The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน หลักสูตรต้านทุจริต ป.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mr.archanai, 2022-11-05 22:07:58

แผนการสอน หลักสูตรต้านทุจริต ป.5

แผนการสอน หลักสูตรต้านทุจริต ป.5

แบบสังเกตพฤตกิ รรมเรอ่ื ง ซ่ือสัตยส์ ุจรติ

ค�ำชีแ้ จง ให้นกั เรียนเขยี นเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั พฤตกิ รรมท่เี กดิ ข้ึนจริง

รายการ

เลขท่ี ชอื่ - สกลุ พดู รู้จกั สรปุ ผล
แยกแยะ การประเมิน
ไม่ลกั ตรงไป ท�ำตวั น่า ประโยชน์
ความจริง ขโมย ตรงมา เชื่อถอื ส่วนตนและ
ประโยชน์
สว่ นรวม ผา่ น ไมผ่ า่ น

เกณฑก์ ารประเมิน ลงช่ือ .............................................ผูป้ ระเมนิ
ผ่านตั้งแต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น (...........................................)
ผ่าน ๒ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ............../............../..............
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ 45

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยท่ี ๑ ชอ่ื หนว่ ย การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
และผลประโยชนส์ ่วนรวม เวลา ๒ ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๕ เรอื่ ง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์
สว่ นรวม
๑.๒ ตระหนักและเหน็ ความส�ำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจรติ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถอธิบายความหมายของผลประโยชนท์ บั ซอ้ นได้
๒.๒ นกั เรียนสามารถบอกสาเหตกุ ารเกดิ ของผลประโยชนท์ บั ซอ้ นในโรงเรียนได้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถบอกแนวทางการป้องกนั ผลประโยชนท์ บั ซ้อนในโรงเรยี นได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความร ู้
ผลประโยชนท์ บั ซ้อน คอื ผลประโยชนส์ ่วนตัวของเจา้ หน้าท่ีรัฐไปขดั แย้งกับผลประโยชน์
สว่ นรวมแล้วตอ้ งเลอื กเอาอยา่ งใดอย่างหนึง่ ซงึ่ ท�ำใหต้ ดั สนิ ใจไดย้ ากในอนั ทจ่ี ะปฏิบตั หิ นา้ ทใ่ี หเ้ กดิ ความ
เป็นธรรมและปราศจากอคติ การท่ีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท�ำการใดๆตามอ�ำนาจหน้าท่ีเพื่อประโยชน์
ส่วนรวม แต่กลับเขา้ ไปมีส่วนได้เสียกับกิจกรรมหรือการด�ำเนินการที่เอ้ือผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือ
พวกพอ้ ง ท�ำใหก้ ารใช้อ�ำนาจหนา้ ที่เป็นไปโดยไม่สุจรติ ก่อให้เกิดผลเสียตอ่ ภาครัฐ
สาเหตุการเกิด ผลประโยชน์ทบั ซ้อน
เกดิ จากเจา้ หน้าทีข่ องรฐั มีบทบาทที่ขัดแยง้ กัน ๒ บทบาท ไดแ้ ก่
บทบาทที่ ๑ คือบทบาททีต่ ดั สนิ ใจตามหน้าทค่ี วามรบั ผิดชอบ
บทบาทที่ ๒ คือบทบาทที่ตัดสินใจตามผลประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งอาจจะไม่ผิดกฎหมาย
แต่เมือ่ ตดั สินใจไปแลว้ จะมผี ลกระทบต่อการตัดสนิ ใจตามหนา้ ที่ท�ำให้เกิดปัญหาหรือความผดิ ได้
รูปแบบผลประโยชนท์ บั ซ้อน
รปู แบบของผลประโยชน์ทบั ซอ้ น แบ่งออกเปน็ ๗ รปู แบบ ไดแ้ ก่
๑. การรับผลประโยชน์ต่างๆ คือ การรับสินบนหรือผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ
ทไี่ ม่เหมาะสม
๒. การท�ำธรุ กิจกับตวั เองหรอื เป็นคู่สญั ญา
๓. การท�ำงานหลังจากออกจากต�ำแหนง่ สาธารณะหรอื หลังเกษยี ณ
๔. การท�ำงานพิเศษ เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐต้ังบริษัทด�ำเนินธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับ
หน่วยงานหรอื องคก์ รสาธารณะท่ีตนสงั กัด

46 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ ริต”

๕. การรับรู้ข้อมูลภายใน คือ สถานการณ์ท่ีผู้ด�ำรงต�ำแหน่งสาธารณะใช้ประโยชน์จาก
การรขู้ อ้ มูลภายในเพอ่ื ประโยชนข์ องธุรกิจสว่ นตัว
๖. การใชท้ รัพยส์ ินของหน่วยงานเพอ่ื ประโยชน์ของธุรกจิ ส่วนตวั
๗. การน�ำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพ่ือประโยชน์ของธุรกจิ สว่ นตวั
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผูเ้ รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓.๓ คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
๑. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
๒. มีจติ สาธารณะ
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ ๑
๑. ให้นักเรียนดูวีดิทัศน์ เร่ือง นิมนต์ยิ้มเดล่ีคนดีไม่คอร์รัปชัน ตอน แย่งที่ซ่ึงเป็นเร่ือง
เกี่ยวกับการแย่งทจี่ อดเรอื โดยมคี นติดสนิ บนเจา้ หนา้ ที่ ซึง่ เจา้ หน้าที่ผูน้ ้นั ไม่ยอมรบั สินบน และจับตวั คน
ที่จะใหส้ ินบนไปลงโทษ
๒. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภิปรายเรอ่ื งท่เี กดิ ขึ้นจากการดวู ดี ทิ ัศน์ ตามประเดน็ ต่อไปนี้
๒.๑ เกดิ เหตกุ ารณ์อะไรขน้ึ
(เกิดการแย่งทจ่ี อดเรอื ระหวา่ งกลมุ่ คนขบั เรอื )
๒.๒ คนขับเรอื ท�ำอย่างไรเพ่อื ให้มีท่ีจอดเรอื
(จา่ ยเงินสนิ บนให้เจา้ หนา้ ท่ที ่ดี แู ลควบคุมการจอดเรอื )
๒.๓ เจ้าหนา้ ทที่ �ำอยา่ งไร
(ไมย่ อมรบั เงินสินบน)
๒.๔ ผลสรปุ ของเหตกุ ารณ์เป็นอย่างไร
(คนขับเรอื ทีพ่ ยายามใหส้ ินบนเจ้าหน้าท่ีถกู จบั )
๒.๕ นักเรียนคิดวา่ เจา้ หนา้ ทีท่ �ำถูกหรอื ไม่เพราะเหตุใด
(ท�ำถูกต้อง เพราะ สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกและผลประโยชน์
ส่วนรวมได)้
๒.๖ ถ้านกั เรียนเปน็ เจ้าหน้าที่นักเรยี นจะท�ำอย่างไร
(ไมร่ บั เงนิ สนิ บนและจบั คนขบั เรอื ไปด�ำเนนิ คดี เพราะการรบั เงนิ สนิ บนเปน็ เรอื่ ง
ทผี่ ิด และท�ำให้ผู้อ่นื เกิดความเดือดรอ้ น)
๒.๗ ผลสรุปการกระท�ำของเจา้ หน้าท่เี ปน็ อยา่ งไร
(เจา้ หนา้ ทเี่ ลง็ เหน็ ผลประโยชนส์ ว่ นรวมมากกวา่ ผลประโยชนส์ ว่ นตวั และสามารถ
แยกแยะสงิ่ สองสิง่ นีอ้ อกจากกนั ไดอ้ ย่างชดั เจน ท�ำให้การปฏบิ ัตหิ น้าทเี่ ป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม)
๓. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น

ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ 47

๔. ครูอธิบายความหมายของผลประโยชน์ทับซ้อน สาเหตุ และรูปแบบการเกิดผล
ประโยชนท์ ับซ้อน
๕. ครมู อบหมายให้นักเรียนเขยี นผงั มโนทศั น์ เรอ่ื ง ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น
ชัว่ โมงที่ ๒
๑. ครยู กตวั อยา่ งรปู แบบผลประโยชนท์ บั ซอ้ นภายในโรงเรยี น เชน่ ครสู ง่ั ใหน้ กั เรยี นไปซอ้ื
ของส�ำหรบั ท�ำงานประดษิ ฐ์ในวิชาของตนเองโดยของชิ้นนัน้ หาซอ้ื ได้ทร่ี า้ นค้าของตนเองเทา่ น้นั
บทบาทที่ ๑ คอื สัง่ งานตามหนา้ ท่ีของครู
บทบาทท่ี ๒ คือ ต้องการหารายได้เขา้ กิจการของตวั เอง
ผลประโยชนท์ ับซอ้ น คือ ครไู ดร้ บั ผลประโยชน์จากการส่ังใหน้ ักเรยี นซ้ือของทีร่ า้ นค้า
ของตนเอง
๒. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั หารปู แบบผลประโยชนท์ บั ซอ้ นภายในโรงเรยี น พรอ้ มกบั การหา
แนวทางปอ้ งกัน แล้วเขียนเหตกุ ารณ์นน้ั ลงในใบงาน เรือ่ ง บทบาทท่ขี ัดแยง้
๔.๒ ส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
๑) วีดิทัศน์ เรอ่ื ง นิมนต์ยิ้มเดล่ี คนดไี ม่คอร์รัปชัน ตอน แยง่ ท่ี จากเว็บไซต์ https://m.
youtube.com>wach
๒) ใบความรู้ เร่ือง ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น
๓) ใบงาน เรอื่ ง บทบาทที่ขัดแยง้
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) ตรวจผลงานการท�ำผังมโนทัศนเ์ รอ่ื ง ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
๒) ตรวจผลงานการท�ำใบงาน เรือ่ ง บทบาททข่ี ดั แยง้
๕.๒ เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบประเมนิ ผังมโนทศั น์ เรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน
๒) ใบงาน เรอ่ื ง บทบาทที่ขดั แย้ง
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
๑) นกั เรียนผ่านการประเมิน รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
๖. บันทกึ หลังการจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ลงช่อื ................................................ ครผู ูส้ อน
(...............................................)

48 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”

๗. ภาคผนวก

ใบความรู้ เรอ่ื ง ผลประโยชน์ทับซ้อน

คือ ผลประโยชน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าท่ีรัฐไปขัดแย้งกับผล
ประโยชน์ส่วนรวมแล้วต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหน่ึง ซึ่งท�ำให้
ตัดสินได้ยากในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความเป็นธรรมและ
ปราศจากอคติการท่ีเจ้าหน้าท่ีของรัฐกระท�ำการใดๆตามอ�ำนาจ
หน้าที่เพ่ือประโยชน์ส่วนรวม แต่กลับเข้าไปมีส่วนได้เสียกับ
กิจกรรมหรือการด�ำเนินการท่ีเอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือ
พวกพ้อง ท�ำให้การใชอ้ �ำนาจหน้าท่เี ป็นไปโดยไม่สุจริต กอ่ ใหเ้ กดิ
ผลเสยี ต่อภาครัฐ
เกิดจากเจ้าหน้าท่ีของรัฐมีบทบาทท่ีขัดแย้งกัน ๒ บทบาท
ไดแ้ ก่ บทบาทท่ี ๑ คือบทบาททต่ี ัดสินใจตามหน้าทคี่ วามรบั ผิดชอบ
บทบาทท่ี ๒ คือบทบาทที่ตัดสินใจตามผลประโยชน์ส่วนตัว
ซง่ึ อาจจะไมผ่ ดิ กฎหมาย แตเ่ มอ่ื ตดั สนิ ใจไปแลว้ จะมผี ลกระทบตอ่
การตัดสนิ ใจตามหนา้ ทีท่ �ำใหเ้ กิดปัญหาหรือความผดิ
รปู แบบผลประโยชน์ทับซ้อน
รปู แบบของผลประโยชน์ทับซ้อน แบ่งออกเป็น ๗ รูปแบบ ไดแ้ ก่
๑. การรับผลประโยชน์ต่างๆ คอื การรับสนิ บนหรอื ผลประโยชนใ์ นรปู แบบอน่ื ๆทีไ่ ม่เหมาะสม
๒. การท�ำธุรกิจกับตวั เองหรือเป็นคู่สัญญา
๓. การท�ำงานหลังจากออกจากต�ำแหนง่ สาธารณะหรือหลังเกษียณ
๔. การท�ำงานพเิ ศษ เช่น เจ้าหน้าท่ขี องรัฐตัง้ บรษิ ัทด�ำเนนิ ธรุ กจิ ทเี่ ปน็ การแขง่ ขนั กบั หน่วยงานหรือ
องคก์ รสาธารณะที่ตนสงั กัด
๕. การรับรู้ข้อมูลภายใน คือ สถานการณ์ที่ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งสาธารณะใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูล
ภายในเพ่อื ประโยชน์ของธุรกิจสว่ นตวั
๖. การใชท้ รพั ย์สินของหนว่ ยงานเพื่อประโยชน์ของธรุ กจิ ส่วนตัว
๗. การน�ำโครงการสาธารณะลงในเขตเลอื กตัง้ เพือ่ ประโยชนข์ องธรุ กจิ ส่วนตัว

ครสู ง่ั ใหน้ กั เรยี นไปหาซอื้ ของส�ำหรบั ท�ำงานประดษิ ฐใ์ นวชิ าของตนเองโดยของชน้ิ นนั้ หาซอ้ื ไดท้ รี่ า้ น
คา้ ของตนเองเทา่ นนั้
บทบาทท่ี ๑ คอื สงั่ งานตามหน้าที่ครู
บทบาทที่ ๒ คือ ต้องการหารายได้เข้ากจิ การของตัวเอง
ผลประโยชน์ทับซ้อน คอื ครูได้รบั ผลประโยชนจ์ ากการสงั่ ใหน้ กั เรียนซ้อื ของทรี่ า้ นค้าของตนเอง

ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 49

ใบงาน เร่อื ง บทบาททีข่ ดั แยง้
ชื่อ...............................................................................................ชน้ั ..................เลขที.่ .................
ค�ำชแ้ี จง ให้นักเรียนระบุบทบาทท่ี ๑ และสมมติบทบาทท่ี ๒ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในโรงเรียนพร้อม
หา แนวทางการป้องกันผลประโยชน์ทบั ซ้อนในโรงเรียน





ผอู้ �ำนวยการโรงเรยี น

ผู้อ�ำนวยการโรงเรยี นมหี น้าทีพ่ ิจารณา ผู้อ�ำนวยการรบั เงนิ จากผู้ปกครองเพอื่
รับนกั เรียนเขา้ ศึกษาตอ่ แลกเปล่ียนกบั การเขา้ เรยี นของนกั เรียน

แนวทางการปอ้ งกนั ............................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

ครใู นโรงเรียน

................................................................ ................................................................
................................................................ ................................................................
................................................................ ................................................................

แนวทางการป้องกนั ............................................................................................
.............................................................................................................................
.............................................................................................................................

50 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”

ที่ ช่อื -สกลุ แบบประเมนิ ผังมโนทัศน์

ค�ำชี้แจง การบนั ทกึ ใหล้ งคะแนนในช่องทต่ี รงกับพฤติกรรมที่เกดิ ขนึ้ จริง



ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 51 ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๔๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน เลอื กใชผ้ งั มโนทศั นเ์ หมาะสม
ความสวยงามประณตี ของผังมโนทศั น์
รายละเอยี ดเหมาะสม
สาระถกู ต้อง
การสะกดค�ำ เคร่อื งหมาย การใชภ้ าษาถกู ต้อง
องคป์ ระกอบของผังมโนทศั น์ครบถ้วนตามทีก่ �ำหนด
การน�ำเสนอขอ้ มูลดูงา่ ยน่าสนใจ
ขอ้ มูลที่น�ำเสนอชดั เจนถกู ต้อง

รวม

สรปุ ผลการ
ประเมิน

แบบบนั ทกึ คะแนนใบงาน

ท่ี ชือ่ -สกุล จ�ำนวนข้อทีถ่ ูกต้อง คะแนน ผลการประเมิน
ผ่าน ไม่ผา่ น





52 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเตมิ การป้องกันการทจุ รติ ”

หนว่ ยที่ ๒

ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต

แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๒ ช่ือหน่วย ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เร่อื ง ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ เวลา ๒ ช่ัวโมง
ทีเ่ กิดขน้ึ ในสังคม

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจ เกีย่ วกบั ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผูล้ ะอายและไมท่ นต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถเรยี นรแู้ ละมคี วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
ทีเ่ กดิ ขึน้ ในสงั คม
๒.๒ นักเรียนสามารถปฏิบตั ิตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ทกุ รปู แบบ
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอาย เป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อสิ่งที่ไมด่ ีไม่เหมาะสม เพราะเห็นถึง
โทษหรอื ผลกระทบที่จะไดร้ ับจากการกระท�ำน้นั จงึ ไมก่ ล้าท่จี ะกระท�ำให้ตนเองไม่หลงท�ำในสง่ิ ทีผ่ ิด
ความไมท่ นต่อการทุจรติ บุคคลจะมคี วามไม่ทนตอ่ การทจุ รติ มาก น้อยเพยี งใดข้นึ อย่กู ับ
จติ ส�ำนึกของแต่ละบุคคล และผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ จากการกระท�ำนัน้ ๆ แล้วพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกมา ซึง่
การแสดงหรือการกระท�ำจะมีหลายระดบั
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผู้เรยี น
๑) ความสามารถในการคดิ
๒) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
๓) ความสามารถในการแก้ปญั หา
๓.๓ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ความมวี ินยั
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขนั้ การเรยี นรู้
ชัว่ โมงที่ ๑
๑) ครูให้นกั เรียนดูภาพ “การจอดรถไมเ่ ปน็ ท่ี”
๒) ให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ เมือ่ ไดด้ ูภาพ ดงั ต่อไปนี้

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ 53

๓) จากภาพนกั เรยี นเห็นอะไรในภาพบ้าง
๒. นกั เรยี นคดิ ว่าการจอดรถไม่เป็นท่ี หรือ จอดในท่ีท่หี ้ามจอดเกิดจากสาเหตุใด
๓. ปญั หาใดจะเกิดขึ้นถา้ ทุกคนจอดรถไมเ่ ปน็ ที่ หรอื จอดในทที่ ่หี ้ามจอด
๔. นกั เรียนจะมวี ธิ ีการแกไ้ ขปญั หาดังกล่าวอย่างไร
๔) ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เร่ือง ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต โดยครู
อธิบายและแนะน�ำเพิม่ เติม
ชว่ั โมงที่ ๒
๑) ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม ๆละเท่าๆ กนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับภาพ “ การตัง้ แผงขาย
ของบนทางเท้า” โดยครูต้งั ค�ำถาม ดังนี้
- การตัง้ แผงขายของบนทางเท้า เปน็ สงิ่ ที่ควรท�ำหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
- การกระท�ำของผู้ขายสินคา้ ท�ำให้ผู้อ่นื เดอื ดรอ้ นหรอื ไม่ อย่างไร
- นกั เรยี นมีวธิ ีการแก้ไขปญั หานีอ้ ยา่ งไร
๒) ให้นกั เรียนสง่ ตวั แทนกลมุ่ ละ ๑ คน มาน�ำเสนอหนา้ ช้นั เรียน
๓) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
ที่เกดิ ขน้ึ ในสังคม
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้
๑) ภาพ การจอดรถไมเ่ ปน็ ที่
๒) ภาพการต้งั แผงขายของบนทางเทา้
๓) ใบความรู้เรือ่ งความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ทเี่ กดิ ข้ึนในสงั คม
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
สังเกตการพฤติกรรมการท�ำงานกลมุ่
๕.๒ เคร่อื งมือในการประเมนิ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกลุ่ม
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
๑) นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๒) นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ระดับดี ข้ึนไป
๖. บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ................................................ ครูผู้สอน
(...............................................)
54 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”

๗. ภาคผนวก ภาพ การจอดรถไม่เปน็ ท่ี

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 55

ภาพ การต้งั แผงขายของบนทางเทา้
56 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทุจริต”

ใบความรู้
ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต คอื อะไร
ค�ำว่า “ความละอาย” และ “ความไม่ทน” ได้มกี ารให้ความหมายไว้ ดังน้ี
พจนานกุ รมราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของค�ำว่า ละอาย หมายถึง การรู้สกึ ละอายทจี่ ะ
ท�ำในส่ิงทไ่ี ม่ถูกไม่ควร เชน่ ละอายท่จี ะท�ำผดิ ละอายใจ
ความละอาย เป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อส่ิงท่ีไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม เพราะ
เห็นถึงโทษหรือผลกระทบท่ีจะไดร้ ับจากการกระท�ำนั้น จึงไม่กล้าท่ีจะกระท�ำ ท�ำใหต้ นเองไม่หลงท�ำใน
ส่ิงทผี่ ิด นั่นคือ มีความละอายใจ ละอายต่อการท�ำผดิ
พจนานกุ รมราชบัณฑิตยสถาน ใหค้ วามหมายของค�ำวา่ ทน หมายถึง การอดกลั้นได้ ทานอยไู่ ด้
เช่น ทนด่า ทนทุกข์ ทนหนาว ไมแ่ ตกหักหรือบบุ สลายงา่ ย
ความอดทน คือ การรู้จักรอคอยและคาดหวัง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง แน่วแน่ต่อ
สิ่งทรี่ อคอยหรือส่งิ ท่ีจงู ใจใหก้ ระท�ำในสงิ่ ทไ่ี มด่ ี
ไม่ทน หมายถงึ ไม่อดกลนั้ ไม่อดทน ไม่ยอม
ดงั นน้ั ความไม่ทน หมายถงึ การแสดงออกตอ่ การกระท�ำท่เี กิดขึ้นกบั ตนเอง บคุ คลทเ่ี กย่ี วข้อง
หรอื สงั คมในลกั ษณะทไ่ี มย่ นิ ยอม ไมย่ อมรบั ในสง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ความไมท่ นสามารถแสดงออกไดห้ ลายลกั ษณะ
ท้งั รปู แบบของกรยิ าท่าทางหรอื ค�ำพดู
ความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ บคุ คลจะมคี วามไมท่ นตอ่ การทจุ รติ มาก นอ้ ยเพยี งใดขน้ึ อยกู่ บั จติ ส�ำนกึ
ของแตล่ ะบคุ คล และผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการกระท�ำนนั้ ๆ แลว้ พฤตกิ รรมทแี่ สดงออกมา ซง่ึ การแสดง
หรือการกระท�ำจะมีหลายระดบั

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 57

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการท�ำ งานกล่มุ

กลุ่ม ............................................................................................
สมาชิกกลมุ่ ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง

พฤติกรรมที่สงั เกต คะแนน
๓๒๑

๑. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็

๒. มีความกระตอื รือรน้ ในการท�ำงาน

๓. มคี วามรบั ผดิ ชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย

๔. มีขั้นตอนในการท�ำงานอยา่ งเปน็ ระบบ

๕. ใช้เวลาในการท�ำงานอยา่ งเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี �ำเปน็ ประจ�ำ ระดบั คณุ ภาพ
พฤติกรรมทท่ี �ำเป็นบางคร้งั ดี
พฤติกรรมทที่ �ำนอ้ ยครงั้ ปานกลาง
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ปรบั ปรุง
ช่วงคะแนน
๑๓-๑๕
๘-๑๒
๕-๗

58 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การปอ้ งกันการทุจริต”

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยที่ ๒ ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒ เร่อื ง กจิ กรรมทีป่ ฏิบัตแิ ละสง่ ผลให้เกดิ ความละอายและ เวลา ๒ ชว่ั โมง
ความไม่ทนต่อการทจุ รติ ในสังคม

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ความเขา้ ใจ เกยี่ วกับความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ
๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๑.๓ ตระหนักและเหน็ ความส�ำคญั ของการตอ่ ต้านและการปอ้ งกนั การทจุ รติ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
นกั เรยี นสามารถบอกกจิ กรรมทปี่ ฏบิ ตั แิ ละสง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ
ในสงั คมได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอาย เป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อสิ่งท่ีไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม
เพราะเห็นถึงโทษหรือผลกระทบท่ีจะได้รับจากการกระท�ำนั้น จึงไม่กล้าท่ีจะกระท�ำให้ตนเองไม่หลงท�ำ
ในส่ิงทผ่ี ดิ นนั่ คอื มีความละอายใจ ละอายตอ่ การท�ำผดิ
ความจ�ำเป็นของการที่ไม่ทนต่อการทุจริตถือเป็นส่ิงส�ำคัญ เพราะการทุจริตไม่ว่าระดับ
เล็กหรือใหญ่ย่อมกอ่ ให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ประเทศชาติ ดังนั้น หากยังมีการปลอ่ ยใหม้ ีการทุจรติ
ยินยอมให้มีการทุจริตเห็นว่าเป็นเร่ืองของคนอ่ืน เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกี่ยวข้องกับตนเองแล้ว
สุดท้ายความสูญเสยี ทจ่ี ะได้รับตนเองกย็ งั คงท่ีจะได้รบั ผลนนั้ อยูแ่ ม้ไม่ใชท่ างตรงกเ็ ป็นทางออ้ ม
๓.๒ สมรรถนะส�ำคัญของผเู้ รียน
๑) ความสามารถในการคดิ
๒) ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๓) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ความมีวนิ ยั
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั การเรียนรู้
ชวั่ โมงที่ ๑
๑) ครใู หน้ ักเรียนชมสอ่ื วดี ิทศั น์ เรื่อง Say no corruption Say no to compromise
ซึง่ เปน็ ส่อื ทมี่ เี นื้อหาเก่ียวกบั การทจุ รติ ในรปู แบบตา่ งๆ

ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ 59

๒) ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ ราย
- เกีย่ วกบั สาเหตทุ ท่ี �ำใหค้ นเราตอ้ งทุจริต
๓) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความคิดเห็นเก่ียวกับสาเหตุที่แท้จริงของการทุจริตเช่น
สาเหตุของการทุจริต เกิดจากการที่คนในสังคมขาดความละอายต่อการทุจริต และตัวเรายังทนต่อการ
ทุจริตของผู้อืน่ ได้
ช่วั โมงท่ี ๒
๑) นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ ๔ - ๕ คนใหน้ ักเรียนช่วยกัน ยกตัวอย่างกจิ กรรมทป่ี ฏิบัติ
และสง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในสงั คม ลงในใบงาน
๒) ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนกลมุ่ ละ ๑ คน มาน�ำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น
๓) ครูและนกั เรยี นชว่ ยกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
๔.๒ ส่อื การเรียนรู้
๑) สอ่ื วีดิทศั น์ เร่ือง Say no corruption Say no to compromise
๒) ใบงาน เรื่อง กิจกรรมที่ปฏิบัติและส่งผลให้เกิดความละอายและความไม่ทนต่อการ
ทุจริตในสงั คม
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) ตรวจใบงาน
๒) สงั เกตการพฤตกิ รรมการท�ำงานกลุ่ม
๕.๒ เครื่องมอื ในการประเมนิ
๑) แบบประเมนิ การท�ำใบงาน เรอื่ ง กจิ กรรมทป่ี ฏบิ ตั ิ และสง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอาย และ
ความไมท่ นต่อการทุจรติ ในสงั คม
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรมการท�ำงานกลมุ่
๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ
๑) นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถอื ว่า ผา่ น
๒) นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมิน ระดับดี ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
๖. บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ลงช่ือ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)

60 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เตมิ การป้องกันการทจุ ริต”

๗. ภาคผนวก
ใบงาน

เรือ่ ง กจิ กรรมท่ปี ฏบิ ตั ิและส่งผลให้เกดิ ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตในสังคม
ค�ำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขียนบรรยายถึงการกระท�ำท่ีแสดงถึงความละอายและความไมท่ นตอ่ การทุจรติ
ในสังคม
.....................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................

ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 61

แบบประเมินใบงาน

เรอ่ื ง กิจกรรมที่ปฏิบัติ และสง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอาย และความไมท่ นต่อการทุจริตในสังคม

พฤตกิ รรม สอดคล้องกับ ผลงานมีความถกู เสร็จทันเวลาที่ รวม
เนอื้ หาทก่ี �ำหนด ตอ้ งสมบรู ณ์ ก�ำหนด
ท่ี

ชอื่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑๒


เกณฑก์ ารวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดงั นี้
ดีเยี่ยม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๙๐-๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ๕๐-๖๗
ปรบั ปรงุ เทา่ กบั ๑ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ตำ่� กวา่ ๕๐
ลงชื่อ .............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............

62 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การป้องกนั การทจุ ริต”

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการท�ำ งานกลุม่

กลุม่ ............................................................................................
สมาชกิ กลมุ่ ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ความเปน็ จริง

พฤตกิ รรมท่สี งั เกต คะแนน
๓๒๑

๑. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น

๒. มคี วามกระตือรอื ร้นในการท�ำงาน

๓. มคี วามรับผดิ ชอบในงานท่ไี ด้รับมอบหมาย

๔. มีขัน้ ตอนในการท�ำงานอยา่ งเปน็ ระบบ

๕. ใช้เวลาในการท�ำงานอย่างเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ท�ำเปน็ ประจ�ำ ระดบั คุณภาพ
พฤตกิ รรมทท่ี �ำเป็นบางครง้ั ดี
พฤติกรรมที่ท�ำน้อยคร้งั ปานกลาง
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ปรับปรุง
ช่วงคะแนน
๑๓-๑๕
๘-๑๒
๕-๗

ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕ 63

แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๒ ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรอื่ ง แนวทางการปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มคี วามละอายและ เวลา ๑ ชัว่ โมง
ไมท่ นตอ่ การทุจริตในสงั คม

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ เกี่ยวกับความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริต
๑.๒ ปฏิบัติตนเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตทกุ รูปแบบ
๑.๓ ตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการตอ่ ตา้ นและการป้องกันการทจุ รติ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
นกั เรยี นสามารถบอกแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ คี วามละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในสงั คม
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอาย เป็นความละอายและความเกรงกลัวต่อส่ิงที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม
เพราะเห็นถึงโทษหรือผลกระทบท่ีจะได้รับจากการกระท�ำนั้น จึงไม่กล้าที่จะกระท�ำให้ตนเองไม่หลงท�ำ
ในส่งิ ทผี่ ิดน่ันคอื มคี วามละอายใจ ละอายตอ่ การท�ำผดิ
ความจ�ำเปน็ ของการทไี่ มท่ นตอ่ การทจุ รติ ถอื เปน็ สงิ่ ส�ำคญั เพราะการทจุ รติ ไมว่ า่ ระดบั เลก็
หรือใหญ่ย่อมกอ่ ให้เกิดความเสียหายตอ่ สังคม ประเทศชาติ ดงั นน้ั การทบ่ี ุคคลจะเกิดความละอายและ
ความไม่ทนต่อการทุจริตได้ จ�ำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างให้เกิดความตระหนักและรับรู้ถึงผลกระทบท่ี
เกิดขึ้นจากการทุจริตในทุกรูปแบบ ทุกระดับ ซ่ึงหากเป็นสังคมที่มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต
แล้ว จะท�ำให้เกิดสังคมทนี่ ่าอยู่และมกี ารพัฒนาในทกุ ๆดา้ น
๓.๒ สมรรถนะส�ำคัญของผเู้ รยี น
๑) ความสามารถในการคดิ
๒) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๓) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ความมีวินยั
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้ันการเรียนรู้
๑) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั การทจุ รติ ในสงั คมปัจจบุ นั ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

64 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกนั การทุจริต”

- พฤตกิ รรมการทุจรติ ที่เกดิ ข้นึ ปจั จุบนั นกั เรียนเคยเห็น หรอื ได้ดจู ากสอื่ โทรทศั น์ มี
อะไรบ้าง
- นกั เรยี นรสู้ กึ อยา่ งไร กบั ข่าวทจุ ริตดังกล่าว
- นักเรียนมีแนวทางการปฏิบัติตนเป็นผู้มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตใน
สังคมดงั กล่าว อยา่ งไรบ้าง
๒) ใหน้ ักเรยี นดูส่ือวีดทิ ัศน์ เรอื่ ง การรับสนิ บน จากสอ่ื https://www.youtube.com/
watech?v=MGc๓Lxclz-o จาก ACT และ เร่ือง Bazaar จากสื่อ https://www.youtube.com/
watech?v= ๖xTi๔qcGxzs จาก ACT
๓) ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๔ คน ร่วมกันสรุปแนวทางการปฏิบัติตนเป็น
ผ้มู คี วามละอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ ในสังคมหลงั จากการดสู อื่ วีดิทัศน์ ท้งั ๒ เรอ่ื งลงในสมดุ บันทกึ
๔.๒ สอื่ การเรียนรู้
๑) สอ่ื วีดิทศั น์ เรือ่ ง การรับสินบน จากสือ่ https://www.youtube.com/watech?v=
MGc๓Lxclz-o จาก ACT
๒) ส่ือวีดิทัศน์เร่ือง Bazaar จากสื่อ https://www.youtube.com/watech?v=
๖xTi๔qcGxzs จาก ACT
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
สังเกตการพฤตกิ รรมการท�ำงานกล่มุ
๕.๒ เครอ่ื งมือในการประเมิน
แบบสงั เกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป
๖. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ ครผู สู้ อน
(...............................................)

ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 65

๗. ภาคผนวก แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำ�งานกลุ่ม

กลมุ่ ............................................................................................

สมาชิกกลุ่ม ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ

พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน
๑. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ๓๒๑

๒. มีความกระตอื รอื ร้นในการท�ำงาน

๓. มคี วามรบั ผิดชอบในงานที่ไดร้ บั มอบหมาย

๔. มขี ั้นตอนในการท�ำงานอยา่ งเปน็ ระบบ

๕. ใชเ้ วลาในการท�ำงานอยา่ งเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ท�ำเปน็ ประจ�ำ ระดับคณุ ภาพ
พฤตกิ รรมท่ีท�ำเป็นบางครัง้ ดี
พฤตกิ รรมทที่ �ำนอ้ ยคร้ัง ปานกลาง
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ปรับปรงุ
ชว่ งคะแนน
๑๓-๑๕
๘-๑๒
๕-๗

66 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่มิ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

หนว่ ยท่ี ๓

STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ชือ่ หนว่ ย STRONG: จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เร่ือง การใชศ้ าลาประชาคมท่สี อดคล้องกบั STRONG : เวลา ๓ ชว่ั โมง
จติ พอเพยี งตา้ นทจุ ริต

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๑.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผู้ท่ี STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
๑.๓ ตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทจุ รติ
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
๒.๒ นกั เรยี นสามารถปฏิบัติตนเปน็ ผทู้ ่ี STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๒.๓ นกั เรียนสามารถใช้ศาลาประชาคมทีส่ อดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ ริตได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
- การต่อต้านการทุจริต หมายถึงการไม่สนับสนุนกิจการของกลุ่มหรือบุคคลที่กระท�ำ
การโดยมิชอบในการแสวงหาผลประโยชน์
- ศาลาประชาคม หมายถึง สถานที่หรืออาคารท่ีสร้างขึ้นเพ่ือเป็นท่ีประชุมประกอบ
กจิ กรรมตา่ งๆของประชาชนในชมุ ชนนนั้ ๆ
- STRONG Modelหมายถงึ รปู แบบทแี่ ขง็ แกรง่ STRONG :จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ ศกึ ษา
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผู้เรียน
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการแก้ปัญหา
๔) ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
๕) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
ความซอื่ สตั ย์สุจรติ

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 67

๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี ๑
๑) ครซู กั ถามความรนู้ กั เรยี นเกยี่ วกบั STRONG Model จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ วา่ นกั เรยี น
รจู้ ักและมีความรู้มากนอ้ ยเพียงใด
๒) นกั เรยี นอา่ นใบความรู้ STRONG Model จติ พอเพียงตา้ นทุจริต
๓) นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความร้เู รอ่ื ง STRONG Model จติ พอเพยี งต้านทุจริต
ช่วั โมงท่ี ๒
๑) ครอู ธบิ ายความหมายของศาลาประชาคมของชมุ ชน และการใชป้ ระโยชนข์ องสถานที่
ดังกลา่ ว
ศาลาประชาคม หมายถึง สถานที่หรืออาคารท่ีสร้างขึ้นเพ่ือเป็นที่ประชุมประกอบ
กจิ กรรมต่างๆของประชาชนในชมุ ชนน้ันๆ
๒) ใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละเท่าๆ กนั จ�ำนวน ๖ กล่มุ แลว้ ช่วยกันมองประโยชน์ของ
การใชศ้ าลาประชาคมทส่ี อดคลอ้ งกบั ความรู้ เรอ่ื งSTRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ โดยใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั
คิดวเิ คราะห์ Model กล่มุ ละ ๑ ตัว คือ
- กลมุ่ ๑ ตวั S - กลมุ่ ๒ ตัว T
- กลมุ่ ๓ ตัว R - กลุ่ม ๔ ตวั O
- กลมุ่ ๕ ตวั N - กลมุ่ ๖ ตวั G
๓) แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนน�ำเสนอผลการวเิ คราะห์หน้าช้นั
ชวั่ โมงท่ี ๓
๑) ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปเร่ืองการใช้ศาลาประชาคมท่ีสอดคล้องกับSTRONG :
จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ โดยครูให้นักเรียนน�ำความคดิ ของ Model ในแตล่ ะตวั มารวมกันเปน็ เรื่องเดียวกนั
๒) นักเรียนสรุปการใช้ศาลาประชาคมท่ีสอดคลอ้ งกับ STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจรติ
ลงในใบงานแผนผงั ความคิด
๔.๒ สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) ใบความรู้เร่ือง STRONG Model จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
๒) ใบงานแผนผังความคิดเรื่องการใช้ศาลาประชาคมท่ีสอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
68 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกนั การทุจริต”

๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมนิ
๑) สงั เกตพฤติกรรมกลมุ่
๒) ตรวจใบงานแผนผังความคิดการใช้ศาลาประชาคมท่ีสอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพียงต้านทจุ ริต (งานกลมุ่ )
๕.๒ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกลุ่ม
๒) แบบประเมินพฤติกรรมกลุม่
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐
๖. บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครูผูส้ อน
(...............................................)

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 69

๗. ภาคผนวก ใบความรู้STRONG Model จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ

70 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การป้องกนั การทจุ ริต”

การประยกุ ตห์ ลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG: จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
ยทุ ธศาสตร์ชาติวา่ ด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔)
ไดม้ กี ารวเิ คราะหภ์ าพอนาคตของประชาชนและสงั คมไทยในระยะ ๕ ปขี า้ งหนา้ ไวว้ า่ หากยทุ ธศาสตรช์ าตฯิ
ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนของสังคมไทยในการน�ำไปปฏิบัติจริง ประชาชนไทยจะมี
ความตนื่ ตวั ตอ่ การทจุ รติ มากขน้ึ มกี ารใหค้ วามสนใจตอ่ ขา่ วสารและตระหนกั ถงึ ผลกระทบของการทจุ รติ
ที่มีต่อประเทศมากขึ้น มีการแสดงออกซ่ึงการต่อต้านการทุจริตท้ังในชีวิตประจ�ำวันและการแสดงออก
ผ่านสื่อสาธารณะและส่ือสังคมออนไลน์ต่างๆ ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับกระบวนการกล่อมเกลา
ทางสงั คมวา่ การทจุ รติ ถอื เปน็ พฤตกิ รรมทนี่ อกจากจะผดิ กฎหมายและท�ำใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ ประเทศ
แลว้ ยงั เปน็ พฤตกิ รรมทผ่ี ดิ จรยิ ธรรม ไมไ่ ดร้ บั การยอมรบั จากสงั คม ประชาชนจะเรมิ่ เรยี นรกู้ ารปรบั เปลย่ี น
ฐานความคดิ ทท่ี �ำใหส้ ามารถแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้ วฒั นธรรม
ทางสงั คมทมี่ ฐี านอยบู่ นหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งจะหลอ่ หลอมใหป้ ระชาชนไมก่ ระท�ำการทจุ รติ
เน่ืองจากมพี น้ื ฐานจติ ทพี่ อเพยี ง มีความละอายต่อการทุจรติ ประพฤตมิ ชิ อบ และไมย่ อมให้ผ้อู ่นื กระท�ำ
การทจุ ริตอนั ส่งผลใหเ้ กิดความเสยี หายตอ่ สงั คมสว่ นรวม
ดงั นน้ั เพอื่ ใหภ้ าพอนาคตดงั กลา่ วสามารถบรรลผุ ลไดจ้ รงิ ภาคประชาชนตอ้ งใหค้ วามส�ำคญั อยา่ ง
แทจ้ รงิ กบั การปรบั ประยกุ ตห์ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชป้ ระกอบกบั หลกั การตอ่ ตา้ นการทจุ รติ
อื่นๆเพื่อสรา้ งฐานคิดจิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจริตให้เกิดขึ้นเป็นพ้ืนฐานความคิดของปัจเจกบุคคล โดย
ประยกุ ต์หลักบรู ณาการ “STRONG” (รศ.ดร.มาณี ไชยธีรานุวัฒศิร,ิ ๒๕๖๐) เปน็ แนวทางในการพฒั นา
วัฒนธรรมชุมชน ประกอบด้วย
๑) S (sufficient) บุคคลและชุมชนน้อมน�ำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้
เป็นหลักในการท�ำงานและการด�ำรงชีวิต รวมถึงเป็นตัวอย่างในการเผยแพร่แนวคิดการน�ำปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเป็นเคร่อื งมอื ในการป้องกันการทุจริต
๒) T (transparent) บคุ คลและชมุ ชนปฏบิ ตั งิ านบนฐานของความโปรง่ ใสตรวจสอบไดเ้ ปน็ ทตี่ งั้
๓) R (realise) บุคคลและชุมชนมีความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของปัญหาการทุจริต
ประพฤติมิชอบภายในชุมชนและประเทศ สามารถวิเคราะห์และระบุถึงความเสี่ยงต่อการทุจริต เข้าใจ
ถ่องแท้เก่ียวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม พร้อมแนวทางการแก้ไข
ปญั หาดังกล่าวได้
๔) O (onward) บุคคลและชุมชนมีแนวคิดมุ่งพัฒนาชุมชนให้เกิดความโปร่งใสและร่วมสรา้ ง
วัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริตให้เกิดข้ึน และไม่ย่อท้อต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบให้
ส�ำเร็จลลุ ่วงไดต้ ามเปา้ หมายทีก่ �ำหนดร่วมกนั
๕) N (knowledge) บุคคลและชมุ ชนมกี ารพัฒนาองค์ความร้อู ย่างสม่�ำเสมอเพอ่ื ใหเ้ ทา่ ทนั ตอ่
สถานการณ์การทจุ รติ ของชมุ ชนและของประเทศ
๖) G (generosity) บุคคลและชุมชนร่วมพัฒนาชุมชนให้มีความเอ้ืออาทรบนพ้ืนฐานของ
จริยธรรมและจติ พอเพียง

ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ 71

ใบงาน
แผนผงั ความคดิ
กลุ่ม ............................................................................................
สมาชิกกลุ่ม ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................
ค�ำชแี้ จง ให้นักเรียนเขียนข้อมูลลงในแผนผังความคิดเร่ืองการใช้ศาลาประชาคมท่ีสอดคล้องกับ
STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ รติ

S

TR

การใชศ้ าลาประชาคมท่สี อดคล้องกบั
STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ ริต

O N
G

72 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกันการทจุ ริต”

แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำ�งานกลมุ่

กลมุ่ ............................................................................................

สมาชิกกลุ่ม ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำช้แี จง ให้นกั เรียนเขยี นเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องทีต่ รงกบั ความเปน็ จริง

พฤติกรรมท่สี งั เกต คะแนน
๓๒๑

๑. มสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็

๒. มีความกระตอื รอื รน้ ในการท�ำงาน

๓. มีความรบั ผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย

๔. มีข้นั ตอนในการท�ำงานอยา่ งเป็นระบบ
๕. ใช้เวลาในการท�ำงานอย่างเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤติกรรมทที่ �ำเปน็ ประจ�ำ ระดบั ดเี ยี่ยม
พฤติกรรมท่ีท�ำเปน็ บางคร้งั ระดับ ดี
พฤติกรรมท่ที �ำน้อยครั้ง ระดบั พอใช้
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ระดับ ปรับปรงุ
คะแนน ๑๓-๑๕
คะแนน ๘-๑๒
คะแนน ๕-๗
คะแนนตำ่� กว่า ๕

ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 73

แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ชอ่ื หนว่ ย STRONG: จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๒ เร่อื ง การใชห้ ้องสมดุ ประชาชนท่ีสอดคล้องกับ เวลา ๒ ชวั่ โมง
STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจริต

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ที่ STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
๑.๓ ตระหนักและเห็นความส�ำคัญของการต่อต้านและปอ้ งกนั การทจุ ริต
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๒.๒ นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตนเปน็ ผทู้ ่ี STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
๒.๓ นกั เรยี นสามารถใชห้ อ้ งสมดุ ประชาชนทส่ี อดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ ได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ห้องสมุดสาธารณะ (Public library) หรือ เรียกอีกอย่างว่า ห้องสมุดประชาชน คือ
ห้องสมุดท่ีได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาล โดยบางส่วนหรือทั้งหมดมาจากภาษีประชาชน
ซง่ึ ประชาชนเปน็ ผเู้ สยี ใหร้ ฐั บาล เพอ่ื ใหบ้ �ำรงุ หอ้ งสมดุ เปดิ บรกิ ารอยา่ งกวา้ งขวาง แกป่ ระชาชนในทอ้ งถนิ่
ตา่ งๆ แก่ผทู้ อี่ ยอู่ าศยั ในชมุ ชนใดชุมชนหนึ่ง หรือเขตใดเขตหนึ่ง อย่างไม่เรียกรอ้ งค่าตอบแทนใดๆโดยไม่
จ�ำกัด เพศ วัย เชอ้ื ชาติ ศาสนา ไปจนถึงความคดิ เหน็ ทแี่ ตกต่างกันในทางการเมอื งและความรนู้ านัปการ
รวมทงั้ หอ้ งสมดุ ทก่ี อ่ ตง้ั จากองคก์ รเอกชนไมไ่ ดร้ บั ความสนบั สนนุ ทางการเงนิ จากรฐั บาลแตเ่ ปดิ บรกิ ารแก่
ประชาชนท่วั ไป โดยไมค่ ิดมลู คา่ ก็ถอื ว่าเป็นหอ้ งสมดุ สาธารณะด้วยเช่นเดียวกัน
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผู้เรียน
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
๔) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
๕) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค/์ ค่านยิ ม
ความซื่อสตั ย์

74 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เติม การปอ้ งกันการทจุ รติ ”

๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี ๑
๑) ให้นักเรียนช่วยกันบอกประโยชน์ของห้องสมุด ห้องสมุดในโรงเรียนและห้องสมุด
ประชาชนแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒) นกั เรียนศึกษาใบความรู้ เร่อื ง ห้องสมุดประชาชน
๓) ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั ทบทวน เร่อื ง STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
ชั่วโมงท่ี ๒
ครูและนักเรียนช่วยกันเขียนแผนผังความคิด เรื่องการใช้ห้องสมุดประชาชนท่ีสอดคล้อง
กบั STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ ตามSTRONG Model บนกระดานหนา้ ชน้ั เรยี นและนกั เรยี นบนั ทกึ
ลงสมุดให้เรียบรอ้ ย
๔.๒ สื่อการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรยี นรู้
ใบความรเู้ รือ่ งห้องสมุดประชาชน
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
๒) ตรวจผลงานแผนผังความคิดเรื่องการใช้ห้องสมุดประชาชนที่สอดคล้องกับSTRONG
: จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ จากใบงาน
๕.๒ เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัตกิ ิจกรรม
๒) แบบประเมินผลงาน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ
นักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ร้อยละ ๘๐
๖. บันทึกหลงั การจดั การเรียนรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................ ครผู ูส้ อน
(...............................................)

ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ 75

๗. ภาคผนวก

ใบความรู้ เรอ่ื ง หอ้ งสมุดประชาชน

ห้องสมุดสาธารณะ (Public library) หรอื เรยี กอีกอย่างว่า หอ้ งสมดุ ประชาชน คือ หอ้ งสมดุ ท่ี
ได้รบั การสนับสนนุ ทางการเงนิ จากรัฐบาล โดยบางส่วนหรอื ท้ังหมดมาจากภาษปี ระชาชน ซงึ่ ประชาชน
เป็นผูเ้ สยี ให้รัฐบาล เพือ่ ให้บ�ำรงุ หอ้ งสมดุ เปิดบริการอยา่ งกวา้ งขวาง แกป่ ระชาชนในทอ้ งถ่ินต่างๆ แก่ผู้
ทอี่ ยูอ่ าศัยในชมุ ชนใดชมุ ชนหน่ึง หรอื เขตใดเขตหน่งึ อยา่ งไมเ่ รียกร้องคา่ ตอบแทนใดๆโดยไมจ่ �ำกัด เพศ
วยั เชอื้ ชาติ ศาสนา ไปจนถงึ ความคดิ เหน็ ทแี่ ตกตา่ งกนั ในทางการเมอื ง และความรนู้ านปั การ รวมทง้ั หอ้ ง
สมดุ ทก่ี อ่ ตงั้ จากองคก์ รเอกชนไมไ่ ดร้ บั ความสนบั สนนุ ทางการเงนิ จากรฐั บาล แตเ่ ปดิ บรกิ ารแกป่ ระชาชน
ทัว่ ไป โดยไม่คิดมลู คา่ กถ็ อื ว่าเปน็ ห้องสมุดสาธารณะดว้ ยเช่นเดยี วกนั

76 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”

ใบงาน
เรอ่ื ง การใชห้ ้องสมดุ ประชาชนทสี่ อดคลอ้ งกับ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ
ชือ่ - นามสกลุ ........................................................................ช้นั .....................เลขท่ี....................
ค�ำชแี้ จง ให้นักเรียนเขียนอธิบายการใช้ห้องสมุดประชาชนท่ีสอดคล้องกับ STRONG : จิตพอเพียง
ตา้ นทจุ ริต ลงในแผนผังความคดิ ใหถ้ กู ต้อง

S

TR

การใชห้ อ้ งสมดุ ประชาชนทีส่ อดคลอ้ งกับ
STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ

O N
G

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 77

แบบประเมินผลงาน

พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความถูก การน�ำเสนอ เสร็จทนั เวลาที่ รวม
ก�ำหนด ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน ก�ำหนด
ที่ ช่อื

๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖


เกณฑ์การวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของผลงาน ดังนี้
ดเี ยย่ี ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เทา่ กับ ๓ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรงุ เทา่ กบั ๑ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ตำ่� กวา่ ๕๐
ลงชื่อ .............................................ผูป้ ระเมิน
(...........................................)
............../............../..............

78 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกนั การทุจรติ ”

แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกจิ กรรม

ชอ่ื พฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบค�ำถาม การยอมรับฟัง การท�ำงานท่ไี ด้
ที่ คดิ เห็น ความคิดเห็น รับมอบหมาย
หมาย
เหตุ

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑



เกณฑ์การวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของผลงาน ดังนี้
ดเี ย่ยี ม เท่ากับ ๔ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เท่ากบั ๓ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เทา่ กบั ๒ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรงุ เท่ากับ ๑ คะแนน คดิ เปน็ ร้อยละ ตำ�่ กวา่ ๕๐
ลงชือ่ .............................................ผูป้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............






ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕ 79

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ชื่อหนว่ ย STRONG: จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรอ่ื ง การจอดรถในทส่ี าธารณะท่สี อดคลอ้ งกับ เวลา ๒ ช่ัวโมง
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับ STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจรติ
๑.๒ ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้ทู ี่ STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ ริต
๑.๓ ตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการต่อตา้ นและป้องกนั การทจุ รติ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกวิธกี ารจอดรถในที่สาธารณะทีส่ อดคลอ้ งกบั STRONGได้
๒.๒ นักเรียนตระหนักและเห็นความส�ำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตในเร่ืองการ
จอดรถในที่สาธารณะ
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ตาม พ.ร.บ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ (แก้ไขเพิม่ เตมิ ถงึ พ.ศ.๒๘๓๘) หมวด ๔ เรอ่ื งการ
หยุดรถและจอดรถ ตามมาตรา ๕๔, ๕๕, ๕๗,๕๘ ไดม้ ีการระบุการหยดุ รถและการจอดรถทไ่ี มถ่ ูกต้องไว้
หลายกรณี ซง่ึ ผู้เรียนสามารถศกึ ษาได้จากใบความรู้
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี น
๑) ความสามารถในการสือ่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ความมวี ินัย
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี ๑
๑) ครกู บั นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาขา่ ว เร่อื งปา้ ทบุ รถ โดยครซู ักถามนักเรยี น เช่น
- นักเรียนคิดวา่ การกระท�ำนม้ี ีสาเหตุมาจากอะไร เปน็ การกระท�ำทีถ่ ูกตอ้ งหรือไม่
อยา่ งไร
- การกระท�ำท่ีจอดรถขวางทางเขา้ ออกบา้ นผ้อู ืน่ จะท�ำให้เจ้าบ้านเดอื ดรอ้ นอย่างไร
- นักเรียนมวี ธิ ีการแกไ้ ขหรือป้องกันได้อยา่ งไร

80 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิ่มเติม การป้องกันการทจุ รติ ”

๒) ทบทวน STRONG Model S,T,R,O,N,G มาจากค�ำวา่ อะไร และมคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
ชวั่ โมงที่ ๒
๑) นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง การจอดรถในทีส่ าธารณะ
๒) แบ่งกล่มุ นกั เรยี น เป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กนั และช่วยกันเขยี นแผนผังความคิดการ
จอดรถในท่สี าธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG :จิตพอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ ลงในใบงานทีแ่ จก
๓) เมือ่ ทุกกล่มุ ท�ำใบงานเสร็จแลว้ สง่ ตวั แทนน�ำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
๔.๒ สอื่ การเรียนร้/ู แหลง่ เรียนรู้
๑) ใบความรู้ เรอื่ ง การจอดรถในท่สี าธารณะ
๒) ใบงานแผนผังความคิดการจอดรถในที่สาธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
๑) สังเกตพฤติกรรมกลมุ่
๒) ตรวจผลงานแผนผังความคิดการจอดรถในท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกับ STRONG :
จิตพอเพียงต้านทุจริต
๕.๒ เคร่อื งมอื ท่ีใช้ในการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมกลุม่
๒) แบบประเมินผลงาน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ
นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐
๖. บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครูผูส้ อน
(...............................................)

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ 81

๗. ภาคผนวก
ใบความรู้

การจอดรถในท่สี าธารณะ
ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ (แก้ไขเพิม่ เติม ถึง พ.ศ.๒๘๓๘) หมวด ๔ เรอ่ื งการหยดุ
รถและจอดรถ ตามมาตรา ๕๔, ๕๕, ๕๗,๕๘ ไดม้ กี ารระบกุ ารหยดุ รถและการจอดรถทไี่ มถ่ กู ตอ้ งไวห้ ลาย
กรณีเช่น
๑. หยดุ หรอื จอดรถเป็นการกดี ขวางการจราจร
๒. จอดรถไมข่ นานกับขอบทางหรอื ไหล่ทาง
๓. จอดรถห่างจากขอบทางหรอื ไหลท่ างเกนิ ๒๕ เซนตเิ มตร
๔. จอดรถบนทางเทา้
๕. จอดรถในทางร่วมทางแยกหรือในระยะ ๑๐ เมตรจากทางร่วมทางแยก
๖. จอดรถในทางขา้ มหรอื ในระยะ ๓ เมตรจากทางข้าม
๗. จอดรถในเขตทม่ี ีเครอื่ งหมายจราจรหา้ มจอด
๘. จอดรถในระยะ ๑๐ เมตรจากที่ติดตัง้ สัญญาณจราจร
การจอดรถให้ถูกวธิ ี
๑. จอดรถในช่องจอดรถควรเล่ือนคันเกียร์ไปไว้ที่ต�ำแหน่ง P เพื่อไม่ให้รถเลื่อนและพยายาม
จอดขนานกับเส้นทกี่ �ำหนดและกะระยะหา่ งจากเสน้ ใหเ้ หมาะสม ระวังอย่าให้ล้ำ� ไปด้านหนา้ มากเกินไป
พร้อมควรพับกระจกมองขา้ งจะชว่ ยเพมิ่ พืน้ ทใี่ ห้รถคันอื่นสามารถขับผา่ นหรอื เขา้ จอดไดส้ ะดวก
๒. จอดขวางชอ่ งจอดรถหรอื ซอ้ นคนั ใหป้ ลดเกยี รว์ า่ งหรอื เลอ่ื นคนั เกยี รไ์ ปไวท้ ต่ี �ำแหนง่ N และ
หา้ มดึงเบรกมือโดยเด็ดขาด เพอ่ื ให้คนอืน่ เขน็ รถเราออกได้รวมถึงไมจ่ อดรถบริเวณหัวมุม ทางโค้ง หรือ
ทางแคบ เพราะมีพืน้ ที่จ�ำกดั
๓. จอดรถบนชอ่ งทางเดนิ รถ เชน่ ริมทางเทา้ ควรจอดรถบริเวณด้านซ้ายของทางเดนิ รถเสมอ
โดยให้รถชดิ และขนานกบั ขอบหรอื ไหล่ทางในระยะไม่เกนิ ๒๕ เมตร ไม่จอดรถในบรเิ วณทห่ี ้ามจอด เชน่
บนทางเทา้ บนสะพาน ในอุโมงค์ และบรเิ วณทางรว่ มทางแยก เปน็ ตน้
๔. กรณรี ถจอดเสยี บนทางเดนิ รถควรใหส้ ญั ญาณการจอดรถโดยเปดิ ไฟฉกุ เฉนิ หาวสั ดทุ เ่ี ดน่ ชดั
มาวางโดยใหห้ า่ งจากรถในระยะไม่ตำ�่ กว่า ๕๐ เมตร เพื่อเตือนใหผ้ ู้ขับรถคันอนื่ ทราบวา่ มรี ถจอดเสียจะ
ได้เพ่มิ ความระมดั ระวงั และเปลี่ยนช่องทางเดินรถไดท้ นั
๕. จอดรถบนทางลาดชัน ควรจอดรถใหช้ ดิ ขอบทาง ฟตุ บาท หรอื ก�ำแพงใหม้ ากทสี่ ดุ โดยหมนุ
พวงมาลัยใหล้ ้อหน้าเล้ยี วไปทางขอบทาง เผื่อรถเคล่อื นที่จะไดไ้ มไ่ หลไปกีดขวางช่องทางจราจร
แหลง่ ทม่ี าขอ้ มลู http://www.disaster.go.th/th/cdetail-๑๑๙๙๙-news-๒๐๗-๑/
https://www.posttoday.com/social/think/๔๙๗๐๔๐
https://guru.sanook.com/๘๖๑๕/
http://www.trafficpolice.go.th/fine.php

82 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพิ่มเติม การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”

ใบงาน
แผนผงั ความคดิ
กลมุ่ ............................................................................................
สมาชกิ กลมุ่ ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................
ค�ำชแ้ี จง ให้นักเรียนเขยี นแผนผังความคิดเรื่องการจอดรถในท่ีสาธารณะท่สี อดคล้องกับ STRONG :
จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ

S

TR

การจอดรถในทสี่ าธารณะทส่ี อดคล้องกบั
STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต

O N
G

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 83

ใบงาน

แบบประเมินพฤตกิ รรมการท�ำ งานกลุม่

กล่มุ ............................................................................................

สมาชิกกลุ่ม ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ความเป็นจรงิ

พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต คะแนน
๓๒๑
๑. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น
๒. มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการท�ำงาน

๓. มคี วามรบั ผดิ ชอบในงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย

๔. มีขน้ั ตอนในการท�ำงานอย่างเป็นระบบ

๕. ใช้เวลาในการท�ำงานอย่างเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ท�ำเป็นประจ�ำ ระดบั ดีเยีย่ ม
พฤติกรรมที่ท�ำเป็นบางครั้ง ระดับ ดี
พฤติกรรมท่ที �ำนอ้ ยครง้ั ระดับ พอใช้
เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับ ปรับปรุง
คะแนน ๑๓-๑๕
คะแนน ๘-๑๒
คะแนน ๕-๗
คะแนนต�ำ่ กว่า ๕

84 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

แบบประเมนิ ผลงาน

ท่ี ชอื่ พฤตกิ รรม ตรงจดุ ประสงคท์ ่ี ผลงานมีความถูก การน�ำเสนอ เสร็จทันเวลาที่ รวม
ก�ำหนด ตอ้ ง สมบรู ณ์ ผลงาน ก�ำหนด

๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖


เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของผลงาน ดังนี้
ดีเยีย่ ม เทา่ กับ ๔ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐
ดี เทา่ กบั ๓ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เทา่ กับ ๒ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕๐-๖๗
ปรบั ปรุง เท่ากบั ๑ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ตำ�่ กวา่ ๕๐
ลงชอ่ื .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............

ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ 85

แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

ชอ่ื พฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบค�ำถาม การยอมรับฟงั การท�ำงานทไ่ี ด้
ท่ี คิดเห็น ความคิดเหน็ รับมอบหมาย
หมาย
เหตุ

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑



เกณฑก์ ารวัดผล
ให้คะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดงั นี้
ดีเย่ยี ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เท่ากบั ๓ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕๐-๖๗
ปรบั ปรงุ เทา่ กบั ๑ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ตำ�่ กว่า ๕๐
ลงช่อื .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............

86 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกันการทุจรติ ”

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๓ ชอ่ื หนว่ ย STRONG: จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ เร่อื ง การใช้สาธารณูปโภค (ไฟฟา้ , ประปา) ทสี่ อดคล้องกบั เวลา ๒ ชั่วโมง
STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ

๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั STRONG :จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
๑.๒ ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ STRONG :จิตพอเพียงต้านทุจรติ
๑.๓ ตระหนักและเหน็ ความส�ำคัญของการต่อต้านและปอ้ งกนั การทจุ รติ
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นสามารถบอกการใช้สาธารณปู โภค (ไฟฟา้ ,ประปา)ที่สอดคลอ้ งกบั STRONGได้
๒.๒ นักเรียนตระหนักและเห็นความส�ำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตในเรื่องใช้
สาธารณูปโภค (ไฟฟา้ ,ประปา)
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
สาธารณูปโภค คือ การบริการสาธารณะที่จัดท�ำเพื่ออ�ำนวยประโยชน์แก่ประชาชน
ในสิ่งอปุ โภคท่จี �ำเป็นตอ่ การด�ำเนนิ ชวี ติ เชน่ การประปา การไฟฟา้ เป็นต้น
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผูเ้ รยี น
๑) ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์
ความมีวนิ ยั
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้
ช่ัวโมงท่ี ๑
๑) ทบทวนความหมายของการทจุ รติ ความหมายของการตา้ นทุจรติ ความหมายของค�ำ
ว่า STRONG
๒) ครอู ธบิ ายและใหค้ วามรู้ เรอื่ งสาธารณูปโภค เช่น
- สาธารณูปโภค คอื อะไร
- สาธารณูปโภคท่ีจ�ำเป็นตอ่ การด�ำรงชีวิตของเรามอี ะไรบ้าง
- สาธารณูปโภคที่เปน็ ของส่วนรวมมีอะไรบา้ ง

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ 87

- ถ้าเราขาดสาธารณูปโภคท่ีจ�ำเป็นตอ่ การด�ำรงชีวติ เราจะเป็นอยา่ งไร
- นักเรยี นสามารถช่วยกันดูแลสาธารณูปโภคของส่วนรวมไดอ้ ยา่ งไรบ้าง
ชั่วโมงที่ ๒
๑) แบง่ กลมุ่ นกั เรียนออกเป็นกล่มุ กล่มุ ละเทา่ ๆกันเขยี นแผนผงั ความคดิ ท่ีสอดคล้องกับ
STRONG ใหน้ ักเรียนออกแบบแผนผังความคิดของกล่มุ ตนเอง
๒) แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาน�ำเสนอการใชส้ าธารณปู โภค (ไฟฟา้ ,ประปา) ทสี่ อดคลอ้ ง
กบั STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจริตหลังจากเขียนแผนผงั เสร็จแล้ว
๔.๒ สื่อการเรียนรู้
ใบงานแผนผงั ความคดิ เรื่อง การใชส้ าธารณูปโภค (ไฟฟา้ ,ประปา) ทส่ี อดคลอ้ งกับ STRONG :
จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
๑) สงั เกตพฤตกิ รรม
๒) ตรวจผลงานแผนผังความคิดการใช้สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า,ประปา)ท่ีสอดคล้องกับ
STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
๕.๒ เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมกลมุ่
๒) แบบประเมนิ ผลงาน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
๖. บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครผู สู้ อน
(...............................................)

88 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เติม การปอ้ งกนั การทุจรติ ”

๗. ภาคผนวก ใบงาน
แผนผงั ความคิด

กลมุ่ ............................................................................................
สมาชิกกลมุ่ ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................
ค�ำช้ีแจง ให้นักเรียนกรอกข้อมูลลงในแผนผังความคิดเรื่องการใช้สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า,ประปา)
ทีส่ อดคล้องกบั STRONG :จิตพอเพียงตา้ นทุจริต

S

TR

การใช้สาธารณปู โภค (ไฟฟา้ ,ประปา)ที่
สอดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต

O N
G

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ 89

ใบงาน

แบบประเมินพฤตกิ รรมการท�ำ งานกลุม่

กล่มุ ............................................................................................
สมาชิกกลุ่ม ๑. ......................................................... ๖. .........................................................
๒. ......................................................... ๗. .........................................................
๓. ......................................................... ๘. .........................................................
๔. ......................................................... ๙. .........................................................
๕. ......................................................... ๑๐. .........................................................

ค�ำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่องท่ตี รงกบั ความเป็นจรงิ

พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต คะแนน
๓๒๑

๑. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น

๒. มคี วามกระตอื รอื รน้ ในการท�ำงาน

๓. มคี วามรบั ผดิ ชอบในงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย

๔. มีขน้ั ตอนในการท�ำงานอย่างเป็นระบบ

๕. ใช้เวลาในการท�ำงานอย่างเหมาะสม

รวม

ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ ๑ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ท�ำเป็นประจ�ำ ระดบั ดีเยีย่ ม
พฤติกรรมที่ท�ำเป็นบางครั้ง ระดับ ดี
พฤติกรรมท่ที �ำนอ้ ยครง้ั ระดับ พอใช้
เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับ ปรับปรุง
คะแนน ๑๓-๑๕
คะแนน ๘-๑๒
คะแนน ๕-๗
คะแนนต�ำ่ กว่า ๕

90 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”

แบบประเมินผลงาน

พฤตกิ รรม ตรงจุดประสงค์ ผลงานมคี วามถูก การน�ำเสนอ เสรจ็ ทันเวลาท่ี รวม
ท่ี ชอื่ ท่ีก�ำหนด ต้อง สมบรู ณ์ ผลงาน ก�ำหนด

๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖


เกณฑก์ ารวัดผล
ให้คะแนนระดับคุณภาพของผลงาน ดงั นี้
ดีเยี่ยม เทา่ กบั ๔ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ดี เทา่ กับ ๓ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เทา่ กับ ๒ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ต่ำ� กวา่ ๕๐
ลงช่อื .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ 91

แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

ชอ่ื พฤติกรรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบค�ำถาม การยอมรับฟงั การท�ำงานทไ่ี ด้
ท่ี คิดเห็น ความคิดเหน็ รับมอบหมาย
หมาย
เหตุ

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑



เกณฑก์ ารวัดผล
ให้คะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดงั นี้
ดีเย่ยี ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เท่ากบั ๓ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๕๐-๖๗
ปรบั ปรงุ เทา่ กบั ๑ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ตำ�่ กว่า ๕๐
ลงช่อื .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............

92 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกันการทุจรติ ”

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ชอ่ื หนว่ ย STRONG: จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๕ เรอื่ ง การใชร้ ถใช้ถนนในทส่ี าธารณะท่สี อดคล้องกบั เวลา ๒ ชว่ั โมง
STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต

๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกับ STRONG :จิตพอเพียงต้านทุจริต
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูท้ ่ี STRONG :จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ
๑.๓ ตระหนกั และเห็นความส�ำคญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทจุ ริต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกวิธีการใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะท่ีสอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ ได้
๒.๒ นกั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการตอ่ ตา้ นและปอ้ งกนั การทจุ รติ ในเรอ่ื งการใช้
รถใชถ้ นนที่สาธารณะได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ผู้ใช้รถ หมายถงึ ผขู้ ับข่ีรถทุกประเภทรวมท้ังผู้โดยสาร ผู้ปฏบิ ัติหน้าท่ีและผ้อู ยใู่ นรถดว้ ย
ผใู้ ชถ้ นน หมายถงึ ผเู้ ดนิ บนถนนหรอื ทางเทา้ ทงั้ ผใู้ ชร้ ถใชถ้ นนพงึ ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรโดย
เครง่ ครัดและควรค�ำนึงถึงมารยาทต่างๆ ดว้ ย
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี น
๑) ความสามารถในการสื่อสาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓.๓ คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
ความมวี ินยั
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ ๑
๑) นักเรยี นทบทวนความรู้เร่ือง STRONG :จิตพอเพียงตา้ นทุจริต
S (sufficient) บคุ คลและชมุ ชนนอ้ มน�ำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรบั ประยกุ ต์
ใชเ้ ปน็ หลกั ในการท�ำงานและการด�ำรงชวี ติ รวมถงึ เปน็ ตวั อยา่ งในการเผยแพรแ่ นวคดิ การน�ำปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงมาเป็นเคร่ืองมอื ในการปอ้ งกันการทจุ ริต
T (transparent) บุคคลและชุมชนปฏบิ ตั ิงานบนฐานของความโปรง่ ใสตรวจสอบได้
เปน็ ที่ตัง้
R (realise) บุคคลและชุมชนมีความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหงา้ ของปัญหาการ
ทุจริตประพฤติมิชอบภายในชุมชนและประเทศ สามารถวิเคราะห์และระบุถึงความเสี่ยงต่อการทุจริต

ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 93

เขา้ ใจถอ่ งแทเ้ กย่ี วกบั การแยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตวั และผลประโยชนส์ ว่ นรวม พรอ้ มแนวทางการแกไ้ ข
ปัญหาดงั กล่าวได้
O (onward) บคุ คลและชุมชนมแี นวคดิ มงุ่ พัฒนาชุมชนใหเ้ กิดความโปร่งใสและรว่ ม
สร้างวฒั นธรรมไม่ทนตอ่ การทจุ รติ ใหเ้ กิดขน้ึ และไมย่ ่อท้อตอ่ การแก้ไขปญั หาการทจุ ริตประพฤตมิ ชิ อบ
ใหส้ �ำเร็จลุลว่ งไดต้ ามเป้าหมายท่ีก�ำหนดร่วมกัน
N (knowledge) บุคคลและชมุ ชนมกี ารพัฒนาองคค์ วามรอู้ ยา่ งสมำ่� เสมอเพือ่ ใหเ้ ทา่
ทันต่อสถานการณก์ ารทุจริตของชมุ ชนและของประเทศ
G (generosity) บคุ คลและชมุ ชนรว่ มพฒั นาชมุ ชนใหม้ คี วามเออื้ อาทรบนพน้ื ฐานของ
จรยิ ธรรมและจติ พอเพียง
๒) นกั เรียนอา่ นใบความรู้เรอ่ื ง การใช้รถใชถ้ นนในที่สาธารณะ
ชว่ั โมงท่ี ๒
ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนแผนผังความคิดการใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะท่ีสอดคล้อง
กับSTRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ ในใบงานท่คี รูแจกให้ เม่อื ท�ำเสรจ็ แล้วครสู ุ่มเลขท่นี กั เรียนน�ำเสนอ
หน้าช้นั ๕ คน
๔.๒ สอื่ การเรยี นร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้
๑) ใบความรูเ้ รื่อง การใชร้ ถใชถ้ นนในท่สี าธารณะ
๒) ใบงานเรอ่ื งแผนผงั ความคดิ การใชร้ ถใชถ้ นนในทสี่ าธารณะทสี่ อดคลอ้ งกบั STRONG:จติ
พอเพยี งต้านทจุ รติ
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมนิ
๑) สงั เกตพฤติกรรมท�ำงาน
๒) ตรวจใบงานเรื่องแผนผังความคิดการใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะท่ีสอดคล้องกับ
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
๕.๒ เครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการประเมิน
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมท�ำงาน
๒) ใบงานเรอื่ งแผนผงั ความคิดการใช้รถใชถ้ นนในทส่ี าธารณะทสี่ อดคล้องกับSTRONG :
จิตพอเพยี งต้านทุจริต
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๖. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ลงช่ือ ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)

94 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การปอ้ งกันการทจุ รติ ”


Click to View FlipBook Version