The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuahuay, 2023-07-05 20:06:22

รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียน

กมธ.3

รายงานการพิจารณาศ ึ กษา เร ื่อง ปัญหาการตั้ งครรภในว ์ ัยเร ี ยน โดย คณะกรรมาธิการการสาธารณส ุ ข ว ุ ฒิสภา สํานักกรรมาธิการ ๓ สํานักงานเลขาธิการวุฒสภาิ


บ ั นท ึ กข ้ อความ ส่วนราชการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ท ี่ สว (กมธ ๓) ๐๐๑๙/(ร ๕) วันท ี่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ เร ื่อง รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” กราบเรียน ประธานวุฒิสภา ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภาขึ้น ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๗๗ โดยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภาคณะหนึ่ง มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ หรือพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใดๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภา ซึ่งกรรมาธิการคณะนี้ประกอบด้วย ๑. นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ๔. รองศาสตราจารย์อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๕. รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ ๖. นายจตุรงค์ ธีระกนก รองโฆษกคณะกรรมาธิการ ๗. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๘. นายพินิจ กุลละวณิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ฝ่ายต่างประเทศ ๙. นายเจริญ ภักดีวานิช กรรมาธิการ ๑๐. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ กรรมาธิการ ๑๑. ศาสตราจารย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์ กรรมาธิการ ในการนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่แนบมาพร้อมนี้ / จึงกราบเรียนมา... (สําเนา)


- ๒ - จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนําเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการฯ ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อ พิจารณาตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙๕ ต่อไป (ลงชื่อ) อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ (นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์) ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา สําเนาถูกต้อง (นายสมใบ มูลจันที) ผู้อํานวยการกลุ่มงานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สํานักกรรมาธิการ ๓ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา สํานักกรรมาธิการ ๓ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๒19 - 20 สิรภัทร พิมพ์ โทรสาร ๐ ๒๘๓๑ ๙๒๐7 สิรภัทร ทาน


รายงานผลการพิจารณาศึกษา ของ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เรื่อง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ------------------------------ ด้วยในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่๘ (สมัยสามัญทั่วไป) วันศุกร์ที่๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําวุฒิสภาขึ้น ตามข้อบังคับการประชุม วุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๗๗ โดยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําวุฒิสภาคณะหนึ่ง มีอํานาจหน้าที่กระทํากิจการ หรือพิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่อง ใดๆ อันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภา บัดนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาศึกษาเรื่อง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการพิจารณาศึกษาต่อวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๕ และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๙๕ ดังนี้ ๑. การดําเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ คณะกรรมาธิการฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาสาธารณสุขที่สําคัญ ของประเทศ ซึ่งอนุกรรมาธิการคณะนี้ประกอบด้วย ๑. แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒. รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๓. นายเจริญ ภักดีวานิช อนุกรรมาธิการ ๔. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย อนุกรรมาธิการ ๕. รศ.ดร.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์อนุกรรมาธิการ ๖. รศ.ดร.ชนินทร์ เจริญกุล อนุกรรมาธิการ ๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อังสนา บุญธรรม อนุกรรมาธิการ ๘. แพทย์หญิงมยุรา กุสุมภ์อนุกรรมาธิการและเลขานุการ ๙. นางสิรินมาส คัชมาตย์อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยเลขานุการ ๑๐. นางสาวโสภา ไชยวรรณ อนุกรรมาธิการและผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ ๑. นายแพทย์อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ๒. นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ ๓. นายแพทย์สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ๔. รองศาสตราจารย์อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์


(๒) ๕. รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ๖. นายแพทย์จตุรงค์ ธีระกนก ๗. นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ ๘. ศาสตราจารย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์ ๙. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงเยาวรัตน์ ปรปักษ์ขาม ๑๐. นายแพทย์คํานวณ อึ้งชูศักดิ์ ๑๑. นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ๑๒. นายแพทย์ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ๑๓. รองศาสตราจารย์นายแพทยว์ ิชัย เอกพลากร ๑๔. แพทย์หญิงศรีวรรณา พูลสรรพสิทธิ์ ๑๕. นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ๑๖. นายแพทย์เมธ โชคชัยชาญ ๑๗. นายแพทย์กําจัด รามกุล ๑๘. นายแพทย์สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ๑๙. นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ๒๐. ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน ๒๑. นายแพทย์อุกฤษฎ์ มิลินทางกูร ๒๒. นายแพทย์ชาตรี เจริญศิริ ๒๓. ทันตแพทย์ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ๒๔. นางสาวภมรศรี ไพบูลย์รวมศิลป์ ๒. วิธีการพิจารณาศึกษา ๑) การเชิญบุคคลและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้ กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย (๑) นายแพทย์โสภณ เมฆธน รองอธิบดีกรมอนามัย (๒) นายแพทย์สุวัช เซียศิริวัฒนา รองอธิบดีกรมอนามัย สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี - นายแพทย์วรงค์ รุ่งเรือง นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย - นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์นายแพทย์ด้านเวชกรรมป้องกัน ศูนย์อนามัยที่๙ จังหวัดพิษณุโลก - นายพิริยะ จันทรมณี เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน


(๓) กระทรวงศึกษาธิการ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - นางกรแก้ว ถนอมกลาง นักวิชาการ ชํานาญการ สํานักวิชาการ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา - ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรวรรณ ชลวาสิน ผู้อํานวยการศูนย์พัฒนาส่งเสริม ประสานงานกิจการนักศึกษาและ กิจการพิเศษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (๑) นางอนุสรณ์ อินทร์กําแพง ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริมความเสมอภาค หญิงชาย (๒) นางอภิรดี สู่สุทธิ นักพัฒนาสังคมชํานาญการ องค์การ PATH (Program for Appropriate Technology in Health) (๑) นางสาวภาวนา เหวียนระวี Technical Director (๒) นางสาววรานุช ชินวรโสภาค Program Officer สมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) - รศ.พญ.อรวรรณ คีรีวัฒน์นายกสมาคมอนามัยเจริญพันธุ์ (ไทย) มูลนิธิสร้างความเข้าใจเร่องสืุขภาพผู้หญิง - นางสาวธัญญา ใจดีผู้ติดตามประเมินภายในแผนงานสร้างเสริม สุขภาวะทางเพศ ๒) การพิจารณาศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ รายงานผลการศึกษาวิจัย และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ได้มาซึ่งรายละเอียดที่ สมบูรณ์ที่สุด ๓) การจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น: ปัญหา สาเหตุผลกระทบ” ร่วมกับสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสํานักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในวันจันทร์ที่๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖ - ๓๐๘ และห้องรับรอง ๑ - ๒ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒ ๔) การประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา สาเหตุและข้อเสนอเพื่อนําไปสู่ แนวทางในการแก้ไขปัญหา


(๔) ในการนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดทํารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ปัญหาการ ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอนําเสนอรายงานการพิจารณาศึกษาพร้อมทั้ง ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ ตามรายงานท้ายนี้ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณา หากที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบแล้ว ขอได้โปรดแจ้งไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป (นายอนุศักดิ์ คงมาลัย) เลขานุการคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา


บทสรุปสําหรับผู้บริหาร หน้า ก :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา บทสรุปสําหรับผู้บริหาร “ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ตระหนักถึงความสําคัญของ ประเด็นปัญหาการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุโดยเฉพาะผลกระทบทางด้านสุขภาพ จึงได้ทําการศึกษา สถานการณ์ ปัญหา สาเหตุและผลกระทบในด้านต่างๆ เพื่อรับทราบสถานการณ์และ มาตรการตลอดจนปัญหาอุปสรรค โดยการรวบรวมข้อมูลจากผ้เชีู่ยวชาญและผ้เกีู่ยวข้องท้งั ภาครัฐและเอกชน ดังนี้ การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ (teenage pregnancy) หมายถึง การต้งครรภ์ของสตรีที ั่มี อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้กําหนดว่า อัตราการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นหรือุ หญิงที่อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี ควรน้อยกว่าร้อยละ ๑๐ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผ้หญิงย ูังไม่มีความ พร้อม ร่างกายยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จิตใจและอารมณ์ยังไม่มั่นคงพอ ยังไม่จบการศึกษา ยังไม่มีอาชีพและรายได้เป็ นของตนเอง การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นมีความเสีุ่ยงต่อสุขภาพของ มารดาและทารกท้งในขณะต ั ้งครรภ์และขณะคลอด ั เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ โลหิตจางในแม่ การคลอดก่อนกําหนด ทารกน้ําหนักน้อย การแท้ง การคลอดติดขัด เด ็ กตายคลอด ซึ่งการ ต้งครรภ์ในว ั ัยร่นส่วนใหญ่ ุเป็ นการต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อมและไม่พึงประสงค์ ส่งผลกระทบต่อ จิตใจของแม่ เกิดความอับอาย กระทบต่ออาชีพและรายได้ หลังคลอดมักมีอาการซึมเศร้า อาจจะต้องพักการเรียนหรือลาออกจากการเรียนทําให้เสียโอกาสในการศึกษา และ เสียอนาคต ผลจากการต้งครรภ์ไม่พร้อมท ั ําให้มีการทําแท้งสูง ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึ่งกองอนามัยการเจริญพันธ์ุกรมอนามัย ได้ศึกษาการทําแท้งในวัยร่นในปีุพ.ศ. ๒๕๔๒ พบว่า ร้อยละ ๒๙.๓ มีอายุต่ํากว่า ๒๐ ปี ร้อยละ ๖๑.๓ มีอายุต่ํากว่า ๒๕ ปี และร้อยละ ๒๔.๗ มีสถานภาพเป็ นนักเรียน นักศึกษา และยังพบความไม่ปลอดภัยจากการทําแท้งสูงถึง ร้อยละ ๒๙ อัตราตายจากการทําแท้งสูงกว่าอัตราตายจากการต้งครรภ์ปกติถึง ั๑๐ เท่า นอกจากนี้ จากการติดตามการคลอดของแม่วัยร่นของกรมอนามุัย โดยใช้ข้อมูลจากการ แจ้งเกิดตามทะเบียนราษฎร์ของกระทรวงมหาดไทย พบว่า ในระหว่างป ี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๑ อัตราการคลอดของมารดาอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นจากร้อยละ ๑๘.๓๓


หน้า ข ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๒๐.๓๓ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวหากรวมการแท้ง และเด ็กตายคลอดจะมีจํานวนมากกว่านี้มาก อัตราทารกแรกเกิดน้ําหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ๒,๕๐๐ กรัม ร้อยละ ๘.๗ ซึ่งสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลก กําหนดไว้ไม่ให้เกินร้อยละ ๗ โดยสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมรายงานการคลอดและ น้ําหนักทารกแรกคลอดระหว่างป ี พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๐ จากสถานพยาบาลของรัฐ พบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ มีแม่วัยร่นุคลอดบุตร ๑๐๖,๖๖๒ ราย หรือเฉลี่ยวันละ ๒๙๒ ราย ในจํานวนนี้มีแม่อายุต่ํากว่า ๑๕ ปี จํานวน ๒,๓๐๐ ราย ซึ่งนับว่าสูงมากและพบความเสี่ยง ต่อสุขภาพของทารก กล่าวคือ แม่วัยร่นคลอดทารกนุ้ําหนักน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ในสัดส่วน ที่สูงกว่าแม่กล่มอืุ่นโดยเฉพาะกล่มแม่อายุ ุ๒๐ - ๓๐ ปีอย่างชัดเจน ในด้านการแก้ปัญหามีหน่วยราชการหลายกระทรวงที่ดําเนินการ ได้แก่ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ ก เยาวชน ผ้ด้อยโอกาสูและผ้สู ูงอายุมีโครงการ เช่น โครงการความรักและความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โครงการศูนย์ ๓ วัย สานสายใยแห่ง ครอบครัว โครงการเด็กไทยร้รูักษ์ห่วงใยตนเอง โครงการรณรงค์ “แม่วัยใส” เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกองอนามัยการเจริญพันธ์ุและสํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ทําการติดตามแนวโน้มของการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุและรณรงค์เพื่อลดการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ โดยมีโครงการต่างๆ อาทิ โครงการสายใยรักของครอบครัว โครงการ To Be Number One โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการต้งครรภ์ในหญิงอาย ัุต่ํากว่า ๒๐ ปี อีกท้งได้ผล ั ักดันงาน อนามัยการเจริญพันธ์ให้อยุ่ในูพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมี สาระสําคัญ คือ การลดโรค AIDS การลดการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุและการลดความรุนแรง ทางเพศ มีการผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์อนามัยการเจริญพันธ์แห่งชาติุ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน ัสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีกิจกรรมด้านการป้องกันการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นโดยุ จัดโครงการฝึกอบรมในเรื่องการสอนเพศศึกษาให้แก่อาจารย์และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง นําหลักสูตรการสอนเกี่ยวกับเพศศึกษาขององค์การ PATH เข้ามาจัดการเรียนการสอนใน สถานศึกษาต่างๆ การดําเนินการเมื่อพบปัญหาการต้งครรภ์ ัจะอนุญาตให้เด็ กพักการเรียน ไปก่อน แล้วจึงกลับมาเรียนใหม่ สําหรับกระทรวงวัฒนธรรมได้ดําเนินโครงการพัฒนาสื่อ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ โครงการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมและสร้างภูมิค้มกุันทางสังคม


บทสรุปสําหรับผู้บริหาร หน้า ค :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา นอกจากนี้ยังมีองค์กรเอกชนหลายองค์กร ที่ทํางานเกี่ยวกับสตรีและเด็ ก การต้งครรภ์ ั ในวัยร่นุการต้งครรภ์ไม่พร้อม ั เช่น องค์กรแพธ (PATH) ได้ศึกษาทดลองโครงการเพศศึกษา รอบด้าน ในโรงเรียนและวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวมีการวิจัยแล้วว่าได้ผลดี สมาคม ส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์พระเจ้าบรมวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ธินัดดามาตุให้บริการบ้านพักฉุกเฉิน อย่างไรก็ตามพบว่า การดําเนินการของหน่วยงาน ท้งภาคร ั ัฐและเอกชนยังอย่ในลูักษณะต้งรั ับ ขาดการประสานงานและกําหนดทิศทางร่วมกัน การสนับสนุนงบประมาณไม่เพียงพอและไม่มีการสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐอย่างจริงจังจึง ทําให้ปัญหาแทนที่จะลดลงกลับเพิ่มขึ้น ในด้านกฎหมาย ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของสตรีและการ ต้งครรภ์อย ั ่หลายฉบูับ ไม่ว่าจะเป็ นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติค้มครองผุ้ถู ูกกระทําด้วยความ รุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๓ ความผิดฐานทําให้แท้ง ลูก และยังมีข้อตกลงระหว ่างประเทศที่ไทยได ้ลงนามให ้สัตยาบันและรับหลักการไว้แล้ว เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบของสหประชาชาติ ปฏิญญาและ แผนปฏิบัติการณ์ปักกิ่ง เป็นต้น อย่างไรก็ ตาม กฎหมายเหล่านี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการ ต้งครรภ์ในว ั ัยร่นได้ทุ้งหมด ัอันเนื่องมาจากสาเหตุหลายปัจจัยรวมถึงร่างพระราชบัญญัติการ ค้มครองอนามุัยการเจริญพันธ์ุพ.ศ. .... ที่อย่ในขู้นตอนการปร ั ับปรุงแก้ไขของคณะกรรมการ กฤษฎีกา จากการพิจารณาศึกษาปัญหาการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ รวมถึงการเชิญหน่วยงาน ของรัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ข้อมูล และจัดการสัมมนาเรื่อง “การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ : ปัญหา สาเหตุผลกระทบ” ทําให้ได้ทราบข้อมูลความคิดเห็นต่างๆ เพิ่มเติม สรุปได้ดังนี้ ๑. โรงเรียนและการสอนเพศศึกษา โรงเรียนมีการจัดการกับปัญหาการ ต้งครรภ์ของว ั ัยร่นในโรงเรียนด้วยวิธีการทีุ่หลากหลายแตกต่างกันขึ ้นอย่กูับดุลยพินิจของครู และโรงเรียน ด้านการสอนเพศศึกษา พบว่า มีโรงเรียนจํานวนไม่มากที่มีการเรียนการสอน เกี่ยวกับทักษะชีวิต และเพศศึกษา ขณะนี้มีองค์กร PATH ได้พัฒนาหลักสูตร“เพศศึกษาแบบ รอบด้าน” (Comprehensive Sexuality Education) ซึ่งผ่านการวิจัยแล้วพบว่า ทําให้เยาวชน ชะลอการมีเพศสัมพันธ์ และมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยมากขึ้น


หน้า ง ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๒. การวางแผนครอบครัว การคุมกําเนิด และการป้องกันการตั้งครรภ์ ยัง ไม่ประสบความสําเร ็จในกล่มวุัยร่นุทําให้วัยร่นส่วนใหญ่ไม่มีความร ุ้เกีู่ยวกับการคุมกําเนิด และไม่สามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก นอกจากนี้ การรณรงค์ในเรื่องการใช้ถุงยางอนามัย ในวัยร่นยุังไม่ประสบผลสําเร ็จเท่าที่ควร ๓. ข้อมูลด้านสรีระวิทยา พบว่า ปัจจุบันนี้สตรีมีประจําเดือนเร็วขึ้นอายุเฉลี่ย ของการมีประจําเดือนลดลง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นท้งในประเทศไทยและประเทศอื ั่นๆ ๔. วัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมไทย เดิมมองว่าวัยร่นตุ้งครรภ์ท ัุกคนเป็ น เด ็กใจแตก สร้างความอับอายเสียชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล ทําให้วัยร่นถุ ูกสังคมตีตราไม่มี โอกาสปรับตัว จึงควรมีการปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ด้วยการให้โอกาส ให้อภัยและยอมรับใน เรื่องการต้งครรภ์ในเด ั ็ กวัยร่นุประคับประคองให้ผ่านพ้นการต้งครรภ์ ัการคลอด การเรียน และเติบโตเป็ นผ้ใหญ่ที ู่ดี ๕. การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในชนบท การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นในชนบทส่วนใหญ่ ุ มีการยอมรับดีกว่าในเมืองเนื่องจากส่วนใหญ่เป็ นสังคมเกษตรกรรมและเป็ นครอบครัวขยาย การแก้ปัญหาจึงไม่ควรกําหนดรูปแบบหรือ Model เดียวที่ใช้แก้ปัญหาสําหรับทุกพื้นที่และ ควรสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่นในการทําหน้าที่ดูแลป้องกันปัญหาด้วย การสร้างปราการพิทักษ์สุขภาพชุมชน เพื่อเป็ นภูมิค้มกุันแก่ครอบครัว รวมท้งเด ั ็ กและ เยาวชน ๖. คุณภาพประชากร ในปัจจุบันอัตราเกิดและเพิ่มของพลเมืองอย่ในเกณฑ์ตู่ํา จึงต้องดูแลเด ็กที่เกิดมาทุกคนอย่างดีเพื่อให้เกิดรอด ปลอดภัย มีการเจริญเติบโตอย่างมี คุณภาพ ท้งร่างกาย ั จิตใจและสติปัญญา มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออํานวยต่อการเจริญเติบโตเป็ น พลเมืองที่ดี ดังน้นแม้ว่าการต ั ้งครรภ์ในว ั ัยร่นส่วนใหญ่เป ุ็ นการต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อมหากมี กระบวนการดูแลประคับประคองเพื่อให้การต้งครรภ์ ัการคลอด และการเลี้ยงดูเด ็กผ่านพ้น ด้วยดี จะช่วยให้เด็กที่เกิดมาเป็นอนาคตที่ดีของชาติ การพัฒนาคุณภาพเด ็กและเยาวชนจึงมี ความสําคัญที่จะต้องกําหนดเป็นวาระแห่งชาติ


บทสรุปสําหรับผู้บริหาร หน้า จ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๗. การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การต้งครรภ์ของว ั ัยร่นเปุ็นปัญหา ปลายเหตุที่มีความซับซ้อนอ่อนไหว มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยท้งด้านส ั ังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ค่านิยม ศีลธรรม เทคโนโลยี การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ ดังน้นั การแก้ปัญหา จึงมีหลายหน่วยงานท้งภาคร ั ัฐและเอกชนเข้ามาดําเนินการ แต่พบว่าการแก้ปัญหายังไม่มี ประสิทธิภาพและขาดการบูรณาการกันอย่างจริงจัง ๘. ประเด็นเกี่ยวกับสื่อ ปัญหาการต้งครรภ์ของว ั ัยร่นนุ้นั เป็นผลจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภาพยนตร์ ละคร ซีดี เทป โทรทัศน์ ซึ่งได้เสนอ ภาพ เสียง เรื่องราว และข่าวสารที่กระต้นให้เกิดพฤติกรรมการมีเพศส ุัมพันธ์ในเด็ กวัยร่นุ ในขณะที่การรณรงค์สื่อสร้างสรรค์ การสร้างความรับผิดชอบของสื่อ และการปราบปราม ยังไม่ประสบความสําเร ็ จ ๙. สภาพสิ่งแวดล้อม สถานที่ชุมนุมของวัยร่นทีุ่ยั่วยุต่อการมีเพศสัมพันธ์ เช่น หอพักนักศึกษา สถานเริงรมย์ ผับ บาร์ ร้านขายเหล้า ยังเป็นปัญหาการละเมิดกฎหมายและ ไม่ร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาสังคมที่ตามมา ๑๐. งานอนามัยในโรงเรียน งานอนามัยโรงเรียนเป็นประโยชน์อย่างมากใน การเข้าถึงตัวนักเรียน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการต้งครรภ์หรือการมีเพศส ั ัมพันธ์ก่อน วัยอันควร เดิมงานดังกล่าวอย่ในความรูับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันถูกยุบ รวมกับงานอื่น จึงควรมีการฟื้นฟูขึ้นมาอีกคร้งั ในการศึกษานี้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้มีข้อเสนอแนะ ในการแก้ปัญหา “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” ต่อรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ ดังนี้ ๑) รัฐบาลต้องให้ความสําคัญแก่เด ็กและเยาวชนให้เติบโตเป็ นผู้ใหญ่ที่ดีมี คุณภาพ โดยให้การพัฒนาคุณภาพเด ็ กและเยาวชน เป็ นวาระแห่งชาติ เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด ็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อพัฒนาครู เกี่ยวกับการสอนเพศศึกษา และทักษะชีวิต รวมถึงองค์กรเอกชนต่างๆ ที่ทํางานด้านนี้อย่าง ได้ผลดี


หน้า ฉ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๒) กระทรวงศึกษาธิการต้องดําเนินการเร่งด่วนในการจัดหลักสูตรการ เรียนรู้เพศศึกษารอบด้านให้กับเยาวชนทุกระดับชั้นอย่างเหมาะสมกับอายุและ ต่อเนื่อง โดยการพัฒนาครูให้มีคุณธรรมจริยธรรม เป็ นตัวอย่างที่ดี มีความร้และทูักษะใน การสอนเพศศึกษาและทักษะชีวิต ตลอดจนอนุญาตให้นักเรียนนักศึกษาที่ต้งครรภ์สามารถ ั ศึกษาต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก ๓) การแก้ปัญหาควรให้เจ้าของพื้นที่ได้ร่วมหาทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม กับพื้นที่ ไม่ควรกําหนดรูปแบบหรือ Model ที่เป็นมาตรฐานในการแก้ไขปัญหาสําหรับ ทุกพื้นที่เพื่อให้ประชาชนและท้องถิ่นมีความร่วมรับผิดชอบในการสร้างปราการพิทักษ์ สุขภาพชุมชน ๔) กระทรวงสาธารณสุข จะต้องรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และขยายบริการการคุมกําเนิดป้องกันการต้งครรภ์ส ั ําหรับวัยร่นุเพื่อให้มีช่องทางที่ หลากหลายและสะดวก ขยายงานคลินิกเพื่อนใจวัยร่นเพืุ่อให้คําแนะนําเกี่ยวกับการมี เพศสัมพันธ์และปัญหาการต้งครรภ์ไม่พร้อม ั ตลอดจนให้การดูแลวัยร่นทีุ่ต้งครรภ์ให้ใกล้ชิด ั เป็นพิเศษท้งใจและกาย ั เพื่อเตรียมความพร้อมและให้ ผ่านพ้นการต้งครรภ์ ัการคลอดและ หลังคลอด รวมถึงการดูแลลูกได้อย่างปลอดภัย ๕) กระทรวงวัฒนธรรม ต้องสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ระหว่างเพศสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมในวัยร่นภายใต้การไหลบ่าของวุัฒนธรรม ต่างชาติ ตลอดจนสร้างภูมิค้มกุันทางวัฒนธรรมแก่เยาวชนและครอบครัว โดยจะต้องควบคุม สื่อที่ไม่สร้างสรรค์สื่อที่ยั่วยุทางเพศหรือการใช้ความรุนแรง ตลอดจนให้สอดแทรกการสื่อสาร ทางวัฒนธรรมอันดีงามอย่างเหมาะสม ๖) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควรสนับสนุนให้สื่อ ภาครัฐประชาสัมพันธ์ให้ความร้ในเรืู่องเพศศึกษาอย่างถูกต้องและง่ายแก่การเข้าใจ ให้ทั่วถึง ท้งในโรงเรียนและในช ัุมชน ควบคุมและกลั่นกรองสื่อต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์อันตรายเพื่อ ป้องกันสิ่งยั่วยุอันตรายในรูปแบบต่างๆ


บทสรุปสําหรับผู้บริหาร หน้า ช :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๗) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับ ใช้กฎหมายด้านความเสี่ยงของเยาวชนจะต้องติดตามดูแลการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เข้มงวดจริงจัง เช่น กฎหมายในการควบคุมหอพักเพื่อให้หอพักได้จดทะเบียนและปฏิบัติ ถูกต้องตามที่กฎหมายกําหนด กฎหมายสถานบันเทิง ร้านเหล้า ผับ บาร์ การทําโซนนิ่ง สถานบันเทิง การควบคุมสื่อที่ไม่สร้างสรรค์ เป็นต้น


สารบัญ หน้า ฌ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา สารบัญ หน้า บทสรุปสําหรับผู้บริหาร ก สารบัญ ฌ บทนํา ๑ บทที่๑ สถานการณ์ปัญหา และสาเหตุ๔ ๑.๑ สถานการณ์การมีเพศสัมพันธ์ของวัยร่นุ๔ ๑.๒ สถานการณ์การต้งครรภ์ของว ั ัยร่นุ๗ ๑.๓ ผลกระทบของการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ ๑๐ ๑.๔ ปัญหาจากการต้งครรภ์ไม่พร้อม ั๑๓ ๑.๕ สถานการณ์การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นในบางจุังหวัด ๑๓ บทที่๒ การป้องกัน และ การแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๑๕ ๒.๑ การดําเนินงานของหน่วยงานราชการ ๑๕ ๒.๒ การดําเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชน ๒๓ ๒.๓ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๒๙ บทที่๓ การสัมมนาเรื่อง “การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น : ปัญหา สาเหตุผลกระทบ” ๓๕ ๓.๑ การอภิปราย หัวข้อ “การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ : สถานการณ์ ปัญหา สาเหตุและผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ” ๓๕ ๓.๒ การอภิปราย หัวข้อ “มาตรการในการป้องกัน แก้ไขและ การให้ความช่วยเหลือ” ๔๒ ๓.๔ ประเด็ นความเห ็ น คําถาม และข้อเสนอแนะจาก ผ้เข้าร่วมสูัมมนา ๔๘ บทที่๔ สรุปผลการศึกษา และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ๕๓ ๔.๑ สรุปผลการศึกษา ๕๓ ๔.๒ ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปญหาั “การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ ” ๕๖


หน้า ญ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น สารบัญ (ตอ่ ) หน้า บรรณานุกรม ๖๐ ภาคผนวก - ประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ความผิดฐานทําให้แท้งลูก ๖๓ - ข้อบังคับแพทย์สภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกียวก่ับ การยุติการต้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา ั๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ๖๔ - มติสุขภาวะทางเพศ: ความรุนแรงทางเพศ การต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อม และเรื่องเพศกับเอดส์/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ๖๖ - หน่วยงาน, มลนิธิต่างๆ ูที่ให้ความช่วยเหลือผ้หญิงที ู่ไม่พร้อม ๖๙


บทนํา หน้า ๑ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา บทนํา การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นหรือวุัยที่อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาช้านาน และ มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยร่นส่วนุ หนึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาการขาดความรู้ปัญหาสังคมที่ยั่วยุ ต่อการมีเพศสัมพันธ์ตลอดจนค่านิยมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป การมีเพศสัมพันธ์ของวัยร่นุ ส่วนใหญ่จะไม่มีการป้องกันใดๆ จากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๕๑ อัตราการคลอดของแม่ที่มีอายุต่ํากว่า ๒๐ ปี สูงกว่าร้อยละ ๑๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กําหนดไว้ว่าจะต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ ส่งผลกระทบต่อปัญหาอัตราทารกแรกเกิดมีน้ําหนักต่ํากว่าเกณฑ์ ๒,๕๐๐ กรัม ที่พบมากถึง ร้อยละ ๘.๗ ซึ่งมากกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกําหนดไว้ไม่เกินร้อยละ ๗ ข้อมูล ของสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขที่รวบรวมจากสถานบริการของรัฐ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ พบว่า ประเทศไทยมีการคลอดบุตรจากแม่ที่เป็ นวัยร่นกว่าุ ๑๐๐,๐๐๐ ราย หรือวันละ ๒๙๒ ราย ซึ่งเป็ นจํานวนที่สูงมาก การต้งครรภ์ของว ั ัยร่นส่วนใหญ่เป ุ็ นการ ต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อม จึงมักจะมีปัญหาต่างๆ มากมายตามมา เช่น สภาวะทางอารมณ์ไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการเกิดความเครียดและภาวะซึมเศร้า เพราะต้องการปกป ิดเรื่องการต้งครรภ์หรือ ั การมีลูกต่อผ้ปกครองูวัยร่นทีุ่ยังอย่ในระบบการศึกษามูักต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ดังน้นัการทําแท้งจึงเป็นการแก้ปัญหาทางหนึ่งแม้จะร้ว่าอาจจะเกิดอูันตรายถึงชีวิตก็ ตาม หากทําแท้งไม่สําเร ็ จ ปัญหาการเลี้ยงดูเด ็กที่เกิดมาจะตามมา เด ็ กอาจจะถูกแม่ทิ้ง หรืออยู่ กับผ้ปกครองของฝ่ายใดฝ่ายหนึู่ง ในขณะที่ฝ่ายชายได้กลับไปเรียน แต่ฝ่ายหญิงมักจะต้อง ถูกให้ออกจากโรงเรียนมาประกอบอาชีพและเลี้ยงลูก ส่งผลให้คุณภาพชีวิตมารดาและทารก ลดลง


หน้า ๒ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภาได้ตระหนักถึงความสําคัญของ ประเด็นปัญหาการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุโดยเฉพาะผลกระทบทางด้านสุขภาพ จึงได้ ทําการศึกษาถึงสถานการณ์ ปัญหา สาเหตุและผลกระทบในด้านต่างๆ เพื่อรับทราบถึง มาตรการ ในการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูล ต่างๆ รวมท้งงานวิจ ั ัย ตลอดจนเชิญผ้เชีู่ยวชาญและผ้ปฏิบ ูัติงานท้งภาคร ั ัฐและเอกชนมาให้ ข้อมูล แล้วนําข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนําเสนอปัญหาพร้อมข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ทีเกี่ ่ยวข้อง เพื่อดําเนินการในการหามาตรการป้องกันและแก้ไขต่อไป วิธีการพิจารณาศึกษา ๑. พิจารณาศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยเชิญบุคคลและผ้แทนหน่วยงานทีู่ เกี่ยวข้องท้งหน่วยงานภาคร ั ัฐและเอกชน รวมถึงผ้เชีู่ยวชาญจากองค์กรพัฒนาเอกชน มาให้ ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา ดังนี้ ๑.๑ กระทรวงสาธารณสุข - กรมอนามัย - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี - สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย - ศูนย์อนามัยที่๙ จังหวัดพิษณุโลก ๑.๒ กระทรวงศึกษาธิการ - สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน ั - สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๑.๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ - สํานักส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย สํานักงานกิจการสตรีและ สถาบันครอบครัว ๑.๔ องค์การ PATH (Program for Appropriate Technology in Health) ๑.๕ สมาคมอนามัยเจริญพันธ์ุ (ไทย) ๑.๖ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผ้หญิง ู


บทนํา หน้า ๓ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๒. พิจารณาศึกษาข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ รายงานผลการศึกษาวิจัย และ เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมท้งสืบค้นข้อม ัูลทางอินเตอร์เน็ ต เพื่อให้ได้มาซึ่งรายละเอียดที่ สมบูรณ์ที่สุด ๓. จัดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ : ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ” วันจันทร์ที่๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖ - ๓๐๘ และห้องรับรอง ๑ - ๒ ช้นั๓ อาคารรัฐสภา ๒ ๔. ประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ปัญหา


หน้า ๔ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา บทที่๑ สถานการณ์ปัญหา และสาเหตุ การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ (teenage pregnancy) หมายถึง การต้งครรภ์ของสตรีที ั่มี อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี (องค์การอนามัยโลก) ซึ่งเป็นช่วงที่ผ้หญิงย ูังไม่พร้อม ยังไม่มีการ เจริญเติบโตทางร่างกายอย่างเต็มที่ยังเรียนไม่จบ ไม่มีรายได้เป็ นของตนเอง ไม่มีความเป็ น ผ้ใหญ่พอ ูการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นเปุ็นปัญหาที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยกําลังประสบอยู่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดาและทารก เกิดปัญหาสังคมเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็ นการ ทําแท้ง ปัญหาเด ็ กกําพร้า ปัญหาครอบครัว ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะขยายจํานวน เพิ่มมากขึ้น ๑.๑ สถานการณ์การมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่น จากข้อมูลของกรมอนามัยพบว่า การมีเพศสัมพันธ์ของวัยร่นนุ้นมีแนวโน้มเพิ ั่ม มากขึ้น จากร้อยละ ๑๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นร้อยละ ๔๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และเริ่ม มีเพศสัมพันธ์อายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยขณะนี้พบต้งแต่อาย ัุ ๑๑ ปี สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้สํารวจเพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการ ติดเชื้อเอชไอวี ในกล่มนุักเรียนโดยการติดตามนักเรียนช้นมั ัธยมศึกษาป ีที่๒ (ม.๒) นักเรียน ช้นมั ัธยมศึกษาป ีที่๕ (ม.๕) และนักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพช้นป ีที ั่๒ (ปวช. ๒) ทุกจังหวัด ทั่วประเทศเป็นประจําทุกปี พบว่า ในช่วง ๕ ปี ต้งแต่ป ี ัพ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๒ นักเรียนท้งั๓ กล่มุมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นทุกกล่มุดังตารางที่๑


บทที่๑ สถานการณ์ ปัญหา และสาเหตุ หน้า ๕ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ตารางที่๑ ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนในประเทศไทย (ร้อยละ) ปี ๒๕๔๘ - ๒๕๕๒ ปี (ร้อยละ) กลุ่มนักเรียน ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ช้นมั ัธยมศึกษาปีที่๒ ชาย ๒.๙ ๒.๙ ๓.๒ ๓.๗ ๔.๒ หญิง ๒.๐ ๑.๕ ๑.๙ ๒.๓ ๒.๖ ช้นมั ัธยมศึกษาปีที่๕ ชาย ๑๗.๗ ๒๑.๐ ๒๑.๒ ๒๔.๑ ๒๔.๗ หญิง ๘.๗ ๑๒.๒ ๑๒.๙ ๑๔.๗ ๑๓.๙ ช้นั ปวช. ปีที่๒ ชาย ๓๗.๕ ๓๖.๒ ๔๐.๒ ๔๓.๐ ๔๔.๐ หญิง ๒๙.๗ ๒๘.๒ ๓๔.๑ ๓๖.๕ ๓๗.๔ ที่มา สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อพิจารณาอายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์คร้งแรกของน ั ักเรียนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๒ พบว่า อายุมีแนวโน้มน้อยลง โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พบว่า อายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์คร้งแรกของน ั ักเรียนช้นมั ัธยมศึกษาป ีที่๒ ชาย ๑๒.๙ ปี หญิง ๑๓.๐ ปี อายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์คร้งแรกของน ั ักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ช้นปีที ั่๒ ชาย ๑๕.๐ ปี หญิง ๑๕.๕ ปี ดังตารางที่๒ ตารางที่๒ อายุเฉลี่ยของการมีเพศสัมพันธ์คร้งแรกของน ั ักเรียนในประเทศไทย ปี ๒๕๔๘ - ๒๕๕๒ ปีที่สํารวจ (อายุเฉลี่ยเป็นปี) กลุ่มนักเรียน ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ช้นมั ัธยมศึกษาปีที่๒ ชาย ๑๓.๒ ๑๓.๐ ๑๓.๑ ๑๓.๐ ๑๒.๙ หญิง ๑๓.๑ ๑๓.๐ ๑๓.๔ ๑๓.๐ ๑๓.๐ ช้นั ปวช. ปีที่๒ ชาย ๑๕.๕ ๑๕.๔ ๑๕.๕ ๑๕.๓ ๑๕.๑ หญิง ๑๕.๙ ๑๕.๗ ๑๖.๐ ๑๕.๖ ๑๕.๕ ที่มา สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข


หน้า ๖ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ รายงานของสํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ คร้งล่าส ัุดกับแฟนหรือค่รูักของนักเรียนในป ี พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๒ ยังมีสัดส่วนที่น้อยและ ไม่สามารถป้องกันการต้งครรภ์และโรคจากเพศส ั ัมพันธ์ได้ เป็นที่น่าสังเกตว่านักเรียนหญิง มีการให้ค่นอนใช้ถู ุงยางอนามัยน้อยกว่านักเรียนชาย ดังตารางที่๓ สาเหตุที่วัยร่นไม่ใช้ถุ ุงยางอนามัยในการป้องกันตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจาก ๑) ขาดความร้เรืู่องเพศศึกษาและชีววิทยาการเจริญพันธ์ุ (ไม่ร้ว่าจะตู้งครรภ์ ั เมื่อใด) ๒) มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร่วมเพศ และการต้งครรภ์ว่าร่วมเพศคร ั ้งเดียวไม่ ั ทําให้ต้งครรภ์ ั ๓) วัยร่นชายไม่ใช้ถุ ุงยางอนามัย เนื่องจากขัดขวางความร้สึกทางเพศู ๔) วัยร่นไม่กล้าไปรุับบริการวางแผนครอบครัวเพราะการมีเพศสัมพันธ์ในวัยร่นุ เป็นเรื่องที่ต้องปกป ิด การให้บริการป้องกันการต้งครรภ์เป ั ็นบริการของค่สมรสูหรือผ้ทีู่ แต่งงานแล้ว ผลของการไม่ป้องกันตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ของวัยร่นทุําให้เกิดปัญหาตามมา หลายประการ เช่น การต้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ั เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การ ติดเชื้อ HIV เป็นต้น จากข้อมูลของสํานักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อัตราการ ป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยร่นเพิุ่มจากร้อยละ ๒๓.๔๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็ น ร้อยละ ๓๔.๘ ในป ี พ.ศ. ๒๕๕๐ ตารางที่๓ ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์คร้งล่าส ัุดกับแฟนหรือค่รูัก ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพนธั ์กลุ่มนักเรียน ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ช้นมั ัธยมศึกษาปีที่๒ ชาย ๕๐ ๕๕.๕ ๖๗.๙ ๕๓.๔ ๕๓.๗ หญิง ๒๙.๒ ๔๑.๔ ๓๓.๓ ๔๐.๔ ๓๓.๑ ช้นมั ัธยมศึกษาปีที่๕ ชาย ๗๗.๔ ๔๗.๒ ๔๔.๑ ๔๔.๗ ๔๖.๓ หญิง ๗๗.๔ ๔๗.๒ ๓๔.๖ ๓๘.๑ ๓๔.๗


บทที่๑ สถานการณ์ ปัญหา และสาเหตุ หน้า ๗ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ร้อยละของการใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพนธั ์กลุ่มนักเรียน ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ช้นั ปวช. ปีที่๒ ชาย ๔๑.๖ ๔๓.๓ ๔๔.๘ ๔๒.๙ ๔๖.๗ หญิง ๒๕.๕ ๒๗.๐ ๒๙.๓ ๓๑.๙ ๓๒.๖ ที่มา สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ๑.๒ สถานการณ์การตั้งครรภ์ของวัยรนุ่ องค์การอนามัยโลกได้กําหนดให้อัตราการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นหรือหญิงที ุ่อายุน้อย กว่า ๒๐ ปี ควรน้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ในขณะที่อัตราการต้งครรภ์แรกในหญิงว ั ัยร่นของไทยทีุ่ สํารวจไว้ในป ี พ.ศ. ๒๕๓๐ อย่ทีู่ร้อยละ ๒.๗ แยกเป็ น เขตเมืองร้อยละ ๐.๗ เขตชนบทร้อย ละ ๓.๒ (องค์การอนามัยโลก) ปัจจุบันนี้กรมอนามัยได้ติดตามอัตราการคลอดของแม่วัยร่นุ โดยใช้ข้อมูลการแจ้งเกิดตามทะเบียนราษฎร์ของกระทรวงมหาดไทยคํานวณอัตราการคลอด ของแม่วัยร่นเทียบกุับการคลอดท้งหมด ั ใช้เป็นข้อมูลทางอ้อมในการติดตามสถานการณ์การ ต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุพบว่า ในระหว่างป ี พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๑ อัตราการคลอดของมารดา อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นจากร้อยละ ๑๘.๓๓ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๒๐.๓๓ ในป ี พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังภาพที่๑ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวหากรวมการแท้งและเด็กตายคลอดที่ ส่วนใหญ่ไม่มีการแจ้งเกิดจะมีจํานวนมากกว่านี้มาก นอกจากนี้ข้อมูลเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐในระหว่างป ี พ.ศ. ๒๕๔๔ -๒๕๕๐ พบว่า เด ็กหญิงอายุ๑๐ ปีต้งครรภ์มีจ ั ํานวนสูงถึง ๖๐ คน


หน้า ๘ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ภาพที่๑ ร้อยละของการคลอดของแม่วัยร่นุ จําแนกตามกล่มอายุ ุพ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๕๑ ที่มา ข้อมูลการแจ้งเกิดจากสํานักทะเบียนราษฎร์และกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๔๗ – ๒๕๕๑ โดยการสนับสนุนจากสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข จัดทําข้อมูลโดย กองอนามัยการเจริญพันธ์ุกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยได้ศึกษาสาเหตุที่วัยร่นตุ้งครรภ์ ั พบว่า ร้อยละ ๗๓ เกิดจากการ ไม่คุมกําเนิด หรือไม่ได้ป้องกันตัวขณะมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ ๑๔ เกิดจากการแพ้ยาคุม และ ยาคุมไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ ๙ เกิดจากขาดความร้ในการคู ุมกําเนิด เมื่อพิจารณารายงานการ คลอดของแม่วัยร่นจุําแนกรายจังหวัด ๕ ลําดับแรก ต้งแต่ป ี ัพ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๕๕๑ พบว่า ส่วนใหญ่กระจายอย่ในภาคกลางูภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน อัตราการคลอดระหว่างร้อยละ ๒๔ - ๒๘ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังตารางที่๔ 1.31 11.09 20.33 1.05 1.29 1.19 1.26 9.33 10.02 10.01 10.43 18.33 19.24 19.96 19.22 0 5 10 15 20 2547 2548 2549 2550 2551 แมคลอดอายุนอยกวา 15 แมคลอดอายุนอยกวา 18 แมคลอดอายุนอยกวา 20


บทที่๑ สถานการณ์ ปัญหา และสาเหตุ หน้า ๙ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ตารางที่๔ ร้อยละของมารดาอายุต่ํากว่า ๒๐ ปี คลอดปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๑ ในจังหวัด ๕ ลําดับแรก ปี พ.ศ. ลําดับที่๑ ลําดับที่๒ ลําดับที่๓ ลําดับที่๔ ลําดับที่๕ ๒๕๔๗ (ร้อยละ) ราชบุรี ๒๖.๖๗ ประจวบคีรีขันธ์ ๒๖.๒๘ อ่างทอง ๒๖.๒๒ สุพรรณบุรี ๒๔.๓๑ แม่ฮ่องสอน ๒๔.๑๓ ๒๕๔๘ ปทุมธานี ๒๖.๖๕ ประจวบคีรีขันธ์ ๒๖.๒๖ สุพรรณบุรี ๒๖.๐๗ อ่างทอง ๒๕.๙๗ แม่ฮ่องสอน ๒๕.๙๐ ๒๕๔๙ ประจวบคีรีขันธ์ ๒๗.๔๘ สุพรรณบุรี ๒๖.๒๕ ชัยนาท ๒๖.๑๙ สิงห์บุรี ๒๕.๙๓ กาญจนบุรี ๒๕.๙๒ ๒๕๕๐ ประจวบคีรีขันธ์ ๒๗.๕๘ กําแพงเพชร ๒๗.๓๖ สมุทรสงคราม ๒๖.๐๙ อุทัยธานี ๒๕.๖๓ ชัยนาท ๒๕.๔๖ ๒๕๕๑ กําแพงเพชร ๒๘.๓๔ สมุทรสงคราม ๒๘.๗๒ ชัยนาท ๒๗.๘๖ ประจวบฯ ๒๗.๘๐ นครสวรรค์ ๒๕.๕๒ ที่มา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงจิราภรณ์ ประเสริฐวิทย์ อาจารย์ประจําภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลในผ้จูัดการออนไลน์ เมื่อวันที่๗ เมษายน ๒๕๕๑ ว่า การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นคิดเปุ็ นอัตราส่วน ๑ ใน ๓ ของการต้งครรภ์ท ั ้งหมด ัและ เป็นร้อยละ ๑๙ ของวัยร่นอายุ ุ ๑๕ - ๑๙ ปี ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ในจํานวนนี้ร้อยละ ๘๐ เป็ นการต้งครรภ์แบบไม่ต ั ้งใจร้อยละ ั๓๐ นําไปส่การทูําแท้งร้อยละ ๑๔ เป็นการแท้งบุตรเอง และอีกร้อยละ ๕๖ มีการคลอดบุตร ซึ่งบุตรที่คลอดออกมามักจะมีปัญหาในเรื่องของน้ําหนัก ตัวน้อย เกิดก่อนกําหนด เสียชีวิตหลังคลอด ร้อยละ ๑๐ ถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาลคิดเป็ นอัตรา เฉลี่ยวันละ ๒.๖ คนต่อแสนประชากร สาเหตุสําคัญที่ทําให้อัตราส่วนของแม่วัยร่นทีุ่ต้งครรภ์ ั สูงขึ้น มาจากค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป เด ็กม ีเพศสัมพันธ์เร็ ว นอกจากนี้ ยังถือเป็ นการ เปลี่ยนแปลงของวัยร่นทุั่วโลกที่เรียกว่า การเป็ นหน่มสาวเรุ็วขึ้น เด ็ กผ้หญิงมีประจ ูําเดือนเร็ ว ขณะที่เด ็ กผ้ชายมีการเปลีู่ยนแปลงฮอร์โมนเพศเร็วขึ้น พบเด ็กที่มาคลอดบุตรด้วยวัยเพียง


หน้า ๑๐ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๑๑ ปี จากการมีเพศสัมพันธ์กับเด ็กด้วยกัน โดยไม่ได้คํานึงถึงเรื่องการท้อง เนื่องจากยัง ไม่เคยมีประจําเดือนและยังไม่มีความร้เรืู่องการต้งครรภ์เลย ั ในด้านความเสี่ยงต่อสุขภาพของทารก จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของ สถานบริการสาธารณสุข ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๐ โดยสํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า แม่วัยร่นอายุ ุน้อยกว่า ๑๕ ปี และอายุระหว่าง ๑๕ - ๑๙ ปี คลอดลูกน้ําหนักน้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ในสัดส่วนที่สูงกว่าแม่กล่มอืุ่นโดยเฉพาะกล่มแมุ่ อายุ๒๐ - ๓๐ ปีอย่างชัดเจน ดังตารางที่๕ ตารางที่๕ ร้อยละของจํานวนเด ็กมีชีพในโรงพยาบาลของรัฐที่มีน้ําหนักแรกเกิด ๒,๕๐๐ กรัม และต่ํากว่า จําแนกตามอายุของแม่ (ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๖ – ๒๕๕๐) อายุ มารดา ปี พ.ศ. รวมทุกอายุ < ๑๕ ปี ๑๕ - ๑๙ ปี ๒๐ - ๒๔ ปี ๒๕ – ๒๙ ปี ๒๕๔๖ ๑๑.๗๖ ๒๒.๔๑ ๑๕.๔๖ ๑๑.๘๒ ๑๐.๒๑ ๒๕๔๗ ๑๑.๑๖ ๑๙.๗๘ ๑๔.๗๕ ๑๑.๑๘ ๙.๕๒ ๒๕๔๘ ๑๑.๒๓ ๒๐.๘๑ ๑๔.๖๗ ๑๑.๒๒ ๙.๔๙ ๒๕๔๙ ๑๑.๓๓ ๑๙.๑๗ ๑๔.๓๒ ๑๑.๒๓ ๙.๖๒ ๒๕๕๐ ๑๕.๒๕ ๑๘.๖๕ ๑๓.๗๓ ๑๐.๗๔ ๙.๔๓ ที่มา กล่มข้อมุ ูลข่าวสารสุขภาพ สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ ๑.๓ ผลกระทบของการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๑.๓.๑ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของมารดาและทารกท้งในขณะต ั ้งครรภ์และขณะ ั คลอด เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ โลหิตจางในแม่ คลอดก่อนกําหนด ทารกน้ําหนักน้อย แท้งเอง คลอดติดขัด เด ็ กตายคลอด


บทที่๑ สถานการณ์ ปัญหา และสาเหตุ หน้า ๑๑ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๑.๓.๒ ส่งผลกระทบต่อจิตใจของแม่ ขณะต้งครรภ์ถ ัูกสังคมนินทาเกิดความอับ อาย ต้องพักงานกระทบต่อการงานอาชีพรายได้ หลังคลอดมักมีอาการซึมเศร้า ๑.๓.๓ ส่งผลต่ออนาคตของแม่วัยร่นทีุ่ต้องพักการเรียนหรือลาออกจากการ เรียน เรียนไม่จบ เสียโอกาสในการศึกษา เสียอนาคต ๑.๓.๔ มีการทําแท้งสูง ซึ่งไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ กองอนามัยการเจริญพันธ์ุ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ศึกษาการทําแท้งในวัยร่นพบว่าุร้อยละ ๒๙.๓ อายุต่ํากว่า ๒๐ ปี ร้อยละ ๖๑.๓ อายุต่ํากว่า ๒๕ ปี ร้อยละ ๒๔.๗ มีสถานภาพนักเรียน นักศึกษา ท้งนี้ ั พบว่า อัตราตายจากการทําแท้งสูงกว่าอัตราตายจากการต้งครรภ์ปกติถึง ั๑๐ เท่า ความไม่ ปลอดภัยจากการทําแท้งสูงถึงร้อยละ ๒๙ ๑.๓.๕ การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นส่วนใหญ่ ุเป็ นการต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อมและไม่พึง ประสงค์ ท้งนี้ ั จากการศึกษาของ นาตยา บุญภักดี จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ศึกษาข้อมูลระหว่างป ี พ.ศ. ๒๕๓๐ - ๒๕๔๙ พบว่า ในบรรดาการต้งครรภ์ท ั ้งหมดในช่วงเวลาด ั ังกล่าว สัดส่วนการต้งครรภ์ไม่พร้อมมีแนวโน้ม ั สูงขึ้น อัตราการต้งครรภ์ไม่พร้อมในว ั ัยร่นอายุ ุต่ํากว่า ๒๐ ประมาณร้อยละ ๕๓


หน้า ๑๒ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ภาพที่๒ ผลกระทบของการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุ การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (อายุต่ํากว่า ๒๐ ปี) ฝากครรภ์ช้า (ร้อยละ ๘๖ อายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์) - เสียชีวิต - ติดเชื้ออย่างรนแรงุ - เป็นหมันถาวร พยายามทําแทง้ (ส่วนใหญ่เป็นหมอเถื่อน หรือทาเองํ ) ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ (ร้อยละ ๙๘) (ร้อยละ ๘๖ อายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์) ผลต่อสขภาพกายุผลต่อสขภาพจุติผลต่อเศรษฐกจและสิงคมั เสี่ยงตอมะเร่ ็งปากมดลูก - เกิดภาวะแทรกซ้อนใน ทุกช่วงของการตั้งครรภ์ สูงกว่าวยอั ื่น (แท้ง คลอดยาก ตกเลือดหลังคลอด) - ทารกน้ําหนักนอย้ (น้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม) - แม่เด็กมีอารมณ์แปรปรวน เครียด ซึมเศร้า - ทารกถกทอดทูงิ้หรอถืกู ทําร้าย หลายรายถึงแก่ ชีวิต - มารดาหยดเรุยนีบางราย ไม่มีโอกาสเรียนต่ออีก - รายจ่ายสงกวู่ารายรับ - ครอบครัวยากจนยิ่งขึ้น - ฝ่ายชายมักบอกเลิกเมอื่ ตั้งครรภ์


บทที่๑ สถานการณ์ ปัญหา และสาเหตุ หน้า ๑๓ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๑.๔ ปัญหาจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม สถานการณ์การต้งครรภ์ไม่พร้อมของว ั ัยร่นก่อให้เกิดปุัญหาที่เกี่ยวกับคุณภาพ ชีวิตมากมายหลายประการตามมา อาทิ ๑.๔.๑ ปัญหาการทําแท้ง ที่ไม่ปลอดภัยส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ การติดเชื้อ การตกเลือด การเสียชีวิต อัตราการทําแท้งในป ี พ.ศ. ๒๕๐๒ - ๒๕๑๓ อย่ทีู่ ร้อยละ ๖.๑ เพิ่มเป็นร้อยละ ๒๑.๘ ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๔ - ๒๕๔๔ ๑.๔.๒ ปัญหาสังคม เช่น การทิ้งเด็ กทารก ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๗ มีเด็ ก อย่างน้อย ๑,๙๗๕ คน ถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล หรือที่สาธารณะ หรือทิ้งไว้กับย่า ยาย หรือ ผ้รูับจ้างเลี้ยง เด ็กที่เกิดมาไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ถูกทอดทิ้งไว้ตามลําพัง เกิดปัญหา ความรุนแรงในครอบครัว และยังมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การติดสุรา สารเสพติด เป็นต้น ทําให้ประเทศชาติขาดแคลน ประชากรที่มีคุณภาพที่จะพัฒนาประเทศ ๑.๔.๓ ปัญหาการเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง วัยร่นตุ้งครรภ์ที ั่กําลังศึกษาอยู่ มักจะต้องออกจากสถานศึกษากลางคัน หรือหยุดพักการเรียนและเกือบท้งหมดจะไม่กล ั ับ เข้าเรียนอีก ขณะที่สังคมจะต้งข้อร ั ังเกียจวัยร่นทีุ่ต้งครรภ์ว่าเป ั ็ นเด ็กใจแตก มีผลต่อสภาพ จิตใจและอนาคตของวัยร่นุและทําให้รฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด ัูแลกล่มนี้เพิุ่มมากขึ้น ๑.๕ สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในบางจังหวัด ในพื้นที่บางจังหวัดของประเทศไทย ได้ตระหนักถึงปัญหาการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นทีุ่ เกิดขึ้นในจังหวัดของตน จึงได้มีการศึกษาสถานการณ์โดยละเอียด เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสุโขทัย ๑.๕.๑ จังหวัดสุพรรณบุรี ผลการดําเนินงานตามตัวชี้วัดของจังหวัดสุพรรณบุรี ต้งแต่เดือนต ัุลาคม ๒๕๕๑ - มีนาคม ๒๕๕๒ พบว่า การคลอดของแม่วัยร่นมีจุํานวนเพิ่มขึ้น จํานวนคลอด ท้งสิ้น ั๒๒๐ ราย คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๖๐ ของการคลอดท้งหมดโดยแม่มีอาย ัุเฉลี่ย ๑๗ ปี อายุต่ําสุด ๑๓ ปี ช่วงอายุต่ํากว่า ๑๕ ปี พบร้อยละ ๑๑.๑ และช่วงอายุ ๑๕ - ๑๙ พบ


หน้า ๑๔ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ร้อยละ ๘๘.๙ การศึกษาในกล่มแม่วุัยร่นกลุ่มนีุ้พบว่า พ่อของเด็กส่วนใหญ่เป็ นกล่มวุัยร่นุ และเป็ นการสมยอมของท้งสองฝ่าย ั ไม่พบการข่มขืน ส่วนใหญ่อาชีพรับจ้าง (ร้อยละ ๔๕.๑) รองลงมาคือนักเรียน (ร้อยละ ๓๙.๒) แม่วัยร่นส่วนใหญ่ฝากครรภ์ ุ (ร้อยละ ๙๖.๗) คลอด ร้อยละ ๘๖.๒ แท้งร้อยละ ๒.๘ กําลังต้งครรภ์อย ั ่ในปูัจจุบันร้อยละ ๑๑ น้ําหนักของทารกที่ เกิดจากแม่วัยร่นเฉลีุ่ย ๒,๕๘๖ กรัมน้ําหนักต่ําสุด ๑,๐๘๕ กรัม น้ําหนักสูงสุด ๔,๓๑๐ กรัม ทารกร้อยละ ๗๖.๑ มีน้ําหนักมากกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ที่เหลือร้อยละ ๒๓.๙ มีน้ําหนัก น้อยกว่า ๒,๕๐๐ กรัม ๑.๕.๒ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย พบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๑ อัตราการคลอดของ แม่วัยร่นหรือมารดาอายุ ุน้อยกว่า ๒๐ ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น แต่น้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ ในเขต เดียวกันและน้อยกว่าระดับประเทศ ดังตารางที่๖ ตารางที่๖ อัตราการคลอดของมารดาคลอดอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี จังหวัดสุโขทัยเปรียบเทียบ กับ เขต ๑๗ และภาพรวมของประเทศ ในช่วงป ี ๒๕๔๘ - ๒๕๕๑ อัตราการคลอดของมารดาคลอด อายุน้อยกว่า ๒๐ ปี ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ภาพรวมของประเทศ ๑๙.๒๔ ๑๙.๙๖ ๑๙.๒๒ ๒๐.๓๓ จังหวัดสุโขทัย ๑๗.๘๕ ๑๖.๖๕ ๑๘.๖๖ ๑๙.๗๙ จังหวัดในเขต ๑๗ ๑๖.๗๖ ๑๗.๓๗ ๑๗.๓๑ ๑๘.๘๙ ที่มา รายงานเฝ้าระวังสุขภาพแม่และเด็กไทยระดับเขต และจังหวัดสุโขทัย


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๑๕ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา บทที่๒ การป้องกนัและการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรนุ่ การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นและการตุ้งครรภ์ไม่พร้อมเป ั ็นปัญหาที่มีความซับซ้อน เกิดจากหลายสาเหตุและส่งผลในวงกว้าง กระบวนการแก้ไขปัญหาจึงต้องมีความละเอียด รอบคอบ และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานท้งหน่วยงานราชการ ั องค์กรพัฒนา เอกชน ภาคประชาสังคมและหน่วยงานอื่นๆ ช่วยกันแก้ไขปัญหาต้องแก้ไขท้งในระด ั ับมหภาค และจุลภาค การดําเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ผ่านมาเป็ นดังนี้ ๒.๑ การดําเนินงานของหน่วยงานราชการ ๒.๑.๑ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๑) สํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยประสานเพื่อจัดทําแผนปฏิบัติ การร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการทํางานร่วมกันระหว่างภาคส่วน ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมที่ดําเนินการ เช่น - การจัดทําแผนครอบครัวเข้มแข็ ง การให้ความร้เรืู่องสิทธิการเจริญ พันธ์ุดําเนินงานวิจัย เรื่อง การจัดทําฐานข้อมูลสถานการณ์สิทธิและการละเมิดสิทธิการ เจริญพันธ์ในวุัยร่นหญิง ุการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความร่วมมือภาคีการทํางาน โครงการรณรงค์ “แม่วัยใส” ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างความตระหนักแก่บุคลากรของ สถานศึกษาในโรงเรียนนําร่อง (โรงเรียนสุวรรณสุทธารามวิทยา) การจัดงานรณรงค์ “แม่วัย ใส” เพื่อสร้างกระแสแก่เยาวชนในสถานศึกษา นอกจากนี้ยังดําเนินโครงการอื่นๆ อีกได้แก่ • โครงการศูนย์ ๓ วัย สานสายใยแห่งครอบครัว ภายใต้ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด ็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร


หน้า ๑๖ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา • โครงการคาราวานเสริมสร้างเด็ ก • โครงการเด็กไทยร้รูักษ์ห่วงใยตนเอง • โครงการความรักและความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย • โครงการส่งเสริมและพัฒนาเด ็กปฐมวัย - จัดบริการบ้านพักเด ็ กและครอบครัวเป็นสถานที่พักพิงฉุกเฉิน / ชั่วคราวสําหรับผ้ประสบปูัญหาภาวะเรื่องวิกฤติ โดยเฉพาะเด็ กและครอบครัวในภาวะเสี่ยง - จัดหาครอบครัวทดแทนให้แก่เด็กที่พ่อแม่ไม่สามารถให้การเลี้ยงดู ในรูปแบบการรับเด ็กเป็ นบุตรบุญธรรม หรือสนับสนุนเงินค่าเลี้ยงดูสําหรับครอบครัวอุปถัมภ์ - การอบรมให้ความร้เพืู่อป้องกันการถูกล่อลวงหรือตกเป็นเหยื่อของ การค้ามนุษย์ ๒) สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ ก เยาวชน ผ้ด้อยโอกาสู และผ้สู ูงอายุ สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ ก เยาวชน ผ้ด้อยโอกาสู และผ้สู ูงอายุกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดําเนินงานโครงการ คาราวานเสริมสร้างเด็ ก โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องเพศศึกษาเพื่อเด ็ กและเยาวชน : รักใคร่เรียนรู้ให้งบอุดหนุนแก่สถานศึกษา และสภาเด ็ กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้เด็ กและเยาวชนทํากิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องเอดส์และเพศศึกษาในชุมชมและ สถานศึกษาของตน สังเคราะห์หลักสูตรจากเครือข่ายเยาวชนด้านเอดส์ประเทศไทยเพื่อให้ สถานศึกษานําไปใช้รณรงค์ขยายผล ๒.๑.๒ กระทรวงสาธารณสุข ๑) กองอนามัยการเจริญพันธ์ุกรมอนามัย - กําหนดให้มีการติดตามแนวโน้มของการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุโดย ถือแนวโน้มอัตราการคลอดของแม่วัยร่นเปุ็ นตัวชี้วัดหนึ่งของงานอนามัยแม่และเด็ กของ สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับของทุกจังหวัด ในการดําเนินงานสํานักงานสาธารณสุข จังหวัดจะบูรณาการโครงการที่เกี่ยวข้อง เช่น สายใยรักของครอบครัว To Be Number One โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการต้งครรภ์ในหญิงอาย ัุต่ํากว่า ๒๐ ปี เพื่อให้การดําเนินงาน ด้านวัยร่นและครอบครุัวมีประสิทธิภาพ


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๑๗ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา - ผลักดันให้งานอนามัยการเจริญพันธ์ให้อยุ่ในธรรมนู ูญสุขภาพ แห่งชาติ ในพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีสาระสําคัญในเรื่อง การลด โรค AIDS การลดการต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุและการลดความรุนแรงทางเพศ - การผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร์อนามัยการเจริญพันธ์ุ แห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดต้งคณะกรรมการพ ั ัฒนา อนามัยการเจริญพันธ์แห่งชาติขึ้นุเมื่อวันที่๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็ น รองประธานกรรมการ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นรองประธาน กรรมการ โดยมีอธิบดีกรมอนามัยเป็ นกรรมการและเลขานุการ และผ้อูํานวยการกองอนามัย การเจริญพันธ์ุเป็ นกรรมการและผ้ช่วยูเลขานุการ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนหน่วยงานราชการ ตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทํางานด้านสตรีและเด็ ก เป็นกรรมการด้วย โดยมีรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้กําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนางานอนามัย การเจริญพันธ์ุดังนี้ • ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างครอบครัวใหม่ และเด ็ กร่นใหมุ่ ให้เข้มแข็งและมีคุณภาพ โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานและมอบหมายให้ผ้แทนจากกระทรวงู พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน • ยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย มีพฤติกรรม อนามัยการเจริญพันธ์ุและสุขภาพทางเพศที่เหมาะสม โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานและ มอบหมายให้ผ้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการูเป็นประธาน • ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริการอนามัยการเจริญพันธ์ุ และสุขภาพทางเพศ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานและ มอบหมายให้ผ้แทนจากกระทรวงสาธารณสู ุข เป็นประธาน • ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการบริหารจัดการงานอนามัย การเจริญพันธ์และสุ ุขภาพทางเพศแบบบูรณาการ โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานย่อยในทุก จังหวัด


หน้า ๑๘ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา • ยุทธศาสตร์การพัฒนากฎหมาย กฎ และระเบียบ เกี่ยวกับ งานอนามัยการเจริญพันธ์และสุ ุขภาพทางเพศ โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานและมอบหมายให้ ผ้พิพากษาูที่มีส่วนร่วมในการผลักดันร่างกฎหมาย เป็นประธาน • ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการจัดการองค์ความรู้เทคโนโลยี อนามัยการเจริญพันธ์และสุ ุขภาพทางเพศ โดยได้มีการต้งคณะท ั ํางานและมอบหมายให้ ผ้แทนจากราชวิทยาลูัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นประธาน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของงานตามยุทธศาสตร์ เหล่านี้ - จัดทํา (ร่าง) พระราชบัญญัติค้มครองอนามุัยการเจริญพันธ์ุ พ.ศ. .... ขณะนี้กรมอนามัยกําลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่ายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ๒) สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ติดตามแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนนักศึกษาและรณรงค์ การใช้ถุงยางอนามัยในกล่มนุักเรียนนักศึกษา และรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัย ร้อยละ ๑๐๐ ๓) สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ทุกจังหวัดและอําเภอมีคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็ ก (Mother and Child Health Board) ทําหน้าที่กําหนดเป้าหมาย วางแผน ประเมินผล และบูรณาการโครงการ จากทุกภาคส่วนโดยมีโครงการหลัก คือ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด ็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเป็ นศูนย์ข้อมูลด้านอนามัยแม่และเด็ ก เพื่อผลสําเร ็ จลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย โดยกําหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายให้แม่มีบุตรเมื่ออายุ ต่ํากว่า ๒๐ ปี ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ดังตัวอย่างการดําเนินงานระดับจังหวัดต่อไปนี้ ๓.๑) สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ดําเนินงานโครงการพัฒนาระบบบริการคุณภาพตามเกณฑ์ โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ใน พระราชูปถัมภ์ สมเด ็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงมีเป้าหมายให้ สมาชิกในครอบครัวได้อย่ร่วมกูันอย่างมีความสุข เด ็กได้รับการดูแลอย่างถูกต้องใน สภาพแวดล้อมที่ดี มีจิตใจดี และมีพัฒนาการสมวัย โดยการพัฒนาคุณภาพบริการอนามัย แม่และเด็กของสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งเป็ นการพัฒนาตามกระบวนการคุณภาพ ต้งแต่ ั


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๑๙ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ระยะต้งครรภ์ ัระยะคลอด และหลังคลอด การเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดถึง ๖ ปี ให้เจริญเติบโต และมีพัฒนาการสมวัย และม ีระดับเชาว์ปัญญาเทียบเท่ามาตรฐานสากล และมีการเชื่อมโยง ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยดําเนินการจัดต้งชมรมสายใยร ั ักแห่งครอบครัว รวมท้งต้อง ั ดําเนินการจนบรรลุตัวชี้วัดที่สําคัญ ๔ ตัวชี้วัด ได้แก่ (๑) ทารกแรกเกิดขาดออกซิเจน (Birth Asphyxia) ไม่เกิน ๓๐ : ๑,๐๐๐ เกิดมีชีพ (๒) ทารกแรกเกิดน้ําหนักน้อยกว่า ๒.๕๐๐ กรัม ไม่เกินร้อยละ ๗ หรือลดลงจากฐานข้อมูลปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ร้อยละ ๐.๕ (๓) ทารกกินนม แม่อย่างเดียว ๖ เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ หรือเพิ่มขึ้นจากฐานข้อมูลปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ร้อยละ ๒.๕ และ (๔) เด ็กแรกเกิดถึง ๖ ปี มีพัฒนาการสมวัย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ระบบ บริการอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลมีความเข้มแข็ ง มีคุณภาพและมาตรฐาน มารดา และทารกได้รับการดูแลที่ดี พิจารณาได้จากสถานสุขภาพของมารดาและทารกที่ดีขึ้น เช่น อัตราตายของทารกลดลงเรื่อยๆ จาก ๗.๓๑ : ๑,๐๐๐ เกิดมีชีพ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็ น ๖.๓๖ : ๑๐๐๐ เกิดมีชีพในป ี ๒๕๕๑ โรงพยาบาลภาครัฐทุกแห่งของจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สมัครเข้าร่วมโครงการและดําเนินการตามกระบวนการพัฒนาระบบบริการอนามัยแม่และ เด ็กให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวในระดับทองต่อไป ๓.๒) สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย งานส่งเสริมสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้นําปัญหา การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุเข้าส่การวางแผนยู ุทธศาสตร์ของสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ในปีงบประมาณ ๒๕๕๐ – ๒๕๕๒ การดําเนินงานเรื่องการต้งครรภ์ในหญิงว ั ัยร่นของุ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัยน้นั เริ่มต้นจากการมองถึงปัญหาการต้งครรภ์ว่าเป ั ็ น ปัญหาทางด้านสุขภาพที่เป็นผลสะท้อนมาจากปัญหาทางด้านสังคม ดังน้นัจังหวัดสุโขทัย จึงต้งเป้าหมายท ั ้งสองด้าน ั ประกอบด้วย เป้าหมายทางด้านสังคม คือ การป้องกันการต้งครรภ์ ั ของหญิงอายุน้อย โดยกําหนดประเด็ นยุทธศาสตร์ในการมองปัญหารอบด้าน และมีความ ร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กับเป้าหมาย ด้านสุขภาพ คือ การดูแลผลกระทบต่อแม่และ เด ็ ก โดยกําหนดประเด็ นยุทธศาสตร์เป็ นมาตรฐานการดําเนินงานด้านการแพทย์ ซึ่งการดูแล ผลกระทบต่อแม่และเด็ กน้นั ได้พยายามแยกหญิงต้งครรภ์ ั ออกเป็ น ๒ กล่มุคือ


หน้า ๒๐ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา • หญิงต้งครรภ์ที ั่อายุน้อยกว่า ๑๙ ปี แบ่งเป็ น - กล่มทีุ่ต้องการมีบุตร จะเข้าส่ระบบการฝากครรภ์ู ตามปกติ - กล่มทีุ่ไม่ต้องการมีบุตร อาจเกิดจากความไม่ต้งใจ ั ซึ่ง จะทําให้เกิดความคิดที่จะทําแท้งเพื่อยุติการต้งครรภ์ ั ซึ่งหากทําในสถานพยาบาลที่ผิด กฎหมาย อาจเกิดอันตรายได้ จึงนํามาส่ระบบการให้คูําปรึกษา เพื่อโน้มน้าวให้ต้งครรภ์ต่อไป ั และให้ตระหนักถึงการดูแลตัวเอง แล้วจึงเข้าส่ระบบการฝากครรภ์ต่อไปู • หญิงต้งครรภ์ที ั่อายุมากกว่า ๑๙ ปี จะเข้าส่ระบบการฝากู ครรภ์ตามปกติ โดยระบบการฝากครรภ์น้นัจะบูรณาการเข้ากับการดําเนินงาน ของสถานพยาบาลทุกระดับ โดยกําหนดให้มีการฝากครรภ์คุณภาพ ๔ คร้งตามเกณฑ์โดย ั เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. จะลงไปในพื้นที่เพื่อค้นหาหญิงต้งครรภ์และน ั ําเข้าส่ระบบู การฝากครรภ์คุณภาพ และดําเนินงานต่อเนื่องจนถึงการคลอด คือ การดูแลการคลอดที่มี คุณภาพ การเฝ้าระวังภาวะการขาดออกซิเจน การเฝ้าระวังทารกน้ําหนักน้อย รวมถึงการ เชื่อมต่อบริการระหว่างโรงพยาบาล ส่วนการดําเนินงานหลังคลอด จะมีการติดตามแม่และ เด ็ กหลังคลอด รวมท้งส่งเสริมการเลี้ยงล ัูกด้วยนมแม่ ๒.๑.๓ กระทรวงศึกษาธิการ ๑) สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา การดําเนินการเมื่อพบปัญหาการต้งครรภ์น ั ้นัสถาบันจะเชิญ ผ้ปกครองของนูักเรียนท้งชายและหญิง ั มาปรึกษาหารือถึงการดําเนินการแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น วิทยาลัยจะอนุญาตให้เด็ กพักการเรียนไปก่อน แล้วจึงกลับมาเรียนใหม่ แต่ส่วนใหญ่ เด ็กจะไปทําแท้งมากกว่าปล่อยให้ต้งครรภ์ ั ด้านการป้องกันได้ จัดโครงการฝึกอบรมในเรื่องดังกล่าวให้แก่ อาจารย์และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมท้งมีการจ ั ัดกิจกรรมให้นักศึกษาได้เรียนร้ในการู ช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยนําหลักสูตรการสอนเกี่ยวกับเพศศึกษาขององค์การ PATH เข้ามา จัดการเรียนการสอนในวิทยาลัยต่างๆ มีการร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ในการจัดให้มีอาจารย์ตรวจตราหอพัก หรือไปเยี่ยมนักศึกษาตามหอพัก


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๒๑ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ต่างๆ เนื่องจากในปัจจุบันปัญหานักศึกษาชายและหญิงอย่ร่วมกูันในหอพักเป็นปัญหาที่เกิด ขึ้นกับวิทยาลัยทุกแห่ง การดําเนินการดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในเบื้องต้น ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน - การขาดแคลนอาจารย์ทางด้านแนะแนว เนื่องจากอาจารย์ที่จบ การศึกษาด้านการแนะแนวโดยตรงในสังกัดของอาชีวศึกษาทั่วประเทศมีจํานวนเพียง ๖๒ คน เท่าน้นั จึงได้มีการดําเนินการในลักษณะของการให้อาจารย์ทุกคนสามารถทําหน้าที่เป็ นครู แนะแนวได้ โดยการจัดอบรมให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรมประมาณ ๔ - ๕ วัน และมีอาจารย์ที่ผ่านการอบรมไปแล้วประมาณ ๓,๐๐๐ คน - อาจารย์ที่ผ่านการฝึกอบรม ไม่ได้มีการขยายผลต่อภายใน สถาบัน ๒) สํานักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน ั สําหรับกระบวนการในการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดการต้งครรภ์น ั ้นั เมื่อ พบว่าเด็ กต้งครรภ์ ัจะอนุญาตให้เด็กลาไปคลอดต้งแต่เริ ั่มมองเห ็ นการต้งครรภ์ช ั ัดเจน โดยจะใช้วิธีให้เด็ กมาเอางานกลับไปทําที่บ้านเพื่อป้องกันเด ็กคนอื่นพบเห ็นเพราะอาจเป็ น ตัวอย่างที่ไม่ดี เมื่อคลอดเสร ็จแล้วอนุญาตให้กลับมาเรียนได้ ปัญหาคือ เด ็กไม่กลับไปเรียน ที่เดิม แต่ขอไปเรียนที่ใหม่แทน เพราะเกิดความร้สึกอูับอายเพื่อนไม่กล้ากลับไปเรียนที่เดิม ทางสํานักงานฯ ได้ดําเนินการประสานที่เรียนใหม่ให้เด็กต่อไป - จัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ต้งแต่ป ี ัพ.ศ. ๒๕๔๒ มีการ ขยายพื้นที่การดําเนินงานไปยังโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และจะขยายต่อไปยัง โรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งขณะนี้ยังดําเนินการได้ไม่ครบทุกพื้นที่ระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนดังกล่าว แบ่งการดําเนินงานออกเป็ น ๕ ข้นตอน ั คือ ƒ การทาความรํ ้จูักนักเรียนเป็ นรายบุคคล ƒ การคัดกรองนักเรียน โดยแบ่งเป็ น o กล่มปกติุจะมีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเน้นให้เด็ ก เกิดการพัฒนาต่อไป o กล่มเสีุ่ยง จะมีการจัดการเรียนการสอนครอบคลุมทุกกล่มุ ท้งเรื ั่องกีฬา ดนตรี การร้องเพลง และอื่นๆ เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนร้อย่างมีความสู ุข


หน้า ๒๒ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา o กล่มทีุ่มีปัญหา จะมีการจัดการเรียนการสอนซ่อมเสริม และส่งเสริมในด้านต่างๆ ƒ การส่งเสริมและพัฒนานักเรียนในแต่ละด้าน ƒ กล่มทีุ่มีปัญหาก ็ จะดาเนินการป้องก ํ ันและแก้ไขปัญหา ƒ หากโรงเรียนไม่สามารถดาเนินการแก้ไขป ํ ัญหาได้ กจะส่ง ็ ต่อไปยังโรงพยาบาลหรือโรงเรียนอื่นต่อไป - การสอนด้านเพศศึกษาได้มีการจัดทําหนังสือแนวทางการจัด กิจกรรมการเรียนร้เพศศึกษาูโดยแบ่งออกเป็ น ๔ เล่ม คือ ช่วงช้นที ั่๑, ๒, ๓, ๔ โดยบรรจุไว้ ๖ หน่วยการเรียนร้ในทู ุกปีการศึกษา หรือประมาณอาทิตย์ละ ๑ คร้งั - การจัดอบรมให้แก่ครูแนะแนว และครูพละศึกษาถึงการนํา หลักสูตรดังกล่าวไปใช้ โดยระยะต่อมาได้มีการร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและองค์การ PATH ในการเข้ามาเป็นวิทยากรในการอบรมให้แก่โรงเรียนที่เป็ นแกนนํา นอกจากกล่มครุ ูแล้ว ในส่วนของผ้ปกครองเองกู็ได้มีการจัดเวทีชาวบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนร้เกีู่ยวกับทัศนคติของ ผ้ปกครองในการเรียนการสอนเรืู่องเพศศึกษาด้วย - การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ โดยสํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาข้นพื้นฐาน ั ได้ทําบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวง สาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย ในการดําเนินการช่วยเหลือดูแลเด ็กร่วมกัน สําหรับในต่างจังหวัดสํานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาจะประสานงานกับสํานักงานสาธารณสุขจงหวั ัดโดยตรง ปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน - ครูบางคนไม่เห็นด้วยในการสอนเพศศึกษาโดยมีความเห็ น ออกเป็ น ๒ ส่วน คือ ๑) เห ็นว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ๒) เห ็นว่าถ้ากระรอกไม่ร้จะู เข้าโพรงได้อย่างไร - ในกรณีที่ครูเห ็ นความสําคัญของการสอนเพศศึกษา จะมีปัญหา ว่าทําอย่างไรที่จะสอนให้เด็ กร้จูักการป้องกันตนเองมากกว่าการอยากร้อยากลองู


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๒๓ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๒.๑.๔ กระทรวงวัฒนธรรม แผนงาน โครงการ กิจกรรมของกระทรวงวัฒนธรรม ๑) โครงการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กิจกรรม อาทิ การ ประกวดภาพยนตร์ส้นฯัหัวข้อ การส่งเสริมวัฒนธรรมทางเพศเชิงบวก ๒) โครงการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมและสร้างภูมิค้มกุันทางสังคม กิจกรรม อาทิ - การผลิตสื่อเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เผยแพร่องค์ความร้ทีู่ เกี่ยวข้องกับประเด็ นทางสังคมในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจ - การผลิตสื่อวีดีทัศน์ เพื่อเผยแพร่องค์ความร้ด้านศิลปะูและ วัฒนธรรมที่ดีงาม ๓) โครงการสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กิจกรรม อาทิ - กิจกรรมโครงการค่ายอาสาเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังทาง วัฒนธรรม - กิจกรรมโครงการพัฒนาระบบและสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวัง ทางวัฒนธรรม ๒.๒ การดําเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชน ปัจจุบันมีองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทํางานด้านครอบครัว สตรีและเด็กกว่า ๓๐ หน่วยงาน มีท้งหน่วยงานที ั่ให้คําปรึกษา/ช่วยเหลือผ้หญิงซึ ู่งท้องเมื่อไม่พร้อม มีบ้านพัก ฉุกเฉินสําหรับสตรีที่ถูกทําร้าย หน่วยงานพิทักษ์สิทธิเด็ กและครอบครัว ดังตัวอย่าง ผลงาน ขององค์กรเอกชน ต่อไปนี้ ๒.๒.๑ องค์การแพธ (PATH) เป็นองค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ มีสํานักงานใหญ่อย่ทีู่ซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา มีสํานักงานสาขา ๒๐ แห่ง และมีโครงการในประเทศต่างๆ มากกว่า ๙๐ ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีสํานักงานสาขา ได้จัดหลักสูตรและ กระบวนการเรียนร้เพศศึกษารอบด้านสูําหรับเยาวชนในสถานศึกษา (Comprehensive Sexuality Education)


หน้า ๒๔ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา องค์การแพธได้ทํางานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง สาธารณสุข ดําเนินโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานป้องกันโรค เอดส์ในกล่มเยาวชนุโดยได้รับทุนจากกองทุนโลกเพื่อแก้ปัญหาเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย (Global Fund for fight AIDS, Tuberculosis and Malaria) ในช่วงป ี พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๑ บทเรียนจากโครงการดังกล่าวนํามาพัฒนาส่การจูัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ เพศศึกษารอบด้าน สําหรับเยาวชนในสถานศึกษา โดยยึดแนวคิดหลักสามประการ คือ ๑) การสร้างความเข้าใจเรื่องเพศวิถ ี (Sexualities) ความหลากหลายของ วิถีทางเพศและ สัมพันธภาพทางเพศ อันเป็ นพัฒนาการตลอดช่วงชีวิตของมนุษย์ ท้งในมิติ ั วิทยาศาสตร์การแพทย์ สังคม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ๒) การจัดการเรียนร้แบบยึดผู้เรียนเปู็ นศูนย์กลาง (Learner-centered) คือ เน้นให้ผ้เรียนมีความสามารถในการคิดูวิเคราะห์ แยกแยะ และสังเคราะห์เพื่อเข้าใจ ปัญหา สาเหตุขณะเดียวกันก ็ต้องสร้างความสามารถให้ผ้เรียนในการคิดนอกกรอบเดิมู และคิดอย่างรอบด้านและสามารถตัดสินใจอย่างมีสติ แก้ปัญหาให้ได้หลากหลาย รวมถึง การรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาจากการตัดสินใจ และรับร้ต่อผลกระทบู ๓) การพัฒนาที่เน้นด้านบวกของเยาวชน หรือ “Positive Youth Development” คือ การมีทัศนคติต่อเยาวชนว่าเป็ นทรัพยากรที่มีส่วนสําคัญในการพัฒนาสังคม ดังน้นั จึงจําเป็นต้องให้โอกาสและบทบาทและความเป็ น “ห้นส่วนุ ” ที่เท่าเทียมกับผ้ใหญ่แก่พวกเขา ู ในการแก้ไขปัญหา การให้ความเชื่อมั่นกับเยาวชนว่าเขาจะสามารถเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง ทําให้เขาสามารถเข้าใจ เห ็ นคุณค่าของการร่วมรับผิดชอบและสร้างสรรค์สังคมที่เขามีส่วนได้ ส่วนเสีย แนวคิดนี้ไม่ได้ม่งเน้นการปกป้องหลีกเลีุ่ยง ห้ามปรามไม่ให้เยาวชนกล้ํากรายบริบท ความเสี่ยง แต่ม่งไปทีุ่การหาทางให้เขาได้เข้าร่วม เรียนรู้โดยเปิดทุกโอกาสอย่างกว้างขวาง และม่งสร้างความสามารถในการปรุับตัวต้านทาน มีภูมิค้มกุัน และอย่รอดได้อย่างมีสู ุขภาวะ


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๒๕ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ “เพศศึกษารอบด้าน” (Comprehensive Sexuality Education) ๑) เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านแก่เยาวชนในเรื่องวิถ ีเรื่องเพศของ มนุษย์ รวมถึงการเติบโต และพัฒนาการตามช่วงวัย การเจริญพันธ์ุการเรียนร้เกีู่ยวกับสรีระ ร่างกาย การจัดการอารมณ์เพศ ชีวิตครอบครัว การต้งครรภ์ ัการดูแล - เลี้ยงดูเด ็ ก การตอบสนองทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ การคุมกําเนิด การยุติการต้งครรภ์ ั การใช้ความ รุนแรงทางเพศ เอชไอวี/เอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ๒) เพื่อจัดโอกาสที่เป ิดกว้างและปลอดภัย ให้เยาวชนได้ต้งคั ําถาม สํารวจ แลกเปลี่ยนความคิดและประเมินทัศคติของตนเองและสังคมในเรื่องเพศ เพื่อบ่มเพาะ ทัศนคติที่เป ิดกว้างยอมรับความแตกต่าง การพัฒนาวิธีคิดในการให้คุณค่าของตนเอง การพัฒนาความเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว และความสัมพันธ์กับคน แต่ละเพศ รวมท้งการเรียนร ั ้และทูําความเข้าใจถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองที่มี ต่อครอบครัวและผ้อืู่น ๓) เพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ที่จําเป็นในการสร้างความสัมพันธ์ มี ปฏิสัมพันธ์ และการอย่ร่วมกูับผ้อืู่น ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร การตัดสินใจ การบอกความ ต้องการของตนเอง การยืนยันความคิดเห็ น การต่อรอง การจัดการความขัดแย้ง การปฏิเสธ รวมถึงการสร้างและรักษาสัมพันธไมตรีที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ การคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา รวมท้งการหาความช่วยเหลือ ั ๔) เพื่อพัฒนาและฝึกฝนความรับผิดชอบในเรื่องสัมพันธภาพ และ ความสัมพันธ์ทางเพศท้งต่อต ั ัวเองและผ้อืู่นในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่จะไม่มี เพศสัมพันธ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยมีการป้องกันโรคและป้องกันการต้งครรภ์โดย ั ไม่พร้อม รวมถึงการคาดการณ์ และจัดการกับแรงกดดันที่จะนําไปส่เพศสูัมพันธ์ที่ไม่ได้เกิด จากความยินยอมพร้อมใจ โครงการนี้ดําเนินในจังหวัดนําร่องและโรงเรียนนําร่อง โดยมีหลักสูตรที่ แน่นอน ครูได้รับการอบรม และมีการจัดชั่วโมงเรียนอย่างน้อยภาคละ ๘ ชั่วโมงหรือ ๑๖ ชั่วโมงต่อปี จากการประเมินผลโครงการ พบว่า การบริหารโครงการในระดับจังหวัดมีเจ้าภาพ ชัดเจน มีงบประมาณสนับสนุน และมีภาคีเครือข่ายร่วมดําเนินการ ผลที่เกิดขึ้นกับเยาวชน


หน้า ๒๖ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ทําให้มีความร้และความเข้าใจทีู่ถูกต้องในเรื่องเพศ มีผลให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์ช้าลงแทนที่ จะเร ็วขึ้น มีการป้องกันตัวเองมากขึ้น เยาวชนมีความร้และทูัศนคติดีขึ้นซึ่งถือว่าประสบ ผลสําเร ็จในระดับหนึ่งแม้ว่าจะยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนได้ จากการศึกษาทดลองโครงการดังกล่าวได้ม ีข้อเสนอต่อการขับเคลื่อนการ จัดการเรียนร้เรืู่องเพศศึกษาสําหรับเยาวชนในสถานศึกษา ดังนี้ ๑) การให้นโยบายที่ชัดเจนให้สถานศึกษาจัดหลักสูตรการเรียนรู้ เพศศึกษารอบด้านให้กับเยาวชนทุกระดับช้นอย่างต่อเนื ั่อง โดยเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร มีแผนงานและระบบติดตามผล ๒) จัดสรรงบประมาณอย่างเพียงพอในการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องใน สถานศึกษาทุกระดับ ๓) มีหน่วยงานรับผิดชอบการพัฒนาความร้และพูัฒนาครู ปัญหาและอุปสรรค o ระดับฐานคิด - ฐานคิดเรื่อง “วัฒนธรรมไทย” และ “วัฒนธรรมตะวันตก” ในเรื่อง เพศ วิธีคิดและทัศนะเรื่องเพศ ที่เห ็นว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องลบไม่ควรพูดคุย ไม่ใช่เรื่องของเด ็ ก เป็นเรื่องเพศสัมพันธ์เท่าน้นั - เป้าหมายการศึกษาที่ม่งเน้นุ “วิชาการ” มากกว่า “วิชาชีวิต” - ขาดความเข้าใจต่อเป้าหมายและกรอบแนวคิดเพศศึกษารอบด้าน ว่าเป็นกระบวนการสร้างการเรียนร้ให้เยาวชนในเรืู่องเพศวิถี ที่ใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ - มาตรการการดูแล / พัฒนาเยาวชน โดยเฉพาะในเรื่องวิถีเพศ ที่ม่งเน้นุ “การควบคุม / สั่งสอน / ห้ามปราม / ทําโทษ” มากกว่า “การสร้างโอกาสการเรียนรู้ การรับฟัง – เคารพความคิดเห็ น / ความเชื่อที่แตกต่าง การใช้เหตุผล ไตร่ตรอง การต้งคัาถามํ ” บนฐานความคิดเรื่องอํานาจที่ไม่เท่ากันของผ้ใหญ่ ู – เด ็ ก o ระดับการปฏิบัติ - งานเพศศึกษายังไม่ได้กําหนดเป็นภารกิจที่ชัดเจนของหน่วยงาน การศึกษาท้งส่วนกลางและในระด ั ับพื้นที่จึงขาดเจ้าภาพ แผนงาน และงบประมาณต่อเนื่อง ในการดําเนินการ ไม่สามารถวางแผนพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และดําเนินงานเชิงรุกได้


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๒๗ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา - การสอนเพศศึกษา เป็นแบบเลือกให้ข้อมูลตามที่ครูเห ็ นสมควร ลดทอนเนื้อหา – เวลา ตัดข้นตอนการเรียนร ั ู้ละเลยเรื่องกระบวนการคิดของเด็ ก ในขณะที่ การจัดการเรียนร้เพศศึกษารอบด้านจะใช้แผนการเรียนรู้เตู็ มกระบวนการ เน้นการมีส่วนร่วม ของผ้เรียนูการให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน มีการแลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็ น รับฟัง และ การฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ - การจัดการเพศศึกษา ขึ้นอย่กูับความสนใจ และการเห ็ น ความสําคัญในระดับบุคคลของผ้บริหารนโยบายการศึกษาูและผ้บริหารสถานศึกษาูยังไม่เป็ น นโยบายที่ชัดเจน จึงไม่มีการกําหนดหลักสูตร และชั่วโมงสําหรับ “เพศศึกษา” ที่ควรมี อย่างน้อย ๘ ชั่วโมงต่อภาคเรียนอย่างเป็นระบบต่อเนื่องทุกระดับช้นั ไม่มีกํากับติดตามการ ดําเนินงานเรื่องเพศศึกษาที่ชัดเจน ๒.๒.๒ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์ เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ การดําเนินงานของบ้านพักฉุกเฉิน บ้านพักฉุกเฉินเป ิดให้บริการช่วยเหลือผ้หญิงและเด ู็กที่เดือดร้อนมากว่า ๒๐ ปี โดยให้ที่พักอาศัยและดูแลด้านสุขภาพ ให้คําปรึกษาฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ รวมท้งฝึกอาชีพให้ ั มีผ้หญิงและเด ู็กที่ประสบปัญหาต่างๆมารับความช่วยเหลือกว่า ๔๕,๐๐๐ ราย โดยในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีวัยร่นตุ้งครรภ์มาขอความช่วยเหลือประมาณ ั๑,๕๐๐ ราย โดยให้การดูแลประมาณ ๑๔๐ คน/วัน ส่วนใหญ่เป็ นกล่มตุ้งครรภ์ไม ่พร้อม ั ผ้ทีู่มาขอความช่วยเหลือร้อยละ ๖๐ อายุต่ํากว่า ๒๕ ปี และที่อายุต่ํากว่า ๑๘ ปี มีแนวโน้มสูงขึ้นประมาณร้อยละ ๓๐ ของผ้ทีู่ท้องท้งหมด ัอายุต่ําสุดที่พบ คือ ๑๑ - ๑๒ ปี หลายคนมาจากครอบครัวที่แตกแยก มีระดับการศึกษาต้งแต่ไม่ได้ร ั ับการศึกษา จนถึงระดับปริญญา การต้งครรภ์ส่วนมากเป ั ็ นการต้งครรภ์นอกสมรส ั ส่วนใหญ่เคยทําแท้ง ด้วยวิธีการต่างๆ มาแล้วด้วยตนเองแต่ไม่สําเร ็ จ เมื่อมาอย่บ้านพูักฉุกเฉินได้ระยะหนึ่งสามารถ ติดต่อญาติรับกลับส่ครอบครูัวได้ร้อยละ ๒๐ – ๔๐ ที่เหลือไม่สามารถกลับส่ครอบครูัวจึงต้อง พักอาศัยและคลอดบุตร รวมท้งดัูแลหลังคลอดในความดูแลของบ้านพักฉุกเฉิน ที่ผ่านมามีการ ยกลูกให้พ่อแม่อุปถัมภ์ประมาณป ีละ ๑๔๐ - ๑๕๐ ราย และในจํานวนประมาณ ๑๐๐ - ๑๑๐ รายที่ดูแลจนคลอดน้นั มี ๒๕ - ๓๐ รายที่สมาคมฯ จะต้องส่งต่อยังศูนย์รับอุปการะเด็กต่อไป


หน้า ๒๘ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ตารางที่๗ จํานวนหญิงที่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อมที่รับความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉิน การช่วยเหลือ รวม ของบ้านพัก ฉุกเฉิน ๒๕๔๒ ๒๕๔๓ ๒๕๔๔ ๒๕๔๕ ๒๕๔๖ ๒๕๔๗ ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ๒๕๕๐ ๒๕๕๑ ปรบประจ ั ําเดือน - - - - - - ๑ - ให้คําปรึกษา / กลับส่ครอบครูัว ๖๖ ๔๓ ๕๕ ๕๙ ๓๔ ๓๗ ๔๔ 30 24 40 บ้านพักฉุกเฉิน ดูแลก่อนคลอด และหลังคลอด ๗๗ ๙๙ ๙๓ ๘๕ ๑๒๑ ๑๒๔ ๑๐๔ ๑08 109 83 รวม ๑๔๓ ๑๔๒ ๑๔๘ ๑๔๔ ๑๕๕ ๑๖๑ ๑๔๙ ๑38 133 123 ที่มา : เมทินี พงษ์เวช “วัยว่นุวัยเรียน และการต้งครรภ์ ั ” เอกสารประกอบการสัมมนา เรื่อง การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุวันที่๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๐๖ - ๓๐๘ ช้นั๓ อาคารรัฐสภา ๒ - โครงการเพิ่มต้นทุนชีวิตให้แม่วัยใสและลูก เป็นโครงการที่เพิ่มโอกาส ในการสร้างชีวิตให้แก่แม่วัยใส เริ่มดําเนินการต้งแต่ป ี ัพ.ศ. ๒๕๔๙ วัตถุประสงค์เพื่อ สร้าง ชีวิตและสายสัมพันธ์ของแม่และลูก ม่งทีุ่จะให้แม่ที่ประสบปัญหาต้งครรภ์ไม่พร้อม ั ได้มีโอกาส เรียนหนังสือต่อ และสามารถเลี้ยงลูกเองไปพร้อมกัน โดยให้การสนับสนุนรอบด้านอย่างเต็มที่ ต้งแต่การด ัูแลสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งของจิตใจ ให้ความรู้และฝ ึกอาชีพ รวมท้งติดตาม ั กรณีเป็นคดีความ วิธีการเริ่มด้วยการให้ข้อมูลเงื่อนไขความช่วยเหลือเพื่อให้แม่วัยใสตัดสินใจ ได้แก่ เงื่อนไขในเรื่องการศึกษา ถ้าแม่วัยใสตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องดําเนินการในเรื่อง โรงเรียน อาจเป็นการเรียนในระบบ หรือ นอกระบบ หรือการศึกษาผ้ใหญ่ ูบ้านพักฉุกเฉินของ สมาคมฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายท้งหมดต ั ้งแต่ช่วงต ั ้งครรภ์ ั มีการให้ความร้การดู ูแลตนเอง ก่อนคลอด และหลังคลอด รวมท้งความร ั ้ต่างๆ ูในแง่ทักษะชีวิต ความร้ด้านสู ุขภาพทางเพศ และอนามัยเจริญพันธ์ุซึ่งจะสอดแทรกให้ตลอดเวลาที่พักที่บ้านพักฉุกเฉิน รวมท้งฝึกอาชีพ ั ที่แต่ละคนสนใจ ในกรณีที่พักที่บ้านพักฉุกเฉินสมาคมฯ จะฝากเงินสะสมในธนาคารให้เดือนละ


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๒๙ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๑,๕๐๐ บาท จนกว่าจะเรียนจบ และพร้อมที่จะก้าวออกจากบ้านพักพร้อมลูก จึงจะมีสิทธิ ถอนเงิน - โครงการเสริมทักษะชีวิตสําหรับนักเรียนมัธยมต้น จากโครงการ เสริมสร้างสิทธิอนามัยเจริญพันธ์ในเยาวชนทีุ่ได้ดําเนินการในโรงเรียนขยายโอกาสทาง การศึกษา ของกรุงเทพมหานคร ๕ โรงเรียน ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๔๖ พบข้อจํากัดบาง ประการจึงนํามาพัฒนาเพิ่มเติมเป็นโครงการเสริมทักษะชีวิตสําหรับนักเรียนมัธยมต้น เพื่อ เสริมสร้างทัศนคติและทักษะเกี่ยวกับสัมพันธภาพและการดําเนินชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากเอดส์ ปัญหาทางเพศ ปัญหาท้องไม่พร้อม จัดรูปแบบการเรียนร้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ูสร้างหลักสูตร ขึ้นชื่อ โลกหมุนได้ด้วยมือฉัน ได้ทดลองใช้ใน ๖ โรงเรียนในป ี พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทําให้กรุงเทพมหานครฯ บรรจุหลักสูตรนี้ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ปกป้องค้มครองเดุ็ ก และ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ได้บรรจุหลักสูตรนี้ไว้ในชั่วโมงแนะแนวสําหรับนักเรียนมัธยมต้นทุกคนใน ทุกโรงเรียน (เอกสารประกอบการสัมมนา การต้งครรภ์ในว ั ัยร่นุวันที่๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ อาคารรัฐสภา ๒) ๒.๓ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของสตรีและการต้งครรภ์อย ั ่หลายู ฉบับ รวมถึงข ้อตกลงระหว ่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันและรับหลักการ ไว้แล้วดังต่อไปนี้ ๒.๓.๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๕๒ “เด ็ ก และเยาวชนม ีสิทธ ิในการอย่รอดและได้รูับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาตาม ศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็ น สําคัญ” วรรค ๒ “เด ็ ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว มีสิทธิได้รับความค้มครองจากุ รัฐ ให้ปราศจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติแบบไม่เป็ นธรรม ท้งมีสิทธิได้ร ั ับการบําบัด ฟื้นฟูในกรณีที่มีเหตุดังกล่าว”


หน้า ๓๐ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๒.๓.๒ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖ สุขภาพของ ผ้หญิงในด้านส ู ุขภาพทางเพศและสุขภาพของระบบเจริญพันธ์ซึ่งมีความจําเพาะ ซับซ้อนและ มีอิทธิพลต่อสุขภาพหญิงตลอดช่วงชีวิต ต้องได้รับการสร้างเสริม และค้มครองอย่างุ สอดคล้องและเหมาะสม สุขภาพของเด ็ ก คนพิการ คนสูงอายุคนด้อยโอกาสในสังคมและ กล่มคนต่างๆ ุที่มีความจําเพาะในเรื่องสุขภาพต้องได้รับการสร้างเสริมและค้มครองอย่างุ สอดคล้องและเหมาะสมด้วย ๒.๓.๓ พระราชบัญญัติ ค้มครองผุ้ถู ูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีสาระสําคัญ มาตรา ๓ “ความรุนแรงในครอบครัว” หมายความว่า การกระทําใดๆ โดยม่งประสงค์ให้เกิดอุันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพหรือกระทํา โดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคล ในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อํานาจครอบงําผิดครรลองธรรมในครอบครัวต้องกระทําการ ไม่กระทําการ หรือยอมรับการกระทําอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึงการกระทํา โดยประมาท” ๒.๓.๔ ประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๓ ความผิดฐานทําให้แท้งลูก มาตรา ๓๐๑ หญิงใดทําให้ตนเองแท้งลูก หรือยอมให้ผ้อืู่นทําให้ตนแท้ง ลูก ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามป ี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือท้งจั ําท้งปร ั ับ มาตรา ๓๐๒ ผ้ใดทูําให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงน้นยินยอม ั ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินห้าป ี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือท้งจั ําท้งปร ั ับถ้าการกระทําน้นเป ั ็ นเหตุ ให้หญิงได้รับอันตรายสาหัสอย่างอื่นด้วย ผ้กระทูําต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาทหรือท้งจั ําท้งปร ั ับถ้าการกระทําน้นเป ั ็ นเหตุให้หญิงถึงแก่ความ ตาย ผ้กระทูําต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี และปรบไม่เกินสองหมื ั่นบาท มาตรา ๓๐๓ ผ้ใดทูําให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงน้นไม่ยินยอม ั ต้องระวาง โทษจําคุกไม่เกินเจ็ดป ี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาทมาตรา มาตรา ๓๐๔ ผ้ใดเพียงแต่พยายามกระทูําความผ ิดตามมาตรา ๓๐๑ หรือมาตรา ๓๐๒ วรรคแรก ผ้นู้นไม่ต้องร ั ับโทษ


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๓๑ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา มาตรา ๓๐๕ ถ้าการกระทําความผิดดังกล่าวในมาตรา ๓๐๑ และ มาตรา ๓๐๒ น้นั เป็ นการกระทําของนายแพทย์ และ (๑) จําเป็นต้องกระทําเนื่องจากสุขภาพ ของหญิงน้นั หรือ (๒) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทําความผิดอาญา ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ หรือมาตรา ๒๘๔ ผ้กระทูําไม่มี ความผิด ๒.๓.๕ ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการ ต้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา ั๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ สาระของข้อบังคับนี้กําหนดว่าการยุติการต้งครรภ์น ั ้นั กระทําได้เมื่อหญิงน้นยินยอมในกรณีต่างๆ ัดังนี้ (๑) หญิงมีครรภ์มีปัญหาสุขภาพทางกาย (๒) หญิงมีครรภ์มีปัญหาสุขภาพจิต (๓) หญิงมีครรภ์มีความเครียดอย่างรุนแรง ทารกใน ครรภ์มีความเสี่ยงที่จะพิการหรือเป็นโรคพันธุกรรมรุนแรงให้ถือว่าหญิงน้นมีป ั ัญหา สุขภาพจิต ซึ่งต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ที่มิใช่ผ้ทูําการยุติการต้งครรภ์อย่างน้อยหนึ ั่ง คน และต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน และมีการบันทึกการตรวจและวินิจฉัยโรคไว้ใน เวชระเบียนเพื่อเป็ นหลักฐาน (๔)เมื่อทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรง และ (๕) กรณีที่ถูก ข่มขืนซึ่งเพียงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการมีครรภ์น้นเกิดจากการข่มขืน ั ไม่จําเป็นต้องมี ใบแจ้งความ ที่สําคัญข้อบังคับแพทยสภานี้ยังระบุชัดด้วยว่า “ผ้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมู ที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการต้งครรภ์ทางการแพทย์ตามข้อบ ั ังคับนี้ให้ถือว่าได้กระทําตาม มาตรา ๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายอาญา” อย่างไรก็ ตาม กฎหมายเหล่านี้ยังไม่ครอบคลุม การแก้ปัญหาการต้งครรภ์ใน ั วัยร่นซึุ่งมีสาเหตุจากหลายปัจจัยได้ นอกจากนี้ยังมีร่างกฎหมายที่อย่ในขู้นตอนการปร ั ับแก้ ตามมติที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ได้แก่ - (ร่าง ) พระราชบัญญัติค้มครองอนามุัยการเจริญพันธ์ุพ.ศ. .... (คณะกรรมการ กฤษฎีกากําลังปรับแก้) มีสาระสําคัญ ดังนี้ o กําหนดให้ประชาชน มีสิทธิอนามัยการเจริญพันธ์ุสิทธิทางเพศ มีสิทธิ เข้าถึงและได้รับข้อมูลข่าวสาร รับการปรึกษาและบริการด้านอนามัยการเจริญพันธ์จากุ สถานบริการสาธารณสุขอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและกําหนดให้รัฐต้อง


หน้า ๓๒ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดให้มีการสอนเพศศึกษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวุฒิ ภาวะและวัยของผ้เรียนโดยคูําแนะนําของคณะกรรมการ (มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๗) o การให้คําปรึกษาและบริการด้านอนามัยการเจริญพันธ์ุต้องให้ข้อมูลที่ ถูกต้องครบถ้วน และเพียงพอ เพื่อให้ผ้รูับบริการมีทางเลือกและตัดสินใจอย่างอิสระ และ ต้องไม่เป ิดเผยข้อมูลข่าวสารหรือประวัติการบําบัดรักษาของผ้รูับบริการ (มาตรา ๘) o กําหนดให้สถานศึกษาที่มีหญิงมีครรภ์อย่ระหว่างการศึกษาูเจ้าของ สถานศึกษาน้นั ต้องอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ศึกษาต่อระหว่างต้งครรภ์และกล ั ับไปศึกษาต่อ ภายหลังคลอดบุตรแล้วได้ และต้องพัฒนาครูและบุคคลากรทางการศึกษาให้สามารถสอน และให้การปรึกษาด้านอนามัยการเจริญพันธ์และเพศศึกษาตามมาตรฐานที ุ่กระทรวงกําหนด (มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓) o กําหนดให้มีคณะกรรมการค้มครองอนามุัยการเจริญพันธ์ุมีอํานาจ หน้าที่เสนอความเห ็นต่อคณะรัฐมนตรีในการกําหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย เกี่ยวกับการ ส่งเสริมและค้มครองสิทธิด้านอนามุัยการเจริญพันธ์แห่งชาติุ (มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และ มาตรา ๑๘) - มติ ๑.๑๐ จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติคร้งที ั่หนึ่ง เรื่อง สุขภาวะทางเพศ: ความรุนแรงทางเพศ การต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อม และเรื่องเพศกับเอดส์/โรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ คร้งที ั่หนึ่ง วันที่๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได ้พิจารณา รายงานเรื่องสุขภาวะทางเพศ: ความรุนแรงทางเพศการต้งครรภ ์ที ั่ไม ่พร ้อมและเรื่องเพศกับ เอดส์/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รับทราบว่าปัญหาการต้งครรภ์ไม่พร้อมขยายต ั ัวรุนแรงมากขึ้นโดยผู้หญิงกล่มุ อายุน้อยกว่า ๒๐ และกลุ่มอายุ๓๕ ป ีขึ้นไป มีอัตราการต้งครรภ์ที ั่ไม่พร้อมสูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ส่งผลให้เกิดการทอดทิ้งเด็ กทารกการบาดเจ ็บพิการและตายจากการทําแท้งที่ไม่ปลอดภัย รับทราบถึงปัจจัยเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์ ต ่อปัญหาความรุนแรงทางเพศการ ต้งครรภ ์ที ั่ไม ่พร ้อมและโรคติดต ่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สื่อทุกรูปแบบที่มีเนื้อหาผลิตซ้าความร ํุนแรงทางเพศ เป็นต้น จึงมีมติให ้หน ่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย ่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคม


บทที่๒ การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หน้า ๓๓ :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา และความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร ้างเสริมสุขภาพ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห ่งชาติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย องค ์กรวิชาชีพ องค์กรวิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมดําเนินการ (รายละเอียด มติ ๑.๑๐ อย่ในภาคผนวกู ) นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบัน และรับหลักการ เพื่อดําเนินงาน ด้านอนามัยการเจริญพันธ์ุได้แก่ ๑) อนุสัญญาว ่าด ้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต ่อสตรีทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women - CEDAW) เป็ นกฎหมาย ระหว่างประเทศที่ประกันสิทธิมนุษยชนของสตรี จัดทําขึ้นโดยสหประชาชาติ และได้รับการ รับรองจากที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ สมัยที่๓๔ เมื่อวันที่๑๘ ธันวาคม ๒๕๒๒ มีประเทศต่างๆ ลงนามในอนุสัญญาฯ รวม ๑๘๓ ประเทศ ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคี อนุสัญญา CEDAW โดยการภาคยานุวัติ มีผลบังคับใช้ต้งแต่ว ั ันที่๘ กันยายน ๒๕๒๘ ในการ เลือกต้งสมาชิกคณะกรรมการ ั CEDAW ที่ผ่านมา ผ้สมูัครของประเทศไทย ได้แก่ ดร. สายสุรี จุติกุล ได้รับเลือกให้ดํารงตําแหน่ง ต้งแต่ว ั ันที่๑ มกราคม ๒๕๕๐ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ๒) ปฏิญญา และแผนปฏิบัติการปักกิ่ง (Beijing Declaration and Platform for Action – BFPA ) จากการประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องสตรี คร้งที ั่๔ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ ปีพ.ศ. ๒๕๓๘ สาระสําคัญของปฏิญญาปักกิ่ง และ แผนปฏิบัติการเพื่อความก้าวหน้าของสตรี มี ๑๒ ประเด็นห่วงใย ประกอบด้วย สตรีกับ ความยากจน การศึกษาและการฝึกอบรมของสตรี สตรีและสุขภาพ ความรุนแรงต่อสตรี สตรีกับความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธ สตรีกับเศรษฐกิจ สตรีกับอํานาจและการตัดสินใจ กลไกเชิงสถาบันเพื่อความก้าวหน้าของสตรี สิทธิมนุษยชนของสตรี สตรีกับสื่อมวลชน สตรี กับสิ่งแวดล้อม และเด ็ กผ้หญิง ู


หน้า ๓๔ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น :: คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ๓) เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals – MDGs) และแผนปฏิบัติการ ๒๐ ปี ประชากรกับการพัฒนา (ICPD PROGRAMME OFACTION ๑๙๙๔-๒๐๑๕) มีประเทศรับรองแล้ว ๑๘๙ ประเทศ โดยประเทศไทยได้ลงนามรับรอง ในการประชุมสุดยอดแห่งสหัสวรรษ ณ สํานักงานใหญ่องค ์การสหประชาชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมีเป้าหมายหลัก ๘ ข้อ โดยข้อที่๑ - ๗ เป็นการติดตามสถานการณ์ด้าน ชีวิต ความเป็ นอยู่ด้านความจําเป็นพื้นฐานในประเทศ ส่วนเป้าหมายที่๘ ใช้ติดตาม ความก้าวหน้าด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ขจัดความยากจนและหิวโหย ให้เด็ กทุกคน ได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศ และส่งเสริมบทบาท สตรี ลดอัตราการตายของเด ็ ก พัฒนาสุขภาพสตรีมีครรภ์ ต่อส้โรคเอดส์ูมาลาเรีย และ โรคสําคัญอื่นๆ รักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการเป็ นห้นส่วนเพืุ่อการ พัฒนาในประชาคมโลก


Click to View FlipBook Version