The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฐพัชรพล ห่อทอง, 2024-06-18 07:37:59

การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น - ขี้เหล็ก

การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น

การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จัดทำโดย นายณัฐพัชรพล ห่อทอง รหัสนักศึกษา 6301107001054 กลุ่มการเรียน 63014.152 นักศึกษาชั้นปีที่ 3 เสนอ ดร.ทวัช บุญแสง รายวิชา ESO0401 ท้องถิ่นศึกษา หลักสูตรสาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | ก คำนำ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ฉบับนี้เป็นส่วน หนึ่งของรายวิชา ESO0401 ท้องถิ่นศึกษา หลักสูตรสาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบในการเรียน การสอน โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในการประกอบ วิชาชีพครูนอกจากนี้ยังจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความรู้ต่างๆ อาทิเช่น การศึกษาการทำสวน พฤกษศาสตร์ ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบาง ประการเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืช พรรณนั้นควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะ ทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หาก ไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ ประเทศในระยะยาว" ผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แล้วจึงนำมารวบรวมเรียบเรียง เพื่อสะดวกใน การศึกษาและสะดวกต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ทั้งนี้ผู้จัดทำหวังว่าการพัฒนา หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ฉบับนี้สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนได้ จริง และผู้จัดทำต้องขอขอบพระคุณ ดร.ทวัช บุญแสง อาจารย์ประจำวิชา ผู้ปกครอง แหล่งข้อมูล ทุกแหล่ง ที่มอบความรู้ คำปรึกษา สนับสนุนด้านงบประมาณ ในการจัดทำเล่มการพัฒนาหลักสูตร ท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในครั้งนี้และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ณัฐพัชรพล ห่อทอง มีนาคม 2566


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข โมเดลการพัฒนาหลักสูตร 1 แนวคิดและหลักการ 3 ทำไมต้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 เรียนรู้อะไรในสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม 7 คุณภาพผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 9 การวิเคราะห์หลักสูตรสังคมศึกษา สู่การบูรณาการท้องถิ่น 11 การศึกษาพรรณไม้สวนพฤกษาศาสตร์ (ต้นขี้เหล็ก) 12 องค์ประกอบที่ 1 การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ 27 องค์ประกอบที่ 5 การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา 41 แผนการจัดการเรียนรู้ (แผนหน้าเดียว) 42 แผนการจัดการเรียนรู้ (แผนฉบับสมบูรณ์) 44 ภาคผนวก 51 ภาคผนวก 68 บรรณนานุกรม ค


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 1 โมเดลการพัฒนาหลักสูตร ของ นายณัฐพัชรพล ห่อทอง 1. วิเคราะห์ปัญหาความต้องการ 2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย 3. การเลือกเนื้อหาสาระ 4. การจัดรวบรวมเนื้อหาสาระ 5. การเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ 6. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 7. การประเมินผล


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 2 โมเดลการพัฒนาหลักสูตร ของ นายณัฐพัชรพล ห่อทอง 1. วิเคราะห์ปัญหาความต้องการ • ศึกษาความต้องการและความจำเป็นต่างๆของสังคม และศึกษาพัฒนาการของ ผู้เรียน ว่าผู้เรียนนั้นมีสภาพปัญหาหรือความต้องการเป็นอย่างไร 2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย • อาศัยข้อมูลในขั้นตอนแรกเป็นหลัก ควรเป็นสิ่งที่ปฏิบัติจริง และควรเลือกจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม 3. การเลือกเนื้อหาสาระ • ควรเลือกให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่วางไว้ เนื้อหาจะต้องมีความสำคัญและต้อง คำนึงถึงพัฒนาการของผู้เรียน 4. การจัดรวบรวมเนื้อหาสาระ • เนื้อหาสาระนั้นจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการที่จะทำให้ผู้เรียนนั้นได้รับ ความรู้เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งจะต้องมีความสัมพันธ์และต่อเนื่องกัน 5. การเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ • จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระและผู้เรียน อีกทั้งยังต้องมีความสอดคล้อง และต่อเนื่องของเนื้อหาสาระ พร้อมทั้งเลือกวิธีการสอนและเทคนิคต่างๆ มาปรับ ใช้ด้วย 6. การจัดประสบการณ์เรียนรู้ • ต้องทำการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นไปตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ เป็น ขั้นตอน สัมพันธ์กันและต่อเนื่อง 7. การประเมินผล • ต้องพิจารณาว่าหลักสูตรนั้นมีการประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใดมีปัญหาหรือ ข้อบกพร้องในขั้นตอนใด และต้องทำการปรับปรุงแก้ไขต่อไป


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 3 แนวคิดและหลักการ “การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิต เพราะเป็นรากฐานสำหรับช่วยให้บุคคล สามารถก้าวไปถึงความสุขความเจริญทั้งปวง ทั้งของตนเองและส่วนรวม ผู้ที่เป็นครูจะต้องถือเป็น หน้าที่อันดับแรกที่จะต้องให้การศึกษา คือ อบรมสั่งสอนอนุชนให้ได้ผลแท้จริง ทั้งในด้านวิชาความรู้ ทั้งในด้านจิตใจและความประพฤติ ทั้งต้องคิดว่าที่แต่ละคนกำลังทำอยู่นี้คือ ความเป็นความตายของ ประเทศ เพราะอนุชนที่มีความรู้มีความดีเท่านั้นที่จะรักษาชาติบ้านเมืองไว้ได้” ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ในด้านการศึกษาจึงมี ความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของชาติซึ่งถือเป็นกลไกลสำคัญในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของประเทศ การพัฒนาหลักสูตรสังคมศึกษาบูรณาการสาระท้องถิ่น จึงเป็น เครื่องมือสำคัญในการสร้างทักษะความรู้ และสะท้อนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ได้จริงในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องนำไปสู่ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งครู จะต้องเป็นผู้สอน ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของนักเรียน และต้องออกแบบแผน จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาหรือหลักสูตรท้องถิ่นซึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยให้ครูจัดการเรียนรู้ให้ นักเรียนมีความรู้ที่มีประสิทธิภาพเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของครูและนักเรียนแต่ละคน เกี่ยวกับความรู้ในท้องถิ่นของตนเองนั่นเอง ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและ อนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะ เกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะ ยาว" สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เป็นการดำเนินงานที่อิงรูปแบบของ “สวนพฤกษศาสตร์” โดยมี การรวบรวมพันธุ์ไม้ที่มีชีวิต มีแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ มีการศึกษาต่อเนื่อง มีการรวบรวม พันธุ์ไม้ท้องถิ่นเข้ามาศึกษา และปลูกรวบรวมไว้ในโรงเรียน มีการบันทึกรายงานและข้อมูล รวมทั้ง ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ มีมุมสำหรับศึกษาค้นคว้า และมีการนำไปใช้ประโยชน์เป็นสื่อการ เรียนการสอนในวิชาต่างๆ เป็นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 4 การศึกษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พันธุ์ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ป่าไม้นอกจากเป็นแหล่งที่ทรัพยากรที่สำคัญต่อ ระบบนิเวศวิทยา ยังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของพืชพรรณนานาชนิด ซึ่งพรรณไม้ป่าเป็น พรรณไม้ท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางสัณฐานวิทยา มีความสวยงามแปลกตา ทั้งรูปทรง ลำต้น การแตกกิ่งก้านสาขา ใบ ดอกและผล ซึ่งมีศักยภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ การมี ส่วนร่วมในของผู้ศึกษา คือการลงพื้นที่ หาข้อมูล รวบรมข้อมูล และจัดทำรายงานผล ในลักษณะ ของการศึกษาพรรณไม้โรงเรียน ตลอดจนผู้ศึกษาเป็นนักศึกษาวิชาชีพครูดังนั้น จึงต้องใช้ในการ เรียนการสอนแก่นักเรียน และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ในท้องถิ่น มาบูรณาการ ในการเรียนการสอนในโรงเรียนต่อไป ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้เลือกพันธ์ไม้ท้องถิ่น คือ “ขี้เหล็ก” เพราะเป็นไม้ยืนต้นที่มี ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ทางยา อาหาร การใช้ไม้ในการสร้างบ้าน และยังมีประโยชน์ในระดับเศรษฐกิจอีกด้วย


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ทำไมต้องเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไร ทั้งในฐานะปัจ เจคบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ตาม ยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจัยต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นมีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็น พลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 6 เรียนรู้อะไรในสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มี ความเชื่อมสัมพันธ์กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเองกับ บริบทสภาพแวดล้อมเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมที่ เหมาะสมโดยได้กำหนดสาระต่างๆ ไว้ดังนี้ สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำหลักธรรมคำสอน ไปปฏิบัติ ในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เป็นผู้กระทำความดี มีค่านิยมทีดีงาม พัฒนา ตนเองอยู่เสมอ รวมทั้งบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิต ระบบการเมืองการปกครองใน สังคมปัจจุบัน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและ ความสำคัญ การเป็นพลเมืองดี ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความ เชื่อ ปลูกฝังค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ การดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทยและสังคมโลก สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินค้าและบริการ การ บริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดแอย่างมีประสิทธิภาพ การดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และ การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ ต่างๆ ผลกระทบที่เกิดจากเหตุการณ์สำคัญในอดีต บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอดีต ความเป็นมาของ ชาติไทย วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย แหล่งอารยธรรมที่สำคัญของโลก สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศของประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆของโลก การใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทาง ธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นการนำเสนอข้อมูลภูมิสารสนเทศ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืน


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 7 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ❖ มาตรฐาน ส1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของ พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้องยึดมั่นและ ปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ❖ มาตรฐาน ส1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ❖ มาตรฐาน ส2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดีมีค่านิยม ที่ดีงาม และธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคม โลกอย่างสันติสุข ❖ มาตรฐาน ส2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่นศรัทธาและ ธำรงรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ ❖ มาตรฐาน ส3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการ ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ❖ มาตรฐาน ส3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจและความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 8 ❖ มาตรฐาน ส4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์วิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆอย่างเป็นระบบ ❖ มาตรฐาน ส4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น ❖ มาตรฐาน ส4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและธำรงความเป็นไทย สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ ❖ มาตรฐาน ส5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของ สรรพสิ่งซึ่ง มีผลต่อกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการ ค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ❖ มาตรฐาน ส5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ที่ ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 9 คุณภาพผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 • มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและผู้ที่อยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นที่อยู่อาศัย และเชื่อมโยงประสบการณ์ไปสู่โลกกว้าง • มีทักษะกระบวนการและมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการพัฒนาให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติ ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาที่ตนนับถือมีความเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ การอยู่ ร่วมกันและการทำงานกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียนและได้ฝึกหัดในการตัดสินใจ • มีความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ในลักษณะการบูรณาการ ผู้เรียนได้เข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับปัจจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้ข้อคิด เกี่ยวกับ รายรับ-รายจ่ายของครอบครัว เข้าใจถึงการเป็นผู้ผลิต ผู้บริโภค รู้จักการออม ขั้นต้นและวิธีการเศรษฐกิจพอเพียง • รู้และเข้าใจในแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจในขั้นที่สูงต่อไป จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 • มีความรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประเทศของตนเอง ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทาง กายภาพสังคมประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งการเมืองการปกครอง และสภาพเศรษฐกิจโดย เน้นความเป็นประเทศไทย • มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตนตามหลักธรรมคำสอน ของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้งมีส่วนร่วมศาสนพิธี และพิธีกรรมทางศาสนามากยิ่งขึ้น • ปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิหน้าที่ในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น จังหวัด ภาค และ ประเทศ รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นตนเองมากยิ่งขึ้น • สามารถเปรียบเทียบเรื่องราวของจังหวัดและภาคต่างๆของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับการพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ เพื่อขยายประสบการณ์ไปสู่การทำความเข้าใจใน ภูมิภาคซีกโลกตะวันออกและตะวันตก เกี่ยวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรมค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต การจัดระเบียบทางสังคม และการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมจากอดีตสู่ปัจจุบัน


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 10 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 • มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศใน ภูมิภาคต่างๆในโลก เพื่อพัฒนาแนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข • มีทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิด และขยาย ประสบการณ์ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่างๆในโลก ได้แก่ เอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการ ปกครอง ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์และสังคมศาสตร์ • รู้และเข้าใจแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ ใน การดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 • มีความรู้เกี่ยวกับความเป็นไปของโลกอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น • เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ รวมทั้งมี ค่านิยม อันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งมีศักยภาพเพื่อการศึกษาต่อในชั้นสูงตามความประสงค์ได้ • มีความรู้เรื่องภูมิปัญญาไทย ความภูมิใจในความเป็นไทย ประวัติศาสตร์ของชาติไทย ยึดมั่น ในวิถีชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข • มีนิสัยที่ดีในการบริโภค เลือกและตัดสินใจบริโภคได้อย่างเหมาะสม มีจิตสำนึก และมีส่วน ร่วมในการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยและสิ่งแวดล้อม มีความรักท้องถิ่นและ ประเทศชาติ มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามให้กับสังคม • มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง ชี้นำตนเองได้ และสามารถแสวงหา ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆในสังคมได้ตลอดชีวิต


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 11 การวิเคราะห์หลักสูตรสังคมศึกษา สู่การบูรณาการท้องถิ่น สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตัวชี้วัด ป.3/2 อธิบายการพึ่งพาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต้องการฟื้นฐานของ มนุษย์และการประกอบอาชีพ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น • การพึ่งพาสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตของ มนุษย์ เช่น การคมนาคม บ้านเรือน และการประกอบอาชีพในชุมชน • การพึ่งพาสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตของ มนุษย์ เช่น การใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็ก


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 12 การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” 1. การมีส่วนร่วมของผู้ศึกษา ภาพที่ 1 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มา : https://arit.kpru.ac.th/page_id/501/TH ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและ อนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะ เกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียดซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะ ยาว" สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เป็นการดำเนินงานที่อิงรูปแบบของ “สวนพฤกษศาสตร์” โดยมี การรวบรวมพันธุ์ไม้ที่มีชีวิต มีแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ มีการศึกษาต่อเนื่อง มีการรวบรวม พันธุ์ไม้ท้องถิ่นเข้ามาศึกษา และปลูกรวบรวมไว้ในโรงเรียน มีการบันทึกรายงานและข้อมูล รวมทั้ง ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ มีมุมสำหรับศึกษาค้นคว้า และมีการนำไปใช้ประโยชน์เป็นสื่อการ เรียนการสอนในวิชาต่างๆ เป็นการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น การศึกษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พันธุ์ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีป่าไม้นอกจากเป็นแหล่งที่ทรัพยากรที่สำคัญต่อ ระบบนิเวศวิทยา ยังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของพืชพรรณนานาชนิด ซึ่งพรรณไม้ป่าเป็น พรรณไม้ท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางสัณฐานวิทยา มีความสวยงามแปลกตา ทั้งรูปทรง ลำต้น การแตกกิ่งก้านสาขา ใบ ดอกและผล ซึ่งมีศักยภาพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ การมี ส่วนร่วมในของผู้ศึกษา คือการลงพื้นที่ หาข้อมูล รวบรมข้อมูล และจัดทำรายงานผล ในลักษณะ


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 13 ของการศึกษาพรรณไม้โรงเรียน ตลอดจนผู้ศึกษาเป็นนักศึกษาวิชาชีพคร ดังนั้น จึงต้องใช้ในการ เรียนการสอนแก่นักเรียน และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ในท้องถิ่น มาบูรณาการ ในการเรียนการสอนในโรงเรียนต่อไป ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้เลือกพันธ์ไม้ท้องถิ่น คือ “ขี้เหล็ก” เพราะเป็นไม้ยืนต้นที่มี ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ทางยา อาหาร การใช้ไม้ในการสร้างบ้าน และยังมีประโยชน์ในระดับเศรษฐกิจอีกด้วย 2. การศึกษาข้อมูลพื้นบ้านของต้นขี้เหล็ก ภาพที่ 2 ขี้เหล็ก ที่มา : https://medthai.com/ขี้เหล็ก "ขี้เหล็ก” เป็นพืชผักผลไม้ที่หาได้ง่ายตามท้องไร่ท้องนาหรือสวนหลังบ้าน นอกจากจะ นำมาใช้เป็นอาหารไว้รับประทานแล้ว ตำราการแพทย์แผนไทยยังได้มีการใช้ประโยชน์ของขี้เหล็กใน หลายๆด้าน เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี ช่วยทำให้เจริญอาหารฯลฯ โดยส่วนที่ นำมาใช้และมีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ดอก ใบ ใบแก่ ฝัก เปลือกฝัก เปลือกต้น ลำต้น กิ่ง แก่น ทั้ง ต้นและราก นอกจากนี้ขี้เหล็กยังมีสาร "บาราคอล” ที่มีฤทธิ์ในการกล่อมประสาทมีฤทธิ์เป็นยานอน หลับอ่อนๆ ทำให้นอนหลับสบาย 2.1 ความเป็นมาและเชื่อเกี่ยวกับต้นขี้เหล็ก ในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 งานประเพณีลอยกระทงที่ชาวบ้านจะร่วมใจสืบทอดประเพณีวิถีถิ่น ของบางพื้นที่ด้วยการ "แกงขี้เหล็ก” ซึ่งเป็นความเชื่อคนโบราณว่า เป็นสุดยอดของยาอายุวัฒนะ โดยชุมชนเป็นเมืองแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมในด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม จารีต ประเพณี เอกลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ชุมชน ชาวบ้านย้อนอดีตและออกมารักษา วัฒนธรรมประเพณีนี้กันอีกมากมาย ทำให้สร้างอาชีพ กระจายรายได้และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่มา


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 14 จากบรรพบุรุษเรามานานนม แสดงถึงวิถีชีวิตความเอื้ออาทร ต่อกันเคยทำแจกกันในสมัยก่อน ปู่ ย่า ตา ยาย เคยทำมาและอวยพรให้ชาวบ้าน อยู่ดีมีสุข สุขภาพแข็งแรง ภาพที่ 3 แกงขี้เหล็ก ที่มา : https://pantip.com/topic/30263092 ใบขี้เหล็กเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง คนโบราณเอาใบอ่อนและดอกมาปรุงเป็นของกิน ในวัน เพ็ญ เดือน 12 ทำแกงขี้เหล็กกันทุกครัวเรือน คนโบราณถือว่า วันเพ็ญเดือน 12 ยอดขี้เหล็กจะเป็น ยารักษาสารพัดโรค แต่ต้องเก็บตอนเช้ามืด โดยมีความเชื่อที่ว่า การปรุงแกงขี้เหล็กเพื่อ เป็นยา อายุวัฒนะ ก่อนหน้าการลอยกระทงเพียง 12 ชั่วโมง ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะมีพิธีพลียาจากต้น ขี้เหล็ก เพราะมีความเชื่อว่าต้นขี้เหล็กจะมีเทพเทวดาคอยรักษา จึงต้องทำพิธีนี้ขึ้นเพื่อขออนุญาตนำ ดอกขี้เหล็กและใบอ่อนไปปรุงเป็นอาหารและต้องแกงขี้เหล็กให้เสร็จภายในวันนั้น จะเก็บล่วงหน้า ไม่ได้ มิฉะนั้นสรรพคุณจะไม่ขลัง การหักช่อดอกต้องทำด้วยความสุภาพและระมัดระวัง ให้ความ เคารพต่อเทพเทวดาที่สถิตอยู่กับต้นขี้เหล็กนั้น ปัจจุบันจะมีแกงกันในวันเพ็ญดังกล่าว เฉพาะบ้านผู้รู้ ในตำราแพทย์แผนไทย กล่าวว่า แก้ท้องผูก นอนไม่หลับ บำรุงน้ำดี บำรุงโลหิต และทำให้เจริญ อาหาร ส่วนคนที่มารับประทาน แกงขี้เหล็กได้ฟรี หรือจะทำบุญแล้วแต่กำลังศรัทธา จะนำเงินที่ได้ ทั้งหมดไปถวายวัด 2.2 คุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ต้นขี้เหล็กจะมีมากตามชุมชมต่างๆ ซึ่งการปลูกต้นขี้เหล็กนั้นไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย และยังหาได้ง่ายในหมู่บ้าน เพื่อใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน อีกทั้งขี้เหล็กยังเป็นสมุนไพรที่มี สรรพคุณมากมาย ช่วยบ้านนิยมนำมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานในครัวเรือนและในเทศกาล ต่างๆ ตามหมู่บ้าน ชุมชนและวัด ขี้เหล็กเป็นพืชผักสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามตลาด นอกจากนำมาใช้ เป็นอาหารไว้รับประทานแล้ว ในตำราแพทย์แผนไทยยังได้มีการใช้ประโยชน์ของต้นขี้เหล็กใน หลายๆด้าน เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี ช่วยเจริญอาหาร ช่วยกำจัดรังแค ทำ


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 15 ความสะอาดผมทำให้ชุมชื่นเงางาม เป็นต้น และนอกจากนี้ขี้เหล็กยังมีสาร "บาราคอล (Baracol)” ที่มีฤทธิ์ในการกล่อมประสาทและมีฤทธิ์เป็นยานอนหลับอย่างอ่อนๆ ทำให้นอนหลับสบาย แต่ก็ใช่ว่า มันจะได้ผลอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในขบวนการปรุงอาหาร ให้ปลอดภัยต้องต้มน้ำทิ้งเสียก่อน เพื่อลดความขมและความเฝื่อน ทำให้ความเป็นพิษและออกฤทธิ์ดังกล่าวลดน้อยลงไปด้วย ภาพที่ 4 "บาราคอล (Baracol)” สารที่อยู่ในขี้เหล็ก ที่มา : https://www.disthai.com/17297862/บาราคอล โดยส่วนที่นำไปใช้และมีสรรพคุณทางยา ได้แก่ ดอก ใบ ใบแก่ ฝัก เปลือกฝัก ลำต้น และ ราก การรับประทานแกงขี้เหล็กอย่างปลอดภัย ต้องเลือกใบเพสลาดหรือตั้งแต่ยอดจนไปถึงใบกลาง และนำไปต้มให้เดือดเทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำ แล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือทำเป็นยา ซึ่งวิธีการพื้นบ้าน นี้จะช่วยฆ่าฤทธิ์และทำลายสารที่เป็นอันตรายต่อตับได้ และยังช่วยลดความขมอีกด้วย แกงขี้เหล็ก คือหนึ่งในแกงกะทิที่สำคัญในครัวไทย มีรสชาติ หวาน มัน เผ็ดเล็กน้อย เนื้อสัตว์ที่ใส่แกง อาจเป็น ปลาย่าง หรือหมูย่าง ใบขี้เหล็กที่ ต้มเสร็จแล้วนั้น ก่อนใส่ลงไปในแกง แม่บ้านจะตำให้เป็นชิ้นหยาบ หรือละเอียด ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละครอบครัว อย่างไรก็ดีไม่ว่าชิ้นหยาบหรือละเอียด เรา สังเกตได้ว่าวันรุ่งขึ้นเราก็จะถ่ายออกเป็นชิ้นๆ ทั้งนี้เป็นเพราะใบขี้เหล็กย่อยยาก จึงทำให้มีกากเยอะ ถ่ายได้ง่ายขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอันหนึ่งที่ทำให้ได้กินผักปริมาณมาก นอกเหนือจากกินผัก สด คนโบราณมาเชื่อกันว่า ในวันที่พระจันทร์เต็มดวง (วันเพ็ญเดือน 12) จะทำให้สารอาหาร และสรรพคุณทางยาดึงดูดขึ้นไปที่ยอดต้นขี้เหล็ก เมื่อเก็บยอดขี้เหล็กมาประกอบอาหาร (แกง ขี้เหล็ก) และรับประทานแล้วจะมีประโยชน์ที่สุด เนื่องจากสรรพคุณทางยาในการแก้ท้องผูก แก้ อาการนอนไม่หลับ บำรุงน้ำดี บำรุงโลหิต และทำให้เจริญอาหาร เป็นต้น และสิ่งที่สำคัญจะต้อง ประกอบพิธีการพลียาตอนเช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ประมาณตี 4 ตี 5 ของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เพราะมีความเชื่อที่ว่าดอกและยอดของต้นขี้เหล็กนั้นเปรียบเสมือนลูกของต้นขี้เหล็กจะไป เก็บเฉยๆไม่ได้ ต้องทำการบอกกล่าวกับต้นขี้เหล็ก ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ก่อน (มีความเชื่อว่าต้น


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 16 ขี้เหล็กมีเทวดาปกปักษ์รักษา) ก่อนจะนำไปปรุงอาหาร โดยจุดธูปสามดอกและตั้งนะโมสามจบ ต่อจากนั้นก็ทำการเก็บยอดไปประกอบอาหาร (แกงขี้เหล็ก) พร้อมขอพรจากต้นขี้เหล็ก ขอให้มี สุขภาพแข็งแรง อาการเจ็บป่วยนั้นหายไป 3. การศึกษาข้อมูลพรรณไม้ของต้นขี้เหล็ก 3.1 ชื่อของต้นขี้เหล็ก ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby. ชื่อพ้อง Cassia siamea Lam. ชื่อวงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE) ชื่อสามัญ Cassod tree, Thai copper pod. ชื่อทั่วไป ขี้เหล็ก ชื่ออื่นๆ : ภาคเหนือ ขี้เหล็กหลวง ภาคกลาง ขี้เหล็กใหญ่ เงี้ยว (แม่ฮ่องสอน) ผักจี้ลี้ กะเหรี่ยง (แม่ฮ่องสอน) แมะขี้เหละพะโดะ มลายู-ปัตตานี ยะหา ลำปาง, สุราษฏร์ธานี ขี้เหล็กบ้าน ราชบุรี ขี้เหล็กแก่น 3.2 ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์ของต้นขี้เหล็ก ภาพที่ 5 ลำต้นต้นขี้เหล็ก ที่มา : https://kaset.today/ต้นขี้เหล็ก/


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 17 1) ลำต้นต้นขี้เหล็ก ลำต้นของต้นขี้เหล็กเป็นพืชที่ยืนต้น มีพุ่มที่ขนาดเล็กไปจนถึง ปานกลาง มีลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร มีลำต้นเดี่ยวลักษณะกลมๆ แข็งและเหนียว เปลือกต้นแตกแข็ง เป็นร่องลึกตามยาว มีสีน้ำตาล รากของต้นขี้เหล็กเป็นรากแก้วแข็งแรง แทงลึกในดิน ลักษณะกลม มีรากแขนงรากฝอยๆเล็กๆ มีสีน้ำตาล ภาพที่ 6 ใบของต้นขี้เหล็ก ที่มา : https://kaset.today/ต้นขี้เหล็ก/ 2) ใบของต้นขี้เหล็ก เป็นใบประกอบมีลักษณะคล้ายกับขนนก ประกอบด้วยใบ หลักยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร แต่ละใบหลักประกอบด้วยใบย่อย เรียงเป็นคู่ๆ 7-16 คู่ มีก้านใบยาว ออกเรียงสลับ มีใบย่อยออกตรงข้ามกัน มีใบมีลักษณะรูปทรงรี โคนใบมน ปลายใบมน ขอบใบเรียบ มีสีเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัว มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์คือรสขม ภาพที่ 6 ดอกต้นขี้เหล็ก ที่มา : https://kaset.today/ต้นขี้เหล็ก/ 3) ดอกต้นขี้เหล็ก ออกดอกเป็นช่อ ที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยมีขนาดเล็ก ช่อดอกยาว ประมาณ 20-40 เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกจำนวนมาก มากกว่า 10 ดอก ดอก


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 18 ประกอบด้วยกลีบรองดอก 3-4 กลีบ กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม มีลักษณะรูปทรง มีเกสรสี น้ำตาล ก้านช่อดอกจะสั้น จะมีในช่วงต้นฤดูหนาว การเก็บดอกขี้เหล็ก จะเก็บได้ในช่วง เดือนมกราคมไปจนถึงมีนาคมของทุกปี ควรหมั่นเด็ดยอด ให้แตกทรงพุ่มต่ำ เพื่อให้แตก สาขาพุ่มเตี้ยและกว้าง เพื่อที่จะได้ดอกที่ออกตามยอด ภาพที่ 6 ฝักและเมล็ดต้นขี้เหล็ก ที่มา : https://kaset.today/ต้นขี้เหล็ก/ 4) เมล็ดต้นขี้เหล็ก เป็นฝัก อยู่ในช่อ มีลักษณะแบนยาวขนาน ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาล จะแห้งแตกได้ เมล็ดเล็กๆ เรียงอยู่ข้างใน ขนาดฝักกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร มีความประมาณยาว 15-25 เซนติเมตร ภายในฝักมีเมล็ดเรียงตามความยาว ของฝัก จำนวน 20-30 เมล็ด เริ่มติดฝักในช่วงเดือนสิงหาคมไปจนถึงตุลาคม 5) ราก เป็นระบบรากแก้ว มีรากที่แข็งแรง แทงลึกในดิน รากมีลักษณะกลมๆ มี รากแขน รากฝอยๆเล็กๆ มีสีน้ำตาล 3.3 การปลูกและการขยายพันธุ์ต้นขี้เหล็ก โดยทั่วไปแล้วนิยมขยายพันธุ์ด้วยการนำเอาเมล็ดมาเพาะ แล้วนำไปปลูกในพื้นที่ที่ ต้องการจะปลูก เพราะเป็นวิธีการสะดวกและประหยัดกว่าวิธีอื่น ไม่ยุ่งยากมาก ต้นขี้เหล็กโดยปกติ จะออกดอกออกผลให้เมล็ดเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป ฝักจะแก่พอที่จะเก็บเมล็ดได้ประมาณเดือนเมษายนพฤษภาคม สังเกตได้จากฝักแก่จะมีสีค่อนข้างคล้ำหรือ น้ำตาลแก่ การเก็บฝักขี้เหล็กก็จะเก็บจากต้น เลยอย่าปล่อยให้ฝักแก่มาก เพราะเมื่อฝักแก่มากๆ จะแตกคาต้นทำให้เมล็ดร่วงหล่นยากต่อการเก็บ เมล็ด เมื่อเก็บฝักมาแล้วให้นำไปตากแดดบนผ้าหรือพลาสติก ฝักจะแห้งและแตกอ้ามาก เมล็ด ขี้เหล็กจะหล่นออกมาเอง จากนั้นจึงแยกเมล็ดออก การเก็บรักษาเมล็ดทำได้โดยการนำไปบรรจุไว้ ในถุงพลาสติกและปิดปากถุง พอให้อากาศผ่านได้ หรือเก็บในขวดโหลหรือกล่องกระดาษที่มีฝาปิดก็ ได้


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 19 ในการเพาะเมล็ดขี้เหล็กเพื่อที่จะให้เมล็ดมีอัตราการงอกสูงและได้จำนวนกล้ามาก ควร นำไปแช่น้ำร้อนเดือดคนให้ทั่วกันประมาณ 5 นาที แล้วเทน้ำเย็นลงผสม ทิ้งให้แช่น้ำต่อไปอีก 12 ชั่วโมง จึงนำไปเพาะในแปลงเพาะวิธีนี้ได้ผลดีกว่า การหยอดเมล็ดโดยตรงในแปลงปลูก การทำแปลงเพาะเมล็ดทำได้โดยการพูนดินขึ้นมาให้สูงจากพื้น 15 เซนติเมตร ขนากว้าง 1 เมตร ยาว 2-5 เมตร ขอบแปลงกั้นด้วยไม้ไผ่หรือขอนไม้ทั้ง 4 ด้าน ดินในแปลงเพาะควรเป็นดินร่วน ปนทราย หรือดินเหนียวผสมทรายหยาบ หรือแกลบเผาในอัตรา 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 3 หลังจากนั้น หว่านเมล็ดบนแปลงเพาะในอัตราส่วนครึ่งลิตรต่อพื้นที่แปลง 1 ตารางเมตร แล้วกลบเมล็ดรดน้ำให้ ชุ่มคลุมแปลงเพาะด้วยฟางข้าวแห้ง หญ้าคาแห้งหรือใบสนก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแปลงแห้ง รดน้ำเช้า-เย็น ทุกวัน ประมาณ 7-15 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกปล่อยให้ต้นกล้าสูงประมาณ 4-6 เซนติเมตร จึงถอนไปชำในถุงพลาสติกบรรจุดินขนาด 10 x 15 เซนติเมตร โดยใช้ไม้จิ้มดินให้เป็นรู แล้วหย่อนกล้าลงไปแล้วบีบให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องอากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดรากแห้ง กล้าขี้เหล็กอาจตายได้ เสร็จแล้วนำไปวางเรือนเพาะชำโดยวางให้เป็นแถวเป็นแนวเพื่อสะดวกต่อ การรดน้ำ ถ้าไม่มีเรือนเพาะชำก็อาจสร้างเรือนเพาะชำอย่างง่ายๆ โดยฝังเสาไม้เป็นโครงมุงหลังคา ด้วยทางมะพร้าวให้แสงแดดส่องผ่านได้พอสมควร การบำรุงรักษาให้รดน้ำเช้า-เย็น คอยสังเกตว่ามี โรคหรือแมลงรบกวนกล้าไม้ขี้เหล็กหรือไม่ เมื่อกล้าไม้ขี้เหล็กมีความเจริญเติบโตให้คัดต้นที่มีความ สูงมากมาจัดเรียง ไว้ที่หัวแปลง โดยจัดเรียงตามลำดับความสูง เพื่อให้กล้าไม้ได้รับแสงแดดอย่าง ทั่วถึง ถ้าไม่ทำเช่นนี้ต้นกล้าทีสูงกว่าจะบดบังแสงแดดต้นที่เล็กกว่าจะทำให้กล้าต้น เล็กแคระแกรน อีกทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้รากของกล้าไม้ไชลึกลงสู่พื้นดิน เมื่อกล้าไม้ขี้เหล็กมีอายุประมาณ 3-4 เดือน หรือมีความสูงประมาณ 20-40 เซนติเมตร ก็พร้อมที่จะนำไปปลูกได้ 3.4 การดูแลรักษาต้นขี้เหล็ก แสง : เป็นต้นไม้ที่ชื่นชอบแสงแดดมาก จึงต้องปลูกที่โดนแสงตลอดทั้งวัน น้ำ : เป็นต้นที่ชอบน้ำปานกลาง ทนแล้งได้ดี จึงมีคำแนะนำให้รดวันละ 1-2 ครั้ง ดิน : ต้นขี้เหล็กเป็นต้นที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนระบายน้ำดี ปุ๋ย : ควรใส่ปุ๋ยคอกลงไปในหลุมหรือพื้นที่จะปลูก เพื่อบำรุงดินก่อนลงเมล็ด หรือต้นกล้า 3.5 การเก็บผลผลิตขี้เหล็ก จะเริ่มเก็บผลผลิต ประมาณ 6 เดือน หลังปลูกลงในแปลง ขี้เหล็กเริ่มโตเต็มที่ จะสามารถ เก็บเกี่ยวยอดอ่อนได้ การเก็บดอกขี้เหล็ก จะเก็บได้ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ของทุกปี ควร


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 20 หมั่นเด็ดยอด ให้แตกทรงพุ่มต่ำ เพื่อให้แตกสาขาพุ่มเตี้ยและกว้าง เพื่อที่จะได้ดอกที่ออกตามยอด ขี้เหล็กเป็นผักที่เหี่ยวง่ายมาก และดอกจะร่วงเร็ว เราจะมีวิธีเก็บรักษาให้สดนานๆ คือ ให้นำมาห่อ ด้วยกระดาษหรือผ้าขาวบาง แล้วใส่ถุงหรือกล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็นหรือนำมาต้มแล้วแช่ ฟรีส จะเก็บไว้ใช้ได้นาน 3.6 ประโยชน์ของขี้เหล็ก 1) ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้ แข็งแรง (ใบ) 2) ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา (ดอก) 3) ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น (ดอก) 4) ช่วยบำรุงธาตุ (ราก) 5) แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ ทำให้ตัวเย็น (แก่น) 6) ช่วยเจริญธาตุไฟ (ราก) 7) ช่วยแก้โรคกระษัย (ราก, ลำต้นและกิ่ง, เปลือกต้น, ทั้งต้น) 8) ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง (ทั้งต้น) 9) ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ใบ, แก่น) 10) ช่วยลดความดันโลหิตสูง (ใบ) 11) ช่วยรักษาวัณโรค (แก่น) 12) ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง (ดอก) 13) ช่วยรักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร (แก่น) 14) ช่วยแก้อาการชักในเด็ก (ราก) 15) แก้ไตพิการ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) 16) ใบขี้เหล็กมีสารที่ชื่อว่า "แอนไฮโดรบาราคอล" (Anhydrobarakol) ที่มี สรรพคุณช่วยในการคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน (ใบ) 17) ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท แก้โรคประสาท และช่วยสงบประสาท (ดอก) 18) ช่วยทำให้นอนหลับสบาย แก้อาการนอนไม่หลับ ผ่อนคลายความกังวล ด้วย การใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะ ใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้ น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่ม ครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบ, ดอก)


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 21 19) ช่วยแก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้มีอาการระส่ำระสาย ในท้อง (ฝัก) 20) ช่วยรักษาหืด (ดอก) 21) ช่วยรักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ (ดอก) 22) ช่วยบำรุงโลหิต (ใบ) 23) ช่วยขับโลหิต (แก่น) 24) ช่วยขับพิษโลหิต (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) 25) แก้เลือดกำเดาไหล (ต้น, ไม่ระบุส่วนที่ใช้) 26) ช่วยถ่ายพิษไข้ แก้ไข้กลับซ้ำ แก้ไข้หนาว ไข้ผิดสำแดง (ราก) 27) ช่วยดับพิษไข้ (เปลือกต้น, ทั้งต้น) 28) ช่วยแก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ (เปลือกต้น, ฝัก) 29) ช่วยแก้พิษเสมหะ (ทั้งต้น) 30) ช่วยกำจัดเสมหะ (ใบ) 31) ช่วยขับมุตกิด กัดเถาดาน กัดเสมหะ และกัดเมือกในลำไส้ (เปลือกฝัก) 32) ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน (ใบ) 33) ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ดอก) 34) แก้อาการเบื่ออาหาร ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วม ยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้ น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบแห้ง, ใบอ่อน) 35) ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอน ตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ใบอ่อน, แก่น) 36) ช่วยรักษาโรคบิด (ใบ) 37) ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอน ตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ดอก, ใบ, แก่น, ลำต้นและกิ่ง, เปลือกต้น, ราก, ทั้ง ต้น) 38) ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร (เปลือกต้น) 39) ช่วยบำรุงน้ำดี (ทั้งต้น) 40) ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ, ลำต้น และกิ่ง)


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 22 41) ช่วยรักษานิ่วในไต (ใบ, ลำต้น และกิ่ง) 42) ช่วยรักษาโรคหนองใน (แก่น, ทั้งต้น) 43) รักษาแผลกามโรค (ราก, แก่น) 44) ช่วยแก้หนองใส (แก่น) 45) ช่วยขับระดูขาว (ใบ, ลำต้น และกิ่ง) 46) ช่วยฟอกโลหิตในสตรี (ต้น) 47) ช่วยขับพยาธิ (ใบ, ดอก) 48) ช่วยรักษาอาการเหน็บชา (ใบ, ราก) 49) รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน (ราก) 50) ช่วยทำให้เส้นเอ็นหย่อน (ทั้งต้น) 51) แก้เส้นเอ็นพิการ (เปลือกฝัก) 52) ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ลำต้นและกิ่ง) 53) ช่วยรักษาโรคหิด (เปลือกต้น) 54) ช่วยรักษาฝีมะม่วง (ใบ) 55) ทางภาคใต้ใช้รากขี้เหล็กผสมกับสารส้ม นำมาทาแผลฝีหนอง (ราก) 56) ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก, ลำต้น และกิ่ง) 57) ประโยชน์ของขี้เหล็กช่วยแก้บวม (ไม่ระบุส่วนที่ใช้) 58) ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้อง ย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่น ผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมัน มะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้ (ดอก) 59) ใช้ทำปุ๋ยหมัก (ใบแก่) 60) ดอกและดอกอ่อนใช้รับประทานหรือทำเป็นแกงขี้เหล็กได้ (ดอก)


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 23 3.7 โทษของขี้เหล็ก ภาพที่ 8 การต้มขี้เหล็ก เทน้ำทิ้งแล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นยา ที่มา : https://e-shann.com/แกงขี้เหล็กสูตรกวย-เขมร/ การรับประทานขี้เหล็กในลักษณะที่นำใบขี้เหล็กไปตากแห้งแล้วบรรจุเป็นเม็ด อาจทำให้ เกิดการเสื่อมและการตายของเซลล์ตับ หรืออาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้เกิดโรคตับได้ ซึ่ง การรับประทานขี้เหล็กอย่างปลอดภัย ต้องเลือกใบเพสลาดหรือตั้งแต่ยอดอ่อนถึงใบขนาดกลาง และ นำไปต้มให้เดือด เทน้ำทิ้งสัก 2-3 น้ำ แล้วค่อยนำมาปรุงอาหารหรือนำไปทำเป็นยา ซึ่งวิธีการแบบ พื้นบ้านนี้จะช่วยฆ่าฤทธิ์และทำลายสารที่เป็นอันตรายต่อตับได้ และยังช่วยลดความขมลงอีกด้วย 4. การสรุปลักษณะและข้อมูลพรรณไม้“ขี้เหล็ก” ขี้เหล็ก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby) จัดเป็นพืชในวงศ์ Leguminosae นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกในท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เช่น ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี) ขี้เหล็ก บ้าน (ลำปาง) ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ) ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลางบางที่) ผักจี้ลี้ (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) ยะ หา (มลายู-ปัตตานี) และขี้เหล็กจิหรี่ (ภาคใต้) เป็นต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นขี้เหล็กเป็น ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงปานกลาง ผลัดใบ สูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นมักคดงอเป็นปุ่มเปลือกสีเทา ถึงสีน้ำตาลดำ ยอดอ่อนสีแดงเรื่อ ๆ ใบประกอบเป็นแบบขนนก เรียงสลับกัน มีใบย่อย 5-12 คู่ ปลายสุดมีใบเดียว ใบย่อยรูปขอบขนานด้านบนเกลี้ยง ดอกช่อสีเหลืองอยู่ตามปลายกิ่ง ดอกจะบาน จากโคนช่อไปยังปลายช่อ กลีบเลี้ยงมี 3-4 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผู้10 อัน ผลเป็นฝักแบน ยาวมีสีคล้ำ เมล็ดรูปไข่ยาวแบนสีน้ำตาลอ่อนเรียงตามขวางมี 20-30 เมล็ด เนื้อไม้มีสีน้ำตาลแก่ เกือบดำ ส่วนของดอกและใบขี้เหล็กใช้เป็นอาหารในหลายประเทศ เช่น ไทย พม่า อินเดีย และ มาเลเซีย เป็นต้น ในตำราการแพทย์แผนไทยได้มีการบันทึกประโยชน์ของขี้เหล็กในหลายด้าน เช่น ใช้แก้อาการท้องผูก ใช้แก้อาการนอนไม่หลับ ใช้ทำความสะอาดเส้นผม ทำให้ผมชุ่มชื่นเป็นเงางาม ไม่มีรังแค ช่วยเจริญอาหาร บำรุงน้ำดี และบำรุงโลหิต เป็นต้น นอกจากนั้น ยังนิยมนำมาประกอบ


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 24 อาหาร เช่น แกงขี้เหล็กเป็นการนำใบอ่อน ดอกและยอดของต้นขี้เหล็ก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในทุก ภาคของประเทศไทย มาปรุงเป็นอาหาร นอกจากจะรับประทานในครัวเรือน ยังนิยมปรุงเลี้ยงแขก เทศกาลงานต่างๆ เช่น งานบวช งานแต่งงาน งานศพ ด้วยรสชาติของขี้เหล็กมีรสขม ก่อนปรุงจึง ต้องนำมาต้มน้ำทิ้งก่อน ช่วย ลดสารที่เป็นพิษ และทำให้มีรสชาติดีขึ้นเมื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร ภาพที่ 9 ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตุสิงห์ ที่มา : https://ttmic.co.th/ศ-นพ-อวย-เกตุสิงห์/ ในปี พ.ศ.2485 ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตุสิงห์ ได้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของต้น ขี้เหล็ก พบว่าใบและดอกขี้เหล็กทำให้เกิดอาการง่วงซึมและมีพิษน้อยกว่าสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่ได้ ศึกษา ต่อมาจึงมีผู้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกัดใบขี้เหล็กอีกครั้งโดยใช้แอลกอฮอล์เป็นตัว ทำละลาย พบว่าสารสกัดนี้มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เพิ่มความตึงตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และมี ฤทธิ์ขับปัสสาวะ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2513 คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอตทิงงัม ประเทศอังกฤษ ได้รายงานว่าสามารถสกัดสารชนิดใหม่จากใบขี้เหล็กได้ โดยตั้งชื่อว่า “บาราคอล (barakol)” ซึ่งมี ฤทธิ์กล่อมประสาทและลดความกังวล แต่ภายหลังมีการพบว่ามีพิษต่อตับด้วยเช่นกัน 5. การสืบค้นข้อมูลพฤกษศาสตร์“ต้นขี้เหล็ก” ชื่อวิทยาศาสตร์ : Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby ชื่อสามัญ : Cassod tree, Thai copper pod วงศ์ : Leguminosae - ceasalpinioideae ชื่ออื่น : ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง) ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี) ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ) ขี้เหล็ก บ้าน (ลำปาง, สุราษฎร์ธานี) ผักจี้ลี้ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) แมะขี้แหละพะโด (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) ยะหา (มลายู-ปัตตานี)


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 25 ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ : พืชชนิดนี้เป็นพืชพื้นเมืองแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณและตามริมน้ำ พบทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ เปลือกต้น สีน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 13-19 ใบ รูปรี กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ปลายใบเว้าตื้นๆ โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบร่วมสีน้ำตาลแดง ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงกลม มี 3- 4 กลีบ ปลายมน กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายมน โคนเรียว หลุดร่วงง่าย ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. เกสรเพศผู้มีหลายอัน ผล เป็นฝักแบนยาว กว้าง 1.3 ซม. ยาว 15-23 ซม. หนา สีน้ำตาล เมล็ดมี หลายเมล็ด 6. การบันทึกข้อมูลเพิ่มเติม 6.1 รายงานการวิจัยปัจจุบันเกี่ยวกับ “ขี้เหล็ก” จากการศึกษาวิจัยนสัตว์ทดลอง พบว่าขี้เหล็กมีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ในสาร สกัดใบด้วยแอลกอฮอล์ เพิ่มการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบของลำไส้กบและสุนัข สารสกัดจากใบด้วย น้ำร้อนมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายในหนู และสารแอนทราควิโนน (anthraquinones) ในขี้เหล็กมีฤทธิ์เป็นยา ถ่าย ข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกในการใช้ยาน้ำเชื่อมและยาเม็ดขี้เหล็กในการช่วยให้นอนหลับ พบว่า มีอาการข้างเคียงเล็กน้อย คือ ระบายท้อง จากการศึกษาวิจัยทางพรีคลินิกและคลินิกพบว่าสารบาราคอล (barakol) ในใบขี้เหล็กมี ฤทธิ์ทำให้นอนหลับ การนำใบขี้เหล็กบดเป็นยา โดยไม่ได้ต้มน้ำทิ้ง ช่วยให้นอนหลับในรูปของยาเม็ด และแคปซูล ซึ่งต่อมาพบว่าทำให้เกิดอาการตับอักเสบในผู้ป่วยหลายราย ปัจจุบันสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาจึงไม่รับขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณในรูปสมุนไพรเดี่ยวและจัดใบ ขี้เหล็กอยู่ในรายการยาสมุนไพรที่จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง 6.2 สาระสำคัญวิจัยเรื่อง “ขี้เหล็ก” ใบชี้เหล็กมีองค์ประกอบเคมีหลายชนิดที่สำคัญเป็นสารกลุ่มโครโมน (chromones) ได้แก่ 5-แอซีโทนิล-7-ไฮดรอกชี-2-เมทิลโครโมน (5-acetonyl-7-hydroxy-2-methyI chromone) บารา คอล (barakol) นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มแอนทราควิโนน (anthraquinones) เช่น คริโซฟานอล (chrysophanol) แคสเซียมินเอ (cassiamin-A) เซนโนไชด์(sennosides), ฟิซิออล (physiol) เร อิน (rhein) สารกลุ่มแอลคาลอยด์ (alkaloids) เช่น ไซอะมินีน (siaminine) ไซอะมีน (siamine) สารกลุ่มเฟลโวนอยด์ (flavonoids) เช่น เคมเฟอรอล (kaempfero) เอพิจีนิน (apigenin) สาร


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 26 กลุ่มสเตอรอล (sterols) เช่น บีตา-ชิโตสเตียรอล (B-sitosterol) และบีตา-ซีโตสเตียรอลไกลโคไซด์ (B-sitosterol glycosides) เป็นต้น 7. การตรวจสอบผลงานเป็นระยะ การตรวจสอบผลงานในการศึกษาพืชพรรณไม้ในท้องถิ่นครั้งนี้ เป็นการสืบค้นข้อมูลทาง วิชาการ นำมารวบรวมและจัดเป็นเล่มรายงาน อีกทั้งการทำงานจะต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา ผลงานตั้งแต่ระยะเริ่มต้นศึกษาจบถึงผลจากการศึกษาและการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่นอย่างต้น “ขี้เหล็ก ดังนั้นการศึกษาและการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่นนี้ ผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และจัดทำแผนการจัดการสอนเพื่อนำไปใช้ในโรงเรียนต่อไป และทำการติดตามความก้าวหน้าในการ เรียนรู้ 8. ความเป็นระเบียบ ความตั้งใจ การศึกษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่นนั้น ความเป็นระเบียบ ความตั้งใจ ดูได้จากการสังเกตพฤติกรรม การเข้าร่วมศึกษาปละอนุรักษ์ทั้งขอตัวผู้ศึกษาและนักเรียนที่ได้จากการเรียนการสอนของผู้ศึกษา ที่มาจากการสอนโดยใช้แผนการจัดการเรียนการสอน และผู้ศึกษาได้จัดทำคู่มือพฤกษาศาสตร์และ แผนการจัดการเรียนรู้ตามที่ ดร.ทวัช บุญแสง อาจารย์ประจำวิชาได้เสนอแนะไว้


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 27 การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” องค์ประกอบที่ 1 การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ 1. ผังบริเวณของพื้นที่ วัตถุประสงค์ : เพื่อรู้ลักษณะทางกายภาพในพื้นที่และเพื่อรู้วิธีการจัดทำผังบริเวณของ พื้นที่ที่ศึกษา คำชี้แจง : ให้สำรวจลักษณะทางกายภาพองค์ประกอบต่างๆ เช่น ตำแหน่งอาคาร สิ่งปลูก สร้าง และจัดทำผังบริเวณ (Lay-out) ของพื้น ผังบริเวณของพื้นที่ พื้นที่ศึกษา บ้านเลขที่ 314 ม.12 ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช (บ้านนายณัฐพัชรพล ห่อทอง) มาตราส่วน 1 : 500 วัน เดือน ปี 11 มีนาคม พ.ศ.2566 ผู้ศึกษา นายณัฐพัชรพล ห่อทอง สัญลักษณ์ จุดอ้างอิง ขอบถนนราดยาง


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 28 2. ตำแหน่งพิกัดพรรณไม้ วัตถุประสงค์: เพื่อรู้วิธีการหาและบันทึกตำแหน่งพิกัดพรรณไม้ คำชี้แจง : ให้หาตำแหน่งพิกัดพรรณไม้ และบันทึกในตารางพิกัดพรรณไม้ ตารางพิกัดพรรณไม้ บริเวณพื้นที่ศึกษา บ้านเลขที่ 314 ม.12 ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช วัน เดือน ปี 11 มีนาคม พ.ศ.2566 จุดอ้างอิง 8.199004212507358, 99.48924120496078 (Google Map) วัดจากขอบถนนราดยาง รหัสประจำ ต้น ชื่อพื้นเมือง พิกัดพรรณไม้(เมตร) ค่า X ค่า Y 1 ขี้เหล็ก 2 0 3. ความกว้างทรงพุ่มพรรณไม้ วัตถุประสงค์: เพื่อรู้วิธีการวัดและหาความกว้างทรงพุ่มพรรณไม้ คำชี้แจง : ให้วัดความกว้างของทรงพุ่มพรรณไม้ที่ได้สำรวจ และบันทึกในตารางความกว้าง ทรงพุ่มพรรณไม้ ตารางความกว้างทรงพุ่มพรรณไม้ บริเวณพื้นที่ศึกษา บ้านเลขที่ 314 ม.12 ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช วัน เดือน ปี 11 มีนาคม พ.ศ.2566 จุดอ้างอิง 8.199004212507358, 99.48924120496078 (Google Map) วัดจากขอบถนนราดยาง รหัส ประจำต้น ชื่อพื้นเมือง ความกว้างทรงพุ่ม (เมตร) ทิศ เหนือ (N) ทิศใต้ (S) ทิศ ตะวันออก (E) ทิศ ตะวันตก (W) 1 ขี้เหล็ก 1 1 1.5 1.5


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 29 4. แบบศึกษาพรรณไม้ วัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้รู้โครงสร้างและลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 2) เพื่อให้รู้การวัด 3) เพื่อให้รู้การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ คำชี้แจง : ให้ศึกษาและบันทึกข้อมูลพรรณไม้ในแบบศึกษาพรรณไม้ ตัวอย่างการหาความสูงแบบสามเหลี่ยมคล้าย บริเวณพื้นที่ศึกษา บ้านเลขที่ 3 14 ม.12 ต.เขาขาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช วัน เดือน ปี 11 มีนาคม พ.ศ.2566 จุดอ้างอิง การหาความสูงของต้นขี้เหล็ก


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 30


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 31


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 32


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 33


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 34


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 35


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 36


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 37


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 38


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 39


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 40


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 41 การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” องค์ประกอบที่ 5 การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา - แผนการจัดการเรียนรู้ (แผนหน้าเดียว) - แผนการจัดการเรียนรู้ (แผนฉบับสมบูรณ์)


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 42


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 43


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 44


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 45 1. สาระสำคัญ ขี้เหล็ก เป็นพืชผักสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามตลาด นอกจากจะนำมาใช้ทำเป็นอาหารไว้ รับประทานแล้ว ในตำราการแพทย์แผนไทยยังได้มีการใช้ประโยชน์ของต้นขี้เหล็กในหลายๆ ด้าน 2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ที่ 5 ภูมิศาสตร์ 1) มาตรฐานการเรียนรู้ ส5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทาง กายภาพ ที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2) ตัวชี้วัด ป.3/2 อธิบายการพึ่งพาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในการสนอง ความต้องการฟื้นฐานของมนุษย์และการประกอบอาชีพ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ด้านความรู้ความเข้าใจ (K) - นักเรียนสามารถยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็กได้ 2) ด้านทักษะกระบวนการ (P) - นักเรียนสามารถเขียนการใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็กได้ 3) ด้านคุณลักษณะ เจตคติ ค่านิยม (A) - นักเรียนตั้งใจฟังและมีความกระตือรือร้นในการเรียนการสอน เรื่อง การใช้ ประโยชน์จากต้นขี้เหล็ก 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร - นักเรียนมีทักษะในการสื่อสารกับครูและเพื่อนจากกิจกรรมต่างๆในการเรียนสอน เรื่อง การใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็ก แผนจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา ส13201..กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม...ชั้นประถมศึกษาปีที่3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การใช้ประโยชน์จากพืชพรรณในการดำรงชีวิตของมนุษย์เวลา.....เวลา 3 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 การใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็ก.........................................เวลา 1 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565………………………………..……………...ผู้สอน นายณัฐพัชรพล ห่อทอง


การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพรรณไม้ในท้องถิ่น “ต้นขี้เหล็ก” | 46 2) ความสามารถในการคิด - นักเรียนสามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้รับกับเพื่อนและครูในการ เรียนการสอน 3) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1) มีวินัย - นักเรียนมีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆและรับผิดชอบในการ ทำงาน 2) มีความใฝ่เรียนรู้ - นักเรียนมีความตั้งใจเรียน - นักเรียนมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้ - นักเรียนมีการซักถามและแลกเปลี่ยนความรู้ 3) มีความมุ่งมั่นในการทำงาน - นักเรียนมีความเอาใจใส่ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย - นักเรียนมีความพยายามทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย 4) มีจิตสาธารณะ - นักเรีนมีจิตอาสาในการทำงานร่วมกับผู้อื่น 6. สาระการเรียนรู้แกนกลางและสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น 1) สาระการเรียนรู้แกนกลาง การพึ่งพาสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น การคมนาคม บ้านเรือนและ การประกอบอาชีพในชุมชน 2) สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การพึ่งพาสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น การใช้ประโยชน์จากต้น ขี้เหล็ก 7. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน ร่องรอยแสดงความรู้) 1) ใบงานที่ 1 เรื่อง การใช้ประโยชน์จากต้นขี้เหล็ก


Click to View FlipBook Version