The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินงาน มปลายActive Learning รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattawut, 2022-09-16 16:49:45

รายงานผลการดำเนินงาน มปลายActive Learning รวมเล่ม

รายงานผลการดำเนินงาน มปลายActive Learning รวมเล่ม

ห้องเรฝี นออนโลน์ By ครูอู๋ ไดฝใช้กระบวนการเรีฝนรู้ ONIE MODEL
สอดคลอ้ งกับรปู แบบการจัดการเรีฝนรไู้ ดฝใช้กจิ กรรมเป็นฐาน
(Activity-Based Learning)
ราฝวชิ ารูถ้ ันข่าวปลอม (Fake News)
รหสั วชิ า สค 0200036 ระดบั มธั ฝมศึกผาตอนปลาฝ

กศน.อาเภอพรานกระตา่ ย
สานกั งาน กศน.จงั หวดั กาแพงเพชร
สานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

รายงานผลการดาํ เนนิ งาน
นวตั กรรมการจดั การเรียนรูเ ชิงรุก (Active Learning )

1. ช่อื นวัตกรรม หองเรียนออนไลน By ครอู ู โดยใชกระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL
สอดคลอ งกับรปู แบบการจัดการเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
รายวชิ า รูทนั ขาวปลอม (Fake News) รหสั วชิ า สค 0200036 จาํ นวน 2 หนวยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุมสาระการพัฒนาสังคม

2. เจาของนวัตกรรม นายณัฐวฒุ ิ เหลา ลาภะ ตําแหนง ครผู ชู ว ย กศน.อําเภอพรานกระตา ย
สงั กัด สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดกําแพงเพชร

3. ความสาํ คัญของนวัตกรรม
เนื่องจากในปจจุบันเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยนแปลงไปอยาง รวดเร็วทําใหภาครัฐ

จําเปนตองปรับเปล่ียนวิธีการทํางานใหทันตอภาวการณปจจุบัน การปรับตัวของสังคมไดเปลี่ยนไปเขายุค
ศตวรรษ 21 ที่ตองทันขาวสารและขอมูลนวัตกรรมจึงมีสวนสําคัญตอการพัฒนา การพัฒนานวัตกรรมจึงเปน
สิง่ ที่หนวยงานควรใหค วามสําคัญ หนวยงานจะตองมีการพัฒนาตอยอดองคความรูเพ่ือใหเกิดเปนนวัตกรรมใน
การบริหารและการปฏิบัติงานใหมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน การศึกษาจึงจําเปนตองมีการพัฒนาเปล่ียนแปลงจาก
ระบบการศึกษาท่ีมีอยูเดิม เพื่อใหทันสมัยตอการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
ไป อกี ทั้งเพ่อื แกไขปญ หาทางดานศึกษาบางอยางที่เกิดขึ้นอยางมีประสิทธิภาพ เชนเดียวกันการเปล่ียนแปลง
ทางดา นการศกึ ษาจงึ จาํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาเก่ียว กับนวัตกรรมการศึกษาท่ีจะนํามาใชเพอแกไขปญหาทางการ
ศึกษาในบางเรื่อง เชน ปญหาท่ีเกี่ยวเนื่องกัน จํานวนผูเรียนที่มากข้ึน การพัฒนาหลักสูตรใหทันสมัย การ
ผลิตและพฒั นาสอื่ ใหมๆ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเรียนรูของมนุษยใหเพิ่มมากขึ้นดวยระยะเวลาที่สั้นลง การ
ใชนวัตกรรมมาประยุกตในระบบการบริหารจัดการดานการศึกษาก็มีสวนชวยใหการ ใชทรัพยากรการเรียนรู
เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ในศตวรรษท่ี 21 มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตลอดจน
ความกาวหนาทาง เทคโนโลยี ทกุ ๆ ดา น กระแสการปรับเปลี่ยนทางสังคมที่เกิดข้ึนในศตวรรษที่ 21 สงผลตอ
วิถีการดํารงชีพของทุก คนในสังคมอยาง ทั่วถึง ครูจึงตองเตรียมพรอมในการจัดการเรียนรูเพื่อเตรียมความ
พรอมใหน ักเรยี นมีทักษะสําหรับ ในการดํารงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ที่เปลยี่ นไปจากศตวรรษท่ี 19 และ 20 จาก
บทความเร่ืองวิถีการสราง การเรียนรูเพ่ือศิษย เขียนโดย ศ.นพ.วิจารณ พานิช (2555: 18-21) ไดกลาววา
การศกึ ษาในศตวรรษท่ี 21 ทีค่ นทกุ คน ตองเรยี นรูตัง้ แตชั้นอนุบาลไปจนถงึ มหาวทิ ยาลยั และตลอดชีวิต คือ 3R
8C ซึ่งการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 จะตอง เปนการเรียนรูภายใตบริบทการสอนความรูวิชาหลัก ควบคูไปกับ
การเรียนรูทักษะที่จําเปน และหนึ่งในทักษะที่สําคัญ ใน 8C ท่ีมีความจําเปนและถูกกลาวถึงในการพัฒนา
ผูเรียน ไปสูศตวรรษท่ี 21 ไดแ ก ทักษะดานการคดิ อยางมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกปญหา ทักษะดาน
การสรางสรรคและนวัตกรรม ทักษะดานการเขาใจตางวัฒนธรรม ทักษะดานการสื่อสาร สารสนเทศและรูเทา

ทนั ส่อื ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จะเปนตัวกําหนดความพรอมของ
ผูเรยี นเขาสโู ลกการทาํ งานทม่ี ีความซับซอ นมากขนึ้ ในปจจบุ ัน

กระทรวงศึกษาธิการ จึงไดกําหนดนโยบายและจุดเนนการจัดการศึกษา โดยยึดกรอบการ ปฏิรูป
การศึกษา นอมนําพระราชกระแสของสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 10 ดานการศึกษา ที่จะตอง มุงสราง
พื้นฐานใหเด็ก เยาวชน และผูเรียนมที ัศนคติทถ่ี กู ตองในเรื่องสถาบนั หลกั ของชาติ สรางพ้ืนฐาน ชีวิต (อุปนิสัย)
ท่ีเขมแข็ง สรางความรู ทักษะเพื่อใหมีอาชีพ มีงานทํา และไดนําเปาหมายของ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป
(พ.ศ.2561-2580) ดานการเสริมสรางศักยภาพและทรัพยากรมนุษย ที่มุงให คนไทยเปนคนดี คนเกง
มีคุณภาพ พรอมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษท่ี 21 และยึดเจตนารมณของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 ที่สําคัญไดยึดวัตถุประสงคของการปฏิรูป การศึกษา ภายใตแผนปฏิรูปประเทศดาน
การศึกษา ในประเด็นสําคัญคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใตหลักการจัดการศึกษาใหสอดคลองกับ
ทศิ ทางการพฒั นาประเทศ และการเปลยี่ นแปลง ของสังคมโลกและกําหนดใหครูและผูเรียนสรางกระบวนการ
เรียนรูรวมกัน จัดการเรียนรูแบบองครวม จัดแหลงเรียนรูเพื่อพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ โดยมีการปรับปรุง
หลักสูตรแกนกลางใหมีความทันสมัย และสอดคลองกับสภาพสังคมท่ีเปลี่ยนแปลงไป อีกท้ังยังมีการสงเสริม
และพัฒนาครูผูสอนใหสามารถ จัดการเรียนรูแบบ Active Learning ท้ังน้ีเพ่ือใหการศึกษาของไทยมีความ
ทันสมัยและสามารถแขง ขัน กับนานาประเทศได โดยกาํ หนดนโยบายใหสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด
จัดทําแผนและ ขับเคลื่อนสูการปฏิบัติในการจัดการศึกษาในแตละจังหวัดใหเปนรูปธรรม (สํานักงาน
ปลัดกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร 2562)

การจัดการเรียนรู ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
มงุ เนน การ จดั การเรียนรูตามปรัชญา “คิดเปน” และยึดหลักวาผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง
ได ผูเรียนแตละคนมีธรรมชาติที่แตกตางกัน ทั้งดานวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู
ตลอดจนมีการดําเนินชีวิตและ สิ่งแวดลอมที่แตกตางกัน ซ่ึงสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน ดังนั้นการจัดการ
เรียนรูจึงตองยึดผูเรียนเปนสําคัญ เพ่ือสงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ
เต็มตามศักยภาพที่มีอยู และเรียนรูอยางมี การพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความเหมาะสมสอดคลองกับสภาพปญหา
และความตองการของบุคคล ซึ่งเปนผูมีความรูและประสบการณจากการทํางานและการประกอบอาชีพ โดย
กําหนดสาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู การจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล ใหความสําคัญกับการ
พฒั นากลมุ เปา หมายดา นจติ ใจ ใหม คี ณุ ธรรม ควบคไู ปกบั การพฒั นาการเรียนรู สรา งภูมคิ ุม กัน สามารถจัดการ
กับองคความรู ท้ังภูมิปญญาทองถิ่น และเทคโนโลยี เพื่อใหผูเรียนสามารถปรับตัวอยูในสังคมที่มีการ
เปล่ยี นแปลงอยูต ลอดเวลา สรางภูมคิ มุ กันตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมท้ังคํานึงถึงธรรมชาติการ
เรียนรูของผูเรียน ที่อยูนอกระบบโรงเรียน และสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง
ความเจริญกาวหนาของเทคโนโลยแี ละการสือ่ สาร ในปจ จบุ นั

จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเก่ียวกับกลุมสาระการเรียนรู การพัฒนาสังคม ในการใช
เทคโนโลยี ของนักศกึ ษา กศน.อาํ เภอพรานกระตาย ในภาคเรียนที่ 2/2564 พบวามีผูเรียนใหความสนใจใน
วิชาเกยี่ วกบั เทคโนโลยี ในการจดั การเรียนการสอนและ ยงั พบอกี อยางวาผูเรียน ของ กศน.มีชวงวัย อายุ และ

วุฒิภาวะท่ีตางกันเปนชวงวัยในการทํางาน ทําใหเปนอุปสรรคในการเรียนรูในรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
พบกลุม ผเู รยี นสวนใหญไ มสามารถมาเรียนพรอมกับเพื่อนได เพราะตองทํางานเปนสวนใหญ และนอกจากน้ี
ยังพบพฤติกรรมของผูเรียนบางคนท่ีไมสนใจเรียน เลนโทรศัพทในเวลาเรียน ขาดทักษะการทํางานกลุม
สงเสียง ดังรบกวนเพอ่ื นในหองทต่ี ้ังใจเรียน และรบกวนครูผูสอน ดังนั้น ขาพเจา จึงมุงสงเสริม พัฒนา ผูเรียน
ใหมีความรูเกิดทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เนนการเรียนรูผานการลงมือทําเพ่ือใหนักเรียน เกิดความรู
ความเขาใจเกี่ยวกับสาระการเรียนรูการพัฒนาสังคม สามารถนําองคความรูมาเช่ือมโยงกันในแตละรายวิชา
การเรียนรู นําไปสกู ารประยกุ ตใ ชไ ดจ ริงและรูทันเทคโนโลยี สามารถนําเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเพมิ่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ของผูเรียน ใหสูงขึ้นกวาที่กําหนด ในการจัดการเรียนการสอนแบบกิจกรรม
พัฒนาผูเรียนควบคูกับการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน ดังน้ันขาพเจาจึงมีแนวคิดในการสรางและ
พัฒนาสื่อในการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จํานวน 2 หนวยกิต สําหรับ
ผูเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนใน ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 เพื่อเพ่ิม
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของนกั ศกึ ษา กศน.อําเภอพรานกระตา ยและนกั ศึกษาผทู ี่สนใจท่ัวไป

4.วตั ถุประสงคก ารดําเนนิ งาน
1) เพ่อื พฒั นาพฤติกรรมการเรยี นโดยใชท กั ษะกระบวนการคดิ เปน อยางมีประสิทธภิ าพของผูเรียน
2) เพ่ือใหผูเรียนเกิดทักษะ คิดเปนอยางเปนระบบ สามารถคนควาสรางองคความรู ดวยการสืบ

เสาะหาความรู เกดิ ทักษะการใชเทคโนโลยี
3) เพ่ือใหผูเรียนเกิดความคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ การคิดแกปญหา สามารถ

ตดั สนิ ใจและแกป ญหาอยา งเปน ระบบ

5.กลุมเปาหมาย
1 เชิงคุณภาพ
ผูเรียนมีความรูความเขาใจ ในรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036

เร่อื ง การรเู ทาทนั ขา ว และสามารถนําความรูไ ปใชแ ละแกป ญ หาได ไมนอยกวารอ ยละ 80
2 เชงิ ปริมาณ
นกั ศึกษา กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย ทลี่ งทะเบียนเรียน ในรายวิชา รูทันขา วปลอม (Fake News)

รหสั วิชา สค0200036 จาํ นวน 36คน ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ในภาคเรยี นที่ 1/2565

6. แนวคิดทฤษฏีทเี่ กีย่ วขอ งกับการพัฒนานวตั กรรม
ศกึ ษาคน ควาแนวคิดทฤษฏีทส่ี อดคลองกับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนําไปสู การจัดการเรียนรูเชิงรุก

( Active Learning ) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับ
รูปแบบการจัดการเรยี นรูโ ดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวย

ตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัดข้ึนอยางเปนระบบตามปรัชญา “คิดเปน” ท่ีนําข้ันตอนในการจัด
กระบวนการเรียนรู ONIE MODEL มาประยุกตใชในรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning) ดังน้ี

ขัน้ ที่ 1 กําหนดสภาพ ปญหา ความตอ งการในการเรยี นรู (O: Orientation)
ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาขอมลู และจดั การเรยี นรู (N: New ways of learning)
ขั้นที่ 3 ปฏิบตั ิและนาํ ไปประยกุ ตใ ช (I: Implementation)
ขั้นที่ 4 ประเมนิ ผลการเรียนรู (E: Evaluation)
องคประกอบตางๆ เหลานี้ถูกนํามาเปนประเด็นในการกําหนดกระบวนการจัดการเรียนรู เปนการ
รวบรวมเน้ือหาสาระของวิชาการตางๆ ท่ีมีลักษณะเหมือนกัน หรือคลายกัน ใหเชื่อมโยงสัมพันธเปนส่ิง
เดียวกัน โดยการต้ังเปนหัวเรื่องขึ้นใหม และมีหัวขอยอยตามเนื้อหาสาระท่ีสามารถจัดการเรียนรู เปนเรื่อง
เดยี วกนั ได และยังใหโอกาสกับผูเรียนในการปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเองใหมากที่สุด มีกิจกรรมการเรียนรู ท่ี ใช
หลากหลายวิธี และดวยองคประกอบท่ีสอดคลองกับเนื้อหาสาระดังกลาวนี้จึงขอเรียกกระบวนการ จัดการ
เรยี นรนู ้ีวา การจัดกระบวนการเรียนรูโ ดยใช “ONIE MODEL”
แมกระบวนการจัดการเรียนรูอยางเปนขั้นเปนตอนตามรูปแบบ ONIE จะสามารถอธิบายไดอยาง
ชัดเจนถึงการบูรณาการเนื้อหาสาระของวิชาตางๆ ไดแลว สิ่งที่ควรคํานึงถึงและความสําคัญอยางยิ่งในการ
เชื่อมโยงความสัมพันธเพื่อนําไปสูการคนควาหัวขอองคความรู ใหม เพ่ือมาวิเคราะห สังเคราะหสูการ แก
ปญหาเพอื่ ให พบความสุข ซงึ่ บคุ คลสามารถรู จักตนเอง แสวงหาความรู ปรับประยุกตใช ใน ชีวิตประจําวันได
อยางลงตัว และรากฐานของความเชื่อตามแนวพระพุทธศาสนา ที่สอนใหบุคคลสามารถ พนทุกข และพบ
ความสุขไดดวยการคนหาสาเหตุของปญหา สาเหตุของทุกข ซ่ึงจะสงผลใหบุคคลนั้น สามารถอยูในสังคมได
อยางมคี วามสุข เปน บคุ คลทีเ่ รยี กวาเปนผู “คดิ เปน”

ความหมายของ “คดิ เปน” โกวทิ วรพิพฒั น ไดใหคําอธิบายเก่ียวกับ “คิดเปน” วา “บุคคลท่ีคิดเปน
จะสามารถเผชญิ ปญหาใน ชีวติ ประจําวันไดอยางมีระบบ บุคคลผูนี้จะสามารถพินิจพิจารณาสาเหตุของปญหา
ท่ีเขากําลังเผชิญอยู และสามารถรวบรวมขอมูลตาง ๆ ไดอยางกวางขวางเกี่ยวกับทางเลือก เขาจะพิจารณา
ขอดีขอเสียของแต ละเรื่อง โดยใชความสามารถเฉพาะตัวคานิยมของตนเอง และสถานการณท่ีตนเองกําลัง
เผชิญอยู ประกอบการพิจารณา” การ “คิดเปน” เปนการคิดเพื่อแกปญหา คือ มีจุดเริ่มตนท่ีปญหาแลว
พิจารณา ยอนไตรต รองถึงขอ มูล 3 ประเภท คือขอมูลดวยตนเองชุมชน สังคม ส่ิงแวดลอม และขอมูลวิชาการ
ตอจากน้ันก็ลงมือกระทําถาหากสามารถทําใหปญหาหายไป กระบวนการก็ยุติลง แตหากบุคคลยังไมพอใจ
แสดงวา ยังมีปญ หาอยู บุคคลก็จะเริ่มกระบวนการพิจารณาทางเลือกใหมอีกครั้ง และกระบวนการน้ียุติลง เม่ือ
บุคคลพอใจและมีความสุข เม่ือบุคคลตองการความสุข จึงตองมีการแสวงหา แตความตองการของแต ละ
บุคคลยอมแตกตางกัน บุคคลจะมีความสุขไดบุคคลนั้นจะตองมีความผสมกลมกลืนกันไดกับสังคมและ
ส่ิงแวดลอม นั่นคือการปรับตัวใหเขากับสังคมและส่ิงแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา จึงจะเรียก ไดวา
“คนคิดเปน” น่ันคือเปนผูที่รูจักปญหาเร่ืองทุกข รูจักสาเหตุแหงทุกข ซึ่งมีอยูในตนเอง และ สภาพแวดลอม
รูจ กั การวิเคราะหหาวิธีดับทกุ ขจากวิชาการและประสบการณ และสามารถใชกลวิธีที่ เหมาะสมในการดับทุกข

จึงจะเกิดความสุข ถายังไมเกิดความสุขก็ตองยอนกลับไปพิจารณาขอมูลท้ัง 3 ดาน คือ ตนเอง สังคมและ
ส่ิงแวดลอม และดานวิชาการใหมอีกครั้ง จนกวาจะพอใจ นั่นคือพบกับความสุข ตามท่ีตนตองการ ดังผัง
กระบวนการคดิ ดังตอ ไปนี้

แผนภูมิ กระบวนการแกไขปญหาของคน “คิดเปน ”
จะเหน็ ไดวาการจัดกระบวนการเรียนรโู ดยใช ONIE MODEL ลวนใชพื้นฐานจากปรัชญา “คิดเปน” ท้ังสิ้น
ตามหลักการพ้ืนฐานของปรัชญาคิดเปนเชนเดียวกัน คิด จนรอบคอบ พบความสุข แกปญหาได จึงนําความรู
ที่ไดไปปรับประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยาง เหมาะสมตามรูปแบบของ ONIE ในสวนของการนําไปใช
(Implementation) ข้ันสุดทายคือข้ันประเมินผล บทสรุปของปรัชญาคิดเปน และการจัดกระบวนการเรียนรู
โดยใช ONIE MODEL จบลงดวยการประเมินผล หากยังไมพอใจปรัชญาคิดเปน ตองยอนกลับไปไตรตรองหา
เหตผุ ลจากสามองคป ระกอบใหม จนสามารถ แกป ญ หาได พบความสุขตามความพอใจของบุคคล เชนเดียวกับ
รูปแบบ ONIE ซงึ่ จะตองจัดการเรียนรใู ห เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีตั้งไว ในการจัดการเรียนการสอน รายวิชา
รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 ท่ีมีสวนประกอบหนวยการเรียนรูท่ีนักศึกษา กศน.

ตองเรียนรูและทําความเขาใจเกี่ยวกับเนื้อหาในสวนตางๆ ท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite แบบพบกลุม
ดวยกระบวนการจดั การเรยี นการสอน โดยการจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน เรอ่ื ง รูเทาทนั สือ่ เพ่ือจดั การเรียนการ
สอนใหกับผูเรียนไดมี ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันสื่อ และเพ่ือเพ่ิมศักยภาพและผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน ของนักศึกษา กศน.อําเภอพรานกระตาย จึงไดจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบหองเรียน
ออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพรานกระตา ยเพ่ิมเตมิ ใหกบั ผูเ รียน เนื่องจากผูเรียน กศน.สวนใหญเปนผูเรียนท่ี
เรียนไปดวยทํางานไปดวย ไมคอยมีเวลามาเรียนในช้ันเรียนไดตามปกติ เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูอยางตอเนือง
นอกจากนี้ ในการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเรียนที่บานจึงเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งที่ตองเรียนรูใหทัน
ตอ สถานการณอยูเ สมอ ขาพเจา จึงไดคดิ คน การจดั การเรียนการสอนที่ทันสมัยและสามารถเรียนรูไดตลอดตาม
ความตองการของผูเรียน สามารถลดภาระการเรียนรูใหกับผูเรียนที่ไมมีเวลาวาง ซ่ึงตองทํางานในเวลา
กลางวนั และลดคา ใชจ า ยใหผูเรียนศึกษาทย่ี ากจน ซง่ึ องคป ระกอบของการจัดการเรยี นการสอนในรูปแบบการ
พบกลุม ควบคูกับการจัดกระบวนการสอนผานระบบออนไลนโดย หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอ
พรานกระตาย เปนการจัดการเรียนรูที่ผสมผสานองคความรูรวมกับ นวัตกรรมการเรียนรูและเทคโนโลยีที่
ทนั สมัย มรี ปู แบบการสอนทีห่ ลากหลายและเปนกระบวนการในการจัดการเรยี นรูเชิงรุก (Active Learning)

7 ขั้นตอนของการออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม
ออกแบบและพัฒนา หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL

สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับ
การศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) องคประกอบของการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน และข้ันตอนการ
ออกแบบในการพัฒนา สรุปไดดงั น้ี

1. ผูสอน (Instructor) เปนผูถายทอดเน้ือหา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอนใน
ผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เรื่อง รูเทาทันส่ือ เพื่อจัดการเรียนการสอน
ใหกับผูเรียนไดมี ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันส่ือ และจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบ
หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนที่ครูผูสอนสอนยังไม
ครอบคลุม องคความรูตางๆใหกับผูเรียนใหเกิดความเขาใจใน เน้ือหาประสบการณ เพ่ิมมากขึ้น มีสวนทําให
การสอนออนไลนบรรลุเปาหมาย ซ่ึงบทบาทของ ผูสอนเปนผูใหคําแนะนํา (Guide) พี่เลี้ยง (Mentor) อํานวย
ความสะดวก (Facilitators) เพื่อเพ่มิ ศักยภาพของผเู รียนในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะ
ดานความรูที่ใชในการทํางาน ความสามารถในการใชเทคนิคตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ี
เหมาะสม เพือ่ สง เสริมกระบวนการจัดการเรยี นรไู ดอ ยางมีประสิทธภิ าพ

2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เนื้อหาและองคความรูจากผูสอนที่
กําหนดขอบขายเนื้อหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปล่ียนและแสดงความ
คิดเห็นภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการเรียนเพิ่มเติม ทําใบงาน จาก
หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย ซึ่งผูเรียนจําเปนตองมีความพรอม ในดานการใช

เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ การรูเทาทันสื่อ (Digital Literacy) สามารถสืบคน วิเคราะหขอมูล ประเมินเน้ือหา
อยางเปนระบบ โดยใชวิจารณญาณในการตัดสนิ ใจเก่ียวกบั ขอมูลไดอ ยา งเหมาะสม มีการเตรียมความพรอมใน
การเรียนรู เชน การศึกษาขอบเขตของเนื้อหากอนเขาเรียน การสืบคนขอมูลท่ีเก่ียวของ กับการเรียนรูจาก
แหลงเรียนรูตางๆ การเตรียมระบบเครือขายอินเตอรเน็ตใหพรอมใชงาน สําหรับการเรียนที่เหมาะสม การ
ติดตอสื่อสารแบบดิจิทัลกับผูสอนเพื่อใหสามารถมีปฏิสัมพันธกับผูสอนได เหมาะสม รวมท้ังมีความฉลาดทาง
อารมณใ นการใชสอ่ื (Digital Emotional Intelligence) อยางเหมาะสม เชน การแบงปนขอมูลขาวสารใหกับ
คนอ่ืน การมีน้ําใจในโลกออนไลน ฯลฯ รวมท้ังควรเปนผูที่มีความรับผิดชอบในการเรียนรูดวยตนเอง และมี
คุณธรรม จริยธรรมในการเรียนรู มีสวนรวมในการเรียน การสงงาน ตามกําหนด มีการทบทวนความรูอยาง
สมาํ่ เสมอ เพอ่ื ใหผเู รยี นไดรับประโยชนจากการเรียนการสอนแบบ ออนไลนเพิ่มขึ้น ประสบการณการจัดการ
เรียนการสอนแบบออนไลน ผูเรียนยังมีปญหาขาดความเขาใจในการเขาใชงานความพรอมของอุปกรณรองรับ
และระบบเครือขายอินเตอรเน็ต ภายหลังที่ผูสอนใหคําแนะนําในการเตรียมความพรอม สําหรับการเรียนรู
พบวาผูเรียนสามารถปรับตัวเขากับการเรียนการสอนแบบออนไลนเพ่ิมมากข้ึน มีการเขาเรียนออนไลนผาน
โปรแกรมตางๆ ไดอยางคลองแคลว รวมทั้งมีการเตรียมความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิดการ
แลกเปลยี่ นเรียนรูใ นระหวางการเรยี น รว มกับผูสอนและเพ่อื นรวมชน้ั เรยี น

3. เนอ้ื หา (Content) เปน สว นสําคญั ท่ีทาํ ใหก ารเรียนการสอนบรรลุตามวัตถปุ ระสงค เนื้อหา มีการ
ออกแบบโครงสรา งตามวตั ถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาเพ่ือเปนระบบนําทาง เชื่อมโยงไปสู
เนื้อหาตางๆในบทเรียน สําหรับขอความของเน้ือหาควรมีความชัดเจน กระชับ เขาใจงาย มีการปรับปรุงให
ทนั สมยั อยตู ลอดเวลา เพ่อื ใหผูเรียนศกึ ษาทาํ ความเขา ใจไดด ว ยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการ
เชือ่ มโยงกัน และเนอื้ หาในบทเรียนสามารถทีจ่ ะสงเสริมให ผูเรียนศึกษาคนควาเพ่ิมเติมไดภายหลังจากการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยกระบวนการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ไดที่หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.
อาํ เภอพรานกระตายและจากแหลง เรียนรูตางๆ

4. ส่อื การเรยี นและแหลงเรียนรู(Instructional Media & Resources) ถือวามีความสําคัญเปนอยาง
ย่งิ ตอ การจัดการศึกษา ส่อื การสอนท่ีดีจะเปนสวนชวยใหผูเรียนสามารถทําความเขาใจในเน้ือหา ขณะท่ีเรียน
ได ส่ือที่ใชใ นการสอนทีม่ คี วามแปลกใหม เพ่อื ดึงดูดความสนใจของผเู รียนและกระตนุ การเรียนรู ไมวาจะเปน
วิดีโอ ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหว สถานการณจําลอง บทความวิชาการ ฯลฯ ครูผูสอนเลือกใชส่ือใหเหมาะสม
เชน ขนาดตวั หนงั สอื สี ความคมชดั ของรปู ภาพ ความถกู ตองของขอมูล รวมท้ังสื่อท่ีนํามาใชมีความสอดคลอง
กับเน้ือหาของรายวิชาเพ่ือใหผูเรียนเกิดความเขาใจเพ่ิมมากข้ึน นอกจากนี้แหลงเรียนรู (Resources) ไดแก
หนังสือ ตํารา E-book หองสมุด เปนทางเลือกท่ีทําใหผูเรียนสามารถ เขาถึงสื่อการเรียนรู ดวยการสืบคน
ขอมูลเพ่ิมเติมเพื่อนํามาประกอบการเรียน ซ่ึงแหลงเรียนรูควรมีความหลากหลายใหผูเรียนสืบคนไดอยาง
เพียงพอทําใหผูส อนไมจาํ เปน ตองใสเนื้อหาในบทเรยี นทงั้ หมด

5. กระบวนการจัดการเรียนรู (Learning Process) เปนกระบวนการออกแบบการเรียนรูใหกับ
ผูเรียนตามหัวขอ วัตถุประสงค เนื้อหา ส่ือการสอน กิจกรรมการเรียนรู วิธีการวัดประเมินผล โดยอาศัย
เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจัดการเรียนรูภายใตกระบวนการวิเคราะห (Analysis) วางแผน

ออกแบบ (Planning Design) นําไปใช (Implement) พัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation)
หลักสูตรการเรียนรูใหกับผูเรียน ซ่ึงกระบวนการจัดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพ ควรสงเสริมใหผูเรียนได
สามารถนาํ เนอื้ หาไปประยุกตส กู ารเรยี นรตู ามสภาพจรงิ (Authentic Learning)

6. การวัดและการประเมินผล (Measurement and Evaluation) จําเปนตองมีการวัดและ
ประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมินผลทั้งระหวางเรียน (Formative Assessment) เชน การตั้งคําถาม การ
สังเกตพฤติกรรมผูเรียน สะทอนคิด เปนปลาย และภายหลังจัดการเรียน (Summative Assessment) เชน
การทดสอบ ดวยแบบทดสอบตางๆ เพื่อตรวจสอบความเขาใจของผูเรียน ประสิทธิผลของการเรียน เพ่ือ
สะทอ น ความสามารถ การเรยี นรขู องผเู รยี น ซึง่ ควรมคี วามหลากหลาย เพื่อวัดประเมินผลผูเรียนใหสอดคลอง
ตามสภาพจริง อยางไรก็ตามผูสอนจําเปนตองออกแบบเคร่ืองมือวิธีการวัดและประเมินผลใหมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งควรมีการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมในการทดสอบออนไลน เพ่ือปองกันการทุจริตในระหวางการสอบ
จากประสบการณการจัดทดสอบแบบออนไลน พบวาปญหาของการทุจริตในการทําขอสอบมีนอย เน่ืองจาก
ผูสอนมีการกําหนดวิธีการสอบชัดเจนมีระบบการจัดเรียงขอสอบแบบสุม ทําใหการเรียงลําดับขอสอบแตละ
ชุดท่ีสงใหผูเรียนทําการสอบนั้น จะไมเหมือนกัน พรอมท้ังมีเวลาเปนตัวกําหนดการส้ินสุดใชงานในระบบ
และผเู รยี นตอ งเปด กลองเพอ่ื การทดสอบใหผูสอนไดสังเกตพฤติกรรมของผูเรียนแตละคนได

8 ขัน้ ตอนการใชน วตั กรรมและกระบวนการจดั การเรียนรู
การเรียนรูท่ีเนนผูเรียนเปนสําคัญและการมีสวนรวมของผูเรียนในการจัดการเรียนรูเชิงรุก

( Active Learning ) มีข้ันตอนในการพัฒนาการใชรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning)
หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการ
เรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) รายวิชารูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา
สค0200036 เรื่อง การรูเ ทา ทนั ขาว ควบคกู บั การศึกษาเรยี นรดู ว ยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัด
ขึ้นอยางเปนระบบตามปรชั ญา “คิดเปน” มี ข้ันตอน ดงั นี้

8.1 กระบวนการจัดการเรียนการสอน ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดย
ใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)

ข้ันท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตอ งการในการเรียนรู
1) ครูกลาวทักทายผูเรียน และซักถามผูเรียนเปนรายบุคคลเกี่ยวกับ ขาวในปจจุบันท่ีผูเรียนไดดู

ขา วเม่ือเชา ท่ีผา นมา เพอื่ กระตนุ ความสนใจกบั ผเู รยี น
2) ครูช้ีแจงกรอบรายละเอียดรายวิชารูทันขาวปลอมใหผูเรียนกอนเร่ิมกิจกรรมการเรียนการสอน

ครูใหผเู รียนทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น
3) ครูสนทนากับผเู รียนถงึ วิธีการศกึ ษาและการติดตามขา วและแบงกลมุ ผูเรียน
4) ครใู หผูเรียนดูคลปิ วีดีโอ เรื่อง เปดใจเหยื่อโซเชียล ชายสวมรองเทามี

รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI

5) ครูกระตุนความคิดของนักศึกษาโดยใชคําถามวา จากที่ผูเรียนไดดู คลิปวีดีโอท้ัง เม่ือสักครูนี้
แลว ผูเรียนไดเรียนรูอะไรจากคลิปวีดีโอท้ัง โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดง
ความคิดเห็น

6) ครเู ชือ่ มโยงคาํ ตอบของผูข องผูเ รยี น จากน้ันตอวา หากผูเรียนเจอเหตุการณ และสถานการณที่
เกดิ ขึ้นแบบนี้ ผเู รยี นจะตัดสนิ ใจอยา งไร

7) ครูใหผูเรียนแบงกลุมออกเปนกลุมละ โดยใชนันทนาการดวยเพลงในการแบงกลุมผูเรียน
ออกเปน กลมุ ๆทเ่ี ทา ๆกนั โดยใหคละชายหญิง

8) ครูใหผูเรียนแตละกลุมกําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละ
กลุมไดเลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปล่ียนและแสดง
ความคดิ เหน็ ภายในกลมุ

ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาขอ มลู และการเรียนรู
1) ผูเรยี นแตละกลมุ ดูคลปิ วดี ีโอทค่ี รูเปด การรูเทาทนั ขาวปลอม Fake News EP 1 : ความรู

เกย่ี วกบั ขาวปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2) ผเู รยี นแตละกลมุ ดูวดิ ีโอท่ีครูเปด การรูเ ทาทันขา วปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว

ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3) ผูเรยี นแตล ะกลุมดวู ิดีโอที่ครเู ปด การรเู ทาทันขา วปลอม Fake News EP 3 : วิธตี รวจสอบขา ว

ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4) ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผูเรียนแตละกลุม ผูเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายในกลุมตัวเอง

และเขียนขอมลู ท่ีกลุมตัวเองไดไ ปศึกษาเรื่องรทู ันขา วปลอม โดยใหผ ูเรียนทกุ คนไดม ีสว นรวมในการแลกเปลี่ยน
และแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุม จากที่ผูเรียน ไดหัวขอในการเรียนรู จากใบความรูและสื่ออินเตอรเน็ต โดย
ใหเ วลาแตละกลุม จาํ นวน 30 นาที ในการอธปิ รายกลุม

ข้นั ที่ 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกตใ ช
1) ผูเรยี นแตล ะกลมุ นําเสนอผลงานหนาหองเรยี น
2) ครูและผูเ รยี นรว มกนั สรุปจากผลงานที่ผเู รียนในแตละกลมุ นําเสนอ

ขน้ั ที่ 4 การประเมินผล
1) ครูประเมินพัฒนาการเรยี นรูของผเู รยี นจากการนําเสนอผลงาน
2) ครใู หผูเรยี นเลน เกมส kahoot เกมสตอบคาํ ถาม เพ่ือประเมินความรขู อง

ผเู รียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เรื่องรทู ัน
ขาวปลอม Fake News และมอบรางวลั ใหก บั ผูเ รียนท่ีไดคะแนนสงู สุด 3 อนั ดับแรก

3) ครูมอบหมายงานใหผ ูเ รยี นไปศกึ ษาขอ มลู เพ่ิมเติมดวยกระบวนการเรยี นรูด ว ยตนเอง (กรต)

8.2 กระบวนการจัดการเรยี นรดู วยตนเอง(กรต.)
ศึกษา คน ควา จากใบความรู เอกสารและสื่อทุกประเภทที่เก่ียวของจากเว็บไซต หองเรียนออนไลน

By ครูอู และแหลงเรียนรู วิเคราะหและแลกเปลี่ยนเรียนรู สาธิต ฝกปฏิบัติ สรุป บันทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหัด รายงานทดสอบยอ ย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จัดทาํ ช้ินงาน/ผลงาน ฯลฯ

ขัน้ ตอนการเรียนรู
1) ครูสนทนากบั ผเู รียนถงึ วธิ กี ารศกึ ษาเรยี นรดู ว ยตนเอง
2) ครูบอกแหลงเรียนรูท่ีใชในการศึกษาขอมูล หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพราน
กระตาย ส่ืออินเตอรเ น็ตและแหลง เรียนรอู ื่นๆ ทผ่ี เู รยี นสะดวกในการคนหาขอ มลู
3) ครมู อบหมายงานใหผเู รยี นไปทําการศกึ ษาคน ควาดวยตนเอง
4) ครตู ดิ ตามใหคําปรกึ ษา แนะนําทบทวนหลักฐานการเรยี นรูท ต่ี องสง
5) นัดหมายสงงานท่ีมอบหมาย และใหผูเรียนตอบใบงาน และทําแบบทดสอบหลังเรียน ใน
หอ งเรียนออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย
6) ครใู หข อ เสนอแนะเพ่ิมเติม

8.3 การวัดผลประเมินผล
จากการดําเนินจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning)

หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใช
กจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036
เรื่อง การรูเทาทันขาวควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) โดยใชเคร่ืองมื้อในการวัดผลประเมินผล
ดังนี้

1) แบบทดสอบ เกมส kahoot เร่ืองรทู ันขาวปลอม
2) ใบงานเรือ่ งรูทนั ขาวปลอม
3) แบบทดสอบออนไลนก อนเรยี นหลังเรียน เรือ่ ง รทู นั ขา วปลอม
4) แบบสังเกตพฤติกรรม
จากการวัดผลประเมินผลของผูเรียนท่ีเขามาเรียนรู ในหองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู
ONIE MODEL รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-Based Learning) สรุปผลการ
วดั ผลประเมนิ ผลของการเรยี นรู ผูเรยี นตองเรียนรูดวยตนเอง ทุกคนในกลุมเปนผูปฏิบัติ คุณครูเปนพี่เล้ียง แต
กิจกรรมที่นํามาใชครั้งน้ี เนนใหผูเรียนมีประสิทธิภาพในการเรียนรูเน้ือหานั้นๆ มีจุดมุงหมาย สนุก และ
นาสนใจ ไมซํ้าซากจนกอใหเกิดความเบื่อ หนาย ซ่ึงการจัดกิจกรมการเรียนการสอนคร้ังนี้มุงเนนใหผูเรียนได
เกดิ การเรียนรูและทักษะดังนี้

1) ผเู รยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั ผา นเกณฑรอ ยละ 80
2) ครูผูสอนพัฒนาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนใหสอดคลองกับการเปล่ียนแปลง
ของ การศึกษา เปลยี่ นแปลงของสังคมและกา วทนั เทคโนโลยี

3) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากร
ทางการ ศกึ ษาทีส่ นใจนําแนวทางไปประยุกตแ ละพฒั นาตอ ยอด

4) ผูเรียนเกิดทักษะกระบวนการคนควาและ สรางองคความรูดวยกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู เกิดทักษะการคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ การคิดแกปญหา สามารถตัดสินใจและ
แกป ญหาอยางเปนระบบ

5) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติจริง สรางองคความรูไดดวยตนเองจากการรวม
กจิ กรรม ซึ่งครูผูสอนไดอ อกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรียนรูเชิงรกุ ใหผเู รียนเกิดความรู

9. ผลสําเร็จของการสรางพัฒนานวตั กรรม
การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ

เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูท่ีจัดข้ึนอยางเปนระบบตาม
ปรัชญา “คิดเปน” โดยการนํารูปแบบการสอนและแผนการจัดการเรียนรูรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake
News) เรือ่ ง การรูเทาทนั ขา ว ทใ่ี ชส ื่อการสอนผา นระบบการเรยี นรรู ปู แบบออนไลน ทดลองใชในสภาพการณ
จริงกับนักศึกษา กศน. มีข้ันตอนดําเนินงานโดยการกําหนดแบบแผนการทดลอง กลุมนักศึกษาที่สามารถมี
ความพรอมในการเรียนในรูปแบบออนไลนท่ีพัฒนาขึ้น มาทดลองใชกับกลุมเปาหมายที่เปนนักศึกษา กศน.
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการรูเทาทันขาวปลอม จํานวน 36 คน
ภาคเรยี นท่ี 1/2565 โดยมีวิธีการประเมินผลการเรียนรูดวย แบบทดสอบออนไลน และการประเมินความพึง
พอใจของผูเรยี นทเี่ ขาใชหอ งเรียนออนไลน By ครอู ู

9.1 ผลท่เี กิดตามจุดประสงค
ผูเรียน กศน.อําเภอพรานกระตาย ในการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดการเรียนรูเชิงรุก

(Active Learning) ไดทําแนวทางการ จัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบสามารถทําไดหลากหลายวิธี เชน การ
ทํางานเปนกลุม การอภิปราย การส่ือสาร ระหวางกัน การมีสวน รวมในช้ันเรียน และการรวมกันเขียน
ขอ ความส้นั ๆ เปนตน ผลงาน/นวัตกรรมที่ขา พเจาไดพัฒนาข้ึน หองเรียนออนไลน By ครูอู รายวิชา รูทันขาว
ปลอม (Fake News) รหัสวิช สค0200036 เร่ือง การรูเทาทันขาว ภาคเรียนท่ี 1/2565 ที่ขาพเจาสรางข้ึน
ไดแก

1) จากการทาํ กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรูเชงิ รกุ (Active Learning) ผูเรยี นทกุ คนทีไ่ ดร บั
การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในระดบั ดี

2) ผูเรียนท่ีลงทะเบียนเรียนในรายวิชารูเทาทันขาวปลอม ในภาคเรียนที่ 1/2565 ทุกคนไดรับ
การจัดการเรียนรูผานการ ลงมือทําและการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) ตามแผนการจัดการ
เรยี นรเู ชงิ รุก (Active Learning) ที่ผสู อน สรา งข้ึน

3) ผูเรียนมีผลการสอบกลางภาคของผูเรียนท่ีลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1/2565 พบวา
ผูเรียนที่สอบกลางภาค ของนักศึกษา กศน. อําเภอพรานกระตาย ท่ีลงทะเบียนเรียน ในภาคเรียนท่ี 1/2565

เขาสอบ 36 คน และสอบผาน จํานวน 33 คน รอยละ 91.66 ของผูที่เขาสอบ ผานเกณฑและสูงกวาเกณฑท่ี
สถานศึกษากําหนด ท่รี อยละ80 ของผทู ล่ี งทะเบยี นเรียนในวชิ าดังกลา ว

9.2 ผลสัมฤทธ์ขิ องงาน
ผลการดําเนนิ การพัฒนาผูเรียนในการนํารูปแบบการเรียนรู ผูเรียนเกิดทักษะการทํางานรวมกัน

(Collaborative Skill) จากการทาํ กจิ กรรมกลุม มีทักษะ การส่ือสาร (Communicative Skill) มีปฏิสัมพันธที่
ดีกับเพ่ือรวมกลุม สารมารถนําเสนอผลการทํากิจกรรมได ทักษะดานส่ือ เทคโนโลยีและสารสนเทศ (ICT
Literacy Skill) ผูเรยี นสามารถสบื คนขอมลู จากแหลง ขอมูลที่ เหมาะสม เชอื่ ถือได สามารถสรางองคความรูได
ดวยตนเอง มีความคิดสรางสรรค (Creative Skills) มีทักษะในการ คิดแกปญหา (Problem Salving Skill)
ซงึ่ จากการจดั การเรียนรเู ชิงรุกในรูปแบบนีจ้ ะสามารถพัฒนาผูเรียนในศตวรรษ ท่ี 21 และมีความรูความเขาใจ
ในเน้ือหา รายวชิ า รทู นั ขาวปลอม (Fake News) รหสั วิชา สค0200036 เร่อื ง การรูเทาทันขา ว จากการลงมือ
ปฏิบตั จิ รงิ ของผูเรียน

9.3 ประโยชนท ่ีไดร บั
1) ผเู รยี นเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการคนควาและ

สรา งองค ความรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรู เกิดทักษะการคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ
และการคดิ แกป ญหา สามารถตัดสินใจและแกป ญหาอยา งเปน ระบบ

2) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติจริง สรางองคความรูไดดวยตนเองจากการทํา
กิจกรรม ซ่ึง ครูผูสอนไดออกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรียนรูเชิงรุกรูปแบบการเรียนรูผานกิจกรรม
(Activity-based Learning) ใหผ ูเรียนเกดิ ความรู

3) ผูเ รยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ัด ผา นเกณฑร อยละ 80
4) ครูผสู อนพฒั นาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนใหสอดคลองกับการเปล่ียนแปลงของ
การศกึ ษา เปลย่ี นแปลงของสังคมและกาวทันเทคโนโลยี
5) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากร
ทางการศึกษาทส่ี นใจนําแนวทางไปประยุกตและพัฒนาตอยอด
6.4 ปจจยั ความสาํ เร็จ
1) กระบวนการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สามารถพัฒนาผูเรียนใหเกิดทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ผูเรียนเกิดทักษะการคิด ทักษะการเรียนรู
การแกป ญหา สามารถสืบเสาะหาความรูแ ละสรางองคความรไู ดดวยตนเอง
2) ผูบริหารและคณะครใู หค วามเห็นชอบและใหก ารสนับสนุนการดาํ เนินกจิ กรรม มวี ัสดุอปุ กรณ
ท่ี ใชในการจัดกิจกรรมอยา งเพียงพอ

3) ครูผูสอนปรับวิธคี ิด เปล่ียนวิธสี อนจากการสอนแบบบรรยาย มาเปนผชู แ้ี นะการเรียนรู
(Learning Coaching) ใหผ ูเ รยี นมสี วนรว ม และปฏบิ ัติกิจกรรมในกระบวนการจัดการเรยี นรูของครูผสู อนมาก
ขน้ึ ทาํ ใหผ ูเรียนสามารถสรางองคความรูไดด วยตนเองอยา งมคี วามหมาย

4) ผเู รียนไดเ รียนรูรวมกนั จากการทาํ งานเปนกลุม มกี ารอภิปราย การสื่อสารระหวางกัน การมี
สวน รวมในช้นั เรียน สามารถเขียนสรุปองคความรจู ากการเรยี นไดถูกตอ ง

10. แนวทางการนาํ นวัตกรรมไปใช
นวตั กรรมการเรียนรู ( learning innovation ) สามารถนาํ มาใชใหเ กิดประโยชนใ นวงการศกึ ษาสรปุ

ได ดงั นี้
10.1. เพอื่ นํานวตั กรรมมาใชแกป ญ หาในเร่ืองการเรยี นการสอน เชน
1) ปญหาเรื่องวิธีการสอน ปญหาท่ีมักพบอยูเสมอ คือ ผูสอนสวนใหญยังคงยึดรูปแบบการสอน

แบบบรรยาย โดยมีครูเปนศูนยกลางมากกวาการสอนในรูปแบบอ่ืน การสอนดวยวิธีการแบบน้ีเปนการสอนท่ี
ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในบ้ันปลาย เพราะนอกจากจะทําใหนักเรียนเกิดความเบื่อหนายขาดความ
สนใจแลว ยังเปน การปดกั้นความคิดและสตปิ ญญาของผเู รียนใหอยูใ นขอบเขตจํากดั อีกดว ย

2) ปญหาดานเน้ือหาวิชาบางวิชาเนื้อหามากและบางวิชามีเน้ือหาเปนนามธรรมยากแกการ
เขา ใจ จงึ จําเปน จะตองนาํ เทคนคิ การสอนและส่อื มาชว ย

3) ปญหาดานการวัดและประเมินผล เชน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตํ่าครูผูสอนนําไปใชในการ
ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนใหม ปี ระสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือใชผลการประเมินเปนขอมูลยอนกลับในการพัฒนา
คณุ ภาพการจัดการเรยี นการสอนได

4) ปญหาเร่ืองอุปกรณการสอน บางเน้ือหามีส่ือการสอนเปนจํานวนนอยไมเพียงพอตอการ
นําไปใชเพ่ือทําใหนักเรียนเกิดความรูความเขาใจในเน้ือหาวิชาไดงายข้ึนจึงจําเปนตองมีการพัฒนาคิดคนหา
เทคนิควิธกี ารสอน และผลติ ส่อื การสอนใหม ๆ เพือ่ นํามาใชท ําใหการเรยี นการสอนบรรลเุ ปาหมายได

10.2. เพื่อนํานวัตกรรมไปใชในการพัฒนาการเรียนการสอน การสรางองคความรูใหมใหมี
ประสิทธภิ าพยง่ิ ขน้ึ และเปน ประโยชนตอ การศึกษาโดยการนาํ ส่ิงประดิษฐหรือแนวความคิดใหม ๆ ในการเรียน
การสอนนั้นเผยแพรไปสูครู – อาจารยทานอ่ืนๆ หรือเพื่อเปนตัวอยางอีกรูปแบบหนึ่งใหกับครู – อาจารยที่
สอนในวิชาเดยี วกนั ไดนําแนวความคิดไปปรบั ปรุงใชหรือผลิตสื่อการสอนใหม ๆ เพื่อนํามาใชในการพัฒนาการ
เรยี นการสอนตอไป

10.3. การนาํ นวัตกรรมไปใชเปนผลงานทางวิชาการ นวัตกรรมการเรยี นรูนอกจากจะเปนประโยชน
ในดานการปรับปรุงและพัฒนางานหรือการจัดการเรียนการสอนแลว ยังเปนประโยชน ตอการพัฒนาวิชาชีพ
อีกดว ย โดยผสู รางนวตั กรรมสามารถนาํ ผลจากการนํานวัตกรรมไปใชเปน ผลงานวชิ าการได

นวตั กรรมการจัดการเรียนรูเชิงรกุ (Active Learning )

หอ งเรียนออนไลน By ครอู ู โดยใชก ระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL
รายวิชา รทู นั ขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค 0200036 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สอดคลองกับรูปแบบการจดั การเรยี นรโู ดยใชก ิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)

1.ความสาํ คัญของนวัตกรรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงไดกาํ หนดนโยบายและจดุ เนนการจัดการศึกษา โดยยึดกรอบการ ปฏิรูป

การศึกษา นอมนําพระราชกระแสของสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 10 ดานการศึกษา ท่ีจะตอง มุงสราง
พน้ื ฐานใหเ ด็ก เยาวชน และผเู รยี นมีทัศนคตทิ ่ีถกู ตอ งในเร่อื งสถาบันหลกั ของชาติ สรางพื้นฐาน ชีวิต (อุปนิสัย)
ท่ีเขมแข็ง สรางความรู ทักษะเพื่อใหมีอาชีพ มีงานทํา และไดนําเปาหมายของ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป
(พ.ศ.2561-2580) ดานการเสริมสรางศักยภาพและทรัพยากรมนุษย ท่ีมุงให คนไทยเปนคนดี คนเกง
มีคุณภาพ พรอมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และยึดเจตนารมณของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 ที่สําคัญไดยึดวัตถุประสงคของการปฏิรูป การศึกษา ภายใตแผนปฏิรูปประเทศดาน
การศึกษา ในประเด็นสําคัญคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใตหลักการจัดการศึกษาใหสอดคลองกับ
ทศิ ทางการพฒั นาประเทศ และการเปลีย่ นแปลง ของสังคมโลกและกําหนดใหครูและผูเรียนสรางกระบวนการ
เรียนรูรวมกัน จัดการเรียนรูแบบองครวม จัดแหลงเรียนรูเพ่ือพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ โดยมีการปรับปรุง
หลักสูตรแกนกลางใหมีความทันสมัย และสอดคลองกับสภาพสังคมที่เปล่ียนแปลงไป อีกท้ังยังมีการสงเสริม
และพัฒนาครูผูสอนใหสามารถ จัดการเรียนรูแบบ Active Learning ทั้งนี้เพ่ือใหการศึกษาของไทยมีความ
ทันสมัยและสามารถแขง ขัน กับนานาประเทศได โดยกําหนดนโยบายใหส ํานกั งานศกึ ษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด
จัดทําแผนและ ขับเคล่ือนสูการปฏิบัติในการจัดการศึกษาในแตละจังหวัดใหเปนรูปธรรม (สํานักงาน
ปลดั กระทรวง ศึกษาธกิ าร 2562)

การจัดการเรียนรู ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
มุงเนน การ จัดการเรียนรูตามปรัชญา “คิดเปน” และยึดหลักวาผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง
ได ผูเรียนแตละคนมีธรรมชาติที่แตกตางกัน ท้ังดานวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู
ตลอดจนมีการดําเนินชีวิตและ ส่ิงแวดลอมที่แตกตางกัน ซึ่งสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน ดังน้ันการจัดการ
เรียนรูจึงตองยึดผูเรียนเปนสําคัญ เพื่อสงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ
เต็มตามศักยภาพที่มีอยู และเรียนรูอยางมี การพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความเหมาะสมสอดคลองกับสภาพปญหา
และความตองการของบุคคล ซึ่งเปนผูมีความรูและประสบการณจากการทํางานและการประกอบอาชีพ โดย
กาํ หนดสาระการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู การจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล ใหความสําคัญกับการ
พฒั นากลุมเปา หมายดานจติ ใจ ใหมคี ณุ ธรรม ควบคไู ปกบั การพัฒนาการเรียนรู สรา งภูมคิ ุมกัน สามารถจัดการ
กับองคความรู ท้ังภูมิปญญาทองถิ่น และเทคโนโลยี เพื่อใหผูเรียนสามารถปรับตัวอยูในสังคมท่ีมีการ
เปลย่ี นแปลงอยตู ลอดเวลา สรา งภมู คิ มุ กนั ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมท้ังคํานึงถึงธรรมชาติการ
เรียนรูของผูเรียน ที่อยูนอกระบบโรงเรียน และสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง
ความเจรญิ กา วหนาของเทคโนโลยีและการสือ่ สาร ในปจ จบุ ัน

จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเก่ียวกับกลุมสาระการเรียนรู การพัฒนาสังคม ในการใช
เทคโนโลยี ของนักศึกษา กศน.อาํ เภอพรานกระตาย ในภาคเรียนท่ี 2/2564 พบวามีผูเรียนใหความสนใจใน
วชิ าเกย่ี วกบั เทคโนโลยี ในการจัดการเรยี นการสอนและ ยังพบอกี อยางวาผูเรียน ของ กศน.มีชวงวัย อายุ และ
วุฒิภาวะที่ตางกันเปนชวงวัยในการทํางาน ทําใหเปนอุปสรรคในการเรียนรูในรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
พบกลมุ ผูเรยี นสวนใหญไ มสามารถมาเรียนพรอมกับเพื่อนได เพราะตองทํางานเปนสวนใหญ และนอกจากน้ี
ยังพบพฤติกรรมของผูเรียนบางคนท่ีไมสนใจเรียน เลนโทรศัพทในเวลาเรียน ขาดทักษะการทํางานกลุม
สงเสยี ง ดงั รบกวนเพ่อื นในหองที่ต้ังใจเรยี น และรบกวนครูผูสอน ดังนั้น ขาพเจา จึงมุงสงเสริม พัฒนา ผูเรียน
ใหมีความรูเกิดทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เนนการเรียนรูผานการลงมือทําเพื่อใหนักเรียน เกิดความรู
ความเขาใจเก่ียวกับสาระการเรียนรูการพัฒนาสังคม สามารถนําองคความรูมาเช่ือมโยงกันในแตละรายวิชา
การเรยี นรู นาํ ไปสูการประยุกตใชไ ดจริงและรูทันเทคโนโลยี สามารถนําเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเพม่ิ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ของผูเรียน ใหส งู ขึ้นกวาท่กี ําหนด ดังน้ันขาพเจาจึงมีแนวคิดในการสรางและ
พัฒนาส่ือในการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จํานวน 2 หนวยกิต สําหรับ
ผูเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนใน ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 เพื่อเพิ่ม
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ของนกั ศึกษา กศน.อําเภอพรานกระตา ยและนักศึกษาผทู ่สี นใจทั่วไป

2. วัตถปุ ระสงคและเปา หมายการดาํ เนินงาน

1) เพื่อพฒั นาพฤตกิ รรมการเรยี นโดยใชทกั ษะการทํางานกลุมอยา งมปี ระสิทธิภาพของนักศึกษา
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตนและมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรายรเู ทาทันขาวปลอม

2) เพ่ือใหผูเรียนเกดิ ทักษะ คิดเปน อยา งเปนระบบ สามารถคน ควาสรางองคความรู ดว ยการสบื
เสาะหาความรู เกิดทักษะการใชเ ทคโนโลยี

3) เพื่อใหผูเรยี นเกดิ ความคิดสรา งสรรค การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ และ การคดิ แกปญหา
สามารถตดั สินใจและแกปญ หาอยา งเปนระบบ

เปา หมายการดําเนินงาน
1. ผสู อน (Instructor) เปนผูถา ยทอดเนื้อหา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอน

ในผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบ
หองเรียนออนไลน By ครูอู เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนท่ีครูผูสอนสอน ซ่ึงบทบาทของ ผูสอนเปนผูให
คาํ แนะนํา (Guide) พีเ่ ลยี้ ง (Mentor) อํานวยความสะดวก (Facilitators) เพ่ือเพ่ิมศักยภาพของผูเรียนในดาน
การเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะดานความรูที่ใชในการทํางาน ความสามารถในการใชเทคนิค
ตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ีเหมาะสม เพื่อสงเสริมกระบวนการจัดการเรียนรูไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เน้ือหาและองคความรูจากผูสอนท่ี
กําหนดขอบขายเน้ือหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกลุม รวมกบั ผสู อนและเพอ่ื นรว มชั้นเรียน และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการ
เรียนเพิ่มเติม ทําใบงาน จากหองเรียนออนไลน By ครูอู กับการเรียนรูจากแหลงเรียนรูตางๆ เพ่ือใหผูเรียน
ไดรบั ประโยชนจากการเรยี นการสอนแบบ ออนไลนเพมิ่ ขนึ้

3.ขอบเขตเนื้อหา
3.1 เรอ่ื งที่ 1 การรทู ันขาว
1. การรทู นั ขา วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรูทนั ขาว
1.2 วัตถปุ ระสงคของการสรา งขา วปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชอ่ื ขา วปลอม (Fake News)
1.4 การสรา งทักษะรเู ทาทันขาว
2. กระบวนการเกิดขา วปลอม (Fake News)
3. ความแตกตา งระหวางขาวปลอม (Fake News)
4. ผลกระทบของขาวปลอม (Fake News)
5. การรบั มือกบั ขา วปลอม (Fake News)
3.2.กลุมเปาหมาย
1 เชิงคณุ ภาพ
ผเู รียนมคี วามรูความเขา ใจ ในรายวชิ า รทู ันขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า

สค0200036 เรื่อง การรูเทาทันขา ว และสามารถนําความรูไปใชแ ละแกปญหาได ไมน อยกวา รอยละ 80
2 เชิงปริมาณ
นักศกึ ษา กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย ที่ลงทะเบยี นเรยี น ในรายวชิ า รทู นั ขา วปลอม

(Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 จาํ นวน 36 คน ระดับ ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย

4 ขั้นตอนของการออกแบบและพฒั นานวตั กรรม
วางแผน รวบรวมขอมูลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ผานมา วิเคราะหผลการจัดกิจกรรม

การเรียนการสอน และนําผลการวิเคราะหการเรียนการสอน มาออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เก่ียวของกับ
การจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูตามความตองการและความสนใจของ
ผูเรยี น

ครูผูสอนจึงนําผลการวิเคราะหขอมูลท่ีได ศึกษากรอบวัตถุประสงคและกรอบเนื้อหาการสอน
และนํามาสรางหองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบ
การจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง

(กรต.) เพื่อเปนส่ือเสริมในการเรียนการสอนกระตุนความสนใจใหผูเรียน เกิดการเรียนรูและเพิ่มผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นของผเู รียน องคประกอบการออกแบบในการพฒั นา แบง แตละสว นไดดังน้ี

1. ผูสอน (Instructor) เปนผูถายทอดเน้อื หา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ในผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เพื่อจัดการเรียนการสอนใหกับผูเรียนมี
ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันขาวปลอม เพื่อใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนที่ครูผูสอนสอนยังไม
ครอบคลุม องคความรูตางๆใหกับผูเรียนใหเกิดความเขาใจใน เนื้อหาประสบการณ เพ่ิมมากขึ้น ซ่ึงบทบาท
ของ ผูสอนเปนผูใหคําแนะนํา (Guide) พ่ีเล้ียง (Mentor) อํานวยความสะดวก (Facilitators) เพ่ือเพิ่ม
ศักยภาพของผูเรียนในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะดานความรูท่ีใชในการทํางาน
ความสามารถในการใชเทคนิคตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ีเหมาะสม เพื่อสงเสริม
กระบวนการจัดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ จึงไดคิดคนรูปแบบการเรียนการสอนมาชวยกระตุนความ
สนใจ ของผูเรยี นในการเรียนรู ใหม ปี ระสทิ ธิภาพ

2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เนื้อหาและองคความรูจากผูสอนท่ี
กําหนดขอบขายเน้ือหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดงความ
คิดเห็นภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการเรียนเพิ่มเติม การสืบคนขอมูลท่ี
เกี่ยวของ กับการเรียนรูจากแหลงเรียนรูตางๆ รวมทั้งมีการเตรียมความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิด
การแลกเปลี่ยนเรยี นรูในระหวา งการเรยี น รวมกับผสู อนและเพอ่ื นรวมชน้ั เรยี น

3. เนื้อหา (Content) เปน สว นสําคัญท่ีทําใหการเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค เนื้อหา มี
การออกแบบโครงสรางตามวัตถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาเพื่อเปนระบบนําทาง เช่ือมโยง
ไปสูเนอ้ื หาตางๆในบทเรียน สาํ หรบั ขอ ความของเน้อื หาควรมีความชัดเจน กระชับ เขา ใจงาย มีการปรับปรุงให
ทนั สมัยอยตู ลอดเวลา เพอื่ ใหผเู รยี นศึกษาทําความเขาใจไดดว ยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการ
เช่ือมโยงกนั และเนือ้ หาในบทเรียนสามารถท่ีจะสงเสรมิ ให ผเู รียนศึกษาคน ควา เพ่มิ เติมได

4. ส่อื การเรียนและแหลงเรียนรู (Instructional Media & Resources) ถือวามีความสําคัญเปน
อยางยิ่ง ตอการจัดการศึกษา สื่อการสอนท่ีดีจะเปนสวนชวยใหผูเรียนสามารถทําความเขาใจในเน้ือหา ส่ือที่
ใชในการสอนท่ีมีความแปลกใหม เพ่ือดึงดูดความสนใจของผูเรียนและกระตุนการเรียนรู ไมวาจะเปนวิดีโอ
ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหว สถานการณจําลอง บทความวิชาการ ฯลฯ ครูผูสอนเลือกใชสื่อใหเหมาะสม เชน
ขนาดตัวหนังสือ สี ความคมชัดของรูปภาพ ความถูกตองของขอมูล รวมทั้งส่ือที่นํามาใชมีความสอดคลองกับ
เน้ือหาของรายวิชาเพื่อใหผูเรียนเกิดความเขาใจเพ่ิมมากข้ึน นอกจากน้ีแหลงเรียนรู (Resources) ไดแก
หนงั สอื ตํารา E-book หองสมุด internet เปนทางเลือกท่ีทําใหผูเรียนสามารถ เขาถึงส่ือการเรียนรู ดวยการ
สืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเพ่ือนํามาประกอบการเรียน ซึ่งแหลงเรียนรูควรมีความหลากหลายใหผูเรียนสืบคนได
อยางเพยี งพอทาํ ใหผ สู อนไมจําเปน ตองใสเนื้อหาในบทเรยี นทงั้ หมด

5. กระบวนการจัดการเรียนรู (Learning Process) เปนกระบวนการออกแบบการเรียนรูใหกับ
ผูเรียนตามหัวขอ วัตถุประสงค เนื้อหา สื่อการสอน กิจกรรมการเรียนรู วิธีการวัดประเมินผล โดยอาศัย

เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจัดการเรียนรูภายใตกระบวนการวิเคราะห (Analysis) วางแผน
ออกแบบ (Planning Design) นําไปใช (Implement) พัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation)
หลักสูตรการเรียนรูใหกับผูเรียน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพ ควรสงเสริมใหผูเรียนได
สามารถนําเน้ือหาไปประยกุ ตส กู ารเรียนรูตามสภาพจริง (Authentic Learning) โดยการใชรูปแบบการสอนที่
สอดคลอ งกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโ ดยใชก ิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)

6. การวัดและการประเมินผล (Measurement and Evaluation) จําเปนตองมีการวัดและ
ประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมินผลท้ังระหวางเรียน (Formative Assessment) เชน การต้ังคําถาม การ
สังเกตพฤติกรรมผูเรียน สะทอนคิด และภายหลังจัดการเรียน (Summative Assessment) เชน การทดสอบ
ดวยแบบทดสอบตางๆ เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของผูเรียน ประสิทธิผลของการเรียน เพื่อสะทอน
ความสามารถ ในการเรียนรูของผูเรียน ซ่ึงควรมีความหลากหลาย เพ่ือวัดประเมินผลผูเรียนใหสอดคลอง
ตามสภาพจริง ออกแบบเครื่องมือวิธีการวัดและประเมินผลใหมีประสิทธิภาพ รวมท้ังควรมีการสงเสริม
คุณธรรมจรยิ ธรรม เพอ่ื ปองกนั การทจุ รติ ในระหวางการสอบ

จาก 6 องคประกอบท่ีกลาวมาขางตนนี้ นําไปสูการสรางและพัฒนาหองเรียนออนไลน By ครูอู โดย
ใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning) ควบคกู บั การศกึ ษาเรียนรดู ว ยตนเอง (กรต.) ดงั น้ี

ครูผสู อน(Instructor)
1 วิเคราะหห ลักสูตรเพอ่ื นําหลักสูตรมาออกแบบกระบวนการจัดการเรยี นการสอน ให

สอดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษาและสอดคลอ งกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโดยใชกจิ กรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning)

2 จดั ทาํ แผนการสอน ออกแบบกจิ กรรมการจดั การเรยี นการสอน สรา งเคร่อื งมอื และสอื่ การ
จัดการเรียนการสอน ท้ังรูปแบบการพบกลมุ และรปู แบบออนไลน สรา งสื่อการเรียนรู ในรายวชิ า รทู ันขา ว
ปลอม (Fake News) รหสั วชิ า สค0200036 “หอ งเรยี นออนไลน By ครอู ู โดยใชก ระบวนการเรียนรู ONIE
MODEL สอดคลองกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรูโดยใชก ิจกรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning) ควบคู
กับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) ” และสรา งใบความรู เครอื่ งมือในการวัดผลประเมินผล

2.1 ครจู ัดหาสอื่ คลิปวีดโี อท่ีเกยี่ วของเก่ียวกับเนื้อหาในการจัดการเรยี นการสอนในคร้ังนี้

ภาพส่อื ทีจ่ ดั เตรยี มใชใ นกระบวนการจัดการเรียนการสอน

2.2 เตรยี มกจิ กรรมใบความรแู ละอปุ กรณท ี่เกี่ยวของกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ข้ึนในครั้งนี้โดยใชรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ในการสอน
คร้ังน้ี

ภาพ ใบความรเู รอื่ ง รูท นั ขา ว
2.3 สรางเครื่องมือการวัดผลประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมรูปแบบของเกมส
kahoot และ แบบสอบกอนเรยี นหลังเรียน ดว ย google from เพ่ือกระตุนความสนใจของผูเรียน ในการจัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนและแบบสอบถามความพึงพอใจ

ภาพ เกมส kahoot เร่ือง รูทันขา วปลอม

ภาพ แบบทดสอบกอนเรียนและหลงั เรยี น เร่อื ง รทู นั ขา วปลอม

2.4 ครูออกแบบส่ือออนไลนและลงมือสรางหองเรียนออนไลน เพ่ือใชรวมกับการจัดการ
เรยี นการสอนในคร้ัง เพื่อใหผเู รียนไดศกึ ษาคนควา หาความรูไดดวยตนเอง

ภาพ สอ่ื หนาหลกั หองเรยี น ออนไลน https://sites.google.com/dei.ac.th/lnclassroomedu/home

ภาพ หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย วชิ ารทู ันขาวปลอม (Fake News)
3.ผูสอนเปนผูใหค าํ แนะนาํ (Guide) พ่ีเลีย้ ง (Mentor) อาํ นวยความสะดวก (Facilitators)
เพ่อื ชวยใหนักศกึ ษาสามารถเลง็ เห็นศกั ยภาพของตนเองในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ
ความสามารถในการใชเ ทคนิคตางๆในการทํางานท่สี อนกันได เพ่ือนําไปสูการปฏบิ ัตงิ านทีเ่ หมาะสม และการ
พฒั นาทักษะดานอารมณ ความสามารถในการอยรู ว มกบั ผูอนื่ รวมถงึ การพัฒนาตนเอง (Soft Skill) ระหวาง
การจดั กิจกรรมในคร้ังน้ี

ผเู รยี น/นักศึกษา(Student)
1. ผูเ รยี นกาํ หนดรปู แบบการเรียนการสอนรว มกบั ครู โดยที่ครทู ําหนา ทเ่ี ปนคอยจัดกจิ กรรม

สนับสนนุ แนะนาํ และเปน ทป่ี รกึ ษาระหวา งการจัดกจิ กรรมของกลมุ ผูเรยี นท่แี ลกเปลี่ยนเรยี นรู อภิปรายและ
การนาํ เสนอผลงาน

2. คนควา หาขอมูลตา งๆจากแหลงเรียนรูตา งๆหอ งเรียนออนไลน จากใบความรแู ละส่อื อ่ืนๆ
อยา งเปน ระบบ โดยใชว จิ ารณญาณในการตดั สินใจเก่ียวกับขอมูลไดอยางเหมาะสม

3. ผูเรยี นเปน ผูกาํ หนดปญ หาเลอื กหัวขอเรียนรู ตามความสนใจ จากองคค วามรูท่ีผูส อน
กาํ หนดขอบขายเน้ือหาไวใ ห กําหนดปญหาการเรียนรูห วั ขอ ขา วและขาวปลอม โดยใหผ ูเรียนแตล ะกลมุ ได
เลือกหัวขอในการศกึ ษาคนควา หาขอมูล โดยใหผ เู รยี นทุกคนไดม สี วนรว มในการแลกเปล่ียนและแสดงความ
คดิ เหน็ ภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเ รียนไดเขาไปศึกษาขอมลู การเรยี นเพิ่มเตมิ การสืบคนขอมูลที่
เก่ยี วขอ ง กับการเรยี นรูจากแหลงเรยี นรูตางๆ รวมทง้ั มกี ารเตรยี มความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิด
การแลกเปล่ียนเรียนรใู นระหวา งการเรียน รว มกับผสู อนและเพ่ือนรว มชน้ั เรียน

เนอ้ื หา(Content)
เปนสวนสําคัญท่ีทําใหการเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค เน้ือหาควร มีการออกแบบ

โครงสรางตามวัตถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาท่ีสอดคลองกับหลักสูตร รายวิชาและหนวย
การเรยี นรู เพื่อเปนระบบนาํ ทาง เชื่อมโยงไปสูเนื้อหาตางๆในบทเรียน ในรายวิชา ในรายวิชา รูทันขาวปลอม
(Fake News) รหัสวิชา สค0200036 เน้ือหาท่ีมี ทั้ง ใบความรู ใบงาน คลิปวีดีโอสั้นๆ ที่เขาใจงาย
เช่ือมโยงกับเนื้อหา รายวิชาที่สอน รวมกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สําหรับผูเรียนขอความของ
เน้ือหาควรมีความชัดเจน เขาใจงาย มีการปรับปรุงใหทันสมัยอยูตลอดเวลา เพื่อใหผูเรียนศึกษาทําความ
เขาใจไดดวยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการเชื่อมโยงกัน และเนื้อหาในบทเรียนสามารถที่จะ
สง เสรมิ ให ผเู รยี นศึกษาคน ควาเพิ่มเตมิ ไดภ ายหลงั จากการเรยี น

ภาพ ใบความรเู ร่ือง รูทนั ขา ว และ ใบงาน เร่อื ง รูเ ทา ทันขาว

สอ่ื การเรียนและแหลง เรยี นรู(Instructional Media & Resources)
สือ่ การสอนทด่ี ีจะเปนสวนชว ยใหผ เู รยี นสามารถทําความเขาใจในเนื้อหา สือ่ ทีใ่ ชใ นการสอนท่ีมี

ความแปลกใหม เพื่อดงึ ดูดความสนใจของผูเรยี นและกระตุนการเรียนรู ไมว าจะเปน วิดโี อ ภาพเคลื่อนไหว
ภาพนิ่ง สถานการณจาํ ลอง บทความวชิ าการ ฯลฯ ครผู สู อนเลือกใชส่ือใหเ หมาะสม เชน ขนาดตัวหนังสอื สี
ความคมชดั ของรูปภาพ ความถกู ตองของขอมลู รวมทัง้ ส่ือท่ีนาํ มาใชม ีความสอดคลองกับเน้อื หาของรายวชิ า
เพอื่ ใหผเู รียนเกิดความเขา ใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากน้แี หลง เรียนรู (Resources) ไดแก หนังสือ ตํารา E-book
หองสมุด internet เปน ทางเลอื กที่ทาํ ใหผ ูเรียนสามารถ เขาถึงสอื่ การเรียนรู ดวยการสบื คนขอมูลเพ่ิมเตมิ เพอ่ื
นาํ มาประกอบการเรียน ซึ่งแหลง เรียนรูควรมคี วามหลากหลายใหผูเรยี นสบื คน ไดอยางเพยี งพอทาํ ใหผสู อนไม
จําเปน ตองใสเ นื้อหาในบทเรียนทงั้ หมด ผเู รียนเขาไปศึกษาเรยี นรูเพม่ิ เติมไดท ี่ หองเรียนออนไลน By ครอู ู ทีม่ ี
ทัง้ หนังสือเรียนในวชิ าอ่ืนๆ ขอสอบเก็บคะแนนระหวา งภาคเรียน

กระบวนการจดั การเรยี นรู (Learning Process)
เปน กระบวนการออกแบบการเรยี นรูใหกบั ผูเรียนตามหัวขอ วตั ถปุ ระสงค เนื้อหา สอื่ การสอน

กจิ กรรมการเรยี นรู วธิ กี ารวดั ประเมินผล โดยอาศยั เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจดั การเรียนรู
ภายใตกระบวนการวเิ คราะห (Analysis) วางแผน ออกแบบ (Planning Design) นาํ ไปใช (Implement)
พัฒนา (Development) ประเมนิ ผล (Evaluation) หลักสตู รการเรียนรใู หกบั ผเู รยี น ซง่ึ กระบวนการจัดการ
เรยี นรทู ี่มปี ระสิทธิภาพ ควรสง เสริมใหผเู รยี นได สามารถนาํ เนอ้ื หาไปประยกุ ตส กู ารเรยี นรูตามสภาพจรงิ
(Authentic Learning) โดยการใชรปู แบบการสอนท่ี สอดคลอ งกบั รูปแบบการจดั การเรียนรูโดยใชกจิ กรรม
เปน ฐาน (Activity-Based Learning)

การวัดและการประเมนิ ผล (Measurement and Evaluation)
จาํ เปน ตองมีการวัดและประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมนิ ผลทง้ั ระหวางเรียน (Formative

Assessment) เชน การตง้ั คําถาม การสงั เกตพฤติกรรมผเู รียน สะทอนคิด และภายหลงั จัดการเรียน
(Summative Assessment) เชน การทดสอบ ดว ยแบบทดสอบตางๆ เพื่อตรวจสอบความเขาใจของผเู รียน
ประสิทธผิ ลของการเรียน เพื่อสะทอนความสามารถ ในการเรียนรขู องผเู รียน ซงึ่ ควรมีความหลากหลาย เพื่อ
วดั ประเมินผลผูเรียนใหส อดคลอง ตามสภาพจริง ออกแบบเคร่อื งมือวิธกี ารวดั และประเมินผลใหม ี
ประสิทธิภาพ รวมทงั้ ควรมีการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพอื่ ปองกันการทุจริตในระหวางการสอบ

ภาพ เครือ่ งมือทใ่ี ชในวนั วัดผลประเมนิ ผล

5 นําวัตกรรมและกระบวนการจดั การเรียนรไู ปใช
นําวตั กรรมไปใชใ นจัดการเรียนการสอบ กับผเู รยี น กศน.อําเภอพรานกระตาย ในกจิ กรรมการพฒั นา

คณุ ภาพผเู รียน จํานวน 5 ชว่ั โมง และ ศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต) จาํ นวน 15 ชว่ั โมง เปน การเรียนรูท่เี นน
ผเู รยี นเปนสําคัญและการมสี ว นรวมของผเู รียนในการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุก ( Active Learning ) มีขนั้ ตอนใน
การพฒั นาการใชร ูปแบบการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ (Active Learning) หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู โดยใช
กระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL สอดคลอ งกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรูโดยใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-
Based Learning) รายวชิ ารทู ันขาวปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 เรอื่ ง การรูเทาทันขา ว
ควบคกู ับการศึกษาเรียนรดู วยตนเอง (กรต.) เปน กระบวนการเรียนรูทีจ่ ัดขน้ึ อยางเปนระบบตามปรัชญา “คดิ
เปน” นาํ ไปสูการปฏบิ ัติและทดลองใชส ือ่ การสอนในครั้งน้ี

5.1 กระบวนการจดั การเรยี นการสอน ONIE MODEL สอดคลองกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโดย
ใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)

ขน้ั ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตอ งการในการเรียนรู
1) ครกู ลา วทักทายผูเ รยี น และซกั ถามผูเรียนเปน รายบุคคลเกีย่ วกับ ขาวในปจ จบุ ันทีผ่ เู รียนไดดู

ขา วเมอื่ เชา ที่ผา นมา เพ่ือกระตนุ ความสนใจกบั ผเู รยี น
2) ครชู ้แี จงกรอบรายละเอยี ดรายวชิ ารทู นั ขา วปลอมใหผ เู รียนกอนเรมิ่ กิจกรรมการเรียนการสอน

ครูใหผ ูเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรยี น
3) ครสู นทนากับผูเรยี นถึงวธิ ีการศกึ ษาและการตดิ ตามขาวและแบง กลุมผเู รียน
4) ครใู หผเู รียนดูคลปิ วดี โี อ เรื่อง เปดใจเหยื่อโซเชยี ล ชายสวมรองเทามี

รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI
5) ครกู ระตุน ความคดิ ของนักศึกษาโดยใชค ําถามวา จากที่ผเู รียนไดด ู คลปิ วดี ีโอทง้ั เม่ือสักครนู ี้

แลว ผูเรียนไดเ รยี นรูอะไรจากคลิปวีดโี อท้ัง โดยใหผเู รยี นทุกคนไดม ีสว นรว มในการแลกเปลย่ี นและแสดง
ความคดิ เห็น

6) ครูเชื่อมโยงคําตอบของผูของผเู รยี น จากนั้นตอวา หากผูเรียนเจอเหตกุ ารณ และสถานการณ
ทเี่ กิดขึน้ แบบน้ี ผูเ รยี นจะตดั สินใจอยา งไร

7) ครูใหผ ูเรียนแบงกลุมออกเปนกลมุ ละ โดยใชน ันทนาการดวยเพลงในการแบง กลุมผเู รยี น
ออกเปนกลมุ ๆทีเ่ ทาๆกัน โดยใหค ละชายหญงิ

8) ครใู หผ เู รยี นแตล ะกลมุ กาํ หนดปญ หาการเรยี นรหู วั ขอ ขาวและขา วปลอม โดยใหผ เู รยี นแตละ
กลุมไดเลือกหัวขอในการศึกษาคน ควาหาขอมลู โดยใหผเู รียนทุกคนไดมีสว นรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดง
ความคดิ เห็นภายในกลุม

ข้นั ที่ 2 การแสวงหาขอมลู และการเรยี นรู
1) ผูเรียนแตล ะกลุมดูคลปิ วีดีโอทคี่ รเู ปด การรเู ทา ทันขาวปลอม Fake News EP 1 : ความรู

เกีย่ วกับขา วปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2) ผูเรียนแตละกลุม ดวู ดิ โี อที่ครเู ปด การรเู ทา ทนั ขา วปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว

ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3) ผเู รยี นแตละกลุมดวู ดิ โี อที่ครเู ปด การรูเทา ทันขาวปลอม Fake News EP 3 : วธิ ตี รวจสอบ

ขาวปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4) ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผเู รยี นแตละกลมุ ผูเรยี นแตละกลมุ รว มกันอภิปรายในกลุมตวั เอง

และเขียนขอ มูลทีก่ ลมุ ตวั เองไดไ ปศึกษาเร่ืองรูทันขาวปลอม โดยใหผเู รยี นทกุ คนไดมีสวนรว มในการแลกเปล่ียน
และแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุม จากทผ่ี ูเรยี น ไดหวั ขอ ในการเรียนรู จากใบความรแู ละสือ่ อนิ เตอรเ น็ต โดย
ใหเ วลาแตล ะกลุม จํานวน 30 นาที ในการอธิปรายกลุม

ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกตใ ช
1) ผเู รยี นแตละกลมุ นาํ เสนอผลงานหนาหอ งเรียน
2) ครูและผเู รียนรว มกนั สรปุ จากผลงานที่ผเู รยี นในแตล ะกลุมนาํ เสนอ
ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1) ครูประเมินพัฒนาการเรียนรขู องผเู รียนจากการนําเสนอผลงาน
2) ครใู หผเู รยี นเลนเกมส kahoot เกมสตอบคาํ ถาม เพื่อประเมินความรขู อง

ผเู รียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เรอ่ื งรูทัน
ขา วปลอม Fake News และมอบรางวัลใหกับผเู รียนที่ไดคะแนนสูงสุด 3 อนั ดับแรก

3) ครมู อบหมายงานใหผ เู รยี นไปศกึ ษาขอมูลเพมิ่ เติมดว ยกระบวนการเรียนรูดวยตนเอง (กรต)

5.2 กระบวนการจัดการเรียนรูดว ยตนเอง(กรต.)
ศึกษา คนควาจากใบความรู เอกสารและสื่อทุกประเภทท่เี กย่ี วของจากเวบ็ ไซต หองเรยี นออนไลน

By ครูอู และแหลง เรยี นรู วเิ คราะหแ ละแลกเปล่ยี นเรยี นรู สาธิต ฝกปฏบิ ตั ิ สรปุ บนั ทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหดั รายงานทดสอบยอย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จัดทําชนิ้ งาน/ผลงาน ฯลฯ

ขนั้ ตอนการเรียนรู
1) ครูสนทนากับผเู รยี นถึงวธิ กี ารศึกษาเรียนรูดว ยตนเอง
2) ครูบอกแหลงเรยี นรทู ี่ใชในการศกึ ษาขอมลู หอ งเรยี นออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพราน

กระตาย สื่ออินเตอรเ นต็ และแหลงเรยี นรูอ ่นื ๆ ท่ผี เู รียนสะดวกในการคนหาขอมลู
3) ครมู อบหมายงานใหผูเรียนไปทําการศึกษาคน ควาดว ยตนเอง
4) ครูตดิ ตามใหคําปรึกษา แนะนาํ ทบทวนหลกั ฐานการเรยี นรทู ีต่ อ งสง
5) นดั หมายสงงานท่ีมอบหมาย และใหผูเรียนตอบใบงาน และทําแบบทดสอบหลงั เรียน ใน

หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตา ย
6) ครใู หข อเสนอแนะเพิม่ เติม

5.3 การวัดผลประเมินผล
จากการดําเนินจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน การการจัดการเรยี นรเู ชงิ รุก (Active Learning)

หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL รปู แบบการจัดการเรยี นรูโ ดยใช
กจิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning) รายวชิ า รทู ันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036
เร่ือง การรูเ ทาทนั ขาวควบคกู ับการศกึ ษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) โดยใชเ คร่อื งมอ้ื ในการวดั ผลประเมินผล
ดงั น้ี

1) แบบทดสอบ เกมส kahoot เรอ่ื งรูท ันขาวปลอม
2) ใบงานเรื่องรูทันขาวปลอม
3) แบบทดสอบออนไลนกอนเรียนหลังเรียน เรื่อง รทู นั ขาวปลอม
4) แบบสังเกตุพฤติกรรม
จากการวัดผลประเมนิ ผลของผูเรียนทีเ่ ขา มาเรียนรู ในหองเรยี นออนไลน By ครอู ู โดยใช
กระบวนการเรียนรู ONIE MODEL รปู แบบการจดั การเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-Based
Learning) สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผลของการเรียนรู ผูเ รยี นตอ งเรียนรูดว ยตนเอง ทุกคนในกลุม เปน ผปู ฏบิ ัติ
คณุ ครเู ปนพี่เลย้ี ง แตกิจกรรมทน่ี าํ มาใชครั้งนี้ เนน ใหผ เู รยี นมีประสิทธภิ าพในการเรียนรเู นือ้ หานนั้ ๆ มี
จดุ มุง หมาย สนกุ และนาสนใจ ไมซ ํา้ ซากจนกอใหเกดิ ความเบอื่ หนาย ซ่งึ การจัดกจิ กรมการเรยี นการสอนครั้ง
นี้มงุ เนน ใหผ เู รยี นไดเ กดิ การเรียนรูและทักษะดงั นี้
1) ผูเรยี นมีผลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชีว้ ัด ผา นเกณฑรอยละ 80
2) ครูผูสอนพัฒนาตนเอง ปรับวิธีการจดั การเรยี นการสอนใหส อดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของ
การศกึ ษา เปล่ยี นแปลงของสังคมและกา วทันเทคโนโลยี
3) ไดแนวทางการจัดการเรยี นรูเชงิ รุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากรทางการ
ศึกษาทีส่ นใจนาํ แนวทางไปประยกุ ตแ ละพฒั นาตอ ยอด
4) ผูเรียนเกิดทักษะกระบวนการคน ควาและ สรา งองคค วามรดู ว ยกระบวนการสืบเสาะหาความรู
เกดิ ทกั ษะการคิดสรางสรรค การคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ และ การคิดแกปญ หา สามารถตดั สนิ ใจและแกป ญ หา
อยางเปน ระบบ

5) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบตั จิ ริง สรา งองคความรไู ดดวยตนเองจากการรวม
กิจกรรม ซ่ึงครูผสู อนไดอ อกแบบกระบวนการเรียนรูและจดั การเรียนรเู ชงิ รุกใหผเู รยี นเกิดความรู

6. ผลสาํ เรจ็ ของการสรา งพัฒนานวัตกรรม
การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ

เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัดขึ้นอยางเปนระบบตาม
ปรัชญา “คิดเปน” โดยการนํารูปแบบการสอนและแผนการจัดการเรียนรูรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake
News) เรือ่ ง การรเู ทาทนั ขาว ที่ใชส อ่ื การสอนผานระบบการเรียนรูร ปู แบบออนไลน ทดลองใชในสภาพการณ
จริงกับนักศึกษา กศน. มีข้ันตอนดําเนินงานโดยการกําหนดแบบแผนการทดลอง กลุมนักศึกษาท่ีสามารถมี
ความพรอมในการเรียนในรูปแบบออนไลนที่พัฒนาข้ึน มาทดลองใชกับกลุมเปาหมายที่เปนนักศึกษา กศน.
ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ท่ีลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการรูเทาทันขาวปลอม จํานวน 36 คน
ภาคเรียนที่ 1/2565 โดยมีวิธีการประเมินผลการเรียนรูดวย แบบทดสอบออนไลน และการประเมินความพึง
พอใจของผเู รียนทเ่ี ขาใชห องเรียนออนไลน By ครอู ู

6.1 ผลทเี่ กิดตามจุดประสงค
ผูเรียน กศน.อําเภอพรานกระตาย ในการจดั การเรยี นการสอนหรอื การจัดการเรียนรเู ชิงรกุ

(Active Learning) ไดทาํ แนวทางการ จดั การเรยี นการสอนโดยรปู แบบสามารถทาํ ไดห ลากหลายวิธี เชน การ
ทํางานเปนกลุม การอภิปราย การสือ่ สาร ระหวางกัน การมสี ว น รวมในชั้นเรยี น และการรวมกนั เขยี น
ขอ ความสั้นๆ เปน ตน ผลงาน/นวัตกรรมที่ขาพเจาไดพฒั นาขึน้ หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู รายวชิ า รูทันขาว
ปลอม (Fake News) รหสั วิชา สค0200036 เร่อื ง การรเู ทาทันขา ว ภาคเรยี นที่ 1/2565 ทีข่ า พเจา สรา งข้ึน
ไดแ ก

1) จากการทํากจิ กรรมตามแผนการจัดการเรยี นรเู ชิงรกุ (Active Learning) ผเู รียนทุกคนที่
ไดรบั การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในระดับดี

2) ผเู รยี นท่ีลงทะเบยี นเรยี นในรายวิชารเู ทาทันขา วปลอม ในภาคเรียนที่ 1/2565 ทกุ คน
ไดรบั การจดั การเรียนรูผ า นการ ลงมือทาํ และการจดั การเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) ตามแผนการจดั การ
เรียนรูเชงิ รุก (Active Learning) ท่ผี สู อน สรา งขน้ึ

3) ผเู รยี นมีผลการสอบกลางภาคของผูเรยี นทลี่ งทะเบยี นเรียนในภาคเรยี นที่ 1/2565 พบวา
ผเู รียนทส่ี อบกลางภาค ของนักศึกษา กศน. อําเภอพรานกระตาย ท่ลี งทะเบยี นเรยี นเขาสอบ 36 คน และสอบ
ผาน จาํ นวน 33 คน รอยละ 91.66 ของผทู ่เี ขาสอบ ผา นเกณฑสงู กวาเกณฑท ีส่ ถานศึกษากําหนด ที่รอยละ80
ของผทู ี่ลงทะเบียนเรียนในวิชาดงั กลาว

6.2 ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน
ผลการดาํ เนินการพฒั นาผเู รียนในการนาํ รปู แบบการเรียนรู ผเู รยี นเกิดทกั ษะการทาํ งานรว มกัน

(Collaborative Skill) จากการทาํ กิจกรรมกลมุ มีทกั ษะ การส่อื สาร (Communicative Skill) มีปฏสิ ัมพนั ธท ี่
ดกี ับเพื่อรว มกลมุ สารมารถนําเสนอผลการทํากิจกรรมได ทักษะดา นสือ่ เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (ICT
Literacy Skill) ผูเรยี นสามารถสบื คนขอมลู จากแหลง ขอมูลท่ี เหมาะสม เชอ่ื ถือได สามารถสรางองคค วามรูได
ดวยตนเอง มคี วามคิดสรางสรรค (Creative Skills) มที ักษะในการ คิดแกปญหา (Problem Salving Skill)
ซึ่งจากการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุกในรูปแบบนจี้ ะสามารถพฒั นาผเู รยี นในศตวรรษ ที่ 21 และมีความรูความเขา ใจ
ในเนอื้ หา รายวิชา รทู นั ขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 เร่ือง การรูเทาทันขาว จากการลงมือ
ปฏิบตั ิจรงิ ของผเู รียน

6.3 ประโยชนทีไ่ ดรบั
1) ผูเรยี นเกิดทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ในการคนควา และ

สรา งองค ความรดู วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู เกิดทักษะการคิดสรา งสรรค การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ
และการคดิ แกปญ หา สามารถตัดสินใจและแกป ญ หาอยางเปนระบบ

2) ผเู รียนเกดิ การเรียนรโู ดยการลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ สรางองคความรูไดด ว ยตนเองจากการทํากจิ กรรม
ซ่ึง ครูผูส อนไดออกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรยี นรูเ ชิงรกุ รปู แบบการเรยี นรูผานกิจกรรม (Activity-
based Learning) ใหผ เู รียนเกิดความรู

3) ผูเรยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ัด ผานเกณฑรอยละ 80
4) ครผู สู อนพฒั นาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรยี นการสอนใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของ
การศกึ ษา เปลีย่ นแปลงของสังคมและกาวทันเทคโนโลยี
5) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรกุ (Active Learning) สาํ หรบั ครูผูส อน และบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษาทส่ี นใจนาํ แนวทางไปประยกุ ตแ ละพฒั นาตอ ยอด
6.4 ปจจัยความสําเรจ็
1) กระบวนการจัดการเรยี นรูเชงิ รกุ (Active Learning) สามารถพัฒนาผเู รียนใหเ กดิ ทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 ผูเ รียนเกิดทักษะการคดิ ทกั ษะการเรียนรู
การแกป ญหา สามารถสบื เสาะหาความรแู ละสรางองคความรูไ ดด วยตนเอง
2) ผบู ริหารและคณะครใู หความเหน็ ชอบและใหก ารสนบั สนุนการดาํ เนินกจิ กรรม มวี สั ดุอุปกรณท่ี
ใชในการจดั กิจกรรมอยา งเพียงพอ
3) ครผู สู อนปรับวธิ คี ิด เปลี่ยนวธิ สี อนจากการสอนแบบบรรยาย มาเปน ผชู ี้แนะการเรียนรู
(Learning Coaching) ใหผ เู รยี นมสี ว นรว ม และปฏิบตั ิกจิ กรรมในกระบวนการจัดการเรียนรูของครผู ูสอนมาก
ขน้ึ ทาํ ใหผูเ รียนสามารถสรางองคความรูไดดว ยตนเองอยา งมคี วามหมาย
4) ผเู รยี นไดเรยี นรูรวมกนั จากการทาํ งานเปน กลุม มีการอภปิ ราย การส่ือสารระหวา งกัน การมี
สว น รว มในชั้น เรียน สามารถเขียนสรุปองคความรจู ากการเรียนไดถกู ตอง



แผนการจัดการเรยี นรู Active Learning
กลมุ สาระ การพัฒนาสังคม ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย
รายวชิ า รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จาํ นวน 2 หนวยกิต
ระดับ  ประถมศึกษา  มธั ยมศึกษาตอนตน  มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

เร่ือง การรเู ทา ทนั ขา ว จาํ นวน 20 ช่ัวโมง พบกลุม 5 ช่ัวโมง และ เรียนรูด วยตน เอง(กรต) 15 ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานท่ี 5.4 มคี วามรู ความเขา ใจ เห็นความสาํ คัญของหลักการพฒั นา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน/ สงั คม

ผลการเรยี นรูที่คาดหวงั
1. บอกความหมาย ของการรูเทา ทันขาวปลอม (Fake News)
2. อธิบายกระบวนการเกดิ ขาวปลอม (Fake News) ในรปู แบบตางๆได
3. เปรียบเทยี บความแตกตา งระหวางความจรงิ และขา วปลอม (Fake News) ได
4. วเิ คราะหขาวทเ่ี กดิ ขึ้นไดวา เปนขา วจรงิ หรอื ขา วปลอม (Fake News) ได
5. สามารถจัดการรับมือกับขาวปลอม (Fake News) ได

สาระการเรียนรเู ร่อื ง
เรอ่ื งท่ี 1 การรทู ันขา ว

1. การรทู นั ขา วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรทู นั ขา ว
1.2 วตั ถุประสงคของการสรางขาวปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชอื่ ขาวปลอม (Fake News)
1.4 การสรา งทกั ษะรเู ทาทันขาว

2. กระบวนการเกิดขา วปลอม (Fake News)
3. ความแตกตา งระหวางขาวปลอม (Fake News)
4. ผลกระทบของขา วปลอม (Fake News)
5. การรบั มอื กับขาวปลอม (Fake News)

จุดประสงคการเรยี นรู
1. เพอ่ื ใหผูเรยี นเขาใจ การรูทันขาววัตถุประสงคและประเภทขา วปลอม
2. เพอ่ื ใหผเู รยี นเขาใจความแตกตางระหวางขาวจรงิ และขาว ผลกระทบของขาวปลอม (Fake
News) และ การรบั มือกับขา วปลอม (Fake News)

การจัดการเรยี นการสอน
ข้ันตอนการจัดการกระบวนการเรียนรู ONIE model

ขนั้ ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตองการในการเรยี นรู
1. ครูกลาวทกั ทายผเู รียน และซกั ถามผเู รยี นเปน รายบุคคลเกยี่ วกับ ขาวในปจ จบุ นั ทีผ่ ูเรียนไดด ูขาว

เมอ่ื เชาท่ีผา นมา เพ่ือกระตุนความสนใจกบั ผเู รียน
2. ครชู ีแ้ จงกรอบรายละเอียดรายวิชารูทนั ขา วปลอมใหผเู รียนกอนเริม่ กจิ กรรมการเรียนการสอนครู

ใหผูเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรยี น
3. ครสู นทนากบั ผูเ รยี นถึงวิธีการศึกษาและการตดิ ตามขาวและแบง กลุมผเู รียน
4 ครใู หผูเ รยี นดคู ลิปวีดีโอ เร่ือง เปด ใจเหย่ือโซเชียล ชายสวมรองเทามี

รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI
5 ครกู ระตุนความคดิ ของนักศึกษาโดยใชค ําถามวา จากที่ผูเรยี นไดด ู คลปิ วดี ีโอทง้ั เมื่อสกั ครนู ี้ แลว

ผูเรียนไดเรยี นรอู ะไรจากคลปิ วีดโี อทัง้ โดยใหผ ูเ รียนทกุ คนไดม ีสวนรว มในการแลกเปล่ยี นและแสดงความ
คิดเห็น

6 ครูเชือ่ มโยงคาํ ตอบของผูของผเู รยี น จากน้นั ตอวา หากผูเรยี นเจอเหตกุ ารณ และสถานการณท ่ี
เกดิ ขึ้นแบบนี้ ผูเ รยี นจะตัดสนิ ใจอยางไร

7 ครใู หผ ูเรียนแบงกลุมออกเปนกลุมละ โดยใชน นั ทนาการดวยเพลงในการแบง กลมุ ผเู รียนออกเปน
กลมุ ๆที่เทาๆกัน โดยใหคละชายหญิง

8 ครใู หผเู รยี นแตละกลมุ กําหนดปญ หาการเรยี นรหู วั ขอ ขา วและขา วปลอม โดยใหผ ูเรยี นแตละกลุม
ไดเลือกหัวขอในการศึกษาคนควา หาขอมูล โดยใหผ ูเรยี นทกุ คนไดมีสว นรว มในการแลกเปลีย่ นและแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกลมุ

ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาขอมลู และการเรียนรู
1. ผเู รียนแตละกลมุ ดคู ลปิ วดี โี อท่ีครเู ปด การรเู ทา ทันขา วปลอม Fake News EP 1 : ความรู

เกยี่ วกับขา วปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2. ผเู รียนแตล ะกลมุ ดวู ดิ โี อท่ีครูเปด การรูเทาทนั ขาวปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว

ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3. ผูเรยี นแตล ะกลุมดูวดิ โี อท่ีครูเปด การรเู ทาทันขาวปลอม Fake News EP 3 : วิธีตรวจสอบขา ว

ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4. ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผเู รยี นแตละกลุม ผูเ รยี นแตละกลมุ รวมกนั อภิปรายในกลุม ตัวเองและ

เขยี นขอ มลู ทีก่ ลุมตวั เองไดไปศึกษาเร่ืองรทู นั ขาวปลอม โดยใหผเู รยี นทกุ คนไดม สี ว นรว มในการแลกเปลยี่ นและ
แสดงความคดิ เห็นภายในกลมุ จาก ท่ีผูเรยี น ไดห ัวขอในการเรียนรู จากใบความรแู ละสอ่ื อนิ เตอรเ น็ต โดยให
เวลาแตละกลมุ จาํ นวน 30 นาที ในการอธิปรายกลุม

ขนั้ ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละการนาํ ไปประยุกตใ ช
1. ผูเรียนแตละกลมุ นาํ เสนอผลงานหนา หอ งเรยี น
2. ครูและผเู รียนรว มกนั สรุปจากผลงานที่ผเู รยี นในแตล ะกลุมนําเสนอ

ขน้ั ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1. ครปู ระเมนิ พฒั นาการเรียนรูข องผูเ รียนจากการนาํ เสนอผลงาน
2. ครูใหผ ูเ รยี นเลน เกมส kahoot เกมสต อบคําถาม เพ่ือประเมนิ ความรขู อง

ผูเรียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เร่อื งรทู นั
ขาวปลอม Fake News และมอบรางวลั ใหก ับผเู รยี นทไ่ี ดคะแนนสงู สดุ 3 อันดับแรก

3. ครูมอบหมายงานใหผเู รียนไปศึกษาขอมลู เพม่ิ เติมดวยกระบวนการเรียนรูด วยตนเอง (กรต)

กระบวนการจดั การเรียนรูด ว ยตนเอง
การศกึ ษาเรยี นรูดว ยตนเอง (กรต.)
ศึกษา คน ควาจากใบความรู เอกสารและสือ่ ทุกประเภทที่เกี่ยวขอ งจากเว็บไซต หองเรียนออนไลน By

ครูอู และแหลง เรยี นรู วเิ คราะหแ ละแลกเปลย่ี นเรยี นรู สาธิต ฝกปฏิบัติ สรุป บนั ทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหัด รายงานทดสอบยอย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จดั ทาํ ช้ินงาน/ผลงาน ฯลฯ

1. ครูสนทนากบั ผเู รยี นถงึ วิธีการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง
2. ครบู อกแหลงเรียนรูทใ่ี ชใ นการศกึ ษาขอมลู หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อาํ เภอพรานกระตาย
สื่ออนิ เตอรเ น็ตและแหลงเรียนรอู ืน่ ๆ ทผี่ ูเรียนสะดวกในการคนหาขอมลู
3. ครูมอบหมายงานใหผูเรียนไปทาํ การศึกษาคน ควาดว ยตนเอง
4. ครูตดิ ตามใหคําปรกึ ษา แนะนาํ ทบทวนหลักฐานการเรยี นรทู ่ีตองสง
5. นดั หมายสง งานท่ีมอบหมาย และใหผเู รียนทําใบงานเร่อื งรูทนั ขาว และ ทําแบบทดสอบหลงั เรยี น
ดว ยระบบออนไลน ในหองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย ที่ครูทาํ ลงิ กไ ว
6. ครใู หข อเสนอแนะเพ่ิมเติม
ส่ือ/วสั ดุอปุ กรณการเรียนการสอน
1 ใบความรเู รือ่ ง รูทันขา ว
2 ส่ืออิเล็กทรอนิกส หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตา ย
3 ใบงาน เรอื่ ง รทู นั ขาว
4 ปากกาเคมี
5 คลิปวีดโี อ
6 กระดาษปรฟู

แหลงเรยี นรู
1 หองเรยี นออนไลน By ครูอู
2 อนิ เตอรเน็ต
3 หองสมุดประชาชน

เคร่ืองมือ วัดผลประเมนิ ผล
1 แบบทดสอบ เกมส kahoot เร่ืองรูทนั ขาวปลอม
2 ใบงานเรอ่ื งรูท ันขา วปลอม
3 แบบทดสอบออนไลนก อนเรียนหลังเรยี น เรอ่ื ง รทู ันขา วปลอม

ลงชอ่ื ………………………………………….ผสู อน
(นายณัฐวฒุ ิ เหลาลาภะ)
ตาํ แหนง……ครผู ูช ว ย………..

ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ….................................................ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา
(......................................................)

รู้เท่าทนั ข่าว

(News Literacy)

ส่อื และเทคโนโลยีทเ่ี ปล่ยี นแปลง

ในปจั จบุ นั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคขา่ วสารของผอู้ า่ นไดเ้ ปลยี่ นไปอยา่ งมาก เนอื่ งจากสอ่ื และเทคโนโลยี
ไดพ้ ฒั นาอยา่ งรวดเรว็ มีการบริโภคขา่ วสารผ่านทางสอ่ื สงั คมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรอื
ไลน์ มากข้ึน และในสือ่ โซเชียลผใู้ ช้งานอินเทอร์เนต็ ทว่ั ไปยงั สามารถแสดงบทบาทเป็นผู้น�ำเสนอข่าว
เองได้ โดยมีผู้อา่ นจำ� นวนไมน่ ้อยให้ความสนใจและคอยตดิ ตาม เน่ืองจากน�ำเสนอขา่ วที่รวดเรว็
แปลกใหม่ หวอื หวาและเร้าอารมณ์
ถึงแม้ว่าความรวดเร็วในการรายงานข่าวทางออนไลน์จะช่วยท�ำให้ผู้อ่านรับข้อมูลข่าวสารอย่าง
ทนั ทว่ งที แตป่ ญั หาทเ่ี กดิ ขนึ้ คอื ขา่ วออนไลนบ์ างสว่ นไมไ่ ดร้ บั การกลน่ั กรองคณุ ภาพและความถกู ตอ้ ง
เนอื่ งจากเปน็ สอื่ ทเ่ี ปดิ กวา้ ง และไมไ่ ดถ้ กู จำ� กดั วา่ เปน็ ขา่ วนำ� เสนอจากสอ่ื มวลชนกระแสหลกั แตเ่ พยี ง
อยา่ งเดียวอกี ต่อไป นอกจากนี้ ข่าวที่น�ำเสนอผา่ นทางหน้านิวส์ฟีดของโซเชียลมเี ดียยงั สามารถ
ถูกส่งตอ่ หรือแบง่ ปนั ใหผ้ ู้อนื่ อา่ นตอ่ ได้ในวงกวา้ ง ซึง่ ส่งผลท�ำใหเ้ กดิ การแพรก่ ระจายของขา่ วสาร
อยา่ งรวดเรว็ และสรา้ งอทิ ธพิ ลต่อความคดิ ของคนในสังคมเปน็ อยา่ งมาก ดว้ ยเหตุนี้จึงเปน็ การเปดิ
โอกาสใหผ้ ู้ไม่หวงั ดสี ร้างขา่ วปลอมเขา้ มาปะปนกบั ข่าวอน่ื ๆ บนโลกออนไลน์ จนท�ำให้ผอู้ ่านหลงเช่ือ
ขา่ วปลอม ข่าวลือ หรอื ขา่ วบดิ เบือนเพราะไม่ร้เู ท่าทันสื่อเหล่านี้
พลเมืองดิจทิ ลั จึงควรมีทักษะในการรูเ้ ท่าทนั ขา่ ว มวี ิจารณญาณแยกแยะไดว้ ่าข่าวใดเป็นขา่ วปลอม
มที กั ษะในการวเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบเพอื่ ทจี่ ะไดข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ งในการแสดงความคดิ เหน็ รจู้ กั ประเมนิ
และเลือกใชข้ ้อมลู ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ สรา้ งการเปลีย่ นแปลงใหเ้ กดิ สงั คมประชาธปิ ไตยท่ี
ผ้คู นแลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสารและแสดงความคดิ เหน็ บนขอ้ เทจ็ จรงิ และเหตุผล

News Literacy l 3

การรเู้ ท่าทันขา่ วคอื อะไร

การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว คอื ทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหข์ า่ วสารเพอ่ื ทจี่ ะตรวจสอบและประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื
ของขา่ วสารและขอ้ มลู รวู้ ่าข่าวน้นั นา่ เช่ือถือหรอื ไม่ รู้วา่ ขา่ วนนั้ เขยี นข้นึ ดว้ ยจดุ ประสงคอ์ ะไร รจู้ ัก
การแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ออกจากความคดิ เหน็ และการชน้ี ำ� ของผสู้ รา้ งและเขยี นขา่ ว ไมใ่ ชอ้ คตใิ นการรบั
ขา่ วสาร โดยเฉพาะอย่างย่ิงรู้จกั การตรวจสอบข่าวปลอมท่มี กั เผยแพรท่ างส่ืออินเทอร์เน็ต เพ่ือได้
ไมต่ กเปน็ เหยอ่ื ของผไู้ มห่ วงั ดี
พฤตกิ รรมการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นการรบั รแู้ ละเชอ่ื ขา่ วสาร
โดยขาดทกั ษะการรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วนน้ั เปน็ เรอื่ งสำ� คญั ทไ่ี มส่ มควร
จะมองขา้ ม ขา่ วสารทไี่ มม่ คี วามจรงิ หรอื ทเี่ รยี กวา่ ขา่ วปลอม
(Fake news) ท่เี ผยแพรท่ างสื่อสงั คมออนไลน์นั้น สามารถ
จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมได้ เน่ืองจากข่าวปลอม
มีการบิดเบือน ใส่ร้าย และชี้น�ำ จนอาจท�ำให้ประชาชน
เกดิ ความสบั สน และขดั แยง้ จนอาจสง่ ผลใหเ้ กดิ ความวนุ่ วาย
ในสังคมได้

ข่าวปลอมคอื อะไร

ปัจจบุ นั ยังไม่มีค�ำจำ� กดั ความท่แี น่นอนของข่าวปลอม (Fake news) ผู้ให้ค�ำนยิ ามก็ตคี วามหมายของ
ขา่ วปลอมแตกตา่ งกนั ออกไป อยา่ งไรกต็ าม ความหมายกวา้ ง ๆ ของขา่ วปลอมคือ “ขา่ วทไ่ี ม่จริง”
เนอื้ หาของขา่ วปลอมอาจมขี อ้ เทจ็ จรงิ เพยี งเลก็ นอ้ ยหรอื เพยี งบางสว่ นแตข่ าดบรบิ ทของรายละเอยี ด
หรืออาจเป็นข่าวทไี่ มม่ มี ูลความจรงิ เลย เนื้อหาของข่าวเปน็ เรือ่ งทกี่ ขุ ้นึ มาหรอื ไม่มีข้อเท็จจริง ไมม่ ี
แหล่งขา่ วหรือค�ำพูดทีต่ รวจสอบได้ ขา่ วปลอมบางประเภทก็อาจมเี น้อื ขา่ วที่ตรวจสอบได้จรงิ แต่มี
ลักษณะการเขยี นด้วยอคติ จงใจให้ร้าย หรือไม่ใสร่ ายละเอยี ดทส่ี ำ� คญั ตอ่ เหตุการณ์ลงในเน้อื ข่าว
หรอื นำ� เสนอจากมมุ มองดา้ นเดยี ว บางครงั้ ขา่ วปลอมกเ็ ปน็ โฆษณาชวนเชอ่ื ทจ่ี งใจเขยี นขนึ้ มาเพอื่ ชน้ี ำ�
คนอา่ น โดยมแี รงจูงใจทางการเมือง หรอื อาจเปน็ เพยี งแค่ “พาดหวั ยว่ั ใหค้ ลกิ ” (Clickbait) ที่เขียน
ล่อให้คนเข้ามาอ่านเพ่ือเพ่มิ ยอดวิวโดยมีแรงจงู ใจทางการเงินอยเู่ บ้อื งหลงั อยา่ งไรก็ตามขา่ วปลอม
มลี กั ษณะกวา้ ง ๆ 3 ขอ้ คอื

4 l รเู้ ทา่ ทนั ข่าว

ลกั ษณะกวา้ งๆ ของข่าวปลอม
มบกีขเาดจรออ้ งะ้วตคมสตยนตูลว่ ้นุกาขินเาใททอหหร็จ่ีจงใรเ้ ะกผชอืไบดิมู้อ้อปดิกา่า่วรเนราา่าบมรจศือแณะจนชมา์มหรีขกา์อรอ้ขกอือเอ้กทกปเวท็จไิด่าปจจ็บตรจังริงรครเิงพกวเาะลยี มยงกจรระิงตนุ้

นอกจากขา่ วปลอมจะแบ่งประเภทตามระดบั ความรนุ แรงของเนื้อหาแลว้ พิจิตรา สคึ าโมโต้ เสนอว่า
ขา่ วปลอมยังสามารถแบ่งตามเจตนาความต้ังใจของผู้ส่งสารหรือผูส้ ร้างขา่ วไดอ้ ีก 3 ประเภทคอื

3 Mis- information การแชร์ขา่ วปลอมโดยไมไ่ ด้ตัง้ ใจ ผูส้ ่งสารไม่มีเจตนา
ปั่นป่วนหรือทำ� รา้ ยใคร แต่แชร์เพราะความไมร่ ู้
ประเภท Dis- information เปน็ ขา่ วปลอมทต่ี ง้ั ใจปน่ั ปว่ น ใหร้ า้ ย โจมตผี อู้ นื่ มเี จตนา
ทีจ่ ะชกั น�ำความคดิ ของสังคม และปิดบังความจริง

Mal -information ขา่ วปลอมทส่ี รา้ งความเกลยี ดชงั เปน็ ขา่ วทม่ี ขี อ้ เทจ็ จรงิ
อยบู่ า้ งแตเ่ จตนาสรา้ งขน้ึ เพอื่ ดถู กู เหยยี ดหยาม สรา้ งความเกลยี ดชงั ใหผ้ ตู้ ก
เปน็ ขา่ ว ขา่ วประเภทนส้ี ง่ ผลกระทบรา้ ยแรงทส่ี ดุ เชน่ การลา่ แมม่ ดในโลกออนไลน์
การสอื่ สารทสี่ รา้ งความเกลียดชัง มีการแบ่งเขาแบง่ เรา

News Literacy l 5

ข่าวปลอมอยู่ภายในระบบนเิ วศขนาดใหญ่ของข้อมลู ท่ผี ดิ พลาดและบิดเบอื น การท�ำใหผ้ ู้อา่ น
เข้าใจผิด อาจเกดิ โดยตงั้ ใจหรอื ไม่ได้ตง้ั ใจกไ็ ด้ แตก่ ารบิดเบือนข้อมูลเปน็ ข้อมูลเท็จท่สี ร้างขึน้
โดยเจตนาและ แพร่กระจาย เพ่อื สร้างอทิ ธิพลตอ่ ความคิดเหน็ ของสาธารณชนหรือปดิ บัง
ความจริง ในการจาํ แนกประเภทของข่าวปลอม The European Association for Viewers
Interests (EAVI) ซงึ่ เปน็ องคก์ รทไี่ มแ่ สวงหาผลกาํ ไรทสี่ นบั สนนุ การรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื ไดแ้ บง่ ประเภท
ข่าวปลอมและขา่ วทีส่ ร้างความเข้าใจทผ่ี ดิ ดงั นี้

1ข่าวพาดหัว ย่วั ใหค้ ลิก หรอื คลกิ เบท 2โฆษณาชวนเชอื่ (Propaganda) เปน็ การนำ� เสนอ
(Clickbait) ขา่ วทใ่ี ชค้ ำ� หรอื รปู ภาพพาดหวั ขอ้ มลู ขา่ วสารทมี่ งุ่ ชกั จงู ทศั นคตขิ องผรู้ บั สารตอ่
ทท่ี �ำให้ดูชวนสงสยั ใคร่รู้ หรือดงึ ดดู ใจให้ อดุ มการณห์ รอื มมุ มองบางอยา่ งโดยการนำ� เสนอ
ผใู้ ชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ทวั่ ไปคลกิ เขา้ ไปอา่ น การใหเ้ หตผุ ลเพยี งขา้ งเดยี ว การโฆษณาชวนเชอื่
ผสู้ รา้ งขา่ วอาศยั ประโยชนจ์ ากความสงสยั มกั ทำ� ซำ้� และกระจายในสอ่ื หลายชนดิ เพอื่ หวงั ผล
โดยใหข้ อ้ มลู เลก็ ๆ นอ้ ย ๆ พอชวนใหผ้ อู้ า่ น ใหผ้ ู้รับสารเชอื่ และคล้อยตาม
สงสัย แต่ไม่พอจะขจัดความสงสัยนั้น อดุ มการณท์ ผ่ี สู้ ง่ สารตอ้ งการสอ่ื
จนต้องคลิกเข้าไปดูเนื้อหาน้ัน ๆ ท้ังที่
เนื้อข่าวอาจไม่ค�ำนึงถึงคุณภาพหรือ 3ขา่ วแฝงการโฆษณา (Sponsored content,
ความถูกต้องของข้อมูล แต่การพาดหัว Native Advertising) รปู แบบโฆษณาทใ่ี ชร้ ปู แบบ
ทำ� ใหค้ นหลงกลคลกิ เขา้ ไปเพอ่ื เรยี กยอดววิ เนอื้ หาแนบเนียนกับเนอื้ หาปกตใิ นเวบ็ ไซตน์ นั้ ๆ
ในเว็บไซต์น่ันเอง หรือแนบเนียนไปกับสิ่งแวดล้อมของแพลตฟอร์ม
ของสื่อน้ัน ๆ ทเ่ี ป็นอยู่ พร้อมทำ� หนา้ ท่ใี หเ้ นอื้ หา
4 ขา่ วลอ้ เลยี นและเสยี ดสี (Satire and ทค่ี นตอ้ งการรับรู้ หรือรับชม โดยไม่ทราบว่าเป็น
Hoax) ขา่ วท่ีดดั แปลงขอ้ มูลเพ่ือมุง่ สรา้ ง โฆษณาจนกวา่ จะไดอ้ า่ น/ดจู บ ขา่ วแฝงการโฆษณาน้ี
อารมณข์ นั ใหก้ ับผอู้ ่าน ใชเ้ นื้อหาทต่ี ลก จะทำ� การแฝง (Tie-in) เร่อื งราวของแบรนดแ์ ละ
ขบขันเพ่ือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ สนิ คา้ ไมม่ ากเกนิ ไป ทำ� ใหค้ นอา่ นหรอื คนเสพสอ่ื นน้ั
เหตุการณ์ข่าวในโลกแห่งความเป็นจริง รสู้ ึกว่าไมไ่ ด้อา่ นโฆษณาอยู่ เน้อื หาคอนเทนต์นน้ั
ผา่ นการลอ้ เลียนหรือเสยี ดสี อาจจะเป็นทงั้ การผลติ โดยผูล้ งโฆษณา หรอื เปน็
การรว่ มกนั ผลติ ระหวา่ งผโู้ ฆษณาและเจา้ ของชอ่ งทาง

5ข่าวทผี่ ดิ พลาด (Error) บางครัง้ แม้แต่ขา่ วทเ่ี ผยแพรจ่ ากสาํ นกั ข่าว
ออนไลน์ท่ีเชือ่ ถือได้ กอ็ าจมคี วามผดิ พลาดได้เชน่ กัน เชน่ การเขียน
ข้อความท่ผี ดิ ชอ่ื บคุ คลหรอื รปู ภาพผิดจากเน้อื ข่าวจรงิ ๆ
ซงึ่ ทาํ ใหผ้ ู้รบั สารเข้าใจไปในทศิ ทางอื่น หรือไม่เข้าใจใน
ขา่ วน้นั

6 l รเู้ ทา่ ทันขา่ ว

7ข่าวเอนเอยี งเลือกข้าง (Partisan) เป็นข่าว ทฤษฎสี มคบคดิ (Conspiracy theory)

บิดเบือนข่าวสาร มักจะเลือกข้างโดยน�ำเสนอ เป็นเร่ืองเล่าหรือบทความท่ีสร้างข้ึนมาจาก
ความคิดของคน หรือกลุ่มคนท่ีนําเหตุการณ์
6 ข่าววิพากษ์วิจารณ์ในทางลบต่อฝ่ายที่ตนเอง ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน
ไมช่ อบ ในขณะทีฝ่ ่ายท่ตี นเองสนับสนุน จะเสนอ ทฤษฎีสมคบคิดอธิบายเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น
ข่าวชนื่ ชมเกนิ จรงิ โดยเฉพาะด้านการเมอื ง โดยอาศยั ข้อมลู ทีไ่ ม่มีความเชอ่ื มโยงกนั เชน่
เคร่ืองบินพาณิชย์ที่หายไปจากจอเรดาร์อย่าง
ไร้ร่องรอยเกิดจากมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป
ทฤษฎีสมคบคิดยังอาจมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น
อนื่ ๆ เพือ่ ให้ประโยชน์ ให้โทษต่อบุคคลหรือ
8วทิ ยาศาสตรล์ วงโลก (Pseudoscience) กลมุ่ บคุ คลหนง่ึ ใด เช่น เครื่องบินที่
คอื ขอ้ เขียนที่อ้างวา่ เป็นทัง้ วทิ ยาศาสตร์ หายไปนนั้ โดน CIA ยดึ ไวเ้ พราะตอ้ งการ
และขอ้ เทจ็ จรงิ แตจ่ รงิ ๆ แลว้ ขดั แยง้ หรอื ของสำ� คญั ทีอ่ ยใู่ นเคร่อื งบิน
เขา้ กนั ไมไ่ ดก้ บั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
หรอื ไมม่ หี ลกั ฐานหรอื ความเปน็ ไปไดใ้ ด ๆ
มาสนบั สนุน ไมส่ ามารถทำ� การตรวจสอบ
หรอื ขาดฐานความเป็นวทิ ยาศาสตร์ ใน 9ข่าวท่ีให้ข้อมูลผิด ๆ (Misinformation)
แวดวงข่าว วทิ ยาศาสตร์ลวงโลกจะมาใน คอื ขา่ วทไ่ี มไ่ ดต้ รวจสอบใหแ้ นช่ ดั เสยี กอ่ น ขอ้ มลู
รูปแบบของบทความทางการแพทย์หรือ อาจมีท้งั จริงและเทจ็ ผสมกนั ผสู้ ง่ สารต้ังใจจะ
บทความสขุ ภาพทแี่ ฝงโฆษณายารกั ษาหรอื สง่ ขา่ วออกไป แตอ่ าจจะไมไ่ ดต้ ระหนกั วา่ ขา่ วนน้ั
อปุ กรณเ์ พอ่ื สขุ ภาพ โดยแอบอา้ งวา่ มขี ้อมูลทผ่ี ิดพลาดอยู่ เช่น ขา่ วลอื
ไดผ้ า่ นการวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ลว้
มกี ารสรา้ งภาพผเู้ ชย่ี วชาญขน้ึ มา
เพอื่ ใหด้ ูนา่ เชอ่ื ถอื

10ขา่ วหลอกลวง (Bogus) คอื ขา่ วปลอมทเ่ี จตนาในการสรา้ ง
ขนึ้ มาและจงใจใหแ้ พรก่ ระจาย มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ หลอกลวง
อาจมเี นอื้ เรอื่ ง ภาพ หรอื ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทเ่ี ปน็ เทจ็ มาประกอบกนั
อาจรวมถึงการแอบอา้ งเป็นแหล่งขา่ วหรอื
บคุ คลท่อี ยใู่ นเหตุการณท์ ุกวธิ ีการท่ีจะทําให้
ข่าวน้ันดูเปน็ ข่าวปลอมทสี่ มบูรณ์มากข้นึ

อยา่ งไรกต็ าม ประเภทของขา่ วปลอมอาจไม่ได้แบง่ แยกกนั เปน็ อิสระทชี่ ัดเจน แต่คาบ
เกยี่ วกันได้ เช่น ขา่ วเอนเอยี งเลอื กข้างอาจจัดเปน็ โฆษณาชวนเช่ือกไ็ ด้ หรอื โฆษณา
ชวนเชื่ออาจอยูใ่ นกลมุ่ ของขา่ วแฝงโฆษณาก็ได้ ข่าวหลอกลวงอาจจะใชค้ ลกิ เบทเพื่อ
ดึงดูดความสนใจคนอ่านไดเ้ ชน่ กนั

News Literacy l 7

รูปแบบเนอื้ หาของขา่ วปลอม

ส�ำหรบั ลักษณะเน้อื หาของข่าวปลอมนั้น First Draft News ซ่ึงเปน็ องค์กรที่ต้งั ข้นึ มาเพ่อื ตอ่ สู้กับ
ข่าวปลอม รว่ มกบั โซเชียลมีเดีย และ Publisher อีกกวา่ 30 ราย รวมถงึ เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์,
New York Times หรือ BuzzFeed ไดจ้ ัดรปู แบบเนื้อหาของขา่ วปลอมไว้ 7 แบบโดยเรยี งตาม
ระดับความรุนแรงจากนอ้ ยไปหามาก ดงั น้ี

เน้อื หาลอ้ เลยี นเสียดสี (Satire or Parody)

ขา่ วลอ้ เลยี น ไมไ่ ดม้ เี จตนาในการสรา้ งความเขา้ ใจผดิ หรอื ตอ้ งการใหผ้ อู้ า่ นหลงเชอื่ แตต่ อ้ งการ
ล้อเลียน หรอื ท�ำใหข้ บขัน มกั เป็นการล้อเลยี นเหตกุ ารณบ์ ้านเมืองในปัจจบุ นั หรอื ล้อเลียน
คนมชี อื่ เสยี ง โดยมกั มกี ารจดั หนา้ เลยี นแบบหรอื รปู แบบใหเ้ หมอื นขา่ วจรงิ จนบางครง้ั ผอู้ า่ น
หลงเชอื่ วา่ เปน็ ขา่ วจรงิ ได้ เชน่ บทความใน “ผจู้ ดั กวน” หรอื ในเวบ็ ไซต์ “ขา่ วปด” จรงิ ๆ แลว้
ขา่ วลอ้ เลยี นไมใ่ ชข่ า่ วปลอม แตก่ ารทผ่ี อู้ า่ นอาจขาดความรคู้ วามเขา้ ใจ จงึ ทำ� ใหข้ า่ วลอ้ เลยี น
มีคณุ ลักษณะถกู จัดว่าเป็นขา่ วปลอมได้เชน่ กัน ข่าวประเภทน้มี รี ะดบั ความรนุ แรงน้อยทส่ี ุด

เนือ้ หาไมต่ รงพาดหัว (False connection)

เรยี กอกี อยา่ งวา่ พาดหวั ยว่ั ใหค้ ลกิ (Clickbait) คอื ขา่ วมกี ารเชอ่ื มโยงเนอื้ หาทผ่ี ดิ พาดหวั ขา่ ว
รปู ภาพ หรอื คำ� บรรยาย ไมไ่ ดเ้ ชอื่ มโยงกบั เนอื้ หาขา่ วจรงิ ๆ เปน็ การโยงสองสง่ิ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วขอ้ ง
กนั เลยแตถ่ ูกน�ำมากล่าวถงึ ในขา่ วเดียวกันหรอื ท�ำใหม้ าเชื่อมโยงกนั โดยพาดหวั มักจะเป็น
การเร้าอารมณด์ งึ ดดู ใหค้ นเขา้ มาอ่าน เนือ่ งจากปจั จุบนั ผอู้ า่ นมกั จะมชี ่วงความสนใจที่สนั้ ลง
จงึ ทำ� ให้ส�ำนกั ข่าวออนไลน์ เนน้ พาดหัวข่าวใหห้ วือหวา หรือใชร้ ูปท่ไี ม่ไดเ้ กี่ยวขอ้ งโดยตรง
กบั ขา่ วเพ่อื ดงึ ความสนใจให้คนกดเข้ามาอา่ น

8 l รู้เท่าทนั ขา่ ว

เน้อื หาช้นี �ำ (Misleading)

เปน็ ขา่ วทมี่ เี นอื้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ แตจ่ งใจบดิ เบอื นเรอื่ งราวหรอื ใสร่ า้ ยผอู้ น่ื ใหเ้ ขา้ ใจผดิ โดยการชน้ี ำ�
ไปในทางใดทางหนง่ึ เปน็ การเขยี นขา่ วโดยใช้อคตขิ องผู้เขียน เช่น ข่าวรัฐบาลปลดลอ็ ก
กญั ชาเสรที น่ี กั ขา่ วเจตนาชนี้ ำ� ใหค้ นอา่ นเขา้ ใจผดิ วา่ รฐั บาลจะทำ� ใหก้ ารเสพกญั ชาถกู กฎหมาย
ท้งั ที่ในความจริงเปน็ การเปดิ โอกาสให้สามารถนำ� กญั ชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

เนื้อหาทผ่ี ิดบรบิ ท (False Context)

เป็นข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมูลจริงแต่น�ำบริบทอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเน้ือหาน้ันมาเชื่อมโยงท�ำให้คน
ตีความผิด เชน่ เนอ้ื หาของขา่ วเป็นเรอื่ งจริงแต่น�ำภาพประกอบจากแหลง่ อน่ื มาประกอบ
เชน่ ขา่ วกู้ภัยจับงเู หลอื มเขา้ บา้ น เน้ือข่าวเป็นเรอื่ งจรงิ แต่นำ� ภาพประกอบงอู นาคอนดา
จากภาพยนตรม์ าประกอบ ซงึ่ ท�ำให้คนเข้าใจผิดวา่ งเู หลอื มที่ถกู จบั นน้ั ตัวใหญม่ าก

เน้ือหาแอบอ้าง (Impostor)

คอื ขา่ วท่มี กี ารแอบอา้ งบุคคล แหล่งขอ้ มลู หรอื แหล่งขา่ วท่ีไมจ่ ริง หรืออ้างตวั เป็นแหล่งข่าว
ทนี่ า่ เชอื่ ถอื ขา่ วปลอมประเภทนมี้ กั เปน็ ขา่ วออนไลนท์ ส่ี รา้ งรปู แบบใหเ้ หมอื นสำ� นกั ขา่ วจรงิ ๆ
หรือแอบอา้ งช่อื สำ� นักขา่ วท่ีมชี ื่อเสียง ซ่งึ ทำ� ความสบั สนใหผ้ ูอ้ า่ นอยา่ งมาก เชน่ แอบอา้ ง
เป็นสำ� นักข่าว CNN โดยใช้รปู แบบและชือ่ โดเมนท่ีใกลเ้ คยี งกบั ของเวบ็ ไซต์ของ CNN

เนอ้ื หาหลอกลวง (Manipulated)

คอื ข่าวตดั ต่อ หรอื ข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมลู หรอื ภาพขา่ วจรงิ ๆ แตถ่ ูกดดั แปลงดว้ ยการปลอม
หรอื ตดั ตอ่ เพอ่ื สรา้ งเรอ่ื งหลอกลวง เชน่ ภาพของ อดตี ประธานาธบิ ดสี หรฐั George W. Bush
อา่ นนทิ านกบั เดก็ ในโรงเรยี นแหง่ หนง่ึ แตเ่ ขากลบั ถอื หนงั สอื กลบั หวั แตค่ วามจรงิ แลว้ มนั เปน็
ภาพตดั ต่อทส่ี ร้างขึ้นมา และในภาพจรงิ นนั้ เขาถือหนงั สือถกู ตอ้ ง

เนอ้ื หากขุ ึ้นมา (Fabricated )

คือข่าวที่กุเร่ืองข้ึนมาทั้งหมด เป็นข้อมูลเท็จ 100% มีเจตนาท่ีจะหลอกลวงหรือใส่ร้าย
ข่าวกถุ กู สรา้ งขน้ึ มาโดยผู้ไม่หวังดี โดยอาจจะทำ� เองหรือจ่ายเงินจ้างใหผ้ ู้อื่นทำ� เพ่อื หวงั ผล
ให้เกดิ ความเขา้ ใจผดิ ในวงกวา้ ง เชน่ การน�ำเสนอขา่ วว่า ผูม้ ีช่อื เสยี งบางคนได้เสยี ชีวิตแลว้
ทง้ั ท่เี จ้าตวั ยังมชี วี ติ อยู่ สว่ นใหญ่ขา่ วกุมักมเี นอ้ื หาเกี่ยวกับการเมอื ง เชน่ ข่าวรัฐมนตรีดมื่
กาแฟแก้วละหม่นื สองพันบาท ขา่ วประเภทน้มี ีระดบั ความรนุ แรงมากท่สี ดุ

News Literacy l 9

ผู้สร้างขา่ วปลอมต้องการให้เกิดความขบขัน โดยการล้อเลยี นหรือเสยี ดสี
ผูม้ ีอ�ำนาจ คนที่มีช่ือเสียง หรือเหตกุ ารณป์ จั จุบัน เนือ่ งจากเปน็ การง่าย
กว่าท่ีท�ำให้ผู้อ่านสนใจท่ีตัวบุคคล แทนท่ีจะเป็นการเสนอความเห็นหรือ
อภิปรายเร่ืองนโยบายท่ีซับซอ้ น เชน่ ข่าวล้อเลยี นในหนงั สอื พิมพผ์ ู้จดั กวน

ผู้สร้างข่าวปลอมอาจมีอคติ หรือ ทส่ี �ำคัญข่าวปลอมสามารถสร้าง
มีทัศนคติที่เอนเอียงเลือกข้าง จึง รายไดใ้ หค้ นทำ� ได้ ในการแขง่ ขนั
ตอ้ งการชน้ี ำ� ผอู้ ่านใหค้ ลอ้ ยตามโดน ทางการเมอื งหรอื ทางธรุ กจิ อาจมี
การบิดเบอื นขอ้ มลู เนอ้ื หาข่าวอาจ ผู้ว่าจ้างให้คนท�ำข่าวปลอมเพ่ือ
จะเป็นการชื่นชมบุคคลหรือฝ่ายท่ี ใสร่ า้ ยฝา่ ยตรงขา้ มดว้ ยการบดิ เบอื น
ตนเองชอบเกินจริง หรือใสร่ า้ ยฝา่ ย ขอ้ มลู และเผยแพรใ่ นโลกออนไลน์ ในโลกอนิ เทอรเ์ นต็ ขา่ วทมี่ คี นเขา้ ไป
ตรงขา้ ม เชน่ การพาดหัวข่าวทีใ่ ส่ อา่ นมากจะทำ� รายไดจ้ ากโฆษณา ยง่ิ คนเขา้ ไปอา่ นขา่ วมากเทา่ ไหร่ กย็ ง่ิ
“ความเหน็ สว่ นตวั ” ลงไปในลกั ษณะ เพม่ิ โอกาสทโ่ี ฆษณาในหนา้ น้ันจะถูกเห็น และทำ� ให้ผดู้ ูแลเวบ็ ไซตน์ ั้นๆ
ช้ีน�ำผ้อู า่ น ถงึ แมเ้ น้อื หาของข่าวนั้น มรี ายได้ ผดู้ แู ลจงึ มกั ใชพ้ าดหวั ขา่ วในลกั ษณะคลกิ เบท ในบางกรณี ผสู้ รา้ ง
จะมีความจรงิ อยู่บ้าง ขา่ วปลอมหลอกใหผ้ อู้ า่ นชมคลปิ ขา่ วปลอมเปน็ จำ� นวนหลกั หมน่ื แลว้ เวบ็ ไซต์
เหลา่ นไ้ี ดค้ วบคมุ บญั ชเี ฟซบกุ๊ ของผหู้ ลงเขา้ ไปเพอื่ ไปใชป้ ระโยชนท์ างการคา้
10 l รู้เทา่ ทันขา่ ว พอกดดคู ลปิ กจ็ ะตอ้ งลงชอ่ื เขา้ ใชเ้ ฟซบกุ๊ พอกดอนญุ าตในเฟซบกุ๊ คนสรา้ ง
เวบ็ ปลอมนน้ั ก็จะใชเ้ ฟซบุ๊กของเหย่ือเปน็ บอท (ห่นุ ยนต์) และน�ำไปเปน็
ใช้เป็นส่วนหน่ึงของกองทัพไลคข์ องเขา เพอื่ ขายไลคอ์ ีกตอ่ หนึ่ง

ทำ� ไมคนถึงหลงเช่อื ข่าวปลอม

มเี หตผุ ลมากมายทผ่ี อู้ ่านหลงเชื่อขา่ วปลอม ส่วนใหญม่ ักจะลมื ตง้ั ค�ำถามท่ีส�ำคัญ
เม่ือก�ำลังอ่านข่าว อีกท้ังข่าวปลอมยังถูกสร้างได้แนบเนียนจนเราไม่ผิดสังเกต
ผอู้ า่ นข่าวทีไ่ มร่ เู้ ท่าทันขา่ วปลอมมักหลงเชื่อด้วยสาเหตตุ อ่ ไปนี้

1. ตกหลมุ พราง ผ้อู ่านมีแนวโน้มท่ีจะแชรข์ ่าวปลอมทตี่ รงกบั ความคิดความเชอ่ื ของตนเองอยูแ่ ลว้
คนสร้างข่าวปลอมต้ังใจแต่แรกท่ีจะหลอกผู้อ่านข่าว พวกเขาจึงสร้างข่าวปลอมที่เร้าอารมณ์ดึง
ความสนใจกลมุ่ เปา้ หมายเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ รว่ มไปกบั การชน้ี ำ� ของผสู้ รา้ ง ผอู้ า่ นทม่ี ปี ระสบการณร์ ว่ ม
พร้อมทจี่ ะเช่อื และแชร์ตอ่ โดยเฉพาะเม่ือเปน็ ขา่ วทีต่ รงข้ามกับขว้ั ตรงขา้ มของตน พวกเขารสู้ กึ ว่า
ต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างใดอย่างหนึ่งต่อประเด็นเน้ือหาที่ข่าวน�ำเสนอด้วยการกดชอบ/ไม่ชอบ
สง่ ต่อ แชร์ หรอื แสดงความเหน็ ตอ่ ข่าวนนั้ ทำ� ให้ข่าวปลอมไดร้ ับความสนใจมากขนึ้
2. ไมส่ ามารถแยกแยะขา่ วบนหนา้ เวบ็ จากทีเ่ ม่อื กอ่ นข่าวสารได้การเผยแพรผ่ ่านสอ่ื ดง้ั เดมิ อย่าง
หนงั สอื พิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศนซ์ ่งึ มกี ระบวนการการคดั กรองขา่ วอยแู่ ล้วและผู้รับสารมกั จะคนุ้ เคย
กบั สอ่ื เหลา่ นเ้ี ปน็ อยา่ งดี จงึ พอจะแยกแยะไดว้ า่ ขา่ วใดเปน็ ขา่ วปลอมหรอื ไมใ่ สใ่ จมากนกั แตใ่ นปจั จบุ นั
ท่ีผ้อู ่านข่าวสว่ นใหญ่รับข้อมลู ขา่ วสารผ่านส่อื ออนไลน์ ซงึ่ เป็นส่อื ทขี่ า่ วปลอมถกู ทำ� ให้กลมกลืนกับ
ขา่ วจรงิ ไม่วา่ จะเป็นรูปแบบการจดั หน้า หรือการแอบอา้ งเปน็ แหลง่ ข่าว จงึ ทำ� ให้ผู้อา่ นสบั สนและ
ยากทจ่ี ะแยกแยะขา่ วปลอม
3. เป็นกลไกของความเช่อื เม่ือมเี พื่อนหรอื คนในครอบครัวส่งต่อข่าวมาให้อ่านผา่ นทางสอื่ สงั คม
ออนไลน์ ผอู้ า่ นมกั จะไมต่ ระหนกั หรอื ใชว้ จิ ารณญาณในการตรวจสอบขา่ วนน้ั ๆ กอ่ น เพราะคดิ วา่ ผสู้ ง่
คงกลนั่ กรองมาเรยี บรอ้ ยแลว้ ในกรณขี า่ วทเี่ ขยี นโดยคอลมั นสิ ตจ์ ากสำ� นกั ขา่ ว บลอ็ กเกอร์ หรอื ผดู้ แู ล
แฟนเพจรายงานขา่ วในเฟซบกุ๊ กเ็ ชน่ เดียวกัน หากเปน็ บคุ คลทผี่ อู้ า่ นขา่ วชนื่ ชมและติดตาม พวกเขา
กจ็ ะพร้อมทจ่ี ะเชือ่ ข่าวท่นี ำ� เสนอมาไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย หากขา่ วน้ันตรงกนั กบั ความคดิ ความเชอื่ ของ
พวกเขา เช่น ข่าวทน่ี �ำเสนอผ่านแฟนเพจ Drama Addict หรอื CSI LA
4. ขา่ วปลอมเลน่ กบั ความรสู้ กึ ผสู้ รา้ งขา่ วปลอมฉลาดทจี่ ะเลน่ กบั ความรสู้ กึ ของผอู้ า่ น ดว้ ยการเนน้
พาดหวั ทห่ี วอื หวา เนือ้ ขา่ วที่เรา้ อารมณ์ เชน่ ความไมย่ ุตธิ รรมในสังคม การเอาเปรยี บทางชนชน้ั
ขา่ วลบั ลวงพราง พวกเขารวู้ า่ คนอา่ นจะถกู กระตนุ้ อารมณใ์ หม้ ปี ฏกิ ริ ยิ าตอ่ ขา่ วนนั้ ๆ เชน่ การกดเขา้ ไป
อา่ น กดไลค์ แสดงความเหน็ และช่วยแชรข์ า่ วออกไป
5. ผอู้ า่ นมชี ว่ งความสนใจสนั้ อกี หนง่ึ กลวธิ ที ใ่ี ชใ้ นการเผยแพรข่ า่ วปลอมหรอื ขา่ วทมี่ คี ณุ ภาพตำ�่ คอื
การหาผลประโยชนจ์ ากพฤตกิ รรม ‘นกั อา่ นเวลานอ้ ย’ เนอ่ื งจากขอ้ มลู ขา่ วสารทเ่ี ราไดร้ บั ในแตล่ ะวนั
มจี ำ� นวนมหาศาล ผคู้ นจงึ มกั ใชเ้ วลาอา่ นเพยี งพาดหวั ขา่ วหรอื ขอ้ ความในยอ่ หนา้ แรกกอ่ นแชรเ์ รอื่ งราว
น้ันตอ่ ผู้ประสงคร์ า้ ยจงึ ฉวยโอกาสน้ดี ว้ ยการเขียนพาดหวั ขา่ วและย่อหน้าแรกท่ตี รงไปตรงมาและ
ประกอบด้วยข้อเท็จจริง โดยเร่ืองราวส่วนท่เี หลอื เป็นขา่ วปลอมและขอ้ มลู ทีไ่ ม่เปน็ ความจรงิ

News Literacy l 11

ผลสาํ รวจของ EDTA ในปี 2561 ผลวิจยั จากโครงการ
คอนเนคเต็ด ไลฟ์
ผู้ใช้งานคนไทยนิยมใช้อินเทอร์เน็ตโดยมี
จํานวนช่ัวโมงการใช้งานโดยเฉลี่ยสูงถึง คนไทย 40%
กลับเช่ือถือข้อมูลท่ีได้รับจากช่องทาง
10 ช.ม. 5 นาที ต่อวัน โซเชยี ลมเี ดีย ซงึ่ เปน็ ตัวเลขท่ีสงู สุดใน
และมพี ฤตกิ รรมการเสพขา่ ว ภมู ภิ าค กลมุ่ ผอู้ ่านทีค่ ่อนข้างสงู อายุ
จากโลกสอื่ ออนไลนม์ ากขนึ้ คือกลุม่ คนทแ่ี ชรข์ ่าวปลอมมากทส่ี ุด
โดยเฉพาะในยุคที่มักพบ
ข่าวปลอมแพร่ระบาดบน
โลกโซเชยี ล

บริษทั วิจัย YouGov ท่ีไดท้ �ำการวจิ ัยพฤตกิ รรม
ของผูใ้ ช้งาน Facebook ในสหรฐั

ผู้ใชเ้ ฟซบ๊กุ ทอ่ี ายุ 65 ปขี ึ้นไป
แชรบ์ ทความขา่ วปลอมมากกวา่ กลมุ่ คนวยั 45-65 ปี ไมต่ ำ�่ กวา่ 2 เทา่ และมากกวา่
กล่มุ วยั 18-29 ปี เกอื บ 7 เท่า เน่ืองจากคนกลุ่มนเ้ี พง่ิ เข้าสู่โลกอินเทอร์เนต็
ตอนอายมุ ากแลว้ ขาดทกั ษะเรอ่ื งความเทา่ ทนั สอ่ื และเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ไมท่ นั คดิ
วา่ ภาพ เสียงและวดิ โี อสมัยน้ีตัดต่อให้ดูเหมอื นจรงิ ได้ หรือไมท่ ันยคุ สมยั โดย
เชอื่ โดยสนทิ วา่ ขา่ วทกุ ขา่ วทน่ี ำ� เสนอไดผ้ ่านการกล่ันกรองมาแลว้ ไมท่ นั คิดวา่
จะมีผ้ไู ม่หวงั ดีสรา้ งขา่ วปลอมมาเพื่อหลอกคนอนื่

ผลกระทบของข่าวปลอม

• ข่าวปลอมไม่ใชป่ รากฏการณ์ใหมแ่ ตม่ มี านานแล้ว เช่น ทเี่ ราคุน้ เคย
กนั ดคี อื ขา่ วปลอมทปี่ ลอ่ ยออกมาทกุ ปใี นวนั โกหกแหง่ ชาติ (April Fool’s
Day) ซงึ่ มจี ดุ ประสงคจ์ ะสรา้ งความขบขนั ไมท่ ำ� รา้ ยใคร และผู้อ่านข่าว
สามารถแยกแยะไดเ้ กือบจะทนั ทีว่าเป็นขา่ วตลกขบขนั

12 l รูเ้ ท่าทนั ขา่ ว

• ขา่ วปลอมจะไมเ่ ปน็ อนั ตรายมากตราบทผ่ี สู้ รา้ งขา่ วไมไ่ ดม้ เี จตนารา้ ย
แตข่ า่ วปลอมเริม่ เปน็ หัวข้อท่พี ูดถึงอยา่ งมากในระยะ 2-3 ปที ่ผี ่านมา
เน่ืองจากข่าวปลอมได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนและสังคมมากขึ้น และ
ผสู้ รา้ งขา่ วมกั มเี จตนาแอบแฝง ปจั จบุ นั เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั และอนิ เทอรเ์ นต็
ท�ำให้การสรา้ งขา่ วปลอมทำ� ไดง้ า่ ย เผยแพร่ไดร้ วดเรว็ และมีผรู้ ับสาร
อยตู่ ลอดเวลา
• จากการศึกษาข้อความในทวิตเตอร์ 126,000 ข้อความ ทท่ี วีตกวา่
4.5 ลา้ นครง้ั โดยผใู้ ชง้ าน 3.5 ลา้ นคน ตงั้ แตป่ ี 2006-2017 โดยนกั วจิ ยั
MIT พบวา่ ขา่ วปลอมสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าขา่ วจรงิ ถงึ
100 เท่า โดยข่าวปลอมมีคนเข้าถงึ ประมาณ 1,000-100,000 คน
ในขณะท่ีขา่ วจรงิ มีคนเข้าถงึ เพยี ง 1,000 คนเท่าน้ัน และข่าวปลอม
มักถูกรที วีตมากกว่าข่าวจรงิ ถึง 70%
• อกี ทง้ั รปู ลกั ษณข์ องขา่ วปลอมยงั ยากทจี่ ะแยกแยะออกจากขา่ วจรงิ ตา่ งจากสมยั กอ่ นนมี้ าก จากขอ้ มลู
การศกึ ษาของ YouGov ซ่ึงไดร้ บั การสนบั สนุนโดย เฟซบกุ๊ ระบุวา่ ในประเทศไทย มเี พยี งจำ� นวน
รอ้ ยละ 42 ของผตู้ อบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขาม่ันใจวา่ ตัวเองสามารถระบขุ ่าวปลอมได้
• ตลอดปี 2559 ศนู ยช์ วั รก์ อ่ นแชร์ในประเทศไทยสามารถเกบ็ ขอ้ มลู ไดว้ า่ มขี า่ วปลอมรวมกว่า 300
หัวขอ้ และพบวา่ แต่ละหัวขอ้ มกี ารไลคแ์ ละแชร์บนเฟซบกุ๊ รวมกนั อยใู่ นหลกั แสน การที่ข่าวปลอม
แพร่กระจายได้รวดเร็วและยากต่อการแยกแยะก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งบุคคลและสังคมเป็น
อย่างมาก กลา่ วคอื ...

News Literacy l 13

1. ผลกระทบตอ่ ความคดิ และความเชื่อ เปน็ 2. ผลกระทบด้านการเงินและสขุ ภาพ ขา่ วปลอม
ผลกระทบทช่ี ัดเจนและสำ� คญั ท่ีสดุ เพราะวา่ ขอ้ มูล ท่ีถูกสร้างขึ้นโดยมีรายได้เป็นแรงจูงใจจะชักจูงให้
ขา่ วสารมอี ทิ ธพิ ลตอ่ โลกทศั นต์ อ่ ผอู้ า่ น และผรู้ บั สาร ผู้รับสารจ่ายเงินเพื่อสินค้าและบริการ และหาก
ตดั สนิ ใจบนพน้ื ฐานของข้อมูลที่ได้รับ พวกเขาจะมี สินค้าและบริการนั้นไม่ได้คุณภาพก็อาจส่งผลเสีย
ทัศนคติต่อผู้คนและต่อเหตุการณ์อย่างไรก็ข้ึนกับ ต่อร่างกายและสุขภาพของผู้หลงเช่ือด้วย เช่น
วา่ เขาไดร้ บั ขอ้ มลู แบบไหน ถา้ ขอ้ มลู ทพี่ วกเขาไดร้ บั ขา่ วปลอมที่ชักชวนใหค้ นอ่านมาลงทุน เพ่ือจะได้
เปน็ ขา่ วปลอม ขา่ วบิดเบอื น หรือข่าวทก่ี ขุ ึน้ มา รบั ผลตอบแทนทฟี่ งั ดเู กนิ จรงิ หรอื โฆษณาผลติ ภณั ฑ์
พวกเขาก็ไม่สามารถใช้การวิจารณญาณได้ถูกต้อง ลดความอว้ นท่นี ำ� เสนอในรปู แบบของวทิ ยาศาสตร์
เนอ่ื งจากขาดขอ้ เทจ็ จรงิ และสง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ ลวงโลกใหค้ นคลอ้ ยตาม กอ็ าจทำ� ใหผ้ หู้ ลงเชอ่ื ไมเ่ พยี ง
ของพวกเขา ไมว่ า่ จะเป็นการตัดสนิ ใจระดับชาติ เสียเงินแต่ยงั ส่งผลเสียตอ่ รา่ งกายอกี ด้วย
เชน่ การเลือกตง้ั หรอื ระดับส่วนตวั เช่น การเลือก 4. ผลกระทบดา้ นทศั นคติ ข่าวปลอมท่เี อนเอียง
ใช้ยาสมุนไพรรักษามะเรง็ เลอื กขา้ ง หรือข่าวชีน้ ำ� อาจสร้างอคติและทศั นคติ
3. ผลกระทบดา้ นอารมณค์ วามรสู้ กึ ขา่ วคลกิ เบท เชิงลบแก่บุคคลหรือกลมุ่ คนทีถ่ ูกใส่ร้ายอยา่ งไม่เปน็
อาจสรา้ งความหงดุ หงดิ ใหผ้ อู้ า่ น เมอ่ื พบวา่ เนอื้ ขา่ ว ธรรม เชน่ โฆษณาชวนเชอ่ื ทางการเมอื ง ขา่ วตอ่ ตา้ น
ไมไ่ ดม้ อี ะไรนา่ สนใจอยา่ งทร่ี ปู ภาพหรอื พาดหวั ดงึ ดดู รัฐบาล หรือข่าวที่สร้างความเกลียดชังต่อคนที่มี
ใหเ้ ขา้ มาอา่ น ขา่ วปลอมทสี่ รา้ งขน้ึ มาดว้ ยความคกึ อัตลกั ษณท์ างสงั คมที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ เชน่
คะนองก็อาจท�ำให้ผู้อ่านเกิดความกลัวและวิตก กลุ่มเกย์ ชาวมุสลิม หรือคนต่างดา้ ว
กังวล เช่น ขา่ ว พยากรณอ์ ากาศ ภยั พิบัติทไ่ี ม่มีมูล 6. ผลกระทบต่อสื่อวิชาชีพ ข่าวปลอมสร้าง
ความจริง หรือข่าวแกล้งกันเลน่ ว่ามีฆาตกรโรคจิต ความเสียหายต่อชื่อเสียงเว็บไซต์ที่ถูกเลียนแบบ
ก�ำลงั ออกอาละวาดในละแวกบา้ น นับต้งั แตช่ ว่ งปี 2016 หนงั สือพิมพ์ไทยรัฐ ขา่ วสด
5. ผลกระทบด้านความรุนแรง ข่าวลือทเี่ ร้า และมตชิ น ต่างเข้าแจ้งความกบั เว็บไซตเ์ ลียนแบบ
อารมณ์และโจมตีใส่ร้ายบุคคลอาจก่อให้เกิด เพอื่ หลอกลวงผูอ้ า่ น โดยปัญหาหน่ึงในการรบั มอื
ความรนุ แรง ผทู้ ถ่ี กู กลา่ วหาอาจจะถกู กลนั่ แกลง้ กับเว็บปลอมคือ องค์กรสื่อมักจะรู้ตัวก็ต่อเม่ือ
ทางออนไลนเ์ พราะความเขา้ ใจผิด หรอื อาจถูก เว็บปลอมเหล่าน้ีได้ถูกส่งต่อและสร้างความสับสน
ขม่ ขู่ คุกคาม และท�ำร้ายในชวี ิตจรงิ ได้ เชน่ ใน กับผอู้ ่านเรยี บรอ้ ยแลว้
อนิ เดยี เมอื่ ปี 2018 มรี ายงานผเู้ สยี ชวี ติ อยา่ งนอ้ ย 7. ผลกระทบด้านสังคม เม่อื ขา่ วปลอมทเ่ี ก่ยี วข้องกับประเดน็
29 คน จากการถูกฝูงชนรมุ ท�ำร้าย ผูเ้ สยี ชีวติ สำ� คัญในสงั คมแพรร่ ะบาด คนในสังคมจะขาด “ขอ้ เทจ็ จริง” ท่ี
ส่วนใหญ่มกั ถูกลือว่าเป็นพวกลกั พาตัวเด็ก โดย ตอ้ งใชใ้ นการวเิ คราะห์ อภปิ รายและตดั สนิ ใจในเรอ่ื งนน้ั ๆ สง่ ผล
ผทู้ ำ� รา้ ยไดร้ บั ขา่ วปลอมทสี่ ง่ ตอ่ กนั ทางอนิ เทอรเ์ นต็ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสบั สน การแบง่ ฝา่ ยและสรา้ งความขดั แยง้ ในสงั คม
และเข้าใจผิด เพราะแตล่ ะฝา่ ยรบั รชู้ ุดของขอ้ มลู ท่ีต่างกนั ข่าวปลอมยงั สง่ ผล
ตอ่ การตดั สินเลอื กตง้ั ของผูม้ ีสิทธ์ิโหวต เมอ่ื ขอ้ มลู ผดิ ๆ ไดถ้ ูก
ลกั ษณะปญั หาของการสรา้ งและแพรก่ ระจายขา่ วปลอม เผยแพร่ ดังเช่นในสหรัฐอเมริกา ข่าวปลอมแพร่ออกมาว่า
ทางอินเทอร์เน็ตนั้นยากท่ีจะระบุแหล่งที่มาของ สนั ตะปาปาสนบั สนุนผู้สมัครประธานาธบิ ดคี นหนึ่ง ข่าวปลอม
การสร้างขา่ ว และควบคุมการแพร่กระจายทีเ่ กิดได้ อกี แหลง่ กเ็ สนอวา่ ผทู้ า้ ชงิ อกี คนมปี ญั หาดา้ นสขุ ภาพอยา่ งรา้ ยแรง
ในเวลารวดเรว็ และวงกวา้ ง ผลกระทบของขา่ วปลอม ทำ� ใหค้ นอเมริกนั สบั สนในขอ้ เท็จจรงิ ขา่ วปลอมท่ปี ล่อยออกมา
ยงั ทำ� ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ และสบั สนในสงั คม การจดั การ เช่นนี้อาจเปล่ยี นใจผ้มู ีสิทธลิ์ งคะแนนเสยี งในทศิ ทางตา่ ง ๆ ได้
กบั ขอ้ มลู ทไ่ี มเ่ ปน็ ความจรงิ และขา่ วปลอมเปน็ ปญั หา ข่าวโฆษณาชวนเช่ือของรัฐบาลเองก็มีผลกระทบต่อความคิด
ที่ซับซ้อนและจ�ำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกัน ของสังคมเชน่ กนั เช่น ข่าวช้นี �ำชกั ชวนให้ลงประชามติรับร่าง
ระหวา่ ง ภาคประชาสังคมและรฐั บาล นกั วิชาการ รฐั ธรรมนญู ไปกอ่ นหากตอ้ งการใหป้ ระเทศมกี ารเลอื กตง้ั โดยเรว็
รวมถงึ องคก์ รดา้ นเทคโนโลยีและสอื่ มวลชน และท�ำให้ประชาชนลดความสนใจที่จะอ่านเน้ือหาของร่าง
รฐั ธรรมนูญและสนใจการเลือกตง้ั มากกวา่
14 l รู้เทา่ ทนั ขา่ ว

ความร่วมมือจากภาคสว่ นต่างๆ
ในการจัดการขา่ วปลอม

ทางภาครัฐก็ได้ตระหนักถึงผลรา้ ยของข่าวปลอม จึงไดอ้ อก
มาตรการบงั คบั ทางกฎหมายเพ่อื ลงโทษผกู้ ระทำ� ผิด และได้
ให้ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายเพ่ือท่ีจะเตือนไม่ให้ผู้ใช้
งานอินเทอรเ์ น็ตตกเป็นเหยื่อของผไู้ ม่หวงั ดี เนอื่ งจากการนำ�
ขอ้ มลู ปลอม ขา่ วปลอม ไมว่ า่ จะเปน็ การปลอมทงั้ หมด หรือ
แค่บางส่วน หรอื ขอ้ มลู อันเปน็ เทจ็ เขา้ สู่ระบบคอมพิวเตอร์
หรอื แม้แต่การแชร์ หรือสง่ ต่อข้อมลู อนั เปน็ เทจ็ เหล่านน้ั ล้วน
มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ ซงึ่ เปน็ ความผดิ ทไ่ี มส่ ามารถ
ยอมความได้

รอ้ ยละ ส่ือสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ อยู่ใน
สถานะผู้เผยแพร่เนอื้ หาดิจทิ ลั จากการศกึ ษาพบว่าขา่ วปลอม
54.2 ถกู เผยแพรผ่ า่ นสอ่ื เหลา่ นเ้ี ปน็ อยา่ งมาก บา้ นสมเดจ็ โพลรายงาน
ว่าระบผุ ใู้ ช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ในกรงุ เทพมหานครเจอข่าวปลอม
จากส่อื เฟซบุก๊ มากท่สี ดุ คือ รอ้ ยละ 54.2 เพือ่ ลดจ�ำนวน
การแพร่กระจายข่าวปลอม ผ้ใู ห้บรกิ ารสือ่ สงั คมออนไลนจ์ งึ
ไดม้ แี นวปฏิบัติตา่ ง ๆ เพ่อื ผูใ้ ชง้ านจะได้รับข้อมลู ทมี่ คี ุณภาพ
เช่น เฟซบกุ๊ ลดจำ� นวนการเข้าถึงเนื้อหาท่ีเป็นขา่ วปลอมและ
คลกิ เบท ทวติ เตอรม์ ีการลบทวตี ท่พี สิ จู น์ได้วา่ เปน็ ฝมี ือบอท
รวมถงึ การลบแอคเคานทป์ ลอม

อกี หนง่ึ วธิ ใี นการจัดการกบั ข่าวปลอมและปอ้ งกนั ความสบั สน
ในขอ้ มลู ขา่ วสารทมี่ อี ยมู่ ากมายบนโลกอนิ เทอรเ์ นต็ คอื การเสนอ
ขอ้ มลู ขา่ วสารทป่ี ระกอบดว้ ยขอ้ เทจ็ จรงิ ผา่ นการตรวจสอบแลว้
เพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จที่ก�ำลังเผยแพร่อยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ
ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนได้พยายามเสนอข้อมูลข่าวสารท่ี
เชอ่ื ได้ เพอื่ ลดความสบั สนทเ่ี กดิ จากการนำ� เสนอของขา่ วปลอม
และเปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถาม ตรวจสอบข่าวท่กี ำ� ลงั
เผยแพร่อยใู่ นโลกออนไลน์ เชน่ ศนู ย์ชวั รก์ อ่ นแชร์ ของสำ� นกั
ข่าวไทย อสมท.

News Literacy l 15

สรา้ งทกั ษะรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วเพอื่ รบั มอื กบั ขา่ วปลอม

ถึงแม้ว่าปัญหาข่าวปลอมจะได้รับการดูแลและ ใชว้ จิ ารณญาณในการรบั ขา่ วสาร เปดิ รบั แหลง่ ขา่ วท่ี
จัดการจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ เชน่ การออกกฎหมาย นา่ เชอ่ื ถอื สามารถแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ความคดิ เหน็
ลงโทษของภาครัฐ การกำ� กบั ดแู ลกนั เองของภาค ออกจากกันได้ รู้ถึงเจตนาท่ีต้องการส่ือในข่าว
อุตสาหกรรม การให้ความรู้และข้อเท็จจริงของ เมอื่ ผรู้ บั ขา่ วสารรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว กจ็ ะทำ� ใหล้ ดจำ� นวน
ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนที่เป็นมืออาชีพ การแชรแ์ ละแพร่กระจายของขา่ วปลอมได้
และการวางนโยบายการใชง้ านของ
ผ้เู ผยแพรเ่ น้ือหาในส่อื สังคมออนไลน์ เฟซบกุ๊ ประเทศไทย รว่ มกบั คณะนเิ ทศศาสตร์
แตส่ ง่ิ ทน่ี า่ กงั วลคอื ความไมร่ เู้ ทา่ ทนั จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , สำ� นกั งาน
ข่าวสารของตวั ผู้ใชง้ านเองทต่ี ก คณะกรรมการการเลือกตัง้ (กกต.),
หลุมพรางของผ้สู รา้ งข่าวปลอม กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม
ดังนน้ั ผูร้ ับข่าวสารเองควรมที กั ษะ (ดอี )ี และศนู ยช์ วั รก์ อ่ นแชร์ สำ� นกั ขา่ วไทย
ในการรเู้ ทา่ ทนั สอื่ สามารถวเิ คราะห์ อสมท. ไดใ้ หค้ ำ� แนะนำ� ผใู้ ชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็

ในการเรยี นรวู้ ธิ สี งั เกตขา่ วปลอม ดงั ตอ่ ไปน้ี

16 l รู้เทา่ ทันขา่ ว

News Literacy l 17

ข่าวจรงิ ขา่ วปลอม

• มาจากแหล่งขา่ วท่นี า่ เช่ือถอื • มาจากเว็บไซต์ทีไ่ มค่ ้นุ ชอ่ื
• พาดหวั มที ศิ ทางเดยี วกบั เนอื้ ขา่ ว • พาดหวั เรา้ อารมณห์ รอื ไมไ่ ป
VS• มชี อ่ื ผรู้ บั ผดิ ชอบหรอื ผเู้ ขยี นขา่ ว ทางเดยี วกับเนือ้ ข่าว
• ไม่มชี อ่ื ผูเ้ ขยี นขา่ ว
• URL เขา้ กนั ไดก้ ับแหลง่ ขา่ ว • URL ดแู ปลก ๆ หรอื เขา้ กนั ไมไ่ ด้
• บอกวันทที่ ่ีลงข่าว
• เมอื่ กดเขา้ ไปดลู งิ คอ์ น่ื ๆ สามารถ กับแหลง่ ขา่ ว
ย้อนไปทแี่ หลง่ ข่าวต้นสังกัดได้ • อาจลงวนั ท่ีเก่า ๆ หรอื ไม่ได้
บอกเลย
• ไมส่ ามารถกดลิ้งคย์ ้อนไปหา
แหล่งข่าวตน้ สงั กดั ได้

ทกั ษะการรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว เปน็ เรอ่ื งสำ� คญั ทพี่ ลเมอื งดจิ ทิ ลั ควรไดร้ บั การเรยี นรแู้ ละฝกึ ฝนเพราะวา่ ในยคุ
ข้อมูลข่าวสาร ผรู้ ับขา่ วตอ้ งร้จู กั ประเมินไดว้ า่ อะไรจรงิ หรือไมจ่ ริงและรู้จกั วิเคราะห์ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ที่ไดร้ ับมาอยา่ งระมัดระวัง ร้จู ักแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ออกจากความคดิ เห็น และรู้จักตรวจสอบขอ้ มลู
ทไ่ี ดร้ บั มาจากหลาย ๆ แหลง่ เพอื่ ทจ่ี ะไดก้ ลนั่ กรองขอ้ มลู ทน่ี า่ เชอื่ ถอื และหลากหลายในการประกอบ
การคดิ ตดั สินใจ และแสดงออกทางความคดิ เหน็ ในฐานะพลเมอื งในสงั คมประชาธปิ ไตย

18 l รู้เท่าทนั ข่าว

เอกสารอ้างองิ

เคล็ดลับในการสังเกตข่าวปลอม [online]. แหล่งท่มี า https://www.facebook.com/help/
188118808357379 [12 กมุ ภาพันธ์ 2562]
ใจดี โลกสวย เชอื่ คนงา่ ย!!! คนไทย 40% เชอ่ื ข่าวปลอมบนโซเชียลสงู สดุ ในภมู ิภาค [online].
แหลง่ ท่มี า https://www.brandbuffet.in.th/2017/10/kantartns-research-connected-life/
[11 กมุ ภาพนั ธ์ 2562]
นนั ทกิ า หนสู ม (2560). ลกั ษณะของขา่ วปลอมในประเทศไทยและระดบั ความรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม
บนเฟซบกุ๊ ของผรู้ บั สารในเขตกรงุ เทพมหานคร [online]. แหลง่ ทมี่ า http://dspace.bu.ac.th/
bitstream/123456789/3177/1/nuntika_noos.pdf / [15 กุมภาพันธ์ 2562]
ผลวจิ ัยช้ีคนวัย 65+ แชร์ขา่ วปลอม (Fake News) มากทส่ี ดุ [online]. แหล่งที่มา https://
vantage.in.th/2019/01/old-people-than-65-share-fake-news/ [13 กุมภาพันธ์ 2562]
พจิ ติ รา สคึ าโมโต.้ รจู้ กั ขา่ วปลอมในสอ่ื ออนไลน์ [online]. แหลง่ ทมี่ า https://m.facebook.com/
story.php?story_fbid=1528136010664438&id=191774957633890 [25 กมุ ภาพันธ์ 2562]
โพลระบคุ น กทม. เจอข่าวปลอม 65.1% จากเฟสบุค๊ และเร่ืองการเมอื งมากทส่ี ดุ [online].
แหล่งท่ีมา https://prachatai.com/journal/2018/09/78541 / [10 กุมภาพันธ์ 2562]
ETDA เปดิ พฤตกิ รรมผใู้ ชอ้ ินเทอรเ์ น็ตปี 61 คนไทยใช้เน็ตเพมิ่ 10 ชว่ั โมง 5 นาทตี ่อวนั
[online]. แหลง่ ทีม่ า https://www.etda.or.th/content/etda-reveals-thailand-internet-
user-profile-2018.html [10 กุมภาพันธ์ 2562]
Claire Wardle. Fake News. It’s complicated [online]. แหล่งทีม่ า https://
firstdraftnews.org/fake-news-complicated/ [16 กุมภาพนั ธ์ 2562] [10 กุมภาพนั ธ์ 2562]
Infographic: Beyond Fake News – 10 Types of Misleading News – eleven
Languages [online]. แหลง่ ทมี่ า https://eavi.eu/beyond-fake-news-10-types-misleading-info/
[20 กุมภาพนั ธ์ 2562]

News Literacy l 19


Click to View FlipBook Version