การอบรมเสริมสร้าง
ความรใู้ นการพฒั นา
สู่ระบบราชการ 4.0
OPDC 4.0
FOR PMQA 4.0
แนะนําชุดเคร่ืองมือสาํ หรับการวเิ คราะห์/สังเคราะห์ข้อมลู
1. Persona (การสร้างผ้ใู ช้จำลอง) : เกิดขน้ึ ครัง้ แรกในวงการ IT เปน็ เหมอื น
การทำ “บทวิเคราะห์ผู้ใช้”ว่าเขามีความเข้าใจต่อโลกรอบตัวอย่างไร, เขาให้
value กับอะไรบ้าง, มพี ฤติกรรม, วถิ ชี วี ติ , หรือมีความต้องการอะไรบ้างท่ี
สำคัญๆ ฯลฯ ทงั้ นีเ้ พื่อที่เราจะรู้วา่ เราตอ้ งออกแบบอะไรให้ไปตอบโจทยช์ วี ิตเขา
2. Journey Map (เส้นทางประสบการณผ์ ใู้ ช)้ : 2 แบบ คือ
a. Journey ของพฤติกรรม
b. Journey ของอารมณ์
3. Relational Map (แผนภมู คิ วามสัมพันธ์) : ทำใหเ้ ราเห็นภาพใหญข่ อง
ข้อมลู ทส่ี ัมพนั ธก์ นั ตง้ั แต่ขอ้ มลู ระดบั Individual player (กลุ่มผใู้ ช้), ขอ้ มูล
เกี่ยวกับ Cultural value (คุณค่าในสังคมที่เกี่ยวข้อง), และข้อมูลที่เป็น
Macro environment (ธรรมชาติรอบตัว ทรัพยากรในพื้นที่ ภาวะเศรษฐกิจ
สงั คม การเมือง เทคโนโลยี ท่ีมีอย)ู่
4. Stakeholder Map (แผนภมู ิของผู้มี สว่ นได้สว่ นเสยี ) : เปน็ การ
วเิ คราะห์ภาพใหญ่ของแต่ละ topic ทเี่ ราตอ้ งทำงานด้วย เพ่อื ให้รวู้ ่าส่ิงทเ่ี รา
กำลังทำนน้ั ต้องเกยี่ วข้องกบั ใครบา้ ง ส่งิ น้ันมีผลดีผลเสยี กับเขาอยา่ งไร และเรา
จะหาพันธมิตรหรือสร้างความร่วมมือได้จากคนกลุ่มไหน หรือในเรื่องใดบ้าง
ฯลฯ
33
ตวั อย่างกระบวนการ
Workshop 3 : Persona & Journey Map
➢ ขอให้ผรู้ ว่ มWorkshop นาํ ขอ้ มลู จากการสํารวจมาสรุปเป็น
Persona และ Journey Map
➢ จากนนั้ กใ็ ห้แตล่ ะกลมุ่ คดั เลอื ก “ช่วงเวลา” ทนี่ า่ สนใจจากใน Journey Map
ดังกล่าวออกมาเพ่ือพฒั นาต่อ เช่น
- เลือกช่วงเวลาท่ี Emotional Journey ของลกู ค้ามีความราบเรยี บเกนิ ไป
ติดตอ่ กันเปน็ เวลานาน
- เลอื กชว่ งเวลาท่ีมจี ุดตกตาํ่ สดุ ๆ มาปรบั ปรุงแกไ้ ข
- เลอื กช่วงเวลาท่ลี กู ค้าเกือบจะรู้สกึ ดมี าก มาทําให้ดีทะลุฟ้าไปเลย ฯลฯ
34
แนะนำชุดเครื่องมือสำหรับการพฒั นาและคัดเลอื กแนวคิด
Brainstorm เทคนคิ การระดมสมองเพ่อื ใหไ้ ดม้ าซงึ่ ไอเดียใหม่
(Ideation) สว่ นนจ้ี ะใช้ระบบคดิ แบบ Divergent เท่าน้นั
35
แนะนำชุดเครือ่ งมอื สำหรับการพัฒนาและคัดเลือกแนวคิด
10 x 10 เปน็ เทคนคิ ในการขยายไอเดยี ไปสู่ Solution
ที่มรี ายละเอียดมากขึ้น
36
แนะนำชุดเครอ่ื งมอื สำหรับการพัฒนาและคัดเลอื กแนวคดิ
Morphological Analysis เป็นเทคนคิ การคิดเชงิ สรา้ งสรรค์ทนี่ ิยมใชก้ นั
ในหมู่นกั วิทยาศาสตร์ วศิ วกร และนกั นวตั กรรม ถือเป็นอกี วธิ กี ารท่นี ำไปสู่
ความเปน็ ไปไดใ้ หมๆ่ (Solution) ทห่ี ลากหลายย่งิ ข้ึน
37
ตวั อย่างกระบวนการ
Workshop 4 : Developing and Sketching Ideas
➢ แต่ละกลมุ่ เร่มิ ทำการ brainstorm เพื่อหาประเด็น / วธิ ีการทจี่ ะปรับปรงุ สถานการณต์ า่ ง ๆ ใน Journey Map
จากนนั้ กไ็ ด้ลองเช่อื มโยงประเด็นและวิธกี ารตา่ งๆ เหล่านน้ั เขา้ หากนั ดว้ ยเครือ่ งมอื Morphological Analysis
และพฒั นาเป็นแบบร่างไอเดียหลายๆ แบบ เชน่
กล่มุ 1 : Cheap Shop (แกป้ ัญหาซอื้ ของมาแลว้ ไปเจออนั ทถี่ ูกกวา่ ) เสนอร่างไอเดีย “แอพลิเคชั่นที่หาราคาขายของ
แตล่ ะร้านค้าได้ลว่ งหนา้ ”
กลุ่ม 2 : Retail Vending Machine (แก้ปัญหาซ้ือของมาแลว้ คุณภาพห่วยกวา่ ทคี่ ดิ ไว)้ เสนอรา่ งไอเดียเคร่อื งจำหน่าย
แบตเตอรีส่ ำรอง (Power bank) ที่เปน็ vending machine ตามหา้ ง + มีบริการหลงั การขายพว่ งมาดว้ ย
กลุ่ม 3 : Prototype Café (แกป้ ญั หาออกไปซ้ือของแลว้ พบวา่ ไม่มขี องทตี่ รงตามสเปค็ ) เสนอรา่ งไอเดียรา้ น Retail +
Coffee สรา้ งเปน็ คอมมนู ิต้ขี องลูกค้า (แทนการเปน็ รา้ นจำหน่ายปลกี เฉยๆ) ท่ีสำคญั มีมมุ Virtual Fitting ท่ีหากลกู คา้ พอใจ
กับแบบรองเท้าใน ระบบ Virtual แล้ว ก็สามารถจะสง่ั ซอ้ื ไดท้ นั ที และตัวสินค้าจะถูกสง่ ไปถงึ ที่บา้ นโดยตรง
38
แนะนาํ ชุดเครือ่ งมอื สาํ หรับการทดสอบ/ประเมินผลแนวคดิ
1. Prototyping : การทำ Prototype อยา่ งงา่ ยๆ ในปจั จบุ ันมี 2 วิธี
a) Scale Model : ใช้ “เลโก้” เปน็ เครอ่ื งมอื ในการสร้างสถานการณ์จำลองขึน้ มา
สามารถทำได้เรว็ แก้ไขง่าย เป็นวธิ กี ารทป่ี ระหยดั และเวริ ค์ มาก
b) POP Prototype : ทำฉากหรอื ส่ิงของสมมติขึ้นมาเพือ่ นำไปทดลองใชใ้ นสถานการณจ์ รงิ
เป็นการทำ Demo แบบงา่ ยๆ สนุกๆ
2. Business Model Canvas : เปน็ เครื่องมือชว่ ยประเมินแนวคดิ ในระดับที่ใหญข่ น้ึ ช่วยใหเ้ รา
มองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ Business Model Canvas ประกอบไปดว้ ย 9 สว่ นสำคัญ ดังภาพ
39
Persona
Persona ส่งิ ทจ่ี ะมาชว่ ยให้เราทําความเขา้ ใจเกี่ยวกับลูกค้าได้ดียิง่ ขน้ึ เพอื่ ไปปรับใชก้ าร
วางแผน Digital Marketing หรอื แม้แต่ Marketing ทว่ั ไป รวมไปถงึ ในแง่ของการ
ทํางานเปน็ ทีมใหม้ ีประสทิ ธภิ าพย่ิงข้นึ ด้วย เปน็ การทาํ research หรือ การดงึ data ทมี่ ี
มาใช้ แต่สาํ หรบั การเรม่ิ ต้น คุณอาจลองถามคาํ ถามงา่ ย ๆ เหล่าน้ี กับตวั เองเชน่
• “ทําไมลูกค้าจงึ อยากซื้อสนิ สรคุป 1า้ 3ขขั้นอตองนคการุณทำง”านหDeรsือign“Tสhinนิ kiคngา้ ของเราตอบความต้องการอะไร
ของลูกค้าไดบ้ า้ ง?”
• “ลกู ค้าของคณุ ตดั สินใจซื้อสินคา้ หรอื บริการของคณุ อย่างไร?”
• “ลูกคา้ กล่มุ หลักที่ซอื้ สินค้าของคุณเปน็ ใคร?”
https://www.contentshifu.com/fu4n0damental/creating-customer-persona-for-digital-marketing
รายละเอียดท่ี Persona ควรมี
สิ่งสำคัญคอื ข้อมลู ใน Persona สามารถตอบคำถามเหล่านไี้ ด้
Who, What, Why, How ได้แล้วหรือไม?่
Who : ศกึ ษาตวั ตน ไมว่ า่ จะเป็น ขอ้ มลู พนื้ ฐานอย่าง อายุ เพศ, Background, Lifestyle
ความเปน็ ตวั ตนเปน็ อย่างไร
What : อะไรคือสง่ิ ทส่ี นใจ อยากได้ อยากมี อยากคยุ และ/หรอื อะไรคือสง่ิ ท่กี ำลงั มีปญั หา
What are her goals and challenges?
Why : เHปo็นwกาtรoมอfiงnหdาhInesr?ighจะtสมรคุปีชุณ1่อ3คขงั้นดิทตวอานา่งกอเาขระทา้ ำไถงรางึนทไD่คีดeุณsอ้ igยมn่าTี hจงiไnะรkเi?ขngา้ มาเติมเตม็ ปญั หาเหล่านน้ั ไดบ้ า้ ง?
How :
41
ตัวอย่าง Persona
สรุป 13 ขั้นตอนการทำงาน Design Thinking
42
สรุป 13 ขั้นตอนการทำงาน Design Thinking
1. ตั้งโจทยใ์ หญ่
2. ต้งั Big Research Question
3. ออกไปเกบ็ ข้อมูล (โดยทำ pilot ก่อน ทดสอบคำถามกับเพือ่ นๆ ก่อนออกไปทำจรงิ )
4. Share ข้อมูลกนั ภายในทมี
5. นำข้อมลู มาทำ Persona และ Journey Map
6. วเิ คราะห์ Journey Map หาจุดทีน่ า่ สนใจท่ีเราน่าจะเขา้ ไปทำอะไรสกั อยา่ งด้วย
7. ดงึ จดุ ที่น่าสนใจจากใน Journey Mapสรุปอ1อ3กขั้นมตาอนเกพารื่อทำงbานraDienssigtnoTrhminki/ngทำ Morphological Analysis
8. Sketch Idea ใหม่ๆ ทนี่ า่ สนใจ (จากข้อ 7) ออกมา 10 อนั เนน้ ท่รี ะดบั concept กอ่ น
9. นำไอเดยี จากขอ้ 8 มาทำเป็น Prototype เพอื่ นำไปทดสอบ ขัน้ นี้จะเริม่ เน้น feature & function มากข้ึน
10. เขา้ สูโ่ หมด Iterative (ทำซำ้ ๆ วนๆ) เพื่อแก้ไขปรับปรงุ feature & function นำไปทดสอบใหมจ่ นกระท่งั ได้
ผลลพั ธ์
11. เม่อื พอใจแลว้ ก็นำผลลัพธ์นน้ั ไปทำ Business Model , Kano’s Model (หาองคป์ ระกอบทเี่ ปน็ Must,
Want, Wow)
12. ทำ Cost & Benefit Analysis
13. ทำ Requirement list และ Project Brief
43
PMQA 4.0
และ
แนวคิดเชงิ ออกแบบ
(Design Thinking)
03
4! 4
หมวด 1
การนําองคก์ ร
เปา้ หมาย :
• เพือ่ ใหร้ ะบบการนำองค์กรของสว่ นราชการมงุ่ นเน้นสัมฤทธิ
ผลและสรา้ งความยั่งยนื ให้กบั องคก์ ร โดยกำหนดวิสยั ทศั น์
และแผนยทุ ธศาสตรใ์ หส้ อดรบั กบั ยุทธศาสตรช์ าติ
• กำหนดนโยบายในการกำกับดแู ลที่มปี ระสทิ ธผิ ลในเร่ืองการ
ป้องกันทจุ รติ และการสร้างความโปร่งใส
• เพ่อื สรา้ งสภาพแวดล้อมภายในที่มุ่งเน้นการบรรลุผลสัมฤทธ์ิ
ของส่วนราชการ
• เพื่อสง่ เสริมใหเ้ กดิ นวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาร่วมกับ
เครอื ข่าย
• เพื่อติดตามประเมนิ ผลการดำเนินการของสว่ นราชการและ
ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้ ทง้ั ระยะส้นั และระยะยาวอย่างต่อเน่อื ง
(ดว้ ยกลไกของเทคโนโลยีดจิ 4! ทิ5 ัล)