8.4 การพฒั นาครู
การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ในระบบการศกึ ษาอนั ทรงประสทิ ธภิ าพนนั้ เปน็ สว่ นสำ�คญั ทขี่ าดไมไ่ ดข้ องการพฒั นา
แรงงานครูทีม่ คี ุณภาพในวชิ าชีพ โดยต่อยอดจากความพยายามในการสรรหาและตระเตรียมครูทมี่ ีคณุ ภาพ เมอื่ ครไู ดร้ ับ
การจ้างงานและผา่ นการแนะแนวฝึกฝนดีแล้ว
คำ�ตชิ มและการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านนน้ั เปน็ กญุ แจสำ�คญั ครจู ะไดร้ บั คำ�แนะนำ�ซงึ่ จะนำ�ทางพวกเขา
ผ่านโอกาสการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพท่หี ลากหลาย
8.5 นโยบายและแนวปฏิบัตดิ งั กล่าวอาจแตกตา่ งกันในแต่ละประเทศ ที่มลี กั ษณะ
ร่วมดงั น้ี
8.5.1 การเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูน้ันต้องเน้นการพัฒนาและกำ�หนดความคาดหวังเกี่ยวกับการ
แสดงออก ซ่ึงความรู้และความสามารถต้องตัวเนินไปอย่างต่อเนื่องมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในพ้ืนที่เหล่าน้ีได้
อย่างไรกต็ าม พวกเขาก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนเชน่ กันวา่ ครผู ู้ออ่ นของครอู ยา่ งชดั เจน
8.5.2 การเรียนรู้ทางวิชาชีพต้องเน้นการสร้างความร่วมมือกับโรงเรียนในระบบการศึกษาเหล่าน้ี จะมี
แผนการเรียนรู้สำ�หรับครูแต่ละคนและแผนการเรียนรู้ของท้ังโรงเรียน ครูจะต้องคว้าโอกาสการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
เพอื่ บรรลเุ ปา้ หมายของตนเองเชน่ เดยี วกบั เปา้ หมายของโรงเรยี น และหลายครง้ั กจิ กรรมเพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมายเหลา่ นน้ั
ซ่งึ เก่ยี วขอ้ งกบั การปฏิบัตงิ านรว่ มกับผอู้ ่นื
8.5.3 ครูเป็นผู้นำ�กิจกรรมการเรียนรู้ทางวิชาชีพให้แก่เพ่ือนร่วมงานในออสเตรเลียและแคนาดา
สมาคมวิชาชีพครูเป็นผู้จัดหลักของการพัฒนาทางวิชาชีพดำ�เนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการเป็นกลุ่ม หรือการมีครูพี่เล้ียง
คนเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นทั้งสิ้น ในขณะท่ีในฟินแลนด์ใช้หลักการชี้แนะกันและกันระหว่างเพ่ือน
การแบ่งปันการเรยี นรู้ท่ีครตู ่างได้อุทิศแก่เพ่ือนรว่ มงานและโรงเรยี น
8.5.4 ครูเป็นนักวิจัย งานวิจัยอันเป็นหัวใจของการฝึกหัดครูในระบบการศึกษาเพราะงานวิจัยเหล่านี้
มักได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครู การประเมินผลการปฏิบัติงานได้รับการออกแบบเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาตนเอง
และการเติบโตของครู
8.5.5 ในประเทศและรัฐอันมีระบบการศึกษาที่เป่ียมประสิทธิภาพ การเรียนรู้ทางวิชาชีพจึงเป็นวิชาชีพ
(professional) ในตัวมันเอง โดยจะประกอบด้วยองค์ความรู้และทักษะอันจำ�เพาะดังที่ประเทศและรัฐน้ันกำ�หนดข้ึน
การฝึกฝนครูเพื่อให้บรรลุศักยภาพเหล่านั้น รวมถึงการมอบโอกาสแก่ครูในการยกระดับภาระรับผิดชอบของตน
แสวงหาหนทางใหม่ ๆ ในการแบง่ ปนั ความเช่ียวชาญและไดร้ บั คา่ ตอบแทนที่สูงข้นึ เชน่ เดยี วกับภาระงาน
8.6 ความเสมอภาคไมใ่ ชเ่ หตบุ งั เอิญ
ระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ได้พัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนนักเรียนท่ีเดิม
ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตํ่าได้สำ�เร็จ ความเสมอภาคและความปราดเปรื่องไม่ใช่คุณลักษณะที่เอาชนะกัน ทว่า
เก้ือหนุนซ่งึ กันและกนั ดังน้ัน นโยบายควบคมุ คุณภาพครูน้จี ึงเป็นองคป์ ระกอบสำ�คัญท่ีนำ�ระบบการศึกษาท้งั ระบบ
ไปสู่ความเสมอภาค หัวใจสำ�คัญของความเสมอภาคทางการศึกษาคือการเข้าถึงทรัพยากรการศึกษาหรือการรับประกันว่า
นักเรียนทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเข้าเรียนในโรงเรียนใดจะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมในการเรียนรู้สิ่งท่ีตนต้องการเรียนรู้
และนักเรียนทุกคนจะได้ดำ�รงชีวิตในสภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียนที่เอ้ือต่อการเติบโตและสภาพแวดล้อมภายใน
โรงเรียนที่เอื้อต่อการเข้าถึงหลักสูตรการศึกษาที่มีคุณภาพ ครูท่ีมีศักยภาพและบรรยากาศเชิงบวกซึ่งจะทำ�ให้พวก
47REDUCED INEQUALITIES
เขารู้สึกปลอดภัยและได้รับการสนับสนุนตลอดจนหมายถึงการสนับสนุนครูให้คงอยู่ในวิชาชีพและเติบโตในอาชีพ
ของตน
8.6.1 ฟนิ แลนด์
จัดสรรบริการสุขภาพแก่พลเมืองทุกคนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายท้ังยังมีโครงสร้างนโยบายเพ่ือการจัดสรร
ท่ีอยู่และราย ได้แก่ ทุกครอบครัวนอกจากทรัพยากรพื้นฐานเหล่าน้ีฟินแลนด์ยังลงทุนในสวัสดิการสำ�หรับเด็กโดย
ตง้ั แต่ทศวรรษ 1930 เป็นตน้ มารฐั บาลฟนิ แลนดจ์ ะมอบกลอ่ งบรรจเุ สอื้ ผา้ เคร่อื งนอน ของเลน่ ผา้ อ้อม และเครอ่ื งใช้
ทจี่ ำ�เปน็ อนื่ ๆ แก่แมท่ ่ีมบี ตุ รแรกเกิดทกุ คน ในกลอ่ งน้ันยังมีฟูกเลก็ ๆ และตัวกลอ่ งเองกเ็ ป็นเปลอย่างงา่ ย ๆ ไดด้ ้วย
ระบบการศึกษาอันทรงประสิทธิภาพอื่น ๆ ก็จัดสรรการสนับสนุนด้านสังคมและสุขภาพแก่เด็ก ๆ และครอบครัว
เชน่ กนั เพ่ือรับประกันวา่ เดก็ ๆ จะไดร้ ับการสนับสนุนทจ่ี ำ�เปน็ และจะเข้าเรยี นดว้ ยความพรอ้ มตอ่ การเรยี นรู้
8.6.2 ออสเตรเลีย
นับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 รัฐบาลออสเตรเลียได้สนับสนุนงบประมาณแก่นโยบายประกันสุขภาพ
ถ้วนหน้าเพ่ือจัดสรรบริการสุขภาพที่ปราศจากค่าใช้จ่ายหรือได้รับการลดหย่อนค่าใช้จ่ายจำ�นวนมากรัฐบาล
ยังอุดหนุนงบประมาณและออกแบบบริการเพ่ือความปลอดภัยทางสังคมในหลากหลายรูปแบบอันครอบคลุมถึง
การสนับสนุนรายได้เบี้ยเลี้ยงสำ�หรับเด็กเบ้ียเล้ียงสำ�หรับการศึกษาตลอดจนสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยแก่
นกั เรยี นและครอบครวั ระบบดงั กลา่ วเปน็ หนงึ่ ในระบบโครงขา่ ยความปลอดภยั ทางสงั คมของครอบครวั ทแ่ี ขง็ แรงทส่ี ดุ
ในโลก
8.6.3 แคนาดา
จัดบริการสุขภาพและบริการสาธารณะอ่ืน ๆ แก่เด็กและเยาวชนในแต่ละรัฐของแคนาดาจะมี
บรกิ ารสขุ ภาพพน้ื ฐานทท่ี วั่ ถงึ การบรกิ ารถงึ ทแ่ี ละระบบบรหิ ารงบประมาณดา้ นสขุ ภาพเปน็ ความรว่ มมอื ของหนว่ ยงาน
ภาครฐั และเอกชน โดยหนว่ ยงานภาครฐั เปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบรอ้ ยละ 70 ของงบประมาณ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นการเงนิ
แกค่ รอบครัวทีม่ ีบุตรและให้เป็นพเิ ศษสำ�หรับครอบครัวทมี่ ีรายได้นอ้ ยภายใตส้ ทิ ธปิ ระโยชน์ของผมู้ บี ตุ รในแคนาดา
8.6.3 สงิ คโปร์
ในสิงคโปรร์ ฐั บาลลดหย่อนค่าใช้จ่ายเปน็ พิเศษแกบ่ ริการสขุ ภาพอนั ครอบคลุมเชน่ เดยี วกบั การจัดสรร
ทอ่ี ยูร่ ฐั บาล จดั สรรบา้ นท่ีสะอาดปลอดภัย โดยได้รบั การออกแบบอย่างดี รวมถงึ ยงั สะดวกตอ่ การเข้าเรยี นในโรงเรยี น
ท่ีมคี ณุ ภาพใหแ้ ก่ประชากรราวร้อยละ 80
8.7 ก ารอุดหนุนงบประมาณแกโ่ รงเรียน
รัฐบาลกลางจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อเพ่ิมการเข้าถึงทรัพยากรการศึกษาในพื้นที่ที่มีการเติบโต
ทางเศรษฐกิจมากกว่าหลักการสร้างความเสมอภาคของคณะกรรมการการศึกษาฟินแลนด์ เกิดจากการพิจารณา
ความตอ้ งการทแ่ี ตกตา่ งกนั ในแตล่ ะพน้ื ทรี่ ว่ มกบั ความแตกตา่ งของปรมิ าณรายไดด้ งั นน้ั ทกุ เขตจงึ ไดร้ บั การสนบั สนนุ
ทจี่ ำ�เปน็
8.8 ค วามมงุ่ ม่ันในการสรา้ งความเสมอภาค
ระบบการศึกษาเหล่าน้ีดำ�เนินงานอยู่บนหลักการ เด็กทุกคนไม่ว่าจะมีภูมิหลังแบบใดคู่ควรแก่การ
จัดการเรยี นรู้และความช่วยเหลือคณุ ภาพสูงทง้ั ส้ิน
ระบบการศึกษาเหล่าน้ียังคงเผชิญกับช่องว่างของโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้และความสำ�เร็จ
อย่างตอ่ เนื่องเชน่ เดียวกับระบบการศึกษาอ่นื ๆ ทวั่ โลก
48 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
8.8.1 ความเสมอภาคเร่ิมต้นด้วยความช่วยเหลือท่ียึดโยงกับความต้องการ แม้ระบบจัดสรรงบประมาณ
ในประเทศเหลา่ นีจ้ ะใหค้ วามช่วยเหลอื ทเ่ี พียงพอแก่นักเรยี นทุกคนและโรงเรียนทุกแห่ง ระบบการศึกษาเหล่านี้ก็ยงั
ตระหนักว่านักเรียนบางคนมีความจำ�เป็นอื่น ๆ และต้องการความช่วยเหลือเพ่ิมเติมการแจกจ่ายงบประมาณแก่
โรงเรียน ยึดโยงกับความต้องการของนักเรียน โรงเรียนมีหน้าที่ต้องโอบอุ้มนักเรียนท่ีพิการหรือมีความต้องการพิเศษ
พดู ภาษาอ่นื ที่ไม่ใช่ภาษาราชการ รวมไปถงึ นักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจนให้ไดร้ บั งบประมาณเพ่มิ เตมิ
8.8.2 ความเสมอภาคน้นั ต้องพึง่ พาองค์ความรู้อนั ละเอียดอ่อนของครแู ละผู้บรหิ ารโรงเรยี น พฒั นากลวิธี
อันหลากหลายเพ่ือจดั การเรียนรทู้ ปี่ ระสบความสำ�เร็จแกน่ กั เรียนทุกคน
8.8.3 ความเสมอภาคนนั้ ผกู พันกับการพัฒนาโรงเรียน กลยุทธ์เพ่อื ความเสมอภาคในระบบการศกึ ษา
เหล่าน้ีล้วนผูกแน่นกับความพยายามในการพัฒนาโรงเรียนของพวกเขา โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพ่ิมเติม
เพอื่ รับประกันว่าโรงเรยี นสามารถโอบอมุ้ นกั เรยี นทกุ คนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
8.8.4 ความช่วยเหลือเพ่ือความเสมอภาคล้วนมุ่งสร้างศักยภาพของครูและโรงเรียน การสนับสนุน
ที่รัฐและรัฐบาลกลางจัดสรรแก่โรงเรียนเพ่ือตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่หลากหลาย โดยมีวัตถุประสงค์
เพ่ือเพมิ่ พนู ความสามารถในการจดั การเรียนการสอนและการบริหารจดั การโรงเรียน
นโยบายและแนวปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความเสมอภาคนนั้ ระบชุ ดั เจนเกย่ี วกบั นโยบายวา่ ดว้ ยคณุ ภาพครเู ปน็ เพยี ง
ส่วนหนึ่งในระบบท่ีสอดคล้องและส่งเสริมกันและกัน ระบบจัดสรรงบประมาณโรงเรียนสนับสนุนการพัฒนาโรงเรียน
ด้วยการสนับสนนุ คุณภาพครแู ละเสรมิ สรา้ งศักยภาพของโรงเรยี นอีกทอดหนงึ่ และหลกั สูตรครูกท็ ำ�ใหร้ ะบบเหลา่ น้ี
เข้มแข็งยิ่งข้ึน ผ่านการรับประกันว่าจะมีครูและผู้บริหารโรงเรียนท่ีมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนและ
การบรหิ ารเปน็ จำ�นวนท่ีเพยี งพอในระบบการศึกษาที่มปี ระสทิ ธิภาพและเท่าเทียมเหล่าน้ี
การต้ังเป้าหมายท่ีชัดเจนเพ่ือคุณภาพและเพื่อความเท่าเทียมของการจัดการเรียนการสอนและ
การเรียนรู้ทีด่ ยี ิ่งขึ้นตลอดเวลาจงึ เปน็ ส่ิงสำ�คัญ
ส่วนหน่ึงของความสำ�เร็จในระบบการศึกษาซ่ึงมีระบบนโยบายท่ีได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถันนี้คือ
ความสามารถในการถอดบทเรยี นปรบั ใชแ้ ละบรู ณาการแนวปฏบิ ตั ทิ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพจากประเทศอน่ื ๆ การแลกเปลย่ี น
เรียนรเู้ ปน็ กระบวนการทแี่ พร่หลายตั้งแต่ทศวรรษ 1990 การศึกษาเป็นเครอ่ื งยกระดบั ความสามารถในการแข่งขนั
ทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง การแลกเปล่ียนเรียนรู้ท่ีประสบความสำ�เร็จน้ันอาศัยทักษะทางนโยบาย
บางประการเพราะ “นโยบายท่หี ยบิ ยืมมา” จะประสบความสำ�เร็จเฉพาะเมือ่ นโยบายน้ัน ๆ ตอบโจทยค์ วามท้าทาย
ท่รี ะบบการศกึ ษาหนึง่ ๆ กำ�ลังเผชญิ และสอดคล้องกบั ระบบนโยบายท่มี ีอยูเ่ ดิม
อีกองค์ประกอบหน่ึงของระบบนโยบายท่ีพัฒนามาอย่างดีคือความเป็นพลวัต การปรับเปล่ียนเหล่านี้
ทพ่ี บในระบบการศกึ ษาตา่ ง ๆ ทเ่ี ราไดศ้ กึ ษานนั้ เกย่ี วขอ้ งกบั การเพม่ิ ความเชยี่ วชาญของผปู้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา
โดยมุ่งความสนใจไปยังวิสัยทัศน์การจัดการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมงานและการเรียนรู้
อย่างตอ่ เน่อื งเพ่อื พัฒนาการปฏิบตั ิการสอนอยา่ งไม่หยดุ ย้ัง
8.9 เรียนรู้จากความสำ�เร็จ
กระบวนการนี้ทวีความชัดเจนหลังจากการประเมินเปรียบเทียบในระดับนานาชาติได้เถือกำ�เนิดขึ้น
เช่น PISA แบบประเมินแนวโน้มการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติ (Trends in International
Mathematics and Science Study-TIMSS) และแบบประเมินความกา้ วหนา้ ดา้ นการอ่านระดบั นานาชาติ (Progress
in International Reading Literacy Study-PIRLS) ผูก้ ำ�หนดนโยบายยงั ตดิ ตามผลการศึกษาเปรียบเทยี บระบบ
การศกึ ษาโดยองค์การต่าง ๆ เชน่ ธนาคารโลกและ OECD รวมถงึ งานวิจัยดา้ นการศึกษาล่าสดุ จากแผนกมาตรฐาน
49REDUCED INEQUALITIES
การศึกษานานาชาติแห่งศูนย์การศึกษาและเศรษฐกิจแห่งชาติ ความสนใจของสาธารณชนเกี่ยวกับการประเมิน
เปรียบเทียบผลการศึกษานานาชาติที่เพ่ิมพูนอาจนำ�มาซ่ึงความกดดันของรัฐบาลในการนำ�ความเปลี่ยนแปลงมาสู่
นโยบายด้านการศึกษา ตัวอย่างเช่น ความตกตํ่าในผลการประเมิน PISA ของออสเตรเลียในปี 2009 ทำ�ให้
นายกรัฐมนตรีจเู ลียกลิ ลารด์ (Jia Gillard) ประกาศเปา้ หมายในปี 2012 ว่า “ภายในปี 2025 ออสเตรเลียจะตอ้ ง
อยู่ในกลุ่มห้าประเทศแรกที่มีสมรรถนะด้านการอ่านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สูงที่สุด” (Gillard, 2012)
หลังจากน้ันไม่นานออสเตรเลียได้ออกกฎหมายการศึกษาใหม่ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปสำ�คัญเพ่ือความเท่าเทียมและ
การเพิ่มงบประมาณการศึกษาหรือที่รู้จักในชื่อการปฏิรูปกอนสกี (Gonsi reforms) ซึ่งได้รับความชอบธรรม
ผ่านความจำ�เป็นอันเปน็ ทรี่ ับรู้ท่ัวกันนี้รวมถึงเปา้ หมายท่ีไดป้ ระกาศไว้
8.9.1 ฟนิ แลนด์
ฟนิ แลนดเ์ รม่ิ เกบ็ เกย่ี วประโยชนจ์ าก “การเรยี นรผู้ า่ นปรากฏการณ”์ (phenomenon-based learning)
มากย่งิ ขนึ้ โดยเฉพาะการเรียนรขู้ องนกั เรยี นจะมีหวั ขอ้ หรอื คำ�ถามงานวจิ ัยท่จี ำ�เพาะเปน็ ศนู ย์กลางนักเรียน จะไดใ้ ช้
ความรู้จากวิชาต่าง ๆ เพื่อศึกษาประเด็นน้ัน ๆ แนวปฏิบัติดังกล่าวไม่ต่างจากการเรียนรู้ผ่านโครงการ (project
-based) หรอื ผ่านการแก้ไขปญั หา (problem-based) อนั เปน็ ท่ีนยิ มเปน็ ระยะ ๆ ในสหรฐั อเมรกิ า
8.9.2 จนี
ในเซย่ี งไฮก้ ารปฏริ ปู หลกั สตู รการศกึ ษาทดี่ ำ�เนนิ อยนู่ นั้ ไดเ้ ปลย่ี นหลกั สตู รการศกึ ษาและศาสตรก์ ารเรยี นรู้
ด้ังเดิมที่มุ่งสนใจการทดสอบสู่หลักสูตรการศึกษาและศาสตร์การจัดการเรียนรู้ท่ีให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางมุ่งสร้าง
ความร่วมมือในการเรียนรู้การคิดอย่างเป็นระบบและการประยุกต์ใช้ความรู้เข้ากับปัญหาจริงในชีวิตประจำ�วัน
มากยง่ิ ข้นึ เครือข่ายจากสถาบันปฏิรปู การศึกษาและการพฒั นา (Institute of Schooling Reform and Development)
ของมหาวิทยาลัยอีสต์ไชน่านอร์มอล ครูได้รับการสนับสนุนและฝึกฝนปล่อยให้นักเรียนคิดด้วยและสร้างสรรค์
แนวคิดใหม่ ๆ
8.9.3 สงิ คโปร์
ในสิงคโปร์ใช้แบบประเมินปลายเปิดท่ีออกแบบมาเพ่ือประเมินผลงานท่ีใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
ซึ่งรวมถึงกิจกรรม เช่น เรียงความโครงการวิจัยหรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ได้รับความนิยมยิ่งขึ้นทุกขณะ
การเข้าศึกษาต่อในทุกระดับยังเปิดกว้างต่อตัวชี้วัดความสามารถของนักเรียนท่ีหลากหลาย โดยเฉพาะตัวชี้วัด
ที่เน้นทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และแก้ไขปัญหา การเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้นั้นไม่ใช่
จดุ เริ่มต้นท่งี า่ ยดาย ยังพงึ่ พาการเปลยี่ นแปลง คุณลักษณะของครแู ละนักเรียน เช่น นกั เรียนต้องไดร้ บั การสนบั สนนุ
และสร้างแรงบันดาลใจในการนำ�การเรียนรู้ของตนเองครูต้องกลายเป็นมากกว่าผู้ถ่ายทอดข้อมูลและยังต้องเป็น
“ผู้ออกแบบโอกาสการเรยี นรู้” อีกดว้ ย
8.10 ตัวอยา่ งโมเดลระบบการศึกษาทดี่ ี
ประเทศฟนิ แลนด์
ฟินแลนด์ ประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปตอนบน เป็นประเทศท่ีเรียกได้ว่ามีระบบการจัดการการศึกษา
ระดับแนวหน้าของโลก ด้วยพ้ืนฐานด้านชีวิตความเป็นอยู่ท่ีดีเยี่ยม มีความเหล่ือมลํ้าทางเศรษฐกิจน้อยมาก
มกี ารเกบ็ ภาษที ค่ี งท่ี เปน็ ธรรม และมกี ารพฒั นาการศกึ ษาอยา่ งจรงิ จงั ทำ�ใหก้ ารพฒั นาคณุ ภาพประชากรทนี่ ม่ี คี ณุ ภาพ
โดยหลกั ๆ แล้วระบบการศกึ ษาของประเทศฟนิ แลนด์น้นั มขี อ้ ดีเดน่ ๆ 3 ดา้ นนน่ั กค็ ือ
1. โรงเรยี นอนบุ าลไมส่ ำ�คัญเท่าเวลาจากครอบครวั การให้เดก็ ๆ ไปทำ�ในส่ิงทสี่ นใจ
50 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
2. จำ�นวนเดก็ ในชนั้ เรยี นน้อยเพื่อการดูแลทวั่ ถงึ
อันดับแรกที่ฟินแลนด์จะให้เด็กเรียนเม่ืออายุ 6-7 ขวบ ท่ีน่ันไม่เน้นโรงเรียนอนุบาล แต่อยากให้เด็ก
มีเวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด เพราะเขาเช่ือว่าครอบครัวสามารถให้ทั้งความรู้และความรัก ความเข้าใจใน
วัฒนธรรมและประเพณีท่ีดีงามให้เด็กได้ดีกว่าโรงเรียนอนุบาล แต่กลับกันในประเทศไทย พ่อแม่รีบส่งเด็ก ๆ
เข้าเรยี นเพราะไม่มีเวลาดแู ล
ส่วนเด็กในวัยประถมศึกษาท่ีฟินแลนด์ จะเรียนไม่เกินวันละ 5 ชั่วโมง เพราะเชื่อว่าเด็กวัยน้ี
ควรจะมเี วลาทำ�ในกจิ กรรมทต่ี วั เองสนใจมากกวา่ ในขณะทเ่ี ดก็ ไทยเรยี นตงั้ แตเ่ ชา้ ถงึ เยน็ อกี ทงั้ ยงั มเี รยี นพเิ ศษกนั อกี
ในตอนค่ํา บางคร้ังจะทำ�ใหเ้ ดก็ เกดิ ความเครยี ด และเกิดความรสู้ ึกแย่ตอ่ การเรยี น
หอ้ งเรยี นในฟินแลนดน์ ั้น จะกำ�หนดให้มนี ักเรียนหอ้ งละ 12 คน สูงสดุ ไมเ่ กิน 20 คน ยิง่ เปน็ โรงเรียน
ที่มีชื่อเสียงก็จะยิ่งจำ�กัดจำ�นวนเด็กในห้องให้น้อยลง เน้นในส่วนของคุณภาพ อีกท้ังการเรียนยังไม่มีการวัดเกรดเฉลี่ย
เพราะมองวา่ การเรียนคอื การพฒั นาแต่ละบุคคล ไม่ใชก่ ารแขง่ ขัน ดงั นั้น จงึ ไมม่ กี ารให้เกรดเฉล่ียมาเป็นตวั แบง่ แยก
ความภาคภูมิใจหรือความอับอายให้แก่เด็ก แต่เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจในส่ิงที่เรียนรู้มากกว่าและอีกหนึ่ง
เรอ่ื งทสี่ ำ�คญั ประเทศนจ้ี ะไมใ่ ชข้ อ้ สอบกลางในการวดั ระดบั เพราะเขาเชอ่ื วา่ แตล่ ะโรงเรยี นมจี ดุ ประสงคแ์ ละเปา้ หมาย
ในการให้การศึกษาแก่นักเรียนแตกต่างกัน ฟินแลนด์จึงไม่ใช้ข้อสอบมาตรฐานในการวัดผลนักเรียน ลืมไปได้เลย
GAT/PAT หรือ Onet
8.10.1 เคลด็ ลบั ความสำ�เรจ็ ดา้ นการศึกษาของฟินแลนด์
เบอ้ื งหลงั ความกา้ วหนา้ ทางการศกึ ษาของประเทศเลก็ ๆ นี้ มที ม่ี าจากหลกั การเพยี งขอ้ เดยี ว คอื ทำ�อยา่ งไร
ใหน้ กั เรยี นเรียนอย่างมีความสขุ ท่สี ุด
เคลด็ ลบั ความสำ�เรจ็ ของฟนิ แลนด์ คอื การใหค้ ณุ คา่ แกก่ ารศกึ ษาทมี่ คี วามสขุ ไคซา เวอรเิ นน ผคู้ ราํ่ หวอด
ในแวดวงการศกึ ษาของฟนิ แลนด์เผยพร้อมรอยยิ้ม “เราไม่ไดส้ อนเด็กเพื่อเตรยี มตัวสำ�หรบั การสอบวดั ระดบั แตเ่ รา
ตอ้ งการให้เดก็ และเยาวชนรสู้ กึ ดตี อ่ ตวั เอง มสี ุขภาพจิตท่ีดี ซึ่งทั้งหมดน้ันจะนำ�มาสู่ผลการเรยี นทดี่ ีไดใ้ นทา้ ยที่สุด”
และไมว่ า่ เดก็ คนนน้ั จะมคี วามพเิ ศษหรอื แตกตา่ งจากคนอนื่ ๆ อยา่ งไรกต็ าม การศกึ ษาทมี่ คี วามสขุ นี้ ควรเปน็ สงิ่ ทเ่ี ดก็
ทกุ คนตอ้ งไดร้ บั อยา่ งเทา่ เทยี มกนั “เราตอ้ งการใหโ้ รงเรยี นไมใ่ ชแ่ คส่ ถานทที่ สี่ อนทกั ษะทางวชิ าการแกน่ กั เรยี นกลมุ่ ใด
กล่มุ หนึ่ง แต่เราตอ้ งการสอนนกั เรยี นทุกคน ทกุ ประเภท และทำ�ให้พวกเขามาโรงเรียนอยา่ งมคี วามสุขในทุก ๆ วนั ”
ไคซากล่าว “พ้ืนฐานการเรียนของเราจึงเป็นการสนับสนุนให้เด็กเล่นกันมากข้ึน อยู่กับเพ่ือนให้มากข้ึน เพื่อลด
ความเครียดของตัวนกั เรยี น”
8.10.2 หลกั สูตรการศึกษา
เนื่องด้วยไม่มีการสอบ การวัดระดับทำ�ให้โรงเรียนแต่ละโรงเรียน มีอิสระในการออกแบบหลักสูตร
ซงึ่ หลกั สตู รแกนกลางของฟนิ แลนดจ์ ะระบยุ ทุ ธศาสตรแ์ ละแนวทางกวา้ ง ๆ สง่ิ สำ�คญั คอื เมอื ง และโรงเรยี นแตล่ ะแหง่
จัดทำ�หลักสูตรของตวั เองรว่ มกัน ระหว่างครู ผ้ปู กครอง นกั เรียน เพือ่ ให้การเรียนรู้สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของท้องถิ่น
การออกแบบหลกั สตู รของฟนิ แลนดต์ งั้ อยบู่ นพน้ื ฐานความเขา้ ใจธรรมชาตขิ องเดก็ วา่ เปน็ วยั แหง่ ความ
อยากรู้อยากเห็นและเป่ียมไปด้วยความกระตือรือร้น ดังน้ัน หลายโรงเรียนในฟินแลนด์จึงเลือกจัดช่วงเวลาให้เด็ก
ออกไปทำ�กิจกรรมนอกอาคาร หรอื ว่งิ เล่นกบั คนรนุ่ ราวคราวเดยี วกันทุก ๆ 45 นาทหี ลังจบคาบเรียนเพ่ือผ่อนคลาย
และเสริมสร้างสุขภาพร่างกายท่ีแข็งแรง คำ�บอกเล่าของไคซายังทำ�ให้เราเห็นภาพความมีชีวิตชีวาของห้องเรียนว่า
“เวลาเรยี น เดก็ ของเราจะไมน่ งั่ เงยี บ ๆ และรอฟงั เนอื้ หาจากครผู สู้ อน แตเ่ ราจะเลน่ กนั คยุ กนั แลกเปลย่ี นความคดิ เหน็
ซึ่งกันและกัน เพราะเราต้องการให้เด็กมีทักษะด้านการปฏิสัมพันธ์ท่ีดี และเราเชื่อว่าความรู้ไม่ได้มีท่ีมาจากตัวครู
ผู้สอนเพียงคนเดียว แต่สามารถเกิดข้ึนได้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน” การกระตุ้นให้เด็ก
51REDUCED INEQUALITIES
แลกเปล่ียนความคิดเห็นยังช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) และการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
เม่ือผนวกเข้ากับความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และภาค ICT ที่เข้มแข็ง ฟินแลนด์จึงสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยดี า้ นตา่ ง ๆ ควบคไู่ ปกบั การเรยี นการสอน และทำ�ใหน้ กั เรยี นสามารถเรยี นรไู้ ดส้ นกุ สนานยง่ิ ขน้ึ
ทั้งนี้ อีกหน่ึงปัจจัยสำ�คัญท่ีทำ�ให้ระบบการศึกษาแห่งความสุขของฟินแลนด์ประสบผลสำ�เร็จ คือคุณภาพของ
บคุ ลากรครู
8.10.3 คุณภาพของบคุ ลากรครู
ครเู ปน็ อาชพี ทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั และมเี กยี รตมิ ากในประเทศฟนิ แลนด์ คนทเี่ กง่ ทส่ี ดุ ของประเทศจะแขง่ กนั
เป็นครู โดยในส่วนของทนุ การศึกษาและการศึกษาระดับอุดมศกึ ษา ประเทศฟนิ แลนด์ ถอื วา่ เปน็ ประเทศท่ีมีระบบ
การศกึ ษาดที ส่ี ดุ ในโลก และสถติ ทิ างการศกึ ษาทนี่ า่ สนใจกค็ อื มนี กั เรยี นของประเทศฟนิ แลนดจ์ ำ�นวน 66% เขา้ เรยี นตอ่
ระดับมหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นตัวเลขท่ีสูงสุดในทวีปยุโรป ประเทศฟินแลนด์จึงเป็นอีกหนึ่งประเทศท่ีน่าสนใจ
หนง่ึ ตวั เลอื กทค่ี วรนำ�มาพจิ ารณาเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ประเทศชอื่ ดงั อยา่ ง องั กฤษ อเมรกิ า และออสเตรเลยี ซง่ึ มมี าตรฐาน
ไมแ่ พก้ ัน โดยเพราะครูเป็นอาชีพทไ่ี ด้รับการยอมรับ ไมต่ ่างจากแพทย์ หรอื ทนายความ ที่สำ�คัญประเทศฟนิ แลนด์
เปดิ โอกาสใหน้ กั ศกึ ษาตา่ งชาติสามารถเรียนฟรใี นระดับปริญญาไดโ้ ดยมสี ิทธิเทา่ เทียมกับพลเมอื งในประเทศ
“ครูในฟินแลนด์ล้วนเป็นคนที่มีแรงจูงใจสูง (highly motivate) และม่ันใจในตัวเอง” ไคซาอธิบาย
เพ่มิ เติมวา่ สำ�หรับประเทศฟนิ แลนด์แลว้ ครถู ือเปน็ หนึ่งในอาชพี ยอดนยิ มและมอี ัตราการแขง่ ขันสูงมาก ผู้ทตี่ ้องการ
เข้าเรียนหลักสูตรด้านศาสตร์การสอน (Pedagogy) ในระดับมหาวิทยาลัยต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด
และตอ้ งเรยี นอยา่ งตาํ่ 5 ปี จนจบปรญิ ญาโท เพอื่ ใหม้ น่ั ใจวา่ ครใู นโรงเรยี นไมไ่ ดเ้ ปน็ เพยี ง ‘ผเู้ ชยี่ วชาญศาสตรท์ ต่ี นสอน’
แต่ต้องเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การสอน’ อีกด้วย เส้นทางอันยาวไกลและเข้มข้นทุกขั้นตอนจึงเป็นตัวคัดกรอง
คณุ ภาพของครชู น้ั ดี ในขณะเดยี วกนั ยงั เปน็ เครอื่ งหมายการนั ตคี วามสามารถ ซงึ่ นำ�มาสกู่ ารมอบอสิ ระดา้ นการสอน
แก่ครใู นสถานศึกษา
“หวั ใจสำ�คญั ของการสอนคอื ‘การมองเหน็ ขอ้ ดใี นตวั นกั เรยี นทกุ คน’ (See the good in every student)”
ข้อดีดังกล่าวอาจไม่ใช่ทักษะด้านการเรียน เช่น การคิดคำ�นวณ การเขียน หรือการอ่าน แต่หมายถึงจุดเด่นของ
บคุ ลกิ แต่ละคน เปน็ ต้นว่ามีความกล้าหาญ (Courage) มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจ (Compassion) มีความขยันหมนั่ เพียร
(Perseverance) ซ่ึงไคซาถือว่าคุณลักษณะเหล่านี้ควรได้รับการช่ืนชมไม่แพ้ทักษะอ่านเขียน เพราะเป็นอุปนิสัยที่
ส่งเสริมให้เด็ก ๆ สามารถประสบความสำ�เร็จในชีวิต และมองว่านักเรียน หรือแม้กระท่ังผู้ใหญ่ในปัจจุบันก็เอง
ควรรับรถู้ งึ จุดแขง็ (character strength) ของตนเพอื่ นำ�มาปรบั ใชใ้ นชีวิตด้วย เหตนุ ี้ พบวา่ นกั เรยี นมีความสุขกบั
การเรยี น เช่อื มั่นในศักยภาพของตนมากขนึ้ จนเป็นทมี่ าของผลการเรียนท่ดี ีข้ึน หลงั ประสบความสำ�เร็จในชัน้ เรยี น
ของเธอ ไคซาถึงได้เร่ิมมองการณ์ไกลเกี่ยวกับระบบการศึกษาในภาพรวม “ส่ิงท่ีเราต้องการสนับสนุนแก่การศึกษา
ท่ัวโลก คือการตระหนักว่าเด็กทุกคนควรมีโอกาสแสดงตัวตนหรือความสามารถในห้องเรียน ควรมีความมั่นใจ
รกั ตัวเอง และรสู้ ึกวา่ ตวั เองสามารถรบั มือกบั อุปสรรคต่าง ๆ ได้”
8.10.4 แนวทางสรา้ งสขุ ในห้องเรียน
จากจดุ เรม่ิ ตน้ ในหอ้ งเรยี นเลก็ ๆ นำ�มาสแู่ นวคดิ การเรยี นการสอนแบบใหม่ คอื ‘การศกึ ษาเชงิ บวก’ หรอื
‘Positive Learning’ อันยึดคติว่า ‘เด็กท่ีมีความสุข คือเด็กที่เรียนได้ดีท่ีสุด’ และมีแนวทางสร้างความสุขแก่
นักเรยี นไดง้ ่าย ๆ จากวิธกี ารสอน 5 ขอ้
1. ชื่นชมนกั เรียนให้มาก
52 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
2. ใชภ้ าษาให้เปน็
3. ส่งเสรมิ ให้นกั เรยี นใชจ้ ุดแขง็ ของตน
4. สง่ เสริมการสรา้ งความสมั พันธ์
5. ครูตอ้ งเป็นแบบอยา่ งที่ดีแก่เด็ก
8.9 ตัวอย่างโมเดลประเทศพัฒนาระบบการศึกษาแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต Lifelong
Learning
8.9.1 ประเทศสิงคโปร์
การเรยี นรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning เปน็ เสมอื นของขวัญทม่ี ีคุณค่ากบั ชวี ติ หลายประเทศ
จึงให้ความสำ�คัญกับการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต ตวั อย่างประเทศท่ีนา่ สนใจท่ีเราคงไดย้ นิ กันมาแล้วคอื สงิ คโปร์ ที่ส่งเสรมิ
การเรยี นรตู้ ลอดชีวิตอยา่ งเข้มข้น ผ่านโครงการ SkillsFuture ซึง่ เป็นโครงการใหญข่ องประเทศ
โครงการ SkillsFuture เปน็ การขบั เคลอื่ นระดบั ชาตทิ มี่ งุ่ สรา้ งใหเ้ กดิ โอกาสแกช่ าวสงิ คโปรใ์ นการพฒั นา
ศกั ยภาพอยา่ งเตม็ ทตี่ ลอดชวี ติ ไมว่ า่ จะเปน็ คนสงิ คโปรท์ อ่ี ยใู่ นชว่ งวยั ไหน ตงั้ แตเ่ ดก็ คนวยั ทำ�งาน ผสู้ งู อายุ คนทเ่ี คย
มีพ้นื การศกึ ษาระดบั ใดมาก็ตาม หรอื ไมม่ ีการศกึ ษากส็ ามารถมอี นาคตท่ีดีขนึ้ ไดด้ ้วยการเรียนรทู้ ักษะใหม่
สิงคโปร์มองว่าการสร้างทักษะจะเป็นการสร้างอนาคต รัฐบาลสิงคโปร์จึงเน้นย้ําให้ประชาชนทุกคน
รู้ว่าแม้กระท่ังทำ�งานแล้วก็ยังต้องเรียนรู้อยู่เสมอ รัฐบาลสิงคโปร์ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยการ
เรียนรู้เพื่อการพัฒนาทักษะและอาชีพ โครงการ SkillsFuture ของสิงคโปร์น้ีทำ�ให้คนทุกวัยสามารถเรียนรู้ได้ท้ัง
ระบบออนไลนแ์ ละออฟไลน์ ตอบสนองต่อความต้องการท่ีเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา
ตวั อย่างรัฐบาลที่ขับเคล่ือน Lifelong Learning มากท่สี ดุ ในภมู ภิ าคเอเชีย คือ สิงคโปร์ ท่ีได้กำ�หนด
เร่ืองนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก
dynamic future ด้วยการเสริมทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนผ่านโครงการ SkillsFuture โดยมีเป้าหมายหลักคือ
การพฒั นายกระดบั ความร้แู ละเสริมทกั ษะพืน้ ฐานด้านดิจิทลั ให้กบั ชาวสงิ คโปร์มากกว่า 100,000 คน ในระยะเวลา
3 ปี
SkillsFuture Singapore (SSG) คือคณะกรรมการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการท่ีวางนโยบายและ
จดั งบประมาณพฒั นาการเรยี นรู้ตลอดชีวติ ให้กับแรงงานและประชาชนทุกคนในทุกวยั รวมทงั้ เดก็ นักเรยี น ผทู้ ีท่ ำ�งาน
ในระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง และคนทำ�งานในระดับสูง โดยโปรแกรมพัฒนาท่ีรู้จักกันดีคือ SkillsFuture Credit
ที่ใหเ้ งนิ งบประมาณอดุ หนนุ คา่ เลา่ เรยี นจำ�นวน 500 เหรยี ญสิงคโปร์ใหก้ ับพลเมืองทุกคนทีม่ ีวัย 25 ปีข้ึนไป ทผี่ า่ น
การอนุมัติให้เข้าคอร์ส และยังอุดหนุนการเรียนของคนทำ�งานในระดับกลางของอาชีพด้วย ในปี 2016 ได้จัดให้มี
การเรยี นถงึ 18,000 คอรส์ มผี ู้เข้าเรียนกว่า 126,000 คน โดย SkillsFuture มกี ารอบรม 8 ดา้ น ประกอบดว้ ย
Data Analytics, Finance, Tech-enabled Services, Digital Media, Cyber Security, Entrepreneurship,
Urban Solutions และ Advanced Manufacturing โดยมี Institutes of Higher Learning (IHL) เปน็ องค์กร
ทร่ี บั ผิดชอบพฒั นาหลกั สูตรได้ถึง 800 หลักสูตร
นอกจากน้ี กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ยังได้ขยายโอกาสด้าน reskill และยกระดับทักษะ upskill
ไปยังอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดหลักสูตรย่อยมากข้ึน หลักสูตรเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน
ล่วงหนา้ แลว้ 70% และมีหลายหลักสตู รทไ่ี ดป้ รบั ใหเ้ ปน็ Professional Conversion Programmes (PCPs) ซึ่งมี
เปา้ หมายผูท้ ่ีต้องการเปลีย่ นอาชีพในช่วงกลางของอาชีพ เพอ่ื เพ่มิ ทกั ษะดา้ นการสนทนา และขยบั ขึน้ ไปสูอ่ าชีพใหม่
หรอื ไปอยู่ในภาคธรุ กจิ ใหม่ ที่มีโอกาสมีแนวโนม้ ท่ีจะก้าวหน้า
53REDUCED INEQUALITIES
อนึ่ง เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยท่ีเป็นอิสระก็ได้ขยายขอบเขตของการมอบ
ประกาศนียบัตรเพื่อแสดงถึงการให้ยอมรับตระหนักถึงความสำ�เร็จในการเรียนรู้ของบุคคล โดยท่ีไม่จำ�เป็นต้องผ่าน
การเรียนแบบทางการเต็มรูปแบบ อีกท้ัง องค์กรจากภาครัฐและเอกชนก็ได้ส่งเสริม Lifelong Learning โดยมี
สถาบนั การศึกษา 2 แหง่ คือ มหาวิทยาลยั แห่งชาตสิ ิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) และ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยหี นานหยาง (Nanyang Technological University: NTU) ไดพ้ ฒั นาหลักสูตรการเรยี นรู้
ตลอดชีวิตให้แก่ศิษย์เก่าและประชาชนทั่วไป โดยมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์พัฒนาหลักสูตร NUS Lifelong
Learners NUS L3 ใหก้ บั ศิษยเ์ ก่าทุกคนไม่วา่ จะเรยี นจบไปกีป่ แี ลว้ กต็ าม ได้มีโอกาสกลบั มารือ้ ฟืน้ ความรู้ รวมท้ัง
upskill และ reskill เพอ่ื ให้มคี วามสามารถแขง่ ขนั ในตลาดแรงงานอยตู่ ลอด
ทางด้านมหาวิทยาลัยหนานหยางประกาศอุดหนุนค่าเล่าเรียน 1,600 เหรียญสิงคโปร์ต่อหัวให้กับ
ศิษย์เก่า ผู้ที่กลับเข้ามาเรียนคอร์สเสริมทักษะท่ีมีให้เลือกมากถึง 120 คอร์ส ตั้งแต่การเงินธุรกิจไปจนถึงการ
กราฟกิ ดีไซน์, data analytics, cloud computing, nanomaterials และ immunology ในแตล่ ะปีคอรส์ เสรมิ
ทักษะจะเปิดรับผู้เรียนราว 5,000 คน ซ่ึงศิษย์เก่าสามารเข้ามาเรียนได้ 2 คอร์สต่อปี เลือกจากคอร์สระยะสั้นท่ีมี
63 คอรส์ ใช้เวลาเรยี น 1 วันไปจนถึง 1 สัปดาห์ หรอื คอรส์ ท่ีใช้เวลาเรียนกันเปน็ เทอม มตี ้งั แต่ 13-15 สัปดาห์ต่อ
เทอมและให้เลอื ก 55 คอรส์ และยงั มี 8 คอร์สระดับปรญิ ญาโทสำ�หรบั ผทู้ ่ีสนใจในหัวขอ้ ระดับสูงขนึ้ ไป บางคอรส์
เปน็ การสอนแบบออนไลน์ (รุง่ นภา สารพิน, 2562)
8.9.2 ประเทศเกาหลีใต้
สาธารณรัฐเกาหลใี ต้ จากการไดพ้ บกับ Prof. Dr. Eun-Soo Choi แห่ง Soongsil University, Korea
ซึ่งได้สะท้อนนโยบายการศึกษาตลอดชีวิตของสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ว่าแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะ ค.ศ. 1945-1950
เป็นชว่ งทีไ่ ดร้ ับเอกราช และในปี ค.ศ. 1949 ได้มีกฎหมายการศึกษาเปน็ ครัง้ แรก ซง่ึ เน้นการศึกษาในระบบโรงเรยี น
นับตั้งแต่เกาหลใี ตไ้ ด้รบั อสิ รภาพจากญปี่ ุ่น โดยทหารอเมริกันในปี ค.ศ. 1945 นนั้ ทำ�ให้อเมริกาเข้ามีบทบาท ในการ
บรหิ ารประเทศ รวมท้งั การวางระบบการศึกษาดว้ ย จนถงึ ปลายปี ค.ศ. 1950 นโยบายการศกึ ษาได้มุ่งเนน้ การศึกษา
ผู้ใหญ่ และการศึกษาในระบบโรงเรียน ลดอัตราการไม่รู้หนังสือ การกำ�หนดการศึกษาภาคบังคับ 6 ปี สร้างโรงเรียน
ใหม่ๆ ฝึกอบรมครู โดยเฉพาะครทู ีไ่ ด้รับอิทธิพลจากญปี่ ุ่น ผ้ใู หญเ่ ข้ามา เรยี นจำ�นวนมาก ทำ�ให้สามารถลดจำ�นวน
ผู้ไมร่ หู้ นังสอื ถึง 5,400,000 คน กลา่ วคือลดอัตราคนไมร่ ูห้ นงั สือจากรอ้ ยละ 78 เหลอื รอ้ ยละ 42 ได้มกี ารรณรงค์
การส่งเสริมการรู้หนังสือแห่งชาติ สมาคมการศึกษาผู้ใหญ่มีบทบาทสำ�คัญในการดำ�เนินงานให้ความรู้ อบรมผู้ใหญ่
ผลิตสื่อ คู่มือครู รัฐส่งเสริม สนับสนุนให้มีนักการศึกษาผู้ใหญ่ ต่อมากิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตได้ดำ�เนินการ
ในรปู แบบที่หลากหลายโดยองคก์ รศาสนา YWCA ไดก้ ่อตัง้ ขึน้ ในปี 1922 ซ่ึงมสี ว่ นช่วยลดการไมร่ ้หู นงั สือในหมู่สตรี
หอสมดุ แหง่ ชาตไิ ดเ้ กดิ ขนึ้ ในปี ค.ศ. 1947 กระทรวงศกึ ษาดำ�เนนิ แผน 5 ปี (ค.ศ. 1954-1958) ในการลดผไู้ มร่ หู้ นงั สอื
โดยร่วมมอื กับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกิจการภายใน ทำ�ให้ลดอตั ราไมร่ ู้หนงั สือได้เหลอื ร้อยละ 4.1 ในปี
ค.ศ. 1958 ได้สร้างห้องสมุดหมู่บ้านเพ่ือป้องกันการลืมหนังสือ กิจกรรมการรวบรวมหนังสือส่งไปให้ห้องสมุดหมู่บ้าน
รัฐเองก็พิมพ์หนังสือเก่ียวกับการเกษตรให้แก่ชาวนา แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตของ UNESCO ในปี ค.ศ. 1970
ได้แพร่หลายเข้าไปในนักการศึกษาของเกาหลีเช่นกัน และรัฐบาลได้กำ�หนดให้การศึกษาตลอดชีวิตเป็นนโยบาย
สำ�คัญในปี ค.ศ. 1980 เนื่องจากในรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ ได้กำ�หนดให้มีการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
และออก พ.ร.บ. การศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษานอกระบบ ในปี ค.ศ. 1982 ต่อมารัฐได้ออก พ.ร.บ. ห้องสมุด
พ.ร.บ. การศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาต่อเน่ือง การปฏิรูปการศึกษาในปี ค.ศ. 1995 ได้เน้นย้ําความสำ�คัญของ
การศึกษาตลอดชีวิตเพ่ือสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ทุกคนมีโอกาสที่จะเรียนท่ีไหน เมื่อใดก็ได้ ทำ�ให้เกิดวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเปิด เพ่ือให้เยาวชนวัยแรงงาน ประชาชน มีโอกาสเพ่ิมพูนทักษะอาชีพ ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
54 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ไดร้ ะหวา่ ง ทำ�งาน ระบบการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองนำ�มาใช้ วิทยาลัยและ มหาวิทยาลัยเปดิ หลกั สูตรการศกึ ษาตอ่ เน่อื ง
มากขึ้น สำ�หรับกลุ่มเป้าหมายท่ีหลากหลาย นอกจากน้ี หน่วยงานอ่ืน ๆ เช่น ห้องสมุด ศูนย์การเรียนชุมชน
ศูนย์ศิลปะ ศูนย์วัฒนธรรม วัด โบสถ์ องค์กรภาคเอกชน สังคม จัดกิจกรรมการเรียนรู้แก่เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ
กรรมกร เป็นต้น (ศรีสว่าง เลี้ยววาริณ, 2555) ในปี ค.ศ. 1997 ออกกฎหมายการศึกษา และพระราชบัญญัติ
การศึกษาตลอดชีวิตในปี ค.ศ. 2007 รัฐบาลได้กำ�หนดวิสัยทัศน์ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ การเรียนรู้เพ่ือความ
สนกุ สนาน อนาคตและครอบคลมุ ทกุ กลมุ่ เป้าหมาย ปี ค.ศ. 2008-2012 โดยกำ�หนดเปา้ หมาย คอื
1. เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหแ้ รงงานมคี วามรูส้ ร้างสรรคเ์ พื่อสามารถแข่งขนั ในสังคมโลก
2. เพือ่ จัดกจิ กรรมครอบคลุมทกุ กลมุ่ เป้าหมายใหม้ โี อกาสเรียนรู้ตลอดชวี ติ
3. เพอ่ื สรา้ งโครงสร้างพนื้ ฐานของสงั คมแหง่ การเรียนรู้
โดยสง่ เสรมิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ ของสถาบนั ตา่ ง ๆ อาทเิ ชน่ การมอบรางวลั การเรยี นรู้
ตลอดชวี ิตแห่งชาติ การฉลองเทศกาลกิจกรรมการเรยี นร้แู หง่ ชาติ สนับสนุนให้สถาบนั ต่าง ๆ จดั กจิ กรรมการศึกษา
ตลอดชีวิตที่หลากหลาย กิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตสุดสัปดาห์ รูปแบบการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต
มหี ลกั ๆ ดังน้ี
1. การศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง (Lifelong Education Centred University)
จัดใหป้ ระชาชนทตี่ ้องการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ เพอื่ ความเช่ียวชาญ เฉพาะสาขาในระดับมหาวทิ ยาลยั
2. เมืองแห่งการเรียนรู้ (Lifelong Learning City) เป็นโครงการระดับภูมิภาคท่ีมุ่งประกันสิทธิของ
ประชาชนในการ เรียนร้ตู ลอดชีวติ เพอื่ สามารถบูรณาการด้านสงั คมและการ พฒั นาเศรษฐกิจ
3. ระบบธนาคารหน่วยกิตการศึกษา (Academic Credit Bank System) ยอมรับประสบการณ์
การเรียนรู้ของบุคคลในโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยอนุญาตให้ประชาชนท่ีมีพ้ืนฐานความรู้ท่ีแตกต่างเข้ารับ
การศึกษา ในระดบั ที่สูงกวา่ จนถงึ ระดบั ปรญิ ญาตรี
4. การรู้หนังสือผู้ใหญ่ (Adult Literacy) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่ผู้ไม่รู้หนังสือ ให้เงินสนับสนุน
หนว่ ยงานท่ี จดั โครงการสง่ เสริมการรูห้ นังสือและวิจยั งานสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื
5. การฝึกอบรมผู้ใหญ่ (Adult Training) จัดโครงการฝึกอบรมแก่นักการศึกษา หรือบุคคลากรที่รับ
ผิดชอบงานการศึกษาตลอดชีวิต ให้การสนับสนุนนักการศึกษาและบุคลากรการศึกษาตลอดชีวิตท่ีกำ�หนดไว้ใน
พระราชบัญญัติการศึกษาตลอด ชีวิตสำ�หรับศูนย์การเรียนชุมชนถือเป็นหน่วยดำ�เนินงานการศึกษาตลอดชีวิต
ในทอ้ งถ่นิ ซง่ึ นับรวมห้องสมุด พพิ ธิ ภัณฑ์ ศูนย์วัฒนธรรม ศนู ยส์ วัสดกิ ารสงั คมทอ้ งถิ่น ศูนยก์ ารศกึ ษาสตรีท้องถน่ิ
ฯลฯ ท้ังนี้ รัฐได้นำ�ระบบบัญชีการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Account System) มาจัดการบันทึก
การเรยี นรู้ของปจั เจกบคุ คล และชดเชยสำ�หรบั ค่าใชจ้ า่ ยในการเรียนรทู้ ี่พึงมีสิทธิไ์ ด้ (ศรสี วา่ ง เลีย้ ววารณิ , 2555)
บทเรียนสำ�หรับประเทศไทย การจะทำ�ให้แรงงานไทยมีทักษะและความรู้ที่เป็นท่ีต้องการในตลาด
แรงงานตลอดเวลา จึงจำ�เป็นอย่างมากที่ต้องหม่ันเรียนรู้ พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ต่อเน่ืองตลอดชีวิต แต่โจทย์สำ�คัญ
คือ จะทำ�อย่างไรให้แรงงานได้พัฒนาทักษะใหม่ (Reskill) ให้ทันต่อความท้าทายท่ีกำ�ลังเกิดข้ึน อีกทั้งยังมีความ
แตกต่างระหว่างแรงงาน 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มที่มีทักษะสูง-รายได้สูง และกลุ่มที่มีทักษะต่ํา-รายได้ต่ํา ปัจจัยด้าน
การเงนิ และพนื้ ฐานการศกึ ษาทแี่ ตกตา่ งกนั จะทำ�ใหแ้ รงงานทง้ั 2 กลมุ่ มคี วามตอ้ งการและความพรอ้ มในการเรยี นรู้
ต่อเนื่องแตกต่างกัน เป้าหมายสำ�คัญของการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของรัฐควรเป็นการส่งเสริมให้คนไทยทุกคน
สามารถพัฒนาทักษะตนเองได้อย่างต่อเน่ือง ไม่ว่าจะอยู่ช่วงอายุใด ทำ�งานสาขาอาชีพไหน และมีระดับการศึกษา
หรือไม่ เพราะในโลกท่ีความรู้อายุส้ัน แต่คนอายุยืนยาวโอกาสในการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำ�งานควรเป็นสิทธิ
ทคี่ นไทยทุกคนเข้าถึงได้
55REDUCED INEQUALITIES
ดังนน้ั รัฐจึงควรมบี ทบาทสำ�คัญในการผลกั ดัน ใหเ้ กดิ รูปแบบการเรียนรูต้ ่อเน่อื งท่ียดื หยุน่ เหมาะสม
กับเง่ือนไขชีวิตแต่ละบุคคลและตรงกับความต้องการของผู้เรียนและตลาดแรงงาน เพราะการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
จะกอ่ ให้เกดิ การสร้างสรรค์นวตั กรรม และปรบั ตวั เองไดท้ นั ต่อการเปลี่ยนแปลงทร่ี วดเร็วในยุค Disruption
9. ความเหลอื่ มลา้ํ ทางการศกึ ษาในชว่ งการระบาดของโรคโควิด-19
9.1 สถานการณค์ วามเหลอื่ มลา้ํ ทางการศกึ ษาในชว่ งการระบาดของโรคโควดิ -19 ทวั่ โลก
9.1.1“โควิด-19 ไดเ้ ปลี่ยนการศึกษาไปตลอดกาล” World Economic Forum (WEF)
9.1.2 เด็กที่อยใู่ นวยั ประถมและมธั ยมกวา่ 258 ลา้ นคน ต้องออกจากโรงเรียน แต่เมือ่ โควิดแพร่ระบาด
จำ�นวนเดก็ ทต่ี ้องออกจากโรงเรยี น (อยา่ งน้อยทางกายภาพ) เพิ่มข้ึนสูงถึง 1.2 ลา้ นคน
9.1.3 โรงเรียนไม่ใช่แค่สถานท่ีจัดการเรียนการสอน แต่ยังถือเป็น safety net ของเด็กนักเรียนจำ�นวน
มาก เม่ือโรงเรยี นในหลายประเทศถกู บงั คบั ให้ต้องปิด
- เดก็ อยา่ งนอ้ ย 310 ลา้ นคน ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางไดร้ บั ประทานอาหารกลางวนั
ทีโ่ รงเรยี น แตเ่ ม่ือโรงเรยี นปิดก็พลอยทำ�ใหเ้ ด็กจำ�นวนมากต้องเผชญิ กับความหิวโหยและการขาดสารอาหาร
- การปิดโรงเรียนจึงส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองอย่างหลีกเล่ียงไม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครอง
ทีเ่ ป็นพ่อ/แมเ่ ลยี้ งเด่ยี ว ครอบครวั ยากจน และคนท่ีไมม่ งี านหรอื บา้ นเปน็ ของตวั เอง
9.1.4 McKinsey การสญู เสยี การเรยี นรจู้ ากการปิดโรงเรยี น
- นกั เรียนชัน้ อนบุ าลถงึ เกรด 3 จะสญู เสยี การเรียนรู้ 2.2 เดอื น
- นกั เรยี นเกรด 12 จะสญู เสียการเรียนรู้ 1.7 เดอื น
- นักเรียนที่อาศัยในครัวเรือนที่อยู่ตํ่ากว่าเส้นแบ่งความยากจน (poverty line) จะสูญเสีย
การเรยี นรู้ 2.5 เดอื น
- นักเรียนมากกวา่ 80% ทอ่ี ยู่ในครัวเรือนซ่งึ อยูเ่ หนือเส้นแบ่งความยากจนจะสญู เสียการเรียนรู้
1.6 เดอื น
9.1.5 The Global Risks Report 2021 ในประเทศรายไดส้ ูง (high income) ประชากรมากกวา่
87% สามารถเข้าถงึ อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ แตถ่ ้าเป็นประเทศรายไดต้ า่ํ อาจจะลดลงน้อยกว่า 17%
- นกั เรยี นจากประเทศในกลมุ่ OECD เฉลยี่ 9% ไมม่ สี ถานทที่ เี่ หมาะสมกบั การเรยี นทบี่ า้ น แตถ่ า้
เป็นในอินโดนเี ซยี ฟิลิปปนิ ส์ และไทย ตวั เลขนี้จะสงู มากกวา่ 30% และขณะท่นี กั เรียน 95% ในประเทศแถบยโุ รป
อย่างสวติ เซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และออสเตรยี มีคอมพิวเตอร์เพ่ือใช้ในการทำ�งาน แต่ในอนิ โดนเี ซีย มนี กั เรยี นเพยี ง
34% เทา่ นัน้ ทีเ่ ข้าถงึ คอมพิวเตอรไ์ ด้
รายงานจาก OECD ( Tackling Coronavirus (Covid-19) ) : Contributing To Global Effort
รายงานเกย่ี วกบั ผลกระทบของโควดิ -19 ตอ่ ความเทา่ เทยี มกนั ดา้ นการศกึ ษาของนกั เรยี นและการไมท่ งิ้ ใครไวข้ า้ งหลงั
ในชว่ งสถานการณน์ จี้ ะเหน็ ไดช้ ดั วา่ การปดิ สถาบนั การศกึ ษาในชว่ งสถานการณโ์ ควดิ -19 สง่ ผลกระทบตอ่ การเรยี นรู้
ของนักเรียน นักศึกษา และความต้องการด้านสังคมและอารมณ์ ซ่ึงเป็นสิ่งสำ�คัญสำ�หรับการเรียนรู้ของนักเรียน
รายงานฉบับนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความคิดทางการสนับสนุนด้านการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์น้ีเป็นพิเศษ นักเรียน
ท่ีมาจากครอบครัวที่ยากจน ครอบครัวที่เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวผู้อพยพ ครอบครัวคนต่างด้าว และครอบครัว
ชนกลุ่มน้อย นักเรียนนักศึกษาจากครอบครัวเหล่าน้ีมีความต้องการสนับสนุนด้านสังคมและอารมณ์และการสนับสนุน
อาหารจากโรงเรียน นโยบายของแต่ละประเทศจึงมีข้ึนเพื่อสนับสนุน นักเรียน นักศึกษาในช่วงที่มีการปิดสถาบัน
การศึกษา ดังตอ่ ไปน้ี
56 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
1. การสนบั สนนุ ทรพั ยากรการเรยี นการสอนออนไลน์
2. การแจกฟรอี ุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์และเอกสารประกอบการเรยี น
3. การสนบั สนนุ เรอื่ งสภาพแวดลอ้ ม การเรยี นท่ีดใี ห้เท่าเทยี มกนั
4. การขอความร่วมมือกบั ผู้ปกครอง
5. การเผยแพรข่ อ้ มลู หลากหลายบนโลกออนไลน์
6. การสนบั สนุนทางจติ ใจและสขุ ภาพท่ดี ขี องนกั เรียน ครู และผปู้ กครอง
แนวปฏิบัติท่ีมหาวิทยาลัยหลายแห่งแนะนำ�ในการปรับปรุงการเข้าถึงออนไลน์อย่างเท่าเทียมกันของ
นักศกึ ษาในช่วงการระบาดของโรคโควดิ -19 และปัญหาอน่ื ๆ ท่เี กิดขนึ้ จากการปดิ มหาวิทยาลยั และต้องดำ�เนินการ
จัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 อ่ืน ๆ นอกจากนี้ ในประเทศสหรัฐ
อเมริกา อาจารย์และเจ้าหน้าท่ีของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยังต้องทำ�ความเข้าใจเร่ืองวิธีจัดการกับการเหยียดเชื้อชาติ
ทางออนไลนอ์ นั เปน็ ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 อกี ดว้ ย เพอื่ สง่ เสรมิ ความเสมอภาคในการศกึ ษา
ระดับอุดมศึกษา ผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องจำ�ต้องเข้าใจคำ�จำ�กัดความของความเสมอภาคในการศึกษาระดับอุดมศึกษา
ทงั้ น้ี เพ่อื ประโยชนใ์ นการจัดการเรยี นการสอนออนไลนใ์ ห้มปี ระสทิ ธภิ าพ (Misha Ketchell, 2020)
ความเสมอภาคในการศึกษาระดับอุดมศึกษา หมายถงึ
1. นักศึกษาทุกคนสามารถบรรลุผลการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกันเน่ืองจากได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน
คณาจารย์ และระบบอนื่ ๆ เพือ่ มีสว่ นรว่ มในกระบวนการเรยี นรู้
2. นักศึกษาทุกคนสามารถรับการสนับสนุนทางการเงินสังคม วิชาการ และคำ�แนะนำ�ที่จำ�เป็น
ต่อการประสบความสำ�เรจ็ ในโครงการของสถาบัน ซงึ่ จะสง่ ผลใหเ้ กิดการเรยี นรู้และการพฒั นาศักยภาพตลอดชีวติ
3. นักศึกษาทุกคนจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงได้รับโอกาส
ในการเข้าถงึ ทรัพยากรการเรยี นการสอน กจิ กรรม ปฏสิ มั พนั ธ์ และการประเมินซงึ่ อาจแตกตา่ งไปตามคุณลักษณะ
และความต้องการเฉพาะของนกั ศกึ ษาแต่ละคน
แนวปฏิบัติ 8 ประการตามลำ�ดับความสำ�คัญ เพ่ือการเรียนการสอนออนไลน์ท่ีมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน
และเข้าถงึ ได้สำ�หรบั นักศึกษาในระดบั อุดมศกึ ษาในชว่ งการระบาดของโรคโควดิ -19 มดี ังตอ่ ไปน้ี
1. การสร้างเอกสารที่เข้าถงึ ได้
2. การเลือกเทคโนโลยดี จิ ิทัลท่เี หมาะสม
3. การบันทึกการบรรยาย วิดโี อบรรยาย และเน้อื หาเสียง
4. การสอนที่ตอบสนองตอ่ วฒั นธรรมแบบมสี ่วนร่วม
5. การใชว้ ิธีการท่ียืดหยนุ่ ตอ่ การมสี ่วนรว่ มของนกั ศึกษา
6. การสนบั สนุนทางการเงนิ และอุปกรณ์
7. การทำ�ความเข้าใจความตอ้ งการของนกั ศึกษา
8. การจัดการกบั การเหยียดเช้อื ชาตอิ ย่างเปน็ ระบบ
57REDUCED INEQUALITIES
Edtech กับการแก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษา ตัวอย่าง ประเทศอาร์มีเนีย ต้ังอยู่กึ่งกลาง
ระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงส่วนมากสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่ดีได้
ในโรงเรียนช้ันนำ�ของประเทศ ในขณะที่ประชากรอีก 2 ล้านคนที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่บริเวณอื่นของประเทศ
ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกันได้เลย UNESCO ระบุว่าเด็กนักเรียนชาวอาร์มีเนียท่ีครอบครัว
ฐานะยากจนไดอ้ อกจากระบบการศึกษามากถงึ 35% (Misha Ketchell, 2020)
9.2 กำ�เนดิ DASARAN แพลตฟอรม์ เพ่ือยกระดบั การศึกษา
คณุ Suren Aloyan เปน็ ชาวอารม์ เี นยี ทีม่ โี อกาสได้ไปศึกษาตอ่ ในระดับ PhD ทส่ี หรฐั อเมริกา และมี
ประสบการณ์ทำ�งานร่วมพัฒนานโยบายภาครัฐในกระทรวงกลาโหมกว่า 10 ปี เขามองว่าเด็กนักเรียนทุกคนเป็น
อนาคตของประเทศ ตราบใดที่ระบบการศึกษายงั ไม่เปล่ยี น ประเทศจะพัฒนาตอ่ ไปได้อยา่ งไร นเี่ ป็นปัญหาเร่งด่วน
ท่ที ุกฝา่ ยจะตอ้ งร่วมมอื กันแกไ้ ข
ในปี 2009 เขาจงึ ไดส้ ร้างแพลตฟอร์ม DASARAN ขึน้ ในภาษาอาร์มเี นียน คำ�ว่า DASARAN แปลว่า
“ห้องเรียน” ซ่ึงสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างห้องเรียนออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เป็นแพลตฟอร์ม
ท่ีรวมท้ังเด็กนักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง หน่วยงานภาครัฐไว้ในที่เดียว เพราะการกระทำ�ของทุกคนมีผลต่อการเรียนรู้
ของเดก็
หัวใจหลกั ของแพลตฟอร์ม คือ การสรา้ งเครอื่ งมือออนไลนใ์ นราคาที่เข้าถึงได้ ทีช่ ว่ ยเรื่องการเกบ็ ขอ้ มลู
การส่ือสารและการเข้าถึงส่ือการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ การรวบรวมเคร่ืองมือเหล่านี้มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน
เพ่ือสรา้ ง ecosystem ทีส่ มบรู ณ์ โดยเครอื่ งมอื เหล่านอ้ี าจเป็นรปู แบบใดก็ได้ เชน่ social network สำ�หรบั โรงเรยี น
diary จดบนั ทกึ การเรยี น เกมสเ์ พอ่ื การศกึ ษาทที่ ำ�ใหก้ ารเรยี นเปน็ เรอ่ื งสนกุ แนวขอ้ สอบเขา้ มหาวทิ ยาลยั ระบบการ
จดั การโรงเรียน (พัฒน์ ธิธิพพัฒนกลุ , 2020)
9.2.1 การใช้เทคโนโลยีชว่ ยแก้ปญั หาการศกึ ษา
แน่นอนว่าการเร่ิมใช้เทคโนโลยีในโรงเรียนย่อมมีอุปสรรค โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนท่ีคุ้นชินกับการจัดการ
การศึกษาแบบด้ังเดิม การพยายามเข้าไปเปลี่ยนการทำ�งานแบบเดิม ๆ เป็นเรื่องท้าทายมาก มีปัญหาค่อนข้าง
คลา้ ยคลึงกับประเทศไทย
ในชว่ งปีแรก ๆ ที่เพ่งิ เริม่ ตน้ คุณ Suren และทมี งาน DASARAN ไปลงพืน้ ท่ีพูดคุยกบั คุณครูในโรงเรียน
หลายแห่งทั่วประเทศ จัดการอบรมคุณครูเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน มีการให้ข้อมูลช่วยเหลือ
สนับสนุนอย่างต่อเน่ือง ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมาก จนในที่สุดจำ�นวนคุณครูที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์
เพิม่ ข้นึ จากเพียงแค่ 5% ในปี 2010 กลายมาเป็น 81% ในปี 2016 และยังมีการพฒั นาอย่างตอ่ เนือ่ ง เพราะคณุ ครู
ทใ่ี ชค้ อมพวิ เตอรเ์ ปน็ แลว้ กจ็ ะไปสอนคณุ ครคู นอน่ื ๆ ในชมุ ชนตอ่ โดยจะใชบ้ นคอมพวิ เตอร์ หรอื smartphone กไ็ ด้
ตามสะดวก ปัจจุบันอุปกรณ์เหล่าน้ีมีราคาถูกลงมาก และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็กระจายไปหลายพ้ืนท่ีได้อย่าง
รวดเร็วในชว่ งปหี ลัง ๆ มานี้
9.2.2 DASARAN เน้นยํ้าในการมุ่งลดความเหล่ือมล้าํ มี 3 เรอื่ ง ไดแ้ ก่
9.2.2.1 ใช้ data ในการหา insights พฒั นาโรงเรยี น พฒั นาการเรยี นร ู้
แพลตฟอร์มเก็บข้อมูลผู้ใช้ ข้อมูลโรงเรียน ทำ�ให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบโรงเรียน
ทั่วประเทศได้ เจาะลกึ วา่ ปัจจัยอะไรท่ที ำ�ใหโ้ รงเรียนบางโรงเรยี นประสบความสำ�เรจ็ แล้วนำ�แนวทางนั้นมาแบ่งปัน
ให้โรงเรียนอื่น ๆ ใหล้ องนำ�ไปใช้พฒั นาโรงเรียนของตนเอง นอกจากนน้ั ยงั พยายามสง่ เสรมิ ใหร้ ฐั บาลนำ�ขอ้ มูลน้ีไป
ใชใ้ นการวางแผนนโยบายการศกึ ษา
58 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
9.2.2.2 กระจายส่ือการสอนทม่ี ีคุณภาพเทา่ เทยี มกันไปท่วั ประเทศ
สร้างคลังความรู้ ส่อื การสอน เคร่อื งมือต่าง ๆ ไอเดยี การสอน เกมส์ จำ�แนกตามวิชา และมีการอัพเดท
อย่างต่อเนื่องโดยอิง data จากข้อ 1) มาวิเคราะห์ว่าโรงเรียนแบบไหนเหมาะกับส่ือแบบไหน หรือขาดแคลนส่ือ
ในวิชาไหน แทนที่จะเรียนจากตำ�ราเพียงอย่างเดียว เด็ก ๆ จากทั่วประเทศสามารถมาเล่นเกมส์วิชาต่าง ๆ ทำ�คะแนน
แขง่ กนั ได้
9.2.2.3 สรา้ งระบบจัดการโรงเรียนใหท้ กุ โรงเรยี นดำ�เนนิ งานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
น่ีก็เปน็ อีกข้ันสำ�คัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะวา่ กระบวนการทำ�งานในโรงเรยี นส่งผลตอ่ การจดั การ
การเรยี นรูม้ าก และถา้ การดำ�เนินงานไมม่ กี ารวดั ผลทโี่ ปรง่ ใส จะไม่สามารถรู้ผลการดำ�เนนิ งานที่แท้จริงไดเ้ ลย และ
ยงั มคี วามเสีย่ งเรื่องการคอรปั ชนั
บนแพลตฟอร์มมีระบบจัดการข้อมูลเพื่อการบริหารงานโรงเรียน ครูใหญ่สามารถดูข้อมูล
การดำ�เนินงานสว่ นตา่ ง ๆ ไดแ้ บบ real-time คณุ ครูใช้ระบบน้ีในการอัพเดทขอ้ มลู เกรดและการบา้ น พ่อแมก่ ส็ ามารถ
ดูข้อมูลการเรียนลูกได้ ทำ�ให้ช่วยกันร่วมกับคุณครูแนะแนวได้ตรงจุด และพ่อแม่เกิดความภาคภูมิใจใน progress
การเรยี นของลกู ในแตล่ ะวนั
หากพูดถึงความเหลื่อมล้ํา ปัจจัยหน่ึงที่ทำ�ให้คนส่วนใหญ่มองว่าเทคโนโลยีไม่สามารถช่วยได้
เป็นเพราะแพลตฟอร์มส่วนมากคิดราคาใช้งานแพง ทำ�ให้มีคนเพียงบางกลุ่มที่จ่ายไหวเข้าถึงได้ ในกรณีของ DASARAN
มคี วามตัง้ ใจแตเ่ ริม่ ตน้ ว่าต้องเขา้ ถงึ ได้ทกุ คน จึงพยายามขอการสนบั สนุนจากหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้องเพือ่ มาช่วยเหลือ
โรงเรียนทีไ่ มม่ ีกำ�ลงั ทรพั ย์ มีการทำ�โปรเจค็ ต่าง ๆ เพือ่ ระดมทนุ จากมลู นิธิ ในปัจจบุ ันแพลตฟอร์มเปิดใหใ้ ช้งานไดฟ้ รี
สำ�หรบั โรงเรียนรัฐบาลทั่วประเทศ และเด็กนักเรียน ผปู้ กครอง คณุ ครใู นเครือขา่ ยโรงเรยี นั้น ๆ โดยได้รับเงนิ สนับสนนุ
จากรัฐบาลและมลู นธิ ินานาชาติ สำ�หรบั โรงเรียนเอกชน มกี ารเก็บค่าบรกิ ารรายเดือนตามจำ�นวนผู้ใช้
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม DASARAN มีระบบครอบคลุมตั้งแต่ระบบจัดการโรงเรียน คลังความรู้
การวดั ผลการเรยี น เกมเพอื่ การเรยี นรู้ เชอื่ มตอ่ เด็ก คุณครู โรงเรยี น ผปู้ กครอง หนว่ ยงานรัฐบาล เชอ่ื มต่อโรงเรยี น
รัฐบาลกว่า 1,501 แห่งท่ัวประเทศเข้าด้วยกัน ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์มทั่วประเทศได้แสดงให้เห็นว่า เด็กนักเรียน
39.6% มีผลการเรียนท่ีดีขึ้น เด็กนักเรียนท่ีขาดเรียนลดลงมากถึง 83.78% คุณครูและผู้ปกครองมีความสัมพันธ์
ที่ดขี ้ึน ชว่ ยกันสรา้ งบรรยากาศการเรียนร้ทู ่ดี ที ง้ั ทโ่ี รงเรยี นและทบ่ี ้าน สรา้ งวัฒนธรรมการทำ�งานแบบ data-driven
คุณครูช่วยกันพัฒนาทักษะคอมพิวเตอร์และใช้ข้อมูลการเรียนของเด็ก ๆ มาวางแผนการสอน รัฐบาลสามารถใช้
ข้อมูลนี้ในการวางนโยบายและมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาได้ตรงจุด เรียกได้ว่า DASARAN เชื่อมต่อทุกภาคส่วน
ใน ecosystem การเรียนรู้และมอบเคร่ืองมือและข้อมูลท่ีช่วยให้ทำ�งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (พัฒน์
ธธิ พิ พฒั นกุล, 2020)
9.2.3 ถอดบทเรยี นจากความสำ�เรจ็ ของ DASARAN
ปัจจยั ทีท่ ำ�ให้ DASARAN ประสบความสำ�เรจ็ อยา่ งมากในการปฏริ ูปการศกึ ษาประเทศอาร์มเี นยี ก็คือ
การทำ�ความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซ้ึงในมุมมองของแต่ละฝ่ายและสร้าง solution ท่ีครอบคลุมการใช้งานทุกส่วน
ไมย่ อ่ ท่อต่ออปุ สรรค จนในทส่ี ดุ ไดร้ บั การสนับสนุนจากภาครฐั ทำ�ให้ขยายผลไปไดท้ ่วั ประเทศ
จากเร่ืองราวดังกล่าว จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีช่วยให้ DASARAN สามารถเติบโตได้เร็วจนเข้าถึงผู้ใช้
ท่ัวประเทศได้ก็จริง แต่ในตอนเร่ิมต้น เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ไม่ใช่ว่าแค่สร้างแพลตฟอร์มข้ึนมาก็จะ
แก้ปัญหาการศึกษาได้เลย ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมากในการเข้าไปคลุกคลีกับสภาพแวดล้อมนั้นจริง ๆ
และแกป้ ญั หาทเี่ จอไปทลี ะจุด อยา่ งของ DASARAN เมื่อเอาไปใหโ้ รงเรียนใช้ ปรากฎวา่ คณุ ครูส่วนมากเป็นผู้สงู อายุ
ใชค้ อมพิวเตอรไ์ ม่เปน็ กัน แทนท่ีทมี DASARAN จะย่อทอ้ และลม้ เลกิ ทีมกลับมองว่าตอ้ งหาวิธชี ่วยใหค้ ณุ ครทู กุ คน
59REDUCED INEQUALITIES
ใช้งานเป็นและสร้างฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณครูทำ�งานได้ง่ายข้ึน จึงเปิดอบรมสอนใช้คอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอน
สอนอยู่หลายปีจนในที่สุดคุณครูจำ�นวนมากก็สามารถประยุกต์ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในห้องเรียนของตนเองได้สำ�เร็จ
เกิดเป็นฐานผู้ใชท้ ชี่ ื่นชอบ DASARAN
ก้าวต่อไปของประเทศไทยกับปัญหาความเหลื่อมลํ้าจะเป็นอย่างไร เราจะสามารถนำ�เทคโนโลยี
มาช่วยได้เชน่ กันหรือไม่ หรือควรจะเป็นรูปแบบอืน่ ปัจจุบันเด็กไทยมากกว่า 2,000,000 คน มคี วามเสยี่ งตอ้ งหลดุ
ออกจากระบบการศึกษา ดว้ ยสาเหตุเพราะ ‘ความยากจน’ เดก็ จำ�นวนมาก ตอ้ ง ‘ลาหยดุ เรียน’ เพื่อรับจา้ งทำ�งาน
หารายได้มาช่วยเหลอื ครอบครวั
10. ขอ้ เสนอและแนวทางแกไ้ ขปัญหาเพอ่ื ลดความเหลอื่ มลา้ํ ในระบบการศกึ ษา
10.1. การปรับระบบบริหารใหโ้ รงเรยี นมฐี านะเป็นนิติบคุ คลและเปน็ หนว่ ยงานในกำ�กบั ของรัฐ ทำ�ให้
โรงเรยี นมอี สิ ระในการบริหารจดั การทางดา้ นวชิ าการ บุคคล งบประมาณ และบริหารจดั การทั่วไป ซง่ึ สามารถนำ�มา
ปรับใช้ได้ท้ังโรงเรียนของรัฐและโรงเรียนเอกชน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนซ่ึงปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากรัฐ
น้อยกว่าโรงเรียนของรัฐ การปรับรูปแบบการจัดสรรงบประมาณผ่านทางด้านอุปสงค์หรือผ่านผู้เรียนและให้ผู้เรียน
เลือกโรงเรียนท่ีจะเรียนเอง ทำ�ให้โรงเรียนต้องแข่งขันและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้ดีและมีชื่อเสียง ขณะท่ี
โรงเรียนเหล่าน้ีสามารถเก็บค่าเล่าเรียนเพื่อนำ�มาพัฒนาความเป็นเลิศของโรงเรียน แต่ต้องมีกลไกหรือเครื่องมือ
ทางการเงิน เช่น ทุนการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เพ่ือสนับสนุนผู้เรียนที่สามารถเข้าเรียนได้แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน
หรือผู้ด้อยโอกาส การดำ�เนินงานส่วนนี้จะช่วยลดความเหล่ือมล้าด้านการจัดการศึกษาระหว่างโรงเรียนรัฐและ
โรงเรียนเอกชนนำ�ไปสูก่ ารจัดการศกึ ษาทม่ี คี ุณภาพมากยิง่ ขึ้น
10.2 การปรบั บรหิ ารจดั การและงบประมาณ เพอื่ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลโดยเฉพาะโรงเรยี น
ในพน้ื ที่หา่ งไกลทรุ กันดาร หรอื พน้ื ทีเ่ สีย่ งอนั ตราย เพื่อพัฒนาโรงเรียนเหลา่ นใี้ ห้มีคณุ ภาพเทา่ เทยี มกบั โรงเรยี นทตี่ ง้ั
อยใู่ นเมือง ท้งั น้ี เพ่ือลดความเหล่อื มล้าํ เชงิ พื้นที่ โรงเรียนเหลา่ นี้ควรต้องไดร้ บั การสนับสนนุ ในมิติตา่ ง ๆ ดงั นี้
10.2.1 การสนับสนุนงบประมาณต้องมีรูปแบบการจัดสรรท่ีหลากหลาย โดยต้องมีการวิเคราะห์
ต้นทุนการเรียนการสอนท่ีแท้จริงในแต่ละพ้ืนท่ี ซ่ึงไม่จำ�เป็นต้องเท่ากันและขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพ้ืนท่ี ทั้งนี้
รฐั ควรจะต้องรับผดิ ชอบในการสนบั สนุนงบประมาณด้านโครงสรา้ งพ้ืนฐาน เชน่ อาคารเรยี น อาคารหอพกั ครภุ ณั ฑ์
และส่อื การเรียนการสอน เปน็ ต้น
10.2.2 การบริหารจัดการโรงเรียนสามารถดำ�เนินการในรูปของโรงเรียนเครือข่าย ซ่ึงจะทำ�ให้
เกิดการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษาร่วมกัน (ท้ังในรูปของบุคลากร ครุภัณฑ์ส่ือการเรียนการสอน ตลอดจนการใช้
ประโยชน์จากสถานท่ีร่วมกัน) ถือเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดความเหลื่อมล้ําระหว่างโรงเรียน
ท่ีมคี วามพร้อมแตกตา่ งกนั
10.2.3 การบริหารจัดการโรงเรียนโดยใช้กลไกสร้างแรงจูงใจให้กับผู้บริหารและบุคลากร ให้สามารถ
จัดการเรยี นการสอนอย่างมีคุณภาพ จดั การให้โรงเรยี นมจี ำ�นวนครคู รบชั้นเรยี น ซึ่งสามารถดำ�เนนิ การโดยใช้เคร่อื งมือ
ทางการเงนิ หรอื การให้รางวัลประกาศเกยี รติคณุ ผบู้ ริหารหรือบุคลากรท่ีมีผลงานดีเดน่ เชน่ เงินเพมิ่ พเิ ศษหากตอ้ งไป
ปฏบิ ัตใิ นพน้ื ทห่ี า่ งไกลทุรกนั ดาร หรือพ้นื ท่เี สียงอนั ตราย เป็นต้น
10.3 การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจำ�เป็นต้องดำ�เนินการเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพและคุณภาพ
การศึกษา เน่ืองจากการควบรวมโรงเรียนจะช่วยให้โรงเรียนมีจำ�นวนครู และนักเรียนเพ่ิมข้ึน สามารถแก้ปัญหาครู
ไมค่ รบชน้ั เรยี น ครสู ามารถดแู ลนกั เรยี นและทมุ่ เทเวลาเพอื่ การเรยี นการสอนไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี จะชว่ ยลดความเหลอื่ มลาํ้
60 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ทางด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างโรงเรียนที่มีศักยภาพความพร้อมไม่เท่ากัน และเป็นการเปิดโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส
หรือผเู้ รยี นจากครอบครัวทม่ี ฐี านะยากจนไดเ้ ขา้ ถงึ การศกึ ษาที่มีคุณภาพด้วยกลไกต่าง ๆ ดังน้ี
10.3.1 ใช้กลไกทางการเงินเพื่อดึงดูดโรงเรียนขนาดเล็กให้มารวมกัน (ตัวอย่างโรงเรียนแม่เหล็ก)
เพื่อให้โรงเรียนสามารถพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ให้อิสระในการบริหารงบประมาณ (เตรียมความพร้อมให้กับ
ผู้บรหิ ารในการบรหิ ารการเงินและงบประมาณ) การจดั สรรงบประมาณผา่ นผู้เรยี นซง่ึ ตอ้ งมีการกำ�หนดตน้ ทุนตอ่ หวั
ที่เหมาะสมและต้องมีการวิเคราะห์ต่อไป
10.3.2 ควรให้ท้องถ่ิน/ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพ่ือให้การศึกษาเป็นไปตาม
ความต้องการของท้องถิ่น ส่วนหน่ึงเป็นการลดความเหลื่อมล้ําทางด้านการเงินและงบประมาณระหว่างโรงเรียนรัฐ
(สว่ นกลาง) และโรงเรียนในสังกัด อปท.
10.4 ขอ้ เสนอแนะเพือ่ สรา้ งสงั คมแหง่ การเรยี นร้โู ดยการศึกษาตลอดชวี ติ อยา่ งยั่งยืน
10.4.1 ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำ�หนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะ
เพ่ือสนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชนท้องถ่ินเพ่ือให้เกิดพลังชุมชนท้องถิ่นที่เข้มแข็งอันเป็นรากฐานท่ีม่ันคงในการ
เสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความย่ังยืน รวมถึงการครอบคลุมบุคคลทุกระดับเพราะทุกคนล้วนมีศักยภาพ
อยู่ในตนด้วยกันท้ังสิ้น กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เกิดจากแหล่งการเรียนรู้ท่ีมีอยู่รอบตัวท้ังในระดับครอบครัว
ในชุมชนนอกชุมชนจากบุคคลหลากหลายอาชีพรวมทั้งวิธีการถ่ายทอดเนื้อหาต้องเน้นเชิงปฏิบัติที่สามารถนำ�ไปใช้
ประโยชน์ไดจ้ ริง มากกวา่ ทฤษฎปี ฏิบัติ
10.4.2 มีการนำ�เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ
ในบทเรยี นมากยง่ิ ขน้ึ ไม่ซ้ําซาก จำ�เจและสามารถเรยี นรสู้ ิง่ ต่าง ๆ ไดด้ ้วยระบบท่เี ป็นมัลติมีเดียและการใชส้ อนทางไกล
(Distance Learning) เพ่ือผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาหรือในชนบทห่างไกล โดยการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
ต้องครอบคลุมในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างบุคคลแห่งการเรียนรู้การสร้างแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตการสร้าง
องค์ความรู้สำ�หรับชุมชนการสร้างองค์กร/สถาบันการเรียนรู้การสร้างการบริหารจัดการความรู้การสร้างบรรยากาศ
การเรียนรู้การสร้างกระบวนการดาเนินงานการสร้างโครงสร้างพ้ืนฐานของสังคมการสร้างศักยภาพเครือข่าย
การเรียนรู้
11. แนวทางแก้ไขปญั หาความเหลือ่ มล้ําทางการศึกษา
จากการทบทวนวรรณกรรม
11.1 ความเสมอภาคเรม่ิ ตน้ ดว้ ยความชว่ ยเหลอื ทย่ี ดึ โยงกบั ความตอ้ งการแมร้ ะบบจดั สรรงบประมาณ
ในประเทศเหล่าน้ีจะให้ความช่วยเหลือท่ีเพียงพอแก่นักเรียนทุกคนและโรงเรียนทุกแห่งระบบการศึกษาเหล่าน้ีก็ยัง
ตระหนักว่านักเรียนบางคนมีความจำ�เป็นอื่น ๆ และต้องการความช่วยเหลือเพ่ิมเติมการแจกจ่ายงบประมาณแก่
โรงเรียนยดึ โยงกับความต้องการของนักเรยี น โรงเรยี นมีหนา้ ทีต่ ้องโอบอุ้มนกั เรยี นท่ีพิการหรือมีความตอ้ งการพิเศษ
พูดภาษาอ่ืนท่ีไม่ใช่ภาษาราชการรวมไปถึงนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจนให้ได้รับงบประมาณเพ่ิมเติม
11.2 ความเสมอภาคนนั้ ตอ้ งพง่ึ พาองคค์ วามรอู้ นั ละเอยี ดออ่ นของครแู ละผบู้ รหิ ารโรงเรยี นพฒั นากลวธิ ี
อนั หลากหลายเพ่อื จัดการเรยี นรู้ทป่ี ระสบความสำ�เร็จแก่นักเรยี นทุกคน
11.3 ความเสมอภาคนั้นผูกพันกับการพัฒนาโรงเรียน กลยุทธ์เพื่อความเสมอภาคในระบบการศึกษา
เหลา่ นี้ ล้วนผูกแน่นกบั ความพยายามในการพัฒนาโรงเรยี น โดยมกี ารจดั สรรงบประมาณเพ่มิ เตมิ เพอื่ รับประกันวา่
โรงเรียนสามารถโอบอมุ้ นกั เรียนทกุ คนไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
61REDUCED INEQUALITIES
11.4 ความชว่ ยเหลอื เพอ่ื ความเสมอภาคลว้ นมงุ่ สรา้ งศกั ยภาพของครแู ละโรงเรยี นการสนบั สนนุ ทร่ี ฐั และ
รัฐบาลกลางจัดสรรแก่โรงเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนท่ีหลากหลายนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูน
ความสามารถในการจดั การเรยี นการสอนและการบริหารจดั การโรงเรยี น
11.5 ส่งเสรมิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ ของสถาบนั ตา่ ง ๆ อาทิ การมอบรางวัลการเรยี น
ร้ตู ลอดชวี ิตแห่งชาติ การสนับสนนุ ให้สถาบนั ต่าง ๆ จัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชวี ติ ทีห่ ลากหลาย กิจกรรมการ
ศึกษา ตลอดชีวติ สดุ สปั ดาห์ รูปแบบการจัดกิจกรรมการศกึ ษาตลอดชีวิต มีหลักๆ ดงั นี้
11.5.1 การศึกษาตลอดชีวิตท่ีเน้นมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง (Lifelong Education Centred
University)
11.5.2 เมืองแห่งการเรียนรู้ (Lifelong Learning City) เป็นโครงการระดับภูมิภาคที่มุ่งประกัน
สทิ ธิของประชาชนในการเรียนร้ตู ลอดชีวิต เพ่ือสามารถบรู ณาการดา้ นสงั คมและการพัฒนาเศรษฐกิจ
11.5.3 ระบบธนาคารหนว่ ยกิตการศกึ ษา (Academic Credit Bank System) ยอมรับประสบการณ์
การเรียนรู้ของบุคคลในโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยอนุญาตให้ประชาชนที่มีพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างเข้ารับ
การศึกษาในระดบั ทสี่ ูงกว่า จนถงึ ระดบั ปรญิ ญาตรี
11.5.4 การรู้หนังสือผู้ใหญ่ (Adult Literacy) จัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานแก่ผู้ไม่รู้หนังสือ ให้เงิน
สนบั สนนุ หนว่ ยงานที่ จดั โครงการสง่ เสริมการร้หู นงั สือและวิจัยงานสง่ เสรมิ การรู้ หนงั สือ
11.5.5 การฝึกอบรมผู้ใหญ่ (Adult Training) จัดโครงการฝึกอบรมแก่นักการศึกษา หรือบุคคลากร
ทร่ี บั ผิดชอบงานการศึกษาตลอดชวี ิต ให้การสนับสนนุ นักการศึกษาและบคุ ลากรการศึกษาตลอดชีวติ
62 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
บรรณานุกรม
ภาษาไทย
กองนโยบายและแผน. (2564). แผนแมบ่ ทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติ 23 ฉบบั . สบื คน้ เมื่อ 18 สิงหาคม 2564.
จาก https://1th.me/FTkMO
กองทนุ เพ่อื ความเสมอภาคทางการศึกษา. (2563). กลมุ่ ผดู้ ้อยโอกาสทางการศกึ ษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ทว่ั
ประเทศ. สืบค้นเมือ่ 18 กนั ยายน 2564. จาก https://www.eef.or.th/about/annual-and-
action-plan/ annualreport/
คณะกรรมการอิสระเพ่ือการปฏิรปู การศึกษา. (2562). รายงานเฉพาะเรื่องท่ี 2 ความไม่เสมอภาคทางการศึกษา.
คณะกรรมการอสิ ระเพอ่ื การปฎริ ปู การศึกษา. (2562). รายงานพนั ธกจิ ปฏริ ปู การศึกษาไทย. สบื คน้ เมือ่ 4
สงิ หาคม 2564. จาก http://www.onec.go.th/th.php/book/BookView/1734
คณะกรรมการอสิ ระเพอ่ื การปฏิรูปการศึกษา. (2562). รายงานพนั ธกจิ ปฏริ ูปการศึกษาไทย. กรงุ เทพฯ: สำ�นกั งาน
เลขาธิการสภาการศึกษา.
คณะกรรมาธิการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์วิจยั และนวตั กรรม วฒุ ิสภา. (2563). รายงานพิจารณาการศึกษา
เรอ่ื ง แนวทางการจดั ตัง้ และพัฒนาศนู ยก์ ลางด้านการอดุ มศึกษานานาชาติ (International Hub for
Higher Education).
ขลดิ า หนูหล้า. (2564). ป้นั ครู เปล่ยี นโลก ถอดนโยบายสรา้ งครูแหง่ ศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ: Bookscaps.
ชัยยุทธ ปญั ญสวสั ดิส์ ุทธ์ิ และคณะ. (2559). โครงการพฒั นาระบบสารสนเทศเพอ่ื หลักประกันโอกาส
ทางการเรยี นรู้. ศนู ยบ์ รกิ ารวชิ าการเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
ฐานนั ดร วงศก์ ติ ตธิ ร, ลลิตา ผลผลา. (2563). สอนเปล่ียนชีวติ 7 ชุด ความคิดพลิกหอ้ งเรียน เพือ่ เด็กทกุ คน.
กรุงเทพฯ: Bookscaps.
ดำ�รงค์ ตุม้ ทอง พชั รินทร์ สริ สนุ ทร รตั นะ บัวสนธแ์ ละ ทวศี กั ด์ิ ศริ ิพรไพบลู ย.์ (2557). ปญั หา เดก็ ดอ้ ยโอกาส
ทางการศึกษา: สถานการณ์ความไม่เสมอภาคในสงั คมไทย. วารสารวชิ าการ คณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์. มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตปตั ตาน,ี 10,
123-141.
ทิพยน์ ภา หวนสุรยิ า. (2563). สอนฟิน เรียนสนกุ สไตลฟ์ ินแลนด.์ กรงุ เทพฯ: Bookscaps.
ประสาร ไตรรัตนว์ รกุล. (2563). 5 แฟกต์ว่าดว้ ยความเหลือ่ มลาํ้ ทางการศกึ ษาที่สกัดขาไมใ่ ห้เดก็ ตน้ ทุนต่ํา
ไดไ้ ปต่อ. สืบคน้ เมอ่ื 1 มิถุนายน 2564. จาก https://1th.me/KvjOd
ประกาศเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580). (2561). ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ 135 ตอนที่ 82 ก
ผาสุก พงษไ์ พจติ ร และคณะ. (2560). แนวทางการปฏริ ปู ภาษีเงินได้บุคคลธรรมและวิเคราะห์การกระจายรายได้
ของผมู้ ีเงินไดพ้ ึงประเมิน (รายงานการวิจยั ). กรุงเทพฯ: สำ�นกั งานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ัย.
ผาสกุ พงษ์ไพจิตร และคณะ (2560). รายงานฉบับสมบรู ณ์ โครงการวจิ ัยเรอ่ื ง “แนวทางการปฏริ ูป
ภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดาและวิเคราะหก์ ารกระจายรายไดข้ องผูม้ เี งินไดพ้ งึ ประเมิน”.
พชร สูงเด่น. (2563). ปัน้ ให้รุ่ง สรา้ งโอกาสแห่งการเรียนรู้ เพ่อื เดก็ ทุกคน. กรงุ เทพฯ: Bookscaps.
63REDUCED INEQUALITIES
พัฒน์ ธธิ ิพพัฒนกุล. (2020). Edtech ปฏริ ปู ความเหลอ่ื มลาํ้ ได้จริงหรือ?? กรณศี กึ ษาจากประเทศอาร์มเี นีย
ประเทศทม่ี คี วามเหลอื่ มล้ํามากกว่าไทยถงึ 10 เท่า. สบื ค้นเมอ่ื 18 สิงหาคม 2564. จาก
https://www.disruptignite.com/blog/dasaranedtech
ภมู ิศรณั ย์ ทองเลี่ยมนาค. (2563). มองผลสัมฤทธ์แิ ละความเหลือ่ มลํา้ ทางการศกึ ษาผ่านการประเมนิ ผล
PISA ของประเทศไทย. สืบคน้ เม่อื 1 มิถนุ ายน 2564. จาก https://bit.ly/2TIc5jp
รสลินน์ ทวีกิตตกิ ลุ . (2564). เปดิ นวัตกรรม ‘ซมั มติ ’ โรงเรียนเตรียมคนพร้อมสู้อนาคต. กรงุ เทพฯ: Bookscaps.
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560.
ราชกิจจานเุ บกษา. (2559). ให้จัดการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 15 ปี โดยไม่เกบ็ ค่าใชจ้ า่ ย (คา้ สั่งหวั หน้าคณะรกั ษา
ความสงบแหง่ ชาติ ที่ 28/2559). สืบค้นเม่อื 9 มกราคม 2560,
จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/136/11.PDF.
รงุ่ นภา สารพนิ . (2562). Lifelong Learning สร้างทักษะอนาคต รับ Digital Future. สืบค้นเมอ่ื 18 สิงหาคม
2564. จาก https://www.ftpi.or.th/2019/31376
ศรสี วา่ ง เลย้ี ววารนิ . 2555. วารสาร กศน. กรงุ เทพฯ: นำ�ทองการพิมพ์จำ�กดั .
สำ�นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาต.ิ (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม
แห่งชาติ ฉบบั ท่สี บิ สอง พ.ศ. 2560-2564. กรุงเทพฯ : สำ�นักนายกรัฐมนตรี.
สำ�นกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560–2579. บรษิ ัท พรกิ หวาน
กราฟฟคิ จํากัด.
สำ�นักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2561). สถติ กิ ารศกึ ษาของประเทศไทย ปกี ารศกึ ษา 2559-2560.
บรษิ ทั พรกิ หวานกราฟฟคิ จํากัด.
สำ�นกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2562). การศึกษาระบบการบรหิ ารภาครฐั ด้าน
ทรัพยากรเพ่อื การศึกษา. สืบคน้ เม่ือ 1 มถิ นุ ายน 2564.
จาก http://www.onec.go.th/th.php/book/BookView/1722
สำ�นกั งานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วจิ ยั และนวตั กรรมแห่งชาตแิ ละสำ�นักงานคณะกรรมการ
สง่ เสรมิ วิทยาศาสตร์วจิ ยั และนวตั กรรม. (2564). นโยบายและยทุ ธศาสตรก์ ารอดุ มศึกษา
วิทยาศาสตร์ วจิ ัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2563-2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2563-2565. กรุงเทพฯ: สำ�นกั งานสภานโยบายการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์วิจัยและนวตั กรรมแหง่ ชาติ.
สำ�นกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (2563). สมรรถนะการศึกษาไทยในเวทสี ากล ปี 2563 (IMD 2020).
สบื คน้ เมื่อ 1 กรกฎาคม 2564. จาก http://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1836-file.pdf
สภานโยบายการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และ นวตั กรรม แห่งชาติ. (2564). (รา่ ง) พระราชบญั ญัติ
ส่งเสริมการใชป้ ระโยชนผ์ ลงานวจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. . สืบค้นเมอ่ื 18 สิงหาคม 2564.
จาก https://www.nxpo.or.th/th/bda/
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2562). ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรยี นไทยวยั
15 ปี รแู้ ละทำ�อะไรได้บ้าง. สบื คน้ เม่อื 1 มถิ ุนายน 2564. จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/
issue-2019-48/
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2563). เกยี่ วกบั PISA. สบื คน้ เมอ่ื 1 มิถุนายน 2564.
จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/about-pisa/
64 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
อมุ าภรณ์ ภทั รวาณิชย์ และปัทมา อมรสิริสมบูรณ.์ (2550). ความไมเ่ ทา่ เทยี มดา้ นการศึกษา: เมอื งและชนบท.
ในวรชัย ทองไทย และสรุ ยี ์พร พนั พ่ึง (บก.). นครปฐม: สำ�นักพมิ พป์ ระชากรและสงั คม
ภาษาอังกฤษ
Berne, R., & Stiefel, L. (1994). Measuring equity at the school level: The finance perspective.
Educational Evaluation and Policy Analysis, 16, 405-421. https://doi.org/10.3102/
01623737016004405.
Credit Suisse. (2018). Global wealth databook (Tech. Rep.). Credit Suisse Research Institute.
DePaoli, J., L., Balfanz, R., Atwell, M., N., & Bridgeland, J. (2018). Building a Grad Nation: Progress
and Challenge in Raising High School Graduation Rates. USA: Johns Hopkins University.
Ferreira, F. H. G., & Gignoux, J. (2011). The measurement of inequality of opportunity:
theory and an application to Latin America. The Review of Income and Wealth,
Fry, G. W. (1983). Empirical indicators of educational equity and equality: A Thai case
study. Social Indicators Research, 12, 199–215. https://doi.org/10.1007/ BF00318236
Gillard, J., Crean, S., & Garrett, P. (2012). Australians encouraged to make 2012 a year of reading.
Retrieved 26th July, 2021 from https://ministers.dese.gov.au/gillard/australians-
encouraged-make-2012-year-reading.
Hanushek, E. et al. (2013), “Does peer ability affect student achievement?”, Journal of
Applied Econometrics, Vol. 18/5, pp. 527-544
Harnois, C. E. (2018). Analyzing inequalities: An introduction to race, class, gender, and
sexuality using the general social survey. SAGE.
IMD World Competitiveness Center. (2016-2020). World Competitiveness Yearbook 2016-2020.
Switzerland: IMD-International Institute for Management Development.
Jenmana, T. (2018), Democratisation and the Emergence of Class Conflicts: Income
Inequality in Thailand 2001-2016. World working paper No.2018/15
Lavy, V., O. Silva and F. Weinhardt (2012), “The Good, the Bad, and the Average: Evidence on
Ability Peer Effects in Schools”, Journal of Labor Economics, Vol. 30/2, pp. 367-414
Mendolia, S., A. Paloyo and I. Walker (2018), “Heterogeneous effects of high school peers
on educational outcomes”, Oxford Economic Papers.
Münich, D., Plug, E. (2012). Equity in and through education and training: Indicators and
priorities. the European Commission.
McKay, A. (2002). Defining and measuring inequality. Inequality Briefing, 1, 1-6.
Misha Ketchell. (2020). Online learning during COVID-19: 8 ways universities can improve
equity and access. October 1, 2020 from https://theconversation.com/online-learning-
during-covid-19-8-. ways-universities-can-improve-equity-and-access-145286
OECD (2019a). PISA 2018 Results (Volume I): What Students Know and Can Do, OECD
Publishing,
65REDUCED INEQUALITIES
OECD (2019b). PISA 2018 Results (Volume II): Where All Students Can Succeed, OECD
Publishing,
PISA. (2018). PISA 2018 results. Retrieved 2 June 2021. From PISA - PISA (oecd.org).
Pop-Eleches, C. and M. Urquiola (2013), “Going to a Better School: Effects and Behavioral
Responses”, American Economic Review, Vol. 103/4, pp. 1289-1324.
Sacerdote, B. (2011), Peer Effects in Education: How might they work, how big are they
and how much do we know Thus Far?, Handbook of the Economics of Education, 2011,
vol. 3, pp 249-277.
Woessmann, L., & Schütz, G. (2006). Efficiency and equity in European education and
training systems. http://lst-iiep.iiep-unesco.org/cgi-bin/wwwi32.exe/ [in=epidoc1.in
]/?t2000=024077/(100).
66 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
มิติความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ
ความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ (Economic Inequality)
ความเหล่ือมลํ้า หมายถึง ความไม่เท่าเทียม (Inequality) ในหลายมิติที่เกิดจากการจัดสรรทรัพยากรที่มี
อยูอ่ ย่างจำ�กดั ไมม่ ปี ระสิทธภิ าพ ทฤษฎีการพฒั นา (Development theory) อธิบายความไม่เท่าเทียมในสองมมุ มอง
หนึง่ เปน็ ความไมเ่ ทา่ เทียมกันของโอกาส เช่น การเข้าถงึ การจา้ งงานหรอื การศกึ ษา หรือการเขา้ ถึงบริการสาธารณสุข
ทแ่ี ตกตา่ งกนั ระหวา่ งชนชน้ั ในสงั คมเปน็ ตน้ สอง คอื ความไมเ่ ทา่ เทยี มกนั ของผลลพั ธใ์ นมติ ทิ างวตั ถตุ า่ ง ๆ ทแี่ สดงถงึ
ความเป็นอยู่ท่ีดีของมนุษย์ เช่น ระดับรายได้ ความสำ�เร็จทางการศึกษา สถานะสุขภาพและอื่น ๆ ในมิติความ
ไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ จะหมายถึงความไม่เท่าเทียมกันในมาตรฐานการครองชีพ เช่น ความไม่เท่าเทียมกัน
ทางรายไดแ้ ละทรัพย์สนิ
1. ภาพรวมสถานการณค์ วามเหลือ่ มล้าํ ในประเทศไทย
สภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตหิ รอื สภาพฒั นฯ์ ไดป้ ระเมนิ การพฒั นาประเทศไทยในชว่ งทผี่ า่ นมา
โดยพจิ ารณาจากการเตบิ โตของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จดี พี ี) ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2540-2563 มีค่าเฉล่ียอยปู่ ระมาณรอ้ ยละ 3
เมื่อเจอผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ เช่น สงครามการค้า (เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิสรัปชั่น จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำ�ให้การเติบโต
ทางเศรษฐกิจของไทยชะลอลง โดยสภาพัฒน์ประเมินจีดีพีไทยติดลบร้อยละ 7.3 ถึงติดลบร้อยละ 8 เน่ืองจาก
ประเทศไทยอาศัยรายได้จากต่างชาติเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว
ความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศไทยยังยํ่าอยู่กับท่ี โดยเป็นอันดับท่ี 3 ในอาเซียน รองจากสิงคโปร์
และมาเลเซีย ทำ�ให้อันดับความสามารถในการแข่งขันปี 2563 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 29 จาก 63 ประเทศ
(สำ�นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2564) โดยการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงท่ีผ่านมา
ส่งผลกระทบต่อท้ังการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ปรับตัวลดลง มูลค่าเพ่ิมภาคอุตสาหกรรม
และภาคบริการปรับตัวลดลง จากเดิมที่อยู่ในระดับที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพมากพอสมควร และอัตราการว่างงาน
ที่จากเดมิ อัตราการวา่ งงานอย่ทู ร่ี ้อยละ 1 หรอื ประมาณ 400,000 คน แต่เม่อื เกิดการระบาดของเช้อื โคโรนาไวรสั
2019 ทำ�ให้มผี ู้ว่างงานเพ่ิมมาอีกเปน็ รอ้ ยละ 2 หรอื ประมาณ 750,000 คน สดั สว่ นหน้สี าธารณะตอ่ จีดพี ี จากเดมิ
อยู่ท่ีร้อยละ 40 เมื่อเกิดโควิด-19 หน้ีสาธารณะก็เพ่ิมข้ึน เพราะรัฐต้องกู้เงินมาใช้ในระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันอยู่ที่
68 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ร้อยละ 54.91 ของผลติ ภณั ฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) (ข้อมลู ณ เมษายน 2564) และข้อมูลตวั เลขหน้คี รวั เรือน
กส็ ูงขน้ึ ตาม จากพฤติกรรมของคนไทย พบวา่ กว่าร้อยละ 20 เป็นการใช้สินเชอื่ สว่ นบุคคลในการทำ�ธรุ กิจ
ส่วนสถานการณ์ความเหลื่อมลํ้าในสังคมไทย พิจารณาในส่วนของผู้ที่มีรายได้มากที่สุดแตกต่างจากผู้ท่ีมี
รายไดน้ ้อยสุดกวา่ 20 เทา่ โดยมีกล่มุ คนชนช้นั กลางอยปู่ ระมาณร้อยละ 35 สะทอ้ นถงึ การกระจกุ ตัวของรายได้ใน
กลุ่มบน ขณะที่สถานการณ์ความเหล่ือมลํ้าด้านการศึกษา พบว่า คนรวยมีโอกาสเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี
ร้อยละ 65.6 สูงกว่าคนจนที่มีเพียงร้อยละ 3.8 และยังพบว่าคนในเขตเมืองพ้ืนท่ีกรุงเทพฯ มีการเข้าถึงระบบ
การศึกษาได้สูงกวา่ ในเขตชนบทหรอื นอกกรงุ เทพฯ ค่อนข้างมาก คิดเป็นชอ่ งวา่ งท่ีห่างกนั กวา่ 17.3 เทา่ (สำ�นกั งาน
สภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต,ิ 2564) จะเห็นไดช้ ัดวา่ ความเหลอ่ื มลํา้ ทางด้านเศรษฐกิจส่งผลกระทบ
ต่อความเหลื่อมลาํ้ ดา้ นการศึกษาไปดว้ ย ซง่ึ เปน็ อุปสรรคต่อการพฒั นาประเทศ
จากภาพท่ี 1 แสดงค่าสัมระสิทธ์ิจีนี (Gini coefficient) ตั้งแต่ปี 2531–2562 แสดงให้เหน็ วา่ ค่าดชั นีจีนี
มีแนวโนม้ ลดลง จากปี 2535 อยทู่ ่ี 0.54 ลดลงมาอยูท่ ่ี 0.43 ในปี 2562 การทีป่ ระเทศไทยมแี นวโน้มตัวเลขดัชนจี ีนี
มีแนวโน้มลดลงแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์การกระจายรายได้ท่ีดีข้ึน หรือความเหล่ือมลํ้าลดลง แต่อย่างไรก็ตาม
ถึงแม้ดัชนีจีนีจะลดลงแต่ความเหลื่อมลํ้าก็ยังคงมีระดับสูง และความเหล่ือมล้ําระหว่างชนชั้นทั้งด้านรายได้
ดา้ นการใช้จ่าย รวมทงั้ ปญั หาของหนี้สนิ ครวั เรอื นก็ยงั คงมอี ยู่
ทมี่ า: สำ�นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ สำ�นักนายกรฐั มนตร,ี 2564
ภาพท่ี 1 แสดง Gini Coefficient ของไทยตัง้ แต่ปี 2531–2562
การวิเคราะห์ของความเหลื่อมล้ําผ่านข้อมูลการสำ�รวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน
(SES) ต้ังแต่ปี 2531-2562 พบว่า แม้ความเหล่ือมล้ําด้านรายได้และการบริโภคในภาพรวมลดลงในช่วงที่
ผ่านมา แต่ปัจจัยหลายประการท่ีช่วยลดตัวเลขความเหล่ือมล้ําน้ันส่งผลต่อความไม่ย่ังยืนและทำ�ให้มีความ
น่ากังวลทางเศรษฐกจิ มากข้ึน (เนอื้ แพร เลก็ เฟอ่ื งฟู และคณะ, 2563) โดยมีขอ้ สังเกต 4 ประเด็น ดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ 1 ครัวเรือนสูงอายุโดยเฉพาะกลุ่มทห่ี ัวหนา้ ครอบครัว อายุ 60 ปขี ้นึ ไปนัน้ มีแนวโนม้ ทจี่ ะพง่ึ พา
เงนิ โอนมากข้นึ หากขาดรายได้จากเงนิ โอน ระดบั ความเหลอื่ มลํา้ เชิงรายได้ของกลุม่ น้ีก็จะไม่ลดลงและดว้ ยความท่ี
69REDUCED INEQUALITIES
เงินโอนส่วนใหญ่มาจากเงินช่วยเหลือจากญาติพี่น้องนอกครัวเรือนมากกว่าเงินช่วยเหลือจากรัฐ การพ่ึงพาเงินโอน
จึงเป็นเร่ืองน่ากังวล เพราะเงินช่วยเหลือนั้นมีความไม่แน่นอน และครัวเรือนรุ่นหลังมีบุตรหลานน้อยลงก็ย่ิงทำ�ให้
การพ่ึงพาทำ�ไดย้ ากลำ�บากขึ้น
ประเด็นที่ 2 พิจารณารายได้จากการทำ�งานพบว่า ความเหล่ือมลํ้าระหว่างครัวเรือนเกษตรกรรมมีระดับ
สงู ขนึ้ และความเหลอื่ มล้ําของรายได้นอกจากภาคเกษตรไดล้ ดลง เป็นเพราะการลดลงของความเหลอื่ มลํา้ ระหว่าง
รายได้ของคนทมี่ รี ะดับการศกึ ษาเดยี วกันโดยเฉพาะคนจบมัธยมศึกษาหรอื ต่ํากวา่ แตค่ วามเหลอื่ มลํ้าเชิงรายไดข้ อง
คนทม่ี ีระดับการศึกษาต่างกัน ไม่ไดล้ ดลงมากนกั
ประเด็นท่ี 3 ความเหล่ือมลํ้าด้านการบริโภคในภาพรวม มีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ํา
ด้านรายได้ แต่สำ�หรับครัวเรือนรายได้ต่ํา ค่าใช้จ่ายหลักเป็นค่าใช้จ่ายในสินค้าจำ�เป็น เช่น อาหารและท่ีอยู่อาศัย
ซ่ึงหมายความว่าครัวเรือนรายได้ตํ่ามีความเปราะบางสูงหากสูญเสียรายได้ ต้องกู้ยืมหรือลดการบริโภคสินค้าที่
จำ�เปน็ ลง
ประเด็นท่ี 4 การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบครัวเรือนไทยแบบกระจุก อัตราการว่างงานที่เพิ่มข้ึน
และชั่วโมงการทำ�งานที่ลดลงพบมากในกลุ่มแรงงานที่อยู่ในกิจการท่ีถูกสั่งปิดช่ัวคราว ซ่ึงมักเป็นแรงงานนอก
ภาคการเกษตรทมี่ ีรายได้ตา่ํ แตค่ รัวเรอื นรายได้สูงที่ไมไ่ ด้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครฐั มากนัก ยังสามารถ
ประหยัดรายจ่ายได้มากข้ึนในชว่ งการออกมาตราการของภาครัฐนี้ เพราะมเี งินเหลอื เกบ็ จากบริการตา่ ง ๆ ท่ลี ดลงไป
เช่น ทอ่ งเท่ียว เป็นต้น
2. ความเหลอื่ มลํา้ ของรายไดข้ องครวั เรอื นไทย
การวิเคราะหค์ วามเหล่ือมลํ้าทางด้านรายได้โดยการแบง่ ระดับรายไดเ้ ป็น 5 กลมุ่ (Quintile by income)
กลุ่มละรอ้ ยละ 20 ของประชากรท้ังหมด พบว่า สดั ส่วนรายไดข้ องประชากรกลุ่มที่ 1 คอื กลุ่มคนท่ีจนทสี่ ุดมสี ัดสว่ น
รายไดเ้ ฉลยี่ ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 5 และประชากรกลมุ่ ที่ 4 กม็ สี ดั สว่ นรายไดเ้ ฉลย่ี ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 21 แตก่ ลมุ่ ประชากรทม่ี รี าย
ได้มากท่ีสดุ หรือรวยท่สี ุด คอื กลมุ่ ท่ี 5 มสี ดั สว่ นรายได้เฉล่ยี ถึงร้อยละ 55 ของรายได้ทัง้ หมดของประชากร ดังภาพท่ี
2 แสดงให้เห็นถึงรายได้สว่ นใหญ่ของประชากรมากกวา่ คร่งึ อยูใ่ นมอื ของกล่มุ คนทีร่ วยทีส่ ุดทีค่ ดิ เปน็ ร้อยละ (ภาพ
ท3ี่ ) พบวา่ ประชากรกลมุ่ ท่ี 5 หรอื กลมุ่ ประชากรทร่ี วยทสี่ ดุ นน้ั มอี ตั ราการเพม่ิ ขน้ึ ของรายไดเ้ ฉลยี่ ตอ่ เดอื นตอ่ คนทสี่ งู
ข้ึนมากในทุก ๆ ปี กล่าวคือ มรี ะยะห่างจากกลมุ่ ประชากรอกี 4 กลมุ่ ทเี่ หลือมากขน้ึ หากเป็นมีแนวโนม้ แบบนีต้ อ่ ไป
ในอนาคตกลมุ่ ประชากรทร่ี วยทสี่ ดุ นก้ี ม็ โี อกาสทจ่ี ะสามารถดงึ เอาสดั สว่ นรายไดข้ องประชากรกลมุ่ อน่ื ๆ มาอยใู่ นมอื
ได้เพ่ิมมากขึ้น สง่ ผลให้การกระจายรายไดแ้ ย่ลงและเพมิ่ ความเหล่ือมลํ้าให้มากขึน้ (สำ�นักงานสถติ แิ ห่งชาติ, 2563)
70 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ภาพท่ี 2 แสดงสดั สว่ นรายได้ของประชากรจำ�แนก ภาพที่ 3 แสดงรายไดเ้ ฉลี่ยตอ่ คนต่อเดอื น จำ�แนก
ตามระดบั รายได้ (Quintile by income) ตามระดับรายได้ (Quintile by income)
ของกล่มุ ประชากร ของกลุ่มประชากร
ทม่ี า : ขอ้ มูลจากการสำ�รวจภาวะเศรษฐกจิ และสังคมของครวั เรือน สำ�นกั งานสถติ แิ หง่ ชาต,ิ 2563.
3. ความเหลอื่ มล้าํ ของความมงั่ คัง่ /ทรพั ย์สินของครัวเรอื นไทย
ความเหล่ือมลํ้าด้านความม่ังค่ังสามารถสะท้อนได้จากการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในหลายรูปแบบหรือ
สนิ ทรัพยใ์ นหลากหลายประเภท ไมว่ ่าจะเปน็ บ้าน ท่ดี นิ สินทรพั ยท์ างการเงนิ เครื่องประดบั ฯลฯ ในปี 2562 ความ
เหลอ่ื มลา้ํ ในการถอื ครองทรพั ยส์ นิ ของประเทศไทย วดั จากคา่ สมั ประสทิ ธคิ์ วามไมเ่ สมอภาคของการถอื ครองทรพั ยส์ นิ
อยู่ท่ี 0.6207 มีค่าคงทเ่ี ม่อื เปรียบเทียบกบั ปี 2560 เม่อื เปรียบเทียบกบั ความเหลื่อมลาํ้ ด้านรายได้จะพบว่า ระดับ
ความเหลอ่ื มลํ้าในการถอื ครองทรพั ย์สินของไทยมีค่าสงู กว่าความเหลือ่ มล้ําทางดา้ นรายไดม้ าโดยตลอด โดยเฉพาะในปี
2562 ทค่ี วามเหลอ่ื ลา้ํ ทางดา้ นรายไดป้ รบั ตวั ลดลงมาอยทู่ ่ี 0.4301 จาก 0.4528 ในปี 2560 (ภาพที่ 6) เมอ่ื วเิ คราะห์
โดยละเอียดโดยจําแนกประชากรเป็น 10 กลุ่มรายได้ (decile by income) และแสดงการกระจายการถือครอง
ทรัพย์สินรวม และทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ พบว่า ในปี 2562 มูลค่าทรัพย์สินรวมเฉลี่ยของประชากรร้อยละ 10
ที่มีรายได้สูงที่สุด (decile 10) อยู่ที่ 1,892,995 บาท ลดลงจาก 1,901,056 บาท ในปี 2560 ในขณะท่ีมูลค่า
ทรัพย์สินรวมเฉล่ียของ ประชากรร้อยละ 10 ที่มีรายได้ต่ําสุด (decile 1) อยู่ท่ี 278,137 บาท เพิ่มข้ึนจาก
273,581 บาท ในปี 2560 ซงึ่ เพม่ิ ขนึ้ เพยี งเลก็ น้อย นอกจากน้ี หากพจิ ารณาส่วนแบ่งมูลค่าทรัพยส์ ินรวมจะเหน็ ได้ว่า
กลุ่มรายได้สูงท่ีสุด (decile 10) ยังคงมีส่วนแบ่งมูลค่าทรัพย์สินระดับสูงท่ีร้อยละ 31.30 ของทรัพย์สินรวมทั้ง
ประเทศในปี 2562 แมว้ ่าจะปรบั ตวั ลดลงจากร้อยละ 31.50 ปี 2560 ก็ตาม ขณะท่ีกลุ่มท่ีรายได้ตา่ํ สดุ (decile 1)
มีส่วนแบง่ มลู คา่ ทรัพยส์ นิ รวมเพียงรอ้ ยละ 4.60 ในปี 2562 เพิม่ ข้นึ จากร้อยละ 4.53 ในปี 2560 (ภาพที่ 4) หาก
เปรยี บเทยี บการถอื ครองทรพั ยส์ นิ กลมุ่ ทร่ี วยทส่ี ดุ รอ้ ยละ 1 (p99) กบั กลมุ่ ทจี่ นทสี่ ดุ รอ้ ยละ 10 (p10) มคี วามตา่ งกนั
ถึง 214 เทา่ (ภาพที่ 5)
71REDUCED INEQUALITIES
ที่มา: สำ�นกั งานสภาพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาต,ิ 2563.
ภาพท่ี 4 สัดส่วนการถอื ครองทรัพย์สนิ รวม จำ�แนกตามกล่มุ รายได้ (Decile group) ปี พ.ศ. 2556–2562
ทมี่ า: ข้อมลู SES 2562 สำ�นักงานสถิติแห่งชาติ ท่มี า: สำ�นกั งานสภาพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ 2563
ภาพท่ี 5 ความเหลือ่ มล้ําของทรพั ย์สนิ ภาพท่ี 6 ค่าสมั ประสทิ ธิความไมเ่ สมอภาคด้านรายไดแ้ ละ
ของครวั เรอื นไทย ปี 2562 การถือครองทรพั ย์สิน ปี 2556-2562
4. สถานการณค์ ่าใชจ้ ่ายของครวั เรอื น ปี 2563
การเปรียบเทียบการใชจายของครัวเรือนกลุมตาง ๆ ในป 2562 และ ป 2563 เม่ือแบงครัวเรือน
ท่ัวประเทศออกเป็น 5 กลุม เทา ๆ กัน โดยเรียงลำ�ดับครัวเรือนตามคาใชจ่ายอุปโภค บริโภคตอคนตอเดือน
จากนอยไปมาก (กลุมท่ี 1 คาใชจายตํ่าสุด และกลุมท่ี 5 คาใชจายสูงสุด) (ภาพที่ 7) จากผลการสำ�รวจ
ในป 2563 พบว่า ความเหลื่อมล้ําในดานคาใชจายเพ่ือการอุปโภคบริโภคของกลุมคนท่ีมีค่าใช้จายสูงสุด
(กลุมที่ 5 กลุมคนรวย) มีส่วนแบงของการใชจายลดลงจากป 2562 ร้อยละ 0.8 สวนกลุ่มคนท่ีมีคาใชจายตํ่าสุด
(กลุมท่ี 1 กลุมคนจน) มีสวนแบงของการใชจ่ายลดลงรอยละ 0.4 ในขณะกลุมท่ีมีการใชจายปานกลาง
(กลุมที่ 3 และกลุมท่ี 4) มสี ว นแบงของการใชจ ่ายเพิม่ ข้นึ จากป 2562 รอยละ 0.5 และ 0.6 ตามลำ�ดบั
ผลการวเิ คราะหจากคาสมั ประสทิ ธข องความไมเสมอภาคดานการใชจา ย (Gini Coefficient) ในป 2562
และ ป 2563 พบวา ความไมเสมอภาคระหวางกลุม คนรวย และกลุมคนจนลดลง จาก 0.224 เปน 0.222 หรอื อาจ
กลาวไดวาในป 2563 ความเหล่ือมลํ้าระหว่างคนรวยและคนจนลดลงจาก ป 2562 เล็กนอย โดยค่าใชจาย
อุปโภคบริโภคตอคนตอเดือนเฉล่ีย โดยเพ่ิมขึ้นในกลุ่มที่ 2-5 สวนครัวเรือนท่ีมีคาใชจายต่ําสุด (กลุมคนจน)
มีคาใชจายตอคนต่อเดือน ลดลงจาก 2,754 บาท ในป 2562 เปน 2,728 บาท ในป 2563 และจะเห็นว่ากลุ่ม
คนรวยสดุ กับกลมุ่ คนจนสุดมคี ่าใช้จ่ายท่แี ตกต่างกันถึง 5.84 เท่าในปี 2563 (สำ�นกั งานสถติ แิ หง่ ชาต,ิ 2563)
72 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ที่มา: สำ�นักงานสภาพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ 2563
ภาพท่ี 7 ส่วนแบง่ ของคา่ ใช้จ่ายอุปโภคบริโภคตอ่ คนต่อเดอื นโดยจำ�แนกครัวเรอื นเปน็ 5 กลมุ่
เปรยี บเทยี บปี 2562
5. สถานการณ์การออมของครวั เรือนไทย
จากโครงการสำ�รวจพฤติกรรมการออมของ สำ�นักงานสถิติแห่งชาติ (2563) ในการสำ�รวจปี 2563 พบวา่
ครัวเรือนที่มีการออมเงินมีสูงถึงร้อยละ 74.1 ส่วนครัวเรือนที่ไม่มีเงินออมมีเพียงร้อยละ 25.9 การออมของครัว
เรือนในช่วงปี 2559-2563 มีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน โดยปี 2559 อัตราการออมร้อยละ 66.7 เพ่ิมข้ึนเป็น 74.1 ในปี
2563 ซึ่งเพ่ิมขึ้นร้อยละ 7.4 โดยวัตถุประสงค์หลักของการเก็บออมเพื่อใช้จ่ายในยามชรา หรือเกษียณอายุร้อยละ
42.8 เพ่ือใช้จ่ายยามฉุกเฉิน/เจ็บป่วยร้อยละ 33.8 เพ่ือใช้จ่ายเมื่อเว้นว่างจากฤดูกาลเก็บเก่ียว/ทำ�การเกษตร/
ทำ�ธุรกิจ การศกึ ษารอ้ ยละ 15.3 ออมเพอื่ ซ้อื บา้ น/ทอ่ี ยูอ่ าศัยร้อยละ 3.9 เพือ่ ยานพาหนะร้อยละ 3.4 และอน่ื ๆ
คือเป็นมรดกร้อยละ 0.5 และค้ําประกันเงินกู้ร้อยละ 0.3 ลักษณะการออมของครัวเรือนไทยส่วนใหญ่จะเก็บใน
รปู แบบของเงนิ สด รองลงมาเป็นการฝากเงินในธนาคารในบัญชที ีเ่ ปิดไวส้ ำ�หรบั ออมเงินโดยเฉพาะ และฝากสหกรณ์
ออมทรัพย์ และฝากในรปู การลงทนุ ในสกลุ เงนิ ดจิ ทิ ัล (ร้อยละ 0.2) หากครัวเรอื นต้องหยดุ ทำ�งานกะทนั หันโดยไมม่ ี
กำ�หนด ระยะเวลาส่วนมากท่ีครัวเรือนสามารถนำ�เงินออมมาใช้ดำ�รงชีพได้น้อยกว่า 1 ปี คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดคือ
รอ้ ยละ 54.1 รองลงมาตง้ั แต่ 1-5 ปีร้อยละ 10.5 ต้ังแต่ 6–10 ปี รอ้ ยละ 2.3 ตั้งแต่ 11–20 ปรี อ้ ยละ 0.4 และตาํ่ สุด
คือต้ังแต่ 21 ปีเป็นต้นไปร้อยละ 0.1 จากผลการสำ�รวจดังกล่าว พบว่าครัวเรือนไทยมีการเก็บออม แต่ใช้เงิน
ที่เก็บออมไดใ้ นระยะเวลาอนั สั้นเทา่ นัน้ ซง่ึ อาจส่งผลกระทบกบั การดำ�รงชพี ในอนาคตหากครัวเรอื นหยดุ การทำ�งาน
หรอื ตกงาน สว่ นครัวเรือนทีไ่ มท่ ราบ/ไม่แน่ใจ ระยะเวลาท่ีสามารถนำ�เงนิ ออมมาใช้ดำ�รงชพี มีร้อยละ 32.6
73REDUCED INEQUALITIES
6. ชนช้นั และความแตกตา่ งของทรัพยส์ นิ และรายได ้
การจำ�แนกชนชน้ั (Social class) สะทอ้ นวถิ ชี วี ติ อาชพี และสถานะทางเศรษฐกจิ และสงั คม สำ�นกั งานสถติ ิ
แหง่ ชาติ (Socio-economic class) ไดจ้ ำ�แนกครัวเรือนเปน็ หลายกลุ่ม คณะวิจยั จึงนำ�มาจดั กลุ่มใหม่เป็นกลุม่ ชนชั้น 6 กลุ่ม
คือ เกษตรกร (เป็นเจา้ ของปัจจัยการผลติ ทีด่ นิ และแรงงาน) เกษตรกรผเู้ ชา่ (เจา้ ของปจั จยั แรงงาน) ผปู้ ระกอบการ
(เปน็ กลมุ่ ผมู้ ที นุ ทรพั ย)์ นกั วชิ าชพี (มกี ารสะสมทนุ มนษุ ยใ์ นตวั สงู ) แรงงานทวั่ ไป และกลมุ่ ทขี่ ณะนไ้ี มท่ ำ�งาน (ผวู้ า่ งงาน
โดยสมคั รใจและไมส่ มคั รใจ เชน่ ผเู้ กษยี ณอาย)ุ และนำ�มาวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บขา้ มกลมุ่ /ภายในกลมุ่ (สวุ มิ ล เฮงพฒั นา
และคณะ, 2562) จากข้อมูลการสำ�รวจภาวะเศรษฐกจิ และสงั คมของครวั เรือน (SES) ปี 2560 วิเคราะหด์ า้ นรายได้
พบวา่ รายไดค้ รวั เรอื นเฉลย่ี 25,813 บาท โดยมขี อ้ สงั เกตวา่ รายไดเ้ ฉลย่ี ของชนชนั้ แตกตา่ งกนั คอ่ นขา้ งมาก ครวั เรอื น
เกษตรกรผูเ้ ชา่ มีรายไดเ้ พยี ง 17,931 บาทตอ่ เดอื น และกลมุ่ ครัวเรอื นท่ไี ม่ได้ทำ�งานมีรายไดเ้ ฉลย่ี 19,514 บาทต่อ
เดือน ถอื เปน็ ชนชนั้ ทีร่ ายไดน้ อ้ ย นอกจากน้นั พบวา่ กลมุ่ อาชีพผปู้ ระกอบการมีรายไดเ้ ฉลี่ยตอ่ ครัวเรอื น 63,830 บาท
ตอ่ เดือน ตลอดจนมที รัพย์สนิ สงู ท่สี ดุ รองลงมาคือ นกั วชิ าชีพทีม่ ีรายได้เฉลีย่ ครัวเรอื น 53,680 บาท และมสี ินทรัพย์
รองลงมา กลุ่มเกษตรกรผู้เช่า มีรายได้ต่อหัวตํ่าท่ีสุดคือ 6,461 บาทต่อเดือน ซ่ึงน้อยกว่าทุกกลุ่มอาชีพ ส่วนกลุ่ม
ผปู้ ระกอบการมีรายได้ตอ่ หวั สงู ท่ีสดุ อยู่ที่ 22,806 บาท รายไดต้ อ่ หัวของเกษตรกรผู้เช่านอ้ ยกวา่ ของผปู้ ระกอบการ
ถึง 3.5 เท่า ในขณะที่รายได้ต่อหัวเฉลี่ยของคนไทยคือ 10,490 บาทต่อเดือน มีชนชั้นในสังคมเพียงสองกลุ่มคือ
กลุ่มผูป้ ระกอบการและกลมุ่ นักวิชาชพี ท่มี ีรายไดต้ ่อหัวสูงกวา่ คา่ เฉลยี่ ซ่งึ มสี ดั สว่ นเพียงรอ้ ยละ 15 ของกลมุ่ ตวั อย่าง
7. สถานการณ์ความยากจนในประเทศไทย
สถานการณ์ความยากจนในปี 2562 ปรับตัวในทิศทางท่ีดีขึ้น โดยสัดส่วนคนจนลดลงจากร้อยละ 9.85
ในปี 2561 เหลือรอ้ ยละ 6.24 ในปี 2562 หรือมคี นจนจาํ นวน 4.3 ล้านคน ลดลงจาก 6.7 ล้านคน ในปี 2561
(ภาพท่ี 8) ซึ่ง ลดลงเม่ือเทียบกับ 1.85 ล้านครัวเรือน หรือร้อยละ 7.64 ในปี 2561 (สำ�นักงานสภาพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2563) ส่วนสถานการณ์ความยากจนในระดับจังหวัด ในปี 2562 พบว่า ปัญหา
ความยากจนลดลงเกือบทุกจังหวัด ยกเว้น 9 จังหวัดที่มีสัดส่วนคนยากจนเพิ่มข้ึน ซ่ึงล้วนเป็นจังหวัดท่ีมีสัดส่วน
คนจนอยู่ในระดับตํ่า ขณะท่ีจังหวัดท่ีมีสัดส่วนคนจนสูงสุด 10 อันดับ พบว่า สัดส่วนคนจนปรับลดลงมาก และ
จังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวของประชากรตํ่า (gpp per capita) เป็นจังหวัดท่ีมีความยากจนสูง ดังน้ัน หากยกระดับ
เศรษฐกิจใหก้ บั จงั หวัดทมี่ ีรายไดต้ อ่ หวั ตํ่า ก็จะช่วยแกป้ ญั หาความยากจนให้กับจงั หวัดนั้นไดเ้ ปน็ อยา่ งมาก
ท่มี า: สำ�นักงานสภาพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ 2563
ภาพท่ี 8 เส้นความยากจน สัดสว่ นคนจน และจำ�นวนคนจน ปี 2531-2562
74 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ความยากจนในมิติอื่นที่ไม่ใช่รายได้ หรือความยากจนหลายมิติในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง โดยค่า ดัชนี
ความยากจนหลายมิติของปี 2562 มีค่าเท่ากับ 0.051 มีสัดส่วนของคนจนหลายมิติ คิดเป็นร้อยละ 13.4 ของ
ประชากรทั้งหมด (จํานวนคนยากจนหลายมิติ ประมาณ 9.3 ล้านคน) โดยคนจนมีค่าความขัดสนเฉลี่ยท่ีร้อยละ
38.0 เมื่อจําแนกเป็นรายมิติ พบว่า มิติด้านความเป็นอยู่เป็นปัญหามากท่ีสุด รองลงมา ได้แก่ มิติความมั่นคง
ทางการเงิน การใช้ชีวิตในแบบท่ีดีต่อสุขภาพและการศึกษา ซึ่งหากพิจารณารายตัวชี้วัด พบว่า ตัวช้ีวัดที่ส่งผล
ต่อความยากจนหลายมิติมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ การขาดบําเหน็จ/บํานาญ การกําจัดขยะท่ีไม่เหมาะสม
และการเขา้ ไมถ่ ึงอินเทอร์เนต็ ตามลาํ ดับ (สำ�นักงานสภาพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาต,ิ 2563)
เม่ือพิจารณาคนยากจนท้ังท่ีเป็นตัวเงินและที่ไม่เป็นตัวเงินร่วมกัน พบว่า ประเทศไทยจะมีคนจน รวมกัน
11.1 ล้านคน ในปี 2562 ลดลงจาก 13.8 ล้านคนในปี 2560 และหากแบ่งกลุม่ คนยากจนออกเป็น 3 กลุ่ม กล่าวคอื
1) กลุ่มคนจนด้านตัวเงินเพียงอย่างเดียว 2) กลุ่มคนยากจนด้านตัวเงินและคนยากจนหลายมิติ และ 3) กลุ่มคน
ยากจนหลายมิติเพียงอย่างเดียว พบว่า ปี 2562 คนยากจนด้านตัวเงินเพียงอย่างเดียวมี จํานวน 1.8 ล้านคน
คนยากจนหลายมิติเพียงอย่างเดียวมีจํานวน 6.8 ล้านคน และคนยากจนท้ังทางด้านตัวเงินและหลายมิติจํานวน
2.5 ลา้ นคน ซึง่ คนยากจนกลมุ่ น้ี เป็นกลมุ่ คนทีต่ อ้ งใหค้ วามสําคัญมากท่ีสุด เพราะนอกจากมรี ายได้ไม่เพยี งพอแล้ว
ยงั มคี วามขดั สนในด้านตา่ ง ๆ ทมี่ ผี ลต่อคุณภาพชวี ิตอกี ดว้ ย โดยกลุ่มคนเหล่านี้ กว่ารอ้ ยละ 33.5 เป็นกลุ่มผสู้ ูงอายุ
และเด็ก และส่วนใหญร่ ้อยละ 63.7 เป็นผทู้ อี่ าศยั อยเู่ ขตชนบท
8. โครงสร้างเศรษฐกจิ จงั หวัด
จากรายงานวิจยั ของศาสตราจารย์ ดร. ดิเรก ปทั มสริ วิ ัฒน์ และคณะ (2564) ในการศกึ ษาการเจรญิ เตบิ โต
ของเศรษฐกิจจังหวัดในประเทศไทยและความเหลื่อมลํ้าระหว่างจังหวัด โดยใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว
(GPP per capita) ค่าเฉล่ีย ปี 2558-2560 ในการเปรยี บเทยี บ พบวา่ ภมู ิภาคทม่ี ี GPP per capita สูงท่ีสุดคอื
ภาคตะวันออกและกรงุ เทพและปรมิ ณฑลซง่ึ มี GPP per capita เกนิ กว่า 3 แสนบาทต่อคน ทง้ั สองภาคมีสดั สว่ น
ของอุตสาหกรรมสูงมากกว่าร้อยละ 40 ของ GPP เปรียบเทียบกบั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคเหนือท่มี ี GPP
per capita มูลคา่ น้อยกว่า 1 แสนบาทต่อคน ภาคใต้จะเปน็ ภาคท่ีมสี ัดสว่ นของเกษตรกรรมสูงท่ีสุด รองลงมาคือ
ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามลำ�ดับ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีสัดส่วนในภาคบริการสูงที่สุด
มากกวา่ ร้อยละ 61 ของ GPP รองลงมาคอื ภาคใต้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนอื และภาคตะวันตก
ซ่ึงมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของ GPP หากพิจารณาสถิติการจัดเก็บภาษีต่อหัวเป็นรายภูมิภาคในช่วงปี
พ.ศ. 2557-2560 เปรยี บเทยี บกบั ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมจงั หวดั และโครงสรา้ งการผลติ ของแตล่ ะจงั หวดั พบวา่ ก) รายได้
ภาษีตอ่ หวั ของกรุงเทพและปริมณฑลสงู ทส่ี ุด 37,279 บาทตอ่ คน รองลงมาคือภาคตะวันออก 27,711 บาทตอ่ คน
ส่วนภมู ภิ าคทมี่ กี ารจัดเก็บภาษตี ่อคนตาํ่ ได้แก่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือและภาคเหนอื โดยคา่ สถิตเิ ทา่ กบั 1,967
และ 2,361 บาทตอ่ คนตามลำ�ดบั ข) โครงสรา้ งเศรษฐกิจอาจจะเปน็ ปจั จยั หนึ่งทส่ี ่งผลต่อความสามารถจัดเก็บภาษี
โดยสังเกตวา่ ในพนื้ ทกี่ รงุ เทพและปรมิ ณฑล และภาคตะวนั ออกมีสัดส่วนการผลติ ภาคอุตสาหกรรมคอ่ นข้างสูง
ในช่วงปี พ.ศ. 2541-2560 ภาษีที่จัดเก็บโดยกรมสรรพากรขยายตัวในอัตราร้อยละ 7.2 ต่อปี ซ่ึงสูงกว่า
อัตราการเติบโตของ GPP ที่ขยายตัวร้อยละ 6.5 ต่อปี สะท้อนพัฒนาการของการขยายฐานภาษี (หมายเหตุ
การเปลีย่ นแปลงอตั ราภาษีมนี อ้ ย) จากภาษี 4 ประเภท ไดแ้ ก่ ภาษีเงนิ ไดน้ ติ บิ คุ คล ภาษีมลู ค่าเพิ่ม ภาษีเงินไดบ้ ุคคล
ธรรมดา และภาษธี รุ กจิ เฉพาะ ในสว่ นของการกระจกุ ตวั ของภาษตี อ่ หวั และวดั ความเหลอ่ื มลาํ้ ผลการศกึ ษายนื ยนั วา่
ค่าความยดื หยนุ่ ของภาษขี องกรมสรรพากรต่อ GPP เทา่ กบั 1.2 การวดั การกระจกุ ตวั ของภาษีโดยใชด้ ัชนจี นิ ี พบว่า
มีคา่ เทา่ กบั 0.7 ซึ่งถือวา่ สงู มาก สาเหตเุ ปน็ เพราะ (ก) จากการกระจุกตวั ของสถานประกอบการในภมู ภิ าคหรือบาง
75REDUCED INEQUALITIES
จงั หวดั สะทอ้ นความจำ�เปน็ ตอ้ งเรง่ รดั นโยบายการกระจายความเจรญิ ใหท้ วั่ ถงึ ทกุ ภาค (ข) การทก่ี รมสรรพากรอนญุ าต
ใหห้ นว่ ยธรุ กจิ ซงึ่ มสี าขาในตา่ งจงั หวดั สามารถรวมจา่ ยหรอื แยกจา่ ยภาษตี ามสาขาทส่ี งั กดั ผลลพั ธค์ อื เกดิ ภาพลวงตา
วา่ กรงุ เทพมหานครเป็นแหล่งจดั เกบ็ ภาษีของกรมสรรพากรสงู สดุ รอ้ ยละ ของภาษที จี่ ดั เกบ็ โดยกรมสรรพากร
9. ความเหล่ือมลํ้าของการคลังทอ้ งถน่ิ
จากการกระจายอำ�นาจทางการคลงั ของรฐั สทู้ อ้ งถนิ่ โดยมกี ารกำ�หนดรายไดแ้ ละความรบั ผดิ ชอบดา้ นรายจา่ ย
จากรฐั สว่ นกลางสทู่ อ้ งถน่ิ โดยทอ้ งถน่ิ มแี หลง่ รายไดส้ ำ�คญั 3 แหลง่ คอื ก) ทอ้ งถนิ่ จดั เกบ็ เองจากภาษที อ้ งถนิ่ (Local
Taxes) ข) ภาษแี บง่ (Shared Tax) และ ค) เงนิ อดุ หนนุ (Intergovernmental Transfers) ซงึ่ เงนิ อดุ หนนุ มวี ตั ถปุ ระสงค์
หลกั ในการลดความเหลอ่ื มลา้ํ หรอื การสรา้ งความเทา่ เทยี มกนั และการรกั ษาคณุ ภาพการจดั บรกิ ารสาธารณะในระดบั
มาตรฐานเดยี วกนั ทวั่ ประเทศ หากทอ้ งถน่ิ ใดขาดศกั ยภาพทางการคลงั เพอื่ จดั บรกิ ารสาธารณะ หรอื เผชญิ กบั ผลกระทบ
ภายนอก (Externalities) ของบรกิ ารสาธารณะหรอื ความไมเ่ สมอภาคทางเศรษฐกจิ ในระดบั ภมู ภิ าค จำ�เปน็ ตอ้ งอาศยั
เงินอดุ หนนุ เขา้ มาแก้ปัญหา ดังนนั้ เงนิ อุดหนุนมบี ทบาทสำ�คญั มากในการสร้างความเสมอภาคทางการคลัง ซ่งึ มหี ลกั ใน
การจัดสรรคือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรวยหรือมีรายได้เพียงพอในการจัดบริการสาธารณะของตนต้องได้รับ
การจดั สรรเงนิ อุดหนุนที่น้อยกว่าองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นที่จนหรือมศี ักยภาพทางการคลังตํ่าแตม่ ีภาระทางการคลงั
หรือความตอ้ งการบริการสาธารณะมากจนไม่สามารถจดั บริการสาธารณะทเี่ พียงพอได้ (ดเิ รก ปทั มสริ วิ ัฒน์, 2564)
จากการใช้ข้อมูลรายได้ของท้องถิ่น 77 จังหวัด จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปี 2559 พบว่า กรุงเทพฯ
และปริมณฑลมีรายได้จัดเก็บเองและรายได้จากภาษีแบ่งเฉลี่ยสูงสุดเนื่องจากเป็นเขตพื้นท่ีเศรษฐกิจที่สำ�คัญของ
ประเทศ ในขณะท่ีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคท่ีมีฐานเศรษฐกิจของจังหวัดต่ําทำ�ให้ความสามารถใน
การจดั เกบ็ รายไดม้ นี อ้ ย ภาคตะวนั ออกเปน็ ภาคทม่ี รี ายไดภ้ าษที จี่ ดั เกบ็ เองรองจากกรงุ เทพฯและปรมิ ณฑล แตไ่ ดร้ บั
การจัดสรรเงินอุดหนุนมากท่ีสุดซ่ึงการจัดสรรเงินอุดหนุนดังกล่าวมิได้เป็นไปเพ่ือการลดความเหลื่อมลํ้าในระดับ
ภูมิภาค (ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์, 2564) ภาพที่ 9 แสดงการกระจุกตัวของรายได้ของท้องถ่ินต่อหัวด้วยเส้นลอเรนซ์
จะเห็นว่า รายได้ท่ีท้องถ่ินจัดเก็บเองต่อหัวมีความเหล่ือมลํ้าสูงที่สุด ในขณะท่ีรายได้จากเงินอุดหนุนต่อหัวมีความ
เหลื่อมล้ําน้อยท่ีสุด (ใกล้เคียงเส้น 45 องศามากที่สุด) และจากการคำ�นวณค่าสัมประสิทธิ์จีนี่ (Gini Coefficient)
โดยจำ�แนกตามประเภทของรายได้พบวา่ รายไดจ้ ัดเกบ็ เองตอ่ หวั มคี ่าค่าสมั ประสิทธิจ์ ีน่ี มากทสี่ ุด (0.413) รองลงมา
คือภาษีแบ่งต่อหวั (0.173) และนอ้ ยทส่ี ุดคอื เงนิ อุดหนนุ ต่อหวั (0.117)
76 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ภาพที่ 9 ค่าดัชนคี วามเหล่ือมล้าํ จำ�แนกตามประเภทของรายได้ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
ปงี บประมาณ 2559 capr1 = รายไดจ้ ัดเกบ็ เองตอ่ หัว capr2 = รายได้จากภาษีแบง่ ต่อหัว
capr3 = รายไดจ้ ากเงินอุดหนุนตอ่ หวั
10. ความเหล่ือมลา้ํ การเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกจิ และระดับความสุข
(Inequality, Economic Growth, and Happiness)
การเปรียบเทียบความเหล่ือมลํ้าระหว่างประเทศ อาจอธิบายได้จากดัชนีหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น
ดัชนีวดั ระดับความสขุ (Happiness Index) จากข้อมลู พบวา่ คนรวยมักจะมีความสขุ มากกว่าคนจนโดยเฉลยี่ และ
ประเทศที่รํ่ารวยกว่าก็มีความสุขมากกว่าประเทศที่ยากจนกว่าแต่ความม่ังค่ังของชาติท่ีเพ่ิมขึ้นไม่ได้มาพร้อมกับ
ความสุขของชาติท่ีเติบโตขึ้นเสมอไป Richard Easterlin นักเศรษฐศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตจากการขยายตัวทาง
เศรษฐกจิ ของสหรัฐอเมรกิ าระหว่างปี พ.ศ. 2489 ถึง พ.ศ. 2513 หลงั สงครามอเมรกิ า แตค่ วามสขุ ของคนอเมริกนั
กลับไม่เพิม่ ขนึ้ ตาม จนกลายเปน็ Easterlin Paradox ซ่ึงหมายความว่า การเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ ของประเทศ
นนั้ เพ่ิมขน้ึ ไมไ่ ดห้ มายความว่าความสุขของคนในประเทศจะเพิม่ ขนึ้ เสมอไป เพราะเมื่อเศรษฐกจิ เตบิ โต การเติบโต
นัน้ มักจะทำ�ให้การกระจายทรพั ยากรไมเ่ ท่าเทียมกัน คนทร่ี วยกจ็ ะมรี ายได้ตอ่ หัวเพิ่มข้ึน ความเหลือ่ มลา้ํ ก็จะมากขึน้
งานวจิ ยั ของ Selin Kesebir และ Shigehiro Oishi (2016) ทีไ่ ดท้ ดสอบ Easterlin Paradox โดยใชข้ อ้ มูล
รายไดต้ ่อหวั ความไมเ่ ทา่ เทยี มกันของรายได้ และระดับความสขุ จาก 34 ประเทศ แบง่ ข้อมูลเปน็ สองชดุ ชดุ แรก
ประกอบด้วย 16 ประเทศทพี่ ัฒนาแล้ว เช่น ฝรง่ั เศส ฟนิ แลนด์ สเปน และญี่ปุ่น พบวา่ เมอื่ ความไม่เทา่ เทยี มกนั
ของรายได้ในประเทศเหล่านี้ตํ่า การเพ่ิมขึ้นของ GDP ต่อหัวโดยเฉล่ียจะสัมพันธ์กับกับความพึงพอใจในชีวิตที่
เพิ่มขึ้น แต่เมื่อความไม่เท่าเทียมกันของรายได้สูง การเพ่ิมขึ้นของ GDP ต่อหัวแทบไม่มีความสัมพันธ์กับความ
พึงพอใจในชีวิตเลย แต่เมื่อควบคุมผลกระทบของความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ตามวิธีทางสถิติแล้ว การเติบโต
ทางเศรษฐกิจจะสัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิตท่ีเพิ่มข้ึน ข้อมูลชุดท่ีสองนำ�มาจาก Latino barometer ซึ่งเป็น
การสำ�รวจท่คี รอบคลุมใน 18 ประเทศในละตนิ อเมริกา เชน่ อาร์เจนตินา บราซิล และโคลอมเบีย ซึ่งพบวา่ ระดับ
77REDUCED INEQUALITIES
ของความไมเ่ ทา่ เทยี มกนั สามารถอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ และความสขุ ได ้ แตก่ ารเตบิ โต
ทางเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กับผลกระทบด้านลบต่อความสุขโดยรวม ถึงแม้ว่าความไม่เท่าเทียมกันจะตํ่า แต่การ
เพ่ิมขึ้นของ GDP ต่อหัวก็สัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิตที่ลดลงเล็กน้อย แต่skdความไม่เท่าเทียมของรายได้สูง
ก็จะทำ�ให้ความพึงพอใจในชีวิตลดลงมากข้ึน กล่าวอีกนัยหน่ึง การเติบโตของรายได้โดยเฉล่ียส่งผลด้านลบต่อความสุข
ในประเทศเหล่านี้ในช่วงท่ีทำ�การศึกษา จากข้อมูลของทั้งสองกลุ่มประเทศ ช้ีให้เห็นว่า ความไม่เท่าเทียมกันของ
รายได้มีความสัมพันธ์ทางลบต่อระดับความสุข และความไม่เท่าเทียมกันลดผลกระทบเชิงบวกของการพัฒนา
เศรษฐกิจต่อความสุข สำ�หรับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการเติบโตของรายได้และ
ความสุขหายไปพร้อมกับความไม่เท่าเทียมท่ีเพิ่มข้ึน ส่วนประเทศในละตินอเมริกา ความสัมพันธ์เชิงลบระหว่าง
การเติบโตของรายได้และความสุขนั้นเพิ่มขึ้นจากความไม่เท่าเทียมกันท่ีเพ่ิมขึ้น ดังน้ัน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการเติบโต
ทางเศรษฐกิจจะทำ�ให้คนท่ีมีความสุขมากขึ้น แต่skdการกระจายความมั่งคั่งของชาติให้มีการกระจายอย่างทั่งถึง
ก็จะเป็นการยกระดบั ความสขุ ของคนในประเทศได ้
ในการจดั ระดบั ความสขุ ของแตล่ ะประเทศ (World Happiness Report) โดยสหประชาชาติ (UN) น้นั ใช้
ตวั แปร 7 ด้าน ได้แก่ มูลค่าผลติ ภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศต่อหวั (GDP per capita), การสนบั สนุนทางสังคม
(Social support), อายุคาดหวังเฉลยี่ (Healthy life expectancy), เสรีภาพในการใชช้ ีวติ (Freedom to make
life choices), ความเออ้ื เฟือ้ เผ่ือแผ่ (Generosity) และ ระดับภาพลักษณก์ ารคอรัปช่นั (Perception of corruption)
โดยปี 2021 เป็นการจัดอันดับระดับความสุขของ 150 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศฟินแลนด์มีระดับความสุขสูง
ท่ีสุดในโลก (7.842) รองลงมาคือ ประเทศเดนมาร์ค (7.620) สวิสเซอร์แลนด์ (7.571) ไอซ์แลนด์ (7.554)
เนเธอรแ์ ลนด์ (7.464) นอร์เวย์ (7.392) ในกลุม่ ประเทศอาเซียน ประเทศสิงคโปรเ์ ป็นประเทศที่มรี ะดับความสขุ สงู
ที่สุดในอาเซียนอยูอ่ ันดับ 31 รองลงมาคอื ฟิลิปปนิ ส์อันดบั ที่ 51 ส่วนประเทศไทยอยอู่ ันดบั ท่ี 54 ตามดว้ ยมาเลเซยี
แต่หากพิจารณาจากระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวซึ่งแสดงระดับรายได้ของประเทศ พบว่า
ฟินแลนด์อยู่อันดับท่ี 13 เดนมาร์คอันดับท่ี 6 ส่วนประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 8 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 82
จะเหน็ ไดว้ า่ ระดบั ความสขุ ไมส่ มั พนั ธก์ บั ระดบั รายไดข้ องแตล่ ะประเทศเสมอไป ประเทศทม่ี รี ะดบั ความสขุ สงู อาจจะ
มีระดับรายได้ท่ีตํ่ากว่า หรือประเทศท่ีมีระดับรายได้สูงเช่นสิงคโปร์แต่มีระดับความสุขท่ีต่ํากว่าประเทศท่ีมีระดับ
รายได้ตา่ํ กวา่ เชน่ เนเธอรแ์ ลนด์หรือสวเี ดนได้
11. ดัชนกี ารพัฒนามนุษย์ (Human Development Index: HDI)
ดัชนีการพัฒนามนุษย์ หรือ HDI ได้ถูกพัฒนาข้ึนโดยหน่วยงาน UNDP จากแนวคิดของ Amartya Sen
นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล ปี 1998 เกี่ยวกับปัญหาการวัดความยากจนและความเหลื่อมลํ้าในหลายมิติ
ซึ่งดัชนีการพัฒนามนุษย์สามารถใช้เปรียบเทียบว่า เม่ือสองประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวเท่ากันแล้ว
จะมีระดับการพัฒนามนุษย์แตกต่างกันอย่างไร เป็นการใช้ความสามารถของมนุษย์ในการประเมินระดับการ
พัฒนาของประเทศโดยไม่ใช้มิติทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ซ่ึงดัชนีการพัฒนามนุษย์ หรือ HDI นี้ จะเป็น
ดัชนีท่ีบ่งบอกการพัฒนามนุษย์ใน 3 มิติ คือ การมีชีวิตท่ียืนยาวและมีสุขภาวะที่ดี (Long and healthy
life) การมีความรู้ (Knowledge) และการมีมาตรฐานการครองชีพท่ีดี (Decent standard of living)
ซ่ึง HDI จะคำ�นวณจากค่าเฉล่ียถ่วงน้ําหนักของดัชนีในแต่ละมิติ โดยมิติสุขภาพจะประเมินจากอายุคาดหวังเฉล่ีย
แรกเกิด (Life expectancy at birth) มิติการศึกษาจะวัดจากค่าเฉล่ียของจำ�นวนปีการศึกษาของคนที่
อายุ 25 ปขี น้ึ ไปและจำ�นวนปที ค่ี าดวา่ จะไดเ้ รยี นของเดก็ ในวยั ทถี่ งึ เกณฑเ์ ขา้ เรยี น (Expected years of schooling)
มิตมิ าตรฐานการครองชพี วดั จากรายได้ประชาชาตติ ่อหวั (Gross National Income per capita)
78 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
ปัจจุบันได้มีการพัฒนา HDI ให้สามารถสะท้อนสภาพของปัญหาในมิติของความเหลื่อมลํ้าได้มากข้ึน
ด้วยการปรับค่ามิติต่าง ๆ ท่ีประกอบขึ้นเป็น HDI ตัวเดิม เป็นดัชนีการพัฒนามนุษย์ที่ปรับด้วยค่าความเหล่ือมลํ้า
(Inequality-adjusted Human Development Index: IHDI) (Foster, Lopez-Calva and Szekely, 2005) มคี า่
ระหว่าง 0-1 โดยประเทศทม่ี คี ่า IHDI สูงกว่าจะเปน็ ประเทศทพี่ ฒั นาเรือ่ งคนทดี่ กี วา่ โดยเปรยี บเทยี บ (โดยปรับดว้ ย
ความเหล่ือมล้ําแล้ว) จากข้อมลู ของ UNDP พบวา่ ในปี 2019 ประเทศท่มี ี IHDI สงู ที่สดุ 5 ลำ�ดบั แรกคือ ประเทศนอร์เวย์
ไอซแ์ ลนด์ สวสิ เซอรแ์ ลนด์ ฟนิ แลนด์ และไอรแ์ ลนด์ โดยมคี า่ IHDI สงู กวา่ 0.885 และอยใู่ นกลมุ่ ประเทศทม่ี กี ารพฒั นา
มนษุ ยใ์ นระดบั สงู มาก (very high human development countries) ส่วนประเทศไทยมีค่า IHDI อยู่ลำ�ดับที่ 81
จาก 189 ประเทศท่วั โลก (ลำ�ดบั ตาม HDI อยู่ลำ�ดบั ท่ี 79) ซึง่ จัดอยู่ในกลุ่มประเทศท่มี กี ารพัฒนามนษุ ย์ในระดบั สงู
(high human development countries) ประเทศอนื่ ๆ ในอาเซยี น เชน่ สงิ คโปร์ มี IHDIอยลู่ ำ�ดบั ที่ 26 (HDI ลำ�ดบั
ท่ี 11) นอกจากนนั้ จากขอ้ สงั เกต พบวา่ ฮอ่ งกง มคี า่ IHDI จะอยลู่ ำ�ดบั ที่ 21 แต่ HDI จะอยลู่ ำ�ดบั ท่ี 4 เนอื่ งจากมคี า่ ความ
เหล่ือมล้ําของรายได้สูงถึง ร้อยละ 25.6 จึงทำ�ให้ค่าดัชนีการพัฒนามนุษย์ที่ปรับด้วยความเหลื่อมลํ้าทางรายได้
ตาํ่ ลงมาก
ตารางท่ี 1 ลำ�ดับดชั นกี ารพัฒนามนษุ ยข์ องประเทศตา่ ง ๆ ปี 2021
ท่มี า: United Nations Development Programme, 2021.
12. นโยบายท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
12.1 เปา้ หมายการพัฒนาทย่ี ง่ั ยืน (Sustainable Development Goals)
การพฒั นาทยี่ ัง่ ยืน (Sustainable Development) คือ แนวทางการพัฒนาท่ตี อบสนองความตอ้ งการ
ของคนร่นุ ปจั จุบัน โดยไมล่ ิดรอนความสามารถในการตอบสนองความตอ้ งการของคนรุ่นหลัง (Brundtland Report,
1987) โดยการบรรลุการพัฒนาท่ยี ั่งยนื มีองคป์ ระกอบสำ�คัญ 3 ประการ ได้แก่
1. การเตบิ โตทางเศรษฐกิจ (Eeconomic growth)
2. ความครอบคลมุ ทางสังคม (Social inclusion)
3. การค้มุ ครองส่ิงแวดล้อม (Environmental protection)
79REDUCED INEQUALITIES
รวมทั้งสิ้น 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (สำ�นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,
2564) โดยเป้าหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ลดความเหล่อื มล้าํ ทางเศรษฐกิจมีเปา้ หมาย ดังตอ่ ไปน้ี
เปา้ หมายท่ี 1 ขจดั ความยากจน (No Poverty)
เป้าหมายท่ี 2 ขจดั ความหวิ โหยและความอดอยาก (Zero Hunger)
เปา้ หมายท่ี 8 การจา้ งงานท่มี คี ณุ คา่ และการเติบโตทางเศรษฐกจิ (Decent Work and Economic
Growth)
เป้าหมายท่ี 9 อตุ สาหกรรม นวัตกรรมโครงสร้างพนื้ ฐาน (Industry, Innovation and Infrastructure)
เปา้ หมายที่ 10 ลดความเหลือ่ มลาํ้ ทง้ั ภายในและระหว่างประเทศ (Reduces Inequalities)
12.2 แผนการพัฒนาของประเทศไทย
ดว้ ยรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรฐั มาตรา 65 ได้กำ�หนด
ให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบ
ในการจัดทำ�แผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
การจัดทำ� การกำ�หนดเป้าหมาย ระยะเวลาท่ีจะบรรลุเป้าหมายและสาระท่ีพึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ ทง้ั นี้ กฎหมายดงั กลา่ วตอ้ งมบี ทบญั ญตั เิ กย่ี วกบั การมสี ว่ นรว่ มและการรบั ฟงั
ความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างท่ัวถึงด้วยยุทธศาสตร์ชาติ เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ใหใ้ ช้บังคับได้ (ราชกจิ จานเุ บกษา, 2562) จึงนำ�มาซึง่ การจดั ทำ�ยุทธศาสตรช์ าตซิ งึ่ เปน็ เป้าหมายการพัฒนาประเทศ
อยา่ งยง่ั ยนื ตามหลกั ธรรมาภบิ าล เพอื่ ใชเ้ ปน็ กรอบในการจดั ทำ�แผนตา่ ง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งและบรู ณาการกนั เพอื่ ใหเ้ กดิ
เป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย 4 แผน ได้แก่ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนปฏริ ูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ และแผนความมน่ั คง และหนว่ ยงานของภาครัฐมีการ
จัดทำ�แผนแม่บทด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำ�เนินการให้บรรลุเป้าหมายท่ีกำ�หนดไว้โดยในประเทศไทยสามารถ
จำ�แนกแผนของประเทศไดเ้ ปน็ 3 ระดบั ตามภาพที่
ภาพท่ี 10 ระดับของแผนในประเทศไทย
ที่มา: กองพฒั นายทุ ธศาสตร์และตดิ ตามนโยบายพิเศษ, 2560.
80 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นเป้าหมายใหญ่ในการขับเคล่ือนประเทศ โดยแผนในระดับอื่น ๆ
ตอ้ งมงุ่ ดำ�เนนิ การใหบ้ รรลุเป้าหมายตามที่ยทุ ธศาสตรช์ าติกำ�หนด
แผนระดับท่ี 2 เป็นแนวทางในการขับเคล่ือนประเทศเพ่ือให้บรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ ซ่ึงอาจ
กำ�หนดประเดน็ การพัฒนาในบางประการ และถา่ ยทอดไปสแู่ นวทางในการปฏิบตั ใิ นแผนระดับที่ 3
แผนระดับท่ี 3 เป็นแผนในเชิงปฏิบัติท่ีมีความชัดเจนตามภารกิจและสอดคล้องกับแผนแม่บท ภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติและ/หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การมีแผนท้ัง 3 ระดับน้ีนำ�มาสู่ความเชื่อมโยง
จากแผนส่กู ารปฏบิ ตั อิ ย่างแทจ้ ริง (กองพฒั นายทุ ธศาสตรแ์ ละตดิ ตามนโยบายพิเศษ, 2560)
12.3 ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)
ยทุ ธศาสตร์ชาติ หมายถึง ยทุ ธศาสตรช์ าตติ ามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำ�ยทุ ธศาสตรช์ าติซ่ึงนับวา่ เปน็
เปา้ หมายการพฒั นาประเทศอยา่ งย่งั ยืนตามหลกั ธรรมาภิบาลเพ่ือใชเ้ ปน็ กรอบในการจดั ทำ�แผนต่าง ๆ ให้สอดคลอ้ ง
และบูรณาการกันเพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยเป็นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย พ.ศ. 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65 โดยคณะกรรมการจดั ทำ�ยุทธศาสตรช์ าตไิ ด้ดำ�เนินการ
จัดทำ�ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำ�หนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า
“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง” หรือคติพจน์ประจำ�ชาติท่ีว่า “ม่ันคง มั่งค่ัง ย่ังยืน” อีกท้ังมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทยที่กำ�หนด
ไว้ว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากร
ธรรมชาติย่ังยืน” โดยในยุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้มีความเก่ียวข้องกับประเด็นความเหล่ือมทางเศรษฐกิจในยุทธศาสตร์
อนั กำ�หนดเป้าหมายในการแก้ไขลดความเหลอ่ื มลา้ํ ทางเศรษฐกจิ ทง้ั สิ้น 4 ยุทธศาสตร์ดว้ ยกัน ดังน้ี
1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีมุ่งเน้นการยก
ระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมติ บิ นพนื้ ฐานแนวคดิ 3 ประการ ได้แก่
1.1 “ตอ่ ยอดอดีต” มองกลบั ไปท่ีรากเหง้าทางเศรษฐกจิ อัตลกั ษณ์ วฒั นธรรม ประเพณี วิถชี ีวิต
และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอื่น ๆ
นำ�มาประยกุ ตผ์ สมผสานกับเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพื่อให้สอดรบั กับบริบทของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม ่
1.2 “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานของประเทศในมิติต่าง ๆ
ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพ
แวดล้อมใหเ้ อือ้ ต่อการพัฒนาอตุ สาหกรรมและบรกิ ารอนาคต
1.3 “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ การพัฒนาคนรุ่นใหม่
รวมถึงการปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต
บนพ้ืนฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมท้ังการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทย
สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนใน เวทีโลก ควบคู่ไปกับการ
ยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพ่ิมขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหล่ือมล้ําของคนในประเทศได้
ในคราวเดียวกนั
2. ยทุ ธศาสตร์ชาติ ด้านการพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีการกำ�หนดเป้าหมาย
การพฒั นาในภาพรวมเกีย่ วกับการพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชว่ งวัยใหเ้ ปน็ คนดี เกง่ และมีคณุ ภาพ มีพัฒนาการ
ที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีทักษะที่จำ�เป็นในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและ
ภาษาท่ี 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็น
81REDUCED INEQUALITIES
คนไทยทมี่ ที กั ษะสงู เป็นนวัตกร นักคิด ผปู้ ระกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมสี มั มาชพี ตามความถนัด
ของตนเอง
3. ยทุ ธศาสตรช์ าติ ดา้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม มกี ารกำ�หนดเปา้ หมายการพฒั นา
ในการดงึ เอาพลังของภาคสว่ นตา่ ง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชมุ ชน ท้องถ่ิน มาร่วมขับเคลือ่ น โดยการสนบั สนุน
การรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิด ร่วมทำ�เพื่อส่วนรวม การกระจายอำ�นาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไก
บริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง โดยรัฐให้
หลักประกันการเข้าถงึ บรกิ ารและสวัสดกิ ารที่มีคณุ ภาพอยา่ งเป็นธรรมและทั่วถงึ
4. ยุทธศาสตร์ชาติ ดา้ นการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพชวี ิตทีเ่ ปน็ มติ รกับสิง่ แวดลอ้ ม มเี ป้าหมาย
การพัฒนาทยี่ งั่ ยืนในทกุ มิติ ท้งั มติ ดิ ้าน สังคม เศรษฐกิจ สิง่ แวดลอ้ ม ธรรมาภิบาล และความเป็นหนุ้ ส่วนความร่วมมือ
ระหวา่ งกนั ท้งั ภายในและภายนอกประเทศอย่างบรู ณาการ
12.4 แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ หมายความวา่ แผนแมบ่ ทเพ่อื บรรลเุ ปา้ หมายตามท่ีกำ�หนดไว้ตาม
พระราชบัญญติการจัดทำ�ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มาตราที่ 10 กล่าวโดยสรุปได้ว่า เม่ือประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ
จึงมีการจัดทำ�แผนแม่บทเพ่ือบรรลุเป้าหมายตามท่ีกำ�หนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเสนอคณะกรรมการพิจารณาให้
ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี และแผนแม่บทที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษา โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ประกอบดว้ ย 6 ด้าน 37 ประเดน็ มคี วามเกยี่ วขอ้ งกบั ความเหลอ่ื มลํา้
ทางเศรษฐกจิ (สำ�นกั งานเลขาธิการวุฒิสภา, 2560) ดงั น ี้
1. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เช่น การเกษตรสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมและบริการ
แหง่ อนาคต สรา้ งความหลากหลายดา้ นการทอ่ งเท่ยี ว โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชือ่ มโยง และการพฒั นาเศรษฐกิจ
บนพ้นื ฐานผปู้ ระกอบการยุคใหม่ เป็นตน้
2. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เช่น การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม
การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ปฏิรูปการเรียนรู้ท่ีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การตระหนัก
ถึงพหุปัญหาของมนุษย์ที่หลากหลาย การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะท่ีดี การสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการพัฒนา
และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และการเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างมูลค่าทางสังคมและ
พฒั นาประเทศ เป็นต้น
3. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เช่น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก
การปฏิรูประบบภาษีและการคุ้มครองผู้บริโภค การสร้างหลักประกันสังคม (รวมถึงประเด็นแรงงาน การศึกษา
และสาธารณสขุ ) เร่อื งกระบวนการยุติธรรม การกระจายศนู ยก์ ลางความเจริญทางเศรษฐกจิ สงั คม และเทคโนโลยี
การเสรมิ สรา้ งพลงั ทางสงั คม และการเพมิ่ ขดี ความสามารถของชุมชนท้องถนิ่ ในการพัฒนาตนเองและจัดการตนเอง
เปน็ ตน้
4. ด้านการสร้างเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม เช่น สร้างการเติบโตอย่างย่ังยืน
บนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างย่ังยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล สร้างการเติบโตอย่างย่ังยืนบน
สงั คมที่เปน็ มิตรตอ่ สภาพภูมอิ ากาศ พฒั นาพน้ื ท่เี มอื ง ชนบท เกษตรกรรม และอตุ สาหกรรมเชงิ นเิ วศ มงุ่ เน้นความ
เปน็ เมืองทีเ่ ตบิ โตอย่างย่งั ยนื พฒั นาความมั่นคงทางนํ้า พลงั งาน และเกษตรท่ีเป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม และยกระดบั
กระบวนทศั น์เพอ่ื กำ�หนดอนาคตประเทศ เป็นต้น
82 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
12.5 แผนปฏิรูปประเทศ
“แผนปฏริ ปู ประเทศ” หมายถงึ แผนและข้ันตอนการดำ�เนนิ การปฏริ ูปประเทศ ตามพระราชบญั ญัติ
แผนและขั้นตอนการดำ�เนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. 2560 หมวด 16 การปฏริ ปู ประเทศ มาตรา 257 การปฏิรูปประเทศตามหมวดน้ีต้องดำ�เนินการเพอ่ื บรรลเุ ปา้ หมาย
ดังตอ่ ไปน้ี
1. ประเทศชาติมคี วามสงบเรยี บรอ้ ย มีความสามคั คีปรองดอง มกี ารพัฒนาอยา่ งย่งั ยืนตามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง และมคี วามสมดลุ ระหวา่ งการพัฒนาด้านวัตถกุ บั การพัฒนาดา้ นจิตใจ
2. สังคมมีความสงบสขุ เป็นธรรม และมีโอกาสอนั ทัดเทียมกันเพ่อื ขจัดความเหล่ือมลํา้
3. ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข
ในการปฏิรูประเทศดา้ นเศรษฐกจิ เป็นตามมาตรา 258 ให้ดำ�เนินการปฏริ ูปประเทศอย่างน้อยในด้าน
ตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดผล ซึง่ ในด้านเศรษฐกจิ ต้องเปน็ ไปตามขอ้ ฉ. ด้านเศรษฐกจิ
1. ขจัดอุปสรรคและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพ่ือให้ประเทศชาติและ
ประชาชนได้รบั ประโยชน์จากการเขา้ รว่ มกลุ่มเศรษฐกิจตา่ ง ๆ อยา่ งยง่ั ยืน โดยมีภมู ิคมุ้ กันที่ด ี
2. สร้างกลไกเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนการนำ�ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีท่ีทันสมัยมาใช้
ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ
3. ปรบั ปรุงระบบภาษีอากรให้มีความเป็นธรรม ลดความเหลือ่ มล้าํ เพ่ิมพนู รายได้ของรฐั ด้านต่าง ๆ
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และปรบั ปรงุ ระบบการจัดทำ�และการใชจ้ ่ายงบประมาณใหม้ ีประสทิ ธิภาพและสัมฤทธผิ ล
4. สร้างกลไกเพ่ือส่งเสริมสหกรณ์และผู้ประกอบการแต่ละขนาดให้มีความสามารถในการแข่งขัน
อย่างเหมาะสม และส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจเพื่อสังคมและวิสาหกิจท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมท้ังสร้างกลไก
เพ่มิ โอกาสในการทำ�งานและการประกอบอาชพี ของประชาชน
การปฏิรปู เศรษฐกิจกบั การวางรากฐานเพ่ือใหเ้ กิดการพฒั นาทแี่ ทจ้ ริง เศรษฐกจิ ไทยตอ้ ง “แข่งขันได้
–กระจายประโยชน์ไปสู่ประชาชน–เติบโต ย่ังยืน” โดยยึดหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจท่ีแท้จริง คณะกรรมการ
ปฏริ ปู ประเทศ ไดแ้ บ่งประเดน็ ปฏริ ปู ออกเปน็ 3 ด้านสำ�คัญ (สำ�นกั งานเลขาธิการวุฒิสภา, 2560) ดังน ี้
ด้านทหี่ นง่ึ การเพมิ่ ขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ให้กับทกุ ภาคส่วนในระบบเศรษฐกจิ
ระยะส้นั การเพ่มิ ผลติ ภาพ (Productivity) ในอตุ สาหกรรมหลกั ทป่ี ระเทศไทย มคี วามชำ�นาญ
3 อุตสาหกรรม ไดแ้ ก่ อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและการบรกิ าร และอตุ สาหกรรมอาหาร
ระยะกลาง การรวมกลุ่มในภูมิภาค (Regional integration) เพื่อขยายตลาดและสร้างฐาน
การลงทุนดว้ ยการสร้างความเช่อื มโยงกับประเทศเพ่อื นบา้ น (CLMV)
ระยะยาว การสร้างระบบนิเวศด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพ่ือเพ่ิมศักยภาพการแข่งขันด้วย
การปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมมาตรการและปัจจัยเอ้ือให้เกิดการความสามารถผู้ประกอบการเป็นกลไกสำ�คัญต่อ
การขบั เคลอื่ นประเทศทีส่ ำ�คัญ
ดา้ นที่สอง ความเท่าเทียมและการเติบโตอยา่ งมสี ว่ นร่วม (Equality & inclusive growth)
ระดบั บคุ คล การเพม่ิ รายได้ให้กับประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรและแรงงานไรฝ้ ีมือท่ียากจน
ระดับชุมชน การสร้างชมุ ชนให้เข้มแขง็ ผา่ นการยกระดบั การบริหารจดั การของสถาบันการเงิน
ชุมชนเข้าสโู่ ครงขา่ ยสถาบนั การเงนิ ประชาชน การพัฒนาธุรกิจชุมชน
83REDUCED INEQUALITIES
ระดับประเทศ จำ�เป็นตอ้ งมีการพัฒนาหวั เมอื งใหญใ่ นภาคต่าง ๆ ควบคู่ไปกบั กรงุ เทพฯ และ
การจดั สรรงบประมาณเชิงพื้นทีใ่ ห้กบั จงั หวัดท่ียากจน เพอื่ กระจายความเจรญิ ไปส่ภู ูมิภาค
ดา้ นท่ีสาม การปฏิรปู สถาบันทางเศรษฐกิจ การปรับกลไกและบทบาทของภาครฐั
แผนปฏริ ูปประเทศ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ด้านเศรษฐกิจ
เม่ือวันที่ 6 เมษายน 2561 ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศ จำ�นวน 11 ด้าน
โดยเป็นแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำ�เนินการปฏิรูปประเทศ
พ.ศ. 2560 ทีม่ ีระยะเวลาการจดั ทำ�แผนให้แลว้ เสร็จภายใน 90 วนั ตอ่ มาวนั ที่ 18 เมษายน 2562 ราชกจิ จานุเบกษา
ประกาศใช้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ จำ�นวน 23 ประเด็น ภายหลังจากที่ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580
มีผลบังคับใช้เม่ือวันที่ 13 ตุลาคม 2561 เพ่ือเปืนเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล
และใช้เป็นกรอบในการจัดทำ�แผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่
เป้าหมายดังกล่าว ส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศเพ่ือให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและ
แผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ (ราชกิจจานเุ บกษา, 2562)
ทุกหน่วยงานต้องดำ�เนินการตามกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงต่อประชาชน
อย่างมีนัยสำ�คญั (Big Rock) นำ�ไปสกู่ ารปฏิบตั ิตามหลักความสมั พันธ์เชงิ เหตุและผล (Causal Relationship : XYZ)
เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธ์ิตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติของแต่ละช่วงเวลา 5 ปี โดยแผนการปฏิรูปประเทศ
ฉบับปรับปรุงจะดำ�เนินการคู่ขนานไปกบั เล่มแผนการปฏิรูปประเทศฉบบั เดมิ
ภาพที่ 11 ความสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏริ ูปประเทศ
ทมี่ า: ราชกิจจานุเบกษา, 2562.
84 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
แผนปฏิรปู ประเทศ (ฉบับปรบั ปรงุ ) ดา้ นเศรษฐกจิ มีเปา้ ประสงค์เพ่ือยกระดบั ศกั ยภาพทางเศรษฐกิจ
ของประเทศ กระจายความเจริญและความเข้มแข็งของภาคสังคม และปรับบทบาท โครงสร้าง และกลไกสถาบัน
บริหารจัดการเศรษฐกิจของประเทศตามหลักแนวคิดการบริหารงานคุณภาพที่มีบทบาทสำ�คัญต่อการขับเคล่ือน
ประเด็นปฏิรูปเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และลดความเหล่ือมลำ�ให้เกิดผลสัมฤทธิ์
โดยกำ�หนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศทีจ่ ะสง่ ผลใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงตอ่ ประชาชนอยา่ งมนี ยั สำ�คญั จำ�นวน 5 กิจกรรม
ประกอบด้วย
1. การสร้างเกษตรมลู ค่าสูง
2. การส่งเสริมและพฒั นาการท่องเทย่ี วคุณภาพสงู
3. การเพิม่ โอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเลก็ ในอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมาย
4. การเปน็ ศูนย์กลางดา้ นการค้าและการลงทุนของไทยในภูมภิ าค
5. การพฒั นาศักยภาพคนเพ่ือเปืนพลังในการขับเคลอ่ื นเศรษฐกจิ
ทั้งนี้ ในการดำ�เนินการดังกล่าวจะทำ�ให้กำ�ลังคนในระบบมีทักษะสอดคล้องตามความต้องการของ
ภาคอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมาย และได้รับการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นบุคลากรในภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเท่ียว
และผปู้ ระกอบการรายย่อยมีรายได้เพ่ิมขน้ึ สามารถกระต้นุ เศรษฐกิจของประเทศได้ดยี ิง่ ขึ้น
สำ�หรับในมิติของกิจกรรมปฏิรูปที่ส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำ�คัญที่มี
ความเกยี่ วขอ้ งกบั ดา้ นเศรษฐกิจ มี 5 กิจกรรมปฏริ ปู ด้วยกนั ดงั น ้ี
กิจกรรมปฏิรูปที่ 1 การสร้างเกษตรมูลค่าสูง โดยมีประเด็นสำ�คัญที่ต้องขับเคลื่อนในการปฏิรูป
ด้านการสร้างเกษตรมูลค่าสูง เช่น ปรับเปลี่ยนพ้ืนที่จากการทำ�เกษตรมูลค่าต่ําและไม่เหมาะสมกับพื้นท่ี สนับสนุน
การทำ�การเกษตรแบบรวมผลิตและรวมจำ�หน่าย (เกษตรแปลงใหญ่ หรือสหกรณ์) และขยายพ้ืนท่ีชลประทาน เป็นต้น
กิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยมีประเด็นสำ�คัญท่ีต้อง
ขบั เคลอ่ื นในการปฏิรูปดา้ นการสง่ เสรมิ และพัฒนาการท่องเทย่ี วคุณภาพสงู เชน่ เตรยี มการขบั เคลื่อน Happy Model
พัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสขุ ภาพ และการส่งเสรมิ ด้านทีพ่ ัก เป็นตน้
กิจกรรมปฏิรูปที่ 3 การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กในอุตสาหกรรม
และบริการเป้าหมาย โดยมีประเด็นสำ�คัญท่ีต้องขับเคล่ือนในการปฏิรูปด้านการเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการ
ขนาดกลางและขนาดเล็กในอุตสาหกรรมและบรกิ ารเปา้ หมาย เชน่ ออกมาตรการเพอ่ื ช่วยเหลอื ให้ SMEs สามารถ
เขา้ ถึงแหลง่ เงนิ ทนุ ส่งเสริม SMEs ในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปล่ยี นผ่านเข้าสู่ยุคดิจทิ ลั และพฒั นาระบบนิเวศ
เพื่อรองรับผปู้ ระกอบการสตารท์ อัพ เปน็ ตน้
กิจกรรมปฏริ ปู ที่ 4 การเปน็ ศนู ยก์ ลางดา้ นการคา้ และการลงทุนของไทยในภูมภิ าค (Regional Trading
/Investment Center) โดยมีประเด็นสำ�คัญท่ีต้องขับเคล่ือนในการปฏิรูปด้านการเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและ
การลงทุนของไทยในภูมิภาค เช่น พัฒนาด้านโลจิสติกส์เพื่อสร้างความเช่ือมโยง (Connectivity) สร้างสภาพ
แวดล้อมที่เอ้ือต่อการเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค กำ�หนดนโยบายและมาตรการดึงดูด
ผู้เชี่ยวชาญกับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำ�งานและประกอบธุรกิจในประเทศไทย และอำ�นวยความสะดวกให้แก่
ธรุ กิจการเงนิ เปน็ ตน้
กิจกรรมปฏิรูปท่ี 5 การพัฒนาศักยภาพคนเพ่ือเปืนพลังในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ “คน” เป็นแกน
หลักสำ�คัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยมีประเด็นสำ�คัญที่ต้องขับเคลื่อนในการปฏิรูป
การพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเปืนพลังในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจดังนี้ เช่น ออกแบบหลักสูตรปริญญาและประกาศนียบัตร
(degree และnon degree) ในการสร้างผู้ประกอบการและแรงงานท่ีสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต
85REDUCED INEQUALITIES
(Demand Oriented Education) และส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคีสำ�หรับ
สถานศึกษาในกำ�กับของสำ�นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทุกแห่ง ออกแบบการพัฒนาทักษะกำ�ลังคน
(Up Skill, Re Skill and New Skill) สำ�หรบั คนทอ่ี อกจากระบบการศึกษามาแล้วเพอ่ื สร้างโอกาสในการประกอบ
อาชีพ สร้างความรว่ มมือระหว่างภาครัฐ สังคมและชุมชน สถาบันการศึกษา และเอกชนในการสรา้ งกลมุ่ ภาคีการศกึ ษา
และทำ�งาน (Education and Work Consortium) สำ�หรับภาคการผลิตและบริการอย่างเป็นระบบและย่ังยืน
และสรา้ งระบบรับรองมาตรฐานการจ้างงาน เป็นตน้
12.6 แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
“แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” หมายความว่า แผนสำ�หรับถ่ายทอดยุทธศาสตร์ชาติ
สู่กรอบและแนวทางในการพัฒนาประเทศในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยสำ�นักงานคณะกรรมการพัฒนา
การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดทำ�แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำ�หรับใช้เป็นแผนพัฒนา
ประเทศไทยในระยะ 5 ปี ซ่งึ เป็นการแปลงยุทธศาสตรช์ าติ ระยะ 20 ปี ส่กู ารปฏิบัติอยา่ งเป็นรูปธรรมมีวตั ถุประสงค์
สำ�คญั (สำ�นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2564) ดงั น ้ี
1. เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคนท่ีสมบูรณ์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัยค่านิยมที่ดี มีจิต
สาธารณะ และมคี วามสุข โดยมีสขุ ภาวะและสุขภาพท่ีดี มที ักษะความร้คู วามสามารถและพัฒนาตนเองได้ตอ่ เนื่อง
ตลอดชวี ติ
2. เพื่อให้คนไทยมีความม่ันคงทางเศรษฐกิจและสังคม ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากร
และบริการทางสังคมท่ีมีคุณภาพ ผู้ด้อยโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งชุมชนมีความเข้มแข็งพ่ึงพาตนเองได้
3. เพ่ือให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง แข่งขันได้ มีเสถียรภาพ และมีความย่ังยืน สร้างความเข้มแข็งของฐาน
การผลติ และบรกิ ารเดมิ และขยายฐานใหม่โดยการใช้นวัตกรรมท่ีเข้มขน้ มากขน้ึ
4. เพื่อรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดล้อมให้สามารถสนับสนุนการเติบโต
ท่ีเปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อมและการมคี ุณภาพชีวติ ทีด่ ขี องประชาชน
5. เพ่อื ให้การบรหิ ารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ โปรง่ ใส ทันสมัย และมกี ารทำ�งานเชงิ บูรณาการ
ของภาคีการพัฒนา
6. เพื่อให้มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคโดยการพัฒนาภาคและเมืองเพ่ือรองรับการพัฒนา
ยกระดบั ฐานการผลิตและบรกิ ารเดิมและขยายฐานการผลติ และบริการใหม ่
7. เพอ่ื ผลักดันใหป้ ระเทศไทยมีความเชือ่ มโยง (Connectivity) กับประเทศต่าง ๆ ท้ังในระดบั อนุภมู ภิ าค
ภูมิภาค และนานาชาติได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ รวมท้ังให้ประเทศไทยมีบทบาทนำ�และสร้างสรรค์
ในดา้ นการคา้ การบรกิ าร และการลงทุนภายใตก้ รอบความร่วมมอื ต่าง ๆ ท้งั ในระดบั อนุภูมภิ าค ภูมิภาค และโลก
อีกทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 มยี ุทธศาสตรใ์ นการพฒั นาประเทศซงึ่
เก่ยี วขอ้ งกบั การลดความเหลือ่ มล้ําทางเศรษฐกิจ 6 ยุทธศาสตร์ (สำ�นกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง
ชาติ, 2564) ดังนี ้
1. ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ ให้ความสำ�คัญกับการวางรากฐาน
การพฒั นาคนให้มคี วามสมบูรณ์ เร่มิ ตั้งแตก่ ลุ่มเดก็ ปฐมวัยทตี่ ้องพัฒนาให้มสี ุขภาพกายและใจท่ดี ี มที ักษะทางสมอง
ทกั ษะการเรยี นรู้ และทกั ษะชวี ติ เพื่อใหเ้ ตบิ โตอยา่ งมีคุณภาพ ควบคูก่ บั การพฒั นาคนไทยในทกุ ชว่ งวยั ใหเ้ ป็นคนดี
มีสุขภาวะท่ดี ี มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีระเบยี บวนิ ัย มีจติ สำ�นกึ ทด่ี ตี อ่ สงั คมสว่ นรวมมีทักษะความรู้ และความสามารถ
ปรบั ตัวเทา่ ทันกับการเปล่ียนแปลงรอบตวั ท่ีรวดเรว็
86 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
2. ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างความเป็นธรรมลดความเหล่ือมลํ้าในสังคม ให้ความสำ�คัญกับการ
ดำ�เนนิ การยกระดบั คณุ ภาพบรกิ ารทางสงั คมใหท้ วั่ ถงึ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ดา้ นการศกึ ษาและสาธารณสขุ รวมทงั้ การปดิ
ช่องว่างการคุ้มครองทางสังคมในประเทศไทย เพ่ิมทักษะแรงงานและการใช้นโยบายแรงงานท่ีสนับสนุนการเพ่ิม
ผลิตภาพแรงงานและเสริมสร้างรายได้สูงข้ึน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การสนับสนุนในเรื่อง
การสร้างอาชีพ รายได้ และให้ความชว่ ยเหลอื ท่เี ชอื่ มโยง การเพม่ิ ผลติ ภาพสำ�หรับประชากรกลุ่มรอ้ ยละ 40 รายได้
ตํ่าสุด ผู้ด้อยโอกาสสตรี และผู้สูงอายุ และในขณะเดียวกันก็ต้องเพ่ิมประสิทธิภาพการใช้งบประมาณเชิงพ้ืนที่และ
บรู ณาการเพ่ือการลดความเหลอ่ื มลา้ํ
3. ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างย่ังยืน เน้นให้เศรษฐกิจ
เติบโตได้ตามศักยภาพและมีเสถียรภาพ ภาคส่งออกมีการพัฒนาจนสามารถขยายตัวและเป็นกลไกสำ�คัญในการ
ขับเคล่ือนเศรษฐกิจไทย ผลิตภาพการผลิตของประเทศเพิ่มข้ึน การลงทุนภาครัฐและเอกชนมีการขยายตัวอย่าง
ต่อเน่ืองและมาจากความร่วมมือกันมากขึ้น ประชาชน ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น และประเทศไทย
มขี ีดความสามารถในการแขง่ ขันทางเศรษฐกจิ สูงขึ้น
4. ยุทธศาสตร์ท่ี 7 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจิสติกส์ มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถ
และพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพ่ือรองรับการขยายตัวของเมืองและพ้ืนที่เศรษฐกิจหลัก สนับสนุนให้เกิดความ
เช่อื มโยงในอนภุ มู ภิ าคและในอาเซียนอย่างเป็นระบบ โดยมีโครงขา่ ยเชื่อมโยงภายในประเทศทสี่ นับสนุนการพฒั นา
พื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจต่าง ๆ และการพัฒนาผู้ประกอบการในสาขาโลจิสติกส์และหน่วยงานที่มีศักยภาพ
เพ่อื ไปทำ�ธรุ กจิ ในตา่ งประเทศ
5. ยุทธศาสตร์ที่ 8 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ให้ความสำ�คัญกับ
การใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัยและพัฒนา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิด
สร้างสรรค์อย่างเข้มข้นท้ังในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม รวมท้ังให้ความสำ�คัญกับการพัฒนาสภาวะ
แวดล้อมหรือปัจจัยพ้ืนฐานที่เอื้ออำ�นวยท้ังการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากรวิจัย โครงสร้าง
พน้ื ฐานทางวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และการบริหารจัดการ
6. ยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาคเมืองและพื้นท่ีเศรษฐกิจ ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากศักยภาพ
และภูมิสังคมเฉพาะของพื้นท่ี และการดำ�เนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพ่ือเสริมจุดเด่นในระดับภาคและจังหวัดในการ
เป็นฐานการผลิตและบริการท่ีสำ�คัญ ประกอบกับการขยายตัวของประชากรในเขตเมืองจะเป็นโอกาสในการ
กระจายความเจริญและยกระดับรายได้ของประชาชน โดยการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่และมีศักยภาพในการ
รองรับการค้าการลงทุน รวมท้ังลดแรงกดดันจากการกระจุกตัวของการพัฒนาในกรุงเทพฯ และภาคกลางไปสู่
ภูมิภาค นอกจากน้ี การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังเป็นโอกาสในการเปิดพื้นท่ีเศรษฐกิจใหม่
บรเิ วณชายแดน เชอื่ มโยงการคา้ การลงทุนในภูมภิ าคของไทยกบั ประเทศเพอื่ นบา้ นอีกดว้ ย
12.7 พระราชบัญญตั ิสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ เพอื่ สงั คม พ.ศ. 2562
เป็นพระราชบัญญัติที่มีเจตนารมณ์เพ่ือส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักเพ่ือส่งเสริม
การจ้างงานแกบ่ คุ คลทส่ี มควรได้รบั การส่งเสริมเป็นพเิ ศษ การแก้ไขปญั หาหรอื พัฒนาชมุ ชน สงั คมหรอื ส่ิงแวดลอ้ ม
หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอื่นหรือคืนประโยชน์ให้แก่สังคมอันเป็นกิจการเพ่ือสังคมหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม มีการ
ขยายตัวมากขึ้นและเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าท้ังภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยกำ�หนด
มาตรการในการสนบั สนนุ วิสาหกจิ เพือ่ สงั คมทีไ่ ด้รบั การจดทะเบียน และจดั ต้งั สำ�นกั งานสง่ เสริมวิสาหกจิ เพื่อสงั คม
เพื่อให้ความช่วยเหลือและพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพ่ือสังคม รวมท้ังประสานความร่วมมือกับ
87REDUCED INEQUALITIES
ภาคส่วนต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นับว่าเป็นเหตุผลสำ�คัญในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
(ราชกิจจานุเบกษา, 2562)
ตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติน้ี ได้บัญญัติความหมายของคำ�ว่า “วิสาหกิจเพ่ือสังคม” และ
“กลุ่มกจิ การเพอ่ื สงั คม” ไว้ดังน ี้
“วิสาหกิจเพื่อสังคม” หมายความว่า บริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอ่ืน ที่ตั้งขึ้น
ตามกฎหมายไทย ซึ่งดำ�เนนิ กจิ การเกีย่ วกบั การผลติ การจำ�หนา่ ยสนิ คา้ หรอื การบรกิ ารโดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื สังคม
เป็นเป้าหมายหลกั ของกจิ การและได้รบั การจดทะเบียนตามพระราชบญั ญัติน ้ี
“กลุ่มกิจการเพ่ือสังคม” หมายความว่า บุคคลธรรมดา กลุ่มบุคคล ชุมชน หรือนิติบุคคลท่ีตั้งขึ้น
ตามกฎหมายไทย ซ่ึงดำ�เนินกจิ การเก่ียวกับการผลติ การจำ�หนา่ ยสนิ ค้า หรอื การบริการโดยมีวตั ถุประสงค์เพอ่ื สงั คม
เป็นเปา้ หมายหลกั ของกจิ การและไดร้ บั การจดแจง้ เปน็ กลมุ่ กิจการเพือ่ สังคมตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
กล่าวโดยสรุปของประเภทวิสาหกิจเพือ่ สังคม (กิติพงศ์ อรุ พพี ฒั นพงศ์, 2563) ไดด้ งั น ้ี
1. วิสาหกิจเพ่ือสังคมท่ีประสงค์จะแบ่งปันกำ�ไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 30
ของกำ�ไรทั้งหมด หลักเกณฑ์คือต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 มาจากการจำ�หน่ายสินค้าหรือการบริการตาม
หลักเกณฑท์ ีค่ ณะกรรมการกำ�หนด
2. วิสาหกิจเพ่ือสังคมที่ไม่ประสงค์จะแบ่งปันกำ�ไรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นวิสาหกิจเพื่อสังคม
ประเภทนอ้ี าจมรี ายไดน้ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50 มาจากการจำ�หนา่ ยสนิ คา้ หรอื การบรกิ ารกไ็ ด้ กลา่ วคอื วสิ าหกจิ เพอื่ สงั คม
นอี้ าจมีรายไดท้ มี่ าจากการบรจิ าคหรอื เงินลงทุนท่ีมีอยไู่ ด ้
กล่าวได้ว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพ่ือสังคม มีรากฐานมาจากแนวคิดวิสาหกิจเพ่ือสังคม
ซ่ึงกล่าวได้ว่า วิสาหกิจเพ่ือสังคมส่วนใหญ่เป็นองค์กรท่ีมีจุดมุ่งหมายสูงสุดไม่ใช้การทำ�กำ�ไรสูงสุด แต่เป็นองค์กรท่ี
กอ่ ตงั้ ขน้ึ เพอื่ หวงั ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ คนื กลบั ภาคประชาชน ชมุ ชน สงั คม นอกจากน้ี วสิ าหกจิ เพอื่ สงั คมยงั อาจเปน็
องค์กรได้ทุกประเภทไม่ว่าจะแสวงหากำ�ไรหรือไม่หรืออาจเป็นองค์กรภาครัฐ หรือภาคเอกชนก็ได้ ด้วยเหตุน้ีจึง
ทำ�ให้คำ�จำ�กัดความของคำ�ว่าวิสาหกิจเพ่ือสังคมจึงคลุมเครือไม่ชัดเจน โดยคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าวิสาหกิจเพ่ือสังคม
คอื การประกอบธรุ กจิ ที่ไมห่ วงั ผลกำ�ไรแตจ่ รงิ ๆ แล้ววิสาหกจิ เพ่ือสังคมเป็นกจิ การที่แสวงหากำ�ไรหรอื เปนื ธุรกิจที่มี
กำ�ไรแตก่ ำ�ไรทีเ่ กิดขึ้นจะถกู ส่งคืนกลบั ใหส้ งั คมในรปู แบบของกิจกรรมเพอ่ื สังคม
สำ�หรับการพัฒนาวิสาหกิจเพ่ือสังคมในประเทศไทย แนวคิดเรื่องวิสาหกิจเพ่ือสังคมเริ่มเข้ามา
ในประเทศไทยอยา่ งจริงจังเมอ่ื ประมาณ พ.ศ. 2552 ภายหลงั จากเกิดวิกฤติเศรษฐกจิ แฮมเบอรเ์ กอร์ (Hamburger
Crisis) ทำ�ใหภ้ าคสว่ นตา่ ง ๆ เรม่ิ เลง็ เห็นถึงความสำ�คัญของแนวคิดวสิ าหกจิ เพือ่ สงั คมทม่ี ตี น้ ตอมาจากต่างประเทศ
เพ่ือที่จะเป็นวถิทางหนึ่งในการฟ้ืนฟูและพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวเข้าสู่ความม่ันคงและ
ยั่งยืนได้แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วพบว่า องค์กรท่ีมีการดำ�เนินงานในลักษณะของกิจการเพื่อสังคม
ในประเทศไทยนนั้ มมี าอยกู่ อ่ นแลว้ หลายแหง่ เชน่ โครงการพฒั นาดอยตงุ มลู นธิ แิ มฟ่ า้ หลวงสถาบนั พฒั นาประชากร
และชุมชน ฯลฯ (เฉลิมชัย บุญยะลพี รรณ, 2557)
ตัวอยา่ งวสิ าหกิจเพอ่ื สงั คม หรือกิจการเพ่ือสงั คมในประเทศไทย ไดแ้ ก ่
1. โครงการพัฒนาดอยตุง (พ้ืนทที่ รงงาน) อันเนือ่ งมาจากพระราชดำ�ริ จังหวัดเชียงราย เปน็ โครงการ
ท่ีมีวัตถุประสงค์เพื่อเพ่ือพัฒนาแวดล้อมที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับมีสภาพท่ีอุดมสมบูรณ์ดังเดิมการแก้ไขปัญหาความ
ยากจนและสุขภาพอนามัยของราษฎรในพ้ืนท่ี ตลอดจนเป็นการลดความรุนแรงของปัญหาพืชเสพติดในพ้ืนที่
(สำ�นกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพอื่ ประสานงานโครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ�ริ, 2550)
88 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
2. ศนู ยพ์ ัฒนาโครงการหลวงตีนตก มกี ารดำ�เนนิ การในการก่อสรา้ งศนู ยพ์ ัฒนาโครงการหลวงตีนตก
เป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดหอม รวมทั้งส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าเป็นอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นท่ี
(มูลนิธิโครงการหลวง, 2555)
3. ศูนยพ์ ัฒนาโครงการหลวงหว้ ยลึก เกิดขึน้ จากการท่มี ลู นิธโิ ครงการหลวงไดเ้ ข้าไปช่วยเหลือชาวเขา
ในพ้ืนท่ี โดยร่วมกับกรมป่าไม้แบ่งพื้นท่ีในเขตป่าเสื่อมโทรม ให้เป็นแหล่งทำ�กินแก่ราษฎรชาวเขาหมู่บ้านห้วยลึก
เพื่อส่งเสริมด้านเกษตรกรรมแก่ชาวเขา โดยมีการดำ�เนินการในมิติของงานส่งเสริมมีส่งเสริมและต่อยอดการปลูก
พืชผัก สมุนไพร ผักอินทรีย์ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้กระถาง แม่พันธุ์เบญจมาศ ปศุสัตว์ ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหาร
ปลอดภัย (มลู นธิ โิ ครงการหลวง, 2555)
4. ธุรกิจอภัยภูเบศร บรษิ ัทอภัยภเู บศรลงทะเบยี นเปน็ ผู้ประกอบธุรกจิ เพ่ือสงั คมเมอ่ื ปี พ.ศ. 2561
ซงึ่ นอกจากขายผลิตภณั ฑเ์ กย่ี วกบั สมุนไพรไทยแล้ว ยังมีการนำ�ภูมิปญั ญาท้องถิน่ ด้านสุขภาพมาใช้ในการดแู ล
สุขภาพของคนไทย ผลกำ�ไรมากกว่าร้อยละ 50 ถูกนำ�กลับไปลงทุนซ้ํา เพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคมหรือนำ�ไปใช้
เพ่อื ประโยชน์สว่ นรวม หรือคนื ประโยชน์ใหแ้ ก่สังคม (Urban Creature, 2562)
5. ธุรกิจ Local Alike: การท่องเที่ยวชุมชนอย่างย่ังยืน “Local Alike” เป็นธุรกิจเพ่ือสังคม
ด้านการท่องเที่ยวชุมชน ท่ีมุ่งสร้างและสนับสนุนชุมชนด้วยการท่องเท่ียว อีกท้ังยังเป็นตัวเช่ือมต่อนักท่องเท่ียว
กับชุมชนเข้าด้วยกัน โดยหน้าที่หลักคือสร้างแพลตฟอร์มระบบการจอง การตลาด และการประเมินผล เพ่ือเชื่อม
ระหว่างการใหบ้ ริการของชมุ ชน (Thailand Creative & Design Center, 2558)
6. บริษัท คิดคิด จำ�กัด (KIDKID) เป็นธุรกิจเพ่ือสังคมท่ีเน้นเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการ
แกป้ ญั หาโดยคำ�นงึ ทง้ั ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื ตอ่ ไปในอนาคต โดยครง้ั แรกเรม่ิ ตน้
จากการเปดิ รา้ นขายสนิ ค้าท่เี ป็นมิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ ม พรอ้ มจา้ งพนกั งานที่เป็นผู้พกิ าร ซง่ึ ตอ่ มาได้กลายเปน็ ศนู ย์เรียนรู้
งานออกแบบทเี่ ปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม (ตลาดหลักทรัพยแ์ หง่ ประเทศไทย, 2564)
7. ธุรกิจ Blind Experience เป็นธุรกิจเพ่ือสังคมท่ีก่อตั้งโดย ‘หลุยส์–กฤษณ์ สงวนปิยะพันธ์’
ร่วมมอื กับ Lido Connect และมลู นธิ ชิ ่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถมั ภ์ ในการสรา้ งสรรค์
ใหท้ กุ คนได้พบกบั ประสบการณก์ ารเรยี นรรู้ ปู แบบใหมท่ ีใ่ ชป้ ระสาทสมั ผัสตา่ ง ๆ ซงึ่ ทางองค์กรไดน้ ำ�รายได้สว่ นหนึ่ง
ไปสร้าง ‘โครงการพัฒนาศักยภาพเรียนรู้ในความมืด’ ร่วมกับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ เพื่อสร้างสรรค์
หลกั สูตรและสภาพแวดลอ้ มในการเรียนรู้ทกั ษะวชิ าชพี และต่อยอดการเรยี นร้รู ่วมกนั อยา่ งย่ังยืนในอนาคต (พรรณพร
คงย่ิงยง, 2563)
8. ธุรกิจ Career Visa Thailand เป็นรูปแบบแอปพลิเคชัน “Career Visa” เพื่อให้คำ�ปรึกษา
ทางด้านอาชีพกับนักเรียนและนักศึกษา ให้ทุกคนสามารถค้นหาและรู้จักตัวเอง รวมถึงได้ทำ�งานที่เหมาะสมกับ
ทกั ษะของบุคคล
ตัวอยา่ งวสิ าหกจิ เพอ่ื สังคมในตา่ งประเทศ
1. ธนาคารกรามีน ประเทศบังกลาเทศ วิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศบังกลาเทศเป็นธนาคาร
เพ่ือบุคคลไร้ทุนทรัพย์ในการต่อยอดธุรกิจ ธนาคารแห่งนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
มากยิ่งขึ้น โดยอาศัยความเช่ือใจเป็นแหล่งทรัพย์ในการคํ้าประกัน และมีเง่ือนไขว่าการกู้ยืมเงินต้องมีวัตถุประสงค์
เพื่อการจดั ทำ�ธรุ กิจเพ่ือสังคม เชน่ แกไ้ ขปญั หาการศกึ ษา ปญั หาสุขภาพอนามัย มคี วามมั่นคงทางการเงนิ นำ�รายได้
ไปลงทนุ ตอ่ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งยงั่ ยนื เปน็ ตน้ ดว้ ยเหตนุ ที้ ำ�ใหท้ ำ�ใหธ้ นาคารกรามนี จงึ เปน็ แหลง่ เงนิ สำ�หรบั คนยากจนหรอื
89REDUCED INEQUALITIES
ผทู้ ม่ี สี ถานะดอ้ ยในสงั คม เชน่ กลมุ่ สตรสี ามารถมแี หลง่ เงนิ ทจี่ ะนำ�ไปใชเ้ ปน็ ทนุ ในการประกอบอาชพี เพอื่ เพม่ิ รายได้
ให้กบั ครอบครวั ได้มากขน้ึ เปน็ ต้น (Muhammad Yunus, 2018)
2. ธุรกจิ นํ้าผึง้ Golden Bees ประเทศยูกันดา นับวา่ เป็น 1 ใน 7 ประเทศ ทอ่ี งคก์ ร Yunus Social
Business (YSE) มกี ารดำ�เนินงานดา้ นธรุ กิจเพ่อื สังคม โดยสนับสนนุ การต้งั บรษิ ทั ธุรกิจ ทจ่ี ะมีส่วนในการแก้ปญั หา
ความยากจน การว่างงาน และการเสือ่ มโทรมของสภาพแวดล้อมโดยในปี พ.ศ. 2559 ไดส้ รา้ งเครอื ขา่ ยคนเล้ียงผึง้
ชาวยูกนั ดาแลว้ 1,200 ราย รายเล็กสุดเลีย้ งรงั ผ้ึง 3 รัง รายใหญ่สุดมี 500 รงั บริษทั Golden Bees มีรา้ นขาย
ผลิตภณั ฑ์ 3 แห่งในพ้ืนทเ่ี ลีย้ งผ้งึ โดยขายนํา้ ผึ้งและผลิตภัณฑ์จากผึง้ อนื่ ๆ นอกจากนี้ ร้านคา้ ยังทำ�หนา้ ทีฝ่ กึ อบรม
และสนับสนุนคนเลี้ยงผง้ึ ในท้องถ่ิน (Muhammad Yunus, 2018)
3. กิจการ Global Witness ประเทศอังกฤษ เป็นกิจการท่ีถูกกำ�เนิดโดยการเล็งเห็นปัญหา
จากการที่แหล่งทรัพยากรสมบูรณ์ในประเทศยากจนมักเป็นปัจจัยดึงดูดการเอาเปรียบ การใช้อิทธิพล การละเมิด
สิทธมิ นษุ ยชนและคอรร์ ัปช่ันเพื่อแย่งชงิ ทรัพยากรเหล่าน้ัน Global Witness จึงทำ�หน้าท่ขี ุดค้ยุ หลักฐาน ทำ�แคมเปญ
และเปดิ โปงเครอื ขา่ ยบริษัทไร้นามท่วั โลก (Anonymous) เพื่อหาทางออก (Global Witness, 2021)
4. กจิ การ Water & Sanitation for the Urban Poor (WSUP) ประเทศองั กฤษ เปน็ กจิ การ
ท่ีเน้นทำ�งานกับคนยากจนที่อพยพเข้ามาอาศัยในเมืองใหญ่ท่ีมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำ�ให้ความต้องการนํ้า
สะอาดและส้วมที่ถูกสุขลักษณะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย WSUP เปล่ียนโมเดลการกุศลที่มาจากการรอรับบริจาคให้
กลายเปน็ โมเดลทางธุรกจิ เพือ่ จะทำ�ให้คนกวา่ 2 ลา้ นคนในสลมั 6 ประเทศสามารถเขา้ ถึงน้าํ ดืม่ นํา้ ใช้ และส้วมท่ี
สะอาด WSUP โดยเปลี่ยนความต้องการพน้ื ฐานเหล่านีใ้ หก้ ลายเป็นกิจการท่บี รหิ ารโดยผู้ประกอบการทอ้ งถน่ิ ที่มา
จากในสลัมเอง (Water & Sanitation for the Urban Poor. 2014)
5. ธุรกจิ B LAP ประเทศสหรัฐอเมรกิ า คำ�จำ�กัดความของ “ธรุ กจิ ” B Lab ต้องการใหบ้ รษิ ทั ต่าง ๆ
ไมแ่ ข่งขนั กนั เพยี งเพอื่ จะเปน็ บรษิ ัททีเ่ กง่ ทีส่ ุดในโลก แตแ่ ข่งขนั กันเพ่อื เป็นบรษิ ทั ท่ี “ดี” ทีส่ ดุ ของโลก โดยการสรา้ ง
มาตรฐาน ผลกั ดนั กฎหมายและนโยบายเพอ่ื รับรองบริษทั ในรูปแบบใหมท่ ี่เรยี กวา่ BENEFIT CORPORATION หรือ
B CORP หรอื บริษทั ท่ีสามารถสร้างผลลัพธท์ างการเงนิ สังคม และส่งิ แวดลอ้ มเพอ่ื ประโยชนข์ องสังคม นอกเหนอื
ไปจากการสรา้ งผลกำ�ไรเพอ่ื ผู้ถือหุ้นเพียงอยา่ งเดยี ว ปจั จบุ ันกฎหมายรับรองบรษิ ัทแบบ B CORP ไดร้ ับการอนมุ ตั ิ
แลว้ ใน 20 รฐั ของสหรฐั อเมรกิ าและมีบรษิ ทั กวา่ 16,000 แห่งเข้ารว่ มมาตรฐานน้ี (Certified B Corporation, 2021)
6. ธุรกิจ Medic Mobile ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นกิจการเพ่ือสังคมที่เน้นย้ําการแก้ไขปัญหา
สุขภาพของคนยากจนในท้องถ่ินทุรกันดาร ในขณะที่ 95% ของประชากรโลกสามารถเข้าถึงบริการโทรศัพท์
เคล่ือนท่ี Medic Mobile จึงใช้เทคโนโลยงี ่าย ๆ เชน่ การสง่ ขอ้ ความสั้น (SMS) และ application เพือ่ เชอื่ มโยง
คนในชุมชนห่างไกลเข้ากับการบริการทางสุขภาพโดยเครือข่ายแพทย์ นักสาธารณสุข ผู้ดูแลผู้ป่วย และคนไข้
ข้อมูลสุขภาพเหล่าน้ีจะเป็นฐานข้อมูลด้านสุขภาพให้แพทย์สามารถศึกษาผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล และสามารถแจ้งเตือน
เมื่อถึงเวลาต้องไปพบแพทย์ กล่าวได้ว่า Medic Mobile ทำ�งานกับเครือข่ายผู้ทำ�งานทางสุขภาพและการแพทย์
กวา่ 8,000 คน และเขา้ ถงึ ประชากรกวา่ 6 ล้านคนใน 20 ประเทศ (Medic, 2021)
90 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
13. ปัญหาและแนวทางแก้ไขปญั หาทางเศรษฐกิจในตา่ งประเทศ
13.1 ประเทศสหรฐั อเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกามีระบบเศรษฐกิจท่ีมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีอำ�นาจในทางด้านเทคโนโลยี
ดจิ ทิ ลั และนวตั กรรมในระดบั ทส่ี งู ทวา่ ประเทศสหรฐั อเมรกิ ามปี ญั หาในระบบเศรษฐกจิ บอ่ ยครง้ั โดยสามารถแบง่ เปน็
3 คร้งั ใหญ่ ตง้ั แตอ่ ดตี จนถึงปจั จุบนั ดว้ ยกนั อีกทงั้ มีแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (HISTORY, 2021) ดงั นี้
13.1.1 ปัญหาภาวะเศรษฐกจิ ตกต่าํ หลงั สงครามโลกครัง้ ท่ี 1 (Great Depression)
หลังสงครามโลกคร้งั ท่ี 1 มนี กั ลงทุนจำ�นวนมากหวงั ผลกำ�ไรในระยะสน้ั ประกอบกับปัญหาสินค้า
การเกษตรตกต่ํา มีการกู้ยืมเงินจำ�นวนมากและอัตราดอกเบี้ยสูงทำ�ให้ต้นทุนการผลิตสูงข้ึน ความต้องการสินค้า
ในประเทศลดลง จนกระทัง่ ในวนั ท่ี 29 ตุลาคม ค.ศ. 1929 ตลาดหนุ้ ทว่ี อลสตรที (Wall Street) เกดิ การล่มสลาย
เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า วันอังคารทมิฬ (Black Tuesday) เกิดความเสียหายมากกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
และยังนำ�ไปสู่ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่ําคร้ังใหญข่ องสหรัฐอเมริกาและขยายตวั ไปทว่ั โลก
สาเหตใุ นการก่อให้เกดิ ภาวะเศรษฐกิจตกตํา่ (Taweesak Kunyochai, 2550) มีดังน้ ี
1. การสง่ ออกสนิ คา้ ทางการเกษตรลดลงเนอ่ื งจากผลผลติ ของสนิ คา้ เกษตรไดม้ ากเกนิ ความตอ้ งการ
2. เกษตรกรสว่ นใหญข่ าดแคลนแหลง่ เงนิ ทนุ จงึ ตอ้ งกยู้ มื เงนิ มาใชใ้ นการซอ้ื เครอ่ื งจกั รและสง่ิ อน่ื ๆ
ทำ�ใหเ้ กษตรกรมีปรมิ าณหนี้สนิ สะสมมากย่ิงข้ึน
3. การขยายตวั อยา่ งรวดเรว็ ของโรงงานอตุ สาหกรรมตา่ ง ๆ ทำ�ใหส้ นิ คา้ ทางการเกษตรกรรมมรี าคา
ลดลงและสินค้าอตุ สาหกรรมมรี าคาสงู ขนึ้ ทำ�ใหเ้ กดิ ชอ่ งว่างทางเศรษฐกจิ ในสหรฐั อเมริกาเพิม่ ข้นึ
4. การดำ�เนนิ นโยบายทผี่ ดิ พลาดของรฐั บาลของประธานาธบิ ดเี ฮอรเ์ บริ ต์ ฮเู วอร์ (Herbert Hoover)
เช่น นโยบายการรักษาอตั ราค่าจา้ งในระดบั สงู หรอื นโยบายการขึ้นภาษีเช็ค (Check Tax) ในอัตรารอ้ ยละ 2 นำ�มา
สู่วกิ ฤตธนาคารจากทผ่ี คู้ นจำ�นวนมากเลอื กถอนเงินจากธนาคาร มใิ ช่การเช็คตามปกติ
แนวทางในการแก้ไขปญั หาภาวะเศรษฐกจิ ตกตํา่ หลังสงครามโลกคร้งั ที่ 1
กลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มเกิดข้ึนในรัฐบาลของประธานาธิบดีแฟรงคลิน
เดลาโน รสู เวลต์ มกี ารเสนอนโยบายในการแกไ้ ขปญั หาทางเศรษฐกจิ ทเ่ี รยี กวา่ “นโยบายขอ้ ตกลงใหม่ (New Deal)”
มีเปา้ หมายในการแก้ไขปญั หาเศรษฐกิจและสังคม (Eric Rauchway, 2021) ดงั น ี้
1. สนับสนุนให้มีการกระตุ้นการใช้งบประมาณเพื่อเพ่ิมสวัสดิการของประชาชนโดยผ่านเงินโอน
และเงนิ กู้ และเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ว่างงานทีป่ ระสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกจิ ตกตํ่า
2. การกระต้นุ งบประมาณในกจิ การสาธารณะของรฐั ในด้านสาธารณูปโภค
3. การกระจายอำ�นาจให้กับรฐั บาลทอ้ งถ่นิ ในการเก็บภาษรี ่วมกันกับรฐั บาลกลาง
4. การออกพระราชบญั ญตั ปิ ระกนั สงั คมในปี ค.ศ. 1935 มกี ารใหเ้ งนิ บำ�นาญแกผ้ สู้ งู วยั มกี ารใหเ้ งนิ
ดูแลหญิงต้ังครรภ์ เด็กพิการและคนตาบอด มีบทบาทสำ�คัญในการพัฒนาระบบสุขภาพ ระบบการศึกษาและ
การบรกิ ารมนษุ ย์ของสหรฐั อเมรกิ าถว้ นหนา้ จนถงึ ปจั จบุ ัน
13.1.2 ปญั หาภาวะเศรษฐกจิ ถดถอยในสหรฐั อเมรกิ า ปี ค.ศ. 2008 (The Great Recession)
การถดถอยทางเศรษฐกิจในประเทศส่งผลให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่จำ�นวนหนึ่งเสี่ยงต่อการล้ม
ละลาย รัฐบาลแห่งชาติให้เงินช่วยเหลือธนาคารและตลาดหลักทรัพย์ เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มตกต่ําลงในหลาย
พน้ื ท่ี ทำ�ใหต้ ลาดอสงั หารมิ ทรพั ยไ์ ดร้ บั ผลกระทบเชน่ กนั ทำ�ใหเ้ กดิ การฟอ้ งขบั ไล่ การยดึ ทรพั ยจ์ ำ�นอง (foreclosure)
91REDUCED INEQUALITIES
และการว่างงานท่ียาวนานข้ึน วิกฤตการณ์ดังกล่าวมีบทบาทสำ�คัญในการล้มละลายของธุรกิจสำ�คัญ การถดถอย
ของความมั่งคัง่ ของผู้บรโิ ภคประเมินในระดับล้านลา้ นเหรียญดอลลา่ ร์สหรฐั ฯ
แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาภาวะเศรษฐกจิ ถดถอยในสหรฐั อเมริกา
ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve-FED) ในภาพรวมมีการออกมาตราการรับมือ
และฟื้นฟเู ศรษฐกจิ โดยรฐั บาลจอรจ์ ดับเบลิ ยู บชุ (KIMBERLY AMADEO, 2021) สรุปไดด้ งั น ี้
1. ปรับลดอัตราดอกเบยี้ นโยบาย (Federal Funds Rate) เพอ่ื กระตุ้นให้ภาคเอกชนเพิม่ ปริมาณ
การกู้ยืมเพ่อื การลงทนุ ให้มากข้นึ
2. ปล่อยกู้สินเช่ือระยะส้ันให้แก่ธนาคารและสถาบันการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ําโดยธนาคาร
และสถาบันการเงินสามารถยืดระยะเวลากู้เงินได้นานถึง 3 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ธนาคารและ
สถาบันการเงินเตม็ ใจปลอ่ ยกใู้ หแ้ ก่ภาคเอกชนมากยง่ิ ขนึ้
3. อดั ฉดี สภาพคลอ่ งนอกระบบธนาคาร อาทิ ตลาดตราสารพาณชิ ย์ (Commercial Paper Market)
โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนรวม (Mutual Fund) ทไี่ ด้รบั ผลกระทบจากการสญู เสียความเชือ่ ม่นั
4. จดั ทำ�โครงการเพือ่ การกยู้ ืม (Lending Program) รว่ มกบั กระทรวงการคลงั เพื่อส่งเสรมิ สภาพ
คล่องทางการเงนิ ใหก้ บั ครวั เรือนและธรุ กิจขนาดเล็กโดยครอบคลุมสนิ เช่ือรถยนต์ รวมถึงการศึกษา
5. รบั ซอื้ คืนตราสารหน้ที ีห่ นนุ โดยสินเช่ือท่ีอยอู่ าศยั (Mortgage-Backed Securities)
ต่อมาในรัฐบาลของประธานาธิบดีบารคั โอบามา มแี ผนกระตุ้นเศรษฐกจิ (Obama Plan) อันมี
สาระสำ�คัญ (Library of Congress, 2009) ดงั ตอ่ ไปน ี้
1. การลดหยอ นภาษอี ากรการสังคมสงเคราะห
2. การแกปญหางานวางงาน
3. การลงทุนจัดทำ�สาธารณูปโภคพื้นฐาน
4. ระบบการศึกษาและระบบการสาธารณสุข
5. การสง เสรมิ ดา นการพัฒนาพลงั งานทดแทนและวิทยาศาสตรเ ทคโนโลยีตลอดจนแจกจายเมด็
เงินสำ�หรบั การฟน ฟเู ศรษฐกิจในระดบั มลรฐั (Ayodele Aruleba, 2017)
13.1.3 ปญั หาวกิ ฤตเศรษฐกจิ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดโควดิ -19 ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดโควดิ -19 ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า สง่ ผลใหภ้ าคการผลติ และการเดนิ ทาง
ทอ่ งเท่ยี ว การบรโิ ภคเกิดการชะลอตัว ทำ�ให้คนอเมรกิ าจำ�นวนมากกว่า 20 ลา้ นคนตกงานในเดอื นเมษายน 2563
เนอ่ื งจากธรุ กจิ ถกู หยดุ การดำ�เนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ จากการประกาศลอ็ กดาวน์ แมว้ า่ มกี ารจา้ งงานเพม่ิ อกี 2.3 ลา้ น
ตำ�แหน่ง และทำ�ให้อัตราว่างงานลดลงไปอยทู่ ี่รอ้ ยละ 10.3 แตต่ วั เลขดงั กล่าวยงั สงู กวา่ ชว่ งเลวรา้ ยที่สดุ ของวกิ ฤตกิ ารเงนิ
ปี 2551 ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 เศรษฐกจิ สหรัฐอเมริกา ลดลงมากถึงรอ้ ยละ 32.9 เมื่อไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา
(เม.ย.-ม.ิ ย.) มากทสี่ ดุ นบั ตง้ั แตเ่ รม่ิ มกี ารเกบ็ สถติ ใิ นปี 2490 สงู กวา่ ชว่ งวกิ ฤตกิ ารเงนิ ปี 2551 ทหี่ ดตวั สงู สดุ รอ้ ยละ 8.4
หลายเท่า (Bureau of Economic Analysis, 2020)
วิกฤตโควิด-19 ท่ีมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างเกือบทำ�ให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นรัฐล้มเหลว
ในปี พ.ศ. 2563 ภายใตร้ ฐั บาลของประธานาธบิ ดโี ดนลั ด์ ทรมั ป์ มปี จั จยั มาจาก 3 ปจั จยั ดว้ ยกนั (ธเนศ อาภรณส์ วุ รรณ,
2564) อาทิ ปญั หาความคิดและความเปน็ ผูน้ ำ� ปัญหาโครงสร้างและระบบทำ�งานของรฐั และปญั หาการใหค้ วามจรงิ
ต่อประชาชนและสาธารณะ ต่อมาในรัฐบาลโจ ไบเดน ข้ึนมาบริหารประเทศสหรัฐอเมริกามีการออกกฎหมาย
มาตรการเยยี วยาและกระตนุ เศรษฐกจิ (American Rescue Plan) วงเงนิ 1.9 ลา นลา นดอลลารส หรฐั มงุ เนน้ การรบั มอื
92 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
สถานการณแ พรร ะบาดของโรคโควิด-19 ตลอดจนชว ยเหลอื ประชาชนอเมรกิ นั หลายสบิ ลานคน ท่ไี ดร บั ผลกระทบ
ทางเศรษฐกิจจากวกิ ฤตโรคระบาดทีเ่ กิดขนึ้ มานานกวา 1 ป มมี าตราการ (Matt Stieb, 2021) โดยสรปุ ได้ดังน ้ี
1. การเยียวยาผา นเชค็ เงนิ สด 1,400 ดอลลาร
2. เพมิ่ เงินชดเชยวา งงานคนละ 300 ดอลลารต อ สปั ดาห ์
3. เงินลดหยอ นภาษบี ุตรต้งั แต 3,000 ถงึ 3,600 ดอลลาร
4. การคุม ครองสวสั ดกิ ารประกนั สขุ ภาพผูว างงาน รอ้ ยละ 100
5. เงินอุดหนุน 34,000 ลา นดอลลารส ำ�หรับโครงการโอบามาแคร
6. เพิม่ งบประมาณ 350,000 ลานดอลลาร สำ�หรับรัฐบาลประจำ�รัฐและทอ งถิน่
7. เพิ่มงบประมาณ 170,000 ลา นดอลลาร สำ�หรบั โรงเรียนระดับ K12 และมหาวทิ ยาลัย
8. เพิ่มงบประมาณ 20,000 ลานดอลลารสหรฐั สำ�หรบั การระดมฉีดวคั ซีนท่หี ลากหลายท่ัวประเทศ
9. เพม่ิ งบประมาณ 50,000 ลา นดอลลารส ำ�หรบั ตรวจโควิด-19 เชงิ รกุ ในรฐั บาลทอ้ งถ่นิ
13.2 ประเทศบราซิล
เศรษฐกจิ ของบราซลิ ประกอบไปดว้ ยภาคส่วนเกษตรกรรม เหมืองแร่ การผลิตและการบรกิ ารขนาดใหญ่
ที่มีการพัฒนาอย่างสูง ตลอดจนชนชั้นกลางท่ีกำ�ลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าบราซิลเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในทวีป
อเมริกาใต้ท้ังในแง่เศรษฐกิจและการเมือง โดยมีการขยายอำ�นาจกว้างขวางข้ึนในตลาดโลกผ่านผู้เล่นสำ�คัญระดับโลก
ในอดีต บราซิลมีปัญหามากมายจนจำ�เป็นต้องมีการปิดระบบเศรษฐกิจหันมาใช้นโยบายเปิดเศรษฐกิจ มีการออก
นโยบายตา่ ง ๆ จนนำ�มาสกู่ ารแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ (กระทรวงตา่ งประเทศ, 2555)
แนวทางการแก้ไขปญั หาเศรษฐกจิ ในประเทศบราซิล ในชว่ งทศวรรษที่ 1990–2020
1. แนวทางการดำ�เนนิ การของรัฐบาลในเรอื่ งรักษาคา่ เงินเฮอลั ให้มคี วามเหมาะสมใหค้ วามสมดุล
2. การออกกฎระเบียบการควบคุมปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศที่กำ�หนดให้ผู้นำ�เงินเข้ามาลงทุน
ในประเทศตอ้ งเสียคา่ ธรรมเนยี มรอ้ ยละ 0.25
3. นโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ไม่ทำ�ลายสภาพของส่ิงแวดล้อม และให้ความสำ�คัญกับ
การพัฒนาเทคโนโลยี การลงทนุ ด้านการวิจัยและนวตั กรรมซ่ึงจะนำ�ไปส่กู ารเพ่ิมผลผลิต
4. ส่งเสริมนโยบายการค้าเสรเี พอ่ื รักษาเสถียรภาพดา้ นเศรษฐกจิ
5. สนับสนุนการปฏิรูประบบการเงินโลก เพื่อป้องกันปัญหาเงินทุนไหลเวียนและความผันผวน
ของอัตราแลกเปลย่ี น ต่อต้านการแขง่ ขันทไ่ี ม่เป็นธรรมและการไหลเข้าของเงนิ ทนุ ตา่ งประเทศ เพอ่ื การเกง็ กำ�ไร
6. ปฏิรปู ระบบภาษีให้ชัดเจน ไม่ซ้าํ ซ้อน และเป็นธรรม
7. ส่งเสริมโครงการลงทุน และระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก
ในปี 2014 และกีฬาโอลมิ ปิกในปี 2016 และเพ่ือประโยชน์ตอ่ ชุมชนในทอ้ งถ่นิ ในระยะยาว
8. การลดรายจ่ายภาครัฐ โดยการตัดและลดงบประมาณของทุกกระทรวงลงตามสัดส่วน ยกเว้น
นโยบายด้านสงั คม
ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บราซิลกลายเป็นประเทศท่ีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19
สะสมสูงมากเป็นระดับต้น ๆ โดยเฉพาะท่ีเซาเปาลู เมืองท่ีใหญ่สุดของประเทศ และมีประชากรกว่า 46 ล้านคน
เปน็ เมืองทีม่ ผี ู้ตดิ เชอื้ ถงึ รอ้ ยละ 21 ของจำ�นวนผตู้ ดิ เชื้อทงั้ ประเทศ กำ�ลังประสบกับการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ
อย่างหนัก เน่ืองจากมีการปิดสถานที่ทำ�งาน สถาบันการศึกษา ร้านอาหาร โดยปัจจุบันนั้น มูลค่าเศรษฐกิจของ
เซาเปาลูเมืองเดียว มีมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 19 ล้านล้านบาทหรือกว่าร้อยละ 32 ของ GDP เม่ือรวมกับการตกต่ํา
93REDUCED INEQUALITIES
ของราคาสนิ คา้ โภคภณั ฑ์ โดยเฉพาะราคานาํ้ มนั ดบิ จงึ ทำ�ใหป้ นี ้ี เศรษฐกจิ ของบราซลิ กำ�ลงั พบความทา้ ทาย คาดกนั วา่
อัตราการเติบโต GDP ของบราซลิ จะตดิ ลบถึงรอ้ ยละ 4.7 ซึง่ เป็นการลดลงมากทสี่ ดุ นับต้งั แต่ปี 1900 หรอื ในรอบ
120 ปี (ลงทนุ แมน, 2563)
13.3 ประเทศแอฟรกิ าใต ้
ในภาพรวมประเดน็ ทางเศรษฐกิจทแี่ อฟริกาใตใ้ หค้ วามสำ�คญั มากทีส่ ดุ ในปัจจุบัน คือ ปญั หาการวา่ งงาน
ท่ียังอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 26.8 ในปี 2559) และความเหล่ือมลํ้าทางรายได้ในหมู่ประชากรผิวดำ�ซ่ึงแอฟริกาใต้
ประสบมาตั้งแต่ส้ินสุดระบบ Apartheid นโยบายต่าง ๆ ท่ีจะได้รับการนำ�เสนอในลำ�ดับต่อไปทั้ง National
Development Plan 2030, The New Growth Path Framework และ Nine–Point Plan มีจุดมุ่งหมาย
ดา้ นการสรา้ งงาน การลดความยากจน และการสรา้ งโอกาสการทำ�งาน (ศนู ยธ์ รุ กจิ สมั พนั ธ์ กรมเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ, 2563)
แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ ในประเทศแอฟริกาใต้
ประเทศแอฟริกาใต้มีแผนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน การสร้างระบบประกันสังคมและระบบ
ประกันสุขภาพ การเสริมสร้างความพร้อมทางพลังงาน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ท่ีส่งเสริมการพัฒนา
อตุ สาหกรรมทเี่ ปน็ มติ รตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม และเศรษฐกจิ และอตุ สาหกรรมชายฝงั่ ฯลฯ (สำ�นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ
การลงทนุ , 2560)
1. The National Development Plan 2030 (2010-2030) กำ�หนดยทุ ธศาสตรการพัฒนา
เศรษฐกิจถึงป 2573 มีวัตถุประสงคหลักเพ่ือแกปญหาความยากจน ลดความเหล่ือมลํ้าในสังคม ลดอัตราการวางงาน
และพัฒนาศักยภาพและทักษะแรงงาน ในการดำ�เนินงานเพื่อบรรลุเปาหมายรัฐบาลแอฟริกาใตไดกำ�หนดยุทธศาสตร
7 ขอ ประกอบไปด้วย การพฒั นาโครงสรางพื้นฐาน มุง สเู ศรษฐกจิ ท่ีมีคารบอนตํา่ สรา งโอกาสทางเศรษฐกจิ ใหกับ
ชนบท การแกไขปญหาความเหล่ือมล้ําทางรายไดระหวางพ้ืนท่ีในเมืองและนอกเมือง พัฒนาคุณภาพการศึกษา
การฝก อบรม และนวัตกรรม สรางระบบสาธารณสขุ ท่ีมคี ณุ ภาพ และลดการทุจริต เปน็ ตน้
2. The New Growth Path Framework รฐั บาลภายใตก้ ารนำ�ของประธานาธบิ ดี Jacob Zuma
ไดก้ ำ�หนดแผนปฏริ ปู เศรษฐกจิ หรอื ทเ่ี รยี กวา่ The New Growth Path Framework ขน้ึ ในปี 2553 ซง่ึ แผนดงั กลา่ ว
มีเป้าหมายสำ�คัญเพอื่ สร้างงานจำ�นวน 5 ลา้ นตำ�แหน่งภายในปี 2563 โดยมงุ่ เน้นการลงทนุ โครงสรา้ งพนื้ ฐานและ
ไดก้ ำ�หนด 5 อตุ สาหกรรมหลักทีจ่ ะไดร้ ับการสนบั สนนุ เป็นพิเศษ ได้แก่ อตุ สาหกรรมท่ีเป็นมติ รต่อสิ่งแวดลอ้ มหรอื
ทเี่ รยี กวา่ Green Economy Industry การเกษตร การทำ�เหมอื ง การผลติ การทอ่ งเทยี่ วและการบรกิ ารระดบั สงู อนื่ ๆ
(Other High-Level Services) และปรับปรุงกฎระเบียบเพอื่ กระตุน้ การแข่งขัน และการลงทุน (Ben Fine, 2012)
3. The Nine-Point Plan เปน็ แผนกระตนุ้ เศรษฐกจิ ระยะกลางถกู ประกาศขน้ึ ในปี 2558 โดยแผนนี้
จะมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน การคมนาคม การท่องเท่ียว การเกษตร และส่งเสริมวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
94 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย
13.4 ประเทศฟนิ แลนด ์
ในอดตี ฟินแลนดม์ นี โยบายการค้าขายอยูใ่ นกรอบของการรักษาสัมพนั ธภาพกับเพื่อนบ้านมหาอำ�นาจ
จักรวรรดิรัสเซีย และต่อมา สหภาพโซเวียต ทว่าการล่มสลายของโซเวียตส่งผลให้ฟินแลนด์มีการเปลี่ยนนโยบาย
ทางเศรษฐกจิ จนกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมและเป็นตลาดเสรี ซ่ึงมีผลผลติ ตอ่ ประชากรสูงไมต่ า่ งจากเศรษฐกิจ
ในโลกตะวันตกอ่ืน ๆ ภาคเศรษฐกิจท่ีสำ�คัญ ได้แก่ การผลิตไม้ โลหะ วิศวกรรม โทรคมนาคม และอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ การค้าระหว่างประเทศของฟินแลนด์มีส่วนมากกว่าหน่ึงในสามของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน
ประเทศฟนิ แลนด์ (กระทรวงต่างประเทศ, 2562)
ชว งที่ 1 อยูระหวางป ค.ศ. 1945–1970 มกี ารออกนโยบายในการปฏริ ปู 2 ประการสำ�คญั คือ
1. ความตงั้ ใจในการปรับปรงุ แกไ ขความครอบคลมุ และคณุ ภาพของระบบการศึกษาใหดีขน้ึ
2. การคน หาวธิ กี ารใหมใ นการกระตุนใหเกิดคา ใชจ ายทางดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชวงที่ 2 ต้งั แตป ค.ศ. 1970–2000 มีนโยบายสำ�คัญ ดังน ้ี
1. บรหิ ารจัดการและยึดตามแนวทางของการเมืองและฉนั ทามตทิ างสงั คม
2. การลงทุนอยา งมนี ัยสำ�คญั ในนโยบายคณุ ภาพการศกึ ษาและการสรา งสรรคนวัตกรรม
3. การปฏิรปู ระบบเงินชดเชย และการควบคมุ ความเขมแข็งทางการเงิน
ชวงที่ 3 ค.ศ. 2000 – ปจจุบัน มีการออกนโยบายในการแกไขปญหาเศรษฐกิจ เป็นนโยบาย
“ฟนแลนดยั่งยืน” หรือ ยุทธศาสตรชาติเพื่อพัฒนาสังคมไปสูความยั่งยืนและคำ�วาการพัฒนาอยางยั่งยืน” มีเปาหมาย
ในป 2020 การทำ�ใหสังคมเกิดการพัฒนาอยางย่ังยืนในดานสวัสดิการรัฐแบบฟนแลนด ประกอบไปดวย 3 ดาน
(Ministry of Social Affairs and Health, 2020). อาทิ ดา้ นความเสมอภาคและเทา เทยี ม ด้านการพฒั นามนษุ ย
และดานการฟงเสยี งและดแู ลประชาชน
13.5 ประเทศจนี
จำ�นวน “คนจน” ในประเทศจีนลดลงอยา่ งตอ่ เนื่องในรอบ 30 ปีที่ผา่ นมา โดยในปี 1990 มีคนจน
ในประเทศจีนสูงถงึ 752 ล้านคน ทีม่ ีคา่ ใชจ้ า่ ยตํา่ กว่า 1.9 ดอลลาร์ตอ่ วัน (58 บาท โดยประมาณ) ซึ่งในระยะเวลา 10 ปี
ต่อมามคี นจนลดลงเหลอื 405 ลา้ นคน (ลดลงร้อยละ 46 จากปี 1990) และขอ้ มลู ลา่ สุดในปี 2016 มจี ำ�นวนคนจน
เหลอื ในประเทศจนี เพียง 7 ลา้ นคนเทา่ น้ันคิดเปน็ สดั สว่ นเพยี งร้อยละ 0.5 ของคนจีนท้งั หมด ซง่ึ ถือวา่ เปน็ จำ�นวน
ที่ตา่ํ มากเม่อื เทยี บกับหลาย ๆ ประเทศทีม่ รี ะดับการพฒั นาใกล้เคยี งกันและเทยี บกับเวลาพฒั นาเพยี ง 30 ปีเท่าน้นั
นอกจากนี้ หากคดิ สดั สว่ นการลดลง จะเห็นว่าจนี มคี นจนลดลงเฉลีย่ ร้อยละ 27 ต่อปี ต่อเน่อื งกนั เป็นเวลานานกว่า
30 ปี
แนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกจิ ประเทศจีน
ประเทศจีนเริ่มการลดความยากจนด้วยวิธีการช่วยเหลือประชาชนยากจนในรูปแบบสวัสดิการ
ทีเ่ ท่าเทยี มกนั ระหวา่ ง ค.ศ. 1949-1977 (Yao & Wang, 2019) เน้นให้ชมุ ชนและประชาชนชว่ ยเหลือซึง่ กันและ
กันเปน็ หลกั รวมทั้งความช่วยเหลอื จากภาครฐั แบ่งเป็น 4 ขนั้ ตอนทีส่ ำ�คญั ดงั นี้ (Wang & Liu, 2018)
ขนั้ ตอนที่ 1 (ค.ศ. 1979-1985) เปน็ การลดความยากจนจากการปฏิรปู ระบบอนุญาตใหช้ าวนา
ทำ�สัญญาเชา่ ท่ีดนิ ของรัฐส่งผลผลิตสว่ นหนึ่งใหแ้ กร่ ัฐเป็นค่าเชา่
ขั้นตอนที่ 2 (ค.ศ. 1986-2007) จดั ต้งั คณะกรรมการลดความยากจนระดับสว่ นกลางและมณฑล
กำ�หนดแนวทางการลดความยากจนโดยการอาศยั ทรพั ยากรทอ้ งถน่ิ พฒั นาการผลติ ดว้ ยตวั เอง ปรบั ชวี ติ ความเปน็ อยู่
ให้ดีขึ้นพัฒนาโครงสรา้ งพ้ืนฐาน
95REDUCED INEQUALITIES
ขน้ั ตอนที่ 3 (ค.ศ. 2008-2012) ระบบการพฒั นาและระบบความชว่ ยเหลอื เพ่อื ลดความยากจน
ขน้ั ตอนที่ 4 (ค.ศ. 2013 - ปจั จุบัน) เป็นการลดความยากจนอยา่ งตรงจุด
เปา หมายการลดความยากจนใหค รอบคลมุ ทกุ ครอบครวั และหมบู า นทย่ี ากจน สรา งกลไกในการลด
ความยากจนตรงจุดในระยะยาว ดวยกลยุทธ 4 ดานท่ีสำ�คัญ (The state council leading group office of
poverty alleviation and development [CAPD], 2013) ไดแก การพิสูจนอ ยางตรงจุด การชว ยเหลือเพือ่ ลด
ความยากจนอยางตรงจดุ การบรหิ ารจดั การอยา งตรงจดุ และการตรวจสอบอยา งตรงจดุ
กลมุ เปา หมายแบง เปน 3 กลมุ (General Office of the Communist Party of China & General
Office of the State Council of the People’s Republic of China. 2016) คอื ประชาชนยากจน หมบู า นยากจน
และอำ�เภอยากจน
ผลจากการดำ�เนินนโยบาย พบว่า การใชน้ โยบายการลดความยากจนอยา่ งตรงจดุ ของประเทศจนี
ได้ประสบความสำ�เร็จหลายด้านตามเป้าหมายที่กำ�หนดไว้ การประเมินผลการใช้นโยบาย ได้พบว่า การพิสูจน์อย่างตรงจุด
ช่วยให้แบง่ คนยากจน ศกึ ษาความตอ้ งการของครอบครวั และหมบู่ ้านท่ียากจนอย่างถกู ต้อง เช่น เจ้าหน้าทีไ่ ดค้ ดั คน
ท่ีไม่ตรงตามเกณฑ์ความยากจนออกร้อยละ 12.8 เมื่อ ค.ศ. 2017 ซ่ึงส่วนใหญ่เพราะครอบครัวมีรายได้เสริม
จากแหลง่ ทอี่ น่ื (Zheng, 2019)
นโยบายการลดความยากจนของจีน มแี นวโนม้ จะพัฒนาต่อไปใน 5 ด้าน คอื การปรับปรงุ ระบบ
การลดความยากจนอย่างตรงจุดให้ดีข้ึน การพัฒนาแบบสีเขียวและส่งเสริมอุตสาหกรรมเพ่ือลดความยากจน
ออกแบบแผนการสง่ เสรมิ แรงงานเพอื่ สรา้ งอปุ ทานแรงงานมากขน้ึ แกค่ รอบครวั ทยี่ ากจน เปลยี่ นแนวทางการชว่ งเหลอื
คนยากจนใหเ้ ข้าระบบประกนั สงั คม และเนน้ การตรวจสอบและประเมนิ ในระยะกลางและระยะยาวต่อไป
13.6 ประเทศเกาหลใี ต้
ในอดีตประเทศเกาหลีใต้มรี ะบบการเมืองและเศรษฐกิจทค่ี อ่ นขา้ งกันเคียงประเทศไทย ทวา่ เกาหลใี ต้
เคยเผชิญกับความเสียหายจากสงครามเกาหลีอย่างรุนแรง แต่มีการออกนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจึงทำ�
ให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทว่าวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ําในปี ค.ศ. 1997 ทำ�ให้มีการออก
นโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจนทำ�ให้ประเทศเกาหลีใต้มีความเจริญรุ่งเรือง โดยสามารถแบ่งแนวทาง
การแกป้ ัญหาเศรษฐกิจได้เป็น 2 ชว่ ง ดังนี้
1. แนวทางแก้ไขปญั หาเศรษฐกจิ เกาหลใี ตใ้ นชว่ งทศวรรษที่ 1960–1990
มีการประกาศใชแผนพฒั นาเศรษฐกจิ แหงชาตใิ นฉบบั ที่ 1 มีเปาหมายในการพัฒนาทำ�ใหป ระเทศ
เปนสังคมอุตสาหกรรมและเนนการเพิ่มผลผลิตเพื่อการสงออก ประเทศนี้สามารถผลิตสินคาไดเกือบทุกประเภท
เชน่ ตูเยน็ พดั ลม เคร่ืองเสียง วทิ ยุโทรทัศน แผงวงจรไฟฟา คอมพิวเตอร เปน ตน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับท่ี 3 มีการสงเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมหนักและ
เคมภี ัณฑ ตอ่ มาไดร ับการยอมรับเขาเปน สมาชกิ ของกลุมประเทศพฒั นา OECD ในป ค.ศ. 1996 และเศรษฐกิจมี
ขนาดใหญเปนอันดบั ท่ี 11 ของโลก (ดำ�รงค์ ฐานดี, 2548)
2. แนวทางแกไ้ ขปัญหาเศรษฐกิจเกาหลใี ตใ้ นช่วงทศวรรษท่ี 2000–2020
ในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 มีการออกนโยบาย “การปฏิรูป: การบูรณาการทางสังคมและ
การพัฒนาทส่ี มดุล” มีการกำ�หนดมาตรการที่เปนรูปธรรม ดงั น้ี (Lee Joung-woo, 2006)
1. ฟน ฟอู ตุ สาหกรรมขนาดเลก็ และขนาดกลางดว ยการใหก ารสนบั สนนุ ทงั้ เงนิ ทนุ ทางดา นการตลาด
2. สนบั สนุนสง เสรมิ ทางดานการศึกษา การบรกิ ารทางการแพทยและสาธารณสขุ
96 ความเหลื่อมล้ําทางสังคมของไทย