The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Mama Admission 2560 วิชา สังคมศึกษา-วิทยาศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BS_Library, 2019-12-16 07:29:30

Mama Admission 2560 วิชา สังคมศึกษา-วิทยาศาสตร์

Mama Admission 2560 วิชา สังคมศึกษา-วิทยาศาสตร์

Keywords: วิทยาศาสตร์,สังคมศึกษา

แนวข้อสอบ

1. ข้อใด ไม่ใช่ ชอื่ ธาตุใหม่ ทเ่ี พง่ิ ได้รบั การรับรองชือ่ จาก IUPAC ในปี 2016

1. Nihonium( Nh-113 ) 2. Moscovium( Mc-115 )

3. Tennessine( Ts -117 ) 4. Oganesson( Og-118 )

5. Deuterium ( D – 1 ) *

2. ขอ้ ใดเรยี งความเปน็ โลหะจากมากไปหานอ้ ยได้อยา่ งถกู ตอ้ ง

1. Al > Mg > Na 2. K > Na> Li *

3. S > P > Si 4. N > C > B

5. H > He > Li

3. สารในขอ้ ใดแสดงสมบัติพนั ธะไอออนิก

1. CO2 2. AlCl3
4. C6H12O6
3. NaHCO3*

5. สารละลาย C3H8 + C4H10

4. พิจารณาสมบัตทิ างกายภาพของสาร A B C และ D ต่อไปนี้

สาร จดุ หลอมเหลว (OC) จุดเดอื ด (OC) การน�ำไฟฟ้า
A 714 1,412 ไมน่ �ำ
B - 95 69 ไม่น�ำ
C 420 907 นำ�
D 318 1,388 ไม่น�ำ

การจัดประเภทของสาร ขอ้ ใดถกู ต้อง

สารประกอบไอออนิก โมเลกลุ โคเวเลนต์ โลหะ
1.* A และ D B C
2. C B
3. B A และ D
4. A C และ D A และ D C
- B

50 โครงการ Sahapat Admission คร้ังท่ี 20

5. สารชวี โมเลกุลในขอ้ ใดไมใ่ ชพ่ อลเิ มอร์

1. โปรตนี 2. เซลลูโลส 3. เซลลเู ลส

4. ลิพดิ 5. พอลินิวคลโี อไทด์

6. ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
1. กรดไขมันไม่อิม่ ตวั มจี ุดหลอมเหลวสูงกวา่ กรดไขมนั อิ่มตัว
2. นำ�้ มันพืชส่วนใหญ่มสี ว่ นประกอบท่ีมาจากกรดไขมันอ่ิมตวั มากกวา่ กรดไขมันไม่อ่มิ ตวั
3. ไตรกลเี ซอไรดเ์ กิดจากกลเี ซอรอล 3 โมเลกลุ ท�ำปฏิกิรยิ ากับกรดไขมนั 1 โมเลกุล
4. วิตามินอีในน้�ำมันพชื เปน็ สารตา้ นหนื ชว่ ยป้องกนั การเหม็นหนื
5. การผลติ เนยเทยี ม เตรียมจากนำ้� มนั พืชทำ� ปฏิกริ ยิ าโดยการเตมิ ออกซิเจน

7. ข้อใดไม่มีการแปลงสภาพโปรตนี 2. การใสเ่ กลือแกงลงในเน้ือหมู
1. การบบี มะนาวในกงุ้ เตน้ 4. การเช็ดผวิ หนงั ด้วยสำ� ลีชุบแอลกอฮอล์
3. การต้มไขใ่ นน�้ำเดอื ดประมาณ 5 นาที
5. การทำ� ไข่เคม็

8. ขอ้ ใดเป็นการเปลยี่ นแปลงทางเคมี ( มี 2 คำ� ตอบ )

1. การละลายของน้ำ� ตาลในนำ�้ 2. การระเหิดของน�ำ้ แขง็ แห้ง

3. การสังเคราะหแ์ สงของพืช 4. การเผาไหมข้ องเชือ้ เพลงิ

5. การเปลยี่ นอัญรปู ของก�ำมะถนั จากรอมบกิ เปน็ โมโนคลนี กิ

9. การเพิม่ ขน้ึ ของปจั จยั ใด ทำ� ให้อตั ราการเกิดปฏิกิริยาเคมีชา้ ลง
1. อณุ หภมู ิ
2. ตัวหนว่ งปฏกิ ิริยา
3. พ้นื ทีผ่ วิ ของสารตัง้ ตน้
4. ความเข้มข้นของสารต้ังต้น
5. ตวั เร่งปฏกิ ิริยา

51 โครงการ Sahapat Admission ครัง้ ที่ 20

10. พิจารณาปฏกิ ริ ิยาการเกิดพอลเิ มอไรเซชันแบบ A B และ C ดงั แผนภาพในตาราง

การระบชุ นิดของมอนอเมอรแ์ ละแบบปฏกิ ริ ยิ าการเกิดพอลิเมอไรเซชันของพอลเิ มอร์ ขอ้ ใดไม่ถกู ตอ้ ง

พอลเิ มอร์ มอนอเมอร์ แบบปฏิกริ ิยา
1. เซลลโู ลส กลูโคส B
2. โปรตนี C
3. ยางพารา กรดอะมิโน A
4. พอลิเอทลิ ีน ไอโซพรีน A
5. PVC เอทิลนี B
ไวนิลคลอไรด์

52 โครงการ Sahapat Admission คร้ังท่ี 20

Earth-Astronomy

1. โครงสรา้ งของโลก >> สามารถแบง่ โครงสร้างโลกโดยใช้ 2 เกณฑ์ ไดแ้ ก่
1. สมบตั ทิ างเคมี – ศกึ ษาจากองค์ประกอบของหินทเี่ คยอยู่ใต้สมทุ รมากอ่ น ชื่อ ชุดหินโอฟิโอไลต์
แบง่ ได้เป็น 3 ชัน้ ไดแ้ ก่ เปลอื กโลก 40 km เน้อื โลก 2885 km แก่นโลก 3486 km
2. สมบัตทิ างกายภาพ – ใชค้ ลนื่ ไหวสะเทือนศกึ ษา ดูสถานะและความหนาแนน่ ในแตล่ ะชั้น
แบ่งได้เปน็ 5 ช้นั ไดแ้ ก่ ธรณภี าค ฐานธรณภี าค มชั ฌภิ าค แก่นโลกชั้นนอก แก่นโลกช้นั ใน
ความหนา ไมเ่ กนิ 100 km 150 km 2535 km 2,270 km 1216 km

2. การเคล่ือนที่ของแผ่นธรณภี าค

53 โครงการ Sahapat Admission ครง้ั ท่ี 20

3. ทฤษฏธี รณภี าคแปรสญั ฐาน ( Theory of plate tectonic )
ใชอ้ ธิบายการเคลอ่ื นที่ของแผน่ ธรณีภาค โดยรวมแนวคดิ จาก 2 ทฤษฎี คอื ทวีปเลอ่ื น และ มหาสมทุ รขยาย

หลักฐานสนบั สนนุ

ทวีปเลื่อน สมุทรขยาย

• รอยตอ่ ทวปี ช้นั ลกึ ๆ ต่อกันไดพ้ อดีเหมือน • เทอื กเขาใตม้ หาสมทุ รแอตแลนติก
จกิ ซอว์ กว้างข้นึ เรือ่ ยๆ และ บนยอดมหี บุ เขาทรดุ
• กลมุ่ หินและแนวภูเขาแตล่ ะทวีปก็ต่อกันได้ ตามทฤษฏี
พอดี • อายหุ นิ ตรงหบุ เขาทรุดใหม่ ยิง่ ไกลออกไป
• ธารนำ�้ แข็งยคุ มีโซโซอกิ ตะกอนอยใู่ นแนว ย่งิ เกา่
ตรงกนั • สนามแมเ่ หล็กโลกยคุ โบราณ
• ซากดกึ ด�ำบรรพ์ ท้งั เฟรนิ / เลอื้ ยคลาน /
ไดโนเสาร์โบราณ
ยุคมีโซโซอกิ ท่ีอยูใ่ นกอนวานา ทั้งที่ตอนน้ี
ทวปี เคลือ่ นห่างกันมากแลว้

54 โครงการ Sahapat Admission คร้ังที่ 20

4. ธรณีประวัติ
1. อายุสมั บรู ณ์ คือ อายจุ รงิ ๆ ได้จากการวัดคร่งึ ชวี ติ ของธาตกุ ัมมันตรังสี
2. อายุสมั พทั ธเ์ ป็นอายุเปรียบเทียบมาจากหลกั ฐานที่สำ� รวจมา เชน่ ซากฟอสซิลดชั นี ,การเรียงตัวช้ันหนิ
ลำ� ดับช้นั หนิ >>ใช้คาดเดาอายหุ นิ ตะกอน โดยมองว่า หนิ ตะกอนเกิดการทบั ถมไปเรอ่ื ยๆ
อาจเกิดซากฟอสซิล และ เราสามารถสรปุ หลักการที่ใชห้ ลกั ๆ ไดด้ ังนี้

- ชัน้ หินอายมุ าก อยู่ด้านล่าง ช้นั หนิ อายนุ อ้ ย อยดู่ า้ นบน
- ถ้ามีหนิ อคั นมี าแทรกกลาง แปลวา่ อายุน้อยกวา่ หินเดิม
เราเรยี ก หนิ ทม่ี าแทรกนี้วา่ พนังหนิ ( dike )
- ชน้ั หนิ ที่มฟี อสซลิ อายเุ ท่ากนั ยอ่ มอายเุ ท่ากัน

5. การเกิดเอกภพ
ชว่ งเริม่ ต้น : เกดิ อนุภาค 4 ชนดิ และ ปฏอิ นุภาค 3 ชนิด คอื

อนุภาค ( Paticle ) ปฏิอนภุ าค ( Anit-paticle )

ควารก์ Anti-Quark
อเิ ล็กตรอน Anti-electron
นวิ ทรโิ น Anti-Neutrino
โฟตอน ไมม่ ี Anti – photon น้า!

หลกั ฐานสนบั สนนุ Big Bang Theory : . มพี ลังงานเหลอื + ขยายตัวด้วยความเร่ง

55 โครงการ Sahapat Admission ครั้งที่ 20

6. การเกดิ ดาวฤกษ์

เนบวิ ลา(nebula ) --ยบุ ตัว-- >>ดาวฤกษก์ ่อนเกดิ ( Protostar ) -- ฟวิ ชัน-- >>ดาวฤกษ(์ star )

ลักษณะการวิวฒั นาการของดวงดาว ขึน้ อย่กู บั มวลตอนเรมิ่ ตน้ ( M ) เทียบกับมวลของดวงอาทิตย์ ( Mo )

M < 8% ของดวงอาทติ ย์ จะไม่เป็นดาวฤกษ์ แต่จะเปน็ ดาวแคระน�ำ้ ตาล ( brown dwaft )
M 8% - 9 เทา่ ของดวงอาทติ ย์ วงจรคลา้ ยดวงอาทิตย์ สดุ ท้ายเปน็ ดาวแคระขาว ( white dwaft )
M 9- 25 เท่าดวงของอาทติ ย์ สุดท้ายจะเป็น ดาวนวิ ตรอน (neutron star )
M > 25 เท่าของดวงอาทติ ย์ สุดทา้ ยจะเป็น หลมุ ด�ำ ( black hole )

7. สีของดาวฤกษ์

สผี วิ ของดาวฤกษ์ ใชบ้ อกอุณหภูมิพื้นผิว และ บง่ บอกอายขุ องดาวฤกษไ์ ด้
Class
O สี อุณหภูม(ิ เคลวนิ ) ตัวอยา่ งดาว
B
A สนี �้ำเงิน มากกว่า 30000 ไมซา (Meissa , λ – Orinoris )
F
G นำ้� เงนิ อมขาว 10000-30000 อัลกอล์ Algol ( β- persei )
K
M ขาว (เจือน�้ำเงิน) 7500-10000 ซริ อิ สุ Sirius ( α – Cma )

ขาวอมเหลือง 6000-7500 โปรคิออน Procyon (α – Cmi )

สเี หลอื ง 5000-6000 ดวงอาทติ ย์

สม้ 3500-5000 อาร์ทรู ัส Arcturus (α – Boo )

สแี ดง 2000-3500 แอนเทอเรส Anteres (α – Sco)

56 โครงการ Sahapat Admission คร้งั ที่ 20

แนวข้อสอบ

1. ข้อใดสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงของการกำ� เนิดเอกภพ
1. การหดตวั ของเอกภพ
2. การหมนุ รอบตัวเองของกาแลก็ ซี่
3. การขยายตวั ของทางชา้ งเผือก
4. ปรากฏการณ์ดรอปเลอร์ของแสงจากดวงอาทิตย์
5. อณุ หภูมิ 2.73 K ในรปู คลน่ื ไมโครเวฟพื้นหลังและ ปรากฏการณด์ รอปเลอร์จากดาราจักร

2. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้กลา่ วถงึ อนุภาคมูลฐานไดถ้ กู ต้อง
1. อนภุ าคมูลฐานได้แก่ ควารก์ , อิเลก็ ตรอน, โปรตอน และนิวตรอน
2. อเิ ลก็ ตรอนเป็นปฏิอนุภาคของโปรตอน
3. การรวมกนั ของอนภุ าคและปฏิอนภุ าคที่เป็นคกู่ นั ทำ� ใหเ้ กดิ สสารขนึ้
4. เอกภพมีปริมาณอนุภาคน้อยกวา่ ปฏอิ นุภาค
5. โปรตอนและนวิ ตรอนประกอบข้นึ จากควารก์ ชนิดเดียวกนั

3. เพราะเหตใุ ดจึงกลา่ ววา่ ดวงอาทิตยเ์ ป็นดาวฤกษ์รุ่นหลัง
1. เปน็ ดาวฤกษส์ ีเหลือง 2. เปน็ ดาวฤกษข์ นาดเล็ก
3. อยบู่ รเิ วณแขนของกาแลก็ ซี 4. มีบรวิ ารท่เี ปน็ ดาวเคราะห์

4. ขอ้ ใดกลา่ วถึงววิ ัฒนาการของดาวฤกษไ์ ดถ้ ูกต้อง
1. ถ้ามมี วลน้อย จะใชเ้ ชอ้ื เพลงิ ในอตั รามากและมชี ่วงชวี ติ สั้น
2. ถา้ มีมวลนอ้ ย จะใช้เช้ือเพลิงในอตั ราน้อยและมีชว่ งชวี ิตยาว
3. ถา้ มมี วลมาก จะใช้เช้ือเพลงิ ในอัตรามากและมีชว่ งชวี ติ ยาว
4. ถ้ามมี วลมาก จะใชเ้ ชอ้ื เพลิงในอตั รานอ้ ยและมีชว่ งชีวติ ยาว

5. ดวงอาทติ ยเ์ ปน็ ดาวที่มสี เปกตรัมชนดิ G 2V ดาวในขอ้ ใดตอ่ ไปนมี้ ีอุณหภูมิพน้ื ผิวสงู กวา่ ดวงอาทติ ย์
1. ดาวปาริชาต ( Antares ) สเปกตรัม M 1.5 I ab-b
2. ดาวโรหิณี ( Aldebaran ) สเปกตรมั K 5 III
3. ดาวรวงขา้ ว ( Spica ) สเปกตรัม B1 III-IV
4. ดาวดวงแก้ว ( Areturus ) สเปกตรัม K 1.5 III

6. ดาวดวงใดต่อไปนี้มอี ุณหภมู พิ ้นื ผิวต�่ำสดุ
1. ดาวพฤหัส (สีขาว) 2. ดาวรวงขา้ ว (สีน�ำ้ เงนิ แกมขาว)
3. ดวงอาทิตย์ (สเี หลอื ง) 4. ดาวดวงแก้ว (สีสม้ )
5. ดาวปารชิ าต (สแี ดง)

57 โครงการ Sahapat Admission คร้ังที่ 20

7. ถา้ อนั ดบั ความสว่างปรากฏของ ดาว A คอื -0.5 สว่ นดาว B คอื 1.5 แล้วความสว่างของดาวท้ังสองตา่ งกนั
ประมาณกีเ่ ทา่
1. 1 2. 2 3. 2.5 4. 6 5. 10

8. แกน่ โลกชน้ั ในประกอบด้วยส่วนใดบ้าง 2. โลหะเหล็กและนิกเกิลแข็งร้อน
1. โลหะเหลก็ และนกิ เกลิ เหลวรอ้ น 4. โลหะเหลก็ และแมกนเี ซียมแข็งร้อน
3. โลหะเหลก็ และแมกนีเซยี มเหลวร้อน
5. โลหะเหลก็ และออกซิเจนเหลวร้อน

9. พ้นื ที่ในข้อใดทีอ่ ยูใ่ นบริเวณท่เี รียกว่า “วงแหวนแหง่ ไฟ”
1. แนวรอยต่อภูเขาหิมาลยั ในทวปี เอเชยี 2. บรเิ วณเทอื กเขากลางมหาสมุทรแอตแลนตกิ
3. บริเวณขอบมหาสมทุ รแปซฟิ กิ ทง้ั หมด 4. บรเิ วณรอยตอ่ ภเู ขาแอลปใ์ นทวีปยุโรป
5. บริเวณทะเลแดง

10. เพราะเหตใุ ด พนื้ ทด่ี า้ นตะวนั ตกของทวปี อเมรกิ าเหนอื และอเมรกิ าใตจ้ งึ มจี ำ� นวนครง้ั ของการเกดิ แผน่ ดนิ ไหว
หนาแนน่ และมีแรงสั่นสะเทอื นที่รุนแรงมากกว่าบริเวณแนวสันกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
1. พน้ื ที่ด้านตะวันตกของทวปี อเมริกาเหนอื และอเมรกิ าใตเ้ ปน็ ตะกอนดนิ ออ่ นจงึ สมารถขยายแรงสัน่
สะเทือนของแผ่นดนิ ไหวได้
2. พน้ื ทด่ี า้ นตะวนั ตกของทวปี อเมรกิ าเหนอื และอเมรกิ าใตเ้ ปน็ เขตมดุ ตวั ของเปลอื กโลกซง่ึ เปน็ บรเิ วณ
ทม่ี ักเกดิ แผ่นดินไหวบอ่ ยคร้ังและรุนแรง
3. บริเวณแนวสันกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นพื้นท่ีใต้มวลน�้ำในมหาสมุทร มวลน้�ำจึงสามารถ
ดดู ซับแรงสั่นสะเทือนของแผน่ ดนิ ไหวไดด้ ี
4. บรเิ วณแนวสันกลางมหาสมทุ รแอตแลนติกเปน็ พ้นื ท่นี ำ�้ ที่ไมม่ มี นุษยอ์ าศัยอยุ่ ดังน้ัน จำ� นวนขอ้ มูล
การเกดิ ผน่ ดนิ ไหวจงึ นอ้ ยกว่า

11. ตามทฤษฎีการแปรสัณฐานแผน่ ธรณีภาค (plate tectonics) ขอ้ ใดไมไ่ ด้รวมอยูใ่ นทวปี “กอนด์วานา”

1. ทวปี แอฟริกา 2. ทวปี อนิ เดีย

3. ทวปี อเมริกาเหนอื 4. ทวปี ออสเตรเลีย

12. ข้อใดไม่ใช่หลักฐานการค้นพบหรือการศึกษาท่ีแสดงว่าทวีปต่างๆเคยเชื่อมกันเป็นแผ่นดินใหญ่เดียวกัน
ในยคุ เพอร์เมียน
1. การค้นพบ Glossopteris กระจายตัวตามทวีปต่างๆในซกี โลกใต้
2. การศึกษาธรณวี ิทยาของหินบะซอลต์ในบริเวณพ้ืนทอ้ งมหาสมุทรแอตแลนติก
3. การค้นพบซากดึกดำ� บรรพข์ องแมมมอธกระจายตวั ตามทวีปต่างๆในซกี โลกเหนือ
4. การศึกษาทิศทางรอยขูดของธารน้ำ� แข็งท่เี กดิ ขนึ้ ในชว่ งปลายมหายคุ พาลีโอโซอกิ

58 โครงการ Sahapat Admission ครัง้ ท่ี 20

13. การเกิดรอ่ งลกึ มาเรียนา เป็นการเคลอ่ื นท่ีสัมพัทธ์ของแผ่นธรณภี าคในลักษณะใด

1. การเคลอ่ื นทแ่ี ยกออกจากกัน 2. การเคลอ่ื นทเี่ ขา้ หากัน

3. การเคลอ่ื นทเ่ี ฉอื นกนั 4. ถกู ทุกข้อ

14. จากการส�ำรวจทางธรณีวิทยา พบหินบะซอลต์ ตัดแทรกผ่านช้ันหินดินดาน ซ่ึงมีซากฟอสซิลหอยกาบ

ยุคคลีเตเชียส และ บริเวณใกล้กันพบรอยเลื่อนขนาดใหญ่ตัดผ่านช้ันหินท้ังหมด ข้อใดเรียงล�ำดับอายุ

หรอื เหตกุ ารณจ์ ากนอ้ ยไปหามากไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

1. รอยเลอ่ื น หินบะซอลต์ หอยกาบคู่ 2. หินดินดาน หอยกาบคู่ หนิ บะซอลต์

3. รอยเลอ่ื น หินดินดาน หอยกาบค ู่ 4. หินดนิ ดาน หอยกาบคู่ หนิ บะซอลต์

15. ข้อใดคอื สมบัตทิ โ่ี ดดเด่นของซากดึกดำ� บรรพด์ ชั นี ( Index fossil )
1. สี 2. ขนาด 3. รปู ร่าง 4. อาย ุ 5. องค์ประกอบเคมี

59 โครงการ Sahapat Admission คร้งั ที่ 20


Click to View FlipBook Version