39. ข้อใดเป็นคาํ ตอบที่เหมาะสมทส่ี ดุ ของคําสนทนาตอ่ ไปน้ี “ดใี จดว้ ยนะ ปนี เี้ ธอไดร้ บั รางวลั เรียนดีอีกแล้ว”
1) ขอบใจจ้ะ ฉันกค็ ดิ ไว้แล้วว่าปีนีค้ งไดร้ างวัลอกี
2) ขอบใจจ้ะ ฉันคดิ ว่าปนี ี้เธอนา่ จะได้รับรางวัลนี้มากกวา่ นะ
3) ขอบใจจ้ะ ฉันกด็ ใี จมากท่ไี ด้รับรางวัลนี้อกี
4) ขอบใจจะ้ ฉันก็ไมร่ ้เู หมือนกนั ว่าทําไมถึงไดร้ างวลั นีอ้ ีก
40. ขอ้ ความตอ่ ไปนีไ้ ม่เหมาะสมท่จี ะนาํ ไปประกอบการพูดในข้อใด
“เรามีสทิ ธ์คิ รองชีวติ คดิ ตอ่ สู้ แต่อยากร้ถู ้าสิทธิ์ถูกปลิดบน่ั
เพชฌฆาตแหง่ ถนนปล้นชวี ัน หนา้ ไหนกนั รับผิดชอบเชิญตอบท”ี
1) การอภปิ รายเรือ่ ง “จราจร-จลาจล”
2) การโต้วาทญี ัตติ “ขับรถช้าดกี ว่าขบั รถเรว็ ”
3) การปาฐกถาเรือ่ ง “ขบั รถถกู กฎ ช่วยลดอุบตั ิเหตุ”
4) การบรรยายเรื่อง “พระราชบญั ญตั ิการจราจรฉบบั ใหม่”
41. ขอ้ ใดเรยี งลาํ ดับไดถ้ ูกตอ้ งตามระเบียบวาระการประชมุ
ก. “วันนี้คุณวิภาดาลาประชุมเนอื่ งจากปว่ ย ได้มอบหมายใหค้ ุณนิรนั ดรเ์ ข้าประชุมแทนนะครบั ”
ข. “ขอใหท้ ่ีประชมุ ช่วยกนั พิจารณาเสนอชื่อวิทยากรทจ่ี ะบรรยายหัวข้อต่างๆ ตามกําหนดการท่รี า่ ง
มาดว้ ยครบั ”
ค. “ถา้ ไมม่ ีใครขอแกไ้ ขหรือเพ่มิ เติมขอ้ ความอะไรแล้ว กข็ อรบั รองรายงานการประชมุ ครัง้ ที่ 1/2546
นน้ี ะครบั ”
ง. “ขอใหป้ ระธานอนุกรรมการแตล่ ะฝ่ายเตรียมสรปุ ความก้าวหนา้ ในการดําเนินงานเพ่อื เสนอทป่ี ระชมุ
ครัง้ ตอ่ ไปดว้ ยนะครับ”
1) ก., ข., ค., ง.
2) ก., ค., ข., ง.
3) ค., ข., ก., ง.
4) ค., ก., ง., ข.
42. ขอ้ ใดเป็นการพดู ทเี่ หมาะสมท่สี ดุ สาํ หรบั การประชุม
1) ประธาน : ทีค่ ณุ นวิ ัฒน์เสนอความคดิ มา ผมวา่ ดีมาก ทป่ี ระชมุ ตกลงตามน้ีเลยนะครับ
2) ผูเ้ ขา้ ประชุม : ดฉิ นั ขออนญุ าตแสดงความเหน็ คะ่ คุณนิภาคงต้องหาขอ้ มลู ท่ดี ีกว่านีน้ ะคะ
3) ผ้เู ข้าประชมุ : ดฉิ ันคิดว่าเราควรพจิ ารณาทบทวนเรอ่ื งสถานทจ่ี ดั กจิ กรรมกันอกี ครงั้ นะคะ เพราะค่าใช้จ่าย
ค่อนขา้ งสูง
4) เลขานุการ : ทา่ นประธานครบั ทป่ี ระชมุ อภปิ รายกันอย่างกว้างขวาง กรณุ าสรุปประเดน็ ด้วยครบั
โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 49 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
43. ข้อใดเปน็ จดุ ประสงคข์ องผู้กล่าวข้อความต่อไปนี้
“คนเราจะร้สู กึ มีพลังขึ้นทนั ทีทกี่ นิ อะไรหวานๆ เพราะน้าํ ตาลจะไปช่วยเพมิ่ ระดับน้ําตาลในเสน้ เลอื ดให้
สูงข้ึนช่ัวคราว แต่ถ้าระดบั น้ําตาลลดลงอยา่ งรวดเรว็ จะทําใหน้ าํ้ ตาลในเลอื ดต่ํา มอี าการปวดหวั คลืน่ ไส้
เพลีย เป็นต้น”
1) ให้ความรูเ้ กย่ี วกับคุณและโทษของนํา้ ตาล
2) ให้ความรเู้ ก่ยี วกับระดับนํ้าตาลในเสน้ เลอื ด
3) เตือนให้ระวงั ไมใ่ ห้ระดบั น้ําตาลในเส้นเลอื ดลดลงอย่างรวดเรว็
4) เตอื นให้ระวังโทษทอ่ี าจเกิดจากการไม่กินน้ําตาล
44. ข้อความต่อไปนแ้ี สดงว่าดวงใจมคี วามสามารถในการฟังตามข้อใด
“ดวงใจได้ฟังคาํ ประพนั ธต์ อ่ ไปนจี้ ากรายการวทิ ยุรายการหนงึ่
ขอฉันเรียกทุกขน์ ี้ว่า ‘ทีร่ ัก’ เพราะพอจกั เผลอหน่อยทุกขค์ อยหยัน
คร้ันเริ่มทอ้ ทกุ ข์หลูใ่ หส้ ู้มนั ถา้ เหลงิ บรรดาสขุ ทกุ ขเ์ ตือนใจ
เม่อื ฟงั แลว้ ทําให้คดิ ไดว้ า่ ควรยอมรับความทุกขต์ า่ งๆ ท่ีเกิดขน้ึ เพราะแทท้ ี่จริงแลว้ ความทกุ ข์คอื
เพอ่ื นท่ีดที สี่ ุดท่จี ะคอยเตอื นสติได้ทกุ เมอ่ื ”
1) เขา้ ใจ
2) วิเคราะห์
3) ตคี วาม
4) ประยกุ ต์ใช้
อ่านขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ล้วตอบคาํ ถามข้อ 45-46
“ถา้ ความดบิ คอื ความอ่อน คงเป็นเชน่ ดอกไมอ้ ่อนที่ยังไม่บาน นิสัยและใจคนก็คงเปน็ เช่นดอกไม้ช่อ คือ
มีทง้ั ดอกทบ่ี านแล้วและยงั ไมบ่ าน เป็นปถุ ุชนท่มี ีทง้ั ดีและเลว บางคนทีเ่ ราเหน็ เขาดดู ี จงึ อาจมีสว่ นไม่ดที เี่ รา
ยงั ไม่รู้ หรือเพราะยงั ไม่มโี อกาสจะทําเลว”
45. ขอ้ ใดไมส่ ัมพันธ์กนั ตามความคดิ ของผเู้ ขยี น
1) ดอกไม้ออ่ น - ปุถุชน
2) ดอกไมท้ บ่ี านแล้ว - ความดี
3) ดอกไม้ช่อ - นิสยั และใจคอ
4) ดอกไม้ที่ยังไม่บาน - ความเลว
46. ข้อใดไม่อาจอนุมานได้จากขอ้ ความขา้ งต้น
1) คนดบี างคนอาจจะไม่ใช่คนดที แ่ี ทจ้ ริง
2) คนเรามีโอกาสทาํ ความเลวได้มากกว่าทําความดี
3) มนษุ ยอ์ าจมีทง้ั ความดแี ละความเลวอยใู่ นตวั
4) เวลาเป็นส่ิงที่ช่วยตดั สินความดีเลวของคนได้
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์ 50 โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29
อ่านขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ลว้ ตอบคําถามขอ้ 47-48
(1) คนไทยโบราณใชว้ ิธกี ารตดั ไฟตน้ ลมคอื ไม่ให้หญงิ และชายได้พบปะอยดู่ ้วยกนั ตามลําพัง หา้ มเสยี เลย
(2) ทา่ นรวู้ า่ เปน็ ธรรมดาของมดที่จะกินน้ําตาล ถ้าจะปอ้ งกันไมใ่ หม้ ดกนิ นํ้าตาล ต้องใสข่ องหวาน
ใน ภาชนะที่มดิ ชดิ และหลอ่ นาํ้ ไว้ มดไดแ้ ต่และเลม็ อยรู่ อบๆ ภาชนะท่ีหลอ่ นํ้า
(3) สาวไทยโบราณไม่อาจไปไหนมาไหนตามลําพงั ต้องไปกบั ผู้ใหญห่ รอื มสี าวใช้ตามหลัง
(4) หนมุ่ ไมก่ ล้ามาวอแวและเลม็ ไม่มโี อกาสเข้าถงึ เน้อื ตัว เข้าถึงเนื้อตวั ได้เมอ่ื ไร อยา่ งอ่ืนที่เสยี หายกว่าน้นั
จะตามมา
47. ขอ้ ความตอนใดมกี ารใชเ้ หตผุ ล
1) ตอนท่ี (1) และ (2)
2) ตอนที่ (3) และ (4)
3) ตอนท่ี (1) และ (3)
4) ตอนท่ี (2) และ (4)
48. ข้อใดเป็นช่ือเรื่องท่ีเหมาะกบั ขอ้ ความขา้ งต้น
1) ชวี ติ หญิงไทยสมยั ก่อน
2) ความรักของหญิงชายสมยั กอ่ น
3) การเลย้ี งดูลกู ของคนไทยสมยั ก่อน
4) การดาํ เนินชวี ติ ของคนไทยสมัยกอ่ น
49. ข้อใดเปน็ จดุ ม่งุ หมายของผูเ้ ขยี นขอ้ ความตอ่ ไปนี้
“กาลเวลาที่เปล่ียนแปลงจะให้ความเปน็ ธรรมแก่ทุกชวี ิต กล่าวคอื เมอื่ ไดด้ หี รือดวงชะตาขน้ึ แล้ว กก็ ลับ
ตกต่ําลง บางคนกลับมาดี แตไ่ มม่ ใี ครดอี ยคู่ ้าํ ฟา้ หรอื ดอี ยไู่ ด้ตลอดไป”
1) เตอื นสติว่าอยา่ ประมาทกบั ชีวิตและดวงชะตา
2) ชใ้ี หเ้ ห็นอิทธิพลของดวงชะตาทม่ี ีต่อชวี ิต
3) ใหย้ อมรับความจรงิ ว่าชวี ติ ย่อมมขี ้นึ มลี งเป็นธรรมดา
4) สอนว่าอยา่ โกรธหรือโทษเวลาเม่ือต้องตกทุกขไ์ ด้ยาก
อ่านขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ล้วตอบคําถามขอ้ 50-51
“ผู้หญิงวันนี้นอกจากจะตอ้ งเล้ียงลกู ดแู ลบ้านช่อง เข้าครวั หาอาหารให้ทุกคนรับประทานแล้วยังจะต้อง
ทํางานนอกบา้ นหนกั เท่าเทยี มกับผชู้ ายอีกด้วย”
50. ขอ้ ใดเปน็ สาระสําคญั ของข้อความข้างต้น
1) ในโลกยคุ ใหมห่ ญิงยงั ไมเ่ ท่าเทียมชายอยา่ งแทจ้ รงิ
2) เกดิ เปน็ เพศแม่ต้องดูแลท้ังงานในบา้ นและนอกบ้าน
3) สตรีสมัยใหม่ไม่บกพร่องทงั้ งานในบา้ นและงานนอกบ้าน
4) เกดิ เปน็ หญงิ แท้จริงแสนลาํ บาก ต้องทุกขย์ ากกว่าชายเปน็ หลายเท่า
โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29 51 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
51. ขอ้ ใดเป็นน้าํ เสยี งของผู้เขียนข้อความขา้ งตน้
1) เหน็ ใจผูห้ ญงิ ในปัจจบุ นั ท่ีต้องรับภาระหนกั
2) ค่อนข้างพอใจสถานภาพของผูห้ ญงิ ในปัจจุบนั
3) ภูมใิ จท่ีผู้หญิงสามารถทาํ งานหนักไดเ้ ทา่ เทียมกับผ้ชู าย
4) ไม่พอใจทผี่ หู้ ญิงตอ้ งทํางานหนกั แต่ก็พอใจที่ทํางานไดเ้ ท่าเทยี มกบั ผ้ชู าย
52. ข้อความท่ขี ดี เส้นใตม้ ีความหมายตรงกบั ข้อใด
“การเปน็ พระเป็นการทวนกระแสเลยทเี ดยี ว คนท่ัวไปในโลกมกั ตกอยู่ในกระแสท่ที า่ นเรียกวา่ กาม
คือความหลงระเริงเพลดิ เพลินติดใจอยู่ในรูป รส กล่นิ เสยี ง สัมผัส และสงิ่ ท่ที าํ ให้ช่นื ชม สบายใจ ถูกใจ”
1) การไมป่ ฏบิ ตั ิตามความนยิ มของสงั คม
2) การไมป่ ฏิบัติตามความอยากและความตอ้ งการของตน
3) การปฏบิ ตั ใิ นสิง่ ทตี่ ้านกบั ความต้องการทางสังคม
4) การปฏบิ ตั ิเพื่อเป็นแบบอย่างให้คนท่วั ไปทําส่งิ ทีถ่ กู ตอ้ ง
53. ข้อใดไมอ่ าจอนมุ านไดจ้ ากข้อความต่อไปน้ี
“การยอมแก้ไขเปล่ียนแปลงอะไรก็ตามที่ไม่ถูกต้อง ไม่งดงาม ให้เป็นความถูกต้องเป็นความงดงาม
ควรถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะจัดการกับชีวิตตนเองเป็นอันดับแรกและแผ่นํ้าใจไปช่วยผู้อื่นด้วยเม่ือมี
โอกาสทาํ ได้ ไม่ละท้ิงโอกาสท่เี ปิดใหท้ ําความดี ในทางตรงกนั ขา้ ม ไมถ่ ือโอกาสท่ีเปิดใหท้ าํ ความชัว่ ”
1) คนเราควรทําแตค่ วามดี อยา่ ทําความช่ัวเป็นอนั ขาด
2) หนา้ ที่อยา่ งหนงึ่ ของคนเราคือดาํ เนินชวี ิตดว้ ยการทาํ ความดี
3) ในชวี ิตคนเราบางครั้งเราอาจตอ้ งเลือกระหว่างการทาํ ดีกบั ทําชัว่
4) เมอ่ื เราเป็นคนดแี ล้ว เราควรแนะนําให้ผู้อนื่ เปน็ คนดดี ้วย
54. ข้อใดควรเป็นชื่อเร่อื งของข้อความต่อไปน้ี
“ในปัจจุบันการแข่งขันและการขาดความรับผิดชอบของผู้ประกอบการบางคนทําให้มีการนําสารเคมี
หลายชนิดเขา้ มาใช้ในกระบวนการผลติ อาหาร รวมทง้ั กรรมวิธกี ารผลิตกไ็ มถ่ กู ตอ้ งและไมส่ ะอาดเพียงพอด้วย
ส่ิงเหล่านี้เป็นสาเหตุให้อาหารปนเป้ือนสารเคมีและเช้ือโรคซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กระนั้น
คนส่วนใหญก่ ลบั มองขา้ มและไมต่ ระหนกั ถงึ อนั ตรายใกลต้ ัวเหลา่ นเ้ี ท่าทค่ี วร”
1) กระบวนการผลติ อาหาร
2) สขุ ภาพกบั การบรโิ ภค
3) ผบู้ ริโภค - เหย่ือของผูผ้ ลติ
4) ภัยจากอาหาร : อนั ตรายใกลต้ ัว
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 52 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29
55. ขอ้ ใดเป็นจดุ มุ่งหมายของผเู้ ขยี นข้อความตอ่ ไปนี้
“เร่ืองการอนุรักษ์น้อี ติ าลเี ขาถนดั มาก มีเจา้ หนา้ ท่ที เี่ ชยี่ วชาญและทํางานอย่างมีประสทิ ธิภาพจริงๆ
ดังนน้ั เมอื งประวตั ิศาสตรข์ องเขาซงึ่ มอี ยู่หลายเมอื ง จึงล้วนแลว้ แตน่ า่ ไปเทยี่ วชมทั้งสิ้น ไม่เหมอื นกบั บ้านเรา
ถึงมีผู้รูอ้ ยากอนุรักษก์ ท็ ําไม่ได้ ถึงทาํ ได้กเ็ ปน็ ไปอย่างทลุ ักทเุ ลเต็มประดาของเก่าของใหม่ปนเปกันไปหมด”
1) ชืน่ ชมการอนุรักษ์เมืองประวตั ิศาสตรท์ ี่อิตาลี
2) ตําหนกิ ารไม่อนุรักษเ์ มืองประวตั ศิ าสตรข์ องไทย
3) กระตุ้นใหค้ นไทยรู้จกั อนรุ ักษเ์ มอื งประวัตศิ าสตรอ์ ย่างถูกต้อง
4) เสนอข้อเทจ็ จรงิ เกยี่ วกับการทอ่ งเทีย่ วเมอื งประวัติศาสตรใ์ นอิตาลี
56. ขอ้ ใดเป็นสาระสําคัญของขอ้ ความต่อไปน้ี
“มนษุ ย์เรยี นภาษาเพราะมีสตปิ ญั ญา แลว้ กลบั ใชภ้ าษานั่นเองในการเรยี นรเู้ พม่ิ พูนสติปัญญาเป็นวงจร
ไมร่ ้จู บ เดก็ ทกุ คนจงึ ตอ้ งการการฝึกพดู กอ่ นเพื่อที่จะพาเขาออกสู่โลกแหง่ การเรยี นรู้ตอ่ ไป”
1) สตปิ ญั ญาเปน็ สิง่ สําคัญในการเรียนภาษา
2) คนเราจะไมม่ ีสตปิ ัญญาเลยหากไม่เรียนภาษา
3) คนเราตอ้ งพดู ได้ก่อนจึงจะพฒั นาสติปัญญาของตนได้
4) การเพมิ่ พูนความรทู้ างภาษาเป็นสงิ่ จาํ เปน็ สาํ หรบั มนุษย์
57. ข้อใดไมอ่ าจอนุมานไดจ้ ากข้อความต่อไปน้ี
“‘สมั ภาระ’ ที่จําเปน็ ต้องใชร้ ะหวา่ งการเดินทางของชีวิตหนีไม่พ้นสตปิ ัญญา ความรู้ ความคิดท่ดี ี การมี
สัญชาตญาณระวังภัย การมวี จิ ารณญาณทถ่ี ูกต้อง ไมห่ ลอกและหลงตน การมีประสบการณท์ ห่ี ลากหลาย
มคี วามทรงจําที่งดงาม และนิสัยจิตใจทด่ี ีงาม สัมภาระทด่ี ขี องชีวิต ถึงมมี ากมายกไ็ ม่หนักอะไร หากจะหยิบ
อะไรมาใส่เพิม่ ก็ขอให้เลือกท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ ชีวิตดว้ ย”
1) ชีวิตมที ัง้ “สัมภาระ” ดแี ละไมด่ ี
2) “สมั ภาระ” เปน็ ประดจุ เข็มทศิ แห่งการเดินทาง
3) “สัมภาระ” คือสิง่ ทีช่ ว่ ยผเู้ ดินทางในยามอับจน
4) ทุกชวี ติ สามารถเลือก “สัมภาระ” ทพ่ี งึ ปรารถนาได้
58. ขอ้ ความต่อไปนีเ้ ป็นการอา้ งเหตุผลตามข้อใด
“80 เปอรเ์ ซ็นตข์ องคนไทยที่ผมพบเปน็ คนเอือ้ เฟ้อื ผมจงึ เช่อื ว่าในประเทศไทยมคี นไทยทเี่ อ้อื เฟอ้ื อยู่
80 เปอรเ์ ซ็นต์”
1) การอ้างเหตุผลแบบอุปนัย
2) การอ้างเหตผุ ลแบบนิรนยั
3) การอา้ งเหตุผลโดยอาศยั สถติ ิ
4) การอ้างเหตผุ ลโดยอาศยั แนวเทยี บ
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 53 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
59. ขอ้ ใดไม่มกี ารแสดงเหตุผล คนมกั ลําบากจะได้ดี
1) คนมกั ง่ายจะได้ยาก สังคมกจ็ ะมแี ต่ความสงบสขุ
2) ประชาชนมน่ั คงในศลี ธรรม ศักด์ศิ รีของมนษุ ยชาตยิ งั คงอยูต่ ราบนัน้
3) ธรรมยังคงอยูต่ ราบใด หตู าเป็นหนา้ ต่างทตี่ อ้ งเปิดปดิ ตามเวลา
4) ปากจมูกเป็นประตู
60. ข้อความต่อไปน้แี สดงทรรศนะตามข้อใด
“มหาวิทยาลยั มีภาระหน้าท่ใี นการเปน็ ‘องค์กรพฒั นาสงั คม’ ท่ตี ้องมีบทบาทในการสร้างชาตแิ ละ
พัฒนาสังคมทงั้ ในทางวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคมศาสตร์ ภาระหนา้ ท่ีเชน่ นีเ้ ปน็ ‘พันธกิจ’ ของ
องค์กร ดังนั้นทศิ ทางของมหาวทิ ยาลยั ทัง้ ในการผลติ บณั ฑติ และในการดาํ รงอยู่ขององคก์ รกน็ า่ จะสอดคลอ้ ง
กบั ข้อกําหนดดงั กล่าวเพ่อื ให้มหาวิทยาลัยมฐี านะเป็นพลังทางสงั คม”
1) ทรรศนะเชงิ ขอ้ เทจ็ จริง
2) ทรรศนะเชงิ นโยบาย
3) ทรรศนะเชิงคณุ คา่ และนโยบาย
4) ทรรศนะเชงิ คุณคา่ และข้อเทจ็ จรงิ
61. ขอ้ ใดเปน็ การแสดงทรรศนะ
1) สมัยนีเ้ ด็กไทยทัง้ ชายและหญิงไมค่ อ่ ยสนใจฟังเพลงไทยเดิม แตน่ ิยมฟงั เพลงไทยสากล
2) ปัจจุบันนค้ี นไทยสว่ นใหญ่หันกลบั มาใชส้ มุนไพรไทยในการปรงุ อาหารคาวหวานและเคร่อื งด่มื
3) ความเมตตา ความหวังดีและความเขา้ ใจเพ่ือนมนษุ ย์เป็นเสมือนยาทีช่ ว่ ยรักษาผู้ปว่ ยทางจติ
4) ไมว่ า่ คนเราจะมคี วามเชื่อม่ันและทะนงในศักยภาพของตนเพยี งใดก็ตาม ส่งิ ที่เขาตอ้ งการมากทีส่ ุดคือ
การไดร้ ักและเป็นทรี่ กั
ใชข้ อ้ ความต่อไปนต้ี อบคําถามขอ้ 62-63
“ปจั จบุ นั ภาษาไทยเราซบเซาไปมาก อนั เน่ืองมาแตค่ วามเห่อฝรัง่ ความจริงการเรียนรู้ภาษาฝร่ังเปน็ ส่งิ ท่ี
จําเปน็ เพราะเราตอ้ งติดต่อกับฝร่งั และตํารับตําราวิชาการตา่ งๆ กเ็ ป็นภาษาฝรงั่ แตก่ ารเรียนควรเปน็ การเรียน
เพ่ือเพ่มิ พนู ความรู้ มใิ ช่เรียนเพอ่ื มาละ เลกิ หรือลมื ภาษาไทย หรอื เอาภาษาฝรง่ั มาใช้แทนภาษาไทย คาํ ฝรัง่
คําใดที่มีความหมายตรงกบั ภาษาไทย เราก็ควรจะแปลมาเป็นไทย คําใดท่ไี มม่ ีในภาษาไทย อย่างเช่นศพั ท์วชิ าการ
ต่างๆ จะใช้ทบั ศัพทก์ ส็ มควร”
62. ขอ้ ใดเปน็ สาระสําคญั ของข้อความเบอ้ื งตน้
1) คนไทยควรใช้ภาษาไทยมากกวา่ ภาษาฝรง่ั
2) คนไทยควรเรยี นรู้ภาษาฝรงั่ เทา่ ทีจ่ าํ เป็น
3) คนไทยควรรับภาษาฝรง่ั มาใชอ้ ย่างเหมาะสม
4) คนไทยไม่ควรใชแ้ ต่ภาษาฝร่ังจนไมเ่ หน็ ความสําคัญของภาษาไทย
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 54 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีท่ี 29
63. ขอ้ ใดไม่ปรากฏในขอ้ ความขา้ งตน้
1) การเสนอประเดน็ ปญั หา
2) การวเิ คราะหส์ าเหตุของปญั หา
3) การแสดงผลของปญั หา
4) การเสนอแนวทางในการแก้ปญั หา
64. ขอ้ ใดเป็นกลวิธีการโนม้ น้าวใจในขอ้ ความต่อไปนี้
“การบริหารรา่ งกายบางอยา่ ง เชน่ โยคะและมวยจีน แมจ้ ะไม่ได้ออกกาํ ลงั จนเหนอ่ื ย แต่ก็มีสว่ นคลาย
เครยี ดได้มาก เพราะทง้ั โยคะและการรํามวยจีนจะมที ่วงท่าทตี่ ่อเนอื่ ง ประกอบกบั จงั หวะหายใจเข้าออกที่
สัมพนั ธก์ ันทาํ ให้จิตใจเกดิ สมาธิ และลดความฟุง้ ซ่านในจติ ใจ ลดความวติ กกังวล บางปัญหาเราหา
ทางออกไมไ่ ด้เพราะจติ ใจฟงุ้ ซา่ น หากจติ ใจสงบลงก็จะคดิ หาทางออกท่ดี ไี ด้ดงั ทผ่ี มได้ประสบมาแลว้ ”
1) แสดงใหเ้ หน็ ความหนกั แนน่ ของเหตผุ ล
2) แสดงให้เห็นทางเลอื กทง้ั ด้านดแี ละดา้ นเสยี
3) แสดงใหป้ ระจักษถ์ งึ ความรู้สึกหรอื อารมณ์รว่ มกัน
4) แสดงให้เห็นความนา่ เชื่อถอื ของบคุ คลผู้โนม้ น้าวใจ
65. ข้อใดแสดงการโน้มน้าวใจได้ดีทสี่ ดุ
1) งดดื่มสรุ าและงดสบู บุหร่ีเปน็ วิธีช่วยให้ผิวสวยอยูก่ บั เราได้นานๆ
2) เพ่ือผวิ หนา้ ทีส่ วยอย่างเปน็ ธรรมชาตคิ วรใช้ครีมรองพน้ื ชนิดน้ีเกลย่ี บางๆ ท่วั ใบหนา้ ทุกวนั
3) หนา้ ร้อนอยา่ งน้ี นํา้ ทะเลสฟี ้าใสกับหาดทรายสขี าวคงทําใหค้ ุณนึกถึงวนั หยดุ หนา้ รอ้ นท่ีแสนจะเบิกบาน
ข้นึ มาแลว้
4) ถนอมเสน้ ผมของคณุ ใหด้ ําเปน็ เงางามตราบนานเท่านาน เลอื กใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ดูแลเสน้ ผมทม่ี สี ารสกดั
จากดอกอัญชนั
66. ขอ้ ความต่อไปน้ีถา้ จัดวรรคใหถ้ กู ต้องจะมีฉนั ทลกั ษณ์ตรงตามข้อใด
“คุ้งขวางบางแวกต้ืนพื้นทรายกรวดกระจ่างพร่างพรายลายเลื่อมพร้อยเหมือนเก็จเพชรรัตราย
แอร่มอรา่ มฉกุ ว่าแววแกว้ ก้อยนพเกา้ วาวแหวน”
1) พ่างพนื้ นภาสุริยฉาย บุระบายวิวิธวรรณ
เพรศิ พราวประดบั สุมณฉิ ัน มนชื่นระรื่นรมย์
2) แดดในยามเยน็ กาํ ลังอ่อนลงสสู่ มยั ใกล้วกิ าล ทอแสงแผซ่ ่านไปยังสาลเี กษตร แลเหน็
เป็นทางสวา่ งไปทวั่ ประเทศสุดสายตา ทล่ี มอือ้ น้ันคอ่ ยเหือดดว้ ยคงุ้ ขวาง
3) ถงึ ทุ่งขวางกลางย่านบา้ นกระบอื ตอ้ งแยกทางสองแควกระแสชล
ลอ้ เกวียน
ถงึ ยา่ นหนึง่ นา้ํ เซาะเปน็ เกาะกลาง ตะขบบ้าง
4) โพพญาท่าตลิ่งล้วน กระเบากระแบก
เหล่าไมใ้ กลก้ ระสนิ ธ์ุ
โพไผ่ไมเ้ ต็งตะเคยี น
ซกิ ซากกระบากกระเบียน
เสลาสลอดสลบั สล้าง
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29 55 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์)
67. ขอ้ ใดนําไปเตมิ ในชอ่ งวา่ งไดอ้ ย่างถกู ต้องตามฉนั ทลักษณ์และมใี จความเหมาะสมทีส่ ดุ
วยั เยาว์ยังออ่ นหลา้ โลกยี ์
รุน่ แรกดรณุ ดรณุ ี แน่งน้อย
วยั พสิ ุทธิ์หา่ งราคี ควรคิด ตรองนา
เรยี น .................... .....................
1) เราเพยี รร้รู อ้ ย ศึกษ์สรา้ งสนองผล
2) รีบเพยี รคอ้ ยค้อย ศกึ ษ์สรา้ งสฤษดผ์ิ ล
3) เร่มิ เพยี รมดิ ้อย ศกึ ษส์ ่งสนองคณุ
4) รอบเพยี รรถู้ ้อย ศกึ ษส์ ง่ สฤษดิ์ผล
68. ขอ้ ใดใช้กลวธิ กี ารแตกตา่ งจากขอ้ อน่ื
1) เปรยี บแรงคชสารปานกลจกั ร ผาผลักชกั ลากราวหยากไย่
2) ใหญเ่ ทียบภผู าทา่ ดุดัน เร่ยี วแรงแข็งขยันเชอื่ ควาญตน
3) งางอนอ่อนชอ้ ยทกุ รอยกลึง ดูประหนึ่งกรกรายนางร่ายราํ
4) เหมอื นมชี วี ติ สถิตร่าง ซงุ แกะเปน็ ชา้ งยา่ งบาทได้
69. ข้อใดมกี ลวิธกี ารใชค้ ําต่างจากขอ้ อื่น
1) ปลาทกุ ทุกข์อกกรม เหมอื นทุกขพ์ ี่ท่จี ากนาง
2) อ่มิ ทกุ ขอ์ ิ่มชลนา อมิ่ โศกาหน้านองชล
3) เสยี งสรวลระรี่นี้ เสยี งแก้วพห่ี รือเสียงใคร
4) หนาวพรมนา้ํ คา้ งพราว หนาวซอกผาศิลาเย็น
70. ขอ้ ใดพรรณนาภาพเคลอื่ นไหวชัดเจนท่ีสดุ
1) บเห็นถา้ ตอ่ รบ ร้วู ่าทบบมิทาน รู้วา่ ราญบมริ อด
ชวนกนั ซนกนั ซุก
คิดเททอดครัวแตก แหกหนหี น้าอย่าพะ สองฝ่ายยนั ยนื ยุทธ์
ไล่คะคลุกบกุ บัน
2) เขาก็มละบ้านเมอื ง เปลอื งเปล่าผหู้ มู่ชน
บกุ ป่าดงป่าแดง แฝงเอาเหตเุ อาผล
3) ขบั ทวยกล้าเขา้ แทง ขับทวยแขงเข้าฟนั
อุดองึ โห่เอาฤกษ์ เอกิ องึ โห่เอาชัย
4) พงุ่ หอกใหญค่ ะคว้าง ขวา้ งหอกซัดคะไขว่
เง้อื ดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉบั
71. ข้อใดไม่ใชภ้ าพพจนแ์ บบบุคคลวัต
1) เมฆไหลลงห่มเงอื้ ม ผาชะโงก
2) งามม่านเงาไมโ้ ศก ซับซ้อน
3) ดอกหญา้ ปา่ ลมโบก ผวาชอ่
4) ซ่าซ่าธาราฉะอ้อน เรง่ รอ้ นระหายฝัน
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 56 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปีที่ 29
72. ขอ้ ใดมกี ารใช้ภาพพจน์
1) คัดนานต์นฤราสรา้ ง ราคนิ
คือระเบยี บรัตนอนิ ทนิล คาดไว้
2) พระพึงพเิ คราะหผ์ ู้ ภกั ดี ท่านนา
คอื พระยาจกั รี กาจแกลว้
3) เกรงกระลับกอ่ รงค์ รัว่ หล้า
คอื ใครจักคุมคง ควรคู่ เข็ญแฮ
4) เพอื่ พระเดโชชนะ ศกึ น้าํ
คอื องค์อมติ รพระ จกั มอด เมือเฮย
73. ขอ้ ใดมกี ารใชภ้ าพพจนต์ ่างจากข้ออ่นื
1) คดิ คะนึงถึงนงราม ผวิ เหลืองกวา่ จําปาทอง
2) นวลจนั ทร์เป็นนวลจรงิ เจา้ งามพร้งิ ย่ิงนวลปลา
3) ดปู ราสาทราชวงั เปน็ รงั กา ดังปา่ ชา้ พงชฏั สงดั คน
4) โอน้ ้ําใจในอรุ าทารกรรม เหมอื นนํา้ ดําอยู่ในหนองเปน็ ฟองคราม
74. ข้อใดใช้ภาพพจน์มากทีส่ ุด เหมอื นนอนเตียงทองอันผ่องใส
1) ไร้ฟกู ถกู เนื้อวันทองออ่ น พณิ พาทย์ไพรกล่อมขบั สาํ หรบั ดง
เพลนิ ฟงั วังเวงเพลงเรไร
2) บดั น้ีเห็นทว่ งทีกริ ยิ าเจา้ ก็เปลยี่ นแปลก เลห่ ป์ ระหนงึ่ พง่ึ มาเป็นแขกไม่คนุ้ เคย
ไฉนจึงแกลง้ น่ังเฉยให้เหินห่างเหมอื นผอู้ นื่ ฉะนี้
3) พนั ลกึ ล่มลัน่ ฟ้า เฉกอสุนผี ่าหล้า
แหล่งเพย้ี งพกพัง แลนา
4) ดาวระยับประดับฟ้าเพลานี้ เพชรราตรสี อ่ งสกาว ณ หาวหน
ประชนั แสงวะวับวาวพราวสกนธ์ มิแผกคนแข่งค่าบารมี
75. ขอ้ ใดสอดคลอ้ งกับสจั ธรรมท่ปี รากฏในคําประพนั ธต์ ่อไปนม้ี ากที่สดุ
“ภาษิตแต่เกา่ กอ่ นท่านสอนช้ี ช่วั เจ็ดทีดเี จ็ดหนปนกนั อยู่
ถูกแล้วผดิ พลาดหลงจงตรองดู มดื แล้วแจ้งมีอยูเ่ ป็นค่กู นั ”
1) เกดิ มาเปน็ มนษุ ย์ปถุ ุชน ความทุกขม์ ไิ ดพ้ ้นจนสักหน้า
2) อันกําเนิดเกิดมาในหล้าโลก สุขกับโศกมไิ ดส้ ิน้ อย่าสงสยั
3) อนั บ่วงกรรมทําไว้ในปางหลงั เปน็ พืชยงั ปางนีใ้ หม้ ีผล
4) อนัตตาใชว่ า่ ของตนแท้ คงกแ็ ตบ่ าปบญุ เจา้ คณุ เอย๋
โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29 57 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
76. คาํ ประพนั ธต์ ่อไปนี้กล่าวถงึ ศลิ ปะของไทยในด้านใด
“แสงโสมแสงแก้วส่อง สุรยิ ฉาย
อร่ามรตั นกุณฑลพราย พร่างฟ้า
อุณหิสวจิ ติ รราย ปทั มราช แลฤา
เจ็ดอรุ ุคเรยี บหน้า ผกเกลา้ เกล่อื นหงอน”
1) การแต่งกาย
2) การวาดภาพ
3) การแกะสลกั
4) การก่อสรา้ ง
77. ขอ้ ใดไม่ปรากฏในคําประพันธ์ต่อไปนี้
“หยิบสรี ้งุ ทงั้ เจ็ดสายระบายฝัน
หยิบพู่กนั หวั ใจละเอียดออ่ น
เขยี นความรกั ศรทั ธาหว่ งอาทร
ใหโ้ ลกร้อนเย็นฉ่าํ ดว้ ยนา้ํ ใจ”
1) ความมีน้าํ ใจไมตรี
2) ความเอ้อื เฟ้ือเผือ่ แผ่
3) ความเลอ่ื มใสศรทั ธา
4) ความชนื่ ชมในธรรมชาติ
78. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ีสะท้อนค่านยิ มดา้ นใดเดน่ ชดั ท่สี ดุ
“ปพี ุทธศกั ราชสองพนั ห้าร้อยยสี่ บิ หา้ นี้ กรุงเทพมหานครอมรรตั นโกสินทรม์ ีอายจุ ําเริญยนื ยาวมาครบ
สองร้อยปี ประชาชนทัง้ หลายตา่ งมีความปราโมทย์บนั เทงิ ใจทีส่ ามารถตั้งบา้ น เมอื งเป็นอิสระสถาวรสบื มา
ไดอ้ ีกถงึ สองศตพรรษ และสมัครสามัคคีกนั จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทรข์ ้นึ ท่ัวราชอาณาจกั ร”
1) คตนิ ยิ ม
2) ชาตนิ ิยม
3) ประเพณีนยิ ม
4) ธรรมเนียมนยิ ม
79. ข้อใดแสดงแนวคดิ ทีต่ รงกับคําประพันธ์ต่อไปนม้ี ากท่ีสุด
“ชนใดมชี าตขิ า้ เลวทราม
เพยี รอุตสา่ หพ์ ยายาม หมนั่ หม้นั
อยบู่ ดอยูฝ่ นความ รู้แก่ ตนเฮย
กลับยศใหญย่ งิ่ ช้นั เช่นเชือ้ ผดู้ ี”
1) รสู้ ิง่ ใดไมส่ ู้ร้วู ิชา รู้รักษาตวั รอดเป็นยอดดี
2) ดผู ิวพรรณสรรพางคอ์ ยา่ งคุลา แต่วชิ าพางามขึน้ ครามครนั
3) อนั ความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซอ่ นใสเ่ สยี ในฝกั
4) ปากเป็นเอกเลขเปน็ โทโบราณวา่ หนงั สือตรมี ีปญั ญาไมเ่ สียหลาย
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 58 โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29
80. ข้อใดเป็นมงคลทน่ี ําไปสูก่ ารหลุดพน้
1) ความไม่ประมาทใน พหธุ รรมะโกศล
2) สํารวมวรนิ ทรยี ์ และสุราบเ่ มามล
3) บํารุงบิดามา- ตรุ ะด้วยหทัยปรีย์
4) ความงดประพฤตบิ าป อกศุ ลบ่ใหม้ ี
81. ขอ้ ใดมีแนวคดิ ตา่ งจากขอ้ อนื่ บรรพบรุ ษุ มอบให้ใชร้ ่วมกัน
1) ทกุ เมด็ กรวด...ทราย...หินแผน่ ดนิ ไทย ให้ทกุ คนมสี ว่ นคดิ ตดั สนิ ใจ
2) พัฒนาจะต้องเออื้ เพ่อื คนจน มวลประชาเท่านัน้ มน่ั ...ยืนยง
3) ไมม่ ีหรอกอํานาจท่เี ป็นนริ ันดร์ เป็นผู้ทรงสิทธธิ รรมนาํ มวลชน
4) มีลาภ...ยศ...อาํ นาจ...ทระนง
82. ขอ้ ใดเป็นอิทธิพลสําคญั ทก่ี ําหนดความคดิ ของนางวันทองในคําประพันธ์ตอ่ ไปน้ี
“นอ้ งกลวั ส่ิงเดียวแลพ่อเจ้า จะขนื เอาสง่ ให้ขนุ ช้างใหม่
ไมท่ นอายตายเสยี ยังเต็มใจ วา่ พลางสะอ้ืนไห้อยูไ่ ปมา”
1) ความรัก
2) คณุ ธรรม
3) คา่ นยิ ม
4) ประเพณี
83. ข้อใดสะทอ้ นความเชือ่ ทีแ่ ตกต่างจากข้ออื่น
1) พอลมแดงแรงเรว็ เหมือนเปลวไฟ พดั ธงชยั สามทัพหกั พบั ลง
2) ปกั ษาแสกแถกบินไปบูรพา พระผวากอดนางพลางประคอง
3) นางรวู้ ่ายาหยกู มถิ ูกต้อง ด้วยมขี องคมุ้ องคไ์ ม่หลงใหล
4) แมงมุมชกั ใยไต่ตอี ก ใหว้ ิตกหวาดหวนั่ พรนั่ พร่นั จติ
84. ข้อใดเป็นความเช่ือทไ่ี ม่สอดคลอ้ งกับหลักเหตุผล
1) อนึง่ วชิ าอาคมถมถนํา เวลาค่าํ ควรคดิ เป็นนิจศลี
2) อนง่ึ ไปไหนได้พบอสภซาก อยา่ ออกปากทกั ทายร้ายนกั หนา
3) อนงึ่ เขฬะอยา่ ถม่ เมือ่ ลมพัด ไปถกู สัตวเ์ สอื่ มมนตรด์ ลคาถา
4) อนงึ่ อย่าไปใต้ช่องคลองตะพาน อยา่ ลอดรา้ นฟักแฟงแรงราคี
85. ข้อใดมีเนือ้ ความท่ีให้กําลงั ใจชัดเจนทส่ี ดุ
1) เริม่ ต้นสรา้ งทางดใี หช้ วี ติ จกั พิชติ ความทุกข์สบสุขสันต์
2) ไม่มีแล้วแสงใดในแสงดาว จะสกาวเทา่ แสงแห่งเยาวชน
3) หากชวี ติ นีค้ งดาํ รงอยู่ ตอ้ งต่อสู้ฟนั ฝ่าอย่ากาํ สรวล
4) หยาดนา้ํ ใจไดร้ บั ยามอบั จน จึงคา่ ลน้ ฝนมณที กุ สีไป
โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปีที่ 29 59 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
86. ข้อใดสะท้อนความรูส้ กึ ของผู้แตง่ คําประพนั ธ์ตอ่ ไปนไี้ ด้ตรงท่ีสุด
“เมื่อเมืองคนคงั่ คับด้วยคนป่า คนดกี ด็ อ้ ยคา่ เหมือนกรวดหิน
เมอ่ื สตั ว์ปา่ สรา้ งป่าไวห้ ากนิ สตั วเ์ มอื งกต็ ้องสิ้นวิสยั เมอื ง”
1) โกรธแค้น
2) สมเพช
3) ท้อแท้
4) อนาถใจ
87. ขอ้ ใดไม่สะทอ้ นความคดิ ทางพระพทุ ธศาสนา
1) แม้นกลับชาติเกดิ ใหม่เป็นกายคน ช่ือว่าจนแล้วจงจากกําจัดไกล
2) เคยสรา้ งบาปเรง่ ทําบุญมาลบล้าง กุศลสร้างมาช่วยอํานวยผล
3) ฉนั เกิดมาชาตนิ กี้ ็มีกรรม แสนระยาํ ยบุ ยับดว้ ยอบั จน
4) ใครปองร้ายกอ็ ยา่ รา้ ยสนองตอบ ใครคิดชอบกค็ วรรักสมัครสมาน
88. ข้อความตอ่ ไปนี้ให้ข้อคิดในเรอ่ื งใดชัดเจนท่ีสุด
“สังเวชวัดธารมาท่อี าศัย ถึงสร้างใหมช่ อ่ื ยังทารมาหมอง
เหมือนทุกข์พถ่ี ึงจะมีจนิ ดาครอง มงกฎุ ทองสรอ้ ยสะอง้ิ มาใส่กาย
อันตัวงามยามนี้กต็ รอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย”
1) เงินทองทาํ ใหเ้ กิดทุกข์
2) เงินทองซือ้ ความสุขไม่ได้
3) เงนิ ทองไมใ่ ชส่ ง่ิ สําคัญทีส่ ดุ ในชวี ิต
4) เงนิ ทองเป็นของนอกกายหาใหม่ไดเ้ สมอ
89. ข้อใดสะท้อนทรรศนะของผพู้ ดู ข้อความตอ่ ไปนี้
“แมน้ วา่ ระตจู รกา งามเหมือนวิหยาสะกาํ น้ี
จะมิไดร้ อ้ นรนดว้ ยปนศกั ด์ิ นา่ รกั รูปทรงสง่ ศรี”
1) ไมถ่ อื เร่อื งชัน้ วรรณะ
2) ไมถ่ ือเรอ่ื งยศศักดิ์
3) รปู สมบตั ิสาํ คญั กว่าฐานะ
4) รปู สมบัตแิ สดงให้เห็นคณุ ความดขี องคน
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 60 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29
90. ข้อใดเป็นสาระสาํ คญั ของคาํ ประพันธต์ อ่ ไปนี้
“เปรมปรีด์ทิ ่ไี ผ่ฟ้อน ลมดง
ปลวิ ลิ่วใบลอยลง ตอ่ หน้า
ไตรลกั ษณน์ ั่นคือมง- คลคู่ คดิ นา
มองท่ัวถงึ พึงกล้า แจม่ จ้าพุทธธรรม”
1) อนิจจัง ทกุ ขัง อนตั ตา เป็นมงคลชวี ิต
2) ธรรมชาติแสดงใหเ้ ห็นสจั ธรรมในพระพุทธศาสนา
3) ใบไผท่ ีร่ ว่ งหลน่ แสดงให้เหน็ ความเป็นอนิจจัง
4) ผูเ้ หน็ ไตรลกั ษณค์ ือผมู้ ีความสุขตามธรรมชาติ
91. ข้อใดแสดงแนวคดิ ต่างจากข้ออ่นื ชาติขผี้ ้ึงชาติออ่ นรอ้ นละลาย
1) ชาตติ ะปูชาตแิ ข็งต้องแทงตรึง สแี หยะแหยะตอกตะบนั เปน็ ควนั ฉิว
2) แต่ไม้ไผอ่ นั หน่งึ ตนั อนั หนึ่งแขวะ ไปมาผลักบอ่ ยเข้าเสายงั ไหว
3) อันเสาหินแปดศอกตอกเปน็ หลกั ยงั เป็นวงั ใหญเ่ ยีย่ มเทยี มสงิ ขร
4) เรียงอฐิ ตดิ แนน่ แผน่ ละครัง้
92. ขอ้ ใดแสดงอารมณ์ต่างจากขอ้ อ่ืน
1) สายหยุดหยดุ กลิน่ ฟงุ้ ยามสาย
สายบ่หยุดเสน่หห์ าย ห่างเศรา้
2) สายหยดุ พุทธชาด บานเกลอ่ื นกลาดดาษดาไป
นกึ นอ้ งกรองมาลยั วางใหพ้ ่ขี ้างท่ีนอน
3) สายหยดุ หยดุ กลน่ิ อาย ฤๅหายหอมจอมเสน่หา
สายวนั จากกานดา ทงิ้ วิญญาณไว้ให้นาง
4) สายหยุดหยุดเสน่หา แก้วกานดามาหา่ งหาย
รอ้ ยเลห่ ์เพทุบาย ตราบชีพวายไม่หวนคนื
93. สารในขอ้ ใดไม่เป็นคตใิ นการเลอื กคบคน
1) สกลุ หงส์พงศป์ ระยรู สกุลสูง อย่าฝ่าฝงู กาพาลหวานปนขม
สกุลกาพาอับให้กลับจม อยา่ นิยมยินดจี ะมคี าว
2) อนั คนดีมศี ีลสตั ย์สันทัดเท่ียง ชว่ ยชบุ เลย้ี งชูเชิดใหเ้ ฉดิ ฉาย
เอาไวใ้ ชใ้ กล้ชิดไมค่ ิดรา้ ย เขารักตายดว้ ยไดด้ ้วยใจตรง
3) สตรหี ึงหนึง่ แพศยาหญิง ทงั้ สองสง่ิ อยา่ ให้ชิดพสิ มยั
สญั ชาตชิ ายทรชนทค่ี นใด ให้หลีกไกลรอ้ ยโยชนอ์ ย่าร่วมทาง
4) คนพาลพาลพาไปหาผดิ พาชีวิตมืดหมองไม่ผอ่ งใส
แต่บัณฑติ ชีท้ างสว่างไกล คิดตรองไวอ้ ยา่ พลงั้ ระวงั ตน
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 61 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
94. ขอ้ ใดมนี ้ําเสยี งต่างจากข้ออนื่ ระยะทางน้นั เหยยี ดยาว
1) จากแรงมาเปน็ รวง ล้วนทกุ ขย์ ากลําเค็ญเขญ็
จากรวงเป็นเม็ดพราว
2) สองมือเฮามีแฮง เสยี งเฮาแย้งมีคนยนิ
สงสารอสี านสิน้ อยา่ ซดุ , สดู้ ้วยสองแขน
3) โซป่ ระตูตรึงผกู ถูกกระชาก เสยี งแหง่ ความทกุ ข์ยากกย็ ่ิงใหญ่
สวา่ งวาบแปลบพรา่ มาไรไร ก็รไู้ ดว้ ่าทางยังพอมี
4) ลมประสานเสยี งแคนวา่ แคน่ แคน้ เปิบขา้ วทกุ คราวแคน่ ความขื่นขม
เหงอ่ื กรู ินตากูแล้งนํ้าแห้งตรม แมท้ ุกข์ถมจักหยดั ยนื คืนคา่ คน
95. ข้อใดกล่าวถึงความกรณุ าในแง่มมุ ท่ีต่างจากข้ออ่นื
1) แตก่ ารณุ ยธรรมสุนทร งามงอนกวา่ พระแสงอันแรงฤทธ์ิ
2) หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดนิ
3) ประดจุ ทรงวราภรณส์ นุ ทรสวสั ด์ิ เรอื งจรสั ยงิ่ มกุฎสุดสง่า
4) พระกรุณาย่ิงกว่ามหาฉัตร รจุ ริ ตั น์เรอื งรองผอ่ งพิศาล
96. ขอ้ ใดไม่สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หาในคาํ ประพันธ์ต่อไปนี้
“คาํ ยอยกยอ่ งเทยี้ ร ทกุ ประการ
พกั ตร์จติ ผิดกนั ประมาณ ยากรู้
เร็วรกั ผลกั พลันขาน คํากลับ พลันฤๅ
สามส่วนควรแล้วผู้ พะพอ้ งพึงแคลง”
1) นี่หรือรักจะมินา่ เป็นราคนิ แตช่ อื่ ดนิ เจยี วยังกลายเปน็ หลายคาํ
2) อันมนุษยห์ าสุดแก่ใครไม่ มนั กลบั กลอกนอกในเป็นหนกั หนา
3) นร่ี ปู ดีในช่ัวตวั ซุกซน ไมเ่ ป็นผลคบยากลําบากใจ
4) เหมือนคบคนคาํ หวานราํ คาญครนั ถ้าพล้ังพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล
97. ข้อใดเป็นจุดมงุ่ หมายของกวตี ามคาํ ประพันธต์ อ่ ไปน้ี
“และใจเจา้ จกั เป็นเชน่ สายนา้ํ ใสเย็นฉํ่าชน่ื แลว้ ไหลแผ่วผา่ น
เพอ่ื เลี้ยงชพี ชโลมไลใ้ หเ้ บิกบาน เพียงพอ้ งพานผิวแผว่ แล้วผา่ นเลย”
1) เสนอแนวคิดในการทําจิตใจให้สงบเยน็
2) เสนอแนวคดิ เกี่ยวกับการดาํ เนนิ ชวี ติ อยา่ งมีสติ
3) เสนอแนวคิดเกย่ี วกับธรรมชาติที่เปน็ คณุ ต่อมนุษย์
4) เสนอแนวคิดเก่ยี วกับธรรมชาติทแี่ ปรเปล่ยี นตลอดเวลา
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 62 โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29
98. ข้อใดไม่แสดงคุณธรรม
1) คนในเมืองสุโขทัยน้ีมกั ทาน มักทรงศีล มักโอยทาน
2) ขุนสามชนขับมาหวั ขวา ขนุ สามชนเกล่อื นเขา้ ไพรฟ่ ้าหน้าใสพอ่ กูหนีญญ่ายพา่ ยจแจ(๋ น)
3) กไู ดต้ ัวเน้อื ตัวปลา กเู อามาแกพ่ อ่ กู กไู ด้หมากส้มหมากหวานอนั ใดกินอรอ่ ยกนิ ดี กูเอามาแก่พอ่ กู
4) พอ่ กูตายยงั พ่ีกู กพู ราํ่ บาํ เรอแกพ่ ก่ี ูดง่ั บาํ เรอแก่พอ่ กู พก่ี ตู ายจงึ ได้เมืองแกก่ ูทงั้ กลม
99. ขอ้ ใดมีเน้อื ความสอดคลอ้ งกบั แนวคิดของคําประพันธต์ ่อไปนี้
“มลา้ งเกลศเลศคล้ําในนา้ํ ใจ ให้ผอ่ งใสสนิ้ ขุ่นจึงบุญแรง”
1) จิตใจมหิ มองหม่น สุขะดลนริ นั ดรก์ าล
2) กอบกรรมะอนั ไร้ ทษุ ะกลั้วและมัวมล
3) เพียรเผากิเลสล้าง มละโทษะยายี
4) ไร้โศกธลุ สี ูญ และสบายบ่มัวมล
100. ขอ้ ใดเป็นสาเหตุให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดาํ รงราชานุภาพทรงนิพนธเ์ รอ่ื ง พระครวู ัดฉลอง
1) “เกียรติคุณของท่านพระครูวัดฉลองแพรห่ ลาย จนนับถือกนั ไปทว่ั หวั เมอื งทางทะเลตะวนั ตก”
2) “การที่คนปิดทองทา่ นพระครูวดั ฉลอง เปน็ แรกท่ีจะเกดิ ประเพณีปิดทองคนเป็นๆ”
3) “ทชี่ าวบา้ นฉลองรบชนะพวกจนี เพราะท่านพระครวู ัดฉลองมีอทิ ธฤิ ทธิใ์ นทางวิทยาคม ก็นับถอื กนั เปน็
อย่างผวู้ ิเศษทัว่ ทัง้ จังหวัด”
4) “พิเคราะห์ตามเรือ่ งประวัติ เห็นควรนับวา่ พระครวู สิ ทุ ธวิ งศาจารย์ (แชม่ ) วัดฉลอง เปน็ อัจฉริยบคุ คล
ไดค้ นหน่ึง”
เฉลย
1. 1) 2. 3) 3. 1) 4. 3) 5. 2) 6. 3) 7. 2) 8. 3) 9. 2) 10. 1)
11. 4) 12. 4) 13. 1) 14. 3) 15. 3) 16. 4) 17. 3) 18. 3) 19. 4) 20. 4)
21. 1) 22. 2) 23. 4) 24. 4) 25. 3) 26. 4) 27. 2) 28. 2) 29. 4) 30. 3)
31. 4) 32. 2) 33. 1) 34. 3) 35. 2) 36. 4) 37. 2) 38. 3) 39. 3) 40. 4)
41. 2) 42. 3) 43. 2) 44. 3) 45. 1) 46. 2) 47. 4) 48. 3) 49. 3) 50. 4)
51. 1) 52. 2) 53. 3) 54. 4) 55. 3) 56. 4) 57. 3) 58. 1) 59. 4) 60. 2)
61. 3) 62. 3) 63. 3) 64. 1) 65. 4) 66. 4) 67. 2) 68. 4) 69. 1) 70. 4)
71. 2) 72. 1) 73. 3) 74. 1) 75. 2) 76. 1) 77. 4) 78. 2) 79. 2) 80. 1)
81. 4) 82. 3) 83. 3) 84. 2) 85. 3) 86. 4) 87. 2) 88. 2) 89. 3) 90. 2)
91. 1) 92. 4) 93. 2) 94. 1) 95. 2) 96. 1) 97. 1) 98. 2) 99. 3) 100. 2)
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 63 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์)
ขอ สอบภาษาไทยของทบวงมหาวิทยาลัย เดอื นตุลาคม ป 2546
1. ข้อใดแสดงว่าภาษาไทยกาํ ลงั มกี ารเปลีย่ นแปลง
1) “มอง” ภาษาเหนอื ใช้ “ผ่อ” ภาษาอีสานใช้ “เบ่ิง” และภาษาใตใ้ ช้ “แล”
2) “เรือน รัก” ในภาษากรงุ เทพฯ ออกเสยี งเปน็ “เฮือน ฮกั ” ในภาษาถ่ินเหนอื
3) “สง่ สนิ ค้าออก” ปจั จบุ ันใชว้ ่า “ส่งออกสินค้า”
4) “ดฉิ ัน” แต่เดิมทงั้ ผหู้ ญิงและผู้ชายใชเ้ ป็นสรรพนามแทนตัว
2. ขอ้ ใดมีคําท่ีประกอบดว้ ยเสยี งสระประสมทุกคาํ
1) เฟ่ืองฟ้า ร่ํารวย เสยี หนา้
2) มวั หมอง เชือ่ ใจ เลศิ ล้ํา
3) เปรี้ยวปาก เกรอะกรงั พราํ่ เพรือ่
4) เรอ่ื งราว เพลีย่ งพลา้ํ แทน่ พมิ พ์
3. ขอ้ ใดมีเสียงพยญั ชนะตน้ เดย่ี วซ้ํากันมากทีส่ ุด
1) น่งุ ยกนอกดอกวิเศษเกล็ดพมิ เสน
2) โจงกระเบนประคดคาดไม่หวาดไหว
3) บา้ งใสเ่ ส้อื ส้าระบับเขม้ ขาบใน
4) ขา้ งนอกใส่ครุยกรองทองสาํ รด
4. ขอ้ ใดมีโครงสรา้ งพยางคเ์ หมอื นกับคํา “บรรพบุรุษ”
1) องคอ์ วตาร
2) อนิ ทรชติ
3) กัลปพฤกษ์
4) วรรณสคุ นธ์
5. คาํ ซาํ้ ในขอ้ ใดมคี วามหมายตา่ งจากข้ออ่ืน
1) น้อยมีเส้อื ผา้ สวยเป็นตๆู้
2) เมอ่ื ตอนเด็กๆ ฉนั ไมช่ อบวา่ ยนํา้
3) ฉนั เหน็ ทหารเดนิ มาเป็นแถวๆ
4) เขาไปเท่ยี วกบั เพื่อนๆ ในวนั อาทติ ย์
6. ข้อใดไมม่ คี ําซอ้ น ช่วั ดคี งไดค้ มู่ าสู่สม
1) ธรรมดาเกิดมาเปน็ สตรี พร้อมนงั่ ปรึกษาที่วดั นน้ั
2) ตาปะขาวเฒ่าแก่แซ่กันมา จะหลบลีห้ นหี นา้ ไปทาํ ไม
3) ได้ถอื นา้ํ พระพิพฒั น์สัจจา หญิงและชายต่างกลมุ้ ประชมุ กัน
4) แสนรโหโอฬารน์ ่าสบาย
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์ 64 โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29
7. ข้อใดมคี าํ ที่เกิดจากการสร้างคํามากชนิดท่สี ุด
1) ผู้สูงอายุควรรูจ้ กั ดแู ลสุขภาพให้แขง็ แรง
2) ใบหน้าย้ิมแยม้ ของเธอทาํ ใหค้ วามโกรธของเราเบาบางลง
3) ถ้าอยากเป็นคนนา่ รกั อยา่ งไทย จิตใจควรงามและเป็นธรรม
4) หวั ใจของศาสนาพุทธคือละชัว่ ทําดี และทาํ จิตใจให้ผ่องแผ้ว
8. ขอ้ ใดมคี ําท่สี รา้ งขน้ึ ดว้ ยวธิ กี ารทตี่ ่างจากข้ออนื่
1) ยิม้ เปน็ สญั ลกั ษณ์ของมติ รภาพและชวนให้เกดิ ความสบายใจ
2) ยมิ้ เปน็ เสน่หท์ าํ ใหผ้ ้พู บเห็นอยากคบหาสมาคมดว้ ย
3) ผทู้ ่ีมหี น้าตาอิ่มเอบิ ยมิ้ แยม้ แจ่มใสเปน็ คนมเี สน่ห์
4) ผ้ทู ี่มีกิรยิ ามารยาทงามและวาจาไพเราะจะมีคนรกั มากมาย
9. ข้อใดเป็นคําสมาสทุกคํา
1) พลความ นาฏศิลป์ สรรพสัตว์
2) ชลบุรี ธนบตั ร พธิ ีกร
3) ราชดําเนนิ สหกรณ์ ชวี ประวตั ิ
4) ยุทธวิธี คริสตจกั ร เอกภาพ
10. ข้อใดมคี ําภาษาต่างประเทศ
1) จากจวนชวนกันลงบนั ได
2) ผีซํ้าด้ําพลอยให้ผวา
3) ทา่ นผู้ชายผ้หู ญงิ ก็ตามมา
4) แวะหามา้ สหี มอกบอกคดี
11. ข้อใดใช้สาํ นวนต่างประเทศ
1) พืน้ ฐานอันสําคัญยิง่ ของสังคมไทยอยู่ที่ความสมั พันธข์ องบุคคลในครอบครวั
2) นายกรฐั มนตรีมีนโยบายพฒั นาการศึกษาด้วยการสรา้ ง “หน่ึงอําเภอ หน่งึ โรงเรียนในฝัน”
3) ความนิยมสนิ คา้ ตา่ งประเทศกําลังทําลายเศรษฐกจิ และสังคมไทยอยู่ในขณะน้ี
4) เขาตอ้ งพยายามแสดงความสามารถให้โดดเดน่ ข้นึ มาทา่ มกลางการต่อสู้อันหนกั หนาสาหัส
12. ขอ้ ใดใช้สํานวนต่างประเทศ
1) ผู้บริโภคในอเมรกิ าเหน็ ว่าโยเกริ ต์ ทีท่ ําจากนมวัวมีรสชาตดิ ีทส่ี ุด
2) การส่ือสารเป็นกจิ กรรมท่ีมนุษยเ์ ราตอ้ งเก่ียวขอ้ งอยู่เป็นนิจ
3) เยาวราชเปน็ ยา่ นทีป่ นเปือ้ นไปด้วยมลพิษทางอากาศมากท่สี ุด
4) ใจของมนุษยม์ ีความซบั ซอ้ นเกนิ กวา่ จะสมั ผสั ได้
โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 65 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
13. ข้อใดใช้คําไมต่ รงความหมาย
1) อาจารย์ปฐมทา่ นเปน็ พหสู ูต คณุ อ่านเรอื่ งอะไรไมเ่ ขา้ ใจกถ็ ามทา่ นไดท้ ุกเรื่อง
2) คนสมถะอยา่ งอาจารยช์ ยั นาท ใครอยา่ ไปขอรอ้ งให้ทําอะไรเลย ทา่ นไมช่ ว่ ยหรอก
3) บ้านเลก็ ๆ หลังนนั้ อาจารย์พงั งาอาศยั อยกู่ ับครอบครวั อย่างสนั โดษ ไม่คอ่ ยตดิ ตอ่ กับใคร
4) บา้ นอาจารยป์ ระจวบเลก็ และแทบจะไมม่ ีของใชใ้ นบ้านเลย ทา่ นค่อนข้างอัตคัด
14. ขอ้ ความท่ีขีดเส้นใตใ้ นขอ้ ใดใชถ้ กู ต้องตรงความหมาย
1) ผมกลา้ ยนื ยนั และรับประกนั ว่าทุกเพลงในอลั บม้ั น้สี ามารถทําให้คนฟงั ยิ้มตามได้โดยไม่ร้ตู ัว
2) อาชพี พยาบาลทาํ ใหบ้ คุ ลิกของเธอเปลย่ี นไปมาก กลายเป็นผ้ใู หญโ่ ดยไมร่ ้สู กึ ตวั เพราะต้องรับผดิ ชอบสูง
3) เรอื่ งทต่ี ้องไปรบั ตาํ แหนง่ ใหม่ เขารูข้ า่ วกะทนั หนั มาก ไม่ทนั ได้รู้ตวั จงึ ทําอะไรไม่ถูก
4) นิทานเปรยี บเสมอื นตาํ ราท่ชี ว่ ยสง่ เสริมให้คนเป็นคนดี นิทานจงึ เปน็ อุบายที่ทําใหเ้ ด็กได้รบั รเู้ ร่อื ง
คณุ ธรรมโดยไม่รู้เนอ้ื รตู้ ัว
15. ขอ้ ใดใชใ้ นความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบไดท้ ุกคาํ
1) ไมน้ วม ไม้แข็ง ไมอ้ ่อน
2) ไม้บรรทัด ไม้หมอน ไม้เรียว
3) ไม้ดดั ไม้คมแฝก ไมง้ าม
4) ไมเ้ ดด็ ไมต้ าย ไมก้ ระดาน
16. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยคคําถามเชงิ วาทศิลป์
1) ยากนักหรอื ทคี่ ณุ จะกลบั ไปคืนดกี บั เธอ
2) ความดีใช่เป็นส่ิงที่ทาํ ได้งา่ ยๆ จรงิ หรือไม่
3) คณุ จะวา่ อะไรไหม ถ้าฉันไปช้าสกั หน่อย
4) เปน็ มนษุ ย์ ควรหมัน่ ทําความดีอย่เู สมอ มิใชห่ รือ
17. ข้อใดไม่แสดงความเชือ่ เรอ่ื งการเวียนวา่ ยตายเกิด
1) กรวดนา้ํ คว่าํ ขนั
2) เดด็ ดอกไมร้ ่วมต้น
3) ต้นรา้ ยปลายดี
4) บุญมาวาสนาสง่
18. ขอ้ ใดใช้สาํ นวนไม่ถูกต้อง
1) ซอ้ื ลอ็ ตเตอรีร่ ัฐบาล กวา่ คุณจะถกู รางวัลเหมือนงมเข็มในมหาสมทุ ร
2) คุณปไู่ ด้แกงเทน้ําพริก พอมีหลานสาวคนใหม่ ก็ไมเ่ หลยี วแลหลานชายคนโต
3) ผมไม่กลวั จดหมายขู่น่หี รอก บ้านเมอื งมีขือ่ มีแป ถ้ามันทําจรงิ ก็ตอ้ งไม่พ้นคกุ ตะราง
4) อยู่ท่ีทาํ งานกถ็ ูกเจา้ นายใช้หวั ไม่วางหางไมเ่ วน้ กลบั บา้ นยังต้องทาํ งานบา้ นอกี เหน่ือยจรงิ ๆ
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์ 66 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29
19. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ีมคี ําสรรพนามปรากฏอยู่ก่ีคาํ
“คนท่ีมีหน้าทรี่ ับผิดชอบเรอ่ื งอาหารการกินของครอบครัว โดยเฉพาะแม่บ้านผทู้ าํ ครัวเองตอ้ งคดิ ทกุ วนั วา่
วนั น้ใี ครจะกินอะไร กินสามมอ้ื คดิ ทงั้ สามม้อื ติดต่อกนั เป็นลกู โซ่เพราะตอ้ งเตรยี มลว่ งหน้า เชน่ กินโจก๊
เปน็ อาหารเช้า กบ็ ดข้าวสารแล้วต้มเอาไว้ต้ังแต่เยน็ ตอนเชา้ กท็ ําไดท้ ันทเี หมือนทีเ่ ขาปรุงขาย”
1) 4 คาํ
2) 5 คํา
3) 6 คาํ
4) 7 คาํ
20. คาํ เชอ่ื มในข้อใดเมือ่ เติมลงในช่องวา่ งต่อไปนแ้ี ลว้ ได้ความถกู ต้องเหมาะสม
“คนโบราณเชื่อกันว่าอาํ พนั มพี ลังอํานาจลึกลบั .................... การรักษาความเจบ็ ปว่ ย ถือกนั ว่าเปน็
ของมคี า่ ที่หายากอยา่ งหนึง่ อาํ พันส่วนใหญ่เป็นสเี หลืองน้ําผงึ้ .................... ท่ีเปน็ สแี ดงแก่ สีขาวน้ํานม
สีเขียว หรือสนี ้ําเงินก็มี ถ่ินท่พี บคอื แถบทะเลบอลตกิ สาธารณรฐั โดมนิ ิกนั .................... เม็กซโิ กตอนใต”้
1) ตอ่ / นอกจากนี้ / ตลอดจน
2) สาํ หรับ / ส่วน / อีกทง้ั
3) เพอื่ / หรือ / กับ
4) ใน / แต่ / และ
21. ข้อใดใชค้ ําวา่ “กับ” ไมถ่ กู ตอ้ ง
1) เร่อื งการใช้สารเคมีน้ี นอกจากจะทําใหช้ ื่อเสยี งของประเทศไทยเสยี หายแล้ว ยงั กระทบกบั ภาวะการ
สง่ ออกพชื ผลของประเทศอยา่ งรุนแรง
2) แนวทางเดยี วทส่ี ามารถแกไ้ ขได้คอื ตอ้ งสร้างจิตสํานกึ ในการใช้สารเคมีให้ความถูกต้องและเหมาะสมกับ
สนิ ค้า
3) เรื่องนีเ้ กยี่ วข้องกบั เกษตรกรโดยตรง เพราะเกษตรกรไม่สามารถทาํ ใหพ้ ชื ผกั ผลไมใ้ นบา้ นเราปลอดจาก
สารพิษได้
4) มาตรการสําคัญคือตอ้ งตรวจสอบปรมิ าณสารเคมีและรับรองคุณภาพสินค้าการเกษตรเพ่ือสร้างความ
มั่นใจให้เกิดขึน้ กบั ผ้บู รโิ ภค
22. ข้อความต่อไปน้ไี มม่ ีการร้อยเรยี งประโยคตามขอ้ ใด
“เมอ่ื มาถงึ จุดชมวิว กจ็ ะสามารถมองเหน็ ธารนาํ้ แขง็ สีขาวพาดลงมาสู่พืน้ ดนิ เป็นแนวยาวระหวา่ งภูเขา
สองลกู ธารนํา้ แข็งนีย้ าว 13 กโิ ลเมตรเคลื่อนตวั ลงมาใกล้ทะเล ถดั ลงมาเป็นทรี่ าบเตม็ ไปด้วยกอ้ นหนิ
แตเ่ ดิมเป็นทะเลสาบกว้างใหญ่”
1) การเชื่อม
2) การแทน
3) การละ
4) การซ้ํา
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 67 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
23. สว่ นทข่ี ดี เส้นใต้ในข้อใดทําหน้าที่ในประโยคแตกตา่ งจากขอ้ อ่ืน
1) ชาวลาวเรยี กส่ิงก่อสรา้ งนวี้ า่ อนุสาวรียแ์ ห่งชัยชนะ
2) บา้ นหลังแรกเขาซื้อตงั้ แต่ทาํ งานใหมๆ่
3) เขาลงมอื ตกแตง่ ลวดลายตา่ งๆ ให้ดูประณีตย่งิ ข้ึน
4) ทอ้ งทุง่ กวา้ งน้ีผมกับเพอ่ื นๆ เคยว่งิ เลน่ กัน
24. ข้อใดเป็นได้ทัง้ กลมุ่ คาํ และประโยค
1) บรษิ ทั จดั หางาน ถังใสน่ ้ํามัน
2) บอ่ บาํ บดั นํ้าเสีย กรมสง่ เสริมการเกษตร
3) คนทําสวน สถานสงเคราะหเ์ ดก็ อ่อน
4) เจา้ หนา้ ที่รักษาความปลอดภยั พนักงานตรวจสอบบญั ชี
25. ข้อใดเป็นประโยคชนดิ เดียวกบั ประโยคตอ่ ไปน้ี “ท่โี รงพยาบาลของเรา เราใหค้ วามสาํ คญั ยง่ิ ยวดในการ
บําบดั พื้นฟจู ิตใจของผู้สงู อาย”ุ
1) คุณจะได้พบกับศนู ยก์ ายภาพบําบัดในบรรยากาศของบ้านใจกลางเมือง
2) เราสรา้ งสรรคส์ ถานทอ่ี นั รม่ รนื่ สะอาด ทนั สมัย เพ่ือการพกั ผ่อนอย่างแท้จริง
3) กจิ กรรมสันทนาการทง้ั ในและนอกสถานที่ทาํ ให้การบําบัดรกั ษาได้ผลดีอย่างย่งิ
4) เราคือโรงพยาบาลแหง่ แรกในประเทศทีบ่ ริการผูป้ ่วยอย่างเตม็ ที่ตลอด 24 ชว่ั โมง
26. ขอ้ ความต่อไปนเ้ี รยี งลาํ ดบั ชนดิ ของประโยคตามข้อใด
“กว่าสุรศักดก์ิ บั แม่จะเก็บข้าวของเสรจ็ ก็ดกึ เต็มที ฟ้ามืดไปทกุ ทศิ ทกุ ทาง แมป่ เู สื่อลงตรงมมุ หนง่ึ ของห้อง
แล้วหลับไปภายในเวลาไมก่ นี่ าที”
1) ประโยคความซอ้ น ประโยคความเดียว ประโยคความซ้อน
2) ประโยคความซ้อน ประโยคความรวม ประโยคความเดยี ว
3) ประโยคความรวม ประโยคความเดยี ว ประโยคความซอ้ น
4) ประโยคความรวม ประโยคความเดยี ว ประโยคความรวม
27. ข้อใดปรากฏองค์ประกอบของการสื่อสารครบถว้ น
1) เดือนเดน่ เรียนรอ้ งเพลง
2) วชิ ัยเขยี นคาํ ตอบลงในสมดุ
3) โสภากลา่ วขอบคณุ เพ่อื น
4) สดุ าอา่ นประกาศรบั สมัครงาน
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์ 68 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29
28. ข้อใดใช้ภาษาไม่เหมาะสมในการเขยี นรายงานทางวชิ าการ
1) ผเู้ สียชวี ติ ดว้ ยโรคหัวใจส่วนใหญม่ สี าเหตมุ าจากการสบู บุหรี่ / 2) ปัจจุบนั เมืองไทยมกี ฎหมายห้าม
สบู บุหร่ใี นหลายๆ สถานที่ / 3) มกี ารหา้ มสบู บหุ รใ่ี นท่ที ํางานที่เปน็ ห้องปรับอากาศ ในรา้ นอาหาร และ
ในโรงมหรสพ / 4) ผู้ใดฝา่ ฝนื กฎหมายกําหนดโทษท้ังปรับและจาํ ไว้อย่างชัดเจน
1) ตอนที่ 1
2) ตอนท่ี 2
3) ตอนที่ 3
4) ตอนท่ี 4
29. ข้อใดใช้ภาษาต่างระดบั จากขอ้ อนื่
1) ปัญหาของวยั รุ่นและเยาวชนเปน็ ปัญหาใหญท่ ่ีรฐั บาลกาํ ลงั แก้ไขอยูใ่ นขณะนี้
2) สารกนั บูดหรือสารกนั เสียเปน็ สารเคมีประเภทหนงึ่ ทน่ี ยิ มนาํ มาใชใ้ นการถนอมอาหาร
3) ธนาคารพาณิชยป์ รบั ลดดอกเบ้ียเงนิ ฝากลงมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและยงั ไมม่ ที ที า่ ว่าจะสะดดุ หยดุ ลง
4) โครงการผู้นําเยาวชนเป็นโครงการนาํ รอ่ งท่ีดี สร้างระเบยี บวนิ ัยให้กลมุ่ วยั รุน่ ท่บี าดหมางกนั กลบั มา
ปรองดองกัน
30. ข้อใดใชร้ าชาศัพทถ์ กู ต้อง
1) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า-
เจา้ อยู่หวั
2) พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรงมีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ส่วนพระองคใ์ นหอ้ งทรงงาน
3) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงขอบพระทัยประชาชนทมี่ ารบั เสด็จ
4) ปนี ส้ี มเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจรญิ พระชนมพรรษา 4 รอบ
31. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ีข้อใดเหมาะทจี่ ะเปน็ ประโยคแรกและประโยคสุดทา้ ย
ก. ผกั ผลไมใ้ หว้ ิตามิน เกลอื แรท่ ี่จําเป็นรวมท้งั แรธ่ าตุทีเ่ ปน็ สารตา้ นมะเร็ง
ข. ผกั ผลไมอ้ าจก่อให้เกดิ อันตรายถา้ ปนเป้อื นเช้อื โรคและสารเคมี
ค. ผักผลไม้ชว่ ยให้ระบบการย่อยอาหารและการขบั ถา่ ยดี
ง. ผักผลไมเ้ ปน็ อาหารทีม่ ีคุณประโยชนต์ อ่ รา่ งกายมาก
1) ก. และ ง.
2) ง. และ ข.
3) ค. และ ก.
4) ข. และ ค.
โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 69 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์)
32. ข้อความตอ่ ไปนใ้ี ชก้ ลวธิ กี ารเขียนตามขอ้ ใด
“กางเขนหนมุ่ สาวพบผู้คนหลากหลายในป่าเสอ่ื มโทรมทม่ี นั บินผ่านมา บ้างหาของป่า บา้ งลา่ สตั ว์
บา้ งกําลงั โค่นต้นไม้ใหญเ่ ลือ่ ยยนตก์ รดี เสยี งหวดี ๆ ป่าให้ทั้งอาหาร ยารักษาโรค นํา้ อากาศ และความอดุ ม
สมบูรณ์แกม่ นษุ ย์ มนั ไมเ่ ขา้ ใจเลยวา่ ทาํ ไมมนษุ ยผ์ มู้ สี ติปัญญากวา่ สตั ว์อ่ืนๆ จึงไมส่ ามารถจัดการใหค้ นกบั
ป่าพง่ึ พาอาศัยกันไดม้ ากกวา่ น้ี”
1) บรรยาย
2) บรรยาย อธบิ าย
3) พรรณนา อธบิ าย
4) พรรณนา บรรยาย
33. ข้อใดใชก้ ลวิธีการเขียนต่างจากข้ออ่นื
1) เขาว่งิ กระเซอะกระเซิง เนอื้ ตัวลายพร้อยด้วยรอยแผลเกา่ ใหม่ใหญ่เลก็ นบั ไมถ่ ว้ น
2) ลัดเลาะไปตามเส้นทางป่าไผ่ ผา่ นดงกล้วย นกกาสง่ เสยี งร้องไล่จิกกนั เพราะหวงอาหาร
3) มองไปขา้ งหนา้ เหน็ นกคุ่มโผขน้ึ จากพงหญ้า หมปู า่ สามตวั วิ่งพรวดพราดสวนทางมา
4) หันมาอีกทางเหน็ ดวงตาดาํ ของกวางตัวนอ้ ยเพ่งมองมาด้วยความพศิ วง
34. ขอ้ ใดเปน็ บทสรปุ ของบทความเรือ่ ง “วธิ กี ารบัญญตั ิศัพทใ์ นภาษาไทย”
1) การใชค้ าํ ไทยกับการใชค้ ําบาลสี นั สกฤตสรา้ งศพั ท์บัญญตั นิ นั้ ไม่อาจบอกไดแ้ น่ชัดว่าวิธใี ดจะดกี ว่ากัน
2) การบัญญตั ศิ ัพท์ท่ีถือไดว้ า่ ประสบผลสําเรจ็ นนั้ ศัพทท์ ่ีบัญญตั ขิ ึ้นจะตอ้ งเป็นท่ีนยิ มใช้กันอย่างแพร่หลาย
3) การคดิ คําขนึ้ ใหมแ่ ทนคาํ ศัพท์ภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นคาํ ไทยหรือคําบาลสี นั สกฤตที่คนไทยรู้จักกม็ กั เป็นที่
ยอมรบั และใชต้ อ่ มาในภาษาไทย
4) ปจั จบุ ันความเจริญทางดา้ นวิชาการและความคิดด้านตา่ งๆ จากประเทศตะวนั ตกไดห้ ลั่งไหลเข้ามา
ทําใหเ้ กิดการรบั คําภาษาองั กฤษมาใชใ้ นภาษาไทยเปน็ จํานวนมาก
35. ข้อใดเป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนเชิงวชิ าการได้เหมาะสมทสี่ ุด
1) ความอ้วนดจู ะกลายเปน็ เรือ่ งใหญท่ ี่ใครต่อใครสนใจเปน็ พเิ ศษ
2) ปัจจุบนั วงการแพทยม์ คี วามเห็นว่าความอ้วนเปน็ โรคที่ตอ้ งรักษา
3) ความอว้ นยงั เป็นสาเหตทุ ี่ทําให้หลายๆ โรคเกิดตามมาอีก
4) ปจั จุบนั มธี รุ กจิ เก่ยี วกับความสวยความงามเกดิ ขึน้ ท่ัวไป
36. ข้อใดไม่ใชค่ ําขวญั ตอ้ งใสใ่ จส่ิงแวดลอ้ ม
1) รคู้ ุณคา่ ปา่ ไม้
2) มีตน้ ไม้ มนี ํ้า มอี าหารคนและสตั ว์
3) ตน้ ไม้ใช้สร้างบา้ น และช่วยการดาํ รงชพี
4) หว่ งอนาคตลูกหลาน อย่ารกุ รานปา่ ไม้
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 70 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29
37. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยค
1) เขาย้ํากับเราวา่ ยุคนเ้ี ป็นยุคของการปฏิรปู การปกครองแบบบูรณาการ
2) ประชาธปิ ไตยรวมศนู ยเ์ ป็นหลักการปกครองท่รี ฐั บาลยดึ ถือเปน็ แนวทางการแก้ปญั หาของประเทศชาติ
3) แม้ภาพของเขาจะไม่โดดเด่นเปน็ ทีร่ จู้ ักของส่ือมวลชนเทา่ กบั ร่นุ พี่ แต่บทบาทที่อยเู่ บ้อื งหลงั นั้นนับวา่
สําคัญยง่ิ
4) หลงั จากมีรายงานขา่ ววา่ รัฐบาลกมั พูชาส่งหนงั สอื ถงึ กระทรวงการต่างประเทศอ้างสิทธิเหนือปราสาท
แห่งหนึง่ ในอาํ เภอกาบเชิง จงั หวดั สุรินทร์
38. ข้อใดใช้ภาษากระชบั ทสี่ ดุ
1) คนไทยนยิ มกนิ น้าํ พรกิ ไมใ่ ชเ่ พราะรสชาตถิ กู ปาก นํ้าพรกิ ยงั มคี ุณคา่ อีกด้วย
2) อาหารมื้อสาํ คัญทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อร่างกายคอื อาหารมื้อเช้าและมือ้ กลางวัน
3) การกนิ บะหมี่สาํ เรจ็ รปู นัน้ งา่ ยมาก หลงั จากเทบะหม่ใี สช่ ามแล้วกก็ ดนาํ้ รอ้ นเทใส่
4) กะปทิ ด่ี ีทสี่ ดุ คือกะปิท่ที ําจากเคย ในจังหวัดสมุทรสงครามจะมีชอ่ื เสยี งในการทาํ กะปจิ ากเคย
39. ข้อใดเป็นบทสนทนาทไ่ี ม่เหมาะสม
1) เสื้อตัวน้สี วยมาก สงสัยจะแพง ซ้ือมาเท่าไรลกู
2) เขาโกรธหน้าเขียวจนเดินออกจากทป่ี ระชมุ เลยหรือ
3) ปีนฝ้ี นจะตกหนัก ทา่ นเตรียมแกป้ ญั หาไว้แลว้ หรอื ยังครบั
4) ก่อนออกจากบา้ น คณุ ดูหรอื เปลา่ วา่ แตง่ ตัวเหมาะกับงานน้ไี หม
40. ข้อใดไมเ่ หมาะสมท่จี ะใช้ในการสัมภาษณ์
1) ผู้สัมภาษณ์สร้างบรรยากาศการสัมภาษณใ์ ห้เป็นกนั เอง
2) ผู้สัมภาษณข์ อให้ผถู้ กู สัมภาษณต์ อบให้ตรงประเด็น
3) ผ้สู ัมภาษณเ์ สนอความคิดเหน็ ของตนคา้ นความคิดเห็นของผู้ถูกสมั ภาษณ์
4) ผู้สัมภาษณต์ ้ังคําถามกระตุ้นผู้ถูกสัมภาษณ์ให้แสดงความคดิ เห็น
41. ข้อใดเป็นคําพดู ที่เหมาะสมท่สี ุดกอ่ นจบการบรรยาย
1) ผมขอขอบคณุ ทตี่ ง้ั ใจฟังผมพูดเปน็ อยา่ งดี ผมหวังว่าทกุ ทา่ นคงนําขอ้ คิดทเ่ี ปน็ ประโยชนน์ ไี้ ปปรบั ใช้ได้บา้ ง
2) ผมดีใจมากที่ได้มาพดู ถงึ ส่งิ ท่มี ีประโยชน์ให้ทา่ นฟัง ผมขอขอบคุณผูจ้ ัดงานคร้งั นีเ้ ป็นอย่างมากครบั
3) การพูดของผมอาจมีขอ้ บกพรอ่ งอยบู่ า้ ง แต่ผมก็ขอขอบคุณทกุ ทา่ นทต่ี ้งั ใจฟังมาโดยตลอด
4) ผมขอขอบคณุ ท่ีท่านสนใจฟงั และหวังว่าท่านคงจะไดข้ อ้ คดิ ท่เี ปน็ ประโยชน์บ้าง
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ี่ 29 71 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์)
42. ขอ้ ใดจดั เรียงขอ้ ความได้ถูกต้องตามลาํ ดบั การประชมุ
ก. สรปุ ว่าที่ประชมุ มีมติรบั รองรายงานการประชมุ ครัง้ ที่ 2/2546
ข. ผมขอแจ้งให้ท่ีประชุมทราบวา่ งบประมาณท่ไี ดเ้ สนอไปน้ันไดร้ ับการอนมุ ตั ิเรยี บรอ้ ยแลว้
ค. ขอให้กรรมการที่ได้รบั มอบให้ไปตดิ ตอ่ วทิ ยากรรายงานผลการดาํ เนินงานใหท้ ปี่ ระชุมทราบ
ง. ผมขอให้ที่ประชุมลงมตวิ ่าจะเลอ่ื นการจดั สัมมนาออกไปก่อนหรอื ไม่
1) ก. - ค. - ข. - ง.
2) ข. - ค. - ง. - ก.
3) ข. - ก. - ค. - ง.
4) ก. - ค. - ง. - ข.
43. ขอ้ ใดแสดงว่าผพู้ ูดกับผู้ฟงั เป็นญาติกัน
1) ยาย ชว่ ยส่งของให้ด้วย
2) น้า ทางนี้ไปไหน
3) ลุง ขอดหู น่อยไดไ้ หม
4) พี่ เซ็นสมดุ การบ้านให้หน่อย
44. ขอ้ ใดมนี ้ําเสยี งไมพ่ อใจ
1) เป็นนกนอ้ ย ก็ทํารังน้อยแตพ่ อตวั
2) สี่เท้ายังรพู้ ลาด นกั ปราชญ์ยังรู้พลัง้
3) อย่าทําแบบตํานา้ํ พรกิ ละลายแมน่ าํ้ นะ
4) ไหนบอกวา่ เดนิ ตามหลังผูใ้ หญ่หมาไมก่ ัดไง
45. ข้อความตอ่ ไปน้มี สี าระสําคญั ตรงกบั ขอ้ ใด
“การพฒั นาวฒั นธรรมเป็นรากเหง้าของการพฒั นาคน ดังน้นั การศึกษาและกระบวนการพัฒนาคน
ในสังคมควรจักต้องใหค้ วามสนใจเรอื่ งการพัฒนาวัฒนธรรมอย่างจรงิ จงั ”
1) การพฒั นาการศกึ ษาเปน็ พนื้ ฐานของการพฒั นาคน
2) การพฒั นาวฒั นธรรมเป็นสิง่ ทตี่ อ้ งให้ความสาํ คญั
3) การพัฒนาวฒั นธรรมมคี วามสาํ คัญตอ่ การพัฒนาสงั คม
4) การพฒั นาการศกึ ษาเปน็ สิ่งทต่ี ้องเรง่ กระทาํ อย่างจรงิ จัง
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์ 72 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29
อา่ นข้อความตอ่ ไปนแี้ ล้วตอบคาํ ถามข้อ 46-47
“ท่ีโลกเราลําบากอยู่เด๋ียวนี้ก็ไม่มีอะไรนอกไปจากสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนของแต่ละฝ่าย
ท่ีคุมกันเป็นพวกๆ การท่ีต้องรบกันทั้งท่ีไม่อยากจะรบก็เพราะบังคับส่ิงนี้ไม่ได้ หรือทนอํานาจของส่ิงน้ีไม่ได้
มนั จึงเกดิ เปน็ โรคข้นึ มา”
46. “โลก” ในข้อความขา้ งตน้ หมายถงึ ข้อใด
1) คนท่ีอยู่รวมกันเปน็ สังคม
2) คนและสง่ิ แวดลอ้ มทอ่ี าศยั อยู่ในโลกน้ี
3) โลกทมี่ ภี เู ขา แม่นํา้ ต้นไม้ และส่ิงมชี วี ติ
4) คน สตั ว์ และสงิ่ แวดล้อมท่ีตอ้ งพ่งึ พาอาศยั กนั
47. ขอ้ ใดเป็นความคดิ ของผเู้ ขียนข้อความขา้ งตน้
1) สงครามเกดิ จากความเหน็ แกต่ ัวของคน
2) คนเปน็ โรคเพราะบงั คบั จิตใจตนเองไม่ได้
3) โลกเดือดร้อนเพราะความเห็นแก่ตวั ของคนเรา
4) โลกเดอื ดร้อนเพราะคนแบ่งกันเปน็ พรรคเปน็ พวก
อา่ นขอ้ ความต่อไปนต้ี อบคาํ ถามขอ้ 48-49
“ชีวิตประจําวันในเมืองหลวงฉุดกระชากเอาความอ่อนโยนในหัวใจให้มลายหายไปทีละน้อยจนแทบไม่รู้ตัว
ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพ่ือจะเดินทางไปถึงท่ีหมายให้เร็วท่ีสุด ต้องแย่งโต๊ะว่างเพื่อรับประทานอาหาร ต้องพกพา
เครื่องมือสื่อสารหลากหลายชนิดสําหรับติดต่อธุรกิจ บริโภคข่าวสารทางวิทยุมากกว่าการอ่านหนังสือ
จนิ ตนาการถูกเทคโนโลยตี ดั ทอนลงไป ชวี ิตเริม่ คล้ายห่นุ ยนตเ์ ข้าไปทุกที”
48. ข้อใดคอื สาระสําคญั ของขอ้ ความข้างต้น
1) คนในเมอื งหลวงไม่เปน็ ตวั ของตวั เอง
2) คนในเมืองหลวงใชช้ ีวติ อยา่ งเรง่ รีบ
3) คนในเมืองหลวงขาดสุนทรียใ์ นชวี ิต
4) คนในเมอื งหลวงต้องพง่ึ พาเทคโนโลยมี าก
49. ผู้เขียนขอ้ ความข้างตน้ มีนาํ้ เสียงอยา่ งไร
1) ไมพ่ อใจการใชช้ วี ติ ในเมืองหลวง
2) ห่วงใยคนท่ีใช้ชวี ติ อยใู่ นเมืองหลวง
3) เห็นใจคนท่ีใช้ชีวติ อยูใ่ นเมอื งหลวง
4) สลดใจกบั การใชช้ วี ติ ของคนที่อยู่ในเมืองหลวง
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29 73 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์)
อา่ นข้อความตอ่ ไปน้แี ลว้ ตอบคําถามข้อ 50-51
“เราจะรบี แก่งแยง่ กนั ไปทําไม จะโลภอยากไดอ้ ยากมีไปถงึ ไหน หนั มาสํารวจตัวเองว่าเราน้นั เปน็ ผ้บู ริโภค
ทรพั ยากรธรรมชาติของโลกเกนิ ไปหรอื ไม่ มที างใดท่ลี ดการบรโิ ภคลงไดบ้ า้ ง เรามีจิตใจแข็งแกรง่ พอท่ีจะ
เปลยี่ นแปลงพฤตกิ รรมเพ่อื ลดการทาํ ลายสิ่งแวดล้อมได้หรอื ไม่ ถา้ ยงั ไม่ไดก้ อ็ ยา่ หวงั เลยว่าโลกน้จี ะมคี ณุ ภาพ
ทดี่ ีขึ้น อนาคตของโลกใบนี้อยู่ที่พวกเราทุกคน”
50. ผ้เู ขยี นใชก้ ลวิธโี นม้ น้าวใจเดน่ ชดั ท่ีสุดตามขอ้ ใด
1) แสดงขอ้ ดีข้อเสยี
2) แสดงเหตผุ ล
3) เร้าอารมณ์
4) โตแ้ ยง้
51. ขอ้ ใดคอื “คณุ ภาพของโลก” ทผี่ เู้ ขยี นตอ้ งการมากที่สุด
1) คนในสังคมลดการบรโิ ภคทรพั ยากรธรรมชาติลงบ้าง
2) คนในสงั คมรู้จกั ใช้และรจู้ กั รักษาทรัพยากรธรรมชาติ
3) คนในสงั คมรักและหวงแหนธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
4) คนในสังคมไม่โลภ ไม่เหน็ แกต่ ัว ไม่ตักตวงเอาแตป่ ระโยชน์
52. ขอ้ ใดเป็นสาระสําคญั ของขอ้ ความตอ่ ไปน้ี
“การยอมรบั วา่ ส่อื มผี ลตอ่ คนดูเป็นการใหค้ วามสาํ คญั แก่ส่อื มากเกินไป สอื่ อาจมอี ิทธพิ ลต่อคนดกู ็จริง
แตค่ งไม่มากเทา่ ไร การท่ีสือ่ จะมอี ิทธพิ ลตอ่ คนดไู ดน้ น้ั คนดกู ต็ อ้ งพรอ้ มท่ีจะรับด้วย หมายความวา่ คนดู
นัน่ เองทีเ่ ป็นผูเ้ ลอื กว่าจะใหส้ อื่ มีอิทธิพลเหนอื ตนหรือไม่”
1) ควรลดบทบาทของสื่อลง
2) ส่ือสามารถครอบงําคนดไู ด้
3) อิทธพิ ลของส่อื ข้นึ อยกู่ ับคนดู
4) คนดูใหค้ วามสาํ คัญแกส่ ่ือมากเกินไป
53. ขอ้ ใดคอื ความหมายของ “ภาษา” ตามทผี่ เู้ ขียนกล่าวถงึ ในขอ้ ความตอ่ ไปนี้
“เม่อื ข้าพเจ้าพดู กห็ มายความวา่ ขา้ พเจา้ เลือกคําทจ่ี ะกล่าวออกไปตามที่นกึ ไว้ ถ้าผูฟ้ งั เข้าใจตรงกบั ท่ี
ขา้ พเจา้ ต้องการ คาํ พดู นน้ั กเ็ ป็นภาษาระหว่างข้าพเจ้ากบั ผ้ฟู ังเมอ่ื ขา้ พเจา้ เขยี นหนงั สอื กห็ มายความว่า
ข้าพเจ้าถ่ายทอดเอาคําพดู ซงึ่ นกึ ไว้ออกมาเปน็ ตวั หนงั สอื ถา้ ผู้อา่ นเข้าใจตรงกบั ท่ีข้าพเจ้าตอ้ งการ ตวั หนงั สือ
นั้นกเ็ ป็นภาษาระหวา่ งข้าพเจ้ากบั ผ้อู า่ น คราวนตี้ า่ งวา่ ขา้ พเจ้าพูดออกไปหรอื ขีดเขยี นเป็นตวั หนงั สือขน้ึ
ผูฟ้ งั หรอื ผ้อู า่ นไมเ่ ขา้ ใจ คาํ พูดหรือตัวหนังสือท่ีปรากฏอย่นู น้ั ก็ไมเ่ ปน็ ภาษา”
1) เคร่ืองมอื สื่อสารระหวา่ งผู้สง่ สารและผู้รบั สาร
2) คาํ พดู และตัวหนงั สือทใ่ี ช้ในการติดตอ่ สื่อสาร
3) คําพูดหรอื ตัวหนงั สอื ท่ผี ูส้ ่งสารและผรู้ บั สารรับรูร้ ว่ มกัน
4) ขอ้ ความทผี่ ้สู ่งสารกาํ หนดใหผ้ รู้ ับสารรบั รู้
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 74 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29
54. ขอ้ ใดคือสารของข้อความตอ่ ไปนี้
“ช้างเคยรว่ มรบเคยี งขา้ งกษัตริยเ์ พอื่ ปกปอ้ งผนื แผน่ ดินไทย วันน้ีชา้ งไทยใกลส้ ญู พันธุ์ เนื่องจากถูกใช้
แรงงานอยา่ งหนัก การทารุณและการเล้ียงดอู ยา่ งผดิ ธรรมชาติ ทําให้ช้างไทยต้องเจบ็ ป่วย พกิ ารและ
ทยอยตายเฉล่ียปลี ะ 50 เชือก จากจาํ นวนชา้ งทว่ั ประเทศทมี่ ไี ม่ถึง 5,000 เชือก ช้างเปน็ สตั วข์ นาดใหญ่
การรกั ษาพยาบาลซบั ซ้อน ยุ่งยาก มีข้อจาํ กดั เร่อื งยาและอปุ กรณ์ ปัญหาดงั กลา่ วจงึ ยิ่งทําใหช้ ้างมีจาํ นวน
น้อยลง”
1) ความสําคัญของช้างไทย
2) สาเหตุทที่ ําให้ช้างไทยลดจํานวนลง
3) ปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาลชา้ งไทย
4) สถานภาพของช้างไทยในปัจจบุ นั
55. ขอ้ ใดเปน็ สาระของข้อความตอ่ ไปน้ี
“คนมีหรอื คนจนกม็ ีความซือ่ สัตย์พอๆ กนั หรอื ไม่มคี วามซ่อื สตั ยพ์ อๆ กัน แต่คนจนมองโลกจากแงม่ มุ
ทางศีลธรรมในขณะท่ีคนมมี องโลกจากแง่มุมของเหตผุ ลทางเศรษฐกจิ หรือกฎหมาย”
1) คนมกี บั คนจนไม่แตกตา่ งกนั
2) คนมีหรอื คนจนเปน็ ท้ังคนดีและไมด่ ไี ด้เทา่ ๆ กนั
3) คนมกี บั คนจนมองโลกจากแงม่ ุมทีแ่ ตกต่างกนั
4) คนมีเป็นคนท่ีมเี หตผุ ลในขณะท่คี นจนมศี ลี ธรรม
56. ข้อใดเปน็ จดุ มงุ่ หมายของผเู้ ขียนขอ้ ความตอ่ ไปนี้
“กวา่ หินจะผ่านกระบวนการแปรรูปมาถึงมอื เราตอ้ งเสยี คา่ ใช้จา่ ยสงู และมีการสญู เสียในกระบวนการ
ผลติ จากการแปรรปู เสยี ครึ่งตอ่ ครง่ึ เรานําหนิ มาใช้ในปรมิ าณเทา่ ใด กม็ ีหนิ ในจาํ นวนเท่ากันที่สญู เสียไป
ดงั นน้ั ในการใช้หินทุกคร้งั จงคดิ ให้หนักอยา่ งหนิ ”
1) กระตนุ้ ใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของหนิ
2) เรียกร้องให้ใชห้ ินอยา่ งคุ้มค่า
3) เตือนให้คิดว่าหนิ อาจจะหมดไปจากโลก
4) ชใี้ หเ้ หน็ ความส้ินเปลืองในการผลิตหิน
57. ขอ้ ใดเป็นแนวคิดของผูเ้ ขยี นข้อความต่อไปนี้
“ถ้าหากคําพยากรณ์เกยี่ วกบั การขยายตวั ของประชากรของโลกเปน็ ความจรงิ และแบบแผนของ
พฤติกรรมของมนุษยไ์ มเ่ ปลย่ี นแปลง ทัง้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยกี ไ็ ม่อาจชว่ ยใหส้ ภาพความเส่ือมโทรม
ของสิง่ แวดลอ้ มฟน้ื ตัวกลบั คนื มาได้ หรือแม้แตค่ วามยากจนทเ่ี กดิ ขึ้นกับคนสว่ นใหญ่ในโลก กค็ งจะไม่
เปลย่ี นแปลงไปในทางที่ดขี ้นึ ”
1) อนาคตของโลกกําลังถดถอยเพราะประชากรเพิ่มมากข้นึ
2) สิง่ แวดลอ้ มและความยากจนเป็นปัญหาที่แกไ้ ม่ได้
3) อนาคตเปลย่ี นแปลงได้ ถ้าคนเราปรบั เปลี่ยนการกระทํา
4) เราไมส่ ามารถหลกี เล่ียงปัญหาสิ่งแวดล้อมไดใ้ นอนาคต
โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29 75 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
58. ขอ้ ใดเป็นเหตผุ ลทีถ่ กู ตอ้ งของข้อสรปุ ตอ่ ไปนี้ “การอบรมจริยธรรมแกน่ ักเรียนเปน็ หนา้ ทขี่ องคร”ู
1) ครูตอ้ งสละเวลาส่วนตวั เพ่อื อบรมจริยธรรมแก่นกั เรยี น
2) ครตู อ้ งเขา้ ใจปัญหาสงั คมปัจจบุ ันทีเ่ ปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็
3) การอบรมจรยิ ธรรมเป็นส่งิ ที่ครตู อ้ งทํานอกจากการสอนทางวชิ าการ
4) นักเรียนควรรูจ้ กั ผดิ ชอบชั่วดีตงั้ แต่อยู่ในวัยศึกษาเลา่ เรยี น
59. ข้อใดมกี ารแสดงเหตุผล
1) เรอื ลม่ เมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่
2) รู้ไว้ใชว่ ่า ใสบ่ า่ แบกหาม
3) สวยแต่รปู จูบไม่หอม
4) นํ้ารอ้ นปลาเปน็ นาํ้ เย็นปลาตาย
ใชข้ อ้ ความต่อไปนตี้ อบคาํ ถามข้อ 60-61
“เกมออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตซ่ึงเป็นเกมสุดฮ็อตของญี่ปุ่นนั้นมีประเด็นท่ีน่าพิจารณาผลการวิจัยของ
มหาวิทยาลัยในชิคาโกช้ีให้เห็นว่า เกมไม่ได้มีแต่ข้อเสียอย่างท่ีผู้ปกครองเดือดเน้ือร้อนใจ ในการเล่นเกมผู้เล่น
ตอ้ งใช้สมองขบคิดวางแผน แก้ไขปัญหาคล้ายกบั การเลน่ หมากรกุ ไมใ่ ช่ไลล่ ่ากนั อยา่ งเดียว อารมณ์ของผเู้ ล่นคือ
สนุก ไม่ใช่เอาเป็นเอาตายอย่างที่คนนอกเข้าใจ นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สวมบทบาทซึ่งเป็นไม่ได้
ในโลกความจรงิ แต่ถา้ เลน่ อย่างเมามนั จนลมื วนั เวลากม็ ีผลเสียแนน่ อน”
60. ผู้เขียนตอ้ งการแสดงความคิดเห็นตอ่ ประเด็นใด
1) คนทัว่ ไปคิดว่าเกมออนไลน์ล้วนมีแต่ข้อเสีย
2) คนท่วั ไปคดิ ว่าเกมออนไลนม์ ขี ้อเสยี มากกวา่ ข้อดี
3) คนท่ัวไปคดิ วา่ เกมออนไลนม์ ีข้อดีมากกว่าขอ้ เสีย
4) คนทวั่ ไปคิดวา่ เกมออนไลนม์ ีท้งั ขอ้ ดแี ละข้อเสีย
61. ผเู้ ขยี นใชก้ ลวิธใี ดเพื่อสนบั สนนุ ความเหน็ ของตน
1) แสดงขอ้ เทจ็ จริง
2) แสดงเหตุผลที่สมั พันธก์ ัน
3) แสดงขอ้ สนับสนุนเฉพาะด้านดี
4) แสดงทางเลอื กท้ังด้านดีและด้านเสีย
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์ 76 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29
62. ขอ้ ใดเป็นประเดน็ ในการโต้แย้งในข้อความต่อไปนี้
“หมอส่วนใหญจ่ ะไม่นิยมให้กินผลติ ภัณฑ์เสรมิ อาหาร ถา้ ถามร้านขายยากจ็ ะแนะนาํ ให้ใชย้ า ทีด่ ที ่ีสดุ คือ
ถามตวั เรา ไม่มใี ครรู้ดีไปกวา่ ตวั เรา เปรียบเสมือนการดึงอาํ นาจในการดแู ลสุขภาพมาเปน็ ของตน ไมใ่ ช่
อาํ นาจของแพทยอ์ ีกตอ่ ไป ควรใหค้ วามสําคญั แกอ่ าหารประจาํ วันและการปฏบิ ตั ิตัวของเรา ถา้ จาํ เป็นจรงิ ๆ
จะตอ้ งใชย้ ากค็ วรใช้ แตค่ วรใชใ้ หน้ ้อยทส่ี ดุ การกนิ อาหารใหไ้ ด้ประโยชน์ครบถว้ นกอ่ น นา่ จะดีกว่าการใช้
ผลติ ภณั ฑ์เสรมิ อาหาร”
1) ควรใช้ยาเมอ่ื จาํ เปน็ เท่านนั้ และควรใชใ้ หน้ ้อยทส่ี ดุ จริงหรือไม่
2) คนเราดูแลสขุ ภาพของตนเองได้ ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งให้แพทยร์ ักษาจริงหรอื ไม่
3) การกนิ อาหารทีม่ ีประโยชนท์ กุ วันเพียงพอต่อความต้องการของรา่ งกายแลว้ จริงหรอื ไม่
4) ผลิตภัณฑเ์ สริมอาหารเป็นสิง่ จําเป็นต่อรา่ งกายจริงหรอื ไม่
63. ขอ้ ใดเป็นประเดน็ ในการโตแ้ ยง้ ในขอ้ ความต่อไปน้ี
“ในการดาํ เนินชีวติ อยใู่ นสงั คมปจั จุบัน เราควรรบั รวู้ า่ สภาพความเป็นจริงน้ันเป็นอย่างไร สงั คมมีแต่
ความรนุ แรง ผูค้ นพูดจาหยาบคายและมเี รอื่ งผดิ ศีลธรรมอยู่เตม็ บ้านเตม็ เมอื ง แล้วทําไมต้องปกปดิ ไมใ่ ห้
เร่ืองราวเหลา่ นี้ไปปรากฏอยใู่ นสือ่ ”
1) สอ่ื ควรสะทอ้ นแต่ส่ิงทีด่ หี รือไม่
2) สงั คมไทยมแี ต่ความรนุ แรงจรงิ หรือไม่
3) ส่อื เปน็ สิ่งจําเปน็ ต่อสังคมไทยจรงิ หรือไม่
4) ส่อื ควรเสนอทุกสง่ิ ตามทเ่ี ป็นจริงในสงั คมหรือไม่
64. ขอ้ ใดใชภ้ าษาเรา้ ให้เกดิ อารมณม์ ากทีส่ ุด
1) ผ้รู ้ายใจโหดฆ่าขม่ ขืนสาวพกิ าร
2) ครูใช้ไม้เรยี วตีนักเรียนจนขน้ึ แนว
3) อเมรกิ าใช้อาวุธสมัยใหมโ่ จมตอี ิรกั อยา่ งรุนแรง
4) อบุ ัติเหตุรา้ ยแรงทําให้คนเสยี ชวี ติ และบาดเจ็บจํานวนมาก
65. ข้อใดมีลกั ษณะชวนให้เชื่อมากท่ีสุด
1) ผ้าทรี่ า้ นน้รี าคาถูกกว่าที่รา้ นอ่นื
2) แม้ใช้มาสิบปีแล้ว ผ้าน้ีสีกย็ งั สดอยู่
3) ผู้มชี ื่อเสียงในจงั หวดั ใช้ผา้ ทอของเราท้งั นั้น
4) ใครๆ ตา่ งก็หันมานิยมใช้ผ้าของเราเพราะคณุ ภาพเยี่ยม
โครงการแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ปีท่ี 29 77 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
66. คาํ ประพันธ์ต่อไปน้ีมลี ักษณะเดน่ ทสี่ ุดตามข้อใด
“หลบหลกี ไววอ่ งป้องกัน ผดั ผันหนั ออกกลอกกลบั
ปะทะแทงแสร้งทําสําทบั ยา่ งกระหยับรุกไล่มิไดย้ งั้ ”
1) การแสดงภาพเคลือ่ นไหว การซ้อนคํา
2) การหลากคํา การเลน่ เสียงสัมผสั
3) การซ้อนคาํ การหลากคาํ
4) การแสดงภาพเคลอ่ื นไหว การเล่นเสียงสัมผสั
67. ข้อใดมีลักษณะของกลบท
1) ให้พลกรองเวฬู ปเู ป็นสะพานผ่านชล เรง่ เดินพลขา้ มฟาก
2) สนบั เพลาพิศพรายพรอ้ ย ชายไหวยอ้ ยยะยาบ ชายแครงทาบเครอื วัลย์
3) เสอื้ แดงกํา่ สดี ําแกม หมากสกุ แปมมว่ งแซมปน หมพู่ หลพลมา้ หาญ
4) เฒา่ ชราเดินทะลดุ ทะลาดเหยียบพลาดล้มผลุง เครือเถาสะดงุ้ หลดุ จากขอ้ พระกร
68. ข้อความต่อไปน้ถี ้าจัดเรียงวรรคใหมใ่ ห้ถกู ต้องจะได้คําประพนั ธ์ตามข้อใด
“สถานการณบ์ า้ นเมืองวุ่นวาย มเี รอ่ื งร้อนไมห่ ยุดหยอ่ น ผคู้ นท้งั ผูบ้ ริหารราษฎร ตา่ งกเ็ หนื่อยอ่อน
หมดกาํ ลังใจ”
1) กาพย์
2) กลอน
3) รา่ ย
4) ฉนั ท์
69. คาํ ประพนั ธ์ตอ่ ไปนม้ี ีลกั ษณะเดน่ ที่สดุ ตามข้อใด
“สะเทอื้ นสะทา้ นเลื่อนลั่นอยู่ครืนๆ ดุจหนึ่งวา่ ปืนสักแสนนดั มากระหนาํ่ ซาํ้ ยิงอยู่เปรยี้ งๆ เสียงฉะฉาดฉาน”
1) สมั ผสั สระภายในวรรค
2) การเล่นเสียงวรรณยุกต์
3) คาํ เลียนเสยี งธรรมชาติ
4) คําซํา้ บอกความเคลอ่ื นไหว
70. ข้อใดไม่ปรากฏในคําประพันธต์ อ่ ไปนี้
“เลกิ ทารุณขนุ เขาเลกิ เผาผลาญ เลกิ ระรานทกุ แดนจงแหนหวง
เลกิ ทําลายย้ายยักเลิกตักตวง ก่อนผลพวงภัยสง่ มาลงทัณฑ์”
1) การใชภ้ าพพจน์
2) การใชค้ ําซ้อน
3) การเลน่ คําพอ้ ง
4) การเล่นเสียงสัมผัส
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 78 โครงการแบรนด์ซัมเมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29
71. ข้อใดใช้กลวธิ กี ารแตกตา่ งจากข้ออน่ื
1) สงครามกษัตริยท์ รง ภพแผ่น สองฤๅ
สองราชรอนฤทธ์ริ ้า เร่อื งรู้สรรเสรญิ
2) งามสองสรุ ยิ ราชลาํ้ เลอพิศ นาพ่อ
พา่ งพชั รินทรไพจิตร ศกึ สรา้ ง
3) ขุนเสยี มสามรรถตา้ น ขุนตะเลง
ขุนต่อขนุ ไปเ่ ยง หย่อนห้าว
4) สองโจมสองจจู่ ้วง บาํ รู
สองขัตติยะสองขอชู เชดิ ด้ํา
72. คําที่ขดี เส้นใตก้ วใี หอ้ ่านวา่ ไส-ละ ด้วยเหตุใด
“จงจรเที่ยว เทียวบทไป
พงพนไพร ไศละดาํ เนิน”
1) อ่านตามศพั ท์เดมิ ในภาษาเขมร
2) เปน็ ศพั ทท์ แ่ี ผลงเพือ่ ความไพเราะ
3) ให้รบั สัมผสั กบั ไพรในวรรคที่ 3
4) ใหอ้ อกเสียงตามบังคบั ครุ ลหุของฉันท์
73. ข้อใดมภี าพพจน์ ตามเสยี งอึ่งอึงอลดังหนาแน่น
1) ยามคํ่ายาํ่ ไปกับสายฝน โลดแลน่ หลืบหลบุ ตะครุบคว้า
2) สวบสาบยวบยาบเหยียบราบแบน ต่ืนสะด้งุ เขาประดังระฆังก้อง
3) สบายนดิ หน่ึงทีฝ่ ันกพ็ ลนั ร่งุ แกงแซ่บอีหลีกบั หนอ่ ไม้
4) เห็ดเผาะกรอบขบอรอ่ ยดี
74. คําประพันธ์ต่อไปนีไ้ มใ่ ชก้ ลวิธตี ามขอ้ ใด
“พระคุณตวงเพียบพืน้ ภูวดล
เตม็ ตรลอดแหล่งบน บอ่ นใต้
พระเกิดพระก่อชนม์ ชุบชีพ มานา
เกรงบ่ทนั ลูกได้ กลบั เต้าตอบสนอง”
1) บุคคลวัต
2) อตพิ จน์
3) แผลงศพั ท์
4) สัมผัสพยญั ชนะ
โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 79 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์)
75. ขอ้ ใดไม่ใชอ่ ติพจน์
1) การเวกหวอื วเิ วกร้อง ระงมสวรรค์
2) เน่อื งเนน่ิ เนินแนวไศล สงู ไสวหว้ายฟา้ ชรอา่ํ อ้าหาวหน
3) ถงึ ม้วยดนิ สิ้นฟ้ามหาสมทุ ร ไม่สน้ิ สุดความรกั สมคั รสมาน
4) ถงึ จะวิดวกั ตกั ตวงทกุ คา่ํ คืนทวิ าวนั ถงึ จะทดทอ่ ระหัดหนั เขา้ ทุ่งนาป่าและดง น้ําในสาครจะนอ้ ยลงก็หามไิ ด้
76. คาํ ประพนั ธ์ต่อไปน้ใี ชก้ ลวธิ กี ารแตง่ เดน่ ชัดทีส่ ุดตามขอ้ ใด
“ปรารถนาพาชยั ใหช้ ว่ งโชติ ถลาโลดหยดั ยนื คลืน่ ลูกใหม่
รวมความหวงั ท้ังปวงเปน็ ดวงไฟ มธี งชัยทาบท้าไวค้ วา้ ครอง”
1) ใชค้ าํ ง่าย ใหจ้ นิ ตภาพ
2) ใช้ภาพพจน์ ให้อารมณค์ วามรู้สึก
3) ใชค้ าํ ไพเราะกนิ ใจ ใหภ้ าพแจ่มชัด
4) ใชก้ ารเลน่ สมั ผัส ให้เสียงเสนาะ
77. คําสอนเกย่ี วกบั การพดู ในขอ้ ใดแตกต่างจากข้ออ่นื
1) เสียงกลองดงั ฟังดเู พยี งหูฟงั ปากคนดังอึงจริงย่งิ กวา่ กลอง
2) ถึงบางพดู พูดดีเป็นศรีศักด์ิ มีคนรกั รสถ้อยอรอ่ ยจิต
3) หญิงเรียกแมช่ ายเรียกพ่อยอไวใ้ ช้ มันชอบใจขา้ งปลอบไมช่ อบดุ
4) อนั ความเร่ืองเดยี วกันสาํ คญั กล่าว พดู ไม่ดแี ลว้ กเ็ ปล่าไม่แข็งเข้ม
78. ขอ้ ใดกลา่ วถึงประเพณีทแี่ ตกต่างจากขอ้ อนื่
1) คราน้นั จึงโฉมเจา้ พลายแกว้ ครั้นถงึ กําหนดแล้วจงึ นดั หมาย
บอกแขกปลกู เรือนเพ่ือนผ้ชู าย มายงั บา้ นท่านยายศรีประจัน
2) หนุ่มสาวเคียงข้างเขา้ นงั่ อดั พระสงฆ์เปดิ ตาลปัตรซดั น้ําโร่
ปรําลงขา้ งสกี าห้าหกโอ ท่านยายโพสาวนาํ น้ําเข้าตา
3) แลว้ ข้นึ เขาไกรลาสดง่ั ราชหงส์ ใหส้ ระสรงธาราสุดาสมร
แลว้ ทรงเครื่องจนิ ดาคา่ นคร บทจรเยือ้ งย่างขึน้ ปรางค์ชยั
4) จดุ ประทปี แสงประเทืองเรืองรอง มโหรีแซ่ซ้องประสานซอ
ขบั กล่อมซ้อมเสยี งสําเนียงนวล โหยหวนโอดพันสนัน่ หอ
79. ขอ้ ใดแสดงว่าความสัมพันธ์ของบคุ คลขนึ้ อยู่กบั ค่านยิ มทางวตั ถุ
1) ตวั ยากอยากจะไปอาศยั เขา ถึงเป็นญาติก็เปลา่ เหมอื นผู้อนื่
2) ผูใ้ หญ่น้อยนงั่ ลอ้ มอยพู่ ร้อมหน้า นําข้าวปลามาเลี้ยงเคียงขนม
3) บ้านเรือนเรียงเคียงกันทุกวนั นี้ เหมือนหนง่ึ พน่ี อ้ งสนทิ รว่ มจิตใจ
4) คบนักปราชญ์น่ันแหละดมี ีกําไร ทา่ นย่อมใหค้ วามสบายหลายประตู
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 80 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29
80. ข้อใดมวี ตั ถปุ ระสงค์ในการศกึ ษาทีแ่ ตกต่างกบั คาํ ประพันธ์ต่อไปนี้
“รูก้ ลแก้แพช้ นะรปู้ ระมาณ รู้รอนราญราวใี หม้ ชี ัย”
1) รู้วิสัยไตรภูมิพงศาวดาร ร้จู ักว่านยาสน้ิ ระบลิ ไม้
2) รสู้ บื ข่าวราวเรอ่ื งบา้ นเมอื งอน่ื หนง่ึ คนตื่นเซง็ แซร่ ู้แกไ้ ข
3) รูด้ ดู ินถน่ิ ท่จี ะดรี ้าย รูอ้ บุ ายเกลีย้ กล่อมให้พรอ้ มใจ
4) รู้เรยี นเขยี นหนังสอื ลายมือเอก ลูกคดิ เลขนบั ประมลู คดิ คณู หาร
81. ขอ้ ใดเปน็ หลกั ปฏิบตั สิ ําคัญท่สี ุดท่ีข้าราชการไทยในสมัยโบราณต้องยึดถือ
1) อันซง่ึ เกดิ มาเปน็ รูปกาย ไม่เว้นตายด้วยพรหมลขิ ิต
จะอาสาพระองค์ผทู้ รงฤทธ์ิ กวา่ จะสน้ิ ชีวติ ในครง้ั นี้
2) จงพากเพียรเรยี นไวจ้ ะไดท้ ราบ ทัง้ กลอนกาพยก์ ารกลปรนนิบตั ิ
หนึ่งแข็งอ่อนผ่อนผนั ใหส้ ันทัด ตามกษตั ริย์สุรยิ วงศด์ ํารงดิน
3) ถึงกิจใดข้องขัดอัชฌาสยั แมจ้ ะไดเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ก่ทรงศักดิ์
รีบอาสาทกุ เร่อื งอย่าเยอ้ื งยัก มิควรพักบา่ ยเบ่ยี งหลกี เล่ยี งงาน
4) ขอแตใ่ หเ้ สนาพฤฒาจารย์ สมคั รสมานสามัคคี
อยา่ เหน็ แกต่ วั มัวพะวง ลุ่มหลงรษิ ยาไมค่ วรที่
82. ขอ้ ใดสะทอ้ นใหเ้ หน็ การเปลีย่ นแปลงของสงั คมไทยในดา้ นท่แี ตกต่างจากข้ออ่นื
1) ทีละแปลงทลี ะแปลงค่อยแปลงเปลยี่ น จากทางเกวียนเปน็ ทางกว้างตดั กลางแหล่ง
2) สมยั นหี้ ้องแถวเรยี กทาวนเ์ ฮ้าส์ อย่เู รอื นเหย้าหรตู ระการวิมานฝนั
3) ท่ีเพลงเกีย่ วเคยกลอ่ มกระท่อมทุง่ เป็นเพลงกรงุ เกร่นิ ชวนสวนอาหาร
4) แม้หา่ งไกลกเ็ คยเพรยี กเรียกน้องพี่ กลบั แปลกหนา้ ไปทุกทแี มบ้ ้านใกล้
83. ข้อใดไม่สะทอ้ นบทบาทของสถาบนั พระพทุ ธศาสนา
1) ถงึ วัดกกรกรา้ งอยู่ขา้ งซ้าย เปน็ รอยรายปนื พมา่ ที่ฝาผนงั
ถกู ทะลปุ รไุ ปแต่ไมพ่ ัง แตโ่ บสถ์ยงั ทนปนื อยยู่ นื นาน
2) อา้ ยศัตรรู ู้ความจะตามมา แมจ่ ะพาเจ้าไปฝากขรัวนากไว้
แล้วพากนั ดัน้ ถัดไปวัดเขา เหน็ สมภารคลานเข้าไปกราบไหว้
3) ด้วยไดไ้ ปเคารพพระพทุ ธรูป ทัง้ สถูปบรมธาตุพระศาสนา
เปน็ นสิ ยั ไว้เหมอื นเตอื นศรทั ธา ตามภาษาไมส่ บายพอคลายใจ
4) ตายายรกั ใครใ่ ครจะทนั ตวั น้ันบวชเขา้ เป็นเณรนาน
เล่าเรียนขอมไทยว่องไวดี แปลคมั ภีรเ์ ปรอื่ งปราดออกฉาดฉาน
โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29 81 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์)
84. ข้อใดวิจารณ์สงั คมน้อยทสี่ ุด เทีย่ วยิงเนือ้ ช้างมาย่างขาย
1) อยกู่ ับกูเถดิ สูอยา่ กลัวเสือ อา้ ยมูลนายเบียดเบยี นทั้งตาปี
อยูบ่ ้านเมอื งเคืองใจไม่สบาย
2) เห็นหญงิ ชายว่ายคล่าํ ในลําธาร เสียงประสานสรวลสันต์สน่นั องึ
เหน็ ชีต้นปนประสกสีกากลมุ้ โถมกระทุ่มฟองฟ้งุ อยผู่ ลุงผลงึ
3) ดหู า่ งย่านบ้านชอ่ งทงั้ สองฝ่ัง ระวงั ท้ังสตั ว์นํา้ จะทาํ เข็ญ
เป็นทอ่ี ยผู่ ู้ร้ายไม่วายเวน้ เทีย่ วซ่อนเรน้ ตเี รือเหลือระอา
4) ฆราวาสน้ชี าติมันชัว่ นัก จะสกึ ไปให้เขาสกั เอ็งหรือหวา
ข้อมือดําแล้วระกําทกุ เวลา โพล่กับบ่าแบกกนั จนบรรลัย
85. บทประพนั ธต์ ่อไปน้ใี ห้ความรู้ทางวัฒนธรรมแขนงใด
“ดอกกา้ นแยง่ ชอ่ หกกระหนกเรยี ง มกุ ดาเคียงดาดดอกเป็นดวงดี
รอบหน้ากรองทองมังกรเกยี้ ว ฉลเุ ขย้ี วแมงทบั สลับสี”
1) การแตง่ กาย
2) การแกะสลักไม้
3) การจดั พุ่มดอกไม้
4) การตกแตง่ สถานท่ี
86. คําประพันธ์ต่อไปน้ีสะทอ้ นเรอ่ื งใดเดน่ ชัดทีส่ ดุ
“ปางกอ่ นเคยร่วมนํา้ ใจจติ
ไถท่ าสเปลี่ยนชวี ิต ปลดให้
เคยเปน็ ม่ิงเมียสนิท หลายชาติ มานา
ในชาตนิ จ้ี งึ ได้ เสพสรอ้ งครองกนั ”
1) ค่านยิ มและวัฒนธรรม
2) ค่านิยมและความเชื่อ
3) ความเช่ือและสังคม
4) วัฒนธรรมและสงั คม
87. ข้อใดสะท้อนทัง้ ค่านยิ มและวัฒนธรรมไทย
1) เรียมคะนึงถงึ เอวบาง เคยแนบข้างรา้ งแรมนาน
2) นกึ นอ้ งกรองมาลยั วางใหพ้ ี่ขา้ งที่นอน
3) แกว้ พน่ี ส้ี ดุ นวล ดั่งนางฟา้ หนา้ ใยยอง
4) เหน็ ฝูงยูงรําฟ้อน คดิ บงั อรรอ่ นราํ กราย
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 82 โครงการแบรนดซ์ มั เมอรแ์ คมป์ ปที ี่ 29
88. ข้อใดสะทอ้ นลักษณะความเชอื่ ท่ตี า่ งจากข้ออื่น
1) ขออารักษห์ ลกั ประเทศนเิ วศวัง เทพทง้ั เมืองฟ้าสรุ าลยั
ขอฝากน้องสองรามารดาดว้ ย เอน็ ดชู ว่ ยปกครองใหผ้ ่องใส
2) ระวงั ตัวกลวั ตอตะเคยี นขวาง เป็นเยีย่ งอย่างผูเ้ ฒา่ เล่าสนอง
ว่าผสี างผนี างตะเคียนคะนอง ใครถูกต้องแตกตายลงหลายลํา
3) เหน็ เกนิ รอยบางปลาสร้อยอยู่ทา้ ยเรอื คลื่นก็เฝือฟูมฟองคะนองพราย
เห็นจวนจนบนเจ้าเขาสํามกุ จงช่วยทกุ ข์ถึงท่จี ะทาํ ถวาย
4) ข้าแต่งตั้งสงั เวยเคยคํานบั เชญิ มารับเคร่ืองมัจฉะมังสา
จะขอทางกลางทะเลกบั เทวา แลว้ ตีมา้ ล่อล่นั สนนั่ ดัง
89. คําประพันธ์ตอ่ ไปน้ีสะทอ้ นคา่ นยิ มเร่ืองใดในสงั คมไทย
“ธงสที องผ่องสงา่ ธงราชา รูปครฑุ พา่ หป์ ระจาํ องคค์ งอมตะ
เดน่ อยู่กลางธงสเี หลอื งเรอื งฤทธะ หมายคอื พระทรงชัยของไทยเรา”
1) ความเป็นสมมติเทพ
2) ความเปน็ มงคลแห่งสี
3) ความจงรักภักดี
4) ความเปน็ อมตะ
90. คําสอนในข้อใดแตกตา่ งจากข้ออนื่
1) อย่าเทา้ แขนเทา้ คางใหห้ า่ งกาย อย่ากรดี กรายกรอมเพลาะเทยี่ วเราะเรงิ
2) เห็นผดู้ มี ที รัพยป์ ระดบั แต่ง อย่าทําแขง่ วาสนากระยาหงัน
3) เมื่อยามยิ้มย้ิมไวแ้ ต่ในพักตร์ อยา่ ยมิ้ นักเสยี สง่าพาสลาย
4) อยา่ ลมื ตวั มัวเดนิ ใหเ้ พลนิ จติ ระวงั ปดิ ปกป้องของสงวน
91. ขอ้ ในสะทอ้ นค่านิยมในแนวโลกตุ ระ
1) พระบดิ าดํารสั คาดคา่ กระหมอ่ มฉานพันตาํ ลงึ ทอง
2) บพติ รมาปลดิ ปลงพระโอรสทง้ั สองพระองคใ์ ห้เปน็ ทาสขาดแกธ่ อาจารย์
3) ท้งั กิริยามารยาททีผ่ าดผายดนู ีก้ ็อาจอง สมเปน็ สกุลประยรู พงศก์ ษัตรา
4) ข้าบาทน้ีเปน็ ขา้ ช่วงใชข้ องพฤฒาจารย์ ดง่ั ฤๅจะสามารถอาจหาญขึ้นไปรว่ มบลั ลังกร์ ตั นราชาอาสน์
92. ข้อใดไมส่ ะท้อนความเช่ือในหลกั ไตรลักษณ์
1) โลกมนษุ ยน์ ี้ไมม่ ที ่แี น่นอน ประเด๋ียวเย็นประเดย๋ี วร้อนชา่ งแปรผนั
โลกหมุนเวียนเปล่ียนไปได้ทกุ วัน สารพันหาอะไรไม่ยง่ั ยืน
2) อนัตตาใชว่ า่ ของตนแท้ คงก็แต่บาปบุญเจ้าคณุ เอย๋
ชีวิตน้ีกไ็ มม่ ปี ระกันเลย อย่าเฉยเมยหม่ันคิดอนิจจงั
3) อันทกุ ขโ์ ศกโรคภยั ในมนุษย์ ไมร่ ้สู ุดสนิ้ ลงที่ตรงไหน
เหมอื นกงเกวยี นกําเกวียนเวยี นระไว จงหักใจเสยี เถดิ เจ้าเยาวมาลย์
4) อนั ปวงกรรมทําไว้ในปางหลัง เป็นพชื ยงั ปางนีใ้ ห้มผี ล
หว่านพชื ดีมผี ลดีแกต่ น หวา่ นพืชชัว่ กลว้ั ผลทข่ี น้ แค้น
โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29 83 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
93. ข้อใดกลา่ วถงึ สงั คมไทยตา่ งยคุ กับข้ออืน่
1) อยุธยาโสภิตพ้น มาแปลง เปน็ ฤๅ
ฤๅวา่ บุญเพรงแสดง พระสรา้ ง
2) อยุธยายศย่งิ ฟา้ ลงดนิ แลฤๅ
อํานาจบญุ เพรงพระ ก่อเกอ้ื
3) โกสนิ ทร์บรุ นิ ทร์รตั นอา้ ง ไอศวรรย์ สวรรค์ฤๅ
ยศยง่ิ อยธุ ยาอนั ลว่ งแล้ว
4) อยุธยายศล่มแลว้ ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สงิ หาสนป์ รางคร์ ัตนาบรร- เจดิ หล้า
94. คาํ วา่ “วสิ ยั ” ในขอ้ ใดมีความหมายต่างจากขอ้ อ่นื
1) วสิ ยั โลกโศกสขุ ทุกข์ธุระ ย่อมพบปะไปกว่าจะอาสญั
2) หน่ึงเอน็ ดผู ูท้ ่มี คี วามชอบ รางวัลตอบตามวิสัยเจ้าไอศวรรย์
3) นางพระยาว่ากูเป็นผ้หู ญิง ไมร่ ู้ส่ิงศกึ เสอื เหลือวิสยั
4) ฝ่ายโยธาขา้ เฝา้ ชาวผลกึ เมอื่ เกิดศึกซอ่ นหนีตามวิสยั
95. ข้อใดเปน็ วตั ถุประสงคข์ องผู้แต่งคําประพนั ธต์ อ่ ไปน้ี
“ยง่ิ กา้ วหน้าสามารถอาจกมุ โลก ย่ิงวิโยคย่งิ วนิ าศอาฆาตเฆ่ยี น
เอาชนะธรรมชาติอาจพากเพียร เอาชนะใจเจยี นจะขาดใจ
1) ส่ังสอน
2) ใหแ้ ง่คิด
3) ใหก้ าํ ลังใจ
4) แสดงอดุ มการณ์
96. ข้อใดไม่ถกู ต้องตามเนื้อความในคําประพนั ธ์ต่อไปน้ี
“เสยี สนิ สงวนศกั ดไิ์ ว้ วงศ์หงส์
เสยี ศกั ด์ิสปู้ ระสงค์ ส่ิงรู้
เสียรเู้ รง่ ดํารง ความสตั ย์ ไว้นา
เสยี สัตยอ์ ย่าเสียสู้ ชพี ม้วยมรณา”
1) ตอ้ งยอมเสียทรัพย์สินเพ่ือรักษาศกั ดศ์ิ รขี องวงศ์ตระกูล
2) ตอ้ งให้ความสําคัญในการแสวงหาความรยู้ ิง่ กว่าศกั ดิศ์ รี
3) ต้องยอมให้ความรเู้ พือ่ รักษาความสัตย์
4) ตอ้ งรักษาความสตั ย์ย่งิ กวา่ ชีวติ
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 84 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29
97. ขอ้ ใดมนี า้ํ เสียงท่ตี ่างจากข้ออ่ืน ควรท่จี ักคบไว้ก็ใหเ้ อา
1) คนสามเท้าเฒา่ ชราถา้ เขาทกั ผ้ใู ดเลา่ จะไมง่ ามตามเสดจ็
2) ของส่ิงใดเจา้ วา่ งามตอ้ งตามเจา้ ไปเบื้องหนา้ จะลาํ บากได้ยากเย็น
3) คาํ โบราณท่านวา่ คดิ ผิดตาํ รา ทา่ นรชู้ ดั ถูกผดิ คิดมาก่อน
4) เดินตามรอยผใู้ หญ่หมาไม่กัด
98. แนวคดิ ใดไมป่ รากฏในคําประพันธ์ตอ่ ไปน้ี
“เลิกความคิดขันแข่งปรงุ แตง่ จติ เลกิ ชีวติ วนุ่ วายในทุกที่
เลิกเดือดร้อนด้ินรนคนไยดี ไม่ต้องมปี รารถนาในอารมณ์”
1) การละกเิ ลส
2) การวางเฉย
3) การหลกี หนีสังคม
4) การทําจติ ใหส้ งบ
99. คําประพันธ์ต่อไปนี้ตรงกบั สํานวนในขอ้ ใดมากทีส่ ดุ
“ ย้ิมหวานน้ําตาลอาย มดมลายเหมอื นตอ้ งมนตร์
ในยิ้มที่แยบยล อาจซ่อนเขยี้ วจะเค้ียวคุณ”
1) ปากอย่างใจอยา่ ง
2) ปากหวานก้นเปรย้ี ว
3) ปากวา่ ตาขยิบ
4) ปากปราศรยั ใจเชือดคอ
100. ข้อใดเปน็ วตั ถุประสงค์ของผู้แต่งคาํ ประพันธต์ อ่ ไปน้ี
“รุ้งโปรยสีคล่คี าดดาษท้องฟา้ เพยี งปลอบว่าแววหวงั ยังไมส่ ้ิน
แม้นโลกมวลล้วนมีแต่สีนลิ เหนอื แผ่นดินยังมีรงุ้ สีทอง”
1) เตือนใจ
2) ปลอบใจ
3) ใหก้ ําลงั ใจ
4) จรรโลงใจ
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 85 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
เฉลย
1. 3) 2. 1) 3. 3) 4. 4) 5. 2) 6. 4) 7. 1) 8. 1) 9. 2) 10. 4)
11. 4) 12. 3) 13. 2) 14. 1) 15. 1) 16. 3) 17. 3) 18. 1) 19. 3) 20. 4)
21. 1) 22. 2) 23. 4) 24. 4) 25. 1) 26. 4) 27. 3) 28. 2) 29. 2) 30. 2)
31. 2) 32. 4) 33. 2) 34. 2) 35. 2) 36. 3) 37. 4) 38. 2) 39. 4) 40. 3)
41. 4) 42. 3) 43. 4) 44. 4) 45. 3) 46. 1) 47. 3) 48. 3) 49. 3) 50. 3)
51. 2) 52. 3) 53. 3) 54. 2) 55. 3) 56. 2) 57. 3) 58. 3) 59. 4) 60. 1)
61. 2) 62. 4) 63. 4) 64. 1) 65. 3) 66. 4) 67. 3) 68. 1) 69. 3) 70. 3)
71. 2) 72. 4) 73. 2) 74. 1) 75. 2) 76. 2) 77. 1) 78. 3) 79. 1) 80. 4)
81. 1) 82. 4) 83. 1) 84. 2) 85. 1) 86. 3) 87. 2) 88. 2) 89. 1) 90. 2)
91. 2) 92. 4) 93. 2) 94. 3) 95. 2) 96. 3) 97. 2) 98. 3) 99. 4) 100. 3)
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์ 86 โครงการแบรนด์ซมั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29
เกง็ ขอสอบ
1. คาํ ในขอ้ ใดมีโครงสรา้ งพยางค์เหมือนคาํ วา่ “ทิวากร”
1) องคมนตรี
2) จนั ทรปุ ราคา
3) ราชพฤกษ์
4) นริ าบาล
2. คาํ คใู่ ดมคี วามหมายในทาํ นองเดียวกนั
1) สุวรรณ - สุบรรณ
2) ประเพณี - ประเวณี
3) วิสยั ทศั น์ - ทัศนวสิ ยั
4) โศก - เศรา้
3. เสยี งคาํ ควบกล้ําในขอ้ ใดไมม่ ใี นระบบเสียงควบกลํ้าภาษาไทยแต่ด้งั เดมิ
1) ออสเตรเลยี
2) ออสเตรยี
3) บรไู น
4) กรกี
4. โครงสรา้ งประโยคในข้อใดต่างจากพวก
1) วันเพ็ญเดือนสิบสอง
2) นา้ํ นองเตม็ ตล่ิง
3) เราทงั้ หลายชายหญิง
4) สนุกกนั จรงิ วันลอยกระทง
5. คาํ ว่า “เพราะ” ในข้อใดต่างจากพวก
1) ทาํ นองเพลงนเ้ี พราะจรงิ ๆ
2) ฉนั นอนซมเพราะพษิ ไข้
3) เขาอา้ งวา่ ทําการบา้ นไม่เสร็จเพราะฉนั
4) คณุ พอ่ ไม่ไปทํางานเพราะไมส่ บายหลายวนั
6. “สุวรรณหงสท์ รงพหู่ ้อย” จากคาํ ประพนั ธว์ รรคนี้ ข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง
1) สมั ผัสอักษรเดน่
2) นาฏการ
3) เลน่ เสียงคสู่ ระ
4) สมั ผัสวรรณยุกต์
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 87 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
7. คําทบั ศัพทใ์ นขอ้ ใดออกเสยี งตรงตามอักขรวธิ ไี ทย
1) คอนโดมิเนียม
2) คอมพวิ เตอร์
3) เบรก
4) เมาท์
8. พยญั ชนะในขอ้ ใดใช้เป็นตัวสะกดไมไ่ ด้
1) ฑ ฆ
2) ฬ อ
3) ฟ ธ
4) ฌ ผ
9. คาํ ซ้อนในข้อใดมคี วามหมายตา่ งจากพวก
1) อบรม
2) บากบน่ั
3) ตม้ ตุ๋น
4) บา้ นเรือน
10. สํานวนค่ใู ดกล่าวไปในทํานองเดยี วกัน
1) คลืน่ กระทบฝ่งั - คลื่นใตน้ ้ํา
2) กระต่ายตื่นตมู - ตีตนไปก่อนไข้
3) จวกั ตักแกง - ใกลเ้ กลือกนิ ด่าง
4) นกสองหวั - จับปลาสองมอื
11. “พรกิ เผด็ ผสมเขา้ กะปเิ คลา้ กระเทยี มหอม” ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1) มเี สยี งพยญั ชนะตน้ ควบกลาํ้ 2 เสยี ง
2) ไม่มีเสยี งสระเล่ือน
3) มีคําครุท่เี ปน็ คาํ ตาย
4) ใชก้ วโี วหาร
12. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้อง
1) กลอนสุภาพมีบังคับสมั ผัสนอก และเสยี งวรรณยุกตท์ ้ายวรรค
2) เสยี งหนัก - เบา ใช้คําประพนั ธป์ ระเภทฉันท์
3) รูปวรรณยกุ ตใ์ ชบ้ งั คับในโคลงสสี่ ุภาพ
4) เสียงวรรณยุกต์ใชบ้ งั คบั ในโคลงสส่ี ภุ าพ
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 88 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29
13. “ชืน่ ตาฟา้ .................... เห็นพระจันทรน์ วลผอ่ ง” คําใดเหมาะสมท่จี ะเตมิ ลงในคาํ ประพนั ธ์ขา้ งต้น
1) เยน็
2) เดน่
3) เพญ็
4) เช่น
14. ตัวละครใดต่อไปนี้จัดเขา้ ข่ายทํานอง “หมา้ ยขนั หมาก”
1) วนั ทอง
2) บษุ บา
3) มัทรี
4) สีดา
15. ข้อใดแสดงว่าพจน์ของคํานามมีจาํ นวนชนิ้ มากที่สุด
1) ฉนั ซ้อื ถุงเท้า 50 คู่
2) แม่ซอื้ ผา้ ขาวม้า 7 กุลี
3) นอ้ งซอ้ื ดินสอ 10 โหล
4) พ่อซอ้ื ปากกา 1 กรุ ุส
16. พยญั ชนะในขอ้ ใดที่เป็นทัง้ ตัวสะกดและพยัญชนะตน้ ทเ่ี ปน็ เสียงเดยี วกนั
1) ทศกณั ฐ์
2) พทั ยา
3) รปู ธรรม
4) กัลยา
17. โครงสรา้ งพยางค์ในข้อใดต่างจากขอ้ อ่ืน
1) ขนุ แผน
2) พระราม
3) อเิ หนา
4) พระรถ
18. คําใดอ่านออกเสียงต่างจากข้ออ่ืน
1) จันทบุรี
2) ชลบุรี
3) ราชบุรี
4) เพชรบรุ ี
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 89 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ)์
19. คาํ บาลี - สันสกฤตท่ียืมมาใช้ในภาษาไทยค่ใู ดมคี วามหมายตา่ งกันมากที่สุด
1) กฬี า - กรฑี า
2) ภรยิ า - ภรรยา
3) กัญญา - กลั ยา
4) เขต - เกษตร
20. “ชีวติ ในต่างแดนแสนสนุกและสบายไม่พบใครมากมายโอช้ ีวนี ้ีสุขจริง” คําประพันธข์ า้ งต้นเมื่อจัดเรียง
วรรคใหม่จะเปน็ คําอะไร
1) กาพยส์ ุรางคนางค์
2) กาพย์ฉบงั
3) กาพยย์ านี
4) อินทรวิเชยี รฉันท์
21. “ประเทศออสเตรเลียเข้มงวดเร่ืองการนําเข้าอาหารแปรรูปทีท่ ํามาจากเน้ือสัตวแ์ ละผลไม้ โดยใหเ้ หตุผลวา่
อาจจะมเี ช้ือโรคบางชนดิ ปะปนมากบั อาหารเหล่านั้น งานหนักจึงตกกบั ดา่ นตรวจคนเมอื ง เพราะตอ้ งตรวจ
ท้งั คนและอาหาร”
จากข้อความนีข้ อ้ ใดอนมุ านไม่ถูกต้อง
1) มกี ารอธบิ ายโดยใช้สาเหตุ - ผลลพั ธ์
2) มกี ารแสดงทรรศนะ
3) มบี รรยายโวหารมากกวา่ อธิบายโวหาร
4) มีการแสดงขอ้ เท็จจรงิ
22. จากข้อความขา้ งต้นขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ ง
1) เม่ือเราจะนาํ อาหารจากประเทศไทย เขา้ ประเทศออสเตรเลียตอ้ งทําให้สุกกอ่ น
2) เราควรนาํ อาหารแหง้ เขา้ ประเทศออสเตรเลยี
3) เราควรหลีกเลย่ี งการนาํ อาหารเขา้ ประเทศออสเตรเลีย
4) ออสเตรเลยี ห้ามนาํ อาหารทุกชนิดเข้าประเทศ
23. ก. เพราะความทกุ ขใ์ จน้นั
ข. จนเราเองไม่รูต้ วั วา่ ทาํ ไม ทกุ ข์อยู่กบั เราตลอดเวลา
ค. เศร้าได้แต่อยา่ เศรา้ นาน
ง. จะกดั กร่อนกนิ ความสขุ ในตวั เรา
จงเรยี งลําดบั ขอ้ ความข้างต้นใหไ้ ด้ใจความ
1) ค. - ก. - ง. - ข.
2) ค. - ข. - ก. -ง.
3) ค. - ง. - ก. - ข.
4) ค. - ก. - ข. - ง.
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 90 โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปีที่ 29
24. จากข้อความข้างตน้ เมอ่ื เรยี งลาํ ดบั แล้วข้อใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ ง
1) เปน็ ทรรศนะเชงิ นโยบาย
2) เทศนาโวหาร
3) ผเู้ ขยี นขอ้ ความนีเ้ ป็นคนเห็นใจผ้อู นื่
4) เปน็ การแสดงประเดน็ การโต้แยง้
25. “อพาร์ตเมนท์คุณป้าด่วน! เช่าเดือนละ 3,000 บาท เฟอรน์ เิ จอร์พรอ้ มเขา้ อยู่ ไม่ไกลจากถนนใหญ่
ไม่มีเงินมดั จํา” ประกาศข้างต้นควรเพม่ิ ขอ้ มลู เรื่องใดมากท่สี ุด
1) สถานที่ต้งั
2) เบอร์โทรศพั ท์ติดต่อ
3) วตั ถปุ ระสงค์
4) รายละเอยี ดการเช่า
26. “ดใี จเอย๋ ดใี จจังเข้าใกลถ้ ึงฝ่ังประสบพบความเป็นจรงิ อดทนสเู้ ข้าน้องหญงิ เอาชนะทุกส่งิ สมคาํ ทพี่ ีอ่ วยชัย”
คําประพนั ธข์ า้ งต้นเมอ่ื จัดเรยี งวรรคใหม่จะเป็นคาํ ประพันธ์ชนดิ ใด
1) กลอนดอกสร้อย
2) กลอนสกั วา
3) กลอนสุภาพ
4) กาพย์ฉบัง
27. “เย็นหนาวเหน็บเจ็บขั้ว กลางใจ
เย็นยะเยือกถึงใน อกข้า
เยน็ น้จี ะมไี หม ใครอยู่
เป็นเพ่อื นกับคุณปา้ รอลงุ กลบั มา”
ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ ง
1) เข้าขา่ ยสํานวนหวั มังกทุ า้ ยมังกร
2) มีคาํ ตายแทนคาํ เอก
3) เลน่ คาํ และเล่นเสยี งเด่น
4) สมั ผัสวรรณยุกตเ์ ดน่
28. คําประพันธ์ข้างต้นบาทใดผดิ ฉนั ทลกั ษณ์มากทส่ี ุด
1) บาท 1
2) บาท 2
3) บาท 3
4) บาท 4
โครงการแบรนดซ์ มั เมอร์แคมป์ ปที ่ี 29 91 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์)
29. “รถรางเลอื่ นแล่นไป รถยนตใ์ ชว่ ิ่งชา้
รถไฟพุ่งขนึ้ หน้า รถม้าถลาลม”
ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้องจากคาํ ประพันธ์บทน้ี
1) บรรยายโวหาร
2) จินตภาพเคลือ่ นไหว
3) ซาํ้ คํา
4) คําซ้าํ
30. จากคําประพนั ธ์ข้างตน้ รถอะไรเคล่อื นทเ่ี รว็ ท่ีสุด
1) รถราง
2) รถยนต์
3) รถไฟ
4) รถมา้
31. โครงสรา้ งเหตผุ ลข้อใดตา่ งจากขอ้ อืน่
1) สติมาปัญญาเกิด
2) เลน่ กฬี าเปน็ ยาวเิ ศษ
3) รกั ดีหามจว่ั
4) รแู้ พ้ รชู้ นะ รู้อภัย
32. โครงสรา้ งประโยคในข้อใดต่างจากข้ออ่นื
1) ครูใหญ่มอบดอกไมใ้ ห้นักแสดง
2) นักแสดงมอบความสุขใหผ้ ชู้ ม
3) ผู้ชมมีความสขุ จนทาํ ใหผ้ ู้จัดประทับใจ
4) ผู้จัดยื่นซองให้ทีมงาน
33. ขอ้ ใดทค่ี ําตอบละบทกรยิ าไม่ได้
1) ใครซอ้ื หนงั สอื เล่มนีม้ า
2) เธอชอบกนิ เคก้ กลว้ ยหอมรา้ นไหน
3) เสือ้ ไหมพรมตวั น้ีสวยไหม
4) เธอจะเอาอะไรอีก
34. ข้อใดแสดงวา่ ภาษาไทยจัดว่าเป็นภาษาทม่ี ีระดับ
1) มาลใี ช้ดอกดาวเรืองไหว้พระเพราะถือว่าจะทาํ ให้ชวี ิตร่งุ เรือง
2) มาลยั อคู้ าํ เมืองกบั แมอ่ ยุ๊ คาํ ดวงนะเจ้า
3) ปวดศีรษะนะคะ ดิฉนั จึงขอลางานคร่ึงวัน
4) “พอ” เมอื่ เติมวรรณยกุ ตเ์ อก จะเปลย่ี นความหมายเปน็ คําวา่ “พ่อ”
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 92 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29
35. ขอ้ ใดแสดงวา่ ภาษาไทยไม่มกี ารเปลี่ยนแปลง
1) เขาถูกเชญิ ไปงานเล้ยี งสังสรรค์ของบริษทั
2) เรามคี ําวา่ “เพญ็ ” แทนคําวา่ “เต็ม”
3) เขาขึ้นไปหาเขากวางบนเขาโนน่ เมื่อ 3 วนั มาแลว้
4) วิชาภาษาไทยง่ายต่อการเขา้ ใจ
36. “เขานงั่ ตากลมจนตาแดง” ประโยคนี้มเี สยี งวรรณยกุ ตก์ ี่เสยี ง
1) 2 เสียง
2) 3 เสียง
3) 4 เสียง
4) 5 เสียง
37. “จตุคามรามเทพ” ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง
1) ออกเสียง 6 พยางค์
2) มกี ารออกเสียงแบบสมาส
3) มีคําครุทเ่ี ปน็ คําตาย 1 คํา
4) แบ่งเปน็ คํามลู ได้ 2 คํา
38. องคป์ ระกอบของพยางคใ์ นขอ้ ใดต่างจากขอ้ อืน่
1) ผึง้
2) ทบั
3) ทึง้
4) ชก
39. คําซํา้ ในขอ้ ใดต่างจากข้ออน่ื
1) นอ้ งๆ สบายดีไหมคะ
2) พ่ีชายฉนั มีเสอ้ื ผ้าเปน็ ตูๆ้
3) ตอนเดก็ ๆ ฉนั กลัวการว่ายนํา้
4) เดก็ ๆ ออกเดินทางกันไปแลว้
40. ข้อใดมคี ําสะกดผิด
1) ลําไย กะเพรา พเิ รนทร์
2) โชว์ กระทะ ราดหนา้
3) คลตั ช์ ดีเปรสชนั คะนอง
4) กะทิ โค้ก มังสวริ ตั
โครงการแบรนดซ์ ัมเมอรแ์ คมป์ ปีท่ี 29 93 ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์)
41. “ฉนั มาไกล มาไกลเหลอื เกนิ เพราะความฝันของฉันอยู่ไกลจากบ้านเกดิ ของฉัน หวังวา่ จะเจอฝนั ท่ีจะเปน็
จริงในสักวนั ฉนั จึงมาปกั หลักต้งั ถิ่นฐานอยูท่ นี่ ี่ แตช่ วี ิตในวัยเยาวข์ องฉนั ขาดความรกั ความอบอุน่ จาก
ครอบครวั ” ขอ้ ความนบี้ กพรอ่ งด้านใดเดน่ ทส่ี ดุ
1) ขาดการอธบิ ายตามลาํ ดบั ขั้นตอน
2) ขาดการนิยาม
3) ขาดสัมพันธภาพในการเขยี น
4) ขาดการเปรยี บเทยี บ
42. “ฉันจะบินไปใหไ้ กลใครจะรู้ สุดตาดูมองเหน็ เช่นฟ้ากว้าง
เพราะทางเดินสิ้นหนคนนาํ ทาง แสงสวา่ งจากฟากฟ้าพาฉนั ไป”
อนมุ านใดเกีย่ วกบั ผูเ้ ขยี นคือขอ้ ใด
1) มองโลกในแง่ดี
2) มีเหตุผล
3) ใจกวา้ งโอบอ้อมอารี
4) จินตนาการกวา้ งไกล
43. ขอ้ ใดแสดงเนอ้ื ความโต้แย้ง
1) แม่นํา้ สายนไ้ี หลจากทิศใตไ้ ปสู่ทิศเหนอื ลงสทู่ ะเลใด
2) ฉนั ไมช่ อบคนท่พี ดู มากเพราะคนพดู มากไมค่ อ่ ยรบั ฟังความคิดผูอ้ ่ืน
3) คนสวยตอ้ งแต่งงานกบั คนหลอ่ ฉันวา่ มนั กไ็ ม่จริงเสมอไปดอู ยา่ งเธอสิ
4) ฉันวา่ เธอควรจะไปให้ช่างทําผมเขาออกแบบทรงผมใหม่นะ
44. ข้อใดแสดงทรรศนะเชิงนโยบาย
1) พรุ่งนีเ้ ปน็ วนั แรงงานแห่งชาติคะ่
2) อาจจะเปน็ สมชายที่มาชอบเพ่อื นเรา
3) สมชายแตง่ ตัวดูดมี ากเลย
4) เธอควรจะไปกับสมชายดจู ะเหมาะกว่านะ
45. “คิดๆ เทา่ ไรคิดไมอ่ อกสักที เบือ่ หน่ายตัวเองใยจึงหัวไมด่ ี ทาํ ยังไงกค็ ดิ ไมอ่ อก” อนุมานได้วา่ ข้อใด
เป็นลกั ษณะของผูพ้ ดู
1) เปน็ คนขาดสติ
2) เป็นคนมีสติ
3) เปน็ คนประมาท
4) เป็นคนไมป่ ระมาท
ภาษาไทย (อ.กจิ มาโนชญ์) 94 โครงการแบรนดซ์ ัมเมอร์แคมป์ ปที ่ี 29
46. ก. ชาวบ้านแถบนี้นยิ มทําการเกษตรแบบผสมผสาน
ข. ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากลุงมีของเราขดุ บ่อปลาแลว้ ปลูกต้นกลว้ ยรอบบ่อ
ค. ชา่ งน่าชื่นชมเกษตรกรตวั อย่างคนน้ีจริงๆ
ง. กลา่ วคือเพาะปลูกและเลย้ี งปลาเสรมิ ดว้ ย
ขอ้ ใดเรยี งลําดับข้อความไดอ้ ย่างมีความหมายสมั พนั ธก์ ันมากทส่ี ดุ
1) ก. - ข. - ค. - ง.
2) ก. - ง. - ค. - ข.
3) ก. - ง. - ข. - ค.
4) ก. - ข. - ง. - ค.
47. ข้อใดมคี วามหมายกว้าง
1) เครอ่ื งบนิ
2) เครอ่ื งเปา่
3) เคร่ืองซักผา้
4) เคร่ืองเรอื น
48. “โอ้ดวงใจฉันมาทาํ กันถึงอยา่ งน้ี
หลอกได้เจ้าหลอกพ่ี
ทุกววี่ นั ให้ฉันคอย
คอยแล้วคอยหา
ทุกเวลาเจ้าอย่ไู หน
จอมใจฉนั อยู่ หนใด
เธอรไู้ หมว่าฉันคอย”
ข้อความนจ้ี ดั เขา้ ข่ายสาํ นวนใด
1) แมแ่ ปรก
2) แม่ศรีเรอื น
3) แมส่ ายบัว
4) แมท่ พั
49. จากขอ้ ความข้อ 48 จดั ไดว้ า่ ลีลาคําประพันธ์ใดเด่นทีส่ ดุ
1) เสาวรจนี
2) นารปี ราโมทย์
3) พโิ รธวาทงั
4) สลั ลาปงั คพสิ ยั
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29 95 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์)
50. “เน้อื อ่อนออ่ นแต่ช่อื เนอื้ น้องฤาออ่ นทัง้ กาย”
ข้อใดอนุมานไมถ่ ูกตอ้ งจากคําประพนั ธข์ ้างต้น
1) กวกี ับนางอนั เปน็ ที่รกั มคี วามสมั พันธอ์ ันลึกซงึ้
2) มกี ารเลน่ คํา
3) มกี ารซา้ํ คํา
4) เข้าขา่ ยลักษณะทาํ นองนิราศ
51. “ทาํ ไมถึงทาํ กับฉนั ได”้ ข้อใดมีเจตนาของประโยคเชน่ เดียวกับประโยคดังกลา่ วมานี้
1) ทาํ ไมถึงตอ้ งตอบขอ้ 4
2) ทาํ ไมตอ้ งใส่เนื้อหมูตอนนาํ้ เดือดคะ
3) ทําไมถึงซ่อื อย่างนี้
4) ทาํ ไมลกู เหมน็ จะระเหิดไดค้ ะคณุ ครู
52. “เม่ือแรกเชอ่ื นกึ วา่ เนอื้ ทับทิมแท้
มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียได้
กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ
ดว้ ยมไิ ดด้ หู งอนแต่ก่อนมา”
ขอ้ ใดกลา่ วผิดเกีย่ วกับคาํ ประพนั ธข์ า้ งตน้
1) มีการใช้อุปลกั ษณ์
2) มีการใช้สญั ลักษณ์
3) พโิ รธวาทงั
4) สลั ลาปงั คพสิ ัย
53. “เขาลาํ คลองหวั รอตอระดะ
ดเู กะกะรอรา้ งทางพมา่
เห็นรอหกั เหมือนหนง่ึ รักพี่รอรา
แตร่ อทา่ รัง้ ทกุ ข์มาตามทาง”
ข้อใดกลา่ วผดิ จากคาํ ประพนั ธข์ ้างตน้
1) มกี ารเล่นคํา
2) มลี กั ษณะเปน็ ทาํ นองนิราศ
3) สมั ผสั พยญั ชนะเดน่
4) จังหวะดจุ ดนตรี
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ์) 96 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปีที่ 29
54. “ฉนั ไปตลาดมา กะจะหาอะไรกนิ เรียกเธอมิได้ยนิ รึจะไมไ่ ปดว้ ยกนั ” ข้อความน้ีมกี ารเรยี งรอ้ ยประโยคตาม
ขอ้ ใดเด่นที่สุด
1) การเช่อื ม
2) การซาํ้
3) การละ
4) การแทน
55. ข้อใดมที ั้งพยางคป์ ิดและพยางคเ์ ปิด
1) เชยี งใหม่
2) หนองคาย
3) ระยอง
4) ชมุ พร
56. “เพราะความจนทาํ ให้ชีวติ เขาเหล่านัน้ ไมร่ จู้ ักหรอกว่าคอมพิวเตอรห์ นา้ ตาเปน็ อย่างไร วันๆ ได้แต่ทาํ มาหากิน
ตัง้ แตเ่ ช้าจนมดื ค่ํา อยา่ วา่ แต่คอมพิวเตอร์เลย ทวี ีสักเครือ่ งจะหามีไม่”
ข้อความนี้จัดอยใู่ นโวหารใด
1) บรรยายโวหาร
2) พรรณนาโวหาร
3) อธิบายโวหาร
4) สาธกโวหาร
57. ความหมายประโยคในขอ้ ใดตา่ งจากข้ออน่ื
1) “ไมใ่ ช่ไม่ชอบนะ”
2) “เขาไมม่ าแล้วนะ”
3) “เธอไม่รกั ฉันเลย”
4) “ฉันไมส่ นใจงานนีห้ รอก”
58. ณ ภตั ตาคารหรแู หง่ หนง่ึ บนโตะ๊ อาหาร มปี า้ ยภาษาองั กฤษเขยี นวา่ “RESERVED” แต่ในขณะที่รา้ นอาหาร
อีกแหง่ หน่งึ บนโตะ๊ อาหารมีปา้ ยภาษาไทยเขียนวา่ “จองแล้ว”
ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเกย่ี วกับข้อความน้ี
1) ภาษาคอื เครอื่ งมอื ส่อื สารของคนแต่ละกล่มุ
2) สํานวนไวยากรณข์ องแตล่ ะภาษาจะต่างกัน
3) ภาษาเขียนสาํ คัญกวา่ ภาษาพดู จึงต้องมปี า้ ยเขยี นไว้
4) คาํ หนึง่ คําจะมีความหมายวา่ อยา่ งไร ข้ึนอยู่กับการตกลงกันของคนในกลุ่ม
โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29 97 ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์
59. “รถเมลส์ ายนี้เขาต้องโดยสารทุกวนั ” ประโยคนีบ้ กพรอ่ งดา้ นใด
1) ใชค้ ําฟมุ่ เฟอื ย และ ขาดคําเช่ือม
2) คําต่างประเทศ และ สํานวนตา่ งประเทศ
3) สํานวนตา่ งประเทศ และ ขาดคําเช่ือม
4) ใช้คําฟุ่มเฟือย และ สํานวนตา่ งประเทศ
60. “ไมน่ ึกไมฝ่ ันว่าจะเปน็ ไปได้ เหน็ มาแต่ในความฝัน” ขอ้ ใดอนมุ านถูกต้องเก่ียวกับผูพ้ ดู ประโยคข้างตน้
1) ฝันกลางวัน
2) ฝันลมๆ แล้งๆ
3) ฝันหวาน
4) ฝนั ท่เี ปน็ จริง
61. “ฉันคนชาวนาหนา้ ตาเซอ่ ฟังวิทยทุ รานซิสเตอร์กพ็ อใจ ไปไหนกเ็ อาไปด้วย ขึ้นเขาลงหว้ ยก็เอาไป ฟงั เพลง
ลกู ทงุ่ บา้ นนา ใครวา่ ฉันบ้าก็ไมเ่ ปน็ ไร”
ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง
1) เป็นบรรยายโวหาร
2) มีละประธาน
3) ผพู้ ูดเปน็ คนใจเย็น
4) ผพู้ ดู มีอารมณ์สนุ ทรยี
62. ขอ้ ใดตา่ งจากพวก
1) ชายคา
2) ชายตา
3) ชายผา้
4) ชายธง
63. “ฟา้ หัวเราะเยาะข้าชะตาเอ๋ย” ขอ้ ใดเปน็ ภาพพจน์ตา่ งกบั คาํ ประพนั ธข์ ้างต้น
1) มองซิมองทะเล เหน็ ลมคล่ืนเห่จบู หนิ
2) เสยี ดายแผ่นดินมอญ พลนั มอดม้วยแฮ
3) ตายแลว้ เกดิ ใหม่สกั แสนชาตจิ ะได้เจอคนดอี ย่างนหี้ รือ
4) ติก๊ ตอก เจา้ นาฬกิ าปลกุ ฉนั ขนึ้ มาใหอ้ ยใู่ นความรัก
64. หนุ่ม : “ถา้ พีจ่ ะไปขอไปขอ พอ่ เจ้าจะว่าอยา่ งไร”
สาว : “นอ้ งสดุ แสนดใี จ ถ้าพไี่ ปขอนอ้ งจริงๆ”
สาํ นวนใดเข้าขา่ ยทาํ นองบทสนทนาขา้ งต้น
1) ฟงั ไมไ่ ด้ศพั ทจ์ บั ไปกระเดยี ด
2) เข้าหซู ้ายทะลุหูขวา
3) ไปไหนมา สามวาสองศอก
4) สีซอใหค้ วายฟัง
ภาษาไทย (อ.กิจมาโนชญ)์ 98 โครงการแบรนด์ซมั เมอรแ์ คมป์ ปที ่ี 29