1. วัฒนธรรมองคก์ ร
มุ่งม่นั และคาดหวังเปน็ ผนู้ าทางการศกึ ษา (All Best Practices Are All Masterpieces)
2. วิสยั ทัศน์ฝา่ ยวชิ าการ
มุ่งพัฒนาการจดั การศกึ ษาให้ผเู้ รียนมคี วามเป็นเลิศทางวิชาการ
3. พันธกจิ ฝ่ายวิชาการ
3.1 สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนมคี วามเปน็ เลิศทางวิชาการ มีศกั ยภาพเป็นพลโลก
3.2 สง่ เสรมิ และพฒั นาครูให้มคี วามรคู้ วามสามารถในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนอย่างมีประสทิ ธภิ าพ
3.3 ส่งเสริมพฒั นาศนู ยก์ ารเรยี นรทู้ กุ กล่มุ สาระ และกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
4. เอกลักษณ์
เปน็ เลศิ วิชาการ สบื สานวัฒนธรรมล้านนา
5. อัตลกั ษณ์
มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งสสู่ ากล
6. ปรชั ญา
เรยี นเย่ยี ม เปีย่ มคณุ ธรรม นาพัฒนา
7. คติธรรม
พล สงฆฺ สสฺ สามคคฺ ี “สามคั คี คอื พลัง”
8. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
8.1 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
8.2 ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
8.3 มวี ินยั
8.4 ใฝเ่ รียนรู้
8.5 อยอู่ ยา่ งพอเพียง
8.6 มงุ่ มน่ั ในการทางาน
8.7 รักความเป็นไทย
8.8 มีจติ สาธารณะ
9. โครงสร้างการบริหารงาน ฝ่ายวิชาการ
9.1 รองผูอ้ านวยการฝ่ายวิชาการ
9.2 หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
9.3 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
9.4 หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
9.5 หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
9.6 หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาฯ
9.7 หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
9.8 หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
9.9 หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ฯ
9.10 หัวหน้าสาระการเรยี นรูค้ อมพิวเตอร์
9.11 หัวหนา้ งานกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
9.12 หวั หน้างานโครงการ (EP)
9.13 หวั หนา้ งานโครงการ (IP)
9.14 หัวหน้างานหลกั สูตรสถานศกึ ษา
9.15 หวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผล ม.ตน้
9.16 หัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผล ม.ปลาย
9.17 หัวหน้างานทะเบียน ม.ต้น
9.18 หัวหนา้ งานทะเบยี น ม.ปลาย
9.19 หวั หนา้ งานแนะแนว
9.20 หัวหนา้ งานเตรยี มความพรอ้ มนกั เรียน
9.21 หวั หน้างานยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
9.22 หวั หนา้ งานรับนักเรยี น
9.23 หัวหนา้ งานห้องสมดุ
9.24 หัวหนา้ งานตารางสอน
9.25 หวั หนา้ งานหอ้ งเรียนพิเศษ
9.26 หวั หนา้ งานประกาศเกยี รตคิ ุณนักเรียน
9.27 หวั หน้างานพฒั นาทักษะภาษาองั กฤษ (IDP)
9.28 หวั หน้างานนวัตกรรมการเรยี นรู้
9.29 หวั หน้างานเครือขา่ ยทางการศกึ ษา (MOU)
9.30 หวั หน้างานพัฒนาคุณภาพผูส้ อนดา้ นวิชาการ
9.31 หัวหนา้ งานศูนยพ์ ัฒนาวิชาการกลุ่มสาระ
9.32 หวั หน้างานวจิ ัยเพอื่ พัฒนาการเรยี นการสอน
9.33 หัวหน้างาน ICT
9.34 หวั หน้างานนเิ ทศภายใน
9.35 หวั หนา้ งานแผนงานฝา่ ยวิชาการ
9.36 หัวหน้างานสารบรรณฝา่ ยวชิ าการ
9.37 หวั หนา้ งาน Portfolio นกั เรียน
9.38 หัวหนา้ งานวารสารโรงเรียน
9.39 หวั หนา้ งานประสานงานฝ่ายวชิ าการ
10. โรงเรยี นมาตรฐานสากล (World-Class standard school)
โรงเรียนทม่ี ีการพฒั นาหลกั สตู ร การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน และการบริหารจดั การด้วยระบบคณุ ภาพท่มี งุ่ เน้น
การพฒั นาผ้เู รยี นใหม้ ศี ักยภาพเปน็ พลโลก มีทักษะความรคู้ วามสามารถ และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ในระดับเดียวกบั
มาตรฐานสากล
11. คณุ ลกั ษณะโรงเรียนมาตรฐานสากล
11.1 ผู้เรยี นมศี ักยภาพเป็นพลโลก (World Citizen)
11.2 การจัดการเรยี นการสอนเทยี บเคียงมาตรฐานสากล (World – Class Standard)
11.3 การบรหิ ารจดั การด้วยระบบคุณภาพ (Quality system management)
ความสาเร็จของโรงเรยี นมาตรฐานสากล คอื คณุ ภาพของผเู้ รยี น
12. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
12.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
12.2 ความสามารถในการคดิ
12.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
12.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
12.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
13. ศูนยก์ ารเรียนรู้โรงเรยี นสามคั คีวทิ ยาคม
13.1 สถานศึกษาพอเพียง
13.2 ศูนยบ์ รกิ าร มสธ.
13.3 ศนู ย์ส่งเสริมความสามารถดา้ นคณติ ศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ศูนยว์ ิทย)์
13.4 ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอน วชิ าภาษาองั กฤษ (ERIC)
13.5 ศูนย์การเรยี นรู้แบบพง่ึ ตนเอง วชิ าภาษาอังกฤษ (SEAR)
13.6 โรงเรยี นสองภาษา (English Program)
13.7 ศูนยส์ ง่ เสริมนกั เรียนทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษ (Gifted)
13.8 โรงเรียนวถิ ีพทุ ธ
13.9 ศูนย์เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (ICT Center)
13.10 โรงเรยี นมาตรฐานสากล (World – Class standard school)
13.11 ศนู ย์เสรมิ สรา้ งศกั ยภาพด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยีและส่งิ แวดลอ้ ม (ห้องเรยี นพเิ ศษ
วิทยาศาสตร์)
12.ศูนย์ สอวน.
การวัดผลประเมนิ ผลการเรยี น
การกาหนดการวัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นได้แบง่ การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นออกตามช่วงชัน้ ดังน้ี
1. ชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน้ (ม.1 – ม.3) จะมีการวดั ผลกลางภาคเรยี น ปลายภาคเรียน และประเมนิ ผลการเรียน
ของนกั เรยี นภาคเรยี นละ 1 ครง้ั
2. ชว่ งมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) จะมีการวดั ผลกลางภาคเรียน ปลายภาคเรยี น และประเมนิ ผลการเรยี น
ของนักเรียน ภาคเรียนละ 1 คร้ัง
การสอบปลายภาค
โรงเรียนจะดาเนนิ การสอบปลายภาคเรยี นแตล่ ะภาคหลังจากเปดิ เรียนแลว้ ประมาณ 19 สปั ดาห์
(สอบสัปดาหท์ ่ี 20) ถา้ นักเรียนไดร้ บั ระดบั ผลการเรียนปลายภาคเรียน “0” ตอ้ งสอบแก้ตัวโดยปฏิบตั ิดังนี้
1. ให้นกั เรียนไปพบครูประจาวชิ า เพ่อื ขอเรยี นซอ่ มเสรมิ กอ่ นสอบแก้ตัวทกุ ครั้ง
2. หากนักเรียนสอบแกต้ วั ไมผ่ ่าน ตอ้ งปฏิบัตติ ามขา้ งตน้ และสอบได้ไมเ่ กิน 2 ครงั้ หลังจากนนั้ ตอ้ งเรียนซ้า
3. ถ้าหากขาดสอบปลายภาค หรอื ไดร้ บั ผลการเรยี น “ร” ให้นักเรียนตดิ ตอ่ ครูประจาวิชาเพอื่ ขอแก้ “ร” และ
ให้ได้รับผลการศึกษาตามปกติ (ตง้ั แต่ 0 – 4) ในกรณที ่ีเป็นเหตสุ ุดวสิ ัย
หากไดร้ ับผลการเรียน “ร” โดยไม่ใช่เหตสุ ดุ วิสัยจะได้ ระดับผลการเรียนไมเ่ กนิ “1”
การตดิ ต่อฝ่ายทะเบยี น – วัดผล
1. การขอเปล่ียนแปลงหลักฐานขอได้ใน 2 กรณี
1.1 การขอแก้ วัน เดือน ปเี กดิ
ในกรณีทป่ี รากฏว่า วัน เดือน ปเี กิด ของนักเรยี นมคี วามผดิ พลาดไมต่ รงกบั ความเป็นจริง ไม่ว่าจะกรณีใดกต็ าม
ผปู้ กครองจะตอ้ งตดิ ตอ่ กับทางโรงเรยี น พร้อมกับหลักฐานต่อไปนี้
1.1.1. ใบคาร้อง (ตามแบบของโรงเรยี น)
1.1.2. สาเนาสตู ิบตั ร
1.1.3. สาเนาทะเบยี นบา้ นปจั จบุ นั ที่ถกู ต้อง และรบั รองสาเนาถกู ต้อง
1.2 การเปลีย่ นช่อื หรือชอ่ื สกลุ
สาหรับนักเรยี นท่ีขอเปล่ยี นช่ือ ชอื่ สกุล ของตัวเอง หรอื ของบิดา มารดา เม่ือไดร้ บั อนุมัตจิ ากทางราชการแล้ว
บดิ า มารดา จะตอ้ งตดิ ตอ่ ทางโรงเรียนเพือ่ ขอเปลย่ี นช่อื ชอื่ สกลุ ในทะเบยี นของโรงเรยี น หลกั ฐานการเปลย่ี นชื่อ หรอื ชื่อสกลุ
ประกอบด้วย
1.2.1. ใบคาร้อง (ตามแบบของโรงเรยี น)
1.2.2. สาเนาหนงั สือสาคญั การเปลี่ยนชอ่ื หรอื ชอ่ื สกลุ และรับรองสาเนาถกู ตอ้ ง
1.2.3. สาเนาทะเบียนบ้าน และสาเนาถูกตอ้ ง
การขอแกไ้ ข วนั เดือน ปเี กดิ และชอื่ หรอื ช่อื สกุล นักเรยี นจะต้องขอแกไ้ ขให้เสร็จส้ินก่อนการสอบไล่ปลายปี
อย่างนอ้ ย 1 เดือน ในกรณที ีบ่ ิดา มารดา มยี ศทางทหารหรือตารวจ เมอ่ื ไดร้ บั การเลอ่ื นยศให้แจ้งทางโรงเรยี นทราบ เพือ่ ทจ่ี ะ
แก้ไขในทะเบยี นของโรงเรยี นใหถ้ กู ต้อง และเมื่อเปล่ียนแปลงที่อยอู่ าศัยกต็ ้องแจ้งใหท้ างโรงเรียนทราบด้วยเชน่ กนั
2. การออกใบรบั รอง ใบระเบียนแสดงผลการเรียน และใบประกาศนียบัตร
2.1 ใบรบั รองทางโรงเรยี นจะออกให้แก่
2.1.1 นักเรียนที่กาลังเรียนอยู่ในโรงเรียน มีความประสงค์จะขอใบรับรองวุฒิ ใบรับรองการเป็นนักเรียน
(ปพ.7) ใบรับรองประเภทนี้ใช้ได้เพียง 120 วัน นับตั้งแต่วันท่ีออกให้
2.1.2 นักเรียนท่ตี อ้ งออกจากโรงเรยี น เพราะถกู ไลอ่ อก หรอื คดั ช่ือออก เนือ่ งจากประพฤตผิ ดิ ระเบียบของโรงเรยี น
/กระทรวง ใบรับรองประเภทนจ้ี ะต้องรอภายใน 10 วนั นับจากวันจาหน่ายออกจากทะเบียนนักเรียน ถ้าพน้ กาหนด ทางโรงเรียน
จะออกให้ไดต้ ่อเมอื่ ไดร้ ับอนญุ าตจากต้นสงั กัด
2.2 ใบระเบียนแสดงผลการเรยี น (ปพ.1)
ปพ. 1 : บ จะออกให้แก่นักเรียนทจ่ี บชั้นประโยคมธั ยมศึกษาตอนต้น
ปพ. 1 : พ จะออกให้แกน่ ักเรยี นทีจ่ บชน้ั ประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย
หมายเหตุ
ก. การขอใบรับรอง (ปพ.7) และใบระเบยี นแสดงผลการเรยี น (ปพ.1) นกั เรยี นและผปู้ กครองเทา่ นน้ั เปน็ ผู้ขอ
และจะตอ้ งแจ้งความจานงทก่ี ลุ่มงานทะเบยี น พรอ้ มรปู ถา่ ยหน้าตรง ไมส่ วมหมวก ผมถกู ต้องตามระเบยี บ ขนาด 3×4 ซ.ม.
(1 นิ้วครงึ่ ) จานวน 1 รปู สาหรับ ปพ.1 ใบรับรองใช้จานวน 1 รูป จะไดร้ ับหลังจากทยี่ นื่ ความจานงไว้ 1 สัปดาห์ (หา้ มขอด่วน)
ข. ใบระเบยี นแสดงผลการเรียนเป็นภาษาตา่ งประเทศ (Transcript) ผขู้ อตอ้ งมากรอกรายละเอยี ด พร้อมทง้ั
แนบรูปถา่ ยขนาด 3×4 ซ.ม. (1 นิ้วครง่ึ ) ตามจานวนระเบยี นแสดงผลการเรยี นเป็นภาษาต่างประเทศที่ขอ และให้โรงเรยี นไว้
ติดสาเนาอกี 1 รปู
2.3 ใบประกาศนียบตั ร
จะออกใหแ้ ก่นักเรยี นทจ่ี บชั้นประโยคมธั ยมศึกษาตอนตน้ และประโยคมธั ยมศึกษาตอนปลายพร้อมกับ ปพ.1
2.4 การขอลาออก ขอหยดุ พักการเรียน
ก. การขอลาออก ผูป้ กครองเทา่ นน้ั เปน็ ผขู้ อและจะตอ้ งแจ้งความจานงทีก่ ลุ่มงานทะเบียนพร้อมรบั แบบคาร้อง
ตามแบบของโรงเรยี น พร้อมรูปถา่ ยหนา้ ตรง ไม่สวมหมวก ผมถูกตอ้ งตามระเบยี บ ขนาด 3 X 4 ซม. (1 นวิ้ ครึ่ง) จานวน 1 รปู
สาหรบั ปพ.1
ข. การขอหยุดพักการเรียน ผปู้ กครองเทา่ นนั้ เป็นผขู้ อ และจะต้องแจ้งความจานงท่กี ลุ่มงานทะเบยี น พรอ้ มรบั
แบบคารอ้ งตามแบบของโรงเรียน
หมายเหตุ นักเรยี นจะได้ลาออกหรือไดพ้ ักการเรียนกต็ ่อเม่ือได้รับอนุมัตจิ ากผูอ้ านวยการก่อน
การประเมินผลการเรยี น
นักเรียนตอ้ งผา่ นการประเมนิ ผลการเรยี นกลุ่มสาระฯ, การอ่านคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียนสื่อความ และคณุ ลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ ดังน้ี
1. ผลการเรยี นกลุม่ สาระการเรียนรู้
ช่วงคะแนน 80 – 100 ไดร้ ะดับผลการเรยี น 4
ช่วงคะแนน 75 – 79 ได้ระดบั ผลการเรียน 3.5
ชว่ งคะแนน 70 – 74 ไดร้ ะดับผลการเรยี น 3
ช่วงคะแนน 65 – 69 ไดร้ ะดบั ผลการเรียน 2.5
ช่วงคะแนน 60 – 64 ไดร้ ะดับผลการเรยี น 2
ช่วงคะแนน 55 – 59 ไดร้ ะดับผลการเรียน 1.5
ช่วงคะแนน 50 – 54 ไดร้ ะดับผลการเรยี น 1
ช่วงคะแนน 0 – 49 ไดร้ ะดบั ผลการเรียน 0
2. การประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ / การอา่ นคดิ วเิ คราะห์และเขยี นสอ่ื ความ
ช่วงคะแนน 80 – 100 ไดร้ ะดบั ผลการเรยี น 3
ชว่ งคะแนน 70 – 79 ได้ระดบั ผลการเรยี น 2
ชว่ งคะแนน 50 – 69 ได้ระดับผลการเรยี น 1
ตา่ กว่า 0 - 49 ได้ระดับผลการเรยี น 0
ในการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค/์ การอา่ นคดิ วเิ คราะห์และเขยี นสื่อความ จะมกี ารนาผลการประเมนิ
ของทกุ กลุม่ สาระ มาหาค่าเฉลยี่ แลว้ ตดั สินเปน็ ผลการประเมนิ ดงั น้ี
ผลการประเมนิ เฉลยี่ 2.5 – 3 ระดบั ผลการประเมินผล ดีเยีย่ ม
ผลการประเมินเฉล่ยี 1.75 – 2.49 ระดับผลการประเมินผล ดี
ผลการประเมินเฉล่ีย 1 – 1.74 ระดับผลการประเมนิ ผล พอใช้
ต่ากวา่ 1 ระดบั ผลการประเมินผล ตอ้ งปรับปรงุ
ถา้ นักเรียนไดผ้ ลการประเมินเฉลีย่ ต่ากว่า 1 จะต้องดาเนินการแกไ้ ขใหไ้ ดร้ ะดับทมี่ ากกว่า 1 ก่อนจึงจะผ่านการประเมิน
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์/การอ่านคิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นสอื่ ความ
การตดั สินผลการเรยี น
1. ชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้น (ช้ัน ม.1 – ม.3) จะตัดสินผลการเรยี นเปน็ ภาคเรยี น
เมื่อจบ การศกึ ษาช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ถือว่าเป็นการจบการศึกษาภาคบงั คับ
2. ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ชนั้ ม.4 – ม.6) จะตัดสินผลการเรยี นเปน็ รายภาคเรยี น
เมื่อจบการศกึ ษาในชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ถอื วา่ เป็นการจบการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น และการประเมนิ ผล
นกั เรยี นทกุ คนจะต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ดังนี้
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จานวน 4 กิจกรรม ประกอบดว้ ย
1. กจิ กรรมแนะแนว 1 คาบเรยี น
2. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
3. กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู้ าเพ็ญประโยชน์ 1 คาบเรยี น
4. กจิ กรรมบงั คบั เลอื ก (กิจกรรมชุมนมุ ) คือ กิจกรรมตา่ ง ๆ ทโ่ี รงเรียนกาหนดให้นกั เรียนเลอื กตามตารางท่ีกาหนดให้
จานวน 1 กิจกรรม จานวน 1 คาบเรยี น จะเรยี นทุกวันพุธ คาบที่ 5 ทุกสัปดาห์ มีกจิ กรรมใหเ้ ลอื กจานวน 150 กจิ กรรม
หรือนักเรยี นจะรวมกลมุ่ กันเพ่อื วางแผนการดาเนินกิจกรรม
การประเมินผล
การตัดสินผลการเข้ารว่ มกิจกรรม ผา่ น/ไมผ่ า่ น 4 ผลการเรยี น โดยประเมนิ ผลเป็นรายภาคเรียน
1. กจิ กรรมแนะแนว ประเมินผลผ่าน/ไมผ่ า่ น 1 ผลการเรยี น
2. กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ ประเมนิ รวม 3 ปี เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ 45 ชว่ั โมง
3. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผูบ้ าเพ็ญประโยชน์ ประเมินผล ผา่ น/ไม่ผ่าน 1 ผลการเรยี น
4. กิจกรรมบังคับเลอื ก (กิจกรรมชุมนมุ ) ประเมิน ผา่ น/ไมผ่ า่ น 1 ผลการเรยี น
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน 4 กจิ กรรม ประกอบด้วย
1. กิจกรรมแนะแนว 1 คาบเรยี น
2. กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
3. กิจกรรมบังคับเลือก (กจิ กรรมชมุ นุม) คือ กิจกรรมตา่ งๆ ทโ่ี รงเรยี นกาหนดให้นกั เรยี นเลือกตามตารางทก่ี าหนดให้
1 กิจกรรม 1 คาบเรยี น จะเรียนในวนั พธุ คาบที่ 5 ทุกสปั ดาห์ มกี ิจกรรมให้เลือกจานวน 150 กจิ กรรม หรือ
นกั เรยี นจะรวมกลุม่ กนั เพื่อวางแผนการดาเนินกิจกรรม
การประเมนิ ผล
การตัดสินผลการเข้าร่วมกจิ กรรม ผา่ น/ไมผ่ ่าน 3 ผลการเรยี น โดยการประเมนิ ผลเป็นรายภาคโดยแยกเป็นภาคเรียน
ดงั นี้
1. กจิ กรรมแนะแนว ประเมนิ ผล ผ่าน/ไมผ่ า่ น 1 ผลการเรยี น
2. กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ประเมินผล ผา่ น/ไมผ่ า่ น 1 ผลการเรยี นรวม 3 ปี เวลาไม่นอ้ ยกวา่
60 ช่ัวโมง
3. กิจกรรมบงั คบั เลือก (กิจกรรมชนุ นมุ ) ประเมนิ ผล ผ่าน/ไมผ่ า่ น 1 ผลการเรยี น
การประเมินผลการจัดกิจกรรมนกั เรียน
ข้อบังคับ นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมตามกาหนดในแต่ละภาคเรียนการประเมินผลโดยมีหลักเกณฑ์การ
ประมวลคือ
ผ (ผ่าน) หมายถงึ ผ่านเกณฑ์การประเมนิ โดยมเี วลาเขา้ รว่ มกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาท้ังหมดท่ีจัด
กิจกรรมของแต่ละภาคเรียน/ปีการศึกษาและผ่านจุดประสงค์สาคัญ ชิ้นงาน/ผลงาน/การปฏิบตั กิ จิ กรรมของกจิ กรรมตาม
กาหนด มผี ลงาน ชน้ิ งานตามกาหนด
มผ (ไมผ่ ่าน) หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน โดยมเี วลาเขา้ ร่วมกิจกรรมไมถ่ งึ รอ้ ยละ 80 ของเวลาท้ังหมดทีจ่ ัด
กจิ กรรมของแตล่ ะภาคเรียน/ปกี ารศกึ ษาและ/หรือ ไมผ่ า่ นจุดประสงคส์ าคญั ชิน้ งาน/ผลงาน/การปฏิบัตกิ จิ กรรมของกิจกรรมตาม
กาหนด หรือไมล่ งทะเบียนเป็นสมาชิกของกจิ กรรมใดในภาคเรียนนนั้ ๆ ไม่มีผลงาน ช้ินงานตามกาหนด
การเปลย่ี นแปลงการเรียนของนกั เรียน
นักเรียนที่ได้ผลการเรยี นกิจกรรม มผ ในภาคเรยี นใด หรอื ปกี ารศกึ ษาใด จะต้องดาเนนิ การแกไ้ ขผลการเรยี นให้แล้วเสรจ็
ภายในภาคเรียนถดั ไป หรือหลังจากที่ทราบผลแล้วแต่กรณี โดยมขี ้ันตอนดังนี้
1. ยน่ื คาร้องขอเปลย่ี นผลการเรยี นทีง่ านกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
2. งานกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นบนั ทกึ ขอ้ มลู แจ้งประธานครูท่ปี รกึ ษากจิ กรรมหรือผู้บังคบั บัญชาตามสงั กดั
3. นักเรยี นนาไปย่ืนประธานครทู ่ปี รึกษากจิ กรรมหรือ ผบู้ ังคบั บญั ชาตามสังกดั แล้วดาเนนิ การเปลย่ี นผลการเรียน
ตามแต่กรณี
4. ประธานครูท่ีปรึกษากิจกรรมหรือผู้บังคับบัญชาตามสังกัด ลงนามรับรองการเปล่ียนแปลงผลการเรยี น
กจิ กรรม แล้วสง่ กลับไปทง่ี านกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
5. งานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนขออนุมัติผลการเรียนกิจกรรม แล้วแจ้งผลการเปล่ียนแปลงผลการเรียนให้
งานวัดผลงานทะเบียนและครูท่ีปรึกษาประจาชั้น
คาอธิบายเกณฑก์ ารประเมินของสถานศกึ ษา
เกณฑ์การจบหลกั สูตรระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
1. ผูเ้ รียนเรียนรายวิชาพนี้ ฐานและเพ่มิ เติมไมน่ ้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวิชาพืน้ ฐาน 41 หน่วยกติ และ
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ตามโครงสรา้ งแผนการเรยี นของโรงเรียน
2. ผู้เรยี นตอ้ งไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หน่วยกิต และ
รายวิชาเพ่มิ เตมิ ไม่น้อยกว่า 36 หนว่ ยกติ
3. ผูเ้ รียนมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นไมต่ ่ากว่าระดบั “ผา่ น”
4. ผ้เู รยี นมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคไ์ มต่ า่ กว่าระดบั “ผา่ น”
5. ผู้เรียนเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมีผลการประเมนิ ไม่ตา่ กว่าระดับ “ผ่าน”
คาอธิบายเกณฑก์ ารประเมินของสถานศึกษา
เกณฑ์การจบหลกั สูตรระดับมัธยมศึกษาตอนตน้
1. ผเู้ รียนเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานและเพ่มิ เตมิ ไมเ่ กิน 81 หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน 66 หนว่ ยกติ และรายวชิ า
เพม่ิ เตมิ ตามโครงสร้าง แผนการเรียนของโรงเรยี น
2. ผเู้ รยี นตอ้ งได้หน่วยกติ ตลอดหลกั สตู รไม่นอ้ ยกวา่ 77 หน่วยกติ โดยเป็นรายวชิ าพ้ืนฐาน 66 หน่วยกติ และรายวชิ า
เพิ่มเตมิ ไม่น้อยกว่า 11 หนว่ ยกติ
3. ผ้เู รยี นมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี นส่ือความ ไม่ตา่ กว่าระดับ “ผา่ น”
4. ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ไม่ตา่ กวา่ ระดับ “ผา่ น”
5. ผเู้ รยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมินไม่ตา่ กวา่ ระดบั “ผ่าน”
คาอธิบายเกณฑผ์ ลการประเมินรายวชิ า
4 หมายถงึ ดีเย่ียม 3.5 หมายถงึ ดมี าก 3 หมายถงึ ดี 2.5 หมายถงึ ค่อนขา้ งดี
2 หมายถงึ ปานกลาง 1.5 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่า
0 หมายถงึ ต่ากวา่ เกณฑ์ ร หมายถึง รอการตัดสิน
โครงการหลกั สตู รพเิ ศษ ภาคภาษาอังกฤษ
English Program
กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติให้โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย เปิดหลักสูตรพิเศษ
ภาคภาษาอังกฤษ ในชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อวนั ที่ 28 เดอื นเมษายน พ.ศ. 2542 โดยมจี ดุ ประสงค์สาคัญ 2 ประการดงั นี้
1. เพ่อื ส่งเสรมิ นักเรยี นมโี อกาสเรยี นร้แู ละฝกึ ทกั ษะทางด้านภาษาองั กฤษอยา่ งกว้างขวาง เนือ่ งจากภาษาอังกฤษเปน็
ภาษาสากล ซึ่งมคี วามสาคญั ยง่ิ ในการถา่ ยทอด และทาความเข้าใจดา้ นวิทยาการ เทคโนโลยี ตลอดจนใช้
ติดต่อสอ่ื สารด้านเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม การศกึ ษา การตา่ งประเทศ และการคา้
2. เพื่อให้นกั เรียนไดเ้ รียนรู้และสามารถใช้สือ่ เทคโนโลยใี หมใ่ นยุค IT เปน็ ประโยชนใ์ นการเสาะแสวงหาความรู้
ด้วยตนเองตลอดไป
การจดั การเรยี นการสอน ได้ยดึ หลกั เกณฑข์ องกระทรวงศึกษาธกิ าร ทว่ี า่ ด้วยการจดั การเรยี นที่ใชภ้ าษาอังกฤษเป็นส่ือ
โดยจดั ให้มีการเรยี นการสอนเปน็ ภาษาอังกฤษ ในวิชาคณิตศาสตร์ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ วิชาสงั คมศกึ ษา (บางรายวิชา) วิชาสุขศกึ ษา
และวิชาภาษาอังกฤษ
ในปกี ารศกึ ษา 2550 โรงเรยี นจดั การเรยี นการสอนเป็นภาษาองั กฤษทุกรายวชิ า ยกเว้นวชิ าภาษาไทย
การจัดกจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร
1. กิจกรรมเตรยี มความพร้อมและปฐมนเิ ทศ (Preparation Orientation Course) ก่อนเปิดเรียนในภาคเรยี นที่ 1
2. English Camp และ Field Trip เพ่ือเพม่ิ ทกั ษะการเรยี นรู้ทางภาษาอังกฤษ
3. การจัดกจิ กรรมแสดงผลงาน และความสามารถทางวชิ าการ (Open House)
4. การจัดกิจกรรม Summer Course เพ่อื เตรียมตัวในชน้ั เรียนต่อไป
5. การจดั การสอนเสรมิ ในวันเสาร์
6. การเข้ารว่ มแขง่ ขนั ทักษะตา่ ง ๆ ในกลมุ่ โรงเรยี นท่ีเปดิ สอนหลกั สูตร EP
ความสาเรจ็ ของนกั เรยี นในโครงการ
1. นกั เรยี นสามารถสอบเข้าเรยี นตอ่ ในสถาบันการศกึ ษาที่มชี ื่อเสียง อาทิ โรงเรยี นเตรยี มอดุ มศึกษา
กรุงเทพมหานคร, โรงเรยี นมหดิ ลวิทยานสุ รณ์
2. นกั เรียนสามารถสอบและไดร้ บั ทุน AFS หรอื ทนุ การศกึ ษาอ่ืน ๆ เพ่อื ศึกษาตอ่ ในต่างประเทศ
3. นักเรยี นสามารถสอบคดั เลอื กเขา้ เรียนในโครงการศูนยว์ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสามัคควี ทิ ยาคม
ได้จานวนมาก
4. นกั เรียนสามารถใช้การส่ือสารกับเจ้าของภาษาไดด้ ี
งานแนะแนว
วิสัยทศั น์
งานแนะแนวมุง่ ใหผ้ ูเ้ รยี นพฒั นาดา้ นการศึกษา อาชพี ส่วนตวั และสงั คมเต็มตามศกั ยภาพ มที กั ษะชีวติ มคี วามสุข
อยอู่ ยา่ งพอเพียง เป็นพลเมืองและพลโลกที่ดี ด้วยการมีส่วนร่วมของภาคีเครอื ขา่ ย
เป้าหมาย
1. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้ เขา้ ใจ รัก และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อ่นื
2. เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี นเกดิ การเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรยี น อาชีพ รวมทงั้ การดาเนินชวี ติ และสังคม
3. เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ สามารถปรบั ตวั ไดอ้ ย่างเหมาะสมและอยรู่ ว่ มกับผู้อนื่ ได้อย่างมคี วามสขุ
สถานท่ีตง้ั บ้านแนะแนว อาคาร 3 ช้นั ที่ 1 แบ่งเป็น 2 หอ้ ง
1. ห้องสานกั งาน ให้บรกิ ารตดิ ตอ่ รับสมัครตา่ ง ๆ บริการสืบค้นเอกสารขอ้ มลู ศึกษาต่อ และบริการให้คาปรึกษา
2. หอ้ ง ICT แนะแนว ใหบ้ รกิ ารด้าน ICT สบื ค้นข้อมูลศกึ ษาตอ่ บรกิ ารให้ยมื หนงั สือเกยี่ วกับการศึกษา - อาชีพ
และ CD/DVD แนะนาสถาบันต่าง ๆ
เว็บไซตบ์ ้านแนะแนว และ Facebook
สามารถเขา้ สู่เว็บไซต์บ้านแนะแนว ที่ https://sites.google.com/samakkhi.ac.th/guidance/home และ
Facebook บา้ นแนะแนว ท่ี https://www.facebook.com/GuidanceSWK/ ซึ่งเปน็ เวบ็ ไซต์ทใ่ี หบ้ รกิ ารข้อมลู ขา่ วสาร
เก่ียวกับการรับสมคั รศึกษาตอ่ ของสถาบนั การศกึ ษาต่าง ๆ ข่าวกองทนุ กู้ยมื เพือ่ การศกึ ษา (กยศ.) ประมวลภาพกิจกรรมของ
งานแนะแนว รวมทงั้ คลิปวีดโี อดี ๆ มีสาระ แบบทดสอบจิตวิทยาดา้ นต่าง ๆ และระบบขอ้ มลู การติดตามผลการศกึ ษาต่อใน
แต่ละปกี ารศึกษาของนักเรียนโรงเรยี นสามัคควี ทิ ยาคม
การจดั กิจกรรมแนะแนว และระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน
1. งานแนะแนว มกี ารจัดกจิ กรรมในคาบแนะแนว ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
และตามโครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา 20 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น โดยครแู นะแนวครบทุกระดับชั้น
2. ดาเนินงานตามบทบาทหนา้ ทีใ่ นระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น
3. จดั ให้มเี ครือข่ายนกั เรียนเพอื่ นทป่ี รึกษา (YC) หอ้ งเรียนละ 2 คน เพ่อื ให้คาปรกึ ษาเพื่อนทีป่ ระสบปญั หา
การใหบ้ ริการแนะแนว 5 บริการ
1. บริการรวบรวมขอ้ มลู นกั เรียนรายบคุ คล เก็บขอ้ มลู /ประวัตินักเรียนเบ้อื งตน้ ในแตล่ ะระดับชน้ั และเก็บขอ้ มลู
ตามเคร่อื งมือแนะแนวของแต่ละหอ้ งเรียนในคาบกจิ กรรมแนะแนว
2. บรกิ ารสนเทศ และ ICT ให้บริการขอ้ มูลขา่ วสารเกย่ี วกับการศึกษา อาชีพ การปรบั ตัวทางสงั คม โดยการ
ประชาสมั พนั ธท์ างป้ายนเิ ทศ เวบ็ ไซต์บา้ นแนะแนว ประชาสัมพันธโ์ รงเรยี น แจง้ ผา่ นครูประจาช้นั นักเรียนผู้ประสานงาน
แนะแนว จัดกจิ กรรมในคาบเรียน และบริการการสบื คน้ ขอ้ มลู ทางอนิ เตอร์เนต็ ห้อง ICT แนะแนว
3. บริการให้คาปรึกษา มหี อ้ งบริการให้คาปรึกษารายบคุ คลและกลุม่ โดยนกั เรยี นมาขอรับคาปรกึ ษาเองและไดร้ ับ
การสง่ ต่อจากครูประจาชั้น
4. บริการจดั วางตัวบุคคล ไดแ้ ก่ งานทุนการศกึ ษาทุนทว่ั ไป, ทนุ อุดหนนุ ปัจจัยพ้นื ฐาน, กองทนุ เงนิ ใหก้ ู้ยืมเพ่ือ
การศึกษา, การจดั ฝกึ ประสบการณ์การทางาน, การวางแผนชีวิต, การรบั สมคั รศึกษาตอ่ ในสถาบันต่างๆ
5. บรกิ ารติดตามผลและวจิ ยั ตดิ ตามผลระหวา่ งเรยี นและจบการศกึ ษา และวจิ ยั ในชน้ั เรยี น
การดาเนนิ งานโครงการต่าง ๆ ตามแผนปฏิบัตงิ าน
บรหิ ารระบบงานแนะแนว และจดั กิจกรรมโครงการต่าง ๆ ได้แก่ การแนะแนวการศกึ ษาตอ่ จากสถาบนั ตา่ ง ๆ และ
รนุ่ พแ่ี นะแนวนอ้ ง, โครงการหน่ึงใจติวใหน้ อ้ ง , โครงการอบรมนกั เรยี นเพื่อนที่ปรึกษา(YC) และโครงการตลาดนัดอดุ มศึกษา
ณ ม.แมฟ่ า้ หลวง เปน็ ต้น
งานหอ้ งสมดุ
ทตี่ ้งั ช้ัน 1 อาคาร 6
เวลาเปดิ บริการ ทกุ วนั จันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 16.30 น.
(ยกเวน้ วนั เสาร์ - อาทติ ย์ และวนั หยุดนกั ขตั ฤกษ์)
ห้องสมุดโรงเรียนสามัคควี ิทยาคม นาเทคโนโลยคี อมพิวเตอรม์ าใช้ในการจัดเกบ็ ข้อมลู หนังสอื และสารสนเทศของ
ห้องสมุด ต้ังแต่ปีการศึกษา 2538 เป็นต้นมา ภายในห้องสมุดได้จัดแบ่งเป็นห้องท่ีให้บริการหนังสือท่ัวไป หนังสือพิมพ์
วารสาร ห้องหนังสอื อา้ งอิง และห้องโสตทัศนปู กรณ์ นอกจากน้ียังมหี อ้ งสมุดศนู ย์วิชาภาษาไทย ศนู ยว์ ิชาภาษาตา่ งประเทศ
ศนู ย์วชิ าวิทยาศาสตร์ ศนู ยว์ ิชาคณิตศาสตร์ ให้บรกิ ารตามกลุ่มสาระต่าง ๆ ด้วย
การเปน็ สมาชกิ
นักเรียนทุกคน เป็นสมาชิกห้องสมดุ ทันทีที่ลงทะเบียนเป็นนักเรยี นของโรงเรยี นสามคั ควี ิทยาคม ท้ังนี้นักเรียนตอ้ ง
สแกนลายนิว้ มอื ทห่ี ้องสมุดและสามารถยมื หนังสอื ได้ทนั ที สว่ นหอ้ งสมดุ กลุ่มสาระตา่ ง ๆ นกั เรียนกส็ ามารถเป็นสมาชกิ และ
ยืมหนงั สอื และสอ่ื ต่าง ๆ ไดเ้ ชน่ เดียวกัน แต่นักเรียนตอ้ งไปสมคั รสมาชกิ ตามกลมุ่ สาระนน้ั ๆ กอ่ น
ระเบยี บการยืม - คืนหนงั สอื
1. ให้บริการ ยืม - คืน หนังสอื วิดิทัศน์ วซี ดี ี ซดี ี เทปบันทึกเสยี ง ได้ตลอดวนั ทเี่ ปดิ ทาการ
2. บริการหนังสอื จอง ยมื ใช้ภายในหอ้ งสมุดหรือยมื กลับบา้ น เวลา 15.30 น. ส่งก่อนเวลา 07.50 น. ในวันถดั ไป
3. การสง่ หนงั สือเกินกาหนดปรบั วันละ 1 บาท/1 เลม่ หนงั สือจองชว่ั โมงละ 1 บาท/1 เล่ม ไม่เกนิ วนั ละ 10 บาท
วดิ ิทศั น์ วซี ดี ี ซีดี เทปบันทกึ เสยี ง แผ่น/ม้วนละ 5 บาท/1 วนั
4. กรณีทาหนังสอื หาย ให้ซื้อหนงั สือเล่มเดมิ ชดใช้ รวมคา่ เทคนิค 25 บาท หรอื ชดใช้
เปน็ เงิน 2 เทา่ ของราคาหนงั สือ รวมค่าเทคนิค 25 บาท
5. กรณียืมหนังสอื หรอื ส่อื ตา่ ง ๆ จากห้องสมดุ แล้วไมส่ ง่ คนื นกั เรยี นจะไมม่ สี ทิ ธิ์จบการศึกษา ม.3 หรือ ม.6
จนกว่าจะนาหนงั สอื และสื่อต่าง ๆ สง่ คืนหอ้ งสมดุ ใหค้ รบถ้วน
มารยาทในการใช้ห้องสมุด
1. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย (เคร่ืองแบบนักเรียน ชุดพลศึกษา ลกู เสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพ็ญประโยชนห์ รือ ร.ด.)
2. ให้นักเรียนวางรองเทา้ บนชั้นวาง และเก็บกระเปา๋ ในลอ็ คเกอรใ์ หเ้ รียบรอ้ ย
3. ไมส่ ง่ เสยี งดงั หรอื ทาการอ่นื ใดเป็นการรบกวนผู้อ่นื
4. ไม่นาอาหาร ขนม หรอื ของขบเคี้ยวมารับประทานในหอ้ งสมดุ
5. ไมท่ าสกปรก เลอะเทอะ
6. เล่อื นเก้าอี้เก็บเขา้ ทเี่ ดิมทกุ ครัง้
7. นาหนงั สอื เก็บทีเ่ ดมิ
โครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศกึ ษาในภมู ภิ าค (Education Hub)
โปรแกรมนานาชาตจิ ัดการเรียนการสอนตามหลกั สูตรกระทรวงศึกษาธิการ
(International Program [IP])
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ได้ดาเนินการพัฒนาโรงเรียนท่ีมศี กั ยภาพในการบริหารจดั การและ
จดั การเรยี นการสอนให้มคี วามพรอ้ มในการเปน็ โรงเรียนที่มรี ปู แบบการบริหารจดั การและจดั หลกั สตู รแบบมาตรฐานในระดบั
สากล โดยมีการสนับสนุนในโรงเรียนให้มีความพร้อมทางด้านกายภาพ มีศูนย์อัจฉริยภาพการพัฒนาบุคลากร การใช้สื่อ
การเรียนการสอนจากตา่ งประเทศ รวมทัง้ มกี ารพฒั นาหลักสูตรให้มคี วามพร้อมในการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น และมุ่งหวงั ให้
นักเรียนมีคณุ ลักษณะ “SMART” ดงั น้ี
Study skills เป็นผู้มีทักษะของผ้เู รยี น มีกลวิธีในการเรยี น สามารถวางแผนการเรยี นได้ด้วยตนเอง มีความรู้
ที่คงทนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และใช้ภาษาต่างประเทศได้หลากหลาย
Morality เป็นผู้มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และเปน็ พลโลกที่มีคณุ ภาพ
Attitude เปน็ ผทู้ มี่ ีทัศนคตทิ ี่ดี และมบี ุคลิกภาพทีเ่ ปน็ สากล
Responsibility เป็นผมู้ ีความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสังคม
Technology เป็นผ้มู ีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้ประกาศให้โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วม
โครงการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคโดยจัดการเรียนการสอนในรูปแบบห้องเรียนพิเศษ รุ่นที่ 2
เพื่อยกระดบั มาตรฐานการศึกษาในระดบั มัธยมศกึ ษาต่อไป ลงวนั ท่ี 21 พฤศจิกายน 2559
หลกั สตู รของโปรแกรมนานาชาติโรงเรยี นสามคั ควี ทิ ยาคม
โปรแกรมนานาชาติโรงเรียนสามัคควี ิทยาคม อิงตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
เพื่อเออ้ื ประโยชนก์ ับนักเรยี นทมี่ ุง่ เนน้ การศึกษาต่อในมหาวิทยาลยั นานาชาติ โปรแกรมนานาชาติโรงเรียนสามคั ควี ทิ ยาคม
แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นหลักสตู รสามปี เมอื่ สาเรจ็ การศกึ ษา จะไดร้ บั ประกาศนียบัตรจบการศึกษา
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภายใต้การรบั รองของสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย เปน็ หลักสตู รสามปี เมื่อสาเรจ็ การศกึ ษา จะไดร้ ับประกาศนยี บัตรจบการศึกษา
มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ภายใต้การรบั รองของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
การจัดกิจกรรมเสริมหลกั สตู ร
1. กิจกรรมปฐมนิเทศนกั เรยี นใหม่ เพื่อเตรียมความพรอ้ มก่อนเปิดเรยี น(Orientation Activities) โดยมีการสอบวดั
ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษก่อนเรยี น (Placement test) อิงตามรูปแบบ CEFR เพอื่ นกั เรยี นจะ
สามารถพฒั นาภาษาองั กฤษไดต้ ามอตั ราการเรยี นรขู้ องตนเองผา่ นโปรแกรม DynEd และซอฟตแ์ วรส์ อ่ื การเรียน
การสอนภาษาอังกฤษ (บทเรยี นมลั ตมิ เี ดีย)
2. เพือ่ ประเมินผลความกา้ วหน้าด้านภาษาเมอื่ จบปีการศึกษา
3. มกี ารสอนเสรมิ เนือ้ หานอกเวลาเรยี นสาหรบั นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 4 รายวิชาคือ ภาษาไทย
สังคมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ และคณติ ศาสตร์
4. กิจกรรมทางวิชาการ Academic Festival รว่ มกับโรงเรียนในโครงการพัฒนาประเทศไทยเปน็ ศนู ย์กลาง
การศึกษาในภมู ภิ าค (Education Hub) รนุ่ ท่ี 1 รุน่ ท่ี 2 และร่นุ ที่ 3
5. กิจกรรมทางวชิ าการ Academic Exhibition
6. กจิ กรรมวันนานาชาติ (International Day)
7. กจิ กรรมสารวจชมุ ชน (Community survey) ที่เนน้ การมสี ว่ นรว่ ม ระหวา่ งร่นุ พแ่ี ละรุ่นน้อง
8. คา่ ยผูน้ า (Leadership Camp) เพ่ือให้ความรูเ้ ก่ียวกบั การพัฒนาบุคลิกภาพ การเตรียมตัวสู่ประชาคมอาเซียน
9. ค่ายฤดรู อ้ น (Summer Course Camp)
10. การทัศนศึกษา (Field trip)
11. คา่ ยนานาชาติ (International camps) เพ่ือพัฒนาทักษะชวี ิตและการใชภ้ าษา (มีค่าใชจ้ ่ายเพมิ่ )
ปที ห่ี นง่ึ (ม.1 และ ม.4) คา่ ยในประเทศ ภาคเรียนที่ 2 (มีนาคม - เมษายน)
ปีทส่ี อง (ม.2 และ ม.5) ภาคเรยี นที่ 2 (มีนาคม - เมษายน) คา่ ยต่างประเทศในยโุ รป
อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซแี ลนด์
ปที สี่ าม (ม.3 และ ม.6) ภาคเรยี นที่ 1 (ตุลาคม) คา่ ยในทวีปเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
(จนี ญ่ปี ุ่น)
ฝา่ ยกจิ การนกั เรียน
คณะท่ี 1 สเี หลือง (เปรอ่ี งวชิ ากาจ)
ปฏิบัตหิ น้าทเ่ี วร วันจันทร์ หวั หนา้ คณะ นายสภาปตั ย์ พละทรัพย์
ช้ัน ครูทป่ี รกึ ษา
1.1 นางสาวสาวิตรี
1.6 อัตราจ้างพละ ๑ เทพอุดม นางวิไลลักษณ์ ประเทศรัตน์ นายคมสนั ลาภใหญ่
1.11 นางสมุ ิตรา นางสารภี พรหมโวหาร
2.4 นางสาวอนามิกา แลบญุ มา Miss Kailee Aldred
2.9 นางสาวอญั ชลี บญุ มา
3.2 นางจนั ทรจ์ ริ า นางแล นายอานวย นนั ทฤทธิ์
3.7 นายเฉลมิ พล หัตถกอง
4.1 นายฉนั ทวฒั น์ ชสู วสั ด์กิ ลุ นายปราโมทย์ บุญทอง Ms Jeanilyne Depetillo
4.6 นางวิภา ฉนั ทะ
4.11 นางชนพุ ร อุทยานกุ ูล นายสวัสดิ์ เหลีย่ มพงศพทุ ธิ
5.1 นางนันทพร ชมุ ภู
5.6 นางสาวจฬุ าลักษณ์ รกั นา นางสายชน ตะ๊ ยาย นายมาโนช ดา่ นพนงั
5.11 นางสายรุ้ง หลา้ เฟย นายอภิวัฒน์ อภิวงษา
6.1 นายอคั รเดช แสวงงาม นางสาววาสนา สดใส
6.6 นางสาวจนั ทนา เมฆสุรินทร์
6.11 นางรงุ่ รตั น์ ยายอด นางทติ ยา จรรยาพงษ์
3.12 นายชัยพชิ ิต ศรีจม
สุริยะคาวงค์ นางพรวนี สั วุฒิสารวฒั นา
นายชัยฤกษ์ ไชยศิลป์
นางสาวณฎั ยา สรุ ยิ นต์
นางพรพิศ หลวงสภุ า
นางนลิ นภา จังหาร
นายมานพ สขุ พงิ ค์ นายสถาปตั ย์ พละทรพั ย์
Mr.Danny Wonisch
นายรัชยช์ วนิ ท์ ยะอนนั ต์
นางเยาวเรศ งานดี
คณะท่ี 2 สชี มพู (ปราชญว์ ิชาการ)
ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่เวร วันอังคาร หัวหนา้ คณะ นายพงศกั ดิ์ ปนั แกว้
ชัน้ ครูทปี่ รกึ ษา
1.2 นางสาวพิภาพร
1.7 นางชมนพร คานวล นางอาพร สกลุ วงศธ์ นา
1.12 นางสาวนารีรตั น์ จะเรยี มพันธ์
2.5 นายวุฒชิ ัย ช่ืนชม นางสาววิไลวรรณ หมั่นคา้ นางศรัณยล์ ักษณ์ มชี านะ
โกเขา Mr Magelang Bahnih
2.10 นายชยั วฒุ ิ นางอรอนงค์ กาญจนสนุ ทร
3.3 นายวิทยา แปงหล้า นายสุรยิ า อ่อนหนองหวา้
3.8 นางสาวจติ รลดา นางสาวภรณก์ นก อปุ ชัย Mr. Paul Gray
อกั ษรนฤนาท นายพงศศ์ ักดิ์ ปนั แก้ว
4.2 นายชัยชยพล คันธะวงค์ นางเกตน์สริ ี จนั ทพมิ พ์ Mr.Baptiste Mauerhan
4.7 นางสาววนดิ า Mr. Fabien Farziani
4.12 นางรชั นี ใจแชม่ ชืน่ มากยง่ิ นางพัชนี หลา่ ยโท้
5.2 นางปุณยาพร ศิริเขียว
5.7 นางสาวนารนิ ทร์ เลิศเกษม นายพงษก์ รานต์ แสงโรจน์
5.12 นายสเุ มธ จอมใจหาญ
6.2 นางเพ็ญศรี อนิ ทะจักร์ นางทพิ วรรณ์ เขยี วสิงห์
6.7 นายสมชาติ ชาญวัฒนา
6.12 นายธวัชชยั แซช่ ้ิน นายโพธริ ตั น์ อนิ ตะ๊ ยศ
3.13 นายชัยวฒั น์ ประสม
1.13 นางสาวพรกนก ตัง้ สรุ ธีรวงศ์ นายศภุ กานต์ ตุน่ หนิ้ว
แก้วกุลา
ขตั วิ งศ์ นายสมพงษ์ ชน่ื ชม
นางพุฒิมาศ สุภาวรรณ
นางโสมภลิ ยั สุวรรณ์
นายคณกร เฉยี บแหลม
นางสาวอังคนางค์ เชื้อเจ็ดตน
นางเพญ็ ประภา ใจกล้า
นางกาญจนา หิรัณยะมาณ
นายชนกนั ต์ กิจรักษ์
คณะที่ 3 สีเขยี ว (ชาญเชิงศึกษา) ปฏบิ ัติหนา้ ทเี่ วร
วนั พธุ หัวหนา้ คณะ นายสนั ติ ชมุ ภู
ช้นั ครูทปี่ รึกษา
1.3 นางสาวเยาวเรศ
1.8 นางศรไี พร เงินสัจจา นางศภุ ิสรา เรืองวิลยั
2.1 นางสาวราตรีรตั น์ เมืองมูล
2.6 นางจรรยา ใจวงค์ นางแสงเดือน จเิ รณุวัฒน์ นายจักรพงษ์ ใจการ
2.11 นางสาวระววิ รรณ กอ้ นแก้ว นางสาวอัจฉรา สวามิวัศดุ์
3.4 นายสุพจน์ วงค์บญุ มา นายสันติ ชมุ ภู Miss Evangeline Talledo
3.9 นางสาวดษุ ฎี กาวิลาวรรณ นางเปรมจติ คามา
4.3 นางสาววภรณ์เพชร เชตะวนั นางนฤมล ชลประทนิ Mr. Louigi Bawe
4.8 นายวิเชียร ววิ ฒั น์ศรีไพรบลู ย์
4.13 นางสาวชอ่ ผกา ปริญญธ์ ารา นายวชริ วชิ ญ์ ประมาณ Ms Gillina Bellingham
สุวรรณฤทธิ์
5.3 นางศรีไพร นางจุตพิ ร ณ ลาปาง
5.8 นางสาวพมิ ประภา ชัยวริ ยิ ะ
5.13 นายสุภณฐั อุ่นโทกาศ นางเตอื นใจ ไชยศิลป์
6.3 นายวชริ ปรีชา ทาศกั ด์ิ
6.8 นายอภิชาติ ปาลี นายพทิ กั ษ์ ทองมูล
6.13 นายกริช นามแก้ว
2.13 นางสาววรวรรณ บญุ นิล นางวลั ชลี ด่านพนงั
ดวงเทศ
นายณรงคเ์ ดช ชยั วรรณา
ว่าท่รี อ้ ยตรจี ารึก สมประสงค์
นายจติ กร วิจิตรปฐมกลุ
นางแกว้ ใจ เหล่าไพโรจนจ์ ารี
นางสาวกฤตกิ า สร้างใบศรี
นางสาวสุภาพร สพุ นัส
นางสาวปรารถนา ศรบี ุญเรอื ง
นางมลธริ า กรณุ า
คณะท่ี 4 แดง (ปัญญาแจ่มจรัส)
ปฏิบตั หิ นา้ ท่เี วร วนั พฤหัสบดี หัวหน้าคณะ นายวรโชติ ศรีสุขกาญจน์
ช้นั ไม้แสนชา่ ง ครูทีป่ รึกษา เทพวงศ์ นายสมบญุ ไชยวงค์
1.4 นางสาวเมธิกา ทองคา นางสาววิลาสินี ถา้ สุธะ Mr Frank Verschuur
1.9 นางกนกวรรณ พง่ึ นา นางอษุ า อะทะไชย
2.2 นายสมพงษ์ เกเยน็ นางวันพร สารธนกลุ นายวรโชติ ศรสี ุขกาญจน์
ประจิตร นางวไิ ล แกว้ ศรี Science/Math
2.7 นางจรัสขวัญ นางพรนภิ า นันทฤทธ์ิ
2.12 นางโสภา จนิ ดา นางจารัส สุขัมศรี
3.5 ครูอัตราจ้างพละ ๒ แกว้ มหาคณุ นางยโสธร ทะวงศ์อารี
3.10 นางปวิชญา จองไพจิตรสกลุ นางสาวอญั ชลี ลาภใหญ่
4.4 ว่าที่ร้อยตรณี ัฐกิตติ์ ขันแกว้ นางสาวแสงดาว ผ่องใส
4.9 นางณชิ กานต์ วญิ ญารตั น์ นายสมโภชน์ บุญยงิ่
4.14 นางสาวสภุ าพรรณ งานดี นางศภุ รางค์ โถนารตั น์
5.4 นายยศวรรธน์ กาบคา นายยวนหลี จักรแก้ว
5.9 นางสาวปารชิ าติ ภสู่ วุ รรณ นางสาวพชิ ญ์สินี จนั ทกาญจน์
5.14 นางสุพจั ฉรี ปญั ญาอศั วโชตกิ ลุ นางสมุ ลวรรณ กันทาสุวรรณ์
6.4 นายธงชาติ มะโนวงศ์ นางพารฐั วงคส์ ารภี
6.9 นายฐปนรรฑ์ ใยบวั เทศ นางสาวเขมนิจ Mizokami
6.14 นายสรุ เชษฐ์ Ms.Reina
4.16 นางสาวมยเุ รศ
คณะที่ 5 สีฟา้ (เจนจัดวทิ ยา)
ปฏบิ ัติหน้าที่เวร วันศกุ ร์ หัวหน้าคณะ ว่าที่ร้อยตรจี ารกึ สมประสงค์
ชนั้ ครทู ่ปี รึกษา เมฆอากาศ นางนารี มาลา ครูอาสาสมคั รจนี กิติศรี
1.5 นายสุรเชษฐ์ คาเขียว นางปวิตรา เสารอ่ น กติ ิศรี
1.10 นายอาพน ซือ่ ตรง นายนิคม กาวลิ ะ นายเอนก ท่งั ทอง
2.3 นางสาวรัตนาภรณ์ มาเมืองกล นางสภุ ารักษ์ ศรีกลั ยาณบตุ ร นางปทมุ พร Anthony
2.8 นายชัยวฒุ ิ ถมหนวด นายยงศิลป์ เลศิ รตั นคาม นางอานวยพร
3.1 นางสาวยุพาพร ศริ กิ ัน นายบญั ญตั ิ จามรี Mr. StephenJohn ปฐมธรรมการ
3.6 นางสาวปรารถนา ณ ลาปาง นางนฎั ฐท์ นันน์ ไชยการ
3.11 นายอิทธชิ าย ภอู่ ร่าม นางจันทนา วีระศลิ ป์ นางกรณุ า
4.5 นายกฤษฎชนม์ ตันกลู นายสิทธิชยั ชยั ลงั กา
4.10 นางพรพิมล กติ ิพัฒนเจริญกลุ นางรัตติยา ศิรวิ งศ์
4.15 นางสุภาพร ดอนชัย นางจินตนา นามวงค์
5.5 นางสาวสพุ รพศิ มาละวงษ์ นายทรงศิลป์ ณ พกิ ุล
5.10 นางมทินา ชยั ชนะวิรฬุ ห์ นางนพสร ท้าวเขอื่ น
5.15 นายณัฎฐ์ เรอื นแก้ว นายชาญณรงค์ กนั คา
6.5 นางสาวองั คณา มังคลาด นางหทัยกาญจน์ ทองมลู
6.10 นายวศนิ
หงษเ์ จด็ นางเยาวลักษณ์ พรหมรินทร์
6.15 นางสาวหทยั พันธน์
6.16 Ms. Chang Qing นางสาวชมพนู ุท กาลังชาญ
ระเบียบโรงเรยี นสามัคคีวทิ ยาคม
ว่าดว้ ยคณะกรรมการเครอื ข่ายผู้ปกครอง พ.ศ. 2562
เพ่ือให้การดาเนินงานตามระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียนท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั คณะกรรมการเครือข่ายผูป้ กครองเปน็ ไป
อยา่ งประสิทธิภาพ และสอดคลอ้ งกบั พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 อาศยั อานาจตามความในมาตรา 9
วรรค (6) แหง่ พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 โรงเรยี นสามคั คีวิทยาคม จึงวางระเบยี บไวด้ งั นี้
ข้อ 1. ระเบยี บเรยี กวา่ “ระเบยี บโรงเรยี นสามัคควี ทิ ยาคมว่าดว้ ยคณะกรรมการเครอื ข่ายผปู้ กครอง พ.ศ. 2562”
ข้อ 2. ระเบียบนี้ใหใ้ ช้บงั คบั ต้ังแตว่ นั ถดั ไปจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3. ในระเบียบนี้ “เครอื ข่าย” (Network) หมายความวา่ การเขา้ มามีบทบาทในการสรา้ งความร่วมมือแนวร่วม
หรอื การมสี ว่ นในการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนร่วมกันระหว่างผปู้ กครองกับโรงเรียน
ขอ้ 4. คาวา่ “ คณะกรรมการ ” หมายความว่า คณะกรรมการเครอื ขา่ ยผปู้ กครองกบั โรงเรยี น
ขอ้ 5. วตั ถปุ ระสงค์ของคณะกรรมการเครือขา่ ยผปู้ กครอง
5.1 เพอ่ื การดาเนินงานสรา้ งความสมั พันธอ์ นั ดรี ะหวา่ งบา้ นและโรงเรียน
5.2 เพอ่ื ให้ พ่อแม่ – ผู้ปกครองมสี ่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมพัฒนาพฤตกิ รรมนักเรียน
5.3 เพอ่ื ให้มีการแลกเปลย่ี นความรแู้ ละประสบการณ์และแนวคดิ ระหว่างผ้ปู กครอง ครู และนักเรยี นใน
โรงเรยี น
5.4 เพอ่ื ร่วมมือกันระหวา่ งผู้ปกครองและโรงเรยี นในการจัดกจิ กรรมต่างๆ ที่สง่ เสรมิ ความรปู้ ระสบการณ์
ใหน้ ักเรยี นสามารถชว่ ยเหลือตนเอง ดารงไว้ซึ่งวฒั นธรรมประเพณี ตลอดจนละเวน้ อบายมขุ
5.5 เพือ่ ส่งเสรมิ ความสามัคคีช่วยเหลอื เก้ือกลู ซึ่งกันและกัน
5.6 เพ่อื สร้างเสรมิ ความสมั พันธแ์ ละการตดิ ต่อสือ่ สารระหวา่ งพอ่ แม่ ผปู้ กครองอยา่ งรวดเร็ว และมี
ประสิทธภิ าพ
ขอ้ 6. ระเบียบและหนา้ ท่ีของคณะกรรมการเครอื ขา่ ยผู้ปกครอง
6.1 คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองประกอบด้วย
(1) คณะกรรมการระดบั หอ้ งเรยี นมจี านวนไม่น้อยกว่า 5 คน ประกอบดว้ ย ประธาน, รองประธาน,
เลขานุการ, นายทะเบียนและประชาสมั พนั ธ์ โดยการคัดเลือกจากผปู้ กครองของแตล่ ะหอ้ งเรยี น
(2) คณะกรรมการระดับชัน้ เรยี นประกอบด้วย ประธาน รองประธาน เลขานุการ นายทะเบียนและ
ประชาสมั พันธ์ โดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการระดบั ห้องเรียนของชน้ั เรยี นน้ัน ๆ ระดบั ชั้นละ 2คน
(3) คณะกรรมการระดับโรงเรยี น ประกอบดว้ ยคณะกรรมการเครอื ข่ายผู้ปกครองท้งั สิน้ จานวน12คน
(4) การได้ซงึ่ คณะกรรมการระดบั โรงเรยี น ไดม้ าจากประธานและเลขานกุ ารของแตล่ ะระดบั ชนั้ เรยี น
ทั้งหมด จานวน 12 คน ประกอบดว้ ย ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร ประชาสัมพนั ธ์ นายทะเบยี น ปฏิคม และทเี่ หลอื เป็น
คณะกรรมการ กรณีทผ่ี แู้ ทนของระดบั ใดไดร้ ับการคัดเลือกเป็นประธานเครอื ขา่ ยผปู้ กครอง ให้เลอื กผแู้ ทนของระดบั นนั้ ข้นึ มา
แทนตาแหนง่ ที่วา่ งลง เพื่อให้ครบจานวน 12 คน ตามขอ้ (3)
6.2 คุณสมบตั ิของกรรมการเครอื ขา่ ยผปู้ กครอง
(1) ประกอบอาชีพสจุ รติ มที อี่ ยอู่ าศัยเป็นหลักแหล่งทแี่ น่นอน
(2) บรรลุนติ ิภาวะและมสี ถานภาพเปน็ ผู้ปกครองนักเรยี นในปจั จบุ นั ในสถานศึกษาโดยชอบตาม
กฎหมาย
(3) ไม่เปน็ โรคติดตอ่ รา้ ยแรงหรอื โรคทส่ี ังคมรังเกียจ
6.3 การพ้นจากตาแหนง่ ของกรรมการเครอื ข่ายผปู้ กครอง
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคณุ สมบตั ิตามทไี่ ด้กาหนดไว้ใน ข้อ 6.2
6.4 วาระการดารงตาแหนง่ ของคณะกรรมการเครอื ข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครอื ข่ายผูป้ กครอง
ทุกระดบั มี วาระ 1 ปี นับตัง้ แต่วันทไ่ี ด้รบั การคดั เลือก สน้ิ สดุ ลงวันท่คี ณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองชุดใหมไ่ ดร้ ับการ
คดั เลือก
ขอ้ 7. บทบาทและหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการเครือข่ายผ้ปู กครอง
7.1 รว่ มสนับสนุนกจิ กรรมของโรงเรียนโดยผ่านความเห็นชอบจากผู้อานวยการโรงเรยี น
7.2 รว่ มสรา้ งสายใยเชอ่ื มสมั พันธอ์ ันดีระหว่างครแู ละผปู้ กครอง
7.3 สนับสนนุ การพัฒนาการเรยี นการสอนของโรงเรยี น
7.4 ใหข้ อ้ คิดเห็นและเสนอแนะตอ่ โรงเรียน ในเร่อื งต่าง ๆ ที่จะเปน็ ประโยชนแ์ ก่นักเรียนและโรงเรียน
7.5 จัดการประชุมกรรมการและผปู้ กครองในห้องเรียนตามความเหมาะสมอย่างน้อยปีละ 2 ครัง้
7.6 จัดทาทาเนยี บนกั เรยี นและผปู้ กครองโดยละเอยี ด และสง่ มอบสาเนาใหเ้ ลขานุการกรรมการเครอื ข่าย
ผ้ปู กครองในระดบั ชั้นเรยี นและระดบั โรงเรยี น
7.7 กรรมการเครอื ข่ายผปู้ กครองในระดบั โรงเรยี นจะต้องรวบรวมขอ้ มูลและกจิ กรรมของแต่ละระดบั ช้นั
นาเสนอโรงเรียนเพือ่ ดาเนินการตอ่ ไป
7.8 ให้คณะกรรมการเครอื ขา่ ยผปู้ กครองระดบั โรงเรยี น จัดการประชมุ ใหญร่ ว่ มกนั กับคณะกรรมการ
เครือขา่ ยผูป้ กครองทกุ ระดับ ตามความเหมาะสมอยา่ งน้อย 2 คร้งั ตอ่ ปี
ขอ้ 8. ใหโ้ รงเรยี นแต่งตงั้ ครู เป็นผปู้ ระสานงานกับคณะกรรมการเครอื ข่ายผปู้ กครองในทุกระดบั
ขอ้ 9. ใหผ้ อู้ านวยการโรงเรยี นรกั ษาการให้เป็นไปตามระเบยี บน้ี และเปน็ ผลู้ งนามในประกาศแต่งต้งั คณะกรรมการ
เครอื ขา่ ยผปู้ กครองได้ กรณสี ิ้นสดุ วาระลง ตามข้อ 6.4
ข้อ 10. คณะกรรมการท่โี รงเรยี นจัดต้งั ข้นึ มอี ยกู่ อ่ นระเบียบน้ีใชบ้ ังคับใหส้ ้ินสภาพ และใหจ้ ดั การใหมต่ ามระเบยี บนี้
ประกาศ ณ วันท่ี 29 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2562
(นายอดลุ ย์ นนั ทบ์ ัญชา)
ผู้อานวยการโรงเรยี นสามคั คีวิทยาคม
ระเบียบวา่ ด้วยการกระทาผดิ และการลงโทษ
นักเรยี นโรงเรยี นสามัคควี ทิ ยาคม
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ด้วยฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ตระหนักถึงความสาคัญในการสอดส่องดูแลพฤติกรรมของ
นักเรียน เพ่ือให้เกิดความสงบสุขในโรงเรียน และร่วมมือกันแก้ไขพฤติกรรมเบี่ยงเบนของนักเรียน คณะกรรมการฝ่ายกิจการ
นักเรียนจึงเห็นควรให้มีการออกระเบียบว่าด้วยการกระทาความผิดและการลงโทษนักเรยี น โดยการแต่งตัง้ ครูประจาชน้ั และ
ครูเวรประจาวัน เพ่อื ดูแลความเรยี บรอ้ ยในดา้ นความประพฤตขิ องนกั เรียน การมาโรงเรียนสาย การหนีเรียนและปัญหาอื่น ๆ
ฝ่ายกิจการนักเรียนได้ออกมาตรการควบคุมดูแลนักเรียน ตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้วยวิธีการตัดคะแนน
พฤติกรรม โดยครู – อาจารย์ ทุกคนมีสิทธิในการตดั คะแนนตามทีก่ าหนดไว้ เมือ่ พบเหน็ นักเรียนประพฤติตนผดิ ระเบียบของ
โรงเรียน
ความประพฤติอนั ดีของนกั เรียน
นกั เรยี นเปน็ ผทู้ อ่ี ยใู่ นวยั การศึกษา มหี นา้ ทเี่ ลา่ เรยี นตามสภาพของนกั เรยี น ซง่ึ ผลของการศึกษาเลา่ เรียนจะเปน็ หลกั ประกนั
ชวี ติ ในอนาคต ดงั นัน้ สมควรจะยึดหลักตอ่ ไปน้ี
ขอ้ 1. นักเรยี นรักษามารยาทของสงั คม และไม่พงึ กระทาสงิ่ ตอ่ ไปน้ี
1.1 เทย่ี วกลางคนื
1.2 ทาความราคาญแกผ่ ูส้ ญั จรไปมา
1.3 ประพฤตไิ มส่ มควรแก่วยั หรือสภาพการเปน็ นักเรยี น
ข้อ 2. ไม่ประพฤตผิ ิดระเบยี บของโรงเรียนท่ีกาหนดไว้
ข้อ 3. นักเรยี นย่อมเปน็ ผ้เู ลน่ กีฬาเปน็ ดกู ีฬาเป็น รูแ้ พ้ รู้ชนะ ร้อู ภัย
ข้อ 4. นักเรยี นยอ่ มต้องเคารพตอ่ บดิ า มารดา ผู้ใหญ่ ครู และอาจารย์ เมื่อมีปญั หาเกิดขึ้นตอ้ งปรกึ ษาผใู้ หญ่
ข้อ 5. นักเรยี นตอ้ งสวมเครอื่ งแบบนกั เรยี นและตอ้ งรกั ษาช่อื เสยี งของตนเองและของโรงเรยี นอยเู่ สมอ
ขอ้ 6. นกั เรยี นตอ้ งเปน็ ผมู้ รี ะเบยี บวนิ ยั อันดีงามและเคารพกฎหมาย
ข้อ 7. นักเรยี นควรยึดถือคณุ ธรรมต่อไปนี้
7.1 ความซอื่ สัตย์
7.2 ความกตญั ญูกตเวที
7.3 ความสามัคคี
7.4 ความประหยดั
ข้อ 8. นักเรียนต้องยึดมั่น เคารพเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ พระประมขุ
การกระทาผดิ ระเบยี บของโรงเรยี น และการลงโทษ มรี ะเบยี บว่าดว้ ยการกระทาความผดิ ระเบียบของโรงเรียน และ
การลงโทษไว้ ดังน้ี
1. ความผิดข้นั ลหุโทษ เปน็ โทษสถานเบา ใหท้ าหนงั สือถงึ ผปู้ กครอง (บางข้อหาฝา่ ฝนื มากกว่า 2 คร้งั ให้ถอื วา่ เปน็
ความผดิ สถานหนัก)
ก. วา่ กล่าวตักเตือน อบรม สั่งสอน
ข. ตดั คะแนนความประพฤติ
ประเภทความผดิ ลหโุ ทษ ได้แก่
1.1 มาโรงเรยี นสายเป็นประจา เว้นแตม่ ีเหตผุ ลตามสมควร
1.2 แต่งกายไม่ถกู ตอ้ งตามระเบยี บของโรงเรยี นใหล้ งโทษตามท่กี าหนดไว้
1.3 แต่งกายไม่สุภาพทงั้ ภายนอกและภายในโรงเรียน อันสอ่ ใหเ้ หน็ วา่ เป็นการไม่ ถูกระเบียบ
1.4 พูดจาหยาบคาย
1.5 แสดงกิรยิ าวาจา หรือกระทาอยา่ งใดอยา่ งหนึ่งทีไ่ ม่สภุ าพ
1.6 มัว่ สมุ และกอ่ ความเดอื ดรอ้ นราคาญอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่
1.7 เท่ยี วเรร่ ่อนในสาธารณะหรือทาลายทรพั ยส์ มบตั ขิ องโรงเรียน สถานศึกษาหรอื สาธารณสมบัติ
1.8 สบู บหุ รี่
1.9 คบเพ่ือนตา่ งเพศเกินขอบเขต สอ่ เจตนาในทางชสู้ าว
1.10 มีไวค้ รอบครองหรือดซู ่งึ ภาพยนตรห์ รอื หนงั สือลามกอนาจาร
1.11 ฝา่ ฝืนระเบียบของโรงเรยี นทว่ี างไว้ เชน่ หนีโรงเรยี น, หนหี ้องเรียนออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นไมข่ ออนุญาต,
หลบหนกี ารเขา้ แถว ฯลฯ
1.12 นารถจักรยานยนตม์ าโรงเรยี นโดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าตและไม่มใี บขบั ข่ี
1.13 ไม่ใหค้ วามรว่ มมือในกจิ กรรมของโรงเรียน ซง่ึ ทางโรงเรยี นไดน้ ดั หมาย
1.14 เท่ียวเตรเ่ วลากลางคืน ระหวา่ ง 22.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งข้ึน เวน้ แต่ไปกับบิดา มารดาหรือ
ผูป้ กครอง หรือได้รบั อนญุ าตจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา
1.15 นาโทรศพั ท์มือถอื มาใชใ้ นโรงเรียน
2. ความผิดขั้นอุกฤษฏโ์ ทษ (เป็นโทษสถานหนัก) ให้ดาเนนิ การลงโทษ ดังนี้
ก. ทาทณั ฑบ์ น
ข. ตดั คะแนนความประพฤติ
ค. ทากจิ กรรมเพื่อปรบั พฤติกรรมตามแนวปฏิบตั ิทกี่ ระทรวงกาหนดแล้วแต่กรณี โดยเชิญผ้ปู กครอง และให้
อานาจของฝา่ ยกจิ การนกั เรียนเสนอความเหน็ ในการพจิ ารณาโทษ ใหอ้ านวยการพิจารณาอนุมตั ติ ่อไป
ประเภทความผิดขัน้ อกุ ฤษฏโ์ ทษ ได้แก่
2.1 กระทาความผดิ ในคดีอาญา
2.2 การใช้สอ่ื อนิ เตอรเ์ น็ตไมเ่ หมาะสม และทาให้เกดิ ความเสยี หายตอ่ บคุ คลและองคก์ ร
2.3 เลน่ การพนนั ซงึ่ ตอ้ งหา้ มตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการพนัน(ส่วนความผดิ ทีค่ ลา้ ยการพนนั เป็นความผดิ ลหโุ ทษ)
2.4 เขา้ ไปในสถานค้าประเวณี ค้าประเวณี/เป็นธรุ ะจัดหา เว้นแตจ่ ะเปน็ ผอู้ าศยั อยใู่ นท่นี ้ันหรือเข้าไป
เย่ียมญาติซ่ึงอาศยั อยูใ่ นสถานท่ีนนั้
2.5 เข้าไปในสถานบริการตามกฎหมายว่าดว้ ยสถานบริการหรือ สถานบริการอืน่ ๆ ซ่งึ มลี ักษณะคล้ายคลึงกบั
โรงรับจานา หรอื สถานการพนันในระหว่างการเลน่ พนนั เว้นแตจ่ ะเปน็ ผอู้ าศัยหรือเยยี่ มญาตใิ นสถานท่นี นั้
2.6 เขา้ ไปในงานหรือรว่ มงานสังสรรค์ และงานนัน้ มีการเต้นรา หรอื กระทาการไมค่ วรแกส่ ภาพนักเรยี น เว้นแต่
ไดไ้ ปกบั บิดามารดาหรอื ผู้ปกครอง หรืองานนั้นบิดามารดาหรอื ผูป้ กครองหรอื สถานศึกษาของนกั เรยี นคนหนงึ่ คนใดเปน็ ผู้จดั
ห้ามเขา้ ผบั หรอื สถานทเ่ี ริงรมย์
2.7 ประพฤติตนในทานองชู้สาว
2.8 มวี ตั ถุระเบดิ หรืออาวธุ ติดตวั หรือซ่อนเรน้ ไวเ้ พื่อใช้ในการประทษุ ร้าย
2.9 สบู กัญชา หรอื เสพสรุ า ยาเสพตดิ หรือของมึนเมาอย่างอน่ื
2.10 ก่อเหตุทะเลาะวิวาท กอ่ ใหเ้ กดิ ความไมส่ งบว่นุ วายภายในหรอื ภายนอกโรงเรียน กอ่ ความแตกแยกสามัคคี
2.11 ประพฤตติ นซึง่ คณะกรรมการฝ่ายกจิ การนกั เรยี นได้พิจารณาเหน็ วา่ ทาให้เสอื่ มเสียชอ่ื เสยี งของโรงเรยี น
2.12 ประพฤตผิ ิดกฎหรือประกาศของกระทรวงศึกษาธิการอันจดั เปน็ โทษสถานหนกั
ประกาศ ณ วนั ที่ 29 มนี าคม 2562
(นายอดุลย์ นันท์บญั ชา)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นสามัคควี ิทยาคม
ระเบียบโรงเรียนสามัคควี ทิ ยาคม
วา่ ดว้ ย “การพกพาโทรศพั ท์เคล่ือนที่ มาโรงเรียน พ.ศ. 2562”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ในปัจจุบัน มีนักเรียนจานวนมาก มีการใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ีโดยไม่มีความจาเป็นนักเรียน มีการเลียนแบบการใช้
โทรศัพท์ในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน นักเรียนมีนิสัยการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เพิ่มภาระ
ค่าใช้จา่ ยของครอบครัว ที่สาคัญทสี่ ุด คือส่งผลกระทบต่อพฤตกิ รรมและความปลอดภยั ในชีวิต ทรัพยส์ ิน ของนักเรียน
เพื่อป้องกันปัญหาท่ีจะเกิดข้ึนกับนักเรียนโรงเรยี นสามัคคีวิทยาคม จึงไม่อนุญาตให้นักเรียนพกพาโทรศพั ท์เคลือ่ นที่
มาโรงเรยี น ยกเว้นกรณีทีน่ ักเรียนมีปัญหาด้านสขุ ภาพอย่างรนุ แรง ปัญหาด้านภาระความรับผิดชอบต่อครอบครวั หรือปัญหา
ร้ายแรงอื่น ๆ ท่ีนักเรียนมีความจาเป็นต้องพกพาโทรศพั ท์เคล่อื นที่มาโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรยี นต้องปฏบิ ัติตามระเบยี บ
โรงเรยี นสามัคคีวทิ ยาคม วา่ ด้วยการพกพาโทรศพั ท์เคลอ่ื นทีม่ าโรงเรยี น พ.ศ. 2561 ดังต่อไปน้ี
ขอ้ 1. ระเบยี บนีเ้ รยี กว่า “ระเบยี บโรงเรยี นสามัคคีวทิ ยาคม วา่ ด้วยการพกพาโทรศพั ท์เคล่อื นทีม่ าโรงเรียน พ.ศ.
2562”
ขอ้ 2. ให้ใชร้ ะเบยี บนี้ ต้งั แตว่ นั ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป
ขอ้ 3. ใหย้ กเลิกประกาศโรงเรียนสามัคคีวทิ ยาคม ฉบับอื่นวา่ ดว้ ย นาโทรศัพท์เครือ่ งมอื สอื่ สารตา่ ง ๆ มาโรงเรียน
พ.ศ. 2550 และให้ใช้ “ระเบยี บโรงเรียนสามัคควี ิทยาคมว่าด้วยการพกพาโทรศพั ทเ์ คล่ือนที่มาโรงเรยี น พ.ศ. 2562” แทน
ขอ้ 4. ในระเบยี บนี้
4.1 นักเรยี น หมายถงึ นักเรียนทกุ คนของโรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
4.2 บิดาหรอื มารดา หรือผู้ปกครอง หมายถึง บคุ คลท่เี ปน็ ผ้ลู งชื่อมอบตวั นกั เรยี นไว้กบั โรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
ขอ้ 5. นักเรยี นทม่ี ีความจาเปน็ ตอ้ งพกพาโทรศพั ท์เคล่อื นทมี่ าโรงเรยี น ตามเหตผุ ลทร่ี ะบุไว้ในระเบยี บน้ี บิดา หรือ
มารดา หรือผู้ปกครองและนกั เรียน ตอ้ งดาเนินการดังต่อไปนี้
5.1 นักเรยี น บดิ าหรือมารดาหรอื ผูป้ กครอง มาตดิ ตอ่ ฝา่ ยกิจการนักเรยี น ทาบนั ทกึ ขออนญุ าตใหน้ ักเรยี น
ในปกครองพกพาโทรศพั ทเ์ คลื่อนที่มาโรงเรียน
5.2 นักเรยี นนาบนั ทกึ ขออนญุ าตพกพาโทรศพั ท์มาโรงเรยี น เสนอครูประจาช้ันเพือ่ ตรวจสอบขอ้ มลู
5.3 ครูประจาชัน้ นาบันทึกดังกลา่ วท่ผี ่านการตรวจสอบแล้วเสนอตอ่ หัวหนา้ ระดบั
5.4 หวั หน้าระดบั กล่นั กรองแล้วนาเสนอรองผู้อานวยการฝา่ ยกจิ การนกั เรยี นและนาเสนอผ้อู านวยการ
โรงเรียน เพอ่ื พิจารณาอนุญาต
5.5 นกั เรยี นทไ่ี ดร้ ับอนุญาตใหพ้ กพาโทรศัพทเ์ คลื่อนทม่ี าโรงเรยี นได้ โรงเรยี นจะออกบตั รอนญุ าตพกพา
โทรศัพทใ์ หน้ ักเรียนไวเ้ ป็นหลักฐาน และนักเรยี นจะต้องปฏบิ ัตดิ ังน้ี
5.5.1 ต้องเกบ็ โทรศัพท์ไวใ้ นทมี่ ดิ ชดิ
5.5.2 ตอ้ งปดิ โทรศพั ท์ขณะท่ีมีการเรียนการสอนการเข้าห้องประชุมและการเข้าร่วมกจิ กรรม
5.5.3 ใชโ้ ทรศพั ท์ตามเหตผุ ลท่ีแจ้งไว้ในบันทึกขออนุญาต และในสถานท่ี ทเี่ หมาะสม
5.6 หากนักเรยี นไม่ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ 5.5.1 – 5.5.3 โรงเรียนจะระงับการอนญุ าตให้พกพาโทรศัพทเ์ คล่อื นที่ เป็น
เวลา 1 สปั ดาห์ และถกู ยดึ โทรศัพทเ์ กบ็ ไว้ท่ฝี ่ายกจิ การนักเรยี น และแจ้งใหผ้ ปู้ กครองทราบ โดยสามารถตดิ ต่อรับไดเ้ มอื่ ครบ
กาหนดเวลา
ข้อ 6. นกั เรยี นที่ไม่ไดร้ บั อนญุ าต หากพกพาโทรศัพท์เคลอื่ นท่มี าโรงเรยี น แสดงวา่ นกั เรียนไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบ
ของโรงเรียน โรงเรียนจะยึดโทรศพั ทไ์ วท้ ่ีฝา่ ยกจิ การนักเรยี น นักเรยี นตอ้ งปฏิบัติดังน้ี
6.1 นกั เรยี นบันทึกความผดิ และถกู ตัดคะแนนความประพฤติ
6.2 นกั เรียนแจง้ บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองที่มาลงชอ่ื มอบตัวนกั เรยี นไว้
6.3 หากนกั เรยี นยังพกพาโทรศัพท์เคลือ่ นท่ีมาโรงเรยี นอีก โรงเรยี นดาเนนิ การตามข้อ 6.1 และผ้ปู กครองจะ
รบั โทรศัพทค์ นื ได้ในวันสอบปลายภาคเรยี น
ทั้งนี้ ให้รองผู้อานวยการฝ่ายกจิ การนักเรยี น รกั ษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บนี้
ประกาศ ณ วนั ที่ 29 เดอื น มีนาคม พ.ศ. 2562
(นายอดลุ ย์ นนั ท์บัญชา)
ผู้อานวยการโรงเรยี นสามคั ควี ิทยาคม
ระเบียบโรงเรยี นสามัคควี ิยาคม
ว่าดว้ ยจรรยามารยาทและการทาความเคารพของนักเรียน
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2562)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ด้วยจรรยามารยาทท่ีดีงามของไทย อันเป็นเอกลกั ษณข์ องชาติ “โรงเรยี นสามคั ควี ิทยาคม” จงึ กาหนดระเบยี บวา่ ดว้ ย
จรรยามารยาทและการทาความเคารพของนักเรยี น ดังต่อไปน้ี
ข้อ 1. ระเบยี บนีเ้ รยี กว่า “ระเบยี บจรรยามารยาทและการทาความเคารพ ของนักเรียน พ.ศ.2562”
ขอ้ 2. ให้ใช้ระเบียบนตี้ ้งั แต่ “วันท่ี 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เปน็ ตน้ ไป
ขอ้ 3. ในระเบียบน้ี
“นักเรยี น” หมายถึง นกั เรียนทุกคนของโรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
“ครูเวรประจาวัน” หมายถึง ครูทไ่ี ดร้ ับการแต่งต้ังหรอื ไดร้ บั มอบหมายให้ปฏบิ ตั ิราชการจากทางโรงเรียน
ในการดแู ลนักเรยี นตามสถานทีต่ ่าง ๆ ในแตล่ ะวัน
“ครู” หมายถึง ครูทกุ คนท่ีปฏิบัตริ าชการในโรงเรยี นสามคั คีวทิ ยาคม
“บุคคลภายนอก” หมายถงึ บุคคลทรี่ ับการเชญิ หรือมาตดิ ต่อราชการหรอื มาเย่ยี มชมโรงเรียนเปน็ หมคู่ ณะ
หรอื รายบุคคล
“แบบกาหนดของสานักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ” หมายถึง หน่วยงานท่กี าหนดแบบ
การปฏบิ ตั มิ ารยาทไทย ออกใชเ้ ป็นแบบเดียวกันท่ัวประเทศ
ข้อ 4. การแสดงความเคารพเม่ือแรกเรม่ิ เข้าสูบ่ ริเวณโรงเรียน ใหถ้ ือปฏิบตั ิดงั น้ี เม่ือนกั เรียนเขา้ มาสู่บริเวณโรงเรียน
ให้นกั เรียนหยดุ ยืนทาความเคารพครเู วรประจาวันด้วยการไหว้โดยใช้การไหว้ตามแบบกาหนดของสานักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติ ไหวพ้ ระตามจดุ ตาแหนง่ ท่ีทางโรงเรยี นกาหนด
ข้อ 5. การแสดงความเคารพเมอื่ อยู่ในหอ้ งเรียน ให้ปฏิบัตดิ ังตอ่ ไปนี้
เมือ่ ครเู ขา้ มาในห้องเรยี น ใหห้ วั หน้าชั้นบอกทาความเคารพ โดยให้ใช้คาว่า “นักเรียน” ให้นกั เรียนทุกคนหยุด
ทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ทุกอย่างแล้วน่งั ตัวตรงหวั หน้าบอกว่า “ทาความเคารพ” ใหน้ กั เรียนทกุ คนไหว้พรอ้ มกลา่ วคาว่า “สวัสดีคะ่ /
ครับ” ในระหว่างที่ครูกาลังสอน หากมีข้อสงสัยในบทเรียนให้ยกมือข้ึนรอเพื่อให้ครูอนุญาต จึงยืนถามข้อสงสัยได้ เมื่อได้รับ
คาอธิบายเข้าใจแล้ว ให้กล่าวคาว่า “ขอบคุณค่ะ/ครับ” เมื่อจะเข้าไปหาครูเพ่อื ส่งงานหรอื รับรอง ให้นักเรียนยนื ตรงในระยะท่ี
หา่ งพอสมควร เมื่อรบั หรือสง่ งานแล้ว นกั เรียนทาความเคารพดว้ ย “การไหว้” การออกหรอื เข้าห้องเรยี นในขณะทีค่ รกู าลงั สอน
หรืออยู่ในห้อง นักเรียนต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง โดยยืนตรงแล้วกล่าวคา “ขออนุญาตคะ/ครับ” เมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้
นักเรียน “ไหว้” พร้อมกับกล่าวคาว่า “ขอบคุณค่ะ /ครับ”เมื่อหมดคาบเรียน ครูจะออกจากห้องเรียนให้หัวหน้าห้องบอก
ทาความเคารพอกี ครง้ั เชน่ เดียวกันกบั ครเู ขา้ หอ้ งเรียน แล้วใหน้ กั เรียน “ไหว”้ พร้อมกับกล่าวคา “ขอบคุณค่ะ/ครับ”
ข้อ 6. การแสดงความเคารพเมอ่ื อยู่ภายนอกห้องเรยี นให้ปฏบิ ตั ดิ ังตอ่ ไปนี้
เมื่อเดินสวนทางกับครูหรือผู้ที่เคารพ หรือบุคคลภายนอกที่มาเยี่ยมชมโรงเรียน ให้หยุดยืนตรงแล้ว “ไหว้”
พร้อมกล่าวคาทกั ทาย “สวสั ดคี ่ะ/ครบั ” ในกรณีทใี่ ชเ้ ม่ือเป็นการพบครั้งแรก และถา้ เปน็ การพบในครง้ั ต่อไปให้แสดงเคารพโดย
ยืนตรงเมื่อข้ึนลงบันได ให้ยึดหลักชิดขวามือเสมอ และเม่ือเดินสวนทางกับครู หรือผู้ที่เคารพหรือบุคคลภายนอก ให้นักเรี ยน
หยดุ ยนื ตรง จนกวา่ ครูหรือบคุ คลภายนอกเดินผา่ นไปเมื่อจะเดนิ แซงครู ใหน้ กั เรียนกลา่ วคาว่า “ขออนุญาตคะ่ /ครับ” แลว้ จึงเดิน
ก้มหลังเลก็ น้อยแล้วเดนิ ผ่านไปขณะท่ีครู หรือบคุ คลภายนอกอย่กู บั ท่ี ถ้านักเรียนต้องการเดินผ่านให้ก้มหลังเลก็ นอ้ ย
ข้อ 7. การแสดงความเคารพ เม่ืออยู่นอกบริเวณโรงเรียน ให้ปฏิบตั ดิ งั น้ี
เมอื่ พบครู ให้นักเรยี นทาความเคารพด้วยการ “ไหว”้ อาจจะกลา่ วทักทายตามควรแกก่ รณี ทง้ั นก้ี ารทาความ
เคารพให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับกาลเทศะ
ขอ้ 8. สถานการณท์ ี่นกั เรยี นไมต่ ้องทาความเคารพ ให้ปฏิบตั ดิ ังน้ี
8.1 ขณะทอี่ ย่ใู นแถว หรอื อยู่ในความควบคมุ ดแู ลของครู
8.2 ขณะกาลงั รว่ มในมณฑลพธิ ตี ่าง ๆ
8.3 ขณะกาลงั ถอื หรอื แบกหามสง่ิ ของตา่ ง ๆ
8.4 ขณะขับขยี่ านพาหนะหรืออยใู่ นทีค่ ับขนั อนั ตราย
ขอ้ 9. การทาความเคารพให้ใชต้ ามแบบกาหนดของสานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตกิ ระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอ้ 10. นกั เรยี นทุกคนต้องแสดงความเคารพครขู องโรงเรยี นทกุ คน ทั้งที่อย่ภู ายในบรเิ วณโรงเรียนและภายนอก
บริเวณโรงเรยี น ทหั้ ากนกั เรยี นคนใดฝา่ ฝืนตามความในระเบียบนี้ ใหค้ รทู ี่พบเหน็ วา่ กลา่ วตักเตือน และชแ้ี จงในการปฏิบตั ิ
ตามทกี่ าหนด
ขอ้ 11. ใหร้ องผอู้ านวยการฝ่ายกจิ การนักเรยี นรกั ษาการให้เป็นไปตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วันท่ี 29 เดอื น มนี าคม พ.ศ. 2562
(นายอดุลย์ นันท์บัญชา)
ผู้อานวยการโรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
ประกาศโรงเรียนสามัคควี ทิ ยาคม
วา่ ด้วยระเบียบแบบแผนและแนวปฏบิ ตั ขิ องนกั เรียน
(ปรับปรงุ ปีการศกึ ษา 2562)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพ่ือใหน้ ักเรยี นมกี รอบและแนวทางการประพฤติปฏิบตั ติ นใหเ้ หมาะสมกบั สภาพความเป็นนักเรยี น โรงเรียนจึง
กาหนดระเบยี บแบบแผนและแนวปฏิบัติของนกั เรยี น โรงเรยี นสามัคคีวทิ ยาคมดงั ต่อไปนี้
ขอ้ 1. การมาโรงเรยี น
1.1 นกั เรียนทกุ คนตอ้ งมาถงึ โรงเรยี นอยา่ งช้าเวลา 07.50 น. เม่อื เขา้ มาโรงเรยี นแล้ว จะออกนอกบรเิ วณ
โรงเรยี นไมไ่ ด้ เวน้ แตม่ ีกิจธรุ ะจาเป็น ซ่งึ ตอ้ งมีผ้ปู กครองหรือผู้มอบตวั นักเรยี นเป็นผมู้ ารับนักเรียนในปกครองดว้ ยตนเอง
1.2 นักเรียนมาโรงเรียนสาย 3 ครง้ั ใน 1 สัปดาห์ โรงเรยี นจะแจ้งใหผ้ ้ปู กครองมารบั ทราบ และเชญิ พบเพื่อ
รว่ มมือกนั แก้ไขพฤติกรรมของนกั เรียน
1.3 นกั เรยี นทีม่ าโรงเรียนไมท่ นั (คาบเรยี นท่ี 1-4) ให้ไปรายงานตวั ทฝ่ี ่ายกิจการนกั เรยี น เพื่อรบั บัตรอนญุ าต
เขเ้ ขา้ ช้ันเรียน แลว้ นาแสดงตัวแกค่ รูผสู้ อนในชวั่ โมงน้นั ๆ เพื่อขออนุญาตเข้าเรยี น กรณีมาโรงเรยี นสายเกนิ 3 ครงั้ โรงเรยี น
จะแจง้ ให้ผปู้ กครองมารบั ทราบ และเชิญพบเพอื่ ร่วมมือกันแกไ้ ขพฤติกรรมของนักเรยี น
1.4 นกั เรยี นท่ีมผี ู้ปกครองขบั รถมาส่ง ให้ลงจากรถแลว้ เดนิ เขา้ ประตูทาความเคารพครเู วรท่ปี ระตูโรงเรยี น
1.5 โรงเรยี นไมอ่ นญุ าตให้นารถมาส่งนกั เรียนในบริเวณโรงเรยี น ยกเว้นในกรณีทนี่ กั เรียนมปี ญั หาดา้ นสุขภาพ
หรือมีความจาเป็น เป็นกรณีพเิ ศษ
1.6 ห้ามนกั เรยี นขับรถยนต์มาโรงเรยี น
ข้อ 2. นักเรยี นทีม่ าสาย หมายถึงไม่ทันเขา้ แถวเคารพธงชาติจะต้องปฏบิ ัตติ นดงั นี้
2.1 กล่มุ ท่มี าไม่ทันเข้าแถว แตท่ นั เคารพธงชาติ หลังจากเวลา 07.50 - 08.00 น. หา้ มนกั เรยี นเขา้ ไปแทรกใน
แถว โดยหยดุ อยกู่ ับทใ่ี นขณะประกอบพธิ ีการหน้าเสาธง ให้เขา้ แถวบรเิ วณตน้ สกั หรือกรณฝี นตกให้เขา้ แถวบรเิ วณทล่ี านลลี าวดี
ทากิจกรรมร่วมกับนักเรยี นทเ่ี ข้าแถวหนา้ เสาธงเปน็ ปกติ บทลงโทษ ครูเวรประจาวนั ว่ากลา่ วตกั เตอื น อบรม เร่อื งการมวี ินยั ตอ่
ตนเอง และการตรงตอ่ เวลา
2.2 กลุม่ ท่มี าไม่ทนั เข้าแถว และไม่ทนั เคารพธงชาติ (หนา้ ประตู 2) เวลา 08.01- 08.10น. หา้ มนกั เรียนเขา้
ไปในแถว ใหเ้ ขา้ แถวบรเิ วณตน้ ไทรหรอื กรณฝี นตกให้เข้าแถวบรเิ วณทีล่ านลีลาวดี บทลงโทษ ครูเวรประจาวนั สอบถามสาเหตุ
ของการมาสาย อบรมเร่อื งการมีวนิ ัยต่อตนเอง และการตรงต่อเวลา หากไม่มเี หตผุ ลเพยี งพอ ให้ดาเนนิ การ ดังน้ี
ครั้งท่ี 1 ตกั เตือน
ครง้ั ท่ี 2 หกั คะแนน 5 คะแนน
ครั้งที่ 3 หักคะแนน 10 คะแนน เชญิ ผู้ปกครองมาพบ
ครง้ั ท่ี 4 เปน็ ต้นไป หกั คะแนน 15 คะแนน
เชญิ ผูป้ กครองมารับทราบทกุ คร้ัง และรายงานต่อรองผู้อานวยการฝ่ายกิจการนกั เรียนทราบ
2.3 กลุ่มท่ีมาไมท่ ันเข้าแถวไมท่ นั เคารพธงชาติ และไมท่ นั โฮมรมู (หนา้ ประตู 2) เวลา 08.20 - 08.30น. ให้
เขา้ แถวนอกประตโู รงเรยี น บทลงโทษ ครูเวรประจาวัน สอบถามสาเหตุของการมาสายอบรมเร่อื งการมวี นิ ยั ต่อตนเอง และ
การตรงต่อเวลา หากไม่มเี หตผุ ลเพยี งพอ ให้ดาเนนิ การ ดังนี้
คร้ังที่ 1 ตักเตอื น
ครั้งท่ี 2 หกั คะแนน 10 คะแนน
ครง้ั ท่ี 3 หกั คะแนน 15 คะแนน เชญิ ผปู้ กครองมาพบ
ครง้ั ที่ 4 เปน็ ตน้ ไป หกั คะแนน 15 คะแนน
เชิญผูป้ กครองมารับทราบทกุ คร้ัง และรายงานต่อรองผอู้ านวยการฝ่ายกจิ การนกั เรียนทราบ
2.4 กล่มุ ท่มี าสาย ไมท่ ันเขา้ แถว ไม่ทันเคารพธงชาติ และไม่ทันโฮมรมู (หนา้ ประตู 2) เวลา 08.30 น. ให้
เข้าแถวนอกประตูโรงเรียน บทลงโทษ ครูเวรประจาวัน สอบถามสาเหตุของการมาสาย อบรมเร่ือง การมีวินัยต่อตนเอง
และการตรงต่อเวลา หากไม่มีเหตุผลเพียงพอ ให้บันทึกความประพฤติการหักคะแนน ดังนี้
ครัง้ ท่ี 1 ตกั เตือน
ครง้ั ที่ 2 หักคะแนน 10 คะแนน
ครัง้ ที่ 3 หกั คะแนน 15 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบ
ครงั้ ท่ี 4 เปน็ ตน้ ไป หกั คะแนน 20 คะแนน
เชญิ ผู้ปกครองมารับทราบทกุ ครั้ง และรายงานต่อรองผอู้ านวยการฝ่ายกจิ การนกั เรียนทราบ
2.5 เม่อื มาสาย ไม่ทนั เข้าเรียน หลังเวลา 08.30 น. ให้ปฏบิ ัติดงั นี้
2.5.1 รายงานตวั ต่อครูเวรหรือยามรักษาการ
2.5.2 แสดงหนงั สือของผู้ปกครองในกรณที ่ีนกั เรียนมคี วามจาเป็น ทีเ่ ป็นสาเหตทุ าใหน้ ักเรยี นมา
โรงเรียนมาสาย หากไมม่ ีเหตผุ ลเพียงพอใหด้ าเนินการหกั คะแนนความประพฤตติ ามข้อ 2.2, 2.3 และ 2.4
2.5.3 ให้นกั เรียนตดิ ตอ่ ประสานงานกับผู้ปกครองทันที
2.5.4 ลงชือ่ ในสมุดบนั ทกึ การมาสายกบั ครูเวรประจาวนั
2.5.5 หากมาไมท่ นั เรียนถงึ คาบเรียนใด ให้ตัดเวลาเรยี นรายวิชาในคาบเรยี นน้นั ๆ
ข้อ 3. นักเรียนทีจ่ ะขออนุญาตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นต้องปฏบิ ตั ติ นดงั น้ี
3.1 ให้ผปู้ กครองมาขออนญุ าตและรบั ตัวออกไป(ผปู้ กครองแสดงบตั รดว้ ย)โดยตดิ ตอ่ ท่หี ้องกจิ การนักเรยี น
3.2 เมื่อนักเรียนมีความจาเป็นต้องขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ให้นาจดหมายขออนุญาตของ
ผู้ปกครองมาแสดงกับครูประจาชั้น เพื่อให้ครูประจาช้ันรับรอง และนักเรียนนาส่งที่ห้องกิจการนักเรียนเพ่ือรับบัตรอนุญาต
ออกนอกบริเวณโรงเรียน
3.3 ผ้มู อี านาจในการอนุญาตให้นกั เรยี นออกนอกบรเิ วณโรงเรียน
3.3.1 ผู้อานวยการโรงเรยี น
3.3.2 รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
3.3.3 หัวหนา้ คณะปกครองที่ 1-5 ในแต่ละวนั
3.3.4 รองหวั หนา้ คณะปกครองท่ี 1-5 ในแต่ละวัน
3.3.5 หัวหน้างานฝ่ายกิจการนักเรียน
3.4 กรณีเจ็บป่วยท่ีไดร้ บั การตดิ ตอ่ จากห้องพยาบาล ให้รบั นักเรยี นทีห่ ้องพยาบาล ซง่ึ งานอนามยั โรงเรียน
จะออกใบอนญุ าตให้ (เจา้ หนา้ ที่พยาบาลแจ้งฝ่ายกจิ การนกั เรยี นทุกครงั้ ดว้ ย)
3.5 กรณมี คี วามจาเป็นเร่งด่วนอืน่ ใหต้ ดิ ต่อขออนุญาตโดยตรงท่รี องผ้อู านวยการฝา่ ยกจิ การนกั เรียน
3.6 ให้นกั เรยี นนาบตั รอนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียน ไปแสดงตอ่ ยามรกั ษาการณ์ จึงจะออกนอกบริเวณ
โรงเรียนได้ และนักเรยี นตอ้ งใช้ 1 บตั ร ตอ่ 1 คน เท่าน้ัน
3.7 ใหน้ ักเรยี นนาบตั รอนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นติดตัวในขณะอยู่นอกบรเิ วณโรงเรยี น เพอื่ แสดงว่า
ได้รบั อนญุ าตจากโรงเรียนแล้ว
ข้อ 4. การขออนญุ าตออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น มี 2 แบบ ดังน้ี
4.1 การขออนญุ าตออกนอกบริเวณและไม่กลับเข้าโรงเรยี นอกี ให้ผปู้ กครองมาขออนญุ าตด้วยตนเองทฝ่ี ่าย
กิจการนกั เรยี น โดยนกั เรยี นจะตอ้ งไปแจ้งครปู ระจาชน้ั หัวหนา้ ระดบั เพ่อื รับทราบ
4.2 เมื่อไดร้ ับบตั รอนุญาตแลว้ ใหน้ าไปแสดงต่อยามรกั ษาความปลอดภยั ท่ปี ระตูโรงเรยี น
4.3 การขออนุญาตออกนอกบรเิ วณและกลับเข้าโรงเรยี นในวนั เดยี วกนั แนวปฏบิ ัติเหมอื นกบั ข้อ 3.1 แตเ่ มอื่
กลับมาแลว้ ต้องไปรายงานตัวกบั ฝา่ ยกิจการนกั เรียน หรอื ผู้ที่ได้รบั มอบหมาย เพื่อขอรบั บตั รเขา้ ชนั้ เรยี น
ขอ้ 5. การเข้าแถวเคารพธงชาตแิ ละสวดมนต์
5.1 เมื่อเปิดเพลงประจาโรงเรยี น เวลา 07.50 น. นักเรียนทกุ คนตอ้ งไปเข้าแถวด้วยความเป็นระเบียบ
เรียบร้อย โดยให้หัวหน้าและรองหัวหน้าห้องเป็นผู้ดูแล ความเรียบร้อย ภายใต้การกากบั ดูแลของครูประจาช้นั
5.2 นักเรียนรอ้ งเพลงชาติ สวดมนต์ กล่าวคาแผเ่ มตตาและกลา่ วคาปฏญิ าณตน ด้วยอาการสารวม
ขอ้ 6. การเดินเขา้ หอ้ งเรียนหลังเคารพธงชาติและสวดมนต์
6.1 นักเรียนเดินแถวเข้าหอ้ งเรยี นอยา่ งเป็นระเบยี บตามขอ้ ตกลงทท่ี างโรงเรียนกาหนด
6.2 นกั เรยี นตอ้ งถอดรองเท้าก่อนขึน้ อาคารเรยี นทกุ ครงั้
6.3 นกั เรียนเข้าห้องเรียนอย่างมวี นิ ัย ไม่ส่งเสยี งดงั และไมอ่ อกนอกห้องเรยี นโดยไม่ไดร้ บั อนญุ าต
ข้อ 7. การเรียนในหอ้ งเรียน
7.1 นกั เรยี นต้องตงั้ ใจเรยี นอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ ไม่ส่งเสียงรบกวนในขณะเรียน
7.2 เม่ือต้องการซักถามใหย้ กมอื ขนั้ เพอ่ื เป็นการขออนญุ าตก่อนการซักถาม
7.3 ห้ามลุกเดนิ ไปมาในระหว่างการเรยี นการสอน ถ้ามีธุระให้ขออนญุ าตกอ่ น
7.4 ห้ามนาเคร่อื งดืม่ ของขบเค้ียว หรืออาหารเข้าไปรบั ประทานในห้องเรยี นหรอื บนอาคารเรียน
ขอ้ 8. การขออนุญาตเข้า – ออก ในห้องเรยี นในขณะเรียน
8.1 การเขา้ – ออก หอ้ งเรยี นทุกครั้ง ตอ้ งได้รับอนญุ าตจากครผู สู้ อน กรณเี ข้าห้องช้า อาจมสี าเหตมุ าจาก
การมาสาย เข้าห้องพยาบาล พบฝา่ ยกิจการนกั เรยี น จะตอ้ งมีบัตรอนุญาตเขา้ ชนั้ เรียน
8.2 เมอ่ื ครูท่มี ิไดท้ าการสอน ต้องการเรยี กนักเรียนคนใดในหอ้ งระหวา่ งการเรยี นการสอน นกั เรยี นที่จะไปพบ
ต้องขออนญุ าตครผู ้สู อนก่อนออกจากหอ้ งเรียน
8.3 การรับประทานอาหารและการซ้ืออาหารให้นักเรียนเข้าแถว และซือ้ อาหารอยา่ งเปน็ ระเบียบ
ตามลาดบั กอ่ นหลัง ตามเวลาที่ทางโรงเรียนกาหนดให้
8.3.1 รับประทานอาหารในโรงอาหารหรอื สถานท่ีที่จัดไว้ใหต้ ามข้อตกลงแตล่ ะภาคเรยี น
8.3.2 หลงั จากรับประทานอาหารแลว้ ใหน้ าภาชนะใส่อาหารทุกชนดิ เกบ็ ไว้ในท่ที ีโ่ รงเรียนกาหนด
8.3.3 ห้ามนกั เรยี นทิ้งเศษอาหารในบรเิ วณท่นี ่ังรับประทานอาหาร
8.3.4 ห้ามนักเรยี นส่งั ซอ้ื อาหารจากร้านคา้ ภายนอกเขา้ มารบั ประทานภายในโรงเรียน
ข้อ 9. ข้อปฏิบตั เิ มือ่ ทาของหายหรอื เก็บของได้
9.1 การแจ้งเพอ่ื รบั หรอื คนื ของหายใหต้ ดิ ตอ่ ฝา่ ยกิจการนักเรยี น
9.2 เมื่อเก็บของได้ ให้นาไปมอบไว้ที่ฝ่ายกิจการนักเรียน พร้อมท้ังบันทึกรายละเอียดในแบบฟอร์ม
การรับแจ้งเพื่อรบั – คืน ของหายด้วย
ข้อ 10. การติดตอ่ ขอพบนกั เรยี น
10.1 ผู้ปกครองมาพบนกั เรยี นท่โี รงเรียน ใหต้ ดิ ต่อทฝี่ า่ ยกิจการนักเรยี น ไม่อนญุ าตให้ผ้ปู กครองพบนักเรยี น
โดยลาพงั ตามหอ้ งเรยี น
10.2 โรงเรยี นไมอ่ นญุ าตให้นกั เรยี นนาเพอ่ื นนักเรียนตา่ งโรงเรยี น หรือบคุ คลภายนอกเขา้ มาในโรงเรยี นหรอื
เขา้ รว่ มกิจกรรมของโรงเรียน
ข้อ 11. การมาโรงเรยี นในวนั หยดุ ใหป้ ฏิบัตดิ งั น้ี
11.1 นกั เรยี นทม่ี าทากจิ กรรมของโรงเรียนในวันหยุด ต้องมีหนงั สืออนญุ าตจากผู้ปกครองโดยมคี รู
ผู้รับผดิ ชอบเปน็ ผคู้ วบคุมดูแล
11.2 นักเรยี นตอ้ งแต่งกายใหเ้ หมาะสมกบั สภาพความเปน็ นักเรยี น
11.3 กรณที ี่นักเรียนตดิ ต่อราชการกับทางโรงเรยี น ใหแ้ ตง่ เครื่องแบบนกั เรยี น
ข้อ 12. การรว่ มกิจกรรมของนกั เรยี น
12.1 นักเรยี นทุกคนจะตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมทุกกิจกรรม ทโ่ี รงเรยี นจดั ให้
12.2 เมื่อมกี จิ กรรมเก่ียวกับการบาเพญ็ ประโยชน์ตา่ ง ๆ ท่หี น่วยงานภายนอกมาขอความร่วมมอื จาก
โรงเรยี น นกั เรียนสามารถเข้ารว่ มกิจกรรมไดต้ ามความสมคั รใจ
12.3 นักเรียนที่ไม่เข้ารว่ มกจิ กรรมทโ่ี รงเรยี นกาหนด โดยไม่มเี หตผุ ลอันควร จะถอื วา่ นักเรียนผนู้ น้ั มผี ลการ
ประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นไมผ่ า่ นตามเกณฑ์การประเมิน
ขอ้ 13. การใช้โทรศพั ทส์ าธารณะในโรงเรียนของนกั เรยี น อนญุ าตใหน้ กั เรียนใช้ในช่วงเวลากอ่ นเข้าแถว พักกลางวนั
และหลงั เลิกเรยี นเท่านั้น
ข้อ 14. ความสามัคคีและการรกั ษาชือ่ เสียงของโรงเรียน
14.1 ใหน้ ักเรียนมีความสามัคคีกลมเกลยี ว นกั เรยี นร่นุ พี่ต้องประพฤตติ นเป็นตัวอยา่ งที่ดี ช่วยเหลือ ใหค้ วาม
เมตตารุ่นน้อง
14.2 นกั เรียนรุ่นนอ้ งตอ้ งเคารพเชอ่ื ฟังคาแนะนาในทางทถี่ ูกตอ้ งดีงามจากร่นุ พ่ี
14.3 นักเรยี นตอ้ งชว่ ยกนั รักษาช่อื เสยี งของโรงเรยี น โดยไมป่ ระพฤตติ นในทางเสื่อมเสยี และช่วยดแู ลแกไ้ ข
ผู้ที่มีพฤตกิ รรมอนั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หาย
14.4 ใหน้ ักเรียนช่วยสอดสอ่ งดูแลและรายงานตอ่ ครู ในกรณที ่ีนักเรยี นประพฤตผิ ิดระเบยี บหรอื มี
บุคคลภายนอกท่มี พี ฤตกิ รรมไมน่ ่าไว้วางใจเขา้ มาในโรงเรียน
ข้อ 15. การรักษาความสะอาด การใชท้ รพั ยส์ ินของโรงเรยี น เชน่
15.1 ช่วยกันรักษาความสะอาดหอ้ งประจาชั้น หอ้ งเรียน หอ้ งน้าหอ้ งสว้ ม และบรเิ วณโรงเรียน
15.2 ห้ามเคล่อื นย้ายโต๊ะ เกา้ อี้ วัสดุ และครภุ ัณฑท์ ปี่ ระจาอยู่ตามทต่ี า่ ง ๆ โดยพลการ
15.3 ไม่ขีดเขยี นข้อความใด ๆ บนโตะ๊ เก้าอี้ พนื้ ฝาผนงั อาคารทกุ แห่ง
15.4 ปดิ กอ๊ กนา้ ให้สนทิ เมือ่ เลิกใช้
15.5 ปดิ ไฟฟ้า พัดลม เมอื่ เลกิ ใช้
15.6 ไมท่ าให้สวนหย่อม หรอื พนั ธ์ุไม้ประดับตา่ ง ๆ เสียหาย
ขอ้ 16. บาเพญ็ ตนใหเ้ หมาะสมกบั สภาพและวยั ของนกั เรยี น ตามระเบยี บของโรงเรียน วา่ ด้วยการกาหนดคะแนน
พฤติกรรมนักเรยี น ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2561
ประกาศ ณ วนั ท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2562
(นายอดุลย์ นันท์บัญชา)
ผู้อานวยการโรงเรียนสามคั ควี ทิ ยาคม
ประกาศโรงเรียนสามัคควี ิทยาคม
ว่าดว้ ยการลงโทษและการตัดคะแนนความประพฤตขิ องนกั เรียน พ.ศ. 2562
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพื่อให้การควบคุมความประพฤติของนักเรียนให้อยู่ในระเบียบ และมีคุณธรรมจริยธรรมยิ่งขึ้น โรงเรียนจึงได้
ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยการลงโทษและการตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียน โดยให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียนสามัคคี
วิทยาคม ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมผิดระเบียบวินัยของโรงเรียนทั้งหมด และให้ใช้ระเบียบฉบบั น้ี
เพือ่ เป็นแนวทางการปฏิบัตติ ่อไป ดงั นี้
ข้อ 1. ระเบียบน้ีเรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม” ว่าด้วยการลงโทษและการตดั คะแนนความ
ประพฤติของนกั เรยี น พ.ศ. 2562 ในระเบยี บน้ี
“โรงเรยี น” หมายถึง โรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
“ผู้อานวยการ” หมายถงึ ผู้อานวยการโรงเรยี นสามคั คีวิทยาคม
“รองผู้อานวยการ” หมายถึง รองผู้อานวยการโรงเรยี นสามคั คีวทิ ยาคม
“ครู” หมายถึง ครทู ้งั ทเี่ ปน็ ขา้ ราชการประจาและครอู ตั ราจา้ งชว่ั คราวในปัจจบุ ัน
“นกั เรียน” หมายถงึ นักเรยี นปัจจบุ ันของโรงเรยี นสามคั คีวิทยาคม
“ผู้ปกครอง” หมายถึง ผ้ทู ไี่ ดล้ งชอ่ื เป็นผู้ปกครองนกั เรยี นในเอกสารมอบตวั นักเรียน
ท่ใี ห้ไวก้ ับโรงเรยี น
“ครหู ัวหนา้ ระดับช้นั ” หมายถึง ครูทา่ นหน่ึงท่ไี ด้รบั มอบหมายให้ทาหนา้ ที่เปน็ หัวหน้าในระดับช้ัน
“ครูแนะแนวระดบั ชน้ั ” หมายถงึ ครูท่านหน่งึ ที่ไดร้ ับมอบหมายให้ทาหนา้ ท่ีเปน็ ครแู นะแนว
ในระดบั ช้นั
“ครหู วั หน้าคณะปกครอง”หมายถึง ครูทไ่ี ดร้ ับมอบหมายให้ทาหนา้ ท่เี ปน็ หัวหน้าคณะปกครอง คณะสี
ซง่ึ เป็นหวั หน้าเวรประจาวัน
ข้อ 2. การลงโทษนกั เรยี นท่ีกระทาความผิด จะปฏิบัตติ ามขนั้ ตอนดังนี้
2.1 เตือนด้วยวาจาหรือบันทึกเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ให้นักเรียนลงลายมือช่ือรับทราบ
2.2 ตดั คะแนนความประพฤติ
2.3 เชญิ ผปู้ กครองมาพบ และรับทราบพฤตกิ รรม
2.4 เชญิ ผปู้ กครองมาทาทัณฑบ์ น
2.5 เข้ารบั การปรับพฤติกรรมทโี่ รงเรยี นจดั ให้
ขอ้ 3. การลงโทษแต่ละข้นั ตอนใหย้ ดึ แนวปฏิบัตดิ งั น้ี
3.1 เมอื่ ครพู บนักเรียนกระทาความผดิ ให้รายงานเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร โดยระบุความผดิ วนั เวลา และ
สถานท่ี ตามแบบฟอรม์ การรายงานความผดิ ทนี่ กั เรยี นกระทาความผดิ ใหช้ ัดเจน พร้อมกบั ลงลายมือชอ่ื
3.2 ส่งแบบแจ้งการกระทาผดิ ใหค้ รูหัวหน้าระดบั ชั้น ครูหัวหนา้ คณะปกครองน้นั ๆ ทห่ี ้องกจิ การนักเรยี น
3.3 ครหู วั หน้าระดับช้ันนั้น ครหู ัวหน้าคณะปกครอง แจ้งการกระทาความผิดของนักเรียนให้ครปู ระจาชั้น และ
ครูแนะแนวระดับช้นั ทราบ แล้วส่งให้รองผอู้ านวยการฝ่ายกิจการนักเรียนดาเนนิ การ ตอ่ ไป
3.4 ให้ครูหวั หนา้ ระดับชัน้ น้นั และครหู ัวหน้าคณะสี และคณะกรรมการกิจการนักเรียนเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนที่กระทาความผิด ถกู ตดั คะแนนไม่เกิน 20 คะแนน
3.5 รองผู้อานวยการฝ่ายกิจการนักเรียน เป็นผู้พิจารณาอนุมัติการตัดคะแนนความประพฤติของ
นักเรยี นท่ีกระทาความผดิ ถกู ตดั คะแนนเกิน 20 - 30 คะแนน
3.6 ผู้อานวยการโรงเรียน เป็นผพู้ จิ ารณาอนมุ ตั กิ ารตัดคะแนนความประพฤติของนกั เรยี นท่ีมีความผดิ ถกู ตดั
คะแนนเกนิ 30 คะแนน
3.7 ให้เจ้าหน้าทีธ่ ุรการงานกจิ การนักเรียน แจ้งผลอนมุ ตั ใิ นขอ้ 3.4,3.5และ3.6 เปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ระบคุ วามผิดและ
คะแนนที่ถูกตดั รวมท้ังคะแนนทถ่ี กู ตดั สะสมครงั้ สดุ ทา้ ย ต่อครูประจาชนั้ ครูแนะแนว หัวหน้าระดับช้นั หวั หน้าคณะสี ทราบ
และเชญิ ผูป้ กครองมาพบ เพ่ือรับทราบความผดิ และคะแนนทีถ่ ูกตดั พรอ้ มกบั ปรบั พฤติกรรมโดยการบาเพ็ญประโยชน์สาธารณะ
และไถ่ถอนความผดิ ซึ่งสามารถไดค้ ะแนนคนื ตามสัดสว่ นของความผดิ
ขอ้ 4 ความผิดทต่ี ้องตัดคะแนนความประพฤติ และการลงโทษ
รหัส ลักษณะพฤตกิ รรม ตดั คะแนน การพจิ ารณาและวธิ ีปฏบิ ัติ
1. หมวดการเรียน
1.1 ขาดเรียนโดยไม่แจง้ เหตผุ ลเกิน 3 วัน 5 1. ตกั เตือน 2. แจ้งผปู้ กครอง
1.2 ไมเ่ ขา้ รว่ มกจิ กรรมท่ที างโรงเรยี นจัด
1.3 ไม่เข้าห้องเรียนตามตารางของตน 5 1. ตักเตอื น 2. แจ้งผู้ปกครอง
1.4 ไม่เข้าโฮมรูม/ไมเ่ ขา้ คาบประชมุ สง่ เสรมิ /อบรม
1.5 ทุจริตในการสอบ 5 1. ตกั เตือน 2. แจ้งผปู้ กครอง
1.6 ออกนอกบรเิ วณโรงเรียนโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต 5 ตักเตือน
2. หมวดการแต่งกาย
2.1 เสื้อไม่ปกั ส.ว.ค. / ชือ่ – สกลุ ชน้ั 5 1. ตักเตือน 2. แจ้งผปู้ กครอง
2.2 ใสเ่ สอื้ ผ้อู ่ืนมาโรงเรียน
2.3 ใสเ่ สอ้ื กันหนาวโดยไมส่ วมเสือ้ นักเรยี นข้างใน 3. ปรบั พฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
2.4 ใส่เคร่ืองประดับมาโรงเรียน
2.5 ชายเส้ือออกนอกกระโปรง / กางเกง 5 ตกั เตอื น
2.6 ทรงผมไม่ถูกตอ้ งตามระเบยี บของโรงเรียน
5 1. ตักเตอื น
2.7 ไวห้ นวด / เครา แตง่ หน้า กันค้วิ / ทาปาก / เขียนค้วิ 5 1. ตักเตอื น 2. แจง้ ผู้ปกครอง
2.8 ยอ้ ม กดั เปล่ียนสี หรือซอยผม 5 1. ตักเตือน 2. แจง้ ผ้ปู กครอง
5 1. ตกั เตอื น 2. ใหถ้ อดเกบ็
2.9 ไม่แต่งเคร่อื งแบบ ลส./ยว./รด/บ.พ/น.น ตามกาหนด 5 ตักเตือน
10 1. ตักเตือน 2. ใหไ้ ปแก้ไข
2.10 กระโปรง / กางเกง / ยาวหรือสั้นกวา่ เกณฑ์
3. เชญิ ผปู้ กครองมาพบ
4. ปรบั พฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
5 1. ตักเตอื น 2. ใหไ้ ปแก้ไข
10 1. ตกั เตอื น 2. ให้ไปแกไ้ ข
3. เชิญผู้ปกครองมาพบ
4. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
5 ตักเตอื น
5 1. ตักเตือน 2. ให้ไปแก้ไข
3. หมวดความประพฤติ
3.1 กลา่ ววาจาไม่สภุ าพ หยาบคาย 10 1. ตักเตอื น 2. แจง้ ผู้ปกครอง
10 1. ตักเตอื น 2. เชิญผู้ปกครองมาพบ
3.2 โกหก/ใหก้ ารอนั เปน็ เท็จ/ไม่ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรยี นใน
การสบื สวน 3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
10 1. ตักเตือน 2. เชิญผูป้ กครองมาพบ
3.3 ไม่สารวมกริยามารยาททั้งนอกและในโรงเรยี นในเครือ่ งแบบ
3. ปรบั พฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.4 ประพฤตติ นทาใหเ้ ส่อื มเสียภาพพจน์และเกยี รตภิ มู ิ 10 1. ตักเตือน 2. เชิญผู้ปกครองมาพบ
ของโรงเรียน
3. ปรับพฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
3.5 ทะเลาะวิวาทแต่ไมใ่ ช้กาลงั ทารา้ ยกัน 10 1. ตักเตือน 2. เชิญผ้ปู กครองมาพบ
3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
รหัส ลักษณะพฤติกรรม ตดั คะแนน การพิจารณาและวิธปี ฏิบัติ
3.6 ทะเลาะววิ าทและใช้กาลงั ทารา้ ยกนั 15 1. ตักเตือน 2. เชญิ ผ้ปู กครองมาพบ
3. ปรับพฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.7 รว่ มวงทะเลาะวิวาทระหวา่ งโรงเรยี น 20 1. เชิญผปู้ กครองมาพบ 2. ทัณฑบ์ น
3. ปรับพฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
3.8 นาคนนอกมาทะเลาะววิ าทกบั นกั เรียนในโรงเรียน 30 1. เชิญผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑ์บน
3. ปรบั พฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.9 มสี ่วนรว่ มในการกระทาผิด 1. ตกั เตือน 2. เชิญผปู้ กครองมาพบ
3. ปรับพฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.10 สบู บุหรี่ / มบี หุ รไ่ี วใ้ นครอบครอง 10 1. ตักเตือน 2. เชญิ ผปู้ กครองมาพบ
3. ปรบั พฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
3.11 มสี ือ่ ลามกไว้ในครอบครองหรืออ่าน 5 ตกั เตือน
3.12 ดมื่ เครอ่ื งด่ืมทมี่ แี อลกอฮอล์ 20 1. เชิญผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑบ์ น
3. ปรบั พฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.13 เลน่ การพนนั 20 1. เชิญผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑบ์ น
3. ปรับพฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
3.14 แสดงการขม่ ขเู่ พ่ือหวงั ทรัพย์ 20 1. เชิญผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑ์บน
3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.15 มพี ฤติกรรมใช้ยาเสพติด 30 1. เชญิ ผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑ์บน
3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.16 เสพยาเสพตดิ ท่ีผิดกฎหมายหรอื มไี วค้ รอบครอง 30 1. เชิญผปู้ กครองมาพบ 2. ทณั ฑ์บน
3. ปรบั พฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.17 จาหนา่ ยยาเสพตดิ ใหก้ ับนักเรยี นในโรงเรยี น 80 1. เชญิ ผู้ปกครองมาพบ 2. ทณั ฑ์บน
3. ปรับพฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
4. ควบคมุ ความประพฤติอยา่ งเขม้ งวด
3.18 ลักขโมย หรือแอบอา้ งเอาของผอู้ นื่ 20 1. เชญิ ผู้ปกครองมาพบ 2. ทณั ฑ์บน
3.19 ทาลายทรพั ยส์ ินของโรงเรยี น/ครแู ละบคุ ลากรในโรงเรยี น 20 1. เชิญผปู้ กครอง มาพบ
2. ชดใชต้ ามคุณค่าของทรัพย์ 3. ทัณฑบ์ น
4. ปรบั พฤติกรรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
3.20 กลน่ั แกลง้ เพือ่ นโดยเจตนา 10 1. ตักเตอื น 2. เชญิ ผูป้ กครองมาพบ
3. ปรบั พฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.21 เทยี่ วในสถานท่ีที่ไม่เหมาะสม 10 1. ตักเตือน 2. เชิญผปู้ กครองมาพบ
3.22 ประพฤตติ วั ไปในทางชู้สาว 10 1. เชญิ ผปู้ กครองมาพบ 2. ทัณฑ์บน
3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.23 ชู้สาว 20 1. เชญิ ผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑบ์ น
3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3.24 แสดงอากปั กรยิ า/วาจา/อาการกระด้างกระเดื่อง/ขาดการออ่ น 1. เชิญผู้ปกครองมาพบ 2. ทัณฑบ์ น
น้อมถอ่ มตน ขาดความเคารพตอ่ ครแู ละบคุ ลากรในโรงเรียน 3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
ใชส้ อื่ อินเตอรเ์ น็ตในทางทไี่ มเ่ หมาะสม ทาให้เกดิ ความเสยี หาย
กับบุคคลอน่ื และองคก์ ร
รหสั ลกั ษณะพฤติกรรม ตดั คะแนน การพิจารณาและวธิ ีปฏบิ ัติ
4. หมวดอาคารสถานที่
4.1 ไมท่ าเวรประจาวัน/ไม่รักษาความสะอาดหอ้ ง/บรเิ วณโรงเรยี น 5 ตักเตอื น
4.2 นาอาหาร/เครอ่ื งดมื่ ขนึ้ ไปบนอาคารเรยี น 5 ตกั เตือน
4.3 ไมท่ งิ้ ขยะในถังขยะและนาขยะจากภายนอกเขา้ มาในโรงเรยี น 10 ตักเตือน
4.4 ส่งั อาหารจากภายนอกเข้ามาในโรงเรยี น 10 ตกั เตือน
4.5 เลน่ ฟุตบอลฯในหอ้ ง/บนอาคารเรยี น 5 ตกั เตอื น
5. หมวดการมวี นิ ยั และการตรงตอ่ เวลา
5.1 มาสาย
1. กลุ่มท่ีมาไม่ทนั เข้าแถวแต่ทันเคารพธงชาติ (หนา้ ประตู 2) 1 เตือน 1. เตอื น
หลงั จากเวลา 07.50 - 08.00 น. ห้ามนกั เรยี นเขา้ ไปแทรก 2 (5) 2. บันทกึ การมาสาย
ในแถว โดยหยดุ อยู่กบั ท่ีในขณะประกอบพธิ ีการหน้าเสาธง 3 (10) 3. คร้งั ที่ 3 เป็นต้นไปเชญิ ผปู้ กครองมาพบ
ให้เข้าแถวอยู่ บริเวณต้นสักหรอื กรณฝี นตกให้เข้าแถว 4 (15) 4. คร้งั ท่ี 5 เปน็ ต้นไป
บริเวณทลี่ านลลี าวดที ากจิ กรรม รว่ มกบั นักเรียนที่เขา้ แถว 5 (15) เชิญผปู้ กครองมาพบและทณั ฑบ์ น
หน้าเสาธงเปน็ ปกติ ทณั ฑบ์ น
2. กลมุ่ มาไม่ทันเข้าแถวและไมท่ นั เคารพธงชาติ (หนา้ ประตู 2) 1 เตอื น 1. เตอื น
เวลา 08.01-08.10น. ห้ามนกั เรียนเข้าไปแทรกในแถว ให้ 2 (5) 2. บนั ทกึ การมาสาย
เข้าแถวอยู่บรเิ วณตน้ ไทรหรอื กรณฝี นตกให้เขา้ แถวบรเิ วณท่ี 3 (10) 3. ครัง้ ท่ี 3 เป็นต้นไปเชญิ ผปู้ กครองมาพบ
ลานลลี าวดี ใหป้ ฏบิ ตั ดิ ังนี้ 4 (15) 4. ครัง้ ท่ี 5 เป็นต้นไป
1. รอ้ งเพลงชาติ 5 (15) เชญิ ผปู้ กครองมาพบและทัณฑบ์ น
2. ไหวพ้ ระสวดมนต์ ทณั ฑบ์ น
3. แผ่เมตตา
4. กล่าวคาปฏิญาณตนเหมอื นกบั กิจกรรมหนา้ เสาธงปกติ
บทลงโทษ
ครูเวรประจาวนั สอบถามสาเหตุของการมาสาย อบรมเรือ่ งการมีวินยั ต่อตนเอง และการตรงตอ่ เวลา หากไมม่ เี หตผุ ล
เพยี งพอ กรณีนักเรยี นคนเดมิ ทาผดิ ซา้ ๆ ไมม่ ีการปรบั ปรุงตวั และไมม่ ีวนิ ยั ในตนเอง ให้ดาเนนิ การดังนี้
ครัง้ ท่ี 1 เตอื น
ครงั้ ท่ี 2 หกั คะแนน 5 คะแนน
ครง้ั ที่ 3 หักคะแนน 10 คะแนน เชิญผู้ปกครองมาพบ
คร้งั ท่ี 4 เป็นต้นไปหกั คะแนน 15 คะแนน เชญิ ผูป้ กครองมาพบ
ครง้ั ท่ี 5 หกั คะแนน 15 คะแนน เชิญผูป้ กครองมาพบ ทณั ฑ์บน
ครั้งที่ 6 ปรับพฤติกรรมตามท่โี รงเรยี นกาหนด
ผลจากการลงโทษ
นกั เรยี นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ หากหักคะแนน 60 คะแนน ใหบ้ ันทกึ ไว้เป็นหลกั ฐาน ไมร่ บั สมคั รเข้าศกึ ษาตอ่ ในระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย ในระบบโควตานักเรียนเกา่ โรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย หากหักคะแนน 60 คะแนน ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ฝ่ายกิจการนักเรียน
ลงความเห็นในใบรับรองความประพฤติ “เป็นประพฤติไม่เรียบร้อยและไม่เหมาะสมกับการเป็นนักเรียนโรงเรียนสามัคคี
วทิ ยาคม”
รหัส ลักษณะพฤติกรรม ตดั คะแนน การพิจารณาและวิธีปฏบิ ัติ
3. กล่มุ ทีม่ าสายไมท่ นั เข้าแถว ไมท่ นั เคารพธงชาติและไมท่ ัน 1 เตอื น 1. เตือน
โฮมรูม (หน้าประตู 2) 2 (10) 2. บันทกึ การมาสาย
เวลา 08.30 น.เปน็ ตน้ ไป ให้นักเรยี นเข้าแถวนอกประตู 3 (15) 3. ครงั้ ท่ี 3 เป็นต้นไปเชิญผปู้ กครองมาพบ
โรงเรียนกอ่ นเขา้ มาในโรงเรยี น ครเู วรประจาวนั ให้นกั เรยี น 4 (20) 4. คร้ังที่ 5 เป็นตน้ ไป
1. รอ้ งเพลงชาติ ทัณฑบ์ น เชญิ ผปู้ กครองมาพบและทณั ฑบ์ น
2. ไหว้พระสวดมนต์
3. แผเ่ มตตา
4. กล่าวคาปฏิญาณตน เหมอื นกบั กจิ กรรมหน้าเสาธงปกติ
บทลงโทษ
ครูเวรประจาวัน สอบถามสาเหตขุ องการมาสาย อบรมเร่อื งการมีวนิ ยั ตอ่ ตนเอง และการตรงต่อเวลา หากไมม่ เี หตผุ ล
เพยี งพอ กรณนี กั เรยี นคนเดมิ ทาผดิ ซา้ ๆ ไม่มกี ารปรับปรงุ ตวั และไม่มวี ินัยในตนเอง ใหด้ าเนนิ การดงั นี้
คร้งั ท่ี 1 เตือน
คร้ังที่ 2 หักคะแนน 10 คะแนน
คร้ังที่ 3 หักคะแนน 15 คะแนน เชิญผู้ปกครองมารับทราบ
ครั้งท่ี 4 เปน็ ต้นไปหกั คะแนน ครงั้ ละ 20 คะแนน เชิญผปู้ กครองมาพบ ทณั ฑบ์ น
ครั้งท่ี 5 ปรบั พฤตกิ รรมตามทโ่ี รงเรียนกาหนด และรายงานต่อรองผอู้ านวยการฝ่ายกจิ การนักเรยี นทราบ
5.2 ไมเ่ ขา้ แถวเคารพธงชาตติ อนเชา้ กอ่ นเขา้ เรียน 10 ตกั เตือน
5.3 นาเครื่องเลน่ ทไี่ ม่เหมาะสมมาโรงเรยี น 5 1. ตักเตือน 2. แจ้งผู้ปกครอง
5.4 ตดั หนงั สือ/สง่ิ พมิ พ์ ในห้องสมุด 20 1. เชญิ ผ้ปู กครองมาพบ 2. ชดใช้ตามมูลคา่
3. ปรบั พฤตกิ รรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
5.5 ปลอมลายมอื ช่ือผู้ปกครองหรอื เอกสารเพอื่ ประโยชน์ 10 1. ตกั เตือน 2. แจง้ ผูป้ กครอง
อยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง/สร้างหลกั ฐานเท็จ 3. ปรับพฤตกิ รรมตามทโี่ รงเรยี นกาหนด
5.6 พกพาอาวธุ /สิ่งของคล้ายอาวุธมาโรงเรียน 20 1. เชญิ ผู้ปกครองมาพบ 2. ทาทัณฑบ์ น
3. ปรบั พฤติกรรมตามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
5.8 ประพฤตผิ ดิ กฎหมายจราจรทางบก 10 1. ตกั เตอื น 2. แจ้งผู้ปกครอง
5.9 นาโทรศพั ท์มือถือมาใช้ในโรงเรยี น 10 1. ตกั เตือน 2. เชิญผปู้ กครองมาพบ
ข้อ 5. มคี วามผดิ ลักษณะอื่น นอกเหนือจากท่รี ะบุในระเบยี บนใี้ หอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของคณะกรรมการปกครองนกั เรยี น จะ
เปรยี บเทยี บความผิดและลงโทษตามระเบียบนี้ และระเบียบอื่นตามที่เหน็ สมควร
ขอ้ 6. ผลของการตัดคะแนนความประพฤติ
6.1 นักเรียนทีถ่ กู หกั คะแนน ไมเ่ กนิ 50 คะแนน เพ่อื ดาเนนิ การ
6.1.1 รบั ทราบผลการหักคะแนน
6.1.2 ใหม้ ีการปรบั พฤตกิ รรมโดยการบาเพญ็ สาธารณะประโยชนต์ ามทโี่ รงเรยี นกาหนด
6.1.3 ใหบ้ นั ทกึ เพอ่ื ปรับคะแนนพฤติกรรม
6.2 นักเรยี นท่ีถูกหกั คะแนน เกนิ 50 คะแนน ใหเ้ ชิญผู้ปกครองมาพบ รองผอู้ านวยการ ครูหัวหน้าระดบั ช้ัน
ครูหวั หน้าคณะปกครอง ครแู นะแนวระดับชั้น และครปู ระจาชนั้ เพ่อื ดาเนินการ
6.2.1 เพ่ือรับทราบผลการหักคะแนน
6.2.2 ให้มีการปรับพฤติกรรมโดยการให้นักเรียนเข้าค่าย คุณธรรม จริยธรรม ค่ายปลกู ฝัง
ระเบยี บวินัยและความรับผิดชอบค่ายอาสาพัฒนาจานวน2 คืน3วัน
6.2.3 ผู้ปกครองเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายท้ังหมดในการเข้าค่าย
6.2.4 ให้บนั ทกึ เพอื่ ปรบั คะแนนพฤติกรรม
6.3 ในกรณีท่ีนักเรียนท่ีถูกหักคะแนนเกิน 50 คะแนน และไม่ไปเข้า ค่ายตามที่โรงเรียน
กาหนด
6.3.1 ให้เชิญผู้ปกครองมาพบรองผู้อานวยการ เพ่ือทราบนโยบายในการที่นักเรียนไม่ไป
เข้าค่ายตามท่ีกาหนด
6.3.2 ให้นักเรียนปรับพฤติกรรมท่ีสถานศึกษาอ่ืน ตามท่ีโรงเรียนกาหนด 1 สัปดาห์ เม่ือ
ครบกาหนด ให้นักเรียนทารายงานการปรับพฤติกรรมตามแบบฟอร์ม ของโรงเรียน
6.3.3 ให้บนั ทึกเพือ่ ปรบั คะแนนพฤติกรรม
ข้อ 7. ปรับพฤตกิ รรมดงั น้ี
7.1 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์ด้วยการทาความสะอาดสถานท่ตี ่างๆ จานวน 5 ชว่ั โมง(ได้คนื 5คะแนน)
7.1.1 ห้องพระ ศาลเจา้ พอ่ สนั ปา่ แดง ศาลาธรรมสถาน
7.1.2 โรงอาหารบริเวณโรงเรยี น หอ้ งศนู ย์การเรยี นร้ตู ามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
7.1.3 ทางเข้าหน้าโรงเรยี น คลองน้า เกบ็ ขยะหน้าโรงเรียน
7.1.4 บรเิ วณหน้าเสาธงบริเวณหอ้ งปิงปอง โรงยิม รอบสนามกีฬาตา่ งๆ
7.1.5 บรเิ วณสวนหยอ่ ม
7.1.6 บริเวณห้องกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
7.1.7 ห้องสุขา หอ้ งแนะแนว ลานไทร ลานเรณู ลานลลี าวดีหอ้ งสมุด ฯลฯ
7.2 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์ เก่ยี วกับด้านบริการ จานวน 5 ชวั่ โมง (ได้คนื 5 คะแนน)
7.2.1 ทาหนา้ ทต่ี รวจสอบนกั เรยี นมาสาย
7.2.2 ทาหนา้ ทด่ี ูแลจราจร
7.2.3 ดูแลการจดั เก็บรถจกั รยานยนตเ์ ปน็ ผชู้ ่วยครูเวร ประจาวนั
7.2.4 ช่วยงานเจา้ หน้าทีธ่ รุ การประจาห้องกิจการนักเรยี น หรือช่วยครทู างานฯลฯ
7.3 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์เกี่ยวกบั ด้านการเกษตร จานวน 10 ช่วั โมง (ได้คนื 10 คะแนน)
7.3.1 ปลกู ตน้ ไม้
7.3.2 รดนา้ ต้นไม้
7.3.3 ถางหญ้ากาจดั วัชพืช
7.3.4 ดูแลตัดแต่งกงิ่ ตน้ ไม้
7.3.5 ดูแลตัดหญา้
7.3.6 จดั ทาแปลงเกษตร
7.3.7 ดแู ลแปลงเกษตร
7.3.8 ดแู ลความสะอาดคลองหน้าโรงเรยี น ใหอ้ าหารปลาฯลฯ
7.4 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชนเ์ กยี่ วกับ ดา้ นวชิ าการจานวน 15 ชัว่ โมง (ไดค้ นื 15 คะแนน)
7.4.1 จดั ทาบอรด์
7.4.2 ทารายงาน
7.4.3 ทาสรุปบทเรยี น
7.4.4 ทอ่ งคาศพั ท์
7.4.5 คดั ลายมือ
7.4.6 ช่วยครูจดั หนงั สือเขา้ ตู้ในหอ้ งสมดุ
7.4.7 ช่วยครทู างานประจาศนู ย์การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ในโรงเรยี น ฯลฯ
7.5 กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ จานวน 20 ช่ัวโมง (คนื คะแนนให้ทง้ั หมด)
7.5.1 การเข้าคา่ ยคณุ ธรรม 5-7 วนั
7.5.2 การเข้าวดั ถอื ศีล 5-7 วนั
7.5.3 การเขา้ คา่ ยทหาร 5-7 วนั
7.5.4 การออกค่ายอาสาพฒั นา 10 วัน ฯลฯ
ขอ้ 8. ระเบยี บว่าด้วยการออกใบรบั รองความประพฤตขิ องนกั เรียน
เพือ่ เปน็ แนวปฏิบตั ใิ นการหักคะแนนความประพฤตขิ องนักเรยี นปรบั ปรุง แกไ้ ข พ.ศ. 2562 ของโรงเรียน
สามัคคีวิทยาคม และมผี ลตอ่ การออกใบรับรองความประพฤติ ดงั นี้
8.1 เขียนคารอ้ งขอใบรบั รองความประพฤติทฝ่ี ่ายกิจกรรมนักเรียน พร้อมสมดุ คณุ ลกั ษณะ
8.2 นกั เรยี นที่ถูกตดั คะแนนความประพฤติ 1–20 คะแนน ในวันทอี่ อกใบรบั รอง จะมผี ลระบวุ า่
“เปน็ ผู้ทมี่ คี วามประพฤตดิ ี”
8.3 ถา้ นกั เรียนถกู ตดั คะแนนความประพฤติ 21 – 40 คะแนน ในวันทอ่ี อกใบรบั รอง จะมผี ลระบวุ า่
“เปน็ ผู้ทม่ี คี วามประพฤตปิ านกลาง”
8.4 ถ้านักเรยี นถูกตัดคะแนนความประพฤติ 41 – 59 คะแนน ในวันท่ีออกใบรับรอง จะมีผลระบุวา่
“เปน็ ผูท้ ่มี คี วามประพฤตไิ ม่เรยี บรอ้ ย”
8.5 ถา้ นกั เรียนถูกตดั คะแนนความประพฤติ รวมถงึ 60 คะแนน ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี น
ออกใบรับรอง ระบุวา่ “เป็นผู้ทีม่ คี วามประพฤตไิ มเ่ รียบร้อยไมเ่ หมาะสมกับการเป็นนกั เรยี น”
8.6 ถ้านกั เรยี นถกู ตัดคะแนนความประพฤติ รวมถึง 60 คะแนน ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โรงเรยี น
ออกใบรบั รอง ระบวุ า่ “เป็นผทู้ ี่มีความประพฤติไมเ่ รยี บร้อย ไมเ่ หมาะสมกบั การเปน็ นกั เรยี น
โรงเรียนสามคั ควี ิทยาคม” ไม่มสี ทิ ธิส์ มคั รเข้าศกึ ษาตอ่ ในระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ในระบบโควตา
นกั เรยี นเก่าโรงเรยี นสามคั ควี ิทยาคม
ประกาศ ณ วันท่ี 29 มนี าคม 2562
(นายอดุลย์ นันทบ์ ญั ชา)
ผู้อานวยการโรงเรียนสามคั ควี ิทยาคม
ระเบยี บโรงเรียนสามคั คีวิทยาคม
วา่ ดว้ ยความปลอดภยั ของนกั เรยี นในโรงเรียน พ.ศ. 2562
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักเรียน โรงเรียนจึงกาหนดมาตรการเป็นระเบียบปฏิบัติ
เก่ียวกับความปลอดภัยของนักเรียนดังนี้
ขอ้ 1. ระเบยี บนเ้ี รยี กวา่ “ระเบียบโรงเรียนสามคั คีวิทยาคม ว่าด้วยความปลอดภัยของนักเรยี นในโรงเรียน พ.ศ.
2562”
ขอ้ 2. นกั เรยี นจะต้องปฏิบตั ติ น ดังนี้
2.1 นักเรียนจะต้องมาโรงเรียนให้ทันเวลา ตามที่โรงเรียนกาหนด และเมื่อเลิกเรยี นแลว้ ให้รีบกลับบ้านทนั ที
หากจะกระทากิจกรรมอ่นื ใดตอ่ ทางโรงเรียนจะอนญุ าตใหอ้ ยไู่ ดไ้ มเ่ กินเวลา 18.00 น. เทา่ นั้น หากนอกเหนือจากเวลาท่กี าหนด
นักเรียนจะต้องขออนุญาตต่อผู้อานวยการหรือผู้ท่ีผู้อานวยการมอบหมายเป็นรายกรณี และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ
ล่วงหน้ากอ่ น
2.2 ตั้งแตเ่ วลา 17.00 น. เปน็ ต้นไป ให้ใช้ประตู 1 ในการเข้า – ออก เท่านัน้
2.3 ในกรณที โ่ี รงเรยี นมกี จิ กรรมพิเศษ ซ่ึงตอ้ งใช้เวลานอกเหนือจากเวลาเรยี นปกติ โรงเรยี นจะมหี นงั สอื แจ้ง
ให้ผ้ปู กครองนกั เรยี นทราบลว่ งหนา้ เพ่อื ขออนญุ าตกอ่ นทุกคร้ัง
2.4 หา้ มนักเรียนนาเครื่องประดบั ของมคี า่ หรือโทรศัพท์มอื ถือมาโรงเรยี น อาจจะทาใหน้ ักเรียนไดร้ บั
อนั ตราย หรือเกิดสูญหายได้ ถา้ นกั เรียนคนใดฝ่าฝืนระเบียบนี้ และของเกดิ สูญหายทางโรงเรยี นจะไมร่ ับผิดชอบไมว่ า่ กรณีใด ๆ
2.5 นักเรียนจะต้องแจง้ ใหผ้ ู้ปกครอง หรือบคุ คลอ่นื ท่ปี ระสงคจ์ ะมาตดิ ต่อธุระ หรอื เพอ่ื รบั นกั เรยี นซงึ่ เปน็
บตุ รหลาน ใหต้ ิดต่อทห่ี อ้ งกจิ การนกั เรยี น เพ่อื ทเี่ จ้าหนา้ ท่ขี องโรงเรยี นจะไดต้ ามนกั เรยี นให้ หา้ มผูป้ กครองหรอื ญาติท่ตี อ้ งการ
พบเดนิ ข้ึนไปหานักเรยี นเองและให้ผปู้ กครองหรือญาติทตี่ ้องการพบรอพบนักเรยี นหอ้ งกจิ การนกั เรยี น
2.6 ในกรณที ่ีผู้ปกครองนารถมารบั – สง่ นักเรยี น ให้จอดรถรบั – สง่ ทบ่ี ริเวณถนนใหญ่หนา้ โรงเรยี น หา้ ม
นารถมาจอดขวางบรเิ วณหนา้ ประตูโรงเรยี น ทัง้ นีเ้ พ่ือความสะดวกในการจราจร และหา้ มนารถมารบั – สง่ ภายในบรเิ วณ
โรงเรยี น (ยกเวน้ กรณเี จ็บป่วยทไี่ มส่ ามารถเดนิ ด้วยตนเองได)้
2.7 ห้ามนักเรยี นเกบ็ หนงั สือเรียน ทงิ้ เศษกระดาษหรือส่ิงของอืน่ ๆ ไวใ้ นโต๊ะเรยี น ทางโรงเรียนขอสงวน
สิทธท์ิ ี่จะรกั ษาห้องเรยี นใหเ้ ป็นระเบียบ
2.8 ห้ามนกั เรียนนาอาหารและเครอื่ งด่ืมทุกชนิดขนึ้ ไปรบั ประทานในหอ้ งเรียน หรือบนอาคารเรียน
2.9 ห้ามนักเรยี นเล่นฟุตบอล ตะกรอ้ ปงิ ปอง วงิ่ ไลจ่ บั และเกมอืน่ ๆ ในห้องเรยี น หรอื บนอาคารเรยี น
2.10 หา้ มนกั เรยี นใสร่ องเท้าขนึ้ บนอาคารเรยี น ใหถ้ อดถอื ขน้ึ ไปวางไวห้ นา้ ห้องเรยี นใหเ้ รยี บรอ้ ย ทา
เครื่องหมายหรือเขยี นช่ือไวท้ ร่ี องเท้าดา้ นในใหช้ ดั เจน เพอ่ื ปอ้ งกนั การสญู หาย
2.11 นักเรียนมหี น้าท่ีต้องรกั ษาไวซ้ ่งึ ทรัพย์สมบตั ขิ องโรงเรียน การทาลายสิ่งของในห้องเรียน การขดี เขียน
ฝาผนงั และโต๊ะเรยี น รวมทงั้ การทาลายอปุ กรณอ์ น่ื ๆ ถอื เป็นความผดิ
ประกาศ ณ วันท่ี 29 มีนาคม 2562
(นายอดุลย์ นนั ทบ์ ัญชา)
ผู้อานวยการโรงเรยี นสามคั ควี ทิ ยาคม
ระเบยี บโรงเรียนสามัคควี ิทยาคม
ว่าดว้ ย “การนารถจกั รยาน รถจกั รยานยนต์มาจอดในบรเิ วณโรงเรยี น” ปกี ารศกึ ษา 2562
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดว้ ยสภาพการคมนาคมในปจั จุบนั มกี ารใช้รถจักรยานยนต์มากขึน้ อันเป็นความจาเปน็ ตอ่ การสญั จรไปมา แต่เกิด
ปัญหาทีต่ ามมา คือ กอ่ ให้เกิดปญั หาทางด้านการจราจรตดิ ขัด เกดิ อบุ ัตเิ หตุ ทาความเสยี หายทงั้ ชีวติ และทรัพย์สิน โรงเรียน
ไมม่ สี ถานทส่ี าหรบั จอดรถเพยี งพอ กอ่ ใหเ้ กิดความสญู หายในอปุ กรณต์ า่ ง ๆ ของรถจกั รยานยนต์ เปน็ ตน้ ดังนน้ั โรงเรียน
จึงพจิ ารณาอนญุ าตให้นกั เรยี นนารถจกั รยานยนต์มาโรงเรยี นไดเ้ ฉพาะผทู้ ่ีมคี วามจาเป็นจรงิ ๆ เทา่ นน้ั เชน่ บ้านอยไู่ กล
จากโรงเรยี นหรอื ไมม่ รี ถประจาทางจากบา้ นพกั มาโรงเรียนได้สะดวก รวดเรว็ หรอื ต้องเดนิ ทางไปฝกึ รด. ในวันทม่ี กี ารฝกึ เปน็
ตน้
เพื่อให้เกิดความถกู ตอ้ งและเหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรและเกิดความปลอดภยั ในรา่ งกายทรัพยส์ นิ ของ
ผใู้ ชร้ ถจกั รยานยนต์ และเพื่อความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยในการขบั ข่ีรถภายในโรงเรียน ดงั น้นั โรงเรียนจึงกาหนดแนวปฏิบตั ิ
สาหรับการนารถจกั รยานยนต์มาโรงเรยี นของนักเรยี น ดงั ตอ่ ไปนี้
ขอ้ 1. นักเรียนที่ประสงคจ์ ะนารถจักรยานยนตม์ าโรงเรียน ต้องทาเร่ืองขออนญุ าตกับทางโรงเรียนท่ีงานกิจการนักเรียน
และให้ผ้ปู กครองมารับรองการขออนญุ าตนารถจกั รยานยนตม์ าโรงเรียนต่อหนา้ ผู้อนญุ าต
ข้อ 2. ตอ้ งมีใบอนญุ าตขบั ขี่ หรือใบอนญุ าตผา่ นการอบรมการจราจรจากเจา้ หนา้ ทีต่ ารวจ
ข้อ 3. สภาพรถจกั รยานยนต์ทจ่ี ะนามาโรงเรยี นต้องอยูใ่ นสภาพท่เี รยี บร้อย ปลอดภยั ถกู ต้องตามกฎหมาย เชน่ มี
ปา้ ยทะเบยี น ป้ายวงกลม กระจกส่องหลัง ไฟเลีย้ ว ท่อไอเสยี ไม่เสยี งดงั เปน็ ต้น
ข้อ 4. รถจกั รยานยนตท์ ี่จะนามาโรงเรยี น ต้องผา่ นการตรวจสอบสภาพรถในขอ้ 3 ให้ถูกต้อง เมอื่ ผา่ นการตรวจสอบ
สภาพรถแล้ว โรงเรยี นจะออกเครอ่ื งหมายอนุญาตใหน้ ารถจักรยานยนตม์ าโรงเรยี นได้ (สต๊ิกเกอร)์ โดยให้ติดเครื่องหมาย
อนุญาตไวด้ า้ นหน้ารถใหช้ ดั เจน
ข้อ 5. การขับข่ภี ายในโรงเรียนต้องปฏบิ ัติตามระเบยี บขอ้ กาหนดของทางโรงเรยี นอย่างเครง่ ครัด เช่น ใช้ ความเร็วไมเ่ กิน
20 กม./ช.ม. ถนนรอบอาคาร 1 ใหร้ ถว่งิ ทางเดียว (วันเวย)์ ตามเขม็ นาฬกิ าในช่วงเวลา 07.00 น. – 17.00 น. ในวันทมี่ กี ารเรยี นการสอน
ข้อ 6. เมอื่ นารถจักรยานยนตม์ าโรงเรยี น ต้องนาไปจอดไว้ในท่โี รงเรียนกาหนดและลอ็ คกญุ แจใหเ้ รยี บรอ้ ย ผ้ทู ีน่ ารถ
จักยานยนตไ์ ปจอดตามบ้านหรือวดั รอบ ๆ โรงเรยี น ถือว่าเป็นเจตนาประพฤตผิ ดิ กฎระเบียบของโรงเรยี น เป็นการรบกวนหรอื
สรา้ งความเดอื ดร้อนให้แก่บุคคลอน่ื ในระหวา่ งทม่ี กี ารเรียนการสอนทางโรงเรียนไม่อนุญาตใหน้ ารถออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น
จนกว่าจะถงึ เวลาเลิกเรยี นเวน้ แตก่ รณีทีม่ คี วามจาเป็น เช่น ต้องกลบั บ้านกรณเี จ็บปว่ ยหรอื ต้องไปเรียนวิชาต่าง ๆ ท้งั สน้ิ จาก
โรงเรยี น
ข้อ 7. การนารถจักรยานยนตม์ าโรงเรียน ถ้าหากเกดิ การสญู หายหรือชารดุ ผู้ปกครองและนักเรยี นจะ ไมเ่ รยี ก
ค่าเสยี หายใด ๆ จากโรงเรียน
ขอ้ 8. หากมีความจาเป็นท่ีจะตอ้ งนารถจกั รยานยนตม์ าโรงเรียน แตข่ าดคณุ สมบัตติ ามข้อ 2 – 4 ทางโรงเรียนจะ
พจิ ารณาเปน็ ราย ๆ ไป
ข้อ 9. ผทู้ ีไ่ มป่ ฏบิ ัติตามแนวปฏบิ ตั นิ ี้ อาจถกู ลงโทษตามเหตุอนั สมควร หรืออาจจะไมอ่ นญุ าตใหน้ ารถจักรยานยนต์
มาโรงเรียนอกี ต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 29 มีนาคม 2562
(นายอดุลย์ นนั ทบ์ ัญชา)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นสามัคควี ทิ ยาคม