The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pattaraporn Sriyoyod, 2020-11-03 04:54:59

ebook

ebook

1

บทนำ

การจดั ประชมุ วิชาการเภสชั ศาสตรศกึ ษาได้จดั มาอย่างต่อเน่ืองทุกปี ในปี พ.ศ. 2563
ท่ีประชุมคณะอนุกรรมการด้านเภสัชศาสตรศึกษาภายใต้การกากับดูแลของศูนย์ประสานงาน
การศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) ได้มอบหมายให้คณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมวิชาการ “เภสัชศาสตรศึกษาแห่งชาติ
ประจาปี 2563” Thai Pharmacy Education Conference 2020: Opportunities and
Lessons Learned for Pharmacy Education Amid COVID-19 รูปแบบ webinar ผ่าน
ZOOM application ในวันเสาร์ท่ี 7, 14, 21 พฤศจิกายน 2563 และ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม
2563 โดยจัดให้มีกิจกรรมหลักเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอนในแวด
วงการศึกษาเภสัชศาสตร์ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั้งในส่วน
กระบวนวิชาทางวิชาชีพเภสัชกรรม กระบวนวิชาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ และระบบการพัฒนา
นักศึกษาให้มีสุขภาพจิตที่ดีในรั้วมหาวิทยาลัย ท้ังนี้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงการ
จดั การเรียนการสอนและการดูแลนักศึกษาเภสชั ศาสตร์ให้ดยี ่ิงข้นึ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามเจา้ ภาพในการจัดงานประชุมวิชาการ
ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเป็น เอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบ E-book ซึ่งเป็นข้อมูลท่ีได้มา
จากการสารวจการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning แยกเป็นกลุ่มวิชาพื้นฐาน
วิชาชีพ กลุ่มวิชาด้านเภสัชกรรมอุตสาหการ และ กลุ่มวิชาด้านการบริบาลทางเภสัชกรรม
ประกอบด้วยวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวิชา แนวคิดการจัดการเรียนรู้ ที่สะท้อน
การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือ
กจิ กรรม วธิ ีการวัดและประเมินผลโดยสรุปผลงาน/ผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียน ถอดบทเรียน
การเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา เพ่ือให้ผู้ร่วมประชุมได้เห็น
ตวั อย่างการจัดการเรยี นการสอนท่ีหลากหลายจากคณะเภสัชศาสตร์ทุกสถาบัน

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบคุณคณาจารย์คณะเภสัชศาสตร์
ทุกมหาวิทยาลัยที่กรุณาให้ข้อมูลจากการสารวจการจัดการเรียนการสอนแบบ active
learning คณะอนุกรรมการด้านเภสัชศาสตรศึกษาที่กรุณาให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
เกี่ยวกับรูปแบบและเน้ือหาในการจัดประชุมสัมมนาในคร้ังน้ี และศูนย์ประสานงานการศึกษา
เภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) ท่ีสนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมสัมมนาในคร้ัง
นี้

CONTENTS

สารบัญ

การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

1.กลมุ่ วชิ าพนื้ ฐานวชิ าชพี

1.1 วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ของมนุษย์ 4: มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ์
1.2 บรู ณาการอภบิ าลระบบยาและสขุ ภาพ 1: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย
1.3 ระบบยาและสขุ ภาพ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

2. กลมุ่ วชิ าดา้ นเภสชั กรรมอตุ สาหการ

2.1 เภสัชอุตสาหกรรม: มหาวิทยาลยั อีสเทิรน์ เอเชยี
2.2 เภสชั กรรม: มหาวิทยาลยั อีสเทริ ์นเอเชยี
2.3 การพฒั นาตารบั เภสชั ภัณฑ์: มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่
2.4 เภสัชควบคุมคุณภาพ 3: มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
2.5 เทคโนโลยเี ภสัชกรรม 1: มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
2.6 เทคโนโลยีชีวภาพทางเภสชั กรรม : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
2.7 เภสชั เวท 2 : มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ
2.8 ปฏบิ ัติการเภสชั เวท 2 : มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ
2.9 เภสชั อตุ สาหกรรม 1: มหาวิทยาลยั อสี เทริ น์ เอเชีย
2.10 เภสชั เวท: มหาวิทยาลัยวลยั ลักษณ์
2.11 วิชาเภสชั กรรม 2: จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
2.12 การออกแบบเภสชั ภณั ฑ์ 1: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
2.13 การฝึกปฏบิ ตั งิ านเภสชั กรรมการตลาด 1: มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
2.14 การฝกึ ปฏบิ ตั ิงานวิชาชพี สาขาวชิ าเภสัชศาสตร์: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
2.15 การฝึกปฏิบตั งิ าน 3 : การควบคุมกระบวนการผลิตยา:

มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ
2.16 ปฏิบตั ิการเภสัชพฤกษศาสตร์และเภสัชวินจิ ฉยั : มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
2.17 เภสัชพฤกษศาสตร์: มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์
2.18 ปฏบิ ัติการเภสชั พฤกษศาสตร์: มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์
2.19 ปฏบิ ัติการเภสชั วิเคราะห์ 2: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

3

CONTENTS

สารบัญ

3. กลมุ่ วชิ าดา้ นการบรบิ าลทางเภสชั กรรม

3.1 เภสัชกรรมคลนิ ิก 3: มหาวทิ ยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
3.2 แนะนาการฝกึ ปฏิบัติการบรบิ าลเภสชั กรรม:

มหาวิทยาลัยหัวเฉยี วเฉลมิ พระเกยี รติ
3.3 เตรียมความพรอ้ มทักษะทางบริบาลเภสชั กรรมใน: มหาวิทยาลยั เชียงใหม่
3.4 หลกั การพืน้ ฐานทางเภสชั จลนศาสตร์: มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่
3.5 เภสชั กรรมโรงพยาบาล: มหาวทิ ยาลยั หัวเฉยี วเฉลิมพระเกียรติ
3.6 เภสชั บาบดั 6: มหาวิทยาลัยหวั เฉียวเฉลิมพระเกียรติ
3.7 เภสชั ศาสตรส์ นเทศ: มหาวิทยาลยั มหดิ ล
3.8 เภสชั กรรมชมุ ชน: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
3.9 ยาใหม่: มหาวทิ ยาลยั พายพั
3.10 การสื่อสารเพ่อื การปฏิบัตวิ ิชาชพี เภสชั : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
3.11 ปฏบิ ตั ิการเภสชั บาบดั 1: มหาวทิ ยาลยั หวั เฉียวเฉลมิ พระเกียรติ
3.12 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั กรรมปฏิบัต:ิ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
3.13 การฝึกปฏิบัติงานการบริบาลทางเภสัชกรรมด้านเภสชั กรรมชุมชนขั้นสูง:

มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
3.14 การฝึกปฏิบัติงานการคุ้มครอง ผู้บริโภคด้านสุขภาพ 2:

มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
3.15 เภสัชกรรมบาบดั 1: มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
3.16 การบรบิ าลทางเภสชั กรรม: มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ์

4

กลมุ่ วชิ ำ

พื้นฐำนวิชำชพี

5

1 วิทยาศาสตรก์ ารแพทยข์ องมนษุ ย์ 4
Human Medical Science IV

มหาวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ์

หนว่ ยกติ : 6(4-4-10)

นักศึกษาช้นั ปีทเ่ี รียน : ชั้นปีท่ี 2

จานวนนักศกึ ษาในชัน้ เรยี น : 103 คน

ผรู้ ับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

1. รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.ศริ ิพนั ธุ์ หิรญั ญะชาติธาดา (สานักวชิ าเภสชั ศาสตร์)

2. อาจารย์ ดร.ภญ.ณัฐิกานต์ นกแกว้ (สานักวชิ าเภสชั ศาสตร์)

3. อาจารย์ พญ.นนทพรรณ ผาสขุ (สานักวชิ าแพทยศาสตร์)

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรขู้ องกระบวนวชิ า

1. อธบิ ายโครงสรา้ งทางกายวิภาคศาสตร์ และจุลกายวิภาคศาสตร์ของระบบ
หวั ใจหลอดเลอื ด ระบบหายใจ และระบบขบั ถ่ายปสั สาวะได้

2. อธิบายหน้าที่ และกลไกการควบคุมการทางานของไหลเวียนเลือด ระบบ
หายใจ และระบบขับถ่ายปสั สาวะได้

3. อธิบายพยาธิกาเนิด และพยาธิสรีรวิทยาของโรคหรือความผิดปกติท่ีพบ
บ่อยของระบบหัวใจหลอดเลอื ด ระบบหายใจ และระบบขับถา่ ยปสั สาวะได้

4. อธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของยาท่ีใช้ในโรคหรือความผิดปกติท่ีพบบ่อย
ของระบบหวั ใจหลอดเลือด ระบบหายใจ และระบบขับถ่ายปสั สาวะได้

5. บูรณาการความรู้เก่ียวกับโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์และจุลกาย
วิภาคศาสตร์ หน้าที่และกลไกการควบคุมการทางานของระบบหัวใจหลอดเลือด ระบบ
หายใจ และระบบขับถ่ายปัสสาวะ เพื่อใช้สาหรับการวางแผนการบริหารยาในผู้ป่วยได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

6. ค้นคว้า วิเคราะห์ อภิปราย และสังเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างทาง
กายวิภาคศาสตร์และจุลกายวิภาคศาสตร์ และการทางานของระบบหัวใจหลอดเลือด
ระบบหายใจ และระบบขับถา่ ยปัสสาวะ เพ่อื นาไปประยุกต์ใช้ในการอธิบายปัญหาทางการ
แพทย์ได้

7

แนวคิดการจัดการเรียนรู้ ที่สะทอ้ นการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning

การจัดการเรียนร้แู บบใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (problem-based learning)
การสอนโดยใช้การอภปิ รายกลมุ่ ยอ่ ย

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กิจกรรม วธิ ีการวัดและประเมินผลโดยสรุป

1. วธิ ีการสอนโดยใชก้ ารบรรยาย
2. วธิ ีการสอนโดยใชก้ ารอภิปรายกล่มุ ย่อย
3. วิธกี ารสอนโดยใชก้ ารสาธิต
4. วธิ ีสอนโดยใช้การทดลอง
5. วิธีสอนโดยการปฏิบตั ิการ
6. วธิ ีสอนแบบเนน้ การเรียนรู้ด้วยตนเอง
7. วิธีสอนแบบสบื เสาะแสวงหาความรู้

ผลงาน/ผลลัพธ์ท่ไี ดจ้ ากการเรียน

1. มีทักษะทางสังคม มมี นุษยสมั พันธ์ท่ีดี มีความรับผดิ ชอบทางานเป็นทีมท้ังในบทบาทของผู้นา
หรือผตู้ ามร่วมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ในการเรียนแบบกลุ่มย่อยได้
2. มคี วามรู้ ความสามารถ ทกั ษะ และสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชพี เภสัชกรรมของประเทศ
ไทยและสากล
3. สามารถบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทยก์ ับวชิ าในสาขาเภสชั ศาสตร์
การบรบิ าลเภสัชกรรม เพ่ือการสรา้ งเสรมิ สุขภาพ การป้องกัน การรกั ษา การฟ้ืนฟู และการ
แกไ้ ขปัญหาสขุ ภาพของประชาชนและชมุ ชนแบบองค์รวมได้
4. มคี วามใฝร่ ู้ สามารถใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมในการแสวงหาความรู้ และการจัดการความรู้
ด้วยตนเองอยา่ งต่อเน่ืองตลอดชวี ติ
5. สามารถนาองค์ความรู้ทางดา้ นวิทยาศาสตร์การแพทย์ประยกุ ต์ใชใ้ นกระบวนการวจิ ัยได้
6. มคี วามสามารถในการถ่ายทอดและการส่อื สารความรูด้ ้านวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ แก่
บุคลากรดา้ นสาธารณสขุ และประชาชนได้

ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า

1. เนือ่ งจากมกี ารสอนออนไลนจ์ ากสถานการณโ์ ควดิ ทาใหไ้ ม่สามารถพบเห็นหรือตอบโต้กับ
นักศึกษาได้โดยตรงทาใหต้ อ้ งจดั การเรยี นการสอน การสอบออนไลน์ อีกท้งั อาจารยย์ งั ไมม่ ี
ประสบการณก์ ารจดั ทาขอ้ สอบและดาเนินการสอบออนไลน์ ทาใหก้ ารใช้ internet และอปุ กรณ์
มขี ้อขดั ข้องบ้าง เชน่ นกั ศึกษาอาจไมไ่ ดร้ บั เนอื้ หาครบถ้วนจากการเรียนออนไลน์ และผลการ
สอบอาจคลาดเคลอื่ นจากการสอบแบบใช้ internet จากท่พี ักนักศึกษา
2. จัดการเรยี นการสอนเป็นกลุ่ม ขนาด 40-50 คน ท้ังภาคบรรยายและปฏิบตั ิการ
3. จดั formative : summative assessment ในสดั สว่ น 60:40 และจดั formative
assessment ทกุ 2 สปั ดาห์

81

2 บรู ณาการอภบิ าลระบบยาและสขุ ภาพ 1
(Integrated Drug and Health System Governance I)

มหาวิทยาลยั : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย

หน่วยกติ : 2(1-2-3)

นกั ศกึ ษาชั้นปที ่เี รียน : ชัน้ ปีที่ 1

จานวนนกั ศึกษาในชั้นเรียน : 51 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ยุพดี ศิรสิ นิ สุข

2. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรรณา ศรีวิรยิ านุภาพ

3. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.สนุ ทรี ท. ชัยสัมฤทธิโชค

4. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.อนุชยั ธรี ะเรืองไชยศรี

วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรขู้ องกระบวนวิชา

1. อธิบายความหมายของ “สุขภาพ” และปัจจัยทสี่ ่งผลต่อสขุ ภาพ
2. อธบิ ายวงจรชวี ติ ผลิตภัณฑข์ องยา ตั้งแตต่ ้นนา้ จนถึงปลายนา้ และ ความสาคัญของ

กระบวนการต่างๆ ในวงจรชีวติ ผลติ ภณั ฑ์ได้
3. อธิบายความหมายของระบบยาและสขุ ภาพ โครงสร้าง วัตถุประสงค์ และปจั จัยที่สง่ ผล

กระทบต่อระบบยาและสุขภาพ รวมถึงระบบหลักประกันสขุ ภาพ อุตสาหกรรมยา
4. อธิบายบทบาทต่างๆ ของเภสชั กรในระบบสุขภาพในระดับบุคคลและครอบครัว ชมุ ชน

และประเทศ
5. มที ักษะทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ
6. สร้างลักษณะนสิ ยั ที่ดีด้วยตนเอง และการพัฒนาทักษะพืน้ ฐาน (soft skill)

แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ทีส่ ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning

การจดั การเรียนรู้ เพอื่ บรรลวุ ตั ถุประสงค์รายวชิ าในขอ้ 2,3,4,5 และบางสว่ นใน
วัตถุประสงคข์ อ้ 6 (เนน้ ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 (4C) - Critical thinking, Communication,
Collaboration, Creativity) เป็นความ ทา้ ทายท่สี าคญั สาหรบั รายวิชาขนาด 2 หนว่ ยกติ ใน
ด้านองคค์ วามรู้ ได้แบ่งเปน็ โมดลู ยอ่ ย 4 โมดลู จัดการเรยี นการสอนนิสิตตามวงจรชวี ิตระบบ
ยา คอื โมดลู 1 การคน้ ควา้ พัฒนายา (Drug Discovery and Development) โมดลู 2 การนา
ยาเขา้ สูต่ ลาด (Drug Registration) โมดูล 3 การใชย้ าของผู้ป่วย (Patient use Journey)
โมดลู 4 การคุ้มครองผู้บรโิ ภค เพ่อื ความปลอดภัยในการใช้ยา (Consumer protection) ทัง้
4 โมดลู ให้ความรูแ้ บบบรู ณาการท้ังวงจรชวี ติ ผลติ ภัณฑ์ยา ระบบยาระบบสขุ ภาพ และบทบาท
เภสชั กร ในระบบสุขภาพ (ในส่วนทเี่ กีย่ วขอ้ ง) ในรปู แบบโมดลู เวียน แบ่งนิสิตเปน็ 4 กลมุ่ ๆ ละ
50 คน เวยี นไปตามแตล่ ะโมดลู

9

ในส่วนน้ีขอเสนอการเรียนการสอนใน โมดูล 4 การคุ้มครองผู้บริโภค ได้กาหนด
วตั ถุประสงค์ยอ่ ยของโมดูล 4 ดงั นี้

1. วเิ คราะห์ปัญหา/ผลกระทบของปญั หาในวงจรระบบยา ท่ีมีต่อสุขภาพและชีวิต
ของประชาชน รวมท้ังปัจจัยต่างๆ ท่ีส่งผลต่อสุขภาพและชีวิต จากตัวอย่างกรณีศึกษาที่
กาหนด

2. สามารถอธิบายบทบาทหน้าที่ของเภสัชกรที่เกี่ยวข้องกับการกากับดูแลตาม
กฎหมายและการคุ้มครองผู้บรโิ ภคดา้ นสุขภาพ

3. เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเภสัชกรในการกากับดูแลตามกฎหมายและ
คุ้มครองผ้บู รโิ ภคดา้ นสุขภาพ

วิธีการเรียนการสอน จัดการเรียนการสอนแบบ Problem-Based Learning
(PBL) ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนโดยเอาปัญหามาเป็นเคร่ืองมือกระตุ้นการเรียนรู้
ของนสิ ติ โดยใช้กรณีศึกษาจากสถานการณ์จริง (Scenario) โดยมุ่งให้นิสิตเรียนรู้ ได้คิดได้
ตั้งประเด็นข้อสงสัยหรือปัญหาตามความสนใจของกลุ่มที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การ
เรียนรู้ของโมดูล จากนั้นจึงไปค้นคว้าหาคาตอบ โดยทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม พูดคุย ส่ือสาร
นาข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ และนาเสนอความรู้จากการศึกษา และ
คณาจารย์มีบทบาทในการต้ังคาถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ และสนับสนุนการเรียนรู้
(Facilitator) ในสถานการณ์ COVID-19 ที่จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ คณาจารย์ใน
โมดูล ใช้โปรแกรม Moodle เป็นระบบจัดการเรียนรู้และใช้ Zoom และการแบ่งกลุ่มย่อย
Zoom เปน็ ห้องเรียนรวมและหอ้ งเรียนกลุ่มยอ่ ย

กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรอื กิจกรรม วิธกี ารวดั และประเมินผลโดยสรปุ

โมดูล 4 บทบาทเภสัชกรในการบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองผู้บริโภค
(Roles of Pharmacists in Law, regulation and consumer protection) มีการจัดการ
เรียนการสอนเปน็ 4 รอบ มีนิสติ รอบละ 50 คน ในแต่ละรอบแบง่ นสิ ติ ออกเป็น 6 กลุ่มย่อยๆ
ละ 8-9 คน กรณศี ึกษาท่จี ดั ทาขึ้น 3 กรณี โดยให้แต่ละกลุ่มย่อยจะได้รับสถานการณ์ปัญหา
1 เร่ือง และมี 2 กลุ่มที่ใช้สถานการณ์ปัญหาเดียวกัน เช่น กลุ่มย่อยท่ี 1-2 ใช้สถานการณ์
ปัญหาที่ 1 กลุ่มย่อยท่ี 3-4 ใช้สถานการณ์ปัญหา 2 และกลุ่มย่อยที่ 5-6 ใช้สถานการณ์
ปัญหา 3 การออกแบบให้มี 2 กลุ่มใช้สถานการณ์ปัญหาเดียวกัน เพื่อให้นิสิตได้มีการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรูข้ ้ามกลุม่ ได้ และแตล่ ะสถานการณป์ ญั หามจี ุดเน้นในการคุ้มครองผู้บริโภคท่ี
ไม่ซ้ากันในกระบวนการนาเสนอ เพ่ือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในภาพรวม นิสิตแต่ละกลุ่มจะได้
เรยี นรู้เสรมิ และเติมเต็มกัน

กระบวนการเรียนการสอน ใช้ 7 ขั้นตอนการเรียนรู้ PBL ของ The Maastricht
seven jump process โดยแยกเป็น 2 สปั ดาห์ สปั ดาหแ์ รกนิสิตทา 5 ข้นั ตอนของ PBL คอื

1. ทาความเขา้ ใจคาศพั ท์ และเรอ่ื งราว
2. เลือกปัญหาท่สี นใจ
3. วิเคราะห์ปญั หา
4. กาหนดประเดน็ ทตี่ ้องค้นคว้าเพ่อื หาคาตอบของปัญหา
5. สรา้ งวัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้

10

หลังจากครบ 5 ข้ันตอน ให้นิสิตนาเสนอผลการประชุมกลุ่มทั้ง 5 ข้อ ในห้องเรียนรวมระหว่าง
สัปดาห์ นสิ ติ แต่ละคนไดง้ านไปคน้ คว้า เรียบเรยี งมานาเสนอ

6. นสิ ิตแยกกนั คน้ คว้าข้อมลู
สัปดาหส์ อง นสิ ติ นาความรมู้ ารวบรวมและสรปุ ในท่ีประชุมกลมุ่

7. นาความรู้ทีไ่ ดม้ ารวมและสรุปเปน็ คาตอบของปัญหาหลงั จากทาขนั้ ตอน 7 ใหน้ สิ ิตแต่
ละกลุ่มนาเสนอผลการทางานเพ่อื ตอบปญั หา PBLในหอ้ งเรยี นรวม

กระบวนการเรียนการสอน มีอาจารย์ 1 ทา่ น/นสิ ติ 2 กลุม่ ท่ีทาสถานการณ์เดียวกัน โดย
บทบาทอาจารย์จะเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ เน่ืองจากเป็นการเรียนออนไลน์ จะใช้ห้องเรียนกลุ่ม
ย่อยใน Zoomเป็นห้องเรียน และอาจารย์จะใช้ 2 อุปกรณ์เปิดเข้าห้อง Zoom ย่อยของนิสิตทั้ง 2
กลุม่ “ได้ในเวลาเดยี วกัน” เป็นประโยชน์มากในการตดิ ตามนิสิตท้ัง 2 กลมุ่

การทาหน้าท่ีของอาจารย์ประจากลุ่มในฐานะ Facilitator ในด้านกระบวนการเรียนรู้
เป็นหลัก สว่ นในด้านเนื้อหาจะเป็นหน้าท่กี ารสืบค้นโดยนิสิต ภายใต้กรอบการเรียนรู้ท่ีคณาจารย์ได้
ร่วมกันจัดทาไว้ล่วงหน้า เพ่ือเป็นแนวทางในการชี้แนะการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามกรอบ
วัตถุประสงคข์ องโมดลู 4

การวัดและประเมนิ คณาจารย์ให้คะแนน ดงั นี้
1. กระบวนการ (คะแนนรายงานกลุ่มครั้งท่ี 1 คะแนนการนาเสนอครั้งที่ 1 คะแนน
รายงานกลุม่ สดุ ท้าย คะแนนนาเสนอรายงานกลมุ่ สดุ ทา้ ย) นอกจากน้ีอาจารย์ประจากลุ่มได้จัดให้มี
การประเมินในกลุม่ โดยใหน้ สิ ิตแตล่ ะคนแสดงความคดิ เห็นต่อการทางานของกลุ่ม ประเมินบทบาท
ของประธาน เลขานกุ าร และสมาชิกกล่มุ รวมทง้ั ใหข้ ้อเสนอแนะเพอ่ื ปรบั บปรุงการทางานกลุ่ม
2. ความรู้ จากการสอบปลายภาค

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ไี ด้จากการเรยี น

ในดา้ นกระบวนการ คณาจารยผ์ ู้สอนมีความพอใจมากในกระบวนการทางานกลุ่ม
ของนิสติ ดูจาก

1. ผลการเรียนรู้ของนิสิต ได้แก่ การต้ังปัญหา และกาหนดประเด็นการค้นคว้าท่ี
ค่อนข้างรอบด้าน (มีกรอบใหญ่ๆ คือ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของ โมดูล เป็นตัวกากับ) ใน
ดา้ นผลงาน นิสิตแตล่ ะกลมุ่ คน้ ควา้ และสามารถตอบปัญหาที่ต้ังไว้ได้ครอบคลุมวัตถุประสงค์
การเรียนรู้ การค้นคว้าของนิสิต พบว่าใช้แหล่งข้อมูลท่ีหลากหลาย และน่าเชื่อถือ มีการ
อ้างอิงที่ชัดเจนได้เป็นส่วนใหญ่ (มีการสอนความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล และเรื่องการ
อ้างอิง) มีความน่าสนใจว่า สถานการณ์ที่ดีจะนาทางให้นิสิตเรียนรู้ได้กว้างขวางและ
ครอบคลุมวตั ถุประสงค์ (มคี ลิปวิดีโอ การนาเสนองานของนิสติ ทส่ี ะท้อนมติ ิการเรียนรู้)

2.จากกระบวนการเรียนรู้ของนิสิตได้แก่ การทาหน้าท่ีในกลุ่มของประธาน
เลขานุการและสมาชิกกลุ่ม การแบ่งงานกันค้นคว้าได้ค่อนข้างลงตัว การทางานกลุ่ม
ช่วงแรกยังไม่ราบล่ืนนักเนื่องจากเป็นนิสิตปี 1 ที่ยังไม่รู้จักกัน แต่ด้วยความสะดวกของ
คล่องตัวของ Zoom name (อาจารย์ให้นิสิตเปล่ียนช่ือ Zoom name เป็น ช่ือกลุ่มและช่ือ
จริง ให้นิสิตเปิดกล้องตลอดเวลา) ทาให้นิสิตทราบช่ือของสมาชิกและเห็นหน้าตา พอที่จะ
คุ้นเคยกัน ในการทากลุ่มในเวลาต่อมา ก็ดาเนินไปได้อย่างราบลื่นมากข้ึน (มีคลิปวิดีโอ แสดง
การทางานกล่มุ )

ในภาพรวมคณาจารย์มีความพึงพอใจทั้งกระบวนการ และผลงานของนิสิตท่ีได้
เรียนรู้ผ่าน PBLยังเหลือข้ันตอนการสอบวัดผลปลายภาคที่จะดาเนินการช่วงปลายเดือน
พฤศจกิ ายน 2563

11

ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา

การเปล่ียนวิธีการจัดการเรียนการสอนจากเดิมแบบบรรยายและการตั้ง
คาถามเพ่ือทางานกลุ่ม มาเป็นแบบ PBLที่นิสิตคิดเอง สงสัยเอง และใช้ปัญหาที่ตนเองและกลุ่ม
สนใจ (Problem) เป็นตัวเรม่ิ ตน้ ในการนาการเรียนรู้ เป็นสิ่งท่ีช่วยให้นิสิตต่ืนตัวและมีเป้าหมาย
รู้ว่าตัวเองกาลังศึกษาอะไร ค้นหาอะไร การทางานร่วมกัน การระดมความคิด ช่วยกัน
แลกเปลี่ยน ทาความเข้าใจในสถานการณ์ ช่วยให้นิสิตผูกพัน (engage) เพราะมีทีมในการ
ทางาน ไม่เบื่อหน่าย จากการสังเกตกระบวนการกลุ่ม คณาจารย์เห็นบรรยากาศการเรียนรู้ ที่
แตกต่างออกไปจากในช้ันเรียน มีการคิด มีการเสนอ มีการแลกเปล่ียนท่ีมีความน่าสนใจ เม่ือ
ประกอบการการแนะนาวิธีการค้นคว้า การเลือกข้อมูลท่ีน่าเช่ือถือ และการทางานกลุ่ม ทา
ให้ผลงานที่ออกมาค่อนข้างมีเน้ือหาท่ีชัดเจน ครอบคลุมประเด็นวัตถุประสงค์การเรียนรู้
กระบวนการ PBL ช่วยสง่ เสริมการพัฒนาทักษะ 4C ในนิสติ ได้ครอบคลมุ

ปจั จยั สาคญั ของความสาเรจ็ การเรยี นการสอน PBL คือ
1) สถานการณ์ (Scenario) ทใี่ ชใ้ น PBL การใช้สถานการณ์จริง เป็นประโยชน์อย่าง
มากในการชว่ ยใหน้ สิ ติ รับรถู้ งึ สถานการณ์จริง มีความรู้สึกร่วม และการค้นคว้าจากข่าวจะพา
นสิ ิตไปยังแหล่งข้อมลู ต่างๆ ได้
2) อาจารย์ท่เี ปน็ ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ที่จะคอยต้ังคาถามเพ่ือส่งเสริมการคิด และ
กระตุ้นการเรยี นรู้
3) การเตรยี มนสิ ติ ทักษะทจ่ี ะต้องเตรียมให้นิสิตเป็นพ้ืนฐาน คือ ทักษะในการสืบค้น
ขอ้ มลู ทน่ี ่าเช่อื ถอื การอา้ งองิ ข้อมลู การเตรยี มนสิ ติ ให้ทางานกลุ่มอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4) คุณสมบัติของนิสิต เป็นปัจจัยสาคัญ ซึ่งจะเห็นความแตกต่างของผลงานกลุ่ม
ในกรณีที่กลุ่มย่อยนิสิตมีสมาชิกท่ีมีความสามารถในการเป็นผู้นา ท่ีนากลุ่มได้รวดเร็วและ
ครบถ้วน ในขณะท่ีบางกลุ่ม หากนิสิตไม่ค่อยกล้าแสดงออกมากนัก มักจะใช้เวลาในการทางาน
กลุ่มนานกว่าจะบรรลุวตั ถุประสงค์

การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สาหรับ PBL มีทั้งข้อดีและข้อจากัด
ขอ้ ดที ที่ าใหก้ ารจดั การกระบวนการกลุ่มทาได้สะดวก คณาจารย์สามารถติดตามฟังการประชุม
กลุม่ ท่ีดแู ลไดส้ ะดวก และสามารถสนับสนุนนิสติ ได้ใกล้ชิด ขณะท่ีนิสิตเองคุยกันได้สะดวก มีไมค์
ทเี่ ปดิ ปิดได้ของตนเอง มีเคร่ืองมือเช่น google doc ที่ share ผ่าน Zoom ให้สมาชิกกลุ่มได้เห็น
ทางานกลุ่มได้อย่างสะดวก การอภิปราย การถาม -ตอบ เกิดข้ึนได้ค่อนข้างสะดวกและ
กวา้ งขวาง (ไม่ตดิ ทีก่ ายภาพ และข้อจากัดของจานวนไมค์ท่ีมีอยู่ในห้อง) การจัดการแยกกลุ่ม
ย่อยและรวมกลุ่มใหญ่ทาได้สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และการอ้างอิงแหล่งความรู้
ออนไลน์เพื่อการพูดคุยแลกเปลี่ยน ทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาหรับข้อจากัด คือ ความรู้สึก
ใกล้ชิด เป็นกันเอง ยังไม่มาก เน่ืองจากเห็นกันผ่าน Zoom และคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะวิชานี้
สอนกับนิสิตปี 1 ที่เพ่ิงเข้ามาเรียน ยังไม่รู้จักเพื่อนและคณาจารย์ ก็มีท่ีรู้สึกไม่คุ้นเคยบ้าง แต่ก็
ไมไ่ ดเ้ ป็นอปุ สรรคมาก

12

3 ระบบยาและสขุ ภาพ
(Drug and Health System)

มหาวิทยาลัย : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

หน่วยกิต : 3(2-3-4)

นกั ศึกษาชัน้ ปีท่ีเรยี น : ชั้นปที ี่ 3

จานวนนกั ศึกษาในชนั้ เรียน : 182 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน

1. ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.สุนทรี ท. ชยั สมั ฤทธโิ ชค

2. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรรณา ศรีวิริยานภุ าพ

วัตถุประสงค์การเรยี นรขู้ องกระบวนวชิ า

1. อธิบายความหมายของ “สุขภาพ” องค์ประกอบเชิงโครงสร้าง และหน้าที่ของ
ระบบสุขภาพระบบหลักประกันสุขภาพ ระบบยา ตลอดจนปัจจัยท่ีมีส่งผลกระทบตต่อระบบ
ดังกล่าว

2. อธิบายความสาคัญของบทบาทของเภสัชกรที่มีต่อการแก้ไขปัญหาสุขภาพและ
การพฒั นาระบบยาในระดับของสถาบัน ชมุ ชนและประเทศ

3. อธิบายกรอบแนวคิดและเคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบท่ีมี
ตอ่ ระบบยาและระบบสขุ ภาพในระดบั สถาบนั ชมุ ชน และประเทศ

4. ระบุปัญหาและบูรณาการความรู้ในการอธิบายปัญหาของระบบยาและระบบ
สุขภาพ

5. อธิบายแนวคดิ และกลวิธกี ารส่งเสริมสุขภาพท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับปัญหา
ของผปู้ ่วยหรอื ชมุ ชนได้

แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ท่สี ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning

การจัดการเรยี นรู้ เพ่อื บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์รายวิชาทุกข้อ ไม่เพียงให้ความสาคัญ
กับการฝึกฝนทกั ษะที่จาเป็นสาหรับศตวรรษท่ี 21 (4C) - Critical thinking,
Communication, Collaboration, Creativity) แตย่ ังนาทกั ษะมาใช้ทาความเขา้ ใจปัญหาการ
ใช้ยาของผูป้ ่วยทเี่ กิดขึ้นในระบบยาและระบบสุขภาพของประเทศผา่ นการลงสารวจปัญหาที่
เกดิ ข้ึนจริงของชุมชนชนบท โดยมอบหมายให้นสิ ติ ท้ังช้นั เกบ็ รวบรวมข้อมูลชุมชนของ หมู่ 7
ตาบลหลังเขา อาเภอมวกเหลก็ จงั หวัดสระบรุ ี ทง้ั ชมุ ชน (182 หลังคาเรือน) รวมท้งั
มอบหมายใหจ้ ัดทาแผนผงั เดนิ ดินซง่ึ หมายถึงแผนท่ีประจาหมู่บ้านท่ีมขี อ้ มลู สุขภาพครบถ้วน
โดยการจัดการเรียนร้ตู ลอดภาคการศึกษาเป็นแบบออนไลน์

13

กระบวนการจัดการเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วธิ กี ารวดั และประเมินผลโดยสรปุ

กระบวนการจัดการเรียนรู้ตลอดภาคการศึกษาเป็นแบบออนไลน์
ทั้งในส่วนท่ีเป็นการบรรยายและการปฏิบัติการ โดยในช่วงแรกเป็นการเรียนรู้เพื่อทา
ความเข้าใจและสร้างความตระหนักต่อ ปัญหา “ทุกข์ของผู้ป่วย”ในระบบยาและระบบ
สุขภาพ กบั การเรียนรู้ “ระบบยาเป็นฐาน” เพ่ือทาความเข้าใจกับ “ระบบคัดเลือก จัดหา
กระจาย และการใช้ยา” ท้ังในส่วนท่ีเป็นกลไกของระบบ บทบาทหน้าท่ีของเภสัชกรใน
ระบบยาและระบบสขุ ภาพ ตลอดจน “เครื่องมอื 7 ชน้ิ ” ท่ีใช้ในการวินิจฉัยชุมชน รวมถึง
การวเิ คราะห์ “ฉลากยา” “การโฆษณายา” ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการเตรียมนิสิตให้พร้อม
ก่อนลงสู่ชุมชน ซึ่งเป็นการจัดให้นิสิตมีประสบการณ์ตรงในการทาความเข้าใจ “ระบบ
ยาและระบบสุขภาพของชุมชน” โดยนิสิตแต่ละคนได้รับมอบหมายให้เก็บรวบรวมข้อมูล
ชุมชนโดยใช้ “เครื่องมือ 7 ชิ้น” ร่วมกับการฝึกสัมภาษณ์ชาวบ้านอย่างน้อย 1 คนด้วย
แบบสารวจชุมชนเพื่อค้นหาปัญหาความเจ็บป่วยและการใช้ยาที่เกิดขึ้นจริงของท้ัง
ชมุ ชน ปัญหาการใช้ยาชุด ปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือน รวมถึงฝึกประเมินความรอบรู้
ดา้ นการใชย้ าของชาวบา้ น และการร้เู ทา่ ทันสื่อโฆษณายาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกิน
จริง เมื่อประมวลผลการสารวจชุมชนทาให้ได้ข้อมูลท่ีเป็นสถานการณ์ปัญหาที่แท้จริง
ของชุมชน นิสิตยังได้มีโอกาสฝึกคิดโครงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและนาเสนอในรูป
โครงการ และการจัดทาเว็บเพจ รวมทั้งหมด 10 กลุ่ม เพื่อนาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา
ใหแ้ ก่ชุมชนดว้ ย สาหรับการวดั และประเมนิ ผลแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ประเมินจากการ
สอบข้อเขียน และจากการเข้าร่วมและทากจิ กรรม สว่ นละรอ้ ยละ 50

ผลงาน/ผลลัพธท์ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี น

ผลงานหรอื ผลลัพธ์ทไี่ ด้จากการเรยี นน้นั นอกจากเป็นความรู้
ความเขา้ ใจ ตลอดจนทกั ษะในการสื่อสารกับชุมชน ทกั ษะใน
การวิเคราะห์ปัญหาการใชย้ าในชุมชน แลว้ ยังเป็นทกั ษะในการ
ทางานร่วมกับเพื่อนนสิ ิต และในปีน้ียงั รวมถึงการทางาน
ร่วมกับ อสม. ของชมุ ชนหมู่ 7 ตาบลหลงั เขา ซ่ึงนสิ ติ มบี ทบาท
ในการพัฒนาทกั ษะการใช้เทคโนโลยสี ่อื สารให้กับ อสม. สว่ นผล
การสารวจชมุ ชนของนิสิตทาให้ไดส้ ถานการณ์ระบบยาและ
ระบบสุขภาพของชุมชนน้ี รวมท้ังแผนที่เดินดนิ ท่สี วยงาม และ
โปสเตอรใ์ หค้ วามรู้เพอ่ื แก้ปัญหายาและสขุ ภาพของชุมชนที่
นสิ ิตแต่ละกลมุ่ นาเสนอในเว็บเพจรวมทัง้ หมด 10 กลุม่ ซ่ึง
สามารถนาไใช้ในการพัฒนาระบบยาและระบบสุขภาพของ
ชุมชนได้

14

ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา

การจัดการเรยี นการสอนในปนี ้ีมีความแตกต่างกับปีทีผ่ ่านมาที่เป็นการสอนแบบออนไลน์
ร้อยเปอรเ์ ซนต์ แม้แต่ การลงชุมชนตอ้ งเป็นการลงชุมชนออนไลน์ ทาให้การจดั การการ
เรยี นต้องแตกต่างไปจากเดิมค่อนขา้ งมาก โดยส่วนท่ีแตกตา่ งไปมากท่สี ุดเปน็ การเพมิ่
บทบาทของนิสิตในการจัดกระบวนการเรียนรู้เอง แทนท่ีอาจารย์เป็นผู้ประสานงานนดั
หมายกบั อสม. และชาวบ้านลว่ งหน้าใหน้ สิ ติ และนิสติ ทาหน้าที่แค่พาตวั ลงไปสมั ภาษณ์
ชมุ ชนใหค้ รบ 3 ครั้งในชว่ งเวลา 3 สปั ดาห์กลายเป็นนสิ ติ ตอ้ งทาหน้าท่ีประสานงานกับ อส
ม. เอง และ หากมีปัญหาเกดิ ขึน้ ต้องหาทางแกไ้ ขปญั หาเอง เนอ่ื งจากการลงชุมชนต้อง
อาศัย อสม. เชื่อมประสาน โดยทใ่ี นแต่ละกลุ่มซ่ึงมีนิสติ ประมาณ 17-19 คน มี อสม.ดแู ล
เพียงคนเดยี ว นิสิตไมส่ ามารถเขา้ สมั ภาษณโ์ ดยไม่มี อสม. ได้ การสัมภาษณ์แตล่ ะคร้ังใช้
เวลาประมาณ 20 - 30 นาที นสิ ติ จงึ ต้องเตรียมตวั ให้พรอ้ มกว่าปกติ เพ่อื ไมใ่ หเ้ สียเวลา
เพื่อน และยงั ต้องพัฒนาทักษะในการสรา้ งความไว้วางใจใหแ้ กช่ าวบ้านผ่านการสื่อสาร
แบบออนไลน์ทไ่ี ม่เหน็ ตัวจริง ในการสมั ภาษณ์นสิ ติ บางคนตอ้ งเผชญิ กับชาวบ้านที่เป็น
ผสู้ งู อายุ หรือใชภ้ าษาอีสานท่ีไมค่ ุ้นเคย ฟังยาก กับปัญหาสญั ญาณอินเทอรเ์ น็ตท่ไี ม่เสถยี ร
ยิ่งช่วงทมี่ ีฝนตกหนัก แทบสอ่ื สารไมร่ เู้ ร่ือง อสม. เองไมไ่ ด้ใชเ้ ครื่องมอื สื่อสารอย่าง
คล่องแคล่ว อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมนั่ ของนิสิตและ อสม. ทาใหก้ ารรวบรวมข้อมูล
เสรจ็ สนิ้ นสิ ติ สว่ นใหญไ่ ดใ้ ห้ข้อมลู วา่ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกทีส่ ร้างความกังวลไม่ใช่
น้อย จงึ ต้องเตรียมตัวเตม็ ทีแ่ ลว้ ยังเขา้ รว่ มสังเกตการณเ์ พอ่ื นๆ เพอ่ื เรยี นร้จู าก
ประสบการณ์ของเพือ่ นๆ กลุ่มทป่ี ระสบความสาเรจ็ เป็นกลมุ่ ท่มี ีทักษะในการประสานการ
ทางานร่วมกันเองและกับร่วมกับ อสม. สาหรับแนวทางการพัฒนากระบวนวิชาตอ่ ไป เห็น
ไดช้ ัดวา่ นิสติ ยอมรบั วา่ การลงชมุ ชนออนไลน์เป็นไปได้ แมอ้ าจเทียบไมไ่ ดก้ ับการลงชุมชน
ปกติ นอกจากนน้ั ยงั พบวา่ คา่ ใชจ้ ่ายต่ากว่าการพานสิ ติ ลงชมุ ชนมาก รวมท้งั นสิ ติ มีความ
ตัง้ ใจและใหค้ วามเอาใจใส่กับภารกจิ ท่ถี ูกมอบหมายมากด้วย จงึ ควรพิจารณานาการ
เรียนรู้ชุมชนแบบออนไลน์มาใช้ร่วมด้วย น่าจะทาให้การเรยี นการสอนมสี ัมฤทธิ์ผลสงู ข้นึ

15

กลุ่มวิชำ

ดำ้ นเภสัชกรรมอตุ สำหกำร

15

1 เภสชั อตุ สาหกรรม
(Industrial pharmacy)

มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชยี
หน่วยกิต : 3 (3-0-6)
นกั ศึกษาชนั้ ปีทเ่ี รยี น : ช้นั ปีที่ 3
จานวนนักศึกษาในช้ันเรียน : 45 คน
ผ้รู บั ผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน : อาจารย์ ภญ.รชั นี วงศแ์ สนสขุ เจริญ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวชิ า
เทคโนโลยีในการผลิตยาขั้นอุตสาหกรรมในรูปแบบของยาเม็ด ยาเม็ด

เคลือบน้าตาล ยาเม็ดเคลอื บฟลิ ม์ แคปซลู ยาออกฤทธนิ์ าน

แนวคดิ การจัดการเรียนรู้ ทีส่ ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning
ให้งานทมี่ กี ารคน้ คว้าดว้ ยตนเอง เชน่ ยกตัวอย่างการต้งั ตารบั ยา

กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรม วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป
มกี ารประเมิน pretest/posttest

ผลงาน/ผลลพั ธ์ทไ่ี ด้จากการเรียน
นักศึกษามคี วามรู้เพ่ิมขึ้น/ผู้เรียนมีความตน่ื ตัวและกระตือรอื ร้นในการเรยี นมากข้ึน

ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า

การเรียนควรมี part ของการ
สอื่ สารแบบ 2-way communication
และการประเมินผลเป็นระยะเพื่อคง
ประสทิ ธิภาพและคณุ ภาพในวชิ าท่ีเรยี น

16

17

2 เภสชั กรรม
(Pharmaceutics)

มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลยั อสี เทริ น์ เอเชยี
หน่วยกติ : 3 (3-0-6)
นักศึกษาช้ันปีทีเ่ รียน : ชนั้ ปที ี่ 2
จานวนนักศึกษาในช้ันเรียน : 58 คน
ผูร้ ับผิดชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน : อาจารย์ ภญ.สิริพรรณ รอดนวล

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้ของกระบวนวิชา
รู้จักการต้ังตารบั ยาเบ้อื งต้น /คุณสมบัติของสารตา่ งๆ ในตารบั ยา

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ ท่ีสะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
ใหง้ านทม่ี ีการคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง เช่น ยกตวั อยา่ งการต้ังตารับยา

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม วิธกี ารวดั และประเมินผลโดยสรปุ
มีการประเมิน pretest/posttest

ผลงาน/ผลลัพธ์ทไี่ ดจ้ ากการเรียน
นักศึกษามีความรู้เพ่ิมข้ึน/ผู้เรียนมีความตื่นตัวและกระตือรือร้นในการ

เรียนมากขึ้น

ถอดบทเรียนการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า
การเรยี นควรมี part ของการส่ือสารแบบ 2-way communication

และการประเมินผลเป็นระยะเพอ่ื คงประสิทธิภาพและคณุ ภาพในวชิ าท่ีเรียน

17

18

3 การพฒั นาตารบั เภสชั ภณั ฑ์
(Development of Pharmaceutical Formulations)

มหาวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่

หน่วยกติ : 3 (1-6-2)

นักศกึ ษาชนั้ ปที เี่ รยี น : ชน้ั ปที ่ี 5

จานวนนกั ศกึ ษาในชนั้ เรยี น : 46 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ทรงวุฒิ ยศวมิ ลวฒั น์ และ

รองศาสตราจารย์ ดร. ภญ. วรรธดิ า ชัยญาณะ

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ทรงวฒุ ิ ยศวมิ ลวฒั น์

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรนิ ทร รกั ษ์ศิรวิ ณิช

รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรรธิดา ชยั ญาณะ

ผู้สอนภาคปฏบิ ตั ิการ

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ทรงวุฒิ ยศวิมลวฒั น์

รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.จักรพนั ธ์ ศริ ิธญั ญาลักษณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.ภรู วิ ฒั น์ ลี้สวัสดิ์

อาจารย์ ดร.ภก.นพดล ชะลอธรรม

อาจารย์ ดร.ภก.ปรัชญา ทิพยด์ วงตา

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.เทพิน จันทรม์ หเสถียร

รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรรธดิ า ชัยญาณะ

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.กนกวรรณ เกียรติสิน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุพร จารมุ ณี

อาจารย์ ดร.ภญ.วรพรรณ ภูม่ ณี

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรขู้ องกระบวนวชิ า

นักศึกษาสามารถพฒั นาตารับเภสัชภัณฑ์ ประเมินเภสัชภณั ฑ์รูปแบบของแข็ง
ของเหลว และกง่ึ แข็งได้

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วธิ กี ารวดั และประเมินผลโดยสรุป

แนวคดิ ในการจดั การเรยี นรู้คอื การจดั การศกึ ษาภาคปฏบิ ัติการในลกั ษณะของกรณศี ึกษา
ทม่ี ลี ักษณะใกล้เคยี งกับสถานการณจ์ ริงที่เภสัชกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาจะต้องปฏิบัติ โดยจะเป็นงาน
มอบหมายให้นกั ศกึ ษาฝึกปฏบิ ตั ใิ นการพัฒนาตารับเภสัชภัณฑใ์ น 3 รูปแบบ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว
และก่ึงแข็ง นักศึกษาจะต้องประมวลความรู้ที่ได้เรียนจากภาคบรรยายของวิชาน้ีและวิชาด้านการ
ผลิตยาและการควบคุมคณุ ภาพยาทศ่ี ึกษามาในช้นั ปีก่อนหน้านี้ ร่วมกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
เพอ่ื นามาถกแถลงกับเพ่ือน เพ่ือให้ได้แนวทางในการพัฒนาตารับ จากน้ันจะเป็นการฝึกปฏิบัติในการ
เตรียมตารับจริง แก้ปัญหาท่ีพบ จนสามารถพัฒนาเป็นตารับท่ีดีได้ ภายใต้การให้คาแนะนาจาก
อาจารย์ทป่ี รึกษา

19

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กิจกรรม วิธีการวดั และประเมินผลโดยสรปุ

ปฏิบัติการของวิชานี้จะมีการแบ่งนักศึกษาเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะ
ได้รับงานมอบหมายให้ฝึกการต้ังสูตรตารับ พัฒนาสูตรตารับหรือแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์
รูปแบบต่างๆ ตามที่อาจารย์ท่ีปรึกษาประจากลุ่มมอบหมาย นักศึกษาจะต้องค้นคว้า
ข้อมูล ต้ังสูตรตารับยา แก้ปัญหาและพัฒนาสูตรตารับ ประเมินตารับและการถกแถลง
ผลการทดลอง รวมถึงประเด็นด้านคุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพในการปฏิบัติงาน
ดา้ นการพฒั นาผลิตภณั ฑย์ า
วิธีการวัดและประเมินผล พิจารณาจากกระบวนการทางาน การปฏิบัติงานใน
หอ้ งปฏิบัตกิ าร รายงานความกา้ วหน้ารายสัปดาห์ ผลิตภัณฑ์ รายงานฉบับสมบูรณ์ และ
การนาเสนอผลงาน

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ไี ดจ้ ากการเรยี น
นักศึกษามีความรู้และความเข้าใจ สามารถสืบค้นข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง และนา

ความรู้ที่ได้มาประยุกต์สู่การปฏิบัติในการพัฒนาตารับยาได้ นักศึกษาได้รับประสบการณ์
จากการฝึกปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ทาให้นักศึกษามีความมั่นใจในตนเอง และเม่ือออกฝึก
ปฏิบตั งิ านหรือเมอ่ื ศึกษาจบแลว้ สามารถปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีเป็นเภสชั กรฝา่ ยวจิ ยั และพัฒนาได้

ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
นักศึกษาเห็นว่าวิชานี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะอย่างย่ิงเม่ือได้มีโอกาสฝึก

ปฏิบัติงานด้านการวิจัยและพัฒนาแล้ว กระบวนวิชาสามารถพัฒนาให้ดียิ่งข้ึนได้ หาก
สามารถเช่อื มโยงกับภาคอตุ สาหกรรมยา แล้วนาโจทย์ท่ีได้รับจากภาคอุตสาหกรรมยามา
เป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติ โดยมีเภสัชกรในภาคอุตสาหกรรมยาเข้ามาร่วมเป็น
อาจารย์พิเศษในกระบวนวชิ าดว้ ย

20

4 เภสชั ควบคมุ คณุ ภาพ 3
(Pharm Control 3)

มหาวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่

หน่วยกติ : 3(2-3-4)

นกั ศกึ ษาชน้ั ปีที่เรยี น : ชั้นปีที่ 5

จานวนนักศึกษาในชัน้ เรียน : 12 คน

ผู้รบั ผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน

1. รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกลุ

2. อาจารย์ ดร.ภญ.วรพรรณ ภมู่ ณี

3. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.รังษนิ ี พงษป์ ระดษิ ฐ

4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.สมจรงิ รุ่งแจง้

5. ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.เฉลมิ พงษ์ แสนจมุ้

6. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.นชุ นาฎ จงเลขา (อาจารย์พเิ ศษ)

ศูนย์อารกั ขาพชื โครงการหลวง

7. นต.หญงิ กนั ยารตั น์ ชลสิทธิ์ (อาจารย์พเิ ศษ)

ศนู ย์วทิ ยาศาสตร์การแพทย์เชยี งใหม่

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ของกระบวนวิชา

นักศกึ ษาสามารถ
1. มคี วามรูค้ วามเข้าใจและทราบระเบยี บวิเคราะหท์ ี่ใช้ในการควบคุมคณุ ภาพอาหาร
และเคร่ืองสาอาง
2. เลือกวธิ วี ิเคราะหท์ ่ีเหมาะสมในการควบคมุ คณุ ภาพอาหารและเครือ่ งสาอาง

แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ทส่ี ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning

แนวคิดในการจัดการเรียนรู้คือการจัดการศึกษาภาคปฏิบัติการในลักษณะของ
กรณีศึกษาท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงท่ีเภสัชกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาจะต้อง
ปฏิบัติ โดยจะเป็นงานมอบหมายให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติในการพัฒนาตารับเภสัชภัณฑ์ใน 3
รูปแบบ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และกึ่งแข็ง นักศึกษาจะต้องประมวลความรู้ที่ได้เรียน
จากภาคบรรยายของวิชานี้และวิชาด้านการผลิตยาและการควบคุมคุณภาพยาท่ีศึกษามา
ในช้ันปีก่อนหน้านี้ ร่วมกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เพ่ือนามาถกแถลงกับเพ่ือนเพ่ือให้
ได้แนวทางในการพัฒนาตารับ จากน้ันจะเป็นการฝึกปฏิบัติในการเตรียมตารับจริง
แก้ปัญหาที่พบ จนสามารถพัฒนาเป็นตารับที่ดีได้ ภายใต้การให้คาแนะนาจากอาจารย์ที่
ปรึกษา

21

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กิจกรรม วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ

ปฏิบตั กิ ารของวชิ าน้จี ะมีการแบ่งนักศกึ ษาเป็นกลุ่ม แตล่ ะกลุ่มจะได้รับงานมอบหมายใหฝ้ ึก
การตั้งสูตรตารบั พฒั นาสูตรตารับหรือแก้ปญั หาผลติ ภัณฑร์ ูปแบบตา่ งๆ ตามทอี่ าจารยท์ ี่
ปรกึ ษาประจากลุ่มมอบหมาย นกั ศกึ ษาจะต้องคน้ ควา้ ขอ้ มลู ต้ังสตู รตารบั ยา แกป้ ญั หาและ
พัฒนาสูตรตารบั ประเมนิ ตารับและการถกแถลงผลการทดลอง รวมถงึ ประเด็นด้าน
คณุ ธรรมและ จรรยาบรรณวชิ าชีพในการปฏบิ ัติงานดา้ นการพฒั นาผลิตภัณฑ์ยา
วธิ กี ารวัดและประเมินผล พิจารณาจากกระบวนการทางาน การปฏิบตั งิ านใน
ห้องปฏบิ ัติการ รายงานความก้าวหนา้ รายสปั ดาห์ ผลิตภณั ฑ์ รายงานฉบบั สมบูรณ์ และ
การนาเสนอผลงาน

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ีไดจ้ ากการเรียน

นั ก ศึ ก ษ า มี ค ว า ม รู้ แ ล ะ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ
สามารถสืบค้นข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง และนาความรู้ท่ี
ได้มาประยุกต์สู่การปฏิบัติในการพัฒนาตารับยาได้
นักศึกษาได้รับประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติจริง
ด้วยตนเอง ทาให้นักศึกษามีความมั่นใจในตนเอง
และเมื่อออกฝึกปฏิบัติงานหรือเมื่อศึกษาจบแล้ว
สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นเภสัชกร ฝ่ายวิจัยและ
พฒั นาได้

ถอดบทเรียนการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า

นักศึกษาเห็นวา่ วิชานี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เม่ือได้มโี อกาสฝึก
ปฏิบัติงานดา้ นการวิจยั และพฒั นาแล้ว กระบวนวิชาสามารถพฒั นาใหด้ ยี ิ่งขน้ึ ได้
หากสามารถเช่ือมโยงกบั ภาคอุตสาหกรรมยา แล้วนาโจทย์ทีไ่ ดร้ บั จาก
ภาคอตุ สาหกรรมยามาเป็นกรณีศึกษาให้นกั ศึกษาฝกึ ปฏบิ ัติ โดยมเี ภสัชกรใน
ภาคอตุ สาหกรรมยาเข้ามาร่วมเป็นอาจารยพ์ ิเศษในกระบวนวชิ าด้วย

22

5 เทคโนโลยเี ภสชั กรรม 1
Pharmaceutical Technology 1

มหาวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี

หน่วยกติ : 3 (3-0-6)

นกั ศกึ ษาชัน้ ปีที่เรยี น : ชั้นปีที่ 3

จานวนนักศกึ ษาในช้ันเรยี น : 120 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน

1. อาจารย์ ดร.ภญ.จินตนา นภาพร

2. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ชลลัดดา พชิ ญาจติ ตพิ งษ์

วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ของกระบวนวิชา

1. อธิบายความสาคัญและประโยชน์ของรูปแบบยาเตรียม ความสัมพันธ์ของ
ปัจจัยของตัวยาที่มีผลต่อการออกแบบยาเตรียมได้ เลือกรูปแบบยาเตรียมที่เหมาะสมกับ
ภาวะโรคและการออกฤทธิข์ องตัวยาได้

2. อธบิ ายคณุ สมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของสารท่ีใช้ทางเภสัชกรรมได้อย่างถกู ตอ้ ง
3. อธิบายทฤษฎีและหลักการละลาย ตลอดจนคุณสมบัติคอลิเกทีฟของสารได้
อย่างถกู ตอ้ ง
4. อธบิ ายหลกั การเพ่ิมการละลาย เทคนิคในการเพ่ิมการละลายโดยวิธีการต่าง ๆ
และประยกุ ต์ทางเภสัชกรรมได้อยา่ งเหมาะสม
5. อธิบายสารละลายบัฟเฟอรแ์ ละการประยุกต์ทางเภสัชกรรมไดอ้ ย่างเหมาะสม
6. อธิบายความสาคัญ ประเภทของบรรจุภัณฑ์และการเลือกชนิดภาชนะบรรจุ
ทางเภสชั กรรมไดอ้ ย่างเหมาะสม
7. อธบิ ายทฤษฎีพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การไหล ความสาคัญและประโยชน์ของ
วทิ ยาศาสตร์การไหลทางเภสัชกรรมได้
8. อธบิ ายหลักการศกึ ษากอ่ นการตั้งตารับยาเตรียมอย่างเป็นระบบ และสามารถ
ประยุกตใ์ นการออกแบบตารับยาเตรยี มได้
9. อธิบายและจาแนกประเภทของสารช่วยที่ใช้ในการเตรียมยาทางเภสัชกรรม
และระบุปัญหาทเี่ กดิ จากความไม่เข้ากันของสารในตารับได้
10. อธิบายหลกั การ ทฤษฎีเบ้ืองต้นต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการต้ังสูตรตารับยาน้า
และสารละลาย ลกั ษณะ ประเภท ส่วนประกอบ เคร่ืองมือและวิธีการเตรียม วิธีการควบคุม
คุณภาพ ตลอดจนสามารถระบุปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากการเตรียมตารับยาน้าสารละลาย
ตลอดจนการพัฒนาสูตรตารับ ตลอดจนคน้ ควา้ ข้อมลู ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการเตรียมและควบคุม
คณุ ภาพยาเตรียมจากเอกสารอา้ งอิงทางเภสัชกรรมได้
11. อธิบายหลักการและทฤษฎีท่ีเกี่ยวกับความคงสภาพของเภสัชภัณฑ์ การ
ประเมินความคงสภาพ และสภาวะการเก็บรักษาของยานา้ สารละลายได้

23

แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ทีส่ ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning

การจดั การเรยี นการสอนควบคูก่ บั การติดตามการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในทุก
หวั ขอ้ การเรยี นรู้ และบรู ณาการเนื้อหาร่วมกับวชิ าปฏิบัติการ

กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรม วธิ ีการวดั และประเมินผลโดยสรุป

- รปู แบบการเรียนการสอน

การบรรยาย 45 ช่วั โมง

กิจกรรมในชนั้ เรยี น เชน่

การทดสอบย่อย (quiz)

การมีสว่ นรว่ ม (participation) กจิ กรรมในช้นั เรยี น (in-class activity)

กาหนดใหม้ ใี นทุกหัวข้อ อยา่ งน้อยหวั ขอ้ ละ 1 กิจกรรม

- การประเมินในรายวชิ า

พจิ ารณาแบบ อิงเกณฑ์

- คะแนนทงั้ หมด 100 % แบง่ เปน็

สอบขอ้ เขยี นกลางภาค (หวั ข้อบรรยายท่ี 1 ถึง 6) 40 %

สอบขอ้ เขยี นปลายภาค (หวั ข้อบรรยายที่ 7 ถงึ 11) 45 %

กจิ กรรมในช้ันเรยี น 15 %

ผลงาน/ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี น

ประเมินนกั ศึกษาไดต้ ามวตั ถุประสงคร์ ายหัวขอ้ และมีผลการกระจายของ
คะแนนแบบปกติ

ถอดบทเรียนการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา

รับฟงั การสะทอ้ นจาก
นกั ศึกษา หากพิจารณาวา่ เป็นผลดีและ
ดาเนนิ การได้ จะนาขอ้ เสนอนนั้ ไปปรบั ปรุง
ในปกี ารศึกษาถัดไป

24

6 เทคโนโลยชี วี ภาพทางเภสชั กรรม

มหาวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ

หนว่ ยกิต : 2(2-0-4)

นักศึกษาชนั้ ปีทเ่ี รียน : ช้นั ปที ี่ 3

จานวนนักศกึ ษาในชัน้ เรยี น : 49 คน

ผรู้ บั ผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ลลิตา วีระเสถียร

วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรูข้ องกระบวนวชิ า

นกั ศกึ ษาสามารถ
1. อธบิ ายหลกั การของ hybridoma technology ทใ่ี ช้ในการผลติ mAbs
2. อธิบายโครงสรา้ งของ mAbs แต่ละชนิดได้
3. ระบชุ นิดของ mAbs จากช่อื ได้
4. ยกตวั อย่างยาและการใช้ประโยชน์จาก mAbs ได้

แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ทสี่ ะท้อนการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning

ผู้เรียนได้เป็นผู้ร่วมเรียนรู้
ศึกษาและสร้างเน้ือหาเอง สามารถ
เรียนรู้ได้ในเวลาท่ีต้องการ และสะท้อน
ผลการเรยี นร้ตู ามวตั ถุประสงค์

25

กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กจิ กรรม วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ

ใช้เทคนิค 1) Team based learning
2) brain storm ดว้ ยการอภิปรายกล่มุ
3) เสริมเกมส์ (nearpod และ kahoot) โดยอาศัย
student paced learning 4) learning reflection

เร่ิมจากการอธิบายวิธีการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
พร้อมใหแ้ หล่งข้อมูลเพื่อศึกษาก่อนเข้าเรียน แล้วตั้ง
คาถามโดยกาหนดประเด็นตามวัตถุประสงค์การ
เรียนรู้ กรณีเกมส์ท่ีเรียนรู้ตามสะดวก จะมีเฉลย
หลังเล่นเสร็จ ส่วน learning reflection ให้นิสิต
ส ะ ท้ อ น ก า ร เ รี ย น รู้ ข อ ง ตั ว เ อ ง ว่ า ไ ด้ บ ร ร ลุ
วัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้ในข้อใดและอยา่ งไร

การวัดและประเมินผล การสอบออนไลน์
และกิจกรรมท่ีผู้เรียนได้ร่วมทา การอภิปรายกลุ่ม
ด้วยการให้คะแนนจากความสามารถเชิงวิชาการ
และการเสนอความคิดเห็น การทางานร่วมกับกลุ่ม
ด้วยการดูบุคลิกลักษณะจากคลิปที่อัดไว้จากการ
เ รี ย น ใ น ห้ อ ง ย่ อ ย ซึ่ ง ผู้ ส อ น ส า ม า ร ถ เ ข้ า ไ ป
สงั เกตการณไ์ ด้ในแต่ละหอ้ ง

ผลงาน/ผลลัพธท์ ไ่ี ดจ้ ากการเรียน

นิสิตสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และสามารถพัฒนา
ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการทางานร่วมกัน ผู้เรียนสามารถ
เรยี นรเู้ รอ่ื งในหัวขอ้ อื่นได้ด้วยวธิ ีที่เคยทา

ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า

ทาบทเรียนออนไลนเ์ พื่อศึกษาดว้ ยตัวเอง

26

7 เภสชั เวท2

มหาวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ

หน่วยกติ : 2(2-0-4)

นกั ศึกษาชน้ั ปีทีเ่ รยี น : ช้นั ปีท่ี 3

จานวนนกั ศกึ ษาในช้ันเรยี น : 82 คน

ผูร้ บั ผิดชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ลลติ า วีระเสถยี ร

วัตถุประสงคก์ ารเรยี นร้ขู องกระบวนวิชา

นักศึกษาสามารถ
1. อธบิ ายหลักการของ hybridoma technology ทใ่ี ชใ้ นการผลติ mAbs
2. อธิบายโครงสรา้ งของ mAbs แตล่ ะชนิดได้
3. ระบชุ นิดของ mAbs จากชอ่ื ได้
4. ยกตัวอย่างยาและการใช้ประโยชน์จาก mAbs ได้

แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ทสี่ ะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

ผู้เรียนได้เป็นผู้ร่วมเรียนรู้ ศึกษาและสร้างเน้ือหาเอง สามารถเรียนรู้ได้ใน
เวลาท่ตี อ้ งการ และสะท้อนผลการเรยี นรตู้ ามวตั ถุประสงค์

27

กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือกจิ กรรม วิธกี ารวัดและประเมินผลโดยสรปุ

ใช้เทคนิค 1) Team based learning 2) brain storm ด้วยการอภิปรายกลุ่ม 3)
เสริมเกมส์ (nearpod และ kahoot) โดยอาศัย student paced learning 4) learning
reflection เร่ิมจากการอธิบายวิธีการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน พร้อมให้แหล่งข้อมูลเพ่ือศึกษา
ก่อนเข้าเรียน แล้วต้ังคาถามโดยกาหนดประเด็นตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ กรณีเกมส์ที่
เรียนรู้ตามสะดวกจะมีเฉลยหลังเล่นเสร็จ ส่วน learning reflection ให้นิสิตสะท้อนการ
เรยี นรขู้ องตวั เองว่าไดบ้ รรลุวตั ถุประสงค์การเรยี นรใู้ นขอ้ ใดและอยา่ งไร

การวัดและประเมินผล การสอบออนไลน์และกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ร่วมทา การ
อภิปรายกลุ่มด้วยการให้คะแนนจากความสามารถเชิงวิชาการและการเสนอความคิดเห็น
การทางานร่วมกับกลุ่ม ด้วยการดูบุคลิกลักษณะจากคลิปที่อัดไว้จากการเรียนในห้องย่อย
ซง่ึ ผสู้ อนสามารถเขา้ ไปสงั เกตการณไ์ ด้ในแต่ละหอ้ ง

ผลงาน/ผลลพั ธท์ ี่ได้จากการเรยี น
นิสิตสามารถบรรลวุ ตั ถุประสงค์ท่ีตง้ั ไว้ และ
สามารถพฒั นาทกั ษะการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการทางานร่วมกัน ผู้เรียน
สามารถเรยี นรูเ้ รือ่ งในหวั ขอ้ อื่นไดด้ ้วยวธิ ที ่ี
เคยทา

ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า

ทาบทเรียนออนไลน์เพื่อศึกษาดว้ ยตัวเอง

28

8 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั เวท2

มหาวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ

หนว่ ยกติ : 1(0-3-6)

นกั ศึกษาชัน้ ปที ่เี รยี น : ช้ันปีที่ 3

จานวนนกั ศึกษาในช้นั เรยี น : 82 คน

ผ้รู บั ผิดชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ลลิตา วีระเสถียร

วตั ถุประสงค์การเรยี นรูข้ องกระบวนวิชา

นกั ศึกษาสามารถ
1. อธิบายหลกั การของ hybridoma technology ท่ใี ชใ้ นการผลติ mAbs
2. อธบิ ายโครงสร้างของ mAbs แต่ละชนิดได้
3. ระบชุ นดิ ของ mAbs จากชือ่ ได้
4. ยกตัวอยา่ งยาและการใช้ประโยชน์จาก mAbs ได้

แนวคิดการจัดการเรยี นรู้ ท่สี ะทอ้ นการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

ผู้เรียนได้เป็นผู้ร่วมเรียนรู้ ศึกษาและสร้างเน้ือหา
เอง สามารถเรียนรู้ได้ในเวลาท่ีต้องการ และสะท้อนผลการ
เรยี นร้ตู ามวัตถุประสงค์

29

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม วธิ ีการวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ
ใช้เทคนิค 1) Team based learning 2) brain storm ด้วยการอภิปรายกลุ่ม 3)

เสริมเกมส์ (nearpod และ kahoot) โดยอาศัย student paced learning 4) learning
reflection เริ่มจากการอธิบายวิธีการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน พร้อมให้แหล่งข้อมูลเพ่ือศึกษา
ก่อนเข้าเรียน แล้วตั้งคาถามโดยกาหนดประเด็นตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ กรณีเกมส์ท่ี
เรียนรู้ตามสะดวกจะมีเฉลยหลังเล่นเสร็จ ส่วน learning reflection ให้นิสิตสะท้อนการ
เรียนรขู้ องตวั เองว่าได้บรรลุวตั ถุประสงค์การเรยี นร้ใู นขอ้ ใดและอย่างไร

การวัดและประเมินผล การสอบออนไลน์และกิจกรรมที่ผู้เรียนได้ร่วมทา การ
อภิปรายกลุ่มด้วยการให้คะแนนจากความสามารถเชิงวิชาการและการเสนอความคิดเห็น
การทางานร่วมกับกลุ่ม ด้วยการดูบุคลิกลักษณะจากคลิปที่อัดไว้จากการเรียนในห้องย่อย
ซ่ึงผู้สอนสามารถเขา้ ไปสังเกตการณ์ไดใ้ นแต่ละห้อง

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ีได้จากการเรยี น
นิสิตสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้ และสามารถพัฒนาทักษะการใช้

เทคโนโลยสี ารสนเทศและการทางานร่วมกัน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เรื่องในหัวข้ออื่นได้ด้วย
วธิ ีท่เี คยทา

ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา

ทาบทเรียนออนไลนเ์ พอื่ ศึกษาดว้ ยตัวเอง

30

9 เภสชั อตุ สาหกรรม 1

มหาวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลัยอสี เทิรน์ เอเชีย

หน่วยกิต : 2-0-0

นักศกึ ษาชน้ั ปที เี่ รียน : ช้ันปีที่ 4

จานวนนกั ศึกษาในชัน้ เรียน : 44 คน

ผ้รู ับผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ลลติ า วีระเสถยี ร

วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวชิ า

เม่ือส้ินสุดรายวิชานี้แล้ว นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถ
อธบิ ายสูตรโครงสรา้ ง แหล่งท่ีมา และประโยชน์ของสารสาคัญ ทั้งที่เป็นสารปฐมภูมิ
และสารทตุ ิยภูมิจากสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โดยสามารถทดสอบเบ้ืองต้น
เพ่ือจาแนกกลุ่มสารสาคัญต่างๆ ด้วยเทคนิคทางพฤกษเคมีเบื้องต้นได้ รวมทั้ง
สามารถสกัดสารสาคัญ และแยกสารสาคัญจากสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติได้
ตลอดทั้งสามารถหามาตรฐานของสมุนไพรได้

แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ท่สี ะท้อนการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning

การเรียนรู้แบบย่ังยืน เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ภายใต้ความใฝ่รู้ของ
นกั ศึกษา

31

กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กิจกรรม วิธกี ารวดั และประเมินผลโดยสรปุ
สอนโดย lecture และปฏิบัติการ โดยมกี จิ กรรมประกอบการเรยี น

การสอน พร้อมการประเมินผลการเรียนรขู้ องผู้เรยี น ทั้ง formative และ Summative
assessments โดยใชเ้ ทคโนโลยที ี่ทนั สมัยและเหมาะสม ตอบสนองตอ่ ความต้องการของ
ผเู้ รยี น

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ไี ด้จากการเรยี น
นักศึกษามีทกั ษะการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง ใฝร่ ู้ สามารถเสาะแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง

สอดคล้องกบั หลักสตู รฯ และมาตรฐานวิชาชีพ

ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
การทวนสอบผลการเรียนรขู้ องผู้เรียน และทบทวนกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน

เพอ่ื การพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนเป็นสิง่ สาคัญ โดยผู้เรียนมคี วามสขุ ในการเรยี น

32

10 วิชาเภสชั กรรม 2
(Pharmaceutics II)

มหาวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ์

หนว่ ยกติ : 1(3-3-8)

นกั ศกึ ษาช้ันปีที่เรยี น : ชน้ั ปที ่ี 3

จานวนนกั ศึกษาในชัน้ เรยี น : 100 คน

ผรู้ ับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.กรวิทย์ อยู่สกุล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.สปุ รียา ยนื ยงสวสั ดิ์

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนร้ขู องกระบวนวิชา

เม่อื สิน้ สุดรายวชิ าน้ีแลว้ นกั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถอธบิ าย
สูตรโครงสรา้ ง แหลง่ ท่มี า และประโยชนข์ องสารสาคัญ ท้ังทเ่ี ปน็ สารปฐมภูมิ และสาร
ทุตยิ ภมู จิ ากสมนุ ไพร และผลติ ภัณฑ์ธรรมชาติ โดยสามารถทดสอบเบ้ืองต้น เพ่อื จาแนก
กลมุ่ สารสาคญั ต่างๆ ด้วยเทคนคิ ทางพฤกษเคมีเบื้องต้นได้ รวมทัง้ สามารถสกดั
สารสาคัญ และแยกสารสาคญั จากสมุนไพรและผลติ ภณั ฑธ์ รรมชาติได้ ตลอดท้ัง
สามารถหามาตรฐานของสมุนไพรได้

แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ท่ีสะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

การเรยี นรแู้ บบย่งั ยืน เปน็ ไปตามมาตรฐานวิชาชพี ภายใตค้ วามใฝร่ ู้ของนกั ศึกษา

33

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลโดยสรุป
สอนโดย lecture และปฏิบัติการ โดยมีกิจกรรมประกอบการเรียน

การสอน พร้อมการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ท้ัง formative และ Summative
assessments โดยใช้เทคโนโลยีท่ีทันสมัยและเหมาะสม ตอบสนองต่อความต้องการของ
ผูเ้ รยี น

ผลงาน/ผลลพั ธ์ท่ไี ด้จากการเรยี น
นักศึกษามีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ใฝ่รู้ สามารถเสาะแสวงหาความรู้ได้

ดว้ ยตนเอง สอดคลอ้ งกับหลักสูตรฯ และมาตรฐานวิชาชีพ

ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
การทวนสอบผลการเรยี นร้ขู องผู้เรยี น และทบทวนกระบวนการเรียนรู้ของ

ผ้เู รียน เพอ่ื การพัฒนา ปรบั ปรงุ การเรยี นการสอนเป็นส่ิงสาคัญ โดยผู้เรียนมคี วามสุขใน
การเรียน

34

11 วชิ าเภสชั กรรม 2
(Pharmaceutics II)

มหาวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั

หนว่ ยกิต : 3(3-0-6)

นกั ศกึ ษาชั้นปที ่เี รยี น : ช้นั ปที ่ี 3

จานวนนักศึกษาในช้นั เรยี น : 100 คน

ผู้รับผิดชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน

ทมี ผู้สอน (แตล่ ะท่านดูแลหัวขอ้ บรรยายอิสระ)

วตั ถุประสงค์การเรยี นร้ขู องกระบวนวิชา

1. สามารถนาหลักการทางฟิสิกส์เคมีท่ีเก่ียวข้องไปประยุกต์ใช้ในการเตรียม ที่
เก่ียวขอ้ งกบั การต้ังตารับยาเตรียม

2. อธบิ ายส่วนประกอบตา่ งๆ ของสูตรตารับได้
3. เตรยี มและเก็บรักษาเภสชั ภัณฑ์รปู แบบต่างๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
4. ประเมินคุณลกั ษณะเภสัชภัณฑ์รูปแบบตา่ งๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
5. ประเมินความคงตวั ของเภสัชภัณฑร์ ูปแบบตา่ งๆ ได้

แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ท่สี ะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

การเรียนการสอนออนไลน์ ไมส่ ามารถ
ประเมินสภาวะที่ผู้เรียนเป็นอยู่ขณะเรยี นได้
เช่น ด้านสถานท่ี ความพรอ้ ม ทาใหก้ ารเรียน
การสอนเหมือนการพดู อยฝู่ า่ ยเดยี ว จึงคดิ วา่
การมเี คร่อื งมือทท่ี ุกคนร่วมกิจกรรมไดเ้ ปน็
การกระตุน้ การมสี ่วนร่วมในวิถีทนี่ สิ ิตชอบ
และใช้เทคนิคการสอนความคดิ จากการใช้
คาถาม

35

กระบวนการจัดการเรยี นการสอนหรือกิจกรรม วธิ ีการวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป

1) เตรียมส่อื การสอนด้วย Echo 360 Ribbon (สามารถเพ่ิมกิจกรรมการตอบ
คาถามในสไลด์ powerpoint)

2) นาเขา้ สรู่ ะบบ LMS เพ่อื เกบ็ รวบรวมสถิตกิ ารมีสว่ นรว่ ม
3) กระตุ้นให้เกิดการแลกเปล่ียน และแชร์ความคิดระหว่างเรียน โดยไม่มีคาตอบ
ใดผดิ หรอื ถกู ทีส่ ุด ด้วยวิธกี ารพัฒนาทกั ษะด้าน reasoning
4) ประเมินผลการเรยี นหลงั เรยี นดว้ ยการสอบ ปรบั เรอื่ งท่ีได้ทาความเข้าใจในช้ัน
เรียน มาเป็นรูปแบบคาถามต่อยอด

ผลงาน/ผลลพั ธท์ ไ่ี ด้จากการเรยี น

นิสิตเริ่มมีการใช้ความรู้ก่อนหน้ามาใช้ในการพัฒนาทักษะความเป็นเหตุเป็นผล
ลดทอนความจาใหก้ ลายเป็นความเขา้ ใจ และเพ่มิ ปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ งผ้สู อนและผู้เรยี น

ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
ด้านบวกคือ ทราบพฤติกรรมการเรียนออนไลน์ของนิสิต ที่นิยมไม่แสดงตัวตน

และไม่กล้าแสดงความคิดของตนเองออกมาเพ่ือให้เพื่อนๆทราบ กลัวผิด สามารถดึงการมี
ปฏสิ ัมพันธข์ องนสิ ติ ส่วนใหญใ่ นช้ันเรียน นอกจากนสิ ิตขาประจา

ด้านลบคือ การรอให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน ส่งผลให้เวลาการจัดการ
เรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากเนื้อหาจานวนเท่าเดิมวิธีสอนใหม่จะสอนไม่ทัน
และนสิ ิตไม่ต้องการงานมอบหมายที่ต้องเรียนรู้เองนอกหอ้ งเรียน

แนวทางพัฒนา หากสามารถคุยบูรณาการเนื้อหากันได้น่าจะเป็นการลดความ
ซ้าซ้อนและมีเวลาให้นิสิตไดร้ ่วมกิจกรรมมากข้นึ

36

12 การออกแบบเภสชั ภณั ฑ์ 1
(Pharmaceutical Dosage Form Design I)

มหาวิทยาลยั : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั

หน่วยกิต : 2(1-3-6)

นกั ศกึ ษาชน้ั ปีทเ่ี รียน : ช้นั ปที ่ี 5

จานวนนกั ศึกษาในช้ันเรียน : 10 คน

ผู้รบั ผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน

ทีมสอน (อาจารยแ์ ตล่ ะท่านรับผดิ ชอบหัวข้อบรรยายเป็นหลกั และ coach นสิ ิต

ร่วมกนั ในงานโปรเจค)

วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวชิ า
พัฒนาและต้ังตารับยานา้ ใสได้

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ ทีส่ ะทอ้ นการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning

นสิ ิตเรยี นทฤษฎีเป็นเรื่องๆ ทาให้กระบวนความคดิ
แยกอสิ ระเปน็ สว่ นๆ ไม่รวมไปกบั การใชส้ อ่ื หรือ
เคร่อื งมือการเรยี นการสอนของอาจารยแ์ ต่ละทา่ นที่
ตา่ งกัน ทาใหเ้ มือ่ ออกไปทางานในสถานการณจ์ ริง
ปฏิบัตไิ ม่ได้ เร่ิมต้นลาบาก จึงมแี นวคดิ ใหม้ ีส่วนทา้ ย
ของรายวชิ าท่ีออก

37

กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรือกิจกรรม วธิ ีการวดั และประเมินผลโดยสรปุ

วธิ กี ารสอนโดยใชส้ ถานการณ์จาลอง (simulation) 1 คาบแลป x 4 สัปดาห์ + 1
ชวั่ โมงบรรยาย

1. นิสิตเรียนภาคทฤษฎีและปฏิบัติการเร่ืองเทคนิคการละลายด้วยแลปแห้ง
พฒั นา thinking process (ชว่ งทเ่ี รียนออนไลน์)

2. เลือกยาท่ีมีปัญหาการละลาย สร้างเง่ือนไข หรือ complexity ของโจทย์ ให้
นิสิตเร่มิ ประมวลความรู้ในสถานการณ์จาลองท่ีปฏิบตั ิหน้าทเ่ี ป็น R&D personnel

3. สอนบรรยายไกด์ให้นิสิตเข้าใจโจทย์ให้ชัดเจน และเร่ิมเป็นผู้เลือกเทคนิคการ
ละลายใหไ้ ด้ เชน่ ผลติ ภัณฑ์ยาฉดี ผลติ ภัณฑ์ผูเ้ ยาว์ เป็นตน้ ข้นั ตอนนสี้ รา้ งความสามารถใน
การประกอบความคดิ และคิดให้รอบดา้ น

4. นาไอเดียการเพ่ิมการละลายท่ีเคยออกแบบไว้ในแต่ละเทคนิคที่คิดว่าจะใช้มา
verify

5. จัดเวทีทีมอาจารย์ผู้สอน เป็นหัวหน้างาน เพื่อเสนอไอเดียและซักถามความ
เป็นไปได้ กบั นิสติ แตล่ ะกลุ่ม

6. นิสติ พัฒนาผลิตภณั ฑ์ และสามารถประเมินคุณสมบตั ิผลิตภัณฑ์ด้านคุณภาพ
ทจ่ี าเปน็

7. ส่งผลิตภัณฑแ์ ละรายงานฉบบั สมบูรณ์

ผผลลงงาานน//ผผลลลลพั ัพธธท์ ท์ ่ีไดีไ่ ดจ้ จ้ าากกกกาารรเรเรียียนน

นิสิตเข้าใจว่าโลกแห่งความเป็นจริง เร่ืองที่เรียนไม่ได้อิสระเหมือนสอบทีละ
หัวข้อ เป็นการสอบความรู้ทั้งหมดทีส่ ะสมมาตอนการเรยี น หากพลาดสว่ นใด

สว่ นหนึ่งล้มท้ังกระดาน

ถอดบทเรียนการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า

ด้านบวก นสิ ติ ไดล้ องทางาน แตย่ ังมพี ่เี ลยี้ งคอยพฒั นาให้ และเป็นโจทย์ทเี่ ปดิ
โอกาสใหน้ ิสิตมี creativity ไดอ้ ยา่ งเป็นเหตุเปน็ ผล

ดา้ นลบ เวลาทใ่ี ชเ้ สมือน full-time staff แต่ทกุ ปีทาไดอ้ อกมาดี เพราะได้โจทย์
เดียวทามาตลอดภาคการศึกษา แตภ่ าคการศกึ ษานไี้ ม่มีปฏิบัติการแบบเปยี ก

พฒั นาเป็นรปู แบบน้ีมา 3 ปแี ล้ว จงึ จาเปน็ ต้องประสานให้อาจารย์ท่ีสอนเทคนิค
การละลายใชย้ าตัวเดียวกันทุกท่านเพอื่ ให้นิสติ ไดท้ ยอยเก็บข้อมูลของยาตลอดเทอมเพื่อใช้
ในส่วน integrate ตอนทา้ ย

38

13 การฝกึ ปฏบิ ตั งิ านเภสชั กรรมการตลาด 1
(Pharmaceutical Marketing Clerkship I)

มหาวทิ ยาลยั : มหาวยิ าลัยสงขลานครินทร์

หนว่ ยกติ : 4(0-16-0)

นกั ศกึ ษาชนั้ ปที เ่ี รยี น : ชนั้ ปที ี่ 6

จานวนนกั ศกึ ษาในชน้ั เรยี น : 29 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.กร ศรเลิศลา้ วาณชิ ผรู้ ับผิดชอบ และทมี สอน

ดร.ภก.สวุ ิทย์ ธีรกลุ ชน ทปี่ รึกษาสมาคมเภสชั กรรมการตลาด

(ประเทศไทย)

ภก.ผดงุ ยศ พสิ ุทธาดามงคล National Sales Lead, Upjohn (Thailand)

ภญ.พีรวรรณ วรรธนเมธาวงศ์ Commercial L&D Head, Takeda

(Thailand)

ภก.กฤษฎิ์ กอสุวรรณ Portfolio Business Lead, Pfizer

(Thailand)

ภญ.สรัลสม เฟ่ืองอารมณ์ Assistant Department Manager, Thai

Meiji Pharmaceutical Co., Ltd.

ภก.วิรณุ เวชศิริ Chief Pharmacist, Arincare Co., Ltd.

ภญ.สายรงุ้ ธนฐิตวิ งศ์ Training Lead, Upjohn (Thailand)

ภก.ทวพี งษ์ ภวชโลทร Executive Commercial L&D Manager,

Takeda (Thailand)

ภก.ภรู ิทัต วอ่ งพุฒพิ งศ์ CEO Pharmconnection Co., Ltd.

ภก.สุทธิพงศ์ หนฤู ทธ์ิ Sale Manager, Upjohn (Thailand)

ภก.นนั ทวัฒน์ ศโิ รโรจน์ National Sales Manager, LG (Thailand)

ภก.เพียร เพลนิ บรรณกิจ Product Executive, Boeringer

Ingelheim (Thai)

ภก.เจษฎา สุพรรณชนะบุรี National Sales Manager, DKSH

(Thailand)

ภก.ธรรมเศรษฐ์ บุญประชา Medical Science Liaison, Boeringer

Ingelheim (Thai)

ภญ.กัญญรตั น์ รัตนบปุ ผา Local Market Access, MSD (Thailand)

39

วตัวถัตปุถรุปะรสะงสคงก์ คา์กราเรรยีเรนยี รนขู้ รอู้ขงอกงรกะบรวะบนววนชิ วา ชิ า

เพอื่ พัฒนาทกั ษะนักศึกษาเภสชั ศาสตร์ในการปฏิบัตวิ ิชาชีพเภสชั กรรม ด้านเภสชั กรรมการ
ตลาด ดังน้ี
1. การแสดงตนและการเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดเภสัชกรรมทเ่ี ป็นทตี่ ้องการ
- มีความคดิ รวบยอดบทบาทการเป็นเภสัชกรการตลาด ที่แสดงถงึ ความรับผดิ ชอบในวิชาชีพ

คณุ ภาพชีวิตของผ้ปู ่วยและผลกระทบตอ่ สังคม
- สามารถเสนอความคิดเชอ่ื มโยงบทบาทของเภสชั กรการตลาด โครงสร้าง กลไกการตลาด
กบั ระบบอุปทานยา โดยมีหลกั คดิ การตลาดที่ดีสาหรับเภสัชภณั ฑ์
- รู้ภารกจิ และความต้องการขององค์การหรือบรษิ ทั ในแต่ละระดับ จนถึงระดบั สูง มี
แนวทางพฒั นาความก้าวหน้าในอาชพี
-มองเหน็ วธิ ีพฒั นาคุณลักษณะ บคุ ลกิ ภาพท่เี ป็นทต่ี อ้ งการ ในการเปน็ ส่วนหนึง่ ของทีม
การตลาดเภสัชกรรม

2. สามารถแสดงการส่ือสารขอ้ มลู ยาแกบ่ ุคลากรทางการแพทย์ไดต้ ามข้อปฏิบตั ทิ ด่ี ี
- สามารถสืบค้นและเตรยี มข้อมูลดา้ นยาเชงิ ประจักษ์ ที่จะใช้ในการนาเสนอทางเภสัช
กรรมการตลาด
- มีทกั ษะการสนทนา และนาเสนอขอ้ มลู เชงิ วชิ าการของเวชภัณฑแ์ ก่บุคลากรทางการแพทย์
ดว้ ยบุคลกิ ภาพทางวิชาชีพ
- สามารถใช้เครอ่ื งมือและเทคโนโลยใี นการสอื่ สารข้อมลู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มปี ระสทิ ธภิ าพ

แนแวนควิดคกดิ ากราจรดั จกัดากราเรเียรนยี รนู้ รทู้ ่ีสทะีส่ ทะ้อทน้อกนากราจรดั จกดั ากราเรเียรนียกนากราสรอสนอแนบแบบบacatcivteivelelaeranrinigng

การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพน้ีเป็นการพัฒนาผู้เรียนตามหลัก outcome-based
education เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ให้เกิดทักษะแก่ผู้เรียนตามวัตถุประสงค์เป็นสาคัญ
รูปแบบการฝึกปฏิบัติเป็น home-based, online apprenticeship for pharmacy
ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้จากแหล่งที่พักอาศัยได้โดยใช้สื่อ
online ภายใต้การสนับสนุน ชี้แนะของเภสัชกรผู้ฝึก (preceptors) ท่ีผ่านการคัดกรอง
สมาคมเภสชั กรรมการตลาดและอาจารยผ์ ้ปู ระสานรายวิชาจากคณะเภสัชศาสตร์

รูปแบบกิจกรรมจัดใหต้ ามความเหมาะสมกับหัวข้อการเรยี นรู้ ประกอบดว้ ย
reading assignment, online seminar, mentoring and role play, writing report
and presentation, self-assessment and reflective feedback, and
comprehensive evaluation

40

กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กิจกรรม วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป

1. การเตรียมความพร้อมของนักศกึ ษา
1.1 ด้านความรู้วิชาการ การให้ความรู้และทักษะการปฏิบัติตามสมรรถนะ
หลักของสภาเภสัชกรรม ท้ังด้านการดูแลผู้ป่วยและเทคโนโลยีการผลิต การเสริม
ความรู้ด้านการตลาดและความรู้พ้ืนฐานการจัดการระบบอุปทานด้านยา และหลักการ
บริหารเภสัชกิจ ในระดับความเข้าใจในการปฏิบัติด้านการบริหารจัดการด้านยาและ
คณุ คา่ ของปฏิบัติทางเภสัชกรรมท่ีมีต่อผู้รับบริการทัง้ ในระดับจุลภาคและมหภาค
1.2 ด้านทักษะพื้นฐาน ทักษะการให้คาแนะนายาแก่ผู้ป่วยตามเกณฑ์
มาตรฐานสมรรถนะหลักของสภาวิชาชีพเภสัชกรรม การฝึกทักษะการส่ือสาร
เบ้ืองต้น และทักษะการนาเสนอทางวิชาการ ในช้ันเรียนระหว่างการเรียนในรายวิชา
ภายในคณะทม่ี ีการนาเสนอตามกิจกรรมการเรียนทีไ่ ด้รับมอบหมาย
1.3 ด้านความประพฤติท่ีเหมาะสมกับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สถาบัน
เตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตนักศึกษาในเรื่องการแต่งกาย วินัยความประพฤติที่
เหมาะสม และหลกั เกณฑข์ ้อควรปฏบิ ัตเิ บื้องต้นสาหรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติวิชาชีพเภสัช
กรรมการตลาด
2. กระบวนการจัดการเรียนการสอน เป็นแบบ virtual apprenticeship
โดยผ่านระบบออนไลน์ 360° professional development support with an
assigned Internship mentor
กจิ กรรมประกอบดว้ ย
2.1 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเภสัชกรผู้ปฏิบัติ การใช้กรณีศึกษา ในการ
ถกประเด็นเชิงจริยธรรมร่วมกันระหว่างนักศึกษากับเภสัชกรผู้ฝึก การปรับทัศคติ
จากการสะท้อนคิดในกรณีศกึ ษา
2.2 การสะท้อนภาพข้อมลู ข้อเท็จจริงของตลาดยาท่ีสร้างแรงบันดาลใจใน
การเรียนรู้ จากประสบการณ์เภสัชกรผู้ปฏิบัติในระดับบริหาร และการสังเคราะห์แนว
ทางการพัฒนาตนเองของผู้เรยี นให้เปน็ ท่ยี อมรับ
2.3 การฝึกทักษะโดยกระบวนการ trial and error มีการทดลองปฏิบัติ
และการทดสอบความสามารถก่อนและหลังการสร้างความเข้าใจโดยเภสัชกรผู้ฝึก
เพ่ือให้ผเู้ รยี นมองเหน็ และปรับปรุงจดุ ท่ีควรพัฒนา
2.4 การฝึกการปฏิบัติแบบบทบาทสมมุติการเป็นเภสัชกรการตลาดและ
coaching โดยเภสัชกรผู้ฝึก (mentors) การฝึกความรับผิดชอบโดยการมอบหมาย
ภารกิจการปฏิบัติการสื่อสารข้อมูลยาท่ีครบกระบวนการปฏิบัติ นาเสนอและการ
สะทอ้ นคิดเพื่อการพฒั นาตนเอง
3. การประเมินผล แบบ Formative and summative evaluation
ประเมินผล 360° โดย preceptors ความเห็นของอาจารย์ผู้ประสานรายวิชาและ
ผู้เรยี น ตลอดจนข้อมูลเชงิ ประจกั ษ์ คุณภาพช้ินงาน

41

ผลผงลางนา/นผ/ลผลลัพลธัพ์ทธีไ่ ์ทด่ีไจ้ ดาจ้ กากกากราเรรเยี รนยี น

คะแนนผลลพั ธ์ของการฝึกปฏิบตั งิ าน (คะแนนเต็ม 10)

วตั ถปุ ระสงคก์ ารฝึกปฏิบัติงานเป็นไปตามความต้องการของหลักสตู รเภสัชศาสตร์ 9.7

ความครอบคลมุ ครบถ้วนของหัวข้อการฝกึ ต่อวตั ถุประสงค์ 9.2

ความสามารถของวิทยากรในการฝึก 9.4

กระบวนวธิ กี ารฝึกทักษะการส่ือสารดา้ นการเภสชั กรรมการตลาดใหไ้ ดต้ ามตอ้ งการ 9.0

คุณภาพของเน้อื หาสาระในการสรา้ งความเข้าใจบทบาทเภสชั กรการตลาดและรู้วธิ ีปฏิบัติ9.5

ความนา่ เชื่อถือของการใชเ้ ทคโนโลยีการสอื่ สารในการฝึก 9.7

การส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ ความตระหนกั ในวชิ าชพี เภสัชกรรมในการปฏิบตั ิงาน 9.5

ความสามารถในการสะท้อนผลการฝึกปฏิบตั ิงานใหผ้ ู้รับการฝึกนาสู่การปรับปรงุ 9.3

ความเหมาะสมของการประเมินผลลัพธก์ ารฝึกปฏิบตั ิงาน 9.3

ถถออดดบบททเรเรยี ียนนกกาารรเรเรียยี นนรรู้ (ู้ (lelessssoonnleleaarrnneedd))แแลละะแแนนววททาางงกกาารรพพัฒัฒนนาากกรระะบบววนนววชิ ชิ าา

1. การจัดการฝกึ ปฏบิ ตั ิงานเภสัชกรรมการตลาด แบบ virtual apprenticeship โดย
ระบบออนไลน์ เปน็ ตัวอย่างของการจัดการฝึกงานทมี่ ีประสิทธผิ ล รปู แบบหนึ่งที่ใชไ้ ด้สาหรบั
เภสชั ศาสตร์ class size จานวนจากตวั อยา่ งระดับ 30 ผู้เรยี นโดยประมาณ

2. ขอ้ ไดเ้ ปรียบของการจัดการฝึกปฏิบัตงิ านแบบน้ี คอื
- นักศกึ ษาเรียนรู้ทักษะอยา่ งมีประสิทธิภาพ สามารถเขา้ ถึงบทเรียนได้ดี

รวดเรว็ ขน้ึ
- สามารถระดมวิทยากรท่ีมีความสามารถสูง ชว่ ยให้เกิดการเรยี นรจู้ าก

แหล่งการเรยี นรทู้ ่ีมคี ณุ ภาพสูงอย่างมีประสิทธภิ าพ
- ความสะดวกในการ monitor ภาพรวมของการฝกึ และช่วยให้สามารถ

ตดิ ตามมองเห็นความต่อเน่ืองของการเรียนรขู้ องนกั ศึกษารายบุคคลไดด้ ี
- เปดิ มมุ มองใหม่ของการประเมนิ ผลได้รอบดา้ น มากกว่าการฝึก

ปฏบิ ตั งิ านตามแหล่งฝึกแบบ on-site
3. ข้อจากัดที่พบในการฝึกแบบออนไลน์ที่สาคัญ คือ ด้านการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
ข อ ง ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น ยั ง มี ค ว า ม ส า คั ญ ใ น ก า ร ฝึ ก ทั ก ษ ะ ก า ร ป ฏิ บั ติ วิ ช า ชี พ ใ น ด้ า น ก า ร ต ล า ด
นักศึกษาส่วนมากยังต้องการ traditional in-person internship เพิ่มเติมเพื่อให้การเรียนรู้มี
ความสมบูรณอ์ ยา่ งแท้จริง
4. แนะนาให้เป็นหนง่ึ ในทางเลือกของผลัดตามปกติเข้ามาเสริมความเข้มแข็งให้แก่การ
พฒั นาทักษะวิชาชีพในด้านน้ี

42

14 การฝกึ ปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี สาขาวชิ าเภสัชศาสตร์

มหาวทิ ยาลยั : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั

หนว่ ยกติ : 4(0-16-0)

นักศกึ ษาชน้ั ปที เี่ รยี น : ชน้ั ปีที่ 6

จานวนนกั ศกึ ษาในชน้ั เรยี น : 65 คน

ผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

1. คณาจารย์และอาจารย์ประจาแหลง่ ฝกึ ปฏิบัติงานวชิ าชีพ

เภสชั กรผู้ปฏิบตั ิงานในสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

กระทรวงสาธารณสุข

2. ผ้ปู ระสานงานรายวิชา:

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.พรรณเพ็ญ วฒั นาอาษากจิ

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จิตตมิ า ชัชวาลยส์ ายสินธ์

อาจารย์ ดร.ภญ.วฤณ ฐติ าภิวฒั นกลุ

อาจารย์ ดร.ภก.วีระเกียรติ บุญกนกวงศ์

อาจารย์ ดร.ภก.วรธชั ฐติ ิกรพงศ์

อาจารย์ ดร.ภก.พฒั นชยั ลิมปิกริ ติ

อาจารย์ ดร.ภก.วงศกร พงศโ์ สภิตานนั ท์

วตัวถตั ปุถรปุ ะรสะงสคงก์ คาก์ ราเรยีเรนยี รนขู้ รอูข้ งอกงรกะบรวะบนวนชิ วา ชิ า

1. มคี วามรู้และทักษะในการปฏิบตั ิงานด้านการประกันคณุ ภาพและควบคุมคณุ ภาพ
ยา/ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพ

2. มคี วามรูแ้ ละทกั ษะในกระบวนการผลิตยาหรอื ผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพ ให้ได้มาตรฐาน
การผลติ ตาม GMP

43

ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรเู้ ภสชั กรรมในสถานการณจ์ รงิ ได้

เน่ืองด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) ที่มีความรุนแรงเพ่ิมมากข้ึนในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2563
คณะอนุกรรมการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพสาขาเภสัชอุตสาหการจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ
การฝึกงานในรายวิชา 3300610 การฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์จาก
การฝึกงาน on-site ณ แหล่งฝึกโรงงานอุตสาหกรรมยา มาเป็นการฝึกงาน online กับ
สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ซ่ึงนิสิตได้ทากิจกรรมฝึกงานในลักษณะ
การ work from home โดยใช้โปรแกรม video conference เช่น Google meet, Cisco,
Microsoft team ในการตดิ ต่อส่อื สารกับอาจารย์แหล่งฝึกและในการทากิจกรรมฝึกงาน
กบั แหลง่ ฝึก ไดม้ กี ารปรับเนื้อหาการฝึกปฏิบัติงานให้เข้ากับลักษณะการทางานของแหล่ง
ฝึก อ.ย. โดยเน้นในด้านฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพในการประยุกต์ใช้กฎหมาย กฎระเบียบ
หลกั เกณฑ์ และข้อตกลงระหว่างประเทศท่ีเก่ียวข้องในการพัฒนายาและหรือผลิตภัณฑ์
สุขภาพ ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยบูรณาการองค์ความรู้ทางเภสัชศาสตร์
ต้ังแต่ข้ันตอนการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาสูตรตารับ/ระบบนาส่งยา การผลิตยา/
ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (รวมถึงการควบคุมฉลาก เอกสารกากับ และบรรจุภัณฑ์) การข้ึน
ทะเบียน การประกนั คุณภาพ การจาหน่ายการโฆษณา การขออนุญาตนาเข้าเพ่ือจาหน่าย
การรายงานเหตุการณ์/อาการไม่พึงประสงค์ และการบริหารจัดการความเส่ียงและ
ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย แนวปฏิบัติท่ีดี และข้อตกลงท่ี
ยอมรับตามมาตรฐานสากล โดยมีกิจกรรมการฝึกตามระดับการฝึกงาน /รูปแบบ
กิจกรรมเป็นไปตามความประสงค์ของแหล่งฝึก เช่น ฟังคาบรรยาย (Lecture) ร่วม
สังเกตการณ์ (Observation) ร่วมกิจกรรม (Imitation & Participation) ลงมือฝึก
ปฏบิ ัติดว้ ยตนเอง (Manipulation) เพื่อรองรับการฝึกงาน online หน่วยฝึกปฏิบัติงาน
วิชาชีพ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ปรับเปล่ียนแบบประเมินผลและ
แบบบันทกึ การฝกึ ปฏบิ ัติงานของรายวิชา เป็น electronic forms ท้ังหมด และคาดหวัง
ว่าจะนารูปแบบน้ีไปใช้ต่อไปในอนาคต เพราะเพิ่มความสะดวกสบายในการส่งแบบฟอร์ม
ทาง electronic platform ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจากการ mail in เอกสารผ่าน
ทางไปรษณีย์ และลดการใชก้ ระดาษ (paperless)

แแนนววคคดิ ิดกกาารรจจดั ัดกการารเรเรยี ยีนนรรู้ ทู้ ่ีสทะ่สี ทะอ้ทนอ้ กนากราจรดั จกดั ากราเรรยีเรนียกนากราสรอสนอแนบบแบaบcaticvetivleealrenainrnging

รปู แบบการฝกึ งานท่ีเน้นการสืบค้นขอ้ มูล และการมีส่วนรว่ มในการจดั ทาช้ินงาน/
กรณศี ึกษาร่วมกับแหลง่ ฝึก สามารถทาให้นสิ ิตได้รบั ประสบการณต์ ามเน้ือหารายวิชาและ
ได้มสี ว่ นรว่ มในการทางานร่วมกับแหล่งฝึก

44

ผลงาน/ผลลัพธ์ท่ไี ด้จากการเรียน

แหล่งฝกึ กรณศี กึ ษาในแหลง่ ฝกึ ทน่ี สิ ติ ไดเ้ ข้าไปมสี ว่ นรว่ ม/ช้ินงานทนี่ สิ ติ ไดม้ สี ว่ น
กลมุ่ กาหนดมาตรฐาน รว่ มในการจดั ทาใหแ้ หลง่ ฝกึ
กลุ่มงานใบอนญุ าต
กลุ่มพัฒนาระบบ การทบทวนทะเบียนตารบั ยา บริการตอบคาถามจากภายใน (อ.ย.)
กล่มุ พัฒนาระบบ และภายนอกหนว่ ยงาน

แนวทางการพัฒนาแบบแปลนสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ
มาตรฐานขอ้ มลู ผลติ ภณั ฑย์ า Medicinal Product Identification
(MPID)

ตัวอย่างการประยกุ ตเ์ ทคนคิ การจดั การฐานขอ้ มลู กบั การสรา้ ง
Pharmaceutical product identifier (PhPID) code
บน Microsoft Excel และนาเสนอโมเดลต้นแบบเพอ่ื พฒั นาตอ่ ยอด

กองควบคมุ เครอื่ งมอื แพทย์

กองควบคมุ เครอ่ื งมือแพทย์ แกไ้ ขรา่ งขอ้ กาหนดผลติ ภัณฑท์ ม่ี ีแอลกอฮอลเ์ ปน็ สว่ นประกอบเพื่อฆา่
เชอื้ สาหรบั มนุษย์ สัตว์ เครื่องมือแพทย์
กองควบคมุ เครอื่ งมอื แพทย์
เอกสารรายละเอยี ดเกี่ยวกับ cleanroom สาหรับผู้ประกอบการใน
กองผลิตภณั ฑส์ มนุ ไพร การผลติ alcohol pad
กองผลิตภณั ฑส์ มนุ ไพร
คมู่ อื การย่ืนคาขอผลติ หรือนาเขา้ เครอื่ งมอื แพทยเ์ พ่ือใช้ในการศึกษา
วจิ ัยทางคลนิ ิก

ฐานขอ้ มูลเพื่อการขน้ึ ทะเบียนผลติ ภัณฑ์สมนุ ไพร

กองผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรมและการ การหาขอ้ มลู สมุนไพรเพอ่ื มาใช้เปน็ ขอ้ มลู ในการขึ้นทะเบียนยา
บริการ ให้คาปรกึ ษาเกย่ี วกบั การขนึ้ ทะเบียนยา (online)

กองผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรมและการ Preliminary review ของเอกสาร CTD ในส่วน quality, preclinical,

บรกิ าร clinical sections

กองผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพนวัตกรรมและการ โปสเตอรใ์ ห้ความรเู้ รื่อง พลาสมารักษา COVID-19
บริการ

กองผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรมและการ Herbal products ingredient-based claim & database
บรกิ าร

กองผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพนวัตกรรมและการ การตรวจสอบความถกู ต้องของใบ Certificate
บรกิ าร

45

กองผลติ ภัณฑส์ ุขภาพนวตั กรรม Antiseptic Products Registration ทเี่ กี่ยวข้องกบั ผลติ ภัณฑ์
และการบรกิ าร เรง่ ดว่ น ไดแ้ ก่ อโุ มงคพ์ น่ /อโุ มงคฆ์ า่ เช้ือ

กองผลติ ภัณฑส์ ุขภาพนวัตกรรม แผนผังการจัดจาแนกผลติ ภณั ฑ์ (Product classification decision
และการบรกิ าร tree)

กองผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรม แนวทางการประเมินและอนุญาต New ingredient และ Mixed
และการบรกิ าร ingredients (Herbal ingredient) ของประเทศไทย

กองผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรม Emergency Use Authorization (EUA): แนวทางการพฒั นาระบบ
และการบริการ การอนุญาต (pre-marketing) และ ระบบการตรวจสอบ (post-
marketing) ของผลิตภณั ฑใ์ นช่วงภาวะฉกุ เฉิน
กองผลิตภัณฑส์ ุขภาพนวัตกรรม
และการบริการ Consult development (FAQ) ผลติ ภณั ฑ์ Covid-19: portable
disinfectant generator
กองผลิตภณั ฑส์ ุขภาพนวตั กรรม
และการบริการ การเปรียบเทยี บ GMP ประเภทต่างๆ เพ่ือใช้ในการประเมนิ ผลติ ภณั ฑ์
สมนุ ไพร
กองผลิตภณั ฑส์ ุขภาพนวตั กรรม
และการบริการ การพฒั นาแก้ไขปรบั ปรงุ เอกสารวธิ ีการปฏิบตั งิ าน “การให้คาปรึกษา
ผลิตภณั ฑน์ วตั กรรมเชงิ รกุ ” (Proactive consultation)
กองผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพนวัตกรรม
และการบรกิ าร แนวทางการพจิ ารณาการยกเว้นการศกึ ษาชีวสมมลู ในมนุษย์
(Biowaiver)
กองผลติ ภัณฑส์ ุขภาพนวตั กรรม
และการบรกิ าร การพัฒนาแผนผงั เว็บไซตก์ องผลติ ภณั ฑ์สขุ ภาพนวตั กรรมและการ
บริการ (Innovative Health Products and Services Site
กองผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพนวตั กรรม Mapping : IHPS site mapping)
และการบริการ
การพฒั นาปรับปรงุ คมู่ อื วธิ ีการปฏบิ ตั ิงานใหค้ าปรึกษาและประเมนิ
กองผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพนวัตกรรม ทะเบยี นตารบั ยาประเภท Rolling Submission
และการบรกิ าร
ข้อเปรียบเทยี บระหวา่ งการขนึ้ ทะเบียนยา biosimilar ระหว่าง US และ
กองผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพนวัตกรรม EU
และการบริการ แนวทางในการทา Systematic Review สาหรับ SMEs ในประเทศไทย

กองผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพนวัตกรรม การพิจารณาจาแนกผลติ ภณั ฑท์ มี่ แี อลกอฮอลเ์ ป็นสว่ นประกอบ
และการบรกิ าร

46

กองผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพนวัตกรรม Standard operation procedure (SOP) และ work instruction
และการบริการ (WI) สาหรับการปฏบิ ตั งิ านใหค้ าปรกึ ษาและประเมินทะเบียนตารบั
ยา
กองผลิตภัณฑส์ ขุ ภาพนวัตกรรม การพจิ ารณาทะเบยี นตารบั ยาทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องยาสามญั
และการบรกิ าร (Generic)

กองยาชีววตั ถุ Mock-up CTD and RMP of tisagenlecleucel (Anti-CD19
Chimeric Antigen Receptor (CAR) T cells)

กองยาชีววัตถุ Mock-up CTD and RMP of trastuzumab biosimilar

งานยาสตั ว์ Guideline for an assessor preparing assessment reports
for veterinary medicinal products by European Medicines
Agency (EMA) in New Zealand format

ถอถดอบดทบเรทยี เนรกียานรกเรารยี เนรรียู้ น(lรeู้s(sleosnsloenarlneeadrn) eแลdะ)แแนลวะทแานงวกทาารงพกฒั ารนพาฒักรนะาบกวรนะวบชิ วานวิชา

บทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned)

รูปแบบการฝึกปฏิบัติงานผ่านการ work from home เป็นรูปแบบที่สามารถนามาใช้
เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงสถานการณ์โรคระบาดเพื่อความปลอดภัยของนิสิต แม้
นิสิตอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติงานจริงท่ีแหล่งฝึก รูปแบบการฝึกงานท่ีเน้นการสืบค้นข้อมูล
และการมีส่วนร่วมในการจัดทาชิ้นงาน/กรณีศึกษาร่วมกับแหล่งฝึกสามารถทาให้นิสิต
ได้รับประสบการณ์ตามเนื้อหารายวิชา ได้มีส่วนร่วมในการทางานกับแหล่งฝึก และยัง
ชว่ ยประหยดั เวลาและค่าเดินทางของนิสติ มายงั แหลง่ ฝึก

แนวทางการพัฒนากระบวนวิชา

คาดหวังว่าจะนารูปแบบการประเมินผลและแบบบันทึกการฝึกปฏิบัติงานท่ีได้พัฒนา
เป็น electronic forms ท้ังหมดไปใช้ต่อไปในอนาคต เพราะเพ่ิมความสะดวกสบายในการ
สง่ แบบฟอร์มทาง electronic platform ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจากการ mail in
เอกสารผ่านทางไปรษณีย์ และลดการใช้กระดาษ (paperless) นอกจากนี้ การนาเสนอ
การฝึกงานต่อคณาจารย์ของคณะฯ หลังจบผลัดอาจจัดในรูปแบบ online เพ่ือช่วย
ประหยัดเวลาและคา่ เดนิ ทางของนสิ ติ มายังคณะฯ

47

ความเห็นจากนิสติ และแนวทางการปรับปรุง
- แบบประเมนิ ผลตามรูปแบบของ ศ.ศ.ภ.ท. (การผลิต การประกันคุณภาพ

และควบคุมคณุ ภาพ) ไมค่ ่อยสอดคล้องกับบริบทของงานท่ี อ.ย. ซ่ึงเน้ือหาเน้นไป
ในด้านฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพในการประยุกต์ใช้กฎหมาย กฎระเบียบ หลักเกณฑ์
และข้อตกลงระหว่างประเทศที่เก่ียวข้องในการพัฒ นายาและ /หรือผลิตภัณฑ์
สุขภาพ ในประเด็นน้ีอาจปรับปรุงโดยใช้แบบประเมินผลจากวิชาการฝึก
ปฏิบัตงิ านวชิ าดา้ น Regulatory Compliance มาเสริม

- นิสิตไม่สามารถสัมผัสบรรยากาศการทางานที่แท้จริงในสถานที่แหล่งฝึก
เนื่องจากการฝึกปฏิบัติงานผ่านการ work from home ทาให้นิสิตได้ติดต่อกับ
เพยี งอาจารยแ์ หลง่ ฝกึ ผรู้ ับผิดชอบ และทาแตง่ านท่ไี ดร้ ับมอบหมายเท่านั้นซึ่งบาง
งานเป็นลักษณะกรณีศึกษาจาลอง (mock up) ไม่ได้เห็นภาพรวมของขอบข่าย
งานท่ีแท้จรงิ ในกองทงั้ หมด ไม่ได้ดูสถานที่จริง ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคลากรท่าน
อื่นในหน่วยงาน และการติดต่อส่ือสารบางครั้งมีปัญหาจากระบบ internet ใน
ประเด็นนี้อาจปรับปรุงโดยใช้ให้นิสิตเข้ามาฝึกปฏิบัติงาน on-site ในบางวัน
เพื่อใหเ้ ห็นภาพการทางานของแหล่งฝึกมากข้นึ

- การฝึกงานเพียงผลัดเดียว (1.5 เดือน) ต่อแหล่งฝึก ทาให้นิสิตประสบ
ปัญหาเรื่องการหาท่ีพักและราคาค่าเช่าท่ีสูง ในประเด็นน้ีอาจปรับปรุงโดยจัดให้
นสิ ติ ฝกึ งานสองผลดั (3 เดือน) ตอ่ แหล่งฝึก

- การได้ฝึกงานวิชาบังคับในโรงงานท่ีลดลง 1 ผลัดจากสถานการณ์
COVID-19 ทาให้นิสิตบางส่วนมีความกังวลว่าได้รับการฝึกด้านอุตสาหกรรมใน
เวลาและเนื้อหาที่น้อยลง ซ่ึงอาจมีผลต่อการสอบใบประกอบในส่วนของ PLE-
IP2 ท่ตี ้องมีการนาเสนอกรณศี ึกษาจากการฝึกงาน

48

15 การฝกึ ปฏบิ ตั งิ าน 3

: การควบคมุ กระบวนการผลติ ยา

มหาวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ

หนว่ ยกติ : 5(0-20-0)

นกั ศกึ ษาชนั้ ปที เี่ รยี น : ชน้ั ปีท่ี 5

จานวนนกั ศกึ ษาในชน้ั เรยี น : 63 คน

ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ภก.สถาพร น่ิมกลุ รตั น์

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ภญ.ศุจิมน ตนั วเิ ชียร

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. ภก.ธนู ทองนพคุณ

อาจารย์เภสชั กรท่ปี ฏบิ ัติงานในโรงงานยา

วัตถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ของกระบวนวิชา

เมอื่ สน้ิ สุดการฝึกปฏิบตั ิการ นสิ ติ สามารถ
- อธิบายความเช่ือมโยงระหวา่ งความรู้ทางทฤษฏีกบั การ

ประยกุ ต์ให้เกิดผลทางปฏิบัติ
- มที ักษะในการผลิตยาในระดบั อตุ สาหกรรม อธบิ ายขน้ั ตอน

ตา่ งๆ ในกระบวนการผลติ ยา รูปแบบตา่ งๆ
- อธิบายหลักการของระบบบรหิ ารคณุ ภาพและการประกัน

คณุ ภาพในอุตสาหกรรมยา
- อธิบายหลกั การบรหิ ารความเสี่ยงในการผลติ และวิธีดาเนินการ

เมื่อกระบวนการผลติ เกดิ การเบี่ยงเบน หรอื เปล่ยี นแปลง
- อธิบายหลกั การพื้นฐานในการบรหิ ารปจั จัยการผลิต อนั ไดแ้ ก่

บุคลากร เคร่อื งจกั รอปุ กรณ์ วัตถุดบิ อาคารสถานที่และระบบเอกสาร ตลอดจนระบบ
อานวยความสะดวกในการผลิต

- เข้าใจชวี ติ การทางานและวัฒนธรรมขององค์กร
- ปรับตัวใหเ้ ข้ากบั ผู้อ่ืน และสามารถทางานรว่ มกับผ้อู ่ืนได้

แนวคดิ การจัดการเรยี นรู้ ทีส่ ะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning

ก า ร ฝึ ก ง า น ใ น รู ป แ บ บ อ อ น ไ ล น์ ที่ ด า เ นิ น ก า ร เ ป็ น ก า ร เ รี ย น ใ น ลั ก ษ ณ ะ
กรณีศึกษา (case based learning) โดยมีอาจารย์พิเศษหลายคนซ่ึงเป็นเภสัชกร
ทางานด้านการผลิตในโรงงานยาหลายแห่ง นาปัญหาท่ีเกิดข้ึนจริงในการทางานมาเป็น
กรณีศึกษาให้ผู้เรียนวิเคราะห์ (critical thinking) หาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหา
(problem solving) จากนั้นนาผลการวิเคราะห์มานาเสนอแก่อาจารย์พิเศษและ
คณาจารย์ประจาวิชา ซ่ึงการถกแถลงร่วมกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียนเป็นประโยชน์
อย่างมากในการพัฒนาทักษะทางปัญญาข้ันสูงของผู้เรียน และทาให้ผู้เรียนได้เช่ือมโยง
ความรู้ทางทฤษฎีมาใชใ้ นการปฏิบัตงิ านจริง

49

กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรม วธิ ีการวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป

จากสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส ทาให้ต้องเปลี่ยน
วิธีจัดการเรียนการสอนจากการฝึกงาน ณ สถานที่ฝึกงาน (on-site) ได้แก่ โรงงาน
อุตสาหกรรมยา เป็นการฝึกงานรูปแบบออนไลน์ (ผลัด 2-3) โดยอาจารย์พิเศษจาก
ภาคอุตสาหกรรมบรรยายสรุปและมอบกรณีศึกษา (case) ที่เกิดขึ้นจริงในโรงงาน
(โดยเฉล่ียสัปดาห์ละ 1-2 case) ให้นิสิตระดมสมองวิเคราะห์ปัญหา (ทาเป็นกลุ่ม
กลุ่มละ 2-3 คน) หลังจากน้ันนิสิตนาเสนอและถกแถลงร่วมกับอาจารย์พิเศษจาก
ภาคอุตสาหกรรมและคณาจารย์ประจาวิชา (ผ่านโปรแกรม Zoom meeting และ
Microsoft teams) การประเมนิ ผลแบ่งเป็นการนาเสนอ (โดยใช้ rubric score) การ
ส่งรายงานความก้าวหน้า และรายงานสรุปกรณีศึกษา (ใช้ Microsoft teams เป็น
learning management system)

ผลงาน/ผลลพั ธท์ ี่ไดจ้ ากการเรียน

นิสิตได้เรียนรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผลิตยา และรู้จักวิธีการ
วเิ คราะหห์ าสาเหตขุ องปญั หา (root cause analysis) การประเมินความเส่ียง (risk
assessment) และการเสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหาที่เกดิ (problem solving)

ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา

จากการเรียนแบบออนไลนโ์ ดยเรยี นรจู้ ากกรณีศกึ ษาเป็นหลัก มีความ
แตกต่างจากการฝกึ งาน ณ สถานท่ีฝกึ งานจรงิ โดย

ขอ้ ด้อย: นสิ ติ ไมไ่ ดฝ้ ึกงาน ณ แหลง่ ฝกึ จริงซง่ึ เป็นโรงงานผลิตยา ทาให้ไมส่ ามารถนกึ
ภาพการทางาน และชวี ติ การทางานจรงิ ได้ รวมถงึ ขาดการฝกึ ทักษะท่ตี อ้ งลงมือทา
ในการปฏบิ ตั ิงานจริง

ขอ้ ดี: นิสติ มโี อกาสได้เรียนรู้ทฤษฎีอย่างกว้างขวางจากการบรรยายของอาจารย์
พิเศษทที่ างานจรงิ ในโรงงาน และได้ฝึกวเิ คราะห์กรณีศกึ ษาหลายเร่อื งด้วยกัน ซ่งึ
หากเทยี บกบั การฝึกงานจรงิ นิสติ อาจไดค้ วามรหู้ รอื ทักษะลึกเฉพาะเร่ืองทปี่ ฏิบตั งิ าน
อยูป่ ระจาเทา่ นนั้ การฝึกงานออนไลน์จึงอาจทาให้นิสติ เรียนรูไ้ ดก้ ว้างกว่าและเกิด
ทักษะทาปัญญามากกว่าการฝึกงานจรงิ

50

16 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั พฤกษศาสตรแ์ ละ

เภสัชวนิ จิ ฉยั

มหาวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล

หนว่ ยกิต : 1(0-3-1)

นกั ศึกษาชั้นปีทเี่ รยี น : ชั้นปีท่ี 3

จานวนนักศกึ ษาในช้ันเรยี น : 120 คน

ผ้รู ับผิดชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน

อาจารย์ ดร.ภญ.ธนกิ า ปฐมวชิ ัยวัฒน์

วัตวตัถปุถรปุ ะรสะงสคงก์คา์กราเรรเยีรนียรนู้ขรอขู้ งอกงรกะรบะวบนววนชิวาชิ า

1.ประยุกต์ใช้เทคนิค TLC ในการการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและ
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ และตรวจสอบการปนปลอมยาสเตียรอยด์ใน
ผลิตภณั ฑส์ มนุ ไพร
2. สามารถวิเคราะห์ แปลผล และให้คาแนะนาในการใช้ยาและผลิตภัณฑ์
สมนุ ไพรได้อย่างเหมาะสม

แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ ที่สะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning

ใชก้ รณศี ึกษาจริงในการจัดการเรยี นรู้ให้เห็นการประยุกต์ใช้ โดยรับตรวจ
ตัวอย่างจริงจากท้องตลาด แล้วให้นักศึกษาเป็นผู้ตรวจสอบ เขียนรายงานผล 2
รูปแบบ คือแบบส่งให้อาจารย์ตรวจ (ใช้ technical terms) และรายงานให้ประชาชน
ผู้สง่ ตรวจทราบพร้อมใหค้ าแนะนาการใชย้ าสมุนไพร

51


Click to View FlipBook Version