The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ameenah Kareeman, 2022-06-28 14:46:28

รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

Keywords: รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั ิวชิ าชีพสงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
สถานที่ฝกึ ปฏิบตั ิวชิ าชพี สังคมสงเคราะห์

มลู นิธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)
พืน้ ทศี่ ึกษาชุมชน : ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลยี น จังหวดั ตรงั

จัดทำโดย 6220210161
1. นางสาวอัสมา สุมาตรา 6220210162
2. นางสาวอามนี ๊ะ การีมนั 6220210316
3. นางสาวไมสาเราะ บูอีตำ 6220210378
4. นางสาวอิสรา ขุนจนั ทร์

รายงานฉบบั นี้เปน็ ส่วนหน่ึงของรายวชิ า 444-302 Field Work II
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปตั ตานี

รายงานการฝึกปฏิบัติวชิ าชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
สถานทฝี่ กึ ปฏิบตั ิวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

มลู นิธอิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)
พ้ืนทศี่ ึกษาชุมชน : ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวดั ตรงั

จัดทำโดย 6220210161
1. นางสาวอัสมา สุมาตรา 6220210162
2. นางสาวอามีน๊ะ การีมัน 6220210316
3. นางสาวไมสาเราะ บูอตี ำ 6220210378
4. นางสาวอิสรา ขนุ จันทร์

อาจารยภ์ าคสนาม นางสาวรจุ นิ นั ท์ ผลาหาญ
อาจารย์นิเทศ ดร.วนภทั ร์ แสงแกว้

ระยะเวลาฝึกวิชาชพี 2 ระหว่างวนั ท่ี 18 เมษายน 2565 ถงึ 24 มิถนุ ายน 2565
รายงานฉบับนเ้ี ปน็ สว่ นหนึ่งของรายวชิ า 444-302 Field Work II
ภาคการศึกษาที่ 3 ปกี ารศกึ ษา 2564

หลกั สตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ัณฑติ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตานี

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

คำนำ
รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II) จัดทำขึ้นเพื่อรายงานการฝึก
ปฏิบัติงานของนักศึกษาหลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในการฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครั้งที่ 2 โดยมี
มาตรฐานผลการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ การมีทักษะ ใน
การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ การนำรายวิชาที่ได้ศึกษามาบูรณาการกับการทำงานจริงในหน่วยงาน เพ่ือ
นำไปแกป้ ญั หาสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มมี นษุ ยสมั พันธแ์ ละทำงานร่วมกับผู้อื่นไดด้ ี อกี ทงั้ สามารถปรับตัวเข้า
กบั ผู้รว่ มงาน ชุมชนได้
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครั้งนี้ 2 นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์ชุมชน ณ มูลนิธิอันดามนั และชุมชนตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลยี น จังหวัดตรัง โดยในรายงาน
เล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน มาเรียบเรียง ซึ่งประกอบไปด้วยสี่ส่วน ได้แก่ ส่วนที่
หน่งึ ข้อมูลทว่ั ไปเกย่ี วกับหน่วยงานและชุมชน สว่ นทีส่ อง การสงั เคราะห์การปฏบิ ัติงานสงั คมสงเคราะห์ ส่วน
ที่สาม Community Review และส่วนที่สี่ การสรุปบทเรียนรู้และการวิเคราะห์การปฏิบัติงานสังคม
สงเคราะห์ชมุ ชนรายบคุ คล
ในการนี้นักศึกษาขอขอบคุณ ดร.วนภัทร์ แสงแก้ว อาจารย์ประจำหลักสูตรสังคมสงเคราห์ศาสตร
บัณฑิต เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการฝึกวิชาชีพ และอาจารย์ประจำหลักสูตรทุกท่านที่มอบองค์ความรู้ ชี้แนะ
แนวทางฝึกปฏิบัติงานและให้การปรึกษา การเรียบเรียงรายงานเล่มนี้ และขอขอบคุณ อาจารย์ภาคสนาม
และเจ้าหน้าที่ ประจำมูลนิธิอันดามัน จังหวัดตรัง ที่ได้ชี้แนะแนวทางการปฏิบัติงานและถ่ายทอดความรู้
ให้แก่นักศึกษา และที่สำคัญขอขอบคุณผู้นำชุมชนเกาะสุกรและชาวตำบลเกาะสุกรที่ให้ข้อมูลชุมชนและให้
การสนับสนุนการจัดโครงการของนักศึกษา รายงานเล่มนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน หากมี
ขอ้ เสนอแนะประการใดผูจ้ ดั ทำขอรบั ไว้ ด้วยความขอบพระคณุ ยิ่ง หากผดิ พลาดประการใดผู้จดั ทำขออภัยมา
ณ โอกาสน้ี

ผจู้ ัดทำ

มลู นธิ อิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลักสตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ัณฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

สารบัญ
บทท่ี 1 ข้อมลู พนื้ ฐานของหน่วยงานและชุมชน……………………………………………………………………………………1
บทท่ี 2 วเิ คราะห์วธิ กี ารปฏิบัติงานสังคมสงเคราะหช์ ุมชน……………………………………………………………………24
บทที่ 3 Community Review สรปุ ผลและถอดบทเรยี นโครงการของนักศึกษาทไี่ ด้ร่วมปฏบิ ตั ิ
กบั ชมุ ชนภายใต้หนว่ ยงานฝึกปฏิบัติ…………………………………………………………………………………………………42
บทท่ี 4 ถอดบทเรยี น และวิเคราะห์การปฏบิ ัตงิ านสงั คมสงเคราะหช์ ุมชนรายบุคคล………………………………54
บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………………………………………………83
ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………………………………………………..84

มลู นธิ อิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

1

บทที่ 1
ขอ้ มูลพืน้ ฐานของหน่วยงานและชุมชน
ข้อมูลพื้นฐานเก่ยี วกับเปน็ องค์กรพัฒนาเอกชน ทีจ่ ดทะเบียนเป็นมูลนธิ ิกับสำนักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติจังหวัดตรังและจดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม มีดงั นี้
1. ข้อมลู พื้นฐานของมูลนิธอิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)
2. ขอ้ มูลพ้นื ฐานของจังหวดั ตรงั
3. ข้อมลู พ้นื ฐานตำบลเกาะสกุ ร

1. ข้อมลู พื้นฐานของมลู นิธิอนั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

1.1 ข้อมลู ทั่วไปและประวัตคิ วามเป็นมา
ประวตั คิ วามเป็นมา
เครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งทะเลอันดามัน (Save Andaman Network-SAN) จัดตั้ง

ขึ้นโดยความร่วมมือขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานพัฒนาชุมชนชายฝั่งอันดามันคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม
ชายฝั่งอันดามันก่อความเสียหายให้กับชุมชนชายฝั่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นชุมชนที่ร่วมงานพัฒนากับเครือข่าย
องค์กรพัฒนาเอกชนด้านทะเล กับส่วนที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์และชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ ความ
เสียหายอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชุมชน เกินวิสัยที่องค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งเป็นองค์กรท้องถิ่นอันดามันแต่ละ
องค์กรจะแกไ้ ขปญั หารว่ มกบั ชุมชนได้ จึงไดเ้ กิดความร่วมมือกันจัดต้ังเครือข่ายความร่วมมือฟนื้ ฟชู มุ ชนอันดา
มันข้นึ

28 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ภาคีความร่วมมือขององค์กรภาคประชาชน และองค์กรเอกชน
สาธารณประโยชน์ภาคใต้ 6 องค์กรหลัก ประกอบด้วย สมาพันธ์ชาวประมงภาคใต้ คณะกรรมการ
ประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช. ภาคใต้) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงาน
ปฏิบัติการภาคใต้ โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ในพืน้ ที่ภาคใต้ และกลุ่มเพื่อนอัน
ดามันไดร้ วมตัวกนั ณ สำนกั งานสมาพนั ธช์ าวประมงพืน้ บ้าน จงั หวดั ตรัง เกิดเปน็ เครอื ข่ายความร่วมมือฟื้นฟู

มลู นิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สตู รสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

2

ชุมชนชายฝั่งอันดามัน (Save Andaman Network-SAN) เพื่อทำการสำรวจและช่วยเหลือเบื้องต้น และ
กำหนดแนวทางประสานสนับสนุนช่วยเหลือระยะยาว โดยมุ่งส่งเสริมสนับสนุนการรวมตัวเพื่อพึ่งพาตนเอง
ของชุมชนชาวบ้าน ในการบรรเทาปัญหาและฟื้นฟูอาชีพ ชีวิตชุมชนตลอดจนธรรมชาติอย่างบูรณาการและ
ยัง่ ยืนโดยชมุ ชนชาวบา้ นเป็นหลักในการพัฒนา

ต่อมามีภาคีเครือขา่ ยความร่วมมอื เพื่อการฟื้นฟูชุมชนและทรัพยากรจาก 40 องค์กรทั่วประเทศเข้า
ร่วม โดยมีคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนมูลนิธิเด็ก มูลนิธิซิเมนต์ไทย และมูลนิธิเพื่อการ
พัฒนาที่ยั่งยืน เป็นหน่วยสนับสนุนประสานส่วนกลางและได้ปรับองค์กรใหม่เมื่อ 6 เดือน เมื่อวันที่ 15
มิถุนายน 2548 ประกอบด้วย ภาคีหลัก คือ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม มูลนิธิคุ้มครองสัตวป์ ่าและพันธุ์พชื
แห่งประเทศไทยในพระบรมชูปถัมภ์ มูลนิธิเด็ก เครือข่ายสลัม 4 ภาค กลุ่มเพื่อนอันดามัน โครงการวิจัยเชงิ
ปฏิบัติการชีวิตสาธารณะท้องถิ่นน่าอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (อพช.) สำนักงาน
ปฏบิ ัติการภาคใต้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพฒั นาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช. ภาคใต้) มูลนิธิสานแสง
อรุณ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบา้ นภาคใต้ โครงการพัฒนาชมุ ชนเปน็ สุขท่ภี าคใต้
ดบั บา้ นดบั เมอื งเรยี นรู้อยูด่ ปี ากใต้

ในระยะแรกปี พ.ศ. 2548-2549 เป็นการฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัยจากสึนามิ โดยมุ่งเน้นการ
สนับสนุนพลงั ชมุ ชนและการซอ่ มแซมความเสียหายดา้ นวัตถทุ ่ีเกิดจากสนึ ามิ แนะสร้างพลังร่วม ของผู้สูญเสีย
สวัสดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตโดยการดำเนินงานภายใต้ พื้นที่ 6 จังหวัด 121 ชุมชน และระยะที่สองช่วง
กลางปี พ.ศ. 2549 - กลางปี พ.ศ. 2552 เครือข่ายความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน (Save
Andaman Network-SAN) มงุ่ เน้นการยกระดับกระบวนการชุมชนท่ีเกิดข้ึนจากการฟ้นื ฟชู ุมชนในช่วงแรกสู่
การพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย การบริหารจัดการทรัพยากรทางประมงและชายฝั่ง การพัฒนากลุ่มอาชีพ
กองทุนชุมชนและเศรษฐกิจชุมชน การเสริมสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางสังคมของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
เช่น เด็ก สตรี ชนเผาทะเล อุรกั ลาโวย้ มอแกน รวมทัง้ ส่งเสรมิ การมีส่วนร่วมของหญิงและชายในการทำงาน
ด้านการพฒั นา

มูลนิธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN) จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ.
2552 จดทะเบียนเป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อวันที่
20 ตลุ าคม พ.ศ. 2553 ประเภทองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ภารกิจ

สนับสนุนและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชาวประมงพื้นบ้าน ในการจัดการทรัพยากรทางทะเล
และชายฝ่ัง

มูลนิธอิ นั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

3

วัตถปุ ระสงค์องคก์ ร
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ทรัพยากร ใน
พ้นื ทีช่ ายฝั่ง ล่มุ น้ำและทะเลอยา่ งยั่งยนื
2. เพื่อดำเนินการให้มกี ารอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรในพืน้ ที่ชายฝั่ง ลุ่มน้ำและทะเล
อยา่ งย่ังยนื
3. สนับสนุนการพัฒนาชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศาสนาและการพัฒนาองค์กรชุมชน
ตลอดจนเสริมสรา้ งความเขม้ แข็งของกลมุ่ องคก์ รชุมชน
4. เสริมสร้างความเข้าใจอันดีและก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างภาค
ประชาชน ภาควิชาการภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ รวมถึงความร่วมมือเพื่อการการพัฒนาทียั่ง ยืน
ระหวา่ งประเทศ
5. เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความ
เป็นกลาง มใิ หก้ ารสนับสนุนดา้ นการเงินหรือทรัพย์สนิ แก่นักการเมืองหรือพรรคการเมอื งใด
ปรัชญาองค์กร
1. สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเป็นเจ้าของ คิด และปฏิบัติการกิจกรรมฟื้นฟู มีความ
เขม้ แขง็ สามารถจัดการและพึง่ พาตนเอง ตลอดจนประสานภาคเี ครือข่ายอ่นื ๆ ได้ดว้ ยดี
2. การฟื้นฟูชุมชนในการบรรเทาทุกข์และประสานความช่วยเหลือต่าง ๆ ในการฟื้นฟูชีวิต อาชีพ
ชุมชน คุณภาพชีวติ ตลอดจนสภาพแวดล้อมทัง้ ในระยะเริม่ ตน้ ระยะกลาง และระยะยาว
3. การพัฒนาในระยะยาวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในการจัดการตนเองของชุมชนในมิติต่าง ๆ เช่น
การปกครองตนเอง กองทนุ พัฒนาชมุ ชน ทรพั ยากรสงิ่ แวดล้อมชมุ ชน เป็นต้น
4. การเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีมาก่อน เช่น ปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน น้ำสะอาด
การถนอมใชท้ รัพยากรธรรมชาตทิ ัง้ ทะเลและชายฝ่งั เป็นตน้
1.2 การดำเนนิ กจิ กรรมองคก์ ร
พ้นื ทีด่ ำเนินการ
มูลนิธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN) มีพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน
ไดแ้ ก่ จังหวดั กระบี่ ตรัง และสตลู
โครงการที่กำลงั ดำเนินงาน

มลู นธิ ิอันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

4

1. โครงการตรังยั่งยนื ทำความดดี ว้ ยหัวใจ ลดภยั สง่ิ แวดล้อม
2. โครงการนิเวศบรกิ ารหญา้ ทะเล
3. โครงการพัฒนาศกั ยภาพชุมชนในการบริหารจัดการระบบนิเวศชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยนื และ
สุขภาวะ
4. โครงการเศรษฐกิจหมนุ เวียนเพื่อจัดการปญั หาขยะทะเล ใน 8 หมู่บ้าน ของพื้นที่ตำบลเกาะลิบง
อ.กนั ตงั จ.ตรงั
1.3 การจดั ต้ังกล่มุ เครอื ขา่ ยองคก์ รชุมชน
1. กลุ่มอนรุ กั ษ์ทรัพยากรป่าชายเลนป่าตน้ นำ้ ในพ้นื ทจี่ งั หวัดตรังและจงั หวดั กระบี่
2. เครือข่ายสตรีประมงพื้นบ้านพัฒนาศักยภาพกลุ่มสตรีด้านอาชีพและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
3. การพฒั นาศักยภาพแกนนำเยาวชน
4. พัฒนาศักยภาพเครอื ขา่ ย
5. ผลักดนั การแก้ปญั หาด้านกฎหมายและนโยบาย
1.4 การประสานความร่วมมือกับส่วนกับส่วนราชการในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของ
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมโดยใชช้ ุมชนเปน็ ฐาน
1. สนับสนนุ และพัฒนาองค์ความรู้ในการจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มแก่ชุมชน
2. สนบั สนนุ การจัดทำเขตอนุรกั ษท์ รพั ยากรทางทะเลและชายฝั่ง
3. สนบั สนนุ การตรวจตราเฝ้าระวังทางทะเลและชายฝั่งในพนื้ ท่อี นรุ ักษ์ทางทะเล
4. สนับสนุนกจิ กรรมอนรุ กั ษฟ์ ้นื ฟูทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มอยา่ งตอ่ เนื่อง
1.5 กิจกรรมร่วมกบั เครอื ข่าย

1. สนับสนุน เสริมสรา้ งความเข้มแขง็ กลุม่ องค์กรชุมชนในจงั หวดั ตรงั และจงั หวัดกระบี่
2. สนับสนุนและพัฒนาการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การจัดทำฝ่ายชะลอน้ำ การจัดทำเขตอนุรักษ์
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝงั่ และสตั ว์ทะเลหายาก ได้แก่ พายุโลมา และเต่าทะเลโดยชมุ ชน
3. การจัดทำแหล่งเรียนรู้ชุมชน ธนาคารปูม้าไข่นอกกระดอง การเพาะพันธุ์หญ้าทะเล
ประสานงานกบั หนว่ ยงานราชการ องคก์ รชมุ ชน องค์กรภาคประชาชนนกั วิชาการ ภาคธรุ กจิ

มลู นธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลักสูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

5

4. เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและร่วมปฏิบัติตามบันทึก ความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยการ
อนุรกั ษพ์ ะยนู (Dugong MOU/UNEF)

5. การเสริมสร้างความสามารถของชุมชนชายฝั่งทะเลในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภมู อิ ากาศและการใชพ้ ลังงานอย่างมีคุณคา่

6. การเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายสตรีประมงพื้นบ้านในด้านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
1.6 ประสบการณ์ท่ผี า่ นมาในกรดำเนนิ กจิ กรรม

ผลสำเร็จท่ีผา่ นมา
1. การจัดทำเขตอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และสัตว์ทะเลหา
ยาก ได้แก่ พะยูน โลมา และเต่าทะเลโดยชุมชนและผลักดันเป็นข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล 3
ตำบล
2. พน้ื ทแี่ นวเขตอนรุ กั ษพ์ ันธุ์สัตวน์ ำ้ วัยออ่ นสีห่ มูบ่ า้ น (เขตเล-เสบา้ น)
3. ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อหินว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรหญ้าทะเลและ
ระบบนเิ วศชายฝงั่ อย่างย่ังยืน พ.ศ. 2553
4. ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบงว่าด้วยการอนุรักษ์พะยูนและหญา้ ทะเล พ.ศ.2554
และจัดกระบวนการหารือร่วมกับชุมชนเพื่อพื้นที่แนวเขตอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลตำบลเกาะลิบง พ.ศ.
2562
5. ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลสุกรว่าด้วยการอนุรักษ์โลมาและระบบนิเวศหญ้าทะเล พ.ศ.
2558
6. จัดทำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่อง มาตรการคุ้มครอง
ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่อำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอย่านตาขาวอำเภอกันตัง
และอำเภอสิเกา จังหวดั ตรงั พ.ศ. 2563
7. ผลักดันการปรับปรุงและแก้ไข พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 และ พระราชบัญญัติ
สง่ เสริมการบรหิ ารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 2558
8. ร่วมกับสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในการปรับปรุง
แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา

มลู นธิ ิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลักสูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บัณฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

6

คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
พระราชบัญญัติสงวนและค้มุ ครองสัตว์ปา่ พ.ศ. 2562

9. รว่ มกบั กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มและจงั หวัดตรัง จัดทำโครงการ และผลกั ดันการทำ MOU
ขบั เคล่อื นตรงั สกู่ ารพัฒนาท่ียง่ั ยืน วา่ ด้วยการแกไ้ ขปัญหาขยะทะเลและอนรุ ักษ์พะยนู ภายใต้โครงการ “ตรัง
ยั่งยืน ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม “การขับเคลื่อนเมืองสีเขียวและการลดขยะ สู่การพัฒนาที่
ย่ังยืน”

10. สนบั สนนุ กจิ กรรมอบรมใหค้ วามรู้เรื่องสถานการณแ์ ละวางแผนการขยะโดยชมุ ชนชายฝั่ง
11. ร่วมกับ กองเลขานุการสหประชาชาติ Dugong MOU และภาคีเครือข่าย ในการจัดทำแผน
แม่บทอนุรกั ษพ์ ะยนู
12. ร่วมกับทช. และชุมชนจัดทำแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูหญ้าทะเลและพะยูนจังหวัดตรัง พ.ศ.2564 –
2568
1.7 ผลงานเดน่ ของมูลนิธิ
1. สนบั สนุน เสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งกลมุ่ องค์กรชุมชนและเครอื ขา่ ยองคก์ รชุมชนในจังหวัดตรังและ
จงั หวดั กระบี่
2. การจัดทำเขตอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสัตว์ทะเลหายาก ได้แก่ พายูน โลมา
และเต่าทะเลโดยชมุ ชน
3. การจัดโครงการเพิ่มศักยภาพการปรับตัวของชุมชนชายฝั่งที่เสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภมู อิ ากาศ (INCA) จังหวดั ตรงั
1.8 สมาชิกเครือขา่ ย
1. เครือข่ายชาวประมงพนื้ บา้ นจงั หวดั ตรัง จำนวน 44 ชุมชน
2. เครอื ข่ายสตรีประมงพื้นบา้ นจงั หวัดตรงั จำนวน 10 ชมุ ชน
3. เครอื ขา่ ยชาวประมงพื้นบ้านจงั หวดั กระบี่ จำนวน 10 ชุมชน
1.9 ข้อมลู การติดตอ่
ทอี่ ยู่ : มูลนิธอิ ันดามัน 35/1 ม. 4 ต. ควนปริง อ. เมอื ง จ.ตรงั 92000
โทรศัพท์ : 089 729 9600
โทรสาร : 075 258 761

มลู นิธิอนั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

7

E-mail : [email protected]

Facebook : https://www.facebook.com/saveandamannetwork.org

2. ขอ้ มลู พน้ื ฐานของจงั หวดั ตรัง

ประวัติความเปน็ มาจังหวัดตรัง
จังหวัดตรัง เป็นจังหวัดหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่งตั้งขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโ กสินทร์ จึงไม่มี

ประวตั ิในสมยั โบราณก่อนหนา้ นั้น และเข้าใจว่าในแผน่ ดินพระบรมไตรโลกนารถ ครนั้ กรุงศรีอยธุ ยานนั้ เมือง
ตรังยังไม่มี เพราะพระธรรมนูญกล่าวถึงหัวเมืองฝ่ายใต้มีเพียง นครศรีธรรมราช พัทลุง ไชยา เพชรบุรี กุย
ปราณ ครองวาฬ บางสะพาน ตะกัว่ ทงุ่ ตะก่ัวปา่ ตะนาวศี ทะวาย มะรดิ และสามโคก ดังนน้ั เมอื งตรังแต่เดิม
มา น่าจะเป็นเพียงทางผ่านไปยังเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองพัทลุงเท่านั้น ต่อมาเมื่อผู้คนตั้งถิ่นฐาน
บ้านเรือนมากขึ้นจงึ เกิดเมอื งในตอนหลงั

เท่าที่พบหลักฐานความเป็นมาของจังหวัดตรัง เริ่มแรกได้จากศิลาจารึกที่วัดเสมาเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช ซึ่งได้จารึกโดยพระเจ้าจันทรภาณุ หรือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่ 5 ในปี พ.ศ. 1773 ซึ่ง
เป็นสมัยทเ่ี มอื งนครศรีธรรมราชเจริญรุง่ เรืองมาก ได้จารกึ วา่ อาณาจกั รนครศรีธรรมราชมหี วั เมอื งรายล้อมอยู่
ถงึ 12 หัวเมือง ได้กำหนดใช้รูปสตั ว์ตามปีนักษัตรเปน็ ตราประจำเมือง เรยี กว่าการปกครองแบบ 12 นักษัตร
โดยเมอื งตรังใช้ตราม้า (ปมี ะเมยี ) เป็นตราประจำเมือง แสดงว่าในปี พ.ศ.1773 มเี มืองตรงั แล้วแต่ไม่ทราบว่า
ตั้งเมอื งอย่ทู ่ีใด ในพงศาวดารเมืองพัทลุงกล่าว วา่ เม่อื ปี พ.ศ.1493 พระยากมุ ารกับนางเลอื ดขาวไปลังกา ท้ัง
ขาไปและขามาได้แวะที่เมืองตรัง เพราะเป็น เมืองท่า นางเลือดขาวยังได้สร้างพระพุทธรูปและวัดพระพุทธ
สิหงิ ค์ไวท้ เี่ มืองตรัง

ในสมยั กรงุ ศรีอยธุ ยาและกรงุ ธนบุรี เมืองตรังมีช่ือเป็นหวั เมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครศรธี รรมราช คร้ันถึง
ปี พ.ศ.2347 รชั กาลท่ี 1 แห่งกรุงรัตนโกสนิ ทรโ์ ปรดฯ ให้ยกเมอื งตรงั ขน้ึ ตรงกับกรุงเทพฯ ชวั่ คราว เนื่องจาก
ผู้รักษาเมืองตรังเป็นอริกับเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นให้ไปขึ้นกับเมืองสงขลาระยะหนึ่ง จนถึง
พ.ศ.2354 จึงกลับไปขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชดังเดิม และได้มีการตั้งเมืองตรังขึ้นเป็นครั้งแรกโดย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงแต่งตั้งพระอุไภยธานีเป็นเจ้าเมืองตรังคนแรก และได้มีการ
สร้างหลกั เมอื งตรังไว้ท่ีควนธานี พ.ศ.2381 ในสมัยรชั กาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 4
เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ทางเมืองตรังและหัวเมืองปักษ์ใต้หลายเมือง ต่อมาจึงได้โอนเมืองตรังมาขึ้นต่อ
กรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของข้าหลวงใหญ่หัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่งตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมือง
ตรังจนถงึ พ.ศ.2428 เมอื งตรังจงึ ไดก้ ลับไปอยูภ่ ายใต้การดูแลของข้าหลวงใหญ่ซง่ึ ตง้ั กองบัญชาการอยู่ที่ภูเก็ต
และเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาลเมืองตรังจึงถูกรวมเข้าเป็นหัวเมืองหนึ่งของ
มณฑลภูเก็ต ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้
เมื่อ พ.ศ. 2433 ทรงเห็นเมืองตรังมีสภาพทรุดโทรม จึงทรงโปรดฯ ให้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
(คอซิมบี้ ณ ระนอง) มาดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตรัง และสร้างความเจริญให้แก่ตรังอย่างมากมาย โดยย้าย

มูลนิธอิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสังคมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ัณฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

8

เมืองตรังมาตัง้ ที่ อำเภอกนั ตัง ปากแมน่ ้ำตรงั โดยรวมเอาเมืองตรงั และปะเหลียนเข้าดว้ ยกนั และพัฒนาเป็น
เมืองท่าการค้าและยังไดส้ ง่ เสริมให้มีการปลกู ยางพาราท่ีจังหวดั ตรังเป็นแหง่ แรก

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าที่ตั้งตัวเมืองตรังเดิม คือ เมืองกันตังไม่
ปลอดภัยจากศัตรู ไม่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด ทั้งยังเป็นที่ลุ่มมาก น้ำทะเลท่วมถึง จะขยายตัวเมืองได้ยาก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองไปตั้งที่ตำบลทับเที่ยง อำเภอบางรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมือง
ตรังมาจนทุกวันนี้ และเมื่อมีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2476 เมืองตรังจึงมีฐานะเป็น
จงั หวดั หน่งึ ของประเทศไทย

เมืองตรงั
ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ เป็นเมืองแรกที่มีต้นยางพารา โดยพระยารัษฎานุ

ประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ได้นำพันธุ์มาจากมาเลเซียมาปลูกเป็นแห่งแรกของภาคใต้ เมื่อปี
พ.ศ. 2442 และถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธคิดเป็น ร้อยละ
93 นบั ถอื ศาสนาอสิ ลามร้อยละ 5 และอนื่ ๆ รอ้ ยละ 2

การปกครอง
การปกครอง จังหวัดตรังแบง่ เขตการปกครองออกเปน็ 10 อำเภอ คอื

- อำเภอเมือง - อำเภอกนั ตงั

- อำเภอหว้ ยยอด - อำเภอย่านตาขาว

- อำเภอปะเหลียน - อำเภอสเิ กา

- อำเภอวงั วเิ ศษ - อำเภอนาโยง

- อำเภอรัษฏา - อำเภอหาดสำราญ

รวมพ้นื ที่ 4,917 ตารางกิโลเมตร

อาณาเขตตดิ ต่อ ตดิ ต่อกับ อ.ทงุ่ สง จงั หวัดนครศรธี รรมราช และ อ.คลองทอ่ ม จงั หวัดกระบี่
ทิศเหนือ

ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกบั อ.ทุ่งหว้า จังหวดั สตลู อ.รัตภูมิ จังหวดั สงขลา และช่องแคบมะละกา
ทศิ ตะวันออก สมุทรอนิ เดยี
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ตอ่ กับ อ.ควนขนนุ อ.กงหรา อ.ตะโหมด จงั หวัดพทั ลงุ โดยมีเทอื กเขาบรรทดั
ก้ันอาณาเขต ตลอดแนว
ติดต่อกับ อ.คลองทอ่ ม อ.เกาะลนั ตา จังหวดั กระบี่ และมหาสมทุ รอนิ เดีย

มลู นิธิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

9

คำขวัญจงั หวัดตรัง
ชาวตรงั ใจกวา้ ง สรา้ งแต่ความดี

คำขวัญทอ่ งเที่ยว
เมอื งพระยารษั ฎา ชาวประชาใจกวา้ ง หมูยา่ งรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา
เดน่ สง่าดอกศรตี รงั ปะการงั ใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา

ลักษณะภูมปิ ระเทศ
สภาพพืน้ ท่ีเปน็ เนินสูง ๆ ตำ่ ๆ สลับดว้ ยเขาเลก็ ๆ กระจัดกระจายอยู่ท่วั ไป พนื้ ท่ีค่อนข้างราบเรียบ

มี จำนวนน้อยซึ่งใช้เพาะปลูกข้าวทางทิศตะวันออกมีเทือกเขาบรรทัดยาวจากเหนือจดตอนใต้ และเป็นเส้น
แบ่ง เขตแดนจังหวัดตรังกับจังหวัดพัทลุง มีเนื้อที่ป่าเกือบร้อยละ 20 ของเนื้อที่จังหวัดส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ี
แถบเทือกเขาบรรทัด ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีป่าชายเลนสำหรบั
ท้องที่ที่ อยู่ติดชายทะเล และมีลำน้ำสำคัญๆ 3 สาย อันได้แก่ แม่น้ำตรัง ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเขาวังหีบ
เทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช แม่น้ำปะเหลียน เกิดจากเทือกเขาบรรทัด เขตอำเภอปะเหลียน
คลองกะลาแส และต้นน้ำที่เกิดจากควนปลวกร้อน ควนชะไน และควนน้ำแดง ชายแดนตรัง กระบ่ี
นอกจากนี้ยังมีลำหว้ ยบริวารที่คอยส่งน้ำให้อีกกว่า 100 สาย ทั้งยงั มีชายฝงั่ ด้านตะวันตกติดทะเลอันดามันท่ี
ยาวถึง 119 กม. กับเกาะต่างๆ กระจัดกระจายอยู่กว่า 46 เกาะ และป่าชายเลนที่ยังคงอยู่ในสภาพที่อุดม
สมบรู ณ์
สภาพภมู อิ ากาศ

จังหวัดตรังได้รับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม และลมมรสุมตะวันตกเฉียง
ใต้ ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนทำให้มีฝนตกตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27.4 องศาเซลเซียส ส่วน
ช่วงเวลา ท่อี ากาศเยน็ สบายจะอย่ปู ระมาณปลายเดอื นพฤศจิกายนจนถงึ เดือนธันวาคม
ทรพั ยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดตรัง แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่ ดีบุก ฟลูออไรท์ และถ่านหินลิก
ไนท์ สำหรับทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญ ๆ เช่น เคีย่ ม ยาง ตะเคียน หลดุ พอ สามพอน ดำดง ตำเสา และตาเสือ
เป็นต้น ทางด้านป่าชายเลนมีไม้โกงกาง ตะบูน ตาตุ่ม ปะสัก หลุดพอทะเล ฯลฯ นอกจากนี้ทางด้านชายฝั่ง
ทะเลยงั อดุ มไปดว้ ยสตั ว์ทะเลนานาชนิด และยังมีแหลง่ รังนกนางแอน่ ในท้องท่ีอำเภอสิเกา ซึง่ ได้มเี อกชน ขอ
สมั ปทานเก็บในแตล่ ะปี
การประกอบอาชพี

ชาวตรังส่วนใหญ่มีอาชีพในการเกษตร การเกษตรที่สำคัญของชาวจังหวัดตรังคือการทำสวน
ยางพารา ส่วนอาชีพในการเพาะปลูกอื่นๆ รองลงไปคือการทำนา ทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ เช่น เงาะ
ทเุ รยี น กาแฟ และในบางทอ้ งท่ีทำสวนพริกไทย สำหรบั ประชาชนทอ่ี ยู่แถบชายฝั่งทะเลอนั ดามนั มหาสมุทร
อนิ เดียมีอาชพี การประมง

มลู นิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

10

การศึกษา
ประชาชนในจังหวัดส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา แต่ในปัจจุบันประชาชนได้มองเห็น

ความสำคัญในดา้ นการศกึ ษามากขนึ้ โดยการสง่ เสรมิ ให้บตุ รหลานของตนไดม้ กี ารศึกษาต่อในระดบั มัธยม ทั้ง
สายสามัญและสายอาชีพตลอดจนถึงขัน้ อุดมศึกษา และปรากฏว่าสถาบันการศึกษาตัง้ แต่ชั้นมธั ยมขึ้นไปมีท่ี
เรียนไม่เพียงพอกับความต้องการของนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดทั่ง ๆ ที่ทางฝ่ายการศึกษาได้พยายามเพ่ิม
โรงเรียนและชั้นเรียนเพิ่มขึ้นๆ ในทุกๆ ปี และการที่มีที่เรียนไม่เพียงพอเป็นสาเหตุให้นักเรียนนักศึกษาส่วน
หนงึ่ ตอ้ งไปแสวงหาทเี่ รียนในจังหวดั อน่ื และโดยเฉพาะทกี่ รงุ เทพมหานคร

การอพยพของประชากร
จากสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยและทรัพยากรอันสมบูรณ์ของจังหวัด ทำให้ชาวจังหวัดตรังโดย

ท่วั ๆ ไปมฐี านะความเปน็ อยู่ดี ฉะนนั้ ปญั หาอพยพของประชากรในจังหวัดเพ่ือไปหางานทำในท้องถิ่นอื่นจึงไม่
มี แต่ในทางตรงข้าม ปรากฏว่าประชาชนจากท้องถิ่นอื่น เช่น จากจังหวัดใกล้เคียง และโดยเฉพาะอย่างย่ิง
ประชาชนจากจังหวัดทางภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ อพยพเข้ามาหางานทำมีจำนวนมาก โดยการเปน็ ลูกจ้าง
ในสวนยาง ลูกเรือประมง ลกู จ้างในโรงงานอุตสาหกรรม และอาชีพรับจ้างบรกิ ารท่ัวไป ดังนนั้ จงั หวดั ตรังจึงมี
ประชากรยา้ ยเข้ามามากกวา่ การย้ายออก

ศาสนา
ประชากรสว่ นใหญใ่ นจงั หวัดตรงั นบั ถือศาสนาพทุ ธประมาณร้อยละ 82 รองลงมาเป็นศาสนาอิสลาม

ประมาณร้อยละ 18.5 ศาสนาคริสตม์ ีเพยี งเลก็ น้อยประมาณร้อยละ 1.5 สว่ นศาสนาอ่ืน ๆ แทบไม่มีเลย

พทุ ธศาสนา
พุทธศาสนาแพร่เขา้ สเู่ ขตจงั หวดั ตรังมานาน หลกั ฐานทีป่ รากฏคือ โบราณวตั ถุประเภทพระพมิ พ์ ดนิ

ดิบในถ้ำต่าง ๆ แถบอำเภอห้วยยอดแสดงอิทธิพลของพระพุทธศาสนามหายานเป็นหลักฐานร่วมสมัยกับ
อาณาจักรศรีวิชัยซึ่งมีอายุประมาณตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 - 15 ต่อมามีตำนานพื้นบ้านเช่น ตำนานนาง
เลือดขาว สร้างวัดสร้างพระพุทธรูปและนำพระพุทธสิหิงค์เข้ามาเมืองตรัง ตำนานการเดินทางไปร่วมบูรณะ
ปฎิสังขรณ์พระบรมธาตนุ ครศรีธรรมราช แสดงถงึ อิทธิพลของพุทธศาสนาฝา่ ยเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ และยัง
มศี าสนวตั ถศุ าสนสถานแหลายแหง่

พุทธศาสนกิ ชนสว่ นใหญ่ในจังหวัดตรัง มกั ใหค้ วามศรัทธาพระสงฆ์มากกว่าพระศาสนา การกล่าวถึง
พระสงฆ์ผู้มีบารมีธรรมในเชิงยกย่องว่า พ่อท่าน มักได้ยินกันบ่อยครั้งจนเป็นที่คุ้นเคย เช่น พ่อท่านลบ พ่อ
ท่านวัน พ่อท่านแสง พ่อท่านรุ่ง เป็นต้น ปัจจุบันมีวัดและที่พักสงฆ์ในจังหวัดตรังอยู่ประมาณ 165 แห่ง มี
คณะสงฆอ์ ยปู่ ระมาณ 1,000 รูปเศษ

มลู นธิ อิ นั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

11

ศาสนาอสิ ลาม
ศาสนาอิสลาม ประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่เป็นหมู่เลในเขตอำเภอสิเกา กันตัง ปะ

เหลียน ย่านตาขาว และกง่ิ อำเภอหาดสำราญ ในทำเนยี บกรมการเมืองของเกา่ พ.ศ. 2355 กล่าวถงึ ตำแหน่ง
กรมการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งกรมการเมืองฝ่ายอิสลาม ซึ่งมีด่านทะเลฝ่ายอิสลามมีด้านเกาะลิบง ด่านชายฝ่ัง
ด่านตอนในและประวัติบอกเล่าของกลุ่มคนในตระกูลเก่าของอำเภอปะเหลียน กล่าวว่า เมื่อบ้าน หยงสตาร์
และบริเวณใกล้เคียงมีกลุ่มไทยอิสลามอาศัยอยู่หนาแน่น ทางการได้ตั้งหลวงจางวางราชสมบัติ (จอมซินตรี)
ดูแลกลุม่ มุสลิมแถบชายทะเล

ปัจจุบันตรังเป็นจังหวัดหน่ึงทีท่ างราชการกำหนดให้มีคณะกรรมการอิสลามประจำจงั หวัดดแู ลกลมุ่
มุสลิมในด้านการปฏิบัติกิจทางศาสนา คติความเชื่อของมุสลิมประยุกต์ ปรับเปลี่ยนหรืองดเว้นไปบ้างตาม
สภาพสงั คมแวดลอ้ มและค่านยิ มสว่ นท้องถิ่น เช่น พิธกี รรมเก่ียวกับการเกิด มพี ธิ ีอะซาน พธิ ีโกนผมไฟ พิธีต้ัง
ชื่อเด็ก และพิธีอากีเกาะห์ แตเ่ นอื่ งจากความนิยมเฉพาะถิ่นจึงอาจมีพิธีอ่ืนเพ่ิมข้นึ เชน่ พธิ ีนำเด็กข้ึนเปล พิธี
ยกเด็กให้เป็นลูกคนอื่นเพราะความเจ็บป่วยเลี้ยงยาก การเปลี่ยนชื่อใหม่เพราะเชื่อว่าอักษรเป็นกาลกิณี
ตลอดจนการตงั้ ชือ่ เดก็ ตามกระแสนยิ ม และมีไม่น้อยท่ตี ้งั ชื่อจรงิ เปน็ ภาษาไทย ช่อื รองเป็นภาษาอาหรับ สว่ น
พิธโี กนผมไฟนั้นปจั จบุ นั มสุ ลิมบางรายมิไดถ้ ือปฏบิ ตั ิ

ในส่วนวัฒนธรรมทางสังคมมีแนวทางปฏิบัติตามศาสนบัญญัติที่เรียบง่าย ส่วนที่ปรับเปลี่ยนไปก็มี
เช่น การแต่งกายตามความนิยมในท้องถิ่น การจัดขบวนขันหมากในพิธีแต่งงาน การทำบุญครบ 3 วัน 7 วัน
40 วนั 100 วนั หรอื ครบรอบปแี กผ่ ูต้ ายหรือการจัดเลยี้ งในพธิ กี ารต่าง ๆ ตามกระแสสงั คมที่ปรากฏอยู่ท่ัวไป
ในเขตจงั หวดั ตรัง

ด้านการศึกษาเพื่อสืบทอดศาสนาอิสลามในจังหวัดตรัง ได้มีมัสยิดต่าง ๆ จัดให้มีการสอนศาสนา
ภาคพิเศษโดยใช้เวลาตอนเย็นหรือเสาร์-อาทิตย์ สอนคัมภีร์อัลกุรอ่าน หรือการบรรยายธรรม (คุฎบะห์) ใน
พิธลี ะหมาดโดยอิหม่าม จังหวดั ตรังยงั ไม่มโี รงเรียนสอนศาสนาอิสลามที่ไห้การศึกษาเบ้ืองต้น ชาวไทยมุสลิม
ที่ประสงค์จะให้บุตรหลานเรียนศาสนา คู่ไปกับวิชาสามัญ จึงส่งลูกหลานไปเรียนในจังหวัดสตูล ยะลา และ
ปตั ตานี

มุสลิมโดยทั่วไปจะเน้นให้ครอบครัวเป็นสถาบันหลักในการสืบทอดศาสนา แต่สำหรับจังหวัดตรัง
สถาบนั ครอบครวั ยงั ปฏบิ ัตไิ ดน้ อ้ ย อาจเป็นเพราะพ่อแมผ่ เู้ ฒ่าผแู้ ก่ ยงั มีความรู้ในหลักศาสนาไมเ่ พยี งพอ จึงมี
สถาบันอื่นให้การศึกษาแก่บุตรหลานของตน ชาวไทยอิสลาม ในจังหวัดตรังเป็นผู้ตั้งมั่นในหลักศาสนา มี
ความเปน็ อยู่อย่างสมถะ เปน็ มติ รสนิทสนมกับกับทุกคน โดยไมแ่ บง่ แยกกลุ่มศาสนา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่
ตำหนเิ หยียดหยามซึ่งกันและกนั มงุ่ แสวงความดีไปมาหาสู่กันทำให้เกดิ ความกลมเกลียวกันเปน็ อย่างดี

ศาสนาคริสต์
ศาสนาครสิ ต์ ในจังหวดั ตรังเริ่มแรกจำกัดอยู่ในหมตู่ ลาดของเขตตรังเมือง ต่อมาจึงแพร่ขยายไปตาม

เขตอื่นบา้ ง แต่ไม่มากมไี มถ่ ึงรอ้ ยละหน่งึ แบง่ ออกเป็นสองนกิ ายคอื

มลู นธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

12

1. นิกายโปรเตสแตนท์ ยึดคัมภีร์ใบเบิลเป็นหลัก ไมผ่ กู พนั กบั อำนาจของสนั ตปาปาในปี พ.ศ. 2453
ไดม้ ีการก่อตั้งสถานีประกาศข้ึน โดยใชส้ ถานท่ีโรงพยาบาลทบั เทย่ี ง แล้วตั้งเป็นครสิ ตจกั รในอีกสองปถี ดั มา มี
สมาชิกเร่มิ แรก 100 คนเศษ

ในปี พ.ศ. 2456 ได้สร้างโบสถแ์ หง่ แรกท่ีทับเที่ยง บนที่ดินซึ่งซื้อไว้คราวเดยี วกับการจัดซื้อท่ีทำการ
คริสต์เตียน โบสถ์หลังนี้สร้างด้วยไม้ไผ่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2458 จึงได้สร้างเป็นอาคารถาวร ก่ออิฐถือปูน
ลกั ษณะสถาปตั ยกรรมแบบโทชคิ

ในสมัยต้นของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ชนส่วนใหญเ่ ป็นหมู่ตลาดเชื้อสายจีน ต้องใช้ภาษาจีนเกือบ
ทุกครั้งในการประชุมนมัสการที่โบสถ์ จนประมาณปี พ.ศ. 2480 เวลานั้นการนับถือคริสต์ ศาสนาได้ขยาย
ไปสู่ชาวตรังกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น ชาวตรังเชื้อสายจีนรุ่นใหม่พูดภาษาไทยได้มากขึ้น การประชุมนมัสการ และ
การเทศนาธรรมจึงเปลยี่ นมาเปน็ ภาษาไทย

กิจกรรมของศาสนาเกิดชะงักงันในปี พ.ศ. 2485 เพราะผลกระทบของสงครามมหาเอเชียบูรพา แต่
ก็ได้รับการฟื้นฟูใหม่ในปี พ.ศ. 2494 ด้วยการเกื้อกูลของชาวไต้หวันผู้หนึ่ง ผู้รับภารกิจฟื้นฟูคริสตจักรแถบ
เอเชยี อาคเณย์ จากน้นั ก็เจรญิ เรื่อยมา ในปี พ.ศ.2527ครสิ ตจักรตรังได้รบั โอนกรรมสิทธ์ิที่ดินท่ีต้ังโบสถ์ จาก
คณะอเมริกันเพรสไปเทอเรยี นมชิ ชั่น แล้วตั้งเป็นครสิ ตจักรภาคที่ 16 ก่อนจะแยกมาตั้งเป็นคริสตจักรภาคที่
17 ซงึ่ มพี ิธีสถาปนาจดั ขึน้ ท่ีโบสถ์ครสิ ตจกั รตรงั เม่อื ปี พ.ศ. 2534

ปัจจุบันคริสตจกั รภาคท่ี 17 มีสมาชิกรวมทัง้ ส้ิน 12 คริสตจักรอยู่ที่กระบี่ นครศรีธรรมราชและตรัง
ในจังหวัดตรังมีคริสตจักรตรัง (ทับเที่ยง) คริสตจักรกันตัง คริสตจักรห้วยยอด คริสตจักรย่านตาขาว
คริสตจักรวังวิเศษ คริสตจักรโคกทราย คริสตจักรโคกม่วง คริสตจักรอ่าวดง มีสมาชิกคริสเตียนในภาค 17
รวมประมาณพันคนเศษ

คริสเตียนชาวตรัง ดำเนินชีวิตอยูใ่ นกรอบศลี ธรรม ตามบทบัญญัติในคัมภีรไ์ ด้ค่อนข้างสมบูรณ์ และ
ได้ประยุกต์ธรรมเนียมปฏิบัติบางประการให้กลมกลืนกับขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยมของท้องถิ่น เช่น
การประกอบพิธีสมรส บางแห่งจัดให้คู่บ่าวสาวซึ่งต้องเป็นคริสต์เตียนทั้งคู่ กราบคารวะบิดามารดายกน้ำชา
ไหว้ญาติผู้ใหญ่ตามแบบจีน หรืออาจมีผูกผ้าแก่คู่บ่าวสาว ในพิธีศพ จะมีการจัดเลี้ยงตามแบบท้ องถิ่นด้วย
ส่วนพิธีสวดและพิธีฝังจะเป็นแบบคริสเตียน ในด้านการศึกษาและถ่ายทอดหลักศาสนาทุกวันอาทิตย์ในการ
ประชุมนมัสการท่ีโบสถ์ ศาสนาจารย์ ผู้ปกครองหรือศิษยาภิบาลจะหนุนใจคริสเตียน และให้ความรู้เก่ียวกับ
ขอ้ คมั ภีร์ ประมาณครึ่งหนึ่งของครสิ ตชนในตรังสนใจประกอบกิจสม่ำเสมอ ขณะเดยี วกันก็มีกลุ่มอาสาสมัคร
เปิด

สอนรวีวารศึกษา (Sunday School) แก่เด็ก ๆ มีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อหนุนใจและสอนคัมภีร์
ตามบ้าน ธรรมศาลา และโรงเรียนคริสเตียนตา่ ง ๆ ด้วย นับเป็นการเตบิ โตโดยตอ่ เนอื่ งและเป็นธรรมชาติ

ครสิ ตศาสนานิกายโปรเตสแตนท์ในจังหวัดตรัง มีกจิ กรรมบรกิ ารสงั คมดา้ นการแพทย์และการศึกษา
โดยมีโรงพยาบาลทับเที่ยง โรงเรียนอนุกูลทับเที่ยง และโรงเรียนยุวราษฎร์วิทยา (ปัจจุบันได้รวมกันเป็น
โรงเรยี นตรังคริสเตยี นศึกษา) เป็นเครือข่ายให้บริการแก่ชมุ ชนชาวตรังจนเปน็ ท่ียอมรับ

มลู นธิ ิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

13

2. นิกายคาทอลิก ได้เริ่มที่ตรังในปี พ.ศ. 2495 หลังสงครามคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน คณะ
บาทหลวงมิชชนั นารีสติกมาตนิ ชาวอติ าลี จำนวน 5 คน ไดเ้ ดินทางจากประเทศจีน เนอ่ื งจากถูกรฐั บาลจีนขับ
ไล่ออกจากประเทศ คณะบาทหลวงได้เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในเขตมิสซังคาทอลิกราชบุรี และได้
จัดให้มีกิจการโบสถ์และโรงเรียนขึ้นในพื้นที่ที่มีคณะทำงานในแต่ละจังหวัด ที่จังหวัดตรังมีโบสถ์คาทอลิก
นกั บุญฟ รังซิสเซเวียร์ และโรงเรยี นดรุโณทัย

3. ข้อมูลพื้นฐานของตำบลเกาะสกุ ร

ประวตั ิความเปน็ มา

เกาะสุกรเมื่อครั้งอดีตไม่ได้อยู่ในเขตการปกครองของเมืองตรัง แต่อยู่ในเขตการปกครองของเมือง
ปะลันด้า หรืออำเภอปะเหลียนในปัจจุบัน เมืองปะลันด้าขึ้นกับเมืองพัทลุง และเมืองปะลันด้ามีพระยา
ปกครองจนถึงสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิสรภกั ดี คอซิมบี้ ณ ระนอง เป็นผู้ว่าราชการจงั หวัด (ข้าหลวง
ในอดีต) ได้แยกเมืองปะลันด้าออกจากพัทลุงให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ คือ อยู่ฝั่งเดียวกับตรัง ต้องขึ้นกับ
ตรังจึงเหมาะสมกว่า และได้ตั้งปะลันด้าเป็นเมืองหน้าด่านขึ้น มีท่าเทียบเรือสำเภา ณ บ้านหยงสตาร์ใน
บริเวณด่านศุลกากรในปัจจุบัน และในอดีตพระเจ้าตากสินมหาราชเคยมาตรัง ตั้งค่ายทำศึกรบกับแขกท่ี
ตำบลลพิ ังใกล้ ๆ กบั หวั เขาโต๊ะรว่ งในปัจจุบนั เพราะฉะน้ันคนบนเกาะสุกรนี้มีพื้นเพเดิมมาจากหลายจังหวัด
คือ คนเมืองตรัง กระบี่ พัทลุง สงขลา (สิโฆรา) สตูล (สะโตย) รวมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย (ชวา, สุมาตรา)
ส่วนเชื้อสายของผู้เล่าในอดีตนั้นเป็นชาวอินโดนีเซีย (ชวา+สยาม) มาตั้งรกรากในสยาม คือ สงขลา ซึ่งเป็น
ฝา่ ยปู่ และฝ่ายยา่ ของปเู่ ปน็ ชาวเมืองกระบ่ี (บา้ นปากหลาด) ซึ่งหนีจากการถูกเกณฑ์ทหารสมัยปลายรัชกาล
ที่ 1 มาอยู่ที่ตรังและตาของปู่เป็นชาวเมืองตรังที่เกิดในตระกูลเสียมไหม ได้มาอยู่ที่เกาะสุกร ส่วนพ่อของปู่
นั้นเป็นชาวสงขลาและเป็นบรมครูหนังตลุง สมัยนั้นมีลูกศิษย์ทั่วสงขลา เช่น หนังหิ้น (อาจารย์หนังกั้นทอง
หล่อ) สว่ นลูกหลานทพ่ี อรจู้ ักคือ หนังอม่ิ เท่ง หนงั หญงิ ศรีระบาย พ่อของปูช่ ่ือนางเรือง ยอ้ ยช่วง (ช่วยช่วงใน
ปจั จุบนั )

คนกลุ่มแรกที่เข้ามาอยู่ไม่ได้มาอยู่อย่างถาวรคือเป็นชนเร่ร่อน เพื่อหาผลจากธรรมชาติ เช่น
นำ้ มันยาง สตั ว์ทะเล ไม้ สตั วบ์ กเช่น กวาง หมูปา่ ควาญ (อีเก้ง) และแวะจอดเรือเพื่อมาหานำ้ ดื่ม ซ่ึงบนเกาะ
มีน้ำจดื อุดมสมบรู ณม์ าจนถงึ ปัจจบุ นั ชนกลุ่มสองมาต้ังรกรากถาวรเป็นคนเชื้อสายพัทลุง ชอ่ื โต๊ะสดนั กับโต๊ะ
ไหม มีลูกเต็มเกาะคือตระกลู เจะ๊ สา และ เทศนอก

สภาพภมู ปิ ระเทศ
สภาพพื้นที่ตำบลเกาะสุกร โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสลับเนินเขา มีชายหาดเป็นแนวยาวเลียบริม

ชายฝง่ั การตั้งถนิ่ ฐานของราษฎร ตง้ั แต่บ้านเรอื นอยู่กระจดั กระจายไปตามแนวทางคมนาคมและแนวชายฝ่ัง
ทะเล เป็นส่วนใหญ่ ทรพั ยากรธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ปา่ ชายเลน สถานทท่ี ่องเทยี่ วต่างๆ รวมท้งั ชายหาดท่ีสวยงาม

มูลนธิ ิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

14

ลกั ษณะภมู ิอากาศ
อยู่ภายใตอ้ ิทธิพลของลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้ ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถงึ กลางเดือนตลุ าคม

และลมมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ชว่ งกลางเดอื นตลุ าคมถงึ กลางเดอื นพฤษภาคม
เน้อื ท่ี

มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 8,750 ไร่ หรือประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เปน็ ท่ีราบสลบั
เนนิ เขา

แหลง่ น้ำธรรมชาติ
- ลำนำ้ เลก็ , และลำห้วย จำนวน 3 สาย
- บงึ หรือหนอง จำนวน 1 แห่ง

แหล่งนำ้ ทส่ี ร้างขึ้น
- บ่อนำ้ ตืน้ จำนวน 300 บ่อ
- บ่อโยก (บ่อบาดาล) จำนวน 4 แห่ง

เขตการปกครอง
การปกครองเป็น 4 หมู่บา้ น ประกอบดว้ ยหม่บู า้ นได้แก่
หมู่1 บ้านเสียมไหม , หมู่2 บา้ นแหลม , หมู่3 บ้านทงุ่ , หมู่4 บ้านหาดทรายทอง

ข้อมูลประชากร
จำนวนประชากรในตำบลเกาะสุกรจำนวนหลังคาเรือน: 670 หลังคาเรือน และประชากร: 2,366

คน
- ผสู้ ูงอายุ : 431 คน จำนวนเดก็ แรกเกิดถึง 6 ปี : 181 คน
ผู้สูงอายุ ทป่ี ว่ ยเป็นโรคเร้ือรัง : 245 คน
ผสู้ งู อายุ ทีช่ ว่ ยตนเองไมไ่ ด้ : 12 คน
- สตรีต้งั ครรภ์: 24 คน
- สตรอี าย:ุ 35 ปี ข้นึ ไป: 626 คน
- ผพู้ ิการ: 68 คน

ลกั ษณะทางเศรษฐกิจ
อาชพี ราษฎรในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลเกาะสุกร ประกอบอาชีพ ต่างๆ

- ทำประมง รอ้ ยละ 70
- ทำสวน (สวนยางพารา) รอ้ ยละ 20
- อาชีพอน่ื ๆ ร้อยละ 10
หนว่ ยธรุ กิจ
- โรงแรม จำนวน 5 แหง่

มลู นิธอิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

15

- รสี อรท์ จำนวน 10 แห่ง
- ปัม้ นำ้ มนั และกา๊ ซ จำนวน 15 แหง่
- โรงสขี า้ ว (ขนาดเล็ก) จำนวน 2 แห่ง
วิถีชีวิตคนในชมุ ชนเกาะสุกร
การดำเนินชีวิตการเป็นอยู่หรือการปฏิบัติประกอบอาชีพของคนในชุมชนจากอดีตถึงปัจจุบันจาก
ข้อมลู การบอกเล่าของคนในชมุ ชนมีดังต่อไปน้ี
นายบุญมี เดชอรัญ อายุ 67 ปี บา้ นเลขท่ี 2/1 ม.3 ต.เกาะสกุ ร ได้กลา่ ววา่
“วิถีชีวิตชมุ ชนสมัยก่อนนั้นคือ มีอาชีทำไร่ ทำนา ทำสวน และประมง ชาวบ้านอยู่แบบพึ่งพาอาศยั
ซึ่งกันและกัน อาชีพที่ไม่มีในสมัยก่อนคือ อาชีพรับจ้างและต่อมาในปี พ.ศ. 2480 โดยประมาณก็มีอาชีพ
รับจ้างมากข้นึ และเนอื่ งจากลกู หลานของคนในเกาะไดม้ ีการศึกษาทส่ี งู ข้นึ และมคี วามเจรญิ เข้ามาจากองค์กร
ต่างๆทเี่ ขา้ มาช่วยเหลือทำให้วถิ ชี วี ิตเรม่ิ เปล่ยี นแปลงตั้งแต่น้นั มา”
1. อาชพี การปลกู ข้าว ผูท้ ใี่ ห้ข้อมูลคล้ายกันคือ
นายตะเก็น จิตรหลัง อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.3 กับนางบัวะ ชายทุ่ย อยู่บ้านเลขที่ 58/1 ม.2 อายุ 66 ปี
กลา่ ววา่
“การปลกู ข้าวก่อนที่จะนำกล้าไปดำในนาหรือหลังจากถอนกล้าแลว้ จะต้องนำรากของต้นกล้าไปชุบ
น้ำข้ีคา้ งคาวหรือเอาขี้ค้างคาวไปชุบหัวกล้าและแปลงท่ีปลูกข้าว ตอ้ งนำควาย 2 ตวั มาไถ (นางบวั ะบอกว่า มี
ไถมอ ไถแปร ไถคราด ก่อนที่จะดำ) เมื่อข้าวสุกนายตะเก็นบอกว่าเมื่อก่อนใช้แกละแทนเคียวเหมือนสมัยนี้
ไวเ้ กบ็ เกย่ี วรวงขา้ วใส่ในภาชนะท่ีเรยี กวา่ จงแขวน (ใชแ้ ขวนทเี่ อว) พอเต็มจงก็ใส่ในเชอ (เอนี้สานด้วยใบเตย
เป็นกลมๆ) แล้วจึงนำไปใส่ในกระสอบพากลับไปไว้ในยุ้งฉาง ทั้งสองคนบอกว่าเวลาจะนำมารับประทานก็
นำมาตากประมาณ 1 กระสอบ และนวดดว้ ยเท้าจากนนั้ กน็ ำไปสีด้วยครกสีมือ แล้วนมาตำในครกเมื่อเสร็จก็
นำไปใส่ร่อนในกระด้งแล้วจงึ นำมาหงุ ”
นางโร้ย สรรประเสรฐิ อายุ 63 ปี ม.2 บอกวา่
“การปลูกขา้ วพร้อมเปิดที่นาไปด้วยปลูกเพื่อใหก้ นิ ไม่มีการขาย”
ส่วน นางทองอยู่ เทศนอก ม.3 บอกว่า
“คนในสมัยโบราณใชค้ วาย 2 ตวั เอาคันไถไว้ตรงกลางมีคนอยู่ด้านหลังจับคันไถและไล่ควายให้เดิน
ไถ คนในสมัยโบราณเรยี กการไถนาก่อนดำว่า ไถมอ ไถแปร ไถคราด และขา้ วทปี่ ลูกมีพันธ์ชุ ่ือ ข้าวกอบ ข้าว
มาเลหนัก”
แต่ นางโฉมศรี ศรอี ่นุ อายุ 63 ปี ม.2 บอกว่า
“ข้าวที่ปลูกก่อนข้าวพันธุ์อื่นๆ คือ ข้าวหอมมะลิ และพื้นที่ๆ ใช้ทำนาคือที่ริมทะเลหรือที่เรียกว่า
โคกกลาง”

ขอ้ มูลทม่ี คี วามแตกต่างจากคนอนื่ ๆ คอื ขอ้ มลู จาก นายอบุ ล เทศนอก อายุ 65 ปี บอกว่า....

มลู นิธิอนั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

16

“สมัยก่อนใช้ควายไถนาต้องไถตอนเช้าเพราะถ้าแดดร้อนควายจะขี้เกียจวิธีการสื่อสารภาษากับมัน
ซง่ึ มีคำวา่ ” โลง้ แปลว่า “เลย้ี ว” แจงซ้าย แปลวา่ “เลกิ ทำ” โดยเดินอกี 2-3 ก้าวไปทางซา้ ย พอไถเสร็จแล้ว
คราดและเกลี่ยดินไว้ประมาณ 10 วันจึงนำกล้ามาดำได้ พอถึงเดือนเก็บเกี่ยวข้าวจะมีการจ้างเพื่อนบ้านมา
เก็บเกี่ยวกัน โดยค่าแรงนับเป็นเชอๆละ 3 บาท ปัจจุบันประมาณ 70 บาท โดยใช้เก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นมีด
สำหรับตัดรวงข้าว นำข้าวที่เก็บมาสีด้วยเครื่องมือที่ทำด้วยไม้ไผ่มีลักษณะคล้ายโม่หินเรียกว่า “ครกสีข้าว”
แล้วนำมาร่อนในกระด้งมีการเก็บพันธุ์ข้าวไว้ปลูกในปีต่อไปส่วนใหญ่แล้วเป็นพันธุ์ข้าวท่ีมีในเกาะ เช่น พันธุ์
ราชินี ราไว หอมมะลิ แกนจนั ทร์ นางเอก
2. อาชีพปลกู แตงโม ขอ้ มลู จาก

นางโร้ย สรรประเสริฐ อายุ 81 ปี บอกว่า... “แตงโมปลูกกันมานานแล้วตั้งแต่ใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ใช้
จอบแทนการไถพรวนด้วยรถไถ มีการใช้สารเคมีชนิดเดยี วคือ ยาตราหัวกะโหลก แตงโมที่ปลูกในสมัยก่อนมี
พันธ์ชุ ่อื ว่า

1. แตงโมลูกเขียวลาย นำ้ หนักเกนิ 10 ก.ก./ลกู
2. แตงโมบางกอก น้ำหนักเกนิ 10 ก.ก./ลูก
3. แตงโมลกู ดำ นำ้ หนักไมเ่ กนิ 10 ก.ก./ลูก (รุน่ ผสมอายุ 6-7 ปี)
4. แตงโมลาวเน้อื เหลอื ง (เรียกแตงพะเยา) ก็ปลกู กนั มานานเหมือนกันก่อนแตงโมดำ ปัจจุบันพันธ์ุที่
ปลกู คือ แตงโมลกู ผสม”
สว่ นข้อมูลจาก นางโฉมศรี ศรีอนุ่ อายุ 63 ปี บ้านเลขท่ี 70/1 ม.2 บอกวา่ ...
“แตงโมปลูกกันมากที่ริมชายหาด แตงโมมีพันธุห์ ลายชนิด เช่น พันธุ์ลูกขาว กินรี จินตรา จัมโบ้ หัว
ช้าง การจำหน่ายก็ขายในเมืองหรอื เรข่ ายเองกิโลละ 10 บาท
แต่ข้อมูลจาก นายหลุน เจ๊ะสา บ้านเลขที่ 17 ม.3 กลับบอกว่า “เมื่อก่อนปลูกกันน้อย ปลูกเพื่อกิน
เหลือจากกนิ ก็ขาย เขาบอกว่ากอ่ นสงครามโลกครั้งท่ี 2 พนั ธุแ์ ตงท่ปี ลูกกันคือ ลกู ดำเนอื้ เหลอื งลายมูสัง และ
หลังสงครามก็เปลี่ยนไปปลูกพันธุ์บางกอก ลูกขาวเนื้อแดง ปุ๋ยที่ใช้ในสมัยก่อนคือ ขี้ควาย ดินเผา ลูกปลา
และขี้นกนางแอ่น ราคาสมัยก่อนจะอยูท่ ี่ลูกละ 5-10 สตางค์ ส่งขายที่กนั ตัง ลิบง อาดัง ปากบารา เกาะโตด
หลงั จากน้ันก็เปลี่ยนพนั ธุ์แตงโมมาเรื่อยๆ จนถงึ ปัจจบุ นั ก็มหี ลายพันธุ์มาก”
3. อาชีพทำสวนมะพร้าว ข้อมูลจากนางโร้ย สรรประเสริฐ ม.2 บอกว่า “มะพร้าวมีการปลูกกันมานานแล้ว
ปลกู เพ่ือทำนำ้ มันขาวใชใ้ นครัวเรอื น”
ส่วนนายหลุน เจ๊ะสา บอกว่า มะพร้าวสมัยก่อนปลูกกันน้อย บ้านละ 1-2 ต้นและไม่ค่อยนิยมปลูก
เพราะไม่ค่อยมีราคา ปลูกกันมากก็ตอนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สมัยก่อนไม่ได้ปลูกเพื่อขายแต่จะนำไปทำ
น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลรวง วันละ 2-4 ก.ก. และนำมาเคี่ยวเป็นน้ำมันมะพร้าวใช้ในครัวเรือนและขายได้อีก
ดว้ ย หลงั จากนั้นก็เรมิ่ ปลูกกนั มากข้ึนและเริ่มมรี าคาสูงอีกดว้ ย
4. อาชีพทำสวนยางพารา

มลู นธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลักสตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

17

ข้อมูลจาก นายตะเก็น จิตรหลัง บอกว่า.. มีคนจีนมาปลูกไว้ก่อน ชื่อว่า แป๊ะเซ้ง ได้ปลูกไว้หลายไร่
และมีคนหยงสตาร์เข้ามาหาไม้หรือต้นยางและจับจองพื้นที่ในเกาะนี้ ช่วงหลังคนจีนก็ขายสวนยางให้คนใน
เกาะ และได้ย้ายไปบนฝั่งหลังจากนั้นก็ได้ปลูกกันมากขึ้น เพราะได้รับการสนับสนุนจากเกษตรอำเภอและ
จงั หวดั ไดต้ ดั ไมถ้ างป่าเพื่อปลูกสวนยางมากขน้ึ จนถงึ ปัจจบุ ัน
5. อาชพี ปลกู มะม่วงหิมพานต์

ข้อมูลจาก นางโร้ย สรรประเสริฐ อายุ 81 ปี กล่าวว่า... มีการปลูกกันมานานแล้วประมาณ 170 ปี
อย่างน้อย เมื่อก่อนปลูกกันทั้งเกาะแต่มีมากในหมูท่ ี่ 2 และ 3 ปลูกเพื่อขายเมล็ด ทั้งเมล็ดสดและเมล็ดที่ค่ัว
แลว้ ฤดทู ีเ่ ก็บเกยี่ วประมาณเดอื นมีนาคมถงึ พฤษภาคม

ลักษณะทางสงั คม
การศกึ ษา
- โรงเรียนประถมศึกษา 2 แห่ง เป็นโรงเรียนขยายโอกาส 1 แห่ง คือจาก ป.1-ป.6 ปรับเป็น

ม.1-ม.3
- ท่อี ่านหนงั สอื พมิ พป์ ระจำหมูบ่ ้าน 3 แห่ง (หมู่ท่ี 2 3 และ 4)
ประชากร
ตำบลเกาะสุกรมีทั้งสิ้น 2,597 คน แบ่งเป็นชาย 1,322 คน หญิง 1,275 คน ประชากรร้อยละ 90

นับถือศาสนาอิสลาม
สถาบนั และองคก์ ร
- มสั ยดิ บ้านแหลม หมูท่ ี่ 2
- มสั ยิดอลั ซอลาหดุ ดนี หมู่ท่ี 3
- มัสยดิ ยามีลาตุล หมูท่ ี่ 4
สาธารณะสขุ
- โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพ 1 แหง่
- อัตราการมแี ละการใชส้ ้วมราดน้ำ 100 เปอรเ์ ซ็นต์
ขนบธรรมเนยี ม-ประเพณี
เนื่องจากชุมชนเกาะสุกรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักขนบธรรมเนียมก็จะ

องิ กับศาสนา

• การเล่นซีหลาด
คือการละเล่นโดยใช้คน 2 คน โดยมีกลอง-สมาทาน (กลองตีได้สองข้าง) ตีเป็นจังหวะการเล่น ก็
คลา้ ยๆ รำมวยไทย การเลน่ ซหี ลาด 12 ทา่ เล่นกันทีละคู่ พอเหน่อื ยกเ็ ปลี่ยนคูเ่ ลน่ ตอ่ ความเปน็ มามาจากคน

มูลนธิ อิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

18

มาเลย์เข้ามาอยู่ที่นี่แล้วได้เมียคนไทยและนำการเล่นซีหลาดมาเลน่ กันในไทยจากพ่อก็ไปลูกหลาน จนมีการ
เลน่ กนั ต่อๆมา แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วคาราโอเกะเข้ามาแทนท่ี

ผใู้ ห้ขอ้ มูล นายหมาดหนอด จิตรหลัง อายุ 75 ปี บา้ นเลขที่ 2 หมู่ท่ี 2 ต.เกาะสกุ ร
• พธิ นี ำเรือลงน้ำ
นายสัน บ่นหา อายุ 90 ปี ได้บอกเล่าเกี่ยวกับพิธีนำเรือลงน้ำไว้ว่า..“เป็นพิธีที่ชาวประมงทำกันทุก
ครั้งที่เมื่อนำเรือขึ้นมาบนบก เมื่อนำมาขึ้นโครง (วางเรือบนขอนไม้เพื่อซ่อม) หรือเป็นเรือทำขึ้นมาใหม่เม่ือ
เสรจ็ เรียบร้อยแลว้ จะนำเรือลงนำ้ กจ็ ะทำพิธีนท้ี ุกคร้ัง นำเรือลงน้ำทำได้ทุกเดอื นแต่ถ้าเป็นข้างขึ้นจะทำในวัน
คี่ ถา้ เปน็ ขา้ งแรมจะทำในวนั คู่ ของใช้ในพิธีจะประกอบดว้ ย บา้ กำยาน ผ้าผกู หวั เรือ 3 ผืน สแี ดง สีน้ำเงิน สี
ขาว เงิน 9 บาท (สำหรับใส่ผูกไว้กับผ้าสีแดง) ด้ายดิบ 1 เส้น ผูกหัวเรือ ข้าวและแกง (นิยมแกงไก่) โดยนำ
ใบตองวางบนหวั เรือ วางขา้ วบนใบตอง 5 กองใสไ่ ก่ 5 กอ้ น เสร็จแลว้ กเ็ ผากำยาน
กล่าวดาโหลนอยู่ท้าย นางหนออยู่กลาง ดาหลำอยู่หัว ขอจากอัลเลาะห์ให้เรือไปคล่องมาคล่องไปถึงหลบถงึ
อย่าให้หน้าหลมหน้าหลา หากินได้ผล หลังจากนั้นก็ช่วยกันพาเรือลงน้ำใช้ไม้ท่อนกลมรองไว้ใต้ท้องเรือเพื่อ
เป็นเลื่อนเข็นเรือลงได้ง่ายขึ้น แล้วอ่านฟาติฮะห์ สาลาวาดนบีย์บอกแม่นางเรือ (แม่ย่านาง) ขอแม่น้ำคงคา
รับรองเรือลำนั้นไว้ด้วย ช่วยส่งให้ถึงหลิงถึงฝั่ง ซึ่งการทำพิธีที่นายสันกล่าวถึงนี้คล้ายกับข้อมูลขององอาจ
ภัทรดำรงเกียรตทิ ี่กลา่ วว่า ครั้งสมัยกอ่ นจะมีคนชื่อ ยาโลย ดาสับ ซีมะ ซึ่งเป็นคนรักษาเรือเมือ่ ตายไปแลว้ ก็
เป็นเจ้าเรือ นายเรือ ซึ่งมียาโลนอยู่หัวเรือ อาสับอยู่ท้ายเรือ ซิมะอยู่กลางลำเรือ นับแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อมี
การสร้างเรือแล้วพร้อมเอาลงทะเลต้องมีการทำบุญ (นุรี) โดยมีโต๊ะอีหม่ามเป็นผู้สวดมนต์ (อ่านดุอาร์) แล้ว
จะต้องตั้งข้าวสามกองบนหัวเรอื เพื่อให้จ้าวเรือนายเรือรับรู้และขอพรให้มีการทำมาหากินคล่องตวั และไม่มี
เคราะหร์ า้ ยเข้ามากลำ้ กลายและชว่ ยปกปกั รักษาลูกหลานปลอดภยั จากภยั อนั ตรายท้งั ปวง”
และเหมือนกับข้อมลู ท่ีไม่ทราบแหล่งที่มา ซึง่ กลา่ วไวว้ ่า... “จ้าวเรอื นายเรือหรือคนคุ้มครองเรือช่ือ สิมะกับสิ
หมนั และสมิ ะน้ันจะอยู่คุ้มครองสว่ นกลางของเรือ สิหมันจะอยคู่ ุ้มครองทา้ ยเรือเพ่ือชว่ ยคุ้มครองเรือและคน
ที่อยใู่ นเรอื ให้ปลอดภัย และเม่ือจะเอาเรือลง เจ้าของเรอื จะทำนุรีเอาเรือลง ของท่จี ะทำเพ่ือนำมา ทำนุรี คือ
แกงไกห่ รอื แกงแพะเปน็ ต้น”
จากข้อมูลทั้ง 3 แหล่งกล่าวโดยสรุปได้วา่ การทำพิธีนำเรือลงน้ำจะทำทุกคร้ังเมื่อต้องการจะนำเรือ
ลงน้ำหลังจากที่ได้นำเรือขึ้นมาบนบก เพื่อนำมาขึ้นโครงหรือเรือที่ทำขึ้นใหม่ และเมื่อจะนำเรือลงน้ำก็จะมี
การทำพิธีนี้ทุกครั้งโดยเป็นการขอพรให้การเดินเรือปลอดภัย ทำมาหากินคล่อง แต่มีข้อมูลที่แตกต่างกันคือ
ข้อมูล ของนายสนั บน่ หา ไมไ่ ดก้ ลา่ วถงึ การทำนุรี ขณะทข่ี ้อมูลเก่ียวกับนายเรือหรือเจ้าของเรือก็แตกต่างกัน
รวมทั้งการตงั้ ขา้ วบนเรอื ก็แตกต่างกัน

• การอาบนำ้ 7 เดือน คนท้อง
นางโร๊ย สรรประเสริฐ อายุ 81 ปี บ้านเลขที่ 73 ม.2 ต.เกาะสุกร ได้บอกเล่าเกี่ยวกับการอาบน้ำ 7
เดือนคนท้องวา่ จะทำเม่อื ต้ังครรภ์ได้ 7 เดอื น เปน็ การประกาศให้คนได้รู้และเป็นการต้อนรับสมาชกิ ใหมเ่ ข้า

มลู นิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

19

สศู่ าสนาอสิ ลาม โดยจะใหค้ นท่ตี ้งั ครรภ์อาบนำ้ สระผมใหส้ ะอาดและจะมีการทำนุรีขอดุอาร์ (ขอพร) จากอัล
เลาะห์ ให้ลูกที่จะเกิดมาไดด้ ิบไดด้ ี และอยา่ ให้เจบ็ ไข้ได้ปว่ ย

• การแตง่ งาน
ในพิธีการแต่งงาน นายแบ จิตรหลัง อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 6 ม.3 ต.เกาะสุกร ได้กล่าวว่า...
“สมัยก่อนเจ้าสาว ตอนกลางคืนห้ามลงจากบ้าน นอกจากมีรำวง-รอแง็ง มีการดาวล้อมเดือน ที่ให้เจ้าสาว
หรือเจ้าบ่าวอยู่ข้างใน และนางรำวง-รอแง็งล้อมเอาไว้และให้เจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวมาไถ่เขาจึงจะคืนให้และ
เจ้าสาวจะต้องกลับมาอยู่บนบ้านเหมือนเดิม พอตอนรุ่งเช้าเจ้าสาวแต่งตัวรอขบวนขันหมาก พอมาถึงมีการ
กน้ั ประตเู ม่อื เจ้าบ่าวให้ซองประตูจึงเปิด พอเจา้ บา่ วจะเดนิ เขา้ ไปต้องมกี ารเชด็ เทา้ เจา้ บา่ ว สว่ นใหญ่จะใช้เด็ก
เชด็ เครื่องเช็ดเท้าเจ้าบา่ ว แล้วจึงเข้าไปรบั เจา้ สาวในหอ้ ง
มีการ “ตะหนิง” กล่าวขอพรจากพระเจ้าเจ้าสาวออกมาได้พร้อมเจ้าบ่าวและมาต้อนรับแขก งาน
แต่งงานสมัยก่อนมีการระแขกกับเล่นสีหลาดไปด้วย มีการตีโพนให้จังหวะ เมื่อก่อนคนที่เล่นจะมีครูหนอสี
หลาดดว้ ย บางคนนุง่ ผ้าถงุ แล้วเล่นสีหลาด ทำใหค้ นดขู บขัน
และนายลุ้น เจะสา ได้กล่าวว่า... หญิงชายคนไหนก็แล้วแต่ เมื่อชอบพอกันแล้วฝ่ายชายจะต้องมกี ารไปสู่ขอ
ตามขนบธรรมเนียมโดยต้องยนิ ยอมทั้งสองฝ่าย แล้วจากนั้นมีการนัดวันแต่งงาน ดูฤกษ์วันแต่งจากนั้นมีการ
นิกะห์ คอื จดทะเบียนสมรสแบบอิสลาม จะมีอหิ มา่ มและพยาน 2 คนและมีการอา่ นกุรุอ่าน หรือ รรู านต่างๆ
ตามศาสนาอิสลาม เมอ่ื เสร็จพธิ ีทางศาสนาแล้วกจ็ ะมกี ารแต่งงานจดั งานเล้ียงตามความพอใจ
• การเขา้ สุนัต
เกีย่ วกบั การเข้าสนุ ตั ได้มีผู้ให้ขอ้ มลู ไวด้ ังน้ี... นายทดั ศรีอนุ่ อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 87 ม.2 “การเข้า
สุนัต คือ การขลิบปลายอวัยวะเพศชาย สมัยก่อนเมื่ออายุประมาณ 10 ปี คนอิสลาม (ผู้ชาย) ทุกคนต้องเข้า
สนุ ตั แตป่ จั จบุ นั เขา้ สุนตั ตอนอายยุ ังนอ้ ยเพราะแผลจะหายเร็วกว่าตอนท่อี ายุมาก”
วธิ กี ารเขา้ สุนัต
• การทำตายาย (โตะ๊ หมอเถา้ )
นายอุบล เทศนอก อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 75 ม.2 กลา่ วถึงการทำตายายวา่ ...“ข้ึน 3 คำ่ เดอื น 6 หรือ
6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี คนเฒ่าคนแก่เขาจะทำตายายกัน ที่เขาทำกันวันนี้เพราะว่ามันครบรอบ 1 ปี ที่เขา
นัดกนั ไว้ ถา้ หากใครไม่ทำก็ไมเ่ ป็นไรท่ีเขาทำเพราะรำลึกถึงบรรพบุรุษทล่ี ่วงลบั ไปแล้ว”
ซึ่งเหมือนกับคำบอกเล่าของ นายทัด ศรีอุ่น เช่นเดียวกับนายตะเก็น จิตรหลัง ที่บอกว่า...“ธรรมดา แต่
โบราณหลายชั่วอายุคน รำลึกถึงปู่ ย่า ตา ยาย ที่ล่วงลับไปแล้ว นิยมทำกันในเดือน 6 ขึ้น 3 ค่ำ (มิถุนายน)
เพื่อให้ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ล่วงลับไปแล้วช่วยคุ้มครองลูกหลาน และให้สิ่งที่ดีเข้ามาใยชีวิต และแคล้วคลาดจาก
ภัยอนั ตรายตา่ งๆ”
และเหมือนกับข้อมูลของนายสัน บ่นหา ที่บอกว่า....“การทำพิธีตั้งตา-ยาย บางบ้านอาจจะมีความ
แตกตา่ งไปบ้างเล็กน้อยแต่ที่สำคัญคือทำกันในเดือน 6 ประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่บ้านชายดำ และ
นำอาหารคาวหวานมาด้วย ตา-ยาย ที่ชายดำนับถือ มีชื่อว่า โต๊ะยาบั้งสากับโต๊ะแส่หวาหลี ซึ่งเป็นตา-ยาย

มลู นธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

20

ฝา่ ยพ่อของชายดำ เม่ือกอ่ นพอ่ ของชายดำเปน็ คนทำพิธีและก่อนหนา้ จากนัน้ ก็มีบรรพบรุ ุษทำมาก่อน ทำเพ่ือ
ขอให้วิญญาณบรรพบรุ ษุ ช่วยคุม้ ครองรักษา ทำใหก้ ารทำมาหากนิ ได้ดี ปราศจากโรคภยั ไขเ้ จบ็ อยู่เยน็ เป็นสุข
ตลอดป”ี

• วนั ออกบวช หรือ วันฮารีรายอ (ลอี ดิ ลิ ฟิตร)ี
นายคำสิน เทศนอก อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 2 ม.3 และนายสุนทร เทศนอก ได้ให้ข้อมูลคล้ายกัน
เก่ยี วกับวนั ฮารีรายอ ดงั น้.ี ...“เป็นวันออกบวชและเป็นวันอีด (วันรน่ื เรงิ )ก่อนถงึ วันฮารีรายอมีการฆ่าวัวควาย
เพื่อมาทอาหารร่วมทำบุญกันที่มัสยิด กล่าวดุอาห์ขอพรในคืนนั้นก่อนจะถึงวันอีดครอบครัวมุสลิมทุกคน
จะต้องส่งข้าวสาร (สารตะ) เป็นความจำเปน็ ของครอบครัวมสุ ลิมทุกครอบครัว จึงทำให้คนที่อาศัย-ทำงานอยู่
ขา้ งนอกตอ้ งกลับมาบ้าน (ถา้ ไมไ่ ด้ส่งเกิดเหตุขดั ข้องค่อยชดใช้ในปีต่อไป) พอตอนรงุ่ เช้าซึ่งเปน็ วนั อีด (ฮารีรา
ยอฟิตรี)ชาวมุสลิมทุกคนรวมถึงเด็กจะแต่งตัวสวยงามด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันตามแบบของมุสลิมและนำขนม
พ้ืนบา้ นทท่ี ำไว้ก่อนวนั อีดประมาณ 2-5 วันมารว่ มกนทำบุญทม่ี ัสยิด มีการร่วมละหมาดและสอนศาสนาและ
ให้เห็นความสำคัญของวันอีด มีการขอ มะอัฟ (ขอโทษ) ซึ่งกันและกัน ผู้ที่มีเงินก็มีการ ซาดากะ(ทำทาน)
ให้กับเด็ก คนแก่ คนพิการ พอเสร็จพิธีจากมัสยิดแล้วก็มีการเยี่ยมญาติ สำหรับในเกาะบางคนก็ขี่รถเยี่ยม
ญาติในเกาะ บางคนก็ออกนอกเพื่อเดินทางเยี่ยมญาติข้างนอกในบางครัง้ จะมีการจัดการละเล่นของเยาวชน
และแสดงเก่ียวกบั เรื่องศาสนาเป็นการจัดเวทีบ้าง กลางลานบา้ ง แล้วแต่ทางกรรมการมัสยิดและผู้นำศาสนา
จะลงความเห็น”
ฮารีรายอออกบวช เมื่อถึงบวชแลว้ ครบวันก็จะดูเดือน เมื่อเห็นเดือนแล้วก็จะออกบวช หรือเมื่อทาง
จุฬามนตรีประกาศทางโทรทัศน์ เมื่อได้รับรู้แลว้ ก็จะตักเบียะ รุ่งเช้าก็จะมีการออกบวชและก็ทำพิธีละหมาด
อิดิลฟริตรี ประมาณ 8 โมงกว่าๆหลังจากนั้นมกี ารทำนุรี ไปเยี่ยมกุโบ มีเวลาประมาณ 3 วันในการไปพบปะ
สังสรรค์พี่น้อง ฮารีรายอออกบวช 3 ปีจะเลื่อนครั้ง 3 เดือน 10 วัน จะเป็นฮารีรายออิดิลอัดฎาฮาร์ จะทำรุ
กน ฮจั ยหี ์ที่มะกะห์ คนท่ีทำฮจั ยีห์ไมไ่ ด้ต้องไปละหมาดท่ีมัสยิดเวลา 9 โมง เมอื่ ละหมาดเสร็จก็ทำนุรี เย่ียมกุ
โบ มรี ะยะเวลา 9 วันในการเยยี่ มญาติพนี่ อ้ ง...
• การทำสะเดาะเคราะห์ทบี่ า้ น
นางทองอยู่ เทศนอก ได้ใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับการทำสะเดาะเคราะหบ์ ้าน ซง่ึ เหมอื นกับนายองอาจ ดังนี้
...“การสะเดาะเคราะห์ที่บ้าน เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณว่า การสะเดาะเคราะห์จะทำให้บ้านสงบสุข
ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นภายในบ้านและทุกคนที่อยู่ภายในบ้านจะรดน้ำมนต์ที่เขาทำให้เพื่อที่จะให้ส่ิ งเลวร้าย
ออกไปจากบ้าน”
นายทดั ศรีอุ่น อายุ 76 ปี ได้เล่าถึงสาเหตทุ ่ีตอ้ งทำสะเดาะเคราะห์บ้านเม่ือมเี หตกุ ารณด์ งั ต่อไปนี้
1. ต้อทำรงั บนบา้ น
2. ตวั เห้ยี เขา้ ใต้ถนุ หรอื เขา้ ในบา้ น
3. ไก่ผสมพันธก์ุ นั บนบ้าน
4. นกฮกู เกาะหลงั คา

มูลนิธอิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

21

5. คนนอกทีไ่ มใ่ ช่ญาตมิ อี ะไรกนั ในบา้ น
ทั้งนี้ตรงกับข้อมูลของนายองอาจ ภัทรดำรงเกียรติ ที่กล่าวถึงการสะเดาะเคราะห์บ้านเมื่อมี
ตัวเงินตวั ทองเขา้ บ้าน โดยเช่อื วา่ หากตวั เงินตัวทอง(ตวั เห้ยี หรือแลน)เข้าบ้านจะนำสิ่งท่ีไม่ดีเข้ามา หรือจะนำ
ความโชคร้ายเข้ามา จึงมีการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ และของที่ใช้ในการสะเดาะเคราะห์มี ข้าวเหนียว/ข้าว
จา้ ว ข้าวตอกดอกไม้ ข้าวแดง/ขา้ วขาว กล้วย อ้อย งา หมากและพลอู ย่างละ 9 คำ ซึ่งแตกต่างจากขอ้ มูลของ
นายทัด ศรีอุ่น ที่กล่าวถึงของที่ใช้ในการสะเดาะเคราะห์ไว้ว่า... จะใช้ใบเตยทำเป็นรูปถ้วยกลัดด้วย
ก้านมะพร้าวไว้สำหรับใส่ของคาว-หวาน และของที่ตั้งถวายมีขนมโค ยำดิบ ยำสุก ข้าวเหนียว ข้าวจ้าว ตอก
ดอกไม้ มะพร้าว ธปู เทยี น ....
นอกจากนี้นายทัด ศรีอุ่น ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า... ปัจจุบันการสะเดาะเคราะห์บ้านทำน้อยลง มี
บ้างที่ทำกันอยู่ สาเหตุที่ทำกันน้อยลงเนื่องจากคนเริ่มเรียนศาสนากันมากขึ้น หลักศาสนาเน้นการนับถือ
เฉพาะองค์อัลเลาะห์องค์เดียว ต่างจากสมัยก่อนที่คนไม่รู้เรื่องศาสนา อาศัยความเชื่อ ดังนั้นจึงมีการทำ
สะเดาะเคราะห์บา้ นกนั มาก
• การทำขวญั ขา้ ว
นางบัว จิตรหลัง ได้บอกเล่าความเป็นมาของการทำขวัญข้าว ดังนี้... “แม่ขวัญข้าวนั่งอยู่ในยุ้งฉาง
และมีลกู ชายเจ้าของยุ้งฉางคอยพาข้าวพานำ้ ไปให้แม่ขวัญข้าวทุกวนั จนแม่ของผู้ชายคนน้ันสงสัยได้ไปดูและ
เห็นว่าแม่ขวัญข้าวนั่งอยู่ในยุ้งฉางก็นึกว่าเป็นชู้ของลูกชายเลยหาไม้ไปตีแม่ขวัญข้าวจนแม่ขวัญข้าวเสียใจ
และรงุ่ เช้าของวนั ตอ่ มาเขาก็ไปดใู นยงุ้ ฉางก็ไมพ่ บแม่ขวัญข้าวและขา้ วแล้วจนในปัจจุบันก็ต้องเก็บข้าวเอง
พิธีเรียกขวญั ขา้ ว เขาจะพาจงแลกข้าวแล้วใสแ่ กะ จากนั้นเขาก็เกบ็ ข้าวแล้วผกู รวงขา้ วเก็บข้าว มา 9
รวง แล้วผูกใส่จงที่นำมาจากนั้นก็รวมมา 3 กอง ผูกจุกแล้ววน 3 ครั้ง และพาจงนั้นกลับในระหว่างทางเม่ือ
เจอใครก็จะไม่พดู ดว้ ยจนกวา่ จะถึงบา้ นแลว้ วางจงจงึ จะพดู ได้

การบริการพนื้ ฐาน
การคมนาคม
- ถนนสายหลักระหว่างหมูบ่ ้าน การสญั จร ส่วนใหญ่เปน็ ถนนคอนกรีตสายเลก็ ๆ และมีถนนสายรอบ

เกาะทสี่ ะดวกและไดม้ าตรฐานของกรมทางหลวงชนบท
- การคมนาคมระหวา่ งตำบลเกาะสุกรใกล้เคยี งหรอื อำเภอตอ้ งใชเ้ รอื ขา้ มฝงั่ ในการเดินทาง
แหล่งนำ้
- ลำน้ำเล็กๆและลำหว้ ย 3 สาย
- บึงหรอื หนอง 1 แหง่
- บอ่ นำ้ ตนื้ 300 บ่อ
- บ่อโยก (บ่อบาดาล) 4 แห่ง
- บอ่ บาดาล 2 แห่ง

มลู นธิ ิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

22

ทรพั ยากรธรรมชาติในพนื้ ท่ี
- ปา่ ชายเลน สถานท่ที ่องเทย่ี วตา่ งๆเช่น เกาะต่างๆ ชายหาด ริมฝัง่ ทะเลโดยรอบ
- แหลง่ น้ำ ได้แก่ นำ้ ผุด ม. 1 นำ้ ซบั ใต้ดนิ ม.1 บ่อหิน 3 แห่ง ม.1
- พรุตำเสา
- ถำ้ ไดแ้ ก่ ถ้ำตำเสา ถา้ ข้าหลวง ถ้ำคา้ งคาว ถำ้ หวั เขาตกน้ำ ถ้ำหาดทรายยาว
- อู่ตอ่ เรือสำเภา อย่ทู บ่ี ริเวณบ้านนายสมปอง สานุรักษ์
ส่งิ ศักด์สิ ทิ ธิ์
ได้แก่ ทวดโตะ๊ เกาะหมู ทวดแหลมจีน ทวดแมง็ ทวดนะฉาว ทวดลเิ ลียบ ที่ต้ังทับทำรงั นกเปลวโต๊ะบู
ความปลอดภยั ในชวี ิตและทรัพยส์ นิ
- ป้อมยามสายตรวจ ตำบลเกาะสุกร 1 แหง่
- อาสาสมัครปอ้ งกนั ภยั ฝ่ายพลเรือน
- อาสาสมคั รสาธารณสขุ (อสม.)
การสือ่ สารและโทรคมนาคม
- ที่ทำการไปรษณีย์ตำบล 1 แหง่
- โทรทัศน์ อินเตอร์เนต็
การไฟฟา้
ตำบลเกาะสกุ รมีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงทั้ง 4 หมบู่ ้าน

ระบบเศรษฐกจิ
โครงสรา้ งทางเศรษฐกจิ
ภายในเกาะสุกรมกี ารประกอบอาชีพที่หลากหลาย ท้ังในเรือ่ งเกษตรกรรม ทำสวนยางพาราและการ
ประมงพื้นบ้าน โดยครัวเรือนภายในเกาะสุกรจะมีการประกอบอาชีพแบบอย่างใดอย่างหนึ่ง

ประกอบ อาชีพคู่ขนานหรือประกอบอาชีพคู่กับอาชีพอื่นๆ เข่น ขายของชำและปลูกยางพารา หรือทำ
เกษตรกรรมและ ประมงพื้นบ้าน เป็นต้น โดยมรี ายละเอียด ดังต่อไปนี้

เกษตรกรรม
การประกอบอาชีพของประชาชนภายในเกาะสุกรประกอบอาชีพเกษตรทางด้านการทำสวน
ยางพารา ทำนา และการปลูกแตงโม โดยประชาชนภายในเกาะสกุ รทางฝ่งั หมู่ที่ ๒ (บา้ นแหลม) และหมทู่ ี่ ๓
(บ้านทุ่ง) จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมทางด้านปลูกแตงโมและการปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก แต่ก็มี
ประชาชนส่วนใหญ่ ภายในเกาะสุกรได้ทำการเกษตรสวนยางพารา โดยมกี ารซื้อขายผลผลติ จากตน้ ยางพารา
ลกั ษณะ คอื ขายน้ำ ยางพาราสดและขายยางแผ่นดิบ ซึ่งในเกาะสุกรส่วนใหญจ่ ะมีการซ้ือขายยางพาราแผ่น
ดิบมากกว่า ขาย ยางพาราสด เน่ืองจากภายในเกาะสุกรมีพ่อคา้ คนกลางในการรับซอื้ แผ่นยางพารา และการ
ทำแผน่ ยางพารา จะไดจ้ ำนวนราคาท่มี ากกวา่ และไมต่ อ้ งนำไปขายบนฝั่งดว้ ยตวั เอง

มลู นิธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

23

การประมง
ประชาชนบนเกาะสุกรมีการอาชีพประมงพื้นบ้านเป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งจะเน้น
ใน การใช้วัสดุอุปกรณ์จากภูมิปัญญาขาวบ้านที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งการประมง
ของคน ในเกาะสุกรเป็นการประมงขนาดเล็กทำเพื่อเลี้ยงชีพภายในครัวเรือน และแบ่งขายภายในชุมขน
ด้วยกนั หรอื ขายแพปลาภายในเกาะสุกรดว้ ยกันเอง
รบั จ้างทั่วไป
นอกจากอาชีพทางต้านการเกษตร ประมง ชาวบ้านบนเกาะสุกรได้มีการประกอบอาชีพเสริม
ภายหลัง จากเสร็จสิ้นจากการทำสวนยางพาราหรือการประมง โดยมีการรับจ้างทั่วไป เช่น ขับเรือโดยสาร
ขบั ซาเลง้ รบั จ้างกรีดยาง(ในกรณีทีไ่ ม่มีสวนยางเป็นของตนเอง) ซ่อมแขมเรือ ซ่อมเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า เป็นต้น
ค้าขาย
บรเิ วณบนเกาะสุกรมรี า้ นค้ากระจายเปน็ จำนวนมากตามแนวถนนหรือสัญจรหลกั ของเกาะ สกุ รหรือ
ถนนสายชมุ ชนทวั่ ไป โดยมรี ้นขายของชำ ขายผัก ผลไม้ อาหารตามสั่ง ร้านนำ้ ชา เปน็ ตนั โดยหมู่ที่ ๔ (บ้าน
หาดทรายทอง) จะเป็นแหล่งในการชุมนุมและเป็นทางผ่านของนกั ท่องเที่ยวทั่วไปจงึ ทำให้มี ร้านอาหารหรือ
ร้านขายของชำเป็นจำนวนมาก กลุ่มอาชีพและอาชีพเสริมอื่นๆ กลุ่มอาชีพเกิดจากการรวมกลุ่มของคนใน
เกาะสุกร ซ่ึงในการรวมกลุ่มมีท้งั เกิดจากการ รวมกล่มุ ของคนภายในชมุ ขนเอง และมโี ครงการเพอ่ื เป็นแรงใน
การรวมกล่มุ เรียนรภู้ ายในชุมชน เช่น กลมุ่ ผ้าบาตกิ กลมุ่ เครือ่ งแกง กลุ่มจักสาร กลุม่ ทำขนม เป็นตน้

มลู นธิ อิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลักสตู รสังคมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

24

บทที่ 2

วิเคราะห์วธิ กี ารปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ชุมชน

การฝึกภาคปฏิบัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 2 (สังคมสงเคราะห์ชุมชน) มูลนิธิอันดามัน (Save
Andaman Network-SAN) นักศึกษาได้นำแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการทางสังคมสงเคราะห์ ทักษะทาง
วิชาชีพ เครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ การบริหารจัดการทรัพยากรชุมชน และทุนทางสังคม มาประยุกต์ใช้
ในการปฏบิ ัตงิ านสังคมสงเคราะห์ชุมชน ดังนี้

1. แนวคดิ ทฤษฎี รูปแบบทางสังคมสงเคราะห์

2. หลกั การ วิธกี ารทางสังคมสงเคราะห์ ทักษะทางวิชาชีพ

3. ข้อบัญญตั อิ งคก์ ารบริหารสว่ นตำบลเกาะสกุ ร เร่อื ง การบรหิ ารจัดการขยะมูลฝอย พ.ศ. 2564

4. เครือ่ งมอื ทางสังคมสงเคราะห์

5. การบรหิ ารจดั การทรัพยากรชุมชนและทุนทางสังคม

1. การนำแนวคดิ ทฤษฎี และรูปแบบสังคมสงเคราะห์ไปประยกุ ต์ใชใ้ นหนว่ ยงาน
การนำแนวคิด ทฤษฎีและรูปแบบสังคมสงเคราะห์ไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาชุมชนการฝึก

ภาคปฏิบัติ งานสังคมสงเคราะห์ที่เกาะสุกร นักศึกษาได้นำแนวคิดทฤษฎีและรูปแบบลักษณะงานสังคม
สงเคราะหไ์ ป ประยกุ ต์ใชใ้ นการฝึกภาคปฏิบัติ ดงั ต่อไปน้ี
1.1 สังคมสงเคราะห์ชุมชน (Community Social Work)

การสังคมสงเคราะห์ชุมชนเป็นวิธีการสังคมสงเคราะห์อีกวิธีหนึ่งซึ่งใช้ปฏิบัติงานในชุมชนเป็น
กระบวนการในการกระตุ้นส่งเสรมิ ให้ชุมชนเกิดความคดิ วิเคราะห์ร่วมมือในการดำเนินงานเพือ่ ให้ชุมชนของ
เขามีสวัสดิการและบริการที่เหมาะสมทั้งนี้เนือ่ งจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสงั คมอย่างรวดเร็วดังนัน้
การจัดระเบียบชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาบุคคลกลุ่มที่อยู่ในชุมชนได้
เรียนร้กู ารอยรู่ ่วมกันทำงานรว่ มกนั และตัดสนิ ใจรว่ มกันในการนำไปสู่ความเจรญิ ก้าวหน้าของชุมชนเพื่อความ
อยู่ดกี นิ ดมี คี วามสุขและมีความปลอดภัยของประชาชนในชุมชนน้ัน

วตั ถปุ ระสงค์ของงานสังคมสงเคราะห์กลมุ่
1. เพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูสมรรถภาพช่วยให้บุคคลแต่ละคนมีอิสระในการพบปะสังสรรค์กับบคุ คล
อืน่ ให้สามารถมีชีวิตอยใู่ นสังคมไดอ้ ย่างปกตสิ ุขช่วยให้เขา้ กับบุคคลอนื่ ได้อย่างดี
2. พฒั นาความรู้สึกวา่ เปน็ ส่วนหน่ึงของสังคมการอย่คู นเดยี วไม่เปน็ ท่ีพงึ ปรารถนาต่อคนในสังคมการ
อยู่คนเดยี วจะกอ่ ให้เกิดปญั หาขนึ้ มากมายและเพื่อป้องกันมิใหบ้ ุคคลธรรมดากลายเป็นผู้มีปัญหาในสังคมโดย

มูลนิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

25

ที่นักสังคมสงเคราะห์กลุ่มชนจดั กิจกรรมให้บุคคลเหล่านี้ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ผ่อนคลายอารมณ์ตงึ
เครยี ดภายใตก้ ารดูแลแนะนำของนักสังคมสงเคราะห์ต้องรู้ถงึ สงิ่ ที่เขาต้องการและเกี่ยวข้อง

3. เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจให้แก่กลุ่มโดยให้สมาชิกในกลุ่มปรึกษาหารือกันภายในสมาชิก
ก่อนการตดั สินโดยถอื มตขิ องกลุ่มทงั้ น้เี ท่ากบั เป็นการพฒั นาการเข้ามาสว่ นร่วมของคน

4. เพิ่มความเคารพนับถือระหว่างบุคคลเพื่อสมาชิกในกลุ่มรู้จักความแตกต่างของแต่ละบุคคลตาม
หน้าที่

5. พัฒนาการยอมรับบรรยากาศของกลุม่ เพื่อให้สมาชกิ ของกลุ่มทำงานร่วมกันได้และมีความสัมพันธ์
กนั ดียิง่ ข้ึน
1.2 ทฤษฎที เ่ี ก่ียวข้อง

ทฤษฎีการมีส่วนร่วม

Cohen & Uphof (1981) การมีสว่ นร่วม หมายถึง สมาชกิ ของชุมชนต้องเข้ามามีสว่ นเก่ียวข้องใน 4
มติ ิ ได้แก่

ขั้นที่ 1 การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making) ในกระบวนการของการตัดสินใจน้ัน
ประการแรกสุดที่ต้องกระทำ คือ การกำหนดความต้องการและการจัดลำดับความสำคัญ ต่อจากนั้นก็เลือก
นโยบายและประชาชนที่เกี่ยวข้อง การตัดสินใจนี้เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องดำเนนิ การไปเรื่อยๆ ตั้งแต่
การตัดสินใจในช่วงเริ่มต้น การตัดสินใจในช่วงดำเนินการวางแผน และการตัดสินใจในช่วงการปฏิบัติตาม
แผนทว่ี างไว้

ขั้นที่ 2 การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน (Implementation) ในส่วนที่เป็นองค์ประกอบของการ
ดำเนินงานโครงการนั้นได้มาจากคำถามว่าใครจะทำประโยชน์ให้แก่โครงการไ ด้บ้างและจะทำประโยชน์ได้
โดยวิธีใด เช่น การช่วยเหลือด้านทรัพยากร การบริหารการงานและการประสานงานและการขอความ
ช่วยเหลือ เป็นต้น

ขั้นที่ 3 การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefits) ในส่วนที่เกี่ยวกับผลประโยชน์นอกจาก
ความสำคัญของผลประโยชน์ในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพแล้ว ยังจะต้องพิจารณาถึงการกระจาย
ผลประโยชน์ภายในกลุม่ ด้วย ผลประโยชน์ของโครงการนี้รวมทั้งผลทีเ่ ป็นประโยชน์ทางบวกและผลที่เกิดขนึ้
ในทางลบที่เป็นผลเสยี ของโครงการ ซ่งึ จะเป็นประโยชนแ์ ละเป็นโทษตอ่ บคุ คลและสังคมด้วย

ขั้นที่ 4 การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) การมีส่วนร่วมในการประเมิน ผลนั้นส่ิง
สำคัญจะต้องสังเกต คือ ความเห็น (Views) ความชอบ (Preferences) และความคาดหวัง (Expectation)
ซ่ึงมอี ทิ ธิพลสามารถแปรเปล่ียนพฤติกรรมของบคุ คลในกลมุ่ ตา่ งๆ ได้

มลู นธิ อิ ันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

26

แนวคดิ เกยี่ วกบั การมีส่วนร่วม
ปรัชญา เวสารชั ช์ (2528, หน้า 5) ได้นิยามความหมายของการมีส่วนร่วมว่า เปน็ การท่ีประชาชนเข้า
มาเกี่ยวข้องโดยการใช้ความพยายาม หรือทรัพยากรในส่วนของตนต่อกิจกรรมซึ่งมุ่งสู่การพัฒนาชุมชน โดย
การมีส่วนร่วมตอ้ งมอี งค์ประกอบดงั นี้
1. ประชาชนเขา้ เกี่ยวขอ้ งในกจิ กรรมการพฒั นา
2. ผ้เู ขา้ รว่ มไดใ้ ช้ความพยายามบางอย่างส่วนตัว เช่น ความคดิ ความรู้ ความสามารถ
แรงงาน หรอื ทรพั ยากรบางอย่าง เช่น เงินและวัสดุในกิจกรรมพฒั นา
วรรณิการ์ ภูมวิ งศ์พทิ ักษ์ (2540, หน้า 12) ไดใ้ หค้ วามหมายของการมสี ว่ นรว่ มไวด้ งั น้ี การมสี ว่ นร่วม
ของประชาชน หมายถงึ กระบวนการที่ให้ประชาชน ไมว่ ่าจะเป็นปัจเจกบุคคลหรือกลุ่มคนที่เห็นพ้องต้องกัน
เข้ามามสี ว่ นร่วมรับผิดชอบในการดำเนนิ งาน โดยการรว่ มคดิ ร่วมลงมอื ปฏบิ ัติ ร่วมแบ่งปนั ผลประโยชน์ และ
รว่ มในการตดิ ตามประเมินผล

แนวคดิ และทฤษฎีเกยี่ วกบั การคดั แยกขยะ

แบนกา (Banga, 2011) ศึกษาเรื่อง ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติในการคัดแยกขยะและการรี
ไซเคลิ ขยะในครัวเรอื น กรณขี องเมอื งกมั ปาลา ประเทศยูกันดา โดยการสำรวจ กลุ่มตวั อย่างทใ่ี ช้ในการศึกษา
จำนวน500 ครวั เรอื นจากเมอื งกัมปาลา ผลการวิจยั ช้ีใหเ้ หน็ วา่ ถึงแมว้ า่ ประชาชนจะตระหนกั ถึงแนวทางการ
แยกขยะและการรไี ซเคิลขยะ แต่พวกเขาไม่ได้มีสว่ นร่วมในการกระทำดังกล่าว ผลการศกึ ษาพบว่าการมีส่วน
รว่ มในกจิ กรรมการแยกขยะมูลฝอยข้ึนอยู่กับระดบั ความตระหนักในกิจกรรมการรีไซเคลิ ขยะในพ้ืนที่ รายได้
ของครัวเรือน ระดับการศึกษาและเพศ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการรี
ไซเคิลเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการส่งเสริมทัศนคติทางบวกต่อกิจกรรมการแยกขยะมูลฝอย ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่มี
ประสทิ ธิภาพมากท่ีสดุ ซึ่งถูกระบโุ ดยครวั เรือน ก็คอื การกำหนดนโยบายของรฐั และหนว่ ยงานในเมือง ให้เพิ่ม
อัตราการมีส่วนร่วมของในกิจกรรมการคัดแยกขยะและก็สนับสนุนให้พวกเขามีส่วนร่วมในกิจกรรมการรี
ไซเคลิ ขยะ ในการจดั หาศนู ยร์ วบรวมขยะรไี ซเคิลทเี่ ขา้ ถงึ ไดง้ ่ายในพ้ืนที่ที่อยู่อาศยั ทั้งหมดในเมืองกัมปาลา

การคัดแยกขยะของชาวบ้านที่มีคุณภาพที่สุด คือการคักแยกขยะที่เกิดขึ้นภายในครัวเรือนของ
ตนเอง จึงทำให้บริเวณชาดหาดของเกาะสุกรเต็มไปด้วยขยะ และจะมีขยะเพิ่มมากยิ่งขึ้นในช่วงที่มีมรสุม
ทะเล ซึ่งเป็นขยะที่ลอยมากับน้ำมาติดบริเวณชายหาด เนื่องจากชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่มีใครเป็น
เจ้าของ จึงไม่มีใครจัดการเรื่องขยะทะเล แต่หากมีการกำหนดนโยบายของหน่วยงานรัฐ (อบต.) หรือการ
กำหนดนโยบายของกลุ่มแกนนำในเรื่องการจัดการขยะและการคัดแยกขยะ หรือเกิดการตระหนักสร้าง
แรงจูงใจให้กับคนในชุมชนเพื่อให้เห็นคุณค่าของขยะ และการคัดแยกขยะ ที่สำคัญคือการนำเอาขยะออก
จากเกาะดว้ ยวธิ ที ี่ถกู ต้องและได้ประโยชน์ตอ่ ไป

มลู นิธิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

27

2. การนำหลกั การและวธิ ีการทางสังคมสงเคราะหไ์ ปประยุกต์ใชใ้ นหนว่ ยงาน

2.1 หลกั การวชิ าชีพทางสงั คมสงเคราะห์
1. หลกั การปัจเจกบคุ คล (Individualization)
หลกั การปัจเจกบุคคล (Individualization) หมายถึง ลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณข์ องบุคคลแต่ละ

คน ซึ่งมีความแตกต่างกันทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู ประสบการณ์
ชวี ิต

2. หลกั การยอมรับ
หลักการยอมรับ หมายถึง การยอมรับวา่ ทกุ คนเป็นมนษุ ย์คนหนึง่ ท่มี คี ณุ คา่ และมศี ักดศ์ิ รที ีเ่ ท่าเทียม
กัน โดยเขา้ ใจในการกระทำและทา่ ทางที่ทกุ คนแสดงออกมาอย่างไมม่ ีอคติ

3. หลกั การตระหนักในตนเอง
หลักการตระหนักในตนเองมนุษย์ทุกคนมีลักษณะเฉพาะตัวมีความแต กต่างกันทั้งในด้านรูปร่าง
หน้าตาลักษณะท่าทาอุปนิสัยนิสัยใจคอความรู้สึกทางด้านจิตใจการแสดงออกนักสังคมสงเคราะห์ควรพึง
ระลึกอยู่เสมอในการปฏิบัติงานว่าตนคือนักสังคมสงเคราะห์ควรแยกแยะให้ออกระหว่างเรื่องงานกับเรื่อง
ส่วนตัวนกั ศึกษาไดย้ ึดหลักการนี้ในการปฏิบตั ิงานว่าควรจะแยกแยะไมค่ วรเอาเรื่องสว่ นตัวมาปนกับเร่ืองงาน
และทำงานทไี่ ดร้ บั มอบหมายอย่างเต็มที่

4. หลักการมีส่วนร่วม
หมายถึง การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือหรือทำงานร่วมกันโดยนักสังคมสงเคราะห์จะอยู่ข้างๆ
ผู้ใช้บริการเพื่อให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่ายังมีคนอยู่ข้างๆเขาทำให้เขามีส่วนร่วมในการหาทางออกของปัญหาน้ัน
จากการทน่ี ักศึกษาไดย้ ึดหลักการน้ใี นการทำกิจกรรมท้งั ในหน่วยงานและการจดั โครงการของนักศกึ ษาเองทำ
ใหผ้ ใู้ ชบ้ รกิ ารเกิดความตระหนกั ในการมีสว่ นรว่ มสง่ ผลใหก้ จิ กรรมบรรลุตามวตั ถุประสงค์ท่ีวางไว้
5. หลกั การเสรมิ สรา้ งพลังอำนาจ
เป็นการเสริมสร้างพลังอำนาจให้กับตนเองและผู้อื่นไปในทิศที่ดีขึ้น เสริมสร้างพลังอำนาจให้กับ
เพื่อนร่วมงาน ให้รู้สึกว่าทุกคนมีคุณค่าในตนเอง มีศักยภาพในการทำงาน อีกทั้งยังมีการเสริมพลังอำนาจ
ใหก้ บั ตนเอง เพือ่ ให้ตนเองเกดิ ความมนั่ ใจ

6.หลักการตดั สินใจดว้ ยตวั เอง

หลักการตัดสินใจดว้ ยตนเองผูใ้ ช้บริการมีสทิ ธทิ ี่จะเลือกแนวทางในการดำเนินชีวิตหรือแนวทางการ
แก้ไขปญั หาไดด้ ว้ ยตนเองนกั สังคมสงเคราะหม์ หี น้าที่เพยี งแนะนำปัญหาและสร้างทางเลือกหลายทางเลือกให้
ผู้ใช้บรกิ ารได้ตดั สนิ ใจดว้ ยตนเองโดยจะสะท้อนปัญหาของผู้ให้บรกิ ารและทำให้ผู้ใช้บริการสามารถจัดการกับ
ปญั หาของตนเองไดน้ กั ศึกษาไดย้ ดึ หลกั วา่ ผใู้ หบ้ ริการมสี ิทธิทีจ่ ะเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยตวั เอง
2.2 จรรยาบรรณแหง่ วชิ าชพี สังคมสงเคราะห์

มูลนิธิอันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

28

จรรยาบรรณแห่งวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ แบ่งเปน็ 6 องคป์ ระกอบ ดังน้ี
1.จรรยาบรรณต่อตนเอง
ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะนักวิชาชีพและ
ปฏิบตั หิ น้าทด่ี ว้ ยความซื่อสัตย์ เสยี สละ มคี ณุ ธรรม ประพฤติตนอยู่ในกรอบวัฒนธรรมและบริบทท่ีเหมาะสม
ตลอดจนเพ่มิ พนู ความรแู้ ละทักษะอยู่เสมอ
1.1 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงประพฤติปฏิบัติตนในกรอบวัฒนธรรมและบริบทที่
เหมาะสมละเว้นความประพฤตทิ จี่ ะก่อใหเ้ กดิ ความเส่ือมเสยี ต่อตนเองและวชิ าชีพ
1.2 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงพัฒนาตนเองให้มีความรู้ทักษะความเชี่ยวชาญและมี
ทศั นคตทิ ี่ดใี นการปฏบิ ตั ิงานอยเู่ สมอ
1.3 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยความ
รับผิดชอบซือ่ สัตยแ์ ละเสยี สละ
2.จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงยึดมั่นในหลักวิชาการทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รักษา
เกยี รติภมู ิและส่งเสริมวชิ าชพี ให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
2.1 ผปู้ ระกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงปฏิบัติงานโดยยึดความถูกต้องตามหลักวิชาการด้านสังคม
สงเคราะหแ์ ละศาสตรท์ ่ีเก่ียวขอ้ งโดยคำนงึ ถงึ มาตรฐานการปฏิบตั งิ านของวชิ าชีพสงั คมสงเคราะห์
2.2 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงรักษาเกียรติภูมิแห่งวิชาชีพไม่นำวิชาชีพไปแสวงหา
ประโยชน์เพื่อตนเองโดยมิชอบด้วยกฎหมายและกระทำในลักษณะที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ
สงั คมสงเคราะห์
2.3 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงมีความรู้ความสามารถในการจัดการความรู้เพื่อยกระดับ
ไปสู่งานวิชาการหรืองานวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ ใช้บริการและความก้าวหน้าในวิชาชีพสังคม
สงเคราะห์
2.4 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการสอนงานการนิเทศงาน
และการศกึ ษาสงั คมสงเคราะห์
3.จรรยาบรรณตอ่ ผใู้ ช้บริการ (บคุ คลกลุ่มชมุ ชน)
ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้บริการโดยเคารพในศักดิ์ศรีและ
คุณค่าของความเป็นมนุษย์-สิทธิความเป็นส่วนตัวรักษาความลับของผู้ใช้บริการยึดหลักการมีส่วนร่วมและ
รักษาสัมพันธภาพทางวิชาชีพรวมทั้งให้ความสำคัญต่อผู้ที่มีความต้องการเป็นพิเศษทั้งนี้หมายรวมถึงการ
พทิ กั ษค์ มุ้ ครองและพัฒนาความเป็นอยู่ท่ดี ขี องบคุ คลกลุม่ ชุมชน
3.1 ผปู้ ระกอบวิชาชพี สังคมสงเคราะห์ฟังเคารพในศักด์ิศรีและคุณคา่ ของความเปน็ มนษุ ย์ปฏิบัติงาน
โดยคำนงึ ถึงความแตกต่างหลากหลายของปจั เจกบคุ คลโดยปราศจากอคติทัง้ ปวง

มลู นธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สตู รสังคมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ัณฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

29

3.2 ผู้ประกอบวิชาชีพสงั คมสงเคราะห์ฟังยึดหลักการทำงานเพือ่ เสริมพลงั อำนาจของผู้ใช้บริการให้
เกิดความเข้มแข็งเชื่อมั่นและเห็นคุณค่าในตนเองสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้พิทักษ์สิทธิของตนเองกลุ่ม
ชุมชน

3.3 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงยึดหลักการทำงานอย่างมีส่วนร่วมเชื่อในศักยภาพเคารพ
สิทธิในการตัดสนิ ใจด้วยตนเองของผใู้ ช้บรกิ ารโดยยึดถือประโยชน์สงู สดุ ของผูใ้ ชบ้ รกิ ารเป็นสำคญั

3.4 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงรักษาความลับของผู้ใช้บริการและไม่นำข้อมูลไปสื่อสาร
หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ใช้บริการและ / หรือผู้เกี่ยวข้องเว้นแต่การเปิดเผย
ข้อมูลเพ่ือประโยชน์ของผู้ใช้บริการและการรักษาไว้ซ่ึงสวัสดิภาพความปลอดภัยของชวี ิตซ่ึงต้องกระทำอย่าง
ระมดั ระวัง

3.5 ผู้ประกอบวชิ าชีพสังคมสงเคราะห์พึงรักษาสมั พันธภาพทางวิชาชีพตลอดกระบวนการให้บริการ
กับผู้ใช้บริการครอบครัวกลุ่ม-ชุมชน

3.6 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงถือเป็นความรับผิดชอบในการพิทักษ์คุ้มครองและพัฒนา
ความเปน็ อยูท่ ด่ี ขี องบุคคลกลุ่มและชมุ ชน

4.จรรยาบรรณตอ่ ผูร้ ่วมวชิ าชพี และผู้ร่วมงานในวชิ าชพี อนื่
ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงเคารพให้เกียรติสนับสนุนความร่วมมือในการทำงานเป็น
เครือขา่ ยรว่ มขบั เคล่อื นการปฏิบัตงิ านทเี่ ป็นประโยชนต์ อ่ ผใู้ ชบ้ รกิ ารและวชิ าชีพ
4.1 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์จงึ ใหเ้ กียรตเิ คารพในสิทธหิ นา้ ที่และขอบเขตความรับผิดชอบ
ของผรู้ ว่ มวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์และผรู้ ว่ มงานในวชิ าชีพอ่ืน
4.2 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์พึงร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปฏิบัติ
ภารกิจเพื่อให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุดตอ่ ผู้ใช้บรกิ าร
4.3 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหจ์ ึงให้ความสำคัญของการทำงานรว่ มกบั ผู้รว่ มวชิ าชีพเดียวกัน
และกับผู้รว่ มงานในสาขาวชิ าชีพอ่ืน ๆ ท้งั ในและนอกหน่วยงาน
4.4 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี สังคมสงเคราะห์จึงไม่สง่ เสริมไม่เพิกเฉยหรือปกป้องการประพฤตผิ ิดของผู้ร่วม
วชิ าชีพและผู้รว่ มงานในวิชาชพี อืน่ เพื่อผลประโยชนแ์ ห่งตนหรือผ้กู ระทำการนน้ั ๆ
4.5 ผ้ปู ระกอบวชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ฟังเคารพในสิทธิการเปน็ เจ้าของงานและผลงานโดยไม่ทำงาน
และผลงานของผู้อนื่ ไปแอบอ้างวา่ เป็นของตน
5.จรรยาบรรณต่อองค์กรท่ีสังกดั
ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงส่งเสริมรักษาและพัฒนาองค์กรเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อ
ผูใ้ ช้บริการรวมทง้ั มคี วามรับผิดชอบต่อองคก์ รท่ีตนสังกัด
5.1 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ฟ้ามีส่วนร่วมในการเสริมปรับปรุงพัฒนาการให้ดำเนิน
นโยบายแนวทางปฏิบัติงานที่คำนึงถึงความเป็นธรรมผลประโยชน์สูงสุดและการพิทักษ์สิทธิของผู้ใช้บริการ
เป็นสำคญั

มูลนิธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

30

5.2 ผ้ปู ระกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงใช้ทรัพยากรขององค์กรดว้ ยความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์
สูงสุด

5.3 ผปู้ ระกอบวชิ าชพี สังคมสงเคราะห์จงึ ส่งเสริมสรา้ งบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการทำงานท่ี
เปน็ มติ ร

5.4 ผู้ประกอบวิชาชพี สังคมสงเคราะห์พงึ ตระหนกั ถงึ การดำรงรักษาไว้ซ่งึ เกยี รตภิ ูมิขององค์กร
6.จรรยาบรรณต่อสังคม
ผ้ปู ระกอบวชิ าชีพสงั คมสงเคราะหจ์ ึงมีสว่ นรว่ มในการเปลย่ี นแปลงทางสังคมท่จี ะมีผลต่อการพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ และความเปน็ อยู่ท่ดี ขี องประชาชน
6.1 ผู้ประกอบวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์จงึ เขา้ ใจสถานการณ์ปัญหาและความต้องการทางสงั คมและมี
ส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายในการป้องกันแก้ไขหรือขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นใน
เชงิ ระบบนโยบายมาตรการและกลไกตา่ งๆ
6.2 ผปู้ ระกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงมสี ่วนรว่ มในการส่ือสารข้อมูลทเี่ ป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
เพอื่ สง่ เสริมสภาพแวดลอ้ มทางสงั คมชวี ิตความเปน็ อย่ทู ่ดี ีความเปน็ ธรรมทางสังคมและสนั ติสขุ ของสังคม
6.3 ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะหฟ์ ังยอมรับและเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ
สามารถอย่รู ว่ มกบั ผูอ้ น่ื ในสังคมพหวุ ฒั นธรรมได้
2.3 การนำทกั ษะท่นี ำไปประยกุ ต์ใชใ้ นการปฏิบตั ิงาน

1. ทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพ
เป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างอาจารย์
ภาคสนาม เจ้าหน้าทีในหน่วยงาน รวมไปถึงมีความจำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งใชใ้ นการลงพื้นทีศ่ ึกษาชุมชน เพื่อให้ง่าย
ตอ่ การศึกษาชุมชน ง่ายตอ่ การจัดโครงการ การมคี วามอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นมติ ร การวางตวั อย่างเหมาะสม
แต่งกายสุภาพเหมาะกับวิถกี ารปฏิบัติของชุมชน สะท้อนถึงการให้เกียรติ สิ่งเหล่านีถ้ ือว่าเปน็ การสร้างความ
ประทบั ใจแรกให้กับผู้พบเห็น ร่วมถึงความออ่ นนอ้ ม ความกระตอื รือร้นทอ่ี ยากจะเรยี นรงู้ าน

2. ทกั ษะการสัมภาษณ์
เป็นทักษะที่นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสังคมสงเคราะห์จำเป็นต้องมีทักษะการสัมภาษณ์ที่ดี เพื่อใช้ ใน
การหาข้อเท็จจริงของชุมชน ทั้งความเป็นมา เหตุการณ์ต่าง ๆที่เกิดขึ้นปัญหาที่ชุมชนกำลังเผชิญ ความ
ตอ้ งการของชุมชน เปน็ ต้น ซึง่ ควรเป็นขอ้ มลู ท่ชี ัดเจน รวมถงึ การใช้เทคนิคในการต้ังคำถาม ท่ีนำไปสู่คำตอบ
ที่ต้องการ เพื่อศึกษาหาข้อมูลชุมชน หาปัญหาและความต้องการของคนในชุมชน แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์
เพ่อื เป็นแนวทางในการจดั ทำโครงการ

มลู นธิ ิอันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลกั สตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

31

3. ทกั ษะการฟัง
นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ จะต้องมีทักษะการฟังทีดี ซึ่งทักษะการฟังเป็นทักษะอย่าง
หนึ่งของผู้สัมภาษณ์ที่จะต้องมีความอดทนและใช้สมาธิเป็นอย่างมาก จึงจะเข้าใจในข้อมูลที่ได้รับฟัง โดยไม่
พดู แทรกระหวา่ งผ้ถู กู สัมภาษณ์กำลังเล่า รวมทงั้ เขา้ ใจพฤตกิ รรมการแสดงออกของผู้ถูกสัมภาษณด์ ว้ ย

4. ทักษะการจดบนั ทกึ
การจดบันทึกเป็นการบันทึกขอ้ มลู ทส่ี ำคญั ทสี่ ุดเพราะจะทำใหไ้ มห่ ลงประเด็นหรือลืม ข้อมูลสำคัญท่ี
ได้ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ หาสาเหตุต่าง ๆ ของปัญหา และนำมาเป็นแนวทางในการ วางแผนจัดทำ
โครงการเพอื่ การพัฒนาชุมชนต่อไป โดยขณะที่ทำการสัมภาษณ์น้ันจะต้องมีการจด บันทกึ ข้อมูลที่สำคัญ แต่
ไม่ ควรจดบนั ทึกทกุ เร่ืองควรเน้นเรอื่ งทสี่ ำคัญเพราะอาจทำใหผ้ ูใ้ หข้ ้อมูลเกิดความกังวลได้

5. ทักษะดา้ นการจดั การ

ทักษะด้านการจัดการเป็นทักษะสำคัญอีกทักษะหนึ่งที่จะช่วยฝึกฝนให้นักศึกษามีความพร้อมใน
การศึกษา ใฝ่ใจที่จะศึกษาด้วยตนเอง โดยการดูแลและควบคุมของตนเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ ทักษะใน
การ จดั การในท่ีนี้ ประกอบดว้ ย การจดั การตนเอง การจัดการเวลา การจัดการส่งิ แวดล้อม

3. ข้อบญั ญตั ิองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลเกาะสกุ ร เรอ่ื ง การบรหิ ารจัดการขยะมูลฝอย พ.ศ. 2564
โดยทเี่ ป็นการสมควรตราข้อบัญญตั ิองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกรวา่ ดว้ ยการบรหิ ารจัดการขยะ

มูลฝอยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.
2546 และมาตรา 34/3 (2) แห่งพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ
บา้ นเมือง พ.ศ. 2535 ซึง่ แก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรียบร้อย
ของบา้ นเมือง (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2560 องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลเกาะสุกรโดยความเห็นชอบของสภาองค์การ
บรหิ ารสว่ นตำบลเกาะสกุ รและนายอำเภอปะเหลียนจึงตราขอ้ บัญญัติไว้ดงั ต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า“ ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกรเรื่องการบริหารจัดการ
ขยะมูลฝอย พ.ศ. 2560

ข้อ 2 ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารสว่ นตำบลเกาะสุกรตัง้ แต่วนั ถัดจากวนั ประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป

ข้อ 3 ในขอ้ บัญญัติน้ี
"มูลฝอย” หมายความว่าเศษกระดาษเศษผ้าเศษอาหารเศษสินค้าเศษวัตถุถุงพลาสติกภาชนะที่ใส่
อาหารเถ้ามลู สตั วซ์ ากสัตวห์ รือสิง่ อื่นใดที่เก็บกวาดจากถนนตลาดทีเ่ ลี้ยงสัตวห์ รือที่อ่นื และหมายความรวมถึง
มูลฝอยทเ่ี ปน็ พิษหรอื อนั ตรายจากชุมชน

มูลนิธิอนั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

32

“มูลฝอยอินทรีย์” หมายความว่ามูลฝอยที่ย่อยสลายได้ง่ายเช่นซากหรือชิ้นส่วนของพืชและสัตว์มลู
สัตว์เศษอาหารหรือมูลฝอยอน่ื ๆ ทยี่ ่อยสลายได้งา่ ย

“มูลฝอยนำกลับมาใช้ใหม่” หมายความว่ามูลฝอยที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือนำมาผลิตเป็น
ผลติ ภัณฑใ์ หม่ได้ ได้แก่ แกว้ กระดาษ โลหะ พลาสติก และวสั ดอุ น่ื ๆ

“มูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน” หมายความว่ามูลฝอยที่ปนเปื้อนหรือมีส่วนประกอบ
ของวัตถุที่อาจเป็นอันตรายหรือกระทบต่อสุขภาพอนามัยของบุคคลหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเช่น
หลอดไฟถา่ นไฟฉายแบตเตอร่กี ระป๋องหรือภาชนะอื่นใดท่ใี ช้บรรจสุ ารเคมีหรอื วัตถุท่ีอาจเปน็ อันตรายขา้ งตน้

“มลู ฝอยท่วั ไป” หมายความว่ามูลฝอยประเภทอ่ืนนอกเหนอื จากมูลฝอยอนิ ทรยี ์มูลฝอยท่ีนำกลับมา
ใชใ้ หม่หรอื มูลฝอยท่ีเป็นพิษหรอื เปน็ อันตรายจากชมุ ชน

“อาคาร” หมายความว่าตึกบ้านเรือนโรงร้านเรือแพตลาดคลังสินค้าสำนักงานหรือสิ่งปลูกสร้างอ่ืน
ๆ ซึง่ บคุ คลอาจเข้าอยหู่ รือเข้าไปใชส้ อยได้และหมายความรวมถึงอฒั จนั ทร์เขื่อนประตนู ้ำอุโมงคห์ รือป้ายตาม
กฎหมายวา่ ด้วยการควบคุมอาคารด้วย

ขอ้ 4 ใหเ้ จา้ ของหรอื ผูค้ รอบครองอาคารคดั แยกขยะมูลฝอยแต่ละประเภทดังนี้
(1) มลู ฝอยทัว่ ไป
(2) มูลฝอยอินทรีย์
(3) มูลฝอยนำกลับมาใชใ้ หม่
(4) มูลฝอยที่เป็นพษิ หรืออันตรายจากชมุ ชน

ข้อ 5 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารต้องบรรจุมูลฝอยที่คัดแยกแล้วตามข้อ 4 (1) (2) และต้อง
ดำเนนิ การกำจดั ตามประเภทของมูลฝอยเองให้ถกู สุขลกั ษณะเวน้ แต่ขอ้ 4 (4)

ข้อ 6 เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารนำถุงหรือภาชนะบรรจุมูลฝอยท่ีคัดแยกประเภทข้อ 4 (4) ไว้
แล้วท้ิงตาม วัน เวลา สถานที่องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลเกาะสุกรประกาศกำหนด

ข้อ 7 ผ้ใู ดฝ่าฝนื ข้อบญั ญตั นิ มี้ ีโทษปรับไมเ่ กินหา้ ร้อยบาท
ข้อ 4 ใหน้ ายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลเกาะสกุ รเป็นผ้รู กั ษาการตามข้อบัญญัตินี้

ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร มีข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสุกร เรื่องการ
บรหิ ารจัดการขยะมลู ฝอย พ.ศ. 2564 เพอื่ ใหม้ ีการบรหิ ารจัดการขยะมูลฝอยให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ
จะควบคุมและป้องกนั ไมใ่ ห้มีการแพร่กระจายของโรคโดยกำหนดสถานทีจ่ ัดต้งั ขอมรับขยะอันตรายดงั ต่อไป

หม่ทู ่ี 1 ณ หนา้ อาคารอเนกประสงค์หมู่ท่ี 1
หมทู่ ่ี 2 ณ หนา้ อาคารอเนกประสงคห์ มู่ที่ 2
หมู่ท่ี 3 ณ หน้าศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กหมูท่ ี่ 3

มูลนธิ ิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II) 33
หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

หม่ทู ่ี 4 ณ องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลเกาะสกุ รหมู่ท่ี 4
ทั้งน้จี ะเก็บขยะอันตรายทกุ วนั ที่ 5 ของทุกเดอื นประกาศ

4. เคร่อื งมือทางสังคมสงเคราะห์

เครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์เปน็ เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ โดยศึกษาทำ
ความเข้าใจเกี่ยวกบั บุคคล กลุ่ม ชุมชน สังคม ศึกษาเชือ่ มโยงมิติความสัมพันธต์ า่ ง ๆ ของคนในชุมชน สังคม
นั้น ๆ เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถที่จะทำงานร่วมกบั บุคคล ชุมชน สังคมนั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม ซึ่ง
ในครั้งนี้ นักศึกษาได้ใช้เครื่องมือชุมชนและเครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ในการฝึกวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
ชุมชน ดงั น้ี

มลู นิธอิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สังค

หลักสตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละส

4.1 แผนทีท่ รัพยากรชมุ ชน

มูลนธิ

คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

สงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

34

ธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

35

สง่ิ ท่ีไดเ้ รียนรู้

แผนที่ทรัพยากรชุมชนเปน็ เครือ่ งมือที่มีความสำคัญและเหมาะที่จะเป็นบันไดขัน้ แรกของการศกึ ษา
ชุมชน เพราะจะทำให้เห็นภาพรวมของชุมชนได้อย่างครบถ้วน ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือเพราะได้มาจากการ
สังเกตด้วยตนเอง การให้ข้อมูลจากบุคคลในชุมชน ทำให้เห็นกลุ่มเป้าหมายที่จะทำงานต่อได้อย่างครบคลุม
และทวั่ ถงึ

การนำมาใช้ นกั ศกึ ษานำเครอ่ื งมอื ทรัพยากรชมุ ชนมาใช้ศึกษาข้อมูลชุมชน โดยเครอื่ งมอื น้จี ะช่วยให้
นักศึกษาเห็นภาพรวมของชุมชน เห็นทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน นักศึกษาจึงนำเครื่องมือมาศึกษาดู
ทรัพยากร พื้นที่ศึกษาความสัมพันธ์และข้อมูลระบบสุขภาพของชุมชน เพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการ
ทำงานร่วมกบั ชุมชน และชุมชนสามารถนำขอ้ มูลมาใช้งานต่อไดภ้ ายหลังจากนักศึกษาถอนตวั ออกจากชุมชน
แล้ว

4.2 ปฏิทนิ ฤดูกาล

เดือน ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
กจิ กรรม

ฤดูร้อน ฤดูฝน
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจ
1. ท่องเทีย่ ว
2. วสิ าหกจิ ชุมชน
กลุ่มอาชพี
1. ประมง
2. กรีดยาง
3. คา้ ขาย
4. ทำนา
5. ปลกู แตงโม
กจิ กรรมทางวฒั นธรรม
1. กา้ ว ว่ิง กิน
แตงโม
2. เบิก ฟา้ อนั ดา
มนั
กจิ กรรมทางศาสนา

มูลนิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II) 36

หลักสตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

1. รอมาฎอน
2. อดี ฟติ รี
3. อีดอัฎฮา
4. เข้าสนุ ตั
5. พิธนี ะกะฮ์
มรสมุ ทางธรรมชาติ
1. ชว่ งมรสมุ
2. ช่วงฤดูแลง้

สิง่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้

เคร่ืองมือปฏทิ ินฤดูกาล นักศึกษาได้ทำการศึกษาเครื่องมือปฏิทินฤดูกาล โดยมงุ่ ศึกษาวิถีชีวิต ความ
เป็นอยู่ อาชีพ และกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในชุมชนตามช่วงเวลาต่าง ๆ โดยนักศึกษานำเครื่องมือปฏิทิน
ฤดูกาลมาใช้ศกึ ษาความสอดคล้องระหว่างธรรมชาติ กับการประกอบชีพของคนในชมุ ชนเกาะสุกร โดยมีการ
ประกอบอาชีพตามฤดูกาล ตลอดจนสามารถเข้าใจถงึ ประเพณี พิธีกรรมในชุมชน และการเปลี่ยนแปลงตาม
สภาพอากาศของแตล่ ะชว่ งฤดูกาล

วเิ คราะหป์ ฏิทินฤดกู าล

ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นช่วงมรสุมทางทะเล ส่งผลให้บริเวณชายหาดและ
บ้านเรือนที่ติดชายฝั่งเต็มไปด้วยขยะทะเลในช่วงมรสุมที่ลอยมากับน้ำ และยังส่งผลต่อการประกอบอาชีพ
ของชาวประมงด้วย เนื่องจากไม่สามารถออกเรือไปจับสัตว์น้ำได้ ในช่วงที่มีมรสุมทางทะเล เมื่อประกอบ
อาชีพหลักออกเรือไม่ได้ ชาวบ้านก็จะหันมากรดี ยางแทนในชว่ งฤดูร้อน หรือแล้ง และชาวบ้านบางสว่ นก็จะ
ปลกู แตงโมบริเวณชายหาดในช่วงฤดแู ล้ง

มลู นธิ อิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบัตวิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II) 37
หลกั สูตรสงั คมสงเคราะหศ์ าสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

4.3 ใยแมงมมุ ปญั หาการจดั การขยะ

สิง่ ทไ่ี ด้เรียนรู้
ใยแมงมมุ ปัญหาการจดั การขยะ นกั ศึกษาได้ทำการศกึ ษาเคร่ืองมอื ใยแมงมมุ ปัญหา ซง่ึ เปน็ เครอ่ื งมือ
ทเี่ ชื่อมโยงความสัมพนั ธข์ องปัญหากับชมุ ชน
การนำมาใช้ นักศึกษานำเครื่องมือใยแมงมุมปัญหาการจัดการขยะชุมชนเกาะสุกร มาใช้อธิบาย
ปัญหาขยะและระบบการจัดการขยะชุมชนเกาะสุกร เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการดำเนิน
โครงการรว่ มกบั ชุมชน

มลู นิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี สังค

หลักสตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละส

4.4 แผนที่ขยะทะเลชกุ ชุม

มูลนธิ

คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

สงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

38

ธิอันดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ณั ฑิต คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

39

สง่ิ ท่ไี ด้เรยี นรู้
แผนทีข่ ยะทะเลชุกชุม เป็นเครอื่ งมือทน่ี ักศึกษาเพ่ิมเติมข้ึนหลังจากลงศึกษาชุมชน เพ่ืออธิบายพ้ืนท่ี
ขยะทะเลในชุมชนเกาะสุกร เนื่องจาก ในช่วงการเกิดมรสุมจะมีขยะทะเลบริเวณชายฝั่งและบ้านเรือนริม
ชายฝงั่ มากขึ้นทำให้นกั ศึกษาวางแผนการดำเนนิ โครงการร่วมกับชุมชน
4.5 SWOT Community การจดั การขยะชมุ ชนเกาะสกุ ร

สงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้
SWOT Community การจัดการขยะชุมชนเกาะสกุ ร เป็นเครื่องมือที่นกั ศึกษาเพิ่มเติมขึ้น หลังจาก
การลงศึกษาชุมชน เนื่องจาก มีการพบ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคในการจัดทำโครงการการ
จดั การขยะทะเลเพือ่ สุขภาวะท่ดี ี ดว้ ยพลังชมุ ชนเกาะสุกร
การนำมาใช้ นักศึกษานำเครื่องมือ SWOT Community การจัดการขยะชุมชนเกาะสุกร มาศึกษา
และวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ เพื่อมุ่งเน้นให้เห็นปัญหาและโอกาสในการวางแผนการดำเนินโครงการร่วมกับ
ชมุ ชน

มูลนธิ อิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตรบ์ ัณฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

40

5. การบริหารจัดการทรพั ยากรชุมชน และทนุ ทางสังคม

การจัดการทรัพยากรในชุมชนที่ผ่านมานั้น ชุมชน สังคม เริ่มตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบ
อย่างร้ายแรงต่อสขภาวะและสิ่งแวดล้อมของโลก อันเกิดจากความก้าวหน้าและความเจริญเติบโตทาง
เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ความตระหนักในปัญหาเหล่านี้ได้นำมาสู่ความตื่นตัวของการอนุรักษ์และ
การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน อันเป็นหาทางของการอยู่รอดของมนุษยชาติ กล่าวคือ การสร้าง
ค่านิยม ความเชื่อที่สนับสนุนการใช้ การบริโภคที่ตอบสนองความต้องการของชมุ ชน สังคมอย่างสมเหตุ สม
ผล และมีประสิทธิภาพ มีการจัดการที่คำนึงถึงขีดจำกัดของระบบนิเวศวิทยา มีการอนุรักษ์ การรักษาพันธุ์
พชื และสัตว์ในท้องถนิ่ อยา่ งรู้คุณค่า เพอ่ื ดำรงความหลากหลายทางชวี ภาพโดยไม่ละลายความสำคัญกับความ
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ชุมชนตระหนักถึงขีดเพดานสูงสุด ด้านจำนวนประชากร
หรือการใช้ทรัพยากร อันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ความสามารถในการรองรับ (Carrying Capacity) ของ
ระบบนิเวศ ดังนั้น ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ รวมถึงการมีอำนาจควบคุมตัดสินใจเกี่ยวกับ
การพัฒนาใด ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ โดยความเป็นธรรม เป็นเงื่อนไข
สำคัญเพื่อให้เกิดความสมดุลของการพัฒนาในทุก ๆ มิติทั้งหมด ด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และ
สิ่งแวดล้อม เพ่อื นำไปสู่ความอยูด่ ีมีสุขของคนในชุมชนและเกิดการพฒั นาทีย่ ่ังยนื โดยการส่งเสริมให้ชุมชนมี
การคน้ หาทุนทางสังคม และนำทุนทางสังคมมาใชใ้ นการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรที่มีคุณค่าของชมุ ชนนน้ั ๆ

อเนก นาคะบุตร (2545, น.16-19, อ้างอิง ในอาทิตย์บุดดาดวง, 2554, น.23-24) ได้แบ่งทุนทาง
สังคม ออกเปน็ 5 รปู แบบ ได้แก่

1. ทุนทางสังคมรูปแบบแรก คือ จิตวิญญาณ ระบบคุณค่า สำนึกท้องถิ่น ความภาคภูมิใจที่มีต่อถิ่น
ฐานบ้านเกิด รวมเรียกว่า Spirit Capital สิ่งนี้ในสังคมไทยมีมาตลอด ความรู้สึกของคนที่รักบ้าน รักเมือง
เสียสละ และการดแู ลสบื ตอ่

2. ทุนทางสังคมรูปแบบที่สอง คื อทุนทางภูมิปัญญา ได้แก่ ความรู้ทางปัญญา และวิถีชุมชนท่ี
แสดงออกทางปัจจัยส่ี ได้แก่ อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเครื่องใช้เครื่องใช้ เครื่องไม้
เครื่องมือตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้องกบั การดำเนินชีวิต สะท้อนให้เห็นความพอดี ความพอเพยี ง

3. ทนุ ทางสังคมรูปแบบทสี่ าม คอื ทรพั ยากรมนุษย์ ทรพั ยากรบคุ คล เป็นทนุ ทีม่ อี ยใู่ นตวั มนษุ ย์ เช่น
ความรักเพื่อน ความรักศกั ด์ศิ รีความเป็นคนไทย หรอื แมก้ ระทง่ั ผู้นำทางความคดิ ผู้นำทางการเกษตร เหล่านี้
ล้วนเป็นสนิ ทรพั ย์ท่ไี ม่มวี ันหมด

4. ทุนทางสังคมรูปแบบที่ส่ี คือ ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพที่มี
อย่มู ากมาย ไมว่ า่ จะเป็นยาตา่ ง ๆ สมนุ ไพร พืชพนั ธ์ ส่ิงมชี วี ิตตา่ ง ๆ แรธ่ าตุ และผลผลติ ของธรรมชาติ ดินน้ำ

มลู นิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสังคมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปตั ตานี

41

ป่า เขา ล้วนเป็นทุนที่สำคัญ หากชุมชนค้นพบคณุ ค่าของสิ่งเหลา่ นี้ มูลค่าก็จะตามมาและไม่มีหมด เพราะใช้
เปน็ จดั การเป็น

5. ทุนโภคทรพั ย์ คือ ทุนที่ชมุ ชนไดร้ ่วมกันสรา้ ง ร่วมกันผลิตสะสมมาจากบรรพบรุ ุษ เรือกสวนไร่นา
สิ่งปลูกสร้าง เงินที่สะสม กิจกรรม โครงการต่าง ๆ ที่ทำร่วมกัน ล้วนเป็นทุนของชุมชนอยูต่ ลอดมา ไม่ว่าจะ
เปน็ กองทนุ ฌาปนกจิ ธนาคารขา่ ว กลุม่ ออมทรพั ย์ธนาคารกระบอื เป็นตน้

สรุป การบริหารทรัพยากรและการพัฒนาสภาพสังคมให้มีความสุขอย่างยั่งยืนนั้น สามารถสร้าง
ภูมคิ ุ้มกันให้ชุมชน ชุมชนสามารถพ่ิงตนเองและปรับตัวต่อกระแสการเปล่ยี นแปลงภายนอก เพื่อให้เกิดความ
สมดุลของการพัฒนาในทุกมิติ ทงั้ ทางดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม ทรพั ยากร และสงิ่ แวดล้อม เพ่อื นำไปสู่ความอยู่ดี
มีสขุ ของคนในชุมชน และเกดิ การพฒั นาทย่ี ่ังยืนดว้ ยการสง่ เสริมให้ชมุ ชนมีการค้นหาทุนทางสงั คมและนำทุน
มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีคุณค่าของชุมชนนั้น ๆ หากชุมชนสามารถนำทุนทางสังคมที่มีอยู่ใน
ชุมชนไปใช้บริหารจัดการชุมชนให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน จะทำให้
เกิดพลงั ขบั เคลอื่ นชมุ ชนในหลาย ๆ ดา้ น อาทิ ความสมั พันธ์ของคนในชุมชนอยบู่ นพื้นฐานของความไว้วางใจ
ความรัก ความสามัคคี การพึ่งพาอาศัยกนั และกัน การชว่ ยเหลือเก้ือกลู กัน จะทำให้พลังความรู้ พลงั ความคิด
และพลังปัญญา สามารถถ่ายทอดเรียนรู้ร่วมกันได้ และการรู้จักแบ่งปันของคนในชุมชนทำให้เกิดการ
กระจายทรัพยากรภายในชุมชน อนั จะชว่ ยเสริมสร้างใหช้ ุมชนมคี วามเข้มแขง็ และสมดุล ให้เกดิ ความยงั่ ยืน

มูลนิธอิ ันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสตู รสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

42

บทที่ 3

Community Review สรุปผลและถอดบทเรียนโครงการของนกั ศึกษาท่ีได้รว่ มปฏบิ ัติ
กับชมุ ชนภายใต้หน่วยงานฝึกปฏบิ ตั ิ

นกั ศกึ ษาได้จัดทำโครงการ “การจัดการขยะทะเลเพ่ือสุขภาวะที่ดี ด้วยพลงั ชุมชนเกาะสุกร” โดย
มรี ายละเอยี ดโครงการ และการถอดบทเรียนจากโครงการ ดังนี้

1. หลกั การและเหตุผล

ปญั หาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก กำลังเป็นภยั คุกคามระบบนิเวศน์ทางทะเลของโลก ทุก ๆ
ปีจะมีขยะพลาสติก 12 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่ทะเลและมหาสมุทร มีเพียง 5% ที่พบเห็นเป็นชิ้นส่วนลอยอยู่ใน
ทะเล ส่วนที่เหลือจมอยู่ใต้น้ำหรือถูกกระแสน้ำพัดไปอยูใ่ ต้ท้องมหาสมุทรท่ัวโลก โดยในปี 2562 มีหลักฐาน
การพบเศษขยะทะเลพลาสติกอยู่ที่ก้นร่องลึกก้นสมุทรมาเรียน่า (Mariana Trench) ซึ่งเป็นร่องสมุทรที่ลึก
ที่สุดในโลก ที่ระดับ 11 กิโลเมตรต่ำกว่าระดับทะเล ( รายงาน THAIHEALTH WATCH 2021 ) ขยะทะเล
เป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญระดับโลกและเป็นวิกฤติข้ามพรมแดน เนื่องจากขยะทะเล ลอยตาม
กระแสนำ้ ข้ามประเทศข้ามทวีป ซง่ึ หลายประเทศเริ่มตระหนกั และหามาตรการเพ่อื ลดปัญหาขยะทะเลอย่าง
ยั่งยืน จากผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอ พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะทะเลมากเป็นลำดับที่ 10 ของโลก
(พ.ศ. 2563) โดยจำแนกเป็นปริมาณขยะพลาสติกที่มีการจัดการไม่ถูกต้อง รวม 1.03 ล้านตัน/ปี โดยส่วน
หนึ่งเป็นขยะพลาสติกที่รั่วไหลลงสู่ทะเลประมาณ 0.41 ล้านตัน/ปี ขยะส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก คิดเป็น
12% กล่องโฟม 10% ห่ออาหาร 8% ถุงก๊อบแก๊บ 8% ขวดแก้ว 7% ขวดพลาสติก 7% และหลอดดูด 5%
ดังนั้น การจัดการปัญหาขยะทะเลในประเทศไทย ควรต้องส่งเสริมความร่วมมือและให้ความสำคัญกับ
กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำและชุมชนชายฝั่งทะเลทั่วประเทศซึ่งมีอยู่นับพันชุมชน ควบคู่ไปกับ
การอาศยั เวทีความรว่ มมอื ทงั้ ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติในการแก้ไขปัญหา

ประเทศไทยมีจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลท้ังหมด 23 จังหวัด หนึ่งในนั้นคือจังหวัดตรัง ติดฝ่ัง
ทะเลอันดามัน ทำให้มีขยะทะเลพัดเข้าสู่ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่บ้านแหลม หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะสุกร
อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นชุมชนหนึ่งบนเกาะสุกรติดชายฝั่งทะเล ส่งผลให้พบขยะทะเลจำนวนมาก
โดยเฉพาะช่วงมรสุม จากการที่นักศึกษาเดินสำรวจบริเวณชุมชนชายฝั่งและริมชายหาดบ้านแหลม พบขยะ
ทะเลหลากหลายประเภท อาทิ รองเทา้ ขวดพลาสติด หลอด เชอื กอวน ฯลฯ และนกั ศึกษาไดม้ ีการพูดคุยกับ
ชาวบ้านถึงวิธีการจัดการขยะในชุมชน พบว่า การจัดการขยะในชุมชนไม่เป็นระบบ เนื่องจากชาวบ้านต้อง
รับผิดชอบขยะในครัวเรือนตนเองและไม่มีระบบการจัดการขยะทะเล ทำให้ขยะทะเลไม่ถูกจัดการและเป็น
ปัญหาเรื้อรัง อีกทั้ง พ่อค้ารายย่อยที่รับซื้อขยะในชุมชนไม่ได้รับซื้อขยะทุกประเภทและรับซื้อในราคาถูก
ทั้งหมดนีส้ ง่ ผลใหข้ ยะทะเลมปี รมิ าณเพิ่มขนึ้ เร่ือย ๆ

มลู นิธอิ นั ดามัน (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)

หลักสูตรสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บัณฑิต คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

43

จากสภาพปัญหาดังกล่าวนักศึกษาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดการขยะทะเล จึงได้ดำเนิน
โครงการ “การจัดการขยะทะเลเพื่อสุขภาวะที่ดี ด้วยพลังชุมชนเกาะสุกร” โดยดำเนินการและได้รับ
คำปรึกษาจากคณะทำงานจัดการขยะชุมชนเกาะสุกร ให้มีการจัดตั้งและเปิดตลาดรับซื้อขยะ ณ จุดคัดแยก
ขยะในชุมชนทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะมีการติดต่อและประสานงานกับทางบริษัทวงษ์พาณิชย์
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อให้เข้ามารับซื้อขยะภายในชุมชนเกาะสุกรทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจาก
บริษัทวงษ์พาณิชย์เป็นโรงงานรับซื้อขยะทุกประเภทและนำไปรีไซเคิล แปรรูป และกำจัดอย่างถูกวิธี เช่น
การฝังกลบสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้ว ดังนั้น โครงการการจัดการขยะทะเลเพื่อสุขภาวะที่ดี ด้วยพลังชุมชนเกาะ
สกุ ร จะช่วยใหป้ ริมาณขยะที่พบมากบริเวณแนวชายฝั่งทะเลและในชมุ ชนลดลง อกี ท้ังเกดิ สุขภาวะท่ีดีต่อคน
ในชมุ ชนอีกดว้ ย

2. วัตถปุ ระสงค์/ตวั ชว้ี ัด

วตั ถุประสงค์ ตวั ชวี้ ดั

(1) เพื่อลดปริมาณขยะจากทะเล ปริมานขยะจากทะเลบริเวณชายฝ่ังและขยะภายในชุมชนเกาะ

บริเวณชายฝั่งและขยะภายในชุมชน สุกรลดลง

เกาะสกุ ร

(2) เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับคนใน ชาวบ้านในชุมชนเกาะสกุ รมรี ายไดเ้ สรมิ จากการขายขยะ

ชมุ ชนเกาะสุกร

(3) เพื่อสร้างความตระหนั ก ถึง ชาวบ้านในชมุ ชนเกาะสกุ รเกดิ ความตระหนักถึงผลกระทบของ

ผลกระทบของขยะที่ส่งผลต่อสุขภาวะ ขยะท่สี ง่ ผลตอ่ สขุ ภาวะ

ของคนในชุมชนเกาะสกุ ร

2. ลักษณะของโครงการ

โครงการการจัดการขยะทะเลเพื่อสุขภาวะที่ดี ด้วยพลงั ชุมชนเกาะสุกร เป็นโครงการใหม่ที่นักศึกษา
ฝกึ ปฏบิ ตั ิวิชาชพี สังคมสงเคราะห์ชุมชน มลู นิธอิ นั มัน จังหวดั ตรัง จดั ข้ึน ณ ชุมชนบา้ นแหลม ม.2 ตำบลเกาะ
สุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยนักศึกษาได้ลงพื้นท่ีศึกษาชุมชนเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งศึกษา
วิเคราะห์ชมุ ชนผ่านเครื่องมือการศึกษาชุมชน และนำกระบวนการทางสังคมสงเคราะหม์ าประยกุ ต์ใช้ในการ
ปฏิบตั ิงานแบบบรู ณาการ ม่งุ เน้นการมีสว่ นร่วมของชุมชนและการทำงานรว่ มกับชมุ ชน ผา่ นรูปแบบกิจกรรม
3 ช่วงดงั น้ี

ช่วงที่ 1 การบรรยายองค์ความรู้หัวข้อ “การคัดแยกขยะ” โดยวทิ ยากร คุณถนดั ดอกพุฒ ผู้จัดการ
บริษัท วงศ์พาณิชย์เหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับ ความรู้ ความสำคัญ และประโยชน์ของ
การคดั แยกขยะ และมกี ารเปิดโอกาสให้ชมุ ชนรว่ มแสดงความคิดเห็นจากมุมมองคนในชมุ ชน

มูลนธิ ิอันดามนั (Save Andaman Network-SAN)

รายงานการฝกึ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี สังคมสงเคราะห์ 2 (Wield Work II)
หลกั สตู รสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์บณั ฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตปัตตานี

44

ช่วงท่ี 2 กิจกรรมร่วมกันเก็บขยะทะเล ริมชายฝั่งหัวสะพานบ้านแหลม โดยมีนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านแหลม สามาชิกกรรมการจัดการขยะชุมชนเกาะสุกร จิตอาสาและชาวบ้าน
ชมุ ชนบา้ นแหลม

ช่วงที่ 3 กจิ กรรม “เปดิ ตลาดรับซื้อขยะ” จากตัวแทนรบั ซอ้ื ขยะในชุมชนเกาะสกุ ร

ทั้งน้ี ยงั มกี ระบวนการตดิ ตามและประเมนิ ผลจากการดำเนินกิจกรรม โดยการทำแบบประเมินความ
พึงพอใจจากผเู้ ข้ารว่ มโครงการและติดตามจากตวั แทนรับซื้อขยะในชุมชนเกาะสกุ ร

3. กระบวนการจัดโครงการ

โครงการ “การจัดการขยะทะเลเพ่ือสขุ ภาวะท่ดี ี ดว้ ยพลงั ชุมชนเกาะสุกร” เรมิ่ จากการศึกษาชุมชน
และพบทุนทางสังคมที่สำคัญ ซึ่งสามารถเป็นกลไกในการพัฒนาชุมชนด้วยพลังของชุมชนได้ โดยมี
วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานอย่างชัดเจน มีระยะเวลา มีระเบียบแบบแผนในการดำเนินงานเพื่อเป็น
แนวทางในการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จากนั้นนำประเด็นต่าง ๆ ที่ได้มาวิเคราะห์
โดยมกี ารจดั กิจกรรมตามลำดับขัน้ ตอน ต่อไปนี้

ลำดับขน้ั ตอนในการดำเนินงาน

วนั /เดอื น/ปี เวลาในการ รายละเอยี ดกจิ กรรม วตั ถปุ ระสงค์
ดำเนนิ กจิ กรรม

19 พ.ค. 2565 8.00 - 9.30 น. ประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียด เพื่อให้ชาวบ้านที่สนใจและผู้รับ

วัตถุประสงค์โครงการ ให้กับ ซื้อขยะชุมชนเกาะสุกร เกิด

ชาวบ้านที่สนใจและผู้รับซื้อขยะ ความเข้าใจในกิจกรรมและวิธี

ชุมชนเกาะสุกร ในประเด็นของการ ดำเนินงานภายใต้โครงการ

จัดตั้งตลาดรับซื้อขยะ ราคาขยะ “การจัดการขยะทะเลเพื่อสุข

และการรบั ซอื้ ขยะในประเภทต่าง ๆ ภาวะที่ดี ด้วยพลังชุมชนเกาะ

ของบรษิ ัทวงษ์พาณิชย์ สุกร”

19 พ.ค. 2565 18.00 – 19.30 น. ประชุมเพื่อจัดตั้ง หาคณะทำงาน เพื่อให้คณะทำงานจัดการขยะ
จัดการขยะชุมชนเกาะสุกร และ ชุมชนเกาะสุกร เกิดความเข้าใจ
ร่วมกันหาวัน/เวลาที่เหมาะสมใน ความพร้อมในด้านวัน/เวลา
ก า ร เ ป ิ ด ต ล า ด ข ย ะ แ ล ะ เ พื่ อ สถานที่จุดต้ังในการรับซ้ือขยะ

มูลนธิ อิ นั ดามนั (Save Andaman Network-SAN)


Click to View FlipBook Version