๖๓ ๒. การเคลื่อนย้ายเงินสดและการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คณ ะ ก ร รม ก า รก า รเลื อ ก ตั งค ว รก าห น ด ม าต รก ารใน ก า รเค ลื่ อ น ย้ าย เงิน ส ด และการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั ง กรณีการเคลื่อนย้ายเงินสด เห็นควรให้ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งอาจด าเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย เป็นต้น เพื่อท าหน้าที่แจ้งเตือนไปยังส านักงาน คณะกรรมการการเลือกตั ง หากมีการเบิกจ่ายเงินสดเป็นจ านวนมากและบ่อยครั ง โดยบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั ง เพื่อสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางการเงิน ส่วนกรณีการควบคุมเงิน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันมีหน่วยงานข่าวกรองทางการเงิน Financial Intelligence Unit (FIU) ซึ่งสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเงินแบบเรียลไทม์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของส านักงาน ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หากมีการประสานความร่วมมือกันเพื่อตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งจะเป็นการป้องกันการซื อสิทธิขายเสียงได้ พลต ำรวจโท ศำนิตย์ มหถำวร สมำชิกวุฒิสภำ: ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี การแก้ปัญหาการเลือกตั งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หัวใจส าคัญ คือ ต้องแก้ไขการซื อสิทธิ ขายเสียงให้น้อยลง หรือหมดไป วิธีแก้ปัญหา คือ ๑. แก้ที่บุคคล ๒. แก้ที่ระบบ หรือโครงสร้าง ๑. บุคคล ๑.๑. นอกจากผู้มีสิทธิเลือกตั งแล้ว ต้องจับหัวคะแนนให้ได้ ต้องท าให้หัวคะแนน ไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่สามารถรับเงินจากผู้สมัครมาแจกจ่ายให้ประชาชนได้ ซึ่งหัวคะแนนส่วนใหญ่ ก็คือ ผู้น าชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขึ นกับกระทรวงมหาดไทย จึงต้องให้กระทรวงมหาดไทย เพิ่มความเข้มในการแก้ปัญหา ๑.๒. เจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรอิสระ โดยเฉพาะส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั ง ต้อง “ใจถึง ๆ พึ่งได้หน่อย” ต้องกล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฎิบัติ ๒. ระบบ หรือโครงสร้าง เมื่อแก้ปัญหาด้านบุคคลเป็นไปได้ยาก ต้องแก้ที่ระบบ/โครงสร้าง ที่ส าคัญ คือ แก้กฎหมาย ดังเช่น ๒.๑ สถานที่นับคะแนน ควรให้นับคะแนน นอกหน่วยลงคะแนน เช่น น าไปนับที่อ าเภอ เพื่อป้องกันผู้สมัคร เช็คคะแนนกับหัวคะแนนได้
๖๔ ๒.๒ การตรวจค้นในเคหะสถาน ในทางปฎิบัติการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อด าเนินคดีกับผู้กระท าผิดกฎหมายว่าด้วย การเลือกตั งค่อนข้างยาก เพราะบางครั งต้องใช้ความรวดเร็ว แต่ถ้าหากไปขอหมายศาลบางแห่งห่างไกล จากศาลมาก ใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง และบางครั งเป้าหมายก็รู้ตัวก่อน ท าให้ยากที่จะเข้าไป ตรวจค้นหาหลักฐาน ดังนั น ในช่วงที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั ง ควรให้อ านาจ ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั ง หรือผู้ที่ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งมอบหมาย มีอ านาจ ตรวจค้นได้โดยไม่มีหมาย ๒.๓ การเลือกตั งแบบเสียงข้างมากเด็ดขาด หรือเลือกตั งสองครั ง (Absolute Majority ) การเลือกตั งครั งแรก ถ้าผู้ได้รับเลือกตั งได้คะแนนไม่เกินกึ่งหนึ่ง ให้มีการเลือกตั ง ครั งที่สอง โดยน าผู้ได้คะแนนสองอันดับแรกมาแข่งขันกันอีกครั งเพื่อหาผู้ชนะเด็ดขาด ระบบดังกล่าวนี ถูกกล่าวขานกันว่าเป็นระบบที่ “ในการเลือกรอบแรกให้ใช้หัวใจเลือก ส่วนรอบที่สองให้ใช้สมองเลือก” จะท าให้ได้ผู้แทนปวงชนที่แท้จริง และอาจป้องกันการซื อเสียงได้เพราะ การที่ต้องทุ่มเงินถึงสองครั ง ผู้สมัครอาจไม่กล้าทุ่ม หรือถ้าท าอาจจะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเลือกตั ง ๒.๔ การตั งคณะรัฐมนตรีเงา การก าหนดให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อคณะรัฐมนตรีเงา จะท าให้ผู้มีสิทธิเลือกตั ง ตัดสินใจได้มากขึ นว่า สมควรที่จะเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองใด ไปท าหน้าที่แทนตน เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หรือบริหาร พวกนายทุนพรรคทั งหลายจึงต้องเปิดตัวออกมาถ้าหากอยากเป็นรัฐมนตรี ๒.๕ อื่น ๆ นำยถวิล เปลี่ยนศรี สมำชิกวุฒิสภำ: ประเด็นปัญหาที่ส าคัญ คือ คุณภาพและจิตส านึกของคน ซึ่งที่ผ่านมามีความพยายามในการ ให้ความรู้ การศึกษา ให้เห็นโทษภัยของการซื อสิทธิขายเสียง รวมทั งการปฏิบัติจริงผ่านการเลือกตั งจริง มาหลายสิบปี ตั งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามปัญหาการซื อสิทธิ ขายเสียง ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รวมทั งยังถูกหลอกล่อด้วยนโยบายประชานิยม ต่าง ๆ ที่ไม่รับผิดชอบถึงการปฏิบัติจริง หรือความเสียหายที่จะเกิดขึ น จึงควรต้องท าการศึกษา อย่างจริงจังว่าเพราะเหตุใด อะไรคือปัญหาและอุปสรรคในการสร้างคนให้มีคุณภาพและมีจิตส านึก และแก้ไขให้ตรงจุดนั น จึงจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงและถาวร
๖๕ นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล สมาชิกวุฒิสภา: ๑. ภาครัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรเป็นแบบอย่างที่ดีและท าหน้าที่ในการก ากับดูแลให้การเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ด้วยความมีจิตส านึกในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างแท้จริง ๒. การก าหนดให้วันเลือกตั้งเป็นวันอาทิตย์ ภาคเอกชนซึ่งท างานในวันอาทิตย์และผู้ใช้สิทธิ เลือกตั้งไม่สามารถลางานมาเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งได้ดังนั้น การก าหนดวันเลือกตั้งควรค านึงถึงประชาชน ในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะที่ท างานในภาคเอกชน โดยส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ควรประสานหรือประชาสัมพันธ์ให้ภาคเอกชนก าหนดให้บุคลากรสามารถลางาน เพื่อไปใช้สิทธิ เลือกตั้งได้ หรือสลับหมุนเวียนกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในส่วนบริบทพื้นที่ต่างจังหวัด ภาคเอกชนที่มี กิจการขนาดเล็ก ซึ่งมีลูกจ้างจ านวนน้อยมิอาจที่จะให้ลูกจ้างมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ จึงเห็นควรให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประสานความร่วมมือกับแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ ให้ยึดถือกฎ กติกา ดังกล่าวทั่วประเทศ ในการให้ความส าคัญกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ๓. ผู้อ านวยการเลือกตั้ง ควรเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีระดับสูงพอสมควร เช่น ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบล เป็นต้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนต าบลหลายแห่งทั่วประเทศ ไม่มีปลัดเทศบาล หรือปลัดองค์การบริหารส่วนต าบล มีแต่หัวหน้าหน่วยงานในระดับผู้อ านวยการกอง ซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในขณะนั้น จึงจ าเป็นต้องแต่งตั้ง บุคคลดังกล่าวเป็นผู้อ านวยการเลือกตั้ง ซึ่งอาจท าให้ขาดความรู้ความสามารถในการควบคุมการเลือกตั้ง รวมถึงอาจท าให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร สมาชิกวุฒิสภา: ๑. ควรก าหนดให้มีอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้ง โดยใช้นักศึกษาระดับอาชีวศึกษา หรือปริญญาตรี โดยจะเป็นการสังเกตการณ์ในทุกกระบวนการของการเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่การยื่น ใบสมัครจนถึงการนับคะแนน ซึ่งอาจก าหนดพื้นที่ในการสังเกตการณ์ตามภูมิล าเนาของนักศึกษา ผู้เป็นอาสาสมัคร โดยมีค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางให้ ทั้งนี้ หากในพื้นที่ใดไม่มีนักศึกษาที่จะสามารถ เป็นอาสาสมัครได้ให้คัดเลือกนักศึกษาจากนอกพื้นที่ซึ่งแจ้งความประสงค์ไว้ ส าหรับวิธีการรับสมัคร นักศึกษาอาสาสมัครสังเกตการณ์สามารถด าเนินการโดยการสร้างโปรแกรมออกแบบระบบ การลงทะเบียนและเลือกพื้นที่สังเกตการณ์ให้สามารถเลือกพื้นที่ได้โดยสมัครใจ โดยอาสาสมัคร จะต้องผ่านการอบรมเพื่อให้สามารถด าเนินการได้อย่างถูกต้อง การมีอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้ง นอกจากจะช่วยให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรมและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองแก่เยาวชนและยังเป็นฐานข้อมูลในการรวบรวม
๖๖ เยาวชนที่เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองและมีประสบการณ์เกี่ยวกับประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติ สร้างฐานเครือข่ายการเมืองในอนาคต ๒. รางวัลน าจับในกรณีกระท าผิดกฎหมายเลือกตั้ง ควรใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งเบาะแสและหลักฐาน และควรเพิ่มความคุ้มครองให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อเป็นการกระตุ้น และการสร้างการมีส่วนร่วมและยังเป็นการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงในระยะยาว และอาสาสมัคร สังเกตการณ์จัดเป็นผู้แจ้งเบาะแสได้ ส าหรับการประกาศรางวัลน าจับนั้นด าเนินการตามความจ าเป็น และเหมาะสม นายเฉลา พวงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา: ควรยุบส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยให้กระทรวงมหาดไทย ด าเนินการเลือกตั้งแทน เนื่องจากปัญหาส่วนใหญ่มาจาก ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยก านัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็น หัวคะแนน) และเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ว่า ควรเปิดโอกาสให้มีการซื้อเสียงโดยอิสระ นายทรงเดช เสมอค า สมาชิกวุฒิสภา: ๑. ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ควรด าเนินการในการให้ความรู้แก่ประชาชน หรือการจัดกิจกรรมให้เห็นความส าคัญของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จัดกิจกรรมนิทรรศการ หรือการบรรยายให้ความรู้กับนักเรียนในสถานศึกษา ทั้งระดับมัธยมศึกษาและระดับอาชีวศึกษา ให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ทราบว่าการซื้อสิทธิขายเสียงเป็นสิ่งน่าละอายไม่ควรกระท า ๒. หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเลือกตั้งถือเป็นกลไกที่ส าคัญในการก ากับดูแลการเลือกตั้ง ให้สุจริตและเที่ยงธรรม เช่น ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจ าจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจ าจังหวัด หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม ควรที่จะด าเนินการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเผยแพร่ประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ควรเลือกบุคลากรในท้องถิ่น เช่น ปลัดองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนต าบล รวมถึงบุคคลที่จะท าหน้าที่เป็นผู้อ านวยการ เลือกตั้งประจ าเขตเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจ าท้องถิ่น ตลอดจนคณะกรรมการ ประจ าหน่วยเลือกตั้งมาควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ๓. การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งกลาง โดยการน าบัตรเลือกตั้งทุกหน่วยมานับรวมกัน ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง เพื่อมิให้สามารถตรวจสอบได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นมีการซื้อสิทธิขายเสียง ------------------------------
๖๗ บรรณำนุกรม
๖๘
๖๙ บรรณำนุกรม รำยกำรเอกสำรกฎหมำยส ำคัญและเอกสำรที่เกี่ยวข้อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั ง พ.ศ. ๒๕๖๐. พระราชบัญญัติการเลือกตั งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั งที่ ๕ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๒. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั งที่ ๗ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๒. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดก าแพงเพชร เขตเลือกตั งที่ ๒ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๓. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๓. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั งที่ ๓ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๔. พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๕. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั งที่ ๕ แทนต าแหน่งที่ว่าง). ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั งที่ ๗ แทนต าแหน่งที่ว่าง). ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดก าแพงเพชร เขตเลือกตั งที่ ๒ แทนต าแหน่งที่ว่าง). ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง).
๗๐ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั งที่ ๓ แทนต าแหน่งที่ว่าง). ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั ง เรื่อง ผลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั ง ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕. (ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง). แผนบริหารจัดการการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดก าแพงเพชร เขตเลือกตั งที่ ๒ แทนต าแหน่งที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดก าแพงเพชร (การบรรยายสรุปความพร้อมการเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓). สรุปข้อมูลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั งที่ ๕ แทนต าแหน่งที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดนครปฐม (การบรรยายสรุปความพร้อมการเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๒). สรุปข้อมูลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั งที่ ๗ แทนต าแหน่งที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดขอนแก่น (การบรรยายสรุปความพร้อม การเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓). สรุปข้อมูลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดล าปาง (การบรรยายสรุปความพร้อม การเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓). สรุปข้อมูลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั งที่ ๓ แทนต าแหน่ง ที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดนครศรีธรรมราช (การบรรยายสรุปความพร้อมการเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๔). สรุปข้อมูลการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ แทนต าแหน่งที่ว่าง ของส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดล าปาง (การบรรยายสรุปความพร้อม การเลือกตั ง เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕).
๗๑ รำยกำรหนังสือบทควำมวำรสำรและเว็บไซต์ภำษำไทย ช านาญ จันทร์เรือง. (๒๕๖๑). การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม.สืบค้นจากhttp://www.public-law.net/ publaw/view.aspx?id=2047. ต่อสกุล พุทธพักตร์ และสุวิชา เป้าอารีย์. (๒๕๖๔). ระบบอุปถัมภ์ในคติเห็นแก่เครือญาติกับการด าเนินงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ในอ าเภอเมือง นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. วารสารการเมืองการปกครอง, ๑๑ (๑), น. ๒๕-๒๖. บุญถม อุตเสนา. (๒๕๔๙). การซื้อขายเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร: ศึกษาเฉพาะกรณีการเลือกตั้ง ทั่วไป วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ในเขตอ าเภอจตุรพัตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม). บุญยิ่ง ประทุม. (๒๕๕๑). ท้องถิ่นนิยม: ในบริบทสังคมไทย ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ: ภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สุจิต บุญบงการ. (๒๕๔๕). ระบบอุปถัมภ์. (พิมพ์ครั งที่ ๓).กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
๗๒
๗๓ ภำคผนวก
๗๔
๗๕ ภำคผนวก ก เปรียบเทียบระหว่ำงรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ กับรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐
๗๖
๗๗ ภำคผนวก ก เปรียบเทียบระหว่ำงรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ กับ รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ คณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งประจ ำจังหวัด ภำยใต้รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ ผู้ตรวจกำรเลือกตั้ง ภำยใต้รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๑๔ ให้คณะกรรมการการเลือกตั งมีอ านาจ แต่งตั งคณ ะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัด ผู้อ านวยการการเลือกตั งประจ าจังหวัด คณะอนุกรรมการ บุคคล คณะบุคคล หรือผู้แทนองค์การเอกชน เพื่อปฏิบัติ หน้าที่ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั งมอบหมายได้ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั ง การพ้นจากต าแหน่ง ค่าตอบแทน และการสงเคราะห์อื่น รวมทั งวิธีปฏิบัติงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั ง ก าหนด มำตรำ ๑๕ คณะกรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัด ต าม ม าต ร า ๑๔ ให้มี จ าน วน จังห วั ด ล ะ ห้าค น ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั งแต่งตั งจากผู้มีความเป็นกลาง ทางการเมืองมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๖ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๗ และได้รับการสรรหา ตามระเบียบที่ คณะกรรมการการเลือกตั งก าหนด กรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้สรรหาและแต่งตั งจากผู้มีภูมิล าเนาในจังหวัดนั น เป็นหลัก โดยให้ค านึงถึงความหลากหลายของอาชีพ การมีส่วนร่วมของสตรี และความพร้อมในการปฏิบัติ หน้าที่ได้ตลอดเวลาด้วย กรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดมีวาระการด ารง ต าแหน่งสี่ปีและให้ด ารงต าแหน่งได้เพียงวาระเดียว มำตรำ ๒๘ ในการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ห รื อ ก า ร เลื อ ก ส ม า ชิ ก วุ ฒิ ส ภ า แ ต่ ล ะ ค รั ง ให้คณ ะกรรมการจัดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั ง ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั งขึ น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในแต่ละจังหวัด ในระหว่างเวลาที่มีการด าเนินการ เลือกตั ง เพื่อท าหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ที่ด าเนินการเลือกตั ง และการกระท า ความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั งและพรรค การเมือง หรือการกระท าใดที่จะเป็นเหตุท าให้ การเลือกตั งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แล้วรายงานให้ คณะกรรมการหรือกรรมการทราบเพื่อด าเนินการ ตามหน้าที่และอ านาจต่อไป ในกรณีที่เกี่ยวกับ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้ผู้ตรวจการเลือกตั ง มีอ านาจแจ้งเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ถ้าไม่มีการ ด าเนิ น ก า ร แ ก้ ไขให้ ถู ก ต้ องให้ ร ายง าน ให้ คณะกรรมการหรือกรรมการทราบโดยเร็ว ในการนี ให้ส านักงานคณะกรรมการการเลือกตั งประจ า จังหวัดมีหน้าที่สนับสนุนและอ านวยความสะดวก ในการปฏิบัติงานของผู้ตรวจการเลือกตั งด้วย คณะกรรมการจะมอบหมายให้ผู้ตรวจการ เลือกตั งปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่จะมอบอ านาจของคณะกรรมการหรือกรรมการ ที่มีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมิได้
๗๘ เปรียบเทียบระหว่ำงรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ กับ รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ คณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งประจ ำจังหวัด ภำยใต้รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๕๐ ผู้ตรวจกำรเลือกตั้ง ภำยใต้รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๑๘ ผู้มีสิทธิเลือกตั งจ านวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคน หรือพรรคการเมืองซึ่งมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดผู้ใดขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๖ หรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๗ อาจยื่นค าร้องต่อคณ ะกรรมการ การเลือกตั งเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั งสั่งให้ กรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดผู้นั นพ้นจาก ต าแหน่งได้ทั งนี หลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั งก าหนด เมื่อได้รับค าร้องตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ การเลือกตั งด าเนินการสอบสวนให้และวินิจฉัยให้แล้ว เสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับค าร้อง ในการนี คณะกรรมการการเลือกตั งอาจสั่งยุติเรื่อง หรือสั่งให้ กรรมการการเลือกตั งประจ าจังหวัดผู้นั นระงับการ ปฏิบัติหน้าที่ไว้พลางก่อนเป็นเวลาตามที่คณะกรรมการ การเลือกตั งก าหนด หรือให้พ้นจากต าแหน่งได้ ระหว่างเวลาที่มีการด าเนินการเลือกตั งตาม วรรคหนึ่ง หมายความถึงเวลาตั งแต่มีพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั งจนถึงวันที่มีการประกาศผลการ เลือกตั งหรือภายหลังจากนั นอีกไม่เกินหกสิบวัน ตามที่คณะกรรมการก าหนด วิธีการรายงานตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการก าหนด ซึ่งต้องก าหนดให้สามารถ รายงานได้โดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติงานของผู้ตรวจการ เลือกตั งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการก าหนด ในกรณีที่มีการเลือกตั งเพิ่มเติมหรือการเลือกตั ง แทนต าแหน่งที่ว่าง หรือมีการออกเสียง ประชามติ หรือมีการเลือกตั งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น คณะกรรมการจะสั่งให้ผู้ตรวจการ เลือกตั ง ไปปฏิบัติหน้าที่ตามก าหนดเวลาที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ในการแต่งตั งผู้ตรวจการเลือกตั ง ต้องค านึงถึง หลักเกณฑ์ตามมาตรา ๓๐ มำตรำ ๓๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ผู้ตรวจการ เลือกตั งมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายหรือการสงเคราะห์อื่น ตามระเบียบที่คณะกรรมการก าหนด
๗๙ ภำคผนวก ข ข้อสังเกตกรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (กรอบเวลำในกำรจัดกำรเลือกตั้ง)
๘๐
๘๑ ภำคผนวก ข ข้อสังเกตกรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (กรอบเวลำในกำรจัดกำรเลือกตั้ง) คณะกรรมการการเลือกตั งซึ่งมีหน้าที่และอ านาจในการจัดการเลือกตั งจะประกาศก าหนด วันเลือกตั งและวันรับสมัครรับเลือกตั งได้ก็ต่อเมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งประกาศใช้บังคับแล้ว โดยการจัดการเลือกตั งจะมีกระบวนการหรือขั นตอนการด าเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องอื่นตามที่กฎหมาย ก าหนดกรอบเวลาการด าเนินการเอาไว้ อาทิ พระราชบัญญัติประกอ บรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๒ ก าหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั ง ต้องก าหนดวันเลือกตั งภายใน ๕ วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั งทั่วไปใช้บังคับ และให้ก าหนดวันรับสมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั งไม่น้อยกว่า ๕ วัน แต่ไม่เกิน๒๕ วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกา ให้มีก ารเลือกตั งทั่ วไปใช้บังคับ ในม าต รา ๓๐ ให้ก าหนดหน่ วยเลือกตั งก่อน วันเลือกตั ง ไม่น้อยกว่า ๒๕ วัน และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ก าหนดให้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั งก่อนวันเลือกตั ง ไม่น้อยกว่า ๒๕ วัน และแจ้งไปยังเจ้าบ้านให้ทราบก่อนวันเลือกตั งไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน ดังนั น จึงเท่ากับว่ากรอบเวลาที่ก าหนดไว้ ๔๕ วัน ดังกล่าว เป็นกรอบเวลาที่เพียงพอ แก่การเตรียมการเลือกตั งทั่วไปที่สามารถรู้ก าหนดวันสิ นอายุของสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้าได้แต่กรณี ที่รัฐธรรมนูญก าหนดว่า “เมื่อต าแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงเพราะเหตุอื่นใด...ในกรณีที่เป็น ต าแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั งแบบแบ่งเขตเลือกตั ง...ให้มีการเลือกตั ง... แทนต าแหน่งที่ว่าง...และให้น าความในมาตรา ๑๐๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม” นั น มีข้อสังเกต คือ เป็นการน ากรอบเวลา ๔๕ วัน ในการจัดการเลือกตั งทั่วไปมาใช้กับการเลือกตั งแทนต าแหน่งที่ว่าง ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่อาจจะไม่เพียงพอแก่การจัดการเลือกตั งเพราะไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิด “เหตุอื่นใด” หรือต าแหน่งจะ “ว่างลง” เมื่อใด เช่น ในกรณีการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครปฐม เขตเลือกตั งที่ ๕ แทนต าแหน่งที่ว่าง สาเหตุที่ท าให้คณะกรรมการการเลือกตั งต้องก าหนดวันเลือกตั งเป็นวันพุธที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ เนื่องมาจากการนับจ านวน ๔๕ วัน ตามกรอบเวลาที่กฎหมายก าหนดจะเริ่มนับวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ เป็นวันที่ ๑ ซึ่งเป็นวันที่ต าแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงและนับต่อไปจนครบจ านวน ๔๕ วัน ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ แต่เนื่องด้วยตามข้อเท็จจริงนั น ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มี การเลือกตั งในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๒ เมื่อค านวณเวลาจากวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๒ เวลาได้ล่วงเลยมาถึง ๑๙ วัน แล้ว
๘๒ ดังนั น จึงเหลือเวลาให้ด าเนินการจัดการเลือกตั งเพียง ๒๖ วัน และเมื่อได้ค านึงถึงแนวทางปฏิบัติ ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั งมักจะก าหนดวันเลือกตั งตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จนกลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่รับรู้กันทั่วไป เมื่อค านวณจ านวนวันที่ต้องด าเนินการตามกฎหมายแล้ว จึงเหลือวันหยุดที่จะสามารถก าหนด เป็นวันเลือกตั งได้เพียงวันเดียว คือ วันพุธที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ เพราะหากก าหนดวันเลือกตั งเป็น วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ คือ ก่อนวันพุธที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ ก็จะเป็นการก าหนดวันเลือกตั ง ที่ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ เพราะการด าเนินการในส่วนอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั งจะไม่เป็นไปตามที่กฎหมายก าหนด กรอบเวลาไว้ กล่าวคือ (๑) ต้องก าหนดหน่วยเลือกตั งก่อนวันเลือกตั งไม่น้อยกว่า ๒๕ วัน (มาตรา ๓๐) (๒) ต้องประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั งก่อนวันเลือกตั งไม่น้อยกว่า ๒๕ วัน (มาตรา ๓๖) หรือหากก าหนดวันเลือกตั งเป็นวันเสาร์ที่ ๒๖ หรือวันอาทิตย์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ คือ หลังวันพุธที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ ก็จะเป็นการก าหนดวันเลือกตั งที่เกินก าหนดกรอบเวลา ๔๕ วัน ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ
๘๓ ภำคผนวก ค สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง
๘๔
๘๕ ภำคผนวก ค สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ ๕ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๘๓๙ คน) ๑. ประเด็นการทราบการเลือกตั งซ่อมในพื นที่ ผลการสอบถาม: ประชาชนผู้สอบถามส่วนใหญ่จะรับทราบข้อมูลข่าวสารการเลือกตั ง ๒. ช่องทางการรับรู้ข่าวสารการเลือกตั ง ผลการสอบถาม: - ทางโทรทัศน์, หนังสือพิมพ์ มากสุด - รองลงมาได้แก่ ทางโซเชี่ยลมิเดีย เช่น เพจเฟซบุ๊ค และไลน์ - อื่น ๆ แต่มีบทบาทสูงได้แก่ ป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ๓. ประสงค์การไปลงเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ประชาชนส่วนใหญ่สนใจการออกไปใช้สิทธิเลือกตั ง ๔. เรื่องบัตรเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหมาะสม ๕. เวลาที่เหมาะสม ผลการสอบถาม: ในวันอาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๐๐ นาฬิกา ๖. เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมและไม่อยากมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั ง ๗. เหตุผลในการตัดสินใจเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ความคุ้นเคยผู้สมัครและความชอบนโยบายพรรคการเมืองจะมีความคิดเห็น ใกล้เคียงกัน ๘. เรื่อง การแสดงมหรสพหรือเวทีการแสดง ผลการสอบถาม: ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบและไม่พบการกระท าผิดกฎหมายเลือกตั ง ๙. ประเด็นการซื อขายเสียงในพื นที่ ผลการสอบถาม: ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบและไม่พบการกระท าผิดกฎหมายเลือกตั ง ๑๐. ประชาชนผู้ตอบค าถามส่วนใหญ่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น เรื่อง “การแจ้งเหตุของการเลือกตั ง ที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม” ผลการสอบถาม: ส่วนมากจะไม่แจ้งใคร อยู่เฉย (ตามค าตอบของค าถาม)
๘๖
๘๗ ภำคผนวก ง สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง
๘๘
๘๙ ภำคผนวก ง สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง ๑. ประเด็นเกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั งซ่อม ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่รับรู้ว่า จะมีการเลือกตั งซ่อมในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ร้อยละ ๙๙.๒ ๒. ประเด็นเกี่ยวกับช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่รับรู้จากโทรทัศน์ รถหาเสียงของผู้สมัคร เสียงตามสาย วิทยุ และ Social Media ร้อยละ ๔๒.๖ ๓. ประเด็นเกี่ยวกับความสนใจที่จะไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่สนใจที่จะออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั ง ร้อยละ ๙๘.๖ ๔. ประเด็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เห็นว่าการใช้บัตรเลือกตั งใบเดียวมีความเหมาะสม ร้อยละ ๗๘.๑ ๕. ประเด็นเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่สนใจที่จะออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั ง ในช่วงเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๕.๓๐ นาฬิกา ร้อยละ ๗๐.๒ ๖. ประเด็นเกี่ยวกับการแบ่งเขตการเลือกตั ง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เห็นว่าการแบ่งเขตในปัจจุบันมีความเหมาะสม ร้อยละ ๖๙.๔ ๗. ประเด็นเกี่ยวกับเหตุผลในการตัดสินใจเลือก ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เลือกเพราะถูกใจนโยบายของพรรค ร้อยละ ๔๑.๗ ๘. ประเด็นเกี่ยวกับมหรสพหรือเวทีการแสดงในระหว่างการปราศรัยหาเสียง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรมีมหรสพหรือการแสดง ร้อยละ ๖๘.๙ ๙. ประเด็นเกี่ยวกับประเภทของผู้สมัครที่จะเลือกให้เป็นตัวแทน ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เลือกคนที่เป็นใครก็ได้ที่เป็นคดีมีความรู้ความสามารถ ร้อยละ ๔๖.๙ ๑๐. ประเด็นเกี่ยวกับการซื อสิทธิขายเสียง ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่ไม่ทราบเกี่ยวกับการซื อสิทธิขายเสียง ร้อยละ ๕๔.๔ ๑๑. ประเด็นเกี่ยวกับการพบหรือทราบว่ามีการกระท าที่ท าให้มีความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่แจ้งใคร อยู่เฉย ๆ ร้อยละ ๗๒.๓ ๑๒. ประเด็นเกี่ยวกับการรับรู้ช่องทางและสถานที่ส าหรับการแจ้งเหตุของการเลือกตั งที่ไม่สุจริต และเที่ยงธรรม ผลการสอบถาม: ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าจะสามารถไปแจ้งได้จากที่ใด ร้อยละ ๖๖.๘
๙๐ ๑๓. ประเด็นอื่น ๆ จากประชาชน ผลการสอบถาม: - ควรมีพรรคการเมืองมากกว่านี เพื่อให้มีตัวเลือกให้เลือก - การหาเสียงไม่ควรมีมหรสพเนื่องจากสิ นเปลืองงบประมาณ - ผู้สมัครควรมีการลงพื นที่เยี่ยมเยือน - ไม่มีการประชาสัมพันธ์ว่าเมื่อทราบการเลือกตั งที่ไม่สุจริตจะแจ้งได้ที่ใด
๙๑ ภำคผนวก จ สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดก ำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ ๒ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง
๙๒
๙๓ ภำคผนวก จ สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดก ำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ ๒ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๗๖๖ คน) ๑. เพศ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน ๔๓๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๗ เพศชาย จ านวน ๓๒๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๓ ๒. อายุ ผู้ตอบแบบสอบถาม อายุต่ ากว่า ๒๐ ปี จ านวน ๖๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๘.๕ อายุ ๒๑ ปี ถึง ๓๐ ปี จ านวน ๙๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๐ อายุ ๓๑ ปีถึง ๔๐ ปี จ านวน ๑๓๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๑ อายุ ๔๑ ปี ถึง ๕๐ ปี จ านวน ๑๙๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๕ อายุ ๕๑ ปี ถึง ๖๐ ปี จ านวน ๑๖๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๐.๙ อายุ ๖๑ ปี ถึง ๗๐ ปี จ านวน ๘๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๕ อายุ ๗๑ ปี ถึง ๘๐ ปี จ านวน ๒๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓.๑ อายุ ๘๐ ปี ขึ นไป จ านวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๔ ๓. ระดับการศึกษา /ประกอบอาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ จ านวน ๓๘๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๘ นอกจากนี ไม่ประสงค์ให้ข้อมูล ๔. ท่านทราบหรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั งซ่อม ส.ส.จังหวัดก าแพงเพชร เขตเลือกตั งที่ ๒ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ทราบว่ามีการเลือกตั ง จ านวน ๖๗๒ คน ร้อยละ ๘๗.๗ ๕. ท่านติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั งซ่อมในครั งนี จากช่องทางใด ผู้ตอบแบบสอบถาม ติดตามข้อมูลข่าวสารจากวิทยุ จ านวน ๑๖๐ คิดเป็นร้อยละ ๒๐.๙ จากโทรทัศน์ จ านวน ๑๖๓ ร้อยละ ๒๑.๓ และจากเฟสบุ๊ค จ านวน ๑๓๖ คน ร้อยละ ๑๗.๘ ๖. การเลือกตั งซ่อมครั งนี ท่านประสงค์จะไปลงคะแนนหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามประสงค์จะไปลงคะแนนเลือกตั งจ านวน ๗๓๓ คน ร้อยละ ๙๕.๗ ๗. ท่านคิดว่าการใช้บัตรใบเดียวซึ่งได้ทั ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ มีความเหมาะสมหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า การใช้บัตรใบเดียวซึ่งได้ทั ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ มีความเหมาะสม จ านวน ๕๘๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๐
๙๔ ๘. ท่านคิดว่าการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั งในช่วงเวลาใดเหมาะสมมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า การใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั งในวันหยุด เวลา ๐๘.๐๐-๐๕.๐๐ น. จ านวน ๕๖๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๓ ๙. ท่านคิดว่าการแบ่งเขตเลือกตั งในปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า การแบ่งเขตเลือกตั งในปัจจุบันมีความเหมาะสม จ านวน ๖๐๐ คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๓ ๑๐. ท่านมีเหตุผลในการตัดสินใจเลือก ส.ส. ครั งนี อย่างไร ผู้ตอบแบบสอบถามมีเหตุผลในการตัดสินใจเลือก ส.ส. ครั งนี เลือก เพราะถูกใจนโยบาย พรรคการเมือง จ านวน ๓๘๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๕ ๑๑. ในการหาเสียงของผู้สมัคร ควรมีการแสดงมหรสพหรือเวทีการแสดงในระหว่างการปราศรัยหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า ไม่ควรมีการแสดงมหรสพหรือเวทีการแสดงในระหว่าง การปราศรัย จ านวน ๕๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๘.๘ ๑๒. ท่านคิดว่าจะเลือกผู้สมัครประเภทไหน ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า จะเลือกผู้สมัครประเภทคนที่ท าประโยชน์ให้กับสังคมมาก่อน จ านวน ๒๖๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๕ รองลงมาเลือกใครก็ได้ที่คิดว่าเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ จ านวน ๒๖๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๓ ๑๓. ท่านทราบหรือไม่ว่า การเลือกตั งซ่อมครั งนี มีการซื อสิทธิขายเสียง หรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบเห็นว่า การเลือกตั งซ่อมครั งนี มีการซื อสิทธิขายเสียง จ านวน ๒๘๒ คน ร้อยละ ๓๖.๘ และไม่ประสงค์ตอบค าถาม จ านวน ๒๕๕ คน ร้อยละ ๓๓.๓ ๑๔. ท่านทราบหรือไม่ว่า มีการกระท าที่ท าให้เกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ท่านจะท าอย่างไร ผู้ตอบแบบสอบถามมีความเห็นว่า ถ้ามีการกระท าที่ท าให้เกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม จะไม่แจ้งใคร อยู่เฉยๆ จ านวน ๕๓๙ คน ร้อยละ ๗๐.๔ ๑๕. ท่านหรือไม่ว่า การแจ้งเหตุของการเลือกตั งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จะแจ้งได้ที่ไหน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าการแจ้งเหตุของการเลือกตั งที่ไม่สุจริต และเที่ยงธรรมจะแจ้งได้ที่ไหน จ านวน ๔๒๘ คน ร้อยละ ๕๕.๙
๙๕ ภำคผนวก ฉ สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดล ำปำง เขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง
๙๖
๙๗ ภำคผนวก ฉ สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดล ำปำง เขตเลือกตั้งที่ ๔ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๑,๐๐๐ คน) ๑. เพศ เพศหญิง ๖๐๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๐.๘ เพศชาย ๓๗๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๕ ไม่ระบุเพศ ๑๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๑.๗ ๒. อายุ ช่วงอายุ ๔๑-๕๕ ปี คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๘ ช่วงอายุ ๕๖-๗๔ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓๔ ช่วงอายุ ๒๓-๔๐ ปี คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๙ ช่วงอายุ ๗๕ ปีขึ นไป คิดเป็นร้อยละ ๓.๗ ช่วงอายุ ๑๘-๒๒ ปี คิดเป็นร้อยละ ๓.๓ ช่วงอายุอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๓ ๓. การศึกษา ระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๓๘.๘ ระดับมัธยมศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๗ ระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๓ ระดับอนุปริญญา คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๑ ระดับสูงกว่าปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ ๒.๑ ๔. อาชีพ เกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๖ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๘ ราชการ/รัฐวิสาหกิจ คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๓ อื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๑๓.๐ นักเรียน/นักศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๓.๘ ส่วนน้อยมีอาชีพอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๕ ๕. ท่านทราบหรือไม่ว่าจะมีการเลือกตั ง ส.ส. จังหวัดล าปาง เขตเลือกตั งที่ ๔ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ ส่วนมากทราบว่าจะมีการเลือกตั ง คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๓ ไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั ง คิดเป็นร้อยละ ๐.๔ และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๑.๓
๙๘ ๖. ท่านทราบข้อมูลข่าวสารการเลือกตั งซ่อมในครั งนี จากช่องทางใด หอกระจายเสียงข่าวสารตามหมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ ๓๕.๕ วิทยุ/วิทยุชุมชน คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๑ การประชาสัมพันธ์ของผู้สมัคร คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๗ โทรทัศน์ คิดเป็นร้อยละ ๙.๑ เฟสบุ๊ค คิดเป็นร้อยละ ๖.๘ ทวิตเตอร์ คิดเป็นร้อยละ ๓.๖ หนังสือพิมพ์และช่องทางอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๓.๒ ไลน์ คิดเป็นร้อยละ ๐.๘ ๗. การเลือกตั งซ่อมครั งนี ท่านประสงค์จะไปลงคะแนนหรือไม่ ส่วนมากประสงค์จะไปลงคะแนน คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๒ ส่วนน้อยไม่ประสงค์จะไปลงคะแนน คิดเป็นร้อยละ ๑.๘ ๘. ท่านคิดว่าการเลือกตั งใช้บัตรใบเดียวได้ทั ง ส.ส.เขตและส.ส.บัญชีรายชื่อมีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนมากคิดว่ามีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๒ คิดว่าไม่เหมาะสม คิดเป็นร้อยละ ๑๐.๘ ๙. ท่านคิดว่าการแบ่งเขตเลือกตั งปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนมากคิดว่า การแบ่งเขตเลือกตั งมีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ ๙๕.๑ ส่วนน้อยคิดว่าไมเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ ๔.๘ และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๑ ๑๐. ท่านคิดว่าช่วงเวลาใดที่เหมาะสมในการไปใช้สิทธิออกเสียงมากที่สุด ช่วงเวลา ๐๘.๐๐ -๑๕.๐๐ น. คิดเป็นร้อยละ ๖๓.๗ ช่วงเวลา ๐๘.๐๐ -๑๗.๐๐ น. คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๘ ช่วงอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๒.๕ ๑๑. ท่านคิดว่าจะเลือกผู้สมัครประเภทไหน ส่วนมากเลือกใครก็ได้ที่เป็นคนดีมีความสามารถ คิดเป็นร้อยละ ๔๓.๖ คนที่ท าประโยชน์ให้กับสังคมมาก่อน คิดเป็นร้อยละ ๓๙.๙ คนที่ไม่ซื อเสียง คิดเป็นร้อยละ ๑๑.๙ คนที่เคยช่วยเหลือกันมา คิดเป็นร้อยละ ๔.๔ อื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๒
๙๙ ๑๒. การหาเสียงของผู้สมัครควรมีการแสดงมหรสพหรือเวทีการแสดงในระหว่างการปราศรัยหรือไม่ ส่วนมากคิดว่าการหาเสียงของผู้สมัครไม่ควรมีมหรสพ คิดเป็นร้อยละ ๗๒.๔ ส่วนน้อยคิดว่าควรมี คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๔ และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๒ ๑๓. ในวันรับสมัครควรมีการแสดงมหรสพของผู้สมัครแต่ละคนหรือไม่ ส่วนมากคิดว่าในวันรับสมัครไม่ควรมีมหรสพ คิดเป็นร้อยละ ๗๗.๗ ส่วนน้อยคิดว่าควรมี คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๓ ๑๔. ท่านทราบหรือไม่ว่าการเลือกตั งซ่อมครั งนี มีการซื อขายเสียงหรือไม่ ส่วนมาก ไม่ทราบว่ามีการซื อขายเสียงคิดเป็นร้อยละ ๖๘.๖ ส่วนน้อยทราบว่ามีการซื อขายเสียง คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๔ ๑๕. การแจ้งเหตุการเลือกตั งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ท่านทราบหรือไม่ว่าจะแจ้งได้ที่ไหน ส่วนมาก ไม่ทราบว่าจะแจ้งได้ที่ไหน คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๐ ส่วนน้อยทราบ คิดเป็นร้อยละ ๔๘.๘ และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๐.๒ ๑๖. หากพบหรือทราบว่ามีการกระท าให้การเลือกตั งเกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ท่านจะท าอย่างไร ส่วนมากไม่แจ้งใครและอยู่เฉยๆ คิดเป็นร้อยละ ๕๑.๖ แจ้ง กกต. คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๐ แจ้งต ารวจ คิดเป็นร้อยละ ๗.๔
๑๐๐
๑๐๑ ภำคผนวก ช สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครศรีธรรมรำช เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง
๑๐๒
๑๐๓ ภำคผนวก ช สรุปผลแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจังหวัดนครศรีธรรมรำช เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนต ำแหน่งที่ว่ำง (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๘๒๓ คน)
๑๐๔
๑๐๕ ภำคผนวก ซ สรุปแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำรท้องถิ่นของกรุงเทพมหำนคร และเมืองพัทยำ
๑๐๖ ภำคผนวก ซ สรุปแบบสอบถำมควำมคิดเห็นของประชำชน กรณีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำท้องถิ่นหรือผู้บริหำรท้องถิ่นของกรุงเทพมหำนครและเมืองพัทยำ (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน ๖๒๔ คน) ล ำดับ ที่ ค ำถำม จ ำนวน (คน) คิดเป็น ร้อยละ ๑. เพศของผู้ตอบแบบสอบถำม ชาย หญิง ไม่ระบุ ๓๑๒ ๒๙๕ ๑๗ ๕๐ ๔๗ ๓ ๒. ช่วงอำยุของผู้ตอบแบบสอบถำม ช่วงอายุ๑๘ - ๒๒ ปี ช่วงอายุ ๒๓ - ๔๐ ปี ช่วงอายุ ๔๑ - ๖๐ ปี ช่วงอายุ ๖๑ ปีขึ นไป ๑๒๘ ๑๖๑ ๑๘๕ ๑๕๐ ๒๑ ๒๖ ๓๐ ๒๔ ๓. ระดับกำรศึกษำของผู้ตอบแบบสอบถำม ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช.,ปวส. ก าลังศึกษาปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี ๒๘ ๑๙๑ ๕๕ ๒๐๖ ๑๔๔ ๔ ๓๑ ๙ ๓๓ ๒๓ ๔. ท่ำนทรำบหรือไม่ว่ำจะมีกำรเลือกตั้ง ทราบว่ามีเลือกตั ง ไม่ทราบว่ามีเลือกตั ง ๖๑๖ ๘ ๙๙ ๑ ๕. ท่ำนไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหำรท้องถิ่นครั้งแรกหรือไม่ เคยไปเลือกตั ง ไม่เคยไปเลือกตั ง ๒๐๙ ๔๑๕ ๓๓ ๖๗ ๖. กำรเลือกตั้งครั้งนี้ท่ำนมีควำมประสงค์จะไปลงคะแนนหรือไม่ ประสงค์ไปลงคะแนน ไม่ประสงค์ไปลงคะแนน ๕๗๔ ๕๐ ๙๒ ๘
๑๐๘ ๗. ท่ำนคิดว่ำช่วงเวลำใดที่เหมำะสมในกำรไปใช้สิทธิออกเสียง เวลา ๘.๐๐ - ๑๕.๐๐ น เวลา ๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น เวลา ๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น เวลาใดก็ได้ ๑๐๑ ๖๓ ๔๐๖ ๕๔ ๑๖ ๑๐ ๖๕ ๙ ๘. ท่ำนคิดว่ำกำรแบ่งเขตเลือกตั้งปัจจุบันเหมำะสมหรือไม่ เหมาะสม ไม่เหมาะสม ๕๙๘ ๒๖ ๙๖ ๔ ๙. ท่ำนใช้เหตุผลในกำรตัดสินใจเลือกผู้ว่ำ กทม./ นำยกเมืองพัทยำ สังกัดพรรคการเมือง ไม่สังกัดพรรคการเมือง วิธีการท างาน ลงแบบอิสระ ปัจจัยอื่น ถูกใจนโยบาย ๑๒๓ ๘๖ ๓๖ ๒๕๒ ๔๑ ๘๖ ๒๐ ๑๔ ๖ ๔๐ ๗ ๑๔ ๑๐. ท่ำนใช้เหตุผลในกำรตัดสินใจเลือกสมำชิกสภำท้องถิ่น สังกัดพรรคการเมือง ไม่สังกัดพรรคการเมือง ลงแบบอิสระ รู้จักคุ้นเคย ๓๐๙ ๑๐๕ ๑๙๗ ๑๓ ๕๐ ๑๗ ๓๒ ๒ ๑๑. ท่ำนทรำบหรือไม่ว่ำกำรเลือกตั้งครั้งนี้มีกำรซื้อเสียง ขำยสิทธิหรือไม่ ทราบ ไม่ทราบ ๔๓๗ ๑๘๗ ๗๐ ๓๐ ๑๒. ท่ำนคิดว่ำวิธีกำรใดจะป้องกันซื้อเสียง ขำยสิทธิ์ได้ แจ้ง กกต. ไม่รับเงินซื อเสียง รับเงินแต่ไม่ลงคะแนนให้ ไม่แจ้งใคร อยู่เฉย ๆ ๒๖๕ ๒๔๘ ๖๔ ๔๗ ๔๒ ๔๐ ๑๐ ๘
๑๐๙ ๑๓. ท่ำนคิดว่ำควรมีกิจกรรมรื่นเริงและสังสรรค์ หรือมหรสพในวันสมัคร รับเลือกตั้งหรือไม่ มี ไม่มี ๘๗ ๕๓๗ ๑๔ ๘๖ ๑๔. ท่ำนคิดว่ำในกำรหำเสียง ควรมีมหรสพเพื่อชักจูงให้ประชำชนมำฟัง นโยบำยของผู้สมัครหรือไม่ มี ไม่มี ๙๙ ๕๒๕ ๑๖ ๘๔ ๑๕. ท่ำนต้องกำรอำยุผู้บริหำรท้องถิ่นช่วงอำยุเท่ำใด ช่วง ๔๐ - ๕๐ ช่วง ๕๑ - ๖๐ ช่วง ๖๑ - ๗๐ ช่วง ๗๑ ปีขึ นไป อายุไม่ส าคัญขอให้เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ๒๓๗ ๑๘๕ ๔๘ ๗ ๑๔๗ ๓๘ ๓๐ ๘ ๑ ๒๔ ๑๖. ท่ำนคิดว่ำควรมีป้ำยโฆษณำประชำสัมพันธ์ของผู้สมัครติดตำม ทำงสำธำรณะ /เสำไฟฟ้ำหรือไม่ มี ไม่มี มีเฉพาะในพื นที่ที่จัดให้ ๔๐๘ ๔๐ ๑๗๖ ๖๕ ๖ ๒๘ ๑๗. ท่ำนมีควำมเชื่อมั่นต่อระบบกำรเลือกตั้งในปัจจุบันอย่ำงไร มีความเชื่อมั่นมาก มีความเชื่อมั่นค่อนข้างมาก มีความเชื่อมั่นค่อนข้างน้อย ไม่มีความเชื่อมั่น ๔๑๘ ๕๙ ๑๐๖ ๔๑ ๖๗ ๙ ๑๗ ๗ ๑๘. ระบบใดในกำรเลือกตั้งที่ท่ำนคิดว่ำควรปรับปรุงมำกที่สุด การคัดกรองผู้สมัคร การลงคะแนน การนับคะแนน ทุกระบบดีแล้ว ๓๑๒ ๑๖๐ ๘๓ ๖๙ ๕๐ ๒๖ ๑๓ ๑๑
๑๑๐ ๑๙. ท่ำนคิดว่ำท่ำนจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้อย่ำงไร ไปตามวันเวลาที่ กกต. ก าหนด ไม่สามารถไปเลือกตั งได้ ๕๙๑ ๓๓ ๙๕ ๕ ๒๐. ภำยใต้สถำนกำรณ์กำรระบำดของโรคโควิด ๑๙ ท่ำนคิดว่ำข้อปฏิบัติใด เหมำะสม ผู้ป่วยควรไปเลือกตั ง โดยมีมาตรการที่เหมาะสม ผู้ป่วยไม่ควรไปเลือกตั ง ๔๔๗ ๑๗๗ ๗๒ ๒๘ ๒๑. ท่ำนคิดว่ำป้ำยโฆษณำของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นอย่ำงไร เหมาะสมทั งขนาดและสถานที่ติดตั ง มีขนาดไม่เหมาะสม มีการติดตั งไม่เหมาะสม กกต. ควรจัดให้มีสถานที่ติดป้ายของแต่ละเขต ๓๙๑ ๗๐ ๗๐ ๙๓ ๖๓ ๑๑ ๑๑ ๑๕ ๒๒. ท่ำนมีควำมคิดเห็นอย่ำงไรหำกมีกำรจัดเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมำรีโหวต) เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่รู้จักไพรมารี่โหวต ๔๘๘ ๕๗ ๗๙ ๗๘ ๙ ๑๓ ๒๓. ท่ำนติดตำมข้อมูลข่ำวสำรกำรเลือกตั้งจำกช่องทำงใดบ้ำง โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ การประชาสัมพันธ์ของผู้สมัคร เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อื่น ๆ ๔๗๕ ๘๓ ๔๓๓ ๐ ๒๘๗ ๘๐ ๑๐๖ ๓๒ ๖ ๓๐ ๐ ๒๐ ๕ ๗ ๒๔. ในอนำคตถ้ำมีกำรจัดกำรเลือกตั้ง ท่ำนคิดว่ำช่องทำงใดเหมำะสมบ้ำง เดินทางไปเลือกตั งในวันเวลาที่ก าหนด จัดให้ใช้สิทธิ์เลือกตั งล่วงหน้าได้ จัดให้มีการเลือกตั งแบบออนไลน์ ๖๙๖ ๑๕๒ ๖๔ ๗๖ ๑๗ ๗
๑๑๑ ภำคผนวก ฌ ฝ่ำยเลขำนุกำรประจ ำคณะกรรมำธิกำร
๑๑๐