The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยตรรกศาสตร์แอพลิเคชัน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jitramas kumdeeboon, 2022-04-11 02:33:35

วิจัยตรรกศาสตร์

วิจัยตรรกศาสตร์แอพลิเคชัน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Keywords: วิจัย ตรรกศาสตร์ แอพลิเคชัน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

42

ๆ ทผี่ ู้เรยี นทำการแบงปนสามารถแบงปน ขอ้ มลู ความรูเ้ อกสาร เวบ็ ไซด อเี มลระหว่างกนั ได้ โดยเลือกจำกัดสิทธิ
เฉพาะกล่มุ ผเู้ รียนหรอื เผยแพร แกบุคคลทั่วไปซึง่ มีการกำหนดระบบความปลอดภยั รองรบั ไวแ้ ล้ว

2.2 Google Classroom
Classroom เปิดใหบ้ ริการสำหรับทุกคนที่ใช้ Google Apps for Education เป็นชุด
เครอื่ งมอื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพการทำงานที่ให้บริการฟรี ซง่ึ รวมถงึ Gmail, ไดรฟ์และเอกสาร Classroom ไดร้ บั การ
ออกแบบมาเพ่อื ชว่ ยให้ครูสรา้ งและเกบ็ งานได้โดยไม่ตอ้ ง สิ้นเปลอื งกระดาษมีคณุ ลักษณะทชี่ ่วยประหยัดเวลา เชน่
สามารถทำสำเนาของ Google เอกสาร สำหรบั นักเรยี นแตล่ ะคนได้โดยระบบจะสรา้ งโฟสเดอรของได้รฟสำหรับแต่
ละงานและนกั เรยี นแตล่ ะ คนเพ่อื ช่วยจัดระเบียบใหท้ กุ คน นกั เรียนสามารถตดิ ตามวา่ มีอะไรครบกำหนดบา้ งในหนา้
งาน และ เริม่ ทำงานไดด้ ้วยการคลิกเพียงครัง้ เดยี วครสู ามารถดวู ่าใครทำงานเสรจ็ หรือยงั ไม่เสร็จได้อย่างรวดเร็ว
ตลอดจนสามารถให้ความคิดเห็นโดยตรงและให้คะแนนไดแ้ บบเรยี ลไทมใน Classroom การนำ Google
Classroom ไปใชใ้ นการเรยี นการสอนประโยชน์สำหรับชนั้ เรียน เตรียมการไดง้ ่าย ครูสามารถเพิม่ นักเรยี นได้
โดยตรงหรือแชรรหสั เพอ่ื ใหน้ ักเรียนเข้าชั้นเรยี นได้ การ ต้ังค่าใชเ้ วลาเพียงครูเดียว ประหยดั เวลา กระบวนการ
มอบหมายงานเรยี บง่าย ไม่สนิ้ เปลืองกระดาษ ทำให้ครสู ร้าง ตรวจ และใหเ้ กรดงานได้ในทเี่ ดียวกันช่วยจดั ระเบียบ
นักเรยี นสามารถดงู านท้ังหมด ของตนเองได้ในหนา้ งาน และเนอ้ื หาสำหรบั ชน้ั เรยี นทัง้ หมดจะจัดเก็บอยู่ในโฟสเดอร
ภายใน Google ไดร้ ฟโดยอตั โนมตั ิ ส่ือสารกันไดด้ ีขน้ึ Classroom ทำใหค้ รูส่งประกาศและเรมิ่ การพูดคยุ ในชน้ั
เรยี น ได้ทนั ที นักเรียนสามารถแชรแหล่งขอ้ มูลกันหรอื ตอบคำถามในสตรมี ได้ ประหยัดและปลอดภัย เช่นเดียวกับ
บรกิ ารอน่ื ใน Google Apps for Education กล่าวคอื Classroom ไม่มโี ฆษณา ให้ใช้ เน้อื หาหรือขอ้ มลู ของ
นกั เรยี นในการโฆษณา และใหบ้ รกิ ารฟรีสำหรับโรงเรยี น

2.3 Google Apps in the classroom
กรณศี ึกษาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมจาก Google Apps in Classrooms and Schools และ

ทนี่ าสนใจเพม่ิ เติมอกี อยา่ ง คือ Tools for your classroom Google Apps in Classrooms and Schools : จะ
ทำใหห้ อ้ งเรยี นมี ประสทิ ธิภาพในการเรียนรู้ ผ้เู รยี นมีปฏสิ ัมพนั ธ์กนั และเกดิ การเรยี นรอู้ ย่างมีความหมาย ดัง
รายละเอียดต่อไปนี้

Google Docs ประกอบด้วย Word Processing , Spreadsheets , Presentations มี
ความสามารถ ดังนี้

1. การวางแผนบทเรยี นโดยการทำงานรว่ มกัน : ใชเ้ พอ่ื วางแผนบทเรียนในท่ี เดียวกันกบั เพื่อน
ร่วมงานโดยใช้ Google Docs

2. บนั ทึกการประชมุ ระดับพนักงานหรือเจาหนา้ ท่ี : บนั ทึกการประชุมใน หน่วยงานด้วย
Google Docs รว่ มกับสว่ นรวมของคนในองคก์ ร

43

3. เก็บและเเบงปนบทเรยี นท่ีใชร้ ่วมกนั : ยอดเก็บแผนการสอนหรอื บทเรยี นใน รายการ Docs
ของโรงเรียนท่ใี ช้รว่ มกนั เพ่อื ให้ทกุ คนในโรงเรยี นสามารถคน้ หาและเขา้ ถงึ ขอ้ มูล โดย การสรา้ งโฟลเดอร สำหรับใน
ระดับชนั้ เพือ่ เปน็ การใช้ทรพั ยากรร่วมกัน

4. ใชเ้ พ่อื ใหน้ ักเรียนทำงานร่วมกันได้จากทุกท่ี นักเรียนสามารถนำเสนอแนะ แสดงความ
คิดเหน็ ได้อยา่ งตอ่ เนื่องและในเวลาเดยี วกนั ใช้ประวตั กิ ารแกไขเป็นหลกั ฐานในการแสดง ความรบั ผิดชอบการ
ทำงานของนักเรยี น เผยแพรงานของนักเรียน

5. การอ่านและแสดงความคดิ เห็นในเร่ืองที่อ่านจากวรสาร ดึง Link หนา้ แรก (Home) ของ
วารสารประมาณ 30 รายการ ให้นกั เรียนได้เลือกอ่านทกุ สัปดาห เพื่อใหน้ กั เรียนได้ แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรอ่ื ง
ทอ่ี ่านแลว้ บันทกึ ร่วมกนั ใน Google Docs โดยครูสามารถแสดง ความคิดเหน็ ในขณะที่นักเรียนยังคงเขยี นลงใน
สมดุ บันทึก (Google Notebook) ของนกั เรยี น

6. แปลจดหมายถึงผู้ปกครองเป็นภาษาต่าง ๆ (กรณี โรงเรียนนานาชาต)ิ จดหมายถึง
ผปู้ กครองโดยสง่ มาในลกั ษณะของ Google Docs

7. ติดตามการทำการบ้านของนักเรียน (รว่ มกบั ผ้ปู กครอง) ใช้ spreadsheets เพ่ือตดิ ตาม
การทำการบ้านของนักเรยี นใชเ้ ลขประจำตวั นกั เรียนโดยไมร่ ะบชุ ่ือ และแบงปนขอ้ มลู กบั ผู้ปกครอง

8. การลงทะเบียนส่งงานของนักเรยี น ใช้ spreadsheets ในลงทะเบียนการ ประชมุ ผู้ปกครอง
โดยใช้ conferences แบบเวลาจริง ๆ

9. การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ใช้แบบฟอรมของ Google และ spreadsheets ในการเก็บ
ข้อมูลการใช้ข้อมูลรว่ มกนั การวิเคราะห์ข้อมลู บนั ทึกและจดั เก็บข้อมูลกราฟ ข้อมูลกราฟ ในข้อ 5 ตัวแปรท่ใี ช้ทำ
แผนภูมกิ ารเคลอ่ื นไหว

10. Flash Card Center ใช้ Flash card gadaet ใน spredsheets ตง้ั ค่า เป็น Flash card
center สำหรับช้ันเรยี น

11. รูปแบบการวดั ผลและประเมนิ ผลใช้ Google Forms เพอ่ื ประเมนิ นักเรยี นก่อนเรยี น การ
นำไปใชข้ ้นึ อยู่กับการแกไขคำสัง่ ของผู้สอน จากน้นั ให้นักเรยี นได้ทราบคำตอบ และเรียนรใู้ นสง่ิ ท่ีผูเ้ รียนจะเรียน
ต่อไป เคล็ดลบั การเปลี่ยนแปลง template จะทำให้ผู้เรยี นตื่นเต้น มากข้ึน

12. ให้นกั เรียนสำรวจ เก็บขอ้ มูลที่นาสนใจศึกษา ใชแ้ บบฟอรมในการเกบ็ รวบรวม การ
สำรวจข้อมลู ของนักเรียน ควรเร่มิ ทำตั้งแต่ต้นปีการศึกษาและตอ้ งเป็นเร่อื งท่นี กั เรยี น สนใจ

13. แบบสังเกตครูหรอื นกั เรียน ใช้แบบฟอรมบนสมาร์ทโฟน หรือแทบ็ เลต็ ใน การสงั เกต
ครผู ้สู อนหรือนกั เรยี น ข้อมูลจะถกู จัดเก็บโดยอตั โนมัติลงใน spredsheet

14. บันทกึ การอ่านแบบ Online นกั เรยี นสามารถบันทกึ การอา่ นแบบ Online ผา่ น Google
Form

15. การกำกับติดตามเกี่ยวกบั ระเบยี บวนิ ยั กำกบั ติดตามระเบียบวินยั ของ ผเู้ รยี นโดยใช้

44

Google Forms
16. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู จากผู้ปกครองหรอื ครู
17. การทดสอบการสะกด/ การทดสอบการคูณ
18. การเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
19. ใชป้ ฏิทนิ ร่วมกัน (ระดบั โรงเรยี นหรอื ทีมงาน) ใชใ้ นการนดั หมายเวลาการ ทำงาน
20. ใช้ตรวจสอบการเข้าออกของวสั ดแุ ละครภุ ัณฑ (รถ คอมพิวเตอร์, ห้องสมดุ ) 21. ใช้ดขู ้อมูล

การทำงานหรอื กจิ กรรมตา่ ง ๆ ให้เห็นภาพไดช้ ดั เจนข้ึน
22. ใช้วางแผนการเดนิ ทาง
23. การสอ่ื สารกบั ผูป้ กครองในภาษาต่าง ๆ เปิดคุณลักษณะการแปล (translate) ท่อี ยู่ใน

Gmail Labs ในการติดตอ่ ส่อื สารกบั ผู้ปกครองในภาษาที่แตกตา่ งกัน
24. มีเพอื่ นทว่ั โลก ให้ผ้เู รียนทอ่ี ยู่คนละประเทศ ไมไ่ ด้พูดภาษาเดียวกัน สามารถติดต่อกนั ได้

ด้วย Google translate Talk
25. เชิญเยย่ี มชมในช้ันเรยี นของคุณ เชญิ ผใู้ ช้ Google ฟังบรรยายในชนั้ เรยี น โดยผ่าน วดี ีโอ

เกย่ี วกบั เรอ่ื งทีน่ สนใจ หรือคนอ่ืน ๆ ให้เขา้ มาอ่านเร่ืองราวต่างในช้นั เรยี น
26. มากกว่าการพดู คุย บอกเลา่ เรอื่ งราวต่าง ๆ ไดท้ ง้ั แบบเสียงและข้อความ

2.4 การออกแบบการเรยี นการสอน Google Classroom
Classroom ผสานรวม Google เอกสาร ไดรฟ์และ Gmail ไว้ด้วยกัน เพ่อื ให้ครูสามารถสร้าง

และรวบรวมงานโดยไมต่ ้องส้ินเปลืองกระดาษ ภายใน Classroom ครู สามารถสรา้ งงาน ใช้งานน้ันในชัน้ เรยี นต่าง
ๆ และเลือกวา่ จะใหน้ ักเรยี นทำงานอย่างไร (เชน่ นกั เรียน แตล่ ะคนจะได้รับสำเนาของตนเอง หรือนกั เรียนทกุ คน
จะทำงานในสำเนาเดียวกัน) ครูสามารถติดตาม ว่านกั เรียนคนใดทำงานเสรจ็ แล้วบ้าง และใครยงั ทำงานไมเ่ สรจ็
ตลอดจนแสดงความคิดเห็นกับ นกั เรยี นแตล่ ะคนได้

ดนัยศกั ด์ิ กาโร. (2564. 1- 134 ) การเข้ามาของสังคมในยุค 4.0 สง่ ผลกระทบ ในทุก ๆ ภาค
ส่วน ในปจจบุ นั มสี ือ่ หรอื เครื่องมอื ต่าง ๆ ให้ครูผู้สอนสามารถที่จะเลอื กมาประยกุ ตใ์ ช้ ในการจัดการเรียนการสอน
ที่หลากหลาย โดยที่การใชง้ านเครอ่ื งมือแต่ละแบบก็จะแตกตา่ งกนั เปน็ ผลใหบ้ างครั้งไมส่ ามารถทำงานร่วมกันได้
ซง่ึ อาจทำใหเ้ กิดความสับสนในการใชง้ านของครผู ู้สอน รวมถึงผูเ้ รยี นได้ เช่นการที่ผใู้ ช้ตอ้ งจำข้อมูลในการเข้าใชง้ าน
ในเครือ่ งมอื แต่ละประเภท ดงั น้ัน เพ่อื ให้ การใช้งานเคร่อื งมือแต่ละประเภทสามารถทจ่ี ะบรู ณาการในการทำงาน
รว่ มกนั ได้ ผ สอนจึงเลือกทจ่ี ะ นำเสนอชุดเคร่อื งมือทมี่ ีอยู่ใน Google for Education สำหรับนำมาใช้ในการ
จดั การเรียนการสอน โดยเคร่ืองมือแตล่ ะตัวกจ็ ะมีคุณสมบัติการใชง้ านเฉพาะ โดยมขี ้อดที ี่ครูผู้สอนสามารถใชง้ าน
รว่ มกนั ได้ ผ่านบญั ชกี ารใช้งานเพียงบัญชีเดยี ว เช่น การใช้ Google Drive สำหรับจัดเกบ็ เอกสารออนไลน์ อีก ท้ังมี

45

การรวมในส่วนของ Google Docs, Google Slides และ Google Sheets ทคี่ รผู ู้สอน สามารถใช้งานได้
เช่นเดยี วกบั ชุดโปรแกรมใน Microsoft Office หรอื จะเป็นการใช้ Goodle Classroom สำหรับสร้างหอ้ งเรยี น
ออนไลนก์ ารใช้ Google Forms สำหรบั สรา้ งแบบฟอรมหรอื แบบทดสอบออนไลน์
การใช้แอพพลิเคชนั ในการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning น้ี

1. นักเรียนส่งงานทาง จดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส (e - mail)
2. นกั เรยี นส่งงานทาง Google Classroom ดงั นี้

-เข้า Gmail
-ใส User Name และ Password ตามท่แี จง (ของนกั เรียน)
-เมือ่ เข้า Mail แลว้ ให้คลิก แอพ Google ด้านขวาบน แลว้ เลอื ก Classroom
-เขา้ Classroom ห้องเรียนวิชา ค31103 โดยคลิกท่ี คำว่า “ห้องเรยี น วชิ า ค31103”

เอกสารและงานวจิ ัยที่เกย่ี วข้องการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning (การจัดการเรยี นรเู้ ชงิ รุก)
1. งานวจิ ัยในประเทศ

ปุณยพล จนั ทรฝอย (2551) ชดุ กิจกรรมการเรยี นการสอน เรอ่ื งฟังกชันตรโี กณมิติ โดยใชโ้ ปรแกรม C.a.R.
สำหรบั นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ผลการวจิ ัยพบว่า นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ที่เรยี นดว้ ยชุดกิจกรรมการ
เรียนการสอนเรื่องฟงั กชันตรโี กณมติ ิ โดยใชโ้ ปรแกรม C.a.R. สามารถสอบผ่านเกณฑไ์ ด้มากกว่าร้อยละ 70 ของ
จำนวนนักเรียนท้งั หมด ทร่ี ะดับนยั สำคัญ .01 และนกั เรยี นกลุ่มตัวอย่างมีความพงึ พอใจในการเรยี นเร่อื งฟังกชัน
ตรีโกณมิติ โดยใช้โปรแกรม C.a.R. อยใู่ นระดบั มาก ดงั นนั้ จึงสรุปไดว้ า่ นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 มี
ความสามารถในการเรียน เรื่องฟังกชันตรีโกณมิติ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นการสอนเรอื่ งฟังกชันตรีโกณมิติ โดย
ใชโ้ ปรแกรม C.a.R. ทีผ่ ู้วิจยั สรา้ งขน้ึ

พรชัย ตัง้ ย่งิ ยง (2551) การพฒั นาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เพิ่มเตมิ ชนั้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1 ผลการวจิ ัย
พบวา่ 1) ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เพ่ิมเตมิ เร่ืองพหนุ าม มปี ระสทิ ธิภาพ 87.50 / 78.00 ซ่งึ มีประสิทธิภาพตาม
เกณฑ์ 75 /75 2) ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของ นกั เรียนท่ไี ด้รบั การสอนโดยใช้ส่อื ชดุ กิจกรรม
คณติ ศาสตร์ กบั สือ่ ตามแผนการสอนปกติ แตกต่างอยา่ ง มีนัยสำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .01 นักเรยี นกลุม่ ทเี่ รียนดว้ ย
สื่อชดุ กิจกรรมคณิตศาสตร์ เพิม่ เติม มี ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนสงู กว่ากล่มุ ทเ่ี รยี นด้วยวิธีการสอนแบบปกติ 3) เจต
คติของนักเรียนตอ่ การ เรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ ของนักเรียนที่ไดร้ บั การสอนโดยส่ือชุดกจิ กรรมคณิตศาสตร์ สงู กว่า
นกั เรยี นท่ี ได้รับการสอนตามปกติ

ลกั ขณา ภูวลิ ยั (2552) พฒั นาแบบฝกึ ทกั ษะคณิตคดิ สร้างสรรคเ์ ร่อื ง การบวกลบ ระคนของนกั เรียนชน้ั
ประถมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนบริบาลภมู เิ ขตต อำเภอบา้ นผอื จงั หวดั อดุ รธานี จำนวน 60 คน ผลการวิจยั พบวา่
แบบฝึกทักษะคณิตคิดสร้างสรรคม์ ีค่าประสทิ ธิภาพของ กระบวนการและประสทิ ธภิ าพของผลลัพธเทา่ กับ
84.88/82.56 ค่าดรรชนปี ระสิทธผิ ลของแบบฝกึ ทกั ษะคณิตคิดสร้างสรรคเ์ รือ่ ง การบวกลบระคนของนักเรียนชัน้

46

ประถมศึกษาปีท่ี 1 มีค่าเท่ากับ 0.7246 แสดงวา่ นักเรียนมีความก้าวหนา้ ทางการเรยี นรอ้ ยละ 72.46 จากงานวจิ ยั
พบว่า แบบฝึก ทักษะทีพ่ ัฒนาข้นึ นักเรยี นสามารถคน้ ควา และฝึกไดด้ ว้ ยตนเองมีตวั อย่างทกุ แบบฝกึ มรี ูปภาพ ลาย
เสนไว้ใหน้ ักเรียนระบายสเี พิ่มเตมิ เพอื่ ความสวยงาม ทำให้นกั เรยี นเกดิ ความกระตอื รอื ร้น สนุกสนานในการเรียน
อีกทัง้ แบบฝกึ ทกั ษะเปน็ วธิ ีสอนท่ใี ชส้ อื่ จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนเพื่อ พฒั นาสมอง พฒั นาความสามารถของ
ผูเ้ รยี นตามความถนัด และความสนใจของผู้เรยี น ทำให้นกั เรยี น ไดพ้ ฒั นาความสามารถเตม็ ตามศักยภาพของตนเอง
เกิดความเข้าใจเนอ้ื หาทเ่ี รียนไดอ้ ย่างชดั เจน มี ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ แกป้ ญั หาและเห็นประโยชน์ของ
การเรยี นว่าสามารถนำไปใชเ้ พอ่ื แก้ปญั หาในชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม นักเรียนไดร้ ับ
ประสบการณ์ตรง จงึ ทำให้ นักเรยี นสามารถเรียนรูเ้ นือ้ หาเร่ืองการบวกลบระคนได้ดี และถูกตอ้ งยงิ่ ข้ึน นกั เรียนมี
ความสนใจใน การทำแบบฝึกทักษะและสนุกกบั การหาคำตอบตามกรอบขอ้ มูลท่ีครูกำหนดให้ เริม่ ต้ังแต่การทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน นักเรียนร้สู กึ แปลกใจกับโจทยบางขอ้ ท่ีมีลักษณะ ต่างออกไปจาก
คำตอบทเ่ี คยเรียนมา ทำใหน้ ักเรยี นไมเ่ ขา้ ใจ และพยายามซกั ถามครจู นกระท่งั ครู อธบิ ายโจทยดังกล่าวทำให้
นกั เรยี นคลายความกงั วลลงได้ และพยายามหาคำตอบให้ได้

สคุ นธธา ธรรมพทุ โธ (2552 : 125) ไดศ้ กึ ษาผลการจดั การเรียนร้แู บบบรู ณาการเชิง วิธกี ารทเี่ นน้
กระบวนการกลุม่ เพือ่ พฒั นาทักษะการแกป้ ัญหา ทกั ษะการเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ และพฤติกรรมการทำงาน
กลมุ่ ของนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ผลการศึกษาพบว่านักเรียนทไี่ ด้รับ การการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการเชิง
วิธกี ารเน้นกระบวนการกลุ่มเพ่อื พฒั นาทักษะการแก้ปญั หา ทางคณติ ศาสตร์ เร่อื งความนา่ จะเป็นมที กั ษะการ
แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ เรอื่ งความน่าจะเป็น มี ทักษะการแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์ ถาเกินรอ้ ยละ 70 อยากมี
นัยสำคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั .01

สภุ ลกั ษณ เธยี รเชาว (2555 : 171) ได้ศกึ ษาการเปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ความสามารถใน
การแก้ปญั หาและทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายการเรียนวชิ าวิทยาศาสตร์ เรื่องสารและการ
เปลย่ี นแปลง หรือวา่ การเรยี นโดยใช้กจิ กรรมการเรยี นร้เู ชิงรกุ และการเรียนรโู้ ดยใช้ ปัญหาเป็นฐาน ของนกั เรียนชน้ั
ประถมศึกษาปที ี่ 6 ผลการศึกษาพบวา่ 1) ประสิทธภิ าพของแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชก้ จิ กรรมการเรยี นเชงิ รกุ
และแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้ปญั หาเป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 เร่อื ง
สาร และการเปลยี่ นแปลง มีค่า ( 1 E2 E / ) เทา่ กับ 78.03/77.47 และ 77.63/78.28 ตามลำดบั 2) ดัชนี
ประสิทธิผลของแผนการ จดั การเรยี นรูโ้ ดยใชก้ จิ กรรมการเรยี นเชงิ รกุ และแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชป้ ญั หาเปน็
ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เรื่องสมการและการเปลย่ี นแปลง มคี ่าเท่ากบั
0.57 และ 0.59 ตามลำดับ 3) นักเรยี นทเี่ รียนโดยการจดั กิจกรรมการเรยี นรตู้ ามแผนการจัดการ เรียนร้โู ดยใช้
กิจกรรมการเรียนเชิงรุก และแผนการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้ปัญหาเป็นฐาน มคี ะแนน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ความสามารถในการคิดแกป้ ัญหาและทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ หลงั เรียนสงู กว่ากอ่ นเรยี น อย่างมี
นยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05 4) นักเรยี นท่ีเรียนโดยการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้
กจิ กรรมการเรยี นร้เู ชิงรกุ และแผนการจดั การ เรียนรู้โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐานมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นความสามารถใน

47

การคิดแกป้ ัญหาและทักษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไมแ่ ตกต่างกัน โดยสรุป แผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้
กิจกรรมการ เรยี นรู้เชิงรกุ และแผนการจดั การเรียนร้โู ดยใช้ปญั หาเป็นฐานกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เรือ่ งสารและการเปลี่ยนแปลงที่พฒั นาขนึ้ มีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล มี ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรยี น และทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไม่แตกต่างกนั ครูวทิ ยาศาสตร์ สามารถนำแผนการจัดการ
เรียนท้งั 2 รปู แบบนี้ ไปใช้ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ให้บรรลุ วัตถุประสงคไ์ ด้

เชิดศกั ด์ิ ภักดวี ิโรจน (2556 : 172 -175) ได้ศกึ ษาผลของการจัดการเรยี นรเู้ ชิงรกุ เร่ืองทกั ษะกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร์ ท่ีมีผลตอ่ ความสามารถในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ การ คิดอย่างมีวิจารณา และความ
เช่ือมน่ั ในตนเอง ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 หลงั ไดร้ ับการ จดั การเรยี นรู้เชิงรุก เร่อื ง ทักษะกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 สงู กวา่ เกณฑร์ อ้ ยละ 65 อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01
ความสามารถในการคิดอยา่ งมี วจิ ารณญาณ เรอ่ื ง ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษา
ปีท่ี 3 สงู กว่ากอ่ น ได้รับการจดั การเรียนรู้อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ .01 ความเช่ือมั่นในตนเอง เรอื่ ง ทกั ษะ
กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 สงู กวา่ ก่อนไดร้ บั การจดั การเรียนรู้ อย่างมี
นยั สำคัญทางสถิติที่ระดบั .01

กริ ณา อง้ึ สกุล (2556 : 131-132) ได้ศึกษาการสร้างวิธกี ารสอนของโพลยาร่วมกบั แอพพลเิ คชนั บน
คอมพิวเตอรพ์ กพา (Tablet) เพ่อื พฒั นาทักษะการแกโจทยปญั หาคณติ ศาสตร์ สำหรบั นกั เรยี นชวงชน้ั ที่ 2
โรงเรยี นบา้ นทาเสาเภา จงั หวัดสรุ าษฎรธานี มีผลการวจิ ัย ดังน้ี ผลการ สำรวจความต้องการวธิ กี ารสอนของโพลยา
รว่ มกับแอพพลเิ คชนั บนคอมพิวเตอรพ์ กพา (Tablet) เพอ่ื พฒั นาทกั ษะการแกโจทยปญั หา ผลการสำรวจสภาพ
ความต้องการของผู้เรยี นมี X เท่ากบั 4.58 และ S.D. เท่ากับ 0.48 อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ และความต้องการของ
ครผู ้สู อนมี X เทา่ กับ 4.52 และ S.D. เท่ากบั 0.53 อยใู่ นระดับมากท่ีสุด วิธกี ารสอนโพลยาร่วมกับแอพพลเิ คชนั
บนคอมพวิ เตอร์ พกพา(Tablet) เป็นวิธกี ารสอนทปี่ ระกอบด้วยระบบในการเรียนทม่ี ุ่งพฒั นาทกั ษะการแกโจทย
ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 4 ข้ันตอน คอื ข้นั ตอนท่ี 1 ขน้ั ทำความเขา้ ใจปัญหา ขั้นตอนที่ 2 ขน้ั วางแผน แกป้ ญั หา
ขนั้ ตอนท่ี 3 ข้นั ดำเนินการตามแผน และขั้นตอนที่ 4 ขน้ั ตรวจสอบ ซึ่งวธิ ีการเรยี นดงั กลา่ ว เรยี นทางแอพพลิเคชัน
บนคอมพวิ เตอรพ์ กพาผลการประเมินคณุ ภาพด้านเนอื้ หา มี X เท่ากับ 4.69 และ S.D. เท่ากบั 0.44 อยู่ในระดบั ดี
มากผลการประเมนิ คุณภาพดา้ นสื่อมี X เทา่ กับ 4.48 และ S.D. เท่ากับ 0.54 อยู่ในระดับดี ผลการประเมินทักษะ
การแกโจทยปญั หาคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี น ท้ังหมด ค่าเฉลีย่ คิดเป็นร้อยละ 89.20 อยู่ในระดับดี ผลการทดลอง
เพ่ือหาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ของนักเรยี นพบวา่ นักเรยี นมีคะแนนสอบหลังเรียนสงู กวา่ คะแนนสอบกอ่ นเรียน
อยา่ งมีนัยสำคัญทาง สถิตทิ ี่ระดับ .01 และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนทม่ี ตี อ่ วิธีการสอนของโพลยา
ร่วมกับ แอพพลเิ คชนั บนคอมพวิ เตอรพ์ กพา (Tablet) X เท่ากับ 4.59 และ S.D. เท่ากับ 0.50 อยู่ในระดบั ความ
พงึ พอใจมากทสี่ ดุ

มยุรี โรจนอรุณ (2559 : 83) ได้ศึกษาผลของการจัดการเรียนรเู้ ชงิ รกุ ร่วมกับ กระบวนการกลมุ่ ท่ีมีตอ่
ความสามารถในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ และความสามารถในการ ทำงานกล่มุ ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษา

48

ปีที่ 6 ผลการศึกษาพบวา่ 1) ความสามารถในการแก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ุ6
เร่อื ง ทิศ แผนท่ี และแผนผัง หลงั ได้รบั การ จัดการเรยี นรเู้ ชงิ รุกรว่ มกับกระบวนการกลุ่มสงู กวา่ ก่อนได้รบั การ
จัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคญั ทาง สถิติทรี่ ะดบั .01 2) ความสามารถในการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนกั เรยี น
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 เรอื่ ง ทิศ แผนที่ และแผนผงั หลงั ได้รบั การจัดการเรียนรูเ้ ชงิ รุกร่วมกับกระบวนการกลมุ่ สงู
กว่า เกณฑร์ ้อยละ 70 อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดับ .01 3) ความสามารถในการทำงานกลุ่ม ของ นกั เรยี นชน้ั
ประถมศกึ ษาท่ี 6 เรอื่ ง ทศิ แผนท่ี และแผนผงั หลังไดร้ ับการจัดการเรียนรเู้ ชิงรุกร่วมกบั กระบวนการกลมุ่ สงู กวา่
ก่อนได้รับการจัดการเรยี นรู้อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดับ .01

สรุปจากการศึกษาเอกสารและงานวจิ ัย จะเหน็ ว่า การจดั การเรยี นรู้เชิงรุก (การ จัดการเรียนร้แู บบ Active
Learning) เปน็ การจัดการเรยี นรู้ทเี่ ปิดโอกาสให้ผู้เรียนไดค้ น้ ควาหา ความรูจ้ ากแหล่งเรยี นร้ทู หี่ ลากหลาย เปิด
โอกาสให้ผ้เู รียนมีการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ทั้งระหวา่ งผู้เรียน กบั ผู้สอน หรอื ระหวา่ งผู้เรยี นกับผูเ้ รยี นด้วยกันเอง อีกทง้ั
ผู้เรียนยงั ไดร้ บั การตอบสนองจากผเู้ รยี นโดย ทันที และได้สะทอนความคิดเห็นระหว่างเรียนไม่ใชก่ ารเป็นผรู้ ับเพยี งฝ
ายเดียว สง่ ผลถงึ ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนทีด่ ขี ึน้ ความสัมพนั ธ์อันดรี ะหวา่ งผ้เู รยี นกับผสู้ อน ผู้เรยี นกบั เพอ่ื นในชัน้
เรียน และ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ตา่ ง ๆ ของผู้เรียนกพ็ ฒั นาในทางทด่ี ขี ้ึนสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ของ
หลกั สตู ร

2. งานวิจัยตา่ งประเทศ
Letassy, A. Nancy ; & Fugate, E.S.(2008 : 103 – 110). ได้รายงานการศกึ ษา เปรยี บเทยี บ

รปู แบบการสอนระหว่างการเรยี นแบบบรรยายกบั การเรยี นแบบทมี พบว่าการเรยี นแบบ ทมี นกั เรยี นได้ทำงานเปน็
ทมี มีปฏสิ มั พันธ์มากข้นึ ได้พัฒนาสะทอนเน้ือหาสาระและเพิม่ โอกาสในการ ฝกึ ทกั ษะระดับความคิดไดส้ งู ข้นึ

Mcalpine. (2000). ศึกษาเกยี่ วกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ร่วมกับวิธกี าร เรียนรู้แบบร่วมกนั เพ่ือ
นำมาใช้กับนกั ศึกษาระดับบัณฑิตศกึ ษาในสาขาบริหารธรุ กจิ เพื่อเพิม่ ทกั ษะ ในด้านการวเิ คราะห์ การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร
การเจรจาตอ่ รอง การทำงานร่วมกนั การทำงานเป็นทีม ผลการวจิ ยั พบวา่ การเรยี นรู้รว่ มกนั น้นั ผู้เรียนสว่ นใหญมี
ความร้สู กึ ที่ดีตอ่ การทำงานรว่ มกัน โดยเฉพาะการไดเ้ รียนรขู้ ้อมูลจากผู้เรียนคนอ่นื ๆ และเหน็ ว่าเป็นขอ้ มูลท่ีมี
คุณค่า ทำใหเ้ กดิ ความ เขา้ ใจในการเรยี นเพม่ิ ขนึ้ การพัฒนาทักษะในการแก้ปญั หา การใช้ประสบการณแ์ ละความรู้
ในการ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ผ้เู รียนส่วนใหญมีการพัฒนาตนเองเพมิ่ ข้ึน
Nam Ju Kim (2017). ได้ทำการศกึ ษา Enhancing Students’ Higher Order Thinking Skills through
Computer – based Scaffolding in Problem Based Learning ซง่ึ เปน็ การเสรมิ สร้างทกั ษะการคดิ ขั้นสูงของ
นกั เรยี นผา่ นการใช้คอมพวิ เตอร์เปน็ ฐานความช่วยเหลือ ในการเรียนแบบใชป้ ญั หาเป็นฐาน วตั ถุประสงค์เพอื่ ให้
ผู้เรียนไดศ้ ึกษาปญั หาทเ่ี กิดขึ้นเรยี นรูจ้ าก ปญั หาและแกไขปญั หาดว้ ยการใหคำแนะนำจากระบบฐานความ
ชว่ ยเหลือ ชว่ ยเพ่ิมความสามารถของ ผ้เู รียนให้มีประสบการณ์ในด้านความเปน็ อสิ ระในการคน้ ควาแกป้ ัญหา เพื่อ
หาคำตอบ และสามารถ ปรับแตง่ โครงสรา้ งของฐานความชว่ ยเหลอื ให้สอดคล้องกับความตอ้ งการและรองรบั ความ

49

แตกตา่ งกัน ของผเู้ รียน เมอ่ื วเิ คราะห์ ขอ้ มูลทางสถิติ Metadata แบบ Bayesian เพ่อื ระบุผลของระบบฐานความ
ช่วยเหลือพบว่า สง่ ผลตอ่ ความรคู้ วามเขา้ ใจ (g = 0.385) ตอ่ การเรยี นแบบใช้ปัญหาเป็นฐานสำหรบั การศกึ ษา
STEM และสามารถสนบั สนุนการแก้ปัญหาได้แบบ Just – in - Time

สรุปจากการศึกษาเอกสารและงานวิจัย จะเห็นวา่ การจดั การเรยี นรูเ้ ชิงรกุ (การ จัดการเรยี นร้แู บบ Active
Leanring) เปน็ การจัดการเรียนรู้ทเ่ี ปิดโอกาสให้ผู้เรียน ผู้เรียนทำงาน เปน็ ทมี การทำงานร่วมกัน ผเู้ รียนใหม้ ี
ประสบการณใ์ นด้านความเปน็ อิสระในการค้นควาแกป้ ญั หา เพอ่ื หาคำตอบ ผเู้ รยี นสว่ นใหญมีการพฒั นาตนเอง
เพิ่มขึ้น การเรยี นแบบทมี ผู้เรียนไดท้ ำงานเปน็ ทมี มีปฏสิ มั พนั ธ์มากขึ้นไดพ้ ัฒนาสะทอนเนอ้ื หาสาระและเพมิ่ โอกาส
ในการฝกึ ทกั ษะระดับความคิดได้ สงู ขึ้น

50

บทท่ี 3
วธิ ดี ำเนินการทดลอง

ในการวจิ ยั ทดลอง การพัฒนาต้นแบบของชดุ กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่
รว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบอื้ งต้นสำหรับนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ครง้ั นี้ ผ้วู จิ ยั ได้ดำเนินการ
ตามขน้ั ตอน

1. รปู แบบของการวจิ ยั
2. การกำหนดประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง
3. เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวิจยั
4. การสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพของเคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการวิจยั
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล
6. การวเิ คราะห์ ขอ้ มลู
7. สถิติทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล
รปู แบบของการวจิ ัย
การวจิ ยั ในคร้ังนี้ใช้วิธวี จิ ยั เชงิ ทดลอง ซึง่ มีแบบแผนการทดลอง ดังน้ี
ตารางที่ 3.1 แบบแผนการทดลอง

กล่มุ สอบก่อน ทดลอง สอบหลงั
E O1 X O2

เม่ือ E หมายถึง กลุ่มทดลอง
X หมายถงึ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้ โดยใช้

สอื่ ชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ทร่ี ่วมกับแอพพลเิ คชัน
O1 หมายถึง การวัดผลก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตรรกศาสตร์

เบอื้ งต้นโดยใช้สื่อชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning ทีร่ ่วมกับ แอพพลิเคชัน
O2 หมายถงึ การวัดผลหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์

เบอ้ื งตน้ โดยใช้ส่อื ชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ท่ีร่วมกบั แอพพลเิ คชัน

การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
1. ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย

51

ประชากร เป็นนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพิสัย จังหวดั หนองคาย ทเ่ี รยี นวชิ า
คณิตศาสตร์ ในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ.2551(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ในภาคเรยี นที่ 1
ปีการศกึ ษา 2564 มีจำนวน 4 หอ้ งเรียน นักเรยี น 121 คน

2. กล่มุ ตวั อย่างท่ีใชใ้ นการวิจยั
กลมุ่ ตวั อยา่ งที่ใช้ในการวจิ ยั เปน็ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพิสยั อำเภอโพน

พสิ ัย จังหวัดหนองคาย ในภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ท่ีไม่เคยเรียนเรือ่ ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้น ไดม้ าโดยการ
สุ่มอยา่ งง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรยี น เป็นหนว่ ยการสุ่ม จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 40
คน ซึ่งนักเรยี นแต่ละหอ้ งมีผลการเรียนไม่ แตกต่างกัน เนอื่ งจากทางโรงเรยี นจดั ห้องเรยี นโดยคละความสามารถ
ของนักเรียน

3. ระยะเวลาที่ใชใ้ นการวจิ ัย
ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการวจิ ัยคร้งั น้ี คอื สอน 20 ช่ัวโมง ทดสอบกอ่ นเรียนและทดสอบ หลงั เรยี น 2

ช่ัวโมง ในภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
4. เน้ือหาทใี่ ชใ้ นการวิจยั
เนอื้ หาท่ใี ช้ในการวจิ ยั ครงั้ น้ีเป็นเนื้อหาท่อี ยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช

2551 (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ในระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 โดยเน้ือหา เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ ซ่ึง
ประกอบด้วย 7 ชุดกจิ กรรม รวม 18 ชัว่ โมง ดงั นี้

ชุดท่ี 1 เรื่อง ประพจน
ชดุ ที่ 2 เรื่อง การเชื่อมประพจน
ชดุ ที่ 3 เรื่อง การหาค่าความจรงิ ประพจน
ชดุ ท่ี 4 เรอ่ื ง การสรา้ งตารางคา่ ความจริง
ชุดท่ี 5 เรื่อง รปู แบบของประพจนท่สี มมลู กนั
ชดุ ท่ี 6 เรอ่ื ง สจั นิรนั ดร
ชดุ ท่ี 7 เรื่อง การอ้างเหตุผล
เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวิจยั
1. ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ที่รว่ มแอพพลเิ คชนั เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้น
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ซงึ่ ผวู้ ิจัยสรา้ งข้ึน จำนวน 7 ชุด ดังนี้
ชุดที่ 1 เรื่อง ประพจน
ชุดท่ี 2 เรื่อง การเชอ่ื มประพจน
ชุดที่ 3 เรอ่ื ง การหาคา่ ความจริงประพจน
ชดุ ท่ี 4 เรือ่ ง การสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ
ชดุ ที่ 5 เรอ่ื ง รูปแบบของประพจนท่ีสมมูลกัน

52

ชุดท่ี 6 เรือ่ ง สัจนริ นั ดร
ชุดที่ 7 เรื่อง การอา้ งเหตุผล
2. แผนการจัดการเรยี นรู้เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้นโดยใช้สอ่ื ชุดกจิ กรรมการจดั การ เรียนรูแ้ บบ Active
Learning ท่ีรว่ มแอพพลิเคชัน เร่ือง ตรรกศาสตร์เบอื้ งตน้ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
3. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรยี นและหลงั เรยี น วิชาคณติ ศาสตร์ เร่อื ง ตรรกศาสตร์
เบอ้ื งต้นโดยใชส้ ่ือชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ท่ีรว่ มกับ แอพพลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตร์
เบื้องตน้ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
4. แบบสอบถามความพึงพอใจ ในการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้ โดยใช้ส่ือชุด
กจิ กรรมการจดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning ทีร่ ่วมกับแอพพลเิ คชนั นกั เรยี นชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

การสร้างและหาประสทิ ธภิ าพของเคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการวิจยั
1. การสรา้ งและพัฒนาการหาคุณภาพของชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นร้แู บบ Active Learning

ทร่ี ่วมกบั แอพพลเิ คชนั เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งต้นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
1.1 การเตรียมงานด้านวิชาการ
ผวู้ ิจยั ได้ศึกษาเอกสารทเี่ กย่ี วข้องกบั การสร้างชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้แบบ Active

Learning ทรี่ ว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้นดงั น้ี
1. ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง

พทุ ธศักราช 2560 ) หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นชุมพลโพนพิสัย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
2. ศึกษาเนื้อหาเรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ จากหนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
3. ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วข้องกบั การสรา้ งชุดกิจกรรม
4. กำหนดเน้ือหา ความคดิ รวบยอดและจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้

สำหรบั นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 โดยผวู้ จิ ัยได้กำหนดเนื้อหา ชุดกิจกรรม การจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active
Learning ทร่ี ว่ มกับแอพพลิเคชัน เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ ดงั น้ี

ชุดท่ี 1 เรอื่ งประพจน
ชดุ ท่ี 2 เรือ่ งการเชื่อมประพจน
ชดุ ที่ 3 เร่อื งการหาคา่ ความจรงิ ประพจน
ชดุ ที่ 4 เรื่อง การสรา้ งตารางคา่ ความจริง
ชดุ ที่ 5 เรื่อง รูปแบบของประพจนทส่ี มมูลกัน
ชุดที่ 6 เรื่อง สจั นริ ันดร
ชุดท่ี 7 เร่อื ง การอ้างเหตผุ ล
1.2 การสรา้ งชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ทีร่วมกับ แอพพลเิ คชนั เร่ือง

53

ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งต้น
1.2.1 เลือกหัวขอ้ เรือ่ ง หัวข้อเร่ืองทีท่ ำเปน็ ชุดกจิ กรม ควรเปน็ ประเภทที่
1.2.2 สามารถหาข้อสรุปจากการสงั เกต โดยเป็นหัวข้อเรือ่ งทเ่ี ราสามารถจดั ประสบการณใ์ ห้

นกั เรียนเรียนจากของจรงิ ทจี่ ับตอ้ งได้ นำไปสู่การเรียนรใู้ นเร่ืองทใี่ ชส้ ัญลักษณท่เี ป็น แบบแผนและเป็นระบบในเชงิ
นามธรรม

1.2.3 เขียนความคดิ รวบยอด หรอื เนื้อหาหรือทกั ษะทต่ี ้องการให้นกั เรียนเรียนรู้
1.2.4 จัดกลมุ่ โดยจดั ตามสัดสว่ นของนกั เรยี นเกง ปานกลางและออน จากการเรยี งลำดับ
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ จากมากไปหาน้อยในกลมุ่ ตัวอย่าง 31 คน จัดครัง้ ละ 3–5 คน ดงั น้ี
1.3. หาประสทิ ธภิ าพของชุดกจิ กรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ที่ ร่วมกับ
แอพพลเิ คชัน เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้
1.3.1 นำชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนร้แู บบ Active Learning ทีรว่ มกบั แอพพลเิ คชัน เรือ่ ง
ตรรกศาสตร์เบอื้ งตน้ ท่ีสร้างเสร็จแลว้ เสนอต่อผู้เช่ียวชาญ ตรวจสอบความถูก ตอ้ งและความเหมาะสมของเนอื้ หา
ความถกู ตอ้ งของภาษา ความเหมาะสมของกจิ กรรม ลำดับขน้ั การเรยี นรแู้ ละรูปแบบ เพือ่ ประเมนิ คณุ ภาพ
ผ้เู ช่ยี วชาญ จำนวน 5 ท่าน ดงั รายนาม ดังน้ี

1) นายวทิ ยา อินกง ตําแหนง ครู วิทยฐานะ ครูชํานาญการพเิ ศษ โรงเรียนชมุ พล
โพนพิสัย อำเภอโพนพิสยั จงั หวัดหนองคาย ผู้เช่ียวชาญด้านคณิตศาสตร์

2) นางวรรณภา ต่อติด ตําแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชาํ นาญการพิเศษ โรงเรียนชุมพลโพน
พิสยั อำเภอโพนพสิ ัย จังหวดั หนองคาย ผ้เู ชยี่ วชาญด้านหลกั สูตรและการสอน

3) นางจินตนา โนนวงค์ ตาํ แหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชํานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นชุมพล
โพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ผเู้ ชี่ยวชาญด้านการวดั ผลประเมินผล

4) นายภสั ภมู ิ กิตตริ ตั นบุตร ตําแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู าํ นาญการ โรงเรียนชุมพลโพน
พิสัย อำเภอโพนพสิ ัย จงั หวัดหนองคาย ครสู อนวชิ าคอมพวิ เตอร์ ผ้เู ชยี่ วชาญด้านแอพพลเิ คชัน

3) นางกาญจนา ทองจบ ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู าํ นาญการพิเศษ โรงเรยี นชมุ พล
โพนพสิ ัย อำเภอโพนพิสยั จงั หวัดหนองคาย ผู้เช่ียวชาญดา้ นการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning

1.3.2 ปรับปรงุ ชุดกิจกรรมตามความคดิ เห็นของผู้เชย่ี วชาญดา้ นความถกู ตอ้ งของเน้ือหา
ความถกู ต้องของภาษา ความเหมาะสมของกิจกรรม ลำดบั ขนั้ การเรียนรู้ รปู แบบและปรบั ปรงุ แกไข

1.3.3 นำชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ทรี ว่ มกับนำ คะแนนทไ่ี ด้จาก
การประเมนิ ของผู้เช่ยี วชาญ จำนวน 5 ท่าน มาหาค่าเฉลีย่ และนำไปเปรยี บเทยี บ กับเกณฑ์ของ บุญชม ศรสี ะอาด.
( 2545 : 100 ) โดยให้คา่ ความเหมาะสม เฉลยี่ 3.51 ขึน้ ไป ถือวา่ เปน็ ชดุ กิจกรรมทใ่ี ชไ้ ด้

1.3.4 นำชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning ทีร่วมกับนำไป ทดลองใชเ้ พือ่

54

หาประสทิ ธภิ าพไปทดลองใช้กับนักเรยี นโรงเรียนชมุ พลโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวดั หนองคาย ภาคเรยี นท่ี 1
ปีการศึกษา 2564 มขี นั้ ตอน ดงั น้ี

1) ทดลองใช้ชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่รว่ มกบั แอพพลิเคชนั
เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้ เพ่ือเปน็ การตรวจสอบประสิทธภิ าพแบบรายบุคคล กับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ทีไ่ ม่ใชก้ ลมุ่ ตัวอยา่ งและไม่เคย เรียน เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้ ในรายวชิ า
คณติ ศาสตร์ พน้ื ฐาน รหัส ค31103 มากอ่ น จำนวน 3 คน โดยส่มุ แบบเจาะจง ทีม่ ีผลคะแนนเฉลี่ย อยู่ในระดับสูง
ปานกลาง และต่ำอย่างละ 1 คน จากการทดลอง พบปัญหานักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียนและแบบทดสอบ
วัดผลสมั ฤทธิ์ทางการ เรยี น ไมถ่ งึ เกณฑท์ ก่ี ำหนด 80/80 จึงต้องดำเนนิ การปรบั ปรงุ แกไขชุดกจิ กรรมการจัดการ
เรียนรู้ แบบ Active Learning ทร่ี ่วมกบั แอพพลเิ คชัน เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ ต่อไป โดยปรับเน้ือหา และการทำ
บางตอนท่ยี ากและซับซอ้ นเกนิ ไป มกี ารปรบั ภาษาใหง่ายข้ึน

2) ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั แอพพลเิ คชัน เร่อื ง
ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้นเพ่ือตรวจสอบประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม ตามเกณฑ์ 80/80 กับกลุ่มเลก็ กับนกั เรยี นชนั้
มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ท่ไี ม่ใช่ กลุ่มตวั อย่างและไม่เคยเรียน เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์
เบอ้ื งต้นในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ พื้นฐาน รหสั ค31103 มาก่อน จำนวน 9 คน โดยสุ่มแบบเจาะจง ท่ีมผี ลคะแนน
เฉลี่ยอยู่ในระดบั สูง ปานกลางและต่ำอยา่ งละ 3 คน หลังการเรยี นใหน้ กั เรยี น ทำแบบทดสอบหลังเรยี นและ
แบบทดสอบวัดผล สมั ฤทธิ์ทางการเรียน นำคะแนนท่ไี ดจ้ ากการทำแบบทดสอบมาคำนวณหาประสิทธภิ าพของชดุ
กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ท่รี ่วมกับแอพพลิเคชัน เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งต้น

3) ทดลองชุดกิจกรรมการจดั การเรียนรูแ้ บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั แอพพลเิ คชนั
เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้ ซ่ึงได้รับการปรบั ปรงุ แลว้ ไปใช้กับนกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปี
การศกึ ษา 2564 ซ่ึงไม่ใช่กลมุ่ ตัวอยา่ งและไม่เคยเรียน เร่อื ง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งตน้ ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ พน้ื ฐาน
รหสั ค31103 มาก่อน จำนวน 30 คน โดยส่มุ แบบเจาะจง ทดลองภาคสนาม หลงั การเรียนใหน้ ักเรียน ทำ
แบบทดสอบหลังเรยี น และ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนมาคำนวณ

1.3.5 นำชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ท่รี ว่ มกับ แอพพลเิ คชัน
ไปทดลองใชก้ บั กลุ่มตวั อย่าง เพ่อื หาประสิทธภิ าพของชดุ กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ แบบ Active Learning ที่
รว่ มกบั แอพพลิเคชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพสิ ัย ตําบลจุมพล
อำเภอโพนพิสยั จงั หวัดหนองคาย ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศึกษา 2564

1.3.6 วเิ คราะห์ คา่ ดชั นีประสิทธิผล (E.I.) การวิเคราะห์ ค่าดัชนีประสทิ ธิผล (E.I.) สำนักงาน
คณะกรรมการขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ( 2549 :
134 ) ได้กลา่ วไวใ้ น คูมือหลักการพัฒนาขาราชการครเู พือ่ ให้มหี รือ เลื่อนเปน็ วิทยฐานะครูชํานาญการพเิ ศษ กล่าว
ว่า "การนำนวัตกรรมท่สี ร้างข้ึนไปทดลองกบั นักเรยี น ต้ังแต่ 30 คน ขนึ้ ไป เพื่อหาประสิทธผิ ลของนวัตกรรมซงึ่ มี
เกณฑ์การพิจารณา " เกณฑท์ ย่ี อมรบั วา่ สื่อมีประสิทธผิ ลชว่ ยให้ผ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้ไดจ้ รงิ จะตอ้ งมีคา่ ต้ังแต่ .50

55

ขึน้ ไป

2. การสร้างและพฒั นาการหาคุณภาพของแผนการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้น โดยใช้

สื่อชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ทร่ี ว่ มแอพพลิเคชนั เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งตน้ ชน้ั

มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

2.1 ศกึ ษาหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช

2560 ) กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ วิสยั ทัศน์ เป้าหมายและคณุ ภาพ ของผเู้ รียน

2.2 วิเคราะห์ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง และหน่วยการ เรียนรูก้ ลมุ่

สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

2.3 ศกึ ษารูปแบบการจัดกระบวนการเรยี นรู้ สื่อการเรียนการสอน การวดั ผล การประเมินผล

2.4 จัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้ เร่อื งการแปลงทางเรขาคณติ จำนวน 7 แผน แผนการจดั การ

เรียนรแู้ ตล่ ะชว่ั โมงประกอบด้วย มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด สาระสำคัญ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ด้านความรู้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ และดา้ นคณุ ลกั ษณะกิจกรรมการ เรียนรู้ สื่อการเรยี นรู้ สอ่ื ประกอบดว้ ย คำแนะนำใน

การใชช้ ดุ กิจกรรมสำหรบั นกั เรียน มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใบความรู้ ชุดกิจกรรม

ใบกจิ กรรม การวดั และ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ โดยมีรายละเอียดของแผนการจดั การเรยี นรู้ ดังน้ี

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ประพจน ใช้เวลา 2 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่อื ง การเชอ่ื มประพจน ใช้เวลา 4 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่อื ง การหาค่าความจริงประพจน ใช้เวลา 2 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรอื่ ง การสร้างตารางค่าความจรงิ ใชเ้ วลา 2 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 5 เร่อื ง รูปแบบของประพจนทสี่ มมลู กนั ใช้เวลา 2 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 เรื่อง สัจนริ นั ดร ใชเ้ วลา 2 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7 เรอ่ื ง การอ้างเหตุผล ใช้เวลา 4 ช่วั โมง

2.5 นำแผนการจดั การเรียนรู้ วชิ าคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบื้องต้นไปให้ ผู้เชี่ยวชาญ

จำนวน 5 ท่าน พิจารณาและตรวจสอบคุณภาพความถกู ตอ้ ง ความสอดคล้อง และ ความเป็นไปไดใ้ นการจัด

กจิ กรรมการเรียนการสอนแลว้ นำมาหาดัชนคี วามสอดคล้อง (Index of Item Objective Consistency : IOC)

โดยกำหนดคะแนนสำหรับการพิจารณาขอ้ คำถามของแต่ ละขอ้ ดังนี้

+1 เม่อื แนใ่ จ ว่ารายการตรวจสอบคณุ ภาพนน้ั มีความถูกต้อง

0 เมอื่ ไมแ่ นใ่ จ วา่ รายการตรวจสอบคุณภาพนัน้ มีความถูกต้อง

-1 เมือ่ แน่ใจว่า ว่ารายการตรวจสอบคุณภาพนั้นไม่มคี วามถูกต้อง

จากผลการพิจารณาของผ้เู ชี่ยวชาญแต่ละทา่ น นำไปคำนวณค่า IOC

2.6 นำแผนการจดั การเรยี นรมู้ าพฒั นา ปรับปรุงให้เหมาะสมตามขอ้ เสนอแนะของ ผเู้ ชยี่ วชาญ ดังนี้

2.6.1 ในส่วนของสาระการเรียนรูค้ วรประกอบดว้ ยสาระสำคญั และตวั อยา่ ง

56

2.6.2 แกไขการพมิ พ์สญั ลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์
2.7 นำแผนการจัดการเรยี นรู้ เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ โดยใช้สอ่ื ชุดกิจกรรมการ จัดการเรยี นรู้
แบบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับแอพพลเิ คชนั ไปใหผ้ ูเ้ ชยี่ วชาญตรวจ พิจารณาความถกู ตอ้ ง ความเหมาะสม
กับเน้ือหา และระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมการจัดการเรยี นร้อู กี แลว้ นำมาปรับปรุง แกไข
2.8 นำแผนการจดั การเรยี นรู้ เร่อื งตรรกศาสตร์ โดยใช้สอื่ ชดุ กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ แบบ
Active Learning ที่รว่ มกบั แอพพลเิ คชันไปปรบั ปรุงแกไขตามคำแนะนำของผเู้ ชีย่ วชาญ ให้เปน็ แผนการจดั
การเรยี นรู้ ฉบับสมบูรณ์แลว้ นำไปใชส้ อนจรงิ กับนักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาค เรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรียนชุมพลโพนพสิ ัย ตำบลจมุ พล อำเภอโพนพสิ ยั จังหวดั ราชบรุ ี นกั เรยี นจำนวน 40 คน โดยการสุ่มแบบ
เจาะจง นกั เรยี นทไ่ี มใ่ ชก่ ลุ่มตัวอยา่ งและไมเ่ คย เรียน เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้นในรายวชิ าคณติ ศาสตร์ พื้นฐาน
รหสั ค31103 มาก่อน
2.9 นำแผนการจดั การเรยี นรู้ทไี่ ดร้ บั การปรับปรงุ แกไขเรียบร้อยแลว้ ไปใชก้ ับกลุ่ม ตวั อยา่ งท่ีเป็น
นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ห้อง 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 เพ่ือศึกษา ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
3. การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอ่ นเรียนและหลังเรียน วชิ า คณิตศาสตร์ เรอ่ื ง
ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งตน้
3.1 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้นเป็น แบบทดสอบทีใ่ ช้
ทดสอบก่อนและหลังการเรยี นการสอน จำนวน 30 ข้อ ซ่ึงผวู้ จิ ยั ดำเนนิ การสร้าง โดยมีข้นั ตอนดงั น้ี

3.1.1 ศกึ ษาทฤษฎีและหลกั การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น จากหนงั สือ
เทคนิคการเขียนข้อสอบ ของสถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี. (2555 : 30) การวดั การ
วิเคราะห์ การประเมินทางการศกึ ษาเบือ้ งต้น ของพิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2554) และ เทคนิคการวดั ผลการเรยี นร้ขู อง
ลวน สายยศ และองั คณา สายยศ. (2543 : 96 - 198)

3.1.2 วเิ คราะห์ เน้ือหา ความคิดรวบยอด และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ของ เนือ้ หาท่ีใชใ้ นการ
ทดลองเพอ่ื ใช้ในการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นเรือ่ งตรรกศาสตร์ เบอื้ งต้น

3.1.3 สร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นเรือ่ ง ตรรกศาสตร์เบือ้ งต้นตามจดุ ประสงค์
เชงิ พฤติกรรมเปน็ ข้อสอบแบบปรนยั 4 ตวั เลือก จำนวน 36 ข้อใหค้ รอบคลุม เน้อื หาและจุดประสงคต์ ามท่ีกำหนด

3.1.4 นำแบบทดสอบท่ีสรา้ งขน้ึ เสนอตอ่ ผู้เช่ียวชาญการสอนคณติ ศาสตร์ จำนวน 5 ทา่ น เพ่ือ
ตรวจสอบคุณภาพความเท่ยี งตรงของเนอ้ื หา โดยพิจารณาวา่ ข้อสอบท่ีสร้างขนึ้ สอดคล้องกบั เนอื้ หาและจุดประสงค์
เชิงพฤตกิ รรมหรือไม่ โดยใชเ้ กณฑ์การพจิ ารณาดงั น้ี คะแนน +1 สำหรับขอ้ สอบที่สอดคลอ้ งกับจุดประสงคเ์ ชิง
พฤติกรรมคะแนน 0 สำหรับข้อสอบทไี่ มแ่ นใ่ จว่าสอดคล้องกับจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม คะแนน –1 สำหรับข้อสอบ
ทไ่ี มส่ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม

นำผลการประเมนิ ของผเู้ ช่ียวชาญแต่ละคนทีใ่ ห้คะแนนแตล่ ะข้อมาหาดชั นีความ สอดคล้องและ
คัดเลือกข้อสอบข้อท่ี 1, 3, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 14, 15, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 28, 29, 30,

57

31, 32, 33, 34, 35 และข้อ 36 ไว้จำนวน 30 ข้อ ท่มี ี IOC ตง้ั แต่0.67 – 1.00
3.1.5 นำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้ ไปใช้กบั นักเรยี น

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นชมุ พลโพนพสิ ยั จำนวน 88 คน ที่กำลังศกึ ษาอยู่ ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
และไดเ้ รยี นเนอื้ หาตรรกศาสตร์ เบ้ืองตน้ มาแล้ว

3.1.6 นำผลการทดสอบทีไ่ ด้มาดำเนนิ การวิเคราะห์ ขอ้ สอบ โดยหาคา่ ความยาก และคา่ อำนาจ
จำแนกของข้อสอบ คำนวณจากสตู ร

P = PH + PL
2n

r = PH − PL
N
เม่อื P แทน คา่ ความยาก

R แทน คา่ อำนาจจำแนก

PH แทน จำนวนคนทตี่ อบถกู ในกล่มุ สูง(นบั จากคะแนนสูง

ลงมาประมาณ 27% ของกระดาษคำตอบทัง้ หมด)

PL แทน จำนวนคนทีต่ อบถกู ในกลุ่มต่ำ(นบั จากคะแนน

ตำ่ สุดข้นึ ไปประมาณ 27% ของกระดาษคำตอบทั้งหมด)

N แทน จำนวนคนในกลมุ่ สูงหรือกลมุ่ ตำ่

(พชิ ิต ฤทธจ์ิ รูญ, 2557 : 141)

เพื่อหาความยากง่ายและอำนาจจำแนก คัดเลอื กข้อทม่ี คี วามยากงา่ ยระหวา่ ง 0.20 - 0.80 มีคา่

อำนาจจำแนกระหวา่ ง 0.20 - 1.00และไดค้ า่ ความเช่อื มัน่ (Reliability) ของแบบทดสอบ 0.88 ได้ขอ้ สอบที่

นำไปใชไ้ ด้ 30 ข้อ

3.2 การสรา้ งแบบทดสอบหลงั เรยี นประจำบทเรยี นย่อยแตล่ ะบท
แบบทดสอบหลังเรยี นประจำบทเรยี นยอ่ ยแตล่ ะบท เปน็ แบบทดสอบชนดิ 4 ตวั เลอื ก ทั้งหมด

7 ชดุ ชุดละ 10 ขอ้ มีขน้ั ตอนดังน้ี
3.2.1 ศึกษาวิธสี ร้างและเทคนคิ การสรา้ งข้อสอบทีด่ ี จากหนังสอื เทคนิคการ เขยี นข้อสอบของสถาบัน

ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลย.ี (2555 : 30) 3.2.2 ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัดเร่อื ง
ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น

1) สร้างแบบทดสอบหลังเรียนประจำบทเรยี นยอ่ ยแตล่ ะชดุ 7 ชดุ ชดุ ละ 15 ข้อ ให้
ครอบคลุมเน้ือหาตรงตามมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัดเรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้นตรง กบั จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม

58

นำแบบทดสอบยอ่ ยให้ผ้เู ชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ตรวจความ สอดคลอ้ งของเน้อื หา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้และ
ความครอบคลมุ ของคำถาม นำมาปรบั ปรงุ แกไข และคัดเลอื ก 7 ชุด ชุดละ 10 ขอ้

2) นำแบบทดสอบหลังเรยี นประจำบทเรยี นยอ่ ยท่ีปรบั ปรุงแกไขแล้วไปใชก้ บั กล่มุ ทดลอง

4. การสรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจในการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้นโดย
ใช้สือ่ ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ทีร่ ว่ มกบั แอพพลิเคชัน นกั เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4

4.1 ศกึ ษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถามจากเอกสารตา่ ง ๆ
4.2 สรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจ เก่ยี วกับการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนวชิ า คณติ ศาสตร์
เร่ือง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้นโดยใช้สอ่ื ชุดกจิ กรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ทร่ี ่วมกับแอพพลิเคชนั
สำหรับนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 แบบสอบถามนี้จะนำมาใช้ หลงั จากสิน้ สุดการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
เรอ่ื งนแ้ี ล้ว
4.3 กำหนดลกั ษณะของแบบสอบถามความพงึ พอใจ เปน็ การสอบถามความพึงพอใจ เก่ียวกับการจัด
กจิ กรรมการเรียน เปน็ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คอื

มากทส่ี ดุ ใหค้ ะแนนเทา่ กับ 5
มาก ให้คะแนนเท่ากับ 4
ปานกลาง ให้คะแนนเท่ากบั 3
นอ้ ย ให้คะแนนเทา่ กบั 2
นอ้ ยที่สุด ใหค้ ะแนนเทา่ กับ 1
การวเิ คราะห์ ความมากนอ้ ยของความพึงพอใจ ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนวิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง
ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้นโดยใชส้ อื่ กิจกรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ท่รี ว่ มกบั แอพพลิเคชนั ได้กำหนด
เกณฑก์ ารแปลความหมาย ไว้ดงั น้ี
คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถงึ เหน็ ดว้ ยมากทส่ี ดุ
คะแนนเฉลยี่ 3.51 – 4.50 หมายถึง เหน็ ดว้ ยมาก
คะแนนเฉลย่ี 2.51 – 3.50 หมายถึง เหน็ ด้วยปานกลาง
คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถงึ เหน็ ด้วยน้อย
คะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.50 หมายถงึ เห็นด้วยนอ้ ยทสี่ ุด
4.4 นำแบบทดสอบความพึงพอใจให้ผู้เชย่ี วชาญ จำนวน 3 ทา่ น ตรวจสอบความ เหมาะสมของ
รายการประเมนิ การใช้สำนวนภาษา และเกณฑ์การประเมิน
4.5 หาความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถามความพงึ พอใจ โดยการนำแบบสอบถามท่ี แกไขปรับปรุงแล้ว
ไปใช้กับนักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ห้อง 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรยี นชมุ พลโพนพสิ ัย ซง่ึ เปน็
กลุม่ เดยี วกบั กลมุ่ ตัวอยา่ งท่ีใช้ในการหา ประสทิ ธิภาพของสื่อการสอน แล้วนำไปคำนวณหาค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา

59

( α- Coefficient) ดว้ ยวธิ ขี องครอนบาค(Cronbach) ได้ค่าความเช่อื มัน่ Alpha = 0.89

การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
1. นำชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ท่ีร่วมกบั แอพพลเิ คชนั ที่ ผเู้ ชย่ี วชาญตรวจ

แลว้ นำมาปรบั ปรุงแกไข แล้วนำมาปรบั ปรงุ แกไขตามข้อเสนอแนะ แลว้ นำไป ทดลองกับนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษา
ปีที่ 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพิสัย ตำบลจุมพล อำเภอโพนพสิ ัย จังหวัดหนองคาย ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ทีไ่ ม่ใชก่ ลมุ่ ตัวอย่างและไมเ่ คยเรียนเน้อื หา เรอ่ื งตรรกศาสตร์ เพื่อหาประสทิ ธภิ าพของสื่อชุดกิจกรรมการจดั การ
เรยี นร้แู บบ Active Learning ทีร่ ่วมกับ แอพพลเิ คชัน

ผูว้ ิจัยจะดำเนนิ การหาประสทิ ธภิ าพของชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ท่ีร่วมกบั
แอพพลเิ คชนั ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสทิ ธิภาพของ ผลลพั ธ ซ่งึ กำหนดไว้ 80/80 ตามลำดับ
ขัน้ ดงั น้ี

1.1 ทดลองใช้ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ที่รว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เรือ่ ง
ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งต้นเพอ่ื เปน็ การตรวจสอบประสิทธภิ าพแบบรายบุคคลกับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาค
เรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 ท่ไี มใ่ ชก้ ล่มุ ตัวอย่างและไม่เคยเรียน เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้นในรายวชิ าคณิตศาสตร์
พ้ืนฐาน รหัส ค31103 มากอ่ น จำนวน 3 คน โดยสมุ่ แบบเจาะจง ท่ีมีผลคะแนนเฉลยี่ อยู่ในระดบั สูง ปานกลาง
และตำ่ อย่างละ 1 คน จากการ ทดลอง พบปญั หานักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี นและแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียน ไม่ ถึงเกณฑ์ท่กี ำหนด 80/80 จึงตอ้ งดำเนินการปรบั ปรงุ แกไขตอ่ ไป โดยปรบั เน้ือหาและการทำบาง
ตอน ทีย่ ากและซับซอ้ นเกนิ ไป มีการปรับภาษาใหง่ายขึน้

1.2 ทดลองชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนร้แู บบ Active Learning ท่ีร่วมกับ แอพพลิเคชัน เรือ่ ง
ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ เพ่อื ตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของชดุ กจิ กรรมการจัดการ เรยี นรูแ้ บบ Active Learning ที่
ร่วมกับแอพพลิเคชนั เรือ่ ง ตรรกศาสตร์เบื้องตน้ ตามเกณฑ์80/80 กบั กลุม่ เล็ก กับนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 ทไี่ ม่ใช่กลุ่ม ตวั อย่างและไม่เคยเรียน เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้ ในรายวชิ า
คณิตศาสตร์ พน้ื ฐาน รหสั ค31103 มา ก่อน จำนวน 9 คน โดยสุ่มแบบเจาะจง ท่มี ผี ลคะแนนเฉลยี่ อยู่ในระดบั สูง
ปานกลาง และต่ำอยา่ งละ 3 คน หลงั การเรียนให้นักเรยี น ทำแบบทดสอบหลังเรยี นและแบบทดสอบวดั ผล
สมั ฤทธิท์ างการเรียน นำคะแนนทีไ่ ด้จากการทำแบบทดสอบมาคำนวณหาประสิทธภิ าพของชุด กิจกรรมการจัดการ
เรยี นรู้แบบ Active Learning ทีรว่ มกับแอพพลิเคชนั เรื่อง ตรรกศาสตร์เบื้องตน้

1.3 ทดลองชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับ แอพพลิเคชัน เรอ่ื ง
ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งต้นซ่ึงไดร้ ับการปรับปรงุ แล้วไปใชก้ บั นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปี ท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา
2564 ซึ่งไม่ใช่กลมุ่ ตวั อยา่ งและไม่เคยเรยี น เ ร่ือ ง ตรรกศาสตร์ ในรายวิชาคณติ ศาสตร์ พนื้ ฐาน รหสั ค31103 มา
กอ่ น จำนวน 30 คน โดยสุม่ แบบเจาะจง ทดลองภาคสนาม หลังการเรยี นให้นักเรียน ทำแบบทดสอบหลังเรียน
และ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนมาคำนวณหาประสิทธภิ าพของชดุ กจิ กรรมการจดั การ เรียนร้แู บบ

60

Active Learning ทีรว่ มกบั แอพพลเิ คชัน เรื่อง ตรรกศาสตร์เบื้องต้นตามเกณฑ์ 80/80
2. ผู้วิจัยสอนนักเรียนกลมุ่ ตัวอย่าง จำนวน 40 คน โดยใช้ชุดกิจกรรมการจัดการ เรียนรู้แบบ Active

Learning ที่ร่วมกบั แอพพลิเคชัน เร่ือง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้นที่ผูว้ ิจยั สร้างขนึ้ ใชเ้ วลาทงั้ สิ้น 18 ช่ัวโมง
3. เม่ือเสร็จการเรยี นครบ 18 ช่ัวโมงแลว้ ผวู้ ิจัยทำการทดสอบนักเรยี นกลมุ่ ตัวอยา่ งด้วย แบบทดสอบวดั

ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนเร่ือง ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้น เปน็ ขอ้ สอบปรนยั จำนวน 30 ขอ้ ใช้เวลาทดสอบ 60 นาที ซ่ึง
ผวู้ จิ ยั ไดส้ ร้างข้นึ โดยการคัดเลือกและปรับปรุงตามเกณฑ์ท่กี ำหนด

4. วิเคราะห์ ผลการทดสอบโดยการตรวจใหค้ ะแนนตอบถูก 1 คะแนน ขอ้ ท่ีตอบผดิ หรือไมต่ อบหรือ
ตอบมากกว่าหน่ึงคำตอบ ใหข้ ้อละ 0 คะแนน แล้วคะแนนท่ไี ดม้ าวิเคราะห์ หาคา่ เฉลยี่ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และ
ทำการทดสอบสมมตฐิ านทีว่ ่า นักเรยี นมผี ลสมั ฤทธ์หิ ลงั เรียน สูงกวา่ ก่อนเรียน โดยใชก้ ารทดสอบสมมตฐิ านใช้สถิติ
t– test One Group

5. ผวู้ จิ ยั นำแบบสอบถามวัดความพงึ พอใจให้นักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หอ้ ง 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปี
การศึกษา 2564 โรงเรียนชุมพลโพนพสิ ยั จำนวน 40 คน ทำ แบบสอบถามวดั ความพึงพอใจหลงั จากเรียนโดยใช้
สอ่ื ชุดกิจกรรมการจดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ร่วมกับแอพพลเิ คชนั เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้นแล้ว แลว้
นำผลมาวเิ คราะห์ หา คา่ เฉลย่ี สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน จากผลการวเิ คราะห์ พบว่านกั เรยี นมีความพงึ พอใจในการ
จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่
รว่ มกับแอพพลเิ คชนั เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้ อยู่ในระดับมาก

การวเิ คราะหข์ ้อมูล
1. การหาคณุ ภาพของแบบทดสอบ
1.1 หาค่าดัชนคี วามสอดคล้อง (IOC) ระหวา่ งแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกบั

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.2 หาค่าความยากง่าย (P) ค่าอำนาจจำแนก (r) และคา่ ความเชือ่ ม่นั ของ แบบทดสอบด้วยวิธขี อง

คเู ดอร รชิ ารดสัน (Kuder Richardson) ใช้สตู ร KR – 20
2. การหาประสทิ ธภิ าพของส่อื การสอน ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่ร่วมกับ

แอพพลิเคชนั เรื่อง ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น
2.1 ตรวจสอบคุณภาพและความเช่ือมน่ั ของสือ่ ชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning

ที่ร่วมกับแอพพลิเคชัน เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบื้องต้นโดยผู้เชยี่ วชาญ โดยใช้ เครอ่ื งมือประเมินความเหมาะสมดา้ น
ต่าง ๆ เช่น รปู ภาพข้ันตอนของการใชคำสงั่ เน้อื หาสาระ การใช้ภาษา

2.2 หาประสิทธิภาพของชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning ทีร่ ่วมกบั แอพพลเิ ค
ชัน เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งต้นโดยหาความสมั พนั ธ์ระหว่างคะแนนที่ไดจ้ ากการทำแบบทดสอบ หลังเรยี นแตล่ ะชดุ
กิจกรรม กบั คะแนนทีไ่ ด้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนจบ โดยคิดเป็นร้อยละจากนั้น

61

นำผลทไ่ี ดม้ าเทยี บหาประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 และหาค่าดัชนปี ระสิทธิผลของส่อื

3. วิเคราะหข์ ้อมูลผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
3.1 นำคะแนนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท่ีได้ มาคำนวณหาค่าเฉล่ยี เลขคณิต ส่วน

เบีย่ งเบนมาตรฐาน
3.2 เปรยี บเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ โดย ใชส้ ำหรบั

นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ดว้ ยการทดสอบสมมติฐาน ใช้สถิติ t – test One Group

4. ตรวจสอบคณุ ภาพและความเช่อื ม่ันของแบบสอบถามวัดความพงึ พอใจใน การจัดการเรยี นการสอน
โดยผู้เชีย่ วชาญโดยใช้เครือ่ งมอื ประเมนิ ความเหมาะสมดา้ นตา่ ง ๆ เช่น รปู เลม่ มกี ิจกรรมที่ให้

นักเรียนปฏิบัติเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง นักเรียนนำความรูท้ ไี่ ดม้ าใช้ในชีวติ ประจำวัน และหา ความเช่ือมัน่ ของ
แบบสอบถามความพึงพอใจ ด้วยวิธกี ารหาสมั ประสทิ ธแิ์ อลฟ (α - Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach)

สถิติท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู

1. สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ หาคุณภาพของแบบทดสอบ

1.1 การหาค่าความเท่ียงตรงของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น

IOC = R
N

เม่อื IOC แทน คา่ ดัชนคี วามสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ สอบกบั จดุ ประสงค์

R แทน ผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ของผเู้ ช่ียวชาญ

N แทน จำนวนผ้เู ชี่ยวชาญ

(พิชติ ฤทธ์จิ รูญ, 2554 : 242)

1.2 หาคา่ ความยากและคา่ อำนาจจำแนกของขอ้ สอบ

P = PH + PL
2N
PH − PL
r = N

เมอ่ื P แทน ค่าความยาก

64

r แทน ค่าอำนาจจำแนก

PH แทน จำนวนคนทตี่ อบถกู ในกลุ่มสูง(นับจากคะแนนสงู ลงมาประมาณ

27% ของกระดาษคำตอบท้ังหมด)

PH แทน จำนวนคนทต่ี อบถูกในกลุ่มตำ่ (นบั จากคะแนนตำ่ สุดข้นึ ไปประมาณ

27% ของกระดาษคำตอบทง้ั หมด)

N แทน จำนวนคนในกลุ่มสงู หรือกลุ่มต่ำ

( พิชติ ฤทธิ์จรญู , 2557 : 141 )

1.3 สถติ ิทีใ่ ช้ในการหาค่าความเชอ่ื มั่น สตู ร KR-20

= rttnn 1 − pq
−1 S2

เม่ือ rtt แทน สมั ประสทิ ธิ์ความเชอ่ื มนั่ ของแบบทดสอบ

N แทน จำนวนขอ้ ของแบบทดสอบ

P แทน สัดสว่ นของคนทำถกู ในแตล่ ะขอ้

q แทน สัดส่วนของคนทำผิดในแต่ละข้อ (q = 1 - p)

S2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมท้งั ฉบับ

(พิชติ ฤทธิจ์ รูญ, 2554 : 247)

2. สถิติหาประสิทธภิ าพของชดุ กิจกรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ท่ี รว่ มกับแอพพลิเคชนั

เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบ้อื งตน้

2.1 การหาประสทิ ธิภาพของชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ที่

รว่ มกบั แอพพลเิ คชัน เรื่อง ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้นโดยใช้

X
N
E1 = A 100

E1 แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการที่จัดไว้ในชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
แบบ Active Learning ทรี ่วมกับแอพพลเิ คชนั เร่ือง ตรรกศาสตร์
เบ้อื งตน้ คิดเป็นร้อยละจากการทำแบบทดสอบย่อยหลังเรยี น

 X แทน คะแนนรวมจากแบบทดสอบย่อยหลงั เรียน
A แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบยอ่ ยหลังเรยี น
N แทน จำนวนผูเ้ รยี น

65

F
N
E2 = B 100

E2 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการที่จดั ไวใ้ นชุดกจิ กรรมการจดั การเรียนรู้
แบบ Active Learning ทรี ว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เรื่อง ตรรกศาสตร์
F แทน เบือ้ งต้น คิดเปน็ รอ้ ยละจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
B แทน ทางการเรยี น
N แทน
คะแนนรวมจากแบบทดสอบยอ่ ยหลงั เรียน
E1 / E2 แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบยอ่ ยหลังเรยี น
จำนวนผเู้ รยี น

ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการทีจ่ ัดไวใ้ นชุด กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
แบบ Active Learning ทีร่วมกับแอพพลิเคชัน เร่ือง ตรรกศาสตร์
เบื้องตน้

(ชยั ยงค พรหมวงศและคณะ, 2550)

2.2 คา่ ดัชนปี ระสทิ ธผิ ลของชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นร้แู บบ Active Learning ที ร่วมกับแอพ

พลิเคชัน เรื่องตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้

ค่าดชั นปี ระสทิ ธิภาพ = คะแนนเฉลยี่ หลงั เรยี น - คะแนนเฉลีย่ กอ่ นเรยี น
คะแนนเตม็ หลังเรยี น - คะแนนเตม็ กอ่ นเรยี น

(สำนักงานคณะกรรมการขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา. สำนกั งาน คณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน, 2549 : 134)

3. สถติ หิ าความเชอ่ื ม่ันของแบบสอบถามความพงึ พอใจ ด้วยวธิ กี ารหาสัมประสทิ ธ์ิ แอลฟา ของครอนบาค
(Cronbach)

 = k k 1 1 −  S2i 
− S2t 

เม่ือ α แทน สมั ประสิทธคิ์ วามเช่ือมัน่ (สัมประสิทธิ์แอลฟา)
K
แทน จำนวนขอ้ คำถาม

66

S2i แทน ผลรวมของความแปรปรวนของคะแนนในแตล่ ะขอ้
S2t แทน
ความแปรปรวนของคะแนนรวมทง้ั ฉบบั

S2t = n X2 − (X)2
n2

N แทน จำนวนผู้เรยี น
X แทน คะแนนรวมของแตล่ ะคน
(พิชติ ฤทธ์ิจรญู , 2554: 248)
4. สถติ พิ ้ืนฐาน
4.1 การหาคา่ เฉลย่ี

X = X
n
เม่อื X แทน คะแนนเฉลี่ย X

 X แทน ผลรวมของคะแนน

n แทน จำนวนผเู้ รยี น

4.2 การหาส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน

S= nX2 − (X)2
n(n− 1)

เมือ่ S แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
 X แทน ผลรวมของคะแนน
 X2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั ยกกำลังสอง 2
n แทน จำนวนผเู้ รยี น
(พิชติ ฤทธิ์จรูญ, 2554 : 276)

67

4.3 สถิติท่ีใช้ในการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน

t= D
nD2 − (D)2
n−1
df = n-1

เมือ่ t แทน ค่าสถิติท่ใี ชใ้ นการเปรยี บเทยี บกบั ค่าวกิ ฤตเพื่อทราบความมี นยั สำคญั
D แทน ค่าผลตา่ งของคะแนนแต่ละคู
n แทน จำนวนคูของตัวอย่าง
(พชิ ติ ฤทธ์จิ รญู , 2554: 307)

68

บทท่ี4
การวเิ คราะห์ ขอ้ มูล

ผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู จากการดำเนินงานการพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์
เรื่อง ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้น ใชช้ ุดกจิ กรรมการจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning ท่ีร่วมกบั แอพพลเิ คชนั
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพสิ ัย อำเภอโพนพสิ ัย จังหวัดหนองคาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

1. ผลการวเิ คราะห์ ข้อมลู เพ่ือหาประสิทธภิ าพของส่อื ชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้แบบ Active
Learning ท่ีรว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เร่ือง ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้นนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ตามสมมตฐิ านข้อ 1

2. ผลการวเิ คราะห์ ข้อมูลเพอื่ หาคา่ ดชั นีประสทิ ธิผลของการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้ชดุ กิจกรรมการจัดการ
เรยี นรู้แบบ Active Learning ทีร่ ว่ มกับแอพพลเิ คชัน เร่อื ง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้น ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
ตามสมมติฐานขอ้ 2

3. ผลการศกึ ษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ตรรกศาสตร์เบื้องต้นใช้สื่อ ชดุ กิจกรรม
การจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning ที่ร่วมกับแอพพลเิ คชัน นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษา ปีที่ 4 ตามสมมติฐาน
ขอ้ 3

4. ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของนักเรียนทเี่ รยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรือ่ งตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ โดยใชส้ อื่
ชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ที่รว่ มกับแอพพลเิ คชัน นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

ในการเสนอผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู และแปลผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู จากการใช้ชดุ กิจกรรม การจัดการ
เรยี นร้แู บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั แอพพลเิ คชนั เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งต้นเพือ่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจตรงกนั
ผ้วู ิจัยไดใ้ ช้สญั ลกั ษณในการวิเคราะห์ขอ้ มูลดงั นี้

n แทน จำนวนผูเ้ รียน
X แทน คะแนนเฉล่ีย
S แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
D แทน ความแตกต่างของคะแนนแตล่ ะคู่
E1 แทน ประสิทธภิ าพของกระบวนการท่จี ดั ไว้ในชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้

แบบ Active Learning ที่ร่วมกับแอพพลเิ คชัน เรื่องตรรกศาสตรเ์ บอื้ งต้น
คดิ เปน็ รอ้ ยละจากการทำแบบทดสอบย่อยหลังเรียน
E2 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการทจี่ ดั ไว้ในชดุ กจิ กรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ
Active Learning ทรี่ ว่ มกบั แอพพลิเคชนั เรอื่ งตรรกศาสตร์เบอื้ งต้น

69

คดิ เปน็ รอ้ ยละจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
t แทน ค่าสถิติทใ่ี ช้ในการเปรียบเทียบกับคา่ วกิ ฤตเพ่ือทราบความมีนยั สำคญั

ผลการวิเคราะห์ ขอ้ มลู เพือ่ หาประสทิ ธิภาพของส่อื ชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning

ผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู เพ่ือหาประสิทธภิ าพของส่ือชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning

ท่ีร่วมกบั แอพพลิเคชัน เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบื้องตน้ นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ตามสมมติฐานขอ้ 1

นำสื่อชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ทีร่ ว่ มกับแอพพลเิ คชัน เรื่อง ตรรกศาสตร์

เบือ้ งตน้ ที่ผู้วิจยั สรา้ งขึ้นไปทดลองกับนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หอ้ ง 1, 2 ของโรงเรยี นชุมพลโพนพิสยั ภาค

เรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 เปน็ กลุม่ ตัวอย่างที่ใช้ในการหา ประสทิ ธภิ าพของสื่อชุดกจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้

แบบ Active Learning ทีร่ ว่ มกับแอพพลเิ คชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้น มนี กั เรียนรวม 40 คน ปรากฏผล

ในตาราง ดังนี้

ตารางท่ี 4.1 ประสทิ ธิภาพของสือ่ การสอนวชิ าคณิตศาสตร์ เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบือ้ งตน้

ประสทิ ธภิ าพ E1/E2 ผลการตรวจสอบ

E1 E2 มีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 ทีต่ ัง้ ไว้
81.11 81.08

จากตาราง 4.1 พบว่า คะแนนเฉลยี่ จากการทำแบบทดสอบยอ่ ยหลังเรยี นแตล่ ะชุดคิดเป็น รอ้ ยละ 81.11
และคะแนนเฉล่ยี จากการทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนเป็น ร้อยละ 81.08 แสดงวา่ สอ่ื ชุดกจิ กรรมการ
จดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั แอพพลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งตน้ นกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี
4 มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้

ผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มูลเพื่อหาคา่ ดัชนีประสทิ ธิผลของการจัดการเรียนรู้
ผลการวิเคราะห์ ขอ้ มลู เพื่อหาค่าดัชนปี ระสทิ ธิผลของการจัดการเรยี นรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรม การจดั การ

เรียนรู้แบบ Active Learning ทร่ี ว่ มกบั แอพพลเิ คชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบือ้ งตน้ ของ นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่
4 ตามสมมติฐานข้อ 2

ตารางที่ 4.2 แสดงค่าดัชนปี ระสิทธิผลของสอ่ื ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning ท่ี รว่ มกับแอพ

พลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้

กลมุ่ ตัวอย่าง n คะแนนเตม็ คะแนนเฉลยี่ คา่ ดัชนี
กอ่ นเรยี น หลังเรยี น ประสทิ ธผิ ล

ม.4 ห้อง 2 40 30 8.24 24.32 0.74

70

จากตารางท่ี 4.2 พบว่า สื่อชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ท่ีร่วมกบั แอพพลิเคชนั
เรื่อง ตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้ สำหรับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 มีคา่ ดัชนีประสทิ ธิผล เทา่ กับ 0.74 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑท์ ่ี
ยอมรับ ในการหาประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลของส่อื คือ มคี ่าตัง้ แต่ .50 ขึน้ ไป

ผลการศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งตรรกศาสตร์เบ้ืองตน้
ผลการศึกษาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ใช้สอ่ื ชุด กจิ กรรมการ

จดั การเรียนรู้แบบ Active Learning ทรี่ ่วมกับแอพพลิเคชนั นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปี ที่ 4 ตามสมมติฐานขอ้ 2
ตารางที่ 4.3 ผลการเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรยี นและหลังเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่อื ง

ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้นโดยใชส้ ื่อชดุ กิจกรรมการจดั การเรยี นร้แู บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั
แอพพลเิ คชัน สำหรับนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 40 คน

กลมุ่ คะแนน ระยะเวลา nx S D D2 t
ตวั อย่าง เต็ม 547 9147 28.94**
40 8.24 2.93
ม.4 30 ก่อนการทดลอง 40 24.32 1.53

ห้อง 2 หลังการทดลอง

***มนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั .01

จากตารางท่ี 4.3 แสดงให้เหน็ ว่านักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ที่เรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง
ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้นโดยใช้สอื่ ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับ แอพพลเิ คชนั
มีค่าเฉลยี่ ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนเรยี นเท่ากับ 8.24 และค่าเฉล่ยี ของ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหลงั เรยี น
เท่ากบั 24.32 เม่อื นำไปทดสอบค่าเฉล่ยี ด้วย t-test พบวา่ นกั เรียนมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลังเรยี นสูงกวา่ ก่อน
เรียนอย่างมนี ัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนักเรยี นทีเ่ รียนโดยใช้สื่อชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning
ในการวเิ คราะห์ ความพงึ พอใจของนกั เรยี นทเ่ี รยี นวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้ โดย ใช้

สอื่ ชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ทรี่ ว่ มกบั แอพพลิเคชัน นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้
กำหนดระดับของความคดิ เห็นและความรสู้ กึ ไว้ 5 ระดับ คือ

มากทส่ี ุด ให้คะแนนเทา่ กับ 5
มาก ให้คะแนนเทา่ กบั 4
ปานกลาง ให้คะแนนเท่ากบั 3
นอ้ ย ให้คะแนนเท่ากบั 2

68

นอ้ ยท่สี ุด ให้คะแนนเท่ากับ 1

นำคะแนนมาหาค่าเฉล่ยี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเปน็ รายข้อ สำหรับการวเิ คราะห์ ความมากน้อยของ

ความพึงพอใจ ไดก้ ำหนดเกณฑ์การแปลความหมายไวด้ ังน้ี

คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถงึ มากทีส่ ุด

คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถงึ มาก

คะแนนเฉลย่ี 2.51 – 3.50 หมายถึง ปานกลาง

คะแนนเฉล่ยี 1.51 – 2.50 หมายถงึ น้อย

คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง น้อยท่ีสดุ

ตารางท่ี 4.4 แสดงค่าเฉล่ียความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์ เร่อื ง ตรรกศาสตร์

เบ้ืองต้น โดยใช้สือ่ ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั แอพพลิเคชัน นักเรยี นช้นั

มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4

ท่ี รายการ X S แปลผล
0.60 มาก
1 รูปเลม่ ขนาดเหมาะสม และปกมคี วามสวยงาม 4.00

2 เน้อื หาไมม่ ากเกินไป และไมซ่ ับซ้อน 4.18 0.71 มาก

3 การใช้ภาษา อ่านแล้วเข้าใจงา่ ย 4.06 0.65 มาก

4 นักเรียนมีความสขุ และสนกุ กบั การเรยี น 4.24 0.70 มาก

5 ช่วยทำให้นกั เรยี นเกิดการพัฒนาทักษะ/ 4.29 0.63 มาก

กระบวนการ ทางคณติ ศาสตร์

6 มกี ิจกรรมท่ีเน้นใหน้ ักเรยี นได้ปฏบิ ัติ 4.35 0.60 มาก

7 การวัดผลและประเมนิ ผลมีหลกั เกณฑ์การ 4.26 0.75 มาก

ประเมนิ ผล งานท่ีมอบหมายไวอ้ ย่างชดั เจน

8 การวัดผลครอบคลุมจดุ ประสงค์ และเน้อื หา 4.52 0.62 มากที่สุด

9 ชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active 4.65 0.49 มากที่สุด

Learning ที่ รว่ มกบั แอพพลิเคชนั ชดุ นีช้ ่วยให้

นักเรยี นไดร้ ับความรู้

10 ความรู้ท่ีได้จากชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ 4.74 0.45 มากทีส่ ดุ

แบบ Active Learning ทรี่ ่วมกบั แอพพลิเค

ชัน เรอ่ื งตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ชดุ นี้สามารถ

นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

รวม 4.31 0.43 มาก

69

จากตารางท่ี 4.4 พบว่าคะแนนเฉล่ียความพึงพอใจในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน วิชาคณติ ศาสตร์
เรือ่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้นโดยใชส้ ่ือชุดกจิ กรรมการจดั การเรยี นร้แู บบ Active Learning ที่ร่วมกับแอพพลิเคชัน
นักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรวมนักเรียนมคี วามพึงพอใจใน ระดับมาก ซ่งึ มีคะแนนเฉลี่ยรวมเทา่ กับ 4.31
สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน เทา่ กบั 0.43 รายการท่ี นักเรียนมรี ะดบั ความพึงพอใจมากที่สุด ไดแ้ ก่ ความรทู้ ไ่ี ด้จากชดุ
กจิ กรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับแอพพลิเคชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บื้องต้นชุดกิจกรรม
การจดั การเรียนรู้ แบบ Active Learning ที่รว่ มกบั แอพพลเิ คชัน ชุดนีส้ ามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้
( X = 4.74 , S = 0.45) ชุดนชี้ ่วยใหน้ กั เรยี นไดร้ บั ความรู้ ( X = 4.65 , S = 0.49) การวัดผลครอบคลมุ
จุดประสงคแ์ ละเน้อื หา ( X = 4.52, S = 0.62 ) รายการทีน่ กั เรียนมีระดับความพงึ พอใจมาก ไดแ้ ก่ มกี จิ กรรมที่
เนน้ ให้นกั เรยี นได้ปฏิบัต(ิ X = 4.35 , S = 0.60) ช่วยใหน้ กั เรยี นเกดิ การพัฒนาทกั ษะ/ กระบวนการทาง
คณติ ศาสตร์
( X = 4.29 , S = 0.63) การวดั ผลและประเมนิ ผลมีหลกั เกณฑก์ าร ประเมินผลงานที่มอบหมายไวอ้ ย่างชดั เจน
( X = 4.26 , S = 0.75) นกั เรยี นมีความสุข และสนุกกับ การเรยี น ( X = 4.24 , S = 0.70) เนื้อหาไม่มากเกินไป
และไม่ซับซอ้ น ( X = 4.18 , S = 0.71) การใชภ้ าษา อา่ นแลว้ เข้าใจงา่ ย ( X = 4.06 , S = 0.65) และรปู เลม่
ขนาดเหมาะสม และปกมี ความสวยงาม ( X = 4.00 , S = 0.60)

70

บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

ในบทนผ้ี ู้วิจยั ขอสรุปผลการวิจัย อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ อนั เนือ่ งมาจากการ ดำเนินงานวิจัย
การพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณติ ศาสตร์ โดยใชก้ ระบวนการการจดั การ เรียนรูแ้ บบ Active Learning
ทร่ี ว่ มกบั ดว้ ยแอพพลเิ คชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บอื้ งตน้ นกั เรยี น ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนชมุ พลโพนพสิ ยั
อำเภอโพนพสิ ยั จงั หวดั หนองคาย ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 ดงั นี้

วัตถุประสงคข์ องการวจิ ยั
1. เพื่อสร้างและหาประสิทธภิ าพของการจดั การเรียนรู้ โดยใชช้ ดุ กิจกรรมการจดั การ เรียนร้แู บบ Active

Learning ทร่ี ว่ มกับแอพพลเิ คชนั เร่อื ง ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งตน้ ให้มปี ระสิทธภิ าพ 80/80
2. เพอื่ เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรยี น โดยใชช้ ุดกิจกรรมการ จัดการเรียนรู้

แบบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับแอพพลเิ คชัน เรื่อง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้ ของ นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
3. เพ่อื ศึกษาดัชนีประสิทธผิ ลของการจดั การเรียนรู้โดยใช้ชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ แบบ Active

Learning ทีร่ ว่ มกับแอพพลเิ คชัน เรื่อง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้ มีคา่ ตั้งแต่ 0.50 ข้นึ ไป
4. เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการ จัดการเรียนร้แู บบ

Active Learning ทร่ี ่วมกับแอพพลเิ คชนั เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งต้น ของ นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 อยู่ใน
ระดบั มาก

สมมติฐานของการวิจัย
1. เพื่อสรา้ งและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชดุ กจิ กรรมการจดั การ เรยี นรูแ้ บบ Active

Learning ท่ีรว่ มกับด้วยแอพพลิเคชนั เร่ือง ตรรกศาสตรเ์ บื้องตน้ ของนกั เรียน ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ให้มี
ประสทิ ธภิ าพ 80/80

2. ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรูแ้ บบ Active Learning ทร่ี ว่ มกับดว้ ย
แอพพลเิ คชัน เร่ือง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้น ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 หลงั เรียน สงู กวา่ ก่อนเรียน อย่างมี
นยั สำคัญทางสถิติทีร่ ะดบั 0.01

3. ดชั นปี ระสิทธิผลของการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้ชุดกจิ กรรมการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning
ทร่ี ่วมกับดว้ ยแอพพลิเคชัน เรอื่ ง ตรรกศาสตร์เบอื้ งต้น ของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 มีคา่ ตั้งแต่ 0.50 ขึน้ ไป

71

ขอบเขตของการวจิ ยั
1. ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
1.1 ประชากร
ประชากร เปน็ นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นชมุ พลโพนพสิ ยั จงั หวัดหนองคาย ท่ี

เรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ ในหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 มีจำนวนนกั เรยี น 450 คน

1.2 กลุ่มตัวอยา่ งท่ีใช้ในการวจิ ัย
กลมุ่ ตัวอย่างทีใ่ ช้ในการวิจัย เป็นนกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 หอ้ ง 2 โรงเรียน ชุมพลโพน

พิสัย จงั หวดั หนองคาย ท่ีเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ในหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) ในภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 โดยใช้ ห้องเรยี นเปน็ หนว่ ยการสมุ่ จำนวน1 หอ้ งเรยี นมี
นกั เรียนจำนวน 40 คน ซ่งึ นกั เรยี นแต่ละหอ้ งมีผลการเรยี นไม่แตกตา่ งกัน เนือ่ งจากทางโรงเรยี นจดั ห้องเรียนโดย
คละความสามารถของนักเรียน ในการทำกจิ กรรมเรือ่ ง ตรรกศาสตร์เบ้อื งตน้ จัดเป็น 8 กลุ่ม กลมุ่ ละ 4–5 คน ตาม
สัดสว่ นของ นักเรียนเกง ปานกลาง และออน และเรียงลำดับคะแนนของวิชาคณิตศาสตร์ จากมากไปหานอ้ ย ดงั น้ี

กลุ่มที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
คนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

2. ตัวแปรท่ีใช้ในการวิจยั
2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ การจดั การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

ท่รี ่วมกบั ดว้ ยแอพพลเิ คชัน เร่อื ง ตรรกศาสตร์ เบ้ืองตน้
2.2 ตวั แปรตาม ได้แก่
2.2.1 ประสทิ ธิภาพของการจดั การเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ แบบ Active

Learning ทรี่ ่วมกบั ด้วยแอพพลิเคชัน เรื่อง ตรรกศาสตร์เบื้องตน้
2.2.2 ดชั นีประสทิ ธิผลของการจัดการเรียนรู้ โดยใชช้ ดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ แบบ Active

Learning ทร่ี ่วมกบั ด้วยแอพพลิเคชนั เรื่อง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งตน้
2.2.3 ความพึงพอใจของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 โดยใชก้ ระบวนการ จดั การเรียนรู้แบบ

72

Active Learning ทีร่ ว่ มกบั ด้วยแอพพลเิ คชัน เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบอื้ งตน้ ของ นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 อยู่ใน
ระดบั มาก

3. เนอ้ื หาทใ่ี ช้ในการวจิ ัย
เน้ือหาที่ใช้ในการวจิ ัยครง้ั นเ้ี ปน็ เนอ้ื หาที่อยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช

2551 (ฉบบั ปรับปรงุ 2560) ในระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 โดยเน้อื หาเร่ือง ตรรกศาสตร์เบอื้ งต้น รวม 20 ชว่ั โมง

4. เครื่องมอื ทใี่ ชใ้ นการศึกษา
1. คูมือการใช้เปน็ คูมอื ที่จัดทำข้ึน เพ่อื ให้ผ้ใู ช้ได้ศึกษาและปฏิบัตติ ามประกอบดว้ ย แผนการจัดการ

เรยี นรวู้ ิชาคณติ ศาสตร์ เร่ือง ตรรกศาสตร์เบ้อื งต้นโดยใช้สอื่ ชุดกจิ กรรมการจัดการ เรยี นรู้แบบ Active Learning
ที่รว่ มกับดว้ ยแอพพลิเคชนั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ที่ผา่ นการ ตรวจสอบคุณภาพ โดยผู้เชีย่ วชาญ และนำมา
ปรบั ปรงุ แกไข

2. สือ่ การสอนวิชาคณติ ศาสตร์ ชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning ท่ีรว่ มกับด้วย
แอพพลิเคชัน เรอ่ื ง ตรรกศาสตรเ์ บ้ืองต้นมีประสิทธิภาพ 81.11/81.08 และมี ประสิทธผิ ลเท่ากับ 0.74

3. แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง
ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งตน้ โดยใช้สอ่ื ชุดกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ที่ร่วมกบั ด้วยแอพพลิเคชนั
สำหรบั นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบปรนยั เลือกตอบมี 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อที่ผวู้ ิจัยสรา้ งขนึ้ ซึง่ มี
ค่าความเชอื่ มัน่ เทา่ กับ 0.89 โดยใช้สูตรของคเู ดอร– รชิ ารดสนั (Kuder Richardson Method: KR - 20) คา่ ความ
ยากง่าย (p) อยรู่ ะหวา่ ง 0.20 – 0.80 มคี ่า อำนาจจำแนก (r) ระหวา่ ง 0.20 – 1.00
4. แบบสอบถามความพงึ พอใจในการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์ เร่อื งตรรกศาสตรเ์ บอ้ื งต้น โดยใชช้ ุดกิจกรรมการ
จดั การเรียนร้แู บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั ดว้ ยแอพพลิเคชันสื่อ สำหรับนกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ท่ีผ่าน
การตรวจสอบความเหมาะสมโดยผเู้ ช่ียวชาญ และมีคา่ สัมประสิทธแ์ิ อลฟา ( α-Coefficient) ได้คา่ ความเช่ือม่ัน
Alpha เทา่ กับ 0.89

5. ระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการทดลอง
การทดลองครง้ั น้ี กระทำในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 โดยใชก้ ับวิชาคณติ ศาสตร์ เร่ือง

ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้นเวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง

6. วิธีดำเนนิ การทดลอง
6.1 นำชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ท่ีร่วมกับแอพพลเิ คชัน ทผี่ ูเ้ ชี่ยวชาญ

ตรวจแลว้ นำมาปรับปรงุ แกไข แลว้ นำมาปรับปรงุ แกไขตามข้อเสนอแนะ แลว้ นำไป ทดลองกับนักเรียน
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนชมุ พลโพนพสิ ยั ตำบลจมุ พล อำเภอโพนพิสัย จงั หวดั หนองคาย ภาคเรียนท่ี 1
ปกี ารศึกษา 2564 ท่ไี ม่ใชก่ ล่มุ ตวั อยา่ งและไม่เคยเรียนเน้อื หา เรอ่ื ง ตรรกศาสตร์เบ้ืองต้น เพ่ือหาประสิทธภิ าพ

73

ของส่ือชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ทร่ี ่วมกบั แอพพลิเคชัน
ผูวิจัยดาํ เนนิ การหาประสทิ ธภิ าพของชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ที่รวม

กบั แอพพลิเคชัน ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพของกระบวนการ/ประสทิ ธิภาพของ ผลลพั ธ ซ่ึงกําหนดไว้ 80/80
ตามลาํ ดับขน้ั ดงั นี้

6.1.1 ทดลองใช้ชดุ กจิ กรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ทีร่ วมกับ
แอพพลิเคชนั เรือ่ งตรรกศาสตรเบ้ืองตน เพอ่ื เปนการตรวจสอบประสิทธิภาพแบบรายบุคคลกบั นกั เรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 ท่ไี มใช่กลมุ ตวั อยางและไมเคยเรียน เรอื่ ง ตรรกศาสตรเบื้องตน
ในรายวิชาคณิตศาสตรพืน้ ฐาน รหัส ค 31103 มากอ่ น จํานวน 3 คน โดยสมุ่ แบบเจาะจง ที่มีผลคะแนนเฉลย่ี อยู
ในระดบั สงู ปานกลาง และต่ำ อยางละ 1 คน จากการ ทดลอง พบปัญหานักเรียนทําแบบทดสอบหลงั เรียนและ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ไม่ถงึ เกณฑ์ท่กี ําหนด 80/80 จงึ ตอ้ งดําเนนิ การปรบั ปรุงแกไขตอไป โดย
ปรับเนอ้ื หาและการทําบางตอน ท่ยี ากและซับซ้อนเกนิ ไป มีการปรบั ภาษาใหง้ ายขนึ้

6.1.2 ทดลองชดุ กิจกรรมการจดั การเรยี นรูแบบ Active Learning ที่รวมกบั แอพพลิ
เคชัน เรือ่ ง ตรรกศาสตรเบ้อื งตน เพ่ือตรวจสอบประสทิ ธิภาพของชดุ กิจกรรมการจดั การ เรยี นรูแบบ Active
Learning ท่ีรวมกับแอพพลิเคชนั เรือ่ ง ตรรกศาสตรเบื้องตน ตามเกณฑ์ 80/80 กบั กลุมเล็ก กบั นกั เรียนชน้ั
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ท่ีไมใชกลมุ ตวั อยางและไมเคยเรียน เร่อื ง ตรรกศาสตรเบ้ืองตน
ในรายวิชาคณิตศาสตรพืน้ ฐาน รหสั ค31103 มา ก่อน จํานวน 9 คน โดยสมุ่ แบบเจาะจง ทีม่ ีผลคะแนนเฉล่ยี อยูใน
ระดับสูง ปานกลาง และตำ่ อยางละ 3 คน หลงั การเรียนใหน้ กั เรียน ทําแบบทดสอบหลังเรียนและแบบทดสอบ
วัดผล สมั ฤทธ์ิทางการเรียน นําคะแนนท่ีไดจากการทําแบบทดสอบมาคํานวณหาประสิทธภิ าพของชุด กจิ กรรมการ
จดั การเรยี นรูแบบ Active Learning ทรี วมกบั แอพพลเิ คชัน เรอื่ ง ตรรกศาสตรเบ้อื งตน

6.1.3 ทดลองชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ทร่ี วมกบั แอพพลิ
เคชนั เร่อื ง ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน ซง่ึ ไดรบั การปรบั ปรงุ แล้วไปใช้กับนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1
ปกี ารศึกษา 2564 ซงึ่ ไมใชกลมุ ตัวอยางและไมเคยเรยี น เร่ืองตรรกศาสตร ในรายวิชาคณติ ศาสตรพื้นฐาน รหสั
ค31103 มากอ่ น จาํ นวน 30 คน โดยส่มุ แบบเจาะจง ทดลองภาคสนาม หลังการเรียนให้นักเรียน ทําแบบทดสอบ
หลังเรยี น และแบบทดสอบวัดผล สมั ฤทธท์ิ างการเรยี นมาคํานวณหาประสทิ ธภิ าพของชุดกจิ กรรมการจัดการเรยี นรู
แบบ Active Learning ทรี วมกับแอพพลิเคชัน เรื่องตรรกศาสตรเบอื้ งตน ตามเกณฑ์ 80/80

6.2 ผูวิจยั สอนนกั เรียนกลุมตัวอยาง จํานวน 40 คน โดยใช้ชดุ กิจกรรมการ จัดการเรยี นรูแบบ
Active Learning ทีร่ วมกับแอพพลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเบ้อื งตน ที่ผูวจิ ยั สรางข้นึ ใช้เวลาทั้งสน้ิ 18 ชั่วโมง

6.3 เมอ่ื เสรจ็ การเรียนครบ 18 ชวั่ โมงแล้วผูวจิ ยั ทําการทดสอบนักเรยี นกลุมตัวอยางดวย
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเร่อื ง ตรรกศาสตรเบอื้ งตน เปนขอสอบปรนยั จํานวน 30 ขอ ใชเ้ วลา
ทดสอบ 60 นาที ซ่งึ ผูวจิ ยั ไดสรางขึน้ โดยการคดั เลอื กและปรับปรงุ ตามเกณฑ์ทก่ี ําหนด

6.4 วเิ คราะหผลการทดสอบโดยการตรวจให้คะแนนตอบถูก 1 คะแนน ขอทตี่ อบ ผิดหรอื ไมตอบ

74

หรือตอบมากกวาหนึ่งคาํ ตอบ ให้ขอละ 0 คะแนน แล้วคะแนนทไี่ ดมาวเิ คราะหหาคาเฉลย่ี สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และทาํ การทดสอบสมมติฐานท่ีวา นักเรียนมผี ลสัมฤทธห์ิ ลงั เรยี น สงู กวาก่อนเรยี น โดยใชก้ ารทดสอบสมมตฐิ านใช้
สถติ ิ t– test One Group

6.5 ผูวิจัยนาํ แบบสอบถามวดั ความพงึ พอใจใหน้ ักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ห้อง 1 ภาคเรยี นที่ 1
ปีการศึกษา 2561 โรงเรียนชมุ พลโพนพิสัย จํานวน 40 คน ทําแบบสอบถามวดั ความพึงพอใจหลงั จากเรียนโดยใช้
ส่อื ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ทีร่ วมกบั แอพพลิเคชนั เร่อื ง ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน แลว้ นํา
ผลมาวเิ คราะห หาคาเฉลี่ยส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน จากผลการวิเคราะหพบวานักเรยี นมคี วามพงึ พอใจในการจดั
กิจกรรมการเรียนการสอน วชิ าคณิตศาสตร โดยใชช้ ุดกจิ กรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ท่รี วมกบั
แอพพลเิ คชัน เรื่องตรรกศาสตรเบอ้ื งตน อยูในระดบั มาก

สรปุ ผลการวิจัย
1. สอื่ การสอนวชิ าคณิตศาสตร เร่ือง ตรรกศาสตรเบือ้ งตนทใ่ี ชช้ ุดกิจกรรมการจัดการ เรยี นรูแบบ Active

Learning ที่รวมกับแอพพลเิ คชนั นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 มีประสิทธภิ าพ 81.11/81.08 เปนตามเกณฑ์
80/80 ท่ีกําหนดไว้

2. ประสทิ ธผิ ลของชุดกจิ กรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ทร่ี วมกบั แอพพลิเคชัน เร่ือง
ตรรกศาสตรเบอื้ งตน คิดเปนรอยละ 74 ตามเกณฑ์ดชั นปี ระสิทธผิ ลตงั้ แตรอยละ 50 ข้ึนไป

3. เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นจากคะแนนทดสอบหลงั เรียนสูงกวาคะแนนทดสอบกอ่ นเรียน อยาง
มนี ยั สาํ คัญทางสถิตทิ ี่ระดบั .01 ซง่ึ เปนไปตามสมมตฐิ านท่ีตงั้ ไว้

4. ความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวชิ าคณติ ศาสตร เรอ่ื งตรรกศาสตร์เบื้องตน โดยใช้สื่อ
ชุดกิจกรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ทรี่ วมกบั แอพพลิเคชนั นกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4
โรงเรียนชมุ พลโพนพิสัย เมือ่ พิจารณาคาเฉลีย่ โดยภาพรวมจาก แบบวดั ความพงึ พอใจในการจัดกจิ กรรมการเรยี น
การสอนวชิ าคณิตศาสตร โดยใช้ส่ือชุดกิจกรรมการ จัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ที่รวมกบั แอพพลเิ คชัน
เรือ่ งตรรกศาสตรเบือ้ งตน นกั เรยี นมี ความพงึ พอใจโดยภาพรวมอยูในระดับมาก ( X = 4.31 , S = 0.43) รายการที่
นักเรียนมรี ะดบั ความ พงึ พอใจมากที่สุดไดแก ความรูท่ีไดจากชดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning
ทร่ี วมกับแอพพลิเคชัน เร่ืองตรรกศาสตรเบ้อื งตนชุดนีส้ ามารถนาํ ไปใช้ในชีวิตประจําวนั ได ( X = 4.74 , S = 0.45)
ชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ท่รี วมกับแอพพลเิ คชนั ชุดนช้ี วย ให้นกั เรียนไดรบั ความรู
( X = 4.65 , S = 0.49) การวัดผลครอบคลมุ จุดประสงค์และเนอ้ื หา ( X = 4.52 , S = 0.62)

อภิปรายผลการวจิ ัย
ผลการพฒั นาชดุ กจิ กรรมการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ทรี่ วมกบั แอพพลเิ คชัน เรื่อง

ตรรกศาสตรเบือ้ งตน ในครงั้ นี้สามารถอภิปรายผลไดดังน้ี

75

1. ผลจากการศึกษาคนควา ทําให้ไดชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแบบ Active Learning ทรี่ วมกับแอพ
พลเิ คชนั เรือ่ ง ตรรกศาสตรเบื้องตน ท่ีผูวิจัยคนควา สรางและพฒั นา มปี ระสิทธภิ าพ 81.11/81.08 หมายความวา
นกั เรยี นไดคะแนนเฉลีย่ จากการทําชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ที่รวมกับแอพพลิเคชนั คิด
เปนรอยละ 81.11 และคะแนนเฉลย่ี จากการทําแบบทดสอบ วัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นทผ่ี ูวิจัย
สรางขนึ้ คิดเปนรอยละ 81.08 แสดงวาชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรู แบบ Active Learning ท่รี วมกบั แอพพลิเคชนั
เรื่อง ตรรกศาสตรเบ้ืองตน ที่ผูวิจัยสรางข้นึ มี ประสิทธิภาพสงู กวาเกณฑ์ 80/80 ตามสมมตุ ิฐานทตี่ ง้ั ไว้ อาจเปน
เพราะวาชุดกิจกรรมการจดั การ เรยี นรูแบบ Active Learning ท่รี วมกบั แอพพลเิ คชนั เร่ืองตรรกศาสตรเบอ้ื งตน ที่
ผวู ิจัยสรางขน้ึ ได ผานขั้นตอนกระบวนการออกแบบอยางเปนระบบ และมีวธิ กี ารทเ่ี หมาะสม โดยเร่ิมตง้ั แตการเลอื ก
เน้ือหาสาระ การศึกษาเอกสารหลกั สตู ร คูมอื ครู และเอกสารตาง ๆ ท่ีเกี่ยวของกบั การ จดั การเรยี นรคู ณิตศาสตร
การวเิ คราะหเนอ้ื หา ตามมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วัด กาํ หนดความคดิ รวบยอด ทําจุดประสงค์การเรยี นรู การ
จดั กระบวนการเรียนรแู ละการประเมินผลการ เรยี นรู การจดั ทําคูมอื การใชช้ ุดกิจกรรมการจดั การเรียนรแู บบ
Active Learning ทรี่ วมกับ แอพพลิเคชนั เรื่องตรรกศาสตรเบอ้ื งตน

ชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ที่รวมกับแอพพลิเคชัน เรื่อง ตรรกศาสตรเบ้อื งตน ท่ี
ผวู จิ ยั สรางขนึ้ ไดผานการตรวจสอบจากผูเช่ยี วชาญ และไดทดลองปรบั แกไข เพื่อหาคุณภาพของชุดกจิ กรรมการ
จดั การเรียนรูแบบ Active Learning ทีร่ วมกับแอพพลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเบ้อื งตน นาํ ชดุ กิจกรรม ปรบั แกไข
ปรับปรงุ ให้เหมาะสมตามขอเสนอแนะของผูเชยี่ วชาญ ดังนี้

แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน ควรมีจํานวนขอที่เทา่ กนั และใช้เวลาในการ ทดสอบเท่ากัน ไดปรับ
แกไขให้แบบทดสอบมีจาํ นวนขอเทา่ กนั ใช้เวลาสอบเทา่ กนั เพอ่ื ทราบพน้ื ฐานความรู แล้วเปรียบเทยี บวานกั เรยี นมี
การเรียนรเู พิ่มข้นึ หรือนกั เรียนยังไมมีความรู ไดสอนซอมเสริมใหน้ กั เรียนมีความรู ซง่ึ สอดคล้องกบั ผลการศกึ ษา
ของ พรชัย ต้งั ย่ิงยง (2551) การพฒั นาชุดกิจกรรมคณิตศาสตรเพม่ิ เติม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ผลการวิจัยพบวา
1) ชดุ กจิ กรรมคณิตศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ เร่ืองพหนุ าม มีประสทิ ธิภาพ 87.50 / 78.00 ซ่ึงมปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์
75 /75 สอดคลอ้ งกับ ลกั ขณา ภวู ิลัย (2552) พัฒนาแบบฝึกทักษะคณติ คดิ สรางสรรคเ์ ร่ือง การบวกลบ ระคนของ
นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นบริบาลภูมเิ ขตต อําเภอบานผอื จงั หวดั อุดรธานี จํานวน 60 คน
ผลการวิจยั พบวา แบบฝกึ ทกั ษะคณิตคดิ สรางสรรค์มีคาประสิทธิภาพของ กระบวนการและประสิทธภิ าพของ
ผลลพั ธเท่ากับ 84.88/82.56 สอดคล้องกบั สคุ นธธา ธรรมพทุ โธ (2552 : 125) ไดศกึ ษาผลการจัดการเรียนรแู บบ
บรู ณาการเชงิ วิธีการทเ่ี นน้ กระบวนการกลมุ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการแก้ปญั หา ทักษะการเช่อื มโยงทางคณติ ศาสตร
และพฤติกรรมการทาํ งานกลุม ของ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการศกึ ษาพบวานักเรียนทไี่ ดรบั การการ
จดั การเรยี นรูแบบบูรณาการ เชงิ วธิ กี ารเน้นกระบวนการกลุมเพือ่ พฒั นาทกั ษะการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร เรอ่ื ง
ความนาจะเปน มที ักษะการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร เรื่องความนาจะเปน มที กั ษะการแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร
เกนิ รอยละ 70
อยางมนี ยั สําคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .01 สอดคลอ้ งกับ สุภลกั ษณ เธยี รเชาว (2555 : 171) ไดศกึ ษาการเปรยี บเทยี บ

76

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ความสามารถในการแกป้ ัญหาและทกั ษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร รายการเรียนวิชา
วิทยาศาสตร เรอ่ื งสารและการเปล่ียนแปลง หรอื วา การเรยี นโดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรูเชงิ รุกและการเรียนรโู ดยใช้
ปัญหาเปนฐาน ของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ผลการศึกษาพบวา 1) ประสทิ ธภิ าพของแผนการจัดการเรียนรู
โดยใชก้ จิ กรรม การเรยี นเชงิ รกุ และแผนการจดั การเรียนรโู ดยใช้ปัญหาเปนฐาน กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 เร่อื งสาร และการเปล่ยี นแปลง มคี า (E1/E2) เทา่ กบั 78.03/77.47 และ 77.63/78.28
ตามลาํ ดบั สอดคลอ้ งกบั เชิดศกั ด์ิ ภักดวี ิโรจน (2556 : 172 -175) ไดศึกษาผลของ การจดั การเรยี นรเู ชงิ รุก เร่อื ง
ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร ทมี่ ีผลตอความสามารถในการ แกป้ ัญหาทางคณติ ศาสตร การคิดอยางมี
วิจารณา และความเชอื่ มน่ั ในตนเอง ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 หลังไดรับการจัดการเรยี นรูเชงิ รุก เรอ่ื ง
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร ของ นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 สงู กวาเกณฑ์รอยละ 65 อยางมนี ยั สําคัญ
ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .01 ความสามารถในการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณ เร่อื ง ทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร ของ
นกั เรียนชั้น มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 สงู กวาก่อนไดรบั การจัดการเรียนรูอยางมนี ัยสําคญั ทางสถิติทรี่ ะดบั .01 ความ
เชอื่ มัน่ ในตนเอง เร่อื ง ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร ของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 สงู กวากอ่ นไดรบั
การจดั การเรยี นรู อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01 สอดคล้องกับ กิรณา องึ้ สกลุ (2556 : 131-132) ไดศกึ ษา
การสรางวิธกี ารสอนของโพลยารวมกบั แอพพลเิ คชนั บนคอมพวิ เตอร พกพา (Tablet) เพ่ือพัฒนาทักษะการแก
โจทย
ปัญหาคณติ ศาสตรสําหรบั นักเรียนชวงชน้ั ท่ี 2 โรงเรยี นบานทาเสาเภา จังหวัดสุราษฎรธานี มีผลการวิจัย ดงั นี้
ผลการทดลองเพ่ือหาผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรยี นของนกั เรยี นพบวานกั เรยี นมีคะแนนสอบหลังเรียนสงู กวาคะแนน
สอบกอ่ นเรียนอยางมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดบั .01 สอดคล้องกับ มยรุ ี โรจนอรุณ (2559 : 83) ไดศึกษาผลของการ
จดั การเรียนรูเชงิ รุกรวมกบั กระบวนการกลมุ ท่มี ีตอความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร และวามสามารถ
ในการทํางานกลุม ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการศึกษาพบวา 1) ความสามารถในการแก้ปัญหาทาง
คณติ ศาสตรของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 เรอื่ ง ทิศ แผนที่ และแผนผัง หลงั ไดรับการจัดการเรียนรเู ชิงรกุ ร
วมกับกระบวนการกลมุ สูงกวาก่อนไดรับการจดั การ เรยี นรอู ยางมีนยั สําคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .01 2) ความสามารถ
ในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตรของ นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เร่อื ง ทิศ แผนที่ และแผนผัง หลงั ไดรบั การ
จัดการเรียนรูเชงิ รุก รวมกับกระบวนการกลุมสงู กวาเกณฑร์ อยละ 70 อยางมีนัยสําคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ .01
3) ความสามารถในการทาํ งานกลุม ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาที่ 6 เร่อื ง ทศิ แผนที่ และแผนผงั หลังไดรบั การ
จดั การเรียนรูเชิงรุกรวมกบั กระบวนการกลมุ สูงกวากอ่ นไดรับการจัดการเรยี นรอู ยางมี นยั สําคญั ทางสถติ ิท่ี
ระดบั .01

2. การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นจากคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกวาคะแนน กอ่ นเรยี น อยางมี
นยั สําคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดบั .01 ซง่ึ เปนไปตามสมมติฐานทีต่ ง้ั ไว้ แสดงวาการเรยี น โดยใชช้ ดุ กิจกรรมการจัดการเรียน
รแู บบ Active Learning ทรี่ วมกับแอพพลิเคชัน เรื่อง ตรรกศาสตรเบือ้ งตน สรางชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรูแบบ
Active Learning ท่รี วมกับแอพพลเิ คชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน ไดผานการประเมนิ คุณภาพและปรับปรุง

77

ตามทผ่ี ูเช่ียวชาญดานเน้อื หา และสอ่ื การนําเสนอแนะนาํ ในส่วนของเครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ นการทดสอบหาผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียนไดผาน กระบวนการวเิ คราะหขอสอบ ประเมินหาคาความสอดคลอ้ งของขอคาํ ถามกับวัตถปุ ระสงค์
เชิงพฤตกิ รรม ซ่ึงสอดคล้องกบั ผลการศึกษาของ กิรณา อ้งึ สกุล (2556) วธิ ีการสอนโพลยารวมกับแอพพลิเคชนั บน
คอมพวิ เตอรพกพา (Tablet) เปนวธิ ีการสอนทป่ี ระกอบดวยระบบในการเรียนทีม่ งุ พฒั นาทักษะการแกโจทยปญั หา
ทางคณติ ศาสตร 4 ขั้นตอน คือข้นั ตอนท่ี 1 ขั้นทําความเขา้ ใจปญั หา ข้ันตอนที่ 2 ขน้ั วางแผนแกป้ ญั หา ข้ันตอนที่
3 ขน้ั ดําเนนิ การตามแผน และขน้ั ตอนท่ี 4 ขัน้ ตรวจสอบ ผลการทดลองเพ่ือหาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี น
พบวา นักเรียนมคี ะแนนสอบหลังเรียนสูง กวาคะแนนสอบก่อนเรียนอยางมีนยั สําคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .01

การจดั การเรยี นรูเชิงรุก (การจดั การเรยี นรูแบบActive Leanring) เปนการจดั การ เรียนรูท่เี ปดโอกาสให้
นกั เรียน นักเรียนทํางานเปนทมี การทํางานรวมกนั นักเรียนให้มปี ระสบการณ์ ในดานความเปนอิสระในการคนคว
าแก้ปัญหา เพ่อื หาคาํ ตอบ ผูเรียนสว่ นใหญมกี ารพัฒนาตนเอง เพิ่มขึ้น การเรยี นแบบทมี ผูเรยี นไดทํางานเปนทมี มี
ปฏสิ มั พนั ธมากขึ้นไดพัฒนาสะทอนเนอ้ื หาสาระ และเพ่มิ โอกาสในการฝึกทักษะระดบั ความคิดไดสูงข้ึน ทําให้
นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสูงขนึ้ ซงึ่ สอดคลอ้ งกับผลการศึกษาของ Letassy, A. Nancy ; & Fugate,
E.S.(2008 : 103 – 110). ได รายงานการศกึ ษาเปรียบเทียบรปู แบบการสอนระหวางการเรยี นแบบบรรยายกบั การ
เรียนแบบทีม พบวาการเรยี นแบบ ทีมนักเรยี นไดทาํ งานเปนทมี มีปฏิสัมพนั ธมากข้นึ ไดพัฒนาสะทอนเน้อื หาสาระ
และเพ่ิมโอกาสในการฝกึ ทกั ษะระดับความคดิ ไดสูงขึน้ และMcalpine. (2000). ศึกษาเก่ียวกบั การ เรยี นการสอน
แบบออนไลนรวมกับวิธกี ารเรียนรแู บบรวมกัน เพื่อนํามาใช้กบั นักศึกษาระดับ บัณฑติ ศกึ ษาในสาขาบรหิ ารธุรกิจ
เพือ่ เพิม่ ทกั ษะในดานการวเิ คราะห การติดตอสอ่ื สาร การเจรจา ตอรอง การทํางานรวมกัน การทํางานเปนทีม
ผลการวจิ ัยพบวา การเรยี นรูรวมกนั นัน้ ผเู รียนสว่ น ใหญมคี วามรูสึกที่ดีตอการทาํ งานรวมกัน โดยเฉพาะการไดเรยี น
รขู อมลู จากผูเรยี นคนอน่ื ๆ และเหน็ วาเปนขอมูลที่มีคณุ คา ทําให้เกดิ ความเขา้ ใจในการเรียนเพิม่ ข้ึน การพฒั นา
ทกั ษะในการแกป้ ญั หา การใช้ประสบการณ์และความรูในการทํางานท่ไี ดรบั มอบหมาย ผูเรยี นสว่ นใหญมีการ
พัฒนาตนเอง เพม่ิ ขึน้ Nam Ju Kim (2017). ไดทําการศกึ ษา Enhancing Students’ Higher Order Thinking
Skills through Computer – based Scaffolding in Problem Based Learning ซึง่ เปนการ เสริมสรางทักษะ
การคดิ ขน้ั สงู ของนกั เรยี นผานการใชค้ อมพิวเตอรเปนฐานความชวยเหลอื ในการเรยี น แบบใช้ปัญหาเปนฐาน
วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ให้นกั เรยี นไดศกึ ษาปญั หาที่เกิดข้ึนเรยี นรจู ากปัญหาและ แกไขปัญหาดวยการใหค้ ําแนะนําจาก
ระบบฐานความชวยเหลือ ชวยเพมิ่ ความสามารถของนกั เรยี นให้ มปี ระสบการณ์ในดานความเปนอิสระในการคนคว
าแกป้ ญั หา เพือ่ หาคาํ ตอบ และสามารถปรบั แตง โครงสรางของฐานความชวยเหลอื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความต้องการ
และรองรบั ความแตกตางกนั ของ นักเรียน เมื่อวิเคราะหขอมลู ทางสถิติ Metadata แบบ Bayesian เพื่อระบุผลของ
ระบบฐานความ ชวยเหลือพบวา สงผลตอความรูความเขา้ ใจ (g = 0.385) ตอการเรียนแบบใชป้ ัญหาเปนฐาน
สําหรับ การศึกษา STEM และสามารถสนบั สนนุ การแกป้ ญั หาไดแบบ Just – in – Time และสอดคล้องกับ ผล
การศึกษาของ มยรุ ี โรจนอรุณ (2559 : 83) ไดศึกษาผลของการจัดการเรียนรูเชิงรกุ รวมกบั กระบวนการกลุมทมี่ ตี
อความสามารถในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร และความสามารถในการ ทํางานกลุม ของนกั เรียนชั้น

78

ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ผลการศกึ ษาพบวา 1) ความสามารถในการแก้ปญั หา ทางคณติ ศาสตรของนกั เรียนช้นั
ประถมศกึ ษาปีที่ ุ6 เรอ่ื ง ทศิ แผนท่ี และแผนผัง หลงั ไดรับการ จดั การเรยี นรูเชงิ รกุ รวมกับกระบวนการกลุม
สูงกวากอ่ นไดรบั การจัดการเรียนรูอยางมีนัยสําคัญทาง สถติ ทิ ีร่ ะดบั .01 2) ความสามารถในการแก้ปญั หาทาง
คณติ ศาสตรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 เรอ่ื ง ทศิ แผนที่ และแผนผงั หลังไดรับการจดั การเรยี นรเู ชงิ รกุ ร
วมกบั กระบวนการกลมุ สงู กวาเกณฑ์รอยละ 70 อยางมนี ัยสาํ คญั ทางสถิติท่รี ะดับ .01 3) ความสามารถในการ
ทาํ งานกลุม ของ นกั เรียนช้ันประถมศึกษาท่ี 6 เรื่อง ทศิ แผนท่ี และแผนผัง หลงั ไดรับการจัดการเรียนรเู ชงิ รุกรวม
กับ กระบวนการกลุมสูงกวากอ่ นไดรบั การจดั การเรียนรอู ยางมนี ยั สาํ คัญทางสถติ ิทีร่ ะดบั .01

ดวยเหตผุ ลทกี่ ลาวมาขางตน การจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ท่ีรวมกับแอพ พลิเคชนั เร่อื ง
ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน จึงทําให้นกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เร่ืองตรรกศาสตรเบ้ืองตน
หลังเรยี นดวยสื่อการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ท่รี วมกับแอพ พลิเคชัน เรอื่ งตรรกศาสตรเบอื้ งตน
สูงกวากอ่ นเรียนอยางมนี ัยสาํ คัญทางสถิติท่ีระดบั .01 ซงึ่ สอดคล้องกับผลการศกึ ษาของ ปณุ ยพล จันทรฝอย
(2551) ชุดกจิ กรรมการเรยี นการสอน เรอื่ ง ฟังกชันตรีโกณมติ โิ ดยใช้โปรแกรม C.a.R. สาํ หรับนักเรยี น
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 ผลการวจิ ยั พบวา นักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 ที่เรียนดวยชดุ กจิ กรรมการเรียนการสอน
เรอ่ื งฟังกชนั ตรโี กณมิติ โดยใช้ โปรแกรม C.a.R. สามารถสอบผานเกณฑไ์ ดมากกวารอยละ 70 ของจํานวนนกั เรียน
ทงั้ หมด ทรี่ ะดบั นยั สําคญั .01 สอดคล้องกบั พรชัย ตัง้ ยง่ิ ยง (2551) การพฒั นาชดุ กจิ กรรมคณติ ศาสตรเพม่ิ เตมิ
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ผลการวิจัยพบวา 2) ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร ของนกั เรียนที่ ไดรับการสอน
โดยใชส้ ่อื ชดุ กิจกรรมคณิตศาสตรกบั ส่อื ตามแผนการสอนปกติ แตกตางอยางมี นยั สาํ คญั ทางสถิติท่รี ะดับ .01
นักเรียนกลมุ ท่ีเรยี นดวยส่ือชุดกจิ กรรมคณติ ศาสตรเพม่ิ เติม มี ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนสูงกวากลุมท่ีเรยี นดวยวธิ ี
การสอนแบบปกติ สอดคล้องกบั สภุ ลกั ษณ เธียร เชาว (2555 : 171) ไดศึกษาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธท์ิ างการ
เรียนความสามารถในการแกป้ ัญหา และทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร รายการเรยี นวิชาวทิ ยาศาสตร เร่ือง
สารและการ เปลย่ี นแปลง หรือวาการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรเู ชงิ รกุ และการเรียนรโู ดยใชป้ ญั หาเปนฐาน
ของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการศกึ ษาพบวา 3) นกั เรียนทีเ่ รยี นโดยการจัดกิจกรรม การเรยี นรตู าม
แผนการจัดการเรยี นรูโดยใช้กิจกรรมการเรยี นเชงิ รุก และแผนการจัดการเรยี นรูโดยใช้ ปญั หาเปนฐาน มีคะแนน
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นความสามารถในการคิดแกป้ ญั หาและทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร หลังเรยี นสูง
กวากอ่ นเรยี น อยางมีนยั สาํ คัญทางสถิติทีร่ ะดบั .05 สอดคล้องกบั

3. ประสิทธิผลของชุดกจิ กรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active Learning ทีร่ วมกบั แอพ พลิเคชนั เร่ือง
ตรรกศาสตรเบือ้ งตน คิดเปนรอยละ 74 ตามเกณฑ์ดชั นีประสิทธิผลตั้งแตรอยละ 50 ขนึ้ ไป เปนเพราะวาชดุ
กิจกรรมการจัดการเรยี นรแู บบ Active Learning ทร่ี วมกับแอพพลิเคชนั เรือ่ งตรรกศาสตรเบือ้ งตน ของผูรายงาน
ไดศึกษาการสรางเครอ่ื งมือวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นตาม หลกั การทฤษฎี และกระบวนการสรางโดยมีการ
วเิ คราะหหลักสูตร กาํ หนดหนวยการเรียนรู เปนใบ ความรู ชุดกิจกรรม ใบกิจกรรม ตามมาตรฐานการเรียนรู
ตัวชว้ี ัด วิเคราะหจุดประสงค์การเรียนรู ในเน้ือหาท่ีกาํ หนดไว้ สรางแบบทดสอบตามผลการวเิ คราะหและตรวจสอบ

79

เครือ่ งมอื ตาม กระบวนการประเมินซงึ่ สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ ลกั ขณา ภวู ิลยั (2552) พฒั นาแบบฝกึ ทักษะ
คณิตคิดสรางสรรค์เร่อื ง การบวกลบระคนของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนบรบิ าลภมู ิ เขตต อําเภอ
บานผอื จังหวดั อุดรธานี จํานวน 60 คน ผลการวิจัยพบวา คาดรรชนปี ระสทิ ธิผลของ แบบฝกึ ทักษะคณติ คดิ สราง
สรรคเ์ ร่ือง การบวกลบระคนของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 มีคา เท่ากับ 0.7246 แสดงวานกั เรยี นมีความ
กาวหน้าทางการเรยี นรอยละ 72.46 สอดคล้องกับ สุภลักษณ เธียรเชาว. (2555 : 171) ไดศึกษาการเปรยี บเทียบ
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนความสามารถใน การแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร รายการเรยี นวชิ า
วทิ ยาศาสตรเรอ่ื งสารและ การเปลยี่ นแปลง หรือวาการเรยี นโดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรูเชิงรุกและการเรยี นรโู ดยใช้
ปัญหาเปนฐาน ของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 พบวาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรยี นรโู ดยใช้
กิจกรรม การเรยี นเชงิ รุก และแผนการจดั การเรยี นรโู ดยใช้ปญั หาเปนฐาน กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตร
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องสมการและการเปลี่ยนแปลง มคี าเทา่ กับ 0.57 และ 0.59 สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกบั

4. ความพงึ พอใจในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนวชิ าคณิตศาสตร เร่อื ง ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน โดยใช้
ส่อื ชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ทีร่ วมกับ แอพพลเิ คชนั นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
โรงเรยี นบางแพปฐมพทิ ยาเมอ่ื พจิ ารณาคาเฉลี่ยโดยภาพรวม จากแบบวัดความพงึ พอใจดวย นกั เรียนมคี วาม
พึงพอใจอยูในระดับมาก ( X = 4.31,S = 0.66) ท้ังน้ี อาจเนอ่ื งมาจากชดุ กิจกรรมที่ใช้เปนสอื่ ในการจัดการเรยี น
การสอน ชวยให้นกั เรยี นไดรับความรู

การวัดผลครอบคลมุ จุดประสงคแ์ ละเนื้อหา นักเรียนนาํ ความรูท่ไี ดจากชดุ กจิ กรรม เรอ่ื งตรรกศาสตร
เบ้อื งตน ชุดน้ี ไปใช้ในชวี ิตประจําวันได มีกจิ กรรมท่เี น้นใหน้ กั เรยี นไดปฏิบตั กิ จิ กรรมดวยตนเอง ซงึ่ สอดคลอ้ งกับ
รายงานของ พมิ พนั ธ เดชะคปุ ตและพเยาว ยินดสี ุ 2. (2551) ท่รี ายงานวา เมื่อนําทฤษฎี การสรางความรูมาใชใ้ น
การจัดการเรยี นรูดวยการลงมือปฏิบัตทิ าํ ใหน้ กั เรยี นเกิดการเรยี นรทู ้งั ในดาน เนอ้ื หาสาระและทกั ษะกระบวนการ
และสามารถนําความรูที่ไดจากประสบการณ์ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ชวี ิตประจาํ วนไดอยางถูกต้องและเหมาะสม และสอด
คล้องกบั รายงานของรงุ แกวแดง (2543) ที่ รายงานวา การจดั การเรียนรูดวยวิธที าํ ปฏบิ ัตกิ ารเปนการจดั การเรยี นรู
ที่เปดโอกาสใหน้ กั เรยี นไดลง มือปฏิบตั ิการทดลองโดยผูเรียนสามารถใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตรในการ
แสวงหาความรูนน้ั ดวย ตนเองและความรูทไ่ี ดรับเปนความรูเชงิ ประจกั ษท่ีไดรบั จากการใช้ประสาทสัมผัส จากนัน้
นกั เรียนใช้ กระบวนการคิดเพอ่ื วเิ คราะหและสรางความรูใหมดวยตนเองซึง่ เปนการกระตุนใหน้ กั เรยี นอยาก เรยี นรู
เร่อื งราวตาง ๆ ตอไป ซ่งึ สอดคลอ้ งกับผลการศกึ ษาของ ปณุ ยพล จนั ทรฝอย (2551) ชุด กจิ กรรมการเรยี นการสอน
เรอื่ งฟงั กชันตรโี กณมติ โิ ดยใช้โปรแกรม C.a.R. สําหรบั นกั เรยี นช้ัน มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ผลการวจิ ยั พบวา นกั เรียน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 มคี วามพงึ พอใจในการเรียนเร่ือง ฟงั กชนั ตรโี กณมติ ิ โดยใช้โปรแกรม C.a.R. อยใู นระดับมาก
สอดคลอ้ งกับ กิรณา องึ้ สกุล (2556 : 131-132) ไดศกึ ษาการสรางวธิ ีการสอนของโพลยารวมกบั แอพพลิเคชันบน
คอมพวิ เตอรพกพา (Tablet) เพ่ือพัฒนาทักษะการแกโจทยปญั หาคณติ ศาสตรสาํ หรบั นักเรียนชวงชัน้ ท่ี 2
โรงเรยี นบาน ทาเสาเภา จังหวดั สรุ าษฎรธานี มีผลการวจิ ยั ดงั นี้ ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผูเรยี นทม่ี ตี อ
วิธกี ารสอนของโพลยารวมกบั แอพพลเิ คชนั บนคอมพวิ เตอรพกพา (Tablet) X เท่ากบั 4.59 และ S.D. เทา่ กบั

80

0.50 อยใู นระดับความพงึ พอใจมากท่สี ดุ

ขอเสนอแนะ
1. ขอเสนอแนะทีไ่ ดจากการวจิ ยั
1.1 ผทู จ่ี ะทําชุดกิจกรรมการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ทร่ี วมกบั แอพพลิเคชนั ใน

คณิตศาสตร ควรศึกษาวธิ ีการสราง และเน้อื หาวิชาคณติ ศาสตรท่ีสามารถสรางไดและลงมือทดลองชุดกิจกรรมก่อน
นาํ ไปสอนจริง ซึ่งจะทําให้เกิดความเข้าใจเก่ียวกับเทคนคิ ขน้ั ตอนและ วธิ กี ารตาง ๆ ไดถูกตอ้ ง จงึ จะทําให้การเรียน
รนู ้ีเปนไปตามลาํ ดบั ขน้ั ตอนอยางตอเนือ่ งและประสบ ความสําเรจ็ ตามท่คี าดหวงั

1.2 ครผู ูสอนควรเตรียมอุปกรณการทดลองของแตละชดุ กจิ กรรมให้พร้อม เพ่อื ความสําเรจ็ ใน
การดาํ เนนิ การ อันจะสงผลตอการบรรลจุ ุดประสงค์การเรียนรู

1.3 นักเรียนเรียนโดยใชช้ ดุ กิจกรรมการจดั การเรียนรแู บบ Active Learning ท่ี รวมกับแอพพลิเค
ชนั ตอ้ งใช้เวลามาก เพราะวา นักเรยี นต้องใชเ้ วลาทดลอง เกบ็ ขอมลู เพอ่ื หา ขอเท็จจริงดวยตนเอง และมนี ักเรียน
บางคนไมสาํ เร็จตามเวลาที่กําหนดให้ ครูผูสอนอาจให้นักเรยี นนาํ กลับไปทําเปนการบาน แลว้ ใหน้ กั เรยี นทํามาส
งในวนั รงุ ขึน้ กไ็ ด

1.4 นักเรียนเรียนโดยใช้ชุดกจิ กรรมการจัดการเรียนรแู บบ Active Learning ท่ี รวมกับ
แอพพลิเคชนั เปนการจดั การเรียนการสอนที่ใหน้ ักเรียนศกึ ษาเน้ือหาดวยตนเอง ดงั นัน้ ครผู ูสอนควรดแู ล ให้
คําแนะนาํ อยางใกลช้ ิด

2. ขอเสนอแนะสาํ หรบั การวจิ ยั ครง้ั ตอไป
2.1 ควรทาํ การศึกษาวิจยั เกย่ี วกบั วธิ สี อนแบบอ่นื ๆ ท่ใี ช้เนอ้ื หาตรรกศาสตรเบอื้ งตนกับ ประชากร

กลมุ อ่นื ๆ
2.2 ควรมกี ารศกึ ษาคนควาตัวแปรอ่นื ๆ นอกเหนือจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นเช่น ความสามารถ

ในการให้เหตุผล ทักษะกระบวนการสอื่ สาร ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ความคิดสรางสรรคทาง คณติ ศาสตร
เปนตน

81

บรรณานุกรม

กิรณา อึ้งสกลุ . (2556). การสรางวธิ กี ารสอนของโพลยารวมกบั แอพพลิเคชนั บนคอมพิวเตอร พกพา(Tablet)
เพอ่ื พัฒนาทักษะการแกโจทยปัญหาคณิตศาสตร สําหรบั นกั เรียนชวง ช้นั ที่ 2 โรงเรยี นบานทาเสาเภา
จงั หวัดสุราษฎรธาน.ี ปริญญาครศุ าสตรอตุ สาหกรรม มหาบัณฑิต. กรงุ เทพ ฯ : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี
พระจอมเกลาธนบุร.ี

เขมณฏั ฐ มง่ิ ศิริธรรม. (2559). การออกแบบส่ือการศึกษาสรางสรรค. กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พแหง จฬุ าลงกรณ
มหาวทิ ยาลัย.

คอม 5 ดาว. (ม.ป.ป.). Application คอื อะไร (online). http://www.com 5 dow.com/ไขปญั หาศพั ท
-IT/671-Applicationคอื อะไร. Html.

จารณุ ี สินชยั โรจนกลุ . (2557). เอกสารประกอบการสมั มนาทางวชิ าการ Google Classroom ห้องเรยี นยุคใหม
ในศตวรรษที่ 21. นครปฐม : ภาควชิ าเทคโนโลยีการศกึ ษา มหาวิทยาลยั ศิลปากร.

จินตวีร คลายสงั ข. (2560). การผลติ และใช้สือ่ อยางเปนระบบเพ่อื การเรียนรใู นศตวรรษที่ 21. กรงุ เทพ ฯ :
โรงพมิ พแหงจฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย.

ใจทพิ ย ณ สงขลา. (2561). การออกแบบการเรียนแนวดิจทิ ลั . กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พแหง จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั .
ชมนาด เชอ้ื สุวรรณ. (2561). การเรียนการสอนคณิตศาสตร. กรงุ เทพ ฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลยั .
ชยั ยงค พรหมวงศและคณะ. (2550). “ชุดการเรียนการสอน” ใน ประมวลสาระชุดวิชา การพัฒนา หลกั สตู รและ

สือ่ การเรยี นการสอน หนวยที่ 14 นนทบรุ ี บัณฑิตศกึ ษา สาขาวิชา ศึกษาศาสตร
มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช.
เชดิ ศักด์ิ ภักดวี ิโรจน. (2556). ผลการจัดการเรยี นรูเชิงรกุ เร่ือง ทกั ษะกระบวนการทาง คณติ ศาสตรท่ีมีตอ
ความสามารถในการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร การคิดอยางมี วิจารณญาณและความเช่ือมั่นในตนเอง ของ
นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ปรญิ ญา นิพนธ กศ.ม. (การมัธยมศกึ ษา). กรุงเทพฯ : บณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิ โรฒ. ถายเอกสาร
ดนยั ศกั ด์ิ กาโร. (2562). การปฏวิ ตั ิการสอนสูห้องเรียน 4.0 ดวย Google for Education. กรงุ เทพ ฯ : โรงพิมพ
แหงจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
ทววี ัฒน วฒั นกุลเจรญิ . (2555). ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตรการสอนองคค์ วามรูเพื่อการจดั กระบวนการเรยี น
รทู ี่มปี ระสิทธิภาพ. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพแหงจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
ธรี ชยั ปูรณโชติ. (2532). การสรางผลงานทางวิชาการเพ่ือพัฒนาการเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ : คณะครศุ าสตร

82

จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .

บรรณานุกรม (ตอ)

นพคุณ แดงบญุ .(2552). การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิทยาศาสตรและเจตคติตอ วิทยาศาสตรของนักเรยี นชนั้
มัธยมศึกษาชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ที่ไดรับการจดั การเรยี นรู ดวยชดุ กิจรรมวทิ ยาศาสตร. ปริญญานิพนธ
การศึกษามหาบัณฑติ . มหาวิทยาลยั ศรีนคริ นทรวโิ รฒ, กรงุ เทพฯ

เนาวนติ ย สงคราม. (2557). การศกึ ษานอกสถานท่ีและการศึกษานอกสถานที่เสมอื นเพ่อื การ เรยี นรูเชงิ รุ1.
กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.

บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2542). นวตั กรรมการศึกษา. กรงุ เทพฯ : ศนู ยหนงั สอื จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย.
บุญชม ศรีสะอาด. (2537). การพัฒนาการสอน. พิมพครงั้ ที่ 1. กรงุ เทพฯ : สวุ รี ิยาสาสน.
ปรณัฐ กิจรุงเรืองและรุจิราพร รามศิร.ิ (2560). เอกสารประกอบการอบรมยุทธวิธีจัดการเรยี นรู เชิงรกุ (Active

Learning Strategies) สําหรับการศกึ ษาไทย 4.0 และศตวรรษที่ 21 : การขบั เคล่ือนโดยชุมชนการเรยี นรู
วชิ าชพี ครู (PLC) ของโรงเรียนชองพรานวิทยา และโรงเรียนหนองปลาหมอพทิ ยาคม สหวทิ ยาเขตราชบรุ ี
5. ราชบุรฯี : กลุมนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สาํ นักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา
มัธยมศกึ ษา เขต 8.
ประเสรฐิ สําเภารอด. (2552). การพัฒนาชดุ กิจกรรมเร่อื งระบบนเิ วศในโรงเรยี น สาํ หรบั นักเรยี น ระดับ
มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนเซนตดอมนิ ิ1. สารนิพนธ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิต
วิทยาลยั มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.
ปราวณี ยา สุวรรณณฐั โชติ. (2561). การเรียนเชงิ รกุ (Active Learning). กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ แหงจุฬาลงกรณ
มหาวทิ ยาลยั .
ปณุ ยพล จันทรฝอย. (2551). ชุดกิจกรรมการเรยี นการสอน เรอื่ งฟงั กชันตรโี กณมติ โิ ดยใช้ โปรแกรม C.a.R. สําหรบั
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4. ปรญิ ญานพิ นธ กศ.ม. (คณติ ศาสตร). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวทิ ยาลยั
มหาวิทยาลยั ศรนี ทรวโิ รฒ.
พรชยั ตง้ั ย่งิ ย4. (2551). การพัฒนาชุดกิจกรรมคณติ ศาสตรเพ่ิมเติม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1. ครศุ าสตรมหาบัณฑติ .
อุบลราชธานี : มหาวิทยาลยั อุบลราชธานี
พวงเพญ็ สงิ โตทอ4. (2548). การศกึ ษาผลการจดั การเรยี นรดู วยชุดกิจกรรมสาํ รวจคนหาทาง วทิ ยาศาสตรทีม่ ีตอ
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นและการคดิ แกป้ ัญหาทางวิทยาศาสตร. ปรญิ ญานพิ นธ กศ.ม. กรงุ เทพฯ :
มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
พัฒนาคณุ ภาพวิชาการ. (พว.) จํากดั . (2561). เอกสารประกอบการอบรมครูและบคุ ลากรทาง การศึกษาระดับ

83

มธั ยมศกึ ษา เรอ่ื งการเรยี นรสู กู ารปฏบิ ัติ Active Learning ตามกรอบ แนวคดิ ยทุ ธศาสตรและทิศทางการ
พัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพสูมาตรฐานสากล เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-Netและ PISE

บรรณานกุ รม (ตอ)

ที่สอดคลอ้ งกบั การเรยี นรูใน ศตวรรษที่ 21 สู Thailand 4.0. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ
(พว.) จาํ กดั
พชิ ติ ฤทธิ์จรญู . (2549). การวิจัยเพื่อพฒั นาการเรียนรู ปฏบิ ัตกิ ารวจิ ยั ในชั้นเรยี น. กรุงเทพฯ : เฮา ออฟ เคอรมสี ท.
________. (2553). หลักการวัดและประเมนิ ผลการศกึ ษา. พิมพครัง้ ที่ 6 กรงุ เทพฯ : เฮา ออฟ เคอรมีสท.
________. (2554). ระเบยี บวธิ ีการวจิ ัยทางสงั คมศาสตร. พมิ พครั้งท่ี 5 กรุงเทพฯ : เฮา ออฟ เคอร มสี ท.
________. (2557). หลักการวดั และประเมินผลการศึกษา. พมิ พครง้ั ที่ 9 กรุงเทพฯ : เฮา ออฟ เคอรมสี ท.
พิมพนั ธ เดชะคุปตและพเยาว ยนิ ดีสุ2. (2558). การจดั การเรยี นรูในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพแหง
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
________. (2559). สอนเดก็ ทําโครงงานสอนอาจารยทาํ วิจัยปฏิบตั ิการในช้นั เรยี น. กรงุ เทพ ฯ : โรงพิมพแหง
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .
________. (2560). ทกั ษะ ๗c ของครู ๔.๐. กรุงเทพ ฯ : โรงพมิ พแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .
________. (2561). การเรยี นรูเชิงรกุ แบบรวมพลังกบั PLC เพอื่ การพฒั นา. กรงุ เทพ ฯ : โรงพิมพ แหง
จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย.
เพชรรัตดา เทพพทิ ักษ. (2545). การพัฒนาชุดกจิ กรรมเรื่องเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมเพื่อการคิดทํา โครงงาน
วทิ ยาศาสตรสําหรบั นกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3. ปรญิ ญานพิ นธ กศ.ม. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัย
ศรีนครินทรวโิ รฒ.
มนตรี แยมกสิกร. (2551, มกราคม). “เกณฑป์ ระสทิ ธิภาพในงานวิจัยและพัฒนาสื่อการสอน : ความแตกตาง
90/90 Standard และ 1 2 E / E (How to use efficiency criterion in media research and
development : The Difference between 90/90 Standard and 1 2 E / E )”. วารสาร
ศึกษาศาสตร. คณะศกึ ษาศาสตรมหาวิทยาลยั บรู พา. 10(1) : 1-16
มยรุ ี โรจนอรุณ. (2559). ผลของการจัดการเรยี นรูเชงิ รกุ รวมกบั กระบวนการกลุมทมี่ ตี อ ความสามารถในการ
แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร และความสามารถในการทาํ งานกลุม ของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6.
ปริญญานพิ นธ กศ.ม. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัยศรีนค รินทรวโิ รฒ.
มานสั บุญย4ั . (2558). เฉลยแบบฝึกหดั คณิตศาสตรเบื้องตน. กรุงเทพฯ : สํานกั พมิ พมหาวทิ ยาลัย รามคาํ แห4.
________. (2559). คณติ ศาสตรเบือ้ งตน. กรงุ เทพฯ : สาํ นักพิมพมหาวิทยาลยั รามคําแห4.
มาเรยี ม นลิ พันธ. (2558). วิธีวิจยั ทางการศกึ ษา. (Research Methodology in Eduation). พิมพครง้ั ที่ 9.

84

นครปฐม : โรงพมิ พมหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.

บรรณานกุ รม (ตอ)

ยพุ นิ พิพิธกลุ . (2553). เอกสารประกอบการบรรยายโครงการอบรมครูคณิตศาสตรภาคฤดรู อน ปี พ.ศ. 2553
หลักสูตร การสอนคณิตศาสตรระดับมธั ยมศึกษาตอนตน. เรือ่ งการเขยี น แผนการจดั การเรยี นร.ู
กรุงเทพฯ : สมาคมคณิตศาสตรแหงประเทศไทย ในพระบรม ราชปู ถมั ภ.

ยุพิน พพิ ิธกลุ และอลงกรณ ตัง้ สงวนธรรม. (2547). เอกสารเสริมความรูสําหรบั ครูผูสอน คณิตศาสตร
ตามหลกั สูตรมาตรฐานชวงชัน้ ที่ 3 และชวงช้นั ที่ 4 เร่ือง ทัศนะหน่ึงใน การเขยี นแผนการจัดการเรียนร.ู
กรงุ เทพฯ : บริษัท เอส.พี.เอ็น การพมิ พ จาํ กัด.

รังสรรคม์ ณีเล1็ . (2544). ส่ือการเรยี นรูสาระการเรยี นรเู พ่มิ เติมคณติ ศาสตร ม.4 เลม 1 สมบูรณ์ แบบ. กรงุ เทพ ฯ :
บรษิ ทั สาํ นักพมิ พวฒั นาพานชิ จํากดั .

วชั รา เลาเรียนดแี ละคณะ. (2560). กลยุทธการจัดการเรียนรูเชงิ รุกเพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับ คณุ ภาพ
การศกึ ษาสาํ หรบั ศตวรรษท่ี 21. นครปฐม : บรษิ ทั เพชรเกษมพริน้ ติง้ กรูป จํากัด.

วชั รี ขนั เชือ้ . (2545). การพัฒนาชดุ การเรยี นคณติ ศาสตร เรื่อง ตรรกศาสตรเบือ้ งตน โดยใช้ กระบวนการกลุม
เพื่อสงเสริมทักษะการส่อื สาร ของนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4. ปริญญานพิ นธ กศ.ม. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.

วารยี ถงึ กลา4. (2545). การศกึ ษาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร เรอ่ื ง ตรรกศาสตร เบ้อื งตน
ของนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ทเ่ี รียนโดยใช้คอมพวิ เตอรประกอบการสอน ตามรปู แบบการสอน
โดยใชส้ ง่ิ ชวยจัดมโนมติลวงหนา้ . วทิ ยานพิ นธปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต ขอนแกน :
มหาวิทยาลัยขอนแกน

วิชยั วงษใหญ. (2525). พัฒนาหลักสูตรและการสอน – มติ ใิ หม. พมิ พครัง้ ที่ 3 กรงุ เทพฯ : สุวีรยิ า สาสน.
วริ ิยะ ฤาชัยพาณิชยและวรวรรณ นิมิตพงษกลุ . (2562). สอนสรางสรรค์เรยี นสนุกยคุ 4.0. กรุงเทพฯ :

บริษัท ซเี อด็ ยเู คชัน จํากดั (มหาชน).
ศยามน อนิ สะอาด. (2561). การออกแบบบทเรียน e – Learning เพ่ือพัฒนาทกั ษะการคิดข้ันสู4. กรุงเทพฯ :

บริษัท ซเี อ็ดยเู คชนั จํากดั (มหาชน).
ศรีสดุ า จรยิ ากุล. (2551). ระบบการเรยี นการสอน. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมธิราช.
ศริ ิลักษณ หนองแส. (2545). สรุปรายงานวิจัยการศึกษาความสามารถทางการพงึ่ พาตนเองดาน วทิ ยาศาสตร

และเทคโนโลยีของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ท่ีไดรับการสอนโดยใช้ชุด กจิ กรรมสงเสรมิ ศกั ยภาพ

85

การเรยี นรทู างวิทยาศาสตร วิทยานิพนธ สถาบันสงเสรมิ การ สอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.).
(ออนไลน). แหลงที่มา : http ://www.ipst.ac.th. 30 มิถนุ ายน 2561.

บรรณานุกรม (ตอ)

สงเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี, สถาบนั . (2546). การจัดสาระการเรียนรกู ลมุ คณติ ศาสตร
ชวงชน้ั ที่ 3 – 4. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพคุรสุ ภาลาดพราว.

________. (2561). รายวิชาพ้ืนฐานคณิตศาสตรชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เลม 1. กรุงเทพฯ : ศนู ยหนังสือ
แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั .

________. (2561). รายวิชาเพิม่ เติมคณติ ศาสตรช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 เลม 1. กรุงเทพฯ : ศนู ยหนงั สือ
แหงจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั .

สมจิต สวธนไพบูลย. (2549). ธรรมชาตวิ ทิ ยาศาสตร. กรงุ เทพฯ : ภาควิชาหลักสตู รและการสอน คณะศกึ ษาศาสตร
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.

สาวติ รี โรจนะสมติ อารโนลด. (2555). รายงานวจิ ัยเพ่อื พัฒนาการเรียนการสอน เรื่อง การจดั การ เรียนรูดวย
วธิ ีการเรยี นเชงิ รุก (Active Learning) เพอ่ื พฒั นาพฤติกรรมการเรยี นรู
และแนวคิดเก่ยี วกับการจัดการเรียนรูของนกั ศกึ ษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร. กรงุ เทพฯ :
มหาวิทยาลยั ราชภัฏพระนคร.

สคุ นธ สนิ ธพานนท. (2558). นวัตกรรม การเรยี นการสอนเพื่อพฒั นาทักษะของผเู รยี นในศตวรรษ ท่ี 21.
กรงุ เทพฯ : หางหนุ ส่วนจาํ กดั 9119 เทคนิคพรนิ้ ติ4้ .

________. (2560). ครยู ุคใหมกบั การจัดการเรียนรู สูการศึกษา 4.0. กรุงเทพฯ : หางหนุ สว่ นจาํ กัด 9119
เทคนคิ พริ้นติ้4.

________. (2562). หลากหลายวธิ สี อน... เพ่อื พัฒนาคุณภาพเยาวชนไทย. กรุงเทพฯ : หางหนุ ส่วน จํากัด 9119
เทคนคิ พร้ินติ้4.

สุมาลี เจริญรอย. (2545). เวบไซด. ชุดกจิ กรรมการเรียนรโู ดยใชแ้ หลงชุมชนเปนฐาน. กลุมสาระการ
เรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นนครนนทวทิ ยา 4 วดั บางแพรกนอย. แหลงทีม่ า :
http://www.kroobannok.com.

เอกรัฐ บุญเพ็ญ. (2547). การสรางชดุ กจิ กรรมเรอ่ื งตรรกศาสตรเบ้ืองตนเพือ่ พัฒนาการใหเ้ หตุผล
ทางคณติ ศาสตร สาํ หรบั นักเรียนชวงชนั้ ที่ 4 (ม.4 – ม.6). ชลบุรี : หลักสตู รและการสอน
บัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.

เอี้ยกวย ณ แอนฟลด์ิ. (2553). ความแตกตางระหวาง Software, Application และProgram (online).
http://www.choopong.com/blog/2010/06/20/what-difference between-software-

86

vs-application-vs-application-vs-program/. 1 ตุลาคม
Bonwell, Charles C . ; & Eison , James A. (1991). Active Learning : Creative Excitement in the

Classroom. ASHE-ERIC Higher Education Reports No. 1 Washington, D.C.

บรรณานุกรม (ตอ)

Butt, David P. (1974). The Teaching of Science a Sert Directed Planning Guide. New York :
Harper & Row Publisher.

Duann, James E. (1973). Individualized Instructional Programming and Material. Englewood Cliffs,
New Jersey : Educational, Technology. Publication.

Eileen Fische and A. Rebecca Reuber. 2011. Social interaction via new social media : (How)
Can Interaction on Twitter affect effectual thinking and behavior?. Journal of Business
Venturing. 26(1)(January) : Pages 1-18.

Good, C.V. 1973. Dictionary of Education. New York : McGraw – Hill Book.
Kim. N. J. (2017). Enhancing Students’ Higher Order Thinking Skill through Computer –based

Scaffolding in Problem based Learning. Retrieved October 30. 2017, from htt:p//
digitalcommons. Usu. Edu/etd/5488.
Letassy, A. Nancy ; & Fugate. E.S. (2008). Using Team – Based Learning in Endocrine Module
Taught across Two Campuses. American Journal of Pharmaceutical Education. 72(5) :
103-110.
Mcalpine, l. (2000). Collaborative Learning Online. Distance Education. 21(1), 66-80

87

ภาคผนวก ก
ประสทิ ธภิ าพของชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning

ทีร่ วมกับแอพพลเิ คชัน เร่ือง ตรรกศาสตรเบอื้ งตน

88

ตารางท่ี 1 แสดงผลการหาประสทิ ธิภาพของชดุ กิจกรรมการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ท่รี ่วมกบั
แอพพลิเคชนั เรื่อง ตรรกศาสตร์เบอ้ื งต้น วิชาคณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน ค 31103 ชุดท่ี 1 2 3 4 5 6
และ 7 กบั กล่มุ ทดลองรายบุคคล จํานวน 3 คน

คนที่ คะแนนทดสอบหลงั เรยี น ชุดกิจกรรมการจดั การเรยี นรูแบบ Active รวม คะแนน

Learning ทร่ี วมกับแอพพลเิ คชัน ในแตละชดุ 70 แบบทดสอบ

คะแนน วดั ผลสัมฤทธิ์

1234567 ทางการ
เรยี น 30

คะแนน

1 6 7 5 6 5 7 6 42 18

2 7 6 6 5 7 6 7 45 20

3 5 6 6 7 5 6 5 40 20

รวม 18 19 17 18 17 19 18 126 58

รอยละ 60.00 63.33 56.66 60.00 56.66 63.33 60.00 63.33 64

ขอ้ มลู ในตารางคานวณหาคา่ E1 และ E2 ไดด้ งั นี้

F 126
N 3
E1 = A 100 = 70 100 = 60.00

F 58
N 3
E2 = B 100 = 30 100 = 64.00

89

ตารางท่ี 2 แสดงผลการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ทีร่ ว่ มกบั
แอพพลิเคชนั เรอื่ ง ตรรกศาสตรเ์ บ้อื งต้น วชิ าคณติ ศาสตร์พื้นฐาน ค 31103 ชุดที่ 1 2 3 4 5 6
และ 7 กบั กลุ่มทดลองรายบุคคล จํานวน 9 คน

คนท่ี คะแนนทดสอบหลังเรยี น ชุดกิจกรรมการจดั การเรียนรูแบบ Active รวม คะแนน
แบบทดสอบ
Learning ทร่ี วมกับแอพพลิเคชนั ในแตละชดุ 70 วัดผลสัมฤทธ์ิ

คะแนน ทางการ
เรียน 30
1234567 คะแนน

1 7 8 7 7 6 7 7 49 20
2 6 7 7 8 7 8 7 50 18
3 6 5 8 8 7 8 6 48 20
4 5 6 7 8 8 8 8 50 19
5 8 7 6 7 6 7 8 49 20
6 7 7 8 7 6 6 7 48 21
7 6 7 6 7 7 8 7 49 22
8 8 6 7 6 7 7 8 49 23
9 8 7 8 7 7 7 7 51 20
รวม 61 60 64 65 61 66 65 442 183
รอยละ 65.56 66.67 71.11 72.22 67.78 73.33 72.22 70.16 67.78

ขอ้ มลู ในตารางคานวณหาค่า E1 และ E2 ไดด้ งั นี้

F 442
N 9
E1 = A 100 = 70 100 = 70.16

F 183
N 9
E2 = B 100 = 30 100 = 67.78

90

ตารางท่ี 3 แสดงผลการหาประสิทธิภาพของชดุ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ทีร่ ่วมกบั
แอพพลิเคชนั เรื่อง ตรรกศาสตรเ์ บือ้ งต้น วชิ าคณิตศาสตร์พ้นื ฐาน ค 31103 ชดุ ที่ 1 2 3 4 5 6
และ 7 กบั กลมุ่ ทดลองรายบคุ คล จํานวน 30 คน

คะแนนทดสอบหลังเรยี น ชดุ กจิ กรรมการจัดการเรียนรูแบบ Active คะแนน

Learning ทร่ี วมกบั แอพพลิเคชัน ในแตละชดุ รวม แบบทดสอบ

คนท่ี 70 วดั ผลสัมฤทธ์ิ
1
2 3 4 5 6 7 คะแนน ทางการ
เรยี น 30

คะแนน

1 8 8 9 7 9 9 8 58 20

2 9 8 8 8 8 8 8 57 24

3 7 9 8 7 9 9 8 57 24

4 9 9 8 8 8 7 8 57 26

5 8 7 7 9 8 9 8 55 27

6 8 9 8 9 8 7 8 57 24

7 7 8 9 7 9 8 8 56 24

8 9 8 8 8 9 9 8 59 25

9 7 9 8 8 8 8 9 57 26

10 8 8 8 8 8 8 8 56 24

11 7 9 9 7 8 8 9 57 24

12 9 8 9 8 7 8 8 57 26

13 8 9 8 7 8 9 8 57 26

14 7 8 8 8 8 9 8 56 24

15 9 9 9 9 7 8 9 60 24

16 8 9 8 9 8 9 8 59 27

17 8 7 7 8 9 9 8 56 24

18 9 8 8 9 7 7 8 56 24

19 7 8 9 7 8 9 8 56 22

20 8 9 7 7 9 8 8 56 22


Click to View FlipBook Version