43 กราฟที่ 3 แบบบันทึกผลความก้าวหน้าของการตอบถูกก่อนเรียน – หลังเรียน 0 10 20 30 40 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 แบบบันทึกผลการตอบถูกในแต่ละข้อ ก ่อนเร ียน แบบบันทึกผลการตอบถูกในแต่ละข้อ หลังเร ียน
44 แบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 ก่อนพัฒนาการสอน – หลังพัฒนาการ ล าดับ เลข ปร ะจ าตัว ช ื่อ – นามสกุล ผลคะแนนจากการพัฒนาทักษะ การค านวณ ค ่าค วาม ก้าว หน้า ค ่าค วามก้าว หน้า (ร้อยละ) ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ก่อนพัฒนา หลังพัฒนา 1. 17976 เด็กชายไชยวัฒน์ สิริวิมลชัย 4 12 8 38.09524 5.65685 2. 18136 เด็กชายชนะศักดิ์ กุลสูงเนิน 8 16 8 35.71429 2.82843 3. 18764 เด็กชายนภัทร เสถียรวัฒนา 5 15 10 50.00000 3.53553 4. 20876 เด็กชายวันชนะ ดาวัลย์ 2 9 7 38.09524 7.77817 5. 21543 เด็กชายรัฐภูมิ กลอนโคกสูง 8 18 10 9.52381 1.41421 6. 22196 เด็กชายกรวิทชญ์ พุ่มพวง 5 12 7 66.66667 5.65685 7. 22197 เด็กชายกฤษดา สังขรัตน์ 4 14 10 38.09524 4.24264 8. 22198 เด็กชายเกริกไกวัล รือชา 3 11 9 35.71429 6.36396 9. 22199 เด็กชายชลสิทธิ์ ล าพูน 4 10 6 54.76190 7.07107 10. 22200 เด็กชายณัฏฐพล เอี่ยมสะอาด 3 11 8 59.52381 6.36396 11. 22201 เด็กชายธนากร แสนสุข 5 12 7 30.95238 5.65685 12. 22203 เด็กชายนนท์ปวิธ คชประภา 2 11 9 45.23810 6.36396 13. 22205 เด็กชายรพีภัทร ภูมั่ง 7 17 10 50.00000 2.12132 14. 22206 เด็กชายวิธวิทย์ อุทังบุญ 4 12 8 64.28571 5.65685 15. 22207 เด็กชายศรัณย์พัฒณ์ เจริญรัตน์ 3 11 9 54.76190 6.36396 16. 22208 เด็กชายศิรพัฒ ศิลาจันทร์ 3 13 10 19.04762 4.94975 17. 22209 เด็กชายศุภกฤต ยามุนี 8 20 12 19.04762 0.00000 18. 22210 เด็กชายสุรวุฒิ เอกพัสดิ 3 9 6 23.80952 7.77817 19. 22211 เด็กชายอภิวัฒน์ จุลอักษร 5 10 5 16.66667 7.07107 20. 17923 เด็กหญิงขวัญข้าว แย้มทับ 6 14 8 23.80952 4.24264 21. 17939 เด็กหญิงสุภัชชา เทียมโสม 9 20 11 16.66667 0.00000 22. 18034 เด็กหญิงศิรภัสสร ดุลยพีรดิส 10 19 9 23.80952 0.70711 23. 18036 เด็กหญิงสมฤทัย บุญถูก 8 20 12 21.42857 0.00000 24. 18037 เด็กหญิงสุชานรี ดารา 9 20 11 14.28571 0.00000 25. 18038 เด็กหญิงสุชานันท์ ดารา 9 20 11 19.04762 0.00000 26. 18058 เด็กหญิงกานต์จพร ว่องวิชญกุล 3 11 9 16.66667 6.36396
45 ล าดับ เลข ปร ะจ าตัว ช ื่อ – นามสกุล ผลคะแนนจากการพัฒนาทักษะ การค านวณ ค ่าค วาม ก้าว หน้า ค ่าค วามก้าว หน้า (ร้อยละ) ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ก่อนพัฒนา หลังพัฒนา 27. 18064 เด็กหญิงพัชราลักษณ์ วงษ์แก้ว 6 19 13 30.95238 0.70711 28. 18789 เด็กหญิงพิมนารายณ์ แซ่ซิ้ม 7 18 11 26.19048 1.41421 29. 19195 เด็กหญิงพัชราภา แซ่จัง 3 14 11 26.19048 4.24264 30. 19198 เด็กหญิงกมลลักษณ์ ธนโสภามงคล 8 17 9 21.42857 2.12132 31. 20164 เด็กหญิงอนัญญา กองสมบัติ 8 15 7 16.66667 3.53553 32. 20597 เด็กหญิงฑิฆัมพร กองมูล 4 14 10 23.80952 4.24264 33. 21004 เด็กหญิงกัญญา ออมสิน 2 10 8 19.04762 7.07107 34. 21534 เด็กหญิงมนัสสนันท์ ไชยสัตย์ 6 15 9 21.42857 3.53553 35. 22212 เด็กหญิงขวัญแก้ว อุตอามาตย์ 2 12 10 23.80952 5.65685 36. 22213 เด็กหญิงวรรณษา ท านิทา 3 16 13 30.95238 2.82843 37. 22214 เด็กหญิงวรัทยา ฉิมกุล 2 13 11 26.19048 4.94975 38. 22215 เด็กหญิงสุทธิดา กวนสุพรรณ 8 19 11 26.19048 0.70711 39. 22216 เด็กหญิงสุวรรณี ศรีวิชา 8 18 10 23.80952 1.41421 40. 22217 เด็กหญิงเสาวธาร จันทร์โพธิ์ 3 15 12 28.57143 3.53553 41. 22218 เด็กหญิงอมินตา สร้างขุนทด 4 17 13 30.95238 2.12132 42. เด็กชายกิตพงษ์ ภูเวียง 5 11 6 14.28571 6.36396 ค ะแนนรวมทั้งหมด 219 610 394 30.39 3.87 ตารางที่5 แบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนพัฒนาการสอน – หลังพัฒนาการสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/7
46 แบบบันทึกความพึงพอใจของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนนาหลวง ตารางที่ 6 แบบบันทึกความพึงพอใจของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณ ร ะดับผลการประเมิน 80-100 ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 70-79 ระดับความพึงพอใจมาก 60 -69 ระดับความพึงพอใจปานกลาง 50-59 ระดับความพึงพอใจน้อย น้อยกว่า 50 ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด ข้อที่ ร ายการ ร ะดับค วามพึงพอใจ N ค ่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ร ะดับ 5 4 3 2 1 ด้านบร รยากาศ 1. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียน มีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม 34 6 2 0 0 42 4.76 95.24 0.53 มากที่สุด 2. บรรยากาศของการเรียนท าให้นักเรียนมี ความกระตือรือร้นในการเรียน 30 6 6 0 0 42 4.57 91.43 0.73 มากที่สุด 3. บรรยากาศห้องเรียนเอื้อต่อการเรียนการสอน 34 4 4 0 0 42 4.71 94.29 0.63 มากที่สุด 4. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้ นักเรียนท ากิจกรรมได้อย่างอิสระ 37 5 0 0 0 42 4.88 97.62 0.32 มากที่สุด 5. บรรยากาศของการเรียนท าให้นักเรียนเกิด ความคิดที่หลากหลาย 29 9 4 0 0 42 4.60 91.90 0.66 มากที่สุด ปร ะโยช น์ที่ได้ร ับ 1. การจัดการเรียนรู้ท าให้เข้าใจเนื้อหาได้ง ่าย 39 3 0 0 0 42 4.93 98.57 0.26 มากที่สุด 2. การจัดการเรียนรู้ท าให้จ าเนื้อหาได้นาน 42 0 0 0 0 42 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด 3. การจัดการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยตนเองได้ 35 3 4 0 0 42 4.74 94.76 0.62 มากที่สุด 4. การจัดการเรียนรู้ท าให้เข้าใจและรู้จักหลักการ คิดค านวณได้รวดเร็วขึ้น 42 0 0 0 0 42 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด 5. กิจกรรมการเรียนการสอนนี้สามารถน าไปปรับใช้ ในรายวิชาอื่นได้ 42 0 0 0 0 42 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด รวมค ะแนนทั้งหมด 364 36 20 0 0 420 4.82 96.38 0.37 มากที่สุด
47 ข้อวิจารณ์ จากตารางที่ 1 เป็นการเปรียบเทียบข้อสอบท าให้ทราบได้ว่า ข้อสอบทั้งหมด 15 ข้อ ในแต่ละข้อมี มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ผลการเปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและคะแนนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึก ทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 พบว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณของนักเรียนสูงกว่าคะแนนสอบก่อนเรียน สังเกตได้จากตารางที่ 4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 มีผลที่พัฒนาขึ้น สังเกตได้จากตารางที่ 5 ผลของ การสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนมีความพึงพอใจจากนักเรียนในระดับที่ มากที่สุด โดยการสังเกตจากตารางที่ 6
48 บทที่ 5 สร ุปผลการ วิจัยและข้อเสนอแนะ สร ุปผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียน การสอน เรื่อง งานและก าลัง วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง สรุปสาระส าคัญได้ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย จากการศึกษาค้นคว้า และ ทดลองการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อ ส่งเสริมการเรียนการสอน สามารถสรุปได้ดังนี้ 1. การจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน ช่วยให้ นักเรียนได้เรียนรู้เนื้อหาในเรื่อง งานและก าลัง มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.2/1 ได้แม่นย ามากขึ้น ซึ่งได้ ความก้าวหน้า(ร้อยละ) 79.84 % มีค่าสูงขึ้น 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจากใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการ สอน เรื่อง งานและก าลัง ท าให้มีผลคะแนนค่าความก้าวหน้า(ร้อยละ)มีค่าสูงขึ้น 3. ค่าความพึงพอใจของนักเรียนกลังจากจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณ เรื่อง งานและก าลัง นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด โดยมีค่าร้อยละอยู่ที่ 96.38 อภิปร ายผลการ วิจัย งานวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ศึกษาและค้นคว้า เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง จากการสอบเก็บคะแนน ในเรื่อง งานและก าลัง พบว่า จากการสอนนักเรียนในเรื่องที่ผ่านซึ่ง เกี่ยวกับการค านวณ นักเรียนมีทักษะการค านวณที่ไม่ดีเท่าไหร่จึงส่งผลกระทบต่อการเรียนในเรื่อง งานและ ก าลัง หลังจากทดสอบครั้งที่ 1 ท าให้ทราบได้ว่านักเรียนมีกระบวนการค านวณที่ไม่เป็นระบบและส่งผลให้ผล คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ผู้วิจัยจึงได้พิจารณาจากการเรียนในชั้นเรียนและกระบวนการค านวณ โดยเริ่มจาก การศึกษาค้นคว้าว่านักเรียนในวัยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างไร และ ควรจัดการเรียน การสอนอย่างไร ผลสรุปที่ได้ก็คือ เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เป็นวัยที่ก าลังพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่เพื่อ เป็นก าลังเป็นอนาคตของชาติ ผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงหาแนวทางและกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาวัยรุ่นให้มีคุณภาพ และฝึกให้นักเรียนได้คิดอย่างเป็นระบบ และฝึกทักษะที่จ าเป็นต้องอาศัยพื้นฐานหลาย ๆ อย่าง ซึ่งจะส่งผลต่อ การเรียนรู้ที่มั่นคงขึ้นของผู้เรียน นอกจากนี้พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนจะแสดงออกมาได้ดีขึ้นอยู่กับ ความพร้อมของนักเรียน ยังต้องค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลการให้นักเรียนรู้ผลความก้าวหน้าของ
49 ตนเอง การให้รางวัล และการลงโทษ ในวัยนี้ผู้สอนควรจัดการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนมีทักษะการค านวณ การวิเคราะห์ การตั้งค าถาม ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง มีการแข่งขันกระตุ้นความสนใจ ผู้วิจัยจึงจัดการเรียนการ สอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการค านวณเพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง ได้ผลการตอบถูกในมาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.2/1 มีจ านวนคนตอบถูกเพิ่มขึ้นในแต่ละข้อ ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนดีขึ้นเป็น ล าดับ โดยจากการส ารวจความพึงพอใจนักเรียนมีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึก ทักษะการค านวณประกอบการสอนในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะส าหร ับการ วิจัยคร ั้งต่อไป 1. ข้อเสนอแนะในด้านการเรียนการสอน 1.1 ในการใช้แบบฝึกทักษะการค านวณประกอบการสอนนั้น ผู้สอนควรหากิจกรรมที่ เกี่ยวกับเกมมาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสนุกในการเรียนและกระตุ้นความสนในเพิ่ม เสริมแรงบวกด้วยของรางวัล 1.2 ควรจัดกิจกรรมเกมที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นกว่านี้ 2. ข้อเสนอแนะในด้านการท าวิจัยครั้งนี้ 2.1 ควรขยายเนื้อหา มาตรฐาน/ตัวชี้วัดให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหา การสอบให้มากยิ่งขึ้น 2.2 ควรขยายระยะเวลาในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เกมประกอบการสอนให้นาน ยิ่งขึ้น จาก 3 ชั่วโมง
50 บร รณานุกรม ทิพปภา ศิริธีรพันธ์. (2547).การพัฒนาการจัดการเร ียนรู้วิชาคณิตศาสตร ์ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดค านวณ เร ื่อง จ านวนเต็ม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของนักเร ียนโรงเร ียนเมืองคง อ าเภอคง จังหวัด นครราชสีมา การศึกษาค้นคว้าอิสระ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: วิทยานิพนธ์. ธ ารง บัวศรี. (2531). ทฤษฎ ีหลักสูตร การออกแบบและการพัฒนา. กรุงเทพฯ: เอราวัณการพิมพ์. นันท์นลิน แหล่งสนาม.(2547) . การพัฒนาการจัดการเร ียนรู้วิชาคณิตศาสตร ์ด้วยแบบฝึกทักษะการคิด ค านวณเร ื่อง ทฤษฏ ีของปีทาโกร ัส ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเร ียนพิมายวิทยา อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา / การศึกษาค้นคว้าอิสระ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: วิทยานิพนธ์ พิชญ์ชลิดา และวงศ์สิริบวรกุล. (2560). การพัฒนาทักษะการอ ่านจับใจความส าคัญจากสิ่งพิมพ์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้แผนผังความคิดส าหร ับนักเร ียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่2. มหาวิทยาลัยราช ภัฏพิบูลสงคราม ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร ์, กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช เยาวดี วิบูลย์ศรี. (2549). การ วัดผลและการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์, พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงฯ : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อัจฉรา อาทวัง. (2258). การพัฒนาทักษะการคิดค านวณ กลุ่มสาระการเร ียนรู้คณิตศาสตร ์ ชื่อเร ื่อง ส าหร ับ นักเร ียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา. มหาวิทยาลัยราชภัฏ บุรีรัมย์: วิทยานิพนธ์ อุบล กลองกระโทก. 2554. การ วิจัยและพัฒนาชุดฝึกทักษะด้านคณิตศาสตร ์พื้นฐานออนไลน์แบบยั่งยืน ส าหร ับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. ของนักเร ียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จังหวัดกร ุงเทพมหานคร.
51 ภาคผนวก
52 ภาคผนวก ก ร ายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร ื่องมือในการวิจัย
ร ายชื่อผู้เชี่ยวชาญตร วจสอบเคร ื่องมือในการ วิจัย ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท ่าน ปร ะเมินความสอดคล้องของเคร ื่องมือการ วิจัย ดังนี้ 1. นางสินีนิตย์ เพชรศรีเงิน คุณครูพี่เลี้ยง คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณครูประจ าวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนาหลวง 2. นางสาวผุสดี วงษ์สมศรี คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณครูประจ าวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนาหลวง 3. นางสาวจิรัชยา ศรีทอง คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณครูประจ าวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนาหลวง
54 ภาคผนวก ข แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยช น์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ วัตถุประสงค ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ ิ์ ระดับ พฤติกรรม ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม ่ แน ่ใจ (0) ไม ่ สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) 1. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ งานมีความหมายสอดคล้องกับข้อใด ก. เกิดจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ ข.เกิดจากแรงไปกระท าให้วัตถุเคลื่อนที่ ไปตามแนวแรง ค. เกิดจากที่แรงไปกระท ากับวัตถุ ง. เป็นปริมาณเวกเตอร์มีหน่วยเป็นจูล รู้-จ า 2. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ คนงานก่อสร้างออกแรงผลักถังปูนจน เต็มแรงปรากฏว่าถังปูนไม ่เคลื่อนที่อยาก ทราบว่าคนงานก่อสร้างมีงานเกิดขึ้น หรือไม ่ ก. เกิด เพราะเขาออกแรง ข. เกิด เพราะเขาเป็นคนงานก่อสร้าง ค. ไม ่เกิด เพราะไม ่มีการเคลื่อนที่ ง. ข้อ 1. และ 3. ถูกต้อง เข้าใจ 3. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ หน่วยของงาน ทางวิทยาศาสตร์ ก. นิวตัน ข. เมตร ค. วัตต์ ง. จูล รู้-จ า
ข้อ วัตถุประสงค ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ ิ์ ระดับ พฤติกรรม ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม ่ แน ่ใจ (0) ไม ่ สอดคล้อง (-1) 4. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ งานในข้อใดมีค่าเป็นศูนย์ ก. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ตั้ง ฉากกัน ข. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ท า มุมกัน ค. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ตรง ข้ามกัน ง. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่มีทิศ เดียวกัน เข้าใจ 5. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ ข้อใดอธิบายความหมายของก าลังได้ ถูกต้อง ก. งานที่ท าในขณะหนึ่ง ข. งานที่ท าในหนึ่งชั่วโมง ค. งานที่ท าให้หนึ่งหน่วยพื้นที่ ง. งานที่ท าในหนึ่งหน่วยเวลา รู้-จ า 6. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ภาพใดเกิดงาน ภาพใดไม ่เกิดงาน ก. เกิดงาน เพราะเขายืนอยู่กับที่ ข. เกิดงาน เพราะเขามีการเคลื่อนที่ ค. ไม ่เกิดงาน เพราะเขายืนอยู่กับที่ ง. ไม ่เกิดงาน เพราะเขามีการเคลื่อนที่ เข้าใจ 7. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ นุชดึงถังน้ าที่อยู่ก้นบ่อด้วยแรง 50 นิว ตัน ในแนวดิ่ง ด้วยความเร็วคงตัว ให้ถัง น้ าขึ้นมาถึงปากบ่อพอดี งานที่เกิดขึ้นมี ค่าเท่าใด เมื่อบ่อลึก 10 เมตร ก. 500 จูล ข. 5,000 จูล ค. 50,000 จูล ง. 500,000 จูล น าไปใช้
ข้อ วัตถุปร ะสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ร ะดับ พฤติกรรม ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม่ แน ่ใจ (0) ไม่ สอดคล้อง (-1) 8. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ หมากถือของมวล 10 กิโลกรัม นั่งอยู่บน รถบรรทุกซึ่งแล่นไปบนถนนราบได้ ระยะทาง 50 เมตรหมากจะท างานได้กี่ จูล ก. 0 จูล ข. 5 จูล ค. 10 จูล ง. 15 จูล น าไปใช้ 9. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ ชายคนหนึ่งดันรถด้วยแรง 100 นิวตัน ทาให้รถเคลื่อนที่ได้ ระยะทาง 2 เมตร ภายในเวลา 5 วินาที ก าลังที่ชายคนนี้ใช้ ในการดันรถเป็นเท่าไร ก. 20 วัตต์ ข. 40 วัตต์ ค. 60 วัตต์ ง. 80 วัตต์ น าไปใช้ 10 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ สมศรีเดินหิ้วกระเป๋ามวล 4 กก. ขึ้นตึกไป ยังชั้น 5ภายในเวลา 50 วินาที ถ้าตึกมี ความสูงเฉลี่ย ชั้นละ 5 เมตร จงหาก าลัง ที่สมศรีใช้ในการหิ้วกระเป๋าเป็นกี่วัตต์ ก. 10 วัตต์ ข. 15 วัตต์ ค. 20 วัตต์ ง. 25วัตต์ น าไปใช้ 11 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ คนลากกล่องด้วยแรง 20 นิวตัน ไปข้างหน้า 10 เมตร งานเนื่องจากแรงที่ลากกล่องเป็น เท่าใด ตอบ หางานได้จากความสัมพันธ์ W = Fs = 20Nx10m = 200 Nm หรือ 200 J ดังนั้น งานที่ท าในการลากกล่องเท่ากับ 200 J น าไปใช้
ข้อ วัตถุปร ะสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ร ะดับ พฤติกรรม ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม่ แน ่ใจ (0) ไม่ สอดคล้อง (-1) 12 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ นักเรียนถือหนังสือเรียนหนัก 20 นิวตัน ขึ้น ลิฟต์จากชั้น 1 ไปยังชั้น 4 ซึ่งอยู่สูงจากพื้น 12 เมตร งานเนื่องจากแรงที่นักเรียนถือ หนังสือเป็นเท่าใด ตอบ หางานได้จากความสัมพันธ์ W = Fs = 20N x 12m = 240 Nm หรือ 240 J ดังนั้น งานเนื่องจากแรงถือหนังสือเป็น240 J น าไปใช้ 13 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ ชายคนหนึ่งดันรถที่จอดขวางให้เคลื่อนที่ได้ ระยะทาง 3 เมตร ใช้เวลา 10 วินาที ถ้าออก แรง 100 นิวตัน ชายคนนั้นมีก าลังเท่าใด ตอบ หาก าลังได้จากความสัมพันธ์ โดย P = W t โดย W = Fs จะได้ P = Fs t P = 100 N × 3 m 10 s = 30 J/s หรือ 30W ดังนั้น ชายคนนี้มีก าลังเท่ากับ 30 วัตต์ น าไปใช้ 14 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ รถทดลองคันหนึ่งมีก าลัง 60 วัตต์ ถ้ารถ ทดลองคันนี้เคลื่อนที่ได้ระยะทาง 3 เมตร ใช้ เวลา 2 วินาที แรงขับเนื่องจากเครื่องยนต์ที่ ท าให้รถทดลองเคลื่อนที่เป็นเท่าใด ตอบ หาก าลังได้จากความสัมพันธ์โดย P = W t โดย W = Fs แรงที่ขับหาได้จากP = Fs t นั่นคือ F = Pt s จะได้ F = 60 W × 2s 3 m F = 40 N ดังนั้น แรงขับเนื่องจากเครื่องยนต์ที่ให้รถ ทดลองเคลื่อนที่ เท่ากับ 40 N น าไปใช้
ข้อ วัตถุปร ะสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ร ะดับ พฤติกรรม ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม่ แน ่ใจ (0) ไม่ สอดคล้อง (-1) 15 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ เครื่องยกของเครื่องหนึ่งมีก าลัง 500 วัตต์ ถ้ายกสิ่งของชิ้นหนึ่งหนัก 600 นิวตัน ได้ สูง 3 เมตร จะใช้เวลา ในการยกสิ่งของ ชิ้นนี้เท่าใด ตอบ เวลาที่ใช้ในการยกสิ่งของหาได้จาก P = W t โดย W = Fs นั่นคือ P = Fs t จะได้ t = Fs P t = 600 N × 3 m 500 W t = 3.6s ดังนั้น เครื่องยกของเครื่องนี้ใช้เวลาใน การยกสิ่งของ เท่ากับ 3.6 s น าไปใช้ แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 1. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ งานมีความหมายสอดคล้องกับข้อใด ก. เกิดจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ ข.เกิดจากแรงไปกระท าให้วัตถุเคลื่อนที่ ไปตามแนวแรง ค. เกิดจากที่แรงไปกระท ากับวัตถุ ง. เป็นปริมาณเวกเตอร์มีหน่วยเป็นจูล รู้-จ า 2. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ คนงานก่อสร้างออกแรงผลักถังปูนจนเต็ม แรงปรากฏว่าถังปูนไม ่เคลื่อนที่อยาก ทราบว่าคนงานก่อสร้างมีงานเกิดขึ้น หรือไม ่ ก. เกิด เพราะเขาออกแรง ข. เกิด เพราะเขาเป็นคนงานก่อสร้าง ค. ไม ่เกิด เพราะไม ่มีการเคลื่อนที่ ง. ข้อ 1. และ 3. ถูกต้อง เข้าใจ
ข้อ วัตถุประสงค ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ ิ์ ระดับ พฤติกรรม ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม ่ แน ่ใจ (0) ไม ่ สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 3. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ หน่วยของงาน ทางวิทยาศาสตร์ ก. นิวตัน ข. เมตร ค. วัตต์ ง. จูล รู้-จ า 4. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ งานในข้อใดมีค่าเป็นศูนย์ ก. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ตั้ง ฉากกัน ข. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ท า มุมกัน ค. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่ตรง ข้ามกัน ง. ทิศของแรงและแนวการเคลื่อนที่มีทิศ เดียวกัน เข้าใจ 5. 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของงานและ ก าลังได้ ข้อใดอธิบายความหมายของก าลังได้ ถูกต้อง ก. งานที่ท าในขณะหนึ่ง ข. งานที่ท าในหนึ่งชั่วโมง ค. งานที่ท าให้หนึ่งหน่วยพื้นที่ ง. งานที่ท าในหนึ่งหน่วยเวลา รู้-จ า 6. 2. นักเรียนสามารถ วิเคราะห์และระบุงานทาง วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรง ที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ภาพใดเกิดงาน ภาพใดไม ่เกิดงาน ก. เกิดงาน เพราะเขายืนอยู่กับที่ ข. เกิดงาน เพราะเขามีการเคลื่อนที่ ค. ไม ่เกิดงาน เพราะเขายืนอยู่กับที่ ง. ไม ่เกิดงาน เพราะเขามีการเคลื่อนที่ เข้าใจ
ข้อ วัตถุประสงค ์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ ิ์ ระดับ พฤติกรรม ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม ่ แน ่ใจ (0) ไม ่ สอดคล้อง (-1) 7. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ นุชดึงถังน้ าที่อยู่ก้นบ่อด้วยแรง 50 นิว ตัน ในแนวดิ่ง ด้วยความเร็วคงตัว ให้ถัง น้ าขึ้นมาถึงปากบ่อพอดี งานที่เกิดขึ้นมี ค่าเท่าใด เมื่อบ่อลึก 10 เมตร ก. 500 จูล ข. 5,000 จูล ค. 50,000 จูล ง. 500,000 จูล น าไปใช้ 8. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ หมากถือของมวล 10 กิโลกรัม นั่งอยู่บน รถบรรทุกซึ่งแล่นไปบนถนนราบได้ ระยะทาง 50 เมตรหมากจะท างานได้กี่ จูล ก. 0 จูล ข. 5 จูล ค. 10 จูล ง. 15 จูล น าไปใช้ 9. 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ ชายคนหนึ่งดันรถด้วยแรง 100 นิวตัน ทาให้รถเคลื่อนที่ได้ ระยะทาง 2 เมตร ภายในเวลา 5 วินาที ก าลังที่ชายคนนี้ใช้ ในการดันรถเป็นเท่าไร ก. 20 วัตต์ ข. 40 วัตต์ ค. 60 วัตต์ ง. 80 วัตต์ น าไปใช้ 10 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ สมศรีเดินหิ้วกระเป๋ามวล 4 กก. ขึ้นตึกไป ยังชั้น 5ภายในเวลา 50 วินาที ถ้าตึกมี ความสูงเฉลี่ย ชั้นละ 5 เมตร จงหาก าลังที่ สมศรีใช้ในการหิ้วกระเป๋าเป็นกี่วัตต์ ก. 10 วัตต์ ข. 15 วัตต์ ค. 20 วัตต์ ง. 25 วัตต์ น าไปใช้
ข้อ วัตถุปร ะสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ร ะดับ พฤติกรรม ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม่ แน ่ใจ (0) ไม่ สอดคล้อง (-1) 11 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ คนลากกล่องด้วยแรง 20 นิวตัน ไป ข้างหน้า 10 เมตร งานเนื่องจากแรงที่ลาก กล่องเป็นเท่าใด ตอบ หางานได้จากความสัมพันธ์ W = Fs = 20Nx10m = 200 Nm หรือ 200 J ดังนั้น งานที่ท าในการลากกล่องเท่ากับ 200 J น าไปใช้ 12 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ นักเรียนถือหนังสือเรียนหนัก 20 นิวตัน ขึ้น ลิฟต์จากชั้น 1 ไปยังชั้น 4 ซึ่งอยู่สูงจากพื้น 12 เมตร งานเนื่องจากแรงที่นักเรียนถือ หนังสือเป็นเท่าใด ตอบ หางานได้จากความสัมพันธ์ W = Fs = 20N x 12m = 240 Nm หรือ 240J ดังนั้น งานเนื่องจากแรงถือหนังสือเป็น 240J น าไปใช้ 13 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ ชายคนหนึ่งดันรถที่จอดขวางให้เคลื่อนที่ได้ ระยะทาง 3 เมตร ใช้เวลา 10 วินาที ถ้าออก แรง 100 นิวตัน ชายคนนั้นมีก าลังเท่าใด ตอบ หาก าลังได้จากความสัมพันธ์ โดย P = W t โดย W = Fs จะได้ P = Fs t P = 100 N × 3 m 10 s = 30 J/s หรือ30W ดังนั้น ชายคนนี้มีก าลังเท่ากับ 30 วัตต์ น าไปใช้
ลงชื่อ..........................................................ผู้เชี่ยวชาญ (......................................................) ข้อ วัตถุปร ะสงค์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ร ะดับ พฤติกรรม ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอ แนะ สอด คล้อง (1) ไม่ แน ่ใจ (0) ไม่ สอดคล้อง (-1) 14 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ รถทดลองคันหนึ่งมีก าลัง 60 วัตต์ ถ้ารถ ทดลองคันนี้เคลื่อนที่ได้ระยะทาง 3 เมตร ใช้เวลา 2 วินาที แรงขับเนื่องจาก เครื่องยนต์ที่ท าให้รถทดลองเคลื่อนที่ เป็นเท่าใด ตอบ หาก าลังได้จากความสัมพันธ์โดย P = W t โดย W = Fs แรงที่ขับหาได้จากP = Fs t นั้นคือF = Pt s จะได้ F = 60 W × 2 s 3 m F = 40 N ดังนั้น แรงขับเนื่องจากเครื่องยนต์ที่ให้รถ ทดลองเคลื่อนที่ เท่ากับ 40 N น าไปใช้ 15 3. นักเรียนสามารถใช้ ทักษะการค านวณ โดย การค านวณงานและก าลัง ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุ เคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้น จากสมการ W = Fs และ P = W/t ได้ เครื่องยกของเครื่องหนึ่งมีก าลัง 500 วัตต์ ถ้ายกสิ่งของชิ้นหนึ่งหนัก 600 นิว ตัน ได้สูง 3 เมตร จะใช้เวลา ในการยก สิ่งของชิ้นนี้เท่าใด ตอบ เวลาที่ใช้ในการยกสิ่งของหาได้จาก P = W t โดย W = Fs นั่นคือ P = Fs t จะได้ t = Fs P t = 600 N × 3 m 500 W t = 3.6 s ดังนั้น เครื่องยกของเครื่องนี้ใช้เวลาในการยก สิ่งของ เท่ากับ 3.6 s น าไปใช้
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยช น์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบสร ุปการ วัดค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ ผลการตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่ จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง โดยให้ผลการประเมินความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของผู้เชี่ยวชาญ มี ดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ผลการประเมินของผู้เช ี่ยวชาญ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ค ะแนนรวม ค ่าดัช นี IOC แบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) 1. 1 1 1 3 1 2. 1 1 1 3 1 3. 1 1 1 3 1 4. 1 1 1 3 1 5. 1 1 1 3 1 6. 1 1 1 3 1 7. 1 1 1 3 1 8. 1 1 1 3 1 9. 1 1 1 3 1 10 1 1 1 3 1 11. 1 1 1 3 1 12. 1 1 1 3 1 13. 1 1 1 3 1 14. 1 1 1 3 1 15. 1 1 1 3 1
สูตรการค านวณ IOC= ∑ R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง R แทน คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ∑R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ โดยการแปลความคือ ถ้า IOC >= 0.5 แสดงว่า ข้อสอบนั้นวัดจุดประสงค์ข้อนั้นจริง ถ้า IOC < 0.5 แสดงว่า ข้อสอบนั้นไม่วัดจุดประสงค์ข้อนั้น การค านวณค่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่จะ น าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความหลากหลายของพืช ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบางสะแกใน ค่า IOC = ∑ R N IOC = 1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1 3 IOC = 15 3 IOC = 5 ผลการประเมินคุณภาพแบบทดสอบก่อนเรียน (pretest) ของเครื่องมือค่าดัชนีความสอดคล้องของ วัตถุประสงค์ต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดย ผู้เชี่ยวชาญ เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง อยู่ที่ 5
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยช น์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบปร ะเมินค ุณภาพของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) ค าชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาช่วยตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อข้อค าถามแต่ละ ข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ได้หรือไม่ โดยใส่ เครื่องหมาย () ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยช น์ในการน าไป พิจารณาปรับปรุงต่อไป โดยให้ผลการประเมินในแต่ละข้อค าถามดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ค วามค ิดเห็นผู้เช ี่ยวชาญ สอดคล้อง ข้อเสนอแนะ (1) ไม ่แน ่ใจ (0) ไม ่สอดคล้อง (-1) แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15.
แบบสร ุปการ วัดค ่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุปร ะสงค์ของเคร ื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ ผลการตรวจสอบและแสดงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่ จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง โดยให้ผลการประเมินความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของผู้เชี่ยวชาญ มี ดังนี้ +1 แทน ข้อค าถามนั้นตรงกับจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ 0 แทน ข้อค าถามนั้นไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง -1 แทน ข้อค าถามนั้นไม่สอดคล้อง ข้อ ผลการประเมินของผู้เช ี่ยวชาญ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ค ะแนนรวม ค ่าดัช นี IOC แบบทดสอบหลังเรียน (posttest) 1. 1 1 1 3 1 2. 1 1 1 3 1 3. 1 1 1 3 1 4. 1 1 1 3 1 5. 1 1 1 3 1 6. 1 1 1 3 1 7. 1 1 1 3 1 8. 1 1 1 3 1 9. 1 1 1 3 1 10 1 1 1 3 1 11. 1 1 1 3 1 12. 1 1 1 3 1 13. 1 1 1 3 1 14. 1 1 1 3 1 15. 1 1 1 3 1
สูตรการค านวณ IOC= ∑ R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง R แทน คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ ∑R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ โดยการแปลความคือ ถ้า IOC >= 0.5 แสดงว่า ข้อสอบนั้นวัดจุดประสงค์ข้อนั้นจริง ถ้า IOC < 0.5 แสดงว่า ข้อสอบนั้นไม่วัดจุดประสงค์ข้อนั้น การค านวณค่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่จะ น าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความหลากหลายของพืช ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดบางสะแกใน ค่า IOC = ∑ R N IOC = 1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1+1 3 IOC = 15 3 IOC = 5 ผลการประเมินคุณภาพแบบทดสอบหลังเรียน (posttest) ของเครื่องมือค่าดัชนีความสอดคล้องของ วัตถุประสงค์ต่อข้อค าถามแต่ละข้อมีความเหมาะสมที่จะน าไปใช้ในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดย ผู้เชี่ยวชาญ เรื่อง งานและก าลัง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาหลวง อยู่ที่ 5
74 ภาคผนวก ค แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเร ียนใช้แบบฝึกทักษ ะการค านวณ เพื่อส ่งเสร ิมการเร ียนการสอน
แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเร ียนโดยใช้เกมปร ะกอบการสอน ชั้นปร ะถมศึกษ าปีที่ 4 ภาคเร ียนที่ 1 ปีการศึกษ า 2565 โร งเร ียนวัดบางสะแกใน ค าชี้แจง ให้ใส่เครื่องหมาย () ลงในช่องระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้เกมประกอบการสอน ร ะดับผลการปร ะเมิน 5 : มากที่สุด 4 : มาก 3 : ปานกลาง 2 : น้อย 1 : น้อยที่สุด ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อที่ ร ายการ ร ะดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 ด้านบร ร ยากาศ 1. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียน มีส่วนร่วมในการท ากิจกรรม 2. บรรยากาศของการเรียนท าให้นักเรียนมี ความกระตือรือร้นในการเรียน 3. บรรยากาศห้องเรียนเอื้อต่อการเรียนการสอน 4. บรรยากาศของการเรียนเปิดโอกาสให้ นักเรียนท ากิจกรรมได้อย่างอิสระ 5. บรรยากาศของการเรียนท าให้นักเรียนเกิด ความคิดที่หลากหลาย ปร ะโยชน์ที่ได้ร ับ 1. การจัดการเรียนรู้ท าให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่าย 2. การจัดการเรียนรู้ท าให้จ าเนื้อหาได้นาน 3. การจัดการเรียนรู้ช่วยให้นักเรียนสร้างความรู้ ความเข้าใจด้วยตนเองได้ 4. การจัดการเรียนรู้ท าให้เข้าใจและรู้จักหลักการ คิดค านวณได้รวดเร็วขึ้น 5. กิจกรรมการเรียนการสอนนี้สามารถน าไปปรับใช้ ในรายวิชาอื่นได้
76 ภาคผนวก ง แผนการจัดการเร ียนรู้ เร ื่อง งานแ ละก าลัง
แผนการ จัดการเร ียนรู้ กลุ่มสาร ะการเร ียนรู้วิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเร ียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หน ่วยการเร ียนรู้ที่ 5 เร ื่อง งานและพลังงาน จ านวน 9 ชั่วโมง แผนการจัดการเร ียนรู้ที่ 1 เร ื่อง งานและก าลัง เวลา 1 ชั่วโมง วันที่................ เดือน..................... พ.ศ. .............. ผู้สอน นางสาวระพีพรรณ โทนะหงษา 1. มาตร ฐานการเร ียนรู้/ตัวชี้วัด มาตร ฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.2/1 วิเคราะห์สถานการณ์และค านวณเกี่ยวกับงานและก าลังที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อวัตถุ โดยใช้สมการW = Fs และ P= W/t จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเร ียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของงานได้ (K) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์และระบุงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อวัตถุใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้(P) 3. นักเรียนสามารถใช้ทักษะการค านวณ โดยการค านวณงานและก าลังที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรงนั้นจากสมการ W = Fs และP = W/t ได้ (P) 4. การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ใฝ่เรียนรู้ และการมุ่งมั่นในการท างาน (A) 3. สาร ะส าคัญ 1. เมื่อออกแรงกระท าต่อวัตถุ แล้วท าให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยแรงอยู่ในแนวเดียวกับการเคลื่อนที่จะ เกิดงาน งานจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับขนาดของแรงและระยะทางในแนวเดียวกับแรง 2. งานที่ท าในหนึ่งหน่วยเวลาเรียกว่า ก าลัง หลักการของงานน าไปอธิบายการท างานของเครื่องกล อย่างง่าย ได้แก่ คาน พื้นเอียง รอกเดี่ยว ลิ่ม สกรู ล้อและเพลา ซึ่งน าไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆใน ชีวิตประจ าวัน 4. สาร ะการเร ียนรู้ ความหมายของงานโดยทั่วไปกับความหมายของงานในทางวิทยาศาสตร์มีความแตกต่างกัน การออก แรงกระท าต่อวัตถุแล้ว ท าให้วัตมีการเคลื่อนที่ในแนวเดียวกับทิศทางของแรงจะท าให้เกิดงาน (work) ทางวิทยาศาสตร์ โดยงานเป็นผลของแรงที่ท าให้วัตถุเคลื่อนที่ โดยมีการกระจัดตามแนวแรงนั้น เช่น คนดัน กล่องในแนวระดับท าให้กล่องเคลื่อนที่ไปในแนวระดับด้วย จะเห็นว่าแรงและการเคลื่อนที่ของวัตถุมีทิศทาง
เดียวกัน หรือคนยกกล่องขึ้นมาจากพื้น แรงและการเคลื่อนที่ของกล่องมีทิศขึ้นเหมือนกัน ทั้งสองสถานการณ์นี้ เกิดงาน แต่บางสถานการณ์ที่ออกแรงแล้ววัตถุไม่เคลื่อนที่ก็ไม่ท าให้เกิดงาน หรือการที่ทิศทางของแรงตั้งฉาก กับทิศทางการเคลื่อนที่ก็ไม่ท าให้กิงานของแรงนั้นเช่นกัน เช่น แบกวัตถุเดินไปบนพื้นราบ โตยแรงที่แบกวัตถุ อยู่ในทิศขึ้น แต่วัตถุเคลื่อนที่ในแนวราบ ดังนั้นงานจะมีค่ามากหรือน้อย จึงขึ้นอยู่กับขนาดของแรงและขนาดของการกระจัดในแนวเดียวกับ แรง โดยงานเป็นปริมาณสเกลาร์ เป็นไปตามความสัมพันธ์ดังนี้ งาน (Work) หมายถึง การออกแรงกระท าต่อวัตถุ แล้ววัตถุนั้นเคลื่อนที่ตามแนวแรงที่กระท า หาก วัตถุไม่มีการเคลื่อนที่จะถือว่าไม่มีงานเกิดขึ้น งานค านวณได้จากผลคูณของแรงกับระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ มี หน่วยเป็นจูล (J) สูตร การค านวณ งาน = แรง (นิวตัน) ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ (เมตร) หรือ W = F s หมายเหตุ จะไม่เกิดงานเมื่อ (1) แรงเท่ากับศูนย์ (F = 0) (2) ระยะทางเท่ากับศูนย์ (s = 0) (3) แรงตั้งฉากกับระยะทาง การค านวณงานจะค านึงถึงทิศทางของแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยถ้าทิศทาง ของแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุมีทิศทางเดียวกัน ค่าของงานที่ได้จะก าหนดให้มีค่าบวก ถ้าทิศ ทางตรงข้ามกัน ค่าของแรงที่ได้จะเป็นลบ ตัวอย ่างการเกิดงาน (1) เข็นรถ เกิดงาน เพราะ ออกแรงเข็นรถ (มีแรงแล้ว) และ มีระยะทางของการเข็น (มีระยะทาง) (2) อ่านหนังสือ ไม่เกิดงาน เพราะ เรานั่งอ่านหนังสือ ไม่ออกแรง (แรงคือปริมาณที่ท าให้วัตถุ เคลื่อนที่) และ ไม่มีระยะทาง (นั่งอ่านไม่ได้ไปไหน) ก าลัง (power) หมายถึง ปริมาณงานที่ท าได้ในหนึ่งหน่วยเวลา ใช้บอกความสามารถในการท างานของ เครื่องยนต์ เครื่องจักร มนุษย์หรือสัตว์ สูตร การค านวณ P = W/t P = ก าลัง มี หน่วยเป็น จูลต่อวินาที (J/s) หรือ วัตต์ (W) W = งาน หน่วยเป็น จูล (J) t = เวลาที่ท างาน มีหน่วยเป็นวินาที (s) ก าลังในการท างานนอกจากจะพิจารณาจากการท างานเนื่องจากแรงแล้ว ยังพิจารณาก าลังจาก พลังงานอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น พลังงานความร้อน ที่ใช้ในการเปลี่ยนอุณหภูมิของสสาร พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ใน เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยที่ฉลากของเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีข้อมูลระบุก าลังของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ซึ่งหมายถึงการใช้
พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าใน 1 วินาที เช่น หลอดไฟฟ้า มีก าลัง 6 วัตต์ หมายความว่าใน 1 วินาที หลอดไฟฟ้า ใช้พลังงานไฟฟ้า 6 จูล เตารีดมีก าลัง 1,00 วัตต์ หมายความว่าใน 1 วินาที เตารีดใช้พลังงานไฟฟ้า 1,000 จูล โดยในเวลาที่เท่า ๆ กัน เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีค่าก าลังไฟฟ้ามาก ๆ ก็จะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ค่าก าลังไฟฟ้าน้อยกว่า 5. การ จัดกิจกรรมการเร ียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นน า 1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ (5 นาที) 1. ให้นักเรียนสังเกตภาพน าเรื่อง งานและก าลัง ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 3 อ่านเนื้อหาน าเรื่องและร่วมกันอภิปรายโดยใช้ค าถาม ต่อไปนี้ - ยกตัวอย่างเครื่องยนต์หรือพาหนะที่ใช้ เครื่องจักรไอน้ าที่นักเรียนรู้จัก (แนวค ำตอบ นักเรียนตอบ จำกประสบกำรณ์ของตนเอง นักเรียนอำจ ตอบว่ำรถไฟไอน ำในสมัยก่อน) - เครื่องจักรไอน้ าท างานอย่างไร (แนวค ำตอบ ต้มน ำให้เดือด แรงจำกไม่ไปท ำให้วัตถุ เคลื่อนที่ได้) - ก าลัง 700 แรงม้า หมายความว่าอะไร (แนวค ำตอบ มีก ำลังเท่ำกับม้ำ 700 ตัว) 2. ให้นักเรียนอ่านค าส าคัญ ท ากิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 4 เพื่อประเมินความรู้พื้นฐานของ นักเรียน เกี่ยวกับแรง แล้วร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ ได้ค าตอบที่ถูกต้อง หากพบว่านักเรียนยังมีความรู้พื้นฐานไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวนหรือแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะ เรียนเรื่อง งาน ขั้นสอน 2. ขั้นส ารวจและค้นหา (30 นาที) 1. ให้นักเรียนท ากิจกรรม ท าอย่างไรจึงเกิดงาน ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 5-6 จากนั้นตั้งค าถามกับนักเรียนว่า - งาน คืออะไร (แนวค ำตอบ แรงที่กระท ำต่อวัตถุและทิศทำงกำรเคลื่อนที่ของวัตถุในแนว เดียวกัน) - งานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยใด (แนวค ำตอบ ขนำดขแงแรง และขนำดของกำร กระจัดในแนวเดียวกัน หรือขยำดของทิศทำงกำรเคลื่อนที่)
รูปภาพที่ 1 รูปภาพที่ 2 - จากสถานการณ์รูปภาพที่1 และรูปภาพที่ 2 นักเรียนคิดว่ารูปภาพไหนเกิดงานและภาพ ไหนไม่เกิดงาน (แนวค ำตอบ รูปภำพที่ 1 ไม่เกิดงำน เพรำะไม่มีกำรเคลื่อนที่ รูปภำพที่ 2 เกิดงำน เพรำะแรงที่กระท ำต่อวัตถุและทิศทำงกำรเคลื่อนที่ของวัตถุในแนวเดียวกัน) 2. ครูแจกแบบฝึกทักษะการค านวณให้กับนักเรียน 3. ให้นักเรียนเริ่มท าแบบฝึกทักษะการค านวณ โดยครูระบุข้อให้ท าให้ครบในทุกๆเรื่อง 4. ครูเฉลยให้เป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง และ ย้ ากระบวนการค านวณให้นักเรียนเข้าใจ 5. ครูขึ้นสูตร เรื่อง งาน โดยครูให้นักเรียนศึกษาตัวแปลของแต่ละตัว 6. มอบหมายแบบฝึกหัดชวนคิดในหนังสือเรียนหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 11 และครูคอยแนะน าช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูจะเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3. ขั้นอธิบายและลงข้อสร ุป (10 นาที) 1. นักเรียนและครูร่วมกันอธิบายขั้นตอนการค านวณในแบบฝึกหัดชวนคิดในหนังสือเรียนหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 11 1. ครูตั้งโจทย์เพิ่มเติม จนนักเรียนเข้าใจกระบวนการค านวณ 2. นักเรียนร่วมกันอธิบายความรู้เกี่ยวกับเรื่อง งาน คืออะไร งานมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง 3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับงานเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “งานในทางวิทยาศาสตร์เป็นผล ของแรงที่ท าให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในแนวเดียวกับทิศทางของแรง โดยงานจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ แรงและขนาดของการกระจัดในแนวเดียวกับแรง สามารถค านวณได้จากสมการ W = Fs เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยในระบบ SI เป็น นิวตันเมตร หรือจูล (J) การค านวณงานต้องค านึงถึงทิศทางของแรงและทิศทางการ เคลื่อนที่ ถ้าทิศทางของแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นทิศทางเดียวกัน ค่าของงานที่ได้จะก าหนดให้ มีค่าเป็นบวก ถ้าทิศทางของแรงและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุมีทิศทางตรงกันข้าม ค่าของงานที่ได้จะ ก าหนดให้มีค่าเป็นลบ”
ขั้นสร ุป 4. ขั้นขยายความรู้ (10 นาที) ครูขยายเกร็ดความรู้ เรื่อง หน่วย นิวตัน เมตร เป็นหน่วยของโมเมนต์ของแรง เมื่อแรงกับระยะทางตั้ง ฉากกัน ท าให้วัตถุเกิดการหมุน แต่จะเป็นหน่วยของงานเมื่อแรงท าให้วัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรง แม้หน่วยจะ เขียนเหมือนกันแต่ความหมายของโมเมนต์ของแรง และงานแตกต่างกัน โดยโมเมนต์ของแรงจะเกี่ยวข้องกับ การหมุนของวัตถุ ส่วนงานจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงพลังงานกล งานจึงใช้หน่วยเดียว กับพลังงานต่าง ๆ คือ จูล นักวิทยาศาสตร์ได้ให้เกียรติตั้งชื่อหน่วยของ พลังงานตามชื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษผู้ซึ่งศึกษา เกี่ยวกับพลังงาน ความร้อน คือ เจมส์ เพรสคอต จูล (James Prescott Joule) 5. ขั้นประเมินผล (5 นาที) 1. ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยให้โจทย์แก่นักเรียนบนกระดานเรียน ด้วยค าถามดังต่อไปนี้ - คนดันลังไม้ให้เคลื่อนที่ไปทางขวาด้วยแรง 60 นิวตัน ได้ขนาดของการกระจัด 2 เมตร งานเนื่องจากแรงที่คนดันลังไม้เป็นเท่าใด (แนวค ำตอบ 120 จูล) 2. ครูขอนักเรียนอาสาสมัคร 3-4 คน จากนั้นนักเรียนทั้งห้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นซึ่งโดยครูประเมินผลนักเรียนจากการสังเกตพฤติกรรมการ ตอบค าถามในชั้นเรียน แบบประเมินผลงานนักเรียนและแบบประเมินเจตคติ 6. สื่อการเร ียนรู้/แหล่งเร ียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 2. สื่อการสอนเรื่องการเกิดงาน และไม่เกิดงาน
7. การ วัดและประเมินผลการจัดการเร ียนรู้ สิ่งที่วัดและปร ะเมิน วิธีการ เคร ื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถอธิบายความหมาย ของงานได้ - การตอบค าถามในชั้นเรียน - แบบสังเกตพฤติกรรม การตอบค าถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ทักษะ (P) 1. นักเรียนสามารถวิเคราะห์และ ระบุงานทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดจาก แรงที่กระท าต่อวัตถุในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้ (P) 2. นักเรียนสามารถใช้ทักษะการ ค านวณ โดยการค านวณงานและ ก าลังที่เกิดจากแรงที่กระท าต่อ วัตถุและท าให้วัตถุเคลื่อนที่ตาม แนวแรงนั้นจากสมการ W = Fs และP = W/t ได้ - การตอบค าถามในชั้นเรียน - แบบฝึกหัดชวนคิดในหนังสือเรียน หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 เล่มที่ 2 หน้าที่ 11 - แบบสังเกตพฤติกรรม การตอบค าถาม - แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 เจตคติ (A) การมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ใฝ่เรียนรู้ และการมุ่งมั่นในการท างาน สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินเจตคติ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 เกณฑ์การให้คะแนน ระดับคะแนน 80-100% ให้ ดีมาก ระดับคะแนน 70-79% ให้ ดี ระดับคะแนน 60-69% ให้ ปานกลาง ระดับคะแนน 50-59% ให้ พอใช้ ระดับคะแนน 0-49% ให้ ปรับปรุง
แบบบันทึกผลหลังสอน ผลการ จัดการเร ียนรู้ จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง งานและก าลัง พบว่านักเรียนสามารถ.…………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………….....................................................................................................ได้ดังนี้ ม.2/3 จ านวน….…คน ผ่านเกณฑ์จ านวน…..….คน ร้อยละ……… ไม่ผ่านเกณฑ์จ านวน……….คน ร้อยละ……… ม.2/6 จ านวน…….คน ผ่านเกณฑ์จ านวน…..….คน ร้อยละ…….. ไม่ผ่านเกณฑ์จ านวน……….คน ร้อยละ……… ม.2/7 จ านวน…….คน ผ่านเกณฑ์จ านวน…..….คน ร้อยละ…….. ไม่ผ่านเกณฑ์จ านวน……….คน ร้อยละ……… ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………....ครูผู้สอน (นางสาวระพีพรรณ โทนะหงษา) นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ……………………………………………….ครูพี่เลี้ยง (นางสินีนิตย์ เพชรศรีเงิน) ต าแหน่งครูวิทยฐานะช านาญการพิเศ
เนื้อหาก ่อนท าแบบฝึกทักษะ การบวกลบทศนิยม การบวกลบทศนิยมใช้วิธีตั้งหลักจุดทศนิยมให้ตรงกัน แล้วบวกหรือลบตัวเลขที่อยู่หลักเดียวกัน ให้เรียบร้อย โดยการใส่จุดทศนิยม ถ้าเป็นบวก ลบให้ใส่ตามทศนิยมที่โจทย์ให้ เช่น การคูณทศนิยม น าโจทย์มาตั้งจุดทศนิยมให้ถูกที่ตรงกัน จากนั้นคูณตามปกติโดยการใส่ทศนิยมให้นับจ านวนต าแหน่ง ทศนิยมของตัวที่คูณกัน รวมกันเป็นต าแหน่งทศนิยม เช่น การหารทศนิยม ท าตัวหารให้เป็นจ านวนเต็มก่อนแล้วจึงน าไปหารตัวตั้ง *หมายเหตุ ถ้าตัวหารเป็นทศนิยม 1ต าแหน่ง ให้เลื่อนถอยหลัง1ต าแหน่ง ทั้งเศษละส่วน ถ้าตัวหารเป็นทศนิยม 2ต าแหน่ง ให้เลื่อนถอยหลัง2ต าแหน่ง ทั้งเศษละส่วน ……… เช่น สัญกรณ์วิทยาศาสตร ์ หร ือ การเลื่อนจุดทศนิยม เป็นการเขียนเลขในรูปที่เป็นเลขทศนิยมหรือจ านวนเต็มที่มีแค่หลักหน่วย คูณกับเลขยกก าลังฐาน10 **แบบฝึกทักษะการค านวณจะมีแบบบันทึกการพัฒนาทักษะการค านวณของผู้เรียนแบ่งเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และครูจะคอยสังเกตนักเรียนมีทักษะการค านวณโดยเชื่อมโยงกับเนื้อหาความรู้วิทยาศาสตร์** เวลาย้ายจุดทศนิยมไปข้างหลัง(จากซ้ายไปขวา) เลขยกก าลังจะลดลง ติดลบ เวลาย้ายจุดทศนิยมไปข้างหน้า(จากขวาไปซ้าย) เลขยกก าลังจะเพิ่มขึ้น ติดบวก
แบบฝึกทักษะการค านวณ จงค านวณหาค าตอบ โดยการบวกลบจุดทศนิยม 1) 0.5 + 1.25 = 6) 45.66 - 13.45 = 2) 4.3 + 2.5 = 7) 139.45 - 43.98 = 3) 32.34 + 19.7 = 8) 1234.56 - 324-87 = 4) 9.75 + 66.02 = 9) 46579.987 - 32947.677 = 5) 7.32 + 67.99 = 10) (-37647.345) - (23479.03) = จงค านวณหาค าตอบ โดยการบวกลบเศษส่วน 1. 3 4 + 7 4 = 2. 7 8 + 4 9 = 3. 24 5 – 28 25 = 4. 32 6 – 68 6 = 5. 120 4 + 2560 20 =
จงค านวณหาค าตอบ โดยการคูณและหาร 1.0.5 x 0.75 = 2.1.25 x 5.2 = 3.25.02 x 4.5 = 4.15.24 x 0.7 = 5.234 x 0.25 = 6. 36.2 0.2 = 7. 500 0.5 = 8. 348.9 3 = 9. 564.230 5 = 10. 33.083 5 = จงหาค่าตัวแปล x 1. x(3+8) = 56 2. 40x + 60 = 12
3. 23-38x = 38x 4. (3)(4x) + (5)(2x) = 0 5. x(8+3) - 4 = 70 6. (2-3x)-15 = -(x-7) 7. (370-x)-(38-2x) = 9 8. x(20-1x) = 4 9. ก าหนดให้a เท่ากับ 4.5 จงหา x x(32-9)+3a(45-7) = 0 10. ก าหนดให้ a เท่ากับ 25 , b เท่ากับ 2.5 จงหา c 3a+24b-(37-22) = 64c-( 2a 4b )+10c
การเลื่อนจุดทศนิยม สอนการเลื่อนจุดทศนิยม จงหาค าตอบที่อยู่ในรูปแบบของ 10 ยกก าลัง 1.0.00000034 = 6.425000000000000 = 2.0.00000374 = 7. 45 1000000 = 3.39.34 = 8. 23.07 10000000 = 4.123.87654 = 9. 65×104 4 + 24×10−9 4 = 5.0.00000000000000000234 = 10. 23 0.000023 + 68 0.00034 =
สื่อการสอนเร ื่องการเกิดงาน และไม่เกิดงาน
แบบสังเกตพฤติกร รมการตอบค าถาม ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 ปฏิบัติดังนี้ ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง ไม่แสดงพฤติกรรมให้เห็นเลย ล า ดับ พฤติกร รม/ ร ะดับค ะแนน สนใจและตั้งใจฟัง ค าถาม ตอบค าถาม ได้ตร งปร ะเด็น ตอบค าถามอย ่าง สม ่ าเสมอ รวม ค ะแนน หมายเหต ุ ชื่อ-สกุล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายไชยวัฒน์ สิริวิมลชัย 2. เด็กชายชนะศักดิ์ กุลสูงเนิน 3. เด็กชายนภัทร เสถียรวัฒนา 4. เด็กชายวันชนะ ดาวัลย์ 5. เด็กชายรัฐภูมิ กลอนโคกสูง 6. เด็กชายกรวิทชญ์ พุ่มพวง 7. เด็กชายกฤษดา สังขรัตน์ 8. เด็กชายเกริกไกวัล รือชา 9. เด็กชายชลสิทธิ์ ล าพูน 10. เด็กชายณัฏฐพล เอี่ยมสะอาด 11. เด็กชายธนากร แสนสุข 12. เด็กชายนนท์ปวิธ คชประภา 13. เด็กชายรพีภัทร ภูมั่ง 14. เด็กชายวิธวิทย์ อุทังบุญ 15. เด็กชายศรัณย์พัฒณ์ เจริญรัตน์ 16. เด็กชายศิรพัฒ ศิลาจันทร์ 17. เด็กชายศุภกฤต ยามุนี 18. เด็กชายสุรวุฒิ เอกพัสดิ 19. เด็กชายอภิวัฒน์ จุลอักษร 20. เด็กหญิงขวัญข้าว แย้มทับ 21. เด็กหญิงสุภัชชา เทียมโสม 22. เด็กหญิงศิรภัสสร ดุลยพีรดิส 23. เด็กหญิงสมฤทัย บุญถูก 24. เด็กหญิงสุชานรี ดารา 25. เด็กหญิงสุชานันท์ ดารา 26. เด็กหญิงกานต์จพร ว่องวิชญกุล 27. เด็กหญิงพัชราลักษณ์ วงษ์แก้ว ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
28. เด็กหญิงพิมนารายณ์ แซ่ซิ้ม 29. เด็กหญิงพัชราภา แซ่จัง 30. เด็กหญิงกมลลักษณ์ ธนโสภามงคล 31. เด็กหญิงอนัญญา กองสมบัติ 32. เด็กหญิงฑิฆัมพร กองมูล 33. เด็กหญิงกัญญา ออมสิน 34. เด็กหญิงมนัสสนันท์ ไชยสัตย์ 35. เด็กหญิงขวัญแก้ว อุตอามาตย์ 36. เด็กหญิงวรรณษา ท านิทา 37. เด็กหญิงวรัทยา ฉิมกุล 38. เด็กหญิงสุทธิดา กวนสุพรรณ 39. เด็กหญิงสุวรรณี ศรีวิชา 40. เด็กหญิงเสาวธาร จันทร์โพธิ์ 41. เด็กหญิงอมินตา สร้างขุนทด 42. เด็กชายกิตพงษ์ ภูเวียง
แบบปร ะเมินผลงานนักเร ียน ค าชี้แจง ท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/7 ปฏิบัติดังนี้ ล า ดับ พฤติกร รม/ ร ะดับค ะแนน ตร งตาม จุดประสงค ์ที่ ก าหนด มีความถูกต้อง สมบูรณ์และ เป็นปัจจุบัน มีค วามเป็น ร ะเบียบ เร ียบร้อย มีค วามค ิด สร้างสร รค ์ เสร็จเร ียบร้อย ตามเวลาที่ ก าหนด รวม ค ะแนน หมาย เหต ุ ชื่อ-สกุล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1. เด็กชายไชยวัฒน์ 2. เด็กชายชนะศักดิ์ 3. เด็กชายนภัทร 4. เด็กชายวันชนะ 5. เด็กชายรัฐภูมิ 6. เด็กชายกรวิทชญ์ 7. เด็กชายกฤษดา 8. เด็กชายเกริกไกวัล 9. เด็กชายชลสิทธิ์ 10. เด็กชายณัฏฐพล 11. เด็กชายธนากร 12. เด็กชายนนท์ปวิธ 13. เด็กชายรพีภัทร 14. เด็กชายวิธวิทย์ 15. เด็กชายศรัณย์พัฒณ์ 16. เด็กชายศิรพัฒ 17. เด็กชายศุภกฤต 18. เด็กชายสุรวุฒิ 19. เด็กชายอภิวัฒน์ 20. เด็กหญิงขวัญข้าว 21. เด็กหญิงสุภัชชา 22. เด็กหญิงศิรภัสสร 23. เด็กหญิงสมฤทัย 24. เด็กหญิงสุชานรี 25. เด็กหญิงสุชานันท์ 26. เด็กหญิงกานต์จพร 27. เด็กหญิงพัชราลักษณ์ 28. เด็กหญิงพิมนารายณ์ 29. เด็กหญิงพัชราภา