กกรระะบบววนนกกาารรจจดั ัดกกาารรเเรรียียนนกกาารรสสออนนหหรรอื อื กกิจจิ กกรรรรมม ววิธิธกี ีกาารรววดัดและประเมนิ ผลโดยสรุป
นักศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ จากการสังเกตเทียบกับการ
เรยี นรแู้ บบเดิม นักศึกษามีความสนใจและต้ังใจในการเรียนมากข้ึน (สังเกตจากการ
ต้ังคาถาม และการติดตามผล feedback จากผู้สง่ ตรวจ) ลักษณะคาถามแสดงถึง
การเชือ่ มโยงองคค์ วามรูไ้ ปสกู่ ารใชง้ านจริงได้
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ี่ได้จากการเรียน
1. นักศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์การเรียน ตระหนักถึงบทบาทวิชาชีพ
และเข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้
2. ให้บริการวิชาการกับสังคม
ถถออดดบบททเเรรียยี นนกกาารรเเรรียยี นนรรู้ ู้((lleessssoonnlleeaarrnneedd))แแลละะแแนนววททาางงกกาารรพพฒั ัฒนนาากกรระะบบววนนววิชิชาา
ปรับวิธีประเมินผล นา rubric เข้ามาช่วย เพื่อพัฒนาทักษะ
การส่ือสาร และการเขียนรายงานให้มีความเป็นมืออาชีพ โดย rubric จะต้องเป็น
ข้อตกลงของอาจารย์ร่วมกับนักศึกษา ทาให้นักศึกษามีส่วนร่วม ปลูกฝังให้เกิด
การพัฒนาตนเองจากภายในและการเรียนรตู้ ลอดชีวติ (life-long learning)
52
17 เภสัชพฤกษศาสตร์
มหาวิทยาลยั : :มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์
หน่วยกติ : 2 (2-0-4)
นกั ศกึ ษาช้นั ปีที่เรยี น : ชน้ั ปที ี่ 2
จานวนนักศกึ ษาในชั้นเรียน : 120 คน
ผู้รับผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน
รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.อนุชิต พลับรกู้ าร
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จินดาพร ภรู พิ ัฒนาวงษ์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ฉัตรชยั วัฒนาภิรมย์สกลุ
วัตวถตั ุปถรปุ ะรสะงสคง์กคาก์ ราเรยีเรนียรนู้ขรอู้ขงอกงรกะรบะวบนววนชิ วาชิ า
1. เพอ่ื ให้นกั ศึกษาสามารถจาแนกส่วนต่างๆ ของพืชตามสณั ฐานวทิ ยาของพชื
2. เพ่อื ให้นักศึกษาสามารถระบุชนิดตัวอย่างพชื สมนุ ไพร และพืชเศรษฐกิจของ
ไทยท่ีคัดเลือกแล้ว และระบุชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ สรรพคุณและส่วนที่ใช้เป็นยาของ
ตัวอยา่ งพชื นนั้ ๆ
3. เพื่อให้นักศึกษาสามารถระบุถึงพืชสมุนไพรท่ีใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน
และอธิบายถึงสรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง วิธีการใช้พืชสมุนไพรน้ันๆ
ท้งั แบบประเพณีนยิ มและแบบทมี่ ีการพฒั นาแลว้
4. เพื่อให้นักศึกษารู้จักและสามารถจาแนกลักษณะทางเน้ือเยื่อวิทยาของ
ตัวอย่างพชื
5. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เก่ียวกับสมุนไพร และสามารถประยุกต์ความรู้
ดงั กล่าวมาใชใ้ นงานวจิ ัย และพัฒนาผลติ ภณั ฑ์จากสมุนไพร
6. เพ่ือให้นักศกึ ษาสามารถระบชุ นดิ ตัวอยา่ งพชื สมุนไพร และพืชเศรษฐกิจของ
ไทยท่ีคัดเลือกแล้ว และระบุชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ สรรพคุณและส่วนท่ีใช้เป็นยาของ
ตัวอย่างพืชน้ันๆ
7. เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษาสามารถระบุถึงพชื สมุนไพรท่ีใช้ในงานสาธารณสขุ มูลฐานและอธิบายถึง
สรรพคุณ ขอ้ บง่ ใช้ ขอ้ ห้ามใช้และข้อควรระวัง วิธีการใช้พชื สมนุ ไพรนัน้ ๆ ทั้งแบบ
ประเพณนี ยิ มและแบบท่มี ีการพฒั นาแล้ว
แนวคดิ การจัดการเรียนรู้ ทีส่ ะท้อนการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning
การจัดทาส่ือการสอนในรูปแบบสไลดโ์ ชว์ และคลปิ วดิ ีโอ เพื่อนาเข้าสบู่ ทเรียน และให้
นักศกึ ษาสามารถใชป้ ระกอบการทบทวนศึกษาดว้ ยตนเองหลงั ปฎบิ ตั ิการ (ในช่วงท่ี
มกี ารจัดการเรียนตามปกติ) และเพ่ือใชท้ ดแทนการเข้าเรียนในห้องปฏบิ ัติการ
(ในชว่ งทม่ี ีคาสัง่ ปิดสถานศึกษาเพื่อปอ้ งกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19)
53
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป
ในชว่ งเวลาปกติ การวดั ผลเปน็ การสอบขอ้ เขยี น และการสอบปฏบิ ตั ิใน
รูปแบบปกติ แตใ่ นช่วงทมี่ ีคาสงั่ ปดิ สถานศกึ ษา ซงึ่ ไมส่ ามารถใชก้ ารสอบปกตไิ ด้ จัดการวดั ผลโดย
การสอบออนไลน์เต็มรูปแบบ ท้งั ในรายวิชาบรรยาย และรายวิชาปฏบิ ัติการ โดยผ่านระบบ lms ของ
มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ อน่งึ ในระหวา่ งภาคฤดรู อ้ น นกั ศึกษาส่วนหน่ึงตอ้ งลงทะเบยี น
เนื่องจากสอบตกในรายวชิ าดังกลา่ วในภาคการศกึ ษากอ่ นหนา้ นี้ การวัดผลนักศกึ ษากลมุ่ น้ี ใชก้ าร
สอบปากเปล่าผ่าน line call
ผลงาน/ผลลพั ธ์ทีไ่ ดจ้ ากการเรียน
การใชส้ ่ือการสอนประกอบการจัดการเรยี นการสอนในช่วงทส่ี ามารถจัดการเรยี นการสอนตามปกติ
ได้ นกั ศกึ ษาสามารถใชส้ อ่ื ประกอบการสอนตามระบขุ า้ งตน้ เพ่ือประกอบการศกึ ษาดว้ ยตนเอง และ
การทบทวนก่อนสอบ รวมถงึ ใช้ศกึ ษาก่อนเขา้ เรียนในแตล่ ะวนั เพือ่ เตรียมตควั กอ่ นเข้าเรยี นและเขา้
ปฏิบัตกิ าร ซ่งึ ทาใหก้ ารจดั การเรียนสอนราบรนื่ กระชับ และเป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์รายวชิ าไดม้ าก
ขึน้ โดยภาพรวม จากการสอบถามนกั ศึกษา นักศกึ ษาสามารถเขา้ ถึงและใช้สอื่ ประกอบการสอน
ดังกล่าวได้ผลดี นอกจากน้ัน การศกึ ษาด้วยตนเองก่อนเข่้าเรียน ยังชว่ ยกระตุน้ ให้นกั ศกึ ษาต่นื ตัว
และเตรยี มพรอ้ มในการเขา้ เรยี นมากขน้ึ และเรียกความสนใจจากนกั ศกึ ษาในภาพรวมได้ดขี ึ้น
สาหรับในชว่ งท่ตี อ้ งงดการเรยี นการสอน ถงึ แม้การใช้สอ่ื การเรยี นการสอนดงั กลา่ วจะไมส่ ามารถ
ทดแทนการสอนในชน้ั เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรยี นในห้องปฏิบตั ิการ และการศกึ ษาพชื ตัวอยา่ ง
ในสวนสมุนไพร แตส่ ่ือการสอนทใ่ี ช้ สามารถทดแทนการจัดการเรียนการสอนทางไกล และทาให้
สามารถบริหารจัดการรายวชิ าให้แลว้ เสรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า
การใชว้ ิธีการจัดการเรยี นการสอนโดยสือ่ ออนไลน์ มปี ระโยชนอ์ ย่างมากในฐานะสอื่ เพือ่ ช่วยเสริมการ
เรยี นตามปกติ เพ่ือใหน้ ักศกึ ษาสามารถศึกษาดว้ ยตนเองดว้ ยจงั หวะเวลา และความสามารถของแต่
ละบคุ คล รวมถงึ ทาใหน้ ักศกึ ษาสามารถเข้าถงึ บทเรียนได้ทัดเทยี ม ไมม่ ีความแตกตา่ งระหวา่ งกลมุ่
นกั ศกึ ษา โดยเฉพาะทม่ี กี ารสาธิตวิธกี ารหรือเทคนิคปฏิบตั เิ ฉพาะ อย่างไรก็ตาม ถงึ แม้วา่ การใชส้ ื่อ
ดงั กลา่ ว จะช่วยให้การเรียนการสอนดาเนินตอ่ ไปได้ การใช้สื่อการสอนในลกั ษณะนีใ้ นชว่ งที่ตอ้ ง
จดั การเรียนการสอนทางไกล ยังคงไมส่ ามารถทดแทนการเรยี นการสอนตามปกติไดอ้ ย่างสมบรู ณ์
รวมถงึ ไมส่ ามารถสรา้ งสือ่ เพอ่ื ใช้ทดแทนหรอื ประกอบการสอนไดใ้ นทกุ เน้อื หาทม่ี คี วามจาเปน็ ตามระบุ
ในวตั ุประสงคข์ องรายวิชาและของหลักสูตร ภายใตข้ ้อจากดั ของเวลา และการปรบั เปล่ยี น
กระบวนการจดั การเรียนการสอนอย่างกระทนั หันในขณะทต่ี อ้ งงดการเรียนการสอน เนื้อหาทีป่ รากฏ
ในส่อื สว่ นหนึ่ง เปน็ เนอื้ หา หรอื รปู แบบซงึ่ ควรใชป้ ระกอบการสอนในหอ้ งเรยี นหรือห้องปฏบิ ตั ิการ
โดยตรง การนามาใชท้ ดแทนการเรียนในชัน้ เรยี น ทาใหไ้ มส่ ามารถนาเสนอรายละเอยี ดบางประการ
ท้งั น้ี บางสว่ นของส่อื เหลา่ น้ี อาจนามาปรับปรงุ เพื่อจัดทาสอื่ ท่ีเหมาะสมสาหรับการศึกษาดว้ ยตนเอง
ได้มากข้ึน
ขอ้ จากดั ที่สาคัญของการจดั การเรียนการสอนทางไกล คือการวัดและประเมนิ ผล เนื่องจากปจั จัย
จากดั จากโอกาสและความสามารถในการเขา้ ถเึ ทคโนโลยีของนักศกึ ษาทไี่ มไ่ ด้อาศยั ในเขตชมุ ชนหรอื ใน
เขตเมือง และนกั ศึกษาสว่ นหนง่ึ อาจใชช้ ่องโหว่ของเทคโนโลยีเพ่ือชว่ ยทาขอ้ สอบ ทั้งน้ี ในประเดน็ หลงั
การปรบั ปรุงระบบและข้อสอบเพ่อื ลดโอกาสการรว่ มมือกันทาขอ้ สอบ และการออกแบบขอ้ สอบใน
รูปแบบทส่ี ามารถเปิดตาราได้ น่าจะมสี ว่ นชว่ ยเพ่ิมความแมน่ ยาในการวดั ผลได้ดขี ้นึ นอกจากน้นั ถ้า
หากเปน็ การวดั ผลในช้ันเรียนขนาดเล็ก สามารถนาการสอบปากเปลา่ ผา่ น Line call หรอื ส่ืออื่นท่ี
คลา้ ยกนั มาประกอบการวดั ผลไดด้ ี รว่ มถึงช่วยใหส้ ามารถประเมนิ ความสามารถของนักศกึ ษาตามที่
เปน็ จรงิ ไดด้ ว้ ย
54
18 ปฏิบตั กิ ารเภสชั พฤกษศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์
หน่วยกติ : 1(0-3-6)
นกั ศึกษาชนั้ ปที ่เี รียน : ช้นั ปที ี่ 2
จานวนนกั ศกึ ษาในช้นั เรยี น : 120 คน
ผรู้ บั ผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน
รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.อนชุ ิต พลบั รู้การ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.จินดาพร ภูริพัฒนาวงษ์
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ฉัตรชัย วัฒนาภิรมยส์ กุล
วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้ของกระบวนวิชา
1. เพอ่ื ใหน้ ักศกึ ษาสามารถจาแนกส่วนต่างๆ ของพืชตามสัณฐานวิทยาของพืช
2. เพ่ือใหน้ กั ศกึ ษาสามารถระบชุ นดิ ตวั อย่างพืชสมุนไพร และพืชเศรษฐกิจของไทย
ท่ีคัดเลือกแล้ว และระบุช่ือวิทยาศาสตร์ วงศ์ สรรพคุณและส่วนท่ีใช้เป็นยาของตัวอย่างพืช
น้นั ๆ
3. เพื่อให้นักศึกษาสามารถระบุถึงพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานและ
อธิบายถึงสรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง วิธีการใช้พืชสมุนไพรน้ันๆ ทั้งแบบ
ประเพณีนยิ มและแบบทีม่ ีการพัฒนาแลว้
4. เพื่อให้นักศึกษารู้จักและสามารถจาแนกลักษณะทางเนื้อเย่ือวิทยาของตัวอย่าง
พชื
5. เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษามีความรู้เก่ียวกับสมุนไพร และสามารถประยุกต์ความรู้ดังกล่าว
มาใชใ้ นงานวิจยั และพฒั นาผลิตภัณฑ์จากสมนุ ไพร
6. เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษาสามารถระบชุ นดิ ตวั อย่างพืชสมุนไพร และพืชเศรษฐกิจของไทย
ท่ีคัดเลือกแล้ว และระบุชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ สรรพคุณและส่วนที่ใช้เป็นยาของตัวอย่างพืช
นน้ั ๆ
7. เพื่อให้นักศึกษาสามารถระบุถึงพืชสมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐานและ
อธิบายถึงสรรพคุณ ข้อบ่งใช้ ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง วิธีการใช้พืชสมุนไพรน้ันๆ ทั้งแบบ
ประเพณนี ิยมและแบบที่มีการพฒั นาแล้ว
แนวคดิ การจัดการเรียนรู้ ทสี่ ะทอ้ นการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning
การจดั ทาส่อื การสอนในรูปแบบสไลดโ์ ชว์ และคลปิ วิดโี อ เพ่ือนาเข้าสู่
บทเรียน และใหน้ ักศึกษาสามารถใช้ประกอบการทบทวนศึกษาด้วยตนเองหลังปฎิบตั ิการ
(ในชว่ งทีม่ กี ารจัดการเรียนตามปกต)ิ และเพื่อใชท้ ดแทนการเขา้ เรียนในห้องปฏิบตั กิ าร
(ในช่วงท่มี คี าสง่ั ปดิ สถานศึกษาเพือ่ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19)
55
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กจิ กรรม วิธกี ารวดั และประเมินผลโดยสรปุ
ในช่วงเวลาปกติ การวัดผลเป็นการสอบข้อเขียน และการสอบปฏิบัติในรูปแบบปกติ แต่
ในช่วงท่ีมีคาสั่งปิดสถานศึกษา ซ่ึงไม่สามารถใช้การสอบปกติได้ จัดการวัดผลโดยการสอบ
ออนไลน์เต็มรูปแบบ ทั้งในรายวชิ าบรรยาย และรายวิชาปฏิบัติการ โดยผ่านระบบ lms ของ
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
อน่ึง ในระหว่างภาคฤดูร้อน นักศึกษาส่วนหนึ่งต้องลงทะเบียนเนื่องจากสอบตกในรายวิชา
ดังกล่าวในภาคการศึกษาก่อนหน้าน้ี การวัดผลนักศึกษากลุ่มนี้ ใช้การสอบปากเปล่าผ่าน
line call
ผลงาน/ผลลัพธท์ ่ไี ดจ้ ากการเรยี น
การใช้สือ่ การสอนประกอบการจัดการเรียนการสอนในช่วงท่ีสามารถจัดการเรียนการสอน
ตามปกติได้ นกั ศึกษาสามารถใช้สอ่ื ประกอบการสอนตามระบุขา้ งต้น เพื่อประกอบการศึกษา
ด้วยตนเอง และการทบทวนก่อนสอบ รวมถึงใช้ศึกษาก่อนเข้าเรียนในแต่ละวัน เพ่ือเตรียม
ตัวก่อนเข้าเรียนและเข้าปฏิบัติการ ซ่ึงทาให้การจัดการเรียนสอนราบรื่น กระชับ และเป็นไป
ตามวัตถุประสงค์รายวิชาได้มากข้ึน โดยภาพรวม จากการสอบถามนักศึกษา นักศึกษา
สามารถเข้าถึงและใช้สื่อประกอบการสอนดังกล่าวได้ผลดี นอกจากน้ัน การศึกษาด้วย
ตนเองก่อนเข้าเรียน ยังช่วยกระตุ้นให้นักศึกษาต่ืนตัวและเตรียมพร้อมในการเข้าเรียนมาก
ขน้ึ และเรยี กความสนใจจากนกั ศึกษาในภาพรวมไดด้ ขี ึน้
สาหรับในช่วงท่ีต้องงดการเรียนการสอน ถึงแม้การใช้ส่ือการเรียนการสอนดังกล่าวจะไม่
สามารถทดแทนการสอนในช้ันเรียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเรียนในห้องปฏิบัติการและ
การศึกษาพืชตัวอย่างในสวนสมุนไพร แต่ส่ือการสอนท่ีใช้สามารถทดแทนการจัดการเรียน
การสอนทางไกล และทาให้สามารถบริหารจัดการรายวิชาให้แล้วเสรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
โดยภาพรวม การใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยสื่อออนไลน์ มีประโยชน์อย่างมากใน
ฐานะส่ือเพื่อช่วยเสริมการเรียนตามปกติ เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาด้วยตนเองด้วย
จังหวะเวลา และความสามารถของแต่ละบุคคล รวมถึงทาให้นักศึกษาสามารถเข้าถึง
บทเรียนไดท้ ัดเทียม ไม่มคี วามแตกตา่ งระหว่างกลุ่มนักศึกษา โดยเฉพาะท่ีมีการสาธิตวิธีการ
หรือเทคนิคปฏิบัติเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการใช้สื่อดังกล่าว จะช่วยให้การเรียนการ
สอนดาเนินต่อไปได้ การใช้สื่อการสอนในลักษณะนี้ในช่วงที่ต้องจัดการเรียนการสอน
ทางไกล ยังคงไม่สามารถทดแทนการเรียนการสอนตามปกติได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงไม่
สามารถสรา้ งสือ่ เพอื่ ใช้ทดแทนหรือประกอบการสอนได้ในทุกเนื้อหาที่มีความจาเป็นตามระบุ
ในวัตุประสงค์ของรายวิชาและของหลักสูตร ภายใต้ข้อจากัดของเวลาและการปรับเปล่ียน
กระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างกระทันหันในขณะท่ีต้องงดการเรียนการสอน
เ น้ื อ ห า ที่ ป ร า ก ฏ ใ น ส่ื อ ส่ ว น ห น่ึ ง เ ป็ น เ น้ื อ ห า ห รื อ รู ป แ บ บ ซ่ึ ง ค ว ร ใ ช้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ใ น
ห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการโดยตรง การนามาใช้ทดแทนการเรียนในช้ันเรียน ทาให้ไม่
สามารถนาเสนอรายละเอียดบางประการ ท้ังน้ี บางส่วนของสื่อเหล่านี้ อาจนามาปรับปรุง
เพ่ือจัดทาส่อื ที่เหมาะสมสาหรบั การศึกษาด้วยตนเองได้มากข้ึน
56
19 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั วเิ คราะห์ 2
(Pharmaceutical Analysis Laboratory II)
มหาวทิ ยาลัย : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลั
หนว่ ยกติ : 1(0-3-0)
นักศึกษาชั้นปที เี่ รียน : ชน้ั ปีที่ 4
จานวนนกั ศกึ ษาในชั้นเรยี น : 71 คน
ผูร้ บั ผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน
รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.พรชยั โรจน์สิทธ์ศิ กั ดิ์ (ผปู้ ระสานงานรายวิชา)
อาจารย์ ดร.ภก.วรธัช ฐิติกรพงศ์ (ผูส้ อน)
ววัตตั ถถปุ ุปรระะสสงงคค์กก์ าารรเเรรยี ยี นนรรูข้ ูข้ อองงกกรระะบบววนนววิชิชาา
เพื่อให้นิสิตสามารถทดสอบและวิเคราะห์เภสัชภัณฑ์โดยใช้เครื่องมือ gas
chromatography รวมท้งั การแปลผลการวิเคราะห์ได้
แแนนววคคดิ ดิ กกาารรจจัดดั กกาารรเเรรยี ยี นนรรู้ ู้ททีส่ สี่ ะะทท้ออ้ นนกกาารรจจัดัดกกาารรเเรรียยี นนกกาารรสสออนนแแบบบบ aaccttiivveelleeaarrnniinngg
การออกแบบการเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติการถือเป็นส่วนหน่ึงของการ
จัดการเรียนการสอนแบบ active learning แต่ทั้งนี้ข้อจากัดของการสอนในหัวข้อ gas
chromatography คือ มีเครื่องมือแค่เพียง 1 เคร่ืองเพ่ือให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติการและทาความ
เข้าใจในการทางานของเครื่องมือ จึงได้ออกแบบการเรียนการสอนโดยแบ่งนิสิตเป็น 2 กลุ่ม
และสลับการทากิจกรรมภายในช่ัวโมงปฏิบัติการ และจัดกิจกรรมเป็น 2 ตอน ประกอบด้วย
ตอนที่ 1 เป็นข้ันตอนการฝึกปฏิบัติ และตอนท่ี 2 เป็นการค้นหาความรู้ที่เกี่ยวข้องเสริมความรู้
ภาคปฏิบัติการด้วย assignment เพ่ือส่งเสริมทักษะการค้นคว้า การทางานเป็นทีม รวมทั้ง
การสื่อสารเนอื่ งจากชุดคาถามเปน็ คาถามท่ีต่อเนื่องกัน แต่ทั้งนี้ในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโคโรนาไวรสั (COVID-19) จงึ ไดอ้ อกแบบการเรียนการสอนเป็นแนวทาง Proxy-lab โดย
ให้ตัวแทนนิสิตที่พักอาศัยใกล้พ้ืนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประมาณ 6 คนเข้ามาทาการ
ทดลอง และบันทกึ วดี ีโอในระหวา่ งการปฏิบตั ิการ เพื่อให้เปน็ สือ่ ในการจัดการเรยี นการสอน
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กจิ กรรม วิธีการวดั และประเมินผลโดยสรุป
เน่ืองด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (COVID-19)
ทาให้การจัดการเรียนการสอนในหัวข้อ gas chromatography เปลี่ยนแปลงไป โดยปรับการ
เรียนการสอนให้อยู่ในรูปแบบ Proxy-labโดยให้ตัวแทนนิสิตที่พักอาศัยใกล้พ้ืนท่ีจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัยประมาณ 6 คนเข้ามาทาการทดลอง และบันทึกวีดีโอในระหว่างการปฏิบัติการ
เพื่อให้เป็นส่ือในการจัดการเรียนการสอน หลังจากได้วีดีโอได้โพสต์ขึ้นในระบบ LMSของ
คณะฯ เพือ่ ให้นิสิตได้ศึกษา ในระหว่างการจดั การเรยี นการสอน ไดด้ าเนนิ การดงั นี้
57
1. แบบทดสอบก่อนบทเรียน เพ่ือสารวจความเข้าใจเบ้ืองต้นเก่ียวกับการ
ปฏิบัติการ โดยข้อคาถามจะมีความเกี่ยวข้องกับเน้ือหาที่จะทาปฏิบัติการ และผสานองค์
ความรู้จากรายวิชาบรรยาย (เภสัชวิเคราะห์ 2; Pharmaceutical analysis II) ใช้เวลา
ประมาณ 10 นาที ผ่านระบบ LMS ทคี่ ณะใช้
2. บรรยายโดยย่อซ่ึงเก่ียวข้องการเรียนรู้เครื่องมือ การทางานของเครื่องมือ
รวมท้ังกิจกรรมการปฏิบัติการ โดยในหัวข้อปฏิบัติการนี้นี้มี 2 กิจกรรมย่อยเพ่ือเพิ่มพูน
ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้งานเครื่องมือ ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการวิเคราะห์ การศึกษาความ
เหมาะสมของระบบ (system suitability) รวมท้ังการประยุกต์และการนาไปใช้ประโยชน์
โดยจดั กาเรยี นการสอนผ่านระบบ ZOOM meeting
3. ในขัน้ ตอนท่ีนสิ ิตต้องมาปฏิบัติงานจริง ใช้วีดีโอสาธิตท่ีได้ถ่ายทาล่วงหน้าแล้ว
มาใช้ประกอบการเรียนรู้เพ่ือให้นิสิตเข้าใจกระบวนการเตรียมสาร กระบวนการวิเคราะห์
และการแปลผล
4. นิสิตกลุ่มสาธิต ได้อธิบายในแต่ละขั้นตอนให้เพ่ือนนิสิตได้เข้าใจ และแบ่งนิสิต
สาธิต เข้าไปอยู่ในแต่ละกลุ่มย่อยเพ่ือช่วยอธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทาปฏิบัติการ
รวมทง้ั ชว่ ยเป็นพเ่ี ลี้ยงในขนั้ ตอนการแปลผลและวิเคราะห์ผล
5. นิสิตจัดทารายงานการทดลอง โดยใช้ผลการทดลองของนิสิตกลุ่มสาธิตมา
แปลผล สรปุ ผล และวเิ คราะหว์ ิจารณ์การทดลอง
6. นิสิตตอบคาถามท้ายการทดลอง ท่ีเป็นคาถามเสริมความรู้และการนา gas
chromatography ไปใช้ประโยชน์ โดยคาถามเป็นคาถามท่ีต่อเน่ืองและอาศัยองค์ความรู้ท่ี
สอดคลอ้ งกัน เชน่ (A) Residual solvent มกี ี่ประเภท โดยแบ่งตามอะไร และยกตัวอย่าง
ของแต่ละประเภท (B) Permitted Daily Exposure (PDE) คืออะไร มี
ความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ residual solvent (C) จงอธิบายวิธีการวิเคราะห์ปริมาณเอทา
นอลในหัวข้อ Residual solvent และมีข้อกาหนดปริมาณเป็นเท่าไหร่ (D) ในตารายา
USP42 ระบุว่า Digoxin ต้องตรวจ residual solvent จากข้อมูลดังกล่าวสามารถ
วเิ คราะหป์ รมิ าณ residual solvent นน้ั ด้วยวิธีการใด และอธิบายรายละเอียดของวิธีการ
เป็นต้น ซึง่ ทาให้นิสติ ต้องทางานร่วมกนั เป็นทีม มกี ารสือ่ สาร
วิธีการวัดและประเมินผล ใช้วิธีการประเมินจากรายงานการทดลอง โดย
หลังจากทีน่ ิสติ สง่ รายงานแล้วจะ feedback ข้อมูลความถูกต้องและครบถ้วนของผลการ
ทดลองและขอ้ คาตอบทา้ ยปฏบิ ัติการไปยงั นิสิตเพ่อื สร้างความเขา้ ใจ และการสอบวัดความรู้
แบบข้อเขียนเพอื่ วดั ความเข้าใจในการเรยี นของนสิ ติ
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ี่ไดจ้ ากการเรยี น
1. นิสิตในกลุ่ม proxy lab สามารถเป็นพ่ีเล้ียงให้กับนิสิตทางไกลในการให้
คาปรึกษาในการปฏิบัติการทดลองน้ี ทั้งการอธิบายข้ันตอนการปฏิบัติการ การแปลผลและ
การวเิ คราะห์ผล
2. นิสิตทางไกลได้เรียนรู้เทคนิคและขั้นตอนผ่านกลุ่มสาธิต โดยผู้สอนได้ช้ีบ่งถึง
จุดวิกฤต และความคลาดเคล่ือน (error) ของนิสิตกลุ่มสาธิต เพ่ือสร้างความเข้าใจให้กับ
นิสิตในภาพรวมเพ่อื ลดความคลาดเคล่อื นในการเรียนการสอนหัวขอ้ อ่ืนๆ
3. ความแตกต่างของผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่างนิสิต 2 กลุ่มอยู่ในระหว่างการ
จัดการสอบ และการประเมนิ ความพงึ พอใจและข้อคดิ เห็น ซึ่งจะไดใ้ นวันท่ี 15 ต.ค. 2563
58
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
การจดั ทา proxy lab อาจเป็นแนวทางหน่ึงในการจัดการเรียนการสอน
ในรายวิชาปฏิบัติการที่มีข้อจากัดในการเข้าถึงเคร่ืองมือ และการออกแบบกิจกรรม
ต้องอาศัยทีมทางานที่ดี ตั้งแต่กลุ่มนิสิตตัวแทน กลุ่มงานนวัตกรรมการศึกษา
รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ประจาภาควิชา เพ่ือทาให้ได้สื่อท่ีเป็นจริงในสถานการณ์ท่ี
เสมือนนิสิตได้เข้ามาฝึกปฏิบัติการ ทั้งน้ีนิสิตกลุ่มสาธิตจะเป็นกลุ่มท่ีได้รับ
ประสบการณต์ รง และสามารถอธบิ ายสื่อสารให้เพื่อนเข้าใจด้วยภาษาท่ีนิสิตเข้าใจได้
ง่ายกว่าอาจารย์อธิบาย ทาให้การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์วิกฤตเกิดขึ้น
ได้ แตอ่ ย่างไรก็ตามการพฒั นาการเรียนการสอนในรูปแบบน้ี ควรปรับให้ส่ือวิดีโอน้ีมี
ความยาวลดลงโดยตัดต่อในแต่ละขั้นตอน เหลือเพียงประมาณ 5-10 นาทีต่อคลิป
โดยแบง่ เป็นขั้นตอนย่อย เชน่ ขน้ั ตอนการเตรยี มสารสาหรับการวิเคราะห์ การศึกษา
องค์ประกอบของเคร่ืองมือ ข้ันตอนการตั้งโปรแกรมสาหรับการวิเคราะห์ ขั้นตอน
การวิเคราะห์และแปลผล ซ่ึงจะทาให้นิสิตเกิดความสนใจในการเข้าศึกษาวีดีโอและ
สรา้ งการเรยี นรูไ้ ดม้ ากขน้ึ
59
กลุ่มวชิ ำ
ดำ้ นกำรบรบิ ำล
ทำงเภสัชกรรม
59
1 เภสัชกรรมคลนิ กิ 3
มหาวิทยาลยั : มหาวิทยาลยั หวั เฉยี วเฉลมิ พระเกยี รติ
หนว่ ยกติ : 2(0-6-0)
นกั ศึกษาชัน้ ปีทเ่ี รียน : ชน้ั ปที ี่ 5
จานวนนกั ศกึ ษาในช้นั เรยี น : 40 คน
ผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน
ทมี สอน
วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนร้ขู องกระบวนวิชา
ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้เภสัชกรรมในสถานการณจ์ ริงได้
แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ทสี่ ะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning
นศภ. เรียนรู้จากกรณีศกึ ษาจริง ต้องคน้ ปญั หา สืบคน้ ข้อมูลด้วยตัวเอง เข้า
มาปรกึ ษาอาจารย์
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรือกจิ กรรม วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลโดยสรปุ
สอบข้อเขยี นเปน็ กรณีศกึ ษา
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ี่ไดจ้ ากการเรียน
นักศกึ ษามีความเข้าใจในการประยุกตใ์ ช้ความรู้ทางเภสชั กรรมมากขึ้น
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
นักศกึ ษาขาดกระบวนการคดิ วเิ คราะห์ อย่างมาก ขาดการเรยี นรจู้ าก
สถานการณ์จรงิ ต้งั แตช่ น้ั ปตี ้นๆ
61
2 แนะนาการฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารบรบิ าลเภสชั กรรม
มหาวิทยาลยั : มหาวิทยาลัยหวั เฉยี วเฉลมิ พระเกยี รติ
หน่วยกิต : 2(1-3-0)
นักศึกษาชั้นปีทีเ่ รยี น : ช้นั ปีที่ 5
จานวนนกั ศกึ ษาในชน้ั เรียน : 40 คน
ผรู้ บั ผิดชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน
ทีมสอน
วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวชิ า
ประยุกต์ใช้ความรู้เภสชั กรรมในสถานการณจ์ รงิ ได้
แนวคิดการจดั การเรียนรู้ ทสี่ ะทอ้ นการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
นักศึกษาเภสัชศาสตร์เรียนรู้จากกรณีศึกษาจริง ต้องค้นปัญหา สืบค้นข้อมูลด้วย
ตัวเอง เข้ามาปรกึ ษาอาจารย์
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนหรอื กิจกรรม วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป
สอบข้อเขียนเป็นกรณีศกึ ษา
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ่ไี ดจ้ ากการเรยี น
นักศึกษามคี วามเข้าใจในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางเภสัชกรรมมากขึน้
ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
นกั ศกึ ษาขาดกระบวนการคิดวเิ คราะห์ อยา่ งมาก
ขาดการเรยี นร้จู ากสถานการณ์จริงตั้งแต่ชั้นปตี ้นๆ
62
3 เตรยี มความพรอ้ มทกั ษะทางบรบิ าลเภสชั กรรมในโรงพยาบาล
(skill preparation for pharmaceutical care in hospital)
มหาวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
หน่วยกติ : 1(0-3-0)
นักศกึ ษาชั้นปที ่ีเรียน : ช้นั ปที ่ี 5
จานวนนกั ศกึ ษาในช้ันเรียน : 76 คน
ผู้รบั ผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน
อาจารย์ ภญ.สุธนิ ี แต้โสตถิกลุ
อาจารย์ ภญ.มันติวรี ์ น่ิมวรพนั ธ์ุ
อาจารย์ ภก.วนั ชนะ สิงหห์ นั
อาจารย์ ภญ.วรธิมา สีลวานชิ
อาจารย์ ภก.สินธวุ์ ิสทุ ธ์ิ สุธีชัย
อาจารย์ ภก.ภทั รพันธ์ สขุ วุฒิชยั
อาจารย์ ภก.นเรนทร์ฤทธิ์ กรณุ า
วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรขู้ องกระบวนวชิ า
นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายโรคและความผิดปกตใิ นผปู้ ่วยแตล่ ะ
ราย สามารถรวบรวมขอ้ มลู เพื่อประเมินปัญหาเก่ยี วกับโรค
และยา สามารถวเิ คราะห์ปญั หาเก่ยี วกับยาท่ีเกดิ ขึ้น สามารถ
วางแผนและเสนอแนวทางแกไ้ ขหรอื ป้องกันปัญหาทางยา โดย
สื่อสารกบั ผปู้ ว่ ยหรอื บุคลากรทางการแพทยอ์ ยา่ งเหมาะสม
แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ทสี่ ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning
Case-based learning โดย IT สนับสนุนการเรียนรู้และทบทวนองค์ความรู้พื้นฐาน
กอ่ นเร่มิ ปฏบิ ตั ิการจริง
63
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ
เป็นสถานการณ์จาลองให้นักศึกษาวิเคราะห์และแก้ไข 5 คร้ัง เป็น
สถานการณ์ต่อเน่ือง แต่ละครั้งมีวัตถุประสงค์เฉพาะ ให้นักศึกษาเรียนรู้เป็นกลุ่มโดย
ผลัดกันเป็นผู้นา โดยมีอาจารย์ประจากลุ่มทาหน้าท่ีเป็น facilitator และแสดงบทบาท
สมมติ (ผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล เภสัชกร) วัดผลการเรียนโดยคิดเป็นคะแนนกลุ่ม
คะแนนรายบุคคล คะแนนงานมอบหมาย และคะแนนสอบย่อย
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ่ีได้จากการเรยี น
กลุ่มนักศึกษาร่วมกันประเมินและแก้ไขสถานการณ์ได้ตามวัตถุประสงค์การ
เรยี นร้ใู นแต่ละครั้ง นักศกึ ษาเหน็ ภาพงานของเภสัชกรโรงพยาบาล และเตรียมพร้อมให้
นักศึกษาได้พัฒนาทักษะเฉพาะตนในกระบวนวิชาถัดไป การใช้ IT มีบทบาทส่งเสริมให้
นักศึกษาสืบค้นข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่จาเป็นต้องพัฒนาการตีความการคิด
วเิ คราะห์ และดัดแปลงขอ้ มูลใหเ้ หมาะสมกบั ผ้ปู ่วยเฉพาะราย
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
นกั ศกึ ษาแต่ละรายมีความพร้อมในการสืบค้นขอ้ มลู ทาง IT แต่ตอ้ งสง่ เสริม
ทกั ษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ ดัดแปลงขอ้ มูลใหใ้ ชใ้ นสถานการณ์จริงได้
64
4 หลักการพน้ื ฐานทางเภสชั จลนศาสตร์
(Fundamental of Pharmacokinetics)
มหาวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
หน่วยกติ : 3(3-0-6)
นักศกึ ษาชน้ั ปที เี่ รยี น : ชัน้ ปที ่ี 3
จานวนนกั ศกึ ษาในชนั้ เรยี น : 125 คน
ผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน
1. รองศาสตราจารย์ ภก.โชคชัย วงศ์สนิ ทรัพย์ ผรู้ ับผิดชอบกระบวนวิชา
2. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.บราลี ปญั ญาวุธโธ ผ้รู ว่ มรับผิดชอบกระบวนวิชา
3. รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.กนกพร นิวฒั นนนั ท์
4. ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ภญ.ปาจรีย์ ศรอี ทุ ธา
5. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.อรุณรัตน์ ลักษณศ์ ิริ
วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรขู้ องกระบวนวชิ า
นกั ศกึ ษาสามารถ
1. อธบิ ายหลักการพ้นื ฐานทางเภสชั กรรมชีวภาพและเภสัชจลนศาสตร์ และการ
ประยุกตใ์ ชท้ างเภสัชกรรมได้
2. คานวณหาค่าตวั แปรทางเภสัชจลนศาสตร์ได้
แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ที่สะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
1. มกี ารจดั การเรียนการสอนท้ังแบบ Onsite พรอ้ ม
กบั การสอนออนไลนผ์ ่าน Zoom และบันทกึ VDO การ
สอน อัพโหลดไว้ ใน KC Moodle เพื่อให้นกั ศึกษา
สามารถเลอื กเรยี นได้ตามความสะดวก และทบทวนได้
ตามความต้องการ
2. มแี บบฝกึ หดั หรอื งานมอบหมาย ใหน้ กั ศึกษาไดฝ้ ึก
การนาความรู้ท่ีเรยี นมาใชแ้ ก้ปญั หาในทางเภสัชกรรม
เสริมทักษะการสืบค้นข้อมลู การคดิ วเิ คราะห์ การ
คานวณและแก้ไขปญั หา
65
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลโดยสรปุ
1. บรรยายโดยอาจารย์ ร่วมถกแถลง ทาแบบฝึกหัดและงานมอบหมาย
สอดแทรกจริยธรรมและบทบาทวิชาชีพของเภสัชกรในการนาความรู้และทักษะ
พ้นื ฐานทางเภสัชจลนศาสตร์ไปแก้ปญั หาทางเภสชั กรรมด้านต่างๆ
2. การวัดผลโดยการสอบ(ร้อยละ 90) และการทาแบบฝึกหัดและงาน
มอบหมายต่างๆ (รอ้ ยละ 10)
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ไ่ี ด้จากการเรียน
ยงั ไม่ได้ประเมนิ ผล เพราะเปดิ เทอม 8 กค 63
ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
ยังไม่ไดป้ ระเมนิ ผล เพราะเปดิ เทอม 8 กค 63
66
5 เภสชั กรรมโรงพยาบาล
(Hospital Pharmacy)
มหาวิทยาลยั : มหาวิทยาลัยหวั เฉียวเฉลิมพระเกยี รติ
หนว่ ยกติ : 2-0-0
นกั ศึกษาชนั้ ปีที่เรยี น : ชัน้ ปที ่ี 4
จานวนนักศกึ ษาในช้นั เรียน : 71 คน
ผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน
อาจารย์ ภก.บรรณสรณ์ เตชะจาเริญสุข
วัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรขู้ องกระบวนวชิ า
1. เพ่ือให้นักศึกษาทราบถึงระบบงาน การ
บริหารงานของเภสัชกรโรงพยาบาล และการจัดการ
เชงิ ระบบเพื่อค้นหาโอกาสพฒั นางาน
2. เพื่อให้นักศึกษาทราบถึงระบบประกัน
คุณภาพโรงพยาบาลของประเทศไทยและองค์กร
ระหว่างประเทศ ไดแ้ ก่ The Joint Commission
3. เพ่ือให้นักศึกษาทราบบทบาทหน้าที่
รับผิดชอบของเภสชั กรโรงพยาบาล
4. เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและรับรู้การนา
มาตรฐาน หลักการ มาลงสู่การปฏิบัติในงานเภสัช
กรรมโรงพยาบาล
5. เพ่อื ให้นักศึกษาเข้าใจและรับรู้มาตรฐาน
ระบบยาและวชิ าชีพเภสชั กรรมโรงพยาบาล
6. เพ่ือให้นักศึกษาเข้าใจและรับรู้หลักการ
บรหิ ารความเสยี่ ง
67
แนวคิดการจัดการเรยี นรู้ ท่ีสะท้อนการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning
นักศึกษาจะได้เรียนการฝึกคิดอย่างเป็นระบบจากการเรียนรู้ผ่านการบรรยายก่อน
จากฝึกการใช้แนวคิดการการพัฒนาคุณภาพในสถานการณ์จาลองการไขปัญหาด้วย PDCA
การบริหารความเสย่ี ง จากน้นั นาเสนอและแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาในช้ันเรียน ซ่ึงส่งเสริมให้เกิด
ทักษะการเรียนรู้ มีความคิดเชื่อมโยงในการบริหารจัดการระบบยาโรงพยาบาลเชิงระบบ และ
สามารถใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้เป็นแนวคิดด้านการพัฒนาคุณภาพในสถานพยาบาลจาก
วารสารที่มีชอื่ เสยี งในด้านน้ี
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลโดยสรุป
การสอบกลางภาค การสอบปลายภาค และการนาเสนอแนวคิดการพัฒนาในชนั้ เรยี น
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ไ่ี ด้จากการเรยี น
เม่ือนักศึกษาออกไปฝึกงานวิชาชีพภาคบังคับ มีเสียงสะท้อนว่าสามารถเชื่อมโยง
ระบบงานเภสัชกรรมในโรงพยาบาลที่ตนเองฝึก ณ แหล่งฝึกได้ มีการนาเสนอการใช้องค์
ความรู้ท้ังหมดที่ได้เรียนในรายวิชาในการทากิจกรรม Workshop และวิเคราะห์ลองปฏิบัติใน
ห้องเรยี น
ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
จากสถานการณ์ COVID-19 สง่ ผลใหต้ ้องปรับแผนการสอนไปอยู่ในรปู แบบออนไลน์
ซ่ึงระบบ platform class ออนไลนม์ คี วามสะดวกและชว่ ยให้การแลกเปลย่ี นในชน้ั เรยี นมี
ประสิทธิภาพมากขนึ้ (กาลงั อยูใ่ นระหว่างการบรรยาย ยังไมไ่ ด้มีการดาเนินการ) ในสว่ นของ
การบรรยายดาเนินกิจกรรมอภิปรายกลุม่ โดยใหน้ ักศึกษาค้นคว้าข้อมลู จากนนั้ วิเคราะหแ์ ละ
นาเสนอแลกเปลยี่ นกับอาจารย์ผ้รู ่วมสอนในรายวชิ ากบั เพื่อนในชนั้ เรียน
68
6 เภสัชบาบดั 6
(Pharmacotherapy VI)
มหาวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั หัวเฉียวเฉลมิ พระเกยี รติ
หนว่ ยกิต : 1(1-0-0)
นักศึกษาชนั้ ปที ่ีเรียน : ชัน้ ปที ี่ 5
จานวนนักศึกษาในชั้นเรยี น : 80 คน
ผรู้ ับผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน
อาจารย์ ภก.ขัตติยะ มง่ั คงั่ ผ้รู ับผดิ ชอบ
อาจารย์ ภญ.วิชชุตา เพชรชู
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ภญ.นิตยธ์ ิดา ภทั รธีรกุล
วตั ถุประสงค์การเรยี นรขู้ องกระบวนวิชา
นักศึกษาเรียนรู้และเข้าใจกลวิธีในการปฏิบัติ กฎข้อบังคับต่างๆ ใน
การปฏิบัติอันเป็นประเด็นสาคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และจะเรียนรู้ถึงมาตรฐานใน
การบาบดั รกั ษาและการเลอื กใชย้ ามะเร็งแต่ละชนิด
แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ท่สี ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning
1. เปน็ การเรียนการสอนทีพ่ ัฒนาศกั ยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิดการแก้ปัญหา
และการนาความร้ไู ปประยกุ ต์ใช้
2. เปน็ การเรียนการสอนทีเ่ ปดิ โอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้
สงู สุด
3. ผู้เรียนสรา้ งองคค์ วามร้แู ละจัดระบบการเรียนรูด้ ้วยตนเอง
4. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ท้ังในด้านการสร้างองค์ความรู้ การ
สรา้ งปฏสิ มั พนั ธ์รว่ มกันร่วมมือกนั มากกวา่ การแขง่ ขนั
5. ผู้เรียนเรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทางาน การแบ่ง
หนา้ ท่คี วามรบั ผิดชอบ
6. เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียน อ่าน พูด ฟัง คิด อย่างลุ่มลึก
ผู้เรยี นจะเป็นผู้จัดระบบการเรียนรูด้ ้วยตนเอง
7. เปน็ กจิ กรรมการเรียนการสอนทเ่ี น้นทักษะการคิดขนั้ สูง
8. เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศ
และหลักการความคดิ รวบยอด
9. ผู้สอนจะเป็นผู้อานวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้
ปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง
10.ความรเู้ กดิ จากประสบการณ์การสร้างองค์ความรู้และการสรุปทบทวนของ
ผู้เรียน
69
กระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรม วิธีการวดั และประเมนิ ผลโดยสรุป
วิธีสอนแบบใชโ้ สตทัศนวสั ดุคือ VDO เรื่อง Basic concept in Lung & prostate
cancer treatment โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนได้ดูวีดีโอ 60 นาที แล้วให้
ผูเ้ รยี นแสดงความคิดเห็น หรอื สะท้อนความคิดเกี่ยวกับส่ิงท่ีได้ดู โดยวิธีการพูดโต้ตอบกันใน
ประเดน็ ทส่ี งสยั และรว่ มกันสรุป ผ่านทาง MS team การวัดและประเมนิ ผลใชข้ ้อสอบปรนัย
ผลงาน/ผลลัพธท์ ่ไี ด้จากการเรยี น
สามารถเรียนรู้วิธีในการรักษาและเลือกใช้ยาได้อย่างเหมาะสมสาหรับการผู้ป่วย
โรคมะเร็ง
ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
วธิ ีการสอนเพ่มิ
- บรรยายการสอน
- กรณีศกึ ษา
- สื่อการสอนเพม่ิ
- เอกสารคาสอน
- Power Point
- วีดิทศั น์
- ตอบคาถามออนไลน์
- รปู แบบการสอนใช้ 5 E-learning cycle model
70
7 เภสชั ศาสตรส์ นเทศ
(Drug Information Round)
มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหดิ ล
หน่วยกิต : 1(0-3-1)
นกั ศึกษาช้นั ปีทเ่ี รยี น : ชัน้ ปที ่ี 5
จานวนนกั ศึกษาในช้นั เรยี น : 66 คน
ผรู้ ับผิดชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน
คณาจารย์สาขาเภสชั กรรมคลนิ ิก
วัตถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ของกระบวนวิชา
เพอ่ื พฒั นาทกั ษะในการตอบคาถาม สืบค้นข้อมลู และประเมินวรรณกรรมด้านการแพทย์
แนวคดิ การจัดการเรียนรู้ ท่ีสะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
วิชานี้อยู่ในชั้นปีที่ 5 ท่ีนักศึกษาเภสัชศาสตร์ได้ผ่านการเรียนหลักการพื้นฐาน
มาแล้ว ดังน้ันการสอนแบบ active learning น่าจะช่วยให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์มีโอกาส
นาหลกั การที่เรยี นไปแลว้ มาใชใ้ นภาคปฏิบตั ผิ ่านกระบวนการลองผิดลองถูกดว้ ยตนเอง
71
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรือกจิ กรรม วิธีการวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ
ให้ assignment ก่อนเข้าเรียนในรูปแบบ vdo เอกสารท่ีต้องอ่านก่อน
เข้าเรียน แบบฝึกหัด โดยพิจารณาให้การทา assignment น้ีเสร็จส้ินภายในเวลา 1
ชม. (ตามข้อกาหนดหน่วยกิต) เมื่อถึงคาบเรียนจะแบ่งนักศึกษาให้ทากิจกรรม
กลุ่ม เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสอภิปรายความเห็นของแต่ละคนที่ทา assignment
ซ่ึงเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้อีกลักษณะหน่ึง หลังจากนั้น จึงเป็นการอภิปราย
รวมกลุ่มใหญ่โดยมีอาจารย์เป็นผู้นาอภิปราย ซึ่งการวัดผลจะทาผ่านการนาเสนอ
และการสอบข้อเขยี น
ผลงาน/ผลลพั ธ์ทไี่ ดจ้ ากการเรยี น
นักศึกษาสามารถตอบคาถามได้ตามแนวทางมาตรฐาน และประเมิน
เลือกใชแ้ หล่งขอ้ มูลประกอบการตอบคาถามไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
การเตรียมการสอนเช่นนี้ควรพจิ ารณาร่วมกับรายวชิ าอื่นๆ ทนี่ กั ศึกษาเรยี น
อยู่ในขณะน้ันดว้ ย เพื่อใหเ้ กิดการมอบหมายงานในปริมาณท่ีเหมาะสม เชน่ ชว่ งใกล้สอบ
หรอื สอบนอกตารางทเี่ พ่ิมเติมมาจากปกติ รวมถงึ การทากจิ กรรมในหอ้ งเรียนท่ีเป็น
active learning น้นั จาเป็นต้องอาศัยความกระตือรือร้นของนักศึกษาในการอภิปราย
ดังนนั้ อาจารย์จึงต้องกระตนุ้ หรอื สร้างบรรยากาศของการอภิปรายให้นักศึกษารสู้ ึก
ปลอดภัยท่ีจะแสดงความคิดเหน็ ของตนเอง รวมถึงช่วยใหอ้ าจารย์คุมเวลาในการสอน
ไดด้ ีข้นึ บรรลเุ ปา้ หมายของการสอนและลดปัญหาการเลกิ เรียนช้า โดยแนวทางการ
แกไ้ ขจาเป็นตอ้ งพจิ ารณาในระดับของคณะหรอื ภาควชิ าท่ีรบั ผดิ ชอบการสอนในแต่ละ
ภาคการศกึ ษาเพ่อื ใหส้ ามารถเกลยี่ กจิ กรรมใหม้ ีความเหมาะสม
72
8 เภสชั กรรมชมุ ชน
(community pharmacy)
มหาวทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
หน่วยกติ : 1(0-3-1)
นักศกึ ษาชน้ั ปีทเ่ี รยี น : ช้นั ปีที่ 5
จานวนนักศกึ ษาในชัน้ เรยี น : 102 คน
ผรู้ บั ผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญผ.พยอม สขุ เอนกนันท์ โอลส์ นั
วัตถุประสงคก์ ารเรยี นร้ขู องกระบวนวชิ า
1. นิสิตเข้าใจและอธิบายการจัดการสถาน
ประกอบการเภสัชกรรมชมุ ชนและการบรกิ ารธรุ กจิ
2. นิ สิ ต ส า มา ร ถ อ ธิ บ า ยก ฎ ห ม า ย แ ล ะ
จรยิ ธรรมของงานเภสัชกรรมชุมชน
3. นิสิตทราบทิศทางการพัฒนาร้านยาใน
ปจั จบุ นั ทงั้ ในประเทศ ได้แก่ ร้านยาคุณภาพ การสร้าง
เครือขา่ ยในชมุ ชนและระดับประเทศ
4. นสิ ิตสามารถวิเคราะห์อาการและอาการ
แสดง สามารถให้บริการยารักษาโรคเจ็บป่วยท่ัวไป
และโรคเร้ือรัง สามารถให้คาแนะนาเพ่ือส่งเสริมการ
ดูแลสขุ ภาพของตนเอง และการใช้ยาด้วยตนเอง
5. นสิ ิตเขา้ ใจและสามารถการใชห้ ลกั ฐานงานวิจัยมา
ประยกุ ตใ์ ช้ในการใหบ้ ริการยากับผ้ปู ่วย
73
แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ ท่สี ะทอ้ นการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
การมสี ว่ นรว่ ม
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกิจกรรม วธิ ีการวดั และประเมินผลโดยสรปุ
สอนออนไลน์ สง่ งาน และนาเสนอออนไลน์
ผลงาน/ผลลัพธท์ ี่ได้จากการเรียน
นิสติ สามารถทากิจกรรมและผลลัพธ์การเรียนรไู้ ด้ตามเกณฑ์
ถอดบทเรียนการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
mixed method น่าจะชว่ ยเพิม่ ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้
74
9 ยาใหม่
(New drugs)
มหาวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยพายัพ
หน่วยกติ : 3(3-0-6)
นักศึกษาชั้นปที เ่ี รยี น : ชน้ั ปที ่ี 5
จานวนนักศกึ ษาในชน้ั เรียน : 60 คน
ผูร้ บั ผดิ ชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน
อาจารย์ ภก.เอกพนธ์ หริ ัตนพันธ์ุ
วัตถปุ ระสงค์การเรยี นร้ขู องกระบวนวชิ า
1. เพือ่ ใหน้ ักศกึ ษาสามารถประเมินยาใหม่ประเภทตา่ งๆ ตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดให้
2. เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะความสามารถในการเปรียบเทียบและวิเคราะห์
ขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากทางวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ และจากทางบรษิ ทั ผ้ผู ลิต
3. เพ่ือให้นักศึกษาพัฒนาทักษะความสามารถในการค้นคว้าข้อมูลจาก
วรรณกรรม หรือเอกสารทางวชิ าการท้ังในและต่างประเทศ
4. เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะความสามารถในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับยา
ใหม่ แลว้ นามาเรียบเรยี งดว้ ยภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย และมีความชัดเจน รวมท้ังพัฒนาทักษะด้าน
การนาเสนอดว้ ยความม่ันใจ
5. มจี ริยธรรมจรรยาบรรณทางวชิ าการและวชิ าชีพ
6. สามารถวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจและอธิบายความต้องการทางเภสัชศาสตร์
รวมทัง้ ประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใชเ้ ครือ่ งมอื ท่ีเหมาะสมกบั การแกไ้ ขปัญหา
7.มคี วามรบั ผิดชอบในการกระทาของตนเองและรับผิดชอบตอ่ สาธารณะชน
75
แนวคิดการจัดการเรยี นรู้ ทสี่ ะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning
จดั ทา Flipped Classroom (จะทดลองในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2563)
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กิจกรรม วิธีการวดั และประเมินผลโดยสรุป
จัดทา Flipped Classroom (จะทดลองในภาคการศึกษาที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563)
ผลงาน/ผลลัพธท์ ไี่ ด้จากการเรยี น
จัดทา Flipped Classroom (จะทดลองในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2563)
ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า
จัดทา Flipped Classroom (จะทดลองในภาคการศึกษาท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563)
76
10 การสอ่ื สารเพอ่ื การปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี เภสชั กรรม
(Communication for Pharmacy Practice)
มหาวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
หนว่ ยกิต : 3(3-0-6)
นักศึกษาชนั้ ปที เี่ รยี น : ชน้ั ปที ่ี 5
จานวนนักศกึ ษาในชั้นเรยี น : 26 คน
ผู้รับผิดชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.สชุ าดา สูรพันธุ์
อาจารย์ ดร.พ.ท.หญิง ภญ.ศนติ า หริ ญั รศั มี
อาจารย์ ดร.ภญ.ปวลี เนยี มถาวร
อาจารย์ ดร.ภญ.กติ ตยิ า จันทรธานีวฒั น์
อาจารย์ ภก.ปรฬุ ห์ รุจนธารงค์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.นชุ นาถ บรรทุมพร
รองศาสตราจารย์ พญ.วนิดา เปาอินทร์
ภก.สุทธิพงศ์ หนูฤทธ์ิ
วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ของกระบวนวชิ า
เพือ่ ให้นกั ศกึ ษาสามารถอธิบาย เข้าใจ และเกดิ ทัศนคติที่ดีเกยี่ วกับ
1. หลักการและความสาคัญของการสื่อสาร และการสื่อสารในบริบท
ของวชิ าชีพเภสัชศาสตร์
2. การสื่อสารโดยใช้จิตวิทยาการโน้มน้าว การสร้างแรงจูงใจ และการ
เสรมิ สร้างพลงั อานาจ เพื่อปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมผู้ป่วย
3. การส่ือสารของบุคลากรทางการแพทย์ และการส่ือสารในงาน
บรบิ าลเภสชั กรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ
แนวคดิ การจดั การเรยี นรทู้ ส่ี ะทอ้ นการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning
ผู้เรียนมีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติฝึกทักษะการสื่อสารกับผู้ป่วยจาลองใน
สถานการณ์จาลองต่างๆ ในกลมุ่ ยอ่ ย มีการคดิ วเิ คราะห์ในส่ิงท่ีได้ปฏิบัติ เพ่ือการ
พัฒนา รวมท้ังการฝึกการนาเสนออย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีทีมเภสัชกร
ผู้เชยี่ วชาญชว่ ยชีแ้ นะผู้เรียนรายบุคคล
77
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกิจกรรม วิธีการวัดและประเมนิ ผลโดยสรปุ
แบง่ การเรียนการสอนเป็น 2 สว่ น คือ
1. การฟังบรรยาย การอภิปรายกรณีศึกษา และกิจกรรมในช้ันเรียน มีหัวข้อ
ดังตอ่ ไปนี้
- Principles of effective communication in pharmacy services
- Professional ethics and laws in communication
- Barriers to communication / Nonverbal communication
Communication Process: Encoding and Decoding
- Relationship development and therapeutic communication
- Active listening & empathic responding
- Empowerment & Motivational interviewing
- Interprofessional communication
ประเมินผล: สอบขอ้ เขยี น (30%)
2. การฝกึ ปฏบิ ัติกลุ่มยอ่ ย มีหวั ข้อดังต่อไปนี้
- Presentation skills: Presentation Like a Pro
- Workshop 1,2,3: Communication skills in pharmacy practice
ประเมินผล: สอบปฏิบัติ (30%) งานมอบหมาย และกจิ กรรมในชน้ั เรียน (40%)
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ่ีไดจ้ ากการเรียน
นักศึกษาประเมินความพึงพอใจต่อรายวิชานี้ในระดับดีถึงดีมาก นักศึกษาเห็น
ประโยชน์จากการเรียน สามารถเช่ือมโยงความสาคัญของทักษะการส่ือสารกับการฝึก
ปฏิบัติงานวิชาชีพ ทั้งการส่ือสารกับผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ และการนาเสนองาน
อยา่ งเป็นทางการ เน่ืองดว้ ยจานวนนักศึกษาต่อช้ันเรียนมีไม่มาก ทาให้การเรียนมีประสิทธิผลท่ี
ดี นักศึกษาไดร้ บั คาแนะนาในระหว่างเรียนเฉพาะราย มีบรรยากาศการเรียนที่ดี นักศึกษามีส่วน
รว่ มแสดงความคดิ เหน็ ตอบคาถาม และสนใจการเรยี นดมี าก
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
- ใน workshop กลมุ่ ยอ่ ย อาจารยผ์ ู้สอนมบี ทบาททส่ี าคัญในการนากระบวนการ
การเรียนรู้ ซ่ึงมคี วามแตกตา่ งกันในแตล่ ะกลมุ่ ยอ่ ย การสรา้ งบรรยากาศของการพดู คุย การ
ให้ feedback การตงั้ คาถาม และการแกไ้ ขปญั หา
- การเตรยี มผปู้ ่วยจาลองมีความสาคญั ต่อความสมจริง และการบรรลุเป้าหมาย
การเรยี นรทู้ ีอ่ อกแบบไว้ จงึ ตอ้ งมรี ายละเอยี ดของบท และมีการซักซ้อมท่ีมากพอ
- การประชมุ ในกลุม่ อาจารย์ผู้สอนเพ่อื เตรียมสถานการณใ์ นแต่ละ workshop และ
การประเมินผล ถอดบทเรยี นหลัง workshop แต่ละครง้ั ช่วยให้รบั มือกับการจดั การในคร้ัง
ต่อไปไดด้ ีข้นึ
78
11 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั บาบดั 1
มหาวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยหัวเฉียวเฉลมิ พระเกียรติ
หนว่ ยกติ : 1 (0-1/3-0)
นกั ศึกษาชั้นปีท่ีเรียน : ชั้นปีท่ี 3
จานวนนกั ศกึ ษาในชนั้ เรยี น : 40 คน
ผูร้ ับผดิ ชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ภญ.ศิรประภา ทับทิม
วตั ถุประสงค์การเรียนรขู้ องกระบวนวชิ า
1. เพื่อประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้เก่ียวกบั เภสัชบาบดั และเภสชั วิทยาในการดแู ลผปู้ ่วย
2. เพื่อให้นักศึกษาได้มีแนวคิดเบื้องต้นในการวางแผนการดูแลหรือจัดการปัญหา
เกี่ยวกับยาในผู้ป่วยอันได้แก่ การทดลองค้นหาปัญหาเก่ียวกับยา การเข้าใจเกี่ยวกับ
ผลการรักษาท่ีต้องการ การวางแผนการรักษาเบ้ืองต้น การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและการ
ประเมินผลการรักษาทงั้ ในแงป่ ระสิทธภิ าพและความปลอดภัย
แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ทีส่ ะท้อนการจัดการเรยี นการสอนแบบ active learning
การให้นักศึกษาแต่ละคนได้ฝึกคิดวิเคราะห์กรณีศึกษาในแง่มุมต่างๆ ในรายวิชา
โดยเฉพาะอย่างย่ิงรายวิชาน้ีซึ่งเป็นรายวิชาแรกในกลุ่มวิชาปฏิบัติการด้านเภสัชบาบัด โดยมี
ข้อคาถามช้ีนาให้นักศึกษาได้ลองคิดซึ่งอาจมีส่วนช่วยให้นักศึกษามีมุมมองเกี่ยวกับการ
วิ เ ค ร า ะ ห์ ก ร ณี ศึ ก ษ า ผู้ ป่ ว ย ซ่ึ ง จ ะ มี ก า ร เ ช่ื อ ม โ ย ง ร ะ ห ว่ า ง ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ด้ า น พ ย า ธิ
สรรี วิทยา เภสัชวิทยาและแนวทางการรักษาโรคต่างๆ เพ่ือดูแลผู้ป่วยเฉพาะราย โดยจะเร่ิม
จากกรณีศึกษาง่ายๆ ท่ีไม่ซับซ้อน หลังจากแต่ละคนได้ฝึกคิดวิเคราะห์แล้ว จึงให้มีการ
รวมกลุ่มและอภิปรายร่วมกันโดยมีอาจารยเ์ ป็น facillitator
การฝึกให้นักศึกษาได้เร่ิมอ่านงานวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะอย่างย่ิงงานวิจัยที่เป็น
landmark และนาไปสู่การปรับเปล่ียนแนวทางการรักษาจะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะด้าน
การคิดวเิ คราะห์และการใช้ภาษาด้วย
79
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกจิ กรรม วิธกี ารวัดและประเมินผลโดยสรุป
เน่ืองจากเป็นรายวิชาแรกในกลุ่มรายวิชาด้านปฏิบัติการเภสัชบาบัดซึ่งมี 3
รายวิชาคือ ปฏิบัติการเภสัชบาบัด 1,2,3 ดังนั้นในรายวิชาปฏิบัติการเภสัชบาบัด 1 ซึ่งเป็น
รายวิชาแรกน้ีได้ออกแบบให้นักศึกษาแต่ละคนได้วิเคราะห์กรณีศึกษาโดยมีข้อคาถามช้ีนา
โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากน้ันจะให้นักศึกษารวมกลุ่มและร่วมอภิปรายใน
กรณีศึกษาดังกล่าวอีกประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีอาจารย์ประจากลุ่มเป็น facillitator โดย
นักศึกษาแต่ละกลุ่มเขียนวิเคราะห์กรณีศึกษาอย่างง่ายลงใน whiteboard เล็กของแต่ละ
กลุ่ม เพื่ออาจารย์ได้เห็นและให้ข้อเสนอแนะได้ และในชั่วโมงสุดท้ายอาจารย์ท่ีเป็นหัวหน้า
lab ในวนั น้ันจะอภิปรายรวมโดยให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็นในแต่ละประเด็น
ก่อนท่ีอาจารยห์ ัวหนา้ lab จะสรปุ ในประเด็นขอ้ คาถามต่างๆ ในกรณีศึกษานน้ั ๆ
อย่างไรก็ตามในบาง lab อาจารย์อาจให้นักศึกษาได้รวมกลุ่มอภิปราย
กรณศี กึ ษาต้ังแต่ต้นช่ัวโมงและมีการนาเสนอหน้าห้อง หรือในบาง lab อาจารย์อาจจัดให้
นักศึกษามีการเวียนสถานีเพื่อศึกษากรณีศึกษาต่างๆ และอภิปรายกับอาจารย์ประจา
สถานโี ดยใช้เวลาประมาณสถานลี ะ 30 นาที เป็นต้น ประเมินผลโดยการสอบขอ้ เขียน
ในรายวิชาได้มีการแบ่งกลุ่มให้นักศึกษาได้ฝึกอ่านงานวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะ
อย่างย่ิงงานวิจัยที่เป็น landmark trial โดยใช้เวลานอกห้องเรียนและมีอาจารย์ประจา
กลุ่มคอยใหค้ าปรกึ ษากอ่ นมีกาหนดนาเสนอในหอ้ งเรยี น
ผลงาน/ผลลัพธ์ท่ไี ด้จากการเรียน
คาดหวังว่านักศึกษาจะได้มีทักษะและแนวคิดเบื้องต้นในการวางแผนการดูแล
หรือจัดการปัญหาเกี่ยวกับยาในผู้ป่วยอันได้แก่ การทดลองค้นหาปัญหาเก่ียวกับยา การ
เข้าใจเก่ียวกับผลการรักษาที่ต้องการ การวางแผนการรักษาเบื้องต้น การให้ความรู้แก่
ผู้ป่วยและการประเมินผลการรักษาท้ังในแง่ประสิทธภิ าพและความปลอดภยั
ถอดบทเรียนการเรียนรู้ (lessonlearned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
การฝกึ วิเคราะห์กรณีศึกษาผู้ป่วยไม่ใช่เร่อื งง่าย ส่วนหนึ่งเนือ่ งจากการรักษา
ผปู้ ว่ ยในหลายกรณีมีแนวปฏิบัตไิ ดห้ ลายแบบ การฝกึ ใหน้ ักศกึ ษาไดม้ ีมุมมองเพอื่ นาไปสู่
การจดั การกับปญั หาของผู้ปว่ ยในอนาคตในฐานะเภสชั กรจาเป็นต้องอาศยั การชีแ้ นะจาก
อาจารย์ในประเด็นตา่ งๆ การให้ตัวอยา่ งแนวคดิ จากอาจารย์เป็นเรื่องสาคญั ซ่ึงจะมีส่วน
ช่วยให้นักศึกษาได้มคี วามเข้าใจและคิดวิเคราะหด์ ้วยตนเองไดใ้ นอนาคต
80
12 ปฏบิ ตั กิ ารเภสชั กรรมปฏบิ ตั ิ 2
(Pharmacy practice laboratory 2)
มหาวทิ ยาลยั : จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั
หนว่ ยกติ : 1(0-3-0)
นกั ศึกษาชนั้ ปที ี่เรยี น : ชั้นปที ี่ 4
จานวนนักศกึ ษาในช้ันเรียน : 151 คน
ผู้รบั ผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ธติ ิมา เพง็ สุภาพ
อาจารย์ ดร.ภญ.ทดั ตา ศรบี ญุ เรอื ง
และคณาจารย์
วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้ของกระบวนวชิ า
ให้ผู้เรียนมีทักษะการส่งมอบยาท่ีดี ทักษะการให้บริบาลทางเภสัชกรรม
เบ้อื งต้น และทกั ษะในการจดั ทาข้อมูลของผ้ปู ่วย
แนวคิดการจดั การเรียนรู้ ท่สี ะทอ้ นการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
นิ สิ ต จ ะ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น กิ จ ก ร ร ม ทุ ก ค า บ ข อ ง ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กิจกรรม วธิ กี ารวดั และประเมินผลโดยสรุป
Role play, Think pair share, Case-based study, Group
discussion, feedback, วดั และประเมินผลราบคาบและการสอบ OSPE
81
ผลงาน/ผลลพั ธ์ทไ่ี ดจ้ ากการเรยี น
นิสิตที่มีทักษะตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ การส่งมอบยาท่ีดี ทักษะการให้
บริบาลเบ้ืองต้น การจัดทาข้อมูลประวัติผู้ป่วย และการทางานเป็นทีม เพื่อให้นิสิต
สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพท่ีสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ
ต่อไป
ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า
เรยี นรกู้ ารออกแบบการเรยี นการสอน ฝึกทักษะออนไลนภ์ ายใต้
สถานการณ์ COVID-19 ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือจากทีมผูส้ อนและนสิ ติ ตอ้ งมี
ความชัดเจนในการสือ่ สารทักษะทค่ี วรจะไดห้ ลงั จากการฝึกปฏิบตั แิ ละการนาไปใช้
ในอนาคต กระบวนจะดมี ากขึ้น ขอ้ เสนอจากนสิ ติ หากมกี ารพัฒนาการใชผ้ ปู้ ่วย
จาลองเพอื่ ใหส้ ถานการณ์สมจริงมากยิ่งขึ้น
82
13 การฝกึ ปฏบิ ตั งิ านการบรบิ าลทางเภสชั กรรมดา้ นเภสชั กรรมชมุ ชนขนั้ สงู
(Pharmaceutical Care Clerkship in Advanced Community Pharmacy)
มหาวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
หน่วยกติ : 4 (0-16-0)
นักศึกษาชั้นปที ีเ่ รยี น : ชัน้ ปีท่ี 6
จานวนนกั ศกึ ษาในชน้ั เรียน : 12 คน
ผู้รบั ผิดชอบกระบวนวชิ า/ทีมสอน
อาจารย์ ภก.ทวีศักด์ิ มณโี รจน์
รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ศิริมา มหทั ธนาดลุ ย์
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.วรนชุ แสงเจรญิ
อาจารย์ ภญ.อรวรรณ แซ่ลมิ่
อาจารย์ ภญ.ดษิ ยา วฒั นาไพศาล
อาจารย์ ภญ.นดั ดาภรณ์ บัวศรี
ภญ.สรียา เชาวกิจเจริญ
ภญ.ปทั มา เผือกนอ้ ย
วัตถุประสงค์การเรยี นรู้ของกระบวนวิชา
เพื่อให้นสิ ติ /นักศึกษาที่ผ่านการฝึกปฏิบัติงานการบริบาลทางเภสัชกรรมด้าน
เภสชั กรรมชุมชนขนั้ สงู มีความสามารถดงั น้ี
1. อธิบายและประยุกต์แนวคิดการบริบาลทางเภสัชกรรมมาใช้ในสถาน
ปฏบิ ตั ิการเภสชั กรรมชุมชนได้
2. ให้บริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยท่ีมีโรคเร้ือรัง โดยการหาประวัติ
ประเมินข้อมูล และตัดสินใจในการจ่ายยาหรือส่งต่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ ติดตามในระยะ
ยาว และจัดทาแฟ้มประวัติการรักษาได้ โดยมุ่งเน้นการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วย
โรคติดบุหรี่
3. สามารถคัดกรองโรคเร้ือรัง โดยเฉพาะกลุ่มภาวะโรคเมตาโบลิก (เบาหวาน
ความดัน และโรคอ้วน)
โรคหลอดเลอื ดสมอง และโรคหอบหืดและปอดอุดก้ันเร้อื รังได้
4. สามารถให้คาแนะนาการสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้ท่ีมีความเส่ียงต่อการเกิด
โรคเรอ้ื รงั ได้
5. สามารถค้นหาและแก้ไขปัญหาจากการใช้ยาของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
6. สามารถใหบ้ ริการดา้ นการสรา้ งเสริมสุขภาพเชิงรุกกบั ชุมชนได้
7. สามารถออกแบบโครงการเพ่ือพฒั นางานในร้านยาได้
83
แนวคดิ การจัดการเรยี นรู้ ทส่ี ะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
Learning by doing: นกั ศึกษาเรยี นรจู้ ากกรณศี ึกษาจริง โดยมีอาจารยเ์ ป็นท่ีปรึกษา
กระบวนการจดั การเรียนการสอนหรอื กจิ กรรม วิธกี ารวัดและประเมนิ ผลโดยสรุป
เน่ืองจากสถานการณ์ COVID-19 ทาให้มีการจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทาง
ออนไลน์ ไดแ้ ก่ Google meet, Line, Facebook โดยอาจารย์เป็นผู้ส่งแฟ้มข้อมูลผู้ป่วยให้กับ
นักศึกษาเพ่ือติตามผู้ป่วย โดยให้เวลานักศึกษาในการประเมินผู้ป่วย จากน้ันทาการอภิปราย
กบั อาจารย์ผา่ นช่องทางออนไลนเ์ พอ่ื พิจารณาความเหมาะสมของแนวทางในการดูแลผู้ป่วยท่ี
นักศกึ ษาวางแผนไว้ จากนั้นจงึ ใหน้ ักศึกษาโทรศพั ท์ตดิ ตามผู้ป่วย
กจิ กรรมในการฝึกปฏิบัตงิ าน
1. การบรบิ าลเภสัชกรรมผู้ป่วยโรคตดิ บุหร่ี
2. การคัดกรองผปู้ ่วยโรคเร้ือรัง
3. การใหค้ วามรู้ในองคก์ ร และนาไปเผยแพร่ใน Facebook : ร้านยาเภสชั ฯ ม.อ.
4. การเขียนโครงการเพื่อพัฒนางานในรา้ นยา
5. การนาเสนอกรณศี ึกษา และ Journal club
การวดั และประเมินผล ยึดตามแบบประเมินการฝึกปฏิบัติงาน Community Pharmacy ดังนี้
1. แบบประเมินความประพฤติและทัศนคตขิ องนสิ ิต/นักศึกษา
2. แบบประเมนิ ทกั ษะการฝึกปฏิบัติงานการบริบาลทางเภสัชกรรมด้านเภสัชกรรม
ชมุ ชนข้ันสงู
3. แบบประเมินการนาเสนอกรณศี ึกษา
4. แบบประเมินการนาเสนอและวิพากษว์ รรณกรรมปฐมภูมิ
5. แบบประเมินการใหค้ วามรูบ้ ุคลากรในองค์กร
6. แบบประเมินโครงการพฒั นางานในรา้ นยา
ผลงาน/ผลลัพธท์ ไ่ี ด้จากการเรยี น
นิสิตที่มีทักษะตามวัตถุประสงค์ได้แก่ การส่งมอบยาท่ีดี ทักษะการให้บริบาล
เบ้ืองต้น การจัดทาข้อมูลประวัติผู้ป่วย และการทางานเป็นทีม เพื่อให้นิสิตสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการฝึกปฏิบัติงานวชิ าชีพที่สถานพยาบาลนะดบั ปฐมภูมิต่อไป
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพัฒนากระบวนวิชา
ถอดบทเรียนการเรียนรู้: จากการสัมภาษณ์นกั ศึกษาเมื่อสน้ิ สุดการปฏบิ ัติงาน
พบวา่ นักศกึ ษาได้รับประโยชน์จากการฝึกปฏิบัติงาน โดยเฉพาะทกั ษะด้านการสือ่ สาร และ
นักศึกษามีความมั่นใจในการดูแลผปู้ ่วยเลกิ บุหรี่เพ่ิมมากข้ึน
แนวทางการพัฒนากระบวนวชิ า: สามารถนาคาแนะนาของนักศึกษามาใชใ้ นการ
พฒั นากจิ กรรมการฝึกงานตอ่ ไป
84
14 การฝกึ ปฏบิ ตั งิ านการคมุ้ ครอง ผ้บู รโิ ภคดา้ นสขุ ภาพ 2
(HEALTH CONSUMER PROTECTION CLERKSHIP II)
มหาวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์
หนว่ ยกิต : 4(0-16-0)
นักศึกษาช้นั ปที ีเ่ รียน : ชนั้ ปที ่ี 6
จานวนนกั ศึกษาในชั้นเรยี น : 6 คน
ผูร้ ับผิดชอบกระบวนวิชา/ทมี สอน
1. อาจารย์ ภญ.ดษิ ยา วัฒนาไพศาล
2. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ภาณพุ งศ์ พุทธรักษ์
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรขู้ องกระบวนวชิ า
1. อธบิ ายบทบาทหนา้ ทขี่ องเภสชั กร โครงสรา้ งองคก์ ร และวเิ คราะห์ความเชอ่ื มโยงของ
หนว่ ยงานตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งานคุ้มครองผู้บรโิ ภคได้
2. สืบค้น ตคี วาม กฎหมายทเี่ กย่ี วข้อง สบื สวน ประมวลหลักฐาน และจัดทาเอกสารท่ี
เกี่ยวขอ้ งกบั การบังคับใช้กฎหมายหรอื การส่ือสารความเสยี่ งต่อผู้บรโิ ภคได้
3.รวมรวมข้อมลู จัดระเบียบข้อมูล และวิเคราะห์ข้อ[มูลจากฐานขอ้ มูลยาและผลติ ภณั ฑ์
สุขภาพ เพ่ือวางแนวทางการกากับดแู ลยาและผลิตภณั ฑ์สุขภาพท้ัง Pre- และ Post-
marketing
4.วเิ คราะห์ปญั หา จัดลาดบั ความสาคัญของข้อมลู ในฐานขอ้ มูลยาและผลติ ภัณฑ์สุขภาพ
เพือ่ หาสงิ่ บอกเหตุ(trigger) และสร้างเคร่ืองมอื ในการค้นหาและติดตาม(trigger tools) แกไ้ ข
ปัญหาเกย่ี วกบั ยาและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพได้ รวมทั้งวางแนวทางการนาเครอื่ งมือไปใช้ประโยชน์
แนวคดิ การจดั การเรยี นรู้ ทส่ี ะทอ้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบ active learning
เรียนรูจ้ ากการฝึกปฏิบตั จิ ริง โดยฝกึ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมลู
จากฐานขอ้ มลู ยาและผลติ ภณั ฑ์สุขภาพเพือ่ ให้ทราบปญั หาท่ี
แท้จริงและเสนอแนวทางกากับดูแลยา และผลติ ภณั ฑส์ ุขภาพใน
หน่วยงานท่เี กยี่ วข้องทกุ ระดับทั้งในแงข่ องการดาเนินการ เพื่อ
ปอ้ งกันปญั หาและบทลงโทษเมอ่ื กระทาความผดิ ตามกฎหมาย
85
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม วธิ ีการวดั และประเมนิ ผลโดยสรปุ
เปน็ การฝกึ ปฏิบัติงาน อภิปราย สง่ งาน และนาเสนอแบบออนไลน์ท้ังหมด ประเมนิ ผล
โดยใชแ้ บบฟอร์มตามคูม่ อื ฝึกปฏิบัตงิ าน ประกอบด้วยกจิ กรรมดังตอ่ ไปน้ี
1. การประเมิน และวิภาคขอ้ มลู ปัญหาการคุ้มครองผู้บรโิ ภคด้านผลิตภัณฑ์
สุขภาพ (อาการไมพ่ งึ ประสงค์ ผลิตภัณฑท์ ีต่ ้องสงสัย และโฆษณาเกินจรงิ ) พรอ้ ม
จัดทาเป็นข้อเสนอแนวทางการจดั การปัญหาอาการไม่พึงประสงค์ ผลิตภณั ฑท์ ตี่ ้อง
สงสยั โฆษณาเกินจริง
2. การวพิ ากษ์วรรณกรรมปฐมภูมิ (journal club)
3. การให้ความรู้ในองค์กร (academic in-service)
4. การใหค้ วามรู้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การให้ขอ้ มูลประชาชนทัว่ ไปผ่านชอ่ งทาง
สือ่ สารตา่ งๆ เขยี นบทความวชิ าการเผยแพร่บุคลากรสาธารณสขุ การจดั ทา
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
5. การนาเสนอข้อมลู ประเด็นท่ีน่าสนใจและแนวทางการจดั การปัญหา
ผลงาน/ผลลัพธท์ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี น
นกั ศกึ ษาสามารถวิเคราะหแ์ ละสารวจปญั หาเก่ียวกับผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพจากส่อื
ออนไลนด์ ว้ ยตนเอง วางแผนการเก็บข้อมูล และนาเสนอผลการเกบ็ ขอ้ มลู เพื่อเป็น
ข้อมูลสาหรบั วางแผนเชงิ นโยบายตอ่ ไป รวมทง้ั ไดว้ เิ คราะห์ปัญหาเกย่ี วกับฐานขอ้ มลู
ในแงข่ องการเขา้ ใช้งาน การรายงานผลเพอื่ พัฒนาฐานข้อมูลให้มกี ารกรอกข้อมลู มี
ความสมบรู ณม์ ากขึ้นและสะดวกตอ่ ผใู้ ช้งานต่อไป
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า
มีกระบวนการ reflection และ feedback เกอื บทกุ สปั ดาหต์ ลอดระยะเวลาการ
ฝึกงาน ซ่ึงสว่ นใหญ่นักศึกษาต้องการออกไปฝึกปฏิบัติงานท่สี ถานทีจ่ ริงเพือ่ สง่ เสริม
การเรยี นรู้มากกวา่ การฝึกแบบออนไลน์ แตก่ ารฝึกแบบออนไลน์ช่วยใหน้ ักศึกษา
สามารถอภปิ รายกับอาจารยป์ ระจาแหลง่ ฝึกไดห้ ลากหลายมากกวา่ การไปฝึกปฏิบัติ
งานจริงในแหล่งฝึกเดยี ว
86
15 เภสชั กรรมบาบดั 1
มหาวทิ ยาลัย : มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์
หน่วยกิต : 3-0-6
นักศึกษาชัน้ ปีทเี่ รียน : ชัน้ ปีท่ี 3
จานวนนกั ศกึ ษาในชั้นเรียน : 95 คน
ผ้รู บั ผิดชอบกระบวนวชิ า/ทมี สอน
อาจารย์ ดร.ภญ.อารีรัตน์ ลลี ะธนาฤกษ์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภญ.ธนนรรจ์ รตั นโชติพานิช
ทมี อาจารยผ์ ู้สอนปี 3 เทอม 2
วัตถุประสงค์การเรยี นร้ขู องกระบวนวชิ า
นสิ ิตมคี วามสามารถในการซักประวัติ การสื่อสารเบ้ืองต้น การตรวจ
ร่างกายเบ้ืองต้น ทราบหลักการใช้ยาเบ้ืองต้น ปัญหาที่เก่ียวข้องกับการใช้ยา การจัดการ
อาการขา้ งเคยี ง ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งยา คิดวเิ คราะห์ ทางานเป็นทีม
แนวคดิ การจัดการเรยี นรู้ ท่ีสะท้อนการจดั การเรียนการสอนแบบ active learning
การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning ผ่านกิจกรรมบูรณาการการ
เรียนการสอนของรายวิชาปี 3 เทอม 2 ร่วมกับอีก 7 รายวิชา เพื่อมีวัตถุประสงค์ให้นิสิต
สามารถ
- ค้นหาปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยได้ และแก้ปัญหา/ป้องกัน/ส่งเสริมสุขภาพ
เบื้องตน้ (ทั่วไป)
- สามารถสอื่ สารกบั ผ้ปู ่วยไดเ้ ขา้ ใจ และสัมภาษณ์ซกั ประวตั ิผู้ปว่ ยได้
- เรียนร้กู ารทางานเป็นทีม
- มคี วามคดิ สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาใหแ้ ก่ผปู้ ่วย
- เหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่นื
การจัดกิจกรรมมีแนวคิดจากการท่ีต้องการให้นิสิตได้ฝึกทักษะและเพ่ิมพูน
ความรู้จากทุกรายวิชา ผ่านการทากิจกรรม 1 กิจกรรม เพื่อลดภาระงานของนิสิต และยัง
ช่วยทาให้นิสิตสามารถบูรณาการความรู้ของทุกรายวิชาในการดูแลผู้ป่วย หรือ "พ่อฮักแม่
ฮกั " ในชมุ ชนท่นี ิสติ เคยไปดแู ลตอนอยูช่ ั้นปี 3 เทอม 1
87
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรือกิจกรรม วธิ กี ารวดั และประเมินผลโดยสรุป
ภาพรวมของการจดั กิจกรรมคือ การทากิจกรรมกลุ่ม โดยการแบ่งนิสิตเป็นกลุ่มละ
4 คน เพื่อดูแลผู้ป่วยในชุมชนที่นิสิตเคยไปตอนอยู่ปี 3 เทอม 1 นิสิตจะต้องใช้ความรู้ของ
รายวิชาเภสัชกรรมบาบดั เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และค้นหาปัญหาสุขภาพของ
ผู้ป่วย ประเมินการใช้ยา และแก้ไขปัญหาของผู้ป่วย โดยในการเยี่ยมบ้านคร้ังนี้นิสิตจะต้อง
ศกึ ษายาวา่ มีกลไกการออกฤทธ์อิ ย่างไร (เภสชั วทิ ยา) อาการขา้ งเคียง ค้นหาสมุนไพรท่ีผู้ป่วยใช้
(สมนุ ไพรและผลิตภณั ฑธ์ รรมชาติ) รูปแบบยาที่ผู้ป่วยใช้ การเก็บรักษายา การประเมินคุณภาพ
ยาและการปนเป้ือน (การควบคุมคุณภาพทางเภสัชกรรม และ สมุนไพรและผลิตภัณฑ์
ธรรมชาติ) และมกี ารคดิ วิเคราะห์คุณสมบัติยาจากรายวิชาเคมีทางยา ประเมินผลลัพธ์การทา
กิจกรรมผ่านการประเมินทักษะการเยี่ยมบ้านของนิสิตโดยอาจารย์ประจากลุ่ม ประเมินการ
แก้ไขปัญหาจากการนาเสนอผลงาน ประเมินการทางานเป็นทีมผ่านการทาแบบประเมินเพื่อน
ประเมนิ เพอ่ื น และยงั มกี ารจดั สอบ OSCE เพอื่ ประเมนิ ทักษะการซักประวตั ิในตอนท้ายเทอม
ผลงาน/ผลลัพธท์ ่ีได้จากการเรียน
นิสิตสามารถเข้าใจบริบทของผู้ป่วยมากขึ้น โดยจากการประเมินตนเองของนิสิต
พบวา่ นิสิตมีความมัน่ ใจในการสือ่ สาร การตรวจร่างกาย การใช้เคร่ืองมือวัดความดันโลหิตมาก
ข้นึ เปน็ ตน้
ถอดบทเรยี นการเรียนรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวิชา
นสิ ิตสามารถเรยี นรู้และเขา้ ใจผู้ปว่ ยมากขน้ึ แต่กระบวนการเรยี นรู้จะตอ้ งใช้เวลาใน
การฝึกฝนจาเปน็ ตอ้ งมีการทบทวนความรูน้ สิ ติ อยูเ่ สมอ
88
16 การบรบิ าลทางเภสชั กรรม
(Pharmaceutical Care)
มหาวิทยาลยั : มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ์
หนว่ ยกติ : 3-3-8
นักศกึ ษาช้นั ปีท่เี รยี น : ช้นั ปีที่ 4
จานวนนักศกึ ษาในช้นั เรยี น : 69 คน
ผู้รบั ผิดชอบกระบวนวิชา/ทีมสอน : อาจารย์ ดร.ภก.สุรยิ น อยุ่ ตระกูล
วัตถุประสงคก์ ารเรียนรู้ของกระบวนวชิ า
เพือ่ ให้นักศกึ ษามีความร้คู วามเข้าใจและสามารถอธบิ ายบทบาทและหน้าท่ีของเภสัช
กรในการบริบาลทางเภสัชกรรมได้ สามารถอธิบายหลักการท่ีเกี่ยวข้องกับการบริบาลทาง
เภสัชกรรม เช่น ระบบการจัดการยาในโรงพยาบาล การประเมินและติดตามอาการไม่พึง
ประสงค์จากการใช้ยา การประสานรายการยา การตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้ยา
(DUE) การจัดการกับความคลาดเคลื่อนทางยา และระบบการประกันคุณภาพของฝ่าย
เภสัชกรรม
แนวคดิ การจดั การเรียนรู้ ทีส่ ะท้อนการจัดการเรียนการสอนแบบ active learning
เน่ืองจากการเรียนรบู้ ทบาทหน้าทข่ี องเภสัชกรในด้านต่าง ๆ จาเป็นต้องอาศัยการ
ปฏิบัติจริงจึงสามารถเห็นภาพและเข้าใจได้ชัดเจน จึงมีการจัดกิจกรรมทั้งในรูปแบบ
สถานการณ์จาลองในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและพานักศึกษาไปยังสถานที่จริงเพ่ือให้ได้สังเกตและฝึก
ปฏิบตั ิ
89
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนหรอื กจิ กรรม วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลโดยสรปุ
การเรียนรู้จากการใช้กรณศี ึกษาเป็นฐาน (case-based learning) วัดผลโดยการ
นาเสนอผลงาน การเรยี นรูภ้ าคสนาม (fieldwork) วัดผลโดยการประเมินพฤติกรรม
การเรยี นรู้จากอาจารย์ และการนาเสนอผลงานของนักศึกษา
ผลงาน/ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากการเรยี น
1. นกั ศกึ ษาเข้าใจระบบการทางานของเภสชั กรในโรงพยาบาลต่างๆ ผา่ น
การศึกษาดูงานในสถานท่จี ริง
2. นกั ศกึ ษาสามารถคน้ หาปัญหาจากใบส่ังยาในโรงพยาบาลได้ผา่ นกรณีศึกษา
3. นกั ศึกษาสามารถออกแบบ เสนอแนะ วิธจี ัดการกับความเส่ยี งด้านยาต่างๆ
ไดผ้ ่านกรณีศกึ ษา
4. นักศึกษาสามารถซักประวตั ผิ ูป้ ่วยเพ่อื หาข้อมลู การใช้ยาและแก้ไขปญั หา
เบ้อื งตน้ ให้ผปู้ ่วยไดผ้ ่านการเย่ียมบ้านผปู้ ่วยในชุมชน
ถอดบทเรยี นการเรยี นรู้ (lesson learned) และแนวทางการพฒั นากระบวนวชิ า
นกั ศกึ ษามคี วามรู้ความเขา้ ใจในวตั ถุประสงค์ของ
รายวิชา แต่ยงั ไม่เข้าใจกระบวนการทางานท่ี
มอบหมายทช่ี ัดเจน อาจเน่ืองจากสถานการณโ์ รคโค
วดิ -19 ทาให้นักศกึ ษากลมุ่ นี้ไม่ได้ผา่ นการศึกษาดงู าน
ก่อนภาคบงั คบั นกั ศกึ ษาจึงขาดประสบการณ์จริงใน
โรงพยาบาลและรา้ นยา ทาใหก้ ิจกรรมในรายวชิ าไม่
สามารถจัดกจิ กรรมท่ีเนน้ การประยุกต์ใชค้ วามรู้
ไดม้ าก ดังนั้นการเรียนการสอนในปถี ัดไปจึงอาจ
สามารถมงุ่ เน้นกระบวนการเรยี นรู้ท่ีสงู ขึ้นกว่าน้ี เชน่
ให้นักศกึ ษาไดฝ้ ึกเก็บ ADR หรอื DUE จริง มากกว่า
เพียงการศกึ ษาดงู านเพราะนักศึกษานา่ จะมี
ประสบการณจ์ รงิ ในโรงพยาบาลและรา้ นยามาแล้ว
90