The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา (Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TB Thailand, 2020-08-07 00:58:00

แนวทางการบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา

แนวทางการบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา (Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis)

Keywords: Tuberculosis

เป็นระยะๆ เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้ผลการรักษาเป็นระยะๆ แต่ต้องใช้ค�ำอธิบายท่ีเหมาะสมเพ่ือให้ผู้ป่วยมี แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
แรงจูงใจในการรักษาตอ่ เนื่องจนครบก�ำหนด
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
7.4 ระบบการสง่ ตอ่ ผูป้ ่วย การดูแลผู้ปว่ ยวณั โรคดอื้ ยาตอ่ เน่ืองท่ีสถานพยาบาลระดบั ตา่ งๆ
ปัญหาการดแู ลรกั ษาผ้ปู ว่ ยวณั โรคดื้อยาท่ีได้รับการรักษาดว้ ยสูตรยาแนวที่ 2 มีมาก เพราะการ
รักษาต้องใช้ยารกั ษาอยา่ งน้อย 4 ขนาน และหนง่ึ ในนน้ั ต้องเปน็ ยาฉดี การฉดี ยาต้องใช้เวลาไม่น้อยกวา่
6 เดือน ระยะเวลารักษานานไมน่ ้อยกวา่ 20 เดอื น ฤทธิ์ขา้ งเคยี งอันไมพ่ งึ ประสงคพ์ บไดบ้ อ่ ย มรี ายงาน
จากการศึกษาหลายแห่งที่แสดงให้เห็นว่าเกิดอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์จากยารักษาวัณโรคแนวท่ี 2
จนท�ำให้ต้องถอนยาบางขนานออกจากสูตรยา พบได้ต้ังแต่กว่าร้อยละ 10 จนถึงร้อยละ 30 ท�ำให้การ
รกั ษาไมไ่ ดผ้ ลดเี ทา่ ทคี่ วร นอกจากนผ้ี ปู้ ว่ ยมโี อกาสขาดยาสงู มากกวา่ การรกั ษาทว่ั ๆ ไป อยา่ งกต็ ามการท�ำ
DOT ซง่ึ เปน็ หวั ใจของการรกั ษาผู้ปว่ ย DR-TB กับผ้ปู ่วยท่โี รงพยาบาล โดยโรงพยาบาลถูกก�ำหนดให้เปน็
ศนู ยก์ ลางการวนิ จิ ฉยั และการรกั ษา โดยการก�ำหนดสตู รยา อยา่ งไรกต็ ามยงั คงมปี ญั หาการเดนิ ทางไปรบั ยา
ดงั นนั้ การบรหิ ารจัดการใหก้ ารดแู ลรกั ษาผู้ป่วย DR-TB ในลักษณะใกลบ้ า้ น จึงนา่ จะเปน็ ค�ำตอบหนึง่ ของ
ขบวนการดูแลรกั ษาที่จะน�ำไปส่คู วามส�ำเร็จทสี่ ูงยง่ิ ขน้ึ
การสง่ ตอ่ ผู้ปว่ ยที่สงสัยดอ้ื ยา เพ่อื การวนิ จิ ฉยั และการดแู ลรักษาตอ่ เน่ืองโดยการท�ำ DOT อยา่ ง
มปี ระสทิ ธภิ าพและสามารถเฝา้ ระวงั การแพย้ าหรอื อาารขา้ งเคยี งจากยาทอี่ าจเปน็ อนั ตรายตอ่ ผปู้ ว่ ยท�ำให้
สามารถแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งทเี ปน็ แนวทางหลกั ทจ่ี ะตอ้ งด�ำเนนิ การใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากทส่ี ดุ โดย
ระบบการสง่ ตอ่ ผ้ปู ่วยเปน็ ไปตามแผนภมู ทิ ี่ 7.1

แผนภูมทิ ี่ 7.1 โครงสรา้ งสาธารณสขุ ของประเทศไทยในการส่งต่อผปู้ ่วย
รพศ./ รพท.

รพช.

รพ.สต./ศนู ยส ขุ ภาพชมุ ชน

อสม./ชุมชน 83
โครงสรา้ งสาธารณสุขของประเทศไทยมหี ลายระดับทเี่ อื้อต่อการส่งต่อดังน้ี
รพศ./รพท. มขี อ้ เดน่ คอื มแี พทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญทางอายรุ กรรมและสาขาอน่ื เพยี งพอ มที มี สหวชิ าชพี
ทกุ สาขา มกี ารตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการที่มีประสิทธภิ าพ และมหี อ้ งแยกส�ำหรับผปู้ ว่ ย ดงั น้นั รพศ./รพท.
ควรเปน็ หนว่ ยงานหลกั ในการวนิ จิ ฉยั และก�ำหนดสตู รยาทเี่ หมาะสม และควรมคี ลงั ยาส�ำรองที่ รพศ./รพท.
และมบี คุ ลากรทดี่ แู ลผปู้ ว่ ย โดยมลี กั ษณะเปน็ องคร์ วม (comprehensive) หรอื สหวชิ าชพี ซงึ่ ทมี บคุ ลากร

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา ทกุ ระดบั ควรไดร้ บั การอบรมทกุ เรอ่ื งในการดแู ลผปู้ ว่ ย การจดั การเมอ่ื มปี ญั หาอาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากยา
เภสชั กรควรไดร้ บั การอบรมเกย่ี วกบั การเบกิ จา่ ยยาผา่ นระบบ สปสช. ในการบรหิ ารคลงั ยาวณั โรคแนวท่ี 2
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis ใหเ้ หมาะสม ตลอดจนการเฝา้ ระวงั การแพ้ยาหรอื อาการไม่พึงประสงคจ์ ากยาอยา่ งเปน็ ระบบ
ระดบั รพช./รพ.สต. มขี อ้ เดน่ คอื อยใู่ กลบ้ า้ นผปู้ ว่ ย สามารถ ท�ำ DOT โดยเจา้ หนา้ ทไ่ี ด้ จงึ มโี อกาส
ส�ำเร็จมากกว่า แต่อาจขาดแคลนแพทย์ทางด้านอายุรกรรม หรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจจะไม่
ครอบคลุมเพยี งพอ แต่ในกรณที ่ี รพช. ขนาดใหญ่ มแี พทย์เพยี งพอ มีศกั ยภาพ และมีความตอ้ งการดูแล
ผ้ปู ว่ ย สามารถขนึ้ ทะเบียนกับ สปสช.เปน็ หน่วยดแู ลรกั ษาผ้ปู ่วยด้อื ยาได้
การประสานงานโดยการรับและการส่งตอ่ (refer/transfer) รวมถึงการท�ำ case conference
กบั รพศ./รพท. เปน็ สงิ่ ทคี่ วรท�ำ เพราะจะน�ำไปสคู่ ณุ ภาพการดแู ลรกั ษา เนอ่ื งจาก รพช./รพ.สต. สามารถท�ำ
DOT กับผู้ปว่ ยได้สะดวกกวา่ รพศ./รพท. โดยเฉพาะในระยะแรกท่มี ีการฉีดยาร่วมด้วย นอกจากนัน้ ยัง
สามารถตรวจพบอาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากยาไดเ้ รว็ ท�ำใหส้ ามารถบรหิ ารจดั การกบั ผปู้ ว่ ยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และรพช./รพ.สต. สามารถประสานงานกบั อาสามัครสาธารณสขุ หม่บู า้ น (อสม.) ที่ผา่ นการฝึกอบรมการ
ก�ำกับการรบั ประทานยาวณั โรค ใหท้ �ำหน้าทเ่ี ป็นพี่เล้ยี งกับผูป้ ่วย DR-TB ได้เป็นอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
อน่งึ สังคมไทยโดยเฉพาะเขตชนบท สมาชิกในครอบครวั มคี วามใกลช้ ิดกัน การเลอื กสมาชิกทม่ี ี
ความรบั ผิดชอบดีและผ่านการอบรม สามารถใหก้ ารดแู ลผปู้ ว่ ย DR-TB ไดผ้ ลดีมากขนึ้ โดยเฉพาะการให้
ก�ำลงั ใจ และสนบั สนุนประคับประคองการรักษา
โดยสรปุ การดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยวณั โรคดอ้ื ยาทไ่ี ดร้ บั ยาแนวท่ี 2 ควรมลี กั ษณะเปน็ team approach
ในบรบิ ทของประเทศไทย การดแู ลแบบ community based นา่ จะดกี วา่ clinic based เพราะประหยดั กวา่
ลดปญั หาการแพรก่ ระจายเช้อื ในโรงพยาบาล และผู้ป่วยสะดวกมากกวา่ เป็นการดูแลแบบยึดผู้ปว่ ยเป็น
ศูนยก์ ลาง (patient center) การจัดให้มกี ารอบรมความรู้ใหก้ บั เจา้ หน้าท่ใี นระดับตา่ งๆ รวมถึงการเพมิ่
ประสิทธภิ าพระบบสง่ ต่อและประสานงาน เป็นกญุ แจของความส�ำเรจ็ ในการดแู ลผู้ปว่ ยวัณโรคด้อื ยา
7.5 ระบบการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ ารเพอื่ ตดิ ตามการรักษา
เน่อื งจากผ้ปู ว่ ยวัณโรคดื้อยาที่ไดร้ ับยาแนวท่ี 2 ต้องใช้ระยะเวลานานในการรักษาอยา่ งนอ้ ย 20
เดือน และต้องมีการตรวจเสมหะทุกเดือนจนสิ้นสุดการรักษา ดังน้ันการตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงมี
ความส�ำคัญที่จะต้องมีคุณภาพและได้มาตรฐาน การที่จะได้มาซ่ึงคุณภาพและมาตรฐานน้ัน สิ่งแรกของ
การตรวจ คือ สิ่งสง่ ตรวจตอ้ งไดค้ ณุ ภาพตามคุณสมบัติของสง่ิ ส่งตรวจนั้นๆ ไมว่ ่าจะเปน็ ขัน้ ตอนการเกบ็
การเก็บรกั ษาสิง่ ส่งตรวจก่อนน�ำสง่ หรือ ก่อนท�ำการตรวจ มีผลท�ำใหผ้ ลการตรวจออกมาถกู ตอ้ ง ดังนน้ั
จึงมคี วามจ�ำเป็นทจี่ ะต้องไดส้ ่ิงส่งตรวจท่มี ีคุณภาพเป็นอันดบั แรก
ค�ำแนะน�ำการเกบ็ เสมหะสง่ ตรวจโดยการตรวจดว้ ยกล้องจุลทรรศน์ และการเพาะเลีย้ งเช้อื
1. อธบิ ายการเกบ็ เสมหะทม่ี คี ณุ ภาพ โดยใหผ้ ปู้ ว่ ยพยายามไอแรงๆ เพอ่ื ใหไ้ ดเ้ สมหะจากสว่ นลกึ
ของปอด (true sputum) เสมหะที่ได้ควรมีปรมิ าตรมากกวา่ 2 มล. (คร่ึงช้อนชา) หรือประมาณ 2-5 มล.
และสง่ ห้องปฏิบัติการทนั ที

84 2. กรณไี มส่ ามารถน�ำเสมหะมาสง่ ทกุ วนั ใหเ้ กบ็ ไวใ้ นตเู้ ยน็ (หา้ มเกบ็ เสมหะในชอ่ งแชแ่ ขง็ ) และ

ไมค่ วรเก็บนานเกินกวา่ 1 สัปดาห์

3. ตรวจเสมหะท่ีมีคุณภาพอย่างน้อย 2 คร้ัง คร้ังแรกเป็นเสมหะท่ีผู้ป่วยมาพบแพทย์ (spot แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
sputum) และครั้งที่ 2 ต้องเป็นเสมหะที่เก็บตอนต่ืนนอนตอนเช้าก่อนล้างหน้าแปรงฟัน (collected
sputum) Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
4. ในกรณีท่ีผู้ป่วยไม่สามารถไอเอาเสมหะออกมาได้หรือไม่มีเสมหะ อาจพิจารณาเก็บเสมหะ
โดยวธิ ีต่างๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี (ท้งั นแี้ ล้วแตด่ ลุ พนิ จิ ของแพทยแ์ ละศกั ยภาพของสถานพยาบาล) 85
- สดู ดมละอองน้ำ� เกลือเขม้ ขน้ (3% normal saline nebulization) เพอ่ื ใหไ้ อเอาเสมหะ
สง่ ยอ้ มและเพาะเชอ้ื (ท�ำในบรเิ วณทไ่ี มเ่ สยี่ งตอ่ การแพรก่ ระจายเชอ้ื ในสถานพยาบาลเทา่ นนั้ เชน่ ในหอ้ ง
เฉพาะทม่ี รี ะบบปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคผา่ นละอองฝอย หรอื บรเิ วณโลง่ ทมี่ กี ารถา่ ยเทอากาศ
ตามธรรมชาติ เปน็ ตน้ ) แตก่ ารตรวจนไ้ี มแ่ นะน�ำให้ท�ำในผู้ท่มี ีความเส่ยี งต่อภาวะหลอดลมตบี เฉียบพลัน
เช่น ผูท้ มี่ ภี าวะภมู ิไวเกินของหลอดลม ผปู้ ่วยโรคหืด ผปู้ ่วยโรคถงุ ลมโป่งพองหรอื หลอดลมอักเสบเรอื้ รงั
เป็นต้น
- สอ่ งกลอ้ งตรวจหลอดลมเพอ่ื ดดู นำ�้ ลา้ งหลอดลมสง่ ยอ้ มและเพาะเชอ้ื และ/หรอื ตดั ชนิ้ เนอ้ื
(biopsy) ส่งตรวจพยาธิวทิ ยา รว่ มดว้ ย
5. ตวั อยา่ งเสมหะตอ้ งสง่ ถงึ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารโดยเรว็ ทสี่ ดุ ในภาชนะทค่ี วบคมุ อณุ หภมู ใิ นสภาพเยน็
หรือใชถ้ ุงน�้ำแขง็ (ice pack) เพอ่ื ไมใ่ ห้อุณหภูมิสงู เกินไป ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อตัวเช้ือวณั โรคส่งผลใหก้ าร
เพาะเล้ียงเชอ้ื ไม่ประสบผลส�ำเรจ็
7.6 แนวทางการบริหารจดั การผู้ที่สัมผัสกบั ผูป้ ่วยวัณโรคดือ้ ยา(2,3)
ผสู้ มั ผสั ใกลช้ ดิ (close contact) หมายถงึ ผทู้ อ่ี าศยั อยใู่ นบา้ นเดยี วกบั ผปู้ ว่ ย หรอื ใชเ้ วลารว่ มกบั
ผปู้ ว่ ยวนั ละหลายช่ัวโมงในห้องหรอื สถานทท่ี ท่ี �ำงานในอาคาร (indoor living space) มคี วามเสี่ยงสงู ที่
จะได้รับเช้ือและป่วยเป็นวัณโรคด้ือยาโดยเฉพาะเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งภูมิต้านทานต�่ำ จึงควรมีการ
คดั กรองผสู้ มั ผสั รว่ มบา้ นผปู้ ว่ ยวณั โรคดอื้ ยาทกุ รายโดยเรว็ เพอ่ื น�ำมาตรวจวนิ จิ ฉยั และรกั ษาเพอื่ ตดั วงจร
การแพรเ่ ช้ือในชุมชน
เจ้าหน้าท่ี รพ.สต. เม่ือได้รับการส่งต่อข้อมูลเพ่ือให้ดูแลก�ำกับการรับประทานยาผู้ป่วยวัณโรค
ดือ้ ยาท่ไี ด้รบั ยาแนวท่ี 2 ควรด�ำเนนิ การคัดกรองผสู้ ัมผสั ร่วมบ้านหรือใกลช้ ดิ โดยร่วมกับทมี ระบาดวิทยา
ในพ้นื ที่ เพือ่ ด�ำเนนิ การสอบสวนโรค ตามแนวทางปฏิบตั กิ ารสอบสวนกรณีสงสยั การระบาดของโรค ดงั นี้
ก. สมั ภาษณผ์ ปู้ ว่ ย และวางแผนการเยยี่ มบา้ นผปู้ ว่ ยเพอ่ื คดั กรองผสู้ มั ผสั รว่ มบา้ นภายในหนงึ่ สปั ดาห์
ข. ให้ความรเู้ ร่ืองวณั โรคแกผ่ ู้สัมผสั ร่วมบา้ นฯ สัมภาษณ์ประวตั ิ และอาการสงสยั วัณโรค
ค. ส�ำรวจสภาพแวดล้อมท่ัวไป และให้ค�ำแนะน�ำด้านการป้องกันการแพร่เช้ือ เช่น การจัด
สง่ิ แวดลอ้ มให้อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดสอ่ งถงึ การไอ จาม โดยมผี า้ ปิดปากและจมูก ทิง้ เสมหะใน
ภาชนะท่ีมฝี าปดิ เปน็ ต้น
ง. ประสานงานโรงพยาบาลเพ่อื การส่งตรวจวนิ ิจฉยั วัณโรค
จ. สง่ ผสู้ ัมผสั รว่ มบ้านผู้ป่วย DR-TB ตรวจเอกซเรย์ปอดทุกราย

ฉ. ส�ำหรับผู้ใหญ่ที่สัมผัสและมีอาการ เมื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรค ให้ด�ำเนินการ
ตรวจทดสอบ DST และให้การรกั ษาตามแผนภมู ิที่ 2.2 (บทที่ 2)

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา ช. สำ� หรบั เดก็ ทส่ี มั ผสั รว่ มบา้ นฯ และมอี าการ มโี อกาสปว่ ยเปน็ DR-TB เดก็ ควรไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั
ดว้ ยการทำ� tuberculin skin test (TST) แต่อาจใหผ้ ลลบลวงในผทู้ ม่ี ภี ูมคิ มุ้ กันบกพร่องหรือเด็กเล็กโดย
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis เฉพาะเดก็ ทารก และเดก็ ทม่ี ภี าวะทพุ โภชนาการ หรอื การทำ� IGRA Test แตไ่ มแ่ นะนำ� ในเดก็ อายนุ อ้ ยกวา่
2 ปี หรอื ผทู้ ม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั ตำ�่ เนอ่ื งจากอาจมปี ญั หาในการแปลผล มกี ารเอกซเรยป์ อด ตรวจเสมหะทงั้ smear,
culture และ DST หากพ้ืนท่ที ี่สามารถส่งตรวจดว้ ยเครอ่ื ง Xpert MTB/RIF แทนการตรวจเสมหะดว้ ย
กลอ้ งจลุ ทรรศน์ (AFB smear) จะใหผ้ ลทร่ี วดเรว็ ความไวสงู และทราบผลการดอื้ ยา rifampicin พรอ้ มกบั
การวินิจฉยั วัณโรค ชว่ ยแพทยใ์ นการพจิ ารณาตัดสินใจจัดสตู รยารกั ษา
ซ. ในกรณีท่ีพบว่าไม่ป่วย แต่มีการติดเช้ือแล้ว จะต้องค�ำนึงถึงเสมอว่า การติดเช้ือน้ันๆ
อาจไมใ่ ชเ่ กดิ จาก DR-TB โดยทวั่ ไป แนวทางการรกั ษาปจั จบุ นั นย้ี งั ไมแ่ นะนำ� ใหร้ บั ประทานยาปอ้ งกนั DR-TB
ฌ. ผสู้ ัมผัสใกลช้ ิดจะต้องได้รับการติดตามประเมนิ ผลอยา่ งนอ้ ย 2 ปี
ญ. รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจดั ท�ำรายงานนำ� เสนอผูบ้ ริหาร

7.7 การสนบั สนนุ การบรหิ ารจัดการวัณโรคดอ้ื ยา โดย สปสช.
สปสช.รว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งดำ� เนนิ โครงการบรหิ ารจดั การวณั โรคอยา่ งครบวงจร ในระบบ
หลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ มาตัง้ แต่ปี 2550 สำ� หรับปีงบประมาณ 2558 สปสช.กำ� หนดสิทธิประโยชน์
ทเี่ กยี่ วกบั การบรหิ ารจดั การวณั โรคดอ้ื ยา(4) ส�ำหรับบุคคลที่มีสัญชาติไทย มีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก
และมีสิทธิหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาตหิ รอื สทิ ธิว่าง ดงั น้ี
1. ไดร้ ับการรกั ษาดว้ ยยารักษาวัณโรค ไดแ้ ก่
- FLD: H 100 มลิ ลกิ รัม, R 300 มิลลกิ รมั , R 450 มิลลิกรัม, Z 500 มิลลิกรมั , E 400
มลิ ลกิ รมั , E 500 มลิ ลิกรัม, S 1 กรัม
- FDC: H 100 มลิ ลกิ รัม + R 150 มลิ ลิกรมั , H 150 มิลลกิ รมั + R 300 มิลลกิ รมั H 75
มิลลกิ รมั + R 150 มิลลิกรมั + Z 400 มิลลกิ รมั + E 275 มิลลิกรมั
- SLD: Km 1 กรมั , Ofx 200 มิลลกิ รมั , Lfx 500 มลิ ลิกรมั , Eto 250 มลิ ลกิ รัม, P 1 กรมั ,
Cs 250 มลิ ลกิ รัม
สว่ นยา XDR-TB ไมอ่ ยใู่ นบญั ชยี าหลกั แหง่ ชาติ จงึ ไมร่ วมอยใู่ นรายการจดั ซอื้ ยาวณั โรคสปสช.
ซ่ึงหากมกี ารเปลยี่ นแปลง สปสช.จะประกาศเพม่ิ เติม
2. ไดร้ ับการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารวณั โรค
ก การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารวัณโรคพืน้ ฐานในกล่มุ วณั โรคดือ้ ยา
- การตรวจ AFB ไมเ่ กิน 6 ชุดๆ ละ 3 ตัวอยา่ ง (สไลด)์ ต่อ course การรกั ษา
- การเอกซเรยป์ อด ไมเ่ กิน 5 ครง้ั ต่อ course การรักษา
ข การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการวัณโรคด้ือยา
- กรณีตรวจเพ่ือการวินิจฉัย ให้เลือกใช้ชุด Standard package หรือ Alternative
package ตามตารางท่ี 7.1(4)

86

ตารางท่ี 7.1 แนวทางการสง่ ตรวจวนิ จิ ฉยั เชอ้ื วณั โรคดอ้ื ยา*

Package & เทคนิคการตรวจ

ผ้ปู ว่ ยสงสัยวัณโรคประเภท Standard Alternative Remark
package package
Solid/Liquid molecular assay
culture & DST + Solid culture

(DST)

Re-treatment Relapse All case AFB +ve only ผู้ป่วยท่ตี ้องการตรวจ
group Treatment after (AFB + or -) AFB +ve only วินิจฉัยเชอ้ื วณั โรค
AFB +ve only ดอ้ื ยา สามารถเลอื กได้
default เพยี ง Package เดยี ว
On-treatment ผลเสมหะยังคงเปน็ บวก ตามเงอื่ นไขที่ระบุ
group หลังการรักษา ณ เดอื นที่

3 หรอื หลงั จากน้ี

Pre-treatment Household MDR TB All case AFB +ve only
group with (AFB + or -) ไม่เขา้ เกณฑส์ ่งตรวจ
risk factors Prisoner

TB with HIV positive ไมเ่ ขา้ เกณฑส์ ง่ ตรวจ

หมายเหต:ุ *ตารางท่ี 3-3[4] หน้า 89 ของคู่มอื สปสช. ปี 2558 (4) แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา

โดย สปสช.ชดเชยค่าตรวจเชื้อวัณโรคดื้อยาให้ห้องปฏิบัติการท่ีขึ้นทะเบียนกับสปสช. Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
ไมเ่ กนิ 1 คร้ังต่อ course การรกั ษา (หากมคี วามจำ� เป็นตอ้ งตรวจเกินกวา่ ทก่ี ำ� หนด ให้ขออนมุ ตั ิสปสช.
เปน็ รายๆ)
- กรณตี รวจเพอื่ ตดิ ตามการรกั ษา สปสช.ชดเชยคา่ ตรวจทงั้ solid และ liquid culture
(ไม่รวม DST) ไม่เกนิ 16 ครัง้ ต่อ course การรกั ษา ใหแ้ ก่หอ้ งปฏบิ ัติการท่ีขึ้นทะเบยี นกับสปสช. ทงั้ น้ี
สปสช. ไมช่ ดเชยการสง่ ตรวจเพื่อติดตามการรักษาวณั โรคดอ้ื ยา ด้วยวธิ ี molecular assay
3. ไดร้ บั การตดิ ตามการรกั ษาและการกำ� กบั การกนิ ยา สปสช.เขตเปน็ ผจู้ ดั สรรงบประมาณใหแ้ ก่
สสจ.หรือสำ� นกั อนามัย กทม. หรอื หนว่ ยบริการในพนื้ ท่ีรับผิดชอบ ตามหลักเกณฑ์เง่ือนไขทค่ี ณะท�ำงาน
ระดบั เขตเหน็ ชอบ
4. ได้รับการค้นหาผู้สัมผัสวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรค สปสช.เขตเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้แก่
สสจ.หรือส�ำนกั อนามยั กทม. หรอื หน่วยบริการในพนื้ ท่ีรับผดิ ชอบ ตามหลกั เกณฑเ์ ง่อื นไขทคี่ ณะทำ� งาน
ระดบั เขตเห็นชอบ

87

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา เอกสารอ้างอิง
1. ส�ำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการควบคุมวัณโรคแห่งชาติ
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
พ.ศ. 2556. พิมพ์คร้ังที่ 2. กรุงเทพ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรม
ราชูปถัมภ์; 2556.
2. ส�ำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางปฏิบัติการสอบสวนกรณีสงสัย
การระบาดของวัณโรค พ.ศ. 2556. พิมพ์คร้ังท่ี 2. กรุงเทพ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์
ทหารผา่ นศึกในพระบรมราชูปถัมภ;์ 2556.
3. World Health Organization. Companion handbook to the WHO guidelines for the
programmatic management of drug-resistant tuberculosis, Geneva, Switzerland:
World Health Organization; 2014 (WHO/HTM/TB/2014.11).
4. ส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. คู่มือบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ปีงบประมาณ 2558: การบริหารงบบรกิ ารผู้ตดิ เชื้อเอชไอวี และผปู้ ว่ ยเอดส์และการบรหิ ารงบ
ผปู้ ่วยวัณโรค. พิมพค์ ร้ังท่ี 1. กรงุ เทพ: บรษิ ทั สหมิตรพร้ินติง้ แอนด์พับลิสชิ่ง; 2557.

88

บทที่ 8

การป้องกันการแพรก่ ระจายเชอ้ื วัณโรคดือ้ ยา
ในสถานพยาบาล เรือนจ�ำ และในชมุ ชน

8.1 ปจั จัยทท่ี �ำใหเ้ กดิ การติดเช้อื และการป่วยเป็นวณั โรคในบคุ ลากรของสถาน แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
พยาบาล
8.2 การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื และการตดิ เชอื้ วัณโรคด้ือยาในสถานพยาบาล Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
8.3 ขอ้ ควรปฏิบตั ใิ นการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคในสถานพยาบาล
8.4 การประเมนิ ความส�ำเรจ็ ในการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคในสถานพยาบาล
8.5 แนวทางการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื วณั โรคดอ้ื ยาในชมุ ชนและในครอบครวั
8.6 การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเช้ือวัณโรคดอ้ื ยาในเรอื นจ�ำ

บุคลากรท่ีปฏิบัติงานในสถานพยาบาลมีความเส่ียงที่จะได้รับเช้ือวัณโรคขณะปฏิบัติงาน 89
สงู มากกวา่ ประชากรทวั่ ไป เนอื่ งจากความชกุ ของวณั โรคในประชากรไมล่ ดลง(1) และจ�ำนวนผปู้ ว่ ยทมี่ เี ชอ้ื
วณั โรคดอ้ื ยาเพมิ่ ขน้ึ โดยพบผปู้ ว่ ยวณั โรครายใหมม่ เี ชอ้ื MDR-TB รอ้ ยละ 1.65 และผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ระวตั ริ กั ษา
มาก่อน พบ MDR-TB ถึงรอ้ ยละ 34.5 ในปีพ.ศ. 2549 และเริ่มมรี ายงาน XDR-TB ในปี พ.ศ. 2550(2)
ขอ้ มลู จากการศกึ ษาความชกุ ของการตดิ เชอื้ วณั โรคในบคุ ลากรของโรงพยาบาลตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2536 เปน็ ตน้ มา
พบความชกุ ของการตดิ เชอ้ื วณั โรคในบคุ ลากรของโรงพยาบาลอยรู่ ะหวา่ งรอ้ ยละ 68-85(3-6) และพบความชกุ
ของการตดิ เชอ้ื วณั โรคในนกั ศกึ ษาแพทยแ์ ละนกั ศกึ ษาพยาบาลรอ้ ยละ 39.4-86.4(7-8) นอกจากนย้ี งั พบวา่
บุคลากรของโรงพยาบาลป่วยเป็นวัณโรคจ�ำนวนมาก(9-11) อีกท้ังจ�ำนวนโรงพยาบาลท่ีมีบุคลากรป่วยเป็น
วัณโรคมีแนวโน้มเพิ่มมากข้นึ (11)
8.1 ปัจจยั ทที่ �ำให้เกิดการติดเชือ้ และการปว่ ยเปน็ วัณโรคในบุคลากรของสถานพยาบาล
บุคลากรของสถานพยาบาล มคี วามเสยี่ งตอ่ การติดเช้ือวณั โรคสูงกวา่ ประชาชนทัว่ ไป 2-10 เทา่
ความเสย่ี งต่อการตดิ เช้ือวณั โรคจากการปฏบิ ตั งิ านในสถานพยาบาลของบคุ ลากรมีสาเหตุมาจาก(12)
ก. การมีผูต้ ิดเช้ือเอชไอวี ซง่ึ มกั ป่วยเปน็ วณั โรคร่วมดว้ ย เขา้ รับการรักษาในโรงพยาบาล
ข. ผปู้ ว่ ยวณั โรคดอื้ ยามากขนึ้ การรกั ษายากขนึ้ และใชเ้ วลาในการรกั ษานาน จงึ มโี อกาสแพรเ่ ชอ้ื มาก

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา ค. ระบบไหลเวียนของอากาศในสถานพยาบาลไมด่ ี
ในหอผู้ป่วยหรือในบริเวณที่มีผู้ป่วยแออัด การไหลเวียนอากาศและการแลกเปล่ียนอากาศ
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis ภายในหน่วยงานกบั ภายนอกลดลง เชื้อวณั โรคจงึ ลอยอยใู่ นอากาศภายในหนว่ ยงานเป็นเวลานาน ท�ำให้
ระยะเวลาท่เี จา้ หน้าที่อยใู่ นสภาพแวดล้อมท่ีปนเปอื้ นด้วยเช้ือวณั โรคนานขึน้
นอกจากนคี้ วามลา่ ชา้ ในการรกั ษา ความลา่ ชา้ ในการแยกผปู้ ว่ ย การไมม่ หี อ้ งแยกหรอื มหี อ้ งแยก
ไม่เพียงพอ บุคลากรไม่ปฏิบัติตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ บุคลากรไม่สวมอุปกรณ์
ป้องกัน ทีเ่ หมาะสมเม่อื ใหก้ ารดแู ลผู้ป่วยวณั โรครวมท้งั เมือ่ ท�ำหตั ถการท่ีท�ำใหเ้ กดิ การแพร่กระจายเช้ือ
วณั โรค เช่น การใส่ท่อชว่ ยหายใจ การดดู เสมหะ การสอ่ งกล้องตรวจหลอดลม การให้ความรู้หรอื ขอ้ มูล
แก่บุคลากรของโรงพยาบาลท่ีมีผู้ป่วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมท้ังผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวียังไม่ชัดเจนและ
เพยี งพอ(13-17)
8.1.1 หนว่ ยงานและการรกั ษาที่อาจท�ำใหเ้ กิดการแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคด้อื ยา
หนว่ ยงานของโรงพยาบาลทเี่ สย่ี งตอ่ การเกดิ การแพรก่ ระจายเชอ้ื วณั โรคไดแ้ ก่ หนว่ ยงาน
ท่ีให้การตรวจผู้ป่วยซ่ึงยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรค เช่น แผนกผู้ป่วยนอก แผนกอุบัติเหตุและ
ฉกุ เฉิน แผนกรังสีวทิ ยา ห้องเก็บเสมหะ หอ้ งสอ่ งกลอ้ งตรวจหลอดลม(18)
การรักษาพยาบาลที่อาจท�ำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคมากขึ้นได้แก่ การท�ำ
กจิ กรรมทก่ี ระตนุ้ ใหผ้ ปู้ ว่ ยไอหรอื ท�ำใหเ้ กดิ ฝอยละอองของนำ้� มกู นำ�้ ลาย การเกบ็ เสมหะโดยการกระตนุ้ ให้
ผู้ปว่ ยไอ (sputum induction) การสอ่ งกล้องตรวจหลอดลม (bronchoscopy) การใส่ทอ่ ช่วยหายใจ
(endotracheal intubation) การดดู เสมหะ การใหย้ าพ่น aerosolized pentamidine การชะลา้ งแผล
(wound irrigation) และการชันสูตรศพ (โดยเฉพาะการผ่าช่องอกของผู้ปว่ ยวัณโรคที่เสยี ชวี ิต อาจเกิด
การฟุง้ กระจายของเชอื้ วณั โรค ท�ำใหผ้ ู้ปฏบิ ัตงิ านไดร้ บั เชอ้ื วณั โรค)(19)
8.1.2 ความเส่ยี งต่อการตดิ เช้ือวัณโรคดื้อยาในสถานพยาบาลของผู้ปว่ ย
การเจบ็ ปว่ ยทอ่ี าจสง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยมคี วามเสย่ี งตอ่ การตดิ เชอื้ วณั โรคมากขนึ้ ไดแ้ ก่ การตดิ เชอื้
เอชไอวี โรคเบาหวาน การมีภาวะภูมิต้านทานของร่างกายต�่ำจากการรักษาด้วยยากดภูมิต้านทาน เช่น
ยาคอร์ตโิ คสเตยี รอยดห์ รอื ยาเคมบี �ำบัดในโรคมะเร็ง การปว่ ยเปน็ โรคพิษสรุ าเรือ้ รงั (20)
8.2 การป้องกันการแพรก่ ระจายเชอ้ื และการตดิ เช้ือวัณโรคดอ้ื ยาในสถานพยาบาล
การด�ำเนนิ การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคดอื้ ยาในสถานพยาบาล ประกอบดว้ ยกจิ กรรม
หลกั 3 กิจกรรม เช่นเดยี วกนั กับกรณที ่ใี ชก้ ับวณั โรคทวั่ ๆ ไป คอื (21)
8.2.1 การบรหิ ารจดั การ (administrative measures)
เป็นกิจกรรมท่ีมีความส�ำคัญท่ีสุด มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูดหายใจเอา
เชื้อวัณโรคท่ีอยู่ในอากาศที่ออกมาพร้อมกับฝอยละอองน�้ำมูกน�้ำลายของผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าป่วยเป็น
วัณโรค โดยกจิ กรรมทส่ี ถานพยาบาลควรด�ำเนนิ การประกอบดว้ ย
ก. การจดั ตง้ั คณะท�ำงานเพอ่ื รบั ผดิ ชอบการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื และการตดิ เชอื้

90 วัณโรคด้ือยา คณะท�ำงานชุดนี้ควรประกอบด้วยบุคลากรท่ีมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการป้องกัน

วัณโรค และผู้ท่ีมีความรู้ด้านวิศวกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนอากาศ เพ่ือท�ำหน้าที่

ในการวางแผน พฒั นาแนวทางการปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื วณั โรคในสถานพยาบาล ควบคมุ ดแู ลใหม้ กี ารด�ำเนนิ การ แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
และประเมินประสิทธิภาพของแผนงานป้องกันวัณโรคในสถานพยาบาล(13) คณะท�ำงานชุดนี้ควรได้รับ
อ�ำนาจในการก�ำหนดนโยบายเกี่ยวกบั วณั โรคและดูแลให้บุคลากรของสถานพยาบาลปฏิบัตติ าม(21) Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
ข. การก�ำหนดแผนงานและมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคด้ือยาเป็นลายลักษณ์
อักษร ควรใช้ข้อมูลจากการประเมินความเส่ียงต่อการติดเช้ือวัณโรคในแต่ละหน่วยงาน และแต่ละกลุ่ม 91
บคุ ลากรของสถานพยาบาลเปน็ แนวทาง ไดแ้ ก่ ผลการทดสอบการตดิ เชอื้ วณั โรคในบคุ ลากร จ�ำนวนผปู้ ว่ ย
วณั โรคทัง้ ผปู้ ว่ ยนอกและผปู้ ว่ ยในท่ีเขา้ รบั การรักษาในสถานพยาบาล
ค. การพฒั นาระบบการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารใหม้ คี วามรวดเรว็ และแมน่ ย�ำ รวมทงั้ ระบบการ
รายงานผลการตรวจทฉี่ บั ไว เช่น การรายงานผล smear ควรรายงานได้ภายใน 24 ชัว่ โมง
ง. การวินิจฉัยและให้การรักษาผู้ป่วยวัณโรคอย่างเหมาะสมและแยกผู้ป่วยโดยเร็วท่ีสุด(21)
การวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรคอย่างรวดเร็ว น�ำไปสู่การแยกผู้ป่วย ร่วมกับการรักษาท่ีถูกต้อง จะช่วยป้องกัน
การแพร่กระจายเชื้อ วัณโรคได้เป็นอย่างดี(22) ความเส่ียงต่อการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคที่ส�ำคัญที่สุด
เกิดจากผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย ส�ำหรับการดูแลผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นวัณโรคระยะแพร่เช้ือ
ในแผนกผู้ป่วยนอกและแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ควรให้ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปากและจมูก ดูแลให้มีการ
ถา่ ยเทอากาศเพยี งพอในบรเิ วณทมี่ ผี ปู้ ว่ ยสงสยั วณั โรค รอตรวจ โดยใหอ้ ากาศถา่ ยเทออกสภู่ ายนอกอาคาร
ผู้ป่วยท่ีแม้เพียงสงสัยว่าป่วยเป็นวัณโรคควรให้อยู่ในห้องแยกจนกว่าผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
จะพบว่าไม่ได้เป็น วัณโรค โดยทัว่ ไปควรให้ผปู้ ว่ ยวัณโรคที่ผลการตรวจเสมหะพบเชอ้ื วณั โรคด้อื ยา อยใู่ น
ห้องแยกจนกวา่ ผลตรวจเพาะเชือ้ เป็นลบซ่ึงอาจใชเ้ วลานาน 1-3 เดือน
จ. การจัดท�ำแนวทางปฏิบัติในการท�ำลายเช้ือและการท�ำให้ปราศจากเชื้อของอุปกรณ์ที่ใช้กับ
ผู้ปว่ ย โดยเฉพาะอย่างย่งิ กล้องสอ่ งตรวจหลอดลม (bronchoscopy)
ฉ. การใหค้ วามรแู้ ละฝกึ อบรมบคุ ลากรเกย่ี วกบั วณั โรค โดยความรทู้ ค่ี วรใหแ้ กบ่ คุ ลากร ประกอบดว้ ย
วิธีการแพร่กระจายเชื้อวัณโรค ความส�ำคัญของการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือวัณโรคทางอากาศ
(airborne droplet nuclei)(23) การวนิ จิ ฉยั การปว่ ยเป็นวณั โรค ความแตกต่างระหว่างการติดเชือ้ วัณโรค
และการป่วยเป็นวัณโรค ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรคจากการท�ำงาน การป้องกันวัณโรคในสถาน
พยาบาล การใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ การตรวจหาการติดเชื้อวัณโรค การรักษาวัณโรค
นโยบายและมาตรการของสถานพยาบาลในการป้องกันวัณโรค(21) ซ่ึงการให้ความรู้แก่บุคลากรเกี่ยวกับ
วณั โรคควรท�ำเม่อื ปฐมนิเทศบุคลากรใหมแ่ ละให้ความรู้เพ่ิมเตมิ เปน็ ประจ�ำทกุ ปี
ช. การตรวจคดั กรองบคุ ลากรทมี่ คี วามเสยี่ งตอ่ การตดิ เชอ้ื และการปว่ ยเปน็ วณั โรค บคุ ลากรของ
สถานพยาบาลควรได้รับการตรวจคัดกรองเพ่ือหาการติดเชื้อวัณโรค โดยเฉพาะบุคลากรที่ปฏิบัติงานใน
พน้ื ทที่ เ่ี สย่ี งตอ่ การตดิ เชอ้ื การตรวจหาการตดิ เชอื้ วณั โรคอาจใชว้ ธิ กี าร tuberculin skin test (TST) หรอื
อาจใชเ้ ทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การตรวจระดับสาร interferon gamma release assay (IGRA) ในเลอื ด
ซ. การใหค้ �ำแนะน�ำเกยี่ วกบั การปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื จากการไอจามดว้ ยวธิ กี ารทเี่ หมาะสม
ฌ. การจดั สถานท่เี กบ็ เสมหะผู้ปว่ ยวณั โรคหรือผมู้ ีอาการสงสัยวัณโรค ควรเป็นที่โปร่ง มอี ากาศ
ถา่ ยเทดี มแี สงแดดสอ่ งถงึ มหี ลงั คาเพอ่ื กนั ฝน และควรตดิ ตงั้ อา่ งลา้ งมอื ในบรเิ วณเกบ็ เสมหะดว้ ย นอกจากนี้
ควรแนะน�ำเร่ืองอื่นๆ เช่น แนะน�ำให้ผู้ป่วยใช้ผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา เวลาไอจาม หรอื สวมหนา้ กากอนามยั เปน็ ต้น การบ้วนเสมหะใหบ้ ว้ นลงในภาชนะท่ีจดั ไว้ให้เท่าน้นั และ
ปดิ ฝาภาชนะทุกครงั้ หลังบ้วนเสมหะ
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis 8.2.2 การควบคมุ ส่งิ แวดลอ้ มดว้ ยวศิ วกรรม (engineering controls)
เปน็ การด�ำเนินการเพื่อปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื วัณโรคด้ือยาในส่งิ แวดล้อม โดยการ
ลดปรมิ าณเชอ้ื ทมี่ อี ยใู่ นอากาศ เนน้ ใหม้ กี ารไหลเวยี นทด่ี ขี องอากาศภายในพน้ื ทรี่ อตรวจ หอ้ งตรวจ หอผปู้ ว่ ย
หรอื ภายในหนว่ ยงาน ศนู ยค์ วบคมุ และปอ้ งกนั โรค ประเทศสหรฐั อเมรกิ า แนะน�ำใหม้ กี ารหมนุ เวยี นอากาศ
ภายในห้องแยกต้ังแต่ 12 รอบตอ่ ชั่วโมง อากาศภายในห้องผู้ปว่ ยวณั โรคควรถา่ ยเทออกภายนอกอาคาร
โดยตรงและไม่ไหลกลับเข้ามาภายในห้องได้อีก(21) การลดจ�ำนวนเช้ือวัณโรคในอากาศ ท�ำได้โดยจัดให้มี
ห้องแยกที่มีการระบายอากาศทด่ี ี มลี มพดั ผา่ นเขา้ ออกไดด้ ตี ลอดเวลาและมีแสงแดดสอ่ งได้ทั่วถงึ ซ่ึงจะ
ชว่ ยลดปรมิ าณเชอื้ วณั โรคในอากาศภายในหอ้ งไดเ้ ปน็ อยา่ งด(ี12) กรณที ก่ี ารระบายอากาศไมด่ ี ควรใชพ้ ดั ลม
ดูดอากาศเพื่อให้อากาศท่ีมีเช้ือวัณโรคถูกระบายออกสู่ภายนอก เช้ือวัณโรคจะถูกท�ำลายโดยแสงแดด
ควรตรวจสอบด้วยว่าลมมีทิศทางการพัดอย่างไร โดยหลักการต้องพัดจากพื้นที่สะอาดกว่าไปยังพื้นที่
ปนเปื้อนเชอ้ื วัณโรคดื้อยา เช่น พน้ื ทีร่ อตรวจ ทง้ั น้ีอาจใช้กระบอกควนั (smoke tube tracer test) หรือ
ควนั ธปู ช่วยในการตรวจสอบทิศทางการไหลเวียนของอากาศ(24)
8.2.3 การใชอ้ ุปกรณ์ปอ้ งกนั ระบบทางเดนิ หายใจ (respiratory protection)
เป็นการด�ำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับเช้ือวัณโรคของบุคลากรในหน่วยงาน
ทใ่ี หก้ ารตรวจวนิ จิ ฉยั หรอื รกั ษาผทู้ ส่ี งสยั วา่ ปว่ ยเปน็ วณั โรคหรอื ผปู้ ว่ ยวณั โรค บคุ ลากรทป่ี ฏบิ ตั งิ านในหนว่ ยงาน
ทมี่ คี วามเสยี่ งตอ่ การตดิ เชอ้ื วณั โรคสงู ตอ้ งสวมอปุ กรณป์ อ้ งกนั ระบบทางเดนิ หายใจทส่ี ามารถกรองอนภุ าค
ท่มี ขี นาดเล็กกวา่ 1 ไมครอน ท่ีเรียกวา่ particulate respirator(22) ตัวอย่างเชน่ N95, N99 เป็นต้น
8.3 ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการปอ้ งกันการแพรก่ ระจายเช้อื วณั โรคในสถานพยาบาล
ก. แผนกผู้ป่วยนอกควรมีการคัดกรองผู้ป่วยท่ีสงสัยว่าเป็นวัณโรคอย่างรวดเร็ว (triage) เพื่อ
ป้องกันมิให้ผู้ป่วยท่ีมารอรับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกจ�ำนวนมากได้รับเช้ือวัณโรคขณะรอตรวจ
การคดั แยกผปู้ ว่ ยท�ำไดโ้ ดยการสอบถามอาการส�ำคญั ทมี่ กั พบในผปู้ ว่ ยวณั โรค เชน่ อาการไอเรอื้ รงั มานานกวา่
2 สปั ดาห์ ไอเปน็ เลอื ด หรอื ไอมเี สมหะปนเลอื ด นำ�้ หนกั ลด มไี ขต้ ำ่� ๆ หากผปู้ ว่ ยรายใดมอี าการดงั กลา่ ว
ควรจัดสถานทใี่ ห้น่ังรอตรวจแยกจากผูป้ ่วยอืน่ จดั ระบบการบริการตรวจทร่ี วดเร็ว ควรจดั หาผ้าปิดปาก
และจมกู ใหผ้ ูป้ ่วยสวมและใหก้ ระดาษทิชชูแกผ่ ู้ปว่ ยเพ่ือใชป้ ิดปากและจมกู เวลาไอจาม
ข. ควรใหผ้ ปู้ ว่ ยวณั โรคและผปู้ ว่ ยทสี่ งสยั วา่ เปน็ วณั โรคอยใู่ นหอ้ งแยกหรอื พนื้ ทแ่ี ยก เพอื่ ลดการ
แพร่กระจายเช้ือวัณโรคสู่ผู้ป่วยอื่นในหอผู้ป่วย หากหอผู้ป่วยไม่มีห้องแยกหรือห้องแยกมีไม่เพียงพอ
ควรจดั ใหผ้ ปู้ ว่ ยวณั โรคอยใู่ นบรเิ วณทมี่ แี สงแดดสอ่ งถงึ อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก อยใู่ กลห้ นา้ ตา่ งเพอื่ ใหเ้ ชอ้ื
วณั โรคถูกพัดพาออกนอกอาคาร แต่ควรระมดั ระวงั จัดให้ผู้ปว่ ยวัณโรคอยู่ปลายทางที่ลมพัดผา่ น มิฉะน้ัน
ลมอาจพัดพาเช้ือวัณโรคจากผู้ป่วยวัณโรคสู่ผู้ป่วยอ่ืนในหอผู้ป่วย กรณีท่ีการระบายอากาศไม่ดี ควรใช้
พดั ลมเป่าใหอ้ ากาศบรเิ วณที่ผปู้ ว่ ย วณั โรคอยู่ออกนอกอาคารทางหนา้ ตา่ ง(21) ไมค่ วรแยกผู้ป่วยมาอยใู่ น
ห้องที่ใช้เครอ่ื งปรบั อากาศชนิด central air หากจ�ำเปน็ แนะน�ำไม่ให้ผู้ปว่ ยเปดิ ใช้เคร่อื งปรับอากาศหรอื

92 แยกผู้ปว่ ยอยใู่ นหอ้ งทีม่ เี ครอ่ื งปรบั อากาศชนดิ แยกส่วน (split type) ประตูห้องแยกควรปิดไว้เสมอ เพอื่

ปอ้ งกันมใิ หอ้ ากาศทม่ี เี ช้ือวัณโรคออกสู่ภายนอก

ค. เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นวัณโรค และแพทย์นัดให้มาตรวจท่ีคลินิกวัณโรค ควรจัด แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
คลนิ กิ วณั โรคใหม้ ลี กั ษณะเปน็ one stop service คอื ผปู้ ว่ ยมาทคี่ ลนิ กิ วณั โรคเพยี งทเ่ี ดยี วจะไดร้ บั บรกิ าร
ครบวงจร ไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งไปตดิ ตอ่ ทห่ี นว่ ยงานอน่ื ของโรงพยาบาลอกี คลนิ กิ วณั โรคไมค่ วรอยรู่ วมในบรเิ วณ Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
เดียวกันกับคลนิ กิ พเิ ศษอ่นื ๆ เชน่ คลินิกเบาหวาน คลินกิ โรคเด็ก คลินกิ เอชไอวี เปน็ ตน้ เพราะอาจเกดิ
การแพร่กระจายเช้ือวัณโรคสู่ผู้ป่วยอ่ืนได้ คลินิกวัณโรคควรต้ังอยู่บริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก 93
มแี สงแดดส่องถงึ บรเิ วณที่ผ้ปู ว่ ยน่ังรอควรเป็นทโ่ี ลง่ (21)
ง. ควรจ�ำกดั อายแุ ละเวลาทเ่ี หมาะสมส�ำหรบั ผเู้ ขา้ เยย่ี มผปู้ ว่ ย เชน่ ไมอ่ นญุ าตใหเ้ ดก็ เลก็ คนชรา
ผู้ท่มี ภี าวะภูมคิ มุ้ กันบกพร่องเขา้ เยยี่ ม โดยอาจอนุญาตเพียงช่วงสัน้ ๆ และต้องสวมหน้ากากอนามัย(21)
จ. บคุ ลากรทใ่ี หก้ ารดแู ลผปู้ ว่ ยวณั โรคในหอ้ งแยกควรสวม particulate respirator อยา่ งถกู วธิ (ี21)
ฉ. การวินิจฉัย การรักษา หรือการตรวจต่างๆ ที่มีผลให้เกิดการฟุ้งกระจายของเช้ือวัณโรค
ควรด�ำเนนิ การในหอ้ งแยก(25)
ช. หากจ�ำเป็นต้องเคล่ือนย้ายผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เช้ือออกจากห้องแยก ควรให้ผู้ป่วยสวม
ผ้าปิดปากและจมูก (surgical mask) เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายเช้ือวัณโรคสู่หน่วยงานอ่ืน และควร
นัดหมายเวลากับหนว่ ยงานทจี่ ะสง่ ผปู้ ว่ ยไปให้แน่นอน(21)
8.4 การประเมนิ ความส�ำเรจ็ ในการป้องกันการแพรก่ ระจายเชอื้ วณั โรคในสถานพยาบาล
ประเมินได้ 2 ลกั ษณะ คอื
8.4.1 การประเมินขบวนการด�ำเนินงาน โดยการทบทวนเวชระเบียนของผู้ป่วยวัณโรคและ
ค�ำนวณระยะเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ งๆ ตอ่ ไปน(ี้ 21)
ก. ระยะเวลาต้ังแต่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จนกระท่ังได้รับการสั่งให้เก็บ
เสมหะสง่ ตรวจ
ข. ระยะเวลาตงั้ แต่ได้รับการสัง่ ให้เกบ็ เสมหะสง่ ตรวจ จนกระทั่งมีการเกบ็ เสมหะ
ค. ระยะเวลาตงั้ แต่มีการเก็บเสมหะ จนกระทงั่ มกี ารตรวจ smear และรายงานผล
ง. ระยะเวลาต้งั แตผ่ ู้ปว่ ยเขา้ รบั การรักษาในโรงพยาบาลจนกระทัง่ มีการแยกผู้ปว่ ย
จ. ระยะเวลาตั้งแต่มีการเก็บเสมหะ จนกระท่ังมีการตรวจเพาะเช้ือและความไวต่อยา
และรายงานผล
ฉ. ระยะเวลาตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยเขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาล จนกระทง่ั ผปู้ ว่ ยไดร้ บั การรกั ษา
วัณโรค
8.4.2 การประเมินผลการปอ้ งกนั การแพร่กระจายเชอ้ื วณั โรค ประเมนิ ไดจ้ ากการตรวจหาการ
ตดิ เชอ้ื วณั โรค (latent Tuberculous infection, LTBI) ในบคุ ลากรของโรงพยาบาล ซงึ่ สามารถท�ำไดโ้ ดย
การทดสอบดว้ ยวธิ ี Tuberculin skin test (TST) หรอื โดยการตรวจเลอื ดด้วยวธิ ี Interferon-Gamma
Release Assays (IGRAs) หากผลการทดสอบหรือการตรวจหาการติดเช้ือวัณโรคในบุคลากรคร้ังแรก
ไม่พบว่าบุคลากรติดเชื้อวัณโรค (ผลการตรวจเป็นลบ) แต่ในปีต่อมาตรวจพบว่าบุคลากรติดเชื้อวัณโรค
(ผลการตรวจเป็นบวก) แสดงว่าการด�ำเนินการในการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือวัณโรคของสถาน
พยาบาลนั้นอาจจะไม่สามารถปอ้ งกันการแพร่กระจายของเชือ้ วณั โรคไดด้ ีพอ

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา 8.5 แนวทางการปอ้ งกันการแพร่กระจายเชือ้ วัณโรคดือ้ ยาในชุมชนและในครอบครวั
8.5.1 หลกั การท่สี �ำคัญคือ
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis ก. ค้นหาผ้ปู ว่ ยวณั โรคในชุมชนให้พบโดยเรว็ โดยเฉพาะกลุ่มทมี่ คี วามเสี่ยง เช่น สัมผสั
ใกลช้ ดิ ติดเชอ้ื เอชไอวี เป็นต้น
ข. ใหก้ ารรกั ษาทไ่ี ด้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ เป็นวธิ ีทจ่ี ะตดั วงจรการแพร่กระจาย
เช้อื วณั โรคโดยเรว็
8.5.2 มาตรการเสรมิ อ่ืนๆ ท่ีพงึ ปฏบิ ัติ ไดแ้ ก่
ก. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกก�ำลังกาย
พกั ผ่อนใหเ้ พยี งพอ หยุดสบู บุหร่ี เลกิ ดมื่ สุรา
ข. แยกหอ้ งนอนอย่างนอ้ ย 2 สปั ดาห์หรือจนกว่าผล smear เป็นลบ
ค. หลกี เลย่ี งการคลกุ คลใี กลช้ ดิ กบั บคุ คลในครอบครวั หรอื สวมผา้ ปดิ ปากปดิ จมกู เมอ่ื ตอ้ ง
อยรู่ ่วมกับผ้อู ื่น ควรอยู่ในหอ้ งที่มีอากาศถ่ายเทไดด้ ี มแี สงแดดส่องถงึ
ง. ผปู้ ว่ ยควรหลกี เลย่ี งการเขา้ ไปในสถานทที่ มี่ คี นแออดั เชน่ สถานบนั เทงิ โรงภาพยนตร์
สถานทสี่ าธารณะ หา้ งสรรพสินค้า เปน็ ต้น แต่ถ้าหากจ�ำเป็นก็ตอ้ งสวมหนา้ กากอนามยั ตลอดเวลา
จ. เมอื่ ไอหรอื จามใหใ้ ชก้ ระดาษทชิ ชหู รอื ผา้ เชด็ หนา้ ปดิ ปากและจมกู ทกุ ครง้ั และลา้ งมอื
ใหส้ ะอาดบอ่ ยๆ
ฉ. บ้วนเสมหะในภาชนะท่ีมีฝาปิดมิดชิด ท�ำลายโดยการเผาหรือบ้วนเสมหะในโถส้วม
แลว้ ชกั โครกท้งิ
ช. กระดาษทชิ ชทู ใี่ ชเ้ ชด็ นาํ้ มกู นา้ํ ลายและเสมหะ ใหท้ งิ้ ในถงั ขยะทม่ี ถี งุ รองรบั และมฝี าปดิ
ท�ำลายทกุ วนั โดยการเผา ผ้าเชด็ หนา้ ซักดว้ ยผงซักฟอกและผึ่งแดดใหแ้ ห้ง
ซ. ใหค้ �ำแนะน�ำในการจดั ทอ่ี ยอู่ าศยั สงิ่ แวดลอ้ มภายในบา้ น เปดิ ประตหู นา้ ตา่ งใหอ้ ากาศ
ภายในบา้ นถา่ ยเทได้สะดวก ใหม้ กี ารระบายอากาศทด่ี ี มแี สงแดดสอ่ งท่ัวถึง รักษาบา้ นเรอื นให้สะอาด
ฌ. ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กท่ีมีอายุต�่ำกว่า 5 ปี เพราะถ้าหากเด็ก
ตดิ เชอ้ื วณั โรคและป่วยจะมคี วามรนุ แรงมากกวา่ เดก็ ทว่ั ๆ ไป

8.6 การป้องกันการแพร่กระจายเชือ้ วณั โรคดอื้ ยาในเรอื นจ�ำ(26)
การตดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละการพบเชอื้ วณั โรคดอ้ื ยาหลายขนาน ท�ำใหม้ คี วามจ�ำเปน็ เรง่ ดว่ นทจี่ ะตอ้ งมี
การด�ำเนินการในการป้องกันการแพร่กระจายเช้ือวัณโรคอย่างเข้มแข็งและรวดเร็วในเรือนจ�ำและสถาน
กักกัน ซึ่งมีโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายและรวดเร็ว เนื่องจากผู้ถูกคุมขังอยู่กันอย่างแออัด
การระบายอากาศไมด่ ี มาตรการต่างๆ ทใี่ ชส้ �ำหรบั เรอื นจ�ำ เหมอื นกบั มาตรการท่ีใชก้ ับสถานพยาบาลแต่
อาจมีรายละเอยี ดบางอยา่ งท่แี ตกตา่ งกันบา้ ง ไดแ้ ก่
8.6.1 มาตรการด้านการบริหารจัดการ
เพ่ือลดการแพร่กระจายเช้ือวัณโรคในเรือนจ�ำและสถานกักกัน นอกจากจะใช้หลักการ
วนิ จิ ฉยั โรคโดยเรว็ แยกห้อง/พ้ืนท่ี และใหก้ ารรกั ษาตามมาตรฐานแผนงานวณั โรคแห่งชาติแลว้ สง่ิ ที่ควร

94 ด�ำเนินการเพ่ิมเติม คือ การค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ตามด้วยการแยกผู้ป่วยและให้การรักษาท่ีมี

ประสิทธิภาพ ดงั น้ี

ก. ควรมมี าตรการตรวจหาการป่วยเปน็ วณั โรคในผู้ที่จะตอ้ งเข้ามาอยู่ในเรอื นจ�ำ แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
ข. บุคลากรทุกคนท่ีปฏิบัติงานในเรือนจ�ำหรือสถานกักกันควรได้รับความรู้และข้อมูล
ที่ส�ำคัญเก่ียวกับวัณโรคและควรกระตุ้นให้บุคลากรได้รับการตรวจวินิจฉัยหากพบว่ามีอาการและอาการ Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
แสดงเข้าได้กบั วัณโรค
ค. ควรมีการแยกผู้ท่ีสงสัยว่าเป็นวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบริเวณที่มีการระบาย 95
อากาศท่ีดีจนกว่าจะตรวจไม่พบเช้ือ สภาพห้องแยกควรมีลักษณะเพดานสูง อากาศถ่ายเทดี ในกรณีท่ี
ผตู้ ้องขงั พน้ โทษ (early release cases) หรอื ย้ายเรือนจ�ำก่อนรกั ษาวัณโรคครบ สถานกักกันควรมรี ะบบ
ในการส่งต่อผู้ป่วยเพอ่ื ให้ผ้ปู ว่ ยไดร้ ับการดูแลอย่างตอ่ เน่อื งเหมาะสม
ง. ในเรือนจ�ำที่มีความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีสูง มีผู้ท่ีติดเชื้อเอชไอวีและผู้ที่มีภาวะ
ภูมิคมุ้ กนั ตำ�่ จากสาเหตุต่างๆ ควรแยกอาคารพกั จากผู้ท่สี งสยั ว่าเป็นวณั โรค หรอื ผู้ปว่ ยวณั โรค
จ. บคุ ลากร หรอื ผทู้ พ่ี �ำนกั อยใู่ นเรอื นจ�ำ หรอื สถานกกั กนั ควรไดร้ บั ขอ้ มลู และกระตนุ้ ให้
ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีและให้ค�ำปรึกษา หากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอชไอวีควรได้รับข้อมูล
เกยี่ วกับการป้องกันการติดเช้ือวณั โรครวมท้ังการคัดกรองการติดเชื้อวณั โรคเป็นระยะ
ฉ. มาตรการเพม่ิ เตมิ ในกลมุ่ ทม่ี คี วามเสยี่ งตอ่ การปว่ ยเปน็ วณั โรคสงู เชน่ ผตู้ ดิ ยาเสพตดิ
ชนิดฉีด ควรมกี ารบริหารจัดการท่ดี ีเพื่อปอ้ งกันการรับประทานยาไม่สม�่ำเสมอ มมี าตรการปอ้ งกนั การใช้
เสมหะผตู้ ้องขังอนื่ สง่ ตรวจแทนเสมหะของตนเอง
ช. ทน่ี อน ผ้าหม่ ควรมกี ารผงึ่ แดดสัปดาหล์ ะ 1 คร้ัง
8.6.2 มาตรการด้านการควบคุมส่ิงแวดล้อมในเรือนจ�ำหรือสถานกักกันมีความเส่ียงต่อการ
แพร่กระจายเชื้อวัณโรคสูง เนื่องจากการระบายอากาศไม่ดี ควรพิจารณาใช้วิธีการท�ำลายเชื้อในอากาศ
โดยอาศยั มาตรการควบคุมดา้ นวศิ วกรรม เชน่ การติดต้ัง upper air UV ในจ�ำนวนทีเ่ หมาะสมกบั พืน้ ท่ี
8.6.3 การใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดนิ หายใจในเรือนจ�ำ
ในกรณที ส่ี งสยั วา่ ผตู้ อ้ งขงั ในเรอื นจ�ำอาจปว่ ยเปน็ วณั โรค หรอื ปว่ ยเปน็ วณั โรคและไดร้ บั การแยก
จากผู้อ่ืนแล้ว ควรด�ำเนินมาตรการในการป้องกันอนื่ ๆ เช่นเดยี วกับการด�ำเนินการในสถานพยาบาล เช่น
การสวมหนา้ กากอนามัย การใช้ผ้าเชด็ หน้าหรือกระดาษทชิ ชปู ิดปาก จมูก เวลาไอหรอื จาม
เอกสารอ้างอิง
1. ส�ำนกั นโยบายและยุทธศาสตร์ ส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ . อา้ งองิ ใน ภาวะสังคมไทย

ไตรมาสหน่ึง ปี 2552. ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
Available from : http://www.nesdb.go.th/temp_social/ts/temp_social_1-2552.pdf.
[Cited 2014 February 22].
2. ปราชญ์ บณุ ยวงศว์ โิ รจน.์ สถานการณว์ ณั โรคของประเทศไทยและแนวทางแกไ้ ข. วารสารสมาคม
เวชศาสตร์ปอ้ งกนั แห่งประเทศไทย 2554; 1: 232-5.
3. วัฒน์ อุทัยวรวิทย์. สถานการณ์และปัญหาวัณโรคในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์.
กลุม่ งานเวชกรรมสงั คม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห,์ กุมภาพนั ธ;์ 2540.

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา 4. รตั นา พันธ์พานชิ และกลุ ดา พฤตวิ รรธน์. การติดเชื้อวณั โรคในบคุ ลากรในโรงพยาบาลนครพงิ ค์
เชียงใหม่. วารสารวณั โรคและโรคทรวงอก 2538; 16: 25-34.
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
5. นรวรี ์ จมั่ แจม่ ใส, อไุ ร ภนู วกลุ และงามตา เจรญิ ธรรม. การตดิ เชอ้ื วณั โรคในบคุ ลากรโรงพยาบาล
พระปกเกลา้ ปี พ.ศ.2539. วารสารศนู ยก์ ารศกึ ษาแพทยศาสตรค์ ลินิกโรงพยาบาลพระปกเกลา้
2540; 14: 131-41.

6. ทองปาน เงือกงาม. การติดเชื้อวัณโรคในบุคลากรโรงพยาบาลแม่สอด บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยั เชียงใหม่; 2547.

7. นิธิพัฒน์ เจียรกลุ , วันชยั เดชสมฤทธ,์ิ อรสา ชวาลภาฤทธิ,์ ตรงธรรม ทองด,ี มารษิ า สมบัตบิ รู ณ์
และส�ำราญ ใจชื้น. ความชุกของวัณโรคในพยาบาลโรงพยาบาลศิริราช. วารสารวัณโรค
โรคทรวงอกและเวชบ�ำบดั วิกฤต 2545; 25: 73-7.

8. องั กรู เกดิ พาณชิ , ฐติ นิ าต สทิ ธสิ าร, วภิ าพรรณ วมิ ลเฉลา, สถาพร ธติ วิ เิ ชยี รเลศิ , อภริ กั ษ์ ปาลวฒั นว์ ไิ ชย,
ปราณี ออ่ นศรี และคณะ. ความชกุ ของปฏกิ ริ ยิ าทเู บอรค์ ลู นิ และบสุ เตอรเ์ อฟเฟกตใ์ นนกั ศกึ ษาแพทย์
นักเรียนพยาบาล และทหารเกณฑไ์ ทย. วารสารวัณโรค โรคทรวงอกและเวชบ�ำบดั วิกฤต 2545;
23: 203-17.

9. วโิ รจน์ เจยี มจรสั รงั ษ,ี นรนิ ทร์ หริ ญั สทุ ธกิ ลุ และภริ มย์ กมลรตั นกลุ . อตั ราอบุ ตั กิ ารณข์ องวณั โรค
ในบคุ ลากรโรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ.์ กรงุ เทพฯ: ภาควชิ าเวชศาสตรป์ อ้ งกนั และสงั คม จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย; 2547.

10. โอภาส การย์กวินพงศ์. วณั โรคในบคุ ลากรโรงพยาบาลศรีสะเกษ. วารสารวณั โรค โรคทรวงอก
และเวชบ�ำบัดวกิ ฤต 2546; 24: 197-204.

11. อะเค้ือ อุณหเลขกะ. รายงานการวเิ คราะห์สถานการณ์การปอ้ งกันการแพรก่ ระจายเช้อื วัณโรค
ในโรงพยาบาลในประเทศไทย. เชียงใหม;่ 2552.

12. อภิรักษ์ ปาลวฒั น์วไิ ชย และสถาพร ธิติวิเชยี รเลิศ. มาตรการการป้องกนั การตดิ เชอื้ วัณโรคใน
บุคลากรการแพทย.์ คลนิ ิก 2541; 14: 561-6.

13. Pugliese G and Tapper ML. Tuberculosis Control in Health Care. Infect Control
Hosp Epidemiol 1996; 17: 819-27.

14. Snider DE and Dooley SW. Nosocomial Tuberculosis in the AIDS era with an
emphasis on multidrug-resistant disease. Heart Lung. 1993 Jul-Aug; 22(4): 365-9.

15. Winters RE. Guideline for Preventing the Transmission of Tuberculosis: A Better
Solution? Clin Infect Dis 1994; 17: 819-27.

16. Castro KG and Dooley SW. Mycobacterium tuberculosis transmission in healthcare
setting: is it influenced by coinfection with human immunodeficiency virus? Infect
Control Hosp Epidemiol 1993; 14: 65-6.

17. Jarvis WR. Nosocomial transmission of multidrug-resistant Mycobacterium
tuberculosis. Am J Infect Control 1995; 23: 146-51.

96

18. มนสั วงศเ์ สงย่ี ม. การปอ้ งกนั การตดิ เชื้อวัณโรคในบุคลากรทางการแพทย์. ในบญั ญตั ิ ปริชญา แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
นนท์, ชัยเวช นุชประยูร และสงคราม ทรัพย์เจริญ (บก.). วัณโรค (พิมพ์ครั้งท่ี 4). กรุงเทพ:
โรงพมิ พ์จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั ; 2542: 628-40. Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

19. นรวรี ์ จวั่ แจม่ ใส. การปอ้ งกนั วณั โรคในบคุ ลากรการแพทย.์ วารสารศนู ยก์ ารศกึ ษาแพทยศาสตร์
คลนิ กิ โรงพยาบาลพระปกเกลา้ 2546; 20: 13-28.

20. The Advisory Committee for Elimination of Tuberculosis. Screening for tuberculosis
and tuberculous infection in high-risk population. MMWR 1990; 39: 1-7.

21. Centers for Disease Control and Prevention. Guideline for preventing the
transmission of mycobacterium tuberculosis in health-care setting, 2005. MMWR
2005; 54 (RR-17): 1-141.

22. DeVita VT, Hellman S, Rosenberg SA, Curran J, Essex M and Fauci AS. AIDS: etiology,
diagnosis, treatment, and prevention. (3rd ed.). Philadelphia: Lippincott; 1992.

23. Stratton CW. Tuberculosis, infection control, and the microbiology laboratory.
Infect Control Hosp Epidemiol 1993; 14: 481-7.

24. Hodge D and Kass D. Reducing the spread of tuberculosis in your workplace. In:
Charney W. Handbook of Modern Hospital Safety. New York: Lewis Publisher;
1999: 168-215.

25. Nicas M, Sprinson JE, Royee SE, Harrison RJ and Macher JM. Isolation rooms for
tuberculosis control. Infect Control Hosp Epidemiol 1993; 14: 619-622.

26. World Health Organization. WHO policy on TB infection control in health-care
facilities, congregate settings and households. France: WHO; 2009 (WHO/HTM/
TB/2009.419).

97

98 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
ภาคผนวก
99

100 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
ภาคผนวก ่ที 1
ค�ำ ่สังกรมควบคุมโรค เร่ือง แ ่ตง ้ตังคณะผู้เช่ียวชาญการ ูดแล ัรกษา ัวณโรคดื้อยาระ ัดบประเทศ

101

102 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา 103

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

104 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

ภาคผนวกที่ 2 แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
การขอสนับสนุนยา XDR-TB
เน่ืองจากมีข้อมูลผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (XDR -TB) เกิดข้ึนและได้รับ Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
การรกั ษาโดยคา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษายงั ไมไ่ ดร้ บั การสนบั สนนุ จากส�ำนกั งานประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ (สปสช.)
คา่ ใชจ้ า่ ยโดยเฉพาะคา่ ยาสงู มาก และส�ำนกั วณั โรคไดม้ งี บประมาณบางสว่ นในการจดั ซอื้ ยาซง่ึ ไมเ่ พยี งพอ
กับจ�ำนวนผปู้ ว่ ยที่เกิดข้ึน ดงั นัน้ คณะการผู้เชีย่ วชาญการดูแลรักษาวณั โรคดอื้ ยา จงึ ไดก้ �ำหนดเกณฑ์การ
คดั เลือกผู้ป่วยเพอ่ื รบั การสนับสนุนยาดังน้ี
เกณฑก์ ารคัดเลือกผปู้ ่วยที่จะได้รบั การสนบั สนนุ ยา XDR
เกณฑข์ ้อท่ี 1 มผี ลยนื ยนั วนิ จิ ฉยั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทไ่ี ดม้ าตรฐาน (หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทไ่ี ดม้ าตรฐาน หมาย
ถงึ หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารทผ่ี า่ นการขึ้นทะเบยี นเครือข่ายเพือ่ การสนบั สนนุ ยาใหผ้ ู้ป่วย วัณโรค
ด้อื ยาโดยส�ำนกั วณั โรค)
เกณฑข์ ้อที่ 2 มีผลยืนยันทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารที่ไวตอ่ ยาอยา่ งน้อย 3 ชนดิ
เกณฑข์ อ้ ท่ี 3 ผู้ป่วย ยินดี และสมัครใจรับการรักษาตามสูตรยา จนครบก�ำหนด พร้อมลงชื่อใน
แบบฟอรม์ ใบยินยอมการรกั ษาวณั โรคดือ้ ยา
เกณฑ์ขอ้ ที่ 4 ไมม่ ีข้อบง่ ห้ามในการใชย้ า
เกณฑ์ข้อท่ี 5 มคี วามพรอ้ มในการรบั การรกั ษาโดยใช้ DOT เขม้ ขน้ ตลอดการรกั ษารวมทงั้ ยนิ ยอมใหม้ ี
การเยย่ี มบ้าน และมแี ผนการดูแลคนไข้ในการรบั ประทานยาที่ต่อเนื่อง
เกณฑ์ขอ้ ที่ 6 ตอ้ งมสี หวชิ าชพี รว่ มกบั การปรกึ ษาคณะผเู้ ชยี่ วชาญฯ รายงานความกา้ วหนา้ ในการรกั ษา
อย่างสม�่ำเสมอตามแบบฟอรม์ ของส�ำนกั วณั โรค
เกณฑ์ข้อท่ี 7 กรณที ผี่ ปู้ ว่ ยไมม่ ผี ลยนื ยนั วา่ เปน็ XDR-TB แตม่ คี วามจ�ำเปน็ ตอ้ งใชย้ าใหน้ �ำเขา้ ทป่ี ระชมุ
คณะผู้เชีย่ วชาญเปน็ รายกรณไี ป
เกณฑ์ขอ้ ที่ 8 ตอ้ งได้รบั การ Review จากคณะผู้เชย่ี วชาญฯ เหน็ ชอบให้ใช้สตู รยาได้
เมอ่ื ผา่ นการประเมนิ ตามเกณฑด์ งั กลา่ วแลว้ ใหบ้ นั ทกึ รายละเอยี ดตามแบบฟอรม์ และท�ำหนงั สอื
ส่งถงึ ส�ำนักวณั โรค 116 ถนนสดุ ประเสรฐิ (ฝ่ังขวา) แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10120
เพ่อื ลงทะเบยี นจัดล�ำดับ เพ่ือเสนอผู้เชีย่ วชาญฯ พิจารณาต่อไป

105

แบบฟอรม์ การขอรบั การสนับสนนุ ยา XDR-TB

เกณฑ์ ค�ำตอบ
ใช่ ไม่ใช่
1) มีผลยืนยนั วนิ ิจฉัยทางห้องปฏิบัติการทไ่ี ด้
แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา มาตรฐานวา่ เปน็ XDR-TB

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis 2) มผี ลยนื ยนั ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารวา่ ไวตอ่ ยาอยา่ งนอ้ ย
3 ชนดิ (1st line หรือ 2nd line drugs ยาท่ีเคย
หรือไมเ่ คยใช้มาก่อน)

3) ผปู้ ่วยยนิ ดีและสมคั รใจรับการรกั ษาตามสตู รยา
จนครบก�ำหนด พรอ้ มลงช่ือในแบบฟอร์มใบ
ยินยอมการรกั ษาวณั โรคด้ือยา

4) ผปู้ ่วยมคี วามพร้อมในการรับการรกั ษาโดยใช้
DOT เขม้ ข้นตลอดการรกั ษา รวมทง้ั ยนิ ยอมให้
มีการเยีย่ มบา้ น

5) ไมม่ ีข้อบง่ หา้ มในการใช้ยา ตามความเหน็ ของ
แพทยผ์ ู้รกั ษา

6) มีทีมสหวิชาชีพดูแลผปู้ ว่ ยแบบองคร์ วม ร่วมกบั
การปรกึ ษาคณะผเู้ ชยี่ วชาญฯ มแี ผนการดแู ลผปู้ ว่ ย
เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การรกั ษาทต่ี อ่ เนอื่ ง และมผี รู้ บั ผดิ ชอบ
รายงานความก้าวหนา้ ในการรกั ษาอยา่ ง
สม�ำ่ เสมอ (ทกุ เดือน) ตอ่ คณะผ้เู ช่ยี วชาญฯ

หมายเหตุ
หากค�ำตอบเป็น “ใช่” ทกุ ขอ้ ใหก้ รอกข้อมูลอยา่ งละเอียดตามแบบฟอรม์ ขอรบั การสนบั สนนุ ยา

XDR-TB พรอ้ มสง่ ไฟล์ภาพรงั สีทรวงอกทัง้ หมด โดยให้ชื่อไฟล์มวี ันทถ่ี ่ายภาพรงั สีทรวงอกด้วย

106

แบบฟอร์มการขอรบั สนบั สนุนยาส�ำหรบั ผู้ปว่ ยวณั โรค XDR -TB
โรงพยาบาลท่ขี อยา...........................................................จังหวัด..........................สคร................

แพทยผ์ รู้ ักษา ผปู้ ระสานงานวัณโรคท่ีสามารถตดิ ต่อได้

เบอรโ์ ทรศัพท์ เบอร์โทรศพั ท์
E mail E mail

ชื่อผปู้ ว่ ย………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
HN……………………………………………….. เลขบตั รประชาชน [ ]-[ ][ ] [ ] [ ]-[ ][ ][ ][ ][ ]-[ ][ ]-[ ]
เพศ [ ] ชาย [ ] หญิง อายุ...........ปี น�้ำหนัก..............กโิ ลกรัม สว่ นสงู ..................เซนตเิ มตร Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
เร่มิ การรักษาวัณโรคเม่ือ..................................
โรครว่ มท่ีเปน็ อยู่ [ ] เบาหวาน [ ] ความดัน [ ] ไขมนั ในเลอื ดสงู
[ ] โรคหัวใจ ............................................................................................................................
[ ] โรคระบบทางเดนิ หายใจ .....................................................................................................
[ ] โรคเก่ยี วกบั ตับ ....................................................................................................................
[ ] โรคไต ........................................................................ BUN ................ Cr .....................
[ ] โรคอน่ื ๆ ทีส่ �ำคญั ...............................................................................................................
[ ] ถา้ หากมผี ลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทส่ี �ำคญั ชว่ ยกรณุ าแนบผลมาดว้ ย อาจจะมผี ลในการพจิ ารณา
ใชย้ า
[ ] กรณุ า scan ภาพรังสที รวงอก หรือ imaging อืน่ ๆ ที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ การพิจารณา

ประวัตกิ ารรกั ษา (ใช้ตารางใหมท่ ุกครั้งทีเ่ ปลยี่ นยาแมเ้ พยี งตัวเดียว)

สูตรยาทใ่ี ช้

วันท่ี ผลเสมหะ ชอื่ ยา ขนาดยาตอ่ วนั วนั ทห่ี ยดุ ผลเสมหะ เหตผุ ลท่หี ยุดยา/
เร่ิมสตู รยานี้ สูตรยา ผลการรกั ษา

ประวัติการรกั ษา (ใช้ตารางใหมท่ ุกครง้ั ที่เปลย่ี นยาแมเ้ พียงตัวเดยี ว)

107

แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา สรปุ ผลการทดสอบความไวของเช้ือต่อยาวัณโรค

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis วันที่ สถานท่ี H H R S E Z Ofx Km Cs Eto PAS Cm Mfx Lzd
สง่ ได้รับ ตรวจ 0.2 1.0
ตรวจ ผล

จากการทบทวนประวตั ิการรกั ษาวัณโรคในอดีตของ ยาทน่ี ่าจะดอ้ื แลว้
1. ………………………………………. 3. ……………………………………….
2. ………………………………………. 4. ……………………………………….
รายการยารกั ษาวณั โรค ใหม่ท่ีจะขอการสนบั สนุนจากส�ำนกั วัณโรค
1. ………………………………………. 3. ……………………………………….
2. ………………………………………. 4. ……………………………………….
ผบู้ นั ทกึ ……………………….................................โทรศพั ท์หมายเลข .......................................................

108

ภาคผนวกที่ 3
หนว่ ยตรวจเชอื้ วณั โรคดอ้ื ยาดว้ ยวธิ ี molecular assay

ล�ำดบั หน่วยบริการ ทดสอบ วธิ ี ส่งิ สง่ ผตู้ ิดตอ่ โทรศัพท์
ตรวจ ตรวจ

1 กล่มุ ปฏบิ ัติการ Diagnose: LPA Sputum, นายสมศกั ด์ิ 02-212-2279
อ้างองิ ชันสูตร MTB Isolated เหรยี ญทอง ต่อ 207
วัณโรคแห่งชาติ DST: RMP+INH Culture
ส�ำนักวัณโรค (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum
กรมควบคุมโรค RIF)
Diagnose: MTB
DST: RMP

2 สถาบัน Diagnose: MTB LPA Sputum, นางอญั ชนา 02-5903567-69
บ�ำราศนราดูร DST: RMP+INH Isolated ถาวรวัน Fax 02-5903574
Culture

3 สถาบันวิจยั Diagnose: MTB PCR Sputum, ดร.เบญจวรรณ 02-580-1593
วทิ ยาศาสตร์ Body เพชรสขุ ศริ ิ
สาธารณสุข Fluid, แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
กรมวทิ ยาศาสตร์ Body
การแพทย์ Tissue Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

Diagnose: MTB RT-PCR Sputum,
DST: RMP+INH Isolated
Culture

4 สถาบันโรค Diagnose: MTB LPA Sputum, นางจิรกานต์ 02-580-3423
ทรวงอก DST: RMP+INH Isolated ปญุ ญโสพรรณ ต่อ 1267
กรมการแพทย์ Culture

5 ทนุ วจิ ัยวัณโรค Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, ดร.อังคณา 02-411-0241
ดอื้ ยา DST: RMP+INH Isolated ฉายประเสริฐ
ศริ ริ าชมูลนธิ ิ Culture

109

ล�ำดบั หน่วยบรกิ าร ทดสอบ วธิ ี สงิ่ ส่ง ผู้ตดิ ต่อ โทรศัพท์
ตรวจ ตรวจ

6 โรงพยาบาล DST: RMP+INH RT-PCR Sputum, ดร.ศุภร 02-419-7062
ศริ ริ าช Body ฟ้งุ ลัดดา 02-419-7063
Fluid,
Body
Tissue,
Isolated
Culture

Diagnose: MTB LPA Sputum,
DST: RMP+INH Isolated
Culture

7 โรงพยาบาล Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, ผศ.ดร.พทิ กั ษ์ 02-201-1389
รามาธบิ ดี Body สนั ตินิรนั ดร์ 02-201-1399
Fluid,
Body
Tissue,
แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา Isolated
Culture,
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis Paraflim
block

8 Chulalongkorn (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum ศศิวมิ ล 02-2511381
clinical research RIF) อุบลแย้ม 02-2566448
center Diagnose: MTB
(Chula CRC) DST: RMP

9 ศูนย์บรกิ าร Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, นายประพณั ฐ์ 053-946027
เทคนิคการแพทย์ DST: RMP+INH Isolated หลวงสขุ ตอ่ ห้องแล็ป
คณะเทคนิค Culture
การแพทย์
มหาวิทยาลยั
เชยี งใหม่

110 10 ส�ำนักงานป้องกนั Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, นางสาวนงเยาว์ 038-274-334
ควบคุมโรคที่ 3 DST: RMP+INH Isolated มสี ิทธิ์ ต่อ 19, 20
จังหวัดชลบรุ ี Culture

ล�ำดบั หน่วยบริการ ทดสอบ วธิ ี ส่งิ ส่ง ผู้ตดิ ต่อ โทรศพั ท์
ตรวจ ตรวจ 032-338-307-8

11 ส�ำนกั งานปอ้ งกัน Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, นายไกรฤกษ์ 085-682-1244
ควบคุมโรคที่ 4 DST: RMP+INH Isolated สธุ รรม 044-212-900
จังหวัดราชบรุ ี Culture ต่อ 121
043-222-818
12 ส�ำนกั งานป้องกนั Diagnose: MTB LPA Sputum, นายเสวยี น ถงึ 9 ต่อ 302
ควบคมุ โรคที่ 5 DST: RMP+INH Isolated ค�ำหอม
จงั หวัด Culture
นครราชสีมา

13 ส�ำนกั งานป้องกัน Diagnose: MTB LPA Sputum, นางสาว
ควบคมุ โรคที่ 6 DST: RMP+INH Isolated จาฬุภรณ์
จังหวดั ขอนแกน่ Culture ชุมพล

Diagnose: MTB RT-PCR Sputum,
DST: RMP+INH Isolated
Culture

14 ส�ำนักงานป้องกนั Diagnose: MTB LPA Sputum, นางสาวมนธริ า 045-255-836 แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
ควบคุมโรคที่ 7 DST: RMP+INH Isolated เงินประมวล
จงั หวัด Culture Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
อุบลราชธานี

(Xpert MTB/ RT-PCR Sputum
RIF)
Diagnose: MTB
DST: RMP

Diagnose: MTB RT-PCR Sputum,
DST: RMP+INH Isolated
Culture

15 ส�ำนกั งานปอ้ งกนั Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, นายสมศักดิ์ 055-214-615
ควบคมุ โรคที่ 9 DST: RMP+INH Isolated สินธอุ ุไร ต่อ 224
จงั หวัดพษิ ณุโลก Culture

111

ล�ำดบั หนว่ ยบริการ ทดสอบ วธิ ี สง่ิ สง่ ผู้ติดต่อ โทรศพั ท์
ตรวจ ตรวจ

16 ส�ำนักงานปอ้ งกัน (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum นายวรศักดิ์ 053-140-772
ควบคมุ โรคที่ 10 RIF) สุทาชัย
จงั หวัดเชียงใหม่ Diagnose: MTB
DST: RMP

17 ส�ำนักงานปอ้ งกนั Diagnose: MTB LPA Sputum, นางสุพตั รา 075-341147
ควบคมุ โรคท่ี 11 DST: RMP+INH Isolated เสง้ สง่ 080-3285998
จังหวัด Culture
นครศรีธรรมราช

18 ส�ำนกั งานปอ้ งกนั (Xpert MTB/RIF) RT-PCR Sputum นายนาสโรน 073-212-332
ควบคมุ โรคที่ 12 Diagnose: MTB เจ๊าะเล๊ะ ต่อ 116
จงั หวดั สงขลา DST: RMP Fax 073-211727
(ศนู ยว์ ณั โรคที่ 12
จงั หวดั ยะลา)

19 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum นางวัชรนิ ทร์ 076-361-234
วชริ ะภเู กต็ RIF) ญาติรกั ษ์ ตอ่ 1580
แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา Diagnose: MTB
DST: RMP
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
20 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum นายวนิ ยั 034-542-031
มะการกั ษ์ RIF) หรูเจรญิ ต่อ 121
จงั หวดั กาญจนบรุ ี Diagnose: MTB
DST: RMP

21 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum, นายสทิ ธโิ ชค 054-237400
ล�ำปาง RIF) Isolated ชยั วงษ์
Diagnose: MTB Culture
DST: RMP

22 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum, นายสทุ ัศน์ 034-381768
นครปฐม RIF) Isolated บุญยงค์
Diagnose: MTB Culture
DST: RMP

112 23 โรงพยาบาล Diagnose: MTB RT-PCR Sputum, นางจารกุ รณ์ 044-235-000
มหาราช DST: RMP+INH Isolated วศิ าลสวสั ด์ิ
นครราชสีมา Culture

ล�ำดบั หนว่ ยบริการ ทดสอบ วธิ ี สิ่งสง่ ผ้ตู ดิ ต่อ โทรศัพท์
ตรวจ ตรวจ ปยิ ะพชั ร์ 038-611-104
พงษป์ ระเสรฐิ ตอ่ 2071
24 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum,
ระยอง RIF) Isolated คุณสดุ ามณี 054-409-000
Diagnose: MTB Culture แสงโฮง ตอ่ 1317
DST: RMP 089-853-4897
นางสาววชั รี 038-931-463
25 โรงพยาบาล (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum, จรกา
เชียงค�ำ RIF) Isolated 043-366612
จังหวัดพะเยา Diagnose: MTB Culture นายประจวบ 043-366-976
DST: RMP ชยั มณี
26 โรงพยาบาล
ชลบรุ ี (Xpert MTB/ RT-PCR Sputum,
RIF) Isolated
Diagnose: MTB Culture
DST: RMP

27 โรงพยาบาล Diagnose: MTB LPA Sputum,
ศรีนครนิ ทร์ DST: RMP+INH Isolated
จังหวัดขอนแก่น Culture
แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
(Xpert MTB/ RT-PCR Sputum
RIF) Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
Diagnose: MTB
DST: RMP

Diagnose: MTB RT-PCR Sputum,
DST: RMP+INH Isolated
Culture

หมายเหตุ
ข้อมูลเมษายน พ.ศ. 2558

113

ภาคผนวกท่ี 4
หนว่ ยตรวจทดสอบความไวต่อเช้อื ดอื้ ยาวณั โรค (DST)

ด้วยเทคนิค solid media หรือ liquid media

ล�ำดบั ที่ หน่วยตรวจ
1 กลุ่มปฏบิ ตั กิ ารอ้างอิงชนั สตู รวัณโรคแห่งชาติ (NTRL) ส�ำนักวณั โรค กรมควบคมุ โรค
2 โรงพยาบาลประสานมิตร (สมาคมปราบวณั โรคแห่งประเทศไทย)
3 กลมุ่ งานจุลชวี วทิ ยา สถาบนั โรคทรวงอก
4 ภาควชิ าจลุ ชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
5 โรงพยาบาลศริ ริ าช
6 ทนุ วจิ ัยวณั โรคดื้อยา ศิรริ าชมลู นธิ ิ
7 หน่วยจุลชวี วทิ ยา ภาควชิ าพยาธวิ ิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธบิ ดี
8 สถาบันพยาธิวทิ ยา ศูนย์อ�ำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
9 ส�ำนกั งานปอ้ งกันควบคุมโรคท่ี 2 จงั หวัดสระบรุ ี
10 ส�ำนกั งานปอ้ งกนั ควบคุมโรคท่ี 3 จงั หวัดชลบุรี
11 โรงพยาบาลชลบุรี
12 ส�ำนักงานป้องกนั ควบคุมโรคท่ี 4 จงั หวัดราชบุรี
13 ส�ำนกั งานปอ้ งกันควบคุมโรคท่ี 5 จงั หวัดนครราชสีมา
แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา 14 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสมี า
15 ส�ำนักงานปอ้ งกันควบคมุ โรคท่ี 6 จงั หวดั ขอนแก่น
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis 16 โรงพยาบาลขอนแกน่
17 โรงพยาบาลศรนี ครินทร์ จังหวัดขอนแกน่
18 ส�ำนักงานปอ้ งกันควบคมุ โรคที่ 7 จงั หวัดอุบลราชธานี
19 ส�ำนักงานปอ้ งกันควบคุมโรคที่ 9 จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
20 โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก
21 ส�ำนกั งานป้องกันควบคุมโรคท่ี 10 จังหวัดเชียงใหม่
22 โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
23 โรงพยาบาลเชียงรายประชานเุ คราะห์
24 ส�ำนักงานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช
25 โรงพยาบาลชิระภูเก็ต
26 ส�ำนกั งานป้องกนั ควบคุมโรคที่ 12 จังหวดั สงขลา (ศูนย์วณั โรคท่ี 12 จงั หวัดยะลา)
27 สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์การแพทยท์ หาร (AFRIMS)
28 หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารของ IOM จังหวดั ตาก
114 หมายเหตุ

ข้อมลู เมษายน พ.ศ. 2558

ภาคผนวกท่ี 5
หน่วยตรวจเพาะเช้ือวณั โรคดว้ ยเทคนิค solid media หรอื liquid media

ล�ำดบั ที่ หน่วยตรวจ
1 กล่มุ ปฏิบัตกิ ารอ้างองิ ชันสตู รวัณโรคแห่งชาติ (NTRL) ส�ำนกั วณั โรค กรมควบคมุ โรค
2 โรงพยาบาลประสานมติ ร (สมาคมปราบวณั โรคแหง่ ประเทศไทย)
3 กลุ่มงานจลุ ชีววทิ ยา สถาบนั บ�ำราศนราดรู
4 กลมุ่ งานจลุ ชวี วิทยา สถาบันโรคทรวงอก
5 ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย
6 โรงพยาบาลศริ ริ าช
7 ทนุ วจิ ัยวณั โรคดอ้ื ยา ศิริราชมลู นธิ ิ
8 หนว่ ยจุลชีววทิ ยา ภาควิชาพยาธวิ ิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
9 สถาบนั พยาธิวิทยา ศูนย์อ�ำนวยการแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกลา้
10 หน่วยจลุ ชีววทิ ยา โรงพยาบาลราชวิถี
11 ส�ำนักงานชันสูตรสาธารณสุข ส�ำนักอนามยั กทม.
12 ส�ำนกั งานป้องกนั ควบคุมโรคท่ี 1 จงั หวัดกรงุ เทพฯ
13 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระป่นิ เกลา้ จังหวัดกรุงเทพฯ
14 โรงพยาบาลเจริญกรงุ ประชารกั ษ์ กรงุ เทพมหานครฯ แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา
15 ส�ำนกั งานปอ้ งกันควบคุมโรคที่ 2 จงั หวัดสระบรุ ี
16 โรงพยาบาลสระบุรี Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis
17 โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี
18 โรงพยาบาลบ้านหม่ี จงั หวัดลพบุรี
19 โรงพยาบาลนครนายก
20 โรงพยาบาลศูนยก์ ารแพทยส์ มเดจ็ พระเทพฯ มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทราวโิ รฒ
21 ส�ำนักงานป้องกนั ควบคมุ โรคที่ 3 จังหวัดชลบรุ ี
22 โรงพยาบาลชลบุรี
23 โรงพยาบาลระยอง
24 โรงพยาบาลพระปกเกลา้ จังหวัดจันทบรุ ี
25 โรงพยาบาลสมทุ รปราการ
26 โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราช จงั หวดั สระแก้ว
27 โรงพยาบาลตราด
28 ส�ำนักงานปอ้ งกันควบคุมโรคท่ี 4 จังหวดั ราชบุรี
29 โรงพยาบาลราชบุรี
30 โรงพยาบาลนครปฐม 115

31 โรงพยาบาลพหลพลพยหุ เสนา จังหวดั กาญจนบุรี

ล�ำดบั ที่ หนว่ ยตรวจ
32 โรงพยาบาลสมทุ รสาคร
33 โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสพุ รรณบุรี
34 โรงพยาบาลบ้านโป่ง จงั หวดั ราชบรุ ี
35 โรงพยาบาลโพธาราม จงั หวัดราชบรุ ี
36 โรงพยาบาลด�ำเนนิ สะดวก จังหวดั ราชบุรี
37 ส�ำนกั งานป้องกันควบคุมโรคท่ี 5 จังหวัดนครราชสีมา
38 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสมี า
39 โรงพยาบาลสรุ ินทร์
40 โรงพยาบาลชัยภูมิ
41 โรงพยาบาลบุรีรัมย์
42 ส�ำนกั งานป้องกนั ควบคุมโรคท่ี 6 จังหวดั ขอนแก่น
43 โรงพยาบาลขอนแก่น
44 โรงพยาบาลอดุ รธานี
45 โรงพยาบาลศรนี ครนิ ทร์ จังหวัดขอนแกน่
46 ส�ำนักงานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 7 จังหวัดอุบลราชธานี
47 โรงพยาบาลอ�ำนาจเจรญิ
แนวทางการบ ิรหารจัดการ ู้ผป่วยวัณโรคดื้อยา 48 โรงพยาบาลยโสธร
49 ส�ำนกั งานปอ้ งกนั ควบคุมโรคท่ี 8 จังหวัดนครสวรรค์
Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis 50 ส�ำนักงานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 9 จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
51 โรงพยาบาลแม่สอด จงั หวัดตาก
52 ส�ำนกั งานป้องกนั ควบคุมโรคท่ี 10 จังหวัดเชียงใหม่
53 โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่
54 โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชยี งใหม่
55 โรงพยาบาลล�ำปาง
56 โรงพยาบาลเชียงรายประชานเุ คราะห์
57 โรงพยาบาลพะเยา
58 โรงพยาบาลเชียงค�ำ จังหวัดพะเยา
59 โรงพยาบาลแพร่
60 โรงพยาบาลนา่ น
61 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชปวั จังหวดั นา่ น
62 โรงพยาบาลศรสี ังวาล จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน
116 63 ส�ำนักงานป้องกนั ควบคมุ โรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช

64 โรงพยาบาลสรุ าษฏร์ธานี

ล�ำดับท่ี หนว่ ยตรวจ
65 โรงพยาบาลตะกว่ั ป่า จงั หวดั พังงา
66 โรงพยาบาลกระบ่ี
67 โรงพยาบาลชิระภเู กต็
68 ส�ำนักงานปอ้ งกันควบคมุ โรคที่ 12 จงั หวัดสงขลา (ศนู ยว์ ัณโรคที่ 12 จงั หวัดยะลา)
69 โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวดั สงขลา
70 โรงพยาบาลสงขลา
71 โรงพยาบาลสตลู
72 คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
73 โรงพยาบาลศูนยโ์ รคผิวหนงั จังหวดั ตรัง
74 ห้องปฏิบัติการของ IOM จงั หวัดตาก

หมายเหตุ
ขอ้ มูลเมษายน พ.ศ. 2558

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

117

118 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา 119

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

ภาคผนวกท่ี 6 แบบฟอ ์รม • PMDT 03
การ ัจด ำท�รายงาน PMDT • PMDT 07
• PMDT 07/1
• PMDT 08

120 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา 121

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

122 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

แนวทางการบรหิ ารจดั การผู้ป่วยวัณโรคด้อื ยา 123

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis

124 แนวทางการบริหารจัดการผ้ปู ่วยวัณโรคดื้อยา

Guideline for Programmatic Management of Drug-Resistant Tuberculosis




Click to View FlipBook Version