ถิ่่�นที่่�อยู่่�
43
ละมั่่�ง
Brow-antlered Deer
น้ำ�ำ�หนักั ความยาวลำำ�ตััว
95-150 กก. 1.5-1.7 ม.
ความสููงถึงึ ไหล่่ ช่่วงอายุุเฉลี่่ย�
1.2-1.3 ม. 20 ปีี
จุุดเด่่น
ลัักษณะทั่่ว� ไป เขาเฉพาะตัวั ของละมั่่�งมีลี ัักษณะเด่่นแตก
ต่่างจากกวางชนิดิ อื่่น� ๆ
ละมั่่�งเป็็นสััตว์์พื้้� นเมืืองของไทยแต่่เดิิมเรีียกชื่่�อได้้ทั้้�งละอง
และละมั่่ง� โดย”ละอง” ใช้้เรีียกตััวผู้้�ตัวั เต็็มวัยั ส่่วน”ละมั่่�ง” ใช้้เรีียกตััว ลำ�ำ ตััวมีจี ุุดสีีขาวปกคลุุมอยู่่�ด้า้ นบนของลำ�ำ
เมีียและตััวที่่ย� ังั ไม่่โตเต็็มวัยั แต่่ ปัจั จุุบัันนิยิ มเรียี กเป็น็ ”ละมั่่�ง”ด้้วยกััน ตัวั ละมั่่ง�
ทั้้ง� หมด ละมั่่�งจััดเป็น็ กวางขนาดกลาง ขนละเอีียดแน่่นสีีน้ำ��ำ ตาลแกม
เหลือื ง ขนด้้านบนสีแี ดงออกน้ำ�ำ�ตาล ท้้องสีีขาว มีขี นสีีขาวรอบหูู ตา
และคาง ลำำ�คอยาว ใบหููกางใหญ่่ ตััวผู้้�มีีขนาดใหญ่่กว่่าตัวั เมีีย เมื่่อ� โต
เต็ม็ วัยั สีขี นตามตัวั ตัวั ผู้จ�้ ะคล้ำำ�� กว่่าตัวั เมียี ละมั่่ง� อายุุน้อ้ ยจะมีลี ายจุุดสีี
ขาวตามตัวั เมื่่อ� โตขึ้้น� จะเลือื นหายไปยกเว้น้ ตัวั เมียี บางตัวั ยังั คงปรากฏ
อยู่�่เป็น็ ลายจางๆ ละมั่่�งมีเี ขาเฉพาะตัวั ผู้�้ เป็น็ เขาแบบกวาง ที่่ง� อกติดิ
กับั ส่่วนของกะโหลก ลักั ษณะจะมีกี ิ่่ง� รับั หมายืนื ยาวออกไปข้า้ งหน้า้ ตาม
แนวหน้า้ ผาก ลำำ�ตัวั เขาโค้้งยาวไปทางข้า้ งหลััง ปลายลำำ�เขางอกลับั ดูู
คล้้ายตะขอและแตกแขนงออกคล้้ายนิ้้�วมืือ ละมั่่�งพัันธุ์ไ�์ ทยมีีขนออกสีี
น้ำ�ำ�ตาลอมส้ม้ ละมั่่ง� พัันธุ์์�พม่่าขนสีนี ้ำำ�� ตาลแห้้ง
45
ชีีววิทิ ยา อาหาร ถ่ินอาศยั
พฤติกรรม
ความเป็็นอยู่�่ตามธรรมชาติิของละมั่่�งชอบ นิิสััยการกิินอาหารของละมั่่�งคล้้ายกัับพวก พม่่า และทางด้า้ นตะวันั ตกของไทย
อยู่�่รวมกัันเป็็นฝููงใหญ่่ในอดีีตครั้้�งยัังมีี วััว ควาย ปกติิชอบกิินหญ้า้ และลููกไม้้ต่่าง
ละมั่่�งชุุกชุุมทั่่�วไปมีีรายงานพบฝููงละมั่่�ง ๆ ตามพื้้�นทุ่่�งโล่่งหรือื ป่า่ โปร่่ง ไม่่ค่่อยชอบ
ขนาดใหญ่่มีจี ำ�ำ นวนถึงึ ประมาณ 50 ตัวั แต่่
ปััจจุุบัันเนื่่�องจากสภาพแวดล้้อมเปลี่่�ยนไป กินิ ใบไม้้นััก
และจำำ�นวนประชากรละมั่่�งลดน้้อยลงมาก
จึึงพบแต่่ละมั่่�งอยู่�่ตััวเดีียวหรืือฝููงเล็็ก
ๆ โดยทั่่�วไปชอบอาศััยอยู่�่ตามป่่าเต็็งรััง
ป่่าโปร่่งหรืือป่่าทุ่่�งใกล้้ ๆ หนองน้ำ�ำ�ตอน
กลางวัันที่่�อากาศร้้อนละมั่่�งจะหลบร้้อนไป
อยู่�่ตามใต้้ร่่มไม้้ชายป่า่
ปััจจััยคุุกคาม ลักั ลอบค้า้ สััตว์์ป่่า
การบุุกรุุกป่า่ เป็น็ การล่่าเพื่่�อบริโิ ภค และส่่งร้า้ นค้า้ อาหาร
ป่่า เชื่่�อมโยงกัับการท่่องเที่่�ยวในพื้้�นที่่�เพื่่�อ
นำ�ำ ไปขายเป็น็ ของที่่�ระลึกึ
เนื่่�องจากสภาพป่่าโปร่่ง ซึ่่�งเป็็นที่่�อยู่่�อาศััย
ถููกบุุกรุุกทำ�ำ ลายเป็็นไร่่นา และที่่�อยู่�่อาศััย
ของมนุุษย์์ ทั้้ง� ยังั ถููกล่่าอย่่างหนักั นับั ตั้้ง� แต่่
หลังั สงครามโลกครั้้�งที่่ส� องเป็น็ ต้้นมา
46
ถิ่น�่ ที่่�อยู่่�
47
สมเสร็จ็ ความยาวลำ�ำ ตัวั
Malayan tapir 2.2-2.4 ม.
น้ำ�ำ� หนััก ช่่วงอายุุเฉลี่่ย�
150-300 กก. 28 ปีี
ระยะตั้้�งท้้อง
390-407 วััน
จุุดเด่่น
ลักั ษณะทั่่ว� ไป สีีของลำำ�ตััวมีีสีีขาวและดำ�ำ คล้้าย
หมีแี พนด้้า
มีีจมููกยาวออกมาคล้้ายงวงช้า้ ง
ส ม เ สร็ จ เ ป็ น สั ตว์ เ ล้ี ย ง ลู ก ด้ วย น ม ข น า ด ใ ห ญ่ ใ น
อั น ดั บ Pe r i s s o d a c ty l a ห รื อ อั น ดั บ ข อ ง สั ตว์ กี บ เ ด่ี ยว กีีบเท้้าของสมเสร็็จ
ทอี่ ยู่ในกลมุ่ เดยี วกบั มา้ แรด และกระซู่ แต่สมเสรจ็ ถูกแยกไวว้ งศ์ Ta- -กีีบเท้้าหนามีี 4 นิ้้�ว
pirdae มีอยู่เพียงชนิดเดียว คือ Tapirus indicus อีก 3 ชนิด มถี ิ่น -กีีบเท้้าหลังั มีี 3 นิ้้ว�
อาศยั อยู่ในทวปี อเมรกิ าใต(้ Medway,1969) ลกั ษณะทั่วไป ลกั ษณะรูป
ร่างของสมเสรจ็ มสี ่วนคลา้ ยกบั สตั วห์ ลายชนดิ ผสมอยู่ในตวั เดยี วกนั
โดยรูปร่างใหญ่ ขาสน้ั และตนี มกี บี เหมอื นแรด หูตงั้ และตาเลก็ เหมอื น
หมู หางสน้ั เหมอื นหมี จมกู และรมิ ฝปี ากบนยน่ื ออกมาคลา้ ยงวงชา้ งยดื
และหดได้สามารถใชห้ ักกิง่ ไม้และพ่นน�้ำได้ สมเสร็จ เป็นสัตวท์ ่มี ีระบบ
สายตาทไ่ี ม่ดี แต่มีระบบประสาทรับฟงั ทางหูและดมกลน่ิ ดีเยี่ยม ปกติ
เปน็ สัตว์ทีม่ ีอุปนิสัยเรยี บร้อย ไมก่ ้าวร้าว
49
ชีีววิิทยา อาหาร ถิ่�่นอาศัยั
พฤติกิ รรม
สมเสร็็จเป็็นสััตว์์สัันโดษ ชอบอาศััยตาม สมเสร็จ็ กินิ ใบไม้้ ต้น้ อ่่อนของพืืช ผลไม้้ พืืช พบในเอเชีียตั้้�งแต่่แถบเทืือกเขาตะนาวศรีี
น้ำ��ำ และหญ้้า เป็น็ อาหาร ของไทย ลงไปจนถึึงคาบสมุุทรมลายา
ลำ�ำ พัั ง ออกหากิินในเวลากลางคืืน อาศััย สุุมาตรา
ตามป่่าดิิบชื้้�น ป่่าดิิบแล้้งป่่าผสมผลััด
ใบชื้้�น ในฤดููฝนอาจเข้้าไปหากิินตามป่่า
เบญจพรรณ และป่า่ เต็ง็ รััง ว่่ายน้ำ��ำ และ ดำ�ำ
น้ำ�ำ�เก่่งมีีสายตาไม่่ดีีนััก มีีนิิสััยชอบถ่่ายมููล
ซ้ำ�ำ�ที่่เ� ดิมิ อาหารมักั เป็น็ ใบไม้ท้ ี่่ม� ีพี ุ่่�มขนาดเล็ก็
และไม้้พุ่่�ม ในป่า่ ดิิบชื้้น� หรืือป่า่ ดิบิ แล้ง้ รวม
ทั้้�งผลไม้้ป่า่ บางชนิดิ เช่น่ มะมุุด ทุุเรียี นป่า่
ขนุุนและมะปริงิ เป็น็ ต้้น
ปััจจัยั คุุกคาม ลัักลอบค้า้ สัตั ว์์ป่า่
การบุุกรุุกพื้้�นที่�่ป่่า เป็น็ การล่่าเพื่่�อบริิโภค และส่่งร้้านค้้าอาหาร
ป่่า เชื่่�อมโยงกัับการท่่องเที่่�ยวในพื้้�นที่่�เพื่่�อ
การบุุกรุุกป่่าจากการทํําไม้้และการถางป่่า นำ�ำ ไปขายเป็น็ ของที่่�ระลึกึ
เพื่่� อทํําการเกษตร ในพื้้� นที่่�ที่่�มีีประชากร
สมเสร็็จทํําให้้สมเสร็็จสููญเสีียพื้้� นที่่�อาศััย
และหากิิน ส่่งผลให้้จํํานวนประชากรของ
สมเสร็็จสููญพัั นธุ์์�จากถิ่่�นที่่�อยู่่�อาศััยใน
ประเทศไทย
50
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
51
กวางผา
Chinese goral
น้ำ��ำ หนักั ความยาวลำำ�ตัวั
22-32 กก. 82-120 ซ.ม.
ความสููง
80-100 ซ.ม. ระยะตั้้ง� ท้้อง
6-7 เดืือน
ลักั ษณะทั่่ว� ไป
จุุดเด่่น
กวางผาเป็็นสััตว์์จำ�ำ พวกแพะภููเขา มีีรููปร่่างคล้้ายเลีียงผา
แต่่มีีขนาดเล็็กกว่่ามากมีีความสููงถึึงไหล่่ 50-70 เซนติิเมตรน้ำ�ำ� หนััก เขารููปทรงกรวยชี้้ไ� ปที่่ด� ้า้ นหลังั โค้ง้ เล็ก็ น้อ้ ย
ประมาณ 80-140กิิโลกรััม กวางผาตััวผู้�้และตััวเมีียมีีเขาทั้้�งคู่�่ เขา ที่่โ� คนเขาผิวิ ขรุุขระเป็น็ รอยวงแหวนซ้อ้ นกันั
รููปทรงกรวยชี้้�ไปที่่�ด้้านหลัังโค้้งเล็็กน้้อย ที่่�โคนเขาผิิวขรุุขระเป็็นรอย หลายชั้้�น
วงแหวนซ้อ้ นกันั หลายชั้้น� (ไม่่สามารถใช้น้ ับั อายุุได้)้ ที่่ห� ัวั ตาและกีบี เท้า้ มีี
ต่่อมพิิเศษต่่อมหัวั ตามีขี นาดเล็ก็ ไม่่ชัดั เจน สีลี ำำ�ตัวั ด้า้ นบน อาจแปรผันั
จากสีเี หลือื งแก่่ น้ำ��ำ ลอมเทา จนถึงึ สีนี ้ำ�ำ�ตาลเข้ม้ กลางหลังั มีแี นวขนสีดี ำำ�
พาดระหว่่างเขาไปจนสันั หลััง จรดโคนหาง หางสั้้�น สีดี ำ�ำ ตััวผู้้�มีีขนาด
ใหญ่่กว่่าตัวั เมีีย
มีีรููปร่่างคล้้ายเลีียงผาแต่่มีี
ขนาดเล็็กกว่่ามาก
53
ชีีววิิทยา อาหาร ถิ่่�นอาศััย
พฤติกิ รรม ยอดไม้้ หญ้า้ ใบไม้้ และผลไม้)้ อาหารโปรด ในประเทศไทยพบเฉพาะทางภููเขาสููงชันั ทาง
ของกวางผา คืือ ยอดอ่่อนของหญ้้ากิิน ภาคเหนือื เช่น่ ดอยอินิ ทนนท์์ ดอยม่่อนจอง
อาศััยอยู่�่เดี่่�ยวๆตามลำำ�พัั งบางช่่วงอยู่่�เป็็น หญ้้าเป็็นอาหารหลัักในช่่วงฤดููฝนส่่วนช่่วง และ ดอยเชีียงดาว ป่า่ ดิิบแล้ง้ ป่า่ ดิิบเขา
คู่่ห� รือื รวมกลุ่่�มเล็็กๆ (2-6 ตัวั ) ในช่่วงเช้้า ฤดููแล้้งจะกิินพืื ชล้้มลุุกซึ่่�งมีีองค์์ประกอบ ป่า่ เบญจพรรณ ทุ่่ง� หญ้า้ ซึ่่ง� เป็น็ พื้้�นที่่ท� ี่่ม� ีี
และเย็็นหากิินที่่�โล่่งตามทุ่่�งหญ้้าที่่�ลาดชััน ของน้ำ�ำ�มากกว่่า ระดัับความสููงและความลาดชัันมาก มีีหน้้า
น้้อยช่่วงกลางวัันและบ่่ายมัักนอนพัั กผ่่อน ผาเปิดิ โล่่ง ลานหิินผาไร่่ร้้าง หย่่อมป่่าตาม
บนลานหิินตามหน้้าผาชะง่่อนหิินหรืือในดง ร่่ อ ง เ ข า ส า ม า รถพ บ ไ ด้้ ที่่� ร ะ ดัั บ ค ว า ม สูู ง
ไม้้ มัักถ่่ายกองมููลตามลานหิินในที่่โ� ล่่งหรือื 600-4,000 เมตร
ตามหลืืบหิินที่่�เป็็นหน้้าผาชััน ชอบอยู่่�ในที่่�
ลาดชัันกว่่าเลียี งผากวางผา แต่่ละตัวั มีีเขต
พื้้�นที่่�หากิินเฉพาะตััว มีีการทำำ�เครื่่�องหมาย
พื้้�นที่่�โดยถ่่ายมููลซ้ำ��ำ กองเป็น็ ที่่ๆ�
ปััจจัยั คุุกคาม ถููกล่า่ โดยมนุุษย์์ การท่่องเที่ย่� ว
ถููกล่า่ โดยสัตั ว์ผ์ ู้้�ล่่า ในการสำำ�รวจและสอบถามเจ้้าหน้้าที่่�ที่่�ดููแล พื้้� นที่่�อาศััยของกวางผามัักเป็็นพื้้� นที่่�ที่่�มีี
พื้้�นที่่พ� บว่่าปัจั จัยั คุุกคาม ที่่ม� ีผี ลโดยตรงกับั ความสวยงาม ทางธรรมชาติิ จึึงมีีการ
การสำ�ำ รวจกวางผาพบปััจจััยคุุกคามที่่�มีี ประชากรกวางผาที่่�ลดลงอย่่างรวดเร็็วคืือ เปิิดเป็็นจุุดท่่องเที่่�ยวของพื้้� นที่่�อนุุรัักษ์์
ผลต่่อกวางผาโดยตรง คืือหมาในซึ่่�งเป็็น การถููกล่่าจากมนุุษย์์ แม้้ว่่าเจ้้าหน้้าที่่�แต่่ละ
สััตว์์ผู้้�ล่่าที่่�เข้้ามาล่่ากวางผาในพื้้� นที่่�ดอย พื้้�นที่่� อนุุรัักษ์์จะมีีการลาดตระเวนที่่�เข้้มข้้น ซึ่่�งปััจจุุบัันการท่่องเที่่�ยวที่่�เข้้ามาในพื้้� นที่่�
ม่่อนจองในพื้้� นที่่�เขตรัักษาพัั นธุ์�์ สััตว์์ป่่า ในพื้้�นที่่อ� าศัยั ของกวางผา ยังั คงมีคี นขึ้้น� มา มีีจำ�ำ นวน ค่่อนข้้างมากพร้้อมทั้้�งมีีการส่่ง
อมก๋๋อย จัังหวััดเชีียงใหม่่ โดยหมาในร่่วม ล่่าอยู่เ�่ นื่่อ� งจากสภาพพื้้�นที่่� ที่่ก� วางผาอาศัยั เสีียงดััง และเดิินท่่องเที่่�ยวเป็็นบริิเวณ
กัันล่่าเป็็นฝููงและมีีความสามารถในการเดิิน เป็น็ พื้้�นที่่ก� ว้า้ ง และมีคี วามสลับั ซับั ซ้อ้ นของ กว้้าง ซึ่่�งพื้้� นที่่�ที่่�ท่่องเที่่�ยวเป็็นบริิเวณ
ทางที่่�กวางผาใช้้ระหว่่างหน้้าผาได้้ และจะ เส้้นทาง อีีกทั้้�งมีีเส้้นทางเข้้ามายัังพื้้� นที่่�
ไล่่กวางผาให้้ลงมาในพื้้� นที่่�ป่่าที่่�มีีการซุ่่�มดััก อาศััย ของกวางผาหลายทางอีีกทั้้�งพราน ที่่�หากิินของกวางผา ส่่งผลโดยตรงต่่อ
รอกวางผาที่่�หนีีมา ทำำ�ให้้มีีประสิิทธิิภาพใน หรือื คนล่่ามัักหลีกี เลี่่ย� งเจ้า้ หน้า้ ที่่� กวางผาที่่�ต้้องย้้ายไปหากิินในพื้้� นที่่�อื่่�นๆ
การล่่ากวางผาประสบความสำำ�เร็จ็ มากขึ้้น� แทน ซึ่่�งอาจจะไม่่มีีความเหมาะสมและอุุดม
สมบููรณ์์เมื่่�อเทีียบกัับพื้้� นที่่�เดิิมที่่�ใช้้เป็็น
ประจำ�ำ
54
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
55
เลีียงผา
Serow
น�้ำหนัก ความยาวลำ�ำ ตัวั
85-140 กก. 140-155 ซ.ม.
ระยะตั้้ง� ท้อ้ ง ช่่วงอายุุเฉลี่่�ย
200-230 วันั 21 ปีี
จุุดเด่่น
มีแี ผงคอยาวพาดไปถึึงหัวั ไหล่่
ลัักษณะทั่่�วไป มีตี ่่อมขนาดใหญ่่อยู่่�ใต้้ตาเห็น็ ได้ช้ ัดั เจน
เลีียงผา มีีรููปร่่างหน้้าตาคล้า้ ยแพะ ลำ�ำ ตัวั สั้้�น ขายาวขนมีีเส้น้
เล็ก็ และหยาบ ขนตามลำำ�ตัวั มีสี ีเี ทาอมดำำ� บริเิ วณท้อ้ งจะมีสี ีอี ่่อนกว่่า สีี
ขนบริเิ วณหน้า้ แข้ง้ หรือื ใต้ห้ ัวั เข่่ามีสี ีดี ำำ� ตรงหัวั เข่่ามีสี ีนี ้ำ��ำ ตาลอมแดง มีี
แผงคอยาวในบางตัวั อาจพาดไปถึงึ หัวั ไหล่่ มีตี ่่อมขนาดใหญ่่อยู่ใ�่ ต้ต้ า
เห็น็ ได้ช้ ัดั เจน ริมิ ฝีปี ากมีสี ีขี าว หููยาวคล้า้ ยลา มีเี ขาทั้้ง� ตัวั ผู้แ้� ละตัวั เมียี
มีรี ููปร่่างคล้า้ ยเขาของแพะ แต่่เขาตัวั เมีียจะสั้้น� กว่่าตัวั ผู้�้ โดยทั่่ว� ไปมีี
ขนาดความยาวลำำ�ตัวั และหััว 140-180 เซนติเิ มตร ความสููงจากพื้้�น
ดิินถึึงหัวั ไหล่่ 85-94 เซนติเิ มตร น้ำ��ำ หนััก 85-150 กิิโลกรััม
57
ชีีววิทิ ยา อาหาร ถิ่�น่ อาศััย
พฤติกิ รรม อาหารของเลียี งผาได้แ้ ก่่ ใบไม้อ้ ่่อน หน่่อพืืช อาศััยอยู่ใ่� นปัญั จาบ แคชเมียี ร์์ ทางใต้ข้ อง
บางชนิิดโดยเฉพาะอย่่างยิ่่�งที่่�มีีกลิ่่�นหอม เทืือกเขาหิิมาลััยไปจนจรดอััสสััม จีีนตอน
ชอบอาศััยอยู่่�ตามป่่าสููงที่่�มีีหน้้าผาหรืือโขด รวมทั้้ง� กิินหญ้้า เปลือื กไม้้ และกิ่่�งไม้้ ใต้้ พม่่า ไทย อินิ โดจีนี มาเลเซียี สุุมาตรา
หินิ สููงชันั มีชี ะง่่อนผากำำ�บัังเพีียงพอ หรือื ไต้้หวันั ญี่่�ปุ่่�น ในประเทศไทยพบอยู่่�ตามป่า่
เข้้าไปอยู่�่ ในถ้ำ�ำ� ที่่�คนเข้้าไปไม่่ถึึง นิิสััยปกติิ ภููเขา และเกาะต่่าง ๆหลายแห่่ง
ขี้้�อาย ปกติชิ อบออกหากินิ แต่่จะดุุเมื่่อ� บาด
เจ็บ็ หรืือจนตรอก ปกติชิ อบออกหากิินตาม
ลำ�ำ พัังตััวเดีียว ออกหากิินตอนเย็็นและเช้้า
ตรู่�่ ส่่วนตอนกลางวัันนอนหลบพัักตามป่่า
ละเมาะหรืือพวกป่่าลึึก ๆ สามารถอดน้ำำ��ได้้
นานมากว่่าเป็น็ สััปดาห์์
ปััจจััยคุุกคาม การบุุกรุุกพื้้น� ที่ป่� ่่า
ถููกล่่าโดยมนุุษย์์ การบุุกรุุกป่่าจากการทํําไม้้และการถางป่่า
เพื่่� อทํําการเกษตร ในพื้้� นที่่�ที่่�มีีประชากร
เลีียงผานั้้�นมีีจำ�ำ นวนลดลงอย่่างรวดเร็็ว สมเสร็็จทํําให้้สมเสร็็จสููญเสีียพื้้� นที่่�อาศััย
เนื่่อ� งจากถููกล่่าอย่่างหนักั เพื่่�อเอาเขากระดููก และหากิิน ส่่งผลให้้จํํานวนประชากรของ
และน้ำ�ำ� มันั มาใช้ท้ ำำ�ยาสมานกระดููก นอกจากนี้้� สมเสร็็จสููญพัั นธุ์์�จากถิ่่�นที่่�อยู่�่อาศััยใน
พื้้�นที่่ห� ากินิ ของเลียี งผาลดลงอย่่างรวดเร็ว็ ประเทศไทย
จากการทำ�ำ การเกษตรตามลาดเขาบนพื้้�นที่่ท� ี่่�
ไม่่ชันั จนเกินิ ไป
58
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
59
แมวลายหินิ อ่อ่ น ความยาวลำ�ำ ตััว
Marbled cat 45-61 ซ.ม.
น้ำำ��หนักั ระยะตั้้ง� ท้้อง
2-5 กก. 66-82 วันั
ความยาวหาง
35-54 ซ.ม.
จุุดเด่่น
ลัักษณะทั่่ว� ไป ลวดลายตามตัวั คล้า้ ยลายหินิ อ่่อน
แมวลายหินิ อ่่อนเป็น็ แมวป่า่ ขนาดกลาง น้ำำ��หนักั ตัวั เมื่่อ� โตเต็ม็ หางยาว ปลายหางกลมมนและใหญ่่กว่่า
ที่่� ๔-๕ กิิโลกรัมั ใบหููเล็็กมนกลมมีีจุุดสีขี าวด้า้ นหลังั ใบหูู หางยาวมีขี น หางช่่วงต้น้
หนาเป็็นพวงเด่่นชััด สีีขนมีีสีีน้ำำ��ตาลอมเหลืือง มีีลายบนลำำ�ตััวคล้้าย
ลายหิินอ่่อน ด้้านใต้้ท้้องจะออกสีเี หลือื งมากกว่่า ด้า้ นหลัังขาและหาง
มีจี ุุดดำ�ำ เท้า้ มีพี ัังผืดื ยืดื ระหว่่างนิ้้ว� นิ้้ว� มีปี ลอกเล็บ็ สองชั้้น� และเล็บ็ พัับ
เก็บ็ ได้ใ้ นปลอกเล็บ็ ทั้้ง� หมด ออกหากินิ ในเวลากลางคืนื ส่่วนใหญ่่มักั อยู่่�
บนต้้นไม้้ อาหารได้แ้ ก่่สัตั ว์ข์ นาดเล็ก็ แทบทุุกชนิดิ ตั้้ง� แต่่แมลง จิ้้ง� จก
ตุ๊๊ก� แก งูู นก หนูู กระรอก จนถึงึ ลิิงขนาดเล็ก็ นิิสัยั ค่่อนข้้างดุุร้า้ ย ใน
ประเทศไทยพบอยู่่�ตามป่่าดงดิิบบริิเวณเทืือกเขาตะนาวศรีีและป่่าดง
ดิิบชื้้�น ในภาคใต้้ และผืืนป่า่ ดงพญาเย็็น-เขาใหญ่่ เป็น็ สััตว์์ที่่�พบตััว
ได้้ยาก และมีีปริมิ าณในธรรมชาติคิ ่่อนข้า้ งต่ำำ��
61
ชีีววิทิ ยา อาหาร ถิ่�น่ อาศัยั
พฤติกิ รรม สััตว์์ตััวเล็็กๆที่่�มัันสามารถจัับได้้ ตั้้�งแต่่ เขตการกระจายพัั นธุ์์�ของแมวลายหิินอ่่อน
แมลง จิ้้�งจกกิ้้�งก่่า งูู นก หนูู กระรอก นั้้�นจะตั้้�งอยู่่�เฉพาะในทวีีปเอเชีีย บริิเวณ
แมวลายหิินอ่่อนมีีความสามารถในการหลบ กระต่่ายเป็น็ ต้้น ตั้้ง� แต่่แถบเทือื กเขาหิมิ าลัยั ในประเทศเนปาล
ซ่่อนพรางตััวตามป่่ารกทึึบได้้เก่่ง ทำำ�ให้้
พบเห็็นตััวในธรรมชาติิได้้ยาก ปีีนต้้นไม้้ สิิกขิิมแคว้้นอััสสััมของอิินเดีีย เมีียนมาร์์
เก่่ง แต่่ปกติิแล้้วชอบอาศััยหากิินอยู่�่ตาม ไทย กลุ่่ม� ประเทศอินิ โดจีนี มาเลเซียี สุุมาตรา
พื้้� นป่่าดิิบทึึบใกล้้แหล่่งน้ำ�ำ� ไม่่ค่่อยอยู่่�บน และบอร์์เนีียว ปัจั จุุบันั มีีเหลือื อยู่น่� ้้อยหาได้้
ต้น้ ไม้้สููงเป็็นประจำ�ำ อย่่างเสืือลายเมฆ ออก ยาก ถิ่่�นอาศััยที่่ย� ังั มีแี มวลายหินิ อ่่อนอาศัยั
หากินิ ตอนกลางคืนื นิสิ ัยั ค่่อนข้า้ งดุุร้า้ ยกว่่า อยู่�่คืือ ป่่าในเขตรัักษาพัั นธุ์์�สััตว์์ป่่าห้้วยขา
แมวป่า่ ชนิิดอื่่น� ๆ แข้ง้ จัังหวัดั อุุทัยั ธานีี
ปััจจัยั คุุกคาม
ในประเทศไทยพบอยู่ต�่ ามป่า่ ดงดิบิ บริเิ วณเทือื กเขาตะนาวศรีแี ละป่า่ ดงดิบิ ชื้้น� ในภาคใต้้ และผืนื ป่า่ ดงพญาเย็น็ -เขาใหญ่่ เป็น็ สัตั ว์ท์ ี่่พ� บตัวั ได้ย้ าก
และมีีปริิมาณในธรรมชาติิค่่อนข้า้ งต่ำ��ำ เมื่่อ� เทียี บกับั แมวป่า่ ชนิิดอื่่น� ๆ และเนื่่อ� งจากถิ่่�นที่่�อยู่อ่� าศััยถููกทำำ�ลาย และถููกล่่าหรืือจัับมาเป็น็ สัตั ว์์เลี้้ย� งที่่ม� ีี
ราคาสููง จำ�ำ นวนแมวลายหินิ อ่่อนจึงึ น้อ้ ยลง ด้้านชีวี วิิทยาของแมวป่า่ ชนิิดนี้้�ยังั รู้้�กัันน้อ้ ยมาก
62
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
63
นกเจ้า้ ฟ้้าหญิงิ สิิรินิ ธร
White-eyed River-Martin
คงเหลืือตามธรรมชาติิ ความยาวลำำ�ตััว
0 ตัวั 15 ซม.
ความยาวหางคู่�่ ออกไข่่ครั้้ง� ละ
8-9 ซม. 2-3 ฟอง
จุุดเด่่น
แถบขาวตรงลำ�ำ ตััว
ลัักษณะทั่่�วไป หางคู่ท่� ี่่ย� าว 8-9 ซม.
นกเจ้้าฟ้า้ หญิิงสิิริินธร เป็็นชื่่�อภาษาไทยที่่�นายแพทย์์บุุญส่่ง
เลขะกุุล ใช้้เป็น็ ชื่่�อเรียี กซึ่่�งค่่อนข้า้ งยาวจึึงตััดเรียี กสั้้น� ๆ ภายหลัังว่่า
“นกเจ้้าฟ้า้ ” มีชี ื่่�อท้้องถิ่่�นว่่า นกตาพอง คำำ�ระบุุชนิดิ มาจากชื่่อ� พระนาม
สมเด็จ็ พระเจ้า้ ลููกเธอเจ้า้ ฟ้า้ หญิงิ สิริ ินิ ธร ซึ่่ง� เป็น็ พระยศเดิมิ ของสมเด็จ็
พระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี เป็น็ การเฉลิิมพระเกียี รติิ
แด่่พระองค์ท์ ่่านซึ่่ง� ท่่านสนพระทัยั ในธรรมชาติิ ศึกึ ษามาตั้้ง� แต่่ทรงพระ
เยาว์์ เป็น็ นกชนิิดใหม่่ของโลก และเป็น็ นกเฉพาะถิ่่�น พบครั้้�งแรกและ
พบเฉพาะที่่บ� ึึงบอระเพ็็ด จัังหวัดั นครสวรรค์์
65
ชีีววิิทยา
แหล่่งผสมพัันธุ์์�วางไข่่ของนกเจ้้าฟ้า้ หญิิงสิิริินธรนั้้�นยัังไม่่มีีการค้้นพบ จึึงไม่่ทราบในชีีววิิทยาการขยายพัันธุ์�์ ของนกเลย แต่่คาดกัันว่่ามัันน่่าจะ
คล้้ายกัับนกนางแอ่่นแม่่น้ำำ�� แอฟริิกาโดยทำำ�รัังตามโพรงบริิเวณตลิ่่ง� ทรายริิมแม่่น้ำำ��วางไข่่ชุุดละ 2-3 ฟอง อาจเป็น็ ในเดืือนเมษายน-พฤษภาคม
ก่่อนฝนจากมรสุุมจะทำำ�ให้้ระดัับน้ำำ��เพิ่่�มขึ้้�นแต่่ความแตกต่่างทางกายวิิภาคของรููปร่่างเท้้าและขาทำ�ำ ให้้รู้้�ว่่ามัันไม่่สามารถขุุดโพรงได้้ในฤดููหนาวพบ
ว่่ามันั เกาะนอนอยู่่ใ� นฝููงนกนางแอ่่นชนิดิ อื่่น� ๆ ที่่เ� กาะอยู่ต่� ามใบอ้อ้ และใบสนุ่่�นบางครั้้�งก็พ็ บอยู่ใ�่ นกลุ่่ม� นกกระจาบและนกจาบปีกี อ่่อน
นกเจ้า้ ฟ้า้ หญิงิ สิริ ิินธรกิินแมลงเป็น็ อาหารเหมืือนกัับนกนางแอ่่นชนิิดอื่่น� รวมถึึงพวกด้ว้ งด้้วย มันั จับั เหยื่่อ� โดยการโฉบจัับในอากาศ จากขนาด
และโครงสร้้างปากที่่พ� ิิเศษของนก มัันอาจกิินแมลงที่่�ตัวั ใหญ่่กว่่านกนางแอ่่นชนิิดอื่่น� นกชนิิดนี้้�มีีลักั ษณะการบินิ ที่่� บิินเรื่่�อย ลอยตัวั ไม่่รวดเร็ว็
เท่่านกนางแอ่่นชนิิดอื่่น� และก็เ็ หมือื นกับั นกนางแอ่่นแม่่น้ำ��ำ แอฟริิกาที่่�ไม่่ค่่อยมีีพฤติกิ รรมเกาะคอนจากรููปทรงเท้้าที่่ผ� ิดิ ไปจากนกนางแอ่่นชนิดิ อื่่น�
และการที่่พ� บโคลนที่่�เท้้าในตัวั อย่่างหนึ่่�งของนกชนิดิ นี้้�แสดงว่่านกชนิิดนี้้อ� าจจะอยู่่�บนพื้้�นมากกว่่าเกาะคอน
ปััจจััยคุุกคาม
ประชากรในธรรมชาติขิ องนกเจ้า้ ฟ้า้ หญิงิ สิริ ินิ ธรเชื่่อ� ว่่ามีอี ยู่น�่ ้อ้ ยมาก(หรือื อาจสููญพัันธุ์ไ�์ ปแล้ว้ ) เพราะเป็น็ นกชนิดิ โบราณที่่ห� ลงเหลือื อยู่ใ่� นปัจั จุุบันั
แม้้นกเจ้า้ ฟ้า้ หญิิงสิิริินธรจะได้้รับั ความคุ้้�มครองทางกฎหมาย แต่่ก็ย็ ัังถููกจัับไปพร้้อม ๆ กับั นกนางแอ่่นชนิิดอื่่�นในฤดููหนาวของแต่่ละปีเี พื่่�อขาย
เป็น็ อาหารหรือื เป็น็ นกปล่่อยทำ�ำ บุุญในพุุ ทธศาสนา และหลัังจากการค้้นพบ มีีการดัักจับั นกได้้ถึึงเกืือบ 120 ตัวั เพื่่�อขายให้ก้ ัับผู้้�อำำ�นวยการสถานีี
ประมงนครสวรรค์์ และแน่่นอนว่่าไม่่สามารถรักั ษาชีวี ิติ ของนกเหล่่านั้้น� ไว้ไ้ ด้้ และด้ว้ ยเพราะมีจี ำ�ำ นวนประชากรเป็น็ เพีียงกลุ่่ม� เล็ก็ ๆ ทำำ�ให้ไ้ ม่่สามารถ
พบเห็น็ ได้ง้ ่่ายนััก แต่่อาจมีรี ายงานที่่�ไม่่ยืนื ยัันว่่าพบเห็น็ นกในประเทศกััมพููชาในปีี พ.ศ. 2547
66
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
67
นกแต้ว้ แล้้วท้อ้ งดำำ�
Gurney’s Pitta
ความยาวลำำ�ตััว ออกไข่่ครั้้�งละ
21-22 ซ.ม. 3-4 ฟอง/รััง
ระยะฟักั ไข่่
14-15 วันั
จุุดเด่่น
นกแต้้วแล้้วท้้องดำำ�มีีท้้องสีีเหลืืองสดมีีริ้้ว� สีี
ดำ�ำ บางๆ พาดสลับั ตลอดช่่วงท้อ้ ง ใต้้ท้้อง
แต้้มสีดี ำำ�สมชื่่�อ
ลักั ษณะทั่่�วไป ตัวั เมียี มีีสีที ี่่แ� ตกต่่างจากตัวั ผู้้�
นกแต้้วแล้้วท้้องดำ�ำ เป็็นนกที่่�มีีขนาดเล็็ก มีีสีีสััน สวยงาม
น่่ารักั ลำ�ำ ตัวั ป้อ้ ม หััวโตขาแข็็งแรง หางสันั ปราดเปรียี ว จััดเป็น็ นก
ที่่�สวยงาม 1 ใน 30 ชนิดิ ของโลก โดยการจัดั ลำ�ำ ดับั ของ Best 50
birds of the world ตััวผู้้�มีสี ีสี ัันสวยงามกว่่าตััวเมีียปัจั จุุบัันยืืนยััน
การพบการกระจายของ นกแต้้วแร้้วท้้องดำำ� คืือบริิเวณที่่�ราบต่ำ�ำ� เขา
นอจู้้�จี้้� เขตรัักษาพัันธุ์�์ สัตั ว์ป์ ่า่ เขาประ-บางคราม จัังหวัดั กระบี่่�
69
ชีีววิิทยา อาหาร ถิ่น่� อาศัยั
พฤติกิ รรม อาหารของนกแต้้วแล้้วท้้องดำ�ำ ได้้แก่่ น ก แ ต้้ ว แ ล้้ วท้้ อ ง ดำำ� เ ป็็ น น ก ที่่� มีี เ ขต ก า ร
ไส้้เดืือน ตััวอ่่อนของแมลง แมลงต่่าง ๆ กระจายพัันธุ์�์ ค่่อนข้า้ งจำำ�กัดั อยู่ร�่ ะหว่่างเส้น้
ชอบอาศััยอยู่่�ตามป่่าดงดิิบชื้้�นและป่่ารุ่่�นใน หอยทาก กบ ปลวก เป็น็ ต้้น รุ้้�งที่่� 7-12 เหนือื พบได้ท้ างตอนใต้้สุุดของ
ระดัับพื้้� นราบ ชอบอยู่�่ตามลำ�ำ พัั ง ไม่่รวม พม่่า แถบเทือื กเขาตะนาวศรีี ในประเทศไทย
กลุ่่�ม เดิิน และชอบกระโดดหากิินอยู่่�บนพื้้�น เคยพบตั้้�งแต่่ จัังหวัดั ประจวบคีีรีขี ัันธ์์ ถึงึ
ดินิ บางครั้้ง� เกาะตามกิ่่ง� ของไม้พ้ ุ่่�มหรือื ตาม จัังหวัดั ตรังั ชื่่�อเรีียกพื้้�นบ้า้ นของนกแต้้ว
ขอนไม้้ เมื่่�อมีีสิ่่�งรบกวนจะกระโดดเข้้าไป แล้ว้ มีีต่่าง ๆ กันั ตามท้อ้ งถิ่่น� ได้้แก่่ นก
หลบซ่่อนตามพุ่่�มไม้้ หรือื บินิ หนีี แต้ว้ แล้้ว นกเต้้าเล้า้ นกเต้น้ ตามกวาง นก
กระเต้้น ( ปักั ษ์ใ์ ต้้) หรืือนกกอหล๋๋อ นกเต้้น
หัวั แพร
ปััจจัยั คุุกคาม
นกชนิิดนี้้�จััดเป็็นสััตว์์ที่่�อาศััยอยู่�่เฉพาะในป่่าดงดิิบ ที่่�ราบต่ำำ�� ซึ่่�งได้้ถููกบุุกรุุกอย่่างหนัักและสภาพถิ่่�นที่่�อยู่่�ที่่�เหมาะสมมีี น้้อยมากในเขต
อนุุรักั ษ์ท์ างภาคใต้้ นกแต้ว้ แล้้วท้อ้ งดำ�ำ เป็น็ นกที่่�หายากเป็น็ ที่่ต� ้้องการ ของตลาด นกเลี้้�ยงรวมทั้้ง� อััตราการเพิ่่�มขึ้้�นของประชากรในธรรมชาติิ
ค่่อนข้า้ งต่ำำ�� โดยมีอี ััตราการรอดตายของลููกนกเพีียง ร้อ้ ยละ 0.025
ภัยั คุุกคามหลัักต่่อนกแต้ว้ แล้้วท้อ้ งดำ�ำ คือื พื้้�นที่่�อาศัยั ถููก บุุกรุุกแผ้ว้ ถางเปลี่่�ยนสภาพเป็น็ พื้้�นที่่เ� กษตร สวนปาล์์มหรือื สวน ยางพารา รวมถึึง
การลักั ลอบหาของป่า่ ในพื้้�นที่่� เช่่น หวาย ระกำ�ำ นอกจากนี้้ก� ารลัักลอบจัับนกมาขายก็เ็ ป็น็ ภัยั ที่่�ร้้ายแรง เช่น่ กันั อีีกทั้้ง� ยังั มีศี ััตรููทางธรรมชาติิ เช่่น
งูู ตะกวด
70
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
จ. กระบี่่� เขาประ-บางคราม
71
นกกระเรีียนไทย
Sarus crane
น้ำ�ำ� หนักั ความสููง
5-12 กก. 150-180 ซ.ม.
ความยาวจากปากจรดหาง ความยาวช่่วงปีกี
152-156 ซ.ม. 220-250 ซ.ม.
จุุดเด่น่
มีจี ุุดด่่างขาวตรงกกหููและบนหััว
ลัักษณะทั่่ว� ไป นกกระเรียี นเมื่่�อมีีคู่�่ของมััน มัันจะอยู่�่ด้ว้ ย
กัันตลอดไม่่ห่่างจากกััน
ลัักษณะรููปร่่างของนกกระเรีียนคล้้ายคลึึงกัับนกกระสาแต่่
จะสัังเกตความแตกต่่างได้้จากขนาดและการบิินโดยนกกระเรีียนมีี
ขนาดใหญ่่กว่่ามากและบิินคอยืืดตรงไปข้้างหน้้า ต่่างจากนกกระสาที่่�
บิินขณะบิินคอจะงอเข้้าหาอก นกกระเรีียนมีีขนาดความยาวจากปาก
จรดปลายหาง 152-156เซนติเิ มตรน้ำ�ำ�หนักั 5-12กิโิ ลกรัมั ความสููงขณะ
ยืนื ประมาณ 150 เซนติเิ มตร ปากตรงและยาวกว่่าหััว แต่่สั้้�นกว่่าแข้้ง
ทั้้ง� สองเพศมีลี ักั ษณะและสีขี นเหมือื นกันั ตัวั เต็ม็ วัยั ลำ�ำ ตัวั สีเี ทาปากและ
กระหม่่อมตอนหน้า้ สีเี ขียี ว หัวั และคอตอนบนเป็น็ หนังั สีแี ดงไม่่มีขี น ขน
ปลายปีกี มีี 11 เส้น้ ขนปลายปีกี และขนคลุุมขนปลายปีกี สีดี ำ�ำ ขนปกคลุุม
ขนปีกี ด้า้ นล่่างสีเี ทา ขนโคนปีกี
73
ชีีววิทิ ยา อาหาร ถิ่น่� อาศััย
พฤติกิ รรม อ า ห า ร ไ ด้้ แ ก่่ ป ล า กุ้้� ง ห อ ย ลูู ก ก บ มีีถิ่่�นกำ�ำ เนิิดในอิินเดีีย ประเทศพม่่า ไทย
ลููกเขีียด สััตว์์เล็็ก ๆ เช่่น งูู หนููจิ้้�งเหลน ตอนใต้้ลาว กััมพููชา เวีียดนามตอนใต้้
ชอบหากิินตามทุ่่�ง หรืือดงหญ้้าหนองบึึง
หากินิ เป็น็ คู่ห่� รือื กลุ่่ม� เล็ก็ เป็น็ สัตั ว์ท์ ี่่ไ� ม่่เปลี่่ย� น กิ้้�งก่่า ยอดไม้้ ยอดหญ้า้ แห้้วหมูู เมล็็ด ฟิลิ ิปิ ปินิ ส์์ มาเลเซีีย และออสเตรเลียี
คู่่�ไม่่มีีการแยกจากกััน หากินิ ใกล้้ ๆ กััน ถ้า้ พืืชข้า้ วเปลือื ก
บินิ ไปไหนก็จ็ ะบินิ ตามกันั ไป
ปััจจัยั คุุกคาม การบุุกรุุกพื้้น� ที่่ป� ่่า
ถููกล่า่ โดยมนุุษย์์ การบุุกรุุกป่่าจากการทํําไม้้และการถางป่่า
เพื่่� อทํําการเกษตร ในพื้้� นที่่�ที่่�มีีประชากร
เนื่่�องจากเวลานกกระเรีียนเวลาออกหากิิน
มักั ไปเป็น็ คู่่เ� สมอ ถ้า้ คู่ข�่ องมัันถููกยิงิ หรืือได้้ นกกระเรีียนทํําให้้นกกระเรีียนสููญเสีียพื้้� นที่่�
รับั อันั ตรายมันั ก็จ็ ะไม่่ทิ้้ง� คู่ข�่ องมันั จึงึ มักั ถููก อาศััยและหากิิน ส่่งผลให้้จํํานวนประชากร
ยิิงตายด้้วยกัันเสมอ ของนกกระเรียี นสููญพัันธุ์จ�์ ากถิ่่น� ที่่อ� ยู่อ่� าศัยั
ในประเทศไทย
74
ถิ่�น่ ที่�อ่ ยู่่�
จ. บุุรีรี ััมย์์
อ่่างเก็็บน้ำำ�� สนามบินิ
อ่่างเก็็บน้ำำ��ห้้วยจระเข้้มาก
75
นกชนหิิน
Helmeted Hornbill
ลัักษณะทั่่�วไป ความยาวทั้้�งตััว
120 ซม.
นกชนหินิ ถือื เป็น็ นกเงืือกชนิดิ หนึ่่�งที่่�มีีสายพัันธุุกรรมเก่่าแก่่ ความยาวหาง
50 ซม.
ยาวนานถึงึ 45 ล้า้ นปีมี าแล้ว้ มีลี ักั ษณะเด่่นกว่่านกเงือื กชนิดิ อื่่น� ๆ ตรง
ที่่ส� ันั บนปากมีขี นาดใหญ่่และหนาเนื้้อ� ในสีขี าวตันั คล้า้ ยงาช้า้ ง นกชนหินิ จุุดเด่่น
มีจี ะงอยปากที่่ย� าวและมีขี นหางพิิเศษคู่ห�่ นึ่่ง� ซึ่่ง� จะงอกยาวเลยขนหาง
เส้น้ อื่่น� ๆ ออกไปมากถึงึ 50 เซนติเิ มตร แลเห็น็ เด่่นชัดั นกตัวั ผู้้�มีขี นาด หััวกระโหลกที่่�มีเี อกลัักษณ์์เป็น็ สาเหตุุให้้
ลำำ�ตัวั ยาวจากปลายจะงอยปากถึงึ ปลายขนหาง 127 เซนติเิ มตร ขนลำ�ำ โดนล่่า
ตัวั สีนี ้ำ��ำ ตาลเข้ม้ ใต้ท้ ้อ้ งสีขี าว หางสีขี าวมีแี ถบสีดี ำำ�พาดขวาง และปลาย
ปีกี สีีขาวเป็น็ แถบกว้้างและไม่่มีขี นปกคลุุมใต้้ปีกี จะงอยปากตอนโคน มีีขนหางยาวพิิเศษ 2-3 เส้้น
และบนสัันสีแี ดงคล้ำำ�� ตอนปลายสีีเหลือื งเรื่่อ� ๆ บริเิ วณลำำ�คอที่่�ไม่่ขน
ในนกตัวั ผู้จ้� ะมีีสีแี ดงคล้ำำ�� ส่่วนนกตัวั เมีียจะมีีสีฟี ้า้ ซีดี หรือื สีฟี ้า้ แต่่นก
วัยั อ่่อนเพศผู้�้ ลำำ�คอจะมีสี ีีแดงเรื่่�อๆ และนกเพศเมีียหนัังส่่วนนี้้จ� ะเป็น็
สีมี ่่วง นอกจากนี้้ส� ัันบนจะงอยปากจะมีีขนาดเล็ก็ กว่่า และขนหางยังั
เจริิญไม่่เต็ม็ ที่่� มีลี ักั ษณะสั้้น� กว่่านกโตเต็็มวัยั
77
ชีีววิทิ ยา อาหาร ถิ่่�นอาศัยั
พฤติกิ รรม นกชนหิิน อาหารหลััก ได้้แก่่ ลููกไทรส่่วน นกชนหิินเป็็นนกประจำำ�ถิ่่�นที่่�พบในป่่าดิิบชิ้้�น
อาหารจำ�ำ พวกสััตว์์ นอกจากแมลงต่่างๆ ระดัับต่ำ��ำ พบตั้้�งแต่่แถบเทืือกเขาตะนาวศรีี
ปกติิจะหากิินในระดัับยอดไม้้ กิินผลไม้้เป็็น ลงมาทางใต้จ้ นถึงึ ประเทศมาเลเซียี สุุมาตรา
ส่่วนใหญ่่ เช่่น ลููกไทร บางครั้้�งพบว่่ากิิน แล้้วนกชนหิินยัังล่่าสััตว์์อื่่�นๆ เช่่น กิ้้�งก่่า และบอร์เ์ นีียว
สััตว์อ์ ื่่น� ๆ เช่น่ กิ้้�งก่่ากระรอก และนกอีกี กระรอก และนกด้ว้ ย
ด้้วย มัักจะอยู่�่โดดเดี่่�ยวหรืืออยู่่�เป็็นคู่่� ฤดูู
ผสมพัั นธุ์�์เริ่่�มราวปลายเดืือนมกราคมหรืือ
ต้้นเดืือนกุุมภาพัั นธ์์ ทำ�ำ รัังในต้้นไม้้สููงและ
ใช้ว้ ัสั ดุุปิดิ ปากรังั เช่น่ เดียี วกับั นกเงือื กชนิดิ
อื่่�นๆ โดยที่่ร� ังั ของนกชนหินิ จะไม่่เหมืือนกัับ
นกเงืือกชนิิดอื่่�นๆ เพราะจะหารัังเฉพาะที่่�
อยู่�่บนตอไม้้หรืือเข้้าได้้ทางด้้านบนเท่่านั้้�น
เพราะส่่วนหััวที่่�ตัันและหางที่่�ยาว
ปััจจัยั คุุกคาม
นกชนหิินเป็็นที่่�ต้้องการของท้้องตลาดค้้าสััตว์์ป่่า ด้้วยลัักษณะที่่�แปลกตาอัันเป็็นเอกลัักษณ์์เฉพาะของมััน ที่่�มีีจุุดเด่่นอยู่�่ตรงโหนกที่่�
ตันั ต่่างจากนกเงืือกชนิดิ อื่่�น และนั่่น� เองทำ�ำ ให้้ถููกมนุุษย์ต์ ีรี าคาอวัยั วะชิ้้�นนี้้�ไม่่ต่่างจากงาช้้างโดยให้ช้ ื่่อ� ว่่า งาช้้างสีีเลืือด กลายเป็น็ สิ่่ง� ดึึงดููดใจผู้้�
มีคี วามเชื่่อ� ผิิด ๆ นิิยมบููชางาเป็น็ วััตถุุมงคลแห่่งความมั่่ง� คั่่�ง
อีกี หนึ่่ง� ปัจั จัยั ที่่ท� ำ�ำ ให้น้ กชนหินิ ลดน้อ้ ยลง เพราะต้น้ ไม้ใ้ หญ่่ที่่จ� ะทำ�ำ โพรงรังั หายาก เป็น็ โพรงตามธรรมชาติิ มีคี วามลึกึ ที่่เ� หมาะสม นกเงือื กจะเป็น็ แบบ
นั้้น� แต่่นกชนหินิ จู้้�จี้้ข� ึ้้น� อีกี ระดับั ทุุกโพรงต้อ้ งมีปี ุ่่�มให้ม้ ันั เกาะ เพราะว่่าหัวั มันั หนักั มันั จะไปเกาะแบบนกเงือื กไม่่ได้้ มีขี ้อ้ จำ�ำ กัดั ในการเลือื กโพรงรังั อีกี
ส่่วนเรื่่อ� งการเพาะเลี้้ย� ง ก็ไ็ ม่่ใช่ท่ างออก มีคี วามพยายามมาไม่่รู้้�เท่่าไรแล้ว้ ล้ม้ เหลวตลอด และการเพาะเลี้้ย� งไม่่มีปี ระโยชน์อ์ ะไร ถ้า้ มันั ไม่่ได้ก้ ลับั ไป
ทำำ�หน้้าที่่ข� องมัันในธรรมชาติิ เหมืือนเสือื ที่่อ� ยู่่ใ� นกรง ไม่่มีปี ระโยชน์ต์ ่่อระบบนิเิ วศ ไม่่มีคี ุุณค่่าของความเป็น็ เสือื ที่่�เป็น็ สัตั ว์์ผู้้�ล่่า
78
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
79
พะยููน
Dugong
น้ำ��ำ หนักั ความยาวลำำ�ตัวั
200-300 ก.ก 3.15-3.31 ม.
ความยาวของครีีบ ขนาดของแพนหาง
0.35-0.45 ม. 0.75-0.85 ม.
จุุดเด่่น
ลัักษณะทั่่�วไป ครีีบพะยููน
หางพะยููน
เป็น็ สััตว์เ์ ลี้้ย� งลููกด้ว้ ยน้ำำ��นมที่่อ� าศัยั อยู่่�ในทะเล มีีขนาดลำ�ำ ตััว
เล็ก็ กว่่าวาฬบรููด้้า ลำ�ำ ตัวั ยาวประมาณ 9-12 เมตร สีลี ำำ�ตัวั โดยทั่่ว� ไป
คล้้ายวาฬบรููด้า้ มาก แต่่บริเิ วณด้้านบนของปากมีีสันั เพีียงสันั เดียี ว
และมีีครีบี หลังั ที่่ส� ููงกว่่าและมีคี วามโค้้งน้อ้ ยกว่่าของวาฬบรููด้้า ใน
ประเทศไทยหาได้้ยาก โดยเข้า้ มาหากินิ ตามแนวปะการังั เป็น็ ครั้้ง� คราว
บริิเวณเกาะในทะเลอันั ดามันั และอ่่าวไทยตอนล่่าง
81
ชีีววิิทยา อาหาร ถิ่่�นอาศัยั
พฤติกิ รรม อาหารของพะยููน ได้้แก่่ หญ้้าทะเลที่่�ขึ้้�น พะยููนพบได้้ในทะเลเขตอบอุ่่�นอย่่างกว้้าง
ตามแถบชายฝั่่� งและน้ำ�ำ� ตื้้น� โดยพะยููนมัักจะ ขวางตั้้�งแต่่ชายฝั่่� งของแอฟริิกาตะวัันออก
พะยููนมีรี ููปร่่างคล้า้ ยแมวน้ำำ��ขนาดใหญ่่ที่่อ� ้ว้ น หากิินในเวลากลางวััน และใช้้เวลานานถึึง มหาสมุุทรอินิ เดีีย ทะเลอัันดามััน อ่่าวไทย
กลมเทอะทะ ครีีบมีีลัักษะคล้้ายใบพายซึ่่�งมีี 8 ชั่่�วโมงต่่อวััน ทะเลจีีนใต้้ ทะเลฟิลิ ิิปปิิน ทะเลซููลูู ทะเลเซ
วิวิ ัฒั นาการมาจากขาหน้า้ ใช้ส้ ำำ�หรับั พยุุงตัวั เลบีสี เกาะชวา จนถึึงโอเชียี เนีีย โดยปกติิ
และขุุดหาอาหาร ไม่่มีคี รีีบหลััง ไม่่มีีใบหูู ตา แล้ว้ มักั จะไม่่อาศััยอยู่่�น้ำ��ำ ที่่�ขุ่่น�
มีีขนาดเล็็ก ริิมฝีีปากมีีเส้้นขนอยู่่�โดยรอบ
ตััวผู้�้บางตััวเมื่่�อเข้้าสู่่�วััยรุ่่�นจะมีีฟันั คู่่�หนึ่่�ง
งอกออกจากปากคล้้ายงาช้้าง ใช้้สำำ�หรัับ
ต่่อสู้้�เพื่่� อแย่่งคู่�่กัับใช้้ขุุดหาอาหาร ในตััว
เมียี มีีนมอยู่�่ 2 เต้้า ขนาดเท่่านิ้้�วก้อ้ ย ยาว
ประมาณ 2 เซนติิเมตร อยู่�่ถัดั ลงมาจากขา
คู่่ห� น้า้ สำำ�หรัับเลี้้ย� งลููกอ่่อน
ปััจจัยั คุุกคาม ธุุรกิิจท่่องเที่ย่� ว
ปััจจััยจากมนุุษย์์ ภาคการท่่องเที่่�ยงหรืือเรืือยนต์์ขนาดใหญ่่
ที่่ท� ำำ�การในแหล่่งหากินิ ของพะยููนก็ม็ ีสี ่่วนใน
ม นุุ ษ ย์์ เ ร า เ ป็็ น ตัั ว ก า รสำำ�คัั ญ ที่่� ทำ�ำ ใ ห้้ การรบกวน และเป็น็ อันั ตรายต่่อชีีวิติ ความ
ท รัั พย า ก ร ห ล า ย อ ย่่ า ง ห ม ด ไ ป อ ย่่ า ง น่่ า เป็น็ อยู่ข�่ องพะยููน เช่น่ ที่่บ� ริเิ วณหน้า้ ฐานทัพั
เสียี ดาย สำำ�หรับั พะยููน การล่่าเพื่่�อนำ�ำ เนื้้อ� มา เรือื ทัับละมุุ ที่่ท� ่่าเรืือคุุระบุุรีี ในจังั หวัดั พัังงา
เป็็นอาหารหรืือเพื่่� อประกอบพิิ ธีีกรรมของ เป็น็ ต้น้ นอกจากนี้้เ� รือื อาจชนทำ�ำ ให้พ้ ะยููนได้้
ชนพื้้� นเมืืองบางกลุ่่�มแล้้ว พะยููนยัังติิด รับั บาดเจ็บ็ หรือื ตายได้้ เช่น่ กรณีพี ะยููนเพศ
เครื่่�องมืือประมงโดยบังั เอิญิ เช่่น ติดิ อวน ผู้้� ความยาว 2.4 เมตร ถููกเรือื ชนที่่�ท่่าเรือื
ที่่�ขึึงกั้้�นฉลามในประเทศออสเตรเลีีย ติิด น้ำ��ำ ลึึก จ.ภููเก็็ต เมื่่�อปีี 2541 ทำำ�ให้้กระดููกสััน
อวนลอยประเภทต่่างๆ นอกจากนี้้ม� ลภาวะที่่� หลังั หััก 8 ข้้อ และเป็น็ สาเหตุุให้พ้ ะยููนตาย
ลงสู่ท�่ ะเลอันั สืบื เนื่่อ� งมาจากการเติบิ โตของ ในที่่�สุุด
ชุุมชนชายฝั่่� งทะเล โรงงานอุุตสาหกรรม
82
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
83
เต่า่ มะเฟืือง
Leatherback turtle
น้ำ��ำ หนััก ความยาวลำำ�ตัวั
400-900 กก 150-200 ซม.
อาศััยอุุณหภููมินิ ้ำ��ำ วางไข่่ครั้้�งละ
10-20 องศา 66-104 ฟอง
จุุดเด่น่
ลักั ษณะทั่่�วไป กระดองคล้า้ ยผลมะเฟือื ง
ลักั ษณะรููปร่่างของเต่่ามะเฟือื งที่่โ� ดดเด่่นคือื มีกี ระดองคล้า้ ย ครีบี หน้้าใหญ่่ลักั ษณะเหมืือนใบพาย ครีบี คู่�่
ผลมะเฟือื ง และครีีบคู่่�หน้้าไม่่มีีเล็็บตั้้�งแต่่ออกจากไข่่ ความลึึกที่่�เต่่า หน้้าไม่่มีีเล็บ็
มะเฟือื งสามารถดำ�ำ น้ำำ�� ได้้คืือ 1,280 เมตร เป็น็ เต่่าทะเลที่่ม� ีขี นาดใหญ่่
ที่่�สุุด ตัวั โตเต็ม็ ที่่�อาจมีขี นาดมหึมึ าถึงึ 2 เมตรกว่่า และทำ�ำ น้ำ��ำ หนักั ได้้
ราวๆครึ่่ง� ตันั เลยทีเี ดีียว วางไข่่ครั้้ง� ละ ประมาณ 66 -104 ฟอง ไข่่มีี
สีขี าวออกแดงเรือื งๆ ขนาดไม่่ธรรมดาจะใหญ่่กว่่าเต่่าทะเลชนิิดอื่่�น ๆ
คืือมีขี นาดความยาวรอบ 2.5 นิ้้�ว ใช้้เวลาฟักั เป็น็ ตััวราว 60 วััน เมื่่อ�
ลููกเต่่าเกิดิ มันั จะรีีบคลานลงสู่ท่� ้อ้ งทะเลในทัันทีี ในช่่วงอาทิิตย์์แรกเต่่า
มะเฟือื งน้อ้ ยจะได้ร้ ับั อาหารจากไข่่แดงติิดอยู่่� ตลอดชีวี ิิต เต่่ามะเฟือื ง
จะใช้้ชีีวิิตในทะเลลึึก ยกเว้้นเพีียงช่่วงที่่�ต้้องสืืบพัันธุ์์�จึึงจะกลัับเข้้ามา
ตามชายฝั่่� ง
85
ชีีววิิทยา อาหาร ถิ่่�นอาศัยั
พฤติกิ รรม อาหารของพะยููน ได้้แก่่ หญ้้าทะเลที่่�ขึ้้�น พะยููนพบได้้ในทะเลเขตอบอุ่่�นอย่่างกว้้าง
ตามแถบชายฝั่่� งและน้ำ�ำ� ตื้้น� โดยพะยููนมัักจะ ขวางตั้้�งแต่่ชายฝั่่� งของแอฟริิกาตะวัันออก
พะยููนมีรี ููปร่่างคล้า้ ยแมวน้ำำ��ขนาดใหญ่่ที่่อ� ้ว้ น หากิินในเวลากลางวััน และใช้้เวลานานถึึง มหาสมุุทรอินิ เดีีย ทะเลอัันดามััน อ่่าวไทย
กลมเทอะทะ ครีีบมีีลัักษะคล้้ายใบพายซึ่่�งมีี 8 ชั่่�วโมงต่่อวััน ทะเลจีีนใต้้ ทะเลฟิลิ ิิปปิิน ทะเลซููลูู ทะเลเซ
วิวิ ัฒั นาการมาจากขาหน้า้ ใช้ส้ ำำ�หรับั พยุุงตัวั เลบีสี เกาะชวา จนถึึงโอเชียี เนีีย โดยปกติิ
และขุุดหาอาหาร ไม่่มีคี รีีบหลััง ไม่่มีีใบหูู ตา แล้ว้ มักั จะไม่่อาศััยอยู่่�น้ำ��ำ ที่่�ขุ่่น�
มีีขนาดเล็็ก ริิมฝีีปากมีีเส้้นขนอยู่่�โดยรอบ
ตััวผู้�้บางตััวเมื่่�อเข้้าสู่่�วััยรุ่่�นจะมีีฟันั คู่่�หนึ่่�ง
งอกออกจากปากคล้้ายงาช้้าง ใช้้สำำ�หรัับ
ต่่อสู้้�เพื่่� อแย่่งคู่�่กัับใช้้ขุุดหาอาหาร ในตััว
เมียี มีีนมอยู่�่ 2 เต้้า ขนาดเท่่านิ้้�วก้อ้ ย ยาว
ประมาณ 2 เซนติิเมตร อยู่�่ถัดั ลงมาจากขา
คู่่ห� น้า้ สำำ�หรัับเลี้้ย� งลููกอ่่อน
ปััจจัยั คุุกคาม ธุุรกิิจท่่องเที่ย่� ว
ปััจจััยจากมนุุษย์์ ภาคการท่่องเที่่�ยงหรืือเรืือยนต์์ขนาดใหญ่่
ที่่ท� ำำ�การในแหล่่งหากินิ ของพะยููนก็ม็ ีสี ่่วนใน
ม นุุ ษ ย์์ เ ร า เ ป็็ น ตัั ว ก า รสำำ�คัั ญ ที่่� ทำ�ำ ใ ห้้ การรบกวน และเป็น็ อันั ตรายต่่อชีีวิติ ความ
ท รัั พย า ก ร ห ล า ย อ ย่่ า ง ห ม ด ไ ป อ ย่่ า ง น่่ า เป็น็ อยู่ข�่ องพะยููน เช่น่ ที่่บ� ริเิ วณหน้า้ ฐานทัพั
เสียี ดาย สำำ�หรับั พะยููน การล่่าเพื่่�อนำ�ำ เนื้้อ� มา เรือื ทัับละมุุ ที่่ท� ่่าเรืือคุุระบุุรีี ในจังั หวัดั พัังงา
เป็็นอาหารหรืือเพื่่� อประกอบพิิ ธีีกรรมของ เป็น็ ต้น้ นอกจากนี้้เ� รือื อาจชนทำ�ำ ให้พ้ ะยููนได้้
ชนพื้้� นเมืืองบางกลุ่่�มแล้้ว พะยููนยัังติิด รับั บาดเจ็บ็ หรือื ตายได้้ เช่น่ กรณีพี ะยููนเพศ
เครื่่�องมืือประมงโดยบังั เอิญิ เช่่น ติดิ อวน ผู้้� ความยาว 2.4 เมตร ถููกเรือื ชนที่่�ท่่าเรือื
ที่่�ขึึงกั้้�นฉลามในประเทศออสเตรเลีีย ติิด น้ำ��ำ ลึึก จ.ภููเก็็ต เมื่่�อปีี 2541 ทำำ�ให้้กระดููกสััน
อวนลอยประเภทต่่างๆ นอกจากนี้้ม� ลภาวะที่่� หลังั หััก 8 ข้้อ และเป็น็ สาเหตุุให้พ้ ะยููนตาย
ลงสู่ท�่ ะเลอันั สืบื เนื่่อ� งมาจากการเติบิ โตของ ในที่่�สุุด
ชุุมชนชายฝั่่� งทะเล โรงงานอุุตสาหกรรม
86
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
จ. พัังงา
จ. ภููเก็็ต
87
วาฬโอมูรู ะ ความยาวลำ�ำ ตัวั
Omura’s whale 10-11.5 ม.
น้ำำ�� หนััก
19-20 ตััน
วัยั เจริญิ พัันธุ์�์
8-13 ปีี
ลัักษณะทั่่�วไป จุุดเด่่น
วาฬโอมููระ Omura’s whaleจัดั อยู่ใ่� นกลุ่่�ม สัตั ว์์เลี้้�ยงลููก รอยจีบี ใต้้ลำำ�คอมีจี ำำ�นวนมากกว่่า คือื 80
– 90 รอยจีบี และ ซี่่�กรองด้้านซ้า้ ย ขวา มีี
ด้ว้ ยนม (Mammals) ที่่อ� าศัยั ในทะเล ตััวเต็ม็ วัยั มีขี นาด 10-11.5 ด้้านละ 180-210 ซี่่�
เมตร น้ำำ��หนัักไม่่เกินิ 20 ตันั เป็น็ วาฬสายพัันธุ์�ห์ ายากที่่ม� ีคี วาม
คล้า้ ยคลึึงกับั วาฬบรููด้้า ถููกค้้นพบครั้้ง� แรกจากซาก ในปีี ค.ศ. 2003 วาฬโอมููระมีีสัันบริิเวณตรงกลางของส่่วน
และเมื่่อ� พิิจารณาจากแล้ว้ จึึงพบว่่ามีีความต่่างจากวาฬบรููด้า้ โดย หััว 1 เส้้น
วาฬโอมููระนั้้�นมีีขนาดเล็็กกว่่า รอยจีบี ใต้ล้ ำ�ำ คอมีจี ำ�ำ นวนมากกว่่า คือื
80 – 90 รอยจีบี มีีครีีบหลังั ที่่ส� ููงกว่่าและมีคี วามโค้้งน้้อยกว่่าของ
วาฬบรููด้า้ และวาฬโอมููระมีีสันั บริิเวณตรงกลางของส่่วนหัวั 1 สััน
โดยวาฬบรููด้า้ มีี 3 สััน
89
ชีีววิิทยา
พฤติกิ รรม
เนื่่อ� งจากวาฬชนิดิ นี้้� พบได้ย้ าก จึงึ ไม่่สามารถทราบรายละเอียี ดเกี่่ย� วกับั พฤติกิ รรมการดำ�ำ รงชีวี ิติ ที่่แ� น่่นอน ในส่่วนของเรื่่อ� งแหล่่งอาศัยั ก็ย็ ังั คง
สรุุปไม่่ได้้ เพราะบางครั้้ง� เราก็จ็ ะเห็น็ ที่่�สถานที่่�ที่่�ไม่่น่่าจะพบได้้
ทีมี นักั ชีีววิิทยาของพิิพิิธภััณฑ์ส์ ััตว์น์ ้ำำ�� นิิวอิงิ แลนด์์ กัับสถานบัันวิิจััยมหาสมุุทรวู้้�ดโฮล ได้ถ้ ่่ายวีดี ีีโอของวาฬโอมููระที่่ก� ำำ�ลัังว่่ายอยู่�่ใต้ม้ หาสมุุทรที่่�
อยู่แ�่ ถวชายฝั่่� งมาดััสการ์์ ปัจั จุุบันั นี้้ท� างการสัตั ว์น์ ้ำ��ำ ทั่่ว� โลกต่่างลงความเห็็นว่่าวาฬโอมููระนั้้น� คงจะเป็น็ วาฬที่่�ไกล้้สููญพัันธุ์อ�์ ย่่างยิ่่ง�
ถิ่่น� อาศััย
ส่่วนใหญ่่พบการกระจายในมหาสมุุทรแปซิิฟิกิ สำ�ำ หรับั ในประเทศไทยมีีรายงานการพบวาฬโอมููระทั้้�งฝั่�่งอ่่าวไทย และอันั ดามััน
สถานภาพการอนุุรัักษ์์
สถานภาพการอนุุรัักษ์์ในระดัับโลก โดยการจัดั อันั ดัับของ IUCN (2018) คือื Data Dificient (DD) หรืือ ยัังมีีข้อ้ มููลไม่่เพีียงพอต่่อ
การจัดั อัันดับั
สถานภาพการอนุุรักั ษ์์ในประเทศไทย เป็น็ สัตั ว์ป์ ่า่ สงวน ตามพระราชบััญญัตั ิสิ งวนและคุ้้�มครองสััตว์ป์ ่า่ พ.ศ.2562
90
ถิ่่�นที่่�อยู่่�
91