เกริ่นน ำ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อำระหะโต สัมมำสัมพุทธะสะ (3 จบ) กายะวาจาจิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ วิสุทธิเทวา ปูเชมิ กายและใจของข้าพเจ้าขอนอบน้อมและเคารพบูชา ศรีสุทโธนาคราชโพธิสัตว์ เป็นที่สุด (คำถำขอโชคลำภของหลวงปู่ค ำตำ สิริสุทโธ ผู้สร้ำงส ำนักสงฆ์จนกลำยมำเป็นวัดศิริสุทโธค ำชะโนด) (เนื้อหำโดยเว็บไซด์ https://sites.google.com) อะยังนำโคศรีสุทโธนำครำช เทียนธิรำช สุคะโต นะโมพุทธำยะ ( 9 จบ) นาคทั้งหลายทั้งปวงที่ข้าพเจ้าศรัทธา ขออาราธนาเมตตาบารมีปกป้องรักษา ศรีสุทโธนาคราชพระโพธิสัตว์ เป็นผู้เปิดปัญญาและเปิดให้พญานาคทุกตระกูลขึ้นมาสู่โลกมนุษย์ เทียนธิราชเป็นผู้น ามาบอกกล่าว ทั่วสามแดนโลกธาตุ ทั่วจักรวาล (ข้อมูลจำกกำรสัมภำษณ์ทำงโทรศัพท์นำยสุวัฒน์ เกินดี ปู่เขียวค ำชะโนด) พญำนำค เป็นภพภูมิที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ เป็นภูมิเทวดำชั้นล่ำงสุด กึ่งเดรัจฉำน และผู้ที่จะสำมำรถเห็นภพนี้ได้ (เมืองลับแล หรือ พรหมประกำยโลก หรือ เมืองบังบด) ต้องขึ้นอยู่กับเหตุและผลใน 3 ข้อนี้ คือ 1. เคยเกิดเป็นพญานาคมาก่อน เกี่ยวพันกันด้วยชาติภพจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีน้อยคนที่สามารถรับรู้ ได้ แต่จะไม่ทั่วไป หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สำยญำณพญำนำค 2. เป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่บรรลุธรรมขั้นสูง ส่วนใหญ่จะเป็นพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกาผู้ตั้งมั่นในศีลธรรม อันดี เจริญสมาธิ 3. ผู้บูชาและเคารพศรัทธาพญานาค เป็นผู้มั่นคงในพระรัตนตรัย มีความสนใจ รักษาสัจจะวาจาไม่พูด โกหก ท าอะไรท าจริง รักษาศีล 5 มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับพุทธศาสนา ชอบการท าบุญ ไม่จ าเป็นต้องชอบน้ า อย่างเดียว เพราะพญานาคไม่ได้มีอยู่แต่ในน้ า อยู่ทั้งบนภูเขาในถ้ า แต่เป็นคนที่ชอบสถานที่เย็นๆ เวลาได้สัมผัสน้ า หรือต้นไม้ใบหญ้าจะรู้สึกสดชื่น มีพลัง ผ่อนคลาย เนื่องจากได้ธาตุน้ ามาเติมเต็มให้ชีวิตมีพลัง จัดท ำโดย นำยพรพล ปั่นเจริญ
นำคหรือพญำนำค(Nāga, नाग) ในควำมหมำยทำงโบรำณคดีและชำติพันธุ์วรรณำ (Archeology & Ethnology) สำมำรถจ ำแนกเป็นสัญลักษณ์พบว่ำมี 3 ลักษณะ คือ มีหลำกหลำยควำมหมำย ดังนี้ 1. นำคเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชนดั้งเดิม จากหนังสือต านานอุรังคธาตุ สะท้อนให้เห็นว่านาคเป็นกลุ่มชน ดั้งเดิม มีถิ่นฐานอยู่ในเขตหนองแสทางตอนใต้ของมณฑลยูนาน ต่อมาได้เคลื่อนย้ายเป็นกลุ่ม ๆ เหล่า ๆ เป็นเรื่อง ของผู้คนที่เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ในลุ่มแม่น้ าโขงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตั้งแต่เขตจังหวัดหนองคายลง ไปจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี ดังหนังสืออุรังคธาตุตอนต้นเรื่องราวบอกว่า " เมืองสุวรรณภูมินี้เป็นที่อยู่แห่งนาค ทั้งหลาย"(นำคในประวัติศำสตร์อุษำคเนย์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ) 2. นำคเป็นสัญลักษณ์ของเจ้ำแห่งดินและน้ ำ (น้ ำ โดยสุเมธ ชุมสำย ณ อยุธยำ) - ภาชนะ(หม้อ)ลายเขียนสีบางใบพบที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เขียนลวดลายเป็นรูปงูพันอยู่ ลักษณะเช่นนี้เหมือนกันกับภาชนะดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี แสดงว่ามนุษย์สมัย นั้นยกย่องนับถือ งู นาค พญานาค เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเจ้าแห่งดินและน้ า เพราะงูอยู่กับดินและน้ าอันเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่ก่อให้เกิดพืชพันธุ์ธัญญาหารและ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เป็นอาหารของมนุษย์ ต่อมาเรียกงูว่านาคตามภาษา ศักดิ์สิทธิ์ นาคยังผูกติดอยู่กับบั้งไฟที่มนุษย์จุดไปขอฝน ท าให้บั้งไฟกลายเป็นงูหรือนาคที่บันดาลน้ าฝนมาให้มนุษย์ นอกจากนี้นาคยังสิงสถิตอยู่นาคพิภพหรือเมืองบาดาลซึ่งอยู่ใต้ดินอันเป็นแหล่งก าเนิดน้ า และคุ้มครองแม่น้ าล า คลอง เช่นคุ้มครองแม่น้ าโขงอันเป็นสายน้ าที่เกื้อกูลชีวิตมนุษย์ด้วย - ปราสาทพนมรุ้ง คูเมืองที่เป็นสระน้ า 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค ต้องสร้างกลางน้ า เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ า แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์พญานาค - ความที่นาคเป็นสัญลักษณ์แห่งน้ า ดังนั้น ค าเสี่ยงทายในแต่ละปีที่จะท านายถึงปริมาณของน้ าและ ฝนที่จะตกในแต่ละปีเพื่อใช้ในการเกษตร จึงเรียกว่า "นาคให้น้ า" จ านวนนาคให้น้ ามีไม่เกิน 7 ตัว จะปรากฏเห็นได้ ชัดที่สุด คือ ในพระราชพิธีพืชมงคลจรตพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันพืชมงคลของแต่ละปี(ลักษณะไทย ตอนภูมิ หลัง โดย คึกฤทธิ์ ปรำโมช) - ในประติมากรรมไทย มักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่ส าคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่างๆ หลังคาอาคารที่ สร้างขึ้นส าหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน 3. นำคเป็นลัทธิทำงศำสนำ - ระบบความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชนที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ าโขง ตั้งแต่ทางใต้ของมณฑลยูนานหรือหนอง แสต่อเนื่องลงมาเป็นลัทธิบูชานาค นาคเป็นสิ่งนอกเหนือธรรมชาติที่ส าคัญ อาจบันดาลให้เกิดธรรมชาติ เช่น แม่น้ า หนอง บึง ภูเขา - พระพุทธเจ้า ทรงเคยเสวยชาติเป็นพญานาค ชื่อ ภูริทัตตนาคราช (พญานาคจ าศีล) เป็น 1 ใน 10 ชาติสุดท้าย โดยตั้งมั่นในศีลไม่หวั่นไหวต่อภยันตรายต่าง แม้ว่าชีวิตจะสิ้นไป - พญานาคขอพระพุทธเจ้าบวชเป็นพระภิกษุ พระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน จึงขอถวายค าว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ใน ความศรัทธาของตน จัดท ำโดย นำยพรพล ปั่นเจริญ
-3- - ความเชื่อที่เป็นที่มาของการสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัว พญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม - ต่อมาระบบความเชื่อดั้งเดิมสลายตัวไป พญานาค นาค กลับถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ใหม่เห็นว่าพญานาคได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ศาสนา กษัตริย์หรือเจ้าเมืององค์ใดยึดมั่นในศาสนาได้รับความช่วยเหลือ จากนาค แม้ในโลกควำมเป็นจริง นำคอำจเป็นเรื่องเหลวไหล ไร้สำระแต่ในโลกของควำมเชื่อ นำคเป็นเรื่อง ศักดิ์สิทธิ์ ขลัง และมีอ ำนำจน่ำเกรงขำม จนมีควำมเชื่อ(ค ำกล่ำวของผู้เคำรพนับถือและศรัทธำพญำนำค "เชื่อ ในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ" ) ยิ่งย้อนหลังกลับไปหำอดีตดึกด ำบรรพ์ นำคยิ่งมีควำมส ำคัญต่อ ชุมชนบ้ำนเมือง และประชำกรในภูมิภำคอุษำคเนย์ ดังพลร่องรอยของนิทำนปรัมปรำเรื่องนำคมีอยู่ในกลุ่มชนหลำยเผ่ำพันธุ์ ทั่วทั้งภูมิภำคอุษำคเนย์ โดยเฉพำะบนผืนแผ่นดินใหญ่ เช่น มอญ เขมร ลำว พม่ำ ญวน และ ไทย ภำค 3 เปิดต ำนำนพญำนำค 1.แก่นแท้ของควำมเป็นพญำนำคคือ พญานาคต้องการสร้างบุญสร้างบารมีโดยการนั่งภาวนา และท าความดี ละเว้นความชั่ว เพื่อเลื่อนชั้นภพภูมิของตนจนได้เกิดเป็นมนุษย์ 2.ภพภูมิของพญำนำค (ปำฏิหำริย์ พญำนำค โดย สุพรรณ์ ก้อนค ำ ล ำโขง) ได้แก่ สวรรค์ วิมานของตนเอง แม่น้ าขนาดใหญ่ แม่น้ าขนาดเล็ก บึงต่างๆ ในถ้ าต่างๆ ต้นไม้ใหญ่ ทะเลหรือ มหาสมุทร ภูเขาทั่วไป บาดาลหรือพื้นดิน 3.ท ำไมพญำนำคชอบขึ้นโลกมนุษย์ พญำนำคตอบหลวงปู่ชอบว่ำ ขึ้นมำโลกมนุษย์ด้วยเหตุหลัก 4 ประกำร คือ - มาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเครื่องหมายของพระศาสนา - มาเพื่อกราบไหว้ฟังธรรมกับท่านผู้ทรงธรรม - มาเพื่อบ าเพ็ญบุญบารมีให้กับตนเอง - มาเพื่อเที่ยวชมโลกมนุษย์ แต่มาเที่ยวโลกมนุษย์จะไม่ขึ้นมาบ่อย เพราะโลกมนุษย์วุ่นวายเต็มไปด้วยกิเลส บ้านเมืองพวกข้าพเจ้าสงบร่มเย็นกว่าโลกมนุษย์.. 4.มนุษย์และพญำนำคอยู่ด้วยกันได้ต้องมี 5 สิ่ง ดังนี้ 1) ผู้ที่มีความเชื่อศรัทราต่อพญานาคด้วยใจที่บริสุทธิ์ 2) เป็นคนที่มีสัจจะในค าพูดวาจา 3) คนที่มีศีลคิดดี 4) ผู้ที่ระลึกถึงท่านเสมอ 5) ทุกการท าบุญให้ระลึกถึงองค์พญานาค 5. กำรปกครองของพญำนำคและกำรก ำเนิดพญำนำคในแต่ละตระกูล มีท้าวมหาราชผู้เป็นใหญ่คือ ท้าววิรูปักษ์ (มาจากท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 คือ ท้าวธตรฐมหาราช ปกครอง คนธรรพ์ (นักดนตรีบนสวรรค์) แต่ก าเนิดแห่งภพพญานาคจะมีการปกครองที่แบ่งชั้นกันอย่างชันเจนคือ 5.1 องค์นาคาธิบดี เทียบเท่ากับ พระเจ้าแผ่นดิน กษัตริย์ 5.2 พญานาคราช-พญานาคิณี เทียบเท่ากับ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี 5.3 นาค-นาคี เทียบเท่ากับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 5.4 นาคผู้-นาคเมีย เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไป ที่ถือว่าเป็นคนมีศีลธรรม 5.5 เงือกผู้-เงือกเมีย เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไป แต่ไม่ถือศีลใดๆ ท าดี-ชั่ว 5.6 งูตัวผู้-งูตัวเมีย เทียบเท่ากับประชาชนทั่วไป ท าดี-ชั่วตามกิเลส
-4- 6. พญำนำครำช 9 พระองค์ดังนี้ 6.1 พญำอนันตนำครำช 6.2 พญำมุจลินท์นำครำช 6.3 พญำภุชงค์นำครำช 6.4 พญำศรีสุทโธนำครำช 6.5 พญำศรีสัตตนำครำช 6.6 พญำเพชรภัทรนำครำชหรือพญำเกล็ดแก้วนำครำช 6.7 พญำนำคด ำแสนศิริ จันทรำนำครำช 6.8 พญำยัสมันนำครำช 6.9 พญำครรตระศรีเทวำนำครำช 7.ตระกูลของพญำนำค แบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ ตระกูลวิรูปักษ์ เป็นพญำนำคตระกูลสีทอง ตระกูลเอรำปถ เป็นพญำนำคตระกูลสีเขียว ตระกูลฉัพพยำปุตตะ พญำนำคตระกูลสีรุ้ง ตระกูลกัณหำโคตมะ พญำนำคตระกูลสีด ำ แต่ทั้งนี้ จากการสัมภาษณ์ ปู่เขียว (ดร.สุวัฒน์ เกินดี) พราหมณ์และผู้น าทางจิตวิญญาณของ ค าชะโนด ท่านได้ข้อเสนอแนะ ว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาไม่ควรแบ่งแยกสีกายพญานาค เพราะพระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีการแบ่งฝ่ายแบ่งข้าง 8.จุดอ่อนของพญำนำค แม้พญานาคจะมีอิทธิฤทธิ์เนรมิตตนได้มากมายยังต้องกลับกลายร่างเป็นนาคดั่งเดิม ใน เหตุ 5 อย่าง คือ 1) ขณะปฏิสนธิ 2) ขณะลอกคราบ 3) ขณะเสพเมถุนกับพญานาคด้วยกัน 4) ขณะหลับ 5) ขณะตาย จัดท ำโดย นำยพรพล ปั่นเจริญ
ภาค 4 แหล่งท่องเที่ยวตามรอยศรัทธาพญานาค ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี( 9 แห่ง) 1. ศาลหลักเมืองพ่อปู่ศรีสุทโธ (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวง วัฒนธรรม) ที่อยู่ : อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี(ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ -เพื่อสร้างขวัญและก าลังใจให้กับประชาชนของอ าเภอ บ้านดุง -เป็นจุดสังเกต(Land mark) ในการเข้าสู่ ค าชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี 2.วัดศิริสุทโธหรือวัดป่าค าชะโนด (เนื้อหาโดยเว็บไซต์https://www.sanook.com/travel) ที่อยู่ : อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี(ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ)
-6- ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นดินแดนของพญานาคและจุดเชื่อมต่อกับเมืองบาดาล โดยมีพญานาคราชปู่ศรีสุทโธและองค์แม่ศรีปทุมมา นาคราชเทวี‘ต านานผีจ้างหนังค าชะโนด’ ที่มีคนน ามาสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อพ.ศ. 2550 ท าให้ชื่อในเรื่องการ ให้โชคลาภเป็นที่สุด ค าชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะกลางน้ า หนองน้ ามีต้นชะโนดเกิดขึ้นรวมกันเป็นกลุ่ม ภายใน เกาะค าชะโนดยังมีบ่อน้ าศักดิ์สิทธ์เรียกว่า บ่อค าชะโนด เป็นน้ าใต้ดินที่ใส ซึ่งทางจังหวัดอุดรธานีได้เลือกจากบ่อน้ า นี้น าไปร่วมพิธีส าคัญๆเสมอทางจังหวัดอุดรธานีได้เลือกเอาน้ าในบ่อศักดิ์สิทธิ์ไปร่วมพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม์ พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม ณ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวงทุกปี 3.ศาลเก่าของพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา (เนื้อหาจากการสัมภาษณ์ปู่เขียว (ดร.สุวัฒน์ เกินดี)ทางโทรศัพท์) (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ :อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ในอดีตทางเข้าค าชะโนดวังนาคินทร์เป็นพื้นที่ป่ารกและเป็นหนองน้ า ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปกราบไหว้ขอพร ในค าชะโนดได้ ดังนั้นประชาชนได้สร้างศาลเก่า (ศาลฝาก ฝากค าอธิษฐานของไหว้ไว้ที่ศาลเก่า)
-7- 4. พุทธเทวสถานลานธรรมหออาสนค าเจ้าปู่ศรีสุทโธ (ต าหนักปู่เขียว ในgoogle map) ที่อยู่ : ต.บ้านวังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ หออาสนค าวิหารหรือหอศาลศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน (จวนหรือ บ้านพ่อปู่ศรีสุทโธ)เป็นศาลที่เคารพศรัทธาของชุมชนและเป็น ศาลแทนหรือตัวแทนองค์ปู่เจ้าศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมมาแห่งวัง นาคินทร์ค าชะโนด ใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมความเชื่อต่าง ๆ เพี่อความสุขกายสบายใจของคนในหมู่บ้านและคนทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นสถานที่ใช้ในการสวดมนต์ของชาวบ้านในอ าเภอ บ้านดุงในทุกวันพระ โดยมีปู่เขียวค าชะโนดเป็นเจ้าส านักหอ อาสนค า(ดร.สุวัฒน์ เกินดี) ผู้น าในการสวดมนต์และเป็น สัญลักษณ์แห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ดีงาม
-8- 5. วัดบุญมาวาส (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ https://www.naewna.com/local) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ส านักพุทธศาสนาเป็นผู้ตั้งชื่อตามชื่อของผู้ถวายที่ดิน ชื่อพ่อบุญมา มีพระสงฆ์จ า พรรษา 6 รูป เดิมทีสถานที่นี้เป็นวัดร้าง ดินแดนแถบนี้เป็นของพญานาคทางวัดจึงได้สร้างรูปปั้นพญานาค 2 องค์หน้าพระประธาน อุโบสถแบบโล่งหรือที่เรียกอีกอย่างว่าวิหารเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ต่อมาได้สร้าง รูปปั้นพญานาคทั้ง 4 องค์ประกอบด้วย พญาศรีสุทโธนาคราช (ภาคอีสาน) พญาศรีสุวรรณนาคราช (ภาคกลาง) พญาพิงคารนาคราช (ภาคเหนือ) พญายัสมันนาคราช (ภาคใต้) นอกจากนี้ยังมีพญานาคน้อยอยู่ที่อุโบสถแห่งนี้ รวมแล้ว 27 องค์ 6. วัดภูตะเภาทอง (เนื้อหาและภาพโดย เว็บไซต์https://mgronline.com/travel) ที่อยู่ : อยู่บนทิวเขาภูพาน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญ าต จากกรมอุทยานแห่งชาติ สั ต ว์ ป่ า แ ล ะ พั น ธุ์ พื ช นักวิชาการสันนิษฐานว่า เดิมเป็นทะเล ต่อมาเกิดการ ยกตัวขึ้นเป็นลานหินและ พื้นดิน คาดว่าจะมีร่องรอยการอยู่อาศัยและการล่าสัตว์มาท าเป็นอาหาร พร้อมทั้งได้ประทับรอยฝ่ามือแดง เพื่อใช้ เป็นสัญลักษณ์ในการครอบครองที่ท ากินและได้เดินทางผ่านมาเส้นทางนี้เนื่องจากมีการพบรอยฝ่ามือคนข้างหิน ก้อนใหญ่ ปัจจุบันเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์คือ "พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ซึ่ง หลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ "รอยฝ่ามือแดง” ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ เราตั้งชื่อหินนั้นว่าเรือส าเภา เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ ส าหรับรอยฝ่ามือแดงนั้น เราได้ให้กรมศิลปากรตรวจสอบแล้ว และมีผลยืนยันว่ามีอายุ ประมาณ 2,500-3000 ปีโดยมีอายุใกล้เคียงกับผาแต้ม ที่จังหวัดอุบลราชธานี
-9- 7. เกาะเจ้าแม่นาคี (เนื้อหาโดย เว็บไซต์ : https://www.khaosod.co.th/around-thailand ) ที่อยู่ : กลางฝายท่ามะนาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี(ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณ ะเด่น/ ความส าคัญ " เ จ้ า แ ม่น า คี" ห รือน าคีน้อย ( น า ค น้ อ ย ) หลานสาวเพียง องค์เดียวของ เจ้าปู่ศรีสุทโธและเจ้าย่าศรีปทุม ผู้ที่จะเดินทางไป กราบสักการะ ต้องนั่งเรือจากฝั่งทะเลสาบท่ามะนาว จะมีร้านค้าบริการเรือรับ-ส่ง จากฝั่ง(ท่ามะนาว)ไปที่ เกาะนาคีใช้เวลาประมาณ 5 นาที ตั๋วขึ้นเรือในราคา 20 บาท เมื่อถึงเกาะนาคี เดินข้ามสะพานเข้าไปจะ พบเทวรูปของเจ้าแม่นาคี 8.วัดสันติวนาราม อ.หนองหาน(อุโบสถดอกบัวกลางน้ า) (เนื้อหาโดยเว็บไซต์https://travel.trueid.net/) ที่อยู่ : อ.หนองหาน จ.อุดรธานี (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่นความส าคัญ เป็นพุทธศาสนสถานที่ส าคัญอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดอุดรธานีเป็นหนึ่งเดียวในสยามกับ พระอุโบสถกลางน้ าทรงดอกบัว พระอุโบสถทรงดอกบัวสีขาวตั้งโดดเด่นกลางน้ ามีสะพานทางเดินเชื่อมไปยัง พระอุโบสถ ประดิษฐานองค์พระประธานสีขาวโดดเด่นอยู่ภายในอุโบสถ บริเวณโดยรอบถูกโอบล้อมไปด้วยบึงน้ า ขนาดใหญ่และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจ านวนมาก โดยนักท่องเที่ยวสามารถท าทานด้วยการให้อาหารปลาได้อีกด้วย เปิดท าการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีไม่เสียค่าใช้จ่าย
-10- 9. วัดสระมณี (เนื้อหาโดย เว็บไซต์ https://www.ruay365.com) (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ลักษณะเด่นความส าคัญ สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 2338 วัดสระมณีหรือวัดสระมณีโชติ เน้นตกแต่งด้วยพญานาคเป็นหลัก พญานาคราชแห่ง วัดสระมณีตามความเชื่อศรัทธาว่าด้วยตระกูลพญานาคราชปรากฎในพระพุทธมนต์ขันธปริตร พญานาคราช 4 ตระกูลใหญ่ ประกอบด้วย 1. พญาวิรูปักข์นาคราช พญานาคตระกูลสีทอง 2. พญาเอราปถะนาคราช พญานาคตระกูลสีเขียว 3. พญาฉัพพะยาปุตตนาคราช พญานาคตระกูลสีรุ้ง 4. พญากัณหาโคตมนาคราช พญานาคตระกูลสีด า
-11- จังหวัดสกลนคร ( 1 แห่ง) 1. วัดถ้ าผาแด่น (เนื้อหาและภาพโดย เว็บไซต์https://www.sanook.com/travel) ที่อยู่ : อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เป็นวัดเก่าแก่มีความเป็นมานับ ร้อยปีภายในวัดเต็มไปด้วยงาน ประติมากรรมแกะสลักหินทราย ขนาดใหญ่ แกะสลักเป็นเรื่องราว ต่าง ๆ เช่น ภาพแกะสลักพระ พุทธสีหไสยาสน์ ภาพแกะสลัก พุทธประวัติตั้งแต่ประสูติตรัสรู้ และปรินิพพาน รอยพระพุทธบาทสี่รอยจ าลอง เป็นต้น จุดแลนด์มาร์ควัดถ้ าผาแด่น คือ องค์พญานาคปรกขนาด ใหญ่ที่มีรูปปั้นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ใต้เศียรพญานาค จังหวัดหนองคาย (4 แห่ง) 1.วัดไทยและถ้ าพญานาค(เนื้อหาและภาพโดย เว็บไซต์https://thailandtourismdirectory.go.th/) ที่อยู่ : อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ถ้ าพญ าน าค ห รือ ถ้ าเมือ ง บาดาลจ าลอง ตั้งอยู่ที่ วัดไทย ต านานเล่าขานกันถึงเมืองหลวง ของพญานาคแห่งโลกบาดาลใต้ แม่น้ าโขงเชื่อกันว่า อยู่ที่ริมแม่น้ า โขงหน้าวัดไทยถ้ าจ าลอง 7 ห้อง แต่ละห้องแสดงถึงเรื่องราวของเมือง บาดาล เช่นห้องสมบัติพญานาค จ าลองถ้ าใต้บาดาล เป็นที่เก็บสมบัติ ของพญานาค บริเวณริมฝั่งโขงหน้าวัดไทย เป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคที่ ได้รับความนิยมที่สุดของ จังหวัดหนองคาย ในวันออกพรรษา 15 ค่ า เดือน 11
-12- 2.วัดถ้ าศรีมงคล(วัดถ้ าดินเพียง)(เนื้อหาและภาพโดย เว็บไซต์ https://www.remawadee.com) ที่อยู่ : อ.สังคม จ.หนองคาย ลักษณะเด่น/ความส าคัญ วัดถ้ าศรีมงคล หรือถ้ าดินเพียงเป็น ถ้ าที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพญานาค ถูกค้นพบโดย นายค าสิงห์ เกศศิริ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ส าคัญอีก แห่งหนึ่งใน จังห วัดหน องค าย สาเหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ าดินเพียงเนื่องจากถ้ าแห่งนี้ เป็นถ้ าใต้ดินและปากทางเข้าถ้ าอยู่เสมอพื้นดิน 3.วัดพระธาตุบังพวน(สระมุจลินท์) (เนื้อหาโดย เว็บไซต์https://mgronline.com/travel) (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
-13- ลักษณะเด่น/ความส าคัญ รูปทรงแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ลักษณะเจดีย์ เป็นรูปสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พรปฐมเจดีย์ เจดีย์องค์ ปัจจุบันบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากรระหว่าง พ.ศ. 2519-2521 หลังจากที่องค์เดิมได้พังทลายลงเมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด สิ่งน่าสนใจได้แก่ สถูปเจดีย์เก่าแก่ พระพุทธรูปโบราณศิลปะล้านช้างที่ รวมถึงสถานที่เกี่ยวกับพญานาคอีกแห่งหนึ่ง คือ "สระมุจลินท์" หรือ "สระพญานาค" สระน้ าเก่าแก่สุดคลาสสิค ใน สมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ใดเป็นเจ้าเมือง ก็จะน าน้ าจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล ต่อมาสระพญานาคก็ ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา จนกระทั่งชาวบ้านและประชาชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคและท าการบูรณะสระ พญานาคเพื่อใช้น้ าในสระนี้น าไปประกอบพิธีมงคลต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ทุกปีชาวจังหวัดหนองคายจะจัด งานนมัสการพระธาตุบังพวนขึ้นในเดือนยี่ ขึ้น 11 ค่ าตุบังพวน (สระมุจลินท์)
-14- 4.พระธาตุหนองคาย หรือพระธาตุกลางน้ า (เนื้อหาโดย เว็บไซต์ https://mgronline.com) (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางล าน้ าโขง ที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตามต านานอุรังคธาตุ (พระพนม) จากการส ารวจใต้น้ าของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่าองค์พระธาตุมีฐานกว้างด้านละ 17.2 เมตร พระ ธาตุหนองคาย พระธาตุกลางน้ า หรือพระธาตุหล้าหนอง เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุโบราณมานานหลาย ร้อยปีปัจจุบันได้มีการสร้างพระธาตุหล้าหนองหรือพระธาตุกลางน้ า (จ าลอง) ขึ้นไว้บนฝั่ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ 9) เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ด้านในขององค์พระธาตุหล้าหนองเป็นที่ประดิษฐานสุวรรณฉัตรเจ็ดยอดที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ยอดปลีฉัตรออกแบบเป็นรูปดอกบัวเถา 7 ชั้น ประดับด้วยอัญมณีมงคลต่าง ๆ ลวดลายแต่ละชั้น หมายถึง ความสง่างามแห่งปัญญา
-15- จังหวัดนครพนม (3 แห่ง) 1.พญาศรีสัตตนาคราชแลนด์มาร์คของนครพนม(ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ https://nakhonphanom.prd.go.th) ที่อยู่ : ลานศรีสัตตนาคราช หน้าส านักงานป่าไม้ เทศบาลเมืองนครพนม จ.นครพนม ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน มีความ สวยงาม โดดเด่น องค์พญาศรี สั ต ต น า ค ร า ช ห ล่ อ ด้ วย ทองเหลือง เป็นรูปพญานาคขด หาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมดรวมฐาน 15 เมตร วัตถุประสงค์การก่อสร้างครั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อเกี่ยวต่อ เรื่องพญานาคของชาวไท และชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ าโขง อีกทั้งยังต้องการยกระดับ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ าโขง ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะกลายเป็น แลนด์มาร์กแห่ง ใหม่อีกจุดหนึ่งของภูมิภาคนี้พญาศรีสัตตนาคราช มีความเด่นสง่าเพราะมี7 เศียร ล าตัวเดียว ถือได้ว่าเป็น ตระกูล พญานาค ที่สืบสายพันธุ์มาแต่ครั้งพุทธกาล มีความใกล้ชิดพระพุทธองค์และพระพุทธศาสนา 2. วัดพระธาตุพนม (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ http://www2.nakhonphanom.go.th) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอีสาน พระบรมธาตุ ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของ นครพนมมาแต่โบราณกาล สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธกาล ประมาณ พ.ศ.8 ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ จนเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์เนื่องจากความเก่าแก่ ขององค์พระธาตุและภัยพิบัติจากการเกิดฝนตกพายุพัดแรง ติดต่อกันหลายวัน ประชาชน ได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และรัฐบาลได้ก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่สร้างครอบฐานพระธาตุ องค์เต็ม โดยรักษารูปแบบเดิมก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2522
-16- 3. ถ้ านาคี(เนื้อหาและภาพโดย เว็บไซต์ https://mgronline.com/travel) ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ถ้ านาคีมีการส ารวจพบ ทางฝั่ง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งเป็นเขาลูกเดียวกัน หากจะเปรียบเทียบกันให้เข้าใจได้ ง่ายคือ ทั้งสองถ้ าอยู่คนละฝั่ง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาจึงได้ตั้งชื่อถ้ าแห่งนี้ว่า ‘ถ้ านาคี’เส้นทางท่องเที่ยว ถ้ านาคีทางอุทยานแห่งชาติภูลังกาเก็บค่าเข้าชมคนละ 20 บาท บริการที่จอดรถอีกคันละ 30 จ. มุกดาหาร (6 แห่ง) 1.แก่งกะเบา (เนื้อหาโดย เว็บไซต์ https://mukdahan.prd.go.th) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ตรงข้ามกับเมืองไชยบุรีสปป.ลาวแก่งกะเบา เป็นแก่งหินและโขดหินยาวตามล าน้ า โขง สายน้ าโขงที่ไหลมามาจะกระทบกับแก่งหินมีการกัดเซาะท าให้เกิดรูปร่างที่สวยงาม ในฤดูแล้งประมาณเดือน มกราคม-พฤษภาคม น้ าลดจนมองเห็นเกาะแก่งกลางน้ าและหาดทรายสวยกว่าฤดูอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ นักท่องเที่ยวบนฝั่งแก่งกะเบามีการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสวนสาธารณะ พร้อมทั้งจัดสร้าง "องค์พญาศรีภุชงค์มุกดา นาคราช" พญานาคองค์ใหญ่สีขาวงดงาม นอกจากนี้ยังมีลานนักษัตร 12 ราศีและลานวัฒนธรรม 8 ชนเผ่า
-17- 2. วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์(เนื้อหาโดยเว็บไซต์https://paikondieow.com) (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ลักษณะเด่น/ความส าคัญ อยู่ในเ ขตพื้นที่ ข องอุท ย าน แห่ง ช า ติ มุกดาหาร เป็นที่ตั้งวัดรอยพระพุทธบาท ภูมโนรมย์เป็นวัดเก่าแก่ มองเห็นทิวทัศน์ ของจังหวัดมุกดาหาร แม่น้ าโขง และแขวง สะหวันนะเขต สปป.ลาว ภายในบริเวณวัด มีรอยพระพุทธบาทจ าลอง สร้างขึ้นจากหิน ท ร าย เป็น วัดที่ตั้งอยู่บนยอดเข าติด แม่น้ าโขง จุดไฮไลท์อยู่ 2 แห่งคือ องค์ พญานาคใหญ่ที่มีชื่อว่า “พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช”ล าตัวยาว 122 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.50 เมตร สูงประมาณ 20 เมตร และอีกสิ่งหนึ่งก็คือองค์พระใหญ่ “พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์”ขนาดหน้าตัก 39.99เมตร สูง 59.99 เมตร ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของวัด สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 3. ศาลปู่พญานาคราช สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 ที่อยู่ : อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร (เนื้อหาโดยเว็บไซต์mgronline.com) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ)
-18- ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ศาลปู่พญานาคใต้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 สถานที่ประดิษฐานปู่พญาอนันตนาคราช ย่านาคน้อย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งตั้งอยู่ใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 องค์พญานาคขนาดใหญ่ที่พันล้อมรอบเสาต้นใหญ่ เอาไว้หันหน้าออกสู่แม่น้ าโขง ในมุมของการท่องเที่ยวเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความวิจิตรงดงาม เป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ดี
-19- 4.พิพิธภัณฑ์ความเชื่อ เรือนจอมเพชร (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ google.com) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ และนายธตรฐ ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เป็นบ้านทรงไทยที่อยู่ติดกับ "ศาลพญานาค" ใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 มุกดาหาร - สะหวันนะเขต เส้นทางไปอ าเภอหว้านใหญ่ จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์สถานที่จัดแสดง หิน แก้ว จากถ้ าต่างๆ ทั่วประเทศ มีความสวยงามตามธรรมชาติของก้อนหินต่างๆให้ได้ชมอย่างมากมาย และภายใน เรือนจอมเพชร ยังมี "องค์พญานาค" ให้ผู้คนเข้ามากราบสักการะบูชาขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย 5.โรงแรมพลอยพาเลส มุกดาหาร (รอยพญานาคและรังผึ้งจ านวน 20 รัง) ที่อยู่ : อ. เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร (เนื้อหาโดยเว็บไซต์http://ploy-palace-hotel.chillholiday.com) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ)
-20- ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ที่พักคุณภาพระดับ 4 ดาว มีห้องพัก หลากหลายสไตล์ไว้บริการ นอกจากนี้บน ชั้น 8 ของโรงแรม ห้องพลอยพญา ปรากฏ รอยพญานาคบนผ้าม่านอย่างเด่นชัด และ รังผึ้งที่มาสร้างรังเกือบ 100 รัง ปัจจุบันยัง มีรังผึ้งปรากฎอยู่ อ ย่ า ง ส ง บ บ น หลังคาโรงแรมฯ ชั้น 8 ฟรีWi-Fi ทุกห้องน าสัตว์ เลี้ยงเข้าพักได้ จังหวัดบึงกาฬ (4 แห่ง) แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาตามรอยศรัทธาพญานาค 4 ตระกูล ในจังหวัดบึงกาฬมีดังนี้ จังหวัดบึงกาฬ (บทความโดยนายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร ผอ.กองอนุรักษ์และจัดการทรัพยากร ธรณี กรมทรัพยากรธรณีและส านักงานการ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ) เป็นจังหวัดที่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนสุดของ ประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 765 กิโลเมตร เป็นจังหวัดล าดับที่ 77 ของประเทศ มี อาณาเขตพื้นที่ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีแม่น้ าโขงเป็นแนว พรมแดน สภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ แวดล้อม ไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย ได้แก่ ภูทอก หินสามวาฬ วัดป่าเมืองเหืองและแก่งสะดอก(ก้อน ธาตุ) ถ้ านาคา น้ าตกกินรี ฯลฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่เกิดจากพื้นผิวของหินเกิดการกัดกร่อนไปตาม ปรากฏการณ์ซันแครก (Sun Crack) ท าให้มีลวดลายคล้ายเกล็ดปลาหรือเกล็ดงู ประกอบกับการโค้งตัวของหินท า ให้รูปร่างโดยรวมคล้ายกับการขดตัวของงูใหญ่หรือพญานาค (ตามความเชื่อ) โดยในแต่ละฤดูกาลจะให้ภาพและ บรรยากาศแตกต่างกันไป ฤดูฝนจะเกิดมอสส์ เฟิร์น และพืชพรรณต่าง ๆ เกาะตามผิวหินท าให้ดูมีชีวิตชีวา ฤดูร้อน จะเห็นผิวหินชัดเจน และระหว่างทางจะเต็มไปด้วยบรรดาพืชพรรณดอกไม้ หินประหลาดรูปทรงคล้ายเกล็ด พญานาค พื้นที่บริเวณภูทอก ภูวัว ภูสิงห์ หรือหินสามวาฬ น้ าตกกินรีและถ้ าองค์ด าแสนสิริจันทรานาคราชและแม่ ย่ามณีจันทรามนตรานฤมาศ ลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นหินทรายอายุ 75-80 ล้านปี เป็นหินที่เกิดในสมัยก่อนประเทศไทยเคยเป็นทะเลโบราณ ต่อมาเกิดการยุบยกของเปลือกโลก ท าให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรืออีสานยกตัวขึ้นจากทะเลโบราณ เปลี่ยนเป็น หนองน้ าและทะเลทรายอีกครั้งโดยพื้นที่มีหิน 2 แบบสลับชั้นกันที่ความหนาประมาณ 200 เมตร (นายสุวภาคย์ อิ่มสมุทร ผอ.กองอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี) ลักษณะโดยทั่วไปของหินในบริเวณนี้ มี ชื่อทางวิชาการว่า “หมวดหินภูทอก” ประกอบด้วยหินสลับเรียงเป็นชั้นรวม 2 ชนิด ได้แก่หินทรายเนื้ออาร์โคส
-21- กับหินทรายแป้งเนื้อปนปูน เมื่อหินยกตัวขึ้นเป็นภูเขา น้ าฝนจะกัดกร่อนเฉพาะชั้นหินทรายแป้งเนื้อปนปูน เนื่องจากมีเนื้อหินที่ละลายน้ าได้ จึงท าให้พบชั้นเว้าเป็นลักษณะคล้ายถ้ าขนานยาวไปตามภูเขา สลับกับชั้นหินทราย ซึ่งเป็นชั้นหินนูนเด่นมา และเป็นลักษณะทั่วไปของภูเขาในบริเวณนี้” 1.วัดอาฮง (แก่งอาฮง) ที่อยู่ : อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ(เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์http://bkchamber.com/) และ (ภาพโดย เว็บไซต์ https://travel.trueid.net) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ แก่งอาฮง เป็นแหล่งท่องเที่ยวส าคัญของบึงกาฬ เ พราะมีทิวทัศน์ที่ สวยงาม ติดกับแม่น้ าโขงเป็นแนวโค้งยาวนอกจากนี้ยังมีเรื่องของความ เชื่อเกี่ยวกับพญานาค บริเวณหน้า วัดอาฮงศิลาวาส คือ จุดที่ลึกที่สุด ของแม่น้ าโขงเลย มีความลึกมากกว่า 200 เมตร มีชื่อกันว่า จุดนี้เป็น สะดือแม่น้ าโขง ตามต านานเล่าสืบต่อกันว่าบริเวณสะดือแม่น้ าโขงจะมี ถ้ าใต้น้ าและโขดหินใหญ่ อยู่บริเวณทางฝั่งประเทศลาวตรงข้ามกับ วัดอาฮงศิลาวาส เป็นที่ชุมนุมของเหล่าพญานาคในวันออกพรรษาเพื่อ ท าบุญบั้งไฟเป็นพุทธบูชาร่วมกับมนุษย์ แต่ก็ได้ชมความอันซีนของแก่ง อาฮงไปด้วย 2.วัดป่าเมืองเหือง พระพุทธนาคนิมิตต์และแก่งสะดอก(ก้อนธาตุ) แม่น้ าโขงริมฝั่งไทย ที่อยู่: อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ “วัดศรีบุญเรือง”หรือวัดป่าเมืองเหือง เป็นวัดโบราณ สร้างขึ้นเมื่อครั้งขอมเรืองอ านาจสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ต่อมาราวปี2100 วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา [เขตวิสุงคามสีมา] เล่าว่ามีประชาชนมีความเลื่อมใสศรัทธา ต่อองค์พระพุทธนาคนิมิตต์ (หน้าทอง)พระพุทธรูปประจ าวัดแห่งนี้
-22- แก่ งสะดอก(ก้อนธาตุ) แม่น้ าโขงริมฝั่งไทย(เนื้อหาโดยเว็บไซต์ https://siamrath.co.th/) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ)ลงเรือไปนมัสการศาลปู่พญานาคศรีสุทโธที่ข้างล่างแก่งสะดอกจะมีถ้ า ช่วงหน้าแล้ง น้ าลด แก่งจะสวยงามมากสามารถเดินเที่ยวได้ค่าเช่าเรือล าละ 200 บาท (รายได้เข้าวัดป่าเมืองเหือง) เรือสามารถนั่งได้ 6 คนต่อ 1 ล า 3. ถ้ านาคา (เนื้อหาโดยเว็บไซต์https://www.bangkokbiznews.com) ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ )
-23- ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ถ้ านาคาหรือ “ถ้ าพญานาค” ของ หินและผนังถ้ าดูคล้ายพญานาค ที่มี รูปทรงคล้ายพญานาคหรืองูขนาด ใหญ่นอนขดตัว โดยมีส่วนส าคัญ ๆ ทั้ง ส่ ว น หั ว ล า ตั ว แ ล ะ เ ก ล็ ด พญานาค ด้วยเหตุนี้จึงมีต านาน เรื่องเล่าเชื่อมโยงกับความ เชื่อของถ้ าแห่งนี้ว่า “อือ ลือราชา”หรือ “พ่อปู่อือ ลื อ” ที่ ถู ก ส า บ ใ ห้ เ ป็ น พญานาคปกครองเมือง บาดาล (เชื่อกันว่าคือบึง โขงหลง จ.บึงกาฬ)ในทาง ธรณีวิทยา ถ้ านาคาเป็น ส่วนหนึ่งของภูเขาหินทรายชื่อ “ภูลังกา” ที่อยู่ในหมวดหินยุคครี เทเซียสตอนปลาย (ประมาณ70 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงท้าย ๆ ของ โลกยุคไดโนเสาร์) ถ้ านาคามีสิ่งน่าสนใจเด่น ๆ อาทิ“หินหัว พญานาค” หรือ“หินหัวงู” หรือ "หินหัวนาคา" ที่วันนี้พบเจอ 3 หัว อยู่กระจายกันในพื้นที่ และมีส่วน “ล าตัวพญานาค” ที่ เกิดจากการ ยกตัวของแผ่นดิน (Tectonic uplift) ในภาคอีสาน รวมถึงส่วน “เกล็ดพญานาค” ที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา “ซันแครก” (Sun Cracks) ลี้ลับด้วยต านานความเชื่อของถ้ านาคายังมีต านาน ชาวบ้านเรื่องปู่อือลือที่ข้องเกี่ยวกับภูลังกา และบึงโขงหลงนั้น เชื่อว่าเกิดจากการล่มเมืองของพญานาค ซึ่งเกิดจากความรักที่ไม่สมหวังระหว่างพญานาคกับ มนุษย์ท าให้เมืองที่เจริญรุ่งเรือ งล่มสลาย บริเวณแห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งเมืองชื่อ รัตพานคร มีพระอือลือราชา เป็นผู้ ครองนครมีมเหสีชื่อนางแก้วกัลยา มีพระธิดาชื่อพระนางเขียวค า ต่อมาได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสามพันตา มี พระโอรสชื่อเจ้าชายฟ้ารุ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด มีความรอบรู้และมีรูปงามด้วยขณะประสูติมีท้องฟ้าสว่าง ไสวต่อมาได้อภิเษกสมรสกับ นาครินทรานีซึ่งเป็นพระธิดาของพญานาคราชแห่งเมืองบาดาลที่แปลงกายเป็นมนุษย์ การอภิเษกสมรสจัดกันอย่างมโหฬารทั้งเมืองบาดาลและเมืองมนุษย์ (รัตพานคร) ท าอยู่ 7 วัน 7 คืน เพื่อเป็นการ สร้างสัมพันธไมตรีระหว่าง
-24- พญานาคราช กับพระเจ้าอือลือราชาในโอกาสนี้ด้วย ทั้งสองอยู่กินกันมาเป็นเวลา 3 ปีก็ไม่สามารถจะมีผู้สืบสาย สกุลได้(เพราะธาตุมนุษย์กับนาค) จึงท าให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจกับทั้งสอง ต่อมาเจ้าหญิงนาครินทรานีล้มป่วย ลง ท าให้ร่างกายของนางที่เป็นมนุษย์กลายเป็นนาคตามเดิม โดยข่าวนี้ได้แพร่สะพัดออกไปทั่วกรุงรัตพานครและ ถึงแม้นางจะร่ายมนตร์กลับเป็นมนุษย์ ประชาชนและพระเจ้าอือลือก็ไม่พอใจ จึงได้ขับไล่นางนาครินทรานีกลับสู่ เมืองบาดาลดังเดิม โดยได้แจ้งให้พญานาคราชมารับตัวกลับ ก่อนกลับพญานาคราช ได้ขอเครื่องกกุธภัณฑ์ของ ตระกูลคืน แต่พระเจ้าอือลือราชาไม่สามารถคืนให้ได้เนื่องจากน าไปแปรสภาพเป็นอย่างอื่น ท าให้พญานาคราช กริ้วมาก และประกาศว่าจะท าลายเมืองรัตพานคร และจะเหลือเอาไว้เพียง 3 วัดเท่านั้น หลังจากพญานาคกลับไป ในตอนกลางคืน พญานาคราชได้ยกไพร่พลมาถล่มเมืองรัตพานคร และประชาชนก็ไม่มีใครรอดพ้นจากฤทธิ์นาคได้ พอนางนาครินทรานีทราบข่าว ก็ขึ้นมาตามหาเจ้าชายฟ้ารุ่ง จนถึงแม่น้ าสงครามก็ไม่พบ จึงกลับเมืองบาดาล เมือง รัตพานครได้ถล่มเป็น “บึงหลงของ” ต่อมานานเข้าค าพูดก็กลายเป็นโขงหลง และวัดที่เหลือ 3 วัด ก็คือ วัดดอน แก้ว (วัดแก้วฟ้า) วัดดอนโพธิ์(วัดโพธิสัตว์) และ วัดดอนสวรรค์(วัดแดนสวรรค์) ทางที่นางนาครินทรานีตามหา เจ้าชายฟ้ารุ่ง คือ ห้วยน้ าเมา (เมารัก) ส่วนพระอือลือราชาไม่ได้สิ้นพระชนม์ไปกับเหตุการณ์นี้ด้วย แต่ถูกพระยา นาคราชจับตัวไว้พร้อมกับสาปให้พระอือลือราชากลายร่างเป็นนาคเฝ้าอยู่ในภูลังกาหรือบึงโขงหลงชั่วนิรันดร์ จนกว่าจะมีเมืองเกิดใหม่ในดินแดนแห่งนี้จึงจะล้างค าสาปของพระยานาคราชได้ หมายเหตุ : การเกิดถ้ านาคา (ภาพและบทความโดยอาจารย์ชัยพร ศิริพรไพบูลย์กรมทรัพยากรธรณี) ก าเนิดถ้ านาคา 1) ลักษณะทางธรณีวิทยา : เป็นหินทรายอายุ 75-80 ล้านปีในอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นผืนทะเลทรายมา ก่อน พบการแทรกสลับชั้นระหว่างหินทรายเนื้ออาร์โคส กับหินทรายแป้ง หนาประมาณ 200 เมตร เมื่อชั้นหินถูก แรงกระท าให้ยกตัวขึ้นเป็นภูเขา ชั้นหินทรายแป้งที่มีความคงทนต่อการกัดกร่อนน้อยกว่าหินทรายเนื้ออาร์โคส ก็จะ เกิดการผุพังกัดกร่อนมากกว่าชั้นหินทราย ท าให้มองเห็นเป็นชั้นเว้าของหินทรายแป้งสลับกับชั้นหินทรายแข็งไปมา 2) ล าตัวพญานาคา: หินที่คล้ายล าตัวพญานาคจะเป็นส่วนของผนังถ้ าที่มีลักษณะโค้งนูนออก ที่คั่นสลับ ด้วยผนังหินที่โค้งเว้าเข้าไป ท าให้ดูคล้ายล าตัวพญานาค เกิดจากการกัดเซาะที่เป็นวัฏจักร (Cyclic Erosion) ในยุคโลกเย็นหรือยุคน้ าแข็งกับยุคโลกร้อนในอดีตที่เกิดสลับกันเป็นวงรอบประมาณทุกๆ 1 แสนปีโดยมีน้ าเป็น ตัวการหลักในการกัดเซาะหินลงไปตามกลุ่มรอยแตกของหินในแนวตั้งที่มีสองแนวตัดกันจนเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยม จึงท าให้เกิดเป็นถ้ าที่มีลักษณะเป็นช่องแคบตัดกันเหมือนถ้ าเขาวงกฏขนาดเล็กแต่ไม่มีหลังคาถ้ า ผนังของถ้ าจึงมี ความโค้งและเว้าสลับกันจึงท าให้ดูคล้ายล าตัวพญานาคหรืองูยักษ์ดังกล่าว
-25- 3) เกล็ดพญานาค: เกิดจากการขยายตัวและหดตัวของผิวหน้าของหิน ซึ่งกระบวนการนี้มีชื่อ เป็นภาษาอังกฤษว่า ซันแคร๊ก (Sun Cracks) ที่จะเกิดขึ้นเป็นวัฏจักร แต่เป็นวัฏจักรที่สลับปรับเปลี่ยนระหว่าง ความร้อนจากแสงแดดในช่วงกลางวันกับความเย็นในช่วงกลางคืน แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น เวลาที่ยาวนานมากคาดว่าจะใช้เวลานับแสนปีหรือนานกว่านั้น แหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่มีอายุ 70-75 ล้านปีที่น่าสนใจบริเวณถ้ านาคา ได้แก่ หัวใจพญานาค (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และนายอรรถพล หาดเสี้ยว) ถ้ าหลวงปู่วัง, เจดีย์หลวงปู่วัง (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และนายอรรถพล หาดเสี้ยว) (บทความโดยส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ) ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา เป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานอยู่บนเนินหินริมหน้าผาบนเขาภูลังกาที่ความสูง ประมาณ 545 เมตร จากระดับน้ าทะเลปานกลาง เจดีย์มีสีเหลืองทองอร่าม ภายในเจดีย์บรรจุพระธาตุของหลวงปู่ วังฐิติสาโร เกจิชื่อดังแห่งภูลังกา จากถ้ านาคาสามารถเดินต่อมาที่จุดนี้ได้เพียง 900 เมตร
-26- เจดีย์หลวงปู่เสาร์วัดถ้ าชัยมงคล และผาใจขาด จุดชมวิวภูลังกา (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และนายอรรถพล หาดเสี้ยว) ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติภูลังกา ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ (ภาพ โดยนายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ ) (บทความโดย Unseen Tour Thailand) วัดถ้ าชัยมงคล (ยอดภูลังกา) ประดิษฐานเจดีย์ชัยมงคลบูรพาจารย์ สถานที่บรรจุทันตธาตุหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล และรูปหล่อเหมือนหลวงปู่เสาร์ สร้างโดยหลวงปู่วัง ฐิติสาโร (เจดีย์องค์เก่าซ้อนอยู่ด้านใน)
-27- ถ้ าหลวงปู่สิม (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อุทยานแห่งชาติภูลังกา ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ถ้ าแกลบ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และนายอรรถพล หาดเสี้ยว) ลักษณะเด่น เป็นเพิงผาหิน เป็นหินทรายสีแดง (Rock Shelter) มีร่องรอยของคนสมัยก่อนประวัติศาตร์อาศัยอยู่ เมื่อประมาณ 50000 ปี ช่วงที่น้ าทะเลขึ้นถึงยอดเขาและต่อมาน้ าทะเลได้ถอยร่นอยู่ในระดับทะเลเดิม เป็นยุคที่คน สมัยก่อนประวัติศาสตร์เริ่มมีการหาของป่า ล่าสัตว์ เพาะปลูกข้าว และใช้เพิงผาถ้ าแกลบเป็นที่พักอาศัยจึงพบกับ ข้าวเปลือกที่ถูกการกะเทาในถ้ าแกลบแห่งนี้เป็นจ านวนมาก
-28- 4. น้ าตกกินรี-หินโลมา(บทความโดยส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และคุณแดง ยะรี) ที่อยู่ : อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
-29-
-30- น้ าตกกินรีเป็นน้ าตกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ ทางขึ้นน้ าตกจะเป็นที่ตั้งของวัดป่ากินรีมีทิวทัศน์สวยงาม เมื่อผ่านน้ าตกไปจนถึงขั้นที่ 4 พบกับชั้นหินที่สลับซับซ้อนคล้ายหัวของโลมา หันหน้าเข้าหากัน นอกจากนี้ยังมี ประตูสู่เมืองลับแลดินแดนแห่งพญานาค มีหินวางตัวคล้ายพญานาค และหัวพญานาค ตามความเชื่อ อีกทั้งเป็นที่ จ าศีลขององค์ด าแสนศิริจันทรานาคราชและแม่ย่ามณีจันทรามนตรานฤมาศ รวมทั้งหัวพญานาคสีขาว สีด า สีเขียว อีกทั้งเป็นแหล่งที่มีอายุทางธรณีวิทยายุคเดียวกับถ้ านาคา บึงกาฬ อายุประมาณ 75 ล้านปี และยังมีการเกิด ซันแครกอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา แหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงประกอบด้วย หินนาคาขาว (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และคุณแดง ยะรี) หินนาคาด า(ภาพโดยนายธตรฐ ปั่นเจริญ และคุณแดง ยะรี)
-31- หินนาคาเขียว(ภาพโดยคุณแดง ยะรี) หินนาคาแดง (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ นายธตรฐ ปั่นเจริญ และคุณแดง ยะรี) หินที่มีการก่อตัวเป็นรูปพญานาค ไข่พญานาค
-32- หินปลาโลมาและกินรี(หัวช้าง) 5. ถ้ าหลวงปู่เดี่ยว (ภาพและข้อมูลโดยคุณณัฐคุณ บุษยะกนิษฐ(พี่คิด ประธานไกด์ถ้ านาคาและผู้ค้นพบถ้ า หลวงปู่เดี่ยว) ที่อยู่ : อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เป็นถ้ าที่ยังมีร่องรอยของซันแครกเหมือนถ้ านาคา และสามารถเห็นร่องรอยการแตกของหินได้อย่างชัดเจนกว่าที่ ถ้ านาคา
-33- 6.ศาลปู่อือลือและเกาะดอนโพธิ์ (เนื้อหาโดยเว็บไซต์https://th.worldorgs.com) และ(จากบทความส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญและนายธตรฐ ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เมืองที่เจริญรุ่งเรืองล่มสลาย บริเวณแห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งเมือง ชื่อ รัตพา นคร มีพระอือลือราชา เป็นผู้ครองนครได้ขับไล่นางนาคครินทราณีกลับ สู่เมืองบาดาลดังเดิม โดยได้แจ้งให้พญานาคราชมารับตัวกลับ ก่อนกลับ พญานาคราช ได้ขอเครื่องกกุธภัณฑ์ของตระกูลคืน แต่พระเจ้าอือลือ ราชาไม่สามารถคืนให้ได้ เนื่องจากน าไปแปรสภาพเป็นอย่างอื่น ท าให้ พญานาคราชกริ้วมาก และประกาศว่าจะท าลายเมืองรัตพานคร และจะ เหลือเอาไว้เพียง 3 วัดเท่านั้น เมืองรัตพานครได้ถล่มเป็น "บึงหลงของ" ต่อมานานเข้าค าพูดก็กลายเป็นโขงหลง และวัดที่เหลือ 3 วัด ก็คือ วัดดอนแก้ว (วัดแก้วฟ้า) วัดดอนโพธิ์(วัดโพธิสัตว์) และ วัดดอนสวรรค์(วัดแดนสวรรค์) ส่วนพระอือลือราชา ไม่ได้สิ้นพระชนม์ไปกับเหตุการณ์นี้ด้วย แต่ถูกพระยานาคราชจับตัวไว้พร้อมกับสาปให้พระ อือลือราชากลายร่างเป็นนาค เฝ้าอยู่ในบึงโขงหลงชั่วนิรันดร์จนกว่าจะมีเมืองเกิดใหม่ในดินแดนแห่งนี้จึงจะล้างค า สาปของพระยานาคราชได้อีกทั้งเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ าโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดบึงกาฬ มีลักษณะเป็นทะเลสาบขนาด ใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าที่นี่เป็นเมืองบาดาลของเหล่าพญานาคและบริวารอาศัยอยู่ เป็นแหล่งที่พักอาศัยของนก อพยพมากมาย เป็นสถานที่พักผ่อนที่มีวิวทิวทัศน์งดงา หอชมนก ชมพระอาทิตย์ตกดิน มีจุดเช็คอินถ่ายรูปและหาด ค าสมบูรณ์ ที่มีหาดทรายทอดยาวสวยงาม เกาะดอนโพธิ์ (บทความโดยส านักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ และนายธตรฐ ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นเกาะที่ตั้งอยู่โดดเด่นอยู่กลางน้ า หลายคนรู้จักและเชื่อกันว่า เกาะดอนโพธิ์ คือสถานที่ที่พญานาคปู่อือลือ มักจะมาปฏิบัติธรรม เพราะเป็นเกาะที่เงียบสงบ มีต้นไม้และมีน้ าล้อมรอบ สามารถนั่งเรือเข้าไปใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ค่าโดยสาร 50 บาทขึ้นไป
-34- จ.นครราชสีมา (1 แห่ง) 1.พุทธอุทยานวังน้ าเขียว(ค าชะโนดวังน้ าเขียว) (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://travel.mthai.com) (ภาพโดยเว็บไซต์https://th.worldorgs.com) ที่อยู่ : อ.วังน้ าเขียว จ.นครราชสีมา ลักษณะเด่น/ความส าคัญ จ าลองถ้ านคราบาดาล หรือถ้ าพญานาคใต้น้ า ให้ความรู้สึกเงียบสงบเย็นสบาย ไฮไลท์ของวัดนี้คือ มีรูปปั้นองค์ พญานาค นามว่า "พญาศรีนคราบาดาล" หรือแม่ย่าศรีเมือง รวมไปถึงมีองค์ปู่อนันตนาคราช องค์ปู่ศรีสุทโธ แม่ย่า ศรีปทุม ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร และพระบรมสาริกธาตุ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งจัดไว้รองรับญาติ ธรรม และนักท่องเที่ยวที่เลื่อมใสศรัทธาอีกด้วย
-35- จ.ขอนแก่น (1แห่ง) 1. วัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาส (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://th.worldorgs.com) ที่อยู่ : อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ลักษณะเด่น/ความส าคัญ การก่อสร้างเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557 ในนามชื่อ''วัดแก้วจักรพรรดิสิริสุทธาวาส" ดินแดนสีขาวนาคราชบ าเพ็ญ ธรรม เชื่อว่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีดวงจิตนาคราชแห่งการบ าเพ็ญดวงจิตสีขาวสถิตอยู่ มีเสาหลักเมืองบาดาลเป็น จุดเชื่อมต่อระหว่างภพภูมิ เพื่อให้เหล่าลูกหลาน ได้มาขอพร ขอโชคลาภ เบิกทรัพย์สมบัติ จ.ศรีสะเกษ (1 แห่ง) 1.วัดป่าศรีมงคลรัตนาราม (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์http://i-san.tourismthailand.org) ที่อยู่ : อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ก่อตั้งขึ้นในปี2536 ด้วยการรวมแรงศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานที่มีความ สงบเงียบ และร่มเย็น สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาอยู่ที่ ถ้ านาคาธิบดีหรือ ถ้ าพญานาค ซึ่งได้มีออกแบบ พื้นที่ให้กลายเป็นวังบาดาล ที่ วังบาดาลแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ พระมหาเจดีย์ซึ่งมีทั้งหมด 5 ชั้นด้วยกัน โดยที่นี่ คือชั้นที่ 1 ภายในถ้ าประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว และรูปปั้นพญานาคตามวรรณคดีที่อ่อนช้อยงดงาม 2 ตน ชั้นที่ 2 เป็นเขาพระสุเมรุ เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับเทวดา ชั้นที่ 3 เล่าเรื่องพระมหากษัตริย์และชั้นที่ 4-5 เป็น องค์มหาเจดีย์เป็นที่บรรจุพระสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า
-36- จ.อุบลราชธานี(4 แห่ง) 1.วัดถ้ าวังผาพญานาคราช (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://www.sanook.com) ที่อยู่ : อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ลักษณะเด่น/ความส าคัญ โดยพื้นที่รอบๆเป็นป่าและ ล าธารที่มีความสวยงาม และสมบูรณ์มีฝูงปลาน้ าจืด ข ณ ะ ที่ ก ล าง ล า ห้ ว ย มี สวนหย่อมที่เกิดบนลาน หินตามธรรมชาติโดยมี หลวงปู่เพิ่มพันธ์อานันโท เป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ าผาพญานาคราช หลวงปู่เพิ่มพันธ์เล่าว่า....คนในพื้นที่เล่าต่อกันมา หลายรุ่นแล้วว่า ล าห้วยหมากนี้เป็นที่พญานาคขึ้นมาเล่นน้ า ในฤดูแล้ง คนสามารถเดินลอดออกไปได้และถ้ าแห่งนี้ มีอายุมากว่า 100 ปี 2.วัดป่าปากโดม (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์ https://www.sanook.com) ที่อยู่ : อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี(ภาพโดย อ้อมค าชะโนด รับท าพานบายศรี) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ศาสนสถานและองค์พญานาคที่ตั้ง เด่นสวยงามด้วยสถาปัตยกรรม ชาวบ้าน เรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดป่า ปากโดม หรือวัดปากโดมเทพนิมิต จุ ด เ ด่ น ข อง วั ด แ ห่ง นี้ คื อ อง ค์ พ ญ า น า ค ท ะ น ะ มู ล น า ค ร า ช บรรยากาศสงบร่มเย็นเหมาะที่จะไป พั ก ผ่ อ น ห รื อ นั่งวิ ปั สส น า มี วิ ว ธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ ามูลให้ได้ชม
-37- 3. วัดภูยอดรวย (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://www.banmuang.co.th/) ที่อยู่ : อ.ศรีเมืองใหม่จ.อุบลราชธานี(ภาพโดย อ้อมค าชะโนด รับท าพานบายศรี) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ประดิษฐานของหลวงพ่อยอดรวย 108 พระองค์ เจดีย์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ เป็นสถานที่เหมาะแก่การปฏิบัติเป็นที่ตั้งของส านักสงฆ์ภูยอด รวย ที่อยู่ท่ามกลางรอยต่อภูขาม ภูพระแก้ว ภูรีภูลาน ภูใหญ่และภูเห็ด และมีพระพุทธรูปและเจดีย์เล็กๆ สีขาว สักการะขอพรกับพญางูใหญ่ นาคราชองค์ด า ห้าเศียร ความยาว 40 เมตร อยู่ด้านล่างหน้าผาบริเวณถ้ า รอด โดยส่วนหาง และส่วนหัว จะอยู่คนละฝั่งของทางเข้าและทางออกถ้ า 4.วัดสวนหินผานางคอย (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://m.facebook.com/seesanesan) ที่อยู่ : อ.ศรีเมืองใหม่จ.อุบลราชธานี ลักษณะเด่น/ความส าคัญ บนยอดเขาวัดผานางคอยมี องค์พญานาคอนันต์ภุชงค์ นาคราช องค์ใหญ่อยู่บนผา หันหน้าสู่ล าน้ าโขง เป็นที่ สักการะขอพร ส าหรับสาย พญานาค ที่มีความเคารพ ศรัทธา ในองค์พญานาค สามารถเดินชมวิวแม่น้ าโขงที่หน้าผา และสูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมทั้งได้เป็นประจักษ์ในต านานรักอมตะ “ผานางคอย” ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์
-38- จังหวัดสกลนคร (1 แห่ง) 1. ภูน้ าลอด วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ที่อยู่ : อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร (เนื้อหาและภาพโดยเว็บไซต์https://www.facebook.com/sakonnakhon) ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสกลนคร อยู่ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร องค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อครอบรอย พระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ภายในวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูป ปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนที่งดงามมีบ่อน้ าศักดิ์สิทธิ์ที่เล่ากันว่าเป็นทางเชื่อมระหว่างเมืองมนุษย์กับเมืองพญานาค ที่จมอยู่ใต้หนองหารชาวสกลนครเชื่อว่าการมาสักการะพระธาตุเชิงชุมจะช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง รวมถึง ขอพรให้มีโชคลาภ
-39- ภาคกลางและกรุงเทพฯ จ.ปทุมธานี(6 แห่ง) 1.วัดป่าคลอง 11 คำชะโนด 2 (ภาพและเนื้อหาโดยเว็บไซต์ https://travel.trueid.net) ที่อยู่ : อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ลักษณะเด่น/ความสำคัญ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เมื่อ พ.ศ. 2531 จุดเด่นของวัดป่าคลอง 11 คือ พญานาคกับ โบสถ์ไม้กลางสระน้ำที่ล้อมรอบด้วยรูปปั้นแกะสลักพญานาคขนาดใหญ่ 4 องค์เฝ้าอยู่บริเวณสะพานที่ทอดยาว มายังโบสถ์กลางน้ำ พญานาคมีนามว่า พญาอนันตนาคราช พญามุจรินทร์นาคราช พญาภุชงค์นาคราช และพญา ศรีสุทโธนาคราช ประชาชนมักมาสักการะองค์ปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา หลวงพ่อนาคปรกแก้วมณีโชติ และลูกแก้วสีแดงขนาดใหญ่ เชื่อกันว่าเป็นหัวใจพญานาค 2.วัดเขาลังพัฒนา ที่อยู่ : อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี(ภาพโดย www.paikondieow.com) เนื้อหาโดย https://www.facebook.com/hashtagวัดเขาลังพัฒนา ลักษณะเด่น/ความสำคัญ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2400 แต่ไม่มี สิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ จึงได้ถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน กว่าร้อยปี จนถึงเมื่อ พ.ศ. 2547 พระครูสุนทรปรีชากิจ ได้ออกธุดงค์แสวงหา สถานที่ที่สงบวิเวก เหมาะสำหรับปฏิบัติธรรม ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ท้าววิรูปักษ์โข วัดยังได้สร้างพญานาคองค์ใหญ่สีดำ เรียกกันว่า พญานาควัง นาคะราชามหาเศรษฐี ด้านในทางเดินจะเป็นสระน้ำที่มีน้ำไหลอยู่ตลอดทั้งปี คล้ายกับว่าเป็นแหล่งน้ำที่อาศัยของเหล่าพญานาค
-40- 3.“วังทองพญานาค" วัดเขาสมโภชน์ ที่อยู่: อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี(ภาพโดย twitter.com/biiwwangdi) (เนื้อหาโดยhttps://www.facebook.com/raoruklopburi/posts) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ สถานที่ที่ว่าด้วยตำนานของพญานาคราช และมีผู้ที่เชื่อว่าเมื่อมาสักการะ แล้วจะพบกับความโชคดี ในแต่ละปีจะมีผู้มาสักการะเป็นจำนวนมาก 4.วัดมุจลินท์ ที่อยู่ : อ. ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี (ภาพโดย th.trip.com) (เนื้อหาโดย https://www.facebook.com/prd.lopburi) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2385 เดิมมีนามว่า “วัดโคกสลุด” ตรงตามชื่อบ้านและตำบลเดิม ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2524 วัดจึงได้ชื่อ ใหม่ว่า “วัดมุจลินท์” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. 2390 มีพระพุทธรูปเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีมาแต่สมัยใด คือ “หลวงพ่อนาค ปรก” ทรงเครื่องแกะสลักจากหินทราย (ศิลาทรายแดง) แผ่พังพานศิลปะลพบุรี อิทธิพลขอมละโว้ พุทธศตวรรษที่ 16 – 17 ด้านหน้าเป็นบันไดทอง ด้านหลังเป็น บันไดเงิน (นาคพญาลิ้นดำ) ด้านล่างวิหาร มีนาคาพญานาคมุจลินทราธิราช7 เศียรและขนิษฐานาคีศรีมุจลินทรา 5 เศียร สิ่งสำคัญคือรอยพระพุทธบาท สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2432เป็นวัดที่สร้างพญานาคสวยงามแปลก ตา แตกต่างจากวัดอื่น ตามตำนานพญามุจลินท์นาคราช และมีบันได "นาคบาศ" ลักษณะเครื่องรางของขลังแห่ง โชคลาภ กินเท่าไหร่ก็ไม่จักหมดไม่จักสิ้นและช่วยป้องกันภัย 5.ถ้ำนาคา วัดแก่งคอย ที่อยู่ : อ.แก่งคอย จ.สระบุรี(ภาพโดย pukmudmuangthai.com) (ข้อมูลโดย travel.trueid.net) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2330 เดิมว่า วัดแร้งคอย เนื่องมาจากสมัยที่ชาวบ้าน เข้ามาบุกเบิกพื้นที่ในบริเวณนี้ ได้มีการตัดไม้ทำลายป่า คงเหลือไว้แต่เพียง ต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้นริมแม่น้ำป่าสักด้านหลังวัดที่มีอายุมากเป็นร้อยปี ต้นไม้ ใหญ่เหล่านี้กลายมาเป็นที่อยู่ของ อีแร้ง หรือ นกอีแร้ง ชาวบ้านจึงเรียกว่า วัดแร้งคอย ถ้ำนาคา วังพญานาค ทางวัดได้ก่อสร้างขึ้นอย่างสวยงาม ตระการตาและเปิดให้นักท่องเที่ยวมาทำบุญ เที่ยวชมถ้ำสวยๆ ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใหม่ ของสระบุรี
-41- 6.วัดทรงกุศล (เศียรพ่อปู่พญาอนันตนาคราช) (ข้อมูลโดยเว็บไซต์th.trip.com) ที่อยู่ : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา (ภาพโดย นาย พรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดสำคัญของ ชาวบ้านในตำบลเกาะเรียน มีพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด 2 องค์ ได้แก่ หลวงพ่อ ขาว และ หลวงพ่อดำ ภายในพระอุโบสถมี พระประธานองค์สีทองงดงาม และมีศาลปู่พญาอนันตนาคราช ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนี้มีความเด่นดังใ น เรื่องของ เศียรปู่พญาอนันตนาคราช (เศียรพญานาค) อายุ1500-1000 ปีมาแล้วที่มีคนนำมาจากฝั่งลาวนำมาไว้ที่ วัดทรงกุศล ทางวัดจึงได้ตั้งศาลให้ท่านทำให้ผู้ที่ศรัทธาในองค์พญานาคต่างเดินทางมาที่วัดนี้ กรุงเทพฯ ( 5 แห่ง) 1.วัดโพธิทอง (เนื้อหาโดยเว็บไซต์ : https://dailynews.co.th) ที่อยู่ : ข.จอมทอง กรุงเทพฯ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2450 เดิมชื่อวัดทุ่ง ไม่ทราบผู้สร้างว่าเป็นใครแต่ สันนิษฐานว่าตระกูลบุนนาคเป็นในปี2507 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดโพธิ ทอง" วัดได้รับพระราชทาน พ.ศ. 2513 และเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อเป็น การเฉลิมพระเกียรติโอกาสมหามงคลในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริ ราชสมบัติครบ 60 ปี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดโพธิทอง พญาครุฑ พญา มุจรินทร์นาคราช พญาอานันโทปนาคราช
-42- 2.ห้างสรรพสินค้ามิกซ์ (เนื้อหาโดย https://www.mixtchatuchak.com) ที่อยู่ : ข.จตุจักร กรุงเทพฯ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ มิติใหม่แห่งการช้อปปิ้งใจกลางจตุจักร โดย บริษัท พิริ ยา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด นับเป็นแลนด์ มาร์กแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและ ต่างประเทศ พญานาคาธิบดีศรีสุทโธและพญานาคิณีศรีปทุมมา แห่งคำชะโนด ประดิษฐานอยู่สระมรกตตรงบริเวณหัว มุมถนน โดยตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกฝั่งตรง ข้ามเป็นบึงน้ำของสวนจตุจักรเชื่อกันว่า ทั้งสององค์มีเมตตาสูงต่อผู้กราบไหว้บูชา หากอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ไม่ เบียดเบียนผู้อื่นจะสัมฤทธิ์ผลจึงมีผู้คนไปกราบไหว้ บนบานศาลกล่าวกันเป็นจำนวนมาก 3. วังพญาไท (ข้อมูลโดย www.matichon.co.th) ที่อยู่ : ข.ราชเทวี กรุงเทพฯ (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ พระมหานาคชินะวร วรานุสรณ์มงกุฎราช พระพุทธรูปประจำพระราชวังพญาไท สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศแด่รัชกาลที่ 6 โดยได้สมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธาน ในพิธีมหาพุทธาภิเษก เมื่อพ.ศ.2533 พระพุทธรูปองค์นี้จำลองแบบมา จาก “พระมหานาคชินี” ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างไว้เมื่อครั้งทรงผนวช ณ วัดบวรนิเวศวิหารพระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นพระประจำวันเสาร์ นั่งขัดสมาธิราบ มีพญานาคแผ่พังพาน 7 เศียร
-43- มังกรเลข 8 ศักดิ์สิทธิ์ บริเวณท้าย พระราชวังพญาไท ปรากฏประติมากรรมนูน สูงภาพพญามังกรถือวชิราวุธ เปรียบเสมือน เป็นสัญลักษณ์แทนปีพระราชสมภพใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างช่วงประมาณ 2462-2465 มีอายุ100 กว่าปีโดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้า ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ตามศาสตร์ ความเชื่อของจีน ซึ่งมีผู้รู้ได้ลงความเห็นว่า เป็นมังกรที่ทรงพลังที่สุด คือ 1)เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ 2) มือถือ วชิราวุธ หมายถึง อาวุธของพระอินทร์ซึ่งเป็นราชาของเทวดา 3) ลำตัวของพญามังกรขดคล้ายเลขแปดในศาสตร์ คติจีน ถือว่าไม่มีที่สิ้นสุด ร่ำรวย มั่งคั่ง 4) เบื้องหน้าพญามังกรมีบ่อน้ำ เนื่องจากมังกรถือว่าเป็นไฟ ความสมดุล ของหยินหยางจึงเกิดขึ้น ที่ไหนสร้างมังกรที่นั่นต้องสร้างบ่อน้ำเสมอ 4. วัดนาคกลางวรวิหาร (ข้อมูลโดย www.dhammathai.org) ที่อยู่ :ข.บางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ (ภาพโดย นายพรพล ปั่นเจริญ) ลักษณะเด่น/ความสำคัญ วัดนาคกลางสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แต่เดิม บริเวณนี้มี 3 วัด คือ วัดนาค (ปัจจุบันคือวัดพระยาทำวรวิหาร) วัดกลาง (ปัจจุบันคือวัดนาคกลาง วรวิหาร) และวัดน้อย (ปัจจุบัน คือที่ตั้งโรงเรียนทวีธาภิเศก และ เคหสถานที่เช่าปลูกอาศัย) วัดทั้ง สามได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระ อารามหลวงตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี มีบันทึกไว้ว่า พระสนมในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มาสร้างพระ วิหารหรือโบสถ์น้อย จนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีกรณีรวมชื่อวัด วัดนาค ให้ชื่อใหม่ว่า วัดพระยาทำ โดยเอาชื่อเดิมมารวมเข้ากับ วัดกลางและ วัดน้อย ได้ชื่อใหม่ว่า วัดนาคกลาง เมื่อ พ.ศ. 2323 ในสมัยรัชกาลที่ 1 วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2357
-44- 5. วัดนาคปรก (ข้อมูลโดย www.wongnai.com) (ภาพโดยนายพรพล ปั่นเจริญ) ที่อยู่ : ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
-45- ลักษณะเด่น/ ความสำคัญ วัดปก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัย พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2291) เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก จึงกลายเป็น วัดร้าง (ชาวบ้านหนีภัยสงคราม)ช่วง ร.3 เจ้าสัวพุก พระยาโชฎึกราชเศรษฐี(พุก แซ่ตัน) ได้เข้ามาบูรณปฏิ สังขรณ์ กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2520 เมื่อผ่านประตูวัดมาก็จะเจอ มณฑปหลวงปู่ชู คงชูนาม อดีตเจ้าอาวาสวัดนาคปรก เกจิอาจารย์ชื่อดัง เมื่อจุดธูปเทียนเรียบร้อยแล้วให้อ้อมไปทางด้านหลังองค์ ท่าน และนำหน้าผากแตะที่สังฆาฏิขอพรด้านชาตรีแคล้วคลาด ปลอดภัย โบสถ์หลวงพ่อเจ้าสัว โบสถ์โบราณ สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรุดโทรมตามกาลเวลา มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี2555 เป็นโบสถ์สีขาว มีราวบันได พญานาคราชคู่ ทอดกายลงเพื่อเฝ้ารักษา ภายในมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย อายุกว่า 700 ปี ฐานพระเป็น มังกร 8 ตัว และมีการยกฉัตร 5 ชั้น (มีการบูรณะใหม่ ปี2559) ตามคติไทย-จีน ลอดใต้โบสถ์โบราณศรีอยุธยา เพื่อล้างอาถรรพ์ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต เดินวน 3 รอบตามเข็มนาฬิกา (คล้ายๆเวียนเทียน) และท่องคาถา ลอดโบสถ์เพื่อเสริมสิริมงคล แล้วก็มาปิดทองลูกนิมิตรโบราณ ที่ฝังไว้ใต้โบสถ์วิหารพระนาคปรก ภายใน ประดิษฐาน “หลวงพ่อนาคปรก” พระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย อายุกว่า 700 ปีมีพญานาค 7 เศียร ขนดกาย ขึ้น 4 ชั้น แผ่พังพานขึ้นเหนือเศียรพระ โดยรอบวิหารมีพญานาคเลื้อยรอบ ภายในระเบียงประดิษฐานพระนาค ปรกประจำราศีปีเกิด
-46- ภาคเหนือ เชียงใหม่ (5 แห่ง) 1.ม่อนพญานาคราช (ภาพและเนื้อหาโดยเว็บไซต์https://www.chiangmainews.co.th/) ที่อยู่ : อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่นความส าคัญ 1) องค์พญานาคราชสีขาว 2) พระวิหารอริยมรรค 8 เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน และ พญานาคราชทั้ง 4 ตระกูล ต้องการสร้างให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ของศรัทธาประชาชน และที่ส าคัญต้องการสร้างสถานที่นี้ให้เป็น กุศลผลบุญอุทิศแด่พญานาคราช จึงสร้างเจดีย์ตามที่นิมิตเห็นในการ นั่งสมาธิของครูบาชัยประสิทธิ์มีชื่อว่า “พระมหาเจดีย์ภูมิรัตตนาคราช” ที่ก าลังก่อสร้างอยู่ 3) พระมหาเจดีย์ภูมิรัตตนาคราช ภายในธรรมสถานม่อนพญานาคราช 2.วัดถ้ าเมืองออน (ภาพและเนื้อหาโดย เพจ : พ่อปู่อนันตนาคราช วัดถ้ าเมืองออน@nagamaeon) ที่อยู่ : อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่นความส าคัญ วัดถ้ าเมืองออน เดิมเป็นส านักปฏิบัติธรรมพัฒนานุสรณ์ มีต้นไม้นานาพันธุ์เป็นจ านวน มาก บรรยากาศวัดสงบร่มเย็น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมี สิ่งส าคัญที่เป็นโบราณวัตถุเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไปและมีถ้ าเมืองออน รูปปั้นพญาอนันตนาคราช เป็นที่สักการะ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวส าคัญประจ าจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2537
-47- 3.วัดถ้ าเชียงดาว (ภาพและเนื้อหาโดย โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น http://www.luangpumun-cbt.org) ที่อยู่ : ถ้ าเชียงดาว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่นความส าคัญ สร้างเมื่อพ.ศ. 2310 มีชื่อเรียกกันอีกชื่อ หนึ่งว่า วัดถ้ าหลวงเชียงดาว ยอดเขาสูง ประมาณ 2,180 เมตร ดอยเชียงดาว หลวง ปู่มั่น เคยเทศน์แนะน าพญานาค แต่ก็ไม่ ยอมรับค าแนะน า เพราะยังอาลัยอัตภาพ ปัจจุบันของตนอยู่ ในที่สุดท่านเห็นว่าการ เข้าไปในถ้ าสร้างความร าคาญให้พญานาค ท่านจึงไม่เข้าไปในถ้ าอีกเลย ในถ้ าแห่งนั้น หลวงปู่แหวนเข้าไปอยู่ได้ 1 วัน หลวงปู่ ตื้อเข้าไปอยู่ได้ 3 วัน พระแต่ละองค์เข้าไป ต่างถูกพญานาคต าหนิกล่าวโทษทั้งสิ้น เมื่อพระต่างเห็นว่า ถ้าเข้าไป แล้วจะท าให้พญานาคสร้างบาปหนักเข้าไปอีก จึงได้ช่วยเหลือพญานาคด้วยการไม่เข้าไปรบกวนในถ้ านั้นอีก
-48- 4. วัดถ้ าเมืองนะ(วัดพุทธพรหมปัญโญ) (ภาพและเนื้อหาโดย http://www.watthummuangna.org) ที่อยู่ : อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่น/ความส าคัญ ถ้ าเมืองนะ ในประวัติศาสตร์เส้นทางสายนี้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้เป็นเส้นทางเดินทัพจะเข้าไป ตีทัพอังวะที่มารุกราน เมืองงาย และเมืองแสนหวีซึ่งเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา โดยเสด็จยกทัพไปทางเมือง เชียงใหม่ และทรงพักทัพที่เมืองเชียงใหม่ เพื่อสักการะพระพุทธสิหิงค์และทรงเสด็จยกทัพไปตั้งค่ายใหญ่ที่ เมืองงาย จากเมืองงาย ก็ทรงเสด็จยกทัพผ่านเมืองนะ เข้าสู่เขตทุ่งแก้วของเมืองหาง (ขณะนี้อยู่ในเขตประเทศพม่า เรียกว่า เมืองต่วน) เพื่อจะไปตีทัพอังวะ ที่บริเวณทุ่งแก้วนี้พระองค์ท่านได้เกิดประชวรด้วย "ไข้ทรพิษ" กิจกรรม ของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้คือ สถานที่สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพญานาค ศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์ตาม รอยต านานสมเด็จพระนเรศวร รวมทั้งเป็นสถานที่เหมาะแก่การนั่งวิปัสสนากรรมฐาน
-49- 5.วัดหลวงขุนวิน (ภาพและเนื้อหาโดย facebook : คลังโบราณสถานไทย) ที่อยู่ : อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่น/ความส าคัญ เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก ภายในวัดมีอาคารไม้และเจดีย์บรรจุ พ ร ะเ กศ า ธ าตุ ของ สม เด็ จ พ ร ะ สัมมาสัมพุทธเจ้า วัดแห่งนี้ว่ากันว่ามี ชาวลัวะ 2 คน คือขุนสาบและขุนสะ เมิง ได้กราบทูลขอพระเกศาธาตุ พระองค์เลยทรงประทานให้แล้ว สร้างพระเจดีย์ครอบไว้บนยอดเตี้ยๆ ที่ชื่อว่า พระธาตุม่อนเปี้ยะ หลังจาก นั้น พระพุทธองค์ก็ทรงเสด็จมาเพื่อ ประทับรอยพระบาท ในปี2497 ครู บาอุ่นเรือน วัดควรนิมิตร ของอ าเภอสันป่าตอง ได้มาบูรณะวัดนี้อีกครั้ง อยู่ไกลจากชุมชน ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง มีแค่ พลังงานจากแสงอาทิตย์อีกทั้งถนนหนทางก็ค่อนข้างล าบาก จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนักภายในวัดนั้นมีความ งามของโบราณสถานอยู่มากมาย เช่น อุโบสถพระยืน (ปางจงกลมแก้ว) อุโบสถพระนอน (ปางปรินิพพาน) ที่เป็น พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และบันไดพญานาคศิลปะแบบล้านนา เป็นต้น
-50- จังหวัดน่าน (4 แห่ง) 1.วัดศรีพันต้น (ภาพและเนื้อหาโดยเว็บไซต์https://thailandtourismdirectory.go.th/) ที่อยู่ : ถนนเจ้าฟ้า ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน ลักษณะเด่น/ความส าคัญ สร้างโดยพญาพันต้นเจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 - 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2505 เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัด น่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงาม ตระการตามีความสวยงามมาก ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ซึ่งปั้นแต่งโดยช่าง ชาวน่านชื่อนายอนุรักษ์สมศักดิ์และ ภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติการก าเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง