที่รับบรรจุตรงกับสายงานตามภารกิจของ สศก. 2. ความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และหาความรู้เพิ่มเติมได้เองจากสื่อออนไลน์ 3. มีคุณธรรม จริยธรรม 3. ความเชี่ยวชาญในงานที่ทำ 4. ทักษะการ Coaching 5. อยู่ใน Gen X และ Y มาก รที่สำคัญ : ate Network) (VPN) แห่งชาติ (ศกช.) RCMO) One) ษตร เช่น KM สศก./ KM สศท.2 acebook : เศรษฐกิจการเกษตรเพื่อประชาชน YouTube : เศรษฐกิจการเกษตรเพื่อประชาชน Page Facebook, Website สศท.2 , กลุ่มไลน์ สศท., นสศท.2 , กลุ่มไลน์ในสังกัดกษ. จังหวัด และหน.ส่วน ท.2 ผอ.ส่วนฯ และหน.ฝ่ายฯ) ารเชิงนโยบาย ยเดือนระดับจังหวัดเพื่อการบริหารจัดการด้าน บปฏิทินของ สศท.2 เพื่อบูรณาการข้อมูลกับพื้นที่ ษตรของ NABC ระบบพยากรณ์ภาวะแนวโน้ม ณการผลิตรายสินค้าของ สศท.2 ลน์) /กลุ่มไลน์สารบรรณสศก. / กลุ่มไลน์สารบรรณ ศเพื่อการจัดการ) ง สศก. ัญตามห้วงฤดูกาลของ ศกอ.สศท.2 ตรสำคัญระดับจังหวัดตามห้วงฤดูกาล (สสส.สศท.2) การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขันที่สำคัญคืออะไร ส่งผลต่อสถานการณ์แข่งขันของภาคเหนือในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด : • การเปลี่ยนแปลงทางด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงาน ให้มีความแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็ว เช่น การใช้ Digital Platform ให้จนท. และ ศกอ.รายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิต การตลาด ราคา ได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน ครอบคลุมทุกประเด็นความต้องการ • การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ให้บุคลากรมีจิตสำนึกของการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์สูง และทำงานเชิงรุกมากขึ้นจะส่งเสริม สนับสนุนให้หน่วยงานมีขีด ความสามารถและได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น อาทิ การรายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรและราคาในห้วงฤดูกาลเพื่อเพิ่มบทบาทขององค์กร การร่วม กิจกรรมหรืองานบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด กษ. ในพื้นที่ตั้งเขตและเขตพื้นที่รับผิดชอบมากขึ้น • การเปลี่ยนแปลงการขับเคลื่อนงานองค์กรในรูปแบบคณะทำงานต่างๆ อาทิ คณะทำงานพัฒนาหน่วยงานฯ, New Smart Seed, Mister สินค้า, ความเสี่ยง


26 4.3 การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 (SWOT Analysis) 1) ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ใช้กรอบการวิเคราะห์ตามตัวแบบ 7S Model ของ Mckinsey ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ (Strategy) 2) โครงสร้าง (Structure) 3) ระบบการทำงาน (System) 4) ค่านิยมร่วม (Share value) 5) รูปแบบการบริหาร (Style) 6) บุคลากรขององค์กร (Staff) 7) ทักษะในการปฏิบัติงาน (Skill) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกใช้กรอบการวิเคราะห์ตามตัวแบบ PEST Model ประกอบด้วย 1) นโยบายของรัฐบาล และกระทรวง/หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (Political) 2) ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ (Economic) 3) สภาพสังคม และวัฒนธรรม (Social) 4) ระบบเทคโนโลยีในปัจจุบัน (Technology) นอกจากนี้ ได้รวมผลกระทบจากโรคระบาด ภัยพิบัติ ฯลฯ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วย ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกแบบมีส่วนร่วมของบุคลากรสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตรที่ 2 สรุปได้ดังนี้ 1.1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของ สศท.2 พิษณุโลก ตารางที่ 4.2 จุดแข็ง (Strengths) คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.81 1 S1 สศท.2 เป็นหน่วยงานของ สศก.ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการ จัดทำ/เผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร ติดตามประเมินผล จัดทำแผนงานโครงการ ที่สอดคล้องกับแผนทุกระดับ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ /สนับสนุนการขับเคลื่อน นโยบายการเกษตรสู่การปฏิบัติ 4.75 2 S2 มีการขับเคลื่อนด้านการบริหารจัดการความรู้ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านตามภารกิจให้แก่บุคลากรภายในองค์กร อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรรุ่นใหม่ 4.69 3 S3 มีการทำงานเป็นทีมในรูปแบบคณะทำงานต่าง ๆ และมีผลงานเชิงประจักษ์ ตอบสนองต่อพันธกิจและเป้าหมายของ สศก. 4.69 3 S4 มีช่องทางการสื่อสาร และให้บริการข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายช่องทาง อาทิโทรศัพท์ Line Page Facebook Website You Tube และเจ้าหน้าที่ สศท.2 4.63 4 S5 มีกลไกการทำงานเชิงบูรณาการระหว่าง สศท.1-12 และหน่วยงานสังกัดส่วนกลาง ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพงานของ สศท.2 ให้เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งเพิ่มบทบาทด้านการสนับสนุนงานในระดับภูมิภาค และตอบสนองต่อนโยบาย ระดับประเทศมากขึ้น 4.63 4 S6 ผอ.สศท.2/ผอ.ส่วน/หัวหน้าฝ่าย สนับสนุนบุคลากรในสังกัดพัฒนาศักยภาพการ ทำงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง อาทิเข้ารับการฝึกอบรมร่วมกับส่วนกลาง และ สนับสนุนการจัดอบรม/เข้ารับอบรมที่จัดขึ้นภายในสำนักงานฯ (Unit School)


27 คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.63 4 S7 มีระบบ Technology และนวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และสื่อสารทั้ง ภายในและภายนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพทั้งการทำงานในที่ตั้งสำนักงาน หรือนอก พื้นที่ฯ เช่น ห้องสมุดออนไลน์/Website/Page สำนักงาน/ที่เก็บข้อมูลคลาวด์ฯลฯ 4.50 5 S8 ผู้บริหารประพฤติตนเป็นต้นแบบที่ดี มีภาพลักษณ์ของข้าราชการที่ดีมีความ ยุติธรรม และให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน 4.50 5 S9 บุคลากร สศท.2 มีความพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลการเกษตร แบ่งปันความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเป็นที่ปรึกษาในงานที่เกี่ยวข้อง กับภารกิจ สศก. 4.50 5 S10 มีเครือข่ายเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงาน 4.44 6 S11 ผอ.ส่วน/หน.ฝ่าย มีการพิจารณามอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง เหมาะสมและเป็นระบบ เปิดโอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความสามารถในการ ทำงานของตนเองอย่างเต็มที่ 4.38 7 S12 บุคลากรส่วนใหญ่ถือปฏิบัติวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วมทั้ง HOPE ของ กษ. และ SMART OAE ของ สศก. 4.38 7 S13 มีบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีศักยภาพด้านการทำงานทางวิชาการ และมีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตนเองด้วยการ เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานองค์กรได้เป็น อย่างดี 4.38 7 S14 มุ่งสร้างเครือข่ายทางวิชาการ โดยจัดหาเวทีเพื่อนำเสนอผลงานทั้งด้านงานวิจัย/ งานวิชาการ/งานพยากรณ์ภาวะการผลิตสินค้าเกษตร/งานประมาณการภาวะ เศรษฐกิจการเกษตรและแนวโน้มระดับจังหวัด หรือเผยแพร่ข้อมูล สู่หน่วยงานระดับ พื้นที่ รวมทั้งนำไปใช้ประโยชน์พัฒนาต่อยอด และการประยุกต์ใช้จริง 4.38 7 S15 มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีและความผาสุกในองค์กร สร้างความ ผูกพันระหว่างบุคลากรในสังกัดให้นำไปสู่ความมุ่งมั่นตั้งใจให้สามารถทำงานร่วมกัน และมุ่งพัฒนาเป็นทีมงานคุณภาพขององค์กรในอนาคต 4.31 8 S16 บุคลากร สศท.2 ยึดหลักวิชาการในการจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ การเกษตร ทั้งด้านสถิติการเกษตร วิจัย ติดตามประเมินผล นโยบายและแผนพัฒนา การเกษตร และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์สูง มีทักษะตรงตามสายงาน 4.31 8 S17 ผลงานด้านเศรษฐกิจการเกษตรของหน่วยงานมีความโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ และมีประโยชน์ต่อหน่วยงานในระดับพื้นที่ ที่มา : จากการสำรวจ


28 ตารางที่ 4.3 จุดอ่อน (Weakness) คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.13 1 W1 บุคลากรส่วนใหญ่ขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ ความสนใจในการสมัครขอรับทุน การอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และศึกษาต่อต่างประเทศจากทุนภายนอกองค์กร 3.88 2 W2 สศท.2 ไม่สามารถเผยแพร่รายละเอียดของข้อมูลบางรายการได้อาทิ โครงสร้าง ต้นทุนการผลิต การประเมินผลที่เป็นภาพรวม รวมถึงการจัดทำข้อมูลสารสนเทศ ดำเนินการตามเป้าหมายที่ส่วนกลางกำหนด ทำให้ไม่ครอบคลุมสินค้าระดับจังหวัด หน่วยงานระดับจังหวัดไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตรงตามความต้องการ และไม่ ทันเวลา 3.81 3 W3 บุคลากรส่วนใหญ่ยังขาดการเป็นผู้นำ อาทิ การนำเสนอความคิดเห็นเชิงพัฒนา และออกแบบการทำงานในรูปแบบใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา หรือเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อองค์กรที่จะมุ่งพัฒนาสู่การเป็นองค์กร ระดับแนวหน้าของ สศก. และ สศท. 3.69 4 W4 การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภารกิจขององค์กร รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ของ สศท.2 และ สศก. ต่อบุคคลภายนอก/เกษตรกรยังมีน้อย 3.69 4 W5 บุคลากรบางส่วนขาดแรงจูงใจในการพัฒนางาน และพัฒนาตนเองสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะบุคลากรที่อยู่ในช่วงอายุที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร 3.69 4 W6 บุคลากร สศท.2 ที่มี Growth Mindset ทัศนคติในการทำงานในระบบราชการ ที่ดี ขยัน มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน พัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน เพื่อองค์กรยังมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากยึดติดกับสภาพแวดล้อมเดิม (Comfort Zone) ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รูปแบบของงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมายใหม่ ๆ 3.63 5 W7 เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ส่วนใหญ่ยังขาดการนำเครื่องมือ/เทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงาน และงบประมาณในการจัดซื้ออินเทอร์เน็ต 3.50 6 W8 หัวหน้างานที่มีศักยภาพในการทำงานเชิงรุก มุ่งบรรลุผลสัมฤทธิ์สูงมีบทบาทด้าน การบริหาร และพัฒนางานองค์กร มีจำนวนน้อย 3.44 7 W9 ผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของ สศท.2 ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล ที่มา : จากการสำรวจ


29 1.2) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก ตารางที่ 4.4 โอกาส (Opportunities) คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.63 1 O1 ความต้องการข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในระดับพื้นที่ต้องการข้อมูลของ สศท. เพื่อนำไปอ้างอิง และต่อยอดใช้ประโยชน์ใน การบริหารจัดการ และวางแผนด้านการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัด 4.56 2 O2 ภาคเกษตรเป็นเศรษฐกิจฐานรากในการสร้างรายได้ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และระดับประเทศ และรัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตร ทำให้ สศก. มีโอกาสแสดงความสามารถในการวางแผนจัดการสินค้าเกษตร และการกำหนด นโยบายการเกษตร 4.56 2 O3 รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตร/Digital Economy/การจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรขนาดใหญ่ Big Data/BCG Value Chain ในการขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรระดับพื้นที่มากขึ้น 4.56 2 O4 กษ. มีเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรมากขึ้น อาทิ สถาบันการศึกษา องค์กรด้านวิจัย ต่าง ๆ องค์กรทางด้านเศรษฐกิจ สถาบันเกษตรกร หน่วยงานทั้งในและนอกสังกัด กษ. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการในการพัฒนา ด้านการเกษตร 4.50 3 O5 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางด้านการเกษตรเพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการใช้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ทำให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานตาม พันธกิจของ สศก. และ สศท.2 4.44 4 O6 นโยบายรัฐบาลกำหนดให้มีการขับเคลื่อนเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงให้ทัน ต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งการปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็น Digital Platform เพื่อ ความรวดเร็ว มุ่งเน้นการขับเคลื่อนแผนงานโครงการภายในนโยบายสำคัญของ กษ. ในรูปแบบบูรณาการทำงานตลอดห่วงโซ่ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน 4.44 4 O7 ผู้บริหาร สศก. กษ. และรัฐบาลสนับสนุนให้บุคลากรในองค์กรภาครัฐ พัฒนา ศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดอบรม/ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม/ ศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพงาน ซึ่งจะนำมาสู่การ พัฒนาภาคเกษตรของประเทศ 4.40 5 O8 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้มีการพัฒ นาระบบ Technology นวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และสื่อสารทั้งภายในและ ภายนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพ อาทิ Smart Office Application และระบบ อัจฉริยะต่าง ๆ


30 คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.38 6 O9 การกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรในภูมิภาค มีความสำคัญ กษ. จึงมีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายผ่านแผนงาน โครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการติดตามงานเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ 4.38 6 O10 กระแสโลกให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรทางการเกษตรที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้สามารถพัฒนาผลงาน และการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่มากขึ้น 4.25 7 O11 ผู้บริหารระดับสูงของ กษ. ให้ความสำคัญ ยอมรับเชื่อมั่นต่อศักยภาพการทำงาน และคุณภาพงานของ สศก. และสศท.1-12 ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ใน ภูมิภาค ตารางที่ 4.5 อุปสรรค (Threat) คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 4.13 1 T1 การคุกคามทางไซเบอร์อาจส่งผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูล Big Data และการ ใช้งานระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงภายในของ สศก. 4.00 2 T2 สศก. มีรูปแบบการจัดทำข้อมูลในระดับภาค และระดับประเทศ ทำให้การ สนับสนุนข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานระดับพื้นที่นำไปใช้ประโยชน์ไม่ตรงตามความต้องการ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนที่ดีในระดับพื้นที่ได้ 4.00 2 T3 สศก. มีข้อจำกัดในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้ครอบคลุม และ เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าว 4.00 2 T4 การกำหนดกรอบงานตามภารกิจจากส่วนกลาง ทั้งงานด้านการจัดเก็บข้อมูล สารสนเทศการเกษตร การจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรที่มีแนวโน้มการ ปรับลดงบประมาณ แต่ยังคงกำหนดเป้าหมายปริมาณงานเท่าเดิม ทำให้ขาดความ ยืดหยุ่นในการทำงาน อาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง 3.88 3 T5 การประสานข้อมูลเพื่อปรึกษาหารือ หรือแก้ไขปัญหาด้านข้อมูลในบางประเด็น ระหว่าง สศท. กับศูนย์/สำนัก/กอง ยังมีความล่าช้าและไม่ครบถ้วน ส่งผลกระทบต่อ การปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่จำเป็นต้องอาศัยการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป 3.88 3 T6 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะภาคเอกชน ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ ข้อมูลด้านการเกษตรกับหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากเห็นว่า ภาคเอกชนไม่ได้รับ ประโยชน์จากการให้ข้อมูล ทำให้ขาดความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลในบางประเด็น ที่มีความสำคัญต่อการวางแผนพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ


31 คะแนนเฉลี่ย มาก—> น้อย ลำดับ ความสำคัญ ประเด็น 3.81 4 T7 สศก. ยังไม่มีการจัดทำแผนพัฒนา ศกอ.ที่ชัดเจน เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงาน ตามภารกิจของ สศก. ในระดับพื้นที่ เพื่อลดปริมาณงานการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของ บุคลากร โดยเฉพาะนักวิชาการซึ่งจะต้องทำหน้าที่ประมวลวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความ ถูกต้องแนบนัยมากยิ่งขึ้น 3.75 5 T8 การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรของภาครัฐขาดความต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อ ความไม่แน่นอนในการวางแผนบริหารจัดการ และการแปลงนโยบายด้านการเกษตร ของประเทศ ของ กษ. สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ 3.69 6 T9 กฎระเบียบ เงื่อนไขขององค์กร ไม่เอื้อต่อความก้าวหน้าในสายงานของบุคลากร เช่น การย้ายสับเปลี่ยนหน้างานของบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับตำแหน่ง ทำให้ไม่สามารถสับเปลี่ยนงานได้ในบางตำแหน่ง เช่น เศรษฐกร และนักวิชาการสถิติ ที่ต้องเป็นสายงานเฉพาะด้าน ที่มา : จากการสำรวจ 2) ผลการวิเคราะห์ด้วยแมททริกซ์ อุปสรรค-โอกาส-จุดอ่อน-จุดแข็ง (TOWS Matrix) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ จากผลการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการประเมินผลเพื่อพิจารณาว่าปัจจัยใดเป็น ปัจจัยสนับสนุนยุทธศาสตร์ขององค์กร พบว่า องค์กรมีจุดแข็งที่จะดำเนินการเชิงรุกได้ดีและมีความได้เปรียบจาก โอกาสที่เอื้ออำนวยให้ การกำหนดกลยุทธ์ควรเน้นการใช้จุดแข็งเพื่อเปิดโอกาสใหม่ในการแข่งขันขององค์กร โดย การวิเคราะห์ด้วยแมททริกซ์ อุปสรรค-โอกาส-จุดอ่อน-จุดแข็ง (TOWS Matrix) ประกอบด้วยกลยุทธ์หรือแนวทาง SO ใช้จุดแข็งที่มีอยู่เพื่อสร้างความได้เปรียบจากโอกาสที่เอื้ออำนวยให้ WO ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้น ภายนอกเพื่อปรับปรุงจุดอ่อนภายใน ST ใช้จุดแข็งเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบจากอุปสรรคหรือภาวะ คุกคามจากภายนอก และ WT ลดจุดอ่อนภายในให้เหลือน้อยที่สุดและหลีกเลี่ยงอุปสรรคหรือภัยคุกคามที่เกิดขึ้น จากภายนอก ซึ่งได้ผลการวิเคราะห์ ดังนี้


32 ตารางที่ 4.6 ผลการวิเคราะห์TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก SO (จุดแข็ง – โอกาส) ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก โอกาส Opportunities) O1 ความต้องการข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ต้องการข้อมูลของ สศท. เพื่อนำไป อ้างอิง และต่อยอดใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ และวางแผน ด้านการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัด O2 ภาคเกษตรเป็นเศรษฐกิจฐานรากในการสร้างรายได้ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และระดับประเทศ และรัฐบาลให้ความสำคัญกับ ภาคเกษตร ทำให้ สศก. มีโอกาสแสดงความสามารถในการวางแผน จัดการสินค้าเกษตร และการกำหนดนโยบายการเกษตร O3 รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมด้าน การเกษตร/Digital Economy/การจัดทำฐานข้อมูลการเกษตร ข น าด ให ญ่ Big Data/BCG Value Chain ใน ก า รขั บ เค ลื่ อ น พัฒนาการเกษตรระดับพื้นที่มากขึ้น O4 กษ. มีเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรมากขึ้น อาทิ สถาบันการศึกษา องค์กรด้านวิจัยต่าง ๆ องค์กรทางด้านเศรษฐกิจ สถาบันเกษตรกร หน่วยงานทั้งในและนอกสังกัด กษ. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการในการพัฒนาด้านการเกษตร O5 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางด้าน การเกษตรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานตามพันธกิจของ สศก. และ สศท.2 O6 นโยบายรัฐบาลกำหนดให้มีการขับเคลื่อนเชิงรุก พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลงให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งการปรับเปลี่ยนการ ทำงานให้เป็น Digital Platform เพื่อความรวดเร็ว มุ่งเน้นการ ขับเคลื่อนแผนงานโครงการภายในนโยบายสำคัญของ กษ. ในรูปแบบบูรณาการทำงานตลอดห่วงโซ่ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน O7 ผู้บริหาร สศก. กษ. และรัฐบาลสนับสนุนให้บุคลากรในองค์กร ภาครัฐ พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดอบรม/ ส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม/ศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพและคุณภาพงาน ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนาภาคเกษตร ของประเทศ จุดแข็ง (Strengths) S1 สศท.2 เป็นหน่วยงานของ สศก.ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการ จัดทำ/เผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร ติดตามประเมินผล จัดทำแผนงาน โครงการที่สอดคล้องกับแผนทุกระดับ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ /สนับสนุนการ ขับเคลื่อนนโยบายการเกษตรสู่การปฏิบัติ S2 มีการขับเคลื่อนด้านการบริหารจัดการความรู้ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านตามภารกิจให้แก่บุคลากรภายในองค์กร อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรรุ่นใหม่ S3 มีการทำงานเป็นทีมในรูปแบบคณะทำงานต่าง ๆ และมีผลงานเชิงประจักษ์ ตอบสนองต่อพันธกิจและเป้าหมายของ สศก. S4 มีช่องทางการสื่อสาร และให้บริการข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลาย ช่องทาง อาทิ โทรศัพท์ Line Page Facebook Website You Tube และ เจ้าหน้าที่ สศท.2 S5 มีกลไกการทำงานเชิงบูรณาการระหว่าง สศท.1-12 และหน่วยงานสังกัด ส่วนกลาง ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพงานของ สศท.2 ให้เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งเพิ่มบทบาทด้านการสนับสนุนงานในระดับภูมิภาค และ ตอบสนองต่อนโยบายระดับประเทศมากขึ้น S6 ผอ.สศท.2/ผอ.ส่วน/หัวหน้าฝ่าย สนับสนุนบุคลากรในสังกัดพัฒนาศักยภาพ การทำงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง อาทิ เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกับส่วนกลาง และ สนับสนุนการจัดอบรม/เข้ารับอบรมที่จัดขึ้นภายในสำนักงานฯ (Unit School) S7 มีระบบ Technology และนวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และสื่อสารทั้ง ภายในและภายนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพทั้งการทำงานในที่ตั้งสำนักงาน หรือ นอกพื้นที่ฯ เช่น ห้องสมุดออนไลน์/Website/Page สำนักงาน/ที่เก็บข้อมูล คลาวด์ ฯลฯ S8 ผู้บริหารประพฤติตนเป็นต้นแบบที่ดี มีภาพลักษณ์ของข้าราชการที่ดีมีความ ยุติธรรม และให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน S9 บุคลากร สศท.2 มีความพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลการเกษตร แบ่งปันความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเป็นที่ปรึกษาในงานที่ เกี่ยวข้องกับภารกิจ สศก. S10 มีเครือข่ายเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ช่วยเหลือสนับสนุนการ ดำเนินงาน S11 ผอ.ส่วน/หน.ฝ่าย มีการพิจารณามอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง เหมาะสมและเป็นระบบ เปิดโอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความสามารถในการ ทำงานของตนเองอย่างเต็มที่ S12 บุคลากรส่วนใหญ่ถือปฏิบัติวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วมทั้ง HOPE ของ กษ. และ SMART OAE ของ สศก. S13 มีบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีศักยภาพด้านการทำงานทางวิชาการ และมีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตนเองด้วยการ


33 O8 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้มีการพัฒนา ระบบ Technology นวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และ สื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพ อาทิ Smart Office Application และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ O9 การกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการ เกษตรในภูมิภาคมีความสำคัญ กษ. จึงมีการกำหนดแนวทางการ ปฏิบัติงานตามนโยบายผ่านแผนงานโครงการให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น และมีการติดตามงานเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ O10 กระแสโลกให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรทางการเกษตรที่ ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศ ทำให้สามารถพัฒนาผลงาน และการขับเคลื่อนนโยบาย และมาตรการสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่มากขึ้น O11 ผู้บริหารระดับสูงของ กษ. ให้ความสำคัญ ยอมรับเชื่อมั่นต่อ ศักยภาพการทำงานและคุณภาพงานของ สศก. และสศท.1-12 ซึ่ง เป็นหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค เรียนรู้ ผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานองค์กรได้ เป็นอย่างดี S14 มุ่งสร้างเครือข่ายทางวิชาการ โดยจัดหาเวทีเพื่อนำเสนอผลงานทั้งด้าน งานวิจัย/งานวิชาการ/งานพยากรณ์ภาวะการผลิตสินค้าเกษตร/งานประมาณการ ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรและแนวโน้มระดับจังหวัด หรือเผยแพร่ข้อมูล สู่ หน่วยงานระดับพื้นที่ รวมทั้งนำไปใช้ประโยชน์พัฒนาต่อยอด และการประยุกต์ใช้ จริง S15 มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีและความผาสุกในองค์กร สร้างความ ผูกพันระหว่างบุคลากรในสังกัดให้นำไปสู่ความมุ่งมั่นตั้งใจให้สามารถทำงาน ร่วมกัน และมุ่งพัฒนาเป็นทีมงานคุณภาพขององค์กรในอนาคต S16 บุคลากร สศท.2 ยึดหลักวิชาการในการจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ การเกษตร ทั้งด้านสถิติการเกษตร วิจัย ติดตามประเมินผล นโยบายและ แผนพัฒนาการเกษตร และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์สูง มีทักษะตรง ตามสายงาน S17 ผลงานด้านเศรษฐกิจการเกษตรของหน่วยงานมีความโดดเด่น และเป็นที่ ยอมรับของหน่ายงานในระดับพื้นที่ กลยุทธ์เชิงรุก (SO) กลยุทธ์เชิงรุก (SO) SO1 ส่งเสริม และผลักดันบุคลากรให้เข้ารับการพัฒนาศักยภาพ เน้นเพิ่มพูนทักษะ องค์ความรู้ภาพรวมด้านการพัฒนาการเกษตร จากหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัด สศก. (S2 S6 S13 O7 O8) SO2 พัฒนาคุณภาพงาน และเพิ่มการจัดทำข้อมูลรายสินค้าระดับพื้นที่ ให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ โดยอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อยกระดับ สศท.2 ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรระดับภาค(S1S3 S5S7S10S14 S16 S17 O1 O2 O3 O8) SO3เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรของ สศท. 2 และ สศก. ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์(User) มากขึ้น (S4 S7 S9 O1 O5 O8) SO4 พัฒนาระบบข้อมูลด้วยการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลเอกภาพ ระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ ทั้งภายในและ ภายนอก กษ. เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเอกภาพด้านสารสนเทศ การเกษตรร่วมกันมากขึ้น (S1 S16 S17 O1 O2 03 04 O5 O9 O11) SO5 สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย กษ.สู่การปฏิบัติโดย เพิ่ม บทบาทการให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายกับหน่วยงานปฏิบัติในระดับ พื้นที่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม (S1 S5 S9 S16 S17 O2 O6 09 O11) SO6 ปรับรูปแบบการทำงานของบุคลากรในองค์กรให้ทำงานเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและใช้การติดต่อสื่อสารทำงาน บนสื่อออนไลน์มากขึ้น (S3 S5 S8 S11 S12 S13 O6 O8)


34 ตารางที่ 4.7 ผลการวิเคราะห์TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงพัฒนา WO (จุดอ่อน – โอกาส) ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก โอกาส Opportunities) O1 ความต้องการข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญในยุคปัจจุบัน ทำให้ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ต้องการข้อมูลของ สศท. เพื่อนำไป อ้างอิง และต่อยอดใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ และวางแผน ด้านการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัด O2 ภาคเกษตรเป็นเศรษฐกิจฐานรากในการสร้างรายได้ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และระดับประเทศ และรัฐบาลให้ความสำคัญกับ ภาคเกษตร ทำให้ สศก. มีโอกาสแสดงความสามารถในการวางแผน จัดการสินค้าเกษตร และการกำหนดนโยบายการเกษตร O3 รัฐบาลให้ความสำคัญ ในเรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมด้าน การเกษตร/Digital Economy/การจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรขนาด ใหญ่ Big Data/BCG Value Chain ในการขับเคลื่อนพัฒนาการ เกษตรระดับพื้นที่มากขึ้น O4 กษ. มีเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรมากขึ้น อาทิ สถาบันการศึกษา องค์กรด้านวิจัยต่าง ๆ องค์กรทางด้านเศรษฐกิจ สถาบันเกษตรกร หน่วยงานทั้งในและนอกสังกัด กษ. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน และ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการในการพัฒนาด้านการเกษตร O5 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางด้าน การเกษตรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ เกี่ยวข้อง ทำให้เอื้อต่อการปฏิบัติงานตามพันธกิจ O6 นโยบายรัฐบาลกำหนดให้มีการขับเคลื่อนเชิงรุก พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลงให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งการปรับเปลี่ยนการ ทำงานให้เป็น Digital Platform เพื่อความรวดเร็ว มุ่งเน้นการ ขับเคลื่อนแผนงานโครงการภายในนโยบายสำคัญของ กษ. ในรูปแบบบูรณาการทำงานตลอดห่วงโซ่ ร่วมกับหน่วยงานภาคี ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน O7 ผู้บริหาร สศก. กษ. และรัฐบาลสนับสนุนให้บุคลากรภาครัฐ พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดอบรม/ส่ง บุคลากรเข้ารับอบรม/ศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และคุณภาพงาน ซึ่งนำมาสู่การพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ จุดอ่อน (Weaknesses) W1 บุคลากรส่วนใหญ่ขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ ความสนใจ ในการสมัครขอรับทุน การอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และศึกษาต่อ ต่างประเทศจากทุนภายนอกองค์กร W2 สศท.2 ไม่สามารถเผยแพร่รายละเอียดของข้อมูลบางรายการได้ อาทิ โครงสร้างต้นทุนการผลิต การประเมินผลที่เป็นภาพรวม รวมถึง การจัดทำข้อมูลสารสนเทศดำเนินการตามเป้าหมายที่ส่วนกลาง กำหนด ทำให้ไม่ครอบคลุมสินค้าระดับจังหวัด หน่วยงานระดับ จังหวัดไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตรงตามความต้องการ และ ไม่ทันเวลา W3 บุคลากรส่วนใหญ่ยังขาดการเป็นผู้นำ อาทิ การนำเสนอความ คิดเห็นเชิงพัฒนา และออกแบบการทำงานในรูปแบบใหม่เพื่อแก้ไข ปัญหา หรือเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อองค์กรที่จะมุ่งพัฒนาสู่การเป็นองค์กรระดับ แนวหน้าของ สศก. และ สศท. W4 การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภารกิจขององค์กร รวมถึงการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของ สศท.2 และ สศก. ต่อบุคคลภายนอก/ เกษตรกรยังมีน้อย W5 บุคลากรบางส่วนขาดแรงจูงใจในการพัฒนางาน และพัฒนา ตนเองสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะบุคลากรที่อยู่ในช่วงอายุที่เป็นกำลัง สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร W6 บุคลากร สศท.2 ที่มี Growth Mindset ทัศนคติในการทำงาน ในระบบราชการที่ดี ขยัน มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน พัฒนาตนเอง พัฒนา ทีมงาน เพื่ อองค์กรยังมีค่อนข้างน้อย เนื่ องจากยึดติดกับ สภาพแวดล้อมเดิม (Comfort Zone) ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รูปแบบของงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมายใหม่ ๆ W7 เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ส่วนใหญ่ยังขาดการนำ เครื่องมือ/เทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงาน และ งบประมาณในการจัดซื้ออินเทอร์เน็ต W8 หัวหน้างานที่มีศักยภาพในการทำงานเชิงรุก มุ่งบรรลุผลสัมฤทธิ์ สูงมีบทบาทด้านการบริหาร และพัฒนางานองค์กร มีจำนวนน้อย W9 ผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของ สศท.2 ยังไม่เป็นไปตาม เป้าหมายของกระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล


35 O8 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้มีการพัฒนา ระบบ Technology นวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และ สื่อสารทั้งในและอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพ อาทิ Smart Office Application และระบบอัจฉริยะต่าง ๆ O9 การกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการ เกษตรในภูมิภาคมีความสำคัญ กษ. จึงกำหนดแนวทางการ ปฏิบัติงานตามนโยบายผ่านแผนงานโครงการให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น และมีการติดตามงานเพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ O10 กระแสโลกให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรทางการเกษตร ที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพ ภูมิอากาศ ทำให้สามารถพัฒนาผลงาน และการขับเคลื่อนนโยบาย และมาตรการสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่มากขึ้น O11 ผู้บริหารระดับสูงของ กษ. ให้ความสำคัญ ยอมรับเชื่อมั่นต่อ ศักยภาพการทำงานและคุณภาพงานของ สศก. และสศท.1-12 กลยุทธ์เชิงพัฒนา (WO) กลยุทธ์เชิงพัฒนา (WO) WO1 เพิ่มช่องทางการสื่อสารกับผู้ใช้ประโยชน์ให้สามารถเข้าถึงได้ มากขึ้น และประชาสัมพันธ์ภารกิจองค์กร สศท.2 และสศก. ให้เป็นที่ รู้จัก และเป็นองค์กรนำด้านการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ การเกษตรที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และทันเวลา (W4 O4 O8) WO2 ส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ และ ทักษะด้านทั้งด้านภาษา และภาวะผู้นำองค์กรที่ดี (W1 W3 W5 W6 O4 O7 O8) WO3 สร้างวัฒนธรรมองค์กรของ สศท.2 ควบคู่ วัฒนธรรม กษ. ได้แก่ มีคุณธรรม รับผิดชอบร่วมกัน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์) (W5 W6 W8 O6 O7) WO4 ปรับปรุงโครงสร้าง อัตรากำลังภายใน สศท.2 ให้เหมาะสมกับ ปริมาณงาน และมอบหมายงานให้เหมาะกับบุคลากร ควบคู่กับการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร (W5 W6 W8 W9 O1 O2 O5 O9 O10 O11) WO5จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แก่บุคลากรในสังกัด สศท.2 (W5 W6 O1 O5) WO6 จัดทำแผนพัฒนาองค์กรในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นสร้างงานเชิงบูรณาการ ส่วน/ฝ่าย พัฒนาคุณภาพงาน และพัฒนาศักยภาพบุคลากรในสังกัด สศท.2 (W4 W5 W6 W7 W8 W9 O1 O2 O5 O9 O10 O11) WO7ส่งเสริม สนับสนุน ความก้าวหน้าในสายงานของบุคลากรเพื่อสร้าง แรงจูงใจในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (W1 W3W5W6 O1 O2 O5 O9 O10 O11) WO8 พัฒนาปรับปรุงการจัดทำข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ให้ตอบสนอง ความต้องการของผู้ใช้ในระดับพื้นที่ (W2O1 O2 O5 O9 O10 O11)


36 ตารางที่ 4.8 ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงปรับเปลี่ยน/เชิงป้องกัน ST (จุดแข็ง –อุปสรรค) ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก อุปสรรค (Threat) T1 การคุกคามทางไซเบอร์ อาจส่งผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูล Big Data และการใช้งานระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงภายในของ สศก. T2 สศก. มีรูปแบบการจัดทำข้อมูลในระดับภาค และระดับประเทศ ทำให้การสนับสนุนข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานระดับพื้นที่นำไปใช้ ประโยชน์ไม่ตรงตามความต้องการ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนที่ดี ในระดับพื้นที่ได้ T3 สศก. มีข้อจำกัดในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้ ครอบคลุม และเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ดังกล่าว T4 การกำหนดกรอบงานตามภารกิจจากส่วนกลาง ทั้งงานด้านการ จัดเก็บข้อมูลสารสนเทศการเกษตร การจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจ การเกษตรที่มีแนวโน้มการปรับลดงบประมาณ แต่ยังคงกำหนด เป้าหมายปริมาณงานเท่าเดิม ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการทำงาน อาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง T5 การประสานข้อมูลเพื่อปรึกษาหารือ หรือแก้ไขปัญหาด้านข้อมูล ในบางประเด็นระหว่าง สศท. กับศูนย์/สำนัก/กอง ยังมีความล่าช้า และไม่ครบถ้วน ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่ จำเป็นต้องอาศัยการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพิจารณา แก้ปัญหาต่อไป T6 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะภาคเอกชน ไม่ตระหนักถึง ความสำคัญของการให้ข้อมูลด้านการเกษตรกับหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากเห็นว่า ภาคเอกชนไม่ได้รับประโยชน์จากการให้ข้อมูล ทำให้ ขาดความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลในบางประเด็น ที่มีความสำคัญ ต่อการวางแผนพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ T7 สศก. ยังไม่มีการจัดทำแผนพัฒนา ศกอ.ที่ชัดเจน เพื่อสร้าง เครือข่ายสนับสนุนงานตามภารกิจของ สศก. ในระดับพื้นที่ เพื่อลด ปริมาณงานการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของบุคลากร โดยเฉพาะ นักวิชาการซึ่งจะต้องทำหน้าที่ประมวลวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความ ถูกต้องแนบนัยมากยิ่งขึ้น จุดแข็ง (Strengths) S1 สศท.2 เป็นหน่วยงานของ สศก.ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการ จัดทำ/เผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร ติดตามประเมินผล จัดทำแผนงาน โครงการที่สอดคล้องกับแผนทุกระดับ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ /สนับสนุนการ ขับเคลื่อนนโยบายการเกษตรสู่การปฏิบัติ S2 มีการขับเคลื่อนด้านการบริหารจัดการความรู้ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านตามภารกิจให้แก่บุคลากรภายในองค์กร อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรรุ่นใหม่ S3 มีการทำงานเป็นทีมในรูปแบบคณะทำงานต่าง ๆ และมีผลงานเชิงประจักษ์ ตอบสนองต่อพันธกิจและเป้าหมายของ สศก. S4 มีช่องทางการสื่อสาร และให้บริการข้อมูลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลาย ช่องทาง อาทิ โทรศัพท์ Line Page Facebook Website You Tube และ เจ้าหน้าที่ สศท.2 S5 มีกลไกการทำงานเชิงบูรณาการระหว่าง สศท.1-12 และหน่วยงานสังกัด ส่วนกลาง ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพงานของ สศท.2 ให้เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งเพิ่มบทบาทด้านการสนับสนุนงานในระดับภูมิภาค และ ตอบสนองต่อนโยบายระดับประเทศมากขึ้น S6 ผอ.สศท.2/ผอ.ส่วน/หัวหน้าฝ่าย สนับสนุนบุคลากรในสังกัดพัฒนาศักยภาพ การทำงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง อาทิ เข้ารับการฝึกอบรมร่วมกับส่วนกลาง และ สนับสนุนการจัดอบรม/เข้ารับอบรมที่จัดขึ้นภายในสำนักงานฯ (Unit School) S7 มีระบบ Technology และนวัตกรรมที่สนับสนุนการปฏิบัติงาน และสื่อสารทั้ง ภายในและภายนอกองค์กรที่มีประสิทธิภาพทั้งการทำงานในที่ตั้งสำนักงาน หรือ นอกพื้นที่ฯ เช่น ห้องสมุดออนไลน์/Website/Page สำนักงาน/ที่เก็บข้อมูล คลาวด์ ฯลฯ S8 ผู้บริหารประพฤติตนเป็นต้นแบบที่ดี มีภาพลักษณ์ของข้าราชการที่ดี มีความ ยุติธรรม และให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน S9 บุคลากร สศท.2 มีความพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ ข้อมูลการเกษตร แบ่งปันความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเป็นที่ปรึกษาในงานที่ เกี่ยวข้องกับภารกิจ สศก. S10 มีเครือข่ายเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ช่วยเหลือสนับสนุนการ ดำเนินงาน S11 ผอ.ส่วน/หน.ฝ่าย มีการพิจารณามอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง เหมาะสมและเป็นระบบ เปิดโอกาสผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความสามารถในการ ทำงานของตนเองอย่างเต็มที่ S12 บุคลากรส่วนใหญ่ถือปฏิบัติวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมร่วมทั้ง HOPE ของ กษ. และ SMART OAE ของ สศก. S13 มีบุคลากรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีศักยภาพด้านการทำงานทางวิชาการ และมีความมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตนเองด้วยการ


37 T8 การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรของภาครัฐขาดความต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนในการวางแผนบริหารจัดการ และ การแปลงนโยบายด้านการเกษตรของประเทศ ของ กษ. สู่การปฏิบัติ ในระดับพื้นที่ T9 กฎระเบียบ เงื่อนไขขององค์กร ไม่เอื้อต่อความก้าวหน้าในสาย งานของบุคลากร เช่น การย้ายสับเปลี่ยนหน้างานของบุคลากรที่มี วุฒิการศึกษาไม่ตรงกับตำแหน่งทำให้ไม่สามารถสับเปลี่ยนงานได้ใน บางตำแหน่ง เช่น เศรษฐกร และนักวิชาการสถิติ ที่ต้องเป็นสายงาน เฉพาะด้าน เรียนรู้ ผ่านระบบออนไลน์ ที่สามารถช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานองค์กรได้ เป็นอย่างดี S14 มุ่งสร้างเครือข่ายทางวิชาการ โดยจัดหาเวทีเพื่อนำเสนอผลงานทั้งด้าน งานวิจัย/งานวิชาการ/งานพยากรณ์ภาวะการผลิตสินค้าเกษตร/งานประมาณ การภาวะเศรษฐกิจการเกษตรและแนวโน้มระดับจังหวัด หรือเผยแพร่ข้อมูล สู่ หน่วยงานระดับพื้นที่ รวมทั้งนำไปใช้ประโยชน์พัฒนาต่อยอด และการประยุกต์ใช้ S15 มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีและความผาสุกในองค์กร สร้างความ ผูกพันระหว่างบุคลากรในสังกัดให้นำไปสู่ความมุ่งมั่นตั้งใจให้สามารถทำงาน ร่วมกัน และมุ่งพัฒนาเป็นทีมงานคุณภาพขององค์กรในอนาคต S16 บุคลากร สศท.2 ยึดหลักวิชาการในการจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ การเกษตร ทั้งด้านสถิติการเกษตร วิจัย ติดตามประเมินผล นโยบายและแผนพัฒนา การเกษตร และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์สูง มีทักษะตรงตามสายงาน S17 ผลงานด้านเศรษฐกิจการเกษตรของหน่วยงานมีความโดดเด่น และเป็นที่ ยอมรับของหน่ายงานในระดับพื้นที่ กลยุทธ์เชิงปรับเปลี่ยน/เชิงป้องกัน (ST) ST1 พัฒนาช่องทางการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลของ สศก. แบบ (Real Time) พร้อมทั้งสร้างระบบการจัดการและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน (S1 S5 S7 S14 T1 T2 T3) ST2 ปรับอัตรากำลังให้เหมาะสมกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น โดย พิจารณาให้มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามภารกิจของ สศท.2 ทั้งด้าน บริหาร แผน ข้อมูล และวิจัยประเมินผล ในระดับพื้นที่ (S3 S11 T3 T4 T5 T9) ST3 พัฒนา ศกอ. ที่มีองค์ความรู้ก้าวทันเทคโนโลยีเข้ามาร่วม สนับสนุนการทำงานของ สศก. เน้นพัฒนาและอำนวยความสะดวก ให้กับ ศกอ. โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย /Platform/ Application เพื่อใช้รายงานและประมวลผลข้อมูลระดับพื้นที่แบบ Real time (FAST Tools) เพื่อการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ (S7 S10 T7) ST4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานแบบบูรณาการทั้งใน และนอกองค์กร โดยพิจารณามอบหมายงานให้บุคลากรอย่าง เหมาะสมทั้งด้านคุณวุฒิและวัยวุฒิตามเนื้องานนั้นๆ เพื่อสร้างความ เชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร (S3 S11 S12 S15)


38 ตารางที่ 4.9 ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์เชิงรับ WT (จุดอ่อน - อุปสรรค) ปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก อุปสรรค (Threat) T1 การคุกคามทางไซเบอร์ อาจส่งผลกระทบต่อระบบฐานข้อมูล Big Data และการใช้งานระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงภายในของ สศก. T2 สศก. มีรูปแบบการจัดทำข้อมูลในระดับภาค และระดับประเทศ ทำให้การสนับสนุนข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานระดับพื้นที่นำไปใช้ ประโยชน์ไม่ตรงตามความต้องการ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนที่ดี ในระดับพื้นที่ได้ T3 สศก. มีข้อจำกัดในการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้ ครอบคลุม และเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ดังกล่าว T4 การกำหนดกรอบงานตามภารกิจจากส่วนกลาง ทั้งงานด้านการ จัดเก็บข้อมูลสารสนเทศการเกษตร การจัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจ การเกษตรที่มีแนวโน้มการปรับลดงบประมาณ แต่ยังคงกำหนด เป้าหมายปริมาณงานเท่าเดิม ทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการทำงาน อาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง T5 การประสานข้อมูลเพื่อปรึกษาหารือ หรือแก้ไขปัญหาด้านข้อมูล ในบางประเด็นระหว่าง สศท. กับศูนย์/สำนัก/กอง ยังมีความล่าช้า และไม่ครบถ้วน ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่ จำเป็นต้องอาศัยการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพิจารณา แก้ปัญหาต่อไป T6 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะภาคเอกชน ไม่ตระหนักถึง ความสำคัญของการให้ข้อมูลด้านการเกษตรกับหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากเห็นว่า ภาคเอกชนไม่ได้รับประโยชน์จากการให้ข้อมูล ทำให้ ขาดความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลในบางประเด็น ที่มีความสำคัญ ต่อการวางแผนพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ T7 สศก. ยังไม่มีการจัดทำแผนพัฒนา ศกอ.ที่ชัดเจน เพื่อสร้าง เครือข่ายสนับสนุนงานตามภารกิจของ สศก. ในระดับพื้นที่ เพื่อลด ปริมาณงานการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลของบุคลากร โดยเฉพาะ นักวิชาการซึ่งจะต้องทำหน้าที่ประมวลวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความ ถูกต้องแนบนัยมากยิ่งขึ้น T8 การดำเนินนโยบายด้านการเกษตรของภาครัฐขาดความต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการวางแผนบริหารจัดการ และการแปลงนโยบาย จุดอ่อน (Weaknesses) W1 บุ คลากรส่วนใหญ่ขาดทักษะด้านภาษาอังกฤษ ความสนใจ ในการสมัครขอรับทุน การอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง และศึกษาต่อ ต่างประเทศจากทุนภายนอกองค์กร W2สศท.2ไม่สามารถเผยแพร่รายละเอียดของข้อมูลบางรายการได้ อาทิ โครงสร้างต้นทุนการผลิต การประเมินผลที่เป็นภาพรวม รวมถึงการจัดทำ ข้อมูลสารสนเทศดำเนินการตามเป้าหมายที่ส่วนกลางกำหนด ทำให้ ไม่ครอบคลุมสินค้าระดับจังหวัด หน่วยงานระดับจังหวัดไม่สามารถนำไปใช้ ประโยชน์ได้ตรงตามความต้องการ และไม่ทันเวลา W3 บุคลากรส่วนใหญ่ยังขาดการเป็นผู้นำ อาทิ การนำเสนอความคิดเห็น เชิงพัฒนา และออกแบบการทำงานในรูปแบบใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา หรือ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ ต่อองค์กรที่จะมุ่งพัฒนาสู่การเป็นองค์กรระดับแนวหน้าของ สศก. และ สศท. W4การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ภารกิจขององค์กร รวมถึงการสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีของ สศท.2และ สศก. ต่อบุคคลภายนอก/เกษตรกรยังมีน้อย W5 บุคลากรบางส่วนขาดแรงจูงใจในการพัฒนางาน และพัฒนาตนเองสู่ ระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะบุคลากรที่อยู่ในช่วงอายุที่เป็นกำลังสำคัญในการ ขับเคลื่อนองค์กร W6 บุคลากร สศท.2 ที่มี Growth Mindset ทัศนคติในการทำงานในระบบ ราชการที่ดี ขยัน มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน พัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน เพื่อองค์กร ยังมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากยึดติดกับสภาพแวดล้อมเดิม (Comfort Zone) ไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ใหม่ ๆ W7เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ส่วนใหญ่ยังขาดการนำเครื่องมือ/ เทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงาน และงบประมาณในการจัดซื้อ อินเทอร์เน็ต W8 หัวหน้างานที่มีศักยภาพในการทำงานเชิงรุก มุ่งบรรลุผลสัมฤทธิ์สูง มีบทบาทด้านการบริหาร และพัฒนางานองค์กร มีจำนวนน้อย W9 ผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของ สศท.2 ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายของ กระทรวงเกษตรฯ และนโยบายรัฐบาล


39 ด้านการเกษตรของประเทศ ของ กษ. สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ T9 กฎระเบียบ เงื่อนไขขององค์กร ไม่เอื้อต่อความก้าวหน้าในสาย งานของบุคลากร เช่น การย้ายสับเปลี่ยนหน้างานของบุคลากรที่มีวุฒิ การศึกษาไม่ตรงกับตำแหน่งทำให้ไม่สามารถสับเปลี่ยนงานได้ในบาง ตำแหน่ง เช่น เศรษฐกร และนักวิชาการสถิติ ที่ต้องเป็นสายงาน เฉพาะด้าน 1. กลยุทธ์เชิงรับ/แก้ไข (WT) WT1 เพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วมโดยบูรณาการจัดทำแผนพัฒนา องค์กร สศท.2 (W5 W6 T2 T3) WT2 เสริมสร้างความรัก ความผูกพันความรักต่อองค์กร สศท.2 สศท.1-12 และสศก. (W5 W6 T9) WT3 กำหนดแนวทาง และแผนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร สังกัด สศท. 2 รายปี (W1 W3 W5 W6 W8 T2 T3) WT4 ยกระดับการทำงานด้านบูรณาการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย กษ. ในระดับพื้นที่ เน้นการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร แผนพัฒนา รายสินค้า ในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนาสินค้าสำคัญระดับภาค/จังหวัด (W2 T2 T3) WT5 พัฒนาระบบบริหารจัดการงานและงบประมาณ ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น (W8 W9 T4 T5) WT6 พัฒนาศักยภาพบุคลากรของ สศท. 2 ให้มีทัศนคติเชิงบวกใน การทำงานราชการ พัฒนาการคิดเชิงระบบ ทำงานเชิงรุก พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลง และสร้างหน่วยงานภาคีสนับสนุนการทำงานใน ระดับพื้นที่ให้มากขึ้น (W3 W5 W6 W8 T2 T3) จากผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ สามารถวิเคราะห์ เพื่อสรุปประเด็น พัฒนา กลยุทธ์ และแนวทางพัฒนา ของแผนพัฒนาสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก ได้ดังนี้ ประเด็นการพัฒนาที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มพูนทักษะแก่บุคลากรให้ทำงานเชิงรุก พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลง เน้นสร้างบุคลากรให้มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานราชการ พัฒนาการคิดเชิงระบบ เพิ่มองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในสายงาน ทักษะด้านภาษา และภาวะผู้นำ กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านศักยภาพ และทักษะองค์ความรู้ในสายงานของ สศก. และองค์ความรู้ภาพรวมของ กษ.ด้านการพัฒนาการเกษตร เพื่อให้สามารถทำงานตามภารกิจได้อย่างมี ประสิทธิภาพ แนวทางดำเนินงาน ส่งเสริมบุคลากรในสังกัด สศท.2 ให้เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มพูนทักษะ การทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง


40 กลยุทธ์ที่ 2 ปรับรูปแบบการทำงานของบุคลากรให้มุ่งเน้นยึดประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก มีทัศนคติ เชิงบวกในการทำงานราชการ คิดเชิงระบบ ทำงานเชิงรุก พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และใช้การ ติดต่อสื่อสารทำงานบนสื่อออนไลน์มากขึ้น แนวทางดำเนินงาน ปรับรูปแบบการทำงานให้มีลักษณะเชิงบูรณาการระหว่างส่วน/ ฝ่าย ทั้งสารสนเทศ การเกษตร ส่วนวิจัยและประเมินผล ส่วนแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจการเกษตร และฝ่ายบริหารทั่วไป กลยุทธ์ที่ 3 กำหนดแนวทาง และแผนการพัฒนาบุคลากร ของแต่ละส่วน/ฝ่าย ในสังกัด สศท. 2 รายปี แนวทางดำเนินงาน จัดทำแนวทาง / แผนพัฒนาบุคลากร ของสศท.2 เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ประเด็นการพัฒนาที่ 2 ยกระดับคุณภาพงาน ด้วยระบบตรวจสอบข้อมูล (QC) พัฒนาปรับปรุงการจัดทำ ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรให้ตอบสนองความต้องการในระดับพื้นที่ สร้างระบบการจัดการและพัฒนาเทคโนโลยี ดิจิตอลเพื่อสนับสนุนงานตามภารกิจ สศท. สศก. เพิ่มบทบาทการให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายกับหน่วยงานใน ระดับพื้นที่ให้มากขึ้น และพัฒนาช่องทางการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลของ สศก. แบบ (Real Time) กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนางานด้วยเครื่องมือ/เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มการจัดทำข้อมูลรายสินค้าระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับ สศท.2 ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านเศรษฐกิจการเกษตรระดับภาค/กลุ่มจังหวัด แนวทางดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพงาน โดยพัฒนาด้านการจัดเก็บข้อมูล ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย โปรแกรม และ Application สร้างระบบการจัดการข้อมูลด้านการวิเคราะห์และสรุปรายงานสถานการณ์การผลิต เพื่อการตัดสินใจและแก้ปัญหาสินค้าเกษตรในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ เพิ่มการจัดทำข้อมูลตามความต้องการของ พื้นที่ โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการทำงาน กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเอกภาพของ สศท. กับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ ในระดับพื้นที่ ทั้งภายในและภายนอก กษ. มุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อสนับสนุนงาน ตามนโยบายในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น แนวทางดำเนินงาน เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลเอกภาพของ สศท. กับหน่วยงานภาคีให้เข้าถึงง่าย มีเสถียรภาพ พัฒนาช่องทางการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลของ สศก. แบบ Real Time เพื่อให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ ใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย กษ. กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับการทำงานด้านบูรณาการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย กษ. ในระดับพื้นที่ เน้นการ จัดทำแผนพัฒนาการเกษตร แผนพัฒนารายสินค้า ในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนพัฒนา สินค้าสำคัญระดับภาค/จังหวัด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หรือภาคเกษตรในระดับพื้นที่ให้เติบโตเห็นผล เป็นรูปธรรม แนวทางดำเนินงาน เพิ่มบทบาทการให้ข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาปรับปรุงแนวทางการขับเคลื่อนแผนงาน โครงการฯ นำเสนอมาตรการ นโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระดับพื้นที่ให้หน่วยงานนำไปใช้ประโยชน์ และร่วม ช่วยเหลือสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในรูปแบบเชิงบูรณาการกับจังหวัดต่างๆที่ สศท. 2 รับผิดชอบ


Click to View FlipBook Version