คำอธบิ ายรายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
ภาคเรียนท่ี 2 ส 23103 เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง
ศึกษา อธบิ ายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ บทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ วเิ คราะห์
ความสัมพนั ธ์ระหว่างแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงกับระบบสหกรณ์ ผลเสยี จากการวา่ งงานและแนวทางแกป้ ญั หา
สาเหตุและวธิ กี ารกีดกันทางการคา้ ในการค้าระหวา่ งประเทศ มีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาและพัฒนาท้องถ่ินตาม
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง แสดองความคิดเห็นต่อนโยบายและกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของรัฐท่มี ีต่อบุคคล กลุม่
คนและประเทศชาติ อภิปรายบทบาทสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ ผลกระทบท่ีเกดิ จาก
ภาวะเงนิ เฟ้อ เงินฝืด
รแู้ ละเขา้ ใจการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือสปู่ ระเทศตา่ งๆ ท่ัวโลก วิเคราะห์
ความสำคัญของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนบั ถอื ในฐานะท่ชี ว่ ยสรา้ งสรรค์อารยธรรมและความสงบสขุ แกโ่ ลก
อภปิ รายความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพฒั นา
อย่างย่งั ยืน วเิ คราะหพ์ ุทธประวตั ิจากพระพทุ ธรปู ปางตา่ งๆ หรือประวตั ศิ าสดาที่ตนนบั ถอื ตามทกี่ ำหนด วเิ คราะห์
และประพฤตติ นตามแบบอยา่ งการดำเนินชีวิตและขอ้ คดิ จากประวตั ิสาวก ชาดก เรอื่ งเลา่ และศาสนกิ ชนตวั อย่าง
ตามทก่ี ำหนด
อธิบายสงั ฆคุณและข้อธรรมสำคญั ในกรอบอริยสจั 4 หรือหลักธรรมของศาสนาทีต่ นนับถือตามทกี่ ำหนด
เห็นคณุ ค่าและวิเคราะหก์ ารปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมในการพัฒนาตนเพื่อเตรยี มพรอ้ มสำหรับการทำงานและการมี
ครอบครวั เหน็ คุณค่าของการพฒั นาจติ เพ่ือการเรยี นรู้และดำเนนิ ชีวติ ดว้ ยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสกิ าร คอื วธิ คี ดิ แบบ
อริยสจั และวิธคี ดิ แบบสืบสาวเหตุปจั จยั หรอื การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนับถอื สวดมนต์ แผเ่ มตตา
บรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติหรอื ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถอื
วิเคราะหค์ วามแตกต่างและยอมรบั วถิ ีการดำเนนิ ชีวติ ของศาสนิกชนในศาสนาอ่นื ๆ วิเคราะห์หน้าท่ีและ
บทบาทของสาวกและปฏิบัติตนต่อสาวกตามทีก่ ำหนดได้ถกู ต้อง ปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลต่างๆ ตามหลัก
ศาสนาตามท่ีกำหนด ปฏิบัติหน้าที่ของศาสนกิ ชนทดี่ ี ปฏิบตั ติ นในศาสนพธิ พี ธิ กี รรมไดถ้ ูกต้อง อธบิ ายประวตั วิ ัน
สำคญั ทางศาสนาตามท่ีกำหนดและปฏิบัตติ นได้ถูกตอ้ ง แสดงตนเป็นพทุ ธมามกะหรอื แสดงตนเปน็ ศาสนิกชนของ
ศาสนาที่ตนนบั ถือและนำเสนอแนวทางในการธำรงรกั ษาศาสนาทต่ี นนับถือ
โดยใชก้ ระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์
และการแกป้ ญั หา กระบวนการปฏบิ ตั แิ ละการะบวนการกลุม่ กระบวนการตั้งคำถามเชงิ ภูมศิ าสตร์ การรวบรวม
ข้อมูล การจัดการขอ้ มูล การวิเคราะหข์ ้อมลู การสรปุ เพ่ือตอบคำถาม
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ความเข้าใจ มีคุณธรรมจริยธรรม และมคี ุณลักษณอ์ นั พึงประสงคใ์ นด้านรกั ชาติ ศาสน์
กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงานมจี ิตสาธารณะ รักความเปน็ ไทย
รหัสตัวชีว้ ัด
ส 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9 ม.3/10
ส 1.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7
ส 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
ส 3.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6
รวมทง้ั หมด 27 ตัวชวี้ ดั
โครงสรา้ งรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เวลาเรยี นรวม 60 ชั่วโมง
ลำดบั หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ จำนวนชวั่ โมง
ที่ เรยี นรู/้ ตัวชวี้ ดั
1 เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ ส 3.1 ม.3/1 กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ 16
- ความหมายและประเภทของตลาด
- ความหมายและตัวอย่างของอปุ สงค์และอุปทาน
- ความหมายและความสำคญั ของกลไกราคา
และการกำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ
- หลกั การปรับและเปล่ยี นแปลงราคาสนิ คา้
และบรกิ าร
ส 3.2 ม.3/1 บทบาทหนา้ ทข่ี องรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจ
- บทบาทหนา้ ท่ีของรัฐบาลในการพฒั นาประเทศ
ในด้านต่างๆ
- บทบาทและกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของรัฐบาล เช่น
การผลติ สินคา้ และบริการสาธารณะที่เอกชนไม่
ดำเนินการ เชน่ ไฟฟา้ ถนน โรงเรยี น
- บทบาทการเกบ็ ภาษเี พอ่ื พัฒนาประเทศของรฐั
ในระดับตา่ งๆ
- บทบาทการแทรกแซงราคาและการควบคุมราคา
เพ่ือการแจกจา่ ยและการจัดสรรในทางเศรษฐกจิ
- บทบาทอืน่ ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ ใน
สังคมไทย
ส 3.2 ม.3/2 นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั บาล
- นโยบายและกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
ส 3.2 ม.3/5 ปญั หาทางเศรษฐกจิ
- ผลกระทบท่เี กิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝดื
ความหมาย สาเหตุ และแนวทางแก้ไขภาวะเงิน
เฟอ้ เงนิ ฝืด
- สภาพและสาเหตปุ ญั หาการวา่ งงาน
- ผลกระทบจากปัญหาการว่างงาน
- แนวทางการแกไ้ ขปัญหาการว่างงาน
ส 3.2 ม.3/6 การค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศ
- การคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ
- สาเหตแุ ละวีการกีดกนั ทางการคา้ ในการค้า
ระหวา่ งประเทศ
ส 3.2 ม.3/3 การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
- บทบาทความสำคญั ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ระหวา่ งประเทศ
- ลักษณะของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ
- กลุ่มทางเศรษฐกจิ ในภูมภิ าคตา่ งๆ
ลำดบั หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ จำนวนชว่ั โมง
ท่ี เรียนรู้/ ตัวชีว้ ดั 4
2 พฒั นาท้องถิ่น ส 3.1 ม.3/2 การพฒั นาท้องถนิ่ ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ 6
14
ตามปรัชญาของ พอเพียง 4
5
เศรษฐกิจพอเพยี ง - สำรวจสภาพปจั จบุ ันปญั หาท้องถนิ่ ทง้ั ทางดา้ น 4
5
สังคม เศรษฐกจิ และส่ิงแวดล้อม 2
60
- วิเคราะหป์ ัญหาของทอ้ งถน่ิ โดยใชป้ รัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
- แนวทางการแก้ไขและพัฒนาท้องถิ่นตามปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ส 3.1 ม.3/3 เศรษฐกิจพอเพียงกบั ระบบสหกรณ์
- แนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี งกับการพัฒนาใน
ระดับต่างๆ
- หลักการสำคัญของระบบสหกรณ์
- ความสัมพันธ์ระหวา่ งแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียงกบั
หลักการและระบบของสหกรณเ์ พือ่ ประยุกตใ์ ชใ้ น
การพฒั นาเศรษฐกิจชมุ ชน
3 ความสำคญั ของ ส 1.1 ม. - ความสำคัญของพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนา พทุ ธ 3/1,2,4,5 - พุทธประวัติ
ประวตั ิ และชาดก - ชาดก
4 หลกั ธรรมทาง ส 1.1 ม.3/6,7 - พระรตั นตรยั
พระพทุ ธศาสนา - อรยิ สจั 4
- พุทธศาสนสภุ าษติ
- พระไตรปฎิ ก
5 ประวตั พิ ทุ ธสาวก ส 1.1 ม.3/5 - ประวตั ิพุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า
พทุ ธสาวิกา และ - ชาวพุทธตัวอย่าง
ชาวพทุ ธตัวอย่าง
6 หน้าทชี่ าวพทุ ธ ส 1.2 ม. - หน้าท่ีชาวพทุ ธ
มรรยาทชาวพทุ ธ 3/1,2,3,4,6,7 - มรรยาทชาวพุทธ
ศาสนพิธี - ศาสนพิธี
7 การบรหิ ารจติ และ ส 1.1 ม.3/8,9 - การบรหิ ารจติ
เจริญปญั ญา - การเจรญิ ปญั ญา
8 วันสำคญั ทาง ส 1.2 ม.3/5 - วนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา
พระพทุ ธศาสนาและ - เทศกาลสำคญั
เทศกาลสำคัญ
9 สมั มนา ส 1.1 ม.3/3,10 - พระพทุ ธศาสนากบั การแก้ปญั หาและพัฒนาสงั คม
พระพุทธศาสนาเพื่อ - การดำเนนิ ชีวิตของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ
การแกป้ ัญหาและ
พฒั นาสังคม
รวม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1/1
วิชา สังคมศึกษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 3
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ชอ่ื หน่วย เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้ จำนวน 16 คาบ
เรอื่ ง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เวลา 3 คาบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรพั ยากรในการผลติ และการบริโภค การใช้ทรัพยากรท่ี
มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือการดำรงชีวิตอย่างมี
ดุลยภาพ
ตัวชว้ี ดั ขอ้ 1 อธบิ ายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 ตลาดในระบบเศรษฐกจิ
2.2 อปุ สงคแ์ ละอุปทาน
2.3 การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายความหมายและประเภทของตลาดได้
3.2 อธิบายความหมายและกฎของอปุ สงคแ์ ละอุปทานได้
3.3 วเิ คราะหก์ ารกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจได้
3.4 เหน็ ประโยชนข์ องกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
4. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายความหมายและประเภทของตลาดได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหก์ ารกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจได้
ดา้ นเจตคต/ิ คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
3. มวี ินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนหลักสูตรการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทักษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันส่อื (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ัย (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวิชาอืน่ ... .................................
2. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อื่นๆ (ระบ.ุ .....................................................)
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการสรา้ งความตระหนัก
ชั่วโมงที่ 1
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เศรษฐศาสตร์น่ารู้
2. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ท่ี 1.1 เรอื่ ง ระบบเศรษฐกิจ
ครูมอบหมายชิ้นงาน/ภาระงาน ตามกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ท่ี 1 ดังน้ี
ให้นักเรียนเล่าประสบการณเ์ ก่ยี วกับการซื้อสินคา้ ในชีวิตประจำวัน โดยแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั
ราขคน้ั าทสี่ิน1คส้าใงั นเกปตจั จุบันว่ามผี ลต่อการซื้อสินค้าของนักเรยี นหรอื ไม่ อย่างไร โดยครูอาจแนะนำเพิ่มเตมิ
ในชว่ั โมง1ท.ค่ี 2รนู ำภาพกิจการรถไฟ ตลาดอปุ โภคบรโิ ภค ป๊ัมนำ้ มัน มาใหน้ ักเรียนวเิ คราะห์
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงให้นักเรียนรู้ถึงตลาดแต่ละประเภทในทางเศรษฐศาสตร์มี 2 ประเภท คือ ตลาด
แข่งขนั สมบรู ณ์ กบั ตลาดแข่งขันไมส่ มบูรณ์
ขน้ั ที่ 2 วเิ คราะห์วิจารณ์
1. แบ่งกลมุ่ นักเรียนกลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ จับคู่กันแล้วร่วมกันวิเคราะห์ในใบงานท่ี 1.1 เร่ือง
ตลาด โดยให้วิเคราะห์และตอบคำถาม
2. สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันเล่าผลงานท่ีคู่ของตนรับผิดชอบให้สมาชิกอีกคู่หน่ึงฟัง แล้วร่วมกันสรุปเป็น
ผลงานของกลุม่
3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานในใบงานท่ี 1.1 แล้วให้กลุ่มอ่ืนที่มีผลงานแตกต่างกันได้นำเสนอเพิ่มเติม
ครูตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ท่ี 3 สรปุ
1. นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ ความหมายและประเภทของตลาดในทางเศรษฐศาสตร์
2. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เพ่ิมเติม เรื่อง อุปสงค์อุปทาน จากหนังสือเรียน
หนังสือค้นคว้าเพิม่ เตมิ ห้องสมดุ และแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
ช่ัวโมงท่ี 2
ขนั้ ท่ี 1 สังเกต
1.ครูนำข้อความ “โตชิบา นำส่งิ ท่ีดสี ู่ชีวติ ” มาใหน้ ักเรียนร่วมกนั วิเคราะห์
2. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงใหน้ ักเรียนรถู้ งึ การโฆษณามีผลตอ่ การซื้อของผู้บรโิ ภค และใหน้ ักเรยี นศึกษาความรู้
เพ่มิ เตมิ เก่ียวกบั อุปสงค์อุปทาน จากหนงั สือเรยี นและหนงั สือคน้ ควา้ เพ่มิ เติม
ขัน้ ท่ี 2 วิเคราะห์วิจารณ์
1. นกั เรียนกลุ่มเดิม จับคู่กันแล้วร่วมกันวเิ คราะห์ ในใบงานที่ 1.2 เร่ือง อปุ สงค์อุปทาน โดยใหว้ ิเคราะห์
และตอบคำถาม
2. สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันเล่าผลงานที่คู่ของตนรับผิดชอบให้สมาชิกอีกคู่หน่ึงฟัง แล้วร่วมกันสรุปเป็น
ผลงานของกลุม่
3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอใบงานท่ี 1.2 แล้วให้กลุ่มอื่นที่มีผลงานแตกต่างกันได้นำเสนอเพิ่มเติม ครู
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
4. ครูติดตามกิจกรรมการตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 1 โดยใหน้ ักเรียนเล่าประสบการณเ์ ก่ยี วกับการซือ้ สินค้า
ในชีวิตประจำวัน โดยแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับราคาสินค้าในปัจจุบันว่ามีผลต่อการซื้อสินค้าของนักเรียนหรือไม่
อย่างไร โดยครแู นะนำเพิ่มเตมิ
ขน้ั ที่ 3 สรปุ
1. นกั เรียนช่วยกนั สรปุ เรือ่ งอุปสงค์อุปทาน
2. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ศึกษาความรูเ้ พ่ิมเตมิ เร่ือง การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ จาก
หนงั สือเรยี น หนังสอื ค้นคว้าเพิ่มเตมิ ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ
ชวั่ โมงท่ี 3
ข้ันท่ี 1 สงั เกต
1. ครูนำข้อความ “ในระบบเศรษฐกิจท่ีมีการแข่งขันอย่างสมบูรณ์ราคาจะถูกกำหนดโดยอุปสงค์และ
อุปทาน ณ ระดับราคาซ่ึงปริมาณความตอ้ งการซอื้ เท่ากับปริมาณเสนอขายพอด”ี มาให้นกั เรยี นวิเคราะห์
2. ครูอธิบายเชอ่ื มโยงให้นักเรียนรู้ถึงราคาดุลยภาพและปรมิ าณดลุ ยภาพ จากนั้นให้นกั เรียนศกึ ษาความรู้
เพม่ิ เติมเก่ยี วกบั การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ จากหนังสือเรยี นและหนังสือคน้ คว้าเพิ่มเติม
ขั้นท่ี 2 วเิ คราะห์วิจารณ์
1. นักเรียนกลุ่มเดิม จับคู่กันแล้วร่วมกันวิเคราะห์ ในใบงานที่ 1.3 เร่ือง การกำหนดราคาในระบบ
เศรษฐกิจ โดยให้วเิ คราะหแ์ ละตอบคำถาม
2. สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันเล่าผลงานท่ีคู่ของตนรับผิดชอบให้สมาชิกอีกคู่หนึ่งฟัง แล้วร่วมกันสรุปเป็น
ผลงานของกลุ่ม
3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอใบงานที่ 1.3 แล้วให้กลุ่มอื่นท่ีมีผลงานแตกต่างกันได้นำเสนอเพ่ิมเติม ครู
ตรวจสอบความถูกต้อง
ข้นั ท่ี 3 สรุป
1. นักเรียนชว่ ยกันสรุปการกำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ
2. นกั เรียนตอบคำถามหลกั เร่อื ง กลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 สบื คน้ วิเคราะห์ อภิปราย นำเสนอ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9.3 ใบงาน
9.4 บันทึกการเรยี นรู้และตรวจสอบใบงาน
9.5 ตอบคำถามหลกั
9.6 นำเสนอและสรุป
10. ส่ือการเรยี นรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ของบริษัท
แมค็ เอด็ ดูเคชน่ั จำกัด
10.1.2. หนงั สือคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
10.1.3. รปู ภาพกิจการรถไฟ ตลาดอุปโภคบริโภค ปมั๊ นำ้ มัน
10.1.4. ใบความร้ทู ี่ 1.1 เร่ือง ระบบเศรษฐกิจ
10.1.5. ใบงานที่ 1.1 เร่ือง ตลาด
10.1.6. ใบงานที่ 1.2 เร่อื ง อุปสงคอ์ ปุ ทาน
10.1.7. ใบงานท่ี 1.3 เรื่อง การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกจิ
10.1.8. คำถามหลกั เรอื่ ง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
10.2.1. ห้องสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ เช่น
- กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ https://passita5652.wordpress.com/
11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
11.2 ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
11.3 สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
11.4 สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
11.5 สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มนั่ ในการทำงาน
11.6 ตรวจใบงาน
11.7 ตรวจการตอบคำถามหลัก
เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การ ระดบั คุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
เกณฑ์การประเมนิ
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตัดสินระดับคุณภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และทกั ษะศตวรรษที่ 21
ประเด็นประเมนิ แหลง่ วธิ ีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ช้ินงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสังเกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซ่ือสัตย์สจุ ริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มีวินัย นำเสนอ
4. ใฝค่ วามรู้
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทักษะศตวรรษท่ี 21 ช้นิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมิน - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ช้ินงาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
1. นักเรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงค์............................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามร้เู กิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………….……………………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสตู )
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1
ความเห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเห็นของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)
ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชน่ื )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม
ใบงานที่ 1.1
เรื่อง ตลาด
กล่มุ ท่ี .................................
สมาชกิ กลมุ่ 1................................................................... 2. .......................................................................
คำช้ีแจง นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.1 ม.3/1)
1. ตลาดมีความสำคัญ
ตอ่ ระบบเศรษฐกจิ
อยา่ งไร
2. ปัจจยั สำคญั ทม่ี ีผล
ทำให้ตลาดมีอาณาเขต
หรือขอบขา่ ยกวา้ งขวาง
เพยี งใดนน้ั ข้ึนอยู่กบั
สิง่ ใด
3. การแบง่ ตลาดตามชนิด
สนิ ค้าแบง่ ออกเปน็
ก่ีประเภท อะไรบา้ ง
จงอธบิ าย
4. การแบง่ ตลาดตามการ
ดำเนนิ การของผู้ขาย
แบ่งออกเป็นก่ีประเภท
อะไรบ้าง
5. การแบ่งตลาดตามกลุ่ม
ของผู้ซ้ือ แบง่ ออกเป็น
กี่ประเภท อะไรบา้ ง
6. การแบง่ ตลาดตามลักษณะ
ของการแข่งขนั แบง่ ออก
เป็นกป่ี ระเภท อะไรบ้าง
จงอธบิ ายสรปุ สั้น ๆ
7. ตลาดท่ีมกี ารแขง่ ขนั
อย่างสมบูรณ์มีความ
แตกตา่ งกับตลาดท่ีมี
การแข่งขันอย่างไมส่ มบูรณ์
อย่างไร
เฉลยใบงานที่ 1.1
เร่ือง ตลาด
คำช้ีแจง นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ (ส 3.1 ม.3/1)
1. ตลาดมีความสำคัญ 1. ผผู้ ลิตทำการผลิตสินค้าและบรกิ ารได้ตรงกับความ
ตอ่ ระบบเศรษฐกิจ ต้องการของผบู้ รโิ ภค ชว่ ยลดความสิ้นเปลอื งทรัพยากร
อยา่ งไร ท่ีใชใ้ นการผลิตสินค้าท่ีเกนิ ความต้องการลงได้
2. ปัจจัยสำคัญทม่ี ีผล 2. ผูบ้ รโิ ภคมีมาตรฐานครองชีพสงู ข้นึ สามารถบริโภค
ทำให้ตลาดมีอาณาเขต สนิ ค้าตา่ งๆ ทงั้ อปุ โภค บริโภค และสงิ่ อำนวยความ
หรอื ขอบขา่ ยกวา้ งขวาง สะดวกตา่ งๆ
เพียงใดนั้นข้ึนอยกู่ บั
ส่ิงใด 3. ชว่ ยให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวสูงขึน้ กลา่ วคอื
ตลาดจะก่อใหเ้ กดิ การจ้างงานในกิจกรรมทางการตลาด
3. การแบ่งตลาดตามชนดิ ประชาชนมงี านทำ มีรายได้สูงขึ้น สง่ ผลตอ่ เศรษฐกจิ
สนิ ค้าแบง่ ออกเปน็ ของประเทศขยายตัวสูงข้ึน
กี่ประเภท อะไรบา้ ง
จงอธิบาย 1. การคมนาคมและการสือ่ สารสะดวก ทนั สมยั มีการพัฒนา
และขยายตวั อยา่ งกว้างขวาง
2. ลักษณะของสินคา้ ถ้าสินค้ามีน้ำหนกั เบา ขนาดเลก็
เนา่ เสยี ไดย้ าก เคลื่อนย้ายได้งา่ ย ตลาดจะมอี าณาเขต
กว้างขวาง
3. ถา้ รฐั มกี ารเปิดประเทศมาก มกี ารใชน้ โยบายการคา้ เสรี
กับประเทศต่างๆ ก็จะชว่ ยทำให้ตลาดสนิ คา้ ของประเทศ
กว้างขวาง
แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ
1. ตลาดสนิ คา้ อุปโภค บรโิ ภค เปน็ ตลาดท่ีมกี ารซ้ือขาย
สนิ ค้าอุปโภคบริโภคโดยผู้ซอื้ นำไปบรโิ ภคโดยตรง
2. ตลาดปัจจัยการผลิต เปน็ ตลาดทีม่ ีการซอื้ ขายปจั จยั
การผลิตเพอื่ นำไปใช้ในการผลิตสนิ คา้ ชนิดอ่ืน ๆ
3. ตลาดเงนิ และตลาดทุนเปน็ ตลาดที่มกี ารติดต่อตกลงกนั
เร่อื งเงินและทุน
4. การแบ่งตลาดตามการ แบง่ เปน็ 2 ประเภท คือ
ดำเนินการของผขู้ าย 1. ตลาดขายส่ง เปน็ ตลาดที่มีการขายสนิ ค้าคร้งั ละมากๆ
แบง่ ออกเปน็ ก่ีประเภท
อะไรบ้าง โดยจำหน่ายใหก้ บั พ่อค้าคนกลางเพอื่ นำสินคา้ ไปจำหน่าย
โดยตรงให้ผบู้ ริโภคอีกคร้ังหน่ึง
5. การแบง่ ตลาดตามกล่มุ 2. ตลาดขายปลีก เป็นตลาดทม่ี ีการขายสินคา้ ให้แกผ่ ู้บริโภค
ของผูซ้ ื้อ แบ่งออกเป็น โดยตรง
กี่ประเภท อะไรบ้าง
แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ
6. การแบ่งตลาดตามลกั ษณะ 1. ตลาดผ้บู ริโภค เป็นกลุ่มของผ้บู ริโภคท่ีเป็นบคุ คลหรือ
ของการแข่งขัน แบ่งออก
เป็นกีป่ ระเภท อะไรบ้าง ครวั เรอื นทซ่ี ้อื สินค้าไปเพอ่ื อุปโภคบริโภคในครัวเรือน
จงอธบิ ายสรปุ สั้น ๆ 2. ตลาดผผู้ ลติ เป็นการซ้ือสินค้าของผู้ผลิตเพอื่ นำไป แปรรปู
7. ตลาดท่ีมีการแข่งขัน หรือใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อจำหนา่ ยอีกทอดหน่ึง
อย่างสมบูรณ์มีความ 3. ตลาดผู้ขายต่อ เป็นการซอ้ื สินคา้ ของผู้ประสงคจ์ ะนำ
แตกต่างกบั ตลาดท่ีมี
การแข่งขนั อย่างไมส่ มบูรณ์ สนิ คา้ ไปขายตอ่ โดยหวังผลกำไรอกี ทอดหนึ่ง
อย่างไร 4. ตลาดรฐั บาล เป็นการซ้อื สินค้าของหน่วยราชการเพื่อ
นำไปใช้ในองคก์ ารต่างๆ
5. ตลาดระหวา่ งประเทศ เป็นการซื้อสนิ คา้ ระหว่างประเทศ
ผู้ซ้อื หรอื ผู้ขายอาจจะเปน็ เอกชน หรือรัฐบาลกไ็ ด้
แบง่ เป็น 2 ประเภท คือ
1. ตลาดที่มกี ารแข่งขันอยา่ งสมบรู ณ์ เป็นตลาดที่มีผูซ้ อ้ื
ผู้ขายจำนวนมาก สนิ คา้ ท่ีซอ้ื ขายจะตอ้ งมีลักษณะอยา่ ง
เดียวกัน ผูซ้ ้ือและผู้ขายรอบรสู้ ภาวะตลาด การติดต่อซอื้
ขายสะดวก หน่วยธุรกิจสามารถเข้าหรอื ออกจากธุรกจิ
การคา้ โดยเสรี
2. ตลาดที่มกี ารแขง่ ขันอยา่ งไมส่ มบูรณ์ ได้แก่ ตลาดผูกขาด
มีผู้ขายเพยี งรายเดียว ตลาดกงึ่ แข่งขันกง่ึ ผกู ขาด ตลาด
ผู้ขายนอ้ ยราย
ตลาดที่มีการแข่งขันอยา่ งสมบรู ณ์ ราคาสนิ คา้ มรี าคา
เดยี วกนั หมด ผู้ขายคนใดขายเกนิ ราคาตลาด ผ้ซู ้ือจะไป
ซื้อสนิ คา้ อื่น ผ้ซู ื้อและผู้ขายจะไม่มีอิทธพิ ลตอ่ ราคาสนิ ค้า
ตลาดแขง่ ขันไมส่ มบูรณน์ ั้น ผขู้ ายมกั มีอิทธิพลในการกำหนด
ราคาและปริมาณการขาย ผซู้ อ้ื มอี ำนาจในการตอ่ รองราคา
ได้นอ้ ย
ใบงานท่ี 1.2
เรอื่ งอุปสงคอ์ ปุ ทาน
กลุม่ ท่ี .................................
สมาชกิ กลุม่ 1................................................................... 2. .......................................................................
คำชแี้ จง ตอนท่ี 1 นกั เรียนอธบิ ายข้อความตอ่ ไปน้ี (ส 3.1 ม.3/1)
1. อุปสงค์
(Demand)
2. กฎของอุปสงค์
(Law of Demand)
3. อุปทาน
(Supply)
4. กฎของอปุ ทาน
(Law of Supply)
คำช้แี จง ตอนท่ี 2 นักเรยี นอา่ นบทสนทนา และกรณีศกึ ษา แลว้ ตอบคำถาม (ส 3.1 ม.3/1)
ชดุ ท่ี 1
การประชุมคณะกรรมการกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมผลิตสินค้าไทย จัดขึ้นเมื่อส้ินปีเพ่ือหาแนวทางพัฒนา
ธรุ กจิ ของบริษัท สมาชกิ ในทป่ี ระชุมต่างก็เล่าปญั หาเปน็ การแลกเปลีย่ นประสบการณ์
ธเนศ : ปนี ี้อากาศหนาวนานกว่าทุกปีและลมหนาวก็มาเร็ว ทำให้บรษิ ัทขงผมผลติ ผ้าห่มและเสอ้ื กนั หนาว
มากกว่าทกุ ปี
ชาญชัย : ระยะน้ีน้ำมันเบนซินและก๊าซมีราคาแพงขึ้นกว่าเดิมมาก เลยทำให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง
2 - 3 เดอื นนีล้ ดลงมาก
กอบศักดิ์ : ผมอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์รู้ว่าปัจจุบันนี้ประชาชนท่ีใช้รถนิยมใช้แก๊สเอนจีวีมากขึ้นเพราะ
นำ้ มันราคาแพงขน้ึ
อานนท์ : บริษัทจำหน่ายเครื่องสำอางที่ผมเป็นผู้จัดการฝ่ายขายนั้น เรามีพนักงานขายตรงยังผู้ซื้อโดยตรง
จะมียอดจำหน่ายสูงในแถบโรงงานเย็บเส้ือผ้า โรงงานส่ิงทอ เพราะสินค้าของเราราคาถูกกว่าย่ีห้ออ่ืน และใน
โรงงานเหล่านนั้ มีพนกั งานหญิงมาก
ลลี าวดี : สินค้ากางเกงยนี ทบี่ ริษทั สตาร์ เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้นขายดีตลอดปี เพราะเรามีการโฆษณามาก
ถึงแมว้ ่าราคาแพงแต่คนก็นยิ มซ้ือ โดยเฉพาะปนี ้ีเศรษฐกิจของประเทศดีกวา่ ทุกปี ประชาชนรายได้มากข้ึนก็มเี งินซื้อ
สินคา้ คณุ ภาพดีแต่ราคาแพง
คาถาม
การสนทนาของคณะกรรมการกลุ่มบริษทั อุตสาหกรรมผลติ สนิ ค้าไทย แสดงถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซ้ือ
สินคา้ อย่างไรบา้ ง
คาตอบ
ชุดท่ี 2
กรณศี ึกษาเรื่อง โรงงานน้ำตาล
โรงงานผลติ นำ้ ตาลแสงชัย ผลิตน้ำตาลมากข้นึ กว่าทุกปี เพราะราคาน้ำตาลในตลาดมีราคาสูงข้ึนมาก และ
มีนโยบายผลิตน้ำตาลทรายแดงมากข้ึนโดยลดปริมาณการผลิตน้ำตาลทรายขาวใหน้ ้อยลง มกี ารนำเครื่องจกั รมาใช้
ในการผลิตกลอ่ งและบรรจนุ ้ำตาลลงกล่องส่งไปขายยังตลาด ทำให้ปริมาณการผลติ กล่องใส่น้ำตาลมากพอต่อความ
ตอ้ งการ นอกจากนน้ั ยงั มีผลทำให้ตน้ ทนุ การผลิตต่ำ เม่อื ส้ินปีทางฝา่ ยบัญชีสรปุ ผลกำไรของบรษิ ทั มากกว่าปกี ่อน ๆ
ถึง 30 %
ในอดีตโรงงานน้ำตาลแสงชัยเคยขาดทุนติดต่อกันถึง 3 ปี เนื่องจากมีวิกฤตราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงข้ึน
อย่างรวดเรว็ นอกจากน้ันพวกคนงานขอข้ึนราคาคา่ จ้างจึงทำให้โรงงานต้องลดปริมาณการผลิตน้ำตาลลง แต่ยังไม่
ปดิ กจิ การ แต่โรงงานน้ำตาลอ่ืน ๆ พากันปดิ กจิ การลงหลายแห่ง ทำให้ปรมิ าณนำ้ ตาลในตลาดลดนอ้ ยลงซึ่งเป็นผลดี
ต่อโรงงานผลิตน้ำตาลแสงชัยท่ีไม่มคี ่แู ข่ง เป็นส่วนหนึง่ ทท่ี ำใหโ้ รงงานสามารถฟืน้ กิจการได้เร็วขนึ้
คาถาม
จากการศึกษา แสดงถึงปจั จัยท่ีมีอทิ ธิพลตอ่ การผลิตน้ำตาลของโรงงานนำ้ ตาลแสงชยั อยา่ งไรบา้ ง
คาตอบ
เฉลยใบงานที่ 1.2
เรอ่ื งอุปสงคอ์ ปุ ทาน
คำช้แี จง ตอนที่ 1 นกั เรียนอธิบายข้อความต่อไปน้ี (ส 3.1 ม.3/1)
1. อปุ สงค์ ความเต็มใจและความสามารถของผซู้ อื้ ในการจ่ายเงินซอื้ สินคา้ ในปริมาณ
(Demand) ต่างๆ ณระดบั ราคาตา่ งๆกนั ของสินคา้ ชนิดนน้ั ๆในช่วงเวลาใดเวลาหนึง่
2.กฎของอปุ สงค์ ถา้ ราคาสินคา้ หรอื บริการใดๆเพ่ิมขึน้ ความตอ้ งการซือ้
(Lawof Demand) สนิ คา้ และบริการนน้ั จะลดนอ้ ยลง ถา้ ราคาสินคา้ หรอื
บริการใดๆลดลงความตอ้ งการซอื้ สินคา้ และบรกิ ารนน้ั
จะเพิ่มขนึ้
3.อปุ ทาน ปรมิ าณสนิ คา้ และบรกิ ารท่ีผผู้ ลติ หรือผขู้ ายพรอ้ มทจ่ี ะผลิตออกขาย ณ
ระดบั ราคาตา่ งๆ ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด
(Supply)
4.กฎของอปุ ทาน ถา้ ราคาสินคา้ หรือบริการใดๆเพ่ิมขนึ้ ผผู้ ลิตจะผลิตสินคา้ ออกมา
จาหน่ายเพิ่มขนึ้ ถา้ ราคาสินคา้ หรอื บริการใดๆลดลง ผผู้ ลติ จะผลิต
(LawofSupply)
สนิ คา้ ออกมาจาหนา่ ยลดลง
คำช้แี จง ตอนท่ี 2 นักเรยี นอา่ นบทสนทนา และกรณีศกึ ษา แล้วตอบคำถาม (ส 3.1 ม.3/1)
ชดุ ท่ี 1
การประชุมคณะกรรมการกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมผลิตสินค้าไทย จัดขึ้นเม่ือส้ินปีเพ่ือหาแนวทางพัฒนา
ธรุ กิจของบริษทั สมาชิกในที่ประชมุ ต่างกเ็ ล่าปัญหาเปน็ การแลกเปลย่ี นประสบการณ์
ธเนศ : ปีน้ีอากาศหนาวนานกว่าทุกปแี ละลมหนาวกม็ าเร็ว ทำให้บรษิ ัทขงผมผลิตผ้าหม่ และเสอ้ื กันหนาว
มากกวา่ ทกุ ปี
ชาญชัย : ระยะน้ีน้ำมันเบนซินและก๊าซมีราคาแพงข้ึนกว่าเดิมมาก เลยทำให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง
2 - 3 เดือนนีล้ ดลงมาก
กอบศักด์ิ : ผมอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์รู้ว่าปัจจุบันน้ีประชาชนท่ีใช้รถนิยมใช้แก๊สเอนจีวีมากข้ึนเพราะ
น้ำมันราคาแพงขน้ึ
อานนท์ : บริษัทจำหน่ายเคร่ืองสำอางท่ผี มเป็นผู้จัดการฝ่ายขายนน้ั เรามีพนักงานขายตรงยงั ผู้ซ้อื โดยตรง
จะมียอดจำหน่ายสูงในแถบโรงงานเย็บเสื้อผ้า โรงงานสิ่งทอ เพราะสินค้าของเราราคาถูกกว่าย่ีห้ออ่ืน และใน
โรงงานเหลา่ นน้ั มพี นกั งานหญงิ มาก
ลีลาวดี : สินคา้ กางเกงยนี ท่บี ริษัทสตาร์ เปน็ ตัวแทนจำหน่ายนนั้ ขายดีตลอดปี เพราะเรามีการโฆษณามาก
ถึงแมว้ า่ ราคาแพงแต่คนก็นิยมซอื้ โดยเฉพาะปีนี้เศรษฐกิจของประเทศดกี วา่ ทุกปี ประชาชนรายได้มากขึ้นก็มเี งินซื้อ
สินคา้ คุณภาพดีแตร่ าคาแพง
คาถาม
การสนทนาของคณะกรรมการกลุ่มบริษทั อตุ สาหกรรมผลิตสนิ คา้ ไทย แสดงถงึ ปัจจัยทมี่ ีอิทธพิ ลต่อการซ้ือ
สินค้าอย่างไรบา้ ง
คาตอบ
1. การเปล่ียนแปลงของภมู อิ ากาศมผี ลตอ่ การผลิตสินคา้ เส้ือกันหนาว
2. ราคาสินค้าสงู ขน้ึ ปรมิ าณการซื้อจะลดลง และมีการเปลีย่ นแปลงชนิดของสนิ ค้า
3. องคป์ ระกอบของประชากรเกี่ยวกบั เรอ่ื งเพศมผี ลต่อความต้องการสินค้าและบริการแตกตา่ งกนั
4. รายได้เฉลี่ยของประชากรสงู ข้ึนทำใหส้ ามารถบริโภคสินค้าราคาแพงและคุณภาพดีได้มากขึ้น
ชุดที่ 2
กรณศี กึ ษาเรื่อง โรงงานน้ำตาล
โรงงานผลิตน้ำตาลแสงชัย ผลิตน้ำตาลมากข้ึนกว่าทุกปี เพราะราคาน้ำตาลในตลาดมีราคาสูงขึ้นมาก
และมีนโยบายผลิตน้ำตาลทรายแดงมากข้ึนโดยลดปรมิ าณการผลิตนำ้ ตาลทรายขาวให้นอ้ ยลง มีการนำเคร่ืองจักร
มาใช้ในการผลติ กล่องและบรรจุนำ้ ตาลลงกล่องสง่ ไปขายยงั ตลาด ทำใหป้ ริมาณการผลิตกล่องใส่น้ำตาลมากพอต่อ
ความต้องการ นอกจากนั้นยังมีผลทำใหต้ ้นทนุ การผลิตต่ำ เมือ่ สน้ิ ปีทางฝา่ ยบัญชีสรุปผลกำไรของบริษทั มากกวา่ ปี
กอ่ น ๆ ถงึ 30 %
ในอดีตโรงงานน้ำตาลแสงชัยเคยขาดทุนติดต่อกันถึง 3 ปี เนื่องจากมีวิกฤตราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงข้ึน
อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นพวกคนงานขอข้ึนราคาค่าจ้างจึงทำให้โรงงานต้องลดปริมาณการผลิตน้ำตาลลง แตย่ งั ไม่
ปิดกิจการ แต่โรงงานน้ำตาลอ่ืน ๆ พากันปิดกิจการลงหลายแห่ง ทำให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดลดน้อยลงซึ่งเป็น
ผลดีต่อโรงงานผลิตน้ำตาลแสงชยั ที่ไม่มีคู่แข่ง เป็นสว่ นหนึ่งที่ทำให้โรงงานสามารถฟื้นกิจการได้เรว็ ข้ึน
คาถาม
จากการศกึ ษา แสดงถึงปัจจยั ท่มี ีอทิ ธพิ ลต่อการผลติ น้ำตาลของโรงงานน้ำตาลแสงชยั อยา่ งไรบา้ ง
คาตอบ
1. ราคาสนิ ค้าเพิม่ คอื ราคานำ้ ตาลสูงขน้ึ ทำให้ผลิตนำ้ ตาลมากขน้ึ
2. เปา้ หมายของผผู้ ลิต คือ นโยบายหรอื เป้าหมายการผลติ นำ้ ตาลของโรงงาน ทำให้ผลิตนำ้ ตาล
ทรายแดง มีจำนวนมาก และลดการผลติ นำ้ ตาลทรายขาว
3. การเปลี่ยนแปลงเทคนคิ การผลิต คือ มีการปรับปรุงเทคนคิ หรือเทคโนโลยขี องการผลิตกลอ่ ง
สำหรับบรรจนุ ำ้ ตาลทำให้ตน้ ทนุ การผลติ ตำ่
4. ราคาปัจจยั การผลติ คือ ราคานำ้ มนั สูงขึ้น และค่าแรงงานสงู ข้ึน มีผลกระทบตอ่ การผลิตน้ำตาล
มกี ารลดการผลติ ลง
5. จำนวนผู้ผลติ คือ เมื่อโรงงานนำ้ ตาลหยดุ กิจการหลายแหง่ ทำให้สนิ คา้ คอื น้ำตาลลดลง
ใบงานที่ 1.3
เร่ือง การกาหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
กลมุ่ ท่ี .................................
สมาชิกกลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................
คำช้แี จง นกั เรยี นเขียนกราฟเส้นอปุ สงคอ์ ุปทานและตอบคำถาม (ส 3.1 ม.3/1)
ให้เขียนแผนภาพแสดงเส้นอุปสงค์ เส้นอุปทาน และภาวะดุลยภาพของเครื่องด่ืมชาเขียวกับราคา พร้อม
ระบุพื้นท่บี ริเวณที่เกดิ ภาวะดุลยภาพ และภาวะไมด่ ุลยภาพ และอธิบายภาวะดุลยภาพ และภาวะไม่ดลุ ยภาพ และ
หาคำตอบในตารางผลกระทบดว้ ย
ราคาสินค้าตอ่ ปรมิ าณ ปริมาณ ผลกระทบ
ขวด อปุ สงค์ อปุ ทาน ปรมิ าณเครื่องดม่ื ชาเขยี ว ภาวะ
(บาท) (ขวด) (ขวด) (ขวด)
5 5 1 ............................................
10 4 2 ............................................ ....................................
15 3 3 .............................................. ...................................
20 2 4 ............................................
25 1 5 .............................................. ..................................
ภาวะท่ีไม่ดุลยภาพ คอื ....................................................................................................................................
ภาวะดลุ ยภาพ คือ....................................................................................................................................
เฉลยใบงานที่ 1.3
เร่ือง การกาหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
คำชี้แจง นักเรยี นเขียนกราฟเสน้ อุปสงคอ์ ุปทานและตอบคำถาม (ส 3.1 ม.3/1)
แนวทางการตอบ
ราคาสินค้าต่อขวด ปรมิ าณอปุ สงค์ ปริมาณอปุ ทาน ผลกระทบ
(บาท) (ขวด) (ขวด)
ปรมิ าณเคร่ืองดื่มชาเขยี ว ภาวะ
55 1
10 4 2 (ขวด)
15 3 3
20 2 4 ขาด 4 ขวด อปุ สงค์สว่ นเกนิ
25 1 5
ขาด 2 ขวด
หมดพอดี ดลุ ยภาพ
เหลอื 2 ขวด อปุ ทานส่วนเกนิ
เหลือ 4 ขวด
ภาวะทไ่ี มด่ ลุ ยภาพ : เป็นภาวะทป่ี ริมาณอุปสงค์และอปุ ทานไมเ่ ท่ากนั ส่งผลตอ่ ปรมิ าณ
สินคา้ อาจเกดิ การขาดแคลนหรือสนิ ค้าลน้ ตลาด
ภาวะดุลยภาพ : เกดิ ราคาดุลยภาพ ซงึ่ เป็นราคาที่
• อปุ สงคเ์ ทา่ กับอุปทาน
• เปน็ ราคาทท่ี ั้งผู้ซอ้ื และผู้ขายพอใจ
• อุปสงค์ส่วนเกนิ และอุปทานสว่ นเกินมคี า่ เปน็ ศูนย์
คาถาม
เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ
ชือ่ .......................................................................................................................ช้นั ......................เลขท่ี ..........
คำชีแ้ จง นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี (ส 3.1 ม.3/1)
1. นักเรียนแยกประเภทของตลาด และอธบิ ายประเภทของตลาดแตล่ ะประเภทได้พอสังเขป
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นแยกความแตกต่างระหว่างกฎของอุปสงค์และอุปทาน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
3. บอกความหมายของอุปสงคส์ ่วนเกนิ และอุปทานสว่ นเกิน
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
เฉลยคาถาม
เรอ่ื งกลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ
คำชแ้ี จง นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ (ส 3.1 ม.3/1)
1. นกั เรยี นแยกประเภทของตลาด และอธิบายประเภทของตลาดแต่ละประเภทได้พอสงั เขป
ตลาดในทางเศรษฐศาสตรม์ ี 2 ประเภท คอื
1. ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็นตลาด ผู้ซือ้ ผู้ขายมีเป็นจำนวนมาก ราคาสินค้าถูกกำหนดจากความตอ้ งการซ้อื และ
ความต้องการขายอย่างแท้จริง สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐานเหมือนกัน ผซู้ ื้อและผู้ขายตา่ งต้องรู้ถึงสภาพการณ์ใน
ตลาดเป็นอย่างดี ผู้ซ้อื และผู้ขายสามารถตดิ ตอ่ กนั ได้สะดวกและรวดเรว็ ผขู้ ายสามารถเข้าออกตลาดไดอ้ ย่างเสรี
2. ตลาดแข่งขันไม่สมบรู ณ์
2.1 ตลาดผกู ขาด เปน็ ตลาดทีม่ ผี ูข้ ายเพียงรายเดยี ว
2.2 ตลาดกึ่งแขง่ ขนั ก่งึ ผกู ขาด เปน็ ตลาดท่มี ผี ูซ้ ้อื ผู้ขายเป็นจำนวนมาก และมอี สิ ระในการซ้อื ขาย
2.3 ตลาดผขู้ ายนอ้ ยราย เป็นตลาดท่ีมีผ้ขู ายเพยี งไม่กรี่ าย
2. นกั เรียนแยกความแตกต่างระหวา่ งกฎของอปุ สงค์และอุปทาน
กฎของอุปสงค์ คือ ถ้าราคาสินค้าหรือบริการใด ๆ เพิ่มข้ึน ความต้องการซื้อสินค้าและบริการน้ันจะลดน้อยลง
ถ้าราคาสนิ ค้าหรอื บรกิ ารใดๆ ลดลง ความตอ้ งการซื้อสนิ ค้าและบรกิ ารนั้นจะเพ่ิมขึน้
กฎของอุปทาน ถ้าราคาสินคา้ หรอื บริการใด ๆ เพมิ่ ขึ้น ผู้ผลติ จะผลติ สนิ ค้าออกมาจำหนา่ ยเพม่ิ ขน้ึ ถา้ ราคาสนิ ค้า
หรอื บริการใด ๆ ลดลง ผู้ผลติ จะผลิตสินคา้ ออกมาจำหน่ายลดลง
3. บอกความหมายของอปุ สงคส์ ่วนเกินและอปุ ทานสว่ นเกิน
อุปสงค์ส่วนเกิน (Excess Demand) หมายถึง ภาวะที่ D > S ทำให้สินค้าขาดตลาด ปรับตัวเข้าสู่ดุลยภาพโดย
ทำให้ราคาเพมิ่ ขึ้นแลว้ D ก็จะลดลง S ก็จะเพ่ิมขึ้นจนเข้าสจู่ ุดดุลยภาพ สาเหตุจากการเกิด เช่น การควบคุม ราคา
ขัน้ สูงของปูนซเี มนต,์ ราคาเนือ้ หมู, ราคาน้ำตาล
อุปทานส่วนเกิน (Excess Supply) หมายถึง ภาวะที่ S > D ทำให้สินค้าชิ้นน้ันล้นตลาดปรับตัวเข้าสู่ ดุล
ภาพ โดยทำให้ราคาถูกปรับต่ำลง แล้ว S จะลดลง D จะเพ่ิมข้ึนจนเข้าสู่จุดดุลยภาพสาเหตุจากการเกิด เช่น การ
พยุงราคาสนิ คา้ เกษตร, การประกนั ราคาขา้ ว, การส่งเสรมิ การสง่ ออก
ใบความรู้ท่ี 1.1
เร่อื ง ระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกิจ หมายถงึ การรวมตัวกันเป็นกลุ่มของหน่วยเศรษฐกิจ ซง่ึ ประกอบด้วยบุคคล หรือ สถาบันที่
ทำหน้าท่ีเฉพาะอย่างในทางเศรษฐกิจ ใช้หลักการแบ่งงานกันทำตามความถนัด มีการปฏิบัติภ ายใต้ระเบียบ
กฎเกณฑ์ นโยบาย และแนวทางการปฏิบัติที่คล้ายคลึงกัน หน่วยเศรษฐกิจ คอื หน่วยงานที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
จะทำหน้าทเี่ กี่ยวกบั กิจกรรมที่สำคญั ทางดา้ นเศรษฐกิจอนั ไดแ้ ก่ การผลิต การบริโภค และ การแจกจ่ายสนิ ค้าและ
บรกิ าร
ระบบเศรษฐกิจแบง่ ออกเปน็ 4 ระบบ ดงั น้ี
1. ระบบเศรษฐกจิ แบบคอมมวิ นสิ ต์ (Communism)
ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ เป็นระบบเศรษฐกิจท่ีรัฐบาลเป็นเจ้าของทรัพยากรต่าง ๆ ของประเทศ
ซ่ึงรวมท้ังปัจจัยการผลิตทุกชนิด เอกชนไม่มีกรรมสิทธิ์ ตลอดจนเสรีภาพท่ีจะเลือกใช้ปัจจัยการผลิตได้ รัฐบาลทำ
หน้าที่เป็นผู้ประกอบการ และทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ให้กับหน่วยธุรกิจ และครัวเรือน การผลิตและ
บริโภคมาจากคำสั่งของรฐั กลไกราคาไม่มีบทบาทในการแก้ไขปญั หาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจ การแก้ไขปญั หาพื้นฐาน
ทางเศรษฐกิจกระทำโดยรฐั บาลจะมลี กั ษณะเดน่ อยูท่ ่ีการรวมอำนาจทุกอยา่ งไว้ทีส่ ่วนกลาง
ข้อดขี องระบบเศรษฐกิจแบบคอมมวิ นสิ ต์
1. เปน็ ระบบเศรษฐกิจทีช่ ว่ ยลดปัญหาความเหล่อื มลำ้ ทางฐานะและรายไดข้ องบุคคลในสังคม
2. ระบบเศรษฐกจิ นเ้ี อกชนจะทำการผลิต และบรโิ ภคตามคำสั่งของรัฐ
3. ผลผลิตท่ีผลิตขึ้นมาจะถูกนำส่งเข้าส่วนกลาง และรัฐจะเป็นผู้จัดสรรหรือแบ่งปัน สินค้าและบริการ
ดังกลา่ วให้ประชาชนแตล่ ะคนอย่างเทา่ เทียมกนั โดยไมม่ กี ารไดเ้ ปรียบหรือเสยี เปรียบ
ขอ้ เสยี ของระบบเศรษฐกจิ แบบคอมมวิ นสิ ต์
1. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการเลือกสรรบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ตามความพอใจของตน เพราะ
รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคตามความเหมาะสมและความจำเป็น
เทา่ นั้น
2. ประชาชนไม่มีกรรมสิทธิ์ในการถือครองและเป็นเจ้าของทรัพย์สินซ่ึงสามารถนำไปผลิตสินค้า และ
บริการต่าง ๆ หรือนำไปแสวงหารายได้ เช่น ทดี่ ิน โรงงาน เครอ่ื งจกั ร ฯลฯ
3. ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการเลือกทำงานหรืออาชีพตามอำเภอใจเพราะรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดการ
ทำงาน และ คา่ จา้ งให้แกป่ ระชาชนตามความสามารถ ประชาชนจงึ มีสภาพเป็นลกู จา้ งของรฐั บาลทกุ คน
4. สินค้ามีคุณภาพไม่ดีเท่าท่ีควร เน่ืองจากผู้ผลิตขาดแรงจูงใจและการใช้ทรัพยากรทางเศรษฐกิจอาจ
เป็นไปอยา่ งไมม่ ปี ระสิทธิภาพ เนื่องจากรฐั บาลไมส่ ามารถทีจ่ ะมขี ้อมลู ขา่ วสารทส่ี มบรู ณ์ในทุก ๆ เรอื่ ง
2. ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม (Capitalism)
ระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนยิ ม เปน็ ระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้บคุ คลทัว่ ไปเลือกตดั สินใจดำเนินกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจตามความสามารถและโอกาสของตนโดยอาศัยตลาดและราคาในการเลอื ก โดยรัฐหรอื เจ้าหน้าท่ีจาก
ส่วนกลางมบี ทบาทเกยี่ วข้องนอ้ ยมาก
ข้อดขี องระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
1. ทรพั ย์สนิ และปัจจยั การผลติ เปน็ ของเอกชน
2. เอกชนเป็นผู้ดำเนินการกิจกรรมทางเศรษฐกจิ โดยผ่านกลไกราคา และมีกำไรเป็นแรงจูงใจ
3. มีการแข่งขนั เปน็ รากฐานของระบบเศรษฐกจิ
4. รัฐไมเ่ ขา้ แทรกแซงทางเศรษฐกจิ มีบทบาทเพียงการรักษาความสงบเรยี บร้อย ความยตุ ธิ รรม
5. ประชาชนสามารถใช้ความรู้ความสามารถ โอกาส ความคิดริเริ่ม ของตนในการผลิตและบริโภคเพ่ือ
ประโยชนท์ างเศรษฐกิจของตนไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่
ขอ้ เสียของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนยิ ม
1. เน่ืองจากความสามารถ และ โอกาสของบุคคลท่ีแตกต่างกัน ทำให้มีระดับรายได้แตกต่างกัน นำไปสู่
ปัญหาการกระจายรายได้ระหว่างคนรวยกบั คนจน
2. การผลิตในระบบทุนนิยมเป็นที่มาของการแข่งขันกันผลิต นำไปสู่การทำลายทรัพยากร และ
ส่ิงแวดลอ้ มตามธรรมชาตจิ นกลายเป็นปัญหาของโลกในปัจจุบนั
3. ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนิยมเสรี (Socialism)
ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต วางแผน และ
ควบคุมการผลิตบางประเภท โดยเฉพาะการผลิตที่เป็นผลประโยชนร์ ่วมกันของประชาชน เช่น การสาธารณูปโภค
ต่าง ๆ สถาบันการเงิน ป่าไม้ เอกชนถูกจำกัดเสรีภาพในกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะส่วนท่ีเป็นผลประโยชน์
ของส่วนรวม ดำเนินการได้เพียงอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมขนาดย่อม ทั้งนี้เพ่ือแก้ไขปัญหาความแตกต่างด้าน
ฐานะระหวา่ งคนรวยและคนจน
ขอ้ ดขี องระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
1. รัฐควบคุมการดำเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกิจมีการวางแผนจากสว่ นกลาง
2. ความเสมอภาคด้านฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคลในสังคม ประชาชนไดร้ ับสวัสดกิ ารจากรัฐบาลกลาง
โดยเท่าเทียมกันและสามารถกำหนดนโยบายเปา้ หมายตามทร่ี ฐั บาลกลางต้องการได้
ขอ้ เสียของระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนยิ ม
1. ประชาชนขาดแรงจูงใจในการทำงาน
2. เศรษฐกิจของประเทศอาจเผชญิ วิกฤติหากรัฐกำหนดความต้องการผิดพลาด
3. การไม่มรี ะบบแข่งขนั แบบทุนนิยมทำให้ไม่มีการพัฒนาสนิ ค้าและบริการใหมๆ่
4. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม (Mixed Economy)
ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม เป็นระบบเศรษฐกิจที่ผสมระหว่างระบบทุนนิยมกับสังคมนิยม มีรฐั เป็นเจา้ ของ
ปัจจัยการผลิตหรือควบคุมการผลิตขนาดใหญ่ แต่ปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่เป็นของเอกชน การกำหนดราคาข้ึนกับ
กลไกแห่งราคาของตลาด เอกชนมีเสรีภาพ มีการแข่งขัน แต่รัฐอาจแทรกแซง การผลิตได้บ้าง รัฐดำเนินกิจการ
บางอย่างในรูปของรัฐวสิ าหกิจ เช่น สาธารณูปโภค ( ไฟฟ้า ประปา ) มีการวางแผนจากส่วนกลางและมีสวัสดิการ
จากรฐั
ขอ้ ดขี องระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
1. เป็นการยกฐานะของคนในสังคมให้เท่าเทียมกันและเป็นการแลกเปลี่ยนแปลงจากทุนนิยมเป็นแบบ
สงั คมนิยม โดยสนั ติวิธีทางรัฐสภา
2. รายได้ถูกนำมาเฉล่ียให้ผู้ทำงานตามกำลังงานท่ีได้กระทำ มิใช่ตามความจำเป็นทำให้แรงจูงใจในการ
ทำงานจงึ ดกี วา่ ระบบอืน่ ๆ
3. เอกชนมบี ทบาททางเศรษฐกจิ มีการแขง่ ขันสงู สนิ ค้าจงึ มคี ณุ ภาพสงู
4. ผู้บริโภคมโี อกาสเลือกสนิ ค้าได้มากพอสมควร
ข้อเสยี ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม
1. ระบบน้ีมกี ารวางแผนเพยี งบางสว่ น จึงอาจจะไมม่ ปี ระสิทธิภาพเพียงพอในกรณที ่ีตอ้ งการเร่งรัดพฒั นา
เศรษฐกจิ อยา่ งรวดเร็ว เชน่ ยามสงคราม
2. การควบคมุ กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางสว่ นโดยรฐั เป็นเครอ่ื งกีดขวางเสรีภาพของเอกชน
3. การวางแผนจากส่วนกลางเพือ่ ประสานประโยชนข์ องรัฐบาลเข้ากับเอกชนใหเ้ กดิ ผลดีแกส่ ่วนรวมอย่าง
แท้จรงิ ทำไดย้ าก
4. นกั ธุรกิจขาดความม่นั ใจในการลงทุน เพราะไม่แน่ใจว่าในอนาคตกิจกรรมของตนจะถกู โอนเป็นของรัฐ
หรือไม่
ทีม่ า : https://www.thaifrx.com
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1/2
วิชา สังคมศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ชอ่ื หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ จำนวน 16 คาบ
เรอื่ ง บทบาทหนา้ ที่ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เวลา 2คาบ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็น
ของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตัวชวี้ ดั ข้อ 1 อธิบายบทบาทหน้าที่ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ
2. สาระการเรียนรู้
2.1 บทบาทหน้าทีข่ องรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายบทบาทหน้าที่ของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจได้
3.2 วิเคราะห์การจดั สรรทรพั ยากรในระบบเศรษฐกิจได้
3.3 เห็นความสำคัญในการกระจายรายไดใ้ หท้ ว่ั ถึงและทัดเทียมกนั
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายบทบาทหนา้ ทข่ี องรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหก์ ารจดั สรรทรพั ยากรในระบบเศรษฐกจิ ได้
ดา้ นเจตคต/ิ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซื่อสัตยส์ ุจริต
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นหลักสูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและรู้เทา่ ทนั สอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวินยั (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวิชาอื่น... .................................
2. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อ่ืนๆ (ระบุ......................................................)
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบ ธรรมสากจั ฉา
ชัว่ โมงที่ 1
ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูเล่าบทบาทหน้าทข่ี องรฐั บาลในการรกั ษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
2. ครตู ัง้ คำถามถามนักเรียน ดงั น้ี
1) เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงกำหนดราคาขนั้ สงู ของน้ำมันเชื้อเพลงิ
(ถ้าราคาน้ำมันเช้อื เพลงสูง ส่งผลให้ตน้ ทนุ การผลติ สูงขึ้นตามไปดว้ ย)
2) ถ้าราคาต้นทุนการผลิตสูงใครเดือดรอ้ น
(ผบู้ รโิ ภค เพราะผ้ผู ลิตต้องเพ่มิ ราคาสินคา้ )
3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า รัฐบาลมีบทบาทหน้าท่ีในระบบเศรษฐกิจเพ่ือช่วยเหลือประชาชน
ภายในประเทศ
ข้ันสอน
1. แสวงหาความรู้
ครูมอบหมายชิ้นงาน/ภาระงาน ตามกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ที่ 2 ดงั นี้
ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน สืบค้นข้อมลู จากแหล่งเรียนรตู้ ่างๆ จากน้ันรว่ มกันวิเคราะหแ์ ละ
แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับบทบาททางเศรษฐกิจของรับบาลในระบบเศรษฐกิจในสงั คมไทย โดยให้สรปุ เปน็
ความเรียง หรือแผนผังความคิด พร้อมตกต่างให้สวยงาม จากนั้นสง่ ตัวแทนมาอภิปรายหน้าหอ้ ง
2. คน้ พบความรู้
สมาชิกแต่ละกลุม่ นำความรู้ทไี่ ด้จากการสบื ค้นมาสนทนาแลกเปลี่ยนกันในประเด็นสำคัญ โดยผลัดกัน
อภิปรายทีละคน
3. วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ค่าความรู้
1. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมมือกันวิเคราะห์แล้วตอบคำถามตามท่ีกำหนดในใบงานท่ี 1.4 เร่ือง
บทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ
2. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน ครูตรวจสอบ ความถกู ต้องและให้ขอ้ เสนอแนะ
ชวั่ โมงท่ี 2
4. พิสจู นค์ วามรู้
1. ครมู อบหมายให้นักเรยี นทำกิจกรรม “เรียนรตู้ ลาดนดั จำลอง” โดยดำเนนิ การดงั น้ี
1.1 นักเรยี นทุกคนจบั สลากในการเปน็ ผ้ซู ้ือและผู้ขายในตลาดนัดจำลอง
1.2 ให้นักเรียนที่เป็นผู้ขายเลือกสินค้าท่ีจะนำมาขาย เช่น เครื่องเขียน ขนม อาหาร เป็นต้น และ
ตง้ั ราคาสนิ ค้า แลว้ นกั เรียนทีเ่ ป็นผซู้ อ้ื ทำการเลือกซ้ือสินค้าทตี่ อ้ งการในตลาดนัดจำลองทีร่ ว่ มกนั จัดซอื้
1.3 ให้นักเรียนวเิ คราะห์และค้นคว้าหาความรู้เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั การซื้อขายสนิ ค้าในตลาดนดั จำลอง
ว่ามลี กั ษณะเปน็ ตลาดประเภทใดและมกี ลไกราคาสินคา้ เป็นอย่างไร
2. ครสู ่มุ นักเรียนออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียนพรอ้ มทงั้ เปิดโอกาสให้เพ่ือนไดซ้ กั ถามข้อสงสยั
3. ครูตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของการนำเสนอผลงาน พร้อมใหค้ ำแนะนำ
เพิ่มเติม
ขน้ั สรปุ
1. นกั เรียนและครูสรุปความรู้เร่อื ง บทบาทหน้าทข่ี องรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ
2. นักเรยี นตอบคำถามหลัก เรอื่ ง บทบาทหนา้ ท่ีของรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจ
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 สบื คน้ วิเคราะห์ อภิปราย นำเสนอ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้
9.3 กจิ กรรม “เรียนรู้ตลาดนดั จำลอง” และใบงาน
9.4 บันทึกการเรียนรู้และตรวจสอบใบงาน
9.5 นำเสนอและสรุป
9.6 สรุปผลการจัดกิจกรรม “เรยี นรู้ตลาดนดั จำลอง”
10. สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 ส่อื การเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ของบริษัท
แม็คเอด็ ดเู คชั่น จำกัด
10.1.2. หนังสือค้นควา้ เพม่ิ เติม
10.1.3. ใบงานที่ 6.4 เรื่อง บทบาทหนา้ ท่ขี องรฐั บาลในระบบเศรษฐกิจ
10.1.4. คำถามหลัก เรื่อง บทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ
10.2 แหล่งการเรียนรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อนิ เทอร์เน็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น
- บทบาทหน้าท่ีของรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ http://www.trueplookpanya.com/
11. การประเมินผลการเรียนรู้
11.1 ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
11.2 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
11.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
11.4 สงั เกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน
11.5 ตรวจใบงาน
11.6 ตรวจการตอบคำถามหลกั
เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑก์ าร ระดับคุณภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดเี ย่ียม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
เกณฑก์ ารประเมิน
2. เกณฑ์การให้คะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถึง ดีเย่ียม = 9 - 10 คะแนน
ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21
ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วธิ ีวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การ การสังเกต แบบสังเกต ชิ้นงาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ช้นิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็
2. ซอื่ สัตยส์ ุจริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มวี นิ ยั นำเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มงุ่ มั่นในการทำงาน
8. มีจิตสาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ช้ินงาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื การ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..............คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์............................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
2. นักเรียนมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมีความร้เู กิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคติ/คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสตู )
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)
ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง นางสาวปัญณวยี ์ รามสตู แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชื่น )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม
ใบงานที่ 1.4
เรือ่ งบทบาทหนา้ ท่ขี องรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ
กลมุ่ ท่ี .................................
สมาชกิ กลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................
3. ................................................................. 4. ........................................................................
คำชแ้ี จง นกั เรียนอธบิ ายบทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ ดังตอ่ ไปน้ี (ส 3.2 ม.3/1)
1. บทบาทในการจัดสรรการใช้ทรพั ยากรในระบบเศรษฐกจิ .....................................................................
...................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
2. บทบาทในการกระจายรายได้ ...............................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
3. บทบาทในการรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ.......................................................................................
...................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
4. บทบาทในการสร้างความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจ...............................................................................
...................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
เฉลยใบงานท่ี 1.4
เรอื่ งบทบาทหนา้ ทขี่ องรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ
คำช้แี จง นกั เรียนอธบิ ายบทบาทหน้าทข่ี องรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ ดงั ต่อไปนี้ (ส 3.2 ม.3/1)
1.บทบาทในการจดั สรรการใช้ทรพั ยากรในระบบเศรษฐกิจเป็นหน้าท่ีของรฐั บาลในการจัดสรรทรัพยากรไปผลติ สินค้าและ
บริการสินค้าและบริการที่เปน็ ประโยชน์ต่อสังคม เรยี กว่าสินค้าสาธารณะส่วนสินค้าเอกชน เป็นสินคา้ ท่ีทุกคนสามารถ
ทีท่ กุ คนสามารถบริโภคโดยไมส่ ามารถกีดกันการบริโภคได้ ซึ่งรฐั บาลเป็นผดู้ ำเนนิ การด้วยการเก็บภาษี
2.บทบาทในการกระจายรายได้ รัฐบาลมีกลไกในการกระจายผลตอบแทนจากการผลติ หรือรายได้ระหวา่ งกลุ่มบุคคลต่างๆ
ให้ทั่วถงึ และทัดเทยี มกัน เช่นการสงเคราะหค์ นชราการใหค้ วามช่วยเหลอื ผูว้ ่างงานการให้การสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย
ในการรักษาพยาบาลเปน็ ตน้
3.บทบาทในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นการทำหนา้ ท่ีของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพดา้ นการจ้างงานให้มี
จำนวนประชากรว่างงานน้อยที่สุด เช่น รัฐบาลกำหนดราคาข้ันสูงของน้ำมันเช้ือเพลิง เพ่ือไม่ให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ผู้บริโภคจะไม่เดอื ดรอ้ น
4.บทบาทในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นการทำหน้าท่ีในการผลักดันส่งเสริมและสนับสนุนให้ระบบ
เศรษฐกจิ มกี ารผลิตและการจา้ งงานมากขนึ้ เพอื่ ใหป้ ระชาชนได้บรโิ ภคสินคา้ และบริการมากขึ้น มีคุณภาพชวี ิตทด่ี ี
คำถาม
เร่ืองบทบาทหนา้ ท่ีของรัฐบาลในระบบเศรษฐกจิ
ชอ่ื .........................................................................................................................ชั้น...........................เลขที่ .......
คำชแี้ จง นักเรยี นตอบคำถาม ดงั ตอ่ ไปน้ี (ส 3.2 ม.3/1)
1. รัฐบาลมีมาตรการใดในการกระจายรายไดใ้ ห้ท่ัวถึงและทดั เทียมกนั
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
2. รัฐบาลมีมาตรการใดในการสรา้ งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
คำถาม
เรื่องบทบาทหน้าทีข่ องรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ
คำชแ้ี จง นกั เรยี นตอบคำถาม ดังต่อไปน้ี (ส 3.2 ม.3/1)
1. รัฐบาลมมี าตรการใดในการกระจายรายได้ให้ท่ัวถึงและทัดเทยี มกัน
มาตรการในการดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ด้อยโอกาส การให้การสงเคราะห์ผู้มี
รายได้นอ้ ยในการรกั ษาพยาบาล การสงเคราะหค์ นชรา การให้ความช่วยเหลือผ้วู ่างงาน
2. รฐั บาลมมี าตรการใดในการสรา้ งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
การลงทุนของรัฐในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทมี่ ีวัตถุประสงค์เพอ่ื สนับสนุนการพฒั นาประเทศ ยกระดบั คุณภาพ
ชวี ติ ของประชาชน เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพและรกั ษาระดบั การลงทุนเพอื่ เพ่มิ ขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประทศ
ในระยะยาวหรือการส่งเสริมให้มีการลงทุนโครงการผลิตสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาค
บรกิ าร โดยใช้มาตรการทางภาษีและการให้เงินอุดหนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจใหแ้ ก่ผผู้ ลิต หรอื ใช้มาตรการทางภาษีเพื่อ
คมุ้ ครองการผลิตในประเทศไม่ให้สินคา้ จากตา่ งประเทศมาแข่งขันได้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1/3
วิชา สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ชอื่ หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ จำนวน 16 คาบ
เรอื่ ง นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 2คาบ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจและความจำเป็น
ของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวช้ีวัดข้อ 2 แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐท่ีมีต่อบุคคล กลุ่มคนและ
ประเทศชาติ
2. สาระการเรยี นรู้
2.1 นโยบายการบรหิ ารเศรษฐกิจมหภาค
2.2 นโยบายปรบั โครงสรา้ งเศรษฐกจิ
2.3 นโยบายโครงสรา้ งพื้นฐานและระบบบริหารจดั การขนสง่ มวลชนสนิ ค้าและบรกิ าร
2.4 นโยบายพลังงาน
2.5 นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายนโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั บาลได้
3.2 แสดงความคดิ เห็นต่อนโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาลได้
3.3 มเี จตคติทีด่ ีตอ่ นโยบายทางเศรษฐกจิ ของรฐั บาล
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายนโยบายทางเศรษฐกจิ ของรฐั บาลได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
แสดงความคดิ เห็นต่อนโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรฐั บาลได้
ดา้ นเจตคต/ิ คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี นหลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทักษะการ เขยี น (Writing)
3. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการส่อื สารสารสนเทศและรู้เท่าทันสอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรณุ า มีระเบียบวินัย (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บูรณาการรายวิชาอ่นื ... .................................
2. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
3. อื่นๆ (ระบ.ุ .....................................................)
8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ สี อนโดยการจัดการเรยี นร้แู บบร่วมมอื : เทคนิคคู่คิดสส่ี หาย
ชว่ั โมงท่ี 1
ครูใหน้ ักเรียนศึกษาใบความร้ทู ี่ 1.2 เร่ือง ศัพท์นา่ รู้เกยี่ วกบั เศรษฐกจิ
ครมู อบหมายชิน้ งาน/ภาระงาน ตามกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรูท้ ่ี 3 ดังน้ี
ให้นักเรียนศึกษาขอ้ มลู เกีย่ วกบั นโยบายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของรัฐบาลว่ามอี ะไรบ้างลงสมุด
บนั ทกึ จากน้ันรว่ มกนั อภิปราย ในชวั่ โมงท่ี 2
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูยกตวั อย่างกจิ กรรม/โครงการทส่ี ำคัญ เช่น
- การเพ่มิ ขีดความสามารถในการกำกบั ดูแลสถาบนั การเงินเฉพาะกจิ
- ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เสนอแนะ ออกแบบนโยบายแผนและมาตรการในการพัฒนาระบบการ
ดูแลผลประโยชน์ของคสู่ ัญญาตามสญั ญาดูแลผลประโยชน์ใหม้ คี วามม่นั คงและไดม้ าตรฐานสากล
2. ครใู ห้นกั เรยี นวเิ คราะห์ ดงั นี้
- กิจกรรม/โครงการดงั กลา่ วอยู่ในนโยบายใดของรฐั บาล
(นโยบายการบรหิ ารเศรษฐกจิ มหภาค)
3. ครูอธิบายเชอ่ื มโยงให้นกั เรียนเหน็ ความสำคัญนโยบายทางเศรษฐกจิ ของรฐั บาล
ขั้นแสวงหาความรู้
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ศึกษา
ความรู้ และทำใบงานท่ี 1.5 เรอื่ ง นโยบายทางเศรษฐกจิ ของรัฐบาล
2. นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน แล้วนำมาอธิบายให้เพื่อนอีกคู่หน่ึงในกลุ่ม
ของตนเองฟัง โดยผลดั กนั อธบิ ายและให้สมาชิกซกั ถามข้อสงสยั หรือช่วยกนั เสนอแนะเพ่มิ เติมตามความเหมาะสม
3. ครูให้ตวั แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน และให้กลมุ่ อ่นื เสนอแนะ หรอื แสดงความคิดเห็น
เพิ่มเติมในส่วนท่ีแตกต่างกนั ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ช่ัวโมงที่ 2
1. ครูติดตามกจิ กรรมตรวจสอบความรู้ที่ 3 โดยใหน้ ักเรียนศกึ ษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจของรฐั บาลว่ามีอะไรบา้ งลงสมุดบันทึก จากน้ันร่วมกันอภปิ ราย
2. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายและแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ภายในหอ้ งเรียน
3. ครตู รวจสมุดบนั ทกึ ของนักเรียน
ขน้ั สรุป
1. นกั เรียนและครชู ว่ ยกันสรปุ เรอ่ื ง นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั
2.นกั เรียนตอบคำถามหลกั เรือ่ ง นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
9.1 สืบคน้ วิเคราะห์ อภิปราย นำเสนอ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้
9.3 ใบงาน
9.4 บนั ทกึ การเรียนรู้และตรวจสอบใบงาน
9.5 นำเสนอและสรุป
10. สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ของบริษัท
แม็คเอ็ดดเู คชั่น จำกัด
10.1.2. หนังสอื คน้ คว้าเพ่มิ เติม
10.1.3. ใบความรู้ที่ 1.2 เรอ่ื ง ศัพท์น่าร้เู กี่ยวกับเศรษฐกิจ
10.1.4. ใบงานที่ 1.5 เร่ือง นโยบายทางเศรษฐกจิ ของรัฐบาล
10.1.5. คำถามหลกั เร่ือง นโยบายทางเศรษฐกจิ ของรัฐบาล
10.2 แหล่งการเรียนรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอรเ์ นต็ จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เชน่
- นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั บาลไทย https://www.thaigov.go.th/new
11. การประเมินผลการเรียนรู้
11.1 ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
11.2 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
11.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
11.4 สงั เกตความมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน
11.5 ตรวจใบงาน
11.6 ตรวจการตอบคำถามหลัก
เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การ ระดบั คุณภาพ / คะแนน
ประเมิน ดเี ย่ยี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
เกณฑ์การประเมนิ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตัดสินระดับคุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถึง ดเี ยี่ยม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน
ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์และทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเด็นประเมนิ แหล่ง วิธีวัด เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสื่อสาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสังเกต ชิน้ งาน
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ช้นิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเปน็
2. ซื่อสตั ย์สจุ ริต อธิบาย/การ จรงิ
3. มวี ินัย นำเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
8. มีจติ สาธารณะ
ทักษะศตวรรษที่ 21 ช้ินงาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธิบายหรือการ ประเมนิ ประเมิน - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชน้ิ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร.ู้ ..............คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
2. นักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นักเรียนเจตคต/ิ คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสตู )
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1
ความเห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)
ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)
ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง นางสาวปัญณวีย์ รามสูต แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
ดีมาก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชน่ื )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม
ใบงานท่ี 1.5
เรอ่ื งนโยบายทางเศรษฐกจิ ของรฐั บาล
กลุ่มที่ .................................
สมาชิกกลมุ่ 1................................................................... 2. .......................................................................
คำช้ีแจง นักเรียนยกตัวอย่างนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยให้เขียนเป็นความเรียง หรือแผนผังความคิด
หรอื ในรูปแบบอ่นื ๆ (ส 3.2 ม.3/2)
นโยบาย.......................................................................................................
เฉลยใบงานท่ี 1.5
เรอื่ งนโยบายทางเศรษฐกจิ ของรัฐบาล
คำชี้แจง นักเรียนยกตัวอย่างนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยให้เขียนเป็นความเรียง หรือแผนผังความคิด
หรอื ในรูปแบบอ่นื ๆ (ส 3.2 ม.3/2)
ตวั อย่าง นโยบายการบริหารเศรษฐกจิ แบบมหภาค
1. นโยบายสรา้ งความม่นั คงและเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการดำเนนิ งานของสถาบนั การเงินและตลาดทุนท่ี
สอดคล้องกบั การเปลีย่ นแปลงวศิ วกรรมและนวัตกรรมทางการเงิน และสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ ผลกระทบ
ทีเ่ กดิ ข้นึ จากวิกฤตการณ์การเงนิ โลก
- การเพิม่ ขดี ความสามารถในการกำกับดูแลสถาบันการเงนิ เฉพาะกิจ
- ศึกษา วเิ คราะห์ วิจัย เสนอแนะ ออกแบบนโยบายแผนและมาตรการในการพัฒนาระบบการดแู ล
ผลประโยชน์ของคสู่ ญั ญาตามสญั ญาดูแลผลประโยชนใ์ ห้มคี วามมนั่ คงและไดม้ าตรฐานสากล
2. นโยบายสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอยา่ งมีเสถียรภาพ ดูแลเงินเฟ้อใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพ
เศรษฐกิจเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้การผันแปรอย่างรนุ แรงของเศรษฐกิจโลก
- การวิเคราะห์และเสนอแนะนโยบายการคลังภาคสาธารณะ
- โครงการติดตามและวเิ คราะห์ภาวะเศรษฐกจิ มหภาคดา้ นอุปทานและด้านอุปสงคร์ วมทง้ั ผลกระทบทม่ี ี
ต่อเศรษฐกจิ ไทยดา้ นอปุ ทานและอุปสงค์
- โครงการแกไ้ ขปญั หาหนสี้ ินภาคประชาชน
- การป้องปรามธุรกจิ การเงนิ นอกระบบ
3. นโยบายรักษาวินยั การคลงั เพ่อื ให้เกิดความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาวทั้งระบบ เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั
การพฒั นาประเทศอยา่ งบูรณาการ
- ศึกษาวิเคราะห์ความย่ังยืนทางการคลังความเสี่ยงและภาระทางการคลัง
- แผนการบรหิ ารหนีส้ าธารณะประจำปงี บประมาณ
- โครงการระบบการบรหิ ารการเงนิ การคลงั ภาครฐั แบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (GFMIS) ในสงั กดั
กระทรวงการคลงั
- โครงการพัฒนาการบรหิ ารจดั การรายจ่ายภาคสาธารณะ
4. นโยบายสง่ เสรมิ ให้มรี ะบบการออมระยะยาว เพอื่ ใหป้ ระชาชนมีเงินออมเพยี งพอกับการดำรงชพี ใน
ยามชรา รวมทัง้ เป็นการสร้างฐานเงินออมเพอื่ การระดมทุนของประเทศในอนาคต
- โครงการกองทุนทวสี ุข
- การสง่ เสริมการออมของประเทศ