The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2022-11-27 19:02:10

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย จากโรคติดต่อเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) และข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตร ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติตามสถานการณ์

สำนักกรรมาธิการ ๑

รายงานการพจิ ารณาศึกษา
เรื่อง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย
จากโรคติดตอ่ เช้ือโคโรนาไวรสั (COVID-19)
และขอ้ เสนอแนะเพ่อื ขบั เคลื่อนการพฒั นาภาคเกษตร
ภายใต้แผนยุทธศาสตรช์ าติตามสถานการณ์.

ของ
คณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์

วฒุ ิสภา

สํานักกรรมาธิการ ๑
สํานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา

(สําเนา)

บนั ทกึ ขอ้ ความ

ส่วนราชการ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒสิ ภา โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๐ .

ท่ี สว (กมธ ๑) ๐๐๐๙/ (ร ๕) วันท่ี ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ .

เรื่อง รายงานการพิจารณ าศึกษาเร่ือง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยจากโรคติดต่อ

เชื้อโคโรนาไวรสั (COVID-19) และข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรภายใต้

แผนยุทธศาสตร์ชาติตามสถานการณ์.

.

กราบเรยี น ประธานวฒุ สิ ภา

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา คร้ังท่ี ๑๗ (สมัยสามัญประจําปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่
๑๐ กันยายน ๒๕๖๒ ได้พิจารณาและมีมติต้ังคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงเป็นคณะกรรมาธิการ
สามัญประจําวุฒิสภาตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๓) มีหน้าที่และอํานาจ
พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรอ่ื งใด ๆ ที่เก่ียวกับ
การส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ท่ีดิน น้ําและปัจจัยการผลิต
ทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อตุ สาหกรรมการเกษตร อาหาร การสหกรณ์
การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตรและการเกษตรสร้างมูลค่า พิจารณาศึกษา ติดตาม
เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ท่ีอยู่ในหน้าที่และอํานาจ
และอ่นื ๆ ที่เกย่ี วข้อง ซึง่ ปจั จบุ นั คณะกรรมาธิการคณะน้ี ประกอบดว้ ย
๑. พลเอก ฉตั รชัย สารกิ ัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ
๒. พลเอก ดนยั มีชูเวท รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทหี่ นึง่
๓. นายวิทยา ผิวผอ่ ง รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนท่ีสอง
๔. นายสธุ ี มากบุญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม
๕. นายลกั ษณ์ วจนานวัช รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทส่ี ่ี
๖. นายสมชาย ชาญณรงค์กลุ เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ
๗. นายรณวรทิ ธิ์ ปรยิ ฉตั รตระกูล รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ
และโฆษกคณะกรรมาธิการ
๘. นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองโฆษกคณะกรรมาธิการ
๙. นายระวี รุง่ เรือง รองโฆษกคณะกรรมาธิการ
๑๐. ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ ไกรสทิ ธิ์ ตันตศิ ริ ินทร์ ประธานทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร
๑๑. พลเอก ปฐั มพงศ์ ประถมภฏั ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธิการ
๑๒. พลเรือเอก ศกั ด์สิ ิทธ์ิ เชิดบุญเมือง ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ
๑๓. นายเฉลียว เกาะแกว้ กรรมาธิการ
๑๔. นายบุญมี สุระโคตร กรรมาธิการ
๑๕. นายประมาณ สว่างญาติ กรรมาธิการ
๑๖. นายไพโรจน์ พ่วงทอง กรรมาธกิ าร
๑๗. นายสาํ ราญ ครรชติ กรรมาธกิ าร
๑๘. นายอุดม วรัญญูรัฐ กรรมาธกิ าร
บัดนี้…

-๒-

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาเร่ือง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย
จากโรคติดตอ่ เชอ้ื โคโรนาไวรัส (COVID-19) และข้อเสนอแนะเพื่อขับเคล่อื นการพัฒนาภาคเกษตรภายใต้
แผนยุทธศาสตร์ชาติตามสถานการณ์ จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าวต่อวุฒิสภา
ตามขอ้ บงั คบั การประชมุ วฒุ สิ ภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๙๘

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
ต่อท่ีประชมุ วฒุ ิสภาเพ่ือพจิ ารณาต่อไป

(ลงชอื่ ) พลเอก ฉัตรชัย สาริกลั ยะ
(ฉัตรชยั สาริกลั ยะ)

ประธานคณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์
วฒุ สิ ภา

สําเนาถูกต้อง

(นางอุมาพร สายสุวรรณ)
ผชู้ ่วยเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์

กลุ่มงานคณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์ ปริญญา พมิ พ์
สาํ นักกรรมาธกิ าร ๑ สาํ นกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา อมุ าพร ทาน
โทรศพั ท์ ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๐
โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๕๑

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วฒุ ิสภา

พลเอก ฉตั รชยั สารกิ ัลยะ
ประธานคณะกรรมาธกิ าร

พลเอก ดนยั มชี เู วท นายวทิ ยา ผวิ ผ่อง
รองประธานคณะกรรมาธิการ คนท่ีหน่ึง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทสี่ อง

นายสธุ ี มากบุญ นายลักษณ์ วจนานวัช
รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี าม รองประธานคณะกรรมาธกิ าร คนทส่ี ่ี

นายสมชาย ชาญณรงคก์ ุล
เลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร

นายรณวริทธิ์ ปรยิ ฉตั รตระกลู นางจนิ ตนา ชัยยวรรณาการ นายระวี รงุ่ เรือง

รองเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ าร รองโฆษกคณะกรรมาธิการ รองโฆษกคณะกรรมาธกิ าร
และโฆษกคณะกรรมาธิการ

(๒)

ศาสตราจารยเ์ กยี รติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศริ นิ ทร์
ประธานท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

พลเอก ปฐั มพงศ์ ประถมภัฏ พลเรอื เอก ศกั ดิ์สทิ ธิ์ เชิดบญุ เมือง
ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร ทปี่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร

นายเฉลียว เกาะแกว้ นายบญุ มี สุระโคตร นายประมาณ สว่างญาติ
กรรมาธกิ าร กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร

นายไพโรจน์ พว่ งทอง นายสาราญ ครรชติ นายอดุ ม วรัญญรู ฐั
กรรมาธิการ กรรมาธกิ าร กรรมาธกิ าร

รายงานการพิจารณาศกึ ษา
เร่อื ง ผลกระทบตอ่ ระบบเศรษฐกิจไทยจากโรคติดต่อเชอ้ื โคโรนาไวรสั (COVID-19)

และขอ้ เสนอแนะเพอื่ ขับเคลอ่ื นการพฒั นาภาคเกษตร
ภายใต้แผนยทุ ธศาสตรช์ าตติ ามสถานการณ์

ของคณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์ วฒุ สิ ภา

ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งท่ี ๑๗ (สมัยสามัญประจําปีครั้งท่ีหน่ึง) วันอังคารท่ี ๑๐ กันยายน ๒๕๖๒
ได้พิจารณาและมีมติต้ังคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการ
สามญั ประจําวุฒิสภาตามขอ้ บังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๓) โดยมหี นา้ ท่ีและอาํ นาจ
พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเร่ืองใด ๆ ที่เกี่ยวกับ
การส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ท่ีดิน น้ําและปัจจัยการผลิต
ทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร การสหกรณ์
การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตรและการเกษตรสร้างมูลค่า พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการปฏริ ูปประเทศ และแผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ท่ีอย่ใู นหน้าทแ่ี ละอํานาจ และอน่ื ๆ ที่เกีย่ วข้อง

บัดน้ี คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาเร่ือง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยจากโรคติดต่อ
เชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) และข้อเสนอแนะเพื่อขับเคล่ือนการพัฒนาภาคเกษตรภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ
ตามสถานการณ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าวต่อวุฒิสภา ตามข้อบังคับ
การประชมุ วฒุ ิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ้ ๙๘ ดังนี้

๑. การดาํ เนินงานของคณะกรรมาธิการ

๑.๑ คณะกรรมาธิการ ได้แต่งตั้งคณะทํางานพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทย

จากโรคติดต่อเช้ือโคโรนาไวรัส (COVID-19) และข้อเสนอแนะเพ่ือขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตร

ภายใตแ้ ผนยทุ ธศาสตร์ชาตติ ามสถานการณ์ ประกอบด้วย

๑) นายลกั ษณ์ วจนานวัช ประธานคณะทาํ งาน

๒) นายสุรพงษ์ เจียสกลุ คณะทํางาน

๓) นายพรี พนั ธ์ คอทอง คณะทํางาน

๔) นายศรายทุ ธ ยิม้ ยวน คณะทาํ งาน

๕) พลตรี กฤษตจิ กั ร ชะนะเกตุ คณะทํางาน

๖) นางบรสิ ุทธ์ิ เปรมประพนั ธ์ คณะทาํ งาน

๗) นางสาวลดาวัลย์ คําภา เลขานุการคณะทํางาน

๘) นางวัชรีพร โอฬารกนก ผู้ชว่ ยเลขานกุ ารคณะทํางาน

ทปี่ รกึ ษา ...

-๒-

ท่ีปรกึ ษาคณะทาํ งาน ประกอบด้วย ทป่ี รกึ ษาคณะทาํ งาน
๑) นายสมชาย ชาญณรงคก์ ุล ทปี่ รกึ ษาคณะทาํ งาน
๒) นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ท่ปี รกึ ษาคณะทํางาน
๓) นายบญุ มี สรุ ะโคตร

๑.๒ คณะกรรมาธิการได้มีมติแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา

พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๘๗ ดงั นี้

๑) นางอุมาพร สายสวุ รรณ ผบู้ งั คบั บญั ชากลุ่มงานคณะกรรมาธกิ าร

การเกษตรและสหกรณ์

๒) นางสาวลภัสนันท์ พร้อมมูล วิทยากรชํานาญการ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการ

การเกษตรและสหกรณ์

๑.๓ ในการดําเนินงานพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนหน่วยงาน

ท่ีเก่ียวข้องมาร่วมประชุมเพ่ือให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแสดงความคิดเห็นประกอบการพิจารณาศึกษา

ของคณะทํางาน คือ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมส่งเสริมการเกษตร

๑. นางกลุ ฤดี พัฒนะอ่ิม รองอธิบดี

๒. นางสาวอจั ฉรยิ ะ สมสวย นักวชิ าการสง่ เสรมิ การเกษตรชาํ นาญการ

กรมส่งเสรมิ สหกรณ์

๑. นายพเิ ชษฐ์ วิรยิ ะพาหะ อธิบดี

๒. นางสาวอภญิ ญา จันทรวงศ์ นกั วิชาการสหกรณ์ชํานาญการพิเศษ

๓. นางสาวภิญญดา มาเดช นักวิชาการสหกรณ์ชํานาญการ

๔. นางสาวบุษยพร กิตติวงศธร นติ กิ รชํานาญการ

กระทรวงสาธารณสุข

กรมควบคุมโรค

นายปรีชา เปรมปรี รองอธิบดี

กรมอนามัย

๑. นายบญั ชา ค้าของ รองอธบิ ดี

๒. นายธีรพงษ์ คําพูน นักวเิ คราะห์นโยบายและแผนชํานาญการพเิ ศษ

สถาบัน ...

-๓-

สถาบันคลังสมองของชาติ

รศ.ดร. สมพร อศิ วิลานนท์ นักวิชาการอาวโุ ส

หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

๑. ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงษ์ กรรมการ

๒. ว่าท่ี ร.ต. เจษฎา จริ ะพรพฒั น์ ผูจ้ ดั การส่วนงานสง่ เสรมิ ธรุ กจิ เกษตร

และอาหาร

๓. นางสาวนราภรณ์ พรมศรี เจา้ หน้าทีส่ ่งเสริมธุรกิจเกษตรและอาหาร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร

๑. นายอภิรมย์ สขุ ประเสรฐิ ผจู้ ดั การ

๒. นายสมเกียรติ กมิ าวหา รองผจู้ ดั การ

๑.๔ พิจารณาศึกษาขอ้ มลู และข้อเทจ็ จรงิ จากการเดนิ ทางไปศึกษาดูงาน จํานวน ๑ ครัง้ คือ
- การเดินทางไปศึกษาดูงานและรับฟังการดําเนินการในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับ

ผลกระทบจากโรคติดต่อเช้ือโคโรนาไวรัส (COVID-19) จากธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ณ ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สํานักงานใหญ่ อาคารทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร
ในวันพฤหัสบดที ี่ ๔ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓

๒. ผลการศกึ ษา
จากการพิจารณาศึกษาข้างต้น คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จึงขอเสนอรายงาน

การพิจารณาศึกษาเรื่อง ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยจากโรคติดต่อเช้ือโคโรนาไวรัส (COVID-19)
และข้อเสนอแนะเพื่อขับเคล่ือนการพัฒนาภาคเกษตร เพื่อให้วุฒิสภาโปรดพิจารณา หากวุฒิสภาให้ความ
เห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณาศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ โปรดแจ้งไปยัง
คณะรัฐมนตรี เพ่ือพิจารณาตามแตจ่ ะเห็นสมควร ทัง้ น้ี เพ่อื ประโยชน์แก่ประชาชนและการพัฒนาประเทศต่อไป

(นายสมชาย ชาญณรงค์กุล)
เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์

ก 

 

สารบญั

สารบัญ ก…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สารบัญตาราง และสารบญั ภาพ ……………………………………………………………………………………………..……………..…………………. ค
บทสรุปผู้บรหิ าร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………... ง-ญ
บทท่ี ๑ บทนํา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑

1.1 ความสาํ คญั ของเรื่อง ……………………………………………………………………………………………………………………………..……….. ๑
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษา ……………………………………………………………………………………………………..……….……..…. ๑
1.3 ขอบเขตการศกึ ษา ………………………………………………………………………………………………………………………….………..….…. ๒
บทท่ี 2 สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควิด-๑๙ ………………………………………………………………………………… ๓-๑๕
๒.๑ สถานการณ์ระดบั โลก ………………………………………………………………………………………………………………………………….…. ๓
๒.๒ ทิศทางการแพรร่ ะบาดและสถานการณ์ในประเทศไทย ……………………………………………………..…. ๔

๒.๒.๑ ชว่ งที่เริ่มการระบาด ………………………………………………………………………………………………………………….…… ๔
๒.๒.๒ ชว่ งวิกฤตการระบาด ……………………………………………………………………………………………………………………… ๕
๒.๒.๓ ชว่ งการระบาดชะลอตวั …………………………………………………………………………………………………….………… ๖
๒.๓ การบริหารจัดการโควิด-19 …………………………………………………………………………………………………….………………… ๗
๒.๓.๑ รปู แบบการวางเฉย ………………………………………………………………………………………………………………………… ๘
๒.๓.๒ รูปแบบตัดวงจรการระบาด ……………………………………………………………………………………….………..…… ๘
๒.๓.๓ รูปแบบหน่วงการระบาดโรค ………………………………………………………………………………………….…….. ๘
๒.๔ มาตรการรับมือการดาํ เนนิ งานของหน่วยงานในภาครฐั และภาคเอกชน ……………….……… ๙
๒.๔.๑ ภาครัฐ …………………………………………………………………………………………………………………………………………......…… ๙
๒.๔.๒ ภาคเอกชน เนน้ ๒๐ รายใหญ่ ………………………………………………………………………………………….…….. ๑๕
บทที่ 3 การวิเคราะหผ์ ลกระทบของโรคติดตอ่ เชื้อโคโรนาไวรสั (COVID-19) …………………๑๗-๒๗
3.1 ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ……………………………………………………………………………………………………………………………...…… ๑๗
3.2 ผลกระทบทางสงั คม ……………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ๑๙
3.3 ผลกระทบดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม …………………………………………………..………………….. ๒๓
3.4 ผลกระทบตอ่ ภาคเกษตร …………………………………………………………………………………………………………………………....…… ๒๓
3.๕ ผลกระทบตอ่ ครวั เรือนเกษตรกร ……..…………………………………………………………………………………………………....…… ๒๗

 
 

ข 

 

สารบัญ (ต่อ)

บทที่ 4 แนวทางการปฏบิ ัตแิ ละขอ้ เสนอแนะเพอื่ การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตร . ๓๑-๔๓
4.1 แนวคิดการปฏิบัติ ………………………………………………………………………………………………………………………………………..….…… ๓๑
๔.๑.๑ ข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิบตั ิในการดําเนนิ งานระยะเรง่ ดว่ น …………….…..……. ๓๑
๔.๑.๒ ข้อเสนอแนะแนวทางการปฏบิ ตั ทิ ่จี ะต้องดําเนินการอย่างต่อเนอื่ ง………………… ๓๓
4.2 แนวทางการปรบั ปรุงแผนการปฏิรปู ประเทศและยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี ……………………….. ๔๓
4.2.1 แผนการปฏริ ปู ประเทศ (ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕) ………………………………………………………….…………… ๔๓
4.2.๒ ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐) …………………………………………………………….…………. ๔๔
4.3 กรอบมาตรการ/แผนงาน/โครงการท่สี าํ คญั …………………………………………………………………………….…………. ๔๕
บทสรปุ ๔๗………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอกสารอา้ งอิง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔๙



สารบญั ตาราง

ตารางท่ี 1 แสดงอัตราการเตบิ โตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของประเทศไทย …………….…………… ๑๙
ปี 2562 และคาดประมาณปี 2563 และ 2564

ตารางท่ี 2 ดชั นที างเศรษฐกิจของประเทศไทย ปี 2562 และคาดประมาณ ……………….……….……. ๒๐
ปี 2563 และ 2564

ตารางท่ี 3 ประมาณการเศรษฐกจิ ปี 2563 ………………….………………….………………….………………….……………...... ๒๑

สารบญั ภาพ

ภาพท่ี ๑ สถานการณ์โรคติดตอ่ โคโรนาไวรสั (COVID-19) ณ วันท่ี ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ……. ๔
ภาพท่ี ๒ เหตกุ ารณ์การระบาดและการรบั โรคโควิด-๑๙ ตงั้ แต่ ๑ มกราคม …………………………. ๕

ถึง ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๓
ภาพท่ี ๓ สรุปอัตราการเสยี ชีวิตของผูป้ ว่ ยท่ีติดเชื้อโควิด-๑๙ แบ่งตามช่วงอายุ ………………… ๗
ภาพที่ ๔ เศรษฐกจิ ไทยในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓ ………………………………………………………………………… ๒๑

บทสรุปผบู้ ริหาร
รายงานการศึกษาผลกระทบตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ไทยจากโรคติดตอ่ โคโรนาไวรัส (COVID-19)

และขอ้ เสนอแนะเพื่อขับเคลอ่ื นการพฒั นาภาคเกษตร
ภายใตแ้ ผนยุทธศาสตร์ชาตติ ามสถานการณ์
………………………..

การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Corona Virus Disease 2019)
หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เริ่มต้นแพร่ระบาดในประเทศจีนและแพร่กระจายสู่ประเทศต่าง ๆ
ทั่วโลก ได้ส่งผลต่อทั้งสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในทุกด้านท้ังในด้านเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว
และบริการ รวมท้ังสภาพสังคมและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศต่าง ๆ เช่น การมีงานทํา
ความขาดแคลนอาหาร รายได้ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในประเทศ และปัจจัยหนึ่งที่สําคัญ
คือ ระบบสาธารณสขุ ของประเทศตา่ ง ๆ ซึ่งมีความพรอ้ มในการรบั มือกับโรคดังกลา่ วท่แี ตกตา่ งกัน

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ซึ่งมีหน้าท่ีและอํานาจพิจารณาศึกษา
เรื่องท่ีเก่ียวกับการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรมได้เล็งเห็นถึงความสําคัญ
ของผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยทั้งในภาพรวมและในภาคเกษตรจากการระบาดของโรคโควิด-๑๙
จึงได้ศึกษาสถานการณ์และวิเคราะห์ผลกระทบของโควิด-๑๙ ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
ทั้งในภาพรวมและในภาคเกษตร และวิเคราะห์จัดทําข้อเสนอแนะในการขับเคล่ือนการพัฒนา
ภาคเกษตรหลังการระบาดของโควิด-๑๙ เพ่ือให้ภาคเกษตรสามารถเป็นแหล่งมั่นคงอาหาร อาชีพ
และรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย ตลอดจนการดํารงชีพบนฐานวิถีชีวิตใหม่แบบมีวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป
โดยมแี นวความคดิ และข้อเสนอแนะเพอื่ การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรดังนี้

๑. แนวคิดการปฏิบัติ แบ่งเป็น ๒ ระยะคือ แนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการระยะ
เฉพาะหน้าเร่งด่วนและแนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการระยะต่อไปอย่างต่อเน่ือง เพ่ือเป็นแนวทางในการ
ท่จี ะเสนอขอ้ ปรับปรุงแผนการปฏิรปู ประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ดา้ นการเกษตรตอ่ ไป
คอื

๑.๑ แนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการระยะเฉพาะหน้าเร่งด่วนคณะกรรมาธิการ
สนับสนุนกรอบแนวทางการดําเนินงานของภาครัฐ ซึ่งประกอบด้วย การบรรเทาภาระหนี้สิน การเสริม
สภาพคล่องทางการเงิน การดูแลเยียวยา การจ้างงานโดยภาครัฐ และการเตรียมฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจ
ชุมชน โดยมขี อ้ เสนอเพิม่ เตมิ ดังน้ี

(๑) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างความตระหนักเรื่อง “ทําการเกษตร
อย่างไร ให้ปลอดภัยจากโควิด-๑๙ ในฤดูกาลใหม่” เพ่ือเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของสินค้าเกษตร อาหาร
และบริการ โดยสร้างความเช่ือม่ันแก่ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศผู้นําเข้าสินค้าไทยว่า มีคุณภาพ
เป็นเลิศด้านความปลอดภัย ปลอดจากเชื้อโควิด-๑๙ หรือโรคติดต่อร้ายแรงอ่ืน ๆ รวมถึงพัฒนา
ด้านสุขอนามัยในมิติของการท่องเท่ียวเชิงเกษตร จัดทําส่ือประชาสัมพันธ์ท่ีมีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทาง
การปฏิบัติของเกษตรกรและแรงงานในภาคการเกษตรให้ปลอดภัยจากโควิด-๑๙ ด้วยรูปแบบท่ีสามารถ
เขา้ ใจและเขา้ ถึงได้งา่ ย

(จ)

(๒) กระทรวงมหาดไทย ดูแลค่าเช่าท่ีดินทําการเกษตรให้เป็นธรรม
และช่วยเจรจาผ่อนผันการจัดเก็บค่าเช่าซ้ือที่ดินตามความจําเป็นของเกษตรกร เพ่ือลดค่าใช้จ่าย
ของเกษตรกรให้สามารถนําเงินไปลงทุนดูแลปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะสมกับการเกษตร จัดซื้อจัดหา
ปจั จัยการผลติ ที่มคี ุณภาพ และการสรา้ งนเิ วศทางการเกษตรทีด่ ี

(๓) กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลให้เกษตรกรเข้าถึง
แหลง่ พันธ์ุดที ง้ั พืชและสัตว์ รวมทงั้ ปจั จยั การผลติ ที่มคี ณุ ภาพไดอ้ ย่างเพียงพอและมรี าคาเป็นธรรม

(๔) ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร สนับสนุนสินเช่ือ
เพอ่ื การผลติ ในฤดูกาลใหม่อย่างเพยี งพอและคดิ ดอกเบย้ี ในอตั ราผ่อนปรน ท้งั อํานวยสินเชื่อแก่เกษตรกร
โดยตรงและผ่านสถาบนั เกษตรกร

(๕) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความร่วมมือ
ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมให้เกษตรกรขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์การเกษตร
ตรงถึงผู้บริโภคผ่านทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นรวมท้ังร่วมกับกระทรวงการท่องเท่ียว
และกีฬา จดั รณรงค์ “เทย่ี วเมอื งไทย กนิ ของไทย” ในภาพรวมเพอ่ื กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

(๖) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เก่ียวข้อง
สนับสนุนให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่นําสมัย (Modern Trade) รวมท้ังหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่
โรงพยาบาล หน่วยทหาร หน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น รับซื้อผลผลิตจากชุมชนของเกษตรกร
โดยตรง

(๗) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรติดตามการผลิตสินค้าเกษตร
ท่ีเน่าเสียง่ายและอ่อนไหว เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นต้น หากจําเป็นควรนําเสนอรัฐบาลสนับสนุน
งบประมาณเพ่ิมเพ่ือให้เด็กและเยาวชนด่ืมนมในช่วงปิดเทอมและหาแนวทางนําไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์
นมพร้อมด่ืมยเู อชทหี รอื นมอัดเม็ด ซ่งึ เก็บได้นานและมโี อกาสทางการตลาดทด่ี ีกวา่

(๘) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาความรู้และสร้างแรงจูงใจแรงงานคืนถ่ิน
ในการประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งแรงงานในประเทศและผู้ที่กลับจากต่างประเทศ โดยจัดตั้ง
“ศูนย์บ่มเพาะ” เพ่ือพัฒนาความรู้ความสามารถการทําเกษตรอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ เสริมสร้าง
ทักษะเป็นผู้ประกอบการ สนับสนุนเงินทุน โดยมีศูนย์เรียนรู้การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร “ศพก.”
เป็นพ่ีเล้ยี ง

๑.๒ แนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการระยะต่อไปอย่างต่อเน่ือง ภาคการเกษตร
จะเข้ามามีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง โดยดําเนินการในประเด็นต่าง ๆ
ตามสถานการณ์ ดังนี้

(๑) จัดทํา “ฐานข้อมูลทางด้านการเกษตร” สนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูล
ขนาดใหญ่ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อนําไปสู่การใช้ประโยชน์ของรัฐในการกําหนดและบริหาร
นโยบายเศรษฐกิจการเกษตร การช่วยเหลือคุ้มครองทางสังคมภาคเกษตรและการให้บริการภาครัฐ
รวมถึงข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และแจง้ เตอื นการระบาดลว่ งหน้า

(ฉ)

(๒) สนับสนุนแรงงานคืนถิ่นให้เป็นโอกาสต่อการพัฒนาภาคการเกษตร
ให้มีการขึ้นทะเบียนและจําแนกแจกแจงข้อมูลแรงงานคืนถิ่นเพื่อการบริหารจัดการ กําหนดแผนงาน
และโครงการเพื่อรองรับแรงงานคืนถ่ินให้มีรายได้ รวมทั้งอบรมเพ่ิมทักษะในการประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมและพัฒนาด้านการตลาดออนไลน์ สนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อจูงใจให้ไม่ละท้ิงถิ่นฐาน
หลงั ภาวะวกิ ฤต

(๓) สนับสนุนการฟ้ื นฟูภาคเกษตรสู่เป้าหมายการพัฒ นาอย่างย่ังยืน
โดยคํานึงถึงองค์ประกอบที่สําคัญ ๕ ประการ ได้แก่ ๑) ให้เกษตรกรมีน้ําใช้ในพื้นท่ีการเกษตรอย่างทั่วถึง
และมีความตระหนักรู้ในการใช้นํ้าในการทําการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ๒) วางแผนทําการเกษตรให้
เหมาะสมกับสภาพพ้ืนท่ี โดยใช้ข้อมูลจากระบบ Zoning by Agri-map ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
๓) ทําการเกษตรแบบผสมสานเพ่ือให้เกิดความม่ันคงด้านอาหารระดับครัวเรือน และสนับสนุนให้เกษตรกร
รวมตัวกันทําเกษตรแปลงใหญ่เพื่อสร้างประสิทธิภาพการผลิต ๔) สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้เพ่ือสร้าง
ความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยอาศัยศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)
เป็นศูนย์กลางและสนับสนุนเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรประจําหมู่บ้าน (อกม.) ในระดับพื้นท่ี ๕) ส่งเสริม
พฒั นา Smart Farmers และ Young Smart Farmers อย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรทที่ ันสมัย
และแขง่ ขนั ได้

(๔) ปรับบทบาทและพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เป็นที่พึ่งของสมาชิกได้
อย่างแท้จริง โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตรและองค์เกษตรกรอื่น ๆ ตามกฎหมาย
ตามที่ได้กําหนดเป็น “วาระแห่งชาติ” อย่างต่อเนื่องเพ่ือให้สถาบันเกษตรกรโดยเฉพาะสหกรณ์
ก า ร เก ษ ต ร ทํ า ห น้ า ที่ ช่ ว ย เห ลื อ เก ษ ต ร ก ร ที่ เป็ น ส ม า ชิ ก ใน ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ไ ด้ อ ย่ า ง ม่ั น ค ง
และมีประสิทธิภาพ สร้างระบบเชื่อมโยงเกื้อกูลระหว่างสหกรณ์และองค์กรเกษตรกรด้วยกันเอง พัฒนาผู้นํา
สถาบันเกษตรกรรุ่นใหม่ทดแทน และส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลเพ่ือสร้างความเช่ือม่ันด้านความโปร่งใส

(๕) ปรับภารกิจงานของหน่วยงานด้านการพัฒนาด้านการเกษตรและความมั่นคง
ด้านอาหาร ให้ความสําคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นท่ีตลอดห่วงโซ่
ทั้งการผลิต การบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่าและการตลาด เน้นบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับภาครัฐ
และเอกชน รวมท้ังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ผ่านคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์
ระดับจังหวัด (อ.พ.ก.) ส่งเสริมให้มีการจัดทํา “แผนกลยุทธ์ส่วนท้องถิ่น” ให้สามารถนําไปใช้ได้จริงทันที
ตามสถานการณ์ โดยยึดจากแผนและเป้าหมายหลักระดับประเทศ ควรปรับปรุงกลไกการขับเคล่ือน
ภาคการเกษตรของภาครัฐและสัดส่วนเจ้าหน้าท่ีในส่วนกลางและภูมิภาคให้เหมาะสมสอดคล้อง
กบั พันธกจิ และแนวทางการปรบั เปลีย่ น

(๖) เปลี่ยนถ่ายการบริหารจัดการองค์กรการเกษตรสู่ยุคดิจิทัล ส่งเสริม
“การทําระบบเกษตรดิจิทัล” ยกระดับการส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบวงจร โดยบริการ
แบบทางไกลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (Tele-consultantation หรือTele-agricuture) รวมท้ัง
การบริหารจัดการปัจจัยการผลิต การสร้างมูลคา่ เพม่ิ สินคา้ เกษตร และการจาํ หน่ายผา่ นระบบออนไลน์

(ช)

(๗) ขับเคล่ือนนโยบายการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัยอย่างต่อเน่ือง
โดยดําเนินการเสริมสร้างทัศนคติและทักษะของเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรท่ีได้คุณภาพมาตรฐาน
และความปลอดภัย พร้อมกับสร้างระบบการซ้ือขายสินค้าเกษตรตามคุณภาพ ได้แก่ ตามระดับ
ความปลอดภัย ตามสายพันธ์ุ และตามแหล่งผลิตที่มีอัตลักษณ์ เป็นต้น ให้ความสําคัญในการส่งเสริม
และบริการตรวจสอบรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างต่อเน่ือง เพื่อสร้างความเช่ือมั่นแก่ผู้บริโภค
ซึ่งในมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้ระบบการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร
และอาหารจะอยู่ภายใต้มาตรฐานสุขภาพหน่ึงเดียว (One World One Health) รวมถึงการพัฒนา
การท่องเท่ียวเชิงเกษตรในมิติดา้ นสขุ อนามยั ดว้ ย

(๘) สร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงด้านการผลิตทางการเกษตร
และอาหาร โดยวางโครงสร้างระบบการสํารวจ ติดตาม เฝ้าระวังศัตรูพืชและศัตรูสัตว์ ท้ังศัตรูที่มี
อยู่เดิมในประเทศและศัตรูอุบัติใหม่จากต่างประเทศ ให้สามารถพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้
อย่างแม่นยํา อันจะช่วยให้เกษตรกรมีการจัดการศัตรูพืช ศัตรูสัตว์ได้อย่างเหมาะสม ลดความสูญเสีย
ผลผลิต ลดปัญหาการใช้สารเคมีเกินความจําเป็น และลดค่าใช้จ่ายภาครัฐในการควบคุมการระบาด
ของศัตรูได้ โดยมีอาสาสมัครเกษตรประจําหมู่บ้าน (อกม.) เป็นผู้มีหน้าท่ีในการสํารวจติดตาม เฝ้าระวัง
และแจ้งข้อมลู ในระดบั ชมุ ชน

(๙) เพ่ิมศักยภาพระบบงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร ภาครัฐควรให้
ความสําคัญงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรเพิ่มขึ้นและปรับงานด้านการวิจัยทางการเกษตรให้มี
ความเป็นเอกภาพแบบต่อเน่ือง หน่วยงานท่ีดูแลการบริหารงบประมาณด้านงานวิจัยในภาคเกษตร
ควรจัดทําข้อมูลความก้าวหน้าผลการวิจัยแยกเป็นรายสินค้าเกษตรให้ชัดเจน ลดความซ้ําซ้อน
และเอื้อต่อการต่อยอดงานวิจัยรวมทั้งการบริหารงบประมาณงานวิจัยด้านการเกษตรให้เพียงพอ
และมปี ระสิทธภิ าพมากย่งิ ข้นึ

(๑๐) จัดตั้ง “กองทุนเพื่อการร่วมทุนภาคชนบท” ให้กระทรวงการคลัง
โดย ธ.ก.ส. จัดตั้งกองทุนเพ่ือการร่วมทุนภาคชนบท หรือ Rural Venture Capital Fund โดยมีวัตถุประสงค์
เพ่ือสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร หรือผู้ประกอบการ SMEs ด้านการเกษตรเข้าถึงแหล่งทุน
ในรูปแบบการร่วมลงทุน (Equity Financing) เพิ่มเติมจากการให้สินเชื่อ (Debt Financing) ท่ีมีอยู่เดิม
ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ภายใต้
พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ นับเป็นการปรับภูมิทัศน์ทางการเงิน
ในภาคชนบทใหม่และทาํ ให้ ธ.ก.ส. มีบทบาทเป็น “หุน้ สว่ นธุรกิจ” ของชมุ ชนไดอ้ ย่างเปน็ รูปธรรม

(๑ ๑ ) เร่งรัดขยายผลระบบประกั นภั ยพื ชผล (Crop Insurance System)
และจัดให้มีระบบตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net) ที่เหมาะสมสําหรับภาคการเกษตร
โดยให้สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กระทรวงการคลัง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ธ.ก.ส. ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้เพื่อออกกฎหมายรองรับ
การประกันภัยพืชผลและสินค้าเกษตรเป็นการเฉพาะ และศึกษาแนวทางการสร้าง “ระบบตาข่ายความ
ปลอดภัยทางสงั คม” สําหรบั ภาคการเกษตรที่เหมาะสมเพือ่ ในยามทป่ี ระสบปญั หาวิกฤตเศรษฐกิจ

(ซ)

(๑๒) เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ําและการชลประทานเพ่ือการเกษตรตามแผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา โดยจัดสรรงบประมาณ
เพื่อการลงทุนพัฒนาปัจจัยพ้ืนฐานเพ่ิมขึ้น และกําหนดนโยบายการจ้างแรงงานคืนถิ่นที่เหมาะสม
ท้ังนี้ เพื่อ “ก่อให้เกิดการจ้างระยะสั้นและมีระบบชลประทานช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
ของภาคเกษตรในระยะยาว” ถือได้ว่าเป็นกุศโลบายท่ีดีเสริมต่อจากการจ่ายเงินเยียวยาในระยะเริ่มต้น
และสามารถเปลีย่ นวกิ ฤตน้ีเปน็ โอกาสอยา่ งแทจ้ รงิ

(๑๓) ดําเนินการกระจายสิทธิ์การถือครองท่ีดินให้กับเกษตรกรรายย่อย
เพื่อลดความเหลื่อมล้ําควบคู่กับการส่งเสริมฟื้นฟูและพัฒนาความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหมาะสม
กับการเพาะปลูกพืช โดยการทําให้ดินดี (Soil Health) อย่างต่อเน่ือง ส่งเสริมสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่ อ เก ษ ต ร ก ร ร ม ดํ า เนิ น ก า ร พั ฒ น า พ้ื น ท่ี ใน ค ว า ม รั บ ผิ ด ช อ บ ให้ พ ร้ อ ม สํ า ห รั บ ก ารทํ าก ารเก ษ ต ร
อย่างเหมาะสม (Zoning) ด้วยการใช้แผนที่ทางการเกษตร (Agri - Map) แล้วจึงจัดสรรให้เกษตรกร
เข้าไปทํากิน รวมท้ังปรับปรุงและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ดินทางการเกษตรให้สามารถใช้ในการวาง
แผนการผลิตและการตลาดได้ โดยนําเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System - GIS)
มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์มากยิ่งขึ้น

(๑๔) พิจารณาศึกษาและวิเคราะห์การควบรวมหรือบูรณาการกองทุนต่างๆ
ที่มีวัตถุประสงค์เก่ียวกับการช่วยเหลือแก้ไขฟ้ืนฟูเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น โดยควบรวมให้เหลือ
เพียงกองทุนเดียว หรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟู
และพัฒนาเกษตรกร เพื่อเพิ่มศักยภาพการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และเอกภาพและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย นอกจากน้ี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกฎหมาย
ในความรับผิดชอบทั้งส้ินจํานวน ๓๙ ฉบับ จําแนกเป็น ๑) กฎหมายเพ่ือการบริหารทรัพยากรดิน ชลประทาน
ที่ดิน ๒) กฎหมายเพื่อการบริหารคุณภาพมาตรฐานปัจจัยการผลิต กระบวนการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์
เกษตร ๓) กฎหมายเพ่ือการบริหารจัดการสมดุลสินค้าเกษตรสําคัญ ๔) กฎหมายเพื่อการบริหารเศรษฐกิจ
การเกษตร กองทุน และสถาบันเกษตรกร โดยกฎหมายบางฉบับบังคับใช้มาเป็นเวลานาน อาจล้าสมัย
และไม่เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน จึงควรจะต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องและสนับสนุน
การแข่งขันของประเทศ

๒. แนวทางการปรบั ปรุงแผนการปฏริ ปู ประเทศและยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี

๒.๑ แผนการปฏริ ูปประเทศ (ปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕) ที่เกีย่ วข้องกบั ดา้ นการเกษตร

(๑) ประเด็นปฏิรูปท่ี ๒.๒ การสร้างและใช้ Big Data ภาคเกษตร ควรให้
ความสําคญั กบั ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจดั ทําข้อมูลร่วมกับภาครฐั ดว้ ย

(๒) ประเด็นปฏิรูปที่ ๒.๓ เรื่องแหล่งน้ํา เห็นควรมีการจัดทําแผนบริหาร
จดั การแหล่งนาํ้ ต้นทุนในท้องถ่ินเพ่ือแกไ้ ขปญั หาภัยแล้งในท้องถ่นิ อยา่ งยงั่ ยืน

(๓) ประเด็นปฏิรูปท่ี ๒.๔ เร่ือง ส่งเสริม Smart farmer และ Precision
farming ควรให้ความสําคัญกับการสนับสนุนเทคโนโลยีของภาคเอกชนต่อเกษตรกร โดยทํางานร่วมกับ
ภาครัฐ

(ฌ)

(๔) ประเด็นปฏิรูปที่ ๒.๕ เร่ือง การพัฒนาระบบประกันภัยพืชผลและระบบ
เกษตรพันธสัญญา ควรเพ่ิมประเด็นความเสี่ยงเก่ียวกับการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ ในอนาคต
และการประกันภัยท่ีเกี่ยวกับโรคระบาดและการให้ความมั่นใจในเร่ืองการตลาดในการทําเกษตรพันธสัญญา
ในกรณที เ่ี กดิ โรคระบาดดว้ ย

(๕) ประเด็นปฏิรูปที่ ๒.๖ การจัดต้ัง Centre of Excellence สําหรับภาคเกษตร
เห็นควรมีการจัดประเภทของชนิดสินค้า และสาขาของเทคโนโลยีทางการเกษตร และเป็นการดําเนินการ
ร่วมระหวา่ งภาครัฐ เอกชน และชมุ ชน โดยมีผูว้ ่าราชการจงั หวัดเปน็ ประธานเชอื่ มโยง

๒.๒ ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (ปี ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) มีขอ้ เสนอเพื่อพิจารณา ดงั น้ี

(๑) จัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาด้านการเกษตรแยกออกจาก
ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

(๒) จัดทํายุทธศาสตร์ชาติด้านการเกษตร ครอบคลุมท้ังในเรื่องการพัฒนา
ระบบการผลิต การตลาด องค์กรการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตรแบบการบูรณาการ
เพ่ือสร้างความเข้มแขง็ ของภาคการเกษตร และนําไปสกู่ ารพัฒนาท่ียง่ั ยนื ต่อไป

(๓) จัดทํามาตรการพลิกโฉมการเกษตรไทยก้าวสู่แนวเศรษฐกิจใหม่
ให้สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดวางระบบการพัฒนา ยกระดับคุณค่าและมูลค่าสินค้า
ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของการผลิตในท้องถิ่นและสอดคล้องกับเป้าหมาย
เฉพาะในการผลิตของกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งการสร้างระบบนิเวศ (Eco System) ให้สมดุลแบบย่ังยืน
การทําการเกษตรแบบเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-Based Economy) ตามกรอบคิดของ BCG Model
รวมทั้งการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ให้เอ้ืออํานวยต่อการพัฒนาการ
เกษตรในแตล่ ะรูปแบบของเกษตรกร

๓.กรอบมาตรการ/แผนงาน/โครงการท่สี ําคญั ได้แก่

๓.๑ ปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร โดยเฉพาะเรื่องแหล่งนํ้าในระดับท้องถิ่น
ด้วยการจัดทําแผนบริหารจัดการแหล่งน้ําต้นทุนในระดับท้องถ่ินหรือระดับไร่นา ซึ่งเป็นพ้ืนฐานท่ีมี
ความสําคัญอยา่ งยิ่งในการพฒั นาหรือต่อยอดการผลิตภาคเกษตรด้านอ่ืน ๆ

๓.๒ จัดต้ัง “กองทุนเพ่ือการร่วมทุนภาคชนบท” เพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการ
เกษตรอตุ สาหกรรมอัจฉรยิ ะ และพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลติ

๓.๓ ขยายผลโครงการประกันภัยพืชผลให้ครอบคลุมสินค้าเกษตรทุกชนิด
โดยพิจารณาออกกฎหมาย เพื่อรองรับระบบการประกันภัยพืชผลเป็นการเฉพาะ และพิจารณาต้ังองค์กรข้ึนมา
ดําเนนิ การเรือ่ งน้ีอยา่ งต่อเน่ืองและย่งั ยนื

(ญ)

๓.๔ สนับสนุนให้ภาคเอกชนจัดตั้งศูนย์กลางการแปรรูปและการกระจายสินค้า
ตามภูมิภาค เพ่ือลดภาระการขนส่งให้ลูกค้าของเกษตรกร รวมทั้งสร้างงานในพื้นท่ีเร่งให้เกิดการสร้าง
นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่าสินค้า บรรจุภัณฑ์และการบรรจุเพื่อการขนส่ง การเก็บรักษา
และยืดอายุการวางตลาด (Shelf Life) สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในการสร้างเครือข่ายเช่ือมโยงแหล่งตลาด
รวมถึงระบบการตรวจสอบยอ้ นกลบั เพ่ิมคุณภาพสนิ ค้าและความเชื่อมนั่ ให้ลูกค้า โดยสนับสนุนให้ภาคเอกชน
เป็นเจ้าภาพในการสร้างพื้นท่ีรองรับระบบปฏิบัติงาน (Platfrom) เพื่อให้หน่วยงานและเกษตรกร
เข้าไปใชง้ านได้

หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง
(ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร) กระทรวงพาณชิ ย์

หน่วยงานสนับสนุน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงดิจิทัล
เพ่ือเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวง
การท่องเที่ยวและกฬี า เปน็ ต้น

……………………………………………………………

บทท่ี ๑

บทนํา

๑.๑ ความสาํ คญั ของเรื่อง

การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเช้ือโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Corona Virus Disease 2019)
หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เริ่มต้นแพร่ระบาดในประเทศจีนและแพร่กระจายสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ได้ส่งผลต่อท้ังสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศในทุกด้านทั้งในด้านเกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และบริการ
รวมท้ังสภาพสังคมและความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศต่าง ๆ เช่น การมีงานทํา ความขาดแคลน
อาหาร รายได้ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนในประเทศ และปัจจัยหนึ่งที่สําคัญคือ ระบบสาธารณสุข
ของประเทศตา่ ง ๆ ซงึ่ มคี วามพรอ้ มในการรับมือกบั โรคดังกลา่ วท่ีแตกต่างกัน

การแพร่ระบาดนี้มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อเป็นเวลานานและเชื่อมโยงไปถึงมิติทางการเมือง
ของโลก เช่น ส่งผลกระทบต่อความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐอเมริการวมไปถึงสงครามการค้าระหว่าง
ทั้งสองประเทศ การแยกตัวของอังกฤษจากสหภาพยุโรป ความผันผวนของตลาดการเงินโลกรวมทั้งธุรกิจ
ที่สําคัญของโลก เช่น ธุรกิจการเงินก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกันในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกว่า
๖.๐๕ ล้านคนทว่ั โลก มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๓ แสนคน ซง่ึ สว่ นใหญ่อย่ใู นยโุ รปและสหรัฐอเมริกา

สําหรับประเทศไทย เริ่มมีการระบาดของโควิด-๑๙ ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๓
จากนักท่องเท่ียวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากนั้นมีการขยายตัวของผู้ติดเช้ือเพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ
ปัจจุบันมีผู้ป่วยประมาณ ๓ พันคน เสียชีวิต ๕๘ คน แม้ว่าจํานวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในประเทศไทย
จะมีจํานวนไม่มากนักเม่ือเทียบกับประเทศอื่น ๆ เช่น สาธารณประชาชนจีน ประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา
แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตลอดจนวิถีชีวิตของประชาชนก็มีความรุนแรงอย่างมีนัยสําคัญ
จึงจําเป็นที่จะต้องมีการประเมินสถานการณ์และผลกระทบ รวมท้ังเตรียมแนวทางในการแก้ไขปัญหา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรที่เป็นภาคที่สําคัญ เป็นทั้งแหล่งผลิตอาหาร จ้างงาน สร้างรายได้
ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่ประชาชนกว่า ๓๐ ล้านคน จึงจําเป็นต้องศึกษาหาแนวทางขับเคลื่อน
การพัฒนาภาคเกษตรหลังจากประเทศได้ฟ้ืนตัวจากการแพร่ระบาดจากโควิด-๑๙ ซ่ึงอาจใช้เวลากว่า ๑ ปี
นับจากน้ี

๑.๒ วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา

๑.๒.๑ เพ่ือศึกษาสถานการณ์และวิเคราะห์ผลกระทบจากโควิด-๑๙ ต่อระบบเศรษฐกิจ
ของประเทศไทยทง้ั ในภาพรวมและในภาคเกษตร

๑.๒.๒ เพื่อวิเคราะห์และจัดทําข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตร
หลังการระบาดของโควิด-๑๙ เพ่ือให้ภาคเกษตรสามารถเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหาร อาชีพ และรายได้
ใหแ้ ก่เกษตรกรไทย ตลอดจนการดํารงชพี บนฐานวิถชี ีวิตใหม่แบบวฒั นธรรมอย่างยง่ั ยืนตอ่ ไป



๑.๓ ขอบเขตการศึกษา

๑.๓.๑ ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สภาบันการศึกษา
และผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ เพื่อจัดทําสรุปแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดต่อโควิด-๑๙ ทั้งของโลก
ภมู ภิ าค และของประเทศไทย

๑.๓.๒ วิเคราะห์ผลกระทบของการแพร่ระบาดจากโรคติดต่อโควดิ -๑๙ ต่อระบบเศรษฐกิจ
ของประเทศไทยทั้งในภาพรวมและภาคเกษตร

๑.๓.๓ วิเคราะห์และจัดทําข้อเสนอการขับเคล่ือนการพัฒนาภาคเกษตรหลังการแพร่
ระบาดของโควิด-๑๙ เพื่อเสนอแนวความคิดและข้อเสนอแนะเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตร
ทั้งแนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการระยะเฉพาะหน้าเร่งด่วนและแนวคิดการปฏิบัติในการดําเนินการ
ระยะต่อไปอย่างต่อเนื่องในการลดผลกระทบในภาคการเกษตร และการฟ้ืนฟูภาคการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง
และยั่งยืนในอนาคตต่อไปรวมทั้งแนวทางการปรับแผนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี
ท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ภาคการเกษตร



บทที่ ๒
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -๑๙

ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสท่ีถูกพบคร้ังแรกใน ค.ศ. ๑๙๖๐ แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มา
อย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัจจุบันมีการค้นพบ
ไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด ๖ สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กําลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้เป็นสายพันธุ์
ท่ยี ังไม่เคยพบมาก่อน คือ สายพันธุ์ที่ ๗ จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” และภายหลังถูกตงั้ ช่ือ
อย่างเป็นทางการว่า โคโรนาไวรัส๒๐๑๙ (Corona Virus Disease 2019)หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) อาการ
เม่ือติดเชื้อโควิด-๑๙ ที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือ มีไข้เจ็บคอไอแห้ง ๆ น้ํามูกไหลหายใจเหน่ือยหอบ และกลุ่มเส่ียงติด
เช้ือโควิด-๑๙ มักมีอาการรุนแรง คือ ผู้สูงอายุคนท่ีมีโรคประจําตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง
คนที่ภมู ิคุ้มกนั ผดิ ปกติ หรอื กนิ ยากดภูมิต้านทานโรค คนท่ีมีนํ้าหนกั เกนิ มาตรฐานมาก

๒.๑ สถานการณร์ ะดับโลก
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ จนถึงขณะนี้ (๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓)

ผ่านมาแล้วเป็นระยะเวลากว่า ๕ เดือน พบว่ามีผู้ติดโควิด-๑๙ ท่ัวโลกอย่างน้อย ๒๑๕ ประเทศและเขตปกครอง
รวมทั้งเรือโดยสาร มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อสะสมจํานวน ๖,๑๗๕,๒๙๐ ราย
ขณะที่มีผู้เสียชวี ิต ๓๗๑,๒๒๘ ราย หรอื คิดเป็นร้อยละ ๖.๐๑ ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยประเทศที่พบผู้ตดิ เช้ือ
มากที่สดุ ๕ อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมรกิ า ๑,๘๑๖,๘๙๗ ราย บราซลิ ๔๙๙,๙๙๖ ราย รัสเซยี ๔๐๕,๘๔๓ ราย
สเปน ๒๘๖,๓๐๘ ราย และสหราชอาณาจักร ๒๗๒,๘๒๖ราย และแซ็งปีแยร์-มีเกอลง เขตปกครอง
ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศล่าสุดที่พบรายงานผู้ป่วยโควิด-๑๙ จากชุดข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงแนวโน้ม
ของสถานการณ์จะยังคงดําเนินต่อไปตามวงรอบระบาดวิทยาของเช้ือซึ่งจะใช้เวลาต่อเนื่อง ๓–๕ เดือน
ทง้ั น้ี ขึ้นอยกู่ ับนโยบายการสาธารณสุข ความพรอ้ มของบคุ ลากรทางการแพทย์ วสั ดุอุปกรณ์ และพฤตกิ รรม
ของประชาชนในแต่ละประเทศเป็นสําคัญ (ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุม, ๒๕๖๓; Johns
Hopkins University and Medicine, 2020; Worldometer, 2020)

เม่ือเปรียบเทียบข้อมูลแยกเป็นรายทวีปตามการแบ่งภูมิภาคของ World Health Organization
(WHO) ขอ้ มลู ณ วันท่ี ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ พบว่า มีผตู้ ิดโควดิ -๑๙ สูงสุดอยู่ในภูมภิ าคอเมริการ้อยละ ๔๖.๒
รองลงไปคือ ภูมิภาคยุโรปร้อยละ ๓๖.๑ ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตกร้อยละ ๘.๕ ภูมิภาคทวีปเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ร้อยละ ๔.๔ ภูมิภาคแปซิฟิคตะวันตกร้อยละ ๓.๑ และภูมิภาคแอฟริกา ร้อยละ ๑.๗
ตามลาํ ดับ (World Health Organization, 2020a)



สําหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ๑๐ประเทศ ข้อมูล ณ วันท่ี
๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ มียอดผู้ติดโควิด-๑๙ สะสมรวม ๘๖,๘๖๔ ราย รักษาหายแล้ว ๔๐,๑๒๙ ราย
หรือคิดเป็นรอ้ ยละ ๔๖.๒๐ ของผูต้ ดิ เชื้อทัง้ หมด มีผูป้ ่วยท่เี สยี ชวี ติ แล้ว ๒,๖๘๐ ราย หรือคิดเป็นร้อยละ ๓.๐๙
ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด โดยประเทศที่พบผู้ติดเช้ือมากท่ีสุด ๕ อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ ๓๔,๓๖๖ ราย
อินโดนีเซีย ๒๕,๗๗๓ ราย ฟิลิปปินส์ ๑๖,๖๓๔ ราย มาเลเซีย ๗,๗๖๒ ราย และไทย ๓,๐๗๗ ราย
(Worldometer, 2020)

 

ภาพท่ี ๑ สถานการณโ์ รคติดตอ่ โคโรนาไวรสั (COVID-19) ณ วนั ท่ี ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓
(World Health Organization, 2020b)
๒.๒ ทิศทางการแพร่ระบาดและสถานการณใ์ นประเทศไทย (กรมควบคุมโรค, ๒๕๖๓)
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ กําลังสะท้อนอีกหนึ่งภาพความรุนแรง

ของความไม่แน่นอนที่ไม่เพยี งแผ่ขยายไปในทุกด้านของการดําเนินชีวิตคนไทยและคนทั้งโลก ทงั้ ในกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ซ่ึงยังมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน และหากมองย้อนกลับไป
สามารถแบง่ ช่วงการระบาดในประเทศไทยของเปน็ ๓ ชว่ ง คือ

๒.๒.๑ ช่วงท่ีเริ่มการระบาด ตั้งแต่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ – ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
หลังจากที่สาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานว่าพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นครั้งแรก
ในเมืองอู่ฮ่ัน เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีน กระทรวงสาธารณสุข
ของไทยจึงเริ่มวางระบบการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ จนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-๑๙ รายแรก
ในประเทศไทยและนบั เปน็ รายแรกนอกประเทศสาธารณรัฐประชาชนจนี ในช่วงเดือนมกราคมนพ้ี บผ้ตู ดิ เช้ือ
ประปรายจากผู้เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแทบทั้งสิ้น ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ประเทศไทย
รายงานพบผู้ป่วยติดเช้ือที่ไม่เคยมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศรายแรก เป็นคนขับแท็กซ่ีที่เคยรับ
นักท่องเท่ียวต่างชาติ และในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้เองได้มีประเด็นที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น



เม่อื พบบุคลากรทางการแพทย์ตดิ เชอื้ โควดิ -๑๙ ภาครฐั ไดข้ ยายการคดั กรองผู้เดินทางจากสนามบินประเทศ
พ้ืนท่ีเสี่ยงให้ครอบคลุมประเทศญ่ีปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และจับตาพิเศษประเทศอิตาลี เยอรมัน และฝร่ังเศส
และมีประกาศให้โรคติดต่อเชื้อโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ เป็นโรคติดต่ออันตราย ลําดับท่ี ๑๔ ของประเทศไทย
ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เหตุการณ์ต่ืนตระหนกเกิดข้ึนอีกระลอกหน่ึงเมื่อผู้ท่ีเดินทางกลับ
จากการท่องเที่ยวในเมืองฮอกไกโด ประเทศญ่ีปุ่น ปิดบังข้อมูลทําให้เกิดการติดเช้ือในครอบครัวและตามมาด้วย
การส่ังปิดโรงเรียน การเฝ้าระวังนักเรียนและผู้ที่ใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
จํานวนผตู้ ดิ เชื้อยงั คงมนี ้อย สรปุ จาํ นวนผปู้ ่วยสะสมในไทยอยทู่ ี่ ๔๒ ราย เมือ่ สิน้ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓

๒.๒.๒ ช่วงวิกฤตการระบาด ต้ังแต่ ๑ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ เป็นช่วงท่ีสถานการณ์การระบาด
ยังอยู่ในระยะที่ ๒ และมีการประเมินว่าสถานการณ์การระบาดจะเข้าสู่ระยะท่ี ๓ หากไม่สามารถหยุดย้ัง
การติดเช้ือของคนภายในประเทศได้ ดังนั้น หน่วยงานทางการแพทย์และภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องจึงเตรียมการ
รับมือกันอย่างกว้างขวาง ช่วงหัวเล้ียวหัวต่อน้ีเริม่ จากเม่อื มีผู้ปว่ ยตดิ โควิด-๑๙ เสียชีวิตลงเป็นรายแรกผนวก
กับการเดินทางกลับของแรงงานจากเกาหลีซ่ึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการกระจายการแพร่ระบาด
หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจึงกําหนดมาตรการตั้งจุดตรวจคัดกรองและวัดอุณหภูมิผู้ปฏิบัติงาน
และผู้ที่มาติดต่องาน มีประกาศปิดโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครประกาศยกเลิก Visa on Arrival- VOA
สาํ หรับนักท่องเท่ียว ๑๘ ประเทศ และผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนต้องมีใบรับรองแพทย์
และต้องปฏิบัติตามมาตรการการกักตัวในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) และพื้นท่ีกักกันโรคแห่งรัฐ
ระดับจังหวัด (Local Quarantine) เป็นเวลา ๑๔ วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น ในขณะที่หน้ากากอนามัย

 

ภาพท่ี ๒ เหตุการณ์การระบาดและการรบั โรคโควดิ -๑๙ ตงั้ แต่ ๑ มกราคม ถึง ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๓
(ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารฉุกเฉนิ ดา้ นวิจยั และวิชาการ, ๒๕๖๓)



ทางการแพทย์และแอลกอฮอล์เร่ิมขาดตลาด ในช่วงกลางเดือนมีนาคมพบผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ มีจํานวนเพิ่มมากข้ึน
สาเหตุจากกลุ่มแพร่เช้ือหลายกลุ่มโดยกลุ่มใหญ่สุดคือ กลุ่มสนามมวยลุมพินี ในช่วงวันท่ี ๖ - ๘ มีนาคมทําให้
มีผู้ติดเชื้อเพ่ิมข้ึนอย่างรวดเร็วและกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ดังน้ัน เพ่ือหยุดย้ังการแพร่ระบาดในช่วง
วันหยุดต่อเน่ืองคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ออกไปโดยไม่มีกําหนด ปิดโรงเรียน
สถาบันกวดวิชา สถานบันเทิง โรงมหรสพและสถานท่ีเสี่ยงต่าง ๆ งดการจัดกิจกรรมที่มีคนจํานวนมาก
ย ก เว้ น เฉ พ า ะ ก า ร จํ า ห น่ า ย อ า ห า ร แ บ บ นํ า ก ลั บ ไ ป รั บ ป ร ะ ท า น แ ล ะ ก า ร จํ า ห น่ า ย ข อ ง ใ ช้ จํ า เป็ น
กับชีวิตประจําวัน ในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ รายงานจํานวนผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ เพ่ิมมากถึง ๑๘๘ ราย
ซ่ึงนับเป็นจํานวนผู้ป่วยเพ่ิมต่อวันสูงที่สุด ทําให้หลายฝ่ายแสดงความวิตกว่าระบบสาธารณสุขของไทย
จะไม่สามารถรองรับผปู้ ่วยโควิด-๑๙ ได้ ดังน้ัน เพื่อให้การบริหารจัดการเปน็ ไปอย่างมีระบบและเป็นเอกภาพ
นายกรัฐมนตรีจึงมีคําส่ังการจัดต้ังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.)
โดยมีนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่ผู้อํานวยการศูนย์ (สํานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ๒๕๖๓ก)
ท่ีสําคัญคือ มีการกระจายอํานาจการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด
แต่ละจังหวัด จึงทําให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสถานการณ์
ในพ้ืนที่น้ัน ๆ และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
จนในที่สุดเพื่อสกัดกันการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้นเพ่ิมในอัตราเร่งของการเพิ่มจํานวนผู้ติดโควิด-๑๙
วันละประมาณร้อยละ ๓๓ ของวันก่อน รัฐบาลจึงมีการประกาศพระราชกําหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ มีผลบังคับวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ในวันสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๓
จํานวนผู้ติดเชื้อสะสม ๑,๖๕๑ ราย และ ๓ รายเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ทําให้จํานวนผู้ติดเชื้อสะสม
เพ่ิมสงู มากถึง ๔๐.๒๗ เทา่ เมอ่ื เทียบกบั วนั ท่ี ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

๒.๒.๓ ช่วงการระบาดชะลอตัว ต้ังแต่ ๑ เมษายน - พฤษภาคม ๒๕๖๓ ช่วงนี้มีทั้งการใช้
มาตรการเข้มงวดและผ่อนปรน เริ่มจากนายกรัฐมนตรีประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน
ทั่วราชอาณาจักร (เคอร์ฟิว) ระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๐๔.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น ด้านการรักษาผู้ป่วย
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีโครงการท่ีจะรับบริจาคพลาสมาจากผู้ที่หายจากโควิด-๑๙ เพ่ือนําไปทดลองใช้
ในการรักษาผู้ป่วย ด้วยความร่วมมือของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในที่สุดรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙
ที่เพ่ิมขึ้นรายวันประเทศไทยก็มีจํานวนตํ่ากว่า ๑๐ ราย ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๓ ดังน้ัน ศบค. จึงมีมติ
ผ่อนคลายมาตรการการสกัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-๑๙ โดยอนุญาตให้ “กิจการสีขาว” ๖ ประเภท
ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ร้านเสริมสวย ร้านอาหารท่ีไม่ติดแอร์ ร้านตัดผม และห้างสรรพสินค้า ให้สามารถ
กลับมาดําเนินการได้ต้ังแต่วันท่ี ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ทั้งน้ี ยังคงห้ามการจําหน่ายสุราต่อไป
และมีมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ ๒ ต้ังแต่วันท่ี ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และมีการดําเนินการ
เพื่อการผ่อนคลาย ระยะท่ี ๓ ในวนั ที่ ๑ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓



ณ วันท่ี ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ พบผู้ป่วยยืนยันโควิด-๑๙ สะสมจํานวน ๓,๑๐๒ ราย
รักษาหายและแพทย์ให้กลับบ้าน ๒,๙๗๑ ราย มีผู้ป่วยรับการรักษาในโรงพยาบาล ๗๓ ราย ผู้เสียชีวิต ๕๘ ราย
ท้ังนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมผู้ป่วยรายใหม่ท่ียืนยันติดเชื้อโควิด-๑๙ ส่วนใหญ่เป็นผู้ท่ีเดินทางมาจาก
ต่างประเทศและอยู่ระหว่างการกักกันตัว สรุปค่ามัธยฐานของอายุของผู้ติดเช้ือโควิด-๑๙ ในประเทศไทย
เทา่ กับ ๓๙ ปี แต่จากจาํ นวนผูป้ ่วยรายใหมท่ ่ีเพม่ิ ขึ้นในชว่ งท่ีผ่านมากับพบว่า กล่มุ อายุ ๒๐-๒๙ ปี เป็นกลุ่มอายุ
ทมี่ ีความเสีย่ งสูง รองลงมาคือกล่มุ อายุ ๓๐ - ๓๙ ปี

๒.๓ การบรหิ ารจดั การโควิด-๑๙

โควดิ -๑๙ เป็นโรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease) ที่มีอาการทางคลินิกเฉพาะตัว มีระยะฟักตัว
โดยเฉลี่ย ๕.๑ วัน และระยะเวลาแสดงอาการ ๑๒ วัน ติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง และการสัมผัส
กับเช้ือโดยตรง การแพร่เชื้อจากคนสู่คนในกิจวัตรประจําวันจึงมีโอกาสสูง โดยมีอัตราการแพร่เชื้อ
(Reproduction Number-Ro) อยู่ที่ ๒ - ๒.๕ หมายถึง ผู้ติดเช้ือหน่ึงคนสามารถแพร่เช้ือไปให้กับคนทั่วไป
อีก ๒ คน ทําให้มีลักษณะการแพร่กระจายของเชื้อเป็นทวีคูณ (Exponential Growth) รายงานสรุปผล
โดยศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดของจีน (Chinese Center for Disease Control and Prevention)
พบว่า อัตราการเสียชีวิตจะเพ่ิมสูงขึ้นตามอายุของผู้ป่วยโควิด-๑๙ (Wu and McGoogan, 2020) สถิติดังกล่าว
สอดคล้องกับสัดส่วนผู้เสียชีวิตในอิตาลีซ่ึงอายุมัธยฐานของผู้ป่วยโควิด-๑๙ สูงถึง ๖๗ ปี จึงไม่น่าแปลกใจ
หากอัตราการเสียชีวติ ของผ้ปู ว่ ยในอิตาลจี ะสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด (The Momnetum day poets Co.,Ltd., 2563)

ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ท่ัวโลกยังไม่คลี่คลาย รัฐบาลแต่ละประเทศประเมิน

สถานการณ์แตกต่างกันออกไปในแต่ละช่วงเวลา เน่ืองจากลักษณะเฉพาะของปัญหาที่ไม่สามารถทราบ

รูปแบบที่ชัดเจน ดังน้ัน การรับมือจึงอยู่บน

พื้นฐานการทําความเข้าใจปัญหาจากมุมมอง

ข อ ง ผู้ รั บ ผิ ด ช อ บ ใ น ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ดํ า เ นิ น

นโยบายในสถานการณ์ช่วงเวลานั้น ๆ

ซึ่งมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปยังระบบอื่น ๆ

การวางแผนนโยบายสาธารณะ โดยขาดกระบวนทัศน์

แบบองค์รวม (Holistic) ไม่สามารถรับมือ

และตอบสนองปัญหาโควิด-๑๙ ซ่ึงในภาพรวม

สามารถแบ่งการบริหารจัดการโควิด-๑๙

ภาพที่ ๓ สรุปอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-๑๙ ออกเป็น ๓ รูปแบบ
แบ่งตามชว่ งอายุ (Wu and McGoogan, 2020) 



๒.๓.๑ รูปแบบการวางเฉย (Immitigation) โดยจะปล่อยให้การระบาดเป็นไปตามธรรมชาติ
ปล่อยให้มีผู้ท่ีติดเช้ือ ป่วยและเสียชีวิต เพ่ือสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Community Immunity) ขึ้นในประเทศ
โดยผู้ท่ีเคยติดเช้ือและหายแล้วจะเป็นเสมือนเกาะกั้นโรค (Herd Immunity) ประเทศที่ใช้รูปแบบนี้ส่วนใหญ่
อยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาจํานวนมากและมีแนวความเชื่อที่ว่าประเทศ
จะปลอดภัยจากโควิด-๑๙ ด้วยการรับมือตามรูปแบบนี้ ฉะนั้น ประเทศเหล่านี้จะจัดการนํากลุ่มคน
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนสูงอายุ คนที่มีโรคประจําตัวหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไปปกป้องดูแลไม่ให้เผชิญโรค
ส่วนกลุ่มประชากรธรรมดาทั่ว ๆ ไปปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ประกอบกับศักยภาพทางการแพทย์
ที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-๑๙ ได้ท้ังหมด โดยประมาณการว่า การรับมือรูปแบบน้ีจะมีประชากร
ประมาณร้อยละ ๖๐ จะติดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันโดยจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยมากและหายเองได้ร้อยละ ๘๐
มีอาการปานกลางร้อยละ ๑๕ มีอาการหนักร้อยละ ๕ เสียชีวิตร้อยละ ๒ และคาดการณ์ว่าเชื้อโรคจะยุติ
การระบาดเองภายใน ๔ - ๖ เดือน เมือ่ ดตู ัวเลขจาํ นวนประชากรของประเทศอังกฤษ พบวา่ ชวี ติ ของประชาชน
ท่ีเดิมพันกับการแก้ปัญหาด้วยรูปแบบนี้ ประชากรผู้ป่วยและติดเช้ือจะประมาณ ๔๐ ล้านคน ในจํานวนน้ี
อาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง ๑ ล้านคน ตามสถิติอัตราการเสียชีวิต (Mortality Rate) ของโรค (เศรษฐสาร, ๒๕๖๓)
อย่างไรก็ตาม ในขณะน้ีหลายประเทศที่เลือกใช้รูปแบบนี้รับมือกับโควิด-๑๙ ต้องประสบปัญหาที่ประชากร
ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-๑๙ ได้รวดเร็วตามที่คาดการณ์ไว้ จนเกิดสภาพจํานวนผู้ติดเชื้อ
และผูเ้ สยี ชีวิตท่ีเพิม่ มากขึ้นจนตอ้ งหันมาใชม้ าตรการต่าง ๆ ในการควบคมุ โรค

๒.๓.๒ รูปแบบตัดวงจรการระบาด (Suppression) มีเป้าหมายขจัดโรคให้หมดสิ้นไป
ในระยะเวลาอันส้ัน ด้วยยุทธการปิดพ้ืนท่ีเส่ียง (Lock Down) ปิดเมืองหรือปิดประเทศไม่ให้มีการเคล่ือนย้ายคน
เข้าออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ จากนอกเมืองหรือนอกประเทศเข้าไปแพร่เช้ือ โดยปฏิบัติการ
ควบคู่กับการเฝ้าระวังสอบสวนหาผู้ติดเชื้อในประเทศให้ได้มากที่สุด ประเทศที่เลือกใช้รูปแบบน้ี
เป็นประเทศที่ระบบสาธารณสุขและการแพทย์มีประสิทธิภาพและมักเป็นประเทศที่เศรษฐกิจดีทําให้มี
ทรัพยากรเพียงพอต่อกลุ่มเสี่ยงอย่างมีเป้าหมายและทํางานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นเพียง ๑ - ๒ เดือน
ก็สามารถควบคุมทุกอย่างได้ตราบใดท่ียังปิดประเทศประชาชนจะปลอดภัย แต่เม่ือใดท่ีเปิดประเทศเช้ือโรค
จากทุกทิศทุกทางก็สามารถเข้าไปในประเทศได้อีกครั้ง ซ่ึงขณะน้ีจะเห็นในบางประเทศท่ีใชร้ ูปแบบน้ีกําลังมี
ผตู้ ดิ เช้อื เพ่ิมข้ึนหลงั จากเปดิ ประเทศเนื่องจากประชาชนไมม่ ภี มู คิ ุ้มกันเชอ้ื โรค

๒.๓.๓ รูปแบบหน่วงการระบาดโรค (Mitigation) คือ ทําทุกอย่างให้โรคกระจายตัวช้าลง
เช่น การเฝ้าระวังสอบสวนโรค การกักกันโรคอย่างขันแข็ง การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การกักกันตนเอง
การรักษาระยะห่างจากผู้อื่น (Physical Distancing) การปิดสถานที่และพื้นที่เสี่ยง การห้ามออกจาก
เคหสถานในเวลาที่กําหนด เป็นต้น เพื่อให้ระบบสาธารณสุขและทรัพยากรทางการแพทย์ท่ีมีจํานวนจํากัด
สามารถรองรับจํานวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาได้อย่างทั่วถึง ทําให้อัตราการเสียชีวิตของคนในประเทศ
น้อยมาก แต่ข้อเสยี คือ ระยะเวลาในการควบคุมจะยาวนานจนกวา่ จะมวี คั ซีน



ประเทศไทยเลือกใช้รูปแบบการหน่วงการระบาดโรคที่จะทําให้การติดเชื้อ
และการเสียชีวิตน้อย นับเป็นทางเลือกของรัฐบาลไทยที่การรับมือกับการระบาดของโรคโดยใช้หลักการ
สาธารณสุขควบคู่กับการใช้จิตวิญญาณและหัวใจของบุคลากรทางการแพทย์ จากพื้นฐานการบริการ
สาธารณสุขและการเฝ้าระวังโรคของประเทศไทยทีอ่ ยู่ในระดบั แนวหนา้ ของโลก มีโรงพยาบาลที่ไดม้ าตรฐาน
มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องระบาดวิทยา อีกทั้งมีอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นจุดแข็ง
ของการสาธารณสุขไทยในการดูแลระบาดวิทยา การสืบสวนโรค การเฝ้าระวังสุขภาพพ้ืนฐานของคนไทย
ผนวกกับความร่วมมือจากองค์กรท้ังภาครัฐและเอกชน และที่สําคัญอย่างยิ่งคือประชาชนส่วนใหญ่ปฏิบัติ
ตามคําแนะนําของทางการ ทําให้สถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้อยู่ในสภาวะที่สามารถควบคุม
การระบาดของโควิด-๑๙ ได้ในระดับที่น่าพอใจ อนึ่ง ในขณะนี้หลายประเทศท่ีตัดสินใจรับมือกับโควิด-๑๙
ด้วยรูปแบบอ่ืนได้หันมาใช้มาตรการต่าง ๆ ท่ีคล้ายคลึงกับประเทศไทย อย่างไรก็ตามปัญหาท่ีตามมาคือ
ระบบเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายมากน้อยเพียงใดกับมาตรการและข้อจํากัดต่าง ๆ
ประเด็นนี้รัฐบาลต้องตัดสินใจในการออกมาตรการที่เหมาะสม ถ้าเข้มงวดมากไปหรือนานไปประชาชน
จะมีความอดทนในการใช้ชีวิตท่ีถูกจํากัดได้มากน้อยเพียงใด และถ้ามาตรการผ่อนคลายมากเกินไปหรือเร็วเกินไป
การระบาดก็มีโอกาสกลับมารุนแรงได้ ทั้งนี้ ต้องมีการส่ือสารสาธารณะถึงแนวทางในการบริหารจัดการ
เร่อื งนีอ้ ย่างท่ัวถงึ และชัดเจน (กรุงเทพธรุ กจิ , ๒๕๖๓; ฐานเศรษฐกจิ , ๒๕๖๓)

๒.๔ มาตรการรบั มอื การดาํ เนินงานของหน่วยงานในภาครัฐและภาคเอกชน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพ่ือแบ่งเบา
ภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รวมถึงบรรเทาผลกระทบและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้น
วกิ ฤตความยากลําบากไปได้ รัฐบาลจึงมีมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-๑๙ ต่อเศรษฐกิจไทย
ทัง้ ทางตรงทางออ้ ม ดังน้ี

๒.๔.๑ ภาครฐั

(๑) ภาพรวมเศรษฐกจิ (สํานกั งานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, ๒๕๖๓ข)

ระยะท่ี ๑ มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ได้กําหนดมาตรการ
พักเงินต้น ลดดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาชําระหนี้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อช่วยเหลือ
ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการชําระหน้ีและเงื่อนไขการรับประกันในด้านต่าง ๆ
และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกแนวทางในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ
จากสถานการณ์ท่ีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อให้สถาบันการเงินและบริษัทลกู ในกลุ่มสถาบันการเงิน
เฉพาะกิจ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่ให้สินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงินเร่งดําเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้
ในเชิงรกุ อย่างทันเหตุการณ์ เชน่ ผ่อนปรนเกณฑ์การจดั ชั้นสินเชอ่ื ปกติ เพิ่มความยืดหยุ่นในการอนุมัติเงินกู้
เพ่ือให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเพียงพอในการดําเนินธุรกิจหรือดําเนินชีวิตประจําวันต่อไปได้ รวมท้ังมาตรการ
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

10 

จากโควิด-๑๙ โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยตํ่าวงเงนิ โครงการรวม ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท
คิดดอกเบ้ียอัตราร้อยละ ๐.๐๑ ตอ่ ปี เพื่อใหส้ ถาบันการเงนิ ปลอ่ ยสนิ เชื่อแก่ผปู้ ระกอบการทีไ่ ด้รับผลกระทบ
จากโควดิ -๑๙ ในอัตรารอ้ ยละ ๒ ตอ่ ปี ระยะเวลา ๒ ปี วงเงนิ สินเชอื่ สูงสดุ ตอ่ รายไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท

ระยะที่ ๒ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ ให้มีโครงการ
สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดํารงชีวิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙
โดยไมจ่ าํ เปน็ ต้องมหี ลกั ประกนั วงเงนิ รวม ๔๐,๐๐๐ ลา้ นบาท (ธนาคารออมสิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และธนาคาร
เพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท) วงเงินต่อรายไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท คิดอัตรา
ดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ ๐.๑๐ ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน ๒ ปี ๖ เดือน ปลอดชําระเงินต้น
และดอกเบ้ีย ๖ เดือน และโครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดํารงชีวิต
แก่ประชาชนท่ีมีรายได้ประจํา ให้ธนาคารออมสินสนับสนุนสินเช่ือวงเงินรวม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินต่อราย
ไม่เกนิ ๕๐,๐๐๐ บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงท่ีไมเ่ กนิ ร้อยละ ๐.๓๕ ตอ่ เดอื น ระยะเวลากู้ไมเ่ กนิ ๓ ปี

ระยะที่ ๓ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เร่ือง มาตรการดูแลและเยียวยา
ผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ต่อเศรษฐกิจไทยท้ังทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ ๓
ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ วงเงินรวมท้งั สิน้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีรายละเอยี ดดังนี้

๑) การตราพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพ่ือแก้ไขปัญหา
เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมีกรอบวงเงินกู้ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพ่ือเป็นงบประมาณ
เพ่ิมเติมเพ่ือรองรับการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด
ของโควดิ -๑๙ โดยสามารถแบง่ กรอบการใช้เงนิ ได้ ดังนี้

๑.๑) ชุดมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชน
เกษตรกร และผู้ประกอบการท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควดิ -๑๙ และการแก้ไข
ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ การแพทย์และสาธารณสุขท่ีได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙
และดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ เพื่อแก้ไขปญั หาการระบาดจากโควดิ -๑๙ วงเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

๑.๒) ชุดมาตรการท่ีมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศ
โดยครอบคลุม ๑) การเพิ่มศักยภาพ และยกระดับการค้า การผลิต และการบริการในสาขาเศรษฐกิจ
ท่สี ําคัญของประเทศและในระดับพื้นที่ เพ่ือสรา้ งงาน สร้างอาชพี ตลอดจนการส่งเสริมตลาดสําหรับผลผลิต
และผลิตภัณฑ์ในระดับที่เช่ือมโยงกับการท่องเที่ยวหรือภาคบริการอ่ืน ๒) การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน
ในชุมชน การจัดหาปัจจัยการผลิตและส่ิงอํานวยความสะดวกท่ีจําเป็นสําหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
และชุมชน รวมทั้งการสร้างช่องทางทางการตลาด และยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพ่ิม
ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (Local Economy) ๓) การส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน

11 

และเอกชน รวมท้ังการส่งเสริมและกระตุ้นการลงทุนต่าง ๆ ของภาคเอกชนที่จะทําให้สภาวะการบริโภค
และการลงทุนกลบั เข้าสู่ระดบั ปกติ วงเงนิ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

๒) การตราพระราชกําหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อมท่ีได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา พ.ศ. ๒๕๖๓
สําหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยกําหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถปล่อยสินเชื่อ
ดอกเบ้ียต่ํา (Soft Loan) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ ต่อปี
เพื่อให้ธนาคารพาณิชยแ์ ละสถาบันการเงินเฉพาะกิจไปปลอ่ ยสินเชื่อใหม่เพ่ิมเติมให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs
ในอัตราดอกเบ้ียไม่เกินร้อยละ ๒ ต่อปี นอกจากนี้ ยังกําหนดให้ให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน
เฉพาะกิจสามารถพกั ชําระหนเ้ี ดิมทงั้ เงินต้นและดอกเบ้ยี ให้ผปู้ ระกอบการ SMEs วงเงนิ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

๓) การตราพระราชกําหนดการสนับสนุนสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพ
ตราสารหนี้ภาคเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๓ สําหรับเพิ่มสภาพคล่องและรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน
และระบบการเงิน โดยกําหนดให้จัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเส่ียงของการระดมทุนในตลาด
ตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Liquidity Stabilization Fund: BSF) และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย
สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนให้การระดมทุนโดยการออกตราสารหน้ี
ในตลาดแรกใหท้ าํ งานได้เป็นปกติ (Market functioning) วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ลา้ นบาท

๔) มาตรการชว่ ยเหลืออื่น ๆ ประกอบด้วย ๓ มาตรการยอ่ ย ดงั น้ี
๔.๑) การออกพระราชกฤษฎีกากําหนดจํานวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง

เป็นการท่ัวไป พ.ศ. .... เพื่อให้ขยายวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่ระดับ ๕ ล้านบาทไปถึงวันท่ี ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔
เพ่ือเสริมสร้างความเช่ือมั่นให้แก่ผู้ฝากเงิน ซึ่งจะเพ่ิมความมั่นคงและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและ
ระบบสถาบันการเงินในภาพรวม

๔.๒) มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่าสําหรับผู้ประกอบธุรกิจการเงิน
ท่ีไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Banks) เพื่อให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อให้แก่ Non-Banks เพื่อให้สามารถ
ช่วยเหลือลูกหน้ีรายย่อยของแต่ละบริษัทโดยการผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่อบัตรเครดิต สินเช่ือส่วนบุคคล
ลสิ ซิง่ เช่าซ้ือ เช่าซ้อื รถจักรยานยนต์และสนิ เช่อื ทะเบยี นรถให้แกป่ ระชาชน

๔.๓) การปรับลดอัตราเงินนําส่งจากสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราวการปรับลด
อัตราเงินนําส่งจากสถาบันการเงินจากอัตราร้อยละ ๐.๔๖ ต่อปี เหลือร้อยละ ๐.๒๓ ต่อปี เพ่ือให้สถาบันการเงิน
มีต้นทุนต่ําลง ซึ่งจะนําไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะช่วยบรรเทาภาระหนี้ของภาคธุรกิจ
และประชาชน

12 

ทั้งนี้ รัฐบาลมั่นใจว่ามาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ ๓ จะเป็นหนึ่งในกลไกที่สําคัญ
ในการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจท่ีได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ ให้ดําเนินการต่อไปได้
และมาตรการดังกล่าวจะเป็นรากฐานสําคัญให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างม่ันคงเม่ือวิกฤติครั้งนี้
ผ่านพ้นไป

(๒) ภาพรวมภาคการเกษตร ได้รับผลกระทบท้ังทางตรงและทางอ้อมด้านสังคม
และคุณภาพชีวิตจากระบบเศรษฐกิจท่ีหดตัวลง เน่ืองจากการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อหน่วงการระบาด
ของโควิด-๑๙ ได้นําไปสู่ปัญหาการเคล่ือนย้ายปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่ต้องชะลอตัว
รวมทั้งปริมาณความต้องการของผู้บริโภคลดน้อยถอยลง เน่ืองจากมาตรการด้านสาธารณสุข ท้ังการเว้นระยะห่าง
และการกักตัวแบบต่าง ๆ (Quarantine) ส่งผลให้สินค้าเกษตรและอาหารติดค้างในห่วงโซ่อุปทาน
แ ล ะ ก ล า ย เป็ น ผ ล ผ ลิ ต ส่ ว น เกิ น ใน ร ะ บ บ อ า ห า ร ก่ อ ให้ เกิ ด ปั ญ ห า ด้ า น ร า ย ได้ ข อ ง ค รั ว เรื อ น ล ด ล ง
และหากสถานการณ์ยืดขยายตัวจะทําให้ครัวเรือนขาดสภาพคล่องโดยเฉพาะครัวเรือนขนาดเล็ก
ที่มีระดับเงินออมตํ่าและ/หรือมีรายได้รายวัน เน่ืองจากความต้องการของตลาดลดน้อยลง (ด้านปริมาณ
และด้านราคา) นอกจากน้ี ยังมีปัญหาศักยภาพของเกษตรกรและประชาชนในการปรับตัวและบรรเทา
ผลกระทบต่อสถานการณ์ฐานวถิ ีชีวิตใหม่ (New Normal: Touchless Cashless and Trust Economy)

จากปัญหาข้างต้นรัฐบาลไดอ้ อกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-๑๙
ท่เี กี่ยวข้องกับภาคเกษตรทั้งทางตรง และทางอ้อม ประกอบด้วย

๑) การเยียวยาประชาชนและเกษตรกร รายละและครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท
เป็นระยะเวลา ๓ เดือน จํานวนรวมมากกว่า ๒๐ ล้านรายหรือครัวเรือน กรอบวงเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
รวมท้ังระบบประกันสังคมและสวัสดิการท่ีเก่ียวข้อง ซ่ึงจะเสริมสภาพคล่องครัวเรือนให้สามารถบรรเทา
ความเดือดร้อนและผ่านพ้นช่วงเวลาที่รายได้ครัวเรือนลดลง อันเป็นการบรรเทาปัญหารายได้ครัวเรือน
ท่เี ชือ่ ได้ว่ามีประสทิ ธิผลในระดบั ท่คี วรจะเป็น

๒) การอํานวยความสะดวกทางการค้า การกระจายสินค้าเกษตรและอาหาร
ไปยังผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศเพื่อลดการกระจุกตัวของสินค้า ผ่านช่องทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์
การสร้างช่องทางขนส่งและตลาดใหม่ ซึ่งสามารถกระจายสินค้าท่ีออกสู่ตลาดในช่วงระยะเวลาการระบาด
เช่น มะม่วง ทุเรียน มังคุด เงาะ และกุ้ง เป็นต้น อย่างไรก็ตามเมื่อวิเคราะห์ปริมาณสินค้าเกษตรส่งออกสําคัญ
พบว่า ยังคงมีการส่งออกที่ลดลงเม่ือเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากภาคเกษตรของไทย
พ่ึงพาการส่งออกสงู ถึงรอ้ ยละ ๕๐ ของผลผลติ ทีผ่ ลิตไดท้ ง้ั หมด

๓) การลดภาระค่าใช้จ่ายและเสริมสภาพคล่องทางการเงินแก่ครัวเรือนเกษตรกร
สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ โดยออกมาตรการพักชําระหน้ีต้นเงินและดอกเบ้ีย มาตรการขยายต้นเงินเดิม
และขยายดอกเบี้ยเดิม เพื่อให้ลูกหน้ีได้ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดํารงชีวิตช่วงเผชิญสถานการณ์ และรักษาระดับ
ความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้ มาตรการสินเช่ือฉุกเฉินไม่ต้องมีหลักประกัน (Clean Loan) เพ่ือการฟ้ืนฟู

13 

กิจการและปรับตัวให้มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนท่ีมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเกษตรกร
และหรอื ผปู้ ระกอบการรายย่อยที่มีระดับเงนิ ออมต่ํากวา่ โดยเปรยี บเทียบ มีความจาํ เปน็ ท่รี ัฐบาลจะต้องช่วยลด
ปัญหาการขาดสภาพคล่อง และดําเนินมาตรการเพ่ิมระดับความสามารถในการชําระหนี้สินของครัวเรือน
เกษตรกร เพื่อมิให้เกิดเป็นปัญหาสะสมและกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของประเทศและเป็นภาระ
ต่อระบบการเงิน ตลอดจนมีโอกาสที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อภาคการเงินที่เชื่อมโยงต่อการเติบโต
ของภาคการค้าและการลงทุนของประเทศ ตลอดจนความจําเป็นของรัฐที่จะต้องคลี่คลายความเหลื่อมล้ํา
ทางสังคมที่นับวันย่ิงทวีคูณมากขึ้น โดยหลักการคุ้มครองทางสังคม เช่น ผู้เดือดร้อนยากจนจริง ๆ จําเป็นต้อง
ช่วยเหลือทางสังคมที่เป็นการให้บริการกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในลักษณะตรวจสอบว่ายากจนและเดือดร้อนจริง
ทั้งนี้ ต้องคํานึงถึงเสถียรภาพทางการเงินของประเทศและไม่โน้มเอียงให้เกษตรกรเกิดพฤติกรรมที่ชักนํา
ให้ขาดวินัยทางการเงิน

(๓) หนว่ ยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการการชว่ ยเหลอื ประกอบดว้ ย
๑) การเพิ่มช่องทางการจําหน่ายสินค้าเกษตร รวมท้ังนมและผลิตภัณฑ์นม

โดยการอํานวยความสะดวกในการกระจายสินค้าเกษตรจากเกษตรกรโดยตรงสู่ผู้บริโภค ท้งั สินค้าสด สินค้า
แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สะอาด ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยการรณรงค์ การจัดทําระบบการสั่งจอง
สินค้าออนไลน์ จัดสถานท่ีจําหน่ายในสถานท่ีของภาครัฐ เอกชน และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ช่วยเหลือ
การออกแบบรูปแบบการขาย คัดเลือกประชาสัมพันธ์สินค้าของเกษตรกรและแนะนําให้เกษตรกรสมัครเข้า
ร่วมการขายแบบสินค้าออนไลน์ในทุกช่องทาง และจัดจุดจําหน่ายในแต่ละจังหวัด นอกจากน้ี ยังมีโครงการร่วมกับ
กองทพั อากาศ และภาคเอกชนเพอ่ื การแลกเปลยี่ นและจําหนา่ ยผลผลติ ทางการเกษตร

๒) สร้างรายได้โดยการจ้างงานซ่อมแซม บํารุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงาน
ชลประทาน และอืน่ ๆ ในระบบชลประทาน เป็นเวลา ๖ เดอื น

๓) การลดภาระค่าใช้จ่าย โดยร่วมมือกับภาคเอกชนต่าง ๆ ได้แก่ สนับสนุน
เมล็ดพันธุ์พืชสวนครัวที่โตเร็วอายุสั้นถึงอายุปานกลาง ลดราคาอาหารสัตว์นํ้าและปัจจัยการผลิต ลดค่าเช่า
ร้านค้าในตลาด อ.ต.ก. ลงร้อยละ ๓๐ และยกเว้นการเก็บค่าเช่าร้านค้าที่ปิดลงตามประกาศของ
กรงุ เทพมหานคร

๔) ด้านหนี้สนิ
๔.๑) มาตรการสําหรับสหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์ลูกหน้ีธนาคารเพ่ือการเกษตร

และสหกรณ์การเกษตรผ่อนผันการชําระหน้ีและขยายระยะเวลาการชําระหน้ีให้สหกรณ์ ไม่เกิน ๒๐ ปี
ปลอดชําระต้นเงิน ๓ ปีแรก และขอสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูการดําเนินธุรกิจของสหกรณ์ โดยคิดดอกเบี้ย
ในอัตราไม่ตํ่ากว่า MLR-1 ต่อปี สหกรณ์ลูกหนี้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ให้ขยายเวลาการชําระหนี้ได้ถึง
วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดยสหกรณ์จะต้องผ่อนผันขยายระยะเวลาการชําระหนี้ให้แก่สมาชิกผู้กู้เงิน
จากสหกรณเ์ ช่นเดยี วกัน กลมุ่ เกษตรกรท่ีเป็นลกู หนีก้ องทนุ สงเคราะหเ์ กษตรกรจะไดร้ บั การขยายระยะเวลา
การชําระหนี้ท่ีจะครบกําหนดชําระออกไปอีก ๑ ปี และงดคิดดอกเบ้ียรวมถึงค่าปรับกับสมาชิก มีการผ่อนผัน

14 

การชําระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ ปรับลดหรืองดส่งค่าหุ้นรายเดือนและการงดหักส่งค่าหุ้นตามส่วนเงินกู้
ของสหกรณ์ออมทรพั ย์

๔.๒) สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม มีมาตรการลดภาระหน้ีสิน
ให้กับเกษตรกรรายเดิมที่มีหนี้ครบกําหนดชําระหน้ีในปี ๒๕๖๓ ได้แก่ ผ่อนผันการชําระเงินกู้รายงวด
ขยายเวลาการชําระหน้ีเงนิ กู้ ผ่อนผันการจัดเก็บค่าเช่าซื้อที่ดิน ขยายเวลาการจัดเก็บค่าเช่าซื้อท่ดี ิน ลดหรอื งด
เก็บดอกเบ้ียเงินกู้ของเงินรายงวดได้ไม่เกิน ๑ ปี ลดหรือยกเว้นค่าเช่าท่ีดินเพ่ือเกษตรกรรม นอกจากน้ี
ยังมีการสนับสนุนสินเช่ือดอกเบ้ียตํ่าให้กับเกษตรกรรายใหม่หรือเกษตรกรรายเดิมที่ไม่มีหนี้ค้างชําระอยู่
ระหว่างนาํ เสนอ

๔.๓) การยางแห่งประเทศไทยช่วยเหลือลูกหน้ีเงินกู้ยืมแก่เกษตรกร
ชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางโดยขยายระยะเวลาการส่งใช้เงินกู้ยืม
เป็นระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้าประกันและผู้จํานอง งดการคิดดอกเบ้ีย และค่าปรับ
โดยขยายเวลาการส่งใช้ให้มีผลต้ังแต่วันที่ ๑ มีนาคม – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ผ่อนผันการชําระหนี้ของผู้กู้
ออกไปไม่เกิน ๖๐ วัน นับจากวันครบกําหนดชาํ ระหนี้ของงวดนั้น ๆ การผ่อนผันไม่ถือว่าผู้กู้เป็นผู้ผิดนัด
และจะตอ้ งไดร้ ับความยนิ ยอมจากผคู้ ้ําประกัน

(๔) ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการ
ช่วยเหลือลกู ค้าท่ไี ด้รับผลกระทบจากวิกฤติ โควิด-๑๙ ดงั นี้

๑) มาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ในภาพรวมประกอบด้วย
การขยายระยะเวลาชําระหน้ี ลดอัตราดอกเบ้ีย ปลอดชําระต้นเงินใน ๓ ปีแรก ให้กับลูกหนี้ปกติ และลูกหน้ี
NPL ครอบคลุมท้ังเกษตรกรลูกค้า ผู้ประกอบการและสถาบัน ระยะเวลาดําเนินมาตรการ ต้ังแต่วันที่
๑ มกราคม ๒๕๖๓ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ และยังมีสินเชื่ออัตราดอกเบ้ียผ่อนปรนเพ่ือเป็นเงินทุนหมุนเวียน
(Working Capital) ในการประกอบอาชีพแกล่ กู หนี้เพิ่มเตมิ เพื่อเสรมิ สภาพคล่อง

๒) โครงการสินเช่ือดอกเบี้ยต่ําเพื่อช่วยเหลือลูกค้าท่ีได้รับผลกระทบ
จากการระบาดของโควดิ -๑๙ (Recovering Credit - RC) สาํ หรบั ลกู คา้ เกษตรกร และผปู้ ระกอบการ

๓) โครงการสินเชื่อฉุกเฉินสําหรับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙
สําหรับลูกค้าเกษตรกร บุคคลท่ัวไป หรือบุคคลในครอบครัวของเกษตรกร โดยให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน
๑๐,๐๐๐ บาทคิดอัตราดอกเบ้ียคงท่ีร้อยละ ๐.๑ ต่อเดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ปลอดการชําระต้นเงิน
และดอกเบี้ย 6 เดือนแรกนับจากวันกู้ กําหนดชําระคืนแล้วเสร็จภายใน ๒ ปี ๖ เดือนนับจากวันกู้
และสามารถแบ่งงวดชําระได้ตามความสามารถในการชําระคืนเป็นรายเดือน (๒๔ งวด) ราย ๓ เดือน
(๘ งวด) ราย ๖ เดือน (๔ งวด)

๔) โครงการพักชําระหน้ีต้นเงินและดอกเบ้ียเป็นระยะเวลา ๓ เดือน สําหรับลูกค้า
สินเช่ือส่วนบุคคล สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน สินเช่ือเพ่ือท่ีอยู่อาศัย สินเช่ือเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต
สนิ เช่ือผปู้ ระกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเกษตร ที่ชําระเป็นงวดรายเดือนและมีสถานะเป็นหนี้ปกติ

15 

หรือค้างชําระไม่เกิน ๓ เดือน (ณ วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓) โดยพักชําระต้นเงินและดอกเบี้ยระหว่าง
เดือนเมษายน – มิถนุ ายน ๒๕๖๓ โดยอัตโนมัติ

๕) มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินลูกค้าผู้ประกอบการวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แก่

๕.๑) มาตรการพักชําระหน้ีต้นเงินและดอกเบ้ีย ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน
ถึงกันยายน ๒๕๖๓ แบบอัตโนมัติทุกราย ให้กับ SMEs ท่ีมีวงเงินกู้รวมไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท และในระหว่าง
พักชาํ ระหนี้ ลูกค้าทปี่ ระสงค์ชาํ ระหนี้ ธ.ก.ส. จะคนื ดอกเบย้ี ร้อยละ ๑๐๐ ของเงนิ ที่ส่งชําระ (Cash Back)

๕.๒) มาตรการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อมสําหรบั ลูกค้าที่ดําเนินธุรกิจผูป้ ระกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและผู้ประกอบการ
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเกษตร เป็นลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อต่อกลุ่มลูกหนี้ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท
มีสถานะไม่เปน็ หนีเ้ สยี ณ วันที่ ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ไม่เป็นบรษิ ทั ที่มีหลักทรัพยจ์ ดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
มีวัตถุประสงค์ในการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องต้นทุนตํ่าให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจ และลดผลกระทบ
ต่อการจ้างงาน ห้ามนําเงินกู้ใหม่นี้ไปชําระหน้ีสัญญาเดิม คิดดอกเบี้ยจากผู้กู้ในอัตราร้อยละ ๒ ต่อปี เป็นระยะเวลา
เงนิ กู้ ๒ ปี นับแตว่ นั ทําสัญญาเงินกู้ โดยรฐั บาลรบั ภาระจ่ายดอกเบี้ยแทนผกู้ ใู้ นชว่ ง ๖ เดอื นแรก

๕.๓) มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการระบาด
ของโควิด–๑๙ ทั้งระบบ ประกอบด้วย โครงการพักชําระหน้ีต้นเงินและดอกเบ้ียเงินกู้ โดยการพักชําระหน้ี
ต้นเงินและดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถึงกําหนดชําระตั้งแต่งวดเดือนเมษายน ๒๕๖๓ งวดเดือนมีนาคม ๒๕๖๔
เป็นเวลา ๑ ปี โดยอัตโนมัติสําหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ท้ังที่เป็นเกษตรกรรายคน บุคคลผู้ประกอบการ
(นิตบิ ุคคล) กลมุ่ เกษตรกร สหกรณ์ กองทนุ หมู่บา้ นและชมุ ชน

๒.๔.๒ ภาคเอกชน เน้น ๒๐ รายใหญ่

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ในช่วงวิกฤติเช่นนี้ทําให้เห็นธารนํ้าใจ
จากคนไทยด้วยกันที่ออกมาให้ความช่วยเหลือตามกําลังที่มีจากส่วนหน่ึงของภาคเอกชนธุรกิจระดับ
ชน้ั นําของไทย (Marketeer online, ๒๕๖๓)

(๑) การบรจิ าคและการสนบั สนนุ
การบริจาคเงิน พบว่า ภาคเอกชนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่บริจาคเงินไปแล้ว

เฉลย่ี ๒๐ - ๕๐ ล้านบาท ภาคเอกชนโดยส่วนใหญ่บริจาคช่วยเหลือในเร่ืองอุปกรณ์การแพทย์ และการบรจิ าค
ยังกระจุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครโดยธุรกิจในเครือซีพีมียอดบริจาครวมการสร้างโรงงาน
หน้ากากอนามัยมีมูลค่ารวม ๓๗๗ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การบริจาคในภาพรวมเทียบกับสัดส่วนมูลค่า
ทรัพย์สินนั้นยังน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการให้และการบริจาคของบรรดามหาเศรษฐีในระดับโลก
เช่น นายเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อต้ังอะเมซอน ที่บริจาคเงินราว ๓.๒ พันล้านบาท ให้กับคลังอาหารสหรัฐฯ ในช่วงวิกฤต
หรือนายบิล เกตส์ และภรรยา ที่บริจาคเงิน ๘.๑ พันล้านบาท สนับสนุนโครงการวิจัยยาต้านโควิด-๑๙

16 

หรือการช่วยเหลือการพัฒนาวัคซีนของนายแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ซึ่งนับรวมทั้งหมดกับเรื่องอื่น ๆ
มหาเศรษฐีระดับโลกมีการดําเนินการอย่างเป็นระบบทําให้เม่ือเกิดปัญหาสามารถรับมือกับสถานการณ์
ที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที ทั้งนี้ หากประเมินโครงสร้างการให้และการบริจาคในต่างประเทศที่ทําได้เร็วมาก
และสามารถใช้เงินบริจาคได้จํานวนมาก ส่วนหน่ึงเป็นเพราะโครงสร้างและระบบของการบริจาคผ่านมูลนิธิ
ทําให้สามารถประเมินสถานการณ์ในภาวะวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว มีวิธีการและเป้าหมายการรับและใช้เงินบริจาค
อย่างชัดเจน รวมถึงกระบวนการทํางานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ในขณะท่ีรูปแบบการบริจาคของไทยยังเป็นการตัดสินใจ
ส่วนบุคคลและใชค้ วามสมั พนั ธ์ส่วนตวั เป็นฐาน

การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ส่วนใหญ่สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์
อาหารสําหรับบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมท้ังสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ต่าง ๆ
เพือ่ อาํ นวยความสะดวกและเพ่มิ ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ านของบุคลากรทางการแพทย์ ทางด้านการเกษตร
มีเพียงบรษิ ทั สยามแมค็ โคร จาํ กัด ท่ปี ระกาศรบั ซอื้ ผลไมเ้ พ่ือช่วยเหลือเกษตรกรทีเ่ ดือดรอ้ นจากภัยโควิด

(๒) นโยบายการจ้างงาน กลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ
จํากัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ SCG กลุ่มมิตรผล กลุ่มเซ็นทรัล
และบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จํากัด ประกาศนโยบายดูแลพนักงานภายใต้สถานการณ์การระบาด
ของไวรสั โควดิ -๑๙ โดยไมม่ นี โยบายเลิกจ้างพนกั งานและให้การดแู ลพนกั งานและครอบครัวท่เี ดอื ดรอ้ น

17 

บทท่ี ๓

การวเิ คราะห์ผลกระทบของโรคตดิ ตอ่ เชื้อโคโรนาไวรสั (COVID-19)

๓.๑ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
บทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกของธนาคารโลกฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ช้ีว่าระยะเวลา

ในการใช้มาตรการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากโควิด-๑๙ มีความสัมพันธ์แบบผกผันกับเศรษฐกิจโลก
กล่าวคือ ย่ิงระยะเวลาการใช้มาตรการปิดเมืองนานขึ้นจะส่งผลให้เศรษฐกิจยิ่งตกตํ่าลงโดยแยกสถานการณ์
เศรษฐกิจโลกออกเป็น ๒ กรณี ได้แก่ ๑) กรณีดีสุดคือ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้และมีการออกมาตรการ
ผ่อนคลายต่าง ๆ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมโลกจะเป็นร้อยละ -๔ ๒) กรณีที่สถานการณ์คงสภาพอย่างปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์มวลรวมโลกจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๕.๒ ๓) กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ สถานการณ์การระบาด
ของโควิด-๑๙ กลับมาระบาดมากข้ึนจนส่งผลทําให้ต้องมีมาตรการปิดเมืองซํ้าอีกคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม
โลกจะตกไปอยู่ที่ร้อยละ -๘ นอกจากนี้ ธนาคารโลกได้ชี้ว่าการถดถอยทางเศรษฐกิจที่เกิดข้ึนน้ีถือได้ว่ามาก
ท่ีสุดในรอบ ๑๐ ปี ทางด้านของเศรษฐกิจประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนคาดว่าจะเติบโตเพียงร้อยละ ๑
ซ่ึงเป็นตัวเลขตํ่าสุดต้ังแต่ปี ๑๙๗๖ ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมของสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะอยู่ท่ีร้อยละ-๖.๑
ขณะท่ีภาคพื้นยุโรปจะถดถอยรุนแรงจนถึงร้อยละ -9.1 ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกําลังพัฒนา
คาดการณ์ว่า จะถดถอยที่ร้อยละ -๒.๕ เป็นการถดถอยมากที่สุดในรอบ ๖๐ ปี และมากกว่าในช่วงวิกฤติ
การเงินช่วงปี ๒๐๐๙ ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ธนาคารโลกคาดว่าจะถดถอยที่ร้อยละ -๕
เน่ืองจากเศรษฐกิจไทยเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ก่อนที่จะฟื้นตัวเป็นร้อยละ ๔.๑ ในปี ๒๕๖๔
(Brandinside, 2563)

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประมาณว่า การระบาดของโควิด-๑๙ จะส่งผลให้เศรษฐกิจ
ไทยในปี ๒๕๖๓ มีแนวโน้มหดตัวแรงกว่าปีก่อน อันเน่ืองมาจากการท่องเท่ียวและการส่งออกสินค้า
ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาด การชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะอย่างย่ิงประเทศจีน
และการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิตของหลายประเทศ ส่งผลให้รายได้ของธุรกิจและครัวเรือนได้รับ
ผลกระทบในวงกว้าง เป็นผลให้อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้ม
หดตัวต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๒ ไตรมาส ๔ ของปี ๒๕๖๒ ซึ่งมีอัตราการเติบโตของรายได้ประชาชาติรายไตรมาส
เป็นร้อยละ ๑.๖ รายได้ต่อหัวท้ังปี ๒๔๘,๒๕๗.๔ บาทต่อคน อัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๐.๔ มูลค่า
การส่งออก ๕๙,๑๖๙ ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประมาณการอัตราการขยายตัว
เศรษฐกิจของประเทศไทยปี ๒๕๖๓ หดตัวท่ีร้อยละ -๕.๓ รุนแรงกว่าวิกฤตต้มยํากุ้งในปี ๒๕๔๐ อัตราเงินเฟ้อ
เป็นร้อยละ -๑.๐ ในขณะท่ีการบริโภคภาคเอกชนหดตัวร้อยละ ๑.๕ การลงทุนภาคเอกชนหดตัวร้อยละ ๔.๓
ปริมาณการส่งออกสนิ ค้าและบรกิ ารหดตัวรอ้ ยละ ๑๖.๔ ปรมิ าณการนําเขา้ สนิ ค้าและบริการหดตัวรอ้ ยละ ๑๑.๖

18 

ในขณะเดียวกัน สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงาน
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๖๓ เมื่อวันท่ี ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ว่า จะหดตัวลงถึงร้อยละ-๖.๐
ถึง-๕.๐ ชะลอตัวลงจากปี ๒๕๖๒ ตามข้อจํากัดที่เกิดจากการระบาดของโควิด-๑๙ ปัญหาภัยแล้ง
ที่มีความรุนแรงมากข้ึน และความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณ ซ่ึงสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับ
ธนาคารแหง่ ประเทศไทย (สํานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ, ๒๕๖๓)

ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยท่ัวโลก คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ท่ีสําคัญ
อาทิ การลดลงของการผลิต การใช้จ่ายอุปโภคบริโภค การลงทุน และการส่งออกสินค้าและบริการ
และนําไปสู่การลดลงของการจ้างงาน เป็นต้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบหนักท่ีสุดต่อประเทศท่ียากจน
และอ่อนแอ รวมทั้งประเทศไทยด้วย เนื่องจากกลุ่มประเทศคู่ค้าส่งออกและนําเข้าได้รับผลกระทบ
จากโควิด-๑๙ เช่นกัน โดยประเทศคู่ค้าส่งออกสําคัญของไทย ๑๖ อันดับ ได้แก่ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม
ฮ่องกง มาเลเซีย ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร อินเดีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สวิตเซอร์แลนด์ เกาหลีใต้
เนเธอร์แลนด์ และเยอรมัน คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม ๕.๗๗ ล้านล้านบาท จาก ๗.๖๒ ล้านล้านบาท
(ร้อยละ ๗๕) และ ๑๐ อันดับสินค้าส่งออก ได้แก่ รถยนต์และอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อัญมณี
เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า น้ํามันสําเร็จรูป เคร่ืองจักรกล
และชิ้นส่วน เหล็กและผลิตภัณฑ์ตามลําดบั มากไปนอ้ ย และกลุ่มประเทศคู่ค้านําเข้าสําคญั ของไทยส่วนใหญ่
๑๕ อันดับ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงค์โปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย
เยอรมัน ซาอุดอิ าระเบีย เวยี ดนาม อนิ เดยี ออสเตรเลีย สวติ เซอร์แลนด์ คิดเป็นมูลคา่ นําเข้า รวม ๕.๗๐ ล้านล้าน
บาทจาก ๗.๔๓ ล้านล้านบาท (ร้อยละ ๗๒) และ ๑๐ อันดับสินค้านําเข้า ได้แก่ น้ํามันดิบ เคร่ืองจักรกล
และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ
และอุปกรณ์ยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้า เครือ่ งเพชร อัญมณี เงนิ และทองแท่ง สินแร่โลหะอ่ืน ๆ คอมพิวเตอร์
และอุปกรณ์ตามลําดับมากไปน้อย (ศนู ยเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร สาํ นักงานปลดั กระทรวงพาณชิ ย,์ ๒๕๖๓)

ประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีมาตรการปิดพื้นท่ีเส่ียงทั้งระดับปิดประเทศและปิดเมืองสําคัญ
รวมถึงปิดพรมแดนและจํากัดการเข้า-ออก เพ่ือควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ส่งผลให้
การเคล่ือนย้ายสินค้าตามแนวชายแดนชะงักและชะลอตัว กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย
ในเส้นทางคมนาคมขนส่งทางบก ซึ่งสินค้าเกษตรสําคัญของไทยที่ส่งออกไปยังอาเซียนได้แก่ นํ้าตาล ข้าว
ผลไม้และยางพารา คิดเป็นมูลค่าภาพรวมประมาณ ๘๐,๒๐๒ ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม
มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ร้อยละ ๒๒, ๑๗, ๑๖ และ ๑๒ ตามลําดับ ส่วนสินค้านําเข้าท่ีไทยนําเข้า
จากอาเซียน ได้แก่ ปลา สัตว์นํ้า มันสําปะหลัง เป็นต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ ๒๖,๙๕๘ ล้านบาท ดังน้ัน ส่งผล
ต่อประเทศไทยในประเด็นการปรับลดระดับการเติบโตของผลผลิต ลดโอกาสการสร้างมูลคา่ เพ่ิม การจา้ งแรงงาน
ลดลงและขาดโอกาสสรา้ งรายไดท้ ี่ควรจะไดร้ ับซง่ึ เช่อื มโยงให้เกดิ การลดลงของระดับความสามารถในการใช้
จ่ายภาคประชาชน ต้นทุนการเงินความไม่แน่นอนและความเสี่ยงการลงทุนสูงข้ึน อีกท้ังการชะงักหรือการจํากัด

19 

การเคล่ือนย้ายบุคลากรตามมาตรการป้องกันโรค ทําให้ความต้องการของผู้บริโภคภาพรวมลดน้อยถอยลง
ส่งผลต่อการลดกําลังการผลิต ทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจด้านบริการ
ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน การขนส่ง การโรงแรม การค้าปลีก (หมวดที่ไม่ใช่อาหาร) และธุรกิจพลังงาน เป็นต้น
หากสถานการณ์การระบาดยาวนานผลกระทบที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน
เนื่องจากประเทศไทยพ่ึงพารายได้จากการค้าระหว่างประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (๓๘ ล้านคนต่อปี)
อุตสาหกรรมและบริการท้ังขนาดกลางและขนาดย่อมตอ้ งหยดุ และปิดกิจการ ภาคครวั เรอื นท่ีมีระดับการออมต่ํา
จะประสบภาวะขาดสภาพคลอ่ งของกระแสเงนิ สด

๓.๒ ผลกระทบทางสังคม

ผลกระทบด้านสังคมจากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ เป็นไปอย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะอย่างยิง่ ผลกระทบต่อการจ้างงาน โดยสง่ ผลให้แรงงานจํานวนมากถูกเลิกจา้ งงานทงั้ แบบชั่วคราว
และถาวร เนื่องจากบริษัทได้ปิดตัวลงหรือธุรกิจได้รับผลกระทบจากการปิดประเทศต่าง ๆ รวมทั้งนโยบาย
ปิดพ้ืนที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ หรือ ล๊อกดาวน์ (Lock Down) และมาตรการต่าง ๆ ทําให้
ไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ อย่างไรก็ตาม บางธุรกิจมีการปรับตัวให้พนักงานทํางานจากบ้าน
ส่งผลกระทบต่อแรงงานในอาชีพขนส่ง เช่น แท็กซี่ รถสามล้อเคร่ืองมีลูกค้าลดลง จากข้อมูล
ของกระทรวงแรงงานประมาณการว่ามีธุรกิจที่ต้องหยุดกิจการบางส่วน จํานวน ๑,๐๘๘ แห่ง
และหยุดกิจการทั้งหมด จํานวน ๑,๓๔๘ แห่ง ด้านหอการค้าไทยประมาณการว่าจะมีแรงงานท่ีต้องตกงาน
๗.๑๓ ล้านคน(กรงุ เทพธุรกจิ , ๒๕๖๓ข)

ตารางที่ ๑ แสดงอตั ราการเติบโตทางเศรษฐกจิ และเงนิ เฟอ้ ของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒
และคาดประมาณปี ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔

หัวข้อ ๒๕๖๒๑ ๒๕๖๓๒ ๒๕๖๔๒

อตั ราการขยายตวั ของเศรษฐกจิ ๒.๔ -๕.๓ (๒.๘) ๓.๐
อัตราเงินเฟ้อท่ัวไป ๐.๗ -๑.๐ (๐.๘) ๐.๓
อตั ราเงนิ เฟอ้ พ้นื ฐาน ๐.๕ -๐.๑ (๐.๘) ๐.๑

หมายเหตุ๑ ข้อมลู จรงิ ๒ ประมาณการ ( ) รายงานนโยบายการเงนิ ฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๖๒
ทีม่ า: ธนาคารแห่งประเทศไทย

20 

ตารางท่ี ๒ ดชั นที างเศรษฐกจิ ของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒ และประมาณการปี ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔

(% YOY) ๒๕๖๒๑ ๒๕๖๓๒ ๒๕๖๔๒

อตั ราการขยายตวั ของเศรษฐกิจ ๒.๔ ธ.ค. ๒๕๖๒ มี.ค.๒๕๖๓ ๓.๐
- การบรโิ ภคภาคเอกชน ๔.๕ ๒.๑
- การลงทนุ ภาคเอกชน ๒.๘ ๒.๘ -๕.๓ ๒.๒
- การอุปโภคภาครฐั ๑.๔ ๓.๐ -๑.๕ ๒.๒
- การลงทุนภาครัฐ ๐.๒ ๓.๔ -๔.๓ ๘.๑
- ปรมิ าณการส่งออกสนิ คา้ และบรกิ าร -๒.๖ ๒.๖ ๒.๖ ๕.๐
- ปรมิ าณการนาํ เขา้ สนิ ค้าและบริการ -๔.๔ ๖.๓ ๕.๘ ๔.๓
๓๗.๓ ๑.๔ -๑๖.๔ ๑๙.๒
ดลุ บัญชีเดินสะพัด (พันล้านดอลล่ารส์ หรัฐ) -๓.๒ ๑.๖ -๑๑.๖ ๐.๒
- มลู ค่าการส่งออกสนิ คา้ -๕.๔ ๓๐.๐ ๑๙.๔ -๐.๔
- มูลค่าการนาํ เขา้ สินค้า ๐.๗ ๐.๕ -๘.๘ ๐.๓
๐.๕ ๑.๔ -๑๕.๐ ๐.๑
อัตราเงินเฟ้อทัว่ ไป ๐.๘ -๑.๐
อตั ราเงินเฟอ้ พ้ืนฐาน ๓๙.๘ ๐.๗ -๐.๑ ๒๐.๐
ขอ้ สมมตุ ิ ๖๓.๕ ๓๔.๐
๔๑.๗ ๑๕.๐
- จํานวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (ล้านคน) ๖๒.๕ ๓๕.๐
- ราคาน้ํามนั ดิบดไู บ (USD/Barrel)

หมายเหต๑ุ ขอ้ มลู จรงิ ๒ ประมาณการ ทีม่ า:ธนาคารแหง่ ประเทศไทย

21 
ตารางท่ี ๓ ประมาณการเศรษฐกิจ ปี ๒๕๖๓

(% YoY) ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓
GDP
ทัง้ ปี ทั้งปี ไตรมาส ๓ ไตรมาส ๔ ไตรมาส ๑ ทง้ั ป(ี f)
๔.๒ ๒.๔ ๒.๖ ๑.๕ -๑.๘ (-๖.๐) – (-๕.๐)

การลงทุนรวม๑/ ๓.๘ ๒.๒ ๒.๗ ๐.๘ -๖.๕ -๒.๑

ภาคเอกชน ๔.๑ ๒.๘ ๒.๓ ๒.๖ -๕.๕ -๔.๒
ภาครฐั ๒.๙ ๐.๒ ๓.๗ -๕.๑ -๙.๓ ๕.๖

การบรโิ ภคภาคเอกชน ๔.๖ ๔.๕ ๔.๓ ๔.๑ ๓.๐ -๑.๗

การอปุ โภคภาครฐั บาล ๒.๖ ๑.๔ ๑.๗ -๐.๙ -๒.๗ ๓.๖

มลู ค่าการสง่ ออกสินค้า๒/ ๗.๕ -๓.๒ ๐.๐ -๔.๙ ๑.๕ -๘.๐

ปริมาณ2/ ๓.๙ -๓.๕ -๐.๔ -๕.๓ ๑.๙ -๖.๐

มูลคา่ การนาํ เขา้ สินค้า๒/ ๑๓.๗ -๕.๔ -๖.๘ -๗.๖ -๐.๙ -๑๓.๒

ปรมิ าณ๒/ ๗.๗ -๕.๖ -๖.๖ -๘.๓ -๐.๑ -๙.๗

ดุลบญั ชเี ดนิ สะพดั ๕.๖ ๗.๐ ๗.๑ ๗.๒ ๗.๑ ๔.๙

ตอ่ GDP (%)

เงินเฟ้อ ๑.๑ ๐.๗ ๐.๖ ๐.๔ ๐.๔ (-๑.๕) – (-๐.๕)

หมายเหตุ : ๑/การลงทนุ รวมหมายถึงการสะสมทนุ ถาวรเบ้ืองต้น
2/ฐานขอ้ มูลดุลการชาระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย

ท่มี า: สาํ นักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาต,ิ ๒๕๖๓

ภาพท่ี ๔ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓  

ท่ีมา: สํานกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ, ๒๕๖๓ 

22 

จากการศึกษาของเน้ือแพร เล็กเฟื่องฟู และคณะ (๒๕๖๓) พบว่า ร้อยละ ๓๑.๕ ของแรงงานไทย
ทํางานในกลุ่มงานที่ต้องอาศัยเคร่ืองจักรและไม่สามารถทํางานผ่านเครื่องมือสื่อสารได้ ในขณะเดียวกัน
เมื่อเปรียบเทียบแรงงานระหว่างชายและหญิง พบว่า แรงงานชายทํางานที่เก่ียวข้องกับเครื่องจักรมากกว่า
ดังน้ัน แรงงานชาย จึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่าแรงงานเพศหญิง กลุ่มท่ีได้รับผลกระทบน้อยท่ีสุด
คือ กลุ่มแรงงานท่ีได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป เพราะรูปแบบการทํางานเอ้ือให้สามารถทํางาน
จากท่ีบ้าน และแรงงานกลุ่มนี้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมากกว่า การใช้มาตรการล็อกดาวน์
ของประเทศไทยต้ังแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ส่งผลต่อลูกจ้างรายได้ระดับไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน
จํานวน ๑.๖ ล้านคน ได้รับผลกระทบมากที่สุด ตัวอย่างอาชีพที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เช่น พนักงาน
ทาํ ความสะอาด พนกั งานบริการในรา้ นอาหาร ผู้นาํ เทีย่ ว เป็นตน้

ใน ภ าพ รวม ก ลุ่ ม ราย ได้ ระดั บ ล่ าง (ราย ได้ ไม่ เกิ น ๑ ๒ ,๐ ๐ ๐ บ าท ต่ อ เดื อ น )
จะได้รับผลกระทบจากการปิดพื้นที่เสี่ยงอย่างเต็มท่ี ส่วนกลุ่มรายได้สูง (ตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนขึ้นไป)
จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ คน มีแนวโน้มจะถูกผลกระทบจากการปิดพื้นท่ีเสี่ยงไม่มากนักเพราะสามารถ
ปรับเปลี่ยนสถานท่ีทํางานได้ง่าย โดยใช้เทคโนโลยีสื่อสารร่วมด้วยนอกจากน้ี ภาพความเหล่ือมล้ํา
ของรายได้ที่รุนแรงขึ้นก็จะส่งต่อไปถึงความเหล่ือมลํ้าในการบริโภค ครัวเรือนรายได้ตํ่ามักขาดสภาพคล่อง
ในรายจ่ายที่จําเป็น เช่น อาหาร ค่าเช่าบ้าน เป็นต้น โดยส่งผลให้แรงงานจํานวนไม่น้อยกลับสู่บ้านเกิด
ของตนและหนั มาพ่ึงพาการเกษตรเพ่ือเป็นแหลง่ ของรายไดแ้ ละอาหาร

ความม่ันคงอาหารเป็นผลกระทบที่สําคัญประการหนึ่งจากการระบาดของโควิด-๑๙
ซึ่งเป็นผลจากการตกงาน การถูกเลิกจ้าง หรือการลดเงินเดือนพนักงานของสถานประกอบการธุรกิจท่ีได้รับ
ผลกระทบ ซ่ึงคาดว่าแรงงานท่ีได้รับผลกระทบโดยตรงมีประมาณ ๕.๘ ล้านคน ซึ่งไม่รวมผู้ได้รับผลกระทบ
ทางอ้อมจากการลดการบริโภคและห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ครัวเรือนรายได้ตํ่าประสบกับการขาดแคลน
อาหารรวมทั้งที่อยู่อาศัยจํานวนมาก อย่างไรก็ตาม จากการท่ีสังคมไทยมีความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแพร่มีผู้บริจาค
และแจกจ่ายอาหารแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเน่ืองในหลายพื้นที่ รวมทั้งความช่วยเหลือจากภาคเอกชน
และชมุ ชนจงึ เป็นการช่วยบรรเทาปญั หาความรุนแรงการขาดแคลนอาหารในระดับหน่ึง เช่น โครงการต้ปู นั สุข เป็นตน้

อย่างไรก็ตาม มีผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนด้านสังคมอ่ืน ๆ เช่น การโจรกรรมเพื่อหวังใน
ทรัพย์สิน การทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัวอันเนื่องจากการขาดรายได้ การฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจาก
ปญั หาชวี ิตดา้ นตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ มแี นวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน

23 

๓.๓ ผลกระทบดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม

การระบาดของโควิด-๑๙ มีผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้ังด้านบวก
และด้านลบ โดยมีผลกระทบในเชิงบวกต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากร
การท่องเที่ยว เป็นผลจากการลดลงของนักท่องเที่ยว ตามมาตรการลดการเคลื่อนย้ายคนระหว่างประเทศ
ระหว่างจังหวัด การประกาศห้ามออกจากเคหสถานในเวลาที่กําหนด ให้ประชาชนอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่
ระบาดของเชื้อโรค การประกาศหยุดการบินของสายการบินต่าง ๆ ท่ัวโลก

ผลกระทบเชิงบวก ท่ีเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การฟื้นตัวของความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
ทางทะเลและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยเห็นได้จากการมีสัตว์ทะเลหายากปรากฏตัวขึ้นบ่อยครั้งจํานวน
มากขน้ึ เชน่ พยนู โลมา ปลาฉลามหูดาํ รวมท้งั ปะการงั และหญา้ ทะเล ไดม้ ีการฟื้นตัวเองให้มคี วามสมบูรณ์
ได้ในหลาย ๆ แหล่ง ในขณะเดียวกันทรัพยากรท่องเที่ยวทางบก ได้มีโอกาสในการฟื้นตัวอันเนื่องจาก
นักท่องเท่ียวลดลงเช่นกัน รวมท้ังการลดลงของขยะท้ังขยะทะเลและขยะบนบก เช่นเดียวกับคุณภาพ
อากาศ การหยุดตัวของธุรกิจและอุตสาหกรรมเพื่อลดการแพร่เช้ือส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน
๒.๕ ไมครอน (PM 2.5) ในอากาศของไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในหลายพื้นท่ีโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร
และในจังหวัดท่องเท่ียวในหลายๆ จังหวัด อย่างไรก็ตามในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ ยังคงมีการเผาป่าทําให้
ฝนุ่ ละอองขนาดเล็กไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน ในพน้ื ทีด่ งั กล่าวเพ่มิ ขึ้นกต็ าม

ผลกระทบเชิงลบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีบ้าง เช่น การปิดพื้นท่ีเส่ียงทําให้
ผู้ทํากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การปลูกป่า ป่าชายเลนทําได้ไม่สะดวก
นอกจากนั้น การลดลงของนักท่องเท่ียว ก็อาจทําให้กิจการท่ีเกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าท่ีเป็นแหล่งท่องเท่ียว
ขาดรายได้ ไม่มเี งนิ เพียงพอท่จี ะดแู ลสตั วด์ ังกล่าว เชน่ กรณปี างช้าง ลิง และสวนสัตว์ตา่ ง ๆ เป็นต้น

๓.๔ ผลกระทบต่อภาคเกษตร

การระบาดของโควิด-๑๙ได้ส่งกระทบต่อภาคเกษตรซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสําคัญ
ของประเทศไทยทั้งทางบวกและทางลบจากการประมาณการของธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร พบว่า ในปี ๒๕๖๓ อัตราการเติบโตของภาคเกษตรไทยในกรณีปกติ (Base Case Scenario)
เป็นประมาณร้อยละ -๑.๑ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเช้ือฯ ในแนวโน้มปกติ สําหรับในกรณี
เลวร้ายท่ีสุด หากมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก (Worst Case Scenario) อัตราเติบโตภาคเกษตรจะเป็น
ร้อยละ-๑.๙ และในกรณีที่เศรษฐกิจฟ้ืนตัวได้รวดเร็ว และมาตรการต่าง ๆ ได้ผลควบคุมการระบาดได้ดี
(Best Case Scenario) การเตบิ โตภาคเกษตรจะเป็นรอ้ ยละ ๓.๓

จากการที่ภาคเกษตรไทยมีการพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศถึงร้อยละ ๘๐ ของ GDP ภาคเกษตร
ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจโลกถดถอย จึงมีความเส่ียงสูงท่ีภาคเกษตร (เกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร)
จะสูญเสียโอกาสด้านรายได้ จากปริมาณผลผลิตท่ีมีความต้องการตลาดลดน้อยลง ซึ่งมีผลให้เกิดการลดลง

24 

ด้านราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกแนวโน้มดัชนีราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกท่ีสําคัญ (FAO, 2020)
ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เช่น สินค้ากลุ่มพืชอาหาร (ข้าวสาลี ข้าวโพด) ร้อยละ ๑.๙ สินค้าพืชนํ้ามัน
(ปาล์ม ถั่วเหลือง) ร้อยละ ๔.๓ น้ําตาล (อ้อยโรงงาน) ร้อยละ ๑๙ น้ํานมโคและผลิตภัณฑ์นม ร้อยละ ๓
มีดัชนีราคาลดลงต่อเนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ เน่ืองจากปัจจัยของสถานการณ์ระบาดของโควิด-๑๙
ส่งผลให้กิจกรรมการบริโภคของผู้บริโภคลดลง และปัจจัยด้านการแข่งขันราคาของสินค้าทดแทนนํ้ามันดิบ
มีราคาลดลงส่งผลต่อความต้องการสินค้าเอทานอลและไบโอดีเซลในตลาดโลกลดลง ตลอดจนผู้ผลิต
รายใหญ่ของโลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ ส่งผลต่อการจาํ กัดและเคล่ือนย้ายทรัพยากร
เพ่ือการผลติ เก็บเกย่ี วผลผลิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สินค้ากลุ่มสินค้าข้าว มีแนวโน้มดัชนีราคาตลาดโลกสูงขึ้น เนื่องจากมีความต้องการ
สินค้าเพื่อรักษาระดับความมั่นคงด้านอาหารของประเทศและความไม่แน่นอนของนโยบายส่งออกข้าว
ของเวียดนาม ด้านกลุ่มสินค้าเน้ือสุกรมีแนวโน้มดัชนีราคาสูงข้ึน เน่ืองจากปริมาณการผลิตลดลง
จากข้อจํากัดด้านการเคลื่อนย้ายทรัพยากรและแรงงาน ส่วนสินค้ากลุ่มเน้ือไก่มีแนวโน้มดัชนีราคาทรงตัว
เน่ืองจากปริมาณการผลิตและจัดส่งยังคงสอดคล้องต่อความต้องการบริโภค แม้ว่าจะมีสัญญาณว่า
การส่งออกจะเริ่มชะลอตัวลงจากปัญหาการควบคุมและจํากัดการค้าระหว่างประเทศตามมาตรการป้องกัน
โรคระบาด ถึงแม้ว่าสินค้าข้าวจะมีราคาปรบั ตัวสูงขนึ้ ตามความต้องการของตลาดท่ีไดร้ ับผลกระทบจากการระบาด
ของโควิด-๑๙ แต่ยังต้องเผชิญกับภัยแล้งที่ต่อเนื่องจากปลายปี ๒๕๖๒ ถึง กรกฎาคม ๒๕๖๓ ซึ่งมีน้ําต้นทุน
ในระบบชลประทานน้อย โดยปริมาณน้ําใช้การได้ในระบบชลประทาน ๑๓,๘๕๒ ล้านลูกบาศก์เมตรคดิ เป็น
ร้อยละ ๒๗ (ข้อมูลเมื่อ ๗ เมษายน ๒๕๖๓) ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง ๖.๕๙ ล้านไร่ และพืชอาหาร
ซึง่ ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน (อ้อย มันสําปะหลงั ข้าวโพดอาหารสัตว์) มปี ริมาณผลผลิตและคุณภาพ
จะลดลง ซอ้ นทบั ปัญหาแนวโน้มทิศทางด้านราคาสินค้าพืชอาหารในตลาดโลกให้มีแนวโนม้ ลดตา่ํ ลง

สรุป ผลกระทบต่อภาคเกษตรประเทศไทย คือ มูลค่าผลผลิตมวลรวมภาคเกษตรลดลง
หรอื เสียโอกาสไปประมาณ ๔ – ๗ หม่ืนลา้ นบาท (รอ้ ยละ ๓-๕ของ ๑.๓๕ ลา้ นลา้ นบาท)

๑. ราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศปรับตัวลดลงตามตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบ
จากด้านอุปทานที่ลดลงจากปัจจัยโรคระบาดและราคานํ้ามันดิบ (พืชน้ํามัน พืชอาหาร ยกเว้นข้าว)
ยางพารา ผลไม้ ไม้ดอกไมป้ ระดบั อ้อยและนา้ํ ตาล) สง่ ผลให้รายได้สทุ ธิของครวั เรือนเกษตรกรปรับตวั ลดลง
เนื่องจากปริมาณความต้องการและราคาสินค้ามีแนวโน้มลดน้อยถอยลง รวมทั้งปัจจัยด้านต้นทุน
การขนส่งที่เพิ่มขน้ึ

๒. วิกฤตอาหาร (Food Crisis) ระยะสั้น ๆ และการสูญเสียโอกาสการเก็บเกี่ยว
ผลผลิตในห้วงเวลาที่เหมาะสม และการสูญเสียในระบบอาหาร (Food Loss) เนื่องจากการชะลอ
และการชะงักของระบบการขนส่งสินค้าเกษตร การขาดแคลนแรงงานท่ีมีทักษะเกษตรกรรมในระบบอาหาร

25 

(เก็บเก่ียว คัดแยก) ซ่ึงมีข้อจํากัดการเคล่ือนย้ายบุคลากรตามมาตรการป้องกันโรคในขณะท่ีการว่างงาน
ของแรงงานที่มีทักษะในภาคเกษตรกรรม เน่ืองจากการปรับลดปริมาณการผลิตและมาตรการป้องกัน
โรคระบาด

๓. การส่งออกสินค้าเกษตรปรับลดลงทั้งด้านปริมาณและมูลค่าการส่งออก
เน่ืองจากความต้องการของตลาดลดลง และข้อจํากัดด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศตามมาตรการ
ป้องกันโรคระบาด ส่งผลให้มีผลผลิตส่วนเกินเป็นสต๊อกท่ีเพ่ิมข้ึนภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มยางพารา
พืชอาหาร (ข้าว มันสําปะหลัง อ้อย) พืชน้ํามัน (ปาล์ม มะพร้าว) และผลไม้ ทั้งน้ีในรอบการผลิตถัดไป
เกษตรกรต้องปรบั ลดกําลงั การผลิตใหส้ อดคล้องอปุ สงค์

๔. การนําเข้าสินค้าเกษตรปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมต่อเน่ือง
ต้องปรับลดปริมาณผลผลิต เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์จากนม
อุตสาหกรรมอาหารและผลิตจากสัตว์น้ํา (ปลาทูน่าปลากระป๋อง) เป็นต้น ทั้งน้ีหากสถานการณ์ยาวนาน
และกระทบตอ่ วัตถดุ ิบอาหารสัตวท์ ี่สาํ รองไว้จะเกิดภาวะวกิ ฤตด้านอาหารตามมาได้

๕. ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรและอาหารกลุ่มสนิ ค้าฟุ่มเฟือยมีแนวโน้มลดลง
เนื่องจากผู้บริโภคขาดกําลังซ้ือจากการมีรายได้ลดลงหรือสินค้าราคาแพงข้ึน เช่น กลุ่มโปรตีน (เน้ือโค กุ้ง
และอาหารทะเลอ่ืน ๆ) แล้วหันไปบริโภคโปรตีนที่มีราคาถูกแทนเช่น ไข่ไก่ เน้ือไก่ เน้ือสุกร กลุ่มผัก
และผลไม้นําเข้าจากต่างประเทศ แล้วหันไปซ้ือผักผลไม้ตามฤดูกาลของชุมชนท้องถ่ินเป็นหลัก จนกว่า
สภาพคล่องครัวเรือนจะเข้าสู่ภาวะปกติ (คาดการณไ์ ตรมาส ๔) ซึ่งเกษตรกรผ้ผู ลติ จะต้องพิจารณาวิเคราะห์
ข้อมลู และประเมนิ ความต้องการของตลาดกอ่ นตดั สนิ ใจลงทุน

๓.๔.๑ ผลกระทบเชงิ บวก
(๑) ประเทศไทยสามารถสร้างโอกาสจากความได้เปรียบในด้านความมั่นคง

ด้านอาหารของประเทศ โดยหากประเทศไทยใช้โอกาสน้ีในการปรับปรุงการผลิตและแก้ไขปัญหาที่สําคัญ
ด้านการสูญเสียของอาหารทั้งจากกระบวนการผลิตและการเก็บเกี่ยวจะทําให้ประเทศไทยสามารถผลิตสินค้า
อาหาร เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ สินค้าประมง ได้มากขึ้น ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอาหาร
ให้ประชาชนในประเทศอย่างเพียงพอไม่ขาดแคลน ทําให้เกิดความเช่ือมั่นในศักยภาพท่ีจะส่งออก
ไปยังประเทศต่างๆภายหลังการระบาดของโควิด-๑๙ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารให้แก่ประเทศอ่ืน
ไดด้ ว้ ยในระยะตอ่ ไป สง่ ผลใหเ้ กดิ รายไดแ้ กเ่ กษตรกรและประเทศในระยะยาว

(๒) การปิดกิจการทางธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้แรงงาน
ภาคการผลิตอื่น ๆ กลับคืนถ่ินสู่ภาคเกษตรมากขึ้น ช่วยลดการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร จึงเป็นโอกาส
ของภาคเกษตรในการท่ีจะพัฒนาธุรกิจท้ังด้านการตลาดแบบออนไลน์และการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีมากข้ึน
เนื่องจากแรงงานที่กลับคืนถิ่นมีทักษะทางเทคโนโลยีมากกว่าเกษตรกรในพ้ืนท่ีเดิม และเป็นโอกาสสําคัญ
ใน ก า ร พั ฒ น า ภ า ค เก ษ ต ร เพ่ื อ ส อ ด รั บ กั บ ก า ร พั ฒ น า อุ ต ส า ห ก ร ร ม ต่ อ เนื่ อ ง ที่ มี ศั ก ย ภ า พ ใน อ น า ค ต

26 

เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสําอางและสุขภาพ อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรม
พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการขยายตัวของการทําการเกษตรเพ่ือการยังชีพ
เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว การทําเกษตรในเมือง เพ่ือเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือนและสามารถแบ่งปันให้
เพือ่ นบ้าน เปน็ ต้น

(๓) ความสามารถสร้างโอกาสในการพัฒนาระบบการตลาดแบบออนไลน์
ของสินค้าเกษตรในระยะต่อไปมากข้ึน ทดแทนการตลาดแบบออฟไลน์ ซ่ึงไม่สามารถทําได้สะดวกในช่วง
การระบาดของโควิด-๑๙ เนื่องจากมาตรการของรัฐบาลเพื่อป้องกันการติดเช้ือ เช่น การปิดตลาดซ้ือขาย
สินค้าต่าง ๆ รวมท้ังสินค้าเกษตร การหยุดการขนส่งระหว่างจังหวัด การพักการขนส่งระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงทางอากาศ จึงเป็นโอกาสที่เกษตรกรไทยจะพัฒนาตนเองด้านการตลาดหลังการระบาด
ของโควิด-๑๙

(๔) ความตระหนักด้านสุขอนามัยและการปลอดเชื้อในสินค้าอาหารของประชาชน
ในประเทศและในโลกมีมากขึ้นจะส่งผลให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าเกษตรและอาหารมีความตื่นตัว
ในดา้ นคุณภาพและมาตรฐานมากข้ึน สง่ ผลให้เกิดการกระตุ้นให้มีการปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานสนิ ค้าเกษตร
และอาหารอยา่ งเป็นระบบมากข้ึน เช่น การลดการสญู เสียของอาหารการสร้างมาตรฐานหรือการสร้างอัตลักษณ์
ให้ตัวสินค้า (Brand Identity) การพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบเพื่อเชื่อมโยงสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสําอางและสุขภาพ อุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรม
พลังงานหมุนเวียน รวมท้ังการให้ความสําคัญกับการเจรจาการค้าเกษตรระหว่างประเทศ ให้เป็นประโยชน์
ตอ่ สินค้าเกษตรไทยมากขึน้

๓.๔.๒ ผลกระทบเชิงลบ

(๑) เนื่องจากทักษะการทําตลาดแบบออนไลน์ของเกษตรกรยังพัฒนาไม่ทัน
ต่อการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึนจากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ รวมท้ังมาตรการหยุดเชื้อโดยเร่งด่วนของรัฐบาล
ทําให้การซื้อขายสินค้าเกษตรแบบตลาดออฟไลน์หยุดชะงักส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ทําให้ขาดรายได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกของการระบาด อย่างไรก็ตาม หลังจากน้ันเกษตรกรก็เริ่มปรับตัวในการพัฒนา
ตลาดออนไลนม์ ากขึน้ มกี ารหาตลาดโดยตรงผา่ นสื่อต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชนั ไลน์ และกลมุ่ ผบู้ ริโภคตา่ ง ๆ

(๒) เน่ืองจากสินค้าเกษตรบางชนิดเน่าเสียง่าย การปิดตลาดออฟไลน์ทั้งในประเทศ
และการส่งออกตา่ งประเทศ ทําให้สนิ ค้าเกษตรหลายชนดิ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งผักและผลไม้เนา่ เสีย สําหรบั สินค้า
ทไี่ ม่เน่าเสียก็จะมีต้นทนุ ในการเกบ็ รักษาและการขนส่งเพ่ิมข้ึนทําให้เกษตรกรสญู เสยี รายได้

(๓) ข้อจํากัดทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบโลจิสติกส์รวมท้ังมาตรการ
ปิดพื้นที่เสี่ยง กําหนดเวลาออกจากเคหสถาน และเวลาการขนส่งระหว่างจังหวัด ทําให้การขนส่งและการทําการตลาด
แบบออนไลน์ของเกษตรกรไม่สะดวกทําได้จํากัด ทําให้ต้นทุนสูง ในขณะท่ีการพัฒนาเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

27 

ปัจจุบันยังทําได้ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ไม่ทันต่อสถานการณ์ ทําให้ไม่สามารถสนับสนุนข้อมูลการตลาด
และอํานวยตอ่ การสร้างระบบตลาดออนไลนข์ องเกษตรกรได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

(๔) แผนการตลาดของเกษตรกรถูกปรับเปล่ียนไปจากเดิม ส่งผลให้ผลผลิต
ไม่สามารถกระจายไปตามช่องทางการตลาดอื่น ๆ ที่วางแผนไว้ล่วงหน้า เช่น ไม่สามารถใช้การตลาด
ในลักษณะของการเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่ีสวนได้ ความต้องการสินค้าเกษตรในช่องทางของภัตตาคาร
โรงแรมธุรกิจท่องเท่ียวหดตัวลง เป็นต้น ท้ังน้ี สินค้าเกษตรท่ีไม่มีการสร้างตลาด หรือการสร้างอัตลักษณ์
ให้ตัวสินค้าด้านการตลาดไว้ก่อนหน้าท่ีจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ส่งผลให้การหาตลาด
เปน็ ไปได้ยากกวา่ สนิ คา้ ที่มกี ารสรา้ งตลาดไวก้ อ่ นนั้น

๓.๕ ผลกระทบต่อครัวเรอื นเกษตรกร

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทําการวิจัย
เรื่อง “ผลกระทบของวิกฤติโควิด-๑๙ และวิธีการรับมือของครัวเรือนเกษตรไทย” โดยมีวัตถุประสงค์
เพ่ือศึกษาผลกระทบและวิธีการรับมือจากวิกฤตโควิด-๑๙ ของครัวเรือนเกษตรไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
ได้แก่ ครัวเรือนเกษตรกรจํานวน ๗๒๐ ครัวเรือน ที่สุ่มเลือกในพื้นที่ปลูกข้าวหลักท่ัวประเทศ (ร้อยละ ๕๐
ของตําบลเป็นพื้นที่ชลประทาน) และสุ่ม ๑๕ ครัวเรือนใน ๔๘ ตําบล และแต่ละตําบลจาก ๕ กลุ่มลูกค้า
คือ ๑) ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีที่ดินเกิน ๒๐ ไร่ ๒) ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีที่ดินน้อยกว่า ๒๐ ไร่ ๓) ลูกค้า ธ.ก.ส.
และมีหน้ีสินมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔) ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส. และมีที่ดินเกิน ๒๐ ไร่ และ ๕) ไม่ใช่ลูกค้า
ธ.ก.ส. และมีท่ีดินน้อยกว่า ๒๐ ไร่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จากน้ัน
จึงนําข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์ เพื่อให้เห็นประเด็นที่เกษตรกรเผชิญกับปัญหาและวิธีการรับมือ
ในสถานการณ์วกิ ฤตโควดิ -๑๙ โดยผลการวิจยั พบว่า

๓.๕.๑ ผลกระทบทางเศรษฐกจิ จากวกิ ฤตโควดิ -๑๙ พบว่า
(๑) ด้านแรงงาน พบว่า ร้อยละ ๗๕ ของครัวเรือนมีแรงงานตกงานหรือถูกลดเวลา

ทํางาน โดยมีสัดส่วนสูงสุดในภาคเหนือและภาคใต้ (ร้อยละ ๙๐) รองลงมาคือภาคะวันออกเฉียงเหนือ
(ร้อยละ ๗๕) และภาคกลาง (ร้อยละ ๗๐) ซึ่งร้อยละ ๖๐ ของครัวเรือนมีแรงงานตกงานมากกว่า ๑ คน
และร้อยละ ๙ ของครัวเรือน มีแรงงานตกงานย้ายมาจากต่างจังหวัด สําหรับแรงงานท่ีตกงานส่วนใหญ่
อยู่ในภาคบริการ รองลงมาคือภาคเกษตรและก่อสร้าง ซ่ึงภาคใต้มาจากภาคบริการสูงสุด ส่วนภาคเหนือ
และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือมาจากภาคก่อสร้างสงู กว่าภาคอ่นื ๆ

(๒) ด้านรายได้ พบว่า ร้อยละ ๕๐ ของครัวเรือน ได้รับผลกระทบต่อรายได้
จากการรับจา้ งท้ังในและนอกภาคเกษตร ในขณะท่ีรอ้ ยละ ๒๓ ของครวั เรือนมีรายได้ลดลงจากการทําธุรกิจ
การค้าและร้อยละ ๑๒ ของครัวเรือนมีรายได้ลดลงจากเงินโอนลดลง เนื่องจากการมีญาติตกงาน
ในต่างจังหวัด แต่ร้อยละ ๒ ของครัวเรือนได้รับรายได้เพิ่มขึ้น เน่ืองจากความต้องการสินค้าในชุมชนสูงขึ้น

28 

และมีช่องทางการขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์หรือ E-Commerce ท้ังนี้ ในส่วนของรายได้ท่ีลดลงส่งผล
ตอ่ ปญั หาการชําระหนค้ี ดิ เปน็ ร้อยละ ๖๐

(๓) ด้านรายจา่ ย พบว่า ร้อยละ ๒๕ ของครัวเรอื น มีคา่ ใชจ้ ่ายบรโิ ภคอาหารลดลง
เนื่องจากข้อจํากัดในการรับมือต่อรายได้ที่ลดลง แต่ร้อยละ ๒๓ ของครัวเรือน มีรายจ่ายเพ่ือการอุปโภค
และบริโภคมากขึ้น เน่ืองจากสินค้ามีราคาสูง และร้อยละ ๕๙ ของครัวเรือนมีรายจ่ายในการเดินทางลดลง
เน่อื งจากมาตรการภาครัฐ และร้อยละ ๑๖ มรี ายจ่ายค่าน้ําคา่ ไฟเพ่ิมขนึ้

๓.๕.๒ วิธีการรับมือกับวิกฤตคร้ังน้ีของครัวเรือนเกษตรกร พบว่า ครัวเรือนเกษตรกร
รอ้ ยละ ๗๐ ใช้เงนิ ออมและการขายสินทรพั ยใ์ นการรบั มือกับผลกระทบจากวิกฤตครง้ั นี้รองลงมาร้อยละ ๕๕
ได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันเกษตรกรในพ้ืนที่ เช่น กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน
และร้อยละ ๒๐ ตอ้ งกูเ้ งินจากธนาคารพาณิชยแ์ ละญาติ

สําหรับการขอรับการช่วยเหลือของเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่ได้สมัครขอความ
ช่วยเหลือจากภาครัฐในโครงการเยียวยาเกษตรกรและเราไม่ทิ้งกัน คิดเป็นร้อยละ ๗๕ และ ๖๐ ตามลําดับ
แสดงถึงความสามารถในการเข้าถึง Digital Platform ของครัวเรือนเกษตรกร นอกจากน้ี ครัวเรือน
ร้อยละ ๒๐ สมัครเข้าโครงการพักชาํ ระหน้ีกบั ธ.ก.ส. สินเชื่อเพอ่ื การเกษตร และสินเชอื่ สว่ นบุคคล

๓.๕.๓ ข้อสรุปและเสนอแนะเชิงนโยบาย จากข้อสรุปงานวิจัยคร้ังนี้ พบว่า ครัวเรือน
เกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-๑๙ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวเรือนที่มีรายได้น้อย
มภี าระหนสี้ ิน มีการดําเนนิ กจิ กรรมทางการเกษตรนอกเขตชลประทาน และมีทนุ ทางสงั คมตํ่า ซ่ึงเป็นกลมุ่ ที่
มีข้อจํากัดในการเข้าถึงวิธีการรับมือกับวิกฤตดังกล่าว ดังน้ัน จึงต้องเข้ารับการเยียวยาเกษตรกรและเราไม่ทิ้งกัน
คิดเป็นร้อยละ ๗๕ และ ๖๐ ตามลําดับ แสดงถึงความสามารถในการเข้าถึง Digital Platform ของครัวเรือน
เกษตรกร นอกจากนี้ ครัวเรือนร้อยละ ๒๐ สมัครเข้าโครงการพักชําระหน้ีกับ ธ.ก.ส. สินเช่ือเพื่อการเกษตร
และสนิ เชอ่ื สว่ นบุคคล

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ คร้ังน้ี แม้จะเกิดภาวะ
วิกฤตแต่ก็มาพร้อมกับโอกาส ได้แก่ แรงงานคืนถ่ินท่ีมีอายุน้อยไม่เกิน ๔๕ ปี มีความสามารถเรียนรู้
และนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงเพ่ือยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวต่อไป
ซ่ึงเป็นการทดแทนแรงงานเกษตรท่ีผู้สูงอายุและส่งผลต่อผลิตภาพของภาคเกษตรไทย (อายุเฉล่ีย
ของแรงงานภาคเกษตรคือ ๕๖ ปี : สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, ๒๕๖๐) เพราะสังคมผู้สูงอายุจะทําให้
กิจกรรมการผลิต การออม และการลงทนุ ลดลง

นอกจากโอกาสด้านแรงงานแล้วยังต้องคํานึงถึงโอกาสด้านอ่ืน ๆ ได้แก่ การสร้างสถาบัน
และวัฒนธรรมการออมเพ่ือเพิ่มภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในอนาคต และการสร้างหลักประกันสังคม
ให้ครัวเรือนเกษตรกรและแรงงานนอกระบบ เพราะงานในภาคเกษตรไม่มีสวัสดิการ ซึ่งภาครัฐควรเร่ง

29 

ดําเนินการสร้างระบบสวัสดิการ รวมทั้ง ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกรก้าวสู่การเป็นเกษตรกร
มืออาชีพให้สามารถบริหารจัดการการผลิตและการตลาดอย่างครบวงจรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยภาครัฐต้องผลักดันยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) ดังน้ัน สิ่งสําคัญที่ทุกภาคส่วนต้องนําพาภาคเกษตร
ให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตในคร้ังนี้ คือ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคเกษตร โดยเน้นไปท่ีการพัฒนา
ทรัพยากรนํ้า ดิน เทคโนโลยี ข้อมูล ระบบโลจิสติกส์ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนเกษตรกร
รวมทั้ง ดึงแรงงานคณุ ภาพและอายนุ ้อยเข้ามาพฒั นาภาคเกษตรไทย

31 

บทท่ี ๔

แนวทางการปฏบิ ัตแิ ละขอ้ เสนอแนะเพ่ือการขบั เคล่ือนการพฒั นาภาคเกษตร

๔.๑ แนวทางการปฏิบัติ

สถานการณ์การระบาดของโควิด-๑๙ ของโลกและประเทศไทยได้ส่งผลกระทบสําคัญ
คอื การสญู เสียชวี ติ ของผูต้ ดิ เชื้อ ตน้ ทนุ ทเ่ี พิ่มขึ้นด้านการเงินการคลังของรัฐบาลเพ่อื การควบคมุ ปอ้ งกนั โรค
และระบบเศรษฐกิจหดตัวเนื่องจากการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ
รวมท้ังผลกระทบทางอ้อมด้านสังคมและคุณภาพชีวิตครัวเรือน ท้ังนี้ ผลกระทบดังกล่าวทําให้ภาคเกษตร
ประสบปัญหา เช่น ปัญหาการเคล่ือนย้ายสินค้าปัจจัยการผลิต สินค้าเกษตรและอาหารชะลอตัว ปัญหา
ด้านรายได้ของครัวเรือนลดลง ปัญหาศักยภาพของเกษตรกรและประชาชนในการปรับตัวและบรรเทา
ผลกระทบตอ่ ฐานวิถชี ีวติ ใหม่ (New Normal : Touchless Cashless and Trust Economy)

เพ่ือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรในระยะต่อไประหว่างการระบาด
และหลังการระบาดของโควดิ -๑๙ จําเป็นต้องมกี ารกําหนดแนวทางการปฏิบัตใิ นการดาํ เนินงานระยะเฉพาะหน้า
เร่งด่วนและแนวทางการปฏิบัติท่ีจะต้องดําเนินการระยะต่อไปอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ
และแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีความเห็นในแนวทางการปฏิบัติ และข้อเสนอแนะ
เพ่อื การขบั เคล่ือนการพัฒนาภาคเกษตร ดงั นี้

๔.๑.๑ ขอ้ เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติในการดําเนินงานระยะเฉพาะหน้าเร่งด่วน
๑) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างความตระหนักเรื่อง “ทําการเกษตรอย่างไร

ให้ปลอดภัยจากโควิด-๑๙ ในฤดูกาลใหม่” เพ่ือเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของสินค้าเกษตร อาหาร
และบริการ โดยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศผู้นําเข้าสินค้าไทยว่า
มีคุณภาพเป็นเลิศด้านความปลอดภัย ปลอดจากเชื้อโควิด-๑๙ หรือโรคติดต่อร้ายแรงอ่ืน ๆ รวมถึงพัฒนา
ด้านสุขอนามัยในมิติของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จัดทําส่ือประชาสัมพันธ์ท่ีมีเน้ือหาเก่ียวกับแนวทาง
การปฏิบัติของเกษตรกรและแรงงานในภาคการเกษตรให้ปลอดภัยจากโควิด-๑๙ ด้วยรูปแบบที่สามารถ
เขา้ ใจและเข้าถึงได้งา่ ย

๒) กระทรวงมหาดไทย ดูแลค่าเช่าท่ีดินทําการเกษตรให้เป็นธรรมและช่วยเจรจา
ผ่อนผันการจัดเก็บค่าเช่าซ้ือท่ีดินตามความจําเป็นของเกษตรกร เพ่ือลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรให้สามารถ
นําเงินไปลงทุนดูแลปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะสมกับการการการเกษตร จัดซื้อจัดหาปัจจัยการผลิตท่ีมี
คุณภาพ และการสร้างนิเวศทางการเกษตรที่ดีจากพ้ืนท่ีเกษตรกรรม ๑๔๙.๒๔ ล้านไร่ โดยประมาณการ
ในจํานวนน้ีเป็นท่ีดินติดจํานองขายฝากและที่ดินเช่า รวมกันมากกว่า ๖๐ ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๒
ของพ้ืนท่ีเกษตรกรรม รายงานในปี ๒๕๕๖ พบว่าท่ีดินเช่าทําการเกษตรมีประมาณ ๒๙.๒๕ ล้านไร่
เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๒๔ ที่มีท่ีดินเช่าทําการเกษตร ๑๔.๐๙ ล้านไร่ หรือเพิ่มมากกว่า ๑ เท่าตัว

32 

ในช่วงระยะเวลา ๓๒ ปี เฉพาะชาวนากลุ่มเดียวมีผู้เช่าท่ดี ินทํานาประมาณ ๔๕๒,๐๐๐ ราย เนื้อที่ประมาณ
๘.๔๑ ล้านไร่ (อาทิตยา พองพรหม, ไม่ระบุปี) ดังน้ัน การดูแลค่าเช่าท่ีดินและการผ่อนผันการจัดเก็บค่าเช่า
ซ้ือท่ีดิน สามารถช่วยลดภาระให้เกษตรกรได้เป็นจํานวนมากและในทางอ้อมยังสามารถช่วยเพ่ิม
ประสิทธภิ าพในการผลิตของเกษตรกรไดอ้ กี ด้วย

๓) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งพันธุ์ดีทั้งพืช
และสัตว์ รวมท้ังปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพได้อย่างเพียงพอ โดยกระทรวงพาณิชย์ดูแลควบคุมราคาให้เป็นธรรม
การใช้พันธุ์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพันธ์ุพืชท่ีดี (เมล็ดพันธุ์พืช ต้นกล้าพันธ์ุ กิ่งพันธ์ุหรือท่อนพันธุ์) และพันธุ์สัตว์ที่ดี
(ปศุสัตว์และประมง) เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการผลิตนับว่าเป็นการการเริ่มต้นในการผลิต
ทางการเกษตรที่ประสบความสําเร็จไปกว่าคร่ึง เพราะพันธุ์ดีจะมีคุณลักษณะตรงตามสายพันธ์ุที่ระบุ
ทั้งด้านการให้ผลผลิตและความต้านทานต่อศัตรูพืช/สัตว์ รวมถึงการดูแลบํารุงรักษา รวมถึงคุณภาพ
ของผลผลิตและผลิตภัณฑอ์ นั จะสง่ ผลถงึ ราคาและรายได้ของเกษตรกรโดยตรง

๔) ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนสินเช่ือเพ่ือการผลิตในฤดูกาล
ใหม่อย่างเพียงพอและคิดดอกเบี้ยในอัตราผ่อนปรน ทั้งอํานวยสินเชื่อแก่เกษตรกรโดยตรงและผ่านสถาบัน
เกษตรกรเพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน โดยสร้างเครือข่ายแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์
ในทอ้ งถิน่

๕) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความร่วมมือของ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมส่งเสริมให้เกษตรกรขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์การเกษตร
ตรงถึงผู้บรโิ ภคผ่านทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ให้กวา้ งขวางมากยง่ิ ขึ้น รวมท้งั รว่ มกับกระทรวงทอ่ งเที่ยว
และกีฬา จัดรณรงค์ “เท่ียวเมืองไทย กินของไทย” ในภาพรวมเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
การช่วยเหลืออุดหนุนในการขนส่งผลผลิตการเกษตร เชื่อมโยงเป็นระบบเครือข่ายและเน้นกระจายผลผลิต
ในท้องถ่ินอย่างครบวงจรโดยใช้กลไกคณะกรรมการเพ่ือแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผล
การเกษตรระดับจังหวัด และสนับสนุนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด
ร่วมกับสมาคมโลจิสติกส์ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ การขนส่งและกระจายสินค้า รวมทั้ง
นําเครื่องมือของภาครัฐท่ีมีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น ร้านธงฟ้าประชารัฐ ของกระทรวงพาณิชย์ให้
เป็นแหล่งกระจายสินค้าเกษตรสู่ชุมชนรวมร่วมกับกลไกของศูนย์เรียนรู้การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต
สินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายท่ัวประเทศ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือ
ด้านการรวมผลผลิต การควบคุมคุณภาพการขนส่งและการตลาด ในการแก้ไขปัญหาด้านราคา
และการจดั สง่ ผลผลติ ด้านการเกษตรและตลาด

๖) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
สนับสนุนให้ธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่นําสมัย (Modern Trade) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่
โรงพยาบาล หน่วยทหาร หน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น รับซ้ือผลผลิตจากชุมชนของเกษตรกร


Click to View FlipBook Version