๙๗
รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๒/๓
๓. เปรียบเทียบสมบตั ทิ ่ี - การนาวสั ดุมาทาเป็นวัตถใุ นการใช้งาน ตาม
ว ๒.๑ ป ๒/๔
สังเกตได้ของวสั ดุ เพื่อนามา วตั ถุประสงค์ข้ึนอยู่กับสมบตั ิของวสั ดุ วัสดุที่ใช้แลว้ อาจ
ทาเปน็ วัตถใุ นการใชง้ าน นากลับมาใชใ้ หม่ได้ เชน่ กระดาษใช้แล้ว อาจนามาทา
ตามวัตถปุ ระสงค์ และ เปน็ จรวดกระดาษ ดอกไม้ประดษิ ฐ์ ถงุ ใส่ของ เป็นต้น
อธบิ ายการนาวสั ดทุ ่ีใชแ้ ล้ว
กลบั มาใชใ้ หมโ่ ดยใช้
หลักฐานเชิงประจกั ษ์
๔. ตระหนักถงึ ประโยชน์
ของการนาวัสดทุ ีใ่ ชแ้ ล้ว
กลบั มาใช้ใหม่ โดยการนา
วัสดทุ ใ่ี ช้แล้วกลับมาใชใ้ หม่
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคล่ือนท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหัสตวั ชี้วัด ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๒.๒ ป ๒/๑
๑. ทดลองและอธบิ ายแรงท่ี - แมเ่ หล็กมีแรงดึงดูดหรือผลกั ระหว่างแท่งแมเ่ หล็ก
ว ๒.๒ ป ๒/๒
ว ๒.๒ ป ๒/๓ เกดิ จากแมเ่ หล็ก รอบแท่งแม่เหลก็ มีสนามแม่เหลก็ และสามารถดึงดดู วัตถุ
ทท่ี าด้วยสารแม่เหล็ก
๒. อธิบายการนาแม่เหล็กมา - แมเ่ หล็กมีประโยชน์ในการทาของเล่น ของใช้ และ
ใชป้ ระโยชน์ นาไปแยกสารแม่เหลก็ ออกจากวตั ถุอ่นื ได้
๓. ทดลองและอธบิ ายแรง - เม่ือถวู ตั ถุบางชนิดแล้วนาเข้าใกล้กันจะดึงดูดหรือ
ไฟฟ้าที่เกิดจากการถวู ตั ถุ ผลกั กันได้ แรงทเ่ี กดิ ขน้ึ นี้เรยี กว่าแรงไฟฟ้า และวตั ถุนั้น
บางชนิด จะดึงดดู วัตถุเบา ๆได้
๙๘
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์
ระหวา่ งสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ องคลนื่ ปรากฏการณ์ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับเสยี ง
แสง และคลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ว ๒.๓ ป ๒/๑ ๑. บรรยายแนวการ - แสงเคล่อื นท่จี ากแหล่งกาเนิดแสงทกุ ทศิ ทางเป็นแนว
เคล่อื นที่ของแสงจาก ตรง เม่อื มีแสงจากวตั ถุมาเข้าตาจะทาให้มองเห็นวตั ถนุ ั้น
ว ๒.๓ ป ๒/๒ แหล่งกาเนดิ แสง และ การมองเหน็ วตั ถทุ ีเ่ ป็นแหลง่ กาเนดิ แสง แสงจากวตั ถนุ นั้
อธิบายการมองเหน็ วตั ถุจาก จะเข้าสตู่ าโดยตรง ส่วนการมองเหน็ วตั ถุท่ีไมใ่ ช่
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ แหล่งกาเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกาเนิดแสงไป
๒. ตระหนกั ในคุณคา่ ของ กระทบวัตถแุ ล้วสะท้อนเขา้ ตา ถ้ามีแสงทีส่ ว่าง มาก ๆ
ความรขู้ องการมองเหน็ โดย เขา้ สตู่ าอาจเกิดอนั ตรายต่อตาได้ จึงต้องหลีกเลย่ี งการ
เสนอแนะแนวทางการ มองหรือใช้แผน่ กรองแสงท่ีมีคณุ ภาพเม่ือจาเป็น และ
ปอ้ งกนั อนั ตราย จากการ ตอ้ งจัดความสวา่ งให้เหมาะสมกบั การทากจิ กรรมตา่ ง ๆ
มองวตั ถุทอ่ี ยู่ในบริเวณท่มี ี เช่น การอ่านหนงั สือ การดูจอโทรทัศน์ การใช้
แสงสวา่ ง ไม่เหมาะสม โทรศพั ทเ์ คล่อื นที่และแทบ็ เล็ต
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมทั้งปฏิสัมพนั ธภ์ ายในระบบสุริยะทส่ี ง่ ผลตอ่ สิง่ มีชวี ิตและการประยกุ ต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
รหัสตวั ช้ีวัด ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- - -
๙๙
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมทั้ง
ผลต่อส่ิงมีชีวติ และสิง่ แวดล้อม
รหสั ตัวชี้วดั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๒.๓ ป ๒/๑
๑. ระบสุ ่วนประกอบของดิน - ดนิ ประกอบดว้ ยเศษหนิ ซากพชื ซากสัตวผ์ สมอยใู่ น
ว ๒.๓ ป ๒/๒
และจาแนกชนิดของดินโดย เน้อื ดิน มีอากาศและน้าแทรกอย่ตู ามช่องว่าง ในเน้ือ
ใชล้ ักษณะเน้ือดินและการ ดนิ ดนิ จาแนกเป็น ดนิ ร่วน ดินเหนียว และ ดินทราย
จบั ตวั เปน็ เกณฑ์ ตามลักษณะเนื้อดินและการจับตัวของดนิ ซ่ึงมผี ลต่อ
๒. อธบิ ายการใช้ประโยชน์ การอุ้มน้าท่ีแตกต่างกนั
จากดิน จากข้อมลู ทร่ี วบรวม - ดินแต่ละชนิดนาไปใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ตกตา่ งกัน ตาม
ได้ ลกั ษณะและสมบัตขิ องดนิ
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชวี ิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ ง
รวดเรว็ ใช้ความร้แู ละทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหา หรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม
รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- - -
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวิตจริงอยา่ งเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รูเ้ ท่าทนั และมจี ริยธรรม
รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๔.๒ ป ๒/๑ ๑. แสดงลาดบั ข้ันตอนการ - การแสดงขั้นตอนการแกป้ ัญหาทาได้โดยการเขยี น
ทางาน หรือ การแก้ปญั หา บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สญั ลกั ษณ์
๑๐๐
รหสั ตวั ชี้วดั ตัวช้วี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๔.๒ ป ๒/๒ อยา่ งง่ายโดยใช้ภาพ ปญั หาอยา่ งง่าย เช่น เกมตวั ตอ่ ๖-๑๒ ชน้ิ การ
สญั ลักษณ์ หรือข้อความ แต่งตวั มาโรงเรยี น
ว ๔.๒ ป ๒/๓ ๒. เขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย - ตวั อย่างโปรแกรม เช่น เขยี นโปรแกรมส่งั ให้ ตัว
โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือสื่อ ละครทางานตามที่ต้องการ และตรวจสอบข้อผิดพลาด
ว ๔.๒ ป ๒/๔ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด ปรบั แกไ้ ขให้ไดผ้ ลลัพธต์ ามท่ีกาหนด
ของโปรแกรม - การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดทาไดโ้ ดยตรวจสอบคาส่งั ท่ี
แจง้ ข้อผดิ พลาด หรอื หากผลลพั ธไ์ มเ่ ป็นไปตามท่ี
๓. ใช้เทคโนโลยใี นการสร้าง ตอ้ งการใหต้ รวจสอบการทางานทีละคาสงั่
จัดหมวดหมู่ คน้ หา จดั เก็บ ซอฟต์แวร์ หรอื ส่ือท่ีใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เช่น ใช้
เรยี กใช้ข้อมลู ตาม บตั รคาส่ังแสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org
วตั ถปุ ระสงค์ - การใช้งานซอฟตแ์ วร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและออก
จากโปรแกรม การสรา้ งไฟล์ การจัดเกบ็ การเรยี กใช้
๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ไฟล์ กรแก้ไขตกแตง่ เอกสาร ทาได้ ในโปรแกรม เช่น
อย่างปลอดภยั ปฏิบัตติ าม โปรแกรมประมวลคา โปรแกรมกราฟิก โปรแกรม
ข้อตกลงในการใช้ นาเสนอ
คอมพิวเตอรร์ ว่ มกัน ดแู ล - การสร้าง คดั ลอก ย้าย ลบ เปลยี่ นชอื่ จัดหมวดหมู่
รกั ษาอุปกรณเ์ บอ้ื งต้น ใช้ ไฟล์และโฟลเดอร์อย่างเปน็ ระบบจะทาให้เรียกใช้ ค้น
งานอย่างเหมาะสม หาขอ้ มลู ได้งา่ ยและรวดเรว็
- การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั เช่น รจู้ ัก
ข้อมลู สว่ นตวั อนั ตรายจากการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว
และไม่บอกข้อมูลสว่ นตวั กบั บุคคลอ่ืนยกเวน้ ผู้ปกครอง
หรือครู แจ้งผเู้ กย่ี วข้องเมื่อต้องการ ความช่วยเหลือ
เกีย่ วกับการใช้งาน
- ขอ้ ปฏิบตั ใิ นการใช้งานและการดูแลรกั ษาอปุ กรณ์
เชน่ ไม่ขีดเขยี นบนอุปกรณ์ ทาความสะอาด ใช้
อปุ กรณ์อย่างถูกวธิ ี
- การใช้งานอยา่ งเหมาะสม เชน่ จดั ท่านงั่ ให้ถกู ต้อง
การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เปน็ เวลานาน ระมดั ระวงั
อุบตั ิเหตุจากการใช้งาน
๑๐๑
ตัวชวี้ ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่ิงไม่มชี ีวิตกบั สิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สิง่ แวดลอ้ มรวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
-- -
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กันรวมท้ังนา
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๑.๒ ป ๓/๑ ๑. บรรยายสง่ิ ที่จาเปน็ ตอ่ -มนุษย์และสตั ว์ต้องการอาหาร น้า และอากาศ เพอ่ื
การดารงชวี ติ และการ การดารงชีวิตและการเจรญิ เติบโต
เจรญิ เติบโตของมนษุ ยแ์ ละ
สตั ว์ โดยใช้ขอ้ มลู ทีร่ วบรวม
ได้
ว ๑.๒ ป ๓/๒ ๒. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ - อาหารช่วยใหร้ ่างกายแข็งแรงและเจรญิ เตบิ โต น้า
ของอาหาร นา้ และอากาศ ชว่ ยให้รา่ งกายทางานได้อยา่ งปกติ อากาศใช้ ในการ
โดยการดูแลตนเองและสัตว์ หายใจ
ให้ไดร้ ับ สิ่งเหลา่ นอี้ ย่าง
เหมาะสม
ว ๑.๒ ป ๓/๓ ๓. สร้างแบบจาลองที่ - สตั วเ์ มอ่ื เปน็ ตวั เตม็ วัยจะสืบพันธมุ์ ีลูก เมื่อลกู
บรรยายวฏั จักรชีวิต ของ เจรญิ เติบโตเปน็ ตวั เตม็ วยั ก็สืบพนั ธมุ์ ีลกู ต่อไปได้อีก
๑๐๒
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๑.๒ ป ๓/๔ สตั ว์ และเปรยี บเทยี บวัฏ หมนุ เวยี นต่อเนื่องเป็นวฏั จกั รชีวติ ของสตั ว์ ซึง่ สัตว์
จักรชวี ติ ของสัตว์ บางชนดิ แตล่ ะชนดิ เชน่ ผเี สอื้ กบ ไก่ มนุษยจ์ ะมวี ัฏจกั รชีวิต
๔. ตระหนกั ถึงคุณคา่ ของ ทเ่ี ฉพาะ และแตกตา่ งกัน
ชีวิตสัตว์ โดยไมท่ าให้วฏั
จกั รชีวิตของสตั ว์
เปลี่ยนแปลง
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมทีม่ ผี ลตอ่ สิ่งมชี วี ิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวัฒนาการ
ของส่ิงมีชวี ติ รวมทัง้ นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
-- -
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหวา่ งสมบัตขิ องสสารกบั
โครงสรา้ งและแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนภุ าค หลกั และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
รหสั ตัวชี้วัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๓/๑ ๑. อธบิ ายว่าวัตถปุ ระกอบขึ้น - วตั ถอุ าจทาจากชน้ิ ส่วนย่อย ๆ ซง่ึ แตล่ ะชิ้นมี
จากชิน้ สว่ นย่อย ๆ ซ่ึง ลกั ษณะเหมือนกันมาประกอบเข้าด้วยกัน เมื่อแยก
สามารถแยกออกจากกนั ได้ ชิน้ สว่ นย่อย ๆ แตล่ ะชิน้ ของวัตถุออกจากกนั
และประกอบกันเป็นวัตถชุ ิ้น สามารถนาช้ินส่วนเหล่าน้นั มาประกอบเป็นวตั ถชุ ิน้
ใหมไ่ ด้ โดยใชห้ ลกั ฐานเชิง ใหม่ได้ เช่น กาแพงบ้านมกี ้อนอฐิ หลาย ๆ กอ้ น
ประจักษ์ ประกอบเข้าด้วยกนั และสามารถนาก้อนอิฐจา
กาแพงบ้านมาประกอบเป็นพื้นทางเดินได้
ว ๒.๑ ป ๓/๒ ๒. อธิบายการเปล่ียนแปลง - เมือ่ ใหค้ วามร้อนหรือทาใหว้ ัสดุร้อนข้นึ และเมื่อ
ของวัสดเุ มื่อทาใหร้ ้อนขึ้นหรือ ลดความรอ้ นหรือทาให้วัสดุเย็นลง วสั ดจุ ะเกดิ การ
ทาให้เยน็ ลง โดยใช้หลักฐาน เปลี่ยนแปลงได้ เชน่ สเี ปลยี่ น รูปรา่ งเปลี่ยน
เชงิ ประจกั ษ์
๑๐๓
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
รหสั ตวั ชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๒.๒ ป ๓/๑ ๑.ระบผุ ลของแรงท่ีมีต่อการ - การดงึ หรือการผลกั เป็นการออกแรงกระทาตอ่
เปลีย่ นแปลง การเคล่ือนท่ี วตั ถุ แรงมีผลตอ่ การเคล่ือนท่ีของวัตถุ แรงอาจทาให้
ของวตั ถจุ ากหลักฐานเชงิ วัตถเุ กิดการเคล่อื นทโ่ี ดยเปลยี่ นตาแหนง่ จากทีห่ น่งึ
ประจักษ์ ไปยังอีกท่หี นึง่ - - การเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของ
วัตถุ ไดแ้ ก่ วัตถุทอ่ี ยูน่ ิ่งเปล่ียนเปน็ เคลือ่ นท่ี วตั ถุท่ี
กาลังเคลือ่ นทเี่ ปลีย่ นเป็นเคลื่อนท่เี รว็ ขน้ึ หรือชา้ ลง
หรือหยดุ นง่ิ หรอื เปลี่ยนทิศทางการเคล่ือนที่
ว ๒.๒ ป ๓/๒ ๒.เปรยี บเทยี บและ การดงึ หรือการผลกั เป็นการออกแรงที่เกิดจากวัตถุ
ยกตวั อยา่ งแรงสัมผัสและแรง หน่งึ กระทากับอีกวตั ถุหนึ่ง โดยวัตถุทง้ั สองอาจ
ไมส่ มั ผัสที่มีผลต่อการ สมั ผสั หรือไมต่ ้องสมั ผัสกัน เช่น การออกแรงโดยใช้
เคลือ่ นท่ีของวตั ถุ โดยใช้ มอื ดงึ หรือการผลกั โต๊ะให้เคล่ือนทีเ่ ป็นการออกแรงท่ี
หลกั ฐานเชิงประจักษ์ วตั ถุตอ้ งสัมผัสกนั แรงนจี้ งึ เป็นแรงสมั ผัส สว่ นการท่ี
แมเ่ หล็กดึงดดู หรือผลกั ระหวา่ งแมเ่ หล็กเป็นแรงท่ี
เกดิ ขึน้ โดยแม่เหล็กไมจ่ าเปน็ ต้องสัมผัสกัน แรง
แม่เหล็กน้ีจึงเปน็ แรงไม่สัมผสั
ว ๒.๒ ป ๓/๓ ๓. จาแนกวัตถโุ ดยใช้การ - แมเ่ หล็กสามารถดึงดูดสารแม่เหลก็ ได้
ว ๒.๒ ป ๓/๔ ดึงดูดกบั แม่เหล็ก เปน็ เกณฑ์ - แรงแม่เหล็กเปน็ แรงท่ีเกิดข้ึนระหวา่ งแมเ่ หล็ก กับ
จากหลักฐานเชิงประจักษ์ สารแมเ่ หล็ก หรือแม่เหลก็ กบั แมเ่ หลก็ แมเ่ หล็ก มี ๒
๔. ระบขุ ั้วแม่เหลก็ และ ข้ัวคอื ข้วั เหนือและขั้วใต้ ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกนั จะ
พยากรณผ์ ลที่เกดิ ขึ้นระหวา่ ง ผลกั กนั ต่างชนิดกันจะดงึ ดดู กัน
ขว้ั แมเ่ หลก็ เม่ือนามาเขา้ ใกล้
กนั จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
๑๐๔
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พนั ธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ท่เี กยี่ วขอ้ งกับเสียง
แสง และคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๒.๓ ป ๓/๑ ๑. ยกตวั อยา่ งการเปลี่ยน - พลงั งานเป็นปริมาณที่แสดงถงึ ความสามารถ ใน
พลงั งานหน่ึงไปเปน็ อีกพลงั งาน การทางาน พลังงานมหี ลายแบบ เชน่ พลงั งานกล
หนึง่ จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ พลงั งานไฟฟ้า พลงั งานแสง พลงั งานเสียง และ
พลงั งานความร้อน โดยพลังงานสามารถเปล่ียน
จากพลงั งานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึ่งได้ เช่น
การถูมือจนรูส้ ึกร้อน เปน็ การเปลีย่ นพลงั งานกล
เปน็ พลงั งานความรอ้ น แผงเซลลส์ ุริยะเปลย่ี น
พลงั งานแสง เป็นพลงั งานไฟฟา้ หรอื เครือ่ งใช้ไฟฟา้
เปล่ียนพลงั งานไฟฟา้ เป็นพลงั งานอนื่
ว ๒.๓ ป ๓/๒ ๒. บรรยายการทางานของ - ไฟฟ้าผลิตจากเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าซึ่งใชพ้ ลงั งาน
เครือ่ งกาเนิดไฟฟ้าและระบุ จากแหลง่ พลงั งานธรรมชาตหิ ลายแหลง่ เชน่
แหล่งพลังงานในการผลติ ไฟฟ้า พลังงานจากลม พลังงานจากนา้ พลงั งานจากแกส๊
จากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้ ธรรมชาติ
ว ๒.๓ ป ๓/๓ ๓. ตระหนักในประโยชน์และ - พลงั งานไฟฟา้ มีความสาคญั ตอ่ ชีวติ ประจาวนั
โทษของไฟฟา้ โดยนาเสนอ การใชไ้ ฟฟา้ นอกจากต้องใช้อย่างถูกวิธี ประหยัด
วิธกี ารใชไ้ ฟฟา้ อยา่ งประหยัด และค้มุ คา่ แล้ว ยงั ต้องคานงึ ถึงความปลอดภยั ด้วย
และปลอดภัย
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมท้งั ปฏสิ ัมพนั ธ์ภายในระบบสุริยะทส่ี ง่ ผลต่อสิ่งมีชีวติ และการประยกุ ต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๓.๑ ป ๓/๑ ๑. อธบิ ายแบบรูปเสน้ ทางการขน้ึ - คนบนโลกมองเหน็ ดวงอาทิตย์ปรากฏขึน้ ทางด้าน
และตก ของดวงอาทิตย์โดยใช้ หน่ึงและตกทางอกี ด้านหน่ึงทุกวัน หมนุ เวียนเป็น
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ แบบรูปซา้ ๆ
๑๐๕
รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๓.๑ ป ๓/๒ ๒. อธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ - โลกกลมและหมุนรอบตวั เองขณะโคจรรอบดวง
ปรากฏการณ์การข้ึนและตกของ อาทิตย์ ทาให้บรเิ วณของโลกไดร้ ับแสงอาทิตยไ์ ม่
ว ๓.๑ ป ๓/๓ ดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวนั พร้อมกัน โลกดา้ นที่ได้รบั แสงจากดวงอาทติ ย์จะ
กลางคนื และการกาหนดทศิ โดย เปน็ กลางวัน ส่วนดา้ นตรงข้ามทไ่ี มไ่ ด้รับแสงจะ
ใช้แบบจาลอง เป็นกลางคืน นอกจากนี้คนบนโลกจะมองเหน็ ดวง
อาทิตยป์ รากฏขน้ึ ทางด้านหนึ่งซึ่งกาหนดใหเ้ ป็น
๓.ตระหนักถึงความสาคญั ของ ทิศตะวันออก และมองเห็นดวงอาทติ ย์ตกทางอีก
ดวงอาทติ ย์ โดยบรรยาย ดา้ นหนึ่ง ซงึ่ กาหนดให้เปน็ ทิศตะวนั ตก และเม่ือให้
ประโยชน์ของดวงอาทิตยต์ ่อ ดา้ นขวามืออยทู่ างทศิ ตะวันออก ดา้ นซ้ายมอื อยู่
ส่ิงมีชีวติ ทางทิศตะวนั ตก ด้านหน้าจะเป็นทิศเหนือ และ
ด้านหลังจะเปน็ ทิศใต้
- ในเวลากลางวันโลกจะได้รับพลังงานแสงและ
พลงั งานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทาใหส้ ่งิ มชี วี ติ
ดารงชวี ติ อยไู่ ด้
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้ังผลต่อ
ส่งิ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๓.๒ ป ๓/๑ ๑. ระบสุ ่วนประกอบของ - อากาศโดยทวั่ ไปไม่มสี ี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วย
อากาศ บรรยายความสาคญั แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แกส๊
ว ๓.๒ ป ๓/๒ ของอากาศ และผลกระทบของ คารบ์ อนไดออกไซด์ แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้า และ
มลพิษทางอากาศต่อสง่ิ มชี ีวิต ฝนุ่ ละออง อากาศมีความสาคัญต่อส่งิ มีชีวติ หาก
จากข้อมูล ท่ีรวบรวมได้ สว่ นประกอบของอากาศไม่เหมาะสม เน่ืองจากมี
๒. ตระหนักถงึ ความสาคญั ของ แกส๊ บางชนดิ หรือฝุ่นละอองในปรมิ าณมาก อาจ
อากาศ โดยนาเสนอแนว เปน็ อนั ตรายต่อส่ิงมีชวี ติ ชนิดตา่ ง ๆ จดั เป็น
ทางการปฏบิ ัตติ นในการลด มลพิษ ทางอากาศ
การเกดิ มลพิษทางอากาศ - แนวทางการปฏิบัตติ นเพ่ือลดการปลอ่ ยมลพิษ
๑๐๖
รหัสตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๓/๓
ทางอากาศ เช่น ใชพ้ าหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้
ว ๓.๒ ป ๓/๔
เทคโนโลยที ล่ี ดมลพิษทางอากาศ
๓. อธบิ ายการเกดิ ลมจาก - ลม คืออากาศทีเ่ คลอื่ นที่ เกิดจากความ
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ แตกตา่ งกันของอณุ หภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้
กัน โดยอากาศบรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมิสงู จะลอยตวั
สงู ข้นึ และอากาศบรเิ วณที่มีอุณหภมู ิตา่ กว่าจะ
เคล่ือนเข้าไปแทนที่
๔.บรรยายประโยชน์และโทษ -ลมสามารถนามาใช้เปน็ แหลง่ พลงั งานทดแทน
ของลม จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้ ในการผลิตไฟฟ้า และนาไปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหา หรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสมโดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม
รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
-- -
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๓/๑ ๑. แสดงอลั กอรทิ ึมในการ - อัลกอริทึมเปน็ ขัน้ ตอนที่ใช้ในการแก้ปัญหา
ทางาน หรือ การแกป้ ัญหาอย่าง - การแสดงอัลกอริทึมทาไดโ้ ดยการเขยี น บอก
งา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือ เล่า วาดภาพ หรอื ใช้สญั ลกั ษณ์
ขอ้ ความ - ตวั อย่างปญั หา เช่น เกมเศรษฐี เกมบนั ไดงู เกม
Tetris เกม OX การเดนิ ไปโรงอาหาร การทา
ความสะอาดหอ้ งเรยี น
๑๐๗
รหัสตวั ช้ีวัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๓/๒ ๒. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย - การเขียนโปรแกรมเปน็ การสรา้ งลาดบั ของ
โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รือสื่อ และ คาสง่ั ให้คอมพิวเตอร์ทางาน
ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของ - ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมที่สั่งให้
โปรแกรม ตัวละครทางานซา้ ไมส่ น้ิ สดุ
- การตรวจหาข้อผดิ พลาดทาได้โดยตรวจสอบ
ว ๓.๒ ป ๓/๓ ๓.ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ คน้ หาความรู้ คาส่งั ที่แจง้ ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่
เปน็ ไปตามทีต่ ้องการให้ตรวจสอบการทางานทีละ
คาส่งั
- ซอฟตแ์ วรห์ รอื ส่ือที่ใชใ้ นการเขียนโปรแกรม
เชน่ ใชบ้ ัตรคาสัง่ แสดงการเขียนโปรแกรม,
Code.org
- อินเทอรเ์ นต็ เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้
การติดต่อสื่อสารทาไดส้ ะดวกและรวดเร็ว และ
เปน็ แหล่งข้อมลู ความรทู้ ่ีชว่ ยในการเรยี น และ
การดาเนนิ ชีวติ
- เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมสาหรบั อ่าน
เอกสารบนเว็บเพจ
- การสืบคน้ ข้อมูลบนอนิ เทอร์เนต็ ทาได้โดยใช้
เว็บไซตส์ าหรับสบื ค้น และต้องกาหนดคาค้นที่
เหมาะสมจงึ จะไดข้ ้อมูลตามต้องการ – ข้อมูล
ความรู้ เช่น วิธที าอาหาร วิธีพบั กระดาษ เป็นรูป
ตา่ ง ๆ ข้อมูลประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย (อาจเปน็
ความรูใ้ นวิชาอน่ื ๆ หรอื เรื่องที่เป็นประเด็นท่ี
สนใจ ในชว่ งเวลานน้ั )
- การใช้อนิ เทอรเ์ นต็ อย่างปลอดภัยควรอย่ใู น
การดแู ลของครู หรือผู้ปกครอง
ว ๓.๒ ป ๓/๔ ๔. รวบรวม ประมวลผล และ - การรวบรวมข้อมลู ทาได้โดยกาหนดหวั ขอ้ ที่
นาเสนอข้อมูล โดยใชซ้ อฟต์แวร์ ตอ้ งการ เตรยี มอปุ กรณ์ในการจดบันทึก
ตามวตั ถปุ ระสงค์ - การประมวลผลอยา่ งง่าย เช่น เปรียบเทยี บ จดั
กลมุ่ เรยี งลาดบั
๑๐๘
รหัสตวั ชี้วัด ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- การนาเสนอข้อมูลทาได้หลายลักษณะตาม
ว ๓.๒ ป ๓/๕ ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ความเหมาะสม เช่น การบอกเลา่ การทา
อย่างปลอดภัย ปฏบิ ตั ติ าม เอกสารรายงาน การจัดทาป้ายประกาศ
ขอ้ ตกลงในการใช้อนิ เทอรเ์ น็ต - การใชซ้ อฟต์แวร์ทางานตามวตั ถปุ ระสงค์ เช่น
ใช้ซอฟต์แวรน์ าเสนอหรอื ซอฟตแ์ วรก์ ราฟกิ สร้าง
แผนภูมิรปู ภาพ ใช้ซอฟตแ์ วร์ประมวลคา ทาปา้ ย
ประกาศ หรอื เอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์แวร์
ตารางทางานในการประมวลผลขอ้ มูล
- การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เชน่
ปกป้องขอ้ มูลส่วนตวั
- ขอความชว่ ยเหลอื จากครู หรอื ผูป้ กครองเมื่อ
เกดิ ปญั หาจากการใชง้ าน เมื่อพบข้อมลู หรือ
บคุ คลทท่ี าให้ไมส่ บายใจ
- การปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการใช้อนิ เทอร์เนต็
จะทาให้ไมเ่ กิดความเสยี หายต่อตนเองและผู้อืน่
เช่น ไมใ่ ช้คาหยาบ ล้อเลียน ดา่ ทอ ทาใหผ้ อู้ ืน่
เสยี หาย หรอื เสียใจ
๑๐๙
ตวั ช้วี ดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สง่ิ แวดลอ้ มรวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
-- -
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กันรวมท้ังนาความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
รหัสตัวช้ีวัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๑.๒ ป ๔/๑ ๑. บรรยายหน้าท่ขี องราก ลา - ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกทาหนา้ ทีแ่ ตกต่างกัน
ต้น ใบ และดอกของพืชดอก - รากทาหน้าท่ีดูดน้าและแร่ธาตุข้ึนไปยังลาต้น
โดยใชข้ อ้ มูลท่ีรวบรวมได้ - ลาตน้ ทาหน้าที่ลาเลียงน้าต่อไปยังส่วนต่าง ๆ
ของพชื
- ใบทาหนา้ ทีส่ ร้างอาหาร อาหารที่พืชสร้างขน้ึ
คือน้าตาลซ่ึงจะเปลยี่ นเปน็ แป้ง
- ดอกทาหนา้ ทส่ี บื พนั ธ์ุ ประกอบด้วย
สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ได้แก่ กลีบเล้ียง กลบี ดอก
เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมยี ซึ่งส่วนประกอบแต่
ละสว่ นของดอก ทาหน้าที่แตกต่างกัน
๑๑๐
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม สาร
พันธกุ รรม การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธุกรรมท่ีมีผลต่อสิง่ มชี ีวติ ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวฒั นาการ
ของสิ่งมชี วี ติ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหัสตัวชี้วดั ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ว ๑.๓ ป ๔/๑ ๑. จาแนกสงิ่ มชี ีวิตโดยใช้ความ - ส่งิ มีชีวติ มหี ลายชนิด สามารถจดั กลุ่มได้โดยใช้
เหมือนและ ความแตกตา่ งของ ความเหมือนและความแตกต่างของลกั ษณะต่าง
ลักษณะของส่ิงมชี ีวติ ออกเปน็ ๆ เชน่ กลุ่มพืชสร้างอาหารเองได้ และเคลอ่ื นที่
กล่มุ พชื กลุ่มสตั ว์ และกลุม่ ที่ ดว้ ยตนเองไม่ได้ กลมุ่ สัตว์กนิ สงิ่ มีชีวิตอนื่ เป็น
ไม่ใชพ่ ืชและสัตว์ อาหารและเคลอื่ นที่ได้ กลมุ่ ท่ีไม่ใช่พืชและสตั ว์
เช่น เหด็ รา จลุ นิ ทรยี ์
ว ๑.๓ ป ๔/๒ ๒. จาแนกพืชออกเป็นพชื ดอก - การจาแนกพชื สามารถใช้การมดี อกเป็นเกณฑ์
และพืชไมม่ ดี อก โดยใชก้ ารมี ในการจาแนก ไดเ้ ปน็ พืชดอกและพืชไม่มีดอก
ดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ขอ้ มูล ท่ี การจาแนกสัตว์ สามารถใช้การมีกระดูกสันหลัง
รวบรวมได้ เปน็ เกณฑ์ในการจาแนก ได้เปน็ สตั วม์ ีกระดูกสนั
หลงั และสตั ว์ไม่มีกระดูกสนั หลงั
ว ๑.๓ ป ๔/๓ ๓. จาแนกสตั วอ์ อกเป็นสตั วม์ ี - สตั ว์มีกระดูกสันหลังมหี ลายกลมุ่ ได้แก่ กล่มุ
กระดูกสนั หลังและสตั วไ์ ม่มี ปลา กลุ่มสตั วส์ ะเทินน้าสะเทินบก กลมุ่
กระดูกสนั หลัง โดยใช้การมี สัตว์เล้อื ยคลาน กลุ่มนก และกลมุ่ สตั วเ์ ลย้ี งลูก
กระดูกสนั หลงั เปน็ เกณฑ์ โดย ดว้ ยนา้ นม ซ่งึ แต่ละกลุ่มจะมีลกั ษณะเฉพาะท่ี
ใชข้ อ้ มูลที่รวบรวมได้ สังเกตได้
ว ๑.๓ ป ๔/๔ ๔. บรรยายลักษณะเฉพาะท่ี
สงั เกตได้ของสตั ว์มีกระดูกสัน
หลงั ในกลุ่มปลา กลมุ่ สตั ว์
สะเทนิ นา้ สะเทินบก กล่มุ
สตั ว์เล้อื ยคลาน กลมุ่ นก และ
กลมุ่ สัตว์เล้ียงลกู ดว้ ยนา้ นม
และยกตวั อย่างส่ิงมชี วี ติ ในแต่
ละกลุ่ม
๑๑๑
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ขิ องสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พันธ์ระหวา่ งสมบัตขิ องสสารกับ
โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การ
เกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๒.๑ ป ๔/๑ ๑. เปรยี บเทยี บสมบตั ทิ าง - วัสดแุ ตล่ ะชนิดมสี มบตั ิทางกายภาพแตกต่างกนั
กายภาพด้านความแขง็ สภาพ วัสดทุ มี่ ีความแข็งจะทนตอ่ แรงขูดขดี วสั ดุที่มี
ยืดหยนุ่ การนาความร้อน และ สภาพยดื หย่นุ จะเปล่ยี นแปลงรปู รา่ งเม่ือมีแรงมา
การนาไฟฟ้าของวสั ดโุ ดยใช้ กระทาและกลบั สภาพเดมิ ได้ วัสดทุ ีน่ าความรอ้ น
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์จากการ จะรอ้ นไดเ้ ร็วเม่ือไดร้ บั ความร้อน และวัสดทุ น่ี า
ทดลองและระบุการนาสมบตั ิ ไฟฟ้าได้ จะให้กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นได้ ดังน้ันจึง
เรอื่ งความแขง็ สภาพยืดหยุ่น อาจนาสมบตั ิต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อใชใ้ น
การนาความร้อน และการนา กระบวนการออกแบบช้นิ งานเพ่ือใช้ประโยชน์ใน
ไฟฟา้ ของวัสดไุ ปใช้ใน ชวี ติ ประจาวัน
ชวี ิตประจาวนั ผ่านกระบวน
การออกแบบช้นิ งาน
ว ๒.๑ ป ๔/๒ ๒. แลกเปลีย่ นความคดิ กับผู้อ่ืน
โดยการอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติ
ทางกายภาพของวสั ดอุ ยา่ งมี
เหตผุ ลจากการทดลอง
ว ๒.๑ ป ๔/๓ ๓. เปรียบเทียบสมบัตขิ องสสาร - วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและต้องการท่ีอยู่
ทงั้ ๓ สถานะ จากขอ้ มูลท่ีได้ สสารมีสถานะเปน็ ของแขง็ ของเหลว หรือแก๊ส
จากการสังเกต มวล การ ของแขง็ มปี ริมาตรและรปู ร่างคงท่ี ของเหลวมี
ต้องการท่ีอยู่ รูปรา่ งและ ปรมิ าตรคงที่ แต่มีรปู ร่างเปล่ียนไปตามภาชนะ
ปรมิ าตรของสสาร เฉพาะส่วนที่บรรจุของเหลว ส่วนแกส๊ มีปริมาตร
ว ๒.๑ ป ๔/๔ ๔. ใชเ้ คร่ืองมอื เพ่ือวดั มวล และ และรปู รา่ งเปล่ียนไปตามภาชนะท่บี รรจุ
ปริมาตรของสสารทั้ง ๓ สถานะ
๑๑๒
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงที่กระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคลือ่ นทีแ่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๒.๒ ป ๔/๑ ๑. ระบผุ ลของแรงโน้มถว่ งทีม่ ี - แรงโนม้ ถ่วงของโลกเป็นแรงดงึ ดดู ทโี่ ลกกระทา
ต่อวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ต่อวัตถุ มที ิศทางเข้าสศู่ นู ย์กลางโลก และเปน็ แรง
ประจักษ์ ไมส่ ัมผัส แรงดงึ ดดู ทีโ่ ลกกระทากบั วตั ถหุ น่งึ ๆ ทา
ว ๒.๒ ป ๔/๒ ๒. ใช้เครื่องชัง่ สปริงในการวัด ให้วัตถุตกลงสพู่ ื้นโลก และทาให้วัตถมุ นี ้าหนกั วดั
นา้ หนักของวตั ถุ นา้ หนักของวตั ถุได้จากเคร่ืองชัง่ สปริง น้าหนกั ของ
วตั ถุขนึ้ กบั มวลของวัตถุ โดยวัตถทุ ม่ี ีมวลมากจะมี
น้าหนกั มาก วตั ถุท่ีมีมวลนอ้ ยจะมนี ้าหนกั น้อย
ว ๒.๒ ป ๔/๓ ๓. บรรยายมวลของวตั ถทุ ่มี ี - มวล คือ ปรมิ าณเนื้อของสารท้งั หมดท่ีประกอบ
ผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงการ กนั เปน็ วัตถุ ซง่ึ มผี ลต่อความยากงา่ ยในการ
เคลอ่ื นที่ของวัตถจุ ากหลักฐาน เปล่ยี นแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ วัตถุท่ีมีมวลมาก
เชิงประจกั ษ์ จะเปล่ยี นแปลงการเคล่ือนทไ่ี ด้ยากกว่าวัตถุท่ีมีมวล
น้อย ดังนนั้ มวลของวัตถนุ อกจากจะหมายถงึ เน้ือ
ทง้ั หมดของวัตถนุ ้ันแลว้ ยังหมายถึงการต้านการ
เปลยี่ นแปลง การเคล่ือนท่ขี องวัตถุนน้ั ด้วย
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวติ ประจาวนั ธรรมชาตขิ องคลืน่ ปรากฏการณ์ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั เสยี ง
แสง และคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๒.๓ ป ๔/๑ ๑. จาแนกวตั ถุเปน็ ตวั กลาง - เม่ือมองส่งิ ต่าง ๆ โดยมวี ัตถุตา่ งชนิดกันมากั้น
โปรง่ ใส ตัวกลางโปรง่ แสง แสง จะทาให้ลักษณะการมองเห็นสิ่งนนั้ ๆ ชดั เจน
และวตั ถทุ บึ แสง จากลกั ษณะ ต่างกัน จึงจาแนกวัตถทุ ี่มาก้ันออกเป็นตัวกลาง
การมองเห็นสงิ่ ตา่ ง ๆ ผ่าน โปรง่ ใส ซ่ึงทาให้มองเหน็ สิ่งต่าง ๆ ไดช้ ัดเจน
วตั ถนุ ้ันเปน็ เกณฑ์โดยใช้ ตวั กลางโปร่งแสงทาให้มองเห็น สง่ิ ต่าง ๆ ไดไ้ ม่
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ชัดเจน และ วตั ถทุ ึบแสงทาให้มองไมเ่ หน็ สง่ิ ตา่ ง ๆ
นัน้
๑๑๓
สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อส่ิงมีชีวิตและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
รหัสตัวช้ีวัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๓.๑ ป ๔/๑ ๑. อธิบายแบบรูปเส้นทางการ - ดวงจนั ทรเ์ ป็นบรวิ ารของโลก โดยดวงจันทร์
ขน้ึ และตก ของดวงจนั ทร์ โดย หมนุ รอบตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะทโ่ี ลกก็
ใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์ หมุน รอบตวั เองด้วยเช่นกัน การหมุนรอบตัวเอง
ของโลกจากทิศตะวนั ตกไปทิศตะวันออกในทิศทาง
ทวนเขม็ นาฬิกาเมอื่ มองจากข้ัวโลกเหนอื ทาให้
มองเห็น ดวงจนั ทร์ปรากฏขึน้ ทางด้านทิศ
ตะวันออกและตกทางดา้ นทศิ ตะวันตกหมนุ เวยี น
เป็นแบบรูปซ้า ๆ
ว ๓.๑ ป ๔/๒ ๒. สรา้ งแบบจาลองที่อธิบาย - ดวงจันทร์เปน็ วตั ถุทีเ่ ปน็ ทรงกลม แตร่ ปู รา่ งของ
แบบรปู การเปล่ียนแปลง ดวงจันทรท์ ีม่ องเห็นหรือรปู ร่างปรากฏของดวง
รูปรา่ งปรากฏของดวงจนั ทร์ จันทร์บนท้องฟา้ แตกต่างกนั ไปในแตล่ ะวัน โดยใน
และพยากรณร์ ูปร่างปรากฏ แต่ละวนั ดวงจันทรจ์ ะมรี ูปร่างปรากฏเป็นเสี้ยวทม่ี ี
ของดวงจันทร์ ขนาดเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนอื่ งจนเต็มดวง จากนนั้
รปู ร่างปรากฏของดวงจันทรจ์ ะแหวง่ และมีขนาด
ลดลง อย่างตอ่ เนอ่ื งจนมองไม่เห็นดวงจนั ทร์
จากนั้นรปู ร่างปรากฏของดวงจันทร์จะเป็นเส้ยี ว
ใหญ่ขนึ้ จนเตม็ ดวงอีกครัง้ การเปลย่ี นแปลงเช่นน้ี
เปน็ แบบรูปซา้ กนั ทุกเดือน
ว ๓.๑ ป ๔/๓ ๓. สรา้ งแบบจาลองแสดง - ระบบสรุ ิยะเปน็ ระบบทีม่ ดี วงอาทติ ยเ์ ป็น
องค์ประกอบของระบบสรุ ิยะ ศนู ยก์ ลางและมบี รวิ ารประกอบดว้ ย ดาวเคราะห์
และอธบิ ายเปรยี บเทียบคาบ แปดดวงและบรวิ าร ซึ่งดาวเคราะหแ์ ต่ละดวงมี
การโคจรของดาวเคราะหต์ า่ ง ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์แตกตา่ งกนั
ๆ จากแบบจาลอง และยงั ประกอบดว้ ย ดาวเคราะห์แคระ ดาว
เคราะห์น้อย ดาวหาง และวัตถขุ นาดเล็กอนื่ ๆ
โคจรอย่รู อบดวงอาทติ ย์ วัตถุขนาดเล็กอนื่ ๆ เม่ือ
๑๑๔
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
เข้ามาในชัน้ บรรยากาศเน่ืองจากแรงโน้มถว่ งของ
โลก ทาใหเ้ กิดเปน็ ดาวตกหรอื ผพี ุ่งไต้และ
อกุ กาบาต
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองค์ประกอบ และความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อ
สงิ่ มีชวี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม
รหัสตัวช้ีวัด ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- - -
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พื่อการดารงชีวติ ในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอยา่ ง
รวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อืน่ ๆ เพอื่ แก้ปญั หา หรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
รหัสตัวช้ีวดั ตวั ชี้วดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
- - -
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชวี ิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๔.๒ ป ๔/๑ ๑. ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการ - การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเปน็ การนากฎเกณฑ์
แก้ปัญหา การอธบิ ายการ หรอื เง่อื นไขท่คี รอบคลมุ ทุกกรณมี าใช้พิจารณาใน
ทางาน การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ การแกป้ ัญหา การอธิบายการทางาน หรอื การ
จากปัญหาอย่างง่าย คาดการณผ์ ลลพั ธ์
๑๑๕
รหสั ตวั ช้ีวดั ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๔.๒ ป ๔/๒
- สถานะเริ่มตน้ ของการทางานทแ่ี ตกตา่ งกนั จะ
ให้ผลลพั ธท์ ี่แตกต่างกนั
- ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ เกม OX, โปรแกรมท่มี ี
การคานวณ, โปรแกรมท่ีมตี ัวละครหลายตัวและ
มกี ารส่ังงานท่ีแตกตา่ ง หรอื มีการสอื่ สารระหวา่ ง
กัน, การเดินทางไปโรงเรยี นโดยวธิ ีการต่าง ๆ
๒. ออกแบบ และเขียน - การออกแบบโปรแกรมอย่างงา่ ย เช่น การ
โปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ ออกแบบโดยใช้ storyboard หรอื การออกแบบ
ซอฟต์แวร์ หรอื ส่อื และ อัลกอริทึม
ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและแกไ้ ข - การเขียนโปรแกรมเปน็ การสรา้ งลาดับของ
คาส่งั ใหค้ อมพวิ เตอรท์ างาน เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลลัพธ์
ตาม ความต้องการ หากมีข้อผดิ พลาดให้
ตรวจสอบ การทางานทีละคาสั่ง เม่ือพบจุดที่ทา
ใหผ้ ลลัพธ์ ไมถ่ กู ตอ้ ง ให้ทาการแก้ไขจนกวา่ จะได้
ผลลัพธ์ท่ีถูกต้อง
- ตวั อยา่ งโปรแกรมท่ีมเี รื่องราว เชน่ นทิ านท่มี ี
การตอบโต้กบั ผใู้ ช้ การต์ นู สั้น เลา่ กิจวตั ร
ประจาวนั ภาพเคลอ่ื นไหว
การฝกึ ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ
ผอู้ น่ื จะชว่ ยพฒั นาทักษะการหาสาเหตขุ องปัญหา
ได้ดียง่ิ ข้นึ
-ซอฟต์แวร์ทใี่ ช้ในการเขยี นโปรแกรม เช่น
Scratch, logo
๓. ใช้อนิ เทอรเ์ น็ตคน้ หา - การใช้คาคน้ ท่ีตรงประเด็น กระชบั จะทาให้ได้
ความรู้ และประเมนิ ความ ผลลพั ธท์ รี่ วดเร็วและตรงตามความตอ้ งการ
น่าเช่อื ถือของข้อมลู - การประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู เช่น
พิจารณาประเภทของเว็บไซต์ ผเู้ ขยี น วนั ท่ี
เผยแพรข่ ้อมลู การอา้ งอิง
- เมื่อได้ข้อมูลทตี่ ้องการจากเวบ็ ไซตต์ า่ ง ๆ
จะตอ้ งนาเนื้อหามาพิจารณา เปรยี บเทียบ แล้ว
เลือกข้อมลู ท่ีมีความสอดคล้องและสัมพนั ธ์กัน
๑๑๖
รหัสตวั ชี้วัด ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- การทารายงานหรือการนาเสนอขอ้ มลู จะต้อง
นาขอ้ มลู มาเรยี บเรียง สรุป เป็นภาษาของตนเอง
ทเี่ หมาะสมกับกลมุ่ เปา้ หมายและวธิ กี ารนาเสนอ
(บรู ณาการกับวิชาภาษไทย)
๔. รวบรวม ประเมนิ นาเสนอ - การรวบรวมข้อมลู ทาได้โดยกาหนดหัวขอ้ ท่ี
ข้อมลู และสารสนเทศ โดยใช้ ต้องการ เตรียมอปุ กรณ์ในการจดบันทึก
ซอฟตแ์ วร์ทหี่ ลากหลาย เพ่ือ - การประมวลผลอย่างงา่ ย เชน่ เปรยี บเทยี บ
แกป้ ัญหาในชีวิตประจาวัน จัดกลุ่ม เรียงลาดับ การหาผลรวม
- วิเคราะห์ผลและสรา้ งทางเลือกทเี่ ป็นไปได้
ประเมนิ ทางเลือก (เปรียบเทียบ ตัดสิน)
- การนาเสนอข้อมลู ทาไดห้ ลายลกั ษณะตาม
ความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า
เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนาเสนอ
- การใช้ซอฟตแ์ วร์เพ่ือแกป้ ญั หาในชวี ิตประจาวนั
เช่น การสารวจเมนอู าหารกลางวนั โดยใช้
ซอฟต์แวรส์ ร้างแบบสอบถามและเกบ็ ขอ้ มูล ใช้
ซอฟตแ์ วรต์ ารางทางานเพื่อประมวลผลข้อมูล
รวบรวมข้อมลู เกีย่ วกับคณุ คา่ ทางโภชนาการและ
สร้างรายการอาหารสาหรบั ๕ วัน ใชซ้ อฟตแ์ วร์
นาเสนอผลการสารวจ รายการอาหารที่เปน็
ทางเลอื ก และข้อมลู ด้านโภชนาการ
๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ - การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
อย่างปลอดภัย เขา้ ใจสทิ ธแิ ละ เขา้ ใจสิทธิและหนา้ ที่ของตน เคารพในสทิ ธิของ
หน้าท่ีของตน เคารพในสทิ ธิ ผอู้ ื่น เชน่ ไม่สร้างข้อความเท็จและสง่ ให้ผู้อนื่ ไม่
ของผู้อน่ื แจ้งผ้เู กีย่ วข้องเมื่อ สร้าง ความเดือดร้อนต่อผู้อนื่ โดยการส่งสแปม
พบข้อมูล หรือบุคคลที่ไม่ ข้อความลูกโซ่ ส่งต่อโพสต์ทม่ี ีข้อมูลสว่ นตวั ของ
เหมาะสม ผู้อ่ืน สง่ คาเชญิ เลน่ เกม ไมเ่ ข้าถงึ ข้อมลู สว่ นตวั
หรอื การบ้านของบุคคลอนื่ โดยไม่ได้รบั อนญุ าต
ไม่ใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์/ ชื่อบัญชขี องผู้อืน่
- การส่ือสารอย่างมมี ารยาทและรู้กาลเทศะ
รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ช้ีวดั ๑๑๗
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การปกปอ้ งข้อมลู ส่วนตวั เช่น การออกจาก
ระบบเม่ือเลกิ ใชง้ าน ไม่บอกรหัสผ่าน ไม่บอกเลข
ประจาตวั ประชาชน
๑๑๘
ตัวชี้วดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิ่งไม่มชี ีวิตกบั สิ่งมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปล่ียนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สิง่ แวดล้อมรวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๑.๑ ป ๕/๑ ๑. บรรยายโครงสร้างและ - สงิ่ มชี วี ิตทงั้ พืชและสตั วม์ ีโครงสร้างและลกั ษณะ ที่
ลกั ษณะของส่ิงมีชีวติ ที่เหมาะสม เหมาะสมในแต่ละแหลง่ ทอี่ ยู่ ซงึ่ เป็นผลมาจาก การ
กบั การดารงชวี ติ ซง่ึ เปน็ ผลมาจาก ปรับตวั ของส่งิ มชี วี ติ เพ่ือใหด้ ารงชวี ิตและอยูร่ อดได้
การปรบั ตวั ของส่ิงมีชีวิตในแต่ละ ในแต่ละแหลง่ ทอี่ ยู่ เช่น ผักตบชวามชี ่องอากาศใน
แหล่งท่อี ยู่ กา้ นใบ ชว่ ยใหล้ อยน้าได้ ต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่ใน ป่า
ชายเลนมรี ากคา้ จนุ ทาให้ลาต้นไม่ล้ม ปลามีครบี ช่วย
ในการเคลื่อนท่ใี นนา้
ว ๑.๑ ป ๕/๒ ๒. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่าง - ในแหล่งท่ีอยหู่ นึ่ง ๆ ส่งิ มีชวี ิตจะมคี วามสัมพันธ์ ซงึ่
ส่งิ มชี ีวติ กับสง่ิ มีชวี ติ และ กนั และกนั และสมั พันธก์ บั สิง่ ไมม่ ีชวี ิต เพ่อื ประโยชน์
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมชี ีวติ กบั ตอ่ การดารงชีวิต เช่น ความสัมพนั ธ์กัน ด้านการกนิ
ว ๑.๑ ป ๕/๓ ๓. เขยี นโซอ่ าหารและระบุ กันเปน็ อาหาร เปน็ แหลง่ ท่ีอยู่อาศยั หลบภยั และ
บทบาทหนา้ ที่ของสงิ่ มีชีวิตท่เี ป็น เลยี้ งดูลูกอ่อน ใชอ้ ากาศในการหายใจ
ผผู้ ลิตและผู้บรโิ ภคในโซอ่ าหาร - สงิ่ มชี วี ิตมกี ารกินกนั เป็นอาหารโดยกนิ ตอ่ กนั เปน็
ทอด ๆ ในรปู แบบของโซ่อาหารทาให้สามารถระบุ
ว ๑.๑ ป ๕/๔ ๔. ตระหนักในคุณค่าของ บทบาทหน้าท่ีของส่ิงมีชวี ติ เป็นผผู้ ลิตและผูบ้ รโิ ภค
สิง่ แวดลอ้ มที่มีต่อ การดารงชีวติ
ของสง่ิ มีชีวติ โดยมสี ่วนร่วม ใน
การดูแลรักษาสงิ่ แวดลอ้ ม
๑๑๙
สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กันรวมทั้งนาความรู้ไป
ใชป้ ระโยชน์
รหัสตัวช้ีวัด ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- - -
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมท่มี ีผลต่อสิ่งมีชีวติ ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการ
ของสง่ิ มีชีวิต รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ว ๑.๒ ป ๕/๑ ๑. อธบิ ายลักษณะทาง - สิ่งมีชวี ิตท้ังพชื สัตว์ และมนษุ ย์ เม่อื โตเต็มทจ่ี ะ
พนั ธุกรรมที่มีการถา่ ยทอด มีการสบื พันธเุ์ พื่อเพ่ิมจานวนและดารงพันธุ์ โดย
ว ๑.๒ ป ๕/๒ จากพ่อแมส่ ลู่ ูกของพืช สัตว์ ลูกที่เกดิ มาจะไดร้ บั การถ่ายทอดลกั ษณะทาง
และมนษุ ย์ พันธุกรรมจากพ่อแม่ทาใหม้ ลี ักษณะทาง
๒. แสดงความอยากรู้อยาก พนั ธกุ รรมทเี่ ฉพาะแตกตา่ งจากสิง่ มีชวี ิตชนดิ อนื่
เหน็ โดยการถามคาถาม - พชื มกี ารถา่ ยทอดลักษณะทางพันธกุ รรม เชน่
เกย่ี วกบั ลกั ษณะท่คี ล้ายคลึง ลกั ษณะของใบ สีดอก
กนั ของตนเองกับพอ่ แม่ - สตั วม์ ีการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม เชน่
สีขน ลกั ษณะของขน ลกั ษณะของหู
- มนษุ ย์มีการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม
เช่น เชงิ ผมทห่ี นา้ ผาก ลักย้ิม ลักษณะหนังตา
การห่อล้นิ ลกั ษณะของตง่ิ หู
๑๒๐
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
รหสั ตัวชี้วัด ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๕/๑
๑. อธิบายการเปล่ียนสถานะ - การเปลยี่ นสถานะของสสารเปน็ การ
ว ๒.๑ ป ๕/๒
ว ๒.๑ ป ๕/๓ ของสสาร เมื่อทาใหส้ สารร้อน เปล่ยี นแปลงทางกายภาพ เม่ือเพ่ิมความร้อน
ขึ้นหรือเยน็ ลง โดยใชห้ ลักฐาน ใหก้ ับสสารถงึ ระดับหนงึ่ จะทาใหส้ สารทเี่ ป็น
เชิงประจกั ษ์ ของแข็งเปลย่ี นสถานะเป็นของเหลว เรยี กว่า
การหลอมเหลว และเมื่อเพ่มิ ความร้อนต่อไป
จนถงึ อีกระดับหนึ่งของเหลวจะเปลย่ี นเปน็ แกส๊
เรยี กว่า การกลายเปน็ ไอ แต่เมื่อลดความร้อนลง
ถงึ ระดับหนง่ึ แกส๊ จะเปลย่ี นสถานะเป็นของเหลว
เรยี กวา่ การควบแน่น และถ้าลดความร้อนต่อไป
อกี จนถึงระดับหน่ึงของเหลวจะเปล่ยี นสถานะ
เปน็ ของแขง็ เรียกว่า การแข็งตวั สสารบางชนิด
สามารถเปล่ยี นสถานะจากของแขง็ เป็นแกส๊ โดย
ไมผ่ า่ นการเป็น ของเหลว เรียกว่า การระเหิด
สว่ นแกส๊ บางชนิดสามารถเปล่ียนสถานะเปน็
ของแข็งโดยไม่ผา่ น การเป็นของเหลว เรยี กว่า
การะเหิดกลบั
๒. อธบิ ายการละลายของสาร - เม่อื ใสส่ ารลงในนา้ แล้วสารน้ันรวมเป็นเน้ือ
ในนา้ โดยใช้หลกั ฐานเชิง เดยี วกนั กับนา้ ทั่วทุกสว่ น แสดงว่าสารเกิดการ
ประจักษ์ ละลาย เรยี กสารผสมท่ีไดว้ า่ สารละลาย
๓. วิเคราะหก์ ารเปลยี่ นแปลง - เมอื่ ผสมสาร ๒ ชนดิ ข้นึ ไปแล้วมีสารใหมเ่ กิดขนึ้
ของสาร เม่ือเกิดการ ซง่ึ มีสมบัตติ า่ งจากสารเดิม หรือเม่ือสารชนิด
เปลีย่ นแปลงทางเคมี โดยใช้ เดยี ว เกิดการเปลีย่ นแปลงแล้วมีสารใหมเ่ กดิ ขึ้น
หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ การเปลย่ี นแปลงนเ้ี รยี กวา่ การเปลี่ยนแปลงทาง
เคมี ซึง่ สงั เกตได้จากมีสี หรอื กล่ินต่างจาก
สารเดมิ หรือ มฟี องแก๊ส หรอื มีตะกอนเกิดขึ้น
หรอื มกี ารเพิม่ ข้ึนหรือลดลงของอุณหภูมิ
๑๒๑
รหสั ตัวชี้วดั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๕/๔ ๔. วเิ คราะหแ์ ละระบุการ เมือ่ สารเกิดการเปลย่ี นแปลงแล้ว สารสามารถ
เปลยี่ นแปลงทีผ่ ันกลับได้และ เปลยี่ นกลบั เปน็ สารเดมิ ได้ เปน็ การเปลย่ี นแปลง
การเปลีย่ นแปลงท่ผี ันกลบั ท่ีผันกลับได้ เชน่ การหลอมเหลว การกลายเปน็
ไมไ่ ด้ ไอ การละลาย แตส่ ารบางอย่างเกดิ การ
เปลย่ี นแปลง แลว้ ไม่สามารถเปลีย่ นกลับเป็น
สารเดิมได้ เปน็ การเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลับไม่ได้
เช่น การเผาไหม้ การเกิดสนิม
๑๒๒
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจาวัน ผลของแรงท่กี ระทาต่อวตั ถุ ลักษณะการ
เคลื่อนทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตวั ช้ีวดั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๕/๑
๑. อธบิ ายวธิ กี ารหาแรงลัพธ์ - แรงลพั ธเ์ ปน็ ผลรวมของแรงทกี่ ระทาต่อวัตถุ
ว ๒.๑ ป ๕/๒
ของแรงหลายแรงในแนว โดยแรงลพั ธ์ของแรง ๒ แรงท่ีกระทาต่อวตั ถุ
ว ๒.๑ ป ๕/๓
ว ๒.๑ ป ๕/๔ เดียวกันทีก่ ระทาต่อวตั ถุใน เดียวกันจะมีขนาดเทา่ กับผลรวมของแรงท้ังสอง
ว ๒.๑ ป ๕/๕ กรณที ว่ี ัตถุอยนู่ ิง่ จากหลกั ฐาน เมอ่ื แรงท้ังสอง อยใู่ นแนวเดยี วกันและมที ิศทาง
เชิงประจกั ษ์ เดียวกัน แต่จะมีขนาดเทา่ กบั ผลตา่ งของแรงทง้ั
๒. เขยี นแผนภาพแสดงแรงที่ สองเมื่อแรงทั้งสอง อยใู่ นแนวเดียวกันแตม่ ที ิศ
กระทาตอ่ วตั ถุท่ีอยู่ในแนว ทางตรงข้ามกัน สาหรับวัตถุที่อยู่น่ิง แรงลพั ธท์ ี่
เดียวกนั และแรงลัพธ์ที่กระทา กระทาตอ่ วัตถุมคี า่ เปน็ ศูนย์
ตอ่ วัตถุ - การเขียนแผนภาพของแรงท่กี ระทาต่อวัตถุ
๓. ใช้เครือ่ งช่ังสปริงในการวัด สามารถเขยี นไดโ้ ดยใช้ลกู ศร โดยหัวลูกศรแสดง
แรงทีก่ ระทาต่อวัตถุ ทศิ ทางของแรง และความยาวของลูกศรแสดง
ขนาดของแรงทีก่ ระทาต่อวัตถุ
๔. ระบผุ ลของแรงเสียดทานท่ี - แรงเสียดทานเปน็ แรงท่เี กิดขน้ึ ระหวา่ งผิวสมั ผัส
มีต่อ การเปลย่ี นแปลงการ ของวัตถุ เพอื่ ต้านการเคลอื่ นท่ีของวัตถุนัน้ โดย
เคลื่อนท่ีของวตั ถุจากหลกั ฐาน ถ้าออกแรงกระทาต่อวตั ถุที่อยนู่ ง่ิ บนพน้ื ผิวหน่งึ
เชิงประจกั ษ์ ให้เคลอ่ื นท่ี แรงเสียดทานจากพืน้ ผิวนน้ั กจ็ ะตา้ น
๕. เขียนแผนภาพแสดงแรง การเคลือ่ นท่ขี องวัตถุ แต่ถา้ วัตถกุ าลงั เคลือ่ นที่
เสียดทานและแรง ทอ่ี ยู่ใน แรงเสยี ดทานกจ็ ะทาใหว้ ตั ถุน้ันเคล่ือนท่ีช้าลง
แนวเดียวกนั ท่กี ระทาต่อวัตถุ หรอื หยุดนง่ิ
๑๒๓
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏสิ ัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกยี่ วข้องกับเสียง
แสง และคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหัสตวั ชี้วัด ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ว ๒.๓ ป ๕/๑ ๑. อธิบายการได้ยนิ เสียงผ่าน - การไดย้ นิ เสียงนนั้ ตอ้ งอาศัยตวั กลางโดยอาจเปน็
ตัวกลาง จากหลักฐานเชงิ ของแข็ง ของเหลว หรอื อากาศ เสยี งจะสง่ ผ่าน
ประจกั ษ์ ตัวกลางมายงั หู
ว ๒.๓ ป ๕/๒ ๒. ระบตุ วั แปร ทดลองและ - เสยี งทไ่ี ด้ยนิ มีระดบั สงู ต่าของเสียงตา่ งกนั ขึ้นกบั
อธิบาย ลกั ษณะและการเกิดเสียง ความถ่ีของการส่ันของแหลง่ กาเนดิ เสยี ง โดยเมือ่
สูง เสยี งตา่ แหล่งกาเนดิ เสียงส่นั ด้วยความถ่ีตา่ จะเกดิ เสียงต่า
ว ๒.๓ ป ๕/๓ ๓. ออกแบบการทดลองและ แตถ่ า้ สน่ั ดว้ ยความถี่สูงจะเกดิ เสียงสงู ส่วนเสียงดงั
อธบิ าย ลักษณะและการเกดิ เสยี ง คอ่ ยที่ได้ยินข้นึ กบั พลังงานการสนั่ ของแหล่งกาเนิด
ดัง เสยี งค่อย เสียง โดยเม่ือแหล่งกาเนดิ เสยี งสนั่ พลังงานมากจะ
ว ๒.๓ ป ๕/๔ ๔. วดั ระดบั เสียงโดยใชเ้ คร่ืองมือ เกิดเสียงดงั แต่ถ้าแหลง่ กาเนิดเสยี งส่ันด้วยพลงั งาน
วัดระดบั เสียง นอ้ ยจะเกดิ เสียงค่อย
ว ๒.๓ ป ๕/๕ ๕. ตระหนักในคุณค่าของความรู้ - เสียงดังมาก ๆ เป็นอนั ตรายต่อการได้ยนิ และเสียง
เร่ืองระดับเสยี งโดยเสนอแนะ ทกี่ ่อให้เกดิ ความราคาญเปน็ มลพิษทางเสยี ง เดซเิ บล
แนวทางในการหลีกเลีย่ งและลด เปน็ หน่วยทบ่ี อกถึงความดังของเสียง
มลพิษทางเสียง
๑๒๔
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๓.๑ ป ๕/๑ ๑. เปรียบเทยี บความแตกต่าง - ดาวที่มองเหน็ บนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึง่ เปน็
ของดาวเคราะหแ์ ละดาวฤกษ์ บรเิ วณท่ีอยูน่ อกบรรยากาศของโลกมที ั้งดาวฤกษ์
จากแบบจาลอง และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหลง่ กาเนิดแสงจึง
สามารถมองเหน็ ได้ ส่วนดาวเคราะห์ ไมใ่ ช่
แหลง่ กาเนิดแสง แตส่ ามารถมองเห็นไดเ้ น่ืองจาก
แสงจากดวงอาทติ ยต์ กกระทบดาวเคราะห์แลว้
สะทอ้ นเขา้ สตู่ า
ว ๓.๑ ป ๕/๒ ๒. ใชแ้ ผนทีด่ าวระบุตาแหน่ง - การมองเหน็ กล่มุ ดาวฤกษ์มีรูปรา่ งต่าง ๆ เกิดจาก
และเสน้ ทาง การขึ้นและตก จนิ ตนาการของผู้สังเกต กลุ่มดาวฤกษ์ต่าง ๆ ที่
ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟา้ ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลมุ่ มีดาวฤกษแ์ ต่ละดวง
และอธิบายแบบรปู เส้นทาง เรยี งกันทตี่ าแหน่งคงที่ และมีเสน้ ทางการขึน้ และ
การขึ้นและตก ของกลมุ่ ดาว ตกตามเส้นทางเดมิ ทุกคืน ซึ่งจะปรากฏตาแหน่ง
ฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี เดิมการสงั เกตตาแหนง่ และการขึ้นและตกของดาว
ฤกษ์และกลุ่มดาวฤกษ์สามารถทาไดโ้ ดยใชแ้ ผนที่
ดาว ซ่ึงระบุมุมทศิ และมุมเงยทกี่ ลมุ่ ดาวนัน้ ปรากฏ
ผสู้ ังเกตสามารถใช้มือในการประมาณคา่ ของมุมเงย
เมอ่ื สงั เกตดาวในท้องฟา้
๑๒๕
สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เขา้ ใจองคป์ ระกอบ และความสมั พันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงภายใน
โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้ังผลต่อ
สิง่ มชี ีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
รหัสตัวช้ีวัด ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๕/๑ ๑. เปรียบเทยี บปรมิ าณนา้ ใน - โลกมที ั้งนา้ จดื และน้าเค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน้าต่าง ๆ ทม่ี ี
แตล่ ะแหลง่ และระบปุ ริมาณ ท้งั แหลง่ น้าผวิ ดิน เช่น ทะเล มหาสมทุ ร บึง แม่น้า
ว ๓.๒ ป ๕/๒ น้าที่มนษุ ยส์ ามารถนามาใช้ และแหล่งนา้ ใต้ดิน เชน่ น้าในดนิ และน้าบาดาล นา้
ว ๓.๒ ป ๕/๓ ประโยชนไ์ ด้ จากข้อมลู ที่ ทง้ั หมดของโลกแบ่งเป็นน้าเค็มประมาณร้อยละ ๙๗.๕
ว ๓.๒ ป ๕/๔ รวบรวมได้ ซ่ึงอยใู่ นมหาสมทุ รและแหลง่ นา้ อ่นื ๆ และทีเ่ หลืออกี
ประมาณร้อยละ ๒.๕ เป็นน้าจืด ถา้ เรียงลาดบั ปริมาณ
๒. ตระหนักถงึ คุณคา่ ของนา้ น้าจดื จากมากไปน้อยจะอยทู่ ี่ ธารนา้ แขง็ และพืด
โดยนาเสนอแนวทาง การใช้ นา้ แขง็ นา้ ใต้ดิน ชั้นดินเยอื กแขง็ คงตัวและนา้ แขง็ ใต้
น้าอย่างประหยัดและการ ดนิ ทะเลสาบ ความชนื้ ในดิน ความชื้นในบรรยากาศ
อนรุ ักษ์น้า บงึ แมน่ ้า และน้าในส่งิ มชี ีวติ
๓. สร้างแบบจาลองทอ่ี ธบิ าย - น้าจืดท่มี นษุ ย์นามาใชไ้ ด้มีปริมาณนอ้ ยมาก จึงควร
การหมุนเวยี น ของน้าในวัฏ ใชน้ ้าอย่างประหยดั และร่วมกันอนุรกั ษน์ ้า
จักรน้า
- วัฏจกั รน้า เป็นการหมนุ เวยี นของนา้ ทีม่ ีแบบรูป ซ้า
๔. เปรียบเทยี บกระบวนการ เดมิ และต่อเน่อื งระหว่างนา้ ในบรรยากาศ น้าผิวดิน
เกดิ เมฆ หมอก น้าค้าง และ และน้าใตด้ ิน โดยพฤติกรรมการดารงชีวติ ของพชื และ
นา้ ค้างแข็ง จากแบบจาลอง สตั วส์ ง่ ผลตอ่ วัฏจักรนา้
- ไอนา้ ในอากาศจะควบแน่นเปน็ ละอองนา้ เลก็ ๆ โดย
มลี ะอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ เป็น
อนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองนา้ จานวนมากเกาะกล่มุ
รวมกนั ลอยอยูส่ งู จากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่
ละอองนา้ ท่เี กาะกลมุ่ รวมกนั อยใู่ กลพ้ ้ืนดนิ เรยี กวา่
หมอก สว่ นไอนา้ ท่ีควบแน่นเปน็ ละอองนา้ เกาะอยบู่ น
พ้นื ผิววตั ถใุ กล้พนื้ ดนิ เรยี กว่า นา้ ค้าง ถ้าอณุ หภูมิ ใกล้
๑๒๖
รหัสตัวชี้วัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๕/๕ พื้นดนิ ตา่ กว่าจดุ เยือกแข็ง น้าค้างกจ็ ะกลายเปน็ น้าคา้ ง
๕. เปรียบเทียบกระบวนการ แขง็
เกิดฝน หมิ ะ และลูกเหบ็ จาก - ฝน หิมะ ลูกเหบ็ เปน็ หยาดนา้ ฟ้าซ่งึ เปน็ น้าท่มี ี
ข้อมูลท่รี วบรวมได้ สถานะตา่ ง ๆ ทีต่ กจากฟ้าถงึ พืน้ ดิน ฝน เกิดจาก
ละอองน้าในเมฆทร่ี วมตัวกนั จนอากาศไมส่ ามารถ
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชวี ิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือแกป้ ัญหา หรือพัฒนา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยคานึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม
รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- - -
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชวี ติ จริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ ร้เู ท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ว ๔.๒ ป ๕/๑
๑. ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการ - การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็นการนากฎเกณฑ์
แกป้ ัญหา การอธบิ ายการ หรือเงือ่ นไขที่ครอบคลมุ ทกุ กรณมี าใชพ้ ิจารณา ใน
ทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ การแก้ปัญหา การอธบิ ายการทางาน หรือ การ
จากปญั หาอย่างงา่ ย คาดการณผ์ ลลัพธ์
- สถานะเริ่มตน้ ของการทางานท่แี ตกตา่ งกนั จะให้
ผลลัพธท์ ี่แตกตา่ งกนั
- ตวั อย่างปญั หา เช่น เกม Sudoku , โปรแกรม
ทานายตัวเลข, โปรแกรมสรา้ งรปู เรขาคณิตตามคา่
๑๒๗
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๔.๒ ป ๕/๒
ข้อมลู เขา้ , การจดั ลาดบั การทางานบา้ นในชว่ ง
ว ๔.๒ ป ๕/๓
วนั หยุด, จดั วางของในครัว
๒. ออกแบบและเขยี น - การออกแบบโปรแกรมสามารถทาได้โดยเขยี น
โปรแกรมท่มี ีการใชเ้ หตุผลเชงิ เปน็ ข้อความ หรือผังงาน
ตรรกะอย่างงา่ ย ตรวจหา - การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ีมกี าร
ข้อผดิ พลาดและแก้ไข ตรวจสอบเงือ่ นไขท่ีครอบคลมุ ทกุ กรณเี พื่อให้ได้
ผลลัพธ์ท่ีถูกต้องตรงตามความตอ้ งการ
- หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทางาน ทีละ
คาสัง่ เมือ่ พบจุดที่ทาใหผ้ ลลพั ธไ์ มถ่ กู ต้อง ให้ทา
การแก้ไขจนกว่าจะไดผ้ ลลพั ธท์ ี่ถกู ต้อง
- การฝึกตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรมของ
ผู้อืน่ จะชว่ ยพฒั นาทักษะการหาสาเหตขุ องปัญหา
ไดด้ ยี ่ิงขึ้น
- ตวั อยา่ งโปรแกรม เชน่ โปรแกรมตรวจสอบเลขคู่
เลขค่ี โปรแกรมรบั ข้อมูลนา้ หนกั หรอื ส่วนสูงแล้ว
แสดงผลความสมสว่ นของรา่ งกาย, โปรแกรมส่งั ให้
ตวั ละครทาตามเงื่อนไขทกี่ าหนด
- ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขยี นโปรแกรม เช่น
Scratch, logo
๓. ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ คน้ หาข้อมูล - การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เนต็ และการพิจารณา
ตดิ ตอ่ สื่อสารและทางาน ผลการคน้ หา
ร่วมกัน ประเมนิ ความ - การตดิ ต่อสื่อสารผา่ นอินเทอร์เน็ต เชน่ อีเมล
น่าเช่อื ถอื ของข้อมูล บลอ็ ก โปรแกรมสนทนา
- การเขยี นจดหมาย (บูรณาการกบั วิชาภาษาไทย)
- การใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ในการติดต่อส่ือสารและ
ทางานร่วมกัน เชน่ ใชน้ ดั หมายในการประชุมกลุ่ม
ประชาสัมพนั ธก์ ิจกรรมในห้องเรยี น การ
แลกเปลย่ี นความรู้ ความคดิ เห็นในการเรียน
ภายใตก้ ารดูแลของครู
- การประเมนิ ความน่าเช่ือถอื ของขอ้ มูล เชน่
เปรยี บเทยี บความสอดคล้อง สมบรู ณข์ องข้อมูล
๑๒๘
รหสั ตวั ช้ีวดั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๔.๒ ป ๕/๔
จากหลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผ้เู ขียน
ว ๔.๒ ป ๕/๕
วนั ทเ่ี ผยแพรข่ ้อมูล
- ขอ้ มูลท่ดี ตี ้องมรี ายละเอยี ดครบทุกด้าน เชน่ ข้อดี
และข้อเสีย ประโยชนแ์ ละโทษ
๔. รวบรวม ประเมิน นาเสนอ - การรวบรวมขอ้ มูล ประมวลผล สร้างทางเลือก
ข้อมูลและสารสนเทศ ตาม ประเมนิ ผล จะทาให้ไดส้ ารสนเทศเพื่อใช้ในการ
วัตถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ซอฟต์แวร์ แก้ปัญหาหรือการตดั สนิ ใจได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
หรือบรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ น็ตท่ี - การใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่ี
หลากหลาย เพ่ือแกป้ ัญหาใน หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้าง
ชวี ติ ประจาวัน ทางเลอื ก ประเมินผล นาเสนอ จะช่วยให้การ
แก้ปัญหาทาได้อยา่ งรวดเรว็ ถกู ต้อง และแม่นยา
- ตัวอยา่ งปัญหา เช่น ถา่ ยภาพและสารวจแผนท่ี
ในท้องถ่ินเพ่ือนาเสนอแนวทางในการจดั การพ้นื ท่ี
ว่างให้เกิดประโยชน์ ทาแบบสารวจความคิดเห็น
ออนไลน์ และวเิ คราะหข์ ้อมลู นาเสนอข้อมลู โดย
การใช้ Blog หรอื web page
๕. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ อนั ตรายจากการใช้งานและอาชญากรรม ทาง
อยา่ งปลอดภยั มมี ารยาท อินเทอร์เน็ต
เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ทีข่ องตน - มารยาทในการติดต่อส่ือสารผ่านอนิ เทอร์เนต็
เคารพในสิทธิของผู้อืน่ แจ้ง (บรู ณาการกบั วชิ าท่ีเกยี่ วข้อง)
ผ้เู กยี่ วขอ้ งเม่อื พบข้อมูลหรือ
บุคคลที่ไม่เหมาะสม
๑๒๙
ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖
สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพนั ธ์ระหว่างส่ิงไม่มชี ีวิตกบั ส่ิงมีชีวิต
และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหา
สิง่ แวดลอ้ มรวมทั้งนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- - -
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารผ่านเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ ที่ทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กันรวมท้ังนาความรู้ไป
ใช้ประโยชน์
รหัสตวั ชี้วัด ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ว ๑.๒ ป ๖/๑ ๑. ระบสุ ารอาหารและบอก - สารอาหารทีอ่ ยใู่ นอาหารมี ๖ ประเภท ได้แก่
ว ๑.๒ ป ๖/๒ ประโยชนข์ องสารอาหารแต่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลอื แร่ วติ ามินและนา้
ละประเภทจากอาหารที่ - อาหารแตล่ ะชนิดประกอบด้วยสารอาหาร ท่ี
ว ๑.๒ ป ๖/๓ ตนเองรับประทาน แตกตา่ งกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหาร
๒. บอกแนวทางในการเลอื ก ประเภทเดยี ว อาหารบางย่างประกอบดว้ ยสารอาหาร
รับประทานอาหารให้ได้ มากกว่าหนง่ึ ประเภท
สารอาหารครบถว้ นในสดั ส่วน - สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ตอ่ ร่างกาย
ท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย แตกต่างกนั โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เปน็
รวมท้ังความปลอดภยั ตอ่ สารอาหารท่ใี ห้พลังงานแกร่ า่ งกาย สว่ นเกลอื แร่
สขุ ภาพ วติ ามนิ และนา้ เป็นสารอาหารทไ่ี ม่ให้พลังงานแก่
๓. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญ รา่ งกาย แตช่ ว่ ยให้รา่ งกายทางานไดเ้ ปน็ ปกติ – การ
ของสารอาหาร โดยการเลอื ก รบั ประทานอาหารเพ่อื ให้รา่ งกายเจรญิ เตบิ โต มีการ
๑๓๐
รหสั ตัวชี้วัด ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ว ๑.๒ ป ๖/๔
ว ๑.๒ ป ๖/๕ รับประทานอาหารท่ีมีสารอา เปล่ยี นแปลงของร่างกายตามเพศและวยั และ มี
หารครบถว้ นในสดั สว่ นท่ี สขุ ภาพดี จาเป็นต้องรับประทานให้ได้พลงั งาน
เหมาะสมกับเพศและวัย เพยี งพอกับความต้องการของร่างกาย และใหไ้ ด้
รวมทงั้ ปลอดภยั ต่อสขุ ภาพ สารอาหารครบถ้วนในสัดสว่ นที่เหมาะสมกับเพศ และ
วยั รวมทัง้ ต้องคานึงถงึ ชนดิ และปริมาณของวตั ถุ เจือ
ปนในอาหารเพ่อื ความปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพ
๔. สร้างแบบจาลองระบบ - ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่
ย่อยอาหาร และบรรยาย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลาไสเ้ ลก็ ลาไส้
หน้าที่ของอวัยวะในระบบ ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน ซึ่งทาหน้าที่ร่วมกนั
ยอ่ ยอาหาร รวมทั้งอธบิ าย ในการย่อยและดดู ซึมสารอาหาร
การยอ่ ยอาหารและการดูดซมึ - ปาก มฟี นั ช่วยบดเคย้ี วอาหารใหม้ ีขนาดเล็กลงและมี
สารอาหาร ลน้ิ ช่วยคลกุ เคล้าอาหารกับนา้ ลาย ในนา้ ลาย มี
๕. ตระหนกั ถึงความสาคัญ เอนไซม์ย่อยแป้งให้เป็นนา้ ตาล
ของระบบย่อยอาหาร โดย – หลอดอาหาร ทาหน้าทล่ี าเลียงอาหารจากปาก ไป
การบอกแนวทางในการดูแล ยังกระเพาะอาหาร ภายในกระเพาะอาหารมีการยอ่ ย
รกั ษาอวัยวะในระบบย่อย โปรตีนโดยกรดและเอนไซม์ที่สรา้ งจากกระเพาะ
อาหารให้ทางานเป็นปกติ อาหาร
- ลาไส้เลก็ มเี อนไซมท์ ่ีสรา้ งจากผนังลาไส้เลก็ เองและ
จากตบั อ่อนท่ชี ่วยยอ่ ยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ
ไขมนั โดยโปรตีน คารโ์ บไฮเดรต และไขมัน ทผ่ี า่ นการ
ยอ่ ยจนเปน็ สารอาหารขนาดเลก็ พอท่ีจะ ดดู ซมึ ได้
รวมถงึ น้า เกลือแร่ และวติ ามิน จะถูกดดู ซมึ ที่ผนงั
ลาไสเ้ ล็กเขา้ สูก่ ระแสเลือด เพื่อลาเลยี งไปยังส่วนต่าง
ๆ ของร่างกาย ซึง่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน
จะถูกนาไปใชเ้ ปน็ แหลง่ พลงั งานสาหรบั ใช้ในกจิ กรรม
ต่าง ๆ สว่ นนา้ เกลือแร่ และวิตามิน จะช่วยใหร้ า่ งกาย
ทางานได้เป็นปกติ
- ตบั สร้างน้าดแี ลว้ สง่ มายังลาไส้เล็กชว่ ยให้ไขมันแตก
ตวั
๑๓๑
รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- ลาไสใ้ หญ่ทาหนา้ ทดี่ ูดน้าและเกลือแร่ เปน็
บริเวณท่ีมีอาหารทีย่ ่อยไม่ได้ หรือย่อยไมห่ มด เปน็
กากอาหาร ซึ่งจะถกู กาจัดออกทางทวารหนัก
- อวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบย่อยอาหาร มคี วามสาคัญ
จงึ ควรปฏิบัตติ น ดูแลรกั ษาอวยั วะให้ทางานเปน็
ปกติ
สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธกุ รรม การเปลย่ี นแปลงทางพันธกุ รรมที่มผี ลตอ่ สงิ่ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการ
ของส่งิ มีชวี ิต รวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหสั ตวั ชี้วัด ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนร้แู กนกลาง
-- -
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสาร
กับโครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
รหสั ตวั ช้ีวัด ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๒.๑ ป ๖/๑ ๑. อธบิ ายและเปรียบเทียบ - สารผสมประกอบดว้ ยสารต้ังแต่ ๒ ชนดิ ขึ้นไป
การแยกสารผสม โดยการ ผสมกนั เช่น นา้ มนั ผสมน้า ข้าวสารปนกรวดทราย
หยิบออก การร่อน การใช้ วธิ ีการ ท่ีเหมาะสมในการแยกสารผสมขึน้ อยกู่ บั
แม่เหล็กดึงดูด การรินออก ลักษณะและสมบตั ิของสารท่ีผสมกนั ถ้า
การกรอง และการตกตะกอน องค์ประกอบของสารผสมเป็นของแข็งกบั ของแขง็
โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ทีม่ ขี นาดแตกต่างกันอยา่ งชัดเจน อาจใช้วิธีการ
รวมทงั้ ระบุวิธีแกป้ ัญหาใน หยิบออกหรือการรอ่ นผา่ นวสั ดุ ท่ีมรี ู ถ้ามีสารใด
ชีวิตประจาวนั เกยี่ วกบั การ สารหน่ึงเป็นสารแมเ่ หลก็ อาจใชว้ ธิ ี การใช้แม่เหล็ก
แยกสาร ดงึ ดูด ถา้ องค์ประกอบเป็นของแข็ง
ท่ีไม่ละลายในของเหลว อาจใช้วิธกี ารรินออก การ
กรอง หรอื การตกตะกอน ซ่ึงวิธกี ารแยกสาร
สามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้
๑๓๒
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจาวนั ผลของแรงท่ีกระทาตอ่ วัตถุ ลกั ษณะการ
เคลอื่ นท่ีแบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
รหสั ตัวช้ีวัด ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ว ๒.๒ ป ๖/๑ ๑. อธิบายการเกิดและผลของ - วัตถุ ๒ ชนดิ ที่ผา่ นการขัดถูแล้ว เมื่อนาเขา้ ใกล้
แรงไฟฟ้าซ่ึงเกดิ จากวตั ถุที่ กนั อาจดึงดูดหรือผลกั กัน แรงที่เกิดขน้ึ นเี้ ปน็ แรง
ผ่านการขดั ถโู ดยใช้หลักฐาน ไฟฟา้ ซ่งึ เป็นแรงไม่สมั ผัส เกิดขึ้นระหวา่ งวตั ถุทมี่ ี
เชิงประจกั ษ์ ประจุไฟฟา้ ซ่ึงประจุไฟฟ้ามี ๒ ชนดิ คอื ประจุ
ไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วตั ถุที่มปี ระจุไฟฟา้
ชนิดเดียวกันผลกั กนั ชนิดตรงขา้ มกันดึงดูดกัน
สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง
แสง และคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
รหัสตัวช้ีวดั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๒.๓ ป ๖/๑ ๑. ระบุสว่ นประกอบและ - วงจรไฟฟา้ อย่างง่ายประกอบดว้ ยแหล่งกาเนดิ
บรรยายหน้าท่ี ของแต่ละ ไฟฟา้ สายไฟฟ้า และเคร่ืองใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์
ว ๒.๓ ป ๖/๒ สว่ นประกอบของวงจรไฟฟา้ ไฟฟา้ แหลง่ กาเนดิ ไฟฟ้า เชน่ ถ่านไฟฉาย หรือ
ว ๒.๓ ป ๖/๓ อยา่ งงา่ ยจากหลกั ฐานเชงิ แบตเตอร่ี ทาหน้าที่ให้พลังงานไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็น
ประจกั ษ์ ตัวนาไฟฟา้ ทาหน้าท่ีเชือ่ มตอ่ ระหวา่ งแหลง่ กาเนิด
๒. เขยี นแผนภาพและต่อ ไฟฟา้ และเครื่องใช้ไฟฟา้ เขา้ ด้วยกัน เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้
วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย มหี น้าท่ีเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานอน่ื
๓. ออกแบบการทดลองและ
ทดลองดว้ ยวิธี - เม่ือนาเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลลม์ าต่อเรยี งกัน โดยให้
ทเี่ หมาะสมในการอธบิ าย ขัว้ บวกของเซลล์ไฟฟา้ เซลล์หนงึ่ ต่อกับขว้ั ลบของอีก
วธิ ีการและผลของการต่อ เซลลห์ นง่ึ เปน็ การตอ่ แบบอนุกรม ทาให้มพี ลงั งาน
เซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รม ไฟฟ้าเหมาะสมกับเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ซึ่งการตอ่
๑๓๓
รหสั ตัวช้ีวดั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๒.๓ ป ๖/๔
๔. ตระหนักถงึ ประโยชนข์ อง เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนกุ รมสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ว ๒.๓ ป ๖/๕
ความรขู้ องการต่อ ชีวิตประจาวนั เชน่ การต่อเซลล์ไฟฟา้ ในไฟฉาย
ว ๒.๓ ป ๖/๖
เซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รมโดย
ว ๒.๓ ป ๖/๗
ว ๒.๓ ป ๖/๘ บอกประโยชน์และการ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั
๕. ออกแบบการทดลองและ - การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอด
ทดลองด้วยวธิ ี ไฟฟา้ ดวงใดดวงหนึง่ ออกทาให้หลอดไฟฟ้าทีเ่ หลือ
ท่เี หมาะสมในการอธบิ ายการ ดับทงั้ หมด สว่ นการต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เม่ือ
ตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม ถอดลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนง่ึ ออก หลอดไฟฟ้าท่ี
และแบบขนาน เหลอื ก็ยงั สวา่ งได้ การต่อหลอดไฟฟ้าแตล่ ะแบบ
๖. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของ สามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้ เชน่ การตอ่ หลอด
ความร้ขู องการต่อหลอดไฟฟา้ ไฟฟ้าหลายดวงในบา้ นจึงต้องต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
แบบอนกุ รมและแบบขนาน ขนานเพื่อเลือกใช้หลอดไฟฟา้ ดวงใดดวงหนึง่ ไดต้ าม
โดยบอกประโยชน์ ข้อจากดั ตอ้ งการ
และการประยกุ ต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวัน
๗. อธบิ ายการเกดิ เงามืดเงา - เมอ่ื นาวัตถุทบึ แสงมากนั้ แสงจะเกิดเงาบนฉากรับ
มวั จากหลักฐาน แสงทีอ่ ยดู่ ้านหลงั วัตถุ โดยเงามรี ปู ร่างคล้ายวตั ถุที่ทา
เชงิ ประจักษ์ ใหเ้ กิดเงา เงามวั เป็นบรเิ วณท่ีมแี สงบางส่วนตกลงบน
๘. เขยี นแผนภาพรังสขี องแสง ฉาก ส่วนเงามดื เป็นบรเิ วณท่ไี มม่ ีแสงตกลง
แสดงการเกิดเงามืดเงามวั บนฉากเลย
๑๓๔
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองคป์ ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อส่ิงมีชีวิตและการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
รหัสตัวชี้วดั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ว ๓.๑ ป ๖/๑ ๑. สร้างแบบจาลองทอ่ี ธิบาย - เมอื่ โลกและดวงจนั ทร์ โคจรมาอยูใ่ นแนวเส้นตรง
การเกิด และเปรียบเทยี บ เดียวกันกับดวงอาทิตยใ์ นระยะทางทเ่ี หมาะสม ทา
ปรากฏการณส์ รุ ยิ ุปราคา และ ให้ดวงจนั ทร์บงั ดวงอาทิตย์ เงาของดวงจนั ทร์ทอด
จนั ทรุปราคา มายงั โลก ผสู้ งั เกตท่ีอยบู่ รเิ วณเงาจะมองเหน็ ดวง
อาทติ ย์มืดไป เกิดปรากฏการณส์ ุรยิ ปุ ราคา ซึ่งมีทัง้
ว ๓.๑ ป ๖/๒ ๒. อธบิ ายพฒั นาการของ สุรยิ ุปราคาเต็มดวง สรุ ิยุปราคาบางสว่ น และ
เทคโนโลยอี วกาศ และ สุริยปุ ราคาวงแหวน
ยกตัวอย่างการนาเทคโนโลยี หากดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง
อวกาศมาใชป้ ระโยชนใ์ น เดยี วกนั กับดวงอาทิตย์ แล้วดวงจันทร์เคลอื่ นที่ผ่าน
ชีวติ ประจาวัน จากขอ้ มูลท่ี เงาของโลก จะมองเห็นดวงจันทรม์ ืดไป เกดิ
รวบรวมได้ ปรากฏการณจ์ ันทรุปราคา ซึ่งมีท้งั จันทรุปราคาเต็ม
ดวง และจนั ทรุปราคาบางส่วน
- เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจากความตอ้ งการของมนษุ ย์
ในการสารวจวตั ถุท้องฟ้าโดยใชต้ าเปล่า กลอ้ ง-
โทรทรรศน์ และไดพ้ ฒั นาไปสู่การขนสง่ เพอื่ สารวจ
อวกาศด้วยจรวดและยานขนส่งอวกาศ และยังคง
พัฒนาอยา่ งตอ่ เน่ือง ปัจจุบนั มกี ารนาเทคโนโลยี
อวกาศบางประเภทมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั
เช่น การใชด้ าวเทียมเพ่ือการสอื่ สาร การพยากรณ์
อากาศ หรือการสารวจทรัพยากรธรรมชาติ การใช้
อุปกรณ์วัดชีพจรและการเต้นของหวั ใจ หมวกนริ ภยั
ชดุ กฬี า
๑๓๕
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้ัง
ผลต่อสิ่งมีชีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
รหสั ตวั ช้ีวัด ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๖/๑ ๑. เปรียบเทยี บกระบวนการ - หินเป็นวัสดุแขง็ เกิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
เกดิ หินอัคนี หินตะกอน และ ประกอบ ดว้ ยแร่ตง้ั แตห่ นง่ึ ชนดิ ขน้ึ ไป สามารถ
หินแปรและอธบิ ายวฏั จักรหิน จาแนกหนิ ตามกระบวนการเกิดได้เปน็ ๓ ประเภท
จากแบบจาลอง ไดแ้ ก่ หินอคั นี หินตะกอน และหินแปร
- หินอคั นเี กดิ จากการเยน็ ตวั ของแมกมา เน้ือหนิ มี
ลักษณะเปน็ ผลกึ ท้ังผลกึ ขนาดใหญ่และขนาดเลก็
บางชนดิ อาจเปน็ เนื้อแก้ว หรือมีรพู รนุ
- หนิ ตะกอน เกดิ จากการทับถมของตะกอนเม่ือถูก
แรงกดทบั และมสี ารเชื่อมประสานจงึ เกิดเปน็ หิน
เน้ือหนิ กล่มุ นี้สว่ นใหญม่ ลี ักษณะเป็นเม็ดตะกอน มี
ท้ังเน้ือหยาบและเนื้อละเอยี ด บางชนดิ เป็นเนือ้
ผลกึ ที่ยดึ เกาะกนั เกิดจากการตกผลกึ หรือ
ตกตะกอนจากน้าโดยเฉพาะน้าทะเล บางชนิดมี
ลกั ษณะเป็นช้ัน ๆ จงึ เรยี กอกี ชอื่ ว่าหินช้นั
- หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดมิ ซึง่ อาจ
เปน็ หนิ อคั นี หนิ ตะกอน หรอื หนิ แปร โดยการ
กระทาของความร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี
เนื้อหนิ ของหนิ แปรบางชนิดผลึกของแรเ่ รียงตัว
ขนานกนั เปน็ แถบ บางชนิดแซะออกเปน็ แผ่นได้
บางชนดิ เป็นเนอ้ื ผลึกที่มีความแข็งมาก
- หนิ ในธรรมชาตทิ ัง้ ประเภท มีการเปล่ียนแปลง
จากประเภทหน่งึ ไปเป็นอกี ประเภทหนง่ึ หรอื
ประเภทเดมิ ได้ โดยมีแบบรูปการเปล่ียนแปลงคงที่
และต่อเน่ืองเปน็ วัฏจักร
ว ๓.๒ ป ๖/๒ ๒. บรรยายและยกตัวอย่างการ หนิ และแร่แต่ละชนดิ มีลักษณะและสมบัตแิ ตกต่าง
ใช้ประโยชนข์ องหินและแรใ่ น กนั มนษุ ย์ใช้ประโยชนจ์ ากแร่ในชีวติ ประจาวัน ใน
ลกั ษณะตา่ ง ๆ เชน่ นาแร่มาทาเครอ่ื งสาอาง ยาสี
๑๓๖
รหสั ตัวช้ีวัด ตัวชี้วดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๖/๓ ชวี ติ ประจาวนั จากข้อมลู ท่ี ฟนั เครอ่ื งประดบั อุปกรณท์ างการแพทย์ และนา
รวบรวมได้ หินมาใชใ้ นงานก่อสรา้ งต่าง ๆ เปน็ ตน้
ว ๓.๒ ป ๖/๔ ๓. สรา้ งแบบจาลองท่อี ธิบาย - ซากดกึ ดาบรรพเ์ กิดจากการทบั ถม หรอื การ
ว ๓.๒ ป ๖/๕ การเกดิ ซากดกึ ดาบรรพ์และ ประทบั รอยของสิง่ มีชีวติ ในอดตี จนเกดิ เป็น
คาดคะเนสภาพแวดลอ้ มในอดีต โครงสร้างของซากหรือร่องรอยของส่งิ มีชวี ิตท่ี
ของซากดึกดาบรรพ์ ปรากฏอยใู่ นหนิ ในประเทศไทยพบซากดึกดา
บรรพ์ ทีห่ ลากหลาย เช่น พืช ปะการงั หอย ปลา
๔. เปรยี บเทยี บการเกดิ ลมบก เตา่ ไดโนเสาร์ และรอยตนี สัตว์
ลมทะเล และมรสมุ รวมท้งั - ซากดึกดาบรรพ์สามารถใชเ้ ปน็ หลักฐานหนึ่งท่ี
อธบิ ายผลทมี่ ตี ่อสง่ิ มชี ีวติ และ ช่วยอธบิ ายสภาพแวดลอ้ มของพ้ืนทีใ่ นอดตี ขณะ
สิ่งแวดล้อม จากแบบจาลอง เกิดสิ่งมีชีวิตนน้ั เช่น หากพบซากดกึ ดาบรรพ์ของ
หอยน้าจดื สภาพแวดลอ้ มบริเวณน้ันอาจเคยเปน็
๕. อธบิ ายผลของมรสมุ ต่อการ แหลง่ น้าจืดมาก่อน และหากพบซากดึกดาบรรพ์
เกิดฤดูของประเทศไทย จาก ของพชื สภาพแวดลอ้ มบริเวณนัน้ อาจเคยเปน็ ป่า
ขอ้ มลู ที่รวบรวมได้ มาก่อน นอกจากน้ีซากดกึ ดาบรรพ์ยงั สามารถใช้
ระบอุ ายุของหิน และเปน็ ขอ้ มูลในการศึกษา
วิวฒั นาการของสิ่งมชี วี ิต
- ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกดิ จากพืน้ ดนิ และ
พื้นนา้ ร้อนและเยน็ ไม่เท่ากนั ทาให้อุณหภมู ิอากาศ
เหนือพื้นดนิ และพน้ื น้าแตกต่างกัน จงึ เกดิ การ
เคลือ่ นที่ของอากาศจากบรเิ วณทมี่ ีอุณหภูมติ ่า ไป
ยังบริเวณทมี่ ีอุณหภมู ิสงู
- ลมบกและลมทะเลเป็นลมประจาถ่ินท่ีพบ
บริเวณชายฝ่ัง โดยลมบกเกิดในเวลากลางคนื ทา
ใหม้ ีลมพดั จากชายฝั่งไปสู่ทะเล สว่ นลมทะเลเกิด
ในเวลากลางวัน ทาให้มลี มพัดจากทะเลเข้าสู่
ชายฝั่ง
- มรสมุ เปน็ ลมประจาฤดเู กิดบรเิ วณเขตร้อนของ
โลก ซงึ่ เป็นบริเวณกว้างระดับภูมิภาค ประเทศไทย
ไดร้ บั ผลจากมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนอื ในช่วง
ประมาณกลางเดือนตลุ าคมจนถงึ เดอื นกมุ ภาพันธ์
๑๓๗
รหสั ตัวช้ีวดั ตัวช้วี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ว ๓.๒ ป ๖/๖ ทาใหเ้ กิด ฤดหู นาว และได้รับผลจากมรสุม
ว ๓.๒ ป ๖/๗
ตะวนั ตกเฉียงใตใ้ นชว่ งประมาณกลางเดือน
ว ๓.๒ ป ๖/๘
ว ๓.๒ ป ๖/๙ พฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคมทาให้เกดิ ฤดูฝน
ส่วนช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพนั ธ์จนถึง
กลางเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงเปล่ยี นมรสุมและ
ประเทศไทยอยู่ใกล้เสน้ ศนู ยส์ ูตร แสงอาทิตยเ์ กือบ
ต้ังตรงและตั้งตรงประเทศไทย ในเวลาเทีย่ งวนั ทา
ใหไ้ ด้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์อยา่ งเตม็ ที่
อากาศจึงร้อนอบอา้ วทาใหเ้ กิดฤดรู อ้ น
๖. บรรยายลกั ษณะและ - นา้ ท่วม การกดั เซาะชายฝั่ง ดนิ ถล่ม แผน่ ดินไหว
ผลกระทบของ นา้ ทว่ ม การกัด และ สนึ ามิ มีผลกระทบต่อชวี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม
เซาะชายฝง่ั ดินถลม่ แตกต่างกนั
แผน่ ดินไหว สนึ ามิ - มนษุ ยค์ วรเรยี นรู้วธิ ีปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั เชน่
๗. ตระหนักถึงผลกระทบของ ตดิ ตามขา่ วสารอยา่ งสม่าเสมอ เตรยี มถุงยังชีพ ให้
ภยั ธรรมชาติและธรณพี บิ ัตภิ ัย พรอ้ มใชต้ ลอดเวลา และปฏิบัตติ ามคาส่ังของ
โดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้า ผ้ปู กครองและเจา้ หน้าทอ่ี ย่างเครง่ ครดั เมื่อเกิดภยั
ระวงั และปฏิบัตติ นให้ปลอดภัย ทางธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย
จากภยั ธรรมชาติและธรณีพิบัติ
ภัยทีอ่ าจเกิดในท้องถิ่น
๘. สร้างแบบจาลองทอี่ ธบิ าย - ปรากฏการณเ์ รือนกระจกเกิดจากแก๊สเรือน
การเกดิ ปรากฏการณ์เรือน กระจกในช้นั บรรยากาศของโลก กักเกบ็ ความร้อน
กระจกและผลของปรากฏการณ์ แล้ว คายความร้อนบางส่วนกลับสผู่ ิวโลก ทาให้
เรอื นกระจกต่อส่งิ มีชีวิต อากาศ บนโลกมีอุณหภูมิเหมะสมตอ่ การดารงชวี ติ
๙. ตระหนักถึงผลกระทบของ - หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรนุ แรงมากขนึ้ จะ
ปรากฏการณ์เรือนกระจกโดย มผี ลต่อการเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศโลก มนุษย์ จึง
นาเสนอแนวทางการปฏิบัติตน ควรร่วมกนั ลดกจิ กรรมท่ีก่อใหเ้ กดิ แก๊สเรือนกระจก
เพ่อื ลดกจิ กรรมที่ก่อให้เกิดแก๊ส
เรือนกระจก
๑๓๘
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชวี ิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยา่ ง
รวดเรว็ ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ น่ื ๆ เพ่ือแกป้ ัญหา หรอื พฒั นา
งานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม
รหสั ตัวชี้วัด ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
-- -
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปญั หาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เทา่ ทัน และมจี ริยธรรม
รหสั ตัวชี้วดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๔.๒ ป ๖/๑ ๑. ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการ - การแก้ปญั หาอยา่ งเป็นขน้ั ตอนจะช่วยให้
อธบิ ายและออกแบบวธิ กี าร แก้ปญั หาได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
แกป้ ญั หาท่ีพบในชีวติ ประจาวัน - การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะเป็นการนากฎเกณฑ์
หรือเงือ่ นไขท่คี รอบคลุมทกุ กรณีมาใช้พจิ ารณา
ในการแก้ปัญหา
- แนวคิดของการทางานแบบวนซา้ และเงื่อนไข
- การพิจารณากระบวนการทางานท่ีมีการ
ทางานแบบวนซ้า หรือเง่อื นไขเป็นวธิ ีการทจี่ ะ
ช่วยใหก้ ารออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหาเปน็ ไปอยา่ ง
มีประสิทธภิ าพ
- ตัวอย่างปญั หา เช่น การค้นหาเลขหน้าท่ี
ตอ้ งการใหเ้ ร็วทีส่ ดุ , การทายเลข
๑ – ๑,๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบใหถ้ กู ภายใน ๒๐
คาถาม, การคานวณเวลาในการเดินทาง โดย
คานึงถึงระยะทาง เวลา จุดหยุดพกั
๑๓๙
รหัสตวั ชี้วดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ว ๔.๒ ป ๖/๒ ๒. ออกแบบและเขยี นโปรแกรม - การออกแบบโปรแกรมสามารถทาได้โดยเขยี น
อยา่ งง่าย เพื่อแก้ปัญหาใน เปน็ ขอ้ ความ หรอื ผงั งาน
ชวี ติ ประจาวนั ตรวจหา - การออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มีการใช้ตัว
ขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรมและ แปร การวนซ้า การตรวจสอบเง่อื นไข – หากมี
แก้ไข ขอ้ ผิดพลาดให้ตรวจสอบการทางาน ทีละคาสงั่
เมอ่ื พบจดุ ทท่ี าให้ผลลพั ธ์ไม่ถูกตอ้ ง ให้ทาการ
แก้ไขจนกวา่ จะได้ผลลัพธท์ ่ีถูกต้อง
- การฝึกตรวจหาข้อผดิ พลาดจากโปรแกรมของ
ผอู้ ื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตขุ องปัญหา
ไดด้ ยี ิ่งข้ึน
- ตวั อย่างปัญหา เชน่ โปรแกรมเกม โปรแกรมหา
คา่ ค.ร.น เกมฝกึ พิมพ์
- ซอฟตแ์ วรท์ ี่ใชใ้ นการเขยี นโปรแกรม เช่น
Scratch, logo
ว ๔.๒ ป ๖/๓ ๓. ใช้อนิ เทอร์เนต็ ในการค้นหา - การคน้ หาอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เปน็ การคน้ หา
ขอ้ มลู อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ขอ้ มูลที่ไดต้ รงตามความต้องการในเวลาท่ีรวดเรว็
จากแหลง่ ข้อมลู ที่นา่ เชื่อถือหลายแหลง่ และ
ว ๔.๒ ป ๖/๔ ๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ขอ้ มูล มีความสอดคล้องกัน – การใชเ้ ทคนิคการ
ทางานรว่ มกนั อย่างปลอดภยั คน้ หาข้ันสูง เช่น การใช้ ตัวดาเนนิ การ การระบุ
เขา้ ใจสทิ ธแิ ละหน้าท่ขี องตน รูปแบบของข้อมูล หรือชนิดของไฟล์
เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้ง - การจัดลาดับผลลัพธ์จากกาค้นหาของ
ผเู้ กย่ี วข้องเม่อื พบข้อมูลหรือ โปรแกรมคน้ หา
บุคคลท่ีไม่เหมาะสม - การเรยี บเรียง สรปุ สาระสาคัญ (บรู ณาการกับ
วิชาภาษาไทย)
- อันตรายจากการใชง้ านและอาชญากรรม ทาง
อินเทอรเ์ น็ต แนวทางในการป้องกนั
- วิธกี าหนดรหสั ผา่ น
- การกาหนดสิทธิ์การใชง้ าน (สิทธ์ใิ นการเข้าถึง)
๑๔๐
รหัสตัวชี้วัด ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- แนวทางการตรวจสอบและปอ้ งกันมลั แวร์ –
อันตรายจากการติดต้ังซอฟต์แวร์ทอ่ี ย่บู น
อินเทอร์เน็ต
หมายเหตุ
๑. การจัดการเรียนการสอนตามโครงสรา้ งนี้ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๑ ใหใ้ ช้ในชัน้ ประถมศึกษาปีที่
๑ และ ๔ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ใหใ้ ชใ้ นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑,๒,๔ และ ๕ และในปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ใหใ้ ชใ้ นทุกช้นั เรยี น
๑๔๑
คาอธิบายรายวิชา
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าท่ีและการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกาย
มนษุ ย์ ลักษณะและหน้าท่ีของสว่ นต่าง ๆ ของสตั ว์และพชื รอบตัว และสภาพแวดลอ้ มในบริเวณท่ีสตั ว์และ
พืชอาศัยอยู่ ชนิดและสมบัติของวัสดุที่ใช้ทาวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนที่ของเสียง
ลักษณะของหิน และการมองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน การแก้ปัญหาโดยการลอง
ผิดลองถูก การเปรียบเทียบ การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ การใช้งานอุปกรณ์
เทคโนโลยเี บ้ืองตน้ การใชง้ านซอฟต์แวรเ์ บ้ืองตน้
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูลบันทกึ
และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ข้ันพ้ืนฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
เบ้ืองต้น สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท างานร่วมกับผู้อื่น แสดงข้ันตอนการ
แกป้ ัญหาอย่างงา่ ย เขียนโปรแกรมโดยใชส้ ือ่ สรา้ ง จัดเก็บและเรยี กใช้ไฟลต์ ามวัตถปุ ระสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดา รงชีวิตใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งเหมาะสม มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๑ ป.๑.๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป๑/๒. ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ช้วี ดั
๑๔๒
คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ความจาเป็นของแสง
และน้าต่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัติการดูดซับน้าของวัสดุและการนาไปใช้
ประโยชน์ สมบัติของวัสดุที่เกิดจากการนาวัสดุมาผสมกัน การเลือกวัสดุมาใช้ทาวัตถุตามสมบัติของวัสดุ
การนาวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การเคลื่อนที่ของแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจากการ
มองวัตถุในบริเวณที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม ส่วนประกอบและการจาแนกชนิดของดิน การใช้ประโยชน์
จากดิน การแสดงข้ันตอนการแก้ปัญหา การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้งานซอฟต์แวร์
เบ้ืองต้น การ จัดการไฟล์และโฟลเดอร์ การใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีใน
ชีวิตประจาวนั การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จาแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสารวจ
ตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษ ะ
การเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารเบอื้ งต้น สามารถสื่อสารสง่ิ
ท่ี เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผู้อื่น แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขียน
โปรแกรม แบบมีเง่ือนไขโดยใช้บัตรคาส่ังและตรวจหาข้อผิดพลาด ใช้งานซอฟต์แวร์ สร้าง จัดหมวดหมู่
ไฟลแ์ ละโฟลเดอร์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรแู้ ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการดารงชีวติ ตระหนัก
ถึงความสาคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแลรักษาอุปกรณ์
คอมพวิ เตอร์ มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้วี ัด
๑๔๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และ
สัตว์ วัฏจักรชีวิตของสัตว์ วัตถุประกอบข้ึนจากช้ินส่วนย่อยซ่ึงสามารถแยกออกจากกันและประกอบกัน
เป็นวัตถุ ช้ินใหม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทาให้ร้อนข้ึนหรือเย็นลง ผลของแรงท่ีมีต่อการ
เปล่ียนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส วัสดุท่ีแม่เหล็กดึงดูดได้ แรงแม่เหล็ก
ขั้วแม่เหล็ก การเปลี่ยน พลังงานหน่ึงไปเป็นอีกพลังงานหน่ึง การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า แหล่ง
พลังงานในการผลิตไฟฟา้ การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภยั การเกดิ กลางวนั กลางคืน การขึ้นและ
ตกของดวงอาทติ ย์ การกาหนด ทิศ ความสาคัญของดวงอาทติ ย์ สว่ นประกอบของอากาศ ความสาคัญของ
อากาศ ผลกระทบของมลพิษ ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม การแสดงข้ันตอนการ
แก้ปญั หาโดยใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะ เบอ้ื งต้น การเขยี นโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใชบ้ ัตรคาสง่ั และการตรวจหา
ข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ต และข้อตกลงในการใช้งาน การรวบรวมข้อมูล การประมวลผลข้อมูล
เบ้ืองต้น การนาเสนอข้อมูล เทคโนโลยี ในงานด้านต่าง ๆ ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสอ่ื สาร
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล สร้าง
แบบจาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ข้ันพื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร เบ้ืองต้น สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท างานร่วมกับผู้อ่ืน แสดง
ข้ันตอนการ แก้ปัญหา เขียนโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช้บัตรคาสั่ง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้
รวบรวม ประมวลผล และนาเสนอขอ้ มูลตามวตั ถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการดารงชวี ิต ตระหนัก
ถึงการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครหู รือผู้ปกครอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ว ๓.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๔.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒,ป.๓/๓
รวม ๔ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชวี้ ัด
๑๔๔
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
ศึกษาการเรียนร้แู บบนักวทิ ยาศาสตร์ การจาแนกส่ิงมชี วี ิตเป็นกลมุ่ พืช กลมุ่ สตั ว์ และกลมุ่ ท่ี ไมใ่ ช่
พืชและสัตว์ การจาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจาแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์ มี กระดูกสัน
หลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้า
สะเทินบก กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านม หน้าที่ของ ราก ล าต้น ใบและ
ดอกของพืชดอก สมบัติทางกายภาพ ดา้ นความแขง็ สภาพยดื หยุ่น การนาความรอ้ น และการนาไฟฟ้าของ
วัสดุ การนาสมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวนั สมบัติของสสาร ท้ัง 3 สถานะ ผลของแรง
โน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ การวัดน้าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลต่อการ เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ
และตัวกลางของแสง การขึ้นและตกและรูปร่างดวงจันทร์ และ องค์ประกอบของระบบสุริยะ การใช้
เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา การออกแบบและเขยี น โปรแกรมอยา่ งง่าย การตรวจหาข้อผิดพลาดใน
โปรแกรม การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและการใช้ คาค้น การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล การ
รวบรวม นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ ต้ังคาถาม คาดคะเนคาตอบหรือสร้างสมมติฐาน วางแผนและสารวจ
ตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม ประเมินความน่าเชื่อถือ ของ
ขอ้ มูล รวมรวมข้อมลู ประมวลผลอย่างงา่ ย วิเคราะห์ขอ้ มูล วเิ คราะห์ผลและสร้างทางเลอื ก นาเสนอขอ้ มูล
ลงความคิดเห็นและสรุปผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสาร
เบ้ืองต้น มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท างานร่วมกับผู้อ่ืน ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการแก้ปัญหา และ
อธิบายการทางานหรือคาดการผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและ เขียนโปรแกรม ตรวจหา
ข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของตนเองและผู้อ่ืน
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต สามารถส่ือสารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ รู้จักการปกป้องข้อมูล
ส่วนตวั มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
๑๔๕
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว. ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวม ๔ มาตรฐาน ๒๑ ตวั ชีว้ ัด
๑๔๖
คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ โครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตที่เหมาะสมในแต่ละ
แหล่งท่ีอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับส่ิงไม่มีชีวิต
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์การเปลี่ยนสถานะของสสาร การละลายของ
สาร ในน้าการเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลับได้และผันกลบั ไม่ได้ แรงลพั ธ์ แรงเสยี ดทาน
การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่า เสียงดัง และเสียงค่อย ระดับเสียงและ
มลพิษ ทางเสียง ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การใช้แผนที่ดาว แบบรูปเส้นทางการขึ้น
และตก ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปีปริมาณน้าในแต่ละแหล่ง ปริมาณน้าที่มนุษย์สามารถ
นามาใช้ได้ การใช้ น้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้า วัฏจักรน้า กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง
และน้าค้างแข็ง กระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ การใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปัญหา การเขียน
รหัสลาลองเพ่ือแสดง วิธีแก้ปัญหา การออกแบบ และการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขและการทางาน
แบบวนซ้า การใช้ซอฟต์แวร์ ประมวลผลข้อมูล การติดต่อส่ือสารผ่านอินเทอร์เน็ต การใช้อินเทอร์เน็ต
ค้นหาข้อมูลและการประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง
อนิ เทอร์เน็ต
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทาและส่ือความหมายข้อมูล สร้าง
แบบจาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐานและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารเบ้ืองต้น สามารถสื่อสารสงิ่ ท่ีเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานรว่ มกับผู้อื่น แสดงวิธี
แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล เชิงตรรกะ ใช้รหัสลาลองแสดงวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ออกแบบ และ
เขียนโปรแกรมแบบมีเง่ือนไข และการทางานแบบวนซ้า ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้ซอฟต์แวร์
ช่วยในการแก้ปัญหา ใช้อินเทอร์เน็ตติดต่อส่ือสารและค้นหาข้อมูล แยกแยะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น
ประเมินความนา่ เชื่อถือ ของข้อมลู
ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีมารยาท มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ,ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ,ป.๕/๓, ป.๕/๔