บทที่ 7 การจัดการเรียนบนเครือข่าย
เนื้อหา CAI WBI Webcast e-Learning m-Learning
คอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ ในการน าเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ มีลักษณะเป็น การเรียนโดยตรง และเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับ Cคอมพิวเตอร์ได้ AI
2. ความส าคัญของ CAI ที่ม ี ต ่ อการศึ กษา ตอบสนองการเร ี ยนร ้ ส ู ่ วนบค ุ คลได ้ สร้างแรงจูงใจในการเรียนโดยการใช้สี เสียงและภาพ รวดเร็วและแม ่ นยา เรียนได ้ อย ่ างไม ่ จา กด ั เวลา และทบทวนได ้ ตามท ี ่ ต ้ องการ จัดแผนการสอนได้ดี ตามที่ผู้สอนได้ออกแบบไว้
3. ประเภทของบทเร ี ยนคอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน สอนเนื้อหารายละเอียด การฝึ กทักษะ การจ าลองสถานการณ์ เกมการสอน การสาธ ิ ต การแก้ปัญหา การทดสอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญ
3. ประเภทของบทเร ี ยนคอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน สอนเนื้อหารายละเอียด (Tutorials) โปรแกรมจะแสดงเนื้อหาที่จะสอนแล้วตั้งค าถามให้ นักเรียนตอบ ต่อจากนั้นโปรแกรมจะวิเคราะห์ค าตอบแล้วตัดสินว่า จะแสดงเนื้อหาต่อไปหรือ ให้นักเรียนตอบค าถามใหม่ การฝึกทักษะ (Drill and Practice) หลังจากที่นักเรียนได้เรียนเนื้อหารายละเอียดแล้ว สิ่งจ าเป็นคือการมี โอกาสได้ฝึกทักษะหรือฝึกปฏิบัติซ้ าๆ เพื่อที่จะน าความรู้ ที่ได้เรียนแล้วไปใช้ได้ อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว
3. ประเภทของบทเร ี ยนคอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน การจ าลองสถานการณ์ (Simulations) โปรแกรมการจ าลองสถานการณ์ในการเรียนการสอน เป็นวิธีการ เลียนแบบหรือสร้างสถานการณ์เพื่อทดแทนสภาพจริงในชีวิตประจ าวัน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักเรียน เกมการสอน (Instructional games) การใช้เกมช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้ดีขึ้น เนื่องจากมี ภาพ แสงสี เสียง และกราฟฟิคการเคลื่อนไหว จึงท าให้นักเรียนตื่นตัวอยู่ เสมอ โปรแกรมเกมการสอนจะคล้ายคลึงกับโปรแกรมบทเรียนสถานการณ์ จ าลอง แต่แตกต่างกันโดยการเพิ่มบทบาทของนักเรียนเข้าไปในการใช้ โปรแกรมเกมการสอนด้วย
3. ประเภทของบทเร ี ยนคอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน การสาธิต (Demonstration) การสาธิตประกอบการสอนหรือบรรยายเนื้อหาหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เพื่อ ช่วยผู้เรียนให้เข้าใจสิ่งที่เรียนได้ดียิ่งขึ้น เช่น การเขียนกราฟแสดงรายละเอียด หรือสาธิตการโคจรของดวงดาว เป็นต้น การแก้ปัญหา (Problem - Solving) เป็นบทเรียนส าหรับใช้เรียนรู้และการคิดแก้ปัญหา การตัดสินใจ โดยมี การก าหนดเกณฑ์ให้แล้ว โดยที่คอมพิวเตอร์จะช่วยในการคิดค านวณและหา ค าตอบที่ถูกต้องให้ แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ - โปรแกรมที่ให้นักเรียนเขียนเอง - โปรแกรมที่มีผู้เขียนไว้แล้ว
3. ประเภทของบทเร ี ยนคอมพ ิ วเตอรช์ ่ วยสอน การทดสอบ (Tests) การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการทดสอบมีบทบาทในการเป็น เครื่องมือประเมินผล การเรียนของนักเรียนทั้งก่อนเริ่มเรียน ระหว่างเรียนและหลัง การเรียน ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการ แก้ปัญหาเฉพาะเรื่อง เป็นระบบที่จ าลองความสามารถของมนุษย์ ที่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญเป็นพิเศษลักษณะที่ส าคัญของระบบผู้เชี่ยวชาญคือมีความสามารถใน การดึงเอาความรู้ที่มีอยู่มาแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผนวกคุณสมบัติไฮเปอร์มีเดียเข้ากับคุณสมบัติของเครือข่าย เวิลด์ ไวด์เว็บ เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มี ขอบเขตจ ากัดด้วยระยะทางและเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน 1.1 การใช้คุณสมบัติของไฮเปอร์มีเดีย คือ เป็นเทคนิคการเชื่อมโยงเนื้อหาหลัก ด้วยเนื้อหาอื่นที่ เกี่ยวข้องเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนด้วย ตนเอง โดยเลือกล าดับเนื้อหาบทเรียนตามความต้องการ และเรียน ตามก าหนดเวลาที่เหมาะสมและสะดวกของตนเอง 1. ความหมายการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย (Web based Instruction : WBI)
1. ความหมายการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย 1.2 การใช้คุณสมบัติของเครือข่ายเวิลด์ ไวด์เว็บ หมายความถึง การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถปฏิสัมพันธ์ กับผู้สอนหรือผู้เรียนอื่นเพื่อการเรียนรู้โดยไม่จ าเป็นต้องอยู่ในเวลา เดียวกัน หรือ ณ สถานที่เดียวกัน การเรียนการสอนบนเวิลด์ ไวด์ เว็บ มี2 รูปแบบ • การเรียนที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียน • การเรียนด้วยการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
• การเรียนการสอนสามารถเข้าถึงทุกหน่วยงานที่มีอินเทอร์เน็ตติดตั้งอยู่ • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอน • การเรียนการสอนกระท าการจัดสอนมีลักษณะที่ผู้เข้าเรียนเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้เกิดกับตัวผู้เข้าเรียนโดยตรง • สามารถทบทวนบทเรียนและเนื้อหาได้ตลอดเวลา • สามารถซักถาม/เสนอแนะ หรือถามค าถามได้ด้วยเครื่องมือบนเว็บ เช่น e-mail) หรือ ChatRoom 2. ความส าคัญของการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย
3. ประเภทของการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย พาร์สัน (Parson.1997) แบ่งประเภทเป็น 3 ลักษณะคือ 3.1 เว็บรายวิชา (Stand-alone Courses) เว็บรายวิชาเป็นเว็บที่มีการบรรจุเนื้อหา (Content) หรือ เอกสารในรายวิชาเพื่อการสอนเพียงอย่างเดียว มักจะเป็นการสื่อสาร ทางเดียว 3.2 เว็บสนับสนุนรายวิชา (Web Supported Courses) เป็นการสื่อสารสองทาง ที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและ ผู้เรียน และมีแหล่งทรัพยากรทางการศึกษาให้มาก มีการก าหนดงาน ให้ท าบนเว็บ มีการร่วมกันอภิปราย การตอบค าถาม มีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้ท าในรายวิชา
3.3 เว็บทรัพยากรการศึกษา (Web Pedagogical Resources) เป็นเว็บที่มีรายละเอียดทางการศึกษา เครื่องมือ วัตถุดิบ และรวมรายวิชาต่างๆ ที่มีอยู่ในสถาบันการศึกษาไว้ด้วยกัน และยัง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาไว้บริการทั้งหมด และเป็น แหล่งสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ทางการศึกษา ทั้งทางด้านวิชาการและ ไม่ใช่วิชาการ โดยการใช้สื่อที่หลากหลาย รวมถึงการสื่อสารระหว่าง บุคคลด้วย 3. ประเภทของการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย
4. สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้เครือข่ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ 4.1 ความพร้อมของเครื่องมือและทักษะการใช้งานเบื้องต้น ความไม่พร้อมของเครื่องมือ และการขาดทักษะทางเทคนิคที่จ าเป็นในการ สร้างเครื่องมือ หรือโปรแกรมเป็นสาเหตุส าคัญที่ก่อให้เกิดความสับสนและ ผลทางลบต่อทัศนคติของผู้ใช้ 4.2 การสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ทั้งในการสนับสนุนด้าน เครื่องมือ และนโยบายการใช้เครือข่ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ 4.3 การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เรียนจากการเรียนรู้แบบตั้งรับ โดย การป้อนจากครูผู้สอน มาเป็นพฤติกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
4.4 บทบาทของผู้สอนในการเรียนการสอนบนเครือข่าย โดยอาศัย การชี้แนะและให้ความช่วยเหลือจากผู้สอน 4.5 การสร้างความจ าเป็นในการใช้ ค านึงถึงความจ าเป็นและ ผลประโยชน์ที่ต้องการจากกิจกรรมบนเครือข่าย 4.6 ผู้สอนต้องออกแบบการเรียนการสอนและใช้ประโยชน์ของ ความเป็นเครือข่ายอย่างสูงสุดและเหมาะสม เนื้อหา และการเชื่อมโยงควรจะต้องปรับปรุงให้ ทันสมัย ตลอดเวลา 4. สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการประยุกต์ใช้เครือข่ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ
CAI ท างานภายใต้ Standalone หรืออาจท าภายใต้ LAN เท่านั้น และ CAI ไม่ได้ออกแบบเพื่อการสื่อสารถึงกันได้ WBI ท างานบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนและผู้สอนสามารถ ติดต่อสื่อสารถึงกันได้ และผู้สอนสามารถติดตามพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนได้ ส่วนที่ WBI แตกต่างจาก CAI
สิ่งที่ท าให้ WBI ต่างจาก CAI ก็คือ การสื่อสาร WBI สามารถท าการสื่อสารภายใต้ระบบ Multiuser ได้อย่างไร้ พรมแดน โดยผู้เรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนด้วยกัน อาจารย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ฐานข้อมูลความรู้ WBI สามารถรับส่งข้อมูลการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์อย่างไม่จ ากัดเวลา ไม่จ ากัดสถานที่ ไม่มีพรมแดนกีดขวางภายใต้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่วนที่ WBI แตกต่างจาก CAI
เทคโนโลยี Webcast คือ เทคโนโลยีการส่งสัญญาณภาพหรือเสียงผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยที่จุดหมายหลักของบริการ คือ เพื่อจัดหาความบันเทิงให้แก่ผู้ใช้งานใน เว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาต 1. ความหมายของ Webcast
มาร์โคนี่ได้ส่งสัญญาณวิทยุ เป็นคลื่นแพร่กระจายออกไปใน อากาศได้ส าเร็จ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาเครื่องรับวิทยุ ทั้งแบบเอเอ็ม เอฟเอ็ม ใช้กันทั่วโลก หลังจากปี ค.ศ.1990 การประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์บนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตได้เริ่มขึ้น และขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น เครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เรียกว่าเวิร์ลไวด์เว็บ (World Wide Web: www) เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น การใช้ งานข้อมูล ข่าวสารเหล่านี้ก็ก้าวเข้าสู่มัลติมิเดีย มีการเก็บข้อมูลรูปภาพ เสียงและวิดีโอ 2. วิวัฒนาการของเทคโนโลยี Webcasting
การให้บริการ Webcasting ในยุคแรกมีลักษณะคือ คอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องบริการเว็บ (Web Server) ที่เก็บ ข้อมูลภาพ และเสียงซึ่งต้องใช้ความเร็วสูงในการส่งเครื่องบริการ เว็บนี้จะต้องจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่ต้องการในแบบ ดิจิตอล แล้วส่งข้อมูลไปยังผู้ชม เมื่อผู้ชมร้องขอมาผ่านระบบ เครือข่ายสารสนเทศที่มีโครงสร้างของระบบ 2. วิวัฒนาการของเทคโนโลยี Webcasting
ต่อมาจึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า สตรีมมิง (Streaming) ซึ่งการให้บริการสตรีมมิงนั้น จะสามารถเล่นเสียงเพลงหรือดนตรีไปพร้อมๆ กับที่ไฟล์เสียงนั้นก าลังส่งมาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องรอจนกระทั่งไฟล์ นั้นถูกดาวน์โหลดมาหมดก่อน ซึ่งท าให้เกิดการส่งสัญญาณเสียงแบบ Online บนอินเตอร์เน็ต “Real Audio” และการส่งวีดีโอบนอินเทอร์เน็ตเสมือน การกระจายสัญญาณทีวีบนเครือข่ายหรือ “Video Live” เทคโนโลยีการส่งข้อมูล Streaming เป็นเทคนิคในการถ่ายโอน ข้อมูล ซึ่งสามารถที่จะจัดการกับข้อมูลที่ไหลมาได้อย่างต่อเนื่อง และ สม่ าเสมอ เทคโนโลยี Steaming ได้กลายเป็นสิ่งที่ส าคัญมากขึ้น ต่อการ เจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ต 2. วิวัฒนาการของเทคโนโลยี Webcasting
3. ขั้นตอนการให้บริการ Webcasting มีประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ • Pre-production หรือการเตรียมก่อนการผลิต จะมีการวางแผน เตรียมข้อมูลที่ต้องการจะส่ง • Production หรือการผลิต เช่น การถ่ายท า การบันทึกเสียง ซึ่ง จะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะอย่าง เช่น กล้องถ่ายภาพดิจิตอลกล้องวีดี ทัศน์ดิจิตอล เครื่องบันทึกเสียงดิจิตอล • Post-production หรือ การปรับแต่งให้เหมาะสม คือการน าเอาสิ่ง ที่ท าไว้แล้ว มาท าการตัดต่อเพิ่มเติม ปรับแต่งให้เหมาะสม • Distribution การเผยแพร่แบบดิจิตอล คือการน าข้อมูลไปเผยแพร่ ผ่านอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ Webcasting ได้แก่ 4.1 Capture Hardware การน าเอาภาพหรือเสียงเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะต้องใช้ Capture Hardware เพื่อเปลี่ยนภาพหรือเสียงมาเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ 4.2 Editing Software การตัดต่อภาพและเสียงในระบบเดิมนั้นจะเป็นการตัดต่อภาพแบบ เป็นล าดับที่ต่อเนื่องกันไปหรือที่เรียกว่า “Lincar Video Editing” แต่เมื่อ ก้าวเข้าสู่ขบวนการดิจิตอล ระบบตัดต่อภาพจะเป็นการตัดต่ออย่างไม่เป็น ล าดับ หรือที่เรียกว่า “Non-Lincar Video Editing” ซึ่งเป็นขบวนการที่มี ประสิทธิภาพในการตัดต่อ ล าดับภาพวีดิทัศน์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า 4. Webcasting กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
4.3 Server Hardware ในส่วนของ Server จะเป็นส่วนที่ท าหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับ การให้บริการ Webcasting ได้แก่ การควบคลุมการใช้บริการ การ รักษาความปลอดภัย การเก็บข้อมูลของผู้ใช้ ขนาดและความเร็ว Hard Disk 4.4 Server Software เมื่อมีผู้ต้องการติดต่อเข้ามาที่เซิร์ฟเวอร์ เซิร์ฟเวอร์จะส่ง ข้อมูลที่เป็นชุดของข้อมูลไปให้ผู้รับ ก็จะต้องใช้โปรโตคอลรับส่ง ข้อมูลอย่างต่อเนื่องที่ผู้รับเข้าใจ การส่งข้อมูลจะกระท าให้เร็วที่สุด เท่าที่จะท าได้ 4. Webcasting กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
4.5 Client ท าหน้าที่ติดต่อกับ Server Software เพื่อแสดงผล อันได้แก่ ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงประกอบต่างๆ โดยจะต้องมาจากผู้ผลิต เดียวกันคือ ถ้า Software Server เป็นของ Real Network ที่เครื่องผู้รับ Client Software ก็จะต้องเป็น Real Network 4.6 Client Software เครื่องของผู้ใช้บริการ จะต้องมีประสิทธิภาพในการใช้บริการที่ เพียงพอ สามารถเล่นมัลติมีเดียได้อย่างมีคุณภาพ 4. Webcasting กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
Access Network เป็นส่วนที่เชื่อมผู้รับชม-รับฟังเข้ากับ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ ดังนี้ 5.1 Analog modems ผู้ใช้ที่อยู่ทางบ้านส่วนใหญ่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน โมเด็มทางสายโทรศัพท์ ปัจจุบันโมเด็มที่เร็วที่สุดในท้องตลาดมีอัตราการ ถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 56 Kbps ในขณะที่โมเด็มรุ่นก่อนหน้านั้นสามารถ ท างานที่ความเร็ว 33.6 Kbps 5. Access Network กับ Wedcasting
5.2 ISDN (Integrated Service Digital Network) ISDN เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งส าหรับผู้ที่ต้องการใช้ความเร็วในการ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น เพราะว่า ISDN มีความเร็วสูงถึง 128 Kbps 5.3 ระบบดาวเทียม (Satellite) ระบบดาวเทียมที่มีความเร็วสูงถึง 400 Kbps ซึ่งนอกจากการเข้าถึง อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงแล้วยังช่วยให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แทบ จากทุกหนทุกแห่ง ทั้งนี้ระบบโดยส่วนใหญ่จะใช้ตัวรับสัญญาณขนาดเล็กๆ ติดตั้งบนหลังคาหรือบริเวณหน้าต่าง 5. Access Network กับ Wedcasting
5.4 เคเบิลโมเด็ม (Cable modems) Cable modem เป็น Modem ที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างผู้รับบริการ ตามบ้าน กับผู้ให้บริการ (Service Provider) โดยผ่านทางเครือข่ายสาย Cable TV ที่มีอยู่แล้ว 5.5 วงจรเช่า (Lease Line) วงจรเช่าเป็นโครงข่ายที่มีความเร็วสูงมาก สามารถให้บริการที่ ความเร็วได้หลายระดับตั้งแต่ 128 Kbps จนถึง 34 Mbps (E3 Line) วงจร เช่านี้จะช่วยท าให้มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่มั่นคงและมีการรองรับรองการ ให้บริการ ระบบนี้เหมาะส าหรับองค์กรขนาดใหญ่ หรือบริษัทท าเว็บขนาด ใหญ่ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ความเร็วสูงมากกว่า 5. Access Network กับ Wedcasting
5.6 DSL (Digital Subscriber Lines) DSL เป็นทางเลือกหนึ่งส าหรับผู้ที่ต้องการความเร็วในการเชื่อมต่อที่ สูง โดยการใช้ความถี่ที่สูงกว่าความถี่เดิม ท าให้สามารถใช้งานได้พร้อมกัน ทั้งโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต การให้บริการ DSL แบ่งเป็น 2ประเภท • SDSL (Symmetric Digital Subscriber Line) • ADSL (Asymmetric Digital Subscriber Line) โดย SDSL อัตราการรับส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ เท่ากันส่วน ADSL สามารถจัดส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการด้วยความเร็ว มากกว่า 6 Mbps ขึ้นไปจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือผู้ให้บริการข้อมูล ทั่วไป 5. Access Network กับ Wedcasting
สา หรบ ั ทางด ้ านการศึ กษา ข ้ อม ู ลในห ้ องเร ี ยนส ่ วนใหญ ่ กก าลัง ็ ได ้ รบ ั การเปล ี่ยนจากข ้ อความและรป ู ภาพให ้ กลายเป็ น สตร ี มว ิ ด ีโอหรือที่ รู้จักกันในชื่อของ Virtual Classroom ช ่ วยให ้ การเร ี ยนการสอนทา ได้ สะดวกมากข ึ ้ น รวมทง ั ้ เป็ นฐานข ้ อม ู ลทางว ิ ชาการท ี่สา คญ ั ซึ่งเป็ นการส ่ ง เสร ิ ความก ้ าวหน ้ าทางการศึกษา นอกจากนี้ ยง ั สามารถใช ้ได ้ กบ ั น ั กศึ กษาจา นวนมาก อย ่ างไม ่ จ ากัด และเป็ นมาตรฐานเดียวกัน ใช้ได้กับนักศึกษาทุกระดับชั้นตง ั ้ แต ่ ระดับสามัญ ไปจนถึงระดับอุดมศึกษาและการศึกษาเฉพาะเรื่อง รวมทั้ง ช ่ วยน ั กศึ กษาท ี่อย ่ ห ู ่ างไกล 6. ประโยชน์ด้านการศึกษา
1. จ านวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งการที่จะใช้บริการ Webcasting ได้นั้นองค์ประกอบหลักคืออินเทอร์เน็ต ถ้ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มาก จ านวนผู้ใช้ Webcasting ก็จะมากขึ้นไปด้วย 2. ความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้างของอินเทอร์เน็ต เนื่องจากการบริการแบบ Traditional Broadcast ในการเข้าถึงลูกค้าหรือ ผู้ใช้บริการ จะต้องมีการสร้างสถานีกระจายสัญญาณ ซึ่งจะมีขอบเขต จ ากัด ขึ้นอยู่กับจ านวนสถานี และความสามารถในการครอบคลุมสถานี แต่ อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงเมื่อท าการเชื่อมต่อโดยใช้โทรคมนาคมพื้นฐานอยู่ แล้ว ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ครอบคลุมมีมากกว่า ปัจจัยที่ท าให้ Webcasting เป็นที่นิยม
3. ราคาในการผลิตสื่อที่เป็นมัลติมีเดียถูกลง ซึ่งได้แก่อุปกรณ์ใน การผลิต คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมต่างๆ ท าให้สื่อส่วนใหญ่มีรูปแบบใน การผลิตให้เป็นดิจิตอลมากขึ้น 4. การมีตอบสนองระหว่างผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ การ ให้บริการแบบ Traditional Broadcast ในปัจจุบัน เป็นการสื่อสารทาง เดียว แต่การให้บริการ Webcasting เป็นการตอบสนองกันระหว่าง ผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ สามารถท าการโต้ตอบได้ทันที ปัจจัยที่ท าให้ Webcasting เป็นที่นิยม
e–Learning โครงการเรียนรู้แบบออนไลน์แห่ง สวทช. e-Learning หมายถึง การศึกษาเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรืออินทราเน็ต เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนจะได้เรียน ตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่ง ประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วีดิโอ และมัลติมีเดียอื่น ๆ จะถูกส่งไป ยังผู้เรียนผ่าน Web Browser 1. ความหมายของ e–Learning
ศักดา ไชยกิจภิญโญ ได้ให้ความหมายว่าเป็นการเรียนรู้แบบใหม่ที่ใช้อินเทอร์เน็ต เป็นสื่อระหว่างผู้เรียนและผู้สอน ซึ่งสื่อการเรียนการสอนรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ใน e-Learning ประกอบด้วย - e–Book เป็นสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของเอกสาร - Virtual Lab เป็นสื่อที่สร้างคล้ายห้องปฏิบัติการที่ผู้เรียนเข้ามาท าการทดลองผ่านหน้า จอคอมพิวเตอร์ - Virtual Classroom เป็นสื่อที่สร้างให้เป็นห้องเรียนเสมือนโดยใช้กระดานข่าว (web board) - chat หรือE-mail เพื่อติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต - Web Based Instruction เป็นสื่อที่สร้างเหมือนโฮมเพจหรือเว็บเพจ แต่เนื้อหาเป็นบทเรียน ที่ใช้ในการเรียนการสอน - E-library เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้บริการผ่านทางระบบเครือข่าย อินเตอร์เน็ต 1. ความหมายของ e–Learning
- บุปผชาติ ทัฬหิกรณ์ ได้ให้ความหมายของ e-Learning ว่าความหมายจะแตกต่างกันตามประสบการณ์ของแต่ละบุคคล แต่มี ส่วนเหมือนกันคือ การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการ สื่อสารเป็นเครื่องมือส าคัญของการเรียนรู้ 1. ความหมายของ e–Learning
e-Learning หมายถึง ระบบที่พัฒนาเพื่อใช้ส าหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยอาศัยเครือข่าย คอมพิวเตอร์ สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหาหรือสื่อที่ใช้จะมีความหลากหลาย ผู้สอน ได้ออกแบบไว้เพื่อน าเสนอบทเรียน และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้ ภูวดล. (2554) สรุป ความหมายของ e–Learning
Relation Word e-Learning นั้นมีค ำที่ใช้ได้ใกล้เคียงกันอยู่หลำยค ำ เช่น Distance Learning (กำรเรียนทำงไกล) Computer based training (กำรฝึกอบรมโดยอำศัยคอมพิวเตอร์ หรือเรียก ย่อๆว่ำ CBT) online learning (กำรเรียนทำงอินเตอร์เนต)
การเรียนการสอนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Learning มี องค์ประกอบที่ส าคัญอยู่ 4 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะต้องได้รับการออกแบบมา เป็นอย่างดี เพราะเมื่อน ามาประกอบเข้าด้วยกันแล้ว ระบบทั้งหมดจะต้อง ท างานประสานกันได้อย่างลงตัว ดังต่อไปนี้ 2.1 เนื้อหาของบทเรียน (Content) 2.2 ระบบบริหารการเรียน (e-Learning Management System : LMS) 2.3 การติดต่อสื่อสาร (Communication) 2.4 การสอบ/วัดผลการเรียน (Evaluation ) 2. องค์ประกอบของ e-Learning
ข้อดีของการเรียนการสอนแบบ e-Learning • ความยืดหยุ่นและความสะดวก • ผู้เรียนเป็นฝ่ายควบคุม • แหล่งทรัพยากรข้อมูล • ความทันสมัย • ช่วยเผยแพร่ผลงาน • เพิ่มทักษะทางเทคโนโลยี • การขยายโอกาสทางการศึกษา • การพัฒนาตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน • การสร้างความสามารถในการหาความรู้ด้วยตนเอง
M - Learning - Mobile หมายถึง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือและ เครื่องเล่นหรือแสดงภาพที่พกพาติดตัวไปได้ - Learning หมายถึง การเรียนรู้ เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งการเรียนรู้เกิดขึ้นได้เมื่อมีการแสวงหาความรู้ การพัฒนาความรู้ ความสามารถของบุคคลให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นรวมไปถึงกระบวนการสร้าง ความเข้าใจและการถ่ายทอดประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคล 1. ความหมาย M-Learning
รัฐบาลไทยโดยกระทรวง ICT ตกลงท าสัญญาสั่งซื้อเครื่อง Tablet PCs จาก บ.Shenzhen Scope (ประเทศจีน) ในรอบแรก 400,000 เครื่อง มูลค่า 32.8 ล้าน เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีข้อตกลงในการจัดส่งสินค้าภายใน 90 วัน (ประมาณ สิงหาคม 2555) และมีโครงการต่อเนื่องขยายให้ครบ 1,000,000 เครื่องต่อไปในรอบหน้า ซึ่งรวมมูลค่าโดยรวมแล้วเท่ากับ 75.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,300 ล้านบาท IN THAILAND ONE TABLET PER CHILD (OTPC) ที่มา: http://sikares-digitalmedia.blogspot.com/2012/05/tablets-1000000-757-shenzhen-scope.html
สรุปผลกำรศึกษำน ำร่องกำรใช้แท็บเล็ตในโรงเรียน 1. ผลต ่ อนกัเร ี ยนในดา ้ นประสบการณ์ใช้เทคโนโลยีเป็ นว ิ ธ ี การท ี่ช ่ วยให้นักเรียนฝึ ก คิดหลากหลายวิธี เร้าความสนใจใฝ่ รู้ มีความสุข ความตื่นเต้นและกระตือรือร้น สนใจการเร ี ยนมากย ิ่งข ้ึ น 2. ผลต ่ อคร ู จ าเป็ นต ้ องม ี ผ ้ ู ช ่ วยด ้ านเทคน ิ คในระหว ่ างสอนครูมีความต ้ งัใจ กระต ื อร ื อร ้ น และสามารถใชส้ื่อไดห ้ ลากหลายย ิ่งข ้ึ น ม ี ภาระงานการเตรียมการ สอน การด ู แลและควบค ุ มช ้ นัเร ี ยนเพ ิ่มมากข ้ึ น 3. เก ี่ยวกบัม ุ มมองของผ ู เ ้ ขา ้ ร ่ วมโครงการไดแ ้ ก ่ ผ ู เ ้ ช ี่ยวชาญ ผ ู บ ้ ร ิหารโรงเรียนและ คร ู ในส ่ วนท ี่ม ี ความเห ็ นร ่ วมกนัค ื อการด ู แลจดัการในดา ้ นส ื่อออนไลน์ การ เขา ้ ถ ึ งแหล ่ งคน ้ ควา ้ส ื่อด ิ จ ิ ทลัการพ ั ฒนาคร ู ให ้ ร ้ ู เท ่ าท ั นเทคโนโลยีโดยให้ความรู้ อยา ่ งต ่ อเน ื่อง
Source: The 2011 Horizon Report (2012) ERICSSON, STUDIES SHOW THAT BY 2015, 80% OF PEOPLE ACCESSING THE INTERNET WILL BE DOING SO FROM MOBILE DEVICES. ผลกำรศึกษำโดยบริษัท Ericsson พบว่ำ ในปี พ.ศ. 2558 ร้อยละ 80 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะเข้ำใช้ผ่ำนทำง เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพำ
M-Learning เอ็มเลิร์นนิ่ง: 4As Environments Learning in a fourfold A environment of the ubiquitous Internet: at anytime, ณ เวลำใดก็ตำม from anywhere, ที่ใดก็ตำม for anyone and ส ำหรับใครก็ตำม on any appropriate devices. บนเครื่องใดที่เหมำะสมก็ตำม
นิยาม M-Learning ที่ดี การเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีบนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา ที่รับสัญญาณ อินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เป็นกำรเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ขณะที่ ผู้เรียนก ำลังเดินทำง ใช้เวลำช่วงสั้นๆ หรือกำรเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหำที่ก ำลังเกิดขึ้น ในขณะนั้น เป็นกำรเพิ่มอิสรภำพในกำรเลือกรับข้อมูล และสนับสนุนส่งเสริม ยกระดับกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ควรออกแบบให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับ เทคโนโลยีบนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา ที่ใช้เครือข่ายสังคมบน อินเทอร์เน็ต
กำรเรียนรู้ (Merriam-webster, 2012) กระบวนกำรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจำกทักษะควำมรู้ที่มีอยู่เดิม ด้วยกำรได้ ประสบกำรณ์ กำรฝึกฝน หรือทดลอง Process of acquiring modifications in existing knowledge, skills, habits, or tendencies through experience, practice, or exercise.
เครื่องคอมพิวเตอร์ขนำดพกพำ (1/3) Source: http://www.harrisinteractive.com/vault/HI_UK_Corp_News-Portable-Devices-Report-Infographic.pdf
เครื่องคอมพิวเตอร์ขนำดพกพำ (2/3) Source: http://www.harrisinteractive.com/vault/HI_UK_Corp_News-Portable-Devices-Report-Infographic.pdf
เครื่องคอมพิวเตอร์ขนำดพกพำ (3/3) Source: http://www.harrisinteractive.com/vault/HI_UK_Corp_News-Portable-Devices-Report-Infographic.pdf