๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
ผใู้ ชร้ ถ หมายถงึ ผขู้ บั ขรี่ ถทุกประเภทรวมทง้ั ผูโ้ ดยสาร ผู้ปฏิบตั หิ น้าที่และผ้อู ยู่ในรถด้วย
ผู้ใชถ้ นน หมายถงึ ผู้เดินบนถนนหรอื ทางเท้า ท้งั ผใู้ ชร้ ถใช้ถนนพงึ ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจรโดย
เคร่งครดั และควรค�ำนงึ ถึงมารยาทตา่ งๆ
ผใู้ ช้รถ
๑. ควรศกึ ษาและปฏบิ ัติตามกฎจราจรอยา่ งเครง่ ครัด
๒. ควรเตรยี มเอกสารทจ่ี �ำเปน็ เชน่ ใบขบั ขแี่ ละส�ำเนาทะเบยี นรถไวใ้ หพ้ รอ้ มเพอ่ื ไมเ่ สยี เวลาและ
ถกู ปรับโดยไมจ่ �ำเปน็
๓. มีนำ้� ใจเอ้อื เฟ้ือแกค่ นเดนิ เท้า โดยหยดุ รถใหค้ นเดินข้ามถนนเมือ่ ถึงทางข้าม เช่น ทางม้าลาย
รวมทง้ั ระมัดระวงั มใิ หร้ ถชนสตั ว์เลีย้ ง หรอื สตั วพ์ าหนะดว้ ย
๔. ให้อภัยแก่ผู้อ่ืน เมื่อมีการพล้ังเผลอ หรือผิดพลาดในการใช้ทาง แสดงความขอบคุณต่อ
ผูข้ ับรถอืน่ ที่ใหค้ วามเอ้ือเฟ้อื แก่เรา
๕. ไมก่ ดแตรพรำ่� เพรือ่ และไม่เปิดเคร่ืองเสยี งดงั เกินควร
๖. ไมท่ ้งิ ขยะมูลฝอย ไมถ่ ม่ เสมหะหรือน�้ำลายลงบนถนนหรอื ทางเทา้
๗. ไม่ซอื้ สงิ่ ของทม่ี ีผู้เรข่ ายบนถนน
๘. ไม่ขับรถเร็วเกินก�ำหนดหรือขับแข่งกันอย่างผาดโผนน่าหวาดเสียว หรือแซงในที่คับขัน ซึ่ง
อาจท�ำใหเ้ กิดอันตรายแก่ร่างกายชีวิตและทรพั ย์สนิ ได้
๘. ไมค่ วรขับรถตามหลังคันอน่ื ในระยะกระช้นั ชิด เพราะอาจเกิดอนั ตรายได้งา่ ย
๙. เมอ่ื เขา้ หรอื ออกถนนใหญ่ควรหยดุ รถดูให้แนใ่ จเสยี กอ่ น เพื่อความปลอดภยั
ผู้ใชถ้ นน
๑. ควรเดนิ บนทางเทา้ และชดิ ด้านในของชอ่ งทางเทา้ เสมอ
๒. ข้ามถนนบนทางข้าม (ทางมา้ ลาย สะพานข้ามและอโุ มงค)์ หรอื ในจงั หวะสญั ญาณไฟจราจร
ที่อนญุ าตใหค้ นขา้ ม ในกรณีท่ีไม่มที างขา้ มหรอื หา่ งจากทางข้ามเกิน ๑๐๐ เมตร
๓. ในกรณีที่ถนนไม่มีทางเท้าควรเดินบนไหล่ถนนด้านขวาสวนทางกับรถ และหากเป็นเวลา
กลางคืนควรใชไ้ ฟฉาย หรอื ใชเ้ ส้ือผา้ สีขาว หรอื สีออ่ นท่มี องเห็นไดง้ ่าย
๔. ควรเออ้ื เฟอ้ื แกเ่ ด็ก สตรี คนชรา คนพกิ ารตามความเหมาะสม
๕. เมอ่ื จะข้ามทางรถไฟ ควรมองซา้ ย - ขวา ให้แน่ใจวา่ ไม่มีรถไฟผ่านและไม่ควรฝ่าเคร่อื งกั้น
๖. เวลาข้ามถนนควรรีบเดิน ไม่ควรคุยกัน หรือหยอกล้อกันหากมีรถคันใหญ่จอดบังอยู่ควร
ระมดั ระวงั
๗. ไม่เลน่ กฬี าบนถนนหนทาง ไม่นงั่ เล่นบนราวสะพาน ไมย่ นื เกะกะหรือจับกล่มุ คยุ กันเป็นการ
ขดี ขวางทางจราจร
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 95
ใบงาน
เรื่อง การใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกบั STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
ชือ่ - นามสกลุ ........................................................................ชัน้ .....................เลขท่.ี ...................
ค�ำช้ีแจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด เร่ืองการใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะที่สอดคล้องกับ
STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจริต
96 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกนั การทุจริต”
ใบงาน
แผนผงั ความคดิ
ชื่อ - นามสกลุ ........................................................................ช้นั ป.๕/.....................เลขท่ี....................
ค�ำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดเรื่องการใช้รถใช้ถนนในท่ีสาธารณะท่ีสอดคล้องกับ
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต
S
TR
การใชร้ ถใช้ถนนในที่สาธารณะทส่ี อดคล้องกับ
STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต
O N
G
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 97
แบบประเมินผลงาน
พฤติกรรม ตรงจดุ ประสงค์ ผลงานมคี วามถกู การน�ำเสนอ เสร็จทนั เวลาที่ รวม
ที่ ชื่อ ที่ก�ำหนด ต้อง สมบูรณ์ ผลงาน ก�ำหนด
๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
เกณฑ์การวดั ผล
ให้คะแนนระดบั คุณภาพของผลงาน ดังน้ี
ดเี ยย่ี ม เทา่ กับ ๔ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ดี เทา่ กับ ๓ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เทา่ กับ ๒ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรบั ปรงุ เท่ากับ ๑ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ต�่ำกวา่ ๕๐
ลงชือ่ .............................................ผูป้ ระเมิน
(...........................................)
............../............../..............
98 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพิ่มเตมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”
แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม
ช่ือ พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดงความ การตอบค�ำถาม การยอมรับฟงั การท�ำงานทีไ่ ด้
ที่ คดิ เห็น ความคิดเหน็ รบั มอบหมาย
หมาย
เหตุ
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดบั คุณภาพของผลงาน ดงั นี้
ดเี ยีย่ ม เท่ากับ ๔ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เทา่ กับ ๓ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรงุ เท่ากบั ๑ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ต�ำ่ กว่า ๕๐
ลงช่อื .............................................ผ้ปู ระเมิน
(...........................................)
............../............../..............
ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๕ 99
หนว่ ยท่ี ๔
พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยที่ ๔ ช่อื หนว่ ย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบต่อสงั คม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๑ เรือ่ ง การเคารพสิทธหิ น้าท่ีต่อตนเองและผู้อน่ื เวลา ๒ ช่ัวโมง
ในสังคม
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๑.๒ ปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่แี ละมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
๑.๓ ตระหนกั และเห็นความส�ำคัญของการตอ่ ตา้ นและป้องกันการทุจริต
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ นักเรยี นสามารถ
๒.๑ นักเรียนบอกแนวปฏิบัตติ นในการเคารพสิทธหิ น้าทตี่ อ่ ตนเองและผอู้ น่ื ในสังคมได้
๒.๒ นักเรยี นอธิบายผลทไ่ี ด้รบั จากการเคารพสิทธิหนา้ ที่ตอ่ ตนเองและผูอ้ น่ื ในสงั คมได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการด�ำเนินชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะ
ต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในสังคม ดังน้ี เสรีภาพในเคหสถาน เสรีภาพในการเดินทางและ
ตดิ ตอ่ ส่ือสาร เสรีภาพในการนบั ถอื ศาสนา เสรภี าพในทางวิชาการ เสรภี าพในการชมุ นุมอย่างสงบโดย
ปราศจากอาวุธ สทิ ธิเสรภี าพในการอนรุ กั ษแ์ ละฟื้นฟูจารตี ประเพณี ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ และเสรีภาพใน
การประกอบอาชพี
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผูเ้ รียน
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถการแกป้ ัญหา
๔) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๓.๓ คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
๑) มวี ินยั
๒) ใฝ่เรียนรู้
๓) มงุ่ มน่ั ในการท�ำงาน
100 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่มิ เติม การป้องกันการทุจรติ ”
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรียนรู้
ชวั่ โมงที่ ๑
๑) นกั เรยี นดู YouTube เรอื่ ง การเคารพสทิ ธเิ สรภี าพ และกฎกตกิ าของสงั คมทเี่ ปน็ ธรรม
จากcivics tartar .wixsite.com
๒) นกั เรยี นร่วมตอบค�ำถามตอ่ ไปนี้ เช่น
- เหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดข้นึ ในร้านขายขา้ วแกงร้านท่ี ๑ และร้านที่ ๒ เปน็ อยา่ งไร
- ในแตล่ ะสถานการณม์ ีความแตกตา่ งกันอยา่ งไรบ้าง
- นกั เรยี นจะเลือกซ้ือร้านท่ี ๑ หรือรา้ นท่ี ๒ เพราะอะไร
๓) นกั เรยี นอา่ นใบความรู้ เรอื่ งการเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผอู้ น่ื ในสงั คมครอู ธบิ ายเพมิ่
เติมแล้วสุ่มถามนักเรียน
๔) ใหน้ ักเรียนแบง่ เป็นกล่มุ กล่มุ ละ เท่าๆ กนั อภิปราย และแสดงความคิดเห็นลงในใบ
ความรทู้ คี่ รแู จกให้ตามหวั ข้อตอ่ ไปนี้
ข้อ ๑ แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสทิ ธหิ น้าที่ต่อตนเองและผู้อื่นทม่ี ีตอ่ สังคม
ขอ้ ๒ ผลที่ได้รบั จากการเคารพสิทธหิ น้าที่ของตนเองและผูอ้ ืน่ ทม่ี ีต่อสงั คม
ชัว่ โมงที่ ๒
๑) ครูใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มกลุ่มจบั สลากล�ำดับการน�ำเสนอผลงาน
๒) ตัวแทนกลุ่มน�ำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี นตามล�ำดบั
๓) ครอู ธบิ ายการเคารพสทิ ธิหน้าทีต่ อ่ ตนเองและผู้อ่ืนท่ีมีต่อสังคมเพม่ิ เตมิ
๔) นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปบทเรียน
๔.๒ สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) YouTube เรอื่ งการเคารพสทิ ธเิ สรภี าพ และกฎกตกิ าของสงั คมทเี่ ปน็ ธรรมจากcivics
tartar .wixsite.com
๒) ใบความรเู้ รอ่ื ง การเคารพสทิ ธขิ องตนเองและผู้อนื่ ในสงั คม
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมนิ
สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน
๕.๒ เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ
นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
๖. บันทึกหลงั การจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................ ครูผูส้ อน
(...............................................)
101
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
๗. ภาคผนวก ใบความรู้
เรอ่ื งการเคารพสิทธิของตนเองและผูอ้ น่ื ในสังคม
สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการด�ำเนินชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่
ละเมดิ สทิ ธขิ องสมาชกิ คนอน่ื ในสงั คม ในทนี่ ขี่ อยกตวั อยา่ งสทิ ธขิ องตนเองทมี่ ตี อ่ ชมุ ชน และสงั คมทส่ี �ำคญั
บางประการ ดงั น้ี
๑. เสรีภาพในเคหะสถานชาวไทยทุกคนย่อมมีเสรีภาพในเคหะสถานท่ีจะสามารถอาศัยและ
ครอบครองเคหะสถานของตนโดยปกตสิ ุข ไม่วา่ จะเกิดจากการเช่า หรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิ ซึ่งบคุ คล
อน่ื จะตอ้ งใหค้ วามเคารพในสทิ ธนิ ี้ แมแ้ ตเ่ จา้ หนา้ ทขี่ องรฐั หากจะเขา้ ไปด�ำเนนิ การตามกฎหมายใด ๆ เชน่
การตรวจคน้ เคหะสถานของประชาชนกจ็ ะกระท�ำมิได้ เวน้ แตจ่ ะมหี มายคน้ ท่อี อกโดยศาลเทา่ นัน้
๒. เสรภี าพในการเดนิ ทางและตดิ ตอ่ สอ่ื สาร ชาวไทยทกุ คนมเี สรภี าพทจ่ี ะเดนิ ทางไปในทต่ี า่ ง ๆ
บนผืนแผ่นดินไทย ได้ทุกพื้นท่ีของประเทศไทยและสามารถเลือกถิ่นท่ีอยู่อาศัย ณ ที่ใดก็ได้ภายใน
ประเทศไทยรวมทั้งชาวไทยทุกคนสามารถที่จะติดต่อส่ือสารกับบุคคลอ่ืนไม่ว่าจะเป็นทางจดหมาย
โทรศัพท์ หรืออินเทอรเ์ น็ต
๓. เสรภี าพในการนบั ถือศาสนา สมาชกิ ทกุ คนในสงั คมมสี ทิ ธิ เสรภี าพ ทจ่ี ะนับถอื ศาสนาแตก
ตา่ งกันได้ ซง่ึ บุคคลอน่ื ในสงั คมรวมทง้ั รัฐจะตอ้ งให้ความเคารพสิทธิเสรีภาพในเรอ่ื งน้ดี ้วย
๔. เสรภี าพในทางวชิ าการ เยาวชนไทยทกุ คนจะตอ้ งไดร้ บั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ปี
โดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย นอกจากนค้ี นไทยทกุ คนยงั มสี ทิ ธใิ นการทจ่ี ะศกึ ษาคน้ ควา้ หรอื ท�ำวจิ ยั ตามทตี่ อ้ งการ
โดยไมข่ ดั ตอ่ กฎหมาย
๕. เสรภี าพในการชมุ นมุ อยา่ งสงบโดยปราศจากอาวธุ หมายถงึ ประชาชนทกุ คนมสี ทิ ธเิ สรภี าพ
ในการชุมนุม แต่ต้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ และจะต้องไม่รบกวนสิทธิของผู้อ่ืนการปราศจาก
อาวุธน้ัน หมายรวมถงึ หา้ มทุกคนทีม่ ารว่ มชุมนุมพกพาอาวธุ เขา้ มาในที่ชุมนุมโดยเด็ดขาด บุคคลนั้นจะ
ไม่ได้รบั ความคมุ้ ครองตามรัฐธรรมนูญในกรณที ไ่ี ดก้ ลา่ วมาขา้ งต้น
๖. สิทธิเสรภี าพในการอนุรักษ์และฟืน้ ฟจู ารีตประเพณี ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ทกุ คนย่อมมีส่วนร่ม
ในการอนรุ กั ษแ์ ละรว่ มสบื สานศลิ ปะหรอื วฒั นธรรมอนั ดงี ามของทอ้ งถน่ิ และของประเทศชาตเิ พอื่ ใหด้ �ำรง
อยู่ตอ่ ไปกบั อนุชนรุ่นหลัง
๗. เสรภี าพในการประกอบอาชพี โดยเสรภี าพในการประกอบอาชพี จะตอ้ งไมเ่ อารดั เอาเปรยี บ
ผ้อู ่ืน เช่น ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งเคารพและซ่อื สัตยต์ ่อผ้บู รโิ ภค และไม่เอาเปรยี บผบู้ รโิ ภค เปน็ ต้น
102 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ที่ ช่อื พฤตกิ รรม ตรงจดุ ประสงค์ กระบวนการกลมุ่ ความรับผิดชอบ เสร็จทันเวลาท่ี รวม
ที่ก�ำหนด ๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ก�ำหนด ๑๖
๔๓๒๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน
เกณฑก์ ารวดั ผล
ให้คะแนนระดับคณุ ภาพของแตล่ ะพฤติกรรม ดงั น้ี
ไดค้ ะแนน ๑๓ คะแนน ขึ้นไป = ผ่าน
ได้คะแนนตำ�่ กวา่ ๑๓ คะแนน ขึ้นไป = ไม่ผา่ น
ลงชอื่ .............................................ผู้ประเมิน
(...........................................)
............../............../..............
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ 103
แผนการจัดการเรยี นรู้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
เวลา ๒ ชัว่ โมง
หนว่ ยที่ ๔ ชอ่ื หน่วย พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๒ เร่ือง สิทธทิ ไ่ี ดร้ บั ในสงั คม
๑. ผลการเรยี นรู้
๑) มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
๒) ปฏบิ ัติตนตามหน้าที่และมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม
๓) ตระหนกั และเห็นความส�ำคญั ของการต่อต้านและป้องกนั การทจุ ริต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ
๑) นกั เรียนบอกความหมายของค�ำว่า สิทธิ ได้
๒) นักเรยี นสามารถบอกสิทธิทไ่ี ดร้ ับในสงั คมได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
สิทธิ หมายถงึ ส่งิ ทีไ่ ม่มีรปู ร่างซึ่งมีอยู่ในตัวมนษุ ย์มาต้งั แตเ่ กดิ หรอื เกิดขึ้นโดยกฎหมาย เพือ่
ใหม้ นษุ ย์ได้รับประโยชน์ และมนุษย์จะเปน็ ผู้เลือกใชส้ ่ิงนั้นเอง โดยไมม่ ผี ู้ใดบังคับได้ เช่น สิทธใิ นการกิน
การนอน แตส่ ิทธบิ างอย่าง มนุษยไ์ ดร้ บั โดยกฎหมายก�ำหนดให้มี เชน่ สิทธิการมี การใชท้ รพั ย์สิน สิทธิ
ในการร้องทกุ ขเ์ มอื่ ถกู กระท�ำละเมดิ กฎหมาย
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รยี น
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถการแกป้ ัญหา
๔) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
๓.๓ คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
๑) มวี ินัย
๒) ใฝเ่ รียนรู้
๓) มุ่งมน่ั ในการท�ำงาน
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้
104 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทุจรติ ”
ชั่วโมงท่ี ๑
๑) ครอู ธบิ ายและใหค้ วามรนู้ กั เรยี นเกยี่ วกบั ความหมายของค�ำวา่ “ สทิ ธ”ิ หมายถงึ อะไร
และเรามสี ทิ ธทิ ่ีไดร้ บั จากสังคมในเรือ่ งใดบา้ ง
๒) ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มเท่าๆ กันไปศกึ ษาหาความรู้ เรื่อง ความหมายของสิทธิ สทิ ธิ
ของปวงชนชาวไทย จากแหลง่ เรียนรู้ เชน่ ห้องสมุด อนิ เทอรเ์ นต็ และบันทึกลงสมุด
ชัว่ โมงที่ ๒
๑) ครใู ห้นกั เรียนส่มุ เลือกตวั แทนออกมาน�ำเสนอความรู้ที่ค้นคว้ามาได้
๒) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความหมายของสิทธิ และสิทธิของปวงชนชาวไทยเป็น
แผนผงั ความคิดรายบุคคล
๔.๒ สื่อการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) แหล่งเรยี นรู้ห้องสมดุ /สื่ออนิ เทอรเ์ น็ต
๒) แผนผังความคิดสทิ ธิของปวงชนชาวไทย
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
สงั เกตพฤติกรรมการท�ำงาน
๕.๒ เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ
แบบสงั เกตพฤติกรรม
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ
นักเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๖. บนั ทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕ 105
๗. ภาคผนวก ใบงาน
ชอื่ - นามสกลุ ........................................................................ช้นั ป.๕/.....................เลขท่.ี ...................
ค�ำช้ีแจง ให้นักเรียนเขียนข้อความลงในแผนผังความคิด เรื่อง สิทธิของปวงชนชาวไทยท่ีได้รับ
จากสังคม
สิทธขิ องปวงชนชาวไทย
106 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เตมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ”
แบบประเมินผลงาน
พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ ผลงานมีความถูก การน�ำเสนอ เสร็จทนั เวลาท่ี รวม
ที่ ชอ่ื ที่ก�ำหนด ต้อง สมบรู ณ์ ผลงาน ก�ำหนด
๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดังนี้
ดเี ยีย่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เท่ากบั ๓ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ตำ่� กว่า ๕๐
ลงช่อื .............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 107
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ท่ี ชอ่ื พฤตกิ รรม ตรงจดุ ประสงค์ กระบวนการกล่มุ ความรับผิดชอบ เสร็จทันเวลาที่ รวม
ทีก่ �ำหนด ๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ก�ำหนด ๑๖
๔๓๒๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรม ดงั นี้
ไดค้ ะแนน ๑๓ คะแนน ขึ้นไป = ผา่ น
ได้คะแนนต�ำ่ กว่า ๑๓ คะแนน ข้ึนไป = ไม่ผ่าน
ลงชอื่ .............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
108 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพ่มิ เตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๔ ช่อื หนว่ ย พลเมอื งกับความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรือ่ ง หน้าท่ที ตี่ อ้ งปฏบิ ัติต่อสงั คมและประเทศชาต ิ เวลา ๒ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับพลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏิบัติตนตามหน้าท่ีและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม
๑.๓ ตระหนักและเหน็ ความส�ำคญั ของการตอ่ ต้านและปอ้ งกันการทุจรติ
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกหนา้ ทีท่ ต่ี ้องปฏบิ ัตติ ่อสงั คมและประเทศชาติได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิหนา้ ทต่ี อ่ สงั คมและประเทศชาตไิ ด้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
หน้าที่ หมายถึง การกระท�ำหรือการละเว้นการกระท�ำ เพื่อประโยชน์โดยตรงของการมี
สิทธิหน้าที่เป็นสิ่งท่ีบังคับให้มนุษย์ในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางสังคมหรือกฎหมาย บัญญัติไว้
จะไม่ปฏบิ ตั ติ ามไมไ่ ด้
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผ้เู รยี น
ความสามารถในการคิด
๓.๓ คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์
ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
ชวั่ โมงที่ ๑
๑. ครูให้นักเรียนชมวีดิทัศน์ เรื่องรู้จักหน้าท่ี นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าตัวละครใน
เร่ืองดังกล่าวมีการกระท�ำใดท่ีแสดงออกถึงการมีความรับผิดชอบและไม่รับผิดชอบต่อหน้าท่ีผลจากการ
กระท�ำเหล่าน้ันสง่ ผลกระทบต่อสงิ่ ใดบ้าง
๒. นกั เรียนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง หนา้ ที่
๓. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ือง ความรับผิดชอบต่อหน้าท่ ี
ทม่ี ีต่อตนเอง โรงเรยี น สงั คม และประเทศชาติ
ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕ 109
ช่ัวโมงท่ี ๒
๑. นักเรยี นจับกลุ่ม ๕ - ๗ คน เขยี นแผนภาพความคิดเรือ่ ง หนา้ ท่ีทีเ่ ราต้องปฏิบัติตอ่
สังคมและประเทศชาติ
๒. ให้นักเรยี นเขียนค�ำขวัญรณรงค์ การท�ำหน้าท่ีท่ดี ีตอ่ สงั คมและประเทศชาติ เชน่
- การเสียภาษี
- การเคารพกฎจราจร
- การปฏบิ ัติตามกฎหมาย
- การใช้สทิ ธเิ์ ลือกต้ัง
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้
๑) วดี ที ศั น์ เร่ือง ร้จู กั หน้าท่ี https://www.youtube.com/watch?v=GATjrfppBBA
๒) ใบความรู้ เร่อื ง หน้าที่
๓) แผนภาพความคดิ เรือ่ ง หน้าท่ีทเ่ี ราตอ้ งปฏิบัตติ ่อสังคมและประเทศชาติ
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) ตรวจแผนภาพความคิดหนา้ ทที่ เ่ี ราตอ้ งปฏบิ ัตติ อ่ สงั คมและประเทศชาติ
๒) ตรวจแบบสังเกตพฤตกิ รรม ซ่ือสตั ย์ สุจริต
๕.๒ เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมิน
๑) แผนภาพความคดิ เร่ืองหนา้ ทท่ี ีเ่ ราต้องปฏบิ ตั ติ อ่ สังคมและประเทศชาติ
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม ซื่อสัตยส์ ุจรติ
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
๖. บนั ทึกหลงั การสอน
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงช่อื ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
110 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
เรือ่ ง หนา้ ที่
หนา้ ท่ี หมายถงึ การกระท�ำหรอื การละเวน้ การกระท�ำ เพอ่ื ประโยชนโ์ ดยตรงของการมสี ทิ ธหิ นา้ ที่
เป็นสิ่งท่ีบังคับให้มนุษย์ในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ทางสังคม หรือกฎหมายบัญญัติไว้จะไม่ปฏิบัติ
ตามไม่ได้
หนา้ ท่ชี องประชาชนชาวไทย
๑. มีหน้าท่ีรักษาไว้ซ่ึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ
๒. มีหนา้ ทป่ี ฏิบตั ิตามกฎหมาย
๓. มีหน้าท่ีไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งบุคคลซึ่งไม่ไปเลือกตั้ง โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรย่อมเสียสิทธิ
ตามกฎหมายบัญญัติไว้
๔. มหี นา้ ทป่ี ้องกนั ประเทศ
๕. มีหน้าทีเ่ สยี ภาษีใหร้ ฐั
๖. มีหน้าท่ีช่วยเหลือราชการ รับการศึกษา อบรม ปกป้องและสืบสานวัฒนธรรมของชาติ
ภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ รวมถงึ การอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม
๗. บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ราชการ
สว่ นทอ้ งถนิ่ มหี น้าทด่ี �ำเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายเพอ่ื รกั ษาประโยชนส์ ว่ นรวม อ�ำนวยความสะดวก
ใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชน
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ 111
ใบงาน
แผนภาพความคดิ
เรื่อง หนา้ ที่ทเ่ี ราตอ้ งปฏบิ ัติตอ่ สงั คมและประเทศชาติ
ค�ำชีแ้ จง ให้นักเรียนเขยี นหนา้ ทที่ ีเ่ ราต้องปฏิบัตติ ่อสังคมและประเทศชาติ ลงในแผนภาพความคิด
หน้าท่ที เี่ ราตอ้ งปฏบิ ตั ิตอ่
สงั คมประเทศชาติ
112 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิ่มเติม การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”
แบบประเมนิ ผลงาน
พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ ผลงานมีความถูก การน�ำเสนอ เสร็จทนั เวลาท่ี รวม
ที่ ชอ่ื ที่ก�ำหนด ตอ้ ง สมบรู ณ์ ผลงาน ก�ำหนด
๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดังนี้
ดเี ยีย่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เท่ากบั ๓ คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ตำ่� กว่า ๕๐
ลงช่อื .............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 113
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเร่อื ง ซื่อสัตย์สุจริต
ค�ำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่อื งหมาย ✓ ลงในช่องทีต่ รงกบั พฤติกรรมทเ่ี กิดขึ้นจรงิ
รายการ
เลขที่ ชือ่ - สกุล พูด รู้จัก สรปุ ผล
แยกแยะ การประเมนิ
ไมล่ ัก ตรงไป ท�ำตวั น่า ประโยชน์
ความจรงิ ขโมย ตรงมา เชอื่ ถือ ส่วนตนและ
ประโยชน์
สว่ นรวม ผา่ น ไม่ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน
ผา่ นต้ังแต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น ๒ รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน
ลงชือ่ .............................................ผูป้ ระเมิน
(...........................................)
............../............../..............
114 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทุจริต”
แผนการจดั การเรียนรู้ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
เวลา ๒ ชว่ั โมง
หนว่ ยท่ี ๔ ชอื่ หน่วย พลเมืองกับความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เร่อื ง ความเป็นพลเมอื ง
๑. ผลการเรียนรู้
๑) มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสังคม
๒) ปฏิบัติตนตามหนา้ ท่พี ลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
๓) ตระหนกั และเหน็ ความส�ำคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทจุ รติ
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑) นักเรียนสามารถบอกความหมาย และปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมืองดไี ด้
๒) นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิตนตามกฎ กติกา ระเบยี บ ขอ้ ตกลงวัฒนธรรมในสงั คมและประเทศ
ชาติได้
๓) นกั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ในสงั คมและประเทศชาตไิ ด้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของพลเมืองทีด่ ี พลเมอื งดี หมายถึง ผ้ทู ปี่ ฏิบัตหิ น้าท่ีพลเมืองไดค้ รบถว้ น ท้งั
กจิ ที่ต้องท�ำ และกิจทคี่ วรท�ำหนา้ ที่ หมายถงึ กจิ ท่ตี อ้ งท�ำ หรอื ควรท�ำ เปน็ สง่ิ ที่ก�ำหนดให้ท�ำ หรอื ห้ามมิ
ใหก้ ระท�ำ ถา้ ท�ำก็จะกอ่ ใหเ้ กิดผลดี เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว หรอื สงั คมสว่ นรวมแล้วแตก่ รณี
กฎ คือ ขอ้ บังคับ ท่อี ย่ใู นความเปน็ จรงิ เพอื่ ไมใ่ หเ้ กิดความเสยี หายต่อทรัพยส์ นิ และ ชวี ติ
ระเบยี บวนิ ยั นน้ั เปน็ สงิ่ ซงึ่ มคี วามส�ำคญั ยง่ิ โดยเฉพาะกบั นกั เรยี นหรอื เยาวชน อนั จะเปน็ ก�ำลงั อย่างมาก
ในการพฒั นาประเทศ
ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่ส�ำคัญในการด�ำเนินชีวิต ความสามารถของบุคคลในการ
ควบคมุ อารมณ์ และพฤตกิ รรมของตนเอง ใหเ้ ปน็ ไปตามทม่ี งุ่ หวงั โดยเกดิ จากการส�ำนกึ ซง่ึ ตอ้ งไมก่ ระท�ำ
การใดๆ อันเป็นผลท�ำให้เกดิ ความยุ่งยากแก่ตนเองในอนาคต หากแตต่ ้องเป็นส่ิงที่ก่อให้เกดิ ความเจรญิ
รุง่ เรืองแก่ตนเองและผูอ้ ืน่ โดย
กตกิ า คอื กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลง หรอื ขอ้ ก�ำหนด ทบ่ี คุ คลตงั้ แต่ ๒ ฝา่ ยขนึ้ ไปใชเ้ ปน็ หลกั ปฏบิ ตั ิ
เพ่อื ใหเ้ กิดความเปน็ ธรรมแกท่ ุกฝ่าย
๓.๒ สมรรถนะทสี่ �ำคัญของผ้เู รียน
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 115
๓.๓ คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
ความซ่อื สัตย์สจุ รติ
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี ๑
๑) นักเรียนดูวีดิทัศน์ เรื่อง คนไทยไม่คอรัปชัน นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ว่าตัวละครใน
เรื่องดังกล่าวมีการกระท�ำใดท่ีแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีการกระท�ำใดท่ีแสดงว่าเป็นพลเมืองไม่ดี
และการเป็นพลเมอื งไม่ดมี ีผลกระทบตอ่ สังคมอย่างไร
๒) ให้นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละเท่าๆ กนั ใหศ้ ึกษาใบความรู้ เร่อื ง ความเป็นพลเมือง
๓) ใหน้ ักเรียนเขียนแสดงความคดิ เห็นตามประเด็นทก่ี �ำหนดในใบงานท๑่ี เรอื่ ง เขาท�ำอะไร
ชวั่ โมงที่ ๒
๑) นักเรียนดูวีดิทัศน์ เรื่อง รณรงค์ต่อต้านคอรัปชัน โดยแหล่งท่ีมาhttps://www.
youtube.com/watch?v=UgxbgwMZY๔
๒) ครูร่วมกันสนทนา อภิปราย และซักถาม นักเรียนจากการดูวดี ทิ ศั น์ เรอ่ื ง รณรงค์ต่อ
ต้านคอรปั ชัน โดยใชค้ �ำถาม
- นักเรยี นรูส้ ึกอย่างไร จากการชมวดี ทิ ัศน์ เรื่อง รณรงค์ตอ่ ต้านคอรปั ชนั
- การคอรัปชัน คืออะไรในความคิดของนักเรยี น
- การคอรปั ชันดี หรือไมอ่ ยา่ งไร
- นกั เรยี นพบเหน็ การคอรปั ชนั ทอ่ี ยใู่ กลๆ้ ตวั เรอื่ งใดบา้ ง และนกั เรยี นมวี ธิ แี กไ้ ขหรอื
ป้องกันการคอรปั ชนั ได้อย่างไร
๓) นกั เรยี นร่วมกันคดิ ค�ำขวัญที่จะรว่ มการต่อตา้ นการทจุ รติ ในสงั คมและประเทศชาติ
๔.๒ สื่อการเรียนร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
๑) วดี ิทศั นเ์ รอ่ื ง คนไทยไมค่ อรปั ช่ัน
https://www.youtube.com/watch?v=ihrlY๖zniZw
๒) วดี ิทศั น์ เรื่อง รณรงคต์ อ่ ต้านคอรปั ชัน
https://www.youtube.com/watch?v=UgxbgwMZY๔
๓) ใบความรู้ เรอื่ ง ความเปน็ พลเมอื ง
๔) ใบงานท๑ี่ เรอ่ื ง เขาท�ำอะไร
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
๑) ตรวจใบงาน เรอ่ื ง เขาท�ำอะไร
๒) ตรวจแบบสังเกตพฤติกรรม ซอ่ื สัตย์ สุจริต
116 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เติม การปอ้ งกนั การทจุ ริต”
๕.๒ เคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการประเมนิ
๑) ใบงาน เรื่อง เขาท�ำอะไร
๒) แบบสังเกตพฤติกรรม ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นกั เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป
๖. บันทึกหลังการสอน
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครผู สู้ อน
(...............................................)
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 117
๗. ภาคผนวก ใบความรู้
เร่ือง ความเป็นพลเมือง
ความหมายของพลเมอื งที่ดี พลเมอื งดี หมายถึง ผทู้ ป่ี ฏิบัตหิ น้าทีพ่ ลเมืองไดค้ รบถ้วน ทัง้ กิจที่ต้องท�ำ
และกจิ ที่ควรท�ำหน้าที่ หมายถึง กจิ ทต่ี อ้ งท�ำ หรือควรท�ำ เป็นสง่ิ ที่ก�ำหนดใหท้ �ำ หรอื ห้ามมิให้กระท�ำ ถ้า
ท�ำก็จะกอ่ ใหเ้ กิดผลดี เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง ครอบครวั หรือสังคมสว่ นรวมแลว้ แตก่ รณี
ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่ส�ำคัญในการด�ำเนินชีวิต ความสามารถของบุคคลในการควบคุมอารมณ์
และพฤตกิ รรมของตนเอง ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีมุง่ หวัง โดยเกิดจากการส�ำนึก ซ่ึงต้องไม่กระท�ำการใดๆ อนั
เป็นผลท�ำให้เกิดความยุ่งยากแก่ตนเองในอนาคต หากแต่ต้องเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่
ตนเองและผ้อู ่ืนโดย
กฎ คือ ข้อบังคับ ที่อยู่ในความเป็นจริง เพ่ือไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและ ชีวิต ระเบียบ
วินัย นั้นเป็นสิ่งซึ่งมีความส�ำคัญยิ่ง โดยเฉพาะกับนักเรียนหรือเยาวชน อันจะเป็นก�ำลังอย่างมาก
ในการพัฒนาประเทศ
กติกา คือ กฎเกณฑ์ ข้อตกลง หรือข้อก�ำหนด ท่ีบุคคลต้ังแต่ ๒ ฝ่ายไปใช้เป็นหลักปฏิบัติเพ่ือให้เกิด
ความเป็นธรรมแก่ทกุ ฝา่ ย
118 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ ริต”
ใบงาน เร่อื ง เขาทำ�อะไร
ชอ่ื - นามสกุล .................................................................................................................ชน้ั ป.๕/.....
ค�ำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแสดงความรสู้ กึ ใตภ้ าพและเขยี นบรรยายผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ ตอ่ สงั คมอย่างไร
ภาพที่ ๑
กิจกรรมในภาพเปน็ การกระท�ำใด.............................................................................................................
บคุ ลในภาพเปน็ คนอย่างไร.......................................................................................................................
การกระท�ำดังกลา่ วส่งผลตอ่ สังคมและประเทศชาติอยา่ งไร......................................................................
.................................................................................................................................................................
ภาพท่ี ๒
กิจกรรมในภาพเปน็ การกระท�ำใด.............................................................................................................
บคุ ลในภาพเปน็ คนอยา่ งไร.......................................................................................................................
การกระท�ำดงั กล่าวส่งผลตอ่ สังคมและประเทศชาตอิ ยา่ งไร......................................................................
.................................................................................................................................................................
ภาพที่ ๓
กจิ กรรมในภาพเป็นการกระท�ำใด.............................................................................................................
บคุ ลในภาพเป็นคนอย่างไร.......................................................................................................................
การกระท�ำดงั กลา่ วสง่ ผลตอ่ สังคมและประเทศชาตอิ ย่างไร......................................................................
.................................................................................................................................................................
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 119
แบบประเมนิ ผลงาน
พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ ผลงานมีความ การน�ำเสนอ เสรจ็ ทันเวลา รวม
ที่ ช่อื ทกี่ �ำหนด ถูกต้อง สมบูรณ์ ผลงาน ทกี่ �ำหนด
๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
เกณฑ์การวดั ผล
ให้คะแนนระดับคุณภาพของผลงาน ดังน้ี
ดีเย่ียม เท่ากับ ๔ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐
ด ี เทา่ กบั ๓ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากับ ๒ คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรงุ เทา่ กบั ๑ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ต่ำ� กว่า ๕๐
ลงชือ่ .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
120 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเติม การป้องกนั การทุจรติ ”
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเรื่อง ซอ่ื สัตย์สุจรติ
ค�ำชแี้ จง ให้นกั เรยี นเขียนเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกบั พฤติกรรมท่ีเกดิ ขึ้นจรงิ
รายการ
เลขที่ ชือ่ - สกุล พูด รู้จัก สรุปผล
แยกแยะ การประเมิน
ไมล่ กั ตรงไป ท�ำตัวน่า ประโยชน์
ความจริง ขโมย ตรงมา เชือ่ ถือ ส่วนตนและ
ประโยชน์
สว่ นรวม ผ่าน ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมนิ ลงชื่อ .............................................ผปู้ ระเมนิ
ผา่ นตั้งแต่ ๓ รายการ ถอื ว่า ผา่ น (...........................................)
ผา่ น ๒ รายการ ถือวา่ ไมผ่ ่าน ............../............../..............
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ 121
แผนการจดั การเรียนรู้ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
เวลา ๒ ชวั่ โมง
หน่วยที่ ๔ ช่ือหน่วย พลเมืองกับความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๕ เร่อื ง ความหมายของเสรีภาพ
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบต่อสังคม
๑.๒ ปฏิบัตติ นตามหน้าทีแ่ ละมคี วามรับผดิ ชอบต่อสงั คม
๑.๓ ตระหนกั และเหน็ ความส�ำคญั ของการต่อต้านและปอ้ งกันการทจุ รติ
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ นกั เรยี นสามารถ
๒.๑ นกั เรยี นบอกความหมายของค�ำว่า เสรีภาพได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกเสรีภาพของปวงชนชาวไทยได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
เสรภี าพ หมายถงึ การใชส้ ิทธอิ ย่างใดอยา่ งหนึ่งหรอื กระท�ำการอย่างใดอยา่ งหนึ่งไดอ้ ยา่ ง
อสิ ระ แตท่ งั้ นจี้ ะตอ้ งไมก่ ระทบตอ่ สทิ ธขิ องผอู้ น่ื ซง่ึ หากผใู้ ดใชส้ ทิ ธเิ สรภี าพเกนิ ขอบเขตจนกอ่ ความเดอื ด
ร้อนต่อผ้อู นื่ ก็ยอ่ มถกู ด�ำเนินคดตี ามกฎหมาย
๓.๒ สมรรถนะส�ำคญั ของผเู้ รียน
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถการแกป้ ัญหา
๔) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๓.๓ คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
๑) มวี ินัย
๒) ใฝเ่ รยี นรู้
๓) มุ่งม่ันในการท�ำงาน
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
ช่วั โมงที่ ๑
๑. ครอู า่ นขอ้ ความตอ่ ไปนใ้ี หน้ กั เรยี นฟงั จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั วเิ คราะหว์ า่ เหมาะสม
หรือไม่
๑) ด.ช.มานะเปิดวิทยใุ นบ้านเสียงดงั จนรบกวนเพอ่ื นบ้านใกลเ้ คยี ง
122 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การปอ้ งกันการทุจริต”
๒) ประชาชนรวมกลุ่มจ�ำนวนมากปิดถนนเพ่ือประท้วงรัฐบาล เรื่อง มันส�ำปะหลัง
ราคาตกตำ�่
๓) วยั รุ่นใช้โทรศพั ท์ไปแอบถ่ายผ้หู ญงิ ในหอ้ งน�้ำสาธารณะ
๔) นักข่าวกลุ่มหนึ่งขออนุญาตเจ้าของสวนผลไม้ท่ีได้รับรางวัลดีเด่น สวนคุณภาพ
เพ่อื บันทกึ ภาพการจดั การสวนผลไม้ท่ไี ด้มาตรฐานน�ำไปเผยแพรต่ อ่ ประชาชน
๒. นกั เรยี นแตล่ ะคนจะแสดงความคดิ เหน็ พรอ้ มอธบิ ายเหตผุ ลทแ่ี ตกตา่ งกนั ไปสรปุ ไดว้ า่
ข้อความ ๑ - ๓ ไม่เหมาะสม เพราะไมเ่ คารพสิทธเิ สรภี าพของผูอ้ ่ืน ท�ำให้เกิดความเสยี หายขอ้ ความท่ี ๔
เหมาะสม เพราะเปน็ การใหค้ วามเคารพสทิ ธแิ ละเสรภี าพของผอู้ นื่ ในเรอ่ื ง เสรภี าพในเคหะสถาน คอื นกั
ข่าวขออนญุ าตเจา้ ของสถานทีก่ ่อนที่จะบนั ทกึ ภาพเผยแพร่
๓. นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง เสรภี าพ
ชว่ั โมงท่ี ๒
๑. ครูและนกั เรยี นทบทวนความรู้ เรอ่ื ง เสรีภาพ วา่ เสรภี าพ หมายถึงอะไร และเสรภี าพ
ของประชาชนมอี ะไรบา้ ง รวมทงั้ ชว่ ยกนั อภปิ ราย ถงึ ผลดขี องการเคารพสทิ ธเิ สรภี าพของผอู้ น่ื และผลเสยี
ของการไม่เคารพสทิ ธเิ สรภี าพของผู้อนื่
๒. ใหน้ ักเรียนท�ำใบงาน เรอ่ื ง เสรีภาพ
ตอนท่ี ๑ ครนู �ำภาพมาให้นกั เรียนดู แลว้ นกั เรียนเลอื กว่าเป็นเสรีภาพด้านใด
ตอนท่ี ๒ ให้นกั เรยี นบอกผลดี ของการเคารพสิทธิเสรภี าพของผูอ้ นื่ และผลเสียของ
การไมเ่ คารพสทิ ธเิ สรีภาพของผูอ้ นื่
๓. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุป เรอ่ื ง เสรภี าพของประชาชน
๔.๒ สื่อการเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) ใบความรู้ เรือ่ ง เสรีภาพ
๒) ใบงาน เร่อื ง เสรีภาพ
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน
๕.๒ เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ
แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สิน
นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๖. บันทกึ หลงั การสอน
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครผู ูส้ อน
(...............................................)
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 123
๗. ภาคผนวก ใบความรู้
เรื่อง เสรภี าพ
เสรีภาพ หมายถงึ การใช้สิทธิอย่างใดอยา่ งหนึ่งหรอื กระท�ำการอย่างใดอย่างหนึง่ ได้อย่างอสิ ระ
แต่ท้ังนี้จะต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น ซ่ึงหากผู้ใดใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตจนก่อความเดือดร้อน
ต่อผู้อืน่ กย็ อ่ มถกู ด�ำเนนิ คดตี ามกฎหมาย
เสรภี าพของปวงชนชาวไทย
๑. เสรภี าพในเคหสถาน ชาวไทยทุกคนย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครองในการอาศัยและครอบครอง
เคหสถานโดยปกติสุข
๒. เสรีภาพในการเดนิ ทางและการเลอื กถนิ่ ทีอ่ ยู่
๓. เสรีภาพในการแสดงความคดิ เหน็ ผ่านการพูดการเขียน การพมิ พ์ การโฆษณาและการส่ือ
ความหมายโดยวิธีอื่นจะจ�ำกัดแก่บุคคลชาวไทยมิได้เว้นแต่อาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เฉพาะเพอื่ ความม่ันคงของรฐั เพ่อื รกั ษาความสงบเรียบรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอันดขี องประชาชน
๔. เสรีภาพในการสอ่ื สารถึงกันโดยทางที่ชอบดว้ ยกฎหมาย การตรวจ การกกั หรือการเปิดเผย
ขอ้ มลู ส่วนบคุ คล รวมทั้งการกระท�ำต่างๆ เพ่ือเผยแพร่ขอ้ มูลจะกระท�ำมิได้
๕. เสรภี าพในการนับถือศาสนา นกิ าย ลัทธิ ความเชื่อทางศาสนา และเสรีภาพในการประกอบ
พธิ กี รรมตามความเชอื่ ของตน โดยไมเ่ ปน็ ปฏปิ กั ษต์ อ่ หนา้ ทขี่ องพลเมอื ง และไมข่ ดั ตอ่ ความสงบเรยี บรอ้ ย
หรือศีลธรรมอันดขี องประชาชน ย่อมเป็นเสรีภาพของประชาชน
๖. เสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและปราศจากอาวุธ
๗. เสรีภาพในการรวมตวั เป็นสมาคม สหพันธ์ สหองคก์ ร องค์กรเอกชน หรอื หมู่คณะ
๘. เสรภี าพในการรวมตวั จัดตัง้ พรรคการเมอื ง เพือ่ ด�ำเนินกิจกรรมทางการเมือง
๙. เสรีภาพในการประกอบอาชพี และการแข่งขนั โดยเสรีอย่างเปน็ ธรรม
124 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกันการทจุ ริต”
ใบงาน
เรื่อง เสรภี าพ
ชอื่ -นามสกุล......................................................................ชัน้ ป.๕/......เลขท.่ี .................
ค�ำชีแ้ จง ตอนที่ ๑ ใหน้ ักเรยี นดูภาพทีก่ �ำหนด แล้วบอกวา่ เป็นเสรีภาพในดา้ นใด
……………………………......…………………… ……………………………......……………………
……………………………......…………………… ……………………………......……………………
……………………………………………………………………
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ 125
ค�ำชแ้ี จง ตอนที่ ๒ ให้นักเรียนบอกผลดีของการเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นและผลเสียของ
การไมเ่ คารพสิทธิ เสรภี าพของผูอ้ ื่น
ผลดี ของการเคารพสิทธิเสรภี าพของผู้อน่ื ผลเสีย ของการเคารพสิทธเิ สรภี าพของผอู้ ื่น
126 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
แบบประเมนิ ผลงาน
พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ ผลงานมีความ การน�ำเสนอ เสรจ็ ทนั เวลา รวม
ที่ ชอ่ื ทีก่ �ำหนด ถูกต้อง สมบรู ณ์ ผลงาน ทีก่ �ำหนด
๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑๖
เกณฑก์ ารวัดผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของผลงาน ดังน้ี
ดเี ยีย่ ม เทา่ กบั ๔ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๙๐-๑๐๐
ดี เท่ากบั ๓ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๗๐-๘๙
ปานกลาง เท่ากบั ๒ คะแนน คดิ เปน็ ร้อยละ ๕๐-๖๗
ปรับปรุง เท่ากับ ๑ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ต่ำ� กวา่ ๕๐
ลงช่อื .............................................ผปู้ ระเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ 127
แบบสงั เกตพฤติกรรม
ท่ี ชื่อ พฤติกรรม ตรงจุดประสงค์ กระบวนการ ความรับผิดชอบ เสร็จทนั เวลา รวม
ทก่ี �ำหนด ท�ำงาน ๔๓๒๑ ท่กี �ำหนด ๑๖
๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน
เกณฑ์การวดั ผล
ให้คะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรม ดงั น้ี
ได้คะแนน ๑๓ คะแนน ข้นึ ไป = ผ่าน
ไดค้ ะแนนตำ�่ กว่า ๑๓ คะแนน ขน้ึ ไป = ไมผ่ า่ น
ลงชือ่ .............................................ผู้ประเมนิ
(...........................................)
............../............../..............
128 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเตมิ การป้องกันการทุจรติ ”
ค�ำสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ท่ี ๖๔๖/๒๕๖๐
เรือ่ ง แตง่ ตง้ั คณะอนกุ รรมการจัดท�ำหลกั สูตรหรอื ชุดการเรียนร้แู ละสื่อประกอบการเรยี นรู้
ด้านการป้องกันการทจุ ริต
ดว้ ย คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชมุ ครง้ั ที่ ๘๕๕-๒๖/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐
ไดม้ ีมตเิ หน็ ชอบใหแ้ ต่งตัง้ คณะอนุกรรมการจัดท�ำ หลักสูตรหรือชดุ การเรยี นร้แู ละส่อื ประกอบการเรียนรู ้
ด้านการป้องกันการทุจริต เพื่อดำ�เนินการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้
ด้านการป้องกันการทุจริต สำ�หรับใช้เป็นเน้ือหามาตรฐานกลางให้สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงาน
ท่ีเก่ียวข้องนำ�ไปพิจารณาปรับใช้ในการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทุกระดับชั้นเรียน
เพ่ือปลูกฝังจิตสำ�นึกในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม จิตพอเพียง และสร้าง
พฤติกรรมที่ไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทุจริต อันเป็นการดำ�เนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วย
การป้องกนั และปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๑ “สร้างสังคม
ไม่ทนต่อการทุจริต” กลยุทธ์ที่ ๑ ปรับฐานความคิดทุกช่วงวัยต้ังแต่ปฐมวัยให้สามารถแยกระหว่าง
ผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม และกลยทุ ธท์ ี่ ๓ ประยกุ ตห์ ลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
เปน็ เครือ่ งมือตา้ นทจุ รติ
ฉะนน้ั อาศยั อ�ำ นาจตามมาตรา ๑๙(๑๖)แหง่ พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงขอแต่งต้ัง
คณะอนกุ รรมการจดั ท�ำ หลกั สตู รหรอื ชดุ การเรยี นรแู้ ละสอื่ ประกอบการเรยี นรู้ ดา้ นการปอ้ งกนั การทจุ รติ
โดยมีองค์ประกอบ ดงั นี้
๑. รองศาสตราจารย์ ดร.มาณี ไชยธรี านุวฒั ศิร ิ ประธานอนุกรรมการ
๒. รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนกุ รรมการ
(นายประหยัด พวงจำ�ปา)
๓. ผู้ชว่ ยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนกุ รรมการ
(นายกิตติ ลิม้ พงษ)์
๔. ผู้ชว่ ยเลขาธกิ ารคณะกรรมการ ป.ป.ช. อนกุ รรมการ
(นายอุทิศ บวั ศร)ี
๕. ผ้อู ำ�นวยการสำ�นกั ปอ้ งกนั การทจุ ริตภาคการเมอื ง อนกุ รรมการ
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ 129
๖. ผูอ้ �ำ นวยการสำ�นกั ป้องกนั การทจุ ริตภาครัฐวสิ าหกจิ อนกุ รรมการ
และธรุ กจิ เอกชน
๗. ผอู้ �ำ นวยการสำ�นักป้องกนั การทุจรติ ภาคประชาสงั คม อนกุ รรมการ
และการพัฒนาเครือขา่ ย
๘. ผู้แทนส�ำ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ อนกุ รรมการ
(ด้านการสรา้ งหลักสูตรและสื่อการเรียนร)ู้
๙. ผแู้ ทนสำ�นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน อนุกรรมการ
(ด้านการสร้างหลักสตู รและสื่อการเรียนรู้)
๑๐. ผูแ้ ทนสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา อนุกรรมการ
(ดา้ นการสร้างหลกั สูตรและสื่อการเรียนร)ู้
๑๑. ผู้แทนสำ�นกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา อนุกรรมการ
(ดา้ นการสร้างหลักสูตรและสื่อการเรยี นรู้)
๑๒. ผแู้ ทนส�ำ นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา อนกุ รรมการ
(ด้านการสรา้ งหลักสตู รและสื่อการเรยี นรู้)
๑๓. ผู้แทนส�ำ นกั งานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและ อนุกรรมการ
การศึกษาตามอธั ยาศัย
(ด้านการสร้างหลักสูตรและสอ่ื การเรียนร)ู้
๑๔. ผแู้ ทนสำ�นักงานลูกเสือแห่งชาติ อนกุ รรมการ
(ดา้ นการสร้างหลักสูตรและสอ่ื การเรยี นร)ู้
๑๕. ผู้แทนทป่ี ระชุมอธิการบดแี ห่งประเทศไทย อนกุ รรมการ
(ด้านการสรา้ งหลักสูตรและสอ่ื การเรียนรู้)
๑๖. ผแู้ ทนท่ีประชุมอธิการบดมี หาวิทยาลยั ราชภัฏ อนกุ รรมการ
(ดา้ นการสร้างหลักสตู รและสือ่ การเรยี นรู้)
๑๗. ผแู้ ทนคณะกรรมการอธกิ ารบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล อนกุ รรมการ
(ด้านการสรา้ งหลักสูตรและสอ่ื การเรยี นรู้)
๑๘. ผู้แทนสถาบันวชิ าการปอ้ งกนั ประเทศ อนกุ รรมการ
กองบัญชาการกองทัพไทย
(ดา้ นการสรา้ งหลักสูตรและส่อื การเรยี นร)ู้
๑๙. ผแู้ ทนกรมยทุ ธศกึ ษาทหารบก อนกุ รรมการ
(ด้านการสร้างหลกั สตู รและสื่อการเรียนร)ู้
๒๐. ผู้แทนกรมยทุ ธศึกษาทหารเรอื อนุกรรมการ
(ด้านการสรา้ งหลกั สูตรและสือ่ การเรยี นร)ู้
๒๑. ผู้แทนกรมยทุ ธศึกษาทหารอากาศ อนกุ รรมการ
(ด้านการสร้างหลักสูตรและสอ่ื การเรยี นร)ู้
130 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเติม การป้องกนั การทุจรติ ”
๒๒. ผู้แทนกองบัญชาการศกึ ษา สำ�นักงานต�ำ รวจแห่งชาต ิ อนกุ รรมการ
(ด้านการสร้างหลกั สูตรและส่ือการเรียนรู)้
๒๓. พลโท ดร.ชยั ฤกษ์ แก้วพรหมมาลย ์ อนุกรรมการ
๒๔. นายเสฏฐนันท์ อังกูรภาสวชิ ญ์ อนุกรรมการ
๒๕. นายสุเทพ พรหมวาศ อนกุ รรมการ
๒๖. ผอู้ ำ�นวยการสำ�นักป้องกนั การทุจริตภาครฐั อนกุ รรมการและเลขานุการ
๒๗. นายสมพจน์ แพง่ ประสทิ ธ ์ิ ผู้ช่วยเลขานุการ
๒๘. นางสาวกลั ยา สวนโพธ ิ์ ผชู้ ่วยเลขานุการ
๒๙. นายสราวฒุ ิ เศรษฐกร ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๓๐. นายกาญจน์บณั ฑติ สนนุช ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
๓๑. นายเทอดภมู ิ ทัศนพิมล ผชู้ ่วยเลขานุการ
๓๒. นายธนวฒั น์ มะแมน้ ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
โดยคณะอนกุ รรมการฯ มอี ำ�นาจหนา้ ท่ีดงั น้ี
๑. ศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้
และส่อื ประกอบการเรยี นรู้ ด้านการปอ้ งกนั การทจุ รติ
๒. ก�ำ หนดแนวทางและขอบเขตในการจดั ท�ำ หลกั สตู รหรอื ชดุ การเรยี นรแู้ ละสอื่ ประกอบการเรยี นร ู้
ดา้ นการปอ้ งกนั การทจุ รติ ตามกรอบยทุ ธศาสตรช์ าตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ระยะที่ ๓
(พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ยุทธศาสตรท์ ่ี ๑ “สรา้ งสงั คมไมท่ นต่อการทจุ รติ ”
๓. พิจารณายกร่างและจัดทำ�เนื้อหาหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และส่ือประกอบการเรียนรู้
ด้านการป้องกันการทุจริต โดยกำ�หนดโครงสร้างหลักสูตร วัตถุประสงค์ของหลักสูตร จุดประสงค์ของ
รายวิชา เนื้อหาสาระ จัดระเบียบ/ลำ�ดับของเนื้อหาสาระ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ รวมท้ังอื่น ๆ
ทเ่ี กย่ี วข้อง
๔. พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และส่ือประกอบ
การเรียนรู้ ด้านการป้องกันการทุจริต เพ่ือให้มีเนื้อหาท่ีครอบคลุมและสมบูรณ์ พร้อมทั้งนำ�เสนอ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบ ทง้ั นี้ ใหด้ ำ�เนนิ การแลว้ เสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๐
๕. กำ�หนดแผนหรือแนวทางการนำ�หลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้
ด้านการปอ้ งกันการทุจริต ไปใช้ในหนว่ ยงานที่เกยี่ วข้อง
๖. ดำ�เนินการอ่นื ๆ ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย
ทั้งน้ี ตั้งแตบ่ ัดนเี้ ป็นต้นไป
ส่ัง ณ วันที่ ๒๖ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐
พลต�ำ รวจเอก
(วชั รพล ประสารราชกจิ )
ประธานกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ 131
รายช่ือคณะท�ำงาน
จัดท�ำหลกั สตู ร หรอื ชดุ การเรียนรู้ และสอ่ื ประกอบการเรียนรู้
ด้านการปอ้ งกนั การทจุ ริต กลุ่มการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
--------------------------------
ที่ปรึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน
๑. นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
๒. นางสาวอษุ ณยี ์ ธโนศวรรย ์ ผ้อู �ำ นวยการสำ�นักพัฒนานวตั กรรมการจัดการศกึ ษา
๓. นายสุรศกั ดิ์ อินศรไี กร ผชู้ ว่ ยเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม
๔. นายอุทิศ บัวศรี การทจุ ริตแหง่ ชาติ
คณะท�ำงาน ครู โรงเรยี นอนบุ าลเสาไห้ สพป.สระบุรี เขต ๑
กลมุ่ ที่ ๑ หลกั สตู รปฐมวยั ครู โรงเรยี นอนุบาลบอ่ พลอย สพป.กาญจนบุรี เขต ๔
๑. นางธารณี พรมหนู ครู โรงเรียนอนบุ าลบอ่ พลอย สพป.กาญจนบรุ ี เขต ๔
๒. นางสมบัตร สืบศักด ิ์ ครู โรงเรยี นอนุบาลบ่อพลอย สพป.กาญจนบรุ ี เขต ๔
๓. นางสาวนภสั สร ภริ มย์รักษ์ ครู โรงเรียนวดั เก้าชั่ง สพป.สงิ หบ์ ุรี
๔. นางสาวลักขณา โคบตุ ร ครู โรงเรยี นวดั ระนาม สพป.สงิ ห์บรุ ี
๕. นางสมใจ จีนเทห่ ์ ครู โรงเรยี นวัดบา้ นปอ้ งน้อย สพป.ราชบุรี เขต ๒
๖. นางสาวกชกร จีนเทห์ ครู โรงเรยี นอนบุ าลเดมิ บางนางบวช (วดั ทา่ ชา้ ง)
๗. นางสพุ กิ า ต้นสอน สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต ๓
๘. นายพฒั นา พวงมาล ี ครู โรงเรยี นวดั บอ่ กรุ “คุรุประชาสรรค์”
สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต ๓
๙. นางสุภคั ษร พรอุดมประเสรฐิ ครู โรงเรียนวัดบ่อกรุ “คุรุประชาสรรค”์
สพป.สุพรรณบุรี เขต ๓
๑๐. นางฐติ พิ ร ศรีแจม่ ครู โรงเรยี นวดั น้ำ� พุ สพป.สุพรรณบุรี เขต ๓
๑๑. นางอารีย์วรรณ เขม็ เงนิ
132 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทุจริต”
กลุม่ ที่ ๒ หลกั สตู รประถมศึกษาตอนต้น ครู โรงเรียนชลประทานอนเุ คราะห์
๑. นางสาวสภุ สั สร สุภาพ สพป.พระนครศรอี ยุธยา เขต ๑
ครู โรงเรยี นชลประทานอนเุ คราะห์
๒. นางสาวกนกนพ วรฏั ธร สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต ๑
ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นวดั ทงุ่ คอก (สวุ รรณสาธกุ จิ )
๓. นางอารี พวงวรนิ ทร์ สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต ๒
ครู โรงเรียนวัดทงุ่ คอก (สุวรรณสาธุกิจ)
๔. นางละเอยี ด สะอง้ิ ทอง สพป.สุพรรณบุรี เขต ๒
ครู โรงเรียนอนบุ าลวดั อา่ งทอง สพป.อา่ งทอง
๕. นางสาวเรณู กศุ ลวงษ ์ ครู โรงเรียนบ้านนาดา สพป.นราธวิ าส เขต ๑
๖. นางสุจริ า อาบู ครู โรงเรียนเมืองนราธวิ าส สพป.นราธวิ าส เขต ๑
๗. นางสาววิไลวรรณ ทองไหม ครู โรงเรียนบ้านมะนงั กาหยี สพป.นราธิวาส เขต ๑
๘. นางสาวนิตยา อาหมาด ครู โรงเรยี นบา้ นบือเจา๊ ะ สพป.นราธวิ าส เขต ๑
๙. นางสาวกัสมานี มามะ ครู โรงเรียนบ้านโคกพนอม สพป.นราธิวาส เขต ๑
๑๐. นางสาวนิสรนิ เทพลกั ษณ์ ครู โรงเรยี นบ้านฮแู ตยือลอ สพป.นราธิวาส เขต ๑
๑๑. นายยูกิฟลี มาหะ ครู โรงเรียนบ้านยอื สาแม สพป.นราธิวาส เขต ๑
๑๒. นางสาวซาฮาเราะ เจะย ิ
กลุ่มที่ ๓ หลักสูตรประถมศกึ ษาตอนปลาย ผ้อู ำ�นวยการโรงเรยี นวดั นางแกว้ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๑. นายกติ ติพงศ์ ศรทั ธาวาณิชย ์ ครู โรงเรยี นวดั สมถะ (สมถวทิ ยาคาร) สพป.ราชบรุ ี เขต ๒
๒. นางพรทพิ ย์ อ่มิ ศลิ ป์ ครู โรงเรียนวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรี เขต ๒
๓. นางอัจฉราวดี บญุ โต ครู โรงเรียนวดั นางแกว้ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๔. นางสาวศิริเพญ็ จันทร์ทอง ครู โรงเรยี นวดั นางแก้ว สพป.ราชบรุ ี เขต ๒
๕. นางสาวเสาวรส แสนแซว ครู โรงเรยี นวัดนางแกว้ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๖. นางสมพร คำ�นชุ ครู โรงเรียนบา้ นกูวา สพป.นราธิวาส เขต ๑
๗. นางรุสนานี ยะโก๊ะ ครู โรงเรยี นบา้ นยะหอ สพป.นราธวิ าส เขต ๑
๘. นางซเี ตาะห์ นมิ ะ ครู โรงเรยี นสายน�ำ้ ทพิ ย์ สพป.กรุงเทพมหานคร
๙. นางสนุ ทรี ทองชติ ร์ ครู โรงเรียนสายน้�ำทพิ ย์ สพป.กรุงเทพมหานคร
๑๐. นางสาวพชิ ญดา ไชยด ี ครู โรงเรยี นสายน้�ำทิพย์ สพป.กรงุ เทพมหานคร
๑๑. นางสาวศศธิ ร ค�ำนึง ครู โรงเรียนสายน�ำ้ ทพิ ย์ สพป.กรงุ เทพมหานคร
๑๒. นางสาวณชิ นนั ทน์ สวุ รรณาภยั
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ 133
กลมุ่ ที่ ๔ หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนต้น ครู โรงเรียนวัดนางแกว้ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๑. นางสาวสธุ ีรา ศริ พิ ริ ุณ
๒. นางสลิตตา มะโนวัฒนา ครู โรงเรยี นวัดนางแก้ว สพป.ราชบุรี เขต ๒
๓. นางทวิ าพร อุณยเกยี รติ ครู โรงเรียนวดั ดอนกระเบอื้ ง สพป.ราชบรุ ี เขต ๒
๔. นางสาววรรณดี ศรีอนิ สวัสดิ์ ครู โรงเรียนชมุ ชนวัดบ้านเลอื ก สพป.ราชบุรี เขต ๒
๕. นางสาวฉวีวรรณ หอธรรมกุล ครู โรงเรียนบ้านลาดวิถี สพป.ประจวบคีรขี ันธ์ เขต ๒
๖. นางสาวชนาธปิ เทียนวรรณ ครู โรงเรยี นบ้านตะพานหนิ (ประชาสามคั คี)
สพป.ชัยนาท
๗. นายวิทยา ศิริด�ำ รง ครู โรงเรยี นบา้ นไพรนกยงู (วันชยั ประชาสรรค)์
สพป.ชัยนาท
๘. นางสาวขจร สังขป์ ระเสรฐิ ครู โรงเรยี นบ้านหนองต่อ สพป.ชยั นาท
๙. นายเมธา สุระจิตร ครู โรงเรียนวัดบางปูน สพป.สิงหบ์ ุรี
๑๐. นายนพรตั น์ บญุ อน้ ครู โรงเรียนบ้านบ่อกะปงุ สพป.นครสวรรค์ เขต ๒
๑๑. นางสาวบษุ ยพรรณ พรหมวาทย์ จนั ทรา ครู โรงเรียนสุรศกั ด์มิ นตรี สพม. เขต ๒
๑๒. นางสาวลกั ษกิ า มีกศุ ล ครู โรงเรยี นสาคลวี ิทยา สพม. เขต ๓
กลุ่มท่ี ๕ หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนปลาย
๑. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรสั ธำ�รง ผอู้ �ำ นวยการกลมุ่ วจิ ยั และพฒั นาองคก์ รแหง่ การเรยี นรู้สนก.
๒. นายจักรพงษ์ วงค์อ้าย นักวชิ าการศกึ ษา สนก.
๓. นายฐาปณฐั อุดมศร ี นกั วิชาการศึกษา สนก.
๔. นายศภุ กร มรกต ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๕. นายสพลกิตติ์ สังขท์ ิพย์ ครู โรงเรียนตากฟา้ วิชาประสทิ ธิ์ ช่วยราชการ สนก.
๖. นางสาวพรรณราย ธนสตั ยส์ ถติ ย ์ ครู โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวทิ ยานุกูล” สพม. เขต ๔
๗. นายวรินทร ตันตริ ตั น์ ครู โรงเรียนหนองแคสรกิจวิทยา สพม. เขต ๔
๘. นางเยาวลกั ษณ์ หงสห์ ิรญั เรือง ครู โรงเรยี นสายนำ้�ผ้งึ ในพระอปุ ถัมภ์ สพม. เขต ๒
๙. นางสาวขวัญวิภา ภแู่ ส ครู โรงเรียนอนิ ทร์บรุ ี สพม. เขต ๕
๑๐. นายธรรมสรณ์ สศุ ิร ิ ครู โรงเรียนอินทร์บุรี สพม. เขต ๕
๑๑. นางสาววภิ า ทววี งศ์ ครู โรงเรยี นชุมชนวัดใหญ่โพหกั สพป.ราชบุรี เขต ๒
๑๒. นางสาวดวงจนั ทร์ บัวเบา ครู โรงเรยี นชมุ ชนวดั ใหญ่โพหัก สพป.ราชบรุ ี เขต ๒
134 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การปอ้ งกันการทุจริต”
คณะท�ำงานส่วนกลาง ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศึกษาธกิ าร
๑. นายไชยวัฒน์ สคุ นั ธวิภัติ ขา้ ราชการบำ�นาญ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๒. นางสาธพุ ร สคุ ันธวิภตั ิ ข้าราชการบ�ำ นาญ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๓. นางสาวสรรเสรญิ สวุ รรณ์ ข้าราชการบ�ำ นาญ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๔. นางสุณิสาห์ ม่วงคราม เจ้าพนกั งานธรุ การช�ำ นาญงาน สนก.
๕. นางสจุ ิตรา พิชยั นักจดั การงานทวั่ ไป สนก.
๖. นางสาวณัฐรดา เนตรสว่าง นกั จดั การงานทั่วไป สนก.
๗. นางสาวมณฑาทิพย์ ศิรสิ มุ ทุม พนักงานบนั ทึกขอ้ มูล สนก.
๘. นางสาวศรัญญา โชต ิ เจา้ หนา้ ที่บรหิ ารท่วั ไป สนก.
๙. นายสหสั พล ษรบณั ฑิต เจ้าหนา้ ทีบ่ ริหารทว่ั ไป สนก.
๑๐. นายภูริตะ ปราศกาเมศ เจ้าหนา้ ทีบ่ รหิ ารทว่ั ไป สนก.
๑๑. นางสาวอรอมุ า เสือเฒา่
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ 135
รายชอื่ คณะบรรณาธกิ ารกิจ
หลกั สตู ร หรอื ชุดการเรียนรู้และสอื่ ประกอบการเรยี นรู้
ด้านการป้องกันการทุจรติ กลุ่มการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
--------------------------------
ทป่ี รึกษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
๑. นายบญุ รักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
๒. นางสาวอษุ ณยี ์ ธโนศวรรย ์ ผ้อู ำ�นวยการส�ำ นกั พัฒนานวตั กรรมการจัดการศกึ ษา
๓. นายสรุ ศกั ดิ์ อินศรไี กร ผชู้ ว่ ยเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ้ งกนั
๔. นายอทุ ศิ บัวศร ี และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ
คณะท�ำงาน ข้าราชการบำ�นาญ กระทรวงศกึ ษาธิการ
๑. นางสาวสรรเสรญิ สุวรรณ ์ ข้าราชการบ�ำ นาญ กระทรวงศกึ ษาธิการ
๒. นางจ�ำ นงค์ ศรมี ังกร ศกึ ษานเิ ทศก์ ศกึ ษาธิการจังหวัดชยั นาท
๓. นายธนบดพี ิพัฒน์ ด�ำ นิล ศึกษานเิ ทศก์ สพป.พิษณุโลก เขต ๓
๔. นางณฐั พร พว่ งเฟอื่ ง ศึกษานิเทศก์ สพป.ราชบุรี เขต ๒
๕. นายศุภกร มรกต ศกึ ษานิเทศก์ สพป.อดุ รธานี เขต ๑
๖. นายวินยั อสุณี ณ อยุธยา ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.มหาสารคาม เขต ๓
๗. นายณัฐพล ค้มุ วงศ ์ ศึกษานิเทศก์ สพป.นนทบรุ ี เขต ๒
๘. นางเพ็ญจา เสมอเหมอื น ศึกษานิเทศก์ สพม. เขต ๑๗
๙. นางบงั อร ควรประสงค ์ ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นสายน�้ำ ทพิ ย์ สพป.กรงุ เทพมหานคร
๑๐. นางนิรมล บัวเนียม ผูอ้ �ำ นวยการโรงเรียนบา้ นหนองปลาตอง
๑๑. นายวชริ เมษฐ์ บ�ำ รงุ ผดุงวทิ ย ์ (ประชาวทิ ยาคาร) สพป. สกลนคร เขต ๑
ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นบ้านแบง สพป.หนองคาย เขต ๒
๑๒. นายไกรสร พิมพ์ประชา ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นบา้ นโคกเฟอื ง สพป.บรุ รี มั ย์ เขต ๓
๑๓. นายธนกฤติ พรมบุตร ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นบางมดวทิ ยา
๑๔. นายบุณยพงศ์ โพธิวัฒนธ์ นตั “สสี กุ หวาดจวนอปุ ถมั ภ”์ สพม. เขต ๑
ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นผกั ไห่ “สทุ ธาประมขุ ” สพม. เขต ๓
๑๕. นางนันทนา ชมชื่น ผอู้ �ำ นวยการโรงเรียนบา้ นรับร่อ สพป.ชมุ พร เขต ๑
๑๖. นางสาวปิยนชุ เปี่ยมวิรยิ วงศ ์ ผอู้ ำ�นวยการโรงเรียนบา้ นหนิ กบ สพป.ชมุ พร เขต ๑
๑๗. นางทพิ าภรณ์ หญตี ศรีคำ� ครู โรงเรยี นอนุบาลลพบรุ ี สพป.ลพบุรี
๑๘. นางสจุ ติ รา จรรยา
136 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”
๑๙. นางสาวภัณฑลิ า บา้ นด่าน ครู โรงเรยี นคชิ ฌกฏู วทิ ยา สพม. เขต ๑๗
๒๐. นางสุวรรณี ศักดิ์ชัยสมบูรณ ์ ครู โรงเรียนวดั บางปนู สพป.สิงห์บุรี
๒๑. นางลดั ดา ค�ำ วิจิตร ครู โรงเรยี นวดั โบสถ์ สพป.สงิ หบ์ ุรี
๒๒. นางสาวชัญญานุช รตั นวชิ ัย ครู โรงเรยี นบางมดวทิ ยา “สสี ุกหวาดจวนอปุ ถมั ภ”์
สพม. เขต ๑
๒๓. นางสาวอรสา อษิ ฐเจรญิ ครู โรงเรยี นบางมดวิทยา “สสี กุ หวาดจวนอุปถมั ภ”์
สพม. เขต ๑
๒๔. นางสาวรตั นากร ศรคี ณุ ครู โรงเรียนบางมดวทิ ยา “สสี ุกหวาดจวนอุปถัมภ”์
สพม. เขต ๑
๒๕. นางสาวกัญญาพัชร หมมู่ ่วง ครู โรงเรยี นบางมดวิทยา “สสี ุกหวาดจวนอปุ ถัมภ”์
สพม. เขต ๑
๒๖. นางสาวประภาลกั ษณ์ เพียมะ ครู โรงเรยี นบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ”์
สพม. เขต ๑
๒๗. นางสาวณัฐทิตา รักษา ครู โรงเรยี นบางมดวทิ ยา “สีสุกหวาดจวนอุปถมั ภ์”
สพม. เขต ๑
๒๘. นางสาวเบญจวรรณ ศริ ิหัตถ ์ ครู โรงเรยี นบางมดวิทยา “สีสกุ หวาดจวนอปุ ถมั ภ”์
สพม. เขต ๑
๒๙. นางสาวรงั สิมา ไกรนรา ครู โรงเรียนบางมดวิทยา “สสี กุ หวาดจวนอุปถมั ภ”์
สพม. เขต ๑
๓๐. นางสาวสุวรรณี สมประเสริฐ ครู โรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถมั ภ์”
สพม. เขต ๑
๓๑. นายบริบูรณ์ พรหมสวา่ ง ครู โรงเรยี นบางมดวทิ ยา “สสี ุกหวาดจวนอุปถัมภ์”
สพม. เขต ๑
๓๒. นางนติ ยา ภริ มย์กิจ นกั ทรพั ยากรบุคคล สพร.
๓๓. นายภธู ร จนั ทะหงษ์ ปณุ ยจรสั ธ�ำ รง ผอู้ ำ�นวยการกลมุ่ บริหารทัว่ ไป สนก.
๓๔. นายจักรพงษ์ วงค์อ้าย นกั วชิ าการศึกษา สนก.
๓๕. นายสพลกติ ต์ิ สงั ขท์ พิ ย์ ครู โรงเรยี นตากฟา้ วชิ าประสทิ ธ์ิ ช่วยราชการ สนก.
๓๖. นายฐาปณัฐ อดุ มศร ี นักวิชาการศกึ ษา สนก.
๓๗. นางสุจิตรา พชิ ยั เจ้าพนกั งานธรุ การ สนก.
๓๘. นางสาวณฐั รดา เนตรสว่าง นักจัดการงานทว่ั ไป สนก.
๓๙. นางสาวศรญั ญา โชติ พนักงานบันทึกข้อมลู สนก.
๔๐. นายสหัสพล ษรบัณฑิต เจา้ หนา้ ทบ่ี รหิ ารท่วั ไป สนก.
๔๑. นางสาวอรอมุ า เสอื เฒา่ เจา้ หน้าทีบ่ ริหารทวั่ ไป สนก.
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ 137
รายช่ือคณะผูป้ ระสานงาน
การจัดท�ำหลกั สูตร หรอื ชดุ การเรียนรู้และสือ่ ประกอบการเรยี นรู้
ดา้ นการปอ้ งกนั การทจุ รติ กลมุ่ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ส�ำนกั งาน ป.ป.ช.
--------------------------------
ที่ปรึกษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการป้องกนั
๑. นายวรวทิ ย์ สขุ บุญ
และปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ
๒. นายประหยัด พวงจำ�ปา รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการป้องกัน
และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ
๓. นายกิตติ ลิม้ พงษ์ ผชู้ ว่ ยเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ
๔. นายอุทิศ บัวศรี ผชู้ ว่ ยเลขาธกิ ารคณะกรรมการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ
๕. นางสาวจนิ ตนา พลอยภทั รภญิ โญ ผู้อำ�นวยการสำ�นกั ปอ้ งกันการทจุ รติ ภาครฐั
คณะผปู้ ระสานงาน เจา้ พนักงานป้องกันการทุจรติ เช่ยี วชาญ
๑. นายสมพจน์ แพ่งประสิทธ์ ิ เจา้ พนกั งานป้องกนั การทจุ ริตช�ำ นาญการ
๒. นายสราวฒุ ิ เศรษฐกร เจา้ พนกั งานป้องกันการทุจริตช�ำ นาญการ
๓. นายธนวฒั น์ มะแมน้ เจา้ พนกั งานปอ้ งกันการทุจริตปฏิบัติการ
๔. นายณฐั พงศ์ มณจี ักร ์ นกั ศกึ ษาฝึกงาน มหาวิยาลยั ราชภัฏจันทรเกษม
๕. นางสาวจดิ าภา แสงหริ ญั นกั ศึกษาฝึกงาน มหาวิยาลัยราชภฏั จันทรเกษม
๖. นางสาววัลภา บุญชู
138 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ 139