เตรียมลิขติ 1
Quantum III หนา้ I
เตรยี มลขิ ติ 1
คำนิยม
หากนอ้ งกำลงั สงสยั วา่ อยากสอบติดเตรียมอดุ มฯ ตอ้ งทำอย่างไร แน่นอนวา่ การเตรยี มตัวเปน็ สงิ่ สำคัญ
แต่เนื่องจากการสอบแขง่ ขันในครั้งนี้ มีผเู้ ขา้ แขง่ ขนั จำนวนมากและวชิ าที่ใชส้ อบก็หลากหลาย การอา่ นหนังสือไป
เร่ือยๆ เพยี งอยา่ งเดยี วจึงไม่ใชห่ นทางทีด่ นี กั การเตรียมตัวท่ีดที ่สี ดุ ยอ่ มเป็นการฝึกเตรียมความพร้อมสำหรับสิง่ ที่
นอ้ งจะไปเจอในห้องสอบจริง นนั่ กค็ อื การฝึกทำขอ้ สอบ ทั้งการจับเวลาเสมือนจริงและการกลบั ไปทบทวนแกไ้ ขจุด
ผิดพลาดจนแมน่ ยำ และการทนี่ อ้ งได้มาอา่ นขอ้ ความนกี้ ็แสดงวา่ นอ้ งไดเ้ ร่มิ ก้าวเดนิ ในเส้นทางทถ่ี ูกตอ้ งแล้ว
หนังสือ Quantum นี้ ได้มกี ารรวบรวมข้อสอบและสรปุ เน้อื หาชี้ประเดน็ สำคญั ตา่ งๆ ไว้อย่างครอบคลุม
ในทุกรายวิชา ทัง้ วชิ าคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคม เพราะการสอบตดิ ไม่ใช่แค่
เพียงการทำวิชาใดวิชาหนึง่ ไดด้ ี แตจ่ ะต้องฝกึ ฝนจนมปี ระสบการณก์ ับทกุ วชิ า และมีการชนี้ ำอยา่ งถูกต้องจากรุน่ พี่
ซง่ึ ทุกสงิ่ ทุกอย่างในหนังสอื ชดุ น้ี ไดถ้ ูกกล่นั กรองจากประสบการณ์ของร่นุ พกี่ ฟิ ต์วิทยเ์ ตรยี มอดุ มฯ มาเป็นอยา่ งดี
และพร้อมที่จะให้น้องไดพ้ ฒั นาตวั เอง เพอื่ ใหส้ ามารถสอบติดเตรยี มอดุ มฯ ได้ดังทห่ี วัง
ขอให้น้องไดใ้ ช้เวลาทเี่ หลอื อยูอ่ ยา่ งเต็มที่ แล้วความพยายามทม่ี ากพอจะไมท่ ำร้ายน้องอยา่ งแน่นอน
มาเป็นรนุ่ น้องพใ่ี ห้ได้เลยนะคะ
หนา้ ท่ี II ลิตา ตันตปิ ระภาส
ผแู้ ทนประเทศไทยไปแข่งขนั เคมีโอลมิ ปิกระหวา่ งประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2564 (IChO 2021)
นกั เรยี นในโครงการพฒั นาศักยภาพนกั เรยี นทมี่ ีความสามารถพิเศษดา้ นวิทยาศาสตร์ รุ่นท่ี 17
นกั เรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา รนุ่ ท่ี 82
ปัจจบุ นั ศกึ ษาอยู่ท่ีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั
Quantum III
เตรียมลิขิต 1
คำนำ
หนังสือ เตรียมลิขิต 1 “Quantum” เล่ม 3 นี้ เป็นหนังสือคู่มือสำหรับเตรียมตัวสอบในระดับชั้น
มัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งจัดทำขึ้นโดยนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 846 รุ่นท่ี 85
แผนการเรยี นวิทยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์ โครงการพฒั นาศกั ยภาพนกั เรียนที่มคี วามสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์
(Gifted Science) ร่นุ ท่ี 20
หนังสือ เตรียมลิขิต 1 “Quantum” เล่ม 3 นี้ เหมาะกับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่
ตอ้ งการจะสอบเข้าระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา โรงเรียนประจำจังหวัดตา่ งๆ และโรงเรียน
แขง่ ขันสูงท่วั ไป
หนังสือ เตรียมลิขิต 1 “Quantum” เล่ม 3 นี้ ภายในประกอบไปด้วยเน้ือหา โจทย์ และเฉลยละเอียดใน
รายวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมไปถึงบทสัมภาษณ์จากนักเรียนในโครงการพัฒนา
ศกั ยภาพนกั เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษดา้ นวทิ ยาศาสตร์ (Gifted Science) รุน่ ที่ 20
คณะผู้จัดทำหวังเปน็ อย่างย่ิงว่าหนังสือเล่มนีจ้ ะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้สนใจศึกษา เป็นแนวทางใน
การสอบคัดเลือกเพื่อเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนประจำจงั หวัดตา่ งๆ และโรงเรียนแข่งขนั
สงู ทั่วไป
สุดท้ายน้ี คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน และผู้ปกครองนักเรียนห้อง 846 หากมี
ขอ้ ผิดพลาดประการใด ทางคณะผูจ้ ัดทำ กราบขออภยั เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นด้ี ้วย
คณะผู้จัดทำ
เตรียมลิขิต 1 “Quantum” เล่ม 3
Quantum III หนา้ III
เตรียมลขิ ติ 1
กติ ติกรรมประกาศ
หนังสือเตรียมลิขิต 1 “Quantum” เล่ม 3 เป็นหนังสือที่ได้สรุปเนื้อหาส่วนที่สำคัญของวิชา ภาษาไทย
และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาสามารถนำมาใช้
ในการเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 โดยเนื้อหาในหนังสือเตรียมลิขิต 1 “Quantum”
เล่ม 3 ถูกเรียบเรียงและจัดทำโดยนักเรียนในโครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้าน
วิทยาศาสตร์ รุ่นที่ 20 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เนื้อหาและโจทย์ในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการสอบเข้า
ศกึ ษาต่อในระดับช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 สามารถใช้เป็นแนวทางในการเตรยี มความพรอ้ ม วางแผนในการอ่านหนงั สอื
และฝกึ ฝนพฒั นาความสามารถทางวิชาการสำหรับการสอบให้ดยี ่ิงขนึ้
ทางคณะผจู้ ดั ทำหนงั สอื เตรียมลขิ ติ 1 “Quantum” เล่ม 3 ขอกราบขอบพระคุณคณาจารยท์ ปี่ ระสิทธ์ิ
ประสาทวิชาให้ความรู้ บิดามารดาทีเ่ ปน็ กำลงั ใจสำคัญในการจัดทำหนังสือ รวมถงึ ผ้สู นบั สนุนงบประมาณทกุ ทา่ นที่
ให้ความอนุเคราะหใ์ นการจดั ทำหนังสือเลม่ นี้ให้สำเรจ็ ลลุ ว่ งไปดว้ ยดี
คณะผ้จู ัดทำ
เตรยี มลิขิต 1 “Quantum” เลม่ 3
หน้าที่ IV Quantum III
เตรยี มลิขิต 1
คณะกรรมการการจดั ทำหนังสือ
คณะกรรมการดำเนินงาน นางสาวกานตมิ า ไทรงาม
ประธานโครงการ เดก็ หญิงกชกร ติ๊บหน่อ
รองประธานโครงการ นางสาวพชิ ญาภา เอื้อปกรณ์
เลขานุการ นายนฐั ชานนท์ ยงค์พีระกุล
บรรณาธกิ าร นายชนกนั ต์ สขุ สมบูรณ์วงศ์
นางสาวนัยนป์ พร สามพิมพ์
ประธานฝา่ ยพิสจู นอ์ ักษร นายนธิ ิวัชร์ พรอนนั ตโรจน์
กรรมการฝ่ายพสิ ูจนอ์ กั ษร นางสาวพทั ธ์ธรี า งามชนื่
นางสาวพนั ธติ ร อรุณเลศิ รตั นวไิ ล
ประธานฝ่ายศิลป์และการออกแบบ นายวรินทร์ โฆษติ รังสกิ ลุ
กรรมการฝา่ ยศิลป์และการออกแบบ นายอิทธิดลุ ณ ป้อมเพชร
นางสาววภิ าวี เอกไพรตั น์
นายกันตพงศ์ ท่มุ ขนอน
นายภูรนิ ท์ เด่นกวิน
นางสาวสติ า ตั้งมานะกลุ
นางสาวปุณิกา บุญฑยี ก์ ลุ
นางสาวชมบญุ ร้งุ กำธรธรรม
นายจริ ฏั ฐ์ ธรรมลีลากลุ
นายธนกฤต สุพิทักษ์
เดก็ ชายธรรม์ธาดา ซุนเฟือ่ ง
นางสาวปพิชญา วายพุ า
นายวชริ ะพงศ์ พงศ์วิสสุตรา
นางสาววิภาวี เอกไพรตั น์
นางสาวอาคิรา รัตนาธาร
Quantum III หน้า V
เตรียมลิขติ 1
คณะกรรมการการจดั ทำหนังสือ (ต่อ)
ประธานฝา่ ยประชาสัมพนั ธ์ นางสาวพทั ธธ์ รี า งามชนื่
กรรมการฝา่ ยประชาสมั พนั ธ์ นางสาวดจุ แพรดาว นลวชยั
นางสาวปวริศา เตชะบญุ เกยี รติ
ประธานฝ่ายบญั ชแี ละการเงนิ นายณภัทร จารรุ ัชตพันธ์
กรรมการฝ่ายบญั ชแี ละการเงนิ นางสาวกานติมา ไทรงาม
นายนิธิวชั ร์ พรอนันตโรจน์
ประธานฝ่ายบริหารสารสนเทศ นายนิพฐิ พนธ์ ตงุ คสวัสดิ์
กรรมการฝ่ายบริหารสารสนเทศ นายชนกนั ต์ สขุ สมบูรณ์วงศ์
เด็กหญิงกชกร ต๊ิบหน่อ
นายจิรัฏฐ์ ธรรมลลี ากุล
นายวชิระพงศ์ พงศว์ สิ สตุ รา
นายวรินทร์ โฆษิตรังสิกลุ
นายสิรวชิ ญ์ กีรตพิ รานนท์
คณะกรรมการฝ่ายวิชาการหนังสือเตรียมลขิ ติ (Quantum III)
ประธานฝา่ ยวชิ าการ นายวรินทร์ โฆษติ รังสิกุล
วิชาภาษาไทย ยงค์พรี ะกลุ
รงุ่ พิพัฒนพงศ์
ประธานฝา่ ยวิชาภาษาไทย นายนัฐชานนท์
จารุรชั ตพันธ์
กรรมการฝ่ายวชิ าภาษาไทย นายปรเมศวร์ ไทรงาม
รุ้งกำธรธรรม
วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม แสงสิทธชิ ัย
รุ่งพพิ ัฒนพงศ์
ประธานฝา่ ยวิชาสงั คมศึกษาฯ นายณภทั ร โฆษิตรงั สิกลุ
กรรมการฝา่ ยวชิ าสงั คมศึกษาฯ นางสาวกานตมิ า
นางสาวชมบญุ
นายณฐั วรรธน์
นายปรเมศวร์
นายวรนิ ทร์
หน้าที่ VI Quantum III
เตรียมลขิ ติ 1 สารบัญ
ภาษาไทย 1
เสยี งและอักษรในภาษาไทย 2
การสร้างคำ 9
ชนดิ ของคำ 11
คำยืมภาษาต่างประเทศ 16
วลี 20
ประโยค 21
ลักษณะคำประพันธ์ 23
คาํ ราชาศัพท์ 30
แนวข้อสอบวชิ าภาษาไทย 42
เฉลยแนวข้อสอบภาษาไทย 47
เฉลยละเอยี ดแนวข้อสอบภาษาไทย 47
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 51
บทที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม 52
ความรเู้ บือ้ งต้นเก่ียวกับศาสนา 52
ศาสนาพทุ ธ 53
ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู 61
ศาสนาครสิ ต์ 63
ศาสนาอสิ ลาม 65
บทที่ 2 เศรษฐศาสตร์ 67
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกบั เศรษฐศาสตร์ 67
สิทธผิ บู้ รโิ ภค 68
ระบบเศรษฐกิจและตลาด 69
อปุ สงค์ อปุ ทาน 71
การเงินการคลงั 75
บทที่ 3 สังคมศาสตร์ 79
สงั คมมนษุ ย์ 79
การจดั ระเบยี บทางสงั คม 79
วฒั นธรรม 80
กฎหมายทคี่ วรรู้ 80
ระบอบการเมอื งการปกครอง 82
Quantum III หนา้ VII
สารบัญ (ต่อ) เตรียมลิขิต 1
บทที่ 4 ประวัตศิ าสตร์ 84
วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 84
การนบั ยคุ สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ 85
ประวัตศิ าสตรไ์ ทย 88
ประวตั ิศาสตร์โลก 105
111
บทท่ี 5 ภูมศิ าสตร์ 111
เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตร์ 118
ภมู ิศาสตร์ประเทศไทย 121
ภูมศิ าสตร์ระดบั ทวปี 152
157
แนวข้อสอบวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 157
เฉลยแนวขอ้ สอบสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เฉลยละเอยี ดแนวขอ้ สอบสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
หน้าที่ VIII Quantum III
เตรยี มลิขิต 1 ขอรำลึกถึงรุ่นพ่ี GS ทกุ ๆร่นุ ที่กอ่ ใหเ้ กิด
เตรยี มลิขติ 1
GS5
GS6 “Quantum III”
GS7
GS8 Celestriam Scionosphere
GS9 เตรียมลิขติ 1 Helios
GS10 Unlock The Megalofyia
GS11 Ignited
GS12 Luminous
GS13 Corona
GS14 Radiance
GS15 Pulsar
GS16 Aurora
GS17 Synchrotron
GS18 Tachyon
GS19 Nova
GS20 Supernova
Andromeda
Arcturus
Quantum
Quantum III หน้า IX
เตรยี มลิขิต 1
คำแนะนำการใชห้ นงั สอื
1. หนังสือเล่มนี้เหมาะกับการอ่าน ศึกษา และทบทวนเนื้อหา สำหรับการสอบเข้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษา โรงเรียนประจำจงั หวดั ต่างๆ และโรงเรียนแขง่ ขนั สงู ทั่วไป
2. หนงั สอื เลม่ นปี้ ระกอบไปดว้ ยวิชาภาษาไทย และสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
3. Special Interview จากรนุ่ พ่ี GS ทง้ั หมด สามารถสแกน QR Code ด้านลา่ งน้ีเพ่อื เขา้ ไปอา่ นไดเ้ ลย
หรอื สามารถอา่ นได้ที่ดา้ นทา้ ยของหนังสอื เล่มน้ี
Special Interview from GS20
4. หากมขี อ้ สงสยั ประการใด สามารถติดต่อไดท้ ี่
a. Line OpenChat : เตรยี มลขิ ิต I (Quantum) TU85xGS20
b. Line Official : Quantum x GS20 (ID : @559wmtqo / มี @ ดว้ ย)
c. Facebook : Quantum x TU85 GS20 (@quantumxgs20)
d. Instagram : @quantumxgs20
e. Twitter : Quantum x GS20 (@quantumxgs20)
Line OpenChat Line Official
หน้าที่ X Quantum III
เตรียมลิขิต 1
ภาษาไทย
Quantum III หน้า 1
เตรียมลขิ ติ 1
เสยี งและอักษรในภาษาไทย
ภาษา : วิธีท่ีมนุษยใ์ ช้แสดงความรสู้ กึ และส่อื ความคดิ ให้ผอู้ ่นื เขา้ ใจ
ภาษาทีใ่ ช้ในการสือ่ สาร แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท
▪ วัจนภาษา : ถอ้ ยคำหรอื ตัวอักษร เชน่ ภาษาพูด ภาษาเขียน
▪ อวจั นภาษา : ไม่ใชถ่ ้อยคำ แต่ใชส้ หี นา้ กิริยา ทา่ ทาง และสัญลกั ษณ์ตา่ งๆ เชน่ ภาษาใบ้
ภาษาของผพู้ ิการทางสายตา สญั ญาณต่างๆ
หน่วยในภาษา : ส่วนประกอบในภาษา เชน่ หนว่ ยเสียง คำ ประโยค วรรณยกุ ต์ ซง่ึ สามารถประกอบกัน
เปน็ หนว่ ยทใ่ี หญ่ข้ึนได้
หนว่ ยเสียง : หน่วยท่เี ลก็ ท่สี ดุ ประกอบด้วย เสียงสระ เสียงพยัญพยัญชนะ และเสยี งวรรณยกุ ต์
ความแตกตา่ งระหว่างเสียงกับหนว่ ยเสยี ง
เสยี ง : รับรูไ้ ด้ดว้ ยการฟงั เชน่ เสยี งนกรอ้ ง เสียงระฆงั เสียงฟ้าร้อง
หน่วยเสียง : ระบบของเสยี งในแต่ละภาษา ซง่ึ มีอยู่อย่างจำกดั ในแตล่ ะภาษา
เสียงพยัญชนะ (เสียงแปร) : เสยี งท่ีเปล่งออกมาจากลำคอแลว้ กระทบกบั อวยั วะสว่ นใดสว่ นหน่ึงในปาก เช่น คอ
ป่มุ เหงอื ก ฟนั ริมฝีปาก ซง่ึ ทำใหเ้ กิดเปน็ เสยี งตา่ งๆ กนั
พยญั ชนะไทย มี 44 รปู 21 เสียง
การแบ่งพยัญชนะแบบไตรยางค์ : แบ่งเปน็ 3 หมู่
▪ อกั ษรสูง มี 11 ตวั : ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ศ ษ ส ห
มวี ธิ ีจำไดแ้ ก่ “ไข่ ฃวด ฉ่ิง ถุง ฐาน ผง้ึ ฝา ศาล ฤๅษี เสือ หบี ”
▪ อักษรกลาง มี 9 ตัว : ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ
มวี ิธีจำไดแ้ ก่ : “ไก่ จิก เดก็ ตาย เฎ็ก ฏาย บน ปก โอง่ ”
▪ อกั ษรต่ำ มี 24 ตวั
▪ อักษรตำ่ เด่ียว มี 10 ตัว : ง ญ น ย ณ ร ว ม ฬ ล
มวี ิธีจำได้แก่ : “งู ใหญ่ นอน อยู่ ณ ริม วดั โม ฬี โลก”
▪ อักษรต่ำคู่ มี 14 ตัว : พ ภ ค ฅ ฆ ฟ ท ธ ฑ ฒ ซ ช ฌ ฮ
มวี ิธีจำได้แก่ : “พอ่ (ภ) คา้ (ฅ ฆ) ฟนั ทอง (ธ ฑ ฒ) ซอ้ื ช้าง (ฌ) ฮอ่ ”
หน้าที่ 2 Quantum III
เตรียมลิขติ 1
ฐานทเ่ี กดิ (วรรค) แถวที่ 1 แถวที่ 2 แถวที่ 3 แถวที่ 4 แถวที่ 5
คอ ก ข (ฃ) ค (ฅ) ฆ ง
จ ฉ ช (ซ) ฌ ญ
(วรรค กะ) ฑ ฒ ณ
เพดาน (ฎ) ฏ ฐ ท ธ น
(วรรค จะ) (ด) ต ถ พ (ฟ) ภ ม
ป่มุ เหงือก (บ) ป ผ (ฝ) (ฮ) (ฮ)
(วรรค ฎะ) (อ) (ศ ษ) ส ห ยรลวฬ
ฟัน
(วรรค ตะ)
ริมฝปี าก
(วรรค ปะ)
เศษวรรค
การแบง่ พยญั ชนะตามฐานทเ่ี กดิ : แบ่งแบบบาลี สนั สกฤต
การแบง่ พยญั ชนะตามเสยี ง : แบ่งตามเสียงท่ีเปลง่ ออกมาคล้ายกัน มีท้ังหมด 21 เสียง
เสยี ง พยัญชนะตน้ พยัญชนะสะกด (ตัวสะกด)
/ก/ กขคฆ ก ข ค ฆ (แม่กก)
/ค/ ข ฃ ค ฅ ฆ -
/ง/ ง ง (แมก่ ง)
/จ/ จ -
/ช/ ฉ ช ฌ -
/ซ/ ซ ศ ษ ส -
/ย/ ญ ย ย (แมเ่ กย)
/ด/ ฎ ด (ฑ) จชซฎฏฐฑฒดตถทธ
(แม่กด)
/ต/ ฏ ต -
Quantum III หนา้ 3
เสียง พยญั ชนะตน้ เตรยี มลิขติ 1
/ท/ ฐ ฑ ถ ท ธ
/น/ น ณ พยัญชนะสะกด (ตวั สะกด)
/บ/ บ -
/ป/ ป
/พ/ ผ พ ภ น ณ ญ ร ล ฬ (แมก่ น)
/ฟ/ ฝ ฟ บ ป พ ฟ ภ (แม่กบ)
/ม/ ม
/ร/ ร -
/ล/ ล ฬ -
/ว/ ว -
/อ/ อ ม (แมก่ ม)
/ฮ/ ห ฮ -
-
เพ่มิ เตมิ : พยญั ชนะพเิ ศษ ว (แม่เกอว)
-
▪ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ มีทง้ั เสยี งสระและเสยี งพยญั ชนะในตวั เอง -
▪ พยัญชนะทีไ่ มส่ ามารถใช้เปน็ ตัวสะกด : ฃ ฅ ฉ ฌ ผ ฝ อ ห ฮ
พยญั ชนะตน้ มี 2 ประเภท
▪ เสยี งเดีย่ ว : ออกเสียงเปน็ เสียงเดยี ว มี 3 แบบ
▪ พยัญชนะตน้ ตัวเดียว เช่น พ่ี ปา้ นา้ อา
▪ พยัญชนะตน้ ควบไม่แท้ เช่น จริง ไซร้ ทราย
▪ พยัญชนะตน้ อกั ษรนำ
▪ ห นำ เช่น หนี หมา หยาบ
▪ อ นำ ย เชน่ อยา่ อยู่ อย่าง อยาก
▪ เสยี งประสม : ออกเสยี ง 2 เสยี งพร้อมกัน
อักษรควบกลำ้ แท้ เชน่ ขวนขวาย คร่ำครวญ แปลก
หน้าที่ 4 Quantum III
เตรียมลขิ ิต 1
พยัญชนะทไี่ ม่ออกเสียง
▪ ตวั การนั ต์ เชน่ จันทร์ ฤกษ์ อาทิตย์
▪ ตวั สะกด เช่น พทุ ธ จกั ร เนตร
▪ ควบไมแ่ ท้ เชน่ จริง เศร้า ทราย
เสยี งสระ (เสียงแท)้ : เสียงท่ีเปลง่ ออกมาจากลำคอโดยตรง ไมถ่ ูกสกัดก้ันดว้ ยอวยั วะสว่ นใดในปาก แล้วเกดิ เสียง
ก้องกงั วาน และออกเสยี งได้ยาวนาน
เสยี งสระ มี 32 เสยี ง
▪ สระเสยี งแท้ (สระเดี่ยว) มี 18 เสียง อะ อา อิ อี อึ อื อุ อู เอะ เอ แอะ แอ โอะ โอ เออะ เออ เอาะ ออ
▪ สระเสียงประสม (สระเลอื่ น) มี 3 เสยี ง
เอีย เกดิ จาก อี + อา
เออื เกิดจาก อื + อา
อัว เกิดจาก อู + อา
เดิมสระประสมมอี ีก 3 เสียง
เอียะ เกดิ จาก อิ + อะ
เอือะ เกิดจาก อึ + อะ
อัวะ เกดิ จาก อุ + อะ
** แตเ่ น่อื งจากคำท่ีประสมด้วยสระประสม 3 เสียงนี้ มีใชน้ อ้ ยในภาษาไทย นักภาษาศาสตรจ์ งึ ไมน่ ับว่า
เป็นเสยี งสระ
▪ สระเกิน มี 8 เสยี ง : สระทม่ี ีเสยี งพยัญชนะประสมอยแู่ ละมเี สยี งซ้ำกับเสยี งสระแท้
อำ เกดิ จาก อ + อะ + ม
ไอ ใอ เกดิ จาก อ + อะ + ย
เอา เกดิ จาก อ + อะ + ว
ฤ เกดิ จาก ร + อึ
ฤๅ เกดิ จาก ร + อือ
ฦ เกิดจาก ล + อึ
ฦๅ เกิดจาก ล + อื
Quantum III หนา้ 5
เตรยี มลขิ ติ 1
เพิ่มเติม : สระพเิ ศษ
▪ สระที่ไมอ่ อกเสยี ง เช่น ญาต(ิ ยาด) เหตุ(เหด) อุบัติ(อุ-บดั ) เมร(ุ เมน) ภูมลิ ำเนา(พูม-ลำ-เนา)
▪ สระบางเสยี งในคำบางคำอาจออกเสยี งส้นั หรือยาวต่างกับรปู เขียน เช่น อีก รูปเขยี นเปน็ สระ อี
นา่ จะออกเสียงเปน็ เสยี งยาวแต่เม่อื ไมล่ งนำ้ หนักมกั ออกเสยี งสัน้ (อิก) เช่น ฝนตกอกี แล้ว
จะออกเสยี งยาวตามรูปก็ต่อเมอื่ ผ้พู ูดออกเสยี งลงนำ้ หนกั เชน่ พดู อีก กผ็ ดิ อกี
รปู สระ มี 21 รูป
▪ ะ : วสิ รรชนีย์
▪ ั : ไม้หนั อากาศ
▪ ็ : ไมไ้ ต่คู้
▪ า : ลากขา้ ง
▪ ิ : พินทอุ์ ิ
▪ ่ : ฝนทอง
▪ ํ : นฤคหติ /หยาดนำ้ คา้ ง
▪ " : ฟนั หนู
▪ ุ : ตนี เหยียด
▪ ู : ตีนคู้
▪ เ : ไม้หน้า
▪ ใ : ไมม้ ้วน
▪ ไ : ไมม้ ลาย
▪ โ : ไม้โอ
▪ อ : ตวั ออ
▪ ย : ตัวยอ
▪ ว : ตัววอ
▪ ฤ : ตัวรึ
▪ ฤๅ : ตัวรอื
▪ ฦ : ตวั ลึ
▪ ฦๅ : ตวั ลอื
หน้าที่ 6 Quantum III
เตรยี มลิขติ 1
การเปลยี่ นแปลงเม่ือประสมกบั ตัวสะกด
การคงรปู สระ เช่น เธอ เจอ เทอม
การเปล่ยี นรูปสระ เชน่ เดนิ เกดิ เตมิ (เปล่ยี น เ-อ เปน็ เ -)ิ
การลดรูปสระ
- ลดรปู บางสว่ น เชน่ เลย เกย เชย (ลดรปู อ จาก เ-อ เป็น เ-)
- ลดรูปทุกสว่ น เชน่ มด รถ (ลดรปู โ-ะ) พร (ลดรปู -อ) ปกติ (ลดรปู -ะ)
เสียงวรรณยกุ ต์ (เสยี งดนตร)ี : ระดับเสียงสงู ตำ่
เสียงวรรณยกุ ต์ มี 5 เสยี ง : เสยี งสามญั เสียงเอก เสยี งโท เสยี งตรี เสียงจัตวา
แบง่ เป็น 2 กลุ่ม
▪ เสยี งระดบั : ระดบั เสียงคงที่
▪ เสยี งสามญั : เสยี งวรรณยุกตร์ ะดับกลาง
▪ เสยี งเอก : เสียงระดบั ตำ่
▪ เสยี งตรี : เสียงระดบั สูง
▪ เสียงเปลีย่ นระดบั
▪ เสยี งโท : เสียงเปล่ียนระดบั จากสงู ไปตำ่ (เปล่ยี นตก)
▪ เสียงจตั วา : เสียงเปลีย่ นระดับจากตำ่ ไปสงู (เปล่ียนขนึ้ )
รูปวรรณยกุ ต์ มี 4 รปู : ่ ้ ๊ ๋
เพ่ิมเตมิ : วรรณยกุ ต์
▪ คำทุกคำในภาษาไทยตอ้ งมีเสยี งวรรณยุกตเ์ พ่อื กำหนดความหมายของคำโดยอาจมหี รือไม่มีรปู วรรณยุกต์
▪ คำทไ่ี มม่ ีรูปวรรณยุกตจ์ ะเรียกว่า พืน้ เสียง เช่น กา(เสยี งสามัญ) ขา(เสยี งจัตวา) คะ(เสยี งตร)ี
พยางค์ : กลุ่มเสยี งทป่ี ระกอบดว้ ยเสียงพยญั ชนะ เสยี งสระ และเสียงวรรณยุกต์
▪ พยางค์เปิด : พยางคท์ ี่มเี สียงตวั สะกด
▪ พยางคป์ ดิ : พยางคท์ ไี่ มม่ ีเสยี งตัวสะกด
Quantum III หน้า 7
เตรยี มลขิ ิต 1
อักษรนำ : พยญั ชนะ 2 ตวั เรยี งติดกนั และประสมดว้ ยสระเดยี วกนั
แบ่งเป็น 3 ประเภท
▪ ห นำอกั ษรต่ำเดีย่ ว : ออกเสียงพยางคเ์ ดียวโดยใช้เสยี งวรรณยกุ ตต์ ามตวั ห เช่น เหงือก หยกิ ใหญ่
▪ อักษรกลางหรอื สงู นำอกั ษรตำ่ เด่ียว : ออกเสยี ง 2 พยางค์โดยพยางค์ตวั หนา้ ออกเสยี งอะคร่ึงเสยี งและ
พยางค์หลงั อา่ นออกเสยี ง ห นำ เชน่ ตลาด ขนม ฉงน
▪ อ นำ ย : อยา่ อยู่ อย่าง อยาก
คำควบกล้ำ : ร ล ว ควบกับพยัญชนะอนื่ และอ่านเปน็ พยางค์เดยี ว มี 2 ประเภท
▪ อักษรควบแท้ : อ่านพยัญชนะต้นพรอ้ มกนั 2 ตัว เชน่ กลวั ขวาง กลากเกลอื้ น อกั ษรควบแท้ทไ่ี ดร้ บั
อิทธพิ ลจากภาษาตา่ งประเทศ : ดร ฟร ฟล บร บล เช่น ฟรี บลอ็ ค ดรมั เมเยอร์
▪ อักษรควบไม่แท้ : อา่ นพยญั ชนะต้นเพยี งตัวเดียว : จร ซร ทร สร ศร เช่น ศรี จริง ทราย
หมายเหตุ : ทร เปน็ ได้ท้ังควบแท้และควบไม่แท้ ทร ทท่ี ำหนา้ ทเ่ี ป็นควบแท้ เชน่ นทิ รา จันทรา อินทรา (คำควบ
กล้ำทไ่ี ดร้ บั อทิ ธพิ ลจากภาษาต่างประเทศ)
คำเปน็ คำตาย
คำเปน็
▪ ถา้ ไม่มตี ัวสะกดจะประสมดว้ ยสระเสยี งยาว เชน่ หมา ปู กา
▪ ถ้ามีตวั สะกดจะเปน็ แม่ กน กม เกย เกอว กง เช่น กรรม ญาณ สาว
▪ พยางค์ อำ ไอ ใอ เอา เช่น นำ้ เกา้ ไข่
คำตาย
▪ ถ้าไมม่ ตี ัวสะกดจะประสมด้วยสระเสยี งสั้น
▪ ถ้ามีตวั สะกดจะเป็นแม่ กก กบ กด
เทคนิค : คำเป็น-คำตาย
คำเป็น มีตัวสะกดแม่ กน กม เกย เกอว กง (นมยวง)
คำตาย มตี ัวสะกดแม่ กก กบ บด (กบด)
หน้าท่ี 8 Quantum III
เตรยี มลิขิต 1
การสร้างคำ
คำมูล : คำพ้ืนฐานทีม่ ีความหมายสมบรู ณใ์ นตัวเอง อาจมีพยางค์เดยี วหรือหลายพยางค์
(คำมูลหลายพยางค์แล้วเม่ือแยกพยางคจ์ ะมีความหมายบางพยางคแ์ ตไ่ มม่ คี วามหมายทกุ พยางค)์
▪ คำมูลพยางค์เดียว เชน่ พ่อ ธรรม พระ
▪ คำมลู หลายพยางค์ เช่น นาฬกิ า (แยกพยางคไ์ ด้ นา-ฬ-ิ กา คำวา่ นา และ กา มคี วามหมายแตค่ ำวา่ ฬิ
ไม่มีความหมาย) มะละกอ (แยกพยางคไ์ ด้ มะ-ละ-กอ คำวา่ ละ และ กอ มคี วามหมายแต่คำวา่ มะ
ไมม่ ีความหมาย)
คำประสม : คำท่นี ำคำมูล 2 คำขึน้ ไปมาเรยี งต่อกนั แลว้ ทำใหเ้ กิดความหมายใหม่หรอื ชนดิ ของคำแตกตา่ งออกไป
ความหมายของคำประสมมี 2 ลักษณะ
▪ ความหมายคล้ายเดิม เชน่ เตาแก๊ส (เตาหุงต้มท่ีใชแ้ กส๊ เปน็ เชอื้ เพลิง) นำ้ แขง็ (น้ำท่ีแขง็ ตวั เปน็ กอ้ น)
▪ ความหมายเปล่ยี นไปจากเดมิ เช่น แมเ่ หลก็ (สารท่ีสามารถดูดและผลักกนั เอง) ปากมาก (ชอบวา่ คนอน่ื
ซำ้ ซากหรือพูดมาก) ตีนแมว (โจรขโมยของ)
คำซ้อน : คำมูลที่มคี วามหมายเหมือนกนั หรือใกล้เคียงกนั มาซอ้ นกนั มี 2 ประเภท
▪ ซ้อนเพ่ือเสียง : ซ้อนเพอ่ื ให้ออกเสยี งงา่ ยขึน้ เสียงคล้องจองกัน หรอื เกดิ ความไพเราะขนึ้ เชน่ เรอ่ ร่า
เซ่อซ่า ทึกทัก อ้างว้าง อดั อน้ั
▪ ซอ้ นเพือ่ ความหมาย มี 2 ลกั ษณะ
▪ คำซอ้ นความหมายทมี่ ลี ักษณะใกลเ้ คยี งกนั เช่น เพิ่มเตมิ สูญหาย ถอ้ ยคำ
▪ คำซอ้ นความหมายทม่ี ลี ักษณะตรงขา้ มกนั เชน่ เฮงซวย เหตุผล ชวั่ ดี
คำซ้ำ : คำทอ่ี อกเสียงซำ้ คำเดิมใหต้ ่อเน่ืองกนั โดยใชเ้ ครอ่ื งหมายไม้ยมกเตมิ หลงั คำ
คำทกุ ชนิดในภาษาไทยสามารถสรา้ งคำซำ้ ได้ เชน่ เด็กๆ นอนๆ สูงๆ และอาจนำคำซ้อนมาสรา้ งเป็นคำซำ้ เช่น
สวยงาม เปน็ สวยๆงามๆ
คำท่ซี ้ำเสยี งอาจจะมีความหมายคงเดิมหรอื แตกตา่ งกนั ไปจากเดมิ ขึ้นอย่กู บั ความหมายของคำและบรบิ ทที่ประกอบ
Quantum III หน้า 9
เตรียมลขิ ิต 1
ความหมายของคำซ้ำ
▪ แสดงความเปน็ พหูพจน์ เชน่ เดก็ ๆ กำลงั รับประทานอาหาร
▪ แสดงการแยกส่วน มักเปน็ ลักษณนาม เชน่ เนอ้ื ถูกสับเปน็ ช้ินๆ
▪ เนน้ ความหมาย เชน่ เขาโดนเตะเตม็ ๆ
▪ ความหมายเบาลง เชน่ เราลองคบๆกันอยู่
▪ ความหมายไมเ่ จาะจง เชน่ อะไรๆ ก็ดสี ำหรบั ฉนั
▪ ความหมายเปลย่ี นไปเปน็ สำนวน เช่น เขาทำงานลวกๆ (หยาบ)
หน้าที่ 10 Quantum III
เตรยี มลขิ ิต 1
ชนดิ ของคำ
คำในภาษาไทยจำแนกได้ 7 ชนดิ
คำนาม : ใชเ้ รียกชอ่ื คน สัตว์ สงิ่ ของ สถานที่ รวมทงั้ สิ่งทีม่ ชี วี ิต และไมม่ ชี ีวิต ทง้ั ที่เป็นรปู ธรรม และนามธรรม
มี 5 ประเภท
▪ สามานยนาม : เรียกชอ่ื ทัว่ ไปไมเ่ ฉพาะเจาะจง เชน่ ถนน หา้ งสรรพสนิ คา้
▪ วสิ ามานยนาม : เรยี กชื่อเฉพาะเจาะจง เชน่ โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา ประเทศไทย
▪ ลักษณนาม : บอก ขนาด รปู ร่าง ปรมิ าณ หรือ ลักษณะคำนาม โดยอยู่หลังคำนามหรอื ตวั เลข เชน่
หนังสอื 1 เล่ม ฉันอาศัยอยบู่ ้านหลังนี้
▪ สมหุ นาม : บอกหมวดหมู่ของคำนาม โดยอยู่หนา้ คำนาม เชน่ ฝงู นก โขลงชา้ ง
▪ อาการนาม : บอกกริ ยิ าอาการ มาจาก การ/ความ + คำกริยา/วเิ ศษณ์ เช่น การเดนิ ความคดิ
คำสรรพนาม : ทำหน้าท่แี ทนคำนาม เพื่อไม่ตอ้ งกลา่ วคำนามซำ้
มี 6 ประเภท
▪ บุรุษสรรพนาม : แทนตวั บคุ คล
▪ สรรพนามบุรุษที่ 1 : แทนตัวผพู้ ดู เชน่ ฉัน ขา้ พเจา้
▪ สรรพนามบรุ ษุ ท่ี 2 : แทนตวั ผฟู้ งั เชน่ เธอ คณุ
▪ สรรพนามบุรุษท่ี 3 : แทนผู้ถกู กล่าวถงึ เชน่ เขา มนั
▪ นิยมสรรพนาม : แทนคำนามทแ่ี สดงความชีเ้ ฉพาะเจาะจง เชน่ นี่ นั่น โนน่
ตวั อยา่ งประโยค เชน่ นี่คอื ปากกาของฉนั , น่ันคือหนู
▪ อนยิ มสรรพนาม : แทนคำนามทแ่ี สดงความไมช่ เ้ี ฉพาะเจาะจง (ไม่ตอ้ งการคำตอบ) เช่น ใครๆ ใดๆ
ตวั อยา่ งประโยค เชน่ ใครๆ กช็ อบเธอ, ใดๆ ล้วนไมแ่ นน่ อน
▪ ปฤจฉาสรรพนาม : แทนคำนามท่ีมคี วามหมายเปน็ คำถาม (ตอ้ งการคำตอบ) เช่น อะไร ใคร อยา่ งไร
ตวั อย่างประโยค เช่น สบายดีไหม, เธอกลัวฟ้ารอ้ งหรือเปล่า
▪ วภิ าคสรรพนาม : แบง่ พวกหรือรวมพวก เชน่ บ้าง ตา่ ง กัน
ตัวอย่างประโยค เช่น นกั เรยี นทกุ คนต่างตง้ั ใจเรยี น, เขามองกนั และกัน
▪ ประพนั ธสรรพนาม : แทนคำนามหรือคำสรรพนามท่อี ยู่ข้างหนา้ เพอื่ เช่ือมประโยค เชน่ ผู้ ที่ ซึง่ อนั
ตัวอย่างประโยค เช่น ยมิ้ ท่ีผมเคยมองทกุ วัน (ท่ี แทนคำวา่ ยมิ้ ) บ้านหลงั นน้ั ซง่ึ เคยเป็นทอ่ี ย่ขู องเรา (ซึ่ง
แทนคำวา่ บา้ น)
Quantum III หน้า 11
เตรียมลิขติ 1
คำกรยิ า : แสดงอาการ สภาพ และการกระทำของคำนามและคำสรรพนาม
มี 5 ประเภท
▪ อกรรมกริยา : ไม่ต้องการกรรม เช่น ยืน เดนิ รอ้ งไห้ ว่ายนำ้
ตวั อย่างประโยค เชน่ ฉนั พูดผิดตรงไหน นักกฬี ากำลงั วา่ ยน้ำในสระว่ายน้ำ
▪ สกรรมกริยา : ต้องการกรรม เช่น กนิ รัก ให้
ตวั อยา่ งประโยค เชน่ ฉนั รกั เขามาก โจรขโมยเคร่อื งเพชรเม่ือคืนน้ี
▪ วกิ ตรรถกริยา : ต้องการสว่ นเติมเตม็ (ไม่ใชก่ รรม) เชน่ เป็น คอื เหมือน
ตัวอย่างประโยค เชน่ เธอคือเพ่ือนสนิทของฉนั หล่อนหนา้ ตาเหมือนดารา
▪ กริยานุเคราะห์ : ช่วยกรยิ าหลักใหช้ ดั เจนย่งิ ข้นึ แม้จะตัดออก ประโยคกย็ งั มคี วามหมาย เชน่ โปรด
อาจจะ ควร กำลงั
ตวั อย่างประโยค เช่น เธอควรอ่านหนังสอื โปรดถอดรองเท้า
▪ กริยาสภาวมาลา : ทำหน้าทค่ี ลา้ ยนาม อาจเป็นประธาน กรรมหรือบทขยายของประโยค
ตวั อยา่ งประโยค เชน่ นอนหลบั เป็นการพกั ผ่อนทด่ี ี (นอนหลบั เปน็ ประธาน) ฉนั ชอบไปเทยี่ วกบั เธอ
(เท่ียว เปน็ กรรม) ฉนั มาเพอื่ ดูเขา (ดู เปน็ ส่วนขยาย)
คำวิเศษณ์ : คำทใี่ ช้ขยายคำนาม คำสรรพนาม คำกรยิ า และคำวเิ ศษณ์ เพอ่ื ใหไ้ ดค้ วามชัดเจน
มี 10 ประเภท
▪ ลกั ษณะวเิ ศษณ์ : บอกลักษณะ ชนิด สี ขนาด สัณฐาน รส กลน่ิ เสียง ความรสู้ ึก เชน่ ใหญ่ ขาว สงู
ตวั อย่างประโยค เช่น ผ้ชู ายตวั สงู กำลังเลน่ กีฬา ฉนั ชอบกนิ องนุ่ สมี ว่ ง
▪ กาลวิเศษณ์ : บอกเวลา เช่น เช้า สาย เยน็
ตัวอยา่ งประโยค เชน่ เธอมาถึงตอนบา่ ย ฉนั อยู่ทนี่ ่ีแต่เชา้
▪ สถานวเิ ศษณ์ : บอกสถานท่ี ระยะทาง เชน่ ใกล้ บน ใต้
ตวั อย่างประโยค เชน่ เขาอยู่ใกล้คณุ ฉนั นอนบนเตียง
▪ ประมาณวิเศษณ์ : บอกปรมิ าณ เช่น มาก หลาย หนง่ึ
ตวั อย่างประโยค เชน่ เธอบอกเขาหลายคร้งั เขาคดิ มาก
▪ นยิ มวเิ ศษณ์ : บอกความช้เี ฉพาะ เชน่ นี่ นนั่ แนๆ่
ตัวอย่างประโยค เช่น เขาเปน็ ผรู้ ้ายแนๆ่ ผชู้ ายคนนน้ั เป็นนอ้ งของฉนั
▪ อนยิ มวิเศษณ์ : บอกความไมช่ ้ีเฉพาะ เชน่ อะไร ใด อ่นื
ตัวอยา่ งประโยค เช่น คนอะไรนอนท้ังวนั วนั ไหนก็ไมด่ เี ทา่ วนั นี้
หนา้ ท่ี 12 Quantum III
เตรียมลิขติ 1
▪ ปฤจฉาวิเศษณ์ : เปน็ คำถามตามหลงั คำนาม สรรพนาม กรยิ า เชน่ อะไร ไหน อยา่ งไร
ตัวอยา่ งประโยค เชน่ องนุ่ ราคาเท่าไหร่ ผูต้ ้องสงสยั คนใดเปน็ คนร้าย
▪ ประตชิ ญาวเิ ศษณ์ : เรียกขานและโตต้ อบกนั เชน่ คะ ขา ครับ
ตัวอยา่ งประโยค ระวังหลน่ นะครับ พ่ีคะชว่ ยหนหู นอ่ ยคะ่
▪ ประติเษธวิเศษณ์ : บอกความปฏเิ สธ เช่น ไม่ ไม่ใช่ บ่
ตัวอยา่ งประโยค เชน่ ฉนั ไม่ใชผ่ รู้ า้ ย เขาไม่ชว่ ยทำงาน
▪ ประพนั ธวเิ ศษณ์ : ใช้ประกอบคำกรยิ าหรือคำวิเศษณเ์ พอ่ื เช่ือมประโยค เชน่ ท่ี ซงึ่ วา่
ตวั อย่างประโยค เช่น เขาขโมยของซง่ึ ทำให้เขาโดนจับ (ซ่ึง ขยาย ขโมย) เขาบอกวา่ เขาอยากนอน (ว่า
ขยาย บอก)
คำบพุ บท : แสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งคำแต่ละชนดิ
แบ่งเปน็ 2 ประเภท
▪ คำบพุ บททเ่ี ชอ่ื มโยง มี 6 ประเภท
▪ บอกสถานที่ เชน่ ใต้ บน ริม
ตัวอยา่ งประโยค เช่น ฉนั อยู่บนโตะ๊
▪ บอกเวลา เช่น แต่ ตัง้ แต่ จนกระทง่ั
ตวั อย่างประโยค เช่น ฉนั มาตง้ั แตเ่ ชา้
▪ บอกความเปน็ เจา้ ของ เช่น ของ แหง่
ตัวอย่างประโยค เชน่ น้องของฉนั
▪ บอกความเก่ียวขอ้ ง เชน่ กับ แก่
ตวั อย่างประโยค เชน่ ฉนั มากบั เขา
▪ บอกความประสงค์ เช่น เพ่อื ต่อ แก่
ตวั อย่างประโยค เช่น ฉนั ใหข้ องแก่เขา
▪ บอกความเปรยี บเทยี บ เช่น กว่า เท่า
ตวั อย่างประโยค เช่น ฉนั สูงกวา่ น้อง
▪ คำบพุ บทใชเ้ ปน็ คำทกั ทาย เชน่ ขา้ แต่ ดูก่อน
ตวั อย่างประโยค เช่น ขา้ แต่ทา่ นผูม้ ีเกียรติ
Quantum III หน้า 13
เตรยี มลิขติ 1
คำสนั ธาน : เชอ่ื มประโยค
มี 4 ประเภท
▪ เชอ่ื มความคล้อยตามกัน เชน่ และ ทงั้ …ก็ ครน้ั …ก็
o ตัวอยา่ งประโยค เช่น ฉนั และเธอชอบกนิ ขา้ วผัด (ฉนั ชอบกนิ ข้าวผัด+เธอชอบกนิ ขา้ วผดั )
▪ เชื่อมความขดั แย้งกัน เชน่ แต่ ทว่า กว่า…ก็
o ตัวอย่างประโยค เช่น กวา่ ถว่ั จะสกุ งาก็ไหม้ (เชื่อมถัว่ จะสกุ + งาไหม้)
▪ เช่อื มความใหเ้ ลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เชน่ หรือ มิฉะน้ันไม…่ ก็
o ตวั อยา่ งประโยค เชน่ เธอจะเลน่ เกมหรอื นอน (เธอจะเล่นเกม + เธอจะนอน)
▪ เชื่อมความเปน็ เหตุเปน็ ผล เชน่ เพราะ จึง เพราะฉะนน้ั …จึง
o ตวั อยา่ งประโยค เช่น เธอไมต่ งั้ ใจเรยี นจึงสอบตก (เธอไมต่ ้งั ใจเรยี น + เธอสอบตก)
คำอุทาน : แสดงอารมณ์ หรือความรูส้ ึกของผู้พดู
มี 2 ประเภท
▪ คำอทุ านบอกอาการ (มี !) เช่น โอย๊ ! วา๊ ย! ตายจริง!
▪ คำอุทานเสริมบท เชน่ อาบนำ้ อาบทา่ ไปวดั ไปวา ผ้าผอ่ น
เพ่มิ เติม : ลักษณนามท่คี วรรู้ ลักษณนาม
คนั
คำนาม ปาก
ธนู ช้อน ทพั พี ส้อม รถ รม่ ซอ เล่ม
ฉบบั
แห อวน สวิง
เกวยี น จอบ ดาบ พดั กระบี่ เคยี ว เสียม เขม็ ขวาน เทียน กระบอก
ใบ
จดหมาย กฎหมาย ธนบตั ร บตั รประชาชน นติ ยสาร
รายงาน วฒุ บิ ตั ร โฉนด ตัว
ลำ
ปนื ข้าวหลาม กะพอ้ ตกั นำ้ ไฟฉาย กระบอกสบู
กระถาง กระตบิ ข้าว กระติก กระปอ๋ ง กระปุก กระชงั Quantum III
กลอง โอ่ง
กบใสไม้ กตี ้าร์ เก้าอ้ี ป๊ัมนำ้ แมแ่ รง วา่ ว สมอเรือ
เคร่อื งบนิ จานบนิ เรือ ลำกล้อง เครอ่ื งร่อน
หน้าที่ 14
เตรยี มลขิ ติ 1
คำนาม ลักษณนาม
ลกู ธนู ธูป ขา้ วโพด ขา้ วตอก พลุ ประทดั ลูกกุญแจ ดอก
ดวง
ดาวเทียม ดวงตา วิญญาณ แสตมป์ โคม หลัง
กระโจม ประภาคาร กฏุ ิ คฤหาสน์ ตำหนกั ตึก เต็นท์
บรรณศาลา บ้าน โบสถ์ แฟลต มสั ยิด วิหาร จวน ลูก
อาคาร โกดัง จกั รเยบ็ ผ้า กระตอ๊ บ กระทอ่ ม เปยี โน เคร่ือง
แหง่
หอประชมุ บังกะโล มณฑป
ลูกขนไก่ ลกู กระสุน ลูกกระเดอื ก บอลลนู ไต้ฝนุ่ ตะกร้อ ซำ้ ชือ่ เดมิ
(เช่น ศาล ลกั ษณนามคือ ศาล)
กระด่ิง ภเู ขา มรสมุ
คอมพวิ เตอร์ เคร่อื งซักผา้ โทรทศั น์ โทรศพั ท์ โทรสาร
เลื่อยไฟฟา้ เคร่อื งบนั ทกึ เสยี ง ชงิ ชา้ สวรรค์
อุทยาน สำนักงาน หอศลิ ป์ เรอื นจำ อนสุ าวรีย์ พิพธิ ภณั ฑ์
คลนิ ิก ฐานทพั ตลาดหลักทรัพย์ ทณั ฑสถาน
เทวสถาน น้ำตก ปากนำ้ ปากอ่าว ภัตตาคาร หอสมุด
หบุ เขา หนา้ ผา
กระทรวง กองทพั ศาล สถานี อุโมงค์ ชมรม ชมุ นุม กรม
บนั ได เกาะ เขื่อน ครัว คลงั คอก คา่ ย คูหา
ตลาด ธนาคาร นคิ ม บ่อน พีระมดิ มหาวิทยาลัย วงั
ชุมทาง อฒั จนั ทร์ อู่ ฮวงจ้ยุ อาณาจักร อา่ ว องคก์ ร หาด
เหมือง ห้าง ชุมชน หัวเมือง สะพาน อาณานิคม หนอง เหว
Quantum III หนา้ 15
เตรียมลิขติ 1
คำยมื ภาษาต่างประเทศ
คำไทยแท้
• มักเป็นคำพยางค์เดยี ว มีความหมายสมบูรณ์ในตวั เช่น ปู่ นา้ ปาก
• มกั มีตัวสะกดตรงตามมาตรา
• มักไมน่ ยิ มวิธกี ารควบกลำ้ และอกั ษรนำ
• มักมวี รรณยุกตเ์ ป็นตัวกำหนดความหมายของคำ
• มกั ไมม่ ีตัวการนั ต์
หมายเหตุ : คำไทยแท้ทม่ี หี ลายพยางค์อาจเกิดจาก
▪ การกรอ่ นเสียง : คำแรกกร่อนลงจากเดมิ มพี ยางคเ์ ดียว 2 คำเรยี งกันเปน็ 2 พยางคใ์ นคำเดยี ว
เช่น มะตูม (มาจากหมากตมู ) สะใภ้ (มาจากสาวใภ)้
▪ การแทรกเสียง : แทรกเสียง อะ เข้าตรงกลางระหวา่ งคำกลมกลนื กับเสียงตวั สะกดของคำหนา้
จากเดมิ มพี ยางคเ์ ดียว 2 คำเปน็ 3 พยางค์ในคำเดียว
เช่น ลูกกระเดือก (มาจากลูกเดอื ก) นกกระจิบ (มาจากนกจิบ)
▪ การเตมิ พยางคห์ น้า : เตมิ พยางคห์ นา้ คำมลู โดยคำที่เตมิ พยางค์หนา้ มักมคี วามหมายใกลเ้ คยี งกับคำ
เดมิ ท่ียงั ไมเ่ ตมิ พยางค์หน้า
เชน่ กระโดด (มาจากโดด) ชะโงก (มาจากโงก)
คำท่ีมาจากภาษาเขมร
▪ นยิ มใช้ควบกลำ้ หรืออกั ษรนำ
▪ คำสองพยางคท์ ่ีข้ึนตน้ ดว้ ย บงั บัน บำ บรร
▪ คำท่ีขึ้นตน้ ดว้ ย กำ ดำ จำ ชำ คำ ตำ ทำ
▪ มักใช้ จ ญ ร ล ส เป็นตวั สะกด
▪ มกั เป็นคำราชาศัพท์
ตัวอย่างคำจากภาษาเขมร เช่น
กำเนดิ ชำนาญ ตำรวจ สำราญ เขม่า เสน่ง เขนย โตนด ถวาย ไถง บงั อาจ บงั เอญิ บันเทิง บนั ดาล บำนาญ บรรจง
บรรทัด กำหนด คำนบั จำหนา่ ย จำนำ ชำนาญ ชำรุด ดำเนนิ ตำหรับ เสวย สรง กรรไกร ดำริ ครฑุ
หน้าท่ี 16 Quantum III
เตรยี มลขิ ิต 1
คำทีม่ าจากภาษาบาลี
▪ มีสระ 8 ตัว อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ยกเวน้ คำทถ่ี กู เปลีย่ นบางคำ เชน่ ไวยกรณ์ (ถกู เปลย่ี นมาจาก
เวยยกรณ)์ ไทยทาน (ถูกเปลย่ี นมาจาก เทยยทาน) อธปิ ไตย (ถกู เปลี่ยนมาจาก อธปิ เตยย)
▪ นิยมการเรียงคำเรยี งพยางค์ ไมใ่ ชก้ ารควบกลำ้ และอักษรนำ เชน่ กริ ยิ า ปกติ สามี
▪ ใช้หลกั ตัวสะกด-ตัวตาม
วรรค 1 ตามดว้ ย วรรค 1 หรือ 2
วรรค 3 ตามดว้ ย วรรค 3 หรือ 4
วรรค 5 ตามดว้ ย วรรค 1,2,3,4,5
พยญั ชนะในภาษาบาลี
วรรค แถว 1 แถว 2 แถว 3 แถว 4 แถว 5
วรรค กะ ก ข ค ฆ ง
วรรค จะ จ ฉ ช ฌญ
วรรค ฎะ ฏ ฐ ฑ ฒณ
วรรค ตะ ต ถ ท ธ น
วรรค ปะ ป ผ พ ภ ม
เศษวรรค : ย ร ล ว ฬ ส ห
เช่น จกั ขุ (ตัวสะกด ก วรรค 1 ตามด้วย ข วรรค 2) กติ ติ (ตัวสะกด ต วรรค 1 ตามด้วย ต วรรค 1)
บปุ ผา (ตวั สะกด ป วรรค 1 ตามด้วย ผ วรรค 2)
▪ นยิ มใช้ อะ-ริ แทน รร เชน่ จริยา ภรยิ า
▪ นิยมใช้ ฬ เชน่ กฬี า จฬุ า โอฬาร
▪ นิยมใช้ ส แทน ศ ษ เช่น สิกขา สริ ิ สูญ
▪ ไมม่ ี ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ
คำท่ีมาจากภาษาสนั สกฤต
▪ มีสระ 14 ตวั อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ ไอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ
▪ นิยมการใช้ควบกลำ้ และอักษรนำ เชน่ กรยิ า ปกติ สวามี
▪ ไมบ่ งั คบั ตวั สะกดตัวตาม เชน่ จกั ษุ เกียรติ บษุ บา
▪ นิยมใช้ รร เช่น จรรยา ภรรยา
Quantum III หนา้ 17
▪ นยิ มใช้ ฑ เชน่ กรีฑา จฑุ า โอฑาร เตรียมลขิ ิต 1
▪ นิยมใช้ ศ ษ เชน่ ศกึ ษา ศรี ศูนย์
▪ มี ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ สามี - สวามี
ฐานะ - สถานะ
คู่คำภาษาบาลีและสนั สกฤต ทค่ี วามหมายเหมือนกัน
ฐิติ – สถิติ
รกุ ขา – พฤกษา ทฐิ ิ - ทฤษฎี ถปู - สถูป
จักขุ – จกั ษุ อัคคี - อัคนี สิริ - ศรี
มชั ฌมิ - มัธยม ถาวร - สถาวร
อกั ขระ – อักษร อชั ฌาสยั - อัธยาศัย จริยา - จรรยา
ลกั ขณะ - ลักษณะ อิสิ - ฤๅษี ภรยิ า - ภรรยา
ปจั จุบนั - ปรัตยบุ นั วิชา - วิทยา อจั ฉริยะ - อศั จรรย์
อกั ขาน - อาขยาน วิชชุ - วทิ ยุ อิสรยิ ะ - ไอศวรรย์
อาญา - อาชญา จฬุ า - จฑุ า
มจั จุ – มฤตยู สามัญ - สามานย์ กีฬา - กรีฑา
สจั จะ – สัตย์ ปัญญา - ปรชั ญา สนั ติ - ศานติ
อจิ ฉา – ริษยา ปัญหา - ปรศิ นา สูญ - ศูนย์
มจั ฉา – มัตษยา กัณหา - กฤษณา บุญ - บณุ ย์
อจั ฉรา – อัปสร รังสี - รัศมี ปุตต - บุตร
อัตตา – อาตมา โอกาส - อวกาศ มิตต - มติ ร
ขัตตยิ ะ - กษัตริย์ อสิ ระ - อิศวร จิตต - จิตร
กติ ติ – เกียรติ อโุ บสถ - โบสถ์ นิจ - นิตย์
วัตถุ – วัสดุ อริยะ - อารยะ กญั ญา - กันยา
วติ ถาร - พสิ ดาร อาจริย - อาจารย์ อยุ ยาน - อุทยาน
อติ ถี – สตรี ปติ ิ - ปรดี ี
สตั ถา – ศาสดา กิริยา - กริยา
รัฐ – ราษฎร ปกติ - ปรกติ
บปุ ผา – บษุ บา
กปั – กลั ป์
หนา้ ที่ 18 Quantum III
เตรียมลิขิต 1
คำทมี่ าจากภาษาอืน่
• จีน เช่น ก๊ก กงสี กงเต๊ก กุยชา่ ย กวยจ๊ับ ก๋วยเตีย๋ ว จับกัง เจ๊ง เฉาก๊วย ซาลาเปา ซินแส เซยี น ตะหลิว ต๋ัว
บ๊วย บะหมี่ ป้งุ ก๋ี ลนิ้ จ่ี ห้าง ห้นุ เฮง
• ชวา เชน่ บุหรง บุหงา บหุ ลัน ยาหยี ยีห่ วา น้อยหนา่ กญุ แจ มนิ ตรา มาลาตี
• องั กฤษ เช่น คลนิ กิ เทคนิค ดไี ซน์ การ์ตนู คอมพวิ เตอร์ เนคไท
• ฝร่งั เศส เชน่ กโิ ล โกเ้ ก๋ กรัม กงสลุ เบเรต์ บูเกต์ ปารเ์ กต์ ลติ ร เมตร โชเฟอร์
• โปรตเุ กส เชน่ กะละมัง กะละแม เลหลัง ป่นั เหน่ง เหรียญ ปนิ่ โต หลา
• เปอร์เซยี เชน่ กหุ ลาบ กะลาสี คาราวาน จาระบี องนุ่ ฝรง่ั มสั ม่ัน สกั หลาด
• ญป่ี นุ่ เช่น กโิ มโน เกอิชา คาราเต้ คาราโอเกะ ซามไู ร ซึนเดเระ สาเก สุก้ี
Quantum III หน้า 19
เตรียมลิขิต 1
วลี (กลุ่มคำ)
วลี (กลุ่มคำ) คือ การนำคำตัง้ แต่ 2 คำขน้ึ ไปมาเรียงต่อกนั โดยเป็นคำทีพ่ อเข้าใจเป็นความหมายได้ แต่ไม่
สมบรู ณแ์ ละไมเ่ กดิ ความหมายใหม่ เชน่ นกั เรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษา ตะกรา้ ใบใหญ่
หมายเหตุ : คำบางคำอาจเปน็ ได้ทง้ั วลีและคำ เชน่ ลูกเสือ หมายถงึ ลกู ของเสอื เปน็ กลมุ่ คำ
และลูกเสือ หมายถึง เดก็ ทอี่ ยใู่ นคณะท่ตี ั้งขึ้นสำหรับอบรม เปน็ คำประสม
แบ่งออกเป็น 7 ชนดิ เหมอื นกับชนดิ ของคำ
▪ นามวลี : ใช้เปน็ คำนาม มีคำนามนำหนา้
เช่น สุนัขสขี าว หนังสือบนโต๊ะ บา้ นรมิ น้ำ
▪ สรรพนามวลี : ใช้เป็นคำสรรพนาม มคี ำสรรพนามนำหนา้
เช่น ขา้ พเจา้ ทง้ั หลาย ทา่ นอาจารย์ คณุ สมชาย
▪ กริยาวลี : ใช้เปน็ คำกริยา มคี ำกรยิ านำหนา้
เชน่ นอนหลบั สนิท วิ่งไปมา น่งั เล่น
▪ วเิ ศษณ์วลี : ใช้เปน็ คำวเิ ศษณ์ มคี ำวิเศษณน์ ำหนา้
เช่น กล้าหาญมาก ดีทีส่ ดุ ผอมแหง้
▪ บุพบทวลี : ใชเ้ ป็นคำบุพบท มคี ำบุพบทนำหนา้
เช่น ใตส้ ะพานลอย ตง้ั แต่เช้า ขา้ แต่ท่านผู้เจริญ
▪ สันธานวลี : ใช้เป็นคำสนั ธาน อาจจะมีหรือไม่มคี ำสันธานนำหน้า
เชน่ เพราะอยา่ งไรกต็ าม แต่ถึงอย่างไร แต่ถึงกระนนั้ ก็ตาม
▪ อทุ านวลี : ใช้เปน็ คำอุทาน อาจจะมหี รือไม่มีคำอทุ านนำหนา้
เช่น แมเ่ จา้ โว้ย! วา้ ยตายแลว้ ! เวรกรรมจรงิ หนอ!
หนา้ ท่ี 20 Quantum III
เตรียมลขิ ติ 1
ประโยค
ประโยค คือ การนำคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปมาเรยี งตอ่ กนั โดยมีความหมายสมบรู ณ์ แบง่ ออกเป็น 3 ชนดิ ได้แก่
▪ ประโยคสามัญ (ประโยคความเดยี ว) : มีใจความเดยี ว ไม่มีคำเชอื่ มกริยาหรอื ประโยค (เช่น และ แต่
หรือ) และไมม่ ีอนุประโยค (ประโยคที่ขึน้ ตน้ คำเช่อื มอนปุ ระโยค เช่น ที่ ซง่ึ อนั วา่ ให้ ถา้ เพราะ เม่อื )
แบ่งเป็น 2 ชนดิ ตามกรยิ าวลี
▪ ประโยคสามัญกรยิ าวลีเดยี ว : มี 1 กริยาวลีและมีคำกริยา 1 คำ
เชน่ มา้ ว่ิง แมร่ ีดผา้ ฉันชอบการทำงานกับเพ่ือนๆ
▪ ประโยคสามญั หลายกรยิ าวลี : มหี ลายกริยาวลีและคำกริยาเรียงต่อกนั โดยไมม่ ีคำเชอ่ื มกริยา
เชน่ ฟา้ และฝนแวะไปเย่ียมญาติ พ่อขับรถออกจากบา้ นไปตลาด
▪ ประโยคซ้อน : ประโยคสามญั 2 ประโยคข้นึ ไปมารวมกนั โดยมใี จความอยู่ทป่ี ระโยคหลัก เรยี กว่า
มุขยประโยค สว่ นประโยคอื่นจะทำหนา้ ทข่ี ยายประโยคหลัก เรียกวา่ อนุประโยค
แบ่งเปน็ 3 ชนดิ ตามอนปุ ระโยค
▪ นามานุประโยค : อนปุ ระโยคทำหน้าที่แทนคำนาม คอื เปน็ ประธาน กรรมหรือสว่ นขยาย
เชน่ ฉนั เห็นคนรับประทานอาหาร (มุขยประโยค : ฉันเห็นคน
อนปุ ระโยค : คนรบั ประทานอาหาร ทำหนา้ ทเ่ี ปน็ กรรม)
พ่ีของฉันอ่านหนงั สือเปน็ งานอดิเรก (มุขยประโยค : การอ่านหนงั สือเป็นงานอดิเรก
อนุประโยค : พี่ของฉันอ่านหนงั สือ ทำหน้าท่ีเปน็ ประธาน)
▪ คุณานปุ ระโยค : อนปุ ระโยคทำหน้าที่ขยายนาม มักมปี ระพนั ธสรรพนาม (ผู้ ท่ี ซง่ึ อัน)
เช่น ท่านทน่ี อนอยู่โปรดยนื ขึน้ (มุขยประโยค : ทา่ นโปรดยืนขนึ้ อนุประโยค : ท่นี อนอยู่
ขยาย คำว่าทา่ น ในมขุ ยประโยค) เขามีหนังสือซงึ่ ฉนั ไมม่ ี (มขุ ยประโยค : เขามหี นังสือ
อนุประโยค : ฉันไม่มี (หนงั สือ) ซ่ึงฉนั ไมม่ ี ขยายคำวา่ หนังสือ)
▪ วเิ ศษณานุประโยค : อนปุ ระโยคทำหนา้ ท่ขี ยายคำกรยิ าหรือวิเศษณ์
เชน่ เขาเปน็ ลมเมื่ออยู่ในที่แดดแรง (มุขยประโยค : เขาเปน็ ลม
อนปุ ระโยค : เมอ่ื (เขา)อยูใ่ นทแ่ี ดดแรง ขยายคำวา่ เป็นลม)
เขามาโรงเรียนเพ่อื เจอหวานใจ (มขุ ยประโยค : เขามาโรงเรียน
อนุประโยค : เพื่อ(เขา)เจอหวานใจ ขยายวลีวา่ มาโรงเรยี น)
Quantum III หนา้ 21
เตรยี มลิขิต 1
▪ ประโยครวม : ประโยคย่อยหลายประโยคมารวมกัน โดยมีคำสนั ธานเชอื่ มระหว่างประโยค โดยประโยค
ย่อยอาจเปน็ ประโยคสามญั หรือประโยคซ้อนกไ็ ด้
แบง่ เปน็ 3 ชนิดตามความหมายประโยค
▪ คล้อยตามกัน คำเช่อื ม : และ พอ...ก็ เมอื่ ...ก็
เช่น เมอื่ ฝนตก แม่กส็ งั่ ใหฉ้ ันเก็บผ้า (ประโยคสามญั + ซ้อน)
▪ ขดั แย้งกนั คำเชือ่ ม : แต่ แมว้ า่ ถึง...ก็ กวา่ ...ก็
เชน่ แม้วา่ เธอไม่รู้จักฉัน แต่ฉันกช็ อบเธอมาก (ประโยคสามัญ + สามัญ)
▪ เลือกอย่างใดอย่างหน่ึง คำเชอ่ื ม : หรือ ไม่ก็ หาก...ก็
เช่น นกั เรยี นจะตง้ั ใจเรียนหรอื จะใหค้ รหู ักคะแนน (ประโยคสามญั + ซ้อน)
หมายเหตุ : คำเช่ือมความเป็นเหตเุ ปน็ ผล เชน่ เพราะ จึง
▪ ถา้ เหตมุ ากอ่ นผลจะเปน็ ประโยครวม เชน่ ฝนตกน้ำจึงท่วม (ฝนตก : เหตุ น้ำทว่ ม : ผล) เป็นประโยครวม
▪ ถา้ ผลมากอ่ นเหตุจะเปน็ ประโยคความซ้อน เชน่ นำ้ ท่วมเพราะฝนตก (นำ้ ท่วม : ผล ฝนตก : เหตุ) เป็น
ประโยคซ้อน
เจตนาของประโยค มี 3 ประเภท
▪ แจ้งให้ทราบ : บอกเล่าหรือแจง้ ขอ้ ความแกผ่ ฟู้ งั เชน่ นำ้ ตกในประเทศไทยนา่ เทยี่ วทกุ แหง่
ใครๆกอ็ ยากไปเทย่ี ว
▪ ถามใหต้ อบ : ถามเพือ่ ให้ผูฟ้ งั ตอบ เช่น ใครอยากไปเทีย่ ว อะไรอรอ่ ยท่สี ดุ
▪ บอกให้ทำ : บอกใหผ้ ้พู ูดทำบางอย่าง เชน่ ไปเท่ยี วเปน็ เพอ่ื นฉันหนอ่ ย สถานที่ราชการกรุณาแตง่ กาย
สุภาพ
หนา้ ที่ 22 Quantum III
เตรียมลขิ ิต 1
ลกั ษณะคำประพนั ธ์
งานประพนั ธ์ มี 2 รูปแบบ : ร้อยแก้ว และ รอ้ ยกรอง (ในทีน่ ้จี ะพูดถึงร้อยกรองเฉพาะท่อี อกสอบ)
ฉันทลกั ษณ์ : ลกั ษณะบงั คบั ของคำประพนั ธ์
ลกั ษณะบงั คบั มี 8 อย่าง
▪ คณะ : แบบบงั คบั ทว่ี างเปน็ กำหนดกฎเกณฑไ์ ว้ว่า คำประพนั ธช์ นิดนั้น จะตอ้ งมีเท่านนั้ วรรค เทา่ นนั้ คำ
และตอ้ งมีเอกโท ครลุ หตุ รงน้ันตรงน้ี
▪ ครุ ลหุ :
ครุ : พยางค์ทีม่ ีเสียงหนัก ไดแ้ ก่ พยางค์ทปี่ ระกอบด้วย สระเสยี งยาว (ทฆี สระ) และ สระเกินทงั้ 4 คือ
สระ อำ ใอ ไอ เอา และพยางค์ทีม่ ีตวั สะกด เชน่ ตา ดำ เรยี น
ลหุ : พยางคท์ ่ีมีเสยี งเบา ได้แกพ่ ยางคท์ ปี่ ระกอบดว้ ย สระสั้น (รสั สระ) ทไ่ี ม่มตี วั สะกด
เช่น พระ จะ ดุ เป็นตน้
▪ เอก โท
เอก : พยางคห์ รอื คำที่มรี ูปวรรณยุกตเ์ อก หรอื คำตาย เช่น ปา่ ปู่ กัด เปน็ ตน้
โท : พยางค์หรอื คำทม่ี รี ูปวรรณยุกต์โท เช่น ป้า น้า ส้ัน เปน็ ต้น
▪ พยางค์ : คอื จังหวะเสียง ที่เปล่งออกมาคร้งั หนงึ่ ๆ
▪ สมั ผสั : มี 2 ประเภท ได้แก่ สมั ผัสนอก (สัมผัสบงั คบั ) และ สมั ผัสใน โดยสมั ผสั ในมี 2 ชนิด คือ
สมั ผสั สระ และ สัมผสั อกั ษร
▪ คำเปน็ คำตาย
▪ คำนำ : คำที่ใช้กลา่ วขึ้นตน้ สำหรบั เป็นบทนำ ในคำประพนั ธ์ เป็นคำเดยี วบา้ ง เปน็ วลีบา้ ง
เชน่ เม่ือนั้น บดั น้ัน สกั วา
▪ คำสร้อย : คำท่ใี ชส้ ำหรับลงทา้ ยบทหรอื ทา้ ยบาทของคำประพนั ธ์
Quantum III หน้า 23
เตรียมลิขติ 1
ร้อยกรอง (ท่ีออกสอบ)
▪ กาพย์
▪ กาพย์ยานี 11 : 1 บท มี 22 คำ 2 บาท 4 วรรค วรรคหนา้ 5 คำ วรรคหลงั 6 คำ
▪ กาพยฉ์ บงั 16 : 1 บท มี 16 คำ 3 วรรค
▪ กาพย์สุรางคนางค์ 28 : 1 บท มี 28 คำ 7 วรรค
หนา้ ท่ี 24 Quantum III
เตรยี มลิขติ 1
▪ กลอน
▪ กลอนสภุ าพ : 1 บท มี 2 บาท(คำกลอน) 4 วรรค (สดับ-รบั -รอง-สง่ ) วรรคละ 7-9 คำ
▪ กลอนบทละคร : เหมอื นกลอนสภุ าพ แต่ขึ้นตน้ วรรคแรกด้วย “เม่อื นนั้ ” “บดั น้นั ” หรือ
“มาจะกลา่ วบทไป”
▪ กลอนนริ าศ : เหมือนกลอนสุภาพ แตข่ ึ้นต้นดว้ ยวรรครับ (วรรคท่ี 2)
และลงทา้ ยดว้ ยคำว่า “เอย”
▪ กลอนสกั วา : 1 บท มี 4 บาท (คำกลอน) 8 วรรค ข้นึ ต้นด้วยคำวา่ “สักวา”
และลงทา้ ยดว้ ยคำวา่ “เอย”
▪ กลอนดอกสร้อย : 1 บท มี 2 บาท (คำกลอน) 4 วรรค วรรคแรกมี 4 คำ โดยคำที่ 1 และคำท่ี 3
เป็นคำเดียวกนั และคำที่ 2 ตอ้ งใช้คำวา่ “เอย๋ ” เชน่ จนั ทรเ์ อย๋ จันทรเ์ จ้า และลงทา้ ยดว้ ยคำวา่
“เอย” ในวรรคสง่ ทา้ ยของกลอน
▪ โคลง
▪ โคลงสี่สุภาพ : 1 บทมี 4 บาท โดย 1 บรรทัดคือ 1 บาท แตล่ ะบาทมี 2 วรรค
บาทท่ี 1 บาทท่ี 2 และบาทที่ 3 มจี ำนวนคำเทา่ กนั คอื วรรคหน้ามี 5 คำ
ส่วนวรรคหลงั มี 2 คำ และบาทท่ี 4 จะมีวรรคหน้ามี 5 คำเชน่ กนั
แต่วรรคหลงั จะมี 4 คำ รวมท้ังสน้ิ 1 บทจะมี 30-34 คำ
บงั คับรปู วรรณยกุ ต์เอก โท : ตอ้ งมรี ปู วรรณยกุ ต์เอก 7 ตำแหนง่
และรูปวรรณยุกต์โท 4 ตำแหนง่
Quantum III หนา้ 25
เตรยี มลขิ ิต 1
คำสรอ้ ย : คำที่แตง่ ท้ายบาทของโคลงตามขอ้ บังคบั เพือ่ ทำใหไ้ ดใ้ จความครบถ้วน จะเตมิ หรือไม่ก็ได้
ถา้ เตมิ ตอ้ งเติมท่ี ท้ายบาทที่ 1 และทา้ ยบาทท่ี 3
คำเอกโทษ หรอื คำโทโทษ : นำคำทตี่ อ้ งการใช้ไปเปล่ียนใหเ้ ปน็ รปู วรรณยกุ ตเ์ อกหรือโทเพือ่ ให้ตรงกบั
ฉนั ทลักษณ์ (ใชเ้ มือ่ ไม่สามารถหาคำที่มรี ปู วรรณยุกต์เอกหรือรปู วรรณยุกต์โทมาใช้
ในท่บี งั คบั วรรณยกุ ตต์ ามแผนผงั ได้) และ ยังมีการใช้ “คำตาย” แทนรูปวรรณยุกตเ์ อกได้
โคลงส่สี ุภาพท่ีควรจำเพ่ือจำตำแหน่งเอก โท อันใด พเี่ อย
ทั่วหล้า
เสยี งฦๅเสียงเลา่ อ้าง ลืมตื่น ฤๅพี่
เสยี งยอ่ มยอยศใคร อยา่ ได้ ถามเผอื
สองเขอื พี่หลับใหล
สองพ่ีคิดเองอา้
▪ โคลงกระทู้ : เหมอื นโคลงสสี่ ุภาพ แต่จะแตง่ ตามประโยคทต่ี ั้งไวเ้ ป็นกระทู้ โดย
กระทนู้ อ้ี าจประกอบดว้ ยคำ ๔ คำ หรอื ๘ คำ โดยตอ้ งแต่โคลงใหส้ อดคล้องกับกระททู้ ี่ต้ังไว้
เชน่ น้ำพ่งึ เรือ แลน่ ได.้ ดังหมาย
เสอื พง่ึ ป่า อาศยั . ปกปอ้ ง
นายพงึ่ บ่าว มากมาย. ใช่ทาส
เจ้าพ่ึงข้า แซซ่ ้อง อยู่รว้ั รอบวัง
จากโคลงกระทู้ดงั กล่าว มกี ระทวู้ ่า “น้ำพงึ่ เรือเสอื พ่ึงป่า นายพ่งึ บา่ วเจา้ พงึ่ ข้า”
หนา้ ท่ี 26 Quantum III
เตรียมลขิ ิต 1
โวหารภาพพจน์ : วธิ กี ารสรา้ งภาพแกถ่ ้อยคำ โดยไมต่ ้องกลา่ วตรงไปตรงมา
▪ อปุ มา : เปรยี บเทียบ
ใชค้ ำว่า เหมอื น คล้าย เท่า ดจุ ราว
เชน่ เธอสวยราวกับดอกไม้
▪ อุปลกั ษณ์ : เปรียบของสิ่งหนงึ่ ด้วยอีกส่งิ หนง่ึ เพอื่ ความเขา้ ใจ
ใช้คำวา่ เป็น คอื
เชน่ ครคู ือแมพ่ มิ พ์ของชาติ
▪ บุคคลวัต : สมมุตสิ ิ่งทีไ่ ม่ใช่มนษุ ยม์ กี ิรยิ าอาการเหมือนมนษุ ย์
เช่น เห็นลมคล่ืนเห่จูบหิน ก้อนหินรอ้ งไห้
▪ สัญลกั ษณ์ : เรียกชือ่ ส่ิงหนงึ่ โดยใชค้ ำอ่นื มาแทน
เช่น นกยกั ษ์อยบู่ นท้องฟา้ (นกยกั ษ์ หมายถึง เครอ่ื งบิน)
▪ อธิพจน์ (อตพิ จน์) : กล่าวเกินจรงิ เพ่ือเนน้ ความรู้สึก
เช่น อายุยืนหมนื่ ๆปี
▪ สัทพจน์ : เลียงเสยี งธรรมชาติ
เช่น ลูกแมวรอ้ งเหมยี วๆ
▪ ปฏิพากย์ (ปรพากย์) : กลา่ วคำทีม่ ีความหมายตรงขา้ มเพอ่ื เพม่ิ น้ำหนักความหมาย
เชน่ ความเงยี บที่ดงั ทสี่ ุด
กลวธิ ีทางวรรณศิลป์
▪ เลน่ คำ : อาจเป็นพอ้ งรูปหรือพ้องเสยี งและความหมายอาจจะเปล่ียนหรอื ไมก่ ็ได้ ถา้ พ้องรูป พอ้ งเสียง
และความหมายไมเ่ ปลีย่ นจะเปน็ การซ้ำคำ
▪ เลน่ สมั ผัส
▪ สัมผสั อักษร : เลน่ เสยี งพยัญชนะ(พยญั ชนะเดียวกัน)
▪ สัมผัสสระ : เลน่ เสียงสระเดียวกนั
▪ สมั ผสั วรรณยกุ ต์ : เล่นเสยี งวรรณยุกต(์ ไล่เสยี ง)
▪ ไวพจน์ : คำท่มี คี วามหมายเหมอื นกัน เช่น คำไวพจน์ของดอกไม้ เช่น บษุ บา บหุ งา ผกา
▪ อัพภาส : เพม่ิ เสียง “อะ” ไปด้านหนา้ คำ เชน่ ผางโผง เปน็ ผะผางโผง
Quantum III หน้า 27
เตรียมลิขติ 1
รสวรรณคดี (ลลี าการประพันธ)์ ดังสรุ างคน์ างนาฏในวงั หลวง
แบ่งเปน็ 4 รส แล้วหนกั หนว่ งนกึ ที่จะหนีไป
▪ เสาวรจนี : ชมความงาม ความเกง่ ความเจริญ เป็นราชสหี ์สมสูเ่ ปน็ คู่สอง
เชน่ ขนงเนตรเกศกรอ่อนสะอาด เปน็ คตู่ รองพิศวาสทุกชาตไิ ป
พระเพลนิ พศิ คิดหมายเสยี ดายดวง
ฤๅรอยโศกร้รู า้ งจางหาย
▪ นารปี ราโมทย์ : เกี้ยวพาราสี แสดงความรัก สงั วาส อยา่ หมายว่าจะให้หวั ใจ
เชน่ เจา้ เปน็ ถ้ำอำไพขอใหพ้ ่ี
จะตดิ ตามทรามสงวนนวลละออง ละอองอบรสรืน่ ชนื่ นาสา
วาสนาเรากส็ นิ้ เหมือนกล่นิ สคุ นธ์
▪ พโิ รธวาทงั : โกรธ ตดั พอ้ ประชดประชัน เสยี ดสี
เชน่ จะเจ็บจำไปถึงปรโลก
จะเกิดกีฟ่ ้ามาตรมตาย
▪ สลั ลาปงั คพสิ ัย : โศกเศร้า ครำ่ ครวญ อาลัย
เช่น เคยหมอบใกลไ้ ดก้ ล่นิ สคุ นธ์ตลบ
สนิ้ แผน่ ดนิ สิ้นรสสคุ นธา
โวหารรอ้ ยแกว้
▪ บรรยายโวหาร : เล่าเรอื่ งตามลำดับเหตกุ ารณ์ ใชค้ ำเรียบงา่ ย ตรงไปตรงมา
เชน่ ชา้ งยกขาหนา้ ให้ควายเหยยี บข้นึ นง่ั บนคอ ตวั มนั สูงใหญ่ ใบหูไหวพะเยิบ หญิงบนเรือนลงบันไดมา
ข้างลา่ ง เธอชแู ขนยืน่ ผา้ ขาวมา้ และข้าวหอ่ ใบตองข้นึ ไปให้เขา
▪ พรรณนาโวหาร : ใหร้ ายละเอยี ดเพื่อใหเ้ หน็ ภาพ เกดิ อารมณ์รว่ ม หรอื ซาบซง้ึ กินใจ
เช่น ดอกจันทน์กะพอ้ ร่วงพรูแตม่ ิได้หลน่ ลงสพู่ นื้ ทเี ดียว เกสรเลก็ ๆแดงเร่ือแกมเหลอื งลอยว่อนกระตัด
พรดั พรายอยใู่ นอากาศที่โปร่งสะอาดหน่อยหนง่ึ เหมอื นลวดลายของตาข่ายท่คี ลุมไตรพระ กลบี และเกสร
อาจจะตกลงถูกเหยียบเปน็ ผุยผงไป
▪ เทศนาโวหาร : ส่งั สอน แนะนำ เตอื นสติ โนม้ นา้ วใจใหเ้ ห็นด้วย
เช่น อันออ้ ยตาลหวานลน้ิ แลว้ ส้นิ ซาก แต่ลมปากหวานหไู ม่รู้หาย
แมน้ เจ็บอน่ื หมน่ื แสนจะแคลนคลาย เจบ็ จนตายเพราะเหนบ็ ใหเ้ จ็บใจ”
หนา้ ที่ 28 Quantum III
เตรยี มลิขติ 1
▪ สาธกโวหาร : ยกตวั อยา่ งประกอบหรือกล่าวอ้างองิ มกั ใชป้ ระกอบโวหารประเภทอื่นเชน่ อำนาจความ
สตั ย์เป็นอำนาจอนั ศักดิ์สิทธ์ิ ไมเ่ พียงแตจ่ ับหัวใจคน แมแ้ ตส่ ตั วก์ ็ยงั มคี วามรู้สึกในความสตั ย์ซ่อื เมื่อกวนอู
ตายแลว้ มา้ ของกวนอูก็ไม่ยอมกินหญา้ กินนำ้ และตายตามเจา้ ของไปในไมช่ า้ ไมย่ อมใหห้ ลงั ของมันสมั ผสั
กบั ผู้อน่ื นอกจากนายของมัน
▪ อธบิ ายโวหาร : อธิบายหรอื ชแ้ี จง สงั เกตจากการใหค้ ำนยิ าม อธบิ ายตามลำดบั ขน้ั หรอื อธบิ ายสาเหตุ
และผลลัพธ์
เช่น เราสามารถทำเค้กโดยแบง่ น้ำตาล 20 กรมั ตีกบั ไขแ่ ดงจนนำ้ ตาลละลาย ใสน่ ำ้ มนั พชื ตีให้เข้ากัน ใส่
นำ้ เปลา่ แลว้ ตใี หเ้ ข้ากนั ใสแ่ ปง้ เคก้ ผสมให้เข้ากัน พักไว้ ตีไข่ขาวกบั นำ้ ตาลท่เี หลอื จนตั้งยอด
ตักใส่สว่ นผสมไข่แดง ตะลอ่ มเบาๆ ดว้ ยพายยางจนเขา้ กนั ตักใส่ถาดเขา้ อบทีอ่ ุณหภูมิ 190 องศา
เซลเซยี ส นาน 20 นาที
▪ อุปมาโวหาร : ใขเ้ ปรียบเทยี บ เพอื่ ให้ผ้รู ับสารเขา้ ใจความหมาย อารมณ์ความรู้สกึ หรอื เหน็ ภาพชดั เจน
ยิ่งข้นึ มักใชป้ ระกอบโวหารประเภทอน่ื
เช่น เขาคนกาแฟในถ้วย โดยไมห่ ันมามอง น้ำสดี ำหมนุ ติว้ เปน็ วงลกึ เหมอื นวังนำ้ วนในนยิ ายผจญภัย
สยองขวญั สักคร่มู ันก็แปรเปล่ยี นเปน็ สนี ้ำตาลออ่ นเพราะนมข้นหวานทีน่ อนกน้ อยสู่ องเซนติเมตรครึ่ง
เขาหยกชอ้ นสเี หรยี ญบาทขึน้ ละเลยี ดดว้ ยปลายลนิ้ ขณะทส่ี บตาจบั จอ้ งอยู่ทพ่ี าดหวั ขา่ วประจำวนั
Quantum III หน้า 29
เตรยี มลขิ ติ 1
คาํ ราชาศัพท์
คำราชาศพั ท์ คอื คำสภุ าพที่ใช้ใหเ้ หมาะสมกับฐานะของบุคคลต่างๆ (เนน้ การใชก้ บั ระดบั
พระมหากษัตรยิ ์ถงึ พระสงฆ)์
วิธกี ารใช้คำราชาศัพท์ (ระดับพระมหากษัตริย์ถงึ หมอ่ มเจ้า)
▪ ทรง
▪ นําหนา้ นามสามญั หรือกริยาสามญั บางคาํ ได้กรยิ าราชาศพั ท์
เช่น ทรงมา้ ทรงสั่งสอน ทรงธนู
▪ นําหนา้ นามราชาศัพท์ ไดก้ ริยาราชาศัพท์
เช่น ทรงพระอักษร ทรงพระสบุ นิ ทรงพระราชดําริ
▪ ไมใ่ ช้นาํ หนา้ กรยิ าราชาศพั ท์ ยกเวน้ ทรงผนวช
เช่น เสวย ไมใ่ ช่ ทรงเสวย
▪ ถ้าใช้ มี หรือเปน็ หนา้ ราชาศัพท์ ไม่ต้องใช้ทรงอกี
เชน่ มีพระราชปฏสิ นั ถาร ไม่ใช่ ทรงมพี ระราชปฏสิ ันถาร
▪ พระบรม พระบรมราช
▪ นําหนา้ คาํ นามทส่ี ําคญั มากสาํ หรบั พระมหากษัตริย์
เชน่ พระบรมเดชานุภาพ พระบรมราชโองการ พระบรมราโชวาท เป็นต้น
▪ พระราช
▪ นําหนา้ คาํ นามทส่ี าํ คัญมากแตส่ าํ คญั รองจากพระบรมสำหรับพระมหากษัตรยิ ์ เเละใชก้ ับ
เจ้านายยศขน้ั สงู
เชน่ พระราชวงั พระราชหฤทยั พระราชพาหนะ
▪ พระ
▪ นําหนา้ นามที่เปน็ อวัยวะเเละของใช้
เช่น พระขนง พระเกศา พระกุณฑล
▪ เสดจ็
▪ นําหนา้ นามราชาศัพทเ์ พอื่ ให้เปน็ กรยิ าราชาศัพท์
เช่น เสดจ็ พระราชดาํ เนนิ มาเยือนเมืองไทย (เสด็จพระราชดำเนนิ ตอ้ งเติมใจความด้านหลัง)
▪ นาํ หนา้ กรยิ าสามญั เพือ่ ให้เป็นกรยิ าราชาศพั ท์
เชน่ เสดจ็ ไป เสด็จกลบั
หนา้ ท่ี 30 Quantum III
เตรยี มลขิ ิต 1
▪ นอ้ มเกลา้ ฯ ถวาย (นอ้ มเกลา้ น้อมกระหมอ่ มถวาย) : ถวายของทย่ี กไมไ่ ด้ เชน่ ชอ่ ดอกไม้ หนังสือ
ทูลเกล้าฯ ถวาย (ทลู เกล้าทลู กระหม่อมถวาย) : ถวายของทีย่ กได้ เชน่ ที่ดนิ รถยนต์
คําราชาศพั ท์ควรรู้ คำสรรพนาม ใช้กับ
สรรพนาม ข้าพระพุทธเจ้า พระมหากษตั รยิ ์
ใตฝ้ า่ ละอองธลุ พี ระบาท พระมหากษตั รยิ ์
บุรษุ สรรพนาม ใตฝ้ า่ ละอองพระบาท พระบรมราชนิ ี
บุรุษที่ 1 พระบรมราชนนี
บรุ ษุ ท่ี 2 พระองค์ พระบรมโอสรสาธิราช
ท่าน พระบรมราชกุมารี
บุรุษท่ี 3
พระมหากษตั ริย์
เจา้ นาย
เครือญาติ พระชนก พระบิดา ปา้ , อาหญิง พระปติ ุจฉา (ฝง่ั พอ่ )
พอ่ พระมาตจุ ฉา (ฝัง่ เเม)่
พสี่ าว
แม่ พระชนนี พระเชษฐภคิณี
พระมารดา นอ้ งสาว
ปู่, ตา พระอยั กา พระอัยกี ลุง, อาชาย พระขนษิ ฐา
ยา่ , ยาย พระอัยยิกา พระปติ ลุ า (ฝง่ั พ่อ)
ลกู เขย พระมาตุลา (ฝง่ั เเม่)
พชี่ าย พระเชษฐา ลกู สะใภ้
นอ้ งชาย พระอนุชา พระชามาดา
พระสุณิสา
Quantum III หน้า 31
เตรยี มลิขิต 1
กรยิ า พูด ทรงพระปินาสะ จาม
ตรัส ดู ทรงพระกนั เเสง ร้องให้
นอน ทรงพระสรวล หวั เราะ
ทอดพระเนตร กิน ทรงพระประชวร ปว่ ย
บรรทม ไอ เกิด
เสวย เทยี่ ว ประสูติ ลงชอื่
สรงนาํ้ ลงพระปรมาภไิ ธย ให้
ทรงพระกาสะ ทาเครื่องหอม ทรงเคร่อื ง
เสดจ็ ประพาส พระราชทาน
แตง่ ตวั
อาบนา้ํ
ทรงพระสาํ อาง
เครอื่ งใช้ ตา่ งหู ผา้ ซับพระพักตร์ ผา้ เชด็ หนา้
พระกณุ ฑล กระจก พระธาํ มรงค์ แหวน
พระฉาย อาหาร ฉลองพระองค์ เสอื้
ฉลองพระบาท รองเท้า
พระกระยาหาร ยา พระสนบั เพลา กางเกง
พระโอสถ หวี เตยี ง
พระสาง ประตู พระเเทน่ บรรทม ผ้าเช็ดตัว
พระทวาร เปล ผา้ ซบั พระองค์ ผา้ หม่
พระอู่ ฟกู คลมุ บรรทม จดหมาย
พระย่ภี ู่ เเกว้ นํา้ พระราชหัตถเลขา ที่นั่ง
แกว้ เสวย นา้ํ ดื่ม พระราชอาสน์ พรม
พระสุธารส ปนิ่ ลาดพระบาท
พระจุฑามณี
หนา้ ที่ 32 Quantum III
เตรียมลิขติ 1
รา่ งกาย
พระเนตร ตา พระมัสสุ หนวด
พระนาสิก จมูก พระโลมา ขน
พระกรรณ หู พระวรกาย รา่ งกาย
พระศอ คอ พระหตั ถ์ มือ
พระอุระ อก พระทนต์ ฟนั
พระนาภี สะดือ พระองั สา ไหล่
พระอุทร ท้อง พระนลาฏ หนา้ ผาก
พระเพลา ตัก พระพาหุ ตน้ เเขน
พระชานุ เข่า พระหนุ คาง
พระชงฆ์ เเขง้ พระกฤษฎี เอว
พระขนง ค้ิว พระพกั ตร์ หนา้
พระหทัย ใจ พระอนั ตะ ลาํ ไสใ้ หญ่
พระชวิ หา ลิ้น พระธมนี เสน้ ประสาท
พระเขฬะ นํ้าลาย พระผาสกุ ะ ซ่ีโครง
พระปัปผาสะ ปอด พระบงั คนหนกั อจุ จาระ
พระปิหกะ มา้ ม พระบงั คนเบา ปสั สาวะ
พระยกนะ ไต พระมัตถลงุ ค์ สมอง
คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชส้ ําหรับพระสงฆ์ อาตมา บวชเณร บรรพชา
คําทพ่ี ระสงฆ์ใช้เเทนตนเอง มหาบพิตร บวชพระ อปุ สมบท
คําที่พระสงฆ์ใชเ้ รียก
พระมหากษัตริย์ ประเคน นอน จําวัด
ย่ืนให้ในระยะใกล้ จงั หนั โกนผม ปลงผม
อาหารเชา้ ฉัน สวดมนต์ ทาํ วตั ร
กนิ ปัจจยั ป่วย อาพาธ
เงิน ถาน ตาย มรณภาพ
ห้องสว้ ม อาสนะ ถวาย
ท่นี งั่ ให้
Quantum III หน้า 33
อาหารทถี่ วายด้วยสลาก สลากภัต อาหาร เตรยี มลิขิต 1
ห่มจีวร ครองจีวร ท่ีพกั ในวดั
จดหมาย ภตั ตาหาร
คาํ ท่ีพระสงฆใ์ ช้เรียก โยม กฏุ ิ
คนท่วั ไป ลักษณะนามพระสงฆ์ ลิขิต
องค์
ลกั ษณะนามพระพทุ ธรูป รปู
สาํ นวน สุภาษติ และคาํ พงั เพย
สาํ นวน : ถ้อยคาํ กะทัดรัด ไพเราะสละสลวย มคี วามหมายโดยนยั ไมแ่ ปลตรงตวั
เชน่ ไขสอื ยกเมฆ กบในกะลา
สภุ าษติ : คาํ กลา่ วท่ีเป็นคตสิ อนใจ เป้าหมายคือการสัง่ สอน
เชน่ ทำดไี ด้ดที ำชวั่ ไดช้ ว่ั ตนเปน็ ทพ่ี ่งึ แห่งตน หมาสองราง
คาํ พงั เพย : เปรียบเทียบเหตกุ ารณห์ รอื เรอ่ื งราวต่างๆ มักใช้ในการเสยี ดสี
เช่น งมเข็มในมหาสมุทร ตำนำ้ พริกละลายแมน่ ำ้ เห็นชา้ งข้ี ขต้ี ามช้าง
สาํ นวน สภุ าษติ คาํ พงั เพยทคี่ วรรู้ ความหมาย
สำนวน สุภาษติ คำพังเพย ตดั ขาด
กรวดน้าํ คว่าํ ขนั
กระชงั หนา้ ใหญ่ คนทชี่ อบรับหน้าเเทน
กระเชอก้นร่วั เกบ็ เงนิ ไม่อยู่
กระตา่ ยขาเดียว ยงั ไงก็ไม่ยอม
กระต่ายหมายจนั ทร์
กระโถนทอ้ งพระโรง คาดหวงั คนที่สถานะสงู กวา่
คนที่ทุกคนเรยี กใช้
กวา่ ถว่ั จะสุกงากไ็ หม้ ทาํ สองอยา่ งพร้อมกนั
กําข้ีดกี ว่ากําตด ถ้าชกั ช้าอาจเกิดการเสยี หาย
กนิ ปนู ร้อนทอ้ ง ได้บา้ งดกี วา่ ไม่ไดเ้ ลย
แกงจดื จึงรู้คุณเกลือ ร้อนตัว
ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะเเต่ง
ไกเ่ เก่เเมป่ ลาช่อน เมอื่ บางส่ิงหายไปจงึ ร้คู ณุ คา่
คนสวยเพราะรู้จกั เเตง่ ตวั
หญิงแก่มารยามาก
หน้าท่ี 34 Quantum III
เตรยี มลิขติ 1
สำนวน สภุ าษติ คำพงั เพย ความหมาย
ขงิ กร็ าขา่ ก็เเรง แรงท้ังสองฝา่ ย
ขมิ้นกบั ปนู คนทม่ี ีรสนยิ มตา่ งกันมกั ไมล่ งรอยกนั
ขว้างงูไมพ่ น้ คอ ผลกรรมยอ้ นเขา้ หาตวั เอง
ดเี เตภ่ ายนอก
ข้างนอกสุกใสขา้ งในเปน็ โพรง สละสงิ่ จาํ เปน็ เพื่อรักษาชือ่ เสียง
ขายผ้าเอาหนา้ รอด ลงทนุ มาก กําไรน้อย
ข่ีชา้ งจบั ต๊กั เเตน เรอ่ื งเล็กน้อย
ข้ีหมรู าขีห้ มาเเหง้ ทาํ ตามประเพณี
ไปอยู่ท่ีใดควรทาํ ตามประเพณีของทีน่ นั้ ๆ
เข้าตามตรอกออกทางประตู ยกยอ่ งแล้วทาํ ลาย
เข้าเมืองตาหลว่ิ ต้องหลว่ิ ตาตาม
คดโกง
เขียนด้วยมอื ลบดว้ ยเทา้ คนเกลยี ดมากกวา่ คนรกั
คดในข้องอในกระดกู
คนรักเทา่ ผนื หนัง คนชงั เท่าผนื เส่ือ มีดเี เต่ไม่โชว์
เรื่องท่ีดงั เเล้วคอ่ ยๆหายไป
คมในฝกั เรอ่ื งท่ีภายนอกสงบ เเตภ่ ายในคุกรนุ่
คลนื่ กระทบฝง่ั ปัญหาเกา่ ยังไมจ่ บเเต่มปี ัญหาใหม่เกิดอีก
คลืน่ ใตน้ าํ้ ร้เู เคผ่ วิ เผนิ
ความวัวไมท่ นั หาย ความควายเขา้ มาเเทรก เงียบมาก
โง่เเตไ่ ม่เจียมตัว
งๆู ปลาๆ ทาํ สองอย่างพรอ้ มกนั อาจไมส่ าํ เรจ็ ซักอยา่ ง
เงียบเปน็ เปา่ สาก ทําเเบบขอไปที
โง่แลว้ อยากนอนเตยี ง ไดผ้ ลประโยชนโ์ ดยไม่ลงทนุ
จับปลาสองมือ ทาํ บางอย่างเเล้วไปกระทบเจ้าของเรอ่ื งเข้าพอดี
จับแพะชนเเกะ ชักจูง
จับเสือมือเปลา่ ไมม่ ที ่อี ยเู่ ป็นหลกั เเหลง่
ทําเป็นกลา้ เมอ่ื เจอสง่ิ นา่ กลวั
จุดไตต้ ําตอ ความผดิ ตดิ ตัว
จงู จมกู นาํ ศัตรูเขา้ กลุ่ม
เจา้ ไม่มศี าล สมภารไมม่ วี ดั
ใจดสี ูเ้ สือ
ชนกั ติดหลงั
ชักนา้ํ เข้าลึก ชักศกึ เข้าบ้าน
Quantum III หนา้ 35
สำนวน สภุ าษิต คำพังเพย เตรียมลขิ ิต 1
ชกั ใบให้เรือเสีย
ชวั่ ชา่ งชี ดชี า่ งสงฆ์ ความหมาย
พดู ใหง้ านเสีย
ชีน้ กเปน็ นก ชไ้ี ม้เป็นไม้ ปลอ่ ยไปตามเร่อื งราว
ชีโ้ พรงใหก้ ระรอก คนมีอาํ นาจพูดอะไร ผนู้ ้อยตอ้ งคล้อยตาม
ชบุ มอื เปิบ ชี้ทางใหค้ นทาํ ชวั่
เชือดไก่ให้ลิงดู ฉวยประโยชนโ์ ดยไมล่ งทนุ
ลงโทษไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอยา่ ง
ซ้อื ควายหนา้ นา ซื้อผา้ หนา้ ตรษุ ซ้อื ของไมด่ ูเวลามกั ไดข้ องแพง
ดบั ไฟหวั ลม ตัดปัญหาเเต่ต้น
ดาบสองคม มที ัง้ คุณเเละโทษ
ดินพอกหางหมู งานทพ่ี อกพูนขึ้นเร่อื ยๆ
ติดเเตป่ ระโยชน์ทไี่ ด้
ดดี ลกู คิดรางเเก้ว
ได้ทขี เี่ เพะไล่ ซา้ั เติม
ต้องทําแบบเลย่ี งไมไ่ ด้
ตกกระไดพลอยโจน คนดเี จอภยั ยอ่ มไม่เป็นอนั ตราย
ตกนาํ้ ไมไ่ หล ตกไฟไม่ไหม้
สอนเทา่ ไรกไ็ มฟ่ งั
ตักนํา้ รดหวั ตอ ให้เจยี มตวั
ตักนํ้าใสก่ ระโหลก ชะโงกดูเงา
ได้ของที่ไมม่ ีประโยชน์กบั ตนเอง
ตาบอดได้เเว่น ลงทุนในสงิ่ ไมเ่ กดิ ประโยชน์
ตาํ นาํ้ พรกิ ละลายเเม่นา้ํ ผลประโยชนต์ กกบั ผ้อู ่ืน
ขดั ขวางผลประโยชนผ์ ู้อื่น
ตงี ใู ห้กากิน ดเู หมือนถถ่ี ้วน เเต่ไม่ถีถ่ ้วนจริง
ตีปลาหน้าไซ ทาํ ตามคนอ่นื
ถ่ลี อดตาชา้ ง ห่างลอดตาเลน็ ทําเป็นไม่ร้เู รื่อง
เถรส่องบาตร ขดู รีด
ทองไมร่ รู้ อ้ น
ทํานาบนหลังคน ทาํ ลายการประกอบอาชพี ตนเอง
ทบุ หมอ้ ข้าวตนเอง ไมไ่ ปใช้สิทธท์ิ ่มี ี
นอนหลับทบั สิทธิ์ เข้าขา้ งสองฝา่ ย
นกสองหัว
นา้ํ ข้นึ ให้รีบตัก ให้รบี เก็บผลประโยชน์
หนา้ ท่ี 36 Quantum III
เตรยี มลิขิต 1 ความหมาย
นา้ํ มากกวา่ เน้ือ
สำนวน สุภาษติ คำพังเพย
นํา้ ท่วมทงุ่ ผักบงุ้ โหรงเหรง ทใี ครทีมัน
นํ้ามาปลากนิ มด นา้ํ ลดมดกนิ ปลา ระวงั จติ ใจอกี ฝ่าย
บวั ไม่ใหช้ าํ้ นํ้าไม่ใหข้ ุ่น เงินประทงั ชีวติ ระยะหนง่ึ
เบย้ี ตอ่ ไส้ โชวโ์ ง่
ปลอ่ ยไก่ คนมอี ํานาจกดข่ีคนท่ดี ้อยกว่า
ปลาใหญก่ นิ ปลาเลก็
ปีนเกลียว ไมเ่ คารพผู้ใหญ่
ไปไหนมาสามวาสองศอก ตอบไม่ตรงคาํ ถาม
ปิดประตูตีเเมว รังเเกคนไร้ทางสู้
โปรดสัตวไ์ ดบ้ าป
ผักชโี รยหนา้ ทําดีไดช้ ่วั
ผ้าขรี้ วิ้ หอ่ ทอง ดเี เค่ผิวเผนิ
พงุ่ หอกเขา้ รก คนรวยเเต่งตวั ซอมซ่อ
ฝนตกขห้ี มไู หล ทําให้เสรจ็ โดยไรเ้ ป้าหมาย
ฝนทั่งใหเ้ ป็นเขม็ พาเหลวไหลไปด้วยกนั
พบไมง้ ามเมื่อขวานบน่ิ พยายามอยา่ งหนกั
พระอิฐพระปูน มคี วามพรอ้ มเเคส่ ายเกนิ ไปทจี่ ะควา้ โอกาสน้นั ๆ
พลิกหน้ามอื เปน็ หลงั มือ ไรค้ วามร้สู กึ
แพะรับบาป เปลยี่ นเเปลงไปอยา่ งมาก
ฟงั หูไว้หู คนรบั ผลเสียเเทน
ฟ้นื ฝอยหาตะเขบ็ อย่าไปเชื่อสงิ่ ทีร่ ทู้ ั้งหมด
มดั มือชก ขุดเรื่องเกา่ ๆ มาเล่า
มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถกู
มือไม่พายเอาเท้าราน้าํ บงั คบั
ยกเมฆ คนพูดกลบั กลอก
ยอ้ มเเมวขาย ไมช่ ่วยเเล้วยงั ทาํ ให้งานเสีย
ยิงปืนนัดเดยี วได้นกสองตวั
รักดีหามจ่วั รกั ช่วั หามเสา กเุ รื่องขึน้ มา
เอาของคุณภาพต่ําไปหลอกขาย
Quantum III
ทาํ 1 สง่ิ ไดป้ ระโยชน์ 2 สิ่ง
คนทําดยี อ่ มสุขสบาย คนทาํ ช่วั ยอ่ มลาํ บาก
หน้า 37
สำนวน สภุ าษติ คำพงั เพย เตรียมลขิ ติ 1
ราํ ไม่ดโี ทษปโี ทษกลอง
รดี เลือดกับปู ความหมาย
ลม้ หมอนนอนเสอ่ื ทาํ ไม่ดเี เล้วโทษคนอน่ื
ลว้ งคองเู ห่า
ละเลงขนมเบื้องดว้ ยปาก ขูดรีด
ลงิ หลอกเจา้ ป่วย
เลย้ี งเสียข้าวสุก ขโมยของจากผมู้ อี ํานาจ
เลอื ดขน้ กวา่ นาํ้ ดีเเตพ่ ูด
ววั ลมื ตีน เรยี บร้อยเเคต่ ่อหน้าผใู้ หญ่
ววั หายล้อมคอก เล้ยี งเเลว้ ไมไ่ ดป้ ระโยชน์
ศรศิลปไ์ มก่ นิ กัน ญาติพี่น้องยอ่ มตดั กนั ไมข่ าด
สรา้ งวมิ านในอากาศ ลมื สถานะเก่าตนเอง
สวยเเต่รูป จูบไม่หอม เกิดปัญหาเเลว้ คอ่ ยปอ้ งกัน
สอนจระเขว้ า่ ยนาํ้ ไมถ่ กู กัน
สซี อใหค้ วายฟงั มโนขึ้นมา
สาวไสใ้ หก้ ากนิ หน้าตาดี นิสัยเเย่
สุกเอาเผากิน สอนคนทร่ี ู้ดอี ยู่เเล้ว
สนุ ัขจนตรอก สอนไปเเลว้ ไมฟ่ งั
บอกความลบั ใหศ้ ัตรู
เสยี น้อยเสยี ยาก เสยี มากเสยี ง่าย ทาํ ลวกๆ
คนที่ฮดึ ส้เู เบบไม่คดิ ชวี ิต
เสอื ซ่อนเล็บ ยอมเสยี สง่ิ เล็กน้อยดกี วา่ เสียประโยชน์มากๆ
เสย้ี มเขาควายให้ชนกัน ในภายหลัง
เสือสองตัวอย่ถู ํา้ เดียวกันไม่ได้ มดี เี เตเ่ กบ็ ไว้ไมเ่ เสดงออก
ยุให้เเตกเเยกกัน
ใสต่ ะกร้าล้างนาํ้ คนมอี าํ นาจอยถู่ น่ิ เดยี วกันไมไ่ ด้
หมาสองราง ทาํ ใหห้ มดมลทนิ
หงมิ ๆ หยบิ ชนิ้ ปลามัน เข้าขา้ งสองฝ่ายเพื่อผลประโยชน์
หาเหาใสห่ วั ภายนอกดไู มม่ ีอะไร เเตจ่ รงิ ๆ ฉลาด
หกั ดา้ มพรา้ ดว้ ยเขา่ หาปญั หาใส่ตนเอง
ใช้กาํ ลงั บังคับ
หนา้ ที่ 38
Quantum III
เตรียมลิขิต 1
สำนวน สภุ าษติ คำพังเพย ความหมาย
เหยยี บเรอื สองเเคม เขา้ ข้างสองฝ่าย
เอามอื ซุกหบี หาปัญหาใส่ตัวโดยใช่เหตุ
เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทาํ เปน็ ไมร่ ้เู รือ่ ง
การใชพ้ จนานุกรม
วธิ ีการเรียงลาํ ดับคําในพจนานกุ รม
1. ดูพยญั ชนะต้น เรียงตามลำดบั ก - ฮ
กขฃคฅฆ ง จฉชซ
ฌญฎ ฏ ฐ ฑฒณด ต ถ
ท ธ นบป ผ ฝ พฟภม
ย ร ฤ ฤๅ ล ฦ ฦๅ ว ศ ษ ส
หฬอฮ
▪ เทคนิคการจาํ ฤ ฤๅ ออกเสียงเปน็ รึ รอื จงึ อยหู่ ลงั ร เรอื
▪ เทคนคิ การจาํ ฦ ฦๅ ออกเสียงเปน็ ลึ ลอื จงึ อยู่หลัง ล ลงิ
2. ดสู ระ เรียงตามลำดบั _ะ - ไ_ _ิ _ี _ึ _ื ุู
_ะ _ั _ัะ _า _ำ เ_ยิ เ_ียะ เ_อื เ_อื ะ แ_ แ_ะ
เ_ เ_ะ เ_า เ_าะ เ_ิ
โ_ โ_ะ ใ_ ไ_
3. ดูตวั สะกด เหมือนพยัญชนะตน้
4. ดูวรรณยุกต์ สามัญอยู่หน้าสุด จตั วาอย่หู ลงั สุด
สามญั เอก โท ตรี จัตวา
Quantum III หน้า 39
เครอ่ื งหมายวรรคตอน เตรยี มลิขติ 1
เครอ่ื งหมาย ชอ่ื เรียก
การใช้
. มหัพภาค จบประโยค
อักษรย่อ
, จลุ ภาค ทศนยิ ม
; อฒั ภาค ค่ันตัวเลขหรอื คํา
แยกประโยคเปรยี บเทียบจากกนั
“ ” อญั ประกาศ
แสดงวา่ ข้อความน้นั เปน็ คําพดู หรือความคิด
( ) นขลิขิต แสดงว่าขอ้ ความนนั้ เอามาจากทอี่ ่ืน
ขยายความ
___ สัญประกาศ
ฯ ไปยาลนอ้ ย ก้นั ข้อความทข่ี ยายจากขอ้ ความอ่ืน โดยข้อความนน้ั จะอ่านหรือไม่กไ็ ด้
ฯลฯ ไปยาลใหญ่ เนน้ คําหรือขอ้ ความสําคญั
- ยตั ภิ งั ค์
” บุพสัญญา ละส่วนทา้ ยคําทีร่ ูจ้ ักกนั อย่เู เล้ว
ๆ ไมย้ มก ละขอ้ ความอ่นื ๆทีอ่ ย่ใู นหมวดเดยี วกัน และมอี กี มาก
= เสมอภาค
? ปรัศนี แยกคําเเละพยางค์
! อัศเจรยี ์ แทนขอ้ ความบรรทดั บน
… จุดไขป่ ลา
ซ้ําคํา
แสดงวา่ ข้อความหรอื คาํ ทงั้ สองขา้ งเสมอกนั
ตอ่ ทา้ ยคาํ ถาม
เเสดงคาํ อุทาน
ละขอ้ ความท่ีตดั ตอนมาหรือไม่ตอ้ งการใหอ้ า่ น
หน้าท่ี 40 Quantum III