“อันอิเหนาเอามาทาเปน็ คารอ้ ง สาหรับงานการฉลองกองกศุ ล
คร้ังกรุงเกา่ เจ้าสตรเี ธอนพิ นธ์ แต่เร่อื งตน้ ตกหายพลดั พรายไป
หากพระองค์ทรงพิภพปรารภเลน่ ใหร้ าเต้นเล่นละครคิดกลอนใหม่
เตมิ แตม้ ตอ่ ติดประดษิ ฐ์ไว้ บารุงใจไพรฟ่ ้าขา้ แผน่ ดิน”
บทละครเรอ่ื งอิเหนา พระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั
ก
คำปรำรภ
หนังสือ “From Inu to thai literature” เล่มนี้จัดทำข้ึนเพื่อเป็นกำรสรุปควำมรู้ควำมเข้ำใจ
จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ โดยใช้วิจัยเป็นฐำน ซ่ึงประเด็นในกำรศึกษำในครั้งนี้คือบทละครเร่ืองอิเหนำ
พระรำชนิพนธ์ในพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย รัชกำลท่ี ๒ ซ่ึงมีเนื้อหำครอบคลุมในเร่ืองของ
ภูมิหลังท่ีมำ คุณค่ำด้ำนเน้ือหำ คุณค่ำด้ำนวรรณศิลป์ คุณค่ำด้ำนอ่ืน ๆ รวมถึงควำมสำคัญของบทละคร
เรอ่ื งอเิ หนำด้วย
ทั้งนคี้ ณะผจู้ ดั ทำขอขอบพระคุณ อำจำรยพ์ ฤฒิชำ นำคะผิว อำจำรย์ประจำรำยวิชำเป็นอย่ำงสูง
ย่ิง ท่ีได้ให้คำปรึกษำ แนะนำแนวทำง ตลอดระยะเวลำดำเนินกำรศึกษำ ขอขอบคุณผู้เขียนเอกสำรตำรำ
ทุกท่ำนท่ีคณะผู้จัดทำใช้ในกำรศึกษำหำควำมรู้และใช้เป็นแหล่งอ้ำงอิง ขอขอบคุณคณะทำงำนทุก ท่ำน
ท่รี ่วมกันทำงำนจนบรรลุผลสำเร็จดั่งจดุ มงุ่ หมำยในครัง้ น้ี
คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำหนังสือเล่มนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษำวรรณคดแี ละ
ผทู้ ่ีศึกษำเก่ยี วกบั รำยวชิ ำภำษำไทยไดเ้ ปน็ อยำ่ งดี
คณะผจู้ ดั ทำ
๔ พฤษภำคม ๒๕๖๒
ข
สำรบญั
เรอื่ ง หนำ้
คำปรำรภ ..................................................................................................................................................... ก
สำรบัญ ....................................................................................................................................................... ข
Timeline ..................................................................................................................................................... ๑
พงศำวลี ...................................................................................................................................................... ๒
ตัวละคร ...................................................................................................................................................... ๔
เร่ืองยอ่ บทละครเรื่องอิเหนำ ......................................................................................................................... ๑๒
วรรณศิลปน์ ี้ มีคณุ คำ่ .................................................................................................................................. ๒๗
อเิ หนำนน้ั สำคัญไฉน .................................................................................................................................... ๔๓
รไู้ ว้ใชว่ ำ่ ..................................................................................................................................................... ๔๕
คำศัพท์ภำษำชวำที่ปรำกฏในบทละครเร่ืองอิเหนำ ........................................................................................... ๕๓
ถำมมำ – ตอบไป ......................................................................................................................................... ๖๑
ประวตั ผิ จู้ ดั ทำ ............................................................................................................................................. ๖๙
บรรณำนุกรม
Timeline ๑
นิทำนปันหยใี น สมัยกรงุ ศรีอยธุ ยาตอนปลาย สมยั รตั นโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๑
พงศำวดำรชวำ บอกเล่ำผ่ำนพี่เล้ียงชำวชวำ ทรงให้กวีช่วยกันรวบรวมไว้
ม ล ำ ยู ข อ ง เ จ้ ำ ฟ้ ำ ห ญิ ง กุ ณ ฑ ล เพ่ือปอ้ งกันตน้ ฉบบั สูญหำย
และเจ้ำฟ้ำหญิงมงกุฎ สู่พระ-
รำชนพิ นธ์เรอ่ื งอเิ หนำและดำหลงั
สมัยรตั นโกสินทร์ รัชกาลท่ี ๒ พ.ศ. ๒๔๕๙
ทรงพระรำชนิพนธ์ข้ึนใหม่ ว ร ร ณ ค ดี ส โ ม ส ร ไ ด้ ย ก ย่ อ ง
เพื่อใช้สำหรับละครใน ใ ห้ บ ท ล ะ ค ร เ ร่ื อ ง อิ เ ห น ำ เ ป็ น
“ยอดแห่งกลอนบทละครรำ”
๒
วงศ์อสัญแดหวา
กรงุ กุเรปัน อิเหนา (มิสาระปันหยี) กรุงดาหา บุษบา (อุณากรรณ)
วยิ ะดา (เกนหลง) สียะตา (ยา่ หรัน)
ท้าวกเุ รปัน + ประไหมสุหรี ท้าวดาหา + ประไหมสุหรี
- มะเดหวี กะหรัดตะปาตี - มะเดหวี
- มะโต - มะโต
- ลกิ ู - ลกิ ู
- เหมาหลาหงี - เหมาหลาหงี
กรุงกาหลัง สะการะหน่งึ รดั กรงุ สิงหัดส่าหรี สุหรานากง
บษุ บารากา จินดาส่าหรี
ทา้ วกาหลงั + ประไหมสุหรี ท้าวสิงหดั ส่าหรี+ ประไหมสุหรี
- มะเดหวี - มะเดหวี
- มะโต - มะโต
- ลิกู - ลิกู
- เหมาหลาหงี - เหมาหลาหงี
๓
วงศ์ระตู
เมอื งหมันหยา เมืองปันจะรากัน ระตูปันจะรากัน + ประไหมสุหรี
ระตูหมันหยา + ประไหมสุหรี
ดาหยนั สการะวาตี
จนิ ตะหราวาตรี เมืองปักมาหงัน ระตปู ักมาหงัน + ประไหมสุหรี
เมืองกะหมงั กหุ นิง ระตกู ะหมังกหุ นงิ มาหยารศั มี
เมอื งปาหยัง วิหยาสะกา สังคามาระตา
เมืองบศุ สิหนา
เมืองปะหมันสลดั เมืองล่าสา ระตลู ่าสา
เมืองจรกา กุสุมา
ระตูจรกา
หนา้ ตา ๑๐๐ % ๕
ความสาคัญ ๑๐๐ %
ความดี ๘๗ % อเิ หนำ
พลงั โจมตี ๑๐๐ %
Item ตวั ละครอื่น
หนา้ ตา ___ % ๖
ความสาคัญ ๑๐๐ %
ความดี ๑๐๐ % บษุ บำ
พลังโจมตี ๑๐๐ %
Item ตัวละครอื่น
หนา้ ตา ๑๐๐% ๗
ความสาคญั ๗๐ %
ความดี ๘๐ % จินตะหรำวำตี
พลังโจมตี ๕๐%
Item ตวั ละครอน่ื
หน้าตา ๕๐% ๘
ความสาคญั ___ %
ความดี ___% องคป์ ะตำระกำหลำ
พลังโจมตี ___%
Item ตัวละครอ่นื
หนา้ ตา 0% ๙
ความสาคัญ ๕๐%
ความดี ๓๐% จรกำ
พลังโจมตี ๒๐%
Item ตัวละครอนื่
หน้าตา ๘๕ % ๑๐
ความสาคญั ๕๐%
ความดี ๗๐% วหิ ยำสะกำ
พลังโจมตี ๔๐%
Item ตวั ละครอ่ืน
หนา้ ตา ๙๖% ๑๑
ความสาคัญ ๘๐%
ความดี ๙๒% สียะตำ
พลังโจมตี ๙๕%
Item ตวั ละครอ่ืน
๑๓
กล่ำวถึงวงศ์อสัญแดหวำซ่ึงมีองค์ปะตำระกำหลำเป็นด่ังเทวดำบรรพบุรุษคอยดูแลรำชวงศ์
ท่ีประกอบไปด้วย ๔ เมืองคือ เมืองกุเรปั น เมืองดำหำ เมืองกำหลัง และเมืองสิงหัดส่ำหรี โดยมีระตู
ของท้ัง ๔ เมืองปกครองด้วยทศพะรำชธรรม ทำให้แผ่นดินสงบสุข ไพร่ฟ้ำประชำรำษฎ์ต่ำงอยู่อย่ำง
มีควำมสุขกนั ถว้ นหน้ำ
๑๔
ภำยหลังประไหมสุหรีของระตูกุเรปั นได้ให้กำเนิดบุตรชำย มีนำมว่ำ “อิเหนำ” อันมีเหตุ
มหัศจรรย์เกิดข้ึนมำกมำย อีกหลำยปีต่อมำฝ่ำยประไหมสุหรีของระตูดำหำได้ให้กำเนิดบุตรสำว
นำมวำ่ บุษบำ ทั้งสองระตูจึงใหบ้ ตุ รของตนท้ังสองหมัน้ หมำยกัน
๑๕
อิเหนำเติบโตข้ึนเป็นชำยที่เพรียบพร้อมทั้งรูปและทรัพย์ อีกทั้งยังได้รำเรียนวิชำกำรศึก
และกำรปกครองมำกมำย จึงได้รับควำมไว้วำงใจจำกระตูกุเรปั นผู้เป็นพ่อให้เป็นตัวแทนเข้ำร่วม
งำนพระเมรุพระอัยยิกำของอิเหนำที่เมืองหมันหยำเนื่องจำกประไหมสุหรีผู้เป็นแม่ของอิเหนำกำลัง
ตั้งครรภอ์ ยเู่ ห็นมิควรแก่กำรเดนิ ทำงไกล
๑๖
คร้ันอิเหนำเดินทำงถึงเมืองหมันหยำก็ได้พบกับสำวงำมผู้เป็นธิดำแห่งระตูเมืองหมันหยำ
นำมว่ำ จินตะหรำ อิเหนำหลงรักนำงต้ังแต่แรกเห็นพยำยำมโลมนำงทุกวิถีทำง จนสุดท้ำยอิเหนำและ
จนิ ตะหรำก็ต้องเสน่หำกัน อิเหนำหลงรักนำงจนิ ตะหรำไมย่ อมกลับเมืองและประกำศถอนหม้ันกับบุษบำ
เรื่องทรำบถงึ ระตูกุเรปั นทำใหร้ ะตผู เู้ ปน็ พ่อโกรธกร้ิวเป็นอันมำก ฝ่ำยระตูดำหำด้วยควำมโกรธท่ีอิเหนำ
ถอนหม้นั ธดิ ำตนจึงไดท้ ีประกำศจะยกบษุ บำใหช้ ำยที่มำขอนำงในทนั ที
๑๗
ฝ่ำยระตูจรกำผู้มีรูปร่ำงแสนอัปลักษณ์ได้ทรำบถึงควำมงำมอันเป็นที่เลื่องลือของบุษบำ
จึงได้ให้คนไปวำดภำพำงมำสองภำพและหวังจะไปสู่ขอนำงตำมปรำรภของระตูดำหำ ในระหว่ำงท่ี
ช่ำงวำดภำพกำลังนำภำพมำให้ระตูจรกำ ฝ่ำยองค์ปะตำระหลำต้องกำรให้อิเหนำได้พบกับบุษบำ
แลว้ เกิดเสียดำยนำง จงึ ไดบ้ นั ดำลลมพัดเอำรปู ของบุษบำจำกช่ำงวำดภำพไปให้วหิ ยำสะกำเหน็
๑๘
อ
ทันใดท่ีวิหยำสะกำได้เห็นรูปบุษบำก็เกิดอำกำรคล่ังรักกินไม่ได้นอนไม่หลับเม่ือระตูกะหมัง-
กุห นิง ผู้ เป็ นพ่ อ เห็ นลู ก มีท่ ำที เ ช่น น้ัน จึ งท ำก ำ รส่ งทู ต ไป ขอ น ำง บุษ บ ำ แต่ ท้ ำว ด ำ ห ำป ฏิเ ส ธ
เพรำะได้ยกบุษบำให้จรกำแล้ว ระตูกะหมังกุหนิงจึงทำกำรยกทัพเพ่ือมำชิงนำงบุษบำ ฝ่ำยระตูกุเรปั น
ได้เรยี กอิเหนำใหม้ ำชว่ ยรบกับศึกในครัง้ นถี้ ้ำหำกไมม่ ำช่วยจะตัดสำยใยพ่อลกู อิเหนำจึงจำใจจำกนำงที่
รกั มำรว่ มรบอยำ่ งอำลยั
๑๙
หลังจำกท่ีอิเหนำมีชัยในศึกกะหมังกุหนิงจึงได้เข้ำพักที่เมืองดำหำ คร้ันถึงเมืองระตูดำหำ
จึงส่ังให้บุษบำออกมำไหว้อิเหนำในฐำนะที่อิเหนำถือว่ำเป็นพี่ของนำง แต่บุษบำก็อิดออดด้วยควำม-
น้อยเน้ือต่ำใจที่อิเหนำถอนหมั้นตน แต่อย่ำงไรบุษบำก็ไม่สำมำรถขัดใจผู้เป็นพ่อได้ ได้แต่ยอมจำใจ
ออกไปไหว้อิเหนำ ฝ่ำยอิเหนำไม่แม้แต่รับไหว้บุษบำจนสียะตรำน้องบุษบำต้องกล่ำวขอให้เหลียวดู
พ่ีสำวตนสักครงั้ ท้งั ยังกล่ำววำ่ นำงไม่ใชค่ นขร้ี ิ้วข้เี หรห่ ำกแต่งำมเหนอื กว่ำหญิงอน่ื ใด
๒๐
เม่ืออิเหนำทนคำวอนของสียะตรำไม่ไหว จึงต้องจำใจหันไปรับไหว้บุษบำ ครั้นเม่ืออิเหนำ
ได้เห็นบุษบำเป็นคร้ังแรกก็ถึงกับเสียอำกำรไปช่ัวขณะ มองนำงไม่วำงตำ มือไม้อยู่ไม่สุข เหงื่อไหล
ไปทั้งกำย ทั้งยังกล่ำวโลมนำงอย่ำงไม่รู้ตัว เหล่ำสนมน้อยใหญ่ที่เห็นอิเหนำเป็นเช่นน้ันก็พำกันหัวเรำะ
กับท่ำทีของอิเหนำ หลังจำกที่บุษบำไหว้อิเหนำเสร็จก็รีบลุกออกจำกท่ีเข้ำม่ำนทองดังเดิม ฝ่ำยอิเหนำ
หมำยจะอุ้มนำงไปส่งแต่ก็โดนห้ำมไว้จึงได้ทีหลุดจำกภวังค์ แล้วเร่ิมคิดอุบำยจะลักพำตัวนำงบุษบำ
ไปกับตนใหไ้ ด้
๒๑
อิเหนำหลงรักนำงบุษบำจนลืมจินตะหรำและไม่คิดจะกลับเมืองหมันหยำแต่กลับคิดถึง
แต่บุษบำร้อนร้นใจกลัวว่ำบุษบำจะวิวำห์กับจรกำ จึงได้คิดกลอุบำยท่ีจะลักพำตัวนำงโดยให้
สังคำมำระตรำและเหล่ำทหำรของตนไปหำถ้ำท่ีไว้สำหรับกำรในคร้ังนี้ แล้วเร่ิมอุบำยกำรเผำเมือง
โดยออกอุบำยว่ำได้มีข้ำศึกมำประชิดแล้ว จึงได้ทีปลอมตัวลักพำนำงบุษบำจำกเมืองเสีย คร้ันพำนำง
มำถึงถ้ำฝ่ำยอิเหนำได้โลมนำงบุษบำ ในตอนแรกนำงไม่ยอมอิเหนำจึงแสร้งว่ำจะจำกไปสนมที่
ติดตำมมำจึงกล่ำวให้บุษบำยอมอ่อนลงเสียจะได้เห็นเป็นผลดี บุษบำจึงยอมแก่อิเหนำแล้วทั้งสอง
กส็ ุขสมและเรมิ่ ปฏิพัทธ์รักกนั มำแต่บดั น้นั
๒๒
ฝ่ำยระตูดำหำทรำบได้ว่ำผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุเผำเมืองและลักธิดำตนในคร้ังนี้เป็นอิเหนำแน่
จึงตรัสเป็นเชิงถำมถึงผู้กระทำต่ออิเหนำ แต่อิเหนำก็แสร้งตอบตำมอุบำย ฝ่ำยองค์ปะตำระกำหลำ
เม่ือทรำบว่ำอิเหนำและบุษบำมีรักให้กันแล้ว คร้ันนึกแกล้งให้อิเหนำและบุษบำจำกกันจึงบันดำลลมพัด
ตัวของนำงบุษบำไป โดยได้สำปให้ท้ังสองคนแม้เจอกันก็ให้จำกันไม่ได้จนกว่ำบรรดำพ่ีน้อง
ได้อยู่พร้อมหน้ำกันจึงสำมำรถพ้นคำสำปได้ เม่ืออิเหนำรู้ว่ำบุษบำหำยไปจึงปลอมตัวเพ่ือที่จะออก
ตำมหำบษุ บำ นำงบษุ บำเองกป็ ลอมตัวเปน็ ชำยนำมอุณกรรณออกตำมหำอเิ หนำเช่นกัน
๒๓
อเิ หนำ บุษบำ สียะตรำ และวยิ ะดำ ได้ปลอมตัวและผจญภัยผ่ำนอุปสรรคต่ำงๆตำมหำซ่ึงกัน
และกันจนอิเหนำได้พบกับอุณำกรรณหรือนำงบุษบำ แต่ด้วยคำสำปทำให้จำกันไม่ได้ จนกระทั่งเหล่ำ
พี่น้องวงศ์เทวัญได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้ำ อิเหนำ บุษบำและเหล่ำพ่ีน้องจึงจำกันได้ จึงพำกันเดินทำง
กลับเมอื ง
๒๔
ฝ่ำยระตูกุเรปั นและระตูดำหำเมื่อทรำบว่ำท้ังอิเหนำและบุษบำรักใคร่กันก็ยินดีเป็นอย่ำงมำก
อิเหนำอยู่ติดบุษบำทุกคืนวัน ลืมจินตะหรำผู้เป็นชำยำแรกจนส้ิ น นำงจินตะหรำจึงรู้สึกน้อยใจ
เป็นอย่ำงมำก ทำให้เหล่ำระตู ประไหมสุหรี และเสนำอำมำตย์ชั้นผู้ใหญ่ต่ำงเตือนให้อิเหนำรีบไป
ขอคืนดกี บั จินตะหรำเสียกอ่ น
๒๕
ฝำ่ ยจนิ ตะหรำเม่อื อิเหนำมำเว้ำวอนพูดโลมตนให้คืนดี นำงก็ตอบประชดประชันอิเหนำทุกคร้ัง
อิเหนำจึงจนใจที่จะตำมขอคืนรักจำกนำง ฝ่ำยประไหมสุหรีผู้เป็นแม่ของบุษบำเมื่อรู้ว่ำธิดำตน
คือต้นเหตุ ที่ทำให้จินตะหรำกับอิเหนำขัดแย้งกัน ครั้นจึงกักตัวบุษบำไว้แล้วกล่ำวให้อิเหนำไปขอคืนดี
กับจนิ ตะหรำใหไ้ ด้ ไม่เชน่ นน้ั อิเหนำจะไม่ไดพ้ บบษุ บำอีกต่อไป
๒๖
เม่ือประไหมสุหรีผู้เป็นแม่ของนำงจินตะหรำทรำบว่ำธิดำตนได้ทำผิดประเพณีในกำรปฏิบัติ
ตนต่อสวำมี นำงจึงได้กล่ำวส่ังสอนธิดำของตนให้รู้จักหน้ำท่ีของชำยำท่ีดี และ ยอมใจอ่อนให้
อิเหนำเสีย ฝ่ำยจินตะหรำเม่ือได้ยินคำสั่งสอนของมำรดำก็ร่ำไห้และยอมใจอ่อนต่อสวำมี อิเหนำ
และชำยำ พรอ้ มทัง้ เหลำ่ คู่ตุนำหงันจึงได้ครองรักกนั และปกครองบ้ำนเมืองของตนให้เปน็ สุขตลอดมำ
THE ART OF
LITERATURE
วรรณศิลปน์ ้ี
มีคุณคำ่
๒๘
๒๙
๓๐
Nature
People
Animal
Other
๓๑
๓๒
๓๓
๓๔
๓๕
๓๖
๓๗
๓๘
๓๙
๔๐
๔๑
๔๒
๔๔
ค่านยิ มเรอื่ งสิทธิและฐานะของสตรี ๔๖
ในฐานะของบุตรจะต้องมีความเชื่อฟั ง เคารพ
และปฏิบัติตามคาของบุพการี รวมไปถึงการเลือกคู่ครอง
ที่ต้องอย่ใู นดุลยพินิจของบิดามารดา
เมอื่ อยใู่ นฐานะของภรรยาก็จาเป็นตอ้ งปฏบิ ัติตาม
เช่ือฟังสามี โดยสังคมจะยกยอ่ งสตรที รี่ กั นวลสงวนตวั ไม่
หึงหวงสามีจนเกนิ งาม พูดจาไพเราะ
คา่ นยิ มเรือ่ งการเชอื่ ฟั งผู้ใหญ่
ผทู้ ม่ี อี ายนุ ้อยกวา่ จาเปน็ ตอ้ งเคารพเช่อื ฟังผใู้ หญ่
บุตรธดิ าจาเปน็ ต้องอยูใ่ นโอวาทของบดิ ามารดา ครบู าอาจารย์
ข้อปฏิบัติเหลา่ นี้นับเป็นลกั ษณะเด่นของสังคมไทย