ห้องเรฝี นออนโลน์ By ครูอู๋ ไดฝใช้กระบวนการเรีฝนรู้ ONIE MODEL
สอดคลอ้ งกับรปู แบบการจัดการเรีฝนรไู้ ดฝใช้กจิ กรรมเป็นฐาน
(Activity-Based Learning)
ราฝวชิ ารูถ้ ันข่าวปลอม (Fake News)
รหสั วชิ า สค 0200036 ระดบั มธั ฝมศึกผาตอนปลาฝ
กศน.อาเภอพรานกระตา่ ย
สานกั งาน กศน.จงั หวดั กาแพงเพชร
สานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
รายงานผลการดาํ เนนิ งาน
นวตั กรรมการจดั การเรียนรูเ ชิงรุก (Active Learning )
1. ช่อื นวัตกรรม หองเรียนออนไลน By ครอู ู โดยใชกระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL
สอดคลอ งกับรปู แบบการจัดการเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
รายวชิ า รูทนั ขาวปลอม (Fake News) รหสั วชิ า สค 0200036 จาํ นวน 2 หนวยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุมสาระการพัฒนาสังคม
2. เจาของนวัตกรรม นายณัฐวฒุ ิ เหลา ลาภะ ตําแหนง ครผู ชู ว ย กศน.อําเภอพรานกระตา ย
สงั กัด สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดกําแพงเพชร
3. ความสาํ คัญของนวัตกรรม
เนื่องจากในปจจุบันเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยนแปลงไปอยาง รวดเร็วทําใหภาครัฐ
จําเปนตองปรับเปล่ียนวิธีการทํางานใหทันตอภาวการณปจจุบัน การปรับตัวของสังคมไดเปลี่ยนไปเขายุค
ศตวรรษ 21 ที่ตองทันขาวสารและขอมูลนวัตกรรมจึงมีสวนสําคัญตอการพัฒนา การพัฒนานวัตกรรมจึงเปน
สิง่ ที่หนวยงานควรใหค วามสําคัญ หนวยงานจะตองมีการพัฒนาตอยอดองคความรูเพ่ือใหเกิดเปนนวัตกรรมใน
การบริหารและการปฏิบัติงานใหมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน การศึกษาจึงจําเปนตองมีการพัฒนาเปล่ียนแปลงจาก
ระบบการศึกษาท่ีมีอยูเดิม เพื่อใหทันสมัยตอการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง
ไป อกี ทั้งเพ่อื แกไขปญ หาทางดานศึกษาบางอยางที่เกิดขึ้นอยางมีประสิทธิภาพ เชนเดียวกันการเปล่ียนแปลง
ทางดา นการศกึ ษาจงึ จาํ เปน ตอ งมกี ารศกึ ษาเก่ียว กับนวัตกรรมการศึกษาท่ีจะนํามาใชเพอแกไขปญหาทางการ
ศึกษาในบางเรื่อง เชน ปญหาท่ีเกี่ยวเนื่องกัน จํานวนผูเรียนที่มากข้ึน การพัฒนาหลักสูตรใหทันสมัย การ
ผลิตและพฒั นาสอื่ ใหมๆ ขึ้นมาเพื่อตอบสนองการเรียนรูของมนุษยใหเพิ่มมากขึ้นดวยระยะเวลาที่สั้นลง การ
ใชนวัตกรรมมาประยุกตในระบบการบริหารจัดการดานการศึกษาก็มีสวนชวยใหการ ใชทรัพยากรการเรียนรู
เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ในศตวรรษท่ี 21 มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตลอดจน
ความกาวหนาทาง เทคโนโลยี ทกุ ๆ ดา น กระแสการปรับเปลี่ยนทางสังคมที่เกิดข้ึนในศตวรรษที่ 21 สงผลตอ
วิถีการดํารงชีพของทุก คนในสังคมอยาง ทั่วถึง ครูจึงตองเตรียมพรอมในการจัดการเรียนรูเพื่อเตรียมความ
พรอมใหน ักเรยี นมีทักษะสําหรับ ในการดํารงชีวติ ในศตวรรษที่ 21 ที่เปลยี่ นไปจากศตวรรษท่ี 19 และ 20 จาก
บทความเร่ืองวิถีการสราง การเรียนรูเพ่ือศิษย เขียนโดย ศ.นพ.วิจารณ พานิช (2555: 18-21) ไดกลาววา
การศกึ ษาในศตวรรษท่ี 21 ทีค่ นทกุ คน ตองเรยี นรูตัง้ แตชั้นอนุบาลไปจนถงึ มหาวทิ ยาลยั และตลอดชีวิต คือ 3R
8C ซึ่งการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 จะตอง เปนการเรียนรูภายใตบริบทการสอนความรูวิชาหลัก ควบคูไปกับ
การเรียนรูทักษะที่จําเปน และหนึ่งในทักษะที่สําคัญ ใน 8C ท่ีมีความจําเปนและถูกกลาวถึงในการพัฒนา
ผูเรียน ไปสูศตวรรษท่ี 21 ไดแ ก ทักษะดานการคดิ อยางมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกปญหา ทักษะดาน
การสรางสรรคและนวัตกรรม ทักษะดานการเขาใจตางวัฒนธรรม ทักษะดานการสื่อสาร สารสนเทศและรูเทา
ทนั ส่อื ทกั ษะดานคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร จะเปนตัวกําหนดความพรอมของ
ผูเรยี นเขาสโู ลกการทาํ งานทม่ี ีความซับซอ นมากขนึ้ ในปจจบุ ัน
กระทรวงศึกษาธิการ จึงไดกําหนดนโยบายและจุดเนนการจัดการศึกษา โดยยึดกรอบการ ปฏิรูป
การศึกษา นอมนําพระราชกระแสของสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 10 ดานการศึกษา ที่จะตอง มุงสราง
พื้นฐานใหเด็ก เยาวชน และผูเรียนมที ัศนคติทถ่ี กู ตองในเรื่องสถาบนั หลกั ของชาติ สรางพ้ืนฐาน ชีวิต (อุปนิสัย)
ท่ีเขมแข็ง สรางความรู ทักษะเพื่อใหมีอาชีพ มีงานทํา และไดนําเปาหมายของ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป
(พ.ศ.2561-2580) ดานการเสริมสรางศักยภาพและทรัพยากรมนุษย ที่มุงให คนไทยเปนคนดี คนเกง
มีคุณภาพ พรอมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษท่ี 21 และยึดเจตนารมณของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 ที่สําคัญไดยึดวัตถุประสงคของการปฏิรูป การศึกษา ภายใตแผนปฏิรูปประเทศดาน
การศึกษา ในประเด็นสําคัญคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใตหลักการจัดการศึกษาใหสอดคลองกับ
ทศิ ทางการพฒั นาประเทศ และการเปลยี่ นแปลง ของสังคมโลกและกําหนดใหครูและผูเรียนสรางกระบวนการ
เรียนรูรวมกัน จัดการเรียนรูแบบองครวม จัดแหลงเรียนรูเพื่อพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ โดยมีการปรับปรุง
หลักสูตรแกนกลางใหมีความทันสมัย และสอดคลองกับสภาพสังคมท่ีเปลี่ยนแปลงไป อีกท้ังยังมีการสงเสริม
และพัฒนาครูผูสอนใหสามารถ จัดการเรียนรูแบบ Active Learning ท้ังน้ีเพ่ือใหการศึกษาของไทยมีความ
ทันสมัยและสามารถแขง ขัน กับนานาประเทศได โดยกาํ หนดนโยบายใหสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด
จัดทําแผนและ ขับเคลื่อนสูการปฏิบัติในการจัดการศึกษาในแตละจังหวัดใหเปนรูปธรรม (สํานักงาน
ปลัดกระทรวง ศกึ ษาธกิ าร 2562)
การจัดการเรียนรู ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
มงุ เนน การ จดั การเรียนรูตามปรัชญา “คิดเปน” และยึดหลักวาผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง
ได ผูเรียนแตละคนมีธรรมชาติที่แตกตางกัน ทั้งดานวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู
ตลอดจนมีการดําเนินชีวิตและ สิ่งแวดลอมที่แตกตางกัน ซ่ึงสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน ดังนั้นการจัดการ
เรียนรูจึงตองยึดผูเรียนเปนสําคัญ เพ่ือสงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ
เต็มตามศักยภาพที่มีอยู และเรียนรูอยางมี การพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความเหมาะสมสอดคลองกับสภาพปญหา
และความตองการของบุคคล ซึ่งเปนผูมีความรูและประสบการณจากการทํางานและการประกอบอาชีพ โดย
กําหนดสาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู การจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล ใหความสําคัญกับการ
พฒั นากลมุ เปา หมายดา นจติ ใจ ใหม คี ณุ ธรรม ควบคไู ปกบั การพฒั นาการเรียนรู สรา งภูมคิ ุม กัน สามารถจัดการ
กับองคความรู ท้ังภูมิปญญาทองถิ่น และเทคโนโลยี เพื่อใหผูเรียนสามารถปรับตัวอยูในสังคมที่มีการ
เปล่ยี นแปลงอยูต ลอดเวลา สรางภูมคิ มุ กันตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมท้ังคํานึงถึงธรรมชาติการ
เรียนรูของผูเรียน ที่อยูนอกระบบโรงเรียน และสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง
ความเจริญกาวหนาของเทคโนโลยแี ละการสือ่ สาร ในปจ จบุ นั
จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเก่ียวกับกลุมสาระการเรียนรู การพัฒนาสังคม ในการใช
เทคโนโลยี ของนักศกึ ษา กศน.อาํ เภอพรานกระตาย ในภาคเรียนที่ 2/2564 พบวามีผูเรียนใหความสนใจใน
วิชาเกยี่ วกบั เทคโนโลยี ในการจดั การเรียนการสอนและ ยงั พบอกี อยางวาผูเรียน ของ กศน.มีชวงวัย อายุ และ
วุฒิภาวะท่ีตางกันเปนชวงวัยในการทํางาน ทําใหเปนอุปสรรคในการเรียนรูในรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
พบกลุม ผเู รยี นสวนใหญไ มสามารถมาเรียนพรอมกับเพื่อนได เพราะตองทํางานเปนสวนใหญ และนอกจากน้ี
ยังพบพฤติกรรมของผูเรียนบางคนท่ีไมสนใจเรียน เลนโทรศัพทในเวลาเรียน ขาดทักษะการทํางานกลุม
สงเสียง ดังรบกวนเพอ่ื นในหองทต่ี ้ังใจเรียน และรบกวนครูผูสอน ดังนั้น ขาพเจา จึงมุงสงเสริม พัฒนา ผูเรียน
ใหมีความรูเกิดทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เนนการเรียนรูผานการลงมือทําเพ่ือใหนักเรียน เกิดความรู
ความเขาใจเกี่ยวกับสาระการเรียนรูการพัฒนาสังคม สามารถนําองคความรูมาเช่ือมโยงกันในแตละรายวิชา
การเรียนรู นําไปสกู ารประยกุ ตใ ชไ ดจ ริงและรูทันเทคโนโลยี สามารถนําเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเพมิ่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ของผูเรียน ใหสูงขึ้นกวาที่กําหนด ในการจัดการเรียนการสอนแบบกิจกรรม
พัฒนาผูเรียนควบคูกับการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน ดังน้ันขาพเจาจึงมีแนวคิดในการสรางและ
พัฒนาสื่อในการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จํานวน 2 หนวยกิต สําหรับ
ผูเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนใน ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 เพื่อเพ่ิม
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของนกั ศกึ ษา กศน.อําเภอพรานกระตา ยและนกั ศึกษาผทู ี่สนใจท่ัวไป
4.วตั ถุประสงคก ารดําเนนิ งาน
1) เพ่อื พฒั นาพฤติกรรมการเรยี นโดยใชท กั ษะกระบวนการคดิ เปน อยางมีประสิทธภิ าพของผูเรียน
2) เพ่ือใหผูเรียนเกิดทักษะ คิดเปนอยางเปนระบบ สามารถคนควาสรางองคความรู ดวยการสืบ
เสาะหาความรู เกดิ ทักษะการใชเทคโนโลยี
3) เพ่ือใหผูเรียนเกิดความคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ การคิดแกปญหา สามารถ
ตดั สนิ ใจและแกป ญหาอยา งเปน ระบบ
5.กลุมเปาหมาย
1 เชิงคุณภาพ
ผูเรียนมีความรูความเขาใจ ในรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036
เร่อื ง การรเู ทาทนั ขา ว และสามารถนําความรูไ ปใชแ ละแกป ญ หาได ไมนอยกวารอ ยละ 80
2 เชงิ ปริมาณ
นกั ศึกษา กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย ทลี่ งทะเบียนเรียน ในรายวิชา รูทันขา วปลอม (Fake News)
รหสั วิชา สค0200036 จาํ นวน 36คน ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ในภาคเรยี นที่ 1/2565
6. แนวคิดทฤษฏีทเี่ กีย่ วขอ งกับการพัฒนานวตั กรรม
ศกึ ษาคน ควาแนวคิดทฤษฏีทส่ี อดคลองกับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อนําไปสู การจัดการเรียนรูเชิงรุก
( Active Learning ) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับ
รูปแบบการจัดการเรยี นรูโ ดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวย
ตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัดข้ึนอยางเปนระบบตามปรัชญา “คิดเปน” ท่ีนําข้ันตอนในการจัด
กระบวนการเรียนรู ONIE MODEL มาประยุกตใชในรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning) ดังน้ี
ขัน้ ที่ 1 กําหนดสภาพ ปญหา ความตอ งการในการเรยี นรู (O: Orientation)
ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาขอมลู และจดั การเรยี นรู (N: New ways of learning)
ขั้นที่ 3 ปฏิบตั ิและนาํ ไปประยกุ ตใ ช (I: Implementation)
ขั้นที่ 4 ประเมนิ ผลการเรียนรู (E: Evaluation)
องคประกอบตางๆ เหลานี้ถูกนํามาเปนประเด็นในการกําหนดกระบวนการจัดการเรียนรู เปนการ
รวบรวมเน้ือหาสาระของวิชาการตางๆ ท่ีมีลักษณะเหมือนกัน หรือคลายกัน ใหเชื่อมโยงสัมพันธเปนส่ิง
เดียวกัน โดยการต้ังเปนหัวเรื่องขึ้นใหม และมีหัวขอยอยตามเนื้อหาสาระท่ีสามารถจัดการเรียนรู เปนเรื่อง
เดยี วกนั ได และยังใหโอกาสกับผูเรียนในการปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเองใหมากที่สุด มีกิจกรรมการเรียนรู ท่ี ใช
หลากหลายวิธี และดวยองคประกอบท่ีสอดคลองกับเนื้อหาสาระดังกลาวนี้จึงขอเรียกกระบวนการ จัดการ
เรยี นรนู ้ีวา การจัดกระบวนการเรียนรูโ ดยใช “ONIE MODEL”
แมกระบวนการจัดการเรียนรูอยางเปนขั้นเปนตอนตามรูปแบบ ONIE จะสามารถอธิบายไดอยาง
ชัดเจนถึงการบูรณาการเนื้อหาสาระของวิชาตางๆ ไดแลว สิ่งที่ควรคํานึงถึงและความสําคัญอยางยิ่งในการ
เชื่อมโยงความสัมพันธเพื่อนําไปสูการคนควาหัวขอองคความรู ใหม เพ่ือมาวิเคราะห สังเคราะหสูการ แก
ปญหาเพอื่ ให พบความสุข ซงึ่ บคุ คลสามารถรู จักตนเอง แสวงหาความรู ปรับประยุกตใช ใน ชีวิตประจําวันได
อยางลงตัว และรากฐานของความเชื่อตามแนวพระพุทธศาสนา ที่สอนใหบุคคลสามารถ พนทุกข และพบ
ความสุขไดดวยการคนหาสาเหตุของปญหา สาเหตุของทุกข ซ่ึงจะสงผลใหบุคคลนั้น สามารถอยูในสังคมได
อยางมคี วามสุข เปน บคุ คลทีเ่ รยี กวาเปนผู “คดิ เปน”
ความหมายของ “คดิ เปน” โกวทิ วรพิพฒั น ไดใหคําอธิบายเก่ียวกับ “คิดเปน” วา “บุคคลท่ีคิดเปน
จะสามารถเผชญิ ปญหาใน ชีวติ ประจําวันไดอยางมีระบบ บุคคลผูนี้จะสามารถพินิจพิจารณาสาเหตุของปญหา
ท่ีเขากําลังเผชิญอยู และสามารถรวบรวมขอมูลตาง ๆ ไดอยางกวางขวางเกี่ยวกับทางเลือก เขาจะพิจารณา
ขอดีขอเสียของแต ละเรื่อง โดยใชความสามารถเฉพาะตัวคานิยมของตนเอง และสถานการณท่ีตนเองกําลัง
เผชิญอยู ประกอบการพิจารณา” การ “คิดเปน” เปนการคิดเพื่อแกปญหา คือ มีจุดเริ่มตนท่ีปญหาแลว
พิจารณา ยอนไตรต รองถึงขอ มูล 3 ประเภท คือขอมูลดวยตนเองชุมชน สังคม ส่ิงแวดลอม และขอมูลวิชาการ
ตอจากน้ันก็ลงมือกระทําถาหากสามารถทําใหปญหาหายไป กระบวนการก็ยุติลง แตหากบุคคลยังไมพอใจ
แสดงวา ยังมีปญ หาอยู บุคคลก็จะเริ่มกระบวนการพิจารณาทางเลือกใหมอีกครั้ง และกระบวนการน้ียุติลง เม่ือ
บุคคลพอใจและมีความสุข เม่ือบุคคลตองการความสุข จึงตองมีการแสวงหา แตความตองการของแต ละ
บุคคลยอมแตกตางกัน บุคคลจะมีความสุขไดบุคคลนั้นจะตองมีความผสมกลมกลืนกันไดกับสังคมและ
ส่ิงแวดลอม นั่นคือการปรับตัวใหเขากับสังคมและส่ิงแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา จึงจะเรียก ไดวา
“คนคิดเปน” น่ันคือเปนผูที่รูจักปญหาเร่ืองทุกข รูจักสาเหตุแหงทุกข ซึ่งมีอยูในตนเอง และ สภาพแวดลอม
รูจ กั การวิเคราะหหาวิธีดับทกุ ขจากวิชาการและประสบการณ และสามารถใชกลวิธีที่ เหมาะสมในการดับทุกข
จึงจะเกิดความสุข ถายังไมเกิดความสุขก็ตองยอนกลับไปพิจารณาขอมูลท้ัง 3 ดาน คือ ตนเอง สังคมและ
ส่ิงแวดลอม และดานวิชาการใหมอีกครั้ง จนกวาจะพอใจ นั่นคือพบกับความสุข ตามท่ีตนตองการ ดังผัง
กระบวนการคดิ ดังตอ ไปนี้
แผนภูมิ กระบวนการแกไขปญหาของคน “คิดเปน ”
จะเหน็ ไดวาการจัดกระบวนการเรียนรโู ดยใช ONIE MODEL ลวนใชพื้นฐานจากปรัชญา “คิดเปน” ท้ังสิ้น
ตามหลักการพ้ืนฐานของปรัชญาคิดเปนเชนเดียวกัน คิด จนรอบคอบ พบความสุข แกปญหาได จึงนําความรู
ที่ไดไปปรับประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดอยาง เหมาะสมตามรูปแบบของ ONIE ในสวนของการนําไปใช
(Implementation) ข้ันสุดทายคือข้ันประเมินผล บทสรุปของปรัชญาคิดเปน และการจัดกระบวนการเรียนรู
โดยใช ONIE MODEL จบลงดวยการประเมินผล หากยังไมพอใจปรัชญาคิดเปน ตองยอนกลับไปไตรตรองหา
เหตผุ ลจากสามองคป ระกอบใหม จนสามารถ แกป ญ หาได พบความสุขตามความพอใจของบุคคล เชนเดียวกับ
รูปแบบ ONIE ซงึ่ จะตองจัดการเรียนรใู ห เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีตั้งไว ในการจัดการเรียนการสอน รายวิชา
รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 ท่ีมีสวนประกอบหนวยการเรียนรูท่ีนักศึกษา กศน.
ตองเรียนรูและทําความเขาใจเกี่ยวกับเนื้อหาในสวนตางๆ ท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite แบบพบกลุม
ดวยกระบวนการจดั การเรยี นการสอน โดยการจดั กจิ กรรมพัฒนาผูเ รียน เรอ่ื ง รูเทาทนั สือ่ เพ่ือจดั การเรียนการ
สอนใหกับผูเรียนไดมี ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันสื่อ และเพ่ือเพ่ิมศักยภาพและผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน ของนักศึกษา กศน.อําเภอพรานกระตาย จึงไดจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบหองเรียน
ออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพรานกระตา ยเพ่ิมเตมิ ใหกบั ผูเ รียน เนื่องจากผูเรียน กศน.สวนใหญเปนผูเรียนท่ี
เรียนไปดวยทํางานไปดวย ไมคอยมีเวลามาเรียนในช้ันเรียนไดตามปกติ เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูอยางตอเนือง
นอกจากนี้ ในการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การเรียนที่บานจึงเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่งที่ตองเรียนรูใหทัน
ตอ สถานการณอยูเ สมอ ขาพเจา จึงไดคดิ คน การจดั การเรียนการสอนที่ทันสมัยและสามารถเรียนรูไดตลอดตาม
ความตองการของผูเรียน สามารถลดภาระการเรียนรูใหกับผูเรียนที่ไมมีเวลาวาง ซ่ึงตองทํางานในเวลา
กลางวนั และลดคา ใชจ า ยใหผูเรียนศึกษาทย่ี ากจน ซง่ึ องคป ระกอบของการจัดการเรยี นการสอนในรูปแบบการ
พบกลุม ควบคูกับการจัดกระบวนการสอนผานระบบออนไลนโดย หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอ
พรานกระตาย เปนการจัดการเรียนรูที่ผสมผสานองคความรูรวมกับ นวัตกรรมการเรียนรูและเทคโนโลยีที่
ทนั สมัย มรี ปู แบบการสอนทีห่ ลากหลายและเปนกระบวนการในการจัดการเรยี นรูเชิงรุก (Active Learning)
7 ขั้นตอนของการออกแบบหรือพัฒนานวัตกรรม
ออกแบบและพัฒนา หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL
สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับ
การศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) องคประกอบของการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน และข้ันตอนการ
ออกแบบในการพัฒนา สรุปไดดงั น้ี
1. ผูสอน (Instructor) เปนผูถายทอดเน้ือหา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอนใน
ผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เรื่อง รูเทาทันส่ือ เพื่อจัดการเรียนการสอน
ใหกับผูเรียนไดมี ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันส่ือ และจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบ
หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนที่ครูผูสอนสอนยังไม
ครอบคลุม องคความรูตางๆใหกับผูเรียนใหเกิดความเขาใจใน เน้ือหาประสบการณ เพ่ิมมากขึ้น มีสวนทําให
การสอนออนไลนบรรลุเปาหมาย ซ่ึงบทบาทของ ผูสอนเปนผูใหคําแนะนํา (Guide) พี่เลี้ยง (Mentor) อํานวย
ความสะดวก (Facilitators) เพื่อเพ่มิ ศักยภาพของผเู รียนในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะ
ดานความรูที่ใชในการทํางาน ความสามารถในการใชเทคนิคตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ี
เหมาะสม เพือ่ สง เสริมกระบวนการจัดการเรยี นรไู ดอ ยางมีประสิทธภิ าพ
2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เนื้อหาและองคความรูจากผูสอนที่
กําหนดขอบขายเนื้อหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปล่ียนและแสดงความ
คิดเห็นภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการเรียนเพิ่มเติม ทําใบงาน จาก
หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย ซึ่งผูเรียนจําเปนตองมีความพรอม ในดานการใช
เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ การรูเทาทันสื่อ (Digital Literacy) สามารถสืบคน วิเคราะหขอมูล ประเมินเน้ือหา
อยางเปนระบบ โดยใชวิจารณญาณในการตัดสนิ ใจเก่ียวกบั ขอมูลไดอ ยา งเหมาะสม มีการเตรียมความพรอมใน
การเรียนรู เชน การศึกษาขอบเขตของเนื้อหากอนเขาเรียน การสืบคนขอมูลท่ีเก่ียวของ กับการเรียนรูจาก
แหลงเรียนรูตางๆ การเตรียมระบบเครือขายอินเตอรเน็ตใหพรอมใชงาน สําหรับการเรียนที่เหมาะสม การ
ติดตอสื่อสารแบบดิจิทัลกับผูสอนเพื่อใหสามารถมีปฏิสัมพันธกับผูสอนได เหมาะสม รวมท้ังมีความฉลาดทาง
อารมณใ นการใชสอ่ื (Digital Emotional Intelligence) อยางเหมาะสม เชน การแบงปนขอมูลขาวสารใหกับ
คนอ่ืน การมีน้ําใจในโลกออนไลน ฯลฯ รวมท้ังควรเปนผูที่มีความรับผิดชอบในการเรียนรูดวยตนเอง และมี
คุณธรรม จริยธรรมในการเรียนรู มีสวนรวมในการเรียน การสงงาน ตามกําหนด มีการทบทวนความรูอยาง
สมาํ่ เสมอ เพอ่ื ใหผเู รยี นไดรับประโยชนจากการเรียนการสอนแบบ ออนไลนเพิ่มขึ้น ประสบการณการจัดการ
เรียนการสอนแบบออนไลน ผูเรียนยังมีปญหาขาดความเขาใจในการเขาใชงานความพรอมของอุปกรณรองรับ
และระบบเครือขายอินเตอรเน็ต ภายหลังที่ผูสอนใหคําแนะนําในการเตรียมความพรอม สําหรับการเรียนรู
พบวาผูเรียนสามารถปรับตัวเขากับการเรียนการสอนแบบออนไลนเพ่ิมมากข้ึน มีการเขาเรียนออนไลนผาน
โปรแกรมตางๆ ไดอยางคลองแคลว รวมทั้งมีการเตรียมความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิดการ
แลกเปลยี่ นเรียนรูใ นระหวางการเรยี น รว มกับผูสอนและเพ่อื นรวมชน้ั เรยี น
3. เนอ้ื หา (Content) เปน สว นสําคญั ท่ีทาํ ใหก ารเรียนการสอนบรรลุตามวัตถปุ ระสงค เนื้อหา มีการ
ออกแบบโครงสรา งตามวตั ถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาเพ่ือเปนระบบนําทาง เชื่อมโยงไปสู
เนื้อหาตางๆในบทเรียน สําหรับขอความของเน้ือหาควรมีความชัดเจน กระชับ เขาใจงาย มีการปรับปรุงให
ทนั สมยั อยตู ลอดเวลา เพ่อื ใหผูเรียนศกึ ษาทาํ ความเขา ใจไดด ว ยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการ
เชือ่ มโยงกัน และเนอื้ หาในบทเรียนสามารถทีจ่ ะสงเสริมให ผูเรียนศึกษาคนควาเพ่ิมเติมไดภายหลังจากการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยกระบวนการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ไดที่หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.
อาํ เภอพรานกระตายและจากแหลง เรียนรูตางๆ
4. ส่อื การเรยี นและแหลงเรียนรู(Instructional Media & Resources) ถือวามีความสําคัญเปนอยาง
ย่งิ ตอ การจัดการศึกษา ส่อื การสอนท่ีดีจะเปนสวนชวยใหผูเรียนสามารถทําความเขาใจในเน้ือหา ขณะท่ีเรียน
ได ส่ือที่ใชใ นการสอนทีม่ คี วามแปลกใหม เพ่อื ดึงดูดความสนใจของผเู รียนและกระตนุ การเรียนรู ไมวาจะเปน
วิดีโอ ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหว สถานการณจําลอง บทความวิชาการ ฯลฯ ครูผูสอนเลือกใชส่ือใหเหมาะสม
เชน ขนาดตวั หนงั สอื สี ความคมชดั ของรปู ภาพ ความถกู ตองของขอมูล รวมท้ังสื่อท่ีนํามาใชมีความสอดคลอง
กับเน้ือหาของรายวิชาเพ่ือใหผูเรียนเกิดความเขาใจเพ่ิมมากข้ึน นอกจากนี้แหลงเรียนรู (Resources) ไดแก
หนังสือ ตํารา E-book หองสมุด เปนทางเลือกท่ีทําใหผูเรียนสามารถ เขาถึงสื่อการเรียนรู ดวยการสืบคน
ขอมูลเพ่ิมเติมเพื่อนํามาประกอบการเรียน ซ่ึงแหลงเรียนรูควรมีความหลากหลายใหผูเรียนสืบคนไดอยาง
เพียงพอทําใหผูส อนไมจาํ เปน ตองใสเนื้อหาในบทเรยี นทงั้ หมด
5. กระบวนการจัดการเรียนรู (Learning Process) เปนกระบวนการออกแบบการเรียนรูใหกับ
ผูเรียนตามหัวขอ วัตถุประสงค เนื้อหา ส่ือการสอน กิจกรรมการเรียนรู วิธีการวัดประเมินผล โดยอาศัย
เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจัดการเรียนรูภายใตกระบวนการวิเคราะห (Analysis) วางแผน
ออกแบบ (Planning Design) นําไปใช (Implement) พัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation)
หลักสูตรการเรียนรูใหกับผูเรียน ซ่ึงกระบวนการจัดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพ ควรสงเสริมใหผูเรียนได
สามารถนาํ เนอื้ หาไปประยุกตส กู ารเรยี นรตู ามสภาพจรงิ (Authentic Learning)
6. การวัดและการประเมินผล (Measurement and Evaluation) จําเปนตองมีการวัดและ
ประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมินผลทั้งระหวางเรียน (Formative Assessment) เชน การตั้งคําถาม การ
สังเกตพฤติกรรมผูเรียน สะทอนคิด เปนปลาย และภายหลังจัดการเรียน (Summative Assessment) เชน
การทดสอบ ดวยแบบทดสอบตางๆ เพื่อตรวจสอบความเขาใจของผูเรียน ประสิทธิผลของการเรียน เพ่ือ
สะทอ น ความสามารถ การเรยี นรขู องผเู รยี น ซึง่ ควรมคี วามหลากหลาย เพื่อวัดประเมินผลผูเรียนใหสอดคลอง
ตามสภาพจริง อยางไรก็ตามผูสอนจําเปนตองออกแบบเคร่ืองมือวิธีการวัดและประเมินผลใหมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งควรมีการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมในการทดสอบออนไลน เพ่ือปองกันการทุจริตในระหวางการสอบ
จากประสบการณการจัดทดสอบแบบออนไลน พบวาปญหาของการทุจริตในการทําขอสอบมีนอย เน่ืองจาก
ผูสอนมีการกําหนดวิธีการสอบชัดเจนมีระบบการจัดเรียงขอสอบแบบสุม ทําใหการเรียงลําดับขอสอบแตละ
ชุดท่ีสงใหผูเรียนทําการสอบนั้น จะไมเหมือนกัน พรอมท้ังมีเวลาเปนตัวกําหนดการส้ินสุดใชงานในระบบ
และผเู รยี นตอ งเปด กลองเพอ่ื การทดสอบใหผูสอนไดสังเกตพฤติกรรมของผูเรียนแตละคนได
8 ขัน้ ตอนการใชน วตั กรรมและกระบวนการจดั การเรียนรู
การเรียนรูท่ีเนนผูเรียนเปนสําคัญและการมีสวนรวมของผูเรียนในการจัดการเรียนรูเชิงรุก
( Active Learning ) มีข้ันตอนในการพัฒนาการใชรูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning)
หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการ
เรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) รายวิชารูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา
สค0200036 เรื่อง การรูเ ทา ทนั ขาว ควบคกู บั การศึกษาเรยี นรดู ว ยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัด
ขึ้นอยางเปนระบบตามปรชั ญา “คิดเปน” มี ข้ันตอน ดงั นี้
8.1 กระบวนการจัดการเรียนการสอน ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดย
ใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
ข้ันท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตอ งการในการเรียนรู
1) ครูกลาวทักทายผูเรียน และซักถามผูเรียนเปนรายบุคคลเกี่ยวกับ ขาวในปจจุบันท่ีผูเรียนไดดู
ขา วเม่ือเชา ท่ีผา นมา เพอื่ กระตนุ ความสนใจกบั ผเู รยี น
2) ครูช้ีแจงกรอบรายละเอียดรายวิชารูทันขาวปลอมใหผูเรียนกอนเร่ิมกิจกรรมการเรียนการสอน
ครูใหผเู รียนทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น
3) ครูสนทนากับผเู รียนถงึ วิธีการศกึ ษาและการติดตามขา วและแบงกลมุ ผูเรียน
4) ครใู หผูเรียนดูคลปิ วีดีโอ เรื่อง เปดใจเหยื่อโซเชียล ชายสวมรองเทามี
รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI
5) ครูกระตุนความคิดของนักศึกษาโดยใชคําถามวา จากที่ผูเรียนไดดู คลิปวีดีโอท้ัง เม่ือสักครูนี้
แลว ผูเรียนไดเรียนรูอะไรจากคลิปวีดีโอท้ัง โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดง
ความคิดเห็น
6) ครเู ชือ่ มโยงคาํ ตอบของผูข องผูเ รยี น จากน้ันตอวา หากผูเรียนเจอเหตุการณ และสถานการณที่
เกดิ ขึ้นแบบนี้ ผเู รยี นจะตัดสนิ ใจอยา งไร
7) ครูใหผูเรียนแบงกลุมออกเปนกลุมละ โดยใชนันทนาการดวยเพลงในการแบงกลุมผูเรียน
ออกเปน กลมุ ๆทเ่ี ทา ๆกนั โดยใหคละชายหญิง
8) ครูใหผูเรียนแตละกลุมกําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละ
กลุมไดเลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปล่ียนและแสดง
ความคดิ เหน็ ภายในกลมุ
ขน้ั ที่ 2 การแสวงหาขอ มลู และการเรียนรู
1) ผูเรยี นแตละกลมุ ดูคลปิ วดี ีโอทค่ี รูเปด การรูเทาทนั ขาวปลอม Fake News EP 1 : ความรู
เกย่ี วกบั ขาวปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2) ผเู รยี นแตละกลมุ ดูวดิ ีโอท่ีครูเปด การรูเ ทาทันขา วปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว
ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3) ผูเรยี นแตล ะกลุมดวู ิดีโอที่ครเู ปด การรเู ทาทันขา วปลอม Fake News EP 3 : วิธตี รวจสอบขา ว
ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4) ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผูเรียนแตละกลุม ผูเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายในกลุมตัวเอง
และเขียนขอมลู ท่ีกลุมตัวเองไดไ ปศึกษาเรื่องรทู ันขา วปลอม โดยใหผ ูเรียนทกุ คนไดม ีสว นรวมในการแลกเปลี่ยน
และแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุม จากที่ผูเรียน ไดหัวขอในการเรียนรู จากใบความรูและสื่ออินเตอรเน็ต โดย
ใหเ วลาแตละกลุม จาํ นวน 30 นาที ในการอธปิ รายกลุม
ข้นั ที่ 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกตใ ช
1) ผูเรยี นแตล ะกลมุ นําเสนอผลงานหนาหองเรยี น
2) ครูและผูเ รยี นรว มกนั สรุปจากผลงานที่ผเู รียนในแตละกลมุ นําเสนอ
ขน้ั ที่ 4 การประเมินผล
1) ครูประเมินพัฒนาการเรยี นรูของผเู รยี นจากการนําเสนอผลงาน
2) ครใู หผูเรยี นเลน เกมส kahoot เกมสตอบคาํ ถาม เพ่ือประเมินความรขู อง
ผเู รียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เรื่องรทู ัน
ขาวปลอม Fake News และมอบรางวลั ใหก บั ผูเ รียนท่ีไดคะแนนสงู สุด 3 อนั ดับแรก
3) ครูมอบหมายงานใหผ ูเ รยี นไปศกึ ษาขอ มลู เพ่ิมเติมดวยกระบวนการเรยี นรูด ว ยตนเอง (กรต)
8.2 กระบวนการจัดการเรยี นรดู วยตนเอง(กรต.)
ศึกษา คน ควา จากใบความรู เอกสารและสื่อทุกประเภทที่เก่ียวของจากเว็บไซต หองเรียนออนไลน
By ครูอู และแหลงเรียนรู วิเคราะหและแลกเปลี่ยนเรียนรู สาธิต ฝกปฏิบัติ สรุป บันทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหัด รายงานทดสอบยอ ย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จัดทาํ ช้ินงาน/ผลงาน ฯลฯ
ขัน้ ตอนการเรียนรู
1) ครูสนทนากบั ผเู รียนถงึ วธิ กี ารศกึ ษาเรยี นรดู ว ยตนเอง
2) ครูบอกแหลงเรียนรูท่ีใชในการศึกษาขอมูล หองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพราน
กระตาย ส่ืออินเตอรเ น็ตและแหลง เรียนรอู ื่นๆ ทผ่ี เู รยี นสะดวกในการคนหาขอ มลู
3) ครมู อบหมายงานใหผเู รยี นไปทําการศกึ ษาคน ควาดวยตนเอง
4) ครตู ดิ ตามใหคําปรกึ ษา แนะนําทบทวนหลักฐานการเรยี นรูท ต่ี องสง
5) นัดหมายสงงานท่ีมอบหมาย และใหผูเรียนตอบใบงาน และทําแบบทดสอบหลังเรียน ใน
หอ งเรียนออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย
6) ครใู หข อ เสนอแนะเพ่ิมเติม
8.3 การวัดผลประเมินผล
จากการดําเนินจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning)
หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใช
กจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036
เรื่อง การรูเทาทันขาวควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) โดยใชเคร่ืองมื้อในการวัดผลประเมินผล
ดังนี้
1) แบบทดสอบ เกมส kahoot เร่ืองรทู ันขาวปลอม
2) ใบงานเรือ่ งรูทนั ขาวปลอม
3) แบบทดสอบออนไลนก อนเรยี นหลังเรียน เรือ่ ง รทู นั ขา วปลอม
4) แบบสังเกตพฤติกรรม
จากการวัดผลประเมินผลของผูเรียนท่ีเขามาเรียนรู ในหองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู
ONIE MODEL รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-Based Learning) สรุปผลการ
วดั ผลประเมนิ ผลของการเรยี นรู ผูเรยี นตองเรียนรูดวยตนเอง ทุกคนในกลุมเปนผูปฏิบัติ คุณครูเปนพี่เล้ียง แต
กิจกรรมที่นํามาใชครั้งน้ี เนนใหผูเรียนมีประสิทธิภาพในการเรียนรูเน้ือหานั้นๆ มีจุดมุงหมาย สนุก และ
นาสนใจ ไมซํ้าซากจนกอใหเกิดความเบื่อ หนาย ซ่ึงการจัดกิจกรมการเรียนการสอนคร้ังนี้มุงเนนใหผูเรียนได
เกดิ การเรียนรูและทักษะดังนี้
1) ผเู รยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั ผา นเกณฑรอ ยละ 80
2) ครูผูสอนพัฒนาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนใหสอดคลองกับการเปล่ียนแปลง
ของ การศึกษา เปลยี่ นแปลงของสังคมและกา วทนั เทคโนโลยี
3) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากร
ทางการ ศกึ ษาทีส่ นใจนําแนวทางไปประยุกตแ ละพฒั นาตอ ยอด
4) ผูเรียนเกิดทักษะกระบวนการคนควาและ สรางองคความรูดวยกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู เกิดทักษะการคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และ การคิดแกปญหา สามารถตัดสินใจและ
แกป ญหาอยางเปนระบบ
5) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติจริง สรางองคความรูไดดวยตนเองจากการรวม
กจิ กรรม ซึ่งครูผูสอนไดอ อกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรียนรูเชิงรกุ ใหผเู รียนเกิดความรู
9. ผลสําเร็จของการสรางพัฒนานวตั กรรม
การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูท่ีจัดข้ึนอยางเปนระบบตาม
ปรัชญา “คิดเปน” โดยการนํารูปแบบการสอนและแผนการจัดการเรียนรูรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake
News) เรือ่ ง การรูเทาทนั ขา ว ทใ่ี ชส ื่อการสอนผา นระบบการเรยี นรรู ปู แบบออนไลน ทดลองใชในสภาพการณ
จริงกับนักศึกษา กศน. มีข้ันตอนดําเนินงานโดยการกําหนดแบบแผนการทดลอง กลุมนักศึกษาที่สามารถมี
ความพรอมในการเรียนในรูปแบบออนไลนท่ีพัฒนาขึ้น มาทดลองใชกับกลุมเปาหมายที่เปนนักศึกษา กศน.
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการรูเทาทันขาวปลอม จํานวน 36 คน
ภาคเรยี นท่ี 1/2565 โดยมีวิธีการประเมินผลการเรียนรูดวย แบบทดสอบออนไลน และการประเมินความพึง
พอใจของผูเรยี นทเี่ ขาใชหอ งเรียนออนไลน By ครอู ู
9.1 ผลท่เี กิดตามจุดประสงค
ผูเรียน กศน.อําเภอพรานกระตาย ในการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดการเรียนรูเชิงรุก
(Active Learning) ไดทําแนวทางการ จัดการเรียนการสอนโดยรูปแบบสามารถทําไดหลากหลายวิธี เชน การ
ทํางานเปนกลุม การอภิปราย การส่ือสาร ระหวางกัน การมีสวน รวมในช้ันเรียน และการรวมกันเขียน
ขอ ความส้นั ๆ เปนตน ผลงาน/นวัตกรรมที่ขา พเจาไดพัฒนาข้ึน หองเรียนออนไลน By ครูอู รายวิชา รูทันขาว
ปลอม (Fake News) รหัสวิช สค0200036 เร่ือง การรูเทาทันขาว ภาคเรียนท่ี 1/2565 ที่ขาพเจาสรางข้ึน
ไดแก
1) จากการทาํ กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรูเชงิ รกุ (Active Learning) ผูเรยี นทกุ คนทีไ่ ดร บั
การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 ในระดบั ดี
2) ผูเรียนท่ีลงทะเบียนเรียนในรายวิชารูเทาทันขาวปลอม ในภาคเรียนที่ 1/2565 ทุกคนไดรับ
การจัดการเรียนรูผานการ ลงมือทําและการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) ตามแผนการจัดการ
เรยี นรเู ชงิ รุก (Active Learning) ที่ผสู อน สรา งข้ึน
3) ผูเรียนมีผลการสอบกลางภาคของผูเรียนท่ีลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 1/2565 พบวา
ผูเรียนที่สอบกลางภาค ของนักศึกษา กศน. อําเภอพรานกระตาย ท่ีลงทะเบียนเรียน ในภาคเรียนท่ี 1/2565
เขาสอบ 36 คน และสอบผาน จํานวน 33 คน รอยละ 91.66 ของผูที่เขาสอบ ผานเกณฑและสูงกวาเกณฑท่ี
สถานศึกษากําหนด ท่รี อยละ80 ของผทู ล่ี งทะเบยี นเรียนในวชิ าดังกลา ว
9.2 ผลสัมฤทธ์ขิ องงาน
ผลการดําเนนิ การพัฒนาผูเรียนในการนํารูปแบบการเรียนรู ผูเรียนเกิดทักษะการทํางานรวมกัน
(Collaborative Skill) จากการทาํ กจิ กรรมกลุม มีทักษะ การส่ือสาร (Communicative Skill) มีปฏิสัมพันธที่
ดีกับเพ่ือรวมกลุม สารมารถนําเสนอผลการทํากิจกรรมได ทักษะดานส่ือ เทคโนโลยีและสารสนเทศ (ICT
Literacy Skill) ผูเรยี นสามารถสบื คนขอมลู จากแหลง ขอมูลที่ เหมาะสม เชอื่ ถือได สามารถสรางองคความรูได
ดวยตนเอง มีความคิดสรางสรรค (Creative Skills) มีทักษะในการ คิดแกปญหา (Problem Salving Skill)
ซงึ่ จากการจดั การเรียนรเู ชิงรุกในรูปแบบนีจ้ ะสามารถพัฒนาผูเรียนในศตวรรษ ท่ี 21 และมีความรูความเขาใจ
ในเน้ือหา รายวชิ า รทู นั ขาวปลอม (Fake News) รหสั วิชา สค0200036 เร่อื ง การรูเทาทันขา ว จากการลงมือ
ปฏิบตั จิ รงิ ของผูเรียน
9.3 ประโยชนท ่ีไดร บั
1) ผเู รยี นเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการคนควาและ
สรา งองค ความรูดวยกระบวนการสืบเสาะหาความรู เกิดทักษะการคิดสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ
และการคดิ แกป ญหา สามารถตัดสินใจและแกป ญหาอยา งเปน ระบบ
2) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติจริง สรางองคความรูไดดวยตนเองจากการทํา
กิจกรรม ซ่ึง ครูผูสอนไดออกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรียนรูเชิงรุกรูปแบบการเรียนรูผานกิจกรรม
(Activity-based Learning) ใหผ ูเรียนเกดิ ความรู
3) ผูเ รยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ัด ผา นเกณฑร อยละ 80
4) ครูผสู อนพฒั นาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนใหสอดคลองกับการเปล่ียนแปลงของ
การศกึ ษา เปลย่ี นแปลงของสังคมและกาวทันเทคโนโลยี
5) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากร
ทางการศึกษาทส่ี นใจนําแนวทางไปประยุกตและพัฒนาตอยอด
6.4 ปจจยั ความสาํ เร็จ
1) กระบวนการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) สามารถพัฒนาผูเรียนใหเกิดทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทกั ษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ผูเรียนเกิดทักษะการคิด ทักษะการเรียนรู
การแกป ญหา สามารถสืบเสาะหาความรูแ ละสรางองคความรไู ดดวยตนเอง
2) ผูบริหารและคณะครใู หค วามเห็นชอบและใหก ารสนับสนุนการดาํ เนินกจิ กรรม มวี ัสดุอปุ กรณ
ท่ี ใชในการจัดกิจกรรมอยา งเพียงพอ
3) ครูผูสอนปรับวิธคี ิด เปล่ียนวิธสี อนจากการสอนแบบบรรยาย มาเปนผชู แ้ี นะการเรียนรู
(Learning Coaching) ใหผ ูเ รยี นมสี วนรว ม และปฏบิ ัติกิจกรรมในกระบวนการจัดการเรยี นรูของครูผสู อนมาก
ขน้ึ ทาํ ใหผ ูเรียนสามารถสรางองคความรูไดด วยตนเองอยา งมคี วามหมาย
4) ผเู รียนไดเ รียนรูรวมกนั จากการทาํ งานเปนกลุม มกี ารอภิปราย การสื่อสารระหวางกัน การมี
สวน รวมในช้นั เรียน สามารถเขียนสรุปองคความรจู ากการเรยี นไดถูกตอ ง
10. แนวทางการนาํ นวัตกรรมไปใช
นวตั กรรมการเรียนรู ( learning innovation ) สามารถนาํ มาใชใหเ กิดประโยชนใ นวงการศกึ ษาสรปุ
ได ดงั นี้
10.1. เพอื่ นํานวตั กรรมมาใชแกป ญ หาในเร่ืองการเรยี นการสอน เชน
1) ปญหาเรื่องวิธีการสอน ปญหาท่ีมักพบอยูเสมอ คือ ผูสอนสวนใหญยังคงยึดรูปแบบการสอน
แบบบรรยาย โดยมีครูเปนศูนยกลางมากกวาการสอนในรูปแบบอ่ืน การสอนดวยวิธีการแบบน้ีเปนการสอนท่ี
ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในบ้ันปลาย เพราะนอกจากจะทําใหนักเรียนเกิดความเบื่อหนายขาดความ
สนใจแลว ยังเปน การปดกั้นความคิดและสตปิ ญญาของผเู รียนใหอยูใ นขอบเขตจํากดั อีกดว ย
2) ปญหาดานเน้ือหาวิชาบางวิชาเนื้อหามากและบางวิชามีเน้ือหาเปนนามธรรมยากแกการ
เขา ใจ จงึ จําเปน จะตองนาํ เทคนคิ การสอนและส่อื มาชว ย
3) ปญหาดานการวัดและประเมินผล เชน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตํ่าครูผูสอนนําไปใชในการ
ปรับกิจกรรมการเรียนการสอนใหม ปี ระสิทธิภาพยิ่งขึ้นหรือใชผลการประเมินเปนขอมูลยอนกลับในการพัฒนา
คณุ ภาพการจัดการเรยี นการสอนได
4) ปญหาเร่ืองอุปกรณการสอน บางเน้ือหามีส่ือการสอนเปนจํานวนนอยไมเพียงพอตอการ
นําไปใชเพ่ือทําใหนักเรียนเกิดความรูความเขาใจในเน้ือหาวิชาไดงายข้ึนจึงจําเปนตองมีการพัฒนาคิดคนหา
เทคนิควิธกี ารสอน และผลติ ส่อื การสอนใหม ๆ เพือ่ นํามาใชท ําใหการเรยี นการสอนบรรลเุ ปาหมายได
10.2. เพื่อนํานวัตกรรมไปใชในการพัฒนาการเรียนการสอน การสรางองคความรูใหมใหมี
ประสิทธภิ าพยง่ิ ขน้ึ และเปน ประโยชนตอ การศึกษาโดยการนาํ ส่ิงประดิษฐหรือแนวความคิดใหม ๆ ในการเรียน
การสอนนั้นเผยแพรไปสูครู – อาจารยทานอ่ืนๆ หรือเพื่อเปนตัวอยางอีกรูปแบบหนึ่งใหกับครู – อาจารยที่
สอนในวิชาเดยี วกนั ไดนําแนวความคิดไปปรบั ปรุงใชหรือผลิตสื่อการสอนใหม ๆ เพื่อนํามาใชในการพัฒนาการ
เรยี นการสอนตอไป
10.3. การนาํ นวัตกรรมไปใชเปนผลงานทางวิชาการ นวัตกรรมการเรยี นรูนอกจากจะเปนประโยชน
ในดานการปรับปรุงและพัฒนางานหรือการจัดการเรียนการสอนแลว ยังเปนประโยชน ตอการพัฒนาวิชาชีพ
อีกดว ย โดยผสู รางนวตั กรรมสามารถนาํ ผลจากการนํานวัตกรรมไปใชเปน ผลงานวชิ าการได
นวตั กรรมการจัดการเรียนรูเชิงรกุ (Active Learning )
หอ งเรียนออนไลน By ครอู ู โดยใชก ระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL
รายวิชา รทู นั ขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค 0200036 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สอดคลองกับรูปแบบการจดั การเรยี นรโู ดยใชก ิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
1.ความสาํ คัญของนวัตกรรม
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงไดกาํ หนดนโยบายและจดุ เนนการจัดการศึกษา โดยยึดกรอบการ ปฏิรูป
การศึกษา นอมนําพระราชกระแสของสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ 10 ดานการศึกษา ท่ีจะตอง มุงสราง
พน้ื ฐานใหเ ด็ก เยาวชน และผเู รยี นมีทัศนคตทิ ่ีถกู ตอ งในเร่อื งสถาบันหลกั ของชาติ สรางพื้นฐาน ชีวิต (อุปนิสัย)
ท่ีเขมแข็ง สรางความรู ทักษะเพื่อใหมีอาชีพ มีงานทํา และไดนําเปาหมายของ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป
(พ.ศ.2561-2580) ดานการเสริมสรางศักยภาพและทรัพยากรมนุษย ท่ีมุงให คนไทยเปนคนดี คนเกง
มีคุณภาพ พรอมสําหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และยึดเจตนารมณของ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 ที่สําคัญไดยึดวัตถุประสงคของการปฏิรูป การศึกษา ภายใตแผนปฏิรูปประเทศดาน
การศึกษา ในประเด็นสําคัญคือ การยกระดับคุณภาพการศึกษาภายใตหลักการจัดการศึกษาใหสอดคลองกับ
ทศิ ทางการพฒั นาประเทศ และการเปลีย่ นแปลง ของสังคมโลกและกําหนดใหครูและผูเรียนสรางกระบวนการ
เรียนรูรวมกัน จัดการเรียนรูแบบองครวม จัดแหลงเรียนรูเพ่ือพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพ โดยมีการปรับปรุง
หลักสูตรแกนกลางใหมีความทันสมัย และสอดคลองกับสภาพสังคมที่เปล่ียนแปลงไป อีกท้ังยังมีการสงเสริม
และพัฒนาครูผูสอนใหสามารถ จัดการเรียนรูแบบ Active Learning ทั้งนี้เพ่ือใหการศึกษาของไทยมีความ
ทันสมัยและสามารถแขง ขัน กับนานาประเทศได โดยกําหนดนโยบายใหส ํานกั งานศกึ ษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด
จัดทําแผนและ ขับเคล่ือนสูการปฏิบัติในการจัดการศึกษาในแตละจังหวัดใหเปนรูปธรรม (สํานักงาน
ปลดั กระทรวง ศึกษาธกิ าร 2562)
การจัดการเรียนรู ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
มุงเนน การ จัดการเรียนรูตามปรัชญา “คิดเปน” และยึดหลักวาผูเรียนทุกคนสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเอง
ได ผูเรียนแตละคนมีธรรมชาติที่แตกตางกัน ท้ังดานวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู
ตลอดจนมีการดําเนินชีวิตและ ส่ิงแวดลอมที่แตกตางกัน ซึ่งสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน ดังน้ันการจัดการ
เรียนรูจึงตองยึดผูเรียนเปนสําคัญ เพื่อสงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ
เต็มตามศักยภาพที่มีอยู และเรียนรูอยางมี การพัฒนาหลักสูตรท่ีมีความเหมาะสมสอดคลองกับสภาพปญหา
และความตองการของบุคคล ซึ่งเปนผูมีความรูและประสบการณจากการทํางานและการประกอบอาชีพ โดย
กาํ หนดสาระการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู การจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล ใหความสําคัญกับการ
พฒั นากลุมเปา หมายดานจติ ใจ ใหมคี ณุ ธรรม ควบคไู ปกบั การพัฒนาการเรียนรู สรา งภูมคิ ุมกัน สามารถจัดการ
กับองคความรู ท้ังภูมิปญญาทองถิ่น และเทคโนโลยี เพื่อใหผูเรียนสามารถปรับตัวอยูในสังคมท่ีมีการ
เปลย่ี นแปลงอยตู ลอดเวลา สรา งภมู คิ มุ กนั ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมท้ังคํานึงถึงธรรมชาติการ
เรียนรูของผูเรียน ที่อยูนอกระบบโรงเรียน และสอดคลองกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง
ความเจรญิ กา วหนาของเทคโนโลยีและการสือ่ สาร ในปจ จบุ ัน
จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเก่ียวกับกลุมสาระการเรียนรู การพัฒนาสังคม ในการใช
เทคโนโลยี ของนักศึกษา กศน.อาํ เภอพรานกระตาย ในภาคเรียนท่ี 2/2564 พบวามีผูเรียนใหความสนใจใน
วชิ าเกย่ี วกบั เทคโนโลยี ในการจัดการเรยี นการสอนและ ยังพบอกี อยางวาผูเรียน ของ กศน.มีชวงวัย อายุ และ
วุฒิภาวะที่ตางกันเปนชวงวัยในการทํางาน ทําใหเปนอุปสรรคในการเรียนรูในรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
พบกลมุ ผูเรยี นสวนใหญไ มสามารถมาเรียนพรอมกับเพื่อนได เพราะตองทํางานเปนสวนใหญ และนอกจากน้ี
ยังพบพฤติกรรมของผูเรียนบางคนท่ีไมสนใจเรียน เลนโทรศัพทในเวลาเรียน ขาดทักษะการทํางานกลุม
สงเสยี ง ดงั รบกวนเพ่อื นในหองที่ต้ังใจเรยี น และรบกวนครูผูสอน ดังนั้น ขาพเจา จึงมุงสงเสริม พัฒนา ผูเรียน
ใหมีความรูเกิดทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เนนการเรียนรูผานการลงมือทําเพื่อใหนักเรียน เกิดความรู
ความเขาใจเก่ียวกับสาระการเรียนรูการพัฒนาสังคม สามารถนําองคความรูมาเช่ือมโยงกันในแตละรายวิชา
การเรยี นรู นาํ ไปสูการประยุกตใชไ ดจริงและรูทันเทคโนโลยี สามารถนําเทคโนโลยีมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุด
และเพม่ิ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ของผูเรียน ใหส งู ขึ้นกวาท่กี ําหนด ดังน้ันขาพเจาจึงมีแนวคิดในการสรางและ
พัฒนาส่ือในการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) รายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จํานวน 2 หนวยกิต สําหรับ
ผูเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนใน ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 เพื่อเพิ่ม
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ของนกั ศึกษา กศน.อําเภอพรานกระตา ยและนักศึกษาผทู ่สี นใจทั่วไป
2. วัตถปุ ระสงคและเปา หมายการดาํ เนินงาน
1) เพื่อพฒั นาพฤตกิ รรมการเรยี นโดยใชทกั ษะการทํางานกลุมอยา งมปี ระสิทธิภาพของนักศึกษา
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตนและมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรายรเู ทาทันขาวปลอม
2) เพ่ือใหผูเรียนเกดิ ทักษะ คิดเปน อยา งเปนระบบ สามารถคน ควาสรางองคความรู ดว ยการสบื
เสาะหาความรู เกิดทักษะการใชเ ทคโนโลยี
3) เพื่อใหผูเรยี นเกดิ ความคิดสรา งสรรค การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ และ การคดิ แกปญหา
สามารถตดั สินใจและแกปญ หาอยา งเปนระบบ
เปา หมายการดําเนินงาน
1. ผสู อน (Instructor) เปนผูถา ยทอดเนื้อหา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ในผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และจัดกระบวนการเรียนรู ผาน ระบบ
หองเรียนออนไลน By ครูอู เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนท่ีครูผูสอนสอน ซ่ึงบทบาทของ ผูสอนเปนผูให
คาํ แนะนํา (Guide) พีเ่ ลยี้ ง (Mentor) อํานวยความสะดวก (Facilitators) เพ่ือเพ่ิมศักยภาพของผูเรียนในดาน
การเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะดานความรูที่ใชในการทํางาน ความสามารถในการใชเทคนิค
ตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ีเหมาะสม เพื่อสงเสริมกระบวนการจัดการเรียนรูไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เน้ือหาและองคความรูจากผูสอนท่ี
กําหนดขอบขายเน้ือหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกลุม รวมกบั ผสู อนและเพอ่ื นรว มชั้นเรียน และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการ
เรียนเพิ่มเติม ทําใบงาน จากหองเรียนออนไลน By ครูอู กับการเรียนรูจากแหลงเรียนรูตางๆ เพ่ือใหผูเรียน
ไดรบั ประโยชนจากการเรยี นการสอนแบบ ออนไลนเพมิ่ ขนึ้
3.ขอบเขตเนื้อหา
3.1 เรอ่ื งที่ 1 การรทู ันขาว
1. การรทู นั ขา วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรูทนั ขาว
1.2 วัตถปุ ระสงคของการสรา งขา วปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชอ่ื ขา วปลอม (Fake News)
1.4 การสรา งทักษะรเู ทาทันขาว
2. กระบวนการเกิดขา วปลอม (Fake News)
3. ความแตกตา งระหวางขาวปลอม (Fake News)
4. ผลกระทบของขาวปลอม (Fake News)
5. การรบั มือกบั ขา วปลอม (Fake News)
3.2.กลุมเปาหมาย
1 เชิงคณุ ภาพ
ผเู รียนมคี วามรูความเขา ใจ ในรายวชิ า รทู ันขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า
สค0200036 เรื่อง การรูเทาทันขา ว และสามารถนําความรูไปใชแ ละแกปญหาได ไมน อยกวา รอยละ 80
2 เชิงปริมาณ
นักศกึ ษา กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย ที่ลงทะเบยี นเรยี น ในรายวชิ า รทู นั ขา วปลอม
(Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 จาํ นวน 36 คน ระดับ ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย
4 ขั้นตอนของการออกแบบและพฒั นานวตั กรรม
วางแผน รวบรวมขอมูลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ที่ผานมา วิเคราะหผลการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน และนําผลการวิเคราะหการเรียนการสอน มาออกแบบและพัฒนานวัตกรรม เก่ียวของกับ
การจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) เพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรูตามความตองการและความสนใจของ
ผูเรยี น
ครูผูสอนจึงนําผลการวิเคราะหขอมูลท่ีได ศึกษากรอบวัตถุประสงคและกรอบเนื้อหาการสอน
และนํามาสรางหองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบ
การจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง
(กรต.) เพื่อเปนส่ือเสริมในการเรียนการสอนกระตุนความสนใจใหผูเรียน เกิดการเรียนรูและเพิ่มผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นของผเู รียน องคประกอบการออกแบบในการพฒั นา แบง แตละสว นไดดังน้ี
1. ผูสอน (Instructor) เปนผูถายทอดเน้อื หา ในหองเรียนดวยกระบวนการจัดการเรียนการสอน
ในผานรูปแบบกระบวน พบกลุม โดยการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน เพื่อจัดการเรียนการสอนใหกับผูเรียนมี
ความเขาใจและสามารถรับมือกับการรูเทาทันขาวปลอม เพื่อใหผูเรียนไดเรียนรูในสวนที่ครูผูสอนสอนยังไม
ครอบคลุม องคความรูตางๆใหกับผูเรียนใหเกิดความเขาใจใน เนื้อหาประสบการณ เพ่ิมมากขึ้น ซ่ึงบทบาท
ของ ผูสอนเปนผูใหคําแนะนํา (Guide) พ่ีเล้ียง (Mentor) อํานวยความสะดวก (Facilitators) เพ่ือเพิ่ม
ศักยภาพของผูเรียนในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะดานความรูท่ีใชในการทํางาน
ความสามารถในการใชเทคนิคตางๆในการทํางาน เพ่ือนําไปสูการปฏิบัติงานท่ีเหมาะสม เพื่อสงเสริม
กระบวนการจัดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ จึงไดคิดคนรูปแบบการเรียนการสอนมาชวยกระตุนความ
สนใจ ของผูเรยี นในการเรียนรู ใหม ปี ระสทิ ธิภาพ
2. ผูเรียน (Student) เปนผูกําหนดปญหาเลือกหัวขอเรียนรู เนื้อหาและองคความรูจากผูสอนท่ี
กําหนดขอบขายเน้ือหาไวให กําหนดปญหาการเรียนรูหัวขอ ขาวและขาวปลอม โดยใหผูเรียนแตละกลุมได
เลือกหัวขอในการศึกษาคนควาหาขอมูล โดยใหผูเรียนทุกคนไดมีสวนรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดงความ
คิดเห็นภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเรียนไดเขาไปศึกษาขอมูลการเรียนเพิ่มเติม การสืบคนขอมูลท่ี
เกี่ยวของ กับการเรียนรูจากแหลงเรียนรูตางๆ รวมทั้งมีการเตรียมความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิด
การแลกเปลี่ยนเรยี นรูในระหวา งการเรยี น รวมกับผสู อนและเพอ่ื นรวมชน้ั เรยี น
3. เนื้อหา (Content) เปน สว นสําคัญท่ีทําใหการเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค เนื้อหา มี
การออกแบบโครงสรางตามวัตถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาเพื่อเปนระบบนําทาง เช่ือมโยง
ไปสูเนอ้ื หาตางๆในบทเรียน สาํ หรบั ขอ ความของเน้อื หาควรมีความชัดเจน กระชับ เขา ใจงาย มีการปรับปรุงให
ทนั สมัยอยตู ลอดเวลา เพอื่ ใหผเู รยี นศึกษาทําความเขาใจไดดว ยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการ
เช่ือมโยงกนั และเนือ้ หาในบทเรียนสามารถท่ีจะสงเสรมิ ให ผเู รียนศึกษาคน ควา เพ่มิ เติมได
4. ส่อื การเรียนและแหลงเรียนรู (Instructional Media & Resources) ถือวามีความสําคัญเปน
อยางยิ่ง ตอการจัดการศึกษา สื่อการสอนท่ีดีจะเปนสวนชวยใหผูเรียนสามารถทําความเขาใจในเน้ือหา ส่ือที่
ใชในการสอนท่ีมีความแปลกใหม เพ่ือดึงดูดความสนใจของผูเรียนและกระตุนการเรียนรู ไมวาจะเปนวิดีโอ
ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหว สถานการณจําลอง บทความวิชาการ ฯลฯ ครูผูสอนเลือกใชสื่อใหเหมาะสม เชน
ขนาดตัวหนังสือ สี ความคมชัดของรูปภาพ ความถูกตองของขอมูล รวมทั้งส่ือที่นํามาใชมีความสอดคลองกับ
เน้ือหาของรายวิชาเพื่อใหผูเรียนเกิดความเขาใจเพ่ิมมากข้ึน นอกจากน้ีแหลงเรียนรู (Resources) ไดแก
หนงั สอื ตํารา E-book หองสมุด internet เปนทางเลือกท่ีทําใหผูเรียนสามารถ เขาถึงส่ือการเรียนรู ดวยการ
สืบคนขอมูลเพ่ิมเติมเพ่ือนํามาประกอบการเรียน ซึ่งแหลงเรียนรูควรมีความหลากหลายใหผูเรียนสืบคนได
อยางเพยี งพอทาํ ใหผ สู อนไมจําเปน ตองใสเนื้อหาในบทเรยี นทงั้ หมด
5. กระบวนการจัดการเรียนรู (Learning Process) เปนกระบวนการออกแบบการเรียนรูใหกับ
ผูเรียนตามหัวขอ วัตถุประสงค เนื้อหา สื่อการสอน กิจกรรมการเรียนรู วิธีการวัดประเมินผล โดยอาศัย
เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจัดการเรียนรูภายใตกระบวนการวิเคราะห (Analysis) วางแผน
ออกแบบ (Planning Design) นําไปใช (Implement) พัฒนา (Development) ประเมินผล (Evaluation)
หลักสูตรการเรียนรูใหกับผูเรียน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพ ควรสงเสริมใหผูเรียนได
สามารถนําเน้ือหาไปประยกุ ตส กู ารเรียนรูตามสภาพจริง (Authentic Learning) โดยการใชรูปแบบการสอนที่
สอดคลอ งกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโ ดยใชก ิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
6. การวัดและการประเมินผล (Measurement and Evaluation) จําเปนตองมีการวัดและ
ประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมินผลท้ังระหวางเรียน (Formative Assessment) เชน การต้ังคําถาม การ
สังเกตพฤติกรรมผูเรียน สะทอนคิด และภายหลังจัดการเรียน (Summative Assessment) เชน การทดสอบ
ดวยแบบทดสอบตางๆ เพ่ือตรวจสอบความเขาใจของผูเรียน ประสิทธิผลของการเรียน เพื่อสะทอน
ความสามารถ ในการเรียนรูของผูเรียน ซ่ึงควรมีความหลากหลาย เพ่ือวัดประเมินผลผูเรียนใหสอดคลอง
ตามสภาพจริง ออกแบบเครื่องมือวิธีการวัดและประเมินผลใหมีประสิทธิภาพ รวมท้ังควรมีการสงเสริม
คุณธรรมจรยิ ธรรม เพอ่ื ปองกนั การทจุ รติ ในระหวางการสอบ
จาก 6 องคประกอบท่ีกลาวมาขางตนนี้ นําไปสูการสรางและพัฒนาหองเรียนออนไลน By ครูอู โดย
ใชกระบวนการเรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning) ควบคกู บั การศกึ ษาเรียนรดู ว ยตนเอง (กรต.) ดงั น้ี
ครูผสู อน(Instructor)
1 วิเคราะหห ลักสูตรเพอ่ื นําหลักสูตรมาออกแบบกระบวนการจัดการเรยี นการสอน ให
สอดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษาและสอดคลอ งกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโดยใชกจิ กรรมเปนฐาน
(Activity-Based Learning)
2 จดั ทาํ แผนการสอน ออกแบบกจิ กรรมการจดั การเรยี นการสอน สรา งเคร่อื งมอื และสอื่ การ
จัดการเรียนการสอน ท้ังรูปแบบการพบกลมุ และรปู แบบออนไลน สรา งสื่อการเรียนรู ในรายวชิ า รทู ันขา ว
ปลอม (Fake News) รหสั วชิ า สค0200036 “หอ งเรยี นออนไลน By ครอู ู โดยใชก ระบวนการเรียนรู ONIE
MODEL สอดคลองกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรูโดยใชก ิจกรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning) ควบคู
กับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) ” และสรา งใบความรู เครอื่ งมือในการวัดผลประเมินผล
2.1 ครจู ัดหาสอื่ คลิปวีดโี อท่ีเกยี่ วของเก่ียวกับเนื้อหาในการจัดการเรยี นการสอนในคร้ังนี้
ภาพส่อื ทีจ่ ดั เตรยี มใชใ นกระบวนการจัดการเรียนการสอน
2.2 เตรยี มกจิ กรรมใบความรแู ละอปุ กรณท ี่เกี่ยวของกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ข้ึนในครั้งนี้โดยใชรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) ในการสอน
คร้ังน้ี
ภาพ ใบความรเู รอื่ ง รูท นั ขา ว
2.3 สรางเครื่องมือการวัดผลประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมรูปแบบของเกมส
kahoot และ แบบสอบกอนเรยี นหลังเรียน ดว ย google from เพ่ือกระตุนความสนใจของผูเรียน ในการจัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนและแบบสอบถามความพึงพอใจ
ภาพ เกมส kahoot เร่ือง รูทันขา วปลอม
ภาพ แบบทดสอบกอนเรียนและหลงั เรยี น เร่อื ง รทู นั ขา วปลอม
2.4 ครูออกแบบส่ือออนไลนและลงมือสรางหองเรียนออนไลน เพ่ือใชรวมกับการจัดการ
เรยี นการสอนในคร้ัง เพื่อใหผเู รียนไดศกึ ษาคนควา หาความรูไดดวยตนเอง
ภาพ สอ่ื หนาหลกั หองเรยี น ออนไลน https://sites.google.com/dei.ac.th/lnclassroomedu/home
ภาพ หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย วชิ ารทู ันขาวปลอม (Fake News)
3.ผูสอนเปนผูใหค าํ แนะนาํ (Guide) พ่ีเลีย้ ง (Mentor) อาํ นวยความสะดวก (Facilitators)
เพ่อื ชวยใหนักศกึ ษาสามารถเลง็ เห็นศกั ยภาพของตนเองในดานการเรียนรู รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะ
ความสามารถในการใชเ ทคนิคตางๆในการทํางานท่สี อนกันได เพ่ือนําไปสูการปฏบิ ัตงิ านทีเ่ หมาะสม และการ
พฒั นาทักษะดานอารมณ ความสามารถในการอยรู ว มกบั ผูอนื่ รวมถงึ การพัฒนาตนเอง (Soft Skill) ระหวาง
การจดั กิจกรรมในคร้ังน้ี
ผเู รยี น/นักศึกษา(Student)
1. ผูเ รยี นกาํ หนดรปู แบบการเรียนการสอนรว มกบั ครู โดยที่ครทู ําหนา ทเ่ี ปนคอยจัดกจิ กรรม
สนับสนนุ แนะนาํ และเปน ทป่ี รกึ ษาระหวา งการจัดกจิ กรรมของกลมุ ผูเรยี นท่แี ลกเปลี่ยนเรยี นรู อภิปรายและ
การนาํ เสนอผลงาน
2. คนควา หาขอมูลตา งๆจากแหลงเรียนรูตา งๆหอ งเรียนออนไลน จากใบความรแู ละส่อื อ่ืนๆ
อยา งเปน ระบบ โดยใชว จิ ารณญาณในการตดั สินใจเก่ียวกับขอมูลไดอยางเหมาะสม
3. ผูเรยี นเปน ผูกาํ หนดปญ หาเลอื กหัวขอเรียนรู ตามความสนใจ จากองคค วามรูท่ีผูส อน
กาํ หนดขอบขายเน้ือหาไวใ ห กําหนดปญหาการเรียนรูห วั ขอ ขา วและขาวปลอม โดยใหผ ูเรียนแตล ะกลมุ ได
เลือกหัวขอในการศกึ ษาคนควา หาขอมูล โดยใหผ เู รยี นทุกคนไดม สี วนรว มในการแลกเปล่ียนและแสดงความ
คดิ เหน็ ภายในกลุม และมอบหมายงานใหผูเ รียนไดเขาไปศึกษาขอมลู การเรยี นเพิ่มเตมิ การสืบคนขอมูลที่
เก่ยี วขอ ง กับการเรยี นรูจากแหลงเรยี นรูตางๆ รวมทง้ั มกี ารเตรยี มความพรอมของตนเองกอนเรียนทําใหเกิด
การแลกเปล่ียนเรียนรใู นระหวา งการเรียน รว มกับผสู อนและเพ่ือนรว มชน้ั เรียน
เนอ้ื หา(Content)
เปนสวนสําคัญท่ีทําใหการเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค เน้ือหาควร มีการออกแบบ
โครงสรางตามวัตถุประสงคของรายวิชา มีการวางแผนผังรายวิชาท่ีสอดคลองกับหลักสูตร รายวิชาและหนวย
การเรยี นรู เพื่อเปนระบบนาํ ทาง เชื่อมโยงไปสูเนื้อหาตางๆในบทเรียน ในรายวิชา ในรายวิชา รูทันขาวปลอม
(Fake News) รหัสวิชา สค0200036 เน้ือหาท่ีมี ทั้ง ใบความรู ใบงาน คลิปวีดีโอสั้นๆ ที่เขาใจงาย
เช่ือมโยงกับเนื้อหา รายวิชาที่สอน รวมกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สําหรับผูเรียนขอความของ
เน้ือหาควรมีความชัดเจน เขาใจงาย มีการปรับปรุงใหทันสมัยอยูตลอดเวลา เพื่อใหผูเรียนศึกษาทําความ
เขาใจไดดวยตนเองอยางเหมาะสม หัวขอยอยตางๆใหมีการเชื่อมโยงกัน และเนื้อหาในบทเรียนสามารถที่จะ
สง เสรมิ ให ผเู รยี นศึกษาคน ควาเพิ่มเตมิ ไดภ ายหลงั จากการเรยี น
ภาพ ใบความรเู ร่ือง รูทนั ขา ว และ ใบงาน เร่อื ง รูเ ทา ทันขาว
สอ่ื การเรียนและแหลง เรยี นรู(Instructional Media & Resources)
สือ่ การสอนทด่ี ีจะเปนสวนชว ยใหผ เู รยี นสามารถทําความเขาใจในเนื้อหา สือ่ ทีใ่ ชใ นการสอนท่ีมี
ความแปลกใหม เพื่อดงึ ดูดความสนใจของผูเรยี นและกระตุนการเรียนรู ไมว าจะเปน วิดโี อ ภาพเคลื่อนไหว
ภาพนิ่ง สถานการณจาํ ลอง บทความวชิ าการ ฯลฯ ครผู สู อนเลือกใชส่ือใหเ หมาะสม เชน ขนาดตัวหนังสอื สี
ความคมชดั ของรูปภาพ ความถกู ตองของขอมลู รวมทัง้ ส่ือท่ีนาํ มาใชม ีความสอดคลองกับเน้อื หาของรายวชิ า
เพอื่ ใหผเู รียนเกิดความเขา ใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากน้แี หลง เรียนรู (Resources) ไดแก หนังสือ ตํารา E-book
หองสมุด internet เปน ทางเลอื กที่ทาํ ใหผ ูเรียนสามารถ เขาถึงสอื่ การเรียนรู ดวยการสบื คนขอมูลเพ่ิมเตมิ เพอ่ื
นาํ มาประกอบการเรียน ซึ่งแหลง เรียนรูควรมคี วามหลากหลายใหผูเรยี นสบื คน ไดอยางเพยี งพอทาํ ใหผสู อนไม
จําเปน ตองใสเ นื้อหาในบทเรียนทงั้ หมด ผเู รียนเขาไปศึกษาเรยี นรูเพม่ิ เติมไดท ี่ หองเรียนออนไลน By ครอู ู ทีม่ ี
ทัง้ หนังสือเรียนในวชิ าอ่ืนๆ ขอสอบเก็บคะแนนระหวา งภาคเรียน
กระบวนการจดั การเรยี นรู (Learning Process)
เปน กระบวนการออกแบบการเรยี นรูใหกบั ผูเรียนตามหัวขอ วตั ถปุ ระสงค เนื้อหา สอื่ การสอน
กจิ กรรมการเรยี นรู วธิ กี ารวดั ประเมินผล โดยอาศยั เทคโนโลยีสารสนเทศ มาออกแบบวิธีการจดั การเรียนรู
ภายใตกระบวนการวเิ คราะห (Analysis) วางแผน ออกแบบ (Planning Design) นาํ ไปใช (Implement)
พัฒนา (Development) ประเมนิ ผล (Evaluation) หลักสตู รการเรียนรใู หกบั ผเู รยี น ซง่ึ กระบวนการจัดการ
เรยี นรทู ี่มปี ระสิทธิภาพ ควรสง เสริมใหผเู รยี นได สามารถนาํ เนอ้ื หาไปประยกุ ตส กู ารเรยี นรูตามสภาพจรงิ
(Authentic Learning) โดยการใชรปู แบบการสอนท่ี สอดคลอ งกบั รูปแบบการจดั การเรียนรูโดยใชกจิ กรรม
เปน ฐาน (Activity-Based Learning)
การวัดและการประเมนิ ผล (Measurement and Evaluation)
จาํ เปน ตองมีการวัดและประเมนิ ผล โดยมีการวัดและประเมนิ ผลทง้ั ระหวางเรียน (Formative
Assessment) เชน การตง้ั คําถาม การสงั เกตพฤติกรรมผเู รียน สะทอนคิด และภายหลงั จัดการเรียน
(Summative Assessment) เชน การทดสอบ ดว ยแบบทดสอบตางๆ เพื่อตรวจสอบความเขาใจของผเู รียน
ประสิทธผิ ลของการเรียน เพื่อสะทอนความสามารถ ในการเรียนรขู องผเู รียน ซงึ่ ควรมีความหลากหลาย เพื่อ
วดั ประเมินผลผูเรียนใหส อดคลอง ตามสภาพจริง ออกแบบเคร่อื งมือวิธกี ารวดั และประเมินผลใหม ี
ประสิทธิภาพ รวมทงั้ ควรมีการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพอื่ ปองกันการทุจริตในระหวางการสอบ
ภาพ เครือ่ งมือทใ่ี ชในวนั วัดผลประเมนิ ผล
5 นําวัตกรรมและกระบวนการจดั การเรียนรไู ปใช
นําวตั กรรมไปใชใ นจัดการเรียนการสอบ กับผเู รยี น กศน.อําเภอพรานกระตาย ในกจิ กรรมการพฒั นา
คณุ ภาพผเู รียน จํานวน 5 ชว่ั โมง และ ศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต) จาํ นวน 15 ชว่ั โมง เปน การเรียนรูท่เี นน
ผเู รยี นเปนสําคัญและการมสี ว นรวมของผเู รียนในการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุก ( Active Learning ) มีขนั้ ตอนใน
การพฒั นาการใชร ูปแบบการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ (Active Learning) หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู โดยใช
กระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL สอดคลอ งกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรูโดยใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-
Based Learning) รายวชิ ารทู ันขาวปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 เรอื่ ง การรูเทาทันขา ว
ควบคกู ับการศึกษาเรียนรดู วยตนเอง (กรต.) เปน กระบวนการเรียนรูทีจ่ ัดขน้ึ อยางเปนระบบตามปรัชญา “คดิ
เปน” นาํ ไปสูการปฏบิ ัติและทดลองใชส ือ่ การสอนในครั้งน้ี
5.1 กระบวนการจดั การเรยี นการสอน ONIE MODEL สอดคลองกับรปู แบบการจดั การเรยี นรูโดย
ใชกจิ กรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
ขน้ั ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตอ งการในการเรียนรู
1) ครกู ลา วทักทายผูเ รยี น และซกั ถามผูเรียนเปน รายบุคคลเกีย่ วกับ ขาวในปจ จบุ ันทีผ่ เู รียนไดดู
ขา วเมอื่ เชา ที่ผา นมา เพ่ือกระตนุ ความสนใจกบั ผเู รยี น
2) ครชู ้แี จงกรอบรายละเอยี ดรายวชิ ารทู นั ขา วปลอมใหผ เู รียนกอนเรมิ่ กิจกรรมการเรียนการสอน
ครูใหผ ูเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรยี น
3) ครสู นทนากับผูเรยี นถึงวธิ ีการศกึ ษาและการตดิ ตามขาวและแบง กลุมผเู รียน
4) ครใู หผเู รียนดูคลปิ วดี โี อ เรื่อง เปดใจเหยื่อโซเชยี ล ชายสวมรองเทามี
รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI
5) ครกู ระตุน ความคดิ ของนักศึกษาโดยใชค ําถามวา จากที่ผเู รียนไดด ู คลปิ วดี ีโอทง้ั เม่ือสักครนู ี้
แลว ผูเรียนไดเ รยี นรูอะไรจากคลิปวีดโี อท้ัง โดยใหผเู รยี นทุกคนไดม ีสว นรว มในการแลกเปลย่ี นและแสดง
ความคดิ เห็น
6) ครูเชื่อมโยงคําตอบของผูของผเู รยี น จากนั้นตอวา หากผูเรียนเจอเหตกุ ารณ และสถานการณ
ทเี่ กิดขึน้ แบบน้ี ผูเ รยี นจะตดั สินใจอยา งไร
7) ครูใหผ ูเรียนแบงกลุมออกเปนกลมุ ละ โดยใชน ันทนาการดวยเพลงในการแบง กลุมผเู รยี น
ออกเปนกลมุ ๆทีเ่ ทาๆกัน โดยใหค ละชายหญงิ
8) ครใู หผ เู รยี นแตล ะกลมุ กาํ หนดปญ หาการเรยี นรหู วั ขอ ขาวและขา วปลอม โดยใหผ เู รยี นแตละ
กลุมไดเลือกหัวขอในการศึกษาคน ควาหาขอมลู โดยใหผเู รียนทุกคนไดมีสว นรวมในการแลกเปลี่ยนและแสดง
ความคดิ เห็นภายในกลุม
ข้นั ที่ 2 การแสวงหาขอมลู และการเรยี นรู
1) ผูเรียนแตล ะกลุมดูคลปิ วีดีโอทคี่ รเู ปด การรเู ทา ทันขาวปลอม Fake News EP 1 : ความรู
เกีย่ วกับขา วปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2) ผูเรียนแตละกลุม ดวู ดิ โี อที่ครเู ปด การรเู ทา ทนั ขา วปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว
ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3) ผเู รยี นแตละกลุมดวู ดิ โี อที่ครเู ปด การรูเทา ทันขาวปลอม Fake News EP 3 : วธิ ตี รวจสอบ
ขาวปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4) ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผเู รยี นแตละกลมุ ผูเรยี นแตละกลมุ รว มกันอภิปรายในกลุมตวั เอง
และเขียนขอ มูลทีก่ ลมุ ตวั เองไดไ ปศึกษาเร่ืองรูทันขาวปลอม โดยใหผเู รยี นทกุ คนไดมีสวนรว มในการแลกเปล่ียน
และแสดงความคิดเหน็ ภายในกลุม จากทผ่ี ูเรยี น ไดหวั ขอ ในการเรียนรู จากใบความรแู ละสือ่ อนิ เตอรเ น็ต โดย
ใหเ วลาแตล ะกลุม จํานวน 30 นาที ในการอธิปรายกลุม
ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกตใ ช
1) ผเู รยี นแตละกลมุ นาํ เสนอผลงานหนาหอ งเรียน
2) ครูและผเู รียนรว มกนั สรปุ จากผลงานที่ผเู รยี นในแตล ะกลุมนาํ เสนอ
ขัน้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1) ครูประเมินพัฒนาการเรียนรขู องผเู รียนจากการนําเสนอผลงาน
2) ครใู หผเู รยี นเลนเกมส kahoot เกมสตอบคาํ ถาม เพื่อประเมินความรขู อง
ผเู รียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เรอ่ื งรูทัน
ขา วปลอม Fake News และมอบรางวัลใหกับผเู รียนที่ไดคะแนนสูงสุด 3 อนั ดับแรก
3) ครมู อบหมายงานใหผ เู รยี นไปศกึ ษาขอมูลเพมิ่ เติมดว ยกระบวนการเรียนรูดวยตนเอง (กรต)
5.2 กระบวนการจัดการเรียนรูดว ยตนเอง(กรต.)
ศึกษา คนควาจากใบความรู เอกสารและสื่อทุกประเภทท่เี กย่ี วของจากเวบ็ ไซต หองเรยี นออนไลน
By ครูอู และแหลง เรยี นรู วเิ คราะหแ ละแลกเปล่ยี นเรยี นรู สาธิต ฝกปฏบิ ตั ิ สรปุ บนั ทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหดั รายงานทดสอบยอย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จัดทําชนิ้ งาน/ผลงาน ฯลฯ
ขนั้ ตอนการเรียนรู
1) ครูสนทนากับผเู รยี นถึงวธิ กี ารศึกษาเรียนรูดว ยตนเอง
2) ครูบอกแหลงเรยี นรทู ี่ใชในการศกึ ษาขอมลู หอ งเรยี นออนไลน By ครอู ู กศน.อาํ เภอพราน
กระตาย สื่ออินเตอรเ นต็ และแหลงเรยี นรูอ ่นื ๆ ท่ผี เู รียนสะดวกในการคนหาขอมลู
3) ครมู อบหมายงานใหผูเรียนไปทําการศึกษาคน ควาดว ยตนเอง
4) ครูตดิ ตามใหคําปรึกษา แนะนาํ ทบทวนหลกั ฐานการเรยี นรทู ีต่ อ งสง
5) นดั หมายสงงานท่ีมอบหมาย และใหผูเรียนตอบใบงาน และทําแบบทดสอบหลงั เรียน ใน
หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตา ย
6) ครใู หข อเสนอแนะเพิม่ เติม
5.3 การวัดผลประเมินผล
จากการดําเนินจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน การการจัดการเรยี นรเู ชงิ รุก (Active Learning)
หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการเรยี นรู ONIE MODEL รปู แบบการจัดการเรยี นรูโ ดยใช
กจิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning) รายวชิ า รทู ันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036
เร่ือง การรูเ ทาทนั ขาวควบคกู ับการศกึ ษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) โดยใชเ คร่อื งมอ้ื ในการวดั ผลประเมินผล
ดงั น้ี
1) แบบทดสอบ เกมส kahoot เรอ่ื งรูท ันขาวปลอม
2) ใบงานเรื่องรูทันขาวปลอม
3) แบบทดสอบออนไลนกอนเรียนหลังเรียน เรื่อง รทู นั ขาวปลอม
4) แบบสังเกตุพฤติกรรม
จากการวัดผลประเมนิ ผลของผูเรียนทีเ่ ขา มาเรียนรู ในหองเรยี นออนไลน By ครอู ู โดยใช
กระบวนการเรียนรู ONIE MODEL รปู แบบการจดั การเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-Based
Learning) สรปุ ผลการวดั ผลประเมินผลของการเรียนรู ผูเ รยี นตอ งเรียนรูดว ยตนเอง ทุกคนในกลุม เปน ผปู ฏบิ ัติ
คณุ ครเู ปนพี่เลย้ี ง แตกิจกรรมทน่ี าํ มาใชครั้งนี้ เนน ใหผ เู รยี นมีประสิทธภิ าพในการเรียนรเู นือ้ หานนั้ ๆ มี
จดุ มุง หมาย สนกุ และนาสนใจ ไมซ ํา้ ซากจนกอใหเกดิ ความเบอื่ หนาย ซ่งึ การจัดกจิ กรมการเรยี นการสอนครั้ง
นี้มงุ เนน ใหผ เู รยี นไดเ กดิ การเรียนรูและทักษะดงั นี้
1) ผูเรยี นมีผลการทดสอบตามมาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชีว้ ัด ผา นเกณฑรอยละ 80
2) ครูผูสอนพัฒนาตนเอง ปรับวิธีการจดั การเรยี นการสอนใหส อดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของ
การศกึ ษา เปล่ยี นแปลงของสังคมและกา วทันเทคโนโลยี
3) ไดแนวทางการจัดการเรยี นรูเชงิ รุก (Active Learning) สําหรับครูผูสอน และบุคลากรทางการ
ศึกษาทีส่ นใจนาํ แนวทางไปประยกุ ตแ ละพฒั นาตอ ยอด
4) ผูเรียนเกิดทักษะกระบวนการคน ควาและ สรา งองคค วามรดู ว ยกระบวนการสืบเสาะหาความรู
เกดิ ทกั ษะการคิดสรางสรรค การคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ และ การคิดแกปญ หา สามารถตดั สนิ ใจและแกป ญ หา
อยางเปน ระบบ
5) ผูเรียนเกิดการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบตั จิ ริง สรา งองคความรไู ดดวยตนเองจากการรวม
กิจกรรม ซ่ึงครูผสู อนไดอ อกแบบกระบวนการเรียนรูและจดั การเรียนรเู ชงิ รุกใหผเู รยี นเกิดความรู
6. ผลสาํ เรจ็ ของการสรา งพัฒนานวัตกรรม
การการจัดการเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) หองเรียนออนไลน By ครูอู โดยใชกระบวนการ
เรียนรู ONIE MODEL สอดคลองกับรูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based
Learning) ควบคูกับการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (กรต.) เปนกระบวนการเรียนรูที่จัดขึ้นอยางเปนระบบตาม
ปรัชญา “คิดเปน” โดยการนํารูปแบบการสอนและแผนการจัดการเรียนรูรายวิชา รูทันขาวปลอม (Fake
News) เรือ่ ง การรเู ทาทนั ขาว ที่ใชส อ่ื การสอนผานระบบการเรียนรูร ปู แบบออนไลน ทดลองใชในสภาพการณ
จริงกับนักศึกษา กศน. มีข้ันตอนดําเนินงานโดยการกําหนดแบบแผนการทดลอง กลุมนักศึกษาท่ีสามารถมี
ความพรอมในการเรียนในรูปแบบออนไลนที่พัฒนาข้ึน มาทดลองใชกับกลุมเปาหมายที่เปนนักศึกษา กศน.
ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ท่ีลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการรูเทาทันขาวปลอม จํานวน 36 คน
ภาคเรียนที่ 1/2565 โดยมีวิธีการประเมินผลการเรียนรูดวย แบบทดสอบออนไลน และการประเมินความพึง
พอใจของผเู รียนทเ่ี ขาใชห องเรียนออนไลน By ครอู ู
6.1 ผลทเี่ กิดตามจุดประสงค
ผูเรียน กศน.อําเภอพรานกระตาย ในการจดั การเรยี นการสอนหรอื การจัดการเรียนรเู ชิงรกุ
(Active Learning) ไดทาํ แนวทางการ จดั การเรยี นการสอนโดยรปู แบบสามารถทาํ ไดห ลากหลายวิธี เชน การ
ทํางานเปนกลุม การอภิปราย การสือ่ สาร ระหวางกัน การมสี ว น รวมในชั้นเรยี น และการรวมกนั เขยี น
ขอ ความสั้นๆ เปน ตน ผลงาน/นวัตกรรมที่ขาพเจาไดพฒั นาขึน้ หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู รายวชิ า รูทันขาว
ปลอม (Fake News) รหสั วิชา สค0200036 เร่อื ง การรเู ทาทันขา ว ภาคเรยี นที่ 1/2565 ทีข่ า พเจา สรา งข้ึน
ไดแ ก
1) จากการทํากจิ กรรมตามแผนการจัดการเรยี นรเู ชิงรกุ (Active Learning) ผเู รียนทุกคนที่
ไดรบั การพฒั นาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในระดับดี
2) ผเู รยี นท่ีลงทะเบยี นเรยี นในรายวิชารเู ทาทันขา วปลอม ในภาคเรียนที่ 1/2565 ทกุ คน
ไดรบั การจดั การเรียนรูผ า นการ ลงมือทาํ และการจดั การเรียนรูเชิงรุก (Active Learning) ตามแผนการจดั การ
เรียนรูเชงิ รุก (Active Learning) ท่ผี สู อน สรา งขน้ึ
3) ผเู รยี นมีผลการสอบกลางภาคของผูเรยี นทลี่ งทะเบยี นเรียนในภาคเรยี นที่ 1/2565 พบวา
ผเู รียนทส่ี อบกลางภาค ของนักศึกษา กศน. อําเภอพรานกระตาย ท่ลี งทะเบยี นเรยี นเขาสอบ 36 คน และสอบ
ผาน จาํ นวน 33 คน รอยละ 91.66 ของผทู ่เี ขาสอบ ผา นเกณฑสงู กวาเกณฑท ีส่ ถานศึกษากําหนด ที่รอยละ80
ของผทู ี่ลงทะเบียนเรียนในวิชาดงั กลาว
6.2 ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน
ผลการดาํ เนินการพฒั นาผเู รียนในการนาํ รปู แบบการเรียนรู ผเู รยี นเกิดทกั ษะการทาํ งานรว มกัน
(Collaborative Skill) จากการทาํ กิจกรรมกลมุ มีทกั ษะ การส่อื สาร (Communicative Skill) มีปฏสิ ัมพนั ธท ี่
ดกี ับเพื่อรว มกลมุ สารมารถนําเสนอผลการทํากิจกรรมได ทักษะดา นสือ่ เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ (ICT
Literacy Skill) ผูเรยี นสามารถสบื คนขอมลู จากแหลง ขอมูลท่ี เหมาะสม เชอ่ื ถือได สามารถสรางองคค วามรูได
ดวยตนเอง มคี วามคิดสรางสรรค (Creative Skills) มที ักษะในการ คิดแกปญหา (Problem Salving Skill)
ซึ่งจากการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุกในรูปแบบนจี้ ะสามารถพฒั นาผเู รยี นในศตวรรษ ที่ 21 และมีความรูความเขา ใจ
ในเนอื้ หา รายวิชา รทู นั ขา วปลอม (Fake News) รหัสวชิ า สค0200036 เร่ือง การรูเทาทันขาว จากการลงมือ
ปฏิบตั ิจรงิ ของผเู รียน
6.3 ประโยชนทีไ่ ดรบั
1) ผูเรยี นเกิดทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ ละทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ในการคนควา และ
สรา งองค ความรดู วยกระบวนการสบื เสาะหาความรู เกิดทักษะการคิดสรา งสรรค การคิดอยางมีวจิ ารณญาณ
และการคดิ แกปญ หา สามารถตัดสินใจและแกป ญ หาอยางเปนระบบ
2) ผเู รียนเกดิ การเรียนรโู ดยการลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ สรางองคความรูไดด ว ยตนเองจากการทํากจิ กรรม
ซ่ึง ครูผูส อนไดออกแบบกระบวนการเรียนรูและจัดการเรยี นรูเ ชิงรกุ รปู แบบการเรยี นรูผานกิจกรรม (Activity-
based Learning) ใหผ เู รียนเกิดความรู
3) ผูเรยี นมผี ลการทดสอบตามมาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ัด ผานเกณฑรอยละ 80
4) ครผู สู อนพฒั นาตนเอง ปรับวิธีการจัดการเรยี นการสอนใหสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงของ
การศกึ ษา เปลีย่ นแปลงของสังคมและกาวทันเทคโนโลยี
5) ไดแนวทางการจัดการเรียนรูเชิงรกุ (Active Learning) สาํ หรบั ครูผูส อน และบคุ ลากรทางการ
ศกึ ษาทส่ี นใจนาํ แนวทางไปประยกุ ตแ ละพฒั นาตอ ยอด
6.4 ปจจัยความสําเรจ็
1) กระบวนการจัดการเรยี นรูเชงิ รกุ (Active Learning) สามารถพัฒนาผเู รียนใหเ กดิ ทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 ผูเ รียนเกิดทักษะการคดิ ทกั ษะการเรียนรู
การแกป ญหา สามารถสบื เสาะหาความรแู ละสรางองคความรูไ ดด วยตนเอง
2) ผบู ริหารและคณะครใู หความเหน็ ชอบและใหก ารสนบั สนุนการดาํ เนินกจิ กรรม มวี สั ดุอุปกรณท่ี
ใชในการจดั กิจกรรมอยา งเพียงพอ
3) ครผู สู อนปรับวธิ คี ิด เปลี่ยนวธิ สี อนจากการสอนแบบบรรยาย มาเปน ผชู ี้แนะการเรียนรู
(Learning Coaching) ใหผ เู รยี นมสี ว นรว ม และปฏิบตั ิกจิ กรรมในกระบวนการจัดการเรียนรูของครผู ูสอนมาก
ขน้ึ ทาํ ใหผูเ รียนสามารถสรางองคความรูไดดว ยตนเองอยา งมคี วามหมาย
4) ผเู รยี นไดเรยี นรูรวมกนั จากการทาํ งานเปน กลุม มีการอภปิ ราย การส่ือสารระหวา งกัน การมี
สว น รว มในชั้น เรียน สามารถเขียนสรุปองคความรจู ากการเรียนไดถกู ตอง
แผนการจัดการเรยี นรู Active Learning
กลมุ สาระ การพัฒนาสังคม ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2565 กศน.อาํ เภอพรานกระตา ย
รายวชิ า รูทันขาวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 จาํ นวน 2 หนวยกิต
ระดับ ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เร่ือง การรเู ทา ทนั ขา ว จาํ นวน 20 ช่ัวโมง พบกลุม 5 ช่ัวโมง และ เรียนรูด วยตน เอง(กรต) 15 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐานท่ี 5.4 มคี วามรู ความเขา ใจ เห็นความสาํ คัญของหลักการพฒั นา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน/ สงั คม
ผลการเรยี นรูที่คาดหวงั
1. บอกความหมาย ของการรูเทา ทันขาวปลอม (Fake News)
2. อธิบายกระบวนการเกดิ ขาวปลอม (Fake News) ในรปู แบบตางๆได
3. เปรียบเทยี บความแตกตา งระหวางความจรงิ และขา วปลอม (Fake News) ได
4. วเิ คราะหขาวทเ่ี กดิ ขึ้นไดวา เปนขา วจรงิ หรอื ขา วปลอม (Fake News) ได
5. สามารถจัดการรับมือกับขาวปลอม (Fake News) ได
สาระการเรียนรเู ร่อื ง
เรอ่ื งท่ี 1 การรทู ันขา ว
1. การรทู นั ขา วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรทู นั ขา ว
1.2 วตั ถุประสงคของการสรางขาวปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชอื่ ขาวปลอม (Fake News)
1.4 การสรา งทกั ษะรเู ทาทันขาว
2. กระบวนการเกิดขา วปลอม (Fake News)
3. ความแตกตา งระหวางขาวปลอม (Fake News)
4. ผลกระทบของขา วปลอม (Fake News)
5. การรบั มอื กับขาวปลอม (Fake News)
จุดประสงคการเรยี นรู
1. เพอ่ื ใหผูเรยี นเขาใจ การรูทันขาววัตถุประสงคและประเภทขา วปลอม
2. เพอ่ื ใหผเู รยี นเขาใจความแตกตางระหวางขาวจรงิ และขาว ผลกระทบของขาวปลอม (Fake
News) และ การรบั มือกับขา วปลอม (Fake News)
การจัดการเรยี นการสอน
ข้ันตอนการจัดการกระบวนการเรียนรู ONIE model
ขนั้ ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพปญหา ความตองการในการเรยี นรู
1. ครูกลาวทกั ทายผเู รียน และซกั ถามผเู รยี นเปน รายบุคคลเกยี่ วกับ ขาวในปจ จบุ นั ทีผ่ ูเรียนไดด ูขาว
เมอ่ื เชาท่ีผา นมา เพ่ือกระตุนความสนใจกบั ผเู รียน
2. ครชู ีแ้ จงกรอบรายละเอียดรายวิชารูทนั ขา วปลอมใหผเู รียนกอนเริม่ กจิ กรรมการเรียนการสอนครู
ใหผูเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรยี น
3. ครสู นทนากบั ผูเ รยี นถึงวิธีการศึกษาและการตดิ ตามขาวและแบง กลุมผเู รียน
4 ครใู หผูเ รยี นดคู ลิปวีดีโอ เร่ือง เปด ใจเหย่ือโซเชียล ชายสวมรองเทามี
รู https://www.youtube.com/watch?v=S2Wyh50bhtI
5 ครกู ระตุนความคดิ ของนักศึกษาโดยใชค ําถามวา จากที่ผูเรยี นไดด ู คลปิ วดี ีโอทง้ั เมื่อสกั ครนู ี้ แลว
ผูเรียนไดเรยี นรอู ะไรจากคลปิ วีดโี อทัง้ โดยใหผ ูเ รียนทกุ คนไดม ีสวนรว มในการแลกเปล่ยี นและแสดงความ
คิดเห็น
6 ครูเชือ่ มโยงคาํ ตอบของผูของผเู รยี น จากน้นั ตอวา หากผูเรยี นเจอเหตกุ ารณ และสถานการณท ่ี
เกดิ ขึ้นแบบนี้ ผูเ รยี นจะตัดสนิ ใจอยางไร
7 ครใู หผ ูเรียนแบงกลุมออกเปนกลุมละ โดยใชน นั ทนาการดวยเพลงในการแบง กลมุ ผเู รียนออกเปน
กลมุ ๆที่เทาๆกัน โดยใหคละชายหญิง
8 ครใู หผเู รยี นแตละกลมุ กําหนดปญ หาการเรยี นรหู วั ขอ ขา วและขา วปลอม โดยใหผ ูเรยี นแตละกลุม
ไดเลือกหัวขอในการศึกษาคนควา หาขอมูล โดยใหผ ูเรยี นทกุ คนไดมีสว นรว มในการแลกเปลีย่ นและแสดงความ
คิดเหน็ ภายในกลมุ
ขน้ั ท่ี 2 การแสวงหาขอมลู และการเรียนรู
1. ผเู รียนแตละกลมุ ดคู ลปิ วดี โี อท่ีครเู ปด การรเู ทา ทันขา วปลอม Fake News EP 1 : ความรู
เกยี่ วกับขา วปลอม https://www.youtube.com/watch?v=9kfjp09v5bc
2. ผเู รียนแตล ะกลมุ ดวู ดิ โี อท่ีครูเปด การรูเทาทนั ขาวปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา ว
ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=iSI2U8YDw3Q
3. ผูเรยี นแตล ะกลุมดูวดิ โี อท่ีครูเปด การรเู ทาทันขาวปลอม Fake News EP 3 : วิธีตรวจสอบขา ว
ปลอม https://www.youtube.com/watch?v=dVUlIc-5h9U
4. ครูแจกกระดาษปรูฟใหกับผเู รยี นแตละกลุม ผูเ รยี นแตละกลมุ รวมกนั อภิปรายในกลุม ตัวเองและ
เขยี นขอ มลู ทีก่ ลุมตวั เองไดไปศึกษาเร่ืองรทู นั ขาวปลอม โดยใหผเู รยี นทกุ คนไดม สี ว นรว มในการแลกเปลยี่ นและ
แสดงความคดิ เห็นภายในกลมุ จาก ท่ีผูเรยี น ไดห ัวขอในการเรียนรู จากใบความรแู ละสอ่ื อนิ เตอรเ น็ต โดยให
เวลาแตละกลมุ จาํ นวน 30 นาที ในการอธิปรายกลุม
ขนั้ ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละการนาํ ไปประยุกตใ ช
1. ผูเรียนแตละกลมุ นาํ เสนอผลงานหนา หอ งเรยี น
2. ครูและผเู รียนรว มกนั สรุปจากผลงานที่ผเู รยี นในแตล ะกลุมนําเสนอ
ขน้ั ท่ี 4 การประเมนิ ผล
1. ครปู ระเมนิ พฒั นาการเรียนรูข องผูเ รียนจากการนาํ เสนอผลงาน
2. ครูใหผ ูเ รยี นเลน เกมส kahoot เกมสต อบคําถาม เพ่ือประเมนิ ความรขู อง
ผูเรียน https://create.kahoot.it/details/341dd286-46be-4734-996a-f87ddd143da61 เร่อื งรทู นั
ขาวปลอม Fake News และมอบรางวลั ใหก ับผเู รยี นทไ่ี ดคะแนนสงู สดุ 3 อันดับแรก
3. ครูมอบหมายงานใหผเู รียนไปศึกษาขอมลู เพม่ิ เติมดวยกระบวนการเรียนรูด วยตนเอง (กรต)
กระบวนการจดั การเรียนรูด ว ยตนเอง
การศกึ ษาเรยี นรูดว ยตนเอง (กรต.)
ศึกษา คน ควาจากใบความรู เอกสารและสือ่ ทุกประเภทที่เกี่ยวขอ งจากเว็บไซต หองเรียนออนไลน By
ครูอู และแหลง เรยี นรู วเิ คราะหแ ละแลกเปลย่ี นเรยี นรู สาธิต ฝกปฏิบัติ สรุป บนั ทึกการเรียนรู ใบงาน/
แบบฝกหัด รายงานทดสอบยอย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จดั ทาํ ช้ินงาน/ผลงาน ฯลฯ
1. ครูสนทนากบั ผเู รยี นถงึ วิธีการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง
2. ครบู อกแหลงเรียนรูทใ่ี ชใ นการศกึ ษาขอมลู หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อาํ เภอพรานกระตาย
สื่ออนิ เตอรเ น็ตและแหลงเรียนรอู ืน่ ๆ ทผี่ ูเรียนสะดวกในการคนหาขอมลู
3. ครูมอบหมายงานใหผูเรียนไปทาํ การศึกษาคน ควาดว ยตนเอง
4. ครูตดิ ตามใหคําปรกึ ษา แนะนาํ ทบทวนหลักฐานการเรยี นรทู ่ีตองสง
5. นดั หมายสง งานท่ีมอบหมาย และใหผเู รียนทําใบงานเร่อื งรูทนั ขาว และ ทําแบบทดสอบหลงั เรยี น
ดว ยระบบออนไลน ในหองเรียนออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตาย ที่ครูทาํ ลงิ กไ ว
6. ครใู หข อเสนอแนะเพ่ิมเติม
ส่ือ/วสั ดุอปุ กรณการเรียนการสอน
1 ใบความรเู รือ่ ง รูทันขา ว
2 ส่ืออิเล็กทรอนิกส หอ งเรยี นออนไลน By ครูอู กศน.อําเภอพรานกระตา ย
3 ใบงาน เรอื่ ง รทู นั ขาว
4 ปากกาเคมี
5 คลิปวีดโี อ
6 กระดาษปรฟู
แหลงเรยี นรู
1 หองเรยี นออนไลน By ครูอู
2 อนิ เตอรเน็ต
3 หองสมุดประชาชน
เคร่ืองมือ วัดผลประเมนิ ผล
1 แบบทดสอบ เกมส kahoot เร่ืองรูทนั ขาวปลอม
2 ใบงานเรอ่ื งรูท ันขา วปลอม
3 แบบทดสอบออนไลนก อนเรียนหลังเรยี น เรอ่ื ง รทู ันขา วปลอม
ลงชอ่ื ………………………………………….ผสู อน
(นายณัฐวฒุ ิ เหลาลาภะ)
ตาํ แหนง……ครผู ูช ว ย………..
ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ….................................................ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา
(......................................................)
รู้เท่าทนั ข่าว
(News Literacy)
ส่อื และเทคโนโลยีทเ่ี ปล่ยี นแปลง
ในปจั จบุ นั พฤตกิ รรมการบรโิ ภคขา่ วสารของผอู้ า่ นไดเ้ ปลยี่ นไปอยา่ งมาก เนอื่ งจากสอ่ื และเทคโนโลยี
ไดพ้ ฒั นาอยา่ งรวดเรว็ มีการบริโภคขา่ วสารผ่านทางสอ่ื สงั คมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรอื
ไลน์ มากข้ึน และในสือ่ โซเชียลผใู้ ช้งานอินเทอร์เนต็ ทว่ั ไปยงั สามารถแสดงบทบาทเป็นผู้น�ำเสนอข่าว
เองได้ โดยมีผู้อา่ นจำ� นวนไมน่ ้อยให้ความสนใจและคอยตดิ ตาม เน่ืองจากน�ำเสนอขา่ วที่รวดเรว็
แปลกใหม่ หวอื หวาและเร้าอารมณ์
ถึงแม้ว่าความรวดเร็วในการรายงานข่าวทางออนไลน์จะช่วยท�ำให้ผู้อ่านรับข้อมูลข่าวสารอย่าง
ทนั ทว่ งที แตป่ ญั หาทเ่ี กดิ ขนึ้ คอื ขา่ วออนไลนบ์ างสว่ นไมไ่ ดร้ บั การกลน่ั กรองคณุ ภาพและความถกู ตอ้ ง
เนอื่ งจากเปน็ สอื่ ทเ่ี ปดิ กวา้ ง และไมไ่ ดถ้ กู จำ� กดั วา่ เปน็ ขา่ วนำ� เสนอจากสอ่ื มวลชนกระแสหลกั แตเ่ พยี ง
อยา่ งเดียวอกี ต่อไป นอกจากนี้ ข่าวที่น�ำเสนอผา่ นทางหน้านิวส์ฟีดของโซเชียลมเี ดียยงั สามารถ
ถูกส่งตอ่ หรือแบง่ ปนั ใหผ้ ู้อนื่ อา่ นตอ่ ได้ในวงกวา้ ง ซึง่ ส่งผลท�ำใหเ้ กดิ การแพรก่ ระจายของขา่ วสาร
อยา่ งรวดเรว็ และสรา้ งอทิ ธพิ ลต่อความคดิ ของคนในสังคมเปน็ อยา่ งมาก ดว้ ยเหตุนี้จึงเปน็ การเปดิ
โอกาสใหผ้ ู้ไม่หวงั ดสี ร้างขา่ วปลอมเขา้ มาปะปนกบั ข่าวอน่ื ๆ บนโลกออนไลน์ จนท�ำให้ผอู้ ่านหลงเช่ือ
ขา่ วปลอม ข่าวลือ หรอื ขา่ วบดิ เบือนเพราะไม่ร้เู ท่าทันสื่อเหล่านี้
พลเมืองดิจทิ ลั จึงควรมีทักษะในการรูเ้ ท่าทนั ขา่ ว มวี ิจารณญาณแยกแยะไดว้ ่าข่าวใดเป็นขา่ วปลอม
มที กั ษะในการวเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบเพอื่ ทจี่ ะไดข้ อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ้ งในการแสดงความคดิ เหน็ รจู้ กั ประเมนิ
และเลือกใชข้ ้อมลู ได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ สรา้ งการเปลีย่ นแปลงใหเ้ กดิ สงั คมประชาธปิ ไตยท่ี
ผ้คู นแลกเปลยี่ นข้อมูลขา่ วสารและแสดงความคดิ เหน็ บนขอ้ เทจ็ จรงิ และเหตุผล
News Literacy l 3
การรเู้ ท่าทันขา่ วคอื อะไร
การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว คอื ทกั ษะในการคดิ วเิ คราะหข์ า่ วสารเพอ่ื ทจี่ ะตรวจสอบและประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื
ของขา่ วสารและขอ้ มลู รวู้ ่าข่าวน้นั นา่ เช่ือถือหรอื ไม่ รู้วา่ ขา่ วนนั้ เขยี นข้นึ ดว้ ยจดุ ประสงคอ์ ะไร รจู้ ัก
การแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ออกจากความคดิ เหน็ และการชน้ี ำ� ของผสู้ รา้ งและเขยี นขา่ ว ไมใ่ ชอ้ คตใิ นการรบั
ขา่ วสาร โดยเฉพาะอย่างย่ิงรู้จกั การตรวจสอบข่าวปลอมท่มี กั เผยแพรท่ างส่ืออินเทอร์เน็ต เพ่ือได้
ไมต่ กเปน็ เหยอ่ื ของผไู้ มห่ วงั ดี
พฤตกิ รรมการใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนใ์ นการรบั รแู้ ละเชอ่ื ขา่ วสาร
โดยขาดทกั ษะการรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วนน้ั เปน็ เรอื่ งสำ� คญั ทไ่ี มส่ มควร
จะมองขา้ ม ขา่ วสารทไี่ มม่ คี วามจรงิ หรอื ทเี่ รยี กวา่ ขา่ วปลอม
(Fake news) ท่เี ผยแพรท่ างสื่อสงั คมออนไลน์นั้น สามารถ
จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมได้ เน่ืองจากข่าวปลอม
มีการบิดเบือน ใส่ร้าย และชี้น�ำ จนอาจท�ำให้ประชาชน
เกดิ ความสบั สน และขดั แยง้ จนอาจสง่ ผลใหเ้ กดิ ความวนุ่ วาย
ในสังคมได้
ข่าวปลอมคอื อะไร
ปัจจบุ นั ยังไม่มีค�ำจำ� กดั ความท่แี น่นอนของข่าวปลอม (Fake news) ผู้ให้ค�ำนยิ ามก็ตคี วามหมายของ
ขา่ วปลอมแตกตา่ งกนั ออกไป อยา่ งไรกต็ าม ความหมายกวา้ ง ๆ ของขา่ วปลอมคือ “ขา่ วทไ่ี ม่จริง”
เนอื้ หาของขา่ วปลอมอาจมขี อ้ เทจ็ จรงิ เพยี งเลก็ นอ้ ยหรอื เพยี งบางสว่ นแตข่ าดบรบิ ทของรายละเอยี ด
หรืออาจเป็นข่าวทไี่ มม่ มี ูลความจรงิ เลย เนื้อหาของข่าวเปน็ เรือ่ งทกี่ ขุ ้นึ มาหรอื ไม่มีข้อเท็จจริง ไมม่ ี
แหล่งขา่ วหรือค�ำพูดทีต่ รวจสอบได้ ขา่ วปลอมบางประเภทก็อาจมเี น้อื ขา่ วที่ตรวจสอบได้จรงิ แต่มี
ลักษณะการเขยี นด้วยอคติ จงใจให้ร้าย หรือไม่ใสร่ ายละเอยี ดทส่ี ำ� คญั ตอ่ เหตุการณ์ลงในเน้อื ข่าว
หรอื นำ� เสนอจากมมุ มองดา้ นเดยี ว บางครงั้ ขา่ วปลอมกเ็ ปน็ โฆษณาชวนเชอ่ื ทจ่ี งใจเขยี นขนึ้ มาเพอื่ ชน้ี ำ�
คนอา่ น โดยมแี รงจูงใจทางการเมือง หรอื อาจเปน็ เพยี งแค่ “พาดหวั ยว่ั ใหค้ ลกิ ” (Clickbait) ที่เขียน
ล่อให้คนเข้ามาอ่านเพ่ือเพ่มิ ยอดวิวโดยมีแรงจงู ใจทางการเงินอยเู่ บ้อื งหลงั อยา่ งไรก็ตามขา่ วปลอม
มลี กั ษณะกวา้ ง ๆ 3 ขอ้ คอื
4 l รเู้ ทา่ ทนั ข่าว
ลกั ษณะกวา้ งๆ ของข่าวปลอม
มบกีขเาดจรออ้ งะ้วตคมสตยนตูลว่ ้นุกาขินเาใททอหหร็จ่ีจงใรเ้ ะกผชอืไบดิมู้อ้อปดิกา่า่วรเนราา่าบมรจศือแณะจนชมา์มหรีขกา์อรอ้ขกอือเอ้กทกปเวท็จไิด่าปจจ็บตรจังริงรครเิงพกวเาะลยี มยงกจรระิงตนุ้
นอกจากขา่ วปลอมจะแบ่งประเภทตามระดบั ความรนุ แรงของเนื้อหาแลว้ พิจิตรา สคึ าโมโต้ เสนอว่า
ขา่ วปลอมยังสามารถแบ่งตามเจตนาความต้ังใจของผู้ส่งสารหรือผูส้ ร้างขา่ วไดอ้ ีก 3 ประเภทคอื
3 Mis- information การแชร์ขา่ วปลอมโดยไมไ่ ด้ตัง้ ใจ ผูส้ ่งสารไม่มีเจตนา
ปั่นป่วนหรือทำ� รา้ ยใคร แต่แชร์เพราะความไมร่ ู้
ประเภท Dis- information เปน็ ขา่ วปลอมทต่ี ง้ั ใจปน่ั ปว่ น ใหร้ า้ ย โจมตผี อู้ นื่ มเี จตนา
ทีจ่ ะชกั น�ำความคดิ ของสังคม และปิดบังความจริง
Mal -information ขา่ วปลอมทส่ี รา้ งความเกลยี ดชงั เปน็ ขา่ วทม่ี ขี อ้ เทจ็ จรงิ
อยบู่ า้ งแตเ่ จตนาสรา้ งขน้ึ เพอื่ ดถู กู เหยยี ดหยาม สรา้ งความเกลยี ดชงั ใหผ้ ตู้ ก
เปน็ ขา่ ว ขา่ วประเภทนส้ี ง่ ผลกระทบรา้ ยแรงทส่ี ดุ เชน่ การลา่ แมม่ ดในโลกออนไลน์
การสอื่ สารทสี่ รา้ งความเกลียดชัง มีการแบ่งเขาแบง่ เรา
News Literacy l 5
ข่าวปลอมอยู่ภายในระบบนเิ วศขนาดใหญ่ของข้อมลู ท่ผี ดิ พลาดและบิดเบอื น การท�ำใหผ้ ู้อา่ น
เข้าใจผิด อาจเกดิ โดยตงั้ ใจหรอื ไม่ได้ตง้ั ใจกไ็ ด้ แตก่ ารบิดเบือนข้อมูลเปน็ ข้อมูลเท็จท่สี ร้างขึน้
โดยเจตนาและ แพร่กระจาย เพ่อื สร้างอทิ ธิพลตอ่ ความคิดเหน็ ของสาธารณชนหรือปดิ บัง
ความจริง ในการจาํ แนกประเภทของข่าวปลอม The European Association for Viewers
Interests (EAVI) ซงึ่ เปน็ องคก์ รทไี่ มแ่ สวงหาผลกาํ ไรทสี่ นบั สนนุ การรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื ไดแ้ บง่ ประเภท
ข่าวปลอมและขา่ วทีส่ ร้างความเข้าใจทผ่ี ดิ ดงั นี้
1ข่าวพาดหัว ย่วั ใหค้ ลิก หรอื คลกิ เบท 2โฆษณาชวนเชอื่ (Propaganda) เปน็ การนำ� เสนอ
(Clickbait) ขา่ วทใ่ี ชค้ ำ� หรอื รปู ภาพพาดหวั ขอ้ มลู ขา่ วสารทมี่ งุ่ ชกั จงู ทศั นคตขิ องผรู้ บั สารตอ่
ทท่ี �ำให้ดูชวนสงสยั ใคร่รู้ หรือดงึ ดดู ใจให้ อดุ มการณห์ รอื มมุ มองบางอยา่ งโดยการนำ� เสนอ
ผใู้ ชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ ทวั่ ไปคลกิ เขา้ ไปอา่ น การใหเ้ หตผุ ลเพยี งขา้ งเดยี ว การโฆษณาชวนเชอื่
ผสู้ รา้ งขา่ วอาศยั ประโยชนจ์ ากความสงสยั มกั ทำ� ซำ้� และกระจายในสอ่ื หลายชนดิ เพอื่ หวงั ผล
โดยใหข้ อ้ มลู เลก็ ๆ นอ้ ย ๆ พอชวนใหผ้ อู้ า่ น ใหผ้ ู้รับสารเชอื่ และคล้อยตาม
สงสัย แต่ไม่พอจะขจัดความสงสัยนั้น อดุ มการณท์ ผ่ี สู้ ง่ สารตอ้ งการสอ่ื
จนต้องคลิกเข้าไปดูเนื้อหาน้ัน ๆ ท้ังที่
เนื้อข่าวอาจไม่ค�ำนึงถึงคุณภาพหรือ 3ขา่ วแฝงการโฆษณา (Sponsored content,
ความถูกต้องของข้อมูล แต่การพาดหัว Native Advertising) รปู แบบโฆษณาทใ่ี ชร้ ปู แบบ
ทำ� ใหค้ นหลงกลคลกิ เขา้ ไปเพอ่ื เรยี กยอดววิ เนอื้ หาแนบเนียนกับเนอื้ หาปกตใิ นเวบ็ ไซตน์ นั้ ๆ
ในเว็บไซต์น่ันเอง หรือแนบเนียนไปกับสิ่งแวดล้อมของแพลตฟอร์ม
ของสื่อน้ัน ๆ ทเ่ี ป็นอยู่ พร้อมทำ� หนา้ ท่ใี หเ้ นอื้ หา
4 ขา่ วลอ้ เลยี นและเสยี ดสี (Satire and ทค่ี นตอ้ งการรับรู้ หรือรับชม โดยไม่ทราบว่าเป็น
Hoax) ขา่ วท่ีดดั แปลงขอ้ มูลเพ่ือมุง่ สรา้ ง โฆษณาจนกวา่ จะไดอ้ า่ น/ดจู บ ขา่ วแฝงการโฆษณาน้ี
อารมณข์ นั ใหก้ ับผอู้ ่าน ใชเ้ นื้อหาทต่ี ลก จะทำ� การแฝง (Tie-in) เร่อื งราวของแบรนดแ์ ละ
ขบขันเพ่ือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ สนิ คา้ ไมม่ ากเกนิ ไป ทำ� ใหค้ นอา่ นหรอื คนเสพสอ่ื นน้ั
เหตุการณ์ข่าวในโลกแห่งความเป็นจริง รสู้ ึกว่าไมไ่ ด้อา่ นโฆษณาอยู่ เน้อื หาคอนเทนต์นน้ั
ผา่ นการลอ้ เลียนหรือเสยี ดสี อาจจะเป็นทงั้ การผลติ โดยผูล้ งโฆษณา หรอื เปน็
การรว่ มกนั ผลติ ระหวา่ งผโู้ ฆษณาและเจา้ ของชอ่ งทาง
5ข่าวทผี่ ดิ พลาด (Error) บางครัง้ แม้แต่ขา่ วทเ่ี ผยแพรจ่ ากสาํ นกั ข่าว
ออนไลน์ท่ีเชือ่ ถือได้ กอ็ าจมคี วามผดิ พลาดได้เชน่ กัน เชน่ การเขียน
ข้อความท่ผี ดิ ชอ่ื บคุ คลหรอื รปู ภาพผิดจากเน้อื ข่าวจรงิ ๆ
ซงึ่ ทาํ ใหผ้ ู้รบั สารเข้าใจไปในทศิ ทางอื่น หรือไม่เข้าใจใน
ขา่ วน้นั
6 l รเู้ ทา่ ทันขา่ ว
7ข่าวเอนเอยี งเลือกข้าง (Partisan) เป็นข่าว ทฤษฎสี มคบคดิ (Conspiracy theory)
บิดเบือนข่าวสาร มักจะเลือกข้างโดยน�ำเสนอ เป็นเร่ืองเล่าหรือบทความท่ีสร้างข้ึนมาจาก
ความคิดของคน หรือกลุ่มคนท่ีนําเหตุการณ์
6 ข่าววิพากษ์วิจารณ์ในทางลบต่อฝ่ายที่ตนเอง ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน
ไมช่ อบ ในขณะทีฝ่ ่ายท่ตี นเองสนับสนุน จะเสนอ ทฤษฎีสมคบคิดอธิบายเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น
ข่าวชนื่ ชมเกนิ จรงิ โดยเฉพาะด้านการเมอื ง โดยอาศยั ข้อมลู ทีไ่ ม่มีความเชอ่ื มโยงกนั เชน่
เคร่ืองบินพาณิชย์ที่หายไปจากจอเรดาร์อย่าง
ไร้ร่องรอยเกิดจากมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป
ทฤษฎีสมคบคิดยังอาจมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น
อนื่ ๆ เพือ่ ให้ประโยชน์ ให้โทษต่อบุคคลหรือ
8วทิ ยาศาสตรล์ วงโลก (Pseudoscience) กลมุ่ บคุ คลหนง่ึ ใด เช่น เครื่องบินที่
คอื ขอ้ เขียนที่อ้างวา่ เป็นทัง้ วทิ ยาศาสตร์ หายไปนนั้ โดน CIA ยดึ ไวเ้ พราะตอ้ งการ
และขอ้ เทจ็ จรงิ แตจ่ รงิ ๆ แลว้ ขดั แยง้ หรอื ของสำ� คญั ทีอ่ ยใู่ นเคร่อื งบิน
เขา้ กนั ไมไ่ ดก้ บั กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
หรอื ไมม่ หี ลกั ฐานหรอื ความเปน็ ไปไดใ้ ด ๆ
มาสนบั สนุน ไมส่ ามารถทำ� การตรวจสอบ
หรอื ขาดฐานความเป็นวทิ ยาศาสตร์ ใน 9ข่าวท่ีให้ข้อมูลผิด ๆ (Misinformation)
แวดวงข่าว วทิ ยาศาสตร์ลวงโลกจะมาใน คอื ขา่ วทไ่ี มไ่ ดต้ รวจสอบใหแ้ นช่ ดั เสยี กอ่ น ขอ้ มลู
รูปแบบของบทความทางการแพทย์หรือ อาจมีท้งั จริงและเทจ็ ผสมกนั ผสู้ ง่ สารต้ังใจจะ
บทความสขุ ภาพทแี่ ฝงโฆษณายารกั ษาหรอื สง่ ขา่ วออกไป แตอ่ าจจะไมไ่ ดต้ ระหนกั วา่ ขา่ วนน้ั
อปุ กรณเ์ พอ่ื สขุ ภาพ โดยแอบอา้ งวา่ มขี ้อมูลทผ่ี ิดพลาดอยู่ เช่น ขา่ วลอื
ไดผ้ า่ นการวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ลว้
มกี ารสรา้ งภาพผเู้ ชย่ี วชาญขน้ึ มา
เพอื่ ใหด้ ูนา่ เชอ่ื ถอื
10ขา่ วหลอกลวง (Bogus) คอื ขา่ วปลอมทเ่ี จตนาในการสรา้ ง
ขนึ้ มาและจงใจใหแ้ พรก่ ระจาย มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ หลอกลวง
อาจมเี นอื้ เรอื่ ง ภาพ หรอื ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ทเ่ี ปน็ เทจ็ มาประกอบกนั
อาจรวมถึงการแอบอา้ งเป็นแหล่งขา่ วหรอื
บคุ คลท่อี ยใู่ นเหตุการณท์ ุกวธิ ีการท่ีจะทําให้
ข่าวน้ันดูเปน็ ข่าวปลอมทสี่ มบูรณ์มากข้นึ
อยา่ งไรกต็ าม ประเภทของขา่ วปลอมอาจไม่ได้แบง่ แยกกนั เปน็ อิสระทชี่ ัดเจน แต่คาบ
เกยี่ วกันได้ เช่น ขา่ วเอนเอยี งเลอื กข้างอาจจัดเปน็ โฆษณาชวนเช่ือกไ็ ด้ หรอื โฆษณา
ชวนเชื่ออาจอยูใ่ นกลมุ่ ของขา่ วแฝงโฆษณาก็ได้ ข่าวหลอกลวงอาจจะใชค้ ลกิ เบทเพื่อ
ดึงดูดความสนใจคนอ่านไดเ้ ชน่ กนั
News Literacy l 7
รูปแบบเนอื้ หาของขา่ วปลอม
ส�ำหรบั ลักษณะเน้อื หาของข่าวปลอมนั้น First Draft News ซ่ึงเปน็ องค์กรที่ต้งั ข้นึ มาเพ่อื ตอ่ สู้กับ
ข่าวปลอม รว่ มกบั โซเชียลมีเดีย และ Publisher อีกกวา่ 30 ราย รวมถงึ เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์,
New York Times หรือ BuzzFeed ไดจ้ ัดรปู แบบเนื้อหาของขา่ วปลอมไว้ 7 แบบโดยเรยี งตาม
ระดับความรุนแรงจากนอ้ ยไปหามาก ดงั น้ี
เน้อื หาลอ้ เลยี นเสียดสี (Satire or Parody)
ขา่ วลอ้ เลยี น ไมไ่ ดม้ เี จตนาในการสรา้ งความเขา้ ใจผดิ หรอื ตอ้ งการใหผ้ อู้ า่ นหลงเชอื่ แตต่ อ้ งการ
ล้อเลียน หรอื ท�ำใหข้ บขัน มกั เป็นการล้อเลยี นเหตกุ ารณบ์ ้านเมืองในปัจจบุ นั หรอื ล้อเลียน
คนมชี อื่ เสยี ง โดยมกั มกี ารจดั หนา้ เลยี นแบบหรอื รปู แบบใหเ้ หมอื นขา่ วจรงิ จนบางครง้ั ผอู้ า่ น
หลงเชอื่ วา่ เปน็ ขา่ วจรงิ ได้ เชน่ บทความใน “ผจู้ ดั กวน” หรอื ในเวบ็ ไซต์ “ขา่ วปด” จรงิ ๆ แลว้
ขา่ วลอ้ เลยี นไมใ่ ชข่ า่ วปลอม แตก่ ารทผ่ี อู้ า่ นอาจขาดความรคู้ วามเขา้ ใจ จงึ ทำ� ใหข้ า่ วลอ้ เลยี น
มีคณุ ลักษณะถกู จัดว่าเป็นขา่ วปลอมได้เชน่ กัน ข่าวประเภทน้มี รี ะดบั ความรนุ แรงน้อยทส่ี ุด
เนือ้ หาไมต่ รงพาดหัว (False connection)
เรยี กอกี อยา่ งวา่ พาดหวั ยว่ั ใหค้ ลกิ (Clickbait) คอื ขา่ วมกี ารเชอ่ื มโยงเนอื้ หาทผ่ี ดิ พาดหวั ขา่ ว
รปู ภาพ หรอื คำ� บรรยาย ไมไ่ ดเ้ ชอื่ มโยงกบั เนอื้ หาขา่ วจรงิ ๆ เปน็ การโยงสองสง่ิ ไมไ่ ดเ้ กย่ี วขอ้ ง
กนั เลยแตถ่ ูกน�ำมากล่าวถงึ ในขา่ วเดียวกันหรอื ท�ำใหม้ าเชื่อมโยงกนั โดยพาดหวั มักจะเป็น
การเร้าอารมณด์ งึ ดดู ใหค้ นเขา้ มาอ่าน เนือ่ งจากปจั จุบนั ผอู้ า่ นมกั จะมชี ่วงความสนใจที่สนั้ ลง
จงึ ทำ� ให้ส�ำนกั ข่าวออนไลน์ เนน้ พาดหัวข่าวใหห้ วือหวา หรือใชร้ ูปท่ไี ม่ไดเ้ กี่ยวขอ้ งโดยตรง
กบั ขา่ วเพ่อื ดงึ ความสนใจให้คนกดเข้ามาอา่ น
8 l รู้เท่าทนั ขา่ ว
เน้อื หาช้นี �ำ (Misleading)
เปน็ ขา่ วทมี่ เี นอื้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ แตจ่ งใจบดิ เบอื นเรอื่ งราวหรอื ใสร่ า้ ยผอู้ น่ื ใหเ้ ขา้ ใจผดิ โดยการชน้ี ำ�
ไปในทางใดทางหนง่ึ เปน็ การเขยี นขา่ วโดยใช้อคตขิ องผู้เขียน เช่น ข่าวรัฐบาลปลดลอ็ ก
กญั ชาเสรที น่ี กั ขา่ วเจตนาชนี้ ำ� ใหค้ นอา่ นเขา้ ใจผดิ วา่ รฐั บาลจะทำ� ใหก้ ารเสพกญั ชาถกู กฎหมาย
ท้งั ที่ในความจริงเปน็ การเปดิ โอกาสให้สามารถนำ� กญั ชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
เนื้อหาทผ่ี ิดบรบิ ท (False Context)
เป็นข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมูลจริงแต่น�ำบริบทอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเน้ือหาน้ันมาเชื่อมโยงท�ำให้คน
ตีความผิด เชน่ เนอ้ื หาของขา่ วเป็นเรอื่ งจริงแต่น�ำภาพประกอบจากแหลง่ อน่ื มาประกอบ
เชน่ ขา่ วกู้ภัยจับงเู หลอื มเขา้ บา้ น เน้ือข่าวเป็นเรอื่ งจรงิ แต่นำ� ภาพประกอบงอู นาคอนดา
จากภาพยนตรม์ าประกอบ ซงึ่ ท�ำให้คนเข้าใจผิดวา่ งเู หลอื มที่ถกู จบั นน้ั ตัวใหญม่ าก
เน้ือหาแอบอ้าง (Impostor)
คอื ขา่ วท่มี กี ารแอบอา้ งบุคคล แหล่งขอ้ มลู หรอื แหล่งขา่ วท่ีไมจ่ ริง หรืออ้างตวั เป็นแหล่งข่าว
ทนี่ า่ เชอื่ ถอื ขา่ วปลอมประเภทนมี้ กั เปน็ ขา่ วออนไลนท์ ส่ี รา้ งรปู แบบใหเ้ หมอื นสำ� นกั ขา่ วจรงิ ๆ
หรือแอบอา้ งช่อื สำ� นักขา่ วท่ีมชี ื่อเสียง ซ่งึ ทำ� ความสบั สนใหผ้ ูอ้ า่ นอยา่ งมาก เชน่ แอบอา้ ง
เป็นสำ� นักข่าว CNN โดยใช้รปู แบบและชือ่ โดเมนท่ีใกลเ้ คยี งกบั ของเวบ็ ไซต์ของ CNN
เนอ้ื หาหลอกลวง (Manipulated)
คอื ข่าวตดั ต่อ หรอื ข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมลู หรอื ภาพขา่ วจรงิ ๆ แตถ่ ูกดดั แปลงดว้ ยการปลอม
หรอื ตดั ตอ่ เพอ่ื สรา้ งเรอ่ื งหลอกลวง เชน่ ภาพของ อดตี ประธานาธบิ ดสี หรฐั George W. Bush
อา่ นนทิ านกบั เดก็ ในโรงเรยี นแหง่ หนง่ึ แตเ่ ขากลบั ถอื หนงั สอื กลบั หวั แตค่ วามจรงิ แลว้ มนั เปน็
ภาพตดั ต่อทส่ี ร้างขึ้นมา และในภาพจรงิ นนั้ เขาถือหนงั สือถกู ตอ้ ง
เนอ้ื หากขุ ึ้นมา (Fabricated )
คือข่าวที่กุเร่ืองข้ึนมาทั้งหมด เป็นข้อมูลเท็จ 100% มีเจตนาท่ีจะหลอกลวงหรือใส่ร้าย
ข่าวกถุ กู สรา้ งขน้ึ มาโดยผู้ไม่หวังดี โดยอาจจะทำ� เองหรือจ่ายเงินจ้างใหผ้ ู้อื่นทำ� เพ่อื หวงั ผล
ให้เกดิ ความเขา้ ใจผดิ ในวงกวา้ ง เชน่ การน�ำเสนอขา่ วว่า ผูม้ ีช่อื เสยี งบางคนได้เสยี ชีวิตแลว้
ทง้ั ท่เี จ้าตวั ยังมชี วี ติ อยู่ สว่ นใหญ่ขา่ วกุมักมเี นอ้ื หาเกี่ยวกับการเมอื ง เชน่ ข่าวรัฐมนตรีดมื่
กาแฟแก้วละหม่นื สองพันบาท ขา่ วประเภทน้มี ีระดบั ความรนุ แรงมากท่สี ดุ
News Literacy l 9
ผู้สร้างขา่ วปลอมต้องการให้เกิดความขบขัน โดยการล้อเลยี นหรือเสยี ดสี
ผูม้ ีอ�ำนาจ คนที่มีช่ือเสียง หรือเหตกุ ารณป์ จั จุบัน เนือ่ งจากเปน็ การง่าย
กว่าท่ีท�ำให้ผู้อ่านสนใจท่ีตัวบุคคล แทนท่ีจะเป็นการเสนอความเห็นหรือ
อภิปรายเร่ืองนโยบายท่ีซับซอ้ น เชน่ ข่าวล้อเลยี นในหนงั สอื พิมพผ์ ู้จดั กวน
ผู้สร้างข่าวปลอมอาจมีอคติ หรือ ทส่ี �ำคัญข่าวปลอมสามารถสร้าง
มีทัศนคติที่เอนเอียงเลือกข้าง จึง รายไดใ้ หค้ นทำ� ได้ ในการแขง่ ขนั
ตอ้ งการชน้ี ำ� ผอู้ ่านใหค้ ลอ้ ยตามโดน ทางการเมอื งหรอื ทางธรุ กจิ อาจมี
การบิดเบอื นขอ้ มลู เนอ้ื หาข่าวอาจ ผู้ว่าจ้างให้คนท�ำข่าวปลอมเพ่ือ
จะเป็นการชื่นชมบุคคลหรือฝ่ายท่ี ใสร่ า้ ยฝา่ ยตรงขา้ มดว้ ยการบดิ เบอื น
ตนเองชอบเกินจริง หรือใสร่ า้ ยฝา่ ย ขอ้ มลู และเผยแพรใ่ นโลกออนไลน์ ในโลกอนิ เทอรเ์ นต็ ขา่ วทมี่ คี นเขา้ ไป
ตรงขา้ ม เชน่ การพาดหัวข่าวทีใ่ ส่ อา่ นมากจะทำ� รายไดจ้ ากโฆษณา ยง่ิ คนเขา้ ไปอา่ นขา่ วมากเทา่ ไหร่ กย็ ง่ิ
“ความเหน็ สว่ นตวั ” ลงไปในลกั ษณะ เพม่ิ โอกาสทโ่ี ฆษณาในหนา้ น้ันจะถูกเห็น และทำ� ให้ผดู้ ูแลเวบ็ ไซตน์ ั้นๆ
ช้ีน�ำผ้อู า่ น ถงึ แมเ้ น้อื หาของข่าวนั้น มรี ายได้ ผดู้ แู ลจงึ มกั ใชพ้ าดหวั ขา่ วในลกั ษณะคลกิ เบท ในบางกรณี ผสู้ รา้ ง
จะมีความจรงิ อยู่บ้าง ขา่ วปลอมหลอกใหผ้ อู้ า่ นชมคลปิ ขา่ วปลอมเปน็ จำ� นวนหลกั หมน่ื แลว้ เวบ็ ไซต์
เหลา่ นไ้ี ดค้ วบคมุ บญั ชเี ฟซบกุ๊ ของผหู้ ลงเขา้ ไปเพอื่ ไปใชป้ ระโยชนท์ างการคา้
10 l รู้เทา่ ทันขา่ ว พอกดดคู ลปิ กจ็ ะตอ้ งลงชอ่ื เขา้ ใชเ้ ฟซบกุ๊ พอกดอนญุ าตในเฟซบกุ๊ คนสรา้ ง
เวบ็ ปลอมนน้ั ก็จะใชเ้ ฟซบุ๊กของเหย่ือเปน็ บอท (ห่นุ ยนต์) และน�ำไปเปน็
ใช้เป็นส่วนหน่ึงของกองทัพไลคข์ องเขา เพอื่ ขายไลคอ์ ีกตอ่ หนึ่ง
ทำ� ไมคนถึงหลงเช่อื ข่าวปลอม
มเี หตผุ ลมากมายทผ่ี อู้ ่านหลงเชื่อขา่ วปลอม ส่วนใหญม่ ักจะลมื ตง้ั ค�ำถามท่ีส�ำคัญ
เม่ือก�ำลังอ่านข่าว อีกท้ังข่าวปลอมยังถูกสร้างได้แนบเนียนจนเราไม่ผิดสังเกต
ผอู้ า่ นข่าวทีไ่ มร่ เู้ ท่าทันขา่ วปลอมมักหลงเชื่อด้วยสาเหตตุ อ่ ไปนี้
1. ตกหลมุ พราง ผ้อู ่านมีแนวโน้มท่ีจะแชรข์ ่าวปลอมทตี่ รงกบั ความคิดความเชอ่ื ของตนเองอยูแ่ ลว้
คนสร้างข่าวปลอมต้ังใจแต่แรกท่ีจะหลอกผู้อ่านข่าว พวกเขาจึงสร้างข่าวปลอมที่เร้าอารมณ์ดึง
ความสนใจกลมุ่ เปา้ หมายเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ รว่ มไปกบั การชน้ี ำ� ของผสู้ รา้ ง ผอู้ า่ นทม่ี ปี ระสบการณร์ ว่ ม
พร้อมทจี่ ะเช่อื และแชร์ตอ่ โดยเฉพาะเม่ือเปน็ ขา่ วทีต่ รงข้ามกับขว้ั ตรงขา้ มของตน พวกเขารสู้ กึ ว่า
ต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างใดอย่างหนึ่งต่อประเด็นเน้ือหาที่ข่าวน�ำเสนอด้วยการกดชอบ/ไม่ชอบ
สง่ ต่อ แชร์ หรอื แสดงความเหน็ ตอ่ ข่าวนนั้ ทำ� ให้ข่าวปลอมไดร้ ับความสนใจมากขนึ้
2. ไมส่ ามารถแยกแยะขา่ วบนหนา้ เวบ็ จากทีเ่ ม่อื กอ่ นข่าวสารได้การเผยแพรผ่ ่านสอ่ื ดง้ั เดมิ อย่าง
หนงั สอื พิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศนซ์ ่งึ มกี ระบวนการการคดั กรองขา่ วอยแู่ ล้วและผู้รับสารมกั จะคนุ้ เคย
กบั สอ่ื เหลา่ นเ้ี ปน็ อยา่ งดี จงึ พอจะแยกแยะไดว้ า่ ขา่ วใดเปน็ ขา่ วปลอมหรอื ไมใ่ สใ่ จมากนกั แตใ่ นปจั จบุ นั
ท่ีผ้อู ่านข่าวสว่ นใหญ่รับข้อมลู ขา่ วสารผ่านส่อื ออนไลน์ ซงึ่ เป็นส่อื ทขี่ า่ วปลอมถกู ทำ� ให้กลมกลืนกับ
ขา่ วจรงิ ไม่วา่ จะเป็นรูปแบบการจดั หน้า หรือการแอบอา้ งเปน็ แหลง่ ข่าว จงึ ทำ� ให้ผู้อา่ นสบั สนและ
ยากทจ่ี ะแยกแยะขา่ วปลอม
3. เป็นกลไกของความเช่อื เม่ือมเี พื่อนหรอื คนในครอบครัวส่งต่อข่าวมาให้อ่านผา่ นทางสอื่ สงั คม
ออนไลน์ ผอู้ า่ นมกั จะไมต่ ระหนกั หรอื ใชว้ จิ ารณญาณในการตรวจสอบขา่ วนน้ั ๆ กอ่ น เพราะคดิ วา่ ผสู้ ง่
คงกลนั่ กรองมาเรยี บรอ้ ยแลว้ ในกรณขี า่ วทเี่ ขยี นโดยคอลมั นสิ ตจ์ ากสำ� นกั ขา่ ว บลอ็ กเกอร์ หรอื ผดู้ แู ล
แฟนเพจรายงานขา่ วในเฟซบกุ๊ กเ็ ชน่ เดียวกัน หากเปน็ บคุ คลทผี่ อู้ า่ นขา่ วชนื่ ชมและติดตาม พวกเขา
กจ็ ะพร้อมทจ่ี ะเชือ่ ข่าวท่นี ำ� เสนอมาไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย หากขา่ วน้ันตรงกนั กบั ความคดิ ความเชอื่ ของ
พวกเขา เช่น ข่าวทน่ี �ำเสนอผ่านแฟนเพจ Drama Addict หรอื CSI LA
4. ขา่ วปลอมเลน่ กบั ความรสู้ กึ ผสู้ รา้ งขา่ วปลอมฉลาดทจี่ ะเลน่ กบั ความรสู้ กึ ของผอู้ า่ น ดว้ ยการเนน้
พาดหวั ทห่ี วอื หวา เนือ้ ขา่ วที่เรา้ อารมณ์ เชน่ ความไมย่ ุตธิ รรมในสังคม การเอาเปรยี บทางชนชน้ั
ขา่ วลบั ลวงพราง พวกเขารวู้ า่ คนอา่ นจะถกู กระตนุ้ อารมณใ์ หม้ ปี ฏกิ ริ ยิ าตอ่ ขา่ วนนั้ ๆ เชน่ การกดเขา้ ไป
อา่ น กดไลค์ แสดงความเหน็ และช่วยแชรข์ า่ วออกไป
5. ผอู้ า่ นมชี ว่ งความสนใจสนั้ อกี หนง่ึ กลวธิ ที ใ่ี ชใ้ นการเผยแพรข่ า่ วปลอมหรอื ขา่ วทมี่ คี ณุ ภาพตำ�่ คอื
การหาผลประโยชนจ์ ากพฤตกิ รรม ‘นกั อา่ นเวลานอ้ ย’ เนอ่ื งจากขอ้ มลู ขา่ วสารทเ่ี ราไดร้ บั ในแตล่ ะวนั
มจี ำ� นวนมหาศาล ผคู้ นจงึ มกั ใชเ้ วลาอา่ นเพยี งพาดหวั ขา่ วหรอื ขอ้ ความในยอ่ หนา้ แรกกอ่ นแชรเ์ รอื่ งราว
น้ันตอ่ ผู้ประสงคร์ า้ ยจงึ ฉวยโอกาสน้ดี ว้ ยการเขียนพาดหวั ขา่ วและย่อหน้าแรกท่ตี รงไปตรงมาและ
ประกอบด้วยข้อเท็จจริง โดยเร่ืองราวส่วนท่เี หลอื เป็นขา่ วปลอมและขอ้ มลู ทีไ่ ม่เปน็ ความจรงิ
News Literacy l 11
ผลสาํ รวจของ EDTA ในปี 2561 ผลวิจยั จากโครงการ
คอนเนคเต็ด ไลฟ์
ผู้ใช้งานคนไทยนิยมใช้อินเทอร์เน็ตโดยมี
จํานวนช่ัวโมงการใช้งานโดยเฉลี่ยสูงถึง คนไทย 40%
กลับเช่ือถือข้อมูลท่ีได้รับจากช่องทาง
10 ช.ม. 5 นาที ต่อวัน โซเชยี ลมเี ดีย ซงึ่ เปน็ ตัวเลขท่ีสงู สุดใน
และมพี ฤตกิ รรมการเสพขา่ ว ภมู ภิ าค กลมุ่ ผอู้ ่านทีค่ ่อนข้างสงู อายุ
จากโลกสอื่ ออนไลนม์ ากขนึ้ คือกลุม่ คนทแ่ี ชรข์ ่าวปลอมมากทส่ี ุด
โดยเฉพาะในยุคที่มักพบ
ข่าวปลอมแพร่ระบาดบน
โลกโซเชยี ล
บริษทั วิจัย YouGov ท่ีไดท้ �ำการวจิ ัยพฤตกิ รรม
ของผูใ้ ช้งาน Facebook ในสหรฐั
ผู้ใชเ้ ฟซบ๊กุ ทอ่ี ายุ 65 ปขี ึ้นไป
แชรบ์ ทความขา่ วปลอมมากกวา่ กลมุ่ คนวยั 45-65 ปี ไมต่ ำ�่ กวา่ 2 เทา่ และมากกวา่
กล่มุ วยั 18-29 ปี เกอื บ 7 เท่า เน่ืองจากคนกลุ่มนเ้ี พง่ิ เข้าสู่โลกอินเทอร์เนต็
ตอนอายมุ ากแลว้ ขาดทกั ษะเรอ่ื งความเทา่ ทนั สอ่ื และเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั ไมท่ นั คดิ
วา่ ภาพ เสียงและวดิ โี อสมัยน้ีตัดต่อให้ดูเหมอื นจรงิ ได้ หรือไมท่ ันยคุ สมยั โดย
เชอื่ โดยสนทิ วา่ ขา่ วทกุ ขา่ วทน่ี ำ� เสนอไดผ้ ่านการกล่ันกรองมาแลว้ ไมท่ นั คิดวา่
จะมีผ้ไู ม่หวงั ดีสรา้ งขา่ วปลอมมาเพื่อหลอกคนอนื่
ผลกระทบของข่าวปลอม
• ข่าวปลอมไม่ใชป่ รากฏการณ์ใหมแ่ ตม่ มี านานแล้ว เช่น ทเี่ ราคุน้ เคย
กนั ดคี อื ขา่ วปลอมทปี่ ลอ่ ยออกมาทกุ ปใี นวนั โกหกแหง่ ชาติ (April Fool’s
Day) ซงึ่ มจี ดุ ประสงคจ์ ะสรา้ งความขบขนั ไมท่ ำ� รา้ ยใคร และผู้อ่านข่าว
สามารถแยกแยะไดเ้ กือบจะทนั ทีว่าเป็นขา่ วตลกขบขนั
12 l รูเ้ ท่าทนั ขา่ ว
• ขา่ วปลอมจะไมเ่ ปน็ อนั ตรายมากตราบทผ่ี สู้ รา้ งขา่ วไมไ่ ดม้ เี จตนารา้ ย
แตข่ า่ วปลอมเริม่ เปน็ หัวข้อท่พี ูดถึงอยา่ งมากในระยะ 2-3 ปที ่ผี ่านมา
เน่ืองจากข่าวปลอมได้ส่งผลกระทบต่อผู้คนและสังคมมากขึ้น และ
ผสู้ รา้ งขา่ วมกั มเี จตนาแอบแฝง ปจั จบุ นั เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั และอนิ เทอรเ์ นต็
ท�ำให้การสรา้ งขา่ วปลอมทำ� ไดง้ า่ ย เผยแพร่ไดร้ วดเรว็ และมีผรู้ ับสาร
อยตู่ ลอดเวลา
• จากการศึกษาข้อความในทวิตเตอร์ 126,000 ข้อความ ทท่ี วีตกวา่
4.5 ลา้ นครง้ั โดยผใู้ ชง้ าน 3.5 ลา้ นคน ตงั้ แตป่ ี 2006-2017 โดยนกั วจิ ยั
MIT พบวา่ ขา่ วปลอมสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าขา่ วจรงิ ถงึ
100 เท่า โดยข่าวปลอมมีคนเข้าถงึ ประมาณ 1,000-100,000 คน
ในขณะท่ีขา่ วจรงิ มีคนเข้าถงึ เพยี ง 1,000 คนเท่าน้ัน และข่าวปลอม
มักถูกรที วีตมากกว่าข่าวจรงิ ถึง 70%
• อกี ทง้ั รปู ลกั ษณข์ องขา่ วปลอมยงั ยากทจี่ ะแยกแยะออกจากขา่ วจรงิ ตา่ งจากสมยั กอ่ นนมี้ าก จากขอ้ มลู
การศกึ ษาของ YouGov ซ่ึงไดร้ บั การสนบั สนุนโดย เฟซบกุ๊ ระบุวา่ ในประเทศไทย มเี พยี งจำ� นวน
รอ้ ยละ 42 ของผตู้ อบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขาม่ันใจวา่ ตัวเองสามารถระบขุ ่าวปลอมได้
• ตลอดปี 2559 ศนู ยช์ วั รก์ อ่ นแชร์ในประเทศไทยสามารถเกบ็ ขอ้ มลู ไดว้ า่ มขี า่ วปลอมรวมกว่า 300
หัวขอ้ และพบวา่ แต่ละหัวขอ้ มกี ารไลคแ์ ละแชร์บนเฟซบกุ๊ รวมกนั อยใู่ นหลกั แสน การที่ข่าวปลอม
แพร่กระจายได้รวดเร็วและยากต่อการแยกแยะก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งบุคคลและสังคมเป็น
อย่างมาก กลา่ วคอื ...
News Literacy l 13
1. ผลกระทบตอ่ ความคดิ และความเชื่อ เปน็ 2. ผลกระทบด้านการเงินและสขุ ภาพ ขา่ วปลอม
ผลกระทบทช่ี ัดเจนและสำ� คญั ท่ีสดุ เพราะวา่ ขอ้ มูล ท่ีถูกสร้างขึ้นโดยมีรายได้เป็นแรงจูงใจจะชักจูงให้
ขา่ วสารมอี ทิ ธพิ ลตอ่ โลกทศั นต์ อ่ ผอู้ า่ น และผรู้ บั สาร ผู้รับสารจ่ายเงินเพื่อสินค้าและบริการ และหาก
ตดั สนิ ใจบนพน้ื ฐานของข้อมูลที่ได้รับ พวกเขาจะมี สินค้าและบริการนั้นไม่ได้คุณภาพก็อาจส่งผลเสีย
ทัศนคติต่อผู้คนและต่อเหตุการณ์อย่างไรก็ข้ึนกับ ต่อร่างกายและสุขภาพของผู้หลงเช่ือด้วย เช่น
วา่ เขาไดร้ บั ขอ้ มลู แบบไหน ถา้ ขอ้ มลู ทพี่ วกเขาไดร้ บั ขา่ วปลอมที่ชักชวนใหค้ นอ่านมาลงทุน เพ่ือจะได้
เปน็ ขา่ วปลอม ขา่ วบิดเบอื น หรือข่าวทก่ี ขุ ึน้ มา รบั ผลตอบแทนทฟี่ งั ดเู กนิ จรงิ หรอื โฆษณาผลติ ภณั ฑ์
พวกเขาก็ไม่สามารถใช้การวิจารณญาณได้ถูกต้อง ลดความอว้ นท่นี ำ� เสนอในรปู แบบของวทิ ยาศาสตร์
เนอ่ื งจากขาดขอ้ เทจ็ จรงิ และสง่ ผลตอ่ การตดั สนิ ใจ ลวงโลกใหค้ นคลอ้ ยตาม กอ็ าจทำ� ใหผ้ หู้ ลงเชอ่ื ไมเ่ พยี ง
ของพวกเขา ไมว่ า่ จะเป็นการตัดสนิ ใจระดับชาติ เสียเงินแต่ยงั ส่งผลเสียตอ่ รา่ งกายอกี ด้วย
เชน่ การเลือกตง้ั หรอื ระดับส่วนตวั เช่น การเลือก 4. ผลกระทบดา้ นทศั นคติ ข่าวปลอมท่เี อนเอียง
ใช้ยาสมุนไพรรักษามะเรง็ เลอื กขา้ ง หรือข่าวชีน้ ำ� อาจสร้างอคติและทศั นคติ
3. ผลกระทบดา้ นอารมณค์ วามรสู้ กึ ขา่ วคลกิ เบท เชิงลบแก่บุคคลหรือกลมุ่ คนทีถ่ ูกใส่ร้ายอยา่ งไม่เปน็
อาจสรา้ งความหงดุ หงดิ ใหผ้ อู้ า่ น เมอ่ื พบวา่ เนอื้ ขา่ ว ธรรม เชน่ โฆษณาชวนเชอ่ื ทางการเมอื ง ขา่ วตอ่ ตา้ น
ไมไ่ ดม้ อี ะไรนา่ สนใจอยา่ งทร่ี ปู ภาพหรอื พาดหวั ดงึ ดดู รัฐบาล หรือข่าวที่สร้างความเกลียดชังต่อคนที่มี
ใหเ้ ขา้ มาอา่ น ขา่ วปลอมทสี่ รา้ งขน้ึ มาดว้ ยความคกึ อัตลกั ษณท์ างสงั คมที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ เชน่
คะนองก็อาจท�ำให้ผู้อ่านเกิดความกลัวและวิตก กลุ่มเกย์ ชาวมุสลิม หรือคนต่างดา้ ว
กังวล เช่น ขา่ ว พยากรณอ์ ากาศ ภยั พิบัติทไ่ี ม่มีมูล 6. ผลกระทบต่อสื่อวิชาชีพ ข่าวปลอมสร้าง
ความจริง หรือข่าวแกล้งกันเลน่ ว่ามีฆาตกรโรคจิต ความเสียหายต่อชื่อเสียงเว็บไซต์ที่ถูกเลียนแบบ
ก�ำลงั ออกอาละวาดในละแวกบา้ น นับต้งั แตช่ ว่ งปี 2016 หนงั สือพิมพ์ไทยรัฐ ขา่ วสด
5. ผลกระทบด้านความรุนแรง ข่าวลือทเี่ ร้า และมตชิ น ต่างเข้าแจ้งความกบั เว็บไซตเ์ ลียนแบบ
อารมณ์และโจมตีใส่ร้ายบุคคลอาจก่อให้เกิด เพอื่ หลอกลวงผูอ้ า่ น โดยปัญหาหน่ึงในการรบั มอื
ความรนุ แรง ผทู้ ถ่ี กู กลา่ วหาอาจจะถกู กลนั่ แกลง้ กับเว็บปลอมคือ องค์กรสื่อมักจะรู้ตัวก็ต่อเม่ือ
ทางออนไลนเ์ พราะความเขา้ ใจผิด หรอื อาจถูก เว็บปลอมเหล่าน้ีได้ถูกส่งต่อและสร้างความสับสน
ขม่ ขู่ คุกคาม และท�ำร้ายในชวี ิตจรงิ ได้ เชน่ ใน กับผอู้ ่านเรยี บรอ้ ยแลว้
อนิ เดยี เมอื่ ปี 2018 มรี ายงานผเู้ สยี ชวี ติ อยา่ งนอ้ ย 7. ผลกระทบด้านสังคม เม่อื ขา่ วปลอมทเ่ี ก่ยี วข้องกับประเดน็
29 คน จากการถูกฝูงชนรมุ ท�ำร้าย ผูเ้ สยี ชีวติ สำ� คัญในสงั คมแพรร่ ะบาด คนในสังคมจะขาด “ขอ้ เทจ็ จริง” ท่ี
ส่วนใหญ่มกั ถูกลือว่าเป็นพวกลกั พาตัวเด็ก โดย ตอ้ งใชใ้ นการวเิ คราะห์ อภปิ รายและตดั สนิ ใจในเรอ่ื งนน้ั ๆ สง่ ผล
ผทู้ ำ� รา้ ยไดร้ บั ขา่ วปลอมทสี่ ง่ ตอ่ กนั ทางอนิ เทอรเ์ นต็ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสบั สน การแบง่ ฝา่ ยและสรา้ งความขดั แยง้ ในสงั คม
และเข้าใจผิด เพราะแตล่ ะฝา่ ยรบั รชู้ ุดของขอ้ มลู ท่ีต่างกนั ข่าวปลอมยงั สง่ ผล
ตอ่ การตดั สินเลอื กตง้ั ของผูม้ ีสิทธ์ิโหวต เมอ่ื ขอ้ มลู ผดิ ๆ ไดถ้ ูก
ลกั ษณะปญั หาของการสรา้ งและแพรก่ ระจายขา่ วปลอม เผยแพร่ ดังเช่นในสหรัฐอเมริกา ข่าวปลอมแพร่ออกมาว่า
ทางอินเทอร์เน็ตนั้นยากท่ีจะระบุแหล่งที่มาของ สนั ตะปาปาสนบั สนุนผู้สมัครประธานาธบิ ดคี นหนึ่ง ข่าวปลอม
การสร้างขา่ ว และควบคุมการแพร่กระจายทีเ่ กิดได้ อกี แหลง่ กเ็ สนอวา่ ผทู้ า้ ชงิ อกี คนมปี ญั หาดา้ นสขุ ภาพอยา่ งรา้ ยแรง
ในเวลารวดเรว็ และวงกวา้ ง ผลกระทบของขา่ วปลอม ทำ� ใหค้ นอเมริกนั สบั สนในขอ้ เท็จจรงิ ขา่ วปลอมท่ปี ล่อยออกมา
ยงั ทำ� ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ และสบั สนในสงั คม การจดั การ เช่นนี้อาจเปล่ยี นใจผ้มู ีสิทธลิ์ งคะแนนเสยี งในทศิ ทางตา่ ง ๆ ได้
กบั ขอ้ มลู ทไ่ี มเ่ ปน็ ความจรงิ และขา่ วปลอมเปน็ ปญั หา ข่าวโฆษณาชวนเช่ือของรัฐบาลเองก็มีผลกระทบต่อความคิด
ที่ซับซ้อนและจ�ำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกัน ของสังคมเชน่ กนั เช่น ข่าวช้นี �ำชกั ชวนให้ลงประชามติรับร่าง
ระหวา่ ง ภาคประชาสังคมและรฐั บาล นกั วิชาการ รฐั ธรรมนญู ไปกอ่ นหากตอ้ งการใหป้ ระเทศมกี ารเลอื กตง้ั โดยเรว็
รวมถงึ องคก์ รดา้ นเทคโนโลยีและสอื่ มวลชน และท�ำให้ประชาชนลดความสนใจที่จะอ่านเน้ือหาของร่าง
รฐั ธรรมนูญและสนใจการเลือกตง้ั มากกวา่
14 l รู้เทา่ ทนั ขา่ ว
ความร่วมมือจากภาคสว่ นต่างๆ
ในการจัดการขา่ วปลอม
ทางภาครัฐก็ได้ตระหนักถึงผลรา้ ยของข่าวปลอม จึงไดอ้ อก
มาตรการบงั คบั ทางกฎหมายเพ่อื ลงโทษผกู้ ระทำ� ผิด และได้
ให้ความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายเพ่ือท่ีจะเตือนไม่ให้ผู้ใช้
งานอินเทอรเ์ น็ตตกเป็นเหยื่อของผไู้ ม่หวงั ดี เนอื่ งจากการนำ�
ขอ้ มลู ปลอม ขา่ วปลอม ไมว่ า่ จะเปน็ การปลอมทงั้ หมด หรือ
แค่บางส่วน หรอื ขอ้ มลู อันเปน็ เทจ็ เขา้ สู่ระบบคอมพิวเตอร์
หรอื แม้แต่การแชร์ หรือสง่ ต่อข้อมลู อนั เปน็ เทจ็ เหล่านน้ั ล้วน
มคี วามผดิ ตาม พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ ซงึ่ เปน็ ความผดิ ทไ่ี มส่ ามารถ
ยอมความได้
รอ้ ยละ ส่ือสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ อยู่ใน
สถานะผู้เผยแพร่เนอื้ หาดิจทิ ลั จากการศกึ ษาพบว่าขา่ วปลอม
54.2 ถกู เผยแพรผ่ า่ นสอ่ื เหลา่ นเ้ี ปน็ อยา่ งมาก บา้ นสมเดจ็ โพลรายงาน
ว่าระบผุ ใู้ ช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ ในกรงุ เทพมหานครเจอข่าวปลอม
จากส่อื เฟซบุก๊ มากท่สี ดุ คือ รอ้ ยละ 54.2 เพือ่ ลดจ�ำนวน
การแพร่กระจายข่าวปลอม ผ้ใู ห้บรกิ ารสือ่ สงั คมออนไลนจ์ งึ
ไดม้ แี นวปฏิบัติตา่ ง ๆ เพ่อื ผูใ้ ชง้ านจะได้รับข้อมลู ทมี่ คี ุณภาพ
เช่น เฟซบกุ๊ ลดจำ� นวนการเข้าถึงเนื้อหาท่ีเป็นขา่ วปลอมและ
คลกิ เบท ทวติ เตอรม์ ีการลบทวตี ท่พี สิ จู น์ได้วา่ เปน็ ฝมี ือบอท
รวมถงึ การลบแอคเคานทป์ ลอม
อกี หนง่ึ วธิ ใี นการจัดการกบั ข่าวปลอมและปอ้ งกนั ความสบั สน
ในขอ้ มลู ขา่ วสารทมี่ อี ยมู่ ากมายบนโลกอนิ เทอรเ์ นต็ คอื การเสนอ
ขอ้ มลู ขา่ วสารทป่ี ระกอบดว้ ยขอ้ เทจ็ จรงิ ผา่ นการตรวจสอบแลว้
เพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จที่ก�ำลังเผยแพร่อยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ
ปัจจุบันภาครัฐและเอกชนได้พยายามเสนอข้อมูลข่าวสารท่ี
เชอ่ื ได้ เพอื่ ลดความสบั สนทเ่ี กดิ จากการนำ� เสนอของขา่ วปลอม
และเปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถาม ตรวจสอบข่าวท่กี ำ� ลงั
เผยแพร่อยใู่ นโลกออนไลน์ เชน่ ศนู ย์ชวั รก์ อ่ นแชร์ ของสำ� นกั
ข่าวไทย อสมท.
News Literacy l 15
สรา้ งทกั ษะรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วเพอื่ รบั มอื กบั ขา่ วปลอม
ถึงแม้ว่าปัญหาข่าวปลอมจะได้รับการดูแลและ ใชว้ จิ ารณญาณในการรบั ขา่ วสาร เปดิ รบั แหลง่ ขา่ วท่ี
จัดการจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ เชน่ การออกกฎหมาย นา่ เชอ่ื ถอื สามารถแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ กบั ความคดิ เหน็
ลงโทษของภาครัฐ การกำ� กบั ดแู ลกนั เองของภาค ออกจากกันได้ รู้ถึงเจตนาท่ีต้องการส่ือในข่าว
อุตสาหกรรม การให้ความรู้และข้อเท็จจริงของ เมอื่ ผรู้ บั ขา่ วสารรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว กจ็ ะทำ� ใหล้ ดจำ� นวน
ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนที่เป็นมืออาชีพ การแชรแ์ ละแพร่กระจายของขา่ วปลอมได้
และการวางนโยบายการใชง้ านของ
ผ้เู ผยแพรเ่ น้ือหาในส่อื สังคมออนไลน์ เฟซบกุ๊ ประเทศไทย รว่ มกบั คณะนเิ ทศศาสตร์
แตส่ ง่ิ ทน่ี า่ กงั วลคอื ความไมร่ เู้ ทา่ ทนั จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , สำ� นกั งาน
ข่าวสารของตวั ผู้ใชง้ านเองทต่ี ก คณะกรรมการการเลือกตัง้ (กกต.),
หลุมพรางของผ้สู รา้ งข่าวปลอม กระทรวงดจิ ทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกจิ และสงั คม
ดังนน้ั ผูร้ ับข่าวสารเองควรมที กั ษะ (ดอี )ี และศนู ยช์ วั รก์ อ่ นแชร์ สำ� นกั ขา่ วไทย
ในการรเู้ ทา่ ทนั สอื่ สามารถวเิ คราะห์ อสมท. ไดใ้ หค้ ำ� แนะนำ� ผใู้ ชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็
ในการเรยี นรวู้ ธิ สี งั เกตขา่ วปลอม ดงั ตอ่ ไปน้ี
16 l รู้เทา่ ทันขา่ ว
News Literacy l 17
ข่าวจรงิ ขา่ วปลอม
• มาจากแหล่งขา่ วท่นี า่ เช่ือถอื • มาจากเว็บไซต์ทีไ่ มค่ ้นุ ชอ่ื
• พาดหวั มที ศิ ทางเดยี วกบั เนอื้ ขา่ ว • พาดหวั เรา้ อารมณห์ รอื ไมไ่ ป
VS• มชี อ่ื ผรู้ บั ผดิ ชอบหรอื ผเู้ ขยี นขา่ ว ทางเดยี วกับเนือ้ ข่าว
• ไม่มชี อ่ื ผูเ้ ขยี นขา่ ว
• URL เขา้ กนั ไดก้ ับแหลง่ ขา่ ว • URL ดแู ปลก ๆ หรอื เขา้ กนั ไมไ่ ด้
• บอกวันทที่ ่ีลงข่าว
• เมอื่ กดเขา้ ไปดลู งิ คอ์ น่ื ๆ สามารถ กับแหลง่ ขา่ ว
ย้อนไปทแี่ หลง่ ข่าวต้นสังกัดได้ • อาจลงวนั ท่ีเก่า ๆ หรอื ไม่ได้
บอกเลย
• ไมส่ ามารถกดลิ้งคย์ ้อนไปหา
แหล่งข่าวตน้ สงั กดั ได้
ทกั ษะการรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว เปน็ เรอ่ื งสำ� คญั ทพี่ ลเมอื งดจิ ทิ ลั ควรไดร้ บั การเรยี นรแู้ ละฝกึ ฝนเพราะวา่ ในยคุ
ข้อมูลข่าวสาร ผรู้ ับขา่ วตอ้ งร้จู กั ประเมินไดว้ า่ อะไรจรงิ หรือไมจ่ ริงและรู้จกั วิเคราะห์ขอ้ มลู ขา่ วสาร
ที่ไดร้ ับมาอยา่ งระมัดระวัง ร้จู ักแยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ออกจากความคดิ เห็น และรู้จักตรวจสอบขอ้ มลู
ทไ่ี ดร้ บั มาจากหลาย ๆ แหลง่ เพอื่ ทจ่ี ะไดก้ ลนั่ กรองขอ้ มลู ทน่ี า่ เชอื่ ถอื และหลากหลายในการประกอบ
การคดิ ตดั สินใจ และแสดงออกทางความคดิ เหน็ ในฐานะพลเมอื งในสงั คมประชาธปิ ไตย
18 l รู้เท่าทนั ข่าว
เอกสารอ้างองิ
เคล็ดลับในการสังเกตข่าวปลอม [online]. แหล่งท่มี า https://www.facebook.com/help/
188118808357379 [12 กมุ ภาพันธ์ 2562]
ใจดี โลกสวย เชอื่ คนงา่ ย!!! คนไทย 40% เชอ่ื ข่าวปลอมบนโซเชียลสงู สดุ ในภมู ิภาค [online].
แหลง่ ท่มี า https://www.brandbuffet.in.th/2017/10/kantartns-research-connected-life/
[11 กมุ ภาพนั ธ์ 2562]
นนั ทกิ า หนสู ม (2560). ลกั ษณะของขา่ วปลอมในประเทศไทยและระดบั ความรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม
บนเฟซบกุ๊ ของผรู้ บั สารในเขตกรงุ เทพมหานคร [online]. แหลง่ ทมี่ า http://dspace.bu.ac.th/
bitstream/123456789/3177/1/nuntika_noos.pdf / [15 กุมภาพันธ์ 2562]
ผลวจิ ัยช้ีคนวัย 65+ แชร์ขา่ วปลอม (Fake News) มากทส่ี ดุ [online]. แหล่งที่มา https://
vantage.in.th/2019/01/old-people-than-65-share-fake-news/ [13 กุมภาพันธ์ 2562]
พจิ ติ รา สคึ าโมโต.้ รจู้ กั ขา่ วปลอมในสอ่ื ออนไลน์ [online]. แหลง่ ทมี่ า https://m.facebook.com/
story.php?story_fbid=1528136010664438&id=191774957633890 [25 กมุ ภาพันธ์ 2562]
โพลระบคุ น กทม. เจอข่าวปลอม 65.1% จากเฟสบุค๊ และเร่ืองการเมอื งมากทส่ี ดุ [online].
แหล่งท่ีมา https://prachatai.com/journal/2018/09/78541 / [10 กุมภาพันธ์ 2562]
ETDA เปดิ พฤตกิ รรมผใู้ ชอ้ ินเทอรเ์ น็ตปี 61 คนไทยใช้เน็ตเพมิ่ 10 ชว่ั โมง 5 นาทตี ่อวนั
[online]. แหลง่ ทีม่ า https://www.etda.or.th/content/etda-reveals-thailand-internet-
user-profile-2018.html [10 กุมภาพันธ์ 2562]
Claire Wardle. Fake News. It’s complicated [online]. แหล่งทีม่ า https://
firstdraftnews.org/fake-news-complicated/ [16 กุมภาพนั ธ์ 2562] [10 กุมภาพนั ธ์ 2562]
Infographic: Beyond Fake News – 10 Types of Misleading News – eleven
Languages [online]. แหลง่ ทมี่ า https://eavi.eu/beyond-fake-news-10-types-misleading-info/
[20 กุมภาพนั ธ์ 2562]
News Literacy l 19