The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คุรุนิพนธ์ (กัญยารัตณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-02-19 09:24:24

คุรุนิพนธ์ (กัญยารัตณ์)

คุรุนิพนธ์ (กัญยารัตณ์)

คุรุนิพนธ์ จัดทำโดย นางสาวกัญยารัตณ์ อิ่มด้วยบุญ นักศึกษาสาขาวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ปีการศึกษา ๒๕๖๖


คำนำ คุรุนิพนธ์ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลและสรุปองค์กรความรู้ต่างๆ ที่ได้จากการเข้า รับการศึกษาหลักสูตรผลิตครูของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี โดย ประกอบด้วย ๖ ประเด็น ดังนี้ ภูมิหลังในการเข้ารับ การศึกษา ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา การพัฒนาตนเองของนักศึกษาระหว่างที่ เรียนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู องค์ความรู้จากการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และนำไปต่อยอด การประเมิน ตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ครูและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา และการสะท้อนคิดตนเองได้คุณลักษณะความเป็นครูของ นักศึกษา ผู้จัดทำหวังอย่างยิ่งว่า ครูนิพนธ์ฉบับนี้จะสามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความสนใจเข้ารับการศึกษาหลักสูตรผลิตครู ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี นางสาวกัญยารัตณ์ อิ่มด้วยบุญ


สารบัญ เรื่อง หน้า ภูมิหลังในการเข้ามารับการศึกษาในหลักสูตรผลิตครูของมหาวิยาลัยราชภัฏเทพสตรี ประวัติการศึกษา ภูมิหลังในการเข้ามารับการศึกษาในหลักสูตรผลิตครู ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ลำดับการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ข้อมูลหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู(โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี) ประสบการณ์ในห้องเรียน ประสบการณ์นอกห้องเรียน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ข้อมูลหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู (โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม) ประสบการณ์ในห้องเรียน ประสบการณ์นอกห้องเรียน การพัฒนาตนเองของนักศึกษาในระหว่างที่เรียนและฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านเจตคติ องค์ความรู้จากการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการนำไปต่อยอด - โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี - โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย สรุปผลและอภิปรายผลการวิจัย กิตติกรรมประกาศ เอกสารอ้างอิง การประเมินตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ครูและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา การสะท้อนคิดด้านคุณลักษณะความเป็นครูและแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา ภาคผนวก ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคผนวก ข คำสั่งแต่งตั้ง ก ข 1 2 3 4 11 13 16 29 32 36 39 40 43 50 52 54 55 77


เรื่อง (ต่อ ) ภาคผนวก ค เกียรติบัตร ภาคผนวก ง ประมวลภาพกิจกรรม หน้ า 153 155


1


2


1 ภูมิหลัง เส้นทางการปฏิบัติการการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู การเรียนสายอาชีพครูของข้าพเจ้า เริ่มต้นจากการที่ตนเองไม่ รู้เส้นทางของตนเองตั้งแต่เป็นเด็กมัธยมโดยตัวข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวที่มีอาชีพเกษตรกร ไม่มีบุคคลใดในครอบครัวเป็น ข้าราชการ ในสมัยการเป็นเด็กมัธยมศึกษาปีที่ ๔-๕ ข้าพเจ้ายังไม่รับรู้แนวทางการศึกษาของตนเองเลยว่าจะไปทางใดทิศทาง ไหน จนกระทั่งได้เรียนวิชาแนะแนวกับครูวิชาแนะแนว ข้าพเจ้ามีความรักความชอบและความสนิทสนมกับครูท่านนี้ จึงอยาก ที่จะเดินตามรอยครูท่านนี้ และทำให้ครอบครัวของข้าพเจ้าภูมิใจในตัวของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ากลับไม่มั่นใจในตนเอง แต่ ข้าพเจ้าก็ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับรายวิชานี้ และข้าพเจ้าใช้การเสี่ยงดวงของตนเองโดยการเลือกการสอบคัดเลือกการเป็นครู สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว นับว่าเป็นการเสี่ยงดวงและท้าทายความสามรถของตนเองเป็นอย่างมาก เลือกเรียนโดยที่ ตนเองไม่รู้เส้นทางความถนัดของตนเองมาก่อน แต่การเลือกเรียนสายนี้ถือว่าเป็นการเสี่ยงดวงของตนเองได้ถูกต้อง จนกระทั่ง การเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในเรื่องของทฤษฎีและปฏิบัติ การใช้คำพูด การใช้วาจา การปฏิบัติตน และการเรียนวิชาชีพครูได้มีการออก สังเกตการสอนในโรงเรียน ทำให้เกิดการเรียนรู้ในบริบทและสถานการณ์จริงของโรงเรียนจึงรู้ตนเองว่าการเรียนสายวิชาชีพครู นี้จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและปฏิบัติตนที่ถูกต้อง ข้าพเจ้าจึงค่อยปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับบริบทต่างๆ รู้หน้าที่และบทบาท ความรับผิดชอบของตนเอง ในการเรียนรู้ในหลายๆรูปแบบทำให้ตนเองมีความชอบและรักในสิ่งที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน การ เลือกเดินสายนี้ถือว่าเป็นการท้าทายในความสามารถของข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองเป็นคนไม่กล้า ๑๐๐% ใน การแสดงออก ในการพูด ในการออกความคิดเห็น แต่ข้าพเจ้าก็มั่นใจในตนเองมั่นใจในความสามารถของตนเองและเชื่อมั่นใน ตนเอง จุดพลิกผันที่เกิดขึ้น คือการโตเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ กล้าที่จะพูด กล้าที่จะคิด กล้าที่จะแสดงออก กล้าที่ เผชิญหน้ากับบุคคลอื่นเพียงลำพังและกล้าที่จะทำให้เด็กนักเรียนหลงรัก นอกเหนือจากนี้แล้วข้าพเจ้าได้ประโยชน์ในการฝึก ประสบกาณ์วิชาชีพเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนในห้องแล้ว สามารถนำความรู้จากทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน คือ ๑. เกิดการพัฒนาตนเอง มีความมั่นใจตนเองมากขึ้น และมีความพร้อมในการรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานที่ได้รับ มอบหมาย ๒. ได้เสริมทักษะการนำเสนอ การสื่อสารข้อมูล การมีมนุษยสัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และเรียนรู้วัฒนธรรม องค์กรของสถานศึกษาซึ่งการออกฝึกประกาศวิชาชีพครูเป็นจุดที่พลิกผันกับตัวของข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก ได้รับความรู้หลายๆด้าน ด้านการเรียนและด้านการกิจกรรม การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูเป็นกระบวนการที่ข้าพเจ้าจะได้ เรียนรู้แก้ไขและปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนของตนเอง และงานในหน้าที่ครูฝึกสอนอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรม เป็น โอกาสที่จะได้นำความรู้และทฤษฎี ไปประยุกต์ใช้ และสร้างองค์ความรู้ทางการศึกษา เพื่อสร้างสรรค์และแก้ปัญหาใน กระบวนการทำงาน โดยมีครูพี่เลี้ยง อาจารย์นิเทศ และผู้บริหารสถานศึกษา เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบการบริหารงานการศึกษา ในโรงเรียนและได้ทำงานร่วมกับบุคคลอื่น กิจกรรมเหล่านี้ช่วย ให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเองให้มีทักษะใน วิชาชีพ จนสามารถปฏิบัติหน้าที่ครูได้อย่างมั่นใจ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู และ มีแนวโน้มจะเป็นครู ที่ดีในอนาคต


2


3


4


5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ๑.โรงเรียน สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขที่ ๓๒๑ ถนนนารายณ์มหาร ตำบล ทะเลชุบศร อำเภอ เมืองลพบุรี จังหวัด ลพบุรี รหัสไปรษณีย์ ๑๕๐๐๐ โทรศัพท์๐-๓๗๔๒-๗๔๘๕-๙๓ ต่อ ๑๗๗๑๑ (ผู้อำนวยการ) โทรสาร ๐-๓๗๔๒-๗๔๘๕-๙๓ ๒.คติพจน์/ปรัชญาของโรงเรียน : ลูกธิตฯ มีคุณธรรม นำความรู้ อยู่อย่างมีสุข เอกลักษณ์ของโรงเรียน : เป็นแหล่งเรียนรู้วิจัย เพื่อผลิตคนดีให้แผ่นดิน อัตลักษณ์ของโรงเรียน : เลิศล้ำวิชาการ ชี้นำสังคม กายฟิต จิตแจ่มใส ๓.ชื่อผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์ ดร.บุญยานุช เฉวียงหงส์ ชื่อรองผู้อำนวยการโรงเรียน (ถ้ามี) ฝ่ายวิชาการ : อาจารย์ฐณโชค ไทยฉาย ฝ่ายงบริหาร : อาจารย์สุเมธ เปียศิริ ฝ่ายกิจการ : อาจารย์เอกพล พ่วงเพ็ชร 5. อาคารสถานที่ 5.1 ห้องเรียน มีทั้งหมด 27 ห้อง 5.2 ห้องพักครูอาจารย์ มีทั้งหมด 10 ห้อง 5.3 ห้องส่งเสริมวิชากา • ห้องธุรการ จำนวน 1 ห้อง • ห้องวิชาการ จำนวน 1 ห้อง • ห้องกิจการ จำนวน 1 ห้อง • ห้องพยาบาล จำนวน 1 ห้อง • ห้องสมุด จำนวน 1 ห้อง • ห้องโรเนียล (ถ่ายเอกสาร) จำนวน 1 ห้อง โดยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีอาคารเรียนหลักอยู่ 3 อาคาร ประกอบไปด้วย อาคาร 7 เป็นอาคารเรียน6 ชั้น ซึ่งประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆดังนี้ ชั้นที่ 1 ประกอบด้วย ห้องเอกสาร ห้องธุรการ ห้องผู้อำนวยการ ห้องวิชาการ และห้องพยาบาล ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ห้องจัดแสดงผลงานนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์


6 ห้องปฏิบัติกรวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาตอนต้น 1 ห้อง ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาตอนต้น 2 ห้อง ห้องปฏิบัติการ เคมี 1 ห้อง และห้องพักอาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย ห้องพักอาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้แนะแนว ห้องสมุดและห้องงานฝ่ายอาคาร ชั้นที่ 4 ประกอบด้วย ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ห้องจินตภาวนา ห้องเรียนปรับอากาศของ นักเรียนชั้นม3/1, ม.3/2 และม.3/3 ชั้นที่ 5 ประกอบด้วย ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมห้องเรียนปรับอากาศของ นักเรียนชั้นม3/4.ม.3/5ม6/2,ม.6/3 และห้องอาเซียน ชั้นที่ 6 ประกอบด้วย ห้องดนตรีไทย และ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาคาร 15 เป็นอาคารเรียน 6 ชั้น ซึ่งประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ดังนี้ ชั้นที่1 ประกอบด้วย ห้องคหกรรมศาสตร์ และห้องฝ่ายกิจการนักเรียนและคณะกรรมการนักเรียน ชั้นที่ 2 ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการชีววิทยา ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ และห้องดาราศาสตร์ ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.2/1, ม.2/2 และ ม.2/3 ชั้นที่ 4 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.2/4, ม.2/5 และ ม.2/6 ชั้นที่ 5 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม. 1/1, ม.1/2, และ ม.1/3 ชั้นที่ 6 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.1/4, ม.1/5, และ ม.1/6 อาคาร 18 ในปีการศึกษา2554 โรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารมาเพิ่มเติม เป็นอาคารสูง 6 ชั้นซึ่งประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆตังนี้ ชั้นที่ 1 และ 2 เป็นใต้ถุนยกสูงเพื่อการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ชั้นที่ 3 ประกอบด้วย ห้องศึกษาค้นคว้า ห้องพักครูกลุ่มสาระการรู้วิทยาศาสตร์ ห้องพักครูกลุ่มสาระการรู้ ภาษาต่างประเทศ และห้องประชุมเทพณวรัตน์ ชั้นที่ 4 ประกอบด้วย ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.4/1, ม. 9/2, และ ม.4/3 ชั้นที่ 5 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 และ ม.6/1 ชั้นที่ 6 ประกอบด้วย ห้องเรียนปรับอากาศของนักเรียนชั้นม.4/4, ม.5/4, และ ม.6/4นอกจากนี้โรงเรียนยังใช้ พื้นที่บางส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรีในการททำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงยิมพลศึกษา โรงยิมโสมสวลี ศูนย์วิทยาศาสตร์ อาคารเรียนของคณะต่าง ๆภายในมหาวิทยาลัยและสนามกีฬา มหาวิทยาลัยเป็นต้น


7 6. สภาพแวดล้อม 6.1 สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้โรงเรียน ได้แก่ 1) วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี 2) โรงเรียนอนุบาลลพบุรี 3) พระปรางค์สามยอด 4) วังนารายณ์ราชนิเวศ 5) ศาลพระกาฬ 6.2 สถานที่ใกล้เคียงโรงเรียนที่เป็นแหล่งวิทยาการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน 1) สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 2) ห้องสมุดประชาชน จังหวัดลพบุรี 7. สภาพของนักเรียน 7.1 สภาพครอบครัว สภาพครอบครัวนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรีอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ค่อนข้าง สมบูรณ์ ฐานะทางเศรษฐกิจมีความพร้อมที่จะส่งเสริมทางต้านการศึกษา ผู้ปกครองประกอบอาชีพ รับราชการ ค้าขาย และ ธุรกิจส่วนตัว 7.2 พฤติกรรมนักเรียน สภาพนักเรียนโดยทั่วไปของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี - นักเรียนส่วนใหญ่แต่งกายสะอาดเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับของทางโรงเรียนและ นักเรียนค่อนข้างจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ - นักเรียนจะเล่นกันเป็นกลุ่มซึ่งนักเรียนในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นส่วนใหญ่จะชอบเข้าห้องสมุด อ่านหนังสือการ์ตูน หรือทำกิจกรรมที่ตัวเองซอบ ในช่วงชั้นมัธยมตอนปลายในส่วนของผู้ชายจะชอบเล่นฟุตบอล บาสเก็ตบอล หมากรุก เป็นต้น และในส่วนของนักเรียนหญิงส่วนใหญ่จะช่วยเหลืองานครู หรือทำงานที่ตนเองต้องส่งคุณครู และเข้า ห้องสมุดอ่านหนังสือ - ในการมาเรียนนักเรียนส่วนใหญ่จะมาโรงเรียนแต่เข้าและมีความตั้งใจสนใจมาเรียน แต่มีเพียง นักเรียนบางคนอาจดื้อ ไม่สนใจในการเรียนและสร้างความหนักใจให้แก่ครู


8 8. ภาระหน้าที่ของครูผู้สอน 8.1 ครูประจำชั้น - เข้าร่วมประชุมครูที่ปรึกษา เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของครูที่ปรึกษา - เข้าร่วมปฐมนิเทศนักเรียนประจำปี - ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียน การเพิ่ม-ถอน การเรียนซ่อมเสริมและการรักสภาพการ เป็นนักเรียน - จัดทำประวัตินักเรียนที่รับผิดชอบ - ติดตามผลการสอบแก้ตัว (0) มส. ขร. ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่ระเบียบการวัดผลและ ประเมินผลกำหนดหรือตามประกาศของโรงเรียน - กำหนดวันนัดพบนักเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง - ตรวจสอบผลการเรียนทุกภาคเรียนและแจ้งให้ผู้ปกครองนักเรียนทราบ - ติดตามเวลาเรียนของนักเรียนในแต่ละรายวิชา และคอยดูแลไม่ให้นักเรียนขาดเรียนเกินกำหนด - ดูแลและแนะนำพฤติกรรมเกี่ยวกับการเรียนและการเข้าร่วมกิจกรรมในระหว่างเรียน - เสนอรายชื่อนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ - ประสานงานกับครูประจำวิซาเพื่อตรวจสอบเวลาเรียนและพฤติกรรมการเรียนของนักเรีย - คอยดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหานักเรียนที่มีพฤติกรรมอันเป็นเหตุที่จะทำให้ ไม่สำเร็จการศึกษา และประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียน 8. ภาระหน้าที่ของครูผู้สอน 8.1 ครูประจำชั้น - เข้าร่วมประชุมครูที่ปรึกษา เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของครูที่ปรึกษ - เข้าร่วมปฐมนิเทศนักเรียนประจำปี -ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทะเบียนเรียน การเพิ่ม-ถอน การเรียนซ่อมเสริมและการรักสภาพการ เป็นนักเรียน - จัดทำประวัตินักเรียนที่รับผิดชอบ - ติดตามผลการสอบแก้ตัว (0) มส. ขร. ให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่ระเบียบการวัดผลและ ประเมินผลกำหนดหรือตามประกาศของโรงเรียน - กำหนดวันนัดพบนักเรียนสัปดาห์ละ 1 ครั้ง - ตรวจสอบผลการเรียนทุกภาคเรียนและแจ้งให้ผู้ปกครองนักเรียนทราบ - ติดตามเวลาเรียนของนักเรียนในแต่ละรายวิชา และคอยดูแลไม่ให้นักเรียนขาดเรียนเกินกำห - ดูแลและแนะนำพฤติกรรมเกี่ยวกับการเรียนและการเข้าร่วมกิจกรรมในระหว่างเรียน


9 - เสนอรายชื่อนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมควรได้รับการเชิดซูเกียรติ - ประสานงานกับครูประจำวิชาเพื่อตรวจสอบเวลาเรียนและพฤติกรรมการเรียนของนักเรีย - คอยดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และช่วยแก้ปัญหานักเรียนที่มีพฤติกรรมอันเป็นเหตุที่จะทำให้ไม่ สำเร็จการศึกษา และประสานงานกับผู้ปกครองนักเรียน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียน 8.2 งานอื่น ๆ - งานพัสดุ - การเงิน - งานทะเบียน - งานวิชาการ - งานกิจการนักเรียน 9. แผนผังแสดงบริเวณและที่ตั้งของโรงเรียน 9.1 แผนผังโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 9.2 แผนผังแสดงที่ตั้งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อาคาร สนาม โรงเรียน อาคาร อาคาร


10 10.ประวัติของโรงเรียน "โรงเรียนลวะศรี" จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2463 เป็นชื่อแรกของโรงเรียนสาธิตฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ ถนนวิชาเยนทร์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เปิดสอนเป็น 2 ระดับ คือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 เป็นสหศึกษา และชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รับเฉพาะนักเรียนหญิง อีก 15 ปีต่อมา เริ่มเปิดสอนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2483 โรงเรียนได้ ย้ายมาตั้งในพื้นที่ของกระทรวงกลาโหม ถนนนารายณ์มหาราช และเปลี่ยนชื่อเป็น" โรงเรียนสตรีลพบุรีทพสตรีวิทยาลัย" สังกัดกรมสามัญศึกษา โดยความช่วยเหลือ ของ ทางราชการและเงินส่วนตัวของจอมพล ป.พิบูลสงคราม พ.ศ. 2486 เปิด สอนแผนกอนุบาลรับนักเรียน ชาย-หญิง เข้าเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จน พ.ศ. 2497 แยกแผนกอนุบาลออกตั้งเป็น โรงเรียนใหม่ พร้อมอาคารที่ใช้ชื่อโรงเรียนอนุบาลลพบุรี มาจนถึง ปัจจุบัน พ.ศ.2498 โรงเรียนได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนเทพสตรี วิทยาลัย" สังกัดกรมการฝึกหัดครู และได้รับการยกฐานะเป็น วิทยาลัยครู ใช้ชื่อ "วิทยาลัยครูเทพสตรี" เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 พร้อมทั้งเปิดรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เพื่อ เตรียมไว้สำหรับนักเรียนฝึกหัดครู สังเกตการสอน และฝึกสอน จึงถึง พ.ศ.2521 จึงงดรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เปิดสอน เฉพาะชั้นมัธยมศึกษาใช้ชื่อ "โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูเทพสตรี" เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ" เป็นชื่อสถาบันการศึกษาในกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ แทนชื่อ "วิทยาลัยครู" เมื่อวันที่ 14กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 โรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนสาธิตสถาบันราชภัฏเทพสตรี" และเมื่อสถาบันราชภัฏ ได้รับสถาปนาเป็น มหาวิทยาลัยราช ภัฏ ตามพระราชบัญญัติหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2547 โรงเรียนจึงใช้ชื่อว่า " โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี " 11.ข้อมูลโรงเรียนดีเด่น รางวัลชนะเลิศการแข่งขันประวัติศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 7 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 พ.ศ. 2557 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสิ่งประดิษฐ์


11 ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ๑. ประสบการณ์ในห้องเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ครูผู้สอนหรือครูพี่เลี้ยงในรายวิชาแนะแนว เป็นผู้จัดทำให้เกิดการเรียนรู้ในการสอนวิชาแนะแนวเรียกใช้รูปแบบการจัดการ เรียนการสอนและสร้างบรรยากาศในห้องเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการจัดการเรียนการสอนจะบรรลุตามเป้าหมายที่ กำหนดไว้ ครูผู้สอนจะเริ่มต้นจากการให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีและ เป็นการเริ่มต้นการสอนที่ มีคุณภาพ แล้วและเรียนรู้ พฤติกรรมของนักเรียนแต่ละบุคคลได้หลากหลาย เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามและข้อสงสัย มีการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในห้องเรียน บรรยากาศภายในห้องเรียนมีความเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดกิจกรรมแนะแนวหรือ กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ก็มีความยืดหยุ่นมีการใช้เวลาในการจัดการเรียนการสอนได้เหมาะสมและตรงเวลา นาคเรียนใน ห้องเรียนหรือแต่ละบุคคลมีการให้ความสนใจในการเรียนและรับฟังครูผู้สอนหน้าชั้นเรียน นักเรียนกล้าที่จะพูดแลกล้าที่จะ แสดงความคิดเห็น ในชั้นเรียนไม่ว่าจะเดี่ยวหรือการทำงานเป็นกลุ่ม จากการปฏิบัติการสอนจัดในสถานศึกษา มีทั้งแบบ On site และ On-line ในการสอนรูปแบบต่างๆก็จะมีข้อเสียหรือข้อดีที่แตกต่างกันไป ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนหรือ ประสบการณ์ใน ครั้งนี้ยังไม่ได้มีการจัดกิจกรรมที่มีความสนุกสนานหรือชัดเจนมากขึ้นเนื่องจากสภาวะของ เด็กนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ส่วนมากเป็นนักเรียนที่สนใจเรียนและมีความตั้งใจในการเรียน ในการปฏิบัติการ เรียนการสอนของหน้าที่ครูผู้สอนทุกท่านจะต้องมีการจัดทำแผนการเรียนรู้ เนื่องจากแผนการเรียนรู้เป็นแนวทางในการสอนว่า ในแต่ละชั่วโมงนั้นจะต้องมีเนื้อหาหรือแบบทดสอบ อะไรที่เกิดขึ้น สิ่งที่ได้จากการปฏิบัติคือ ครูพี่เลี้ยงมีปฏิสัมพันธ์และสมรรถภาพที่ดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีการทำความรู้จักมาก่อนแต่สิ่งอื่น ใดและครูพี่เลี้ยงให้ความร่วมมือและการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คอยให้คำแนะนำคอยให้คำสอน แนะในการใช้รูปแบบการเรียน การสอนในห้องเรียนและรวมไปถึงการจัดทำแผนการเรียนรู้ในรายวิชาแนะแนว ในการจัดทำแผนการเรียนการสอนทำให้รับรู้ รู้ว่าเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีความถูกต้องหรือความ ความผิดที่สามารถแก้ไขได้เพราะยังไม่ได้มีประสบการณ์มากพอ หนัก ที่จะถูกต้องเสมอไป มีการส่งแผนคะแนนการสอนให้ครูพี่เลี้ยงหรือรุ่นพี่ในสาขาเดียวกันได้ตรวจสอบความถูกต้องและ ความเหมาะสมที่ชัดเจนเพื่อจะได้รับความถูกต้องและจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในขณะที่สอน นักเรียนในระดับชั้นต่างๆใน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีที่ได้ ลงสังเกตการสอนในวิชาชีพครูตั้งแต่ ชั้นปี๑ จนกระทั่งชั้นปีที่ ๓ ได้มีการ ทดลองสอนในรายวิชาแนะแนวจำนวน ๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์จึงทำให้มีการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในตัวของดิฉัน อีก และเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมนักเรียนไปด้วย แต่จะเป็นการสอนด้วยระบบ On-line เพราะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด


12 : ตัวอย่างสื่อในการจัดการเรียนการสอน


13 ๒. ประสบการณ์นอกห้องเรียน ๒.๑. งานในสายชั้น ในช่วงเวลาที่สังเกตการณ์สอนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีดิฉันได้รับบริบทหน้าที่เป็นนักศึกษา สังเกตการสอน เริ่มต้นกลางแต่ การสังเกตการสอนครูพี่เลี้ยงว่าเทคนิคการสอนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพ สตรีใช้เทคนิคใดเพื่อให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียน และช่วยแบ่งเบาภาระงานจากครูพี่เลี้ยง รวมถึงรุ่นพี่ที่ฝึกสอนอยู่ที่ โรงเรียนนั้น รุ่นพี่ฝึกสอนทุกคนจะมีหน้าที่คอยดูแลรุ่นน้องเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ คลองครูพี่เลี้ยง ดิฉันมีหน้าที่คอยจัดทำบอร์ด ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาต่อ จัดทำเอกสารของครูพี่เลี้ยงและรายชื่อ และคอยติดต่อกับครูพี่เลี้ยงและรุ่นพี่ที่ ฝึกสอนอยู่สม่ำเสมอ เป็นต้น ๒.๒. การทำงานร่วมกับผู้อื่น สำหรับนักศึกษาแทนดินอื่นที่มีการออกสังเกตการสอนโรงเรียนเดียวกัน จะมีการ จัดตั้งกลุ่ม Line และมีครูโรงเรียน สาธิตร่วมด้วยอยู่ในกลุ่มนักศึกษาออกฝึกประสบการณ์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ข่าวสารกันกล่าวเกี่ยวกับนักศึกษา ในการ ทำงานร่วมกันจะต้องมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน กล้าคุย ลาออกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมวันสำคัญของโรงเรียน แต่ในส่วนมากจะเป็นการทำงานร่วมกับคู่พี่เลี้ยงและรุ่นพี่ที่ฝึกสอนมาก ที่สุด เป็นต้น ๒.๓. งานกลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีในส่วนใหญ่ของงานกลุ่มสาระจะเป็นการเคร่งครัดเกี่ยวกับ การศึกษา ต่อในระดับมหาวิทยาลัยของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๒.๔. ปฏิบัติงานฝ่ายงบประมาณและบุคคล - ๒.๕. งานฝ่ายกิจการ - ๒.๖. งานกลุ่มสาระกิจการพัฒนาผู้เรียน -จัดทำพิมพ์รายชื่อของนักเรียน -ร่วมกับครูพี่เลี้ยงออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ -คอยช่วยเหลือรุ่นพี่เกี่ยวกับวิชาแนะแนวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกิจกรรมแนะแนวต่างๆ ๒.๗. งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย -ทำความสะอาดห้องเรียน และห้องพักครูแนะแนว -จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาแนะแนวและส่งให้ครูพี่เลี้ยงตรวจสอบสม่ำเสมอ -จัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือชั้น ป.ว.ช และ ป.ว.ส


14


15


16 โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ๑).โรงเรียน ท่าหลวงวิทยาคม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี ที่ตั้ง ๑๖๒ หมู่ ๗ ตำบล ซับจำปา อำเภอ ท่าหลวง จังหวัด ลพบุรี ๑๕๒๓๐ โทรศัพท์ ๐๓๖-๖๘๙๒๒๘ ๒).คติพจน์ ปญญา โน ภโว โหติ“ผู้มีปัญญาย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง” ๓).ปรัชญาของโรงเรียน วินัยดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม เลิศล้ำวิชาการ อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คุณธรรมนำวิชาการ เอกลักษณ์ของสถานศึกษา สถานศึกษาพอเพียง ตราสัญลักษณ์โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ดอกไม้ประจำโรงเรียน คือ ดอกจำปีสิรินธร พันธกิจ ๑) พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒) พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 สามารถประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ๓) พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในด้านการสื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ๔) พัฒนาผู้เรียนให้มีสุนทรียภาพทางร่างกายและจิตใจ และมีความเป็นพลโลก ๕) พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู และยึดมั่นในจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ ๖) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๗) พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาทั้งด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ ๘) ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและโดดเด่น ๙) พัฒนาการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ


17 ๔).ชื่อผู้บริหารโรงเรียน นายธรพงษ์ภูธร (ผู้อวยการโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม) นางสาวทิพวรรณ ศรีบรม (รองผู้อวยการโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม) ชื่อผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียน ฝ่ายวิชาการ : นางสาววันดี แววสว่าง ฝ่ายธุรการ : นางสาวเยาวลักษณ์ เที่ยงบุตร ฝ่านบริหารและอำนวยการ : นางเทพสุดา เมฆวิลัย ฝ่ายบริหารงบประมาณและแผนงาน : นางพะยอม ไชยสงโท ฝ่ายกิจการ : นางบุญเรือน หาลาภ ๕).บุคลากร ๕.๑). ครูอาจารย์ จำนวน ๔๐ คน ๕.๒). คนงาน โรงเรียนมีนักการภารโรงทั้งหมด ๓ คน เป็นหญิง ๑ คน เป็นชาย ๒ คน ๖).อาคารสถานที่ ๖.๑ ห้องเรียน มีทั้งหมด ๒๑ ห้อง ๖.๒ ห้องพักครู มีทั้งหมด ๙ ห้อง ๖.๓ ห้องส่งเสริมวิชาการ มีทั้งหมด ๑ ห้อง ๗).สภาพแวดล้อม ๗.๑). สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้โรงเรียน ได้แก่ - ป่าจำปี - เมืองโบราณซับจำปา ๗.๒).สถานที่ใกล้เคียงโรงเรียนที่เป็นแหล่งวิทยาการสางเสริมการจัดการเรียนการสอน - ป่าจำปี - เมืองโบราณซับจำปา


18 ๘).สภาพของนักเรียน ๘.๑).สภาพครอบครัว (อาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจ) - นักเรียนส่วนใหญ่ มีผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพเกษตรกร เช่น ปลูกมัน อ้อย ข้าวโพดและรับจ้างทั่วไป มี ฐานะที่พอกินพอใช้ สำหรับใช่จ่ายที่ในครอบครัวเพียงพอ และนักเรียนบางกลุ่มอาจจะอาศัยอยู่กับตายาย พ่อและแม่ทำงานที่ต่างจังหวัด ๘.๒).พฤติกรรมนักเรียน - นักเรียนมีพฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน - มีมารยาท ช่วยเหลือครูในโรงเรียน - เชื่อฟังเอาใจใส่การเรียน - เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้งที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น ๙).ภาะหน้าที่ครูผู้สอน ๙.๑).ครูประจำชั้น - เป็นที่ปรึกษาให้กับนักเรียนเรื่องการเรียน ทุกข์สุข สวัสดิการ พร้อมให้ทั้งคำแนะนำที่ดี - การเยี่ยมบ้านของเด็กนักเรียน - ติดตามการแก้ 0 ร มส. - ระบบดูแลส่งเสริมสุขภาพอนามันของเด็กนักเรียน การแต่งการ ความสะอาด - ควบคุมดูแลเขตพื้นที่ - เก็บเงิน-จ่ายเงิน (ประกันชีวิต) - เอาใจใส่ตรวจตราการทำงานของนัดกเรียน - ติดต้อผู้ปกครองของนักเรียนในการเรียน ความประพฤติหรือเรื่องอื่นๆที่สัมพันธ์เกี่ยวข้อง ๙.๑).งานอื่นๆ - เข้าร่วมประชุม - กิจกรรมต่างๆในโรงเรียน


19 ๑๐).แผนผังแสดงบริเวณและที่ตั้งของโรงเรียน ๑๑).ประวัติโรงเรียน โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ตั้งอยู่ที่ ตำบลซับจำปา อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ๑๕๒๓๐ เป็นโรงเรียน มัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี อยู่ในชุมชนที่เป็นชนบทประชากรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพ ด้านเกษตรกรรม ห่างจากตัวจังหวัดลพบุรี ๙๘ กิโลเมตร โรงเรียน ท่าหลวงวิทยาคม ได้รับการอนุมัติ ให้จัด ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ โดยเปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรก โดยอาศัย อาคารโรงเรียนบ้านบ่อคู่ สำนักงาน การประถมศึกษา กิ่งอำเภอท่าหลวงเป็นสถานที่เรียน ได้เปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๑ ห้อง มีนักเรียน ๒๓ คน มีครู ๕ คน คือ นายอดุลย์ วราเอกศิริ ศึกษาการกิ่ง อำเภอท่าหลวง ทำหน้าที่รักษาการแทนครูใหญ่ โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ต่อมาได้รับการบริจาคที่ดินจากนายมนูญ นางละ มูล ชูเมือง เป็นเนื้อที่จำนวน ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา และได้รับงบประมาณสำหรับการสร้าง อาคารเรียนชั่วคราว ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔) พร้อมทั้ง ขยายโรงเรียนขึ้นเป็นโรงเรียนมัธยม ศึกษาขนาดกลางปัจจุบันโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ และได้รับการประเมินเป็นโรงเรียนในฝัน ของอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๑ เป็นต้นมา ๑๑.๑).แหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม


20 ๑๒).ข้อมูลโรงเรียนดีเด่น -ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา -โรงเรียนคุณภาพ สพฐ ระดับ 3 ดาว ๑๓).การพัฒนาบุคลากรของโรงเรียน - ครูดีเด่น รองผู้อำนวยการ นาวสาวทิพวรรณ ศรีบรม จำนวน ๑ คน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ นางสาววันดี แววสว่าง จำนวน ๑ คน สาขาวิชาศิลปะ นางสาวภาชินี พิกุลเงิน จำนวน ๑ คน การศึกษาสภาพของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 5 สำนักงานคระกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ในการกำหนดทิศทางการจัดการศึกษาของโรงเรียนโดยจัด ให้มีแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ซึ่งการระดมความคิดจากผู้รับบริการและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานของโรงเรียน มาร่วมในการวางแผนจัดทำการวิเคราะห์ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย บุคลากรของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง จากการ SWOT โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม พบว่ามีจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ดังนี้ ปัจจัยภายนอก โอกาส(Opportunities) ด้านสังคมและวัฒนธรรม: - มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านการเกษตรงานอาชีพและหัตถกรรม - มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ มีแหล่งท่องเที่ยว ด้านเทคโนโลยี: - ได้รับการสนับสนุนด้านสื่อเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ: - ได้รับการสนับสนุนในการจัดการศึกษา - โรงเรียนได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการจัดกระบวนการเรียนการ สอนและพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง


21 ด้านการเมืองและกฎหมาย: - นโยบายการปฏิรูปการศึกษาส่งผลให้นักเรียน มีโอกาสในการศึกษามากขึ้น - ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในท้องถิ่นในด้านการจัดการศึกษา และกิจกรรมการเรียนการสอน นอกห้องเรียน อุปสรรค(Threats) ด้านสังคมและวัฒนธรรม: - สภาพครอบครัวแตกแยก - ผู้ปกครองมีการศึกษาน้อย - นักเรียนขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ด้านเทคโนโลยี: - มีความสี่ยงต่อสวัสดิภาพการล่อลวงจากสังคมออนไลน์ - นักเรียนนำอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีมาใช้ไม่เกิดประโยชน์ต่อการเรียน ด้านเศรษฐกิจ - ผู้ปกครองไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง - ผู้ปกครองมีรายได้น้อย และรายได้ไม่แน่นอน ด้านการเมืองและกฎหมาย: - การเมืองการปกครองไม่เอื้อต่อการจัดการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ปัจจัยภายใน จุดแข็ง(Strengths ) ด้านโครงสร้างและนโยบาย: - มีโครงสร้างการบริหารงานชัดเจนสะดวกต่อการติดต่อประสานงาน เป็นระบบ รวดเร็ว ราบรื่น - โรงเรียนมีการแบ่งโครงสร้างและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนและยึดแนวนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด


22 ด้านผลผลิตและการบริการ - นักเรียนกล้าแสดงออกตามศักยภาพของตนเอง - นักเรียนมีทักษะทางด้านกีฬา ศิลปะ และการงานอาชีพ ด้านบุคลากร - บุคลากรมีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนตรงตามเอกและความถนัด - บุคลากรมีความสามัคคีมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ และร่วมมือในการทำงาน ด้านประสิทธิภาพการเงิน - มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ -โรงเรียนการจัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตามระเบียบในการบริหารงาน ด้านวัสดุอุปกรณ์: - วัสดุอุปกรณ์เพียงพอในการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงาน - โรงเรียนมีความพร้อมด้านสถานที่ให้บริการแก่ชุมชน ด้านบริหารจัดการ: -โรงเรียนติดต่อประสานงานกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆอย่างสม่ำเสมอ -โรงเรียนจัดทำแผนและโครงการเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารงาน จัดทำแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว - โรงเรียนมีมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูในฝ่าย/ กลุ่มสาระ/ งานทำให้การวิเคราะห์ภาระงานของครูชัดเจน และ มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูอย่างต่อเนื่อง - โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง จุดอ่อน ( Weaknesses ) ด้านโครงสร้างและนโยบาย -ด้านผลผลิตและการบริการ: - ผลการประเมินระดับชาติของนักเรียนม.3 และม.6 ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ


23 - นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดน้อย - มีนักเรียนอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง ด้านบุคลากร -ครูมีการทำวิจัยในชั้นเรียนค่อนข้างน้อย -ขาดอัตรากำลังครูในด้านการสนับสนุนการเรียนการสอน เช่น บรรณารักษ์ , เจ้าหน้าที่พยาบาล,เจ้าหน้าที่รักษา ความปลอดภัย เป็นต้น ด้านประสิทธิภาพการเงิน - มีกิจกรรมในการใช้งบประมาณที่ไม่มีอยู่ในแผนปฏิบัติการ ด้านวัสดุอุปกรณ์ -วัสดุอุปกรณ์ด้านการส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนไม่เพียงพอ - ระบบเทคโนโลยียังไม่สมบูรณ์เพียงพอต่อการใช้งานของครู และนักเรียน ด้านบริหารจัดการ -ระบบจัดการเรียน การสอนและการวัดผลประเมินผลยังขาดการบูรณาการทำให้เกิดภาระงานของ ผู้เรียนมากและซ้ำซ้อน ปัญหาและอุปสรรค ผลการวิเคราะห์โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม พบว่า ปัจจัยภายนอก ๑ . ด้านสังคมและวัฒนธรรม โรงเรียนยังมีอุปสรรคในการดำเนินงาน เนื่องจากทางด้านสังคมความเป็นอยู่ของ ผู้ปกครอง นักเรียน ในบางเรื่องยังมีผลต่อการพัฒนานักเรียน เช่นปัญหาครอบครัวแตกแยก เป็นต้น ผู้ปกครองยังขาดการดูแล เอาใจใส่ การอบรมดูแลนักเรียน แต่โรงเรียนมีกิจกรรมในการมีส่วนร่วมระหว่างผู้ปกครอง นักเรียน และโรงเรียนในการจัด ประชุมผู้ปกครองนักเรียน การสร้างผู้ปกครองเครือข่าย กิจกรรมการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรมของท้องถิ่น การจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนทางด้านอาชีพที่หลากหลาย รวมทั้งค่านิยมในการเลือกสถานศึกษาให้กับบุตรหลาน เป็นต้น ๒. ด้านเทคโนโลยี พบว่าการใช้เทคโนโลยีมีความสี่ยงต่อสวัสดิภาพการล่อลวงจากสังคมออนไลน์ของนักเรียน นักเรียนใช้เทคโนโลยีในการเรียนน้อย


24 ๓ . ด้านเศรษฐกิจ พบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ของนักเรียนประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม การทำไร่ รับจ้าง มี รายได้น้อยจึงทำให้นักเรียนขาดความพร้อม ๔ . ด้านการเมืองและกฎหมาย การเมืองการปกครองไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ปัจจัยภายใน ๑ . ด้านผลผลิตและการบริการ พบว่า ผลการประเมินระดับชาติของนักเรียน ม.3 และม.6 ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดน้อย นักเรียนบางคนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ๒ . ด้านบุคลากร พบว่าครูมีการทำวิจัยในชั้นเรียนค่อนข้างน้อย ขาดอัตรากำลังครูในด้านการสนับสนุนการเรียน การสอน เช่น ภาษาต่างประเทศ ฟิสิกส์ เป็นต้น และการนำการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการมาใช้ยังน้อย ๓. ด้านประสิทธิภาพการเงิน โรงเรียนมีการบริหารงานทางด้านการเงินเป็นไปตามระเบียบแบบแผนอย่างถูกต้อง สามารถบริหารจัดการงบประมาณในการดำเนินงานของโครงการ/งาน ต่างๆ ของโรงเรียนให้บรรลุเป้าหมาย แต่มีบางรายการ ใช้งบประมาณไม่ตรงตามแผน การจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด ๔. ด้านวัสดุอุปกรณ์ พบว่าวัสดุอุปกรณ์ในการส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนมีไม่เพียงพอ ระบบเทคโนโลยียังไม่ สมบูรณ์ต่อการใช้งานของครูและนักเรียน ๕. ด้านบริหารจัดการการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษายัง ไม่หลากหลาย ระบบการจัดการเรียนการสอนในการวัดผลประเมินผล ยังขาดการบูรณาการส่งผลให้ภาระงานของนักเรียน มากและซับซ้อน แนวทางการแก้ไข ด้านปัจจัยภายนอก ในด้านสังคมและวัฒนธรรม โรงเรียนควรดำเนินการโครงการในกรศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ความ ต้องการ ความพร้อมในการให้การดูแลนักเรียน จัดโครงการ /กิจกรรมในการพัฒนาวินัย คุณธรรม จริยธรรม ให้กับนักเรียน โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่นและของไทย จัดการเรียนการสอนให้เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ด้านเทคโนโลยี โรงเรียนควรพัฒนาระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้มี่คุณภาพมากขึ้น และมีมาตรการในการดูแล ให้ ความรู้รวมทั้งให้คำแนะนำกับนักเรียนในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์และรู้เท่าทัน ด้านเศรษฐกิจ ควรให้การสนับสนุน และแก้ปัญหานักเรียนที่ขาดความพร้อมในการเรียนเนื่องจากปัญหาทางด้าน เศรษฐกิจของครอบครัว ด้านการเมืองและกฎหมาย โรงเรียนควรจัดกิจกรรมให้ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด กิจกรรมต่าง 1 ของโรงเรียนให้มากขึ้น และของบประมาณสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ตามงาน/โครงการ


25 ด้านปัจจัยภายใน ด้านโครงสร้างและนโยบาย ควรดำเนินการสรรหาบุคลากรเพิ่มเติม ด้านผลผลิตและการบริการ โรงเรียนควรจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริม พัฒนา และปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ให้สูงขึ้น และติดตามดูแลเรื่อง พฤติกรรม และการติด 0 ร ให้นักเรียนสามารถจบตามกำหนดเวลา พัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการประเมินผลการ เรียนการสอนที่สอดคล้องกับสภาพการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนและสอดคล้องกับพัฒนากรของผู้เรียน ให้นำผลการประเมิน มาใช้ประกอบการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน เพื่อพัฒนานักเรียนให้เต็มศักยภาพจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่เน้นความเป็น เลิศทางวิชาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึ้น จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา นักเรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การสรุปความคิดอย่างเป็นระบบและมี ความคิดอย่างเป็นองค์รวม และจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำหลักคิดไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน และส่งเสริมทางด้านอาชีพเพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีส่งเสริมให้ นักเรียนมีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ด้านบุคลากร ดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน การจัดสรรบุคลากรให้กับโรงเรียนเพิ่มเติม ให้เพียงพอ พัฒนาครูให้มีความรู้ ความเข้าใจในการประเมินผลการเรียนการสอน ให้ครูจัดทำวิจัยในชั้นเรียน มากขึ้น ด้านประสิทธิภาพการเงิน ให้ความรู้กับบุคลากรในโรงเรียนในเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้างให้เป็นไปตามขึ้นตอน ควบคุม ติดตามการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามแผนงาน โครงการที่วางไว้ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ควรจัดหาสื่อที่ทันสมัยและมีคุณภาพมาใช้ในการดำเนินงานและการจัดการเรียนการสอน


26 นโยบายด้านการศึกษาโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561 - 2580) "ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" มีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ และทุก มิติ ๑.ด้านความมั่นคง เพื่อบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความ มั่นคง ปลอดภัย และ ๒.ด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เน้นการยกระดับศักยภาพในหลากหลายมิติควบคู่กับการ ขยาย โอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก ๓. ด้านพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ คนไทยในอนาคต มีความพร้อมทั้งกาย ใจสติปัญญา มี ทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ มีทักษะสื่อสารภา ๒๑ ษาอังกฤษ และภาษาที่ ๓ และมีคุณธรรม ๔. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ กระจาย ศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุก ภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังของการพัฒนาประเทศในทุกระดับ ๕. ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความยั่งยืนของฐาน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมเกิดผลลัพธ์ต่อความยั่งยืน ๖.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารภาครัฐ การปรับเปลี่ยนภาครัฐ ยึดหลัก"ภาครัฐของประชาชนเพื่อ ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม"


27 อำนาจหน้าที่ของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ๑. จัดทำนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษา ให้สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการ ๒. จัดตั้งงบประมาณ และรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ ๓. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ๔. จัดการเรียนการสอน จัดสภาพแวดล้อม บรรยากาศการเรียนการสอนที่เหมาะสม และส่งเสริมกระบวนการ เรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของผู้เรียน ๕. ออกระเบียบข้อบังคับต่างๆรวมทั้งระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการศึกษา ๖. กำกับ ติดตาม ประเมินผลงานตาม แผนงานโครงการ และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนการพิจารณาความ ดีความชอบ การพัฒนา และการดำเนินงานทางวินัยกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ๗. ประสานการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั้งปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จาก ทรัพย์สินของโรงเรียน ทั้งที่เป็นราชพัสดุและทรัพย์สินอื่นๆตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ๘. จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ความร่วมมือในการประเมินคุณภาพการศึกษาจาก หน่วยงานภายนอก รวมทั้งการรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๙. ส่งเสริมความเข้มแข็งในชุมชน และสร้างความสัมพันธ์กับสถาบันอื่นๆในชุมชนและท้องถิ่น ๑๐. ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการภายใน หรือตามที่ได้รับมอบหมาย และตามที่กฎหมายกำหนดให้


28 จุดประสงค์ของการปฏิบัติการสอนในสถนศึกษาโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่ผลิตครูให้กับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใน ท้องถิ่นเขตรับผิดชอบ ๓ จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี และสิงห์บุรี การผลิตครูให้มีคุณภาพสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ครูได้ เป็นอย่างดี และมีจิตวิญญาณของความเป็นครูขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ซึ่งได้แก่ กระบวนการเรียนการสอนหลักสูตร การฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครูและกระบวนการประเมินผล การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา เป็นกิจกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของการผลิตครู ในช่วงที่การปฏิบัติการสอนใน สถานศึกษา นักศึกษาจะมีโอกาสนำความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพครู และวิชาเฉพาะที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยไปฝึกปฏิบัติในชั้น เรียน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบการบริหารงานการศึกษาในโรงเรียนและได้ทำงานร่วมกับบุคคลอื่นกิจกรรมเหลานี้ ช่วยให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเองให้มีทักษะในวิชาชีพจนสามารถปฏิบัติหน้าที่ครูได้อย่างมั่นใจและมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ งานวิจัยหลายเรื่องทั้งในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจะมี เจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครูและแนวโน้มจะเป็นครูที่ดีในอนาคต จากแผนหลักการปฏิรูปการฝึกหัดครู พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ความสำคัญกับการฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู เพราะเป็นกลไกสำคัญยิ่งในการสร้างบัณฑิตครูที่ดี มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู สถาบันฝึกหัดครูควรจะต้องปรับปรุง และพัฒนางานฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้งานครูจากครูที่เป็นแบบอย่างที่มีในโรงเรียนและชุมชน นอกจากนี้ควรจะพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการฝึกหัดครูให้เปิดกว้างสู่ชุมชนขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ขยายแหล่งเรียนรู้ แหล่งวิทยากรและแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูอย่างกว้างขวาง จุดประสงค์การเรียนรู้รายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๔ ๑. บูรณาการความรู้ทั้งหมดมาใช้ในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาได้ ๒. จัดกระบวนการเรียนรู้ โดยจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญได้ ๓. ผลิตและใช้สื่อนวัตกรรมที่สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ได้ ๔. ใช้เทคนิคและยุทธวิธีในการจัดการเรียนรู้ได้ ๕. วัดและประเมินผลการเรียนรู้ พร้อมนำผลการประเมินมาพัฒนาการจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้ ๖. ทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้ ๗. บันทึกและรายงานผลการจัดการเรียนรู้ในรูปของแฟ้มสะสมงานได้ ๘. จัดทำโครงการทางวิชาการและเข้าสัมมนาทางการศึกษา ๙. ปฏิบัติงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมายได้


29 ประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา ๑. ประสบการณ์ในห้องเรียน ด้านการเรียนการสอน ประสบการณ์ในด้านการเรียนการสอนของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม เป็นโรงเรียนที่ดิฉันได้เลือกมาลงฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครูซึ่งแตกต่างจาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ดิฉันมีความกังวลใจเป็นอย่างมากลำดับ แรกๆที่เกิดขึ้น กลัวว่าที่จะทำไม่ได้ แต่ดิฉันได้คำแนะนำจากครูพี่เลี้ยงซึ่งครูพี่เลี้ยง เปรียบเหมือนเป็นรุ่นพี่ที่จบจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ครูพี่เลี้ยงของดิฉันได้ให้ความรู้หลายๆอย่างเรียกใช้รูปแบบการเรียนการสอนและการจัด บรรยากาศในห้องเรียน ตามความเหมาะสม เพื่อการจัดการเรียนการสอนได้บรรลุตามที่ตั้งไว้ ซึ่งครูพี่เลี้ยงของดิฉันให้ คำแนะนำและข้อชี้แนะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ดิฉันและ นักเรียน ในการจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ซึ่งเป็นการลงมือ สอนแบบจริงจัง ในด้านการเรียนการสอนนักเรียนมีความตระหนักเพราะว่าเป็นนักศึกษาคนเดียว ที่ได้ไปลงฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครูในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม โดยบริบทสภาพแวดล้อม นักเรียนก็จะมีความแตกต่างจากนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ซิงนักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมก็จะมีความ กระตือรือร้นเป็นบางส่วนในด้านการจัดการ เรียนการสอนในชั่วโมง ส่วนอีกบางส่วนก็จะเป็น นักเรียนที่ดื้อไปตามวัย ในส่วนของเนื้อหารูปแบบการเรียนการสอนนำไปใช้ แต่ละห้องนักเรียนก็จะมีความแตกต่างกันไปแต่นักเรียนส่วนมากมีความสนิทสนมกับดิฉันเพราะว่านักเรียนให้ความเคารพและ นับถึงดิฉันเป็นอย่างมาก นักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมมักมีความสนใจในด้านของจัดกิจกรรมที่สนุกสนานในรายวิชาแนะ แนว ได้คิดค้นสื่อหรือกิจกรรมที่เหมาะแก่การนำไปใช้การประกอบ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้นักเรียนโรงเรียนท่าหลวง วิทยาคม ในระดับชั้นที่ดิฉันมอบหมายนั้น ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในรายวิชาแนะแนว และยังได้เรียนรู้การฝึกควบคุมตนเองไม่ ว่าจะเป็นในเรื่องของ การใช้ชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิตในโรงเรียน การใช้ชีวิตในหมู่เพื่อน ในการปฏิบัติหน้าที่ของครูผู้สอนไม่ ว่าจะเป็นคุณครูท่านอื่นๆจะต้องมีการจัดทำแผนการเรียนรู้ เนื่องจากแผนการจัดทำการเรียนรู้เปรียบเสมือนเนื้อหาแนวทางใน การสอน จากการปฏิบัติหน้าที่ในรายวิชาแนะแนวดิฉันได้จัดทำแผนการจารจัดการเรียนรู้และได้ฝึกวางแผนในการจัดการ เนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแนะแนวหรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนต่างๆทำให้เกิดความเหมาะสมกับผู้เรียนและเวลามากยิ่งขึ้น ครูพี่เลี้ยงของดิฉันคือ ครูอภิวดีทับพุ่ม เรียกง่ายๆว่าพี่แน็ต พี่แนนเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี หรือเป็นรุ่นพี่ ของดิฉัน ซึ่งพี่แน็ตเป็นครูที่เพิ่งบรรจุใหม่ และเขาก็ได้เป็นพี่เลี้ยงของดิฉันทันที โอ้ตั้งแต่การก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน ดิฉันเดินทาง ไปฝึกสอนโดยตอนเช้านั่งรถตู้เขาน้อยไปลงหน้าโรงเรียน ส่วนตอนเย็นผู้ปกครอง ลองมารับ เพราะดิฉันไม่ทันรถตู้ขอหน่อย รอบ ๑๔ : ๐๐ น. ดิฉันมักเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความกลัว ที่ผสมกันไป ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนทั้งสองโรงเรียนจากการ สังเกตการสอนและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพครู มีนักเรียนหลายๆรูปแบบและครูอาจารย์ในโรงเรียนหลายๆรูปแบบที่มีบุคลิกภาพ และพฤติกรรมที่ต่างกันไปทำให้ดิฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้น รอยยิ้มเสียงหัวเราะหรือรวมไปถึงความเศร้า แต่ดิฉันมี ความรู้สึกแรกที่ประทับใจมากเมื่อใช้ชีวิตอึดตนเองการใช้ชีวิตด้วยตนเองของ ดิฉันฉันในสถานศึกษาเริ่มต้นตั้งแต่การสังเกต การสอนจนถึงการฝึกสอนจนปัจจุบัน ฉันมีความรู้สึกประทับใจโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมเป็นอันอย่างมากที่สุด แต่โรงเรียน สาธิตก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน บุคลากรในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมมีแต่รอยยิ้มและเต็มไปด้วยความสุขและความจริงใจ ทุกคน พร้อมที่จะร่วมมือกันช่วยเหลือในงานด้านต่างๆ โดยเฉพาะครูพี่เลี้ยงในเรื่องของงานแนะแนว การสอน การใช้สื่อ การเขียน โครงสร้างการสอนของโรงเรียน เริ่มต้นด้วยการสอนในชั่วโมงแรก ครั้งแรกมีความรู้สึกตื่นเต้น กลัว กลัวว่าจะพูดผิดพูดถูก กลัวว่าจะสอนไม่ได้ แต่พอได้ลงมือสอนจริงจริงแล้ว สิ่งที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้ก็กลับกลายเป็นว่าเราทำมันได้ ในชั่วโมงแรกเริ่ม


30 ต้นด้วยจากการปฐมนิเทศคือแนะนำตัวเองให้นักเรียนรู้จัก และเราก็รู้จักกับตัวนักเรียน อธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่าการเรียน แนะแนวคืออะไร แนะนำตัวเองให้รู้จักว่าเรามาจากไหน เราชื่ออะไร สอนวิชาอะไร และเราคือใคร แต่การฝึกสอนครั้งนี้ดิฉัน ฝึกสอนในเทอมหนึ่ง ดิฉันจะเน้นไปในเรื่องของด้านส่วนตัวและสังคมมากกว่า เพราะดิฉันได้รับหน้าที่ สอนนักเรียนระดับชั้น มัธยมที่ ๑ และ ๒ เหตุผลที่สอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมที่ ๑ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมที่ ๑ จะต้องมีการปรับตัวและทำความ รู้จักกับเพื่อนในหมู่สังคมโรงเรียน และเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่รั้วโรงเรียนหลักจากเกิด ภาวะโควิดการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ เวลาที่ดิฉันสอนดิฉันจะเต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนานพูดถึงด้วยการสอนครั้งแรก และได้รับ หน้าที่เกี่ยวกับ การสอนวิชาบูรณาการคือ อาจารย์ให้นักเรียนลงมือทำปฏิบัติด้วย ตามนโยบายของโรงเรียนคือเศรษฐกิจ พอเพียง วิชาบูรณาการของดิฉันคือการให้นักเรียนลงมือปฏิบัติทำยาหม่อง ยาลม ยาดม ยาหอม โดยสอนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๔/๒ เป็นการสอนร่วมกับ ครูประจำชั้นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๒ ดิฉันอาจจะยังไม่ได้มีการปรับตัว เข้ากับนักเรียนมากขึ้นเพราะว่าเป็นการสอนที่จริงจังครั้งแรกคือดิฉันมีอาการร้องไห้เพราะนักเรียนดื้อไม่ฟัง และไม่สนใจในการ เรียน ดิฉันจึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้เข้ากับนักเรียนที่มีพฤติกรรมดื้อไม่สนใจเรียนและมีบทลงโทษเพียง เล็กน้อยสำหรับนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน ในขณะเวลาที่สอนหรือมีชั่วโมงสอนดิฉันก็จะสอนอย่างเต็มที่และมีกิจกรรมให้นักเรียน เช่น หลังจากสอนเสร็จ ให้นักเรียนเล่นเกมในโทรศัพท์หรือเป็นใช้โทรศัพท์มือถือให้เป็นประโยชน์พานักเรียนออกไปเรียนนอก ห้องเรียนเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนบรรยากาศในชั่วโมงเรียน ภายในโรงเรียนมีกิจกรรมหลายอย่าง กิจกรรมวันไหว้ครูกิจกรรม วันเข้าพรรษา และที่ขาดไม่ได้เลยคือกิจกรรมบริษัทสร้างการดี ของคุณครูบุนยหนุน งานบริษัทสร้างการดีของโรงเรียนท่า หลวงวิทยาคมคือให้นักเรียนทำผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นการแข่งขัน กับหลายๆโรงเรียนผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมคือ พลิกเกลือรสแซ่บ ผักอบกรอบ และฟ้าทะลายโจรอัดเม็ด หนึ่งในนั้นคือดิฉันได้เป็นตัวแทนวิทยากรให้ความรู้ เกี่ยวกับพริก เกลือรสแซบ เพราะพริกเกลือรสแซบแหล่งกำเนิดเกิดจากหมู่บ้านของฉันโดยดิฉันนำเสนอให้คุณครูบุญหนุน ได้ทำพริกเกลือ รสแซบมาจากตำบลโคกสลุง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ฉันอยู่อาศัย ดิฉันได้เป็นวิทยากรให้ความรู้ ให้กับนักเรียนว่า พี่เกลือรสแซ่บ กินคู่กับอะไร วิธีการทำทำอย่างไร ดิฉันตื่นเต้นมากกับการได้เป็นวิทยากรครั้งแรกถึงแม้จะ เป็นวิทยากรภายในโรงเรียนเป็นวิทยากรให้กับนักเรียนที่ดิฉันสอน แต่ดิฉันก็มีการตื่นเต้น เป็นงานครั้งแรก แต่ก็เป็นกิจกรรมที่ ดีและสร้างประสบการณ์ให้ดิฉัน และผลิตภัณฑ์ ๓ อย่างนี้ให้นักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมที่อยู่ในกลุ่มของกิจกรรมบริษัท สร้างการดีได้ทำออกมาและให้นักเรียนสามารถนำไปต่อยอดหารายได้ให้กับตัวเอง ต่อมาก็กิจกรรมทอดผ้าป่าโรงเรียนเพื่อ นำ เงินมาสร้างโดมอนุสรณ์รวมใจให้น้องๆโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ดิฉันก็ได้ทำโรงทานร่วมกับคณะครูโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม โดยให้แม่ของดิฉันเป็นแม่ครัวทำลาบหมูและข้าวสวย เพื่อแจกจ่ายให้บุคคลที่เข้ามาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าได้มารับประทาน อาหาร แต่ก่อนจะมีกิจกรรมถอดผ้าป่า ก่อนหน้านี้มีกิจกรรมเตะบอลการกุศลเป็นเวลาสามวันเพื่อรับเงินรางวัล เต็มไปด้วย ความสนุกสนานและบุคคลหลายหลายท่านเข้ามาร่วมกิจกรรมเตะฟุตบอล และมีกิจกรรม Openthouse ดิฉันได้จัดซุ้มแนะ แนวร่วมกับครูพี่เลี้ยง โดยให้ความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายงานแนะแนวโดยแบ่งเป็น ๓ ด้าน ๑. ด้านส่วนตัวและสังคม ๒. ด้านการศึกษาต่อ ๓. ด้านอาชีพ แต่จะเป็นการให้เกร็ดความรู้เพียงเล็กน้อยไม่เจาะลึก เพราะบุคคลที่เข้า มาร่วมงานเป็น นักเรียนระดับชั้นประถมตัวเล็กๆน่ารักน่ารัก ในการจัดงานครั้งนี้แต่ละกลุ่มสาระก็มีกิจกรรมที่แตกต่างกันไปและมีของรางวัล แจกจ่ายกันมากมาย รวมไปถึงนักเรียนตัวแทนแต่ละห้องตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ เป็นตัวแทนในการค้าขาย สินค้าเพื่อนำเงินมาเข้าห้องตนเอง และงานแนะแนวได้มี การใช้เครื่องมือ ระบบสำรวจวัดแววความสามารถพิเศษด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. คืองานแนะแนวเป็นตัวแทนในการใช้เครื่องมือในการ ตรวจสอบนักเรียนทั้งหมด และใช้ชั่วโมงแนะแนวในการวัดแววของนักเรียนของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม และเหตุการณ์ที่ไม่


31 คาดฝันโดยช่วงฝึกสอนนั้นมีนักเรียนคนหนึ่งซึ่งนักเรียนเป็นโรคซึมเศร้ามาอยู่แล้ว และนักเรียนคนนั้นก็ได้รับยาจากทาง โรงพยาบาลเป็นประจำ นักเรียนคนนั้นมีอาการดังกล่าวคือ คิดฆ่าตัวตายกระโดดบ่อน้ำในโรงเรียน เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทาง โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมจึงใช้ เครื่องมือของมหาวิทยาลัยมหิดลคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีเขิน แบบทดสอบ ภาวะซึมเศร้า PHQ- 9 โดยงานแนะแนวก็เป็นตัวแทน ให้นักเรียน ใช้เครื่องมือนี้ในรายวิชาแนะแนว เพื่อตรวจสอบดูว่านักเรียน โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมมีภาวะซึมเศร้าจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์และรวมไปถึงงานแนะแนวดิฉันก็ได้ช่วยครูพี่เลี้ยงทำงานเรื่อง การศึกษาต่อของมหาวิทยาลัยต่างๆของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมก็ได้มีมหาวิทยาลัย หลายๆที่เข้ามาติดต่อ เพื่อเป็นการแนะแนวเกี่ยวกับการศึกษาต่อของนักเรียนที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันปัญญาภิวัฒน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี และอีกหลายๆสถาบันหรือหลายๆมหาวิทยาลัย และฉันก็มีหน้าที่ติดบอร์ด ประชาสัมพันธ์เขียวกับงานแนะแนวเรื่องของการศึกษาต่อของระดีลอุดมศึกษา ในชั่วโมงสอนดิฉันก็ได้มีหน้าที่เป็นตัวแทนใน การสอนแทนครูลาโรงเรียน หรือไปราชกาล ดิฉันได้นำเกม KaHoot โหดให้นักเรียนมาเล่นเพื่อ เป็นการผ่อนคลาย และทักษะ การเล่นเกมส์ และเกมนี้สามารถทำให้นักเรียนไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ทำให้นักเรียนสนใจ เพื่อจะเอาไปต่อยอดใน การศึกษาต่อภายในอนาคต และในช่วงเวลาที่ฉันฝึกสอนเวลารับประทานอาหารดีๆฉันจะกินอาหารหมูกระทะบ่อยที่สุด มี หน้าที่หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การเป็นครูคุมสอบ การสอนแทน แต่ด้วยเรื่องบริบทในโรงเรียนของ นักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม นักเรียนส่วนมากมีฐานะค่อนข้างยากจนมากกว่านักเรียนที่มีเงิน ด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆก็ คือบริเวณรอบโรงเรียนเต็มไปด้วย การทำเกษตรกร ไร่อ้อย ป่ามันสับปะหลัง หลังจากที่นักเรียนส่วนใหญ่ โรงเรียนท่าหลวง วิทยาคม เวลาเลิกเรียนนักเรียนก็มักจะช่วยพ่อแม่หาเงินช่วยพ่อแม่แบ่งเบาภาระงานบ้าน หรือนักเรียนบางคนก็อาจจะ ทำงาน เก็บเงินเพื่อมาเรียนเอง และนักเรียนบางกลุ่มก็อาจจะอาศัยอยู่กับตากับยาย แต่ในทั้งนี้ทั้งนั้นทางโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม จะมีทุนเข้ามาช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนอยู่สม่ำเสมอ โดยเริ่มจากการที่ครูที่ปรึกษาหรืองานแนะแนว ได้ทำการเยี่ยมบ้านของ เด็กนักเรียนและคัดกรองให้นักเรียนได้รับทุนต่างๆ การฝึกประสบการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ดิฉัน มีการพัฒนาตัวเองมากอย่างเห็นได้ ชัดคือกล้าที่จะพูดกล้าที่จะแสดงออก เปลี่ยนตัวเองจากคนที่ไม่เคยออกความคิดเห็นอะไรใดๆเลย กลายเป็นคนที่ มีการพัฒนา อย่างเห็นได้ชัด และในขณะที่ฝึกสอนดิฉันก็ได้ไปศึกษาดูงานกับทางโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมใน โครงการพัฒนาครูและ บุคลากรทางการศึกษาในการเตรียมความพร้อมรับการประเมิน OBECQA ณ โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ณ หอประชุมเจ้าคุณ ทองดำโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จังหวัดกาญจนบุรีและได้ไปพักผ่อนที่อ่างเก็บน้ำจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งในตอนกลางคืนก็มี กิจกรรมแต่งกายหมวด ม.ม้า ดิฉันได้แต่งกลายเป็นหมอนวดแผนไทย และมี การแสดงต้อนรับบุคลากรใหม่คือตำแหน่งครู ผู้ช่วยและรวมไปถึงนักศึกษาฝึกสอน มีการจัดกิจกรรมเต้นประกวดร้องเพลงรับประทานอาหารร่วมกันสนุกสุขสันต์เฮฮา ร่วมกับคุณครูท่านอื่น การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในครั้งนี้ดิฉันเห็นวิถีชีวิตในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมนักเรียน ที่ก้าวร้าว หรือจะเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน หรือพฤติกรรมที่ไม่หน้าเกิดขึ้น โดยเรียนรู้หลายๆอย่าง ซึ่งโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม เป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ยกตัวอย่างเช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ การปลูกผักสวน ครัว การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ โดยโรงเรียนท่าหลวงเน้นให้นักเรียนใช้ชีวิตโดยวิถีเศรษฐกิจพอเพียงโดยเน้นให้นักเรียนลงมือทำปฏิบัติ จริง ด้วยความจริงใจ ดิฉันเป็นนักศึกษาฝึกสอน โดยมีความคิดเพียงคนเดียวว่า ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครั้งนี้ดิฉันจะประสบ ผลสำเร็จหรือไม่ เกิดคำถามขึ้นหลายๆด้าน เช่น การสอนครั้งนี้จะเป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่ หรือจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ว่าจะใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนคนเดียวได้อย่างไรเพราะเป็นนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ฝึกสอนในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ต์ แต่ ความคิดที่เกิดขึ้นก็กลับพลิกผันกลับกลายเป็นว่าบุคลากรในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม พร้อมที่จะยินดีต้อนรับช่วยเหลือทุกๆ


32 ด้าน ให้คำแนะนำ ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดิฉันประทับใจเด็กนักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมรวมทั้ง ครูพี่เลี้ยง ท่าน ผ.อ.โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมและบุคลากรท่านอื่นๆ พอดีฉันได้รับความช่วยเหลือจากทุกๆฝ่าย รวมถึงอาหารการกิน และที่ ขาดไม่ได้เลยคือคุณครูพี่เลี้ยงของดิฉันซึ่งเป็นคนใจดีมากคอยให้คำช่วยเหลือและให้ข้อมูลที่ดิฉันต้องการ ส่วนนักเรียนน่ารักทุก คนเป็นคนเก่งสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง และตัวดิฉันเองก็มีความภูมิใจและซาบซึ้งใจ ประทับใจ ที่มีนักเรียนให้ความ เคารพและช่วยเหลือในการปฏิบัติงานต่างๆกับทางโรงเรียน ดิฉันได้รับความต้อนรับจากทางโรงเรียนเป็นอย่างดีที่สุด ครูและ อาจารย์ทุกคนให้ความร่วมมือช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานต่างๆเป็นอย่างดีและเป็นกันเองมาก ดิฉันดีใจมากการฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้รับประสบการณ์ใหม่ๆเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะงานแนะแนว จากครูพี่เลี้ยงของดิฉัน ได้รับ ความรู ที่หลากหลายและยังเรียนรู้สิ่งต่างๆจากโรงเรียนมากมายยังมีความสุขกับการทำงานเป็นอย่างมาก ดิฉันได้รับการฝึก วิชาชีพครูแสดงความสามารถ .ค้นคว้าหาความรู้ต่างๆและสิ่งที่สำคัญเป็นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูและฝึกความอดทนให้ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และความตรงต่อเวลาที่เป็นแบบอย่าง ให้แก่นักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ๒. ประสบการณ์นอกห้องเรียน ๒.๑ งานในสายชั้น ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูใน สถานศึกษา ๔ มาดามที่ครูพี่เลี้ยงสังกัดอยู่สำหรับบริบทในสายตาฉันครูทุกท่าน ในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมมีความเป็นกันเองและยินดีต้อนรับ เปรียบเสมือนเป็นครอบครัวและพี่น้อง คอยดูแลซึ่งกันและกัน คอยให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน งานหลักๆที่ดิฉันได้รับมอบหมายคือ การรับผิดชอบสอนวิชาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๑-๒ ช่วยแบ่งเบาภาระจากครูพี่เลี้ยง ทำบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ การศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และมีการ ช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่นๆในโรงเรียนคอยดูแลนักเรียนที่มีการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นวันไหว้ครู วันประชุมครู หรือกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน จัดการระดูแลและควบ


33 ๒.๒ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือบุคลากรภายในโรงเรียนของฉันดิฉันเป็นนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครูภายในโรงเรียนในรายวิชาแนะแนว ในเวลาที่ดิฉันไม่มีชั่วโมงสอนดิฉันจะคอยสอบถามและคอยช่วยเหลืองานด้านอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น งานด้านของงานวิชาการ กิจการนักเรียน การทำงานเรื่องกับผู้อื่นดิฉันต้องมีสัมพันธภาพที่ดีต่อคุณครูและ บุคลากรท่านอื่น กล้าที่จะคุยกล้าที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และได้ฝึกการอยู่ร่วมกันในสังคมไปในตัวของดิฉันด้วย การทำงานร่วมกับผู้อื่นงานหลักที่ได้รับมอบหมายก็คือ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการของการจัดกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน การ ประชุมวาระต่างๆที่ได้ทำสั่งมา การทำกิจกรรมโครงการหรือกิจกรรมวันสำคัญของโรงเรียนท่าเรืองวิทยาคม ซึ่งเป็นผลดีกับ ดิฉันมากเพราะทำให้ดิฉันมีความรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกได้ว่าโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคมเปรียบเหมือนครอบครัวที่คอยให้ความ ช่วยเหลือเป็นอย่างดีการทำงานในครั้งนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ดิฉันมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นกับบุคลากรท่านอื่นโดยที่ไม่รู้จัก กันมาก่อน การทำงานก็จะเป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นงานด้านต่างๆ จะยากหรือจะง่ายก็บรรลุไปได้ด้วยดี ๒.๓ งานกลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน งานของกลุ่มสาระนี้จะเป็นงานเกี่ยวกับงานแนะแนวในช่วงที่ได้ฝึกสอนที่สำคัญๆคือ การจัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับนักศึกษาที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นมหาวิทยาลัย ทุนการศึกษาต่อ ทุนเด็กนักเรียนยากไร้ทุนต่างๆที่เข้ามาภายใน โรงเรียนดิฉันได้คอยทำงานช่วยเหลือร่วมกับครูพี่เลี้ยง การใช้เครื่องมือในวิชาแนะแนว ยกตัวอย่างเช่น การใช้แบบทดสอบ ภาวะซึมเศร้า และการวัดแววความสามารถด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(ส.พ.ฐ)


34 ๒.๔ ปฏิบัติงานฝ่ายงบประมาณและบุคคล นักศึกษาได้รับหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆโดยมีหน้าที่การช่วยเหลือ ดังนี้ -จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับงานแนะแนว -เขียนบันทึก งานในด้านฝ่ายเกี่ยวกับงานงบประมาณจะเป็นหน้าที่ของครูผู้รับผิดชอบในงานด้านนี้จะไม่มีการให้นักศึกษา ได้รับผิดชอบ ใน ส่วนของงบประมาณโรงเรียนแต่จะเป็นการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยยกตัวอย่างเช่น การนับเงินจากการทอดผ้าป่าของโรงเรียน ๒.๕ งานฝ่ายกิจการ ฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนเป็นการบริหารที่มีบทบาทจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบตามวินัยของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยผ่านกระบวนการ และกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน ขอบข่ายครอบคลุมการช่วยเหลือดูแลนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ งานป้องกันและแก้ไขปัญหายา เสพติดหรือนักเรียนที่มีเสียงชู้สาว ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและงานรักษาความปลอดภัยต่างๆ การปฏิบัติงานฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนดิฉันได้รับหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานฝ่ายบริหารกิจการนักเรียนโดย มีหน้าที่การช่วยเหลือ งานเอกสารต่างๆเพียงเล็กน้อย คอยสอบถามเกี่ยวกับปัญหานักเกรียนหรือคอยให้ความช่วยเหลือ เพราะนาทีนี้จะเป็นหน้าที่หลักหลักของครูบุคลากรที่อยู่ฝ่ายงานกิจการนักเรียน เป็นต้น ๒.๖ งานกลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน -ช่วยเหลือจัดทำสีลอกข้อสอบกลางภาคและปลายภาค ของนักเรียนโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม -เข้าสอนแทนครูพี่เลี้ยงและ คุณครูในสายชาจน์เนื่องจากครูลาป่วยหรือลาราชการ -จัดทำขายบริษัทสร้างการดี -Oh penthouse -จัดทำช่วยเหลือระบบดูแลนักเรียนต่างๆเรื่องของทุนการศึกษาที่เข้ามาภายในโรงเรียน -ควบคุมและดูแลกำกับร่วมกับครูพี่เลี้ยงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่เข้ามาแนะแนวภายในโรงเรียน -จัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการศึกษาต่อ -แบ่งเบาภาระจากงานครูพี่เลี้ยง


35 ๒.๗ งานอื่นๆที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติงานห้องวิชาการ กรอกข้อมูลนักเรียนที่เข้าศึกษาระดับชั้น ม.๑และ ม.๔ DME จัดทำแก้ไขตารางเรียนตารางสอนของครูผู้สอนภายในโรงเรียน ปฏิบัติงานห้องธุรการ เดินเอกสารให้ครูในโรงเรียนเซ็นรับทราบ รับเอกสารไปยังท่านรองผู้อำนวยการ ห้องกิจการ และห้องวิชาการ จัดทำวาระการประชุมประจำเดือนของครูในโรงเรียน ปฏิบัติงานห้องกิจการนักเรียน ตรวจสอบแบบคัดการภาวะซึมเศร้าส่งฝ่ายกิจการนักเรียน พูดคุยให้คำปรึกษารายบุคคลกับนักเรียนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรง ปฏิบัติงานกลุ่มสาระการเรียนรู้แนะแนว จัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ การศึกษาต่อของนักเรียน ให้คำปรึกษากับนักเรียนที่มีปัญหาส่วนตัว ช่วยเหลือครูพี่เลี้ยงในการจัดทำโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เช่น การมอบทุนการศึกษา การแนะแนว การศึกษาต่อจากมหาวิทยาลัยต่างๆ วัดแววภาวะซึมเศร้านักเรียนด้วยระบบวัดแววอิกเล็กทรอนิค ปฏิบัติงานฝ่ายบริหารทั่วไป กรรมการตัดสินการแข่งขันกิจกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ผู้รับลงทะเบียนรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม วิทยากรให้ความรู้ บริษัทสร้างการดี เข้าร่วมการประชุมประจำเดือนในทุกๆครั้งภายในโรงเรียน งานพยาบาลโรงเรียน


36


37 การพัฒนาตนเองของนักศึกษา พัฒนาและความเปลี่ยนแปลงของตนเองที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยและจะสถานศึกษาจะแบ่งออกเป็น สามด้านหลักๆคือ ด้านความรู้(knowledge) ด้านทักษะ (skills) และด้านเจตคติ(attitude) ๑. การพัฒนาตนเองดังความรู้ (knowledge) ในด้านของการจัดการเรียนรู้ได้เริ่มต้นด้วยการเขียนและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาแนะแนว จนทำให้เกิดการ พัฒนาในเรื่องของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของผู้เรียน เลือกใช้วิธีและการ ประเมินผลได้หลากหลาย ครอบคลุมความสามารถของผู้เรียนและผู้สอน ทำให้บรรลุตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ การพัฒนาสื่อการจัดการเรียนรู้ ในด้านการพัฒนาสื่อการจัดการเรียนรู้ได้มีการใช้เครื่องมือเกี่ยวกับ ในรายวิชาแนะแนวทราบครูในสาขารวมถึงจาก ครูพี่เลี้ยงและได้ออกแบบในทั้งรูปแบบการทำสื่อในรูปแบบการจัดรายการสอนการใช้เทคโนโลยีซึ่งเป็นคำแนะนำและสามารถ เรียกใช้สื่อในการสอนได้หลากหลายรูปแบบเหมาะสมกับเนื้อหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการจัดกิจกรรมให้แก่ผู้เรียน ในชั้นเรียน การเรียนรู้ในสถานศึกษา ในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาทำให้ดิฉันมีความมุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ การมีสัมพันธภาพที่ดีต่อบุคลากรท่าน อื่นๆภายในโรงเรียน วิธีการสอนและเทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนในระดับชั้นที่เราได้รับมอบหมาย เพื่อนำมา ถ่ายทอดให้กับนักเรียนและลงมือปฏิบัติ เเละคำแนะนำที่เกิดขึ้นของบุคลากรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องของทางโรงเรียนท่าหลวง วิทยาคมจึงทำให้มีการพัฒนาตนเองในเรื่องของงานเอกสาร งานสอน และงานวิชาการในด้านต่างๆของโรงเรียน และรวมไปถึง การเรียนรู้พฤติกรรมของนักเรียนที่หลากหลายรูปแบบภายในโรงเรียน เรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้น และรวมไปถึง การ วางตัวและการปฏิบัติตนในสถานศึกษา ๒. การพัฒนาด้านทักษะ (skills) ในแต่ละครั้งในการจัดการเรียนการสอนจะมีการประเมินการสอนของตนเองอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งในบางครั้งอาจเกิด ข้อผิดพลาดในเรื่องของเวลาหรือชั่วโมงการเรียนการสอน รอไปถึงการจัดกิจกรรมในชั้นเรียนในรายวิชาแนะแนวดังนั้นจึงมี ข้อผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นและนำมาแก้ไขปรับปรุงเพื่อพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาแนะแนวของตนเองให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้ฝึกฝนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้มาตั้งแต่การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาที่ ๑ เป็นต้นมา จนกระทั่งในการเขียนแผนการสอน จึงทำให้มีความรู้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเขียนโครงสร้างของในโรงเรียนท่าหลวงวิทยาค ซึ่งในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละโรงเรียนจากการสังเกตการณ์สอนและโรงเรียนที่ปฏิบัติการสอนจริงมีความ แตกต่างมีโครงสร้างที่แตกต่างกันไป แต่ความรู้ทั้งสองโรงเรียนนี้ทำให้มีความสามารถใน การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ เหมาะสมกับผู้เรียนและสอดคล้องกับเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น เรียนรู้การสร้างและฝึกทักษะในการสร้างบรรยากาศของห้องเรียนให้ นักเรียนได้สนใจในการเรียนและเอื้ออำนวยความ สะดวกต่อการเรียนรู้หรือการจัดกิจกรรมในรายวิชาแนะแนว และเหมาะสม กับตัวผู้เรียนนั่นเอง มีการกำหนดขอบเขตหรือข้อตกลงระหว่างอยู่ร่วมกันในห้องเรียนในชั่วโมงเรียนรายวิชาแนะแนว สามารถ ควบคุมชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในการสอนนักเรียนแต่ละห้อง แต่ละชั้นเรียน ระหว่าง ม.๑-๒ จะมีบริบทและความ


38 แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพฤติกรรมของนักเรียน ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของนักเรียนแต่ละคน การส่งงานการ ตั้งใจเรียนและเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน และส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนร่วมห้อง ดังนั้นจึงทำให้ได้ฝึกฝนทักษะความอดทนกับตัวเด็ก นักเรียนนอกจากนี้ยังมีการฝึกความอดทนของตัวนักศึกษาร่วมด้วย รวมไปถึงทักษะการสื่อสารในการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับ นักเรียนซึ่งในชั้นเรียนนั้นมีการพูดคุยหรือสื่อสารในเรื่องของความรู้รวมทั้งการสื่อสารกับครูพี่เลี้ยงและครูบุคลากรภายใน โรงเรียนท่านอื่นๆ ในการทำงานร่วมกัน ในการจัดการเรียนการสอนนักเรียน ก็ได้นำเทคโนโลยีในเรื่องของการเล่นเกมส์ การ สอนทูตและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีให้เกิดความถูกต้อง ทำให้เกิดทักษะการเลือกใช้เทคโนโลยีต่างๆได้เหมาะสมและ เกิดความสะดวกสบายกับผู้เรียนและผู้สอนรวมทั้งได้พัฒนาทักษะศักยภาพการสร้างสรรค์สื่อเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในการ จัดการเรียนการสอนและการทำงานด้านอื่นๆอีกด้วย เป็นต้น ๓. การพัฒนาด้านเจตคติ (attitude) เจตคติที่ดีต่อนักเรียน มีความเข้าใจนักเรียนเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน ให้ความรักความใจใจและมีความจริงใจกับ นักเรียนทุกคน มีความเมตตาปรานีต่อเด็กนักเรียนขอให้ความช่วยเหลือและคอยให้คำปรึกษาดูแลนักเรียนที่มีความเดือดร้อน ร่วมกับครูพี่เลี้ยง เจตคติที่ดีต่อการเรียนการสอน โดยมีการจัดการเรียนการสอนจัดบรรยากาศในชั้นเรียนพร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนาวิธีการสอนให้ดีขึ้นและเหมาะสมกับ นักเรียนอยู่สม่ำเสมอมีการสอบถามความถูกต้องจากครูพี่เลี้ยง การจัดห้องเรียนมีความสะดวกสบายทันสมัยทำให้การเรียน สอนไม่น่าเบื่อหนาย มีความรู้ความสามารถและมีความยืดหยุ่นทำให้ไม่ตึงเครียดจนมากเกินไป กล้าที่จะเผชิญหน้าในเรื่อง ต่างๆและรับมือได้ทุกปัญหา ร่วมด้วยกับครูพี่เลี้ยงทั้งสามารถแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกัน การแก้ไขเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที เจตคติที่มีต่อวิชาชีพครู มีความตระหนักว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติทางด้านการศึกษา เปรียบเสมือนเรือจ้างที่กล่าวกันไว้ มีความสำคัญ ต่อสังคมสามารถสอนเด็กให้เป็นคนดีมีคุณภาพและเจริญเติบโตภายนอกได้เป็นอย่างดีเป็นผู้ประกอบอาชีพต้องมีความ เสียสละมีเมตตากรุณาและต้องมีความอดทนอดกลั้นเป็นอย่างยิ่ง มีความประพฤติเรียบร้อย มีความรู้ดีอันรอบด้าน บุคลิกการ แต่งกายที่ดี ตรงเวลาและมีความยุติธรรมหากความรู้อยู่สม่ำเสมอมีจิตใจที่แจ่มใสต่อเพื่อนร่วมงานและนักเรียนทุกคนใน โรงเรียน


39


40 รายงานการวิจัย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี การวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนา ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ชื่อเรื่อง : การลดปัญหาการไม่ตอบคำถามครูผู้สอนในชั้นเรียนในรุกแบบ Online 2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา : การเรียนในปัจจุบันจะเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน กิจกรรมการแก้ปัญหาต่าง ๆ การตั้งคำถาม และการตอบคำถาม จะนำไปสู่การเรียนรู้ แต่ปัญหาที่อาจารย์ผู้สอนมักประสบคือ จะทำอย่างไรให้ผู้เรียนต้องการมีส่วนร่วมคิดและตอบคำถามที่อาจารย์ถาม และยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ทางโรงเรียน ก็พบ กับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไว้ตัวโควิด-19 จากกรสังเกตและเป็นเพราะในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้เป็นสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้มีผลกระทบทางด้านการเรียน นักเรียนจึงไม่สามารถดินทางเข้ามาเรียนในห้องเรียนได้อย่าง ปกติได้ จึงต้องมีการเรียน-การสอน ในรูปแบบ Online เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากยิ่งขึ้น และ ในการเรียน On line ส่งผลทำให้เด็กในห้องเรียนปิดกล้องในการเรียน จึงทำไมนักเรียนในห้องเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอน นอกจากเป็นการย้ำคำถามหรือทวนคำถาม และเมื่อพิจารณาพบว่าสาเหตุที่นักเรียนไม่ตอบคำถามนักเรียนส่วนมากคำถามที่ ผู้สอนถามแต่ผู้เรียนไม่ตอบ และผู้เรียนแทบจะไม่เคยถามคำถาม แต่มีเพียงบางส่วน 6-10 จากนักเรียนในห้อง 50 คน ที่ตอบคำถาม อาจเป็นเพราะผู้เรียน เรียนในรูปแบบOnline และความเงียบอาจได้รับการตีความว่าเป็นการให้ความเคารพ ความยอมรับ หรือการใช้ความคิด แต่คำถามผู้สอนในชั้นเรียนเป็นคำถามว่ายๆที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่สอน เพราะไม่ต้องการ อวดตนว่าเก่งกว่าผู้เรียนคนอื่น ๆ นอกจากนี้ก็อาจเป็นเรื่องของการเขินอายและเพราะผู้เรียนต้องการเวลาในการหาคำตอบ และเรียบเรียงคำพูด การที่ครูผู้สอนไม่อดทนรอคำตอบ พยายามถามช้ำหลายครั้ง ตอบให้เอง จากการที่ได้ทราบถึงปัญหาที่ทำให้ผู้เรียนไม่ยอมตอบคำถามมาข้างต้น ก็มาถึงประเด็นที่ว่าครูผู้สอนจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ที่จะสามารถลดความตึงเครียดของบรรยากาศการเรียนการสอนและช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิสัพันธ์กับผู้สอนมากขึ้น ดังนั้นผู้วิจัยจึง ให้ความสำคัญกับการศึกษาการลดปัญหาการไม่ตอบคำถามอาจารย์ผู้สอนในชั้นเรียน โดยการสร้างความมั่นใจ ในตนเอง โดย การสังกต การสัมภาษณ์ และสร้างแบบสอบถาม เพื่อเป็นแนวทาง ในการส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และมี ผลการเรียนอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนตัวผู้สอน สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและนักเรียน และยังนำไปประยุกต์ใช้ กับรายวิชาอื่น ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง 3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาเจตคติของผู้เรียนวิชาการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการทำงานเขียน 1 ในเรื่องที่เรียนกับครูผู้สอน ในชั้นเรียน 2. เพื่อศึกษาสาเหตุที่ผู้เรียนไม่ชอบตอบคำถามในชั้นเรียน 3. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ช่วยกระตุ้น ให้นักเรียนตอบคำถามในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น 4. ขอบเขตของการวิจัย ประชากร : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่าง : นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 (ม.3/2),(ม.3/4) ระยะเวลา 7 ธันวาคม 64 - 3 กุมภาพันธ์ 2565 5. นิยามศัพท์เฉพาะ -นักเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอน 6.เครื่องมือ


41 โดยเครื่องมือที่ ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาคันคว้าครั้งนี้ ใช้แบบสอบถาม ในการเก็บข้อมูลจาก กลุ่มเป้าหมาย โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 สังเกตข้อมูลทั่วไป ของนักเรียนในห้องเรียน Online ผ่าน Z00m รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในการเรียน ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาเจตคติ สาเหตุ และปัจจัย กระตุ้นในการตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online ผ่าน Zoom ได้แก่ 1. ความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับการตอบคำถามครูผู้สอน ในชั้นเรียน 2. สาเหตุที่นักเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online 3. ปัจจัยกระตุ้นที่ช่วย ให้นักเรียนตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online ส่วนที่ 3 สร้างแรงจูงใจในห้องเรียนห้องเรียน Online ผ่าน Zoom เพื่อให้มีการตอบคำถามในสิ่งที่ครูถามออกไป เช่น สอนและอธิบายให้เข้าใจโดยละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาแล้วเมื่อครูถามนักเรียนจะต้องช่วยกันตอบแล้วจะปล่อยให้ นักเรียนออกจากห้องซูมก่อนเวลา 7.วิธีดำเนินการ วิธีการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การสังเกตนักเรียนในห้องเรียน Online เป็นการสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลจากต่าง ๆ ความมั่นใจ ในตนเอง หลักการสรังความมั่นใจ คุณลักษณะของคนที่มีความมั่นใจในตนเอง เพื่อหาข้อสรุปถึงเจตคติ สาเหตุ และปัจจัยที่ ส่งผลต่อการลดปัญหาการไม่ตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online ผ่าน Zoom 2.การวิจัยเชิงสำรวจการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ และการสังเกตนักเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 และ 3/4 ในห้องเรียน Online ผ่าน Z00m เป็นเครื่องมือในการเก็บ รวบรวมข้อมูลเพื่อสำรวจเจตคติ สาเหตุ และปัจจัยกระตุ้น ในการตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online ผ่าน Z0om ของ นักเรียนโรงเรียนนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่เรียนวิชา แนะแนว ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 100 คน ห้องเรียน 2 ห้อง 8.ผลการวิจัย 1. ข้อมูลทั่วไปนักเรียนที่ตอบคำถามส่วนใหญ่เป็นในห้องเรียน Online ผ่าน Z00m เป็นเด็กนักเรียนจำนวนโดยประมาน 6-10 คน 2.การศึกษาเจตคติ สาเหตุ และปัจจัยกระตุ้น ในการตอบคำถามครูผู้สอนในชั้นเรียนความคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับการตอบ คำถามครูผู้สอน ในห้อองเรียนโดยภาพรวมจากการสังเกตนักเรียนในห้องเรียน On line ผ่าน Z0om มีความคิดเห็นทั่วไป เกี่ยวกับการตอบคำถามครูผู้สอนในชั้นเรียนอยู่ ในระดับที่ดีขึ้น แต่จากการสังเกต พบว่านักเรียน Online ผ่าน Z0om มีการ ตอบคำถามครูผู้สอนในชั้นเรียนอยู่ ในระดับดีขึ้นมาก ลำดับแรก คือนักเรียนชอบ คำถามที่เป็นการแนะแนวเรื่องการสอบ โครงการ Teeded และการสอบเรียนต่อในระดับ ปวช รองลงมาคือทำให้นักเรียนชอบคำถามที่สนุกและไม่ทำให้เครียด 3.สาเหตุที่นักศึกษาไม่ตอบคำถามครูผู้สอน ในชั้นเรียนโดยภาพร่วมสาเหตุที่นักเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online อยู่ในระดับ ปานกลาง จากการสังเกตและเป็นเพราะในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้เป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 จึงทำให้มีผลกระทบทางด้านการเรียน นักเรียนจึงไม่สามารถเดินทางเข้ามาเรียนในห้องเรียนได้อย่างปกติได้ จึงต้องมีการเรียน-การสอน ในรูปแบบ Online เพื่อ เป็นการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากยิ่งขึ้น และในการเรียน Online ส่งผลทำให้เด็กในห้องเรียนปิดกล้องใน การเรียน จึงทำไมนักเรียนในห้องเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอน นอกจากเป็นการย้ำคำถามหรือทวนคำถาม และเมื่อพิจารณา พบว่าสาเหตุที่นักเรียนไม่ตอบคำถามครูผู้สอนในห้องเรียน Online ลำดับแรกคือ นักเรียนเรียนในรูปแบบ Online นักเรียนไม่ ตอบคำถามครูผู้สอนรวมไปถึงปิดกล้องในขณะที่เรียนเป็นส่วนมาก ครูผู้สอนจะไม่เห็นหน้าเด็ก นอกจากครูผู้สอนจะย้ำขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถามตอบหรือให้นักเรียนเปิดกล้องเพื่อพูดคุยสนทนากันเมื่อต้องตอบคำถามอาจารย์


42 4.ปัจจัยกระตุ้นที่ช่วยให้นักเรียนตอบคำถามครูผู้สอน ในชั้นเรียน - โดยภาพรวมปัจจัยกระตุ้นที่ช่วยให้นักเรียนตอบคำถามครูผู้สอน ในห้องเรียน Online โดย การสร้างสื่อในการ สอนให้หน้าสนใจ สร้างสรรค์ ดึงดูดนักเรียนในห้องเรียน Online มีความสนใจ และสร้างปัจจัยที่กระตุ้นด้วยการใช้คำพูดด้วย ความสร้างสรรค์สนุกสนานในห้องเรียนโดยการสนทนาในช่วงก่อนจะเรียกถามตอบ - บรรยากาศ ในการเรียนต้องไม่ตึงเครียด ครูควรเป็นมิตร เอาใจใส่ไม่เข้มงวด และให้กำลังใจนักศึกษา ข้อเสนอแนะ -ครูไม่ควรกดดันนักเรียนให้ตอบคำถาม ถ้านักเรียนตอบไม่ได้ถ้านักเรียนตอบคำถามไม่ได้ครูไม่ควรดุนักเรียนและ ควรอธิบาย ให้ฟังแทน - ครูควรยกกรณีศึกษาจากสถานการณ์จริง เพื่อสร้างบรรยากาศให้นักเรียนอยากเรียน - ครูควรให้เวลาพักกับนักเรียนผ่อนคลายความเครียด - ครูไม่ควรถามคำถามบ่อยเกินไป เพราะนักเรียนอาจจะเบื่อและเกรงกลัวที่จะตอบคำถาม - ครูควรอธิบายคำตอบถ้านักเรียนตอบไม่ได้ด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ - การทำให้นักเรียนตอบคำถามทุกคน คือ วนหรือถามคนต่อ ๆ ไป เรื่อย ๆ จนครบ ทุกคน - ในกรณีที่นักเรียนไม่กล้าตอบคำถาม ให้นักเรียนหาตัวช่วย เช่น ให้เพื่อนช่วย - ครูควรใช้คะแนนมาเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนตอบคำถาม -ให้นักเรียนตอบคำถาม เพื่อเป็นการเช็คชื่อไปในตัวโดยตั้งคำถามที่ทุกคนสามารถตอบได้ 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ -นักเรียนในห้องเรียน Online ตอบคำถามครูผู้สอนได้ดีขึ้นมากกว่า50% -นักเรียนในห้องเรียน Online ไม่ตึงเครียด -นักเรียนในห้องเรียน Online กล้าตอบคำถามกับครูผู้สอนมากขึ้น


43 รายงานการวิจัยของโรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ชื่องาน : การพัฒนาพฤติกรรมการเรียนให้มีความรับผิดชอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ในรายวิชา แนะแนว ชื่อผู้วิจัย: นางสาวกัญยารัตณ์ อิ่มด้วยบุญ สาขาวิชา : จิตวิทยาและการแนะแนว ความเป็นมาและความสำคัญ การศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากในการที่จะพัฒนาให้มนุษย์มีประสิทธิภาพและ ศักยภาพสูงสุด ซึ่งต้องมีการพัฒนาโดยต้องคำนึงถึงทรัพยากรที่มีคุณภาพและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ถ้ามนุษย์ทุกคนมีคุณสมบัติดังกล่าวก็จะเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ซึ่งจะเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติ เพราะจะทำให้ สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข วินัยจึงเป็นคุณธรรมที่ควรสร้างและปลูกฝังให้ทุกคนใช้เป็นแนวทางสำหรับบังคับพฤติกรรม ของตนเอง ทำให้บรรลุตามจุดหมายของชีวิตและประสบความสำเร็จในชีวิต ครูควรปลูกฝังให้นักเรียนมีความรับผิดชอบใน หน้าที่ของตนจะทำให้สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนให้เป็นไปในทางที่ดีงาม ยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ถ้าหากใน สังคมไม่มีการปลูกฝังและพัฒนาเด็กให้มีวินัยและมีคุณภาพแล้ว การพัฒนาสังคมและประเทศก็จะเป็นไปอย่างไม่มี ประสิทธิภาพจึงควรต้องปลูกฝังวินัยในตนเองให้เป็นพื้นฐาน ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากใน การที่จะพัฒนาให้มนุษย์มีประสิทธิภาพและศักยภาพสูงสุด จากการเป็นคุณครูผู้สอนวิชาแนะนว ชั้นมัธยมศึกษาบีที่ 2 โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม ซึ่งมีหน้าที่สอนนักเรียนทั้ง ในด้านการเรียน ด้านพฤติกรรมของนักเรียนทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน พบว่า พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนบางคน ในห้องเรียนไม่สนใจเรียน ขาดความรับผิดชอบในการเรียน ไม่ทำงานที่มอบหมายให้ ใช้เครื่องมือสื่อสารในแบบผิดๆ ทำให้ บรรยากาศการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนและมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์จึงทำให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้ จึงต้องใช้ กระบวนการวิจัยมาแก้ปัญหาโดยการนำทฤษฎีการเรียนรู้ ทฤษฎีแรงจูงใจ และทฤษฎีการวางเงื่อนไข มาใช้กับนักเรียนเพื่อเป็น การพัฒนาพฤติกรรมการเรียนและส่งเสริมศักยภาพของนักเรียน ให้เกิดการเรียนรู้เต็มศักยภาพและความสามารถของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง มีบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และเป็นการปลูกฝังความ รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลทำให้สามารถพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลการเรียน ดีขึ้น ความสำคัญของการศึกษา การวิจัยในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงด้านพฤติกรรมการเรียน เมื่อนักเรียนมีการพัฒนาพฤติกรรมให้เป็นผู้ที่มีความ รับผิดชอบในตนเองจะทำให้นักเรียนสนใจเรียนและมีความขยันอดทน มีแรงจูงใจทำให้มีผลการเรียนดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อครูผู้สอน และครูทุกท่านที่จะนำมาเสริมสร้างพัฒนานักเรียนให้มีคุณค่ามีคุณประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน และสังคม ต่อไป วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการเรียนให้เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และการเรียนดีขึ้นในวิชาต่างๆ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนท่าหลวงวิทยาคม


Click to View FlipBook Version