The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนภาษาอังกฤษโครงงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by narin_99991121, 2021-04-06 10:40:16

แผนการสอนภาษาอังกฤษโครงงาน

แผนการสอนภาษาอังกฤษโครงงาน

แผนการจัดการเรียนรู้
รหัส 30000 – 1204 วชิ า ภาษาองั กฤษโครงงาน

ครูผ้สู อน
นายพงษ์นรินทร์ ไชยนาม

ตรงตามมาตรฐานสมรรถนะและคาอธิบายรายวชิ า
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง พุทธศักราช 2557

สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ

แผนการจดั การเรยี นรู้
Lesson 1: Open your mind

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาอังกฤษ ชน้ั : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :ี่ เวลาเรยี น: 2 ชวั่ โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
การสรา้ งแรงบนั ดาลใจและการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ในการเรยี นและทาโครงงาน (Inspiration and

creative thinking to study and complete English Project Work)

ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results / Study objectives)

1. เพอ่ื สรา้ งแรงบนั ดาลใจในการเรยี นและทาโครงงานใหป้ ระสบผลสาเร็จ (Inspiration and success)

2. เพอื่ นาความรคู ้ วามสามารถและประสบการณม์ าใชใ้ นการทาโครงงานภาษาองั กฤษ (Incorporate the
students personal experiences and knowledge into the development and completion of the
Project Work)

3. เพอื่ เพม่ิ ทกั ษะดา้ นภาษาองั กฤษ ทงั้ การฟัง พดู อ่าน และเขยี น (Improved English skills)

4. เพอ่ื กระตนุ ้ ใหเ้ กดิ ความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ (Creative thinking)

5. เพอื่ เพมิ่ ศกั ยภาพในการทางานเป็ นทมี ( Team work ability)

6. เพอื่ สรา้ งเจตคตใิ หผ้ เู ้ รยี นเห็นความสาคญั และเรมิ่ ใชภ้ าษาอังกฤษในการสอื่ สารไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์
(Build up learner’s attitude and use of English for communications).

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
1. การสรา้ งแรงบันดาลใจและบนั ไดสคู่ วามสาเร็จ (Inspiration and steps for success)

2. การคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ (Creative thinking)

3. การสรา้ งความสมั พันธภาพเชงิ สรา้ งสรรค์ (Team work and relationships)

4. การใชป้ ระโยคคาถามดว้ ย (Basic questions: What, When, Where, Why and How)

5. การสนทนาภาษาอังกฤษและทกั ษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (English conversation and
practice sharpening skills: Listening, Speaking, Reading and Writing.

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรูแ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขนั้ การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นแสดงความคดิ เห็นทเี่ คยประสบความสาเร็จทเ่ี กดิ จากการมแี รงบนั ดาลใจ พรอ้ มทงั้ เขยี นเป็ น
ภาษาองั กฤษและพดู หนา้ ชนั้ เรยี น

- ผเู ้ รยี นทากจิ กรรมรว่ มกบั เพอ่ื นโดยการระดมสมองเพอื่ หาแรงจูงใจในการทาเรยี น การทาโครงงาน
ใหป้ ระสบผลสาเร็จ แลว้ อภปิ รายร่วมกนั ในชนั้ เรยี น

- ผเู ้ รยี นเขยี นประโยคหรอื อธบิ ายเป็ นภาษาองั กฤษ จากสถานการณ์ตา่ งๆ ทกี่ าหนด แลว้ แลกเปลยี่ น
ความคดิ เห็นและประสบการณก์ บั เพอ่ื นๆ จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะคนพดู มาหนา้ ชนั้ เรยี น พรอ้ มกบั ใหเ้ พอื่ นๆ
เสนอความคดิ เห็นและถาม-ตอบ จากการเรม่ิ ตน้ ใชป้ ระโยคคาถามอย่างงา่ ยพฒั นาไปถงึ ขนั้ ทยี่ าก
และซบั ซอ้ นมากขน้ึ

 ขนั้ ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นจบั คแู่ ละสนทนา กลา่ วทกั ทาย สรา้ งความคนุ ้ เคย เพอื่ หาขอ้ มลู และลกั ษณะของทมี งาน ทจ่ี ะ
รวมทมี กนั ทาโครงงาน เชน่ คนมคี วามสนใจในเรอื่ งเดยี วกนั
- ผเู ้ รยี นฝึกการใชค้ าถาม-ตอบ ดว้ ย Basic question “5Wh and H” และสนทนาโดยวธิ กี ารสรา้ ง
ขน้ึ มาเอง จากประโยคอยา่ งง่ายและพัฒนาไปในขนั้ ทซี่ บั ซอ้ นขนึ้
- ผเู ้ รยี นแบง่ กลมุ่ ๆละ 3-4 คน เพอื่ ระดมสมองและเขยี นวธิ กี ารปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมทคี่ ดิ ว่า พฤตกิ รรม
ไหนควรปรับปรุงหรอื แกไ้ ข และพฤตกิ รรมไหนเป็ นจดุ เดน่ และควรทาตอ่ ไป แลว้ อภปิ รายรว่ มกบั
เพอื่ นหนา้ ชนั้ เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกนั วเิ คราะหจ์ ากประสบการณ์วา่ มวี ธิ กี ารใดบา้ งทจี่ ะทาใหป้ ระสบผลสาเร็จในการเรยี นและ
ทาโครงงาน

 ขน้ั สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผส้ อนอธบิ ายการใช ้ Basic question “5Wh & H” และวธิ กี ารสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั เพอื่ นๆ เพอ่ื หา
ทมี งาน (Teamwork) ใหแ้ กผ่ เู ้ รยี น จากนนั้ ทาแบบฝึกหัดโดยเขยี นประโยคใหม่จากโครงสรา้ งทาง
ภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามา (Exercises 1.2-1.3)
- ผสู ้ อนสรา้ งแรงบนั ดาลใจและแรงจูงใจในการทางานโครงงานโดยการใหผ้ ูเ้ รยี นเปิดใจถงึ สงิ่ ทผ่ี เู ้ รยี น
กาลงั กงั วล พรอ้ มกบั มตี วั อยา่ งของผูท้ ปี่ ระสบความสาเร็จมาผูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษา
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเ่ี ป็ นทปี่ รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผสู ้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบย่อยกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นในแตล่ ะชว่ ง
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นสามารถสรา้ งทมี งานและรวมกลมุ่ พรอ้ มทจ่ี ะทาโครงงานตอ่ ไป

 ขน้ั ประยุกต์ Application
- ผเู ้ รยี นมแี รงบนั ดาลใจและกาลงั ใจในการทาโครงงาน พรอ้ มทงั้ มคี วามคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการ
สรา้ งสรรคผ์ ลงาน
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอื่ นทาแบบทดสอบ 1.1 โดยเขยี นประโยค ตามโจทยท์ กี่ าหนด ดว้ ยการแสดงความ
คดิ เห็น จากนัน้ ใหอ้ ภปิ รายรว่ มกนั ในชนั้ กบั เพอ่ื น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอื่ นทาแบบทดสอบ 1.2 โดยการเขยี นประโยค เพอ่ื แสดงความคดิ เหน็ และความรูส้ กึ
ตอ่ การถกู กาหนดใหท้ างานซงึ่ ไม่เคยทามากอ่ น จากนัน้ ใหอ้ ภปิ รายรว่ มกนั ในชนั้ กบั เพอื่ น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นทากจิ กรรมทา้ ยบท Assignment 1.1 จากนัน้ ใหอ้ ภปิ รายรว่ มกนั ในชนั้ กบั เพอื่ น
พรอ้ มทงั้ เปิดโอกาสใหเ้ พอื่ นๆไดถ้ าม-ตอบ หรอื สนทนา

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
2. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง self-access Learning Center
3. Website

การวดั ผลและประเมนิ ผล
1. ทกั ษะการพดู อา่ น และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบย่อยระหวา่ งเรยี น การสนทนาเพอื่ หาขอ้ มูล และ
การสรา้ งทมี งาน การพดู หนา้ ชนั้ เรยี น การตอบคาถาม
2. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจในการใช ้ Basic Questions: 5’Wh and How
3. ทกั ษะการเขยี น: การเขยี นประโยค ตอบคาถามแบบทดสอบยอ่ ยระหวา่ งเรยี นและแบบทดสอบทา้ ยบท
4. วัดพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาอังกฤษ

เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมนิ ทกั ษะการพูด
2. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
3. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะองั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
5. แบบประเมนิ พฒั นาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

แบบประเมนิ ทักษะการเขยี น
Lesson 1: Open your mind

หวั ขอ้ การเขยี น
...............................................................................................................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแี้ จง : อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Excellent 5 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดอ้ ยา่ งรเิ รมิ่ ดมี าก 4 คะแนน
สรา้ งสรรค์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ 3 คะแนน
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Good 2 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดส้ ว่ นใหญ่ ดี 1 คะแนน
และถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณ์บางเล็กนอ้ ย สอ่ื สารได ้
เหมาะสมกบั สถานการณ์ Fair
เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ ปานกลาง
พอใชน้ าคาศพั ท์ สานวนภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามาใชบ้ างสว่ นและ
ถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณ์บางเลก็ นอ้ ย สอ่ื สารไดเ้ หมาะสม Passable
กบั สถานการณบ์ า้ งเล็กนอ้ ย นอ้ ย
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไดบ้ า้ ง
เล็กนอ้ ย แทบจะไมน่ าคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใช ้ Do not pass
เขยี นไมถ่ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณเ์ ป็ นสว่ นใหญ่ การสอ่ื สารมี ตอ้ งปรับปรงุ
ความเหมาะสมกบั สถานการณ์นอ้ ยมาก
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไม่
ถกู ตอ้ ง สอ่ื ความหมายไม่ได ้ ไม่นาคาศพั ทห์ รอื สานวนภาษาท่ี
ไดศ้ กึ ษามาใช ้ เขยี นไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณ์ การเขยี น

ไมเ่ หมาะสมกบั สถานการณ์

แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
Lesson 1: Open your mind

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอื่ ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท.ี่ .............................................................................................................................

คาชแ้ี จง: อ่านรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พูดออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพดู สอื่ สารตามหัวขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวนไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
Good 2 คะแนน
พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวนหรอื
บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การพูด Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พูดออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ าม
ธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดในบางเล็กนอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
สานวนหรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเี่ กยี่ วขอ้ ง นอ้ ย
กบั การพูดไดบ้ างเล็กนอ้ ย
พดู ออกเสยี งไม่คอ่ ยชดั เจนแทบจะไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์ Do not pass
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน ตอ้ งปรับปรุง
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การ
พดู นอ้ ยมาก
พูดออกเสยี งไม่ชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดไม่มเี ลย ไม่มกี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
พูดเลย

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม การแสดง การ ทางาน
ความ ยอมรับ ตามที่
ที่ ความ คดิ เห็น การตอบ ฟังคนอนื่ ไดร้ บั หมายเหตุ
สนใจ คาถาม มอบหมาย

ชอ่ื – สกลุ 4 32 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

เกณฑก์ ารวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดมี าก (4คะแนน) สนใจฟัง ไม่หลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชนั้ มคี าถามทด่ี ี ตอบคาถามถกู ตอ้ งทางานสง่ ครบ

และตรงเวลา

ดี (3 คะแนน) การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง (2 คะแนน) การแสดงออกอย่ใู นเกณฑป์ ระมาณ 50%

ตอ้ งปรบั ปรุง (1 คะแนน) เขา้ ชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไม่ครบและไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ชอื่ ผปู ้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………….……
ชอื่ กลมุ่ รับการประเมนิ ……………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครงั้ ท…่ี ………………….วนั ท…่ี ….............เดอื น…………………………...พ.ศ. …………

ระดบั พฤตกิ รรม

ที่ คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ใชไ้ ด ้ ควรปรบั ปรุง คะแนนทไ่ี ด้

1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ (1 คะแนน) (0 คะแนน)
o แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพต่อผอู ้ น่ื
o ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผอู ้ น่ื

2 ความมวี นิ ยั
o ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คับ และขอ้ ตกลงต่างๆ ของวทิ ยาลยั
ไดแ้ กก่ ารแต่งกายถกู ตอ้ งตามระเบยี บและขอ้ บงั คับ ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
o มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ตั งิ าน
o ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความตงั้ ใจ
o มคี วามเพยี รพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ตั งิ าน

4 ละเวน้ สงิ่ เสบตดิ
o ไม่เกย่ี วของกบั สงิ่ เสบตดิ

5. ความปลอดภยั
o ปฏบิ ตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมัดระวงั

6 ความสนใจใฝ่ รู้
o ซกั ถามปัญหาน่าสงสยั

7 ความรกั สามคั คี
o ร่วมมอื ในการทางาน

8 ความกตญั ญกู ตเวที
o มสี มั มาคารวะตอ่ คร-ู อาจารยอ์ ยา่ งสมา่ เสมอ ทงั้ ตอ่ หนา้ และลับหลัง

9 ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
o ทางานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง
o กลา้ แสดงความคดิ เหน็ อย่างมเี หตุผล

10 รกั ษาจรรยาบรรณ
o ควบคมุ อารมณ์/ความรสู ้ กึ อย่างมสี ตแิ ละเหตุผล

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

My English Ability

คาสง่ั จงทาเครอ่ื งหมายกากบาท (x) ในชอ่ งทเี่ ห็นว่าตรงกบั ระดบั ความสามารถทางภาษาของทา่ น

English skills self-assessment Excellent Good Fair Passable Do not
pass
1. สามารถอา่ นประโยคคาถามและตอบคาถามได ้
2. สามารถอา่ นบทความแลว้ จับใจความสาคญั พรอ้ มกบั วเิ คราะหไ์ ด ้
3. มกี ารพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการเขยี น
4. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักไวยกรณท์ างภาษา
5. มกี ารพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการพดู
6. พดู สนทนาในระหวา่ งเพอื่ นและอาจารยท์ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี นได ้
7. มกี ารพฒั นาทักษะทางดา้ นการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์
8. มกี ารเรยี นรคู ้ าศพั ท์ สานวนและประโยคใหมๆ่
9. พดู สนทนาสอบถามขอ้ มลู เกยี่ วกับเพอ่ื นรว่ มงานและการกลา่ ว

ทักทาย
10. มกี ารพฒั นาการพดู หนา้ ชนั้ เรยี น
11. พดู ถาม – ตอบ เกย่ี วกับขอ้ มลู งานและหนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบ

เกยี่ วกบั งานได ้
12. พดู ถาม – ตอบใหค้ าแนะนาพรอ้ มกบั ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของคน

อนื่ พรอ้ มแนวทางแกป้ ัญหาในการทางานได ้
13. มกี ารนาความรทู ้ มี่ อี ยไู่ ปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดแ้ ละมกี ารพฒั นา

ความรใู ้ นขนั้ ทส่ี งู ขน้ึ

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

แผนการจดั การเรยี นรู้

Lesson 2: Preface and Topic Name

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาองั กฤษ ชนั้ : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :่ี เวลาเรยี น: 2 ชวั่ โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
การเขา้ ใจเกยี่ วกบั โครงงาน การตงั้ ชอ่ื เรอ่ื งโครงงาน และการเขยี นคานา (Know and understand

about English Project Work , how to create the topic name and how to write Preface)

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results / Study objectives)

7. มคี วามรคู ้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั โครงงานและการตัง้ ชอื่ เรอื่ ง (Know and understand about
English Project Work and how to create the topic name).

8. เพม่ิ ทักษะดา้ นภาษาองั กฤษ ทงั้ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (Improved English skills).

9. ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ (Creative thinking).

10.การทางานเป็ นทมี (Team work).

11.มคี วามรู ้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั คานาและหลกั การเขยี นคานา (Preface acknowledgment and
Preface technique writing).

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
1. ความหมายของโครงงานและวธิ กี ารเลอื กชอ่ื เรอ่ื งสาหรับทาโครงงาน (Definition of Project
Work and how to choose the topic name).

2. วธิ กี ารตงั้ ชอ่ื เรอื่ ง (How to find the topic name).

3. การสรา้ งความสมั พันธภาพเชงิ สรา้ งสรรค์ (Team work and relationships).

4. การสนทนาภาษาองั กฤษและทกั ษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (English conversation and
practice sharpening skills: Listening, Speaking, Reading and Writing).

5. ความหมายของคานาและวธิ กี ารเขยี นคานา (Definition of Preface and how to write the
Preface of Project Work).

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรูแ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขนั้ การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นทากจิ กรรมรว่ มกบั เพอื่ นโดยการระดมสมองเพอื่ หาหัวขอ้ เรอ่ื งโครงงานทสี่ นใจ โดยหาขอ้ มูล
จากทงั้ ตาราเรยี น เว็บไซด์ และขอ้ มลู ตา่ งๆ แลว้ อภปิ รายรว่ มกนั ในชนั้ เรยี น

- ผเู ้ รยี นสามารถนาทกั ษะและความรเู ้ ดมิ จากวชิ าตา่ งๆพรอ้ มกบั ปัญหาตา่ งๆทผ่ี เู ้ รยี นไดพ้ บเจอ หรอื ได ้
ยนิ มา มากาหนดเป็ นหวั ขอ้ เรอ่ื งหรอื โครงงานภาษาองั กฤษ

- ผเู ้ รยี นนาความรู ้ หรอื ทกั ษะตา่ งๆ พรอ้ มกบั ประสบการณม์ าพัฒนาเพอื่ เพม่ิ ทกั ษะการเรยี น
ภาษาองั กฤษใหด้ ยี งิ่ ขน้ึ

- ผูเ้ รยี นใชท้ กั ษะจากการอ่านหนังสอื มาปรบั ใชใ้ นเรอื่ งการเขยี นคานาของโครงงาน
- ผเู ้ รยี นเขยี นประโยคหรอื อธบิ ายเป็ นภาษาองั กฤษ จากสถานการณ์ตา่ งๆ ทก่ี าหนด แลว้ แลกเปลยี่ น

ความคดิ เห็นและประสบการณก์ บั เพอื่ นๆ จากนัน้ ใหแ้ ตล่ ะคนพูดมาหนา้ ชนั้ เรยี น พรอ้ มกบั ใหเ้ พอ่ื นๆ
เสนอความคดิ เห็นและถาม-ตอบ จากการเรมิ่ ตน้ ใชป้ ระโยคคาถามอยา่ งงา่ ยพฒั นาไปถงึ ขนั้ ทยี่ าก
และซบั ซอ้ นมากขน้ึ

 ขน้ั ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นรวมกลมุ่ และสรา้ งทมี งาน และระดมสมองเพอื่ ทาโครงงานภาษาองั กฤษ
- ผเู ้ รยี นในแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อ่านและวเิ คราะหโ์ ครงงานแตล่ ะประเภท พรอ้ มกบั นาเสนอตอ่ เพอ่ื นๆใน
ชนั้ เรยี น
- ผเู ้ รยี นจัดทาเรอ่ื งโครงงานภาษาอังกฤษ จากเรอ่ื งทส่ี นใจและทาเป็ นโครงงานเพอ่ื เสนออาจารยท์ ี่
ปรกึ ษา

 ขน้ั สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผูส้ อนใชว้ ธิ กี ารอธบิ าย มตี วั อยา่ งประกอบการเรยี น การสอน พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสในการ
ถาม จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัดโดยเขยี นประโยคคานาของโครงงานภาษาอังกฤษ
(Assignment 2.1)
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเี่ ป็ นทปี่ รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผสู ้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นและหลงั เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอื่ นบรรยายหนา้ ชนั้ เรยี นและพบอาจารยท์ ป่ี รกึ ษา

 ขนั้ ประยกุ ต์ Application
- ผเู ้ รยี นมหี ลกั การในการตงั้ ชอื่ เรอื่ งโครงงาน และแนวความคดิ ในการทาโครงงานภาษาองั กฤษ
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น 2.1 โดยเขยี นประโยค ตามโจทยท์ กี่ าหนด
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นทาแบบทดสอบ 2.3 โดยการเขยี นประโยค เพอื่ แสดงความคดิ เห็นเกยี วกบั
ประเภทของโครงงานในแตล่ ะประเภท จากนนั้ ใหอ้ ภปิ รายรว่ มกนั ในชนั้
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นทากจิ กรรมทา้ ยบท Assignment 2.2 จากนัน้ ใหน้ าเสนอตอ่ อาจารยผ์ สู ้ อนหรอื
อาจารยท์ ปี่ รกึ ษา

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
4. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
5. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง self-access Learning Center
6. Website
7. สงิ่ แวดลอ้ มทงั้ ทใี่ นโรงเรยี น หมบู่ า้ น หรอื ตามศนู ยต์ า่ งๆ

การวดั ผลและประเมนิ ผล
5. ทกั ษะการพดู อา่ น และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น โครงงานในแตล่ ะ
ประเภท
6. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจจากการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์ พรอ้ มกบั การนาเสนอผลงานตอ่
ครูผสู ้ อนและเพอื่ นๆ
7. ทกั ษะการเขยี น: การเขยี นคานา การตงั้ ชอื่ เรอื่ ง และการเขยี นแผนงานเพอ่ื เตรยี มทาโครงาน และการ
ตอบคาถามแบบทดสอบทา้ ยบท
8. วดั พฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาองั กฤษ

เครอื่ งมอื วดั ผล
6. แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
7. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
8. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
9. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะองั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
10. แบบประเมนิ พฒั นาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

Post-Test
Lesson 2: Preface and Topic Name

Please answer the questions.
1. What is the Project Work?
………………………………………………………………………………………………
2. What are the requirements for a good of Project Work name?
………………………………………………………………………………………………
3. How many types of Project Work are there?
………………………………………………………………………………………………
4. How important is the Project Work topic?
………………………………………………………………………………………………
5. Who can make a Project Work?
………………………………………………………………………………………………
6. To what should the Project Work Topic name relate?
………………………………………………………………………………………………
7. How do you find a topic?
………………………………………………………………………………………………
8. Who is the best resource when you have problem with the Project Work?
………………………………………………………………………………………………
9. What does Creative Project Work mean?
………………………………………………………………………………………………
10. What does Survey Project Work mean?
………………………………………………………………………………………………

แบบประเมนิ ทักษะการเขยี น
Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การเขยี น
............................................................................................... ................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแ้ี จง : อ่านรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Excellent 5 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดอ้ ย่างรเิ รม่ิ ดมี าก 4 คะแนน
สรา้ งสรรค์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ 3 คะแนน
เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Good 2 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดส้ ว่ นใหญ่ ดี 1 คะแนน
และถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณบ์ างเลก็ นอ้ ย สอื่ สารได ้
เหมาะสมกบั สถานการณ์ Fair
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ ปานกลาง
พอใชน้ าคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชบ้ างสว่ นและ
ถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณบ์ างเลก็ นอ้ ย สอ่ื สารไดเ้ หมาะสม Passable
กบั สถานการณ์บา้ งเลก็ นอ้ ย นอ้ ย
เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไดบ้ า้ ง
เลก็ นอ้ ย แทบจะไม่นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามาใช ้ Do not pass
เขยี นไมถ่ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณ์เป็ นสว่ นใหญ่ การสอ่ื สารมี ตอ้ งปรบั ปรงุ
ความเหมาะสมกบั สถานการณ์นอ้ ยมาก
เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไม่
ถกู ตอ้ ง สอื่ ความหมายไม่ได ้ ไมน่ าคาศพั ทห์ รอื สานวนภาษาท่ี
ไดศ้ กึ ษามาใช ้ เขยี นไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณ์ การเขยี น

ไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์

แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท.่ี .............................................................................................................................

คาชแี้ จง: อ่านรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพูดสอื่ สารตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวนไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
Good 2 คะแนน
พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวนหรอื
บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การพดู Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พูดออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ าม
ธรรมชาตแิ ละตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดในบางเล็กนอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
สานวนหรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง นอ้ ย
กบั การพดู ไดบ้ างเลก็ นอ้ ย
พดู ออกเสยี งไม่คอ่ ยชดั เจนแทบจะไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์ Do not pass
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน ตอ้ งปรับปรุง
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การ
พดู นอ้ ยมาก
พดู ออกเสยี งไมช่ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดไมม่ เี ลย ไมม่ กี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การ
พดู เลย

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม การแสดง การ ทางาน
ความ ยอมรับ ตามที่
ที่ ความ คดิ เห็น การตอบ ฟังคนอนื่ ไดร้ บั หมายเหตุ
สนใจ คาถาม มอบหมาย

ชอ่ื – สกลุ 4 32 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

เกณฑก์ ารวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดมี าก (4คะแนน) สนใจฟัง ไมห่ ลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชนั้ มคี าถามทด่ี ี ตอบคาถามถกู ตอ้ งทางานสง่ ครบ

และตรงเวลา

ดี (3 คะแนน) การแสดงออกอย่ใู นเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง (2 คะแนน) การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 50%

ตอ้ งปรบั ปรุง (1 คะแนน) เขา้ ชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไม่ครบและไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ชอ่ื ผปู ้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………….……

ชอ่ื กลมุ่ รับการประเมนิ ……………………………………………………………………………………………

ประเมนิ ผลครงั้ ท…ี่ ………………….วนั ท…ี่ ….............เดอื น…………………………...พ.ศ. …………

ระดบั พฤตกิ รรม

ท่ี คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ใชไ้ ด ้ ควรปรับปรุง คะแนนทไ่ี ด้

1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ (1 คะแนน) (0 คะแนน)
o แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพตอ่ ผอู ้ นื่
o ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผอู ้ น่ื

2 ความมวี นิ ยั
o ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และขอ้ ตกลงตา่ งๆ
ของวทิ ยาลัย
ไดแ้ กก่ ารแตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบยี บและขอ้ บังคบั
ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
o มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน
o ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความตงั้ ใจ
o มคี วามเพยี รพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ตั งิ าน

4 ละเวน้ สง่ิ เสบตดิ
o ไม่เกย่ี วของกบั สงิ่ เสบตดิ

5. ความปลอดภยั
o ปฏบิ ตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมดั ระวัง

6 ความสนใจใฝ่ รู้
o ซกั ถามปัญหาน่าสงสยั

7 ความรกั สามคั คี
o รว่ มมอื ในการทางาน

8 ความกตญั ญกู ตเวที
o มสี มั มาคารวะตอ่ คร-ู อาจารยอ์ ยา่ งสม่าเสมอ
ทงั้ ตอ่ หนา้ และลบั หลงั

9 ความซอื่ สตั ยส์ ุจรติ
o ทางานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง
o กลา้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล

10 รกั ษาจรรยาบรรณ
o ควบคมุ อารมณ/์ ความรสู ้ กึ อยา่ งมสี ตแิ ละเหตผุ ล

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

My English Ability

คาสง่ั จงทาเครอ่ื งหมายกากบาท (x) ในชอ่ งทเี่ ห็นว่าตรงกบั ระดบั ความสามารถทางภาษาของทา่ น

English skills self-assessment Excellent Good Fair Passable Do not
pass

14. สามารถอา่ นประโยคคาถามและตอบคาถามได ้
15. สามารถอา่ นบทความแลว้ จับใจความสาคญั พรอ้ มกับวเิ คราะห์

ได ้
16. มกี ารพฒั นาทักษะทางดา้ นการเขยี น
17. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณท์ างภาษา
18. มกี ารพัฒนาทักษะทางดา้ นการพดู
19. พดู สนทนาในระหวา่ งเพอื่ นและอาจารยท์ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

ได ้
20. มกี ารพัฒนาทกั ษะทางดา้ นการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์
21. มกี ารเรยี นรคู ้ าศัพท์ สานวนและประโยคใหมๆ่
22. พดู สนทนาสอบถามขอ้ มลู เกย่ี วกับเพอ่ื นรว่ มงานและการกลา่ ว

ทกั ทาย
23. มกี ารพฒั นาการพดู หนา้ ชนั้ เรยี น
24. พดู ถาม – ตอบ เกยี่ วกบั ขอ้ มลู งานและหนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบ

เกยี่ วกบั งานได ้
25. พดู ถาม – ตอบใหค้ าแนะนาพรอ้ มกับยอมรบั ความคดิ เหน็ ของคน

อนื่ พรอ้ มแนวทางแกป้ ัญหาในการทางานได ้
26. มกี ารนาความรทู ้ ม่ี อี ยไู่ ปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดแ้ ละมกี าร

พฒั นาความรใู ้ นขนั้ ทส่ี งู ขนึ้

ลงชอื่ …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

แผนการจดั การเรยี นรู้

Lesson 3: Introduction

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาองั กฤษ ชนั้ : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :่ี เวลาเรยี น: 2 ชว่ั โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงานพรอ้ มทงั้ สามารถเขยี นทม่ี าและ

ความสาคญั ของโครงงานตามโครงงานในบทท่ี 1 (Know and understand background and significance of
English Project work although can write Introduction in Chapter 1 of English Project Work)

ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results / Study objectives)

1. รคู ้ วามหมายและเขา้ ใจหลกั การเขยี นรายงานภาษาอังกฤษ (Understanding the definition of
the terms and learn how to write an English Project Work)

2. เทคนคิ การเขยี นรายงานโครงงาน (Writing techniques)

3. สามารถเขยี น Introduction เป็ นภาษาอังกฤษ (Ability to write the English introduction)

4. เพม่ิ ทักษะดา้ นภาษาองั กฤษ ทงั้ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (Improved English skills)

5. ความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ (Creative thinking)

6. การทางานเป็ นทมี (Team work)

7. เพมิ่ ทกั ษะดา้ นการนาเสนอผลงาน (Improved presentation skills)

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
1. ความหมายของ Introductions (Definition of Introduction)

2. หลกั การเขยี น Introduction โครงงานภาษาองั กฤษ (Writing tips for the English
introduction of Project Work)

3. การสรา้ งความสมั พันธภาพเชงิ สรา้ งสรรค์ (Team work and relationships)

4. ขนั้ ตอนการเขยี น Introduction (Writing steps for the English Introduction)

5. การสนทนาภาษาองั กฤษและทกั ษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (English conversation and
practice sharpening skills: Listening, Speaking, Reading and Writing)

6. เทคนคิ การเขยี นทงั้ ทเี่ ป็ นแบบทางการและไมเ่ ป็ นทางการ (Formal and Informal speech)

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรแู ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรจู ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ (Learning by doing)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขน้ั การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นนาทกั ษะดา้ นภาษาองั กฤษมาปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และในวชิ าชพี เชน่ การเขยี นขอ้ ความ
สนั้ ๆและการเขยี นฝากขอ้ ความ การสง่ -รบั ขอ้ ความเป็ นภาษาองั กฤษ จากประโยคงา่ ยๆ สนั้ ๆ และ
พัฒนาในขนั้ ทสี่ งู ขน้ึ เชน่ การเขยี นจดหมายเชงิ ธุรกจิ

- ผูเ้ รยี นนาประสบการณจ์ ากการเรยี นภาษาไทย หรอื ภาษาตา่ งๆประเทศอนื่ ๆมาปรบั ใชก้ บั การเรยี น
ภาษาอังกฤษในหวั ขอ้ การแปลและการสอ่ื สาร

- ผเ้ รยี นสามารถนาความรเู ้ รอ่ื งการเขยี น Essay, English business และความรเู ้ รอื่ งTense ตา่ งๆมา
ปรบั ใชก้ บั การเขยี นคมู่ อื โครงงาน

- ผเู ้ รยี นนาความรู ้ หรอื ทกั ษะตา่ งๆ พรอ้ มกบั ประสบการณ์มาพฒั นาเพอ่ื เพม่ิ ทกั ษะการเรยี น
ภาษาอังกฤษใหด้ ยี ง่ิ ขนึ้

 ขน้ั ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นไดท้ มี งานและไดศ้ กึ ษาเกย่ี วกบั ประเภทของโครงงานแลว้ จากนัน้ กใ็ หท้ าการเสนอทม่ี าหรอื
ความเป็ นมาของโครงงาน หรอื ชอ่ื เรอ่ื งทสี่ นใจทา พรอ้ มกบั เขยี น Introduction เป็ นภาษาองั กฤษ
- ผเู ้ รยี นในแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อา่ นและวเิ คราะห์ หลกั การเขยี นในแตล่ ะแบบ จากนนั้ ลงมอื ปฏบิ ัตกิ าร
เขยี นในแตล่ ะประเภท ทงั้ ทเี่ ป็ นแบบเป็ นทางการ และไมเ่ ป็ นทางการ และนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น หรอื
หัดเขยี นเป็ นโน๊ตสนั้ ๆ จนนาไปสกู่ ารเขยี นในขนั้ ทสี่ งู ขน้ึ ไป

 ขน้ั สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผูส้ อนใชว้ ธิ กี ารอธบิ าย และมกี ารทดสอบกอ่ นเรยี น ระหวา่ งเรยี นป็ นระยะๆ ( Testing 3.1, 3.2 and
3.3) เพอ่ื ดวู ่าผเู ้ รยี นไดม้ คี วามรคู ้ วามเขา้ ใน มาบา้ งแลว้ และเป็ นการกระตนุ ้ ใหผ้ เู ้ รยี นสนใจในตวั
เนอ้ื หามากขนึ้ พรอ้ มทงั้ มตี วั อยา่ งและรูปภาพ ประกอบการเรยี น การสอน
- ผสู ้ อนใชค้ าถาม กบั ผเู ้ รยี น บ่อยๆ เพอื่ เป็ นการฝึกใหผ้ เู ้ รยี นไดก้ ลา้ แสดงออก และไดฝ้ ึกทกั ษะ ทงั้
การฟัง การคดิ วเิ คราะห์ การพูด ตอบโตส้ นทนา พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสในการถาม จากนัน้
ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัด (Exercise 3.1, 3.2 3.3 )
- ผเู ้ รยี นทาแบบฝึกหัดหลงั จบในแตล่ ะหัวขอ้ (Exercise 3.4, 3.5, 3.6, 3.6) เพอื่ เป็ นทาฝึกใหผ้ เู ้ รยี น
ไดม้ คี วามเขา้ ใจและทาโครงงานออกมาไดจ้ รงิ
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเี่ ป็ นทป่ี รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผูส้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นและหลงั เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นบรรยายหนา้ ชนั้ เรยี นและพบอาจารยท์ ปี่ รกึ ษา

 ขน้ั ประยุกต์ Application
- ผเู ้ รยี นมพี ัฒนาการ ดา้ นการเขยี นภาษาอังกฤษจากทงั้ แบบทเี่ ป็ นทางการและไมเ่ ป็ นทางการ จาก
แบบฝึก 3.2
- ผูเ้ รยี นมเี ทคนคิ การเขยี นเชงิ ธรุ กจิ และแบบฟอรม์ สาหรับตรวจสอบการเขยี นตามขนั้ ตอน
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นร่วมการอ่านและวเิ คราะห์ จากนัน้ ทาแบบฝึกในแตล่ ะหวั ขอ้
- ผเู ้ รยี นตอ่ ยอดความคดิ และทกั ษะการเขยี นในบทตอ่ ไปได ้

- ผเู ้ รยี นสามารถนาเสนอผลงานเป็ นภาคภาษาองั กฤษและสามารถตอ่ ยอดดา้ นความคดิ การประดษิ ฐ์
ตา่ งๆ ทงั้ จากวสั ดเุ หลอื ใช ้

- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นทากจิ กรรมทา้ ยบท Assignment 3.1.2 จากนนั้ ใหน้ าเสนอตอ่ อาจารยผ์ สู ้ อนหรอื
อาจารยท์ ป่ี รกึ ษา

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
8. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
9. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง self-access Learning Center
10. Website
11. สง่ิ แวดลอ้ มทงั้ ทใี่ นโรงเรยี น หมูบ่ า้ น หรอื ตามศนู ยต์ า่ งๆ

การวดั ผลและประเมนิ ผล
9. ทกั ษะการพดู อา่ น และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น ตวั อย่างของแตล่ ะหวั ขอ้
10. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจจากการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์ พรอ้ มกบั การนาเสนอผลงานตอ่
ครผู ูส้ อนและเพอื่ นๆ
11. ทกั ษะการเขยี น: สามารถเขยี น Introduction หรอื โครงงานบทที่ 1 ไดแ้ ละถกู หลกั โครงสรา้ งทาง
ไวยากรณ์
12. วดั พฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาอังกฤษ

เครอื่ งมอื วดั ผล
11. แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
12. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
13. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
14. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอังพงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
15. แบบประเมนิ พัฒนาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

Post-Test

Lesson 3: Introduction

Choose the right answer for question 1-5

a. Explanation of why this project is undertaken. How important is this project? Is there any principle or
theory related to the study? Whether it is new or has been studied by others? Could it be an answer to
certain problems? What is expected from this project?

b. The specific goal of the work which provides the clear scope of each project.

c. Populations of study are set appropriately and length of time to complete the study is set in terms of
days, months and years.

d. Explain how each specific objective will be achieved. The proposal should provide enough details to
enable an independent scientific assessment of the proposal.

e. The expected answer or explanation which could be proved right or wrong should be reasonable which
means that it should be backed by theories, and furthermore should provide the guidelines for the test.

f. To provide the students with the knowledge and understanding about proposal writing and to render
the students able to write their own project proposal.

Questions:

1. What is the meaning of Introduction?

2. What is the definition of Background and Significance?

3. What is the definition of Objective?

4. What is the definition of Hypothesis?

5. What is the definition of Scope?

Direction: Questions 6-10 choose the best answer.
1. Should introduction include?
a. Background, Objective, scope, topic name.
b. Background& significance, Objective, hypothesis.
c. Background and significance, Objective, Scope of study, hypothesis and Definition of terms.
d. Background and significance, Objective, Scope of study, hypothesis, Purpose and Definition of
terms.
2. What is the importance of background and significance of Project Work?
a. It explains why you choose this Project Work
b. It explains how you do make this Project Work.
c. It explains where you make Project Work.
d. It explains what you Project Work are.
3. What are not parts of the background and significance of Project Work?
a. What are the formality and theory concerns with Project Work?
b. What is the expected result from Project Work?
c. How to make a Project Work?
d. Can it solve the problem or not?
4. What isn’t part of the Introduction?
a. Scope of study.
b. Material and Methodology
c. Objective.
d. Background and significance.
5. How many points in the Introduction? What are they?
a. 2 points : Objective and Scope

b. 3 points: Objective, Scope and Background
c. 4 points: Background and significance, Objective, Scope and Hypothesis
d. 5 points: Background and significance, Objective, Scope, Hypothesis and Definitions of terms.

แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การเขยี น
............................................................................................... ................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแ้ี จง : อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Excellent 5 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดอ้ ยา่ งรเิ รม่ิ ดมี าก 4 คะแนน
สรา้ งสรรค์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ 3 คะแนน
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้ Good 2 คะแนน
ถกู ตอ้ ง นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามาใชไ้ ดส้ ว่ นใหญ่ ดี 1 คะแนน
และถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณ์บางเล็กนอ้ ย สอื่ สารได ้
Fair
เหมาะสมกบั สถานการณ์ ปานกลาง
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาได ้
พอใชน้ าคาศพั ท์ สานวนภาษาทไ่ี ดศ้ กึ ษามาใชบ้ างสว่ นและ Passable
ถกู ตอ้ ง เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณ์บางเล็กนอ้ ย สอ่ื สารไดเ้ หมาะสม นอ้ ย

กบั สถานการณ์บา้ งเล็กนอ้ ย Do not pass
เขยี นประโยคสอ่ื ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไดบ้ า้ ง ตอ้ งปรบั ปรงุ
เลก็ นอ้ ย แทบจะไม่นาคาศพั ท์ สานวนภาษาทไี่ ดศ้ กึ ษามาใช ้
เขยี นไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณ์เป็ นสว่ นใหญ่ การสอื่ สารมี

ความเหมาะสมกบั สถานการณน์ อ้ ยมาก
เขยี นประโยคสอื่ ความหมายโดยใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษาไม่
ถกู ตอ้ ง สอื่ ความหมายไม่ได ้ ไมน่ าคาศพั ทห์ รอื สานวนภาษาที่
ไดศ้ กึ ษามาใช ้ เขยี นไม่ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยกรณ์ การเขยี น
ไมเ่ หมาะสมกบั สถานการณ์

แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท.่ี .............................................................................................................................

คาชแี้ จง: อ่านรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพูดสอื่ สารตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวนไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
Good 2 คะแนน
พูดออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวนหรอื
บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การพดู Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พูดออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ าม
ธรรมชาตแิ ละตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดในบางเล็กนอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
สานวนหรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กย่ี วขอ้ ง นอ้ ย
กบั การพูดไดบ้ างเลก็ นอ้ ย
พูดออกเสยี งไม่คอ่ ยชดั เจนแทบจะไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์ Do not pass
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน ตอ้ งปรับปรุง
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
พดู นอ้ ยมาก
พดู ออกเสยี งไมช่ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดไมม่ เี ลย ไมม่ กี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั การ
พดู เลย

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม การแสดง การ ทางาน
ความ ยอมรับ ตามที่
ที่ ความ คดิ เห็น การตอบ ฟังคนอนื่ ไดร้ บั หมายเหตุ
สนใจ คาถาม มอบหมาย

ชอ่ื – สกลุ 4 32 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

เกณฑก์ ารวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดมี าก (4คะแนน) สนใจฟัง ไม่หลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชนั้ มคี าถามทด่ี ี ตอบคาถามถกู ตอ้ งทางานสง่ ครบ

และตรงเวลา

ดี (3 คะแนน) การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง (2 คะแนน) การแสดงออกอย่ใู นเกณฑป์ ระมาณ 50%

ตอ้ งปรบั ปรุง (1 คะแนน) เขา้ ชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไม่ครบและไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ชอื่ ผูป้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………….……
ชอ่ื กลมุ่ รับการประเมนิ ……………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครงั้ ท…ี่ ………………….วันท…ี่ ….............เดอื น…………………………...พ.ศ. …………

ระดบั พฤตกิ รรม

ที่ คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ใชไ้ ด ้ ควรปรับปรุง

1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ (1 คะแนน) (0 คะแนน)
o แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพตอ่ ผอู ้ นื่
o ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผอู ้ นื่

2 ความมวี นิ ยั
o ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และขอ้ ตกลงตา่ งๆ
ของวทิ ยาลยั
ไดแ้ กก่ ารแตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบยี บและขอ้ บงั คบั
ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
o มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน
o ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความตงั้ ใจ
o มคี วามเพยี รพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน

4 ละเวน้ สงิ่ เสบตดิ
o ไม่เกย่ี วของกบั สงิ่ เสบตดิ

5. ความปลอดภยั
o ปฏบิ ตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมดั ระวัง

6 ความสนใจใฝ่ รู้
o ซกั ถามปัญหาน่าสงสยั

7 ความรกั สามคั คี
o รว่ มมอื ในการทางาน

8 ความกตญั ญกู ตเวที
o มสี มั มาคารวะตอ่ คร-ู อาจารยอ์ ยา่ งสม่าเสมอ
ทงั้ ตอ่ หนา้ และลบั หลงั

9 ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
o ทางานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง
o กลา้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล

10 รกั ษาจรรยาบรรณ
o ควบคมุ อารมณ/์ ความรสู ้ กึ อยา่ งมสี ตแิ ละเหตผุ ล

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

My English Ability

คาสง่ั จงทาเครอ่ื งหมายกากบาท (x) ในชอ่ งทเี่ ห็นว่าตรงกบั ระดบั ความสามารถทางภาษาของทา่ น

English skills self-assessment Excellent Good Fair Passable Do not
pass

27. สามารถอา่ นประโยคคาถามและตอบคาถามได ้
28. สามารถอา่ นบทความแลว้ จับใจความสาคญั พรอ้ มกับวเิ คราะห์

ได ้
29. มกี ารพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการเขยี น
30. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักไวยกรณท์ างภาษา
31. มกี ารพัฒนาทักษะทางดา้ นการพดู
32. พดู สนทนาในระหวา่ งเพอื่ นและอาจารยท์ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

ได ้
33. มกี ารพัฒนาทักษะทางดา้ นการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์
34. มกี ารเรยี นรคู ้ าศัพท์ สานวนและประโยคใหมๆ่
35. พดู สนทนาสอบถามขอ้ มลู เกยี่ วกบั เพอ่ื นรว่ มงานและการกลา่ ว

ทกั ทาย
36. มกี ารพฒั นาการพดู หนา้ ชนั้ เรยี น
37. พดู ถาม – ตอบ เกยี่ วกบั ขอ้ มลู งานและหนา้ ทค่ี วามรับผดิ ชอบ

เกยี่ วกบั งานได ้
38. พดู ถาม – ตอบใหค้ าแนะนาพรอ้ มกับยอมรบั ความคดิ เหน็ ของคน

อนื่ พรอ้ มแนวทางแกป้ ัญหาในการทางานได ้
39. มกี ารนาความรทู ้ ม่ี อี ยไู่ ปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดแ้ ละมกี าร

พฒั นาความรใู ้ นขนั้ ทส่ี งู ขน้ึ

ลงชอื่ …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

แผนการจดั การเรยี นรู้

Lesson 4: Related of Literature Review

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาองั กฤษ ชน้ั : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :่ี เวลาเรยี น: 2 ชว่ั โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
รคู ้ วามหมายและความสาคญั ของเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ทงั้ ที่ งานวจิ ัย แผน่ พับ นติ ยาสารและทมี่ าของ

ขอ้ มลู จากแหลง่ ๆ พรอ้ มวธิ กี ารเขยี น Literature review และโครงงานบทท่ี 2 (Know and understand
definition of literature review, souces and how to write English Project Work in Chapter II)

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results / Study objectives)

1. รคู ้ วามหมายและเขา้ ใจหลักการเขยี นโครงงานบททสี่ อง เรอื่ ง เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
(Understanding and writing reviews of related literature)

2. เพม่ิ ทกั ษะดา้ นภาษาองั กฤษ ทงั้ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (Improved English skills)

3. เพมิ่ ความรเู ้ รอ่ื งการใชค้ าเชอื่ มประโยคใหส้ มบรู ณ์และถกู ตอ้ ง (Practical understanding and
detection of connections)

4. สบื คน้ ขอ้ มลู จากหอ้ งสมดุ ทว่ั ไปหรอื จากขอ้ มลู จากคอมพวิ เตอรผ์ า่ นทางอนิ เทอรเ์ น็ต (Library
and Internet search techniques)

5. สามารถวเิ คราะหแ์ ละถา่ ยทอดขอ้ มลู ทไี่ ด ้ (Analyze and explain the results)

6. สามารถเขยี นเอกสารหรอื งานวจิ ยั ทอ่ี า้ งองิ ทด่ี ไี ด ้ (Write references and sources)

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
7. ความหมายของ Literature review (Definition terms of literature)

8. การเขยี นเอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กย่ี วขอ้ ง (How to write a literature review)

9. การสบื คน้ ขอ้ มลู จากหอ้ งสมดุ หรอื จากขอ้ มลู ทางคอมพวิ เตอรผ์ า่ นทางอนิ เทอรเ์ น็ต (Search
engine)

10.การใชค้ าเชอ่ื มประโยคในการเขยี นโครงงานภาษาอังกฤษ (Writing the English Project
Work by using connections and parallels)

11.การใชป้ ระโยคบทสนทนาและประโยคคาถาม เพอ่ื เพม่ิ ทักษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น
(Conversational English, formulation of questions, vocabulary sharpening skills:
Listening, Speaking, Reading and Writing)

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรูแ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรจู ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ (Learning by doing)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขน้ั การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นนาทกั ษะเรอ่ื งการคน้ หาขอ้ มูลทางอนิ เทอรเ์ น็ตมาใชใ้ นการคน้ หาขอ้ มูลจากแหลง่ ขอ้ มลู ตา่ งๆ
เชน่ การหาผลงานวจิ ัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง การหาผลงานทางวชิ าการทส่ี นใจ การสบื คน้ ขอ้ มูลทงั้ ในประเทศ
และตา่ งประเทศ

- ผเู ้ รยี นนาประสบการณ์จากการเรยี นหรอื อา่ นตาราตา่ งๆ มาปรับใชใ้ นการเขยี นโครงงานในบทท่ี 2
- ผเ้ รยี นนาความรเู ้ รอื่ งคาเชอื่ มประโยค (Conjunction) มาใชใ้ นการเขยี นคมู่ อื โครงงานภาษาอังกฤษ

และการนาเสนอผลงาน เพอื่ ทาใหป้ ระโยคมคี วามตอ่ เน่อื งและถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณม์ ากยงิ่ ขนึ้
- ผเู ้ รยี นนาความรู ้ เกยี่ วกบั คาศพั ทห์ รอื โครงสรา้ งประโยคทเ่ี ขยี นผดิ มาแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งและใชใ้ น

สถานการณ์ตา่ งๆไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

 ขนั้ ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นและทมี งานลงมอื คน้ หาขอ้ มลู เกยี่ วกบั หวั ขอ้ เรอ่ื งของโครงงานทจ่ี ะทา และรวบรวมขอ้ มูลทงั้
งานดา้ นวชิ าการ เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ พรอ้ มกบั จดบนั ทกึ ไว ้ เพอื่ เขยี นโครงงานบทที่ 2 เรอ่ื ง
เอกสารและงานวชิ าการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (Related of Literature Review)
- ผูเ้ รยี นอา่ นบทความ และวเิ คราะหพ์ รอ้ มทงั้ นาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
- ผเู ้ รยี นได ้ ฟัง พูด อ่าน และเขยี น จากแบบฝึกหดั การพูดสนทนาระหว่างเพอ่ื นๆและการนาเสนอ
หนา้ ชนั้ เรยี น

 ขนั้ สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผูส้ อนใชว้ ธิ กี ารอธบิ าย และมกี ารทดสอบกอ่ นเรยี น ระหว่างเรยี นป็ นระยะๆ ( Testing 4.1, 4.2, 4.3,
4.4, 4.5 and 4.6) เพอื่ ดวู า่ ผเู ้ รยี นไดม้ คี วามรคู ้ วามเขา้ ฬจมากนอ้ ยแคไ่ หน และยังเป็ นการกระตนุ ้ ให ้
ผเู ้ รยี นสนใจในการเรยี นและทากจิ กรรมรว่ มกบั เพอ่ื นๆมากขนึ้ นอกจากนี้ผสู ้ อนยงั มที งั้ ตวั อยา่ งและ
รปู ภาพ ประกอบการเรยี น การสอน
- ผูส้ อนใชค้ าถาม กบั ผูเ้ รยี น บอ่ ยๆ เพอื่ เป็ นการฝึกใหผ้ ูเ้ รยี นไดก้ ลา้ แสดงออก และไดฝ้ ึกทกั ษะ ทงั้
การฟัง การคดิ วเิ คราะห์ การพูด ตอบโตส้ นทนา พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสในการถาม จากนัน้
ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั (Exercise 4.1, 4.2 and 4.3 )
- ผเู ้ รยี นและทมี ทาแบบฝึกทา้ ยบท (Assignment 4.1) เพอื่ เป็ นทาฝึกใหผ้ เู ้ รยี นไดม้ คี วามเขา้ ใจและ
ทาโครงงานออกมาไดจ้ รงิ
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเี่ ป็ นทป่ี รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผูส้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นและหลงั เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอื่ นบรรยายหนา้ ชนั้ เรยี นและพบอาจารยท์ ป่ี รกึ ษา

 ขน้ั ประยุกต์ Application
- ผเู ้ รยี นมใี จรกั ในการอ่าน และมคี วามรเู ้ รอ่ื งโครงงานและผลงานวจิ ัยตา่ งๆมากขน้ึ
- ผเู ้ รยี นไดท้ ราบถงึ แนวทางในการทาโครงงานและมที กั ษะในการตอ่ ยอดความคดิ ในการคดิ คน้ ทา
สงิ่ ประดษิ ฐส์ งิ่ ตา่ งๆจากความรูใ้ นสาขาตา่ งๆและนาเสนอผลงานและเผยแพร่เป็ นภาษาองั กฤษได ้
- ผเู ้ รยี นไดเ้ ผยแพร่ผลงานและรชู ้ อ่ งทางในการนาผลงานออกเผยแพร่ อกี ทงั้ ตระหนกั ถงึ การนา
ผลงานของนักวชิ าการหรอื นกั เขยี นตา่ งๆมาใชใ้ นการอา้ งองิ
- ผเู ้ รยี นไดแ้ นวคดิ ในการผลติ นวัตถกรรมใหม่ๆและการเขยี นรายงานเป็ นภาษาองั กฤษ

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
12. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
13. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง self-access Learning Center
14. Website
15. หอ้ งสมดุ รายงานและผลงานทางวชิ าการ โครงงานทงั้ ระดบั โรงเรยี น วทิ ยาลยั และมหาวทิ ยาลยั

การวดั ผลและประเมนิ ผล
13. ทกั ษะการพดู อา่ น และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น การอ่านผลงานทาง
วชิ าการ งานวจิ ัย การสรปุ ผลงานทไี่ ดจ้ ากการอา่ น
14. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจจากการอ่านและการคดิ วเิ คราะห์ พรอ้ มกบั การนาเสนอผลงานตอ่
ครผู สู ้ อนและเพอ่ื นๆ
15. ทกั ษะการเขยี น: สามารถเขยี น แนวคดิ หรอื งานวจิ ัยและเอกสารทเี่ กยี่ วขอ้ งได ้ หรอื รายงานโครงงานบท
ที่ 2 ไดแ้ ละถกู หลกั โครงสรา้ งทางไวยากรณ์
16. วดั พฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาองั กฤษ

เครอื่ งมอื วดั ผล
16. แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
17. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
18. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
19. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะองั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
20. แบบประเมนิ พฒั นาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

Post-Test

Lesson 4: Related of Literature Review

Direction: try to answer these questions as you understand them.

1. What does literature mean?

………………………………………………………………………………………………………
2. What is the difference between Project Work and Research?

………………………………………………………………………………………………………
3. What is the difference in meaning between literature and document paper?

………………………………………………………………………………………………………
4. How important is related literature in the Project Work?

………………………………………………………………………………………………………
5. Should we avoid this unit?

………………………………………………………………………………………………………
6. How to find literature related to the Project work?

………………………………………………………………………………………………………
7. Is the information obtained from the internet related to the literature review?

………………………………………………………………………………………………………
8. Is magazine content literature review?

………………………………………………………………………………………………………
9. Can field trips be part of literature review?

………………………………………………………………………………………………………
10. Can we find literature reviews only in libraries?

………………………………………………………………………………………………………

แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การเขยี น
............................................................................................... ................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท่ี
..............................................................................................................................

คาชแี้ จง : อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นรายงานบทท่ี 2 เรอื่ ง Related of literature Reviewได ้

ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน โดยใช ้ Excellent 5 คะแนน
4 คะแนน
โครงสรา้ งทางภาษา นาขอ้ มูลมาอา้ งองิ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ดมี าก 3 คะแนน
2 คะแนน
เหมาะสมกบั สถานการณ์ดมี าก 1 คะแนน

เขยี นรายงานบทท่ี 2 เรอ่ื ง Related of literature Reviewได ้

ถกู ตอ้ งดตี ามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน โครงงาน โดย Good

ใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษา นาขอ้ มลู มาอา้ งองิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ดี

เหมาะสมกบั สถานการณ์ดี

เขยี นรายงานบทท่ี 2 เรอื่ ง Related of literature Reviewได ้

ถกู ตอ้ งดตี ามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน โครงงาน โดย Fair

ใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษา นาขอ้ มลู มาอา้ งองิ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ปานกลาง

เหมาะสมกบั สถานการณ์ปานกลาง

เขยี นรายงานบทท่ี 2 เรอ่ื ง Related of literature Reviewได ้

ถกู ตอ้ งดตี ามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน โครงงาน โดย Passable

ใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษา นาขอ้ มลู มาอา้ งองิ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง นอ้ ย

เหมาะสมกบั สถานการณ์คอ่ นขา้ งนอ้ ย

เขยี นรายงานบทท่ี 2 เรอื่ ง Related of literature Reviewได ้

ถกู ตอ้ งดตี ามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน โครงงาน โดย Do not pass

ใชโ้ ครงสรา้ งทางภาษา นาขอ้ มลู มาอา้ งองิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ตอ้ งปรับปรุง

เหมาะสมกบั สถานการณ์นอ้ ยมาก

แบบประเมนิ ทักษะการพดู

Lesson 1: Preface and Topic Name

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอื่ ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท.ี่ .............................................................................................................................

คาชแ้ี จง: อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพูดสอื่ สารตามหัวขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวนไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
Good 2 คะแนน
พูดออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหัวขอ้ ทกี่ าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวนหรอื
บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การพดู Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พดู ออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ตาม
ธรรมชาตแิ ละตามหัวขอ้ ทกี่ าหนดในบางเล็กนอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
สานวนหรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง นอ้ ย
กบั การพดู ไดบ้ างเลก็ นอ้ ย
พดู ออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนแทบจะไมเ่ หมาะสมกบั สถานการณ์ Do not pass
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน ตอ้ งปรบั ปรุง
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ
พดู นอ้ ยมาก
พูดออกเสยี งไม่ชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดไมม่ เี ลย ไมม่ กี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การ
พูดเลย

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม การแสดง การ ทางาน
ความ ยอมรับ ตามที่
ที่ ความ คดิ เห็น การตอบ ฟังคนอนื่ ไดร้ บั หมายเหตุ
สนใจ คาถาม มอบหมาย

ชอ่ื – สกลุ 4 32 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

เกณฑก์ ารวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดมี าก (4คะแนน) สนใจฟัง ไม่หลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชนั้ มคี าถามทด่ี ี ตอบคาถามถกู ตอ้ งทางานสง่ ครบ

และตรงเวลา

ดี (3 คะแนน) การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง (2 คะแนน) การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%

ตอ้ งปรบั ปรุง (1 คะแนน) เขา้ ชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไม่ครบและไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ชอื่ ผูป้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………….……
ชอ่ื กลมุ่ รับการประเมนิ ……………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครงั้ ท…ี่ ………………….วันท…ี่ ….............เดอื น…………………………...พ.ศ. …………

ระดบั พฤตกิ รรม

ที่ คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ใชไ้ ด ้ ควรปรับปรุง

1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ (1 คะแนน) (0 คะแนน)
o แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพตอ่ ผอู ้ นื่
o ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผอู ้ นื่

2 ความมวี นิ ยั
o ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และขอ้ ตกลงตา่ งๆ
ของวทิ ยาลยั
ไดแ้ กก่ ารแตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบยี บและขอ้ บงั คบั
ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
o มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน
o ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความตงั้ ใจ
o มคี วามเพยี รพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน

4 ละเวน้ สงิ่ เสบตดิ
o ไมเ่ กย่ี วของกบั สงิ่ เสบตดิ

5. ความปลอดภยั
o ปฏบิ ตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมดั ระวัง

6 ความสนใจใฝ่ รู้
o ซกั ถามปัญหาน่าสงสยั

7 ความรกั สามคั คี
o รว่ มมอื ในการทางาน

8 ความกตญั ญกู ตเวที
o มสี มั มาคารวะตอ่ คร-ู อาจารยอ์ ยา่ งสม่าเสมอ
ทงั้ ตอ่ หนา้ และลบั หลงั

9 ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
o ทางานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง
o กลา้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล

10 รกั ษาจรรยาบรรณ
o ควบคมุ อารมณ/์ ความรสู ้ กึ อยา่ งมสี ตแิ ละเหตผุ ล

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

My English Ability

คาสง่ั จงทาเครอ่ื งหมายกากบาท (x) ในชอ่ งทเี่ ห็นว่าตรงกบั ระดบั ความสามารถทางภาษาของทา่ น

English skills self-assessment Excellent Good Fair Passable Do not
pass

40. สามารถอา่ นประโยคคาถามและตอบคาถามได ้
41. สามารถอา่ นบทความแลว้ จับใจความสาคญั พรอ้ มกับวเิ คราะห์

ได ้
42. มกี ารพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการเขยี น
43. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักไวยกรณท์ างภาษา
44. มกี ารพัฒนาทักษะทางดา้ นการพดู
45. พดู สนทนาในระหวา่ งเพอื่ นและอาจารยท์ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

ได ้
46. มกี ารพัฒนาทักษะทางดา้ นการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์
47. มกี ารเรยี นรคู ้ าศัพท์ สานวนและประโยคใหมๆ่
48. พดู สนทนาสอบถามขอ้ มลู เกยี่ วกบั เพอ่ื นรว่ มงานและการกลา่ ว

ทกั ทาย
49. มกี ารพฒั นาการพดู หนา้ ชนั้ เรยี น
50. พดู ถาม – ตอบ เกยี่ วกบั ขอ้ มลู งานและหนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบ

เกยี่ วกบั งานได ้
51. พดู ถาม – ตอบใหค้ าแนะนาพรอ้ มกับยอมรบั ความคดิ เหน็ ของคน

อนื่ พรอ้ มแนวทางแกป้ ัญหาในการทางานได ้
52. มกี ารนาความรทู ้ ม่ี อี ยไู่ ปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดแ้ ละมกี าร

พฒั นาความรใู ้ นขนั้ ทส่ี งู ขน้ึ

ลงชอื่ …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

แผนการจัดการเรยี นรู ้
Lesson 5: Material and Methodology

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาองั กฤษ ชน้ั : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :ี่ เวลาเรยี น: 6 ชว่ั โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
รูค้ วามหมายและความสาคญั ของเครอ่ื งมอื และอุปกรณท์ จ่ี ะนามาใชใ้ นการทาโครงงาน ทราบขนั้ ตอน

การในทาโครงงาน เรม่ิ ตงั้ แตข่ นั้ ตอนการวางแผนงาน การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และสามารถเขยี นรายงานโครงงาน
ในบทท่ี 3 ได ้ (Know and understand Material and Methodology to use in the English Project work
and know the process to do the Project work: plan, collect data and write Chapter III of the English
Project Work book)

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results / Study objectives)

7. รคู ้ วามหมายและเขา้ ใจหลักการเขยี นโครงงานบททสี่ าม เรอ่ื งอปุ กรณแ์ ละการวธิ กี ารทางาน
(Know and understand what is required to write chapter #3 of Project Work)

8. เพม่ิ ทักษะดา้ นภาษาองั กฤษ ทงั้ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (Improved English skills)

9. เพม่ิ ทกั ษะดา้ นการวางแผนทางความคดิ และการคดิ อยา่ งเป็ นระบบ (Improve system
thinking and planning thinking)

10.เพมิ่ ความรเู ้ รอื่ งแผนทค่ี วามคดิ (Improve knowledge of mind mapping)

11.สามารถนาความรเู ้ รอ่ื งแผนทค่ี วามคดิ ไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันและในอนาคต (Apply mind
mapping in daily life and in planning for the future)

12.การทางานเป็ นทมี (Team work)

13.สามารถเขยี นโครงงานภาษาอังกฤษ เรอ่ื งเกย่ี วกับขนั้ ตอนการทางานและเก็บรวบรวมขอ้ มลู ได ้
(Students are able to write chapter #3 of the English Project Work on process work
and data collection)

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
1. ความหมายของ อปุ กรณแ์ ละวธิ กี ารทางาน (Definitions of Material and Methodology)
2. ศพั ทภ์ าษาอังกฤษเกยี่ วกับอปุ กรณท์ เ่ี กยี่ วขอ้ ง (Material’s Vocabulary)
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู (How to collect data)
4. แผนทคี่ วามคดิ (Mind mapping)
5. การทางานกลมุ่ หรอื เป็ นทมี (Team work)
6. ตารางการทางาน (Timetable)

7. การใชป้ ระโยคบทสนทนาและประโยคคาถาม เพอ่ื เพม่ิ ทักษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น
(English conversation and questions and answers practice to sharpen Listening,
Speaking, Reading and Writing skills)

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรูแ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรจู ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ (Learning by doing)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขน้ั การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นนาความรเู ้ รอ่ื งการ mind mapping มาใชใ้ นการวางแผนการทางาน การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
- ผเู ้ รยี นนาความรเู ้ รอื่ งวัสดอุ ปุ กรณ์ ตารางการเรยี น ตารางการทางาน มาปรบั ใชใ้ นการวางแผนการทา

โครงงาน
- ผเู ้ รยี นนาอุปกรณ์ หรอื วัสดเุ หลอื ใช ้ มาใชใ้ นการประดษิ ฐ์ หรอื ผลติ เป็ นนวถั กรรมใหม่ รวมทงั้ ใช ้

อปุ กรณต์ า่ งๆประกอบการนาเสนอผลงาน

 ขนั้ ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นและทมี งานออกแบบและวางแผนการจัดเก็บขอ้ มูล โดยใช ้ Mind mapping or Time table
- ผเู ้ รยี นและทมี งานลงมอื ทาโครงงาน ออกแบบการทาโครงงาน ออกแบบฟอรม์ ตา่ งๆ เชน่
แบบสอบถาม แบบสารวจ รวมถงึ ขบวนการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เรม่ิ เก็บรวบรวม และทาการบันทกึ ไว ้
พรอ้ มกบั เขยี นโครงงานบทที่ 3 เรอ่ื งวัสดอุ ุปกรณ์ และขนั้ ตอนการเกบ็ ขอ้ มลู (Material and
Methodology)
- ผเู ้ รยี นลงมอื เกบ็ ขอ้ มลู และวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดม้ า พรอ้ มนาเสนอผลงานตอ่ ครูผสู ้ อนและเพอื่ นๆ
- ผเู ้ รยี นได ้ ฟัง พดู อ่าน และเขยี น จากแบบฝึกหัด จากการลงมอื เกบ็ ขอ้ มลู การพดู สนทนาระหว่าง
เพอื่ นๆและการนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น

 ขนั้ สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผูส้ อนใชว้ ธิ กี ารอธบิ าย และมกี ารทดสอบกอ่ นเรยี น ระหวา่ งเรยี นป็ นระยะๆ ( Testing 5.1, 5.3,
5.4,) เพอื่ ดวู า่ ผเู ้ รยี นไดม้ คี วามรคู ้ วามเขา้ ใจมากนอ้ ยแคไ่ หน และยงั เป็ นการกระตนุ ้ ใหผ้ เู ้ รยี นสนใจ
ในการเรยี นและทากจิ กรรมร่วมกบั เพอ่ื นๆมากขน้ึ นอกจากนผ้ี สู ้ อนยงั มที งั้ ตวั อยา่ งและรปู ภาพ
ประกอบการเรยี น การสอน
- ผูส้ อนใชค้ าถาม กบั ผูเ้ รยี น บ่อยๆ เพอื่ เป็ นการฝึกใหผ้ ูเ้ รยี นไดก้ ลา้ แสดงออก และไดฝ้ ึกทกั ษะ ทงั้
การฟัง การคดิ วเิ คราะห์ การพดู ตอบโตส้ นทนา พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสในการถาม จากนัน้
ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัด (Exercise 5.1)
- ผเู ้ รยี นและทมี ทาแบบฝึกทา้ ยบท (Assignment 5.1) เพอ่ื เป็ นทาฝึกใหผ้ เู ้ รยี นไดม้ คี วามเขา้ ใจและ
ทาโครงงานออกมาไดจ้ รงิ
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเ่ี ป็ นทป่ี รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผูส้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นและหลงั เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นบรรยายหนา้ ชนั้ เรยี นและพบอาจารยท์ ปี่ รกึ ษา

 ขน้ั ประยกุ ต์ Application
- ผเู ้ รยี นนาความรูเ้ รอื่ งอปุ กรณแ์ ละวัสดอุ ปุ กรณ์มาปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และในอนาคต
- ผูเ้ รยี นรจู ้ ักการวางแผน มกี ารประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ทงั้ ในทโ่ี รงเรยี น ทบี่ า้ น และสถานที่
ทางาน

- ผเู ้ รยี นสามารถทาแผนทที่ างความคดิ (mind mapping) มาประยกุ ตใ์ ชก้ บั การเรยี น การทางาน
- ผเู ้ รยี นรจู ้ กั นาวัสดุ อุปกรณ์เหลอื ใช ้ มาประยกุ ต์ หรอื ดดั แปลง ใหส้ ามารถใชง้ านไดอ้ กี เพอื่ เสรมิ

อาชพี หรอื หาไดร้ ายไดเ้ สรมิ หรอื ทาเป็ นอาชพี
- ผเู ้ รยี นสามารถคดิ วเิ คราะห์ และสรุปผลทเี่ กดิ ผลไปหาเหตุ หรอื เหตไุ ปหาผล
- ผเู ้ รยี นไดแ้ นวคดิ ในการผลติ นวตั ถกรรมใหม่ๆเพอื่ ชว่ ยเพม่ิ ทกั ษะภาษาองั กฤษ หรอื การพัฒนาวัสดุ

อปุ กรณต์ า่ งๆขน้ึ มาทดแทนของเกา่ เนอื่ งจากความตน้ ทนุ การผลติ ของเดมิ สงู และศกั ยภาพการใช ้
งานไม่ไดป้ ระสทิ ธภิ าพ หรอื ไม่เหมาะสมกบั ยุคสมยั ใหม่

สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
16. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
17. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง self-access Learning Center
18. Website หรอื สอ่ื ทเ่ี ผยแพรผ่ ลงานทา่ งวชิ าการ
19. หอ้ งสมุด รายงานและผลงานทางวชิ าการ โครงงานทงั้ ระดบั โรงเรยี น วทิ ยาลยั และมหาวทิ ยาลยั
20. เศษวัสดุ อุปกรณ์ เหลอื ใช ้ คอมพวิ เตอร์ หอ้ งหัตกรรม หอ้ งทดลองงาน หรอื หอ้ งฝึกกรงานวชิ าชพี

การวดั ผลและประเมนิ ผล
17. ทกั ษะการพดู อา่ น และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น การวางแผนการทางาน
และการทางานเป็ นทมี การนาเสนอผลงานแนวคดิ ผ่านแผนทท่ี างความคดิ (mind mapping)
18. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจจากการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์ พรอ้ มกบั การนาเสนอผลงานตอ่
ครผู สู ้ อนและเพอื่ นๆ
19. ทกั ษะการเขยี น: สามารถเขยี น แผนการทางาน การทางานแบบเป็ นขนั้ เป็ นตอน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
และการสรปุ ผลการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เขยี นรายงานโครงงานบทที่ 3 ไดถ้ กู ตอ้ งตามขนั้ ตอนและ
20. การคดิ วเิ คราะห:์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ดผู ลงานหรอื วธิ กี ารคดิ ทาโครงงาน การวางแผนและจัดการ
21. วดั พฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาอังกฤษ

เครอื่ งมอื วดั ผล
21. แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
22. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
23. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
24. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะองั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
25. แบบประเมนิ พฒั นาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

Post-Test

Lesson 5: Materials and Methodology

Direction: Choose the best answer.

1. What is not part methodology of the study
a. Equipment
b. Hypothesis
c. Data collection
d. Classify

2. What does material mean?
a. The equipment or tools used in study process
b. The Process of study
c. The way to collect data
d. School stationery.

3. What is of not data collection?
a. Information and report on study
b. Picture and video records.
c. Result of the study
d. Notes taking, graphs

4. What is not concerned with Methodology?
a. Hypothesis: Independent, Dependent and Control variables
b. Equipment: camera, video, board, dictionary
c. Data source: population, books, songs, games
d. Summary and related documents

5. What does population of study mean?
a. Data source we will study
b. People or animals we will study
c. The things or sources we set up for study
d. Equipment setting for study

6. How many processes to collect data and what are they?
a. Group data source
b. Group data source, manage
c. Set up population, make mind mapping, study
d. Set up populations or data source, make mind mapping, set up the time, study

Questions: 7-10 match the correct letter to questions 7 to 10
a. Population
b. Timetable
c. Material or equipment
d. 3 Variables : Independent, Dependent, Control variable
e. Quality and Quantity

7. Experimental study and hypothesis...................
8. They are types of study…………..
9. The stuff used in study processing……………..
10. Amount of people, animals and things needed for………….

แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
Lesson 5: Materials and Methodology

หวั ขอ้ การเขยี น
............................................................................................... ................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแ้ี จง : อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นรายงานบทท่ี 3 เรอื่ ง Materials and Methodology ได ้ Excellent 5 คะแนน
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ทบ์ อก ดมี าก 4 คะแนน
วสั ดอุ ปุ กรณ์ เขยี นแผนงาน และเขยี นรายงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
เหมาะสมกบั สถานการณ์ดมี าก Good 2 คะแนน
ดี 1 คะแนน
เขยี นรายงานบทที่ 3 เรอื่ ง Materials and Methodology ได ้
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ทบ์ อก Fair
วสั ดอุ ุปกรณ์ เขยี นแผนงาน และเขยี นรายงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ปานกลาง
เหมาะสมกบั สถานการณ์ดี
Passable
เขยี นรายงานบทท่ี 3 เรอ่ื ง Materials and Methodology ได ้ นอ้ ย
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ทบ์ อก
วัสดอุ ปุ กรณ์ เขยี นแผนงาน และเขยี นรายงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง Do not pass
เหมาะสมกบั สถานการณ์ไดป้ านกลาง ตอ้ งปรับปรงุ

เขยี นรายงานบทที่ 3 เรอื่ ง Materials and Methodology ได ้
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ทบ์ อก
วสั ดอุ ปุ กรณ์ เขยี นแผนงาน และเขยี นรายงานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
เหมาะสมกบั สถานการณ์ไดค้ อ่ นขา้ งนอ้ ย

เขยี นรายงานบทที่ 3 เรอื่ ง Materials and Methodology ได ้
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ทบ์ อก
วัสดอุ ุปกรณ์ เขยี นแผนงาน และเขยี นรายงานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
เหมาะสมกบั สถานการณ์ไดน้ อ้ ยมาก

แบบประเมนิ ทักษะการพดู
Lesson 5: Materials and Methodology

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอื่ ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ท่ี
..............................................................................................................................

คาชแี้ จง: อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พูดออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพดู สอ่ื สารตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวนไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง 3 คะแนน
Good 2 คะแนน
พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวนหรอื
บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การพูด Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พูดออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ตาม
ธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดในบางเลก็ นอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
สานวนหรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง นอ้ ย
กบั การพดู ไดบ้ างเลก็ นอ้ ย
พดู ออกเสยี งไม่คอ่ ยชดั เจนแทบจะไมเ่ หมาะสมกบั สถานการณ์ Do not pass
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนด เลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน ตอ้ งปรับปรุง
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ
พดู นอ้ ยมาก
พดู ออกเสยี งไม่ชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหัวขอ้ ทกี่ าหนดไมม่ เี ลย ไมม่ กี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
หรอื บทสนทนาไดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ
พดู เลย

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม การแสดง การ ทางาน
ความ ยอมรับ ตามที่
ที่ ความ คดิ เห็น การตอบ ฟังคนอนื่ ไดร้ บั หมายเหตุ
สนใจ คาถาม มอบหมาย

ชอ่ื – สกลุ 4 32 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1

เกณฑก์ ารวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดมี าก (4คะแนน) สนใจฟัง ไม่หลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชนั้ มคี าถามทด่ี ี ตอบคาถามถกู ตอ้ งทางานสง่ ครบ

และตรงเวลา

ดี (3 คะแนน) การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%

ปานกลาง (2 คะแนน) การแสดงออกอย่ใู นเกณฑป์ ระมาณ 50%

ตอ้ งปรบั ปรุง (1 คะแนน) เขา้ ชนั้ เรยี น แตก่ ารแสดงออกนอ้ ยมาก สง่ งานไม่ครบและไมต่ รงเวลา

ลงชอ่ื …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

English Project Work
ภาษาองั กฤษโครงงาน

แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ชอื่ ผูป้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ ………………………………………………………………………………….……
ชอ่ื กลมุ่ รับการประเมนิ ……………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครงั้ ท…ี่ ………………….วันท…ี่ ….............เดอื น…………………………...พ.ศ. …………

ระดบั พฤตกิ รรม

ที่ คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ชี้ ใชไ้ ด ้ ควรปรับปรุง

1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ (1 คะแนน) (0 คะแนน)
o แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสภุ าพตอ่ ผอู ้ นื่
o ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผอู ้ นื่

2 ความมวี นิ ยั
o ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และขอ้ ตกลงตา่ งๆ
ของวทิ ยาลยั
ไดแ้ กก่ ารแตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบยี บและขอ้ บงั คบั
ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
o มกี ารเตรยี มความพรอ้ มในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน
o ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความตงั้ ใจ
o มคี วามเพยี รพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน

4 ละเวน้ สงิ่ เสบตดิ
o ไมเ่ กย่ี วของกบั สงิ่ เสบตดิ

5. ความปลอดภยั
o ปฏบิ ตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมดั ระวัง

6 ความสนใจใฝ่ รู้
o ซกั ถามปัญหาน่าสงสยั

7 ความรกั สามคั คี
o รว่ มมอื ในการทางาน

8 ความกตญั ญูกตเวที
o มสี มั มาคารวะตอ่ คร-ู อาจารยอ์ ยา่ งสม่าเสมอ
ทงั้ ตอ่ หนา้ และลบั หลงั

9 ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
o ทางานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยตนเอง
o กลา้ แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล

10 รกั ษาจรรยาบรรณ
o ควบคมุ อารมณ/์ ความรสู ้ กึ อยา่ งมสี ตแิ ละเหตผุ ล

English Project Work
ภาษาอังกฤษโครงงาน

My English Ability

คาสง่ั จงทาเครอื่ งหมายกากบาท (x) ในชอ่ งทเ่ี ห็นว่าตรงกบั ระดบั ความสามารถทางภาษาของทา่ น

English skills self-assessment Excellent Good Fair Passable Do not
pass

53. สามารถอา่ นประโยคคาถามและตอบคาถามได ้
54. ความสามารถในการอา่ นเสยี งหรอื บอกคาศพั ทข์ องวสั ดอุ ปุ กรณ์
55. มกี ารพัฒนาทกั ษะทางดา้ นการเขยี น
56. สามารถใชภ้ าษาไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักไวยกรณ์ทางภาษา
57. มกี ารพฒั นาทักษะทางดา้ นการพดู
58. พดู สนทนาในระหวา่ งเพอ่ื นและอาจารยท์ งั้ ในและนอกหอ้ งเรยี น

ได ้
59. มกี ารพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์
60. มกี ารเรยี นรคู ้ าศพั ท์ สานวนและประโยคใหมๆ่
61. พดู สนทนาสอบถามขอ้ มลู เกยี่ วกบั เพอื่ นรว่ มงานและการกลา่ ว

ทกั ทาย
62. มกี ารพัฒนาการพดู หนา้ ชนั้ เรยี น
63. พดู ถาม – ตอบ เกยี่ วกับขอ้ มลู งานและหนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ

เกยี่ วกับงานได ้
64. พดู ถาม – ตอบใหค้ าแนะนาพรอ้ มกบั ยอมรับความคดิ เหน็ ของคน

อน่ื พรอ้ มแนวทางแกป้ ัญหาในการทางานได ้
65. มกี ารนาความรทู ้ ม่ี อี ยไู่ ปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดแ้ ละมกี าร

พัฒนาความรใู ้ นขนั้ ทสี่ งู ขนึ้

ลงชอื่ …………………………...……… ผปู ้ ระเมนิ
(…………………………………)
………/………./……….

แผนการจัดการเรยี นรู ้
Lesson 6: Analysis and Summary

กลมุ่ สาระการเรยี นร:ู้ ภาษาองั กฤษ ชน้ั : สชย, สชช.
หนว่ ยการเรยี นรทู้ :่ี เวลาเรยี น: 2 ชว่ั โมง

สาระสาคญั (Main purpose)
รูค้ วามหมายและเห็นความสาคญั ของการวเิ คราะหข์ อ้ มูลและการสรุปผลการทาโครงงานภาษาอังกฤษ

และสามารถเขยี นรายงานโครงงานในบทท่ี 4 และ 5 ได ้ อกี ทงั้ เห็นความสาคญั ของการทางานเป็ นทมี และมภี าวะ
ความเป็ นผนู ้ า (To Know and understand analysis and summary of English Project work and able to
write English Project Work in Chapter IV and V although how team work is important)

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (Expected results/Study objectives)

14.รคู ้ วามหมายและเขา้ ใจหลกั การเขยี นโครงงานบททส่ี ี่ เรอื่ งการวเิ คราะหข์ อ้ มลู และการศกึ ษาที่
ไดร้ ับ (To understand the meaning of the results and their analysis so as to be able
to write chapter #4 of Project Work)

15.รคู ้ วามหมายและเขา้ ใจหลักการเขยี นโครงงานบททหี่ า้ เรอ่ื งการสรปุ ผลการศกึ ษา (To
understand the meaning of Summary and how to write chapter #5 of Project Work)

16.เพมิ่ ทกั ษะดา้ นภาษาอังกฤษ ทงั้ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น (Improved English skills)

17.เพม่ิ ทกั ษะการเป็ นผนู ้ า (Improve leadership skills )

18.สามารถนาความรเู ้ รอ่ื งภาวะผนู ้ าไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั และในอนาคต (Apply leadership
to the daily life and planning for the future)

19.การทางานเป็ นทมี (Teamwork)

20.สามารถเขยี นโครงงานภาษาอังกฤษ เรอ่ื งเกยี่ วกบั ขนั้ ตอนการวเิ คราะหข์ อ้ มลู และการสรปุ ผล
การศกึ ษา (Students are able write chapters #4 and 5 of the English Project Work
covering Result and Analysis of the study and present a summary).

สาระการเรยี นรู้ (Curriculum)
1. ความหมายของผลการศกึ ษาและการวเิ คราะหข์ อ้ มลู (Definition of the terms Result and
Analysis of study)

2. ความหมายของการสรปุ ผลการศกึ ษา (Definition of the term Summary of study)

3. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู (How to analyze data)

4. การสรปุ ผลการศกึ ษา (How to summarize the Project Work)

5. ภาวะผนู ้ า (Leadership)

6. การใชป้ ระโยคบทสนทนาและประโยคคาถาม เพอื่ เพมิ่ ทกั ษะ การฟัง พดู อา่ น และเขยี น
(Practice English conversation and questioning and skills sharpening: Listening,
Speaking, Reading and Writing)

รปู แบบการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรยี นรแู ้ บบมสี ว่ นรว่ ม (Participatory study)
การเรยี นรแู ้ บบกลมุ่ (Group study)
การเรยี นรจู ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ (Learning by doing)
การเรยี นรดู ้ ว้ ยตวั เอง (Independent study)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
 ขน้ั การเรยี นรจู้ ากประสบการณ์ Experiential Learning Process

- ผเู ้ รยี นเรยี นรูก้ ารทางานป็ นทมี และการมภี าวะการความเป็ นผนู ้ า มาปรับใชใ้ นการทาโครงงานให ้
ประสบผลสาเร็จ

- ผเู ้ รยี นนาความรเู ้ รอ่ื งคดิ วเิ คราะห์ การแกไ้ ขปัญหา มาใชใ้ นการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลงานทาโครงงาน
- ผเู ้ รยี นนาความลม้ เหลวในอดตี มาปรบั ใชใ้ นปัจจบุ นั และในอนาคตโดยทาปัจจบุ ันใหด้ ที ส่ี ดุ
- ผูเ้ รยี นนาความรูเ้ รอื่ งสถติ ิ มาใชใ้ นการคดิ วเิ คราะห์ และสรปุ ผลการศกึ ษาโครงงาน

 ขน้ั ลงมอื ปฎบิ ตั ิ Doing
- ผเู ้ รยี นและทมี งานชว่ ยกนั หาสาเหตขุ องการศกึ ษาทไี่ ม่เป็ นไปตามขอ้ สมมตฐิ าน
- ผเู ้ รยี นและทมี งานรว่ มกนั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปผลของการศกึ ษา พรอ้ มกบั เขยี นโครงงานบทที่ 4 and
5 เรอื่ งการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลการศกึ ษา (Analysis and Summary)
- ผเู ้ รยี นได ้ ฟัง พูด อา่ น และเขยี น จากการลงมอื เก็บขอ้ มลู และวเิ คราะหข์ อ้ มลู การพดู สนทนา
ระหวา่ งเพอื่ นๆและการนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น

 ขน้ั สะทอ้ นความคดิ Reflection
- ผูส้ อนใชว้ ธิ กี ารอธบิ าย และมกี ารทดสอบกอ่ นเรยี น ระหวา่ งเรยี นป็ นระยะๆ (Testing 6.1, 6.2) เพอื่
ดวู ่าผเู ้ รยี นไดม้ คี วามรคู ้ วามเขา้ ใจมากนอ้ ยแคไ่ หน และยงั เป็ นการกระตนุ ้ ใหผ้ เู ้ รยี นสนใจในการเรยี น
และทากจิ กรรมร่วมกบั เพอ่ื นๆมากขน้ึ นอกจากนี้ผสู ้ อนยังไดม้ อบหมายงานใหน้ ักเรยี นไดล้ งมอื
ปฏบิ ัตงิ านจรงิ
- ผสู ้ อนใชค้ าถาม กบั ผูเ้ รยี น บ่อยๆ เพอ่ื เป็ นการฝึกใหผ้ เู ้ รยี นไดก้ ลา้ แสดงออก และไดฝ้ ึกทกั ษะ ทงั้
การฟัง การคดิ วเิ คราะห์ การพดู ตอบโตส้ นทนา พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นไดม้ โี อกาสในการถาม จากนัน้
ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั (Exercise 6.1, 6.2, 6.3)
- ผเู ้ รยี นและทมี ทาแบบฝึกทา้ ยบท (Assignment 6.1) เพอื่ เป็ นทาฝึกใหผ้ เู ้ รยี นไดม้ คี วามเขา้ ใจและ
ทาโครงงานออกมาไดจ้ รงิ
- ผสู ้ อนทาหนา้ ทเี่ ป็ นทป่ี รกึ ษาตลอดการทาโครงงานของผเู ้ รยี น
- ผูส้ อนใชว้ ธิ ที ดสอบกอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นและหลงั เรยี น
- ผเู ้ รยี นรว่ มกบั เพอ่ื นบรรยายหนา้ ชนั้ เรยี นและพบอาจารยท์ ปี่ รกึ ษา

 ขน้ั ประยกุ ต์ Application
- ผเู ้ รยี นนาความรูเ้ รอ่ื งภาวะผนู ้ าและการทางานเป็ นทมี ไปใชใ้ นการเรยี นวชิ าเรยี นอน่ื ๆและการทางาน
ในอนาคต รวมถงึ ปรบั ใชใ้ นชวี ติ ครอบครวั
- ผเู ้ รยี นรจู ้ กั การใหอ้ ภยั การใชเ้ หตผุ ล การคดิ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ตา่ งๆ
- ผเู ้ รยี นนาความรเู ้ รอื่ งการสรปุ และคดิ วเิ คราะห์ ไปใชใ้ นการหนังสอื บทความ ขา่ วสารตา่ งทงั้ จากสอื่
ตา่ งๆ เชน่ หนังสอื พมิ พ์ โทรทศั น์

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
21. เอกสารประกอบการเรยี นการสอน Textbook
22. ศนู ยก์ ารเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง Self-access Learning Center
23. Website หรอื สอ่ื ทเี่ ผยแพรผ่ ลงานทา่ งวชิ าการ รวมทงั้ สอื่ จากหนังสอื พมิ พ์ สอ่ื จากโทรทศั น์

การวดั ผลและประเมนิ ผล
22. ทกั ษะการพดู อ่าน และการคดิ วเิ คราะห:์ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี น การอ่านผลงาน การคดิ
วเิ คราะหผ์ ลการศกึ ษา และการสรปุ ผลจากการศกึ ษา
23. ทกั ษะการฟังและความรคู ้ วามเขา้ ใจจากการอา่ นและการคดิ วเิ คราะห์ พรอ้ มกบั การนาเสนอผลงานตอ่
ครูผสู ้ อนและเพอ่ื นๆ
24. ทกั ษะการเขยี น: สามารถเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละผลสรุปของการศกึ ษา โดยสามารถเขยี นรายงาน
โครงงานบทที่ 4 และ 5 ไดถ้ กู ตอ้ งตามขนั้ ตอนและถกู ตอ้ งตามโครงสรา้ งทางภาษาองั กฤษ
25. วัดพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคตใิ นการเรยี นภาษาองั กฤษ

เครอ่ื งมอื วดั ผล
26. แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
27. แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
28. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นแบบปรนัย และอตั นัย
29. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะองั พงึ ประสงคแ์ ละเจตคติ
30. แบบประเมนิ พัฒนาการการเรยี นรู ้

บนั ทกึ หลงั การสอน

Post-Test

Lesson 6: Analysis and Summary

Direction: Try to answer these questions in your own terms.

1. What does result mean? ........................
2. What does analysis mean? ........................
3. What does summary mean? ........................
4. What does recommendation mean? ........................
5. The Pre-test & Post-test data is became from which topic?

a. Only 2 students got a score lower than 50% of both pre-test and post-test.
b. A new researcher can continue on this Project Work or get an idea to start a new

one.
c. Podcasts can help listeners improve their listening skills.
d. Students have improved English reading, speaking, listening and writing skills by

using Messenger to communicate with English native speakers.

e. English Pre-test and Post-test data.

Student Pre-test (%) Post-test (%)
A 54% 100%
B 60% 97%

Direction: 6-10 choose the correct answer from a-e

6. What is the result?.....e
7. What is the analysis?....a
8. What is the summary?....c
9. What is the recommendation?....b
10. What is the conclusion?...d

แบบประเมนิ ทกั ษะการเขยี น
Lesson 6: Analysis and Summary

หวั ขอ้ การเขยี น
............................................................................................... ................................
ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแ้ี จง : อ่านรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

เขยี นรายงานบทท่ี 4 เรอื่ ง Analysis and Summary ได ้ Excellent 5 คะแนน
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ท์ ดมี าก 4 คะแนน
คาเชอื่ มประโยค หลกั การเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละสรุปผล 3 คะแนน
การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ดมี าก Good 2 คะแนน
ดี
เขยี นรายงานบทที่ 4 เรอื่ ง Analysis and Summary ได ้ 1 คะแนน
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ท์ Fair
คาเชอ่ื มประโยค หลกั การเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล ปานกลาง
การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ดี
Passable
เขยี นรายงานบทที่ 4 เรอื่ ง Analysis and Summary ได ้ นอ้ ย
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ท์
คาเชอ่ื มประโยค หลกั การเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล Do not pass
การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ไดป้ านกลาง ตอ้ งปรับปรงุ

เขยี นรายงานบทที่ 4 เรอ่ื ง Analysis and Summary ได ้
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ท์
คาเชอ่ื มประโยค หลกั การเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล
การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ไดค้ อ่ นขา้ ง

นอ้ ย

เขยี นรายงานบทที่ 4 เรอื่ ง Analysis and Summary ได ้
ถกู ตอ้ งตามหลกั การการเขยี นรายงานโครงงาน ใชค้ าศพั ท์
คาเชอ่ื มประโยค หลกั การเขยี นการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล
การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ไดน้ อ้ ยมาก

แบบประเมนิ ทกั ษะการพดู
Lesson 6: Analysis and Summary

หวั ขอ้ การพดู
..............................................................................................................................
ชอื่ ผรู้ บั การประเมนิ
..............................................................................................................................
ประเมนิ โดย
..............................................................................................................................
วนั ที่
..............................................................................................................................

คาชแ้ี จง: อา่ นรายละเอยี ดการประเมนิ และเขยี นระดบั การความคดิ เห็น

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ คะแนน
Assessment
Quality Scoring

พดู ออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ มคี วามเป็ น Excellent 5 คะแนน
ธรรมชาตแิ ละพูดสอื่ สารตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื ดมี าก 4 คะแนน
สานวน คาเชอ่ื มประโยค และขอ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั 3 คะแนน
สถานการณแ์ ละมคี วามถกู ตอ้ ง Good 2 คะแนน
พูดออกเสยี งไดช้ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ ดี 1 คะแนน
และตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดในบางสว่ น เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื สานวน
คาเชอ่ื มประโยค และขอ้ มูลไดถ้ กู ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ Fair
ไดใ้ นบางสว่ น ปานกลาง
พูดออกเสยี งไมค่ อ่ ยชดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณ์ตาม
ธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดในบางเลก็ นอ้ ย เลอื กใชศ้ พั ท์ Passable
หรอื สานวน คาเชอ่ื มประโยค และขอ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ งสอดคลอ้ ง นอ้ ย

กบั สถานการณ์ไดบ้ า้ งเล็กนอ้ ย Do not pass
พูดออกเสยี งไม่คอ่ ยชดั เจนแทบจะไมเ่ หมาะสมกบั สถานการณ์ ตอ้ งปรับปรงุ
ตามธรรมชาตแิ ละตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื
สานวน คาเชอ่ื มประโยค และขอ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั

สถานการณ์กบั การพูดนอ้ ยมาก
พูดออกเสยี งไมช่ ดั เจนเหมาะสมกบั สถานการณต์ ามธรรมชาติ
และตามหัวขอ้ ทก่ี าหนดไม่มเี ลย ไม่มกี ารเลอื กใชศ้ พั ทส์ านวน
เลอื กใชศ้ พั ทห์ รอื สานวน คาเชอ่ื มประโยค และขอ้ มลู ได ้

ถกู ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั สถานการณ์หรอื บทสนทนาเลย


Click to View FlipBook Version