The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนสังคม ม.3 หน่วยที่ 1เทอม 2(64).doc

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wachirada3435, 2021-11-10 08:48:28

แผนการสอนสังคม ม.3 หน่วยที่ 1เทอม 2(64).doc

แผนการสอนสังคม ม.3 หน่วยที่ 1เทอม 2(64).doc

คำถาม

เรอ่ื งนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล

ชอื่ .................................................................................................................ช้ัน..........................เลขท่ี ..........

คำช้แี จง นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.2 ม.3/2)
1. นโยบายโครงสรา้ งพน้ื ฐานและระบบบรหิ ารจัดการขนส่งมวลชนสินค้าและบริการมีนโยบายใดบ้าง

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

2. โครงการสำคญั ของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศมีอะไรบา้ ง
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

เฉลยคำถาม

เรอื่ ง นโยบายทางเศรษฐกิจของรฐั บาล

คำช้แี จง นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี (ส 3.2 ม.3/2)
1. นโยบายโครงสร้างพืน้ ฐานและระบบบริหารจัดการขนส่งมวลชนสินค้าและบรกิ ารมีนโยบายใดบ้าง

1. นโยบายพัฒนาบรกิ ารโครงการพืน้ ฐานใหก้ ระจายไปสภู่ มู ิภาคอยา่ งท่ัวถงึ เพียงพอ และมีคณุ ภาพ
2. นโยบายพฒั นาระบบคมนาคมขนส่งและเชอ่ื มโยงโครงการ การบรหิ ารจดั การขนสง่ มวลชน สนิ คา้

และบรกิ ารที่สะดวกและปลอดภยั ทงั้ พืน้ ที่ชนบท เมือง และระหวา่ งประเทศ เพ่ือลดต้นทุนสนิ คา้
และบริการเพ่ือการส่งออก
3. นโยบายพัฒนาการขนส่งทางนำ้ และกิจการพาณิชยนาวี ทงั้ ภายในและระหว่างประเทศ รวมถงึ การ
พัฒนาทา่ เรือน้ำลึกเพื่อเพ่มิ ขดี ความสามารถในการใหบ้ รกิ ารใหม้ ีการขนสง่ ทางน้ำเพิ่มข้นึ และสามารถ
เช่ือมโยงกับระบบขนส่งอืน่ ๆ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
4. นโยบายพัฒนาทา่ อากาศยานสากล ทา่ อากาศยานภมู ภิ าค และอตุ สาหกรรมการบินไทย เพือ่ ใหป้ ระเทศ
ไทยเป็นศูนย์กลางการบนิ การท่องเท่ยี วและการขนสง่ สินคา้ ทางอากาศขน้ั นำของเอเชยี และโลก
5. นโยบายส่งเสริมการพฒั นาอุตสาหกรรมเก่ียวข้องดา้ นการขนส่ง เพือ่ ให้เกดิ การเรียนรู้และถ่ายทอด
เทคโนโลยีท้งั ด้านการผลติ และการบรหิ ารจดั การ
6. นโยบายสนับสนนุ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพฒั นาโครงการขนาดใหญ่ รวมท้ังดำเนินมาตรการ
ลดผลกระทบด้านสิง่ แวดล้อมและชุชนอย่างจรงิ จัง

2. โครงการสำคัญของนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศมอี ะไรบา้ ง
- โครงการขยายโครงขา่ ย Broadband IP
- โครงการระบบเคเบิลใต้นำ้ ใยแก้ว AAG
- โครงการจัดตั้งสถาบันวชิ าชพี ด้านซอฟต์แวร์
- โครงการระบบบรกิ ารซอฟต์แวร์และข้อมูลอตุ สาหกรรมกลางแหง่ ชาติ
- โครงการคดั สรรผลิตภัณฑ์ดเี ด่นแห่งชาติ
- โครงการพัฒนารัฐบาลอเิ ล็กทรอนิกส์
- โครงการระบบสนบั สนุนการบรหิ ารจัดการจังหวดั สำหรับผวู้ า่ ราชการจังหวดั แบบบูรณาการ
- โครงการจัดตง้ั ศนู ย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน
- โครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ ICT

ใบความร้ทู ี่ 1.2

เรือ่ ง ศัพท์น่ารเู้ กย่ี วกับเศรษฐกิจ

1. เศรษฐกิจแบบตลาด (Market economy) ระบบเศรษฐกิจที่แก้ปัญหาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจทำโดย
อาศยั กลไกราคาเป็นสำคญั

2. อาศัยกลไกทางราคา (Price Mechanism) หน่วยธุรกิจจะเลือกผลิตสินค้าและบริการเฉพาะทีส่ ามารถ
ทำกำไรสงู สุด เช่น เมอ่ื ผู้บริโภคต้องการซือ้ สินคา้ ชนิดใดมาก แตส่ ินคา้ ยังมสี นิ คา้ ชนิดนั้นนอ้ ยอยู่ ทั้งนส้ี ่งผลให้สินค้า
น้นั สามารถทำกำไรได้มาก

3. หนว่ ยเศรษฐกิจ (Economic units) อาจเปน็ บุคคล กลมุ่ องคก์ ร หรือหน่วยงานต่างๆ แล้วแต่จะจำแนก
หน่วยเศรษฐกจิ ออกตามลักษณะของกิจกรรมทางเศรษฐกิจท่ีหน่วยเศรษฐกจิ ตอ้ งกระทำหรอื ทำการตัดสินใจ ในทนี่ ี้
หมายถงึ 3 ประเภท คอื ผู้บรโิ ภค ผผู้ ลิต และเจ้าของปัจจยั การผลิต (หน่วยครวั เรือน)

4. หน่วยธุรกิจ (Firms or Business units) หน่วยธุรกิจเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่ประกอบกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจ โดยการรวบรวมปัจจัยในการผลิตประเภทต่างๆ ได้แก่ ท่ีดิน รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติอ่ืนๆ ทุนและ
แรงงาน เพื่อดำเนนิ การผลิตสนิ คา้ และบริการจำหนา่ ยแก่หนว่ ยครัวเรอื นและรัฐบาล ถา้ สินค้าและบริการที่ผลิตเป็น
ปจั จัยกจ็ ะจำหนา่ ยให้แกห่ น่วยธรุ กจิ หน่วยอ่นื ๆ และรฐั บาล หนว่ ยธรุ กจิ จึงมีความหมายเช่นเดียวกบั ผ้ผู ลติ

5. หน่วยครัวเรือน (Households) หน่วยเศรษฐกิจท่ีเป็นครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านเรือนเดียวกัน สมาชิก
ในหน่วยครัวเรือนอาจประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้าน กล่าวคือ ในขณะท่ีทุกคนต้องเป็นผู้บริโภคโดย
ธรรมชาติ สมาชิกบางคนอาจอยู่ในฐานะเจ้าของปัจจัยการผลิตด้วย ท้ังนี้เพราะเป็นผู้เสนอขายปัจจัยการผลิตบาง
ชนิด เชน่ แรงงาน และที่ดนิ เปน็ ต้น

6. รฐั บาล (Government) รฐั บาลเปน็ องค์ทมี่ ีหน้าท่ีหลกั ทางด้านการปกครอง ในทางเศรษฐกจิ รัฐบาลอยู่
ในฐานะเปน็ ทั้งผ้บู ริโภค เจา้ ของปจั จัยการผลิตและผู้ผลิต การผลิตทีส่ ำคัญของรัฐบาลโดยทว่ั ไป คือ การผลิตบรกิ าร
สาธารณะ เช่น งานด้านตุลาการ การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม (โดยกำลังตำรวจ ทหาร) การป้องกันภัย
ใหแ้ กป่ ระเทศชาติ การสาธารณสขุ การขนส่ง และการศกึ ษา เป็นต้น

7. ระบบเศรษฐกิจท่ีไม่มีการวางแผน (Unplanned economic system) อาจเรียกอีกช่ือว่า ระบบ
เศรษฐกจิ แบบเสรีนิยม คอื ระบบเศรษฐกิจท่ีรัฐบาลปลอ่ ยใหเ้ อกชนดำเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งเสรี โดยไม่มี
การวางแผนควบคุมจากรัฐ

8. ระบบเศรษฐกิจ (Economic System) ระบบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจท้ังหมดของแต่ละสังคม หรือ
กล่าวอีกนัยหน่ึงว่า ระบบเศรษฐกิจ คือ กลุ่มของสถาบันทางเศรษฐกิจในสังคมเดียวกัน ที่มีแบบแผนการดำเนิน
กจิ กรรมทางเศรษฐกิจไปในแนวทางเดยี วกันภายใต้กรอบของขนบธรรมเนยี ม ประเพณีและวฒั นธรรมร่วมกัน

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1/4

วชิ า สังคมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ชอื่ หน่วย เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้ จำนวน 16 คาบ

เรือ่ ง ปญั หาทางเศรษฐกจิ

ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 เวลา 3คาบ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่างๆ ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจำเป็น

ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวช้วี ดั ขอ้ 4 อภิปรายผลกระทบท่ีเกดิ จากภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝดื

ตัวชว้ี ดั ข้อ 5 วเิ คราะห์ผลเสียจากการว่างงานและแนวทางแก้ปัญหา
2. สาระการเรียนรู้

2.1 ภาวะเงนิ เฟ้อ

2.2 ภาวะเงินฝืด
2.3 ปัญหาการว่างงาน

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธบิ ายสาเหตขุ องการเกิดภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝืดได้
3.2 บอกแนวทางการแก้ปญั หาการว่างงานได้

3.3 วิเคราะห์ผลเสยี จากการว่างงานได้
3.4 อภปิ รายผลกระทบท่ีเกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝดื ได้

3.3 เห็นความสำคัญของการเกิดภาวะเงินเฟอ้ เงนิ ฝดื การว่างงาน
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธบิ ายสาเหตุของการเกิดภาวะเงินเฟอ้ เงินฝดื ได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)

อภิปรายผลกระทบทเี่ กดิ จากภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝดื ได้
ดา้ นเจตคต/ิ คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (Attitude: A)

1. รักชาติ
2. ซื่อสัตยส์ ุจริต
3. มีวินัย

4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพียง

6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นหลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการส่อื สารสารสนเทศและรู้เท่าทันสอ่ื (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบียบวินยั (compassion)

7. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวชิ าอื่น... ภาษาองั กฤษ..........
 2. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................)

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนแบบ KWL
ชัว่ โมงท่ี 1

ครมู อนบกั หเรมียานยทชำิ้นงาน/ภาระงาน ตามกิจกรรมตรวจสอบการเรียนร้ทู ่ี 4 ดังน้ี
1. ใหน้ กั เรยี นสัมภาษณ์ผ้ปู กครองของตนเองวา่ มคี วามคดิ เหน็ อย่างไรในเร่ืองรายได้กบั ราคาสินค้าและ

ภาวะค่าครองชีพทง้ั ใสอดีตและปจั จบุ นั (นำบทสัมภาษณ์สง่ ครูในช่ัวโมงท่ี 2)
2. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์ถงึ สาเหตุของการว่างงานและแนวทางแก้ไขตามสภาพท่ีเกดิ ขน้ึ ใน

ปจั จุบัน (ดำเนนิ การในช่วั โมงท่ี 3)

ขน้ั ท่ี 1 K (What you know)
1. ครนู ำขอ้ ความในข่าว “ชอน โรช หัวหน้านกั เศรษฐศาสตร์ของเอสแอนด์พีประจำภูมิภาคเอเชียแปซฟิ ิก

กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในประเทศกลุ่มนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางในปีหน้า ซึ่งจะทำให้
เจ้าหน้าท่ีฝ่ายกำหนดนโยบายของธนาคารกลางต้องทบทวนการใชเ้ คร่ืองมืออนื่ ๆ ท่ีนอกเหนือไปจากอัตราดอกเบ้ีย
เพ่ือบรรลเุ ปา้ หมายต่างๆ ของธนาคารกลาง” ซึง่ ครูสอบถามนักเรียนว่า เงนิ เฟ้อ คืออะไร และเปน็ อย่างไร

2. ครูอธิบายภาวะเงนิ เฟ้อ ภาวะเงินฝืด และปญั หาการว่างงานให้นักเรียนฟัง ด้วยสื่อการสอนในรูปแบบ
ตา่ งๆ เชน่ Power point หรอื บทเรียน หรือเอกสารประกอบการสอน

2. ครูสอบถามความรู้ที่ได้อธิบายเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืด และปัญหาการว่างงานโดยให้
นักเรียนแต่ละคนทำใบงานท่ี 1.6 เรอ่ื ง ภาวะเงนิ เฟอ้ ใบงานที่ 1.7 เรือ่ ง ภาวะเงนิ ฝืด และใบงานท่ี 1.8 เรื่อง ปญั หา
การวา่ งงาน

ชวั่ โมงที่ 2
1. แบง่ กลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4 คน ตามความสมคั รใจของนกั เรียน แล้วให้แตล่ ะคนนำผลงานของตนเองที่

ได้ทำในใบงานท่ี 1.6, 1.7 และ 1.8 มาเข้ากลุ่ม จากน้ันผลัดกันเล่าผลงานของตนเอง แล้วสรปุ เปน็ ผลงานของกลุ่ม
2. ตวั แทนกลุม่ นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถกู ต้องและให้ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
3. ครูติดตามกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรูท้ ี่ 4 ในข้อ 1 โดยให้นกั เรียนสมั ภาษณ์ผู้ปกครองของตนเองว่า

มีความคดิ เหน็ อยา่ งไรในเรือ่ งรายไดก้ บั ราคาสินค้าและภาวะค่าครองชีพทั้งในอดีตและปจั จบุ นั
ข้ันที่ 2 W (What you want to know)
1. ครูชี้แจงให้นักเรยี นเข้าใจว่า นักเรียนควรมีความรู้เก่ียวกับภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืด และปัญหาการ

ว่างงาน โดยใชค้ ำถามกระตุ้นนักเรียน เชน่
- สาเหตุภาวะเงินเฟ้อด้านอุปสงคเ์ ปน็ อย่างไร
(อุปสงค์รวมของประเทศเพิ่มสูงข้ึน ในขณะที่อุปทานการผลิตรวมของประเทศเพ่ิมไม่ทันความ

ต้องการ ทำให้เกดิ สินค้าขาดแคลน)
- ผทู้ ่ีได้รบั ประโยชน์ และเสยี ประโยชนจ์ ากภาวะเงินฝดื เปน็ ใคร
(ผู้ท่ีได้รับประโยชน์ เช่น ผู้มีรายได้ประจำ และเจ้าหนี้ ส่วนผู้ที่เสียประโยชน์ เช่น ผู้ที่มีรายได้จาก

กำไร และลกู หน้ี)
- ประเภทของการว่างงานมกี ปี่ ระเภท อะไรบ้าง
(5 ประเภท 1) การว่างงานช่ัวคราว 2) การว่างงานตามฤดูกาล 3) การว่างงานเน่ืองจากโครงสร้าง

ของเศรษฐกิจ 4) การว่างงานเนื่องจากวัฏจักรเศรษฐกิจ 5) การวา่ งงานแฝง
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเขยี นคำถามของตนที่ต้องการรู้เกี่ยวกับเงินเฟ้อ เงินฝืด และปัญหาการ

ว่างงาน ลงในกระดาษให้มากท่ีสดุ
3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เรื่อง ภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืด และปัญหาการว่างงานจากหนังสือ

เรียน หนังสือคน้ คว้าเพ่ิมเติม หอ้ งสมุด หรือแหล่งข้อมลู สารสนเทศ แล้วคน้ หาคำตอบในคำถามท่ีกำหนดไว้

ขน้ั ท่ี 3 L (What you have Learned)
1. ครูใหส้ มาชิกแต่ละกลมุ่ บนั ทึกข้อมลู จากการศึกษาความรูต้ ามทตี่ ้องการลงในตาราง 3 ชอ่ ง คอื

K WL

นกั เรยี นทราบ นกั เรยี นต้องการทราบ นักเรียนได้เรียนรู้
อะไรบา้ ง อะไรบ้าง อะไรบา้ ง

ชัว่ โมงท่ี 3
1. ตัวแทนกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง และใหข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ
2. ครูติดตามชน้ิ งาน/ภาระงานกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้ท่ี 4 ที่ไดม้ อบหมายไปในชั่วโมงท่ี 1 โดยให้

นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์ถึงสาเหตขุ องการวา่ งงานและแนวทางแกไ้ ขตามสภาพท่ีเกิดขนึ้ ในปจั จุบัน
3. นักเรยี นนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งและให้ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
4. นักเรียนตอบคำถามหลัก เรอ่ื ง ปัญหาทางเศรษฐกจิ

9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
9.1 สืบคน้ วเิ คราะห์ อภปิ ราย นำเสนอ
9.2 กจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9.3 ใบงาน
9.4 บันทึกการเรยี นรู้และตรวจสอบใบงาน
9.5 นำเสนอและสรปุ
9.6 การตอบคำถามหลัก

10. สือ่ การเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้

10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของบริษัท

แมค็ เอด็ ดเู คช่ัน จำกัด
10.1.2. หนงั สือคน้ คว้าเพิม่ เติม
10.1.3. ใบงานท่ี 1.6 เร่ือง ภาวะเงนิ เฟอ้
10.1.4. ใบงานที่ 1.7 เรอื่ ง ภาวะเงินฝืด
10.1.5. ใบงานท่ี 1.8 เรอ่ื ง ปญั หาการวา่ งงาน
10.1.6. คำถามหลัก เร่ือง ปญั หาทางเศรษฐกิจ

10.2 แหล่งการเรียนรู้
10.2.1. ห้องสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อนิ เทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ เชน่
- ภาวะเงินเฟ้อ เงนิ ฝืด และปัญหาการวา่ งงาน http://fuangfah.econ.cmu.ac.th/te

11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
11.2 สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
11.3 สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
11.4 สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มน่ั ในการทำงาน
11.5 ตรวจใบงาน
11.6 คำถามหลัก เรือ่ ง ปญั หาทางเศรษฐกิจ

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดับคุณภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)

เกณฑก์ ารประเมิน

เกณฑ์การให้คะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดเี ยีย่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี =
5 – 6 คะแนน
ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน

ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง =

การประเมินสมรรถนะสำคัญ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วธิ ีวดั เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้องของ

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ช้นิ งาน

2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ช้นิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเป็น

2. ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต อธิบาย/การ จริง

3. มวี นิ ยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

8. มจี ิตสาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชิน้ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกตอ้ ง

1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ

2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชนิ้ งาน/ การ -ความเหมาะสม

3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ

4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ

solving หรือการ การนำเสนอ

5. Creativity and innovation นำเสนอ

6. (Collaboration, teamwork and

leadership)

7. Cross-cultural understanding

8. Communication information

and media literacy

9. Computing and ICT Literacy

11. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์............................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................

2. นักเรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรียนเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….……………………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..

. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป

3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชน่ื )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

ใบงานท่ี 1.6

เร่อื งภาวะเงนิ เฟอ้

กลมุ่ ที่ .................................
สมาชิกกลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................

3. ................................................................. 4. .......................................................................
คำช้ีแจง นักเรียนวเิ คราะหภ์ าวะเงินเฟอ้ ลงในตารางที่กำหนด (ส 3.2 ม.3/4)

รายการ ภาวะเงินเฟอ้
1. ความหมาย
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

2. สาเหตุ ...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

3. ผลกระทบ ...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

เฉลยใบงานที่ 1.6

เรื่อง ภาวะเงินเฟอ้

คำชแี้ จง นกั เรียนวิเคราะห์ภาวะเงนิ เฟอ้ ลงในตารางทกี่ ำหนด (ส 3.2 ม.3/4)

รายการ ภาวะเงินเฟ้อ
1. ความหมาย
ภาวะเงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินคา้ และบริการโดยท่วั ไปมีแนวโนม้ สูงขึน้
เรื่อยๆ ทำใหอ้ ำนาจซ้อื ของเงนิ ทีอ่ ย่ใู นมอื ของประชาชนลดลง กล่าวคอื เงินจำนวน
เท่าเดิมนำไปซอื้ สนิ ค้าไดน้ อ้ ยลง

2. สาเหตุ มีหลายประการ แต่ทีส่ ำคัญเกดิ จากประชาชนและรฐั ใช้จ่ายเงินซ้ือสนิ คา้ และบรกิ าร
เปน็ จำนวนมากกวา่ สินค้าและบรกิ ารท่มี อี ยู่ในขณะนน้ั หรือเกิดจากสาเหตอุ น่ื เชน่

ตน้ ทนุ การผลิตสงู ขน้ึ ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพ่ิมสงู ขน้ึ ตามไปด้วย

3. ผลกระทบ ประชาชนได้รับความเดือดรอ้ นจากการท่ีตอ้ งซื้อสนิ ค้าในราคาสูงขนึ้ ขณะท่ีมรี ายได้

เทา่ เดิม สว่ นผู้ผลติ ก็ตอ้ งลดการผลติ และการลงทุนลง ทำให้การออมของประเทศ
ลดลงไปด้วย

ใบงานที่ 1.7

เรื่อง ภาวะเงินฝดื

กลมุ่ ที่ .................................
สมาชิกกลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................

3. ................................................................. 4. .......................................................................

คำช้ีแจง นักเรียนวเิ คราะหภ์ าวะเงินฝดื ลงในตารางท่กี ำหนด (ส 3.2 ม.3/4)

รายการ ภาวะเงินฝดื
1. ความหมาย
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

2. สาเหตุ ...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

3. ผลกระทบ ...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

..................................................................................................................................
..................................................................................................................................
..................................................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี 1.7

เร่อื งภาวะเงินฝืด

คำชแี้ จง นกั เรยี นวเิ คราะหภ์ าวะเงนิ ฝดื ลงในตารางท่กี ำหนด (ส 3.2 ม.3/4)

รายการ ภาวะเงินฝืด
1. ความหมาย
ภาวะเงนิ ฝดื คอื ภาวะทร่ี ะดบั ราคาสินคา้ และบริการโดยท่วั ไปมี
แนวโนม้ ลดลง ทำใหอ้ ำนาจซือ้ ของเงนิ เพ่มิ ขึน้ กล่าวคอื เงินจำนวนเท่าเดิมนำไปซอื้
สินค้าและบรกิ ารได้มากขนึ้

2. สาเหตุ มหี ลายประการ แต่ท่ีสำคญั เกดิ จากการใช้จ่ายเงินของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ
ลดน้อยลง และเกดิ จากสาเหตอุ นื่ ๆ เช่น ธนาคารกลางพมิ พ์ธนบตั รออกมาใชใ้ นระบบ

เศรษฐกจิ น้อยไป รัฐเก็บภาษีอากรในอตั ราสูง การขาดดุลการค้าของประเทศ เป็นต้น

3. ผลกระทบ ผูผ้ ลิตต้องชะลอการลงทนุ หรือการผลิตลง ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน เมื่อการจา้ ง
งานลดลง ทำให้ประชาชนมีรายไดล้ ดลงตามไปด้วย ซ่งึ ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของ

ประเทศโดยรวม

ใบงานท่ี 1.8

เรอื่ งปัญหาการว่างงาน

กลมุ่ ที่ .................................
สมาชกิ กลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................

3. ................................................................. 4. .......................................................................
คำชแ้ี จง นักเรียนเติมข้อความในแผนผังท่ีกำหนดให้ (ส 3.2 ม.3/5)

ประเภทของการว่างงาน

สาเหตุของการวา่ งงาน

ความหมาย

ปญั หาการวา่ งงาน

ผลกระทบของการว่างงาน แนวทางการแกป้ ญั หาการวา่ งงาน

เฉลยใบงานท่ี 1.8

เร่ืองปญั หาการว่างงาน

คำช้แี จง นกั เรยี นเตมิ ข้อความในแผนผงั ท่กี ำหนดให้ (ส 3.2 ม.3/5)

ประเภทของการว่างงาน
1.การวา่ งงานช่วั คราว
2.การว่างงานตามฤดกู าล
3.การวา่ งงานเนือ่ งจากโครงสรา้ งทางเศรษฐกิจ
4.การว่างงานเนอื่ งจากวฏั จกั รเศรษฐกิจ
5.การวา่ งงานแฝง

ความหมายของการว่างงานเป็นภาวะที่ผอู้ ยใู่ น สาเหตขุ องการวา่ งงาน
กาลงั แรงงานไม่ทางานทง้ั ๆท่ีตอ้ งการในอตั รา 1.การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
2.การเปล่ยี นแปลงอปุ สงคเ์ นื่องจากรายได้
ค่าจา้ งทเี่ ป็นอยใู่ นทอ้ งตลาดขณะนนั้ เปล่ียนไปหรอื รสนิยมเปล่ียนไปและอื่นๆ
3.การแข่งขนั จากตา่ งประเทศ
4.การดาเนนิ นโยบายของรฐั บาล
5การทีท่ รพั ยากรบางอย่างใชห้ มดไป

ปัญหาการว่างงาน

ผลกระทบของการว่างงาน แนวทางการแก้ปัญหาการว่างงาน
1.แรงงานซงึ่ เป็นผทู้ ่ีมีความรูค้ วามสามารถ 1.การลดอตั ราค่าจา้ งช่วยใหก้ ารจา้ งงานเพ่ิมขนึ้
2.การเพ่ิมอตั ราคา่ จา้ งผผู้ ลิตขยายการจา้ งงาน
ไมส่ ามารถทาประโยชนใ์ หก้ บั ตนเองและ 3.การใชน้ โยบายการเงินเชน่ ลดอตั ราเงินสดสารอง
ประเทศชาตไิ ด้
ตามกฎหมาย
2.การออมและการลงทนุ ของประเทศลง 4.การใชน้ โยบายการคลงั เช่นการลดอตั ราภาษี
3.ทาใหก้ ารคลงั ของรฐั บาลลดลง 5.นโยบายอ่นื ๆเช่นเพิม่ สนิ คา้ สง่ ออกลดสินคา้ นาเขา้

4.การกระจายรายไดไ้ มท่ ่ัวถงึ เกิดความ
เหลื่อมลา้

5.เกดิ ปัญหาสงั คม

คำถามหลกั

เร่ืองปญั หาทางเศรษฐกิจ

ช่ือ .................................................................................................................ชั้น..................เลขท่ี ................

คำชี้แจง นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี (ส 3.2 ม.3/4, ส 3.2 ม.3/5)
1. ภาวะเงนิ เฟอ้ ส่งผลกระทบอยา่ งไรบา้ ง

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

2. ภาวะเงนิ ฝดื เกิดจากอะไร
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกป้ ัญหาการวา่ งงานมีอะไรบ้าง
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

เฉลยคำถามหลกั

เร่ืองปญั หาทางเศรษฐกิจ

คำช้ีแจง นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.2 ม.3/4, ส 3.2 ม.3/5)
1. ภาวะเงนิ เฟอ้ ส่งผลกระทบอยา่ งไรบ้าง

1. มาตรฐานการครองชีพของประชาชน
2. ความตอ้ งการถอื เงิน จำนวนเงนิ เท่าเดิมแตซ่ อื้ ของไดน้ อ้ ยลง
3. การกระจายรายได้ เชน่ บุคคลทไี่ ด้เปรยี บจากภาวะเงินเฟอ้ คอื พ่อคา้ ลูกหนี้ สว่ นบคุ คล

ที่เสยี เปรียบจากภาวะเงินเฟ้อ คอื ผมู้ ีรายไดป้ ระจำ เจา้ หน้ี
4. ระบบเศรษฐกิจ เกดิ การกักตุนสินคา้ เก็งกำไร
5. ระดบั การออมของประเทศ ขาดแรงจูงใจในการออม

2. ภาวะเงินฝืดเกดิ จากอะไร
1. การขาดแคลนเงนิ ทนุ หรอื เงนิ ออม ทำให้อัตราดอกเบี้ยสงู ผู้กูไ้ ปลงทนุ นอ้ ยลง การผลติ ลดลง
2. มีการสง่ เงนิ ทุนออกตา่ งประเทศมากเกินไป
3. ความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายการเงนิ และการคลงั
4. การลดลงของต้นทุนจากปัจจัยอตั ราแลกเปล่ียน
5. สาเหตุอน่ื เชน่ ประชาชนไม่นิยมออมเงินในระบบการเงนิ

3. แนวทางการแกป้ ัญหาการวา่ งงานมีอะไรบ้าง
1. ปัญหาการว่างงานชั่วคราว โดยการจัดตลาดนัดแรงงานให้นายจ้างกับลกู จา้ งได้พบกนั
2. ปญั หาการวา่ งงานตามฤดูกาล เช่น ฝึกอบรมการแปรรปู ผลผลิต การสร้างอาชีพเสริม
3. ปญั หาการวา่ งงานทเ่ี กิดจากความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยี โดยการฝึกอบรมแรงงานให้เหมาะสม
กับลักษณะงานใหม่
4. ปญั หาการวา่ งงานท่เี กิดจากอุปสงคม์ วลรวมนอ้ ยเกินไป เชน่ ภาวะเศรษฐกจิ ถดถอยแก้ไขโดยใช้
นโยบายการเงินและการคลงั แบบผอ่ นคลายและกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1/5

วชิ า สงั คมศกึ ษา กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ชอ่ื หน่วย เศรษฐศาสตร์น่ารู้ จำนวน 16 คาบ

เร่ือง การค้าและการลงทนุ ระหวา่ งประเทศ

ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 3คาบ

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่างๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็น

ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตวั ชว้ี ดั ข้อ 6 วิเคราะห์สาเหตุและวิธกี ารกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศ

2. สาระการเรียนรู้
2.1 การค้าระหว่างประเทศ
2.2 การลงทุนระหว่างประเทศ

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 อธิบายความหมายการค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศได้

3.2 วิเคราะหป์ จั จัยท่กี ่อให้เกิดการคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศได้
3.3 เห็นประโยชนข์ องการลงทุนระหวา่ งประเทศ
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธบิ ายความหมายการค้าและการลงทนุ ระหว่างประเทศได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
วิเคราะหป์ จั จยั ท่ีก่อใหเ้ กิดการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศได้

ดา้ นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซื่อสัตยส์ ุจริต

3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่ความรู้

5. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย

8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา

(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันส่ือ (Communication information

and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มรี ะเบียบวินยั (compassion)

7. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอน่ื ... ภาษาองั กฤษ........
 2. บรู ณาการหลักสูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................)

8. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการสร้างความตระหนกั
ชั่วโมงท่ี 1

ครมู อนบกั หเรมยี านยทชำิ้นงาน/ภาระงาน ตามกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ที่ 5 ดังนี้
ให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ ออกเป็น 4 กลมุ่ ตามความเหมาะสม ให้แต่ละกลมุ่ ศกึ ษาคน้ คว้า

เร่ืองการลงทุนระหว่างประเทศกับประเทศในทวีปเอเชีย จับสลากกลมุ่ ละ 1 ประเทศ ดังน้ี
กลุ่มท่ี 1 การลงทุนกับประเทศญีป่ นุ่
กลมุ่ ที่ 2 การลงทนุ กับประเทศเกาหลีใต้
กลมุ่ ท่ี 3 การลงทุนกับประเทศจีน
กลุ่มที่ 4 การลงทุนกบั ประเทศอินเดีย
จากนัน้ ใหแ้ ต่ละกล่มุ ผลดั เปลี่ยนหมนุ เวียนกนั อธิบายให้ความรู้กับเพอ่ื นกลมุ่ อื่นจนครบ

ทกุ กลุม่ โดยให้มกี ารซักถามข้อสงสัย ปญั หา หรอื ทบทวนตอบให้เกดิ ความเขา้ ใจท่ีชัดเจนในชั่วโมงท่ี 2

ขน้ั ท่ี 1 สังเกต
1. ครูนำภาพประเทศไทยมีการได้เปรียบในการผลิตขา้ ว ส่วนญีป่ ุ่นมคี วามได้เปรยี บในการผลิตรถยนต์ มา

ให้นกั เรยี นวิเคราะห์
2. ครูอธบิ ายเชื่อมโยงให้นักเรยี นรู้ถึงการค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศ

ขน้ั ท่ี 2 วเิ คราะหว์ ิจารณ์
1. แบง่ กลุ่มนักเรยี นกลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ จับคู่กนั แล้วรว่ มกันวิเคราะห์ ในใบงานท่ี 1.9 เร่อื ง

การคา้ ระหว่างประเทศ โดยใหว้ ิเคราะหแ์ ละตอบคำถาม
2. สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันเล่าผลงานท่ีคู่ของตนรับผิดชอบให้สมาชิกอีกคู่หนึ่งฟัง แล้วร่วมกันสรุปเป็น

ผลงานของกลุม่
3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอใบงานท่ี 1.9 แล้วให้กลุ่มอื่นที่มีผลงานแตกต่างกันได้นำเสนอเพิ่มเติม ครู

ตรวจสอบความถกู ต้อง
ขนั้ ที่ 3 สรปุ
1. นกั เรียนช่วยกันสรุปเรอื่ ง การค้าระหว่างประเทศ
2. ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาตามกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ่ี 5

ชว่ั โมงท่ี 2
ขัน้ ที่ 1 สงั เกต
1.ครูนำภาพกิจการคา้ ปลีกขนาดใหญ่ กับบรษิ ัทผลติ รถยนต์ มาใหน้ ักเรยี นรว่ มกันวิเคราะห์
2. ครูอธิบายเช่ือมโยงให้นักเรียนรถู้ ึงรปู แบบของการลงทนุ ระหวา่ งประเทศ และให้นักเรยี นศกึ ษาความรู้

เพ่ิมเติมเกยี่ วกับการลงทนุ ทางตรงกับการลงทนุ ทางออ้ ม จากหนงั สือเรยี นและหนงั สอื คน้ ควา้ เพ่ิมเติม
ขั้นท่ี 2 วเิ คราะหว์ ิจารณ์
1. ครูติดตามกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ 5 โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้า เรื่องการลงทุนระหว่าง

ประเทศกับประเทศในทวีปเอเชยี
กลมุ่ ท่ี 1 การลงทุนกับประเทศญปี่ ุ่น
กลมุ่ ท่ี 2 การลงทุนกับประเทศเกาหลใี ต้
กลุ่มท่ี 3 การลงทุนกบั ประเทศจนี
กล่มุ ที่ 4 การลงทนุ กบั ประเทศอนิ เดีย

2. ให้แต่ละกลุ่มผลัดเปล่ียนหมุนเวียนกันอธิบายให้ความรู้กับเพื่อนกลุ่มอ่ืนจนครบทุกกลุ่มโดยให้มีการ
ซกั ถามข้อสงสยั ปญั หา หรือทบทวนตอบใหเ้ กิดความเข้าใจที่ชัดเจน

ขน้ั ที่ 3 สรปุ
1. นักเรียนชว่ ยกันสรุปการลงทุนระหว่างประเทศ
2. ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาความรู้เพ่ิมเติม เรอื่ ง การลงทุนระหว่างประเทศ จากหนังสือ

เรียน หนังสือค้นควา้ เพิม่ เติม ห้องสมุด และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

ชวั่ โมงที่ 3
ขน้ั ที่ 1 สงั เกต
1.ครูนำข้อความ “โดนัลด์ ทรัมป์ มิไดป้ ระกาศจะลดปริมาณการคา้ กับตา่ งประเทศของสหรฐั อเมรกิ ากับ

นานาประเทศเท่าน้ัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศท่ีเกินดุลการคา้ กับอเมริกา แต่จะลดการลงทุนระหว่างกันกับ
ประเทศสหรฐั อเมริกาดว้ ย” มาใหน้ ักเรยี นวิเคราะห์

2. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนรู้ถึงการลงทุนระหว่างประเทศ จากหนังสือเรียนและหนังสือค้นคว้า
เพมิ่ เติม

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะห์วจิ ารณ์
1. นักเรียนกลมุ่ เดิม จบั คู่กนั แล้วรว่ มกนั วเิ คราะห์ ในใบงานที่ 1.10 เร่อื ง การลงทุนระหว่างประเทศ โดย

ใหว้ ิเคราะห์และตอบคำถาม
2. สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันเล่าผลงานท่ีคู่ของตนรับผิดชอบให้สมาชิกอีกคู่หน่ึงฟัง แล้วร่วมกันสรุปเป็น

ผลงานของกลุ่ม
3. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอใบงานที่ 1.10 แล้วให้กลุ่มอื่นท่ีมีผลงานแตกต่างกันได้นำเสนอเพ่ิมเติม ครู

ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขั้นท่ี 3 สรุป
1. นกั เรียนชว่ ยกนั สรุปการลงทุนระหว่างประเทศ
2. นกั เรียนตอบคำถามหลกั เร่อื ง การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 สืบคน้ วิเคราะห์ อภิปราย นำเสนอ
9.2 กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9.3 ใบงาน
9.4 บันทกึ การเรียนรู้และตรวจสอบใบงาน
9.5 ตอบคำถามหลัก
9.6 นำเสนอและสรปุ

10. ส่ือการเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 ส่อื การเรียนรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ของบริษัท

แมค็ เอ็ดดเู คชั่น จำกดั
10.1.2. หนังสือคน้ คว้าเพิม่ เตมิ
10.1.3. รปู ภาพประเทศไทยมีการไดเ้ ปรียบในการผลิตขา้ ว ส่วนญปี่ ุ่นมีความได้เปรียบในการผลติ รถยนต์
10.1.4. รปู ภาพกิจการคา้ ปลกี ขนาดใหญ่ กับบรษิ ัทผลติ รถยนต์
10.1.5. ใบงานท่ี 1.9 เรื่อง การคา้ ระหว่างประเทศ
10.1.6. ใบงานที่ 1.10 เร่อื ง การลงทุนระหวา่ งประเทศ
10.1.7. คำถามหลัก เรื่อง การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

10.2 แหล่งการเรียนรู้
10.2.1. หอ้ งสมุดของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ เชน่

- การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ https://www.kroobannok.com/news
11. การประเมินผลการเรยี นรู้

11.1 ประเมนิ การนำเสนอผลงาน
11.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
11.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

11.4 สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และม่งุ มั่นในการทำงาน
11.5 ตรวจใบงาน

11.6 ตรวจการตอบคำถามหลัก

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)

เกณฑก์ าร ระดบั คุณภาพ / คะแนน

ประเมิน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพชิ้นงาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน

ระดับ 3 หมายถึง ดี = 7 - 8 คะแนน
5 – 6 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ = 1 - 4 คะแนน

ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเด็นประเมิน แหล่ง วธิ วี ัด เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้องของ

1. ความสามารถในการสื่อสาร อธบิ ายหรือการ การสังเกต แบบสงั เกต ชิน้ งาน

2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ช้นิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็

2. ซ่อื สตั ย์สจุ ริต อธิบาย/การ จริง

3. มวี นิ ัย นำเสนอ

4. ใฝค่ วามรู้

6. ม่งุ มั่นในการทำงาน

8. มจี ิตสาธารณะ

ทักษะศตวรรษท่ี 21 ช้ินงาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง

1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมิน ประเมนิ - ความเขา้ ใจ

2. Writing นำเสนอ ชิน้ งาน/ ชิน้ งาน/ การ -ความเหมาะสม

3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ

4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธบิ ายหรือ

solving หรือการ การนำเสนอ

5. Creativity and innovation นำเสนอ

6. (Collaboration, teamwork and

leadership)

7. Cross-cultural understanding

8. Communication information

and media literacy

9. Computing and ICT Literacy

11. Compassion

บันทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน

1. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

2. นักเรียนมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรยี นมคี วามรู้เกดิ ทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคต/ิ คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….……………………
(นางสาวปัญณวีย์ รามสูต)
ตำแหน่ง ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปญั ณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..

. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไม่เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป

3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชน่ื )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

ใบงานที่ 1.9

เรอื่ งการคา้ ระหวา่ งประเทศ

กลมุ่ ที่ .................................
สมาชกิ กลมุ่ 1................................................................... 2. .......................................................................

คำช้ีแจง นักเรยี นทำเคร่ืองหมาย ✓ หน้าข้อท่ีถกู และทำเครอ่ื งหมาย ✗ หน้าข้อทผ่ี ดิ พร้อมบอกเหตผุ ล (ส 3.2
ม.3/6)

เครื่องหมาย ข้อความ เหตผุ ล

1. การสง่ สนิ ค้าและวัตถดุ ิบทผี่ ลติ ข้นึ มาภายในประเทศของตนไปยงั

ประเทศอื่นๆ ทเ่ี ปน็ ผูซ้ อ้ื เรยี กวา่ การนำเข้า

2. การซอ้ื สนิ คา้ และวตั ถุดบิ ท่ผี ลิตจากประเทศอ่ืนๆ เรียกวา่ การนำเขา้

3. การคา้ ระหว่างประเทศมคี วามสำคญั ก่อใหเ้ กดิ การแบง่ งานกันทำ

ระหวา่ งประเทศ

4. ความแตกตา่ งทางภมู ิศาสตร์ แตล่ ะประเทศมที ำเลทต่ี ง้ั และสภาพดิน

ฟ้าอากาศท่ีแตกต่างกัน ทำใหโ้ อกาสในการผลิตสินคา้ ทีเ่ หมือนกนั

5. สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นประเทศที่อยใู่ นเขตภมู ิอากาศแบบ

อบอ่นุ ปลกู ขา้ วสาลี ส่วนบราซลิ อยใู่ นเขตศูนย์สูตรปลกู ข้าวได้

6. ความแตกต่างด้านทรพั ยากรธรรมชาติ ประเทศสวีเดนมีเหล็ก

ประเทศเยอรมนมี ีถ่านหนิ

7. ประเทศเวเนซุเอลาและประเทศในตะวันออกกลางมนี ้ำมันส่วน

ประเทศแอฟรกิ าใต้มีแกส๊ ธรรมชาติ

8. ความได้เปรยี บทางการผลิต ประเทศญี่ปุ่นมีความชำนาญในการผลิต

รถยนต์ แตป่ ระเทศไทยมคี วามชำนาญในการผลติ ขา้ ว

9. ประเทศเนเธอร์แลนด์มีความชำนาญในการผลติ เครื่องจกั รกล

การเกษตร สวิตเซอร์แลนดม์ ีความชำนาญในการผลิตนาฬิกา

10. ความรู้ความชำนาญในการผลติ ซึง่ บางประเทศไม่สามารถผลติ

สินคา้ ไดจ้ งึ กอ่ ใหเ้ กิดการค้าระหวา่ งประเทศ

เฉลยใบงานท่ี 1.9

เรอื่ งการคา้ ระหวา่ งประเทศ

คำชี้แจง นกั เรยี นทำเคร่ืองหมาย ✓ หน้าขอ้ ที่ถกู และทำเครอื่ งหมาย ✗ หนา้ ข้อทผี่ ดิ พรอ้ มบอกเหตุผล (ส 3.2
ม.3/6)

เครอื่ งหมาย ข้อความ เหตุผล
การส่งออก
✗ 1. การสง่ สนิ คา้ และวตั ถดุ บิ ท่ผี ลิตขน้ึ มาภายในประเทศของตนไปยงั
ประเทศอ่ืนๆ ท่ีเปน็ ผซู้ ื้อ เรียกวา่ การนำเข้า แตกตา่ งกนั
กาแฟ
✓ 2. การซ้อื สนิ คา้ และวตั ถุดิบทผี่ ลติ จากประเทศอ่ืนๆ เรยี กว่า การนำเข้า
ทองคำ
✓ 3. การคา้ ระหว่างประเทศมีความสำคัญกอ่ ให้เกิดการแบง่ งานกันทำ

ระหว่างประเทศ

✗ 4. ความแตกต่างทางภมู ศิ าสตร์ แต่ละประเทศมที ำเลท่ตี ้ังและสภาพดิน
ฟ้าอากาศทแ่ี ตกตา่ งกัน ทำให้โอกาสในการผลติ สนิ คา้ ที่เหมอื นกัน

✗ 5. สหรัฐอเมริกาและแคนาดาเปน็ ประเทศที่อยู่ในเขตภูมอิ ากาศแบบ
อบอ่นุ ปลูกขา้ วสาลี ส่วนบราซิลอยใู่ นเขตศูนยส์ ูตรปลูกข้าวได้

✓ 6. ความแตกตา่ งดา้ นทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศสวีเดนมีเหล็ก

ประเทศเยอรมนีมถี ่านหิน

✗ 7. ประเทศเวเนซุเอลาและประเทศในตะวันออกกลางมีน้ำมนั สว่ น
ประเทศแอฟริกาใต้มีแก๊สธรรมชาติ

✓ 8. ความได้เปรียบทางการผลติ ประเทศญปี่ ุ่นมีความชำนาญในการผลติ

รถยนต์ แต่ประเทศไทยมคี วามชำนาญในการผลติ ขา้ ว

✓ 9. ประเทศเนเธอรแ์ ลนดม์ คี วามชำนาญในการผลิตเครอื่ งจกั รกล

การเกษตร สวติ เซอรแ์ ลนด์มคี วามชำนาญในการผลติ นาฬิกา

✓ 10. ความรู้ความชำนาญในการผลิตซึ่งบางประเทศไมส่ ามารถผลติ

สินค้าไดจ้ งึ กอ่ ให้เกดิ การค้าระหวา่ งประเทศ

ใบงานที่ 1.10

เรือ่ งการลงทุนระหว่างประเทศ

กล่มุ ท่ี .................................
สมาชกิ กล่มุ 1................................................................... 2. .......................................................................
คำช้แี จง นักเรยี นเขียนแผนผงั ความคดิ เร่ือง การลงทุนระหวา่ งประเทศ (ส 3.2 ม.3/6)

เฉลยใบงานท่ี 1.10

เรื่อง การลงทุนระหว่างประเทศ

คำช้แี จง นักเรยี นเขยี นแผนผังความคิด เร่อื ง การลงทนุ ระหว่างประเทศ (ส 3.2 ม.3/6)

การลงทนุ ระหว่างประเทศ หมายถงึ การ รูปแบบการลงทนุ ระหว่างประเทศ
ที่รฐั บาลหรือเอกชนของประเทศหนง่ึ นำ
1. การลงทุนทางตรง
เงินไปลงทุนดำเนินธรุ กิจเพ่ือแสวงผลกำไร 2. การลงทุนทางอ้อม
ในอีกประเทศหนึ่ง

การลงทุน
ระหว่างประเทศ

ปจั จยั ท่ีทำใหเ้ กิดการลงทุนระหว่างประเทศ ประโยชนข์ องการลงทุนระหว่างประเทศ
1. ประโยชนข์ องผู้ลงทุนในตา่ งประเทศ
1. ปัจจยั ท่ีเกดิ จากประเทศเจา้ ของทุน 2. ประโยชนข์ องประเทศท่ีมผี ูเ้ ข้ามาลงทนุ
2. ปัจจยั ท่ีเกิดจากประเทศผูร้ บั ทนุ

คำถามหลัก

เรอ่ื งการคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ

ชื่อ.............................................................................................................ชน้ั ........................เลขที่ .............

คำช้แี จง นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ (ส 3.2 ม.3/6)
1. รปู แบบการลงทุนระหว่างประเทศมกี รี่ ปู แบบอะไรบ้าง

......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

2. การลงทนุ ระหว่างประเทศก่อให้เกดิ ประโยชน์แกผ่ ู้ลงทุนอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

เฉลยคำถามหลัก

เร่ืองการคา้ และการลงทนุ ระหว่างประเทศ

คำชแ้ี จง นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.2 ม.3/6)
1. รปู แบบการลงทนุ ระหว่างประเทศมกี ่ีรูปแบบอะไรบ้าง

มี 2 รปู แบบ ดังน้ี
1. การลงทุนโดยตรง เป็นการเคล่ือนย้ายทุนจากประเทศหน่ึงไปยังอีกประเทศหนึ่ง เช่น กิจการน้ำมัน

เคมภี ณั ฑ์ เวชภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนกิ ส์ อปุ กรณ์สอื่ สาร ยานยนต์ อาหาร เปน็ ต้น
2. การลงทุนโดยอ้อม เป็นการลงทุนท่ีผู้ต่างชาตไิ ม่ได้เข้ามามีส่วนดำเนนิ กิจการโดยตรง เชน่ การลงทุนใน

รูปเงินกู้ การลงทุนดว้ ยการซอ้ื หลักทรพั ยห์ รอื พันธบัตรของตา่ งประเทศ เป็นต้น

2. การลงทนุ ระหว่างประเทศก่อให้เกิดประโยชนแ์ ก่ผ้ลู งทนุ อย่างไร
1. ประโยชน์ของผู้ลงทุนในต่างประเทศ โดยผู้ลงทุนโดยตรงจะได้รับสิทธิพิเศษในรูปแบบต่างๆ เช่น การลดหรื

อดภาษีเงินได้ การลดหรืองดภาษีสินค้าส่งออก และผู้ลงทุนโดยอ้อมจะได้รับประโยชน์จากการได้รับดอกเบ้ียหรือ
ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปนั ผลจากการซ้ือห้นุ และพันธบัตรรฐั บาลจากประเทศท่ีนำไปลงทนุ

2. ประโยชน์ของประเทศที่มีผู้เข้ามาลงทุน เช่น มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น ได้รับ
เทคโนโลยี เครื่องมือ เคร่ืองจักร และอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาใช้ผลิตในประเทศ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ
และสนิ ค้าจากประเทศทีม่ ผี เู้ ข้ามาลงทุนมีโอกาสเขา้ ไปแข่งขันยงั ต่างประเทศได้มากขนึ้ และไดร้ ับการยอมรับมากขึ้น

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1/6

วิชา สงั คมศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ชอ่ื หน่วย เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้ จำนวน 16 คาบ

เรื่อง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 3คาบ

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่างๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ และความจำเป็น

ของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก
ตวั ชว้ี ัดข้อ 3 อภปิ รายบทบาทสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

2. สาระการเรียนรู้
2.1 ลกั ษณะของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ
2.2 การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในภมู ิภาคตา่ งๆ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 อธิบายการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศได้

3.2 อภปิ รายบทบาทสำคัญของการวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศได้
3.3 เหน็ ประโยชนข์ องการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ KnowledgePracticeAttitude( K PA)

ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
อธิบายการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศได้

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
อภปิ รายบทบาทสำคัญของการวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศได้

ดา้ นเจตคต/ิ คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รักชาติ
2. ซื่อสัตยส์ ุจริต

3. มีวินัย
4. ใฝ่ความรู้

5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย

8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นหลักสูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา

(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการส่อื สารสารสนเทศและรู้เท่าทันส่อื (Communication information

and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวินัย (compassion)

7. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอ่ืน... ภาษาองั กฤษ........
 2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………………………….
 3. อื่นๆ (ระบุ......................................................)

8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

วธิ ีสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมือ : เทคนิคค่คู ิดสสี่ หาย

ชัว่ โมงที่ 1

ครมู อบหมายช้นิ งาน/ภาระงาน ตามกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ท่ี 6 ดงั นี้
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันอภิปรายถึงความจำเป็นในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ แล้วจัดทำ

เปน็ รายงานพรอ้ มภาพประกอบ
2. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายถงึ ผลทเ่ี กิดขนึ้ จากการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจของภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก

แลว้ นำเสนอหน้าชน้ั เรียน
3. ใหน้ ักเรยี นรวบรวมภาพและข่าวความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศของประเทศไทยกบั

ประเทศในภูมภิ าคตา่ งๆ ของโลก แล้วนำมาจัดทำป้ายนิเทศ โดยให้นักเรยี นนำเสนอ อภปิ ราย และส่ง

รายงานในช่ัวโมงที่ 2

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูยกตัวอยา่ งข้อความ “การร่วมมือทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศเกิดขึ้นทั่วไปในโลก มีท้งั ในลักษณะ

ของการจัดตั้งเป็นองคก์ รระหวา่ งประเทศท่ีมีสมาชิกท่ัวโลก โดยมีจดุ มุ่งหมายเพ่ือชว่ ยเหลือเก้ือกลู ในทางเศรษฐกิจ
และเพ่ือจดั ระเบยี บทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ” มาให้นักเรียนวิเคราะห์

2. ครูอธิบายเชื่อมโยงการรวมกลุ่มเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาคเดียวกันตั้งแต่ 2 ประเทศขึ้นไป
โดยยกเลกิ เลกิ เกบ็ ภาษีศุลกากร และมาตรการอ่นื ๆ
ขั้นแสวงหาความรู้

1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ศึกษา
ความรู้ และทำใบงานท่ี 6.11 เร่อื ง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ

2. นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน แล้วนำมาอธิบายให้เพื่อนอีกคู่หน่ึงในกลุ่ม
ของตนเองฟงั โดยผลดั กันอธิบายและใหส้ มาชกิ ซักถามข้อสงสัย หรอื ช่วยกันเสนอแนะเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

3. ครูให้ตวั แทนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน และให้กลมุ่ อน่ื เสนอแนะ หรอื แสดงความคิดเห็น
เพมิ่ เตมิ ในส่วนที่แตกตา่ งกัน ครตู รวจสอบความถูกต้อง

ช่วั โมงท่ี 2
1. ครตู ิดตามกจิ กรรมตรวจสอบความรู้ท่ี 6 โดยใหน้ ักเรียนดำเนินการดังนี้
1.1 ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความจำเป็นในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แล้ว

จัดทำเป็นรายงานพร้อมภาพประกอบ
1.2 ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงผลที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ของ

โลก แล้วนำเสนอหน้าช้ันเรียน
1.3 ให้นักเรยี นรวบรวมภาพและข่าวความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประเทศไทยกับ

ประเทศในภูมภิ าคต่างๆ ของโลก แล้วนำมาจัดทำปา้ ยนิเทศ
2. นักเรียนร่วมกนั อภปิ ราย นำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น จดั ทำป้ายนเิ ทศ และส่งรายงาน
3. ครตู รวจสอบความถกู ต้อง และบนั ทักคะแนน

ชว่ั โมงที่ 3
ข้ันสรุป
1. นกั เรียนและครชู ่วยกนั สรปุ เรอ่ื ง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
2. นักเรยี นตอบคำถามหลกั เร่ือง การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
3. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 6
4. นักเรยี นทำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6

9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 สบื คน้ วเิ คราะห์ อภิปราย นำเสนอ
9.2 กจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรู้
9.3 ใบงาน
9.4 บนั ทกึ การเรยี นรู้และตรวจสอบใบงาน

9.5 นำเสนอและสรปุ
9.6 การตอบคำถามหลัก
9.7 การทำแบบทดสอบหลังเรยี น
9.8 การทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ

10. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้

10.1 สือ่ การเรยี นรู้
10.1.1. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของบริษัท

แม็คเอด็ ดเู คชั่น จำกดั
10.1.2. หนงั สอื ค้นคว้าเพิ่มเติม
10.1.3. ใบงานท่ี 1.11 เร่ือง การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
10.1.4. คำถามหลกั เรอ่ื ง การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
10.1.5. แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
10.1.6. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
10.2.1. หอ้ งสมดุ ของโรงเรียน
10.2.2. อินเทอรเ์ น็ตจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น
- การรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ http://www.trueplookpanya.com/

11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
11.1 ประเมินการนำเสนอผลงาน
11.2 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
11.3 สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
11.4 สังเกตความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ันในการทำงาน
11.5 ตรวจใบงาน
11.6 ตรวจการตอบคำถามหลกั
11.7 ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
11.8 ตรวจแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์

เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑ์การ ระดับคณุ ภาพ / คะแนน

ประเมนิ ดเี ย่ยี ม (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สินระดับคุณภาพชิน้ งาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถงึ ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์และทักษะศตวรรษท่ี 21

ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธวี ดั เครื่องมือวดั เกณฑ์การให้
คะแนน

สมรรถนะสำคญั ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ตอ้ งของ

1. ความสามารถในการสื่อสาร อธบิ ายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ช้ินงาน

2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมนิ -ตรงกับความเปน็

2. ซอื่ สัตย์สจุ ริต อธิบาย/การ จริง

3. มีวินยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

8. มจี ิตสาธารณะ

ทักษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง

1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมิน - ความเขา้ ใจ

2. Writing นำเสนอ ช้นิ งาน/ ชิน้ งาน/ การ -ความเหมาะสม

3. Arithmetic การสงั เกต สังเกตการ

4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรือ

solving หรือการ การนำเสนอ

5. Creativity and innovation นำเสนอ

6. (Collaboration, teamwork and

leadership)

7. Cross-cultural understanding

8. Communication information

and media literacy

9. Computing and ICT Literacy

11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

1. นักเรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู.้ ..............คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจุดประสงค์............................คน คิดเป็นร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมีความรเู้ กิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนเจตคต/ิ คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื …………………….……………………
(นางสาวปญั ณวยี ์ รามสูต)
ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

ความเห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความเหน็ ของหวั หนา้ งานวิชาการ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….

ลงช่อื ……………………………………………… ลงชื่อ……………………………………..……………
(นางสาวปัญณวยี ์ รามสตู ) (นางจรรยา ทองนอ้ ย)

ความเหน็ ของรองผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..

. ลงช่อื …………………………………………………
(นายชยั รัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผูท้ ีไ่ ด้รับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนร้ขู อง นางสาวปัญณวยี ์ รามสูต แล้วมีความคิดเห็นดังน้ี
1. เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
 เน้นผเู้ รยี นเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
 ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป

3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใช้ได้จริง
 ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้

4. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

................................................................

(นางสาวสุพชาต ชุม่ ชน่ื )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม

ใบงานท่ี 1.11

เร่อื งการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ

กลมุ่ ที่ .................................
สมาชิกกลุ่ม 1................................................................... 2. .......................................................................

คำชแ้ี จง นกั เรียนตอบประเดน็ ในขอ้ ความที่กำหนดไว้ (ส 3.2 ม.3/3)

การรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ หมายถงึ ..............................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ลกั ษณะของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกจิ .........................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

นกั เรยี นยกตวั อย่างการรวมกลุ่มระหว่างประเทศมา 1 กล่มุ ใหน้ ำเสนอในรปู แบบต่างๆ

เฉลยใบงานที่ 1.11

เร่ืองการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ

คำชแ้ี จง นกั เรยี นตอบประเด็นในข้อความทีก่ ำหนดไว้ (ส 3.2 ม.3/3)

การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ หมายถึง การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ตั้งแต่ 2ประเทศข้ึนไปโดย
การยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรและมาตรการอื่นๆ ท่ีเป็นอุปสรรคทางการค้าให้แก่กันและกัน รวมท้ังอาจใช้นโยบายต่างๆ
ร่วมกัน

ลกั ษณะของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกจิ มีดังน้ี
1.การใชส้ ิทธิพเิ ศษทางการคา้ เชน่ สมาคมอาเซยี นท่ีกอ่ ตั้งในปี พ.ศ.2510

2.เขตการค้าเสรี เช่นเขตการคา้ เสรอี เมรกิ าเขตการค้าเสรีอาเซียน
3.สหภาพศุลกากรเช่นสหภาพยโุ รปดำเนนิ การในพ.ศ.2500

4.ตลาดรว่ มเชน่ ตลาดรว่ มยุโรป
5. สหภาพเหนือชาติ

นักเรยี นยกตวั อยา่ งการรวมกลมุ่ ระหวา่ งประเทศมา1กลุ่มให้นำเสนอในรปู แบบตา่ งๆ

ผลประโยชน์ท่ีไทยได้รับ เป็นตลาดคู่ค้าที่สำคัญของไทย และ
สหภาพยุโรปยังได้เข้ามาลงทุนประกอบกิจการในไทยมากขึ้น
โดยเฉพาะดา้ นอุตสาหกรรม

วัตถุประสงค์ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสมาชิก และให้ความ
รว่ มมือกันในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในภูมภิ าค

เอเปก (APEC) บทบาทหน้าท่ี เป็นเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นเก่ียวกับสภาวะ
และการแกไ้ ขปญั หาทางดา้ นเศรษฐกิจของประเทศสมาชกิ

ผลประโยชน์ท่ีไทยได้รับ ไทยได้ตลาดการค้ามากข้ึน ส่งออกสินค้า
ไดม้ ากข้ึนอีกทง้ั มีอำนาจถ่วงดุลทางการค้าเพิม่ ข้ึน ปอ้ งกันมใิ ห้ถูก
กีดกันทางการค้า

คำถามหลกั

เรอื่ งการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ

ชือ่ ..............................................................................................................................ช้ัน ........................เลขที่ ....

คำชีแ้ จง นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.2 ม.3/3)

1. ลกั ษณะของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกจิ ตัง้ แต่ขั้นตน้ ถงึ ขน้ั สูงมีอะไรบา้ ง
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นยกตัวอยา่ งการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศในภมู ภิ าคต่างๆ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

เฉลยคำถามหลัก

เรอื่ งการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

คำชแี้ จง นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ส 3.2 ม.3/3)
1. ลักษณะของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจตั้งแตข่ ั้นตน้ ถึงขั้นสงู มอี ะไรบ้าง

1. การใช้สิทธพิ ิเศษทางการคา้ เช่น สมาคมอาเซยี น ที่ก่อต้งั ในปี พ.ศ.2510
2. เขตการค้าเสรี เชน่ เขตการคา้ เสรีอเมริกา เขตการคา้ เสรอี าเซียน
3. สหภาพศุลกากร เชน่ สหภาพยุโรป ดำเนนิ การใน พ.ศ. 2500
4. ตลาดรว่ ม เช่น ตลาดร่วมยโุ รป
5. สหภาพเหนือชาติ

2. นกั เรยี นยกตวั อย่างการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในภูมภิ าคตา่ งๆ
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในทวีปยุโรป ที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป (The European Union : EU) เป็นการ

รวมตัวกันของประเทศในทวีปยุโรป จากการทำสนธิสัญญามาสทริชต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสมาชิก 27
ประเทศ สหภาพยุโรปเป็นความร่วมมือกันทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ที่มุ่งขจัดอุปสรรคทาง
การคา้ และประกาศใช้เงนิ ตราสกุลเดียวกัน คือ เงินยูโร โดยจัดต้ังธนาคารกลางยโุ รป ทำหน้าทอี่ อกเงินตราสกุลยูโร
ขน้ึ ใช้และรบั ผดิ ชอบนโยบายการเงนิ โดยประเทศสมาชกิ จะไม่เกบ็ ภาษสี นิ ค้านำเขา้ ซึง่ กันและกัน

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ

1. จงบอกความหมายของอุปสงค์อุปทานมาพอเข้าใจ
2. ตลาดแขง่ ขันสมบรู ณ์มีลกั ษณะเช่นใด อธบิ ายมาพอเขา้ ใจ
3. เหตุใดรฐั บาลจึงตอ้ งเข้าไปแทรกแซงราคาสนิ คา้ บางชนดิ และการกระทำดงั กลา่ วส่งผลตอ่ สงั คม

อยา่ งไร
4. เพราะเหตุใดการคา้ ระหวา่ งประเทศจงึ ต้องมีการกีดกันทางการค้า
5. การรวมกล่มุ เศรษฐกจิ หมายถงึ อะไร และมปี ระโยชนต์ ่อการค้าระหวา่ งประเทศอย่างไร

เฉลยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์

1. จงบอกความหมายของอุปสงคอ์ ุปทานมาพอเขา้ ใจ
ตอบ อุปสงค์ หมายถึง ประมาณสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคต้องการลามารถซื้อสินค้าได้ในระยะเวลาหนึ่ง ณ

ระดบั ราคาตา่ งๆ กันของสนิ ค้าและบริการนั้น อปุ สงค์จะเกิดขึ้นเมื่อมีการซ้ือขายสินค้าและบริการ
อุปทาน หมายถึง ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ผลิตหรือผู้ขายพร้อมท่ีจะผลิตออกขาย ณ ระดับราคาต่างๆ

ภายในระยะเวลาทีก่ ำหนด

2. ตลาดแขง่ ขนั สมบรู ณม์ ลี กั ษณะเชน่ ใด อธิบายมาพอเขา้ ใจ
ตอบ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ มีผู้ซ้ือผู้ขายจำนวนมาก สินค้ามีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน ผู้ซ้ือผู้ขายรู้ถึง

สภาพการณข์ องตลาดเป็นอยา่ งดี ผซู้ ้ือผู้ขายตดิ ตอ่ ซอื้ ขายกนั ไดส้ ะดวกและรวดเรว็ ผขู้ ายเขา้ ออกตลาดไดอ้ ย่างเสรี

3. เหตุใดรฐั บาลจงึ ต้องเข้าไปแทรกแซงราคาสินค้าบางชนดิ และการกระทำดังกลา่ วสง่ ผลต่อสงั คมอยา่ งไร
ตอบ ถ้าปล่อยให้ระบบราคาทำหน้าที่ของมันไปตามลำพังโดยที่รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซง จะมีผลต่อสินค้า

บางอย่างและปจั จัยการผลิตบางชนิดทำใหร้ าคาแพงเกนิ ไปหรือตำ่ เกินไป ซ่ึงอาจสรา้ งความเดอื ดร้อนให้แกผ่ ู้บรโิ ภค
หรอื ผู้ผลิตได้ ซ่ึงถ้าหากเกิดกรณีเช่นน้ีขึ้นทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง โดยเป็นผู้กำหนดราคาใหม่ท่ีจะ
สามารถผ่อนคลายความเดอื ดร้อนของคนกล่มุ นไี้ ด้ ซ่งึ วิธกี ารทรี่ ฐั บาลใชแ้ ทรกแซงราคาของสินค้ามี 2 ชนิด คอื การ
ประกนั ราคาข้นั ตำ่ การกำหนดราคาขั้นสงู

4. เพราะเหตใุ ดการค้าระหวา่ งประเทศจึงต้องมกี ารกดี กนั ทางการคา้
ตอบ เพราะ เป็นการป้องกันไม่ให้สินค้าจากต่างประเทศเข้ามาภายในประเทศมากเกินไป ทำให้สินค้า

ภายในประเทศเหลือและขายไม่ออก รัฐบาลจงึ ต้องกีดกันทางการคา้ เช่น การตงั้ กำแพงภาษที ส่ี ูง

5. การรวมกลมุ่ เศรษฐกิจหมายถงึ อะไร และมีประโยชนต์ ่อการคา้ ระหว่างประเทศอย่างไร
ตอบ หมายถึง การรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจของประเทศในภมู ภิ าคเดยี วกัน ตง้ั แต่ 2 ประเทศขึ้นไป โดยการยกเลิก

การเกบ็ ภาษีศลุ กากรและมาตรการอนื่ ๆ ทเี่ ปน็ อปุ สรรคทางการค้าใหแ้ ก่กันและกนั

แบบทดสอบก่อนเรียน

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรือ่ ง เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้

คำชแ้ี จงนักเรียนเลอื กขอ้ ทถี่ ูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
1. การควบคมุ ราคาของรัฐบาลวิธีใดท่ชี ่วยให้ผ้บู รโิ ภคซือ้ สินค้าและบรกิ ารไดใ้ นราคาที่ถูกลง

1. การลดปรมิ าณการผลิต
2. การกำหนดราคาข้ันสงู
3. การประกันราคาขั้นตำ่
4. การใหเ้ งนิ อุดหนุนแกเ่ กษตรกร
2. ราคาท่ีทำใหป้ รมิ าณอปุ สงคม์ ากกว่าปรมิ าณอุปทาน คอื ขอ้ ใด
1. ราคาตลาด
2. ราคาดุลยภาพ
3. ราคาที่ตำ่ กว่าราคาดุลยภาพ
4. ราคาที่สูงกว่าราคาดลุ ยภาพ
3. “ถา้ ในตลาดผู้ขายเพยี งรายเดยี ว อาจกำหนดราคาสินค้าให้สูงได้” ข้อความดังกล่าวสอดคลอ้ งกับปจั จัย
การกำหนดราคาในข้อใด
1. ตน้ ทนุ การผลิตและจำหนา่ ย
2. การแข่งขันของตลาด
3. สภาวะทางเศรษฐกิจ
4. กลมุ่ เปา้ หมาย
4. การปรับตัวทที่ ำให้ปริมาณซ้ือและปริมาณขายเท่ากันพอดี ณ ระดับราคาใดราคาหนึ่งน้ัน สอดคล้องกับข้อความ
ใด
1. ราคาดุลยภาพ
2. กลไกราคา
3. อุปสงค์
4. อุปทาน
5. ข้อดีของตลาดแขง่ ขันสมบรู ณ์ คืออะไร
1. ผู้ผลิตสนิ ค้ามีการแข่งขนั กันอยา่ งเสรเี พือ่ ขายสนิ คา้ ใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ
2. ผ้บู ริโภคมีโอกาสในการเลือกซ้ือสนิ ค้าราคาที่ต่ำสดุ
3. ผู้บริโภคและผผู้ ลติ ร่วมกนั กำหนดราคาสนิ ค้า
4. ผผู้ ลติ สามารถกำหนดราคาสนิ คา้ ได้สงู

6. มาตรการทางการเงินท่ีสำคญั ของรฐั บาลเพอื่ แก้ปญั หาการว่างงาน คือข้อใด
1. เพม่ิ คา่ ของเงนิ ใหม้ ีคา่ สูงข้ึนเพ่ือใหร้ าคาสินคา้ ในตา่ งประเทศสงู

2. ขายพันธบัตรรฐั บาลเพือ่ ให้รฐั บาลมเี งนิ สำรองมากขึน้
3. ลดอตั ราดอกเบย้ี เพอื่ จูงใจผูผ้ ลติ ในการกู้ยมื เงินไปลงทุน

4. ลดการใช้จา่ ยของรัฐบาลเพือ่ ให้มีเงินในคลังมากขึ้น
7. ข้อใดจัดเป็นการแกไ้ ขปญั หาเงนิ เฟอ้

1. เพ่ิมงบประมาณการใช้จา่ ยของรฐั บาล

2. สง่ เสริมสินค้าส่งออกในตลาดโลกใหม้ ากขึ้น
3. ควบคมุ ราคาสินคา้ และควบคุมต้นทนุ การผลิต

4. ขอความรว่ มมอื จากสถาบันการเงินใหเ้ พิ่มสินเช่ือเพือ่ การลงทนุ ใหป้ ระชาชนมงี านทำให้มากข้นึ
8. ข้อใดเปน็ การลงทุนระหว่างประเทศทางตรง

1. การลงทนุ ทางการเงิน

2. การลงทุนโดยการซอ้ื ขายหลกั ทรัพย์
3. การโยกยา้ ยเงนิ ไปลงทนุ ในตลาดเงิน

4. การลงทุนในการผลติ สินค้าและบริการ
9. “การค้าทม่ี งุ่ คุ้มกนั ตลาดสนิ ค้าภายในประเทศโดยพยายามไม่ให้ประเทศอ่นื สง่ สนิ ค้าชนดิ นน้ั ๆ เข้ามาแข่งขันกับ
ผู้ผลิตภายในประเทศ” ขอ้ ความน้ีหมายถึงขอ้ ใด

1. การจำกดั ทางการค้า
2. การกีดกนั ทางการค้า

3. การส่งเสรมิ การนำเขา้
4. การแขง่ ขนั ทางการคา้
10. “โรงงานเย็บผ้าส่งั ซอ้ื เคร่ืองจกั รมาใชใ้ นการผลติ เพ่ือลดจำนวนคนงาน” การลดจำนวนคนงานก่อให้เกิดปัญหา

การว่างงานเนื่องจากสาเหตุใด
1. ว่างงานเนือ่ งจากวฏั จักร

2. วา่ งงานเน่อื งจากโครงสร้าง
3. ว่างงานตามปกติในตลาดแรงงาน
4. วา่ งงานเนื่องจากค่าแรงไม่ยืดหย่นุ

11. “ประเทศไทยทำการค้ากับประเทศบราซิล โดยส่งข้าวเป็นสินค้าออกนำเข้ากาแฟจากบราซิล” จากข้อความนี้
ข้อใดเปน็ สาเหตแุ ละปัจจยั ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดการค้าระหว่างประเทศ

1. ความได้เปรียบทางการผลิต
2. จำนวนประชากรในประเทศ
3. ความแตกต่างทางภูมิศาสตร์

4. ความแตกตา่ งของภูมิอากาศ

12. ปจั จัยใดที่เปน็ ตัวผลกั ดนั ใหแ้ ตล่ ะประเทศเลือกผลิตสนิ ค้าทมี่ ีต้นทุนตำ่ และมีความชำนาญในการผลิต
1. ทรพั ยากรธรรมชาติ

2. วฒั นธรรมความเปน็ อยู่
3. รสนิยมการบริโภคของประชากร

4. การสอ่ื สารโทรคมนาคมและการขนสง่
13. ประเทศทก่ี ำลังพัฒนาควรใช้วิธีใดในการกีดกันทางการคา้ เพอื่ ให้ประชาชนใช้สนิ คา้ ท่ผี ลิตขึน้ ในประเทศ

1. การเกบ็ ภาษหี ลายอตั รา

2. การกำหนดขอ้ จำกัดทางการคา้
3. การผลิตสินคา้ หลายชนดิ หรือหลายสาขา

4. การคุม้ กนั สินค้าทีผ่ ลิตขน้ึ ภายในประเทศ
14. ข้อใดคือประโยชนข์ องการคา้ ระหวา่ งประเทศทีม่ ีตอ่ ประเทศผู้นำเขา้ สนิ คา้

1. การเพม่ิ รายได้ของผูผ้ ลติ

2. การมเี งนิ ตราตา่ งประเทศ
3. การเพิ่มประสทิ ธภิ าพการผลิต

4. การมคี วามสามารถในการชำระหนี้คนื
15. การจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีท่ีทันสมัยเป็นบทบาทหน้าท่ีของรัฐบาลในการพัฒนา
ประเทศในด้านใด

1. ด้านการตา่ งประเทศ
2. ดา้ นความมน่ั คงของรฐั

3. ด้านกฎหมายและการยุติธรรม
4. ด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ
16. กลมุ่ ทางเศรษฐกิจในข้อใดมนี โยบายการขนสง่ ระหว่างประเทศรว่ มกัน

1. ตลาดรว่ ม
2. สหภาพศลุ กากร

3. สหภาพเศรษฐกิจ
4. สหภาพเหนือชาติ
17. ข้อใดเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจขั้นต้น

1. เขตการค้าเสรี
2. สหภาพศุลกากร

3. สหภาพเศรษฐกิจ
4. สหภาพเหนอื ชาติ


Click to View FlipBook Version