ขน้ั ท่ี 1 สร้างคุณค่าและประสบการณ์ของสง่ิ ที่เรยี น (พฒั นาสมองซกี ขวา)
ครูนำกรณศี ึกษา 2 กรณมี าอา่ นใหน้ กั เรยี นฟงั แลว้ ให้นกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์
กรณีศึกษาที่ 1 ซูเปอรม์ ารเ์ ก็ตเปดิ ใหม่อยตู่ ดิ ถนนใหญ่ ตดิ แอรเ์ ย็นสบาย ลูกคา้ สามารถเดนิ ดสู ินคา้ ได้ มี
สินค้าให้เลือกซอ้ื อยา่ งหลากหลาย ตดิ ป้ายราคาไวช้ ัดเจน จดั วางเรียงเป็นประเภท บางรายการมขี องแถม ทกุ วัน
พุธลดราคาพเิ ศษ ลกู คาสามารถจ่ายบัตรเครดติ ได้ทุกธนาคาร หรอื สแกน QR CODE ได้
กรณีศึกษาที่ 2 ร้านป้าแจ๋วโชห่วยในตำนาน เปิดขายมานานกว่า 20 ปี มีสินค้าให้เลือกซื้อ
อย่างหลากหลาย ท้ังน้ำมัน น้ำปลา ฯลฯ วางกองรวม ๆ กัน ลูกค้าสามารถตะโกนเรียกถามราคาจากป้าแจ๋วได้
และรบั เฉพาะเงินสดเท่านั้น
ข้ันท่ี 2 วเิ คราะห์ประสบการณ์ (พฒั นาสมองซีกซา้ ย)
นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเชื่อมโยงความคิดของนักเรียนในข้ันที่ 1 โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้
นกั เรียนตอบ ดงั นี้
- หากคุณแม่ต้องซื้อของใช้ต่าง ๆ ไว้ใช้ที่บ้าน นักเรียนจะแนะนำให้คุณแม่เลือกซ้ือสินค้าจากร้านใด
เพราะเหตุใด
(รา้ นซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะมีสนิ ค้าให้เลือกซ้ืออย่างหลากหลาย ร้านกว้าง เดินสบาย มีปา้ ยราคาบอก
จัดเจน ถกู กวา่ และมีชอ่ ทางการจา่ ยเงนิ สะดวกสบาย)
- จากกรณีศึกษาสามารถสะท้อนให้เห็นสถานการณ์การแข่งขันของผู้ประกอบการรา้ นค้าอย่างไร และ
ควรปรบั ตัวอยา่ งไร เพอ่ื การใหเ้ ปรยี บของธรุ กิจ
(ปจั จุบันมกี ารแข่งขันท่ีสูงข้ึน ผู้คา้ รายใหม่มีการปรบั เปล่ยี นรูปแบบ เนน้ บรกิ าร มีกลยุทธ์ในการขาย
มีการลดราคา มีของแถม จัดโปรโมชันต่าง ๆ เน้นความสะดวกสบาย ดังนั้น ผู้ประกอบการเดิมต้องปรับตัวให้
เหมาะสมจึงจะสามารถแขง่ ขนั ทางธุรกิจได้)
ข้ันท่ี 3 ปรับประสบการณ์เปน็ ความคดิ รวบยอด (พัฒนาสมองซีกขวา)
ครูอธิบายความรู้ใหน้ ักเรียนฟัง และใหน้ ักเรียนศึกษาความรู้เพ่ิมเติม จากหนังสือเรยี น หนังสือค้นคว้า
เพ่มิ เตมิ หอ้ งสมดุ หรอื แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ ตามความเหมาะสม ในหัวขอ้ ต่อไปน้ี
1) สถานการณ์การแขง่ ขันทางการค้าภายในประเทศและตา่ งประเทศ
2) ผลของการแข่งขนั ทางการคา้ ในประเทศและตา่ งประเทศ
ขน้ั ที่ 5 ลงมอื ปฏิบัติจากกรอบความคดิ ที่กำหนด (พฒั นาสมองซีกซา้ ย)
1. แบ่งนักเรียน เป็น กลุ่ม กลุ่มละ 6 คน (ก ลุ่มเดิม) ช่วยกัน ทำแบบฝึก เสริมทักษะท่ี 2/4.1
เร่อื ง การแขง่ ขันทางการคา้ ภายในประเทศและตา่ งประเทศ
2. นักเรียนและครูช่วยกันเฉลยคำตอบในแบบฝึกเสริมทักษะและสรุปสาระสำคัญของการแข่งขัน
ทางการค้าภายในประเทศและตา่ งประเทศ
ชวั่ โมงท่ี 2
ขัน้ ที่ 6 สร้างชิน้ งานเพอ่ื สะท้อนความเป็นตนเอง (พฒั นาสมองซีกขวา)
ครูติดตามช้นิ งาน/ภาระงานกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 4 ทีไ่ ด้มอบหมายไปในชั่วโมงท่ี 1 ตัวแทน
กลมุ่ ออกมานำเสนอ และรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ จากนั้นนกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปอกี คร้งั
ขั้นท่ี 7 วเิ คราะห์คณุ ค่าและประยุกต์ใช้ (พัฒนาสมองซีกซา้ ย)
นักเรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกันวิเคราะหผ์ ลงาน แลว้ ชว่ ยกันปรับปรุงพัฒนางานใหส้ มบรู ณ์
ขน้ั ที่ 8 แลกเปลย่ี นประสบการณเ์ รยี นรู้กับผ้อู ื่น (พัฒนาสมองซีกขวา)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน และให้สมาชิกกลุ่มอ่ืนร่วมกันช่ืนชมและผลัดกัน
วิพากษ์วิจารณผ์ ลงานอย่างสรา้ งสรรค์ เป็นการฝกึ ใหน้ กั เรียนรจู้ ักรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ระหวา่ งกนั
2. นักเรยี นตอบคำถามหลัก และปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้
3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
4. นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ แบบอตั นยั จำนวน 6 ขอ้
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 สบื คน้ วเิ คราะห์ อภปิ ราย นำเสนอ ระบบเศรษฐกจิ และความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้
9.3 ปฏบิ ัติแบบฝกึ เสริมทกั ษะ
9.4 บนั ทกึ การเรียนรู้ และตรวจสอบแบบฝึกเสรมิ ทักษะ
9.5 นำเสนอและสรุป ระบบเศรษฐกิจและความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
10. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้
10.1 สือ่ การเรยี นรู้
10.1.1.1. หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2
10.1.1.2. หนังสือคน้ ควา้ เพ่มิ เติม
10.1.1.3. แบบฝึกเสริมทักษะท่ี 2/4.1 เร่ือง การแขง่ ขันทางการค้าภายในประเทศและต่างประเทศ
10.2 แหลง่ การเรียนรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรยี น
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ เช่น
- การแขง่ ขันทางการค้า https://www.gotoknow.org/posts/42633
- การค้าภายในประเทศ http://www.moc.go.th/index.php/moc-abou
11. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11.1 แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะ
11.2 ประเมนิ สมรรถนะที่สำคัญ
11.3 ประเมินทกั ษะทจี่ ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21
เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การ ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเย่ียม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
เกณฑก์ ารประเมนิ
เกณฑก์ ารให้คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชิน้ งาน/ภาระงาน
ระดับ 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =
การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ ประเมิน แหลง่ วธิ ีวดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการส่อื สาร อธบิ ายหรอื การ การสงั เกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ชนิ้ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มีวนิ ยั นำเสนอ
4. ใฝค่ วามรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. มีจติ สาธารณะ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้...............คน คิดเป็นร้อยละ.................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค.์ ...........................คน คิดเป็นร้อยละ.................................
2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมคี วามรู้เกดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรยี นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………….……………………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1
ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………… ลงชอื่ ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวีย์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงชอื่ …………………………………………………
(นายชัยรชั ต์ คงลาภ)
ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา/ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย
ได้ทำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปญั ณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
3. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่
นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ช่ืน )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม
แบบฝกึ เสริมทักษะที่ 2/4.1 เรอ่ื ง การแข่งขันทางการคา้
ภายในประเทศและต่างประเทศ
คำช้ีแจง นักเรียนดูตาราง แลว้ ตอบคำถาม
ตารางเปรียบเทียบศกั ยภาพทางการแขง่ ขนั ของประเทศในอาเซยี น จาก 63 ประเทศท่ัวโลก
Country Ranks (2016) Ranks (2017) Change
สิงคโปร์ 4 3 +1
มาเลเซยี 19 24 -5
ไทย 28 27 +1
ฟลิ ิปปนิ ส์ 42 41 +1
อนิ โดนเี ซีย 48 42 +6
ทีม่ า : http://thailandcompetitiveness.org
1. ภาพรวมศกั ยภาพการแขง่ ขนั ของประเทศไทยในอาเซยี นเมือ่ เทยี บกบั ศักยภาพการแขง่ ขันระดบั โลกแล้วมี
ลกั ษณะอย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
2. เพราะเหตใุ ดสิงคโปร์จงึ มศี กั ยภาพการแขง่ ขนั สูง
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
3. ศกั ยภาพการแขง่ ขนั ของไทยเมื่อเปรยี บเทยี บกับประเทศอน่ื ท่ัวโลกและในอาเซียนมลี ักษณะอยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
4. ไทยควรพฒั นาประเทศอยา่ งไรเพอื่ เพ่ิมศกั ยภาพในการแข่งขนั
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
5. การแข่งขนั ทางการคา้ กอ่ ใหเ้ กิดผลดีทางเศรษฐกจิ ของประเทศอย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
เฉลยแบบฝึกเสริมทกั ษะที่2/4.1 เรอ่ื ง การแข่งขันทางการค้า
ภายในประเทศและต่างประเทศ
คำชแี้ จง นักเรยี นดูตาราง แลว้ ตอบคำถาม
ตารางเปรียบเทยี บศกั ยภาพทางการแข่งขนั ของประเทศในอาเซยี น จาก 63 ประเทศทว่ั โลก
Country Ranks (2016) Ranks (2017) Change
สงิ คโปร์ 4 3 +1
มาเลเซยี 19 24 -5
ไทย 28 27 +1
ฟลิ ิปปินส์ 42 41 +1
อนิ โดนเี ซยี 48 42 +6
ทมี่ า : http://thailandcompetitiveness.org
1. ภาพรวมศกั ยภาพการแขง่ ขนั ของประเทศไทยในอาเซียนเม่ือเทียบกับศักยภาพการแข่งขนั ระดับโลกแลว้ มี
ลักษณะอย่างไร
สิงคโปร์มีศักยภาพการแข่งขันสูงที่สุดและในช่วง 2 ปี ศักยภาพการแข่งขันของแต่ละประเทศสูงข้ึน
ยกเวน้ มาเลเซียทศี่ กั ยภาพการแขง่ ขันลดลง
2. เพราะเหตใุ ดสิงคโปรจ์ ึงมีศกั ยภาพการแข่งขันสูง
เพราะมีการพฒั นาทางด้านเศรษฐกิจ การคา้ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการศึกษา ฯลฯ อยใู่ น
ระดับดี
3. ศกั ยภาพการแข่งขนั ของไทยเมือ่ เปรยี บเทียบกับประเทศอ่ืนท่ัวโลกและในอาเซียนมีลกั ษณะอยา่ งไร
ภาพรวมการแข่งขันอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่มีแนวโน้มเพ่ิมสูงขึ้น เมือ่ เปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน
อยู่ในอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เป็นเพราะในพ.ศ. 2560 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยค่อย ๆ ฟ้ืนตัว
ประกอบกบั มกี ารนำเทคโนโลยมี าใช้ในการผลติ เพม่ิ มากขนึ้
4. ไทยควรพฒั นาประเทศอย่างไรเพื่อเพมิ่ ศกั ยภาพในการแขง่ ขนั
พัฒนาฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานมีฝีมือ ใช้เทคโนโลยีในการผลิตเพ่ือเพิ่มคุณภาพสินค้า พัฒนาด้าน
การศกึ ษาให้มคี ณุ ภาพ เพ่อื จะได้เป็นแรงงานท่ีมคี ณุ ภาพในอนาคต
5. การแข่งขันทางการคา้ ก่อใหเ้ กดิ ผลดที างเศรษฐกิจของประเทศอยา่ งไร
ทำให้แต่ละประเทศพัฒนาคุณภาพสินค้า มีการผลิตสินค้าที่หลากหลาย มีการแข่งขันด้านราคา ทำให้
ราคาถูกลง ซ่ึงเปน็ ผลดตี ่อผบู้ ริโภค
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
1. ระบบเศรษฐกิจมคี วามสำคญั อยา่ งไรกับการพฒั นาประเทศ อธบิ ายพอสังเขป
ระบบเศรษฐกิจ เป็นระบบที่รัฐเข้ามาดำเนินการจัดระเบียบทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยกำหนดว่า
กิจกรรมทางเศรษฐกิจชนิดใดรัฐจัดทำกิจกรรมใดให้เอกชนดำเนินการ ดังน้ันระบบเศรษฐกิจมีความสำคัญ
ต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก เพราะระบบเศรษฐกิจมีบทบาทแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ ทำให้ทราบว่า จะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร ผลิตเท่าไร และผลิตเพ่ือใคร มีหน้าท่ีกำหนดระเบียบ
การเป็นเจ้าของทรัพย์สินและปัจจัยการผลิตและควบคุมสถาบันทางเศรษฐกิจให้เป็นระเบียบ และเป็น
แนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และดำเนินการพฒั นาเศรษฐกิจของประเทศใหเ้ จริญกา้ วหน้า
2. เหตใุ ดจึงมกี ารคา้ ระหวา่ งประเทศ
สาเหตุที่มีการค้าระหว่างประเทศ เพราะว่า การผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศไม่เพียงพอ
ตามความต้องการของผู้บริโภค ดังนน้ั การค้าระหวา่ งประเทศจึงถอื ว่าเปน็ การแบง่ งานกันทำระหว่างประเทศ ตาม
ความชำน าญ ของประชาชน และที่สำคัญ ทรัพ ยากรธรรมชาติ ภู มิอ ากาศขอ งแต่ละประเทศมี
ความแตกต่างกัน รัฐบาลของแต่ละประเทศจะสนับสนุนหรือเลือกใช้ความได้เปรียบหรือความถนัดในการผลิต
สินค้าและบริการทแี่ ตกตา่ งกนั ไป
3. จดุ เด่นของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ มทม่ี ีผลดีตอ่ ผู้บริโภค คอื อะไร
ผู้บริโภคเลือกซื้อตามความต้องการของตนเอง ทุกคนมีเสรีภาพในการบริหารจัดการทรัพย์สิน
ของตนเอง
4. จงอธบิ ายขอ้ ดแี ละข้อบกพรอ่ งของระบบเศรษฐกิจแบบผสม
ข้อได้เปรียบของระบบเศรษฐกจิ แบบผสม คือ มีความคล่องตัวในการดำเนินงานและสามารถปรับตัวได้
กับสภาวะทางเศรษฐกจิ หากกิจการใดท่ีกลไกราคาทำหน้าท่ีได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รัฐปล่อยใหเ้ อกชนดำเนินการ
ได้เอง แตห่ ากเอกชนสร้างความเดอื ดรอ้ นให้ประชาชนรฐั จะเขา้ มาควบคุมดูแลใหส้ ถานการณด์ ีขึ้น
ข้อบกพร่องของระบบเศรษฐกิจแบบผสม คือ อาจทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางฐานะและรายได้
ถ้ารัฐบาลเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจอาจเกิดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง และเอกชนไม่กล้าลง ทุน
อย่างเต็มที่ เพราะไมแ่ นใ่ จในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
5. การแข่งขันทางเศรษฐกจิ ในภูมิภาคเอเชยี ที่สำคัญ คืออะไร
การแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีลักษณะสำคัญ คือ การแข่งขันของภาคการค้าระหว่าง
ประเทศ และการแข่งขันของภาคการผลิต
6. นักเรยี นคดิ ว่าการพง่ึ พาทางเศรษฐกจิ มคี วามจำเป็นหรือไม่ จงอธิบายและใหเ้ หตุผล
มีความจำเป็น เพราะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรท่ีนำมาใช้ใน
การผลิต จึงทำให้ไม่มีประเทศใดในโลกท่ีสามารถผลิตสินค้าได้ทุกชนิดตามต้องการ และแต่ละประเทศ
มีความชำนาญในการผลิตสินค้าแตกต่างกัน สง่ ผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดการ
พึง่ พาและการแขง่ ขนั กนั ทางเศรษฐกิจ
แบบทดสอบหลงั เรียน
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 ระบบเศรษฐกิจและความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
จงเลือกคำตอบทถ่ี กู ต้องทสี่ ุดเพยี งคำตอบเดียว
1. ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม มีข้อดอี ย่างไร
1. การบริหารงานโดยรฐั และเอกชนรว่ มกัน ทำให้สินค้าและบริการมีคุณภาพ
2. เอกชนมบี ทบาททางเศรษฐกจิ มีการแข่งขนั กนั ผลิตสินค้า มีคณุ ภาพ
3. การดำเนนิ การผลติ โดยรัฐส่งผลดตี อ่ คุณภาพของสินค้าและบริการ
4. เอกชนมีแรงจูงใจในการผลติ และบรกิ าร ทำใหม้ กี ารแขง่ ขันกนั สงู
2. หลักการพ่งึ พาทางเศรษฐกจิ ท่ีสำคัญ ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
1. การพึ่งพาทางการผลิต กระบวนการผลติ ปจั จยั การผลติ
2. การพึ่งพาทางการคา้ การลงทนุ การพง่ึ พาอาศัยเทคโนโลยี
3. การพึ่งพาทางด้านปัจจัยการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริการ
4. การพง่ึ พาทางด้านสินค้า การพง่ึ พาทางดา้ นบริการและดา้ นเทคโนโลยี
3. ลักษณะสำคญั ของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม คืออะไร
1. ใหเ้ สรีภาพแก่เอกชนในการดำเนนิ กจิ กรรมดา้ นเศรษฐกจิ
2. เอกชนเป็นเจ้าของทรพั ย์สนิ และปัจจัยการผลติ บางประเภท
3. รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลติ หรอื ทรพั ยากรต่าง ๆ ของสังคม
4. รฐั และเอกชนรว่ มกันดำเนินการผลติ เพ่ือประโยชนข์ องส่วนรวม
4. ในปัจจบุ ันผคู้ า้ รายใหญ่เป็นผผู้ กู ขาดการคา้ ในประเทศ ผ้ปู ระกอบการรายย่อยควรปรบั ตัวอยา่ งไร
1. เพ่มิ เงนิ ทนุ
2. ลดราคาสนิ ค้า
3. ลดปรมิ าณการผลติ
4. ใชเ้ ทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต
5. ผปู้ ระกอบการไทยควรปฏบิ ัติอยา่ งไรในภาวะที่ตลาดโลกมีการแข่งขันสูง
1. ต้ังกำแพงภาษี
2. เพิ่มปรมิ าณการผลิต
3. ลดการพ่ึงพาแรงงานตา่ งชาติ
4. คิดคน้ นวตั กรรมเพือ่ การผลติ
6. การที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชยี พยายามส่งสินคา้ ออกไปแขง่ ขนั ในตลาดโลกนัน้ มจี ุดมงุ่ หมายสำคญั อยา่ งไร
1. เพ่ือเป็นการประชาสมั พันธ์ประเทศในเอเชีย
2. เพอ่ื ให้สนิ ค้าของเอเชียเป็นท่ีรูจ้ ักกันอยา่ งแพร่หลาย
3. เพื่อให้ผบู้ ริโภคนยิ มหรอื เลือกซ้ือสินค้าส่งออกของตน
4. เพื่อใหเ้ ป็นทีเ่ ชื่อถือของนกั ลงทุน และนกั ลงทนุ จะได้นำเงนิ ไปลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
7. ขอ้ ดีของระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยม คอื อะไร
1. เอกชนสามารถแข่งขันกนั ผลิตสินคา้ ได้อย่างเสรี
2. ประชาชนได้รบั การดแู ลด้านสวัสดกิ ารจากรัฐอย่างทว่ั ถึง
3. รัฐบาลสามารถควบคุมดูแลการผลิตทกุ ประเภทใหม้ คี ุณภาพ
4. ผู้ที่มีความสามารถสูงสามารถผลิตสินค้าได้มากขายสินค้าได้มาก มีกำไรมาก เกิดแรงจูงใจ
ในการทำงาน
8. ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนยิ ม มีลกั ษณะสำคญั อย่างไร
1. มกี ารแขง่ ขันการผลติ ในธรุ กจิ ขนาดใหญบ่ างอยา่ ง ทำให้เกิดการผันแปรทางเศรษฐกจิ อย่างมาก
2. เอกชนเป็นเจ้าของทรัพยส์ นิ และเป็นเจา้ ของปจั จัยการผลิตในบางส่วนท่ีกฎหมายกำหนด
3. รัฐเปน็ เจ้าของปจั จยั การผลติ ในสว่ นท่ีเกีย่ วขอ้ งกับประชาชนส่วนใหญ่
4. รฐั เปน็ เจ้าของกรรมสิทธิใ์ นทรพั ย์สิน เปน็ เจา้ ของปัจจัยการผลิต
9. การที่กลุ่มผู้ผลิตนำ้ มันสามารถกำหนดราคาน้ำมนั ในตลาดโลกได้นน้ั แสดงให้เห็นความสำคัญของสง่ิ ใด
1. ทรัพยากรธรรมชาติ
2. ผปู้ ระกอบการ
3. แรงงาน
4. ทีด่ ิน
10. เม่อื ประเทศไทยมคี วามเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ สงู ผลท่ีตามมาคือขอ้ ใด
1. ประชาชนมีรายได้ดี สามารถเกบ็ เงนิ ไดม้ าก ไมต่ ้องการซ้อื สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ
2. ประชาชนมีกำลงั ซอื้ น้อยลง เพราะราคาสินคา้ แพงมกี ารเก็บออมมากข้ึน
3. ประชาชนมกี ำลงั ซอื้ และต้องการสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นมากข้ึน
4. ค่าครองชีพของประชาชนสูงขน้ึ ความตอ้ งการซอื้ สินคา้ น้อยลง
11. ขอ้ เสียของระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นยิ ม คอื อะไร
1. หากมีผผู้ ลติ สนิ คา้ นอ้ ยราย ผู้ผลิตมโี อกาสรวมตัวกนั ผกู ขาดการผลิต เพราะรัฐไมไ่ ด้เข้าไปควบคุม
2. การวางแผนการผลติ โดยรัฐและเอกชนรว่ มกันอาจเกิดข้อขัดแย้งกันได้
3. ประชาชนไมม่ เี สรภี าพในการผลติ จึงขาดแรงจูงใจในการทำงาน
4. การดำเนนิ งานไมค่ ล่องตวั เพราะส่วนมากเปน็ ธรุ กจิ ขนาดใหญ่
12. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีข้อเสยี อย่างไร
1. เอกชนมีเสรภี าพในการประกอบอาชีพทำให้มีการผูกขาดการผลิตและบรกิ าร
2. รฐั บาลไมส่ ามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการด้านการผลติ ของเอกชนไดอ้ ย่างเตม็ ที่
3. ทรัพยากรธรรมชาตถิ กู นำมาใชใ้ นการผลิตเปน็ จำนวนมาก เนอ่ื งจากเอกชนมีเสรภี าพในการผลติ
4. การวางแผนจากส่วนกลาง เพ่ือประสานประโยชน์ของรฐั กับเอกชนให้เกิดผลดีต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
ทำไดย้ าก
13. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม มขี อ้ ดีคอื อยา่ งไร
1. รัฐบาลควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย ประชาชนได้รับการดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการจากรัฐ
เท่าเทียมกัน
2. การดำเนินการทางดา้ นการผลิตมีการแขง่ ขนั อยา่ งอิสระ สินค้ามีมากมายหลายประเภท
3. ประชาชนมีเสรภี าพในการประกอบอาชีพทำใหม้ ีอาชีพหลากหลาย
4. เกดิ การจูงใจในการแขง่ ขันกันผลิตสนิ คา้ ทกุ ประเภท
14. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนยิ ม มขี ้อเสยี อยา่ งไร
1. ใช้ทรพั ยากรธรรมชาตเิ ปลือง เพราะตอ้ งนำมาใช้ในการแข่งขันการผลติ
2. ประชาชนไมม่ ีเสรภี าพในการทำธุรกิจตามความรู้ ความสามารถของตน
3. เกดิ การแขง่ ขันการโฆษณาสนิ คา้ ทำให้ต้องเสยี ค่าใชจ้ ่าย และสญู เสยี ทรัพยากรในการโฆษณา
4. รฐั บาลเปน็ ผวู้ างแผนดำเนนิ การผลิตและการบริหารจดั การทรัพยากรรว่ มกบั เอกชน
15. ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม มีลกั ษณะสำคญั อยา่ งไร
1. การแข่งขนั การผลิตเปน็ ไปอย่างเสรี รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซง
2. กิจการดา้ นการผลิตเป็นของเอกชนเฉพาะส่วนทเ่ี กย่ี วกับดา้ นอตุ สาหกรรม
3. รัฐและเอกชนร่วมกันวางแผนการผลิตสินค้า และบริการทุกประเภท เพ่ือให้สินค้าและบริการ
มีคุณภาพ
4. เอกชนทำการผลติ แต่รัฐเข้าไปแทรกแซง หรือมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมทางเศรษฐกิจด้วย เพ่ือให้เกิดความ
เป็นธรรมทางเศรษฐกจิ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
1. 2 2. 2 3. 1 4. 4 5. 4
6. 3 7. 4 8. 4 9. 1 10. 3
11. 1 12. 4 13. 1 14. 2 15. 4