The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวิเคราะห์หลักสูตรชีววิทยา ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Min NU, 2022-09-08 05:06:51

การวิเคราะห์หลักสูตรชีววิทยา ม.4

การวิเคราะห์หลักสูตรชีววิทยา ม.4

การวิเคราะห์หลกัสตูรรายวิชาชีววทิยา

สําหรับการสอนนกัเรียนระดับชันมัธยมศึกษาปที4

โดยนางสาวมนิตรากระเปาทอง

โรงเรียนเบญจมราชาลยั ในพระบรมราชปูถัมภ์

สำนกังานเขตพนื้ท่ีการศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครเขต1
สำนกังานคณะกรรมการการศกึษาขนั้พ้ืนฐาน

การวิเคราะหห์ ลักสูตร

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 (ภาคเรียนท่ี 1)

สาระชวี วิทยา
1. เขา้ ใจธรรมชาตขิ องสิ่งมีชวี ติ การศึกษาทางชวี วิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารที่เป็นองคป์ ระกอบของสงิ่ มีชวี ิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลลข์ อง
สิง่ มีชวี ติ กลอ้ งจลุ ทรรศน์ โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของเซลล์ การลำเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์ การแบ่งเซลล์ และการหายใจระดับเซลล์
ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายและสรปุ สมบตั ทิ ่ีสำคญั ของสง่ิ มีชวี ิต และความสมั พนั ธข์ องการจัดระบบในสิ่งมชี วี ิตที่ทำใหส้ ่ิงมีชวี ติ ดำรงชีวติ อยไู่ ด้

การวิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างหรือใช้ ดา้ นความรู้
1. สมบตั ทิ ส่ี ำคัญของสงิ่ มชี ีวิต ตัวอย่างจริงของส่ิงตา่ งๆ ท้งั มชี วี ติ และไมม่ ชี ีวติ เชน่ สมบัตทิ ส่ี ำคญั ของส่ิงมชี ีวติ และการจดั ระบบใน
2. ความสมั พันธ์ของการจดั ระบบในสิ่งมชี ีวติ ปลายยอดพืชมีการตอบสนองเขา้ หาแสง ไฮดรา มกี าร
แตกหน่อ เป็นต้น แลว้ รว่ มกนั วเิ คราะหว์ า่ เพราะเหตุใด สง่ิ มีชีวติ จากการสบื ค้นข้อมลู การอภิปรายรว่ มกัน
ด้านทักษะ จึงจดั สิง่ เหล่านนั้ เปน็ สง่ิ มชี วี ิตหรอื ส่ิงไม่มชี ีวิต การทำแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. ให้นกั เรียนสืบค้นข้อมลู อภปิ รายร่วมกันและนำเสนอ ด้านทกั ษะ
สมบัตสิ ำคญั ของ ส่ิงมีชวี ติ ที่ทำใหส้ งิ่ มีชวี ติ ดำรงชวี ติ อยไู่ ด้
การลงความเห็นจากขอ้ มลู 3. อภิปรายรว่ มกันเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสรปุ ได้ว่าส่ิงมีชีวิตทุก การลงความเหน็ ข้อมลู การสื่อสารสารสนเทศและ
ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ชนดิ มลี ักษณะจำเพาะ ตอ้ งการสารอาหารและพลังงาน การรเู้ ท่าทันสือ่ จากการนำเสนอและการอภิปราย
มีการเจรญิ เตบิ โต การตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า การรักษาดลุ ย ร่วมกนั
การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สือ่ ภาพของร่างกาย การสืบพนั ธกุ์ ารปรบั ตัวทางวิวัฒนาการ ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์
ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์ และการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบตา่ งๆ
4. อธิบายเพิม่ เติมเก่ยี วกบั การจัดระบบในพชื และสัตว์ท่ี ความใจกวา้ งจากการสังเกตพฤตกิ รรมในการ
ความใจกวา้ ง เรมิ่ จากหนว่ ยเล็ก ไปหน่วยใหญ่ อภปิ รายรว่ มกนั
5. รว่ มกนั สรุปเกย่ี วกบั ความสมั พนั ธข์ องการจดั ระบบใน
สิง่ มีชีวิตวา่ สงิ่ มีชีวิต มกี ารจัดระบบ จากเซลล์เนอื้ เยอ่ื
อวัยวะ ระบบอวยั วะ และสิง่ มีชวี ิตตามลำดับ

ผลการเรียนรู้ 2. อภปิ รายและบอกความสำคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธร์ ะหว่างปัญหา สมมตฐิ านและวิธกี ารตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทั้ง
ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1. นำเข้าสู่บทเรยี นโดยให้นักเรยี นศึกษาวีดิทัศน์ ดา้ นความรู้
1. การบอกความสำคัญของการระบปุ ัญหา
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างปญั หา สมมตฐิ าน และ หรือชดุ สาธติ การทดลอง ทางชวี วทิ ยาทีน่ า่ สนใจ 1. การต้งั ปัญหา ความสมั พันธ์ระหว่าง
วิธีการตรวจสอบสมมตฐิ าน
เชน่ การสลายน้ำตาลของยสี ต์ 2 ชดุ ปัญหา สมมติฐาน และวิธกี ารตรวจสอบ
2. การออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบ
สมมติฐาน 2. ใหน้ กั เรียนฝึกการสังเกตและตั้งคำถาม จากการ สมมตฐิ านจากแบบฝึกหดั หรอื แบบทดสอบ
ดา้ นทกั ษะ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทดลองท่ีใหป้ ัจจัย บางประการแตกตา่ งกนั เช่น 2. การออกแบบการทดลอง และทกั ษะการ

1. การสงั เกต ปริมาณยีสต์ความเข้มข้นของสารละลาย น้ำตาล สื่อสาร จากการอภปิ รายร่วมกันและการ
2. การวดั
3. การจำแนกประเภท ทำใหช้ ุดหน่งึ สามารถผลติ ได้ปริมาณมาก สว่ นอีก นำเสนอข้อมูล
4. การจัดกระทำและส่อื ความหมายข้อมลู
5. การลงความเห็นจากข้อมูล ชุดสามารถผลติ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไดใ้ น ดา้ นทักษะ
6. การตง้ั สมมติฐาน
7. การกำหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร ปริมาณท่ีน้อยกว่า ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์การคิด
8. การกำหนดและควบคมุ ตวั แปร
3. อภปิ รายรว่ มกันโดยเปรียบเทียบคำถามทีต่ ้ังขน้ึ อยา่ ง มีวิจารณญาณและการแกป้ ญั หาจากการ

เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกิดแนวคิดว่าการสังเกตเปน็ ทักษะ สาธิต การทดลองและการออกแบบการ

สำคัญที่นำไปสกู่ ารคน้ พบปญั หาและสามารถระบุ ทดลอง

ปัญหาทดี่ แี ละเหมาะสมได้ ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์

4. ใชว้ ีดีทัศน์หรอื ชุดสาธติ การทดลองในข้อ 1. ความอยากร้อู ยากเหน็ ความมงุ่ มั่นอดทน

รวมทง้ั ขอ้ มูลเพิ่มเตมิ ท่ีรวบรวมได้เพื่อฝึกให้ จากการ สงั เกตพฤตกิ รรมในการต้ังคำถาม

นักเรียนตัง้ สมมติฐาน ให้เขา้ ใจความหมายของ และการออกแบบ การทดลอง

สมมตฐิ านและต้ังสมมตฐิ านไดส้ อดคลอ้ งกับปัญหา

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

9. การทดลอง (ขน้ั ออกแบบการทดลอง) และข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ ซึง่ นำไปสกู่ ารออกแบบการ
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ทดลอง
5. ใชต้ ัวอย่างสถานการณ์หรอื ตัวอย่างการออกแบบการ
1. การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ญั หา ทดลองตา่ ง ๆ ทม่ี ี การควบคมุ ตัวแปร เพอื่ ใหน้ ักเรียน
2. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอ่ื รว่ มกนั วเิ คราะหส์ รปุ ความสมั พันธ์ ระหวา่ งปัญหา
ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์ สมมติฐาน และวิธีการตรวจสอบสมมติฐาน
1. ความอยากรู้อยากเห็น 6. ให้นักเรยี นรว่ มกันวเิ คราะหต์ ัวอยา่ งขอ้ มูลของผลการ
2. ความม่งุ ม่นั อดทน ทดลองตา่ ง ๆ ทีม่ ี การควบคมุ ตวั แปร ซึง่ ครูได้จดั เตรยี ม
ไวเ้ พ่ืออภิปรายเกย่ี วกบั วิธีการ รวบรวมข้อมูล วธิ ีการ
บันทึกผลการทดลอง ความนา่ เชือ่ ถอื ของขอ้ มลู การ
วเิ คราะหแ์ ละลงความเห็นจากข้อมลู การใชห้ ลกั ฐานใน
การสนบั สนนุ ขอ้ สรุปทไี่ ดจ้ ากการทดลอง
7. ใหน้ กั เรียนเลือกประเด็นหรือสถานการณ์จริงที่สนใจ
เพอื่ ฝกึ การสังเกตการต้ังคำถาม ระบุปัญหาและ
สมมตฐิ าน นำไปสกู่ ารออกแบบการทดลอง เพอ่ื
ตรวจสอบสมมติฐาน และนำเสนอขอ้ มลู เพอื่ แลกเปลี่ยน
เรียนรู้
8. นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายสรุปความสำคัญของ
การระบปุ ญั หา ความสมั พันธร์ ะหวา่ งปญั หา สมมติฐาน
และวธิ กี ารตรวจสอบสมมตฐิ าน การออกแบบการทดลอง
เพือ่ ตรวจสอบสมมตฐิ าน

ผลการเรียนรู้ 3. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายเกี่ยวกับสมบตั ิของน้ำ และบอกความสำคัญของน้ำทม่ี ตี ่อสงิ่ มีชวี ติ และยกตวั อย่างธาตุต่าง ๆ ทม่ี ีความสำคัญตอ่
ร่างกายสง่ิ มชี วี ติ

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. ถามคำถามโดยใช้ภาพหรือวดี ที ศั น์สงิ่ มีชวี ติ ทมี่ ีการใช้ ด้านความรู้
1. สมบตั ขิ องน้ำและความสำคญั ของน้ำทม่ี ี ตอ่
สง่ิ มชี ีวติ สารเคมหี รือ มนุษย์ มกี ารสกดั เอาสารเคมจี ากพืช หรอื สมบตั ิของนำ้ และตัวอยา่ งธาตทุ ม่ี ีความสำคัญ ตอ่
2. ตัวอยา่ งธาตทุ มี่ คี วามสำคญั ในการเปน็
องค์ประกอบและการทำงานของเซลล์ ส่ิงมีชวี ิต สง่ิ มชี ีวิตตา่ ง ๆ มาใช้ประโยชน์ เพอ่ื เชอ่ื มโยงใหเ้ หน็ รา่ งกายของสิง่ มชี วี ติ จากการสืบคน้ ขอ้ มูลและ การ
และระบบต่าง ๆ ของสงิ่ มชี ีวิต
ความสัมพนั ธข์ องสารเคมีกับส่ิงมชี วี ิต และใชค้ ำถาม เพ่อื ทำแบบทดสอบ
ด้านทกั ษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เชือ่ มโยงวา่ ธาตุและสารประกอบเปน็ องค์ประกอบของ ดา้ นทักษะ

1. การสงั เกต สิ่งมชี ีวิต 1. การสงั เกตและการลงความเหน็ จากข้อมลู จาก
2. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 2. อธบิ ายพร้อมยกตัวอยา่ งเกี่ยวกบั ธาตสุ ารประกอบ การ การ สังเกตและเปรียบเทยี บโครงสรา้ งทางเคมี
1. การสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอ่ื
2. ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ เกดิ สารประกอบ โดยพันธะเคมี 2. การส่อื สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั สือ่ จาก
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์ การใช้วิจารณญาณ
3. ใหค้ วามรู้เพม่ิ เติมเกย่ี วกับสมบตั ขิ องน้ำทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การ สบื ค้นข้อมลู การนำเสนอข้อมูล และการ

ส่งิ มชี ีวติ เชน่ การมขี วั้ (เปน็ ตวั ทำละลาย) สมบตั ใิ นการ อภิปราย ร่วมกนั

เก็บความร้อน และมีความจคุ วามรอ้ นสูง 3. ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ

4. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุม่ เพื่อรว่ มกันสืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติม จากการทำกิจกรรมกลุ่ม

นำเสนอ และอภิปราย เก่ียวกับความสำคญั ของนำ้ ท่ีมตี อ่ ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์

สิ่งมีชวี ติ และ ความสำคญั ของธาตุชนดิ ตา่ ง ๆ ที่มผี ลต่อ การใช้วจิ ารณญาณ จากการสบื ค้นขอ้ มลู การ

สิ่งมีชีวิต อธบิ าย การตอบคำถาม และการอภปิ รายรว่ มกัน

5. รว่ มกันสรปุ เกย่ี วกับสมบัตขิ องนำ้ รวมทัง้ ความสำคญั

ของน้ำและธาตุต่าง ๆ ท่ีมผี ลตอ่ การทำงานของเซลล์

สง่ิ มชี วี ติ และระบบต่าง ๆ ของพชื สัตว์ และมนุษย์

ผลการเรยี นรู้ 4. สืบค้นขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างของคารโ์ บไฮเดรต ระบุกลุ่มของคาร์โบไฮเดรต รวมท้ังความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตที่มีต่อสิง่ มีชีวิต

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. ใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรยี นเพอื่ ให้นกั เรียนยกตวั อยา่ ง ด้านความรู้
1. โครงสรา้ งของคาร์โบไฮเดรต
2. ตัวอยา่ งมอโนแซก็ คาไรด์ไดแซก็ คาไรด์และ พอลิ สารประกอบคารบ์ อน ทพ่ี บในสง่ิ มีชีวติ 1. ตวั อยา่ งกลมุ่ คาร์โบไฮเดรตทพ่ี บในธรรมชาติ

แซก็ คาไรด์ 2. อธิบายเกีย่ วกบั หมู่ฟงั กช์ นั ท่ีพบในสารประกอบ และ ความสำคญั ของคาร์โบไฮเดรตทมี่ ตี ่อสิง่ มชี วี ติ
3. ความสำคญั ของคารโ์ บไฮเดรตในการเปน็ แหล่ง
คาร์บอนเพือ่ เช่อื มโยง เขา้ สู่สารประกอบคารบ์ อน เช่น จากการสบื ค้นขอ้ มูลและการอภิปรายรว่ มกัน
พลงั งานและเปน็ โครงสร้างของเซลล์
ด้านทักษะ คาร์โบไฮเดรต โปรตนี ลิพดิ 2. โครงสร้าง และความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตท่ี
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. ให้นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมลู และยกตัวอย่างคาร์โบไฮเดรตที่ มีต่อ ส่งิ มีชวี ติ จากการทำแบบทดสอบ
1. การสังเกต
2. การทดลอง พบในธรรมชาติ รวมทัง้ ความสำคญั ของคาร์โบไฮเดรตท่มี ี ด้านทักษะ
3. การตีความหมายขอ้ มลู และการลงข้อสรปุ
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ต่อสิ่งมีชีวติ นำเสนอข้อมูลและ อภิปรายรว่ มกนั 1. การสังเกต การทดลอง การตคี วามหมายขอ้ มลู
1. การส่อื สารสารสนเทศและการรู้เท่าทนั สื่อ
2. ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ 4. อธิบายเกี่ยวกับสตู รโมเลกลุ ท่ัวไป โครงสรา้ ง และกลมุ่ และ การลงข้อสรุป จากการอธิบาย การทำกจิ กรรม
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
1. การใชว้ ิจารณญาณ ย่อยของคาร์โบไฮเดรต ที่แบง่ ตามขนาดโมเลกลุ เช่น และ การอภปิ รายร่วมกัน
2. ความซอ่ื สัตย์
3. ความม่งุ มน่ั อดทน มอโนแซก็ คาไรด์ ไดแซก็ คาไรด์ และ พอลิแซก็ คาไรด์ 2. การส่ือสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสือ่ จาก
4. ความรอบคอบ
5. ร่วมกนั สรปุ เก่ียวกับโครงสรา้ ง กลุ่มของคารโ์ บไฮเดรต การ สบื คน้ ข้อมลู และการนำเสนอขอ้ มูล

และความสำคญั ของคารโ์ บไฮเดรตทีม่ ีต่อสง่ิ มีชีวิต 3. ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ

จากการทำกิจกรรมกลุม่

ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์

1. การใช้วิจารณญาณ และความรอบคอบ จาก

การ สบื คน้ ขอ้ มลู และการอภิปรายรว่ มกนั

2. ความซ่อื สัตย์ และความมุง่ มนั่ อดทน จากการ

ทำกจิ กรรมกลมุ่

ผลการเรยี นรู้ 5. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสรา้ งของโปรตนี และความสำคัญของโปรตนี ท่มี ีต่อสิ่งมีชีวิต

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. ใช้ภาพโครงสรา้ งทางเคมีของกรดอะมโิ น และใช้ ด้านความรู้
1. โครงสร้างของโปรตนี
2. ความสำคญั ของโปรตนี ในการเป็นโครงสรา้ ง และ คำถามเพือ่ ใหน้ ักเรยี น เปรียบเทียบโครงสร้างทางเคมีของ 1. ความสมั พนั ธ์ของกรดอะมโิ น การเกิดพอลเิ พป

ควบคมุ การทำงานของเซลล์ ด้านทักษะ ทกั ษะ กรดอะมโิ นตา่ งชนดิ กัน ไทด์ และโปรตนี จากการเขยี นแผนภาพ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การลงความเหน็ จาก
ข้อมลู 2. รว่ มกนั อภิปรายเพื่อให้นักเรียนสรปุ ได้ว่ากรดอะมโิ น 2. โครงสร้าง และความสำคัญของโปรตีนทีม่ ตี อ่
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
ทกุ ชนิด มีหม่อู ะมิโน และหมูค่ ารบ์ อกซลิ เป็นหมู่ฟงั กช์ ัน สง่ิ มีชวี ติ จากการทำแบบทดสอบ
1. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เท่าทนั สือ่
2. ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ แตจ่ ะมคี วามแตกต่างกันไปตาม side chain (R group) ดา้ นทักษะ
ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์
1. การใชว้ จิ ารณญาณ ในกรดอะมโิ นแตล่ ะชนิด 1. การสงั เกตและการลงความเห็นจากขอ้ มูล จาก
2. ความรอบคอบ
3. อธิบายเกีย่ วกับ การเกิดพอลิเพปไทด์โครงสร้างและ การ สังเกตและเปรียบเทยี บภาพโครงสรา้ งทางเคมี

ความสำคญั ของ โปรตีนทม่ี ตี ่อสง่ิ มชี วี ติ 2. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้เท่าทันสื่อ

4. ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับโครงสรา้ งของโปรตีน โดยให้ ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำจาก

นกั เรียนเขียนเปน็ แผนภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของ การสบื ค้น ข้อมลู และการนำเสนอข้อมูล

กรดอะมโิ น การเกดิ พอลิเพปไทดแ์ ละ โปรตีน รวมท้ัง 3. ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ

ความสำคญั ของโปรตีนทม่ี ตี อ่ ส่ิงมชี ีวติ จากการ ทำกิจกรรมกลมุ่

ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์

การใช้วิจารณญาณ และความรอบคอบ จากการ

สังเกตพฤตกิ รรมในการสบื คน้ ขอ้ มูล และการ

อภิปรายรว่ มกัน

ผลการเรียนรู้ 6. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างของลพิ ดิ และความสำคัญของลิพิดท่ีมตี ่อสิ่งมีชวี ิต

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. ใชค้ ำถามเพอื่ ให้นกั เรยี นยกตัวอยา่ งลพิ ิดชนิดต่าง ๆ ที่ ด้านความรู้
1. ตัวอย่างลพิ ิดกลมุ่ สำคญั ทีพ่ บในส่ิงมชี ีวิต เช่น กรด นักเรยี นรจู้ กั หรือ เก่ียวข้องกบั ชวี ิตประจำวนั 1. ตัวอย่างของลิพิดเชน่ กรดไขมนั ไตรกลเี ซอไรด์
2. นักเรียนแบง่ กลุม่ เพอ่ื สืบค้นขอ้ มลู นำเสนอ และ ฟอสโฟลิพิด สเตอรอยดจ์ ากแบบฝกึ หัดหรือแบบ
ไขมัน ไตรกลเี ซอไรด์ฟอสโฟลพิ ิด สเตอรอยดเ์ ปน็ ต้น อภปิ รายเกยี่ วกบั ตัวอยา่ ง ของลพิ ิดท่พี บในส่งิ มีชีวิต ทดสอบ
2. ความสำคญั ของลิพดิ ในการเป็นแหล่งพลงั งาน พร้อมทั้งความสำคญั ของลิพดิ ท่มี ตี อ่ ส่ิงมชี วี ิต 2. ความสำคญั ของลพิ ดิ ทมี่ ตี ่อสงิ่ มชี วี ิตจาก
3. นักเรยี นร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั ลพิ ิดกลมุ่ ตา่ ง ๆ ทีพ่ บใน แบบฝกึ หดั หรอื แบบทดสอบ
รักษาดลุ ยภาพของน้ำและอณุ หภมู ิป้องกนั อวยั วะใน สิ่งมีชวี ิต และความ สำคญั ของลพิ ดิ ทมี่ ตี อ่ ส่งิ มชี ีวติ ด้านทักษะ
รา่ งกาย 1. การสงั เกต การลงความเห็นจากข้อมลู จากการ
ดา้ นทักษะ อธบิ ายและอภิปรายรว่ มกนั
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2. การส่ือสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันสื่อ จาก
การ สบื คน้ ขอ้ มลู และการนำเสนอข้อมูล
1. การสังเกต 3. ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ ำ
2. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู จากการทำกจิ กรรมกลมุ่
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ด้านจติ วิทยาศาสตร์ การใชว้ จิ ารณญาณ จากการ
1. การส่ือสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื สงั เกตพฤตกิ รรมในการ สืบคน้ ข้อมลู การนำเสนอ
2. ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ และการแลกเปลี่ยนข้อมลู ร่วมกัน
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ การใชว้ จิ ารณญาณ

ผลการเรียนรู้ 7. อธบิ ายโครงสรา้ งของกรดนิวคลิอิก ระบชุ นดิ ของกรดนวิ คลิอิกและความสำคญั ของกรดนิวคลอิ ิกท่มี ีต่อสิง่ มชี วี ิต

การวิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้
1. นำเข้าสู่บทเรยี นโดยใช้แบบจำลองหรอื วดี ีทัศน์ ด้านความรู้
1. โครงสร้างของกรดนวิ คลิอกิ และนวิ คลีโอ
ไทด์ แสดงโครงสรา้ งของ DNA และใช้คำถามเกีย่ วกับ 1. โครงสร้างของกรดนวิ คลิอิกชนิดต่าง ๆ

2. ความสำคญั ของกรดนิวคลอิ กิ ในการเกบ็ ลกั ษณะของ DNA และความ สำคัญของกรดนวิ คลอิ ิกทม่ี ีต่อ
และ ถ่ายทอดข้อมูลทางพนั ธกุ รรม
ดา้ นทกั ษะ 2. บรรยายเกย่ี วกับชนิดและโครงสรา้ งทางเคมี ส่งิ มชี ีวิต จากการ ทำแบบฝึกหดั หรือ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ของนิวคลโี อไทด์ซง่ึ เปน็ หนว่ ยย่อยของ DNA และ แบบทดสอบ
1. การสังเกต
2. การลงความเหน็ จากข้อมลู RNA รวมทั้งความสมั พันธร์ ะหวา่ งชนดิ ของ 2. ความสำคัญของ DNA และ RNA ทมี่ ตี ่อ
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
การสื่อสารสารสนเทศและการรูเ้ ท่าทันสื่อ นวิ คลโี อไทด์พอลินิวคลีโอไทด์และกรดนวิ คลิอิก สงิ่ มชี ีวติ จากการสบื คน้ ข้อมูลและการตอบ
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ การใช้วิจารณญาณ
3. ให้นกั เรียนรว่ มกนั สบื ค้นข้อมลู เก่ยี วกับ คำถาม

ความสำคัญของ DNA และ RNA ท่มี ตี อ่ ส่ิงมชี ีวติ ดา้ นทกั ษะ

4. อภิปรายรว่ มกนั และสรปุ เก่ยี วกบั โครงสร้างและ 1. การสงั เกต การลงความเหน็ จากข้อมลู

ความสำคัญของ กรดนิวคลอิ ิกทม่ี ีต่อส่งิ มีชวี ติ การตอบ คำถาม การอธบิ าย การอภิปรายและ

สรปุ ข้อมูล

2. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทัน

สื่อ จากการ สบื ค้นข้อมูลและการนำเสนอ

ขอ้ มลู

ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์ การใชว้ ิจารณญาณ จาก

การสืบคน้ ข้อมูล การนำเสนอข้อมลู และการ

อภิปรายรว่ มกัน

ผลการเรียนรู้ 8. สบื ค้นขอ้ มูลและอธบิ ายปฏิกริ ิยาเคมที ี่เกิดข้นึ ในสง่ิ มีชีวิต

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสู่บทเรยี นโดยใหน้ ักเรียนยกตวั อยา่ งปฏิกริ ยิ า ด้านความรู้
ปฏกิ ริ ยิ าคายพลังงานและปฏิกริ ิยาดดู พลงั งาน
เคมที ่ีนักเรยี นรู้จัก และ รว่ มกันอภปิ รายวา่ ปฏกิ ิรยิ าเคมี ปฏิกริ ยิ าเคมที เ่ี ปน็ ปฏกิ ิรยิ าดดู พลังงานและ
ในสิ่งมีชีวติ
ด้านทกั ษะ ใดบา้ งท่ีเกิดขึ้นไดใ้ นสิ่งมชี ีวติ ปฏกิ ริ ิยา เคมีทเี่ ป็นปฏกิ ิริยาคายพลงั งานท่ีเกิดขน้ึ ใน
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. บรรยายเกยี่ วกบั ปฏกิ ริ ยิ าดดู พลังงานและปฏกิ ริ ยิ าคาย สิ่งมชี วี ติ จากการสบื ค้นข้อมลู การอภปิ รายและ
1. การจำแนกประเภท
2. การลงความเห็นจากขอ้ มลู พลังงานทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเซลลส์ ง่ิ มชี วี ติ พร้อมยกตัวอยา่ ง การตอบ คำถามและแบบฝึกหัด
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
การส่อื สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันส่อื 3. ใหน้ กั เรียนเลือกนำเสนอปฏิกริ ยิ าเคมที ไ่ี ด้จากการ ด้านทักษะ
ด้านจติ วิทยาศาสตร์
1. ความอยากรอู้ ยากเหน็ สืบคน้ ในรปู แบบแผนภาพ แสดงสารต่าง ๆ รวมทั้ง การจำแนกประเภท และการลงความเหน็ จาก
2. ความสนใจในวิทยาศาสตร์
พลงั งานทเ่ี ก่ียวข้องกบั ปฏิกิรยิ าเคมี ข้อมลู และการสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันส่อื

4. รว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกบั ปฏิกริ ยิ าเคมีทเ่ี กดิ ขน้ึ ในเซลล์ จากการตอบคำถาม และการอภิปราย

สิ่งมชี วี ติ รวมทั้งรปู แบบ ของพลังงานทีห่ มนุ เวียนจาก ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์

อาหารท่สี ิง่ มีชวี ิตกินจนเซลล์นำไปใชใ้ น การสร้างพลงั งาน ความอยากรู้อยากเห็น ความสนใจในวทิ ยาศาสตร์

หรอื องค์ประกอบของส่ิงมีชีวติ จากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการทำกิจกรรม และการ

อภปิ รายร่วมกนั ความอยากรูอ้ ยากเห็น และความ

สนใจในวทิ ยาศาสตร์จากการตอบคำถาม

ผลการเรยี นรู้ 9. อธบิ ายการทำงานของเอนไซม์ในการเรง่ ปฏกิ ิริยาเคมีในส่งิ มีชวี ติ และระบุปจั จัยที่มผี ลต่อการทำงานของเอนไซม์

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเข้าส่บู ทเรยี นโดยสาธติ กิจกรรมปฏิกิริยาการสลาย ดา้ นความรู้
1. การทำงานของเอนไซม์ ไฮโดรเจนเปอร์ ออกไซดใ์ นเซลลส์ งิ่ มีชวี ติ และรว่ มกบั การทำงานของเอนไซม์และปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ การ
2. ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อการทำงานของเอนไซม์ นักเรียนอภิปรายเพื่อใหไ้ ด้ข้อสรุปวา่ เซลลม์ เี อนไซมท์ ำ
หนา้ ท่เี รง่ การเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมภี ายในเซลล์ ทำงานของเอนไซม์จากการตอบคำถาม การทำกจิ กรรม
ดา้ นทกั ษะ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2. บรรยายเก่ียวกับการทำงานของเอนไซม์ในการเร่ง กลมุ่ ในการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง รายงานผลการ
1. การสังเกต ปฏิกิรยิ าเคมใี นสิง่ มชี วี ติ ทดลอง และอภปิ รายผลการทดลอง ดา้ นทกั ษะ
2. การวัด 3. ให้นกั เรยี นเขยี นแผนภาพแสดงความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
3. การหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกับเวลา สารต้งั ตน้ เอนไซม์ และสารผลติ ภณั ฑเ์ พอ่ื อธบิ ายกลไก 1. การสังเกต การวดั การหาความสัมพันธข์ องสเปซ
4. การจดั กระทำขอ้ มลู และสอ่ื ความหมาย ของ การทำงานของเอนไซม์ กับเวลา การจดั กระทำข้อมลู และสอื่ ความหมายขอ้ มลู
4. ให้นกั เรยี นสบื ค้นขอ้ มลู แบง่ กลุม่ เพือ่ ทำกจิ กรรม และ การลงความเหน็ ข้อมูล การต้งั สมมติฐาน การกำหนด
ข้อมูล รว่ มกันอภปิ ราย เพื่อสรุปเก่ียวกับปัจจยั ทม่ี ผี ลตอ่ การ นิยามเชงิ ปฏิบตั ิการ การกำหนดและควบคมุ ตวั แปร
5. การลงความเห็นจากข้อมลู ทำงานของเอนไซม์ การทดลอง การตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรุป และ
6. การตัง้ สมมติฐาน ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำจากการ
7. การกำหนดนิยามเชงิ ปฏิบตั กิ าร ทำกิจกรรม
8. การกำหนดและควบคมุ ตัวแปร
9. การทดลอง 2. การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแก้ปญั หา จาก
10. การตีความหมายขอ้ มลู และลงขอ้ สรปุ การ ตอบคำถาม และการอภปิ ราย

ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 3. การสื่อสารสารสนเทศและการู้เท่าทันสอื่ จากการ
1. การสื่อสารสารสนเทศและการรูเ้ ทา่ ทันสอ่ื สืบคน้ ข้อมูล และการนำข้อมลู ด้านจิตวิทยาศาสตร์
2. การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและการแกป้ ญั หา การใชว้ ิจารณญาณ ความเช่อื ม่ันตอ่ หลักฐาน เชิง
3. ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู ำ ประจกั ษค์ วามใจกว้าง การยอมรบั ความเห็นตา่ ง ความ
ซ่ือสัตยค์ วามมุง่ ม่นั อดทน ความรอบคอบ และ วัตถวุ ิสยั
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ 1. การใชว้ จิ ารณญาณ จากการทำกิจกรรมและการมีสว่ นรว่ ม ในการเรยี นการ
2. ความเช่ือมนั่ ต่อหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ 3. ความใจ สอน โดยประเมินตามสภาพจรงิ ระหว่างเรียน
กว้าง 4. การยอมรับความเห็นต่าง 5. ความซอ่ื สัตย์
6. ความมงุ่ มัน่ อดทน 7. ความรอบคอบ 8. วตั ถวุ สิ ยั

ผลการเรยี นรู้ 10. บอกวธิ ีการและเตรียมตวั อย่างสิ่งมชี ีวติ เพอ่ื ศกึ ษาภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง วดั ขนาดโดยประมาณและวาดภาพท่ปี รากฏภายใต้
กลอ้ ง บอกวธิ ีการใช้และการดแู ลรกั ษากลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสงท่ีถูกต้อง

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้
ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยใช้คำถามทบทวน
1. สว่ นประกอบ และหน้าท่ขี องสว่ นประกอบ กล้อง
1. การเตรียมตวั อย่างท่ีถูกตอ้ งและเหมาะสม กบั เก่ยี วกับหลักการทำงานของ กล้อง จุลทรรศนใ์ ชแ้ สงจากการเรียนและการทำกจิ กรรม

ชนดิ ของสิง่ มีชวี ิตในการศึกษาสิง่ มีชีวิต ภายใตก้ ล้อง จุลทรรศน์ใชแ้ สง 2. วธิ ีการใชก้ ารดูแลรักษากล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงที่
ถกู ต้อง รวมถึงวธิ ีการเตรียมตัวอยา่ งสิง่ มชี ีวิต เพื่อศกึ ษา
จลุ ทรรศน์ใช้แสง 2. อธิบายเก่ียวกับหลักทั่วไปของวธิ ีการใช้ ภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์ใช้แสงจากการ ทำกิจกรรม

2. การใช้การเก็บรกั ษา และการดูแลกลอ้ ง การวัดขนาดโดยประมาณของ ตวั อยา่ ง 3. วธิ ีการวดั ขนาดโดยประมาณและวาดภาพตวั อย่าง
ส่งิ มีชีวติ ท่ีปรากฏภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงเชิง
จลุ ทรรศน์ใชแ้ สงใหใ้ ชง้ านได้นาน สง่ิ มีชีวิต การเกบ็ และการดแู ลรักษากล้อง ประกอบจากการทำกจิ กรรม
ดา้ นทกั ษะ
ดา้ นทกั ษะ จลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงท่ถี ูกต้อง
1. การสังเกต การวดั การจำแนกประเภท การใช้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ใชค้ ำถามเพอื่ ให้นกั เรียนวิเคราะห์ จำนวนและความรว่ มมือ การทำงานเป็นทีมและ ภาวะ
ผนู้ ำจากการทำกจิ กรรม
1. การสงั เกต เกย่ี วกบั การเลือกและการเตรียม ตวั อย่าง
2. การคิดอย่างมวี ิจารณญาณและการแก้ปัญหา จาก
2. การวดั สง่ิ มชี ีวติ ทีเ่ หมาะสมกับการศึกษาภายใต้ การเลอื กวธิ ีการเตรยี มตัวอยา่ งส่ิงมชี ีวิต

3. การจำแนกประเภท กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง แบบธรรมดาและ 3. การส่อื สารสารสนเทศและการรูเ้ ทา่ ทันสอื่ จาก
ภาพ วาดและคำบรรยายภาพตวั อยา่ งส่งิ มีชีวติ
4. การใช้จำนวน กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงแบบสเตอรโิ อ ด้านจิตวิทยาศาสตร์

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 4. ให้นักเรยี นสังเกต วัดขนาดโดยประมาณ ความอยากรู้อยากเห็น ความใจกว้าง ความซ่ือสตั ย์
และความมุง่ มน่ั อดทน จากการสังเกตพฤติกรรม ในการ
1. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการแก้ปัญหา และวาดภาพตวั อย่างสิง่ มีชีวิตท่ี ปรากฏ ทำกิจกรรม

2. การสอื่ สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทันส่อื ภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์ใช้แสงโดยใช้เลนส์

3. ความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ ใกล้วัตถุท่มี ีกำลงั ขยายต่าง ๆ

ด้านจิตวิทยาศาสตร์ 5. ร่วมกนั สรุปเกยี่ วกบั การเตรียมตัวอยา่ ง

1. ความอยากรู้อยากเหน็ 2. ความมงุ่ มน่ั อดทน สง่ิ มชี ีวติ การประมาณขนาด วธิ กี ารใชก้ าร

3. ความใจกว้าง 4. การยอมรับความเหน็ ตา่ ง เก็บ และการดแู ลรกั ษากล้องจลุ ทรรศนใ์ ช้

5. ความซ่ือสตั ย์ แสง

ผลการเรียนรู้ 11. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของสว่ นทีห่ ่อหุม้ เซลล์ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ ส่บู ทเรยี นโดยใช้แบบจำลองเซลลส์ ตั ว์และ ดา้ นความรู้
1. โครงสร้างและหน้าท่ีของเยือ่ หุ้มเซลล์
2. โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องผนงั เซลล์ เซลลพ์ ืช (อาจเปน็ หุน่ จำลองหรอื ภาพวาดทีเ่ กดิ จากภาพ โครงสร้างและหนา้ ที่ของสว่ นทหี่ ่อห้มุ เซลล์ของ

ดา้ นทักษะ ภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ ิเลก็ ตรอน) และใช้คำถามทบทวน เซลล์ พชื และเซลลส์ ตั ว์จากการอภิปรายรว่ มกันและ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ความรู้เกยี่ วกบั โครงสร้างของเซลล์สตั ว์และเซลลพ์ ืช การ ทำแบบฝกึ หดั
1. การสังเกต
2. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู 2. รว่ มกนั เปรยี บเทยี บโครงสรา้ งของสว่ นท่ีห่อหุ้มเซลล์ ด้านทกั ษะ
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
ของเซลลส์ ัตวแ์ ละ เซลล์พชื จากแบบจำลอง การสงั เกต การลงความเห็นจากขอ้ มูล จากการ
-
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์ 3. อธบิ ายเกี่ยวกบั โครงสรา้ ง สว่ นประกอบ และหนาท้ ่ี อภิปรายร่วมกันและการทำแบบฝกึ หดั

- ของเยอ่ื หุ้มเซลลแ์ ละ ผนังเซลล์โดยอาจใชแ้ บบจำลอง

หรือแอนเิ มชัน

4. รว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั โครงสร้างและหนา้ ทข่ี องส่วนที่

หอ่ หมุ้ เซลล์ของ เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว

ผลการเรียนรู้ 12. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบาย และระบุชนิด และหน้าทข่ี องออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของนิวเคลยี ส

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใช้คำถามเกยี่ วกับกจิ กรรมตา่ ง ๆ ดา้ นความรู้
1. ชนดิ โครงสรา้ งและหน้าทข่ี องออร์แกเนลล์
2. โครงสรา้ งและหน้าทขี่ องนวิ เคลยี ส ของเซลล์ซง่ึ เก่ยี วขอ้ ง กับการทำงานของนวิ เคลยี สและ 1. ชนดิ โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของออรแ์ กเนลลต์ า่ ง ๆ

ด้านทกั ษะ ออรแ์ กเนลล์ต่าง ๆ ทอี่ ยู่ภายในเซลล์ จากการสบื ค้นขอ้ มลู การอภิปรายรว่ มกันและการทำ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่มสืบคน้ ขอ้ มลู เพือ่ ระบชุ นิด แบบฝกึ หดั
การลงความเห็นจากขอ้ มลู
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 โครงสร้างและหนา้ ทขี่ องออร์แกเนลลท์ พ่ี บในเซลลพ์ ืช 2. โครงสร้างและหน้าท่ขี องนิวเคลยี สจากการอภปิ ราย

การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั ส่อื และเซลลส์ ัตว์ เช่น เอนโดพลาสมกิ เรตคิ ลู ัม ไรโบโซม ร่วมกนั และการทำแบบฝกึ หัด
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
กอลจิคอมเพล็กซไ์ ลโซโซม ไมโทคอนเดรยี แวคิวโอล ดา้ นทักษะ
1. การใช้วิจารณญาณ
2. ความใจกว้าง คลอโรพลาสตไ์ ซโทสเกเลตอน เปน็ ต้น การลงความเหน็ จากข้อมูล การสือ่ สารสารสนเทศ และ

3. ใหน้ กั เรียนนำเสนอและแลกเปล่ยี นขอ้ มูลกับนักเรยี น การร้เู ทา่ ทันสื่อ จากการสืบค้นขอ้ มลู และอภิปรายร่วมกัน

กลุ่มอ่ืน ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์

4. บรรยายเกี่ยวกับโครงสรา้ งและหน้าทขี่ องนิวเคลียส การใชว้ จิ ารณญาณ และความใจกว้าง จากการสังเกต

5. ร่วมกันสรุปเก่ียวกบั โครงสรา้ งและหน้าที่ของนิวเคลยี ส พฤติกรรมในการสบื คน้ ขอ้ มลู การนำเสนอและการสื่อสาร

ชนดิ โครงสรา้ ง และหน้าทอ่ี อรแ์ กเนลล์ทีพ่ บในเซลล์ เพอื่ แลกเปลย่ี นขอ้ มูล

ผลการเรยี นรู้ 14. อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ทำกจิ กรรม ด้านความรู้
1. การแพร่ออสโมซสิ และการแพร่แบบฟาซลิ เิ ทต เร่อื งการลำเลยี งสาร ผ่านเซลล์พืช เพ่อื ทบทวนความรู้ 1. การแพรแ่ บบฟาซลิ ิเทตและแอกทฟี ทรานสปอร์ต
2. แอกทีฟทรานสปอรต์ เก่ียวกับหลักการแพร่ และออสโมซสิ
2. ให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ ราย เพอ่ื สรุปหลักการแพรแ่ ละ จากการอภิปรายร่วมกัน และการทำแบบทดสอบ
ดา้ นทักษะ ออสโมซสิ 2. การเปรียบเทยี บการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 3. อธิบายเกี่ยวกบั หลักการการลำเลยี งสารเขา้ และออก
เซลล์ซ่ึงเก่ยี วขอ้ งกับ ความเข้มขน้ ขนาดและสมบตั ิของ ฟาซิลิเทต แอกทีฟทรานสปอร์ต จากการอภิปราย
1. การสงั เกต สาร รวมท้งั วิธกี ารลำเลยี งสารแบบตา่ ง ๆ ร่วมกนั
2. การจำแนกประเภท 4. อภิปรายร่วมกันเพอ่ื ให้นกั เรียนไดข้ อ้ สรปุ เก่ียวกับ ดา้ นทักษะ
3. การลงความเหน็ จากข้อมลู วธิ กี ารลำเลยี งสารแบบตา่ ง ๆ และสมบตั ขิ องสารที่
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สมั พันธก์ ับวธิ กี ารลำเลียง การสังเกต การจำแนกประเภท การลงความเหน็ จาก
1. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรูเ้ ท่าทนั ส่อื 5. รว่ มกันอภปิ รายเปรยี บเทียบการแพร่ ออสโมซสิ การ ข้อมูล การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั ส่ือการคดิ
2. การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการแก้ปญั หา แพรแ่ บบฟาซลิ ิเทต และแอกทีฟทรานสปอรต์ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแก้ปญั หา จากการอภปิ ราย
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ ร่วมกนั
1. ความอยากรอู้ ยากเหน็ ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
2. ความใจกว้าง
3. ความซอ่ื สัตย์ ความอยากร้อู ยากเห็น ความใจกว้าง ความซือ่ สัตย์
4. ความรอบคอบ ความรอบคอบ การใชว้ จิ ารณญาณ จากสงั เกต
5. การใช้วจิ ารณญาณ พฤตกิ รรมในการอภิปรายร่วมกัน

ผลการเรียนรู้ 15. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลลด์ ้วยกระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลำเลียงสาร
โมเลกุลใหญ่ เขา้ ส่เู ซลล์ดว้ ยระบวนการเอนโดโซโทซิส

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใชค้ ำถามจากภาพหรอื วดี ีทศั นเ์ พือ่ ดา้ นความรู้
1. กระบวนการเอกโซไซโทซสิ
2. กระบวนการเอนโดไซโทซสิ แสดงการลำเลียงสาร โมเลกลุ ใหญ่เขา้ สเู่ ซลลเ์ ช่น การกิน การลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญ่ออกจากเซลลด์ ้วย

ดา้ นทักษะ อาหารของอะมีบาหรอื พารามเี ซยี ม หรอื การกำจดั เช้ือ กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลียง สาร
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
โรคของเซลล์เม็ดเลอื ดขาว โมเลกลุ ใหญเ่ ขา้ สเู่ ซลลด์ ้วยกระบวนการ เอนโดไซโท
การจำแนกประเภท
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 2. อธบิ ายเก่ยี วกบั หลักการลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญเ่ ขา้ ซสิ จากการทำแผนภาพและแบบทดสอบ
การสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื
ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์ และออกจากเซลล์ ดา้ นทักษะ

ความอยากรู้อยากเหน็ 3. ให้นักเรียนสบื ค้นขอ้ มลู และนำเสนอซง่ึ อาจเปน็ การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สื่อ จากการ

รปู แบบของแผนภาพ พรอ้ มคำบรรยายของกระบวนการ สืบค้นข้อมูลและการอภปิ รายร่วมกนั

ลำเลียงสารโมเลกลุ ใหญเ่ ข้าและ ออกจากเซลลพ์ ร้อม ด้านจิตวิทยาศาสตร์

ยกตวั อย่างการเกดิ เอนโดไซโทซสิ โดยฟาโกไซโทซสิ ความอยากรู้อยากเห็น จากการสังเกตพฤติกรรม

พิโนไซโทซสิ และการนำสารเข้าสเู่ ซลลโ์ ดยอาศยั ตวั รบั ในการอภิปรายรว่ มกัน

รวมทง้ั เอกโซไซโทซสิ

4. ร่วมกนั สรปุ เกีย่ วกับกระบวนการเอกโซไซโทซสิ และ

กระบวนการ เอนโดไซโทซสิ

ผลการเรียนรู้ 16. สงั เกตการแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ จากตัวอย่างภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ พร้อมทั้งอธบิ ายและเปรยี บเทยี บการแบง่
นิวเคลียส แบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ สู่บทเรยี นโดยใชภ้ าพหรอื วดี ีทัศน์แสดงเซลล์ ด้านความรู้
1. วัฏจักรเซลล์
2. การแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ และการแบง่ ชนดิ ต่าง ๆ ท้ังเซลล์ ของสิง่ มชี วี ติ เซลลเ์ ดียว เซลล์พชื 1. วฏั จักรของเซลลจ์ ากการทำแผนภาพและ

นวิ เคลียสแบบไมโอซสิ เซลลส์ ตั ว์หรอื เซลลต์ า่ ง ๆ ในรา่ งกาย คนขณะทมี่ ีการแบง่ แบบทดสอบ
ด้านทักษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เซลลแ์ ละใช้คำถามเกี่ยวกับเหตผุ ลท่ีสงิ่ มชี วี ิตต้องมี การ 2. การเปรียบเทยี บการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิส

1. การสังเกต แบ่งเซลล์ และ แบบไมโอซสิ จากการทำกจิ กรรม การนำเสนอ
2. การจำแนกประเภท
3. การจดั กระทำและสือ่ ความหมายขอ้ มูล 2. อธบิ ายเกยี่ วกบั วัฏจกั รของเซลล์ในระยะอินเตอร์เฟส และ การทำแบบทดสอบ
4. การสร้างแบบจำลอง
5. การตคี วามหมายข้อมลู และลงขอ้ สรุป การแบง่ นิวเคลียส แบบไมโทซสิ ในระยะโพรเฟส เมทา ด้านทักษะ
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
1. การส่ือสารสารสนเทศและการร้เู ท่าทันส่อื เฟส แอนาเฟส และเทโลเฟสและ การแบง่ ไซโทพลาซึม 1. การสังเกต การจำแนกประเภท การ
2. การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและการแกป้ ญั หา
3. ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ 3. ร่วมกนั สรปุ วฏั จกั รของเซลลโ์ ดยอาจนำเสนอใน ตีความหมาย ข้อมลู และลงขอ้ สรปุ จากการทำ
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์
1. ความอยากรอู้ ยากเหน็ รปู แบบของแผนภาพ กจิ กรรมเพือ่ ศึกษา การแบ่งเซลลภ์ ายใต้กล้อง
2. ความมงุ่ มัน่ อดทน
3. ความเช่ือม่นั ตอ่ หลักฐานเชิงประจกั ษ์ 4. ใชค้ ำถามเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นคดิ วเิ คราะห์เกย่ี วกับการเลอื ก จุลทรรศน์

ตวั อย่างสง่ิ มีชีวิต เพื่อใช้ศึกษาการแบ่งนิวเคลยี สแบบไม 2. การจดั กระทำและส่อื ความหมายขอ้ มลู การ

โทซสิ ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ สรา้ ง แบบจำลอง และการส่ือสารสารสนเทศและการ

5. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุม่ ทำกจิ กรรม สังเกต และ รู้ เท่าทนั สื่อ การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและการ

บนั ทกึ ภาพ และนำเสนอการ แบ่งนวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ แกป้ ัญหา

ของปลายรากหอม ในระยะโพรเฟส เมทาเฟส แอนาเฟส 3. ความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ

และเทโลเฟส ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ จากการทำกิจกรรมและจากการนำเสนอ

6. ร่วมกนั สรปุ การแบง่ นิวเคลียสแบบไมโทซสิ ด้านจิตวิทยาศาสตร์

7. อธิบายเกี่ยวกบั การแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโอซสิ ในระยะ 1. ความมุ่งมนั่ อดทน จากการสงั เกตพฤตกิ รรมใน

โพรเฟส I เมทาเฟส I แอนาเฟส I เทโลเฟส I และ การ ทำกจิ กรรม

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ระยะโพรเฟส II เมทาเฟส II แอนาเฟส II เทโลเฟส II 2. ความอยากรอู้ ยากเห็น ความเชอื่ มน่ั ตอ่ หลกั ฐาน
8. ใชค้ ำถามเพื่อให้คดิ วเิ คราะห์เกยี่ วกับการเลือกตัวอยา่ ง เชงิ ประจกั ษก์ ารสงั เกตพฤติกรรมในการนำเสนอ และ
ส่งิ มีชีวิตเพื่อใช้ ศึกษาการแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโอซสิ ภาย รว่ มกนั สรปุ
ใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์
9. ให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่มทำกจิ กรรม สงั เกต และ
บันทึกภาพ การแบ่งนิวเคลยี ส แบบไมโอซสิ ของดอก
กุยชา่ ยหรือดอกหอมใหญ่ ในระยะตา่ ง ๆ
10. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มทำกจิ กรรมป้นั ดนิ น้ำมนั เพ่ือ
สรา้ งแบบจำลองก ารแบ่ง นิวเคลยี สแบบไมโอซสิ โดยครู
กำหนดจำนวนโครโมโซมเริ่มตน้ เทา่ กันแต่ มกี ารเกดิ ค
รอสซิงโอเวอรท์ ่แี ตกต่างกนั ในแตล่ ะกลมุ่ เพ่ือศึกษ าผล
ของการเกิดครอสซงิ โอเวอร์
11. ใหน้ ักเรียนนำเสนอผลทไ่ี ด้จากการทำกิจกรรมปัน้ ดิน
น้ำมัน และร่วมกนั สรปุ การแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโอซสิ
รวมทั้งเปรียบเทยี บการแบง่ นวิ เคลียส แบบไมโทซสิ และ
แบบไมโอซสิ

ผลการเรียนรู้ 17. อธบิ าย เปรียบเทียบ และสรุปข้นั ตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะท่มี อี อกซิเจนเพยี งพอและภาวะท่มี ีออกซิเจนไมเ่ พยี งพอ

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ ส่บู ทเรยี นโดยใช้ภาพหรอื วีดีทัศนแ์ สดงกิจกรรม ด้านความรู้
1. การหายใจระดบั เซลลใ์ นภาวะทม่ี อี อกซเิ จน
ของสงิ่ มีชีวิตเซลลเ์ ดยี ว พืช สตั วแ์ ละกิจกรรมของมนุษย์ 1. การเปรยี บเทียบการหายใจระดับเซลล์ในภาวะ
เพียงพอและภาวะทม่ี อี อกซเิ จนไมเ่ พียงพอ
2. ข้นั ตอนไกลโคลิซสิ วฏั จกั รเครบส์ และ และใชค้ ำถามกระตุ้นใหน้ ักเรยี นรว่ มกัน อภิปรายเกยี่ วกบั ทม่ี ี ออกซิเจนเพยี งพอและภาวะทม่ี ีออกซิเจนไม่

กระบวนการถ่ายทอดอเิ ลก็ ตรอน การนำพลังงานไปใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ ของสิ่งมีชวี ิต เพียงพอ จากแบบฝึกหดั หรอื แบบทดสอบ
3. กระบวนการหมกั แอลกอฮอล์และกระบวน การ
2. ใหค้ วามร้เู พิ่มเติมเพือ่ ใหน้ กั เรียนได้ขอ้ สรปุ ว่าเซลล์ 2. ข้ันตอนการหายใจระดบั เซลล์ในภาวะทีม่ ี
หมกั กรดแลกติก
ด้านทักษะ สลายสารอาหารดว้ ย ปฏกิ ริ ยิ าเคมหี ลายข้นั ตอน เพือ่ ให้ ออกซิเจน เพียงพอและภาวะทมี่ ีออกซเิ จนไมเ่ พียงพอ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ไดพ้ ลงั งานในรปู ที่เซลลส์ ามารถนำไป ใชไ้ ดเ้ ชน่ ATP จาก แบบฝกึ หดั หรอื แบบทดสอบ
การจำแนกประเภท
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 3. บรรยายเกีย่ วกบั ขั้นตอนของการหายใจระดับเซลลค์ ือ ดา้ นทักษะ

การสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั ส่ือ ไกลโคลซิ สิ วฏั จักร เครบสแ์ ละกระบวนการถา่ ยทอด 1. การจำแนกประเภท จากการตอบคำถาม การ
ด้านจิตวิทยาศาสตร์
อิเลก็ ตรอนเมอื่ เกดิ การสลายกลโู คส ในภาวะทม่ี ี อธบิ าย และการอภิปราย
ความอยากรอู้ ยากเหน็
ออกซิเจนเพียงพอ และสรุปถงึ ความสำคญั ของออกซิเจน 2. การสื่อสารสารสนเทศและการรูเ้ ทา่ ทันสอ่ื จาก

ต่อการหายใจระดบั เซลล์ในสิง่ มีชวี ติ ท่ดี ำรงชีวิตอย่ไู ด้ด้วย การสืบคน้ ขอ้ มลู และการนำเสนอขอ้ มูล

ออกซิเจน ในบรรยากาศ ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์

4. อธิบายเก่ียวกบั กระบวนการหมกั แอลกอฮอลแ์ ละ ความอยากรูอ้ ยากเหน็ จากการทำกจิ กรรมและ

กระบวนการหมกั กรด แลกตกิ ซึ่งเกิดภายในเซลล์ของ การอภปิ ราย

ส่งิ มชี ีวิตในภาวะทมี่ ีออกซิเจนไมเ่ พียงพอ

5. รว่ มกันสรปุ เปรียบเทยี บการหายใจระดบั เซลล์ในภาวะ

ทีม่ อี อกซิเจนเพยี งพอ และภาวะทม่ี อี อกซเิ จนไม่เพียงพอ

6. ใหค้ วามรู้เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั สง่ิ มชี วี ิตทด่ี ำรงชีวิตอยู่ได้ใน

ภาวะท่ไี มม่ ี ออกซิเจน และอภปิ รายร่วมกันในประเด็น

การหายใจระดับเซลล์ของ ส่ิงมีชีวิตทด่ี ำรงชีวิตในภาวะท่ี

ไมม่ อี อกซเิ จน

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 (ภาคเรยี นท่ี 2)

สาระชีววทิ ยา

4. เข้าใจการย่อยอาหารของสตั ว์และมนุษย์ รวมท้ังการหายใจและการแลกเปล่ยี นแก๊ส การลำ เลยี งสารและการหมุนเวียนเลอื ด ภูมคิ ุ้มกนั ของ
รา่ งกาย การขับถา่ ย การรับรู้และการตอบสนอง การเคล่ือนท่ี การสบื พันธแุ์ ละการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนกับการรักษาดลุ ยภาพ และพฤติกรรมสัตว์ รวมท้งั การ
นำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้ 1. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบเกี่ยวกับโครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของสตั ว์ที่ไม่มีทางเดนิ อาหาร สัตวท์ มี่ ีทางเดินอาหาร
แบบไมส่ มบรู ณ์และสตั ว์ทมี่ ที างเดนิ อาหารแบบสมบูรณ์

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ สู่บทเรยี นโดยให้นกั เรยี นศึกษาภาพขนมปงั ที่มีราขน้ึ ดา้ นความรู้
โครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของ สัตว์ท่ไี ม่
พรอ้ มทั้งต้งั คำถามเพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั การย่อยอาหารของรา เพ่ือ โครงสร้างและกระบวนการยอ่ ยอาหารของสตั ว์
มที างเดนิ อาหาร สัตวท์ ี่มีทางเดนิ อาหารแบบไม่
สมบรู ณแ์ ละสตั วท์ ี่มีทางเดิน อาหารแบบสมบูรณ์ เชื่อมโยงเขา้ สเู่ รอื่ งการ ย่อยอาหารภายนอกและภายในเซลล์ ทไี่ ม่มีทางเดนิ อาหาร สตั ว์ท่ีมที างเดนิ อาหารแบบ
ด้านทกั ษะ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2. บรรยายเกย่ี วกับการย่อยอาหารภายนอกและภายในเซลล์แลว้ ให้ ไมส่ มบูรณ์และสตั ว์ที่มที างเดินอาหารแบบสมบรู ณ์

1. การสังเกต นักเรียน ทำกิจกรรมหรอื ศึกษา จากวดี ิทศั นเ์ พอ่ื สังเกตการกิน จากการอภปิ รายรว่ มกัน และการทำแบบทดสอบ
2. การจำแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากข้อมลู อาหารของพารามีเซียม ดา้ นทกั ษะ
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
การสอ่ื สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันสื่อ 3. ร่วมกนั อภปิ รายเพื่อให้นกั เรียนสรุปไดว้ ่าการย่อยอาหารของรามี 1. การสังเกต การจำแนกประเภท และการลง
ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์
ความเช่อื ม่นั ตอ่ หลักฐานเชิงประจกั ษ์ การปลอ่ ย เอนไซมอ์ อกมายอ่ ยอาหารภายนอกเซลลแ์ ละการยอ่ ย ความเหน็ จากข้อมลู จากการทำกจิ กรรมหรือ

อาหารของส่งิ มีชีวิต เซลลเ์ ดยี วเกดิ ภายในฟดู แวควิ โอลโดยอาศัย การศึกษาวีดีทัศน์ และการอภิปรายรว่ มกนั

เอนไซม์ในไลโซโซม 2. การสื่อสารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั สอื่

4. ให้นักเรยี นศกึ ษาตัวอย่างภาพของสัตวเ์ ชน่ ฟองน้ำ ไฮดรา พลา จากการ สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอ

นาเรยี ไส้เดอื นดนิ แมลง และปลา แลว้ สืบคน้ ขอ้ มลู เกีย่ วกับ ด้านจติ วิทยาศาสตร์

โครงสร้างและกระบวนการยอ่ ยอาหารของสตั วท์ ไ่ี ม่มีทางเดินอาหาร ความเช่ือม่นั ต่อหลักฐานเชิงประจกั ษ์จากการ

สตั ว์ ท่ีมีทางเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณแ์ ละสัตว์ท่ีมที างเดนิ อาหาร สังเกต พฤติกรรมในการทำกิจกรรมหรอื การศกึ ษา

แบบสมบรู ณ์ วดี ีทศั น์ และการอภิปรายร่วมกนั

ผลการเรียนรู้ 2. สังเกต อธบิ าย การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรีย

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใชค้ ำถามเพ่ือทบทวนความร้แู ละ ดา้ นความรู้
การกนิ อาหารของไฮดรา และพลานาเรีย ยกตวั อย่างสตั วท์ ี่มี ทางเดินอาหารแบบไมส่ มบรู ณ์และ การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรยี โดยการทำ
สตั ว์ท่ีมีทางเดินอาหารแบบสมบรู ณ์
ด้านทกั ษะ 2. ใหน้ กั เรียนทำกิจกรรมหรอื ศกึ ษาจากวดี ีทัศนเ์ พื่อ กจิ กรรมและแบบทดสอบ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สงั เกตการกินอาหาร ของไฮดรา และพลานาเรยี ดา้ นทกั ษะ
3. รว่ มกนั อภปิ รายผลท่ีได้จากการทำกจิ กรรมหรอื ศกึ ษา
1. การสังเกต จากวีดที ศั น์เพื่อให้ นกั เรยี นสรปุ ไดว้ ่า ไฮดราและ พลา การสงั เกต การจำแนกประเภท และการลงความเห็น
2. การจำแนกประเภท นาเรียเปน็ สตั วท์ มี่ ที างเดินอาหารแบบ ไมส่ มบรู ณจ์ ะกนิ จากข้อมลู ความร่วมมอื การทำงานเป็นทีมและ ภาวะผนู้ ำ
3. การลงความเหน็ จากขอ้ มลู อาหารและขับกากอาหารออกทางเดยี วกนั จากการทำกิจกรรม และการอภปิ รายร่วมกนั
ทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์
ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ ความเชือ่ มนั่ ตอ่ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษจ์ ากการสังเกต
ความเชือ่ มั่นต่อหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ พฤติกรรมในการอภิปรายรว่ มกัน

ผลการเรยี นรู้ 3. อธบิ ายเกี่ยวกบั โครงสร้าง หนา้ ที่และกระบวนการยอ่ ยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ สู่บทเรยี นโดยใชแ้ ผนภาพทางเดินอาหารของ ด้านความรู้
1. โครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบยอ่ ย
มนษุ ย์และใช้คำถาม เพื่อทบทวนความร้เู กี่ยวกับอวัยวะ โครงสร้าง หน้าทีข่ องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร
อาหารของมนษุ ย์
2. กระบวนการย่อยอาหารและการดดู ซมึ และหน้าที่ของทางเดนิ อาหารของมนุษย์ เพ่อื เช่อื มโยงเข้า ของมนษุ ย์กระบวนการยอ่ ยอาหารและการดดู ซึม

สารอาหารภายในระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ สู่เร่ืองการยอ่ ยเชงิ กลและการยอ่ ยเชงิ เคมี สารอาหารภายในระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์ จาก
ด้านทักษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2. ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมสำรวจอวัยวะภายในชอ่ งปาก การอภิปรายรว่ มกัน และการทำแบบทดสอบ

1. การสงั เกต และสรปุ เก่ียวกับ การทำงานของอวัยวะภายในช่องปากท่ี ดา้ นทักษะ
2. การจำแนกประเภท
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ใช้ในการยอ่ ยเชงิ กล การสงั เกต การจำแนกประเภท และความรว่ มมอื
ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ
ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์ 3. ใหน้ กั เรยี นสบื ค้นขอ้ มลู เรือ่ งน้ำลายและการทำงานของ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผ้นู ำ จากการทำกิจกรรม
1. ความอยากรอู้ ยากเห็น
2. ความเชอื่ ม่นั ตอ่ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ เอนไซมอ์ ะไมเลส ซง่ึ ช่วยในการยอ่ ยเชงิ เคมี ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์

4. อธิบายเกยี่ วกบั การกลนื อาหาร รวมท้ังอวัยวะที่ ความอยากรอู้ ยากเหน็ ความเชอื่ มั่นตอ่ หลกั ฐาน

เกี่ยวขอ้ งกับการกลืน และ ใชค้ ำถามเพ่ือนำไปสูเ่ ร่อื งการ เชิงประจกั ษ์ จากการสังเกตพฤติกรรมในการทำ

ลำเลยี งอาหารจากชอ่ งปากไปยังคอหอย หลอดอาหาร กจิ กรรมและการอภปิ รายรว่ มกัน

กระเพาะอาหาร และลำไสเ้ ลก็ ตามลำดับ

5. อธบิ ายเก่ยี วกบั การย่อยอาหารในกระเพาะอาหารและ

ลำไส้เลก็ เพือ่ ให้ นักเรยี นสรุปกระบวนการย่อยอาหารใน

ทางเดินอาหารสว่ นตา่ ง ๆ ซึง่ ต้อง อาศัยเอนไซม์และสาร

อ่ืน ๆ จากตบั อ่อน ตับ และถุงน้ำดี

6. ให้ความรู้เก่ยี วกับโครงสร้างของวิลลสั ในลำไสเ้ ล็ก

เพอ่ื ใหน้ กั เรียนอธิบาย การดดู ซมึ สารอาหารประเภทตา่ ง

ๆ วติ ามนิ และแร่ธาตุ รวมทง้ั ใชค้ ำถาม เพ่ือทบทวน

ความรูเ้ กี่ยวกับหน้าทขี่ องลำไส้ใหญ่

ผลการเรียนรู้ 4. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสร้างทีท่ ำหน้าที่แลกเปล่ยี นแกส๊ ของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง
ปลา กบ และนก
5. สงั เกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตวเ์ ล้ยี งลูกดว้ ยนำ้ นม

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการใชภ้ าพเกย่ี วกับการ ด้านความรู้
1. โครงสร้างทที่ ำหนา้ ท่ีแลกเปลี่ยนแกส๊ ของ ฟองน้ำ แลกเปลย่ี นแกส๊ ผา่ นเย่อื หมุ้ เซลลโ์ ดยตรงของสิง่ มชี ีวติ 1. โครงสรา้ งทีท่ ำหนา้ ท่ีแลกเปล่ยี นแก๊สของ
เซลล์เดยี ว เช่น อะมบี า พารามเี ซยี ม และ ร่วมกนั
ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก อภิปรายเกย่ี วกบั ความสำคัญของแก๊สออกซิเจนต่อ ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา
2. โครงสรา้ งของปอดในสตั วเ์ ลย้ี งลูกด้วยนำ้ นม ส่ิงมีชีวิต เพื่อเชอื่ มโยงเขา้ สู่เรอื่ งโครงสร้างทใี่ ชใ้ นการ กบ และนก จากการอภปิ รายรว่ มกันและการทำ
แลกเปลย่ี นแก๊สของสตั ว์ แบบทดสอบ
ด้านทกั ษะ 2. ให้นกั เรียนสืบค้นขอ้ มลู เกี่ยวกบั โครงสรา้ งท่ที ำหน้าท่ี
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ แลกเปลย่ี นแก๊สของ ฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือน 2. โครงสรา้ งของปอดในสตั ว์เลย้ี งลูกดว้ ยน้ำนม
ดนิ แมลง ปลา กบ นก และสตั ว์เลี้ยงลกู ดว้ ยนำ้ นม เพ่อื จากการทำกิจกรรม การอภปิ รายรว่ มกัน และการทำ
1. การสังเกต เปรยี บเทยี บโครงสร้างทที่ ำหนา้ ทแ่ี ลกเปลย่ี นแกส๊ ของ แบบทดสอบ
2. การจำแนกประเภท สัตว์ แตล่ ะชนดิ ด้านทักษะ
3. การลงความเหน็ จากข้อมลู 3. รว่ มกันอภิปรายเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นสรปุ ได้วา่ สตั ว์มี
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โครงสรา้ งท่ใี ชใ้ นการ แลกเปลีย่ นแกส๊ แตกต่างกัน 1. การสงั เกต และการจำแนกประเภท และความ
1. การสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั ส่อื 4. ให้นกั เรยี นทำกิจกรรม สงั เกต และอธิบายโครงสรา้ ง รว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ จากการทำ
2. ความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ ลักษณะภายนอก ของปอดหมูหรอื วัวจากตัวอยา่ งจริง กจิ กรรม
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ เพอื่ ให้ได้ขอ้ สรปุ เก่ยี วกับจำนวนพู ของปอด ลักษณะของ
1. ความม่งุ มน่ั อดทน ทอ่ ลม หลอดลม หลอดลมฝอย และถงุ ลม 2. การลงความเหน็ จากข้อมลู จากการอภิปราย
2. ความเช่ือม่นั ต่อหลักฐานเชงิ ประจักษ์ รว่ มกนั

3. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดว้ ยการสบื ค้น
ขอ้ มลู
ด้านจิตวิทยาศาสตร์

ความมุง่ ม่นั อดทน และความเช่อื มนั่ ต่อหลกั ฐาน
เชิงประจักษ์ จากการสงั เกตพฤติกรรมในการทำ
กิจกรรมและการอภปิ รายร่วมกนั

ผลการเรียนรู้ 6. อธิบายโครงสร้างท่ใี ช้ในการแลกเปลยี่ นแก๊สและกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ ส่บู ทเรยี นโดยใชค้ ำถามเพอื่ ทบทวนความรู้ ดา้ นความรู้
โครงสรา้ งที่ใช้ในการแลกเปลย่ี นแกส๊ และ
เก่ยี วกบั โครงสรา้ งที่ เก่ยี วขอ้ งกับการแลกเปลีย่ นแกส๊ ของ โครงสร้างที่ใชใ้ นการแลกเปล่ยี นแกส๊ กระบวนการ
กระบวนการแลกเปล่ยี นแกส๊ ของมนุษย์
ด้านทกั ษะ มนษุ ยซ์ งึ่ ประกอบดว้ ย ช่องจมูก โพรงจมูก คอหอย กลอ่ ง แลกเปลยี่ นแกส๊ ของมนษุ ยจ์ ากการทำแบบทดสอบ

- เสียง ทอ่ ลม หลอดลม และถงุ ลม
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
2. อธิบายเก่ียวกบั กระบวนการแลกเปลย่ี นแกส๊ ของมนุษย์
-
เพือ่ ใหน้ ักเรยี น สรุปได้ว่าการแลกเปลี่ยนแกส๊ เกดิ ขนึ้

บรเิ วณถงุ ลมกบั หลอดเลือดฝอย และ หลอดเลอื ดฝอยกบั

เซลลข์ องร่างกาย

ผลการเรยี นรู้ 7. อธิบายการทำ งานของปอด และทดลองวัดปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย์

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยอาจใชว้ ีดีทศั นแ์ สดงการเคลือ่ นที่ของ ดา้ นความรู้
การทำงานของปอด และการวดั ปรมิ าตรของ อากาศ อากาศเขา้ -ออก จากปอดของมนุษย์และใชค้ ำถามทบทวน การทำงานของปอดและการวดั ปริมาตรของ
เกย่ี วกบั อวัยวะทีใ่ ชใ้ นการ แลกเปลี่ยนแก๊สของมนษุ ยเ์ พอื่
ในการหายใจออกของมนุษย์ เชอ่ื มโยงเข้าสเู่ รื่องการทำงานของปอด อากาศ ในการหายใจออกของมนุษย์จากการทำ
ดา้ นทักษะ 2. ให้นกั เรียนทำกิจกรรมการจำลองการทำงานของกล้ามเนอื้ แบบฝึกหดั และการทำแบบทดสอบ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กะบงั ลม และ กล้ามเนื้อระหว่างกระดกู ซโี่ ครงแถบนอก เพ่ือ ดา้ นทักษะ
ศกึ ษากลไกการหายใจเข้า-ออก
1. การสังเกต 3. ใหน้ กั เรยี นนำเสนอและอภิปรายรว่ มกันเพอ่ื ใหน้ ักเรียนสรุป การสงั เกต การวัด การจัดกระทำและส่อื
2. การวัด ไดว้ ่า การหายใจ เข้าและการหายใจออกเกดิ จากการ ความหมาย ข้อมลู การลงความเหน็ จากข้อมูล
3. การจัดกระทำและสือ่ ความหมายขอ้ มลู เปลี่ยนแปลงความดนั ของอากาศ ภายในปอดโดยการทำงาน และความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ
4. การลงความเหน็ จากข้อมลู รว่ มกันของกล้ามเนือ้ กะบังลมและกล้ามเนอ้ื ระหวา่ งกระดูก จากการทำกิจกรรม การนำเสนอ และการอภิปราย
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ซี่โครงแถบนอก ร่วมกัน
ความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์ ความซื่อสตั ย์ความมงุ่ มน่ั
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ อดทน และความเช่ือมน่ั หลักฐานเชงิ ประจักษจ์ าก
1. ความซื่อสัตย์ การ

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นดา้ นจิตวิทยาศาสตร์ 4. ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมวดั ปรมิ าตรของอากาศในการหายใจ สังเกตพฤตกิ รรม ในการทำกจิ กรรม และการ
1. ความซื่อสตั ย์ ออกของมนุษย์ 5. อภปิ รายรว่ มกนั เพ่ือใหน้ กั เรียนสรปุ เกย่ี วกบั อภิปรายรว่ มกัน
2. ความมุ่งมนั่ อดทน ปรมิ าตรของอากาศใน การหายใจออก และปจั จัยตา่ ง ๆ เช่น
3. ความเช่อื ม่ันตอ่ หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ อายุ เพศ ขนาดของร่างกาย และ กิจกรรมทร่ี ่างกายกระทำมีผล
ต่อปริมาตรของอากาศท่ีหายใจออก

ผลการเรียนรู้ 8. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย และเปรียบเทียบระบบหมุนเวยี นเลือดแบบเปดิ และระบบหมุนเวยี นเลือดแบบปดิ

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใชค้ ำถามหรือวีดีทศั น์หรือให้นักเรยี น ด้านความรู้
ระบบหมนุ เวียนเลือดแบบเปดิ และระบบ หมุนเวยี น
ศกึ ษาส่งิ มีชวี ติ ภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสงแบบธรรมดา ระบบหมนุ เวียนเลือดแบบเปิดและระบบ
เลอื ดแบบปดิ
ด้านทกั ษะ เกยี่ วกบั วธิ กี ารลำเลยี งสารใน ส่งิ มชี ีวติ เซลล์เดยี ว คอื อะมีบา หมุนเวยี น เลือดแบบปิด จากการทำตาราง
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
และ พารามเี ซียม และในสตั วท์ ม่ี โี ครงสร้าง ร่างกายไมซ่ ับซ้อน เปรยี บเทยี บและ การทำแบบทดสอบ
-
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 คือ ฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรยี เพอ่ื เชือ่ มโยงเข้าสเู่ ร่ือง การ ด้านทกั ษะ
การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สื่อ
ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์ ลำเลยี งสารในรา่ งกายสตั ว์ การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทันส่ือ จาก
การใชว้ ิจารณญาณ
2. ให้นักเรียนศึกษาภาพระบบหมนุ เวยี นเลอื ดของสตั ว์ที่มี การ สืบค้นข้อมลู และการนำเสนอ

โครงสรา้ งรา่ งกาย ซับซ้อนกวา่ พลานาเรีย คือ ไส้เดอื นดนิ แมลง ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์

และกงุ้ เพอ่ื สรปุ ไดว้ ่าระบบ หมุนเวยี นเลอื ดประกอบดว้ ยหัวใจ การใชว้ จิ ารณญาณ จากการอภปิ รายร่วมกนั

หลอดเลือด และเลือด และบอกความ แตกตา่ งของระบบ

หมนุ เวยี นเลือดของสตั วด์ งั กล่าว

3. ให้นักเรยี นสบื คน้ ข้อมลู นำเสนอ อภิปรายร่วมกัน และสรุป

ใหไ้ ดว้ า่ ระบบ หมุนเวยี นเลือดแบบเปิด ซึง่ เลือดไมไ่ ดห้ มุนเวียน

อยเู่ ฉพาะภายในหลอดเลอื ด แตร่ ะบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบปดิ

เลือดจะหมนุ เวยี นอยู่ภายในหลอดเลอื ด พรอ้ มทง้ั ยกตัวอยา่ ง

สตั ว์ในแตล่ ะระบบ

4. ใหน้ กั เรียนทำตารางเปรียบเทียบระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบ

เปิดและ ระบบหมุนเวียนเลอื ดแบบปิด

ผลการเรยี นรู้ 9. สงั เกตและอธบิ ายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนทข่ี องเซลลเ์ มด็ เลือดในหางปลา และสรปุ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งขนาดของ
หลอดเลอื ด กับความเรว็ การไหลของเลอื ด

การวิเคราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใช้ภาพหรอื วดี ีทศั นแ์ ละคำถาม ดา้ นความรู้
1. ทศิ ทางการไหลของเลือดและการเคลอื่ นที่ ของ
เก่ียวกับความเรว็ และ ทศิ ทางการไหลของเลอื ดในหลอด ระบบหมุนเวยี นเลอื ดแบบปดิ ทศิ ทางการไหลของ
เซลลเ์ มด็ เลอื ดในหลอดเลอื ดขนาดตา่ ง ๆ ของหางปลา
2. ความสัมพันธ์ระหวา่ งขนาดของหลอดเลือดกับ เลือดของระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบปิด ของสัตว์มกี ระดูก เลอื ดและการเคลอ่ื นทข่ี องเซลลเ์ มด็ เลอื ด ในหลอด

ความเรว็ ในการไหลของเลอื ด สนั หลงั เลอื ดขนาดตา่ ง ๆ และความสัมพนั ธ์ระหว่างขนาด
ด้านทกั ษะ
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเร่ืองการหมนุ เวียนเลือดโดย ของหลอดเลือดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด จาก

1. การสงั เกต ศึกษาบริเวณหางปลา หางนกยูงหรือหางลกู ออ๊ ดภายใต้ การทำกจิ กรรม และแบบทดสอบ
2. การจำแนกประเภท
3. การลงความเห็นจากขอ้ มลู กล้องจลุ ทรรศน์เพอื่ สังเกตและอธบิ าย ขนาดของหลอด ด้านทกั ษะ
ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21
ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ เลือด ทศิ ทางการไหลของเลอื ด ทิศทางการเคล่อื นทข่ี อง การสงั เกต การจำแนกประเภท การลงความเห็น
ดา้ นจิตวทิ ยาศาสตร์
1. ความซือ่ สัตย์ เซลล์เมด็ เลอื ด และความเรว็ ในการไหลของเลอื ดในหลอด จาก ข้อมลู และการทำงานรว่ มกนั จากการทำ
2. ความมงุ่ มั่นอดทน
3. ความเช่อื ม่ันต่อหลกั ฐานเชิงประจักษ์ เลือดตา่ ง ๆ กิจกรรม

3. อภปิ รายร่วมกนั เพือ่ ให้นกั เรยี นสรุปความสัมพนั ธ์ ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์

ระหว่างขนาดของ หลอดเลือดกบั ความเร็วในการไหลของ ความซ่อื สัตย์ความม่งุ มน่ั อดทน ความเชือ่ มั่นตอ่

เลอื ดไดว้ า่ หลอดเลอื ดฝอย มีความเร็วในการไหลของ หลักฐานเชิงประจกั ษ์ จากการสงั เกตพฤตกิ รรม ใน

เลือดช้าสดุ การทำกจิ กรรม และการอภิปรายร่วมกนั

ผลการเรียนรู้ 10. อธบิ ายโครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์

11. สงั เกตและอธิบายโครงสรา้ งหัวใจของสตั วเ์ ลีย้ งลกู ดว้ ยน้ำนม ทศิ ทางการไหลของเลอื ดผา่ นหวั ใจของมนุษย์ และเขยี นแผนผงั สรปุ

การหมนุ เวยี นเลอื ดของมนษุ ย์

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสู่บทเรียนโดยใชค้ ำถามหรอื ภาพ เพอื่ ทบทวน ด้านความรู้
1. โครงสร้างและการทำงานของหวั ใจและ หลอด
เกี่ยวกบั การลำเลียงสาร ไปยังส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย 1. โครงสรา้ งและการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือด
เลือดในมนษุ ย์
2. โครงสร้างหวั ใจของสัตวเ์ ลี้ยงลกู ด้วยน้ำนม เชน่ นำแกส๊ ออกซิเจนจากปอด นำสารอาหาร จากลำไส้ ในมนุษย์จากการทำแบบทดสอบ
3. ทิศทางการ ไหลขอ งเลือดผา่ นบริเวณ หวั ใจของ
เล็กไปยงั ส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย รวมท้ังโครงสรา้ งและ 2. โครงสร้างหัวใจของสตั วเ์ ลี้ยงลกู ดว้ ยน้ำนมจากการ ทำ
มนษุ ย์ และการหมนุ เวยี นเลือด ในร่างกายมนุษย์
ดา้ นทักษะ อวัยวะ ทใ่ี ชใ้ นการลำเลียงสาร กิจกรรม
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. อภิปรายร่วมกนั เพ่อื ให้นักเรยี นสรปุ เกยี่ วกับองคป์ ระกอบ 3. ทศิ ทางการไหลของเลอื ดผา่ นบรเิ วณหัวใจของมนุษย์
1. การสังเกต
2. การจำแนกประเภท ของระบบ หมุนเวียนเลอื ด คือ หัวใจ หลอดเลอื ด และ และการหมุนเวยี นของเลือดในรา่ งกายมนุษย์ จากการเขยี น
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ เลือดซง่ึ ไหลเวยี นอย่เู ฉพาะ ในหลอดเลือด แผนผงั สรุป และการทำแบบทดสอบ
ด้านจิตวิทยาศาสตร์
1. ความอยากรอู้ ยากเหน็ 3. ใหค้ วามร้เู พิ่มเตมิ เกยี่ วกบั โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องหวั ใจ ด้านทกั ษะ
2. ความเชอ่ื มน่ั ตอ่ หลกั ฐานเชิงประจักษ์
และหลอดเลือด อารเ์ ตอรหี ลอดเลอื ดเวน และหลอด การสังเกต การจำแนกประเภท และความร่วมมอื

เลอื ดฝอย การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำจากการทำกจิ กรรม

4. นักเรียนทำกจิ กรรม เพ่อื สงั เกตลักษณะภายนอกของ ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์

หัวใจคอื ขนาด รูปร่าง หลอดเลือด ชอ่ งของหลอดเลือดท่ี ความอยากร้อู ยากเหน็ และความเชือ่ มน่ั ต่อหลักฐาน เชงิ

เขา้ และออกจากหัวใจ ลักษณะภายใน ของหวั ใจ คอื ประจักษ์ จากการสังเกตพฤติกรรมในการทำกจิ กรรมและ

หัวใจห้องตา่ ง ๆ ความหนาของผนังหอ้ งหัวใจ หลอด การอภิปรายรว่ มกนั

เลือด ลน้ิ หัวใจ และทศิ ทางการไหลของเลอื ดเข้าและออก

จากหัวใจ

5. อภปิ รายรว่ มกนั เพอื่ ใหน้ ักเรยี นสามารถเขยี นแผนผังสรปุ

การหมุนเวยี น ของเลอื ดออกจากหวั ใจไปปอดและไปส่วน

ตา่ ง ๆ ของร่างกายด้วยหลอด เลอื ดอารเ์ ตอรีและกลับ

เขา้ สหู่ ัวใจดว้ ยหลอดเลอื ดเวน ผ่านหวั ใจหอ้ ง ต่าง ๆ และ

ล้ินต่าง ๆ และออกจากหัวใจ

การวิเคราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

6. ใหน้ ักเรยี นทำกจิ กรรมจับชพี จรตนเอง โดยอาจ
ลองใช้สเตทโทสโคปเพ่อื ฟังเสยี งการเตน้ ของหวั ใจ
คำนวณหาอตั ราการเต้นของหัวใจ และออกแบบ การ
ทดลองเพือ่ ศกึ ษาปจั จยั ทีเ่ กี่ยวข้องกับอตั ราการเตน้
ของหวั ใจ

7. ให้ความรู้เพม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั การเกดิ ชพี จรหรอื การเต้น
ของหวั ใจและ ความดันเลือดโดยใชภ้ าพประกอบ

8. ให้นักเรียนศกึ ษาภาพแสดงทศิ ทางการไหลของเลอื ดใน
หลอดเลือดอารเ์ ตอรี หลอดเลอื ดเวน และหลอดเลอื ด
ฝอย และภาพแสดงความดนั เลือด ในหลอดเลอื ดต่าง ๆ
9. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเกยี่ วกับทศิ ทางการไหลของ
เลอื ดในหลอดเลือดเวน และสังเกตการเปล่ยี นแปลงของ
หลอดเลือดท่ีแขนขณะท่ีถูกกดและปล่อย อภปิ ราย
ร่วมกันเพื่อใหน้ กั เรยี นสรุปทิศทางการไหลของเลือดใน
หลอดเลอื ด เวน และความแตกตา่ งระหวา่ งหลอดเลอื ด
เวนและหลอดเลอื ดอาร์เตอรี
10. ให้นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มลู อภปิ รายรว่ มกัน และสรปุ
เกี่ยวกบั ความดนั เลอื ด และปัจจัยตา่ ง ๆ ท่มี ีผลต่อความ
ดันเลอื ด

ผลการเรยี นรู้ 12. สบื คน้ ข้อมูล ระบุความแตกตา่ งของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เพลตเลต และพลาสมา

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเขา้ สูบ่ ทเรยี นโดยใชภ้ าพและคำถามเกยี่ วกับ ด้านความรู้
ความแตกตา่ งของเซลล์เมด็ เลอื ดแดง เซลล์เมด็ เลอื ด ปรมิ าณเลือดในร่างกาย และส่วนประกอบของเลอื ดที่ ความแตกต่างของเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดง เซลล์เม็ด
ผา่ นการปน่ั แยก
ขาว เพลตเลต และพลาสมา 2. ให้นักเรียนสบื ค้นข้อมลู โครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของเซลล์ เลือดขาว เพลตเลต และพลาสมาจากการทำ
ด้านทกั ษะ เม็ดเลอื ดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาวชนดิ ต่าง ๆ และเพลต แบบทดสอบ
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เลตรวมทัง้ หน้าทข่ี องพลาสมา ด้านทกั ษะ
3. ให้นกั เรยี นทำกิจกรรมสังเกต และถา่ ยภาพหรือวาด
1. การสังเกต ภาพพรอ้ มระบุ สว่ นประกอบของเซลล์เมด็ เลอื ดชนิดต่าง 1. การสงั เกต และการจำแนกประเภท และความ
2. การจำแนกประเภท ๆ และเพลตเลตท่ีปรากฏภายใต้ กลอ้ งจุลทรรศนโ์ ดยใช้ รว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ จากการทำ
ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 สไลด์ถาวรของเซลลเ์ มด็ เลอื ดมนษุ ย์ กจิ กรรม
1. การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้เท่าทนั ส่อื 4. ใหน้ ักเรียนนำเสนอและสรุปความแตกตา่ งของเซลล์
2. ความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ เมด็ เลือดแดง เซลล์เมด็ เลอื ดขาวชนิดต่าง ๆ เพลตเลต 2. การสื่อสารสารสนเทศและการร้เู ท่าทนั สอ่ื
ด้านจติ วิทยาศาสตร์ และพลาสมา จากการ สืบค้นขอ้ มลู และการนำเสนอ
ความมงุ่ มัน่ อดทน ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์

ความมงุ่ ม่ันอดทน จากการสังเกตพฤตกิ รรมใน
การทำกจิ กรรม

ผลการเรียนรู้ 13. อธบิ ายหมู่เลือด และหลกั การให้และรบั เลือดในระบบ ABO และระบบ Rh

การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ 1. นำเข้าส่บู ทเรยี นโดยใช้คำถามเพือ่ ใหท้ ราบถงึ ข้อมูล ด้านความรู้
1. หม่เู ลือดระบบ ABO และระบบ Rh
2. หลกั การใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO และ เลอื ดหมตู่ ่าง ๆ ของนกั เรียน และทบทวนความรูเ้ ดมิ หมเู่ ลือดและหลกั การใหแ้ ละรบั เลอื ดในระบบ ABO

ระบบ Rh เกย่ี วกบั หมู่เลอื ดของมนษุ ย์ และระบบ Rh จากการทำตารางสรุปและ
ดา้ นทกั ษะ
2. บรรยายเก่ยี วกับการจำแนกหมเู่ ลือดระบบ ABO และ แบบทดสอบ

ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ หม่เู ลือดระบบ Rh ซ่ึงเรยี กช่อื ตามชนดิ ของแอนติเจนที่

- เยอ่ื หมุ้ เซลลเ์ มด็ เลือดแดง

3. นักเรยี นทำตารางสรปุ เกีย่ วกับแอนตเิ จนและ

แอนตบิ อดีของหม่เู ลอื ด ระบบ ABO และหมเู่ ลือดระบบ

Rh

4. ให้ความรเู้ พม่ิ เตมิ เกย่ี วกับหลักการให้และรบั เลือดใน

หมเู่ ลอื ดระบบ ABO และหมูเ่ ลือดระบบ Rh

5. นกั เรียนทำตารางสรุปหลกั การให้และรับเลือดในระบบ

ABO และระบบ Rh

ผลการเรียนรู้ 14. อธบิ าย และสรุปเกี่ยวกับส่วนประกอบและหน้าทีข่ องนำ้ เหลือง รวมทั้งโครงสร้างและหน้าทีข่ องหลอดน้ำเหลือง และต่อมน้ำ
เหลอื ง

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยใชค้ ำถามและภาพเกย่ี วกบั ตอ่ ม ดา้ นความรู้
1. สว่ นประกอบและหนา้ ทข่ี องน้ำเหลือง นำ้ เหลืองบรเิ วณตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย เพ่อื เชอ่ื มโยงเขา้ สู่ ส่วนประกอบและหนา้ ที่ของน้ำเหลอื ง โครงสรา้ ง
2. โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของหลอดน้ำเหลืองและ เร่ือง สว่ นประกอบและหน้าท่ีของนำ้ เหลอื ง
2. ใหน้ ักเรยี นศึกษาภาพหรือวีดีทศั นก์ ารลำเลยี ง และหนา้ ท่ีของหลอดนำ้ เหลือง ตอ่ มนำ้ เหลือง
ตอ่ มน้ำเหลือง น้ำเหลืองในระบบนำ้ เหลือง อภิปรายรว่ มกัน และสรุป จากการทำแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ
ดา้ นทักษะ เกีย่ วกับทิศทางการไหลของนำ้ เหลือง และ การเขา้ สู่ ด้านทักษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
การสังเกต 3. ใหน้ กั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู นำเสนอ และสรปุ เก่ียวกับ การสงั เกตจากการศึกษาภาพหรอื วีดีทศั น์
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 สว่ นประกอบและ หนา้ ที่ของนำ้ เหลือง โครงสร้างและ
หน้าทขี่ องหลอดน้ำเหลอื งและ ตอ่ มนำ้ เหลอื ง

ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์

-

ผลการเรยี นรู้ 15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการต่อต้านหรือทำลายสง่ิ แปลกปลอมแบบไม่จำเพาะและแบบจำเพาะ

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ 1. นำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยให้นกั เรยี นร่วมกันยกตวั อย่างและ ด้านความรู้
กลไกการตอ่ ต้านหรอื ทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
อภปิ รายเกยี่ วกบั ส่งิ แปลกปลอมตา่ ง ๆ ที่เขา้ สู่รา่ งกาย ความแตกต่างของกลไกการตอ่ ตา้ นหรอื ทำลายสิ่ง
จำเพาะและแบบจำเพาะ
ดา้ นทกั ษะ และวธิ ีการทรี่ า่ งกายตอ่ ต้านหรอื ทำลายส่งิ แปลกปลอม แปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพาะ และกลไกการต่อต้าน
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพือ่ เชื่อมโยงเข้าสเู่ รอื่ งกลไกการตอ่ ตา้ นและทำลาย ส่ิง หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ จากการ
-
ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 แปลกปลอมของรา่ งกาย เขียนแผนผงั หรือตารางเปรยี บเทียบและจากการ

การสอื่ สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทันสอ่ื 2. บรรยายเพม่ิ เตมิ โดยใชภ้ าพ หรอื วีดีทศั นห์ รือเอกสาร ทำแบบทดสอบ
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
แผ่นพบั เกย่ี วกบั กลไกการต่อต้านหรอื ทำลายส่ิง ด้านทกั ษะ
การใชว้ จิ ารณญาณ
แปลกปลอมแบบไมจ่ ำเพาะของผวิ หนงั เย่ือบุท่อ ต่อม การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอ่ื จากการ

นำ้ ลาย และการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด สบื ค้นขอ้ มูล และการนำเสนอ

3. ใหค้ วามรู้เพิ่มเตมิ เกยี่ วกับกลไกการต่อต้านหรอื ทำลาย ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์

สงิ่ แปลกปลอม แบบจำเพาะซึ่งเปน็ การทำงานของเซลลบ์ ี การใช้วจิ ารณญาณ จากการสังเกตพฤติกรรมใน

และเซลล์ทชี นิดตา่ ง ๆ การเกดิ เซลล์เมมอรซี ่ึงเปน็ การอภปิ รายรว่ มกัน

พนื้ ฐานของการให้วัคซนี

4. ให้นักเรยี นเขยี นแผนผังหรือตารางเปรยี บเทยี บกลไก

การต่อต้านหรอื ทำลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

และแบบจำเพาะ

5. ให้นักเรยี นสืบคน้ ข้อมลู นำเสนอ อภปิ ราย และสรปุ

เพิม่ เตมิ เก่ียวกบั ต่อมน้ำเหลือง ทอนซลิ ม้าม ไทมัสและ

เนือ้ เยื่อน้ำเหลืองที่ผนงั ลำไส้เล็ก ในเรื่องการสร้างและ

การตอบสนองของลมิ โฟไซต์

ผลการเรียนรู้ 16. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และเปรยี บเทียบการสร้างภมู ิคุม้ กันก่อเองและภมู ิค้มุ กันรับมา

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ สู่บทเรยี นโดยทบทวนเกยี่ วกับกลไกการตอ่ ตา้ น ดา้ นความรู้
1. ภมู คิ มุ้ กนั กอ่ เองและภมู คิ มุ้ กันรบั มา
2. วัคซนี ทอกซอยด์และซีรมั สำหรับโรคหรอื หรือทำลายส่ิง แปลกปลอมแบบจำเพาะ และใชต้ าราง ความแตกต่างของภูมคิ ุ้มกันก่อเองและภมู ิคมุ้ กนั

อาการต่าง ๆ เกี่ยวกบั การแนะนำการฉีดวัคซีนตงั้ แต่แรกเกดิ และใช้ รับมา ตัวอย่างวคั ซนี และซรี ัมสำหรบั โรคหรืออาการ
ด้านทกั ษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คำถามเพ่ือนำไปสูก่ ารสรา้ งภมู คิ มุ้ กันแบบภูมคิ ้มุ กนั กอ่ เอง ต่าง ๆ จากการเขยี นแผนผังหรือตารางเปรียบเทียบ

- และภมู ิคมุ้ กนั รับมา และการทำแบบทดสอบ
ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21
2. ใหค้ วามรูเ้ ก่ียวกับภมู คิ มุ้ กนั กอ่ เองซึง่ เป็นการสรา้ ง ด้านทักษะ
การสอื่ สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สือ่
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์ แอนตบิ อดีหลงั การติดเชอ้ื หรอื ไดร้ บั วัคซนี หรอื ทอก การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันสอ่ื จากการ

การใช้วจิ ารณญาณ ซอยดซ์ ึง่ เปน็ การไดร้ บั แอนติเจน ส่วนภมู ิคมุ้ กัน รับมาเปน็ สบื ค้นขอ้ มลู และการนำเสนอ

การไดร้ ับแอนตบิ อดผี า่ นทางรก หรอื จากนำ้ นมแม่ ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์

หรือจากซีรมั ตา่ ง ๆ การใช้วจิ ารณญาณ จากการสังเกตพฤตกิ รรมใน

3. นกั เรียนสบื ค้นขอ้ มลู นำเสนอและอภิปรายรว่ มกนั การอภปิ รายร่วมกัน

เกี่ยวกับตัวอย่างวคั ซีน คุ้มกนั โรคหรอื อาการตา่ ง ๆ และ

ตวั อยา่ งซรี ัมสำหรบั โรคหรอื อาการต่าง ๆ

4. นกั เรียนเขยี นแผนผงั หรือตารางเปรียบเทียบการสรา้ ง

ภมู ิคมุ้ กนั ของ ร่างกายแบบภมู ิคมุ้ กันกอ่ เองและภูมิคมุ้ กัน

รบั มา

ผลการเรยี นรู้ 17. สืบค้นข้อมูลและอธิบายเก่ียวกบั ความผดิ ปกตขิ องระบบภูมคิ ุ้มกันท่ที ำใหเ้ กิดเอดส์ ภมู ิแพ้ การสร้างภูมิตา้ นทานต่อเนื้อเยื่อตนเอง

การวเิ คราะห์ผลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนรู้ แนวทางการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าส่บู ทเรยี นโดยให้นักเรียนยกตวั อย่างโรคหรือ ดา้ นความรู้
ความผดิ ปกตขิ องระบบภมู คิ มุ้ กนั ท่ีทำให้ เกดิ เอดส์
อาการทเี่ กิดจาก ความผดิ ปกตขิ องระบบภมู คิ มุ้ กัน ความผดิ ปกตขิ องระบบภมู คิ ้มุ กนั ที่ทำให้เกดิ เอดส์
ภมู แิ พแ้ ละการสร้างภมู ติ ้านทาน ต่อเน้อื เยอ่ื ตนเอง
ด้านทกั ษะ 2. ใหน้ ักเรยี นศึกษาวีดทิ ัศนห์ รือภาพ หรอื แผ่นพบั ภมู ิแพ้และการสร้างภมู ิต้านทานตอ่ เน้อื เย่ือตนเอง
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เก่ยี วกบั อาการหรือ โรคทเี่ กย่ี วกบั ความผดิ ปกตขิ องระบบ จากการทำรายงาน และแบบทดสอบ
1. การจดั กระทำและส่ือความหมายขอ้ มูล
2. การลงความเห็นจากขอ้ มลู ภมู คิ ุม้ กัน คอื เอดส์ภมู ิแพแ้ ละ การสรา้ งภมู ิต้านทานต่อ ด้านทักษะ
ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
1. การสือ่ สารสารสนเทศและการร้เู ท่าทนั สอ่ื เนือ้ เยอื่ ตนเอง อภปิ รายร่วมกนั เพอื่ สรุปเกยี่ วกบั ความ 1. การจัดกระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู การลงความ
2. ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ
ด้านจติ วทิ ยาศาสตร์ ผดิ ปกตขิ องระบบภูมคิ มุ้ กันที่ทำใหเ้ กิดเอดส์ภมู แิ พ้และ เห็นจากข้อมลู และความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และ
1. ความใจกว้าง
2. ความเช่อื มนั่ ต่อหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ การสร้างภูมิ ตา้ นทานตอ่ เน้ือเยื่อตนเอง ภาวะผนู้ ำ จากการทำกจิ กรรม

3. ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมเกี่ยวกบั การเขยี นกราฟแสดง 2. การส่อื สารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื จากการ

ข้อมูลการเปล่ียนแปลง จำนวนของเซลลเ์ ม็ดเลือดขาวใน สืบค้นขอ้ มลู และการนำเสนอ

ผู้ปว่ ยทไี่ ดร้ ับเชอ้ื HIV ดา้ นจิตวิทยาศาสตร์

4. ใหน้ ักเรยี นสืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอ เกย่ี วกบั สถิตขิ อง ความใจกวา้ ง และความเช่อื ม่นั ต่อหลักฐานเชิง

ผู้ปว่ ย และแนวทาง ในการป้องกนั เอดสภ์ มู ิแพห้ รอื การ ประจักษ์จากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการอภปิ รายร่วมกนั

สร้างภมู ติ า้ นทานต่อเน้ือเยือ่ ตนเอง

ผลการเรียนรู้ 18. สืบค้นขอ้ มูล อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสร้างและหน้าที่ในการกำจัดของเสยี ออกจากร่างกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดอื น
ดิน แมลง และสตั ว์มีกระดูกสันหลัง

การวเิ คราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าสู่บทเรยี นโดยใช้คำถามเกีย่ วกบั คำจำกัดความ ด้านความรู้
โครงสร้างและหน้าทใี่ นการกำจดั ของเสยี ออกจาก
ของคำว่า ของเสีย จากนน้ั ใช้คำถามเกย่ี วกับโครงสรา้ ง โครงสร้างและหน้าที่ในการกำจัดของเสยี ออกจาก
รา่ งกาย ในฟองนำ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไสเ้ ดอื นดนิ
แมลง และสตั วม์ กี ระดูกสนั หลัง และกระบวนการท่ีใช้ในการกำจดั ของเสียออกจาก รา่ งกายของฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรีย ไสเ้ ดือนดนิ
ดา้ นทกั ษะ
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ รา่ งกายของสัตว์ แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลงั จากการทำ

– 2. นักเรยี นสบื คน้ ขอ้ มลู และนำเสนอเก่ียวกบั โครงสร้าง แบบทดสอบ
ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
และหนา้ ที่ในการกำจัด ของเสียออกจากรา่ งกายของ ดา้ นทกั ษะ
การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื
ด้านจิตวิทยาศาสตร์ ฟองน้ำ ไฮดรา พลานาเรยี ไสเ้ ดอื นดิน แมลง และสัตวม์ ี การส่อื สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันส่ือ จากการ

การใช้วจิ ารณญาณ กระดูกสันหลัง สบื ค้นข้อมลู และการนำเสนอ

3. อภปิ รายรว่ มกันเพื่อใหน้ ักเรียนสรุปได้วา่ ฟองนำ้ และ ด้านจติ วิทยาศาสตร์

ไฮดรากำจดั ของเสีย โดยการแพรผ่ า่ นเย่อื หมุ้ เซลลอ์ อกสู่ การใช้วิจารณญาณจากการสงั เกตพฤตกิ รรมในการ

สิ่งแวดล้อม พลานาเรยี ใชเ้ ฟลมเซลล์ ไส้เดอื นดินใช้ อภิปรายรว่ มกัน

เนฟริเดยี ม แมลงใชม้ ลั พเิ กียนทวิ บูล และสัตว์มกี ระดกู สัน

หลัง ใช้ไตในการขับถา่ ยของเสยี

ผลการเรียนรู้ 19. อธิบายโครงสร้างและหนา้ ที่ของไต และโครงสรา้ งท่ใี ช้ลำเลียงปสั สาวะออกจากร่างกาย

การวิเคราะหผ์ ลการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยใชค้ ำถามเก่ียวกับอวัยวะท่ีใชใ้ น ด้านความรู้
1. โครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องไต
2. โครงสร้างทใ่ี ชล้ ำเลยี งปสั สาวะออกจากรา่ งกาย การกำจัดของเสยี ทม่ี ี ไนโตรเจนเป็นองคป์ ระกอบ และ โครงสรา้ งและหน้าที่ของไต และโครงสรา้ งทใี่ ช้

ด้านทกั ษะ อวัยวะที่เกย่ี วขอ้ งกับการสร้างปสั สาวะ ของมนุษย์เพือ่ ลำเลียงปสั สาวะออกจากรา่ งกายจากการทำแบบ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
1. การสังเกต เช่อื มโยงเรอ่ื งโครงสร้างและหน้าทข่ี องไต ทดสอบ
2. การจำแนกประเภท
ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 2. อธิบายเกี่ยวกบั โครงสรา้ งของไต และโครงสร้างทใ่ี ช้ ดา้ นทักษะ

ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ ลำเลียงปัสสาวะ ออกจากร่างกาย เพอื่ ให้นกั เรียนสรปุ ว่า การสงั เกต การจำแนกประเภท และความร่วมมอื
ดา้ นจติ วิทยาศาสตร์
ไตประกอบด้วย คอรเ์ ทกซเ์ มดัลลา และกรวยไต โดย การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำจากการทำกิจกรรม
ความเชื่อม่นั ต่อหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
กรวยไตจะตอ่ กับท่อไตไปยังกระเพาะปสั สาวะ และ ด้านจิตวิทยาศาสตร์

ขบั ถ่ายออกทางทอ่ ปัสสาวะ ความเชือ่ มนั่ ต่อหลกั ฐานเชงิ ประจักษจ์ ากการ

3. ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมศึกษาโครงสร้างภายนอก และ สงั เกตพฤติกรรมในการอภิปรายรว่ มกัน

ภายในของไตหมทู ผี่ ่าตามยาว จากนั้นใหน้ ักเรยี นวาดภาพ

พร้อมระบชุ ่อื โครงสรา้ งสว่ นตา่ ง ๆ ของไต

4. อธบิ ายเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับการลำเลยี งเลือดทีม่ ขี องเสยี

จากเซลล์ตา่ งๆ ทัว่ ร่างกายจะเขา้ สู่ไตทางรีนัลอาร์เตอรี

และออกจากไตทางรีนัลเวน

5. นักเรียนสืบค้นข้อมลู นำเสนอ และสรปุ เกี่ยวกบั หน้าที่

ของไตในการรักษา ดลุ ยภาพของน้ำ แร่ธาตุและกรด-เบส

ผลการเรียนรู้ 20. อธบิ ายกลไกการทำงานของหน่วยไตในการกำจดั ของเสียออกจากร่างกาย และเขยี นแผนผังสรุปขั้นตอนการกำจดั ของเสียออกจาก
ร่างกายโดยหนว่ ยไต

การวเิ คราะหผ์ ลการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าส่บู ทเรยี นโดยใช้ภาพหนว่ ยไต หรอื วดี ีทัศน์ ดา้ นความรู้
1. กลไกการทำงานของหน่วยไตในการกำจัด ของ เก่ยี วกับการทำงานของหน่วยไต แล้วใชค้ ำถามเกย่ี วกบั กลไกการทำงานของหน่วยไตในการกำจดั ของเสยี
หนา้ ท่ขี องหนว่ ยไตในการกำจดั ของเสยี ท่ีมไี นโตรเจนเปน็
เสยี ออกจากรา่ งกาย องค์ประกอบ ออกจากร่างกาย และข้ันตอนการกำจดั ของเสียออก
2. ข้นั ตอนการกำจัดของเสยี ออกจากร่างกาย โดย 2. อธิบายเก่ยี วกับโครงสรา้ งของหน่วยไต เพ่อื ให้นกั เรียน จากรา่ งกายโดยหน่วยไต จากการเขียนแผนผัง และ
หนว่ ยไต สรุปได้ว่าหน่วยไตประกอบดว้ ยโบว์แมนส์แคปซลู ทอ่ ขด การทำแบบทดสอบ
ด้านทกั ษะ สว่ นตน้ หว่ งเฮนเล และทอ่ ขดส่วนปลายปลายของท่อขด ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์
ส่วนปลายจากหลายหน่วยไตจะเปดิ ออก ที่ทอ่ รวมแลว้
– ออกสูก่ รวยไต การใชว้ ิจารณญาณ จากการสังเกตพฤตกิ รรมใน
ด้านจิตวทิ ยาศาสตร์ 3. อธบิ ายเพ่มิ เติมเกีย่ วกับกลไกการทำงานของหนว่ ยไต การตอบคำถาม
การใช้วิจารณญาณ เพอ่ื ให้นักเรียน สามารถเขยี นแผนผงั สรุปการทำงานของ
หนว่ ยไตในการกรอง การดดู กลบั และการหลั่ง
4. ใหน้ ักเรยี นสืบค้นข้อมลู นำเสนอ และสรุปเกีย่ วกับ
หน้าทีข่ องไตในการ รกั ษาดลุ ยภาพของนำ้ แรธ่ าตแุ ละ
กรด-เบส

ผลการเรียนรู้ 21. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และยกตวั อย่างเก่ยี วกบั ความผดิ ปกติของไตอันเน่อื งมาจากโรคต่าง ๆ

การวเิ คราะห์ผลการเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นรู้ แนวทางการวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ 1. นำเข้าส่บู ทเรยี นโดยทบทวนความรูเ้ กย่ี วกบั ไตและ ด้านความรู้
ความผิดปกติของไตอันเนอ่ื งมาจากโรคต่าง ๆ อวยั วะทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับ ระบบขับถา่ ย จากน้นั ใช้คำถาม ความผดิ ปกติของไตอนั เน่ืองมาจากโรคตา่ ง ๆ
เกี่ยวกับ โรคหรอื อาการต่าง ๆ เชน่ น่วิ ในไต กระเพาะ
ด้านทักษะ ปสั สาวะอกั เสบ เพือ่ เชอ่ื มโยงเข้าสู่เร่อื งความผดิ ปกติของ จากการทำแบบทดสอบ
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไต ด้านทักษะ
2. ให้นักเรียนสืบค้นขอ้ มลู เพื่ออธบิ ายและยกตวั อย่าง
- เกี่ยวกับความผิดปกติ ของไตอนั เนื่องมาจากโรคตา่ ง ๆ การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั ส่ือจากการ
ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซง่ึ ส่งผลกระทบต่อการรักษาดลุ ยภาพของ สารในรา่ งกาย สืบคน้ ข้อมูลและการนำเสนอ
การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ทา่ ทนั สือ่ เชน่ โรคนวิ่ และโรคไตวาย
ดา้ นจติ วทิ ยาศาสตร์ 3. ใหน้ ักเรียนนำเสนอและสรปุ เกย่ี วกับความผดิ ปกตขิ อง
ไตอันเน่ืองมาจาก โรคตา่ ง ๆ
-


Click to View FlipBook Version