The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pdeekongsieng, 2023-01-04 09:14:24

Quantum III

Quantum III

เตรียมลขิ ติ 1 คําสุภาพ คาํ สามัญ คาํ สุภาพ
ผักทอดยอด ผกั ตบชวา ผกั สามหาว
คําสภุ าพ ดอกขจร ผักกระเฉด ผกั รูน้ อน
คําสามญั แตงโม
ผกั บงุ้ ถัว่ เพาะ ผลอลุ ิต
ดอกสลดิ กลว้ ยกระ กล้วยบวชชี
ถ่วั งอก กล้วยเปลอื กบาง นารจี าํ ศลี
ปลาใบไม้ ปลาไหล
กล้วยไข่ ปลาหาง หมู ปลายาว
กระบือ ววั สกุ ร
ปลาสลิด แมว โค
ปลาชอ่ น สุนขั วิฬาร์
ควาย วานร ขนมข้หี นู
ขนมใส่ใส้ ขนมจนี ขนมทราย
หมา เครอื่ งเคียง ข้สี ตั ว์ ขนมเสน้
ลิง คนคลอดลูก สตั ว์ตกลกู
ขนมสอดใส้ ศรี ษะ มูล
เครื่องจิ้ม จติ รจลุ ตีน สัตวอ์ อกลกู
คนออกลูก สีผ้งึ คอมพิวเตอร์
หัว เท้า
เตา่ ช้างสดี อ คณติ กรณ์
ข้ีผึ้ง ช้างนรการ

Quantum III หนา้ 41

เตรยี มลิขิต 1

แนวข้อสอบวชิ าภาษาไทย

1. ขอ้ ใดมีรปู วรรณยกุ ตต์ รงกบั เสยี งทกุ คำ ข. พ่ีให้น้อง
ก. แกแ่ ลว้ จ้ะ ง. เพ่อื หนา้ ที่
ค. ผ่านบา้ นป้า

2. ข้อใดสรา้ งคำด้วยวิธสี นธติ ่างจากขอ้ อ่นื ข. คมนาคม
ก. คณุ ากร ง. ฐานานกุ รม
ค. รโหฐาน

3. คำซำ้ ในขอ้ ใดต่างจากขอ้ อ่นื
ก. คุณยา่ เจบ็ ออด ๆ แอด ๆ มาหลายปแี ล้ว
ข. ความรู้งู ๆ ปลา ๆ อยา่ งเธอจะไปทำอะไรได้เลา่
ค. เขามาเลยี บ ๆ เคยี ง ๆ ถามเร่อื งนหี้ ลายครงั้ แล้ว
ง. ทำไมเธอชอบพูดซำ้ ๆ ซาก ๆ ถึงความผิดของอนื่

4. อ่านขอ้ ความตอ่ ไปนีแ้ ลว้ พจิ ารณาวา่ คำท่พี ิมพ์ตวั หนาประกอบดว้ ยคำชนิดบา้ ง
“ข้อความและเนือ้ หาทั้งหมดที่ผู้เขยี นจะกลา่ วตอ่ ไปนี้ ตัง้ แตย่ อ่ หน้าถัดไปโปรดใช้
วิจารณญานในการอา่ น และเลอื กที่จะเช่ือหรอื ไม่เช่ืออย่างเคร่งครัด”
ก. คำประสม 6 คำ คำซอ้ น 1 คำ คำสมาส 1 คำ
ข. คำประสม 5 คำ คำซ้อน 2 คำ คำสมาส 1 คำ
ค. คำประสม 5 คำ คำมลู 1 คำ คำซ้อน 1 คำ คำสมาส 1 คำ
ง. คำประสม 4 คำ คำมูล 1 คำ คำซ้อน 1 คำ คำสมาส 2 คำ

5. ข้อใดเปน็ ประโยคความรวมที่ประกอบด้วยประโยคความเดยี ว 4 ประโยค
ก. นกั เรียนทีต่ ง้ั ใจเรียนย่อมเปน็ ที่รักของครแู ละผู้ปกครอง
ข. ดอกโสนบานอยูเ่ ต็มท้องทุง่ ฉนั จงึ เก็บมากนิ กบั นำ้ พริก
ค. ตาและยายทำนาแตล่ กู และหลานรับราชการ
ง. น้อยหน่าและมะมว่ งในสวนหลงั บา้ นกำลงั ออกชอ่ เตม็ ต้น

หนา้ ที่ 42 Quantum III

เตรยี มลิขิต 1

6. “พ่อแม่รักลกู จนยอมสละชวี ติ เพื่อลูกได”้ ข. มปี ระโยคยอ่ ยเปน็ ประธาน
ก. มีประโยคย่อยขยายกรยิ า ง. มีประโยคย่อยขยายนาม
ค. มปี ระโยคย่อยเปน็ กรรม

7. ขอ้ ใดเปน็ ประโยคซอ้ นทมี่ ีส่วนประกอบเปน็ ประโยคความซอ้ น
ก. นักโทษทคี่ า้ ยาเสพตดิ หนตี ำรวจเขา้ มาในโรงเรียนของเราไดเ้ พราะยามทเ่ี ฝา้ ประตนู อนหลบั
ข. ตำรวจกระโดดเขา้ แยง่ ตัวประกนั ในขณะทีค่ นร้ายกำลังเผลอ
ค. การพัฒนาประเทศในภาวะเศรษฐกจิ ตกตำ่ เช่นนต้ี อ้ งอาศยั ความสามารถของผนู้ ำอยา่ งแท้จริง
ง. โครงการพฒั นาสิง่ แวดล้อมในชมุ ชนตา่ ง ๆ เปน็ สงิ่ ทผ่ี ู้สมัครผู้วา่ ราชการกรุงเทพฯ
นำมาใชห้ าเสยี ง

8. ขอ้ ใดใช้คำราชาศัพท์ทรงไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวทรงมีทกุ ข์รว่ มกบั พสกนกิ รของพระองคเ์ สมอมา
ข. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ ฯ ทรงเปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
ค. สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
เสด็จทรงเปน็ ประธาน.....
ง. สมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวรชั กาลท่ี 10 ทรงพระราชสมภพ วนั ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2495

9. ขอ้ ใดใช้คำราชาศัพท์ถูกต้อง
ก. ประชาชนมีความจงรักภกั ดีตอ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั
ข. ประชาชนถวายความจงรกั ภกั ดตี ่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั
ค. ประชาชนนอ้ มเกลา้ ฯ ถวายความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จเจ้าอยหู่ วั
ง. ประชาชนทลู เกล้าฯ ถวายความจงรกั ภกั ดแี ดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว

10. “นกั เรียนชายชว่ ยทำหนา้ ทสี่ ่งของให้พระสงฆ์ด้วย สว่ นนกั เรยี นหญิงใหจ้ ัดของถวายพระ”

คำทพ่ี ิมพต์ วั หนาควรใชค้ ำในข้อใดแทนจงึ จะเหมาะสม

ก. ประเคน, เคร่อื งไทยธรรม ข. ถวาย, เครือ่ งไทยธรรม

ค. ประเคน, ปัจจัย ง. ถวาย, ปัจจัย

Quantum III หนา้ 43

เตรียมลขิ ติ 1

11. อา่ นข้อความต่อไปน้ี แล้วตอบว่ามคี ำราชาศัพทก์ คี่ ำ (ไมน่ ับคำซ้ำ)

“คณะแพทยผ์ ูถ้ วายการรักษาสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินีนาถ รายงานพระอาการประชวรวา่

พระอาการโดยทวั่ ไปดีขน้ึ โดยลำดับ พระอาการไขล้ ดลง ทรงพระกรรสะ (ไอ) น้อยลง อาการตบี ของ

หลอดพระวาโยมีเปน็ ครงั้ คราว ทรงพระดำเนนิ และบรรทมไดด้ ี เสวยพระกระยาหารไดเ้ พ่ิมขน้ึ

คณะแพทยม์ คี วามเหน็ วา่ แมพ้ ระอาการประชวรจะดขี นึ้ โดยลำดับ แตก่ ค็ วรจะประทบั พกั

พระวรกายในโรงพยาบาลต่อไปอีกสักระยะหนงึ่ จนกวา่ พระอาการจะหายเปน็ ปกติ จงึ ขอประกาศให้

ทราบโดยท่ัวกัน”

ก. 8 คำ ข. 9 คำ ค. 10 คำ ง. 11 คำ

12. “เศรษฐีขีเ้ หนยี วจนกระดูกขัดมัน เวลาตายคงเผากระดกู ไมไ่ หม้แน่ๆ”

ขอ้ ใดอธบิ ายข้อความข้างตน้ ได้เหมาะสมทส่ี ุด

ก. ใชถ้ อ้ ยคำภาษาประชดประชนั ข. ใช้คำกะทดั รัดมีใจความเดน่ ชดั

ค. ใช้สำนวนเหมาะแกเ่ นอ้ื ความ ง. ใช้คำมีความหมายโดยตรงและโดยนยั

13. ขอ้ ใดใชภ้ าษาปาก
ก. เธออยา่ มาตอแยเขาให้เกิดเรื่องข้นึ มาเลย
ข. ตน้ ต่อไส้เปน็ ไม้พุม่ ทห่ี าดยู ากแล้ว
ค. ลกู สะใภ้บ้านนี้มีการศกึ ษาระดบั ปริญญาโททกุ คน
ง. เดก็ คนนีพ้ ดู เป็นตอ่ ยหอยจนคนฟังเริ่มหงดุ หงดิ

14. ขอ้ ใดมคี ำสมาสทีม่ กี ารสรา้ งคำตา่ งจากขอ้ อืน่
ก. ขับคเชนทรส์ าวกา้ ว สา่ ยเสอ้ื งเทาทาง
ข. สถานที่พุทธบาทสร้าง สืบไว้แสวงบญุ
ค. สธุ ารสรับพระเต้า เคร่ืองตน้ ไปตาม
ง. โดยเสด็จดำเนินแคลว้ คลาดคล้อยบทจร

15. ข้อใดมีความหมายทั้งสองคำ ข. ทยอย ทะยอย
ก. ทนง ทะนง ง. ทวาย ทะวาย
ค. ทโมน ทะโมน

หนา้ ที่ 44 Quantum III

เตรียมลขิ ิต 1

16. “กระ” ในขอ้ ใด เปลี่ยนเป็น “ข” ได้ทุกคำ

ก. กระจ่า กระหมิบ ข. กระยกิ กระชงั

ค. กระจอก กระชอน ง. กระหม่อม กระจาย

17. คำทีอ่ อกเสยี “อะ” ขอ้ ใดเขียนเปน็ “อำ” ไดท้ งั้ สองคำ

ก. อมร อโณทัย ข. อมาตย์ อนรรฆ

ค. อนาถ อโกรธ ง. อรญั อนนต์

18. ข้อใดเขียนถกู ต้อง ข. พังทลาย ทลายหมาก
ก. ทาสกรรมกร ทาสปัญญา ง. นวลระหง นวลละออ
ค. ทายาทโดยธรรม ทนทายาท

19. คำพ้องเสยี งในข้อใดเขียนผิด ข. เมอื งทวาย มะม่วงทวาย
ก. กลอ้ งโทรทรรศน์ รายการโทรทศั น์ ง. ทราบซงึ้ ซาบซึ้ง
ค. ปลาอนิ ทรี อินทรยี แ์ ก่กลา้

20. คำประพนั ธ์ในข้อใดไมแ่ สดงความเชื่อของคนไทย

ก. ชาตนิ ้ีมึงมีแตส่ องหัตถ์ จงไปอุบตั ิเอาชาติใหม่

ข. ถ้าวาสนาเราเคยบำรุงรกั กจ็ ะเป็นภักษ์ผลสบื ไป

ค. กรรมเวรส่ิงใดดังน้ี ทลู พลางโศกีรำพนั

ง. จะได้รองเบื้องบาทา ไปกวา่ จะสนิ้ ชวี ี

21. ขอ้ ใดตคี วามไดต้ รงกับข้อความดังต่อไปนี้
ลาภยศถาบรรดาดที มี่ อี ยู่ รวยเลศิ หรอู ยเู่ รอื นทองสองล้านสาม

สมบตั ิมากลากไมไ่ หวใครจะปราม สดุ ทา้ ยหามแต่รา่ งเนา่ เทา่ นนั้ เอง
ก. บางคนโชคดไี ดล้ าภยศและเงนิ ทองโดยไม่มใี ครขวางได้
ข. คนเราเมอ่ื ถึงคราวตายกเ็ อาเกียรตยิ ศและทรัพย์สินติดตัวไปไม่ได้
ค. คนเราไม่ควรโลภมากเอาแตต่ ักตวงความรำ่ รวย ในท่สี ุดก็แบกไมไ่ หว
ง. สมบัตทิ ง้ั หลายไม่ใช่ส่ิงจีรังย่ังยืน มคี วามเปลยี่ นแปรอยู่เสมอ

Quantum III หน้า 45

เตรยี มลิขิต 1

22. ขอ้ ใดใช้พรรณาโวหาร
ก. ฝนตกกระหน่ำจนลมื หลู มื ตาไมข่ ึ้น เสือ้ ผา้ เปียกปอนลบี เขา้ แนบลำตัว
ข. ไฟฟ้าดบั มดื ตลอดแนวถนนเนือ่ งจากเสาไฟฟ้าลม้ เอยี งลงมาตาม ๆ กนั รว่ ม 10 ตน้
ค. รถยนต์จอดนงิ่ อยหู่ ลายคัน แล่นต่อไปไมไ่ ดต้ อ้ งรอให้พายุสงบกอ่ น
ง. กง่ิ ไมห้ ักเกล่ือนถนนหลายสายหลังจากพายฝุ นสงบลง

23. ขอ้ ใดมลี กั ษณะเปน็ บทรำพนั นิราศอย่างเห็นไดช้ ดั

ก. ชมพนมพนาเวศห้วย เหวหิน ข. ทุกเซาะซอกศีขริน ร่องน้ำ

ค. จักชวนแม่สรงสนิ ธ์ุ แสนสนุก ง. สนานอทุ กทา่ ถำ้ เถ่อื นท้องแถวธาร

24. ขอ้ น้ีเสนอแนวคดิ เก่ียวกบั เร่ืองใด ข. การได้รบั ของทพ่ี น้ สมัย
หวั ล้านไดห้ วี ตาบอดได้แวน่ ง. การไดร้ ับของทผี่ ไู้ ดร้ บั รังเกยี จ

ก. การได้รับของทป่ี ราศจากคณุ ค่า
ค. การไดร้ บั ของทไี่ ม่เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้ได้

25. ขอ้ ใดไม่ได้กลา่ วถงึ “ชา้ ง” ทา่ นส้ศู กึ สาร
ก. งามเร่งงามโททา้ ว ลงรา่ ง แลนา
ข. สารทางราชรามญั ษิตสื่อ สารนา
ค. ไพเราะราชสุภา อยู่เบือ้ งบนสาร
ง. ตรึกอกพกตกขว้ำ

หน้าที่ 46 Quantum III

เตรยี มลิขิต 1 เฉลยแนวข้อสอบภาษาไทย 5. ค
10. ก
1. ค 2. ค 3. ข 4. ค 15. ค
6. ก 7. ก 8. ข 9. ก 20. ง
11. ค 12. ง 13. ค 14. ก 25. ค
16. ง 17. ข 18. ก 19. ข
21. ข 22. ก 23. ง 24. ค

เฉลยละเอยี ดแนวขอ้ สอบภาษาไทย

1. ตอบ ค. เสยี ง : เอก ตรี โท
ก. แก่แลว้ จะ้ เสยี ง : โท โท ตรี
รูป : เอก โท โท เสยี ง : เอก โท โท
ข. พใี่ หน้ ้อง เสียง : โท โท โท
รูป : เอก โท โท
ค. ผา่ นบา้ นป้า
รปู : เอก โท โท
ง. เพอ่ื หนา้ ท่ี
รปู : เอก โท เอก

2. ตอบ ค.
รโหฐาน มาจาก รหัส+ฐาน เปน็ พยญั ชนะสนธิ ข้ออื่น ๆ เป็นสระสนธิ

3. ตอบ ข.
ความร้งู ู ๆ ปลา ๆ อย่างเธอจะไปทำอะไรไดเ้ ลา่

4. ตอบ ค.
คำประสม คอื ข้อความ, เนอื้ หา, ผู้เขยี น, ยอ่ หนา้ , การอา่ น
คำมลู หลายพยางค์ คือ ต้งั แต่
คำซอ้ น คอื เคร่งครดั
คำสมาส คือ วิจารณญาณ

Quantum III หน้า 47

เตรียมลขิ ิต 1

5. ตอบ ค.
แยกประโยคได้ดงั นี้ ตาทำนา, ยายทำนา, ลูกรบั ราชการ, หลานรบั ราชการ (ขอ้ ข และ ง เป็นประโยค
ความรวม 2 ประโยค ขอ้ ก เปน็ ประโยคความซ้อนทม่ี สี ว่ นขายเปน็ ประโยคความรวม)

6. ตอบ ก.
“จนยอมละชีวติ เพ่อื ลูกได้” ขยายกรยิ า “รกั ”

7. ตอบ ก.
- ประโยคความซ้อนคอื “ นกั โทษ...หนตี ำรวจเขา้ มาในโรงเรยี นของเราได้เพราะยาม...นอนหลับ”
- ประโยคหลักคอื “นกั โทษ....หนตี ำรวจเข้ามาในโรงเรยี นของเราได้”
- ประโยคยอ่ ยคือ “ เพราะยาม....นอนหลับ” (“เพราะ” เป็นคำเชื่อม ขยายกริยา)

8. ตอบ ข.
ถา้ ใชก้ ับนามราชาศัพทไ์ มต่ อ้ งมี “ทรง” นำหนา้ ทถ่ี กู คอื พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ ฯ เปน็ พระราช
โอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ

9. ตอบ ก.
ความจงรกั ภกั ดีไม่มตี ัวตน จงึ ถวายไมไ่ ด้

10. ตอบ ก.
ประเคน, เครื่องไทยธรรม

11. ตอบ ค.
มี 10 คำ คอื 1. ถวายการรักษา 2. พระอาการประชวร 3. พระอาการ 4. พระกรรสะ
5. หลอดพระวาโย 6. ทรงพระดำเนนิ 7. บรรทม 8. เสวยพระกระยาหาร
9. ประทบั 10. พระวรกาย

12. ตอบ ง.
“กระดูก” มคี วามหมายโดยตรงและโดยนัย และยงั มีคำพอ้ งเสียง “ไม่ไหม”้ ดว้ ย

13. ตอบ ค.

หนา้ ที่ 48 Quantum III

เตรียมลิขิต 1

14. ตอบ ก.
ก. ขับคเชนทร์สาวกา้ ว ส่ายเสื้องเทาทาง
ข. สถานท่ีพทุ ธบาทสร้าง สืบไวแ้ สวงบญุ
ค. สุธารสรบั พระเตา้ เครอ่ื งตน้ ไปตาม
ง. โดยเสดจ็ ดำเนินแคลว้ คลาดคลอ้ ยบทจร

15. ตอบ ค.
ทวาย ทะวาย

16. ตอบ ง.
ขม่อม ขจาย

17. ตอบ ข.
“อนรรฆ ” แผลงเปน็ “อำนรรฆ” (อำ-หนกั ) ได้อกี คำหนึง่ .

18. ตอบ ก.
ทาสกรรมกร ทาสปญั ญา คำท่ีถูก ข. ทะลายหมาก ค. ทนทายาด ง. นวลลออ

19. ตอบ ข.
คำท่ีถกู คอื มะมว่ งทะวาย

20. ตอบ ง. จงไปอบุ ตั เิ อาชาตใิ หม่
คำทแี่ สดงถงึ ความเชอื่ กจ็ ะเป็นภักษผ์ ลสบื ไป
ก. ชาตนิ มี้ งึ มีแตส่ องหตั ถ์ ทลู พลางโศกีรำพนั
ข. ถ้าวาสนาเราเคยบำรงุ รัก
ค. กรรมเวรสง่ิ ใดดังนี้

21. ตอบ ข.
สุดทา้ ยหามแตร่ ่างเน่าเท่าน้ันเอง คือ คนเราเมื่อถงึ คราวตายก็เอาเกยี รตยิ ศและทรัพย์สนิ ติดตัวไปไม่ได้

22. ตอบ ก.
เสือ้ ผา้ เปยี กปอนลบี เขา้ แนบลำตัว

Quantum III หนา้ 49

เตรยี มลิขิต 1

23. ตอบ ง.
สนานอทุ กทา่ ถำ้ เถอื่ นท้องแถวธาร บทรำพนั นริ าศเกยี่ วกบั การเดนิ ทาง

24. ตอบ ค.
การได้รบั ของทไี่ มเ่ กิดประโยชน์แก่ผไู้ ด้

25. ตอบ ค.

ไมไ่ ด้กลา่ วถงึ ชา้ ง สว่ นคำทก่ี ลา่ วถึงชา้ ง คอื

ก. งามเรง่ งามโททา้ ว ท่านสู้ศึกสาร

ข. สารทางราชรามญั ลงร่าง แลนา

ง. ตรกึ อกพกตกขว้ำ อยเู่ บ้ืองบนสาร

หน้าท่ี 50 Quantum III

เตรียมลิขิต 1

สังคมศึกษา
ศาสนา

และวัฒนธรรม

Quantum III หน้า 51

บทท่ี 1 ศาสนา ศลี ธรรม และจรยิ ธรรม เตรยี มลิขิต 1
Quantum III
ความรเู้ บื้องต้นเกย่ี วกบั ศาสนา

ศาสนา : คำสอนทางศลี ธรรมเพ่อื รอดพน้ จากความทกุ ข์
องคป์ ระกอบของศาสนา (ไมต่ อ้ งมคี รบก็ได้ แต่ตอ้ งมีคำสอน)

▪ ศาสดา
▪ คำสอน /คัมภีร์
▪ ผ้สู ืบทอดศาสนา
▪ ศาสนสถาน
▪ พธิ กี รรม
* พราหมณ์-ฮนิ ดู ไม่มีศาสดา
สขิ ไมม่ ีศาสดา
อิสลาม ไมม่ นี กั บวช

สาเหตุการเกดิ ศาสนา
▪ ความไม่รู้
▪ ความกลวั
▪ ตอ้ งการที่พึ่งทางใจ
▪ การศรัทธา

ประเภทของศาสนา
▪ เทวนิยม : เช่อื เร่อื งพระเจ้า
▪ เอกเทวนิยม : พระเจ้าองคเ์ ดยี ว
เช่น ครสิ ต์ อสิ ลาม ยูดาย สบิ
▪ พหเุ ทวนยิ ม : พระเจา้ หลายองค์
เชน่ พราหมณ์-ฮนิ ดู ชนิ โต
▪ อเทวนิยม : ไม่เชื่อเร่อื งพระเจ้า
▪ เช่น พทุ ธ เชน

จุดมุ่งหมายของแตล่ ะศาสนา
▪ พทุ ธ : นพิ พาน
▪ คริสต์ : อาณาจักรพระเจ้า
▪ อิสลาม : อลั เลาะห์
▪ พราหมณ์-ฮนิ ดู : โมกษะ / ปรมาตมัน

หนา้ ท่ี 52

เตรียมลิขิต 1

ลทั ธิ : คตคิ วามเชือ่ /ความคดิ เหน็
ลัทธิตา่ งจากศาสนาตรงท่ี

▪ ประโยชนเ์ พ่อื คนบางกลุ่ม
▪ แกน่ คำสอนเปลยี่ นแปลงได้

ศาสนาพุทธ

▪ ตน้ กำเนิด : ชมพทู วีป(เอเชยี ใต้)
▪ ชมพทู วีป : อนิ เดีย เนปาล ปากสี ถาน บังคลาเทศ
▪ ศาสดา : พระพทุ ธเจา้
▪ เน้นดบั ทกุ ข์ – เชอ่ื กรรม
▪ สัญลักษณ์ : ธรรมจักรกบั กวางหมอบ

นิกาย มหายาน/อาจิรวาท
อินเดยี เหนอื (อตุ รนกิ าย)
เถรวาท / หินยาน
อินเดียใต้ (ทักษณิ นิกาย) ตคี วามคำสอนใหม่
คำสอนเดิมสมบูรณแ์ ลว้ เนน้ พระโพธสิ ตั ว์ (พระพุทธเจ้าฟื้นข้ึนมาใหม่)

เนน้ พระอรหนั ต์

จดุ ม่งุ หมาย : นิพพาน
▪ บรรลุโดยการดบั กิเลส
▪ ภาวะของนิพพาน : อนตั ตา (ไมม่ ตี วั ตน)

พทุ ธประวตั ิ
▪ เจา้ ชายสทิ ธตั ถะ = พระพทุ ธเจ้า
▪ พระเจา้ สุทโธทนะ = พ่อ
▪ กษตั รยิ ์กรงุ กบลิ พสั ดุ์ แควน้ สกั กะ
▪ พระนางสิรมิ หามายา = แม่
▪ นางยโสธรา (พมิ พา) = เมยี
▪ ราหุล = ลูก

Quantum III หน้า 53

สถานที่สำคัญเกี่ยวกบั พระพทุ ธเจา้ เตรยี มลิขิต 1
▪ ประสตู ิ : สวนลุมพนิ ีวนั (เนปาล) Quantum III
▪ ตรสั รู้ : พุทธคยา (อุตตรประเทศ อนิ เดีย)
▪ ปฐมเทศนา : สารนาถ (อุตตรประเทศ อนิ เดีย)
▪ ปรินิพพาน : กสุ ินารา (อุตตรประเทศ อนิ เดยี )

ประสตู ิ
▪ วนั ขนึ้ 15 คำ่ เดอื น 6
▪ ใต้ต้นสาละ สวนลุมพนิ ีวนั ระหวา่ งกรงุ กบลิ พสั ดุ์-กรงุ เทวทหะ
▪ นางปชาบดโี คตมเี ลย้ี งดูแทนแมท่ ต่ี ายไป
▪ แตง่ งานตอนอายุ 16 ปี

ออกบวช
▪ เหน็ เทวทตู 4 : คนแก่ คนเจบ็ คนตาย นักบวช
▪ คิดหาทางพน้ ทกุ ข์
▪ เสดจ็ ออกมหาภเิ นษกรมณ์ = ออกบวชเพอ่ื พระคณุ ย่งิ ใหญ่
▪ ออกบวชตอนอายุ 29 ปี
▪ ราหุลเกิดตอนออกบวชพอดี ราหุล = บ่วง

ตรสั รู้
1. ฝึกโยคะ : เรยี นกบั อาจารย์
▪ อาฬารดาบส กาลามโคตร : ไดฌ้ านสมาบตั ิ 7
▪ อทุ ทกดาบส รามบตุ ร : ได้อรปู ฌาน 4 + สมาบตั ิ 8
2. บำเพญ็ ตบะ : ทรมานรา่ งกายใหล้ ำบาก
▪ อดอาหาร แช่นำ้ เย็น เดนิ บนถา่ น
3. บำเพญ็ ทุกรกริ ยิ า : กระทำสิ่งทย่ี ากย่งิ
▪ กัดฟนั
▪ กลนั้ หายใจ
▪ อดอาหาร
4. บำเพ็ญเพยี รทางจติ : หาเหตผุ ลด้านจติ ใจ
▪ สุชาดาถวายขา้ วมธุปายาส พระพทุ ธเจา้ ลอยถาดทวนน้ำ
▪ พราหมณโ์ สตถย้ ะ ถวายหญา้ กสุ ะ ปเู ปน็ อาสนะ

หนา้ ท่ี 54

เตรยี มลขิ ติ 1

รแู้ จง้ บรรลุ
ยาม
ปพุ เพนวิ าสนสุ สติญาณ (ระลึกชาติ)
ปฐมยาม จตุ ปู ปาตญาณ (เหน็ การเวียนวา่ ยตายเกิด)
มชั ฌมิ ยาม
ปัจฉิมยาม อาสวกั ขยญาณ (ดบั กิเลส)
ตรัสรู้อริยสจั 4 และปฏิจจสมปุ บาท

เผยแผ่ศาสนา

▪ เปรยี บคนเปน็ บัว 4 เหลา่
▪ บวั พน้ นำ้ อคุ ฆติตัญญู : มีปญั ญาเลศิ ฟงั ธรรมแลว้ เข้าใจเลย
▪ บัวปรมิ่ นำ้ วปิ จติ ญั ญู : ปญั ญากลางๆ
▪ บวั ใต้น้ำ เนยยะ : ปญั ญานอ้ ย แตเ่ ขา้ ใจธรรมได้

▪ บวั ใตโ้ คลนตม ปทปรมะ : ไมม่ ปี ญั ญา ไม่เข้าใจธรรม

ปฐมเทศนา
▪ แสดงแก่ปญั จวคั คยี ท์ ั้ง 5

▪ โกณฑญั ญะ : บรรลโุ สดาบนั
▪ วปั ปะ
▪ ภทั ทยิ ะ

▪ มหานาม
▪ อัสสชิ
(ทุกคนบรรลุอรหันตด์ ้วยการฟงั ธรรม อนัตตลกั ขณสตู ร)
▪ แสดงธัมมจักรกปั ปวตั นสตู ร : ประกาศหลกั การของพทุ ธ

▪ อรยิ สจั 4
▪ ทางสายกลาง ทางสุดโตง่ ไม่ทำให้พน้ ทุกข์
▪ ชฎิล 3 พนี่ อ้ ง

▪ แสดงอาทติ ตปริยายสตู ร (โทษแหง่ การบูชาไฟ)
▪ อรุ ุเวลกัสสปะ (ประธานชฎลิ ) มบี รวิ ารมาก
▪ กอ่ ตงั้ พุทธทแี่ คว้นมคธ

▪ โปรดพระเจา้ พมิ พสิ าร
▪ วดั เวฬวุ ัน(วดั สวนไผ่) = วัดแห่งแรก
▪ ประดษิ ฐานพทุ ธท่มี คธแห่งแรก

Quantum III หน้า 55

ปรนิ พิ พาน เตรียมลขิ ิต 1
▪ ปฏิบตั ิพทุ ธกจิ 5 : กจิ วตั รประจำวัน Quantum III
▪ เช้า : บิณฑบาต โปรดสัตว์
▪ เยน็ : แสดงธรรมแกป่ ระชาชน
▪ ค่ำ : แสดงธรรมแกพ่ ระสงฆ์
▪ เท่ยี งคนื : ตอบปญั หาเทวดา กษัตรยิ ์
▪ ใกลร้ งุ่ : พจิ ารณาสัตวท์ จ่ี ะโปรด
▪ ปัจฉิมสาวก = สภุ ัททปริพาชก (สภุ ทั ทะ)
▪ ปัจฉมิ โอวาท = สงั ขารไมเ่ ท่ยี ง ไม่ประมาท
▪ ปรินิพพานเม่ืออายุ 80 ปี
▪ ท่สี าลวโนทยาน กรงุ กุสนิ ารา แควน้ มลั ละ

พระไตรปิฎก : คมั ภรี ์
พระไตรปิฎก = กระจาดใสพ่ ทุ ธวจนะ

▪ วินยั ปิฎก : ความประพฤติ ข้อหา้ ม กิจกรรมสงฆ์
▪ อภิธรรมปิฎก : หลักธรรมล้วน
▪ สุตตันตปิฎก : เทศนา ชาดก พระสูตร

หลกั ธรรม
พระรตั นตรัย : แก้วอันประเสริฐ

▪ พระพทุ ธ : พระพุทธเจา้
▪ พระธรรม : ความจรงิ ที่คน้ พบ
▪ พระสงฆ์ : กลมุ่ คนทศี่ รทั ธา

พระพุทธคณุ 3 : พระคุณของพระพทุ ธเจา้
▪ พระปัญญาธิคณุ : มปี ญั ญา
▪ พระบรสิ ทุ ธิคุณ : ละกเิ ลส สอนคนแบบไม่หวังผล
▪ พระมหากรุณาธิคุณ : พุทธจริยา

พทุ ธจรยิ า : การบำเพ็ญประโยชนข์ องพระพทุ ธเจา้
▪ โลกัตถจรยิ า : บำเพญ็ ประโยชนต์ ่อชาวโลก (พุทธกจิ )
▪ ญาตัตถจรยิ า : บำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ญาติ
▪ พทุ ธัตถจรยิ า : บำเพ็ญประโยชนใ์ นฐานะเปน็ พระพุทธเจา้

หนา้ ที่ 56

เตรียมลิขติ 1 หนา้ 57

อรยิ สจั 4 : ความจริงอันประเสริฐ
▪ ทุกข์ : สภาพท่ที นได้ยาก
▪ สมุทัย : สาเหตุของทกุ ข์
▪ นิโรธ : ความดบั ทุกข์
▪ มรรค : หนทางดบั ทุกข์

ขนั ธ์ 5 : องคป์ ระกอบของชวี ิต
▪ รปู : รา่ งกาย
▪ เวทนา : ความรสู้ ึก
▪ สัญญา : การจำได้
▪ สังขาร : สภาพทป่ี รุงแตง่ จติ
▪ วญิ ญาณ : การรบั รู้

ไตรลกั ษณ์ : ลักษณะทั่วไปของทุกสิง่
▪ อนิจจตา(อนจิ จงั ) : ควาไม่เทยี่ ง
▪ ทกุ ขตา (ทุกขัง) : ความทนไมไ่ ด้
▪ อนัตตา : ความไมใ่ ช่ตัวตน (คำสอนเฉพาะศาสนาพทุ ธ)

อบายมขุ 6 : หนทางสู่ความเสอื่ ม
▪ ตดิ สรุ า สารเสพตดิ
▪ ชอบเท่ียวกลางคืน
▪ ชอบดกู ารละเลน่
▪ เล่นการพนนั
▪ คบคนชั่ว
▪ เกียจคร้าน

ภาวนา 4 : การเจรญิ พฒั นา
▪ กายภาวนา : ใช้ประสาทสมั ผสั
▪ สลี ภาวนา : ประพฤติดี
▪ จิตภาวนา : อบรมจิต
▪ ธรรมภาวนา : ใชป้ ัญญา

Quantum III

ปธาน 4 : ความเพยี รพยายาม เตรียมลขิ ิต 1
▪ สังวรปธาน : พยายามยบั ยง้ั ความช่ัวไม่ใหเ้ กดิ Quantum III
▪ ปหานปธาน : พยายามกำจดั ความชัว่
▪ ภาวนาปธาน : พยายามทำความดี
▪ อนรุ กั ขปธาน : พยายามรักษาความดี

ศรัทธา 4 : ความเชอื่ ในสิ่งทค่ี วรเชอื่
▪ กมั มสัทธา : เชอื่ กรรม (กรรมมีจรงิ )
▪ วิปากสทั ธา : เช่อื ผลกรรม
▪ กัมมสั กตาสัทธา : เช่ือว่าสัตวโ์ ลกมกี รรมเปน็ ของตน
▪ ตถาคตโพธิสทั ธา : เชือ่ ในการตรสั ร้ํของพระพุทธเจา้

อทิ ธิบาท 4 : นำไปสู่ความสำเรจ็
▪ ฉนั ทะ : พอใจ
▪ วิริยะ : พยายาม
▪ จิตตะ : ตั้งใจ
▪ วมิ งั สา : ไตร่ตรอง

พรหมวิหาร 4 : การอยรู่ ่วมกัน
▪ เมตตา : คิดให้ผู้อนื่ มีความสุข
▪ กรุณา : ชว่ ยผ้อู ่นื ใหพ้ น้ ทุกข์
▪ มุทติ า : ยนิ ดีเม่อื ผอู้ ่ืนได้ดี
▪ อุเบกขา : วางใจเปน็ กลาง

สังคหวตั ถุ 4 : สงเคราะห์ผอู้ นื่
▪ ทาน : ให้
▪ ปิยวาจา : พดู ดี
▪ อตั ถจริยา : ทำประโยชน์แก่สงั คม
▪ สมานัตตตา : วางตัวเหมาะสม

หน้าที่ 58

เตรียมลิขิต 1 หน้า 59

ฆราวาสธรรม 4 : ครองเรือน
▪ สัจจะ : ซอ่ื สัตย์
▪ ทมะ : ข่มใจ
▪ ขันติ : อดทน
▪ จาคะ : เสยี สละ

มรรค 8 : หนทางดบั ทกุ ข์
▪ สมั มาทิฏฐิ (เหน็ ชอบ) : เหน็ ด้วยกบั อริยสัจ และหลกั ธรรมอ่นื
▪ สมั มาสงั กปั ปะ(ดำรชิ อบ) : คดิ ในสง่ิ ดี
▪ สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) : พดู ดี ไม่พดู เท็จ
▪ สัมมากมั มันตะ (กระทำชอบ) : ประพฤตดิ ี
▪ สัมมาอาชวี ะ (เล้ียงชพี ชอบ) : ประกอบอาชพี สุจรติ
▪ สมั มาวายามะ (พยายามชอบ) : พยายามทำดี ละชว่ั
▪ สัมมาสติ (ระลกึ ชอบ) : รู้ตวั ไมป่ ระมาท
▪ สมั มาสมาธิ (ตัง้ จิตมน่ั ชอบ) : จติ ม่นั คง ตั้งมนั่

ไตรสิกขา : การศึกษาและฝึกอบรม
▪ ศีล : ฝกึ ความประพฤติ ไดแ้ ก่ สมั มาวาจา สมั มากัมมันตะ
▪ สมาธิ : ฝึกจิต ได้แก่ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัมมาวายามะ
▪ ปัญญา : ฝกึ ให้รแู้ จ้ง ได้แก่ สัมมาทิฐิ สมั มาสงั กปั ปะ

วนั สำคัญ
▪ วิสาขบูชา
▪ ข้ึน 15 ค่ำ เดอื น 6
▪ พระพทุ ธเจา้ ประสูติ ตรสั รู้ ปรนิ พิ พาน
▪ วันสำคัญสากลโลก (สหประชาชาติกำหนด)
▪ หลกั ธรรม: อริยสจั 4 ปฏิจจสมุปบาท

▪ อาสาฬหบชู า
▪ ขึน้ 15 คำ่ เดอื น 8
▪ แสดงปฐมเทศนา
▪ พระสงฆแ์ รก : โกณฑญั ญะ
▪ พระรัตนตรยั ครบ
▪ หลกั ธรรม : ธัมมจกั รกัปวัตนสูตร จกั ร4 มรรค8

Quantum III

เตรียมลขิ ติ 1

▪ มาฆบูชา
▪ ขนึ้ 15 ค่ำ เดอื น 3
▪ แสดงโอวาทปาตโิ มกข์(หลักการของพุทธ)
▪ แสดงอุดมการณ์ 4
▪ จาตุรงคสนั นบิ าต
▪ วนั เพ็ญเดือน 3
▪ พระ 1,250 รูป ประชมุ โดยไมน่ ดั หมาย
▪ พระสงฆ์บวชโดยเอหภิ ิกขุอปุ สมั ปทา
▪ พระสงฆท์ กุ รูปเปน็ พระอรหนั ต์
▪ วันแหง่ ความรกั / วันกตัญญู
▪ หลักธรรม : โอวาทปาฏโิ มกข์ บญุ กิริยาวตั ถุ 3

▪ อฏั ฐมบี ชู า
▪ แรม 8 ค่ำ เดอื น 6 (หลังวิสาขบชู า8วนั )
▪ เผาศพพระพุทธเจา้ ( ทมี่ กุฏพันธนเจดีย์ กุสินารา แคว้นมลั ละ ) พระพระมหากัสสปะเปน็ ประธาน
▪ หลกั ธรรม : ไตรลกั ษณ์ ไม่ประมาท สุจริต 3

▪ ธรรมสวนะ
▪ ขึน้ /แรม 8 คำ่ (วันพระเลก็ ) ขนึ้ /แรม 15 ค่ำ (วันพระใหญ)่
▪ วนั พระ = วันฟังธรรม = วันอโุ บสถ
▪ หลักธรรม : สงั คหวัตถุ 4 ปธาน 4 อทิ ธิบาท 4
▪ ไม่เวียนเทยี น

▪ วนั เขา้ พรรษา
▪ แรม 1 ค่ำ เดอื น 8 (หลังอาสาฬหบูชา)
▪ จำพรรษา = อย่วู ดั ในฤดูฝน 3 เดือน
▪ ถวายผ้าอาบนำ้ ฝน
▪ ถวายเทยี นพรรษา : เรม่ิ ถวายกอ่ นเขา้ พรรษา1วัน (อาสาฬหบชู า)
▪ นางวสิ าขาเรมิ่ ถวายผา้ อาบนำ้ ฝนแกพ่ ระ
▪ หลักธรรม : จาคะ สามคั คี วริ ตั ิ 3

หน้าที่ 60 Quantum III

เตรียมลขิ ิต 1

▪ วันออกพรรษา (ปัจฉมิ พรรษา)
▪ ข้ึน 15 คำ่ เดอื น 11
▪ ปวารณา : ให้พระวา่ กล่าวตักเตอื นกันเอง โดนไมโ่ กรธ
▪ ตกั บาตรเทโวโรหณะ = พระพทุ ธเจ้าลงจากเทวโลก หลงั เทศนาอภธิ รรมปิฎกแก่แมบ่ นสวรรค์
▪ วนั พระเจ้าเปดิ โลก
▪ หลกั ธรรม : จาคะ สามคั คี อริยวงศ์ 4

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

▪ ต้นกำเนดิ : อินเดีย (ศาสนาประจำชาติ)
▪ ก่อนศาสนาพทุ ธ 1,000 ปี - พ.ศ. 700
▪ ไมม่ ศี าสดา
▪ เชอ่ื กรรม วิญญาณ สงสารวัฏ(การเวียนวา่ ยตายเกิด
▪ สัญลักษณ์ : โอม

วิวัฒนาการ
▪ เดิม : บชู าธรรมชาติ
▪ สมยั พระเวท : เช่อื เร่อื งเทพเจ้าหลายองค์
▪ สมัยพราหมณ์ : เช่อื ว่าพระพรหมเป็นเทพสูงสุด
▪ สมัยฮินดู : เชอื่ ในตรมี รู ติ

ตรีมรู ติ : เทพเจา้ ที่แบ่งเปน็ 3 ภาค
▪ พระพรหม : ผู้สร้าง
▪ พระศิวะ (อศิ วร) : ผทู้ ำลาย
▪ พระวษิ ณุ (นารายณ)์ : ผรู้ กั ษา

คัมภีร์
▪ คัมภีร์พระเวท
▪ ฤคเวท : สรรเสริญเทพเจา้ (เก่าแก่ทส่ี ดุ )
▪ ยชุรเวท : พืธีกรรม คมู่ ือพราหมณ์
▪ สามเวท : ขับกล่อมเทพ สวดพธิ ีถวายนำ้ โสมพระอนิ ทร์
▪ อาถรรพเวท : บทสวดเพอ่ื ความมงคล
▪ คัมภรี ์ศรุติ : คมั ภีร์ที่ได้ยนิ จากพระเจา้ น่ันคอ คัมภรี พ์ ระเวท
▪ คมั ภีร์สมฤติ : คมั ภีรท์ ่คี นสรา้ งขึ้น จำและสบื ทอดกันมา

Quantum III หน้า 61

หลักธรรม เตรยี มลิขติ 1
อาศรม 4 : ขนั้ ตอนของชวี ิต Quantum III

▪ พรหมจารี : เรยี น
▪ คฤหสั ถ์ : ครองเรอื น หาความสุขทางโลก
▪ วานปรสั ถ์ : ออกบวช บำเพญ็ ประโยชน์
▪ สนั ยาสี : มงุ่ โมกษะ ละทางโลก

หลกั โมกษะ
โมกษะ : การหลดุ พน้ (จดุ มุง่ หมายของศาสนา)

▪ วิธีหลุดพ้นคือ ทำตามอาศรม4 และ มรรค4

หลกั ธรรม 10 ประการ
▪ ธฤติ : ม่นั คง
▪ กษมา : อดทน
▪ ทมะ : ขม่ ใจ
▪ อสั เตยะ : ไม่ขโมย
▪ เศาจะ : ทำตนให้บริสทุ ธ์ิ
▪ อนิ ทรยี น์ ิครหะ : ระงับประสาทสัมผสั ทง้ั 10
▪ ธี : ปญั ญา สติ
▪ วิทยา : ความรูท้ างปรชั ญา
▪ สตั ยะ : ซอ่ื สัตย์
▪ อโกธะ : ไมโ่ กรธ

พธิ ีกรรม
พิธีสงั สการ (พธิ ปี ระจำบา้ น) :ทำให้บริสุทธิ์

▪ อปุ นยนั : เข้ารบั การศกึ ษา
▪ นามกรรม : ต้งั ช่อื เด็ก
▪ อันนปราศัย : ป้อนขา้ วเด็ก
▪ วิวาหะ : แตง่ งาน

พิธีศราทธ์ : ทำบญุ อทุ ิศพอ่ แม่และบรรพบรุ ษุ

หนา้ ท่ี 62

เตรียมลขิ ิต 1

ศาสนาครสิ ต์

▪ ตน้ กำเนดิ : ปาเลสไตน์

▪ ศาสดา : พระเยซู
▪ พระเจ้า : พระยะโฮวาห์
▪ ศาสนาแหง่ ความรกั

▪ สญั ลกั ษณ์ : ไม้กางเขน

พระเยซู
▪ เกิด 25 ธันวาคม ค.ศ.1 (พ.ศ.543) ที่เบธเลเฮม แควน้ ยูดาห์
▪ ประกาศศาสนา 3 ปี

▪ ถกู ประหารโดยตรึงไมก้ างเขนเพ่อื ไถ่บาปแกม่ นุษย์ เปน็ การแสดงความรกั ความเมตตา

คำสอนของพระเยซู
▪ จงปฏบิ ตั ิต่อผู้อน่ื เหมอื นกับที่เราต้องการให้ผอู้ นื่ ปฏบิ ตั ิต่อเรา

▪ อย่ากล่าวโทษเขาเพ่ือเขาจะไดไ้ ม่กล่าวโทษท่าน
▪ ถ้ามอื ขา้ งขวาของท่านหลงผดิ จงตัดทง้ิ เสยี เพราะเสยี อวยั วะหนึ่งกด็ ีกวา่ ตวั ของท่านจะต้องทง้ิ ในนรก
▪ บุคคลผ้ใู ดมใี จบรสิ ทุ ธก์ิ ็เป็นสุขเพราะวา่ เค้าจะไดเ้ ห็นพระเจา้

นกิ าย
▪ โรมันคาทอลิก
▪ สันตะปาปา (โปบ๊ ) : ประมขุ สูงสดุ

▪ ทำตามคำสอนเคร่งครัด
▪ ยึดความเช่ือเดมิ
▪ ยกยอ่ งพระแม่มารี นักบุญโยเซฟ

▪ ศูนยก์ ลาง : นครรฐั วาตกิ ัน
▪ นักบุญปเี ตอร์เป็นประมขุ คนแรก
▪ นับถอื ศลี ศกั ดิส์ ทิ ธ์ทิ งั้ 7 และดนิ เแดนชำระบาป
▪ กรกี ออร์ธอดอกซ์

▪ ไมข่ นึ้ กบั สนั ตะปาปา
▪ ศนู ย์กลาง : กรุงคอนสแตนตโิ นเปิล โรมนั ตะวนั ออก
▪ นบั ถือศลี ศกั ดิส์ ิทธทิ์ ง้ั 7 ไมเ่ ช่อื เรอ่ื งแดนชำระบาป

▪ ไมน่ ับถือนกั บญุ
▪ ห้ามเคารพรปู สลกั 3 มิติ เคารพภาพเขียน

Quantum III หน้า 63

▪ โปรเตสแตนท์ เตรยี มลิขิต 1
▪ ตั้งโดยมารต์ นิ ลูเธอร์รนั Quantum III
▪ เนน้ ศรทั ธาตอ่ พระเจ้า
▪ คมั ภีรเ์ ปน็ ส่ิงสงู สดุ
▪ ไมม่ นี กั บวช มีแตศ่ ิษยาภบิ าล
▪ ไม่นบั ถอื โยเซฟ มารี
▪ เชอ่ื ศีลศกั ด์สิ ทิ ธิ์ 2 อยา่ ง : ศลี ลา้ งบาป ศีลมหาสนทิ

คัมภีร์ : ไบเบลิ
▪ พันธสัญญาเดมิ : ไมม่ ีพระเยซู
▪ คัมภรี ข์ องชาวยวิ
▪ เก่ียวกับการสรา้ งโลก
▪ พนั ธสัญญาใหม่ : มพี ระเยซู
▪ ชวี ิต - การสัง่ สอนของพระเยซู

หลกั ธรรม
บญั ญัติ 10 ประการ

▪ นมสั การพระเจา้ องคเ์ ดียว
▪ ไม่ทำรูปเคารพพระเจา้
▪ ไม่ออกนามพระเจา้ โดยไม่มเี หตุผล
▪ นบั ถอื วันสะบาโตเปน็ วันบรสิ ทุ ธิ์
▪ นับถอื พอ่ แม่
▪ ไมฆ่ า่ คน
▪ ไม่ผดิ ประเวณี
▪ ไมข่ โมย
▪ ไมเ่ ป็นพยานเทจ็
▪ ไม่โลภ

หลักตรีเอกานุภาพ : พระเจา้ มอี งคเ์ ดยี วแตม่ ี 3 สถานะ
▪ พระบิดา : พระยะโฮวาห์
▪ พระบุตร : พระเยซู
▪ พระจิต : วญิ ญาณ

หลักความรัก : รกั พระเจา้ และเพ่อื นมนุษย์

หนา้ ท่ี 64

เตรียมลขิ ิต 1

พิธีกรรม
▪ ศลี ล้างบาป (ศีลจุ่ม หรอื บพั ตศิ มา) : พิธแี รกของชาวคริสต์
▪ ศีลกำลงั : ยืนยันวา่ เปน็ ชาวคริสต์ท่ีสมบูรณ์
▪ ศีลมหาสนิท : ระลกึ ถึงพระเยซู เป็นหน่ึงเดยี วกบั พระเจา้ กนิ ขนมปงั และไวนอ์ งุ่น
▪ ศีลแก้บาป : สารภาพบาปกับบาทหลวง
▪ ศีลเจิมคนไข้ : ให้กำลงั ใจคนปว่ ย
▪ ศลี บวช : บวชเปน็ บาทหลวง
▪ ศลี สมรส : แต่งงาน

ศาสนาอสิ ลาม

▪ ตน้ กำเนิด : ซาอุดอิ าระเบยี
▪ ศาสดา : นบมี ฮู มั หมดั
▪ พระเจ้า : อัลเลาะห์
▪ ไม่มนี กั บวช
▪ เปน็ ทัง้ ศาสนา ระบบการเมอื ง เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม
▪ ศาสนาแหง่ สันติ
▪ สัญลักษณ์ : ดาว และพระจนั ทร์เสี้ยว
▪ นบี = รบั โองการจากพระเจา้
▪ รอซลู = นบที ่ีนำโองการจากพระเจา้ มาเผยแผ่

นกิ าย
หลกั ๆ 2 นกิ าย

▪ ซนุ นี
▪ เครง่ คำสอนเดิม
▪ สัญลักษณ์ = หมวกขาว
▪ นบั ถือในไทย อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย

▪ ชีอะห์
▪ ผู้นำ = อหิ มา่ ม
▪ สัญลักษณ์ = หมวกแดง
▪ นบั ถอื ในอนิ เดยี อริ กั อิหร่าน

Quantum III หน้า 65

คมั ภรี ์ เตรียมลขิ ิต 1
อลั กรุ อาน = การอา่ น/ท่อง Quantum III

▪ เป็นคมั ภีรส์ ุดทา้ ย แกไ้ ขไมไ่ ด้

หลักธรรม
หลักศรทั ธา 6

▪ ศรทั ธาอัลเลาะห์
▪ ศรัทธาเทวทูต
▪ ศรัทธาคัมภรี ์อลั กุรอาน
▪ ศรัทธาศาสนทตู
▪ ศรทั ธาวนั พพิ ากษาโลก
▪ ศรทั ธากฎสภาวการณ์

หลกั ปฏบิ ัติ 5
▪ ปฏิญาณตน : ภักดตี อ่ อัลเลาะห์
▪ ละหมาด : นมสั การพระเจา้
▪ ทำเวลาเชา้ บา่ ย เย็น พลบคำ่ กลางคืน
▪ หนั หน้าไปทางทิศตะวนั ตก (เมอื งเมกกะ)
▪ ถือศีลอด : ไมก่ ิน ไมม่ เี พศสัมพนั ธใ์ นเดอื นรอมฎอน
▪ บริจาคซะกาต : บริจาคทรพั ย์
▪ ลดความตระหน่ี
▪ ทำพธิ ฮี จั ญ์
▪ ท่ีเมกกะ
▪ กลับมาไดค้ ำวา่ ฮัจญ/ี ฮจั ญะ

ข้อห้าม
▪ หา้ มกราบทกุ คน รวมถึงพ่อแม่ (แตไ่ หว้ได้)
▪ หา้ มเคารพรปู เคารพ
▪ ห้ามทำแทง้
▪ ห้ามกนิ เน้อื หมู
▪ ห้ามเช่อื ดวงชะตา
▪ ห้ามเลน่ การพนนั กนิ ของมึนเมา

หนา้ ที่ 66

เตรียมลขิ ิต 1

บทที่ 2 เศรษฐศาสตร์

ความรู้พนื้ ฐานเกย่ี วกบั เศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์ : ศกึ ษาเกีย่ วกบั การจัดสรรทรพั ยากรที่มอี ยจู่ ำกดั เพื่อตอบสนองความตอ้ งการท่ีไม่จำกัดของมนษุ ย์
ใหเ้ กิดประโยชนส์ งู สดุ

▪ เศรษฐศาสตรจ์ ลุ ภาค : ศกึ ษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของหน่วยเศรษฐกิจหนงึ่
เช่น องคก์ ร ครวั เรอื น

▪ เศรษฐศาสตร์มหภาค : ศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกจิ โดยรวมหรือระดับประเทศ
เช่น ภาวะเงนิ ฝืด-เงนิ เฟ้อ การเงิน-การคลัง รายได้ประชาชาติ การลงทนุ

ปญั หาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ : ปัญหาที่เกิดขึน้ จากการทที่ รัพยากรเพือ่ ใชใ้ นการผลิตสนิ คา้ บรกิ ารมอี ยู่อย่าง
จำกัด เกดิ ขึน้ ทุกระบบเศรษฐกจิ

▪ ผลิตอะไร (what)
▪ ผลิตอยา่ งไร (how)

▪ ผลติ เพ่ือใคร (for whom)

ปัจจยั การผลติ : วัตถุทางกายภาพทไ่ี ม่ใช่เงิน ซึง่ ใชใ้ นการผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร เรียกอีกอย่างวา่ สนิ คา้ ทนุ

ปจั จยั การผลติ ผลตอบแทน

ทดี่ นิ คา่ เชา่
(ท่ีดนิ + ทรัพยากรธรรมชาติ)

ทุน ดอกเบ้ยี
เคร่ืองจกั ร โรงงาน เครือ่ งมือ

แรงงาน ค่าจา้ ง
สติปญั ญาหรอื กำลังของมนุษย์

ผูป้ ระกอบการ กำไร
ผู้นำปจั จยั การผลติ มาผลติ เป็นสนิ ค้าบรกิ าร

▪ แรงงาน = แรงงานคนเทา่ นน้ั อย่างอื่นไมน่ ับ
▪ เงิน ไม่ใชป่ จั จยั การผลติ

Quantum III หน้า 67

เตรียมลขิ ิต 1

ข้ันตอนการผลติ
1. ขั้นแรกหรอื ขั้นปฐมภมู ิ
• ใช้ประโยชนจ์ ากธรรมชาตโิ ดยตรง
• วธิ ผี ลิตงา่ ยไมย่ ุ่งยาก เครื่องมอื ไม่เยอะมาก
• ผลผลติ ทีไ่ ดส้ ่วนใหญไ่ มส่ ามารถสนองความตอ้ งการไดท้ นั ที
• เชน่ เพาะปลูก เล้ยี งสตั ว์ เหมืองแร่ ประมง

2. ขัน้ ทส่ี องหรอื ขัน้ ทตุ ิยภูมิ
• อาศยั ผลผลติ อ่นื มาเปน็ วัตถดุ บิ ในการผลติ -
• วธิ ผี ลิตยุ่งยากซับซ้อนขน้ึ ใช้เครอ่ื งมือมากขน้ึ
• สว่ นใหญ่เปน็ การผลิตในดา้ นอุตสาหกรรม -
• เช่น กอ่ สรา้ ง ผลติ เหลก็ เสน้ อาหารกระป๋อง สีข้าวเปลอื ก

3. ขัน้ ท่สี ามหรือขัน้ ตติยภมู ิ
• งานบรกิ าร
• ผลผลติ เคล่อื นยา้ ยจากข้ันท่หี นงึ่ ไปข้นั ทสี่ องและไปสู่ผบู้ ริโภค
• เช่น การค้าปลีก-สง่ คมนาคม การธนาคาร ประกันภัย

สิทธิผู้บริโภค

ผบู้ รโิ ภค : ผูซ้ ื้อ/ไดป้ ระโยชน์จากสนิ ค้าบรกิ าร
สิทธผิ ู้บรโิ ภค : สทิ ธิทผ่ี บู้ ริโภคจะได้รบั การคุ้มครองตามพรบสิทธผิ ้บู ริโภค พ.ศ. 2562

▪ สทิ ธิท่ีจะไดร้ ับขา่ วสารรวมถึงคำพรรณนาที่ถกู ตอ้ งและเพียงพอเกีย่ วกบั สนิ ค้าบริการ
▪ สทิ ธทิ จ่ี ะมีอิสระในการเลือกสนิ คา้ และบริการ
▪ สิทธิทจ่ี ะไดร้ บั ความปลอดภยั จากการใช้สินคา้ และบรกิ าร
▪ สทิ ธิทีจ่ ะไดร้ บั ความเป็นธรรมในสัญญา
▪ สทิ ธิที่จะได้รบั การพจิ ารณาและชดเชยความเสยี หาย

หนา้ ท่ี 68 Quantum III

เตรยี มลขิ ติ 1

ระบบเศรษฐกิจและตลาด

ระบบเศรษฐกิจ : สถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ท่ีร่วมกนั ดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ระบบทุนนิยม (ระบบตลาด / ระบบเสรนี ยิ ม)

▪ เอกชนเป็นเจา้ ของปัจจยั การผลติ มีเสรภี าพในการดำเนนิ กจิ กรรมเต็มที่
▪ รัฐบาลไมเ่ ข้าไปเกีย่ วขอ้ งหรือแทรกแซง ทำหนา้ ท่ีอำนวยความสะดวกและจดั สาธารณูปโภคพน้ื ฐาน
▪ อาศยั กลไกราคา ราคาถูกกำหนดจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด
▪ กำไรคอื แรงจูงใจของการผลิต ทำใหม้ ีการแข่งขนั ทางราคาสูงเป็นไปอยา่ งเสรี
ขอ้ ดี

▪ เอกชนมเี สรภี าพเต็มที่
▪ สินคา้ มคี ุณภาพเพราะมกี ารแขง่ ขันสูง
▪ ผบู้ รโิ ภคมีโอกาสเลอื กสนิ ค้าไดม้ าก
ข้อเสีย
▪ เกิดความเหลื่อมล้ำและชอ่ งวา่ งทางรายได้
▪ อาจเกดิ การรวมตัวกนั ของผู้ผลติ และผูกขาดสนิ ค้า
▪ ใช้ทรัพยากรอยา่ งสน้ิ เปลือง

ระบบสงั คมนิยม
▪ รัฐบาลจะเป็นเจา้ ของปจั จยั การผลิตส่วนใหญ่ แต่ยงั คงใหเ้ อกชนมสี ิทธิในการถือครองทรพั ย์สินส่วนตัว
▪ วางแผนการดำเนนิ งานทางเศรษฐกิจจากส่วนกลาง
▪ กลไกราคามีบทบาทนอ้ ย
ขอ้ ดี
▪ ลดความเหลอื่ มล้ำ ประชาชนมรี ายไดใ้ กล้เคยี งกัน
▪ เศรษฐกิจไม่ค่อยผันแปรขนึ้ ลงมาก
ข้อเสยี
▪ ไมม่ ีเสรภี าพอย่างเตม็ ท่ีในการทำธุรกจิ
▪ ขาดแรงจงู ใจ
▪ ผูบ้ ริโภคไม่มโี อกาสเลือกสนิ ค้าได้มาก
▪ ไม่คอ่ ยมีการปรับปรุงประสทิ ธภิ าพสินคา้ เพราะไม่มีการแข่งขนั

Quantum III หน้า 69

เตรียมลขิ ิต 1

ระบบคอมมวิ นิสต์
▪ รัฐเป็นเจา้ ของปจั จยั การผลติ ทกุ ชนดิ โดยรฐั เปน็ ผู้กำหนดการตัดสนิ ใจในทางเศรษฐกจิ และสังคมทงั้ หมด
▪ รัฐควบคมุ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ไวท้ ้ังหมด
ข้อดี
▪ เกิดความเสมอภาคทางเศรษฐกิจของประชาชน เพราะรัฐเปน็ ผแู้ จกจา่ ยผลผลิตใหค้ นในสงั คมโดยเทา่
เทยี มกนั
▪ ไมเ่ กดิ การผกู ขาดทางเศรษฐกิจโดยผลิตรายใด
ข้อเสยี
▪ ประชาชนเปน็ ลูกจ้างของรัฐ
▪ ประชาชนถกู จำกดั สิทธิ เสรีภาพ
▪ ประสิทธภิ าพของสินคา้ และบรกิ ารไมพ่ ฒั นาเพราะขาดแรงจงู ในการผลติ

ระบบผสม
▪ เอกชนเปน็ เจ้าของปัจจัยการผลติ มเี สรภี าพในการดำเนนิ กจิ กรรมส่วนใหญ่
▪ รฐั บาลมบี ทบาทในการผลิตสินค้าทก่ี ระทบต่อสว่ นรวม เชน่ สาธารณูปโภค
▪ อาศยั กลไกราคา
ขอ้ ดี
▪ กระจายรายไดท้ ่ัวถึง
▪ เอกชนยงั เสรภี าพ มีการแข่งขนั สินค้าจงึ มคี ุณภาพสงู
▪ ผู้บรโิ ภคมีโอกาสเลือกสนิ คา้ ไดม้ ากพอสมควร
ขอ้ เสยี
▪ อาจเกิดชอ่ งว่างทางรายได้
▪ การวางแผนจากสว่ นกลางเพ่อื ให้เกดิ ผลดีแกส่ ่วนรวมอยา่ งแทจ้ รงิ ทำได้ยาก อาจเกิดการทุจริต
คอร์รปั ช่นั
▪ เอกชนขาดความมั่นใจในการลงทุน เพราะไม่แน่ใจวา่ ในอนาคตกจิ กรรมของตนจะถูกโอนเป็นของรัฐ
หรือไม่

ตลาดในระบบเศรษฐกจิ
▪ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
▪ ผซู้ ้อื ผ้ขู ายจำนวนมาก
▪ สินคา้ มลี ักษณะเหมอื นกัน ทดแทนกนั ได้
▪ ผู้ซ้ือผู้ขายเข้าออกตลาดได้เสรี
▪ เป็นตลาดในอดุ มคติ ไมม่ ีอย่จู ริง
▪ ใกลเ้ คยี งท่ีสุดคอื ตลาดสนิ คา้ เกษตร

หนา้ ท่ี 70 Quantum III

เตรียมลิขิต 1

▪ ตลาดแข่งขนั ไม่สมบูรณ์
• ตลาดผูกขาด
o มผี ขู้ ายรายใหญเ่ พยี งรายเดยี ว
o ผขู้ ายมอี ำนาจในการกำหนดราคา และปรมิ าณในตลาด
o หากผ้ผู ลติ กำหนดราคาสงู เกนิ ไป ผู้บริโภคกจ็ ะซือ้ น้อยลง หรอื อาจไม่ซ้อื เลยกไ็ ด้
o สินคา้ และบริการยากจะหาสนิ คา้ อน่ื ๆ ทดแทน เช่น การได้สมั ปทานจากรัฐบาล
o เช่น การไฟฟา้ ประปา การป่าไม้ รถไฟ เหล้า
• ตลาดผู้ขายน้อยราย
o ผขู้ ายไมก่ รี่ าย แตล่ ะรายขายสนิ คา้ จำนวนมาก
o ถา้ ผูข้ ายรายใดเปลยี่ นแปลงราคาหรือนโยบาย จะกระทบกบั ผ้ขู ายรายอ่นื ราคา
สินค้าในตลาดนจี้ ึงเทา่ ๆหรอื ใกลเ้ คียงกนั
o ผูข้ ายหลกี เล่ยี งการแขง่ ขนั ดา้ นราคา แตจ่ ะแขง่ ขันกันในการส่งเสรมิ การ
ขาย เพื่อใหเ้ ห็นความแตกต่างของสินคา้
o เชน่ นำ้ มนั รถยนต์ เคร่อื งใช้ไฟฟ้า นำ้ อัดลม หนังสอื พมิ พ์
• ตลาดก่งึ แข่งขันกง่ึ ผูกขาด
o ผซู้ อ้ื ผู้ขายจำนวนมาก แต่ไม่มากเทา่ ตลาดแข่งขันสมบรู ณ์
o สนิ ค้ามลี กั ษณะแตกตา่ งกัน ทำให้ผู้ซ้ือเกดิ ความพอใจในย่หี ้อหนงึ่ โดบเฉพาะ
o ผขู้ ายกำหนดราคาสนิ ค้าได้ ในขณะทีย่ ังแข่งกับผู้อน่ื อยู่
o เชน่ เส้ือผา้ รองเทา้ สบู่

อุปสงค์ อุปทาน

กลไกราคา (หรือ ระบบราคา ระบบตลาด กลไกตลาด) : ตัวกำหนดการเปล่ียนแปลงระดับราคาของ
สนิ คา้ และบริการน่นั คืออปุ สงคแ์ ละอุปทาน

อุปสงค์ : ปริมาณความต้องการซื้อสนิ คา้ บรกิ ารชนิดใดชนดิ หนง่ึ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
การจะเกดิ อุปสงค์ได้ตอ้ งประกอบดว้ ย

▪ ความตอ้ งการซอื้
▪ ความเต็มใจทจี่ ะจ่าย
▪ ความสามารถท่จี ะซ้อื

Quantum III หนา้ 71

เตรียมลิขติ 1

▪ ปจั จยั กำหนดอปุ สงค์
o ราคาสนิ คา้ นนั้
o ราคาสินคา้ อนื่ ท่ีเกย่ี วข้อง
o รายได้
o รสนยิ ม
o การคาดคะเนราคาในอนาคต

▪ อืน่ ๆ เชน่ ฤดกู าล การโฆษณา จำนวนประชากร

▪ กฎอุปสงค์
o P ↑ D ↓ (ราคาสนิ คา้ สงู = อปุ สงค์ลด)
o P ↓ D ↑ (ราคาสนิ ค้าลด = อุปสงค์เพม่ิ )

▪ เส้นอุปสงค์
o เสน้ ตรงทีค่ วามชนั เปน็ ลบ เนอื่ งจากราคาและปรมิ าณความตอ้ งการซ้ือมีความสมั พนั ธใ์ นทศิ ทาง
ตรงกันข้าม (แปรผกผนั )

อุปทาน : ปรมิ าณความตอ้ งการเสนอขายสินคา้ หรอื บรกิ ารชนดิ ใดชนดิ หนึง่ ณ ขณะใดขณะหนงึ่
การจะเกดิ อุปทานต้องประกอบดว้ ย

▪ ความเต็มใจทจี่ ะขาย
▪ ความสามาถในการจัดหามาเสนอขายหรอื ให้บรกิ าร

▪ ปัจจยั กำหนดอุปทาน
o ราคาสินคา้ ทผี่ ลติ
o ราคาปัจจัยการผลติ
o จำนวนผู้ผลิตหรอื ผขู้ าย
o การคาดคะเนราคาสนิ คา้ ในอนาคต
o อื่นๆ เช่น ฤดูกาล ภาษี เทคโนโลยกี ารผลติ

▪ กฎอปุ ทาน
o P ↑ S ↑ (ราคาสนิ คา้ สงู = อปุ สงคเ์ พิม่ )
o P ↓ S ↓ (ราคาสินคา้ ลด = อปุ สงค์ลด)

▪ เส้นอปุ ทาน
o เส้นตรงทีค่ วามชนั เปน็ บวก เนื่องจากราคาและปริมาณความตอ้ งการขายมีความสมั พันธ์ใน
ทิศทางเดยี วกนั (แปรผนั ตรง)

หนา้ ท่ี 72 Quantum III

เตรียมลขิ ิต 1

ดุลยภาพ : ภาวะทีอ่ ปุ สงค์เทา่ กบั อุปทาน
อุปสงค์สว่ นเกนิ : ภาวะที่อุปสงคม์ ากกวา่ อุปทาน

▪ ทำใหส้ ินค้าขาดตลาด
▪ เกิดเม่อื ราคาสนิ คา้ ถกู กว่าราคาดลุ ยภาพ
▪ ปรบั สู่ดลุ ยภาพโดยทำให้ราคาเพ่ิมขึ้น
อปุ ทานสว่ นเกนิ : ภาวะทอี่ ุปทานมากกวา่ อปุ สงค์
▪ ทำให้สนิ ค้าลน้ ตลาด
▪ เกิดเมอ่ื ราคาสนิ คา้ แพงกวา่ ราคาดุลยภาพ
▪ ปรบั สดู่ ลุ ยภาพโดยทำใหร้ าคาลดลง

การแทรกแซงกลไกราคาของรฐั บาล
▪ การกำหนดราคาสนิ ค้า
▪ กำหนดราคาขน้ั ตำ่ : กำหนดราคาขั้นต่ำหรือราคาประกนั ใหส้ ูงกวา่ ดลุ ยภาพ
▪ ทำใหเ้ กดิ อุปทานส่วนเกนิ
▪ เปน็ การชว่ ยผ้ผู ลติ เพราะราคาสินค้าถกู เกินไป
▪ ผูผ้ ลิตโดยเฉพาะเกษตรกร
▪ กำหนดราคาขัน้ สูง : กำหนดราคาขัน้ สงู หรอื เพดานราคาหรอื การควบคมุ ราคา
▪ ทำให้เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน
▪ เป็นการชว่ ยผู้บริโภค เพราะราคาสนิ คา้ แพงเกนิ ไปหรอื อยู่ในภาวะเงนิ เฟอ้ หรือสงคราม
▪ สนิ ค้าที่ควบคุม เช่น น้ำมนั นำ้ ตาล
▪ การกำหนดค่าจา้ งข้ันต่ำ
▪ ค่าจา้ งขัน้ ตำ่ : คา่ ตอบแทนตำ่ สดุ ท่ีนายจ้างจะตอ้ งตอบแทนลูกจ้าง
▪ มีผลทำให้
▪ ทำอุปสงคแ์ รงงานลด อปุ ทานแรงงานเพมิ่
▪ อปุ ทานสินคา้ ลด อปุ สงค์สนิ คา้ ลด

สหกรณ์
▪ สหกรณ์แรกของโลก : สหกรณ์รอชเดล องั กฤษ
▪ สหกรณ์แรกของไทย : สหกรณ์วัดจันทร์ ไมจ่ ำกัดสนิ ใช้ พิษณโุ ลก
▪ บิดาแห่งสหกรณ์โลก : โรเบริ ต์ โอเวน

หลักการสหกรณ์ (ตามหลักประชาธปิ ไตย)
▪ เปิดรับตามความสมคั รใจ
▪ ยดึ เสียงขา้ งมาก
▪ ร่วมมอื ระหวา่ งสหกรณ์

Quantum III หน้า 73

เตรยี มลขิ ติ 1

ประเภทสหกรณ์
สหกรณก์ ารเกษตร : เกษตรกร
▪ จัดหาเงินกู้ อุปกรณก์ ารเกษตร
▪ ชว่ ยต่อรองราคาผลผลติ
▪ ใหค้ วามรูด้ า้ นเกษตร
สหกรณ์ประมง : ชาวประมง
▪ จัดหาเงินกู้ อุปกรณ์
▪ ใหค้ วามร้ดู ้านประมง
สหกรณ์นิคม : ท่ดี ิน
▪ จดั สรรทีด่ ิน
▪ จดั หาเงนิ กู้
สหกรณอ์ อมทรัพย์ : ออมเงิน
▪ ฝากเงนิ ให้เงินกู้
▪ ส่งเสริมการออม
สหกรณ์บริการ : งานบรกิ าร
▪ จัดหาเงนิ กู้ อปุ กรณ์
▪ เช่น สหกรณแ์ ท็กซ่ี สหกรณ์เคหสถาน
สหกรณเ์ ครดิตยูเน่ยี น : เงนิ
▪ ช่วยเหลือผมู้ รี ายไดไ้ มป่ ระจำในวงการเดียวกัน
▪ ฝากเงนิ ให้เงินกู้

เศรษฐกจิ พอเพยี ง : ปรชั ญาท่ี ร.9 พระราชทานเปน็ แนวทางดำเนนิ ชีวติ เม่ือวกิ ฤตเศรษฐกจิ พ.ศ. 2540
3 ห่วง 2 เง่อื นไข

คณุ ลกั ษณะ (หว่ ง)
▪ พอประมาณ : พอดี ไม่มากหรือนอ้ ยไป ไมเ่ บยี ดเบียนตัวเองและคนอน่ื
▪ มเี หตผุ ล : ใชเ้ หตผุ ลในการตดั สนิ ใจหรอื แกป้ ญั หา
▪ มีภมู คิ มุ้ กันในตวั ที่ดี : เตรยี มตัวรับผลกระทบและการเปลยี่ นแปลงอยเู่ สมอ

เงื่อนไข
▪ ความรู้ : รอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวงั
▪ คณุ ธรรม : ซ่อื สตั ย์ ขยัน สติปญั ญา แบ่งปนั ไมโ่ ลภ ไมต่ ระหน่ี

หนา้ ท่ี 74 Quantum III

เตรียมลิขติ 1

เกษตรทฤษฎใี หม่ : การจัดการทด่ี ินและน้ำให้เกิดประโยชนส์ ูงสดุ
แบ่งพื้นท่ีเป็น 30 : 30 : 30 : 10 (แหล่งนำ้ : นาขา้ ว : พชื สวนพืชไร่ : ทีอ่ ย่อู าศยั )

การเงนิ การคลัง

เงนิ : สอื่ กลางแลกเปล่ยี น
หน้าท่ขี องเงิน

• สอ่ื กลางแลกเปลี่ยน
• มาตรฐานวัดมลู ค่า

• มาตรฐานชำระหน้ี
• ตัวรกั ษามลู คา่

Quantum III หน้า 75

เตรยี มลิขิต 1

ภาวะเงนิ เฟอ้ -เงนิ ฝืด

เงนิ เฟ้อ เงนิ ฝืด

ความหมาย • ภาวะที่ระดบั ราคาสนิ คา้ สงู ขน้ี ไปเรอื่ ยๆ • ภาวะท่รี ะดบั ราคาสนิ คา้ ลดตำ่ ลงไปเรือ่ ยๆ
• เศรษฐกจิ ตกต่ำ

สาเหตุ • เงินในระบบมากเกนิ ไป • เงินในระบบนอ้ ยเกนิ ไป

• ความต้องการจ่ายมากเกินไป • ผบู้ รโิ ภคไมก่ ลา้ ใชจ้ า่ ย

• รฐั ใชจ้ า่ ยมากไป • รฐั เก็บภาษมี ากเกนิ ไป ประชาชนมรี ายไดล้ ดลง

• ต้นทนุ การผลิตสงู • สถาบนั การเงินลดการปล่อยสนิ เชอ่ื

• ค่าของเงนิ ลดลง • ภาวะว่างงาน

(ซ้ือสนิ ค้าเท่าเดิม แต่จา่ ยแพงขน้ึ ) • เศรษฐกิจตกต่ำ

ผลกระทบ • อำนาจซอื้ ลดลง

(จา่ ยเทา่ เดิม แตซ่ ื้อสนิ คา้ ได้น้อยลง)

• ประเทศมแี นวโนม้ ขาดดลุ การคา้

• ผผู้ ลิต พ่อค้า นักธรุ กิจ เจ้าของโรงงาน • ผมู้ ีรายไดป้ ระจำ

ผไู้ ดป้ ระโยชน์ • ลกู หน้ี • เจ้าหนี้
• ผถู้ ือหนุ้ นักเกง็ กำไร

• ผ้เู ช่า

• ผู้มีรายไดป้ ระจำ • ลูกหน้ี

ผเู้ สีย • เจา้ หนี้ • ผูผ้ ลิต พอ่ คา้ แม่คา้ เจ้าของกิจการ
ประโยชน์ • ผูม้ ีรายไดจ้ ากดอกเบย้ี เงินฝากประจำ

หรือผ้ถู อื เงนิ สด

• ผใู้ หเ้ ช่า

งบประมาณแผน่ ดนิ : แผนการใช้จา่ ยและการจดั หารายรบั ของรฐั บาลในรอบระยะเวลาหนง่ึ โดยปกตมิ ี

ระยะเวลา 1 ปี
▪ งบประมาณเกนิ ดุล : ให้ รายได้ มากกวา่ รายจา่ ย
▪ งบประมาณขาดดลุ : ให้ รายได้ นอ้ ยกวา่ รายจา่ ย (เศรษฐกจิ ตกต่ำ ใชง้ บประมาณขาดดุล)
▪ งบประมาณสมดลุ : ให้ รายได้ เท่ากับ รายจา่ ย

ภาษี

▪ ภาษีทางตรง : เกบ็ จากผู้เสียภาษีโดยตรง
เช่น ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา ภาษเี งนิ ได้นิตบิ ุคคล ภาษดี อกเบย้ี ภาษีมรดก ภาษที ี่ดนิ ภาษที รพั ย์สนิ

▪ ภาษที างออ้ ม : ผเู้ สยี ภาษีผลักภาระไปให้ผู้อืน่ ได้
เช่น ภาษีมลู คา่ เพมิ่ ภาษีศลุ กากร ภาษีสรรพสามติ ภาษีการคา้ อากรแสตมป์

หน้าท่ี 76 Quantum III

เตรยี มลขิ ิต 1

นโยบายการเงินการคลัง
▪ นโยบายการเงนิ : การดำเนนิ การทางการเงนิ เชน่ ปริมาณเงนิ อัตราดอกเบ้ยี อัตราแลกเปลย่ี น ออกโดย
ธนาคารแห่งประเทศไทย
▪ นโยบายการคลัง : การใชจ้ า่ ยและรายไดข้ องรัฐบาล ออกโดยกระทรวงการคลัง

นโยบายการเงิน เงนิ เฟอ้ เงินฝดื

นโยบายการเงนิ แบบหดตัว นโยบายการเงนิ แบบขยายตวั
เพ่ือลดปรมิ าณเงินในระบบ เพม่ิ ปรมิ าณเงนิ ในระบบ

▪ เพม่ิ อตั ราดอกเบ้ีย ▪ ลดอัตราดอกเบี้ย
▪ เพมิ่ อัตราเงนิ สดสำรอง ▪ ลดอัตราเงนิ สดสำรอง
▪ ลดการปลอ่ ยสนิ เช่อื ▪ เพิ่มการปล่อยสินเช่ือ
▪ ขายพันธบัตรรฐั บาล ▪ ซือ้ พนั ธบตั รรัฐบาลคืน

นโยบายการคลงั นโยบายการคลงั แบบหดตัว นโยบายการคลงั แบบขยายตัว
▪ ลดการใช้จา่ ยภาครัฐ ▪ เพม่ิ การใชจ้ ่ายภาครัฐ
▪ ใช้งบประมาณเกินดลุ ▪ ใชง้ บประมาณขาดดลุ
▪ เพิ่มอตั ราภาษี ▪ ลดอตั ราภาษี

ดลุ การคา้ : การเปรยี บเทียบระหวา่ งผลตา่ งมลู คา่ การนำเข้าสนิ ค้ากบั มลู คา่ การสง่ ออกสินค้าของประเทศ
▪ ดลุ การค้าเกินดุล : มูลคา่ สนิ คา้ ออก มากกวา่ มลู ค่าสนิ คา้ เขา้
▪ ดุลการค้าขาดดลุ : มูลคา่ สนิ ค้าออก นอ้ ยกวา่ มลู ค่าสินคา้ เข้า
▪ ดลุ การคา้ เกนิ ดุล : มลู คา่ สนิ คา้ ออก เทา่ กบั มูลค่าสนิ คา้ เขา้

นโยบายการคา้ ระหว่างประเทศ : แนวทางปฏบิ ตั ิทางการค้า กับประเทศต่าง ๆ มกั กำหนดเพอ่ื รกั ษาประโยชน์
ทางเศรษฐกจิ ของประเทศ

▪ นโยบายการค้าเสรี : ไมม่ ขี ้อจำกดั ทางการค้า
▪ เก็บภาษนี ำเข้าอัตราตำ่
▪ ไมใ่ ห้สิทธพิ ิเศษทางการคา้ แกป่ ระเทศหนง่ึ ประเทศใด
▪ ไมม่ กี ำหนดโควตาสนิ ค้า

▪ นโยบายการคา้ คมุ้ กัน : จำกัดการนำเข้าสนิ ค้า เพ่อื คุ้มครองการผลติ ในประเทศ
▪ ตัง้ กำแพงภาษี
▪ กำหนดโควตาสนิ คา้
▪ ทุ่มตลาด ควบคมุ การแลกเปลยี่ นเงนิ ตรา

Quantum III หน้า 77

เตรียมลิขติ 1

การแลกเปลยี่ นเงนิ ตราระหว่างประเทศ
ระบบแลกเปล่ยี น มี 2 ระบบ

▪ อัตราแลกเปลย่ี นแบบคงท่ี
▪ อตั ราแลกเปล่ยี นแบบลอยตัว

ไทยใชร้ ะบบลอยตวั แบบจัดการ : ระบบแบบยืดหยนุ่ ธนาคารกลางเขา้ ไปแทรกแซงเพอื่ ใหค้ า่ เงนิ เปล่ียนแปลงไป
อยา่ งเหมาะสมได้ เริม่ ใชเ้ ม่ือ พ.ศ. 2540

เงนิ ออ่ น เงนิ แขง็ เงินแขง็

เงินอ่อน เงินบาทแลกเงินสกุลอนื่ ไดม้ ากขนึ้
เงินสกุลอนื่ แลกเงนิ บาทไดน้ อ้ ยลง
เงนิ บาทแลกเงินสกลุ อน่ื ไดน้ อ้ ยลง
เงนิ สกุลอ่ืนแลกเงินบาทไดม้ ากขนึ้ เชน่ เดมิ 1 $ = 35 บาท → 1 $ = 30 บาท
ผลเสียต่อผู้สง่ ออก
เชน่ เดิม 1 $ = 30 บาท → 1 $ = 35 บาท ผลดตี ่อผู้นำเขา้
ผลดตี อ่ ผู้สง่ ออก
ผลเสยี ต่อผู้นำเขา้ ตา่ งชาติมาไทยน้อยลง
คนไทยไปตา่ งชาติมากขนึ้
ต่างชาติมาไทยมากข้ึน
คนไทยไปตา่ งชาตลิ ดลง

การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ : การท่ี 2 ประเทศขนึ้ ไป ตกลงท่ีจะรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจอยา่ งเป็นทางการ
▪ เขตการค้าเสรี : ยกเลกิ ภาษีศุลกากรและข้อจำกดั ทางการคา้ ระหว่างสมาชกิ

เช่น เขตการคา้ เสรอี เมรกิ าเหนือ (NAFTA) เขตการคา้ เสรียุโรป (EFTA) เขตการค้าเสรีอาเซยี น (AFTA)
▪ สหภาพศลุ กากร : พฒั นาจากเขตการคา้ เสรี กำหนดอตั ราภาษศี ลุ กากรกับประเทศนอกสมาชิกในอัตรา

เดยี วกัน
▪ ตลาดรว่ ม : พัฒนาจากสหภาพศุลกากร เคล่ือนยา้ ยปจั จยั การผลิตระหวา่ งสมาชิกได้อย่างเสรี
▪ สหภาพเศรษฐกจิ : พฒั นามาจากตลาดร่วม กำหนดนโยบายเศรษฐกิจรว่ มกันระหว่างสมาชิก ใชเ้ งินสกลุ

เดยี วกัน เช่น สหภาพยโุ รป (EU)
▪ สหภาพเหนอื ชาติ : รว่ มกลุ่มกนั ในทกุ ด้าน โดยสมาชกิ ยอมสละอำนาจอธปิ ไตยของตน ยังไมม่ กี าร

รวมกลมุ่ แบบน้ใี นปัจจบุ นั

หน้าท่ี 78 Quantum III

เตรยี มลิขติ 1

บทท่ี 3 สงั คมศาสตร์

สงั คมมนษุ ย์

มนษุ ย์ เป็น สตั ว์สงั คม (social animal) เพราะมีปฏสิ มั พนั ธท์ างสงั คมกนั (social interaction) ลกั ษณะ
ทางกายภาพ คือ ยืน 2 เทา้ และมีสมองขนาดใหญ่เมอื่ เทยี บกับขนาดลำตัว มีการใชภ้ าษา สัญลกั ษณ์เพอื่ การสอ่ื สาร
รวมถงึ มกี ารสรา้ งวัฒนธรรมและกฎระเบียบทางสังคม

การท่จี ะจดั เปน็ สังคมหรือกลุม่ สงั คมได้ ตอ้ งมสี มาชกิ 2 คนข้ึนไป ต้องระบสุ มาชกิ ได้ มีอาณาเขตพืน้ ทท่ี ี่
ชัดเจน อยู่รว่ มกนั พง่ึ พากัน มบี รรทดั ฐาน กฎระเบียบ ประเพณี

การจดั ระเบียบทางสังคม

กระบวนการการจัดระเบียบทางสังคม คอื กระบวนการควบคมุ สมาชกิ ในสังคมเพ่อื ไมใ่ หเ้ กดิ พฤติกรรม
เบีย่ งเบน ทีจ่ ะนำความเดือดรอ้ นมาให้กับสมาชิกคนอื่นๆ มบี ทลงโทษ หรอื การควบคุมทางสงั คม (social
conduct)

• ค่านิยม : ความเชอื่ ของสมาชกิ สว่ นใหญใ่ นสังคม อะไรเป็นสงิ่ ทดี่ ี อะไรเป็นสง่ิ ทไี่ มด่ ี และปฏิบตั ติ ามกัน

• บรรทัดฐาน : การกระทำหรอื พฤตกิ รรมทสี่ มาชกิ ในสงั คมให้การยอมรบั ใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ติ อ่ กัน

บรรทัดฐาน สง่ิ ท่ีควบคุม การควบคมุ ทางสังคม
วิถปี ระชา การกระทำทัว่ ๆไป ทคี่ นทำกนั จน
การดูถูก การนนิ ทา
จารตี ชิน และเห็นวา่ เปน็ ปกติ การตำหนิ

กฎหมาย การกระทำท่ีเกีย่ วกับศลี ธรรม มี การด่า การประณาม
หลกั ธรรมตัดสินวา่ ถกู หรือผิด การรมุ ประชาทัณฑ์
การขบั ไลจ่ ากสังคม
การกระทำทีก่ ฎหมาย
ควบคุมไวช้ ดั เจน โทษทางแพง่
และโทษทางอาญา

สถานภาพ คอื ฐานะ ของคนในสังคม ซ่งึ กำหนดบทบาทของคนน้ันๆ

• สถานภาพท่ไี ดม้ าโดยกำเนดิ : เพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ลำดบั ญาติ ชนชัน้
• สถานภาพทีไ่ ด้มาภายหลัง : การศกึ ษา การสมรส อาชพี ตำแหนง่ การงาน

บทบาท คอื หนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของบุคคล เกดิ จาก สถานภาพ (คน 1 คน สามารถมไี ด้มากกว่า 1 บทบาท)

Quantum III หนา้ 79

เตรยี มลขิ ติ 1

การขัดเกลาทางสงั คม
เม่อื เกดิ ภาวะที่บทบาทขดั กนั (บุคคลมหี ลายสถานภาพ ทำให้บทบาทขดั แยง้ กัน จงึ ต้องเลือกทำอยา่ งใด

อย่างหนงึ่ ) ทำให้บุคคลนนั้ ทำหน้าทไี่ ดไ้ มเ่ ตม็ ที่ แกไ้ ขไดด้ ้วยการถา่ ยทอดแบบแผนพฤติกรรม วฒั นธรรม และ
บรรทัดฐาน

• การขดั เกลาทางตรง : การบอกกลา่ ว สัง่ สอน จากบุคคลหน่งึ ไปสู่อกี บุคคลหน่งึ โดยตรง
• การขดั เกลาทางออ้ ม : บุคคลไดเ้ รียนรู้จากสอ่ื หรอื จากการกระทำของผู้อ่นื

วฒั นธรรม

พ้ืนฐานของวัฒนธรรมไทย มาจาก การมีพระมหากษัตริยเ์ ป็นประมุข พระพทุ ธศาสนา ภาษาไทย
อาชีพเกษตรกรรม วิถีการดำเนนิ ชวี ิตและบคุ ลิกภาพ อาหารไทยแลพสมนุ ไพร วันสำคัญและเทศกาลตา่ งๆ คนไทย
เปน็ คนนยิ มสนกุ สนาน เนน้ พธิ กี รรม เนน้ การเคารพผอู้ าวุโส เชอ่ื ในส่ิงเหนอื ธรรมชาติ และเปน็ คนไมเ่ คร่งกับ
กฎหมาย

• ภาคเหนือ เชน่ งานอมุ้ พระดำนำ้ งานทำขวญั ผึ้ง ปอยสา่ งลอง
• ภาคกลาง เชน่ บชู ารอยพระพุทธบาท ทง้ิ กระจาด ตักบาตรเทโว กวนข้าวทพิ ย์ ตักบาตรนำ้ ผง้ึ
• ภาคอสี าน เชน่ บุญบั้งไฟ ไหลเรอื ไฟ งานบญุ คูนลาน
• ภาคใต้ เชน่ ประเพณชี กั พระ ประเพณีบุญสารทเดือนสบิ รำโนรา แหผ่ า้ ขนึ้ ธาตุ

วัฒนธรรมแบ่งออกเปน็ 4 ประเภท
• คตธิ รรม คือ วฒั นธรรมเกี่ยวกบั การดำเนนิ ชีวติ
• เนติธรรม คอื วัฒนธรรมระเบยี บแบบแผนหรือข้อบงั คบั ทางกฎหมาย
• สหธรรม คอื วฒั นธรรมเกีย่ วกับการอยู่รว่ มกันในสงั คม
• วตั ถธุ รรม คือ วัฒนธรรมทางวัตถุ

กฎหมายทค่ี วรรู้

กฎหมายเกีย่ วกับบคุ คล : บคุ คลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
• บคุ คลธรรมดา คือ คนทเ่ี กิดมาแลว้ มีสทิ ธิหนา้ ท่ตี ามกฎหมาย ตงั้ แต่คลอด มชี ีวิต และสน้ิ สดุ เม่อื ตาย
• นติ บิ ุคคล คอื สงิ่ ทกี่ ฎหมายถือวา่ มสี ทิ ธหิ นา้ ท่เี ชน่ เดยี วกับบุคคลธรรมดา เช่น กระทรวง กรม สมาคม

เพมิ่ เตมิ : ความสามารถของบุคคล

• บรรลนุ ิติภาวะ อายุ 20 ปบี ริบูรณ์ หรอื สมรสแลว้
• ผ้เู ยาว์ ต้องไดร้ บั ความยนิ ยอมของ ผู้แทนโดยชอบธรรม
• บุคคลไรค้ วามสามารถ (วกิ ลจรติ ) ตอ้ งอยูใ่ นความดูแลของ ผ้อู นบุ าล
• บคุ คลเสมอื นไร้ความสามารถ ตอ้ งอยูใ่ นความดูแลของ ผ้พู ิทักษ์

หนา้ ท่ี 80 Quantum III

เตรียมลิขิต 1

กฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกับครอบครัว
• การหมัน้
o การที่ชายหญิงทำสญั ญาวา่ จะสมรสกนั
o ชายหญงิ ทำการหมั้นเองได้เมอื่ อายคุ รบ 20 ปีบรบิ รู ณ์ ถ้าเปน็ ผูเ้ ยาว์ ต้องอายุครบ 17 ปบี ริบรู ณ์
และต้องได้รับความยนิ ยอมจากบิดามารดาหรอื ผู้ปกครอง
o ของหม้ัน คือ ทรพั ย์สินทฝ่ี า่ ยชายมอบใหก้ ับฝา่ ยหญงิ เปน็ หลกั ฐานการหมั้น
o สินสอด คือ ทรัพยส์ นิ ที่ฝา่ ยชายมอบใหก้ บั บดิ ามารดาของฝ่ายหญงิ

• การสมรส
o การท่ชี ายและหญิงสมคั รใจอยรู่ ว่ มกนั ฉันสามภี รรยา การสมรสสมบรู ณ์เม่อื จดทะเบยี นตอ่
เจา้ พนกั งาน
o อายุไมต่ ่ำกวา่ 17 ปีบรบิ ูรณ์ หากตำ่ กวา่ ศาลอาจอนญุ าตใหส้ มรสกันได้ หากเหน็ สมควร
o เงื่อนไขในการสมรสไดแ้ ก่ ต้องไม่เปน็ คนวกิ ลจริต ต้องไมใ่ ช่บุคคลสายเลอื ดเดยี วกนั ผรู้ บั บุตร
บญุ ธรรมจะสมรสกบั บุตรบุญธรรมไม่ได้ หญิงหม้ายทำการสมรสใหมห่ ลงั จากส้ินสดุ การสมรส
เดมิ ไปแล้ว 310 วัน

• มรดก
o ทรพั ย์สนิ ทุกชนดิ ของผูต้ าย (รวมสทิ ธิ หน้าท่ี และความรับผิดชอบ)
o พนิ ยั กรรมทำได้ตงั้ แตอ่ ายุ 15 ขนึ้ ไป
o ทายาทมี 2 ประเภท คือ ทายาทโดยธรรม และผู้รบั พินยั กรรม
o หากผูต้ ายไมไ่ ด้ระบุวา่ จะใหใ้ คร มรดกจะตกเป็นของทายาทโดยธรรม

กฎหมายปกครอง
กฎหมายปกครอง คือ กฎหมายท่กี ำหนดหลักการและรายละเอยี ดเกย่ี วกับการบริหารราชการแผ่นดนิ

เชน่ ระเบยี บของสว่ นกลาง ส่วนภมู ิภาค และสว่ นทอ้ งถน่ื และกฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ งกับการปกครอง

กฎหมายท่ีออกโดยองคก์ รต่างๆ
• ฝา่ ยนติ บิ ญั ญัติ ได้แก่ ประมวลกฎหมายและพระราชบัญญตั ิ
• ฝ่ายบรหิ าร ไดแ้ ก่
o พระราชกำหนด (ออกในยามเรง่ ด่วยฉกุ เฉนิ )
o พระราชกฤษฎีกา (กฎหมายลกู ออกโดยอาศัยกฎหมายอ่นื )
o กฎกระทรวง (ออกโดยคณะรฐั มนตรี)
o ประกาศกระทรวง (ออกโดยรฐั มนตรีวา่ การ)
• องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ไดแ้ ก่ เทศบญั ญัติ
• คณะผยู้ ึดอำนาจการปกครอง ไดแ้ ก่ คำส่งั คสช.

Quantum III หน้า 81

เตรียมลิขิต 1

ระบอบการเมอื งการปกครอง

ระบอบการปกครอง

ประชาธปิ ไตย เผด็จการ

ทางตรง ทางอ้อม อำนาจนยิ ม เบด็ เสร็จ

รัฐสภา ประธานาธบิ ดี กึง่ ประธานาธบิ ดี ฟาสซิสต์ คอมมิวนิสต์

การปกครองระบอบประชาธิปไตย เป็นการปกครองทอ่ี ำนาจอธปิ ไตยหรือว่าอำนาจสูงสดุ เปน็ ของ
ประชาชน ทกุ คนรว่ มกันคิด เสนอความเหน็ อภิปราย ยอมรับในเสยี งขา้ งมาก และให้ความสำคญั กบั ความเสมอ
ภาคและเสรีภาพ

ประมุข จะมี 2 ประเภท คอื
• พระมหากษัตรยิ ์
• ประธานาธบิ ดี

การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย แบง่ ออกเป็น 3 แบบ ได้แก่

• แบบรฐั สภา
o รฐั บาลไดร้ บั เลือกจากรัฐสภา
o หากรัฐสภาไมใ่ ห้ความไวว้ างใจรฐั บาล รฐั บาลตอ้ งลาออก
o หวั หน้ารฐั บาล (นายกรฐั มนตรี) มีอำนาจยบุ สภาได้
o ตน้ แบบการปกครอง คอื สหราชอาณาจักร

• แบบประธานาธบิ ดี

o ประธานาธบิ ดีมาจากการเลือกต้ังของประชาชน
o รฐั สภาไม่มอี ำนาจอภปิ รายท่ัวไปหรอื ลงมตไิ มไ่ ว้วางใจ
o ประธานาธบิ ดีไมม่ อี ำนาจยุบสภา
o ต้นแบบการปกครอง คอื สหรฐั อเมริกา
• แบบก่ึงประธานาธบิ ดี

o ประธานาธบิ ดมี าจากการเลือกตง้ั ของประชาชน
o บรหิ ารประเทศรว่ มกบั หวั หนา้ รฐั บาล (นายกรัฐมนตรี)
o ตน้ แบบการปกครอง คอื สาธารณรัฐฝร่งั เศส

หน้าที่ 82 Quantum III

เตรยี มลิขิต 1

ขอ้ ควรรู้ : รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560

• ฉบบั ท่ี 20
• ประกาศเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2560
• สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร (ส.ส.)

o จำนวน 500 คน
o แบ่งเขต 400 บัญชรี ายช่อื 100
o วาระ 4 ปี
• สมาชิกวฒุ สิ ภา (ส.ว.)
o จำนวน 200 คน
o วาระ 5 ปี (ดำรงตำแหนง่ ไดว้ าระเดียว)
o **ส.ว. ชดุ แรกมาจากการแต่งตงั้ โดยคสช. 250 คน

Quantum III หน้า 83

เตรยี มลขิ ติ 1

บทที่ 4 ประวตั ศิ าสตร์

วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์

วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ (Historical Method) คือ ข้ันตอนต่างๆ กระบวนการคน้ ควา้ พิจารณา
ไตร่ตรอง วเิ คราะห์และตีความ เพ่ือทจี่ ะใหไ้ ดม้ าซงึ่ ข้อมลู ทีถ่ ูกต้องในประวตั ิศาสตร์ แบง่ ออกเปน็ 6 ข้อ ได้แก่

1. การกำหนดเป้าหมายในการศกึ ษา
ผศู้ กึ ษาจะต้องกำหนดเป้าหมายใหช้ ัดเจน วา่ จะศกึ ษาในเร่อื งอะไร ชว่ งเวลาสมยั ใด และเพราะอะไร

2. การศกึ ษาค้นควา้ รวบรวม และคัดเลอื กหลกั ฐาน
ผูศ้ ึกษาจะต้องคน้ หาหลกั ฐานจากแหล่งข้อมูลตา่ งๆ เพื่อจะได้รวบรวมเน้อื หาที่ต้องการจะศึกษาให้ได้
มากท่สี ุด รวมถึงตดิ ตามข้อมูลหลักฐานทมี่ กี ารพบขอ้ มูลใหมห่ รือขอ้ มูลเพิ่มเตมิ อยา่ งเสมอ
• หลกั ฐานชน้ั ต้น (ปฐมภูมิ) คือ หลกั ฐานทสี่ ร้างหรือจัดทำขน้ึ โดยผูพ้ บเห็นเหตกุ ารณ์โดยตรง
เช่น จดหมายเหตุ บนั ทึกความทรงจำ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เปน็ ต้น
• หลักฐานชน้ั รอง (ทตุ ิยภมู ิ) คอื หลกั ฐานทีส่ รา้ งจากผ้ทู ไ่ี มไ่ ด้มสี ว่ นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้นั
โดยตรง สว่ นใหญส่ ร้างขึ้นภายหลงั มคี วามนา่ เช่ือถือรองลงมา
เช่น พงศาวดาร ตำนาน บนั ทกึ คำบอกเลา่ เป็นตน้

3. การวเิ คราะห์และประเมนิ คุณคา่ หลักฐาน (ตรวจสอบ)
• การวเิ คราะห์และการประเมนิ คณุ ค่าหลักฐานจากภายนอก คือ การวเิ คราะหว์ า่ เป็นของจริงหรอื
ของปลอม จริงหรือเทจ็ โดยการเปรียบเทยี บกับหลักฐานอน่ื แล้วประเมินคุณคา่
• การวิเคราะห์และการประเมินคณุ ค่าหลกั ฐานจากภายใน คอื การตรวจสอบด้วยเหตุและผล
วา่ หลักฐานชน้ิ นม้ี คี วามน่าเชื่อถอื หรอื ไม่

4. การตีความหลกั ฐาน
เมื่อผา่ นขัน้ ตอนที่ 3 ผูศ้ ึกษาจะต้องตคี วามหลักฐานอยา่ งมีระบบ มีหลักการ และมเี หตุผล

5. การสังเคราะห์
ผ้ศู กึ ษาจะตอ้ งนำขอ้ มูลทไ่ี ด้มาสงั เคราะห์เขา้ ด้วยกนั ผสมผสานใหก้ ลมกลืนอยา่ งเป็นเหตเุ ปน็ ผล
การสงั เคราะหท์ ่ดี ี จะต้องมโี ครงรา่ งเร่ือง มกี ารตั้งสมมตฐิ านหลกั และสมมตฐิ านรอง แลว้ สรุปเปน็
ข้อเทจ็ จริง

6. การนำเสนอ
นำเรอ่ื งราวมาเรยี บเรียงอย่างเปน็ ระบบ มีอา้ งอิงทนี่ ่าเชอ่ื ถอื และนำเสนอใหอ้ า่ นหรือฟังไดเ้ ขา้ ใจง่าย

หน้าท่ี 84 Quantum III

เตรียมลิขติ 1

การนบั ยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์

ยคุ สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 สมยั คอื สมยั ก่อนประวัติศาสตรแ์ ละสมยั
ประวัติศาสตร์ เกณฑ์ทีใ่ ชใ้ นการแบ่ง คอื “ตวั อักษร” ดังน้นั อารยธรรมตา่ งๆ จงึ เขา้ สสู่ มยั ประวตั ิศาสตร์ไม่พร้อมกัน
ขึ้นกับวา่ อารยธรรมใดประดษิ ฐต์ วั อักษรขน้ึ มาใชก้ ่อน ซึง่ ยคุ สามารถแบ่งไดต้ ามแผนภาพดา้ นลา่ ง

ยุคทางประวตั ศิ าสตร์

ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยคุ ประวตั ิศาสตร์

ยุคหิน ยคุ โลหะ ยุคโบราณ
ยุคหนิ เกา่ ยคุ ทองแดง
ยคุ กลาง
ยคุ หนิ กลาง ยคุ สำรดิ ยคุ ใหม่
ยคุ เหลก็ ยคุ ปจั จบุ นั
ยคุ หินใหม่

สมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ เปน็ สมยั ทีม่ นษุ ยย์ งั ไม่รจู้ กั ประดษิ ฐ์อักษรใช้ในการบนั ทึกเรื่องราวต่างๆ หรอื
ติดต่อสื่อสาร แบ่งออกเปน็ ยคุ หนิ และยุคโลหะ

1. ยุคหนิ

• ยคุ หนิ เก่า (10,000 - 500,000 ปี) เปน็ ยคุ ท่ีมนุษยท์ ำเครอื่ งมือดว้ ยหินที่มกี ารกระเทาะ
ด้านเดยี ว ไม่มีความประณตี อาศัยอยู่ในถ้ำ ค้นพบหลักฐานทบี่ ริเวณถ้ำจอมทอง
จ.เชียงใหม่, ถ้ำฤๅษี จ.ราชบุรี

• ยุคหินกลาง (7,000 - 10,000 ปี) เปน็ ยคุ ทมี่ นษุ ยท์ ำเครอ่ื งมือด้วยหนิ ทมี่ ีการกระเทาะ
2 ด้าน ขดั ให้เรยี บ มีความประณตี มากกว่ายคุ หนิ เกา่ มกี ารเพาะปลูก อาศยั อยใู่ นถำ้ หรอื

ตามเชงิ ผารมิ ลำธาร ค้นพบหลกั ฐานทบี่ ริเวณถำ้ ผี จ.แมฮ่ อ่ งสอน, ถ้ำพระขอน อ.ไทรโยค
จ.กาญจนบุรี
• ยุคหินใหม่ (2,000 - 4,000 ปี) เปน็ ยคุ ทีม่ นษุ ยท์ ำเครื่องมือด้วยหิน มีการขัดให้ประณตี
ทำเคร่อื งปั้นดินเผา เคร่ืองประดบั สร้างบา้ นริมแมน่ ำ้ เพาะปลกู เลีย้ งสตั ว์ ทอผา้
คน้ พบหลักฐานทบ่ี ริเวณ อ.ถำ้ พระ จ.กาญจนบรุ ี, อ.ผาแตม้ จ.อบุ ลราชธานี

ภาพ ยคุ หนิ เกา่

Quantum III หนา้ 85

เตรยี มลขิ ิต 1

2. ยุคโลหะ
• ยคุ ทองแดง เปน็ ยคุ ทมี่ นษุ ยร์ ู้จกั ใช้ทองแดงทำเครอ่ื งมอื เคร่ืองใช้ มีการคา้ ขายสนิ ค้าระหว่าง
ชมุ ชนทีผ่ ลติ สินคา้ แตกตา่ งกนั
• ยุคสำรดิ เป็นยคุ ที่มนษุ ยร์ จู้ กั ใชส้ ำรดิ ทำเคร่อื งมือเคร่อื งใช้ ซ่งึ สำรดิ กค็ ือการนำทองแดงมา
ผสมกบั ดบี กุ มีการทำเคร่อื งปัน้ ดินเผา เครือ่ งประดับ อาศยั อยู่กันเป็นชุมชน พบหลักฐาน
บริเวณบ้านเชยี ง จ.อุดรธานี
• ยคุ เหล็ก เป็นยุคท่ีมนษุ ยร์ ้จู กั ใชเ้ หล็กทำเคร่ืองมือเครื่องใช้ วิถชี ีวติ คล้ายกบั มนุษย์ยุคสำริด
พบหลักฐานบรเิ วณบา้ นเชียง จ.อุดรธานี

สมัยประวัตศิ าสตร์ เปน็ สมยั ทม่ี นุษยม์ ลี ายลักษณอ์ กั ษร เพ่ือใช้บันทกึ เรื่องราวต่างๆ ทำใหม้ นษุ ยเ์ ข้าใจ
เร่ืองราวตา่ งๆ ผ่านการศกึ ษาและตีความจากหลักฐานทางลายลกั ษณ์อกั ษร

1. การแบง่ แบบสากล จะแบง่ ออกเปน็ 4 ยคุ ได้แก่
• ยุคโบราณ (Ancient History) มีอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
• ยคุ กลาง (Medieval History) เริ่มหลงั จากการลม่ สลายของอาณาจักรโรมัน เกิดสงคราม
ครูเสด ยุโรปมกี ารฟ้ืนฟศู ลิ ปะวทิ ยาการ
• ยุคใหม่ (Modern History) มคี วามเจริญทางดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มกี ารออกลา่
อาณานิคม จึงมีการออกเผยแพรศ่ าสนาคริสต์ท่วั โลกด้วย
• ยคุ ปจั จบุ นั (Contemporary World History) หลังสน้ิ สดุ สงครามโลกครงั้ ที่ 2 โลกมีการ
แบ่งออกเปน็ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาธปิ ไตยหรอื ฝา่ ยโลกเสรี นำโดยสหรฐั อเมรกิ า และฝา่ ย
โลกสังคมนยิ ม นำโดยสหภาพโซเวยี ต มีความขัดแย้งทางความคิด จงึ ก่อให้เกดิ สงครามเยน็
(Cold War)

ภาพ สงครามเย็น (Cold War) Quantum III

2. การแบง่ แบบไทย จะแบง่ ตามอาณาจักรตา่ งๆ ออกเปน็ 4 ยคุ ไดแ้ ก่
• สมยั สุโขทยั (พ.ศ.1780 - พ.ศ.1981)
• สมยั อยธุ ยา (พ.ศ.1893 - พ.ศ.2310)
• สมัยธนบรุ ี (พ.ศ.2310 - พ.ศ.2325)
• สมยั รตั นโกสนิ ทร์ (พ.ศ.2325 - ปจั จุบนั )

หน้าท่ี 86

เตรียมลิขติ 1

ขอ้ ควรรู้ : การเทียบศกั ราช

ม.ศ. = พ.ศ. – 621
จ.ศ. = พ.ศ. – 1181
ร.ศ. = พ.ศ. – 2324
ค.ศ. = พ.ศ. – 543
ฮ.ศ. = พ.ศ. – 1122

Quantum III หน้า 87

เตรียมลิขติ 1

ประวัตศิ าสตร์ไทย

สมัยสโุ ขทยั พ.ศ. 1780-1981
• 1st king = พอ่ ขนุ บางกลางหาว ไดร้ ่วมมอื กบั พ่อขุนผาเมือง (เจา้ เมอื งราด) ยดึ อำนาจจากขอมสบาด
โขลญลำพง ต่อมาพ่อขนุ บางกลางหาวได้ขนึ้ ปกครองอาณาจกั รสุโขทยั เปน็ เร่มิ ตน้ ราชวงศ์พระร่วงและ
ได้รับชื่อใหม่ คอื พอ่ ขุนศรีอินทราทติ ย์

เพิม่ เตมิ : ปฐมกษตั ริย์แห่งกรุงสุทัย

ช่ือเต็มคือ “กมรเตงอญั ศรอี นิ ทรบดินทราทติ ย”์ ได้รบั มาจากกษตั รยิ เ์ ขมรพรอ้ มกับพระขรรคช์ ยั ศรี

• Last king = พระมหาธรรมราชาท่ี 4 (aka. พระบรมปาล) โดยถกู รวมกบั อาณาจักรสโุ ขทยั ในทส่ี ดุ

ดา้ นการเมืองการปกครอง
• ระบบการปกครอง : ราชาธิปไตย
• ลกั ษณะการปกครอง : ปิตธุ รรมราชาหรอื พอ่ ปกครองลูก (นำหนา้ ด้วยพอ่ ขนุ ) และธรรมราชา
(นบั จากสมัยพญาลไิ ทโดยเกดิ จากศาสนาพุทธนิกายเถรวาท)
• เช่อื ว่ากษตั ริย์ = อเนกนิกรสมมติ
• ศนู ย์กลางอำนาจ : กษัตริย์
• ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกษตั ริยก์ บั เจ้าเมอื งในอาณาจักร : แบบเครอื ญาติ
• การจดั ระเบยี บการปกครอง : กระจายอำนาจ
ใช้ระบบหวั เมือง 4 ชัน้ ได้แก่ เมืองหลวง (ศนู ย์กลาง) – หัวเมอื งชัน้ ใน (เมืองลูกหลวง/หนา้ ดา่ น) –
หวั เมอื งช้ันนอก (เมอื งพระยามหานคร) - ประเทศราช
• ขอ้ กฎหมาย : ลั่นกระด่ิงหน้าวงั เพือ่ รอ้ งทกุ ข์ (กษตั รยิ ์เปน็ คนพิจารณาคดี) กฎหมายสบี่ ท

ด้านเศรษฐกจิ
• เศรษฐกจิ แบบยังชีพ ปลกู ผักเลย้ี งสัตวไ์ วก้ ินเอง หากเหลือจงึ จะค้าขาย
• ระบบการคา้ เสรี เก็บภาษีค่านา ภาษกี ารคา้ แต่! ไมเ่ กบ็ จกอบ (ภาษผี ่านดา่ น)
• ตลาดปสาน (เช่อื วา่ มาจาก bazaar แปลว่าตลาดในตะวนั ออกกลาง) มกี ารขยายตวั ของการค้า
ภายในอาณาจักร
• สินคา้ สง่ ออกสำคัญ คือ เครื่องสงั คโลก (มเี ตาเผาเรยี กว่า เตาทเุ รียง)

ด้านสงั คม
• ยงั ไม่มกี ารแบง่ ชนช้ันอยา่ งชดั เจน

หน้าที่ 88 Quantum III

เตรยี มลิขิต 1

ด้านการตา่ งประเทศ
• ติดต่อค้าขายกับจนี ชว่ งราชวงศ์หยวน โดยใชร้ ะบบบรรณาการ เรยี กวา่ จิ้มก้อง (สง่ พระราชสาส์น
และเคร่ืองบรรณาการไป 1 ครั้งต่อทกุ 3 ป)ี

ดา้ นภมู ิปญั ญาไทยและวฒั นธรรม

• ประดษิ ฐ์อักษรไทย (พ.ศ.1826)

• วรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเล่มแรกโดยพญาลไิ ท คือ ไตรภมู ิพระร่วง

• การชลประทาน สรีดภงค์/ทำนบพระร่วง → ชกั นำ้ จากแม่นำ้ ยม

ตระพงั → เปน็ สระเกบ็ นำ้ เพือ่ เกบ็ นำ้ ไว้กินไว้ใช้

ถนนพระรว่ ง → คลองส่งนำ้

• เจดียท์ รงพ่มุ ข้าวบณิ ฑ์ (คลา้ ยดอกบัวตูม)

เจดีย์ทรงลังกา (คลา้ ยระฆงั ควำ่ ได้รบั อิทธพิ ลจากอาณาจักรตามพรลิงค)์

ภาพ เจดยี ์ทรงพุ่มขา้ วบณิ ฑ์ ภาพ เจดีย์ทรงลังกา
• พระพุทธรปู ใบหนา้ ไข่ เปลวพระเกศาเพลิง ถือวา่ สวยทสี่ ุด

Quantum III หนา้ 89

เตรยี มลขิ ติ 1

สมัยอยุธยา พ.ศ.1893 – 2310 (417 ปี)
เกิดจากแคว้นโบราณสพุ รรณภมู ิ+ละโว้
• King 33 คน 5 ราชวงศ์

ร.อู่ทอง → ร.สพุ รรณภมู ิ → ร.อู่ทอง → ร.สพุ รรณภูมิ → ร.สโุ ขทัย → ร.ปราสาททอง → ร.บา้ นพลหู ลวง
• 1st king = สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 1 (aka. พระเจ้าอทู่ อง)
• Last king = สมเดจ็ พระบรมราชาท่ี 3 หรือ สมเด็จพระทน่ี ั่งสุรยิ าศนอ์ มรินทร์
(aka. สมเด็จพระเจ้าเอกทศั น์)

ด้านการเมืองการปกครอง
• ระบบการปกครอง : ราชาธิปไตย
• ลักษณะการปกครอง : เริ่มปกครองแบบเทวราชา แตย่ ังคงยึดธรรมราชาอยู่
• เช่อื ว่ากษัตริย์ = สมมติเทพ (เชอื่ ว่ากษตั รยิ ์เป็นเทพมาจตุ ิ โดยไดร้ บั แนวคิดมาจากศาสนาฮนิ ดู)
• ศนู ย์กลางอำนาจ : กษตั รยิ ์
• การจดั ระเบยี บการปกครอง : รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง(สมัยพระบรมไตรฯ)
ใชจ้ ตสุ ดมภ์ตัง้ แตส่ มยั พระเจา้ อทู่ องและมีการปฏิรปู ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

ขอ้ ควรรู้ : จตสุ ดมภ์ สมยั พระเจา้ อทู่ อง

เวียง ~ กระทรวงมหาดไทย มหี น้าทด่ี ูแลความสงบเรียบร้อยของพระนคร
วงั ~ ฝ่ายตลุ าการ มีหนา้ ทด่ี แู ลกจิ การในวงั และ *ตดั สนิ คดคี วาม*
คลงั ~ กระทรวงการคลงั +กระทรวงการต่างประเทศ มีหนา้ ทดี่ ูแลการค้าภายในและระหว่างประเทศ
นา ~ กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าทเ่ี กบ็ ภาษีคา่ นา ออกสิทธ์ทิ ี่นา และเกบ็ ส่วนแบ่งขา้ ว

**สมัยพระบรมไตรโลกนาถ**
• รวมอำนาจเข้าสูศ่ นู ยก์ ลาง = กษตั ริย์
• หวั เมืองช้ันใน (เมอื งลกู หลวง/เมืองหน้าด่าน) → ลดอำนาจเป็น เมอื งจัตวา มี “ผ้รู ัง้ ” ปกครอง
(~ ผูว้ ่าราชการจงั หวดั )
• หัวเมืองชนั้ นอก (เมืองพระยามหานคร) → ใหข้ นุ นางชั้นสงู ปกครองโดยมี “หลวงยกกระบัตร”
คุมอกี ที
• ประเทศราช → เหมอื นเดิม
• ถ่วงดลุ อำนาจโดยแบ่งแยกหน้าท่เี ปน็ 2 ฝา่ ย ไดแ้ ก่
สมหุ กลาโหม มีหน้าที่คมุ การทหาร ~ กระทรวงกลาโหม
สมหุ นายก มหี น้าที่คมุ พลเรอื น แบ่งยอ่ ยได้เปน็ 1. นครบาล (เวยี ง) 2. ธรรมธกิ าร (วัง)
3. โกษาธบิ ดี (คลงั ) 4. เกษตราธิการ (นา)

หนา้ ท่ี 90 Quantum III


Click to View FlipBook Version