The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติเจดีย์พระพุทธศรีธาตุ ประวัติการสร้างพระศรีอาริยเมตไตรย์ และประวัติหลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม วัดโนนแกด ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kunnua Kandalf, 2023-09-25 12:18:04

ประวัติเจดีย์พระพุทธศรีธาตุ ประวัติการสร้างพระศรีอาริยเมตไตรย์ และประวัติหลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม วัดโนนแกด ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ประวัติเจดีย์พระพุทธศรีธาตุ ประวัติการสร้างพระศรีอาริยเมตไตรย์ และประวัติหลวงปู่เกลี้ยง เตชธมฺโม วัดโนนแกด ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ขอขมากรรมและสรงน้ำหลวงปู จนถึงเวลาบายโมง ไดนำสรีระสังขารของหลวงปู ขึ้นรถโรงพยาบาลกรุงเทพ พอเวลาประมาณบายโมงครึ่ง รถ โรงพยาบาลกรุงเทพ เคลื่อนออกจากโรงพยาบาล นำสรีระสังขารหลวงปู กลับมาที่วัดโนนแกด ถึงเวลาประมาณสองทุม ครึ่ง นำรางหลวงปู เขาพักทำพิธีการทางศาสนา ที่กุฎีเกา หนาเจดียพระพุทธศรีธาตุ วันอาทิตยที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๒ (ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๒) เวลาประมาณบายโมงครึ่ง รถของโรงพยาบาลกรุงเทพไดเคลื่อน ออกจากโรงพยาบาล เพื่อนำสรีระสังขารของพระเดชพระคุณหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม กลับวัดที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีขาพเจา พระฐิตฏินันตร อาสโภ (ชาติ ทับทิมหิน) ลูกหลานบานโนนแกด พรอมดวย พระมหาเฉลิม ปภสฺสโร วัดสุวรรณาราม (วัดทอง) ลูกหลานบานหนองแวง ตำบลทุม อำเภอเมืองศรีสะเกษ (ทานทราบขาวการละสังขารของหลวงปูแลวเดินทางมาสรงน้ำ และขอขึ้นรถมาดวย) โดยมีโยมพี่สมจิตร ทำบุญ (หลานชายหลวงปู) และโยมพี่หวิน (สมจิตนา ทรงกลด) หลานสาวผูดูแล หลวงปู พรอมทั้งพนักงานขับรถของโรงพยาบาลกรุงเทพสองคน สวนโยมนองอัญธิกา ศรีสังขาร คนผูดูแลหลวงปู ไปกับรถขน ของเครื่องใชตาง ๆ ของหลวงปู โดยมีไอแนต ลูกหลานอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่ทำงานอยูกรุงเทพมหานครมาขับ รถให สวนโยมนงค (นงลักษ ทรงกลด) และโยมครูเทา (เนาวรัตน สมพร) และหลานสาวหลวงปูทั้งสองคนเดินทางกลับ โดยเครื่องบินตอนเชา เจ็ดโมงกวา ๆ เพื่อไปเตรียมจัดสถานที่ ที่วัดโนนแกด รถโรงพยาบาลกรุงเทพ นำสรีระสังขารของหลวงป ูมาตามถนนมิตรภาพถึงอำเภอศรีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เลี้ยวขวา ตามถนนหลวง หมายเลข ๒๔ หยุดพักบางชวงแตไมบอย จนถึงสี่แยกนาเจริญ อำเภอขุขันธ จังหวัดศรีสะเกษ ไดมีรถ ตำรวจ นำทางเปนชวง ๆ คือชวงอำเภอขุขันธ เปนตำรวจ สภ.อำเภอขุขันธ ชวงอำเภอวังหินเปนตำรวจ สภ.อำเภอวังหิน และชวงอำเภอเมืองศรีสะเกษ เปนตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ จนถึงวัดโนนแกด ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๐๓


หนังสือรับรองการตายของหลวงปู เวลาประมาณสองทุมครึ่ง เขาพักทำพิธีกรรมที่กุฎิเดิมหนาเจดียพระพุทธศรีธาตุ ภาพประทับใจของขาพเจาที่มากับ รถ ที่นำสรีระสังขารหลวงปูคือ พอรถมาถึงสี่แยกโรงไอติม ตำบลหนองครก อำเภอเมืองศรีสะเกษ ไดมีตำรวจบริการโบกรถ และรถมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห ไดจอดขวาง ปดถนนทางสายอื่น ไมใหมาวิ่ง เพื่อใหรถโรงพยาบาลกรุงเทพที่นำสรีระสังขาร หลวงปูไปไดโดยสะดวก ภาพที่ขาพเจามองเห็นคือ เจาหนาที่มูลนิธิฯ สองถังสามคนนี้แหละนั่งคุกเขาอยูกับพื้นถนน ในสี่แยก กมลงกราบรถ ที่นำสรีระสังขารหลวงปู อยางไมอายใครเลย ขาพเจาถึงกับตื้นตันใจเปนที่สุด และขอขอบคุณ ในไมตรีจิต อันดีของทุกทาน ทุกคน ที่ใหความเคารพตอหลวงปู ดวยจิตใจอันบริสุทธิ์ และดวยความเคารพอันสูงยิ่ง พระฐิตฏินันตร อาสโภ (ทับทิมหิน) วัดเฉลิมกาญจนาราม (วัดโนนกอง) ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ผูบันทึก ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๐๔


คำแปลดังนี้ เดือนอาย จมวันศุกร ฟูวันจันทร เดือนยี่ จมวันเสาร ฟูวันอังคาร เดือนสาม เดือน ๘ จมวันอาทิตย ฟูวันพุธ เดือน ๔ เดือน ๙ จมวันจันทร ฟูวันพฤหัส เดือน ๕ เดือน ๑๐ จมวันอังคาร ฟูวันศุกร เดือน ๖ เดือน ๑๑ จมวันพุธ ฟูวันเสาร เดือน ๗ เดือน ๑๒ จมวันพฤหัส ฟูวันอาทิตย โคลงอมุตโชคเมื่อจะไปคาขายทำงานอะไร ใหรวยดูนี้ โคลงวา ทิตย ๘, จันทร ๓, อังคาร ๙, พุธ ๒, ประหัส ๔, ศุกร ๑, เสาร ๕ คำแปล เดือนใดก็ดี ขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ วันอาทิตย ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๓ ค่ำ แรม ๓ ค่ำ วันจันทร ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๙ ค่ำ แรม ๙ ค่ำ วันอังคาร ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๒ ค่ำ แรม ๒ ค่ำ วันพุธ ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๔ ค่ำ แรม ๔ ค่ำ วันพฤหัส ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑ ค่ำ แรม ๑ ค่ำ วันศุกร ถูกอมุตโชค เดือนใดก็ดี ขึ้น ๕ ค่ำ แรม ๕ ค่ำ วันเสาร ถูกอามุตโชค ( เสาร ๕) เมื่อจะทำการใดใหดูเอาตามนี้จึงจะดีมีโชคลาภตามความปรารถนา โคลงพาลหลวง ถาจะยายครอบครัวไปอยูที่อื่นหรือจะไปที่อื่น อยาใหถูกพาลหลวงไมดี จะตายหรือเดือดรอนใหดูตามนี้ เดือนอาย ขึ้น ๙ ค่ำ พาลหลวง เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๓ ขึ้น ๕ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๔ ขึ้น ๓ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๕ ขึ้น – แรม ๑ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๖ แรม ๘ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๗ แรม ๖ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๘ แรม ๔ ค่ำ พาลหลวง ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๓


เดือน ๙ แรม ๒ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ พาลหลวง เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ พาลหลวง หัวเฮียงหมอน (ฤกษแตงงาน) หวงยืนหวงนอนใหดูเวลาจะเอาผัวเอาเมีย (แตงงาน) ใหดูตามนี้ ถาหัวเฮียงหมอนใหเอา ถาหัวชนกันหรืออยางอื่น อยาเอา นอกจากหัวเฮียงหมอนไมดี จะพลัดพรากจากกันหรือจะไดรับความลำบาก หวง ดังนี้ เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑ ค่ำ ขาสบหัว เดือนใดก็ดี ขึ้น ๒ ค่ำ ขาขึ้นทั้งสอง เดือนใดก็ดี ขึ้น ๓ ค่ำ หัวชนกัน เดือนใดก็ดี ขึ้น ๔ ค่ำ หัวชนกัน เดือนใดก็ดี ขึ้น ๕ ค่ำ หัวลงทั้งสอง เดือนใดก็ดี ขึ้น ๖ ค่ำ หัวลงทั้งสอง เดือนใดก็ดี ขึ้น ๗ ค่ำ หัวเรียงกันเอาได๑๒ เดือนใดก็ดี ขึ้น ๘ ค่ำ หัวชนกัน เดือนใดก็ดี ขึ้น ๙ ค่ำ ขาสบหัวลงไมดี เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๐ ค่ำ หัวเรียงหมอนดี (แตงงานดีที่สุด) เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ หัวสบหัวหามเอาผัวเมีย เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๒ ค่ำ หัวเรียงหมอนเอาผัวเมียได แตไมใหสงหญิงหาชาย เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๓ ค่ำ หัวเรียงหมอนเอาผัวเมียได แตไมใหสงชายไปหาหญิง เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ หัวสบขาหามเอาผัวเมีย เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ หัวชนกันหามเอากัน ขางแรมเดือนใดก็ดี เดือนใดก็ดี แรม ๑ ค่ำ หัวชนกัน หามเอากัน เดือนใดก็ดี แรม ๒ ค่ำ หัวเรียงขาขึ้น หามเอากัน ๑๒ ขึ้น-แรม ๗ ค่ำ ตรงกับวันศุกรหามแตงงานเด็ดขาด ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๔


เดือนใดก็ดี แรม ๓ ค่ำ ตีนยันกันหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๔ ค่ำ หัวเฮียงหมอนเอาได เดือนใดก็ดี แรม ๕ ค่ำ หัวชนกันหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๖ ค่ำ ขาสบกันหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๗ ค่ำ หัวสบขาหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๘ ค่ำ หัวเฮียงหมอนดีเอาได เดือนใดก็ดี แรม ๙ ค่ำ หัวเฮียงหมอนพอเอาได เดือนใดก็ดี แรม ๑๐ ค่ำ หัวสบขาหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๑๑ ค่ำ หัวเฮียงหมอนเอาได๑๓ เดือนใดก็ดี แรม ๑๒ ค่ำ หัวชนกันหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๑๓ ค่ำ ขายันกันหามเอา เดือนใดก็ดี แรม ๑๔ ค่ำ หัวเฮียงกันพอสมควรเอาได เดือนใดก็ดี แรม ๑๕ ค่ำ หัวชนกันหามเอา ถาเอาผัวเมียใหถูกตองตามคัมภีรพราหมณจริง ๆ ตองเอาตามนี้จึงจะสมบูรณ หลวงปูเกลี้ยง ทานนิยม ใหฤกษแตงงาน เดือน ๒ – ๔ – ๖ – ๑๒ (บางครั้งเดือน ๘ ทานก็ให) และควรเวนวันพุธ เพราะวาพระพุธ เปนเทพเจาแหงความรวนแร จะไมมั่นคงแปรปรวนงายอยูดวยกันไมยั่งยืน ดังที่โบราณมีคำกลาววา หามปลูก บานใหมหรือขึ้นบานใหมวันเสาร หามเผาผีวันศุกร หามโกนจุกวันอังคารและหามแตงงานวันพุธ โครงกาละขีนีหลวง หามทำการในสิ่งที่หามดังนี้ เอโกนามะโคละมะหิงโส แปลวา ขึ้น ๑ ค่ำ แรม ๑ ค่ำหาม ซื้อวัวควาย ทะเวทินโน แปลวา ขึ้น ๒ ค่ำ แรม ๒ ค่ำ หามไปดูคนปวยไข ปมะคะทานิมหิ แปลวา ขึ้น ๓ ค่ำ แรม ๓ ค่ำ หามแปลง(สราง)หนทางไปทุกแหง จะตุบัพพะโต แปลวา ออก ๔ บัพพะโต แปลวา ภูเขา ขึ้น ๔ ค่ำ แรม ๔ ค่ำ หามไปภูเขา ปนจะเขตเต แปลวา ๕ เขตเต แปลวา เขตแดน ในวันขึ้น ๕ ค่ำ แรม ๕ ค่ำ ไมใหปนเขตไร เขตนา สะเทหิ แปลวา ขึ้น ๖ ค่ำ แรม ๖ ค่ำ หามตัดเรือนปลูกเฮือน ๑๓ ขึ้น-แรม ๑๑ ค่ำ ตกอัคนิโรธ (ไฟรายกาจหรือเพลิงพระกาฬ) ลงในตัวสตรี โบราณหามมิใหรวมประเวณี ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๕


สัจตะราเซ แปลวา ขึ้น ๗ ค่ำ แรม ๗ ค่ำ หามนำความฟองรองตอศาล อัฐญาเณ แปลวา ขึ้น ๘ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ หามแปลงลอเกวียน (ซื้อขายยานพาหนะ) นะวะกุปปง แปลวา ขึ้น ๙ ค่ำ แรม ๙ ค่ำ หามเอาปุยใสนาสวน ทัสสะนาวา แปลวา ขึ้น ๑๐ ค่ำ แรม ๑๐ ค่ำ หามลงเรือไปคาไปที่อื่น เอกะทัสสะพิสชัง แปลวา ขึ้น ๑๑ ค่ำ แรม ๑๑ ค่ำ หามปลูกพิสหมาก(ตน)ไมตาง ๆ ทวาทัสสะอิฐถี แปลวา ขึ้น ๑๒ ค่ำ แรม ๑๒ ค่ำ เอาผัวเมีย หามสงหญิงไปหาชายฯ เตรัสสะปุริโส แปลวา ขึ้น ๑๓ ค่ำ แรม ๑๓ ค่ำ เอาผัวเมีย หามสงชายไปหาหญิง จะตุทะสีภิกขุโน แปลวา ขึ้น ๑๔ ค่ำ แรม ๑๔ ค่ำ หามบวช หามทำฮด ปนจะเทวดา แปลวา ขึ้น ๑๕ ค่ำ แรม ๑๕ ค่ำ หามเลี้ยงควงเทวดา (หามบวงสรวงเทวดา) ตัดผาออกจากฟมเวลาทอหรือตัดเสื้อผาใส แลวใหถูกมื้อ(วัน)จึงดี เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑ ค่ำ อยาตัดผาทรงวัดถาผืนใหม ไปบอนานก็เกิดโพยภัยตองฯ อยาตัดผาจะเกิดภัย เดือนใดก็ดี ขึ้น ๒ ค่ำ ตัดผาไวฮอนเฮงใมมะโน เกง แตคนเฮือนหนีจากโตเสียเสี้ยง คนในบานจะจากไป เดือนใดก็ดี ขึ้น ๓ ค่ำ ตัดผืนทวยทงตุนหม เมื่อใดจักมีอายุยืนเที่ยงเทาขันธเขาสูชิวังเจาเอยฯ อายุจะยืน เดือนใดก็ดี ขึ้น ๔ ค่ำ ตัดผืนผาอันดีควรคูคามูลมากลนของสินคาเกิดมา มีมูลคามาก เดือนใดก็ดี ขึ้น ๕ ค่ำ ตัดเสื้อผามั่นยิ่งเทียระคาของในเฮือนก็เกิดมาปอไฮ ดี เดือนใดก็ดี ขึ้น ๖ ค่ำ อยาไดตัดผาไวเจียระคาดคาตน ของในเฮือนก็เลาหายเสียเสี้ยงคนในบานจะจากไป(ตาย) เดือนใดก็ดีขึ้น ๗ ค่ำ ตัดผืนผาไดแกวกิ่งเมียขวัญ คันวาของทั้งหลายก็หากไหลมาเตาฯ ตัดผาดีไดแกวกิ่งเมียขวัญ มีลาภมาก เดือนใดก็ดี ขึ้น ๘ ค่ำ ตัดผืนผาเทียระคายืนยิ่งรอยขวบเขาเปนเจาอยูกะเสิม อายุจะยืน เดือนใดก็ดี ขึ้น ๙ ค่ำ ตัดเสื้อผามรณาตายจากผาบอทันไดคาดเนื้อพันตุมหอกาย ถึงตายหาทันไดใชไม เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตัดผาไวเอบายมายาสายคอแกวแดนไกลชูเกา ทุกค่ำคืนเชาเทียวเขาฮวมบอเซาแทแลวฯ คนเกาจะกลับมาหา เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๑ ค่ำ ๑๒ ค่ำ ตัดผาไวดังใจประสงค ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๖


เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๓ ค่ำ ตัดผาไวทวยทงเอมายของทั้งหลายมูลมากลนบอมีไฮสูอัน ดี เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ ตัดผาวัดถาผืนใหมจักไดเดินดุงดันกางดาวบอมี จะตองเดินทาง เดือนใดก็ดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ อยาไดตัดผืนผาอาพรตุมหม มันจักเปนทุกขฮอนเข็ญฮายเกิดมีฯ ตัดไมดี มีเรื่องทุกขรอน แรม ๑ ค่ำ อยาไดตัดผาอาพรฮอนยิ่ง เปนดังไฟแปดเนื้อกายเจาบอวาย รอนดั่งไฟเผากาย แรม ๒ ค่ำ ตัดเสื้อผาอาพรใสปุมมันจักมูลมากลนมาเตาอืบแถม ดี แรม ๓ ค่ำ อยาตัดผาอาพรผืนใหมจักมีความทุกขไฮในเจาอยูบอวาย อยาตัดผาจักมีทุกข แรม ๔ ค่ำ อยาตัดผาผืนงามอันใหม ลูกหลานจักเจ็บปวยไขในเนื้อบอสบาย อยาตัดผาลูกหลานจะเจ็บไข แรม ๕ ค่ำ อยาตัดผาทวยทงเออองแทเนอผาบอไดพันตนเลาจักมีไฟไหม จะเกิดภัย แรม ๖ ค่ำ อยาตัดผาอาพรผืนประเสริฐมันจักบังเกิดคนตายแทบอนาน อยาตัดผาคนจะตาย แรม ๗ ค่ำ ใหตัดผาทวยทงตุมหม จักไดลาภมาจากญาติพี่นองพงเชื่อตอบแทน ไดลาภจากพี่นอง แรม ๘ ค่ำ ใหตัดผาวัดถาผืนใหม มันจะบังเกิดใหสินชอยมากมูล ใหตัดผาไดจักเกิดทรัพยสินใชสอย แรม ๙ ค่ำ ใหตัดผานุงหมไปมาเดินทางไกลเลามีคนยอง แมนวาเปนหนี้เพิ่มตั้งลานแสนชั้นมากมูล ก็หากมีคนชูคืนถึงบานฯ มีคนชวยเหลือการเงินหนี้สิน แรม ๑๐ ค่ำ ตัดผาไวเต็มปุมในถุงแมนวาฝูงหมูแนวพงษพันธมักหัวจาตาน คนจะมารบกวน แรม ๑๑-๑๕ ค่ำ ดีทั้งหมด นาคเดือนใหดูดังนี้เวลาแฮกนาหรือยกเฮือน อยาใหเชาะเก็ดนาคไมดี เดือน ๔ เดือน ๕ เดือน ๖ หัวนาคไปทางทิศตะวันตก หางไปทางทิศตะวันออก ทองนาคไปทาง ทิศใต หลังนาคไปทางทิศเหนือ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ๙ หัวนาคไปทางทิศเหนือ หางไปทางทิศใต ทองนาคไปทางทิศตะวันตก หลังนาคไปทางทิศตะวันออก ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๗


เดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ หัวนาคไปทางทิศตะวันออก หางไปทางทิศตะวันตก ทองนาคไปทางทิศเหนือ หลังนาคไปทางทิศใต เดือน ๑ เดือน ๒ เดือน ๓ หัวนาคไปทางทิศใต หางไปทางทิศเหนือ ทองนาคไปทางทิศตะวันออก หลังนาค ไปทางทิศตะวันตก เวลาแรกนาหรือยกเรือนใหสายไปตามหางนาคอยาใหเซาะเก็ดนาคไมดีจะตายหรือปวยไขเสียหายตาง ๆ ความหดเสา เวลาจะยกมีน้ำขมิ้น ๑ ขัน เอาใบไมจุม หดความวา ยะถินทะขีโลปะฐะวิงสิโตสิยา จะตุพภิวาเต ภิอะสัมปะกัมปโย กกมันเปนฮังฮุงปลายมันเปนยุงคำ หลานกอสราง เสวยราชเวียงหิน สำบายสุขอยูเย็นปานน้ำ หลานก็ ไหวฟาหยานฟาเสวยราชเวียงฮม สำบายสุขอยูยืนเถิงเฒา แตกอนเปนไมบัดนี้เอามาเฮ็ดเสาที่พักที่เซา ความสุขขอให มีความดีขอใหไดความเจ็บไขบอมีมา อุอะมุมะมูลมา สะวาหมโฮมฯ วาแลวเอามือตบตนเสา ๓ ที วาทุกตนหรือเสา แฮกเสาขวัญก็ไดฯ แลวยกขึ้นได ความเขียนติดเสาเฮือน ถาเขียนตัวธรรมไมเปนใหเขียนเปนตัวไทยก็ได แตตามคัมภีรตองเขียนตัวธรรมจึงถูก ตอไป นี้เขียนแปลจากตัวธรรม ที่เขียนไวเบื้องตนมาเปนตัวไทย ดังนี้ โอมสำฤทธีสะวาหายะ เขียนใส ๒ ตน คือ เสาขวัญและเสาหรดี (ตะวันตกเฉียงใต) โอมสีสวัสดีสะวาหายะ เขียนใส ๒ ตน คือ เสาแฮกและเสาอาคะเน (ตะวันออกเฉียงใต) โอมสิติสะวาหายะ เขียนใส ๒ ตน คือ เสาอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)และเสาทักขิน (ใต) โอมนันทาสะวาหายะ เขียนใส ๒ ตน คือ เสาพายัพ(ตะวันตกเฉียงเหนือ)และเสาอุดร (เหนือ) ยอเฮือนเวลาจะเอาเสาลงหลุม ใหเอาใบไมใสหลุมตามวันที่ยอ ดังนี้ คือยอ วันอาทิตยเอาใบไผฮองหลุม วันจันทรเอาใบเดื่อฮองหลุม วันอังคารเอาใบกุมฮองหลุม วันพุธเอาใบเหมาฮองหลุม วันพฤหัสบดีเอาใบบัวหลวงฮองหลุม วันศุกรเอาใบงิ้วฮองหลุม วันเสารเอาใบแคฮองหลุม หลวงปูเกลี้ยง ทานนิยมใหฤกษปลูกบานใหม ดังนี้ เดือน ๒ – ๔ – ๖ – ๑๒ (บางครั้งเดือน ๘ ทานก็ให) วัน สวนมากทานจะให วันพฤหัสบดี กับ วันศุกร ขางขึ้น – ขางแรม ทานนิยมให ขึ้น – ๔ – ๖ – ๑๒ (บางครั้งเดือน ๘ ทานก็ให) ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๘


แรม ๑ – ๗ - ๑๐ – ๑๓ ค่ำ (ขึ้น – แรม ๔ – ๙ ค่ำ บางครั้งทานก็ให) วันขึ้น – แรม ๖ ค่ำ จะเปนเดือนใดก็ตาม เปนกาลกิณีหลวง หามปลูกบานปลูกเรือน หรือทำกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบานกับเรือน สิทธิการจักกลาวไมเปนพญาไมของเดือน ถาไมใดเปนพญาไมใหเอาไมนั้นมามัดเสาเวลายกเฮือนอยูดีมีสุขหรือเอามาทำยา เดือน ๕ เดือน ๖ เดือน ๗ ไมชุมภูเปนพญาไมทั้งหลาย ถาจะยกเฮือนเอาผูกเสาอยูดีมีความสุข หรือเมื่อปวย ไขเอามาประสมยารักษาโรคตาง ๆ หาย เดือน ๘ เดือน ๙ เดือน ๑๐ ไมยางเปนพญาแกไมทั้งหลาย ถาจะยกเฮือนเอาผูกเสาอยูดีมีความสุข หรือเมื่อปวย ไขเอามาประสมยารักษาโรคตาง ๆ หาย เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือน ๑ ไมขี้เหล็กเปนพญาแกไมทั้งหลาย ถาจะยกเฮือนเอาผูกเสาอยูดีมีความสุข หรือเมื่อปวยไขเอามาประสมยารักษาโรคตาง ๆ หาย๑๔ เดือนยี่ เดือน ๓ เดือน ๔ ไมปุลาเปนพญาไมทั้งหลาย ถาจะยกเฮือนเอาผูกเสาหรือมัดขางเฮือนอยูดีมีความสุข หรือเมื่อปวยไขเอามาประสมยารักษาโรคตาง ๆ หาย เครื่องแตงยกบานใหม ใหแตงเครื่องมี พาหวาน ๘ พา (กอง), หมาก ๘ คำ, ยาสูบ(พันดวยใบตองหรือกระดาษ) ๘ กอก, ดอกไม ๔ คู, ผาสิ้น ๑ ผืน, ผาโสรง ๑ ผืน, แพรวา (ผาเขามา) ๑ ผืน, กระจอกใบหมี้ (ใบขนุน) ๘๑ อัน (จอก) แตละจอกใหใส ขาวดำ ขาวแดง พริก เกลือ ทุกจอก น้ำ ๑ ขัน, เทียน ๑ คู, ธูป ๘ ดอก ใหแตงใสพา แลวจุดธูปเทียนกลาวดังนี้“ขาแตพระชัยมงคล พระภูมิเจาที่ แมพระนางธรณี ขอใหมารับเครื่องอามิสบรรณาการที่ขาพเจานำมานี้ ทุกตนทุกทาน วันนี้ขาพเจาจะได ปลูกเรือนปลูกบานขอจงรับทราบ ใหอยูเย็นเปนสุขทุกเมื่อเทอญ เมื่อรับเสวยเสร็จแลว ขาพเจาขอเชิญยายไปอยูที่ขาพเจา ใหกำหนด ขอมอบหมายใหอยูรักษาทุกสิ่งทุกอยางภายในครอบครัวนี้” เมื่อทำพิธีเสร็จแลว ไดเวลาพอสมควรหรือยกเสา บานเสร็จแลว ใหเอาเครื่องแตงทั้งหมด ยายออกจากบริเวณที่เราสรางบาน ไปมุมใดมุมหนึ่งของสถานที่นั้น เปนที่สะอาด ไมมีคนเยียบย่ำ ใหขุดหลุมฝงกระจอกใบหมี้ทั้งหมดพรอมทั้งพาหวานทั้ง ๘ พา ใหหาอะไรหอกอนจึงคอยฝง เวลากลบดิน หามมิใหใชเทาเหยียบ แลวเอาหมาก พลู ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๑๙ ๑๔ ในเลมอื่นที่พิมพผานมาแลว ไมมีขอมูลของเดือน ๑๑ – ๑๒ – ๑ ไดกราบเรียนถามหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม เมื่อ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ ทานบอกวาพิมพตกตั้งแตตนฉบับ ป ๒๕๑๖ ไมไดแกไขสักที ทานจึงใหแกไขเพิ่มเติมเปนเดือน ๘ – ๙ – ๑๐ ไมยางเปนพญาไมทั้งหลาย และเดือน ๑๑ – ๑๒ – ๑ ไมขี้เหล็กเปนพญาไมทั้งหลาย.


ยาสูบ ดอกไม หาอะไรรองกอนจึงวางบนที่กลบดินนั้น พรอมทั้งธูปเทียนปกตรงนั้นดวย สวนน้ำใหกรวดอุทิศบุญให พระชัยมงคล พระภูมิเจาที่ แมพระนางธรณี และญาติบุพชนทั้งหลาย พระคาถาตาง ๆ ที่หลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ใชัเป็นประจำ พระคาถา จักรวุธองคการพระพุทธเจา ๕ พระองค ของหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม (พระครูโกวิทพัฒโนดม) วัดโนนแกด ต.ทุม อ.เมืองฯ จ.ศรีสะเกษ วิธีแตงครู มีซอม ๕ ยอด ๕ อัน, ใบศรี ๕ อัน (ติดไวกับซอมทุกอัน), หมาก ๕ คำ กอกยา ๕ กอก ขาวตอกแตก ขาวสาร เทียนนอยอยางละคู ใสลงในซอมทุกอัน, ซวย ๕ อัน(ใสดอกไมขาวและเทียนนอยอยางละคู), หมากนิมนต ๑ คู,(ซอม, ใบศรี, ซวย, หมากนิมนตใหทำดวยกระดาษทอง) เทียนหนักเลมละบาท ๕ เลม, เทียนนอย (อีกตางหาก) ๕ คู, ดอกไมขาวขันธ ๕ ขันธ ๘ (๑๓ คู), เงิน ๕ บาท, ผาขาว ๑ วา นะโมสุคะโตอาตีตาจะ นะโมสุคะโตปจจุปนนา นะโมสุคะโตอะนาคะตาปญจะพุทธา มะเหสินังอิทังมหาปฐวิง ปญจะ พุทธาสัพพัญูตะญานะปะติเวทัง นะวะโรกุสะละธัมมะหิสิสิพุทธามะเหสินัง กุกกุสันโธอุตตะมังเสฏฐัง โกนาคะมะนังปะ วะรัง กัสสะปะพุทธะสุคะตะหิตัง โคตะมังหิตะสัมปนนัง เมตตรัยยะอนาคะตัง ปญจะพุทธา ธาตุปฐวิงมาตุคัพพัง ปฐวิง สัพเพพังอัดถานิสถา มหาอะโหสิมาตุคัพพานิชขะนิตะวามาตุคัพพัง ปตติดทิตังวะติปตติสนติยังวา จะตุโลกะปะลาลุกะ มหาอัสชิริ ยังสักคะยะมหาปฐวิ ยาวะอาภัสสะราพรัหมะนาคะยักขาลาอะคัพพาคะยัง เอกะโกฬะหารัง ชาตังคังคัย ยะสะละนัตถิ สัมมุทธะคำภีรรัง ปะทุมุพปะละสากะยะกะมุทธะชาตัง รักขันธะปตตะสาขา ปะทุมมาโอรัมพาวะตะเวทัง วะรังโทอะปะทุมุบปะระชาตะ นะวะทังวะรัง ปะทุมมาปุพชาตา สักกันรังมหาปะชารียังปตตะรัง ปะทุบมุบสาละชาตัง อากาสาวิตะรังวิตานิ ปะทุมมาสันชะนัง สัตตะสัตวะเกสาระภู ปะระมะสัจถายุพันธะรัง สักกะระจักกะวาระทิ ปะตะรี ยังปะวัตตะนา อากาสา สามะวุตถาสักกะระมหาปฐวี พาลุกาสีลาอุทธะกา สัพเพสุวันนะรัตชัตตา ชาตาสุวันนะรัตชัตตา ปุลานัง พระสุนทะราจะระวิจะระติ ปุพพังพะ ละมะตุระเหสูง สัพเพปฐวี อีชะชาทะระกับปารุกขาชาตาทิพ อุยยา นังชายันโต บุคะโพอะเหสูงอิทะยุตังโภคัง สัพพะพุทธาปุลานัง สัพพัญูตะยานะปะติเวทัง ปะวะรังอังคะรักขานัง สัพพันนะรังสิยาสาสันนะโลกะ นิรังโลกะอะมิตตะชาตัง ทิสัตตะโลกะหิตัง สัตตะโลกังพิชะปะนะโลกัง เสกหังไพยะ สัมปตติสาเทวี ปุตชิสุพุทธาอะทิถานังสัจจะหังสิทธิพุทธา อาหังบูชา อาหังวันทา อาหังปตตะนา อาหังโทมะนาคะหา สัพพะโสตถีภะวันตุเม สามะหาปฐวีพุเตสัจเจปญจะพุทธา อุปปนนาสัจจัง อัดถีปญจะพุทธา ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๐ พระคาถาตาง ๆ ที่หลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ใชัเป็นประจำ


ริโนปูระขันทะโน อาหังคันตังทัสสะวาอาคุณณังโอวาทังปะตุระโหสิ สุวันนะรัตชาตาพิชชาปะตุระโหตุ ทัสสายะปาทะรัก ขานัง พุทธาวันทามิ ปสสายะคังคาพาลุกาสีลา อุตะกามะติกังปนจะปุพผาปสีสาระโภนะลามิตเตสุ นะระชัตตาสัพพะพิช ชาขิปปะเมวะชานิสชะติ นะโมสุคะโตสิกขิโตปะวะโร นะโมกุกกุสันโธพุทธะเสฏโฐ นะโมโกนาคะมะโนพุทธะเสฏโฐ นะโมกัสสะโปพุทโธอาโข นะโมโคตะโมพุทโธโลกะหิโต นะโมเมตตรัยโยมหาเจโร ปญจะพุทธาทัสสาปนนา อะนาคะตา สัตถาสาวิระโภภะวันตุเม สัพเพเทวาสามาคะตาปสสันตุ เจวะชัดชายะมันตังสิขีพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตัง อุปนนังกุกกุสันทังสัมพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตังอุปปนนังโกนาคะมะนังสัมพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตัง อุปปนนังกัสสะปงสัมพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตังอุปปนนังโคตะโมสัมพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตังอุปปน นังเมตตรัยยะทิราอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตังอุปปนนังอะระหันตาสาวิกาสัมพุทธาอานุภาเวนะ สุวันนะรัชชัตตัง อุปปน นังสัพพะพิชะกัง สัพพะสาวะติลาโภภะวันตุเม สัพพะเทวายักขาภูตาปะริตตาปะเวอัตตะเน สัพเพราชาเมทิยะมะนุสสา สัพเพโคหาวินาสันตุ ทิสะวาตันจะปยะตัง ปุตโตสิเนโห สัพเพชะนายะปะชา มหาโภโค มหาโสพะยะศัตรู วินาสันติ ฯ (จบองคการจักรวุธเทานี้) หาอะไรเทียมไมมีในโลกของมนุษยเรา กรุณาทองใหไดทุกตัว ดีมากถาใครทำได ผมเห็นวาทานเปนผูตั้งใจ ในทางพระพุทธศาสนา ผมจึงอุตสาหพยายามคัดลอกใหทาน จงสำเร็จตามความปรารถนา เทอญฯ หลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม วัดโนนแกด ตำบลทุม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ คาถามงกุฎพระพุทธเจา ภาวนากันภูตผีปศาจตาง ๆ คาถาวา ดังนี้ อิติปโสวิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนาพุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปติอิฯ พระคาถาใหภาวนากันศัตรูฃ อิติปโสภะคะวา อิทิมันตาสุขาวะหะ อิติปโสภะคะวา อิติพุทธะสุขาวะหา อิติปโสภะคะวาอิติฯ พระคาถาภาวนากันคนทำไมถูก พุทธังกันนะกันนะพุทธัง ธัมมังกันนะกันนะธัมมัง สังฆังกันนะกันนะสังฆังฯ ใหภาวนาทุกวัน รับรองวาคนทำดวย พุทธมนตคาถาไมถูก ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๑


พระคาถากันภูตผีตาง ๆ พันเตเจรมัดชัดตะสังอะเรเปราทัดตะทาเวจะปงระ ตัวจะเสือติอุขาเทนิ พุทโธกันผียักษผีปอบผีพาย ธัมโมรัง สังโฆฯ เสก ๗ ทีใสฝายกันผีปอบผีพายผีหาผีอารักษ ไดทุกอยาง พระคาถากันผีทุกผี พุทธังกันจะ ธัมมังกันจะ สังฆังกันจะ พุทธะคุนัง ธัมมะคุนัง สังฆะคุณนัง พุทโธพันทะนะจิตตัง ธัมโมพันทะ นะจิตตัง สังโฆพันทะนะจิตตัง เอวังคุณยุตโตโสภะคะวา อิติกันนะ อิติกันนานะกันฯ พระคาถากันผีไลผีทำน้ำมนต (ของหลวงพอมุม) สักกัสสะเวสสุวัณณัสสะ เตนะอาวุธถะนุลจะเวชนะ สัพเพยักขาปะลายันติ นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ จะพะกะสะฯ เสกฝาย ๗ ทีกันไดทุกผี ใหคนเปนปอบหอยคอนอนไมหลับทั้งคืน ใชลงตะกรุดก็ได ใชไดสารพัด ประโยชนเกี่ยวกับเรื่องผีเปนของวิเศษจริง ๆ หลวงปูเกลี้ยงทานเรียนมาจากหลวงพอมุม พระคาถาพญาเวชทำน้ำมนตไลผี อิติปโสภะคะวา เวสสุวันโนนะโมพุทธายะ นะขับโมไลพุทไปธาจากยะสูญหายนะบัดนี้ พุทธังขับ ธัมมังขับ สังฆังขับ พุทธอิถี สะมุหะคะติ สะมุหะคะตา สะมุหะเสนา สะมุหะเนยยะ สะมุหะคะโต ปฐวี เตโช อาโปธาตุ สวาหะสวาหายะฯ คาถาพระองคการน้ำมนตไลผี วันทะนังสีโร เมพุทธะเททะละ วันจะละเตพรมมะ วาภาเทเพ สะรุกันจะสัพกัมมะปะสิทธิเมฯ คาถามะหากะชอนทำน้ำมนต นะกะชอนมหากะชอน กูจักถอนศรนารายณอันมีจักร กูจักชักศรนารายณอันมีฤทธิ์ กูจักปดนางคงคาอันไหลนอง กูจะลองดวยมนตพระพุทธจักร กูจะหักดวยมนตพระภิคะเนก กูจะเสกดวยมนตพระพิกคะนาย ละลายมหาละลาย อักษรทั้งหลายทำดวยยาพิษ ประสิทธิดวยตัวนะ เอาตัวเอาตัวโมมาชักยันตใหเปนตัวโม เอาชื่อมาหอดวย ๗๒ ทำใหมองคนทั้งหลาย ทำเปนที่ไวหนา ทำดวยเนื้อทำดวยหนัง ทำดวยขะโหมดผีพราย ทำดวยขนายขนาน ทำดวยเขี้ยวดวยงา ทำดวยเงี่ยงปลาขะแยง ทำดวยตะกั่วทองแดงอันสำฤทธิ์ขอมและไทย ทำดวยหนามไผผูก เปนตีนกา กูจะเสกพระคาถาในพิสดาร ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๒ ทำดวยเขี้ยวดวยงา ทำดวยเงี่ยงปลาขะแยง ทำดวยตะกั่วทองแดงอันสำฤทธิ์ขอมและไทย ทำดวยหนามไผผูก


เปามนตนะอานเปนกิ่งกรรไกร สูเรงออกไปทำการผิดพระนารายณสั่งสอน ทำใหคนเดือนรอน กูจักขอใหมรณัง เตพะวังทาเรตุ อิติพะวังทาเรตุ คัจฉะอะมุมหิ โอกาเสติฎฐาหิฯ คาถาพระมหาเถรตำแยทำน้ำมนตไลผี นะมหาเถรตำแย มะอะอิที่แทจะแกคุณ มะอะอุจะแกรูปภาพสิทธินานา จิเจรุนิจะแกโคละมะหิงสาสัตว ทาวะสาอุจะแกรูปภาพนาสิกสาวิ นะมะพะทะอาระหะอาระหังกูจะแกตารางเหล็กและทองแดงดวง วะระนะจะจะแก รูปภาพยนตรยักษสุนัขและเสือสาง อะสังวิสุโลปุสะพุภะจะแกรูปในปาชาผินหนาผินหลังทำใหรักใหชังใหขังใหมัวเมาพูด พุทธังปจจักขาสิก ธัมมังปจจักขาสิก สังฆังปจจักขาสิก จะแกคุณตะกะสามมและผีปอบ นะระมะกุสามารถจะฝงรูปฝงรอย หนทางสามแพง จะแกทั้งพิษแสลงยาแฝดเขาทำมา โสธายะจะแกคุณมนตคุณคนและคาถา ทำดวยหวานยาใหพร่ำรำจวน จิต อิกะวิติจะแกคุณเทียนเทพรัญจวนทำใหจิตปนปวนกวนกายเปนบา โมทะนะนะพุพะจะแกคุณดอกจำปาหะโหม กทะลายหิน ไมอันรูเดินเอาปลายลงเอาตนขึ้นทำ ใหเปนเสนียดเสียดแทง ใหพิลึกพึงกลัวขนพองหนังหัวสยอเกลา นะระงับสะมุหะระงับ กูจะเบิกที่เบิกทาง เบิกโขนทะวาน บานประตูยนต จะเบิกคนใหถวนถึงพันอิติยันตัง จะเบิก คุณศาสตราวุธและปราณี กูจะเรียกฝูงผีใหเขามานั่งยกมือไหว ฟงพระองคการฯ คาถาพระองคการทำน้ำมนตรด นะอาระหังนะ นะหังระอะนะ นะโมอาระหังโม โมหังระอะโม โมพุทอาระหังพุท พุทหังระอะพุท พุทธาอาระ หังธา ธาหังระอะธา ธายะอาระหังยะ ยะหังระอะยะ อะนะพุทโธนะโมพุทธายะฯ คาถากันผีทุกผี พุทธังกันตังกันนังกันนากันนะ พุทธังกันตังกันมาเนนะ ธัมมังกันตังกันมาเนนะ สังฆังกันตังกันมาเนนะ พุทธัง กันตังพระอะระหัง ธัมมังกันตังพระอะระหัง สังฆังกันตังพระอะระหัง พุทธังพระอะระหังพระมหานิมิต ธัมมังพระอะระหัง พระมหานิมิต สังฆังพระอะระหังพระมหานิมิตฯ เสก ๗ ทีกันทุกผี ใชเสกฝายกันผี ลงตะกุดกันผีดีนักแล คาถากันปน พุทโธอุ ธัมโมอัด อัดถะอัดถะสิ กันหะเนหะงะติงะ อายะตันจะ วิตถะตันจะ อัปปตันจะ สุวิตันจะ สุปะวายิ ตันจะ สุวิเลกขิตันจะ สุวิตัจฉิตันจะ กะโรถะ อัปเปวะนามะมะยำปดฯ รับรองวาปนยิงไมออก ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๓ ตถะตันจะ อัปปตันจะ สุวิตันจะ สุปะวายิ ตันจะ สุวิเลกขิตันจะ สุวิตัจฉิตันจะ กะโรถะ อัปเปวะนามะมะยำปดฯ รับรองวาปนยิงไมออก


คาถามหากะดอนใชไดทุกอยาง เสกน้ำกินก็ได เสกน้ำมันทาตัว ทาผม เสกดอกไมเหน็บหู เสกยาสูบ เสกขาวกิน เสกใสอะไรกินไดทั้งนั้น กันปน กันทุกอยาง ใหเสก ๗ ที คาถาวาดังนี้ เธาะนะอุปยะนะงอเธาะยอฯ เรียกวา คาถา ๙ ดี มี ๙ ตัว คาถากันปนเรียกวาคาถา ๑๐ ดี เสกเหมือนกัน ถาวะติถาวะวิวิทะนำปฯ คาถามี ๑๐ ตัว เรียกวา ๑๐ ดี พระคาถาเสกใสน้ำมันกินเสกทาตัวก็ได คงตออาวุธ คาถาวา หะละถาละ ยะหะละฯ เสก ๗ ที กินทาตัวคงแล พระคาถาเสกน้ำมันกินทาตัวอยูคง นะมะมะนะ นะอะอะนะ นะอุอุนะ อุอะมะนะฯ เสก ๗ ที กินทาตัวอยูคง พระคาถาอุดปน เสก ๗ ที นะบังดิน โมบังไฟ พุทบังลูก ธามิใหออก ยะปดปากกระบอก อะนุตตะรัง ฆะเตสิ กิงกะระนัง อาระหังปตตัง วิกรึงคะเรมิฯ ถาผจญศัตรูใหภาวนาคาถานี้ปนยิงไมออก มนตเปาซางเด็กเสก ๓ ที อมซางน้ำและซางไฟ ซางจังไรกินตับกินปอด ซางกินตลอดหัว ซางกินทั่วโลมา ซางกินตายิสะหับสะหายะฯ มนตเปาเมาเด็กลิ้นขาวเสก ๓ ทีเปา อมอัคคะอัคกิอัคคี มรณะ ออกชื่อผูเปนแลววา นิโรจาติฯ (ชื่ออยางไรวาตามชื่อของผูจะเปาจึงวา นิโรจาติ) มนตเด็กเจ็บทองเสก ๓ ทีเปา อุงจอกจิจอกิกกิรันชันสวาหายะฯ เปาหาย ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๔


มนตเปาไขพองตามตัวทุกแหงเสก ๓ ที อมหินาอมลีลาสหับอับปามิ จุปะอิสีตับปงอาระหังตับปงสหายะฯ มนตเปาคอบวมหรือบวมทุกแหง อมจุมกุมตุมเลือดและตุมยาง มึงอยาติดในคอมึงอยางอในศอก ออกขอใหออกในแขนแบนขอใหแบนในหัวเขา เนา ขอใหเนาในปลายตีน อมเหวยมะหาเหวยแมมึงไคเปนแปงกระแดงปานปูน กูจะเปาใหหายก็จะหาย กูจะผาบโพนใหฮาบ ก็ฮาบ กูจะผาบขี้จุมปวกใหเพียงก็เพียง ใหมึงตกจั่งเปลือกพอกใหมึงลอกจั่งเปลือกเปอย อม สหายะฯ มนตเปาฟก ถาสัพพะโพตารัตถา มัดติถาถายะชัยยะมะสะหายะฯ เสก ๗ ทีเปา มนตเปาวัด(งูสวัด) คำศัพทสุขอนามัยเรียกวาไฟลามทุง อมพละสะหายะวะ อมสิขาคะสะหายะฯ เสก ๗ ที หรือเจริญ ๗ ที รับวาหายใชเปาหายมากแลว มนตผาบไฟคือไฟไหมหรือบุคคลอยูไฟ อัคคี คัดถาปดชะระติ เขตเตวุดถังผะละมัสสะ มะติโยมิตตานังนะทุพพะติฯ วา ๓ หนแลวเปา มนตเปาผี คำวา ผี คือ ไขตามที่ตาง ๆ อัดนาเขตตำอัพพาโพ สะตัสสะปตติสะหายยะ อมทัดตาสะหายยะฯ วา ๓ หนแลวเปาหาย มนตเปาปวดหัวดิบ คำวา หัวดิบ คือ คนไมไดเปนไขแตปวด อมศีสังศีสะพะสะหายวะฯ วา ๓ ทีแลวเปาหาย คาถาคามะณีจินดาใหญ นะโมพุทธายะ ตังนาถังคือพระพุทธเจา กรุณิกังประกอบไปดวย พระเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อุหานะ คือวิชานะจินดา จิตตาธาตุมะโนมะนะสาสังจิตตัง กะระมะนังวิชานาติ มะณิจินดามะหาจินดา มะณีสวาหัง โกฏิมะ นุสสาเทวานัง อะมะนุสสาเทวานัง สะมะณะจิตตัง อิตถีจิตตัง ไชยะไชยะ นารีจิตตะวะติ มาตาปตุวะติ ราชาโน โจรัง ไมตรีจิตตัง อิตถีจิตตัง เอหิจิตตัง ปยังมะมะ นะสัตถาโสตถีภะวันตุเม คามะณีจินดาฯ ใชทางเมตตามหานิยม เจริญดวยสุข ลาภ ยศ สรรเสริญ ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๕ คือวิชานะจินดา จิตตาธาตุมะโนมะนะสาสังจิตตัง กะระมะนังวิชานาติ มะณิจินดามะหาจินดา มะณีสวาหัง โกฏิมะ นุสสาเทวานัง อะมะนุสสาเทวานัง สะมะณะจิตตัง อิตถีจิตตัง ไชยะไชยะ นารีจิตตะวะติ มาตาปตุวะติ ราชาโน โจรัง ไมตรีจิตตัง อิตถีจิตตัง เอหิจิตตัง ปยังมะมะ นะสัตถาโสตถีภะวันตุเม คามะณีจินดาฯ


คาถาเมตตามหานิยม นะเมตตา โมกรุณา พุทปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู นะคือตัวกู อะคือคนทั้งหลาย มนุษยทั้งหลายเห็นหนา เมตตากรุณาแกกูสวาหะฯ ใชสวดหรือเจริญภาวนนา คาถามหาเศรษฐี คาขายเรียกลาภเรียกทรัพย สุสะมะนิ ธะนังโภคัง นาสังสิโม จะภะกะสะ นะชาลิติฯ (ตัวผู) ทุสะมะนิ ธะนังโภคัง มะมะอาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ มะมาธิมาฯ (ตัวเมีย) ใชสวดหรือเจริญภาวนนา ชีวิตจะมีความสุข อุดมดวยลาภ เงินทองสิ่งของมากมาย ทั้งเปนเมตตามหานิยมดวย คาถาคาขายทำใหขายของดี พุทธะสังมิสังสิโมนา ธัมมะสังมิโมนาสังสิ สังฆะสังมิสิโมนาสังฯ ใชสวดหรือเจริญภาวนา คาถาภาวนาเวลาออกเดินทาง อิติปโสภะคะวา ยาตรายามดี (พระอาทิตย) สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะฯ ใหวา ๓ จบ และใหเปลี่ยนตามวันที่ออกเดินทาง คาถาภาวนาเขาสอบหรือขึ้นโรงขึ้นศาล นะเพียดโค มหาเพียดโค สัพพะคะเพียดโค พะยังทันติฯ วา ๓ จบ ใหกำหนดจิตวาคาถาตอนขึ้นบันได หรือกาวเทาเขาสูหองสอบ หรือตอนนั่งในหองสอบ ใหวาอยางนอย ๓ จบ มากกวานั้นยิ่งดี และตองกำหนดจิตบอกกลาวพระภูมิเจาที่ เทวดาที่รักษาสถานที่ที่เราเขาสอบดวย คาถาออปอง ติปุทะลุปญญา พุทธะโลกาเอหิปสสิโก ปญญาโมกขังปญญาพลัง เตสิเตชังออนั้นออนี้ ออครูทะรักษา อะพรัหมะกัง ฐาเนฐานัง เอหิจิตตังปยังมะมะ นะสัตถาโสตถีภะวันตุเมฯ ใชสวดภาวนาก็ได เสกขาว – น้ำกิน เสกหนังสืออานมีปญญา คาถาพระอินทราปองกันภัยทุกชนิด เพ ตา เส เจ บิ เต หา นิ กา ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๖


หลวงปูเกลี้ยง ทานเลาวา เปนคาถาที่ทานพระอินทรมาบอกใหใชภาวนา หรือเขียนติดบานไวปองกันภัยพิบัติทั้ง ปวงที่จะเกิดขึ้นกับโลกมนุษย ไมวาจะเปนสิ่งใดก็ตาม ทานพระอินทรจะลงมาชวยคุมครองผูนั้นทันที (หลวงปูเลาใหฟงเนื่องในโอกาสกราบขอพรปใหม ๒๕๔๘) คาถาวากอนนอนเปนมงคล ปองกันภัย ฯลฯ พุทโธเปนแวนคำ ธัมมังเปนผูแตง สังโฆเปนฝาบังแวดลอม ตัวผูขานอนทุกวันนี้ มิไดนอนดายดอก คิดตอตั้ง คุณเจาหนอพุทโธ นะกันตัง อะระหังพุทโธ สาธุ สาธุ พระอินทรอยูเกลา พระเจาอยูหัว ขาระณะพระ(พุทธเจา)เกิดแลว พระแกวอยูที่ใด พระศรีคันชัยเกิดแลว อะหังวันทามิ พุทธานุสสะติ ธัมมานุสสะติ สังฆานุสสะติ ศีลานุสสะติ จาคานุ สสะติ เทวตานุสสะติ มรณานุสสะติ กายานุสสะติ อานาปานุสสะติ อุปสมานุสสะติ พุวา พระพุวาฯ ใหสวดภาวนากอนนอน ๓ ครั้งทุกวัน เปนมงคล ปองกันภัย เมื่อเกิดภพใด ชาติใด จะไดพบพระศาสนาของ พระศรีอาริยะเมตตรัย คาถาปลูกของทุกอยางแลวแตจะปลูก นะโนติกุสะลังกัมมัง ตะโนติธัมมะเทสะนัง ตันหายะวิจะรันตานัง ตันหาคะตัง นะมามิหังตะตะฯ วา ๓ ที แลว จึงปลูก ทิศที่เปนมงคลของแตละวัน ตำหรับหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม จะทำพิธีมงคลตาง ๆ เชน การบวงสรวง หรือพิธีที่เกี่ยวกับฤกษยามตาง ๆ ใหหันหนาไปทิศนั้นตามแตละวัน จะ เปนมงคลในการทำพิธีนั้น ดีนักแล วันอาทิตย ใหหันหนาไปทิศ เหนือ (อุดร) วันจันทร ใหหันหนาไปทิศ ตะวันตกเฉียงใต (หรดี) วันอังคาร ใหหันหนาไปทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) วันพุธ ใหหันหนาไปทิศ ตะวันออก (บูรพา) วันพฤหัสบดี ใหหันหนาไปทิศ ตะวันออกเฉียงใต (อาคเนย) วันศุกร ใหหันหนาไปทิศ ใต (ทักษิณ) วันเสาร  ใหหันหนาไปทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ (พายัพ) ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๗


การแกอุบาทวตาง ๆ ตำหรับหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม มีฟาลงไฮนา ฮั่วสวน, ฮุงกินน้ำ ผึ้ง ตอ แตน นกเคา ลิงคาง มาเฮือน, กลวยเปน ๒ ยอด ๒ เครือ, หมากเปน ๒ ยอด, เปนตน ใหบูชาเครื่อง ๘ ดังนี้ มีโทงใบหมี้หรือใบสีดา เย็บเปนกระจอกสิ่งละ ๘ คือ ใสขาวสาร ๘ อัน, ใสขาวสุก ๘ อัน, ใสหมากพลู ๘ อัน, ใสยาสูบ ๘ อัน (พันดวยกระดาษหรือใบตอง), ใสแกงสม ๘ อัน, ใสแกงหวาน ๘ อัน และมีดอกไม ๑๓ คู, น้ำ ๑ ขัน, เทียน ๑ คู, ธูป ๘ ดอก แตงแลวยกไปวางที่ฟาลง หรือที่ผึ้ง-ตอ-แตนอยู (ที่เกิดเหตุ) แลวจึงธูปเทียน ขึ้นและกลาววา “วันนี้ผูขา (ขาพเจา) นำเครื่องอามิสบูชามามอบใหแลว ขอใหมารับ เมื่อรับแลวขอใหหนีจากสถานที่แหงนี้” และวาคาถาตออีกดังนี้ นะโม ฯลฯ ๓ จบ อมอิน ๆ อุปบาตพะลา ยะยะยะนา เยเกตะธัมมะตา กัน ๆ ปะวารายะ อาคัชสันตุ พุนชันตุ สวาหายะฯ ๓ จบ เมื่อวาคาถาเสร็จแลวใหยกเครื่องแตงนั้นออกไปทางทิศตะวันตก การแตงเครื่องตั้งศาลพระภูมิ ตำหรับหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม มีพาหวาน ๘ กอง (ขาวคลุกน้ำตาลขนาดเทาหัวแมมือ ๘ กอน) หมาก – พลู ๘ คำ ยาสูบพันใบตอง หรือกระดาษ ๘ กอก ผลไม ๕ อยางขึ้นไป (หามมังคุด และละมุด แตตองมี กลวย มะพราว สมโอ หรือ สมเขียวหวาน) ขนมมงคล น้ำตาล กอน ๑ ถวย น้ำออยกอน ๑ ถวย ขาวสวย ๑ ถวย ผาสะโรง ๑ ผืน ผาขาวมา ๑ ผืน ผาสิ้น ๑ ผืน (ถาตั้งในวัดเพิ่มผา ไตร ๑ ไตร) น้ำ ๑ ขันธ ดอกไมขาว ๑๓ คู เทียน ๑ คู ธูป ๘ ดอก ตั้งเครื่องบูชาตอหนาศาลพระภูมิ แลวจุดธูปเทียน กลาวถึงทานพระพรหม พระนารายณ พระอิศวร พระชัยมงคล พระภูมิเจาที่ แมพระนางธรณี (ถาตั้งในวัดใหกลาวถึงพระธาตุหลา) ขอทานทั้งหลายจงมารับเอาเครื่องอามิสบรรณาการ ที่ขาพเจานำมาถวายอยูเบื้องหนานี้ วันนี้ขาพเจาไดทำพิธีตั้งศาลพระภูมิเจาที่ ขอทุกทานทุกองค จงรับรูรับทราบ และ เปนสักขีพยาน ขอฝากฝงมอบหมายทุกสิ่งทุกอยางในสถานที่แหงนี้ ตลอดถึงคนผูอยูอาศัยใหทานชวยปกปกรักษาคุมครอง ขอใหมีแตความสุขความเจริญตลอดไปเทอญฯ หัวใจ ๑๐๘ พระคาถา หัวใจพระธรรมเจ็ดคัมภีร สัง,วิ,ธา,ปุ,กะ,ยะ,ปะ) หัวใจพระสูตร ที,มะ,สัง,อัง,ขุ) หัวใจพระวินัย อา,ปา,มะ,จุ,ปะ) หัวใจ วิปสสนา วิ,สะ,สะ,ติ) หัวใจพระรัตนะคุณ อุ,หา,สะ,ติ)หัวยอดพระนิพพาน อะ,ระ,หัง) หัวใจแกว ๘ ประการ มิ,ถิ,ยา,โน) หัวใจนิพพานสูตร พุท,ธิ,จะ,ติ) หัวใจเสสฏฐัน เส,พุท,สะ,เว,ตัง,วะ,เส) หัวใจปะถังมัง ทุ,สะ,มะ,นิ) หัวใจ พระไตรสะระณะคมณ พุท,ธะ,สัง,มิ) หัวใจอิติปโส อิ,กะ,วิ,ติ) หัวใจปฏิสังขาโย จิ,ป,เส,คิ) หัวใจปรมัตถจิ,เจ,รุ,นิ) หัวใจตรี นิสิงเห สะ,หะ,ชา,ตรี) หัวใจยานี ยา,นี,ระ,ตะ,นัง) หัวใจพระยากาสลัก จะ,ภะ,กะ,สะ) หัวใจสนธิ นะมะ,จะ) ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๘ มิ,ถิ,ยา,โน) หัวใจนิพพานสูตร พุท,ธิ,จะ,ติ) หัวใจเสสฏฐัน เส,พุท,สะ,เว,ตัง,วะ,เส) หัวใจปะถังมัง ทุ,สะ,มะ,นิ) หัวใจ พระไตรสะระณะคมณ พุท,ธะ,สัง,มิ) หัวใจอิติปโส อิ,กะ,วิ,ติ) หัวใจปฏิสังขาโย จิ,ป,เส,คิ) หัวใจปรมัตถจิ,เจ,รุ,นิ) หัวใจตรี นิสิงเห สะ,หะ,ชา,ตรี) หัวใจยานี ยา,นี,ระ,ตะ,นัง) หัวใจพระยากาสลัก จะ,ภะ,กะ,สะ) หัวใจสนธิ นะมะ,จะ)


หัวใจกุศล นะ,มะ,กะ,ยะ) หัวใจสัคเค นะ,สะ,มิ,เห) หัวใจกา รก,กะ,เม,ถะ) หัวใจอริยสัจ ทุ,สะ,นิ,มะ) หัวใจสรณคมณ สะ,ระ,มะ,ณะ) หัวใจคเต สัก,ปะ,สิ,จะ,มิ) หัวใจพระไตรปฎกหรือตรีเพ็ชร มะ,อะ,อุ) หัวใจมงกุฎพระเจา อิ ,มะ,หิ,ตะ,กะ,ระ,สุ) หัวใจสมาส สิ,ริ,สะ,โต) หัวใจนิทาน สิ,วา,กุท,ธะ) หัวใจวิปสสิส สะ,ขิ.สะ,ป) หัวใจยาตะ หัง ,นะ,หิ,โส,ตัง) หัวใจพาหุง พา,มา,นา,อุ,กะ,สะ,นะ,ทุ) หัวใจเปรต ทุ,สะ,นะ,โส) หัวใจทิพยมนต กะ,จะ,ยะ,สะ) หัวใจ นิพพาน สิ,วัง,พุธ,ธัง) หัวใจแกว ๓ ประการ นะ,กะ,ระ,นะ) หัวใจสัมพุทเธ สะ,ทุ,มะ,โต) หัวใจสัมโพชฌงค สะ ,ธะ,วิ,ป,ปะ,สะ,อุ) หัวใจมหาสมัย กา,ละ,กัญ,ชา,มะ,หา,ภะ,สะ,มา) หัวใจบารมี ๓๐ ทัศ ยะ,เว,สะ,เจ,เอ,หิ) หัวใจปุค คลบัญญัติ ปะ,นะ,ปะ,เถ) หัวใจตะบะ นะกา,รัต,ถี) หัวใจจังงัง กะ,ระ,สะ,ติ) หัวใจอิทธิฤทธิ์ อะ,หัง,นุ,กา) หัวใจ แคลวคลาด อะ,หัน,ติ,โก) หัวใจคิริมานนท ถะ,กะ,จะ,นา) หัวใจเจ็ดตำนาน สะ,ยะ,สะ,ปุ,ยะ,อะปะ) หัวใจมงคล นะ ,ระ,ติ) หัวใจภาณยักษ ภะ,ยะ,นะ,ยะ) หัวใจพระสิวลี นะ,ชา,ลี,ติ) หัวใจพระคุณ พุ,โม,ยะ,โล,นะ,โร) หัวใจพระพุทธเจา ๕ พระองค นะ,โม,พุท,ธา,ยะ) หัวใจพระเจา อิ,สวา,สะ) หัวใจพระ ภะ,คะ,วา) หัวใจพระศรีศากยมุนี ปะ,ภะ,กะ) หัวใจพระกัสสป ปะ,ระ,กะ,ชะ) หัวใจเตมีย นะ,ปะ,กะ,ตะ) หัวใจพระมหาชนก ปะ,พะ,ยะ,หะ) หัวใจพระโกนาคม นะ ,มะ,กะ,ตะ) หัวใจพระเวสสันดร สะ,ระ,ตะ,นะ) หัวใจพระวิธูร นะ,ปะ,สะ,อิ) หัวใจพระสุวรรณสาม อะ,วะ,สัท,ทะ) หัวใจพระโพธิสัตว ปะ,สะ,นะ,วา) หัวใจพระภูริทัต ปะ,สิ,มิ,วา) หัวใจพระมาลัย พะ,ละ,ยะ,ยะ) หัวใจพระมโหสถ ปะ ,ละ,อุ,อะ) หัวใจพระอริยะ นะ,ระ,วา,ระ) หัวใจพระราม ถัม,ภู,ป) หัวใจคน นะ,ระ,กา,ลัง) หัวใจชาย จิตตัง,ปุ,ริ,โส) หัวใจหญิง จิตตัง,ภิก,ขิ,ริ,นิ,เม) หัวใจพระยามาร นุ,ภา,วะ,โต) หัวใจขุนแผน สุ,นะ,โม,โล) หัวใจพระรอยเอ็ด อิ,สิ,สะ) หัวใจโจร กัณ,หะ,เน,หะ) หัวใจพระยามิลินท อะ,ละ,วิ) หัวใจอันธพาล โล,ระ,โท,รัง) หัวใจพระอิศวร สะ,จะ,นะ,กะ,โต) หัวใจพระพาย วา,ละ,กะ,โต) หัวใจหนุมาน ยะ,ตะ,มะ,อะ) หัวใจลิงลม ยุ,วา,พะ,วา) หัวใจนกกาสัก กา,ละ,ถา,นะ) หัวใจพาลี ยัน,ตะนะ,ภา) หัวใจองคต พะ,หะ,วา,สา) หัวใจนกยูง ตะ,ปุ,ปะ,สิ,ยัง) หัวใจพระยาไก กิ,กุ,กุ) หัวใจงู อะ ,นิ,สัป,โป) หัวใจพระยานาค อัง,สะ) หัวใจสัตว อัน,ตะ,กา,โว) หัวใจกาลี หัน,ตะ,นุ,ตา) หัวใจโลกสาม โล,กะ,วิ,ทู) หัวใจอาวุธ กะ,ขะ,มะ,นิ) หัวใจคงคาเดือด กะ,ขะ,ชะ,นะ) หัวใจพระยามา สุ,กะ,ขะ,โย) หัวใจไฟ เต,ชะ,สะ,ติ) หัวใจ ตรีเภท ลง,มะ,อะ,อุ) หัวใจพระนางธรณี เม,กะ,มะ,อุ) หัวใจเกราะเพ็ชร ภู,ตา,กัง,เก) หัวใจลม วา,ยะ,ละ,ภะ) หัวใจ แผนดิน ปะ,ฐะ,วิ,ยัง) หัวใจขาวเปลือก ฉะ,นะ,ฉะ,ญา) หัวใจธนู นะ,ภา,นุ,เว) หัวใจ ก ข อิ,นะ,วัง) หัวใจอาวุธ พระเจา ปะ,สิ,สะ) หัวใจดาบ วิ,เน,สัง,ติ) หัวใจอายันตุโภนโต อะ,นิ,ขิ,ป) หัวใจโตมร นะ,หิ,โส,ถัง) ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๒๙


หองที่ ๑ เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๑ คู เทียนนอยเหลือง ๕ คู ผาขาวยาว ๔ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู เงิน ๒๙ บาท เมื่อหลวงปูพากลาวบวชธรรมและบรรจุธรรมใหแลว ทานจะมอบเทียนหลัก เทียนนอย ดอกไม เงิน ๔ บาท (หลวงปูจะเอาคาครู ๒๕ บาท) ใหผูบวชธรรมนำไปเก็บรักษาไว ใหเก็บใหดีในที่สมควร หามจุดเทียนหลักเทียน นอย หามไมใหคนอื่นจับตอง สวนผาขาวบางครั้งทานก็ยึดไวเลย หรือบางครั้งก็ใหลูกศิษยนำกลับไปดวย เพื่อความมั่นใจ ในการบวชธรรมและไปปฏิบัติขึ้นคลองธรรม แลวคอยนำมาสงทานทีหลัง หองที่ ๒ เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๒ คู เทียนนอยเหลือง ๑๐ คู ผาขาวยาว ๔ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู เงิน ๒๙ บาท และเทียนหลักเทียนนอย – เครื่องแตงของหองที่ ๑ นำมาดวย เมื่อบรรจุธรรมเสร็จแลวหลวงปูจะมอบ เทียนหนัก ๑ บาท ใหลูกศิษย ๑ คู หลวงปูจะเอาไว ๑ คู หองที่ ๓ เรียกวาหองพระรัตนตรัย เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๒ คู เทียนนอยไมตองเพิ่มไวคงเดิม ผาขาว ๔ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู เงิน ๒๙ บาท และเทียนหลักจากหอง ๑ เทียนตอจากหอง ๒ นำมาดวย เมื่อบรรจุธรรม เสร็จแลวหลวงปูจะมอบเทียนหนัก ๑ บาทใหลูกศิษย ๑ คู หลวงปูจะเก็บไว ๑ คู หองที่ ๔ - ๕ เรียกวาหองพระองคการ เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๓ คู เทียนนอยไมตองเพิ่มไวคงเดิม ผาขาว ๔ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู ดอกบัวหลวง ๕ ดอก เงิน ๒๙ บาท และเทียนหลักจากหอง ๑ เทียนตอจาก หอง ๒ – ๓ นำมาดวย เมื่อบรรจุธรรมเสร็จแลวหลวงปูจะมอบเทียนใหลูกศิษย ๒ คู หลวงปูจะเก็บไว ๑ คู หองที่ ๖ เรียกวาหองพระอรหันต เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๒ คู ผาขาว ๖ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู ดอกบัวหลวง ๕ ดอก เงิน ๒๙ บาท ขันธหมากเบ็ง ๑ คู เทียนนอยไมตองเพิ่มไวคงเดิม และเทียนหลักจากหอง ๑ เทียนตอจากหอง ๒ – ๓ – ๔ – ๕ นำมาดวย เมื่อบรรจุธรรมเสร็จแลวหลวงปูจะมอบเทียนใหลูกศิษย ๑ คู หลวงปู จะเก็บไว ๑ คู หองที่ ๗ – ๘ – ๙ เรียกวาหองพระประธาน เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๔ คู เทียนนอยเหลือง ๑๐ คู ผาขาว ๖ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู เงิน ๒๙ บาท เฉวตฉัตร ๓ อัน (อันละ ๓ ชั้น) ขันธหมากเบ็ง ๑ คู เครื่องรอย – เครื่องพัน และเทียนหลักจากหอง ๑ เทียนตอจากหอง ๒ – ๓ – ๔ – ๕ – ๖ นำมาดวย เมื่อบรรจุธรรมเสร็จ แลวหลวงปูจะมอบเทียนใหลูกศิษย ๓ คู หลวงปูจะเก็บไว ๑ คู เพื่อปองกันการผิดธรรมใหลูกศิษย หองที่ ๑๐ - ๑๑ – ๑๒ เรียกหองพระษี เทียนเหลืองหนัก ๑ บาท ๔ คู เทียนนอยเหลือง ๑๐ คู ผาขาว ๖ ศอก ๑ ผืน ดอกไมขาว ๕ คู เงิน ๒๙ บาท เครื่องรอย – เครื่องพัน ผาไตร ๑ ไตร รองเทา ๑ คู ตาลบัตร ๑ อัน กาน้ำ ๑ อัน กระโถน ๑ อัน ไมเทา ๑ อัน รม ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๓๐ การแตงบวชธรรม หลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม วัดโนนแกด ต.ทุม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ


๑ คัน บาตร ๑ ลูก และเทียนหลักจากหอง ๑ เทียนตอจากหอง ๒ – ๓ – ๔ – ๕ – ๖ – ๗ – ๘ – ๙ นำมาดวย เมื่อ บรรจุธรรมเสร็จแลวหลวงปูจะมอบเทียนใหลูกศิษย ๓ คู หลวงปูจะเก็บไว ๑ คู เพื่อปองกันความผิดพลาด อันจะเกิด กับลูกศิษยและอาจารย เพราะถาผิดธรรมอาจถึงทำใหเปนบาได หองที่ ๑๓ หลวงปูทานบอกวาเปนหองเพิ่มหรือหองรวม ดังนั้นเมื่อถึงหองที่ ๑๓ ทานจะใหจัดเครื่องบริขาร ดังนี้ มีเครื่องรอย – เครื่องพัน ผาไตร ๑ ไตร รองเทา ๑ คู ตาลบัตร ๑ อัน กาน้ำ ๑ อัน กระโถน ๑ อัน ไม เทา ๑ อัน รม ๑ คัน บาตร ๑ ลูก แตเทียนหลักและเทียนนอยนั้น ไมไดมีการเพิ่มหรือถอดแตอยางไร แต ตอนประกอบพิธีใหลูกศิษยเอาเทียนหลักและเทียนนอยจากหอ ๑ – ๑๒ มาดวย หลวงปูทานจะไดมอบใหไปรับการรักษา ดวยตัวเอง เพราะวาเปรียบเสมือนเราเรียนจบแลว จึงสามารถที่จะมีลูกศิษยไดตามกำลัง สติ ปญญา ดังนั้นหลวงปู ทานจึงบอกวา ถาจบหองที่ ๑๒ – ๑๓ แลวทานจะมอบใหบุคคลนั้นเปนครูบาอาจารยได สามารถรับเปนผูรักษาได โดยคุณธรรมที่มีในตัวเรา ที่เกิดขึ้นดวยญาณการรักษา และบุญบารมี ของเราเองโดยเฉพาะ ดังนั้นจึงขอฝากลูกศิษยทุก ทานใหหมั่นเพียรปฏิบัติขึ้นคลองธรรม เพื่อความสุขสงบและสำเร็จมรรคผลนิพพานในชาติปจจุบันกาลนี้ หากยัง ไมถึงซึ่งพระนิพานเพียงไร ยอมไดเกิดในพระศาสนาของพระศรีอริยะเมตตรัย และไดสำเร็จมรรคผลนิพพานในยุคนั้น สาธุ หมายเหตุ เครื่องรอย – เครื่องพันนั้น จะเริ่มจัดแตงตั้งแตหองที่ ๙ – ๑๒ สวนขันธหมากเบ็งนั้น ทานใหจัดทำ เปน ๓ ชั้น หรือ ๓ สี มีสีแดง สีทอง สีขาว ใหใชกระดาษสี กระดาษขาว (ความบริสุทธิ์) กระดาษทอง (เหลือง) ทำเปนหยัก ๓ ชั้น กระดาษสีแดง ขันหมากเบ็ง สมัยโบราณจะทำขันหมากเบ็งดวยไมงิ้ว (ตนนุน) แลวติดกระดาษตามสี แตไมไดบังคับแลวแตความสะดวก ในการทำ แตตองติดกระดาษสีตามที่กำหนดไว ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๓๑


ดองอิหยังกะดองได ดองบอไดแตดอกบักเดื่อ เสื่ออิหยังกะเสื่อได เสื่อบอไดแตใจคน หนีอิหยังกะหนีพน หนีบอ พนแตความตาย ดองอะไรก็ดองได ดองไมไดแตดอกมะเดื่อ เชื่ออะไรก็เชื่อได เชื่อไมไดแตใจคน หนีอะไรก็หนีพน หนีไมพนแต ความตาย อะไรเปนทรัพยอันเลิศกวาทรัพยทั้งปวง คือ ศรัทธา อะไรเปนรสอันเลิศกวารสทั้งปวง คือ สัจจะรส อยูอยางไรถึงจะอยูอยางสุขกายสุขใจ คือ สัมมาอาชีวะ ทำอยางไรจะถึงสุขอันนิรันดร อันไดแกการถึงมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ คือสัมมาปฏิบัติ นาสองเหมือง เมืองสองเจา บาวสองนาย ควายสองแอก จาจีจู หูมีในปาก จาจีจาก ปากมีในหลัง จาจีจัง ตามีในแขง จาจีแจง มีแฮงสี่โต ผูหญิงเอาผัว ผูชายออกลูก ไผแปลถูกเปนเงินเปนคำ (ทอง) ดูคนใหดูถูก อยาดูถูกคน เวลาซังกัน อยาซังแฮงหลาย ซังไวเพื่อฮักแหน เวลาฮักกัน อยาฮักแฮงหลาย ฮักไวเพื่อซังแหน (เวลาโกรธกัน ก็อยาโกรธใหมากเกินไป เผือใจไวกลับมารักกันใหมบาง เวลารักกันก็อยารักใหมากเกินไป เผือใจไวกลับมาโกรธกันใหมไวบาง) ประวัติเจดียพระพุทธศรีธาตุและประวัติหลวงปูเกลี้ยง เตชธมฺโม ๑๓๒ ขันหมากเบ็ง คติธรรมของหลวงปูเกลี้ยง เวลาซังกัน อยาซังแฮงหลาย ซังไวเพื่อฮักแหน เวลาฮักกัน อยาฮักแฮงหลาย ฮักไวเพื่อซังแหน (เวลาโกรธกัน ก็อยาโกรธใหมากเกินไป เผือใจไวกลับมารักกันใหมบาง เวลารักกันก็อยารักใหมากเกินไป


Click to View FlipBook Version