เลม่ ที่ 3 เชรุดอ่ื กงเชจิรกุดอ่ืกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ้งรงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 8
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรุดอ่ื กงเชิจรกดุ ือ่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 9
มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั สาระสาคญั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
สาระท่ี 5 พลงั งาน
มาตรฐาน ว 5. 1 เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างพลังงานกับการดารงชีวิต การเปลยี่ นรูป
พลังงาน ปฏสิ มั พันธ์ระหวา่ งสารและพลงั งาน ผลของการใชพ้ ลงั งาน
ต่อชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม มกี ระบวน การสบื เสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งท่ี
เรียนรูแ้ ละนาความรู้ ไปใช้ประโยชน์
สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8. 1 ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหา
ความรู้ การร้วู ่าปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นส่วนใหญม่ รี ูปแบบ
ทแ่ี นน่ อน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเคร่ืองมือ
ที่มอี ยู่ในชว่ งเวลานั้น ๆ เข้าใจวา่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คม และ
สงิ่ แวดล้อมมีความเก่ียวข้องสมั พนั ธ์กัน
วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรดุ ื่อกงชเจิรกดุ ื่อกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 10
ตวั ช้ีวดั
ว 5.1 ม.1/3 อธิบายการดดู กลืน การคายความร้อน โดยการแผร่ ังสี และนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ว 8.1 ม 1/1 ต้งั คาถามที่กาหนดประเด็นหรือตวั แปรทีส่ าคัญในการสารวจตรวจสอบ
หรือศกึ ษาค้นคว้าเร่อื งท่สี นใจได้อย่าง ครอบคลุม และเช่อื ถอื ได้
ว 8.1 ม.1/3 เลอื กเทคนิควธิ กี ารสารวจตรวจสอบท้ังเชิงปริมาณและเชงิ คุณภาพ
ท่ีไดผ้ ลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือทีเ่ หมาะสม
ว 8.1 ม.1/4 รวบรวมขอ้ มูลจัดกระทาข้อมลู เชิงปริมาณและคุณภาพ
ว 8.1 ม.1/6 สรา้ งแบบจาลอง หรือรปู แบบท่ีอธิบายผลหรือแสดงผลของการสารวจ
ตรวจสอบ
ว 8.1 ม.1/7 สรา้ งคาถามทน่ี าไปสูก่ ารสารวจตรวจสอบในเรื่องท่ีเก่ียวขอ้ ง และนาความรู้
ทีไ่ ดไ้ ปใช้ในสถานการณใ์ หม่หรืออธบิ ายเก่ยี วกับแนวคิด กระบวนการ และ
ผลของโครงงานหรือช้ินงานให้ผอู้ น่ื เขา้ ใจ
ว 8.1 ม.1/8 บันทกึ และอธบิ ายผลการสังเกตการสารวจ ตรวจสอบ คน้ ควา้ เพิ่มเตมิ
จากแหล่งความรตู้ ่าง ๆ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ท่เี ชอ่ื ถอื ได้ และยอมรับการเปลย่ี นแปลง
ความรู้ทีค่ น้ พบเม่ือมีขอ้ มูลและประจักษ์พยานใหมเ่ พิม่ ข้นึ หรอื โตแ้ ยง้
จากเดิม
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มที่ 3 ชเรดุ อ่ื กงเชิจรกุดอื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 11
มาตรฐานการเรยี นรู้เทคโนโลยี
สาระท่ี 2 การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง 2.1 เขา้ ใจเทคโนโลยแี ละกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้าง
สง่ิ ของเคร่อื งใช้ หรอื วิธกี าร ตามกระบวนการเทคโนโลยอี ย่างมคี วามคดิ สร้างสรรค์
เลือกใชเ้ ทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ตอ่ ชวี ิต สังคม สิ่งแวดลอ้ ม และมสี ่วนรว่ มในการจัดการ
เทคโนโลยีท่ยี ง่ั ยืน
ตวั ชว้ี ัด
ง 2.1 ม.2/2 สรา้ งสิง่ ของเครื่องใช้หรือวธิ ีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่าง
ปลอดภยั ออกแบบโดยถา่ ยทอดความคิดเป็นภาพร่าง 3 มติ ิ หรอื ภาพฉาย เพอื่ นาไปสู่
การสรา้ งต้นแบบของส่ิงของเครื่องใชห้ รือ ถ่ายทอดความคิดของวธิ ีการเปน็ แบบจาลอง
ความคิดและการรายงานผลเพ่อื นาเสนอวธิ ีการ
ขัน้ ตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
1. ระบปุ ญั หา
2. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดที่เกีย่ วข้องกับปัญหา
3. ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา
4. วางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา
5. ทดสอบประเมินผล และปรบั ปรุงแกไ้ ขวิธีการแก้ปัญหาหรือชน้ิ งาน
6. นาเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหา ผลการแกป้ ัญหาหรอื ช้นิ งาน
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ่อื กงชเจิรกดุ อื่กลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ิตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 12
มาตรฐานการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
สาระที่ 3 เรขาคณติ
มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะหร์ ปู เรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมิติ
ตัวชวี้ ัด
ค 3.1 ม.1/4 ใช้ความรู้ และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรแ์ กป้ ญั หาต่างๆได้
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
เล่มท่ี 3 เชรุดอื่ กงชเิจรกดุ ่ือกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลีย้งรงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 13
สาระสาคญั
กล่องอบแหง้ พลงั งานแสงอาทติ ย์ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นอุปกรณ์ทใ่ี ช้
ตากอาหารให้แห้งโดยใชห้ ลักการรบั พลงั งานจากแสงอาทิตย์โดยตรง ทีส่ ามารถป้องกัน
ฝนุ่ ผง น้าคา้ งได้ ประดิษฐ์ขึ้นโดยใชห้ ลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยนาของท่ีเหลือใช้
มาประดิษฐ์ และบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คอื ภายในกล่องมีสดี าชว่ ยดูดกลนื แสงได้ดี
ขณะเดยี วกันก็คายความร้อนไดด้ สี ามารถทาใหอ้ าหารแหง้ เรว็ ด้วย ใช้กระบวนการ
เทคโนโลยีออกแบบโดยถา่ ยทอดความคดิ เป็นภาพร่าง 3 มติ ิ ใชก้ ระบวนการทางานงาน
อยา่ งมีข้นั ตอนทางวศิ วกรรมศาสตร์ และใช้คณติ ศาสตร์ในการประดิษฐก์ ลอ่ งรูปทรง
เรขาคณิตสามมิติ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้
1.อธิบายหลักการ และประโยชน์ของกล่องอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์
ด้านทักษะกระบวนการ
1.ประดษิ ฐก์ ล่องอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยบรู ณาการความรูด้ ้านวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์ และคณติ ศาสตร์
2.การทางานรว่ มกันเป็นกลุม่
3.ทักษะในการแกป้ ัญหา
4.ทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยี
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.ซื่อสตั ย์สจุ รติ
2.มีวินยั
3.ใฝเ่ รียนรู้
4.มงุ่ มั่นในการทางาน
5.อยู่อยา่ งพอเพยี ง
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1
เล่มที่ 3 เชรุดือ่ กงเชจิรกุดอ่ืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 14
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรอ่ื ง กล่องอบแหง้ พลังงานแสงอาทติ ย์ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
คาชีแ้ จง 1. ข้อสอบเป็นแบบปรนยั เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลา 10 นาที
2. จงเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว แล้วทาเครื่องหมายกากบาท (X)
ลงในกระดาษคาตอบ
1. กลอ่ งอบแห้งทีน่ ักเรียนประดษิ ฐข์ น้ึ 4. จากสถานการณท์ ่ีกาหนดในกิจกรรม
นกั เรยี นคนใดทใ่ี ชห้ ลกั เศรษฐกิจพอเพียง
มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร ในการประดิษฐ์กล่องอบแห้ง
ก. สมทรงสร้างกล่องอบแห้งมขี นาดเท่ากับ
ก. ทาให้อาหารอร่อย กลอ่ งใส่ดนิ สอ เพราะจะไดล้ งทุนน้อย
ข. ทาให้อาหารสุกเรว็ ข. สมศรี ซอื้ กล่องโฟมมาประดิษฐเ์ ป็น
ค. ทาใหอ้ าหารแหง้ เร็วและสะอาด กลอ่ งอบแหง้ เพราะจะได้ใช้เวลาใน
ง. ทาให้อาหารน่ารบั ประทาน การประดิษฐ์น้อยลง
2. สมบัตใิ นขอ้ ใดของวตั ถมุ ผี ลต่อการดูดซบั ความร้อน ค. ประกอบใช้ปีบขนมท่เี หลือใช้มาประดษิ ฐ์
ก. ลักษณะพน้ื ผวิ ของวตั ถุ เปน็ กลอ่ งอบแห้ง
ข. ระยะเวลาที่ไดร้ ับแสง ง. สมนึกจา้ งช่างตัดกระจก ใหท้ ากล่อง
ค. ปริมาณแสงที่ไดร้ ับ อบแห้ง เพราะจะได้ชิน้ งานสวย และ
ง. ชว่ งเวลาทโ่ี ดนแสง ใช้ไดจ้ รงิ
3. ในการประดิษฐก์ ลอ่ งอบแห้งพลงั งาน
แสงอาทิตย์ ควรใช้ความรวู้ ิทยาศาสตร์ 5. ถ้านักเรียนประดิษฐก์ ลอ่ งอบแห้งใหเ้ ป็น
เร่ืองอะไร รปู พีระมิดฐานส่เี หลยี่ ม จะเป็นรูปใด
ก. ภายในกลอ่ งกรดุ ้วยกระดาษฟอยด์
ก ข.
ทาให้ดดู กลนื แสงได้ดี
ข. ภายในกล่องกรุดว้ ยกระดาษฟอยด์ ค. ง.
ทาให้เก็บความร้อนได้ดี .
ค. ภายในกล่องอบแหง้ ควรทาด้วยสดี า ทาให้
ดูดความรอ้ นไดด้ ี
ง. ภายในกล่องอบแหง้ มีสดี า ทาให้
คายความรอ้ นได้น้อย
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
ข.
เลม่ ท่ี 3 เชรุดื่อกงชเจิรกดุ อ่ืกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 15
6. ในการประดิษฐ์กลอ่ งอบแห้งพลังงาน พจิ ารณา สถานการณ์ที่กาหนดให้ตอ่ ไปน้ี
แสงอาทติ ย์ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง ตอบคาถาม ขอ้ 8-9
ของนักเรียน 6 กลุ่ม ไดผ้ ลการทดสอบ สถานการณ์
ดงั ตาราง “ ท่ีบา้ นนอ้ งก้อย มกี ล้วยนา้ ว้าสุกทานไมห่ มด
จานวนมาก นอ้ งก้อยคิดว่าจะตอ้ งทากล่อง
มวลเฉล่ียของกล้วย อบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์ เพอ่ื ทากล้วยตาก
กลมุ่ ที่ กอ่ นอบแห้ง หลังอบแห้ง แต่น้องก้อยไม่รวู้ า่ จะประดิษฐใ์ ห้มรี ปู ร่าง
อยา่ งไร จงึ จะแหง้ ไวท้ ีส่ ดุ ”
(g) (g) 8. จากสถานการณน์ ี้ ปญั หาคืออะไร
1 100 55
2 100 40 ก. กล้วยเหลือจานวนมากไม่รู้จะทาอย่างไร
3 110 55 ข. กล่องอบแหง้ มรี ูปรา่ งอย่างไร จงึ จะทา
4 105 65
5 98 45 ใหก้ ล้วยแห้งเรว็
6 95 50 ค. กลอ่ งอบแหง้ ใช้อบอะไร จงึ จะแห้งเร็ว
ง. กลอ่ งอบแห้งขนาดเทา่ ไรจึงอบกล้วยให้
นกั เรียนกลุ่มใดที่ประดิษฐม์ ปี ระสิทธิภาพ
แหง้ เร็ว
ดที สี่ ดุ 9. จากสถานการณท์ ีก่ าหนด ควรดาเนนิ การ
ขนั้ ตอนใดก่อน จึงจะสามารถประดษิ ฐ์
ก. กลุ่มท่ี 1 ข. กลมุ่ ที่ 2 กลอ่ งอบแหง้ ได้มีประสทิ ธิภาพ และแกไ้ ข
ข้อบกพร่องนอ้ ยที่สดุ
ค. กลมุ่ ท่ี 5 ง. กลมุ่ ท่ี 6
ก. สบื คน้ ความรทู้ ่ีเกีย่ วข้อง
7. นกั เรียนกลมุ่ หนง่ึ ประดิษฐ์กลอ่ งอบแห้ง ข. ออกแบบกลอ่ ง 3 มติ ิ
ค. ประดิษฐ์ชนิ้ งาน
พลังงานแสงอาทติ ย์ แล้วทาการทดสอบ ง. หาวัสดมุ าสาหรับใช้ประดิษฐ์
10. อาหารที่บรรจุในกลอ่ งอบแห้งนาไปวางไว้
ประสทิ ธภิ าพของกล่อง พบวา่ ขณะทีว่ าง กลางแสงแดด ความรอ้ นจากแสงแดด
ส่องมายงั โลก ด้วยวธิ ใี ด
กลอ่ งไว้กลางแดด พบไอน้าเกาะอยู่ทด่ี า้ น ก. พาความร้อน
ข. นาความรอ้ น
ฝากลอ่ งทเี่ ป็นพลาสติกใส นักเรยี นกลุ่มน้ี ค. แผ่รังสคี วามร้อน
ง. ไม่แนน่ อนแลว้ แต่ตวั กลาง
ควรแกไ้ ขอยา่ งไร จงึ จะเหมาะสมทีส่ ดุ
ก. เปดิ ฝากลอ่ งแล้วเช็ดไอนา้ ออก
ข. นากลอ่ งอบแห้งมาเจาะรเู พ่ือให้มี
ชอ่ งระบายไอน้าออกนอกกล่อง
ค. เปลย่ี นวสั ดทุ ใี่ ช้ทาฝากล่องจะได้ไม่เห็น
ไอน้า
ง. ไมต่ ้องทาอะไร ตากไวน้ านๆ ไอน้า
กห็ ายไปเอง
วชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรดุ ่อื กงเชิจรกุดอ่ืกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 16
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรอื่ ง กล่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ชอื่ ..............................................สกลุ ................................เลขที่……………………
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องทส่ี ุดแลว้ ทาเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงใน
กระดาษคาตอบ
ขอ้ ท่ี ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การวดั ผล คะแนนเตม็ คะแนนทีไ่ ด้
10
นักเรียนต้องได้คะแนน ร้อยละ 80
8-10 คะแนน ผ่านเกณฑ์
0-7 คะแนน ไมผ่ ่านเกณฑ์
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรุด่อื กงชเจิรกุด่อืกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ียงง 17
กระบวนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้(5E)
ตามแนวคดิ สะเต็มศึกษา (STEM Education)
ขัน้ ที่ 1 ขน้ั สร้างความสนใจ
เวลา 10 นาที
จดุ ประสงค์กิจกรรม
1. อธิบายเกีย่ วกบั การแผร่ ังสีความรอ้ นจากดวงอาทติ ย์
2. วเิ คราะห์ เช่ือมโยงความรู้กบั สถานการณท์ ี่กาหนดไห้
3. นักเรียนสามารถทางานร่วมกนั เป็นกลุ่มได้
4. ใฝ่เรยี นรู้
วิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ ่ือกงชเิจรกดุ อ่ืกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอิตาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ยีงง 18
บตั รคาสงั่ ที่ 3.1
เร่อื ง ทบทวนความรกู้ ารแผ่รงั สีความร้อนของดวงอาทิตย์
กระบวนการกลุ่ม
ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาทบทวนความรู้ จากบตั รเนื้อหาท่ี 3.1
เรอื่ ง การแผร่ ังสีความรอ้ นของดวงอาทิตย์ และอา่ นบตั รสถานการณ์
ทกี่ าหนดให้
วชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ อื่ กงเชิจรกุดอื่กลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 19
บตั รเนื้อหาที่ 3.1
การแผ่รังสคี วามร้อนของดวงอาทิตย์
ดวงอาทติ ยแ์ ผ่รังสีความรอ้ นมายงั โลก อยู่ในรปู ของคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้
ซึ่งการแผ่รงั สีความร้อนของดวงอาทิตย์จดั เป็นการถ่ายโอนพลงั งานความร้อนรูปแบบหน่ึง
จากบรเิ วณท่มี ีอุณหภมู ิสูงกว่า ไปยังบรเิ วณทมี่ ีอณุ หภมู ิต่ากว่า การถา่ ยโอนพลงั งานความ
ร้อนแบบการแผร่ ังสคี วามร้อน สามารถแผ่มาไดเ้ องในรปู ของรงั สีความร้อน หรอื พลังงาน
รงั สีความรอ้ นโดยไม่จาเป็นต้องอาศัยตัวกลางในการถ่ายโอนความร้อน
รปู ที่ 3.1 ดวงอาทติ ยแ์ ผ่รังสีความรอ้ นมายังโลก
www.lesa.biz/earth/atmosphere/cloud, 20 กรกฎาคม 2559.
ศูนยก์ ารเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โลกและดาราศาสตร์
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
เล่มที่ 3 เชรุด่อื กงชเจิรกุด่ือกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 20
บัตรสถานการณ์ วสั ดุอุปกรณ์
สถานการณ์ 1. กระดาษกาว 1 มว้ น/กลุ่ม
“ ถ้าทบี่ ้านนักเรียน 2. พลาสติกใส 1 แผน่ /กลุม่
3. กรรไกร 1 อัน/กลมุ่
มีกล้วยนา้ ว้าสุกทานไม่หมด 4. คัตเตอร์ 1 อนั /กลุ่ม
ถา้ ต้องการนามาทาเปน็ กลว้ ยตาก 5. ตะแกรงลวด 1 อนั /กลุ่ม
แต่จะตากไว้กลางแดดกก็ ลัวฝุ่น 6. กระดาษสีดา 2 แผ่น/กล่มุ
ละอองเถ้าดาจะตกลงบนกล้วย
ทีต่ ากไว้ จึงคิดจะทากลอ่ งอบแหง้ หมายเหตุ วสั ดุทใี่ ชท้ าตัวกล่องใหน้ ักเรียน
พลงั งานแสงอาทิตย์เพ่ือตากกล้วย จดั หาเองโดยยดึ หลักเศรษฐกจิ
ที่เหลอื นกั เรยี นจะประดิษฐ์ พอเพียง
กล่องอบแหง้ ให้มีลักษณะอย่างไร
ทส่ี ามารถป้องกันฝ่นุ ละอองได้
ขณะเดยี วกนั ตอ้ งการใหก้ ลว้ ยแหง้
เร็วขึน้ และควรเลอื กใช้อุปกรณ์
อะไรจึงจะประหยัดงบประมาณ ”
วสั ดุอปุ กรณ์ท่ใี ชท้ า
ตัวกล่องให้นักเรยี นเลือก และ
จัดหามาเอง ส่วนวัสดุอื่น ๆ
ครูเตรยี มให้มีตามนี้นะจะ๊
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1
เล่มท่ี 3 ชเรุดื่อกงเชจิรกดุ ่ือกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 21
วสั ดอุ ุปกรณ์
ตะแกรงลวด คัตเตอร์
กรรไกร กระดาษกาว
พลาสติกใส กระดาษสีดา
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ่อื กงชเจิรกุดอื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ้งรงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 22
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แบบสบื เสาะหาความรู้(5E)
ตามแนวคดิ สะเตม็ ศึกษา (STEM Education)
ขนั้ ท่ี 2 ขั้นสารวจและคน้ หา
เวลา 90 นาที
จดุ ประสงคก์ ิจกรรม
1. มีความร้คู วามเขา้ ใจเกย่ี วกับกลอ่ งอบแหง้ พลงั งานแสง
2. ระบุปัญหา และแนวทางแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กาหนดให้
3. ออกแบบชิ้นงานตามข้อจากดั ที่กาหนดให้ได้
4. ประดษิ ฐ์ช้ิน ไดแ้ ก่ เครื่องวัดทิศทางลมและความเร็วลม ตามข้อจากดั โดย
บูรณการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณติ ศาสตร์
5. นกั เรยี นสามารถทางานร่วมกันเปน็ กล่มุ ได้
6. ใฝเ่ รียนรู้ มีวินยั
7. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
8. อยู่อย่างพอเพียง
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรดุ อื่ กงชเิจรกดุ อื่กลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอติาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 23
STEM ระบุปญั หา
ขั้นท่ี 1
บัตรคาส่งั ท่ี 3.2
เรอื่ ง ระบุปัญหาจากสถานการณ์
กระบวนการกลุ่ม
ใหน้ ักเรยี นในกลุ่มระดมสมอง วเิ คราะห์สถานการณ์ แล้วระบุปญั หาและ
แนวทางในการแก้ปญั หา เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการสรา้ งสรรค์ชน้ิ งาน บันทึกลงในแบบ
บันทึกกิจกรรมตามคาสัง่ ที่ 3.2 เรือ่ ง ระบุปญั หาจากสถานการณ์
วิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 เชรดุ ื่อกงชเจิรกุด่ือกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 24
แบบบนั ทึกกจิ กรรม ตามบตั รคาสงั่ ที่ 3.2 ใชเ้ วลา
10 นาที
เรือ่ ง ระบุปัญหาจากสถานการณ์
จากสถานการณ์ ปญั หาคอื อะไร ข้อจากดั
.................................................................. - ใช้อบอาหารให้แห้งได้
.................................................................. - สอดคล้องกับหลักเศรษฐกจิ
.................................................................. พอเพยี ง
.................................................................. - โครงสรา้ งทแี่ ข็งแรงเหมาะแก่
.................................................................. การใชง้ าน
..................................................................
..................................................................
แนวทางในการแกป้ ัญหา
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
....................................................
............................................................................................................................
............
วิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรดุ ื่อกงเชจิรกดุ ือ่กลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทย์ติตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ียงง 25
STEM
ขัน้ ท่ี 2
บตั รคาสงั่ ท่ี 3.3
เร่ือง รวบรวมขอ้ มูล แนวคดิ พิชติ แนวทางแก้ปญั หา
กระบวนการกลุ่ม
ใหน้ ักเรียนภายในกลมุ่ ชว่ ยกันสบื คน้ ความรู้ จากบัตรเนื้อหาท่ี 3.2
เร่ือง กลอ่ งอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์ และ บัตรเนอ้ื หาที่ 3.3 เรอ่ื ง รปู ทรงเรขาคณติ
สามมติ ิ และสืบค้นข้อมลู ความรแู้ นวคิดจากแหล่งข้อมลู อนื่ ๆ เช่น จากอนิ เตอร์เน็ต
หนังสือ ถามผ้รู ู้ และรวบรวมข้อมลู ทจ่ี ะนาไปใช้แกป้ ัญหา แล้วสรุปข้อมูลความรู้
ทไ่ี ด้มาพอสังเขป ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรมตามบตั รคาสั่งท่ี 3.3 เรอื่ ง รวบรวมข้อมลู
แนวคิด พชิ ิตแนวทางแกป้ ัญหา
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรุดอ่ื กงชเิจรกดุ ่ือกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลีย้งรงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 26
เรอ่ื ง กกลลอ่บ่องงัตออบรบบเแแัตนหหร้ือง้ ้งเพนหพลือ้ลางั หงัทงงาา่ีานท3นแ.ี่แ22สส.ง2งออาาททติ ิตยย์ ์
กลอ่ งอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์ โดยใช้หลักการรบั พลงั งานจากแสงอาทติ ย์
โดยตรง ดว้ ยการนาผลติ ภัณฑท์ ่ีตอ้ งการทาใหแ้ หง้ มาตากแสงแดดเพ่ือรับแสงอาทิตย์
โดยตรง และจัดทาอปุ กรณเ์ พื่อปอ้ งกนั ฝุ่น ผงและน้าค้างได้ โดยภายในกลอ่ งมีสดี าเพ่ือ
ชว่ ยในการดูดแสงและคายความร้อนไดด้ ี จึงทาใหอ้ าหารแห้งเร็ว
รปู ที่ 3.2 เครอ่ื งอบพลงั งานแสงอาทิตย์ 100 ลิตร
www.monmai.com/%E0%B8%95%E0%B8%B9%, 15 กรกฎาคม 2559.
วชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ื่อกงเชิจรกุดอ่ืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ยีงง 27
บตั รเน้อื หาท่ี 3.3
เรื่อง รปู เรขาคณติ สามมิติ
รปู เรขาคณิตสามมิติ เช่น ทรงส่ีเหลีย่ มมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย ทรงกลม
พรี ะมิดฐานสี่เหลยี่ ม
ทรงสเี่ หล่ียมมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย
ทรงกลม พรี ะมิดฐานส่เี หลยี่ ม
รปู ที่ 3.3 รูปเรขาคณิตสามมิติ
ที่มา : สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี . 2553. 175-182.
วาดภาพโดย นางนิภาวดี นว่ มอินทร์ โดยโปรแกรม Microsoft word
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1
เล่มท่ี 3 เชรดุ ือ่ กงชเจิรกดุ ือ่กลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ้งรงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ติตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 28
รูปคลี่ของรูปเรขาคณติ สามมิติ รปู คล่ี
รปู เรขาคณติ สามมิติ
ปรซิ ึมสามเหลีย่ ม
พีระมิดฐานสามเหล่ียม
ทรงกรวย
รูปที่ 3.4 ก รูปคลขี่ องรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti, 15 กรกฏาคม 2559.
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ ื่อกงเชิจรกดุ อ่ืกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลยี ง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอติาทยต์ิตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 29
รูปเรขาคณิตสามมติ ิ รปู คลี่
ทรงกระบอก
รูปที่ 3.4 ข รปู คลข่ี องรปู เรขาคณติ สามมิติ
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti,
15 กรกฏาคม 2559.
วชิ าวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ อื่ กงเชิจรกุดอ่ืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 30
ในชีวิตประจาวนั เราจะพบเห็นสงิ่ ตา่ งๆ ทม่ี ีลกั ษณะเป็นรปู เรขาคณติ อยมู่ ากมาย
และเราพบว่าสว่ นประกอบของรูปทรงสามมิตินัน้ มาจากรูปเรขาคณิต หนง่ึ มิติ และสองมติ ิ
เชน่ ทีวี คอมพิวเตอร์ โคนไอศกรีม
4k
รูปท่ี 3.5 ของใชใ้ นชีวติ ประจาวันรปู ทรงสามมิติ
จากรูปเรขาคณติ สามมติ นิ ักเรียนจะประดิษฐก์ ลอ่ งอบแห้งพลังงานแสงอาทติ ย์ใหม้ ี
รปู ทรงอยา่ งไรดี จึงจะสามารถ ใช้ประโยชน์ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรดุ ่ือกงชเจิรกดุ อ่ืกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลยี ง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ียงง 31
แหลง่ สืบคน้ เพ่ิมเตมิ
ตอู้ บพลังงาน รหสั QR
แสงอาทิตย์ทรงโดม รหัส QR
รหสั QR
แบบลนิ้ ชัก
หลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
คน้ คว้าเพมิ่ เตมิ
เครื่องอบแห้ง
พลังงานแสงอาทิตย์
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรุด่อื กงเชจิรกุดอ่ืกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 32
แบบบนั ทึกกิจกรรม ตามบตั รคาส่ังท่ี 3.3 ใช้เวลา
10 นาที
เรอ่ื ง รวบรวมข้อมลู แนวคดิ พชิ ติ แนวทางแก้ปัญหา
หวั ข้อที่สืบค้น
…………………………………………………………………………………….........................................…………
……………………………………………………………………………………………….…………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
จากชดุ กจิ กรรมของนางนิภาวดี นว่ มอินทร์ จากอินเตอรเ์ นต็ อนื่ ๆ...................
สรุปความรู้ หรอื ข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการสืบค้น
………………………………………………………………………………………….…..……..…..………………………
…………………………………………………………..……….……..……..………………………………………………
………………………………………..……………….…………………………………………………………………………
…………………………..…..………………………………………………………………………………………………..…
…..………………………………………………………………………………………………..………….…………………
………………………………………………………………………………..…..……………………………………………
………………………………………………………..……..…………………………………………………………………
……………………………………….…………………………………………………………………………………………
………..…..…………………………………………………………………………………………………..……………….
วชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
เล่มที่ 3 เชรดุ ่ือกงชเจิรกุดื่อกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 33
STEM
ขั้นท่ี 3
บัตรคาสั่งที่ 3.4
เรื่อง การออกแบบแกป้ ญั หา เขียนโครงสร้างจาลองชิน้ งาน
กระบวนการกลุ่ม
ให้นกั เรียนในกลุ่มระดมความคิดหาวิธแี กป้ ญั หา และออกแบบช้นิ งาน
ตามแนวทางทเ่ี ตรียมไว้ในขั้นต้น เขยี นโมเดลโครงสร้างจาลองของช้นิ งาน
ลงในแบบบนั ทึกกจิ กรรมที่ 3.4 เร่ือง การออกแบบแก้ปญั หา เขียนโครงสร้างจาลอง
ช้ินงาน
ในการออกแบบอปุ กรณ์นน้ั ความสาคัญ
อยู่ทกี่ ารวาดแบบท่ีชัดเจน และได้สดั ส่วนท่ี
ถูกต้องเหมาะสม จะชว่ ยให้เราสามารถปรับปรงุ
ชิ้นงานไดต้ รงจดุ เม่ือแบบทเ่ี ราคดิ ไว้ไม่เป็นไป
ตามทค่ี าดการณ์
วิชาวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มที่ 3 ชเรุดอื่ กงชเจิรกุดอื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลีย้งรงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 34
แบบบันทึกกิจกรรม ตามบตั รคาสง่ั ที่ 3.4 ใช้เวลา
20 นาที
เรื่อง การออกแบบแกป้ ัญหา เขยี นโครงสร้างจาลองช้นิ งาน
โครงสร้างจาลองชน้ิ งาน
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เลม่ ที่ 3 เชรดุ ือ่ กงชเจิรกุดอ่ืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 35
STEM
ข้นั ที่ 4
บตั รคาสงั่ ท่ี 3.5
เรือ่ ง การวางแผน และปฏิบัติการประดิษฐ์ชิน้ งาน
กระบวนการกล่มุ
นักเรยี นในกลมุ่ รว่ มกันวางแผนสร้างสรรค์ชิน้ งานอย่างเปน็ ลาดับข้ันตอน
แล้วตรวจสอบผลการดาเนินการหากไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ มีวิธแี ก้ไขอย่างไร
บันทึกลาดับขั้นตอนการทางานลงในแบบบนั ทึกกจิ กรรมตามบัตรคาสั่งที่ 3.5
เรอ่ื ง การวางแผน และปฏบิ ัติการประดิษฐ์ชิน้ งาน
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ่อื กงชเิจรกดุ ่ือกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลีย้งรงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 36
แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ตามบตั รคาส่ังท่ี 3.5 ใชเ้ วลา
90 นาที
เรอ่ื ง การวางแผน และปฏบิ ตั ิการประดษิ ฐ์ช้ินงาน
ข้นั ตอนการทางาน ผ้รู ับผดิ ชอบ ผลการดาเนินงาน
วเิ คราะหแ์ ละกาหนดปัญหา
............................................ .....................................
สืบค้นขอ้ มูลการประดิษฐช์ ้ินงาน ............................................ .....................................
ออกแบบช้นิ งาน ............................................ .....................................
............................................ .....................................
เตรียมอปุ กรณใ์ นการประดิษฐ์
กลอ่ งอบแห้ง ............................................ .....................................
ลงมือประดิษฐช์ น้ิ งาน ............................................ .....................................
ทดสอบช้นิ งานเบ้ืองตน้ ............................................ .....................................
............................................ .....................................
แกไ้ ขชนิ้ งาน
............................................ .....................................
นาเสนอชิ้นงาน ............................................ .....................................
ประเมนิ ชน้ิ งาน ............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
............................................ .....................................
วิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ ือ่ กงชเจิรกดุ ่อืกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 37
STEM การทดสอบ และปรับปรงุ แก้ไขชน้ิ งาน
ขั้นท่ี 5
บัตรคาสั่งที่ 3.6
เรือ่ ง การทดสอบ และปรบั ปรุงแกไ้ ขชน้ิ งาน
กระบวนการกลมุ่
ให้นักเรียนในกลุ่มชว่ ยกนั บันทึกรายละเอียดของช้ินงานของกลุ่มตนเอง
อาจวาดภาพหรือเขยี นอธบิ ายลักษณะของชน้ิ งาน แล้วทาการทดสอบผลงาน
พรอ้ มท้ังระบุจดุ เดน่ และจุดด้อยช้ินงานของกลมุ่ ตนเองบนั ทกึ ลงในแบบบันทึกกจิ กรรม
ตามบัตรคาส่งั ที่ 3.6 เรื่อง การทดสอบ และปรบั ปรุงแก้ไขช้นิ งาน
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรุดอ่ื กงชเจิรกดุ ือ่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 38
แบบบันทกึ กิจกรรม ตามบตั รคาสงั่ ท่ี 3.6 ใช้เวลา
20 นาที
เรอื่ ง การทดสอบ และ ปรับปรุงแกไ้ ขชน้ิ งาน
ลักษณะของกล่องอบแห้งที่นักเรียนประดิษฐ์ขึ้น
ตารางบนั ทกึ ผลการทดสอบชน้ิ งาน
การทดสอบ มวลของอาหาร รอ้ ยละ
ก่อนอบแห้ง หลงั อบแหง้ มวลทล่ี ดลง ของมวล
ใชก้ ลอ่ งอบแหง้ ทลี่ ดลง
ท่ีประดษิ ฐ์ขนึ้
ไมใ่ ช้กล่อง
หมายเหตุ เวลาทีท่ ดลองการอบแหง้ อาหารใชเ้ วลานอกชวั่ โมงเรยี น 2 วนั
วชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
เลม่ ท่ี 3 ชเรดุ ่ือกงเชิจรกุดอื่กลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ียงง 39
จุดเด่น จดุ ดอ้ ย
จุดเดน่ จดุ ดอ้ ย
…………………………………………………..…… ......……………………………………………………
……..………………………………………………… …………………………………………………………
…………………..…………………………………… …………………………………………………………
………………………………..……………………… …………………………………………………………
……………………………...……………….…… …………………………………………………………
……………………
วชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1
เลม่ ที่ 3 เชรดุ อ่ื กงชเจิรกดุ อื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 40
กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา(STEM Education)
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ
เวลา 30 นาที
จุดประสงคก์ ิจกรรม
1. อธิบายและสรปุ ความรู้ แนวคิด กระบวนการ ปญั หา และแนวทางการแก้ปัญหา
ในการประดษิ ฐก์ ล่องอบแหง้ พลังงานแสงอาทติ ย์ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง
2. ทางานรว่ มกันเปน็ กลมุ่ ได้
3. ใฝเ่ รยี นรู้
4. มีวินยั
5. มุ่งม่นั ในการทางาน
วิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
เล่มท่ี 3 เชรุดอ่ื กงชเจิรกดุ ่อืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ยีงง 41
STEM
ขนั้ ท่ี 6
บัตรคาสัง่ ที่ 3.7
เรอ่ื ง การนาเสนอชน้ิ งานและวธิ แี ก้ปญั หา
กระบวนการกลมุ่
ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มระดมสมอง สรปุ แนวคิดหลัก หรือองค์ความรู้ที่นามาใช้
ในการประดษิ ฐ์กล่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
บันทึกลงในแบบทกึ กจิ กรรมตามคาสัง่ ท่ี 3.7 เรอ่ื ง การนาเสนอชิ้นงานและวธิ แี กป้ ัญหา
พร้อมท้งั บอกปญั หาทพี่ บ และวิธีแกไ้ ข แล้วส่งตวั แทนนาเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรดุ อ่ื กงชเิจรกุดื่อกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 42
แบบบันทกึ กจิ กรรม ตามบตั รคาสง่ั ท่ี 3.7 ใช้เวลา
20 นาที
เรื่อง การนาเสนอชิน้ งาน และวธิ แี กป้ ัญหา
วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ แแนนววคคดิ ดิ
หหลลกั กั
ความรดู้ า้ นอนื่ ๆ
ปญั หาที่พบ วิธีการแก้ปญั หา
............................................................................ ................................................................
............................................................................ ................................................................
............................................................................ ................................................................
............................................................................ ................................................................
............................................................................ ...............................................................
........................................
วชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรดุ ่อื กงเชิจรกดุ ่ือกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอติาทย์ติตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 43
ตามแกนกเรนวระะค้นแบบิดบกขววสแขบานั้นะนนั้บรสทเกกเทตบืบร่ีาาี่็ม4เสยีร4สรศจบืนขาจึกัดะเรั้นขดั ษสกหตู้ขั้นกิจาาาายขจิกะคม(ายกหรSวยแารรTาาคยนมรมคEวคกวมMรวาวาคู้กมา(าริดาE5มรมเรdรEู้สรรยีเ)uู้ะู้รนcเียตรaนู้ม็tiรoู้ n)
เวลเวาลา303น0านทาี ที
จดุ ประสงค์กิจกรรม
1. อธิบายปจั จัยและประโยชนข์ องการดูดกลืนแสงและการคายความรอ้ นของวัตถุ
2. นกั เรยี นสามารถทางานร่วมกันเป็นกลุ่มได้
3. ใฝ่เรียนรู้ มีวนิ ัย
4. มุ่งม่ันในการทางาน
5. ซ่ือสัตย์สุจริต
วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เล่มที่ 3 เชรุด่อื กงชเจิรกดุ อื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทยต์ิตยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 44
บตั รคาสงั่ ท่ี 3.8
เรอ่ื ง ประโยชนข์ องการดูดกลืนแสงและการคายความร้อนของวัตถุ
กระบวนการกลุ่ม
ใหน้ กั เรยี นทกุ คนในกล่มุ ศึกษาบัตรเนือ้ หาท่ี 3.4 เรื่อง ปจั จยั และประโยชน์
การดูดกลนื แสงและการคายความร้อนของวัตถุ แล้วทาแบบฝกึ หัดท้ายกจิ กรรม
เรื่อง ปัจจัยและประโยชน์ของการดดู กลนื แสง
วิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มที่ 3 เชรุดอ่ื กงชเจิรกุดอื่กลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอิตาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 45
บัตรเนอ้ื หาท่ี 3.4
เรอ่ื ง ปัจจยั และประโยชน์การดูดกลนื แสง
และการคายความรอ้ นของวตั ถุ
ปจั จยั ที่มีผลต่อการดดู กลนื แสงหรือความร้อนของวตั ถุ
วัตถุท่มี ีลกั ษณะและสมบัตแิ ตกตา่ งกัน เม่อื ไดร้ บั รงั สีอินฟราเรดเท่า ๆ กนั
จะดูดซับความร้อนไดแ้ ตกต่างกัน ซ่ึงการดูดกลืนแสงหรือความร้อนของวัตถุ
ขึ้นอยกู่ ับปจั จยั ดงั น้ี
1. สขี องวัตถุ วตั ถทุ ่มี สี ีเขม้ จะดูดกลืนแสงหรือความร้อน ไดม้ ากกวา่ วตั ถุ
ทมี่ ีสีอ่อน และสามารถคายความรอ้ นได้ดกี ว่าวตั ถุที่มีสีอ่อนในชว่ งเวลาเทา่ ๆกัน
2. พน้ื ผิวของวตั ถุ พน้ื ผิวทเี่ รยี บเป็นมันวาวจะดดู กลืนความรอ้ นได้น้อย เนื่องจาก
สามารถสะท้อนแสงได้ดี
ประโยชนจ์ ากการดูดกลนื แสงและการคายความร้อนของวตั ถุ
จากปจั จยั ท่มี ผี ลต่อการการดูดกลนื แสงหรอื ความรอ้ นของวตั ถุมนษุ ยไ์ ดน้ าความรู้
มาใช้ประโยชน์อยา่ งหลากหลาย เชน่
- การสวมใสเ่ สื้อผ้า คนในเขตร้อนมกั สวมเส้ือผา้ ที่มีสีออ่ น เพราะดดู กลืน
ความรอ้ นไดน้ ้อยกว่าสีเข้ม ทาใหไ้ มร่ ้อน ส่วนคนในเขตหนาวมักสวมเส้อื ผา้ ท่ีมสี ีเข้ม
เพราะดูดกลนื ความร้อนได้มากกว่าจึงชว่ ยลดความหนาวได้บา้ ง
- การทาสีบ้าน สีทใ่ี ช้ทาบ้านควรเลือกสีอ่อน เพราะจะทาใหด้ ูดกลืนแสง
ไดน้ ้อย ในเวลากลางวันจะทาใหร้ สู้ กึ เย็นสบายมากขน้ึ
- รถบรรทกุ นา้ มนั ตวั ถงั บรรทุกนา้ มนั ของรถบรรทกุ นา้ มันนิยมเคลือบผวิ หนา้
ดว้ ยสขี าวเน่อื งจากดูดกลืนรังสที ่มี าจากดวงอาทิตย์ได้ไม่ดี ทาให้นา้ มันในถงั มีอุณหภมู ิต่า
ป้องกันการระเหยของนา้ มันท่ีเกบ็ รกั ษาไวถ้ ัง
- ภาชนะหงุ ต้มมักมีผิวดา้ นนอกเปน็ สีดา จงึ ดดู กลืนความร้อนได้มาก
ความรอ้ นจะถูกถ่ายโอนไปส่อู าหาร ทาให้อาหารสุกเร็ว
วิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1
เล่มที่ 3 เชรดุ อ่ื กงเชิจรกุด่อืกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลีย้งรงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 46
รปู ที่ 3.6 รถบรรทกุ น้ามนั
https://rod.kaidee.com/product-333777664/, 15 กรกฎาคม 2559.
รูปท่ี 3.7 หมอ้ ทเี่ คลือบดว้ ยสีดา
https://ipricethailand.com/hanabishi/, 15 กรกฎาคม 2559.
วชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 ชเรุดือ่ กงเชจิรกุดือ่กลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทยต์ิตยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 47
บัตรแบบฝกึ หดั ทา้ ยกิจกรรม
เรอื่ ง ปจั จยั และประโยชน์ของการดดู กลืนแสง
ใช้เวลา 10 นาที
จุดประสงค์
1. อธิบายปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ การการดดู กลนื แสง และการคายความร้อนของวตั ถุ
2. บอกประโยชน์การดดู กลนื แสงและการคายความรอ้ นของวัตถุ
คาช้แี จง ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้ (10 คะแนน)
1. ถ้านาก้อนหิน และกอ้ นสาลีที่มีขนาดเท่ากนั ไปวางไปไวก้ ลางแดด เปน็ เวลา 5 นาที
สิ่งใดทีจ่ ะมอี ุณหภมู ิสงู กวา่ เพราะเหตุใด
ตอบ.......................................................................................................................................... .....
2. ภาชนะทเ่ี คลือบดว้ ยสดี าไว้ด้านนอก เพอื่ จดุ ประสงค์ใด
ตอบ...............................................................................................................................................
3. จงบอกปัจจัยทม่ี ีผลตอ่ การดูดกลนื แสงของวตั ถุ
ตอบ.......................................................................................................................... .....................
4. รถบรรทุกนา้ มันส่วนใหญเ่ ป็นสีขาว หรอื สเี งิน เพราะเหตุใด
ตอบ.......................................................................................................................... .....................
5. จงยกตัวอย่างประโยชนข์ องการดูดกลนื แสงและคายความร้อนของวตั ถุ 1 ข้อ
พร้อมอธบิ ายเหตุผลประกอบ
ตอบ.......................................................................................................................... .....................
วิชาวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ ือ่ กงชเจิรกดุ ือ่กลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนที่ ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ยีงง 48
กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ตามแนวคดิ สะเต็มศึกษา (STEM Education)
ข้ันที่ 5 ขั้นประเมิน
เวลา 30 นาที
จุดประสงค์กิจกรรม
1. นักเรยี นสรุปความรู้ และแนวคิดที่เก่ียวข้องกบั การประดิษฐ์ชนิ้ งาน
2. ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต
3. มวี ินัย
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ื่อกงชเจิรกุด่อืกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ติตยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 49
บัตรคาส่งั ท่ี 3.9
เรอ่ื ง การประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครปู ระเมนิ ชน้ิ งานของนกั เรยี นแต่ละกลุม่ ลงในแบบประเมินชน้ื งาน
เรอ่ื ง กล่องอบแห้งพลังงานแสงอาทติ ย์ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง และทกั ษะ
การแกป้ ัญหาของนักเรยี น ลงในแบบประเมินทักษะการแก้ปญั หา
2. ให้นักเรียนแต่ละคนประเมนิ ทักษะการทางานร่วมกัน ลงในแบบประเมนิ ตนเอง
ด้านทักษะการทางานร่วมกนั
3. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทาข้อสอบหลงั เรียน เรือ่ ง กล่องอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์
ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ลงในกระดาษคาตอบหลังเรยี น จานวน 10 ข้อ
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ ื่อกงชเจิรกดุ ื่อกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอติาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ียงง 50
แบบทดสอบหลงั เรียน
เร่ือง กล่องอบแหง้ พลงั งานแสงอาทิตยต์ ามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง
คาชแี้ จง 1. ขอ้ สอบเป็นแบบปรนัยเลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลา 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบที่ถูกต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว แลว้ ทาเครื่องหมายกากบาท (X)
ลงในกระดาษคาตอบ
1. กลอ่ งอบแหง้ ทีน่ ักเรยี นประดษิ ฐ์ขึน้ 4. ถ้านักเรียนประดิษฐ์กลอ่ งอบแห้งใหเ้ ป็น
มีประโยชน์อยา่ งไร รูปพีระมิดฐานสี่เหลย่ี ม จะเป็นรูปใด
ก. ทาใหอ้ าหารอร่อย ก ข.
ข. ทาให้อาหารสุกเร็ว ค. ง.
ค. ทาให้อาหารน่ารับประทาน
ง. ทาให้อาหารแห้งเร็วและสะอาด
2. ในการประดษิ ฐ์กลอ่ งอบแห้งพลังงาน
แสงอาทิตย์ ควรใช้ความรวู้ ทิ ยาศาสตร์
เร่ืองอะไร
ก. ภายในกลอ่ งกรดุ ้วยกระดาษฟอยด์ 5. จากสถานการณท์ ี่กาหนดในกิจกรรม
ทาให้ดดู กลนื แสงได้ดี นักเรียนคนใดท่ใี ช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
ในการประดิษฐ์กล่องอบแหง้
ข. ภายในกลอ่ งกรดุ ้วยกระดาษฟอยด์ ก. สมทรงสรา้ งกลอ่ งอบแหง้ มขี นาดเทา่ กบั
ทาให้เก็บความร้อนได้ดี กลอ่ งใสด่ นิ สอ เพราะจะไดล้ งทนุ นอ้ ย
ข. ประกอบใช้ปบี ขนมท่เี หลือใช้
ค. ภายในกลอ่ งอบแห้งมสี ดี า ทาให้คาย มาประดิษฐ์เปน็ กล่องอบแห้ง
ความรอ้ นไดน้ ้อย ค. สมศรี ซ้ือกล่องโฟมมาประดษิ ฐเ์ ปน็
กล่องอบแห้ง เพราะจะได้ใช้เวลาใน
ง. ภายในกลอ่ งอบแหง้ ควรทาด้วยสดี า ทาให้ การประดิษฐ์น้อยลง
ดูดความร้อนได้ดี ง. สมนกึ จ้างชา่ งตดั กระจก ให้ทากล่อง
อบแห้ง เพราะจะได้ชนิ้ งานสวย และ
3. อาหารที่บรรจใุ นกล่องอบแห้งนาไปวางไว้ ใช้ได้จรงิ
กลางแสงแดด ความร้อนจากแสงแดดส่อง
มายงั โลก ด้วยวธิ ีใด .
ก. พาความร้อน ข. นาความรอ้ น
ค. แผร่ งั สคี วามรอ้ น
ง. ไม่แนน่ อนแลว้ แตต่ วั กลาง
4. ถา้ ศรลมเปน็ รูปลกู ศร เม่อื นาไปวดั กระแสลม
หัวลูกศรช้ีไปทางทิศใด วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1
ก. ทศิ ทีล่ มพดั มา ข. ทิศท่ลี มพัดไป ข.
เล่มท่ี 3 ชเรุด่อื กงเชิจรกดุ อ่ืกลกงร่อิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลียง้รังนพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอติาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ยีงง 51
6. นกั เรียนกลุ่มหนึง่ ประดษิ ฐ์กลอ่ งอบแหง้ พจิ ารณา สถานการณ์ทก่ี าหนดใหต้ อ่ ไปนี้
ตอบคาถาม ข้อ 8-9
พลังงานแสงอาทิตย์ แล้วทาการทดสอบ สถานการณ์
“ ท่ีบา้ นน้องก้อย มีกล้วยน้าว้าสกุ ทานไมห่ มด
ประสทิ ธภิ าพของกล่อง พบว่าขณะท่วี าง จานวนมาก น้องก้อยคิดว่าจะต้องทากล่อง
อบแหง้ พลงั งานแสงอาทิตย์ เพื่อทากล้วยตาก
กลอ่ งไวก้ ลางแดด พบไอน้าเกาะอยูท่ ่ีด้าน แต่นอ้ งกอ้ ยไม่รูว้ า่ จะประดิษฐ์ให้มรี ปู ร่าง
อยา่ งไร จงึ จะแห้งไว้ท่ีสดุ ”
ฝากล่องท่เี ป็นพลาสติกใส นักเรยี นกลุ่มนี้ 8. จากสถานการณน์ ี้ ปัญหาคืออะไร
ควรแก้ไขอย่างไร จงึ จะเหมาะสมทสี่ ุด ก. กลว้ ยเหลอื จานวนมากไม่ร้จู ะทาอย่างไร
ข. กล่องอบแห้งใชอ้ บอะไร จงึ จะแห้งเรว็
ก. เปิดฝากล่องแล้วเชด็ ไอนา้ ออก ค. กลอ่ งอบแหง้ ขนาดเท่าไรจงึ อบกลว้ ยให้
ข. นากลอ่ งอบแห้งมาเจาะรเู พื่อใหม้ ีชอ่ ง แห้งเร็ว
ระบายไอนา้ ออกนอกกล่อง ง. กล่องอบแหง้ มรี ปู ร่างอย่างไร จึงจะ
ค. เปลย่ี นวัสดุท่ีใชท้ าฝากล่องจะได้ ทาใหก้ ลว้ ยแห้งเรว็
ไมเ่ ห็นไอน้า 9. จากสถานการณท์ ีก่ าหนด ควรดาเนนิ การ
ง. ไมต่ ้องทาอะไร ตากไว้นานๆ เดีย๋ ว ใดกอ่ น จึงจะสามารถประดษิ ฐก์ ลอ่ ง
ไอนา้ กห็ ายไปเอง อบแห้งไดม้ ีประสทิ ธิภาพ และแก้ไข
ขอ้ บกพร่องน้อยที่สุด
7. ในการประดิษฐก์ ล่องอบแหง้ พลังงาน ก. สืบคน้ ความรทู้ ่เี กย่ี วข้อง
แสงอาทติ ยต์ ามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ข. ออกแบบกล่อง 3 มติ ิ
ของนักเรียน 6 กลมุ่ ไดผ้ ลการทดสอบ ค. ประดษิ ฐช์ ้นิ งาน
ดังตาราง ง. หาวสั ดุมาสาหรบั ใช้ประดิษฐ์
10. สมบตั ใิ นข้อใดของวัตถุมีผลตอ่ การดดู ซับ
มวลเฉลี่ยของกล้วย ความร้อน
กลุ่มท่ี กอ่ นอบแห้ง หลังอบแหง้ ก. ลักษณะพน้ื ผวิ ของวัตถุ
ข. ระยะเวลาทไ่ี ด้รบั แสง
(g) (g) ค. ปริมาณแสงท่ีไดร้ บั
1 100 55 ง. ชว่ งเวลาท่ีโดนแสง
2 100 45
3 105 55
4 105 65
5 98 45
6 95 50
นักเรยี นกลุ่มใดทป่ี ระดิษฐม์ ีประสทิ ธภิ าพ
ดที ี่สดุ
ก. กลุ่มที่ 1 ข. กลมุ่ ที่ 2
ข. กลุ่มท่ี 5 ง. กลุ่มท่ี 6
ก. ภายในกลอ่ งกรุดว้ ยกระดาษฟอยด์ วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
ทาใหด้ ูดกลืนแสงได้ดี
ข. ภายในกลอ่ งกรดุ ว้ ยกระดาษฟอยด์
เลม่ ท่ี 3 เชรดุ ่อื กงชเจิรกดุ ื่อกลกงรอ่จิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแม่ทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทย์ติตยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียยีงง 52
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลังเรยี น
เร่อื ง กลอ่ งอบแห้งพลงั งานแสงอาทิตย์ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
ชอ่ื ...........................................สกุล......................................เลขท่ี…………………
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องทส่ี ดุ แล้วทาเครื่องหมายกากบาท ( X )
ลงใน กระดาษคาตอบ
ข้อท่ี ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การวดั ผล คะแนนเต็ม คะแนนท่ไี ด้
10
นักเรยี นตอ้ งไดค้ ะแนน ร้อยละ 80
8-10 คะแนน ผ่านเกณฑ์
0-7 คะแนน ไมผ่ า่ นเกณฑ์
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1
เล่มท่ี 3 ชเรุด่อื กงชเิจรกดุ ือ่กลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอิตาทย์ตติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียียงง 53
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2551). ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระ
การเรียนรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี และตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพื้นฐานพุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระ
การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่ง
ประเทศไทย.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2551). ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุม่ สาระ
การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่
ประเทศไทย.
บรรชา แสนทวี และ ลัดดา อินทร์พิมพ.์ (ม.ป.ป). หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน.
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : วัฒนา. หนา้ 51-52.
มนสชิ สทิ ธิสมบูรณ.์ (ม.ป.ป.). ชุดฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการการจดั การเรยี นรู้
สะเต็มศกึ ษา. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั นเรศวร. อัดสาเนา. .
ศรีลกั ษณ์ ผลวัฒนะ และ เจียมจิต กุลมาลา. (2558). หนังสือเรยี นรายวิชา
วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน ม.1. กรงุ เทพฯ : แม็คเอ็ดดูเคช่ัน.
สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2553).
หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน คณติ ศาสตร์ เลม่ 2 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1.
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์สกสค. ลาดพร้าว
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ.
หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1
เล่ม 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
เสียง เชษฐศิรพิ งศ์. (มปป). คูม่ ือสาระการเรียนรแู้ กนกลางวทิ ยาศาสตร์ ม.1.
กรุงเทพฯ : พฒั นา
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 เชรุดื่อกงเชิจรกุด่อืกลกงร่อจิ รงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รยีแพเรนหลียง้รงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอติาทย์ตติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพยี ยีงง 54
บรรณานุกรม(ต่อ)
เครอ่ื งอบพลงั งานแสงอาทติ ย.์ .(Online). www.monmai.com/%E0%B8%95%E0%B8%B9%,
15 กรกฎาคม 2559.
ดวงอาทิตย์แผ่รงั สีความร้อนมายังโลก.(Online). www.lesa.biz/earth/atmosphere/cloud.,
ศนู ย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โลกและดาราศาสตร์. 15 กรกฎาคม 2559.
รถบรรทุกนา้ มัน. (Online). https://rod.kaidee.com/product-333777664/, 15 กรกฎาคม 2559.
รปู เรขาคณิตสามมิต.ิ (Online).
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup- rekhakhnit-sam-miti,
15 กรกฏาคม 2559.
หมอ้ เคลือบด้วยสีดา. (Online). https://ipricethailand.com/hanabishi/, 15 กรกฎาคม 2559.
วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
เลม่ ที่ 3 ชเรดุ อ่ื กงชเจิรกดุ ื่อกลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรยีแพเรนหลีย้งรังนพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนที่ ง3แี่ อ2สางทอิตาทยต์ติ ยาม์ตาหมลหกั ลเศกั รเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพยี ียงง 55
ภาคผนวก
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ว21102 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
เล่มท่ี 3 ชเรุดือ่ กงชเิจรกดุ อื่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบรง้รียแพเรนหลยี ้งรงันพู้งรเาลลู้ นเงั ่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แ่ี อ2สางทอิตาทยต์ติ ยามต์ าหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐิจกพิจพอเอพเพียียงง 56
เฉลย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
คาตอบ
1. ค
2. ก
3. ค
4. ค
5. ง
6. ข
7. ข
8. ข
9. ก
10. ค
วิชาวิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน ว21102 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เล่มท่ี 3 เชรุดื่อกงเชิจรกุดือ่กลกงรอ่ิจรงกกมอรลกรบ่อามแงรกอหเาบร้งรียแพเรนหลยี ง้รงันพู้งรเาลลู้ นเัง่มลงแ่มทาสนท่ี ง3แี่ อ2สางทอิตาทยต์ิตยาม์ตาหมลหกั ลเศักรเศษรฐษกฐจิ กพิจพอเอพเพียยีงง 57
เฉลย แบบบนั ทึกกจิ กรรม ตามบตั รคาสัง่ ท่ี 3.2 ใชเ้ วลา
คาตอบ 10 นาที
เรอื่ ง ระบุปัญหาจากสถานการณ์
จากสถานการณ์ ปญั หาคอื อะไร ข้อจากัด
ทากล่องอบแห้งใหม้ ลี กั ษณะอย่างไร จึงจะ - ใช้อบอาหารให้แหง้ เร็ว
แหง้ เร็ว สามารถปอ้ งกันฝุ่น ละอองได้ - สอดคลอ้ งกบั หลักเศรษฐกิจ
และราคาประหยดั พอเพียง
- มคี วามเหมาะสมต่อ
การใชง้ าน
แนวทางในการแกป้ ัญหา
ทากล่องอบแห้งใหส้ ามารถรบั แสงไดด้ ี ดา้ นในมสี ดี า เลือกวัสดเุ หลอื ใชม้ าทา เชน่
กลอ่ งกระดาษ หรอื ปบี ขนมท่ีไมไ่ ด้ใช้
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน ว21102 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1