คำอธิบายรายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2
ภาคเรียนที่ 2 ส 22103 เวลาเรยี น 60 ช่วั โมง
ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธบิ าย ปจั จัยที่มีผลต่อการลงทุนและการออม ปจั จัยการผลิตสินค้าและบรกิ าร
ปัจจัยทมี่ ีอิทธิพลต่อการผลิต ปจั จยั ท่มี อี ทิ ธพิ ลต่อการผลติ สนิ คา้ และบริการเสนอแนวทางการพัฒนาการผลิตใน
ทอ้ งถน่ิ ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อภิปรายแนวทางการคุม้ ครองสทิ ธิของตนเองในฐานะผ้บู ริโภค ระบบ
เศรษฐกิจแบบต่าง ๆ ยกตัวอย่างท่ีสะท้อนใหเ้ หน็ การพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในภมู ิภาค
เอเชีย วเิ คราะหก์ ารกระจาย ทรพั ยากรในโลกท่สี ่งผลต่อความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ การ
แข่งขันทางการคา้ ในประเทศและต่างประเทศ ที่สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพสน้ิ คา้ ปรมิ าณการผลิตและราคาสินค้าสำรวจ
และระบุทำเลทต่ี ้งั ของกจิ กรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปยุโรปและทวีปแอฟรกิ า พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนา
ทีต่ นนบั ถือ ในฐานะทเี่ ปน็ รากฐานของวัฒนธรรมเอกลกั ษณ์ของชาตแิ ละมรดกของชาติ พุทธประวัตหิ รอื ประวัติ
ศาสดาของศาสนาทต่ี นนบั ถือตามทก่ี ำหนดการดำเนินชวี ติ และขอ้ คิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เรื่องเล่าและศา
สนิกชนตวั อย่างตามทก่ี ำหนดโครงสรา้ ง และสาระ สังเขปของ พระไตรปฏิ ก หรือคมั ภีร์ ของศาสนาทต่ี นนบั ถอื
ธรรมคณุ และข้อธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ๔ หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือตามทก่ี ำหนด เห็นคณุ คา่ และ
นำไปพัฒนา แก้ปัญหาของชุมชนและสงั คมการปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื เพ่ือการดำรงตน
อยา่ งเหมาะสมในกระแสความเปลีย่ นแปลงของโลก และการอยู่รว่ มกันอย่างสันตสิ ขุ คณุ ค่าของ ศาสนพิธี และ
ปฏบิ ตั ติ นได้ถูกตอ้ งคุณคา่ ของ ศาสนพธิ ี และปฏบิ ัติตนได้ถกู ตอ้ งคำสอนทเี่ กี่ยวเนือ่ งกบั วันสำคัญทางศาสนา
และปฏบิ ตั ติ นได้ถกู ต้องความแตกตา่ งของศาสนพิธพี ิธีกรรม ตามแนวปฏบิ ัติของศาสนาอนื่ ๆเพอื่ นำไปสู่การ
ยอมรบั และความเข้าใจซึง่ กนั และกนั ปฏบิ ัติตนตาม ความสำคัญของพระพุทธ ศาสนาหรือศาสนาทต่ี น นับถอื
กับการพฒั นาชมุ ชนและการจดั ระเบยี บสังคม สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ ารจิตและเจริญปัญญาดว้ ยอานาปานสติ
หรือตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏบิ ัตติ นอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาทต่ี นนบั ถือ
ตามทกี่ ำหนด มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ตี ามท่กี ำหนด
โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการอธิบาย กระบวนการวเิ คราะห์ กระบวนการยกตวั อยา่ ง กระบวนการ
กล่มุ กระบวนการปฏบิ ัติ
รู้และเขา้ ใจสามารถวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบความเหมอื น ความแตกต่าง ความสัมพนั ธข์ องเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ
รวมทัง้ สามารถแกป้ ญั หาและประยกุ ตใ์ ช้ เม่ือให้สามารถนำผลการเรยี นรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันและอยรู่ ่วมกนั ใน
สงั คมไดอ้ ยา่ งมีสุขและมีสันติสุข
รหสั ตวั ชวี้ ดั
ส.1.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5 ม.2/6 ม.2/7 ม.2/8 ม.2/9 ม.2/10 ม.2/11
ส.3.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
ส.3.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
รวมท้งั หมด 19 ตัวชว้ี ัด
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2 โครงสรา้ งรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เวลาเรยี นรวม 60 ชว่ั โมง
ลำดบั หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระการเรยี นรู้ จำนวน
ท่ี ตวั ชว้ี ดั ชว่ั โมง
1 เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้ ส 3.1 ม.1/1, 2, 3,4 1. ความหมายและความสำคญั ของการลงทุนและ 12
การออมต่อระบบเศรษฐกจิ 10
2 ระบบเศรษฐกจิ ส 3.2 ม.1/1, 2,3, 4 2. การบริหารจัดการเงนิ ออมและการลงทุนภาค
และความสัมพนั ธ์ ครวั เรอื น
ทางเศรษฐกจิ 3. ปจั จยั ของการลงทุนและการออมคืออตั รา
ดอกเบ้ีย รวมท้ังปัจจัยอน่ื ๆ เชน่ ค่าของเงิน
เทคโนโลยี การคาดเดาเก่ยี วกบั อนาคต
4. ปญั หาของการลงทุนและการออมในสังคมไทย
5. ความหมาย ความสำคัญ และหลักการผลติ
สินค้า
6. สำรวจการผลติ สนิ ค้าในท้องถ่ินว่ามีการผลิต
อะไรบ้าง ใชว้ ิธกี ารผลติ อย่างไร มีปญั หาด้าน
ใดบา้ ง
7. มกี ารนำเทคโนโลยอี ะไรมาใชท้ ม่ี ผี ลต่อ
การผลติ สินคา้ และบรกิ าร
8. นำหลกั การผลิตมาวเิ คราะห์การผลิตสนิ คา้ และ
บริการในทอ้ งถิน่ ทัง้ ด้านเศรษฐกิจ สงั คม และ
สง่ิ แวดล้อม
9. หลกั การและเปา้ หมายปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
10. สำรวจและวิเคราะห์ปญั หาการผลิตสินค้าและ
บริการในท้องถิน่
11. ประยุกตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน
การผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารในทอ้ งถ่ิน
12. การรกั ษาและค้มุ ครองสิทธิประโยชน์ของ
ผูบ้ ริโภค
13. กฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บรโิ ภคและ
หน่วยงานทเี่ ก่ียวข้อง
14. การดำเนินกิจกรรมพทิ กั ษส์ ิทธิและ
ผลประโยชน์ตามกฎหมายในฐานะผู้บริโภค
15. แนวทางการปกป้องสิทธขิ องผบู้ รโิ ภค
1. ระบบเศรษฐกจิ แบบต่าง ๆ
2. หลกั การและผลกระทบการพ่ึงพาอาศยั กันและ
การแข่งขนั กนั ทางเศรษฐกิจในภมู ภิ าคเอเชยี
ระหว่างประเทศ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ 3. การกระจายของทรพั ยากรในโลกที่ส่งผลต่อ จำนวน
ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้ ชว่ั โมง
ลำดบั หนว่ ยการเรียนรู้
ที่ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ 7
เช่น นำ้ มัน ปา่ ไม้ ทองคำ ถ่านหิน แร่ เป็นต้น 8
3 ความสำคญั ของ ส 1.1 ม.2/1,2,3,5,6
พระพุทธศาสนา ส1.1 ม.2/7,8,11 4. การแข่งขันทางการคา้ ในประเทศ 3
พุทธประวัติ และ และตา่ งประเทศ
ชาดก
1. ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา
4 หลักธรรมทาง 2. พุทธประวัติ
พระพทุ ธศาสนา 3. ชาดก
5 ประวตั ิพทุ ธสาวก ส 1.1 ม.2/6 1. พระรตั นตรยั
พทุ ธสาวิกา 2. อรยิ สัจ 4
3. พทุ ธศาสนสุภาษิต
4. พระไตรปฎิ ก
5. คำศพั ท์ทางพระพุทธศาสนาที่ควรทราบ
1. พทุ ธสาวก
2. พุทธสาวกิ า
6 หนา้ ท่ชี าวพุทธ ส 1.1 ม.2/6 1. หนา้ ที่ชาวพุทธ 7
มรรยาทชาวพุทธ ส 1.2 ม.2/1,2 2. มรรยาทชาวพทุ ธ 4
และชาวพุทธ 3. ชาวพทุ ธตัวอย่าง
ตวั อย่าง
1. การบรหิ ารจิต
7 การบริหารจติ และ ส 1.1 ม.2/9,10 2. การเจริญปัญญา
เจริญปญั ญา
8 วันสำคญั ทาง ส 1.2 ม.2/4,5 1. วันสำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา 6
2. วันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ 2
พระพุทธศาสนาและ 3. ศาสนพิธี
เทศกาลสำคัญ - พระพุทธศาสนากบั การพัฒนาชมุ ชนและการจดั
ระเบียบสังคม
9 สมั มนา ส 1.1 ม.2/8
พระพทุ ธศาสนาเพือ่
การแก้ปัญหาและ
พัฒนาสงั คม
รวม 60
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2/1
วชิ า สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้น มธั ยมศึกษาปที ี่ 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ช่ือหน่วย ระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ จำนวน 8 คาบ
เรอื่ งระบบเศรษฐกิจ
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 2 คาบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ
ความจำเป็นของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตวั ชวี้ ัดขอ้ 1 อภิปรายระบบเศรษฐกิจแบบตา่ ง ๆ
2. สาระการเรียนรู้
2.1 ระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ ง ๆ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธบิ ายระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ ง ๆ ได้
3.2 อภิปรายระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ ง ๆ ได้
3.3 เหน็ ประโยชน์ของระบบเศรษฐกจิ แบบต่าง ๆ
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายระบบเศรษฐกิจแบบตา่ ง ๆ ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
เหน็ ประโยชน์ของระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ ง ๆ
ด้านเจตคต/ิ คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซือ่ สตั ยส์ ุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียนหลักสตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทักษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบยี บวินัย (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวิชาอื่น…………………………
2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อืน่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................
8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนตามรูปแบบ โมเดลซิปปา (CIPPA Model)
ช่ัวโมงท่ี 1
นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 ระบบเศรษฐกิจและความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศ
ครมู อบหมายชิน้ งาน/ภาระงาน ตามกิจกรรมตรวจสอบการเรียนร้ทู ี่ 1 ดงั นี้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 6 คน โดยศึกษาจุดดีจุดด้อยนของระบบเศรษฐกิจแตล่ ะรูปแบบ
แล้วร่วมกันอภปิ รายหน้าช้นั เรยี นในชั่วโมงท่ี 2
2. นกั เรียนในหอ้ งรวมกันวิเคราะหถ์ ึงการแก้ปญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจของระบบ
เศรษฐกจิ แตล่ ะระบบว่ามีวิธกี ารอย่างไร ใหส้ รุปนำเสนอในช่ัวโมงที่ 2
ขั้นท่ี 1 ทบทวนความรู้เดิม
นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประเทศท่ีมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นระบบทุนนิยม พร้อมท้ังบอก
ลกั ษณะเดน่ ของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยมท่ีนักเรยี นมีความรเู้ ดมิ อยู่
ขั้นที่ 2 แสวงหาความร้ใู หม่
1. ครูอธิบายพร้อมนำรูปภาพธงชาติของประเทศต่างๆ มาให้นักเรียนดูและช่วยกันตอบว่าเป็นระบบ
เศรษฐกิจแบบใด ซ่ึงการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ มีความแตกต่างกันไปตามระบบ
เศรษฐกิจ โดยท่วั ไปจะแบง่ ระบบเศรษฐกิจออกเปน็ 3 ระบบ คือ
1) ระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม
2) ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนยิ ม
3) ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
2. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน เรียก
กลุ่มน้ีว่า กลุ่มบ้าน ให้สมาชิกแต่ละคนมีหมายเลขประจำตัว ต้ังแต่หมายเลข 1-6 ตามลำดับ พรอ้ มตง้ั ชื่อกลุ่มของ
ตน
3. ครูให้สมาชิกแต่ละหมายเลขแยกย้ายกันไปหาสมาชิกท่ีมีหมายเลขเดียวกัน แล้วจับกลุ่มใหม่
ตามหมายเลข สมาชกิ กลุม่ ใหมเ่ รียกวา่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
4. กลุ่มผู้เชย่ี วชาญแต่ละหมายเลขร่วมกนั ศึกษาความรู้เรอื่ ง ระบบเศรษฐกิจ จากหนังสือเรียน หนังสือ
ค้นควา้ เพม่ิ เตมิ หอ้ งสมดุ หรอื แหล่งข้อมลู สารสนเทศ ตามความเหมาะสม ตามหัวข้อตอ่ ไปน้ี
- กลุ่มผ้เู ช่ยี วชาญหมายเลข 1, 2 ศกึ ษาความรู้เร่ือง ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม
- กลุม่ ผู้เช่ียวชาญหมายเลข 3, 4 ศึกษาความรเู้ ร่ือง ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนิยม
- กลมุ่ ผเู้ ช่ียวชาญหมายเลข 5, 6 ศึกษาความรู้เรอื่ ง ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
ชั่วโมงท่ี 2
ข้ันที่ 3 ศกึ ษาทำความเข้าใจขอ้ มูล/ความรู้ใหม่ และเชอ่ื มโยงความรูใ้ หม่กับความรู้เดิม
1. สมาชิกกล่มุ ผ้เู ชี่ยวชาญแต่ละหมายเลขนำความรทู้ ่ไี ด้จากการศกึ ษามาเป็นพ้ืนฐานในการทำ แบบ
ฝึกเสริมทกั ษะ ดังน้ี
- หมายเลข 1, 2 ทำแบบฝึกเสริมทกั ษะท่ี 2/1.1 เร่ือง ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม
- หมายเลข 3, 4 ทำแบบฝกึ เสรมิ ทักษะท่ี 2/1.2 เรื่อง ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนยิ ม
- หมายเลข 5, 6 ทำแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะที่ 2/1.3 เรอ่ื ง ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
2. สมาชิกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มร่วมกันทบทวนความรู้ตามหัวข้อในแบบฝึกเสริมทักษะท่ีกลุ่มของ
ตนรับผดิ ชอบจนมีความเข้าใจกระจ่างชดั เจน แล้วแยกย้ายกนั กลบั กลมุ่ เดมิ หรอื กลมุ่ บ้าน
ขน้ั ท่ี 4 แลกเปลยี่ นความรูค้ วามเข้าใจกับกลุ่ม
สมาชกิ แตล่ ะหมายเลขในกลุ่มบ้านท่รี ับผิดชอบแบบฝกึ เสริมทักษะเดยี วกนั จับคู่กนั และร่วมกนั อธบิ าย
ประเด็นสำคัญตามหัวข้อในแบบฝึกเสริมทักษะที่ตนรบั ผดิ ชอบตามลำดับ สมาชิกคนอ่ืนผลัดกันซักถามจนมีความ
เขา้ ใจตรงกนั
ข้ันที่ 5 สรปุ และจัดระเบยี บความรู้
สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมมือกันตรวจสอบความถูกต้องและสรุปผลงานในแบบฝึกเสริมทักษะที่ 2/1.1-
2/1.3
ขนั้ ท่ี 6 ปฏบิ ตั แิ ละ/หรอื แสดงผลงาน
ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากน้ันครูและนักเรียนช่วยกันสรุปสาระสำคัญและ
ความแตกต่างระหวา่ งระบบเศรษฐกจิ แตล่ ะประเภท
ขั้นท่ี 7 ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
1. นกั เรียนแตล่ ะคนสืบค้นความรู้เกี่ยวกบั กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศท่ีตนสนใจ แล้วจัดทำเป็น
แผ่นพับ พร้อมวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของลักษณะกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวส่งครูตามวันและเวลา
ทีก่ ำหนด
2. ครูติดตามชิ้นงาน/ภาระงานกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 1 ท่ีได้มอบหมายไปในชั่วโมงท่ี 1
จากน้นั นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ อีกครง้ั
3. นักเรยี นตอบคำถามหลกั และปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
4. ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนทำกิจกรรม “รู้จกั การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ของเอเชยี ” โดยให้แบง่ กลมุ่
กลุ่มละ 5 คน แลว้ ให้เลอื กการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ของเอเชยี มากลมุ่ ละ 1 เรอื่ ง พรอ้ มหาข้อมูลและ
ภาพประกอบ นำข้อมูลดังกลา่ วไปจดั บอรด์ การเรยี นรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนในหอ้ งในสัปดาหต์ อ่ ไป
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 สบื คน้ วเิ คราะห์ อภิปราย นำเสนอ ระบบเศรษฐกิจและความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
9.2 กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้
9.3 กิจกรรม “รจู้ ักการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจของเอเชีย” และปฏิบตั แิ บบฝกึ เสริมทักษะ
9.4 บนั ทกึ การเรียนรู้ และตรวจสอบแบบฝึกเสรมิ ทักษะ
9.5 นำเสนอและสรปุ ระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
9.6 สรปุ ผลการจดั กจิ กรรม “ร้จู ักการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ของเอเชีย”
10. สอ่ื การเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
10.1.1.1. หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
10.1.1.2. หนังสอื ค้นคว้าเพ่ิมเตมิ
10.1.1.3. รปู ภาพธงชาติ
10.1.1.4. แบบฝกึ เสรมิ ทักษะที่ 2/1.1 เรือ่ ง ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม
10.1.1.5. แบบฝึกเสริมทกั ษะท่ี 2/1.2 เร่อื ง ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนยิ ม
10.1.1.6. แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะท่ี 2/1.3 เร่อื ง ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
10.2 แหลง่ การเรียนรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อนิ เทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เช่น
- ระบบเศรษฐกิจของไทย http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/1336
- รูปแบบระบบเศรษฐกิจมกี ี่ประเภท อะไรบา้ ง http://www.altereconomia.org/
11. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.1 ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2
11.2 แบบฝกึ เสริมทักษะ
11.3 ประเมนิ สมรรถนะท่ีสำคัญ
11.4 ประเมนิ ทกั ษะท่ีจำเป็นในศตวรรษท่ี 21
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การ ระดับคณุ ภาพ / คะแนน
ประเมิน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
เกณฑก์ ารประเมิน
เกณฑ์การให้คะแนนตดั สินระดบั คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน
ระดับ 4 หมายถงึ ดเี ยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรงุ =
การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเด็นประเมิน แหลง่ วธิ ีวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชนิ้ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการส่ือสาร อธบิ ายหรอื การ การสงั เกต แบบสังเกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต อธบิ าย/การ จรงิ
3. มวี นิ ยั นำเสนอ
4. ใฝค่ วามรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. มจี ิตสาธารณะ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ช้นิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
2. นกั เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมคี วามร้เู กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรยี นเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….……………………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงชื่อ……………………………………………… ลงชอื่ ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชอื่ …………………………………………………
(นายชัยรชั ต์ คงลาภ)
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา/ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรงุ
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ช่ืน )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
รปู ภาพประกอบกจิ กรรมการเรยี นการสอน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2/1 เร่ือง ระบบเศรษฐกจิ
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย
ระบบเศรษฐกิจ แบบทุนนิยม ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
ประเทศลาว ประเทศฝรงั่ เศส ประเทศกมั พูชา
ระบบเศรษฐกิจ แบบสังคมนิยม ระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนิยม ระบบเศรษฐกิจ แบบผสม
ประเทศอินโดนเี ซยี ประเทศองั กฤษ ประเทศเวียดนาม
ระบบเศรษฐกิจ แบบผสม
ระบบเศรษฐกิจ แบบทนุ นิยม ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนยิ ม
ประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
ระบบเศรษฐกิจ แบบทุนนยิ ม
แบบทดสอบก่อนเรยี น
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 ระบบเศรษฐกจิ และความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งคำตอบเดยี ว
1. ลักษณะสำคญั ของระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม คอื อะไร
1. ให้เสรภี าพแก่เอกชนในการดำเนนิ กิจกรรมด้านเศรษฐกิจ
2. เอกชนเปน็ เจา้ ของทรัพย์สนิ และปัจจยั การผลิตบางประเภท
3. รฐั เป็นเจ้าของปจั จัยการผลติ หรอื ทรพั ยากรตา่ ง ๆ ของสังคม
4. รฐั และเอกชนรว่ มกนั ดำเนินการผลิตเพ่อื ประโยชนข์ องส่วนรวม
2. ขอ้ ดีของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คืออะไร
1. เอกชนสามารถแข่งขันกันผลิตสนิ คา้ ไดอ้ ยา่ งเสรี
2. ประชาชนได้รับการดูแลด้านสวสั ดกิ ารจากรฐั อยา่ งท่วั ถงึ
3. รฐั บาลสามารถควบคุมดูแลการผลิตทุกประเภทให้มคี ุณภาพ
4. ผู้ท่ีมีความสามารถสูงสามารถผลิตสินค้าได้มากขายสินค้าได้มาก มีกำไรมาก เกิดแรงจูงใจ
ในการทำงาน
3. ขอ้ เสยี ของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม คืออะไร
1. หากมผี ู้ผลติ สินคา้ น้อยราย ผู้ผลติ มีโอกาสรวมตัวกันผกู ขาดการผลติ เพราะรัฐไมไ่ ดเ้ ข้าไปควบคุม
2. การวางแผนการผลติ โดยรัฐและเอกชนรว่ มกนั อาจเกิดขอ้ ขัดแยง้ กันได้
3. ประชาชนไมม่ เี สรภี าพในการผลิตจึงขาดแรงจงู ใจในการทำงาน
4. การดำเนนิ งานไมค่ ลอ่ งตวั เพราะสว่ นมากเป็นธุรกจิ ขนาดใหญ่
4. ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนิยม มีขอ้ ดีคอื อยา่ งไร
1. รัฐบาลควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย ประชาชนได้รับการดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการจากรัฐ
เท่าเทียมกัน
2. การดำเนินการทางดา้ นการผลติ มกี ารแขง่ ขนั อยา่ งอสิ ระ สินคา้ มมี ากมายหลายประเภท
3. ประชาชนมเี สรภี าพในการประกอบอาชพี ทำให้มีอาชพี หลากหลาย
4. เกดิ การจงู ใจในการแขง่ ขันกนั ผลติ สินคา้ ทกุ ประเภท
5. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มีข้อเสียอย่างไร
1. ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเปลือง เพราะตอ้ งนำมาใชใ้ นการแขง่ ขนั การผลิต
2. ประชาชนไมม่ ีเสรีภาพในการทำธุรกิจตามความรู้ ความสามารถของตน
3. เกดิ การแข่งขนั การโฆษณาสนิ ค้าทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่าย และสูญเสียทรพั ยากรในการโฆษณา
4. รัฐบาลเป็นผู้วางแผนดำเนินการผลิตและการบริหารจดั การทรัพยากรร่วมกับเอกชน
6. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีลักษณะสำคัญอย่างไร
1. การแขง่ ขนั การผลติ เป็นไปอยา่ งเสรี รัฐจะไมเ่ ขา้ ไปแทรกแซง
2. กิจการดา้ นการผลิตเปน็ ของเอกชนเฉพาะส่วนทเี่ ก่ียวกับด้านอุตสาหกรรม
3. รัฐและเอกชนร่วมกันวางแผนการผลิตสินค้า และบริการทุกประเภท เพื่อให้สินค้าและบริการ
มีคุณภาพ
4. เอกชนทำการผลติ แต่รัฐเข้าไปแทรกแซง หรือมีสว่ นร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย เพื่อให้เกิดความ
เปน็ ธรรมทางเศรษฐกจิ
7. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีขอ้ เสียอย่างไร
1. เอกชนมเี สรีภาพในการประกอบอาชพี ทำให้มกี ารผูกขาดการผลติ และบริการ
2. รฐั บาลไมส่ ามารถเขา้ ไปแทรกแซงกิจการดา้ นการผลติ ของเอกชนได้อย่างเต็มที่
3. ทรพั ยากรธรรมชาตถิ ูกนำมาใชใ้ นการผลติ เป็นจำนวนมาก เนอ่ื งจากเอกชนมีเสรีภาพในการผลิต
4. การวางแผนจากส่วนกลาง เพ่ือประสานประโยชน์ของรัฐกับเอกชนให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
ทำได้ยาก
8. ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม มีข้อดีอยา่ งไร
1. การบริหารงานโดยรฐั และเอกชนร่วมกัน ทำใหส้ ินคา้ และบริการมีคุณภาพ
2. เอกชนมบี ทบาททางเศรษฐกจิ มีการแขง่ ขนั กันผลติ สนิ ค้า มีคุณภาพ
3. การดำเนนิ การผลติ โดยรัฐส่งผลดีตอ่ คุณภาพของสินค้าและบรกิ าร
4. เอกชนมีแรงจงู ใจในการผลติ และบริการ ทำให้มีการแข่งขันกันสูง
9. หลักการพง่ึ พาทางเศรษฐกจิ ท่ีสำคัญ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
1. การพง่ึ พาทางการผลิต กระบวนการผลติ ปัจจยั การผลิต
2. การพึ่งพาทางการคา้ การลงทุน การพง่ึ พาอาศัยเทคโนโลยี
3. การพึ่งพาทางดา้ นปจั จัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริการ
4. การพึ่งพาทางด้านสนิ คา้ การพ่งึ พาทางดา้ นบริการและดา้ นเทคโนโลยี
10. การที่กล่มุ ผู้ผลิตน้ำมันสามารถกำหนดราคาน้ำมนั ในตลาดโลกได้นน้ั แสดงให้เหน็ ความสำคญั ของสิง่ ใด
1. ทรพั ยากรธรรมชาติ
2. ผปู้ ระกอบการ
3. แรงงาน
4. ทีด่ ิน
11. การทปี่ ระเทศต่าง ๆ ในเอเชียพยายามสง่ สินค้าออกไปแข่งขันในตลาดโลกนน้ั มีจุดมุง่ หมายสำคญั อยา่ งไร
1. เพอ่ื เป็นการประชาสมั พนั ธป์ ระเทศในเอเชีย
2. เพื่อใหส้ นิ คา้ ของเอเชียเป็นท่ีรูจ้ กั กันอย่างแพรห่ ลาย
3. เพื่อใหผ้ ูบ้ ริโภคนยิ มหรอื เลือกซ้ือสนิ คา้ ส่งออกของตน
4. เพื่อให้เปน็ ทเี่ ชื่อถือของนักลงทนุ และนักลงทุนจะได้นำเงินไปลงทุนในภมู ิภาคเอเชยี
12. เมือ่ ประเทศไทยมคี วามเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจสูงผลท่ีตามมาคือขอ้ ใด
1. ประชาชนมีรายได้ดี สามารถเก็บเงินไดม้ าก ไมต่ อ้ งการซ้ือสนิ ค้านำเข้าจากต่างประเทศ
2. ประชาชนมกี ำลังซ้ือนอ้ ยลง เพราะราคาสินค้าแพงมกี ารเกบ็ ออมมากขน้ึ
3. ประชาชนมีกำลงั ซ้ือ และต้องการสินค้านำเข้าจากประเทศอืน่ มากขนึ้
4. คา่ ครองชีพของประชาชนสูงข้นึ ความต้องการซ้ือสนิ ค้านอ้ ยลง
13. ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม มลี กั ษณะสำคัญอยา่ งไร
1. มีการแขง่ ขนั การผลิตในธุรกิจขนาดใหญ่บางอย่าง ทำให้เกดิ การผนั แปรทางเศรษฐกิจอย่างมาก
2. เอกชนเป็นเจ้าของทรพั ยส์ ิน และเปน็ เจ้าของปจั จัยการผลิตในบางสว่ นท่กี ฎหมายกำหนด
3. รัฐเปน็ เจ้าของปัจจัยการผลติ ในส่วนทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับประชาชนส่วนใหญ่
4. รัฐเป็นเจา้ ของกรรมสทิ ธิ์ในทรพั ยส์ ิน เปน็ เจ้าของปจั จยั การผลติ
14. ในปัจจุบนั ผูค้ ้ารายใหญ่เป็นผู้ผกู ขาดการค้าในประเทศ ผู้ประกอบการรายย่อยควรปรบั ตวั อย่างไร
1. เพ่ิมเงนิ ทุน
2. ลดราคาสนิ ค้า
3. ลดปริมาณการผลติ
4. ใช้เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการผลติ
15. ผปู้ ระกอบการไทยควรปฏิบัตอิ ยา่ งไรในภาวะทตี่ ลาดโลกมกี ารแขง่ ขนั สูง
1. ตั้งกำแพงภาษี
2. เพม่ิ ปรมิ าณการผลติ
3. ลดการพง่ึ พาแรงงานต่างชาติ
4. คิดคน้ นวัตกรรมเพื่อการผลติ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1. 2 2. 4 3. 1 4. 1 5. 2
6. 4 7. 4 8. 2 9. 2 10. 1
11. 3 12. 3 13. 4 14. 4 15. 4
แบบฝกึ เสริมทกั ษะที่ 2/1.1 เร่ือง ระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยม
คำช้ีแจง นักเรยี นศึกษาความรู้เรือ่ ง ระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยม แลว้ สรปุ ประเด็นสำคัญลงในผังมโนทัศน์ตาม
หวั ข้อทีก่ ำหนด
ลักษณะสำคัญ
ระบบเศรษฐกจิ ข้อดี
แบบทนุ นยิ ม
ขอ้ เสยี
แบบฝกึ เสริมทักษะที่ 2/1.2 เรอ่ื ง ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนิยม
คำช้ีแจง นกั เรยี นศกึ ษาความรูเ้ รอ่ื ง ระบบเศรษฐกจิ แบบสงั คมนิยม แลว้ สรปุ ประเดน็ สำคญั ลงในผงั มโนทศั นต์ าม
หวั ขอ้ ทกี่ ำหนด
ลักษณะสำคญั
ระบบเศรษฐกจิ ข้อดี
แบบสังคมนยิ ม
ข้อเสยี
แบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2/1.3 เรื่อง ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
คำช้ีแจง นักเรียนศึกษาความรู้เร่ือง ระบบเศรษฐกิจแบบผสม แล้วสรุปประเด็นสำคัญลงในผังมโนทัศน์
ตามหัวข้อท่ีกำหนด
ลกั ษณะสำคัญ
ระบบเศรษฐกิจ ข้อดี
แบบผสม
ขอ้ เสีย
เฉลยแบบฝกึ เสริมทกั ษะที่ 2/1.1 เรือ่ ง ระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนยิ ม
คำชี้แจง นักเรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง ระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนิยม แล้วสรุปประเด็นสำคัญลงในผังมโนทัศน์ตาม
หัวข้อท่กี ำหนด
เอกชนมเี สรีภาพ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ในการผลิตจาหน่าย ดาเนินไปโดยผา่ น
และดาเนนิ กิจกรรม
กลไกราคา
เอกชนเป็นเจา้ ของ ผผู้ ลติ มสี ทิ ธผิ ลติ สินคา้
ทรพั ยส์ ินปัจจยั การผลิต แขง่ ขนั กนั ทาใหร้ าคา
หรือทรพั ยากรตา่ งๆ สินคา้ ถูกลง
ลักษณะสำคัญ ผมู้ คี วามสามารถสงู ผลิต ผบู้ ริโภคไดส้ นิ คา้
สนิ คา้ ไดม้ ากกาไรมาก คณุ ภาพดี ราคาถูก
ระบบเศรษฐกจิ ขอ้ ดี มแี รงจูงใจในการทางาน และหลากหลาย
แบบทนุ นยิ ม
ผผู้ ลิตแข่งขนั ขายสินคา้ ลดภาระของรฐั บาล
ข้อเสยี จงึ มีการปรบั ปรงุ เทคนิค ในการดาเนินการ
เกี่ยวกบั ระบบเศรษฐกิจ
การผลิตอย่เู สมอ
ไมเ่ ทา่ เทียมกนั ใน การ กจิ กรรมทางเศรษฐกิจ
กระจายรายได้ ดาเนนิ ไปโดยผ่าน
หากผผู้ ลิตสนิ คา้ นอ้ ยราย กลไกราคา
ผผู้ ลิตรวมตวั กนั ผกู ขาดการ
ผลติ สนิ คา้ อาจมรี าคาสูง ผผู้ ลติ กระตนุ้ ใหม้ กี าร
บริโภคสินคา้ แปลกใหม่
ทาใหเ้กดิ ลทั ธิวตั ถนุ ยิ ม
และบริโภคนยิ ม
เฉลยแบบฝึกเสรมิ ทกั ษะท่ี 2/1.2 เรอ่ื ง ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม
คำชี้แจง นักเรียนศกึ ษาความรู้เรอื่ ง ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนิยม แล้วสรุปประเดน็ สำคัญลงในผงั มโนทศั นต์ าม
หวั ข้อทก่ี ำหนด
รฐั เป็นผวู้ าง กจิ กรรมดา้ นเศรษฐกิจ
แผนเศรษฐกิจ ผลติ โดยการปนั สว่ นและ
จาหน่ายแลกเปลีย่ น การแทรกแซงของรฐั
รฐั เป็นเจา้ ของกรรมสิทธิ์ รฐั ดาเนนิ การแทรกแซง
ในทรพั ย์สนิ ปจั จยั การผลิต มิใหก้ ลไกราคาทาหนา้ ที่
ทรพั ยากร โดยเสรี
ลกั ษณะสำคัญ ประชาชนไดร้ บั การ ลม้ เลิกการผูกขาด
ดูแลเกยี่ วกบั สวสั ดกิ าร ทางการคา้
ของรฐั เท่าเทยี มกนั
ระบบเศรษฐกิจ ขอ้ ดี
แบบสังคมนยิ ม รฐั ควบคุมการผลิต
ไดต้ ามนโยบาย
ขอ้ เสีย
ขาดแรงจูงใจ ประชาชนไม่มีเสรภี าพ
ในการคดิ คน้ สิ่งใหม่ อย่างเตม็ ทใี่ นการทาธุรกิจ
หากการวางแผนดาเนินกจิ การ
ของรฐั ไมด่ ี อาจทาใหก้ าร
จดั สรรทรพั ยากรไม่เกิดประโยชน์
เฉลยแบบฝึกเสรมิ ทักษะท่ี 2/1.3 เร่ือง ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
คำช้ีแจง นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง ระบบเศรษฐกิจแบบผสม แล้วสรุปประเด็นสำคัญลงในผัง มโนทัศน์
ตามหวั ข้อท่ีกำหนด
เอกชนดาเนินการผลติ จดั จาหน่ายแลกเปลีย่ นรฐั การดาเนนิ กจิ กรรม
แทรกแซงในกิจการ ทางเศรษฐกิจอาศยั กลไกราคา
สาคญั ทมี่ ผี ลกระทบตอ่ สาธารณชน ในการจดั สรรทรัพยากร
เอกชนมีสทิ ธิเป็นเจา้ ของทรพั ย์สินปจั จยั การ ยอมรบั การแขง่ ขนั รฐั แทรกแซงใหม้ คี วาม
ผลิตหรือทรพั ยากรในบางกิจการทีส่ าคญั และมี เป็นธรรมเพอ่ื ป้องกนั การผูกขาด
ผลกระทบตอ่ สาธารณชน
ลักษณะสำคญั ประชาชนมเี สรีภาพใน ประชาชนไดร้ บั การ
การประกอบอาชีพ บริการจากรฐั ในดา้ น
ระบบเศรษฐกิจ ข้อดี สวสั ดิการต่างๆ
แบบผสม มีการแข่งขนั กนั ผลิต
ทาใหส้ ินคา้ มคี ุณภาพ มคี วามคล่องตวั ในการ
ขอ้ เสีย ประชาชนเลอื กบรโิ ภคได้ ดาเนนิ การสามารถปรบั ตวั เขา้
กบั สถานการณ์ของ
เศรษฐกิจ
การบริหารจดั การของ การวางแผน
รฐั บาลไม่แนน่ อน จากสว่ นกลางเกิดผลดีตอ่
รฐั บรหิ ารกจิ การอตุ สาหกรรม สว่ นรวมไดย้ าก
หรือบริการบางประเภทขาด
แรงจูงใจหรือกาลงั ใจ
ประสทิ ธิภาพ มไี ม่มากเพราะตอ้ งเสยี่ งกบั
นโยบายทีไ่ มแ่ น่นอนของรฐั
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2/2
วชิ า สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ช่ือหน่วย ระบบเศรษฐกจิ และความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ จำนวน 8 คาบ
เรอ่ื ง การพึ่งพาและการแขง่ ขนั ทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคเอเชยี
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 เวลา 2 คาบ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ
ความจำเป็นของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตวั ชวี้ ัดข้อ 2 ยกตวั อย่างท่ีสะทอ้ นใหเ้ หน็ การพงึ่ พาอาศยั กันและการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ
ในภูมิภาคเอเชียๆ
2. สาระการเรียนรู้
2.1 หลักการและผลกระทบการพึง่ พาอาศัยและการแขง่ ขันกนั ทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคเอเชีย
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธิบายการพงึ่ พาอาศยั กันและการแข่งขันกันทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคเอเชียได้
3.2 ยกตัวอย่างทสี่ ะทอ้ นใหเ้ หน็ การพ่ึงพาอาศัยกนั ในภูมิภาคเอเชียได้
3.3 ยกตัวอยา่ งทสี่ ะท้อนใหเ้ ห็นการแขง่ ขันทางเศรษฐกิจในภูมภิ าคเอเชยี ได้
3.4 เห็นประโยชน์ของการพง่ึ พาอาศยั กนั และการแข่งขนั กันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย
4. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายการพึง่ พาอาศัยกนั และการแข่งขนั กันทางเศรษฐกิจในภูมภิ าคเอเชยี ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
เหน็ ประโยชนข์ องการพึ่งพาอาศัยกนั และการแขง่ ขนั กันทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชีย
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนหลักสูตรการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั ส่อื (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบียบวินัย (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บูรณาการรายวิชาอื่น…………………………
2. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อืน่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนแบบ บรรยาย
ช่ัวโมงท่ี 1
ครูมอบหมายช้ินงาน/ภาระงาน ตามกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ 2 ดงั น้ี
นกั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเป็น 2 กลุ่ม ร่วมกันศกึ ษาและยกตัวอย่างในเรอื่ งต่อไปนี้
กลุ่มที่ 1 ตัวอยา่ งสะท้อนให้เหน็ ถึงการพึ่งพาทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชีย
กลุ่มท่ี 2 ตวั อย่างท่ีสะท้อนให้เห็นถงึ การแขง่ ขันทางเศรษฐกจิ ในภมู ิภาคเอเชีย
จากนน้ั ให้ตัวแทนมารายงาน และร่วมกันแสดงความคดิ เห็นในชั้นเรยี นในชวั่ โมงที่ 2
ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. นักเรยี นดูภาพอปุ กรณส์ ื่อสาร รถยนต์ สถานีบริการน้ำมัน รถบรรทุกสินค้า แล้วให้ช่วยกันวิเคราะห์
ดังน้ี
1) นักเรียนจำเป็นตอ้ งใช้สนิ คาในภาพใด เพราะเหตุใด
(อปุ กรณ์สอื่ สาร เพราะมีความจำเปน็ ต้องใชใ้ นการติดตอ่ ส่อื สารและสืบคน้ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ)
2) เพราะเหตใุ ดในปจั จบุ ันอปุ กรณส์ ือ่ สาร จึงมีความจำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิตของมนุษย์
(เพราะเป็นอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการตดิ ต่อส่ือสาร ทำให้สามารถติดต่อกันได้สะดวกสบายมากย่ิงข้ึน
และสามารถนำมาใช้ในการสบื ค้นข้อมลู ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างรวดเร็ว)
3) เพราะเหตใุ ดประเทศไทยจงึ ตอ้ งพ่ึงพาสนิ ค้านำเขา้ จากตา่ งประเทศ
(เพราะยงั ไม่สามารถผลิตเองได้ ในขณะท่ีสนิ ค้าเหลา่ นมี้ คี วามจำเป็นในการใช้งาน)
4) หากมกี ารนำเขา้ สนิ ค้าประเภทนีม้ าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกจิ ของประเทศอย่างไร
(ทำให้ไทยตอ้ งเสยี เปรยี บทางการค้าเพราะสนิ ค้านำเข้าเหล่านี้มีราคาแพง)
5) หากต้องการลดการพ่ึงพาการนำเขา้ สินคา้ จากตา่ งประเทศ ควรปฏิบตั ิอย่างไร
(เลือกซ้ือเฉพาะสินค้าที่จำเป็น ส่งเสริมการใช้สินค้าท่ีผลิตภายในประเทศ และเพ่ิมศักยภาพ
ของคนไทยในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ)
2. ครูอธิบายเชื่อมโยงใหน้ กั เรียนเข้าใจว่าทกุ ประเทศจะตอ้ งมีการพ่ึงพาและการแขง่ ขันทางเศรษฐกจิ ใน
ภมู ิภาคเอเชีย
ข้ันสอน
1. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจถงึ การพ่ึงพาและการแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ ในภมู ิภาคเอเชีย
2. นกั เรียนและครูรว่ มกันอภปิ รายในประเดน็ ต่อไปน้ี
- หลกั การพง่ึ พาทางเศรษฐกจิ ประกอบดว้ ย การค้า การลงทนุ การใช้เทคโนโลยี
- ลักษณะการพงึ่ พาทางเศรษฐกจิ เป็นการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน
- ผลกระทบของการพึ่งพาทางเศรษฐกจิ ดา้ นการเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ ด้านราคาสนิ คา้
3. นักเรยี นสรปุ โดยให้ทำแบบฝกึ เสริมทักษะท่ี 2/2.1 เรื่อง การพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ
4. นักเรียนและครรู ่วมกันเฉลยแบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2/2.1 และช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง นำส่ง
ครูผสู้ อน
ช่วั โมงท่ี 2
5. ครอู ธบิ ายการแข่งขันทางเศรษฐกจิ ในรายละเอยี ดดงั นี้
- การแขง่ ขนั ทางเศรษฐกิจ เปน็ การแขง่ ขันทางดา้ นการผลิตและการค้าระหว่างประเทศต่าง ๆ ซ่ึง
อาจเปน็ การแข่งขันทางดา้ นราคา คุณภาพ ฯลฯ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความได้เปรียบเสยี เปรียบทางเศรษฐกจิ
- ปจั จัยท่ชี ่วยส่งเสรมิ การแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ ที่ทำให้ผ้ผู ลิตสามารถแข่งขันทางเศรษฐกจิ กับผู้ผลิต
รายอน่ื ได้ เชน่ เทคโนโลยกี ารผลิต ทรพั ยากรการผลิต เงินทนุ ประสิทธิภาพในการผลติ ปัจจยั ด้านอน่ื ๆ
- การแข่งขันของภาคการค้าระหว่างประเทศ เช่น ไทยต้องพ่ึงพาตลาดของสหรัฐอเมริกา
ผูป้ ระกอบการของไทยจึงต้องแข่งขันในตลาด เพอ่ื ให้ผู้บริโภคนยิ มสนิ คา้ ของตน
- ประโยชน์ท่ีจะได้รับจากการแข่งขันทางเศรษฐกิจมีหลายประการ เช่น เกิดการพัฒนาด้าน
คุณภาพและบริการ ผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคสินค้ามากขึ้น มีสินค้าและบริการเพ่ิ มข้ึนในราคา
ทีเ่ หมาะสม
6. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ๆ ละ 6 คน คละกันตามความสามารถความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง
คอ่ นขา้ งเก่ง ปานกลางคอ่ นขา้ งออ่ น และออ่ น
7. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มมือกันศึกษาความรเู้ ร่อื ง การพง่ึ พาและการแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ ในทวปี เอเชีย
จากหนังสือเรียน หนังสอื ค้นคว้าเพ่ิมเติม ห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามความเหมาะสม แล้วผลัดกัน
สรปุ สาระสำคัญ
8. สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 3 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ช่วยกันทำแบบฝึกเสรมิ ทักษะที่ 2/2.2 เร่ือง การ
พ่ึงพาและการแขง่ ขนั ทางเศรษฐกิจในทวปี เอเชีย
9. สมาชิกแต่ละคู่ในกลุ่มผลัดกันเล่าผลงานสู่กันฟังทีละข้อ แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและ
แก้ไขในกรณีที่ผลงานยังไม่สมบูรณ์ เพ่ือสรุปเป็นผลงานของกลุ่ม ในกรณีที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันให้รับฟัง
การแสดงความคิดเห็นระหวา่ งกันอย่างมเี หตผุ ล
10. นักเรียนและครูช่วยกันเฉลยคำตอบในแบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2/2.2 สมาชิก แต่ละกลุ่มช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้องในผลงานของกลุ่ม จากน้ันครูอธิบายความรู้เพ่ิมเติม พร้อมยกตัวอย่างให้นักเรียนเข้าใจ
เกย่ี วกบั การพึ่งพาอาศยั กันและการแขง่ ขนั กันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย
ข้นั สรุป
1. นักเรียนช่วยกันสรุปการพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ครูช่วย
เสนอแนะเพิม่ เติม
2. ครูติดตามช้ินงาน/ภาระงานกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ท่ี 2 ท่ีได้มอบหมายไปในชั่วโมงที่ 1
ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอ และรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น จากน้นั นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปอกี ครงั้
3. นักเรยี นตอบคำถามหลกั และปฏิบตั ิกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 สืบค้น วเิ คราะห์ อภปิ ราย นำเสนอ ระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
9.2 กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้
9.3 ปฏบิ ตั แิ บบฝึกเสริมทกั ษะ
9.4 บันทกึ การเรยี นรู้ และตรวจสอบแบบฝกึ เสรมิ ทักษะ
9.5 นำเสนอและสรปุ ระบบเศรษฐกิจและความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
10. สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรียนรู้
10.1.1.1. หนงั สอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
10.1.1.2. หนงั สอื ค้นคว้าเพิ่มเติม
10.1.1.3. รูรูปภาพอปุ กรณส์ ่อื สาร รถยนต์ สถานบี ริการนำ้ มนั รถบรรทกุ สนิ ค้า
10.1.1.4. แบบฝกึ เสริมทกั ษะที่ 2/2.1 เร่อื ง การพึง่ พาทางเศรษฐกิจ
10.1.1.5. แบบฝึกเสรมิ ทักษะที่ 2/2.2 เรื่อง การพ่ึงพาและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในทวีปเอเชีย
10.2 แหล่งการเรยี นรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรยี น
10.2.2. อนิ เทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เชน่
- การพึง่ พาอาศัยกนั และการแขง่ ขนั กันทางเศรษฐกิจภายในประเทศ https://sites.google.com/
- การแข่งขนั ทางเศรษฐกจิ ในประเทศ https://n29042529.wordpress.com
- การพ่ึงพาการแข่งขนั การประสานประโยชนท์ างเศรษฐกจิ http://www.trueplookpanya.com
11. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.1 แบบฝกึ เสริมทักษะ
11.2 ประเมินสมรรถนะทสี่ ำคญั
11.3 ประเมนิ ทักษะทจี่ ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21
เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การ ระดับคุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ยยี่ ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
เกณฑ์การประเมนิ
เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน
ระดับ 4 หมายถึง ดเี ยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ =
การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วธิ ีวดั เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการส่อื สาร อธบิ ายหรอื การ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ชนิ้ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มีวนิ ยั นำเสนอ
4. ใฝค่ วามรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. มีจติ สาธารณะ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรอื การ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร้.ู ..............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมีความร้เู กดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคติ/คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ …………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………… ลงชอื่ ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชอื่ …………………………………………………
(นายชัยรชั ต์ คงลาภ)
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษา/ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ช่ืน )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
รูปภาพประกอบกจิ กรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2/2 เรือ่ ง การพงึ่ พาและการแขง่ ขนั ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย
ภาพท่ี 1 อปุ กรณส์ ่อื สาร ภาพท่ี 2 รถยนต์
ภาพที่ 3 สถานีบรกิ ารน้ำมัน ภาพท่ี 4 รถบรรทกุ สินคา้
ท่มี า : https://www.google.co.th
แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะที่ 2/2.1 เรือ่ ง การพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ
คำช้แี จง นกั เรียนวเิ คราะห์การพงึ่ พาทางเศรษฐกจิ ลงในชอ่ งวา่ ง
การพ่ึงพาทางเศรษฐกจิ
........................................................................................................................................
การคา้
.........................................................................................
หลักการพงึ่ พา การลงทุน
ทางเศรษฐกิจ ...........................................................................................
การใช้เทคโนโลยี
...........................................................................................
ลกั ษณะการพ่งึ พาทางเศรษฐกจิ
.......................................................................................................................................................
ผลกระทบของการพงึ่ พาทางเศรษฐกิจ
ด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ ดา้ นราคาสินคา้
..................................................... .....................................................
............................................................ ............................................................
........................................................... ...........................................................
........................................................... ...........................................................
เฉลยแบบฝกึ เสริมทักษะท่ี 2/2.1 เรือ่ ง การพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ
คำชี้แจง นักเรียนวิเคราะหก์ ารพง่ึ พาทางเศรษฐกิจลงในช่องว่าง
กำรพง่ึ พำทำงเศรษฐกิจ
เป็นสภาพที่ประเทศหน่ึงมีความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจในลกั ษณะทพี่ ่งึ พาอาศยั
ความตอ้ งการของอีกประเทศหนง่ึ หรือในลกั ษณะทตี่ ่างพง่ึ พาอาศยั กนั และกนั
กำรคำ้
เป็นรายไดห้ ลกั ทสี่ าคญั ของประเทศทาใหเ้ ศรษฐกจิ
ของประเทศมีความเขม้ แขง็
หลกั การพึง่ พา กำรลงทุน
ทางเศรษฐกิจ การนาเงนิ หรือทรพั ย์สินทีม่ ีอยู่มาใชใ้ หเ้กดิ ประโยชน์ เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลตอบแทน
ทสี่ ูงขนึ้ ในอนาคต
กำรใช้เทคโนโลยี
การถา่ ยทอดเทคโนโลยี การผลิตและเครื่องจกั รทที่ นั สมยั โดยการซอื้ โดยตรง
หรือถ่ายทอดแก่แรงงาน
ลกั ษณะกำรพ่ึงพำทำงเศรษฐกิจ
มกี ารเปิดเสรีทางการคา้ และการลงทนุ ในกลุ่มอาเซยี นหรอื ระหวา่ งกลมุ่ อาเซียนกบั จนี และญป่ี ่นุ มกี ารคา้ ภายในอตุ สาหกรรม
เดยี วกนั มากขนึ้
ผลกระทบของกำรพึง่ พำทำงเศรษฐกจิ
ดำ้ นกำรเจริญเติบโตทำงเศรษฐกิจ ด้ำนรำคำสนิ ค้ำ
ทาใหเ้ ศรษฐกิจเตบิ โตเชน่ เมอื่ จนี มีเศรษฐกจิ ที่ เมอื่ ประเทศมหาอานาจ
ดี ประชาชนจะมกี าลงั ซอื้ และตอ้ งการนาเขา้ ทางเศรษฐกิจมกี ารปรบั ราคาสินคา้
ใหส้ งู ขนึ้ ก็จะสง่ ผลตอ่ ประเทศทมี่ คี วามเชอื่ มโยง
สินคา้ จากประเทศอนื่ มากขนึ้ เป็นตน้ กนั ทาใหร้ าคาสินคา้ สูงขึ้น
แบบฝกึ เสริมทกั ษะท่ี 2/2.2 เรือ่ ง การพ่ึงพาและการแข่งขัน
ทางเศรษฐกจิ ในทวีปเอเชยี
คำช้แี จง นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. การพง่ึ พาทางเศรษฐกจิ ท่สี ำคัญ ไดแ้ ก่การพง่ึ พาดา้ นใดบ้าง
........................................................................................................................................................................
2. ลกั ษณะการพึ่งพาทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคเอเชีย ได้แก่อะไรบา้ ง
........................................................................................................................................................................
3. การที่จีนเติบโตทางเศรษฐกิจ สง่ ผลดตี อ่ ประเทศอ่ืนอยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
4. การท่ปี ระเทศสหรัฐอเมรกิ าประสบภาวะวกิ ฤตเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบกบั ประเทศไทยและจีนอยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. เมอื่ ประเทศผู้ผลิตน้ำมันปโิ ตรเลียมปรบั ราคานำ้ มันสงู ขน้ึ มผี ลกระทบต่อประเทศอน่ื อยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
6. การแขง่ ขันทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชยี มลี ักษณะสำคญั อยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
7. ทรพั ยากรธรรมชาติทีม่ คี วามสำคัญต่อการผลติ สินค้าและบรกิ าร คอื อะไร
........................................................................................................................................................................
8. ทรัพยากรมนุษย์มคี วามสำคัญตอ่ การผลิตอย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
9. ทรัพยากรทนุ มีความสำคัญต่อการผลติ อยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
10. ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณ์ ตลาดผกู ขาด ตลาดกึ่งแข่งขนั ก่ึงผกู ขาด มีความแตกต่างกนั อยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝึ กเสริมทักษะท่ี 8/2.2 เรอ่ื ง กำรพงึ่ พำและกำรแข่งขัน
ทำงเศรษฐกิจในทวีปเอเชีย
คำช้ีแจง นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. การพึ่งพาทางเศรษฐกิจท่ีสำคญั ได้แก่การพ่ึงพาดา้ นใดบา้ ง
การพงึ่ พาทางการค้า การลงทนุ และการพ่งึ พาอาศัยเทคโนโลยี
2. ลกั ษณะการพง่ึ พาทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชีย ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนในกลุ่มอาเซียน เร่ิมการค้าหรือการพ่ึงพาในอุตสาหกรรมเดียวกัน
มากขึ้น
3. การทจ่ี นี เตบิ โตทางเศรษฐกิจ สง่ ผลดตี ่อประเทศอื่นอย่างไร
ประชาชนในประเทศมีกำลังซื้อ และต้องการสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นมากข้ึน ทำให้ประเทศนั้น
มรี ายได้จากการสง่ สนิ คา้ ไปขายยังประเทศจนี
4. การที่ประเทศสหรฐั อเมรกิ าประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ สง่ ผลกระทบกับประเทศไทยและจนี อยา่ งไร
ประชาชนในประเทศสหรัฐอเมริกามีอำนาจการซ้ือสินค้าของไทย และจีนน้อยลง ทำให้การผลิตสินค้า
ของไทยและจีนไดร้ ับผลกระทบ คอื ไม่สามารถส่งไปขายยงั สหรัฐอเมริกาได้เหมือนเดิม
5. เม่อื ประเทศผผู้ ลติ นำ้ มันปโิ ตรเลยี มปรบั ราคาน้ำมันสงู ขนึ้ มีผลกระทบตอ่ ประเทศอน่ื อยา่ งไร
เมื่อราคาน้ำมันสูงทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของประเทศอ่ืนมีต้นทุนสูง เพิ่มค่าใช้จ่าย ทำให้ราคาสินค้า
สงู ข้นึ ตามไปดว้ ย
6. การแข่งขันทางเศรษฐกิจในภมู ิภาคเอเชีย มีลักษณะสำคญั อยา่ งไร
1) การแข่งขนั ของภาคการค้าระหว่างประเทศ เป็นการแขง่ ขันในตลาดโลก
2) การแข่งขันของภาคการผลิต ประเทศท่ีมีศักยภาพในการผลิตระดับสูงจะมีความเข้มแข็ง
ทางเศรษฐกจิ และมคี วามนา่ เชือ่ ถอื ของนกั ลงทุน
7. ทรพั ยากรธรรมชาติที่มีความสำคญั ต่อการผลติ สินคา้ และบริการ คืออะไร
นำ้ มนั ปโิ ตรเลียม ท่ดี ินในการเพาะปลูก แร่ ถ่านหิน ป่าไม้
8. ทรัพยากรมนษุ ย์มคี วามสำคญั ต่อการผลิตอยา่ งไร
ประเทศท่ีมีแรงงานที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในการผลิต ย่อมสามารถผลิ ตสินค้า
ทม่ี คี ณุ ภาพเป็นท่ีตอ้ งการของตลาด
9. ทรัพยากรทุนมคี วามสำคัญตอ่ การผลติ อยา่ งไร
ประเทศที่มีทรัพยากรทุนมาก ย่อมสามารถผลิตสินค้าอุตสาหกรรมท่ีต้องการลงทุนด้านเครื่องจักร
อุปกรณโ์ รงงานเทคโนโลยี ยอ่ มมผี ลต่อการผลิตจำนวนมากแต่ตน้ ทุนตำ่ ส่งผลต่อราคาสินค้าย่อมตำ่ ลง ทำให้ราคา
ทุนสนิ คา้ ตำ่ มีกำไรหรอื รายได้เพ่มิ ข้ึน
10. ตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์ ตลาดผูกขาด ตลาดกึ่งแขง่ ขนั กึ่งผกู ขาด มคี วามแตกต่างกนั อย่างไร
- ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันระดับสูงมาก มีผู้ผลิตและผู้ซ้ือเป็นจำนวนมาก
ไมม่ ีผใู้ ดผูกขาดข้อมูลการตลาดได้
- ตลาดผูกขาด เป็นตลาดที่มีผู้ผลิต หรือผู้ขายเพียงรายเดียว แต่ผู้ซ้ือจำนวนมากผู้ขายจึงผูกขาด
การขาย
- ตลาดก่ึงแข่งขันก่ึงผูกขาด เป็นตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย มีผู้ซ้ือจำนวนมาก แต่มีการแข่งขันกัน
พอสมควร
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2/3
วชิ า สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 ชอื่ หน่วย ระบบเศรษฐกจิ และความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ จำนวน 8 คาบ
เรอ่ื ง ทรพั ยากรกบั ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 2 คาบ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ
ความจำเปน็ ของการรว่ มมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตัวชีว้ ัดข้อ 3 วเิ คราะหก์ ารกระจายของทรัพยากรในโลกที่สง่ ผลตอ่ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ ง
ประเทศ
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 การกระจายของทรพั ยากรในโลกที่ส่งผลตอ่ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ เชน่ น้ำมนั
ปา่ ไม้ ทองคำ ถ่านหนิ แร่ เปน็ ตน้
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายการกระจายของทรัพยากรที่สง่ ผลต่อความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศได้
3.2 วิเคราะหก์ ารกระจายของทรพั ยากรท่สี ่งผลตอ่ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศได้
3.3 เห็นประโยชน์ของการกระจายของทรัพยากรทส่ี ง่ ผลต่อความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธบิ ายการกระจายของทรัพยากรท่สี ง่ ผลตอ่ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วเิ คราะหก์ ารกระจายของทรพั ยากรที่ส่งผลตอ่ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้
ดา้ นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซือ่ สตั ย์สุจริต
3. มวี ินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพียง
6. มุง่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นหลักสูตรการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทักษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันส่ือ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินยั (compassion)
7. การบรู ณาการ
1. บูรณาการรายวิชาอ่ืน…………………………
2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อืน่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................
8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบร่วมมอื : เทคนิคการเรยี นรว่ มกัน
ชว่ั โมงท่ี 1
ครูมอบหมายชิ้นงาน/ภาระงาน ตามกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ 3 ดังนี้
นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละสรปุ เป็น mind mapping เรื่อง การกระจายของทรพั ยากร
ในโลก ที่ส่งผลตอ่ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จากนน้ั ติดไว้ท่ีป้ายนเิ ทศในช้ันเรียน
ในชวั่ โมงท่ี 2
ข้ันนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูนำตัวอย่างข่าว “เศรษฐกิจเวียดนามปี 2558 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี” แล้วให้นักเรียน
ตอบคำถามต่อไปน้ี
- เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตข้ึนเทา่ ใด
(เศรษฐกจิ ของเวียดนามเติบโตขนึ้ โดยมีค่า GDP 6.68% ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายท่ีรฐั บาลตั้งไว้เดิม
ท่ี 6.2%)
- เวียดนามใช้วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ประเทศต่าง ๆ ได้รับอิทธิพลจากปัญหาเศรษฐกิจ
ของจนี อยา่ งไร
(ใชว้ ิธีกระต้นุ การส่งออก ปรับคา่ เงินหยวน ดำเนินนโยบายดึงดดู นกั ลงทุนตา่ งชาติ ฯลฯ)
- แนวโนม้ เศรษฐกจิ ของเวียดนามในอนาคตจะเปน็ อยา่ งไร
(เศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นประเทศหนึ่งท่ีมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งมาก
ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้)
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงความรู้ให้นักเรียนเข้าใจถึงทรัพยากรกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ
ขั้นสอน
1. ครอู ธิบายโดยใชค้ อมพิวเตอร์ชว่ ยสอน อธิบายเรื่อง ทรัพยากรกบั ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ ระหว่าง
ประเทศ ในประเด็นต่อไปน้ี
- ทรพั ยากรธรรมชาติท่สี ำคญั น้ำมนั ปา่ ไม่ แร่ ทองคำ
- ทรัพยากรมนุษย์
- ทรัพยากรทุน
ชว่ั โมงท่ี 2
2. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปาน
กลางค่อนขา้ งอ่อน และออ่ น จากนัน้ ครูแนะนำใหน้ ักเรยี นเห็นความสำคญั ของการทำงานร่วมกันเป็นกลมุ่ และให้
ทกุ คนปฏบิ ัติตามกติกาอย่างเคร่งครดั สมาชิกทุกคนมีการชว่ ยเหลอื กัน รับผดิ ชอบในภาระหน้าท่ีของตน
3. สมาชิกแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เกยี่ วกบั ทรพั ยากรกบั ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ พร้อมท้งั
อภปิ รายร่วมกัน
4. นักเรยี นนำความรทู้ ่ีได้มาบันทึกลงในแบบบนั ทึกการสบื คน้
5. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันทำแบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2/3.1 เรื่อง ทรัพยากรกับความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกจิ โดยให้สมาชกิ แตล่ ะคนมหี น้าท่ี ดังน้ี
- สมาชกิ หมายเลข 1 อา่ นกรณีศึกษา แยกแยะประเดน็ ให้ชดั เจน
- สมาชิกหมายเลข 2 รวบรวมข้อมูล หาแนวทางเสนอแนะในการตอบคำถาม
- สมาชิกหมายเลข 3 ตอบคำถาม
- สมาชกิ หมายเลข 4 ตรวจสอบความถกู ต้อง
6. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มจะหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่ในการตอบคำถามในแบบฝึกเสริมทักษะท่ี2/3.1
จนเสรจ็ ทุกข้อ จากน้ันสมาชิกแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนนำเสนอคำตอบในแบบฝกึ เสริมทกั ษะหนา้ ชัน้ เรียน
7. นักเรียนและครูช่วยกันเฉลยคำตอบในแบบฝึกเสริมทักษะที่ 2/3.1 สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้องของแบบฝึกเสรมิ ทักษะ
ขั้นสรปุ
1. นักเรยี นช่วยกันสรุปความรู้เก่ียวกบั ทรพั ยากรกบั ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ
2. ครูติดตามชิ้นงาน/ภาระงานกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 3 ที่ได้มอบหมายไปในช่ัวโมงที่ 1
ตวั แทนกลมุ่ ออกมานำเสนอ และร่วมกันแสดงความคดิ เห็น จากนัน้ นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปอกี ครงั้
3. ครูติดตามกิจกรรม “ร้จู ักการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของเอเชีย” โดยนักเรียนนำมาจัดบอร์ด และ
แลกเปล่ยี นเรียนร้กู ัน
4. นักเรียนตอบคำถามหลัก และปฏิบัตกิ ิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 สืบค้น วเิ คราะห์ อภปิ ราย นำเสนอ ระบบเศรษฐกจิ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9.3 กิจกรรม “รู้จกั การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของเอเชยี ” และปฏบิ ัติแบบฝึกเสริมทกั ษะ
9.4 บันทกึ การเรียนรู้ และตรวจสอบแบบฝกึ เสรมิ ทักษะ
9.5 นำเสนอและสรปุ ระบบเศรษฐกจิ และความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
9.6 สรปุ ผลการจดั กจิ กรรม “ร้จู ักการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ของเอเชยี ”
10. สือ่ การเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่ือการเรียนรู้
10.1.1.1. หนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
10.1.1.2. หนงั สอื ค้นควา้ เพ่ิมเตมิ
10.1.1.3. ตวั อยา่ งข่าว
10.1.1.4. แบบฝกึ เสรมิ ทักษะท่ี 2/3.1 เรอื่ ง ทรัพยากรกบั ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ
10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
10.2.1. หอ้ งสมดุ ของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอร์เนต็ จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เชน่
- ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ https://sites.google.com
- ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ : ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ http://www.trueplookpanya.com
11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 แบบฝึกเสริมทกั ษะ
11.2 ประเมินสมรรถนะที่สำคญั
11.3 ประเมินทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑก์ าร ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
เกณฑ์การประเมิน
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คุณภาพชนิ้ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรุง =
การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วธิ ีวดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการส่อื สาร อธบิ ายหรอื การ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ชนิ้ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มีวนิ ยั นำเสนอ
4. ใฝค่ วามรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. มีจติ สาธารณะ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรอื การ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คิดเป็นร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
2. นักเรยี นมีความรูค้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคติ/คุณลักษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….……………………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต)
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………… ลงชอื่ ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชอื่ …………………………………………………
(นายชัยรชั ต์ คงลาภ)
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา/ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ช่ืน )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม
ตัวอยา่ งขา่ วประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2/3 เรอื่ ง ทรัพยากรกบั ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
เศรษฐกจิ เวียดนามปี 2558 ขยายตัวสงู สุดในรอบ 5 ปี
อัตราการเติบโตของ GDP อยู่ท่ี 6.68% เกินกว่าเปา้ ท่รี ฐั บาลตงั้ ไวเ้ ดมิ ที่ 6.2% ซ่ึงจากตวั เลข
ดังกลา่ วทำให้เวยี ดนามเปน็ หนึง่ ในประเทศท่ีมเี ศรษฐกิจแข็งแรง่ ท่ีสุดในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ปีนีอ้ ัตราการเตบิ โตมคี วามสำคญั อยา่ งมากสำหรบั เศรษฐกิจเวยี ดนามในช่วงหลายปีข้างหน้า
ในบรบิ ทของราคาน้ำมันโลกทก่ี ำลงั ดิง่ ลงและความไมเ่ สถียรในตลาดการเงินโลก ในขณะที่หลาย
ชาติในเอเชยี ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกจิ จนี ท่ีมเี ศรษฐกิจใหญ่ ต้องประสบอตั ราการเติบโต
ต่ำทสี่ ุดในรอบ 25 ปี แตเ่ วยี ดนามได้พิสูจน์ว่าสามารถตา้ นทานการชะลอตัวของเพ่อื บา้ นยักษใ์ หญ่
ทางภาคเหนือของประเทศได้ สว่ นหนึ่งเน่อื งมาจากการเข้าแทรกแซงของรัฐบาล โดยธนาคาร
แหง่ ชาตเิ วยี ดนามได้ปรบั ลดค่าเงนิ ลง 3 คร้งั ในปีนี้ เพอื่ กระตุ้นการส่งออก หลังจนี ปรบั ค่าเงนิ หยวน
ทีก่ ระทบอตั ราแลกเปลย่ี นทวั่ เอเชีย การส่งออกพุง่ ขน้ึ 8.1% ในชว่ ง 12 เดอื นถงึ เดือนธนั วาคม
ขณะที่การนำเข้าเพิม่ ข้นึ 12% การเติบโตสว่ นใหญ่เป็นผลจากความสนใจของต่างชาติ ดว้ ยการทุ่ม
เม็ดเงินลงทนุ เพม่ิ ข้นึ ถงึ 17.4% เมื่อเทยี บกบั ปกี ่อน
เรียบเรียงจาก : http://manager.co.th
แบบฝึกเสรมิ ทักษะที่ 2/3.1 เรื่อง ทรพั ยากรกบั ความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกิจ
คำช้ีแจง นักเรียนอธิบายทรัพยากรกบั ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ แล้วตอบคำถาม
ทรพั ยากรธรรมชาติ
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.. ทรพั ยากรมนษุ ย์
.....................................................................................................
.....................................................................................................
.....................................................................................................
ทรัพยากรทนุ
.....................................................................................................
.....................................................................................................
.....................................................................................................
1. เพราะเหตุใดทรพั ยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรมนษุ ย์ และทรพั ยากรทนุ จงึ มีความสำคัญต่อ
การขบั เคล่ือนเศรษฐกจิ ให้มีความเจรญิ ก้าวหน้า
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
2. ประเทศไทยจดั อยู่ในภาวการณไ์ ดเ้ ปรยี บหรอื เสียเปรยี บด้านทรัพยากรกบั ประเทศอน่ื เพราะเหตุใด
................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝกึ เสริมทกั ษะท่ี 2/3.1 เร่อื ง ทรัพยากรกับความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกิจ
คำชแี้ จง นกั เรยี นอธิบายทรพั ยากรกบั ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ แล้วตอบคำถาม
ทรัพยำกรธรรมชำติ
เป็นส่ิงทมี่ คี วามจาเป็นและสาคญั ต่อการผลิตสินคา้ และบริการประเทศทีม่ ที รพั ยากรธรรมชาตมิ ากจะไดเ้ปรยี บในการผลิตสนิ คา้ และ
บริการเช่นน้ามนั ปิโตรเลียมทดี่ ินในการเพาะปลกู แร่ ถ่านหนิ ป่าไม้
ทรัพยำกรมนุษย์
เป็นแรงงานในการผลิตสินคา้ ประเทศใดมีแรงงานฝีมือทมี่ ีความรู้ ความเชยี่ วชาญ
ดา้ นการผลิตกจ็ ะสามารถผลิตสนิ คา้ ที่มคี ุณภาพและเป็นทตี่ อ้ งการของตลาดมา
จาหน่ายไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
ทรพั ยำกรทุน
เป็นประเภทเครื่องจกั รโรงงานเงินทนุ ประเทศทมี่ ีทรพั ยากรทนุ มากมกั มีความถนดั
ในการผลิตสนิ คา้ อตุ สาหกรรมทตี่ อ้ งลงทนุ เครอ่ื งจกั รอปุ กรณโ์ รงงานและ
เทคโนโลยซี ่งึ มคี วามสาคญั ตอ่ เศรษฐกจิ โลก
1.เพราะเหตใุ ดทรพั ยากรธรรมชาติ ทรพั ยากรมนษุ ย์และทรพั ยากรทนุ จงึ มีความสาคญั ตอ่
การขบั เคลือ่ นเศรษฐกจิ ใหม้ ีความเจรญิ กา้ วหนา้
เพราะทงั้ 3สงิ่ นี้ เป็นส่ิงทีท่ าใหเ้ กิดการแข่งขนั และการพ่งึ พากนั ทางเศรษฐกิจซ่งึ ประเทศทีม่ ที รพั ยากรหลากหลายชนดิ ยอ่ มมคี วาม
ไดเ้ ปรียบทางเศรษฐกิจมากกว่า
2.ประเทศไทยจดั อย่ใู นภาวการณไ์ ดเ้ ปรยี บหรือเสยี เปรียบดา้ นทรพั ยากรกบั ประเทศอ่ืนเพราะเหตใุ ด
เพราะทรพั ยากรไทยมีวตั ถดุ บิ เพอ่ื การผลติ แต่ขาดเทคโนโลยี ความรู้ ความเชีย่ วชาญจึงไมไ่ ดน้ ามา
แปรรูปผลิตเป็นสนิ คา้ เองแตเ่ นน้ สง่ ออกซ่งึ มมี ูลค่านอ้ ยกว่าสินคา้ นาเขา้ ทีเ่ ป็นสินคา้ ทนุ ทรพั ยากร
มนษุ ย์ ไทยมีแรงงานมีฝีมือแต่กย็ งั มีแรงงานไรฝ้ ีมืออยู่ ทรพั ยากรทนุ เสียเปรียบประเทศต่างๆทเี่ รา
ตอ้ งนาเขา้ ทาใหต้ อ้ งเสยี ดลุ การคา้ กบั บางประเทศ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2/4
วิชา สงั คมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ชอื่ หน่วย ระบบเศรษฐกจิ และความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ จำนวน 8 คาบ
เรอื่ ง การแขง่ ขนั ทางการค้าภายในประเทศและต่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เวลา 2 คาบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและ
ความจำเปน็ ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
ตัวช้วี ัดข้อ 4 วิเคราะหก์ ารแข่งขนั ทางการคา้ ในประเทศและต่างประเทศท่สี ง่ ผลต่อคณุ ภาพสินค้า
ปริมาณการผลิตและราคาสนิ ค้า
2. สาระการเรียนรู้
2.1 การแขง่ ขนั ทางการคา้ ในประเทศและตา่ งประเทศ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายการแข่งขันทางการค้าในประเทศและตา่ งประเทศได้
3.2 วิเคราะห์การแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศท่ีส่งผลต่อคุณภาพสินค้าปริมาณ
การผลติ และราคาสนิ คา้ ได้
3.3 เหน็ ประโยชนข์ องการแขง่ ขนั ทางการค้าในประเทศและตา่ งประเทศ
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายการแข่งขันทางการค้าในประเทศและตา่ งประเทศได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหก์ ารแขง่ ขนั ทางการค้าในประเทศและต่างประเทศท่ีสง่ ผลต่อคุณภาพสินค้าปรมิ าณ
การผลติ และราคาสินค้าได้
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
6. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนหลักสูตรการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทักษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบยี บวินัย (compassion)
7. การบรู ณาการ
1. บูรณาการรายวชิ าอื่น…………………………
2. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อนื่ ๆ (ระบุ......................................................
8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนตามแนว วัฏจักรการเรียนรู้ (4 MAT)
ชั่วโมงท่ี 1
ครูมอบหมายชนิ้ งาน/ภาระงาน ตามกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ี่ 4 ดังนี้
1. นักเรียนตดิ ตามข่าวสารเก่ียวกับทรัพยากรที่สำคัญ เชน่ นำ้ มัน แร่ ทองคำ ป่าไม้ เปน็
ตน้ จากน้นั นำมารายงานหน้าช้นั เรียน แลว้ รว่ มกันวิเคราะหก์ ารใชท้ รัพยากรท่สี ง่ ผลต่อ
ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ (นำมารายไดใ้ นช่วั โมงท่ี 2)
2. นักเรยี นแบง่ กลุ่มกันหาขา่ ว บทความ หรอื โฆษณา เก่ยี วกับการเปิดตวั สินค้าท่ีใช้
เทคโนโลยชี นั้ สูงของประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี แลว้ นำมาวเิ คราะห์ถึงรูปแบบของการแข่งขนั
และการพึ่งพากนั ทางการคา้ ในชัว่ โมงที่ 2